TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “หมอนทองเเข่งกับธนาคารออมสิน” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
อ่าน
ARIP ปลุกนักช็อป ลุ้นเงินสะพัด 3 พันล.
#ARIP #ทันหุ้น – ARIP ชี้ปี 2569 ตลาดไอทีเดือด! กระแส AI เร่งดีมานด์ Data Center ดัน “ชิป-เมมโมรี-ดิสก์” เข้าสู่โหมดขาดแคลน หนุนราคาอิเล็กทรอนิกส์สูง เปิด “COMMART GAMEFORCE” 5-8 มีนาคม 2569 ตั้งเป้าเงินสะพัด 3,000 ล้านบาท คนทะลุ 3 แสนราย ชูธีม Gaming–AI มาแรงนายบุญเลิศ นราไท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) หรือ ARIP ผู้ประกอบธุรกิจสื่อและคอนเทนต์ การจัดงานนิทรรศการ รวมถึงธุรกิจบริการดิจิทัล เปิดเผยว่า ในปี 2569 อุตสาหกรรมไอทีต้องเผชิญความท้าทายจากภาวะขาดแคลนสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะชิป หน่วยความจำ (Memory) และดิสก์ ซึ่งมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี เนื่องจากกระแสการเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ผลักดันความต้องการใช้งาน Data Center เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกันสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังส่งผลทางอ้อมต่อราคาพลังงาน น้ำมัน และก๊าซ ซึ่งอาจกระทบต่อต้นทุนการผลิตชิปและค่าขนส่ง รวมถึงบรรยากาศการจับจ่ายในตลาดไอทีจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัวเงินสะพัดอย่างไรก็ตาม ในฐานะผู้จัดงานแสดงสินค้าไอทีที่อยู่คู่กับผู้บริโภคไทยมากกว่า 20 ปี บริษัทยังคงทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมไอซีที โดยเปิดพื้นที่ให้ผู้ซื้อและผู้ขายได้พบปะนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้ทดลองสินค้าและรับโปรโมชันพิเศษ โดยล่าสุดได้จัดงาน “COMMART GAMEFORCE ช้อปสนั่น มันเต็มแม็กซ์” ระหว่างวันที่ 5–8 มีนาคม 2569 ซึ่งคาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดภายในงานประมาณ 3,000 ล้านบาท และมีผู้เข้าชมงานไม่ต่ำกว่า 300,000 คนตลอดระยะเวลา 4 วันนายบุญเลิศ กล่าวว่า ช่วงต้นปีถือเป็นจังหวะที่เหมาะสมสำหรับการซื้อสินค้าไอที เนื่องจากมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ในตลาดสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้สินค้ารุ่นก่อนหน้าถูกนำมาจัดโปรโมชันเพื่อระบายสต๊อก โดยธีมสำคัญของงานในปีนี้อยู่ที่เทคโนโลยี Gaming และ AI แม้ว่าจะมีปัจจัยด้านราคาที่ผันผวนและปัญหาขาดแคลนสินค้า แต่คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กและคอมพิวเตอร์ประกอบยังคงเป็นสินค้าจำเป็นสำหรับผู้บริโภค ทั้งในด้านการทำงานและความบันเทิง โดยเฉพาะเมื่อเทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาท ทำให้ผู้ใช้งานต้องการอัพเกรดฮาร์ดแวร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผล รองรับซอฟต์แวร์และเกมรุ่นใหม่มากขึ้นดันยอดโตสำหรับภาพรวมธุรกิจในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของยอดขายในระดับตัวเลขหลักเดียว (Single Digit) พร้อมเน้นการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยตั้งเป้าลดต้นทุนรวมลงประมาณ 3–5% ผ่านการเจรจาต่อรองและปรับรูปแบบการจัดงานให้มีความคุ้มค่ามากขึ้น แต่ยังคงรักษาคุณภาพของงานไว้เช่นเดิมขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้าขยายโอกาสทางธุรกิจผ่านการเข้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดอีเวนต์ การพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล และการจัดอบรมด้านคอนเทนต์ โดยเตรียมพร้อมเข้ามามีส่วนร่วมกับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เช่น โครงการคนละครึ่ง โดยเฉพาะการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่ออบรมและให้ความรู้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการ ซึ่งบริษัทมีประสบการณ์จากการพัฒนาแพลตฟอร์มให้กับธนาคารออมสินมาก่อน
ทันหุ้น • 6 มี.ค. 69
อ่าน
ช่อง 8 เปิดความมันส์ สนุกทั้งมวยไทย-ต่างชาติ สุดสัปดาห์นี้
สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ชวนคอมวยตัวจริงพบ 2 รายการมันส์ ในวันเสาร์ที่ 21 มีนาคม ในรายการ มวยไทย Super Champ เวลา 17.30 น. และในวันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม กับรายการ มวยดีวิถีไทย เวลา 12.30 น. ที่จะชวนเหล่าแฟนมวยสนุกแบบลุ้นระทึกอัดแน่นกับเหล่านักมวยฝีมือดี รายการ มวยไทย Super Champ ถ่ายทอดสดจาก เวทีมวย WORLD SIAM STADIUM ตะวันนา บางกะปิ พบกับความสนุกเร้าใจแบบถึงขั้ว เสาร์นี้เตรียมระเบิดความมันเอาใจแฟนหมัดมวยอีกครั้ง กับคู่เอกที่น่าจับตามอง เมื่อสองนักสู้ต่างสัญชาติพร้อมแลกเดือดบนเวที ระหว่าง อามิน โทคายาไฟต์คลับ จอมบู๊จากโมร็อกโก ปะทะ เบนนี่ ศิษย์ครูก้อง นักสู้หัวใจแกร่งจากไอซ์แลนด์ ในพิกัด 79.5 กก. รับประกันความดุเดือดตั้งแต่ยกแรก นอกจากนี้ยังระอุไปกับคู่มวยประกอบรายการ ทั้งมวยไทยและสากล สากล 6 ยก จัสติน ตฤณภพ กิตติพยัคฆ์ แชมป์โลกเฮฟวีเวต WBF พบ กูปรี พิกัด รุ่นเฮฟวีเวต เสี่ยว ล่าง เทา (จีน) พบ กฤษณะเพชร เกียรติบัณฑิตยิม พิกัด 50 กก. ยูสเซ่ ไฟร์เล็ค ฮุปริ (โมร็อกโก) พบ สีหวิช ศิษย์ศายุ พิกัด 57 กก. ดิโอโก้ เฮนริเก้ (บราซิล) พบ ทหารหลวง เซลฟี่ชุมแพ พิกัด 68 กก. แพทริเซีย มาเรล่า (บราซิล) พบ รัชชา จิระติวเตอร์ พิกัด 65 กก. ลู่ สั่วเสียง (จีน) พบ ขุนเดช เพชรแสงทอง พิกัด 54 กก. รายการ มวยดีวิถีไทย การแข่งขันมวยไทยในรูปแบบ 5 ยก จะเข้ามาสะกดให้คุณต้องเฝ้าหน้าจอทุกวันอาทิตย์ ถ่ายทอดสดจากจิตรเมืองนนท์ บ็อกซิ่ง สเตดี้ยม อตก.3 นนทบุรี ศึกกำปั้นเดือด คู่เอกอาทิตย์นี้ คอมวยไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง เมื่อยอดมวยฝีมือดีอย่าง "ขุนเข่าเขย่าธรณี" เพชรสามารถ เมืองผาภูมิ ต้องแบกน้ำหนักถึง 2 ปอนด์ เพื่อพิสูจน์ความแกร่งกับมวยฟอร์มสดเจ้าของฉายา "ซ้ายพิฆาตเมืองปราสาท" เหนือเพชร พุฒิประชาชื่น ในพิกัด 121 ต่อ 123 ปอนด์ คู่รอง ของรายการในพิกัด 103 ปอนด์ เป็นการโคจรมาพบกันของไอ้หนูมหัศจรรย์ระหว่าง เก็บตก สท.เชษฐ์บ้านเขว้า พยัคฆ์น้อยสอยดาว จะต้องดวลเดือดกับ ตังค์ นายกโก้หนองเบน เครื่องจักรสังหารเมืองปากน้ำโพ" นอกจากนี้ยังมีอีก 2 คู่เดือดที่รอเสิร์ฟความมัน มหาดเล็ก ลูกพ่อพระยาเสือ ดวล ธีรภัทร ศิษย์ครูชาติ พิกัด 100 ปอนด์ และ ยาย่า ศิษย์ ช. ปะทะ ยอดณภัทร เจ.เอฟ.พุ่มพันธ์ม่วง พิกัด105 ปอนด์ ดังนั้นห้ามพลาดชมความสนุก 2 รายการความมันส์ รายการ มวยไทย Super Champ เวลา 17.30 น. ในวันเสาร์ที่ 21 มีนาคม และรายการ มวยดีวิถีไทย เวลา 12.30 น. ในวันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม ทางช่อง 8 กดเลข 27 แล้วคุณจะรู้ว่าความมันส์ของสัปดาห์นี้พลาดไม่ได้จริง ๆ ข่าวที่เกี่ยวข้อง ผลมวย ผลมวยไทยประจำวัน ผลมวยไทย เมื่อคืนที่ผ่านมา เช็กผลมวยไทย โปรแกรมศึกจ้าวมวยไทย มวยไทยช่อง 3 พร้อมลิ้งก์ดูมวยสด โปรแกรมมวยช่อง 7 มวยไทย 7 สี ตารางมวยไทย ลิ้งก์ดูมวยสด โปรแกรมมวย วัน ลุมพินี ONE LUMPINEE พร้อมลิ้งก์ดูมวยสด โปรแกรมมวยไทย มวยมันส์วันศุกร์ พร้อมลิ้งก์ดูมวยสด ---------------------------------------------
มวย • 20 มี.ค. 69
อ่าน
ASW ผนึก 8 แบงก์พันธมิตร จัดสินเชื่อบ้านดอกเบี้ย 1.59% ปีแรก
#ทันหุ้น - บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำที่เป็นผู้นำด้านไลฟ์สไตล์ นำโดยนายณัฐพล ลัคนลาวัณย์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานบัญชีและการเงิน นางสาวพชร ประพันธ์วัฒนะ กรรมการผู้จัดการอาวุโส กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์คอนโดมิเนียม และนายเกรียงศักดิ์ เหี้ยมโท้ กรรมการผู้จัดการอาวุโส กลุ่มธุรกิจบ้านเดี่ยวและเดอะไทเทิล ผนึกกำลัง 8 สถาบันการเงินชั้นนำ มอบข้อเสนอสุดพิเศษให้ลูกค้าแอสเซทไวส์เป็นเจ้าของบ้านและคอนโดมิเนียมได้ง่ายขึ้น กับสินเชื่อที่อยู่อาศัยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.59%** ในปีแรก หรือ ผ่อนสบายเริ่มต้นล้านละ 2,500 บาท*** เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงแหล่งสินเชื่อที่ตอบโจทย์ความต้องการ และเหมาะสมกับความสามารถในการผ่อนชำระได้อย่างแท้จริง*** ตั้งแต่วันนี้- 31 มีนาคม 2569โดยพันธมิตร 8 สถาบันการเงินที่ร่วมผนึกกำลังในครั้งนี้ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน), ธนาคารออมสิน, ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.), ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน), ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)พบดีลพิเศษในงาน “AssetWise Funtastic Deal” บิ๊กอีเวนต์ที่รวมโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมถึง 36 โครงการ ทั้งใกล้รถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ใกล้ทะเลบางแสน พัทยา ระยอง รวมถึงใกล้มหาวิทยาลัยและโรงเรียน ราคาเริ่ม 1.39 และสูงสุด 100 ล้านบาท โดยมีข้อเสนอพิเศษมากมาย อาทิ Voucher ทองคำ มูลค่า 80,000 บาท* แพ็กเกจแต่งห้อง 50,000 บาท* ส่วนลดมูลค่ารวม 20 ล้านบาท* ผ่อนสบายเริ่มต้นล้านละ 2,500 บาท*** เมื่อจองภายในงาน รับทันที Gift Card มูลค่า 1,000 บาท* ลุ้นรางวัลพิเศษทุกยูนิตมูลค่ารวม 300,000 บาท* และพิเศษ สำหรับผู้ที่จองโครงการพร้อมอยู่ แพ็คเก็จทัวร์ ดิสนีย์แลนด์ จำนวน 2 ที่นั่ง มูลค่า 40,000 บาท* ตั้งแต่วันนี้ - 11 มีนาคม 2569 นี้ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ชั้น 1 โซน C หมายเหตุ: *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด**สิทธิพิเศษดอกเบี้ยต่ำ 1.59% ต่อปีในปีแรก หรือ ***ผ่อนต่ำเพียงล้านละ 2,500 บาท เฉพาะลูกค้าแอสเซทไวส์ที่ยื่นกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัยกับธนาคารออมสินเท่านั้น โดยเงื่อนไขการสมัครและอนุมัติสินเชื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารฯ กำหนด****กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
ทันหุ้น • 6 มี.ค. 69
อ่าน
‘แบงก์’ กระทบจำกัดลดดอกเบี้ย แนะ‘ KBANK-BBL’ ปันผลดุ
