รีเซต

ผลการค้นหา “#violencedistrict” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
เปิดรายชื่ออำเภอเสี่ยงภัยตามแนวระยะยิง “อ.น้ำยืน - ภูสิงห์” จุดอันตราย
อ่าน

เปิดรายชื่ออำเภอเสี่ยงภัยตามแนวระยะยิง “อ.น้ำยืน - ภูสิงห์” จุดอันตราย

แจ้งเตือนประชาชนหลีกเลี่ยงแนวชายแดน
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 กองทัพภาคที่ 2 ได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้พื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา หลังเกิดเหตุการณ์ปะทะด้วยอาวุธในหลายจุด โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยตามแนวระยะยิงของอาวุธ BM-21, PHL-81 และ Type-90B ซึ่งครอบคลุมรัศมีระหว่าง 20 - 40 กิโลเมตรพื้นที่ที่ถูกประกาศเป็น เขตเสี่ยงภัยสีแดง (ระยะยิง 0 - 20 กิโลเมตร) ได้แก่• อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี• อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษส่วนพื้นที่ใน เขตเสี่ยงภัยสีเหลือง (ระยะยิง 21 - 40 กิโลเมตร) ได้แก่• อำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี• อำเภอกันทรลักษณ์ , อำเภอขุนหาญจังหวัดศรีสะเกษ เริ่มยิงตั้งแต่ตี 4 ต่อเนื่องจนถึงเช้า
เหตุรุนแรงปะทุขึ้นตั้งแต่เวลาประมาณ 04.00 น. บริเวณช่องบกและภูมะเขือ จังหวัดอุบลราชธานี รวมถึงพื้นที่อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ โดยกองกำลังฝ่ายกัมพูชาได้เปิดฉากยิงด้วยอาวุธหนัก ทั้งปืนใหญ่สนามและจรวด BM-21 เข้ามาในฝั่งไทยอย่างต่อเนื่อง จนถึงเวลา 08.00 น.ฝ่ายไทยได้ใช้สิทธิในการป้องกันตัวตามกฎหมายระหว่างประเทศ ด้วยการตอบโต้ด้วยอาวุธยิงสนับสนุน พร้อมออกประกาศเตือนประชาชนให้อยู่ห่างจากพื้นที่ปะทะ เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินยอดผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเพิ่มต่อเนื่อง
ด้าน นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ได้รายงานยอดผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะ ณ เวลา 21.00 น. ของวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ดังนี้พลเรือน• เสียชีวิต 13 ราย• บาดเจ็บ 32 ราย
รวม 45 รายทหาร• เสียชีวิต 1 ราย• บาดเจ็บ 14 ราย
รวม 15 รายทั้งนี้ หน่วยงานความมั่นคงและสาธารณสุขยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และขอความร่วมมือประชาชนติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง.

เปิดข้อมูลจริง แอลกอฮอล์เสี่ยงมะเร็ง 8 ชนิด-ต้นทุนสังคมเฉียดล้าน
อ่าน

เปิดข้อมูลจริง แอลกอฮอล์เสี่ยงมะเร็ง 8 ชนิด-ต้นทุนสังคมเฉียดล้าน

สสส. จับมือเครือข่าย ส่งโฆษณาสั้น 4 เรื่อง ชวนคนไทยวางแก้วเหล้า ตั้งสติ คิดดี สร้างชีวิตที่ดี “นักวิจัย” เผยแอลกอฮอล์เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็ง 8 ชนิด และยอดเจ็บตาทางถนน 5 ปี 2.8 แสนคน ทำต้นทุนทางสังคมพุ่งเฉลี่ยคนละเกือบครึ่งล้านบาท ด้านเหยื่อเล่าหมดเปลือกผลกระทบน้ำเมา ทำครอบครัวแตกแยก สุดท้ายตายจากวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 - ภาคีเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มูลนิธิเด็กเยาวชน และครอบครัว สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) เครือข่ายชุมชนลดปัจจัยเสี่ยง เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง เครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) ร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์ เนื่องในวันงดดื่มสุราแห่งชาติ 2568 พร้อมเสวนาถอดประสบการณ์ “เหยื่อ...สงครามน้ำเมา” ที่โรงแรมแมนดาริน ยามย่าน กรุงเทพฯน.ส.รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. กล่าวว่า วันงดดื่มสุราแห่งชาติ ปีนี้ตรงกับวันเข้าพรรษาที่ที่ 11 กรกฎาคม 2568 ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีมติเห็นชอบ รูปแบบกิจกรรมรณรงค์ปีนี้โดย มุ่งเน้นการลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เป็นศูนย์ “Zero drink Zero death” เป็นการให้ความสำคัญกับสุขภาพของประชาชนคนไทย และเชิญชวนประชาชนลงนามงดเหล้าเข้าพรรษา เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตลอดชีวิต เนื่องจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นต้นทางของปัญหาสำคัญหลายมิติ การเปิดเวทีวันนี้จึงได้เชิญผู้ได้รับผลกระทบ 4 คนมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ได้แก่ เหยื่ออุบัติเหตุเมาแล้วขับ คุณพ่อที่สูญเสียลูกชายเพราะพิษสุรา ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในครอบครัว และเยาวชนที่ฤทธิ์สุรานำไปสู่อาชญากรรม เพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนใจนักดื่มให้หันมาลด ละ เลิก เพราะไม่อยากให้ใครต้องเผชิญชะตากรรมอันเป็นผลจากการดื่มเช่นเดียวกับทั้ง4ท่าน น.ส.รุ่งอรุณ กล่าวต่อว่า การจัดกิจกรรมในวันนี้จะนำไปสู่การขับเคลื่อนสังคม การรณรงค์และให้ความรู้ กระตุ้นเตือนอันตรายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยให้ความสำคัญในการดื่มไม่ขับ ขับไม่ดื่ม การสกัดนักดื่มหน้าใหม่ และกลุ่มเป้าหมายที่มีแนวโน้มการดื่มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน และกลุ่มเพศหญิง เป็นต้น อีกทั้งนี้เข้าพรรษาปีนี้ สสส. ได้ผลิตภาพยนตร์โฆษณารณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา ผ่านแนวคิด “สสส ชวนตัวเองงดเหล้า คุณทำได้” เพราะสสส.มองว่าจุดเริ่มต้นเรื่องนี้ต้องมาจากตัวเอง สำหรับภาพยนตร์ 3 เรื่อง จะเล่าถึงการที่ตัวเองเตือนตัวเองได้ดีที่สุด ผ่าน 3 ตัวละครหลัก ทั้ง 3 เรื่อง ดังนี้1. เงา = เงาของตัวพระเอกเอง จะชวนตัวเองของเราเลิกเหล้ายังไง 2. แนนซี่=เมื่อแนนซี่บอกตัวเองว่าไม่ดื่ม แนนซี่จะพบกับชีวิตที่ดี และ3. อ๊อด =ถ้า 1 อ๊อดมาเตือนยังไม่พอ อาจต้องยกทั้งมัลติเวิร์สของอ๊อดมาช่วยเตือน เรื่องราวเล็ก ๆ แต่หนักแน่นข้อเท็จจริงในชีวิต เป็นต้น“การตัดสินใจ ดื่ม หรือเลิกดื่ม ไม่ได้อยู่ที่บริบทสังคม แต่เป็นการเลือกที่จะฟังเสียงจากใจของเราเอง เลือกที่จะมีสติ เลือกสร้างชีวิตที่ดีขึ้นให้กับตนเองและคนที่รักต่างหาก ผ่านการไม่ดื่มแอลกอฮอล์ เพียงแค่บอกกับตัวเอง และชวนตัวเองวางหรือคว่ำแก้วเหล้าที่อยู่ในมือ เพื่อนำทางเราไปสู่เส้นทางที่ดีกว่า จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนใช้เวลาในช่วงเข้าพรรษาเป็นจุดเริ่มต้นในเส้นทางชีวิตใหม่นี้ เริ่มวันนี้ ดีตั้งแต่วันนี้ ชวนตัวเองเลิกดื่มแอลกอฮอล์ คุณทำได้ เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลด ละ เลิกการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และลดพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำลายสุขภาพและร่างกาย เพื่อตนเองและครอบครัว ซึ่ง สสส. ยืนยันว่าจะร่วมกันกับภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนรณรงค์เพื่อ ลด ละ เลิกการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษานี้เพื่อให้ผู้ดื่มสุรา ได้ตระหนักถึงพิษภัยของการดื่มทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อไป” น.ส.รุ่งอรุณ กล่าว รศ.ดร.นพ.พลเทพ วิจิตรคุณากร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยปัญหาสุรา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ปี 2562–2566 พบว่าบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์เฉลี่ยปีละเกือบ 57,000 ราย รวม 5 ปี มากกว่า 284,000 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 370,000 ล้านบาท ที่น่าตกใจคือ คนไทยเกือบ 80% เคยได้รับผลกระทบจากการดื่มของผู้อื่น ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และปัญหาครอบครัว โดยต้นทุนทางสังคมเฉลี่ยจากนักดื่มไทยหนึ่งคนสูงถึง 498,196 บาท โดยเฉพาะนักดื่มชายมีต้นทุนสูงถึง 721,344 บาทต่อคน ซึ่ง “แอลกอฮอล์ยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงหลักของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และเป็นสารก่อมะเร็งกลุ่มที่ 1 ที่เชื่อมโยงกับมะเร็งอย่างน้อย 8 ชนิด อาทิ มะเร็งช่องปาก กล่องเสียง ลำไส้ใหญ่ ทวารหนัก เต้านม ตับ และตับอ่อน และจากตัวเลขทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการขับเคลื่อนนโยบายและมาตรการลด ละ เลิกการดื่ม เพื่อปกป้องสุขภาพ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกคน” รศ.ดร.นพ.พลเทพ กล่าวด้าน ลุงไสว คนขับรถสามล้อย่านหัวลำโพง กรุงเทพฯ กล่าวว่า ตอนนี้ตนขับรถสามล้อรับจ้าง ต้องสูญเสียลูกชายจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งถ้าย้อนกลับไป ตอนนั้นลูกชายประมาณ 15 ปี ออกมาขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง ก็มีการดื่มเหล้าสังสรรค์กับเพื่อนบ้าง แต่หลังๆ เริ่มดื่มหนักขึ้น เป๊กทุกวัน ถึงขนาดพกติดตัวเอาไว้ เป็นอย่างนี้อยู่หลายปี ตนตักเตือนว่าแอลกอฮอล์ไม่ดีต่อสุขภาพ ยิ่งเป็นโรคลมชักอยู่ด้วย ถ้าไม่ฟังพ่อ เดี๋ยวหมอก็จะตักเตือนเอง อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมการดื่มของลูกชายตนนั้นเป็นเช่นนี้มาเรื่อย ๆ จนกระทั่งมีแฟนตอนอายุประมาณ 25 ปี แล้วแยกไปอยู่กับแฟนก็ยังดื่มเช่นเดิม สุดท้ายร่างกายไม่ไหว และเสียชีวิตตอนอายุ 30 ปี ด้วยอาหารตับวาย ปอดติดเชื้อ จากเหตุการณ์นี้ตนก็อยากจะเตือนคนอื่นๆ ว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นสิ่งไม่ดี ทำให้เจ็บป่วย ฟังสิ่งที่พ่อ แม่ ตักเตือน หากเลิกได้ก็ขอให้เลิกและ นางสาวตวิษา ปานแม้น ผู้ได้รับผบกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กล่าวว่า ตอนที่ตนอายุ 18 ปี ได้พบกับอดีตแฟนซึ่งเป็นพ่อของลูกตอนนี้ ต่างคนต่างก็มีการมีงานทำ มีการดื่มแอลกอฮอล์ด้วยกันบ้างเล็กๆ น้อยๆ และไม่ได้มีปัญหาอะไร จนกระทั่ง 2-3 ปีให้หลัง ก็ออกแววไม่เอาอะไรเลย ขี้เกียจ เริ่มดื่มหนักขึ้น ดื่มเป็นประจำ ดื่มจนจำหน้าลูกหน้าแม่ไม่ได้ และลงมือทำร้ายร่างกาย ลาออกจากงานและไม่ได้กลับไปทำงานอีก มีเพียงตนที่ออกไปทำงานนอกบ้านคนเดียว แต่นั่นก็ทำให้เกิดปัญหาหึงหวงอย่างหนัก คุยกับใครก็ไม่ได้ แม้กระทั่งคนที่ทำงาน แค่จับโทรศัพท์มือถือเล่นเฟสบุ๊ค ก็หึง เป็นอย่างนี้มาเรื่อย จนมีลูกด้วยกัน และคลอดลูกได้ประมาณ 5 เดือน เขาก็เมาและทำร้ายร่างกายตน และลูกด้วย จึงเป็นจุดที่ทำให้ตนตัดสินใจหอบลูกหนีออกมา แต่เขาก็ตามตลอด จนเอาลูกไปจากเราได้ และคาราคาซังกันมา 3 ปี ถึงตัดกันได้ขาด ตอนนี้เขาเสียชีวิตแล้ว อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์ของตนก็อยากจะเตือนคนที่กำลังเผชิญปัญหาสุราและความรุนแรงในครอบครัว ขอให้ใช้สติและกลับมารักตัวเองให้มาก และพาตัวเองออกมาจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด จะได้เจอกับแสงสว่างและความสุขที่แท้จริง

เหตุประท้วงที่ไอร์แลนด์รุนแรงต่อเนื่องคืนที่ 3 เริ่มเข้าข่าย "เหยียดเชื้อชาติ"
อ่าน

เหตุประท้วงที่ไอร์แลนด์รุนแรงต่อเนื่องคืนที่ 3 เริ่มเข้าข่าย "เหยียดเชื้อชาติ"

