TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “#tkx” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ดู
แท็กซี่ระห่ำล้างแค้น
ทรูวิชั่นส์ • 31 ส.ค. 68
ดู
ค่าโง่ สตง. เช่าที่ดินสร้างตึก ข้อผูกพันตามสัญญา ละลายเงินภาษีประชาชน
News1 • 5 วันที่แล้ว
เกม
City Taxi Game 2022
เกมจำลองการขับแท็กซี่ที่น่าตื่นเต้นที่สุด สัมผัสชีวิตคนขับแท็กซี่ในหนึ่งวัน ขับรถแท็กซี่หลากหลายแบบด้วยระบบฟิสิกส์ขั้นสูง พัฒนา ปรับแต่ง และออกแบบแท็กซี่ของคุณใหม่
Blacknut • 2 ก.ค. 69
เกม
Turnip Boy Commits Tax Evasion
เล่นเป็นหัวผักกาดที่น่ารักแต่เจ้าปัญหา หลีกเลี่ยงการจ่ายภาษี ไขปริศนาเรื่องพืช เก็บเกี่ยวพืชผล และต่อสู้กับสัตว์ร้ายตัวใหญ่ ๆ ในการเดินทางเพื่อโค่นล้มรัฐบาลผักที่ทุจริต!
Blacknut • 2 ก.ค. 69
อ่าน
KTAXA แปรงโฉม Emma กระดับประสบการณ์ลูกค้า
#KTAXA #ทันหุ้น กรุงไทย-แอกซ่า ปรับโฉม Emma ทั้งสวย ทั้งทันสมัยมากขึ้น โดยยังคงความสามารถในการให้บริการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อเนื่อง ทั้งด้านสุขภาพ การเงินและประกันบริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ KTAXA เผยว่า ได้ทำการปรับภาพลักษณ์ หรือ ลุคคาแร็กเตอร์ Emma by AXA Avatar ใหม่เพื่อให้มีความทันสมัย พร้อมยังคงให้บริการส่วนตัวลูกค้าในยุคดิจิทัล และทางเลือกการบริการที่หลากหลาย รองรับความต้องการของลูกค้าโดยการปรับโฉมในครั้งนี้ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและการเข้าถึงของลูกค้ามากยิ่งขึ้น พร้อมยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในการใช้บริการออนไลน์ ซึ่งแอปพลิเคชัน Emma by AXA ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บริการลูกค้าของกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต อย่างครอบคลุม ทั้งด้านสุขภาพ การเงินและประกัน อาทิ ข้อมูลกรมธรรม์ที่จะรวบรวมการจัดการกรมธรรม์ บัตรประกันสุขภาพดิจิทัล หนังสือรับรองการชำระเบี้ย ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน บริการเคลม ตรวจสถานะการเคลม และการแจ้งเตือนการชำระเบี้ยประกันรวมทั้งการให้บริการกรมธรรม์ Unit-Linked แบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ ให้ลูกค้าดูพอร์ตโฟลิโอของกองทุน ประเมินคะแนนความเสี่ยง และทำการเปลี่ยนแปลงและจัดสรรกองทุนได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ยังมีให้บริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์และบริการจัดส่งยา บทความเกี่ยวกับด้านสุขภาพ บริการด้านประสานงานการดูแลผู้ป่วย บริการความเห็นที่สองจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งการตรวจสอบรายชื่อโรงพยาบาลในเครือข่าย รวมทั้งฟีเจอร์ล่าสุดที่ลูกค้าสามารถดาวน์โหลดกรมธรรม์อิเล็กทรอนิกส์ (ePolicy) ได้แล้วภายในแอปพลิเคชัน Emma by AXAปัจจุบัน แอปพลิเคชัน Emma by AXA ได้ให้บริการลูกค้าแล้วกว่า 1.1 ล้านราย และในปี 2568 มีจำนวนผู้ใช้งานรายใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 160,000 ราย โดยในปี 2569 มีเป้าหมายรวบรวมข้อมูลกรมธรรม์ทั้งรายบุคคล และประกันกลุ่มในแอปเดียว และเพิ่มฟังก์ชัน “My Coverage” ที่แสดงภาพรวมของความคุ้มครอง การให้บริการผ่าน Live Chat เพื่อเสริมสร้างการสนับสนุนแบบเรียลไทม์ การชำระเงินด้วยแต้มสะสม (Reward Plus+)การบริการตรวจสอบสิทธิ์การเคลมล่วงหน้า (Medical Pre-Approval) และการต่ออายุกรมธรรม์ที่หมดอายุ รวมถึงการนำ AI มาวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อแนะนำผลิตภัณฑ์ เนื้อหา และการแจ้งเตือนเพื่อตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคล สำหรับ Emma by AXA ท่านสามารถดาวน์โหลดผ่านทาง Google Play และ App Store
ทันหุ้น • 21 เม.ย. 69
อ่าน
ATLAS เพิ่มทางเลือกยุคน้ำมันแพง เปิดแคมเปญ “PT LPG Auto & Taxi Transform”
#ทันหุ้น #2026 #SET #ATLAS เพิ่มทางเลือกยุคน้ำมันแพง เปิดแคมเปญ “PT LPG Auto Taxi Transform”ATLAS เพิ่มทางเลือกช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในยุคน้ำมันแพง เปิดแคมเปญ “PT LPG Auto Taxi Transform” เจาะกลุ่มรถบ้าน–แท็กซี่ ดันฐานลูกค้าโตแรง!บมจ.แอตลาส เอ็นเนอยี (ATLAS) เดินหน้าผลักดัน “ธุรกิจก๊าซ LPG” เพิ่มทางเลือกช่วยประหยัดในยุคเชื้อเพลิงแพงให้กับผู้ใช้รถยนต์ทั่วไป รวมถึงกลุ่มรถแท็กซี่ หลังราคาน้ำมันพุ่งกว่า 6 บาท/ลิตร ด้วยแคมเปญ “PT LPG Auto Taxi Transform” มุ่งเจาะกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ส่วนบุคคล- รถแท็กซี่ งานนี้บิ๊กบอส “สุวัชชัย พิทักษ์วงศาภรณ์ ” ระบุลูกค้าสามารถเข้าไปใช้บริการได้ทันที ที่ศูนย์ติดตั้ง LPG กว่า 38 แห่ง ทั่วประเทศไทย พร้อมรับโปรโมชั่นต่างๆ มากมาย วางเป้ายอดผู้ใช้บริการ PT Auto Taxi Transform เพิ่มขึ้นเท่าตัว จากที่ผ่านมามีผู้ใช้บริการประมาณ 400 - 500 คัน เพราะเป็นทางเลือกที่ช่วยประหยัดได้จริงในช่วงที่ราคาน้ำมันพุ่งแรงนายสุวัชชัย พิทักษ์วงศาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอตลาส เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (ATLAS) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ราคาน้ำมันในประเทศปรับขึ้น 6 บาท/ลิตร ส่งผลให้ผู้ใช้รถยนต์ทั้งกลุ่มบุคคลทั่วไปและเชิงพาณิชย์ หันมาให้ความสนใจกับพลังงานทางเลือกที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายมากขึ้น โดยเฉพาะก๊าซ LPG ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่า และความผันผวนน้อยกว่า เมื่อเทียบกับราคาน้ำมันจากสถานการณ์ราคาน้ำมันพุ่งสูง ส่งผลให้มียอดผู้ใช้บริการ PT LPG Auto Taxi Transform ซึ่งเป็นบริการติดตั้งและปรับเปลี่ยนระบบเชื้อเพลิงรถยนต์มาใช้ LPG เพิ่มขึ้นกว่า 60% ต่อเดือน เมื่อเทียบกับจากช่วงก่อนหน้าอยู่ที่ประมาณ 400 -500 คัน สะท้อนถึงความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการควบคุมต้นทุนค่าเชื้อเพลิงในช่วงที่ราคาพลังงานและเชื้อเพลิงอื่นๆ อยู่ในระดับสูงทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จัดแคมเปญ “PT LPG Auto Taxi Transform” ให้ผู้ใช้รถนำรถมาติดตั้งระบบ LPG และเลือกเข้าร่วมโครงการได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ 1. LPG Auto Transform – ติด LPG แสน SAVE ราคา 9,990 บาท รับส่วนลด LPG เพิ่ม 0.50 บาท/ลิตร, 2. เปลี่ยนมาติด LPG กับ PT LPG คุ้มจึ้ง! ราคา 5,990 บาท รับส่วนลด LPG เพิ่ม 0.50 บาท/ลิตร (ลิตรที่ 1-200) และ ลดเพิ่ม 0.2 บาท (ลิตรที่ 201-800) และ 3. PT LPG Transform Smart Save ราคาเริ่มต้น 1,999 บาท พร้อมสิทธิ์ติดตั้งอุปกรณ์ LPG และบัตร PT Max Card Plus รวมถึงส่วนลดค่า LPG สูงสุด 0.70 บาท/ลิตร ตลอดระยะสัญญา 3 ปีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถใช้สิทธิ์ได้เมื่อต้องการเปลี่ยนระบบเชื้อเพลิงรถยนต์มาใช้ LPG ที่ศูนย์บริการ 38 แห่ง ทั่วประเทศ เช่น ศูนย์ติดตั้งเวอร์ซุส ศูนย์ติดตั้งกรีนทู ฯลฯ ซึ่งเป็นศูนย์บริการที่เข้าร่วมโครงการ PT LPG Auto Taxi Transform ภายใต้แคมเปญของบริษัทฯ และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook เพจ PT LPG หรือโทร. 061-418-6917 และ 080-076-0258ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ATLAS กล่าวอีกว่า แนวโน้มการเปลี่ยนมาใช้ LPG ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันมีความผันผวนระดับสูง โครงการ PT LPG Auto Taxi Transform ของบริษัทฯ ซึ่งเป็นการปรับรถยนต์จากการใช้น้ำมันเพียงอย่างเดียว ให้สามารถใช้ได้ทั้งน้ำมันและ LPG ภายในคันเดียวกันถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกช่วยลดต้นทุนเชื้อเพลิงให้กับผู้ใช้รถยนต์ส่วนบุคคล กลุ่มรถแท็กซี่ รถรับจ้างและรถเชิงพาณิชย์ที่มีค่าใช้จ่ายด้านพลังงานสูง ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเป็นปัจจัยที่ช่วยเพิ่มยอดขาย LPG ในภาคยานยนต์เพิ่มขึ้น และช่วยส่งเสริม Ecosystem ของกลุ่ม PTG ให้แข็งแกร่ง เชื่อมธุรกิจของสถานีบริการ PT ระบบสมาชิก Max Card รวมถึงธุรกิจสื่อโฆษณา ผลักดันธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว สร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้กับผู้ถือหุ้น
ทันหุ้น • 26 มี.ค. 69
อ่าน
ATLAS เปิดเกมรุก “PT LPG Auto & Taxi Transform”
