รีเซต

ผลการค้นหา “ฝาปิดถังน้ํามันg8injv' isuzu” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
Please Charge My Motorbike
ดู

Please Charge My Motorbike

TSS The Super Series เปิดศักราชใหม่ 2026 อย่างทรงพลัง
อ่าน

TSS The Super Series เปิดศักราชใหม่ 2026 อย่างทรงพลัง

TSS The Super Series เปิดศักราชใหม่ 2026 อย่างทรงพลัง! ฉลอง 20 ปี บางแสน กรังด์ปรีซ์ ปูพรมแดงรับทัพรถแข่งระดับโลก ยกระดับมอเตอร์สปอร์ตไทยสู่ Digital Era เต็มตัว กรุงเทพมหานคร (4 มีนาคม 2569) วงการความเร็วในอาเซียนต้องสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อ บริษัท เรซซิ่ง สปิริต จำกัด ผู้จัดการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบระดับนานาชาติ เนรมิตพื้นที่ G Floor, Parade Square ณ One Bangkok จัดงานแถลงข่าวเปิดฤดูกาล TSS The Super Series by B-Quik / B-Quik Thailand Super Series และ Bangsaen Grand Prix 2026 อย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางบรรยากาศสุดล้ำที่ผสมผสานทั้งเสียงเครื่องยนต์และพลังความบันเทิงไว้อย่างลงตัว ก้าวข้ามขีดจำกัด สู่มาตรฐานความเร็วระดับสากล คุณสนธยา คุณปลื้ม ประธานจัดการแข่งขันฯ และ คุณปรีดา ตันเต็มทรัพย์ รองประธานจัดการแข่งขันฯ ร่วมเผยวิสัยทัศน์ที่ทำให้ปี 2026 เป็นมากกว่าแค่การแข่งขันรถยนต์ แต่คือการยกระดับ "ระบบนิเวศมอเตอร์สปอร์ต" ของไทยให้เทียบชั้นสากล โดยในปีนี้ TSS ยังคงได้รับการรับรองจาก ร.ย.ส.ท. ภายใต้กฎเกณฑ์ของ FIA อย่างเข้มงวด ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การนำเทคโนโลยี PSG Ride Height Laser จากเยอรมนีมาใช้ในการตรวจสภาพรถเพื่อความยุติธรรมสูงสุด พร้อมผนึกกำลังกับ onGRID Digital Ecosystem เปลี่ยนผ่านข้อมูลจากสนามแข่งสู่ปลายนิ้วสัมผัสของแฟนๆ และทีมแข่งแบบ Real-time ตอกย้ำภาพลักษณ์ยุค Data-Driven มอเตอร์สปอร์ต เข้มข้นทุกรุ่นการแข่งขัน พร้อมแคมเปญสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ในปีนี้ รุ่นเรือธงอย่าง Super Car GT3 / GTM / GT4 ยังคงเป็นหัวใจหลัก โดยมีการทำงานร่วมกับ SRO ในการกำหนดค่า BOP (Balance of Performance) เพื่อให้การขับเคี่ยวสูสีและเร้าใจที่สุด GTM Campaign: สิทธิพิเศษสำหรับทีมที่ใช้ Porsche 992.1 GT3 Cup รับ Parts Voucher 5,000 ยูโร พร้อมโอกาสทองสำหรับแชมป์ปี 2026 ที่จะได้รับสิทธิ์ Free Entry ในรายการ PCCA 2027 Endurance Cup The Special Guest: พบกับการปรากฏตัวของ DXM NP01 รถแข่งสายพันธุ์ดุจากฝรั่งเศสที่จะมาสร้างสีสันใหม่บนแทร็กไทย Pickup Power: รุ่น Thailand Super Pickup ปรับโฉมใหม่ยกเลิกการแบ่งคลาส D1/D2 เพื่อปลดล็อกความแรงให้แฟนๆ ได้ลุ้นกันแบบไม่มีเบรก 2 ทศวรรษแห่งความภูมิใจ: Bangsaen Grand Prix 20th Anniversary ช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอยคือการฉลอง 20 ปี บางแสน กรังด์ปรีซ์ โดยได้รับเกียรติจาก คุณทัชชภณ ปิ่นทอง รองนายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข ร่วมย้อนรอยความสำเร็จจากสนามแข่งริมหาดเล็กๆ สู่สนาม FIA Grade 3 ที่สร้างเม็ดเงินสะพัดจากการท่องเที่ยวกว่า 3 ล้านคนต่อปี เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษนี้ สนามบางแสน สตรีท เซอร์กิต ได้มีการอัปเกรดความปลอดภัยและทัศนียภาพครั้งใหญ่ พร้อมรับทัพ Support Race ระดับโลก อาทิ Formula 4 SEA, Porsche Carrera Cup Asia และรายการน้องใหม่อย่าง Eighty Six Challenge by Racewerks นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวหนังสือที่ระลึก "20 ปี Bangsaen Grand Prix" ที่รวบรวมทุกความทรงจำอันทรงคุณค่าไว้ในเล่มเดียว เมื่อ "ดนตรี" บรรจบกับ "มอเตอร์สปอร์ต" อีกหนึ่งเซอร์ไพรส์ที่สร้างสีสันให้กับงานคือโชว์สุดพลังจากวง Alters ศิลปิน T-POP จากค่าย XEBIS ENTERTAINMENT ที่มาปลุกอะดรีนาลีนให้คนในงาน พร้อมประกาศความร่วมมือในการถ่ายทำ Music Video ณ สนามบางแสน เพื่อสื่อสารภาพลักษณ์ Sport Tourism ของไทยไปสู่สายตาคนรุ่นใหม่ทั่วโลก แฟนความเร็วเตรียมตัวให้พร้อมกับตารางการแข่งขันตลอดทั้งฤดูกาลที่อัดแน่นไปด้วยความท้าทาย ปฏิทินการแข่งขัน TSS 2026 Test Days: 2223 เมษายน 2569 | Chang International Circuit, Buriram สนามที่ 1: 2124 พฤษภาคม | Chang International Circuit, Buriram สนามที่ 2: 15 กรกฎาคม | Bangsaen Street Circuit, Chonburi (Bangsaen Grand Prix 20th Anniversary) สนามที่ 3: 2123 สิงหาคม | Petronas Sepang International Circuit, Malaysia สนามที่ 4: 1820 กันยายน | Petronas Sepang International Circuit, Malaysia สนามที่ 5: 30 ตุลาคม 1 พฤศจิกายน | Chang International Circuit, Buriram พันธมิตรผู้ร่วมขับเคลื่อนความสำเร็จ ความยิ่งใหญ่ในปีนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างเหนียวแน่นจาก B-Quik / Toyota / เครื่องดื่มเอสโคล่า / Idemitsu / / Bangkok Airways ในปีนี้ Bangkok Airways ร่วมอัดฉีดรางวัลตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ ให้แชมป์ประจำปี 2026รวมถึง Amerasian Fragrance Research ที่เข้ามามอบความสดชื่นให้กับทีมงานและแฟนรายการตลอดทั้งปี 2026 ติดตามข่าวสารแบบเกาะขอบสนามได้ที่: Facebook / YouTube: Thailand Super Series Website: www.thailandsuperseries.net TikTok / Instagram : @thailandsuperseries ===========================

Kanazawa Beauty
ดู

Kanazawa Beauty

ATLAS เพิ่มทางเลือกยุคน้ำมันแพง เปิดแคมเปญ “PT LPG Auto & Taxi Transform”
อ่าน

ATLAS เพิ่มทางเลือกยุคน้ำมันแพง เปิดแคมเปญ “PT LPG Auto & Taxi Transform”

#ทันหุ้น #2026 #SET #ATLAS เพิ่มทางเลือกยุคน้ำมันแพง เปิดแคมเปญ “PT LPG Auto Taxi Transform”ATLAS เพิ่มทางเลือกช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในยุคน้ำมันแพง เปิดแคมเปญ “PT LPG Auto Taxi Transform” เจาะกลุ่มรถบ้าน–แท็กซี่ ดันฐานลูกค้าโตแรง!บมจ.แอตลาส เอ็นเนอยี (ATLAS) เดินหน้าผลักดัน “ธุรกิจก๊าซ LPG” เพิ่มทางเลือกช่วยประหยัดในยุคเชื้อเพลิงแพงให้กับผู้ใช้รถยนต์ทั่วไป รวมถึงกลุ่มรถแท็กซี่ หลังราคาน้ำมันพุ่งกว่า 6 บาท/ลิตร ด้วยแคมเปญ “PT LPG Auto Taxi Transform” มุ่งเจาะกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ส่วนบุคคล- รถแท็กซี่ งานนี้บิ๊กบอส “สุวัชชัย พิทักษ์วงศาภรณ์ ” ระบุลูกค้าสามารถเข้าไปใช้บริการได้ทันที ที่ศูนย์ติดตั้ง LPG กว่า 38 แห่ง ทั่วประเทศไทย พร้อมรับโปรโมชั่นต่างๆ มากมาย วางเป้ายอดผู้ใช้บริการ PT Auto Taxi Transform เพิ่มขึ้นเท่าตัว จากที่ผ่านมามีผู้ใช้บริการประมาณ 400 - 500 คัน เพราะเป็นทางเลือกที่ช่วยประหยัดได้จริงในช่วงที่ราคาน้ำมันพุ่งแรงนายสุวัชชัย พิทักษ์วงศาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอตลาส เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (ATLAS) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ราคาน้ำมันในประเทศปรับขึ้น 6 บาท/ลิตร ส่งผลให้ผู้ใช้รถยนต์ทั้งกลุ่มบุคคลทั่วไปและเชิงพาณิชย์ หันมาให้ความสนใจกับพลังงานทางเลือกที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายมากขึ้น โดยเฉพาะก๊าซ LPG ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่า และความผันผวนน้อยกว่า เมื่อเทียบกับราคาน้ำมันจากสถานการณ์ราคาน้ำมันพุ่งสูง ส่งผลให้มียอดผู้ใช้บริการ PT LPG Auto Taxi Transform ซึ่งเป็นบริการติดตั้งและปรับเปลี่ยนระบบเชื้อเพลิงรถยนต์มาใช้ LPG เพิ่มขึ้นกว่า 60% ต่อเดือน เมื่อเทียบกับจากช่วงก่อนหน้าอยู่ที่ประมาณ 400 -500 คัน สะท้อนถึงความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการควบคุมต้นทุนค่าเชื้อเพลิงในช่วงที่ราคาพลังงานและเชื้อเพลิงอื่นๆ อยู่ในระดับสูงทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จัดแคมเปญ “PT LPG Auto Taxi Transform” ให้ผู้ใช้รถนำรถมาติดตั้งระบบ LPG และเลือกเข้าร่วมโครงการได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ 1. LPG Auto Transform – ติด LPG แสน SAVE ราคา 9,990 บาท รับส่วนลด LPG เพิ่ม 0.50 บาท/ลิตร, 2. เปลี่ยนมาติด LPG กับ PT LPG คุ้มจึ้ง! ราคา 5,990 บาท รับส่วนลด LPG เพิ่ม 0.50 บาท/ลิตร (ลิตรที่ 1-200) และ ลดเพิ่ม 0.2 บาท (ลิตรที่ 201-800) และ 3. PT LPG Transform Smart Save ราคาเริ่มต้น 1,999 บาท พร้อมสิทธิ์ติดตั้งอุปกรณ์ LPG และบัตร PT Max Card Plus รวมถึงส่วนลดค่า LPG สูงสุด 0.70 บาท/ลิตร ตลอดระยะสัญญา 3 ปีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถใช้สิทธิ์ได้เมื่อต้องการเปลี่ยนระบบเชื้อเพลิงรถยนต์มาใช้ LPG ที่ศูนย์บริการ 38 แห่ง ทั่วประเทศ เช่น ศูนย์ติดตั้งเวอร์ซุส ศูนย์ติดตั้งกรีนทู ฯลฯ ซึ่งเป็นศูนย์บริการที่เข้าร่วมโครงการ PT LPG Auto Taxi Transform ภายใต้แคมเปญของบริษัทฯ และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook เพจ PT LPG หรือโทร. 061-418-6917 และ 080-076-0258ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ATLAS กล่าวอีกว่า แนวโน้มการเปลี่ยนมาใช้ LPG ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันมีความผันผวนระดับสูง โครงการ PT LPG Auto Taxi Transform ของบริษัทฯ ซึ่งเป็นการปรับรถยนต์จากการใช้น้ำมันเพียงอย่างเดียว ให้สามารถใช้ได้ทั้งน้ำมันและ LPG ภายในคันเดียวกันถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกช่วยลดต้นทุนเชื้อเพลิงให้กับผู้ใช้รถยนต์ส่วนบุคคล กลุ่มรถแท็กซี่ รถรับจ้างและรถเชิงพาณิชย์ที่มีค่าใช้จ่ายด้านพลังงานสูง ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเป็นปัจจัยที่ช่วยเพิ่มยอดขาย LPG ในภาคยานยนต์เพิ่มขึ้น และช่วยส่งเสริม Ecosystem ของกลุ่ม PTG ให้แข็งแกร่ง เชื่อมธุรกิจของสถานีบริการ PT ระบบสมาชิก Max Card รวมถึงธุรกิจสื่อโฆษณา ผลักดันธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว สร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้กับผู้ถือหุ้น

SPRC ปิดซ่อมบำรุงใหญ่ Q1/69 เสร็จแล้ว เริ่มกลับมาดำเนินงานปกติ
อ่าน

SPRC ปิดซ่อมบำรุงใหญ่ Q1/69 เสร็จแล้ว เริ่มกลับมาดำเนินงานปกติ

#SPRC #ทันหุ้น-บริษัท สตาร์ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า บริษัทฯได้ดำเนินการปิดซ่อมบำรุงใหญ่ตามแผนงานแล้วเสร็จ และได้กลับมาดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยก่อนหน้านี้ SPRC ได้แจ้งถึงแผนการปิดซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ของทุหน่วยการผลิตในไตรมาส 1/69 โดยระยะเวลาการหยุดซ่อมบำรุงจะสอดคล้องกับการปิดซ่อมบำรุงครั้งก่อนที่ได้ดำเนินการเมื่อไตรมาส 4/62 ในการซ่อมบำรุงครั้งนี้บริษัทฯดำเนินการปรับปรุงประสิทธิภาพ ความเชื่อถือได้และการปฏิบัติให้สอดคล้องกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัยและความปลอดภัย โดยขอบเขตการซ่อมบำรุงประกอบด้วยโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการกลนั่ น้า มนั ดิบชนิดเบา โครงการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการดำเนินงาน และการซ่อมบำรุงตามรอบระยะเวลา (Turnaround Inspection - TI)ราคาหุ้น SPRC ปิดที่ 7.25 บาท ลบ 0.05 บาท หรือ 0.68% มีมูลค่าการซื้อขาย 137.40 ล้านบาท

