รีเซต

ผลการค้นหา “บังร็อตเป็นอะไร” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
"NONT TANONT" ปล่อย MV ใหม่ "กลัวลืม (The Collection)" Feat. URBOYTJ ภาพจำที่แสนเจ็บปวดแต่ยังงดงาม
อ่าน

"NONT TANONT" ปล่อย MV ใหม่ "กลัวลืม (The Collection)" Feat. URBOYTJ ภาพจำที่แสนเจ็บปวดแต่ยังงดงาม

กลายเป็นหนุ่มเลข 3 อย่างเต็มตัวกับศิลปินที่มากทั้งความสามารถและอารมณ์ขัน "NONT TANONT" ที่ยังเดินหน้าสร้างสรรค์ผลงานเพลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดปล่อย Music Video เพลงใหม่ "กลัวลืม (The Collection)" หนึ่งในซิงเกิลจากอัลบั้ม "MONO/SPECTRUM" ที่สร้างเซอร์ไพรส์ให้กับแฟนเพลง ด้วยการร่วมงานกับ "URBOYTJ" ถ่ายทอดอารมณ์สองด้านที่แตกต่างแต่ลงตัว ผ่านเสียงร้องที่อบอุ่นและเปราะบาง ผสานกับท่อนแร็ปที่จริงใจและเจ็บลึกแบบตรงไปตรงมา "กลัวลืม (The Collection)" หนึ่งในบทเพลงที่พาดำดิ่งสู่มุมลึกของหัวใจของคนที่ยังคง "ติดอยู่กับอดีต" เรื่องราวของคนที่ไม่อยากลืมทุกช่วงเวลาที่เคยมีร่วมกัน แม้จะรู้ว่าความทรงจำเหล่านั้นอาจเป็นสิ่งที่ทำให้เจ็บปวดที่สุดก็ตาม เมื่อสมองพยายามจะลืม แต่หัวใจกลับยังเลือกที่จะจดจำ เพราะทุกความทรงจำนั้นยังคงงดงามเกินกว่าจะลบเลือนได้ ในพาร์ทดนตรี เพลงนี้โดดเด่นด้วยโทน RB ที่ผสมผสานกลิ่นอาย lo-fi และ chill hop อย่างลงตัว ด้วยเสียงซินธ์และเบสที่ล่องลอยเคล้ากับจังหวะบีทช้า ๆ สร้างบรรยากาศอบอุ่นปนเศร้า ทำให้เพลงนี้เข้าถึงอารมณ์ผู้ฟังได้อย่างลึกซึ้ง นอกจากนี้ "กลัวลืม (The Collection)" ยังถือเป็น Music Video ตัวสุดท้าย ก่อนชวนแฟนเพลงมาสัมผัสทุกโมเมนต์ใกล้ ๆ กับ "นนท์ ธนนท์" อีกครั้งในคอนเสิร์ตแรกรูปแบบใหม่ ที่ย้ำว่าเล่นรอบเดียวเท่านั้น! "NONT TANONT THE MOMENT OF SPECTACLE CONCERT" ในวันที่ 16 พฤษภาคม นี้ ณ BITEC LIVE ที่จะถ่ายทอดเรื่องราวผ่านบทเพลงสำคัญจากทั้ง 2 อัลบั้ม อย่าง "MONO/SPECTRUM" และ "Cigarette Candy Vanilla Sky" ซึ่งล้วนเป็นผลงานที่สะท้อนตัวตนและช่วงเวลาที่มีความหมายที่สุดในเส้นทางดนตรีของ "นนท์ ธนนท์" สามารถรับชมและรับฟังกันได้แล้วทุกช่องทาง "กลัวลืม (The Collection)" Feat. URBOYTJ ที่ Youtube : LOVEiS และติดตามความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ทาง Facebook : NONT TANONT, Instagram : tanont916, X : NONT TANONT, TikTok : nonttanont และ Facebook : LOVEiS / X, Instagram : @LOVEiS_ent

TFM ลุยขยายภูมิภาค เซ็น MOU พันธมิตรบังกลาเทศยกระดับอุตฯสัตว์น้ำ
อ่าน

TFM ลุยขยายภูมิภาค เซ็น MOU พันธมิตรบังกลาเทศยกระดับอุตฯสัตว์น้ำ

#ทันหุ้น - บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายอาหารสัตว์น้ำและอาหารสัตว์เศรษฐกิจของไทย รุกขยายฐานระดับภูมิภาค ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับพันธมิตรจากบังกลาเทศ มุ่งเป้าถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงชั้นสูงของไทยและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันอุตสาหกรรมสัตว์น้ำเศรษฐกิจสู่ความยั่งยืนระดับสากลนายพีระศักดิ์ บุญมีโชติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFMเปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้เดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งในระดับภูมิภาคต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)ร่วมกับพันธมิตรจากประเทศบังกลาเทศ เพื่อร่วมกันพัฒนาและขยายตลาดอุตสาหกรรมสัตว์น้ำครอบคลุมกุ้งขาว กุ้งกุลาดำ กุ้งก้ามกราม และปลากะพง โดยพิธีลงนามในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก H.E. Mr. Faiyaz Murshid Kazi เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศประจำประเทศไทย พร้อมด้วย Mr. Syed Mahmudul Huq ประธานมูลนิธิ Bangladesh Shrimp and Fish Foundation (BSFF) และ นางหทัย นันทาทอง Director - Feed Commercial ในฐานะผู้แทน บมจ. ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ เข้าร่วมงานความร่วมมือครั้งนี้ มุ่งเน้นการยกระดับผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง ครอบคลุมกุ้งขาว, กุ้งกุลาดำ, กุ้งก้ามกราม และปลากะพง โดย TFM จะเข้ามามีบทบาทสำคัญ ได้แก่ ขยายโครงข่ายธุรกิจและการตลาดการตลาดในระดับภูมิภาค ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโต, การถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และมาตรฐานการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของไทยสู่สากล เพื่อให้ผลผลิตในบังกลาเทศมีคุณภาพตามมาตรฐานสากล และสนับสนุนห่วงโซ่การผลิตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและสังคม เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารและการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว"ความร่วมมือนี้ไม่เพียงแต่เป็นการขยายโอกาสทางธุรกิจของ TFM แต่ยังเป็นการพิสูจน์ถึงศักยภาพของมาตรฐานการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เราเชื่อมั่นว่าการแบ่งปันองค์ความรู้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมสัตว์น้ำของทั้งสองประเทศ"นายพีระศักดิ์กล่าว

"เบนท์ กิตติธัช" เขียนเพลงรักจากประเพณี สื่อออกมาเป็น "ฝ้ายผูกใจ"
อ่าน

"เบนท์ กิตติธัช" เขียนเพลงรักจากประเพณี สื่อออกมาเป็น "ฝ้ายผูกใจ"

ส่งซิงเกิลล่าสุดกับแนวเพลงใหม่ที่โตขึ้นอย่าง "กาฬสินธุ์ บลูส์" มาชิมลางก่อนหน้า สำหรับหนุ่ม "เบนท์ กิตติธัช พรดอนก่อ" สังกัด Kicks Records (คิกส์ เรคคอร์ดส) ล่าสุด เปิดปีใหม่มาพร้อมกับซิงเกิลใหม่ชวนฟัง เพราะซึ้ง ชื่อ "ฝ้ายผูกใจ" ที่หยิบเอาประเพณีฝ้ายผูกแขน เพื่อเป็นการอวยพรและแสดงความรักความห่วงใยของชาวอีสานและเหนือ มาสื่อแทนความผูกพันในใจ ที่แม้วันหนึ่งฝ้ายจะเก่า จะขาด หรือถูกแกะออกไป แต่ความรู้สึกของคนที่ผูกให้ จะยังคงอยู่ไม่หายไปไหน โดย "เบนท์ กิตติธัช" ยังคงแต่งเอง และ รับบทพระเอก MV ครั้งแรกอีกด้วย! จะเป็นอย่างไรนั้น หนุ่ม "เบนท์ กิตติธัช" ได้เล่าว่า "ฝ้ายผูกใจ มาจากการที่ผมได้รับโจทย์จาก พี่คัตโตะและพี่แทน CEO ค่าย Kicks Records ให้เบนท์ลองเขียนเพลง ที่เกี่ยวกับความเชื่อทางบ้านเบนท์มา 1 เพลง และต้องเกี่ยวข้องความรักด้วย เบนท์ก็เลยลองค้นหาข้อมูล ซึ่งทำให้ผมแปลกใจเป็นอย่างมากว่ามีพิธีกรรมความเชื่อที่ผมไม่รู้จักเยอะมาก ๆ จึงได้เลือกพิธีผูกแขนบายศรีสู่ขวัญ ซึ่งผมเชื่อว่าทุกคนต้องเคยผูกและเข้าใจเข้าถึงง่ายที่สุด" ส่วนการทำเพลง "ฝ้ายผูกใจ" นี้ เบนท์ได้เล่าการทำงานไว้ว่า "การทำงานครั้งนี้ ผมและทีมตั้งใจกันอย่างสุด ๆ ผมได้นำสิ่งที่เคยเรียนมาในสมัยเด็ก เคาะสนิมและนำกลับมาใช้ ทุกคนทำการบ้านกันหนักมากครับ ข้อดีคือ พื้นเพผมเป็นคนอีสาน วัฒนธรรมหรือความเข้าใจยังอยู่ในตัวเรา จึงทำให้เราเรียนรู้กันได้เร็วและปรับใช้ได้อย่างเช่น เบนท์ต้องกลับมาฝึกพิณเพลงเก่า ๆ เอาปี่ภูไทมาซ้อมและเป่าเอง Jay คนที่เรียบเรียงเพลงก็ต้องกลับไปฟังเพลง วัฒนธรรม เพลงพื้นบ้าน + เพลงลูกทุ่งอินดี้ยุคใหม่ เพื่อมาปรับใช้ และ มือกีตาร์ ต้องแกะกลิ่นไอความเป็นภูไท ให้ได้และซึมซับโดยเปิดฟังกันประจำ" หนุ่ม "เบนท์ กิตติธัช" ได้ทิ้งท้ายฝากถึง "ฝ้ายผูกใจ" ไว้ว่า "เพลงนี้เป็นตัวแทนของคนที่มีความรัก ความผูกพันที่หนักแน่นกับใครสักคน และ จำเป็นต้องห่างกันด้วยหน้าที่การงาน สิ่งเดียวที่เขาให้ได้เพื่อเป็นตัวแทนคำสัญญาไม่ใช่แหวนเพชรเงินทอง หรือ มนต์ขลังมนต์เสน่ห์ แต่เป็นฝ้ายผูกแขน ที่เป็นตัวแทนของ ความมงคล คำอวยพร และความรัก ว่าถ้าได้ผูกฝ้ายนี้ให้กับใครถึงแม้วันนึงมันจะเก่าและขาดไป แต่มันก็จะคอยผูกไว้ที่หัวใจเหมือนเดิม ก็ขอฝากเพลงนี้ไว้ด้วยนะครับ" ติดตามรับชม "ฝ้ายผูกใจ" กับผลงานการแสดงพระเอกมิวสิกวิดีโอครั้งแรกของ "เบนท์ กิตติธัช" อย่างเต็มตัว ด้วยเรื่องราวของการจากลา ความคิดถึง และคำสัญญาที่ไม่ได้ต้องการคาถาหรือของขลังใด แต่มีเพียง "ฝ้ายผูกแขน" ที่คอยผูกใจของกันและกันไว้ โดยทีม "ลาดปลาเค้าบอยส์" ได้ทาง ยูทูบ : เบนท์ กิตติธัช และฟังเพลง "ฝ้ายผูกใจ" และเพลงก่อนหน้า "กาฬสินธุ์ บลูส์" ได้แล้วทุกช่องทางมิวสิคสตรีมมิ่ง

“นก บริพันธ์” สวัสดีปีใหม่ “มานิต โฟร์เอส”
อ่าน

“นก บริพันธ์” สวัสดีปีใหม่ “มานิต โฟร์เอส”

นก บริพันธ์ สวัสดีปีใหม่ มานิต โฟร์เอส เทศกาลปีใหม่ ช่วงเวลาแห่งความสุขกับคนวงการยังมีอยู่ในเดือนมกราคมโดย ทาง นก บริพันธ์ พิธีกรรายการชุมทางดาวทอง 7 สี ได้เข้ามอบกระเช้าสวัสดีปีใหม่แก่ มานิต โฟร์เอส หรือ มานิต สีเลี้ยง โดยเขาได้โพสต์ว่าได้มาสวัสดีปีใหม่แก่เฮียมานิต ผู้ใหญ่ในวงการเพลงลูกทุ่งที่สนับสนุนนักร้องและคนในวงการมากมาย ขอให้แข็งแรง รวยๆครับ สำหรับ มานิต โฟร์เอส หรือ มานิต สีเลี้ยง เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกเพลงลูกทุ่งสมัยใหม่ เขาได้สร้างสรรค์ผลงานนักร้องลูกทุ่งเอาไว้มากมายเช่น ยุ้ย ญาติเยอะ ทศพล หิมพานต์ ล่าสุดได้จัดตั้งคณะรำวงย้อนยุค นำโดย อ๊อด โฟร์เอส แจ๊ค ธนพล เอก รังสิโรตม์ เป็นต้น

เรือนจำน่าอยู่ที่สุดในโลก คุก Bastoy Prison นอร์เวย์ เกาะสวรรค์ที่นักโทษไม่อยากหนี
อ่าน

เรือนจำน่าอยู่ที่สุดในโลก คุก Bastoy Prison นอร์เวย์ เกาะสวรรค์ที่นักโทษไม่อยากหนี

Unseen Norway วันนี้ เราไม่ได้จะพาเพื่อนๆ ไปดูแสงเหนือ หรือล่องเรือชมฟยอร์ดแบบธรรมดาๆ แต่จะพาไปเยือนเรือนจำ Bastoy Prison (บาสตอย) ประเทศนอร์เวย์ สถานที่ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น "คุกที่ดีที่สุดในโลก" หรือบางคนถึงกับเรียกว่าเป็นรีสอร์ตสำหรับนักโทษเลยทีเดียว ภาพจำลองโดยปัญญาประดิษฐ์ Bastoy Prison, Norwayเรือนจำน่าอยู่ที่สุดในโลก ลืมภาพลูกกรงเหล็ก ห้องมืดๆ หรือผู้คุมหน้าดุไปได้เลย เพราะที่นี่คือเกาะส่วนตัวที่มีทั้งวิวทะเล บ้านพักตากอากาศ และกิจกรรมขี่ม้า ฟังแล้วสงสัยเลยว่านี่มันคุกยังไงกัน? 🏝️ เกาะบาสตอยคุกไร้กำแพง ไร้กรงขัง Photo by user: Grim23 - Own work, GFDL 1.2 Bastoy Prison ตั้งอยู่บนเกาะบาสตอย (Basty Island) กลางอ่าวกระแสลมเย็นยะเยือกอย่าง Oslo Fjord ห่างจากชายฝั่งทางใต้ของออสโลประมาณ 1 ชั่วโมง โดยจุดเด่นแรกของที่นี่ก็คือมันไม่มีกำแพงครับ หรือจะพูดให้ถูกก็คือมัน "ไม่จำเป็นต้องมี" มากกว่า ที่นี่เป็นคุกความมั่นคงต่ำ (Minimum Security) ไม่มีลวดหนาม ไม่มีรั้วไฟฟ้า กั้นขวางอิสรภาพ มีเพียงน้ำทะเลล้อมรอบเกาะไว้เท่านั้น บรรยากาศเหมือนเรามาเที่ยวเกาะส่วนตัวที่เงียบสงบมากกว่าจะเป็นเรือนจำ มีเจ้าหน้าที่อยู่ 70 คน แต่จะมีไม่กี่คนเท่านั้นที่ค้างคืนบนเกาะ ภาพจำลองโดยปัญญาประดิษฐ์ 🏠 ชีวิตดีๆ ที่ลงตัว... ในคุก? เมื่อเข้ามาด้านใน (ซึ่งต้องนั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามมา) เราจะเจอกับบ้านไม้สไตล์นอร์เวย์ (Cottages) แทนที่จะเป็นห้องขังรวมอึดอัด มีนักโทษรวมประมาณ 100 กว่าคน แต่ละคนมีห้องนอนส่วนตัว พร้อมกุญแจล็อคห้องได้เอง พร้อมด้วยสิ่งที่ทำให้เราต้องอิจฉา คือสิ่งอำนวยความสะดวก อันได้แก่ ห้องครัวและห้องนั่งเล่น: นักโทษสามารถซื้อวัตถุดิบจากซูเปอร์มาร์เก็ตบนเกาะมาทำอาหารกินเองได้ วิวทะเล: ตื่นเช้ามาสูดอากาศบริสุทธิ์ ชมวิวฟยอร์ดได้ทุกวัน ชุดลำลอง: ไม่ต้องใส่ชุดนักโทษสีส้ม ใส่กางเกงยีนส์ เสื้อยืดเหมือนคนปกติทั่วไป Photo : kriminalomsorgen.no 🏇 กิจกรรมแน่นๆ ขี่ม้า ตีเทนนิส นอนอาบแดด ถ้าคิดว่าวันๆ นักโทษต้องนั่งนับวันรอปล่อยตัว คุณคิดผิดครับ เพราะที่นี่เน้นให้ทุกคนมีงานทำ และใช้ชีวิตให้ใกล้เคียงโลกภายนอกที่สุด มีทั้งงานฟาร์ม เลี้ยงวัว เลี้ยงแกะ ปลูกผัก และงานช่าง ซ่อมจักรยาน งานไม้ ดูแลเรือเฟอร์รี่ พอถึงเวลาว่าง หลังเลิกงาน 15:30 น. นักโทษสามารถไปตกปลา ขี่ม้า ตีเทนนิส เล่นสกี (ในหน้าหนาว) หรือใช้บริการห้องสมุด และห้องคอมพิวเตอร์ได้ Did You Know? ผู้คุมที่นี่ไม่ได้พกปืน และทำหน้าที่เหมือนนักสังคมสงเคราะห์มากกว่า โดยจะกินข้าวร่วมโต๊ะกับนักโทษ เล่นกีฬาด้วยกัน เพื่อสร้างความไว้วางใจ 🤔 ทำไมต้องทำให้สบายขนาดนี้? หลายคนอาจสงสัยว่า ทำผิดแล้วทำไมต้องให้รางวัล? ทั้งๆ ที่นักโทษในเกาะนี้มีทั้งคดีฆาตกรรม คดียาเสพติด และคดีร้ายแรงอื่นๆ คำตอบอยู่ที่ "ปรัชญาของนอร์เวย์" ครับ ที่นี่เขาเชื่อเรื่อง Human Ecology (นิเวศวิทยามนุษย์) หลักการคือ การลงโทษคือการพรากอิสรภาพ แค่ถูกจำกัดให้อยู่บนเกาะ ไม่ได้เจอครอบครัว ก็ถือว่าลงโทษแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำให้ชีวิตเขาลำบากเพิ่ม การเตรียมตัวกลับสู่สังคม ถ้าปฏิบัติกับเขาเหมือนสัตว์ป่า เมื่อปล่อยออกไปเขาก็จะเป็นสัตว์ป่า แต่ถ้าปฏิบัติเหมือนมนุษย์ เขาจะกลับไปเป็นเพื่อนบ้านที่ดี ผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้ นอร์เวย์มีอัตราการกระทำผิดซ้ำ (Recidivism rate) ต่ำที่สุดในยุโรป คือเพียงประมาณ 16% เท่านั้น (เทียบกับหลายประเทศที่สูงถึง 70%) Bastoy Prison จึงไม่ใช่แค่ที่คุมขัง แต่เป็นเหมือนโรงเรียนดัดสันดานที่ใช้ความไว้ใจ และความรับผิดชอบ เป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนคน แม้เราจะเข้าไปเที่ยวเล่นไม่ได้ (เพราะเป็นพื้นที่ควบคุม) แต่แนวคิดของที่นี่ก็น่าสนใจมากๆใครที่มีแพลนไปเที่ยวนอร์เวย์ แค่ล่องเรือผ่านแถบ Oslo Fjord แล้วมองไปเห็นเกาะเขียวๆ สงบๆ ก็ลองจินตนาการดูนะครับว่า บนเกาะนั้นอาจจะมีนักโทษกำลังนอนอาบแดด จิบกาแฟ เปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนใหม่กันอยู่ก็ได้ ====================