#ATLAS #ทันหุ้น - บมจ.แอตลาส เอ็นเนอยี (ATLAS) รับมือความผันผวนของราคาพลังงาน ดันโครงการ PT Auto Transform ผู้ใช้รถยนต์เปลี่ยนระบบเชื้อเพลิงจากน้ำมันมาใช้ก๊าซ LPG เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของผู้บริโภค ฟากบิ๊กบอส “สุวัชชัย พิทักษ์วงศาภรณ์ ” ระบุ เร่ง PT Auto Transform อย่างต่อเนื่อง ผ่านเครือข่ายสถานีบริการ PT LPG ทั่วประเทศ เปิดตัวแคมเปญ “PT LPG Auto Taxi Transform ” ชูทางเลือกพลังงานประหยัดสำหรับผู้ใช้รถยนต์ สนับสนุนการติดตั้งระบบ LPG หวังขยายฐานลูกค้า และเพิ่มรายได้นายสุวัชชัย พิทักษ์วงศาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอตลาส เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (ATLAS) เปิดเผยว่า สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ภายใต้ กระทรวงพลังงาน ประเมินความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างแรงกดดันต่อราคาพลังงานโลก ส่งผลให้ ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มผันผวนในระดับสูง ตามความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานนายสุวัชชัย กล่าวว่า “จากวิกฤติพลังงาน ราคาของพลังงานทั่วไปมีแนวโน้มสูงขึ้น เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผู้บริโภคหันมามองแหล่งพลังงานอย่างก๊าซ LPG ซึ่งมีต้นทุนต่ำ หรือมีแนวคิดให้ผู้ใช้รถยนต์ปรับเปลี่ยนระบบเชื้อเพลิงจากน้ำมันมาใช้ Liquefied Petroleum Gas (LPG) ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย”ทั้งนี้ จากปัจจัยดังกล่าว สอดคล้องกับแผนธุรกิจบริษัทฯ ในการผลักดัน PT Auto Transform คือการเปลี่ยนรถใช้น้ำมัน ปรับเปลี่ยนมาใช้ทั้งน้ำมันและ LPG ภายในคันเดียวกัน ช่วยลดต้นทุนเชื้อเพลิงให้กับผู้ใช้รถ โดยเฉพาะในกลุ่มรถแท็กซี่ รถรับจ้าง และรถเชิงพาณิชย์ที่มีค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระดับสูง ซึ่งจะสนับสนุนต่อยอดขาย LPG จำนวนรถยนต์ที่ใช้ LPG ในภาคยานยนต์เพิ่มขึ้นและขยาย Ecosystem ของกลุ่ม PTG เชื่อมธุรกิจของ สถานีบริการ PT ระบบสมาชิก รวมถึง ธุรกิจสื่อโฆษณา ฯลฯโดย ATLAS เดินหน้าแคมเปญเชิงรุกภายใต้โครงการ PT Auto Transform เปิดโอกาสให้ผู้ใช้รถนำรถมาติดตั้งระบบ LPG และเลือกเข้าร่วมโครงการได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ 1. LPG Auto Transform – ติดแก๊ส LPG แสน SAVE ราคา 9,990 บาท รับส่วนลด LPG เพิ่ม 0.50 บาท/ลิตร, 2. เปลี่ยนมาติด LPG กับ PT LPG คุ้มจึ้ง! ราคา 5,990 บาท และ 3. PT LPG Transform Smart Save ราคาเริ่มต้น 1,999 บาท พร้อมสิทธิ์ติดตั้งอุปกรณ์ LPG และบัตร PT Max Card Plus รวมถึงส่วนลดค่า LPG สูงสุด 0.70 บาท/ลิตร ระยะสัญญา 3 ปีผู้เข้าร่วมโครงการสามารถใช้สิทธิ์ได้เมื่อเติม LPG ที่สถานีบริการในเครือ PT LPG ทั่วประเทศ และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook เพจ PT LPG หรือโทร. 061-418-6917 และ 080-076-0258กลยุทธ์ดังกล่าวไม่เพียงช่วยเพิ่มปริมาณการใช้ก๊าซ LPG ในระบบเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านรายได้ของบริษัทในระยะยาว ผ่านการเชื่อมโยงบริการและฐานลูกค้าภายใน Ecosystem ของกลุ่ม PT ให้เกิดการใช้บริการซ้ำ (Repeat Usage) อย่างต่อเนื่อง การเพิ่มรายได้ และตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดก๊าซ LPG อันดับ 1 ของประเทศ ด้วยสัดส่วนมากกว่า 30% ในปัจจุบันอีกด้วย
ทันหุ้น • 17 มี.ค. 69
อ่าน
เที่ยวญี่ปุ่น 2026 ต้องรู้! อัปเดต 5 เรื่องสำคัญ Tax Refund แบบใหม่
สายเจแปนเลิฟเวอร์ เที่ยวญี่ปุ่น เตรียมตัวให้พร้อม เพราะปี 2026 นี้ ญี่ปุ่นเขามีการปรับเปลี่ยนระบบหลายอย่างที่กระทบกับการวางแผนเที่ยวของพวกเราโดยตรง ทั้งเรื่องการช้อปปิ้ง การเดินทาง และค่าครองชีพ เพื่อจัดการกับปัญหา Over-tourism ใครไม่อยากพลาดหรือเสียเวลาหน้างาน ตาม เรามาเช็กลิสต์ 5 ข้อควรรู้ก่อนแพ็คกระเป๋าไปญี่ปุ่นกันเลย! 🇯🇵✨ เที่ยวญี่ปุ่น 2026 อัปเดต 5 เรื่องสำคัญนักท่องเที่ยวต้องรู้ 1. บอกลา Tax Free แบบเดิมสู่ระบบ Tax Refund ที่สนามบิน 🛍️ เรื่องใหญ่ที่สุดที่ขาช้อปต้องรู้! ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 เป็นต้นไป ญี่ปุ่นจะเปลี่ยนระบบภาษีใหม่ จากเดิม ซื้อปุ๊บ หักลดภาษี 10% ให้ที่ร้านทันที เปลี่ยนเป็นเราต้องจ่ายเงินราคาเต็ม (รวมภาษี) ไปก่อน แล้วค่อยไปทำเรื่อง ขอคืนภาษี (Tax Refund)ที่สนามบินก่อนบินกลับไทย ข้อควรระวัง : เราอาจจะต้องเผื่อเวลาไปสนามบินเพิ่มขึ้นอีก 1-2 ชั่วโมง เพื่อต่อคิวทำเรื่องนี้ โดยเฉพาะสนามบินใหญ่อย่าง นาริตะ, ฮาเนดะ หรือคันไซ ใครสายช้อปนาทีสุดท้ายต้องวางแผนเวลาดีๆ นะครับ 2. Tap to Ride ไม่ต้องง้อบัตรแข็งแตะบัตรเครดิตเข้าสถานีรถไฟได้แล้ว 💳 ข่าวดีสำหรับคนขี้เกียจเติมเงินบัตร Suica ตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2026 หลายสายรถไฟเริ่มรองรับระบบ Tap to Ride ใช้บัตรเครดิต / เดบิต (ที่มีสัญลักษณ์ Contactless) หรือสมาร์ทโฟน แตะเข้า-ออกได้เลย พิกัดที่ใช้ได้ : โตเกียว รถไฟใต้ดิน Toei Subway ใช้ได้ในหลายสถานี สาย Keikyu Line ใช้ได้ในหลายสถานี โดยเฉพาะเส้นสนามบิน Haneda สาย Yurikamome Line ใช้ได้ครบทุกสถานี รถไฟใต้ดิน Tokyo Metro กำลังทยอยขยาย แต่ยังไม่ครบทุกสาย โอซาก้า เกียวโต นารา พื้นที่นี้รองรับ Tap-to-Ride ในหลายเครือข่ายรถไฟเอกชน ซึ่งรองรับเยอะที่สุดในตอนนี้เลย ส่วนมากเป็นสายรถไฟที่ครอบคลุมเมืองท่องเที่ยวยอดฮิตอย่างโอซาก้า เกียวโต นารา โกเบ Kintetsu Line Hankyu Line Hanshin Line Keihan Line ฟุกุโอกะ (Fukuoka) รถไฟใต้ดินฟุกุโอกะ รองรับครบทุกสถานีแล้ว เส้นท่องเที่ยวเฉพาะทาง Enoden Line (คามาคุระ เอโนะชิมะ) ใช้ได้ครบทุกสถานี *หมายเหตุ : รถไฟ JR ส่วนใหญ่ยังไม่รองรับระบบนี้ ดังนั้นพกบัตร IC Card หรือเงินสดสำรองไว้บ้างจะชัวร์ที่สุดครับ 3. เที่ยวที่เดียวแต่ สองราคา Dual Pricing🏯 เตรียมใจไว้สักนิด เพราะสถานที่ท่องเที่ยวฮิตๆ หลายแห่งเริ่มใช้มาตรการ Dual Pricing หรือการเก็บค่าเข้าชม 2 ราคา แยกระหว่างคนญี่ปุ่น กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่น ปราสาทฮิเมจิ และอีกหลายที่ที่กำลังพิจารณา สาเหตุเพราะญี่ปุ่นต้องการนำรายได้ส่วนต่างมาบำรุงรักษาโบราณสถาน และจัดการกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่มหาศาล ดังนั้นก่อนไปเช็กราคาหน้าเว็บหลักกันอีกที จะได้ไม่ตกใจตอนจ่ายเงินหน้าเคาน์เตอร์ครับ 4. นอนเมืองฮิต อาจต้องจ่ายภาษีที่พักเพิ่ม 🏨 โดยเฉพาะ เกียวโต เมืองเก่าสุดคลาสสิก ประกาศปรับเพิ่มอัตราภาษีที่พัก (Accommodation Tax) ตั้งแต่ 1 มีนาคม 2026 เป็นต้นไป เพื่อช่วยสนับสนุนงบประมาณจัดการการท่องเที่ยวและโครงสร้างพื้นฐานของเมือง ซึ่งรวมถึงการดูแลสถานที่สำคัญและการรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ห้องพักยิ่งหรู ราคาแพง ภาษีก็จะยิ่งสูงขึ้นใครอยากเซฟงบ ลองขยับไปพักเมืองรอบๆ แล้วนั่งรถไฟเข้ามาเที่ยวแทน ก็เป็นไอเดียที่ดีไม่น้อยเลยล่ะ 5. กฎเหล็ก Power Bank บนเครื่องบินที่เข้มงวดขึ้น 🔋 เรื่องเล็กที่อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ ญี่ปุ่นคุมเข้มการพกพาวเวอร์แบงก์ขึ้นเครื่อง (อ้างอิงกฎปี 2025-2026) โดยต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขเหล่านี้ ■ ห้ามโหลดใต้ท้องเครื่อง ต้องอยู่ในกระเป๋าถือ (carry-on) เท่านั้น!■ ที่พาวเวอร์แบงก์ต้องระบุความจุให้เห็นชัดเจน■ จำกัดความจุของพาวเวอร์แบงก์ ดังนี้・น้อยกว่า 100Wh (ประมาณ 20,000 mAh) นำขึ้นเครื่องได้ไม่จำกัดจำนวน・100Wh 160Wh (ประมาณ 20,000 32,000 mAh)นำขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 2 ก้อน (บางสายการบินอาจต้องทำเรื่องขออนุญาตนำขึ้นเครื่อง)・มากกว่า 160Wh (ประมาณ 32,000 mAh)ห้ามนำขึ้นเครื่อง ■ ห้ามเก็บไว้บนช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ ให้เก็บไว้ในจุดที่มองเห็นได้ตลอดเวลา อย่างเช่นกระเป๋าด้านหน้าที่นั่ง■ หลายสายการบินไม่แนะนำ และไม่อนุญาตให้ใช้พาวเวอร์แบงก์บนเครื่อง กรุณาตรวจสอบกับสายการบินอีกครั้งก่อนใช้งาน 🌟 แถมท้าย: เตรียมตัวให้พร้อมกับระบบ JESTA (เริ่มปี 2028) แม้จะยังไม่เริ่มปีนี้ แต่ควรทำความรู้จักไว้กับ JESTA ระบบลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนเข้าญี่ปุ่น (คล้าย K-ETA ของเกาหลี) วิธีการคือนักท่องเที่ยวจะต้องกรอกข้อมูลส่วนตัว แผนการเดินทาง และข้อมูลพื้นฐานอื่นๆ ผ่านระบบออนไลน์ก่อนเดินทางเข้าญี่ปุ่น และรอการอนุมัติล่วงหน้า เหตุผลที่จะนำระบบนี้เข้ามาใช้ก็เพื่อรับมือกับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยกระดับความปลอดภัยด้านการเข้าเมือง ==================== ขอบคุณข้อมูลดีๆ และภาพจากhttps://www.japankuru.com
เที่ยวญี่ปุ่น • 21 ม.ค. 69
อ่าน
KTAXAชูแผนงานเดอะเฮาส์ เป้าหมายเติบโตอย่างมั่นคง
#KTAXA #ทันหุ้น- บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า เดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรผ่าน แนวคิด “The House of KTAXA” ที่มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมความแข็งแกร่งทุกมิติในระดับสากล นายณัฐพิสิษฐ์ ครุฑครองชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต (มหาชน) หรือ KTAXA กล่าวว่า กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจปีนี้จะเดินหน้าผ่านแนวคิด “The House of KTAXA” เพื่อสะท้อนภาพการสร้างความสมดุลและความแข็งแกร่งในทุกมิติ โดยมี 4 เสาหลัก ได้แก่ 1. ลูกค้า (Policyholders) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ บริษัท มุ่งมั่นที่จะเข้าใจและตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างเต็มที่ ด้วยผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและสุขภาพที่ครอบคลุมและตรงใจ พร้อมทั้งให้บริการที่ดีที่สุด สะดวกเข้าถึงง่ายผ่านช่องทางดิจิทัล เช่น แอปพลิเคชัน Emma by AXA ที่มีผู้ใช้งานมากถึง 1.1 ล้านคน 2. ฝ่ายขาย (Distributors) คือสะพานเชื่อมระหว่างบริษัท และลูกค้า บริษัทจึงมุ่งเน้นการพัฒนาความสามารถและความเชี่ยวชาญของฝ่ายขาย เพื่อสามารถให้คำปรึกษาและแนะนำผลิตภัณฑ์อย่างมืออาชีพ พร้อมทั้งสนับสนุนให้ฝ่ายขายสามารถเติบโตและสร้างรายได้อย่างมั่นคง โดยปัจจุบันมีจำนวนนักขายมืออาชีพ กว่า 13,000 คน 3. พนักงาน (Employees) ทรัพยากรสำคัญที่ขับเคลื่อนองค์กร บริษัท มุ่งสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่สนับสนุนความก้าวหน้า พัฒนาทักษะ และสร้างแรงบันดาลใจให้พนักงานทุกคน และ4. ผู้ถือหุ้น (Shareholders)การมีผู้ถือหุ้นที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นการผนึกกำลังของ 2 บริษัทที่ยิ่งใหญ่ บมจ. ธนาคารกรุงไทย ธนาคารพาณิชย์ชั้นนำของไทย และกลุ่มแอกซ่า กลุ่มธุรกิจประกันชีวิต สุขภาพ และบริหารสินทรัพย์ระดับโลก ส่งผลให้ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต เป็นบริษัทประกันชีวิตที่มีสถานะทางการเงิน ที่แข็งแกร่ง และมีความเชี่ยวชาญในด้านการรับประกันชีวิต และประกันสุขภาพ พร้อมทั้งสร้างความสามารถในการแข่งขันในระดับสากลนอกจากนี้ หลังคาบ้าน ซึ่งหมายถึงส่วนของ การดูแลด้านความเสี่ยง (Risk) ด้านกฎหมาย (Legal) และด้านการดูแลการปฏิบัติตามกฎหมาย (Compliance) ซึ่งเป็นเสมือนเกราะป้องกันและเสริมสร้างความมั่นคงให้กับองค์กร อีกทั้งฐานรากของบ้าน ซึ่งเป็นหลักสำคัญ คือ การดำเนินงานด้านปฏิบัติการ (Operations) และ เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ซึ่งทำหน้าที่เป็นพื้นฐานและสนับสนุนให้บ้านแข็งแรงและมั่นคงนางสาวบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาด บมจ. กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด กล่าวเสริม กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ได้จัดกิจกรรม และแคมเปญสุดเอ็กซ์คลูซีฟมากมาย อาทิ แคมเปญใหญ่ “ลุ้นทริปเที่ยวอังกฤษ เปิดประสบการณ์ลิเวอร์พูลแบบจัดเต็ม” ที่จัดขึ้นทุกปี โดยในปีนี้ ลูกค้าผู้โชคดีจะได้บินลัดฟ้าไปชมแมตช์ระหว่าง ลิเวอร์พูล และ เชลซี ในเดือนพฤษภาคม ที่จะถึงนี้“เราจะมีแคมเปญครั้งต่อไป ซึ่งสามารถติดตามได้ที่ช่องทาง Facebook page ของบริษัท กิจกรรม KTAXA Exclusive Watch Party โครงการ “KTAXA Know You Can Football Youth (U15) Academy ปีที่ 6” และโครงการ KTAXA x LFC Football Clinic ที่ร่วมมือกับ LFC International Academy ประเทศไทย”
ทันหุ้น • 6 ก.พ. 69
อ่าน
KTAXAวาดแผนพร้อมขับเคลื่อน ประเดิมปี69ปั้นที่ปรึกษาการเงิน
#KTAXA #ทันหุ้น -KTAXA พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจด้วยตัวแทน เปิดตัวโครงการ KTAXA Advisor สร้างที่ปรึกษาด้านประกันชีวิต ที่รอบรู้การเงินรอบด้าน ช่วยวางแผนอย่างครอบคลุมทั้ง แผนภาษี แผนสุขภาพ การส่งต่อมรดกเป็นต้น ประเดิมเปิดตัวธันวาคม ก่อนขับเคลื่อนจริงมกราคมปี 69 ชี้โครงสร้างสังคมที่เปลี่ยนไป เป็นโอกาสของธุรกิจประกัน และตัวแทนในการเติบโต และก้าวสู่มืออาชีพนายณัฐพิสิษฐ์ ครุฑครองชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงไทย- แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ KTAXA กล่าวว่า บทบาทของตัวแทนในปัจจุบันต่างไปจากอดีตมากขึ้น ตามความต้องการของผู้บริโภคที่มีความคาดหวัง และเข้าใจถึงการทำประกันชีวิตมากขึ้นว่าเข้ามาช่วยบริหารความเสี่ยงที่คาดไม่ถึง ดังนั้นในฐานบริษัทประกันชีวิตจึงให้การสนับสนุนตัวแทนฝ่ายขายพัฒนาศักยภาพขึ้นสู่ที่ปรึกษาด้านประกันชีวิต หรือที่ปรึกษาด้านการเงินเพื่อให้สามารถบริการวางแผนการเงินได้รอบด้านมากขึ้น*พร้อมรับความเสี่ยงธรุกิจประกันชีวิตยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ทำให้สามารถสนับสนุนโอกาสในการทำงานของตัวแทน โดยเฉพาะทุกวันนี้ที่ผู้คนกังวลเรื่องการเจ็บป่วยและค่ารักษาพยาบาล ซึ่ง นายณัฐพิสิษฐ์ มองว่า ประกันชีวิตอาจไม่ได้ทำให้ผู้ซื้อร่ำรวย แต่ป้องกันไม่ให้จนได้เพราะมีการบริหารด้านการเงินที่เตรียมพร้อมรับกับความเสี่ยงที่คาดไม่ถึงไว้นายณัฐพิสิษฐ์ ได้ฉายภาพให้เห็นว่า โครงสร้างของประชากรที่เปลี่ยนไป คืออัตราการเสียชีวิตที่สูงกว่าอัตราการเกิด การเป็นสังคมสูงวัย ทำให้ภาครัฐมีภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพประชาชนมากขึ้น แต่ในขณะที่อัตราการเกิดน้อยลง ทำให้มีผลต่อการจัดเก็บของรายได้ (ภาษี) ภาครัฐในอนาคตให้น้อยลงตามด้วย ดังนั้นงบประมาณที่มาจัดสรรสวัสดิการของรัฐอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนในยามที่อัตราเงินเฟ้อค่ารักษาพยาบาลพุ่งขึ้นสูง นวัตกรรมการรักษาใหม่ๆ ที่ตามมาด้วยค่าใช้จ่ายที่สูง ซึ่ง KTAXA มองว่า ความต้องการที่มากขึ้นทำให้ประกันเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เข้ามาช่วยดูแลประชาชน ขณะเดียวกันช่วยแบ่งเบาภาระของภาครัฐได้“เราจึงมองว่าเป็นโอกาสของตัวแทนในการเข้าไปนำเสนอผลิตภัณฑ์ความคุ้มครอง แต่ตัวแทนก็ต้องมีความรู้ด้านการเงินที่มากขึ้น เพราะทุกวันนี้ ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลประกันภัยผ่านช่องทางออนไลน์ ดังนั้น ลูกค้าก็จะคาดหวังว่าตัวแทนจะต้องให้คำปรึกษาได้มากกว่าการแนะนำผลิตภัณฑ์ จึงทำให้เราพัฒนาขึ้นมาเป็นโครงการ KTAXA Advisor”*ตัวแทนยังมีบทบาทสำคัญนายณัฐพิสิษฐ์ ย้ำต่อว่า บทบาทตัวแทนยังคงมีความสำคัญแม้ทุกวันนี้เทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนธุรกิจก็ตาม สะท้อนจากตัวเลขช่องทางการขาย 50% มาจากแบงก์แอสชัวรันส์ และอีกครึ่งหนึ่งก็ยังคงมาจากทีมตัวแทนฝ่ายขายของบริษัท อย่างไรก็ตามปัจจุบัน ตัวแทนฝ่ายขายมีจำนวนน้อยลง แต่นั้นเพราะภาคธุรกิจมีการคัดเลือก และพัฒนาตัวแทนให้มีคุณภาพมากขึ้น “เรายังอยากให้ตัวแทนขายเป็นหนึ่งในอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคง และต่อยอดฝ่ายขายสู่ระดับบริหาร ดังนั้น ตัวแทนที่เข้ามาจะต้องถูกรวมให้มีคุณภาพ สามารถเป็นที่ปรึกษาด้านการเงินให้กับลูกค้าได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะด้าน วางแผนเกษียณ แผนสุขภาพ แผนส่งต่อมรดก แผนออมเพื่อการศึกษาของบุตร วางแผนภาษี เป็นต้น แผนทั้งหมดนี้สะท้อนว่าตัวแทนจะต้องถูกอบรมความรู้ด้านการเงินที่เข้มค้น เพื่อก้าวสู่ตัวแทนคุณภาพ ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดในปัจจุบัน”สำหรับโครงการ KTAXA Advisor แบ่งออกเป็น KTAXA Advisor และ KTAXA Advisorx ซึ่งทั้ง 2แผน จะมุ่งเน้นพัฒนาฝ่ายขายที่ต่างกัน เช่น KTAXA Advisor สำหรับมือใหม่ที่อยากมีอาชีพฝ่ายขาย และ KTAXA Advisorx สำหรับตัวแทนที่อยากต่อยอดก้าวขึ้นสาผู้บริหาร โดยโครงการ KTAXA Advisor นี้จะเริ่มดำเนินการเต็มรูปแบบในเดือนมกราคม 2569
ทันหุ้น • 2 ธ.ค. 68
ดู
A Taxi Driver
หนังคุณภาพชิงรางวัล • 27 พ.ย. 66
อ่าน
เปิดวาร์ป 5 นักแสดงนำ ซีรีส์ Taxi Driver แท็กซี่จ้างแค้น ซีซัน 3 อีเจฮุนพร้อมลุย!