#หุ้นแบงก์ #ทันหุ้น – “แบงก์” แห่ลดดอกเบี้ยเงินกู้ หวังช่วยลูกค้าแบ่งเบาภาระหนี้ พร้อมหนุนเศรษฐกิจขับเคลื่อน ด้านนักวิเคราะห์มอง รอบนี้แบงก์ลดดอกเบี้ยน้อยมาก 0.1% เสี่ยงมีโอกาสลดดอกเบี้ยเงินฝาก มองเป็นโอกาสในการปรับพอร์ตการลงทุน แนะนำให้โยกเงินจากบัญชีเงินฝากมาลงทุนในหุ้นธนาคารที่กลายเป็น "สปอร์ตไลต์" ในการจ่ายเงินปันผลที่ดุเดือด ชู KBANK-BBL พร้อมเปิด 5 หุ้นรับอานิสงส์ “ไฟแนนซ์-หนี้สูงหรือลงทุนเยอะ-อสังหา-รีท-ส่งออก”ธนาคารพาณิชย์ (แบงก์) ทยอยประกาศลดดอกเบี้ยเงินกู้ เพื่อแบ่งเบาภาระหนี้ของลูกค้า พร้อมสนับสนุนเศรษฐกิจขับเคลื่อน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป หลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)ปรับลดดอกเบี้ยเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ลงอีก 0.25% ต่อปี จาก 1.25% เป็น 1.00% ต่อปีนำโดย ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ธนาคารกรุงไทย (KTB) ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ธนาคารกสิกรไทย@ช่วยลูกค้านายกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยยังเติบโตต่ำกว่าศักยภาพและไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs และครัวเรือนที่ยังเผชิญข้อจำกัดด้านต้นทุนทางการเงินและสภาพคล่อง ประกอบกับปัจจัยกดดันจากภายนอก ทั้งประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ และนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐ ที่มีความไม่แน่นอนสูงขึ้นทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย และเพื่อช่วยบรรเทาภาระดอกเบี้ยให้แก่ลูกค้าของธนาคาร ธนาคารจึงปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR : Minimum Loan Rate) เหลือ 6.350% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR : Minimum Overdraft Rate) เหลือ 6.275% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR : Minimum Retail Rate) ปรับลดลงเหลือ 6.575% ต่อปี มีผลตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป@ผลกระทบแบงก์น้อยมากนายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด เปิดเผยถึงประเด็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ที่ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.1% มองว่าเป็นการปรับลดที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับการลดดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่ลดลงล่าสุด 0.25% ขณะเดียวกันหากรวมการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา นับเป็นการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงรวมแล้วถึง 0.5% แต่แบงก์กลับลดให้เพียง 0.1% เท่านั้นในส่วนของดอกเบี้ยเงินฝาก นายประกิตระบุว่า ธนาคารมักไม่ประกาศลดให้สาธารณชนทราบอย่างเป็นทางการ แต่จะปรับลดที่เรตประกาศของธนาคารโดยตรง ซึ่งเชื่อว่าจะถูกปรับลดลงอย่างแน่นอนจนทำให้ผลตอบแทนจากการฝากเงินน้อยมาก ดังนั้นจึงเป็นโอกาสในการปรับพอร์ตการลงทุน โดยแนะนำให้โยกเงินจากบัญชีเงินฝากมาลงทุนในหุ้นธนาคารที่กลายเป็น "สปอร์ตไลต์" ในการจ่ายเงินปันผลที่ดุเดือด@ชูหุ้นแบงก์ปันผลดุสำหรับหุ้นกลุ่มธนาคารที่น่าสนใจ นายประกิตยกให้ KBANK เป็นตัวชูโรงจากการประกาศจ่ายเงินปันผลที่สูงกว่าตลาดคาด โดยจ่ายถึง 12 บาทต่อหุ้น (รวมปันผลพิเศษ) และเมื่อรวมกับปันผลระหว่างกาลก่อนหน้าอีก 2 บาท รวมเป็น 14 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Yield สูงถึง 6-7%, ขณะที่ BBL แม้จะได้ชื่อว่าประหยัดแต่รอบนี้ก็ยอมควักกระเป๋าจ่ายปันผลถึง 8 บาทต่อหุ้น สะท้อนให้เห็นว่าธนาคารยอมปรับมาตรฐานการจ่ายปันผล (Payout Ratio) ขึ้นมาสูงกว่า 60%, "หุ้นไทยเหมาะกับการถือเพื่อรับปันผลมาก เพราะบริษัทจดทะเบียนไทยเปรียบเหมือนเครื่องจักรผลิตเงินสด ในภาวะที่ประเทศไม่เติบโตเขาก็เลือกที่จะจ่ายปันผลหนักๆ การสร้าง Passive Income ระดับ 6-7% จึงทำได้สบายๆ ในตลาดนี้" นายประกิตกล่าว@เปิด 5 กลุ่มรับอานิสงส์ด้านบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า จากกนง. ปรับลดดอกเบี้ยรอบนี้เกินความคาดหมาย ฝ่ายวิจัยเราแนะนำลงทุนใน 5 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มที่ลงทุนมากหรือมีหนี้สูง เช่น PTT, CPF, TRUE, SCC, GULF, ADVANC, CPAXT, BEM 2. กลุ่มไฟแนนซ์ SAWAD, MTC, KTC, AEONTS, 3.กลุ่มอสังหา SPALI,SIRI, AP 4. กลุ่ม REIT IFF เช่น 3BBIF, LHHOTEL, CPNREIT นอกจากนี้ ยังรวมถึง 5. กลุ่มส่งออก จากคาดการณ์ทิศทางเงินบาทที่จะไม่แข็งค่ามากนัก เช่น STA, ITC, TU, OSP, CBG, HANA เป็นต้น ส่วนกลุ่มธนาคาร พาณิชย์คาดกระทบจำกัดเพราะจะถูกชดเชยจากการเติบโตของสินเชื่อ และการตั้งสำรองที่ลดลง
ทันหุ้น • 2 มี.ค. 69
อ่าน
GIRL RULES กฎหลัก ห้ามรักเธอ EP.1 : น้ำตาล-ฟิล์ม-มิ้ลค์-เลิฟ-วิว-มิ้ม ประชันเสน่ห์ สาดจริตพิชิตใจ
GIRL RULES กฎหลัก ห้ามรักเธอ EP.1 : กราฟความแซ่บพุ่งทะลุจอแน่ๆ กับซีรีส์ที่จะมาทำให้คนดูใจสั่นรัวๆ อย่าง GIRL RULES กฎหลักห้ามรักเธอ จาก GMMTV คอนเทนต์โพรไวเดอร์ชั้นนำของเมืองไทย กับการรวมตัวของ 6 นักแสดงสาวสุดฮอตที่ต้องประชันฝีมือและเสน่ห์สุดแพรวพราว ดูทีวีออนไลน์ ช่องGMM25 นำทีมโดย น้ำตาล ทิพนารี วีรวัฒโนดม, ฟิล์ม รชานันท์ มหาวรรณ์, มิ้ลค์ พรรษา วอสเบียน, เลิฟ ภัทรานิษฐ์ ลิ้มปติยากร, วิว เบญญาภา จีนประสม และ มิ้ม รัตนวดี วงค์ทอง ซึ่งต่างพกความมั่นมาเต็มแม็กซ์ พร้อมฟาดฟันทั้งเรื่องงานและเรื่องความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน พร้อมเสริมทัพความสนุกตัวตึงเพียบ ทั้ง ไซซี รัตท์ริชา ประภากิติ, ยู่ยี่ อลิสา อินทุสมิต, มิ้น มิณฑิตา วัฒนกุล ฯลฯ เรียกว่าประชันเล่ห์เหลี่ยมในแบบที่คาดไม่ถึง เพราะเมื่อความรักทำให้พวกเขาต้องแหกกฎ ผลงานการกำกับฯ ของ ทิชากร ภูเขาทอง การันตีคุณภาพแซ่บเต็มร้อย เริ่มตอนแรกจันทร์ที่ 9 มีนาคมนี้ เวลา 20.30 น. ทางช่อง GMM25 GIRL RULES กฎหลัก ห้ามรักเธอ เรื่องย่อ GIRL RULES กฎหลัก ห้ามรักเธอ เรื่องราวความวุ่นวายของความสัมพันธ์ในกลุ่มแซฟฟิก ที่เริ่มต้นจากการกลับมาของ แบมบี้ (ฟิล์ม รชานันท์) แฟนเก่าของ ปริม (น้ำตาล ทิพนารี) ที่เข้ามาในฐานะลูกค้าของบริษัททำโฆษณาที่ปริม และ มิน (วิว เบญญาภา) เปิดร่วมกัน โดยมีสไตลิสต์สาวรุ่นน้องของปริมอย่าง กอหญ้า(เลิฟ ภัทรานิษฐ์) และนางแบบสาวสวยมากเสน่ห์อย่าง ชาช่า (มิ้ลค์ พรรษา) รวมถึงตากล้องสาวประจำบาร์ที่มินชอบไปอย่าง แพรว (มิ้ม รัตนวดี) เข้ามาร่วมโปรเจกต์ด้วย ติดตามความสัมพันธ์วุ่นวายของกลุ่มสาวแซฟฟิกที่จะมาทำให้คุณได้รู้ว่ากฎของความรักบางอย่างมันก็ต้องทำตาม ไม่งั้นจะเจอกับเรื่องวุ่นวายใจเหมือนกับแก๊งนี้ ติดตามความสนุกสนานแบบครบรสนี้ได้ในซีรีส์ "GIRL RULES กฎหลักห้ามรักเธอ" ทุกวันจันทร์ เวลา 20.30 น. ทางช่อง GMM25 ดูทีวีออนไลน์ ช่องGMM25
ข่าวละคร • 24 ก.พ. 69
อ่าน
จะแกล้งกันไปถึงไหน? "ม้า อรนภา" ถูกร้องเรียงขายของไม่ติดป้ายราคา
จะแกล้งกันไปถึงไหน? "ม้า อรนภา" ถูกร้องเรียงขายของไม่ติดป้ายราคาเรียกว่าเป็นอีกหนึ่งคนบันเทิงที่หันไปเอาดีทางด้านค้าขายอีกหนึ่งงานสำหรับ "ม้า อรนภา" กับห่อหมกแม่ม้าที่ล่าสุดถูกตรวจสอบหลังจากที่มีคนร้องเรียกว่าร้านของเธอไม่ติดป้ายบอกราคาที่ชัดเจน ทำเอาเจ้าตัวได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเพจส่วนตัวว่า "วันนี้มีคนไปร้องเรียน คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ หาว่าที่แผงลอยขายห่อหมกแม่คุณม้า ไม่ติดป้ายบอกราคาค่าห่อหมก แต่มีป้ายราคาสินค้าอื่นครบ ก็เลยยกโขยงมากัน 5คน ทำที 1คนมาซื้อห่อหมก 1ห่อ เพื่อให้รู้ราคา หลังจากนั้น ยกขบวนกันมาเหมือนจับโจร มาอ่านคำร้องเรียนให้ฟัง ขณะที่ลูกค้าก็แน่นร้าน คนที่ร้องเรียนเหมือนมาแกล้งดิฉัน เพราะในใบคำร้องกำชับว่า ’อย่ายอมความกับการมีชื่อเสียงและอิทธิพลของฉัน‘ นี่มันแกล้งกันชัดๆนี่หว่า แต่ก็เอาเถอะ เราสะเพร่าเอง ขายมานานจนลืม แต่สินค้าอื่นดันบอกราคา ด้วยความเป็นแผง จากที่ต้องโดนปรับ 1หมื่น ทำผิดครั้งแรกเลยโดนแค่ 200บาทอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องไม่เลือกงานไม่ยากจน "ม้า อรนภา" คว้ากรุเศรษฐี เปิดแผงขายแบรนด์เนมมือสองแต่น้องที่มา 5คน ซื้อห่อหมก ส้มโออุดหนุนกันไปมากกว่า 200 ขอบคุณค่ะ แล้วเดี๋ยวจะจัดพิมพ์ราคาให้เรียบร้อย พร้อมจ่ายค่าปรับ ปล. จะแกล้งกันไปถึงไหน นี่ก็หนีมาเป็นแม่ค้าแล้วนะ"ภาพประกอบจาก ma.ornapaภาพประกอบจาก ma.ornapaภาพประกอบจาก ma.ornapa
TNN ช่อง16 • 24 ก.พ. 69
อ่าน
THAI กรุงศรี เตือนระวังแรงขายสิ้นสุด Silent Period 4 ก.พ.นี้
#THAI #ทันหุ้น-บล.กรุงศรี ออกบทวิเคราะห์หุ้นบริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) หรือ THAI โดยมีมุมมอง Negative Sentiment กรณีวันที่ 4 ก.พ. 2569 จะมีหุ้น THAI พ้นกำหนด Silent Period และเริ่มซื้อขายในตลาดจำนวน 6.6 พันล้านหุ้น ซึ่งหุ้นส่วนใหญ่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุน มีต้นทุนต่ำ 2.5452 บาท/หุ้น อาจกดดันราคาหุ้นในตลาดอย่างไรก็ตามฝ่ายวิจัยมองว่าราคาหุ้น THAI ลดลงมาซื้อขายที่พี/อี ปี 2569 ที่ 8 เท่า ซึ่งต่ำกว่ากลุ่มสายการบินภูมิภาคที่ 10 เท่า และกลับมามี Upside 14% สะท้อนปัจจัยลบข้างต้นไปบ้างแล้ว ดังนั้นจึงคงคำแนะนำ Neutral ให้ราคาเป้าหมายที่ 8.50 บาท"เราคาดหุ้น 6.6 พันล้านหุ้น ประกอบด้วย (1) หุ้นเดิมของ Strategic Shareholders (2) หุ้นที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุน ซึ่งมีต้นทุนเฉลี่ย 2.5452 บาทต่อหุ้น และ (3) หุ้นเพิ่มทุน ที่มีต้นทุน 4.48 บาทต่อหุ้น โดยจากข้อมูลโครงสร้างผู้ถือหุ้นก่อนและหลังการปรับโครงสร้างทุน คาดว่าหุ้นที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุนมีสัดส่วนมากที่สุด คิดเป็นประมาณ 74% ของทุนชำระแล้ว"ฝ่ายวิจัยกรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าประมาณ 61.5% ของหุ้นที่พ้น Silent Period จำนวน 6.6 พันล้านหุ้น จะไม่ถูกนำออกมาขาย โดยเป็นหุ้นที่ถือโดยกระทรวงการคลัง 38.9% ธนาคารออมสิน 1.6% สหกรณ์ออมทรัพย์ 12.5% และธนาคารกรุงเทพ 8.5% ซึ่งช่วยจำกัดแรงกดดันด้านอุปทานในตลาดขณะเดียวกัน ยังมีหุ้น THAI อีกประมาณ 19,803 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นราว 70% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว ที่ยังอยู่ในช่วง Silent Period และมีกำหนดพ้นระยะในวันที่ 4 สิงหาคมนี้ โดยคาดว่าหุ้นส่วนใหญ่ยังคงเป็นหุ้นที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุนเช่นเดียวกัน
ทันหุ้น • 2 ก.พ. 69
อ่าน
‘มีที่ มีเงิน’อัดสินเชื่อ5พันล. ดันขายฝากพยุงเอสเอ็มอี
#มีที่มีเงิน #ทันหุ้น - จากโปรดักต์ช่วยโควิดของออมสิน สู่ Non-Bank เชิงพาณิชย์ที่วางตัวเป็นสะพานเชื่อมระบบการเงิน ปี 2569 “มีที่ มีเงิน” เร่งขยายพอร์ตทะลุ 1 หมื่นล้านบาท เจาะ SME ที่ธนาคารไม่รับ ดันขายฝาก–อสังหาริมทรัพย์เป็น Growth Engine ท่ามกลางโจทย์คุมความเสี่ยงลูกค้าเปราะบางตลาด Non-Bank ของไทย ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เติบโตจากปัจจัยเชิงโครงสร้างมากกว่าวัฏจักรเศรษฐกิจ กล่าวคือ ไม่ได้ขยายตัวเพราะเศรษฐกิจฟื้น แต่เติบโตจากข้อจำกัดของระบบธนาคารพาณิชย์ที่ยังคงเข้มงวดด้านสินเชื่อ โดยเฉพาะต่อกลุ่ม SME รายเล็ก–กลาง ธุรกิจครอบครัว และผู้ประกอบการภูมิภาคที่มีทรัพย์สินเป็นหลักประกัน แต่ขาดเอกสารรายได้หรือประวัติเครดิตตามเกณฑ์ธนาคาร ส่งผลให้ Non-Bank เข้ามาทำหน้าที่ “เติมช่องว่าง” ระหว่างสินเชื่อธนาคารกับหนี้นอกระบบอย่างชัดเจนหนึ่งในผู้เล่นที่สะท้อนบทบาทดังกล่าวคือ บริษัท มีที่ มีเงิน จำกัด ซึ่งพัฒนามาจากผลิตภัณฑ์สินเชื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการของธนาคารออมสินในช่วงวิกฤติโควิด-19 ก่อนถูกแยกออกมาตั้งเป็นบริษัท (Spin-Off) เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงานหลังวิกฤติคลี่คลาย โครงสร้างผู้ถือหุ้นประกอบด้วย ธนาคารออมสิน 49% ทิพยประกันภัย 31% และบางจาก 20% ทำให้บริษัทมีฐานเงินทุนมั่นคง แต่สามารถดำเนินธุรกิจในฐานะ Non-Bank เชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ ไม่อยู่ภายใต้กรอบรัฐวิสาหกิจ และยังคงยึดมั่นหลักธรรมาภิบาลตามนโยบายของผู้ถือหุ้นใหญ่ทั้งหมด** ปิดช่องว่างหนี้นอกระบบนายอภิชาติ อรรฆย์ฐากูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่า จุดตั้งต้นของ “มีที่ มีเงิน” คือการ ปิดช่องว่างระหว่างธนาคารกับหนี้นอกระบบ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการที่มีทรัพย์สินแต่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ และมีความเสี่ยงต้องพึ่งพาเงินกู้นอกระบบที่คิดดอกเบี้ยสูงถึง 20–30% ต่อปีนับตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการภายใต้ออมสินจนถึงการดำเนินงานในรูปบริษัท “มีที่ มีเงิน” มียอดปล่อยสินเชื่อสะสมแล้วกว่า 30,000 ล้านบาท โดยคาดว่าปลายปี 