รีเซต

ผลการค้นหา “กรรมพลิกชีวิตตอนจับโกง” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
"บูม เทยกะทะ" เคลียร์ทุกเรื่อง พร้อมอัปเดีตชีวิตเจอมรสุมหนักมาก
อ่าน

"บูม เทยกะทะ" เคลียร์ทุกเรื่อง พร้อมอัปเดีตชีวิตเจอมรสุมหนักมาก

บูม เทยกะทะ วันนี้ขอเคลียร์ทุกดราม่ากับเทศกาลไลฟ์สด เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น สรุปแล้วค่าตัวเท่าไหร่กันแน่ ดังแล้วแยกวง ตอนนี้แตกคอกันจริงหรือไม่? ย้อนเล่าชีวิตติดหรูอยู่สบาย หลงแสงสี จนหมดตัว สูญเงิน 10 ล้านบาท เคยเกือบคิดฆ่าตัวตาย ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 ที่มี ดีเจพุฒ พุฒิชัย, ธัญญ่า ธัญญาเรศ และ เบนซ์ พรชิตา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ "บูม เทยกะทะ" เคลียร์ทุกเรื่อง พร้อมอัปเดีตชีวิตเจอมรสุมหนักมาก ดูทีวีออนไลน์ ช่องวัน31 ถามพี่ธัญญ่าก่อน ด่าพี่เป็กจริงหรือคอนเทนต์? ธัญญ่า : ก็เห็นแล้วเปล่าล่ะ แกเป็นแบบนั้น เหมือนยั่วโมโห มันไม่มีอะไรคอนเทนต์เลยค่ะ กับพี่เป็กนี่เรียลทุกอย่าง ทุกอย่างที่เห็นในโลกออนไลน์มันเรียลหมดเลย มันยั่วโมโห บูม : เข้าใจแม่นะ เวลาหนูด่ากับเจน มันไม่มีสคริปต์มาก่อน บางทีเจนเปิดฝาปิด หนูก็ลั่นออกมาเลย อีเจน อีโง่ หนูเลยเข้าใจ 100 เปอร์เซ็นต์เลยว่าไม่ใช่คอนเทนต์ คลิปล่าสุดที่ด่าพี่เป็ก พี่เป็กตัวเล็กเท่าเม็ดถั่วเขียว? ธัญญ่า : จริงๆ พี่ญ่ากับพี่เป็กเป็นคู่ดุเดือดแบบนี้อยู่แล้ว โมโหก็จะ..คือเรื่องราว 20 ปีมันเยอะแยะมากมาย จริงๆ วันนั้นไม่มีอะไรใหญ่โตนะ คือซินดี้เขามาขายที่ทาจั๊กกะแร้ แล้วพี่เป็กบอกว่ากลิ่นฝรั่งเป็นแบบนี้แหละ มันเหม็นหรืออะไรสักอย่าง แล้วเตือนแกหลายรอบ แกก็พูดอยู่นั่นแหละ โมโห ปรี๊ด แล้วอาจหลายเรื่องที่ผ่านมาด้วย ก็เลยกลายเป็นปรี๊ดไปเลย เราหูดับ แล้วก็ไปบอกว่าแกมีเด็กใต้อะไรก็ไม่รู้ เหมือนคนหูดับ จริงๆ เรื่องเด็กใต้ไม่เกี่ยวนะ มันเป็นเรื่องในอดีต แต่มันมาตรงนั้น เราก็ยังแบบ ฉันเป็นอะไร ฉันเป็นไบโพลาร์หรือเปล่า จริงๆ มันไม่เกี่ยวเลยค่ะ รบกวนมาสักเทปได้มั้ย? ธัญญ่า : รอให้เราเคลียร์ประเด็นกันได้ เดี๋ยวมาเนอะ ตกลงโสดจริงหรือเปล่า? ธัญญ่า : โสดจริงค่ะ แต่แกบอกว่าพี่เลิกกับแกคนเดียว แต่เราก็เป็นเพื่อนกันแล้ว แต่เขาดูง้อพี่ทุกวันเลยนะ? ธัญญ่า : เล่นละครหรือเปล่า (หัวเราะ) มาที่บูม รู้จักเจนนี่-ยิวได้ไง? บูม : จริงๆ รู้จักเจนนี่ตั้งแต่ท้องยูจิน 4-5 เดือน หลักๆ เขาอยู่ใต้ พอมีงานที่กรุงเทพฯ ก็มากรุงเทพฯ มีแบรนด์ๆ นึงจ้างเจนนี่แล้วก็จ้างบูม แล้วก็มาเจอกัน พอเจอกันปุ๊บก็กลายเป็นเพื่อนกัน เจนบอกว่าถ้าเจนขึ้นมากรุงเทพฯ มาทำงาน บูมมาเล่นกับกูนะ เพราะกูไม่มีเพื่อน เพื่อนที่กรุงเทพฯ เขาน้อย ก็คุยกันมาตลอด อัปเดตชีวิตกันมาตลอด จนเจนบอกว่าอยากให้ลูกมาอยู่กรุงเทพฯ มาเรียนกรุงเทพฯ ซื้อสังคมให้ลูก หลังจากนั้นบูมซื้อบ้านก่อน เราก็โพสต์บ้านปกติ จนผ่านไปอาทิตย์นึง บูมเห็นเจนนี่โพสต์รูปบ้าน ทำไมมันเหมือนบ้านบูมจังวะ ก็ถามว่าเจน มึงซื้อบ้านที่ไหน เขาบอกว่าหมู่บ้านนี้ เราก็บอกว่าหมู่บ้านกู (หัวเราะ) อยู่หมู่บ้านเดี๋ยวกัน เป็นความบังเอิญไม่ได้นัดกัน เขาอยู่บ้านถัดไปประมาณ 4 หลัง หลังจากนั้นเขาคนเยอะ เขาจะทำกับข้าว หนูคนน้อย อยู่คนเดียว ก็กินข้าวฟรีทู้กกกวันจริงๆ หนูมีรหัสเข้าบ้านเจนด้วย บ้านหลังเดิม 30-40 ล้าน ก่อนเขาย้ายไปบ้าน 100 ล้านค่ะ มีอะไรหนูก็คุยกัน เจนลืมจ่ายค่าน้ำ ประปายกท่อน้ำออก หนูก็ต้องจ่ายแทนมันก่อน ก็ดูแลกันแบบนี้ตลอด มีอะไรปรึกษากันแทบทุกเรื่อง? บูม : ปรึกษาแทบทุกเรื่องค่ะแม่ เรื่องลูก เรื่องแฟนไม่ค่อยเท่าไหร่ หนูเป็นผู้ฟังที่ดี เป็นคนเสืxกที่ไม่ไปเล่าต่อ หนูเสืxกเวลาเพื่อนเล่าให้ฟัง หนูตั้งใจฟังมาก แต่ถามว่าหนูจะไปเล่าต่อมั้ยไม่ มันจบที่เรา เราเป็นที่สบายใจให้เพื่อน เวลาหนูมีปัญหาชีวิต ไม่มีเงิน ก็ไประบาย เจนเขาอยู่วงการออนไลน์ เขาก็ถามว่ามึงมาทำด้วยกันมั้ย แต่หนูบอกว่าไม่ กูไม่เก่ง เราเป็นอินฟลูฯ สาว เรารองานรีวิวอย่างเดียว ขายของไม่เป็น แต่เจนบอกว่ามึงขายของมึงดูกูเป็นตัวอย่างสิ กูขายวันนึงได้เท่าไหร่ มึงเห็นยอดกูมั้ยเจนกับยิวพยายามให้หนูทำธุรกิจ แต่หนูบอกว่าหนูไม่เก่ง แล้วคิดว่าเราไม่มีลูกไม่มีเต้า เรามีแค่หมา ถ้าเราตุยแย่ไป เราทิ้งสมบัติไว้ให้หมาแล้ว ไม่ได้มีอนาคตต้องวางแผนให้ลูกเหมือนยิว-เจน ก็ไม่ได้สนใจเรื่องออนไลน์เลยตอนแรก แล้วมาไลฟ์สดด้วยกันได้ไง? บูม : จุดเริ่มต้นตอนที่ไลฟ์ มันมีช่วงนึงที่หนูมีปัญหาชีวิตหนักๆ เลย เราก็รู้สึกว่าเฮ้ย สิ่งที่ทำให้บูมฟื้นตัวได้เร็ว คือกำลังใจจากคนรอบข้าง กำลังใจจากเพื่อน วันที่เจนมีปัญหาชีวิต หนูเลยขับรถไปหามันหน่อยดีกว่า อย่างน้อยได้เป็นกำลังใจให้ พอไปถึงปุ๊บเจนนั่งไลฟ์อยู่คนเดียว มีเลขาฯ อีกคนนึง ยิวไปดูลูก ลูกยังเล็กแค่ 3 เดือน คำแรกที่เจนเจอหน้าหนู ชีวิตมึงไหวแล้วเหรอถึงมาหากู หนูบอกว่าชีวิตหนูยังไม่ได้ไหวหรอก แต่ตอนนี้กูมาให้กำลังใจ มีอะไรพอให้ช่วยได้บ้าง มึงบอกเลยนะ เจนบอกว่ามีงานลูกค้าเต็มเลยเนี่ย ตอนแรกหนูคิดว่าอาจไปช่วยรับโทรศัพท์ก็ยังดี ไปช่วยนิดๆ หน่อยๆ สุดท้ายแล้วกลายเป็นว่าหนูนั่งไลฟ์อย่างนั้นเลย แล้วด้วยความเพื่อนกับเพื่อนคุยกัน มันก็จะมีคำหยาบ เพื่อนแซวกัน สนุกสนาน การไลฟ์วันนั้นก็เลยใช้เวลานานมาก 11 ชม.มั้ย? บูม : ตั้งแต่บ่าย 2 จนถึงตี 5 แต่หนูไปถึง 6 โมงเย็นถึงตี 5 แต่พอไลฟ์กับเพื่อนเราก็ไม่ได้รู้สึกเหนื่อยวันแรก มันจอยๆ วันแรกไปช่วย วันที่สองก็ไปช่วยอีก? บูม : บูมบอกเจนว่าบูมมีงานนะ บูมไปทำงานก่อนแล้วกลับมาช่วยก็ได้ วันที่สองก็มาช่วยอีก จนวันที่ 3 เริ่มคุยจริงจังแล้วว่ามึงกูต้องกลับบ้านแล้วนะเพราะบูมมีไลฟ์ของตัวเอง บูมจะขายแบรนด์เนมมือสองของตัวเอง ต้องกลับแล้วนะ เจนเลยบอกว่ามึงขายแบรนด์เนมได้วันกี่บาท มันจะเอาเงินฟาดหัวหนู ซึ่งหนูชอบ (หัวเราะ) ก็บอกว่าอย่าให้กูพูดเลย มันจะดูเป็นการทำงานโน่นนี่นั่น เจนบอกว่าถ้าเป็นวันละแสน บูมโอเคมั้ย หนูก็นั่งคำนวณเนอะ สินค้าที่อยู่ตรงหน้า 300 ตัว มันจะยังไง (หัวเราะ) เราคิดเล่นๆ ไม่ได้คิดว่าเพื่อนจะให้จริง หลังจากนั้นเจนบอกว่าต้นเดือนบูมมีลูกน้องต้องจ่ายเงินเดือน บ้าน-รถต้องผ่อน มึงต้องรับเงินนี้ไว้นะ ถ้ามึงไม่รับก็ไม่รู้จะเรียกมายังไง ต่างคนต่างเกรงใจกัน สุดท้ายเพื่อนก็เอาเงินยัดมือเลย แล้วบอกว่าต่อไปนี้ถ้าบูมมาไลฟ์ตรงนี้ จะให้วันละ 1 แสน ถ้าตก 1 เดือน ก็ 3 ล้านบาท สรุปแล้วเราได้เงินจากการไลฟ์กับเจนนี่เท่าไหร่? บูม : เราเริ่มไลฟ์กันวันที่ 9 นับตั้งแต่วันที่ 9 จนถึงต้นเดือน 20กว่าวัน ก็ได้ 2 ล้านกว่าบาท ให้จริงไม่ใช่คอนเทนต์ค่ะ ด้วยความเราเป็นอินฟลูฯ เนอะ เราจะมีค่าตัวของเราอยู่แล้ว จะมีเรตค่าตัวของเราอยู่แล้ว แต่เจนบอกว่ามึงเอาตรงนี้ออกไปเลยนะ เราจะได้ตรงนี้มากกว่านะ อีกอย่างเรื่องเสนอให้บูมคนละ 1หมื่นที่เจ้าของแบรนด์ อันนี้ไม่ได้มีการบังคับแบรนด์นะคะ จุดเริ่มต้นคือมีแบรนด์ๆ นึงเห็นหนูช่วยบิวต์เต็มที่ เขาให้บูมส่วนตัว ให้ต่างหาก เจนเลยเห็นก็เลยบอกว่าเอาแบบนี้ได้มั้ย เจนจะโพสต์ว่าถ้าใครอยากซัปพอร์ตบูมสามารถให้ได้ แต่ถ้าแบรนด์ไหนไม่สะดวกซัปพอร์ต หรือไม่ได้มีกำลังทรัพย์ บูมช่วยได้มั้ยหนูเลยบอกว่าเต็มที่เลย หนูช่วยทุกแบรนด์แหละ เพียงแต่แบรนด์ไหนเขาซัปพอร์ตเรามา หนูอาจเล่นใหญ่ให้เขาหน่อย เพื่อให้เขาไปทำมีมและต่อยอดกับสินค้าเขาได้ แล้วแต่เลย หนูไม่ได้มีการบังคับเลย ตลอดเทศกาลเจนนี่ มีดราม่าเป็นร้อย? บูม : มันเป็นช่วงเวลาค่ะ บางทีตีสามแล้ว ทุกคนก็อ่อม พอทุกคนอ่อม หนูก็เอายังไงดีวะ เราตกลงกันอย่างนี้ เราอยู่กันสามคนใช่มั้ยคะ ต้องมีหนึ่งคนเอเนอร์จี้ขึ้น สองคนอาจมีเวลาดร็อป แต่หลังๆ ยิวออกกล้องน้อย เพราะยิวจัดการดูหลังบ้านหมดเลย เคลียร์สต๊อก เคลียร์ลูกค้า กลายเป็นบูมกับเจนอยู่หน้ากล้องกันเยอะกว่า แต่เจนต้องดูโทรศัพท์ตลอด หลายคนบอกว่าทำไมเจนก้มหน้าดูแต่โทรศัพท์ เจนต้องดูคอมเมนต์ ถ้ามีดราม่าอะไรขึ้นมาจะได้แก้ทันที มีใครตามสินค้าจะได้แก้ทันที มันเลยกลายเป็นว่าแบกภาระมาที่บูมหรือเปล่า ซึ่งจริงๆ คือไม่ เพราะบูมไม่ได้แบกภาระเรื่องหลังบ้านใดๆ เลย มีหน้าที่เอนเตอร์เทน เพื่อให้เป็นมีมให้สินค้า ให้เขาได้ไปตัดต่อใช้ในอนาคตเยอะๆ และให้เขาขายได้ ทุกคนก็มีหน้าที่ต่างกัน ซึ่งมันเหนื่อยมาก วันนึงกี่ชม.? บูม : หนักสุด 18-20 ชม.ค่ะ ยิ้มตลอดเวลา แก้ปัญหาความเหนื่อยยังไง? บูม : ออกจากกล้องค่ะ ตอนแรกเจนบอกพวกเราสามคนว่าเราเกิดจากการที่เราเรียลๆ กินในนั้น นอนในนั้น จะทำอะไรก็ทำในนั้น อาทิตย์แรกที่ไม่ได้มีพี่ๆ ดาราไปช่วยไลฟ์ เราเป็นกันเองร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่พอมีดาราขึ้นมา เราเริ่มให้เกียรติเรื่องการแต่งตัว ตอนแรกพอหนูอยู่กันเองหนูจะตีลังกาแหกขาแหกโน่น เราทำเต็มที่ เพราะเราอยู่กันสองสามคน แต่พอมีพี่ๆ ดาราเจนบอกว่ามึงต้องให้เกียรตินะ เริ่มแต่งหน้าสวย เราถามว่าอิเจน ทำไมมึงแต่งหน้าสวย เจนบอกพี่ๆ ดารามา (หัวเราะ) ตอนแรกคนงงว่าทำไมเราเปลี่ยนใส่ชุดดีๆ กัน ก็ให้เกียรติพี่ๆ ดารา ให้เกียรติลูกค้าที่เข้ามา เจนมีพระเอกเทียวไล้เทียวขื่อทุกวัน ตกลงพี่โดมขายอะไร? บูม : มีความสุขมากค่ะ (หัวเราะ) มีดราม่าเรื่องกิน เจนกินกุ้งเผา ส่วนบูมนั่งโซ้ยบะหมี่มาเฟีย คนเลยเปรียบเทียบว่าทำไมไม่เอากุ้งเผาให้บูมกินบ้าง? บูม : ณ ตอนนั้นใครสะดวกแบบไหนกินแบบนั้น ตอนนั้นช่วงตีสาม หนูอยากกินอะไรที่ร้อนๆ กินบะหมี่มาเฟียใส่ไข่หน่อย แฮปปี้มีความสุข เจนก็กินกุ้ง ก็ดราม่าระอุเลย ทำไมต้องแบ่งชนชั้น คนนึงกินกุ้ง คนนึงกินบะหมี่ ตอนนั้นหนูกับเจน ถ้าเราไม่ได้สนิทกันมาก่อนก็ตีกันได้จริงๆ ทะเลาะกันได้จริงๆ แต่เราสามคนมองหน้ากันแล้วพูดเลยว่าเป็นแบบนี้นะ ต่อไปนี้ถ้าเป็นดราม่า แยกไปกินเลย ถ้าหิวออกไปกินนอกไลฟ์เลย หรือถ้าเหนื่อยไปพักสายตานอกไลฟ์เลย ตกลงคุยกันเลยทันที เรื่องแยกไลฟ์ก็ดราม่า บอกว่าทะเลาะกัน ตีกัน แยกกัน? บูม : คือหนูให้เกียรติเจนนี่มาก ยิ่งเราสนิทกันเป็นเพื่อนกันต้องยิ่งให้เกียรติเขา หนูจะพูดเลยว่าถ้าเจนนี่ไลฟ์ บูมจะไม่มีวันขึ้นไลฟ์แข่งกับเจนนี่เด็ดขาด นอกจากบูมทำงานนอก งานอื่นที่ไม่เกี่ยวกับงานไลฟ์เลยบูมถึงรับ วันแยกไลฟ์วันนั้นจริงๆ บูมกับเจนนี่ต้องเคลียร์ลูกค้าจบตั้งแต่วันนั้น แต่พอมันเริ่มดึกมากๆ คนดูก็เริ่มลดลง ยอดขายไม่กระดิกเลย เจนนี่เลยนึกถึงลูกค้าที่มาจ้างงานเป็นหลัก เจนเลยบอกว่าบูม เอางี้ได้มั้ย เดี๋ยวกูจะบอกลูกค้าว่าขึ้นแทนได้มั้ย เดี๋ยวขออนุญาตโทรหาลูกค้าเลยว่าโอเคมั้ยถ้าจะขึ้นไลฟ์ในวันพรุ่งนี้ให้ ถ้าเป็นเวลาดีๆ คนดูเยอะๆ ยอดขายก็จะดีกว่า บูมก็บอกเจนนี่ตรงๆ เลยว่าแต่บูมล็อกไว้แล้วนะ ไม่ได้จะมาแข่งกับเพื่อนนะ แต่เพื่อนเขาเข้าใจเราร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่มันจะมีคอมเมนต์ทุกวินาทีเลย บูมทำไมมาไลฟ์คนเดียว คนก็ไปถามเจนนี่ ทำไมบูมไลฟ์คนเดียว ตีกันหรือเปล่า แต่จริงๆ เราสองคนมีอะไรบูมคุยตรง ไม่มีแอบทำลับหลังกันเลย เวลาบูมไปรับงานนอก ก็จะบอกว่าถ้าเป็นงานไลฟ์บูมไม่รับนะ แต่ถ้างานไหนที่เขาติดต่อมาแล้ว บูมแคปแชตให้เพื่อนดูเลย ว่าเขาติดต่อมาตั้งนานแล้วนะ ตั้งแต่ยังไม่ได้มาอยู่กับมึงเลย เราบริสุทธิ์ใจกันร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ได้ทะเลาะกันและไม่ได้ตีกันจนถึงทุกวันนี้ ตอนนี้ชีวิตถือว่าดีมาก? บูม : ดีขึ้นค่ะ ก่อนหน้านี้มรสุมชีวิตน่ากลัวมาก ฟังแล้วยังตกใจ ก่อนหน้านี้คุณรวยหลายสิบล้าน? บูม : ใช่ค่ะ ต้องบอกก่อนว่าในยุคนั้นตอนช่วงโควิด หนูเมาแล้วอุ้มน้องหมากลับบ้าน ตอนนั้นแม่ธัญญ่าไปเคลียร์เรื่องหมาให้หนูด้วยนะ เจ้าของเก่าเขาจะมาเอาคืน ตอนนั้นเป็นยุคที่อินฟลูฯ ไม่ได้เยอะแบบนี้ หนูได้รับโอกาสเยอะมากจากหมานี่แหละค่ะ หมาพลิกชีวิตเลย งานเข้าหนูเยอะมาก หนูเก็บเงินเป็นก้อนเป็นกำได้เยอะมาก ความรู้สึกหนูตอนนั้นเหมือนสามล้อถูกหวย ใครเตือนอะไรไม่ฟัง สมมติคนบอกว่าบูมนิสัยเปลี่ยนแล้วนะ สันดานเริ่มเสียแล้วนะ ก็จะบอกว่าเก่งเท่ากูยัง รวยเท่ากูยังถึงมาสอน อย่างนี้เลย แล้วคนใกล้ตัวหนูค่อยๆ ทยอยหาย แล้วเงินไปไหน? บูม : มันเหลิงค่ะ ตอนนั้นหนูคิดว่าหนูหาเงินได้เท่าไหร่หนูจะใช้ให้หมด เพราะพรุ่งนี้หนูก็หาได้ใหม่ ตอนนั้นหนูนิสัยเสียมาก สันดานเสียมาก ไม่รู้จะขอโทษยังไง ขอโทษตัวเองด้วย ขอโทษคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นการเที่ยวบาโฮส หนูหมดวันละ 5 แสน หนูหาได้มากกว่านั้น ไปเลี้ยงเพื่อน แจกเด็กด้วย ทำแบบนี้มาตลอด เราต้องการการยอมรับ ตอนนั้นเพื่อนสนิทเตือนหนู เราก็คิดว่าเขาไม่ยอมรับเราในสิ่งที่เราเป็น ก็ไม่ฟังใครเลย แต่ใครที่บอกว่าบูมสวยที่สุด บูมเก่งที่สุด อีนี่เพื่อนแท้ ทั้งที่เจอกันแป๊บนึงคุยกันถูกคอ ก็จะบอกว่าเพื่อนแท้ แต่ถ้ามาขัดหนู ก็จะตอบกลับไปว่า มีเงินเท่าไหร่ ถึงมาบอกเรา ถ้าไม่ได้มีเท่าหนู หรืองานไม่ได้เยอะเท่าหนู อย่ามาบอกหนูนะ ไม่ใช่เพื่อนไม่คบ หมอดูทักนางยังไม่ฟังเลย? บูม : ก่อนหนูมาเป็นถึงขั้นแบบนี้ หนูเป็นคนใจเย็น ทำบุญมาโดยตลอดอยู่แล้วด้วยนิสัย แต่พอพลิกชีวิต เงินหล่อหลอมเราทุกอย่าง หมอดูทักว่าเดี๋ยวเขาก็จะมาเอาคืนทั้งหมด ตอนนั้นหนูนิสัยเสียถึงขั้นมีละครติดต่อมา หนูถามว่าร้อนมั้ยคะ ถ้าร้อนไม่เล่น ไม่ถ่าย ทั้งที่หนูอยู่กองมาก่อนนะ หนูบอกว่าถ้าเป็นละครหนูขอไม่ตื่นเช้า แล้วขอออฟฟิศได้มั้ย พระเอกนางเอกยังไม่กล้าขอ? บูม : จากนั้นเขาก็ไม่โทรมาหาหนูเลย จนหนูอยากเล่น หนูก็มีผู้ใหญ่เยอะ ก็บอกว่าแม่ หนูอยากเล่นละคร เขาก็บอกว่ามึงตื่นได้แล้วเหรอ มึงออกแดดได้แล้วเหรอ หนูก็เลยบอกว่าแม่ วันนี้หนูไม่ใช่บูมคนนั้นแล้วนะ หนูไปเป็นอะไรก็ได้ ถ้ามีโอกาสหนูรับหมด ณ ตอนนี้นะ แต่ตอนนั้นเราหงส์มาก (หัวเราะ) รอบแรกหมาพลิกชีวิตเรา ตอนวิกฤตเหลือเงินติดตัวเท่าไหร่? บูม : ตอนเขามาเอาคืน เขาเอาคืนหมดเลยค่ะ เขาไม่ได้เอาคืนแค่เงินที่หนูหามาได้ เขาเอาชื่อเสียงหนูไปด้วย เพจหนูโดนปิดค่ะ หนูโอนแฮกเกอร์แฮกค่ะ แฮกเกอร์มาในรูปแบบลูกค้า หนูเชื่อเรื่องดวงตกแล้วตกเลย ตอนนั้นมรสุมชีวิตมาหมดเลยค่ะ ตอนที่หนูมีเงินเยอะๆ หนูซื้อของไม่คิดด้วยค่ะ หนูซื้อบ้านหลังแรกแล้ว หนูมีเบนซ์ หนูซื้ออัลพาร์ดเลย แล้วก็ซื้อบ้าน 25 ล้าน ตกแต่งประมาณ 30 ล้าน ลักชูรี่มาก แต่ไม่ได้เงินสดนะคะ เรารู้สึกว่าเดี๋ยวเราหาเติมไป ถ้าฉันยังมีชีวิตอยู่ ยังไงก็หาเงินได้ หนูคิดแค่นั้น แต่พอหมดปุ๊บ ตอนนั้นคิดแค่ว่าเอายังไงดีล่ะทีนี้ ภาระเราก็เยอะขึ้น หมอดูบอกว่าเดี๋ยวจะกลับมารวยเหมือนเดิม ต้องไปทำวัตรเย็นทุกวัน ตอนนั้นเขาบอกว่าถ้าทำวัตรเย็นชีวิตจะดีขึ้นเฉยๆ เราก็โอเค ไม่ได้คิดว่าจะทำให้เราจิตใจสงบมากขึ้น หรือทำให้เราเลิกฟุ้งซ่านนะคะ ก่อนทำวัตรเย็น ตื่นมาหนูถามหาแต่เงินที่หนูเคยหามาได้ มันหายไปไหน เพจที่ถูกแฮกไปหนูจะได้กลับมามั้ย แล้วหนูเครียด ก่อนไปหนูกินเหล้าตื่นมาแฮงก์ แล้วก็ตื่นมากินเหล้า หมอดูนี่แหละบอกให้ทำวัตรเย็น หนูทำอยู่ 3 เดือนเลยค่ะ ธรรมะนี่แหละที่มันเข้าสู่กระแสเลือดโดยทำทุกวัน หนูมีการบนว่าถ้าหนูได้กลับมา หนูจะมีสติในการใช้ชีวิตมากขึ้น หนูจะบวชพระ แปลกใจมากค่ะ อยู่ๆ เพจหนูได้กลับคืนมา แขนขาของการทำงาน รายได้หลักมาจากเฟซเพจบุ๊ก แต่เขาบอกให้เตรียมตัวนะ กลับมาไม่ใช่ว่าคนกดไลก์กดแชร์จะเท่าเดิม คนติดตามหนูล้านนึง คนกดไลก์อาจเหลือ 100 200 เพราะมันพังไปแล้ว สุดท้ายหนูกลับมาคนกดไลก์เป็นแสน โอ้โห เป็นชีวิตใหม่เลยค่ะ จากนั้นหนูก็โอเครู้แล้ว เราไม่ควรกลับไปอยู่จุดเดิมแล้ว แต่ก็มีรอบสองอีก? บูม : โดนโกงค่ะ รอบแรกหนูมีสติแล้ว หนูก็เป็นคนดีขึ้น รอบแรกเราโดนยังไงบ้าง รอบสองก็จะไม่ให้โดนอีก หนูก็เริ่มมาเป็นซีเอสอาร์ อาสากู้ภัยช่วยน้ำท่วมที่เชียงราย ช่วยน้ำท่วมที่น่าน ชีวิตหนูคงที่ตลอด หนูทำร้านหมูกระทะมา 5 ปี ก็มีการขยายสาขา 2 สาขา 3 คิดว่ารวยแน่นอน สุดท้ายก็ยังไปไม่รอดอยู่ แต่ยื้ออยู่ เพราะหนูสงสารลูกน้อง ก็ยื้อๆ มาโดยตลอด หนูมีการไปลงทุน พอหมดตัวรอบแรก หนูก็เก็บเงินมาด้วย วางแวนใช้ชีวิตมากขึ้น ไม่ประมาทแล้ว สุดท้ายก็โดนมิจฉาชีพล่าสุดค่ะ เดือนที่แล้ว เป็นแบรนด์เนมมือสอง จุดรเริ่มต้น เริ่มจากหนูขายของตัวเองหมดแล้วค่ะ ทีนี้ลูกค้าติดใจ ของหนูเป็นของตรงปก ไม่ตรงปกคืนเงิน เจอแท้เจอปลอมหนูคืนเงิน หนูรับผิดชอบร้อยเปอร์เซ็นต์ หนูหันมาเอาดีการขายแบรนด์เนมมือสอง เราใหม่มากๆ ไม่ได้รู้กลโกงมิจฉาชีพ ทีนี้เลยทำให้มีมิจฉาชีพมืออาชีพเลย เขาติดต่อมาซื้อนาฬิกากับกระเป๋า ตอนนั้นหนูขายปาเต๊ก 1เรือน ชาแนล 1 เรือน ประมาณ 1.2 ล้าน เขาทำท่าทีว่าเขาจะมาซื้อ ให้เราถ่ายวิดีโอตอนแพ็กตอนอะไรหน่อย แล้วเขาบอกว่าต้องไปขนส่งนี้นะ เป็นขนส่งเอกชน เขาบอกเขาจะโอนเงิน แต่ต้องวิดีโอคอลตลอด แต่คนเอาไปส่งจริงๆ คือคนทางทีมหนู หนูไปทำงานอีกที่นึง ไม่ได้ดูอยู่ตรงนี้ เขาทำท่าทีกำลังจะโอนเงิน สแกนหน้าไม่ผ่าน จังหวะนั้นมิจฉาชีพจ้างไรเดอร์ไปปลอมตัวว่าเป็นเขา แล้วเอาคลิปวิดีโอตอนแพ็กของไปให้ไรเดอร์ดูว่าเป็นของพี่จริงๆ นะ ขนส่งก็ยกของให้เลยค่ะ โดนสองด้านเลย? บูม : ใช่ค่ะ นาฬิกาเขาก็เอาไปแล้ว ต้นทุนหนูก็ต้องรับผิดชอบ ตอนนั้นหนัก เคยคิดฆ่าตัวตายด้วย? บูม : มันหนักมาก ปกติตัวหนูไม่ได้เป็นคนท็อกซิก เป็นคนไม่ชอบโพสต์อะไรที่ไม่ดี จนวันที่หนูรู้สึกว่าไม่ไหวแล้วจริงๆ ลองโพสต์หน่อย หนูกลัวคนดรามา สมน้ำหน้า แต่พอโพสต์ไปสุดท้ายมีแต่คนช่วยเหลือหนูเลย ทั้งคนในวงการและนอกวงการ หนูร้องไห้เลยตอนนั้น ทุกคนมานอนเฝ้าหนูด้วยนะ กลัวหนูคิดสั้น แม่หนิงก็เป็นคนแรกเลย มาช่วยไลฟ์ ทำงานตั้งแต่เช้าจนค่ำ ไลฟ์ 6 ชม. ตอนนี้กลับมาฟื้น บูมใช้ทู้กกวัน ไลฟ์สดเกือบทู้กกวันแล้วทำยอดขายทะลุล้านภายในไม่กี่ชม.? บูม : ความรู้สึกตอนแรก บูมโทรไปอวดเพื่อน อวดเจนนี่ เพื่อนบอกมึงเก่งมากๆ กูภูมิใจในตัวมึง เจนนี่ไม่มีบอกว่ามึงไปไลฟ์เองเหรอ ไม่นะคะ เจนนี่มีแต่บอกว่ากูภูมิใจในตัวมึงมากๆ นี่แหละคือสิ่งที่กูอยากให้มึงทำตั้งนานแล้ว ก็ขอบคุณเพื่อนที่สอนทริก สอนเทคนิค สอนเรื่องความขยัน เราก็เอาเขาเป็นไอดอลเลย ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow วันและเวลาใหม่ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