เตรียมตัวกันให้ดีสำหรับการกลับมาทวงความยุติธรรมอีกครั้งของทีม "แท็กซี่สายรุ้ง" ใน ซีรีส์เกาหลี Taxi Driver 3 แท็กซี่จ้างแค้น ซีซัน 3 ที่ทุกคนรอคอย! ซึ่งจะมาพร้อมกับความเข้มข้นยิ่งกว่าเดิมแน่นอน แต่ก่อนจะไปลุยภารกิจเดือดกันที่ Viu เรามาทำความรู้จักกับ 5 นักแสดงนำมากฝีมือที่สร้างสีสันและพลังขับเคลื่อนให้กับซีรีส์เรื่องนี้กันอีกครั้ง บอกเลยว่าแต่ละคนคือตัวจริงของวงการ และคือเหตุผลที่ทำให้ Taxi Driver 3 ยังคงเป็นซีรีส์ที่น่าติดตามอย่างไม่มีใครเทียบ! นักแสดง Taxi Driver แท็กซี่จ้างแค้น 3: อีเจฮุน นักแสดง Taxi Driver แท็กซี่จ้างแค้น 3: คิมอึยซอง นักแสดง Taxi Driver แท็กซี่จ้างแค้น 3: พโยเยจิน นักแสดง Taxi Driver แท็กซี่จ้างแค้น 3: จางฮยอกจิน นักแสดง Taxi Driver แท็กซี่จ้างแค้น 3: แบยูรัม นักแสดงซีรีส์เกาหลี Taxi Driver 3 แท็กซี่จ้างแค้น 3 อีเจฮุน รับบท คิมโดกี / IG @leejehoon_official อีเจฮุน เป็นนักแสดงหนุ่มมากความสามารถที่เริ่มสร้างชื่อเสียงจากสายภาพยนตร์ตั้งแต่ปี 2007 ก่อนจะก้าวขึ้นสู่การเป็นพระเอกแถวหน้าของวงการซีรีส์เกาหลี โดยใน Taxi Driver 3 เขายังคงรับบทบาทที่โดดเด่นและเป็นหัวใจหลักของเรื่องอย่าง คิมโดกี อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยรบพิเศษ ปัจจุบันคือพนักงานขับแท็กซี่ผู้มีทักษะเหนือมนุษย์ อีเจฮุน ถ่ายทอดบทบาทนี้ได้อย่างครบเครื่องและมีมิติสูงมาก ทั้งฉากแอ็กชันสุดมันส์ ไม่ว่าจะเป็น ฉากต่อสู้ประชิดตัวที่ดุเดือด ฉากขับรถไล่ล่าเร้าใจ หรือแม้แต่การสวมบทบาทปลอมตัวที่หลากหลายมิติ ทำให้คิมโดกีกลายเป็นหนึ่งในตัวละครที่แฟน ๆ ซีรีส์ทั่วโลกตกหลุมรัก และแน่นอนว่าในซีซันนี้เราจะได้เห็นฝีมือการแสดงอันจัดจ้านของเขาอีกครั้ง คิมอึยซอง รับบท จางซองชอล / IG @lunatheboy นักแสดงรุ่นใหญ่ คิมอึยซอง ผู้เปี่ยมด้วยประสบการณ์ทางการแสดงทั้งในภาพยนตร์และซีรีส์เกาหลีมาอย่างยาวนาน จะกลับมาในบทบาท จางซองชอล ประธานบริษัทแท็กซี่สายรุ้ง และหัวหน้าทีมวางแผนการแก้แค้น เขาคือผู้ก่อตั้งที่รวบรวมสมาชิกทีมเพื่อช่วยเหลือเหยื่อที่กฎหมายเข้าไม่ถึง เป็นดั่งเสาหลักและผู้ให้คำปรึกษาของทีม บทบาทอันลุ่มลึกและแววตาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจของเขา ทำให้ตัวละครนี้เป็นที่รักและเคารพของสมาชิกทุกคน พโยเยจิน รับบท โกอึน / IG @yjiinp นักแสดงสาวมากฝีมือ พโยเยจิน กลับมาสานต่อบทบาท โกอึน แฮ็กเกอร์สาวผู้ชาญฉลาดและมากความสามารถ เธอคือมันสมองด้านเทคโนโลยีของทีมอย่างแท้จริง คอยเจาะระบบ สร้างเครือข่าย และให้ข้อมูลสนับสนุนคิมโดกีจากศูนย์บัญชาการ ความมุ่งมั่นและไหวพริบปฏิภาณของเธอทำให้ทุกภารกิจสามารถเดินหน้าต่อไปได้ บทบาทอันสำคัญของเธอใน Taxi Driver 3 จะยิ่งทวีคูณความเข้มข้น และเป็นกำลังสำคัญในการล้างแค้นครั้งนี้ 4. จางฮยอกจิน รับบท ชเวฮยองกู / IG @kottachi59 นักแสดงมากฝีมือที่หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตาจากผลงานกว่า 70 เรื่องในวงการบันเทิง เขาจะยังคงรับบทช่างซ่อมรถฝีมือเยี่ยมของทีม ที่คอยปรับแต่งรถแท็กซี่ธรรมดาให้กลายเป็น ยานพาหนะติดอาวุธสุดล้ำสำหรับทุกภารกิจที่อันตราย 5. แบยูรัม รับบท พัคจินอน / IG @gaeddac นักแสดงมากประสบการณ์อีกคนที่มารับบทช่างซ่อมรถคู่หูของชเวฮยองกู ทั้งคู่เป็นสีสันและตัวสร้างเสียงหัวเราะของทีม แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นมือฉมังในการซ่อมบำรุงและดัดแปลงรถให้พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที ขอบคุณภาพจาก Instagram @sbsdrama.official
ซีรีส์ต่างประเทศ • 21 พ.ย. 68
อ่าน
Paul Atkins เปิดเกมใหญ่! “Token Taxonomy” วางกรอบกฎคริปโทฯยุคใหม่
#คริปโทเคอร์เรนซี #ทันหุ้น - ข้อมูลจาก The Block ได้ระบุว่า Paul Atkins ประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) กำลังเป็นผู้นำความพยายามในการสร้าง "Token Taxonomy" (การจำแนกประเภทโทเคน) ที่มุ่งหมายจะกำหนดขอบเขตว่าคริปโทเคอร์เรนซีใดจะถือเป็นหลักทรัพย์ ในขณะที่หน่วยงานกำลังเดินหน้าด้วยแนวทางใหม่ในการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลในถ้อยแถลงที่เตรียมไว้สำหรับการประชุม Fintech Conference ของ Federal Reserve Bank of Philadelphia เมื่อวันพุธ Atkins ได้เปิดเผยแผนการสำหรับ Token Taxonomy ดังกล่าว ซึ่งเขากล่าวว่าจะยึดหลัก Howey TestHowey Test อิงจากคดีของศาลฎีกาแห่งสหรัฐฯ ในปี 1946 ซึ่ง SEC มักอ้างถึงเพื่อพิจารณาว่าสินทรัพย์ใดมีคุณสมบัติเป็นสัญญาการลงทุน และดังนั้นจึงถือเป็นหลักทรัพย์Atkins กล่าวว่า "ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ผมคาดว่าคณะกรรมการจะพิจารณากำหนด Token Taxonomy ที่มีรากฐานในการวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่เป็นสัญญาการลงทุนตามหลัก Howey Test ที่ใช้มาอย่างยาวนาน โดยตระหนักว่ามีหลักการจำกัดสำหรับกฎหมายและข้อบังคับของเรา"Atkins กล่าวเพิ่มเติมในภายหลังว่า คริปโทเคอร์เรนซีสามารถเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาการลงทุนได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกมันจะคงอยู่เช่นนั้นตลอดไปAtkins กล่าวว่า "เครือข่ายเติบโตเต็มที่ โค้ดถูกเผยแพร่ การควบคุมกระจายตัว บทบาทของผู้เสนอขายลดลงหรือหายไป เมื่อถึงจุดหนึ่ง ผู้ซื้อจะไม่พึ่งพาความพยายามในการบริหารจัดการที่สำคัญของผู้เสนอขายอีกต่อไป และโทเคนส่วนใหญ่ในขณะนี้มีการซื้อขายโดยไม่มีความคาดหวังที่สมเหตุสมผลว่าทีมงานเฉพาะรายใดรายหนึ่งยังคงเป็นผู้กุมบังเหียนอยู่"'ไม่ใช่คำมั่นสัญญาของการผ่อนปรนการบังคับใช้กฎหมาย'ภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดี Trump ในช่วงปีที่ผ่านมา SEC ได้ใช้แนวทางที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงต่อคริปโตจากช่วงรัฐบาลของประธานาธิบดี Biden ภายใต้ประธาน SEC คนก่อน Gary Gensler หน่วยงานได้ใช้ แนวทางที่ระมัดระวัง ต่อคริปโตและได้ยื่นฟ้องคดีกับบริษัทคริปโตขนาดใหญ่หลายแห่ง โดยกล่าวว่าคริปโทเคอร์เรนซีส่วนใหญ่เป็นหลักทรัพย์ ในขณะที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงแนวทาง "กำกับดูแลด้วยการบังคับใช้กฎหมาย" ของเขานับแต่นั้นมา SEC ได้ยุติการสอบสวนคริปโตหลายคดี และได้จัดโต๊ะกลมคริปโตซึ่งนำโดยกรรมาธิการ Hester Peirce ด้วยการที่ Atkins เข้ามากุมบังเหียน หน่วยงานได้เริ่มต้น "Project Crypto" เพื่อปรับปรุงกฎระเบียบของ SEC เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลเมื่อวันพุธ Atkins ยังได้แสดงจุดยืนที่แข็งแกร่งว่าส่วนใดของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลจะยังคงอยู่ในอำนาจการกำกับดูแลของ SEC เขา ย้ำ จุดยืนของหน่วยงานว่า หลักทรัพย์แบบโทเคน (Tokenized securities) เช่น หุ้นที่ถูกแปลงเป็นโทเคนบนบล็อกเชน จะยังคงถูกพิจารณาว่าเป็นหลักทรัพย์Atkins ยืนยันเช่นกันว่าหน่วยงานและหน่วยงานกำกับดูแลอื่น ๆ จะยังคงดำเนินการกับ การฉ้อโกงAtkins กล่าวว่า "ตอนนี้ ขอให้ผมชี้แจงว่ากรอบการทำงานนี้ไม่ใช่สิ่งใด มันไม่ใช่คำมั่นสัญญาของการผ่อนปรนการบังคับใช้กฎหมายที่ SEC" "การฉ้อโกงก็คือการฉ้อโกง"ในอดีต Atkins เคยพูดถึง "Super-apps" ที่เขากล่าวว่าจะอนุญาตให้มีการซื้อขายและการดูแล (custody) สินทรัพย์หลายประเภทภายใต้ใบอนุญาตกำกับดูแลเดียว เมื่อวันพุธ Atkins กล่าวว่าเขาได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการเรื่องดังกล่าวAtkins กล่าวว่า "ผมได้ขอให้เจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการเตรียมข้อเสนอแนะให้คณะกรรมการพิจารณา เพื่ออนุญาตให้โทเคนที่มีความเชื่อมโยงกับสัญญาการลงทุนสามารถซื้อขายบนแพลตฟอร์มที่ไม่ได้รับการกำกับดูแลโดย SEC ได้ ไม่ว่าจะเป็นการจดทะเบียนกับ CFTC [Commodity Futures Trading Commission] หรือผ่านระบอบการกำกับดูแลของรัฐ"การยกเว้น (Exemptions) ก็จะอยู่ในวาระการประชุมของหน่วยงานด้วยAtkins กล่าวว่า "ผมหวังว่าคณะกรรมการจะพิจารณาแพ็คเกจการยกเว้นเพื่อสร้างระบอบการเสนอขายที่ปรับให้เหมาะสมสำหรับสินทรัพย์คริปโตที่เป็นส่วนหนึ่งของหรืออยู่ภายใต้สัญญาการลงทุน"ร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดในขณะเดียวกัน สมาชิกสภานิติบัญญัติกำลังเดินหน้าออกกฎหมายเพื่อควบคุมอุตสาหกรรมคริปโต มีร่างกฎหมายหลายฉบับเพื่อควบคุมภาคส่วนโดยรวม สภาผู้แทนราษฎร ได้ผ่านฉบับของตน ในช่วงฤดูร้อน และขณะนี้วุฒิสภามีสองฉบับ โดยฉบับล่าสุด เผยแพร่ จากคณะกรรมการวุฒิสภาด้านการเกษตรเมื่อวันจันทร์ ซึ่งรวมถึงประเด็นที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขมากมายด้วยการที่ SEC กำลังเดินหน้าในขณะที่ไม่มีร่างกฎหมาย Atkins กล่าวว่างานของหน่วยงานมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความพยายามของสมาชิกสภานิติบัญญัติAtkins กล่าวว่า "สิ่งที่ผมจินตนาการนั้นสอดคล้องกับกฎหมายที่กำลังถูกพิจารณาโดยรัฐสภา และมีเป้าหมายเพื่อเสริม ไม่ใช่แทนที่ งานที่สำคัญของรัฐสภา" "กรรมาธิการ Peirce และผมได้ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนความพยายามของรัฐสภา และเราจะดำเนินการต่อไป"ที่มา https://www.theblock.co/post/378590/sec-chair-paul-atkins-unveils-plan-token-taxonomy-redefine-crypto-regulation
ทันหุ้น • 13 พ.ย. 68
อ่าน
แท็กซี่เบอร์ 5283 พร้อมบริการ! ซีรีส์ “Taxi Driver 3” ปล่อยทีเซอร์แรกสตาร์ทปมแค้น
อย่าตายมาแก้แค้นกันเถอะ วลีประจำซีรีส์แอคชันระทึกขวัญเรื่องดังจากเกาหลี จะหวนกลับมาอีกครั้งในซีซันใหม่ล่าสุด Taxi Driver 3 ที่ได้ฤกษ์ปล่อยทีเซอร์ตัวอย่างแรกสุดเข้มข้นออกมาเรียกเรตติ้งแฟน ๆ ให้เตรียมกลับมาขึ้นใช้บริการแท็กซี่หมายเลข 5283 ของโซเฟอร์คิมโดกีอีกครั้งในปีนี้ ช่อง SBS ได้ทำการปล่อยทีเซอร์แรกออกมาให้ยลโฉม ที่แม้ว่าจะยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเนื้อหาให้ฤดูกาลใหม่ออกมา แต่จากตัวอย่างก็พอจะทำให้ทราบว่าสังคมยังคงทนทุกข์กับอาชญากรรมระหว่างประเทศที่ยังเพิ่มสูงขึ้นในพื้นที่เกาหลีใต้ ทำให้คิมโดกีได้ประสานงานกับตำรวจสากล ในการร่วมมือการล้างกลุ่มก้อนผู้มีอิทธิพล ที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยเงินกู้ผิดกฎหมายและการค้ามนุษย์ที่แอบซ่อน ทำให้หลายประเทศต้องเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง กิมมิกใน Taxi Drive 3 ดูเหมือนว่าจะยังไม่มีการเปิดเผยตัวตนของบิ๊กบอสที่อยู่เบื้องหลังเหตุอาชญากรรมครั้งนี้ออกมา ที่คาดว่าจะกลายเป็นสถานการณ์การต่อสู้และล้างแค้นที่ดุเดือดของสมาชิกแท็กซีสายรุ้ง ที่ไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่ากำลังต่อสู้อยู่กับอะไรกันแน่? Taxi Driver 3 ยังคงได้ "อีเจฮุน" กลับมารับบทโชเฟอร์แท็กซี่ คิมโดกี อีกครั้ง พร้อมด้วยทีมนักแสดงชุดดั้งเดิม อย่าง "คิมอึยซอง", "พโยเยจิน", "จางฮยอกจิน" และ "แบยูรัม" โดยซีซันนี้ได้ "คังโบซึง" จากซีรีส์ดัง Dr. Romantic 3 มานั่งเก้าอี้เป็นผู้กำกับให้ แฟน ๆ ชาวไทยเตรียมเฝ้าจอรอดูกันได้ เริ่มตอนแรก 21 พฤศจิกายนนี้ ทาง VIU เช่นเดิม ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
ซีรีส์ต่างประเทศ • 28 ต.ค. 68
อ่าน
คมนาคม ยืนยัน “ไม่ขึ้นค่าแท็กซี่” โครงการ Digital Taxi Meter ยกระดับบริการ-ความปลอดภัย
คมนาคม ยืนยัน “ไม่ขึ้นค่าแท็กซี่" โครงการ Digital Taxi Meter ยกระดับบริการ-ความปลอดภัย#ทันหุ้น #SET น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช.คมนาคม กล่าวชี้แจงถึงความคืบหน้าของโครงการ Digital Taxi Meter ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายเร่งด่วน โดยย้ำว่าวัตถุประสงค์หลักคือการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้าง ความเชื่อมั่นและความปลอดภัย ให้แก่ผู้ใช้บริการเป็นสำคัญมาตรการ QR Code: การแก้ปัญหาปฏิเสธผู้โดยสารมาตรการที่ถูกนำมาใช้ก่อนเพื่อความรวดเร็วคือการติด QR Code ไว้ที่ข้างตัวรถแท็กซี่ทุกคัน โดยอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ ได้ระบุว่า ขณะนี้มีแท็กซี่มิเตอร์ให้บริการประมาณ 69,000 คัน และ ขบ. จะเร่งดำเนินการติดตั้งสติกเกอร์ให้ครอบคลุมโดยเร็วที่สุดเมื่อผู้โดยสารสแกน QR Code จะสามารถ ตรวจสอบข้อมูลตัวตนคนขับ ได้ทันที ซึ่งช่วยป้องกันปัญหาแท็กซี่เถื่อนหรือการสวมสิทธิ์ และที่สำคัญที่สุดคือการใช้เป็น ช่องทางร้องเรียนโดยตรง ไปยัง ขบ. ในกรณีที่ถูกปฏิเสธรับผู้โดยสาร หรือพบพฤติกรรมการขับขี่ที่ผิดปกติ โดย ขบ. จะใช้ระบบ GPS ในการติดตามรถเพื่อยืนยันพฤติกรรม และมีบทลงโทษที่ชัดเจนตาม พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 ตั้งแต่ค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท ไปจนถึงการพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถสำหรับผู้ที่กระทำผิดซ้ำDigital Meter: ยกระดับมาตรฐานด้วย GPS และ KPIสำหรับระบบ Digital Taxi Meter นั้น จะมีการนำเทคโนโลยี GPS มาติดตั้งร่วมกับมิเตอร์อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งช่วยให้ ขบ. สามารถ ตรวจสอบค่าโดยสารกับรอบวิ่งจริง และสามารถนำข้อมูลพฤติกรรมการขับรถมาใช้ประเมินผลการปฏิบัติงาน (KPI) ของผู้ขับขี่ในภาพรวม เพื่อช่วยยกระดับมาตรฐานแท็กซี่ไทยให้ดีขึ้นรมช.คมนาคมยืนยันว่าแนวคิดนี้จะใช้สำหรับ รถใหม่ที่จดทะเบียนในอนาคต หรือเป็นไปในลักษณะของ ภาคสมัครใจ และจะต้องไม่กระทบหรือเป็นภาระกับผู้ขับรถแท็กซี่ปัจจุบัน เพื่อเปิดโอกาสให้แท็กซี่เดิมเข้าร่วมได้เช่นกัน หากสามารถปรับปรุงสภาพรถให้พร้อมใช้งานได้ตามเกณฑ์ที่ ขบ. กำหนดความคืบหน้าค่าโดยสารที่เป็นธรรมนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดี ขบ. กล่าวเพิ่มเติมในประเด็นการปรับอัตราค่าโดยสารแท็กซี่ที่ถูกต้องและเป็นธรรมว่า ขณะนี้ อยู่ระหว่างการศึกษาและใกล้จะเสร็จแล้ว แต่ย้ำว่าก่อนประกาศใช้จะต้องมีการวิเคราะห์ผลกระทบอย่างละเอียดรอบคอบ และต้องเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย โดยประเมินว่าการดำเนินการในส่วนนี้จะไม่สามารถแล้วเสร็จและประกาศใช้ได้ทันในรัฐบาลชุดปัจจุบัน
ทันหุ้น • 21 ต.ค. 68
อ่าน
พร้อมกลับมาให้บริการ! ซีรีส์ "Taxi Driver 3" ประกาศวันล้อหมุนเริ่มเดือดซีซันใหม่
พวกเขาจะกลับมาอีกครั้ง เหล่าผู้ให้บริการแท็กซี่..ชำระแค้น กับซีซันใหม่ล่าสุดของซีรีส์เกาหลีเรื่องดัง "Taxi Driver 3" ที่ได้ฤกษ์จะกลับมาสานต่อความมันส์ระลอกใหม่อีกครั้งแบบส่งท้ายปี พร้อมกับทีมนักแสดงและทีมผู้สร้างชุดเดิมที่จะหวนตระเวนออกล้างบัญชีแค้นสังคมครั้งใหม่อีกครั้งบนหน้าจอ สถานีโทรทัศน์ SBS ของเกาหลีใต้ ได้ปล่อยภาพทีเซอร์โปสเตอร์แบบชิมลางบอกใบ้ให้แฟน ๆ เตรียมพร้อมกับการกลับมาของบริษัทแท็กซี่สายรุ้งในปลายปีนี้ พร้อมกับประกาศวันออนแอร์อย่างเป็นทางการของ Taxi Driver 3 ที่จะเริ่มตอนแรกในวันที่ 21 พฤศจิกายนนี้ โดยจะออกอากาศทุกวันศุกร์และเสาร์ ต่อจากซีรีส์ Would You Marry Me ที่กำลังลงจออยู่ในตอนนี้ Taxi Driver 3 ยังคงได้ "อีเจฮุน" กลับมารับบทโชเฟอร์แท็กซี่ คิมโดกี อีกครั้ง พร้อมด้วยทีมนักแสดงชุดดั้งเดิม อย่าง "คิมอึยซอง", "พโยเยจิน", "จางฮยอกจิน" และ "แบยูรัม" โดยคาดว่าซีซันนี้จะมีการแนะนำตัวละครใหม่เพิ่มเติมเข้ามาอีกเช่นเคย พร้อมกับตัวละครรับเชิญที่จะสร้างสีสันความมันส์ให้กับซีรีส์เรื่องนี้อันเป็นไฮไลต์ที่แฟน ๆ เฝ้ารอคอยกันจดจ่อ ซีรีส์ยังคงดัดแปลงสร้างมาจากเว็บตูนเรื่องดังของ Carlos และยังได้นักเขียน "โอซางโฮ" กลับมาเขียนบทละครให้อีกครั้ง โดยซีซันนี้ได้ "คังโบซึง" จากซีรีส์ดัง Dr. Romantic 3 มานั่งเก้าอี้เป็นผู้กำกับให้ ซีรีส์ Taxi Driver 3 ได้เปิดกล้องถ่ายทำกันตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ปัจจุบันได้ปิดกล้องถ่ายทำเสร็จสิ้นไปแล้ว คาดว่าซีซันนี้ยังอัดแน่นความเดือดที่ 16 ตอนอีกเช่นเคย แฟน ๆ ชาวไทยเตรียมเฝ้าจอรอดูกันได้ เพราะทาง VIU คว้าลิขสิทธิ์ฉายเรื่องนี้อีกครั้ง ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
ซีรีส์ต่างประเทศ • 14 ต.ค. 68
อ่าน
กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ระเบิดความมันส์ครั้งยิ่งใหญ่ จัดคอนเสิร์ต “KTAXA Rock N’ Loud Concert ตะโกนร้อง ตะโกนร็อค
บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต นำโดย คุณณัฐพิสิษฐ์ ครุฑครองชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (คนที่ 6จากขวา) และคุณบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาด (คนที่ 6จากซ้าย) จัดคอนเสิร์ตครั้งยิ่งใหญ่ “KTAXA Rock N’ Loud ตะโกนร้อง ตะโกนร็อค” เพื่อเป็นการขอบคุณและตอบแทนลูกค้าคนสำคัญที่ให้การสนับสนุน กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต เป็นอย่างดีมาโดยตลอด ตามนโยบายหลักของบริษัทฯ ในการมีลูกค้าเป็นที่หนึ่ง และตอกย้ำพันธสัญญาของเรา 'Know You Can' ที่มุ่งมั่น ส่งเสริม และเป็นเพื่อนคู่คิดกับลูกค้าของเราเสมอ พร้อมอยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไปคอนเสิร์ตดังกล่าว จัดขึ้นใน วันที่ 21กันยายน ที่ผ่านมา ณ ไบเทค ไลฟ์ แอท ไบเทค บางนา โดยมีศิลปินมากมายที่มาร่วมสร้างความสนุกสุดมันส์ ได้แก่ บอดี้สแลม ทิลลี่เบิร์ดส์ เรโทรสเปกต์ พร้อมด้วยศิลปินเซอร์ไพร์สในงานอย่าง จ๊ะ นงผณี โดยมีลูกค้าเข้าร่วมงานอย่างคับคั่งกว่า 7,000คน ที่ได้สัมผัสประสบการณ์ความสนุก สุดเหวี่ยงกับศิลปินคนโปรด
ทันหุ้น • 23 ก.ย. 68
อ่าน
โคตรซิ่งระห่ำเมือง “TAXI 5” แท็กซี่สายบู๊พร้อมระเบิดความมันส์ที่ทรูโฟร์ยู ช่อง 24
ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 ชวนคุณมาร่วมระเบิดความมันส์กับภาพยนตร์แอ็กชันคอเมดี้สุดฮา TAXI 5 โคตรแท็กซี่ขับระเบิด ผลงานภาคต่อจากแฟรนไชส์สุดคลาสสิกของฝรั่งเศส ที่กลับมาพร้อมความเร็ว แรง และฮาแบบจัดเต็ม นำแสดงโดยแฟรงค์ กัสแทมไบด์และ มาลิก เบนทัลฮากับภารกิจสุดป่วนที่ต้องใช้แท็กซี่ในตำนานไล่ล่าแก๊งโจรเฟอร์รารีสุดโหด เมื่อซิลเวียง มาโคร (แฟรงค์ กัสแทมไบด์)นายตำรวจสายบู๊ ถูกส่งตัวไปยังเมืองมาร์กเซยเพื่อจัดการกับแก๊งโจรอิตาเลียนสุดโหด ที่ใช้รถเฟอร์รารีแรงม้าสูงปล้นธนาคารแบบไม่เกรงใจใคร ภารกิจนี้ไม่ธรรมดา เพราะเขาต้องแท็กทีมกับเอ็ดดี้ มาคลูฟ (มาลิก เบนทาลา)คนขับแท็กซี่สายซิ่ง ที่มี DNA ความเร็วอยู่ในสายเลือด ทั้งคู่ต้องออกตามหารถแท็กซี่เปอร์โยสีขาวในตำนาน ที่อัปเกรดใหม่ให้แรงทะลุไมล์ พร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำที่ทำให้เฟอร์รารีต้องหลบ โคตรแท็กซี่ขับระเบิด คือการรวมพลังของตำรวจสายฮาและแท็กซี่สายซิ่ง ที่จะพาคุณซิ่งทะลุจอแบบไม่ต้องเหยียบเบรก หนังเต็มไปด้วยฉากไล่ล่าระห่ำกลางเมือง พร้อมมุกตลกที่ยิงรัวไม่แพ้กระสุน กำกับโดยแฟรงค์ กัสแทมไบด์ที่ทั้งแสดงนำและควบคุมความมันส์ด้วยตัวเอง ดูเลยโคตรแท็กซี่ขับระเบิด วันที่10 กันยายน 2568 เวลา 12.30 น. ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 หรือรับชมสดออนไลน์ได้ที่https://true4u.com/live/ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 9 ก.ย. 68
อ่าน
“ดูไบ” ตั้งเป้าแก้ปัญหาการจราจรด้วย “แท็กซี่บินได้” Joby Air Taxi ในปี 2026
โจบี เอวิเอชั่น (Joby Aviation)บริษัทผู้พัฒนาแท็กซี่บินได้พลังงานไฟฟ้าจากสหรัฐอเมริกา ทดสอบการบินเต็มรูปแบบครั้งแรกในมหานครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ถือเป็นก้าวสำคัญในความพยายามของเมือง ที่จะนำการขนส่งทางอากาศมาใช้ในเครือข่ายการคมนาคมที่มีอยู่เดิม โดยคาดว่าจะเริ่มใช้งานได้เร็วที่สุดภายในปี 2026 นี้ แท็กซี่บินได้แก้ปัญหารถติดบริษัทหวังว่าบริการแท็กซี่บินได้ จะช่วยลดความกดดันในการขนส่งทางบกที่มีอยู่ และเป็นทางเลือกที่รวดเร็วขึ้นสำหรับนักเดินทาง เนื่องจากดูไบกำลังเผชิญกับปัญหารถติดที่เพิ่มขึ้น โดยยกตัวอย่างว่าจากเดิม การเดินทางหลักจากท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ (DXB) ไปยังสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอย่างปาล์ม จูไมราห์ (Palm Jumeirah) ด้วยรถยนต์ จะต้องใช้เวลาถึง 45 นาที แต่ด้วยบริการแท็กซี่บินได้จะช่วยลดระยะเวลาเดินทางเหลือ 12 นาทีเท่านั้นเที่ยวบินสาธิตเกิดขึ้นที่ไหนสำหรับเที่ยวบินสาธิตดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา บริเวณพื้นที่ทะเลทรายห่างไกล ทางตะวันออกเฉียงใต้ของตัวเมืองดูไบ ในงานมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล ผู้บริหารด้านการขนส่ง และตัวแทนบริษัทเข้าร่วม ชมการสาธิตแท็กซี่บินได้ ที่ทำการขึ้นบินในแนวดิ่ง บินไปหลายกิโลเมตร และกลับมาลงจอดในแนวดิ่งอีกครั้งรายละเอียดของแท็กซี่บินได้โดยแท็กซี่บินได้ที่ใช้ในการสาธิตครั้งนี้ เรียกว่า โจบี เอเรียล แท็กซี่ (Joby Aerial Taxi) ซึ่งเป็นเครื่องบินไฟฟ้าขึ้นลงในแนวดิ่งที่สามารถบินได้ไกลถึง 160 กิโลเมตร ด้วยความเร็วสูงสุด 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และยังใช้พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ไม่ปล่อยมลพิษจากบิน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเงียบพอสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ในเขตเมืองที่มีความหนาแน่นสูง อย่างไรก็ตาม แม้ว่าแท็กซี่บินได้ของบริษัท จะออกแบบมาเพื่อการใช้งานในเมือง และตั้งเป้าหมายระยะยาวให้กลายเป็นบริการที่ทุกคนสามารถใช้งานได้ในราคาที่เอื้อมถึง แต่บริษัทยอมรับว่าในช่วงแรกจะกำหนดราคาให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้งานที่มีรายได้สูงก่อนบริษัทวางแผนที่จะเปิดให้บริการแท็กซี่บินได้เชิงพาณิชย์ในดูไบ ภายในปี 2026 โดยมีจุดรับ-ส่งเริ่มตั้ง 4 แห่งด้วยกัน ได้แก่ ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ (DXB), ปาล์ม จูไมราห์ (Palm Jumeirah), ย่านการท่องเที่ยวดูไบ ดาวน์ทาวน์ (Dubai Downtown) และ ดูไบมารีน่า (Dubai Marina)
TNN ช่อง16 • 18 ก.ค. 68
อ่าน
Tesla Robotaxi แท็กซี่ไร้คนขับจากเทสลา พบปัญหาระบบไร้คนขับ หลังเริ่มทดสอบให้บริการในรัฐเท็กซัส !
ระบบโรโบแท็กซี่ (Robotaxi) หรือบริการแท็กซี่ไร้คนขับจากรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของเทสลา ประสบปัญหาด้านการขับขี่ด้วยระบบไร้คนขับ หลังจากที่อีลอน มัสก์ (Elon Musk) CEO ของเทสลา (Tesla) แถลงเปิดการทดสอบเมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา ในบางพื้นที่ของรัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ยานพาหนะของ Robotaxiโดยรถยนต์พลังงานไฟที่ใช้ทำ Robotaxi ไม่ได้เป็นรุ่น ไซเบอร์แคบ (Tesla Cybercab) ที่เคยเปิดตัวก่อนหน้านี้ แต่เป็นการนำรถยนต์ Tesal รุ่น Model Y ที่ผลิตขายอยู่ในปัจจุบันมาใช้งานแทน ซึ่งภายในห้องโดยสารของ Robotaxi จะไม่แตกต่างจาก Model Y ปกติอย่างไรก็ตาม หน้าจอกลางสำหรับผู้โดยสารแถวหลังได้รับการปรับปรุงซอฟต์แวร์ให้เป็นหน้าจอข้อมูลการเดินทางสำหรับการทำระบบแท็กซี่ไร้คนขับ เช่น การบอกเส้นทางในการบริการ หรือการให้กดออกคำสั่งเพิ่มเริ่มการเดินทาง โดยยังคงความสามารถในการเชื่อมต่อแอปพลิเคชันเพื่อความบันเทิง เช่น สปอติฟาย (Spotify) ยูทูบ (Youtube) หรือระบบสตรีมมิงอื่น ๆ เอาไว้ ปัญหาของระบบ Robotaxiจุดเด่นของ Robotaxi คือการนำระบบไร้คนขับที่พัฒนาโดย Tesla เองทั้งหมด ซึ่งมีรากฐานเดียวกันกับระบบ Full Self Driving (FSD Beta systems) ของรถเทสลา ซึ่งในบรรดาผู้ร่วมทดสอบต่างแสดงความสนใจและมีเสียงชื่นชมต่อระบบ Robotaxi ที่ทดสอบให้บริการรวมถึงบันทึกวิดีโอภายในห้องโดยสารระหว่างนั่ง Robotaxi ด้วยอย่างไรก็ตาม ซีเอ็นบีซี (CNBC) สื่อชื่อดังในสหรัฐฯ รายงานอ้างถึงข้อมูลบางส่วนจากผู้ร่วมทดสอบ Robotaxi ว่าพบลักษณะการขับขี่ของระบบ FSD ที่เป็นอันตรายในบางสถานการณ์ เช่น การขับรถสวนเลน การเบรกกระทันหันระหว่าง ที่ขับผ่านพื้นที่ทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเปิดสัญญาณไซเรนบนรถไว้">CNBC ได้ติดต่อไปทางเทสลาเพื่อขอความคิดเห็น แต่ทางบริษัทยังไม่ได้ให้ความเห็นกับสื่อในประเด็นดังกล่าว ในขณะที่องค์กรบริหารความปลอดภัยบนท้องถนนของสหรัฐอเมริกา (National Highway Traffic Safety Administration - NHTSA) ได้รับทราบเรื่องเพื่อดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมแล้วทั้งนี้ Tesla Robotaxi ยังอยู่ในช่วงทดสอบในกลุ่มเล็ก ๆ โดยใช้รถ Tesla Model Y ทั้งหมด 10 คัน ซึ่งช่วงแรกจะเชิญอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) บางกลุ่มและให้บริการแบบจำกัดพื้นที่และช่วงเวลา โดยมีราคาค่าโดยสารเหมาจ่ายที่ 4.20 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 139 บาท">
