TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “รีแอ็คชั่น ต่างชาติ ดูag dew” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ดู
อเมริกัน เมด
ทรูวิชั่นส์ • 2 วันที่แล้ว
อ่าน
ซามารา วีฟวิ่ง คัมแบ็กบทเจ้าสาวเลือดสาดในภาคต่อสุดคลั่ง "Ready or Not: Here I Come"
หลังจากทิ้งภาพจำสุดสะพรึงไว้ตอนจบของReady or Notเมื่อปี2019นักแสดงมากฝีมือSamara Weavingก็หวนสู่ชุดเจ้าสาวโชกเลือดอีกครั้ง ในบทGraceผู้เอาชีวิตรอดจากเกมสุดเดือดในภาคแรก พร้อมพาทุกคนก้าวสู่เกมลุ้นตายครั้งใหม่ที่ยกระดับความคลั่งแบบคูณสอง ในReady or Not: Here I Comeเกมพร้อมตาย2ภาพยนตร์สุดระทึกตลกร้ายที่ทั้งลุ้นระทึกทั้งฮา ภาคต่อของที่สุดแห่งเกมเอาชีวิตรอดที่เคยสร้างปรากการณ์มาแล้วทั่วโลก26มีนาคมนี้ เตรียมลุ้นตายไปกับเธอ...และน้องสาวของเธอ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ สำหรับแฟนภาพยนตร์Ready or Notคงไม่มีใครปฏิเสธว่าการแสดงของSamara Weavingนักแสดงสาวมากฝีมือ คือหัวใจสำคัญของแฟรนไชส์ ที่ไม่เพียงทำให้ผู้ชมลุ้นระทึกไปกับการเอาชีวิตรอดของเธอ แต่ยังส่งให้ตัวละคร Graceกลายเป็นคาแรกเตอร์Cult Iconที่แฟนภาพยนตร์ทั่วโลกหลงรัก และการกลับมาของเธอในชุดเจ้าสาวเลือดสาด ในภาคต่อที่ทุกคนรอคอยReady or Not: Here I Comeเกมพร้อมตาย2ก็ทำให้แฟนหนังต่างคาดการณ์ว่าเธอจะยังคงเป็นแกนหลักทางอารมณ์ของเรื่องที่ยกระดับความเข้มข้นของเรื่องราวให้พีคขึ้นกว่าเดิมนักแสดงสาวเผยว่า ด้วยความผูกพันธ์กับทีมงาน และกระแสตอบรับจากภาคแรกที่แรงเกินคาด โดยเฉพาะการที่ ตัวละครGraceกลายเป็นภาพจำในวัฒนธรรมป๊อป ที่แฟน ๆ จำนวนมากเลือกที่จะแต่งตัวเป็นเจ้าสาวเลือดสาดในเทศกาลฮาโลวีน ทำให้เธอตอบตกลงกลับมาสวมชุดเจ้าสาวอีกครั้งทันที โดยไม่ต้องคิดนานมันมหัศจรรย์มากที่ผู้ชมรักหนังเรื่องนี้มากเท่ากับที่เรารักตอนสร้างมันออกมา และฉันก็มีช่วงเวลาที่ดีมากกับผู้กำกับMattและTylerรวมถึงทีมงานทั้งหมด พอพวกเขาถามว่าอยากทำภาคสองไหม คำตอบคือได้เลยทันทีเธอกล่าว และด้วยความที่เรื่องราวในภาคใหม่นี้ต่อเนื่องจากช่วงเวลาสุดท้ายของภาคแรกแบบแทบจะทันที ทำให้การกลับมาครั้งนี้ให้ความรู้สึกเหมือนเราไม่เคยออกจากโลกของGraceไปเลย ขณะที่ตัวละครของเธอยังคงถูกออกแบบให้เป็นมนุษย์ธรรมดา ไม่ใช่ฮีโร่ที่ไร้เทียมทาน แต่เป็นคนที่เอาชีวิตรอดด้วยสัญชาตญาณและความไม่ยอมแพ้ โดยผู้กำกับMatt Bettinelli-Olpinอธิบายว่าGraceมีข้อบกพร่อง เธอไม่สมบูรณ์แบบ และเธอมีความลับ แต่Samaraทำให้ผู้ชมยังคงอยู่ข้างเธอได้เสมอ แม้ในวันที่เธอทำพลาดนั่นจึงเป็นเสน่ห์สำคัญที่ทำให้Graceแตกต่างจากตัวละครสายแอ็กชันทั่วไป เธอไม่ได้เอาชนะด้วยความเก่งเหนือมนุษย์ แต่เอาชนะด้วยความเป็นมนุษย์ล้วน ๆ นอกจากนี้Ready or Not: Here I Comeเกมพร้อมตาย2ยังเพิ่มความเข้มข้นด้วยการแสดงของKathryn Newtonที่เข้าร่วมแฟรนไชส์ในบทFaithน้องสาวต่างแม่ที่ห่างเหินของGraceซึ่งทำให้ภาคนี้กลายเป็นเรื่องราวที่ขับเคลื่อนด้วยตัวละครหลักสองคน บนพื้นฐานของอดีตที่ยังไม่คลี่คลาย ความคับข้องใจ และการพึ่งพากันอย่างไม่เต็มใจ โดยผู้กำกับTyler Gillettเผยว่า การจับคู่NewtonกับWeavingทำให้เส้นอารมณ์ของเรื่องคมชัดขึ้นทันทีพอSamaraกับKathrynมาอยู่ด้วยกัน ความขัดแย้งก็เกิดขึ้นทันที เพราะทั้งคู่แข็งแกร่ง และมีวิธีเอาตัวรอดที่ไม่ตรงกันและความไม่ลงรอยนั้นเองกลายเป็นแรงขับของเรื่องหัวใจที่แท้จริงของภาพยนตร์เรื่องนี้ คือการได้เห็นทั้งสองกลับมาเป็นทีมเดียวกันอีกครั้ง Gillettกล่าว ด้านKathryn Newtonอธิบายถึงตัวละครของเธอผ่านความสัมพันธ์กับGraceว่าFaith MacCaullayคือน้องสาวของGraceและฉันก็เป็นเหมือนภาพสะท้อนของเธอ ฉันเปิดเผยให้เห็นว่าเธอเป็นใครกันแน่ ฉันคือด้านมืด หรือเงาของเธอ ที่เธอไม่อาจสลัดทิ้งได้ ส่วนตัวเธอเองก็ประทับใจกับบทบาทนี้ไม่น้อย และยังติดตามกระแสการเปิดตัวภาพยนตร์ทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทย ล่าสุดได้แชร์IG Storyของแจน - พลอยชมพู ศุภทรัพย์นักแสดงชาวไทย ซึ่งโพสต์ภาพงานThailand Gala Premiereที่แจนมาในฐานะตัวแทนของFaithตัวละครของเธอ และซาบีน่า ไมซิงเกอร์ในฐานะตัวแทนของGraceโดยKathrynยังแท็กSamara Weavingอย่างตื่นเต้นด้วยทั้งนี้Ready or Not: Here I Comeเกมพร้อมตาย2นับเป็นภาพยนตร์ดาร์คคอเมดี้ที่ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลาม หลังจากเข้าฉายในอเมริกาและบางประเทศไปแล้วก่อนหน้านี้โดยยังคงได้ใจนักวิจารณ์และผู้ชมด้วยสกอลที่น่าพอใจในRotten TomatoesทำคะแนนTomatometerของฝั่งนักวิจารณ์ที่75%และคะแนนPopcornmeterฝั่งผู้ชมทั่วไปสูงถึง90% (ข้อมูล ณ วันที่24มีนาคม2569)นอกจากนี้บรรดาสื่อมวลชนและนักวิจารณ์ไทยที่ได้รับชมรอบสื่อมวลชนแล้วยังการันตีว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาคต่อที่สมบูรณ์แบบ ทั้งบู๊กว่า ตลกกว่า โชกเลือดกว่า อัปเลเวลความโหดเลือดสาดจากภาคแรกอย่างถึงใจ แถมฉากแอ็กชันที่มาพร้อมกับเสียงหัวเราะก็ให้ความรู้สึกที่ดีมาก ๆ ในโรงภาพยนตร์ และแน่นอนว่าSamara WeavingในบทGraceเจ้าสาวเลือดสาย ยังคงจัดเต็มใส่สุดพลังการแสดง ด้วยความ แกร่งกว่าเดิม เรียกว่ายกระดับจากภาคแรกให้สนุกและน่าสนใจขึ้นในแบบที่คนดูยังฮาและลุ้นตามได้และเพื่อยืนยันขั้นกว่าของภาคนี้ นักแสดงสาวฝากบอกว่าคุณจะได้เห็นเลือดมากขึ้น ความคลั่งมากขึ้น เป็นการรวมทุกสิ่งที่คุณรักจากภาคแรก แต่เข้มข้นกว่าเดิมเธอเผย ก่อนทิ้งท้ายพร้อมรอยยิ้มว่าและมีบาซูก้าโผล่มาในช่วงหนึ่งด้วย เตรียมพบการกลับมาทวงคืนตำแหน่งเจ้าสาวที่แกร่งที่สุดในโลกภาพยนตร์ของGraceภายใต้การแสดงของSamara Weavingในเกมล่าชีวิตครั้งใหม่ที่เดิมพันด้วยอานาจยิ่งใหญ่ และความตายReady or Not: Here I Comeเกมพร้อมตาย2เข้าฉาย26มีนาคม ในโรงภาพยนตร์ ไม่อยากพลาดความมันสุดระทึก ซื้อตั๋วล่วงหน้าได้แล้ววันนี้ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 25 มี.ค. 69
ดู
ตี๋เหรินเจี๋ย ผจญกับดักเทพมังกร
ทรูวิชั่นส์ • 18 มี.ค. 69
อ่าน
"WayV" โอบล้อมทุกความประทับใจจนไร้ทางออก ในคอนเสิร์ตใหญ่ที่ประเทศไทย
WayV (เวย์วี) โอบล้อมทุกความประทับใจจน ไร้ทางออก ด้วยทัวร์คอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งที่สองในประเทศไทย 2025 WayV Concert Tour [NO Way OUT] in BANGKOK (ทูเธาซันด์ทเวนตี้ไฟว์ เวย์วี คอนเสิร์ต ทัวร์ [โน เวย์ เอาต์] อิน แบงค็อก) เมื่อวันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม 2025 เวลา 18:00 น. ณ ไบเทค ไลฟ์ การแสดงครั้งนี้มุ่งนำเสนอเสน่ห์เฉพาะตัวและแนวดนตรีอันโดดเด่นของWayV (เวย์วี) ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ผ่านงานภาพและการกำกับที่เพิ่มทั้งมิติ และความดรามาติก รวมถึงวีซีอาร์ที่เล่าเรื่องราวของ WayV (เวย์วี) และ WayZenNi (เวย์เจินนี : ชื่อแฟนคลับอย่างเป็นทางการ) ผู้ที่จะอยู่เคียงข้างกันตลอดไปแบบ ไร้ทางออก ผสานเข้ากับเวทีอันหลากหลายที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยยกระดับอารมณ์ร่วมของผู้ชมไปสู่ขีดสุด บรรยากาศเริ่มเดือดตั้งแต่ฉากเปิดคอนเสิร์ตสุดลุ้นระทึกกับภาพเปลวเพลิงลุกท่วมเวทีพร้อมการปรากฏตัวอันร้อนแรงของWayV (เวย์วี) ในเพลงแรก Bad Alive ก่อนเร่งเครื่องออกตัวใน Take Off และ She A Wolf จากนั้นพาแฟน ๆ อินยิ่งขึ้นกับเพลงที่ทุกคนรอคอย ไม่ว่าจะเป็น Try My Luck กับ Bounce Back ที่อัดแน่นด้วยพลัง, 月之迷 (Nectar) เวอร์ชันแทงโก้ที่เสริมเสน่ห์เย้ายวนของเพลงให้เข้มข้นขึ้น, Unbreakable (執迷) ที่สะกดสายตาทั้งฮอลล์ด้วยโซโล่แดนซ์เบรกของสมาชิก, Say It (真实谎言) ที่ผสานบรรยากาศอันชวนฝันของเพลงเข้ากับท่าเต้นได้อย่างลงตัว, Filthy Rich ที่พาดื่มด่ำกับบรรยากาศบาร์สุดเท่ ไปจนถึงเพลงช้าอย่าง 梦尽 (All For Love) และ On My Youth (English Ver.) เวอร์ชันเรียบเรียงแบบบัลลาด ที่สร้างความประทับใจอย่างลึกซึ้งด้วยเสียงร้องประสานอันไพเราะของ WayV (เวย์วี) บวกกับโปรดักชันเวทียกหมุน 360 องศา ถ่ายทอดออกมาเป็นช่วงเวลาที่งดงามเกินคำบรรยายใด ไม่เพียงเท่านี้WayV (เวย์วี) ยังเซอร์ไพรส์สร้างช่วงเวลาดี ๆ ด้วยการเดินลงจากเวทีมาทักทายผู้ชมอย่างใกล้ชิดในเพลง INVINCIBLE (极限) และ Good Time พร้อมระเบิดความมั่นใจจนเวทีสั่นสะเทือนในเพลงไตเติล BIG BANDS (Korean Version) จากมินิอัลบั้มชุดที่ 7 ซึ่งปล่อยเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา กับเวทีสุดอลังการ ร่วมด้วยซาวนด์วงดนตรีสุดยิ่งใหญ่และฉากลำโพงหลายชั้นที่เรียงซ้อนกันบนเวที แล้วจึงเสิร์ฟเพลงอื่น ๆ ในอัลบั้มให้ชมกันเป็นครั้งแรก ได้แก่ WOAH (燃点), Sad Eyes (泪眼) และ Your Song (你的歌) ปิดท้ายด้วยช่วงอังกอร์ที่ส่งสัญญาณแห่งความหวังอย่างเต็มเปี่ยมผ่านเพลง Moonlight (新月) และ 梦想发射计划 (Dream Launch) ค่ำคืนนี้ยิ่งพิเศษขึ้นด้วยแฟนโปรเจกต์จากWayZenNi (เวย์เจินนี) ชาวไทย ไม่ว่าจะเป็นแบนเนอร์ เรารู้สึกได้ว่าความรักของ WayV และ WayZenNi ไม่มีทางออก, การแปรกล่องไฟเป็นข้อความ WE ♾️ V, ที่คาดผมรูป WayV เวอร์ชันตุ๊กตา ไปจนถึงป้าย WayV เป็นดั่งแสงจันทร์ส่องสว่างที่พวกเราเฝ้ามองอยู่ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดช่วงเวลากว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง กับ 25 บทเพลง ล้วนประกอบขึ้นเป็นไฮไลต์ของความทรงจำและความรัก ที่โอบล้อมทั้ง WayV (เวย์วี) และ WayZenNi (เวย์เจินนี) เข้าไว้ด้วยกันแบบแน่นแฟ้นจน ไร้ทางออก อย่างแท้จริง
ศิลปินเอเชีย • 7 วันที่แล้ว
อ่าน
สหรัฐฯ สะเทือน! Gen Z แห่หลงรักจีน ประชดทุนนิยม สัญญาณอันตรายโลกใหม่?