“กบน.”ชี้จำเป็นต้องขึ้นดีเซลแตะ 33 บาท ลดภาระกองทุนน้ำมัน
อ่าน

“กบน.”ชี้จำเป็นต้องขึ้นดีเซลแตะ 33 บาท ลดภาระกองทุนน้ำมัน

#ทันหุ้น-นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เผยว่าวันนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบในการปรับลดอัตราชดเชยราคาน้ำมันดีเซล ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในวันที่ 24 มีนาคม 2569 จะอยู่ที่ 33 บาทต่อลิตร ซึ่งการปรับราคาเป็นผลมาจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะภายหลังเหตุการณ์โจมตีอิหร่านที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซลในตลาดสิงคโปร์ดีดตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรง จาก 92 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล พุ่งสูงถึง 223 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล หรือเพิ่มขึ้นกว่า 131 เหรียญสหรัฐฯ ซึ่งคิดเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นถึง 26 บาทต่อลิตร ส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องแบกรับภาระชดเชยสูงถึงวันละเกือบ 2,400 ล้านบาท หรือประมาณ 70,000 ล้านบาทต่อเดือน จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับลดภาระเพื่อให้กองทุนฯ ยังคงมีสภาพคล่องในการรักษาเสถียรภาพราคาในระยะยาวนอกจากปัจจัยด้านต้นทุนแล้ว การปรับขึ้นราคายังมุ่งเน้นการสร้างสมดุลราคาในภูมิภาค เนื่องจากปัจจุบันประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียได้ปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลจาก 32.40 บาทต่อลิตร (เมื่อวันที่ 16 มีนาคม) ขึ้นไปแตะระดับ 38.70 บาทต่อลิตรแล้ว การคงราคาในประเทศให้ต่ำเกินไปจะกลายเป็นแรงจูงใจให้เกิดการลักลอบนำน้ำมันออกนอกประเทศและการกักตุนเพื่อเก็งกำไร ซึ่งการขยับราคาในครั้งนี้จะช่วยลดปัญหาดังกล่าวและป้องกันไม่ให้ทรัพยากรของประเทศรั่วไหลไปยังกลุ่มผู้หาประโยชน์โดยมิชอบ"ผลจากการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ในวันนี้(23 มี.ค.) ที่ประชุมได้มีมติ และมีความจำเป็นต้องตัดสินใจปรับราคาดีเซลขึ้นสู่ระดับเพดาน 33 บาทต่อลิตร เพื่อบริหารสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันน้ำมันเชื้อเพลิง ให้สามารถพยุงราคาต่อไปได้ท่ามกลางวิกฤตราคาตลาดโลกที่ผันผวนอย่างรุนแรง และที่สำคัญคือเพื่อลดส่วนต่างราคากับประเทศเพื่อนบ้าน ป้องกันการลักลอบนำน้ำมันออกนอกประเทศ ซึ่งขณะนี้ทุกประเทศรอบข้างล้วนมีราคาสูงกว่า 33 บาทต่อลิตรทั้งสิ้น หากเราไม่ปรับตัวตอนนี้ ภาระของกองทุนฯ จะหนักเกินไปจนอาจกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานในอนาคตได้ วอนขอให้ประชาชนเข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น กระทรวงพลังงานจะพยายามอย่างเต็มที่ และทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนให้น้อยที่สุด" นายพรชัย กล่าว

Kanazawa Beauty
ดู

Kanazawa Beauty

Evil Up Close
ดู

Evil Up Close

Moto GP
ดู

Moto GP

DLTV 8
ดู

DLTV 8

beIN SPORTS 8
ดู

beIN SPORTS 8

8 แก้วเก็บความเย็น ยี่ห้อไหนดี 2026 Tumbler เย็นนาน ใช้งานได้จริง
อ่าน

8 แก้วเก็บความเย็น ยี่ห้อไหนดี 2026 Tumbler เย็นนาน ใช้งานได้จริง

แก้วเก็บความเย็น ยี่ห้อไหนดี อัปเดตล่าสุด ปี 2026 นี้ เทรนด์พกแก้วส่วนตัวยังแรงไม่ตก ไม่ว่าจะสายออฟฟิศ สายเที่ยว หรือสายแคมป์ปิ้ง แก้วเก็บความเย็น (Tumbler) กลายเป็นไอเทมที่หลายคนพกติดกระเป๋าไว้ตลอด เพราะทั้งช่วยรักษาอุณหภูมิ แถมยังลดการใช้แก้วพลาสติกอีกด้วย วันนี้เราคัดมาให้ 8 แก้วเก็บความเย็น ยี่ห้อไหนดี 2026 พกพาง่าย ใช้งานได้จริง เก็บความเย็นได้นาน เหมาะกับอากาศบ้านเรา ใครที่กำลังมองหา Tumbler ใบโปรดที่จริงใจ ตามเรามาดู! วิธีเลือกแก้วเก็บความเย็น (Tumbler) เก็บเย็น / ร้อนได้กี่ชั่วโมง เลือกจากลักษณะการใช้งาน ขนาดและน้ำหนัก ควรพกพาง่าย หากต้องการใส่กระเป๋า ควรเลือกสแตนเลส 304 (Food Grade) ไม่มีสาร BPA เลือกดีไซน์ที่ตรงสไตล์ของเรา พกแล้วมั่นใจ ขนาดและความจุ เช่น 16 oz, 20 oz, 30 oz ตามการใช้งาน ฝาปิด ควรปิดสนิท กันหก มีหลอดดูดหรือฝาปิดแบบล็อก แก้วเก็บความเย็น ยี่ห้อไหนดี2026 1. แก้วเก็บความเย็น YETI แก้วเก็บความเย็น YETI เก็บความเย็นได้นานสูงสุด 24 ชม. วัสดุแข็งแรง ทนแรงตก กระแทก ดีไซน์เท่ พรีเมียม เหมาะกับ สายแคมป์ หรือนักเดินทาง ราคาเริ่มต้นประมาณ 1,390 บาท 2. แก้วเก็บความเย็น Hydro Flask แก้วเก็บความเย็น Hydro Flask ดีไซน์สวยแฟชั่น ถูกใจสายมินิมอล มีหลายสี หลายขนาดให้เลือก วัสดุปลอดภัย เก็บอุณหภูมิได้นานทั้งวัน ราคาเริ่มต้นประมาณ 1,080 บาท 3. แก้วเก็บความเย็น Thermos แก้วเก็บความเย็น Thermos แบรนด์เก่าแก่เรื่องเก็บอุณหภูมิ เก็บความเย็นได้นาน 24 ชม. มีฝาล็อกแน่น กันน้ำหกได้ดี ขนาดกะทัดรัด ใส่ในรถ หรือใส่กระเป๋าได้ ราคาเริ่มต้น 900 บาท 4. แก้วเก็บความเย็น Stanley แก้วเก็บความเย็น Stanley มีหลายสีสวยให้เลือก มีหูจับถือสะดวก ฝา มี 3 โหมด : หลอด, ปิดสนิท, จิบ เก็บความเย็นได้นานเกิน 24 ชม. ราคาเริ่มต้น 1,200 บาท 5. แก้วเก็บความเย็น LocknLock แก้วเก็บความเย็น LocknLock มีหลายดีไซน์ สี และขนาด ตอบโจทย์ทุกเพศทุกวัย ฝาเกลียวแน่น น้ำไม่หก เก็บความเย็นได้ 6-10 ชม. ราคาย่อมเยา คุณภาพสุดคุ้ม ราคาเริ่มต้น 350 บาท 6. แก้วเก็บความเย็น Kinto แก้วเก็บความเย็น Kinto สไตล์ญี่ปุ่น มินิมอลเรียบๆ สีสวย ขนาดกะทัดรัด พกพาง่าย เก็บความเย็นได้ 6-8 ชม. ราคาเริ่มต้น 990 บาท 7. แก้วเก็บความเย็น CONTIGO แก้วเก็บความเย็น CONTIGO มีระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ กันน้ำหก 100% เหมาะกับคนใช้ในรถ หรือพกในกระเป๋า เก็บความเย็นได้นานกว่า 12 ชม. ราคาเริ่มต้น 990 บาท 8. Owala แก้วเก็บความเย็น Owala มีหลากหลายเฉดสีสวยงาม ออกแบบให้ 2-in-1 ยกดื่มหรือใช้หลอดดูดได้ ฝาขวดออกแบบให้ทำความสะอาดได้ง่าย ล้างด้วยเครื่องล้างจานได้ เก็บความเย็นได้นานสูงสุด 24 ชม. ราคาเริ่มต้น 1,800 บาท บทความที่คุณอาจสนใจ 10 สูตรชาเขียว มัทฉะ ตามเทรนด์ Pure Matcha หอมอร่อย ทำง่ายได้สุขภาพ 25 สูตรชงกาแฟสด สูตรชงชา ทำเองได้ ทำขายรวย อร่อยเหมือนไปคาเฟ่ 9 ผงโกโก้ ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 ชงดื่ม ทำขนมได้ สีสวย อร่อยเข้มข้น แจกคูปองแม็คโคร Makro ส่วนลด 30 บาท ลูกค้าทรูสายช้อปฟินชัวร์

NOW ASEAN PARA GAMES 8
ดู

NOW ASEAN PARA GAMES 8

ไคจูหมายเลข 8
ดู

ไคจูหมายเลข 8

จี-ช็อค
สิทธิพิเศษ

จี-ช็อค

-

พีทีจี ร่วมกับ อีซูซุ เปิดแคมเปญ MAXFORCE BIG THANKS
อ่าน

พีทีจี ร่วมกับ อีซูซุ เปิดแคมเปญ MAXFORCE BIG THANKS

#ทันหุ้น - บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ผู้นำด้านพลังงานและเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันพีที (PT) ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ร่วมกับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ผู้นำตลาดรถยนต์เมืองไทย มอบความขอบคุณครั้งใหญ่แก่ลูกค้าผ่านแคมเปญ “MAXFORCE BIG THANKS ขอบคุณจากใจ” เพียงซื้อและรับรถปิกอัพ อีซูซุดีแมคซ์ หรือรถยนต์นั่งอเนกประสงค์มิว-เอ็กซ์ ทุกรุ่น จากโชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 25 ตุลาคม – 30 ธันวาคม 2568 รับสิทธิ์ลุ้นรับบัตรน้ำมัน PT รางวัลใหญ่สุด 9 รางวัล มูลค่ารางวัลละ 175,000 บาท และรางวัลบัตรน้ำมันอื่น ๆ รวมจำนวน 1,907 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 38.7 ล้านบาท การผนึกกำลังครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมของทั้งสององค์กรในการส่งมอบความคุ้มค่าและความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้รถยนต์ชาวไทย รวมถึงขอบคุณเสียงตอบรับความสำเร็จของเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE หนึ่งเดียวที่พิสูจน์จากระยะการใช้งานรวมกันของลูกค้ากว่า 222 ล้านกิโลเมตร ตลอดจนตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็น “พลังขับเคลื่อนทุกมิติของชีวิตผู้ใช้รถยนต์” อย่างแท้จริงนายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG กล่าวเสริมถึงความร่วมมือของทั้งสองบริษัทในแคมเปญนี้ว่า “ทางพีทีจีมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่อีซูซุได้เลือกเครือข่ายของบริษัท ผ่านความร่วมมือกับอีซูซุในแคมเปญ “MAXFORCE BIG THANKS ขอบคุณจากใจ” ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการขยายขอบเขตของ Max World Ecosystem ซึ่งเป็นระบบนิเวศทางธุรกิจที่ PTG พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในทุกมิติ เรามุ่งสร้างคุณค่าระยะยาว และยกระดับประสบการณ์ให้กับลูกค้าผ่านเครือข่ายธุรกิจที่แข็งแกร่งและครอบคลุมทั่วประเทศ การผนึกกำลังกับพันธมิตรชั้นนำอย่างอีซูซุครั้งนี้ไม่เพียงเสริมศักยภาพทางธุรกิจของทั้ง 2 องค์กร แต่ยังสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ร่วมกันในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน รวมถึงสร้างผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี”*จัดแคมเปญยกระดับมาตรฐานบริการด้าน นายวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “รถอีซูซุได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในด้านความประหยัด ทนทาน คุ้มค่า ตอบโจทย์การใช้งานในทุกรูปแบบของคนไทยและเป็นเพื่อนคู่ใจที่ลูกค้าชาวไทยไว้วางใจได้เสมอมาอย่างยาวนาน เราให้ความสำคัญกับการมอบคุณค่าและประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และเพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่ให้การตอบรับเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE เป็นอย่างดี ซึ่งผ่านการพิสูจน์ด้วยระยะทางการใช้งานรวมกว่า 222 ล้านกิโลเมตร ในครั้งนี้เราจึงร่วมมือกับ PTG จัดแคมเปญ “MAXFORCE BIG THANKS ขอบคุณจากใจ” ลูกค้าที่ซื้อและรับรถปิกอัพอีซูซุดีแมคซ์ หรือรถยนต์นั่งอเนกประสงค์มิว-เอ็กซ์ ทุกรุ่น ลุ้นรับบัตรน้ำมันมูลค่ารวมกว่า 38.7 ล้านบาท อีซูซุเลือก PTG เป็นพันธมิตรครั้งนี้ เนื่องจากเป็นผู้นำด้านเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ถือเป็นการมอบของสมนาคุณที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้รถอีซูซุได้อย่างแท้จริง” ความร่วมมือระหว่าง PTG และ อีซูซุในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการผนึกศักยภาพระหว่างผู้นำใน 2 อุตสาหกรรม เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ให้แก่ผู้บริโภคชาวไทยอย่างยั่งยืน แคมเปญ “MAXFORCE BIG THANKS ขอบคุณจากใจ” ไม่เพียงเป็นการแสดงความขอบคุณต่อความไว้วางใจของลูกค้าเท่านั้น แต่ยังสะท้อนวิสัยทัศน์ของทั้ง 2 องค์กรในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ยกระดับมาตรฐานการให้บริการในทุกมิติของธุรกิจพลังงานและยานยนต์ไทย และมุ่งมอบความคุ้มค่าและประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้รถทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องแคมเปญ “MAXFORCE BIG THANKS ขอบคุณจากใจ” สำหรับผู้ที่ซื้อ และรับรถอีซูซุดีแมคซ์ หรือรถยนต์นั่งอเนกประสงค์มิว-เอ็กซ์ ทุกรุ่น จากโชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 25 ตุลาคม – 30 ธันวาคม 2568 จะได้รับสิทธิ์ลุ้นบัตรเติมน้ำมัน PT รวม 1,907 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 38,700,900 บาท โดยมีการจับรางวัลทั้งหมด 9 ครั้ง และประกาศผลผ่านทางเฟซบุ๊กเพจ All-New ISUZU D-MAX และ All-New ISUZU MU-X รวมถึงช่องทางผู้จำหน่ายอีซูซุทั่วประเทศ*รายการส่งเสริมการขายเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด

OR มอบบัตรน้ำมัน 2 แสนบาท หนุนภารกิจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
อ่าน

OR มอบบัตรน้ำมัน 2 แสนบาท หนุนภารกิจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

#OR #ทันหุ้น-พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ รับมอบบัตรน้ำมัน มูลค่า 200,000 บาท จาก หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายพิมาน พูลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เพื่อสนับสนุนการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับภารกิจลงพื้นที่ช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาการสนับสนุนดังกล่าวสะท้อนความตั้งใจของ โออาร์ ในการยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทยในทุกสถานการณ์ โดยร่วมประสานงานกับภาครัฐและหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อบรรเทาผลกระทบและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ประสบภัยให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว เพื่อร่วมผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน ทั้งนี้ ปริมาณน้ำมันสำรองในคลังน้ำมันในพื้นที่มีเพียงพอ โดย โออาร์ จะติดตามสถานการณ์และบริหารจัดการส่งน้ำมันอย่างดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้สำหรับสถานีบริการ PTT Station ในพื้นที่รอบนอกอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งสามารถรองรับการจ่ายน้ำมันให้หน่วยงานที่เข้าดำเนินการช่วยเหลือในพื้นที่ได้ เพื่อสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ได้แก่1.บจ. เพชรสมบูรณ์2.บจ. กิจถาวรปิโตรเลียม 20183.บจ. เอส บี ออโตเซล