เหตุประท้วงและจลาจลที่เมืองบาลีเมนา ของไอร์แลนด์เหนือ รุนแรงต่อเนื่องเมื่อช่วงเย็นวานนี้ (11 มิถุนายน) กลุ่มผู้ก่อจลาจลได้ปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จุดไฟเผาตามท้องถนน รวมไปถึงขว้างก้อนอิฐใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นคืนที่ 3 ติดต่อกัน ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นต้องใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูงควบคุมฝูงชนเพื่อให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ ท่ามกลางความไม่แน่นอนหลังจากเหตุประท้วงเริ่มกลายเป็นการเหยียดเชื้อชาติและและปะทุขึ้นในอีกหลายพื้นที่ทั่วประเทศรอยเตอร์สรายงานว่าความรุนแรงที่เกิดเมื่อวานนี้ อยู่ในระดับที่เบากว่าในคืนก่อนหน้าเล็กน้อย โดยเมื่อวันจันทร์และวันอังคารที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกับกลุ่มผู้ประท้วงราว 32 นาย แต่เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ก่อความไม่สงบได้อย่างน้อย 5 คน พร้อมเดินหน้าตรวจสอบความเสียหายต่อทรัพย์สินต่าง ๆ ภายในเมืองเหตุประท้วงดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมวัยรุ่นชายอายุ 14 ปี 2 คน ที่คาดว่าเป็นผู้อพยพชาวโรมาเนีย ในข้อหา “ล่วงละเมิดทางเพศอย่างรุนแรง” ต่อวัยรุ่นสาวคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในเมืองบาลีเมนา แต่ผู้ก่อเหตุปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา จนนำไปสู่การประท้วงต่อต้านผู้อพยพในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นได้ประณามผู้ก่อจลาจลว่าเป็น "อันธพาลเหยียดเชื้อชาติ" ที่พุ่งเป้าไปที่ชาวต่างชาติ ซึ่งเมืองบาลีเมนามีประชากรที่เป็นผู้อพยพจำนวนมากอาศัยอยู่ และจากเหตุนี้ ทำให้ผู้อพยพต่างชาติคนอื่นในเมืองต้องหวั่นผวา รอยเตอร์สรายงานว่าครอบครัวชาวฟิลิปปินส์ต้องหนีออกจากบ้านด้วยความกลัวหลังจากรถยนต์ของพวกเขาถูกกลุ่มผู้ประท้วงจุดไฟเผา เช่นเดียวกับที่มีรายงานว่าคุณแม่ชาวโรมาเนียคนหนึ่งพร้อมลูก ๆ อีก 3 คน ไม่กล้าออกมาเดินที่ถนนเพราะกลัวเป็นเป้าหมายถูกกลุ่มผู้ประท้วงโจมตีทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กำลังเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่เพื่อป้องกันเหตุรุนแรงเพิ่มเติม และเรียกร้องให้ประชาชนร่วมมือกับตำรวจในการสืบสวนเพื่อคืนความสงบให้กับชุมชนโดยเร็ว

ผบช.ตชด. ตรวจเยี่ยมการฝึกอาวุธ ตชด.ประจำชายแดนพระวิหาร
อ่าน

ผบช.ตชด. ตรวจเยี่ยมการฝึกอาวุธ ตชด.ประจำชายแดนพระวิหาร

ผบช.ตชด. พล.ต.ท.นิตินัย หลังยาหน่าย ลงพื้นที่ศรีสะเกษ ตรวจการฝึกใช้อาวุธและปฐมพยาบาลของ ตชด. 22 บริเวณชายแดนปราสาทพระวิหารผบช.ตชด.ลงพื้นที่ศรีสะเกษ ตรวจเยี่ยมการฝึกยุทธวิธีชายแดนพระวิหารวันที่ 7 มิถุนายน 2568 พล.ต.ท.นิตินัย หลังยาหน่าย ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ผบช.ตชด.) เดินทางไปยังหน่วยทำการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 22 (ทก.ตชด.22) อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อตรวจเยี่ยมการฝึกทบทวนกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนด้านหน้าปราสาทพระวิหาร การตรวจเยี่ยมครั้งนี้จัดขึ้น ณ สนามฝึกยิงปืนทางยุทธวิธีของกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 224 โดยมีการฝึกทั้งการใช้อาวุธปืนประจำกาย อาวุธปืนประจำหน่วย และการปฐมพยาบาลขั้นพื้นฐาน เพื่อเตรียมความพร้อมและเพิ่มขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่รักษาความมั่นคงชายแดน พล.ต.ท.นิตินัยฯ ให้ความสำคัญกับการฝึกที่สอดคล้องกับสถานการณ์จริง เน้นความปลอดภัยและประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนที่มีความอ่อนไหวทางยุทธศาสตร์ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

"ว้าแดง" ใน "สายตาทักษิณ 5.0" วิเคราะห์เส้นทางใหม่ปราบยาเสพติด
อ่าน

"ว้าแดง" ใน "สายตาทักษิณ 5.0" วิเคราะห์เส้นทางใหม่ปราบยาเสพติด

ทักษิณกลับมาแล้ว นำทีมรัฐบาลประกาศสงครามกับ "ว้าแดง"บรรยากาศในสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ช่วงบ่ายวันที่ 27 พฤษภาคม เป็นไปอย่างคึกคัก เมื่อทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและที่ปรึกษาประธานอาเซียนปัจจุบัน เดินเข้าสู่หอประชุมเพื่อแสดงวิสัยทัศน์ด้านการปราบปรามยาเสพติดครั้งแรกหลังกลับประเทศการปรากฏตัวครั้งนี้มีนัยสำคัญ ไม่เพียงแค่การกลับมาของบุคคลสำคัญทางการเมือง แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงความมั่นคงของรัฐบาลเพื่อไทยภายใต้การนำของแพทองธาร ชินวัตร ท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่องการเดินทางออกนอกประเทศก่อนศาลฎีกานัดไต่สวนคดีคณะรัฐมนตรีหลักร่วมรับฟังวิสัยทัศน์อดีตผู้นำการประชุมครั้งนี้มีความโดดเด่นด้วยการเข้าร่วมของคณะรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูงอย่างครบครัน ประกอบด้วยนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และพลตำรวจเอกกิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติการเข้าร่วมของผู้บริหารระดับนโยบายครบองค์ประกอบแสดงให้เห็นถึงความจริงจังของรัฐบาลต่อวาระปราบปรามยาเสพติด และความเปิดใจในการศึกษาแนวทางจากประสบการณ์ในอดีต ทั้งนี้ แม้ว่านโยบายปราบปรามยาเสพติดของทักษิณในปี 2546 เคยเป็นที่ถกเถียงอย่างรุนแรงทั้งในระดับชาติและนานาชาติ เนื่องจากข้อกังวลเกี่ยวกับการเสียชีวิตของบุคคลที่ถูกสงสัยจำนวนมาก ชี้เป้าชัด "ว้าแดง" คือศูนย์กลางของปัญหาทักษิณ เปิดการบรรยายด้วยการวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันอย่างตรงไปตรงมา ชี้ว่าสมัยก่อนพ่อค้ารายใหญ่อยู่ในประเทศไทย การผลิตอยู่ต่างประเทศครึ่งหนึ่ง ไทยครึ่งหนึ่ง แต่วันนี้การผลิตแทบจะ 100% อยู่ที่ ว้าแดง รัฐฉาน ประเทศเมียนมา"รู้จุดแล้วแปลว่าเฉยไม่ได้" อดีตนายกรัฐมนตรีกล่าวอย่างเด็ดขาด "พ่อค้ารายใหญ่หลบหนีไปอยู่ข้างบ้านหมด แต่ก็ยังมีเครือข่ายในประเทศไทย เจ้าหน้าที่แกล้งไม่รู้เรื่องหรือไม่อยากรู้เรื่อง"การวิเคราะห์ดังกล่าว มีน้ำหนักมากขึ้นเมื่อพิจารณาสถิติการจับกุมที่ยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากสำนักงานตำรวงแห่งชาติในช่วงตุลาคม 2567 ถึงมีนาคม 2568 เพียง 6 เดือน แสดงให้เห็นขนาดของปัญหา ด้วยการจับกุมคดียาเสพติด 103,239 คดี ผู้ต้องหา 136,513 คน พร้อมยึดยาบ้าได้มากกว่า 510 ล้านเม็ด ไอซ์ 7,854 กิโลกรัม และเคตามีน 3,390 กิโลกรัมตัวเลขเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์การค้ายาเสพติดในระยะสองทศวรรษที่ผ่านมา และความจำเป็นที่ต้องปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ใหม่ประกาศสงครามระดับชาติ ไม่มีความปราณีกับศัตรูจุดเปลี่ยนสำคัญของการบรรยายครั้งนี้คือการประกาศจุดยืนที่ชัดเจนต่อกลุ่มผู้ผลิตยาเสพติดในพื้นที่ว้าแดง ทักษิณประกาศว่าใน 1-2 เดือนข้างหน้า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะต้องไปพบปะกับเพื่อนบ้านทั้งหมด เพื่อผนึกกำลังกันให้ว้าแดงเลิกผลิตยาเสพติด"ถ้าคุณยังผลิต คุณคือศัตรูของประเทศไทย เราไม่ควรมีความปราณีกับศัตรู" คำประกาศนี้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงจากการแก้ปัญหาเชิงรับสู่การรุกอย่างจริงจังที่ปรึกษาประธานอาเซียนยังเสนอมาตรการที่รุนแรงมากขึ้น เช่น การตัดไฟฟ้าและระบบสื่อสารจากไทยที่ใช้ในการผลิตยาเสพติด พร้อมกับการจัดการเรื่องแหล่งผลิตด้วยวิธีที่สากลรับได้หากประเทศเพื่อนบ้านจัดการไม่ได้ดึงงบดิจิทัลวอลเล็ตมาแก้ปัญหา เชื่อประชาชนไม่โกรธข้อเสนอที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือการนำงบประมาณ 157,000 ล้านบาทจากโครงการดิจิทัลวอลเล็ตมาใช้จัดการปัญหายาเสพติด ทักษิณมั่นใจว่าหากสามารถแก้ไขปัญหายาเสพติดให้เด็ดขาดภายในสิ้นปี 2568 ประชาชนจะไม่โกรธเรื่องการเลื่อนดิจิทัลวอลเล็ตออกไปการเสนอดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการจัดลำดับความสำคัญของปัญหาที่ชัดเจน และความเข้าใจในจิตใจประชาชนที่เดือดร้อนจากปัญหายาเสพติดมากกว่าการรอรับเงินดิจิทัลวอลเล็ตพร้อมกันนี้ อดีตนายกรัฐมนตรีเสนอให้ตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติดทุกอำเภอ หรือในอำเภอที่มีความสมัครใจ เพื่อให้การแก้ปัญหาครอบคลุมทั้งการปราบปรามและการบำบัดรักษาเน้นบูรณาการ ห้ามทำงานแบบ "ไฟไหม้ฟาง"หนึ่งในข้อสังเกตสำคัญจากการบรรยายคือการเน้นย้ำเรื่องการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน ทักษิณชี้ว่าปัจจุบันมีหน่วยงานที่จัดการยาเสพติด 29 หน่วย แต่ต่างคนต่างทำงานไปเรื่อยๆ ไม่สำเร็จเพราะขาดการบูรณาการที่มีทิศทางชัดเจนที่ปรึกษาประธานอาเซียนเน้นว่าตำรวจและปกครองจะต้องเป็น "ปาท่องโก๋" ต้องไปด้วยกัน จับมือกัน ต้องรักกัน ตั้งแต่ระดับผู้การกับผู้ว่า นายอำเภอกับผู้กำกับ ปลัดอำเภอกับสารวัตร"อย่าให้พ่อค้ายาที่ทุกคนรู้หมดในชุมชนเหล่านั้น อย่าให้มันอยู่ในหมู่บ้าน ให้ไปอยู่ที่อื่น ต้องจับกุมไปอยู่ในเรือนจำ" ทักษิณกล่าวอย่างเด็ดขาดเสนอตัวเป็น "คนขี้ฟ้อง" ตรวจสอบพื้นที่ที่น่าสนใจที่สุดคือข้อเสนอของทักษิณที่จะเป็น "อาสานายกอิ๊งค์" ไปเยี่ยมชาวบ้านในต่างจังหวัด เดินดูแต่ละชุมชนว่าหมู่บ้านไหนมีเรื่องยาเสพติด แล้วจะมารายงานรัฐมนตรีมหาดไทยว่าพ่อค้ายาอยู่สบายมากเลย ทรัพย์ก็ไม่โดนยึดข้อสังเกตเรื่องการยึดทรัพย์นี้มีน้ำหนักเมื่อดูจากสถิติที่แท้จริง แม้ในปีงบประมาณ 2567 หน่วยงานต่างๆ สามารถยึดทรัพย์สินเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดได้รวมกว่า 13,000 ล้านบาท และเฉพาะตำรวจปราบปรามยาเสพติดเพียงหน่วยเดียวก็ยึดได้มากกว่า 9,000 ล้านบาทใน 9 เดือนแรก แต่อดีตนายกรัฐมนตรีมองว่ายังไม่เพียงพอเมื่อเปรียบเทียบกับขนาดของเครือข่าย"ตนว่าจะเป็นคนขี้ฟ้องหน่อย เดินไปเล่นๆ และฟ้องไปเรื่อยๆ" อดีตนายกรัฐมนตรีกล่าวพร้อมรอยยิ้ม ท่ามกลางบรรยากาศที่ผู้เข้าร่วมประชุมหัวเราะอย่างเข้าใจ การตอบรับของรัฐบาลและหน่วยงานพลตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ชี้แจงภายหลังว่าการเชิญทักษิณมาบรรยายเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ไม่ใช่การฟื้นนโยบาย "ฆ่าตัดตอน" แบบในอดีต และไม่มีวาระทางการเมืองรัฐบาลชุดปัจจุบันยืนยันว่าจะเน้นการใช้หลักนิติธรรม ปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด และให้ความสำคัญกับการยึดทรัพย์สินของผู้ค้ายาเสพติด โดยไม่กลับไปใช้วิธีการรุนแรงแบบเดิมระบบรางวัลและการจูงใจทักษิณเสนอระบบรางวัลและการจูงใจหลายรูปแบบ เช่น ค่านำจับ และระบบรางวัลสำหรับพื้นที่ที่สามารถทำให้ "สีขาว" ปลอดยาเสพติดได้ อำเภอไหนปลอดยาเสพติดให้ประกาศเลย แล้วให้รางวัลไปเลยอดีตนายกรัฐมนตรียังเสนอให้กระทรวงมหาดไทยและตำรวจมีระบบที่จูงใจ ใครทำพื้นที่สีขาวมีรางวัลมีโปรโมชั่น เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างจริงจัง----แม้จะไม่กล่าวถึงรายละเอียดนโยบายในอดีตโดยตรง แต่ทักษิณยังคงมั่นใจในหลักการพื้นฐานที่เคยใช้ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาจากทั้งด้านอุปสงค์และอุปทาน หมายถึงการลดความต้องการยาเสพติดในสังคมไปพร้อมกับการตัดแหล่งจำหน่ายอดีตนายกรัฐมนตรี เน้นย้ำการป้องกันระยะยาวผ่านการศึกษา โดยเสนอให้เริ่มสร้างความตระหนักแก่เด็กตั้งแต่ระดับอนุบาล ทักษิณยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่นที่สามารถปลูกฝังนิสัยรักษาความสะอาดให้เด็กๆ จนกลายเป็นวัฒนธรรมที่ฝังแน่นในสังคม แสดงให้เห็นว่าการศึกษาในวัยเด็กสามารถสร้างพฤติกรรมที่ยั่งยืนได้มุมมองต่อสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคตทักษิณ มองว่าปัญหายาเสพติดเป็นภัยคุกคามต่อเยาวชนและอนาคตของประเทศ "เด็กไทยโตขึ้นมาก็จะสู้เขาไม่ได้ ทั้งระบบการศึกษา ระบบเศรษฐกิจที่ทำให้ลูกหลานเรียนได้ไม่เต็มที่ หรือเทคโนโลยีที่ตามเขาไม่ทัน แต่ที่หนักสุดคือยาเสพติด"สถิติการบำบัดรักษาในช่วง 97 วันแรกของปีงบประมาณ 2568 ชี้ให้เห็นถึงขนาดของปัญหา เมื่อมีผู้เข้ารับการบำบัดรักษา 25,984 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้เสพที่มีอาการทางจิต 3,951 ราย แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของยาเสพติดรุ่นใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของผู้เสพอดีตนายกรัฐมนตรี เน้นว่า ถ้าวันนี้ไม่ทำให้ประชาชนเข้มแข็ง ไทยจะแข่งขันกับประเทศอื่นไม่ได้ และอยากให้ทุกคนตระหนักว่ายาเสพติดคือปัญหาของชาติที่ต้องช่วยกันข้อมูลจากพื้นที่นำร่อง 25 จังหวัดในช่วงมิถุนายน-สิงหาคม 2567 แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จเบื้องต้น เมื่อสามารถดำเนินการคดีความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดได้ 19,698 คดี เกินเป้าหมาย 180.32% และตรวจสอบทรัพย์สินได้ 1,1016.14 ล้านบาท เกินเป้าหมาย 153.12%การกลับมาที่มีนัยสำคัญการบรรยายของทักษิณครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงวิสัยทัศน์ด้านการปราบปรามยาเสพติด แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองที่ชัดเจนถึงบทบาทของอดีตนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลปัจจุบันแม้รัฐบาลจะยืนยันว่าจะไม่ใช้มาตรการรุนแรงแบบในอดีต แต่การรับฟังประสบการณ์และแนวคิดของทักษิณแสดงให้เห็นถึงความจริงจังในการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศสิ่งที่ชัดเจนคือรัฐบาลปัจจุบันตั้งใจที่จะใช้ทั้งประสบการณ์เก่าและแนวทางใหม่ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน โดยเน้นการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน การมีเป้าหมายที่ชัดเจน และการทำงานอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แบบ "ไฟไหม้ฟาง" อีกต่อไป