TNN ช่อง16 • 24 มิ.ย. 68
อ่าน
สาเหตุคนไทยไม่ขึ้น แท็กซี่ เพราะอะไร ? หลัง Taxi ขู่ปิดสนามบิน! จี้รัฐปราม Grab แย่งที่ทำกิน รายได้หาย
เชื่อว่าปัญหาคุณภาพการบริการของ Taxi ไทย ถูกพูดถึงในทิศทางลบมาช้านาน ไม่ต่ำกว่า 10 ปีผู้โดยสาร ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ต่างต้องเคยมีประสบการณ์ โดนปฏิเสธ หรือ ไม่กดมิเตอร์ กันมาสักครั้งด้วยเหตุผลที่ว่า ใกล้ไปบ้าง ไกลไปบ้าง ขอเหมาไม่กดมิเตอร์ รถติด แก๊สไม่พอ ฯลฯ อีกสารพัดสาเหตุจะหาอ้างได้แม้รัฐบาล กระทรวงคมนาคม ก็มีสายด่วนร้องเรียน 1584 แต่ก็ปราบให้หมดยาก เพราะเป็นแค่ที่ปลายเหตุ แต่ต้นเหตุคือ ทัศนคติ ของผู้ให้บริการ Taxi ไทยส่วนหนึ่งยังคงไม่ยอมปรับเหมือนเดิม 4 ปัญหาเก่า ที่ Taxi ถูกผู้โดยสารร้องเรียนมากที่สุดข้อมูลกรมการขนส่งทางบก เผยข้อมูลการร้องเรียนรถสาธารณะผ่านสายด่วน 1584 ช่วง ต.ค. 2566 - ก.พ. 2567 โดยพบว่าประเภท รถแท็กซี่ มีข้อร้องเรียนสูงสุดเลย รวม 10,687 ครั้งTop 4 ของปัญหา ที่ถูกผู้โดยสารร้องเรียนมากที่สุดปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร 2,291 ครั้งแสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ 1,872 ครั้งขับรถประมาทน่าหวาดเสียว 1,285 ครั้งไม่ใช้มาตรค่าโดยสาร 1,054 ครั้งปีที่แล้วหากจำได้ ยังเกิดเคส จ้าของแบรนด์เครื่องสำอางค์ไทยชื่อดังอัดคลิปสุดทน หลังโบกแท็กซี่ จะไปกินข้าวเอกมัยห่างจุดรับ 10 นาที ไม่กดมิเตอร์ขอ เหมา 400 โวย “ ที่นี่ถนนดัง เขาไม่กดมิเตอร์กันหรอกนะ:”ล่าสุดภาพลักษณ์แท็กซี่ไทยเสียหายในระดับโลก ซ้ำเติมว่าปัญหาเหล่านี้ยังไม่ถูกแก้ไขเพราะ Mastercard จัดไทย อยู่อันดับ 4 ของประเทศที่มีการฉ้อโกงในระดับสูง กับนักท่องเที่ยว จากพฤติกรรมแย่ของ Taxi และ รถเช่า ล่าสุดแท็กซี่กลุ่มหนึ่งรวมตัวขู่ ปิดสนามบินหน้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อยื่นข้อเรียกร้อง กดดันให้รัฐบาลจัดจุดบริการ ประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ผู้โดยสารรู้ว่า Taxi จะขึ้นได้ที่ไหน จริงๆก็ต้องบอกตรงๆว่า พวกเรารู้ค่ะ ว่าพี่จอดรอกันอยู่ตรงไหนชั้น1 ประตู 4-7 แต่ผู้บริโภคแค่เลือกที่จะไม่ขึ้นเพราะจัดการไม่ได้ เวลาเจอพวกคุณโก่งราคา บ่นเรื่องกระเป๋าให้พิจารณานำ Grab ออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ ไม่งั้นจะชุมนุมปิดสนามบิน อันนี้ไม่เรียกว่า ปกป้องสิทธิ แต่เรียกว่า ริดรอนสิทธิผู้บริโภค เพราะตามรัฐธรรมนูญไทย มาตรา 46 ผู้บริโภคมีสิทธิได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย สิทธิ เสรีภาพในการเลือกใช้บริการที่เป็นธรรม ที่สำคัญเตรียมเงินไว้ด้วยนะ ใครปิดสนามบิน ผิดกฎหมาย เพราะปี 2567 ที่ผ่านมาเพิ่งตัดสินให้ปรับ แกนนำผู้ชุมนุม ปิดสนามบิน ปี 2551 คนละ 20,000 บาท ในความผิดฐานบุกรุกและฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน การปกป้องสิทธิตัวเองทำได้ แต่ต้องรู้ก่อนว่า คุณมีสิทธิ ยังไง และ ใครละเมิดสิทธิคุณ“ สิทธิ = อำนาจหรือเสรีภาพที่บุคคลพึงมีตามกฎหมาย ”พี่ Taxi มีสิทธิ ประกอบอาชีพสุจริต ได้รับค่าจ้างอย่างเหมาะสมGrab Lineman ก็มีสิทธิประกอบอาชีพหากจดทะเบียนถูกต้องผู้โดยสาร ก็มีสิทธิเลือกใช้บริการที่คิดว่าดีที่สุดแต่ Taxi ไม่มีสิทธิมา จำกัดทางเลือกประชาชน เพื่อให้ไปนั่ง Taxi หากพวกเขาไม่ต้องการและการที่คนหันไปใช้ Grab ไม่ใช่การละเมิดสิทธิ Taxiแต่มันคือ Disruptive Innovation การแข่งขันของโลกธุรกิจด้วยนวัตกรรม เป็นไปตามกระแสของโลกที่ไม่มีอะไรมาหยุดได้ คือการที่ธุรกิจแบบดั้งเดิม ต้องสู้กับ ธุรกิจเกิดใหม่แต่ใช้นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคให้มากที่สุดซึ่งแน่นอนว่าใครปรับตัวไม่ได้ ก็ไปไม่รอด เหมือนที่เห็นมาของอดีตยักษ์ใหญ่ด้านนวัตกรรมหลายเจ้าตั้งแต่ Blackberry / Nokia / Kodak / Video Easy / Hi 5 ที่ไปต่อไม่รอด ณ ปัจจุบันซึ่งคนที่ช้ากว่า ก็ต้องปรับตัว รีบหาจุดเด่นสู้ ไม่ใช่ ไปร้องเรียนว่า ฉันสู้ไม่ได้ คู่แข่งฉันเก่ง ต้องถูกรัฐบาลกำจัด ถ้าเป็นแบบนั้นเรียกว่า การผูกขาดทางการค้า ไม่ใช่การแข่งขันที่เป็นธรรม ละเมิดสิทธิผู้อื่นด้วยและการประท้วงปิดสนามบิน ไม่ใช่ทางแก้ให้คนขึ้น Taxi มากขึ้นซ้ำร้าย ภาพลักษณ์แท็กซี่ไทยในสายตาประชาชนคนไทยจะยิ่งแย่ขึ้นไปอีกหากประชาชน รวมตัว boycott ไม่ขึ้น Taxi เลยขึ้นมา โซเชียลไวมากนะผลกระทบอาจตีกลับไปที่ พวกพี่ๆ Taxi ทั้งหมด รวมถึงคนที่ไม่ได้ออกมาประท้วงด้วยให้ต้อง รายได้หดหาย ยิ่งกว่าที่เป็นอยู่ดังนั้น ทางแก้แรกของปัญหานี้ อาจไม่ใช่เรียกร้องให้โลกต้องหมุนตามเรา แต่เราต้องหมุนตามโลก อาจเริ่มจาก แก้ไขข้อบกพร่อง จุดอ่อนของตัวเราและพวกพ้อง ให้ดีที่สุดก่อน ปรับบริการใหม่ รถหอมสะอาด ไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร จะใกล้ไกล พูดจาสุดภาพ และ ตักเตือนเพื่อนร่วมอาชีพเพราะเหตุการณ์นี้ ผู้เขียนเชื่อว่า ไม่ใช่แท็กซี่ทุกคนจะมารยาทไม่ดี หรือ มีพฤติกรรมแย่ แต่ปลาตายแค่ตัวเดียว น้ำเน่าทั้งบ่อได้ ดั้งนั้น หากร่วมกันปฏิวัติบริการ สร้างภาพลักษณ์แท็กซี่ไทยใหม่ในสายตาประชาชน หรือ ปรับตัวเข้าร่วมกับแพลตฟอร์มด้วยเพื่อหาลูกค้าเพิ่ม สามารถไปต่อได้รอด โดยไม่ต้องมาร้องขอให้รัฐช่วยได้อีกด้วย
TNN ช่อง16 • 22 พ.ค. 68
อ่าน
AGE ฟอร์มดีกำไร Q1/68 พุ่ง 137.7% รุกธุรกิจ EV เปิดโชว์รูม-ปล่อยเช่า Taxi EV
#ทันหุ้น - AGE ประกาศงบไตรมาส 1/2568 โชว์กำไรต่อเนื่อง 42.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 137.7% และมีรายได้รวมจากการขายและบริการ 3,589 ล้านบาท จาก 4 กลุ่มธุรกิจ ด้านผู้บริหาร ปณิตา ควรสถาพร ส่งสัญญาณเดินหน้า ลุยธุรกิจ EV จ่อเปิดโชว์รูม 6 แห่ง และการปล่อยเช่า Taxi EV นางสาวปณิตา ควรสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน) หรือ AGE เปิดเผยว่า หลังจากที่บริษัทฯ มีการปรับโครงสร้างทางธุรกิจในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ภาพรวมการบริหารงานของแต่ละกลุ่มธุรกิจเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น และผลการดำเนินงานของ AGE ที่มีการฟื้นตัวตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4/2567 ที่ผ่านมา และต่อเนื่องมาถึงไตรมาสแรกของปี 2568 โดยผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2568 มีกำไรสุทธิ (ส่วนของบริษัทใหญ่) 42.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 137.7% และมีรายได้รวมจากการขายและบริการ 3,589 ล้านบาท ลดลง 10.7% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา *รายได้ 4 กลุ่มธุรกิจ 1. ธุรกิจถ่านหิน ในไตรมาส 1/2568 มีรายได้ 2,403 ล้านบาท ลดลง 25% (YoY) โดยมีปริมาณการขายถ่านหิน 0.84 ล้านตัน 2. ธุรกิจโลจิสติกส์ ไตรมาส 1/2568 มีรายได้ 173 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.6% (YoY) จากการขยายฐานลูกค้าภายนอกทั้งจากกลุ่มสินค้าเกษตร และสินค้าอุตสาหกรรมตามเป้าหมายที่วางไว้ 3. ธุรกิจพลังงานยั่งยืน (Sustainable Energy) จากการเข้าไปลงทุนใน บมจ. เอเชีย ไบโอแมส หรือ ABM ซึ่งกลายเป็น flagship ทางด้านพลังงานยั่งยืนของกลุ่มบริษัทฯ ในส่วนไตรมาส 1/2568 มีรายได้ 537 ล้านบาท ลดลง 18.1% (YoY) 4. ธุรกิจ Human Solutions (Diversified Investments) โดยล่าสุด บริษัท เอจีอี เวนเจอร์ส จำกัด ได้มีการลงนามในสัญญาก่อสร้างโชว์รูมรถยนต์ ร่วมกับ บริษัท เพาวเวอร์ดาต้า จำกัด ในนาม บริษัท เอจีอี ออโต้ แกลเลอรี่ จำกัด หรือ AAG โดยมีโครงการก่อสร้างที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ ได้แก่ Zeekr House พระราม2, Zeekr House รามอินทรา, OmodaJaecoo บางนา และมีแผนปรับปรุงโชว์รูม Mitsubish สาขารามอินทรา เพื่อรองรับการเยี่ยมชม และการให้บริการหลังการขายอย่างครบวงจร *ปล่อยเช่า Taxi EV ส่วนการปล่อยเช่า Taxi EV ในปัจจุบันมีการปล่อยเช่ารวม 50 คัน และมีแผนการปล่อยเช่าเพิ่มเติม ส่งผลให้ไตรมาส 1/2568 มีรายได้จากกลุ่มธุรกิจดังกล่าว 476 ล้านบาท บริษัทฯ ได้มีการไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนวันครบกำหนดไถ่ถอนเป็นจำนวน 901.2 ล้านบาท ในเดือนกุมภาพันธ์ และมีนาคม 2568 และต่อมาในเดือนเมษายน 2568 มีแจ้งการไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนวันครบกำหนดไถ่ถอน เป็นจำนวน 298.8 ล้านบาท รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 1,200 ล้านบาท โดยมีกำหนดไถ่ถอน วันที่ 9 มิถุนายน 2568 ก่อนวันครบกำหนดไถ่ถอน วันที่ 14 มิถุนายน 2568 ทั้งนี้ การชำระคืนหุ้นกู้ก่อนกำหนด ตอกย้ำถึงศักยภาพการดำเนินธุรกิจ และสะท้อนถึงการบริหารจัดการสภาพคล่องทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง นางสาวปณิตา กล่าว