2568 พอร์ตสินเชื่อคงค้างจะอยู่ที่ประมาณ 7,500 ล้านบาท จากฐานลูกค้า 2,000–3,000 ราย วงเงินปล่อยสินเชื่อตั้งแต่ 1-50 ล้านบาทต่อราย กลุ่มลูกค้าครอบคลุมตั้งแต่ร้านค้ารายย่อย ที่มีวงเงินสินเชื่อเฉลี่ย 3 ล้านบาทต่อราย ไปจนถึงผู้ประกอบการในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยโครงสร้างพอร์ตหลักมาจากกลุ่มซื้อมาขายไปประมาณ 50% กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ 30% และกลุ่มขายฝาก ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องสำหรับในปี 2569 บริษัทวางเป้าหมายเชิงรุก โดยตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่ 5,000 ล้านบาท โดยมีพอร์ตสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้นเป็น 10,000 ล้านบาท จากสิ้นปีนี้ที่มียอดปล่อยสินเชื่อใหม่ประมาณ 3,000 ล้านบาท ของพอร์ตสินเชื่อรวมกว่า 7,000ล้านบาท โดยมีกลยุทธ์หลักคือการขยายสินเชื่อในกลุ่มที่ธนาคารพาณิชย์ยังไม่สามารถรองรับได้ โดยเฉพาะผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายกลาง–เล็ก กลุ่มหอพักและอพาร์ตเมนต์เก่า รวมถึงโรงแรมที่ต้องใช้เงินลงทุนเพื่อปรับปรุงทรัพย์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งคาดว่าจะมีสัดส่วนรวมกันราว 60% ของพอร์ตใหม่** เข้าถึงแหล่งเงินทุนหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของปี 2569 คือการผลักดัน สินเชื่อขายฝาก ให้กลายเป็นเครื่องมือหลักในการเติบโต โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนจากปัจจุบันราว 5% เป็น 10–20% ของพอร์ตสินเชื่อรวม ผู้บริหารมองว่าขายฝากเป็นช่องว่างขนาดใหญ่ในระบบการเงินไทย เนื่องจากผู้กู้จำนวนมากยังคงอยู่ในตลาดนอกระบบที่คิดดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ “มีที่ มีเงิน” อุดช่องว่าง เพื่อให้ลูกค้ากลุ่มดังกล่าวเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยการเข้าไปทำหน้าที่รับรีไฟแนนซ์ขายฝาก ด้วยอัตราดอกเบี้ยเพียง 9.99% ซึ่งจะทำให้ลูกค้ามีความสามารถในการชำระหนี้ได้มากขึ้น สามารถลดเงินต้น และลดความเสี่ยงการสูญเสียทรัพย์สินของผู้ประกอบการในเชิงการแข่งขัน จุดต่างสำคัญของ “มีที่ มีเงิน” เมื่อเทียบกับธนาคารพาณิชย์ คือ ความยืดหยุ่นและความเร็วโดยลูกค้าไม่ต้องจัดทำแผนธุรกิจ ไม่กำหนดเงื่อนไขการเบิกเงินกู้ สามารถเลือกตรวจหรือไม่ตรวจเครดิตบูโรก็ได้ และสามารถชำระเงินค่างวดสูงกว่าที่กำหนดได้โดยไม่มีค่าปรับ โดยไม่จำเป็นต้องใช้สถานประกอบการเป็นหลักประกัน แต่สามารถใช้ที่ดินหรือทรัพย์สินอื่นที่ไม่ได้ใช้งานเป็นหลักประกันได้ และใช้ราคาประเมินราชการเพื่อเร่งการอนุมัติ ซึ่งใช้เวลาเพียง 3–7 วัน ช่วยให้ SME เข้าถึงเงินทุนโดยไม่สะดุดต่อการดำเนินธุรกิจนอกจากนี้ในปี 2569 บริษัทยังตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนลูกค้า โดยมุ่งเน้นขยายฐานลูกค้าโดยตรงผ่านเครือข่ายพันธมิตรภาคธุรกิจเอกชน โดยเฉพาะสภาอุตสาหกรรม หอการค้าไทยและหอการค้าประจำจังหวัด สมาคมธุรกิจทั่วประเทศ เพื่อยกระดับภาพลักษณ์จาก “โครงการช่วยเหลือ” สู่ Non-Bank เชิงธุรกิจเต็มรูปแบบ
ทันหุ้น • 19 ม.ค. 69
อ่าน
รอดูเดอะ “จี๊ด รอยัลสไปร์” โชว์เพลงยุค80s ลุ้น! “ออมสิน-เจมส์” ชิง แมน ออฟ เดอะแมตช์
รอดูเดอะ จี๊ด รอยัลสไปร์ โชว์เพลงยุค80sออมสิน-เจมส์ ชิง แมน ออฟ เดอะแมตช์ มาคึกคักรับปีม้ากันทั้งสตูดิโอช่อง 7HD เมื่อศิลปินดังยุค 80s ระดับตำนานเดอะ จี๊ด สุนทร นักร้องนำรอยัลสไปร์ วงดังแห่งยุคทองมาเยือนเวทีคอนเสิร์ตตามเทียบเชิญของพิธีกรกูรูเพลง นก บริพันธ์ คิวนี้เลยจัดเต็มความสนุกด้วยหลากบทเพลงที่จะมาปลุกไฟวัยเกษียณชวนแดนซ์ไปกับเพลงฮิตที่ยังทรงคุณค่าข้ามกาลเวลา อาทิ ให้, รักสิบล้อรอสิบโมง, จ้ำม่ำ และ สวยในซอย ใครทันเพลงนี้บ้าง..โยกๆ ศุกร์หรรษาพร้อมเดินหน้าสู่การแข่งขันประกวดร้องเพลงลูกทุ่งมาตรฐาน GLO Miracle Music ซีซั่น 2 คิวนี้เป็นดิวเดือดของตัวแทนระดับจังหวัดที่ต้องวัดกันทั้งเสียงร้องและการถ่ายทอดอารมณ์เพลง พบ ออมสิน สุรภัทรหนุ่ม จ.ระยอง เจ้าของพลังเสียงชัด คัดเพลง โทนและ ทหารห่วงเมียท้าชนหนุ่มใต้เมืองชุมพร เจมส์-สุรศักดิ์ บุญแดง ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว คัดสรรเพลง กลับมาทำไม และกระท่อมสาวเมิน มาชิงชัย หนุ่มจังหวัดไหนจะได้เป็น แมน ออฟ เดอะ แมตช์..รอลุ้น เพลิดเพลินกับบทเพลงมันส์ปลุกไฟวัยเกษียณ และร่วมลุ้นไปพร้อมกันได้ในรายการ ชุมทางดาวทอง ทางช่อง 7HD กดหมายเลข 35 หรือชมผ่านออนไลน์ที่เพจเฟสบุ๊ค Ch7HD ออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 15 และศุกร์ที่ 16 มกราคม 2569 เวลา 13.30 น. เป็นต้นไป
ดาราเดลี่บันเทิง • 13 ม.ค. 69
อ่าน
"บอย ถกลเกียรติ" เปิดบ้านช่องone31 ต้อนรับ "ถกไม่เถียง-เงินทองของจริง" รับปี 2569
"บอย ถกลเกียรติ วีรวรรณ" ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) เปิดบ้าน one31 ต้อนรับ "ดร.โชคชัย เอี่ยมฤทธิไกร" และ "ทิน โชคกมลกิจ" ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท TERO Digital จำกัด ต้อนรับรายการ "ถกไม่เถียง" และ "เงินทองของจริง" พร้อมด้วยทีมงาน เข้าสู่บ้านหลังใหม่ รับศักราชใหม่อย่างอบอุ่น ประเดิมการออกอากาศครั้งแรก วันที่ 5 ม.ค.2569 "บอย ถกลเกียรติ" เปิดบ้านต้อนรับ "ถกไม่เถียง-เงินทองของจริง" ดูทีวีออนไลน์ ช่องวัน31 เปิดความเดือดตั้งแต่ต้นปีเมื่อ "ทิน โชคกมลกิจ" นำทัพรายการดัง ลงจอช่อง one31 และ GMM25 ดีเดย์พร้อมกันทั่วประเทศ 5 ม.ค. นี้ ประเดิมด้วยรายการ "ถกไม่เถียง" รายการฮาร์ดทอล์คอันดับ 1 ย้ายฐานทัพมาถกทุกประเด็นปัญหา ในบ้านหลังใหม่ที่เดือดกว่าเดิม การันตีความเข้มข้นที่คุณคุ้นเคยแต่จัดจ้านกว่าเก่า กล้าซัดทุกคำถาม พร้อมชนทุกคำตอบ ออกอากาศทางช่อง one31 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 15.45 16.30 น. และทางช่อง Gmm25 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.00 18.45 น. (Rerun) และรายการ "เงินทองของจริง" ดำเนินรายการโดย 2 พิธีกร "ทิน โชคกมลกิจ" และ "โค้ชหนุ่ม จักรพงษ์ เมษพันธุ์" รายการการเงินเข้มข้นด้วยเนื้อหาเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ที่จะพาไปแก้หนี้ แก้จน พร้อมหาหนทางรวยไปด้วยกัน ออกอากาศทางช่องone31 ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 07.50 - 08.00 น. และทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 - 10.40 น. (Rerun) ติดตามชม "ถกไม่เถียง" และ "เงินทองของจริง" 2 รายการรับศักราชใหม่ปี 2569 ได้ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ ทางช่อง one31 และ GMM25
ข่าวบันเทิง • 6 ม.ค. 69
อ่าน
ออมสิน-ธ.ก.ส.ขานรับมติกนง.ลดดบ.เงินกู้เป็นของขวัญปีใหม่
#ออมสิน #ทันหุ้น - ออมสิน รับลูกมติ กนง. ประกาศลดดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภท สูงสุด 0.25% ต่อปี สนับสนุนนโยบายลดค่าครองชีพเป็นของขวัญปีใหม่ ด้านเงินฝากยังตรึงอัตราดอกเบี้ยเดิม เพื่อประโยชน์ของผู้ออมเงิน ส่วน ธ.ก.ส. ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% ต่อปี เพื่อช่วยผู้ประกอบการ SMEs ภาคการเกษตรในการฟื้นตัว นางลภาวรรณ จันทร์กระจ่าง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน รักษาการแทนผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. มีมติให้ลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ต่อปี เนื่องจากเศรษฐกิจไทยในปี 2569 และต่อเนื่องในปี 2570 มีแนวโน้มชะลอตัวลง ซึ่งการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมจะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและช่วยบรรเทาภาระหนี้ของกลุ่มเปราะบางธนาคารออมสินจึงประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทสูงสุด 0.25% ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราลดดอกเบี้ยสูงสุดตามมติ กนง. เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพและเป็นของขวัญปีใหม่ให้ลูกค้าของธนาคาร*ลด ดบ.เงินกู้โดยอัตราดอกเบี้ย MOR ลดลง 0.25% ต่อปี MLR ลดลง 0.15% ต่อปี และ MRR ลดลง 0.10% ต่อปี ทำให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำสำหรับลูกค้าใช้วงเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) ลดเหลือ 5.845% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำสำหรับลูกค้าสินเชื่อรายใหญ่ (MLR) ลดเหลือ 6.175% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำสำหรับลูกค้ารายย่อย (MRR) ลดเหลือ 6.195% ต่อปีโดยเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทั้ง 3 ประเภทของธนาคาร (MOR/MLR/MRR) ยังคงต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 6 แห่งสำหรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ธนาคารจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยเดิมเพื่อรักษาประโยชน์ของผู้ฝากเงินตามภารกิจส่งเสริมการออมของธนาคารธ.ก.ส.ขานรับนายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามที่การประชุมคณะกรรมการนโยบายทางการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงร้อยละ 0.25 ต่อปี จากร้อยละ 1.50 ต่อปี มาอยู่ที่ร้อยละ 1.25 ต่อปี โดยให้มีผลทันทีนั้นธ.ก.ส. ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ จึงพร้อมปรับลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายและสอดรับกับนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างยั่งยืน ธ.ก.ส. พร้อมช่วยบรรเทาภาระหนี้สินให้กับผู้ประกอบการ SMEs ภาคการเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ รวมถึงช่วยลดผลกระทบจากมาตรการทางภาษีของสหรัฐอเมริกา ให้ผู้ประกอบการ SME สามารถฟื้นตัวและดำเนินงานต่อได้ตามปกติในภาวะที่เศรษฐกิจยังเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงรอบด้านธ.ก.ส. จึงปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงสูงสุดร้อยละ 0.25 ต่อปี ประกอบด้วย อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ประเภทเงินเกินบัญชี (MOR) คงเหลือร้อยละ 6.125 ต่อปี อัตราดอกเบี้ยลูกค้านิติบุคคลชั้นดี (MLR) คงเหลือร้อยละ 6.025 ต่อปี โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไปนอกจากนี้ ธ.ก.ส. ได้ออกมาตรการดูแลด้านหนี้สินอย่างครบวงจรให้กับเกษตรกรลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง อาทิ มาตรการ พักชำระหนี้เกษตรกรรายย่อยตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งมีผู้เข้าร่วมมาตรการเฟส 3 จำนวน 1.35 ล้านราย ต้นเงินกว่า 203,000 ล้านบาท และได้ดำเนินการฟื้นฟูอาชีพให้กับลูกค้าที่เข้าร่วมมาตรการพักชำระหนี้ เพื่อเป็นการต่อยอดการประกอบอาชีพให้กับผู้เข้าร่วมโครงการให้สามารถลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ระหว่างการเข้าร่วมมาตรการรวมถึง ธ.ก.ส. ได้มีการสนับสนุนเงินทุนผ่านสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำเพื่อเสริมสภาพคล่องในการใช้จ่ายและการประกอบอาชีพของเกษตรกร ทั้งรายย่อยและผู้ประกอบการเกษตร อาทิ สินเชื่อแทนคุณ สินเชื่อเงินด่วนสิบหมื่น สำหรับสมาชิก อสม. และ อสส. วงเงินกู้ รายละไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.50 ต่อเดือน และสินเชื่อเกษตรวิวัฒน์ เพื่อสร้างรายได้คู่ขนานจากการทำการเกษตร อัตราดอกเบี้ย 5 ปีแรก MRR - 2 ต่อปี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศหรือ Call Center 0-2555-0555
ทันหุ้น • 19 ธ.ค. 68
อ่าน