ดีเอสไอ ตรวจยึดสินค้าเถื่อน 20,000 ชิ้น ย่านราชเทวี
อ่าน

ดีเอสไอ ตรวจยึดสินค้าเถื่อน 20,000 ชิ้น ย่านราชเทวี

พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และร้อยตำรวจเอก วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สั่งการให้ร้อยตำรวจเอก พลสัณห์ เทิดสงวน ผู้อำนวยการกองคดีทรัพย์สินทางปัญญา พันตำรวจโทยุทธนา ตั้งกอบลาภ รองผู้อำนวยการกองคดีทรัพย์สินทางปัญญา และนายศักดา พิพัฒน์ธรรมกุล ผู้อำนวยการส่วนคดีทรัพย์สินทางปัญญา 3 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองคดีทรัพย์สินทางปัญญาและกองปฏิบัติการพิเศษ ร่วมกันนำหมายค้นของศาลทรัพย์สิน ทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางจำนวน 8 หมาย ในเรื่องสืบสวนที่ 34/2568 เข้าทำการตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัย รวม 8 แห่ง ซึ่งมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน ในห้างสรรพสินค้าย่านเขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ซึ่งถูกใช้เป็นสถานที่ในการลักลอบเก็บและจำหน่ายสินค้าประเภทเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า และสินค้าอื่น ๆ ที่ละเมิดเครื่องหมายการค้าจำนวนมาก โดยมีตัวแทนของผู้เสียหายเข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วยผลการตรวจค้น พบสินค้าประเภทเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า และสินค้าอื่น ๆ ที่ละเมิดเครื่องหมายการค้าของบริษัทชั้นนำต่าง ๆ จำนวนประมาณ 20,000 ชิ้น มูลค่าความเสียหายประมาณ 10 ล้านบาท ซึ่งมีลักษณะเป็นแหล่งจําหน่าย และสถานที่เก็บสินค้ารายใหญ่โดยมีสิ่งของหรือสินค้าไว้ในความครอบครองซึ่งมีไว้เป็นความผิดอันมีมูลค่าตามราคาท้องตลาดตั้งแต่ห้าล้านบาทขึ้นไป หรือมีมูลค่าความเสียหายอันเกิดจากการกระทำความผิดตั้งแต่ห้าล้านบาทขึ้นไป อาทิเช่น เครื่องหมายการค้าของกุชชี่ (GUCCI) หลุยส์ วิตตอง (LOUIS VUITTON) คริสเตียน ดิออร์ (CHRISTIAN DIOR) บาเลนเซียกา (BALENCIAGA) เบอเบอรี (BURBERRY) และชาแนล (CHANEL) เป็นต้น อันอาจเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงได้ยึดสินค้าดังกล่าวและนำส่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษของกองคดีทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อตรวจสอบและเป็นพยานหลักฐานในการดำเนินการตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติมต่อไปกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการป้องกันปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจัง เพื่อเป็นการส่งเสริมระบบเศรษฐกิจ และปกป้องประชาชนมิให้ได้รับอันตรายจากการใช้สินค้าปลอมต่าง ๆ ตลอดจนเพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประเทศไทยมีสถานะการจัดอันดับการปราบปรามละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในระดับที่ดีขึ้น โดยการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญานอกจากจะเป็นการละเมิดสิทธิของเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว ยังเป็นการทำลายระบบเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงขอความร่วมมือจากประชาชนหากพบเห็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โปรดแจ้งเบาะแสได้ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ โทร. 1202 (โทร. ฟรีทั่วประเทศ)

ใต้คลื่นอาชญากรรม จเรตำรวจฯ วางหมากใหม่ปราบค้ามนุษย์–คอลเซนเตอร์–น้ำมันเถื่อน
อ่าน

ใต้คลื่นอาชญากรรม จเรตำรวจฯ วางหมากใหม่ปราบค้ามนุษย์–คอลเซนเตอร์–น้ำมันเถื่อน

พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ลงพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 9 ถกทัพเรือภาค 2 เดินหน้าปราบแก๊งคอลเซนเตอร์ ค้ามนุษย์ น้ำมันเถื่อน พร้อมกำชับปฏิบัติตามนโยบาย ผบ.ตร.เตรียมกำลัง-เข้มข้นภารกิจตำรวจภาค 9การลงพื้นที่ภาคใต้ของ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2568 มีเป้าหมายเพื่อประเมินสถานการณ์และวางแนวทางปราบปรามอาชญากรรมในพื้นที่ชายแดนตอนล่าง โดยเฉพาะในเขตตำรวจภูธรภาค 9 ที่ครอบคลุมจังหวัดสำคัญซึ่งเป็นจุดเสี่ยงต่อการลักลอบ ค้ามนุษย์ และกระทำผิดข้ามแดนในการประชุมที่ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา พล.ต.อ.ธัชชัย ได้สั่งการตรงถึงผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ทั้งสายงานจเรตำรวจ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ และศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง ให้เข้มงวดและปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบาย 15 ข้อของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งย้ำชัดถึงธรรมาภิบาล ความปลอดภัยของประชาชน และการไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอิทธิพลทุกประเภท เชื่อมกำลังบก-เรือ สกัดขบวนการผิดกฎหมายทางทะเลช่วงบ่ายของวันเดียวกัน จเรตำรวจแห่งชาติได้เข้าร่วมประชุมกับฝ่ายทหารเรือ ณ กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 โดยมีผู้บัญชาการและนายทหารระดับสูงจากกองทัพเรือภาค 2 ศูนย์บัญชาการชายแดน และกรมกิจการพลเรือน ร่วมวางแนวทางการปฏิบัติใน 3 หัวข้อสำคัญ ได้แก่ค้ามนุษย์ไทยยังอยู่ในลำดับ tier 2 ตามรายงานการค้ามนุษย์ระหว่างประเทศ ซึ่งมีผลกระทบต่อภาคการส่งออกและภาพลักษณ์ประเทศ จึงมีข้อเสนอให้เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจเรือทุกประเภท โดยเฉพาะเรือขนส่งใกล้ฝั่ง และเรือที่มีแนวโน้มกระทำผิด เช่น กรณีล่วงละเมิดทางเพศเด็กบนเรือแก๊งคอลเซนเตอร์เมื่อแก๊งคอลเซนเตอร์ใช้ประเทศไทยเป็นฐานหรือทางผ่านในการกระทำผิด จุดล่อแหลมจึงอยู่ที่ช่องทางทะเล โดยทัพเรือภาค 2 ถูกขอความร่วมมือให้ตรวจสอบทั้งบุคคล อุปกรณ์สื่อสาร และการลักลอบเข้าเมือง เพื่อสกัดการสนับสนุนทางเทคนิคของเครือข่ายอาชญากร น้ำมันเถื่อนอาชญากรรมที่สร้างความเสียหายเชิงโครงสร้างและส่งผลต่อรายได้รัฐ จเรตำรวจแห่งชาติเน้นให้มีความร่วมมือทุกระดับระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกองทัพเรือในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ตรวจสอบ และลาดตระเวนอย่างมีประสิทธิภาพลงพื้นที่ตำรวจน้ำ ติดตามกำลังปฏิบัติภาคสนามปิดท้ายภารกิจในช่วงเย็น พล.ต.อ.ธัชชัย เดินทางตรวจเยี่ยมกองกำกับการ 7 กองบังคับการตำรวจน้ำ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในด้านการลาดตระเวนทางทะเลและควบคุมพื้นที่ชายฝั่ง โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกนายปฏิบัติงานตามระเบียบอย่างเคร่งครัด ไม่ละเลยต่อหน้าที่ พร้อมทั้งเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์อาชญากรรมทางทะเลที่มีแนวโน้มทวีความซับซ้อนมากขึ้น

ว.0 พิทักษ์ 1 ท้าทายอำนาจท้องถิ่น
อ่าน

ว.0 พิทักษ์ 1 ท้าทายอำนาจท้องถิ่น

ว.0 พิทักษ์ 1 ท้าทายอำนาจท้องถิ่นคำสั่งกลางที่ไม่ใช่แค่หน้าที่ แต่คือบททดสอบรัฐธรรมนูญในพื้นที่เมื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติออกคำสั่งรหัส “ว.0 พิทักษ์ 1” ของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ดำเนินคดีผู้ก่อเหตุทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนภายในหน่วยเลือกตั้งจังหวัดสงขลาแบบ “เด็ดขาด รวดเร็ว และไร้การละเว้น” คำสั่งนั้นไม่ได้มีผลแค่ทางกฎหมาย แต่กำลังเปลี่ยนเป็นบทพิสูจน์ความกล้าของรัฐไทย ว่าจะสามารถบังคับใช้กฎหมายเหนือโครงสร้างอำนาจท้องถิ่นที่หยั่งรากลึกได้จริงหรือไม่ หน่วยเลือกตั้งไม่ควรเป็นพื้นที่ไร้กติกาเหตุการณ์ที่มากกว่าคดีอาญา คือสัญญาณของแรงต้านรัฐในพื้นที่ด.ต.นิสาธิต คงเทพ เจ้าหน้าที่ ตชด. ถูกทำร้ายหลังเข้าไปห้ามผู้ถ่ายภาพในเขตหวงห้ามของหน่วยเลือกตั้ง เหตุการณ์บานปลายกลายเป็นการรุมทำร้ายโดยบุคคลกลุ่มหนึ่งที่เชื่อมโยงกับผู้มีบทบาททางการเมืองท้องถิ่นการใช้ความรุนแรงในสถานที่ที่ควรเป็นพื้นที่ของประชาธิปไตย ไม่เพียงตั้งคำถามต่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย แต่ยังสะท้อนพลวัตของอำนาจในพื้นที่ ที่บางครั้งกติกากลางอาจถูกแทรกด้วยอิทธิพลนอกระบบคำสั่งที่มีเดิมพันกับศรัทธาต่อกระบวนการยุติธรรม“ทุกคนต้องอยู่ใต้กฎหมาย” คือวาทกรรม หรือจะกลายเป็นจริงพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุชัดว่า“จะทำตัวเป็นกลุ่มผู้มีอำนาจเหนือกฎหมายไม่ได้ ทุกคนต้องเคารพและอยู่ภายใต้กฎ กติกา กฎหมายของบ้านเมือง” พร้อมสั่งให้เร่งจับกุมผู้เกี่ยวข้องทุกคนขณะที่ พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่กำกับการสืบสวนด้วยตนเอง พร้อมยืนยันว่า การบังคับใช้กฎหมายในคดีนี้จะไม่มีการเลือกปฏิบัติ ไม่ละเว้น และจะตรวจสอบความเชื่อมโยงในทุกมิติ จากคำสั่งกลางสู่บททดสอบโครงสร้างท้องถิ่นอิทธิพลท้องถิ่นคือเรื่องต้องยอมรับ หรือปัญหาที่ต้องจัดการเหตุการณ์ครั้งนี้กำลังเปิดบทสนทนาใหม่ว่า รัฐไทยสามารถ “ควบคุม” พื้นที่ได้มากเพียงใด โดยเฉพาะในเขตที่อิทธิพลท้องถิ่นมีความเข้มข้น ไม่ใช่แค่ในเชิงการเมือง แต่รวมถึงโครงสร้างสังคม เครือข่ายเศรษฐกิจ และสายสัมพันธ์เชิงอำนาจคำถามที่สังคมเฝ้ามองไม่ใช่แค่เรื่องการจับกุมผู้ต้องหา แต่คือการขยายผลไปยังโครงข่ายที่อาจสนับสนุนหรือเอื้อให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ และการวัดผลว่า ตำรวจสามารถดำเนินการได้จริงตามคำสั่ง โดยไม่ถูกแรงต้านกลับมาในภายหลังความเงียบจะไม่ใช่ทางออกเมื่อสังคมกำลังจับตา รัฐต้องยืนยันศักดิ์ศรีด้วยการลงมือคำสั่งจาก ผบ.ตร. ในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การจัดการคดีเฉพาะหน้า แต่คือ “เครื่องวัด” ว่าระบบยุติธรรมไทยจะสามารถยืนอยู่ได้อย่างมั่นคงในพื้นที่ที่ซับซ้อนทางอำนาจหากรัฐสามารถนำคดีนี้ไปสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมา โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ หรือการต่อรองผลประโยชน์เบื้องหลัง ก็จะช่วยเรียกศรัทธากลับคืนสู่กระบวนการยุติธรรมที่ประชาชนกำลังตั้งคำถามแต่หากทุกอย่างจบลงเพียงแค่ “การจับกุมเพื่อให้ผ่านพ้นแรงกดดัน” โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ความเงียบในตอนจบ อาจยิ่งทำลายศักดิ์ศรีของรัฐมากกว่าคำพูดใด ๆ