“แจ็ค แฟนฉัน” ให้โชคคนถูก 24 ล้าน อึ้งคนแห่ขอเลข “นิกกี้” วอนอย่าเชื่อโปรโมทเว็บพนันเคยโดนทวงเงิน
อ่าน

“แจ็ค แฟนฉัน” ให้โชคคนถูก 24 ล้าน อึ้งคนแห่ขอเลข “นิกกี้” วอนอย่าเชื่อโปรโมทเว็บพนันเคยโดนทวงเงิน

แจ็ค แฟนฉัน ให้โชคคนถูก 24 ล้าน อึ้งคนแห่ขอเลข นิกกี้ วอนอย่าเชื่อโปรโมทเว็บพนันเคยโดนทวงเงิน ให้โชคหนุ่มกู้ภัยถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 24 ล้านบาท นักแสดงหนุ่ม แจ็ค แฟนฉัน บอกดีใจเห็นกับตาเงินโอนเข้าบัญชีอึ้งไปไหนมาไหนคนแห่ขอเลขเด็ดตลอด ด้าน นิกกี้ ณฉัตร เจอโดนทวงเงินหลังมิจฉาชีพเอาหน้าตนเองไปโปรโมทเว็บพนันวอนอย่าหลงเชื่อ แจ็ค : จับรางวัลให้เขา ได้ 24 ล้าน เป็นรางวัลที่1 4 ใบ ต้องบอกว่าพี่คนนี้เป็นคนที่น่ารักมากๆ เขาทำอยู่ปอเต็กตึ๊ง หลังจากถูกเขาก็โพสต์ลงโซเชียลเลยว่า ผมติดหนี้ใครอยู่ จะใช้หนี้ให้หมด รวมถึงจะซื้อรถกู้ภัยไปช่วยเหลือผู้ป่วย พอดีอุปกรณ์มันเริ่มเก่าแล้ว เราก็รู้สึกว่าน่ารักมากเลย ทางคุณน็อตได้โอนเงินสดๆ ให้เขาเลย 24 ล้าน ผมเห็นในบัญชีเลย เรื่องจริงไม่ได้โกหก ไม่ได้คอนเทนต์ เขาเอาเงินสด ๆ 24 ล้านกองไว้ก่อน แล้วก็โอนให้ในบัญชีของเขา ผมเห็นเดี๋ยวนั้นเลย ผมน้ำตาไหลเลย เขาไม่แบ่งอะไรเลย งวดนี้ตัวเราก็ถูกด้วยนะ เราถูกเลข 8 เรารู้สึกว่าช่วงนี้เราดวงดี อยากอยู่ใกล้ๆ เพื่อน เพราะว่าเพื่อนเป็นตัวโชคดี คือต้องบอกว่าทุกสิ้นปี ก็อยากให้โชคทุกคนแหละ ตอนนี้ใครที่กำลังเครียดๆ เราก็ทำบุญด้วยนะ ช่วงนี้ทำบุญเยอะมาก หลังจากให้โชคมีคนโทรมาเยอะมาก โทรมาไม่หยุดเลย หยิบให้พี่หน่อย ผมก็เลยบอกว่า กูหยิบให้ตัวเองดีกว่ามั้ย ถามว่าเอาเลขมาจากไหน ถ้าคอเล่นเลขจะรู้ 8 มาแน่ 9 มาแน่ ทะเบียนบ้านน้องเจนนี่ก็ออก เลข 8 มาแน่ เต็มกราฟเลย แต่งวดหน้าผมว่า 7 เมื่อวานไปถ่ายรายการกับแม่มดดำ มีล้วงเลขด้วย เดี๋ยวรอดูว่ายังไง เพราะว่าไม่อยากให้คนงมงายเยอะ เลข 7 มาแน่ ไม่ได้กลัวคนมองว่าเป็นเจ้าพ่อเลย แต่ไม่อยากให้งมงาย เพราะบางทีถ้าไม่ถูกก็มีด่าเราเหมือนกัน แต่ก็มีพวกมิจฉาชีพเอาหน้าเราไปหลอกตอนนี้แจ้งความแล้วเพราะมันมีพวกในติ๊กต็อกเอาหน้าเราไปหลอกว่าเราใบ้หวย ต้องแจ้งความไว้นะ โดนแล้ว เพราะตามกฎหมายเขาบอกต้องแจ้งไว้ก่อน เพราะถ้าสมมติมีใครมาใช้เรา ก็สามารถยื่นใบได้เลย เพราะช่วงนี้ Al มันเก่ง เห็นเองก็ต้องไปแจ้งความก่อนเพื่อปกป้องเราว่า ถ้าใครโดน เราก็ค่อยเอาใบไปยืนยันได้ นิกกี้ : โดนเยอะ ดาราโดนกันเยอะ ไม่ใช่แค่ผมกับแจ็ค อย่าเชื่อนะขอร้อง เพราะว่าบางคนเขาเชื่อจริงๆ ว่าดาราโปรโมทเว็บพนัน อันนี้เขาเชื่อจริงๆ ดาราโปรโมทเว็บการพนันไม่ได้นะครับ ถ้าเกิดดาราโปรโมทเว็บพนันโดนจับ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเห็นคลิปดาราโปรโมทเว็บการพนัน ให้เอ๊ะไว้เลยว่านี่ Al เพราะถ้าเกิดดาราทำจริงโดนจับนะ ดาราเสียชื่อจริงๆ ผมเคยโดนคนมาทวงตังค์ ผมก็งง เพราะผมไม่เคยยืมตังค์ใคร เขาบอกเพื่อนเขามาเล่นเว็บที่เป็นหน้าผมโปรโมทได้ตังค์ แจ็ค : ตอนนี้สุขภาพพี่หนุ่ม ก็เป็นกำลังใจให้พี่หนุ่มนะครับ ผมเชื่อว่าแฟนๆ หลายๆ คนก็ส่งกำลังใจให้พี่หนุ่มนะครับ ตอนนี้เรื่องการพักผ่อน ก็อยากให้ดีขึ้น พยายามให้พักผ่อนให้เต็มที่ สาเหตุรายละเอียดไม่รู้เลย จริงๆ ก็เคยถาม แกเครียด อาจจะเรื่องพักผ่อน เป็นกำลังใจให้พี่หนุ่ม ถ้าเป็นไปได้ถ้าเลือกได้นะ พี่ป๋องเป็นแทนดีกว่า ป๋องนี่ตายยากจริงๆ หยอกๆ พ่อป๋อง เขาก็ให้กำลังใจ ทุกคนก็ให้กำลังใจพี่หนุ่มเยอะ นิกกี้ : ผมก็พิมไลน์ไปให้กำลังใจ ขอให้พี่หนุ่มหายไวไวครับ พี่หนุ่มก็ส่งแค่สติ๊กเกอร์กลับมาครับ

ช็อก! แอนนา ทีวีพูล พยายามจบชีวิตตัวเอง โชคดีเพื่อนในเรือนจำช่วยไว้ทัน
อ่าน

ช็อก! แอนนา ทีวีพูล พยายามจบชีวิตตัวเอง โชคดีเพื่อนในเรือนจำช่วยไว้ทัน

สุดช็อก! เพจดังแจ้งข่าว แอนนา ทีวีพูล อดีตผู้สื่อข่าวดัง พยายามจบชีวิตตัวเองในเรือนจำ แต่ตอนนี้ปลอดภัยแล้วหลังได้รับการช่วยเหลือจากเพื่อนนักโทษอย่างทันเวลา คาดเกิดความเครียดจากเรื่องคดีความของครอบครัว ทำเอาหลายคนช็อกไปตามๆกัน หลังเพจดัง "นิกกี้ ชีเสิร์ฟ" ได้มีการโพสต์ข้อความระบุว่า "แอนนาทีวีพูลผูกคอxxxหลังทราบว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ กันย์ ดอนเมือง โดนญาติแจ้งความเรื่องรถยนต์ ภาพจาก : นิกกี้ ชีเสิร์ฟ ล่าสุดแอนนาปลอดภัยแล้ว แต่ยังรักษาตัวที่โรงพยาบาลของราชทัณฑ์ งานนี้ กันย์ ดอนเมือง พร้อมฟ้องกลับญาติแอนนา ข้อหาแจ้งความเท็จ" และนอกจากนี้ยังระบุข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า "ที่รอดชีวิตได้เพราะเพื่อนนักโทษมาช่วยทัน ตอนนี้ปลอดภัย แต่ยังรักษาอยู่ที่โรงพยาบาล กินยาวันล่ะ 9 เม็ด" ภาพจาก : นิกกี้ ชีเสิร์ฟ โดยโพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ออกไป และมีชาวเน็ตเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ แอนนา ทีวีพูล หรือ วรินทร วัตรสังข์ นักข่าวบันเทิงชื่อดัง อยู่เรือนจำระหว่างถูกจำคุกคดีฉ้อโกงประชาชน จากกรณีการขาย "กล่องสุ่มทิพย์" และ "ทองคำปลอม" ซึ่งมีผู้เสียหายจำนวนมากและมูลค่าความเสียหายรวมกันกว่า 100 ล้านบาท ภาพจาก : แอนนา ภาพจาก : แอนนา อ้างอิงที่มาภาพจาก :เฟซบุ๊ก นิกกี้ ชีเสิร์ฟเฟซบุ๊ก แอนนา

เตือนภัย! “สายมู” ต้องระวังโจรออนไลน์ หลอกให้โอนเงินเสริมดวง-สะเดาะเคราะห์
อ่าน

เตือนภัย! “สายมู” ต้องระวังโจรออนไลน์ หลอกให้โอนเงินเสริมดวง-สะเดาะเคราะห์

นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 7 - 13 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วย5 เคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวงคดีที่ 1 คดีหลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ มูลค่าความเสียหาย 5,593,952 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Instagram ชักชวนลงทุนเทรดหุ้นทองคำและหุ้นน้ำมัน ผู้เสียหายสนใจจึงเพิ่มเพื่อนทาง Line จากนั้นมิจฉาชีพให้ติดตั้งแอปพลิเคชันเพื่อลงทุน และแนะนำวิธีการลงทุนเทรดหุ้น โดยต้องลงทุนจำนวนเงินที่มากจึงจะได้รับผลตอบแทนกลับมาเร็ว ในช่วงแรกสามารถถอนเงินจากระบบได้ จึงโอนเงินลงทุนเพิ่มมากขึ้น ภายหลังไม่สามารถถอนเงินได้ มิจฉาชีพอ้างว่ามูลค่าในการลงทุนยังไม่ถึงจำนวนที่กำหนด ผู้เสียหายเชื่อว่าถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 2 คดีหลอกลวงให้รักแล้วโอนเงิน (Romance Scam) มูลค่าความเสียหาย 1,222,000 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Facebook ใช้โพรไฟล์เป็นชายหนุ่มหน้าตาดี อาชีพวิศวกร ติดต่อผ่าน Messenger Facebook และเพิ่มเพื่อนทาง Line พูดคุยกันจนสนิทใจแต่ไม่เคยพบเจอกัน จากนั้นมิจฉาชีพอ้างว่าขอยืมเงินซื้อวัสดุอุปกรณ์ในการสร้างบ้านเพื่อในอนาคตจะใช้อยู่ร่วมกันและจะคืนเงินให้ภายหลัง ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไป ต่อมามีการยืมเงินอีกหลายครั้ง ผู้เสียหายจึงขอนัดหมายเพื่อพบเจอกัน ฝ่ายชายตอบตกลง เมื่อถึงเวลาที่นัดหมายฝ่ายชายไม่มาตามนัดและไม่สามารถติดต่อได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 3 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 1,752,617 บาท โดยผู้เสียหายพบโฆษณารับสมัครพนักงานประจำร้านค้าออนไลน์ผ่านช่องทาง Facebook ผู้เสียหายสนใจจึงทักไปสอบถามรายละเอียดผ่านทาง Messenger Facebook และเพิ่มเพื่อนผ่าน Line ต่อมามิจฉาชีพแจ้งว่าต้องมีช่วงทดลองงาน เป็นการกดถูกใจสินค้าเพื่อเพิ่มยอดขายให้กับร้านค้าและจะได้รับค่าคอมมิชชันเป็นการตอบแทน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไป ในช่วงแรกได้รับผลตอบแทนจริง ต่อมาให้โอนเงินเพิ่มมากขึ้น จนเงินในระบบมีมูลค่าสูงแต่ไม่สามารถถอนเงินได้ มิจฉาชีพแจ้งว่ารายรับมีมูลค่าสูงต้องชำระค่าภาษีก่อน เมื่อโอนเงินชำระค่าภาษีเสร็จสิ้นยังคงไม่สามารถถอนเงินได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 4 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 1,919,951 บาท ทั้งนี้ผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Line อ้างเป็นแฮกเกอร์ แจ้งว่าสามารถดึงเงินที่ผู้เสียหายเคยถูกหลอกลวงคืนมาได้ โดยมีการสอบถามรายละเอียดการถูกหลอกลวงและข้อมูลส่วนตัว จากนั้นแจ้งว่าจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่าเงินอยู่ในระบบการลงทุนเทรดหุ้นแห่งหนึ่ง จะต้องทำการโอนเงินเข้าไปเพื่อเป็นการโจมตีระบบและจะสามารถดึงเงินกลับคืนมาได้ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปหลายครั้ง ต่อมาเริ่มให้โอนเงินสูงขึ้นจึงขอถอนเงินคืนแต่ไม่สามารถติดต่อได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 5 คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ ที่ไม่มีลักษณะเป็นขบวนการ มูลค่าความเสียหาย 655,000 บาท โดยผู้เสียหายพบโฆษณารับทำพิธีเสริมดวงชะตาผ่านช่องทาง Facebook ผู้เสียหายสนใจจึงทักไปสอบถามรายละเอียดผ่านทาง Messenger Facebook และเพิ่มเพื่อนผ่าน Line มีมิจฉาชีพอ้างเป็นหมอดู แจ้งว่าผู้เสียหายกำลังจะพบกับปัญหาร้ายแรงในชีวิต จำเป็นจะต้องทำพิธีเพื่อเสริมดวงชะตา ให้โอนเงินเพื่อเข้าร่วมพิธี เมื่อทำเสร็จแล้วจะโอนเงินคืนให้ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปหลายครั้ง ต่อมาเมื่อทำพิธีเสร็จสิ้นทักไปสอบถามเพื่อขอเงินคืนแต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงทำการตรวจสอบผ่านทาง Facebook เดิมอีกครั้งพบว่ามีบุคคลอื่นที่โอนเงินไปและไม่ได้รับเงินคืนเช่นเดียวกัน ผู้เสียหายเชื่อว่าถูกมิจฉาชีพหลอก มูลค่าความเสียหายสำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 11,143,520 บาททั้งนี้ ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่ 11 กรกฎาคม 2568 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงาน ดังนี้1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน 1,901,580 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,072 สาย2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 767,933 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 1,241 บัญชี3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 242,592 บัญชี คิด เป็นร้อยละ 31.59 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 175,178 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 22.81 (3) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 112,716 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.68 (4) หลอกลวงลงทุน 106,085 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 13.81 (5) หลอกลวงให้กู้เงิน 54,661 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.12 (และคดีอื่นๆ 76,701 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 9.99) การลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีการรับรองโดยหน่วยงานน่าเชื่อถือ เสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง“จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่า มิจฉาชีพใช้โฆษณาหลอกลวงผู้เสียหาย เพื่อให้ลงทุนเทรดหุ้น และคดีหลอกให้รักแล้วโอนเงิน นอกจากนี้ยังมีหลอกให้ลงทุนหารายได้พิเศษ รวมทั้งยังมีเคสที่มิจฉาชีพหลอกลวงเป็นหมอดู ให้โอนเงินเสริมดวงชะตา ซึ่งพบว่ามีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 11 ล้านบาททั้งนี้ขอย้ำว่า การลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีการรับรองโดยหน่วยงานน่าเชื่อถือ เป็นการเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง ขณะเดียวกันหากมีการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่องค์กรต่างๆ หรือเจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการ ควรตรวจสอบให้แน่ชัด โดยเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐ จะไม่มีการติดต่อกับประชาชนโดยตรง หรือติดต่อผ่านทางโซเชียลมีเดียอย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนยึดหลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2.ไม่เชื่อ 3.ไม่รีบ และ 4.ไม่โอน ก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ อย่ากดเข้าลิงก์เว็บไซต์ หรือดาวน์โหลด และอัปโหลดแพลตฟอร์ม ที่มีการส่งต่อจากช่องทางที่ไม่แน่ใจ โดยกระทรวงดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านศูนย์ AOC 1441 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกับประชาชนอย่างต่อเนื่องอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเปิด 5 เหตุผลทำไม? คนไทยจำนวนมาก ถึงตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอย่าหลงเชื่อขบวนการหลอกทำภารกิจออนไลน์ วางกับดัก “กำลังจะได้เงินก้อนใหญ่”ราคาทองพุ่งสูงต่อเนื่อง เตือนระวังกลลวง 3 รูปแบบมิจฉาชีพหวังหลอกเอาทรัพย์