ส่องรถใหม่ Thailand International Motor Expo 2025
อ่าน

ส่องรถใหม่ Thailand International Motor Expo 2025

อีกไม่กี่วันก็จะถึงงาน The 42nd Thailand International Motor Expo 2025 หรือ มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 ซึ่งจะเตรียมจัดงานใหญ่ปิดท้ายปลายปีอีกครั้งที่ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน - 10 ธันวาคม 2568 งานนี้แน่นอนว่าจะมีรถยนต์มากมาายหลายประเภทเปิดตัวกันในงานนี้ วันนี้เราจะมาส่องรถใหม่ที่น่าสนใจซึ่งจะมาเปิดตัวกันที่งานนี้กันครับ Avatr 07 Avatr 07 เป็นรถยนต์ Urban Luxury SUV ที่โดดเด่นด้วยการผสมผสานดีไซน์แห่งอนาคตและความหรูหราล้ำสมัย เน้นเทคโนโลยีและสมรรถนะขั้นสูง โดยมาพร้อมกับทางเลือกของระบบขับเคลื่อน Kunlun REEV Powertrain (Extended-Range Electric Vehicle) และแพลตฟอร์ม 800V SiC EV ที่รองรับการชาร์จเร็ว 4.5C (ชาร์จ 10 นาทีวิ่งได้ 350 กม.) ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบให้เป็น "Urban Luxury First-Class Cabin" ด้วยเบาะหนัง NAPPA และการตกแต่งที่นุ่มนวล พร้อมระบบความบันเทิงล้ำสมัยแบบ Five-Screen Integration รวมถึงหน้าจอพาโนรามา 35.4 นิ้ว และระบบเสียงระดับพรีเมียม Meridian High-end Sound System 25 ลำโพง (7.1.4 แชนเนล) นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ HUAWEI ADS 4 ที่ใช้เซนเซอร์ 27 ตัว (รวม 1 Lidar) ทำให้ Avatr 07 เป็น SUV ที่เน้นทั้งความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และเทคโนโลยีอัจฉริยะสำหรับการขับขี่ในเมือง Chery Tiggo 8 CSH PHEV Chery Tiggo 8 CSH PHEV เป็นรถยนต์ Plug-in Hybrid SUV ขนาด 7 ที่นั่ง ที่เน้นสมรรถนะที่ทรงพลังควบคู่ไปกับประสิทธิภาพการประหยัดพลังงาน ด้วยขุมพลังที่ผสานระหว่างเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ กับมอเตอร์ไฟฟ้า (มีทั้งรุ่น 2WD และ 4WD) ทำให้มีกำลังสูงสุดรวมถึง 501 แรงม้า และแรงบิด 735 นิวตันเมตร ในรุ่นท็อป สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ใน 6.8 วินาที พร้อมแบตเตอรี่ 18.3kWh ที่วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 95 กม. และมีระยะทางวิ่งรวมน้ำมันกับไฟฟ้าสูงสุด 1,200 กม. ขณะที่ภายในห้องโดยสารเน้นความหรูหราด้วยเบาะ 3 แถว และติดตั้งเทคโนโลยีล้ำสมัย อาทิ ชิป Snapdragon 8155, หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่, ลำโพง 12 ตำแหน่ง, และระบบความปลอดภัย ADAS ครบครัน พร้อมถุงลมนิรภัย 10 ตำแหน่ง Geely EX2 Geely EX2 คือรถยนต์ไฟฟ้า 100% ในกลุ่ม City Car ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานในเมืองโดยเฉพาะ ด้วยมิติตัวถังที่คล่องตัว แต่มีระยะฐานล้อที่ยาวถึง 2,650 มม. ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 116 แรงม้า และแรงบิด 150 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหลัง (Rear-Wheel Drive) มาพร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion (LFP) ความจุ 39.4kWh ที่ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 395 กม. (มาตรฐาน NEDC) รองรับการชาร์จเร็ว DC 30-80% ภายใน 25 นาที ขณะที่ภายในมาพร้อมมาตรวัด Full Digital LCD 8 นิ้ว, เบาะนั่งหุ้มหนัง, และมีรุ่นย่อย MAX ที่เสริมด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS เช่น Adaptive Cruise Control (ACC) และกล้องมองภาพรอบคัน 540องศา ทำให้เป็นรถ EV ที่เน้นความประหยัด คล่องตัว และเทคโนโลยีที่คุ้มค่าในระดับราคาที่เข้าถึงง่าย GWM WEY G9 GWM WEY G9 คือรถยนต์ MPV (Multi-Purpose Vehicle) พลังงานใหม่ระดับลักชัวรีรุ่นแรกของแบรนด์ GWM Wey ซึ่งเป็นแบรนด์ระดับไฮเอนด์ที่ Great Wall Motor (GWM) สร้างขึ้นเพื่อท้าทายตลาดรถยนต์ SUV หรูหรา โดย G9 ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้ในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางทางธุรกิจหรือการใช้ชีวิตครอบครัว ตัวรถขับเคลื่อนด้วยระบบ Hi4 Technology ซึ่งเป็นเทคโนโลยีไฮบริดที่ได้รับรางวัลระดับนานาชาติ ทำให้มั่นใจได้ถึงสมรรถนะที่มั่นคง นุ่มนวล และประหยัดพลังงานโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จไฟระหว่างทาง ภายในห้องโดยสารเน้นความสะดวกสบายระดับสูงด้วยเก้าอี้แบบ Zero Gravity และระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ Coffee OS 3.3 ซึ่งผสานเทคโนโลยี ความหรูหรา และความปลอดภัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์ เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางระดับพรีเมียมที่เข้าถึงได้ Honda Step WGN e:HEV Honda Step WGN e:HEV ใหม่ เป็นรถยนต์อเนกประสงค์สำหรับครอบครัว (MUV) ขนาด 7 ที่นั่ง ที่ฮอนด้าตัดสินใจนำเข้าและจำหน่ายจากประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ โดยชูจุดเด่นด้าน 'Japanese Quality' และการรับประกันบริการหลังการขายจากเครือข่ายฮอนด้าทั่วประเทศ ตัวรถยังคงเอกลักษณ์ดีไซน์แบบ Life Expander BOX ที่ให้ห้องโดยสารโปร่งโล่งและพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV ที่ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ซึ่งมอบทั้งความสนุกในการขับขี่ สมรรถนะที่ทรงพลัง และประหยัดน้ำมัน โดยในรุ่น e:HEV SPADA ยังมาพร้อมความสะดวกสบายสูงสุด เช่น ประตูข้างสไลด์ไฟฟ้า, เบาะแถว 2 แบบปรับแยกอิสระพร้อมที่รองน่อง Ottoman, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Tri-Zone, และเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ครบชุด Hyundai Santa fe XRT Concept Hyundai Santa Fe XRT Concept คือรถยนต์แนวคิด (Concept Car) สไตล์ออฟโรดที่ถูกพัฒนาบนพื้นฐานของ Hyundai Santa Fe รุ่นมาตรฐาน โดยมีเป้าหมายเพื่อตอบสนองผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัยและกิจกรรมกลางแจ้งที่ท้าทาย ตัวรถได้รับการตกแต่งให้มีความสมบุกสมบันและแกร่งขึ้นอย่างชัดเจน ด้วยการติดตั้งอุปกรณ์สายลุยครบชุด เช่น การเพิ่มความสูงของตัวรถให้มากขึ้น, การใช้ยาง All-Terrain BF-Goodrich, การเพิ่มมุมไต่และมุมจากเพื่อรองรับเส้นทางทุรกันดาร, การติดตั้งกล่องเก็บของด้านข้าง, รูฟแร็กบนหลังคาพร้อมยางอะไหล่, บันไดด้านท้าย, และกล้อง Action Cam ที่ซุ้มล้อหน้าเพื่อบันทึกการเดินทาง ถึงแม้ว่า XRT Concept จะยังไม่มีแผนการผลิตจริงอย่างเป็นทางการ แต่การออกแบบดังกล่าวได้จุดประกายจิตวิญญาณการผจญภัย และมีความเป็นไปได้ที่แรงบันดาลใจจากรถแนวคิดนี้จะถูกนำไปใช้ในรถรุ่นผลิตจริงในอนาคต New Isuzu D-Max Isuzu ได้เปิดตัวรถปิกอัพ Isuzu D-Max "THE ONE ONLY" ใหม่ล่าสุดสำหรับปี 2568 โดยมีไฮไลต์ที่ Isuzu V-Cross 4x4 "THE ONE ONLY" ซึ่งเป็นรถปิกอัพสปอร์ตออฟโรดที่มาพร้อมดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกและภายใน พร้อมสีใหม่ อินนิชมอร์ เกรย์ โอเพค เสริมฟังก์ชันการขับขี่ที่เหนือกว่าด้วย EPS พวงมาลัยไฟฟ้า ใหม่ และเพิ่มความปลอดภัยด้วย กล้องรอบคัน 360องศา Surround View Camera ที่มีมุมมองใต้ท้องรถ รวมถึงระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS เวอร์ชันล่าสุด ที่มาพร้อมกล้องหน้าคู่และเซนเซอร์รอบคัน นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัว Isuzu X-Series "2 HOT2 HANDLE" ซึ่งติดตั้งเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE เป็นครั้งแรก พร้อมชุดแต่ง The X Package และเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดใหม่ เพื่อมอบสมรรถนะที่ร้อนแรงในสไตล์สปอร์ต Leapmotor B10 Leapmotor B10 ถูกวางตำแหน่งให้เป็นรถ SUV รุ่นใหม่ที่โดดเด่นด้วยการออกแบบที่เน้นความหรูหราแบบเรียบง่าย (Minimalist) และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย โดยมีให้เลือกทั้งรุ่นระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า 100% (BEV) และรุ่นขยายระยะทางวิ่ง (EREV) ภายในรถถูกออกแบบให้มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ เพื่อตอบโจทย์ความสะดวกสบายสำหรับครอบครัวยุคใหม่ ตัวรถได้รับการพัฒนาบนแพลตฟอร์มที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีจาก Leapmotor และ Stellantis ซึ่งเน้นทั้งความประหยัดพลังงานและความปลอดภัยขั้นสูง รวมถึงการติดตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ (ADAS) และฟีเจอร์ดิจิทัลภายในห้องโดยสารที่ครบครัน เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เป็นมิตรกับผู้ใช้และยกระดับการเดินทางในชีวิตประจำวัน. Lexus LX Lexus LX คือรถยนต์ SUV ระดับเรือธง (Flagship Luxury SUV) ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นด้วยมาตรฐานที่เหนือกว่า เน้นการผสมผสานความหรูหราเข้ากับความสามารถในการลุยแบบออฟโรดอย่างแท้จริง โดยมีให้เลือกทั้งรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน Twin-turbo V6 กำลัง 409 แรงม้า และรุ่น Performance Hybrid (LX 700h) ที่มาพร้อมกำลังรวม 457 แรงม้า พร้อมแรงบิด 583 lb-ft ตัวรถติดตั้งระบบขับเคลื่อน Full-Time 4WD และเทคโนโลยีออฟโรดเต็มรูปแบบ เช่น Multi-Terrain Select และ Crawl Control ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบอย่างประณีตด้วยวัสดุคุณภาพสูง เช่น หนัง Semi-aniline และงานตกแต่งด้วยไม้ Open-Pore พร้อมตัวเลือกเบาะ 7 ที่นั่ง หรือรุ่น Ultra Luxury แบบ 4 ที่นั่งที่มีเบาะหลังแบบ Captain's Chair พร้อมฟังก์ชันนวด รวมถึงเทคโนโลยีความปลอดภัย Lexus Safety System+ 3.0 ที่เป็นมาตรฐานในทุกรุ่น ทำให้ LX เป็นยานยนต์ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่หรูหราและมั่นใจในทุกสภาพถนน. Mazda 6e Mazda 6e คือรถยนต์ไฟฟ้า 100% ในรูปแบบ Sedan/Fastback 5 ประตู ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง Mazda และ ChangAn โดยใช้แพลตฟอร์มของ Deepal L07 มาพัฒนาและปรับจูนใหม่ให้มีเอกลักษณ์ตามสไตล์ Mazda โดยเฉพาะเรื่องช่วงล่าง การกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 และยาง เพื่อให้ผู้ขับขี่สัมผัสถึง DNA ของ Mazda อย่างแท้จริง ตัวรถมีมิติกว้างขวาง (ยาว 4,921 มม.) และมาพร้อมรุ่น Long Range ที่ใช้แบตเตอรี่ความจุ 80kWh ให้กำลัง 244 แรงม้า สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุด 600 กม. (NEDC) และรองรับการชาร์จเร็ว DC 200kW รวมถึงภายในติดตั้งอุปกรณ์ระดับพรีเมียม เช่น หลังคากระจก Panoramic Roof, ประตูไร้ขอบ, หน้าจอสัมผัส 14.6 นิ้ว, และระบบเสียง SONY 14 ตำแหน่ง Mercedes-Benz CLA EV Mercedes-Benz CLA EV รุ่นใหม่ (Third Generation) ที่มาในรูปแบบไฟฟ้า 100% โดยเฉพาะรุ่น CLA 250+ with EQ Technology มีกำหนดเปิดตัวและประกอบในประเทศไทยภายในปลายปี 2025 นี้ โดดเด่นด้วยการใช้สถาปัตยกรรม 800V Architecture Technology และแบตเตอรี่ 85kWh ที่ให้ระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 792 กม. (WLTP) พร้อมรองรับการชาร์จเร็ว DC 320kW ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 272 แรงม้า 335 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) และมีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.7 วินาที ขณะที่การออกแบบภายในล้ำสมัยด้วยหน้าจอ MBUX Superscreen 3 จอ พร้อมระบบปฏิบัติการ MBUX 4th Generation, ระบบเสียง Burmester 3D Surround, และฟีเจอร์ความปลอดภัยขั้นสูง รวมถึงถุงลมนิรภัยกลางระหว่างเบาะคู่หน้า MG IM5 MG IM5 คือรถยนต์ซีดานไฟฟ้า 4 ประตู (ในจีนคือ IM L6) ที่เตรียมเผยโฉมรุ่นพวงมาลัยขวาเป็นครั้งแรกในเอเชียที่งาน Motor Expo 2025 โดยถือเป็นรุ่นที่สองของแบรนด์ IM Motor ที่เข้ามาทำตลาดในไทย จุดเด่นของรถคือการใช้สถาปัตยกรรมเทคโนโลยี 800V และรุ่น Long Range RWD สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุด 755 กม. (NEDC) ด้วยแบตเตอรี่ 100kWh มอเตอร์ 402 แรงม้า ภายในออกแบบล้ำสมัยคล้ายรถสไตล์คูเป้ Fastback ติดตั้งหน้าจอ Super Screen 26.3 นิ้ว พร้อมระบบปฏิบัติการ IM OS2.0 ที่ขับเคลื่อนด้วยชิป Qualcomm Snapdragon 8295P และมีชุดเครื่องเสียง 20 ตำแหน่ง รวมถึงช่วงล่างด้านหน้าแบบ Double Wishbone และด้านหลัง Multi-Link พร้อมระบบบังคับเลี้ยว 4 ล้อ และช่วงล่างถุงลมปรับอัตโนมัติ (Intelligent Air Suspension) ในบางรุ่น เพื่อมอบความหรูหรา สมรรถนะ และเทคโนโลยีที่ครบครัน Nissan X-Trail e-POWER e-4ORCE 4WD (T33) Nissan X-Trail e-POWER e-4ORCE 4WD (T33) คือรถยนต์ SUV 7 ที่นั่ง ที่ Nissan ประเทศไทย เตรียมนำเข้าทั้งคันจากญี่ปุ่นเพื่อเปิดตัวในงาน Motor Expo 2025 นี้ โดยโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีขับเคลื่อนไฟฟ้าขั้นสูง e-POWER ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ 1.5 ลิตร VC Turbo กำลัง 142 แรงม้า ทำหน้าที่ปั่นไฟเท่านั้น และขับเคลื่อนล้อด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ทั้งหน้าและหลัง (Front Motor 203 hp และ Rear Motor 135 hp) ภายใต้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ e-4ORCE นอกจากนี้ ภายในยังมาพร้อมความหรูหราและเทคโนโลยีครบครัน เช่น เบาะ 3 แถว 7 ที่นั่ง, หน้าจอมาตรวัด Full Digital 12.3 นิ้ว, หน้าจอ Head-up Display 10.8 นิ้ว, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ Tri-Zone, และชุดความปลอดภัย Nissan Safety Shield 360 พร้อมระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติ ProPILOT Assist เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ทรงพลังและปลอดภัย Omoda 4 Omoda 4 เป็นรถยนต์ครอสโอเวอร์ที่เปิดตัวพรีวิวในประเทศจีน โดยใช้แนวคิดการออกแบบ "ยานอวกาศ" ที่เน้นเส้นสายที่คมชัดและล้ำยุค ให้ความรู้สึกสปอร์ตคล้าย Lamborghini ตัวรถมีขนาดใกล้เคียงกับ MG4 และเตี้ยกว่า Omoda C5 เล็กน้อย ภายในมาพร้อมคอนเซ็ปต์ห้องนักบินที่ทันสมัย โดยมีปุ่มสตาร์ทสีแดงเหมือนเครื่องบิน และมีหลังคากระจก Fix Glass ขนาดใหญ่ที่ไม่มีม่านบังแดดในสเปคจีน ส่วนด้านหลังมีพื้นที่ Head Room กว้างกว่า C5 และมีช่องชาร์จ USB Type-C ให้กับผู้โดยสารตอนหลัง อย่างไรก็ตาม สเปคอย่างละเอียดของมอเตอร์, แบตเตอรี่, และระยะทางวิ่ง ยังไม่ถูกเปิดเผยอย่างเป็นทางการ Jaecoo 6T EV Jaecoo 6T EV คือรถยนต์ SUV พลังงานไฟฟ้า 100% ที่เน้นการถ่ายทอดจิตวิญญาณของสายลุยยุคใหม่ ด้วยดีไซน์แบบ One Box Style-Wide Body ที่สะท้อนความแกร่งและหรูหราอย่างลงตัว ตัวรถมีมิติกว้าง 4,433 x 1,916 x 1,741 มม. พร้อมระยะความสูงใต้ท้องรถ $225$ มม. และใช้ระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ iWD ที่มาพร้อมโหมดการขับขี่ 9 รูปแบบ เพื่อรองรับทุกสภาพถนน รวมถึงความสามารถในการลุยน้ำลึกได้ถึง 625 มม. และปีนทางชันได้มากกว่า 55% สำหรับห้องโดยสารภายในเน้นความสะดวกสบายสำหรับการผจญภัย ด้วยจอแสดงผลแบบสัมผัสขนาด 15.6 นิ้ว, เครื่องเสียง INFINITY 12 ตำแหน่ง, เบาะระบายอากาศ 4 ตำแหน่ง, และฟังก์ชันนวดผ่อนคลายสำหรับผู้โดยสารคู่หน้า เสริมความมั่นใจด้วยโครงสร้างตัวถังอะลูมิเนียมที่แข็งแกร่ง และระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ ADAS ที่ครอบคลุม เช่น ระบบเตือนการชนด้านหน้า (FCW) และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (ACC). Porsche Macan GTS Porsche Macan GTS รุ่นพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบปี 2025 เป็นรถยนต์ SUV สมรรถนะสูงที่มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ให้กำลังสูงสุด 420 kW (571 PS) และแรงบิด 955 Nm เมื่อใช้โหมด Launch Control ทำให้เร่งจาก 0-100 km/h ได้ภายใน 3.8 วินาที ตัวรถติดตั้งแบตเตอรี่แรงดันสูง 100 kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 586 กม. ตามมาตรฐาน WLTP และรองรับการชาร์จเร็ว DC สูงสุด 270 kW ภายใน 21 นาที ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ePTM และระบบ PTV Plus ทำงานร่วมกับช่วงล่างถุงลมแบบสปอร์ตที่ลดความสูงลง 10 mm และมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ เพื่อการยึดเกาะและการเข้าโค้งที่แม่นยำ พร้อมติดตั้งแพ็คเกจ Sport Chrono ที่มาพร้อมโหมด Track และดีไซน์ภายนอกแบบ GTS ที่เน้นการตกแต่งด้วยโทนสีดำเป็นเอกลักษณ์ Toyota Hilux TRAVO-e Toyota Hilux TRAVO (Generation 9) คือรถกระบะรุ่นปรับโฉมใหม่ (Minor Change) ที่มีการเปิดตัวครั้งแรกในโลก พร้อมกับการนำเสนอรถกระบะไฟฟ้า 100% รุ่น HILUX TRAVO-e ออกสู่ตลาดอย่างเป็นทางการ โดยในรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลจะมาเฉพาะรุ่นยกสูงและใช้เครื่องยนต์ GD SUPER POWER 2.8 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า (เกียร์ AT แรงบิด 500 Nm) ที่ปรับปรุงให้ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีหัวฉีด i-Art และระบบ Stop Start ตัวรถยังมาพร้อมการยกระดับในด้านเทคโนโลยีและความสะดวกสบาย เช่น พวงมาลัยไฟฟ้า EPS, เบรกมือไฟฟ้า EPB พร้อม Auto Brake Hold, ระบบเลือกโหมดขับขี่ Multi-Terrain Select (MTS), จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว, เครื่องเสียงหน้าจอสัมผัส, และระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense เวอร์ชั่นใหม่ โดยแบ่งเป็น 4 Segments หลัก คือ Overland, Prerunner, 4TREX, และ Standard Cab 4TREX ที่มาพร้อมการปรับปรุงบอดี้และช่วงล่างด้วยเทคโนโลยี Dynamic Cloud เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทรงตัวและความนุ่มนวลในการขับขี่ Volvo ES90 Volvo ES90 คือรถซีดานไฟฟ้าเต็มรูปแบบขนาดใหญ่ระดับพรีเมียม ที่มีราคาเริ่มต้น 2,990,000 บาท ออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่สมดุลและหรูหรา ตัวรถมาพร้อมระบบส่งกำลังแบบไฟฟ้าขั้นสูงพร้อมเทคโนโลยี 800 โวลต์ เป็นมาตรฐาน เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดและรองรับการชาร์จที่รวดเร็ว ในรุ่นเริ่มต้น Single Motor Extended Range ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ประหยัดพลังงานที่สุด มีระยะการเดินทางด้วยไฟฟ้าสูงสุดประมาณ 755 กม. (ตามมาตรฐาน WLTP) และสามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 10 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ได้ในเวลาเพียงประมาณ 22 นาที ที่สถานีชาร์จเร็วแบบ DC 350 kW โดยมีฟังก์ชันอำนวยความสะดวกอย่างระบบ One Pedal Drive เพื่อให้การขับขี่ราบรื่นยิ่งขึ้น และมีระบบ ผู้ช่วยเรื่องระยะทาง คอยแนะนำเพื่อเพิ่มระยะทางในการขับขี่ Wuling Starlight Wuling Starlight คือรถยนต์ MPV-Van ไฟฟ้า 100% ขนาด 7 ที่นั่ง ที่มาพร้อมประตูสไลด์ ซึ่งถูกนำมาเผยโฉมเป็นครั้งแรกในประเทศไทยโดยบริษัท อีวี ไพรมัส ในงาน Motor Expo 2025 เพื่อตอบโจทย์ตลาดรถตู้ไฟฟ้าระดับหรู รถรุ่นนี้โดดเด่นด้วยระยะทางวิ่งที่ยาวไกลถึง 540 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐานที่ระบุ) ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบให้มีความกว้างขวางและสะดวกสบายยิ่งขึ้น โดยมีที่นั่งแถวกลางแบบ Captain Seat เพื่อรองรับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการรถสำหรับครอบครัวขนาดกลางที่มีเด็กและผู้สูงวัย รวมถึงตลาดรถลีมูซีน, VIP Taxi และบริการ Ride Hailing ที่ต้องการภาพลักษณ์ที่หรูหราและใช้งานได้หลากหลาย Zeekr 009 Grand Zeekr 009 Grand คือรถยนต์ MPV ไฟฟ้า 100% ระดับอัลตรา-ลักซ์ชัวรี 4 ที่นั่ง ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อปฏิวัติประสบการณ์การเดินทางที่หรูหรา โดยใช้ระบบส่งกำลังไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง 800V พร้อมแบตเตอรี่ 108 kWh ให้กำลังสูงสุด 580 kW และสามารถเร่งจาก 0-100 km/h ได้ใน 3.9 วินาที พร้อมพิสัยการวิ่งสูงสุด 702 km (CTLC) ภายในห้องโดยสารเน้นความส่วนตัวสูงสุดด้วย Private Intelligent Curtain Wall ซึ่งรวมหน้าจอสมาร์ทคลาวด์ขนาด 43 นิ้ว, ตู้เย็นอัจฉริยะ, ระบบปรับอากาศ และฟังก์ชันอื่น ๆ เข้าไว้ด้วยกัน เบาะนั่งแบบอิสระ (Independent seats) ผสานวัสดุพรีเมียมอย่างหินหิมาลายันและพรมขนสัตว์นุ่มพิเศษ เสริมด้วยระบบเสียงรอบทิศทาง YAMAHA 31 ลำโพง กำลัง 3,000W รองรับ Dolby Atmos และแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์อัจฉริยะ Dual 8295 ด้านความปลอดภัยใช้โครงสร้าง One-piece Die-casting (C-ring seats) และฮาร์ดแวร์ตรวจจับขั้นสูง เช่น Lidar เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่อัจฉริยะ ก็ประมาณนี้นะครับสำหรับรถยนต์ที่จะเปิดตัวใหม่ที่งาน Motor Expo 2025 อย่างไรก็ตาม แจ้งไว้ก่อนว่ารถหลายคันยังไม่เปิดสเปกไทยอย่างเป็นทางการ ดังนั้นข้อมูลจะมีพื้นฐานมาจากรถสเปกนอกก่อนนะครับ ดังนั้นที่เปิดตัวในไทยอาจมีการเปลี่ยนแปลงบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะใช้พื้นฐานเดียวกันครับ ขอให้เที่ยวงานให้สนุก Credit : motorexpo.co.th