ผบ.ตร.สั่งล่ากลุ่มชายฉกรรจ์รุมทำร้าย ด.ต.นิสาธิด กลางหน่วยเลือกตั้ง
อ่าน

ผบ.ตร.สั่งล่ากลุ่มชายฉกรรจ์รุมทำร้าย ด.ต.นิสาธิด กลางหน่วยเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2568 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) แถลงถึงเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นในวันเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรีตำบลพะวง จังหวัดสงขลา กรณี ด.ต.นิสาธิด คงเทพ ตำรวจสังกัดกองร้อย ตชด. 43 ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 5-7 คนรุมทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บบริเวณดวงตาและข้อมือขณะปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยภายในหน่วยเลือกตั้งที่ 7 หมู่ 2 ต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา เหตุการณ์เกิดขึ้นหลัง ด.ต.นิสาธิด ได้เข้าไปตักเตือนชายคนหนึ่งที่เข้ามาถ่ายรูปในหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งต่อมาทราบว่าเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.จ.) รายหนึ่ง พร้อมผู้ติดตาม โดยเจ้าหน้าที่อธิบายว่าการถ่ายภาพในหน่วยเลือกตั้งขณะใช้สิทธิ์นั้นเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายเลือกตั้ง สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มบุคคลดังกล่าว จนนำไปสู่การรุมทำร้ายเจ้าหน้าที่แล้วหลบหนีพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ระบุว่า พฤติกรรมดังกล่าวเป็นการกระทำที่อุกอาจ ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย จึงสั่งการให้ ผบก.ภ.จว.สงขลา ลงไปกำกับดูแลคดีอย่างใกล้ชิด พร้อมให้เร่งรัดสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับผู้กระทำผิดโดยเร็ว และให้ความช่วยเหลือ ด.ต.นิสาธิด ซึ่งขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสงขลา ทั้งนี้ ผบ.ตร. ยังเน้นย้ำให้ตั้งชุดปฏิบัติการพิเศษติดตามจับกุมกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่แสดงพฤติกรรมเหนือกฎหมาย พร้อมสั่งสอบขยายผลว่าเหตุการณ์นี้เชื่อมโยงกับพฤติกรรมผิดกฎหมายอื่นหรือไม่ โดยให้ดำเนินคดีทุกข้อหาอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่มีข้อยกเว้น“ไม่ว่าใครจะอยู่ในสถานะใด หากฝ่าฝืนกฎหมาย ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่อาจมีใครอยู่เหนือกฎหมายได้” ผบ.ตร. กล่าวทิ้งท้าย

กกต.ประณามเหตุ สจ.ทำร้าย ตร. หน้าหน่วยเลือกตั้ง
อ่าน

กกต.ประณามเหตุ สจ.ทำร้าย ตร. หน้าหน่วยเลือกตั้ง

กกต. วันนี้ ( 12 พ.ค.) จากเหตุกรณี ด.ต.นิสาธิต คงเทพ สังกัดกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 ได้รับการแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัย และความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรีตำบลพะวง หน่วยเลือกตั้งที่ 7 หมู่ที่ 2 ตำบลพะวง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา เมื่อวานนี้ ได้ถูกกลุ่มบุคคลทำร้ายร่างกาย เนื่องจากได้ห้ามและชี้แจงไม่ให้บุคคลที่ไม่มีสิทธิเลือกตั้งเข้ามาภายในหน่วยเลือกตั้ง ทำให้เกิดความไม่พอใจ และต่อมามีกลุ่มคนเข้ามาทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บในขณะปฏิบัติหน้าที่ และเข้ารับการรักษา ที่โรงพยาบาลสงขลา สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอแสดงความห่วงใยและเสียใจอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอประณามการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบในการเลือกตั้ง สำหรับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่
ในการเลือกตั้งอย่างรับผิดชอบ และแข็งขัน และจะดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำผิดกฎหมายอย่างเต็มที่ ซึ่งในเรื่องดังกล่าวเมื่อได้รับรายงาน นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.ได้โทรศัพท์ไปพูดคุย เพื่อแสดงความห่วงใยและให้กำลังใจแก่ ด.ต.นิสาธิต คงเทพ ด้วย พร้อมกันนี้ยังได้มอบหมายให้ ร.ต.อ.สมนึก กุลมณี ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสงขลา และคณะ เป็นผู้แทนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ไปมอบกระเช้าผลไม้และเงินบำรุงขวัญ จำนวน 5,000 บาท พร้อมด้วยเงินสมทบของพนักงานสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสงขลา จำนวน 10,000 บาท รวมทั้งสิ้น 15,000 บาท เพื่อช่วยเหลือในเบื้องต้นแก่ ด.ต.นิสาธิต คงเทพ และจะดำเนินการรวบรวมข้อเท็จจริง เอกสารหลักฐาน และรายงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อพิจารณาตามระเบียบดังกล่าว และเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ ในการเลือกตั้งที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความถูกต้อง และยืนยันว่าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจะไม่เพิกเฉย ต่อความเสียหายที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ในกระบวนการเลือกตั้ง สำนักงาน กกต.ขอความร่วมมือจากประชาชนทุกภาคส่วนให้ร่วมกันสร้างบรรยากาศการเลือกตั้งที่ปราศจากความรุนแรง สำนักงาน กกต. มีระเบียบว่าด้วยเงินชดเชยผู้ประสบภัยเนื่องจากการปฏิบัติงานเลือกตั้ง พ.ศ. 2555 กำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ มีสิทธิได้รับเงินบำรุงขวัญและเงินชดเชยให้แก่ผู้ได้รับบาดเจ็บ คือ เงินบำรุงขวัญ กรณีที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส รายละ 10,000 บาท หรือกรณีที่ได้รับบาดเจ็บไม่สาหัส รายละ 5,000 บาท และเงินชดเชยกรณีที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงทุพพลภาพ หรือเจ็บป่วยเรื้อรังจนไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ ไม่เกินรายละ 100,000 บาท

ไม่ต้องตกใจ! วันนี้บ่ายโมง ทดสอบระบบแจ้งเตือนภัย Cell Broadcast อีก 5 พื้นที่
อ่าน

ไม่ต้องตกใจ! วันนี้บ่ายโมง ทดสอบระบบแจ้งเตือนภัย Cell Broadcast อีก 5 พื้นที่

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประกาศว่า วันนี้ (7 พ.ค. 2568) เวลา 13.00 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จะทำการทดสอบแจ้งเตือนภัยระดับกลางผ่านระบบ Cell Broadcast ในพื้นที่ 5 แห่ง ดังนี้- อำเภอเมืองลำปาง- อำเภอเมืองนครราชสีมา- อำเภอเมืองนครสวรรค์- อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี- เขตดินแดง กทม. หากประชาชนในพื้นที่ทดสอบและพื้นที่ใกล้เคียง ได้รับข้อความและเสียงเตือนแจ้งเตือนทางโทรศัพท์มือถืออย่าตกใจ เป็นเพียงการทดสอบระบบเท่านั้นทั้งนี้ ข้อความที่ทดสอบจะไม่มีการแนบลิงก์ใดๆ ให้กดทั้งสิ้น อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องทดสอบระบบแจ้งเตือนภัย Cell Broadcast เสียงจะดังอัตโนมัติ 8 วินาที พร้อมข้อความความแตกต่างระหว่างระบบแจ้งเตือนภัย SMS กับ CBS คืออะไร ?รู้จัก “Cell Broadcast” ระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติ ไทยเตรียมใช้งานก.ค.นี้นายกฯ ย้ำทดลองส่งข้อความเตือนภัย Cell Broadcast ต้องทันเหตุการณ์รับมือทุกภัยพิบัติ

เหตุขับรถชนฝูงคนในเมืองแวนคูเวอร์ ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 11 คน ผู้ก่อเหตุมีปัญหาทางจิต
อ่าน

เหตุขับรถชนฝูงคนในเมืองแวนคูเวอร์ ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 11 คน ผู้ก่อเหตุมีปัญหาทางจิต

สตีฟ ราย รักษาการผู้บัญชาการสำนักตำรวจเมืองแวนคูเวอร์ รัฐบริติชโคลัมเบียของแคนาดา แถลงข่าวเกี่ยวกับเหตุคนร้ายขับรถเอสยูวีพุ่งใส่ฝูงชนภายในงานเทศกาลของชุมชนชาวฟิลิปปินส์ ว่า ยอดผู้เสียชีวิตมีอย่างน้อย11คน บาดเจ็บหลายสิบคน ผู้ที่เสียชีวิตมีอายุน้อยที่สุดคือ เด็ก 5 ขวบ ส่วนคนที่มีอายุมากที่สุด คือ 65 ปีส่วนผู้ต้องสงสัยที่เป็นชาย วัย 30ปี เป็นคนท้องถิ่น ซึ่งตอนนี้ถูกจับกุมตัวแล้ว มีประวัติรักษาการทางจิต โดยยังไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่าเป็นการก่อการร้าย โดยทางเจ้าหน้าทืี่กำลังสอบสวนเรื่องนี้อยู่ แต่คาดว่าสาเหตุหลักของการก่อเหตุ น่าจะมาจากปัญหาทางจิต เทศกาล ลาปู ลาปู เดย์ พาร์ตี ของชุมชนชาวฟิลิปปินส์ จัดขึ้นในย่าน ซันเซตของเมืองแวนคูเวอร์ที่มีชาวเอเชียอยู่อาศัยเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกับชาวฟิลิปปินส์ โดยจัดงานแบบไม่มีตำรวจมาประจำการรักษาความปลอดภัยและไม่มีการตั้งแผงกั้นรถขนาดใหญ่ เคน ซิม นายกเทศมนตรีเมืองแวรคูเวอร์ระบุว่านี่เป็นวันที่ดำมืดที่สุดในประวัติศาสตร์ของเมืองแวนคูเวอร์ ส่วนในกลุ่มของผู้บาดเจ็บมีอาการสาหัสหลายคน เตือนยอดผู้เสียชีวิตน่าจะมีเพิ่มตามมาอีกภายในไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ชาวแคนาดาทุกคน ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยืนยันว่าจะอยู่เคียงข้างชุมชนชาวฟิลิปปินส์ในแคนาดา

"กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ" เร่งเครื่องคืนสิทธิบุคคลไรัสัญชาติ ลั่นไม่มีเรียกรับเงิน
อ่าน

"กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ" เร่งเครื่องคืนสิทธิบุคคลไรัสัญชาติ ลั่นไม่มีเรียกรับเงิน

เมื่อวันที่ 7 เม.ย..ส.ดวงดาว เกียรติพิศาลสกุล รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการช่วยเหลือบุคคลที่มีปัญหาสถานะทางทะเบียนและบุคคลไร้สัญชาติว่า ขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการช่วยเหลือบุคคลที่มีโดยมีเป้าหมาย 120,000 ราย หลังจากมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยการช่วยเหลือบุคคลผู้มีปัญหาสถานะทางทะเบียนและบุคคลไร้รัฐไร้สัญชาติ ระหว่าง กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กรมการปกครอง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยMOUฉบับนี้เป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เจ้าหน้าที่ที่อยู่ภายใต้หน่วยงานเหล่านี้มีความสะดวกในการแลกเปลี่ยนหรือส่งต่อข้อมูลจากส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น และได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่ร่วมลงนาม MOU อย่างมาก น.ส.ดวงดาวฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระบวนการผ่านมา ได้ลงพื้นที่พบกับผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อชี้แจงแนวทางและบทบาทที่กรมคุ้มครองสิทธิฯ จะเข้าไปดำเนินการช่วยเหลือบุคคลที่มีปัญหาสถานะทางทะเบียนฯ ได้อย่างไรบ้าง ซึ่งพบผู้ว่าฯ ไปแล้ว 11 จังหวัด หลังจากนั้นจะมีการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อเตรียมความพร้อม โดยเราจะมีวิทยากร จากสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการช่วยเหลือบุคคลกลุ่มนี้ และจะพูดถึงแนวทางปฏิบัติ ทั้งเรื่องการคัดกรองเอกสาร การจำแนกกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งกรมคุ้มครองสิทธิฯ มีการประชุม เชิงปฏิบัติการ ไปแล้ว 13 ครั้ง และอยู่ระหว่างการดำเนินการในอีกหลายจังหวัด โดยหลังจากนี้ก็จะมีการลงพื้นที่เพื่อคัดกรองและจำแนกกลุ่มเป้าหมาย รวมไปถึงลงพื้นที่เพื่อสนับสนุนการสอบข้อเท็จจริงร่วมกับสำนักทะเบียนอำเภอ เพื่อจะได้มีเอกสารหลักฐานหรือข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณาของสำนักทะเบียนอำเภอ เพื่อให้คนที่มีคุณสมบัติตามกฎหมายได้รับการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาสถานะทางทะเบียนต่อไป“ฝากถึงกลุ่มที่อยากเข้าร่วมโครงการกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เรากำลังเร่งดำเนินการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาสำหรับบุคคลที่มีปัญหาทางสถานะทางทะเบียนฯ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลไร้รัฐ ไร้สัญชาติ โดยมุ่งหวังให้ทุกคนได้รับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพตามที่กฎหมายกำหนด แต่ในการดำเนินการที่ผ่านมา มีกลุ่มที่แอบอ้างเรียกรับผลประโยชน์ ซึ่งขอประชาสัมพันธ์ว่าทุกกระบวนการของเราโปร่งใสไม่มีการเสียค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นแน่นอน ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามที่หลักเกณฑ์กฎหมายกำหนด ดังนั้นหากประสบปัญหาถูกเรียกรับผลประโยชน์ สามารถติดต่อสายด่วนกระทรวงยุติธรรม 1111 กด77 ฟรี 24 ชั่วโมง เน้นอย่าว่าเราไม่มีการเรียกรับใดๆทั้งสิ้น”

เปิดสถิติความรุนแรงในรอบ 1 ปี พบ “เด็ก” ประสบปัญหามากสุดทั้งถูกทำร้าย-ล่วงละเมิด
อ่าน