ตำรวจเรียก “ฟิล์ม รัฐภูมิ” เปลี่ยนข้อหาจากพยายามกรรโชก เป็นพยายามฉ้อโกง
อ่าน

ตำรวจเรียก “ฟิล์ม รัฐภูมิ” เปลี่ยนข้อหาจากพยายามกรรโชก เป็นพยายามฉ้อโกง

ตำรวจเรียก ฟิล์ม รัฐภูมิ เปลี่ยนข้อหาจากพยายามกรรโชก เป็นพยายามฉ้อโกง วันที่ 8 ก.ค. 68 ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ ฟิล์ม รัฐภูมิ อดีตนักแสดงชื่อดัง พร้อมด้วย นายประมาณ เลืองวัฒนะวณิช ทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป.เพื่อตรวจสอบความคืบหน้าของคดีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับตนเอง ทั้งในฐานะผู้เสียหายและผู้ถูกกล่าวหา หลังการเข้าพบนายประมาณเปิดเผยว่า วันนี้ไม่มีรายละเอียดคดีใหม่เพิ่มเติม แต่มีการเปลี่ยนแปลงข้อหาที่ฟิล์ม รัฐภูมิ ถูกกล่าวหา จากเดิมเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา ฟิล์มเข้าพบ พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. และ พ.ต.ท.สธาปน์ ปัญญาพยัคฆ์ รอง ผกก.2 บก.ป. เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ร่วมกันพยายามกรรโชกทรัพย์ และหมิ่นประมาท ซึ่งข้อหาดังกล่าวสืบเนื่องมาจากกรณีคลิปเสียงที่ถูกระบุว่าเป็นการร่วมมือกันระหว่างฟิล์ม รัฐภูมิ และนางสาวกฤษณ์อนงค์ หรือ เจ๊พัช เรียกรับเงิน จำนวน 20 ล้านบาทจาก บอสพอล ดิไอคอนฯ รวมถึงข้อหาหมิ่นประมาทนักจัดรายการชื่อดัง โดยการเข้าพบพนักงานสอบสวนครั้งนี้ ข้อหาได้เปลี่ยนแปลงจาก พยายามกรรโชกทรัพย์ เป็น พยายามฉ้อโกง แทน นายประมาณ กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงข้อหานี้ โดยให้เหตุผลว่า ข้อหากรรโชกทรัพย์คือการทำให้เกิดความกลัวเพื่อหวังทรัพย์สิน แต่ข้อหาฉ้อโกงหมายถึงการหลอกลวงให้หลงเชื่อ และส่งมอบทรัพย์สินโดยทุจริต ซึ่งหากกระทำไม่สำเร็จจะเรียกว่าพยายามฉ้อโกง แม้เจ๊พัชจะถูกศาลตัดสินจำคุกอยู่ในเรือนจำแล้ว แต่กรณีของเจ๊พัชไม่เกี่ยวข้องกับฟิล์ม และพยายามโยงเรื่องให้เกี่ยวข้องกัน ซึ่งดูแล้วไม่เข้าองค์ประกอบความผิดใดๆ เลย ตนยังได้ย้ำข้อสงสัยเกี่ยวกับการเปลี่ยนข้อหาเป็นพยายามฉ้อโกงว่า ฉ้อโกงตรงไหน? โดยระบุว่าการฉ้อโกงจะต้องมีการหลอกลวง ทำให้หลงเชื่อ ส่งมอบทรัพย์สิน และมีการได้ไปซึ่งทรัพย์สินโดยทุจริต ซึ่งหากทำไม่สำเร็จจึงจะเป็นการพยายามฉ้อโกง

CIB รวบสาวบัญชีม้า เครือข่ายคอลเซ็นเตอร์หนีจากปอยเปต เสียหายกว่า 22 ล้านบาท
อ่าน

CIB รวบสาวบัญชีม้า เครือข่ายคอลเซ็นเตอร์หนีจากปอยเปต เสียหายกว่า 22 ล้านบาท

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บก.ปอท. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมทีมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้ร่วมกันจับกุมตัว นางสาวเบ็ญจมาศฯ อายุ 23 ปี สัญชาติไทย ผู้ต้องหาเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่สร้างความเสียหายต่อประชาชนกว่า 22.4 ล้านบาทการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหารายนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลอกเหยื่อผ่าน เฟซบุ๊กปลอม โดยแอบอ้างชักชวนให้ลงทุนผ่านแอปปลอมชื่อ “Tidex” ซึ่งเหยื่อหลงเชื่อและโอนเงินเข้าบัญชีม้าหลายบัญชี หนึ่งในนั้นคือบัญชีที่ผู้ต้องหาเป็นเจ้าของหลังร่วมขบวนการ ผู้ต้องหาเคยถูกล่อลวงให้ข้ามไปทำงานฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน และอ้างว่าถูกบังคับ แต่จากข้อมูลการสืบสวนพบว่าภายหลังยังสมัครใจกลับไปทำงานกับหลายแก๊งอีกหลายครั้ง จนกระทั่งล่าสุด หลบหนีมาอยู่ในประเทศไทย โดยเจ้าหน้าที่ตามรอยจับกุมได้ที่ จังหวัดนครราชสีมาผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีในข้อหา ร้ายแรงหลายกระทง ได้แก่ ร่วมกันเป็นอั้งยี่ มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น นำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และ สมคบและร่วมกันกระทำความผิดฐานฟอกเงินตามกฎหมาย ความผิดฐานฟอกเงิน มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะที่ผู้ที่รับจ้างเปิดบัญชี หรือให้ผู้อื่นใช้บัญชี อาจถูกดำเนินคดีเช่นกัน มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาทตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จึงฝากเตือนประชาชนว่า อย่าหลงเชื่อคำชวนเปิดบัญชี หรือโฆษณาลงทุนผ่านโซเชียลที่ดูดีเกินจริง เพราะนอกจากจะเสียเงินแล้ว ยังอาจต้องติดคุกโดยไม่รู้ตัวทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะเร่งขยายผลเพื่อจับกุมผู้ร่วมขบวนการรายอื่นต่อไป โดยขอให้ประชาชนแจ้งเบาะแสผ่านช่องทางของสำนักงานตำรวจแห่งชาติหากพบข้อมูลต้องสงสัย

"งานสายดำ" ถึง "กระโดดตึกหนี" เปิดใจเหยื่อค้ามนุษย์ ถูกหลอกเป็นคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา
อ่าน

"งานสายดำ" ถึง "กระโดดตึกหนี" เปิดใจเหยื่อค้ามนุษย์ ถูกหลอกเป็นคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา

"หลุยส์" เหยื่อค้ามนุษย์ชายไทย ที่ไม่ประสงค์ออกนามจริง เปิดว่า ถูกบังคับให้ล่อลวงคนไทย ชวนลงทุน ถ้าเหยื่อไม่ติด ก็ไปต่อกับเหยื่อรายต่อ ๆ ไป ที่สำคัญ แก๊งมิจฉาชีพให้กำลัง ทุบตี ช็อตไฟฟ้า เพื่อบังคับให้พวกเขาทำงานตอนที่เขารู้ตัวว่า ถูกหลอกให้ไปฉ้อโกงออนไลน์เพื่อนคนไทยด้วยกันเอง เขารู้สึกว่า "งานแบบนี้เป็นงานสีดำ งานสายดำ เป็นงานหลอกคน ผมก็รู้สึกว่าทำไงดี รู้สึกว่ากดดันตัวเองด้วยครับว่า น่าจะทำไม่ได้ เขาบอกว่าให้ลองงานอาทิตย์หนึ่ง แล้วถ้าทำไม่ได้ ก็จะพาไปที่อื่น เดี๋ยวลองไปส่งดูให้ไปทำที่อื่นดู สุดท้ายมา เขาก็ขายต่อ""ที่ทำงาน อบอ้าว กดดัน โดนกดขี่ โดนจับตามองตลอดเวลา มันเป็นงานที่ทำหนักมาก ตาล้า ตามัวหมดครับ ถ้าไม่ทำงานก็อาจจะมีคนฟ้อง มีคนดูตลอดเวลา มีหัวหน้าเขาคุย" เขาเล่าให้รอยเตอร์สฟัง "ตอนแรก ๆ ยังไม่มีการทำร้ายร่างกาย ตอนหลัง ๆ มา เด็กใหม่เขาจะไม่ทำร้ายร่างกาย ช่วงหลัง ๆ มีการทุบตี ทำร้ายร่างกาย ช็อตร่างกาย ข่มขู่ว่าจะเอาไปสังหารบ้าง ก็จะเอาไปยัดยาบ้าง"เมื่อเจ้าหน้าที่รัฐรู้เห็นกับมิจฉาชีพ เหยื่อที่ไร้ทางออก ทนไม่ได้กับการทารุณกรรม ก็ต้องเลือกหนีออกมา ด้วยวิธีการที่เสี่ยงชีวิต รวมถึงการกระโดดตึกลงมา"ตอนนั้นผมอยู่ชั้น 8 ลงมาชั้น 5 โดดลงมาปุ๊บก็คางแตก เลือดกรอกปากเต็มเลย ฟันแตก ตอนนั้นสลบครับ มันกระด้างครับ ขากะเผลก รู้สึกตัวอีกทีก็อยู่โรงพยาบาลครับ""โดดตึกไปก็มี โดดไปแล้วรอดก็มี ถือว่าบุญช่วย ผมโดดไปปุ๊บแล้วผมก็หมดสติ ไม่รู้สึกว่าจะรอดหรือจะตาย ผมโดดปุ๊บแล้วตื่นขึ้นมาก็อยู่โรงพยาบาล "เขาอยากเตือนคนไทย ที่รู้สึกตัวว่ากำลังจะถูกหลอกว่า "ถ้ารู้สึกว่าอยากไปทำงานฝั่งนั้นจริง ๆ ผมแนะนำว่าอย่าไปดีกว่า เพื่อความปลอดภัยในชีวิตของเรา ไม่แน่ว่า วันไหนเราเกิดพลาดจริง ๆ อาจจะไม่ได้กลับมาก็ได้"

จาก เงินโบนัส สู่ ‘สินบนในคราบสิทธิ’ มองผ่านคดีเงินโบนัส อบต.หนองหาน
อ่าน

จาก เงินโบนัส สู่ ‘สินบนในคราบสิทธิ’ มองผ่านคดีเงินโบนัส อบต.หนองหาน

ในระบบราชการท้องถิ่น หลายคนอาจคิดว่า “โบนัสประจำปี” คือรางวัลเล็ก ๆ ที่ช่วยเติมพลังใจให้กับคนทำงานบริการสาธารณะ แต่ที่องค์การบริหารส่วนตำบลหนองหาน จังหวัดอุดรธานี เรื่องราวกลับไม่เป็นเช่นนั้นปลายปีงบประมาณ 2549 เสียงลือเรื่องการจ่ายโบนัสเริ่มแพร่กระจายไปทั่วสำนักงาน เจ้าหน้าที่บางคนยิ้มรับข่าวดี บางคนกลับเริ่มกังวล เพราะมีเงื่อนไขบางอย่างตามมาด้วย — เงื่อนไขที่ไม่ควรมีในกระบวนการใช้งบประมาณของรัฐสิ่งที่ควรเป็น “สิทธิ” ถูกแปรเปลี่ยนเป็น “ของแลกเปลี่ยน” ผู้มีอำนาจกลับใช้โอกาสนี้ในการเรียกรับเงินใต้โต๊ะเพื่อแลกกับการอนุมัติสิ่งที่พนักงานควรได้รับอยู่แล้วคดีนี้เริ่มจากค่าตอบแทนที่ไม่เป็นธรรม แต่นำไปสู่การสืบสวนเชิงระบบโดย ป.ป.ช. ที่พบโครงสร้างการทุจริตฝังรากลึก และตัดสินใจฟ้องคดีด้วยตนเอง เพื่อไม่ให้คดีนี้ตกหล่นกลางทางในระบบยุติธรรม สิทธิพนักงานที่กลายเป็นเครื่องต่อรอง50,000 บาท คือราคาที่ต้องจ่ายเพื่อให้พนักงานได้รับเงินโบนัสที่ควรได้อยู่แล้วในเดือนตุลาคม 2549 พนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลหนองหาน จังหวัดอุดรธานี กำลังรอฟังผลการพิจารณาเงินโบนัสประจำปีเหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้ต่างออกไปผู้ถูกกล่าวหา คือ นายก อบต.หนองหานในขณะนั้น เสนอ “ค่าธรรมเนียม” 50,000 บาท เพื่อแลกกับการอนุมัติให้ลูกจ้างได้รับเงินโบนัสเต็มตามสิทธิ เงินที่ควรเป็นรางวัลจากการทำงาน กลับกลายเป็นสินค้าที่ต้องจ่ายใต้โต๊ะโครงสร้างภายในที่เอื้อให้เกิดการทุจริตจากการสืบสวนของ ป.ป.ช. พบว่า พฤติการณ์ทุจริตไม่ได้เป็นเพียงเหตุการณ์เฉพาะหน้า แต่มีการดำเนินการอย่างเป็นระบบผู้ถูกกล่าวหา แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาการจ่ายโบนัส โดยมีตนเองเป็นประธาน และมีปลัด อบต. พร้อมเจ้าหน้าที่อีก 4 คนร่วมเป็นกรรมการ คณะกรรมการดังกล่าวมีอำนาจกำหนดอัตราการจ่ายโบนัสที่แตกต่างกัน เช่น 3 เท่าสำหรับข้าราชการ 2 เท่าสำหรับลูกจ้างภารกิจ และ 1–1.5 เท่าสำหรับลูกจ้างทั่วไปอย่างไรก็ตาม เมื่อถึงขั้นตอนการอนุมัติ ผู้ถูกกล่าวหา กลับเรียกร้องเงิน 50,000 บาท โดยอ้างว่าเป็นค่าตอบแทนส่วนตัวในการลงนามคำสั่งเบิกจ่าย ทั้งที่เงินดังกล่าวเป็นสิทธิที่พนักงานควรได้รับตามผลการประเมินต่อรองลับในห้องปิด บนพื้นฐานที่ไม่โปร่งใสจากบันทึกการสืบสวนของสำนวนคดี พบว่าการเรียกรับเงินมีการหารือกันในหมู่เจ้าหน้าที่ โดยเสนอให้แบ่งเปอร์เซ็นต์โบนัสให้กับผู้บริหารในลักษณะค่าตอบแทนส่วนตัว โดยเริ่มจากเสนอให้ผู้ถูกกล่าวหารับ 5% หรือประมาณ 28,000 บาท แต่เธอไม่พอใจและยืนยันขอ 50,000 บาท พร้อมทั้งชูนิ้ว 5 นิ้วประกอบคำพูดว่า “ถ้าไม่ได้ ไม่ต้องคุยกัน”เพื่อให้ได้เงินครบตามจำนวน เจ้าหน้าที่บางคนจึงปรับอัตราโบนัสของพนักงานบางกลุ่มให้สูงขึ้นกว่าความเป็นจริง แล้วนำเงินส่วนต่างนั้นคืนให้ผู้บริหารผ่านบัญชีส่วนตัว เป็นการบิดเบือนกระบวนการเบิกจ่ายโดยเจตนาจากคำร้อง ถึง ขั้นตอนการจับจริงป.ป.ช. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากเจ้าหน้าที่กลุ่มหนึ่งผ่านศูนย์ดำรงธรรม และได้เริ่มกระบวนการสอบสวนโดยรวบรวมหลักฐานทางบัญชี คำให้การของพยาน และเอกสารภายในที่แสดงถึงกระบวนการอนุมัติที่ไม่โปร่งใส แม้ผู้ถูกกล่าวหาจะปฏิเสธในช่วงแรก แต่ภายหลังก็ยอมรับสารภาพและคืนเงิน 50,000 บาทให้ทางราชการป.ป.ช. ต้องลุยเอง ฟ้องเองเพื่อคุ้มครองกระบวนการยุติธรรมทำไมต้องฟ้องเอง?โดยปกติ คดีทุจริตในระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะถูกส่งต่อให้อัยการเป็นผู้ดำเนินการฟ้องร้องในชั้นศาล แต่ในคดีเงินโบนัส อบต.หนองหาน คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่ามีความจำเป็นต้องใช้อำนาจตามมาตรา 91 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วย ป.ป.ช. เพื่อดำเนินคดีด้วยตนเองเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ผู้ดูแลคดีอธิบายว่า แม้จำนวนเงินจะไม่สูง แต่พฤติกรรมและบริบทของคดีนี้ชี้ให้เห็น “โครงสร้างความสัมพันธ์เชิงอำนาจ” ที่ไม่ปกติ เพราะผู้มีอำนาจในท้องถิ่นใช้ตำแหน่งเป็นเครื่องต่อรองผลประโยชน์ ขณะที่ผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนหนึ่งมีส่วนร่วมกับกระบวนการดังกล่าว"พนักงานใต้บังคับบัญชาถูกดึงเข้าสู่ขบวนการทุจริตนี้ แต่เมื่อไม่ได้รับประโยชน์ตามที่ตกลงกัน จึงหันมาร้องเรียน นี่คือสิ่งที่ ป.ป.ช. มองว่า เป็นวัฒนธรรมองค์กรที่บิดเบี้ยวและไม่ควรเกิดขึ้น" คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า “ใครผิด” แต่คือ “ระบบตรวจสอบภายในทำอะไรอยู่” เพราะในบางพื้นที่อิทธิพลของผู้บริหารท้องถิ่นยังครอบคลุมไปถึงกลไกยุติธรรมระดับต้น เช่น ตำรวจ อัยการ หรือหน่วยกำกับท้องถิ่นอื่น ๆ ที่อาจมีความใกล้ชิดกันในเชิงพื้นที่หรือการเมืองนั่นคือเหตุผลที่ ป.ป.ช. ตัดสินใจไม่ส่งคดีนี้ต่อให้อัยการตามขั้นตอนปกติ แต่เลือก “ลุยเอง” เพื่อปิดช่องโหว่ที่อาจทำให้คดีถูกตีตกหรือประวิงเวลาในระบบยุติธรรม ซึ่งอาจกลายเป็นบทเรียนว่าความผิดเชิงระบบเล็ก ๆ สามารถรอดพ้นการตรวจสอบได้ ถ้าผู้ตรวจสอบ “ไม่ไปถึงที่สุด”ในมุมหนึ่ง การฟ้องคดีเองคือการปกป้องสิทธิของพนักงานที่ถูกเอาเปรียบโดยตรง แต่ในอีกมุม มันคือการส่งสัญญาณถึงเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ทั่วประเทศ ว่า “เครื่องมือทางกฎหมาย” ที่มีอยู่ในมือ ไม่ควรถูกเก็บไว้ใช้แค่กับคดีใหญ่ระดับชาติ แต่ควรถูกใช้เมื่อพบว่ากระบวนการยุติธรรมปกติอาจไม่สามารถทำหน้าที่ของมันได้อย่างสมบูรณ์ คำพิพากษา กับบทสรุปที่มากกว่าตัวบทกฎหมายศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางพิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 6 ปี ฐานเรียกรับเงินและใช้อำนาจโดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และ 157 ส่วนจำเลยที่ 2 และ 3 มีความผิดตามมาตรา 157 ให้จำคุกคนละ 1 ปี พร้อมโทษปรับ แต่เมื่อจำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพและมีเหตุบรรเทาโทษ ศาลจึงลดโทษให้ครึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 1 ไว้ 3 ปี และจำเลยที่ 2 และ 3 คนละ 6 เดือน โดยให้รอการลงโทษจำเลยที่ 2 และ 3 ไว้ 2 ปีคำพิพากษาระบุเพิ่มเติมว่า จำเลยที่ 2 และ 3 มีบทบาทแจ้งข้อมูลต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อเปิดทางให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งสองถูกลงโทษทางวินัยและออกจากราชการไปแล้ว ขณะที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแก้ไขโทษจำเลยที่ 1 ในภายหลัง ให้จำคุก 5 ปี ลดจากคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยอาศัยบทบัญญัติตามมาตรา 78 แห่งประมวลกฎหมายอาญา คดีจึงจบลงด้วยโทษจำคุก 2 ปี 6 เดือนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แม้โทษจะถูกลดตามกระบวนการยุติธรรม แต่คดีนี้กลายเป็นกรณีศึกษาในมิติที่กว้างกว่าตัวบท เพราะไม่ใช่แค่การลงโทษผู้กระทำผิดเท่านั้น แต่คือการเปิดให้เห็นช่องว่างของอำนาจในระบบราชการท้องถิ่น ที่หากไร้กลไกตรวจสอบที่กล้าแสดงออก คำว่า "สิทธิ" ของพนักงาน อาจกลายเป็นเพียง "สิ่งที่ต้องต่อรอง"บทเรียนจากคดีนี้จึงไม่จบลงที่คำพิพากษา หากแต่เริ่มต้นคำถามว่า ระบบราชการแบบไหนจะทำให้คนกล้าร้องเรียน โดยไม่ต้องรอให้ผลประโยชน์ขัดกันก่อนจึงค่อยเปิดโปงความไม่ชอบธรรมสิ่งที่ประชาชนพอทำได้ เมื่อพบการทุจริตป.ป.ช. แนะนำให้ผู้พบเห็นพฤติกรรมทุจริตร่วมรวบรวมหลักฐาน เช่น เอกสาร ภาพถ่าย คลิปวิดีโอ พร้อมระบุวัน เวลา สถานที่ และสามารถร้องเรียนโดยไม่ต้องเปิดเผยชื่อ หากเป็นกรณีเร่งด่วน ป.ป.ช. มีทีมเฉพาะกิจตรวจสอบเชิงรุกในทุกภูมิภาคคดีเงินโบนัส อบต.หนองหาน เป็นเหมือนจุดเล็ก ๆ บนแผนที่ใหญ่ของระบบราชการไทย ที่แสดงให้เห็นว่าอำนาจที่ไม่มีเครื่องค้ำยัน ย่อมเปิดช่องให้เกิดการบิดเบือนได้ง่าย แม้ในเรื่องที่ควรจะชัดเจนและเป็นธรรมที่สุดอย่าง “สิทธิของผู้ปฏิบัติงาน” ก็ยังถูกหยิบมาใช้ต่อรองเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวเมื่อ ป.ป.ช. เลือกใช้มาตรการพิเศษเพื่อดำเนินคดีเอง ไม่ใช่เพียงเพื่อจัดการความผิดเฉพาะราย แต่เป็นการยืนยันว่า ความผิดในระบบที่ดูเล็ก หากปล่อยผ่าน อาจกลายเป็นต้นทางของโครงสร้างที่ไม่ยุติธรรมซ้ำซาก คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า “ใครทำ” แต่คือ “จะทำอย่างไรให้การใช้อำนาจไม่อยู่เหนือความถูกต้องในทุกระดับของรัฐ”

"เบสท์ ชนิดาภา" เปิดข้อมูล โดนหลอกโอนเงินกว่า 1.2 ล้าน เล่าโดนคอมเมนต์แซะ สวยแต่ไม่ฉลาด!
อ่าน

"เบสท์ ชนิดาภา" เปิดข้อมูล โดนหลอกโอนเงินกว่า 1.2 ล้าน เล่าโดนคอมเมนต์แซะ สวยแต่ไม่ฉลาด!