เปรียบเทียบ กระบะตอนเดียว รุ่นไหนน่าใช้ปี 2025
อ่าน

เปรียบเทียบ กระบะตอนเดียว รุ่นไหนน่าใช้ปี 2025

สวัสดีเพื่อนๆ ชาว True ID ทุกท่าน ปลายปีนี้เตรียมพบกับงาน Motor Expo 2025 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2568 ที่ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี หรืออีกประมาณ 1 เดือนข้างหน้านี้ และสำหรับใครที่กำลังมองหารถเพื่อการพาณิชย์ หรือกระบะตอนเดียวดีๆ สักคัน วันนี้เรารวบรวมรถที่น่าสนใจมาให้เพื่อนๆ ได้ชมกันแล้ว โดยจะเป็นการแนะนำสเปกเบื้องต้น และราคาเริ่มต้น มาดูกันว่ารุ่นไหนจะเหมาะกับเรากันบ้างครับ Toyota Hilux Revo Standard Cab Toyota Hilux Revo Standard Cab (ตอนเดียว) เป็นรถกระบะเพื่อการพาณิชย์ที่เน้นความแข็งแกร่ง ทนทาน และประสิทธิภาพในการบรรทุก โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล GD Super Power ขนาด 2.8 ลิตร (1GD-FTV) ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 204 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตัน-เมตร ในรุ่นสูงสุด (2.8 Entry AT 4x4) พร้อมโครงสร้างแชสซีส์สุดแกร่งและช่วงล่างแหนบที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับน้ำหนักบรรทุกหนักโดยเฉพาะ ฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือมีตัวเลือกที่หลากหลายถึง 8 เกรด รวมถึงรุ่นที่ไม่มีกระบะ (Chassis) สำหรับนำไปดัดแปลงต่อยอดธุรกิจ, ระบบความปลอดภัยที่ครบครันทั้ง VSC, TRC, HAC, และ TSC และเทคโนโลยี Fleet Telematics Service สำหรับการบริหารจัดการยานพาหนะและขนส่งครบวงจร ทำให้ Hilux Revo Standard Cab เป็นรถที่พร้อมลุยงาน สร้างกำไรได้เต็มที่ โดยมีราคาเริ่มต้นในประเทศไทยอยู่ที่ 584,000 บาท Toyota Hilux Champ Toyota Hilux Champ เป็นรถกระบะตอนเดียวที่ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด "Affordable Price, Easy for Conversion" โดยมีจุดเด่นหลักคือราคาที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดในกลุ่มรถกระบะเพื่อการพาณิชย์ และความง่ายในการดัดแปลง (Monozukuri) เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจที่หลากหลาย โดยมาพร้อมตัวถังที่มีให้เลือกทั้งแบบช่วงล้อสั้นพิเศษ, ช่วงล้อสั้น, และช่วงล้อยาว รวมถึงกระบะท้ายที่เป็นพื้นเรียบไม่มีซุ้มล้อที่สามารถเปิดได้ 3 ทาง และมีขนาดความจุมากที่สุดในตลาดระดับเดียวกัน ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร (2GD-FTV) ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตัน-เมตร หรือมีรุ่นเครื่องยนต์เบนซินให้เลือกในบางเกรด มีรัศมีวงเลี้ยวแคบเทียบเท่ารถเก๋งเพื่อความคล่องตัวในการใช้งานในเมือง และมีระบบกันชนหน้าแบบแยกชิ้นที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง โดยมีราคาเริ่มต้นในประเทศไทยอยู่ที่ 519,000 บาท Isuzu D-Max Spark Isuzu D-Max Spark (ตอนเดียว) เป็นรถกระบะเพื่อการพาณิชย์และงานบรรทุกที่เน้นความทนทานและความประหยัดน้ำมันตามเอกลักษณ์ของอีซูซุ โดยมีจุดเด่นหลักคือทางเลือกเครื่องยนต์ดีเซล Ddi MAXFORCE ที่มีให้เลือกทั้ง 2.2 ลิตร (163 แรงม้า) และ 3.0 ลิตร (สูงสุด 190 แรงม้า) ซึ่งให้สมรรถนะที่แรงจัดและประหยัดน้ำมันเป็นเลิศ พร้อมโครงสร้างตัวถังแบบ Ultra-High Tensile และแพลตฟอร์ม ISUZU DYNAMIC DRIVE PLATFORM ที่แกร่งทนทานรองรับงานบรรทุกหนักเต็มสมรรถนะ ฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือมีรุ่นกระบะพื้นเรียบที่สามารถเปิดได้ 3 ทาง ช่วยให้ขนของได้เยอะและสะดวก ไม่ติดซุ้มล้อ อีกทั้งยังมีรุ่น Professional 4x4 พร้อมระบบ Terrain Command และ E-Diff Lock สำหรับการลุยงานหนักในทุกสภาพเส้นทาง รวมถึงมีระบบความปลอดภัยพื้นฐาน เช่น ESC, TCS และ HSA โดยมีราคาเริ่มต้นในประเทศไทยอยู่ที่ 595,000 บาท Ford Ranger XL Ford Ranger XL (ตอนเดียว) เป็นรถกระบะตอนเดียวที่ถูกออกแบบภายใต้ดีเอ็นเอ "เกิดมาแกร่ง" ของ Ford โดยเน้นการใช้งานหนักและมีจุดเด่นอยู่ที่ขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 2.0L Turbo (กำลังสูงสุดและแรงบิดสูงสุดจะแตกต่างกันตามรุ่นย่อย) พร้อมดีไซน์ภายนอกที่แข็งแกร่งดุดันด้วยกระจังหน้าแบบใหม่ ไฟหน้าแบบมัลติรีเฟล็กเตอร์ และล้อกระทะเหล็กขนาด 16 นิ้วที่ทนทานและเกาะถนนได้ดี ฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือการติดตั้ง พวงมาลัยไฟฟ้า ที่ช่วยลดความเมื่อยล้าในการขับขี่ รวมถึงมีห้องโดยสารที่กว้างขวางตกแต่งด้วยวัสดุสีเข้มที่แข็งแกร่งแต่มีสไตล์ พร้อมหน้าจอแสดงผลแบบดิจิทัลขนาด 8 นิ้ว (สำหรับรุ่นล่าสุด) ทำให้ Ranger XL เป็นรถกระบะสำหรับงานบรรทุกที่ยังคงความสะดวกสบายในการขับขี่ตามมาตรฐานของ Ford โดยมีราคาเริ่มต้นในประเทศไทยอยู่ที่ 732,000 บาท Nissan Navara Single Cab Nissan Navara Single Cab (ตอนเดียว) เป็นรถกระบะที่ออกแบบมาเพื่อความทนทานและพร้อมลุยงานบรรทุกหนัก โดยมีจุดเด่นอยู่ที่เครื่องยนต์ดีเซล 2.3 ลิตร เทอร์โบแปรผัน ที่ให้กำลังสูงสุด 160 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 403 นิวตัน-เมตร ผสานกับโครงสร้าง แชสซีส์เหล็กกล้า ที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ ทำให้สามารถรองรับน้ำหนักบรรทุกได้สูงสุดถึง 1,090 กิโลกรัม และมีพื้นที่กระบะกว้างขวางเพื่อความสะดวกในการขนส่งสินค้า นอกจากนี้ยังมีรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD) พร้อมระบบ Shift-on-the-fly และ 4LO เพื่อเพิ่มกำลังฉุดในเส้นทางสมบุกสมบัน โดยมีดีไซน์ภายนอกที่ทันสมัยกับกระจังหน้าดุดัน และมั่นใจได้ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย Nissan Safety Technology ที่ช่วยปกป้องทั้งทางราบและทางลุย โดยมีราคาเริ่มต้นในประเทศไทยอยู่ที่ 606,000 บาท All-New Mitsubishi Triton Single Cab All-New Mitsubishi Triton Single Cab (ตอนเดียว) ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด "แกร่งกว่า...กว้างกว่า คุ้มกว่า" โดยมีจุดเด่นหลักคือพื้นที่กระบะท้ายที่กว้างที่สุดในรถระดับเดียวกัน ทำให้บรรทุกสินค้าได้ปริมาณมาก ประหยัดต้นทุนการขนส่ง และมาพร้อมกับโครงสร้างแชสซีส์ใหม่ MEGA FRAME ที่ใหญ่ขึ้น แข็งแรงขึ้น แต่มีน้ำหนักเบาลง เพื่อรองรับการบรรทุกหนักอย่างมั่นใจ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังใหม่ HYPER POWER เครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล 2.4 ลิตร เทอร์โบแปรผัน (High Power) ซึ่งให้กำลังที่แรงเต็มสมรรถนะ รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อมาพร้อมระบบ EASY SELECT 4WD ที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการขับเคลื่อนได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องหยุดรถ และยังมีฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่ครบครัน เช่น ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC), ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (TCL) และถุงลมนิรภัยคู่หน้าและบริเวณหัวเข่าด้านผู้ขับขี่ โดยมีราคาเริ่มต้นในประเทศไทยอยู่ที่ 609,000 บาท MG Extender Giant Cab MG Extender Giant Cab (ตอนเดียว) เป็นรถกระบะพันธุ์ยักษ์ที่โดดเด่นด้วยขนาดตัวถังที่ใหญ่กว่าคู่แข่งในตลาด และดีไซน์ที่แกร่งล้ำสมัยตามแนวคิด BRIT DYNAMIC โดยมีจุดเด่นหลักอยู่ที่ขุมพลังดีเซลคอมมอนเรล 2.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลัง 161 แรงม้า และแรงบิด 375 นิวตัน-เมตร ซึ่งให้สมรรถนะแรงเต็มพิกัดแต่ประหยัดน้ำมันอย่างเหนือชั้น มาพร้อมกับห้องโดยสารขนาดใหญ่สไตล์พรีเมียมที่ใช้วัสดุ Soft Touch ตกแต่งด้วยเบาะหนัง 2-Tone (ในรุ่นย่อยที่กำหนด) และหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 10 นิ้ว รวมถึงระบบอัจฉริยะ i-SMART ที่สามารถสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย (ในรุ่นย่อยที่กำหนด) เสริมความมั่นใจด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป SYNCHRONISED PROTECTION SYSTEM และโครงสร้างตัวถังนิรภัย FULL SPACE FRAME พร้อมดิสก์เบรก 4 ล้อ ทำให้ Extender เป็นกระบะที่ให้มากกว่าความแกร่งและความคุ้มค่า โดยมีราคาเริ่มต้นในประเทศไทยอยู่ที่ 589,000 บาท Suzuki Carry Suzuki Carry (ซูซูกิ แครี่) เป็นรถกระบะขนาดเล็กสำหรับงานบรรทุกอเนกประสงค์ที่เน้นความคุ้มค่าและง่ายต่อการดัดแปลง โดยมีจุดเด่นหลักคือราคาที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดในกลุ่มรถกระบะเพื่อการพาณิชย์และกระบะบรรทุกแบบเรียบที่สามารถเปิดได้ทั้ง 3 ด้าน ซึ่งช่วยให้การขนถ่ายสัมภาระสะดวกมากยิ่งขึ้น พร้อมพื้นที่กระบะบรรทุกขนาดใหญ่ และช่วงล่างที่แข็งแกร่งทนทานต่อการใช้งานหนัก ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน K15B ขนาด 1.5 ลิตร (71 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 97 แรงม้า) ระบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และมีรัศมีวงเลี้ยวแคบสุดเพียง 4.4 เมตร เพื่อความคล่องตัวในการขับขี่ในเมืองและตามซอกซอย ทำให้รถรุ่นนี้เป็นที่นิยมในการนำไปดัดแปลงเสริมตู้หรือทำเป็นรถฟู้ดทรัคสำหรับผู้ประกอบการ SME ที่ต้องการลงทุนเริ่มต้นธุรกิจไม่มาก โดยมีราคาเริ่มต้นในประเทศไทยอยู่ที่ 395,000 บาท

โชกุบุสซึ และ PIPATCHARA รวมพลังรักษ์โลก เนรมิตฝาขวดพลาสติกโชกุบุสซึใช้แล้ว สู่รันเวย์
อ่าน

โชกุบุสซึ และ PIPATCHARA รวมพลังรักษ์โลก เนรมิตฝาขวดพลาสติกโชกุบุสซึใช้แล้ว สู่รันเวย์