#GenZ #ทันหุ้น - ข้อมูลจาก business insider ได้รายงานว่า คนรุ่นใหม่ที่อายุน้อยที่สุดในตลาดแรงงานของสหรัฐฯ กำลังแสดงความสนใจที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในด้านต่าง ๆ ของวัฒนธรรมและนโยบายเศรษฐกิจของจีน อะแมนดา เยน (Amanda Yen) จาก Business Insider รายงานความหลงใหลครั้งใหม่นี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ แต่มันเกิดขึ้นในขณะที่คนหนุ่มสาวบางส่วนเริ่ม "เอือมระอาต่อสภาวะของระบบทุนนิยม" รวมถึงโอกาสต่าง ๆ ที่ระบบนี้มอบให้ (หรือการขาดแคลนโอกาสที่ควรจะมี)จุดโฟกัสบางส่วนนั้นเป็นเรื่องทางวัฒนธรรมมากกว่าเศรษฐกิจ เทรนด์ยอดนิยมบน TikTok อย่างหนึ่งมีคำบรรยายภาพที่ว่า "คุณได้พบกับฉันในช่วงเวลาที่ 'จีน' มาก ๆ ในชีวิตของฉัน" (You met me at a very Chinese time in my life) โดยผู้ใช้งานได้อวดการปฏิบัติทางวัฒนธรรมจีนที่หลากหลาย(วลีดังกล่าวเป็นการล้อเลียนประโยคสุดท้ายอันโด่งดังจากภาพยนตร์ปี 1999 เรื่อง "Fight Club" ซึ่งโดยเนื้อหาแล้ว เป็นเรื่องเกี่ยวกับการกบฏต่อสังคมสมัยใหม่)แน่นอนว่าจีนเองก็มีปัญหาที่ฉกรรจ์ไม่แพ้กัน ตั้งแต่การละเมิดสิทธิมนุษยชนไปจนถึงวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ที่ยังไม่สิ้นสุด แม้แต่เยาวชนของจีนเองก็กำลังดิ้นรนเพื่อหางานทำและเลือกที่จะ "ละทิ้งระบบเศรษฐกิจ" (Quitting on the economy)แต่นั่นก็ไม่ได้หยุดยั้งคนหนุ่มสาว (ในสหรัฐฯ) บางส่วนจากการเลือกคัดกรองแง่มุมต่าง ๆ ของประเทศคู่แข่งทางเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ มานำเสนออย่างตั้งใจความสนใจของ Gen Z ที่มีต่อจีนย่อมสร้างความไม่พอใจให้กับคนบางกลุ่มอย่างแน่นอน แต่แทนที่จะโกรธเคือง มันคุ้มค่าที่จะตั้งคำถามว่าเรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไรตั้งแต่แรก? สิ่งที่พวกเขาสนใจคือ "ประเทศจีน" จริง ๆ หรือเป็นเพียง "ปฏิกิริยาตอบโต้" ต่อระบบที่พวกเขารู้สึกว่าเต็มไปด้วยข้อบกพร่องมหาศาลกันแน่?เมื่อฉันบอกลูกสาววัย 4 ขวบว่าเธอไม่สามารถกินขนมเพิ่มได้ก่อนนอน เธอจะประกาศว่าเราไม่ใช่เพื่อนรักกันอีกต่อไปและเธอก็ชอบแม่ของเธอมากกว่า ฉันไม่ได้โทษลูกสาวหรอก แต่ฉันกลับมาคิดว่าจะเลือกมื้อเย็นให้ดีขึ้นได้อย่างไรในครั้งหน้า(ใช่แล้ว... ในการเปรียบเทียบนี้ ตัวฉันคือระบบทุนนิยมของสหรัฐฯ และภรรยาของฉันคือประเทศจีน ลองคิดตามดูสิ)ซีรีส์ Future of Capitalism ของเราได้เน้นย้ำให้เห็นว่าผู้คน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ กำลังตั้งคำถามกับรากฐานของระบบเศรษฐกิจของเรา และในขณะที่เหล่าผู้นำไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องต้องกันว่าสหรัฐฯ ควรวิวัฒนาการไปอย่างไรเพื่อรักษาตำแหน่งในเศรษฐกิจโลก แต่พวกเขาทั้งหมดต่างยอมรับว่า "การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งจำเป็น"บทความของอะแมนดาได้เน้นย้ำถึงเดิมพันของการถกเถียงครั้งนี้ แรงงานรุ่นใหม่ล่าสุดของอเมริกาที่เพิ่งเริ่มผลิบาน กำลังหลงใหลในประเทศคู่ปรับที่ขมขื่นที่สุด การเพิกเฉยต่อเรื่องนี้โดยสิ้นเชิงดูเหมือนจะเป็นสูตรสำเร็จของหายนะในอนาคตที่มา https://www.businessinsider.com/gen-z-far-east-china-capitalism-2026-3
ทันหุ้น • 20 มี.ค. 69
อ่าน
บ้งได้โล่! "War of the Worlds รีเมคใหม่" โกยรางวัลหนังเห่ยแห่งปี "Razzies 2026"
Razzies 2026 หรือ ราซซี อวอร์ดส์ ครั้งที่ 46 ได้ฤกษ์ประกาศผลความเห่ยแห่งปีออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว ก็เป็นไปตามธรรมเนียมในทุกปี ก่อนรางวัลแห่งเกียรติยศ รางวัลออสการ์ ก็ประกาศผลออกมา ก็ต้องแทรกคิวด้วยรางวัลแห่งความอัปยศกันก่อน และนี่คือผลลัพธ์จากการโหวตของสมาชิกผู้ทรงเกียรติกว่าพันคนจากมูลนิธิราสเบอร์รีทองคำ ทั้งในอเมริกาและหลายชาติทั่วโลก ออกมาเป็นมติเอกฉันท์ในความยอดแย่ประจำปี โดยภาพรวมในปีนี้ ดูเหมือนว่าจะเป็นการขับเคี่ยวกันของ 2 ผลงานความบ้งในรอบปี อย่าง "War of the Worlds" เวอร์ชันตีความใหม่ล่าสุด กับ "Snow White" ฉบับไลฟ์แอคชันคนแสดง ที่ทั้งคู่ต่างเป็นผลงานที่ตีคู่กันเข้าชิงรางวัลนี้เท่า ๆ กัน แต่ในท้ายที่สุดแล้ว War of the Worlds กลายเป็นสุดยอดผลงานยอดแย่ที่สุดในรอบปีที่ผ่านมา ด้วยการคว้า 5 สาขารางวัลสุดเห่ยกลับไป รวมทั้งรางวัลใหญ่ ภาพยนตร์ยอดแย่ ในขณะที่ Snow White ตามมาห่าง ๆ เก็บไปได้ 2 รางวัลยอดแย่จากเวทีนี้ และนี่คือสรุปผลรางวัล Razzies 2026 ทั้งหมด... รางวัลภาพยนตร์ยอดแย่ ได้แก่ War of the Worlds รางวัลผู้กำกับภาพยนตร์ยอดแย่ ได้แก่ ริช ลี จาก War of the Worlds รางวัลนักแสดงชายยอดแย่ ได้แก่ ไอซ์ คิวบ์ จาก War of the Worlds รางวัลนักแสดงหญิงยอดแย่ ได้แก่ เรเบล วิลสัน จาก Bride Hard รางวัลนักแสดงสมทบชายยอดแย่ ได้แก่ เหล่าคนแคระเอไอทั้ง 7 จาก Snow White รางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดแย่ ได้แก่ สการ์เล็ต โรส สตอโลน จาก Gunslingers รางวัลคู่หูและทีมนักแสดงยอดแย่ ได้แก่ เหล่าคนแคระเอไอทั้ง 7 จาก Snow White รางวัลภาพยนตร์รีเมค, ภาคต่อ หรือภาคแยกยอดแย่ ได้แก่ War of the Worlds รางวัลบทภาพยนตร์ยอดแย่ ได้แก่ War of the Worlds รางวัลพิเศษ ผู้พลิกฟื้นจากความเห่ยสู่ความปังแห่งปี ได้แก่ เคต ฮัดสัน จากการแสดงใน Song Sung Blue ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 14 มี.ค. 69
เกม
I Saw Black Clouds
I Saw Black Clouds เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญเชิงจิตวิทยาแบบโต้ตอบที่มีองค์ประกอบเหนือธรรมชาติและเนื้อเรื่องที่แตกแขนงออกไป หลังจากเพื่อนสนิทเสียชีวิตอย่างกะทันหัน คริสติน่าจึงกลับมายังบ้านเกิดของเธอเพื่อค้นหาคำตอบ แต่กลับพบความลับดำมืดมากมาย ความจริงกลับกลายเป็นเรื่องน่าสะเทือนขวัญมากกว่าที่เธอจินตนาการไว้เสียอีก...
Blacknut • 22 ม.ค. 69
อ่าน
ปรากฏการณ์ภาพยนตร์แห่งปี! "Sentimental Value" เดินหน้าเวทีใหญ่ คว้ารางวัล BAFTAs 2026
ฤดูกาลประกาศรางวัลภาพยนตร์ระดับโลกได้จารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่อีกครั้ง เมื่อภาพยนตร์ดราม่าแสนงดงามอย่าง"Sentimental Valueถ้าตอนนั้นยังมีเรา"ผลงานการกำกับชิ้นเอกของยัวคิม เทรียร์ได้ก้าวขึ้นเวทีอันทรงเกียรติแห่งเกาะอังกฤษ และคว้ารางวัลใหญ่จากเวทีBAFTAหรือBritish Academy Film AwardsในสาขาBest Non-English Language Filmหรือภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมมาครองได้อย่างสมศักดิ์ศรี ท่ามกลางเสียงปรบมือที่ดังกึกก้อง จากผู้คนในวงการภาพยนตร์ระดับโลก "Sentimental Valueถ้าตอนนั้นยังมีเรา"ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงพลังของการเล่าเรื่องที่ก้าวข้ามกำแพงภาษา โดยสามารถเอาชนะภาพยนตร์ตัวเต็งจากประเทศอื่นๆ ได้สำเร็จ วินาทีที่ผู้กำกับ ยัวคิม เทรียร์ ก้าวขึ้นรับรางวัล เขาได้กล่าวสุนทรพจน์ที่ทั้งถ่อมตัวและเรียกรอยยิ้มจากผู้ชมทั้งฮอลล์ว่า "นี่เป็นครั้งแรกที่ภาพยนตร์จากประเทศนอร์เวย์สามารถคว้ารางวัลBAFTAมาครองได้ ปกติแล้วพวกเราชาวนอร์เวย์จะทำผลงานได้ดีกว่านี้ในกีฬาสกี แต่ในวันนี้พวกเรามาอยู่ที่นี่แล้ว" รางวัลดังกล่าวไม่เพียงแต่ตอกย้ำความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของวงการภาพยนตร์นอร์เวย์ แต่ยังสะท้อนถึงการเดินทางของภาพยนตร์เรื่องนี้ที่สามารถก้าวเข้าสู่หัวใจของผู้ชมชาวอังกฤษและผู้ชมทั่วโลกได้อย่างเป็นเอกฉันท์"Sentimental Valueถ้าตอนนั้นยังมีเรา"ผลงานเจ้าของรางวัลใหญ่จากเวทีBAFTAและได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง9รางวัลใหญ่จากเวทีOSCARSวันนี้ในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 24 ก.พ. 69
อ่าน
รีวิวหนัง "Scream 7 หวีดสุดขีด 7" เสียงหวีดที่ไม่จบไม่สิ้น และมหกรรมรวมญาติ..อีกแล้วสินะ
นี่คือเฟรนไชส์หนังที่ส่งเสียงหวีดร้องและสยดสยองมายาวนานจะครบ 30 ปีบริบูรณ์ในปีนี้ ในศักราชนี้ยังหวนกลับมาหลอกหลอนอีกครั้งใน "Scream 7 หวีดสุดขีด 7" การกลับมาสานต่อตำนานหนังไล่เชือดที่ยังไปเรื่อย ไปได้เรื่อย ๆ เป็นหนังชุดที่ยังมีเส้นเรื่องที่ไม่มีที่สิ้นสุดสักที เพราะยังมีลู่ทางแผ่ขยายออกไปได้แบบไม่มีจุดจบ และในภาคนี้ด้วยก็เช่นกัน หลังจากที่ตัดสินใจปลีกตัวและเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เมืองเงียบสงบแห่งใหม่ ซิดนียื ก็ได้พบว่าฆาตกรหน้ากากผีตัวใหม่ได้ปรากฏขึ้นหลอกหลอนเธออีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันพุ่งเป้าหมายไปที่ เททัม ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของเธอ สัญชาตญาณความเป็นแม่อันแสนแรงกล้า กับความมุ่งมั่นที่จะปกป้องครอบครัวให้ปลอดภัย ทำให้ต้องเผชิญหน้ากับความน่าสะพรึงกลัวจากปมในอดีต เพื่อยุติการนองเลือดครั้งนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ แม้ว่าจะยังเป็นภาคต่อในเวอร์ชันรีบูตใหม่ล่าสุด แต่ภาคนี้ก็เป็นการรีบูตแบบเบา ๆ อีกครั้งเช่นกัน เพราะหัวเรีอใหญ่กลายมาเป็น "เควิน วิลเลียมสัน" เขาผู้นี้ก็คือผู้ที่ริเริ่มตำนานหน้ากากผี จากฝีมือการเขียนบทมาตั้งแต่ภาคแรกและภาคต่ออีกหลากหลายภาคทื่อาจจะไม่ต่อเนื่อง แต่ใน Scream 7 เขาก็ยังกลับมารับหน้าที่กำกับและเขียนบท พ่วงด้วยตำแหน่งอำนวยการสร้างพิเศษ นับว่าเป็นครั้งแรกที่เขาก้าวขึ้นมาดูแลงานสร้างด้วยน้ำมือของเขาอย่างเต็มตัว และด้วยการที่ได้ออริจินัลมาละเลงอย่างสร้างเองอย่างถ่องแท้ นั่นก็เป็นข้อดีในแง่การสร้างอรรถรสที่เหมาะเจาะลงตัวไปกับเฟรนไชส์นี้ได้อย่างกลมกล่อม นับว่าเป็นการเซอร์วิสแฟน ๆ ได้เดนตายได้แบบติ๊กถูกทุกข้อ จังหวะและสีสันต่าง ๆ ที่พึ่งมีในหนังชุดยังได้รับการสอดแทรกใส่เข้ามาได้อย่างพิถีพิถัน แต่เมื่อพิจารณาในแง่การเป็นภาพยนตร์ Scream 7 อาจจะยังไม่ได้เป็นสีสันที่แปลกใหม่ใด ๆ สุดท้ายก็เป็นเพียงแค่การรียูสหยิบเอาของดั้งเดิมมาประยุกต์ใหม่ในยุคสมัยปัจจุบันเท่านั้นเอง พล็อตเรื่องและบทหนังใน Scream 7 ก็คือวนเวียนอยู่ในอ่างใบเดิมอย่างชัดเจน เส้นเรื่องก็แทบจะทับซ้อนโครงสร้างเดิม ๆ ที่หาจังหวะใหม่ไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เป็นเพียงแค่การชะล้างภาพเก่า ๆ มาใส่ไทม์ไลน์ให้เป็นปัจจุบันแค่นั้นเลย ทำให้บทค่อนข้างเชย จังหวะก็ไม่ได้เร้าใจตื่นตาได้สักเท่าไหร่ เน้นการเซอร์วิสไปด้วยท่วงท่าจัมพ์สแกร์ที่เป็นจังหวะธรรมดาทั่วไปของหนังชุดนี้อยู่แล้ว ไม่ต่างกับกำลังนั่งดู Scream ภาค 1 หรือ ภาค 2 ที่นำมารื้อปรับใหม่ องค์ประกอบงานสร้างก็ยังเป็นลีลาที่คุ้นเคย โดยเฉพาะภาคนี้งัดใช้มุมเดิม ๆ ที่ไม่รู้ว่าเป็นความพยายามจะเชิดชูความคลาสสิกของหนังด้วยหรือเปล่า กลายเป็นว่าเป็นภาคที่สยดสยองแบบซ้ำ ๆ ที่เอาเข้าจริงก็ยังพอเวิร์กได้ดีอยู่ แต่ไม่สามารถสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับคนดูได้เท่าที่ควน เพราะท่าการวิ่งหนี ลีลาการจ้วงแทง หรือกิมมิกอาบเลือดต่าง ๆ ล้วนแต่เป็นของซ้ำเดิมที่วนเวียนอยู่แบบไม่ค่อยพัฒนาสักเท่าไหร่นัก อาจจะไม่ได้เป็นอะไรที่เลวร้าย แต่ก็ยังไม่ใช่ลีลาที่ดีสักท่าไหร่อยู่ดี Scream 7 ยังเต็มไปด้วยกองทัพนักแสดงแบบจุก ๆ ทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ แต่ดูเหมือนว่าหลัก ๆ จะยังคงเน้นหน้าเก่าเสียมาก่อนว่า เพราะ "เนิฟ แคมป์เบลล์" ยังไม่สามารถทิ้งเสน่ห์อันเป็นลายเซ็นหลักของหนังเรื่องนี้ไปได้ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ภาค เธอก็ยังใจอ่อนหวนกลับมา ซึ่งภาคนี้ก็ผลักดันและส่งเสริมให้เธอกลับมาโดดเด่นอีกครั้งหนึ่ง เป็นตัวละครหลักที่นำทิศทางของหนังไปในเส้นเรื่องต่าง