เบสท์ ชนิดาภา นักแสดงสาวสุดโชคร้าย ถูกมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงินมากกว่า 1.2 ล้าน เผยกลวิธีแยบยลของมิจฉาชีพที่ทำงานกันเป็นทีม ปั่นหัวให้ต้องสูญเงิน พร้อมเปิดใจชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์สมน้ำหน้า สวย รวย แต่ไม่ฉลาด ถูกบูลลี่เรื่องการศึกษา เบสท์เครียดถึงขั้นกินไม่ได้นอนไม่หลับ วันนี้ขอเปิดโปงกลลวงมิจฉาชีพแบบหมดเปลือก ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 ที่มี เป็กกี้ ศรีธัญญา และ บูม สุภาพร เป็นพิธีกรดำเนินรายการ "เบสท์ ชนิดาภา" เปิดข้อมูล โดนหลอกโอนเงินกว่า 1.2 ล้าน เล่าโดนคอมเมนต์แซะ สวยแต่ไม่ฉลาด! ดูทีวีออนไลน์ ช่องวัน31 โดนมิจฉาชีพหลอกเกี่ยวกับเรื่องรีวิว มันเป็นยังไง? จุดเริ่มต้นมันเริ่มจากการที่เราเล่นเฟซบุ๊กอยู่ เราเจอเพจนึงยิงแอดเข้ามารับสมัครอินฟลูเอนเซอร์รีวิวโรงแรม เราก็คิดว่าน่าสนใจ เราเลยลองทักอินบ็อกซ์เข้าไปสอบถามรายละเอียดว่าเดือนนึงรีวิวกี่โรงแรม รีวิวลงแพลตฟอร์มไหนบ้าง ทางแอดมินก็ตอบกลับมาว่าเราต้องกรอกสมัครชื่อนามสกุลเบอร์โทรปกติ เขาพยายามบอกเราว่าเราต้องโหลดแอปฯ นึงชื่อเทเลแกรม เขาให้รหัสการสมัครมา ให้เราโหลดเสร็จแล้วต้องแคปให้ดูด้วยนะว่าเราโหลดแล้วจริงๆ แล้วให้ไปคุยกับเจ้าหน้าที่ธุรการในนั้นเกี่ยวกับการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม พออยู่ในแอปฯ เทเลแกรม ก็เป็นการคุยหนึ่งต่อหนึ่ง ทุกคนต้องระวังไว้นะคะ มิจฉาชีพนิยมใช้แอปฯ นี้ในการให้เหยื่อโหลด เพราะมันทำลายหลักฐานง่ายค่ะ ไม่สามารถดึงอะไรได้เลย เบสท์โหลดแล้วเข้าไปเช็กด้วยว่าเป็นของจริงหรือของปลอม? ใช่ค่ะ แล้วเพจที่เด้งโฆษณามากับการรีวิว เราเอาชื่อเพจไปเสิร์จก็ไม่ได้มีข่าวว่าเป็นมิจฉาชีพอะไร แล้วมีชื่อบริษัทด้วยค่ะ ก็มีการจดทะเบียนจริงๆ ค่ะ มิจฉาชีพเอามาจากบริษัทจริง แล้วเอามาหลอกลวงอีกที ขั้นตอนต่อไปก็พูดคุยกันว่าถ้าจะสมัครทดสอบทักษะในการเขียนรีวิวโรงแรม เขาก็ให้เราทดลองเขียนดู 120 ตัวอักษร พอส่งกลับไป เขาก็บอกว่านี่คือเป็นการประเมินมีค่าเสียเวลาให้เรา ในการที่เราเขียน ขอเลขที่บัญชีเรา และโอนเงินมาให้เราจริงๆ เงินก้อนแรก 20 บาท คราวนี้ทุกครั้งที่เขียนรีวิวจะมีการสะสมเป็นคะแนนถ้าสะสมครบ 100 เราจะได้ทำงานนี้ทันที บางคนอาจงงทำไมเริ่มจากหลักสิบ จริงๆ เป็นแค่จุดเริ่มต้น ดูทักษะของเรา เราคิดว่าได้ค่าตอบแทนเรื่อยๆ แต่จากหลักสิบก็ค่อยๆ ไล่มาเรื่อยๆ เหมือนสะสมรีวิว? ใช่ค่ะ จนสะสมเต็มร้อย คราวนี้เราถามว่ามีอะไรให้รีวิวอีกมั้ยซึ่งพวกนี้เป็นเงินได้เปล่า เราไม่ได้เสียอะไรเลย เขาก็บอกว่าให้เราเข้าทำแคมเปญนึงซึ่งจริงๆ เป็นการแอบอ้าง คืออโกด้าไทยแลนด์ เขาบอกว่าถ้าเราสมัครสมาชิกทำแคมเปญนี้ เราจะได้เงินค่าสมัครด้วย มูลค่าคือ 35 บาท ไม่ได้เยอะมากค่ะ เวลานั้นเราคิดว่าเราไม่ได้เสียอะไรเลย มีแต่เขาโอนมาให้เรา พอเริ่มเข้าไปทำแคมเปญ เขาบอกว่าเราต้องมีทุนสำรองก่อน 400 บาทเป็นค่าเข้าร่วมทำแคปเปญ พอเราโอน 400 ให้เขา ก็จะมีค่าคอมมิชชั่นให้ 10 เปอร์เซ็นต์ แต่ก่อนมีค่าคอมมิชชั่น เราต้องทำการแชร์ลิงก์เป็นโรงแรมไปในแพลตฟอร์มของเรา ซึ่งเขามีให้เลือก จะแชร์ในเฟซบุ๊ก ไอจี ไลน์ หรือทวิตเตอร์ก็ได้ เบสท์เลือกแชร์ในเฟซบุ๊ก พอแชร์เสร็จเราก็ต้องแคปหลักฐานว่าเราทำการแชร์แล้วนะ โปรโมตให้แล้วก็ส่งกลับไปในแชต เขาเห็นเสร็จเราทำถูกต้อง เขาก็โอนเงินคืน 400 บวกกับ 10 เปอร์เซ็นต์ของ 400 เป็น 440 คืนให้เราทั้งก้อนค่ะ นี่คือขั้นตอนแรกที่เริ่มทำ ครั้งที่สองเท่าไหร่? 1,400 ค่ะ จะเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เขาชักชวนให้เราทำต่อ ตอนนี้คะแนนไป 60 แล้วนะ ขาดอีก 4 ครั้งก็สามารถได้รับการบรรจุเป็นอินฟลูเอนเซอร์เลย มันเป็นการต้อนของเขา ครั้งที่สอง 1,400 สิบเปอร์เซ็นต์ก็บวกมา ได้เงินคืนทุกครั้งนะคะ ครั้งแรกได้คืน 400 ครั้งที่สอง 1,400 ต่อมาเป็น 5 พันกว่า ตัวเลขเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เราได้คืนถึงก้อนที่ 4 แต่พอก้อนที่ห้า 10,800 บาท เราก็ทำทุกอย่างเรียบร้อยนะ แชร์เรียบร้อย ส่ง อยู่ดีๆ เขาก็ดีดเราจากที่คุยกันตัวต่อตัว ดีดไปอยู่ในกรุ๊ปวีไอพี ซึ่งเหมือนเราโดนมัดมือชก เราไม่รู้ว่าเราต้องเข้ากลุ่มนี้ เราก็คิดว่าเราจะได้เงินคืนแล้ว แต่อันนี้เป็นแคมเปญกลุ่ม ในนั้นมีสมาชิกทั้งหมด 7 คน แอดมิน 2 คน มีคนเหมือนร่วมกิจกรรม 5 คน ตอนนี้เงิน 10,800 บาท ที่ยังไม่ได้คืน แล้วเกิดอะไรขึ้น? ณ ตอนนั้นเราไม่ทราบว่า 4 คนที่มาร่วมทำกิจกรรมกับเรา เขาจะเป็นทีมเดียวกัน ตอนหลังมารู้ว่าเป็นหน้าม้า เราเป็นเหยื่ออยู่คนเดียว ที่เหลือเป็นทีมงานหมดเลย ตอนนั้นเขาบอกว่ากิจกรรมกลุ่มต้องเริ่มจากการโอนเงินไปเพิ่มแล้วทำแชร์เหมือนเดิม ก้อนแรกอยู่ที่ 39,000 บาท ตอนนั้นถอดใจมั้ย มันชักเยอะ หมื่นนึงยังค้างอยู่เลย? ณ ตอนนั้นเราแค่รู้สึกว่าถ้าเราทำแคมเปญสำเร็จเราถึงจะได้เงินคืน ด้วยความที่เขาหลอกเราตั้งแต่แรกว่าได้เงินคืน เขามีการกดดันหมู่ว่าถ้าใครคนใดคนหนึ่งไม่ทำแคมเปญนี้ อีก 4 คนสูญเงิน ก็คือจะโดนยึดหมดเลย ถ้าเบสท์ไม่ทำ จะมีคนเดือดร้อนเพราะเรา เหมือนกดดันให้เรารู้สึกว่าเราทำให้คนอื่นเดือดร้อน เราต้องรับผิดชอบแคมเปญนี้ เราก็เลยทำแคมเปญ แคมเปญอันแรกก้อนเกือบ 4 หมื่น ก็ทำเสร็จเรียบร้อย แคมเปญที่สองยอดอยู่ที่ 110,000 บาท อันนี้ก็สำเร็จเรียบร้อย แต่พอเป็นก้อนที่สาม มีแอดมินแจ้งว่ามีคนนึงทำผิดพลาด มันเป็นกลลวงค่ะ อันแรกบอกว่าแชร์หนึ่งแพลตฟอร์ม อันที่สองบอกแชร์หนึ่งแพลตฟอร์ม แต่พออันที่สาม แอบเขียนว่าแชร์สองแพลตฟอร์มโดยที่เราไม่ทันสังเกต คราวนี้กลายเป็นว่าเราเป็นคนที่ทำพลาดคนเดียวในกลุ่ม แล้ว 4 คนก็มารุมตำหนิเรา ว่าเพราะน้องคนเดียว ยิ่งทำให้กดดัน เราก็บอกว่าขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจ ฉะนั้นเงินทุกก้อน ถูกยึดหมด เพราะเราคนเดียว ณ เวลานั้นเราก็ถูกยึดไปเลย 4 คนก็จะถูกยึด คราวนี้แอดมินเสนอวิธีแก้ไขแคมเปญนี้ บอกว่าต้องโอนเงินไปเพิ่ม ซึ่งเป็นเงินที่สูงขึ้น 490,000 ณ เวลานั้นเรารู้สึกว่ามันเยอะ แต่ช่วง 3 แคมเปญแรกเขาให้เวลา 15 นาทีนะคะ ในการโอน แต่อันนี้ด้วยความที่เงินก้อนใหญ่ เขาให้เวลาในการโอน 1 ชั่วโมง เราก็เป็นคนที่รู้สึกว่ามันเยอะ ตัวละครตัวนึงก็จะบอกว่าโอนแล้ว เร็ว เสร็จแล้ว อีกคนบอกว่าขอไปหาเงินก่อน อีกคนก็บอกว่าทำยังไงดี มีทักมาหาเราส่วนตัว อ้างว่าเป็นแฟนคลับเราด้วย บอกว่าพี่ไม่มีเงินแล้ว จะทำยังไงดี ถ้าพี่ไม่ทำพลาด เราคงไม่ต้องมาเสียเงินเยอะขนาดนี้ มันพูดกดดันเรา ทักส่วนตัวด้วยค่ะ พอใกล้ถึงเวลา เขาก็กดดันว่าเหลือเราคนเดียวที่ยังไม่โอน ส่วนใหญ่เขาจะให้บ่ายสองครึ่ง เราก็ตัดสินใจ 14.20 น. มีการโอนไปแล้ว เขาเหมือนดึงเวลา กว่าจะตรวจสอบเสร็จ กว่าจะให้เราทำแคมเปญแชร์ ก็ช้า ทุกอย่างช้า ดึงเวลาให้เกิน 1 เวลาที่เขาจำกัด เพื่อให้เราทำไม่สำเร็จ พอเราทำสำเร็จเรียบร้อย เขาบอกว่าไม่ผ่าน มิจชั่นเฟล เราก็ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เขาบอกว่าคุณทำเกินเวลา ทั้งหมด 3 นาที ซึ่งทำให้เราไม่ได้เงินทั้งหมด ตั้งแต่ก้อนแรกถึง 490,000 ทุกคนก็รุมเรา บอกว่าเราทำพลาดรอบที่สองแล้วนะ ทีนี้ก็หนักค่ะ เขาให้แก้ไขอีกเป็นรอบสุดท้าย จำนวนเงินที่โอนคือ 6 แสนบาท เยอะมาก ต้องบอกตามตรงว่า ณ เวลานั้นเงินสดในบัญชีเรามีไม่ถึงแล้ว คราวนี้ด้วยความที่หน้าม้าเขาเห็นว่าเราช้า เขาส่งมาส่วนตัวว่าน้อง เหลือน้องคนเดียวแล้วนะ ทำไมน้องยังไม่โอน เราบอกว่าเราเงินไม่พอ เขาก็ยื่นข้อเสนอให้ยืมด้วยนะ บอกว่าเอางี้มั้ย ให้ยืม น้องขาดเท่าไหร่ เราบอกว่าเราขาด 3 แสนเขาบอกว่าเขาจะให้เรายืม 3 แสน แต่เขาจะไม่โอนตรงให้กับเรา ขอเลขที่บัญชีของแอดมินมาให้เขา เดี๋ยวเขาโอน 3 แสนไป แล้วเราโอน 3 แสนไป ก้อนสุดท้ายต้องโอนภายในเวลาเท่าไหร่? 1 ชม.เหมือนกันค่ะ แต่ไม่จบแค่นั้น เงินเราต้องใช้สองบัญชีในการโอน คราวนี้ก้อน 3 แสนที่เขาให้ยืม เขาส่งสลิปไปตรวจสอบเรียบร้อย แล้วของเรารวมกันเป็น 6 แสน แต่ความที่เรากลัวไม่ทันเวลา เราก็รีบโอน 1.5 แสนก่อน แล้วโอนต่ออีก 1.5 แสน แต่เขาเล่นวิธีตุกติกเราว่าสลิปอันที่สามเราโอนก่อนเขาส่งเลขที่บัญชีใหม่มา เราทำพลาด อันนี้ไม่นับ เราถามว่าแล้วจะแก้ไขยังไง เขาบอกว่าต้องโอนเงินมาอีก 1.5 แสน เราเลยบอกว่างั้นโอนเงิน 1.5 แสนกลับมาสิ เดี๋ยวเราโอนกลับไปใหม่ เขาบอกไม่ได้ มันถอนออกมาไม่ได้ต้องโอนเพิ่ม กลายเป็นว่าเบสท์เสียทั้งหมด 4.5 แสน โอนเพิ่มเพราะเขาเปลี่ยนบัญชี? ใช่ค่ะ คล้ายๆ บัญชีม้า มันเปลี่ยนเร็วมาก ชื่อนามสกุล แม้กระทั่งธนาคาร ก็เปลี่ยนไปตลอด ไม่ใช่บัญชีเดิม เวลาเขาส่งบัญชีมา ก็จะทำลายหลักฐานภายใน 5 นาที เขาจะลบออก พอเราโอนช้าไป 5 นาที เขาก็ให้เลขใหม่ หลังเราโอนครบเรียบร้อย สำเร็จแล้ว เราก็รอดูแอปฯ ธนาคาร ว่าเงินจะเข้าเมื่อไหร่ ช่วงแรกประมาณ 2 นาทีเงินก็เข้าเราแล้ว แต่รอบนี้เรารอไป 10 นาที ทำไมยังไม่เข้า จนหน้าม้าคนนึงบอกว่าพี่ทำไมช้าจังเลย เกิดอะไรขึ้น ทำไมยังไม่โอน สักพักส่งมาบอกว่าถอนเงินไม่ได้ เพราะวงเงินเกิน 2 ล้าน มีทริกตุกติกอีกแล้ว เหมือนทำแคมเปญจะมีค่าคอมมิชชั่นที่บวกเพิ่มไป ถึงแม้เงินเราจริงๆ จะ 1.2 ล้าน แต่เขาจะบอกว่ามีคอมมิชชั่นที่ให้เพิ่ม ซึ่งตอนนั้นเราไม่ได้สนใจเรื่องคอมมิชชั่นอะไรแล้ว เราสนใจแค่อยากได้เงินเราคืน แต่คราวนี้เขาใช้วิธีว่าโบนัสคุณเยอะเกิน 2 ล้าน การอยู่ห้องวีไอพีหนึ่งไม่สามารถถอนเงินเกิน 2 ล้านได้ ต้องอัปเกรดวีไอพีสอง โดยการปลดล็อกบัญชีให้ถอนเงินออกมาได้ โดยการใช้เงินอีก 5 แสนบาท ตอนนั้นเริ่มเอ๊ะใจหรือยัง? ณ ตอนนั้นเหมือนเราติดกับดักเขาค่ะ ตอนนั้นเราใจจดใจจ่ออยู่กับมือถือ พยายามหาทางออกว่าจะเอาเงินออกมาให้เร็วที่สุดได้ยังไง จะเอาเงินคืนได้ยังไง คุณพ่อคุณแม่พยายามมาคุยด้วย เราปิดประตูล็อกห้องเราก็ไม่เปิด มีหลายคนพยายามติดต่อเรา เราก็ไม่ได้รับสาย กระทั่งส่งข้อความมาว่าเป็นอะไร อยู่ดีๆ ก็เงียบทั้งวัน คนเห็นความผิดปกติของเราแล้วค่ะ เขาต้องการให้โอน 5 แสน เบสท์ทำยังไงต่อ? ต้องบอกว่า ณ เวลานั้น เงินในบัญชีเรามีไม่พอ ตัวละครนึงที่อ้างว่าเป็นแฟนคลับเรา ก็ทักมาส่วนตัวว่าพี่ไม่อยากได้เงินคืนเหรอ เดี๋ยวหนูให้ยืมก่อนก็ได้ พี่มีเท่าไหร่ ทำเป็นแพทเทิร์นเดิมกับคนก่อนหน้าที่ให้ยืม เราก็เริ่มเอะใจว่าคนเราไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว เพิ่งมาเจอกัน ทำไมถึงใจดีให้ยืม มันเริ่มแปลก แล้วแพทเทิร์นมันเหมือนเดิม แล้วคนแรกที่ให้ยืมไป เขาก็ดูไม่มีทีท่าที่จะทวงเรา ก็เลยเริ่มเอะใจว่ามันไม่น่าใช่แล้ว บวกกับคนรอบตัวเตือนว่ามันไม่น่าใช่แล้วนะ ให้หยุดทุกอย่าง ก็เลยหยุด พอหยุดเขาก็ทักมาหาเราตลอดว่าเวลาจะหมดแล้วนะ ภายใน 1 ชม. ถ้าไม่โอนจะถูกยึดเงิน เราตัดสินใจโทรไปอายัดบัญชี 2 บัญชีที่เราโอนออก และโทรไป 1441 แจ้งความ จากนั้นพอเราแจ้งทุกอย่าง ได้เคสไอดี ได้ตัวเลขจากธนาคารทั้งสองธนาคาร จากเจ้าหน้าที่ตร.ก็ไปแจ้งความที่สน.ทองหล่อตอนนั้นเลย ตอนเที่ยงคืน เวลาที่มันเริ่มต้นหลอกลวงคือ 11 โมง เราโอนก้อนสุดท้ายประมาณ 3 ทุ่ม แต่โปรเซสที่เราหยุดแชต หยุดคุยกับเขา ประมาณเที่ยงคืน ประมาณ 13 ชม. ไม่กินข้าว ไม่ดื่มน้ำ ไม่ทำอะไรเลย เหมือนเราขังตัวเองอยู่ในห้อง มันเหมือนเราถูกสะกดจิตจริงๆ นะ เหมือนเราตกอยู่ในภวังค์ เราไม่เข้าใจว่าทำไมเราเอาตัวเองออกมาไม่ได้ เราจมอยู่ในนั้น มีคนพยายามเตือนเรา แต่เราไม่ฟัง เหมือนคนหูหนวกตาบอดและหูดับ มีคนพยายามบอกว่าไม่น่าใช่แล้วนะ ให้ระวังนะ มีเคสแบบนี้เยอะนะ ขนาดมีคนส่งลิงก์ข่าวแบบนี้ เรายังไม่เปิดดูเลย เราโฟกัสอยู่อย่างเดียว เหมือนใช้จิตวิทยา กดดันหมู่ แล้วมีเรื่องเวลาที่มาบีบคั้นเรา เหมือนต้องภายใน 15 นาที เงินก้อนใหญ่ภายใน 1 ชม. เราก็ไม่รู้ทำไง เราอยากได้เงินเราคืน เราไม่ได้สนใจค่าคอมมิชชั่นหรือโบนัสแล้ว เราอยากได้เงินตัวเองคืนเท่านั้น เราโฟกัสแค่นี้เลย วินาทีที่รู้ว่าเราโดนมิจฉาชีพ เรารีบบอกครอบครัวเลยมั้ย? ตอนแรกไม่กล้าบอกใคร คุณพ่อคุณแม่พี่สาวไม่กล้าบอกเลย หนูยังไม่เชื่อตัวเองเลยว่าถูกหลอก ตอนนั้นเราตัวสั่น รู้สึกว่าเฮ้ย มันเกิดกับเราจริงๆ เหรอ เรายังไม่เชื่อว่าเราโดนหลอก จนกระทั่งไปแจ้งความถึงรู้ว่าเราโดนหลอกจริงๆ เงินในบัญชีเราหาย ทำให้เรารู้ตัวว่าโดนแล้วจริงๆ ณ เวลานี้ก็ยังไม่เชื่อว่าสิ่งที่เราเจอเป็นเรื่องจริง ตายังช็อกอยู่เลย ว่าโดนเหรอ ใช่เหรอ เรื่องจริงเหรอ สายตาเป็นแบบนั้นเลย? ที่เราโอนต่อ โอนเพิ่ม เพราะเรามีความหวังว่าจะได้เงินคืนจริงๆ ณ เวลานั้นไม่คิดเลยว่าเราจะถูกหลอก มันเหมือนแบบอีกนิดเดียว แล้วเวลาคนคุยกับเรา ก็บอกว่าเดี๋ยวก่อน ขอเคลียร์ธุระให้เสร็จก่อน เรายังมั่นใจอยู่เลยว่าอีกแป๊บนึงเราจะได้เงินคืนแล้ว แล้วเราจะไปเล่าให้คนอื่นฟังว่าเราทำอะไรมา แต่พอแบบนี้เราไม่มีโอกาส เหมือนเราพลาดไปแล้ว มันเฟลไปแล้ว ทั้งหมดตั้งแต่ก้อนแรกถึงก้อนสุดท้าย โดนไปเท่าไหร่? 1.2 ล้าน มีเศษอยู่พันกว่าบาทค่ะ มีหน้าม้าโกหกว่าจะเอาเงินไปรักษาลูก? ใช่ค่ะ พวกนี้เขาทำงานเป็นทีม จะมีตัวละครนึงที่บอกว่าเขาหาเงินไม่ได้ เขาต้องเอาโฉนดที่ดินไปจำนอง อีกคนบอกว่าลูกสาวป่วย ส่งรูปอยู่บนเตียงมาว่าอยากได้เงินคืนจะเอาไปรักษาลูกสาว แล้วก็มีบอกว่ากำลังขับรถไปหาเงิน มีทักมาส่วนตัว อันนี้เขาส่งในกลุ่มให้เห็นว่าเขาเดือดร้อนมากนะกับสิ่งที่เราทำพลาด ทุกคนต้องการเงินคืน ให้เราเห็นใจด้วยค่ะ ให้แบกความรู้สึกผิด ทำให้ยิ่งรู้สึกว่าต้องทำสิ่งนี้ไปเรื่อยๆ ณ โมเมนต์นั้น ผ่านเหตุการณ์มา ตั้งสติได้แล้ว ไปแจ้งความ เห็นว่าทุกอย่างสายไปหมดแล้ว? พวกนี้พอเราโอนไปแล้ว เขาโอนออกไวมากอยู่แล้ว ไม่เกิน 1-10 นาที เขาโอนออกหมดแล้ว เราอายัดบัญชีตอนประมาณ 4 ทุ่ม มันน่าจะไม่ทัน ตร.แจ้งว่าถึงแม้อายัดภายใน 5 นาทีแรกก็ยังไม่ทัน พวกนี้เขาโอนไปเร็วมาก ณ เวลานี้ยังไม่ทราบว่าบัญชีปลายทางที่เรียกว่าบัญชีม้าจะเหลือเงินเท่าไหร่ค่ะ ผ่านมากี่วันแล้ว? เหตุการณ์เกิดวันที่ 9 ค่ะ ขั้นต้นหลังเราแจ้งความแล้ว ทางตร.ก็อายัดบัญชีถาวรของบัญชีม้าทั้งหมดที่เราโอนไป เขาอยู่ในขั้นดำเนินการตรวจสอบ ทีนี้ต้องรอสเตทเมนต์ทางธนาคารปลายทาง ซึ่งแจ้งว่าตั้งแต่เขาฟรีซบัญชีไปแล้ว เขามีโอนออกเท่าไหร่ ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนตร.ดำเนินการเช็กว่าบัญชีเหลือเท่าไหร่ ซึ่งตร.แจ้งว่าพวกนี้เขาจะแปลงเป็นสกุลเงินดิจิทัลเร็วมาก แล้วมันจะตามยาก เบสท์ทำใจแล้วว่าไม่น่าได้คืน? ทำใจว่าโอกาสได้คืนน่าจะยาก เพราะเงินออกไปแล้ว และเร็วมาก แต่ไม่หมดหวังนะคะ เบสท์เชื่อมั่นตร.ไทยค่ะ ตร.ไทยเก่ง น่าจะจับตัวคนร้ายมาได้ แต่การจับคนร้ายได้ เราอาจไม่ได้เงินคืนหรือเปล่า บัญชีม้าอาจไม่มีเงินชดใช้ บัญชีม้าบางทีเป็นตาสีตาสาเป็นเด็ก เขาไม่มีเงินชดใช้เรา ความหวังริบหรี่มากที่จะได้เงินคืน ครอบครัวเป็นไงบ้าง? ตอนแรกที่เขารู้เรื่อง เขาก็บอกว่าทำไมถึงโง่โอนให้เขาแบบนี้ เราก็พยายามอธิบายว่าพอคนไม่ได้ตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น จะไม่เข้าใจว่าทำไมเราถึงโอนออก ซึ่งโดยส่วนตัวเบสท์ใช้เงินคิดแล้วคิดอีก เป็นคนรู้ค่าของเงิน ค่อนข้างประหยัดค่ะ การที่ใช้ที โอนออกที ค่อนข้างยากสำหรับเรา พ่อแม่คนรอบตัวไม่มีใครเชื่อเลยว่าเรื่องนี้จะเกิดกับเรา ไม่มีทางเลย แต่ตอนหลังพอหายจากตกใจ พ่อแม่ก็ให้กำลังใจว่าไม่เป็นไร เงินที่เสียไปแล้วก็ไม่เป็นไร จริงๆ แล้วในมุมเบสท์ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจอยู่ เราสามารถทำงานได้อยู่ เราสามารถมีรายได้ ทำงานมีเงินเข้ามาได้ เงินก้อนนี้ไม่ใช่ก้อนสุดท้ายในชีวิตของเรา หลายๆ คนที่ติดต่อเข้ามาเขาเป็นผู้เสียหาย มาร้องทุกข์กับเรา ว่าเงินก้อนนี้เป็นก้อนสุดท้ายในชีวิตของเขา เขาไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว เขาเครียด เบสท์ก็พยายามให้กำลังใจผู้เสียหายทุกคนว่าจริงๆ แล้วเรายังทำงานต่อได้นะ ให้กำลังใจซึ่งกันและกันค่ะ ตอนนี้ทุกคนเครียดหมด ตอนที่ไปแจ้งความ มีเคสที่โดนรีวิวแบบนี้กี่เคส? ที่รวบรวมมาได้ เป็นเพจเดียวกัน รีวิวเหมือนกัน ประมาณ 10 คนได้ค่ะ มูลค่าความเสียหายประมาณ 2 ล้านบาท ณ ตอนนี้ แต่จะมีคนอื่นๆ ที่เป็นเคสอื่น รีวิวเสื้อผ้า แพ็กของ ผู้เสียหายทุกคน เขาอยากทำงาน อยากหารายได้เสริม คนขยันที่โดน พวกนี้เขายิงแอดเป็นทาเก็ตด้วย เป็นกลุ่มคนที่เป็นวัยทำงาน มีรายได้ เป็นกลุ่มคนเฉพาะผู้หญิงเท่านั้น ผู้ชายไปสมัครเขาไม่รับนะคะ เขาบอกว่าผู้หญิงเป็นเพศเซนเซิทีป ขี้สงสาร และใจไม่แข็งเท่าผู้ชาย ผู้ชายเขาไม่รับเลย เหยื่อมีแต่ผู้หญิงทั้งหมดค่ะ ไม่โดนก็ไม่รู้ เวลาโดนแล้วออกมาเป็นกระบอกเสียง แทนที่จะชื่นชม กลายเป็นว่ารุมด่า รุมสาป คอมเมนต์อ่านแล้วจะไปว่าเขาทำไม เช่น สวยแต่โง่ หรือลามไปเรื่องการศึกษา เรียนก็สูงแต่ทำไมไม่ฉลาด เบสท์รู้อยู่แล้วว่าลงแล้วจะเป็นยังไง คำไหนที่คิดว่าแรงมาก? ที่โดนก็แรงทุกคำค่ะ จะมีสวยแต่โง่ การศึกษาสูงซะเปล่า โลภ น่าจะโดนเยอะกว่านี้เนอะ มีหลายรูปแบบมาก เอาจริงๆ เบสท์ตั้งรับไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าเราออกมาให้ข่าว หรือแชร์ประสบการณ์ ต้องมีคนรุมต่อว่ารุมด่าเรา บางคนสมน้ำหน้า มีหลายรูปแบบมาก พอเราเห็น เราก็รู้สึกว่าจริงๆ แล้วสังคมไทยเดี๋ยวนี้ชอบเบลมเหยื่อ ทำให้เหยื่อไม่กล้าออกมาแชร์ หลายๆ คนที่ติดต่อเบสท์มาบอกว่าพอหนูโพสต์ไปคนก็รุมด่าหนูว่าโง่ หรือบางคนโดนแล้วไม่บอกคุณพ่อคุณแม่เพราะกลัวโดนว่า หรือโดนแล้วหมดเป็นแสนเป็นล้านแต่ไม่กล้าออกมาแชร์เพราะกลัวว่าสังคมจะรุมด่า ซึ่งโดนด่า 70-80 เปอร์เซ็นต์ เราทำใจไว้อยู่แล้ว เราตั้งรับไว้อยู่แล้วว่าต้องโดน ก็รู้สึกแย่เหมือนกันค่ะ เบสท์ออกมาไม่ได้ต้องการให้คนสงสาร หรือเห็นใจเรา เราอยากออกมาเตือนภัย ถือว่าเป็นการแชร์ประสบการณ์ การที่เราโดนมันเป็นยังไง อย่างข่าวเบสท์ที่ออกไป เราได้ช่วยเหลือหลายๆ คนนะคะ มีคนส่งข้อความมาบอกว่าต้องขอบคุณเบสท์มากๆ พอกำลังตกหลุมพราง กำลังคลิก พอเห็นข่าวเราในทีวี เห็นข่าวในอินเตอร์เน็ต เขาหยุดทัน หรือบางคนที่ตกเป็นเหยื่อแล้ว กำลังจะโอนต่อก็หยุดโอนเพราะเห็นจากข่าวเรา ซึ่งคนจะบอกว่าไม่อ่านข่าวบ้างเหรอ ไม่ตามข่าวบ้างเหรอ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในสังคมไทย แต่เบสท์เจอมิจฉาชีพหลอกอยู่เรื่อยๆ อยู่แล้ว โทรมาเป็นคอลเซ็นเตอร์ หรือแม้กระทั่งส่งอีเมล์มาติดต่อให้เรารีวิวสินค้าแบรนด์เนม แต่ต้องให้เราโอนค่าชิปปิ้งฟรีไปก่อน อันนี้เราไม่พลาด ไม่หลงกล เพราะทุกอย่างมีเวลาคิดค่ะ มีเวลาไตร่ตรอง แต่เคสนี้ทุกอย่างบีบด้วยเวลา ทำให้เราไม่มีเวลาฉุกคิด ระมัดระวังตัว เอ๊ะหนึ่งเอ๊ะสองมันเลยไม่มี เพราะเราอยากได้เงินคืน ฉะนั้นหลายคนอาจต่อว่าเบสท์ว่าทำไมไม่อ่าน หนูก็ไม่ได้ตอบโต้ แต่ใช้วิธีการชี้แจงในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่าสาเหตุอะไรเราถึงตกหลุมพรางเขา เพื่อเป็นการเตือนภัยเขาว่าจริงๆ ถึงเราเป็นคนระมัดระวังตัว แต่จริงๆ บางทีมันก็ไม่พอค่ะ อยากบอกอะไรคนที่บอกว่าสวยแต่โง่? อยากบอกว่าเรื่องพวกนี้ ถ้าไม่เจอกับตัวไม่มีวันเข้าใจ ไม่มีวันรู้ แม้กระทั่งเบสท์โดนคนพูดว่าคนโดนมาแล้ว แต่ฉันรอดมาได้ เพราะเธอโง่เอง เธอไม่ฉลาดเอง ก็โดนทุกคำ ไม่ว่าคำไหนที่เราออกมาพูด ก็จะโดนแซะกลับมาเสมอ ก็จะบอกว่าคนเป็นเหยื่อเหมือนกัน ทุกคนพูดว่าเขาเข้าใจเบสท์ เพราะเขาก็เป็นเหมือนกัน เครียดจนกินไม่ได้ นอนไม่หลับ แฟนให้กำลังใจยังไง? อย่างแรกเขาไม่ซ้ำเติม เขาไม่ได้ต่อว่าเรา ว่าทำไมถึงทำแบบนี้ เขาให้กำลังใจ เขาแค่งงว่ามันเกิดขึ้นกับเราได้ยังไง เพราะเขาชอบแซวว่าปกติเงินกระเด็นออกจากบัญชีได้สักบาทมันยากมากคนรอบตัวจะรู้ พอเกิดเหตุการณ์นี้ทุกคนก็บอกว่าไม่น่าเชื่อนะว่าเกิดขึ้นกับเรา ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : ประวัติ เบสท์ ชนิดาภา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์