ออมสิน รับลูกมติ กนง. ประกาศลดดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภท สูงสุด 0.25% ต่อปี
#ทันหุ้น ออมสิน รับลูกมติ กนง. ประกาศลดดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภท สูงสุด 0.25% ต่อปี สนับสนุนนโยบายลดค่าครองชีพเป็นของขวัญปีใหม่ ด้านเงินฝากยังตรึงอัตราดอกเบี้ยเดิม เพื่อประโยชน์ของผู้ออมเงินนางลภาวรรณ จันทร์กระจ่าง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน รักษาการแทนผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. มีมติให้ลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ต่อปี เนื่องจากเศรษฐกิจไทยในปี 2569 และต่อเนื่องในปี 2570 มีแนวโน้มชะลอตัวลง ซึ่งการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมจะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและช่วยบรรเทาภาระหนี้ของกลุ่มเปราะบางธนาคารออมสินจึงประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทสูงสุด 0.25% ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราลดดอกเบี้ยสูงสุดตามมติ กนง. เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพและเป็นของขวัญปีใหม่ให้ลูกค้าของธนาคารโดยอัตราดอกเบี้ย MOR ลดลง 0.25% ต่อปี MLR ลดลง 0.15% ต่อปี และ MRR ลดลง 0.10% ต่อปี ทำให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำสำหรับลูกค้าใช้วงเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) ลดเหลือ 5.845% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำสำหรับลูกค้าสินเชื่อรายใหญ่ (MLR) ลดเหลือ 6.175% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำสำหรับลูกค้ารายย่อย (MRR) ลดเหลือ 6.195% ต่อปีโดยเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทั้ง 3 ประเภทของธนาคาร (MOR/MLR/MRR) ยังคงต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 6 แห่งสำหรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ธนาคารจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยเดิมเพื่อรักษาประโยชน์ของผู้ฝากเงินตามภารกิจส่งเสริมการออมของธนาคาร
ทันหุ้น • 18 ธ.ค. 68
อ่าน
‘อิออน’ จับมือแบรนด์ดัง เสิร์ฟสุขต่อเนื่อง 365 วัน
#ทันหุ้น - บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) สานต่อความสำเร็จ กับแคมเปญ “365 วัน ให้ทุกวันเป็นวันของคุณ” ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ภายในปีเดียวกัน เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดูแลและเติมเต็มไลฟ์สไตล์ลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อมอบข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรเครดิตอิออน ได้เติมความสุขกับอาหารและเครื่องดื่มเมนูโปรดจากแบรนด์ดังได้คุ้มยิ่งขึ้น เพียงใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตอิออนที่ร่วมรายการ ครบตามเงื่อนไขในเดือนก่อนหน้า รับฟรีพอนเดอริง จาก Mister Donut, E-voucher Swensen’s มูลค่า 100 บาท ส่วนลด 20 บาท ที่ร้าน Inthanin Coffee โปรโมชันพร้อมเสิร์ฟระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2568 – 28 กุมภาพันธ์ 2569ด้วยแนวคิดให้ทุกวันมีความหมาย อิออนจึงตั้งใจคัดสรรสิทธิประโยชน์ที่โดนใจเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ที่ใช่สำหรับลูกค้าคนพิเศษให้ได้เติมเต็มการใช้ชีวิตไม่ว่าจะกิน เที่ยว ชอปปิงให้สะดวกสบายยิ่งขึ้นเมื่อเลือกใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตอิออน และได้สุขต่อเนื่องไปอีกขั้น เพียงมียอดใช้จ่ายสะสมผ่านบัตรเครดิตอิออนที่ร่วมรายการตามเงื่อนไขที่กำหนดในเดือนก่อนหน้า รับสิทธิ์พิเศษ ดังนี้เมื่อมียอดใช้จ่ายสะสมผ่านบัตรฯ 3,000 บาทขึ้นไป รับสูงสุด 4 สิทธิ์/บัตร/เดือน รับฟรี พอนเดอริง Mister Donut 1 ชิ้น มูลค่า 32 บาท (1 สิทธิ์) รับส่วนลด E-Voucher Swensen’s มูลค่า 100 บาท (1 สิทธิ์) และรับส่วนลด Inthanin Coffee มูลค่า 20 บาท/1 สิทธิ์ (2 สิทธิ์)เมื่อมียอดใช้จ่ายสะสมผ่านบัตรฯ 2,000 – 2,999 บาท รับสูงสุด 3 สิทธิ์/บัตร/เดือน รับส่วนลด E-Voucher Swensen’s มูลค่า 100 บาท (1 สิทธิ์) และรับส่วนลด Inthanin Coffee มูลค่า 20 บาท/1 สิทธิ์ (2 สิทธิ์)เมื่อมียอดใช้จ่ายสะสม 1,000 – 1,999 บาท รับสูงสุด 2 สิทธิ์/บัตร/เดือน รับส่วนลด Inthanin Coffee มูลค่า 20 บาท/1 สิทธิ์ (2 สิทธิ์)จำกัดจำนวนสิทธิ์ ตลอดระยะเวลาส่งเสริมการขาย ดังนี้ ร้าน Mister Donut จำกัด 3,650 สิทธิ์/ เดือน รวมทั้งสิ้น 10,950 สิทธิ์ ใช้สิทธิ์ที่ร้าน Mister Donut ทุกสาขา (ยกเว้นยกเว้นสาขาเซ็นทรัล พัทยา บีช, เซ็นทรัล พัทยา มารีน่า, เซ็นทรัล ภูเก็ต, บิ๊กซีสมุย, บิ๊กซี พัทยา 2, โลตัส เฉวง, เทอมินอล 21 พัทยา, เทอมินอล 21 อโศก, แพลทินัม, สนามบินอุบลราชธานี และเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า) ร้าน Swensen’s จำกัด 5,000 สิทธิ์/เดือน รวมทั้งสิ้น 15,000 สิทธิ์ ใช้สิทธิ์ที่ร้าน Swensen’s ทุกสาขา ยกเว้นสาขาในท่าอากาศยานทุกแห่ง ร้าน Inthanin Coffee จำกัด 8,000 สิทธิ์/เดือน รวมทั้งสิ้น 24,000 สิทธิ์ ใช้สิทธิ์ที่ร้าน Inthanin ทุกสาขาผู้ถือบัตรเครดิตอิออนที่ร่วมแคมเปญ สามารถกดรับสิทธิ์ ผ่าน AEON THAI MOBILE App และยืนยันใช้สิทธิ์ที่เคาน์เตอร์ร้านต่อหน้าพนักงานร้าน ติดตามข่าวสารและกิจกรรมดี ๆ จากอิออนได้ที่ aeon.co.th หรือ AEON THAI MOBILE App หรือ AEON LINE Official Account หรือ Facebook AEON Thana Sinsap และ Tiktok AEON Thana Sinsap* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด* ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี
ทันหุ้น • 1 ธ.ค. 68
อ่าน
เซอร์ไพรส์! หนัง “ปอบดิ๊บดิบ” คว้า ทีมหมอนทองวิทยา วิ่งหนีปอบขึ้นรถขนฝัน-ลงโอ่งอลหม่าน
เตรียมระเบิดความฮาทั่วประเทศ 31 ธันวาคมนี้! กับภาพยนตร์เรื่อง ปอบดิ๊บดิบ ผลงานเรื่องแรกของค่ายน้องใหม่ Pichet Productions ที่เพิ่งปล่อยโปสเตอร์เรียกน้ำย่อยไปไม่นาน ล่าสุดสร้างความฮือฮาอีกระลอกด้วยการคว้าตัวทีมนักฟุตบอลโรงเรียนสุดฟีเวอร์ หมอนทองวิทยา มาร่วมแสดงภาพยนตร์เป็นครั้งแรก! จากที่เคยวิ่งล่าลูกบอลในสนาม ครั้งนี้ต้องมาวิ่งหนี ผีปอบในตำนาน ที่รับบทโดย แม่หน่อยณัฐนี ถ่ายทอดความหลอนแบบถึงเครื่อง จนเกิดเป็นฉากวิ่งวุ่นขึ้นรถขนฝัน ลงโอ่งกันอลหม่านสุดๆ ทีมงานยกกองไปถ่ายทำถึงโรงเรียนหมอนทองวิทยา จ.ฉะเชิงเทรา บรรยากาศสนุกสนานคึกคัก น้องๆ นักฟุตบอลตื่นเต้นกับการเล่นหนังเรื่องแรก แต่บอกเลยว่าอินเนอร์มาเต็ม แอ็คติ้งผ่านฉลุย จนแม่หน่อยยังเอ่ยปากชม! แฟนหนังสายฮา สายหลอนเตรียมตัวให้พร้อม เพราะ ปอบดิ๊บดิบ จะพาผู้ชมไปพบกับตำนานปอบลงโอ่งแบบจัดเต็ม พร้อมความป่วนที่สนั่นทั้งป่า 31 ธันวาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศไทย เเละ สปป.ลาว ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังไทย • 28 พ.ย. 68
อ่าน
ทำจริง! “พิมรี่พาย” ลงพื้นที่ “โรงเรียนหมอนทอง” ดูสถานที่สร้างสนามฟุตบอลแห่งใหม่
ก่อนหน้านี้ พิมรี่พาย แม่ค้าออนไลน์และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ได้ประกาศว่าจะสร้างสนามฟุตบอลให้กับน้องๆ โรงเรียนหมอนทองวิทยา รองแชมป์ ฟุตบอลนักเรียน 7 คน แชมป์กีฬา 7HD ภายใต้การคุมทีมของ อาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ ล่าสุดวันนี้ 16 พฤศจิกายน 2568 พิมรี่พาย ได้เดินทางไปที่โรงเรียนหมอนทองวิทยา อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อไปดู สถานที่ก่อสร้างสนามฟุตบอลแห่งใหม่ พร้อมกับได้ไปพูดคุยกับอาจารย์สกลและน้องๆรวมถึงผู้ใหญ่ในพื้นที่และหน่วยงานต่างๆ อีกทั้งยังได้เปิดภาพแบบของโครงการบอกเลยจัดเต็มยิ่งใหญ่ทุกมิติอย่างแน่นอน โดย พิมรี่พาย ได้บอกว่า จริงก็คิดว่าเอาเงินคนไทยมาช่วยกันสร้างให้เด็กไทย เป็นแรงบันดาลใจ ตั้งใจจะเตะฟุตบอลให้มันเก่งขึ้นมา จะได้มีแบบนี้อีกหลายๆสนามเลย เด็กเตะเก่งมันก็ต้องได้วัสดุและอุปกรณ์ที่ดีป่ะ มันถึงจะสมกับคนเก่ง จะทำตามที่พูดเอาไว้ ตื่นเต้นมากเลยนะคะสบายๆกันนะคะอย่าได้เกรงอย่าได้เครียดกัน เดี๋ยวรอดูนะคะความตั้งใจก็จะทำให้ได้จริง เพื่อประโยชน์ของชาวบางน้ำเปรี้ยว แล้วก็เยาวชนของประเทศไทย ขอบคุณนะคะ สนามเพื่อนรักหมอนทอง
TNN ช่อง16 • 17 พ.ย. 68
อ่าน
“แจ็ค แฟนฉัน” ตัวแทน “หม่ำ จ๊กม๊ก–เพชร สหรัตน์” มอบเงินอัดฉีด 3 หมื่น ให้ทีมหมอนทองวิทยา พร้อมซัพพอร์ตทีมชัยนาทต่อ
วงการลูกหนังเยาวชนได้เฮกันอีกครั้ง เมื่อ แจ็ค แฟนฉัน เดินทางไปเป็นตัวแทนของสองศิลปินดัง หม่ำ จ๊กม๊ก และ เพชร สหรัตน์ ส่งมอบกำลังใจและเงินอัดฉีดให้กับ ทีมฟุตบอลโรงเรียนหมอนทองวิทยา และ อาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ โค้ชผู้ปลุกปั้นทีมเด็กไทยให้ก้าวไกล งานนี้ไม่ใช่แค่กำลังใจธรรมดา แต่สองพี่ใหญ่ใจดียังส่งของสนับสนุนแบบจัดเต็ม ทั้ง โกโก้หม่ำ, น้ำปลาร้าหม่ำแซ่บ,ลูกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก และเงินสดจำนวน 30,000 บาท ทีมงานหมอนทองวิทยาต่างปลื้มปริ่มกับน้ำใจในครั้งนี้ ขณะที่ แจ็ค แฟนฉัน เผยว่า ไม่ใช่แค่หมอนทองวิทยาที่ได้รับการสนับสนุน เพราะ หม่ำ จ๊กม๊ก และ เพชร สหรัตน์ ยังเตรียมซัพพอร์ตทีมชัยนาทต่ออีกด้วย เพื่อเป็นแรงผลักดันให้เยาวชนตั้งใจฝึกซ้อมและพัฒนาฝีเท้าต่อไป การช่วยเหลือครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของศิลปินที่ใช้ชื่อเสียงส่งต่อพลังบวกให้กับวงการกีฬาไทย โดยเฉพาะเยาวชนที่เป็นอนาคตของประเทศ
TNN ช่อง16 • 14 พ.ย. 68
อ่าน
สมศักดิ์ศรี! อบจ.ชัยนาท ดับฝัน หมอนทอง 2-1 ผงาดแชมป์บอลนร. 7 คน 7HD
คู่ชิงฟุตบอลนักเรียน 7 คน แชมป์กีฬา 7HD สู้กันได้อย่างสมศักดิ์ศรี สุดท้ายเป็น โรงเรียน อบจ.ชัยนาท ที่แซงชนะ หมอนทองวิทยา 2-1 ผงาดคว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ ศึกฟุตบอลนักเรียน 7 คน แชมป์กีฬา 7HD แชมเปียน คัพ 2025 รอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง โรงเรียนหมอนทองวิทยา พบ โรงเรียน อบจ.ชัยนาท เมื่อวันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2568 โดยเกมคู่นี้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม จนแฟนบอลทะลักลงมาถึงขอบสนามเลยทีเดียว เริ่มเกมไป 3 นาที หมอนทองวิทยา ได้ประตูนำก่อน 1-0 จากฝีเท้าของ อัคนีย์ ภูสุดสูง ซึ่งตะบันฟรีคิกด้วยขวาเข้าไป หลังจากนั้น ทั้งสองทีมสู้กันอย่างดุเดือด มีการตัดเกมหนักๆ กันหลายครั้ง โดยเป็นทางฝั่ง อบจ.ชัยนาท ที่ครองบอลบุกมากกว่า และมีโอกาสลุ้นประตูหลายครั้ง แต่จังหวะสุดท้ายไม่เด็ดขาดพอ ทำให้ยังตีเสมอไม่ได้ และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ หมอนทองวิทยา นำ อบจ.ชัยนาท 1-0 ครึ่งหลัง อบจ.ชัยนาท เร่งเกมบุก และมาตามตีเสมอ 1-1 ได้ในนาทีที่ 34 เมื่อ ฉันทวัฒน์ กาติ๊บ จ่ายบอลให้ ธีรเทพ ทองคำ ดีบอลจ่อๆ หน้าประตูเข้าไป หลังจากได้ประตูีเสมอ อบจ.ชัยนาท เหมือนได้ใจและเดินเกมบุกต่อเนื่องจนมาถึงนาที 42 ทีม "นกใหญ่จูเนียร์" ได้ประตูแซงขึ้นนำ 2-1 จากจังหวะพลิกบอลซัดเต็มข้อในเขตโทษของดาวยิงตัวเก่ง ฉันทวัฒน์ กาติ๊บ ช่วงท้ายเกม หมอนทองวิทยา พยายามบุกหวังยิงประตูเสมอให้ได้ แต่ก็ทำไม่สำเร็จ จบเกมเป็น อบจ.ชัยนาท เฉือนชนะ หมอนทองวิทยา 2-1 คว้าแชมป์ฟุตบอลนักเรียน 7 คน แชมป์กีฬา 7HD แชมเปียน คัพ 2025 ไปครองได้สำเร็จ ส่วน หมอนทองวิทยา จบรองแชมป์ขณะที่ผลคู่ชิงอันดับ 3 อัสสัมชัญศรีราชา ต้อนชนะ หัวหินวิทยาคม 5-2 โดย รร.อบจ.ชัยนาท ได้รับถ้วยเกียรติยศ ฟุตบอลนักเรียน 7 คน แชมป์กีฬา 7HD แชมเปียน คัพ 2025 เป็นครั้งแรก พร้อมทุนการศึกษา 200,000 บาท เหรียญรางวัลและเกียรติบัตร ส่วนทีม รร.หมอนทองวิทยา รองแชมป์ รับเหรียญรางวัล พร้อมทุนการศึกษา 70,000 บาท ขณะที่อันดับที่ 3 รร.อัสสัมชัญศรีราชา รับเหรียญรางวัล พร้อมทุนการศึกษา 40,000 บาท อันดับที่ 4 รร.หัวหินวิทยาคม รับทุนการศึกษา 20,000 บาท และแลคตาซอยมอบผลิตภัณฑ์น้ำนมถั่วเหลืองแลคตาซอย ให้กับทีมทุ่มเท ทั้ง 4 ทีม นอกจากนี้ ได้มีการมอบรางวัลพิเศษต่าง ๆ ได้แก่ รางวัลผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยม ตกเป็นของ อ.อนุสรณ์ ปานสันเทียะ จาก รร.อบจ.ชัยนาท รับเงินรางวัล 10,000 บาท และแพ็กเกจตรวจสุขภาพจาก โรงพยาบาลบางปะกอก 1 มูลค่า 15,000 บาท รางวัลดาวซัลโว (ผู้ทำประตูสูงสุด) ยิงไป 11 ประตู ตลอดฤดูกาลแข่งขัน สุดยอดดาวยิงตกเป็นของหมายเลข 8 รชฏ ประชาศิลป์ จาก รร.หัวหินวิทยาคม พร้อมรับทุนการศึกษา 15,000 บาท จากบริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) ด้านหมายเลข 10 พายัก สีพะนม จาก รร.อบจ.ชัยนาท รับรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า รับทุนการศึกษา 10,000 บาท พร้อมรับรางวัลจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด มูลค่า 52,900 บาท และเสื้อ Jacket MVP จาก VOLT ในโลกของเกมกีฬา ผลแพ้-ชนะ เป็นเพียงปลายทาง หัวใจสำคัญคือการปลุก 'พลังแห่งความมุ่งมั่น' และการสร้างความกล้าให้เยาวชนก้าวข้ามทุกขีดจำกัด ความทุ่มเทของพวกเขาได้ถูกส่งต่อและได้รับแรงเชียร์อันยิ่งใหญ่ จนเกิดเป็นปรากฏการณ์ที่มีกองเชียร์จากทั่วประเทศร่วมติดตามอย่างเนืองแน่นทั้งในสนามแข่งขัน ทางหน้าจอโทรทัศน์และออนไลน์ เราขอขอบคุณทุกพลังเชียร์ที่ร่วมสร้างสรรค์บรรยากาศอันน่าจดจำนี้ ทั้งนี้ ในนามของคณะผู้จัดงานฟุตบอลนักเรียน 7 คน แชมป์กีฬา 7HD แชมเปียน คัพ 2025 ขอขอบพระคุณจากใจจริงสำหรับทุกพลังใจและการสนับสนุนอันยิ่งใหญ่ที่ท่านได้มอบให้แก่นักกีฬาทุกทีม และจากเหตุการณ์ความแออัดรวมถึงข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น ณ บริเวณสนามแข่งขัน ทาง ช่อง 7HD และ กรมพลศึกษา ได้พยายามอย่างเต็มที่และทำทุกวิถีทางเพื่อดูแลและควบคุมสถานการณ์ต่าง ๆ พร้อมจะนำทุกข้อติชมไปพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อใช้ในการวางแผนจัดการแข่งขันในปีหน้า ให้เป็นที่ประทับใจมากยิ่งขึ้นต่อไป ศึกชิงถ้วยเกียรติยศ การแข่งขัน ฟุตบอลนักเรียน 7 คน แชมป์กีฬา 7HD แชมเปียน คัพ 2025 สนับสนุนโดยน้ำนมถั่วเหลืองแลคตาซอย, กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ กสศ., รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า, ยาดมตราโบว์แดง, เสื้อผ้า และอุปกรณ์กีฬา โวลท์, โรงพยาบาลบางปะกอก 1, ประกันภัยไทยวิวัฒน์, PMCU, ศูนย์กีฬาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, BUGABOO.TV และ BUGABOO SHOP แฟนกีฬาสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวแวดวงกีฬาได้ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 และช่องทางโซเชียลมีเดีย Ch7HD (Facebook, IG, TikTok, X, YouTube) Ch7HD Sports (Facebook, IG, TikTok) รวมถึงเว็บไซต์ www.ch7.com แอปพลิเคชัน Ch7HD, BUGABOO.TV ข่าวที่เกี่ยวข้อง สนามศุภฯแตก! แฟนบอลแห่ชมคู่ชิง 'หมอนทอง ปะทะ อบจ.ชัยนาท' ล้นถึงขอบสนาม โปรแกรมบอลวันนี้ ตารางบอลวันนี้ พร้อมลิ้งก์ดูบอลสด สรุปผลบอล ผลบอลเมื่อคืน เช็กผลบอล ผลบอลสดวันนี้
ฟุตบอลไทย • 8 พ.ย. 68
อ่าน
สนามศุภฯแตก! แฟนบอลแห่ชมคู่ชิง 'หมอนทอง ปะทะ อบจ.ชัยนาท' ล้นถึงขอบสนาม
คู่ชิงศึกฟุตบอลนักเรียน 7 คน "หมอนทองวิทยา ปะทะ อบจ.ชัยนาท" สุดฟีเวอร์ แฟนบอลล้นสนามศุภชาลัย จนทะลักลงมาถึงขอบสนาม ในขณะเดียวกัน ฝ่ายจัดฯ ต้องเปิดจอยักษ์ LED ให้แฟนบอลชมที่อาคารนิมิบุตร หรือชมผ่านการถ่ายทอดสดทางออนไลน์ ศึกฟุตบอลนักเรียน 7 คน แชมป์กีฬา 7HD แชมเปียน คัพ 2025 รอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง โรงเรียนหมอนทองวิทยา พบ โรงเรียนอบจ.ชัยนาท ในวันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2568 ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม แฟนบอลแห่เข้ามาชมแน่นขนัดสนามศุภชลาศัย และยังแฟนบอลอีกจำนวนมากที่ไม่สามารถเข้าสนามได้ ต่อมา ฝ่ายจัดการแข่งขันตัดสินใจเปิดให้แฟนบอลเข้าไปนั่งชมติดถึงบริเวณลู่วิ่งขอบสนาม กลายเป็นภาพประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอลไทย และต้องเลื่อนการแข่งขันออกไปจากเดิมที่มีกำหนดคิกออฟเวลา 16.15 น. ขณะเดียวกัน ฝ่ายจัดฯ ได้เปิดจอยักษ์ LED ที่บริเวณหน้าอาคารนิมิตรบุตร เพื่อให้แฟนบอลที่ไม่สามารถเข้าสนาม ไปรับชมการแข่งขันได้ที่บริเวณดังกล่าว หรือติดตามการถ่ายทอดสดผ่านออนไลน์หลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น ช่อง 7HD , YouTube Ch7HD หรือ Facebook Ch7HD Sports ข่าวที่เกี่ยวข้อง ดูสด หมอนทองวิทยา VS อบจ.ชัยนาท : ฟุตบอลนักเรียน 7 คน แชมป์กีฬา 7HD โปรแกรมบอลวันนี้ ตารางบอลวันนี้ พร้อมลิ้งก์ดูบอลสด สรุปผลบอล ผลบอลเมื่อคืน เช็กผลบอล ผลบอลสดวันนี้
ฟุตบอลไทย • 8 พ.ย. 68
อ่าน
“ดวงตา คงทอง-จอร์ช“ เสิร์ฟความหรรษา ดู “โบว์-ไพลิน” ดวลไมค์หวานบาดลึก!
ดวงตา คงทอง-จอร์ช เสิร์ฟความหรรษาดู โบว์-ไพลิน ดวลไมค์หวานบาดลึก! วีคนี้พิธีกรพี่ใหญ่ นก บริพันธ์ เสิร์ฟความหรรษาที่มาแบบแพ็คคู่ ดวงตา คงทอง ลูกทุ่งหญิงระดับรางวัลควงคู่มากับศิลปินหนุ่มลุคอบอุ่น จอร์ช เบญจ ร่วมสร้างความสุขบนเวทีคอนเสิร์ต ชุมทางดาวทอง ทางช่อง 7HD ด้วยเสน่ห์บทเพลงลูกทุ่งขนานแท้ อาทิเพลง ขี้เหร่โดนรัก, ชานรักชานชลา, อ้อมกอดดิน ฯลฯ มาร่วมฟังเสียงหวานๆ ของสาว ดวงตา และสไตล์ละมุน ของหนุ่ม จอร์ช เบญจ ที่จะพาคุณอินไปกับอารมณ์ลูกทุ่งแท้ แล้วมาออกแรงเชียร์กับศึกดวลไมค์วันศุกร์.พบการแข่งขัน GLO Miracle Music ซีซั่น 2 เดินทางมาถึงแมตช์ที่ 3 นัดนี้พบกับ โบว์ ธมลวรรณ์ สาวใสวัย15 จาก จ.ชัยนาท ที่มีเนื้อเสียงทรงพลัง มาพร้อมกับ 2เพลงเด็ด คิดแล้วกลุ้ม, เรารอเขาลืม ประชันไมค์รอบลึกกับ ไพลิน วงศ์ประทุม จาก จ.ภูเก็ต สาวใต้เสียงหวานอารมณ์เพลงสุดลึกซึ้ง กับบทเพลง หนูไม่ยอม, ส่งข่าวทิดมั่น ศึกนี้เดิมพันด้วยสิทธิ์เข้าสู่รอบรองชนะเลิศ และสิทธิ์เปิดแผ่นป้ายชิงทองคำมูลค่า 100,000 บาท จากผลิตภัณฑ์ตราแม่ครัว ตราฉลากทอง และตราแม่ครัวฉลากทอง ติดตามความมันส์และลุ้นไปพร้อมกัน ในรายการ ชุมทางดาวทอง ทางช่อง 7HD กดหมายเลข 35 หรือชมผ่านออนไลน์ที่เพจเฟสบุ๊ค Ch7HD ออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 6 และศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.10 น. เป็นต้นไป
ดาราเดลี่บันเทิง • 5 พ.ย. 68
ดู
เชลล์ดอน
T&B Media Global • 1 พ.ย. 66
อ่าน
“ASW” จับมือ 10 แบงก์พันธมิตร มอบโปรสุดคุ้มช่วยคนอยากมีบ้าน-คอนโด
#ทันหุ้น - บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำที่เป็นผู้นำด้านไลฟ์สไตล์ นำโดยนายณัฐพล ลัคนลาวัณย์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานบัญชีและการเงิน นางสาวพชร ประพันธ์วัฒนะ กรรมการผู้จัดการอาวุโส กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์คอนโดมิเนียม และนายเกรียงศักดิ์ เหี้ยมโท้ กรรมการผู้จัดการอาวุโส กลุ่มธุรกิจบ้านเดี่ยวและเดอะไทเทิล จัดรายการกระตุ้นตลาดที่อยู่อาศัยโค้งสุดท้าย ด้วยการจับมือ 10 สถาบันการเงินชั้นนำ มอบข้อเสนอพิเศษให้ทุกคนเป็นเจ้าของบ้านและคอนโดมิเนียมได้ง่ายขึ้นกับสินเชื่อที่อยู่อาศัยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ผ่อนสบายเริ่มล้านละ 2,500 บาทต่อเดือน* (สิทธิพิเศษเฉพาะธนาคารออมสิน และ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เท่านั้น) เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงแหล่งสินเชื่อที่ตอบโจทย์ความต้องการ และเหมาะสมกับความสามารถในการผ่อนชำระได้อย่างแท้จริง** ตั้งแต่วันนี้-31 ธันวาคม 2568 สำหรับพันธมิตร 10 สถาบันการเงินที่ร่วมผนึกกำลังในครั้งนี้ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน), ธนาคารออมสิน, ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.), ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน), ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน), ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) และธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) พบกันครั้งแรกในงาน AssetWise Grand Sale 2025 ยกทัพโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมกว่า 32 โครงการ บนทำเลศักยภาพรองรับทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งใกล้รถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ ปริมณฑล ใกล้ทะเลบางแสน พัทยา ระยอง รวมถึงใกล้มหาวิทยาลัยและโรงเรียน ราคาเริ่ม 1.29-100 ล้านบาท พร้อมข้อเสนอพิเศษมากมาย อาทิ Gift Voucher มูลค่า 1,000บาท* ส่วนลดมูลค่ารวม 20 ล้านบาท*แจกทองคำหนักรวม 50บาท* แจกiPhone 17 Pro Max ทุกยูนิต*พร้อมลุ้นรางวัลพิเศษมูลค่ารวมกว่า 400,000บาท* วันที่ 9-15 ตุลาคม 2568 นี้ ณ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่https://assetwise.co.th/l/YyxeXX หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 02-168-0000 หรือ Line OA: @assetwise หรือคลิกhttps://lin.ee/Tri9AvX หมายเหตุ: เงื่อนไขการสมัครและอนุมัติสินเชื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารฯ กำหนด *สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าแอสเซทไวส์ที่ยื่นกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัยกับธนาคารออมสิน และ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เท่านั้น
ทันหุ้น • 10 ต.ค. 68
อ่าน
BAM พุ่งแรง 10.45% แตะ 8.45 บาท ทันหุ้น เผยลุยตั้ง JV AMC หนุนนโยบายแก้หนี้