"COPTER" น้องเล็ก TAKHLI GANG ส่งเพลงหวานซึ้ง "ใบพัด" ขอบคุณแฟนคลับ
อ่าน

"COPTER" น้องเล็ก TAKHLI GANG ส่งเพลงหวานซึ้ง "ใบพัด" ขอบคุณแฟนคลับ

หลังจากส่งเพลงแรปสุดแซ่บ หมอนทอง ของ PITTA P. เพลงสำหรับสายมูสุดโจ๊ะ เทพท้อ จาก LAILA ให้ติดลมบนทั่วฟ้าเมืองไทยกันไปเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาของน้องคนเล็กสุดของ TAKHLI GANG อย่าง COPTER ที่มาพิสูจน์ความสามารถด้านโวคอลกับ ใบพัด เพลงบัลลาดหวานซึ้ง ที่เขาตั้งใจแต่งเพลงนี้เพื่อขอบคุณเหล่าใบพัด (COPTARR) หรือกลุ่มแฟนคลับของเขาที่คอยติดตามเขามาอย่างเหนียวแน่น คอยให้การสนับสนุนเขาในทุก ๆ อย่างที่เขาทำมาโดยตลอด เป็นอีกหนึ่งผลงานที่ Price of T-Pop คนนี้จะไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน ใบพัด เป็นชื่อที่กลุ่มแฟนคลับของ COPTER เรียกแทนตัวพวกเขาเอง โดยหมายถึงการที่พวกเขาเปรียบตัวเองเป็นดั่งใบพัดที่จะคอยหมุนรอบตัว COPTER อย่างสม่ำเสมอ คอยเป็นลมใต้ปีกที่จะคอยผลักดันให้เขาบินได้ไกลกว่าเดิม COPTER จึงมอบเพลงนี้เพื่อให้เพลงนี้เป็นตัวแทนของความรัก ความผูกพัน และคำขอบคุณที่เขาอยากมอบให้แฟนเพลงของเขา เพื่อตอกย้ำว่าไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานเพียงใด ใบพัด เหล่านี้จะคอยอยู่เคียงข้างเขาเสมอ COPTER เลือกที่จะโชว์พลังเสียงร้องอันนุ่มนวลแต่ทรงพลัง ผ่านบทเพลงบัลลาดสุดหวานที่เขาชื่นชอบและเป็นสไตล์ที่เขาถนัด น้ำเสียงหวานสูงน่าฟังถ่ายทอดความรู้สึกของคนที่ถูกรัก และอยากขอบคุณในทุกอย่างที่อีกฝ่ายทำให้ เป็นสิ่งที่ COPTER ทำออกมาได้เป็นอย่างดี และด้วยเอกลักษณ์ทั้งจากหน้าตา เสน่ห์เฉพาะตัวและบุคลิกสดใสน่ารักเป็นกันเองของ COPTER ทำให้เขาได้เป็นศิลปินแห่งยุคที่ใคร ๆ ก็เฝ้าติดตามผลงาน และเป็นขวัญใจคนไทยที่ทุกคนจับตามอง ขมวดจึ้งปึ้งครบทุกคนแล้วสำหรับเพลงเดี่ยวของทั้งสามสมาชิกแก๊งตาคลีที่ทุกคนถามหา แต่ช้าก่อน! ผลงานเพลงที่อยากให้ติดตามไม่ได้มีเพียงเท่านั้น ตัวตึงทั้งสามคนอย่าง PITTA P., LAILA และ COPTER ยังมีผลงานให้ติดตามกันต่อแน่น ๆ อีกหลังจากนี้ จะเป็นเพลงอะไรและมาแนวไหน ต้องรอติดตามกันให้ดี แต่ได้ชื่อว่าเป็น TAKHLI GANG แล้ว ไม่ธรรมดาแน่นอน

เปิดตำนาน ผีไทย สถานที่หลอนในไทย เรื่องผี ความเชื่อ และ ที่มา น่าขนลุก
อ่าน

เปิดตำนาน ผีไทย สถานที่หลอนในไทย เรื่องผี ความเชื่อ และ ที่มา น่าขนลุก

ความเชื่อ เรื่องผี ผีมีจริงหรือไม่ เป็นคำถามที่หาคำตอบไม่ได้จนถึงทุกวันนี้ แต่ใช่ว่า สิ่งที่หาคำตอบไม่ได้จะไม่มีอยู่จริง ตามเรามา เปิดตำนาน ผีไทย ที่มา สถานที่หลอนๆ ในไทย สิ่งลี้ลับ และ ความเชื่อ ที่เกี่ยวกับ ตำนานเรื่องผี ต่างๆ ที่เราน่าจะเคยได้ยินกันอยู่บ้าง และบางเรื่องก็ยังคงเป็น เรื่องลี้ลับ ที่หาคำตอบไม่ได้มาจนถึงปัจจุบันนี้ เปิดตำนานผีไทยสถานที่ลี้ลับ ผีดุ เฮี้ยน ในไทย 1. แม่นาค พระโขนงวัดมหาบุศย์ แม่นาค พระโขนง หรือ นางนาค พระขโนง ตำนานความรักอมตะ ที่ความตายไม่อาจพรากจาก เรื่องผี สุดคลาสสิคที่เชื่อว่าไม่มีคนไทยคนไหนไม่รู้จัก เพราะไม่ว่าจะเป็นการนำตำนานเรื่องนี้มาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ ละครเวที ละครไทย และอื่นๆ อีกมากมายหลายเวอร์ชั่น โดยภาพจำของ "แม่นาค" จะเป็น ผีผู้หญิงตายทั้งกลม ผมยาว ห่มสไบ นุ่งโจงกระเบน ยืนอุ้มลูกอยู่ที่ท่าน้ำ ตำนานแม่นาค พระขโนง ตำนานเรื่องราวของแม่นาค พระโขนง เชื่อกันว่า เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในช่วง ปลายสมัยรัชกาลที่ 3 โดย สามีชื่อ "นายมาก" และภรรยาชื่อ "นางนาค" ทั้งสองปลูกเรือนอาศัยอยู่ด้วยกันย่านพระขโนง โดยที่นางนาคตั้งครรภ์อ่อนๆ ต่อมาไม่นานมีหมายเรียกให้นายมากไปเป็นทหารประจำการที่บางกอก นางนาคจึงต้องอยู่ตามลำพังจนครบกำหนดคลอด แต่ว่าลูกในท้องไม่ยอมกลับหัว จึงไม่สามารถคลอดได้ตามธรรมชาติอย่างปลอดภัย ทำให้นางนาคสิ้นใจไปพร้อมกับความเจ็บปวดทรมานและลูกในท้อง เป็นผีตายทั้งกลม ที่ชาวบ้านหวาดกลัวในความเฮี้ยน ศพของนางนาคจึงได้ถูกนำไปฝังไว้ยัง ป่าช้าวัดมหาบุศย์ เวลาผ่านล่วงไป จนนายมากกลับมาจากประจำการ ก็กลับมาที่เรือน ใช้ชีวิตอยู่กินกับนางนาคซึ่งกลายเป็นผี โดยไม่ได้ออกไปพบปะผู้คน ตามที่นางนาค รั้งให้อยู่บ้าน และไม่รู้เรื่องราวที่ภรรยาของตนเสียชีวิตแล้ว ส่วนชาวบ้านเอง ก็พยายามเลี่ยงที่จะผ่านเรือนนางนาค เพราะหวาดกลัวในวิญญาณของนางนาคที่เป็นผีตายทั้งกลม แต่หากเจอนายมากที่อื่นเมื่อใด ก็จะบอกความจริงว่า นางนาคได้ตายไปแล้ว แต่นายมากก็ไม่เคยเชื่อ จนสุดท้าย เมื่อนายมากได้รู้ความจริงว่านางนาคได้ตายไปแล้ว (ตามเรื่องเล่า เล่าว่า เกิดจากนางนาคทำมะนาวตกลงไปใต้ถุนบ้าน จึงเอื้อมมือยาวลงมาจากบนพื้นเรือน เพื่อเก็บมะนาวที่อยู่ใต้ถุนบ้าน นายมากบังเอิญผ่านมาเห็นพอดี จึงรู้ว่าแท้จริง ภรรยาของตนได้เสียชีวิตไปแล้วตามที่ชาวบ้านบอกมาโดยตลอด : แต่ก็มีเรื่องเล่าอื่นๆ ที่ทำให้นายมากได้รู้ความจริงด้วยเช่นกัน แต่เรื่องเก็บมะนาวใต้ถุนบ้านนั้น โด่งดังที่สุด) นายมากจึงวางแผนหลบหนีจากผีนางนาค และเมื่อผีนางนาครู้ จึงออกอาละวาดหลอกหลอนชาวบ้านจนหวาดกลัวกันไปทั้งบาง สุดท้ายผีนางนาคก็ถูกสยบโดย สมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี เคาะกะโหลกศีรษะส่วนหน้าผากออกมาทำหัวปั้นเหน่ง เพื่อเป็นการสะกดวิญญาณ และนำนางนาคสู่สุคติ ศาลย่านาค วัดมหาบุศย์ ปัจจุบัน ศาลย่านาค หรือ ศาลแม่นาค พระโขนง ตั้งอยู่ท้าย วัดมหาบุศย์ ซึ่งตามตำนานเล่าว่า ศพของแม่นาค ได้ถูกฝังเอาไว้ที่นี่ ภายในศาลย่านาค เป็นลักษณะการจำลองเรือนไทย ผู้คนมาขอพรในเรื่องความรัก โชคลาภ ขอลูก และเกณฑ์ทหาร 🌟 ดูเพิ่มเติมที่ ไหว้พระ ขอพรความรัก แม่นาค พระโขนง วัดมหาบุศย์ ✨ ที่อยู่ : สุขุมวิท 77 ซอยอ่อนนุช 7 แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/enESeBSm9tic6dJu9 ⏰ เปิดให้เข้าชม : 07.30-17.30 น. 🔗 เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/Mahabut.Yanak2305 ================ 2. เปรต วัดสุทัศน์ หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า แร้งวัดสระเกศ เปรตวัดสุทัศน์ กันอย่างแน่นอน ไม่ใช่แค่ละครดังหลังข่าว ที่นำเอาความน่ากลัวของเปรตวัดสุทัศน์ มาบอกเล่าให้เราฟัง แต่ตำนานเรื่อง "เปรตวัดสุทัศน์" นั้นมีการบอกเล่าสืบทอดกันมานาน แต่ก็ยังไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้ว่า วัดสุทัศนเทพวราราม เคยมีเปรตจริงหรือไม่ เป็นเพียงความเชื่อที่ว่า เคยมีคนเห็นเปรตในบริเวณวัดสุทัศน์ในยามค่ำคืน เปรต คืออะไร? ความเชื่อเรื่องเปรตสามารถพบได้ในศาสนาฮินดู พุทธ เต๋า และศาสนาพื้นบ้านของจีน ในความเชื่อของคนไทยนั้น เปรต เป็นชื่อเรียก ผี ประเภทหนึ่งที่เมื่อตอนเป็นคนมีชีวิตอยู่ ได้ทำบาป ทำกรรมอย่างหนักหนาสาหัส เมื่อตายไปแล้ว แล้วการก่อกรรมหนักมามากก็จะไม่สามารถไปสู่สุคติได้ และกลายไปเป็นเปรต เพื่อชดใช้กรรมที่ได้ก่อไว้ เปรต ตามความเชื่อแล้ว จะมีร่างกายซูบเซียวผอมสูงตระหง่าน หิวโหย มือเท้าใหญ่เท่าใบลาน ปากเล็กเท่ารูเข็ม ส่งเสียงร้องโหยหวนน่าสะพรึงกลัว และมักจะปรากฏตัวในเห็นในตอนกลางคืนเพื่อขอส่วนบุญ Vasiliskov / Shutterstock.com ตำนานเปรต วัดสุทัศน์ มีบางคนบอกว่าเคยเห็น เปรต ออกมาหลอกหลอนคนแถว วัดสุทัศน์ บ่อยครั้ง สุดจะน่ากลัว และไม่มีคนไหนกล้าเฉียดผ่านวัดสุทัศน์ในยามค่ำคืน เรื่องราวของเปรตวัดสุทัศน์นั้นไม่สามารถพิสูจน์ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือ เรื่องราวของประวัติศาสตร์ในสมัยนั้น ซึ่งมี โรคห่า ระบาดใหญ่ในพระนคร ผู้คนล้มตายจำนวนมาก ศพเผาและฝังไม่ทัน จนมีฝูงแร้ง มาทึ้งศพมากมาย ทำให้แร้งจึงกลายเป็นสัตว์อัปมงคลที่ไม่ว่าบินไปเกาะบ้านไหน ก็ถือว่าจะเกิดเรื่องไม่ดี ในขณะเดียวกัน เมื่อมีคนตายเพิ่มมากขึ้นทุกวัน เรื่องผีเปรตจึงเกิดขึ้นตามมาด้วย อีกเหตุผลหนึ่งของ ตำนานเปรตวัดสุทัศน์ สันนิษฐานว่า มาจากภายในพระวิหารของวัดนั่นเอง ซึ่งมี ภาพจิตรกรรม เป็นรูปเปรตนอนพาดกายยาว และมีพระสงฆ์กำลังพิจารณาสังขารยืนรายล้อมอยู่ และนอกจากนี้ เปรตวัดสุทัศน์ อาจมีที่มาจากความเข้าใจผิด ของผู้ที่มองเห็นเงาของ เสาชิงช้า ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าวัดสุทัศน์ ในช่วงเวลากลางคืน และยิ่งในสมัยก่อนที่ไร้ซึ่งแสงไฟส่องสว่างเช่นปัจจุบัน แล้วคิดไปว่าเป็น ผีเปรต ก็เป็นได้ 🌟 ดูเพิ่มเติมที่ วัดสุทัศนเทพวราราม วัดสวย กรุงเทพ แห่งต้นกรุงรัตนโกสินทร์ อ้างอิงที่มา : https://thesiamsociety.org http://www.thapra.lib.su.ac.th/thapra chocobluesky19 / Shutterstock.com ✨ ที่อยู่ : 146 ถนนบำรุงเมือง แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กรุงเทพฯ 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/Uho8PNeab3vS9TZ36 ⏰ เปิดให้เข้าชม : 08.30-20.00 น. 🔗 เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/WatSuthatBangkok ================ 3. ผีจ้างหนัง คำชะโนด ถ้าพูดถึง คำชะโนด อุดรธานี สิ่งแรกที่นึกถึงคือ เรื่องราวของ ความลึกลับ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เมืองลับแล รวมไปถึง ตำนาน เรื่องผี อย่าง ผีจ้างหนัง คำชะโนด เป็นเกาะที่รายล้อมไปด้วยต้นคำชะโนดสูงใหญ่ มีน้ำรายล้อม เป็นเกาะป่าขนาดใหญ่กว่า 20 ไร่ หลายคนเชื่อว่า คำชะโนด คือ เมืองบาดาลอันศักดิ์สิทธิ์ เป็นจุดเชื่อมต่อกันระหว่าง เมืองบาดาลกับโลกมนุษย์ และมี พญานาค พำนักอยู่ รวมถึงยังมี ศาลหลวงปู่ศรีสุทโธ และ ย่าศรีปทุมมา ทำให้ที่นี่มีผู้คนแวะเวียนเข้ามากราบไหว้ ขอพรกันไม่ขาดสาย ตำนานผีจ้างหนัง คำชะโนด ในโลกของภาพยนตร์ ผีจ้างหนัง คำชะโนด เป็นหนังดังที่ชวนขนลุก แต่ทำให้ผู้คนจำจดที่นี่ได้มากมาย แม้ในหนังจะถูกเสริมเติมแต่งต่อเรื่องราวไปบาง แต่เค้าโครงเดิมของเรื่องเล่าที่สืบต่อกันมา ก็เป็นเรื่องที่น่าขนลุกไม่น้อยไปกว่ากัน เรื่องผีคำชะโนด เริ่มจาก บุคคลลึกลับได้จ้างวานให้บริษัทหนังกลางแปลง ไปตั้งฉายหนังกลางทุ่งคำชะโนด และจะต้องฉายให้เสร็จก่อนเวลาตี 4 จากนั้นก็ต้องรีบเก็บของและออกมาก่อนฟ้าสว่าง โดยห้ามหันหลังกลับไปมองด้านหลังเด็ดขาด บริษัทหนังกลางแปลงก็ตกลงทำตามโดยไม่ได้ถามอะไร เมื่อถึงวันนัดหมาย ตอน 3 ทุ่ม ก็ทำการเริ่มฉายหนัง จู่ๆ ก็มีผู้คนเดินเข้ามาเป็นจำนวนมาก แต่ที่แปลกคือ คนที่มา หากเป็นผู้หญิง จะนุ่งขาวห่มขาวและเลือกนั่งอยู่ด้านขวา ส่วนผู้ชายจะใส่เสื้อผ้าสีดำ และจะนั่งอีกข้างหนึ่ง โดยทั้งหมดนั่งกันสงบเงียบ เรียบร้อย ไม่มีเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะฉายหนังอะไร ก็ไม่มีการส่งเสียงหรือแสดงความรู้สึกใดๆ ออกมาทั้งสิ้น Mingcanfly / Shutterstock.com จนกระทั่งฉายไปถึงเวลาตี 4 เจ้าหน้าที่ก็ทำการเก็บข้าวของตามที่ได้รับมอบหมายไว้ และเดินทางออกจากที่ฉายหนังทันที แต่ก็เอะใจในคำสั่ง เลยหันกลับไปดู ซึ่งก็พบว่า คนดูทั้งหมดหายไปหมดแล้ว หายไปอย่างรวดเร็ว สร้างความสงสัยงุนงงให้กับเจ้าหน้าที่ฉายหนังเป็นอย่างมาก และเมื่อขับรถออกมาจนถึงหมู่บ้านวังทองในตอนเช้า เจอชาวบ้านจึงมีการถามไถ่กัน ชาวบ้านกลับยืนยันว่าไม่มีหนังมาฉายในหมู่บ้านเลย เมื่อถามกันจนเป็นที่เข้าใจ ก็ได้รับคำตอบจากชาวบ้านว่า... สถานที่ที่ไปฉายหนังคือ ป่าคำชะโนด สถานที่ลี้ลับที่ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นเมืองพญานาคซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับหมู่บ้านวังทองนั่นเอง เรื่องเล่าจบลงแค่นี้ แต่ความน่าพิศวงของเรื่องนี้ก็ถูกพูดถึงอย่างมากมาย จนกลายเป็นตำนานเรื่องผีคำชะโนดที่ทุกวันนี้ก็ยังมีคนพูดถึงอยู่ 🌟 ดูเพิ่มเติมที่ คำชะโนด ขอพร พญานาค อุดรธานี เปิดตำนานผีจ้างหนัง กลางเมืองบาดาลศักดิ์สิทธิ์ ✨ ที่อยู่ : 64 หมู่ 11 ตำบลบ้านม่วง อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/dkYXWHq1eeVfn7Uf9 ⏰ เปิดให้เข้าชม : 06.00-18.00 น. 🔗 เว็บไซต์ : - ================ 4. ปู่โสมเฝ้าทรัพย์ วัดราชบูรณะ วัดราชบูรณะ พระนครศรีอยุธยา เป็นหนึ่งในวัดที่โบราณ สมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งสร้างโดย เจ้าสามพระยา ในปี พ.ศ.1967 นอกจากโบราณสถานที่สวยงาม และเก่าแก่แล้ว ที่นี่ยังมีเรื่องราวที่บอกเล่ากันมา เป็น ตำนานปู่โสมเฝ้าทรัพย์ เทพารักษ์ที่พิทักษ์ทรัพย์สมบัติแห่งวัดราชบูรณะเอาไว้ ตำนานปู่โสมเฝ้าทรัพย์ ค่อนข้างต่างจากเรื่องผีอื่นๆ ในบ้านเรา เพราะเป็นเรื่องราวของ เทพารักษ์ผู้พิทักษ์ ทรัพย์สมบัติของบ้านเมือง ปู่โสมเฝ้าทรัพย์ คืออะไร? ตามความเชื่อแต่โบราณ ปู่โสมเฝ้าทรัพย์ เป็นชื่อที่ใช้เรียกผี หรือวิญญาณ ที่ทำหน้าที่เฝ้าทรัพย์สมบัติล้ำค่าของชาติ เช่น กรุสมบัติในอาณาจักรอยุธยา ปู่โสมเฝ้าทรัพย์ทำหน้าที่คล้าย เจ้าที่เจ้าทาง หรือ เทพารักษ์ ที่พิทักษ์ทรัพย์สมบัติเอาไว้ เรื่องราวของปู่โสมเฝ้าทรัพย์เป็นที่รู้จักกันดีของคนไทย เนื่องด้วย เมื่อราวปี พ.ศ.2500-2501 มีโจรลักลอบขุดสมบัติ ที่ กรุสมบัติ วัดราชบูรณะ ลักลอบนำทรัพย์สมบัติมากมายมหาศาลออกมา Eak.Temwanich / Shutterstock.com ต่อมาหนึ่งในผู้ลักลอบก็เข้าหาเจ้าหน้าที่ตำรวจในสภาพเมามาย และยอมรับว่าเป็นโจรที่เข้าไปขุดกรุสมบัติ วัดราชบูรณะ พร้อมคืนของที่ขโมยเอาไปแก่เจ้าหน้าที่ โจรคนอื่นๆ ที่ร่วมขบวนการ ต่างก็มีอันเป็นไปต่างๆ เช่น เสียสติ เป็นบ้า หรือ ร้านที่รับซื้อของไว้ก็ต้องมีอันล้มเลิกกิจการไป ซึ่งของกลางที่ขโมยเอาไปนั้น ปัจจุบันได้คืนมา และจัดแสดงไว้ใน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา โดยมีความเชื่อว่าเกิดจากการดลบันดาลของปู่โสมเฝ้าทรัพย์ ตำนาน ปู่โสมเฝ้าทรัพย์ เรื่องตำนานเล่าสืบต่อกันมาว่า ในสมัยโบราณ เมื่อข้าศึกมาล้อมบ้านล้อมเมือง ก็ได้มีการนำทรัพย์สินสมบัติไปฝังไว้ในที่ลึกลับต่างๆ โดยเล่ากันว่า นายโสม คนสนิทของขุนนางผู้ใหญ่ นำทรัพย์สมบัติมีค่าไปซ่อนไว้ในถ้ำ นายโสมฆ่าพวกพ้องจนตายหมด เหลือนายโสมคนเดียว เมื่อกรุงแตก ผู้คนกระจัดกระจาย ไม่มีใครมารับของคืน นายโสมจึงตายอยู่กับสมบัติเหล่านั้น วิญญาณนายโสมเฝ้าทรัพย์อยู่ตลอดมา อ้างอิงที่มา : https://www.silpa-mag.com https://ww2.ayutthaya.go.th Eak.Temwanich / Shutterstock.com ✨ ที่อยู่ : ถนนชีกุน ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/DEwH6EQiKDCAYQTA7 ⏰ เปิดให้เข้าชม : 08.00-18.30 น. 🔗 เว็บไซต์ : - ================ 5. ผีหัวขาด วัดปราสาท วัดปราสาท นนทบุรี แห่งนี้ เป็นวัดเก่าแก่ ที่สันนิษฐานว่า สร้างขึ้นในสมัย สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ซึ่งมีอายุกว่า 400 ปีเลยทีเดียว ภายในวัดยังมี โบสถ์มหาอุด ทรงท้องเรือสำเภา หรือที่เรียกว่า ตกท้องช้าง เป็นเอกลักษณ์ของโบสถ์สมัยอยุธยาซึ่งหาชมได้ยากแล้วในปัจจุบัน และยังมี ต้นตะเคียน ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และมีอายุกว่า 1,000 ปี อยู่ภายในวัด และยังมีเรื่องเล่าขานกันมาช้านานว่า ที่นี่ติดอันดับ สถานที่ผีดุที่สุดในไทย สุดหลอกหลอน และขนหัวลุก ถึงขนาดจับไข้ได้เลยทีเดียว นั่นก็คือ ตำนานผีหัวขาดแห่งวัดปราสาท และยังมีเรื่องลี้ลับมากมาย ตำนานผีหัวขาด วัดปราสาท ตำนานผีหัวขาดแห่งวัดปราสาท เป็นเรื่องเล่าที่สืบทอดต่อกันมาว่า สมัยเก่าก่อน บริเวณนั้นเคยเป็นค่ายทหารมาก่อน และบางจุดก็เป็น ลานประหาร เคยมีชาวบ้านพบเจอผีหัวขาดเดินไปเดินมา สร้างความสยองจนต้องจับไข้ นอกจากนี้ ยังมีเรื่องเล่าอื่นๆ เกี่ยวกับเรื่องผีที่วัดปราสาทอีกมากมาย ไม่ว่าจะเรื่องเล่าที่มีคนเคยพบเห็น เปรต ร้องเสียงดังในตอนกลางดึก เรื่องเล่าของ เจ้าแม่ตะเคียนทอง ที่ชาวบ้านมักพบเจอเป็นผู้หญิงชุดไทย ยืนอยู่บริเวณใกล้ๆ กับศาลา หรือบางคนก็เห็นกลุ่มควันลอยออกมาจากต้นตะเคียน แต่เมื่อเพ่งมองไป จะพบเจอเป็นหน้าผู้หญิงลอยอยู่ และวิญญาณอื่นๆ อีกมากมาย จนขึ้นชื่อว่า ที่นี่เป็นวัดที่ผีดุมาก และมีผู้มาท้าพิสูจน์หลายคน ดูเพิ่มเติมที่ วัดปราสาท นนทบุรี วัดเก่าแก่กว่า 400 ปี ชม โบสถ์มหาอุด ต้นตะเคียน ใหญ่ที่สุดในโทย Konteawwat / Shutterstock.com ✨ ที่อยู่ : 18 หมู่ 4 ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ตำบลบางกร่าง อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/kVfGhvt9E5BCqbbr9 ⏰ เปิดให้เข้าชม : 07.00-18.00 น. 🔗 เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/วัดปราสาท-จังหวัดนนทบุรี ================