เบสท์ ชนิดาภา แชร์ประสบการณ์ "ติดกับดัก" มิจฉาชีพ ทั้งที่เป็นคนระวังตัวมาก
อ่าน

เบสท์ ชนิดาภา แชร์ประสบการณ์ "ติดกับดัก" มิจฉาชีพ ทั้งที่เป็นคนระวังตัวมาก

ประสบการณ์ตรง! เบสท์ ชนิดาภา โดนกับตัว โพสต์เล่าหวังเป็นอุทาหรณ์ ติดกับดัก มิจฉาชีพ ทั้งที่เป็นคนระวังตัวมาก ทำสูญเงินหลักล้าน คนพวกนี้ทำงานเป็นทีม เล่นกับความรู้สึกคน ยอมรับ "ขาดสติ" จนท.ตำรวจบอกมีคนถูกหลอกวันละไม่ต่ำกว่า 5 ราย! จากกรณีที่นักแสดงสาว เบสท์ ชนิดาภา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์ ดารานักแสดง ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บก.ปอท. หลังถูกมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงินสมัครทำงานรีวิว โดยอ้างเป็นแคมเปญรีวิวโรงแรม ร่วมกับ Agency ชื่อดัง ทำสูญเงินไปกว่า 1.2 ล้านบาท และล่าสุด เบสท์ ชนิดาภา ได้ออกมาเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกครั้ง เผยเรื่องราวโดยละเอียดหวังให้เป็นอุทาหรณ์สำหรับคนอื่นๆ ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ โดยการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า.. "จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ เบสท์ มีเวลามาคิดทบทวนว่า เฮ้ย! เราโดนไปได้ยังไง ทั้งๆที่ "ปกติ" เป็นคนระวังตัวมาก ไม่เคยหลงเชื่ออะไรง่ายๆ แต่ในวันที่เราหลวมตัวเข้าไปสู่โลกของมิจ มันเหมือนถูกดึงเข้าไปให้ "ติดกับดัก" เพราะสนใจทำงานและอยากมีรายได้ (ซึ่งในกรณีนี้ไม่ได้เสียค่าสมัครนะคะ คนเข้าใจผิดกันเยอะ) และพวกนี้มืออาชีพทำงานเป็นทีมเล่นกับความรู้สึกคน กดดันเรื่องเวลา หน้าม้าก็รุมพิมพ์ต่อว่าเพื่อบีบให้เราต้องทำเพื่อส่วนรวม ยอมรับว่า ณ เวลานั้น "ขาดสติ" และมัวแต่ใจจดใจต่อในการอยากได้เงินตัวเองคืน ทำให้โอนต่อ โอนเพิ่ม โดยไม่ทันได้ฉุกคิดหรือไหวตัวช้าไปมาก จนยอดความเสียหายสูงไปถึงหลักล้าน ไม่มีใครอยาก "ตกเป็นเหยื่อ" ไม่มีใครอยาก "เสียค่าโง่" แต่ในเมื่อสิ่งนี้มันเกิดขึ้นแล้ว เราก็ต้องตั้งรับและยอมรับความจริงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และแก้ไขปัญหาต่อ โชคดีที่คนในครอบครัวและคนรอบตัวไม่มีใครเหยียบย่ำซ้ำเติมหรือสมน้ำหน้า และบอกว่าต่อไปมีอะไรต้องรีบปรึกษาคนในครอบครัวหรือคนใกล้ตัว อย่ากลัวที่จะบอกหรือเล่า และอย่าแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองคนเดียว ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตที่ เบสท์ พลาดไปแล้วจริงๆ ขอบคุณทุกคนที่ติดต่อเข้ามาทุกช่องทาง มาสอบถามถึงสภาพจิตใจ และให้กำลังใจ ทำให้รู้ว่ามีคนรอบตัวอีกหลายคนที่โดนแบบ เบสท์ มีทั้งแบบเดียวกันเป๊ะๆและแบบที่คล้ายๆกัน แต่แค่พวกเค้าไม่กล้าที่จะออกมาเล่ามาแชร์ในสิ่งที่ตัวเองเจอเพราะกลัวโดนด่าว่า "โง่" นี่แหละค่ะ เข้าใจว่าต่างคนต่างมุมมองต่างความคิด และทุกวันนี้มีข่าวออกอยู่เรื่อยๆจริง แต่มิจก็มีรูปแบบใหม่ๆที่แยบยลขึ้นทุกวัน จนบางทีเราก็ตามไม่ทันทุกข่าว เพราะตอนที่ไปแจ้งความที่สน. จนท.ตำรวจยังบอกเลยว่ามีเคสแบบนี้ทุกวัน วันนึงไม่ต่ำกว่า 5 รายที่มาแจ้ง ซึ่งฟังแล้วน่าตกใจ เห็นใจ และไม่คิดว่าวันนึงเราจะตกเป็น "เหยื่อมิจฉาชีพ" เหมือนกัน ภาพจาก : Chanidapa Pongsilpipat อยากให้เรื่องราวครั้งนี้ของ เบสท์ เป็นอุทาหรณ์เตือนภัยสำหรับคนที่อาจจะหลงกล หลวมตัว ก้าวขาเข้าไปแล้ว ให้รีบถอยออกมาให้ไวที่สุด ยอมทิ้งเงินที่เสียจำนวนนั้นไปเลย ไม่ต้องไปสงสารหรือเห็นใจใคร (เพราะมันคือหน้าม้าที่เตี๊ยมการละครมาอย่างดี มี story ของตัวเอง) อย่างน้อยจะได้ไม่ต้องเสียเงินไปเยอะกว่านี้ หรือถ้าใครไหวตัวทันแต่แรกคือ คุณโชคดีมากๆที่มีสติและยินดีด้วยจริงๆที่ไม่โดนหลอกค่ะ ขอให้ทุกคนที่เคยโดน กล้าแชร์ กล้าบอกต่อเรื่องราวของตัวเอง ถึงแม้ว่าโดนด่า โดนตำหนิแน่ๆ 70-80% ว่าไม่มีสมอง สวยแต่โง่ การศึกษาสูงซะเปล่า แต่มันคือการช่วยเหลือคนอื่นๆอีกทางนึง อย่างน้อยวันนี้คนที่เห็นข่าว เบสท์ ก็จะได้ระมัดระวังตัวเมื่อเห็นเพจเหล่านี้หรือลักษณะงานแบบนี้เด้งขึ้นมาใน feed ของตัวเอง (ซึ่งเพจได้ปลิวไปเรียบร้อย สลายตัวไวมาก) หวังว่าทุกคนจะเข้าใจในสิ่งที่ เบสท์ ต้องการจะสื่อและบอกต่อ ขอบคุณคนที่เข้าใจว่า "ไม่โดนกับตัวไม่มีวันรู้หรอก" เศรษฐกิจแบบนี้ สถานการณ์แบบนี้ ทำให้ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะ "ตกเป็นเหยื่อ" ได้เหมือนกันหมด" โดยหลังจากนั้นก็มีชาวโซเชี่ยลเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นด้วย เช่น จริงค่ะโดนมาแล้วทั้งๆ ที่เป็นคนระวังมาก ถ้าใครไม่ได้อยู่จุดนั้นจะไม่เข้าใจ เคยโพสเตือนโดนแบบเดียวกันแต่โดนเข้ามาด่าว่าโง่ ทำให้คนโดนไม่กล้าเตือนกัน ส่งกำลังใจให้นะคะ , ระวังแล้วระวังอีกยังไม่รอดมิจ ขอให้กรรมตามสนองพวกมิจมันเท่าตัวไปเลย ได้แต่เป็นกำลังใจให้อยู่ห่างๆเสมอนะ , เป็นกำลังใจให้น้องเบสนะคะขอให้ได้เงินคืนแล้วก็ขอให้พวกมิจฉาชีพมันโดนลงโทษเร็วเร็ว ฯลฯ ภาพจาก : Chanidapa Pongsilpipat

ศาลอาญาออกหมายจับ “ฮอต” ไฮโซปลอม 4 ข้อหา ม.112-ฉ้อโกง
อ่าน

ศาลอาญาออกหมายจับ “ฮอต” ไฮโซปลอม 4 ข้อหา ม.112-ฉ้อโกง

ศาลอาญาอนุมัติหมายจับ “ฮอต” ชายแอบอ้างเป็นไฮโซ 4 ข้อหา หนักรวม ม.112, ปลอมเอกสาร, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และฉ้อโกงประชาชน ตำรวจอายัดตัวจากเรือนจำพิเศษธนบุรีวันที่ 11 เมษายน 2568 ศาลอาญามีคำสั่งอนุมัติออกหมายจับชายคนหนึ่งที่ใช้ชื่อในสังคมออนไลน์ว่า “ฮอต” ซึ่งมีพฤติกรรมแอบอ้างเป็นบุคคลมีชื่อเสียงหรือเป็น “ไฮโซ” เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนก่อเหตุหลอกลวงผู้คนในหลายรูปแบบ พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องขออนุมัติหมายจับต่อศาล หลังจากมีผู้เสียหายยื่นหลักฐานชัดเจนว่า ผู้ต้องสงสัยได้กระทำการหลอกลวงจนได้รับความเสียหายทั้งในเชิงทรัพย์สินและชื่อเสียงศาลพิจารณาหลักฐานแล้วเห็นว่ามีน้ำหนักเพียงพอ จึงอนุมัติออกหมายจับใน 4 ข้อหา ได้แก่1. ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ2. ความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารและใช้เอกสารปลอม3. ความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์4. ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้อายัดตัวผู้ต้องหาแล้วที่เรือนจำพิเศษธนบุรี เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการสอบสวนเพิ่มเติมตามกฎหมายรายงานระบุว่าคดีนี้เกิดจากการที่ผู้ต้องหาได้แสดงตัวเป็นบุคคลมีฐานะ และอ้างความสัมพันธ์กับบุคคลในระดับสูง เพื่อโน้มน้าวใจให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ จนนำไปสู่การสูญเสียทรัพย์สินจำนวนหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบความเชื่อมโยงกับผู้เสียหายรายอื่นที่อาจตกเป็นเหยื่อเช่นกัน

ไม่ทน! “ซี พฤกษ์ - นุนิว ชวรินทร์” ขอสาปส่งมิจฉาชีพทุกรูปแบบ ลั่นขอให้โดนโกงคืน-ไร้คู่เคียง
อ่าน

ไม่ทน! “ซี พฤกษ์ - นุนิว ชวรินทร์” ขอสาปส่งมิจฉาชีพทุกรูปแบบ ลั่นขอให้โดนโกงคืน-ไร้คู่เคียง

ไม่ทน! ซี พฤกษ์ -นุนิว ชวรินทร์ ขอสาปส่งมิจฉาชีพทุกรูปแบบ ลั่นขอให้โดนโกงคืน-ไร้คู่เคียง วันนี้ 8 เม.ย. เป็นอีกหนึ่งวันที่แฟนคลับคนรักคู่จิ้นสุด ซี พฤกษ์ และ นุนิว ชวรินทร์ รอคอย เพราะเป็นวันกดบัตรดูซีรีส์ ข้ามฟ้าเคียงเธอ Ep.1 ก่อนใครพร้อมกับเหล่านักแสดงนำในงาน The Next Prince : Royal Premiere ในวันที่ 26 เมษายน 2568 เวลา 19.00 น. ณ TRUE ICON HALL ชั้น 7 ศูนย์การค้า ICONSIAM ซึ่งมีการกดบัตรไปเรียบร้อยแล้วเมื่อเวลา 12.00 น. ที่ผ่านมา แน่นอนว่างานนี้แฟนคลับใช้ดวงที่มี ความเร็วของเน็ตขั้นสุด เพื่อแย่งชิงบัตร ล่าสุดทางโซเชียลออกมาประกาศ Sold Out แล้ว! แต่ก็มีแฟนคลับหลายคนที่ไม่ได้บัตรเหมือนกัน แถมยังมีมิจฉาชีพอัพราคาบัตรแพงอีกด้วย งานนี้ ซี เลยทนไม่ไหวขอสาปแช่งเหล่ามิจฉาชีพและคนที่ทำตัวไม่น่ารักว่าผ่านXว่า.... อย่าซื้อไปอัพอะไรเยอะเลยครับ และอย่าโกงด้วยครับ เห็นใจคนที่เขาอยากดูด้วยใจจริง ๆ หน่อยครับ แฟนคลับผมเขารอคอยเวลานี้กันนานมากกกก ใครโกงงานนี้ขอให้ชีวิตนี้โดนโกงคืนบ้างครับ #ข้ามฟ้าเคียงเธอSeries ส่วน นุนิว ก็จัดเต็มไม่แพ้กัน ขอสาปส่งด้วยว่า ไม่สนับสนุนการโกงการเป็นมิจจี้ทุกรูปแบบ เห็นใจแฟนคลับพวกผมด้วยน้า ใครเป็นมิจจี้ก็ขอให้ชีวิตนี้ไม่มีคู่เคียงไปเลย เตือนแล้วนะ #ข้ามฟ้าเคียงเธอSeries ทางด้านแฟนคลับก็ตามมาซัพพอร์ตเห็นด้วยกับ ซี นุนิว พร้อมกับขอบคุณที่นักแสดงช่วยออกมาเป็นกระบอกเสียงอีกด้วย

วันพลิกชะตา
ดู

วันพลิกชะตา

"อั้ม-ถิร"  ดีใจ "เปิดโหมดล่า อย่าท้าทายระบบ" กระแสแรง สนุกได้พลิกลุค ปลอมตัว!
อ่าน

"อั้ม-ถิร" ดีใจ "เปิดโหมดล่า อย่าท้าทายระบบ" กระแสแรง สนุกได้พลิกลุค ปลอมตัว!