ๆ อย่างครอบคลุม และภาคนี้ยังไม่ต่างกับมหกรรมรวมญาติครั้งใหญ่ของ Scream เพราะถ้าใครเป็นเฟนเดนตายของเฟรนไชส์ ก็น่าจะเอ็นจอยไปกับอีสเตอร์เอ้กในแง่ตัวละครดั้งเดิมที่คิดถึง ที่จะได้เห็นการหวนกลับมามีสีสันให้ภาคนี้อย่างจุใจ ต้องขอบคุณอิทธิพลของผู้กำกับและนักสร้างหนังภาคนี้ ที่สามารถเกณฑ์กำลังพลนักแสดงระดับตำนานให้หวนมาสร้างสีสันตำนานเชือดได้อีกครั้ง ขณะที่ทีมนักแสดงรุ่นใหม่ อย่าง "อิซาเบล เมย์", "แจสมิน ซาวอย บราวน์", "เมสัน กูดดิง", "แมคเคนนา เกรซ" หรือ "เอซา เกอร์มานน์" น่าเสียดายที่พวกเขาถูกเสริมเข้ามาด้วยจังหวะที่ไม่ได้ให้ลำดับความสำคัญมากสักเท่าไหร่นัก มาเป็นส่วนเสริมสมทบที่สุดท้ายก็มาเพื่อเป็นเหยื่อทางการกระทำอันสยดสยองเท่านั้น แม้กระทั่งการมาของ "แอนนา แคมป์" ตัวละครใหม่ของภาคนี้ ก็ยังใส่เข้ามาได้แบบกล้า ๆ กลัว ๆ และไร้ความคมคายที่เกือบจะผิดหวังไม่น้อย ดังนั้นโดยสรุปแล้ว Scream 7 หวีดสุดขีด ภาค 7 ก็เป็นแค่เพียงหนังที่กลับมาเพื่อสนองตัณหาและความสะใจของแฟน ๆ หนังชุดนี้เรื่องหนึ่งเท่านั้น ในแง่ความสดใหม่และแปลกแตกต่างอาจจะหาไม่เจอนัก แต่กระนั้นหนังก็ยังคงอรรถรสความหฤหรรษ์และความสนุกแบบที่หนังหวีดพึ่งมีได้ตรงทุกข้อ เส้นเรื่องอาจจะไม่ได้มีอะไรที่ซับซ้อนใด ๆ เลย ไม่ต่างกับการชงเครื่องดื่มรสชาติเดิมในแก้วใบใหม่ ที่ยังคงให้รสชาติเดิม ๆ ที่คุ้นเคย นั่นจึงเป็นแนวคิดที่ไม่ได้สร้างสรรค์นัก แต่อย่างน้อย ๆ หนังก็ทำหน้าที่เซอร์วิสและพยายามที่แตกแขนงเส้นเรื่องออกไปได้อยู่บ้าง นำไปสู่การเป็นทายาทตำนานเชือดที่ยังมีลู่ทางไปต่อหลังจากนี้ได้เช่นกัน ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง Scream 7 หวีดสุดขีด 7 ประเภท: สยองขวัญ / เขย่าขวัญ ผู้กำกับ: เควิน วิลเลียมสัน นำแสดงโดย: เนิฟ แคมป์เบลล์, คอร์ทนีย์ ค็อกซ์, อิซาเบล เมย์ ความยาว: 115 นาที กำหนดฉายในไทย: 26 กุมภาพันธ์ 2026 Movie.TrueID METRIC: Scream 7 หวีดสุดขีด 7 ภาพรวม⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.7/10) การเล่าเรื่อง⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.7/10) การแสดง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.2/10) เทคนิคงานสร้าง⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.8/10) บทภาพยนตร์⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰✰ (5.8/10) ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 27 ก.พ. 69
อ่าน
Zenless Zone Zero เผยโฉม 2 Agent คนใหม่ "Nangong Yu" และ "Cissia"
หลังจากที่สองสาวนางฟ้าแห่ง Angels of Delusion อย่าง Sunna (ที่เข้าเกมแล้ว) และ Aria (ที่จะตามมาในช่วงครึ่งหลัง) ได้มาเยือนตัวเกม Zenless Zone Zero ในเวอร์ชันปัจจุบันแล้ว แน่นอนว่าอีกหนึ่งนางฟ้าก็ไม่รอช้า! เมื่อล่าสุดนั้นทาง HoYoverse ได้ทำการเผยโฉมภาพของ "Nangong Yu" อีกหนึ่ง Agents ของ Angels of Delusion และเธอนั้นก็ยังมาพร้อมกับอีกหนึ่ง Agents คนใหม่อย่าง "Cissia" ให้เราได้มาทำความรู้จักกันคร่าว ๆ ด้วย!Nangong Yuธาตุ - Etherสาย - Support"ต่อไปนี้เป็นเว... ลา... ลง... โทษ... สำหรับเด็กดีแล้ว— ว้าว ดูเหมือนคุณจะตั้งตารออยู่สินะ?" - Nangong Yu"นี่แค่งานพบปะเองนะ ต้องตื่นเต้นขนาดนั้นด้วยเหรอ... กลัวว่าตัวเองจะหลงเสน่ห์ฉันรึไง?""โอเคๆ ๆ ไม่หยอกเล่นแล้วก็ได้~""ครั้งนี้ฉันหยวนให้~ เจอกันคราวหน้า เราก็คงเป็น 'เพื่อนเก่า' กันไปแล้ว— ถึงตอนนั้น ก็ช่วยผ่อนคลายให้มากกว่านี้หน่อยนะ!""ไม่งั้น... ฉันจะทำให้ 'ประหม่า' ยิ่งกว่านี้อีก~"Cissiaธาตุ - Electricสาย - Attack"'ความรัก' กับ 'ความรับผิดชอบ' ที่พวกคุณพูดถึงนั้น เป็นเรื่องซับซ้อนจริงๆ ฉันรู้แค่ว่า— ถ้าหากชอบอะไร ก็จะกัดไม่ปล่อย~" - Cissia"ขอฉันดมหน่อยซิ คุณพกอาหารติดตัวมาด้วยรึเปล่า? ถ้าไม่มี ขอฉันงับซักคำรองท้องหน่อยนะ~""...ให้ฉันหมดนี่เลยเหรอ? เห็นแก่คุณที่เป็นผู้ต้องสงสัยที่ใจป้ำ งั้นฉันให้คุณพ้นผิดและปล่อยตัวไปเลยแล้วกัน!""แต่ถ้าเข้าไปใน Hollow ล่ะก็ อย่าหวังละกันว่าฉันจะเข้าไปช่วยคุณ""ถ้าสัมผัสได้ว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล ถึงจังหวะที่ต้องเผ่น ฉันก็จะเผ่นเป็นคนแรก"
Online Station • 13 ก.พ. 69
อ่าน
[US Box Office] ดลบันดาลมาช่วยแล้ว "Send Help" แชมป์ใหม่ในวีคที่มีแต่เรื่องเซอร์ไพรส์
Box Office Send Help บ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกา รายงานอันดับหนังทำเงินประจำสุดสัปดาห์วันที่ 30 มกราคม - 1 กุมภาพันธ์ 2026 -สู่สุดสัปดาห์ปลายเดือนมกราคม..เดือนแรกของปีได้ปิดฉากลงไปอย่างรวดเร็ว โดยที่สัปดาห์นี้มาพร้อมกับกองทัพหนังเข้าใหม่แบบจุก ๆ และก็กลายเป็นสัปดาห์ที่บ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกาเต็มไปด้วยความน่าประหลาดใจอยู่หลายประเด็น แต่กระนั้นก็ดูเหมือนว่าบรรดาหนังใหม่จะเข้ามาชะล้างภาพเก่า ๆ ออกจากตารางมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่ากลุ่มหนังใหม่ปี 2026 พร้อมที่จะเดินเกมอย่างเต็มกำลังแล้ว ต้อนรับแชมป์หนังใหม่ในวีคนี้กับหนังระทึกขวัญติดเกาะระหว่างลูกน้องกับเจ้านายคู่ไม้เบื่อไม้เบา "Send Help" ผลงานหนังเขย่าขวัญเรื่องล่าสุดในรอบกว่าสิบปีของ "แซม ไรมี" ออกสตาร์ทรายได้ 3 วันแรกที่ 20 ล้านเหรียญ จาก 3,475 โรงฉายทั่วอเมริกา หรือคิดเป็นรายได้เฉลี่ยที่ราว ๆ 5,700 เหรียญ ถือว่าหนังเปิดตัวได้มากกว่าที่คาดเอาไว้เล็กน้อย และยังเป็นหนังใหม่เรื่องแรกในปีนี้ที่เปิดตัวได้แตะถึงหลัก 20 ล้านขึ้นไป Send Help เป็นหนังที่มาถ่ายทำในเมืองไทยด้วย สาเหตุที่หนังเปิดตัวได้น่าพอใจก็น่าจะเพราะกระแสปากต่อปากที่ทำงานได้ดี ด้วยคะแนนรีวิวของหนังที่สูงถึง 93% จึงทำให้ดึงดูดคอหนังให้ตีตั๋วมาดูกัน โดยสถิติผู้ชมของหนังเรื่องนี้น่าสนใจตรงนี้สัดส่วนของผู้ชมที่เป็นผู้ชายกับผู้หญิงค่อนข้างเท่า ๆ กัน จึงกลายเป็นข้อดีที่หนังสามารถกวาดกลุ่มผู้ชมได้อย่างทั่วถึง แม้ว่าจะมีข้อจำกัดในการเป็นหนังติดเรท R อยู่ ซึ่งหนังเรื่องนี้ใช้ทุนสร้างไปราว ๆ 40 ล้านเหรียญ ดูทรงแล้วไม่น่าจะเจ็บตัวอะไร รองแชมป์วีคนี้ก็แทรกตัวเข้ามาเป็นเซอร์ไพรส์อันแรก กับหนังสยองขวัญอินดี้ที่อยู่นอกสายตาคอหนังทั่วโลกมาก ๆ อย่าง "Iron Lung" นี่คือหนังที่ผลิตและสร้างโดยยูทูปเบอร์ชื่อดังของอเมริกา Markiplier ที่หยิบเอาวิดีโอเกมนอกกระแสในปี 2022 มาสร้างเป็นหนัง ที่สร้างเอง ออกทุนเอง ลงเงินไปแค่ 3 ล้านเหรียญ แต่สามารถเปิดตัว 3 วันแรกในอเมริกาได้ถึง 18 ล้านเหรียญ จาก 3,015 โรงฉาย และมีรายได้เฉลี่ยต่อโรงเกือบ 6,000 เหรียญ สูงกว่าหนังที่เป็นแชมป์เสียอีกลิว Iron Lung ออกสตาร์ทได้ดีมาก ๆ จากการออกฉายในวันศุกร์ หนังทะยานเปิดตัวขึ้นแชมป์ได้แบบหักปากกาเซียน แต่รายได้ก็ลดลงหลั่งลงไปตามปกติในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ โดยตัวเลขเปิดตัวระดับนี้ถือว่าไม่มีนักวิเคราะห์สำนักไหนขาดคิด ต้องขอบคุณพลังไวรัลของโซเชียลมีเดียของอเมริกา ที่ช่วยผลักดันและสนับสนุนหนังเรื่องนี้ ให้โกยกำไรได้อู้ฟู่ จากการจัดจำหน่ายเองของนักสร้างอินฟลูเอนเซอร์ตัวเล็ก ๆ เท่านั้น และเซอร์ไพร์สอันต่อไปก็คือการมาของ "Melania" หนังสารคดีโฟกัสที่สตรีหมายเลข 1 คนปัจจุบันของอเมริกา อย่าง เมลาเนีย ทรัมป์ ที่แน่นอนว่านี่คอนเทนท์ข้องเกี่ยวกับการเมืองแน่ ๆ แต่หนังก็ทำเงินเปิดตัวได้ดีกว่าที่หลายฝ่ายคาดเอาไว้ที่ 7 ล้านเหรียญ จาก 1,778 โรงฉายทั่วอเมริกา หนังเรื่องนี้ Amazon MGM ได้ทุ่มเงินให้ไม่น้อย ด้วยการซื้อลิขสิทธิ์มาฉายด้วยเม็ดเงินถึง 40 ล้านเหรียญ พร้อมกับทุ่มงบโปรโมตอีกไม่น้อย มีรายงานว่าอาจจะต้องทำยอดขายตั๋วให้ได้ 40 ล้านเหรียญขึ้นไป ถึงจะคุ้มทุนสร้างได้ Melania กลายเป็นหนังที่กลุ่มผู้สนับสนุนพรรครีพลับลิกันในอเมริกา แห่มาอุดหนุนตีตั๋วดูกันตามคาด โดยส่วนใหญ่แล้วเป็นกลุ่มผู้ชมผู้หญิงที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป ตามรายงานระบุว่า หนังขายดีตามหัวเมืองใหญ่ ๆ อย่าง นิวยอร์ก, ลอสแองเจลิส, ดัลลัส หรือ เทมป้า เป็นต้น ที่ถือว่าเป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นหัวคะแนนให้กับรีพับลิกันนั่นเอง และแม้ว่าผู้ชมจะได้เกรด A กับหนังเรื่องนี้แบบประทับใจ แต่ตรงกันข้ามกับนักวิจารณ์สิ้นเชิง เพราะหนังถูกสับเละ ได้คะแนนเฉลี่ยมาแค่ 10% เท่านั้น และอีกหนึ่งเซอร์ไพรส์ที่เกิดขึ้นในวีคนี้ ก็คือการล้มคว่ำอย่างน่าเสียดายของ "เจสัน สเตแธม" กับมุดหมายหนังบู๊สไตล์เฮียเรื่องใหม่ "Shelter" ที่ทำได้ดีที่สุดด้วยการแทรกตัวเข้ามาในอันดับที่ 5 เปิดตัวด้วยรายได้ 5.5 ล้านเหรียญ จาก 2,726 โรงฉาย นับว่าเป็นตัวเลขที่น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดเอาไว้เล็กน้อย ถึงคำวิจารณ์ของหนังเรื่องนี้จะออกมากลาง ๆ ในระดับใช้ได้ แค่กลับไม่สามารถเรียกคนดูได้เท่าที่ควร ท่ามกลางความเฉื่อยชาของกระแสหนังแอคชันในศักราชนี้ Shelter คงอาจจะต้องไปลุ้นกับตัวเลขในตลาดนอกอเมริกาแทนเสียแล้ว เพราะหนังเรื่องนี้ก็ถือว่าใช้งบสร้างสูงไม่เบา ระดับ 50 ล้านเหรียญเลยทีเดียว จากตัวเลขที่หนังเปิดตัวในอเมริกาได้เพียงเท่านั้น ดูทรงแล้วน่าจะไปได้ไกลที่สุดอาจจะไม่ถึงหลัก 15 ล้านเหรียญด้วยซ้ำ ถือว่าเป็นการมาที่ผิดฟอร์มอย่างน่าประหลาดใจของเฮียเจสันในปีนี้ นับว่าปี 2026 ยังคงใจร้ายกับกลุ่มหนังบู๊อยู่ต่อไป ส่วนอันดับอื่น ๆ ที่น่าสนใจก็คือ "Zootopia 2" ที่ยังขายดีที่สุดในกลุ่มหนังปังข้ามปี วีคนี้ทำเงินเพิ่มขึ้นมาได้อีก +9% เก็บเพิ่มไป 5.8 ล้านเหรียญ กับยอดรายได้ในอเมริกาที่ทะลุ 400 ล้านเหรียญได้สำเร็จ ทางด้าน "Avatar: Fire and Ash" เก็บไปอีก 5 ล้านเหรียญ ลดลงไปแค่ -14% ที่ยังพยายามกระตุ้นยอดรายได้ทีละเรื่อย ๆ อยู่ ตัวเลขทั่วโลกตอนนี้ก็ขยับไปถึง 1.42 พันล้านเหรียญ หลังจากเข้าฉายสู่สัปดาห์ที่ 7 เจอกระแสเทตามคาด "MERCY" หนังอาชญากรรมแอคชันแชมป์เก่าจากวีคก่อน ร่วงมาแรงอยู่ในอันดับที่ 7 เลยทีเดียว กับรายได้เพิ่มอีก 4.7 ล้านเหรียญ ดร็อปลงถึง -56% โดยสะสมยอด 10 วันแรกไปที่ 19 ล้านเหรียญ ปิดท้ายด้วยหนังสไตล์ Mockumentary ของ Charli XCX อย่าง "The Moment" จากค่าย A24 เปิดตัวแค่ 4 โรงทั่วอเมริกา ทำเงินไปได้ปัง 428,000 เหรียญ กับรายได้เฉลี่ยต่อโรงสูงแตะหลักแสนเหรียญ ส่วนสัปดาห์เริ่มต้นเดือนกุมภาพันธ์อย่างจริงจัง อาจจะยังไม่มีอะไรที่เปรี้ยงปังให้น่าจับตาสักเท่าไหร่ เพราะมีแค่เพียงบทสรุปของหนังเชือด "The Strangers: Chapter 3" พร้อมปิดตำนานการรีบูตใหม่สุดจะเงียบงัน ร่วมด้วยหนังทางเลือกเป็นหนังรักต้อนรับวาเลนไทน์ "Solo Mio" ตำนานรักผีดูดเลือดเรื่องใหม่จากฝรั่งเศส "Dracula: A Love Tale" พร้อมกับหนังญี่ปุ่นแห่งปี "Kokuho" อนิเมะแฟนตาซีเรื่องดัง "Scarlet" และหนัง LGBTQ+ กระแสปัง "Pillion" จะลงโรงฉายแบบจำกัดโรง Source: TheNumbers อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : [US Box Office] "MERCY" มาสกัด "Avatar 3" ลงแชมป์ ในสุดสัปดาห์ที่ตัวเลขแสนท้อ [US Box Office] "Avatar 3" เผาไหม้ "28 Years Later: The Bone Temple" ขวางทางขึ้นแชมป์ [US Box Office] "Avatar 3" ทรงพลังเกาะแชมป์ต่อ แต่ "Primate" ลิงจ๋อคลั่งแอบแย่งซีน [US Box Office] แกร่งข้ามปี "Avatar: Fire and Ash" ยังยึดบัลลังก์-โกยเงินทะลุพันล้าน! TrueID BoxOffice 5 หนัง 5 ซีรีส์ออนไลน์ฮิตจากแอป TrueID ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 2 ก.พ. 69
อ่าน
เจสัน สเตแธม คืนฟอร์มโหดใน “Shelter คลั่งนรกหลบตาย" เปิดตัวโกยคะแนนคำวิจารณ์..อย่างเอา!