เปิดโลกโดนัท ขนมแสนคุ้นเคย กับที่มาที่คุณอาจไม่เคยรู้
อ่าน

เปิดโลกโดนัท ขนมแสนคุ้นเคย กับที่มาที่คุณอาจไม่เคยรู้

เจาะลึกเรื่องราวของ โดนัท ขนมที่ไม่เคยเชย กับที่มาที่คุณอาจไม่เคยรู้ "โดนัท" ขนมขายดีในทุกยุคทุกสมัย เมื่อพูดถึง โดนัท (Donut) เชื่อว่าแทบทุกคนต้องนึกถึงขนมหวานที่มีรูอยู่ตรงกลาง หรือไม่ก็โดนัทหน้าตาน่าทานที่สอดไส้ฉ่ำๆ เอาไว้เต็มคำ แน่นอนว่า โดนัท เป็นขนมที่อยู่กับคนไทยมานาน พอๆ กับขนมปังและเค้ก แต่ความพิเศษของโดนัท คือไม่เคยหลุดเทรนด์เลยสักครั้ง พบว่ายังมีผู้ค้นหาเรื่องราวของโดนัทอยู่อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น โดนัท หรือ สูตรโดนัท ไม่ใช่แค่เพราะอยากทาน แต่หลายคนอยากลองลงมือทำทานกันเองในครอบครัว หรือจะต่อยอดเปิดร้านขายโดนัทโฮมเมด ก็สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำเลยค่ะ เรื่องราวของโดนัท ที่มาที่คุณอาจไม่เคยรู้ โดนัท ไม่ได้เป็นเพียงขนมหวาน แต่เป็นพื้นที่แห่งการ สร้างสรรค์ ที่ไร้กรอบจำกัด และหากสังเกตดีๆ จะพบว่าร้านเบเกอรี หรือคาเฟ่ดังๆ ก็มักจะมีโดนัทวางอยู่ในตู้เสมอ เพราะโดนัทยังเป็นขนมที่ดึงความสนใจได้เป็นอย่างดี มีราคาที่ไม่สูงมาก อีกทั้งยังมีความยืดหยุ่นสูง สามารถดัดแปลงรสชาติ และตกแต่งให้น่ารัก หรือเน้นหน้าตาหรูหรา ก็สามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างอิสระ ขนมยุคนี้ไม่ใช่แค่อร่อยถูกใจ แต่ต้องเพิ่มยอดไลก์ได้ด้วย โดนัทที่มีดีไซน์แปลกใหม่ เช่น รูปหัวใจ ขนาดเล็กพอดีคำ หรือมีการปรับคอนเซ็ปต์และดีไซน์ไปตามเทศกาล ยิ่งตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มที่มีไลฟ์สไตล์ "ถ่ายรูปก่อนชิม" ได้เป็นอย่างดี พฤติกรรมเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้บริโภคยุคนี้ไม่ได้เลือกขนมจากแค่รสชาติอย่างเดียว สิ่งแรกที่ขายได้ในยุคที่ Social Media Platforms อย่าง TikTok, Instagram และ Facebook กลายเป็นเหมือนสมุดบันทึกชีวิตประจำวัน ดังนั้นหน้าตาของขนม ทุกคำที่กินต้องแชร์ได้ ถ่ายรูปสวย และดูพิเศษกว่าใคร การเลือกทานโดนัทสักชิ้น จึงเป็นประสบการณ์ที่ควบรวมทั้งดีไซน์ รสชาติ กลิ่น และความอร่อยคุ้มราคา กลับมาทานซ้ำรอบหน้าก็ยังคงรสชาติสุดประทับใจนี้ไว้ได้ดีเยี่ยม การเลือกใช้ วัตถุดิบ ที่มีคุณภาพ ถือว่ามีบทบาทสำคัญ หากคุณอยากทำโดนัทที่หน้าตาดี รสชาติเยี่ยม และทำซ้ำได้โดยรสชาติไม่เปลี่ยนไป สิ่งที่ต้องมีคู่ครัว คือ นมข้นจืด และข้นหวาน จากแบรนด์ นกเหยี่ยว ฟอลคอน (Falcon) ผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ผู้ประกอบการสายเบเกอรี่เลือกใช้อยู่เสมอ เรียกได้ว่าเป็นตัวช่วยสำคัญในการคงคุณภาพของแป้งโดนัทให้นุ่ม หอมละมุน รสชาติคงที่ แถมยังช่วยเพิ่มความหวานละมุน ให้กับไส้ต่างๆได้อย่างเข้ากัน อร่อยล้ำไม่ต่างจากการเลือกใช้วัตถุดิบราคาสูง ก็จะช่วยเซฟต้นทุนได้มากขึ้น และเสิร์ฟความอร่อยได้พร้อมๆ กัน ประวัติของโดนัท ประเภทของโดนัท เทรนด์โดนัทปี 2025หลากหลาย และ สร้างสรรค์ จุดกำเนิดของโดนัทในปัจจุบัน เริ่มต้นจากขนม Olykoek ของชาวดัตช์ ในช่วงยุคศตวรรษที่ 17 ขณะนั้นญาติห่างๆ ของโดนัทยังไม่มีรูตรงกลาง ทำให้สุกด้วยการนำลงทอดในน้ำมัน จากนั้นสูตรการทำขนมหวานนี้ได้ถูกพาข้ามน้ำข้ามทะเลไปสู่แผ่นดินอเมริกา และถูกปรับรูปลักษณ์ใหม่อีกครั้ง โดนัทสูตรชาวดัตช์ มีปัญหาใหญ่มาก คือ แป้งตรงกลางไม่ยอมสุก นาย Hanson Gregory ลูกเรือชาวอเมริกัน จึงทดลองใช้ฝาขวดน้ำ เจาะแป้งโดนัทให้เป็นรูตรงกลางก่อนนำลงไปทอด และพบว่า วิธีนี้ช่วยให้แป้งโดนัทสุกทั่วกันได้ดีมาก แต่ถึงแม้โดนัททั่วโลกจะมีสูตร และกรรมวิธีการทำแตกต่างกันมากมาย เช่น เปลี่ยนมาอบในเตาร้อนๆ แทนการทอดในน้ำมัน, โดนัทในญี่ปุ่นมีรูปทรงพิเศษ, โดนัทไร้รูแต่ไส้ทะลัก แต่ไม่ว่าจะโดนัทสูตรไหน ต้องไม่ลืมคัดสรรวัตถุดิบหลักที่ดีมีคุณภาพ ทั้ง แป้ง ไข่ นม เนย ยีสต์ น้ำตาล แม้กระทั่งไขมันที่ใช้สำหรับทอดโดนัทก็ตาม เพื่อจะช่วยคงเอกลักษณ์ของแป้งโดนัทให้นุ่ม หอม น่าทาน เต็มไปด้วยรสสัมผัสที่ครองใจผู้คนทั่วโลกมาหลายศตวรรษ โฉมหน้าของโดนัทในปี 2025 สลัดภาพจากโดนัทมีรูโรยน้ำตาลไปสู่สารพัดสูตรสุดสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นเมนูสุขภาพ หรือโดนัทคราฟต์ โดนัทรูปทรงต่างๆ ทุกเมนูสะท้อนความต้องการใหม่ของผู้บริโภคได้อย่างชัดเจนมากขึ้น โดนัทรูปทรงแปลกใหม่ เปลี่ยนโดนัทธรรมดา ให้มีรูปร่างหน้าตาแปลกใหม่และสะดุดตา ไม่ว่าจะเป็น โดนัททรงสี่เหลี่ยม โดนัทรูปหัวใจ ครัวซองต์โดนัท องค์ประกอบเหล่านี้ล้วนแต่ทำให้โดนัทมีความน่าสนใจ และดึงดูดมากขึ้น รูปแบบนี้ เห็นได้ง่ายและช่วยสร้างกระแสได้อย่างรวดเร็ว โดนัทสไตล์ไทย ตัวแทนหมู่บ้านที่ขึ้นแท่นเป็นขนมประจำชาติ มาครบทั้งรสชาติและหน้าตา เช่น โดนัทไส้สังขยา โดนัททุเรียน หรือโดนัทชาไทย ที่ไม่ว่าใครก็ต้องถูกใจทันทีที่ได้ลอง สำหรับรูปแบบนี้ เน้น การชูวัตถุดิบท้องถิ่นเป็นสำคัญ ซึ่งก็ประยุกต์ไปตามเทศกาลได้เป็นอย่างดี โดนัทสายคาว เปลี่ยนมุมมองของโดนัทในรูปแบบใหม่ ไม่หวาน แต่กร้าวใจ! เช่น โดนัทพิซซ่า โดนัทเบคอน หรือโดนัทไส้ครีมเห็ด โดนัทโฮมเมด ขนมแฮนด์เมดที่มีเรื่องเล่า เพราะโดนัทคราฟต์เน้นการผลิตแบบพิถีพิถัน ทำทีละชิ้นแบบโฮมเมด เหมาะกับผู้บริโภคที่ชอบให้ทุกคำมีเรื่องราวพิเศษที่น่าจดจำ โดนัทเพื่อสุขภาพ หวานน้อย ดีต่อสุขภาพ และอร่อยถูกปาก เช่น โดนัทข้าวโอ๊ต โดนัทพิสตาชิโอ โดนัทอบ ที่กำลังมาแรง เพราะช่วยลดไขมันและเพิ่มสารอาหาร ตอบโจทย์สายเฮลธ์ตี้ที่ยังรักของหวานได้จริง ไม่ว่าคุณจะรังสรรค์โดนัทสูตรไหน แต่หัวใจสำคัญของความคงที่ คือ การควบคุมคุณภาพให้สม่ำเสมอ นอกจากแป้งที่เป็นองค์ประกอบหลักแล้ว นมก็เป็นส่วนสำคัญ ทริคเล็กๆ อย่างการเลือกใช้นมข้นจืด นกเหยี่ยว ฟอลคอน ผสมในเนื้อแป้งโดนัท ก็จะช่วยให้รสชาติเนื้อโดนัทมีมิติ ความนุ่มฟูที่พอดี มีเนื้อสัมผัสที่ไม่แห้ง ซึ่งเมื่อทานพร้อมหน้าหรือไส้รสชาติต่างๆ ก็จะเข้ากันลงตัว ความหลากหลายของโดนัท ที่ยังพัฒนาต่อยอดได้อีกไกล จะเห็นได้ว่า หนึ่งในจุดแข็งของโดนัท คือ "ความไร้กรอบจำกัด" ทั้งในแง่ของรสชาติ หน้าตา รสชาติ และแนวคิด ทั้งยังเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับทั้งนักสร้างสรรค์ นักทำขนม และผู้ประกอบการทุกระดับ ได้อวดฝีมือกันได้อย่างเต็มที่ ถ้าหากจะลองปรับรูปทรงโดนัทให้แตกต่างจากต้นตำรับ เพิ่มท็อปปิ้งล้นๆ สอดไส้หวานเยิ้ม หรือเพิ่มความเป็นไทยโดยการนำมาแมชต์กับผลไม้ตามฤดูกาล อย่าง มะม่วงน้ำดอกไม้ หรือทุเรียน ก็สามารถสร้างไวรัลสุดปังได้ในข้ามคืน ดังจะเห็นจากความทันกระแสของเจ้าของร้านคาเฟ่ชื่อดังในช่วงที่ผ่านมา ที่พยายามนำรสชาติชาไทยมาประยุกต์ในท็อปปิ้งและไส้ของโดนัทกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งโดยส่วนมาก วัตถุดิบที่ใช้ก็จะเป็นวัตถุดิบหลักที่ใช้ในคาเฟ่ และต่อยอดได้โดยง่าย อย่างชาไทย นมข้นจืด และข้นหวาน ทริคเล็ก ๆ ที่ช่วยทำงานได้โดยง่าย คือการเลือกใช้ข้นหวาน นกเหยี่ยวฟอลคอน แทนน้ำตาลในการทำไส้ เนื่องจากไม่ต้องเสียเวลาทำละลาย และให้ความหวานที่คงที่ มีความหอมมันนมอย่างลงตัว ซึ่งการทำให้โดนัทอร่อย น่าทาน ทันกระแส ไม่จำเป็นต้องใช้วัตถุดิบที่แพงหรือหายากเท่านั้น เพียงแค่ใส่ไอเดีย คงคุณภาพ ใช้วัตถุดิบที่คุมต้นทุนได้ ก็สร้างกำไรได้ในช่วงเวลาอันสั้น ไอเดียสุดปังของโดนัทแบรนด์ดังระดับโลก ร้านโดนัทหลายแห่งมีจุดเด่นที่ชัดเจน ทำให้ทะยานขึ้นสู่แบรนด์ระดับโลกได้ในเวลาอันสั้น ไม่ใช่แค่เพราะรสชาติยอดเยี่ยม แต่ยังต้องสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับลูกค้าไปพร้อมๆ กัน I'm Donut (ญี่ปุ่น) โดนัทพรีเมียม ละลายในปาก แบรนด์โดนัทสุดหรูจากญี่ปุ่น ผู้สร้างปรากฏการณ์คนต่อแถวซื้อยาวเหยียดทุกวัน จุดเด่นอยู่ที่เนื้อแป้งเหนียวนุ่ม ละลายในปาก และขายแบบจำกัดจำนวนต่อวัน ทำให้เกิดกระแสของฝากสุดปังที่ทุกคนอยากได้ Duck Donuts (สหรัฐอเมริกา) โดนัทปรุงสดในคอนเซ็ปต์ Make to Order โดยจะเลือกหน้าท็อปปิ้งเองได้ ทำให้ได้โดนัทชิ้นเดียวในโลก ทำสดใหม่ชิ้นต่อชิ้น ถูกใจสายคัสตอมสุดๆ KARRAT (เกาหลี) โดนัทสายแฟชั่นที่ยกระดับความหรูหราขึ้นมาอีกขั้น เน้นประสบการณ์แบบ Luxury Dessert ตกแต่งสวยงามเหมือนงานศิลปะ ตอบโจทย์กลุ่มคาเฟ่ฮอปเปอร์ และสายแฟชั่นไปเต็มๆ Pralet Sourdough Donut (สิงคโปร์) โดนัทซาวโดว์สี่เหลี่ยม คราฟต์โดนัทที่ผลิตจากแป้งหมักธรรมชาติ (Sourdough) ซึ่งให้ texture หนึบหนับ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เหมาะกับสายโฮมเมด แนวคิดเจ๋งๆ แบบนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในร้านดังเท่านั้น เพราะทุกคนก็สามารถสร้างคาแรคเตอร์ที่สะท้อนดีเอ็นเอของในแบบของตัวเองไปสู่สายตาชาวโลกได้เช่นกัน สูตรสำเร็จของโดนัท เคล็ดลับความอร่อยที่คุณก็ทำได้ โดนัทที่อร่อยไม่ใช่เรื่องบังเอิญ โดนัทที่ขายดีจนต้องพรีออร์เดอร์ข้ามวันก็ไม่ใช่เพราะโชคช่วย แต่มันคือผลลัพธ์จากการคัดเลือกวัตถุดิบที่เข้ามือ กับไอเดียสดใหม่ และนำมาปรับเป็นสูตรเฉพาะของแต่ละร้านได้อย่างลงตัว ซึ่งหัวใจของการทำโดนัทที่ครองใจลูกค้าคือความเข้าใจในทุกมิติที่ผู้บริโภคต้องการ ได้แก่ ความนุ่ม : โดนัทที่นุ่มฟู เบา และชวนให้สัมผัส เป็นสิ่งแรกที่ดึงดูดใจ และทำให้คนอยากกัดคำต่อไปในทันที ความหอม : กลิ่นหอมของแป้งที่อบอวลในร้าน ชวนให้คนตัดสินใจซื้อ แม้จะยังไม่ได้ลองชิม รสชาติกลมกล่อม : ความหวานที่ลงตัว ไม่มากหรือน้อยเกินไป ทำให้สามารถทานได้เรื่อย ๆ ไม่มีเบื่อ แต่อย่างไรก็ตาม แม้แป้งคุณภาพดีจะเป็นรากฐานของการทำโดนัท แต่ความลับที่ทำให้โดนัทอร่อยล้ำลึกและโดดเด่นอย่างแท้จริง คือ นมข้นจืด โดยคุณสมบัติลับที่นักชิมอาจไม่เคยรู้ แต่กูรูสายเบเกอรี่บอกต่อกันแบบรุ่นสู่รุ่น นั่นคือ นมข้นจืดช่วยเพิ่มความหอมมัน มอบสัมผัสนุ่นนวล ด้วยปริมาณของไขมันและโปรตีนนมที่มีความเข้มข้นสูง นมข้นจืดช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับเนื้อแป้ง ส่งผลให้โดนัทมีเนื้อสัมผัสนุ่มชวนทาน ไม่แข็งกระด้าง นมข้นจืดช่วยให้ยีสต์เติบโตได้ดี เพราะนมทำหน้าที่เป็นอาหารของยีสต์ เมื่อยีสต์เติบโตได้ดีก็จะสร้างก๊าซที่ช่วยทำให้แป้งมีความขึ้นฟูได้เต็มที่ ส่งผลให้โดนัทมีเนื้อเบาและโปร่งสบาย แตกต่างจากการใช้ผงฟูอย่างชัดเจน นมข้นจืดช่วยให้โดนัทมีสีเหลืองทองชวนรับประทาน เพราะเมื่อโดนัทถูกนำลงไปทอด โปรตีนของนมและน้ำตาลในนมข้นจืดจะทำปฏิกิริยากับความร้อน จนกลายเป็นสีน้ำตาลทองสวยงาม เพิ่มความน่าทานมากยิ่งขึ้น ดังนั้น หากต้องการยกระดับโดนัทของร้านให้มีคุณภาพเหนือใคร และสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าในทุกครั้งที่ลิ้มลอง ลองเริ่มต้นจากการเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพดีที่ผู้ประกอบการมืออาชีพไว้วางใจมายาวนาน อย่าง ผลิตภัณฑ์ นกเหยี่ยว ฟอลคอน คู่หูตัวจริงของคนรักเบเกอรี่ นมข้นจืด นกเหยี่ยว ฟอลคอน (นมปรุงแต่ง) : ช่วยให้แป้งโดนัทมีความนุ่ม ไม่แห้งแข็ง และมีกลิ่นหอมนมตามธรรมชาติ ครีมเทียมข้นหวาน ชนิดพร่องไขมัน นกเหยี่ยว ฟอลคอน (แนะนำ รุ่นถุงบีบ) : ใช้ง่าย ประหยัดเวลา และช่วยให้ไส้มีความหวานละมุน ไม่หวานเลี่ยนเกินไป แล้วคุณจะพบว่าโดนัทที่อร่อยและขายดีนั้นทำได้จริง ด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศที่คนรักเบเกอรี่ไว้วางใจ ไม่ว่าคุณจะอยากเริ่มต้นขายโดนัท หรือกำลังมองหาไอเดียในการปรับสูตรโดนัทใหม่ๆ สามารถติดตามเนื้อหาดีๆ ได้ใน เพจ นกเหยี่ยว Falcon บทความที่คุณอาจสนใจ 12 สูตรโดนัท เมนูทำขาย สร้างอาชีพ แม่ค้าต้องเซฟ! สูตรขนมทำง่าย โดนัทจิ๋ว โดนัท สูตรทำขาย แป้งนุ่มข้ามวัน เมนูทำขายสร้างอาชีพ! 12 ร้านโดนัท เชียงใหม่ โฮมเมดหอมกรุ่นจากเตา สายขนมห้ามพลาด

SASOM ผนึกกำลัง TCF สร้าง Safe Zone ให้คนรักแบรนด์เนมไม่ต้องพบความเสี่ยงอีกต่อไป
อ่าน

SASOM ผนึกกำลัง TCF สร้าง Safe Zone ให้คนรักแบรนด์เนมไม่ต้องพบความเสี่ยงอีกต่อไป

ในโลกที่แบรนด์เนมไม่ใช่แค่สินค้า แต่สะท้อนรสนิยม ความภาคภูมิใจ และตัวตนของผู้ครอบครอง ของแท้ ไม่ควรเป็นเรื่องที่ต้องลุ้นทุกครั้งที่กดสั่งซื้อ ทว่าความจริงคือ หลายคนยังคงถูกหลอกด้วยภาพถ่ายสวย คำโปรยดูน่าเชื่อถือ หรือราคาที่สมเหตุสมผล เพราะของปลอมยุคนี้ถูกทำเลียนแบบอย่างแนบเนียนเกินกว่าที่คิด SASOM แพลตฟอร์มซื้อขายแฟชั่นของแท้ที่เติบโตเร็วที่สุดในไทย สร้างชื่อเสียงจาก ระบบการตรวจสอบ มาตั้งแต่วันแรก ด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญภายในที่ตรวจสอบสินค้าทุกชิ้น 100% เพื่อรับประกันว่าทุกการซื้อขายโปร่งใสและเชื่อถือได้ ความร่วมมือครั้งล่าสุดกับ The Catch Fake Brandname (TCF) สถาบันตรวจสอบแบรนด์เนมแห่งแรกของไทย จึงเป็นการต่อยอดจุดแข็งที่มีอยู่แล้วให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เสริมระบบตรวจสอบให้ทันสมัยและอัปเดตต่อเนื่อง เพื่อสร้าง Safe Zone ที่นักช้อปมั่นใจได้ยิ่งกว่าเดิม เบื้องหลัง SASOM คือ คุณอ๋อง กษิต งานทวี ผู้ก่อตั้งและ CEO ที่เริ่มต้นจากกลุ่มเพื่อนนักเรียนไทยในอเมริกาผู้รักสนีกเกอร์ลิมิเต็ด จนวันนี้ SASOM เติบโตเป็นแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสที่มีผู้ใช้งานกว่า 1.2 ล้านคนต่อเดือน ครอบคลุมทั้งสินค้ามือหนึ่งและมือสอง ตั้งแต่สนีกเกอร์สตรีท กระเป๋า ไปจนถึงของสะสมลักชัวรี พร้อมพัฒนาระบบตรวจสอบอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์ตลาดแฟชั่นที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ด้าน TCF นำโดย ครูเจี๊ยบ สุนิสา เอกวิทยาเวชนุกูล และทีมผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการยอมรับในวงการแบรนด์เนม มีวิสัยทัศน์เดียวกับ SASOM คือการผลักดันระบบตรวจสอบให้โปร่งใส เชื่อถือได้ และเข้าถึงได้สำหรับทุกคน เมื่อสององค์กรที่แข็งแรงในด้านนี้มารวมพลังกัน จึงยิ่งเสริมสร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการซื้อขายสินค้าแบรนด์เนมไทยก้าวไปอีกขั้น เพราะในยุคที่ ความปลอม แนบเนียนยิ่งกว่าความจริง ความมั่นใจจึงต้องมีระบบรองรับ และ SASOM ก็กำลังตอกย้ำบทบาทของผู้นำที่ทำให้คำว่า ของแท้ ไม่ใช่เพียงคำพูด แต่คือมาตรฐานที่ทุกคนสัมผัสได้จริง

"NONT TANONT" ควง "PiXXiE" ปล่อยซิงเกิลสุด catchy "BADLY"
อ่าน

"NONT TANONT" ควง "PiXXiE" ปล่อยซิงเกิลสุด catchy "BADLY"

หลังจากสร้างปรากฏการณ์ด้วยสองซิงเกิล collaboration สุดเซอร์ไพรส์ "คนฝั่งทน" กับ "TaitosmitH" และ "คืนที่หมาเต็มวัด" กับ "สิงโต นำโชค" ในครั้งนี้ "NONT TANONT" กลับมาท้าทายทุกขีดจำกัดทางดนตรี อีกครั้งในปี 2025 กับเฉดสีใหม่ด้วยการจับมือข้ามจักรวาล กับเกิร์ลกรุ๊ปอย่าง "PiXXiE" ที่ร่วมกันปล่อย ซิงเกิลใหม่ล่าสุด "BADLY" ที่จะพาทุกคนเข้าสู่โลกเสียงเพลงที่ทั้งสนุก เท่ และแตกต่างจากทุกสิ่งที่เรา เคยเห็นจากนนท์ "BADLY" มาในแนว Future Funk / Disco Pop ที่ผสมผสานความวินเทจยุค 80s เข้ากับความเท่ร่วมสมัยอย่างลงตัว เบื้องหลังซาวด์สุดโดดเด่นนี้คือฝีมือของโปรดิวเซอร์สุดฮอต "MayoJames" ที่ออกแบบดนตรีให้เต็มไปด้วยกรู๊ฟ จังหวะสนุก และเมโลดี้สุด catchy ที่รับรองว่าฟังครั้งเดียวแล้วต้องฮัมตาม เพลงนี้ยังแฝงกลิ่นอายเรโทรแบบจัดเต็ม แต่ก็ยังสดใหม่ และร่วมสมัยจนกลายเป็นซาวด์ที่หลากหลายมิติจนทุกคนต้องอินไปพร้อมกัน มุมใหม่ที่เราไม่เคยเห็นนนท์มาก่อน กับการร้องแบบ melodic rap ที่ทั้งเท่และละมุน ผสมกับพลังเสียงที่ทรงพลังและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน บีทสนุก ๆ ที่สอดประสานกับเสียงร้องอย่างลงตัวนี้ ยิ่งทำให้ชัดเจนว่า "นนท์ ธนนท์" คือศิลปินที่สามารถ blend เข้ากับทุกแนวดนตรีได้อย่างไม่มีข้อจำกัด และนี่คือเหตุผลที่ถูกขนานนามว่า "ผงนัวแห่งวงการ" คนที่ทำให้ทุกเพลงมีรสชาติกลมกล่อมแบบไม่เหมือนใคร อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ทำให้ "BADLY" ต้องถูกพูดถึง คือ มิวสิควิดีโอที่จัดเต็ม ทั้งวิชวลและคอนเซปต์สุดจัดจ้าน นี่คือครั้งแรกที่แฟน ๆ จะได้เห็นนนท์ ลุกขึ้นมาเต้นจริงจังแบบจัดเต็ม สเต็ปมั่นใจ บวกพลังที่ถ่ายทอดผ่านภาพ ได้อย่างเร้าใจพร้อมกับการปรากฏตัวของ "PiXXiE" ที่มาช่วยเสริมความสดใส ความซน และพลังเฟมินีนที่ไม่กลัวจะเล่นใหญ่ใส่เต็มเสียงร้องของทั้งสามสาว ผสานกันได้อย่างลงตัวจนเกิดเป็นเคมีพิเศษที่น่าจับตามองที่สุดในเวลานี้ สามารถเข้าไปรับชมและรับฟังกันได้แล้วทุกช่องทาง "BADLY" ได้ที่นี่ Facebook : NONT TANONT, Instagram : tanont916, X : NONT TANONT, TikTok : nonttanont, Facebook : LOVEiS / X /Instagram : @LOVEiS_ent