อั้ม ถิร ทุ่มสุดตัว กับบทตำรวจสืบสวน เปลี่ยนลุค ใส่ชุดซูโม่จับผู้ร้าย เผยดูซีรีส์แล้ว แฟน ๆ จะได้เห็นอีกด้านของตำรวจที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เจอกันหน้าจอ ช่อง 7HD ทุกวันจันทร์ อังคาร เวลา 18.00 น. "อั้ม-ถิร" ดีใจ "เปิดโหมดล่า อย่าท้าทายระบบ" กระแสแรง สนุกได้พลิกลุค ปลอมตัว! ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 7HD เริ่มคิกออฟ ก็มันแล้ว สำหรับ เปิดโหมดล่า อย่าท้าทายระบบ ละครสะท้อนสังคมในรูปแบบ ซีรีส์ จำลองจากเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในสังคม ผลงานใหม่จากค่าย 9 บีเวอร์ ฟิล์มส์ ของผู้จัด โอริเวอร์ บีเวอร์ ซึ่งเรื่องนี้ อั้ม ถิร ชุติกุล ที่รับบท ผู้กองปอนด์ บอกว่าต้องเปลี่ยนลุค ปลอมตัว ที่เชื่อว่าใครที่ดู น่าจะจำได้ เพราะเป็นคดีดัง หลังจากออกอากาศไป กระแสตอบรับดีมาก ๆ ครับ จริง ๆ ต้องบอกว่า ผ่านการเล่นละครบู๊มาเยอะมาก มาเรื่องนี้ก็เปลี่ยนฝั่งจากผู้ร้ายมาเป็นตำรวจ จากคนโดนจับ โดนยิง โดนไล่ล่า ตอนนี้ก็คือมาวิ่งตามจับผู้ร้าย เป็นอะไรที่สนุกไปอีกแบบ ยิ่งเรื่องนี้นำเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นจริง มานำเสนอเป็นแต่ละตอนในซีรีส์ ซึ่งเป็นข่าว เป็นคดีที่เราเคยเห็นในสื่ออยู่แล้ว มีคดีที่อั้มเคยเห็น แล้วได้มาเล่นในซีรีส์นี้ด้วย ถ้าบอกไปทุกคนจำได้แน่นอน คดีที่ตำรวจต้องปลอมตัวใส่ชุดมวยปล้ำซึ่งผมต้องแสดงเป็นคนนั้นครับ แน่นอนบรรยากาศการถ่ายทำ ต้องบอกว่าพวกเรานักแสดงสนิทกันมากอยู่แล้ว พอทุกคนเห็นเรามาใส่ชุดนี้จำได้เลยวันนั้นคือโดนแซวเยอะมาก เขินมาก เพราะเราจัดเต็มสุด ๆ ทั้งชุด ทั้งทาน้ำมันตัวมาครบ แต่มันทำให้เราได้เรียนรู้ เพราะไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ตำรวจที่เราเห็นจะต้องมาทำอะไรแบบนี้ มันทำให้เรารู้ว่าทำไมตำรวจทีมนี้เขาถึงเป็นที่รู้จัก เพราะเขามีการปลอมตัวเพื่อไปจับผู้ร้ายแล้วมันได้ผลจริงซึ่งมันก็กลายเป็นเอกลักษณ์ของเขา ถ้าถามว่าความเหมือน หรือแตกต่างจากตำรวจที่เราเคยเห็น หรือเคยแสดงไหม คือต่างกันเลย ซีรีส์เรื่องนี้ เป็นอะไรที่เราถ่ายทอดออกมาได้สมจริง เพราะนอกจากถ่ายทอดวิธีการทำงานแล้ว ยังถ่ายทอดชีวิตเวลาว่างที่เขาอยู่ด้วยกัน ที่นอกจากเวลางาน ที่มีทั้งสนุกเฮฮา มันก็เป็นจุดเด่นรวมทั้งความสัมพันธ์ของตัวละครที่จริง ๆ เป็นทีมเพื่อนสนุกสนาน แล้วก็ไปทำภารกิจด้วยกัน เป็นการรับบทตำรวจที่ถือปืนน้อยมากด้วย เรื่องนี้อยากให้ลืมภาพตำรวจยิงปืนตามล่ากันไปเลย เพราะเป็นตำรวจอีกแนวหนึ่ง เป็นตำรวจที่เก่งเรื่องคอมพิวเตอร์ ไอที การวางแผน การใช้เทคโนโลยีจับผู้ร้าย ซึ่งเป็นอะไรที่แปลกใหม่ ที่เราไม่ค่อยได้เห็นกัน ทั้ง 8 ตอนเป็นคดีที่เกิดขึ้นจริง ๆ อยากให้ทุกคนได้มาดูแบบสนุก และได้สาระไปด้วยกัน เพราะพวกเรานักแสดงทีมงานตั้งใจ และถ่ายทอดออกมาให้ดีที่สุด ส่วนสิ่งที่ผมได้เรียนรู้กับการรับบทนี้ คือ อย่าทำอะไรไม่ดีแล้วกัน เดี๋ยวโดนจับนะครับ ติดตามชมซีรีส์ เปิดโหมดล่า อย่าท้าทายระบบ ทุกวันจันทร์ อังคาร เวลา 18.00 น. ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 เว็บไซต์ www.ch7.com

เตือนภัย เมื่อ “มิจฉาชีพ” ใช้กลลวง หลอกลงทุน ปลอมเป็นตำรวจ ข่มขู่เหยื่อ
อ่าน

เตือนภัย เมื่อ “มิจฉาชีพ” ใช้กลลวง หลอกลงทุน ปลอมเป็นตำรวจ ข่มขู่เหยื่อ

ปัจจุบันอาชญากรรมบนโลกออนไลน์ โดยมิจฉาชีพเหลานี้ใช้เทคโนโลยีเพื่อหลอกเหยื่อให้หลงกลแล้วได้เงินมาแบบง่ายๆ เป็นภัยร้ายใกล้ตัวเพียงแค่ปลายนิ้ว เพียงแค่เปิดคอมพิวเตอร์หรือใช้งานอินเทอร์เน็ต ก็อาจจะตกเป็นเหยื่อจากอาชญากรรมทางไซเบอร์ได้โดยไม่รู้ตัวในช่วงวันที่ 6 12 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้รายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส โดยนางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง ได้เปิดเผยรานละเอียด ตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ ไว้ดังนี้ตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์คดีที่ 1 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษมูลค่าความเสียหาย 10,693,723 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Facebook ชักชวนทำงานหารายได้พิเศษ เป็นการกดถูกใจเพจเพื่อรับค่าตอบแทน จากนั้นจึงเพิ่มเพื่อนทาง Line และทำตามขั้นตอนที่มิจฉาชีพแนะนำ เมื่อต้องการถอนเงินได้รับเงินจริง ต่อมามิจฉาชีพได้มีการชักชวนให้ทำกิจกรรมโอนเงินเพื่อรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไป แต่เมื่อต้องการจะถอนเงิน มิจฉาชีพแจ้งว่ายังโอนไม่ครบตามกติกา จึงโอนเงินไปจนครบแล้วก็ยังไม่สามารถถอนเงินได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 2 คดีหลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์มูลค่าความเสียหาย 3,247,521 บาท โดยผู้เสียหายพบโฆษณาเชิญชวนเทรดหุ้นผ่านช่องทาง Facebook ผู้เสียหายสนใจจึงเพิ่มเพื่อนทาง Line เพื่อสอบถามรายละเอียด ต่อมามีการดึงเข้า Group Line และให้ติดตั้งแอปพลิเคชันเพื่อเทรดหุ้น ในช่วงแรกสามารถถอนเงินจากระบบได้ ผู้เสียหายจึงโอนเงินเพิ่มและเทรดหุ้นได้จำนวนมากขึ้นแต่ไม่สามารถถอนเงินได้ มิจฉาชีพอ้างว่ายังเทรดหุ้นไม่ครบตามระยะเวลาที่กำหนด ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 3 คดีหลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์มูลค่าความเสียหาย 3,161,275 บาท โดยผู้เสียหายพบโฆษณาเชิญชวนเทรดหุ้นผ่านช่องทาง Facebook ผู้เสียหายสนใจจึงเพิ่มเพื่อนทาง Line เพื่อสอบถามรายละเอียด มิจฉาชีพแนะนำและสอนขั้นตอนวิธีการเทรดหุ้นต่างๆ ให้แก่ผู้เสียหาย ผู้เสียหายจึงโอนเงินเพื่อเริ่มเทรดหุ้น แต่ไม่สามารถถอนเงินได้ มิจฉาชีพอ้างว่ายังเทรดไม่ถึงยอดที่สามารถถอนได้ ผู้เสียหายจึงโอนเงินเทรดหุ้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่สามารถถอนเงินได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 4 คดีข่มขู่ทางโทรศัพท์ให้เกิดความกลัวแล้วหลอกให้โอนเงิน (Call Center)มูลค่าความเสียหาย 1,700,000 บาท ทั้งนี้ ผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์ อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แจ้งว่าผู้เสียหายทำการขายบัญชีม้า โดยให้บุคคลอื่นทำการเปิดบัญชีเป็นความผิดกฎหมายอาญา แจ้งขอตรวจสอบเส้นทางการเงินในบัญชี หากไม่ให้ความร่วมมือจะมีความผิดตามกฎหมาย โดยให้โอนเงินทั้งหมดในบัญชีแล้วส่งหลักฐานการโอนให้ทาง Line หากตรวจสอบแล้วไม่พบการกระทำความผิดจะโอนเงินคืนให้พร้อมเงินชดเชยค่าเสียหายต่างๆ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงให้ความร่วมมือและโอนเงินไป ภายหลังการโอนเงินเสร็จไม่สามารถติดต่อได้อีก ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 5 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่นๆมูลค่าความเสียหาย 1,399,857 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์ อ้างติดต่อจาก Flash Express แจ้งว่าพัสดุของตนเสียหาย จะทำการชดเชยค่าเสียหายให้ จากนั้นให้เพิ่มเพื่อนทาง Line และส่ง Link ให้สแกน QR Code ทำตามขั้นตอนจนถึงการสแกนใบหน้า พบว่าเงินถูกโอนออกจากบัญชีทั้งหมด ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอก สำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 20,202,376 บาทตัวเลขสถิติผลการดำเนินงานทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่ 10 มกราคม 2568 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงาน ดังนี้1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน 1,375,908 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,149 สาย2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 469,810 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 1,186 บัญชี3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 143,854 บัญชี คิด เป็นร้อยละ 30.62 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 111,947 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 23.83 (3) หลอกลวงลงทุน 68,776 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.64 (4) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 43,861 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 9.34 (5) หลอกลวงให้กู้เงิน 35,342 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.52 (และคดีอื่นๆ 66,030 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.05)วิธีการหลอกลวงผู้เสียหายจากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่า มิจฉาชีพ ใช้วิธีการหลอกลวงผู้เสียหาย ด้วยการหลอกให้ลงทุนเพื่อหารายได้พิเศษ ติดตั้งแอปพลิเคชัน หรือพบโฆษณาหลอกลวงเชิญชวนเทรดหุ้น ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย คือ Facebook และเพิ่มเพื่อนทาง Line รวมทั้งหลอกลวงผู้เสียหาย ผ่านทางโทรศัพท์ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจข่มขู่ ผู้เสียหายเกี่ยวกับการขายบัญชีม้าทั้งนี้ขอย้ำว่า การลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีการรับรองโดยหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นการเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง ขอให้ผู้เสียหายตรวจสอบติดต่อสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามรายละเอียดให้แน่ชัด หรือติดต่อผ่านทางสายด่วน AOC 1441 เพื่อยืนยันตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนที่จะมีการดำเนินการใดๆ และความปลอดภัย ต่อการถูกหลอกลวง ด้านกรณีการลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีการรับรองโดยหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นการเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวงตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังนั้นขอให้สอบถามรายละเอียดให้แน่ชัดก่อนให้ข้อมูลส่วนบุคคล และทำการเพิ่มเพื่อนหรือดำเนินการใดๆ ในโซเชียลมีเดีย นอกจากนี้ ควรตรวจสอบการลงทุนในธุรกิจต่างๆ อย่างรอบคอบ และติดต่อสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามรายละเอียดให้แน่ชัด หรือติดต่อผ่านทางสายด่วน AOC 1441 เพื่อยืนยันตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนยึดหลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2.ไม่เชื่อ 3.ไม่รีบ และ 4.ไม่โอน ก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ อย่ากดเข้าลิงก์เว็บไซต์ หรือดาวน์โหลด และอัปโหลดแพลตฟอร์ม ที่มีการส่งต่อจากช่องทางที่ไม่แน่ใจกระทรวง ดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านศูนย์ AOC 1441 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกับประชาชนอย่างต่อเนื่องภาพจาก AFP

เตือนภัย 5 เคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ หลอกให้ลงทุน-โอนเงิน
อ่าน

เตือนภัย 5 เคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ หลอกให้ลงทุน-โอนเงิน

นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 30 ธันวาคม 2567 5 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วยคดีที่ 1 คดีหลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ มูลค่าความเสียหาย 1,510,777 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพชักชวนลงทุนเทรดหุ้นสกุลเงินดิจิทัลมีผลตอบแทนดี ผ่านช่องทาง Line ผู้เสียหายสนใจจึงโอนเงินลงทุน ช่วงแรกได้รับผลตอบแทนจริง จึงโอนเงินลงทุนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ต่อมาผู้เสียหายต้องการถอนเงินแต่ไม่สามารถถอนได้ มิจฉาชีพอ้างว่าต้องโอนเงินค่าธรรมเนียมในการถอนเนื่องจากเป็นยอดมูลค่าสูง ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไป หลังจากโอนเงินแล้วก็ยังไม่สามารถถอนเงินได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 2 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ เพื่อให้ได้ไปซึ่งทรัพย์ มูลค่าความเสียหาย 1,988,000 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์ อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่ กรมบัญชีกลางแจ้งให้ผู้เสียหายยืนยันข้อมูลการคุ้มครองเงินบำเหน็จบำนาญ จากนั้นได้เพิ่มเพื่อนทาง Line ส่งแอปพลิเคชันให้ติดตั้งและทำตามขั้นตอนที่แนะนำรวมถึงขั้นตอนสแกนใบหน้า ต่อมาผู้เสียหายได้รับข้อความ SMS จากธนาคารแจ้งว่ายอดเงินในบัญชีได้ถูกโอนออกไปจนหมด ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 3 คดีหลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ มูลค่าความเสียหาย 3,075,000 บาท โดยผู้เสียหายพบโฆษณาเชิญชวนเทรดหุ้นบริษัทหลักทรัพย์ผ่านช่องทาง Facebook ผู้เสียหายสนใจ จึงเพิ่มเพื่อนทาง Line เพื่อสอบถามรายละเอียด มิจฉาชีพให้โหลดแอปพลิเคชันและทำตาม ขั้นตอนต่าง ๆ จากนั้นโอนเงินเพื่อเทรดหุ้น ในช่วงแรกสามารถถอนเงินจากระบบได้ จึงโอนเงินเพิ่มและเทรดหุ้นได้จำนวนมากแต่ไม่สามารถถอนเงินได้ ต่อมาตรวจสอบข้อมูลผ่าน ทาง Google พบว่าเป็นเพจมิจฉาชีพ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 4 คดีหลอกลวงให้รักแล้วโอนเงิน มูลค่าความเสียหาย 2,050,000 บาท ทั้งนี้ผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทางแอปพลิเคชันหาคู่ โดยใช้รูปโพรไฟล์หนุ่มหล่อหน้าตาดี จากนั้นพูดคุยสนทนากันจนสนิทใจแต่ไม่เคยพบเจอกัน ต่อมามิจฉาชีพขอให้ผู้เสียหายโอนเงินช่วยเหลือในการลงทุนทำธุรกิจพร้อมทั้งนัดพบเจอกัน และจะนำเงินมาคืนให้เมื่อถึงวันนัดหมาย ผู้เสียหายไม่สามารถติดต่อได้และสงสัยในพฤติการณ์หลายอย่าง ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกและคดีที่ 5 คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ ที่ไม่มีลักษณะเป็นขบวนการ มูลค่าความเสียหาย 2,350,000 บาท โดยผู้เสียหายพบโฆษณาขายรถยนต์มือสองสภาพดีราคากันเองผ่านช่องทาง Facebook ผู้เสียหายสนใจจึงทักไปสอบถามรายละเอียดผ่านช่องทาง Messenger Facebook และได้ตกลงซื้อขายราคากัน หลังจากโอนเงินไปแล้ว ผู้เสียหายถูกบล็อกและไม่สามารถติดต่อได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกสำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 10,973,777 บาททั้งนี้ ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่ 3 มกราคม 2568 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงาน ดังนี้1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน 1,355,182 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,152 สาย2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 458,680 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 1,182 บัญชี3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 139,953 บัญชี คิด เป็นร้อยละ 30.51 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 109,645 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 23.90 (3) หลอกลวงลงทุน 67,534 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.72 (4) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 42,127 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 9.18 (5) หลอกลวงให้กู้เงิน 34,742 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.57 (และคดีอื่นๆ 64,679 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.12)จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่ามิจฉาชีพ ใช้วิธีการหลอกลวงผู้เสียหายให้ลงทุนเทรดหุ้น อ้างได้ผลตอบแทนดี หรือได้รับของรางวัล ผ่านช่องทาง Facebook , TikTok ,Line รวมทั้งหลอกให้รัก ก่อนใช้อุบายหลอกให้ลงทุนร่วมกัน หรือหลอกลวงให้ซื้อขายสินค้าทั้งนี้ ขอย้ำว่า กรณีการร่วมลงทุนผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ หรือถูกอ้างว่ามีได้รับรางวัลโดยไม่มีการรับรองโดยหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นการเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวงขอให้ผู้เสียหายตรวจสอบติดต่อสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามรายละเอียดให้แน่ชัด หรือติดต่อผ่านทางสายด่วน AOC 1441 เพื่อยืนยันตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนที่จะมีการดำเนินการใดๆ และความปลอดภัย ต่อการถูกหลอกลวง ดังนั้นขอให้สอบถามรายละเอียดให้แน่ชัดก่อนให้ข้อมูลส่วนบุคคล และทำการเพิ่มเพื่อนหรือดำเนินการใดๆ ในโซเชียลมีเดีย นอกจากนี้ควรตรวจสอบการลงทุนในธุรกิจต่างๆ ควรติดต่อสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามรายละเอียดให้แน่ชัด หรือติดต่อผ่านทางสายด่วน AOC 1441 เพื่อยืนยันตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนยึดหลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2.ไม่เชื่อ 3.ไม่รีบ และ 4.ไม่โอน ก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ อย่ากดเข้าลิงก์เว็บไซต์ หรือดาวน์โหลด และอัปโหลดแพลตฟอร์ม ที่มีการส่งต่อจากช่องทางที่ไม่แน่ใจ โดย กระทรวง ดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านศูนย์ AOC 1441 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกับประชาชนอย่างต่อเนื่องภาพจาก AFP

“ชาล็อต” โพสต์ภาพสวย มูฟออนเดินหน้า หลังโดนมิจฉาชีพหลอกโอนเงิน
อ่าน

“ชาล็อต” โพสต์ภาพสวย มูฟออนเดินหน้า หลังโดนมิจฉาชีพหลอกโอนเงิน

ชาล็อต โพสต์ภาพสวย มูฟออนเดินหน้า หลังโดนมิจฉาชีพหลอกโอนเงิน ก่อนหน้านี้เปิดใจทั้งน้ำตาตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์โดนมิจฉาชีพหลอกโอนเงิน 4 ล้านบาท และบังคับวิดีโอคอล นักแสดงสาว ชาล็อต ออสติน โดยเจ้าตัวยอมรับตกใจและกลัวอยู่ ตามที่มีข่าวเสนอไปแล้วนั้น ท่ามกลางแฟนๆ ส่งกำลังใจให้สาว ชาล็อต กันมากมาย ล่าสุดเจ้าตัวมูฟออนพร้อมเดินหน้าต่อโพสต์ภาพสวยและข้อความพลังบวกว่า... Life goes on no matter what happened (ชีวิตต้องดำเนินต่อไปไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น) แน่นอนว่าแฟนนางงาม แฟนคลับ รวมไปถึงเพื่อนๆ ชาวเน็ตเข้ามาส่งกำลังใจให้สาว ชาล็อต กันมากมาย

คุกไม่ได้มีไว้ขัง 'คนจน'  มองผ่านคดีฉ้อโกง ครึ่งปีหลัง 2567
อ่าน

คุกไม่ได้มีไว้ขัง 'คนจน' มองผ่านคดีฉ้อโกง ครึ่งปีหลัง 2567

คุกมีไว้ขังคนจน - วลีที่ฝังรากแห่งความเหลื่อมล้ำในกระบวนการยุติธรรมไทยมาอย่างยาวนาน กำลังถูกพิสูจน์ใหม่ในช่วงครึ่งปีหลัง 2567 เมื่อคลื่นคดีฉ้อโกงระดับพันล้านถาโถม พร้อมกับการจับกุมผู้ต้องหาที่มีชื่อเสียงและฐานะทางสังคม สะท้อนให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมกำลังเปลี่ยนแปลงไปจากภาพจำเดิมๆ ที่คนเคยรับรู้ย้อนดูเหตุการณ์ที่ผ่านมา สังคมไทยได้เห็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ เมื่อบุคคลที่เคยมีภาพลักษณ์โดดเด่นในสังคม ต้องเผชิญหน้ากับกระบวนการยุติธรรมอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็น เน็ตไอดอล ที่โพสต์ภาพชีวิตหรูหรา นักธุรกิจรุ่นใหม่ ที่อวดความสำเร็จผ่านโซเชียล หรือแม้แต่ คนดังในวงการกฎหมาย ที่เคยเป็นที่พึ่งของผู้เดือดร้อน กลับกลายเป็นผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกงที่สร้างความเสียหายมหาศาลยุคที่ เงินล้านสร้างได้ด้วยปลายนิ้ว คำโฆษณาที่ถูกพรีเซ็นต์ผ่านโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นเหยื่อล่อใจคนอยากรวย ผู้ต้องหาหลายรายวางกลยุทธ์สร้างภาพความสำเร็จอย่างแยบยล ด้วยการโพสต์ภาพชีวิตหรูหรา ทั้งรถราคาแพง บ้านหลังใหญ่ การท่องเที่ยวต่างประเทศ และไลฟ์สไตล์ระดับไฮเอนด์ จนสามารถสร้างความน่าเชื่อถือและดึงดูดผู้เสียหายได้อย่างรวดเร็ว เพียงไม่กี่เดือนก็สร้างความเสียหายมูลค่ากว่าพันล้านบาท มีผู้เสียหายนับพันรายน่าคิดว่า ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารเข้าถึงง่าย ทำไมผู้คนยังคงตกเป็นเหยื่อการหลอกลวงซ้ำแล้วซ้ำเล่า? บางทีคำตอบอาจอยู่ที่ ความโลภ และ ความหวัง ที่จะรวยทางลัด ประกอบกับเทคนิคการหลอกลวงที่แนบเนียนขึ้น ทั้งการสร้างภาพความสำเร็จ การแอบอ้างความน่าเชื่อถือ และการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือจากห้องนอนสุดหรูสู่ห้องขังเรือนจำ ความเปลี่ยนแปลงที่หลายคนไม่คาดคิด เมื่อศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกงหลายราย ไม่ว่าจะยื่นหลักทรัพย์ประกันมูลค่าสูงเพียงใด เหตุผลที่ศาลยกมาล้วนหนักแน่นและชัดเจน ทั้งความร้ายแรงของคดี ความชัดเจนของพยานหลักฐาน และความเสี่ยงที่ผู้ต้องหาอาจหลบหนีหรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน จะเห็นได้ว่า...วันนี้ แม้แต่เงินก็ไม่อาจซื้อเสรีภาพได้อีกต่อไป หากการกระทำนั้นผิดกฎหมายอย่างชัดเจนการปฏิเสธประกันตัวในคดีเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากความยากจน หรือ ความร่ำรวย ของผู้ต้องหา แต่เกิดจากความร้ายแรงของการกระทำ ผลกระทบต่อสังคม และความเสี่ยงที่จะเกิดการหลบหนีหรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน นี่คือหลักการพื้นฐานของกระบวนการยุติธรรมที่แท้จริงบทเรียนจากคดีเหล่านี้กำลังเปลี่ยนมุมมองของสังคมไทย จากที่เคยมองว่า คุกมีไว้ขังคนจน กลายเป็น คุกมีไว้สำหรับผู้กระทำผิด ไม่ว่าจะรวยหรือจน มีชื่อเสียงหรือไม่ หากละเมิดกฎหมายและสร้างความเสียหายต่อผู้อื่น ก็ต้องรับโทษตามความผิดอย่างเท่าเทียมคำถามที่น่าคิดคือ นี่จะเป็นจุดเปลี่ยนของกระบวนการยุติธรรมไทยจริงหรือ? สังคมไทยพร้อมแล้วหรือยังที่จะก้าวข้ามความเชื่อเดิมๆ ว่า คนรวยไม่ติดคุก? และที่สำคัญ เราจะเรียนรู้อะไรจากปรากฏการณ์ครั้งนี้?ท้ายที่สุด ความยุติธรรม ไม่ควรขึ้นอยู่กับความรวยหรือจน แต่ขึ้นอยู่กับการกระทำและผลของการกระทำนั้น เพราะหากกฎหมายถูกบังคับใช้อย่างเท่าเทียม คุก ก็จะเป็นบทลงโทษสำหรับผู้กระทำผิดทุกคน ไม่ว่าจะมีเงินในบัญชีเท่าไหร่ มีบ้านกี่หลัง หรือมีผู้ติดตามในโซเชียลมากแค่ไหนภาพ Freepik