จากคนเลี้ยงผึ้ง(The Beekeeper)และศาลเตี้ยแห่งไซต์ก่อสร้าง(A Working Man)สู่คนหลบตายแอ็กชันสตาร์ยืนหนึ่งเจสัน สเตแธมเตรียมกลับมาบู๊เอาใจคอหนังในShelterคลั่งนรกหลบตายภาพยนตร์แอ็กชันเดือดสะใจเปิดปีโดยผู้กำกับริก โรมัน วอห์ (Greenland, Angel Has Fallen)ที่จะมาพร้อมกับมหึมาความมันส์แบบไม่มีพักหายใจของเมสัน (เจสัน สเตแธม)อดีตนายทหารมือพระกาฬผู้ถูกอดีตอันดำมืดไล่ล่าจนต้องตามเก็บพวกชั่วให้สิ้นซาก พร้อมกับยังต้องเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเจสซี(โบดี้ เร บรีทแนค)เด็กสาวผู้ถูกพัวพันให้รอดพ้นจากภยันตรายในครั้งนี้ไปด้วยกัน ล่าสุด หลังเปิดฉายให้นักวิจารณ์ชั้นนำจากเมืองนอกได้สัมผัสความมันส์ก่อนใคร เสียงรีวิวชุดแรกก็ออกมาบอกต่อถึงความ โคตรสุดพร้อมยกย่องการคัมแบ็กของสเตแธมในครั้งนี้ว่าโคตรสมศักดิ์ศรีจนคะแนนเปิดตัวในRotten Tomatoesพุ่งถึง75%กลายเป็นหนึ่งในผลงานที่คำวิจารณ์ดีที่สุดในช่วงหลังของเขาทันที Shelterเสิร์ฟฉากแอ็กชันที่แฟนๆสเตแธมถวิลหาได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง-The Hollywood Reporter ทำได้ดีเกินมาตรฐาน ซึ่งมาตรฐานของสเตแธมก็สูงกว่าทั่วไปอยู่แล้ว-ScreenAnarchy วอห์และสเตแธมรู้ใจผู้ชม รู้ดีว่าพวกเขาต้องการอะไรจากหนังแนวนี้ ซึ่งทั้งคู่ร่วมตอบโจทย์ด้วยฉากแอ็กชันสุดระห่ำ ปืนเพียบ คำคมเท่ๆ และปูมหลังลึกลับของตัวเอกShelterจัดให้ครบทุกอย่างที่ว่ามา-Collider Shelterคือเจสัน บอร์นในแบบฉบับของเจสัน สเตแธม-AV Club คอหนังชาวไทยเตรียมนับถอยหลังพบการกลับมาทวงบัลลังก์ของแอ็กชันไอคอนตัวพ่อ เจสัน สเตแธมในShelterคลั่งนรกหลบตาย5กุมภาพันธ์นี้ในโรงภาพยนตร์ทั้งระบบปกติและDolby Atmos ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 30 ม.ค. 69
ดู
Re:Zero - รีเซทชีวิต ฝ่าวิกฤตต่างโลก -
ทรูวิชั่นส์ • 31 ม.ค. 69
ดู
เอ็มไอบี หน่วยจารชนสากลพิทักษ์โลก
Sony Pictures Entertainment (Thailand) Limited • 1 ก.ย. 68
ดู
วินาทียึดโลก
Sony Pictures Entertainment (Thailand) Limited • 1 ก.ย. 68
อ่าน
"Marty Supreme" ก้าวขึ้นเป็นหนังทำเงินสูงสุดของสตูดิโอ A24 เรื่องใหม่ล่าสุด
ผลงานสายรางวัลประจำปีที่ทำให้ "ทิโมธี ชาลาเมต์" ได้เฉียดเข้าใกล้รางวัลอีกครั้ง อย่าง "Marty Supreme" เพิ่งได้ทำสถิติใหม่ที่สำคัญอีกครั้ง ด้วยการก้าวขึ้นแท่นเป็นหนังทำเงินสูงที่สุดตลอดกาลในอเมริกาเรื่องใหม่ ให้กับสตูดิโอหนัง A24 หลังจากออกฉายมายังไม่ถึงเดือนเต็มพอดี และยังเดินหน้าสร้างสถิติรายได้เรื่อยไปจนกว่าจะหมดฤดูกาลหนังรางวัลในปีนี้ Variety รายงานว่า Marty Supreme เพิ่งทำรายได้แตะถึงหลัก 80 ล้านเหรียญที่สหรัฐอเมริกาในสุดสัปดาห์นี้ นั่นหมายความว่าหนังเรื่องนี้ขึ้นเป็นหนังรายได้อันดับที่ 1 ของสตูดิโอ A24 ไปในทันที เพราะแซงหน้าสถิติเดิมของ "Everything Everywhere All at Once" ที่เคยทำรายได้ในอเมริกาไว้ที่ 77 ล้านเหรียญ แต่อย่างไรก็ตาม Marty Supreme ยังค่อย ๆ ไล่ตามหลังเป็นสถิติรายได้หนังทั่วโลกอยู่ต่อไป เพราะขณะนี้ยังไม่ค่อยตีวงกว้างในการออกฉายตลาดหนังทั่วโลก ทำให้หนังจากสตูดิโอ A24 ที่ยังทำเงินได้สูงสุดนั้นยังเป็นของ Everything Everywhere All at Once ที่ตัวเลข 142 ล้านเหรียญ ตามมาด้วย "Civil War" ที่เคยกวาดเงินทั่วโลกเอาไว้ที่ 127 ล้านเหรียญ ตามลำดับ ปัจจุบัน Marty Supreme ทำเงินทั่วโลกไปได้เกือบ ๆ ร้อยล้านแล้ว ที่ 97 ล้านเหรียญ โดยเพิ่งจะมียอดรายได้จากตลาดนอกอเมริกาแค่ประมาณ 17 ล้านเหรียญ นี่คือหนังจากฝีมือการกำกับของ "จอช ซาฟดี้" ที่เป็นหนังตลกชีวิตเกี่ยวกับนักกีฬาแชมป์ปิงปองในตำนาน มาร์ตี้ เมาเซอร์ ที่หนังกำลังเดินสายเก็บรางวัลจากสถาบันต่าง ๆ อยู่เช่นกัน Marty Supreme ถือว่าเป็นหนังเรื่องหนึ่งที่ A24 ทุ่มทุนไม่น้อย เพราะใช้ทุนสร้างค่อนข้างสูงถึง 70 ล้านเหรียญ แต่ดูเหมือนว่าขณะนี้กระแสตอบรับที่ได้กลับคืนมาจะค่อนข้างน่าพอใจ และคาดว่าหนังจะมีกระแสหล่อเลี้ยงไปจนถึงเดือนมีนาคมนี้ เพราะ ทิโมธี ชาลาเมต์ เพิ่งจะคว้ารางวัลลูกโลกทองคำจากฝีมือการแสดงเรื่องนี้หมาด ๆ และปลายสัปดาห์นี้ก็คาดว่าเขากับหนังเรื่องนี้จะได้เข้าชิงออสการ์หลายสาขาตามที่หลาย ๆ ฝ่ายคาดการณ์เอาไว้ คอหนังอาจจะต้องอดใจรอ เพราะ Marty Supreme ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีผู้จัดจำหน่ายเจ้าไหนในบ้านเราจะซื้อลิขสิทธิ์นำมาฉาย แค่คาดว่าหากกระแสรางวัลเกี่ยวกับหนังเรื่องร้อนแรง เราอาจจะได้ดูในช่วงเวลาใกล้ ๆ งานออสการ์ประกาศผลแน่นอน ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 19 ม.ค. 69
อ่าน
รีวิวหนัง "The Rip เงินบาปกระชากคน" แบบทดสอบใคร..คนดีย์ เบน-แมตต์ ยังเป็นส่วนผสมดีงาม
หนึ่งในคู่หูคู่สนิทในวงการฮอลลีวูดที่มิตรภาพแนบแน่นไม่เคยเปลี่ยนแปลง สำหรับ "เบน แอฟเฟล็ก" กับ "แมตต์ เดมอน" ที่พวกเขามักจะมีผลงานร่วมกันออกมาเสิร์ฟแฟน ๆ อย่างต่อเนื่อง และปีนี้ก็มาถึงคิวผลงานล่าสุดที่หวนกลับมาจับไม้จับปืนออกโรงบู๊ด้วยกันใน "The Rip เงินบาปกระชากคน" หนังแอคชันอาชญากรรม ที่พวกเขายังรับหน้าที่ร่วมอำนวยการสร้างในหนังเรื่องนี้ด้วยอีกเช่นเคย เพราะคดีฆาตกรรมสังหารตำรวจยศสูงที่ไม่ได้รับการคลี่คลายมานานแรมเดือน เพราะความล่าช้าในระบบทางราชการ ทำให้เจ้าหน้าที่หน่วยปราบปรามยาเสพติดของไมอามี อย่าง เจดี กับ เดน รู้สึกกระวนกระวายใจในการสืบหาความยุติธรรม พวกเขาจึงได้ลงมือทำปฏิบัติการตามหาเบาะแสเกี่ยวกับแหล่งซุกซ่อนยาเสพติดในบ้านร้าง ที่กลายเป็นการขุดคุ้ยที่ทำให้พวกเขาพานพบข้อมูลบางอย่างมากกว่าที่คิด โดยเฉพาะเงินสดหลายล้านดอลลาร์ที่แอบซ่อนอยู่ บัดนี้ความไว้วางใจที่แสนเปราะบางกำลังถูกทดสอบและเริ่มพังทลายลงทีละน้อย เมื่อข่าวการตรวจยึดของกลางครั้งใหญ่ได้แพร่กระจายออกไป ทำให้กองกำลังเจ้าหน้าที่จากภายนอกเข้ามาข้องเกี่ยวกับมากยิ่งขึ้น ทำให้ทุกคนเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับความภักดีและยึดมั่นในหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ และใครบ้างในพื้นที่นี้ที่พวกเขาจะสามารถไว้ใจได้ในการปฏิบัติงานได้อย่างแท้จริง ผลงานล่าสุดของ "โจ คาร์นาฮาน" ผู้กำกับที่เคยมือขึ้นสุด ๆ กับการรังสรรค์หนังแอคชันในช่วงยุคปี 2000s ที่ตอนนี้หลายฝ่ายบอกว่าหมดยุคของเขาไปเสียแล้ว หลังจากที่ผลงานค่อนข้างหลงทางและไม่เข้าตาเลยในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา แต่ดูเหมือนว่า The Rip เรื่องนี้จะเป็นชิ้นงานที่พาเขากลับมาลงร่องลงรอยได้อีกครั้ง ต้องขอบคุณองค์ประกอบรายล้อมต่าง ๆ ของหนังเรื่องนี้ที่ทำถึงและเงินถึง โจ คาร์นาฮาน ยังรับหน้าที่เขียนบทหนังเรื่องนี้ด้วย จากโครงเรื่องต้นฉบับของ "ไมเคิล แม็คเกรล" ที่ต้องบอกตรง ๆ ว่าหนังแทบไม่มีความแปลกใหม่ใด ๆ เลยสักนิด ก็ยังวนเวียนอยู่กับเนื้อหาฉ้อฉลสีเทาของวงการคนมีสี แต่อย่างน้อย ๆ จังหวะการเล่าเรื่องก็สับขาลอกและชิงไหวชิงพริบได้ดี มีพล็อตหักมุมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ที่ทำให้คนดูไม่รู้สึกไว้วางใจในทุก ๆ สถานการณ์ที่ถูกแต่งเติมขึ้นมาในหนังเรื่อย ๆ ถ้าหากคุณคิดว่านี่เป็นหนังแอคชันอาชญากรรมแบบยิงระห่ำโครมคราม..เรื่องนี้อาจจะไม่ตอบโจทย์เท่าไหร่ เพราะนี่คือคอนเทนท์ที่เน้นชั้นเชิงทางจิตวิทยาและความไว้วางใจของมนุษย์บนพื้นฐานของสิ่งยั่วยุตรงหน้า ทำให้เต็มไปด้วยไดอะล็อกและบทสนทนาที่รับหน้าทีดำเนินเรื่องราวของตัวละครต่าง ๆ ได้อย่างมีนัยยะ เป็นจุดที่ช่วยเสริมมิติในแต่ละคาแรกเตอร์ได้อย่างน่าค้นหามากยิ่งขึ้น ถึงจะยังไม่ถึงขั้นสมบูรณ์แบบใด ๆ The Rip มาพร้อมกับทีมงานผู้สร้างคู่บุญกับ โจ คาร์นาฮาน ในหลาย ๆ ตำแหน่ง ไม่ว่าจะว่างานถ่ายภาพจากฝีมือของช่างภาพ "จวนมี แอซพิรอส" ที่งัดเอาเทคนิคต่าง ๆ มาใช้ในการบิวท์อารมณ์คนดูได้อย่างขึงขึง ต้องขอบคุณองค์ประกอบด้านโปรดักชันดีไซน์ของ "จูดี้ เบคเกอร์" กับทีมอาร์ต ที่ตบแต่งฉากต่าง ๆ ออกมาได้มีกิมมิก และใส่ลูกเล่นของแสงและเงาเข้าไปได้แบบหลอกล่อผู้ชมให้หลงกล ฝีมือการตัดต่อของ "เควิน ฮาล" ก็ยังลงล็อกลงจังหวะตามมาตรฐาน จากการทำงานกับโจอีกครั้ง ขณะที่การรังสรรค์ซาวน์เพลงประกอบชวนลุ้นระทึกตลอดทั้งเรื่องของ "คลินตัน ชอร์เตอร์" ก็เป็นอีกองค์ประกอบที่ช่วยปลุกเร้าอารมณ์และสร้างความระทึกใจได้ตลอดทั้งเรื่อง ถือว่าหนังได้ส่วนผสมและส่วนประกอบที่ขึงขังได้ในระดับที่น่าพอใจดี แต่ไฮไลต์ที่โดดเด่นที่สุดของ The Rip ก็ต้องปรบมือให้กับทีมแคสติ้งนักแสดงระดับยอดฝีมือ โดยเฉพาะการหวนกลับมารวมพลังกันของ เบน แอฟเฟล็ก กับ แมตต์ เดมอน ที่ได้ชื่อว่าเป็นคู่อหังกาฬประจำวงการฮอลลีวูด โชคดีที่ได้คู่นี้มาเป็นตัวขับเคลื่อนหนังเรื่องนี้ เพราะพวกเขาเป็นเหมือนเพชรเม็ดงามที่ช่วยผลักดันหนังที่ไร้ความสดใหม่เรื่องนี้ ออกมาได้เหมาะเจาะลงตัวและเข้าที่เข้าทางด้วยดี ยิ่งเสริมทัพด้วยกองทัพนักแสดงสมทบชั้นดี อย่าง "สตีเฟน ยอน", "ไคล์ แชนเดลอร์", "เทยานา เทย์เลอร์" และ "ชาซา เคลล์" กลายออกมาเป็นหนังอาชญากรรมที่เต็มไปด้วยชั้นเชิงทางการแสดงที่เหลือร้ายไปตลอดทั้งเรื่อง เป็นการคืนกำไรให้กับคนดูได้อย่างจัดจ้าน แค่ได้นั่งดูฝีมือการแสดงของนักแสดงยอดฝีมือแต่ละคนในเรื่องนี้ก็คือความประทับใจที่สามารถยกระดับให้กับหนังเรื่องนี้ได้อย่างเต็มเปี่ยม ดังนั้นโดยภาพรวมแล้ว The Rip เงินบาปกระชากคน อาจจะไม่ใช่หนังที่มีความแปลกใหม่อะไรสักเท่าไหร่ แต่อย่างน้อย ๆ ก็มีชั้นเชิงจังหวะการเล่าเรื่องที่พลิกแพลงตลบแตลงได้อย่างน่าสนใจ ชวนให้คนดูขบคิดและเกิดความไม่ไว้วางใจในทุก ๆ สถานการณ์ที่หยิบใส่เข้ามาได้อย่างสนุก พร้อมกับได้ทีมนักแสดงระดับเทพเข้ามาช่วยยกระดับหนังธรรมดา ๆ ให้มีความพิเศษขึ้นได้อย่างลงตัว ถึงจะไม่ใช่หนังที่สมบูรณ์แบบในทุกองค์ประกอบ แต่ก็นับว่าทำได้และทำถึง เรียกคืนศรัทธาของผู้กำกับ โจ คาร์นาฮาน ให้กลับมาได้อีกครั้งในรอบทศวรรษ ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง The Rip เงินบาปกระชากคน ประเภท: แอคชัน / ดรามา / อาชญากรรม ผู้กำกับ: โจ คาร์นาฮาน นำแสดงโดย: เบน แอฟเฟล็ก, แมตต์ เดมอน, สตีเฟน ยอน, เทยานา เทย์เลอร์ ความยาว: 112 นาที กำหนดฉายในไทย: 16 มกราคม 2026 (ที่ Netflix) Movie.TrueID METRIC: The Rip เงินบาปกระชากคน ภาพรวม⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.1/10) การเล่าเรื่อง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.7/10) การแสดง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.6/10) เทคนิคงานสร้าง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.0/10) บทภาพยนตร์⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.3/10) ห้ามพลาด! แพ็กเกจ True 5G Super Netflix เอาใจคนรักความบันเทิงสนุกกับการดู Netflix ได้คมชัดทุกจอ เริ่มต้นแค่เพียง 499 บาท/เดือน คลิกเลย! ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 16 ม.ค. 69
อ่าน
อังกฤษเอาจริง! ขู่แบน X ปม Grok สร้างภาพอนาจารสะเทือนสังคม
#Grok #ทันหุ้น - สำนักข่าว The Guardian รายงานว่า แพลตฟอร์ม X ของ Elon Musk “ยังทำไม่พอที่จะรักษาความปลอดภัยให้แก่ลูกค้าบนโลกออนไลน์” รัฐมนตรีรายหนึ่งกล่าว ในขณะที่รัฐบาลสหราชอาณาจักรเตรียมกำหนดมาตรการที่อาจนำมาใช้กับแพลตฟอร์มดังกล่าว กรณีการผลิตภาพลามกอนาจารของสตรีและเด็กจำนวนมหาศาลPeter Kyle รัฐมนตรีว่าการกระทรวงธุรกิจ กล่าวว่ารัฐบาลจะสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อการดำเนินการใดๆ ของ Ofcom ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลสื่อ ที่มีต่อ X รวมถึงความเป็นไปได้ที่แพลตฟอร์มดังกล่าวอาจถูกบล็อกในสหราชอาณาจักรKyle กล่าวว่า Ofcom ได้รับข้อมูลที่ร้องขอจาก X แล้ว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสวนแบบเร่งด่วนเกี่ยวกับการใช้ Grok ซึ่งเป็นเครื่องมือ AI ในตัวของแพลตฟอร์ม เพื่อสร้างภาพตัดต่อของผู้คนจำนวนมาก โดยมักแสดงภาพในลักษณะสวมเสื้อผ้าน้อยชิ้นหรือท่าทางที่ส่อไปทางอนาจารLiz Kendall รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยี ซึ่งกล่าวเมื่อวันศุกร์ว่าเธอคาดหวังจะเห็นการดำเนินการจาก Ofcom ภายในไม่กี่วัน มีกำหนดจะแถลงต่อสภาสามัญชน (House of Commons) ในช่วงบ่ายวันจันทร์นี้Kyle บอกกับ Sky News ว่า: “ขอให้ผมพูดให้ชัดเจนเกี่ยวกับ X: X ยังทำไม่พอที่จะรักษาความปลอดภัยให้แก่ลูกค้าบนโลกออนไลน์”ในการให้สัมภาษณ์ในเวลาต่อมากับรายการ Breakfast ของ BBC One Kyle กล่าวว่ามันเป็นเรื่องที่ “น่ารังเกียจ” ที่ X ไม่ได้ทดสอบ Grok อย่างเหมาะสม เมื่อพิจารณาจากความสามารถในการบิดเบือนภาพและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้หญิง “ข้อเท็จจริงที่ว่าเมื่อวานนี้ผมเพิ่งพบกับสตรีชาวยิวคนหนึ่ง ซึ่งพบว่าภาพตัวเธอเองในชุดบิกินี่หน้าค่ายเอาชวิทซ์ (Auschwitz) ถูกสร้างขึ้นโดย AI และเผยแพร่บนออนไลน์ ทำให้ผมรู้สึกสะอิดสะเอียนอย่างมาก” เขากล่าว“และข้อเท็จจริงที่ว่ามีผู้คนที่กำลังรันและออกแบบวัสดุเหล่านี้ ปล่อยมันลงสู่อินเทอร์เน็ตโดยไม่ตรวจสอบผลกระทบที่จะมีต่อลูกค้า ผู้ใช้บริการ และสังคมโดยรวม ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง”หลังจาก Ofcom ร้องขอข้อมูลจาก X ทางบริษัทก็ได้จัดส่งให้ และหน่วยงานกำกับดูแลกำลังดำเนินการในสิ่งที่ Kyle เรียกว่าเป็น “การไต่สวนแบบเร่งรัด”เขากล่าวว่า: “พวกเขามีอำนาจที่ครอบคลุมตั้งแต่นำค่าปรับมหาศาล ไปจนถึงการแบน X ออกจากประเทศของเราหากเห็นว่าเหมาะสม และแน่นอนว่ารัฐบาลนี้รวมถึง Liz Kendall รัฐมนตรีเทคโนโลยี ยืนหยัดอยู่เคียงข้าง Ofcom อย่างเต็มที่ในความสามารถที่จะทำเช่นนี้”ความเคลื่อนไหวใดๆ ที่จะบล็อก X ซึ่งต้องใช้คำสั่งศาล มีแนวโน้มที่จะกระตุ้นการตอบโต้ที่รุนแรงจาก Musk และรัฐบาลของ Donald TrumpMusk ซึ่งมักจะโพสต์เนื้อหาแนวขวาจัดและชาตินิยมสุดโต่ง เคยกระตุ้นให้ชาวอังกฤษ “สู้กลับ” รัฐบาลของ Keir Starmer ซึ่งเขาวาดภาพว่าเป็นศัตรูต่อเสรีภาพในการพูดเมื่อวันอาทิตย์ เจ้าหน้าที่รัฐบาลทรัมป์ที่ให้ความสำคัญกับเสรีภาพในการพูด ได้เปรียบเทียบการดำเนินการที่อาจเกิดขึ้นของอังกฤษต่อ X ว่าเป็นการเซ็นเซอร์ในรูปแบบเดียวกับรัสเซียของ Vladimir Putinในหนึ่งในหลายโพสต์เกี่ยวกับประเด็นนี้ Sarah Rogers ปลัดกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ฝ่ายสาธารณทูต กล่าวว่ารัฐบาลสหราชอาณาจักรกำลัง “พิจารณาการแบน X ในสไตล์รัสเซีย”ภายใต้พระราชบัญญัติความปลอดภัยออนไลน์ (Online Safety Act) Ofcom สามารถบังคับให้แพลตฟอร์มจัดการกับเนื้อหาดังกล่าวและสั่งปรับเงินหลายล้านปอนด์หากไม่ปฏิบัติตาม โดยบทลงโทษสูงสุดคือคำสั่งศาลที่กำหนดให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบล็อกเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันทั้งหมดเมื่อวันศุกร์ X ประกาศว่าความสามารถในการสร้างและแก้ไขภาพจะ “จำกัดเฉพาะสมาชิกที่ชำระเงินเท่านั้น” ด้านทำเนียบนายกรัฐมนตรีอังกฤษ (Downing Street) บรรยายถึงความเคลื่อนไหวดังกล่าวว่าเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ โดยกล่าวว่ามันเป็นเพียง “การเปลี่ยนฟีเจอร์ AI ที่อนุญาตให้สร้างภาพที่ผิดกฎหมายให้กลายเป็นบริการระดับพรีเมียมเท่านั้น”ที่มา https://www.theguardian.com/technology/2026/jan/12/uk-threatens-action-against-x-over-sexualised-ai-images-of-women-and-children
ทันหุ้น • 12 ม.ค. 69
อ่าน
เดิมพันมนุษยชาติ! Sam Altman เปิดรับคนคุมความเสี่ยง AI พร้อมเงินก้อนใหญ่
#ChatGPT #ทันหุ้น ข้อมูลจาก The Guardian ได้ระบุว่า ผู้สร้าง ChatGPT ได้ลงโฆษณาประกาศรับสมัครงานในตำแหน่งว่างที่ให้เงินเดือนสูงถึง 555,000 ดอลลาร์ต่อปี พร้อมด้วยคำบรรยายลักษณะงานที่น่าหวาดหวั่นจนอาจทำให้แม้แต่ซูเปอร์แมนยังต้องสูดหายใจลึกด้วยความตกใจ ในสิ่งที่อาจใกล้เคียงกับ "งานที่เป็นไปไม่ได้" นี้ ตำแหน่ง "หัวหน้าฝ่ายเตรียมความพร้อม" (Head of Preparedness) ที่ OpenAI จะต้องรับผิดชอบโดยตรงในการป้องกันความเสี่ยงจาก AI ที่ทรงพลังมากขึ้นเรื่อย ๆ ต่อสุขภาพจิตของมนุษย์, ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และอาวุธชีวภาพ นั่นยังเป็นเพียงก่อนที่ผู้สมัครที่ประสบความสำเร็จจะต้องเริ่มกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ AI อาจจะเริ่มฝึกฝนตัวเองในเร็ว ๆ นี้ ท่ามกลางความหวาดกลัวจากผู้เชี่ยวชาญบางส่วนว่าพวกมันอาจ "หันมาทำร้ายพวกเรา" นี่จะเป็นงานที่เครียดมาก และคุณจะต้องกระโดดลงไปในส่วนที่ลึกที่สุดแทบจะในทันที Sam Altman ประธานเจ้าหน้าที่บริหารขององค์กรซึ่งตั้งอยู่ในซานฟรานซิสโกกล่าว ในขณะที่เขาเปิดตัวการตามหาผู้มาเติมเต็มใน บทบาทที่สำคัญยิ่ง เพื่อ ช่วยเหลือโลก ผู้สมัครที่ประสบความสำเร็จจะรับผิดชอบในการประเมินและบรรเทาภัยคุกคามที่เกิดขึ้นใหม่ รวมถึง การติดตามและเตรียมความพร้อมสำหรับขีดความสามารถขั้นสูง (Frontier capabilities) ที่สร้างความเสี่ยงใหม่ ๆ ของการเกิดอันตรายร้ายแรง ทั้งนี้ ผู้บริหารบางคนที่เคยดำรงตำแหน่งนี้ในอดีตสามารถอยู่ในตำแหน่งได้เพียงระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น การเปิดรับสมัครนี้เกิดขึ้นท่ามกลางเสียงเตือนที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องจากภายในอุตสาหกรรม AI เกี่ยวกับความเสี่ยงของเทคโนโลยีที่มีความสามารถเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเมื่อวันจันทร์ Mustafa Suleyman ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Microsoft AI กล่าวกับรายการ Today ของ BBC Radio 4 ว่า: ผมคิดจริง ๆ ว่าถ้าคุณไม่รู้สึกกลัวสักนิดในตอนนี้ แสดงว่าคุณไม่ได้กำลังให้ความสนใจอยู่ Demis Hassabis ผู้ร่วมก่อตั้ง Google DeepMind เจ้าของรางวัลโนเบล ได้เตือนในเดือนนี้เกี่ยวกับความเสี่ยงที่รวมถึงการที่ AI อาจ หลุดจากการควบคุมในทางใดทางหนึ่งที่ทำอันตรายต่อมนุษยชาติ ท่ามกลางแรงต้านจากทำเนียบขาวของ Donald Trump มีกฎระเบียบเกี่ยวกับ AI เพียงเล็กน้อยเท่านั้นในระดับประเทศหรือระดับนานาชาติ Yoshua Bengio นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่เป็นที่รู้จักในฐานะหนึ่งใน บิดาแห่ง AI (Godfathers of AI) กล่าวเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า: แซนด์วิชหนึ่งชิ้นยังมีกฎระเบียบควบคุมมากกว่า AI เสียอีก ผลลัพธ์ที่ตามมาคือบริษัท AI ต่าง ๆ ส่วนใหญ่ต้องควบคุมดูแลตัวเอง Altman กล่าวบนแพลตฟอร์ม X เมื่อเขาเปิดตัวการค้นหาตำแหน่งงานนี้ว่า: เรามีรากฐานที่แข็งแกร่งในการวัดขีดความสามารถที่เติบโตขึ้น แต่เรากำลังเข้าสู่โลกที่เราต้องการความเข้าใจและการวัดผลที่ละเอียดอ่อนมากขึ้นว่าขีดความสามารถเหล่านั้นจะถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดได้อย่างไร และเราจะจำกัดข้อเสียเหล่านั้นทั้งในผลิตภัณฑ์ของเราและในโลกได้อย่างไร ในรูปแบบที่ช่วยให้พวกเราทุกคนได้รับประโยชน์อันมหาศาล คำถามเหล่านี้ยากและมีตัวอย่างให้เห็นเพียงน้อยนิด ผู้ใช้งานรายหนึ่งตอบกลับอย่างประชดประชันว่า: ฟังดูชิลดีนะ มีวันหยุดรวมอยู่ด้วยไหม? สิ่งที่รวมอยู่ในข้อเสนอคือหุ้นใน OpenAI (Equity) ในสัดส่วนที่ไม่ได้ระบุไว้ โดยบริษัทแห่งนี้มีมูลค่าประเมินอยู่ที่ 5 แสนล้านดอลลาร์ เมื่อเดือนที่แล้ว บริษัทคู่แข่งอย่าง Anthropic ได้รายงานถึงการโจมตีทางไซเบอร์ที่ขับเคลื่อนโดย AI เป็นครั้งแรก ซึ่งปัญญาประดิษฐ์ทำงานโดยอิสระเป็นส่วนใหญ่ภายใต้การดูแลของผู้ที่สงสัยว่าเป็นตัวแสดงระดับรัฐของจีน เพื่อแฮ็กและเข้าถึงข้อมูลภายในของเป้าหมายได้สำเร็จ ในเดือนนี้ OpenAI กล่าวว่าโมเดลล่าสุดของตนมีความสามารถในการแฮ็กดีขึ้นเกือบสามเท่าเมื่อเทียบกับเมื่อสามเดือนก่อน และกล่าวว่า เราคาดว่าโมเดล AI ที่กำลังจะมาถึงจะยังคงดำเนินไปในทิศทางนี้ นอกจากนี้ OpenAI ยังต้องต่อสู้คดีความจากครอบครัวของ Adam Raine เด็กหนุ่มวัย 16 ปีจากแคลิฟอร์เนียที่ฆ่าตัวตายหลังจากถูกกล่าวหาว่าได้รับแรงจูงใจจาก ChatGPT โดยบริษัทได้โต้แย้งว่า Raine ใช้เทคโนโลยีในทางที่ผิด อีกคดีหนึ่งที่ยื่นฟ้องในเดือนนี้อ้างว่า ChatGPT ได้ส่งเสริมอาการหลงผิดแบบหวาดระแวงของ Stein-Erik Soelberg ชายวัย 56 ปีในรัฐคอนเนตทิคัต ผู้ซึ่งต่อมาได้ฆาตกรรมแม่วัย 83 ปีของตัวเองและฆ่าตัวตายตาม โฆษกของ OpenAI กล่าวว่าบริษัทกำลังตรวจสอบเอกสารที่ยื่นฟ้องในคดีของ Soelberg ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นเรื่องที่ บีบคั้นหัวใจอย่างเหลือเชื่อ และบริษัทกำลังปรับปรุงการฝึกฝน ChatGPT เพื่อรับรู้และตอบสนองต่อสัญญาณของความทุกข์ยากทางจิตใจหรือทางอารมณ์ ลดระดับความรุนแรงของการสนทนา และแนะนำผู้คนไปสู่การสนับสนุนในโลกแห่งความเป็นจริง ที่มา https://www.theguardian.com/technology/2025/dec/29/sam-altman-openai-job-search-ai-harms
ทันหุ้น • 30 ธ.ค. 68
ดู
สาวแซ่บ…แอ๊บมาอ่อย
ทรูวิชั่นส์ • 8 พ.ค. 68
อ่าน
รีวิวหนัง "Knives Out 3: Wake Up Dead Man ฆาตกรรมหรรษา ใครฆ่าคนบาป" บรรเจิดแสบสันต์แก๊งคนดีย์
ก็ถ้าหากว่าญี่ปุุ่นมี ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน ส่วนเน็ตฟลิกซ์เมืองไทยจะมีซีรีส์เรือธงที่ชื่อว่า สาธุ ที่ผลิตออกมาแล้วถึง 2 ซีซัน ฝั่งฮอลลีวูดก็ไม่ขอน้อยหน้าด้วยการสานต่อเฟรนไชส์หนังปริศนาสืบสวนสอบสวนที่กลายเป็นหนังรวมดาราแสนสนุกที่ซับซ้อน แต่แสบสันต์ไม่มีแผ่ว ซึ่งการกลับมาในภาคใหม่ครั้งนี้ก็แตะต้องประเด็นละเอียดอ่อนเรื่องความเชื่อและพลังศรัทธาแห่งศาสนา กลายออกมาเป็น "Wake Up Dead Man: A Knives Out Mystery ฆาตกรรมหรรษา ใครฆ่าคนบาป" ที่พร้อมจะมาเชิญชวนในแฟน ๆ ไปร่วมไขปริศนา สืบหาว่าใครเป็นคนฆ่า (...แต่พะยูนไม่ได้ฆ่า) เมื่อบาทหลวงหนุ่ม จั๊ด ดูเพลนติซี ถูกส่งไปช่วยเหลือ มงซินญอร์วิกส์ ผู้นำกลุ่มก่อความไม่สงบที่เปี่ยมเสน่ห์ดึงดูด ซึ่งชัดเจนว่ามีความไม่ชอบมาพากลกำลังก่อตัวอยู่ในหมู่ผู้ติดตามที่ภักดีของวิกส์ ซึ่งประกอบด้วย สตรีผู้เคร่งศาสนา, ผู้ดูแลสถานที่สุดรอบคอบ, ทนายความผู้เคร่งเครียด, นักการเมืองหน้าใหม่, หมอประจำเมือง, นักเขียนหนังสือขายดี และ นักเชลโลสาวที่ชีวิตพลิกผัน หลังเหตุฆาตกรรมอันน่าเหลือเชื่อเกิดขึ้นอย่างกะทันหันและได้เขย่าขวัญคนทั้งเมือง โดยยังไม่สามารถระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้ชัดเจน หัวหน้าตำรวจท้องถิ่นอย่าง เจอรัลดีน สก็อต ต้องร่วมมือกับนักสืบชื่อดัง เบนัวต์ บลองค์ ผู้นอกรีตและห่างไกลจากศาสนามาก ๆ เพื่อนำมาสู่การคลี่คลายปริศนาที่ท้าทายทุกตรรกะและความเชื่อแห่งพลังศรัทธา แล้วก็ยังเป็นอีกครั้งที่ "ไรอัน จอห์นสัน" ยังคงละเลงฝีมือในการรังสรรค์ผลงานที่เขาช่ำชองและถนัดมือเป็นแน่แท้ แม้ว่าจะปลุกปั้นสตอรี่นี้ทำนองนี้มาต่อเนื่องถึง 3 เรื่องราววแล้วก็ตาม แต่ลีลาความแพรวพราวของเขาแทบไม่แผ่วเบาลงเลย Wake Up Dead Man ยังคงเป็นหนังที่เต็มไปด้วยชั้นเชิงและลูกเล่นแนวสืบสวนสอบสวนที่ชวนติดตามได้เสมอในทุกนาที เสน่ห์ในการปูทางและแกะรอยคดีที่ค่อย ๆ เผยออกมาทีละน้อยอย่างโดดเด่น เป็นกิมมิกอรรถรสความบันเทิงชั้นเลิศเป็นอย่างดี ปลายปากกาในการรังสรรค์เรื่องราวจากบทหนังของไรอัน จอห์นสัน ยังคงเป็นอีกหนึ่งชิ้นงานมาสเตอร์พีชที่เขาได้ผลิตออกมาได้อีกครั้ง ซึ่งงานชิ้นนี้นี่น่าจะเป็นอีกหนึ่งบทหนังอันยอดเยี่ยมอีกเรื่องในรอบปีนี้เลยก็ว่าได้ Wake Up Dead Man แทบไม่มีจุดไหนและนาทีไหนที่น่าเบื่อเลย ทุก ๆ ซีนต่างมีความหมายที่แอบซ่อนเอาไว้อยู่ โดยยังมีทิศทางการเล่าเรื่องที่น่าติดตามตั้งแต่นาทีแรกไปจนถึงนาทีสุดท้าย แต่การปูเรื่องในช่วง 30 นาทีก็เต็มไปด้วยข้อมูลที่น่าสนในใจแล้ว มาตะลุยสืบสวนเด็ด ๆ ด้วยการแกะรอยจากหลักฐานไปพร้อม ๆ กับนักสืบเบนัวต์ บลองค์ ที่กลายเป็นความบันเทิงที่ลากยาวต่อไปอีกเกือบ 2 ชั่วโมงที่สนุกและทำให้ละสายตาไปไม่ได้เลย แน่นอนว่าหนังยังคงอยู่บนพื้นฐานของสูตรสำเร็จหนังสไตล์ whodunit ที่สอดแทรกท่วงท่าในการเล่าที่มีชั้นเชิงมาก ๆ ด้วยฝีมือของไรอัน จอห์นสัน ที่ทำได้ทำถึงในผลงานที่เขาภาคภูมิใจนำเสนอ และยังมาพร้อมกับการเฉลยคำตอบที่ชวนสนุกสาแก่ใจอีกเช่นเคย Wake Up Dead Man ก็ยังคงรักษาความโดดเด่นในแง่แคสติ้งนักแสดงได้ดี เพราะนับว่ายังเป็นอีกภาคที่เกณฑ์รวมพลทีมดาราตัวท็อปมาประชันบทบาทได้อย่างน่าประทับใจ นี่ถือว่าเป็นการฟาดฟันทางการแสดงของนักแสดงระดับยอดฝีมือล้วน เป็นการคืนกำไรให้กับคนดูแบบถ่องแท้ "จอช โอคอนเนอร์" ได้รับบทบาทที่โดดเด่นมากในเรื่องนี้ ที่การแสดงของเขาก็ยังเปล่งประกายออกมาได้อย่างเจิดจ้า น่าเหลือเชื่อ น่าศรัทธา และน่าทึ่ง เป็นอีกหนึ่งบทบาทที่แสนทะเยอทะยานของเขาอย่างซื่อตรง โดยที่ทีมดารานำคนอื่น ๆ ก็พ่นไฟใส่กันแบบไม่มีใครยอมใคร "จอช โบรลิน", "เจเรมี เรนเนอร์", "แอนดรูว์ สก็อต", "เคอร์รี วอชิงตัน" และ "แคลลี สแปนีย์" ได้รับการใส่มิติในตัวละครออกมาได้อย่างกลมกล่อม และพวกเขาก็ช่วยกันถ่ายทอดออกมาได้อย่างดีงาม ขณะที่ตัวละครหลัก "แดเนียล เคร็ก" ก็ยังกลับมาทำหน้าที่เดิมของเขาได้อย่างโดดเด่น การแสดงของเขายังทำได้ดี เพียงแต่ว่าภาคนี้ความเฉิดฉายอาจจะถูกลดทอนไปตามเนื้อหาการสืบสวน แต่คนที่ต้องจับตามองให้ดี ๆ ก็คือ "เกล็น โคลส" ที่มอบการแสดงระดับขโมยซีนได้แจ่มแจ้งอีกครั้ง เป็นบทบาทที่ลงตัวและเข้าทางกับฝีมือการแสดงของเธอที่เรืองรองในวงการมานานหลายปี แม้ว่าอาจจะยังไม่ใช่เลเวลที่เปล่งปลั่งยอดเยี่ยมที่สุด แต่ต้องยอมรับว่าตำแหน่ง MVP ของหนังเรื่องนี้ สมควรมอบให้กับดาราอาวุโสผู้นี้แบบไม่มีใครกล้าเถียงได้ และก็น่าจะเป็นอีกปีที่ชื่อของเธอก็น่าจะได้ถูกบรรจุเข้าชิงรางวัลต่าง ๆ ได้อยู่บ้าง ทาด้านโปรดักชันงานสร้างใน Wake Up Dead Man ก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลย โดยในภาคนี้ได้ตัว "สตีฟ เยดลิน" ผู้กำกับภาพจากภาคแรกกลับมาช่วยถ่ายภาพในอีกครั้ง ที่ทำให้สัมผัสได้ถึงชิ้นงานระดับต้นฉบับหวนกลับมาเติมเต็มได้ เช่นเดียวกับการได้ "บ็อบ ดุคเซย์" มือตัดต่อจากภาคแรกกลับมาทำงานให้อีก ดูเหมือนว่าจังหวะการร้อยเรียงเรื่องราวในภาคนี้ยังรักษาความกลมกล่อมและจังหวะเชิงซ้อนที่ไม่ได้ซับซ้อนใด ๆ อย่างมีอารมณ์ศิลป์ที่มีสไตล์อยู่เต็มไปหมด และภาคนี้ก็ยังได้ความจัดจ้านในแง่การออกแบบเสื้อผ้าที่ละเอียดยิบเหมือนเคย เพราะยังได้ "เจนนี่ เอแกน" หวนกลับมาทำงานให้อีกครั้ง โดยเธอรับหน้าที่ในหนังชุดนี้ต่อเนื่องตลอดทั้ง 3 ภาคแล้ว ที่ยังคงรักษามาตรฐานเอาไว้ได้อย่างเข้มแข็ง แล้วก็เป็นอีกครั้งที่ "นาธาน จอห์นสัน" ยังรับหน้าที่ประพันธ์เพลงประกอบให้ภาคนี้ ได้เติมเลเยอร์ให้กับมิติของหนังเรื่องได้สมบูรณ์ดีขึ้นไปอีกระดับ..