เปิดสถิติความรุนแรงในรอบ 1 ปี พบ “เด็ก” ประสบปัญหามากสุดทั้งถูกทำร้าย-ล่วงละเมิด

วันนี้ (14 มกราคม 2568) นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในรอบปี 2567ที่ผ่านมาพบว่า มีประชาชนขอความช่วยเหลือ ทั้งหมด 188,625 กรณี โดยผ่านสายด่วน 1300 จำนวน 171,204 กรณี รองลงมา คือ สื่อสังคมออนไลน์ จำนวน 14,855 กรณี ขอรับบริการด้วยตนเอง 1,466 กรณี เป็นข่าวทางศูนย์ปฏิบัติการ พม. 1,081 กรณี และผ่านกองตรวจราชการ 19 กรณีทั้งนี้ พื้นที่ให้บริการมากที่สุดคือ กรุงเทพมหานคร จำนวน 119,107 กรณี รองลงมา คือภาคกลาง จำนวน 22,499 กรณี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 18,101 ภาคใต้ จำนวน 12,842 ปริมณฑล จำนวน 10,914 ภาคเหนือ จำนวน 5,162 ส่วนกลุ่มผู้ประสบปัญหาสูงที่สุด คือ วัยทำงาน จำนวน 97,455 ราย รองลงมา คือ กลุ่มคนพิการ จำนวน 33,051 ราย ผู้สูงอายุ จำนวน 31,306 ราย เด็ก จำนวน 23,337 ราย และเยาวชน จำนวน 3,476 รายศรส. ได้ดำเนินการช่วยเหลือแล้ว จำนวน 163,556 กรณี แบ่งเป็น 1. ช่วยเหลือและคุ้มครองสวัสดิภาพ จำนวน 31,619 กรณี 2. การให้คำปรึกษา จำนวน 69,791 กรณี และ 3.ให้ข้อมูลทั่วไป จำนวน 34,345 กรณี สรุปประเด็นความรุนแรง ในรอบ 1 ปี 2567ในส่วนของประเด็นความรุนแรง ในรอบ 1 ปี (มกราคม - ธันวาคม 2567) มีผู้ประสบปัญหาความรุนแรง จำนวน 4,712 ราย เป็นเพศหญิง 3,448 ราย เพศชาย 1,264 ราย แบ่งเป็น กลุ่มเด็ก 2,461 ราย กลุ่มผู้ใหญ่ 1,357 ราย กลุ่มผู้สูงอายุ 354 ราย กลุ่มเยาวชน 277 ราย และกลุ่มคนพิการ 263 รายสำหรับพื้นที่รับแจ้งเหตุความรุนแรงมากที่สุด คือกรุงเทพมหานคร 1,482 ราย รองลงมาคือ จังหวัดนนทบุรี 176 ราย จังหวัดชลบุรี 174 ราย จังหวัดอุดรธานี 151 ราย และจังหวัดปทุมธานี 131 ราย โดยเป็นความรุนแรงในครอบครัว 3,376 รายและภายนอกครอบครัว 1,336 รายกลุ่มเด็ก เป็นผู้ประสบปัญหามากที่สุดส่วนความรุนแรงภายในครอบครัว พบว่า กลุ่มเด็ก เป็นผู้ประสบปัญหามากที่สุด 1,429 ราย โดยถูกทำร้ายร่างกาย ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ถูกกระทำอนาจาร ทารกถูกทอดทิ้ง รองลงมาคือ กลุ่มผู้ใหญ่ 1,220 ราย โดยถูกทำร้ายร่างกาย ถูกกระทำอนาจาร และถูกล่วงละเมิดทางเพศทั้งนี้ ประเด็นความรุนแรงนอกครอบครัว พบว่า กลุ่มเด็กเป็นผู้ประสบปัญหามากที่สุด 1,032 ราย โดยถูกล่วงละเมิดทางเพศ ถูกทำร้ายร่างกาย ถูกกระทำอนาจาร รองลงมาคือกลุ่มผู้ใหญ่ 137 ราย โดยถูกทำร้ายร่างกาย ถูกล่วงละเมิดทางเพศ และถูกกระทำอนาจารจากรายงานของ ศรส. ในรอบ 1 ปี จะเห็นได้ว่า รัฐบาลสามารถช่วยแก้ปัญหาสังคม ได้มากกว่า 1.88 แสนกรณี ซึ่งปัญหารายได้ความเป็นอยู่เป็นปัญหาที่พบมากที่สุด และมีผู้ประสบปัญหาความรุนแรงมากถึง 4,712 ราย เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนทุกเพศ ทุกกลุ่มป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาความรุนแรงซ้ำรัฐบาลฯ มุ่งส่งเสริมและสนับสนุนดำเนินการแก้ไขปัญหาสังคม จึงขอความร่วมมือให้ทุกคนช่วยกันเฝ้าระวัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาความรุนแรงซ้ำขึ้นอีก ไม่ว่าจะเป็นความรุนแรงในครอบครัวหรือนอกครอบครัว ย่อมส่งผลเสียทั้งร่างกายและจิตใจ หากใครพบเห็นผู้ประสบปัญหาความเดือดร้อนทางสังคม หรือถูกกระทำความรุนแรง สามารถแจ้งได้ที่ ศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) กระทรวง พม. ผ่านสายด่วน พม. โทร. 1300 บริการฟรี 24 ชั่วโมงภาพจาก AFP

ตรวจทางเท้าสุขุมวิท ปัญหา“ขอทานเด็ก” อันดับ 1 ต้องเร่งแก้ไข
อ่าน

ตรวจทางเท้าสุขุมวิท ปัญหา“ขอทานเด็ก” อันดับ 1 ต้องเร่งแก้ไข

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ถนนสุขุมวิท เขตวัฒนา ติดตามปัญหาทางเท้า โดยกล่าวในการลงพื้นที่ว่า ปัญหาของบริเวณนี้ไม่ใช่ทางเท้าไม่ดี แต่เป็นเรื่องกิจกรรมบนทางเท้า ซึ่ง 95% เป็นชาวต่างชาติที่เดินสัญจร เพราะแถวนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวนับตั้งแต่ซอยนานาไปถึงพร้อมพงษ์ กินบริเวณรถไฟฟ้า 2 ช่วงสถานีผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวต่อว่า ปัญหาที่เจอมากที่สุดของทางเท้าสุขุมวิท คือ ขอทาน โดยเฉพาะขอทานเด็กซึ่งถือเป็นปัญหาอันดับต้น ๆ ที่ยอมรับไม่ได้ สองคือคนไร้บ้าน สามคือขายของผิดกฎหมาย เช่น บุหรี่ไฟฟ้า เซ็กส์ทอย สี่คือค้าขายกีดขวางทางเท้าซึ่งบางจุดก็ผ่อนผันอะลุ่มอล่วยให้พอขายได้บ้างเพราะเป็นย่านการค้า แต่หากเป็นผู้ค้าชาวต่างด้าวผิดกฎหมายก็ต้องจัดการ สุดท้ายคือรถที่มาจอดเรียกแขกขายทริปขายทัวร์ ซึ่งโดยรวมก็ดีขึ้น เทศกิจ ตำรวจ ช่วยกวดขันคุมเข้มสำหรับเรื่องขอทาน พี่เทศกิจได้รายงานว่า เมื่อขอทานเห็นเจ้าหน้าที่จะรีบวิ่งหนีไปทันที แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ไปก็จะกลับมาอีก แต่จะให้เทศกิจไปจับกุมก็ไม่ได้ โดยเฉพาะขอทานเด็ก ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและน่าสงสาร และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเด็กเหล่านี้โดนพาตัวมาจากไหน กทม. เองรับไม่ได้เรื่องขอทานเด็กและขอร้องให้ทุกคนอย่าไปส่งเสริม เรื่องการจัดการคงต้องร่วมกับหลายหน่วยงาน ทั้ง ตำรวจ พม. ต้องมาช่วยกัน กทม. เองก็จะดำเนินการเท่าที่ขอบข่ายอำนาจจะมี และต้องทำให้ถูกทั้งตามกฎหมายและมนุษยธรรม ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวทิ้งท้าย

กทม. เปิดพิกัด 14 จุด ที่อนุญาตให้จุดพลุเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ 2568
อ่าน

กทม. เปิดพิกัด 14 จุด ที่อนุญาตให้จุดพลุเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ 2568

ปีใหม่ 2568 ปีนี้มีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเฉลิมฉลองจำนวนมากกว่าทุกปีทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร ได้เปิดเผยรายละเอียด 14 จุด ที่อนุญาตจุดพลุปีใหม่ มีดังนี้เขตคลองสาน- ICONSIAMเขตบางคอแหลม- เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์- โรมแรมเดอะ สลิล ริเวอร์ไซด์- โรงแรมชาเทรียม ริเวอร์ไซด์- โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์เขตบางพลัด- ช่างชุ่ยเขตปทุมวัน- Central World- One Bangkokเขตประเวศ- Seacon Squareเขตพระนคร- สวนนาคราภิรมย์เขตมีนบุรี- ริมลากูน คาเฟ่เรสเตอรองต์เขตวัฒนา- Terminal 21เขตสาทร- โรงแรมคาเพลลา กรุงเทพฯ- โรงแรมเจซี เควินอย่างไรก็ตาม ห้ามมิให้ผู้ใดจุดและปล่อย หรือกระทำการอย่างใด เพื่อให้บั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ขึ้นสู่อากาศ เว้นแต่ได้รับอนุญาตต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีหรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับพบเห็นการจุดพลุในจุดที่ไม่ได้กำหนดแจ้ง Traffy Fondueภาพจาก TNN ONLINE

”สมศักดิ์“สั่งพักราชการจนท.รพ.ทำร้ายผู้บำบัดเหล้าเสียชีวิต
อ่าน

”สมศักดิ์“สั่งพักราชการจนท.รพ.ทำร้ายผู้บำบัดเหล้าเสียชีวิต

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้กล่าวแสดงความเสียใจกับครอบครัวของบุคคลผู้เสียชีวิตอย่างสุดซึ้ง  จากกรณีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลกันทรลักษ์ จ.ศรีษะเกษ ทำร้ายร่างกายผู้บำบัดอาการขาดเหล้า   ในฐานะที่เป็นผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข และอีกส่วนหนึ่งในฐานะคนที่มีลูก มีความรู้สึกว่า มันเป็นสิ่งที่รุนแรง และเป็นสิ่งที่ไม่น่าให้อภัยได้เลยสำหรับในแนวทางของกระทรวงสาธารณสุขต้องบอกว่า จะยอมให้เรื่องในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีกไม่ได้ซึ่งตนได้วางแนวทางในการแก้ไข และสืบสวนกระบวนความว่า เรื่องลักษณะนี้เกิดขึ้นจากอะไรและเราจะแก้ไขอย่างไร ซึ่งต้องเรียนว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้นจากเรื่องโรค เกี่ยวกับจิตเวช ที่เกิดขึ้นเยอะ ในประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่องของติดเหล้าตัวเลขที่มีทั้งหมดในประเทศไทย ประมาณ 79,000 คน และในส่วนที่เข้าบำบัดรักษา 3,340 คน ในขณะนี้ที่ดำเนินการอยู่ โรคประเภทนี้ที่เกิดขึ้นมาอย่างมาก ส่วนหนึ่งที่เป็นปัญหาเราได้เพิ่มบุคลากรที่เข้ามาดูแล ผู้ป่วยในลักษณะนี้อย่างรวดเร็วนายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ 2 คนดังกล่าว เข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้ช่วย หรือเป็นพนักงานผู้ช่วย เหลือคนไข้ ซึ่งขาดความรู้ ความสามารถเฉพาะทาง เพราะเนื่องจากมีบุคลากรน้อย และจากการสืบสวนในเบื้องต้นแล้ว ทั้ง 2 คน เป็นพนักงานช่วยเหลือคนไข้ ซึ่งไม่มีทักษะในการดูแลผู้ป่วยจิตเวชในด้านนี้โดยตรง พร้อมยืนยันว่า ตนไม่ได้มาแก้ตัวให้เจ้าหน้าที่ เพราะขณะนี้ได้ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่แล้ว และสั่งการให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกันทรลักษ์ มาที่ส่วนกลาง โดยที่วันพรุ่งนี้ (12 ธ.ค.67) ที่กระทรวงสาธารณสุข สั่งให้ดำเนินการประชุม และจัดสัมมนา เพื่ออบรมให้ความรู้บุคลากร ทั้งผู้บริหาร และผู้ช่วยเหลือต่าง ๆ เกี่ยวกับผู้ป่วยที่มีพฤติกรรมรุนแรงโดยด่วน ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า เวลา 08.30 น.นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ความรุนแรงเป็นการแสดงออก ถึงการขาดสติ ควบคุมตัวเองไม่ได้ และคำว่าพฤติกรรมรุนแรง เริ่มต้นจากการใช้คำพูดเอาหัวโขกพื้น หรือรุนแรงต่อผู้อื่น เช่น การชกต่อยตบตีโดยใช้อาวุธต่าง ๆ ทำร้ายร่างกายผู้อื่น และรุนแรงต่อสิ่งของ เหล่านี้หากเราได้เจ้าหน้าที่หรือพนักงานไปดำเนินการโดยที่ไม่มีความรู้ทักษะโดยตรงแล้วก็จะปฏิบัติไม่ถูก นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องยอมรับว่า เป็นสิ่งที่เราไม่พร้อมด้วยบุคลากร ซึ่งในขณะนี้ต้องเรียนว่าบุคลากรในส่วนนี้ยังขาดแคลน แต่เราไม่สามารถที่จะไปเอ่ยอ้างว่าขาดแคลน หากเป็นเหตุการณ์นี้จะมีคนเสียชีวิตอีก เราจะอ้างอย่างนั้นไม่ได้ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 คน ได้ถูกสั่งให้พักราชการ เหมือนลักษณะให้ออกราชการ ส่วนพยาบาลอีก 2 คนได้สอบสวนข้อเท็จจริง และตัวผู้อำนวยการก็เรียกตัวเข้ามาส่วนกลาง เพื่อมาหารือ ส่วนจะมีความผิดถึงขั้นอาญาหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า คงต้องพิจารณาสอบสวนในส่วนนี้ให้ครบถ้วนว่า อาญาหรืออะไรอย่างไร แต่ความผิดต้องมีแน่นอน เพราะเป็นการดำเนินการที่ไม่สอดคล้องแต่เบื้องต้นได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงผู้ตรวจราชการเขตไปดำเนินการประสานงานกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งให้ทำความเข้าใจกับประชาชน โดยผู้แทนราษฎรในฐานะเป็นฝ่ายของประชาชนอยู่แล้ว คงจะเป็นผู้ที่มาช่วยประชาชน เรียกร้องค่าเสียหายที่จะต้องเกิดขึ้น ทางโรงพยาบาล หรือกระทรวงสาธารณสุขจะต้องรับผิดชอบให้เหมาะสมและเต็มที่นายสมศักดิ์ ระบุว่า เรื่องการเรียกเข้ามาอบรม ไม่ใช่วัวหายแล้วล้อมคอก เพราะเรื่องนี้จะต้องมีผู้ป่วยเข้ามารักษาบำบัดอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งอย่างที่บอกบางคนไม่แสดงอาการ หรือมีพฤติกรรมที่เงียบ ทั้งนี้ขอให้น้ำหนัก เรื่องการขาดแคลนบุคลากร และเพิ่มบุคลากร อันนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ เหตุเกิดโรคภัยไข้เจ็บลักษณะนี้เกิดขึ้นมาก แต่กรมสุขภาพจิตที่ดำเนินการขาดแคลนบุคลากร