ข้อหาพยายามฉ้อโกง ความหมายและบทลงโทษตามกฎหมาย
อ่าน

ข้อหาพยายามฉ้อโกง ความหมายและบทลงโทษตามกฎหมาย

พยายามฉ้อโกง เมื่อเจตนาร้ายถูกจับได้ก่อนความเสียหายจะเกิดการพยายามฉ้อโกง แม้จะเป็นความผิดที่ยังไม่สำเร็จ แต่ก็สะท้อนถึงเจตนาชั่วร้ายที่แฝงอยู่ เป็นการกระทำที่มีเป้าหมายเพื่อหลอกลวงผู้อื่นให้หลงเชื่อและยอมมอบทรัพย์สินหรือผลประโยชน์ให้ ซึ่งหากไม่ถูกจับได้เสียก่อน ก็อาจนำไปสู่ความเสียหายที่ประเมินค่าไม่ได้น่าสนใจว่า กฎหมายมองการพยายามฉ้อโกงเป็นความผิดทางอาญาที่ต้องรับโทษ แม้จะเป็นเพียงความพยายามที่ยังไม่สำเร็จ โดยมีบทลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 คือจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 6,000 บาท แต่จะได้รับการลดโทษลงตามมาตรา 80 เนื่องจากเป็นเพียงการพยายามกระทำความผิดที่น่าพิจารณาคือ การพิสูจน์ความผิดฐานพยายามฉ้อโกงนั้นมีความท้าทาย เพราะต้องแสดงให้เห็นถึง เจตนา ในการหลอกลวง แม้ยังไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นจริง การรวบรวมพยานหลักฐานจึงต้องทำอย่างรอบคอบ ทั้งการพิสูจน์เจตนา การแสดงให้เห็นถึงการกระทำที่เข้าข่าย และการเชื่อมโยงพฤติกรรมต่างๆ เข้าด้วยกันสิ่งที่น่าสนใจอีกประการคือ รูปแบบการฉ้อโกงในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้น มีการใช้เทคโนโลยีและช่องทางออนไลน์เป็นเครื่องมือ ทำให้การป้องกันและตรวจจับทำได้ยากขึ้น การระมัดระวังและตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้านจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะเมื่อต้องทำธุรกรรมหรือให้ข้อมูลสำคัญแก่บุคคลที่ไม่รู้จักสำหรับผู้ที่สงสัยว่าอาจตกเป็นเหยื่อของการพยายามฉ้อโกง สามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้เกิดความเสียหาย เพราะตัวบทกฎหมายให้ความสำคัญกับการป้องกันและยับยั้งการกระทำผิดตั้งแต่เริ่มต้น ดีกว่าปล่อยให้เกิดความเสียหายแล้วจึงดำเนินการภายหลังภาพ Freepik

เตือนภัย 5 คดี โจรออนไลน์ หลอกลงทุน-รับรางวัล สูญกว่า 1 ล้านบาท
อ่าน

เตือนภัย 5 คดี โจรออนไลน์ หลอกลงทุน-รับรางวัล สูญกว่า 1 ล้านบาท

นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 21-27 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วยคดีที่ 1 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่น ๆ มูลค่าความเสียหาย 213,500 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์ อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่เครือข่าย DTAC แจ้งว่าหมายเลขโทรศัพท์ของผู้เสียหาย เป็นผู้โชคดีได้รับรางวัลทองคำน้ำหนัก 5 บาท และได้มีการเพิ่มเพื่อนทาง Line เจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้เสียหายทำตามขั้นตอนเพื่อยืนยันการรับรางวัลทางบริษัท โดยมีการสแกนใบหน้า จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็เงียบหายไป ผู้เสียหายรู้สึกผิดปกติ จึงพยายามพิมพ์ข้อความติดต่อกลับไปแต่ไม่มีการตอบกลับ ต่อมาภายหลังได้เช็คยอดเงินในบัญชีของตนเอง พบว่ามีการโอนเงินออกไป ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 2 คดีหลอกลวงให้กู้เงิน มูลค่าความเสียหาย 101,115 บาท ผู้เสียหายพบโฆษณาสินเชื่อกู้เงินผ่านช่องทาง Tiktok ผู้เสียหายสนใจจึงทักไปสอบถามรายละเอียด จากนั้นได้เพิ่มเพื่อนทาง Line มิจฉาชีพแจ้งกับผู้เสียหายว่าให้โอนเงินค่าดำเนินการ และค่าประกันสินเชื่อก่อน แล้วรอการอนุมัติสินเชื่อ โดยจะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับมา ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงทำการโอนเงินไป ต่อมาภายหลังต้องการติดตามความคืบหน้าสินเชื่อ แต่ไม่ สามารถติดต่อได้อีก ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 3 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 258,831บาท ผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์ อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่กรมบัญชีกลาง แจ้งว่าให้ผู้เสียหายยืนยันการคุ้มครองเงินบำนาญ หลังจากนั้นมิจฉาชีพได้ให้ผู้เสียหายทำตามขั้นตอน รวมถึงสแกน QR Code เพื่อยืนยันข้อมูลแล้วก็แจ้งว่าดำเนินการให้เรียบร้อย ต่อมาภายหลังผู้เสียหายจะชำระสินค้าโดยโอนเงินผ่าน Mobile Banking จึงพบว่ายอดเงินในบัญชีไม่เหลือ ได้ถูกโอนเงินออกไปจนหมด ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 4 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 406,000 บาท ทั้งนี้ผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากทางมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Facebook ชักชวนลงทุนหารายได้ พิเศษ เป็นการลงทุนซื้อขายออนไลน์สินค้าของใช้ทั่วไป โดยให้ตนโอนเงินลงทุนเข้าไปก่อน จึงจะได้รับกำไร เมื่อลงทุนในระยะแรกได้กำไรดี ตนจึงโอนเงินลงทุนเพิ่มสะสมเพื่อเป็นกำไร หวังผลในโอกาสถอนครั้งต่อไป ปรากฏว่าเมื่อต้องการถอนเงินแต่ไม่สามารถถอนได้ จากนั้น พยายามติดต่อปลายทางแต่ไม่สามารถติดต่อได้อีก ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 5 คดีหลอกลวงให้รักแล้วโอนเงิน มูลค่าความเสียหาย 110,530 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Facebook ใช้โพร์ไฟล์เป็นหญิงสาว หน้าตาดีและได้เพิ่มเพื่อนทาง Line พูดคุยสนทนากันจนสนิทใจแต่ยังไม่เคยพบเจอกัน ต่อมามิจฉาชีพแจ้งกับผู้เสียหายว่าให้โอนเงินไปร่วมลงทุนทำธุรกิจเกี่ยวกับรองเท้า เพื่อเป็นเงินในการสร้างอนาคตร่วมกัน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปหลายครั้ง ยอดเงินครั้งสุดท้ายเป็นเงินจำนวนสูงมากจนน่าสงสัย ผู้เสียหายจึงขอโทรวิดีโอคอล ฝ่ายหญิงปฏิเสธและทำการบล็อก ไม่สามารถติดต่อได้อีก ผู้เสียหายเชื่อว่าถูกมิจฉาชีพหลอกสำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 1,089,976 บาททั้งนี้ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่ 25 ตุลาคม 2567 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงานดังนี้1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน 1,159,5403 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,221 สาย2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 356,313 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 1,120 บัญชี3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 105,6230 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 29.64 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 87,535 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 24.58 (3) หลอกลวงลงทุน 55,076 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 15.46 (4) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 29,270 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 8.21 (5) หลอกลวงให้กู้เงิน 27,880 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.82 (และคดีอื่นๆ 50,929 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.29)จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่า มิจฉาชีพใช้วิธีการหลอกลวงผู้เสียหาย ด้วยการอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หรือหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ หรือหลอกลวงให้มีการกู้เงิน รวมทั้งหลอกลวงให้ลงทุนในธุรกิจ ด้วยวิธีการติดต่อโทร หรือผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียอย่าง TikTok ก่อนที่จะให้สแกนใบหน้าผ่านแอปพลิเคชัน Line ทั้งนี้ขอย้ำว่า กรณีการลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีการรับรองโดยหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นการเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง ขณะเดียวกันกรณีที่อ้างมีการแอบอ้างให้บริการสินเชื่อ ควรพิจารณาอย่างรอบคอบถึงความน่าเชื่อถือของบริษัที่ให้บริการ รวมทั้งการให้รางวัล หรือโอนเงินบำนาญ หรือการทำธุรกรรมของเจ้าหน้าที่รัฐนั้น ควรตรวจสอบจากหน่วยงานนั้นๆ โดยตรง และควรตระหนักเป็นอันดับแรกว่าการติดต่อโดยตรงจากเจ้าหน้าที่รัฐถึงประชาชน เป็นการติดต่อที่น่าสงสัย ดังนั้นขอให้สอบถามรายละเอียดให้แน่ชัดก่อนให้ข้อมูลส่วนบุคคล และการสแกนใบหน้า นอกจากนี้ควรตรวจสอบการลงทุนในธุรกิจต่างๆ อย่างรอบคอบ และติดต่อสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามรายละเอียดให้แน่ชัด หรือติดต่อผ่านทางสายด่วน AOC 1441 เพื่อยืนยันตรวจสอบข้อเท็จจริง นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าวอย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนยึดหลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2.ไม่เชื่อ 3.ไม่รีบ และ 4.ไม่โอน ก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ อย่ากดเข้าลิงก์เว็บไซต์ หรือดาวน์โหลด และอัปโหลดแพลตฟอร์ม ที่มีการส่งต่อจากช่องทางที่ไม่แน่ใจ โดย กระทรวง ดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านศูนย์ AOC 1441 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกับประชาชนอย่างต่อเนื่องหากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441แจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.)| Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com

เปิดตำรา ส่องคดี "ดิไอคอน" : ข้อกฎหมาย กับความท้าทาย ในโลกธุรกิจยุคใหม่
อ่าน

เปิดตำรา ส่องคดี "ดิไอคอน" : ข้อกฎหมาย กับความท้าทาย ในโลกธุรกิจยุคใหม่

คดีดิไอคอนกับความพลิกผันในวงการธุรกิจคดีการจับกุม บอสพอลหรือ นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล ซีอีโอดิไอคอนกรุ๊ป พร้อมบุคคลใกล้ชิด รวมถึงผู้มีชื่อเสียงหลายคน สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล ซึ่งต้องเผชิญกับข้อกฎหมายที่เข้มงวดมากขึ้น การฉ้อโกงและการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการสร้างความเชื่อมั่นหรือชักจูงผู้บริโภคกลายเป็นปัญหาสำคัญในสังคมไทย ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของกฎหมายและความพร้อมของหน่วยงานบังคับใช้ความผิดฐานฉ้อโกง: มาตรา 341 และ 343 ประมวลกฎหมายอาญาหนึ่งในข้อหาสำคัญที่ บอสพอล และกลุ่มแม่ข่ายต้องเผชิญ คือความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามมาตรา 341 และ 343 ของประมวลกฎหมายอาญา ข้อหานี้ครอบคลุมการหลอกลวงหรือให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ จนทำให้ผู้เสียหายสูญเสียทรัพย์สินคดีนี้แสดงให้เห็นว่า โมเดลธุรกิจบางประเภทที่ใช้โครงสร้างคล้ายแชร์ลูกโซ่ อาจถูกมองว่าเป็นการแฝงฉ้อโกงได้ แม้ว่าบริษัทจะมีการดำเนินกิจการจริง แต่หากกระบวนการชักชวนสร้างความคาดหวังเกินจริง ก็อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์: เมื่อการตลาดกลายเป็นความเสี่ยงอีกหนึ่งข้อกล่าวหาที่กลุ่มผู้ต้องหาถูกดำเนินคดี คือ การนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตามมาตรา 14 ของพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 ในยุคดิจิทัล การใช้แพลตฟอร์มออนไลน์และโซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือหลักในการโฆษณาหรือชักจูงผู้บริโภค หากพบว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นเท็จหรือทำให้ประชาชนหลงเชื่อผิดไป ก็ถือว่าเป็นความผิดตามกฎหมายในกรณีนี้ การใช้โซเชียลมีเดียเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความน่าเชื่อถือ ทำให้เกิดคำถามว่า ขอบเขตของกฎหมายควรครอบคลุมแค่ไหน เมื่อการโฆษณาและการแสดงความคิดเห็นของผู้ใช้ทั่วไปเริ่มซ้อนทับกันการอายัดทรัพย์สินและการฟอกเงิน: ปปง. เข้าควบคุมทรัพย์สินสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีคำสั่ง อายัดทรัพย์สิน ที่เกี่ยวข้องกับ บอสพอล และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบว่าทรัพย์สินดังกล่าวได้มาโดยสุจริตหรือไม่การอายัดทรัพย์สินเป็นหนึ่งในกระบวนการที่ใช้บังคับในกรณีที่สงสัยว่าเกิดการฟอกเงิน ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจและการทำธุรกรรมทางการเงินในโลกปัจจุบัน หากทรัพย์สินนั้นได้มาโดยมีเจตนาซ่อนเร้นหรือจากการกระทำผิดกฎหมาย จะถูกยึดและนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไปความท้าทายในโลกธุรกิจยุคใหม่: เมื่อกฎหมายต้องก้าวทันการเปลี่ยนแปลงคดีนี้เป็นตัวอย่างของความท้าทายในยุคที่ธุรกิจต้องพึ่งพาเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การปรับตัวของผู้ประกอบการไม่เพียงพอแค่ในเชิงการตลาด แต่ยังต้องสอดคล้องกับข้อกฎหมายที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วธุรกิจหลายรายเผชิญกับความเสี่ยงที่จะถูกดำเนินคดีหากไม่เข้าใจข้อกำหนดทางกฎหมายอย่างถี่ถ้วน เช่น การโฆษณาที่เกินจริง หรือการสร้างเครือข่ายที่อาจถูกตีความว่าเป็นแชร์ลูกโซ่ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเองก็ต้องพัฒนาความรู้ความเข้าใจ เพื่อตรวจสอบและตีความกฎหมายได้อย่างแม่นยำและเป็นธรรมบทสรุป: คดีดิไอคอนกับบทเรียนที่ต้องเรียนรู้คดี ดิไอคอนกรุ๊ปเป็นตัวอย่างสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายในการทำธุรกิจในยุคใหม่ ซึ่งต้องเผชิญกับการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดและครอบคลุมมากขึ้น ผู้ประกอบการและประชาชนต้องให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและความถูกต้องของข้อมูลที่เผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์นอกจากนี้ คดีนี้ยังสะท้อนถึงความจำเป็นที่หน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจต้องทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับกฎระเบียบ และช่วยกันพัฒนากลไกการกำกับดูแลที่เหมาะสมกับยุคดิจิทัล ไม่เช่นนั้น ธุรกิจที่ตั้งใจดำเนินกิจการโดยสุจริตก็อาจเผชิญกับความเสี่ยงที่ไม่คาดคิดในอนาคต--------------------------อ้างอิงพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 มาตรา 14พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542รายงานจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)ข่าวและแถลงการณ์จากตำรวจสอบสวนกลางและ ปปง.ภาพ Freepik

“ร็อคกี้” ดีใจ “แอน ทองประสม” ให้โอกาสกลับมาเล่นละคร รับยังเป็นหนี้หลักล้านหลังถูกโกง
อ่าน

“ร็อคกี้” ดีใจ “แอน ทองประสม” ให้โอกาสกลับมาเล่นละคร รับยังเป็นหนี้หลักล้านหลังถูกโกง

ร็อคกี้ ดีใจ แอน ทองประสม ให้โอกาสกลับมาเล่นละคร รับยังเป็นหนี้หลักล้านหลังถูกโกง ออกมาเปิดใจ สำหรับร็อคกี้ สุรบดินทร์ที่ก่อนหน้านี้จากเจ้าหนี้กลายเป็นลูกหนี้ เพราะตอนนี้เหมือนต้องมาใช้หนี้แทนคนอื่น ล่าสุดเจ้าตัวได้โอกาสจาก แอน ทองประสม ให้กลับมาเล่นละครอีกครั้ง งานนี้เจ้าตัวก็เปิดใจว่า รู้สึกดีใจที่ได้ไปรับเชิญในละครในรอบหลายปี ร่วมงานกับพี่แอน ตอนนี้ละครก็กำลังออนแอร์อยู่ ก็ขอบคุณที่ไม่ลืมกัน เราก็ค่อนข้างสู้ชีวิตอยู่ เพราะภาระก็ยังเยอะอยู่ ตอนนี้ก็ทำงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ในส่วนของธุรกิจขาดทุนไปเกือบ 10 ล้าน ส่วนที่ให้คนยืมก็หลายล้านเหมือนกัน ตอนนี้ก็คือทำยังไงก็ได้ให้ทุกอย่างมันกลับมาเป็นปกติให้ได้ เงินที่มันกระจายไปหลายส่วน ก็พยายามจัดให้มันเข้าระบบให้หมด แล้วก็โฟกัสเป้าหมายชัดเจน ว่าทำงานแล้วก็ต้องส่ง คือรวมๆ ตอนนี้ก็เหลือไม่ถึงหลัก 10 ล้านแล้ว แต่ก็ยังเป็นหลักล้านอยู่ แต่ที่บอกว่าเหนื่อย

ปลอมตัวสุดเนียน ไม่ต้องเรียนเพิ่ม หนังต้มตุ๋นยุคโชซอน รับประกันความสนุก
อ่าน

ปลอมตัวสุดเนียน ไม่ต้องเรียนเพิ่ม หนังต้มตุ๋นยุคโชซอน รับประกันความสนุก

จนทำให้ คิม อินฮอง (ยู ซึงโฮ) ก็ได้เข้าช่วยเหลือ กยอน (ซิ่วหมิน EXO) และทั้ง 2 ก็ได้พบกับ โบวอน ทั้ง 3 รอดพ้นจากสงครามครั้งนั้นมาได้ด้วยการแกล้งตาย หลังจากนั้นก็รวมกลุ่มกันปลอมตัวหลอกต้มคนรวยได้เงินเป็นกอบเป็นกำ จนกระทั่ง อินฮอง เกิดไอเดียไปขโมยยาสูบของ ซอง แดรยอน ซึ่งเป็นผู้ทรยศแผ่นดิน ขุนนางฉ้อ และเตรียมยาสูบเพื่อส่งไปเมืองจีน เมื่อ แดรยอน จับตัว กยอน ไป และฆ่าทิ้ง ทำให้ อินฮอง และโบวอน ร่วมมือกันแก้แค้นครั้งนี้ด้วยการวางแผนตกปลาใหญ่ หวังจับตัว แดรยอน คนนี้ส่งพระเจ้าฮโยจอง (ยอนอูจิน) แผนของอินฮองก็คือล่อให้ แดรยอน ได้ข่าวว่า ที่บริเวณแม่น้ำแทดง (ปัจจุบันเป็นแม่น้ำสายหลักในเกาหลีเหนือ) มีทองคำ หลังจากนั้น เมื่อ แดรยอน ติดกับให้ความสนใจ แต่ แดรยอน ต้องสืบเบื้องลึกให้แน่ใจว่า อินฮอง เป็นเจ้าของแม่น้ำนั่นจริงๆ ดังนั้นแผนตกปลาใหญ่ของ อินฮอง ก็ต้องรัดกุม และรอบคอบพอ ซึ่งนั่นต้องอาศัยความร่วมมือจากพระเจ้าฮโยจองด้วย นี่คือหนังต้มตุ๋นยุคโชซอน ที่คอหนังต่างบอกว่าตลกและสนุกมากกก ตัวละครปลอมตัวเก่ง วีรกรรมโชกโชน ฉลาดเป็นกรด ถึงขั้นหลอกขายแม่น้ำให้ตัวร้ายหลงเชื่อ จัดเป็นหนังที่ดูสนุก ดูเพลินๆ ภาพสวยด้วย แอบมีดราม่าและหักมุมตอนจบ ใครชื่นชอบหนังแนวนี้ ไม่ควรพลาด รับชม Seondal: The Man Who Sells the River อัจฉริยะต้มตุ๋นแห่งโซซอน อาทิตย์ที่ 15 ก.ย. 65 ทางช่อง True Film Asia (237) เวลา 20:00 น. 📢 สมัครและดูได้แล้ววันนี้ คลิก https://truevisions-now.onelink.me/RQwi/zrw142fi #TrueVisions #Movie #TrueFilmAsia #SeondalTheManWhoSellstheRiver #อัจฉริยะต้มตุ๋นแห่งโซซอน

รีวิว Yesterday Wife คุณเมีย...ตลอดไป EP.4 : "วิคเตอร์" โดน "ใบเฟิร์น" ตกเพราะความสดใส "นิว" เริ่มรู้สึกแปลก
อ่าน

รีวิว Yesterday Wife คุณเมีย...ตลอดไป EP.4 : "วิคเตอร์" โดน "ใบเฟิร์น" ตกเพราะความสดใส "นิว" เริ่มรู้สึกแปลก