และชวนประทับใจได้อีกภาค รักษามาตรฐานเอาไว้ได้เต็มเปี่ยม ดังนั้นโดยสรุปแล้ว Wake Up Dead Man ยังคงเป็นหนังสืบสวนสอบสวนที่ล้นเหลือไปด้วยสไตล์ที่จัดจ้านอีกเช่นเคย เมื่องานสร้างมาอยู่ในมือของนักสร้างที่เต็มไปด้วยพรสวรรค์ อีกทั้งรู้จักลำดับขั้นตอนในผลงานที่ตัวเองรับผิดชอบอยู่อย่างมีแพสชัน ไม่ประหลาดใจที่ผลงานเรื่องนี้ยังถูกรังสรรค์ออกมาได้ชวนแสบสันต์และบรรเจิดเริงใจได้อีกรอบ ถ้าจะสร้างต่อออกมาอีกสิบภาคก็ยังสนุก แต่ขอให้ทุก ๆ องค์ประกอบยังรักษาเอาไว้แบบนี้ก็เพียงพอ ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง Wake Up Dead Man: A Knives Out Mystery ฆาตกรรมหรรษา ใครฆ่าคนบาป ประเภท: อาชญากรรม / สืบสวนสอบสวน / ลึกลับ ผู้กำกับ: ไรอัน จอห์นสัน นำแสดงโดย: แดเนียล เคร็ก, จอช โอคอนเนอร์, เกล็น โคลส, จอช โบรลิน, มิลา คูนิส ความยาว: 144 นาที กำหนดฉายในไทย: 12 ธันวาคม 2025 (ที่ Netflix) Movie.TrueID METRIC: Wake Up Dead Man: A Knives Out Mystery ฆาตกรรมหรรษา ใครฆ่าคนบาป ภาพรวม⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰ (9.4/10) การเล่าเรื่อง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰ (9.1/10) การแสดง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰ (9.7/10) เทคนิคงานสร้าง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰ (9.3/10) บทภาพยนตร์⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰ (9.1/10) ห้ามพลาด! แพ็กเกจ True 5G Super Netflix เอาใจคนรักความบันเทิงสนุกกับการดู Netflix ได้คมชัดทุกจอ เริ่มต้นแค่เพียง 499 บาท/เดือน คลิกเลย! ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 13 ธ.ค. 68
อ่าน
ส่องรีวิวชุดแรก "Avatar: Fire and Ash" ทุกเสียงยังตอกย้ำ เป็นภาคที่อยู่เหนือจินตนาการ..อีกแล้ว
ถึงแม้ว่าจะเป็นภาคที่หลาย ๆ ฝ่ายเริ่มเป็นกังวลเกี่ยวกับกระแสความนิยมที่ค่อนข้างเจือจางไปสักหน่อย แต่ดูเหมือนว่าผลลัพธ์ของหนังอาจจะมาช่วยเติมเชื้อไฟและกระตุ้นความสนใจจากผู้ชมได้ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนลงโรงฉาย สำหรับ "Avatar: Fire and Ash" หนังภาคที่ 3 จากเฟรนไชส์อวตาร ที่จะพาออกไปสำรวจดาวแพนดอร่าในมุมมองใหม่ โดยล่าสุดหนังได้ทำการจัดรอบปฐมทัศน์โลกไปแล้วอย่างเป็นทางการ เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา (1 ธ.ค.) ณ นครลอสแองเจลิส และฟีดแบกรีวิวสั้น ๆ จากบรรดาผู้ชมกลุ่มแรกก็ได้ถูกปล่อยออกมาเป็นน้ำจิ้ม Avatar: Fire and Ash การหวนกลับมารังสรรค์งานสร้างอีกครั้งของตำนานผู้กำกับ "เจมส์ คาเมรอน" ที่รีวิวและคำวิจารณ์ฉบับเต็ม ๆ จากบรรดาผู้เชี่ยวชาญและอินฟูลเอนเซอร์ชื่อดังต่าง ๆ จะยังไม่สามารถเผยแพร่ออกมาจนกว่าจะถึงสัปดาห์กลางเดือนธันวาคมนี้ แต่จากการประมวลภาพรวมของรีวิวสั้น ๆ ชุดแรกที่เผยออกมา กลายเป็นว่าทุกเสียงและทุกทิศทางต่างบอกคล้ายกันว่า ยังเป็นหนังที่ตอกย้ำความล้ำทางด้านจินตนาการการกับงานสร้างที่ดีเกินเบอร์ คอร์ทนีย์ ฮาวเวิร์ด นักวิจารณ์หนังชื้อดังของฮอลลีวูดในสังกัด Variety บรรยายว่า หนังเรื่องนี้ยังคงเป็นมั่นเป็นเหมาะที่จะสร้างออกมาสำหรับโรงภาพยนตร์โดยแท้ "เจมส์ คาเมรอน ยังคงมีของที่รักษามาตรฐานตัวเองไว้ได้ดีเสมอ รังสรรค์ออกมาเป็นหนังสุดอลังการตื่นตาตื่นใจและสะเทือนอารมณ์ได้อย่างประทับใจ บนเรื่องราวแห่งความกล้าหาญที่เยี่ยมยอดในทุกด้าน" ขณะที่ เพอร์รี เนเมียรอฟ จาก Collider ก็ยังไม่พลาดที่จะประทับใจไปกับทุก ๆ รายละเอียดงานสร้างที่หนังเรื่องนี้มอบให้ "ผ่านไป 3 ภาคแล้ว ผมก็ยังทึ่งกับความมหัศจรรย์ของหนังชุดนี้ อาจจะเป็นคำที่เชยไปสักหน่อยนะครับ แต่มันเหมือนความรู้สึกที่ได้นั่งเล่นเครื่องเล่นไปด้วยจริง ๆ ระหว่างดูหนังเรื่องนี้ ไม่อยากจะเชื่อว่าจะถูกดูดกลับเข้าไปสู่โลกของแพนดอร่าได้อย่างง่ายดายทุกครั้ง ภาคนี้มีลูกเล่นเป็นความซับซ้อนในแง่งานสร้างเพิ่มขึ้นมาก ๆ จนแทบจะพูดไม่ออกเลยทีเดียว" ทางด้านนักวิจารณ์หนังชื่อดังอีกคน อย่าง ไมเคิล ลี ถึงกับออกอาการพูดอะไรไม่ออกหลังจากที่เดินออกมาจากโรงหนังที่เพิ่งฉาย Avatar 3 จบลงไปหมาด ๆ "ยังโดดเด่นด้วยงานภาพตระการตาอีกเหมือนเคย โดยเฉพาะงานสร้างสามมิติที่ชวนขนลุก ได้ออกเดินทางสำรวจแพนดอร่าและชนเผ่าใหม่ ๆ ที่ชวนกินใจยิ่งขึ้น เปิดโอกาสให้ได้เห็นโลกใบเดิมที่กว้างใหญ่ไพศาล ถึงเนื้อเรื่องจะยังขาด ๆ เกิน ๆ อยู่บ้าง แต่ขีดจำกัดที่ล้ำเกินไปมากในด้านเทคนิคการสร้างที่เหนือจินตนาการผู้ชม ก็กลบเกลื่อนร่องรอยบกพร่องของหนังไปได้แทบทุกอย่าง" เช่นเดียวกับ ฌอห์น ทาจิปัวร์ เนิร์ดสายหนังตัวพ่อของวงการ ได้เล่าความคิดเห็นหลังจากที่ได้ชม Avatar ภาค 3 มาแล้วว่า "ผมอาจจะไม่ใช่แฟนพันธุ์หนังเรื่องนี้ แต่ภาคนี้พิสูจน์ได้อีกครั้งว่า เจมส์ คาเมรอน ยังมอบประสบการณ์สุดวิเศษผ่านงานสร้างโลกแห่งอวตารของเขาออกมาได้น่าประทับใจเสมอ เป็นการยกระดับงานภาพเคล้าเข้ากับสตอรี่ที่บิวท์อารมณ์ได้สูงขึ้นไปอีกขั้น นี่คือนิยามใหม่ของหนังบล็อกบัสเตอร์ในยุคนี้อย่างแท้จริง พร้อมกับตอกย้ำว่าทำไมโรงภาพยนตร์จึงยังมีความสำคัญ..ก็เพราะผลงานที่เจมส์ตั้งใจสร้างออกมาทุก ๆ เฟรมนั่นเอง" แต่ก็ใช่ว่าจะมีแค่ความคิดเห็นแดนบวกและชมให้ตัวลอยเสมอไป เพราะความคิดเห็นจาก คริส พาร์คเนอร์ อินฟูลเอนเซอร์สายหนัง บอกความรู้สึกออกมาว่า "เจมส์ คาเมรอน ก็ยังคัมแบ็กกลับมาได้น่าทึ่งอีกครั้งเช่นเคย เผ่าใหม่ในภาคนี้ขโมยซีนได้เละเทะแบบว่ายอดเยี่ยมจริง ๆ แต่ต้องสารภาพตรงไปตรงมาว่าหนังภาคที่แล้ว เล่นทำให้เราแอบเสียอรรถรสไปนิดนึง ความรู้สึกนั้นก็ยังค่อนข้างพบเห็นได้อยู่ในภาคใหม่ด้วย มีความซ้ำซากจำเจปะปนอยู่บ้าง กับแทบไม่มีอะไรที่แปลกใหม่เท่าไหร่นัก" ปิดท้ายด้วย @sagesurge นักเขียนสายบันเทิงอิสระในฮอลลีวูด ยอมรับว่า Avatar 3 เป็นงานหนังที่โดดเด่นด้านงานภาพอย่างปฏิเสธไม่ได้ แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดที่ทำออกมาได้ดี "ยอมรับว่าฉากต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่และน่าทึ่งมาก ภาคนี้ โซอี้ ซัลดานา กับ อูนา แชปลิน โดดเด่นที่สุด หนังมีช่วงเวลาที่กัดกินใจกับธีมแห่งความศรัทธาและเศร้าโศก แต่น่าเสียดายที่บทหนังค่อนข้างเฉื่อยชาและซ้ำซากเกินไป ยิ่งมาเจอไดอะล็อกระหว่างตัวละครที่ค่อนข้างประดิษฐ์และไม่เข้ากับปากด้วยแล้ว..ยิ่งไปกันใหญ่" Avatar: Fire and Ash จะเล่าถึงสถานการรณ์ท่ามกลางสงครามอันโหดร้ายกับ RDA และความโศกเศร้าจากการสูญเสียลูกชายคนโต เจค ซัลลี่ และ เนย์ทีรี จะต้องพบกับภัยคุกคามใหม่บนดาวแพนโดร่า เหล่าชาวนาวีเผ่าขี้เถ้าที่ป่าเถื่อนและกระหายในอำนาจ นำโดยหัวหน้าเผ่าผู้เหี้ยมโหดที่มีชื่อว่า วารัง ครอบครัวของ เจค จะต้องต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดและเพื่ออนาคตของดาวแพนโดร่า ในความขัดแย้งที่จะผลักดันทุกคนไปยังขีดสุดของทั้งร่างกายและจิตใจ "แซม เวิร์ธธิงตัน", "โซอี้ ซัลดานา", "ซิกัวร์นีย์ วีเวอร์", "แจ็ค แชมป์เปียน" ยังหวนกลับมารับบทแสดงนำ โดยที่จะร่วมเสริมทัพด้วย "อูนา แคปลิน" ที่จะมาสวมบทเป็นวายร้ายหลักตัวใหม่ของภาคนี้ โดยหนังวางคิวฉายเอาไว้ทั่วโลก ตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคมนี้ เป็นต้นไป ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 3 ธ.ค. 68
อ่าน
Goddess of Victory: NIKKE ปล่อยสกินใหม่ของ "Blanc" จนเกิดเสียงวิจารณ์ งานนี้ดีไซเนอร์ต้องออกมาชี้แจง!