ธนาคารใหญ่เชื่อมั่นคริปโต BBVA ร่วมงาน Binance หลังเทรนด์ทั่วโลกเปลี่ยน
อ่าน

ธนาคารใหญ่เชื่อมั่นคริปโต BBVA ร่วมงาน Binance หลังเทรนด์ทั่วโลกเปลี่ยน

#Binance #ทันหุ้น - ข้อมูลจาก The Block ได้ระบุว่า ธนาคาร BBVA ซึ่งเป็นธนาคารในสเปนและลาตินอเมริกา ได้เข้ามามีบทบาทในฐานะหนึ่งในผู้ดูแลสินทรัพย์อิสระไม่กี่แห่งสำหรับลูกค้าของ Binance ซึ่งเป็นกระดานแลกเปลี่ยนคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในโลก FT รายงานเมื่อวันศุกร์ โดยอ้างอิงจากบุคคลสองคนที่คุ้นเคยกับข้อตกลงนี้ รายงานระบุว่าการเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นเพื่อช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน หลังจากที่ Binance ถูกทางการสหรัฐฯ สั่งปรับเป็นเงิน 4 พันล้านดอลลาร์ ในเดือนพฤศจิกายน 2023 เนื่องจากล้มเหลวในการป้องกันการฟอกเงิน การฉ้อโกง และการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรที่ถูกกล่าวหา นักเทรดคริปโตต่างต้องการลดความเสี่ยงจากการถือสินทรัพย์บนแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตโดยทั่วไป หลังจาก เหตุการณ์ล่มสลายของ FTX ในปี 2022 ซึ่งทำให้เงินหลายพันล้านดอลลาร์ติดอยู่ในกระบวนการล้มละลาย แหล่งข่าวหนึ่งกล่าวว่า การตั้งค่าการดูแลสินทรัพย์ของ BBVA จะเก็บเงินทุนของนักเทรดไว้ในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ธนาคาร ซึ่ง Binance จะยอมรับเป็นหลักประกันการซื้อขาย โดยเสริมว่าข้อตกลงนี้ช่วย "ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดเหตุการณ์ FTX 2.0" มันสร้างกำแพงระหว่างการซื้อขายและการดูแลสินทรัพย์ ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติมาตรฐานในการเงินแบบดั้งเดิมเพื่อลดความเสี่ยงคู่สัญญา แต่ไม่เป็นที่แพร่หลายในวงการคริปโต ความร่วมมือนี้ยังอาจส่งสัญญาณถึงความพร้อมที่เพิ่มขึ้นในหมู่สถาบันการเงินแบบดั้งเดิมที่จะกระชับความสัมพันธ์กับภาคส่วนคริปโต ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการสนับสนุนที่แข็งแกร่งจากรัฐบาล Trump ในสหรัฐฯ และการเริ่มใช้กฎระเบียบ MiCA ในสหภาพยุโรป แหล่งข่าวอีกรายกล่าวว่า ธนาคารสเปนแห่งนี้มี "ชื่อเสียงที่น่าเชื่อถือ" มากกว่าพันธมิตรปัจจุบันของ Binance "ถ้าคุณพูดว่า BBVA ผู้คนก็จะรู้สึกว่า 'ผ่าน' และไปขั้นตอนต่อไป" บุคคลดังกล่าวกล่าว โดยอ้างถึงกระบวนการตรวจสอบสถานะเมื่อตัดสินใจว่าจะใช้กระดานแลกเปลี่ยนหรือไม่ ในเดือนมกราคม 2024 Binance เริ่มอนุญาตให้ลูกค้ารายใหญ่ของตนถือสินทรัพย์ที่ผู้ดูแลสินทรัพย์อิสระ เช่น Sygnum และ FlowBank เพื่อลดความเสี่ยงคู่สัญญา ก่อนหน้านี้นักเทรดของ Binance ถูกจำกัดให้เก็บสินทรัพย์ไว้บนกระดานแลกเปลี่ยน หรือผ่าน Ceffu ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านการดูแลสินทรัพย์ของ Binance ซึ่ง สำนักงาน ก.ล.ต. อธิบายว่าเป็น "หน่วยงานของ Binance ที่เปลี่ยนชื่อใหม่" BBVA ได้ขยายกิจกรรมด้านคริปโตในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดย ประกาศการเปิดตัวบริการซื้อขายและดูแล Bitcoin และ Ether ในเดือนกรกฎาคม ธนาคารยังได้แนะนำให้ลูกค้ากลุ่ม Wealth ลงทุน 3% ถึง 7% ของพอร์ตการลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซี แพลตฟอร์มคริปโตหันมาใช้การดูแลสินทรัพย์นอกกระดานมากขึ้น อย่างไรก็ตาม Binance ไม่ใช่แพลตฟอร์มคริปโตเพียงรายเดียวที่มองหาโซลูชันการดูแลสินทรัพย์นอกกระดานนี้ โดย Deribit, OKX และ Bitget ก็ได้ประกาศแผนการที่คล้ายคลึงกันในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ในเดือนกุมภาพันธ์ Deribit ซึ่งกำลังจะถูก Coinbase เข้าซื้อกิจการ อนุญาตให้ลูกค้าของ BitGo และ Copper สามารถซื้อขาย Spot และ Derivatives บนกระดานแลกเปลี่ยนได้ ในขณะที่สินทรัพย์ของพวกเขาถูกเก็บรักษาไว้นอกกระดานในที่ที่ปลอดภัยและได้รับการชำระบัญชีโดยอัตโนมัติ การเปิดตัวนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงฟีเจอร์การซื้อขายออปชันและฟิวเจอร์สของ Deribit โดยไม่ต้องเติมเงินล่วงหน้าสำหรับกลยุทธ์ของตน ในเดือนพฤศจิกายน 2024 OKX ร่วมมือกับ Komainu เพื่อให้บริการโซลูชันการดูแลสินทรัพย์นอกกระดานสำหรับลูกค้ารายสถาบัน ในปีก่อนหน้า Bitget ได้ รวมเข้ากับเครือข่าย ClearLoop ของ Copper ซึ่งให้บริการการซื้อขายคริปโตนอกกระดานแก่นักลงทุนสถาบัน ที่มา https://www.theblock.co/post/366135/binance-bbva-client-assets-off-exchange

ตำนานไม่ใช่ตำลึง “กานต์” ดีใจ “เสก” ได้ติ๊บ 20,000 บาท
อ่าน

ตำนานไม่ใช่ตำลึง “กานต์” ดีใจ “เสก” ได้ติ๊บ 20,000 บาท

ตำนานไม่ใช่ตำลึง กานต์ ดีใจ เสก ได้ติ๊บ 20,000 บาท เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นรอยยิ้มของ กานต์ วิภากร หลังจากที่ เสก โลโซต้องโทษ ล่าสุดในงานคอนเสิร์ตในงานแสดงสินค้าของกรมราชฑัณฑ์ เสกได้ทิปจากแฟนคลับทำให้ กานต์ถึงกับโพสต์ว่า ตำนานก็คือตำนาน จะเปลี่ยนเป็นตำลึงก็คงไม่ได้ และตำลึงก็คือตำลึง จะเปลี่ยนเป็นตำนานก็คงไม่ได้ ขอให้เจ้าภาพจงเจริญ *วันนี้พี่เสก โลโซได้ติ๊บ 20,000 บาท ขอบคุณเจ้าภาพจาก นครพนมคะ แต่ตอนนี้ กานต์ ต้องยึดไว้ก่อนนะคะเร็วเร็วนี้ก็ออกมา เดี๋ยวคืนให้ค่ะ พร้อมดอกเบี้ยนะคะ พี่ เสก โลโซ อิอิ รอบสุดท้ายวันอาทิตย์ที่ 20 แล้วนะคะ ใครยังไม่ได้ไปดู พี่เสกโลโซรีบไปเลยนะคะ ที่เมืองทองธานี อย่าลืมพวงมาลัยติ๊บแบบนี้เยอะเยอะนะคะขอบคุณค่ะ 55

กฎหมายจราจรใหม่ ที่ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ต้องรู้ ในปี 2025
อ่าน

กฎหมายจราจรใหม่ ที่ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ต้องรู้ ในปี 2025

ในปี 2568 (หรือ 2025) มีการปรับปรุงกฎหมายจราจรที่สำคัญหลายข้อ ซึ่งผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ทุกคนควรทราบ เพื่อความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงการถูกปรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการเกี่ยวกับการสวมหมวกกันน็อกที่เข้มงวดขึ้นอย่างชัดเจน และมีค่าปรับที่ค่อนข้างเข้มงวด ดังนั้นลองมาดูกฎหมายใหม่ที่ควรทราบที่พวกเราทีมงาน TrueID รวบรวมมา ดังนี้เลย 1. การสวมหมวกกันน็อก (เริ่มบังคับใช้ 1 มิถุนายน 2568): ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารต้องสวมหมวกกันน็อก: เป็นกฎหมายที่เน้นย้ำและบังคับใช้อย่างจริงจังทั่วประเทศ โทษปรับหนักขึ้น: ผู้ขับขี่ไม่สวมหมวกกันน็อก: ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (จากเดิมไม่เกิน 500 บาท) ผู้โดยสารไม่สวมหมวกกันน็อก: ผู้ขับขี่จะถูกปรับเพิ่มเป็น 2 เท่า (หมายความว่า หากผู้โดยสารไม่สวมหมวก ผู้ขับขี่จะโดนปรับสูงสุด 4,000 บาท ซึ่งรวมค่าปรับของตนเองและของผู้โดยสาร) เป้าหมาย: โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อรณรงค์ให้มีการสวมหมวกกันน็อก 100% เพื่อลดความรุนแรงของการบาดเจ็บที่ศีรษะหากเกิดอุบัติเหตุ โดยจะมีการบังคับใช้บนถนนสายสำคัญ ถนนที่มีการฝ่าฝืนบ่อยครั้ง ถนนที่มีอุบัติเหตุบ่อย และถนนที่มีสถานศึกษา 2. การเพิ่มอัตราโทษปรับสำหรับความผิดอื่นๆ: นอกจากนี้ ยังมีการปรับเพิ่มอัตราโทษปรับสำหรับความผิดจราจรหลายข้อ เพื่อให้เกิดความตระหนักและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ดังนี้: ขับเร็วเกินกำหนด / ฝ่าไฟแดง / ไม่หยุดให้คนข้ามทางม้าลาย: ปรับสูงสุด 4,000 บาท (จากเดิมไม่เกิน 1,000 บาท) ขับย้อนศร / จอดรถในที่ห้ามจอด / ไม่สวมหมวกนิรภัย (สำหรับมอเตอร์ไซค์): ปรับสูงสุด 2,000 บาท (จากเดิมไม่เกิน 500 บาท) ขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่: ปรับไม่เกิน 1,000 บาท ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย/ความเดือดร้อนของผู้อื่น (ขับขี่หวาดเสียว/ประมาท): จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ 5,000 - 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (จากเดิมจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับ 2,000 - 10,000 บาท) เมาแล้วขับ: ครั้งแรก: จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ 5,000 - 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กระทำผิดซ้ำภายใน 2 ปี: จำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับ 50,000 - 100,000 บาท 3. กฎหมายจราจรที่ยังคงสำคัญและต้องปฏิบัติตาม: การมีใบอนุญาตขับขี่: ต้องมีใบขับขี่ที่ถูกต้องและไม่หมดอายุ และพกติดตัวขณะขับขี่เสมอ ความเร็วตามกฎหมายกำหนด: มอเตอร์ไซค์ทั่วไป: ไม่เกิน 80 กม./ชม. มอเตอร์ไซค์ขนาด 400 ซีซีขึ้นไป (Bigbike): ไม่เกิน 100 กม./ชม. (บนทางปกติ) การห้ามใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับขี่: เว้นแต่จะใช้อุปกรณ์เสริม (เช่น หูฟังบลูทูธ, Speakerphone) โดยไม่ขัดขวางการขับขี่ ขับขี่ในเลนที่กำหนด: รถจักรยานยนต์ต้องขับขี่ในเลนซ้ายสุด หรือช่องทางเดินรถด้านซ้ายสุด เว้นแต่มีสิ่งกีดขวาง หรือเป็นทางเดินรถทางเดียว การให้สัญญาณ: ต้องให้สัญญาณมือ/แขน หรือไฟสัญญาณล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 เมตร ก่อนเลี้ยว เปลี่ยนเลน หรือหยุดรถ การบรรทุกของ/ผู้โดยสาร: ห้ามบรรทุกของเกิน 50 กิโลกรัม ห้ามนั่งซ้อนท้ายเกิน 1 คน (รวมผู้ขับเป็น 2 คน) การขับขี่บนทางเท้า: ห้ามขับขี่มอเตอร์ไซค์บนทางเท้าโดยไม่มีเหตุอันควร มีโทษปรับ คำแนะนำสำหรับผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ในปี 2025: สวมหมวกกันน็อกตลอดเวลา: ทั้งตัวคุณและคนซ้อน หมวกกันน็อกต้องได้มาตรฐานและสวมใส่อย่างถูกวิธี (คาดสายรัดคางให้แน่น) ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด: โดยเฉพาะเรื่องความเร็ว สัญญาณไฟจราจร และการหยุดให้คนข้ามทางม้าลาย ตรวจสอบสภาพรถให้พร้อมใช้งาน: เบรก ไฟส่องสว่าง ยางรถยนต์ ต้องอยู่ในสภาพดีเสมอ มีสติและไม่ประมาท: การขับขี่อย่างมีสติและระมัดระวัง เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกันอุบัติเหตุ การปรับปรุงกฎหมายเหล่านี้มีเป้าหมายหลักเพื่อเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนและลดอุบัติเหตุ ขอให้ผู้ขับขี่ทุกคนใส่ใจและปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด รับรองว่าคุณและคนที่คุณรักจะปลอดภัยบนท้องถนนแน่นอนครับ Photo Credit : AI Generated

รู้จัก ‘มอก.วอทช์’ ทำงาน 24 ชม. ใช้ AI เช็กสินค้าออนไลน์ไม่ได้มาตรฐาน
อ่าน

รู้จัก ‘มอก.วอทช์’ ทำงาน 24 ชม. ใช้ AI เช็กสินค้าออนไลน์ไม่ได้มาตรฐาน

นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผ่านรายการ เสียงจากใจ ไทยคู่ฟ้า ออกอากาศเมื่อวันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคม 2568 ว่า รัฐบาลโดยนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้เปิดตัวระบบ “มอก.วอทช์” อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระบบอัจฉริยะที่นำเทคโนโลยี AI เข้ามาตรวจสอบสินค้าออนไลน์ที่ไม่ได้มาตรฐาน ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญในการยกระดับความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค และสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการไทยในตลาดอีคอมเมิร์ซ ระบบ “มอก.วอทช์” ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง สามารถตรวจจับและวิเคราะห์ลิงก์สินค้าที่อาจละเมิดมาตรฐาน มอก. ได้อย่างแม่นยำ โดยจากการทดลองใช้งานในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา ตรวจพบลิงก์ต้องสงสัยแล้วกว่า 125,000 รายการ ปิดลิงก์ไปแล้วมากกว่า 2,800 รายการ และอยู่ระหว่างดำเนินคดีตามกฎหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม จำนวน 777 คดี โดยเฉพาะกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ทั้งแอปพลิเคชันสีม่วงและสีส้มสินค้าที่ถูกตรวจพบว่าไม่ได้มาตรฐานจำนวนมาก ได้แก่ พลาสติกที่ใช้บรรจุอาหาร ของเล่นเด็ก ท่อไอเสียรถจักรยานยนต์ ปลั๊กพ่วง พาวเวอร์แบงก์ และหมวกกันน็อกที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งล้วนแต่เป็นสินค้าที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทั้งสิ้น นอกจากนี้ รัฐบาลยังเตรียมยกระดับระบบ “มอก.วอทช์” ให้สามารถตรวจจับสินค้าปลอม ใบอนุญาตปลอม และสินค้าเลี่ยงกฎหมายได้อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น พร้อมเพิ่มช่องทางให้ประชาชนแจ้งเบาะแสผ่านไลน์ “แจ้งอุตฯ” ของกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและสร้างมาตรฐานสินค้าที่ปลอดภัยร่วมกัน“รัฐบาลขอยืนยันว่า ระบบ “มอก.วอทช์” คือมาตรการเชิงรุกที่มุ่งคุ้มครองผู้บริโภคอย่างจริงจัง โดยใช้เทคโนโลยีทันสมัยมายกระดับมาตรฐานความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดดิจิทัลได้อย่างเป็นธรรม” นางสาวศศิกานต์ กล่าว