"รีวิว Yesterday Wife คุณเมีย...ตลอดไป EP.4" หลังจากที่ ภูมิ(นิว ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ต) กลับไปใช้ชีวิตอดีต เขาได้เจอ พระพาย (ใบเฟิร์น อัญชสา มงคลสมัย) ที่สดใสและทรงพลังบวกมาก ๆ แม้แต่เพื่อนรักของภูมิอย่าง กาย (วิคเตอร์ ชัชชวิศ เตชะรักษ์พงศ์) ยังถูกพระพายตกโดยไม่รู้ตัว และจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ทำให้ภูมิและพระพายเริ่มมีความรู้สึกแปลก ๆ กดดูเลย Yesterday Wife คุณเมีย...ตลอดไป EP.4 รีวิว Yesterday Wife คุณเมีย...ตลอดไป EP.4 ย้อนเวลากลับไป ที่ธนาคาร ภูมิ (นิว ชัยพล) เจอกับ พระพาย (ใบเฟิร์น อัญชสา) อีกครั้ง เขามีอาการประหม่าที่ได้เจอกับพระพายอีกครั้งในโลกของอดีต จริง ๆ แล้ว พระพายจำได้ว่าภูมิคือเจ้าของโทรศัพท์ที่เธอเคยเก็บได้ ไม่ว่าพระพายจะพูดอะไร ภูมิค่อนข้างกังวล เพราะกลัวว่าพระพายจะจำได้ว่าเขาคือสามีเธอในโลกปัจจุบัน ในระหว่างที่ทุกคนทำงาน แมนสรวง (ปุ๊ มนตรี) เข้ามาบอกขอเลี้ยงกาแฟทุกคนดีใจมาก จ๊ะจ๋า (จันจิ จันจิรา) อาสาขอไปซื้อให้เพื่อนพนักงาน ขณะที่ทุกคนออเดอร์เมนูกาแฟ พระพายในอยู่ในที่นั้น จ๊ะจ๋าเลยบอกว่าสั่งกาแฟให้พระพายเลยแล้วกัน แล้วภูมิก็พูดขึ้นมาว่า พระพายไม่กินกาแฟ เอาเป็นสตรอเบอร์รี่ปั่นแล้วกัน ทำเอาทุกคนงงกันหมด แล้วพระพายก็เข้ามาพอ เธอบอกจ๊ะจ๋าว่าชอบสตรอเบอร์รี่ปั่น ยิ่งทำเอาทุกคนอึ้งรอบสอง ระหว่างที่พระพายทำงาน เธอดูร่าเริงสดใสมาก ๆ จนภูมิบอกกับตัวเองว่าต้องเป็นพระพายตัวปลอมแน่ ๆ ภูมิยังไม่หายข้องใจ ใจลอยจนเพื่อนรอบข้างต้องทักบ่อยครั้ง ด้านเพื่อนสนิทภูมิอย่าง กาย (วิคเตอร์ ชัชชวิศ) พยายามจับตามอง แถมยังชมพระพายไม่หยุดปากว่าเธอคือความสดใส ต่อมา พระพาย ขี่สกู๊ตเตอร์ชนเข้ากับ ดวงเดือน (ฟิล์ม เฌอร์ลิษา) เธออาสาพาดวงเดือนไปทำแผล ทั้งคู่ได้คุยกันถูกคอ ดวงเดือนรู้สึกถูกชะตากับพระพายมาก ก่อนจะชวนพระพายไปร้านของเธอกับแฟน น้ำมนต์ (ปาล์ม ศุภชัย) ชื่อร้าน หมูป่ะล่ะ ซึ่งที่ร้านภูมิมานั่งปรับทุกข์กับน้ำมนต์ เพื่อนสนิท ภูมิตกใจอีกครั้งเมื่อเจอกับพระพาย ซักพักมีผู้หญิงวิ่งมาขอความช่วยเหลือ ถูกโจรวิ่งราวกระเป๋า พระพายจัดการโจรจนอยู่หมัด ทำภูมิตกใจสุด ๆ เธอสั่งให้ภูมิโทรเรียกตำรวจ วันต่อมา ภูมิ โทรสอบถามธนาคารสาขาอื่น ๆ เพื่อหาตำแหน่งว่าง เพราะอยากย้ายสาขาหนีพระพาย ในขณะที่เขากำลังร้อนรน เอาลังกระดาษคลุมหัว พระพายเดินเข้ามาพอดี และเธอเข้าใจว่าภูมิมาช่วยพระพายพับลังกระดาษ ระหว่างนั้นภูมิพยายายามเล่าเรื่องต่าง ๆ หวังให้พระพายกลัว และย้ายไปสาขาอื่น แต่เรื่องเหล่านั้นไม่สามารถทำลายความเข้มแข็งของพระพายได้ ฟาก ตรึงตรา (น้ำฝน สรวงสุดา) ออกปากชมพระพาย ว่าทำงานไม่เท่าไหร่ ก็คล่องมาก ขณะที่พระพายกำลังถ่ายเอกสาร ภูมิเข้ามาบอกว่าเธอทำผิด เพราะถ่ายเอกสารสี ทำเอากายและจ๊ะจ๋าที่นั่งอยู่ งงเป็นไก่ตาแตก ซักพักแมนสรวงสั่งปริ้นท์ภาพถ่ายพระเครื่อง ภูมิต่อว่าพระพาย แมนสรวงรีบเข้า บอกว่าสั่งปริ้นท์เอง ภูมิเสียหน้ารีบเดินหนีไป กายคุยกับภูมิเรื่องที่ข่มพระพายมากเกินไป ภูมิบอกเพื่อนว่าอย่าเชื่อหน้าใส ๆ แบบนี้แท้จริงคือปีศาจ ซักพักพระพายเดินเข้ามาขอกุญแจ และหันไปแซวภูมิที่กินน้ำเปล่าที่หมดขวด ส่วน นลิน (พลอย ชิดจันทร์) ที่สอนนักศึกษาสาขาดนตรี ดูเหมือนว่ามีนักศึกษาสนใจเธอ ถึงกับค้นหาประวัติของนลิน แถมยังตามมาลงเรียนกับนลินอีกด้วย ที่ธนาคารขณะที่จ๊ะจ๋า กับ ซออู้ (แนนซี่ ดารินา) กำลังนั่งทำงานหน้าเคาท์เตอร์ มีลูกค้าสายวีนเจ้าเดิม เข้ามา ทั้งคู่ออกอาการกังวลอย่างมาก ซักพักพระพายกดเรียกลูกค้าดังกล่าว เธอให้ข้อมูลลูกค้าที่บัตรเอทีเอ็มถูกตู้กินบัตรไป ในขณะที่เขากำลังโวยวาย ซออู้ เดินไปตาม ตรึงตรา มาช่วยเคลียร์ แต่ลูกค้าคนนี้ไม่ยอม จนปืนเคาท์เตอร์ พอร์ช (ม่อน วรากร) ต้องมารีบเอาตัวออกไป ภูมิเดินหน้าทำตามแผนต่อ เข้าไปให้ข้อมูลกับแมนสรวง เรื่องการทำงานของพระพาย แต่แมนสรวงไม่ฟัง เขาอารมณ์เสีย เลยออกไปซื้อกาแฟ แล้วเจอลูกค้าผู้ชายที่มาวีนก่อนหน้านี้ ภูมิเข้าไปทักทาย ยิ่งทำให้ผู้ชายคนนั้นยิ่งโมโห ภูมิบอกว่าเชิญร้องเรียน พร้อมแนะนำวิธีอีกด้วย ที่ธนาคาร ทุกคนเครียดมาก เพราะคำร้องเรียนพระพายออกมาเยอะมาก โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการเปิดเผยรหัสเอทีเอ็มลูกค้า เธอแย้งบอกว่าไม่ได้เปิดเผย แต่ทวนลูกค้า ตรึงตราช่วยพระพายอีกแรง ในขณะที่ภูมิกำลังให้ข้อมูลแมนสรวงอย่างเมามัน กายสะกิดภูมิให้เบาหน่อย เล่นแรงเกินไป พระพายตัดสินใจลุกขึ้นยกมือไหว้ขอโทษทุกคน ก่อนเดินจากไป ต่อมา สันติ (ต้น ตระการ) พร้อมด้วย แมนสรวง ตรึงตรา พระพาย นำขอขวัญแทนคำขอโทษให้ลูกค้า และพระพายยังยกมือไหว้ขอโทษอีกครั้ง แต่ลูกค้าคนนั้นไม่พอใจ บอกให้ไหว้ขอโทษที่ตัก เธอยอมทำตามแต่โดยดี จากนั้นกายเข้ามาเห็นพระพายยืนตัวสั่นในห้องชงกาแฟ เขานึกว่าเธอร้องไห้ จะเดินเข้าปลอบ ซักพักพระพายหันหน้ามาแล้วหัวเราะต่อ เอาคลิปที่จ๊ะจ๋า ซออู้ เต้นให้กายดู เขาโล่งอกไป แต่หลังจากกายเดินออกไป เธอหน้าเปลี่ยนสีเป็นโหมดเศร้าเหมือนเดิม กายเดินออกมาเล่าให้ภูมิฟัง และยังบอกอีกว่าสงสัยจะโดนพระพายตกเข้าให้แล้ว ภูมิเห็นกายยิ้มให้พระพายไม่ลดลาย เขาแอบมีอาการหวงเบา ๆ ขากลับ พระพายขี่สกู๊ตเตอร์เกือบชนเข้าให้กับภูมิ ทั้งคู่ให้คุยกัน พระพายเอ่ยปากขอให้ภูมิไปเป็นพี่เลี้ยงให้เธอ ภูมิปฏิเสธ พระพายถามว่าภูมิมีอะไรไม่ชอบเธอหรือเปล่า บอกกันตรง ๆ ได้ และถึงภูมิไม่ชอบเธอ แต่เธอชอบภูมิ รู้สึกถูกชะตา เหมือนผูกพันกันมานานเมื่อกลับมาถึงบ้าน พระพาย เห็น แม่ (วาสนา พูนผล) แต่งตัวสวยกำลังจะออกจากบ้าน แม่เธอบอกว่านัดกับพ่อไว้ เธอเลยบอกพ่ออยู่ในบ้านไง พอตกกลางคืน พระพายนอนฝันเห็นภาพเธอกับภูมิแต่งงานกัน และเจอกันสมัยเรียน เช้าวันต่อมา ภูมิ กาย ยืนกินหมูปิ้งหน้าแถวธนาคาร กายตะโกนเรียกพระพาย ชวนกินด้วยกัน ภูมิกินอยู่เหมือนอาหารติดคอ พระพายยื่นน้ำเปล่าให้ เธอบอกว่าพ่อสอนไว้ให้พกเสมอ ก่อนจะเล่าเรื่องพ่อและชีวิตตัวเองให้ฟัง พร้อมยกให้แม่เป็นซูเปอร์วูแมน แต่ตอนนี้แม่ไม่ค่อยสบาย ส่วนลูกค้าผู้ชายที่เคยมาโวยวาย มาที่ธนาคารอีกครั้ง เขามาหาพระพายอยากให้ช่วยเอาเงินเข้าบัญชีให้หน่อย จังหวะที่พระพายเดินหันหลัง ลูกค้ามาจับก้นพระพาย เธอไม่ยอม รีบคว้าตัวลูกค้าผู้ชายเข้าหาเคาท์เตอร์ ม่อนกับกายมาช่วยจัดการ พาไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ ตกเย็นพนักงานธนาคารกินเลี้ยงกัน ทุกคนชมพระพายที่จัดการลูกค้าโรคจิตคนนั้น ส่วนภูมิได้แต่นั่งมองทุกคนชื่นชมพระพาย กายกับพระพายดูสนิทกันมากขึ้น ทำให้ภูมินึกถึงตอนติวหนังสือให้พระพายสมัยมัธยม หลังทุกคนกลับกันหมด เหลือแค่พระพายกับภูมิ ขณะที่พระพายกำลังเดินออกจากร้าน รถมอเตอร์ไซด์มาพอดี ภูมิวิ่งออกมาช่วยไว้ได้ทัน เขาเรียกแท็กซี่ส่งพระพายกลับก่อน หลังทั้งคู่แยกย้ายกัน ต่างคนต่างนึกถึงกัน ภูมิไปแถวบ้านพระพาย แล้วเธอก็ออกมาทัก แม่พระพายที่เดินออกมา เห็นภูมิแล้วพูดว่าคุณลูกเขย ติดตามชมซีรีส์ "Yesterday Wife คุณเมีย...ตลอดไป" ได้ทุกวันศุกร์ และเสาร์ เวลา 20.00 น. ดูฟรีที่เดียว ที่ทรูไอดี อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : เรื่องย่อ Yesterday Wife คุณเมียตลอดไป (ดูฟรีทุกเครือข่าย ที่เดียวที่ ทรูไอดี) รวมลิงค์ดูซีรีส์ Yesterday Wife คุณเมียตลอดไป ย้อนหลัง ทุกตอน ทาง TrueID "ใบเฟิร์น อัญชสา" รับจบบทดราม่า รู้ซึ้งถึงความเป็นแม่ใน "Yesterday Wife คุณเมียตลอดไป" เรื่องย่อ Yesterday Wife EP.4 : นิว เจอ ใบเฟิร์น เวอร์ชั่นสดใส ทำใจหวั่นไหวไปหมด รีวิว Yesterday Wife คุณเมียตลอดไป EP.3 : "นิว" ย้อนเวลาได้ สวีต "พลอย" ผวาวนมาเจอ "ใบเฟิร์น" อีกรอบ! เรื่องย่อ Yesterday Wife EP.3 : นิว ทิ้งปัจจุบัน ย้อนเวลาไปเก็บเกี่ยวความสุข รีวิว Yesterday Wife คุณเมียตลอดไป EP.2 : "นิว-ใบเฟิร์น" ความเห็นไม่ลงรอย ทะเลาะแรงขว้างของทิ้ง เรื่องย่อ Yesterday Wife EP.2 : นิว ย้อนอดีต หวังพลิกชีวิตให้ดีขึ้น รีวิว Yesterday Wife คุณเมียตลอดไป ตอนแรก : "นิว-ใบเฟิร์น" กับภารกิจชีวิตคู่ ที่ทั้งวุ่นทั้งป่วน! เรื่องย่อ Yesterday Wife ตอนแรก : นิว เปิดฉาก ตามหาความสุขของชีวิตคู่ในฝัน "นิว-ใบเฟิร์น" ชวนหาคำตอบชีวิตคู่ในฝัน กับซีรีส์ "Yesterday Wife คุณเมียตลอดไป" เริ่ม 19 ก.ค.นี้ ซีรีส์ "Yesterday Wife คุณเมียตลอดไป" ออนแอร์ที่ไหน ดูได้ยังไงบ้าง ตรงนี้มีคำตอบ! ทำความรู้จักคาแรคเตอร์นักแสดง ซีรีส์ "Yesterday Wife คุณเมียตลอดไป" มาแล้วเทรลเลอร์แรก "Yesterday Wife คุณเมียตลอดไป" เมื่อคุณมีพลังวิเศษเปลี่ยนภรรยาได้ "นิว-ใบเฟิร์น" ประกบคู่ในซีรีส์ "Yesterday Wife คุณเมียตลอดไป" พร้อมเผยภาพโปสเตอร์ครั้งแรก True CJ ขนทัพนักแสดงบวงสรวง 5 ซีรีส์ดัง สุดปังอัดแน่นทุกอรรถรส

80 ล้านบาทต่อวัน! คนไทยสูญเงินให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์
อ่าน

80 ล้านบาทต่อวัน! คนไทยสูญเงินให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์

ข้อมูลจากศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ระบุว่า ช่วงเดือนมีนาคม 2565 ถึงมิถุนายน 2567 มีคนไทยตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์มากกว่า 575,500 คดี สร้างความเสียหายรวมกว่า 65,715 ล้านบาท หรือเฉลี่ยวันละ 80 ล้านบาท โดยเหยื่อส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงวัยทำงานจนถึงผู้สูงอายุ อายุ 30-60 ปีขึ้นไป สูงถึง 248,800 คดี กรณีล่าสุดที่สร้างความเสียหายอย่างหนักคือ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เชื่อมโยงไปถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา หลอกเหยื่อสูญเสียไปกว่า 3 พันล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าปัญหานี้มีความซับซ้อนและเกี่ยวพันกับเทคโนโลยีและความร่วมมือระหว่างประเทศรูปแบบการหลอกลวงมิจฉาชีพมักจะแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐหรือเอกชน เช่น เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย เจ้าหน้าที่ธนาคาร หรือพนักงานขนส่ง แล้วหลอกว่าเหยื่อมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีความผิดต่างๆ เช่น ฟอกเงิน ค้ายาเสพติด หรือติดหนี้บัตรเครดิต จากนั้นจะสร้างสถานการณ์ให้เหยื่อตื่นตระหนก ต้องโอนเงินมาพิสูจน์ตัวเอง หรือโอนเงินเพื่อแก้ไขปัญหา วิธีการอื่นๆ ได้แก่ การหลอกว่าได้รับเงินคืนภาษี รางวัล หรือโชคลาภ การแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่เพื่อขอข้อมูลส่วนตัว รวมถึงการหลอกให้ติดตั้งแอปพลิเคชันปลอมเพื่อขโมยเงินในบัญชีกลุ่มเป้าหมายผู้สูงอายุและผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีเป็นกลุ่มที่ถูกมิจฉาชีพล่อลวงได้ง่าย เนื่องจากขาดความรู้เรื่องภัยออนไลน์และมีความไว้เนื้อเชื่อใจสูง อีกกลุ่มคือผู้ที่กำลังเผชิญความยากลำบากทางการเงินหรือมีความหวังที่จะได้เงินก้อนโต ซึ่งมักจะมีแนวโน้มที่จะหลงเชื่อข้อเสนอแบบสุ่มเสี่ยงได้ง่ายกว่าผลกระทบนอกจากจะสูญเสียเงินจำนวนมากแล้ว เหยื่อยังต้องเผชิญกับผลกระทบทางจิตใจ ครอบครัว และความสัมพันธ์อีกด้วย บางคนเกิดความเครียด ซึมเศร้า และอับอาย จนไม่กล้าพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตในระยะยาว นอกจากนี้การถูกหลอกลวงยังสามารถสร้างความแตกแยกในครอบครัวและลดความเชื่อมั่นต่อสังคมอีกด้วยความพยายามในการแก้ไขปัญหาภาครัฐได้ร่วมมือกับทุกฝ่ายในการป้องกันและปราบปรามอย่างเข้มข้น มาตรการสำคัญได้แก่:- การประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ- การควบคุมการขายซิมการ์ด และกำหนดให้ผู้ใช้บริการยืนยันตัวตนเมื่อมีซิมเกินจำนวนที่กำหนด- การสั่งระงับซิมและเบอร์ที่ร้องเรียนหรือพบว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด- การบังคับใช้กฎหมายที่มีโทษหนักกับผู้ยินยอมให้ผู้อื่นนำซิมของตนไปใช้ในทางผิด- การพัฒนาระบบตรวจจับเบอร์หรือบัญชีที่น่าสงสัยภาคเอกชน เช่น ผู้ให้บริการโทรคมนาคม ก็ได้ให้ความร่วมมือในการบล็อกเบอร์มิจฉาชีพ เปิดช่องทางแจ้งเบาะแส พัฒนาแอปเช็คเบอร์ปลอม และสนับสนุนข้อมูลในการปราบปรามสิ่งสำคัญที่สุดคือ ประชาชนต้องมีความรู้และรู้เท่าทันกลโกงของมิจฉาชีพ หากได้รับสายจากเบอร์แปลกปลอม ให้วางสายทันทีและโทรกลับเข้าหมายเลขหลักขององค์กรนั้นโดยตรงเพื่อตรวจสอบ อย่าหลงเชื่อคำพูดของคนแปลกหน้าหรือรีบโอนเงินให้ใคร จำไว้ว่าหน่วยงานจริงจะไม่โทรมาเรียกร้องเงินหรือขอข้อมูลส่วนตัวอย่างแน่นอนพล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. กล่าวว่า ปัจจุบันคดีอาชญากรรมไซเบอร์มีรูปแบบที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ จำเป็นต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการปราบปราม และที่สำคัญต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เราจะเพ่งเล็งไปที่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับซิมม้าอย่างเด็ดขาด จะมีการแก้กฎหมายและใช้มาตรการบังคับใช้ที่เข้มข้นกว่าเดิมแก๊งคอลล์เซ็นเตอร์ยังคงเป็นภัยร้ายใกล้ตัวที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสังคมไทย แม้ทุกฝ่ายจะมีความพยายามอย่างยิ่งยวดในการป้องกันและปราบปราม แต่ประชาชนเองก็มีบทบาทสำคัญในการตัดวงจรอาชญากรรม โดยการรู้เท่าทันกลโกง ไม่หลงเชื่ออะไรง่ายๆ รู้จักตรวจสอบข้อมูลก่อนทำธุรกรรมใดๆ และไม่ละอายที่จะแจ้งความหากตกเป็นเหยื่อ โดยสังคมจะต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ไม่ตำหนิหรือซ้ำเติมเหยื่ออีกด้วยCall to actionขอเชิญชวนผู้อ่านได้โปรดแชร์ประสบการณ์และบทความนี้ เพื่อสร้างความตระหนักถึงภัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในวงกว้าง พูดคุยกับคนใกล้ชิดโดยเฉพาะผู้สูงอายุ ให้ความรู้เกี่ยวกับรูปแบบการหลอกลวงและวิธีป้องกัน ร่วมกันให้กำลังใจเหยื่อ และร่วมกันเป็นหูเป็นตาในการแจ้งเบาะแสเมื่อพบเห็น เพื่อให้ทุกคนปลอดภัยจากภัยร้ายนี้ภาพ Getty Imagesอ้างอิง ข้อมูลจากศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

“จิ๊ก เนาวรัตน์” เผยเกือบสิ้นชื่อเพราะ “พระเอกดัง”
อ่าน

“จิ๊ก เนาวรัตน์” เผยเกือบสิ้นชื่อเพราะ “พระเอกดัง”

จิ๊ก เนาวรัตน์ เผยเกือบสิ้นชื่อเพราะ พระเอกดัง นางเอกตลอดกาล จิ๊ก เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ โลดแล่นในวงการบันเทิงมากว่า 40 ปี มีผลงานละครหนังมากว่า 500 เรื่อง ออกมาเปิดใจเรื่องราวในชีวิตแบบเอ็กซ์คลูซีฟในรายการ Podcast น้องใหม่ ขมคอ Story Podcast พร้อมย้อนเล่า เกือบสิ้นชื่อเพราะ พระเอกดัง จิ๊ก เนาวรัตน์ ย้อนเล่าเรื่องราวในยุคเก่า ช่วยเหลือตัวเองทุกอย่าง ยุคที่พึ่งพาตัวเองเป็นหลัก ไม่เหมือนยุคนี้ สมัยก่อนไม่มีผู้จัดการส่วนตัวดูแลตัวเอง ไม่เคยว่าตัวเองจะได้เข้าสู่วงการบันเทิง ชีวิตที่พลิกผัน จากคนธรรมดา สู่ ดาวรุ่งพรุ่งนี้ ก่อนแย้มค่าตัวที่ได้รับสมัยก่อน เรื่องละ 30,000 บาท เคยโดนโกงค่าตัว แต่ที่ทำเอาจำไมลืมคือ นาทีเฉียดตายของดาราระดับซุปตาร์ขับรถตกเหว บาดเจ็บหนัก เป็นอุบัติเหตุที่จำได้ไม่มีลืม เข้าฉากขับรถ เอก สรพงศ์ เป็นคนขับ รถไม่มีเบรก พี่เอก สรพงศ์ ขับรถลงเหว พร้อม เบิร์ด ธงไชย หัวแตก เอก สรพงศ์ ไม่เป็นไร เพราะเป็นคนขับ แม่จิ๊ก ขาหัก จารุณี หลังหัก ได้รับบาดเจ็บกันหมด ปิดกันเป็นความลับ ใช้เฮลิคอปเตอร์มาสอยทีละคน เลยเข้าใจความหมายชีวิตคนเราว่า เปราะบางสั้นมาก ก่อนจะเปิดใจเข้าสู่วงการแต่งหน้าศพได้เห็นสัจธรรมชีวิตของมนุษย์

บนไว้แล้วไม่ไปแก้ ภัยจึงตกแก่ผู้บน  อาถรรพณ์แก้บนผี (The Commitment)
อ่าน

บนไว้แล้วไม่ไปแก้ ภัยจึงตกแก่ผู้บน อาถรรพณ์แก้บนผี (The Commitment)

อาถรรพณ์แก้บนผี (The Commitment) เล่าเรื่องราวของ ปิ่น (วุ้นเส้น วิริฒิพา), มอส (ปราง ปรางทอง) และ หมวย (บอลลูน พินทุ์สุดา) เพื่อนสนิทสมัยมัธยมปลายเป็นกลุ่มที่ไม่เคยเชื่อในเรื่องเหล่านี้ คืนหนึ่งหลังจากจัดปาร์ตี้ที่บ้านปิ่น เด็กทั้งสามพร้อมกลุ่มเพื่อนได้พากันไปพิสูจน์ตำนานผีที่บ้านร้างตามคำท้าของเพื่อนคนหนึ่ง ด้วยความซ่า มอสได้เยาะเย้ยความกลัวของเพื่อนที่มีต่อบ้านหลังนี้และข่มเพื่อนด้วยการอาสาไปศาลเจ้าที่ศักดิ์สิทธิ์กว่าทั้งๆ ที่ความจริงมอสไม่เชื่อว่าจะเป็นจริงได้ ที่ศาลเจ้าขณะที่เพื่อนๆ กำลังบนบานเพื่อให้สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ด้วยความศรัทธา แต่ทว่าเด็กทั้งสามกลับท้าทายอย่างไม่ยำเกรงอย่างคะนองปากด้วยความไม่เชื่อ หากหมวยสอบติดแพทย์ได้จะเอาอะไรก็ได้ให้หมด หลังจากคืนนั้น สิ่งที่พวกเธอท้าทายกลับกลายเป็นความจริง อำนาจที่เกิดจากคำสัญญาได้เริ่มเข้ามาทำให้หลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตของพวกเธอเลวร้ายลงทุกที เพราะไม่เชื่อจึงเพิกเฉยก็ยิ่งทำให้รู้สึกได้ว่า อำนาจเร้นลับกำลังตามทวงสัญญา ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนทั้งสามก็ยิ่งห่างเหินกัน อุบัติเหตุเริ่มเกิดขึ้นกับทุกคน ความซวยที่เริ่มจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงจุดที่พวกเธอที่ไม่เคยเชื่อ ยอมไปขอขมาที่ศาลเจ้าแห่งนั้น แต่ปัญหาสำคัญก็คือว่า ไม่รู้จริงๆ ว่าของแก้บนมันคืออะไรกันแน่ หัวหมู, ไข่ต้ม, นางรำ หรือว่าเป็นของที่พวกเธอเองให้ไม่ได้ ใครที่ชอบเดินสายบนบานศาลกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์อาจจะมีเสียวใส้กันได้ รับประกันหลายฉากโหดที่มาทวงคำสัญญาอย่างถึงพริกถึงขิง ใครที่ขวัญอ่อนอาจจะไม่เหมาะเท่าไหร่เพราะมีฉากโหดเยอะมาก โดยเฉพาะคนที่กลัว นางรำ อาจทำใจลำบากหน่อย เพราะผีพี่น้องนางรำในเรื่องมาแต่ละทีทำเอาหลอนไปหลายวันเลย ว่าแต่ว่าคุณเองก็เถอะ อดีตที่ผ่านมา บนอะไรไว้บ้างหรือเปล่า อย่าลืมไปแก้ก็แล้วกัน ก่อนที่เขาจะมาทวง รับชม อาถรรพณ์แก้บนผี (The Commitment) พฤหัสบดีที่ 11 ก.ค. 67 ทางช่อง True Thai Film (236) เวลา 23:55 น. 📢 สมัครและดูได้แล้ววันนี้ คลิก https://truevisions-now.onelink.me/RQwi/zrw142fi #TrueVisions #Movie #TrueThaiFilm #อาถรรพณ์แก้บนผี