เพื่อต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี เกม Goddess of Victory: NIKKE ได้ปล่อยสกินใหม่ล่าสุดของ "Blanc" ขวัญใจมหาชนในชื่อชุด "Fortune Express" ในธีมฤดูหนาว แต่แทนที่ชุดจะออกมาดูอบอุ่น กลับกลายเป็นประเด็นถกเถียงในหมู่แฟนเกมเมื่อท่อนล่างของเธอนั้นดู "โล่งโจ้ง" ผิดปกติ!แม้เสื้อโค้ทและรองเท้าบูทจะดูเข้ากับบรรยากาศหนาวเย็น แต่สิ่งที่แฟน ๆ (โดยเฉพาะฝั่งญี่ปุ่น) สังเกตเห็นคือ Blanc ไม่ได้ใส่กางเกงหรือกระโปรงเลย มีเพียงถุงน่องบาง ๆ กับชุดชั้นในสีขาวเท่านั้น ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ว่าดีไซน์นี้ดู "มักง่าย" เหมือนแค่อยากโชว์ผิว หรือเหมือนตัวละครลืมแต่งตัวให้เสร็จก่อนออกจากบ้าน จนดูน่าอายมากกว่าจะรู้สึกเซ็กซี่ แถมบรรยากาศในเกมยังเป็นสถานีรถไฟกลางแจ้ง แฟน ๆ บางส่วนเลยอดเป็นห่วงไม่ได้ว่าลมพัดทีคงหนาวสั่นไปถึงขั้วหัวใจท่ามกลางความสงสัย "Dore" ศิลปินผู้ออกแบบชุดนี้จึงออกมาเคลียร์ใจให้แฟน ๆ หายข้องใจว่า ดีไซน์นี้ไม่ได้วาดไม่เสร็จ แต่มันคือความตั้งใจที่อิงมาจกเทรนด์โลกจริงที่เรียกว่า "Pantless Fashion""นี่คือสไตล์ Pantless Fashion ครับ มันเป็นสไตล์ที่มีอยู่จริง ๆ"Dore อธิบายว่าสไตล์นี้เป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมในหมู่นางแบบและเซเลบริตี้ในต่างประเทศช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา (อ้างอิงจาก Vogue) ซึ่งเป็นการนำเทรนด์เก่ามาปัดฝุ่นใหม่ โดยการใส่ชุดสไตล์ Leotard หรือกางเกงในทับถุงน่องเดินถนนกันแบบมั่น ๆ โดยไม่ต้องสวมกระโปรงหรือกางเกงทับพอเจอคำอธิบายแบบมีอ้างอิงชัดเจนเข้าไป แฟนเกมชาวญี่ปุ่นหลายคนถึงกับร้อง "อ๋อ" และยอมรับว่าได้ความรู้ใหม่ เพราะเทรนด์ "ไม่ใส่กางเกง" นี้ยังไม่ได้ฮิตในหมู่ดาราญี่ปุ่นเท่าไหร่นักอย่างไรก็ตาม เนื่องจากชุดสกินในเกม NIKKE นั้นต้องอาศัยดวงและทุนทรัพย์ในการกด Gacha ที่ค่อนข้างสูง แฟน ๆ ส่วนหนึ่งจึงยังมองว่า แม้จะเป็นแฟชั่นจริง แต่ถ้ายัดดีเทลอย่างกระโปรงสวย ๆ มาให้สมราคาอีกนิดก็น่าจะดีกว่า แต่ก็นั่นแหละ...ใครจะไปรู้ว่าสกินวาบหวิวชุดนี้ อาจเป็นความตั้งใจของทีมงานที่อยากสอนคลาสแฟชั่นระดับโลกให้แฟนเกมก็ได้!แปลและเรียบเรียงจากAutomaton Media
Online Station • 2 ธ.ค. 68
ดู
นักสู้ วีอาร์ ล่าเดนคน
โกลเด้น เอ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ • 17 ต.ค. 67
ดู
คนเดือด หมัดดิบ
โกลเด้น เอ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ • 24 ต.ค. 67
ดู
ดี-เลว-เดือด กระแทกคมเฉือน
โกลเด้น เอ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ • 26 มิ.ย. 67
อ่าน
[US Box Office] เขากลับมา..ทุบสถิติเฟรนไชส์ "Predator: Badlands" สตาร์ทได้ดีเยี่ยม
Box Office Predator: Badlands บ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกา รายงานอันดับหนังทำเงินประจำสุดสัปดาห์วันที่ 7-9 พฤศจิกายน 2025 - การหวนกลับมาสู่จอใหญ่อีกครั้งในรอบ 7 ปี ที่เป็นการรีบูตใหม่และเรียกคืนศรัทธาครั้งใหม่ของเฟรนไชส์หนังนักล่าอวกาศสุดเหี้ยม "Predators: Badlands" กลับมาหนนี้ เฉิดฉายยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ แม้ว่าในศักราชนี้โครงการหนังจะโอนย้ายมาอยู่ภายใต้ชายคาบ้านมิกกี้ เมาส์ สายสดใด อย่าง วอลต์ ดิสนีย์ อย่างเต็มตัวแล้ว แต่กลายเป็นว่าคอนเทนท์พรีเดเตอร์ฉบับใหม่ก็สามารถมัดใจผู้ชมและชวนประทับใจได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม Predators: Badlands ขึ้นบัลลังก์แชมป์ได้อย่างสมศักดิ์ศรี กับรายได้เปิดตัว 3 วันแรกที่มากกว่าทุกฝ่ายและสตูดิโอคาดการณ์กันเอาไว้ เพราะทำได้สูงถึง 40 ล้านเหรียญ จาก 3,725 โรงฉายทั่วอเมริกา ถือว่าหนังทำรายได้เฉลี่ยต่อโรงได้สูงแตะหลักหมื่นเหรียญเลยทีเดียว ตัวเลขดังกล่าวได้กลายเป็นหนังภาคที่เปิดตัวได้สูงที่สุดในบรรดาเฟรนไชส์ Predator ทั้งหมด ตลอดระยะเวลาเกือบ 40 ปี แล้วยังสูงกว่า "Alien vs. Predator" หนังลูกผสมของจักรวาลนี้ ที่เคยเปิดตัวไว้ เมื่อปี 2004 การมาของ Predators: Badlands เป็นการปลุกไฟบนบ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกาขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่เผชิญหน้ากับความซบเซามาตลอดทั้งเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และนี่ก็คือหนังที่ทำเงินเปิดตัวได้แตะหลัก 40 ล้านเหรียญเรื่องแรกในรอบเกือบ 2 เดือนเต็ม ต้องขอบคุณกระแสเชียร์ปากต่อปากของคนดู ที่ผลักดันยอดรายได้หนังดีขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ เพราะคนดูก็ให้เกรด A- กับหนังเรื่องนี้ ส่วนกระแสรีวิวก็ดีไม่น้อยหน้า มีคะแนนเฉลี่ยที่ 85% บนเว็บไซต์ Rotten Tomatoes ในตอนนี้ นอกจากนี้ Predators: Badlands ยังเก็บแต้มจากตลาดหนังนอกอเมริกาได้อย่างน่าพอใจ เพราะหนังทำได้อีก 40 ล้านจากการเปิดตัวฉายทั่วทั้งโลกในสุดสัปดาห์นี้ กลายเป็นว่าหนังออกสตาร์ทได้ที่ 80 ล้านเหรียญ โดยที่ยังมีทุนสร้าง 105 ล้านเหรียญเป็นชาเลนจ์ที่สำคัญ เพราะโดยสถิติก่อนหน้านี้ หนังตระกูลนี้มักจะเข้าข่ายเปิดตัวแรงแต่ทำเงินลดฮวบอย่างรวดเร็ว ดังนั้นคงต้องมาติดตามดูว่าหนังภาคนี้จะล้างอาถรรพ์นี้ไปได้หรือไม่ เพราะเมื่อวีคก่อนเกือบจะได้เป็นแชมป์แบบงง ๆ เสียแล้ว สำหรับหนังรักน้ำเน่า "Regretting You" ที่ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ผู้ชมยุคนี้ยังต้องการคอนเทนท์เฉิ่ม ๆ แบบนี้ไว้เบรกอารมณ์เหมือนกัน ทำให้หนังเรื่องนี้ยังรั้งตำแหน่งรองแชมป์ต่อเนื่อง 3 สัปดาห์ซ้อนแล้ว วีคนี้เก็บไปเพิ่มอีก 7.1 ล้านเหรียญ ตัวเลขลดลงไปแค่ -9% เท่านั้นเอง กลายเป็นว่าหนังรักจากนิยายดังของ คอลลีน ฮูเวอร์ เรื่องนี้ ก็แอบฮิตในบ้านเบา ๆ เพราะรายได้ก็มุ่งหน้าสู่ 40 ล้านแล้ว ทางด้าน "Black Phone 2" ที่พลิกกลับขึ้นไปเป็นแชมป์ได้แบบฉงน ๆ สัปดาห์นี้ก็หล่นลงมาตามระเบียบ แต่ก็ยังจัดได้ว่าประคองรายได้ระยะยาวไว้ได้ดี เพราะวีคนี้ทำเงินลดลงไปเพียง -36% ได้ไปเพิ่ม 5.3 ล้านเหรียญ กระตุ้นยอดรวมในอเมริกาล่าสุดแตะหลัก 70 ล้านเหรียญได้อย่างงดงาม เช่นเดียวกับ "Chainsaw Man The Movie: Reze Arc" กลายเป็นอนิเมะญี่ปุ่นที่รั้งอันดับ Top 10 ได้ดีกว่าปกติ วีคนี้ทำเงินไปอีก 3.6 ล้านเหรียญ ดร็อปลงไปเพียง -42% ฟันยอดรวมไปแล้วถึง 38 ล้านเหรียญ ส่วนกลุ่มหนังเข้าใหม่อีกหลาย ๆ เรื่องในสัปดาห์นี้ ส่วนใหญ่เป็นหนังดรามาสายรางวัลที่ก็ยังไม่ได้ทำผลลัพธ์ออกมาได้โดดเด่นเท่าไหร่ "Sarah's Oil" กลายเป็นเรื่องพลิกโผที่เปิดตัวได้สูงกว่าใครในกลุ่ม ออกสตาร์ทที่ 4.5 ล้านเหรียญ จาก 2,410 โรงฉาย แทรกตัวเข้ามาอยู่อันดับที่ 4 นี่คือหนังฟีลกู้ดว่าด้วยเด็กผิวสีที่กลายเป็นเศรษฐีในวัย 11 ขวบ เพราะที่ดินของเธออุดมเป็นด้วยน้ำมันดิบ ตามมาในอันดับที่ 5 คือ "Nuremberg" เปิดตัวที่ 4 ล้านเหรียญ จาก 1,802 โรงฉาย หนังที่จัดจ้านด้วยการแสดงของ รามี มาเล็ก กับ รัสเซลล์ โครว์ เรื่องราวของจิตแพทย์หนุ่มที่ต้องเป็นผู้ตรวจสอบว่าแกนนำนาซี เฮอร์แมน งอริง สมควรถูกดำเนินคดีหรือไม่ ขณะที่ "Die My Love" หนังดรามาที่เป็นการโคจรมาเจอกันของ เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ กับ โรเบิร์ต แพททินสัน เปิดตัวได้ค่อนข้างเหงาที่ 2.8 ล้านเหรียญ จาก 1,983 โรงฉาย หนังไม่ได้แรงเชียร์จากผู้ชม เพราะต่างพากันสาปส่ง เห็นได้จากเกรด D+ ที่ได้รับมา และอีกเรื่องที่จอดสนิทก็คือ "Christy" หนังดรามาตำนานนักมวยหญิงชิงแชมเปี้ยน ที่ได้ ซิดนีย์ สวีนีย์ แสดงนำและหวังจะโดดเด่นบนเวทีรางวัล แต่กลายเป็นหนังที่ไม่มีใครเหลียวแล ทำได้ดีแค่ในอันดับที่ 11 กับรายได้ 3 วันแรกที่ 1.3 ล้านเหรียญ จาก 2,011 โรงฉาย เป็นอีกหนึ่งผลงานในปีนี้ของซิดนีย์ที่เผชิญหน้ากับความล้มเหลวต่อเนื่อง หนังสายรางวัลอีกเรื่องที่เปิดตัวในวีคนี้แบบวงจำกัด ก็คือ "Sentimental Value" หนังดรามาที่ทีมนักแสดงเรื่องนี้เป็นที่จับตามองว่าจะโดดเด่นเป็นตัวเต็งรางวัลต่าง ๆ ในปีนี้ ออกสตาร์ทกับรายได้ 200,000 เหรียญ จากการฉายแค่ 4 โรงทั่วอเมริกา คิดเป็นรายได้เฉลี่ยต่อโรงที่ 50,000 เหรียญเลยทีเดียว โดยหนังเรื่องนี้มีแผนจะค่อย ๆ ขยายวงฉายขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงฤดูกาลล่ารางวัลเริ่มเข้มข้นขึ้น ส่วนสัปดาห์ถัดไปยิ่งเข้าใกล้ช่วงเทศกาลสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็ยังมาพร้อมกับคอนเทนท์หนังใหม่เนื่องแน่นเช่นเคย นำมาด้วยเวอร์ชันใหม่ของหนังแอคชันดิสโทเปีย "The Running Man" ที่พร้อมออกวิ่ง ตามมาด้วยเหล่าจตุรอาชาจะกลับมาเสกกลใหม่ ๆ ใน "Now You See Me: Now You Don't" ร่วมด้วยความเขย่าขวัญครั้งใหม่ของนักสร้างตัวพ่อ ออสกู้ด เพอร์กินส์ ใน "Keeper" และหนังคอนเสิร์ตที่จะฉายพร้อมกันทั่วโลก "j-hope Tour HOPE ON THE STAGE THE MOVIE" เป็นทางเลือก ส่วนหนังวงจำกัดก็จะมี "Eternity" หนังแฟนตาซีรักสามเส้าของ 3 ดาราปัง ๆ "Jay Kelly" หนังตัวเต็งรางวัลอีกเรื่องในปีนี้ของเน็ตฟลิกซ์ กับ "Kokuho" หนังเรื่องเยี่ยมแห่งปีจากญี่ปุ่น จะลงโรงฉายเพื่อให้ได้สิทธิ์ชิงรางวัลนั่นเอง Source: TheNumbers อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : [US Box Office] หนังน้ำเน่า Regretting You พลิกขึ้นแชมป์วีคฮาโลวีนที่เงียบสงัด [US Box Office] ประกาศศักดา "Chainsaw Man The Movie" ผงาดยึดบัลลังก์แชมป์ในอเมริกา [US Box Office] ฮัลโหลความสยอง "Black Phone 2" กอบกู้หน้าให้บ้านบลัมเฮาส์ในรอบปี [US Box Office] สยายปีกครบไตรภาค "Tron: Ares" ออกสตาร์ทกับตัวเลขชวน..อืมมม TrueID BoxOffice 5 หนัง 5 ซีรีส์ออนไลน์ฮิตจากแอป TrueID ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 10 พ.ย. 68
อ่าน
ไมเคิล บี. จอร์แดน เจรจารับบทนำใน "Miami Vice" ฉบับใหม่ของผู้กำกับโจเซฟ คอร์ซินสกี
อีกหนึ่งโปรเจกต์หนังรีบูตครั้งใหม่ที่จะกำลังจะเกิดขึ้นในทศวรรษนี้ก็คือ "Miami Vice" ตำนานโปลิศแห่งชายฝั่งทะเลแดนใต้ของอเมริกา ที่จะกลับมาโลดแล่นบนจอใหญอีกครั้งในเวอร์ชันตีความใหม่ ของผู้กำกับสุดฮอต "โจเซฟ คอร์ซินสกี" ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาสร้าง และล่าสุดดูเหมือนว่าการแคสติ้งนักแสดงกำลังอยู่ระหว่างการเฟ้นหาอย่างเข้มข้น Variety รายงานว่า "ไมเคิล บี. จอร์แดน" นักแสดงหนุ่มแถวหน้าของฮอลลีวูดในยุคนี้ เป็นผู้ที่ถูกทาบทามติดตามให้มารับบทนำในฉบับใหม่ กับบทหลักที่สำคัญ อย่าง ริชาร์โด ทับบ์ส หรือ ริโค ตำรวจสายสืบผิวสีที่เต็มไปด้วยความขึงขัง โดยการเจรจาครั้งนี้อยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น เพื่อหาความเหมาะสมและพิจารณาตารางงานกับนักแสดงอยู่ ขณะที่นักแสดงนำอีกคนนั้น ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวลือโชยมาว่า "เกลน โพเวลล์" คือผู้ที่กำลังถูกทาบทามอยู่ โปรเจกต์หนัง Miami Vice ฉบับใหม่เรื่องนี้นั้น ยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส ได้ประกาศสร้างอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยวางคิวฉายเอาไว้ในวันที่ 6 สิงหาคม 2027 ที่หมายความว่าหนังน่าจะต้องเริ่มเปิดกล้องถ่ายทำกันภายในช่วงฤดูร้อนปี 2026 นั่นเอง หนังจะดัดแปลงมาจากทีวีซีรีส์เรื่องดังในยุค 80s ที่นำแสดงโดย ดอน จอห์นสัน กับ ฟิลิป ไมเคิล โทมัส เป็นหนึ่งในซีรีส์ตำรวจที่ประสบความสำเร็จตลอดกาล โดยเวอร์ชันใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นครั้งนี้นั้น ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของพล็อตเรื่องออกมาในตอนนี้ แต่แหล่งข่าวระบุว่าหนังจะมีกลิ่นอายความวินเทจย้อนยุค ที่จะพาผู้ชมกับไปสู่ห้วงในสังคมที่ยังเต็มไปด้วยการทุจริตแห่งช่วงกลาง ๆ ยุค 80s ที่จะได้แรงบันดาลใจมาจากโชว์ซีรีส์ช่วงซีซีนแรก ๆ นั่นเอง อย่างไรก็ตาม ยูนิเวอร์แซลยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นใด ๆ เกี่ยวกับประเด็นนี้ข่าวนี้ สำหรับ ไมเคิล บี. จอร์แดน เป็นนักแสดงซุปตาร์แถวหน้าของวงการในยุคปัจจุบัน เขาคือคนบันเทิงความสามารถเปี่ยมล้น แสดงได้จัดจ้านและยังเป็นนักสร้างหนังที่มีฝีมือ ปีนี้เขาเจิดจรัสกับการแสดงใน "Sinners" หนังสยองขวัญสุดฮิตที่มีโอกาสที่จะทำให้เขาได้ชิงรางวัลอีกครั้ง โดยที่เขายังมีโปรเจกต์ใหม่ ๆ จ่อรออีกเพียบ หนึ่งในนั้นก็คือ "The Thomas Crown Affair" ฉบับรีเมคใหม่ ที่เขาแสดงนำและกำกับหนังเรื่องนี้เอง รวมทั้งยังมีชื่อเกี่ยวข้องกับโปรเจกต์ "I Am Legend ภาค 2", "Creed 4" รวมไปถึง "Rainbow Six" ด้วย ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 24 ต.ค. 68
ดู
ผู้มาเยือน
ทรูวิชั่นส์ • 1 มิ.ย. 67
ดู
ยุทธการฝ่ารหัสทมิฬ
ทรูวิชั่นส์ • 4 ก.ค. 68
ดูเพิ่มเติม