BAM พุ่งแรง 10.45% แตะ 8.45 บาท ทันหุ้น เผยลุยตั้ง JV AMC หนุนนโยบายแก้หนี้#คลัง #BAM #ทันหุ้น – คลัง เร่งเครื่องแก้หนี้ครัวเรือน ดึง BAM-SAM ดูดซับ NPL เร่งหารือธปท.เปิดทางธนาคารพาณิชย์ตั้ง JV AMC ใหม่ ด้าน BAM ลั่นพร้อมร่วม-มีบริษัทย่อย ARI AMC เชี่ยวชาญหนี้รายย่อยไม่มีหลักประกัน พร้อมสนับสนุนนโยบายรัฐ ด้านนักวิเคราะห์ มองเป็นปัจจัยหนุนกลุ่มแบงก์ทำให้คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้น แนะ ซื้อ BAM เป้า 9.50 บาท - KBANK เป้า 190 บาทนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างหารือร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), สมาคมธนาคารไทย เร่งผลักดันมาตรการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนใน 2 แนวทางคือ 1.ดึงบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) ที่มีอยู่ทั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM และบริษัทบริหารสินทรัพย์ สุขุมวิท จำกัด (SAM) เข้ามาช่วยดูดซับหนี้เสีย (NPL) ออกจากระบบสถาบันการเงิน มาปรับโครงสร้างหนี้ สร้างวินัยทางการเงินในการผ่อนชำระค่างวด ส่งเสริมให้ลูกหนี้สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ในอนาคต และ 2.การจัดตั้งกิจการร่วมค้า บริหารจัดการสินทรัพย์ (IV AMC) ระหว่างธนาคารพาณิชย์ กับ AMC มาดูดซับ NPL ออกจากธนาคารพาณิชย์@เปิดแหล่งเงินสำหรับแหล่งเงินทุน เบื้องต้นจะใช้วงเงินจาก “กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน” ที่มีเงินคงเหลืออยู่ประมาณ 26,000 ล้านบาท คาดว่าจะนำมาใช้ซื้อหนี้บางส่วนออกจากระบบสถาบันการเงินไม่เกิน 10,000 ล้านบาท“ทางเลือกที่รวดเร็วกว่าคือ การใช้ AMC ที่มีอยู่ ซึ่งมีกลไกการบริหารจัดการหนี้ที่พร้อมทำงานได้ เข้ามาดำเนินการทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาตั้งองค์กรใหม่ ส่วนการปรับโครงสร้างหนี้ พิจารณาวงเงินผ่อนชำระที่เหมาะสมกับความสามารถในการผ่อน ลดอัตราดอกเบี้ยลง ลูกหนี้ก็จะสามารถปิดหนี้เหล่านั้นได้”@BAM พร้อมรับนโยบายดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยว่า หากหน่วยงานกำกับดูแล ทั้งกระทรวงการคลัง, ธนาคารแห่งประเทศไทย ฯลฯ เปิดทางให้ธนาคารพาณิชย์สามารถจัดตั้ง AMC ของตนเองได้ เพื่อรับโอนหนี้เสีย (NPLs) มาบริหารจัดการอีกครั้ง บริษัทก็มีความพร้อม - ประสบการณ์ร่วมจัดตั้ง AMC กับธนาคารพาณิชย์เป็นแห่งที่ 3 โดยคงสัดส่วนการซื้อทรัพย์เข้ามาบริหารจัดการ แบ่งเป็นทรัพย์สินที่มีหลักประกันราว 70% และทรัพย์ไม่มีหลักประกันในสัดส่วนราว 30%ขณะเดียวกันก็มีบริษัทร่วมทุน (JV) ที่มีความชำนาญในการบริหารจัดการหนี้ที่ไม่มีหลักประกันอย่างบริหารสินทรัพย์ อารีย์ จำกัด หรือ ARI AMC ซึ่งมีความพร้อมรองรับหนี้รายย่อยมูลค่าไม่เกิน 1 แสนบาทต่อราย เข้ามาบริหารจัดการ“หากหน่วยงานกำกับเห็นถึงประโยชน์ของการให้ธนาคารพาณิชย์ตั้ง AMC มาบริหารจัดการ BAM ก็มีทั้งประสบการณ์ - ความพร้อมร่วมตั้ง JV อีกครั้ง รวมถึงมี ARI AMC ซึ่งมีความชำนาญการบริหารจัดการหนี้ไม่มีหลักประกันรายย่อยที่พร้อมให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน”@เป็นปัจจัยหนุน BAMนายตฤณ สิทธิสวัสดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุ แนวทางการดำเนินงานดังกล่าวเป็นปัจจัยหนุนศักยภาพของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ โดยเฉพาะคงเป็นธนาคารที่ลูกหนี้รายย่อย, และพอร์ตสินเชื่อไม่มีหลักประกันสูง อาทิ KTB TTB SCB และ KBANK และกลุ่มนอนแบงก์ อาทิ KTC ซึ่งคุณภาพสินทรัพย์จะแข็งแกร่งขึ้น การตั้งสำรองหนี้สูญ (Credit Cost) จะปรับตัวลดลงในเบื้องต้นไม่ว่าแนวทางการดำเนินงานจะเป็น 1.การสนับสนุน Soft Loan เพื่อลดต้นทุนทางการเงิน 2.การจัดตั้ง JV AMC และ 3.การใช้กลไกทางภาษีเข้ามาแบ่งเบาภาระ คาดว่า BAM จะมีโอกาสเข้าร่วมดำเนินการมากกว่า JMT และ CHAYO ในเชิงปัจจัยพื้นฐานคาดการณ์กำไรสุทธิงวดไตรมาส 3/2568 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง YoY แต่ลดลง QoQ ขณะที่ไตรมาส 4/2568 ปีนี้อาจจะไม่ใช่ High Season เหมือนกับทุกปี แต่ยังคงคาดการณ์กำไรสุทธิเติบโต YoY โดยประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2568 ของ BAM ไว้ที่ 2,622 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63.7% YoY แนะนำ “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐาน 9.30 บาท และคาดให้ดิวิเดนด์ ยิลด์ อีก 7.9% สำหรับกลุ่มธนาคารพาณิชย์เลือก KBANK เป็น Top Pick ราคาเหมาะสม 190 บาท
ทันหุ้น • 8 ต.ค. 68
อ่าน
เข็มขัดกระเด็น! พระจันทร์ฉาย พ่าย ดิ เบลล่า เสียแชมป์โลกคิกบ็อกซิ่ง
พระจันทร์ฉาย พีเค.แสนชัย เสียเข็มขัดแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นสตรอว์เวต ไปอย่างน่าเสียดาย หลังจากพ่ายคะแนนต่อคู่ปรับเก่า โจนาธาน ดิ เบลลา ในศึก ONE Fight Night 36 ศึก ONE Fight Night 36 ที่สนามมวยเวทีลุมพินี เมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 4 ต.ค. ที่ผ่านมา คู่เอกของรายการเป็นการพบกันระหว่าง พระจันทร์ฉาย พีเค.แสนชัย แชมป์โลก ONE มวยไทย และคิกบ็อกซิ่ง รุ่นสตรอว์เวต เปิดศึกชิงรวบเข็มขัดกับ โจนาธาน ดิ เบลลา แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นสตรอว์เวต เฉพาะกาล ตัวแทนอิตาลี-แคนาดา โดยผู้ชนะจะได้ขึ้นแท่นเป็นราชันเพียงหนึ่งของรุ่นนี้ เปิดฉากยกแรก ดิ เบลลา เดินหน้าแจกอาวุธไม่พัก ทำให้ พระจันทร์ฉาย ตั้งตัวแทบไม่ติด ซึ่งหลังจากเกมการชกผ่านไป ดิ เบลลา ยิ่งสู้ยิ่งมั่นใจ โดยในช่วงยก 3 ได้จังหวะกดหมัดขวาเข้าเต็มหน้า จน พระจันทร์ฉาย ออกอาการแกว่งให้เห็น จากนั้นแชมป์โลกชาวไทยบุกเต็มกำลังหวังพลิกสถานการณ์ แต่สุดท้ายผลไม่เป็นใจ ครบ 5 ยก ดิ เบลลา เป็นฝ่ายถอนแค้นคว้าชัยไปด้วยคะแนนเอกฉันท์ ก้าวขึ้นเป็นราชันคิกบ็อกซิ่ง รุ่นสตรอว์เวต แต่เพียงผู้เดียวอย่างสมศักดิ์ศรี และยังคว้าโบนัส 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.6 ล้านบาท) กลับบ้านด้วย ส่วนนักชกไทยอีก 2 รายที่ขึ้นสังเวียนในรายการนี้ ต่างพลาดท่าปราชัยทั้งคู่ ได้แก่ ก้องธรณี ส.สมหมาย แพ้คะแนน อัสลามจอน ออร์ติคอฟ จากอุซเบกิสถาน และ จ้าวเสือใหญ่ ม.กรุงเทพธนบุรีแพ้คะแนน อาคีฟ กูลูซาดา จากอาเซอร์ไบจาน สรุปผลการแข่งขันทุกคู่ศึก ONE Fight Night 36: พระจันทร์ฉาย vs โจนาธาน II โจนาธาน ดิ เบลลา ชนะคะแนนเอกฉันท์ พระจันทร์ฉาย พีเค.แสนชัย (ชิงแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นสตรอว์เวต 115-125 ป.) ออง ลา เอ็น ซาง ชนะทีเคโอ เซบาซเตียน คาเดสตัม นาทีที่ 2:20 ของยก 2 (การต่อสู้แบบผสมผสาน รุ่นมิดเดิลเวต 185-205 ป.) อัสลามจอน ออร์ติคอฟ ชนะคะแนนเอกฉันท์ ก้องธรณี ส.สมหมาย (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.) มานซัวร์ มาลาชิเอฟ ชนะซับมิชชัน จาร์เร็ด บรูกส์ นาทีที่ 2:09 ของยก 2 (การต่อสู้แบบผสมผสาน รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.) ซานซาร์ ซาคิรอฟ ชนะคะแนนเอกฉันท์ ฮู หยง (การต่อสู้แบบผสมผสาน รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.) อาคีฟ กูลูซาดา ชนะคะแนนเอกฉันท์ จ้าวเสือใหญ่ ม.กรุงเทพธนบุรี (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.) ฟาบริซิโอ แอนเดรย์ ชนะคะแนนเอกฉันท์ เอดูอาร์โด กรานซอตโต (ปล้ำจับล็อก รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป.) เซลีนา ฟลอเรซ ชนะคะแนนเอกฉันท์ มารี แมคมานามอน (มวยไทย รุ่นอะตอมเวต 105-115 ป.) โชโสะ อิโซจิมะ ชนะทีเคโอ นิโคลัส วินญา นาทีที่ 4:19 ของยก 2 (การต่อสู้แบบผสมผสาน รุ่นไลต์เวต 155-170 ป.) ข่าวที่เกี่ยวข้อง ผลมวย ผลมวยไทยประจำวัน ผลมวยไทย เมื่อคืนที่ผ่านมา เช็กผลมวยไทย โปรแกรมศึกจ้าวมวยไทย มวยไทยช่อง 3 พร้อมลิ้งก์ดูมวยสด โปรแกรมมวยช่อง 7 มวยไทย 7 สี ตารางมวยไทย ลิ้งก์ดูมวยสด โปรแกรมมวย วัน ลุมพินี ONE LUMPINEE พร้อมลิ้งก์ดูมวยสด
มวย • 4 ต.ค. 68
อ่าน
ORI ลุ้นแบงก์ปล่อยกู้ กองทุนประกันสินเชื่อช่วย
#ORI #ทันหุ้น – ORI มั่นใจโกยยอดขายครึ่งปีหลัง 2568 โตต่อเนื่อง ลุยเปิดตัวคอนโดใหม่ 6 โครงการ มูลค่า 6,000 ล้านบาท โชว์แบ็กล็อกรอโอน 1.5 หมื่นล้านบาท ลุ้นกองทุนประกันสินเชื่อและมาตรการรวมหนี้ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ เพิ่มโอกาสโอนและยอดขายครึ่งปีหลัง หนุนผลงานทั้งปีตามเป้าแตะ 3 หมื่นล้านบาท โบรกชี้ AP–SPALI โชว์พอร์ตพรีเซลแข็งแกร่ง นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI คาดการณ์ยอดขายช่วงครึ่งหลังของปี 2568 (2H/68) มีแนวโน้มเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากแผนเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ 6 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 6,000 ล้านบาท และ Backlog รอโอนกรรมสิทธิภายในปี 2568 ที่ราว 15,000 ล้านบาท จึงมั่นใจว่าผลการดำเนินงานทั้งปี 2568 จะทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทั้งยอดขายรวม (Presales) ที่ 30,000 ล้านบาท, รายได้รวม (Total Revenue) ที่ 14,000 ล้านบาท และยอดโอนกรรมสิทธิ์ (Transfer Activities) ที่ 22,000 ล้านบาท ขณะเดียวกัน บริษัทปรับกลยุทธ์สร้างฐานลูกค้าที่มีศักยภาพ โดยร่วมมือกับสถาบันการเงินกว่า 10 แห่งให้คำปรึกษาลูกค้าครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายทั้งผู้ประกอบอาชีพอิสระ, พนักงานเงินเดือน, ข้าราชการ, SMEs เพื่อให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ในระยะ 3 - 9 เดือน หนุนศักยภาพการโอนกรรมสิทธิ์โครงการของบริษัทได้อย่างมีนัยสำคัญ*ลุ้นตั้งกองทุนประกันสินเชื่อ พร้อมกันนี้ ได้ฝากถึงรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล เร่งการดำเนินการจัดตั้งประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพิ่มความสามารถเข้าถึงสินเชื่อให้กับประชาชนที่ต้องการที่อยู่อาศัย และมาตรการรวมหนี้ข้ามธนาคาร เนื่องจากทั้ง 2 โครงการมีการศึกษา ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หากสามารถประกาศใช้อย่างเป็นรูปธรรม จะเป็นปัจจัยช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจที่ครอบคลุมทั้งการประกันความเสี่ยงให้กับสถาบันการเงิน สร้างวินัยทางการเงินภาคครัวเรือน รวมถึงเพิ่มสภาพคล่องเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ “กองทุนประกันนี้มีอยู่แล้วในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้ลูกค้าที่ต้องการซื้อบ้านแต่มีเงินกู้ไม่พอสามารถกู้เพิ่มได้ กลไกการทำงานของกองทุนฯ คือการช่วยให้ลูกค้าสามารถ ขอเพิ่มเงินกู้ได้จาก 70% เป็น 90% โดยความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่มีโอกาสจะกลายเป็นหนี้เสีย (NPL) ลูกค้าจะต้องจ่ายค่าเบี้ยประกัน (Insurance Premium) สำหรับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ซึ่งทางบริษัทอสังหาอาจเข้ามาช่วยลูกค้าจ่ายเบี้ย เป็นต้น ส่วนการรวมหนี้ ก็จะช่วยลดภาระอัตราดอกเบี้ยจ่ายลงอย่างมีนัยสำคัญ ภาระดอกเบี้ยลดลง สภาพคล่องทางการเงินก็จะเพิ่มขึ้นสามารถนำไปใช้จ่ายอย่างอื่นได้”*รัฐบาล-แบงก์ถกอัดฉีดสินเชื่อ นายสรพล วีระเมธีกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุ นายกรัฐมนตรีได้หารือร่วมกับสมาคมธนาคารไทย ให้อัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจให้มากกว่าช่วงที่ผ่านมา รวมถึงเร่งแก้ปัญหาหนี้สินทั้งกลุ่ม SMEs โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ยังมีศักยภาพดำเนินธุรกิจต่อไปได้ รวมถึงเร่งแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน ถือเป็นปัจจัยกระตุ้นเชิงจิตวิทยาส่งมายังภาคครัวเรือน คาดหวังกลุ่มธนาคารพาณิชย์จะปรับเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อ โดยเฉพาะสินเชื่อที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน อาทิ สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ซึ่งตลอดระยะ 2-4 ปีที่ผ่านมาอัตราปฏิเสธสินเชื่อเร่งตัวเฉลี่ยแตะ 40% ของยอดเสนอขอสินเชื่อ และหากเจาะเข้าไปในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่ระดับราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท พบว่าอัตราการปฏิเสธสินเชื่อสูงถึง 60% ของยอดเสนอขอสินเชื่อ กดดันยอดขาย ดังนั้นหากธนาคารพาณิชย์ พิจารณาให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการพิจารณาปล่อยสินเชื่อเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น กลุ่มที่มีแนวโน้มได้รับประโยชน์คือกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่มีผลการดำเนินงานดี มีความสามารถในการกระจายพอร์ตโครงการทั้งแนวราบ และคอนโดมิเนียม*AP-SPALI ยอดขายแกร่ง พร้อมกันนี้แนะนำหุ้นที่ยอดขายสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง อาทิ AP ในฐานะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีพอร์ตสินค้าที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้าและช่วงราคา ซึ่งช่วยให้บริษัทสามารถขยายส่วนแบ่งตลาดในครึ่งหลังปี 2568 ต่อเนื่องทั้งปี 2569 นอกจากนี้ AP ยังมีอัตราหนี้สินต่อทุนต่ำเพียง 0.8 เท่า แสดงถึงความแข็งแกร่งของงบดุล อัตราตอบแทนเงินปันผลระดับสูง 7.11% ในปี 2568 ซึ่งจะช่วยป้องกัน Downside Risk ได้อย่างมีประสิทธิภาพจึงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมที่ 9.40 บาท SPALI โครงการคอนโด ใหม่สร้าง Sentiment เชิงบวกต่อยอด Presale คาดว่าผลงานดำเนินงานครึ่งหลังของปี 2568 จะฟื้นตัว แต่ด้วยราคาที่เร่งตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง จึงกนะนำ “ถือ” ขณะที่ ORI ถือเป็นหุ้น Laggard Play ที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนชนะตลาด แนะนำ “ซื้อ” ราคเหมาะสม 2.90 บาท