ตร. สั่งด่วนคุมเจ้าหนี้ฉวยโอกาส ข่มขู่รีดเงินหมื่นกลุ่มเปราะบาง
อ่าน

ตร. สั่งด่วนคุมเจ้าหนี้ฉวยโอกาส ข่มขู่รีดเงินหมื่นกลุ่มเปราะบาง

วันนี้ (26 ก.ย. 67) เจ้าหน้าที่ตำรวจเผยได้รับข้อมูลว่ามีกลุ่มเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบได้ฉวยโอกาสนี้ ไปข่มขู่ทวงหนี้จากลูกหนี้ที่เป็นประชาชนกลุ่มเปราะบางดังกล่าว ทำให้ประชาชนที่ได้รับเงินไปแล้ว ไม่สามารถนำไปจับจ่ายใช้สอยเพื่อเป็นการลดภาระการใช้จ่ายและเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพได้พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) จึงมีคำสั่งด่วนที่สุดลงวันนี้ถึง ผบช.น, ภ.1-9, ก., สอท., สตม. และ สยศ.ตร. ใจความว่า มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 2567 ผ่านผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการ โดยจะดำเนินการกับกลุ่มเปราะบาง ประกอบด้วยผู้มีบัตรสวัสติการแห่งรัฐและผู้พิการ จำนวน 14.55 ล้านคน จะได้รับเงินคนละ 10,000 บาท ซึ่งจ่ายเงินให้กับผู้มีสิทธิ์ในวันที่ 25 ก.ย.2567 ไปแล้วเป็นวันแรกเพื่อเป็นการป้องกันและลดความเดือดร้อนให้กับประชาชน จึงกำชับให้ทุกหน่วยดำเนินการกวดขัน จับกุมและบังคับใช้กฎหมายกับเจ้าหนี้ที่มีพฤติกรรมข่มขู่ ใช้ความรุนแรงในการทวงหนี้ ใช้ความรุนแรงในการทวงหนี้ ตาม พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ฯ พ.ศ.2558 และความผิดอื่นๆที่เกี่ยวข้อง โดยให้ประสานข้อมูลกลุ่มเป้าหมายประชาชนกลุ่มเปราะบางกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และให้ รอง ผบช. ที่รับผิดชอบ กำกับดูแลการปฏิบัฏิบัติอย่างใกล้ชิด และประชาสัมพันธ์ผลการปฏิบัติให้ประชาชนได้รับทราบโดยทั่วกัน จึงแจ้งมาเพื่อทราบและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องp.p1 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 13.0px 'Helvetica Neue'} span.s1 {font: 13.0px Thonburi}ภาพจาก:Getty Images

ยลโฉมแรก "The Brutalist" หนังหนีสงครามยาว 3 ชั่วโมงกว่า ที่มีลุ้นออสการ์ 2025
อ่าน

ยลโฉมแรก "The Brutalist" หนังหนีสงครามยาว 3 ชั่วโมงกว่า ที่มีลุ้นออสการ์ 2025

และแล้วก็ได้เผยโฉมออกมาแล้ว สำหรับหนังดรามาสงครามรวมดาราฟอร์มดี "The Brutalist" ที่เป็นหนึ่งในหนังที่ถูกหมายตาว่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวเต็งบนเวทีรางวัลต่าง ๆ ในช่วงปลายปีนี้ไปจนถึงรางวัลออสการ์ 2025 ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นกับความยาวของหนังที่นานถึง 3 ชั่วโมงครึ่ง ที่ผ่านการตัดต่อเสร็จสรรพแล้ว The Brutalist เป็นผลงานล่าสุดของนักแสดงหนุ่มที่ผันตัวมาเป็นผู้กำกับดาวรุ่งฝีมือดี "แบรดี คอร์เบ็ต" ที่รับหน้าที่สร้างและร่วมเขียนบทหนังเรื่องนี้ โดยมีทีมนักแสดงระดับเอลิสต์ร่วมแสดงนำ ไม่ว่าจะเป็น "เอเดรียน โบรดี้", "เฟลิซิตี้ โจนส์", "กาย เพียร์ซ", "สเตซี มาร์ติน" และ "โจ อัลวิน" นี่คือเรื่องราวของสถาปนิกหนุ่มไฟแรง ลาซโล ธ็อธ กับภรรยาของเขา เออร์ซาเบ็ธ หาทางอพยพหนีออกจากยุโรป ในช่วงหลังสงครามในปี 1947 พวกเขาได้มาเหยียบแผ่นดินอเมริกาในที่สุด แล้วเริ่มสร้างชีวิตและผลงานใหม่ทั้งหมดที่รัฐเพนซิลเวเนียในยุคที่ยังไม่มีอะไรในพื้นที่ ก่อนจะได้พบกับนักอุตสาหกรรมผู้มั่นคั่ง ได้มองเห็นถึงพรสวรรค์ของเขา กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นที่ต้องแลกมาด้วยราคาที่แพงลิบ The Brutalist ได้ทำการฉายรอบปฐมทัศน์โลกไปแล้วในเทศกาลหนังเวนิส 2024 ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา กลายเป็นหนึ่งในหนังที่มีความโดดเด่นในเนื้องานและได้รับการเสียงชื่นชมจากนักวิจารณ์หนาหู โดยคะแนนเฉลี่ยสูงถึง 97% บนเว็บไซต์ Rotten Tomatoes แม้ว่าหนังจะมีความยาวถึง 3 ชั่วโมง 35 นาที ซึ่งหนังเรื่องนี้มีคิวฉายแบบจำกัดโรงในอเมริกาช่วงสิ้นปีนี้ เพียงหวังจะได้มีโอกาสได้มีบทบาทบนเวทีรางวัลต่อไป ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

นายกฯ เสียใจผู้ได้ผลกระทบคดีตากใบ ชี้ 20 ปี ทุกรัฐบาลแสดงความรับผิดชอบเต็มที่
อ่าน

นายกฯ เสียใจผู้ได้ผลกระทบคดีตากใบ ชี้ 20 ปี ทุกรัฐบาลแสดงความรับผิดชอบเต็มที่

วันนี้ (24 ต.ค.67) เวลา 15.30 น. ณ บริเวณทางเชื่อมตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ถึงคดีตากใบที่กำลังจะหมดอายุความในวันพรุ่งนี้ว่า คดีนี้เป็นคดีที่เกิดขึ้นประมาณ 20 ปีที่แล้วที่ผ่านมาตนเองได้กลับไปดูข้อมูลและตัวเลขหลายอย่าง ถือเป็นเหตุการณ์ที่รู้สึกเสียใจกับผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งหลายและรัฐบาลตั้งแต่สมัย 20 ปีที่แล้ว ได้ออกมาแสดงความเสียใจและออกมาขอโทษไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลนายกทักษิณ ชินวัตร นายกพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ รวมถึงรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ชินวัตร ต่างออกมาแสดงความเสียใจและขอโทษในเรื่องดังกล่าว และมีการชดเชยจ่ายค่าเยียวยาไปแล้ว ในฐานะเป็นนายกรัฐมนตรี ในวันนี้รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมากและต้องขอโทษในนามของรัฐบาลด้วย จะทำให้ดีที่สุดไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกนายกฯ กล่าวต่อว่า รัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ทำงานเร่งรัดในกระบวนการขั้นตอนต่าง ๆ ล่าสุดเมื่อช่วงเช้านี้ได้ข้อมูลมีการส่งคำถามไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้รับคำตอบกลับมาถึงเรื่องการออก พ.ร.ก.ขยายอายุความในคดีตากใบ ทั้งนี้ คดีดังกล่าวไม่เข้าหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการตราพระราชกำหนดมาตรา 172 และ 174 ส่วนเนื้อหาที่เป็นการต่ออายุความเฉพาะคดีอันเป็นมาตรากฎหมายขึ้นเพื่อเป็นการบังคับใช้แก่คดีดังกล่าวเป็นการเฉพาะไม่ได้มุ่งขยายอายุความในคดีลักษณะเดียวกันเป็นการทั่วไปจึงไม่สอดคล้องกับมาตรา 26 วรรค 2 ทั้งยังอาจเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลตามมาตรา 27 วรรค 3 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและหลักกฎหมายอาญาสากลสรุปคือไม่เข้าเกณฑ์ในการออกพ.ร.ก.อย่างไรก็ตามสุดท้ายนี้แล้วขอให้ทุกคนรวมถึงรัฐบาลก็ตระหนักถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นนี้และไม่อยากให้เกิดขึ้นอีกอยากให้เกิดความสงบสุขไม่อยากให้ทุกฝ่ายเกิดความขัดแย้งซึ่งกันและกันขอให้ทุกคนพยายามอย่างเต็มที่และรัฐก็พยายามอย่างเต็มที่เช่นกันนายกฯ กล่าวถึงการเตรียมรับมือสถานการณ์หลังจากคดีตากใบที่จะหมดอายุความ ว่า เรื่องเหตุการณ์ที่ผ่านมา รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจทั้งเรื่องหมาย ศาล ฝ่ายความมั่นคงหรือตำรวจต่างทำอย่างเต็มที่ในการที่จะดูแลและค้นหาผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับคดี และไม่ต้องการให้เกิดเรื่องความรุนแรงในปัตตานี ซึ่งได้รับรายงานจากหน่วยความมั่นคงและสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า ยังไม่มีผู้เสียชีวิตหรือผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ก็ไม่ต้องการให้โยงเรื่องความรุนแรงนี้กับการเมือง ไม่ต้องการให้รุนแรงขึ้นอีก ขออย่านำมาโยงเรื่องนี้ส่วนจะต้องมีการเพิ่มเติมการรักษาความปลอดภัยมากขึ้นหรือไม่นั้น นายกฯ กล่าวว่า ความปลอดภัยของทุกคนในประเทศมีความสำคัญ ตอนนี้หน่วยงานความมั่นคงและกระทรวงกลาโหมที่ได้ดูแลเรื่องนี้อย่างเต็มที่อยู่แล้ว พยายามอย่างเต็มกำลังส่วนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เกี่ยวกับคดีตากใบที่หมดอายุความ ทำให้ชาวบ้านและประชาชนในพื้นที่ไม่ไว้วางใจรัฐบาล นายกฯ กล่าวว่า จริง ๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าเสียใจและวันนี้มาเป็นนายกรัฐมนตรีก็รู้สึกเสียใจ 20 ปีที่แล้ว คิดว่านายกฯ หลายท่านที่ผ่านมาก็คงรู้สึกเช่นเดียวกัน เพราะทุกคนเป็นคนไทยเหมือนกันและมีการเยียวยาทุกอย่าง แสดงความรับผิดชอบในส่วนที่ทำได้อย่างที่บอกว่าตนเองก็จะทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุดเช่นกัน ไม่อยากให้ความรุนแรงแบบนี้เกิดขึ้นอีกอยากให้ทุกคนช่วยกันด้วยเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่งหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถ้าจะเกิดความสามัคคีได้ก็ต้องอาศัยทุกฝ่ายร่วมมือกันเพื่อจะให้เกิดความสงบสุขเพราะฉะนั้นในส่วนของนายกฯ และรัฐบาลอะไรที่ทำได้ก็ทำอย่างเต็มที่และอยากให้พี่น้องประชาชนทุกคนไว้ใจมาอยู่ตรงนี้ก็อยากให้พี่น้องประชาชนได้สบายใจและทำให้บ้านเมืองสงบสุข นั่นคือเป้าหมายสำคัญ นายกฯ ย้ำผู้สื่อข่าวถามว่า คดีตากใบเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยนายทักษิณฯ เป็นนายกรัฐมนตรี จนถึงวันนี้นางสาวแพทองธาร ในฐานะลูกสาวเป็นนายกรัฐมนตรี กังวลหรือไม่ จะเกิดแรงกดดันมากขึ้นนางสาวแพทองธาร กล่าวว่า อย่างที่ได้บอกไปทุกรัฐบาลตั้งแต่นายทักษิณ และทุกรัฐบาลที่ผ่านมาได้รับผิดชอบแล้ว และการพูดคุยหลายๆ ฝ่าย ก็เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งในส่วนของตนเองที่มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในทุกพื้นที่ของประเทศไทย และทำอย่างสุดความสามารถ หากถามว่ากังวลมากขึ้นหรือไม่ มองว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว เรื่องประเทศชาติเป็นการดูแลทุกคนในประเทศ เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะเรื่องใดก็ต้องดูแลอย่างเต็มที่ในทุกเรื่องผู้สื่อข่าวถามต่อว่า นายกรัฐมนตรี มีวิธีการอย่างไรที่จะลดอุณหภูมิความรู้สึกของประชาชนในพื้นที่ ที่ดูเหมือนจะยังไม่ลดลงอย่างไรนายกฯ กล่าวว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นไม่อยากให้โยงกับประเด็นการเมืองในทุกๆเรื่อง ในเรื่องคดีตากใบ ตนเองคิดว่า ได้รับการเยียวยาและทุกคนพยายามสุดความสามารถในการดูแลปัญหาและจิตใจ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ และไม่อยากให้เรื่องอื่นๆที่ไม่เกี่ยวกับคดีนี้เป็นตัวเสริมทำให้เกิดความรุนแรง ซึ่งก็ขอให้ไม่เป็นอย่างนั้นส่วน ทนายฝ่ายโจทก์อาจมีการยื่นฟ้องต่อศาลโลกในคดีนี้ ในส่วนรัฐบาลคดีความจะจบในวันพรุ่งนี้แล้ว จะดำเนินการต่ออย่างไรนั้น นายกฯ กล่าวว่า คดีนี้ก็ 20 ปีมาแล้ว จนถึงวันนี้ก็มีเหตุการณ์ฟ้องร้องเพิ่มเติมมาอีก ก็มีหลายประเด็น หลายองค์ประกอบ ก็คงตอบได้เท่านี้ ซึ่งศาลได้ตัดสินไปแล้วก่อนหน้านี้ผู้สื่อข่าวถามว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและเสนอแนวทางการส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีข้อเสนอแนะว่า หากคดีหมดอายุความรัฐบาลมีการ Take action ด้วยการจ่ายเงินเยียวยาเพิ่มเติมนายกฯ กล่าวว่า ต้องพิจารณา ดูว่าตอนนั้นจบแบบไหน ที่มีการเยียวยา 20 ปีที่แล้วให้กับครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบไปแล้ว ซึ่งต้องดูว่า มีอะไรเพิ่มเติมที่สามารถพูดคุยหรือทำอะไรได้บ้างนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ถ้ามีโอกาสจะลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้แน่นอน และลงไปทุกพื้นที่ของประเทศไทยผู้สื่อข่าวถามว่า คดีนี้จะส่งผลการเจรจาของ คณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ทุกฝ่ายทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ ในส่วนคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ต้องทำหน้าที่อย่างเต็มที่ต่อไป เพื่อให้เกิดความสงบสุขต่อไป รวมถึงรัฐบาลด้วยนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้รายงานความคืบหน้าการตามตัวพลเอก พิศาล วัฒนวงษ์คีรี อดีตแม่ทัพภาค 4 และอดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) แต่บอกว่า ทำอย่างเต็มที่ ซึ่งพลเอกพิศาล ก็ลาออกจากพรรคเรียบร้อยแล้ว และยังไม่มีใครได้คุยกับพลเอก พิศาล