โชกุบุสซึ โมโนกาตาริ ผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์ครีมอาบน้ำในประเทศไทย คุณภาพญี่ปุ่นที่ได้การตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคต่อเนื่อง ภายใต้ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าตอกย้ำ Brand Purpose ของโชกุบุสซึที่ต้องการดูแลสุขภาพผิวอย่างอ่อนโยน พร้อมส่งเสริมความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม จึงได้จับมือกับแบรนด์แฟชั่นไฮเอนด์ของไทย PIPATCHARA ที่เคยถูกเลือกไปสวมใส่โดยศิลปินระดับโลก อาทิ ลิซ่า หรือ แอนน์ แฮททาเวย์ ทั้งสองแบรนด์ได้จับมือกัน เปิดตัวแคมเปญ Go Green Go Glam นำขวดพลาสติกใช้แล้วมาแปรรูปเป็นชุดแฟชั่นและกระเป๋าลิมิเต็ดผลงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ตอกย้ำว่าแฟชั่นและความยั่งยืนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสง่างาม นางสาววรรัช เอกอวัสดาพร ผู้จัดการส่วนผลิตภัณฑ์ดูแลความงาม บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา โชกุบุสซึ ยึดมั่นในพันธกิจส่งมอบความงามจากธรรมชาติ ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เราเลือกใช้สารทำความสะอาดจากพืชธรรมชาติถึง 99% พัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์น้ำหนักเบา ทำให้สามารถลดการใช้พลาสติกได้มากกว่า 42 ตันต่อปี รวมถึงช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นอกจากนี้ ที่ผ่านมา โชกุบุสซึ ยังเลือกใช้วัตถุดิบจากเกษตรกรไทย พร้อมพัฒนาผลผลิตจากวัตถุดิบเหลือทิ้ง เช่น เมล็ดมะไฟจีนในจังหวัดน่าน ซึ่งไม่เพียงช่วยสร้างคุณค่าด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อีกด้วย สำหรับในปีนี้ โชกุบุสซึ ต่อยอดเจตนารมณ์ดังกล่าวด้วยการร่วมงานกับ PIPATCHARA ซึ่งมีแนวทางด้านความยั่งยืนสอดคล้องกัน สร้างสรรค์แคมเปญ Go Green Go Glam เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมได้ด้วยการบริจาคขวดครีมอาบน้ำโชกุบุสซึเหลือใช้ไปหย่อนที่ตู้รีไซเคิลใน Tops 5 สาขาทั่วกรุงเทพ ฯ ฝาขวดเหล่านี้จะถูกแปรรูปและดีไซน์เป็นแฟชั่นไอเท็มสุดพิเศษ เพื่อนำไปจัดประมูลผ่านช่องทางอินสตาแกรม @PIPATCHARA ในวันที่ 18 ตุลาคม 2568 โดยรายได้ทั้งหมดจากการประมูลจะถูกมอบต่อให้กับมูลนิธิสติ (SATI Foundation) ถือเป็นการเปลี่ยนพลาสติกเหลือใช้ให้กลายเป็นพลังบวกเพื่อโลกอย่างแท้จริง ด้าน นางสาวภิพัชรา แก้วจินดา ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์แฟชั่น PIPATCHARA กล่าวเสริมว่า สำหรับ PIPATCHARA การทำงานครั้งนี้คือการพิสูจน์ว่าความสวยงามและความยั่งยืนสามารถหลอมรวมกันได้จริง เรานำฝาขวดครีมอาบน้ำโชกุบุสซึมาแปรรูป สร้างเป็นชุดแฟชั่นและกระเป๋าลิมิเต็ด ทุกชิ้นไม่เพียงสะท้อนความประณีตของงานดีไซน์ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนขยะให้มีคุณค่า และเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่เห็นว่าการรักษ์โลกไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่คือสไตล์ชีวิตที่สง่างามและน่าภาคภูมิใจ ที่สำคัญ การร่วมงานครั้งนี้ยังช่วยต่อยอดทักษะและงานฝีมือของชุมชน ให้สามารถสร้างรายได้และความภาคภูมิใจในผลงานที่ได้มีส่วนร่วม ซึ่งเป็นหัวใจเดียวกันที่ทั้งสองแบรนด์ให้ความสำคัญ สำหรับกิจกรรมในแคมเปญ Go Green Go Glam ได้คิกออฟเชิญชวนให้ผู้บริโภคนำขวดครีมอาบน้ำโชกุบุสซึที่ใช้หมดแล้ว ไปหย่อนที่ Recycle Station ใน Tops 5 สาขา ได้แก่ เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลอีสต์วิลล์, เซ็นทรัลเวสต์วิลล์, เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ และเซ็นทรัลบางนา ตั้งแต่วันที่ 1-30 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา โดยผู้ร่วมบริจาคจะได้รับคูปองส่วนลด 40 บาท สำหรับซื้อสินค้าโชกุบุสซึ และสามารถสะสมคะแนนเพื่อลุ้นรับสร้อยข้อมือคอลเลกชันพิเศษจาก PIPATCHARA แคมเปญครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงพลังของความร่วมมือระหว่างแบรนด์ไทยที่มีหัวใจรักษ์โลก แต่ยังตอกย้ำว่า แฟชั่น และ ความยั่งยืน สามารถก้าวเดินไปด้วยกันได้อย่างสง่างาม เพื่อส่งต่อโลกที่งดงามและยั่งยืนให้กับคนรุ่นต่อไป

เปิดตัว All New Yamaha Aerox 2025: ราชันย์คนใหม่แห่งวงการสปอร์ตออโตเมติก
อ่าน

เปิดตัว All New Yamaha Aerox 2025: ราชันย์คนใหม่แห่งวงการสปอร์ตออโตเมติก

ชาวสองล้อทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม! เพราะวินาทีที่ทุกคนรอคอยก็มาถึงแล้ว! กับการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ของ All New Yamaha Aerox 2025 ที่พร้อมจะสร้างนิยามใหม่ของรถซูเปอร์สปอร์ตออโตเมติกให้สะท้านวงการ! ถ้าคุณเคยประทับใจกับความดุดันและสมรรถนะของ Aerox รุ่นก่อนหน้า บอกเลยว่ารุ่นนี้จะทำให้คุณลืมภาพเก่าๆ ไปเลย เพราะยามาฮ่าได้ยกเครื่องใหม่หมดทั้งคัน ทั้งดีไซน์ที่เฉียบคมขึ้น, สมรรถนะที่เร้าใจกว่าเดิม, และเทคโนโลยีที่อัดแน่นแบบไม่มีกั๊ก งานนี้ไม่ได้มาเล่นๆ แต่มาพร้อมกับคำประกาศก้องว่านี่คือ ที่สุดแห่งซูเปอร์สปอร์ตออโตเมติก สปอร์ตสุดขีด สปีดสุดมันส์ อย่างแท้จริง! หัวใจใหม่ แรงกว่าเดิม! Blue Core Engine 155 ซีซี ที่ถูกปรับจูนมาแบบจัดเต็ม ขุมพลังที่ทำให้ Aerox 2025 โดดเด่นเหนือใคร ยังคงเป็นเครื่องยนต์ Blue Core 155 ซีซี ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ล่าสุด! ยามาฮ่าได้พัฒนาเครื่องยนต์ลูกนี้ให้ทำงานเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ด้วยการลดแรงเสียดทานในห้องเผาไหม้ และเปลี่ยนมาใช้ตัวดันโซ่ราวลิ้นแบบไฮดรอลิก ทำให้การทำงานของเครื่องยนต์ราบรื่นและทนทานกว่าเดิม แต่ทีเด็ดที่ทำให้ Aerox พุ่งทะยานได้สะใจคือ ระบบวาล์วแปรผัน VVA ที่ยังคงทำงานร่วมกันอย่างลงตัว ช่วยให้คุณมีแรงบิดและพละกำลังที่ต่อเนื่องในทุกย่านความเร็ว ไม่ว่าจะออกตัวหรือเร่งแซงก็ทำได้แบบทันใจไม่มีอืด นอกจากนี้ยังใช้ลูกสูบแบบ Forged ที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแกร่งและทนทานสุดๆ ทำให้มั่นใจได้เลยว่าหัวใจของ Aerox 2025 จะพร้อมลุยไปกับคุณได้อีกยาวๆ หล่อจัดจ้านทุกมุมมอง! ดีไซน์ใหม่ที่ผสานความสปอร์ตและความแข็งแกร่งเข้าไว้ด้วยกัน สิ่งแรกที่สะดุดตาเมื่อได้เห็น Aerox 2025 คือดีไซน์ที่ถูกปรับใหม่ทั้งหมด! ยามาฮ่าออกแบบให้รถรุ่นนี้มีรูปลักษณ์ที่ดูดุดันและล้ำยุคยิ่งกว่าเดิม ด้วย Frame ใหม่แบบ Center Tunnel ที่ถูกเสริมโครงแกนกลางให้แข็งแกร่งขึ้น ช่วยลดการบิดตัวของตัวถังรถเมื่อใช้ความเร็วสูง ทำให้การควบคุมรถมั่นใจและแม่นยำยิ่งขึ้น บอดี้ทรงสปอร์ตสุดแอโรไดนามิก: ชุดแฟริ่งถูกออกแบบมาให้โอบล้อมตัวรถอย่างลงตัวตามหลักอากาศพลศาสตร์ ช่วยลดแรงต้านของอากาศ ทำให้รถพุ่งทะยานไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ตัวถังบริเวณที่วางขาของผู้ขับขี่ก็ถูกออกแบบใหม่ ให้สามารถยึดตำแหน่งขาได้กระชับขึ้น เพื่อให้คนกับรถเป็นหนึ่งเดียวในทุกการเข้าโค้งสไตล์สปอร์ต ไฟหน้า Dual Projector LED: ดุดันไม่เกรงใจใครด้วยไฟหน้าแบบโปรเจกเตอร์คู่ LED ที่ให้ความสว่างคมชัด ไม่ฟุ้งกระจายรบกวนสายตาเพื่อนร่วมทาง พร้อมไฟ DRL (Daytime Running Light) ที่ออกแบบมาอย่างลงตัว และไฟท้าย LED ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก DNA ของรถตระกูล R-Series ตอกย้ำความสปอร์ตตั้งแต่หัวจรดท้าย แกนโช้คหน้าใหม่ 30 มม.: เพื่อรองรับสมรรถนะการขับขี่ที่ดุดันยิ่งขึ้น Aerox 2025 จึงมาพร้อมแกนโช้คหน้าขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 30 มม. ช่วยเพิ่มความเสถียรในการเข้าโค้งและรองรับแรงกระแทกได้ดียิ่งขึ้น อัปเกรดความปลอดภัยและฟีเจอร์ใหม่! ไม่ใช่แค่ความหล่อและความแรงเท่านั้นที่ถูกอัปเกรด แต่เรื่องความปลอดภัยและฟีเจอร์ต่างๆ ก็จัดเต็มไม่แพ้กัน! ดิสก์เบรกหน้าพร้อม ABS System: เพื่อความมั่นใจในทุกสถานการณ์ Aerox 2025 มาพร้อมดิสก์เบรกหน้าที่มีระบบ ABS ช่วยป้องกันล้อหน้าล็อกเมื่อต้องเบรกกะทันหัน ทำให้คุณสามารถควบคุมรถได้อย่างปลอดภัย ดิสก์เบรกหลังขนาดใหญ่ 230 มม.: และที่เซอร์ไพรส์กว่านั้นคือการเพิ่มดิสก์เบรกหลังขนาด 230 มม. เข้ามา ช่วยให้ระยะเบรกสั้นลงและเพิ่มสมรรถนะในการควบคุมรถให้ดียิ่งขึ้น ระบบกันสะเทือนหลังแบบซับแทงค์: เพื่ออารมณ์สปอร์ตแบบจัดเต็ม! ระบบกันสะเทือนหลังแบบมีซับแทงค์ (Rear Suspensions Sub-Tank) จะช่วยซับแรงกระแทกได้ดีกว่าเดิม ทำให้การขับขี่นุ่มนวลและมั่นคงยิ่งขึ้น เรือนไมล์ดิจิทัล Negative LCD: นอกจากจะสวยงามและอ่านง่ายแล้ว ยังสามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน Y-Connect ได้ ทำให้คุณสามารถรับรู้ข้อมูลต่างๆ ของรถได้บนมือถือ และยังแจ้งเตือนเมื่อมีสายเรียกเข้าหรือข้อความอีกด้วย Smart Key System: หมดห่วงเรื่องกุญแจหาย! ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะที่ช่วยให้คุณสตาร์ทรถ, เปิด-ปิดเครื่องยนต์, ล็อกแฮนด์, เปิดเบาะ หรือเปิดฝาถังน้ำมันได้อย่างง่ายดายด้วยปุ่มเดียว ช่องเก็บของใต้เบาะ 25 ลิตร: แม้จะเป็นรถสปอร์ตแต่ก็ไม่ลืมเรื่องการใช้งาน! ช่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ถึง 25 ลิตร สามารถเก็บหมวกกันน็อกแบบเต็มใบได้สบายๆ และยังมาพร้อมช่องชาร์จสมาร์ทโฟนแบบ USB Type-C ที่ด้านหน้าอีกด้วย ราคาและบทสรุป: คุ้มค่าแค่ไหน? All New Yamaha Aerox 2025 มาพร้อมกับสีสันสุดเร้าใจ 3 เฉดสี คือ สีเทา-น้ำเงิน SILVER STAR, สีดำ-เทา VIVID BLACK และสีน้ำเงิน RACING BLUE โดยมีราคาแนะนำเริ่มต้นที่ 85,900 บาท และเพื่อความมั่นใจสูงสุด ยามาฮ่ายังมอบการรับประกันที่ยาวนานถึง 5 ปี หรือ 50,000 กม. อีกด้วย All New Yamaha Aerox 2025 ถือเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ของยามาฮ่าในการยกระดับมาตรฐานรถสปอร์ตออโตเมติกให้ก้าวไปอีกขั้น ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นสะดุดตา, ขุมพลังที่เร้าใจ, และฟีเจอร์ที่อัดแน่นมาให้แบบครบครัน ทำให้ Aerox 2025 ไม่ได้เป็นแค่ยานพาหนะ แต่คือเพื่อนร่วมทางที่พร้อมจะพาคุณไปสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนานและปลอดภัยในทุกเส้นทาง หากคุณกำลังมองหารถคู่ใจที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสไตล์และสมรรถนะ นี่คือราชันย์ที่คุณไม่ควรมองข้ามอย่างแน่นอนครับ! Credit : yamaha-motor.co.th

ไคจูหมายเลข 8
ดู

ไคจูหมายเลข 8

เผยโฉม SEIKO x Godzilla 30th Anniversary เรือนเวลาลิมิเต็ดเอดิชั่นที่นักสะสมต้องมี
อ่าน

เผยโฉม SEIKO x Godzilla 30th Anniversary เรือนเวลาลิมิเต็ดเอดิชั่นที่นักสะสมต้องมี

เฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีของ Burning Godzilla ด้วยนาฬิการุ่นพิเศษจาก Seiko ด้วยดีไซน์อันน่าทึ่ง ในทุกลายละเอียดการออกแบบที่ผสานความหรูหรา น่าสะสมด้วยจำนวนที่ผลิตออกมาจำนวนจำกัด ส่วนรายละเอียดการออกแบบ ฟังค์ชั่น ราคา เวลาวางจำหน่ายเมื่อไหร่นั้น TrueID Sport ได้นำมาฝากคุณแล้ว เผยโฉม SEIKO x Godzilla 30th Anniversaryเรือนเวลาลิมิเต็ดเอดิชั่นที่นักสะสมต้องมี นาฬิกา Seiko x Burning Godzilla ฉลองครบรอบ 30 ปี Seiko ร่วมมือกับเว็บไซต์แฟชั่น BanColle! ของ Bandai เปิดตัวนาฬิกาลิมิเต็ดเอดิชั่นสุดพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีของ "Burning Godzilla" ซึ่งเป็นร่างอันทรงพลังขั้นสุดยอดของราชาแห่งสัตว์ประหลาดจากภาพยนตร์เรื่อง Godzilla vs. Destoroyah ในปี 1995 นาฬิกาเรือนนี้เป็นผลงานการผสมผสานระหว่างความหรูหราของงานฝีมือระดับสูงเข้ากับพลังแห่งไคจูได้อย่างลงตัว โดยมาในรูปแบบนาฬิกากลไกอัตโนมัติคุณภาพสูงที่ผลิตในประเทศญี่ปุ่น ตัวเรือนทำจากสเตนเลสสตีลพร้อมคุณสมบัติกันน้ำ 10 บาร์ และสายนาฬิกาที่สามารถปรับขนาดได้ง่าย ดีไซน์และรายละเอียดสุดประณีต หน้าปัดโดดเด่นด้วยการแกะสลักลวดลาย Burning Godzilla แบบสามมิติ ที่จำลองพื้นผิวผิวหนังของสัตว์ประหลาดได้อย่างน่าทึ่ง ขอบหน้าปัดเป็นสีดำด้าน บริเวณตำแหน่ง 9 นาฬิกาเป็นช่องหน้าต่างแบบ "Open-Heart" ที่เผยให้เห็นการทำงานของกลไกภายใน เพิ่มความโดดเด่นและมีมิติ ฝาหลังแบบโปร่งใสมีการสลักคำว่า "Burning Godzilla 30th Anniversary" พร้อมหมายเลขซีเรียลเฉพาะของแต่ละเรือน กล่องบรรจุภัณฑ์มาพร้อมกล่องสะสมดีไซน์พิเศษที่เลียนแบบพื้นผิวผิวหนังของ Godzilla พร้อมประทับโลโก้ Godzilla อย่างเป็นทางการด้วยฟอยล์บนฝากล่อง นาฬิการุ่นนี้ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 300 เรือน ในราคาประมาณ 24,156 บาท โดยจะเปิดให้จองตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568 ถึง 25 ธันวาคม 2568 และคาดว่าจะเริ่มจัดส่งในช่วงเดือนมีนาคม 2569 รายละเอียด นาฬิกา SEIKO x BURNING GODZILLA 30TH ANNIVERSARY ระบบอัตโนมัติ (Automatic) พร้อมกลไกการไขลานด้วยมือ ความคลาดเคลื่อน: +45 ถึง -35 วินาทีต่อวัน พลังงานสำรอง: ประมาณ 41 ชั่วโมง (เมื่อไขลานเต็ม) วัสดุตัวเรือน: สเตนเลสสตีล (เคลือบสีดำบางส่วน) ขนาดตัวเรือน: สูง: 48.0 มม. x กว้าง: 40.0 มม. X หนา: 11.5 มม. ฝาหลังแบบซีทรู: สามารถมองเห็นกลไกด้านในได้ วัสดุสาย: สเตนเลสสตีล ความยาวสาย: สูงสุดประมาณ 20 ซม. (สามารถปรับขนาดได้ด้วยตัวเอง) กระจกหน้าปัด: กระจกโค้ง Hardlex การกันน้ำ: 10 บาร์ (เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน) การทนทานต่อสนามแม่เหล็ก: 4,800 A/m (JIS Class 1) ผลิตในประเทศญี่ปุ่น จำกัดเพียง 300 เรือน ราคาประมาณ 24,156 บาท บทความที่เกี่ยวข้อง Seiko 5 Sports จับมือกับ Pepsi สะท้อนกลิ่นอายแห่งยุค 90 Seiko Prospex Speedtimer Edo Purple รุ่นลิมิเต็ด ฉลองศึก World Athletics Championships 2025 ที่โตเกียว

3 หุ้นแนะนำ บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์
อ่าน

3 หุ้นแนะนำ บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์

ทันหุ้น – บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ สแกน 3 หุ้นเด่น PTT PTTGC และ SCGP แนะนำซื้อ ดังนี้หุ้น PTT แนะนำซื้อ ประเมินแนวต้าน 33.75 แนวรับ 31.5 ตัดขาดทุน 30.25Q3/68F คาดกำไรเพิ่มขึ้นทั้ง QoQ, YoY จากฐานต่ำ ขาดทุนสต๊อกน้ำมันลดลง กำไรของธุรกิจก๊าซเพิ่มขึ้นแม้กำไร 1H68 จะลดลง -30%YoY ตามราคาน้ำมันดิบ แต่ PTT น่าจะคงเงินปันผลไว้ คาดทั้งปีสูงถึง 6.6%ประเมินราคาเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่ 34 บ. เทียบเท่าปี 68F P/E 10.2xหุ้น PTTGC แนะนำซื้อ ประเมินแนวต้าน 28 แนวรับ 26.25 ตัดขาดทุน 25.5Q3/68F ได้แรงหนุนจากไม่มีหยุดซ่อมบำรุง ขณะที่มีการบันทึกกำไรพิเศษมาช่วยเสริมทั้ง Q4/68F และปีหน้ารับแรงหนุนจากอุปทานมีแนวโน้มตึงตัวมากขึ้น หลังรัฐบาลจีนมีนโยบายปิดโรงปิโตรเคมีที่ดำเนินการ >20 ปีประเมินราคาเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่ 28บ. เทียบเท่าปี 68F P/E 20x และ P/B 0.5xหุ้น SCGP แนะนำซื้อเก็งกำไร ประเมินแนวต้าน 19.7 แนวรับ 17.1 ตัดขาดทุน 15.82H68F คาดกำไรเพิ่ม YoY จากฐานต่ำ หนุนจากตลาดเวียดนาม การฟื้นตัวของ Fajar และดอกเบี้ยจ่ายลดลงเตรียมรองรับภาษีการค้าผ่านการเพิ่มการขายในประเทศ+การกระจายตัวของรายได้ ผ่านฐานผลิตทั่วอาเซียนประเมินราคาเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่ 19.5บ. เทียบเท่าปี 68F P/E 23x

5 Gadget สายช่างประจำบ้าน ที่เปลี่ยนงานยากให้เป็นงานง่าย
อ่าน

5 Gadget สายช่างประจำบ้าน ที่เปลี่ยนงานยากให้เป็นงานง่าย

ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวล้ำ การซ่อมแซมหรือดูแลบ้านด้วยตัวเองไม่ได้เป็นเรื่องยากอีกต่อไป เพราะมีอุปกรณ์อัจฉริยะมากมายที่เข้ามาช่วยให้งานช่างกลายเป็นเรื่องง่ายและแม่นยำขึ้นกว่าเดิมมาก หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบ DIY หรือมองหาตัวช่วยในการดูแลบ้าน Gadget เหล่านี้คือสิ่งที่ตอบโจทย์อย่างแน่นอน 1. สว่านไฟฟ้าไร้สาย (Cordless Drill) สว่านไฟฟ้าไร้สาย เป็นเครื่องมือพื้นฐานที่ทุกบ้านควรมี ด้วยเทคโนโลยีไร้สายทำให้ใช้งานได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องกังวลเรื่องปลั๊กไฟหรือสายไฟที่พันกัน แถมวิธีใช้ก็ง่ายดาย สามารถใช้ได้ทั้งการเจาะรูบนวัสดุต่างๆ เช่น ไม้ พลาสติก หรือโลหะ และยังสามารถใช้เป็นไขควงไฟฟ้าเพื่อขันและคลายนอตได้อย่างรวดเร็วและทุ่นแรง และในรุ่นใหม่ๆ มาพร้อมแบตเตอรี่แบบ Li-ion ที่ชาร์จเร็วและใช้งานได้นาน รวมถึงระบบปรับแรงบิดและปรับความเร็วรอบได้ตามความเหมาะสมของงาน Photo Credit : th.bosch-pt.com ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ ยกตัวอย่างเช่น BOSCH GSR 120-LI Professional เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมในไทยด้วยราคาที่เข้าถึงได้และคุณภาพที่เชื่อถือได้ ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 2,500 - 3,500 บาท 2. กล้องตรวจจับความร้อน (Thermal Camera) กล้องตรวจจับความร้อน เป็นกล้องอินฟราเรดขนาดเล็กที่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ ทำให้สามารถมองเห็นความร้อนในรูปแบบภาพสีต่างๆ ซึ่งช่วยให้เรามองเห็นปัญหาที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า Photo Credit : flir.asia การใช้งานจะใช้ในการตรวจสอบปัญหาต่างๆ ในบ้าน เช่น การรั่วไหลของน้ำที่มองไม่เห็นภายในผนัง, การรั่วไหลของอากาศร้อนหรือเย็นจากขอบหน้าต่าง, หรือการตรวจจับความผิดปกติของอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีความร้อนสูงเกินไป ช่วยให้ระบุปัญหาได้แม่นยำและรวดเร็ว ไม่ต้องทุบผนังเพื่อหาจุดที่น้ำรั่วอีกต่อไป ถ้าสนใจผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ ก็อย่างเช่น FLIR ONE Pro เป็นแบรนด์ที่รู้จักกันดีในวงการกล้องอินฟราเรด มีทั้งรุ่นสำหรับ Android และ iOS ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 15,000 บาท 3. เครื่องวัดระยะเลเซอร์ (Laser Distance Meter) เครื่องวัดระยะเลเซอร์ เป็นอุปกรณ์ขนาดเล็กกะทัดรัดที่ใช้แสงเลเซอร์ในการวัดระยะทางได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เพียงแค่เล็งเลเซอร์ไปที่จุดที่ต้องการวัด แล้วกดปุ่ม เครื่องก็จะแสดงผลระยะทางบนหน้าจอทันที ช่วยให้การวัดพื้นที่ห้อง วัดความยาวของผนัง หรือการคำนวณพื้นที่ต่างๆ เป็นเรื่องง่ายกว่าการใช้ตลับเมตรแบบเดิมๆ Photo Credit : th.bosch-pt.com จุดเด่นของอุปกรณ์นี้ คือ ใช้งานได้ง่ายและแม่นยำสูง เหมาะสำหรับงานออกแบบ งานเฟอร์นิเจอร์ หรือการคำนวณพื้นที่เพื่อทาสีบ้าน BOSCH GLM 400 Laser Measure เป็นตัวอย่างอุปกรณ์นี้ ซึ่งเป็นรุ่นที่ใช้งานง่ายและมีฟีเจอร์ครบครัน ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 2,000 - 3,000 บาท 4. ชุดไขควงไฟฟ้าขนาดเล็ก (Electric Screwdriver Set) ชุดไขควงไฟฟ้าขนาดเล็ก เป็นไขควงขนาดเล็กที่ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ เหมาะสำหรับงานซ่อมแซมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือของใช้ในบ้านที่ต้องใช้แรงบิดที่ไม่สูงมาก Photo Credit: mi.com วิธีใช้ก็ง่ายๆ ใช้ได้ทั้งชายและหญิงครับ โดยใช้ขันและคลายนอตตัวเล็กๆ ที่อยู่ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เช่น สมาร์ทโฟน โน้ตบุ๊ก ของเล่น หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก ซึ่งมาพร้อมหัวไขควงหลากหลายรูปแบบในชุดเดียว ทำให้ไม่ต้องพกไขควงหลายอัน และช่วยให้ทำงานได้อย่างรวดเร็ว ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ ก็อย่างเช่น Xiaomi Mijia Wiha Precision Screwdriver Set เป็นชุดไขควงไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมอย่างมากในไทย ด้วยดีไซน์ที่สวยงามและใช้งานง่าย ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 1,000 - 1,500 บาท 5. กล้องงูอุตสาหกรรม (Industrial Endoscope Camera) กล้องงูอุตสาหกรรม ชื่ออาจจะดูแปลกๆ หน่อย โดยเป็นกล้องขนาดเล็กที่มีสายยาวและสามารถกันน้ำได้ ใช้ส่องเข้าไปในพื้นที่แคบๆ หรือจุดที่เข้าถึงยาก ใช้ในการตรวจสอบปัญหาต่างๆ เช่น ท่อระบายน้ำอุดตันที่อยู่ภายใน, การตรวจสอบโพรงผนังเพื่อหาสาเหตุของปัญหา, หรือการตรวจสอบความเสียหายภายในเครื่องยนต์ Photo Credit: depstech.com กล้องตัวนี้จะช่วยให้มองเห็นปัญหาในจุดที่ตาเราไม่สามารถมองเห็นได้ ทำให้สามารถวินิจฉัยปัญหาได้อย่างแม่นยำ ไม่ต้องรื้อโครงสร้างเพื่อตรวจสอบ ตัวอย่างผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ก็เช่น และราคา: มีหลากหลายรุ่นให้เลือกซื้อในแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยมีราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 500 - 2,000 บาท ขึ้นอยู่กับความยาวของสายและฟังก์ชันเสริมอื่นๆ การเลือก Gadget เหล่านี้จะช่วยให้งานช่างในบ้านของคุณไม่ใช่เรื่องน่าเบื่ออีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นกิจกรรมที่สนุกและท้าทาย ช่วยให้คุณแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ด้วยตัวเองอย่างมืออาชีพครับ

ก๊าซหุงต้ม ปตท. บุกงาน Heliconia Food Festival 2025 โชว์พลัง “ดูแลดีที่ 1 ดูที่ซีลทอง”
อ่าน

ก๊าซหุงต้ม ปตท. บุกงาน Heliconia Food Festival 2025 โชว์พลัง “ดูแลดีที่ 1 ดูที่ซีลทอง”

ก๊าซหุงต้ม ปตท. ตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำผลิตภัณฑ์ก๊าซหุงต้มคู่ครัวไทย จัดเต็มความสนุกในงาน Heliconia Food Festival 2025 เทศกาลอาหารสุดยิ่งใหญ่ระดับประเทศ ระหว่างวันที่ 817 สิงหาคม 2568 ณ ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งปีนี้มาในธีม Amusement Park of Food รวบรวมที่สุดของอาหาร บรรยากาศ และความสนุกไว้ใจกลางกรุงเทพฯ ภายในงาน พบกับบูธ ก๊าซหุงต้ม ปตท. ที่มาพร้อมกิจกรรมสุดสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็น ตู้ถ่ายภาพเก็บโมเมนต์อร่อย นำขบวนโดย น้องถังถัง ที่มาอวดความน่ารักกลางเมืองพร้อมจุดพลังความปลอดภัยให้คนกรุงฯ หันมาใส่ใจและสังเกต ซีลทอง QR สัญลักษณ์ที่ช่วยการันตีว่าเป็นก๊าซหุงต้ม ปตท. ของแท้จาก OR ที่ได้รับการตรวจสอบความปลอดภัยของถังตามมาตรฐาน มอก. พร้อมบรรจุน้ำก๊าซคุณภาพที่ปลอดภัย ร้อนไว ไฟแรง แน่นอนตามสโลแกน ดูแลดีที่ 1 ดูที่ซีลทอง อีกทั้งยังมีเกมสนุก ๆ และสินค้าราคาพิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ก๊าซกระป๋อง by ก๊าซหุงต้ม ปตท. ที่ปลอดภัย อุ่นใจ พร้อมใช้ทุกที่ มาพร้อมระบบรักษาสมดุลแรงดันป้องกันการระเบิก (TSR) ตุ๊กตาน้องถังถัง และสายยาง มอก. ที่ออกแบบมาสำหรับใช้งานกับก๊าซหุงต้มโดยเฉพาะ ทนแรงดันได้มากกว่าปกติถึง 3 เท่า ชวนคนไทยร่วมสัมผัสประสบการณ์ความอร่อยแบบจัดเต็มภายในงาน พร้อมร่วมลุ้นไปกับกิจกรรม Reality Food Selling ที่โชว์ยอดขายเมนูแสนอร่อยจากเชฟชื่อดังทั่วประเทศแบบเรียลไทม์ตลอด 10 วันเต็ม ก๊าซหุงต้ม ปตท. เดินหน้าเน้นย้ำความมั่นใจด้านความปลอดภัยโดยเป็นแบรนด์แรกในประเทศไทยที่กระบวนการซ่อมและทดสอบถังก๊าซของโรงซ่อมถังได้รับมาตรฐาน มอก. 151 จากสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) มั่นใจได้เลยว่าถังทุกใบผ่านการดูแลซ่อมแซมและทดสอบความปลอดภัยมาเป็นอย่างดีก่อนส่งตรงถึงทุกครัวเรือนไทยอย่างแน่นอน อย่าลืมแวะไปสนุกและสัมผัสความอร่อยที่มาพร้อมกับคุณภาพจาก ก๊าซหุงต้ม ปตท. ในงาน Heliconia Food Festival 2025 ตลอด 10 วันเต็ม ตั้งแต่วันที่ 817 สิงหาคม 2568 นี้! ติดตามข่าวสารและกิจกรรมดี ๆ ทาง Facebook Fanpage จุดพลังความอร่อย by ก๊าซหุงต้ม ปตท. และ แอปพลิเคชัน OR LPG หรือโทร. 1365 Contact Center ก๊าซหุงต้ม ปตท. ของแท้ ต้องสั่งที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้านและจุดจำหน่ายในสถานีบริการ PTT Station เท่านั้น ดูร้านค้าใกล้บ้าน : www.pttlpgshops.comสั่งก๊าซหุงต้มปตท. ผ่านแอปฯ OR LPG กดโหลดแอปจากลิงก์ : https://bit.ly/4jlPq23