เปิดแผนผัง "บ่อนสะพานใหม่" 8 ประตูเหล็ก, QR ชวนเล่น, คุมมือถือ
อ่าน

เปิดแผนผัง "บ่อนสะพานใหม่" 8 ประตูเหล็ก, QR ชวนเล่น, คุมมือถือ

ปฏิบัติการลับกลางกรุง ที่เปิดเผยแผนผังบ่อนสุดซับซ้อนวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 เวลา 15.30 น. ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของปฏิบัติการครั้งนี้ เมื่อ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการด่วนให้ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ส่งเรื่องต่อถึง นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมการปกครอง เพื่อเปิดปฏิบัติการ “ปิดบ่อนสะพานใหม่” โดยอาศัยเบาะแสจากประชาชนที่ร้องเรียนเข้ามาอย่างต่อเนื่องว่า มีบ่อนการพนันเปิดให้เล่นอย่างโจ่งแจ้งกลางชุมชน และส่งผลกระทบถึงชีวิตครอบครัวของคนในพื้นที่ภายหลังได้รับคำสั่ง ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองจึงนำกำลังเข้าตรวจค้นอาคารชั้นเดียวหลังหนึ่งในเขตสายไหม กรุงเทพมหานคร ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางตึกแถวอย่างแน่นหนา และอยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าสะพานใหม่เพียง 300 เมตร ระหว่างปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่พบพนักงานบ่อนใช้วิทยุสื่อสารพยายามส่งสัญญาณเตือนด้านใน แต่ถูกควบคุมตัวได้ก่อน ส่งผลให้การบุกเข้าจับกุมสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ภายในบ่อน พื้นที่กว้าง–ระบบคุมเข้ม–อุปกรณ์พร้อมเมื่อเจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปในอาคารได้ พบว่าพื้นที่ภายในเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ รองรับโต๊ะพนันหลักอย่างไฮโล และยังมีห้องลับสำหรับเล่นพนันออนไลน์ เช่น เสือมังกร นอกจากนี้ยังพบอุปกรณ์การเล่นที่จัดเต็มครบชุด ทั้งแผ่นป้ายกติกา โต๊ะพนันเฉพาะกิจ และเงินสดอีกกว่า 766,000 บาทน่าสังเกตว่า ระบบควบคุมความปลอดภัยของบ่อนถูกจัดอย่างมีระบบ โดยเฉพาะการเก็บโทรศัพท์มือถือของนักพนันไว้ด้านหน้าทุกครั้งก่อนเข้าเล่น โดยใช้การมัดรวมกับบัตรหมายเลขเพื่อป้องกันการถ่ายภาพหรือการส่งข้อความออกไปภายนอก ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการคุมข่าวรั่วไหลที่พบได้ในบ่อนระดับเครือข่ายQR Code ชวนเล่น–ป้ายราคาหน้าบ้าน การพนันในยุคดิจิทัลสิ่งที่ทีมข่าวพบในภายหลังจากปฏิบัติการคือ “ป้ายหน้าบ้าน” ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ตรงอาคารหน้าทางเข้า ซึ่งระบุข้อความชัดเจนว่า “3,000 บาท เข้าได้บอลเกม เชิญด้านใน” พร้อมแนบ QR Code สำหรับใช้ติดต่อเข้าเล่นพนันอย่างเป็นขั้นตอน สะท้อนให้เห็นว่าบ่อนดังกล่าวไม่ได้พึ่งเพียงการบอกปากต่อปากแบบดั้งเดิมอีกต่อไป แต่ใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อดึงดูดลูกค้าได้อย่างแนบเนียนนอกจากนี้ จากการสำรวจพื้นที่โดยรอบพบว่าบ่อนแห่งนี้มีการเจาะทะลุตึกแถวออกสู่ลานจอดรถได้ถึง 8-9 ทาง และมีประตูเหล็กขนาดใหญ่อีก 2 บานที่ใช้เชื่อมต่อการเข้าออกระหว่างภายในและภายนอกอาคาร ทำให้เจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตว่าการออกแบบทางเข้า–ออกนี้ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นเพียง “บ่อนวิ่ง” ชั่วคราว แต่เป็นบ่อนถาวรที่ถูกออกแบบให้รองรับการปฏิบัติการแบบหลบซ่อนและหลีกเลี่ยงเจ้าหน้าที่โดยเฉพาะปฏิบัติการนี้ไม่ใช่แค่การจับบ่อน แต่เป็นคำตอบต่อเสียงประชาชนนายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมการปกครอง ให้สัมภาษณ์ว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการดำเนินการตามนโยบาย “จัดระเบียบสังคม” ของกระทรวงมหาดไทยที่ต้องการขจัดผู้มีอิทธิพลและกิจกรรมผิดกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม“ไม่ว่าใครที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ไม่เคารพกฎหมาย ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ฝ่ายปกครองจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มกำลัง เราทำเพื่อคืนความสงบให้กับชุมชน”— นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ กล่าวยืนยันทั้งนี้ยังระบุเพิ่มเติมว่าหากประชาชนพบเบาะแสเกี่ยวกับบ่อนการพนัน หรือเรื่องอื่นที่ผิดกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด อำเภอ หรือโทรสายด่วน 1567 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงชี้ชัดไม่ใช่บ่อนใหม่ เปิดมาแล้วนานกว่าที่บอกแม้นักพนันบางรายจะให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่าบ่อนนี้เพิ่งเปิดมาได้ราว 5–6 เดือน แต่การสอบสวนพบว่าลูกจ้างบางคนทำงานในที่แห่งนี้มาแล้วนานถึง 7 ปี จึงมีแนวโน้มว่าบ่อนแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงบ่อนเปิดใหม่ แต่มีประวัติการดำเนินงานมายาวนาน เพียงแต่เปลี่ยนสถานที่และหน้ากากตามสถานการณ์นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยเพิ่มเติมว่า จากข้อมูลการสืบสวนพบว่าเครือข่ายบ่อนนี้อาจมีอีก 4–5 แห่งทั่วกรุงเทพฯ บางแห่งเปลี่ยนสถานที่ไปเรื่อยๆ บางแห่งยึดพื้นที่เดิมไว้ถาวร พร้อมทั้งพบว่ามีนักพนันที่มาเล่นส่วนใหญ่อยู่ในละแวกชุมชน เป็นพ่อค้าแม่ค้า หรือคนในตลาดใกล้เคียงนอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่าเด็กนักเรียนเคยวนเวียนอยู่บริเวณหน้าบ่อนหลายครั้ง แม้ไม่มีหลักฐานว่าร่วมเล่นพนัน แต่ก็สร้างความน่ากังวลเกี่ยวกับการเข้าถึงการพนันในเยาวชน และปัญหาสังคมที่อาจตามมาในอนาคต แผนผังที่ออกแบบมาเพื่อหลบ–แต่หลุดเพราะสายลับจากปฏิบัติการในครั้งนี้ ชี้ให้เห็นว่าบ่อนสะพานใหม่ไม่ใช่เพียงจุดเล่นพนันลับๆ ที่อยู่ในเมืองหลวง แต่คือพื้นที่ที่มีการออกแบบสถาปัตยกรรมและระบบควบคุมให้สามารถดำเนินกิจกรรมผิดกฎหมายได้อย่างแนบเนียน มีทั้งระบบ QR เชิญเล่นพนัน การยึดโทรศัพท์เพื่อควบคุมการสื่อสาร ประตูเข้าออกหลายทาง และสภาพแวดล้อมที่ดูเหมือน “คาราโอเกะเก่า” ธรรมดาอย่างไรก็ตาม เมื่อมีสายลับเข้าไปถึงภายใน สิ่งที่เคยปกปิดก็ไม่สามารถหลบสายตากฎหมายได้อีกต่อไป

"คืนที่หมาเต็มวัด" จาก "NONT TANONT" เพลงใหม่แทนใจผู้บ่าวเทสดี แต่ดันไม่มีวาสนา
อ่าน

"คืนที่หมาเต็มวัด" จาก "NONT TANONT" เพลงใหม่แทนใจผู้บ่าวเทสดี แต่ดันไม่มีวาสนา

หลังจากสร้างปรากฏการณ์ร็อกสะเทือนใจใน "คนฝั่งทน" จนคนทั้งไทม์ไลน์ต้องแห่เปิดวน "NONT TANONT" กลับมาคราวนี้แบบไม่ซ้ำเดิม กับซิงเกิลใหม่ล่าสุด "คืนที่หมาเต็มวัด" ที่มาพร้อมสีสันแห่งความกวนแบบแอบเศร้า แถมยังได้ ศิลปินสายซิ่งอย่างอ้าย "SINGTO NUMCHOK" มาร่วมฟีทเจอริง ทําให้เพลงนี้มีกลิ่นของความไทยอีสาน ในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน "คืนที่หมาเต็มวัด" เพลงนี้คือการทดลองใหม่ของนนท์ ด้วยการผสมผสานความ RB, Soul และอีสาน ป๊อป ไว้ในเพลงเดียวกัน ทำให้ฟังแล้วทั้งเพลิน ทั้งอิน และติดหูแบบไม่รู้ตัว ถือเป็นการผสานเอกลักษณ์ของ "NONT TANONT" และ "SINGTO NUMCHOK" เข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน จนเกิดเป็นความแตกต่างที่ลงตัว แต่ที่พีคสุดคือท่อน AD-LIB ที่มีการเลียน "เสียงหมาหอน" ซึ่งไม่เคยมีใครกล้าทำ แต่ "NONT TANONT" กล้านำมาใช้กลายเป็นองค์ประกอบจริงของเพลง ทำให้ทั้งเนื้อหาและซาวด์ดีไซน์โดดเด่นจนต้องหยุดฟัง เนื้อหาของเพลงนี้ หยิบเอาสุภาษิตไทยสุดคลาสสิกอย่าง "หมามองเครื่องบิน" มาปัดฝุ่นใหม่ในมุมมองที่อบอวลไปด้วยความเศร้าปนฮา ว่าด้วยการตกหลุมรักใครบางคนที่ไกลเกินเอื้อม แม้รู้ดีว่าไม่มีทางได้ใจเขา แต่ก็ไม่สามารถห้ามใจได้ เนื้อเพลงเต็มไปด้วยความจริงที่ฟังแล้วต้องยิ้มปนเศร้า เหมือนกับท่อนเพลงที่ว่า "เธอเป็นเหมือนดาราช่องสาม ส่วนฉันเป็นแค่ยามคอยเฝ้ามองคนงาม" เมโลดี้ไพเราะ ท่อนฮุกติดหู บวกกับเสน่ห์เสียงร้องของทั้ง "NONT TANONT" และ "SINGTO NUMCHOK" ทำให้เพลงนี้เป็นบทพิสูจน์ถึงศักยภาพทางดนตรีของ "NONT TANONT" ที่ไม่หยุดนิ่ง และแฟนเพลงต้องติดตามว่าในอนาคตเขาจะนําเสนอผลงานที่น่าสนใจในรูปแบบใดอีกต่อไป สามารถเข้าไปรับชมและรับฟังกันได้แล้วทุกช่องทาง "คืนที่หมาเต็มวัด"Facebook : NONT TANONT, Instagram : tanont916, X : NONT TANONT, TikTok : nonttanont, Facebook : LOVEiS / X /Instagram : @LOVEiS_ent

เตือนระวัง! สารเสพติดพันธุ์ใหม่ ล่อใจเยาวชน ปรับโฉมใหม่ วางขายโจ่งแจ้งในออนไลน์
อ่าน

เตือนระวัง! สารเสพติดพันธุ์ใหม่ ล่อใจเยาวชน ปรับโฉมใหม่ วางขายโจ่งแจ้งในออนไลน์

นักวิชาการ แฉเล่ห์ผู้ผลิต อัพเกรด 4 สารเสพติดพันธุ์ใหม่ สายแบ้ว สายหวาน ล่อใจเยาวชน “พอดยาดม กัญญาเวป ลีน ยาอี Molly” ปรับรูปลักษณ์ใหม่ สีสันสดใส แถมวางขายโจ่งแจ้งทางออนไลน์ ราคาเริ่มต้นแค่หลักร้อยบาท เตือนพ่อแม่ ผู้ปกครอง สถาบันการศึกษา ต้องรู้เท่าทันกลยุทธ์การตลาดของผู้ผลิตผศ.ดร.ศรีรัช ลาภใหญ่ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และผู้จัดการโครงการ PRODUCT WATCH ติดตามเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์อันตราย กล่าวว่า จากผลการติดตามเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์อันตรายต่อสุขภาพ ขณะนี้พบสารเสพติดพันธุ์ใหม่ กลายพันธุ์แปลงร่าง ปรับรูปแบบหน้าตาผลิตภัณฑ์ให้สวยงามน่ารักมากขึ้น โดยผลิตเลียนแบบลูกอม ปรุงรสชาติผลไม้ และออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีความสวยงามสดใส มีดีไซน์คล้ายกล่องขนม ดูยากขึ้น จนแยกไม่ออกว่าเป็นผลิตภัณฑ์เสพติด หรือกล่องขนม ซึ่งมีทั้งผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าจากต่างประเทศและผลิตในไทย โดยวางจำหน่ายอย่างเปิดเผยในแพลตฟอร์มออนไลน์ ราคาเริ่มต้นเพียงหลักร้อยบาทต้นๆ เท่านั้น“สำหรับผลิตภัณฑ์อันตรายที่พบ 1. “บุหรี่ไฟฟ้าพันธุ์ใหม่ GEN 6” ที่ปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ผลิตภัณฑ์ให้ดูเหมือนยาดมแท่งจนแยกไม่ออก และมีการโฆษณาว่าคล้ายยาดม แต่มีส่วนผสมเป็นนิโคติน 3-5% โดยรู้จักในชื่อ พอดจมูก หรือ พอดยาดม ซึ่งมาจากคำเรียกผลิตภัณฑ์ว่า inhaler หรือยาสูด ยาพ่น ซึ่งเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ที่ใช้ส่งยาเข้าสู่ปอดผ่านทางลมหายใจ โดยพอดยาดม มีรูปร่างหน้าตาเหมือนยาดมแบบแท่ง สามารถสูบได้ทั้งทางจมูกและทางปาก มีกลิ่นรสต่างๆ เช่น รสเครื่องดื่มชูกำลัง ซึ่งการสูบบุหรี่ไฟฟ้าทางจมูกมีความเสี่ยงจมูกติดเชื้อเพิ่มขึ้น” ผศ.ดร.ศรีรัช กล่าว ผศ.ดร.ศรีรัช กล่าวต่อว่า 2. “พอดกัญชาไฟฟ้า” หรือ “กัญชาเวป” ผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์คล้ายบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้ง มีสีสันสวยงามสดใส มักมีลวดลายการ์ตูน หรือรูปผลไม้ โดยปรุงแต่งกลิ่นรสผลไม้และกลิ่นขนมหวาน เช่น รส Lemon drip หรือรส Tropical cookie วิธีการใช้เหมือนบุหรี่ไฟฟ้า คือสูบได้เลย เพราะมีแบตเตอรี่ในตัว ซึ่งผู้ผลิตโฆษณาว่ารสชาติหอมหวาน ใช้งานง่าย พกพาสะดวก และเมื่อใช้แล้วจะไร้กลิ่นติดตัว สามารถสูบได้ทุกที่ ขณะที่อุปกรณ์สูบบางยี่ห้อเป็นแบบทูอินวัน สามารถเปลี่ยนใช้ได้ทั้งหัวพอดน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า และหัวพอดกัญชา ซึ่งปัจจุบัน บุหรี่ไฟฟ้าและกัญชาไฟฟ้า มีความคล้ายกันมากในด้านรูปลักษณ์ผลิตภัณฑ์ และเน้นการปรุงรสแต่งกลิ่นผศ.ดร.ศรีรัช กล่าวอีกว่า 3. “Lean-ลีน” เป็นผลิตภัณฑ์เสพติดประเภทเครื่องดื่มผสมสำเร็จรูป มีสีม่วงเป็นเอกลักษณ์ ใช้ผสมดื่ม นิยมใช้ในกลุ่มวัยรุ่นในสหรัฐอเมริกา โดยมีต้นตอมาจากวัฒนธรรมดนตรี ส่วนที่พบในไทย ได้กลายพันธุ์เป็น “เครื่องดื่มLeanผสมกัญชา” มีทั้งผลิตภัณฑ์นำเข้า และที่ผลิตได้เองในไทย เรียกกันว่า ลีนนอก-ลีนไทย สามารถนำหัวเชื้อไปผสมน้ำอัดลมดื่มได้ทันที มีความหอมหวาน และโฆษณาในด้านความเคลิ้ม ลอย มึนเมา ทั้งนี้ ผู้ผลิตอ้างว่าผลิตภัณฑ์ถูกกฎหมาย มี อย. รับรอง ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะเครื่องดื่ม Lean มีส่วนผสมของโคเดอีน (Codeine) ซึ่งเป็นสารในกลุ่มโอปิออยด์ (Opioid) ผู้ใช้จะมีความเสี่ยงจากภาวะหยุดหายใจและหัวใจหยุดเต้น 4. ยาอีรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “Molly” ย่อมาจากคำว่า โมเลกุล ปั๊มเม็ดคลาดลูกอม เป็นรูปตุ๊กตา รูปดาว รูปหัวใจ รูปตัวอักษร แต่งสีพาสเทลน่ารักสวยงาม มีลวดลายต่างๆ ดูคล้ายลูกกวาด ผู้ผลิตได้โฆษณาว่าปลอดภัยเพราะกลั่นบริสุทธิ์กว่าสารเสพติดรุ่นเก่า แต่ความเป็นจริงคือยาอีมีฤทธิ์ทั้งกระตุ้นและหลอนประสาทจนเสี่ยงเสียชีวิตได้ “ผลิตภัณฑ์เสพติดสมัยใหม่เหล่านี้ได้เปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ให้ดูคล้ายขนม หรือลูกอม แต่งกลิ่นรสต่างๆ และออกแบบบรรจุภัณฑ์สวยงาม ทำให้เยาวชนเข้าใจผิดว่าไม่อันตราย และไม่คิดว่าเป็นสารเสพติด เสี่ยงต่อการทดลอง เพราะความอยากรู้อยากเห็น จึงอยากเตือนภัยมายังพ่อแม่ ผู้ปกครองและสถาบันการศึกษา ว่าควรเฝ้าระวังและรู้เท่าทันผลิตภัณฑ์เสพติดสมัยใหม่เหล่านี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เยาวชนทดลองใช้ อันก่ออันตรายต่อสุขภาพ” ผศ.ดร.ศรีรัช กล่าว

เตรียมตัวให้พร้อม "MIXEDPOP Music Festival Bangkok 2025" เทศกาลดนตรีที่รวมทุกป๊อปไว้ในงานเดียว!
อ่าน

เตรียมตัวให้พร้อม "MIXEDPOP Music Festival Bangkok 2025" เทศกาลดนตรีที่รวมทุกป๊อปไว้ในงานเดียว!

กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่! สำหรับเทศกาลดนตรีสุดป๊อปแห่งปี MIXEDPOP Music Festival Bangkok 2025 ที่จะพาทุกคนอินไปกับโลกของ ป๊อปคัลเจอร์ จากทั้งไทยและทั่วเอเชีย ผ่านการรวมตัวของศิลปินชื่อดังมากกว่า 25 เบอร์ฮอต ที่พร้อมจะมาระเบิดความมันส์บนเวทีตลอด 2 วันเต็ม เตรียมพบกันวันที่ 5 6 กรกฎาคมนี้ ที่ BITEC LIVE บางนา MIXEDPOP Music Festival Bangkok 2025 ปีนี้ MIXEDPOP ก้าวสู่ปีที่ 2 พร้อมความเข้มข้นกว่าเดิม ทั้งไลน์อัพศิลปินที่จัดหนักจัดเต็ม และคอนเซ็ปต์งานที่นำเสนอความ cross-culture ผสมผสานกลิ่นอายป๊อปจากไทย และเอเชียอย่างไร้ขีดจำกัด แบบไม่มีกั๊ก นำทีมโดยศิลปินแนวหน้าของวงการ T-POP และ ASIAN POP ที่คุณห้ามพลาด ไม่ว่าจะเป็น 4EVE, ALALA, ATLAS, BENZKHAOKHWAN, BUS Because of you I shine, D-NA, DICE, FLI:P, G-ERA, LYKN, MXFRUIT, NEVONE, NINJA x PEANUT x PLENGTHAI x TADALEE FROM CHUANG ASIA 2, ONE OR EIGHT, PERSES, PIXXIE, POLARIX, PROXIE, QRRA, THE JET BOY BANKERZ from Exile Tribe, THX, VIIS, WIZZLE, WOLF HOWL HARMONY from Exile Tribe, ZOLAR พิเศษสุด! เตรียมพบกับโชว์ POP SPECIAL SHOW ที่เหล่าศิลปินจะพาแฟน ๆ ขึ้นไทม์แมชชีนย้อนวันวาน ด้วยการนำเพลงฮิตตลอดกาลจากค่าย RS Music จากทุกยุค มารังสรรค์ใหม่ในสไตล์ของตัวเอง ซึ่งจะเกิดขึ้นที่ MIXEDPOP ที่เดียวเท่านั้น! รับประกันความป๊อปขั้นสุด และโมเมนต์สุดเซอร์ไพรส์ตลอดทั้งงาน พร้อมไฮไลต์สำคัญกับการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งกับ THE JUM ศิลปินแนว POP ART ชื่อดัง กับคาแรกเตอร์ไอคอนิก FIRE FRIEND ที่ครั้งนี้มาในลุคใหม่ อัปเกรดแฟชั่นจัดเต็ม สะท้อนความป๊อปแบบข้ามวัฒนธรรมอย่างแท้จริง การันตีความสนุกแบบไม่มีแผ่ว กับปีที่ผ่านมา MIXEDPOP สร้างปรากฏการณ์บนโลกโซเชียล ด้วยยอด X (Tweet) ทะลุกว่า 26.4 ล้านภายใน 24 ชั่วโมง กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์แบบข้ามคืน และในปีนี้... บอกเลยว่า ความป๊อปจะพุ่งแรงยิ่งกว่าเดิมแน่นอน! เตรียมตัวเจอกับโชว์ที่ทั้งมันส์ ทั้งเซอร์ไพรส์ แค่ที่นี่ที่เดียว! ซื้อก่อน ป๊อปก่อน ไม่ต้องรอใคร! รีบจับจองบัตรได้ทาง Ticketmelon บัตรยืนราคาเพียง 1,500 บาท โดย 1 ใบสามารถเข้าร่วมงานได้ทั้ง 2 วัน! เรียกว่าคุ้มค่าสุด ๆ สำหรับผู้ที่กำลังมองหาบัตรนั่ง ต้องบอกว่า Sold Out! ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 📍 เตรียมร่างกายให้พร้อม จุดประกายความป๊อปในตัวคุณ แล้วไปเจอกันวันที่ 5 6 กรกฎาคม 2568 ที่ BITEC LIVE บางนา

ยึดอะโวคาโดลอบนำเข้า 10.5 ตัน อำพรางเป็นผลไม้อื่น
อ่าน

ยึดอะโวคาโดลอบนำเข้า 10.5 ตัน อำพรางเป็นผลไม้อื่น

CIB ตรวจยึดอะโวคาโดลอบนำเข้า 10,500 กก. อำพรางเป็น “มะม่วง” หวังหลบการตรวจสอบ ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) สนธิกำลังหน่วยเฉพาะกิจพญานาคราช กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับกรมวิชาการเกษตรและกรมศุลกากร เข้าตรวจค้นตลาดแห่งหนึ่งบนถนนพหลโยธิน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หลังได้รับข้อมูลว่ามีการลักลอบนำเข้า “อะโวคาโด” ผิดกฎหมาย การตรวจสอบร้านค้าจำนวน 12 แห่งภายในตลาดดังกล่าว พบอะโวคาโดสดนำเข้าจากประเทศเวียดนามจำนวนรวม 421 ตะกร้า น้ำหนักรวมประมาณ 10,500 กิโลกรัม มูลค่ารวมประมาณ 1.2 ล้านบาท โดยมีการอำพรางสินค้าด้วยการระบุข้อความบนลังเป็น “มะม่วง” และพ่นสีทับบางส่วนเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบเจ้าหน้าที่พบว่า มีการลำเลียงสินค้าด้วยรถกระบะติดคอกเหล็ก แทนรถบรรทุกขนาดใหญ่ เพื่อเลี่ยงสายตาเจ้าหน้าที่ ซึ่งถือเป็นรูปแบบใหม่ของขบวนการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย ของกลางทั้งหมดถูกอายัดเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย และเก็บรักษาไว้ที่สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร ขณะเดียวกันได้มีการเชิญผู้เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง และสอบสวนเพิ่มเติม หากพบว่ามีการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินคดีถึงที่สุดทางตำรวจย้ำว่า การดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อป้องกันผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจภาคเกษตร ความปลอดภัยของผู้บริโภค และคุ้มครองผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมายทั้งนี้ ขอให้ประชาชนตระหนักรู้และตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้าเกษตรก่อนบริโภค เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและสุขภาพ

หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เกาหลี RB-Y1 Rainbow Robotics เคลื่อนที่ 360 องศา ปรับความสูงได้
อ่าน

หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เกาหลี RB-Y1 Rainbow Robotics เคลื่อนที่ 360 องศา ปรับความสูงได้

วงการหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กำลังก้าวไปอีกขั้น เรนโบว์ โรโบติกส์ (Rainbow Robotics) ผู้พัฒนาหุ่นยนต์สัญชาติเกาหลีที่แตกตัวมาจากศูนย์วิจัยหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของ KAIST สถาบันการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับชาติของเกาหลีใต้ ได้เปิดตัวระบบหุ่นยนต์กึ่งฮิวแมนนอยด์ RB-Y1 ในงาน ICRA 2025 การประชุมวิชาการระดับนานาชาติที่สำคัญที่สุดด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ จัดโดย IEEE Robotics and Automation Society (RAS) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–23 พฤษภาคม 2025 เทคโนโลยีของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ RB-Y1โครงสร้างของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ RB-Y1 นี้ประกอบด้วยส่วน ลำตัว แขนสองข้าง และฐานล้อ ที่ได้รับการอัปเกรดด้วยการเพิ่มระบบล้อเมกะนัม (Mecanum) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีล้อรอบทิศทาง (omnidirectional wheel) ที่ช่วยให้หุ่นยนต์สามารถเคลื่อนที่ได้ 360 องศา และชุดพัฒนาซอฟต์แวร์ (SDK) ใหม่ สามารถปรับความสูงของลำตัวหุ่นยนต์ได้มากกว่า 50 เซนติเมตร ช่วยให้วิศวกรสามารถรักษาระดับจุดศูนย์ถ่วงให้ต่ำได้เมื่อหุ่นยนต์เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงถึง 5.6 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือเมื่อเข้าโค้ง ทำให้มีความเสถียรและความปลอดภัยสูงที่มาของภาพRainbow-roboticsระบบล้อเมกะนัม (Mecanum) และระบบแขนเทคโนโลยีล้อรอบทิศทางถูกออกแบบมาเป็นรูปแบบลูกกลิ้งแบบทำมุมช่วยทำให้หุ่นยนต์สามารถเคลื่อนที่ไปด้านข้างได้โดยไม่ต้องหมุนตัว ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญในสภาพแวดล้อมที่คับแคบอย่างห้องปฏิบัติการวิจัยหรือทางเดินในโรงงานที่มาของภาพRainbow-roboticsนอกจากนี้ RB-Y1 ยังคงความสามารถในการรองรับสภาพแวดล้อมการพัฒนาที่กว้างขวาง ด้วยแขนสองข้างที่มี 7 องศาอิสระในแต่ละข้าง ขาเดี่ยว 6 องศาอิสระ และแพลตฟอร์มเคลื่อนที่แบบล้อ พร้อม API แบบเปิดและตัวเลือกโมดูลาร์ที่ช่วยให้นักพัฒนาสามารถปรับแต่งหุ่นยนต์ได้อย่างอิสระที่มาของภาพRainbow-roboticsชุดพัฒนาซอฟต์แวร์ (SDK) ใหม่ชุดพัฒนาซอฟต์แวร์ (SDK) หรือ ชุดเครื่องมือพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับหุ่นยนต์ RB-Y1 ที่ถูกบูรณาการมาในหุ่นยนต์นี้ด้วยนั้นเข้ากันได้กับโมดูลหลากหลายชนิด รวมถึงหน่วยวัดความเฉื่อย (IMU), กริปเปอร์ และไลดาร์ ความเข้ากันได้นี้ช่วยให้ RB-Y1 สามารถปรับแต่งได้อย่างง่ายดาย เพื่อตอบสนองความต้องการของการวิจัยและพัฒนาที่แตกต่างกัน การลงทุนจาก Samsung และผลกระทบต่ออนาคตปัจจุบัน Samsung Electronics ได้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน Rainbow Robotics เป็น 35% ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทำให้กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด และวางแผนจะรวม Rainbow Robotics เป็นบริษัทย่อย การผนวกเทคโนโลยีหุ่นยนต์ของ Rainbow เข้ากับ AI และซอฟต์แวร์ของ Samsung คาดว่าจะ เร่งการพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์อัจฉริยะขั้นสูง

ขุนทอง อสุนี ตำนานนักร้องดังวัย71ปี ลาทางโลก เข้าพิธีอุปสมบทแล้ว
อ่าน

ขุนทอง อสุนี ตำนานนักร้องดังวัย71ปี ลาทางโลก เข้าพิธีอุปสมบทแล้ว

กราบลาละทางโลก ขุนทอง อสุนี ณ อยุธยา อดีตร็อกเกอร์ดังในตำนาน เข้าพิธีอุปสมบท ในวัย 71 ปี ที่วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร ครอบครัวและเพื่อนสนิทร่วมอนุโมทนาบุญในครั้งนี้ ครอบครัวและเพื่อนสนิทร่วมอนุโมทนาบุญ ขุนทอง อสุนี ณ อยุธยา อดีตร็อกเกอร์ดังในตำนาน อีกทั้งยังเป็น นักเขียน นักแต่งเพลง นักวิจารณ์ดนตรี และดีเจเปิดแผ่นเสียง ก่อนที่จะหันมาให้ความสนใจในอาชีพโหราศาสตร์ เชี่ยวชาญการทำนายด้วยไพ่ทาโรต์ และเป็นหนึ่งในผู้เขียนตำราการดูไพ่ทาโรต์เป็นภาษาไทย ล่าสุดที่เฟชบุ๊กส่วนตัว "Kunttong Asunee Na Ayudhaya" ได้มีการโพสต์ภาพพิธีอุปสมบทที่วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร พร้อมแคปชั่นว่า "อาตมาบวชเป็นพระแล้วเจริญพร" ทั้งนี้ ขุนทอง อสุนี ณ อยุธยา ปัจจุบันอายุ 71 ปี จบชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) จบปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ สาขาชีวเคมี จาก University of Alabama สหรัฐอเมริกา เริ่มต้นเส้นทางดนตรีจากการเป็นบรรณาธิการหนังสือดนตรีของสยามกลการ และเริ่มเขียนบทความวิจารณ์ดนตรีในมติชนสุดสัปดาห์ ก่อนที่ภายหลังจะหันมาเริ่มสนใจการทำนายดวงชะตาด้วยไพ่ทาโรต์ เขียนบทความในนิตยสาร และประกอบอาชีพรับทำนายดวงชะตาเพียงอย่างเดียว

"สวนนันทนา"ดินแดนพญานาคใหญ่ 4 ตระกูล แลนด์มาร์กใหม่ขอนแก่น  | เรื่องดีดีทั่วไทย | 20-05-68
อ่าน

"สวนนันทนา"ดินแดนพญานาคใหญ่ 4 ตระกูล แลนด์มาร์กใหม่ขอนแก่น | เรื่องดีดีทั่วไทย | 20-05-68

รูปปั้นพญานาคขนาดใหญ่ 4 ตระกูล ลักษณะเลื้อยไปมา สีสันสวยงามตระการตา เป็นจุดเด่นดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเช็กอินที่ “สวนนันทนา ขอนแก่น” บนเนื้อที่กว่าร้อยไร่ นับเป็นแลนด์มาร์กศักดิ์สิทธิ์ ใน ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่นเมื่อเข้ามายังดินแดนที่เป็นส่วนของพญานาคราช จะพบกับพญานาคราช 4 องค์ ขนาดใหญ่มหึมา สององค์แรกตั้งอยู่ด้านหน้าทางขึ้น องค์สีทองด้านซ้ายมีนามว่า “ปู่พญานาคทองคำ” มี 1 เศียร รูปทรงเป็นลักษณะนาคเกี้ยว องค์สีเขียวมรกตด้านขวา มีนามว่า “จ้าวย่านางพญานาคิณีก้อนทองเมื่อเดินขึ้นไป จะพบกับพญานาคอีก 2 องค์ องค์สีดำมีนามว่า “พญาดำแสนศิริจันทรานาคราช” หรือ “องค์ดำแสน” ส่วนด้านขวาสีขาวฟ้า มีนามว่า “องค์พญานาคิณีมณีจันทรามนตรานาคราช”ส่วนด้านบนสุด เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปที่มีพระนามอันเป็นมงคลว่า "พระพุทธนฤนาถประชาบดี" ประทับบนตัวพญานาค 7 เศียร นามว่า “พญาอนันตนาคราช” ที่ขดตัวเองเพื่อให้พระพุทธเจ้าประทับและแผ่เศียรออก 7 เศียรเพื่อกันแดดกันฝนให้กับพระพุทธเจ้านับเป็นความสวยงามซ่อนความน่าเกรงขาม นักท่องเที่ยวจึงต่างพากันนำดอกไม้ธูปเทียนกราบไหว้ขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคลสำหรับที่มาของ "สวนนันทนา ขอนแก่น" แห่งนี้ มีเจ้าของเป็นนักธุรกิจ ที่มีความเลื่อมใสศรัทธาเกี่ยวกับพญานาค จึงสร้างรูปปั้นพญานาคราช ทั้ง 4 ตระกูล ด้วยความขลังศักดิ์สิทธิ์ ดุจมนตรา นาคาพิภพส่วนภายนอก มีการใช้น้ำพ่นละอองตามต้นไม้คล้ายน้ำพุ เปรียบเสมือนจำลองนาคพิภพ และเพื่อรักษาความเย็นของพื้นที่ดุจสวรรค์ ท่ามกลางบ่อน้ำขนาดใหญ่ รวมทั้งน้ำตกจำลอง ทั้งยังมีคาเฟบริการเครื่องดื่มอีกด้วยอีกด้วยสวนนันทนาขอนแก่น เปิดทุกวัน 6 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น ไม่มีค่าเข้าชม

"NONT TANONT Feat.TaitosmitH" ส่งเพลง "คนฝั่งทน" ปลุกไฟความทนในตัวคุณ
อ่าน

"NONT TANONT Feat.TaitosmitH" ส่งเพลง "คนฝั่งทน" ปลุกไฟความทนในตัวคุณ

สองพลังแห่งวงการดนตรีอย่าง "NONT TANONT" และ "TaitosmitH" โคจรมาพบกัน ทำให้ได้สีสันเฉดใหม่ ๆ ในเพลง "คนฝั่งทน" ที่ผสานความ POP, RB และ ROCK ไว้ได้อย่างลงตัว ทำให้เพลงนี้เต็มไปด้วยมิติที่หลากหลาย เพื่อเพิ่มพลังที่มี ความหมายให้กับชีวิต ผลงานชิ้นนี้เป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของ "NONT TANONT" ที่กล้าพุ่งชนขีดจำกัดเดิม ๆ ของตัวเอง ด้วยการใช้เสียงร้องแบบแผดพลังร็อกเป็นครั้งแรก ถ่ายทอดอารมณ์ เข้มข้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน ผนวกกับกลิ่นอายร็อกยุค 80s ริฟฟ์กีตาร์สุดวินเทจ เสียงเครื่องเป่าจัดจ้าน และจังหวะกลองที่แน่นเต็มทุกเม็ด ผ่านการโปรดิวซ์ขั้นเทพของ ดนัย ธงสินธุศักดิ์ (ดาโน่) ที่เนรมิตดนตรีให้มีทั้งความหนักแน่น และลุ่มลึกในเวลาเดียวกัน เบื้องหลังเนื้อร้อง และทำนองถูกแต่งขึ้นโดย "แอ้ม อัจฉริยา" แท็กทีม "โมส TaitosmitH" ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของ "คนที่ต้องอดทน" ทนกับงาน ทนกับเงิน ทนกับความรัก แล้วผสมผสานมุมมองของศิลปินทั้งสองเข้าด้วยกันออกมาเป็นบทเพลงร็อกที่เปี่ยมไปด้วยกำลังใจและความหมายลึกซึ้ง ไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้ก็คือมิวสิกวิดีโอ "คนฝั่งทน" ที่ดึงผู้กำกับระดับแถวหน้าของวงการภาพยนตร์ไทยอย่าง "ต้องเต" มาสร้างสรรค์เรื่องราวให้กลายเป็นภาพยนตร์ชีวิตย่อม ๆ ที่เต็มไปด้วยพลัง โดยมี "NONT TANONT" รับบทเป็น คนขับแท็กซี่ผู้สู้ชีวิต เปรียบเสมือนการปลุกพลังของคนธรรมดาที่ต้องทนสู้ทุกวัน ด้วยบทเพลงที่ฟาดทั้งเนื้อหาและอารมณ์ไม่ยั้ง ที่พร้อมจะฝ่าฟันทุกอุปสรรคไปพร้อมกับคุณ สามารถเข้าไปรับชมและรับฟังกันได้แล้วทุกช่องทาง "คนฝั่งทน" ได้ที่นี่ และ Facebook : NONT TANONT, Instagram : tanont916, X : NONT TANONT, TikTok : nonttanont, Facebook : LOVEiS /Twitter/Instagram : @LOVEiS_ent