ทันหุ้น • 24 ก.ย. 68
อ่าน
‘ออมสิน’จัดซอฟต์โลนแสนล. อุ้มเอสเอ็มอี-คนละครึ่งหนุน
#ออมสิน #ทันหุ้น – “ออมสิน” เดินหน้าปล่อยซอฟต์โลนวงเงิน 100,000 ล้านบาท ดอกเบี้ยต่ำช่วยเอสเอ็มอีเสริมสภาพคล่อง ฝ่าวิกฤติสงครามการค้า พร้อมชี้โครงการ “คนละครึ่ง” หนุนการใช้จ่าย-สร้างประวัติทางการเงิน เพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อในระบบ นายวีระชัย อมรถกลสุเวช รองผู้อำนวยการธนาคารออมสินอาวุโส รักษาการผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ทิศทางเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีแรกมีการเติบโตที่ดี แต่ต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายในครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะผลกระทบจาก “สงครามการค้า” ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนผู้ประกอบการเพิ่มสูงขึ้น ธนาคารเน้นย้ำว่า SMEs โดยเฉพาะรายเล็ก ต้องเร่งปรับตัวเพื่อความอยู่รอด พร้อมยืนยันบทบาทในฐานะ Social Bank ที่จะเข้ามาช่วยเติมเงินและให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ ทั้งนี้หากพิจารณาสถานการณ์เศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีแรก จะเห็นว่ามีการเติบโตที่ดี อย่างไรก็ตามในช่วงครึ่งปีหลัง สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปคือการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศขึ้นภาษีนำเข้า การขึ้นภาษีนี้ส่งผลกระทบโดยตรง เนื่องจากสินค้าบางประเภทหรือธุรกิจบางอย่างที่ไม่เคยเสียภาษีมาก่อน ต้องเผชิญกับภาษีที่เพิ่มขึ้น*เร่งช่วยผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาธนาคารได้ดำเนินโครงการสินเชื่อสำคัญหลายโครงการ เช่น สินเชื่อกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ GSB D-Home สร้างบ้านเพื่อคนไทย วงเงิน 10,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2 ปีแรก 3.50% ต่อปี อนุมัติแล้ว 6,000 ล้านบาท โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) GSB Boost Up Plus วงเงิน 100,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2 ปีแรก 2.99% ต่อปี อนุมัติแล้ว 98,700 ล้านบาทรวมถึงมีโครงการใหม่ ทั้ง Soft Loan เพื่อให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบกิจการใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ วงเงินกู้สูงสุด 20 ล้านบาทต่อราย และโครงการสินเชื่อเสริมสภาพคล่องประมง ระยะ 3 วงเงินโครงการ 2,000 ล้านบาท วงเงินกู้สูงสุด 10 ล้านบาทต่อราย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้ประกอบการประมงและสนับสนุนนโยบายรัฐในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างยั่งยืนล่าสุด เตรียมออก Soft Loan เพิ่มเติม วงเงินโครงการ 100,000 ล้านบาท โดยธนาคารออมสินคิดอัตราดอกเบี้ยเพียง 0.01% ต่อปี ให้สถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการนำไปปล่อยต่อให้กับผู้ประกอบการ SMEs ในอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 3.50% ต่อปี ใน 2 ปีแรก เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องและพัฒนาศักยภาพธุรกิจไทยให้เข้าถึงแหล่งทุนในระบบได้ต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ในเร็วๆ นี้*กำไรครึ่งปี 6 พันล. นายวีระชัย กล่าวต่อว่า ธนาคารออมสิน มีผลประกอบการในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ สามารถทำกำไรได้ กว่า 6 พันล้านบาท ซึ่งถือเป็นผลประกอบการที่น่าพอใจ โดยคาดการณ์ว่ากำไรสิ้นปีจะสามารถเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ อย่างไรก็ตามธนาคารไม่ได้ให้ความสำคัญกับการทำกำไรที่สูงมากนัก เนื่องจากเป็นธนาคารที่มีภารกิจเพื่อสังคม โดยมุ่งนำกำไรที่ได้มาสนับสนุนและช่วยเหลือสังคมให้มากขึ้น ขณะที่ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยไปหลายครั้ง ซึ่งส่งผลให้ธนาคารต่างๆ รวมถึงธนาคารแห่งนี้ต้องปรับลดดอกเบี้ยลงอย่างพร้อมเพรียงและรุนแรง การปรับลดอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของธนาคารโดยตรง แต่ถึงกระนั้น ธนาคารยังคงสามารถรักษาผลกำไรในระดับที่น่าพอใจได้ โดยคาดว่าระดับกำไรอาจจะใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า แต่อาจจะไม่เท่าเดิม*“คนละครึ่ง” หนุน ในส่วนของโครงการ “คนละครึ่ง” ของภาครัฐบาลที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ มองว่ามีข้อดีในการกระตุ้นการใช้จ่ายและเพิ่มการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากผู้ประกอบการมีการทำธุรกรรมการโอนเงินผ่านแพลตฟอร์มของธนาคาร อย่างเช่นแอปพลิเคชัน “MyMo” จะเป็นประโยชน์อย่างมาก เนื่องจากข้อมูลประวัติการเดินบัญชีสามารถนำไปใช้ประกอบการพิจารณาขอสินเชื่อได้ ซึ่งแตกต่างจากการทำธุรกรรมผ่านโครงการ "คนละครึ่ง" แบบเดิมที่ธนาคารเดิมอาจไม่สามารถนำข้อมูลมาใช้ช่วยเหลือผู้ประกอบการได้มากนัก โดยรวมแล้ว ธนาคารเชื่อว่าโครงการนี้เป็นผลดีต่อพ่อค้าแม่ค้าเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยกระตุ้นให้ประชาชนเกิดการใช้จ่ายและใช้สอยมากขึ้น เป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นของธนาคารในการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากและสังคมโดยรวมอย่างต่อเนื่อง
ทันหุ้น • 16 ก.ย. 68
อ่าน
PITTA P. จาก TAKHLI GANG แรปไฟลุกในเพลงใหม่ "หมอนทอง" จี๊ดจัดจ้าน!
ยังไม่ทันได้หยุดแดนซ์มัน ๆ กับเพลง ตาคลี จาก TAKHLI GANG ก็ได้เวลาของแรปเปอร์ตัวตึงแห่งยุค PITTA P. ที่ขอออกมาวาดลวดลายยั่ว ๆ บด ๆ ผ่านเพลงเดี่ยวเป็นคนแรก ส่ง หมอนทอง เพลงแรปสับ ๆ โชว์สกิลแรปเปอร์ตัวจี๊ดให้ทุกคนได้ร้องซี๊ดกับน้ำเสียงอันจัดจ้าน จังหวะแรปคม ๆ และเนื้อเพลงที่แซ่บถึงใจ ฉ่ำมงทุกบาร์ จนต้องขอขนามนามว่าเป็น หมอนทอง ที่น่าลิ้มลองที่สุดในประเทศไทยในตอนนี้ และเตรียมดันหมอนทองเป็น soft power ให้ดังไกลไปทั่วจักรวาลกันได้เลย PITTA P. ได้ฤกษ์ปล่อยของอย่างเต็มที่ในนามสมาชิกตัวตึงของ TAKHLI GANG เป็นครั้งแรก แรปเปอร์ร่างอวบสายสับผู้มากับความจี๊ดจ๊าดที่ไม่มีใครเหมือน ความดุดันในน้ำเสียงและจังหวะในการแรปของเธอน่าจดจำและฟังสนุกจนต้องลุกขึ้นมาเต้นทุกครั้งที่ได้ยิน พร้อมด้วยคาแรกเตอร์สุดยูนีคที่สะกดทุกสายตาที่ได้เจอ และท่าเต้นสุดครีเอทีฟที่พร้อมเสิร์ฟให้แฟน ๆ ได้เต้นตามกันด้วย รับรองว่าเพลง หมอนทอง จะทำให้ทั้งวันของคุณสดใสอารมณ์ดี เพิ่มความมั่นใจ เพิ่มเอเนอร์จี้บูส ๆ ให้กับตัวคุณเองได้เป็นอย่างดีแน่นอน แค่ หมอนทอง ผลงานเดี่ยวของ PITTA P. สมาชิกคนแรกก็รวบตึงขมวดจึ้งปึ้งเป็นว่าเล่น พร้อมจะเป็นว่าที่เพลงสุดไวรัลของปีไปแล้ว ฝากติดตามผลงานของอีกสองสมาชิกอย่าง LAILA และ COPTER แห่ง TAKHLI GANG กันได้เร็ว ๆ นี้ รับรองว่าเด็ด เผ็ด ไฟลุกไม่แพ้กันแน่นอน ฟังเพลง หมอนทอง ของ PITTA P. ได้แล้ววันนี้บนทุกแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง และชมมิวสิกวิดีโอได้ทาง YouTube: GDH
ข่าวเพลงไทย • 29 ส.ค. 68
อ่าน
"BAM" ร่วม BKA-UOB เดินหน้ากลยุทธ์ 3 มิติ สร้างมูลค่าเพิ่ม
#ทันหุ้น - BAM พลิกทรัพย์ร้าง เป็นทรัพย์สร้างกำไร พร้อมช่วยกลั่นกรองและปรับสภาพหนี้ (Buffer) เพื่อลดภาระหนี้สถาบันการเงิน ร่วมจับมือ "BKA" ผู้นำธุรกิจบ้านมือสองตกแต่งใหม่ พร้อมทั้งสถาบันการเงิน "UOB" ในการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้แก่พันธมิตรที่เข้าร่วมโครงการ ชี้การร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเพิ่มความสำเร็จในกลยุทธ์หลักของ BAM ในการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืนวันนี้ (7 ส.ค. 68) บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (BAM) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางธุรกิจ (MOU) กับ บริษัท บางกอก แอสเซท อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (BKA) และ ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) (UOB) เพื่อพลิกทรัพย์ร้างเป็นทรัพย์สร้างกำไรดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM กล่าวว่า BAM ในฐานะที่เป็นผู้บริหารสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในตลาดได้ขยายความร่วมมือในการพัฒนาและบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ให้เกิดมูลค่าเพิ่ม และเพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้แก่พันธมิตรที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งเกิดขึ้นจากเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาและยกระดับศักยภาพของทรัพย์ที่ BAM ถือครอง เพื่อพลิกทรัพย์ร้าง เป็นทรัพย์สร้างกำไร ให้สามารถกลับเข้าสู่ตลาดในรูปแบบที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ซื้อจริง โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดระดับกลางถึงบน สำหรับ BKA ในฐานะ Developer จะเข้ามาบริหารและพัฒนาทรัพย์ให้มีศักยภาพสูงขึ้น โดยเน้นกลุ่มบ้านเดี่ยวระดับราคา 5 ล้านบาท ขึ้นไป ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการในตลาดเมืองขยายและเขตชานเมือง โดยคาดว่าเป้าที่จะจัดทำร่วมกับ BKA ภายในสิ้นปีนี้จะอยู่ที่ประมาณกว่า 100 ล้านบาท ขณะเดียวกัน BAM ยังมีหน้าที่ในการช่วยกลั่นกรองและปรับสภาพหนี้ (Buffer) ของลูกหนี้ เพื่อเป็นการลดภาะหนี้ของสถาบันการเงิน และจะช่วยให้สถาบันการเงินสามารถปล่อยสินเชื่อออกมาได้มากขึ้น ซึ่ง UOB จะเข้ามาเป็นพันธมิตรทางการเงินที่พร้อมสนับสนุนโครงการอย่างเป็นรูปธรรมสำหรับความร่วมมือครั้งนี้ ไม่จำกัดเฉพาะ BKA เท่านั้น แต่ BAM พร้อมเปิดประตูให้กับพันธมิตรภาคเอกชนรายอื่นๆ ที่ลงนาม MOU กับ BAM เข้าร่วมโครงการ โดย UOB จะพิจารณาการสนับสนุนทางการเงินแบบ case by case ตามความเหมาะสมของแต่ละดีล “นี่คือก้าวสำคัญในการ Re-Activate ทรัพย์ที่หลับใหล ให้กลายเป็นโอกาสที่จับต้องได้” โดย BAM มุ่งมั่นผลักดันให้ทรัพย์ NPA ไม่ใช่เพียง ‘ภาระ’ แต่กลายเป็น ‘ต้นทุนแห่งโอกาส’ ที่นักลงทุนและผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์สามารถใช้ต่อยอดได้จริง ซึ่งเชื่อมั่นว่าความร่วมมือระหว่าง BAM, BKA และ UOB จะช่วยจุดประกายความเป็นไปได้ให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งโครงการนี้นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของ New Asset Ecosystem ที่เชื่อมโยงผู้ถือทรัพย์ – ผู้พัฒนา – สถาบันการเงิน เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ โดยเปลี่ยนทรัพย์ที่เคยถูกทิ้งร้าง ให้กลับมามีชีวิต สร้างมูลค่า และหมุนเวียนกลับสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพนายพชร ธนวงศ์เกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอก แอสเซท อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BKA ผู้นำบริการซื้อ-ขายบ้านมือสองตกแต่งใหม่ เปิดเผยว่า การจับมือกับ BAM และ UOB ครั้งนี้ ทำให้เกิดโมเดลใหม่ที่ครบวงจร โดย BAM ในฐานะผู้ที่มีทรัพย์ NPA คุณภาพหลากหลาย พร้อมสำหรับการพัฒนา ขณะที่ BKA เป็นผู้ให้บริการโดยการนำทรัพย์ NPA มาปรับปรุง-ฟื้นฟู-ต่อยอด-พร้อมอยู่ รวมถึงทำการขายอย่างครบวงจร ด้าน UOB มีบทบาทในการสนับสนุนด้านสินเชื่อ ส่งผลให้ BKA จะอยู่ระหว่างกลางการเชื่อมต่อ "ทรัพย์-การพัฒนา-การเงิน" เพื่อให้บ้านมือสองกลายเป็น "บ้านพร้อมอยู่" ที่มีศักยภาพสูง และเพิ่มพอร์ตบ้านในมือให้ครอบคลุม และหลากหลายพื้นที่มากขึ้นอีกทั้งยังเป็นการร่วมมือในการสร้างโมเดลใหม่ที่ครบวงจร โดยร่วมกันพัฒนาทรัพย์ที่เคยถูกมองว่า ไม่มีศักยภาพ หรือ ขายยากได้อย่างถูกวิธี ทำให้ทรัพย์รอการขาย สามารถกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้อีกครั้ง ทำให้บ้านมือสองไม่ใช่แค่ทางเลือกสำรอง แต่คือโอกาสใหม่ของตลาด และด้วยจุดแข็งของ BKA ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญและ มีประสบการณ์ในการปรับปรุงให้บริการบ้านมือสองแบบครบวงจรมาเป็นระยะเวลากว่า 15 ปี ทำให้เข้าใจตลาดและสามารถปรับรูปแบบให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ พร้อมรับประกันผลงานหลังโอน ทำให้ลูกค้ามั่นใจในคุณภาพและมาตรฐานการทำงานของเรา และด้วยสถานะในการเป็นบริษัทมหาชนที่ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงให้ความมั่นใจได้ว่า BKA เป็นบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือ โปร่งใส และตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน“การผนึกกำลังร่วมกันในครั้งนี้ เปรียบเสมือนการสร้างโมเดลความร่วมมือที่ครบวงจรอย่างแท้จริง จากความแข็งแกร่งของ BAM ในฐานะผู้ที่มีทรัพย์ NPA คุณภาพหลากหลายรอการพัฒนา UOB ทีมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนสินเชื่ออย่างครบวงจร และ BKA ของเราทำหน้าที่เป็น "แกนกลาง" ในการเชื่อมต่อ “ทรัพย์ – การพัฒนา – การเงิน” เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ และคาดหวังว่าในอนาคตเราจะสามารถขยายพอร์ตได้เพิ่มสูงขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ”นายยุทธชัย เตยะราชกุล กรรมการผู้จัดการ บุคคลธนกิจ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าว “บ้านในทำเลดี คุณภาพได้ ราคาไม่ไกลเกินฝัน คือสิ่งที่ผู้บริโภคมองหาในยุคนี้ ความร่วมมือครั้งนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์นั้นอย่างเป็นรูปธรรม บ้านมือสองที่ผ่านการรีโนเวทโดยมืออาชีพภายใต้มาตรฐานที่ธนาคารเชื่อมั่น ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น พร้อมความมั่นใจในคุณภาพของบ้านที่พร้อมอยู่อาศัยจริง ยูโอบีออกแบบข้อเสนอสินเชื่อพิเศษ ด้วยอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 ปี และฟรีค่าประเมินหลักประกัน เพื่อให้ลูกค้ามีภาระผ่อนที่คาดการณ์ได้ และสามารถตัดสินใจเป็นเจ้าของบ้านได้ในเวลาที่ใช่ เราเชื่อว่าการปลดล็อกศักยภาพของบ้านมือสอง คืออีกหนึ่งคำตอบสำคัญของตลาดที่อยู่อาศัยในวันนี้”
ทันหุ้น • 7 ส.ค. 68
อ่าน
"คลัง"ผุด 3มาตรการอุ้มSMEรับมือ"ภาษีสหรัฐ"
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวในงานสัมนา Thailand SMART SME 2025 “SmartSolutions Sustainable Growth” จัดโดยโพสต์ทูเดย์ ว่า เอสเอ็มอีในปัจจุบันถือว่ามีจำนวนมาก แต่โอกาสสำเร็จ ก้าวข้ามไปสู่ธุรกิจขนาดใหญ่นั้นมีน้อยเกินไป และสิ่งที่มากเกินไป คือ การล้มหายตามจาก และการเกิดใหม่ มองว่าเป็นวัฏจักรยอมรับว่า วันนี้ การแข่งขันธุรกิจขนาดกลางเหลือน้อยลงทุกที ซ้ำเติมด้วยการค้าที่ไม่มีกติกา สำหรับการเจรจา เส้นตาย 1 ส.ค.นี้ ซึ่งตนเป็นส่วนร่วมในการเจรจา มองว่า หากระยะเวลาในการเจรจายังไม่จบอย่าเพิ่งถอดใจ ไม่อยากให้เปรียบเทียบว่าประเทศนี้เสร็จแล้ว แต่ไทยยังไม่เสร็จส่วนทีมไทยแลนด์ เราใช้เวลาถึง 1 ส.ค.นี้ ให้เต็มที่ ยังไม่อยากให้พูดว่าเราได้ประโยชน์อย่างไร อยากให้รักษาผลประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ยอมรับว่า ฝ่ายเจรรจาเป็นประเทศมหาอำนาจ ประเทศในโลกนี้เสียเปรียบทั้งหมดแต่สิ่งที่ไทยทำอยู่ตอนนี้ อยากให้ Win-Win และหากทำได้โดยน้อยที่สุด คือ เสียเปรียบน้อยที่สุด อยากให้ความมั่นใจว่า รัฐบาลเจรจาต่อเนื่อง และวานนี้ ได้ส่งข้อเสนอใหม่ไป เพื่อให้เราได้ดีลที่สุด ทั้งนี้ หากประเมิน คาดว่า เราจะได้รับอัตราภาษีที่เทียบเคียงกับภูมิภาค อย่างไรก็ตาม ต้องกลับมาทำการบ้านในประเทศเราเยอะ โดยการเปิดตลาดให้กับสหรัฐนั้น สหรัฐฯ อาจมาถล่มเราได้บางกลุ่ม เช่น การส่งออก จะส่งออกยากขึ้น ด้วยต้นทุนที่สูงขึ้น แต่หากสัดส่วนใกล้เคียงประเทศคู่ค้า ถือว่าอยู่ในระดับที่แข่งขัน ด้านเอสเอ็มอี หากโดนผลกระทบ รัฐบาลก็เตรียมมาตรการเยียวยาสำหรับการช่วยเหลือเอสเอ็มอีนั้น เรามี 3 ช่องทาง ได้แก่ 1. งบกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่เตรียมไว้ 2 หมื่นล้าน และจากงบประมาณปี 69 ตั้งแต่ 1 ต.ค. ยังมีงบประมาณที่จะเข้ามาอีก 25,000 ล้านบาท ยืนยันว่า เรามีงบประมาณแน่นอน นอกจากนี้ ยังมีเอสเอ็มอีแบงก์ที่พร้อมจะเสี่ยงไปกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทุกคน โดยบทบาทจะปรับเปลี่ยนเป็นเชิงรุกมากขึ้น2.ยังมีซอฟต์โลนจากออมสินอีก 200,000 ล้านบาท สามารถเริ่มดำเนินการได้แล้ว ผู้ประกอบการสามารถไปติดต่อสถาบันการเงินได้เลยทั้งนี้ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) พร้อมที่จะเข้าไปค้ำประกันสินเชื่อ ผ่าน PGS11 วงเงินกว่า 50,000 ล้านบาท
TNN ช่อง16 • 25 ก.ค. 68
อ่าน
เงินบาทเช้านี้ 25 กรกฎาคม 2568 อ่อนค่าลงเล็กน้อย เปิดตลาดที่ 32.28 บาท/ดอลลาร์
เงินดอลลาร์แข็งค่า กดดันเงินบาทอ่อนนายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน จาก Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ (24 ก.ค.) ที่ระดับ 32.28 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดวันก่อนหน้า ซึ่งอยู่ที่ 32.26 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทยังเคลื่อนไหวแบบไร้ทิศทางชัดเจน (Sideways) ในกรอบ 32.21–32.33 บาทต่อดอลลาร์ คาดว่ากรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า จะอยู่ในช่วง 32.15 - 32.35 บาทต่อดอลลาร์ เงินดอลลาร์แข็งค่าต่อเนื่อง หนุนจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ฟื้นตัวการเคลื่อนไหวของเงินบาทยังเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าบ้าง เนื่องจากเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ตามรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาด โดยเฉพาะดัชนีภาคบริการ (PMI) เดือนกรกฎาคมที่เพิ่มขึ้นแตะระดับ 55.2 จุด และยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่ต่ำกว่าคาดการณ์ อย่างไรก็ตาม การแข็งค่าของเงินดอลลาร์เริ่มชะลอลงบ้าง หลังธนาคารกลางยุโรป (ECB) คงดอกเบี้ยไว้ที่ 2.00% และส่งสัญญาณไม่เร่งลดดอกเบี้ยตลาดการเงินโลกผันผวน นักลงทุนรอความชัดเจนนโยบายการค้าสหรัฐฯในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดัชนี SP500 ปรับขึ้นเล็กน้อย +0.07% หลังได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการของหุ้นเทคโนโลยีรายใหญ่ เช่น Alphabet และ Nvidia ขณะที่ Tesla ปรับตัวลงแรงถึง -8.2% จากผลประกอบการที่น่าผิดหวัง ตลาดหุ้นยุโรปยังได้แรงหนุนจากดัชนี PMI ที่ดีกว่าคาด แต่แรงซื้อเริ่มชะลอจากสัญญาณความไม่แน่นอนด้านนโยบายดอกเบี้ยของ ECBในตลาดพันธบัตร บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังคงผันผวนแถวระดับ 4.40% สะท้อนการรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ และความไม่แน่นอนของท่าทีรัฐบาลต่อเฟด รวมถึงนโยบายการค้า โดยมีการคาดว่าอาจเห็นความเคลื่อนไหวชัดเจนขึ้นในช่วงต้นเดือนสิงหาคม หลังการรายงานข้อมูลตลาดแรงงานและตัวเลข GDP สหรัฐฯ ราคาทองคำฟื้นเล็กน้อย นักลงทุนรอจังหวะซื้อในแนวรับแม้ราคาทองคำเผชิญแรงกดดันจากค่าเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ที่ปรับขึ้น แต่ก็ยังพอได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อ Buy on Dip บริเวณแนวรับที่ 3,350 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่งผลให้ราคาทองคำรีบาวด์ขึ้นสู่โซน 3,370 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ ราคาทองคำยังอยู่ในแนวโน้มแกว่งตัว Sidewaysปัจจัยในประเทศ: ความขัดแย้งชายแดน-การเมืองไทย ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงแม้สถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนเพียงเล็กน้อย แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ส่วนความไม่แน่นอนของการเมืองไทยก็ยังคงกดดันตลาดในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ระดับ Valuation ที่น่าสนใจของหุ้นไทย และความหวังในความคืบหน้าเรื่องการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ยังอาจหนุนให้นักลงทุนต่างชาติทยอยกลับเข้าซื้อได้แนวโน้มเงินบาท: ยังเสี่ยงอ่อนค่าต่อ หากทะลุแนวต้าน 32.50 บาท/ดอลลาร์ในระยะสั้น Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินว่า เงินบาทยังมีความเสี่ยงอ่อนค่าต่อ หากเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดีต่อเนื่อง และหากเงินบาททะลุแนวต้านที่ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ อาจยืนยันแนวโน้มอ่อนค่าอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม หากราคาทองคำปรับตัวขึ้น อาจช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทได้บางส่วน
TNN ช่อง16 • 25 ก.ค. 68
อ่าน
"ออมสิน" รื้อใหญ่ระบบไอทีรับ"ดิจิทัลแบงก์"
นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการ ธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารได้เตรียมปรับโครงสร้างพื้นฐานระบบไอทีครั้งใหญ่ เพื่อสนับสนุนภารกิจการเป็นธนาคารเพื่อสังคม รวมถึงแข่งขันกับธนาคารพาณิชย์ใหม่ หรือแม้แต่การเกิดเวอร์ชวล แบงก์ หรือธนาคารไร้สาขา โดยจะได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลและเอไอ มาใช้ดำเนินการต่อไปสำหรับระบบไอทีปัจจุบันของธนาคารออมสินใช้มานาน แม้บางส่วนมีการปรับปรุงแก้ไข แต่เป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น เช่น เมื่อมีระบบใดระบบหนึ่งเสีย เราไม่รู้ว่ามันเสียตรงไหนเนื่องจากแต่ละระบบมีผู้ดูแลของระบบนั้น ๆ ทำให้การแก้ไขปัญหา จำเป็นต้องปิดระบบแล้วรีบูตใหม่ ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ธนาคารออมสิน จะมีการวางระบบใหม่ทั้งหมด รวมทั้งจะยกเครื่องระบบมายโม ทั้งหมดด้วย โดยจะพัฒนาระบบที่ออมสินเป็นเจ้าของเองด้วยทั้งนี้เป้าหมายคือการวางรากฐานใหม่ พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันใหม่ทั้งหมด ในด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และเอไอ ว่าจะต้องปรับตรงไหนต้องทำอะไรบ้างเพื่อมุ่งสู่ ดิจิทัลแบงกิ้ง อย่างแท้จริง เพราะหากระบบไอทีของธนาคารสมบูรณ์แข็งแรง จะเป็นการปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล แบงก์ อย่างเต็มรูปแบบ โดยธนาคารออมสินไม่จำเป็นต้องขอใบอนุญาตทำเวอร์ชวล แบงก์ หากเราพัฒนาระบบดังกล่าวให้แข็งแรง เชื่อว่าเราสามารถแข่งขันกับธนาคารพาณิชย์ได้ยกตัวอย่าง ธนาคารในยุโรป ที่แข่งขันกับเวอร์ชวล แบงก์ได้ จนกระทั่ง เวอร์ชวล แบงก์ในยุโรปเหลือไม่กี่ราย เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ในยุโรปมีการปรับตัว และธนาคารที่ปรับตัวไม่ได้ก็ถูกกลืนหายไป.
TNN ช่อง16 • 21 ก.ค. 68
ดูเพิ่มเติม