สหพันธ์นักบินอินเดียประณาม "วอลล์ สตรีท เจอร์นัล” กล่าวหากัปตันแอร์ อินเดีย ปิดสวิตซ์เชื้อเพลิง
อ่าน

สหพันธ์นักบินอินเดียประณาม "วอลล์ สตรีท เจอร์นัล” กล่าวหากัปตันแอร์ อินเดีย ปิดสวิตซ์เชื้อเพลิง

ซี.เอส. รันธาวา ประธานสหพันธ์สมาคมนักบินอินเดีย ออกมาประณามสำนักข่าว เดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล (WSJ) อย่างรุนแรงกรณีที่รายงานข่าวกล่าวหาว่านาย"สุมิตร สภาวัล" (Sumeet Sabharwal)กัปตันของเครื่องบินแอร์ อินเดีย เที่ยวบิน AI-171 ที่ประสบอุบัติเหตุตกเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เป็นผู้ปิดสวิตซ์เชื้อเพลิงเครื่องยนต์จนทำให้เครื่องยนต์ทั้ง 2 ดับและเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นรันธาวา กล่าวว่าจากรายงานการสอบสวนเบื้องต้น รวมไปถึงถ้อยแถลงจากรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมอินเดีย “ไม่ได้” มีการกล่าวถึงว่ากัปตันบนเครื่องบินเป็นผู้ปิดสวิตซ์ส่งเชื้อเพลิงไปยังเครื่องยนต์ หรือ เป็นการบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเป็นความผิดของกัปตันตามที่สื่อดังกล่าวได้รายงานไปก่อนหน้านี้ รันธาวายังต่อว่า WSJ ว่าไม่ได้อ่านหรือศึกษารายงานผลสอบสวนเบื้องต้นก่อนที่จะนำมารายงานข่าว โดยที่สหพันธ์สมาคมนักบินอินเดียยืนยันจะเอาผิด WSJ ฐานสร้างความเข้าใจแบบผิด ๆ ต่อสาธารณะด้วยรันธาวา ยังเรียกร้องให้งดการแสดงความคิดเห็นใดใดเกี่ยวกับผลการสอบสวนเบื้องต้นเนื่องจากจะยิ่งสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คนที่ต้องเดินทางด้วยเครื่องบิน รวมไปถึงสหพันธ์สมาคมนักบินอินเดียได้ออกแถลงการณ์สร้างความเข้าใจไปยังประชาชนว่าจนกว่าที่จะสามารถสรุปผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการได้ ก็ไม่ควรแสดงความคิดเห็นที่ไม่มีมูลข้อเท็จจริง รันธาวาเชื่อว่าเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเพราะความผิดพลาดทางเทคนิคของเครื่องบินมากกว่า แม้ว่าบริษัทโบอิงผู้ผลิตเครื่องบินลำที่เกิดเหตุยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นว่าควรมีการตรวจสอบระบบการทำงานของสวิตซ์เชื้อเพลิงก่อนขึ้นบินก็ตาม นอกจากนี้เขายังกล่าวว่า “นักบินอินเดีย” เป็นหนึ่งในนักบินชั้นยอดของโลก และเขายังยอมรับว่าส่วนตัวเขาค่อนข้างจะต่อต้านการรายงานข่าวของ WSJ ที่จงใจรายงานข่าวโดยอิงจากความคิดเห็นไม่ใช่ข้อเท็จจริงทั้งนี้ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล ได้รายงานด้วยการอ้างถึงเสียงบันทึกบทสนทนาในห้องนักบิน ว่ามีความเป็นไปได้ที่ กัปตันจะเป็นผู้ปิดสวิตซ์ส่งเชื้อเพลิงจนทำให้นักบินที่ 1 ต้องหันมาถามเขาว่าทำไมถึงต้องปิดสวิตซ์ตามที่มีรายงานออกมาก่อนหน้านี้ซึ่งทั้งกัปตันและนักบินที่ 1 ของเที่ยวบินนี้ล้วนแต่เป็นผู้มีประสบการณ์และชั่วโมงบินสูง

Walmart เรียกคืนขวดน้ำ Ozark Trail หลังฝาขวดดีดใส่หน้าผู้ใช้จนตาบอด 2 ราย
อ่าน

Walmart เรียกคืนขวดน้ำ Ozark Trail หลังฝาขวดดีดใส่หน้าผู้ใช้จนตาบอด 2 ราย

ขวดนํ้ารุ่นนี้ ลักษณะเป็นสแตนเลสสีเงิน ฝาเกลียวสีดำ และมีรหัสสินค้า 83-662 ขายมาตั้งแต่ปี 2017 ผ่านทั้งหน้าร้าน Walmart และช่องทางออนไลน์ ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อผู้ใช้นำขวดไปใส่น้ำอัดลมหรือของเหลวที่ทำให้เกิดแรงดัน เมื่อเปิดฝา แรงดันภายในทำให้ฝาขวดพุ่งออกอย่างรวดเร็วและแรงเกินควบคุมหน่วยงานความปลอดภัยผู้บริโภคของสหรัฐฯ ร่วมมือกับ Walmart เพื่อประกาศเตือนและเรียกคืนสินค้าทันที ชี้ว่า สินค้าดังกล่าว “อาจส่งผลร้ายแรงจากแรงกระแทกและเกิดบาดแผลฉีกขาด” จึงแนะนำให้ผู้ที่มีขวดรุ่นนี้หยุดใช้งานทันที และสามารถขอคืนเงินได้ทั้งทางร้านค้าและออนไลน์ แม้จะมีรายงานเพียงไม่กี่กรณี แต่เหตุการณ์นี้ถือเป็นการเตือนให้ผู้ผลิตและผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับของร้อนหรือแรงดันลูกค้าที่ไม่แน่ใจว่าสินค้าที่ใช้อยู่เข้าข่ายหรือไม่ ควรตรวจสอบรหัสสินค้า 83-662 ที่อยู่บนบรรจุภัณฑ์ หากพบว่าเป็นรุ่นที่มีปัญหา สามารถติดต่อ Walmart เพื่อดำเนินการคืนสินค้าและรับเงินคืนเต็มจำนวนได้ทันที

6 คอนซีลเลอร์ แบบซอง 7-11 ยี่ห้อไหนดี อำพรางใต้ตาดำ รอยสิว จุดด่างดำ
อ่าน

6 คอนซีลเลอร์ แบบซอง 7-11 ยี่ห้อไหนดี อำพรางใต้ตาดำ รอยสิว จุดด่างดำ

วันนี้เรามี 6 คอนซีลเลอร์ แบบซอง ใน 7-11 มาแนะนำ สำหรับใครที่มีปัญหารอยต่างๆ บนใบหน้า อยากปกปิดให้เนียนเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะรอยสิว รอยดำ รอยแดง จุดด่างดำ หรือใต้ตาคล้ำ คอนซีลเลอร์ก็ช่วยได้! คอนซีลเลอร์ แบบซอง ยี่ห้อไหนดี ? 1. Maybelline Fit Me Concealer คอนซีลเลอร์จาก Maybelline ตัวนี้ไม่ผสมน้ำมัน เนื้อคอนซีลเลอร์เนียน เกลี่ยง่าย ไม่เป็นคราบ ใครที่มีจุดบกพร่อง รอยสิว รอยดำ รอยแดง รอยคล้ำใต้ตา หรือรอยหมองคล้ำอื่นๆ แนะนำตัวนี้เลย! 2. Nami Make up Pro Seoul Girls Full Cover Concealer สำหรับคอนซีลเลอร์ตัวนี้เป็นสูตรคุมมัน กันน้ำ กันเหงื่อ ทาแล้วไม่เป็นคราบระหว่างวัน แถมช่วยปรับสภาพผิวให้ดูกระจ่างใสขึ้น ดังนั้นใครที่มีปัญหาจุดบกพร่องบนผิวหน้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นจุดด่างดำ รอยสิว รอยคล้ำใต้ตา ตัวนี้ปกปิดได้! 3. Sasi Acne Sol Comfort Matte Concealer คอนซีลเลอร์ของ Sasi ตัวนี้ก็ช่วยอำพรางรอยต่างๆ อย่างรอยสิว จุดด่างดำ รอยคล้ำใต้ตาได้อยู่หมัด แถมติดทน ไม่ต้องกลัวเป็นคราบด้วย อยากได้สีผิวที่สม่ำเสมอ ปกปิดรอย แนะนำเลย! 4. Meiji Retouching Concealer คอนซีลเลอร์จาก Meiji ตัวนี้ช่วยเบลอรูขุมขน พร้อมปกปิดรอยคล้ำใต้ตาได้ดี รวมถึงรอยสิว รอยดำ รอยแดงด้วยเช่นกัน ทาแล้วได้ผลลัพธ์ผิวเรียบเนียน ใครมีจุดบกพร่องต่างๆ บนใบหน้า ต้องลองตัวนี้เลย! 5. Sivanna Colors Skin Concealer สำหรับตัวนี้จะตอบโจทย์คนที่อยากได้คอนซีลเลอร์แบบติดทน กันน้ำ กันเหงื่อ แนะนำเลย! ใช้ปกปิดรอยต่างๆ ได้ดีไม่แพ้กัน ใครที่มีรอยคล้ำใต้ตา อยากให้ใต้ตาดูสดใส หรือใครที่มีจุดด่างดำ รวมถึงมีริ้วรอย ตัวนี้ก็อำพรางได้ดี! 6. U Star Ziganture Maxx Cover Stay Fit Concealer คอนซีลเลอร์ U Star ตัวนี้มีเทคโนโลยี Smoother Film Former มาช่วยเบลนด์เฉพาะจุดได้ดี สำหรับรอยต่างๆ อย่างรอยสิว รอยคล้ำใต้ตา ริ้วรอย จุดด่างดำ ใช้แล้วผิวดูกลมกลืนเป็นธรรมชาติสุดๆ บทความที่คุณอาจสนใจ 5 คอเรคเตอร์ อำพรางรอย ปกปิดปัญหาผิวเฉพาะจุด ปรับสีผิวด้วยทฤษฎีสี 7 คอนซีลเลอร์ 2025 ตัวดัง ปกปิดใต้ตาคล้ำ รอยสิว จุดด่างดำ ผิวเนียน สม่ำเสมอ

"โตโยต้า" แบกไม่ไหว ขึ้นราคาในอเมริกา เซ่นพิษภาษีทรัมป์ l World Wide Wealth
อ่าน

"โตโยต้า" แบกไม่ไหว ขึ้นราคาในอเมริกา เซ่นพิษภาษีทรัมป์ l World Wide Wealth

บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ (Toyota Motor) ของญี่ปุ่นประกาศว่าเตรียมปรับขึ้นราคารถยนต์บางรุ่นที่จำหน่ายในสหรัฐอเมริกาโดยจะมีผลตั้งแต่เดือนกรกฎาคมนี้ (2568 )เป็นต้นไปซึ่งราคาจะเพิ่มขึ้นมากกว่า200 ดอลลาร์ หรือประมาณ6,500 บาทการเคลื่อนไหวครั้งนี้มีขึ้นในช่วงเวลาวิกฤตของค่ายรถต่างๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะเจ้าตลาดอย่างค่ายญี่ปุ่นเพราะผู้ผลิตรถยนต์ต้องเจอกับภาษีทรัมป์เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ ได้ประกาศใช้มาตรการขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์และชิ้นส่วน มากถึง 25 % ข้อมูลจาก "โนบุ สุนางะ" โฆษกของโตโยต้า เปิดเผยว่า รถบางรุ่นในแบรนด์โตโยต้า (Toyota) และเลกซัส (Lexus) จะปรับราคาขึ้นเฉลี่ยที่ 270 ดอลลาร์ และ 208 ดอลลาร์ตามลำดับในตลาดสหรัฐฯ เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า การปรับราคาครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทบทวนตามปกติ โดยพิจารณาจากปัจจัยด้านสภาวะตลาดและการแข่งขัน และไม่ได้ให้รายละเอียดอะไรเพิ่มเติมต่อสื่อหรือสาธารณะชนมากไปกว่านี้ ย้อนกลับไปเมื่อเดือนพฤษภาคม โตโยต้าเคยออกมายืนยันว่าจะยังไม่ขึ้นราคารถยนต์ในสหรัฐฯ แม้ทรัมป์ขึ้นภาษีศุลกากร "โยอิจิ มิยาซากิ" ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน (ซีเอฟโอ) ของบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป (Toyota Motor Corp.) กล่าวว่า บริษัทยังไม่มีการพิจารณาปรับขึ้นราคารถยนต์ในสหรัฐฯ “ในระยะเวลาอันใกล้นี้” แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะปรับขึ้นภาษีศุลกากรแล้วก็ตาม