แกะรอยเบื้องหลัง ‘นายหน้าเว็บพนัน’ ‘ฟันเฟือง’ สำคัญในระบบสีเทา
อ่าน

แกะรอยเบื้องหลัง ‘นายหน้าเว็บพนัน’ ‘ฟันเฟือง’ สำคัญในระบบสีเทา

เครือข่ายเงาที่ขับเคลื่อนเว็บพนันในโลกออนไลน์ที่การพนันเพียงปลายนิ้วคลิกกลายเป็นเรื่องธรรมดา ความเข้าใจว่าระบบเหล่านี้ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากมองลึกลงไปจะพบว่ามีขบวนการ “คนกลาง” หรือที่รู้จักในชื่อ “นายหน้า” ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการป้อนคนเข้าสู่ระบบ ทั้งในบทบาทของผู้เล่น ผู้เปิดบัญชีธนาคาร และผู้ดูแลกระแสเงินสดระบบนายหน้าไม่ได้เป็นเพียงเครือข่ายหลอกล่อผู้เล่น แต่มีการแบ่งหน้าที่เป็นระบบ มีผลตอบแทนสูง และมีความเชื่อมโยงกับธุรกิจบังหน้าและกลุ่มผู้มีอิทธิพลในหลายระดับ บัญชีม้าและแรงจูงใจที่เริ่มต้นด้วยคำว่า "งานง่าย ได้เงินเร็ว"หัวใจสำคัญของขบวนการนายหน้าเว็บพนันคือการจัดหาบัญชีธนาคารที่สามารถใช้รับเงินได้โดยไม่เปิดเผยเจ้าของตัวจริง บัญชีเหล่านี้เรียกกันว่า “บัญชีม้า” วิธีการหานั้นเรียบง่ายแต่น่ากังวล นายหน้าจะออกตามหาคนที่พร้อมเปิดบัญชีพร้อมซิมมือถือในชื่อของตนเอง โดยเสนอค่าจ้างเริ่มต้นตั้งแต่ 2,000 บาทไปจนถึงหลักหมื่นเป้าหมายหลักมักเป็นกลุ่มเปราะบางทางเศรษฐกิจ เช่น คนว่างงาน นักเรียน นักศึกษาหรือชาวบ้านในต่างจังหวัด ที่ไม่เข้าใจผลกระทบทางกฎหมาย บางรายอาจได้รับค่าตอบแทนรายเดือนเพียงแค่ยินยอมให้ใช้ชื่อเปิดบัญชีโดยไม่ยุ่งกับการโอนเงินใด ๆ แต่ผลลัพธ์กลับรุนแรงกว่านั้น เมื่อบัญชีเหล่านี้ถูกใช้เป็นช่องทางในการฟอกเงิน และเมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเจอ เจ้าของชื่อในบัญชีก็กลายเป็นผู้ต้องหาโดยปริยายในปี 2567 มีการระงับบัญชีม้าแล้วมากกว่า 1.6 ล้านบัญชี โดยสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ดำเนินการระงับ 630,537 บัญชี ขณะที่ธนาคารพาณิชย์และศูนย์ AOC รวมกันระงับอีกกว่า 1 ล้านบัญชี นอกจากนี้ สมาคมธนาคารไทยยังรายงานยอดสะสมบัญชีต้องสงสัยทะลุ 2 ล้านบัญชี หรือกว่า 150,000 รายชื่อ ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2568 ขณะเดียวกัน การบังคับใช้กฎหมายก็ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยมีการดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องกับบัญชีม้ามากถึง 2,897 รายในช่วงตุลาคม 2566 ถึงตุลาคม 2567 และในช่วงไตรมาสแรกของปี 2568 ก็มีผู้ถูกจับกุมเพิ่มอีก 869 รายแม้สถิติรายภาคและช่วงอายุจะยังไม่ถูกเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่รายงานของเจ้าหน้าที่รัฐและข่าวจากหลายจังหวัดสอดคล้องกันว่า กลุ่มเป้าหมายหลักของขบวนการนายหน้าคือเยาวชนและประชาชนในพื้นที่ชนบท โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ซึ่งถูกล่อลวงด้วยค่าตอบแทนที่ดูไม่มากนัก แต่ต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงทางกฎหมายที่ไม่มีใครบอกล่วงหน้าโครงสร้างขบวนการที่ทำงานราวกับองค์กรธุรกิจข้อมูลจากฝ่ายสืบสวนเผยว่าขบวนการนายหน้าไม่ได้มีแค่คนหาคน หากแต่แบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจนราวกับบริษัทหนึ่ง มีตำแหน่งอย่างคนจัดหา คนเปิดบัญชี ทีมคีย์ข้อมูล ทีมโอนเงิน ฝ่ายดูแลลูกค้า และฝ่ายติดตามหนี้บัญชีม้าที่ได้มาจะเข้าสู่ระบบหมุนเวียนของเว็บพนัน ใช้รับโอนจากผู้เล่น ถอนกลับคืน และผ่านหลายทอดเพื่อปิดบังที่มาที่ไป จากนั้นเงินจำนวนมากจะถูกส่งออกนอกระบบหรือฟอกผ่านธุรกิจถูกกฎหมายผู้ที่มีบทบาทเป็นนายหน้ารายใหญ่ บางคนทำงานกับเว็บพนันโดยตรง ได้ค่าจ้างประจำสูงถึง 150,000 บาทต่อเดือน ทำให้หลายคนเลือกละทิ้งอาชีพเดิมแล้วหันมาทำหน้าที่นี้แบบเต็มเวลา เพราะเห็นว่ารายได้มั่นคงและโอกาสถูกจับต่ำธุรกิจบังหน้าและการเชื่อมโยงสู่เครือข่ายทรงอิทธิพลการฟอกเงินผ่านบัญชีม้าไม่ได้จบที่การหมุนเงิน แต่ยังขยายไปถึงการลงทุนในธุรกิจที่ดูถูกกฎหมาย เพื่อเปลี่ยนเงินผิดให้ดูเหมือนเงินรายได้ปกติ เช่น ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ พระเครื่อง ร้านอาหาร หรือร้านรับจำนำ หลายธุรกิจในรายชื่อเหล่านี้กลายเป็นที่จับตาของเจ้าหน้าที่ในบางกรณีมีความเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มทุนพนันกับบุคคลในแวดวงสังคมและศาสนา ทั้งในฐานะผู้ร่วมฟอกเงินหรือช่วยเปิดช่องทางทางกฎหมายให้เงินผิดกลายเป็นรายได้ที่ปลอดภัย เจ้าหน้าที่พบเครือข่ายนายหน้าที่สามารถป้อนบัญชีเข้าระบบเว็บพนันได้มากกว่าร้อยบัญชีในเวลาไม่กี่เดือน ทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนทะลุหลักหมื่นล้านบาท แรงเสียดทานทางกฎหมายที่ยังไม่มีฟันเฟืองสมบูรณ์แม้หน่วยงานรัฐ เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะเร่งปราบปรามเว็บพนันออนไลน์และบัญชีม้าอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังพบช่องโหว่สำคัญ โดยเฉพาะการพิสูจน์เจตนาของเจ้าของบัญชี ผู้เปิดบัญชีม้าบางรายอ้างว่าไม่รู้ว่าเงินในบัญชีจะถูกใช้ทำผิดกฎหมาย ทำให้กระบวนการดำเนินคดีเต็มไปด้วยความยุ่งยากนอกจากนี้ ระบบเทคโนโลยีที่เว็บพนันใช้มีการปรับตัวเร็วกว่าเครื่องมือตรวจสอบ ทำให้หลายคดีไม่สามารถสาวถึงต้นตอของเงินได้ทันก่อนที่เงินจะถูกฟอกเสร็จและส่งออกไปต่างประเทศทางรอดจากวงจรอาชญากรรมดิจิทัลนี้คืออะไรการหยุดยั้งขบวนการนายหน้าเว็บพนันจำเป็นต้องใช้กลยุทธ์เชิงโครงสร้าง ไม่ใช่แค่การปิดบัญชีม้า หรือจับกุมรายบุคคล หน่วยงานรัฐควรเสริมกำลังด้านกฎหมายการเงิน ฟอกเงิน และคุ้มครองผู้ที่ถูกหลอกให้เปิดบัญชี พร้อมทั้งสร้างระบบเฝ้าระวังที่เข้าถึงระดับท้องถิ่นอีกทางหนึ่งคือการเร่งสร้างภูมิคุ้มกันให้กับคนในสังคม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ที่มักกลายเป็นเป้าหมายของระบบนายหน้า หากเข้าใจความเสี่ยงแต่ต้น อาจป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของวงจรนี้ตั้งแต่แรก

ข่าวดี รัฐบาลขยายเวลาโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ถึงสิ้นเดือนเมษายนนี้
อ่าน

ข่าวดี รัฐบาลขยายเวลาโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ถึงสิ้นเดือนเมษายนนี้

วันนี้ (17 เมษายน 2568) นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความช่วยเหลือแก่ลูกหนี้รายย่อยและผู้ประกอบการ SMEs ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยมีลูกหนี้ทยอยสมัครเข้าร่วมโครงการจำนวนมากทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้มากยิ่งขึ้นจึงได้ขยายระยะเวลาการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ออกไปจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2568 จากเดิมที่กำหนดสิ้นสุดในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568ที่ผ่านมา ธปท. ได้ร่วมมือกับกระทรวงการคลัง ธนาคารออมสิน และผู้ประกอบธุรกิจนอนแบงก์ที่อยู่นอกกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ในการสนับสนุนมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ได้มีการขยายความร่วมมือเพิ่มเติมกับ 2 ผู้ให้บริการสินเชื่อนอนแบงก์ ได้แก่ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) และ บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ซึ่งทั้ง 2 แห่งจะเข้าร่วมสนับสนุนเม็ดเงินในโครงการด้วย โครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ประกอบด้วย 2 มาตรการสำคัญ1. มาตรการ “ลดผ่อน ลดดอก” สำหรับลูกหนี้รายย่อยที่มีสินเชื่อแบบผ่อนชำระ (installment loan) โดยจะได้รับการลดภาระค่างวดและดอกเบี้ย เป็นระยะเวลา 3 ปี2. มาตรการ “จ่าย ปิด จบ” สำหรับลูกหนี้รายย่อยที่เป็นหนี้เสีย (สถานะ NPL) และมียอดหนี้คงค้างไม่เกิน 5,000 บาท โดยจะมีการปรับโครงสร้างหนี้แบบผ่อนปรน เปิดโอกาสให้ลูกหนี้ชำระหนี้บางส่วนเพื่อปิดบัญชีได้เร็วขึ้น และเริ่มต้นชีวิตทางการเงินใหม่ได้ ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมมาตรการได้ที่เว็บไซต์ https://www.bot.or.th/khunsoo จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2568 เวลา 23.59 น. หรือสามารถติดต่อที่สาขาของนอนแบงก์ที่เข้าร่วมโครงการ รวมถึงสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ BOT Contact Center โทร. 1213 หรือ Call Center ของผู้ให้บริการนอนแบงก์ที่เข้าร่วมมาตรการ“รัฐบาลมุ่งมั่นในการดูแลและยืนหยัดเคียงข้างประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์ที่ผ่านมา โครงการ “คุณสู้ เราช่วย” เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการสร้างโอกาสให้ประชาชนสามารถก้าวผ่านวิกฤต และเริ่มต้นใหม่อย่างมั่นคงและยั่งยืน” นางสาวศศิกานต์ กล่าวอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องคุณสู้ เราช่วย! ยอดลงทะเบียน ล่าสุดทะลุ 1 ล้านราย รวม 1.3 ล้านบัญชี

รู้จัก ทราย สก๊อต กับดรามาปมปะทะนักท่องเที่ยวเหยียดคนไทย
อ่าน

รู้จัก ทราย สก๊อต กับดรามาปมปะทะนักท่องเที่ยวเหยียดคนไทย

เปิดประวัติ "ทราย สก๊อต"นักอนุรักษ์ทะเลผู้เคยเป็นที่ปรึกษาอธิบดีกรมอุทยานฯ ลูกหลานตระกูลภิรมย์ภักดี กับภารกิจปกป้องทะเลไทยทราย สก๊อต นักอนุรักษ์รุ่นใหม่จากตระกูลสิงห์ กับภารกิจพิทักษ์ทะเล“ทราย สก๊อต” หรือ สิรณัฐ สก๊อต กลายเป็นที่สนใจอย่างมากบนโซเชียลในช่วงที่ผ่านมา หลังเผยคลิปตักเตือนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่แสดงพฤติกรรมเหยียดเชื้อชาติบนเรือท่องเที่ยวบริเวณทะเลภาคใต้ โดยทรายได้ตัดสินใจนำเรือกลับฝั่งเพื่ออธิบายถึงความไม่เหมาะสมของพฤติกรรมนั้น พร้อมเขียนข้อความว่า “แม้เขาจะมาเที่ยวประเทศเรา แต่ไม่ได้หมายความว่าเขามีสิทธิ์เหยียดคนไทย”ท่ามกลางกระแสชื่นชมและให้กำลังใจ ทรายได้โพสต์ข้อความประกาศยุติบทบาทในฐานะเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยระบุว่า เขายินดีเสียสละตำแหน่งเพื่อมีอิสระในการสะท้อนปัญหาทะเลภาคใต้ และจะยังคงเดินหน้ารณรงค์ในฐานะพลเมืองที่รักทะเลต่อไปดูโพสต์นี้บน Instagramโพสต์ที่แชร์โดย (Psi Ψ) Siranudh Scott (@psiscott) ประวัติ ทราย สก๊อต ทายาทสิงห์ผู้หันมาอนุรักษ์ทราย สก๊อต หรือ สิรณัฐ สก๊อต อายุ 26 ปี เป็นลูกครึ่งไทย-สก็อตแลนด์ ทายาทรุ่นที่ 4 ของตระกูลภิรมย์ภักดี มารดาคือ จีรานุช ภิรมย์ภักดี บุตรสาวของจำนงค์ ภิรมย์ภักดี ประธานบริษัทบุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด บิดาเป็นชาวสก็อตแลนด์ มีพี่ชายหนึ่งคนคือ พาย สุนิษฐ์ สก๊อตจบการศึกษาด้านแอนิเมชันจาก California Institute of the Arts ประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อนหันเหเข้าสู่วงการอนุรักษ์ธรรมชาติและได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาอธิบดีกรมอุทยานฯ เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2567จากชายฝั่งสู่หัวใจคนไทย มนุษย์เงือกกับภารกิจ Sea You Strongทรายเริ่มต้นภารกิจอนุรักษ์ทะเลตั้งแต่อายุ 20 ปี ก่อตั้งโครงการ "Sea You Strong" ด้วยทุนส่วนตัวเพื่อชวนชุมชนเก็บขยะตามชายฝั่ง และในปี 2565 กลายเป็นที่รู้จักในชื่อ “อควาแมนเมืองไทย” หลังว่ายน้ำข้ามจากหาดอ่าวนางไปเกาะปอดะและกลับ รวมระยะทางเกือบ 30 กิโลเมตร ภายในเวลา 6 ชั่วโมงเขายังสร้างหนังสั้นเรื่อง Merman ที่ถ่ายทอดบทบาทของมนุษย์เงือก พร้อมสารสะท้อนปัญหาขยะใต้ทะเล และเป็นกระบอกเสียงเรียกร้องสิทธิให้เจ้าหน้าที่และลูกจ้างอุทยานฯ ที่ได้รับค่าตอบแทนต่ำและไม่มีประกันชีวิต ทั้งที่ทำงานเสี่ยงอันตราย

"บังมัด คลองตัน” คือใคร? หลังโซเชียลแชร์คลิปตบหน้าอดีตตร.สันติบาล
อ่าน

"บังมัด คลองตัน” คือใคร? หลังโซเชียลแชร์คลิปตบหน้าอดีตตร.สันติบาล

"บังมัด คลองตัน” คือใคร? หลังโซเชียลมีเดียแชร์คลิป ตบหน้า “สันธนะ” อดีตตร.สันติบาลเมื่อไม่นานมานี้ "บังมัด คลองตัน" หรือ นายวันชัย มะอินทร์ ได้กลายเป็นกระแสอีกครั้ง หลังจากโพสต์คลิปวิดีโอเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทของกลุ่มชายฉกรรจ์ ซึ่งมี นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตนายตำรวจสันติบาลอยู่ในเหตุการณ์ด้วย">อย่างไรก็ตาม ชื่อของบังมัด คลองตัน ไม่ใช่ชื่อที่แปลกใหม่ในแวดวงอิทธิพล เพราะเขาคืออดีตนักโทษคดีอุกฉกรรจ์ที่เคยถูกตัดสินโทษประหารชีวิต ก่อนจะได้รับการลดโทษและได้รับอิสรภาพในที่สุด "บังมัด คลองตัน" : เส้นทางชีวิตจากนักฟุตบอลสู่โลกอาชญากรรมนายวันชัย มะอินทร์ ในอดีตเคยเป็นนักฟุตบอลของโรงเรียนชื่อดังย่านปทุมคงคา เขาเป็นเด็กที่มีอนาคตไกลในวงการกีฬา แต่เส้นทางชีวิตกลับพลิกผันเมื่อเข้าไปพัวพันกับเหตุการณ์ที่นำไปสู่คดีที่มีคนเสียชีวิต จนต้องหลบหนีและออกจากโรงเรียนการหลบหนีครั้งนั้นนำพาเขาเข้าสู่โลกใต้ดิน เขาเริ่มต้นจากการเป็น “เด็กดูต้นทางบ่อน” ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่วงการนักเลงอย่างเต็มตัวต่อมา บังมัดได้ทำงานเป็นหัวหน้าเด็กรับรถในผับชื่อดังย่านทองหล่อ โอกาสนี้ทำให้เขาได้รู้จักกับบุคคลในแวดวงผู้มีอิทธิพล ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและนักธุรกิจมืด ความสัมพันธ์เหล่านี้เป็นก้าวสำคัญที่ทำให้เขาเริ่มมีบทบาทในแวดวงมือปืน ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักต่อมาเขา และ พรรคพวกเริ่มรับจ้างอุ้มพ่อค้ายาเสพติด แต่เส้นทางนี้ก็สิ้นสุดลง เมื่อมีลูกน้องของเขาซัดทอดข้อมูลต่อตำรวจ ทำให้บังมัดต้องหลบหนีคดีนานถึง 5 เดือน เมื่อทรัพยากรทางการเงินหมดลง บังมัดจึงตัดสินใจติดต่อขอมอบตัว และนี่คือจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มตัว โทษประหารชีวิตและการถูกจองจำบังมัดถูกศาลตัดสิน โทษประหารชีวิต ในคดีฆาตกรรม นัยนา โคตรานนท์ ที่ห้องเช่าซอยตากสิน 4 และคดีฆาตกรรม ชาคริต ปุราธณานนท์ บริเวณสี่แยกไฟแดงใกล้ห้างดิเอ็มโพเรียม ถนนสุขุมวิท อย่างไรก็ตาม คดีอื่นๆ ที่เขาเกี่ยวข้องถูกศาลยกฟ้องแม้จะต้องเผชิญโทษประหารชีวิต แต่ในเวลาต่อมา เขาได้รับการลดโทษเนื่องจากปฏิบัติตัวเป็น "นักโทษชั้นดี" ภายในเรือนจำ ทำให้ถูกลดโทษลงเหลือ จำคุก 14 ปี 2 เดือนอิสรภาพที่ได้กลับคืนหลังจากใช้ชีวิตในเรือนจำนานกว่า 14 ปี 2 เดือน บังมัดได้รับอิสรภาพในปี 2559 นับเป็นจุดสิ้นสุดของเส้นทางอาชญากรรมที่ยาวนาน และเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้งในสังคม