อุทัยฯ ประกาศ อ.บ้านไร่ เป็นพื้นที่ภัยพิบัติ
อ่าน

อุทัยฯ ประกาศ อ.บ้านไร่ เป็นพื้นที่ภัยพิบัติ

สภาพพื้นที่ย่านเศรษฐกิจของตัวอำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี หลังถูกน้ำป่าหลากเข้าท่วมอย่างหนัก ตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่19 ตุลาคมที่ผ่านมา นับเป็นเหตุการณ์รุนแรงที่สุดในรอบ50 ปี ส่งผลให้ห้างร้านค้า ตลอดจนบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายเกือบทุกหลังคาเรือน ทุกภาคส่วนได้ระดมเจ้าหน้าที่ จิตอาสาเร่งฟื้นฟูเพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติโดยเร็ว(21 ตุลาคม 2567) จากการสำรวจมีร้านค้าต่างๆ ได้รับความเสียหาย อย่าง ร้านจุไรพรเฟอร์นิเจอร์ 2 ย่านการค้าของเขตเทศบาลตำบลบ้านไร่ ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าในครั้งนี้ เจ้าของร้านระดมกำลังครอบครัวและเพื่อนบ้าน มาช่วยกันล้างทำความสะอาดสินค้าที่อยู่ภายในร้านและตัวอาคาร กันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติ ซึ่งผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลากครั้งนี้ สร้างความเสียหายให้กับร้านเฟอร์นิเจอร์ไม่ต่ำกว่า 5 6 แสนบาทส่วนธุรกิจร้านสปา ณิชาปลาตอดเท้า ก็ได้รับผลกระทบจากน้ำป่า บริเวณโดยรอบร้านเต็มไปด้วยดินโคลนและกำแพงร้านพังถล่มจากน้ำป่าที่ทะลักมาอย่างรุนแรง / เจ้าของร้าน กล่าวว่า ทำธุรกิจมากว่า 6 ปี ก็ไม่เคยเกิดน้ำป่าเช่นนี้มาก่อน ครั้งนี้ทำให้ที่ร้านสูญเสียปลาหลากหลายสายพันธุ์ที่มีอยู่ภายในบ่อ ไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นตัว มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 5 แสนบาทเช่นเดียวกันกับธุรกิจลานกางเต็นท์ ทั้ง 2 ลานในพื้นที่ ต่างได้รับความเสียหาย ถูกน้ำกัดเซาะ ตลอดจนมีต้นไม้หักโค่นล้มลงมาหลายจุด รวมถึง ถนนเข้าออกก็ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ต้องเร่งฟื้นฟูด้วยเช่นกันจากสถานการณ์อุทกภัยและน้ำป่าไหลหลากที่ อำเภอบ้านไร่ นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ได้ออกประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย/เขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินอุทกภัย (น้ำป่าไหลหลาก) ในพื้นที่อำเภอบ้านไร่ ใน 5 ตำบล 20 หมู่บ้าน ได้แก่ ตำบลคอกควาย 2 หมู่บ้าน ตำบลเจ้าวัด 5 หมู่บ้าน ตำบลห้วยแห้ง 4 หมู่บ้าน ตำบลบ้านไร่ 6 หมู่บ้าน และตำบลบ้านบึง 3 หมู่บ้านภาพข่าวผู้สื่อข่าวจังหวัดอุทัยธานี

สธ.เผยน้ำท่วม "ภูเก็ต-อุทัยธานี" คลี่คลาย กำชับ 23 จังหวัดเฝ้าระวังดินถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก
อ่าน

สธ.เผยน้ำท่วม "ภูเก็ต-อุทัยธานี" คลี่คลาย กำชับ 23 จังหวัดเฝ้าระวังดินถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก

วันที่ 21  ต.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณี สถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ครั้งที่ 28/2567 ว่า ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งมีฝนตกหนักและน้ำท่วมขังตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมา ขณะนี้สถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ สถานบริการสาธารณสุขไม่ได้รับผลกระทบ ส่วน อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ระดับน้ำลดลงสู่ภาวะปกติเช่นกัน สามารถใช้เส้นทางจราจรได้ มีผู้บาดเจ็บ 8 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายเพิ่มเติม สถานบริการสาธารณสุขได้รับผลกระทบ 2 แห่ง คือ สาธารณสุขอำเภอบ้านไร่และโรงพยาบาลบ้านไร่ แต่ยังสามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ ภาพรวมยังมีสถานการณ์ใน 11 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา นครนายก อ่างทอง สุพรรณบุรี และกาฬสินธุ์ส่วนการช่วยเหลือด้านสุขภาพจิต ให้บริการสะสม 58,428 ราย พบภาวะเครียดสูง 1,608 ราย เสี่ยงซึมเศร้า 405 ราย และเสี่ยงฆ่าตัวตาย 86 ราย ทีมเยียวยาสุขภาพจิตในภาวะวิกฤต (MCATT) ได้ติดตามดูแลอย่างต่อเนื่องจนเข้าสู่ภาะปกติ ปัจจุบันผู้มีความเสี่ยงฆ่าตัวตายลดลงเหลือ 17 ราย ในจำนวนนี้อยู่ระหว่างการติดตาม 11 ราย นพ.โสภณกล่าวนพ.โสภณ กล่าวต่อว่า ช่วงนี้ยังคงมีเมฆฝนปกคลุมบางส่วนบริเวณตอนบนของภาคเหนือ ด้านตะวันตกของภาคกลาง และภาคใต้ฝั่งอันดามัน มีการแจ้งเฝ้าระวังภัยแผ่นดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก ช่วงวันที่ 21-23 ตุลาคม 2567 รวม 23 จังหวัด แบ่งเป็น ภาคกลาง 6 จังหวัด คือ กาญจนบุรี นครนายก สระบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ภาคตะวันออก 6 จังหวัด คือ ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด ภาคใต้ 6 จังหวัด คือ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต ภาคเหนือ 4 จังหวัด คือ อุทัยธานี ตาก ลำปาง เชียงราย และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 จังหวัด คือ นครราชสีมา ได้กำชับให้ทุกพื้นที่ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ป้องกันผลกระทบต่อสถานพยาบาล สำรองยาและเวชภัณฑ์ พร้อมจัดทีมปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขให้การดูแลช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง

น้ำป่าหลาก กระทบ "เมืองคอน-ยะลา" กำชับ 14 จังหวัดใต้เฝ้าระวัง
อ่าน

น้ำป่าหลาก กระทบ "เมืองคอน-ยะลา" กำชับ 14 จังหวัดใต้เฝ้าระวัง

วันนี้ (13 ตุลาคม 2567) ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุขกรณี สถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ครั้งที่ 24/2567 ว่า ขณะนี้ยังมีสถานการณ์ใน 17 จังหวัดโดยรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ใหม่ 2 จังหวัด คือ1.นครศรีธรรมราช จากน้ำป่าไหลหลากพัดพานักท่องเที่ยว 3 รายที่ลงเล่นน้ำบริเวณน้ำตกวังลุง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บ 1 ราย นำส่งรักษาที่โรงพยาบาลพรหมคีรี แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว ขณะนี้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้สั่งเปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินฯ วิเคราะห์ความเสี่ยงและติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมบุคลากร ยาและเวชภัณฑ์เพื่อช่วยเหลือประชาชน รวมทั้งสื่อสารให้ระมัดระวังอันตราย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากนอกพื้นที่ ซึ่งจะไม่คุ้นสภาพภูมิประเทศ2.ยะลา จากฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ทำให้บ้านเรือนที่ปลูกใกล้แม่น้ำและพื้นที่ลาดเอียงเกิดอุทกภัยและดินสไลด์ โดยพบผู้เสียชีวิต 1 รายภาพรวมมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 2 ราย สะสม 73 ราย บาดเจ็บสะสม 2,421 ราย สูญหาย 1 ราย ได้จัดทีมปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขออกดูแลช่วยเหลือประชาชน 56 ทีม ให้บริการ 4,303 ราย ดูแลกลุ่มเปราะบาง 195 ราย ประเมินสุขภาพจิต 310 ราย พบผู้มีภาวะเครียดสูงต้องให้การดูแลจิตใจ 21 รายขณะที่สถานบริการสาธารณสุขได้รับผลกระทบสะสม 108 แห่ง โดยสถานพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขสามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติทั้งหมด สำหรับปัญหาเรื่องใบนัดของผู้ป่วยที่สูญหายไปกับน้ำ ขอให้โรงพยาบาลใช้ฐานข้อมูล Database ตรวจสอบข้อมูล เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับยาอย่างต่อเนื่องและไปพบแพทย์ได้ตรงตามนัด นพ.โสภณกล่าวนพ.โสภณกล่าวต่อว่า สำหรับพื้นที่ภาคเหนือสถานการณ์เริ่มคลี่คลายอยู่ในช่วงฟื้นฟู กรณี จ.ลำพูน ที่มีน้ำท่วมขังจนเกิดน้ำเน่า ได้เตรียมสนับสนุน EM Ball เพิ่มเติม ส่วนภาคกลางและภาคใต้ ช่วงนี้ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนที่ตกมากขึ้น โดยเฉพาะภาคใต้ทั้ง 14 จังหวัด ที่อาจเกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มได้ ในวันที่ 13-14 ตุลาคม 2567โดยพื้นที่เตือนภัยระดับเฝ้าระวังมี 4 จังหวัด คือ นครศรีธรรมราช 7 หมู่บ้าน พังงา 1 หมู่บ้าน ภูเก็ต 8 หมู่บ้าน ตรัง 3 หมู่บ้าน ส่วนระดับเตรียมพร้อมมี 2 จังหวัด คือ สงขลา 2 หมู่บ้าน และยะลา 1 หมู่บ้าน ได้กำชับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่เตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชน

หลอนสนั่นเมือง 11 จุดหลอนทั่วไทย ฮาโลวีน 2024 บ้านผีสิง ที่ เซ็นทรัล
อ่าน

หลอนสนั่นเมือง 11 จุดหลอนทั่วไทย ฮาโลวีน 2024 บ้านผีสิง ที่ เซ็นทรัล

เตรียมไปหลอนกันให้สุดเหวี่ยงกับ ฮาโลวีน 2024 สุดสะพรึง! ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ ในแคมเปญ Thailands Halloween Fest 2024 ระหว่าง วันที่ 1-31 ตุลาคม 2567 จัดเต็มกับ ผีไทย ในตำนานสุดหลอน และ บ้านผีสิง หลากหลายคอนเซ็ปต์ เนรมิต 11 จุดหลอนทั่วไทย ที่จัดเต็มด้วยกิจกรรมสุดหวีดและความสยองระดับตำนาน คนกล้าเท่านั้นที่จะพิสูจน์! งานฮาโลวีน 2024 เซ็นทรัล ทั่วไทยหลอนสุดขีด บ้านผีสิง 1. เซ็นทรัลเวิลด์ ฉลองฮาโลวีนปีนี้จะยิ่งใหญ่กว่าที่เคย! มาปลุกพลังอัศวินแห่งรัตติกาลในตัวคุณกับ "Villains Takeover" 1-31 ตุลาคม 2567 นี้ ที่จะพาคุณเผชิญหน้ากับเหล่าวายร้ายจาก Batman ! สนุกกับ Photo Ops โพสต์ท่าถ่ายรูปกับวายร้ายที่คุณชื่นชอบ ตื่นเต้นไปกับเกม Riddle Me This ที่จะท้าทายไหวพริบคุณ และอย่าพลาดเช็กอินกับ Goody Bear ในบทบาท The Joker พร้อมสัมผัสบรรยากาศแห่งความร้ายกาจที่ตกแต่งทั่วศูนย์ฯ ในโซน Beacon4, 11 Screens และจอยักษ์ The panOramix 2. เซ็นทรัล หาดใหญ่ รวบรวมความกล้า เตรียมท้าทายความหลอน เรื่องราวของ โรงแรมผีสิง จะถูกเปิดเผยที่นี่กับ 304 The Hotel ห้องที่ปิดตาย ในวันที่ 6-31 ตุลาคม 2567 นี้ เปิดประสบการณ์ความหลอนขั้นสุดไปกับห้องเฮี้ยนและผีช่างแอร์สุดหลอนที่ชวนขนหัวลุก ณ บริเวณชั้น 5 หน้า HATYAI Hall 3. เซ็นทรัล ศาลายา เตรียมหลอนกับ บ้านผีสิง Haunted House ในวันที่ 10-18 ตุลาคม 2567 ชวนคุณมาเปิดประสบการณ์ความหลอนกับภารกิจล่าท้าผีใน "บ้านผีสิง" สุดสยองขวัญและเซอร์ไพรส์ที่คุณต้องขนหัวลุก ณ ลานกิจกรรม ชั้น 1 4. เซ็นทรัล พระราม3 เฮี้ยนสุดในย่าน! ชวนสัมผัสประสบการณ์ความหลอนสั่นประสาท Haunted House ll Halloween Edition ในวันที่ 10 ตุลาคม - 3 พฤศจิกายน 2567 จัดเต็มความสะพรึงกับผีไทยแบบทำถึง จัดหนักความสยองต้อนรับฮาโลวีน ณ ลานกิจกรรมชั้น 7 โซน Fun Planet 5. เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า สัมผัสบรรยากาศสุดลี้ลับกับห้องมืดที่เต็มไปด้วยความหลอน Scream House บ้านหวีดหลอน Unleash the Fear ในวันที่ 22 ตุลาคม - 4 พฤศจิกายน 2567 พบกับ 3 โซนชวนขนหัวลุกกับ โรงเรียนหลอน บ้านผีขนหัวลุก และ โรงพยาบาลร้าง ณ ลานกิจกรรมหน้าลิฟท์แก้ว ชั้น G 6. เซ็นทรัล สุราษฏร์ธานี มาวิ่งหนีและหวีดให้สุดเสียงกับ The Haunted School : โรงเรียนหลอนซ่อนผี ในวันที่ 23-29 ตุลาคม 2567 เรื่องเล่าที่ถูกพูดถึงในหมู่นักเรียนและครู แม้ว่าโรงเรียนจะพยายามปกปิดความลับ แต่วิญญาณยังคงหลอกหลอน ทำให้สถานที่ลึกลับแห่งนี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัว เข้าฟรี! สำหรับสมาชิก The1 และ Central life X ณ บริเวณชั้น 1 หน้าร้าน CC Double O 7. เซ็นทรัล ศรีราชา ประสบการณ์ขนหัวลุกที่คุณจะไม่มีวันลืม เตรียมใจก้าวเข้าสู่ความหลอนที่จะทำให้คุณต้องกรี๊ดจนสุดเสียงกับ Si Racha Haunted Horror Halloween "วิญญาณเฮี้ยนโรงเรียนหลอน" ในวันที่ 25-31 ตุลาคม 2567 เมื่อทุกมุมมืดกลายเป็นฝันร้ายและความสยองกำลังรอคอยคุณอยู่ ชวนทุกคนมาเผชิญกับสิ่งที่ไม่อาจหลีกหนีได้ ณ บริเวณชั้น 1 Semi Outdoor ข้างร้าน GO WOW 8. เซ็นทรัล โคราช เหล่าเลเยอร์ห้ามพลาด! ชมประกวด Cosplay Halloween Performance ในวันที่ 26 ตุลาคม 2567 ชิงรางวัลรวมกว่า 12,000 บาท*, แข่งคลานเหล่าผีน้อยตัวจิ๋ว Halloween Baby Crawling Competition 27 ตุลาคม 2567 ชิงรางวัลรวมกว่า 5,000 บาท* และขนหัวลุกวันฮาโลวีนกับปาร์ตี้สุดมันส์สารพัดผี Halloween Ghost Run วิ่ง หนี ผี 31 ตุลาคม 2567 ไม่จำกัดเพศ-อายุ เข้าร่วมงานฟรี! 9. เซ็นทรัล ลำปาง ฮาโลวีนนี้ พาทุกคนด่ำดิ่งสู่บรรยากาศสุดขนหัวลุกกับ ทัวร์อเวจี ในวันที่ 28-31 ตุลาคม 2567 เพลิดเพลินกับการแสดงวงดนตรีเยาวชนแสงเหนือ 26 ตุลาคม 2567 ประกวดเหล่าผีน้อย Kids Horror 27 ตุลาคม 2567 ปิดท้ายด้วย เล่าเรื่องหลอน 31 ตุลาคม 2567 จากนักเล่าเรื่องที่นำเรื่องราวสุดลึกลับและหาคำตอบไม่ได้มาเล่าสู่กันฟังผ่าน Live Streaming 10. เซ็นทรัล อุบล มาเด้อขวัญเอย! ขอท้ามาเปิดประสบการณ์ระทึกขวัญกับ Scary Out Loud เทศกาลฮาโลวีนสุดยิ่งใหญ่ในอุบลฯ อาทิ Stand Up Horror เล่าเรื่องหลอนชวนขนหัวลุก 30 ตุลาคม 2567 ชมประกวดแต่งกายแฟนซี ผีคู่สุดหลอนกับเจ้าของและสัตว์เลี้ยง 31 ตุลาคม 2567 พร้อมจุดถ่ายรูปเช็คอินสุดเฮี้ยนตลอดเดือนตุลาคม 11. เอสพละนาด รัชดา เปิดประตูท้าพิสูจน์ความหลอนชวนขนหัวลุกกับ Clue of Death รอยหลอนโรงพยาบาลสยอง ในวันที่ 25-31 ตุลาคม 2567 เนรมิตพื้นที่เป็นโรงพยาบาลร้างที่ถูกปิดตัวลง เพราะมีการจับผู้ป่วยในโรงพยาบาลมาทำการทดลองแบบผิดกฎหมาย ปัจจุบันกลายเป็นเขตหวงห้ามและสนุกกับกิจกรรมสุดหลอนภายในงาน ณ ลานกิจกรรม Grand Hall ชั้น G รายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.centralpattana.co.th

"ยาเสพติด" สงครามไร้เสียงที่นายกฯ กำลังท้าชน
อ่าน

"ยาเสพติด" สงครามไร้เสียงที่นายกฯ กำลังท้าชน

เสพติดทำลายคุณภาพชีวิต สังคมไทยมีทางออกหรือไม่?จากการประชุม ป.ป.ส. ครั้งที่ 2/2567 นายกแพทองธาร ชินวัตร ประกาศให้การแก้ปัญหายาเสพติดเป็นหนึ่งในสิบนโยบายเร่งด่วน หลังจากลงพื้นที่หลายจังหวัดและได้รับเสียงสะท้อนถึงผลกระทบที่เกิดจากยาเสพติด ทั้งต่อสุขภาพกายและใจ ความอบอุ่นในครอบครัว และการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศจากการดำเนินการในช่วงมิถุนายน - 31 สิงหาคม 2567 ใน 25 จังหวัดนำร่อง ผลปรากฏว่าประชาชนมีความพึงพอใจที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นจากการจับกุมผู้ผลิตรายใหญ่หลายราย ทั้งนี้เป็นผลจากการทุ่มเทร่วมมืออย่างจริงจังของทุกภาคส่วนแต่การแก้ไขปัญหาในวงกว้างทั่วประเทศยังคงต้องเดินหน้าต่อไป ทั้งการปราบปรามและป้องกันไม่ให้ยาเสพติดแพร่ระบาดในพื้นที่อื่น ปัจจุบันยังมีประชากรนอกระบบการศึกษาอยู่ประมาณ 200,000 คน ซึ่งถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่อาจหันไปพึ่งพายาเสพติด จึงจำเป็นต้องสร้างโมเดลการดึงคนกลุ่มนี้กลับคืนสู่สังคมและพัฒนาคุณภาพชีวิต ผ่านโอกาสทางการศึกษา ความรัก และความอบอุ่นในครอบครัว เพื่อป้องกันไม่ให้ก้าวเข้าสู่วังวนอุบาทว์ของยาเสพติดขณะเดียวกัน การป้องกันการนำเข้ายาเสพติดจากนอกประเทศก็เป็นอีกภารกิจสำคัญ รัฐบาลได้เห็นชอบให้ประกาศพื้นที่ปฏิบัติการพิเศษเพิ่มเติมในปี 2568 ใน 3 อำเภอชายแดนของจังหวัดตาก และจัดตั้งหน่วยสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดบริเวณชายแดนภาคเหนือ เพื่อสกัดกั้นยาเสพติดจากแหล่งผลิตตั้งแต่ต้นทางปัญหายาเสพติดไม่ได้จำกัดอยู่แค่การปราบปราม แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม ในการสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชนด้วยโอกาสทางการศึกษาและสายใยครอบครัวที่แข็งแกร่ง เพื่อให้พวกเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ และไม่หลงผิดไปพึ่งพายาเสพติด เมื่อนั้นเราจะมีสังคมที่น่าอยู่ ปลอดภัย และคุณภาพชีวิตดีขึ้นได้อย่างยั่งยืน

น้ำท่วมหน้าม.พะเยา ขณะนี้น้ำลดระดับแล้ว ตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวช่วยผู้ได้รับผลกระทบ
อ่าน

น้ำท่วมหน้าม.พะเยา ขณะนี้น้ำลดระดับแล้ว ตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวช่วยผู้ได้รับผลกระทบ

วันนี้ (17 ก.ย. 67) นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาได้เกิดเหตุฝนตกหนักในพื้นที่ตำบลแม่กา อำเภอเมืองพะเยา ซึ่งวัดปริมาณน้ำฝนได้ประมาณ 100 มิลลิเมตร ส่งผลให้เกิดน้ำไหลหลากจากห้วยนาปอย เข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำในบริเวณซอยมหาจุฬา และซอยทางเข้าหอพักคำวิชัย ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามมหาวิทยาลัยพะเยา ซึ่งส่งผลกระทบทำให้น้ำเข้าท่วมพื้นที่หอพักของนักศึกษา จำนวน 70 คน เบื้องต้นรับแจ้งมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 4 ราย (จากการถูกกระจกบาด) ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เร่งให้ความช่วยเหลือแล้ว พร้อมสั่งการให้ติดตามสถานการณ์พื้นที่เสี่ยงภัยอย่างใกล้ชิดต่อไปนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมข้างต้น ตนพร้อมด้วยนายธวัช สุทธวงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา , หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพะเยา, มณฑลทหารบกที่ 34, กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 326, กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดพะเยา, เทศบาลตำบลแม่กา, ไฟฟ้าภูมิภาค, สาธารณสุขจังหวัดพะเยา และหน่วยกู้ชีพกู้ภัยในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน โดยได้ทำการอพยพและขนของของผู้ประสบภัยขึ้นสู่ที่สูง พร้อมด้วยการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวให้กับผู้ประสบภัยทั้ง 70 คน นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ทั้งการแจกจ่ายอาหารและน้ำดื่ม รวมถึงการประสานงานเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น จากการประเมินวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ และการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม จึงขอให้อำเภอ เทศบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์ และแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้า พร้อมทั้งติดตามปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่แต่ละจุดอย่างใกล้ชิด รวมถึงเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักหรือบริเวณฝนตกสะสม ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอุทกภัยได้ หากมีฝนตกหนักมีความเสี่ยงที่จะเกิดภัย ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ ประกาศแจ้งเตือนและปิดกั้นพื้นที่ห้ามบุคคลใดเข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยตลอด 24 ชั่วโมงนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา กล่าวว่า จังหวัดพะเยามุ่งมั่นที่จะทำทุกวิถีทาง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบให้กลับสู่สภาพปกติโดยเร็วที่สุด และขอให้ประชาชนทุกคนติดตามข้อมูลข่าวสารสถานการณ์อุทกภัย ตลอดจนการพยากรณ์อากาศ เพื่อให้รู้เท่าทันเหตุการณ์อย่างทันท่วงที และหากได้รับความเดือดร้อนจากเหตุภัยพิบัติ หรือ ต้องการขอรับความช่วยเหลือ สามารถโทรสายด่วนนิรภัย 1784 หรือ สายด่วนศูนย์ดำรงธรรม 1567 หรือ ประสานงานกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปลัดอำเภอประจำตำบล นายอำเภอ ได้ตลอด 24 ชั่วโมงภาพจาก กระทรวงมหาดไทย PR

ยาดองเถื่อน ป่วยสะสม 43 เสียชีวิต 6 ราย เปิดพิกัดซุ้มยาดองอันตราย 18 จุด
อ่าน

ยาดองเถื่อน ป่วยสะสม 43 เสียชีวิต 6 ราย เปิดพิกัดซุ้มยาดองอันตราย 18 จุด

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากการรายงานสถานการณ์ผู้ป่วยหลายรายเข้าโรงพยาบาลพร้อมกัน เนื่องจากดื่มสุราเถื่อน โดยศูนย์ปฏิบัติการ ณ โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี พบผู้ป่วยเริ่มเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลต่างๆ ใน กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2567 จนถึงขณะนี้ (วันที่ 30 สิงหาคม 2567) รวม 43 คน มีผู้เสียชีวิต 6 คน สาหัส 6 คน รักษาหายและกลับบ้านได้ 27 คนทั้งนี้ นับแต่เกิดเหตุการณ์กรมการแพทย์ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินส่วนหน้าที่โรงพยาบาลนพรัตนราชธานีและบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำให้สามารถควบคุมสถานการณ์ไม่ให้ลุกลาม ได้ภายใน 1 สัปดาห์ ด้วยความร่วมมือของทุกฝ่ายเร่งแก้ปัญหาและรักษาผู้ป่วย ลดการป่วยหนักและเสียชีวิต ขอให้ประชาชนที่ดื่มเหล้าเถื่อนสังเกตอาการซึ่งแบ่งเป็น 3 ระดับ ดังนี้-ระดับ 1 ไม่มีอาการ แนะนำอยู่บ้านสังเกตอาการ-ระดับ 2 มีอาการอ่อนเพลีย ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน แนะนำให้สังเกตอาการ หากอาการไม่ดีขึ้น ให้ไปสถานพยาบาลใกล้บ้านทันที-ระดับ 3 มีอาการด้านการมองเห็นผิดปกติ เช่น เห็นภาพไม่ชัด การมองเห็นแตกต่างจากเดิม ตาพร่า ตามัว เห็นภาพข่าวจ้า แพ้แสง สับสน มองเห็นสีผิดปกติ หอบ เหนื่อย หายใจเร็ว ชัก เกร็ง ให้รีบเดินทางมาห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลใกล้บ้านทันที หรือโทร.1669 สำหรับพิกัดซุ้มยาดองอันตรายจำนวน 18 จุด ดังนี้-พื้นที่เขตมีนบุรี ได้แก่ ซอยสามวา 1 ,ซอยเสรีไทย 95, ตลาดบางชัน ,หน้าเคหะรามคำแหง, ซุ้มตรงข้าม รร.สุดใจวิทยา -พื้นที่เขตหนองจอก ได้แก่ ซอยสุวินทวงศ์ 64 -พื้นที่เขตลาดกระบัง ได้แก่ ตลาดบึงใหญ่-บึงบัว ,ถนนคุ้มเกล้า -พื้นที่เขตประเวศ ได้แก่ ซอยอ่อนนุช 70 -พื้นที่เขตคันนายาว ได้แก่ ซอยเสรีไทย 38-พื้นที่เขตคลองสามวา ได้แก่ ถนนเจริญพัฒนา (ตลาดกีบหมู) ,ซอยสุเหร่าคลองหนึ่ง 7, ซอยสุเหร่าคลองหนึ่ง 7 แยก 1, ซอยสุเหร่าคลองหนึ่ง 9 ,ซอยประชาร่วมใจ 19 ซอยประชาร่วมใจ 43/1 ,ซอยนิมิตใหม่ 9 ,ซอยสามวา 11/1 และซอยหทัยราษฎร์ 33