ทันหุ้น • 16 พ.ค. 68
อ่าน
ข้อควรรู้ Tax Refund ใหม่ ญี่ปุ่น แทน Tax Free เตรียมเปลี่ยนระบบสิ้นปี 2026
อาจเรียกได้ว่าอีกนานกว่าระบบนี้จะใช้จริง แต่ใครที่ชอบช้อปปิ้งในญี่ปุ่น ไปทีไรได้หอบหิ้วของกลับมาทุกทีก็ควรรู้ไว้ก่อน เพราะตอนนี้มีข่าวใหญ่ที่ควรจับตามอง ญี่ปุ่นกำลังเตรียมเปลี่ยนแปลงระบบคืนภาษีเดิม Tax Freeไปสู่ระบบใหม่แบบ Tax Refund โดยคาดว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะเริ่มใช้งานตอนสิ้นปี 2026 InfantryDavid / shutterstock.com ข้อควรรู้ Tax Refund ใหม่ ญี่ปุ่น แทน Tax Free เตรียมเปลี่ยนระบบสิ้นปี 2026 ระบบ Tax Free เดิมเป็นแบบไหน? ในระบบเดิมที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาช้อปในญี่ปุ่น จะได้รับสิทธิพิเศษในการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (8-10%) ทันทีที่จุดขาย เมื่อยอดซื้อเกิน 5,000 เยน และภายในขอบเขตเพดานการซื้อไม่เกิน 500,000 เยนต่อร้านต่อวัน ทั้งนี้พบว่า ระบบ Tax Free เดิมมีช่องโหว่ที่นักท่องเที่ยวบางกลุ่มอาจนำสินค้าปลอดภาษีไปขายต่อในญี่ปุ่น ส่งผลให้รัฐสูญเสียรายได้ภาษีไปมาก ตัวอย่างเช่น ในปี 2565 มีการสุ่มตรวจพบว่ามีนักท่องเที่ยวเพียงไม่กี่รายที่นำสินค้าออกนอกประเทศ ในขณะที่สินค้าส่วนใหญ่กลับถูกนำมาขายในตลาดภายในประเทศ ด้วยเหตุนี้ ญี่ปุ่นจึงตัดสินใจเปลี่ยนไปใช้ระบบ Tax Refund ที่จะช่วยควบคุม และลดปัญหาการทุจริตดังกล่าว พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ช้อปปิ้งอย่างอิสระมากขึ้น ระบบ Tax Refund ใหม่ ขั้นตอนและสิ่งที่ควรรู้ สำหรับระบบใหม่นั้น นักท่องเที่ยวจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้ ชำระเงินเต็มจำนวน เมื่อซื้อสินค้าในร้านค้าจำหน่ายสินค้าให้ชำระเต็มจำนวนรวมภาษี (ทั้ง 10% สำหรับสินค้าทั่วไป และ 8% สำหรับรายการอาหาร) เก็บใบเสร็จรับเงิน ควรเก็บใบเสร็จรับเงินไว้เป็นหลักฐานสำคัญ ขอคืนภาษีที่สนามบิน ก่อนขึ้นเครื่องกลับประเทศ นักท่องเที่ยวต้องไปที่เคาน์เตอร์ขอคืนภาษีที่สนามบิน โดยแสดงใบเสร็จรับเงินพร้อมกับสินค้าที่ซื้อ เพื่อยืนยันว่าสินค้านั้นไม่ได้ถูกใช้ในญี่ปุ่น การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นมาตรฐานที่หลายประเทศในยุโรปใช้งานกันอยู่แล้ว แต่สำหรับนักท่องเที่ยวที่เคยชินกับระบบ Tax Free เดิม อาจต้องใช้เวลา และเตรียมตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ข้อดีข้อเสียของระบบ Tax Refund ใหม่ ข้อดี ควบคุมการหลีกเลี่ยงภาษี ระบบใหม่จะช่วยให้รัฐบาลควบคุมการหลีกเลี่ยงภาษีและลดปัญหาการทุจริตจากนักท่องเที่ยวที่ซื้อสินค้าปลอดภาษีมาไปขายต่อ ช้อปได้ไม่จำกัด ไม่มีการจำกัดยอดซื้อขั้นต่ำหรือเพดานการซื้อในแต่ละร้าน ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถช้อปได้อย่างจุใจตามใจชอบ สะดวกต่อร้านค้า ร้านค้าจะไม่ต้องดำเนินการหักภาษี ณ จุดขาย ลดภาระขั้นตอนในกระบวนการขาย ข้อเสีย ต้องจ่ายภาษีก่อน นักท่องเที่ยวจะต้องจ่ายเงินเต็มจำนวนรวมภาษีก่อน แล้วค่อยไปขอคืนภาษีที่สนามบิน ขั้นตอนเพิ่มขึ้น กระบวนการขอคืนภาษีมีขั้นตอนที่ซับซ้อนมากขึ้นเมื่อเทียบกับระบบเดิม เวลาที่สนามบิน อาจต้องเผื่อเวลาเพิ่มสำหรับการรอคิวที่เคาน์เตอร์คืนภาษี หากการรองรับจากสนามบินไม่เพียงพอ ====================
ทราเวล ทิปส์ • 21 มี.ค. 68
อ่าน
รวม 5 แอปเรียกรถแท็กซี่ Taxi ในญี่ปุ่น ที่นักเดินทางต้องมีติดเครื่อง
กำลังวางแผนไป เที่ยวญี่ปุ่น กันอยู่ใช่มั้ย นอกจากการเดินทางด้วยรถไฟ และรถบัสแล้ว การเรียกรถผ่านแอปก็เป็นอีกทางเลือกที่สะดวกรวดเร็วมากๆ วันนี้เรารวบรวม 5 แอปเรียกรถแท็กซี่ในญี่ปุ่น 🚖 ที่ใช้งานง่าย และเหมาะกับนักเดินทางทุกคนมาให้แล้ว ✨ 5 แอปเรียกรถแท็กซี่ Taxi ในญี่ปุ่นนักเดินทางต้องมีติดเครื่อง 1. DiDiแอปเรียกรถที่ใช้ง่าย รองรับหลายภาษา DiDi เป็นแอปเรียกรถจากจีนที่เริ่มให้บริการในญี่ปุ่นมาตั้งแต่ปี 2018 และได้รับความนิยมในหลายเมือง เช่น โตเกียว โอซาก้า ฟุกุโอกะ และซัปโปโร 🏙️ สามารถเลือกชำระเงินได้ทั้งบัตรเครดิต เดบิต และ PayPay หรือจะจ่ายเงินสดกับคนขับก็ได้เช่นกัน 2. GO Taxiเรียกแท็กซี่ได้ในกว่า 44 จังหวัดทั่วญี่ปุ่น GO Taxi เป็นแอปแท็กซี่ที่มีเครือข่ายใหญ่มากในญี่ปุ่น ครอบคลุมถึง 44 จังหวัด จุดเด่นของแอปนี้คือสามารถจองแท็กซี่ล่วงหน้าได้ และมีฟีเจอร์ AI ช่วยหาแท็กซี่ที่อยู่ใกล้ที่สุดภายใน 15 นาที การชำระเงินสามารถทำผ่านบัตรเครดิต 💳 หรือเลือกจ่ายเงินสดกับคนขับก็ได้ 3. NearMeบริการแชร์แท็กซี่ไปสนามบิน สะดวกและคุ้มค่า NearMe เป็นแอปที่เหมาะกับคนที่ต้องการเดินทางจากสนามบินไปยังตัวเมือง (หรือกลับกัน) โดยจะมีบริการ NearMe Airport ซึ่งเป็นรถแชร์แท็กซี่ ช่วยให้คุณเดินทางแบบสะดวก และประหยัดขึ้น 💸 เพียงแค่จองรถผ่านแอปหรือเว็บไซต์ จากนั้นรถจะมารับถึงที่พัก และพาไปส่งที่สนามบิน ราคาจะถูกกว่าการนั่งแท็กซี่เดี่ยวๆ และสามารถจ่ายผ่านบัตรเครดิตได้ 4. inDriveตั้งราคาค่าโดยสารเองได้! inDrive เป็นแอปที่ให้คุณตั้งราคา หรือต่อรองราคาค่าโดยสารเองได้! แล้วให้คนขับเลือกรับงาน ถ้าคนขับพอใจกับราคาที่คุณเสนอ ก็สามารถเดินทางได้เลย 🚗💨 ถือเป็นแอปที่ให้อิสระกับผู้โดยสารและคนขับมากๆ รองรับทั้งการชำระเงินแบบเงินสด และบัตรเครดิต 5. Uberแอปเรียกรถยอดนิยมระดับโลก แน่นอนว่าถ้าพูดถึงแอปเรียกรถ Uber ต้องติดโผ! Uber ให้บริการในเมืองหลักของญี่ปุ่น ทั้งโตเกียว โอซาก้า นาโกย่า และฟุกุโอกะ แอปใช้งานง่าย เพียงแค่ลงทะเบียนด้วยอีเมล และเบอร์โทรศัพท์📩📱 เลือกจุดรับและจุดหมาย แล้วกดเรียกรถได้เลย รองรับบัตรเครดิตเป็นหลัก และสามารถเลือกจ่ายเงินสดในบางพื้นที่ จุดเด่นคือรองรับมากกว่า 30 ภาษา ทำให้สะดวกสุดๆ สำหรับนักเดินทางจากทั่วโลก 📌 Tips: อย่าลืมเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก่อนเรียกรถ 📶 และตรวจสอบวิธีการชำระเงินให้แน่ใจ 💳💡 ====================
ทราเวล ทิปส์ • 12 มี.ค. 68
อ่าน
"COM7" ปี 68 เดินหน้า Diversify รุกพลังงานสะอาด-Cloud-Solar-Taxi EV
#ทันหุ้น - COM7 ประกาศผลงานปี 67 All Time High ทั้งรายได้และกำไร พร้อมตั้งเป้าปี 68 รายได้โตอีก 10% รุกตลาด Cloud Service และจับมือ TAKO Cleantech พันธมิตรที่แข็งแกร่งในตลาด Solar รองรับความต้องการโซลูชันด้านพลังงานสะอาดให้กับผู้บริโภค นอกจากนี้ เปิดฉากรุกธุรกิจ TAXI EV ตอกย้ำแผน Diversify ธุรกิจผ่านบริษัทในกลุ่ม เติบโตไปกับเมกะเทรนด์ของโลกนายสุระ คณิตทวีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) (COM7) ผู้นำธุรกิจค้าปลีกสินค้าเทคโนโลยีรายใหญ่ของประเทศ เปิดเผยว่า ในปี 2567 ภาพรวมผลการดำเนินงานที่ออกมาเป็นที่น่าพอใจ และเป็นปีที่ทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท (All Time High) ทั้งในแง่ของรายได้และกำไร พร้อมตั้งเป้าปี 2568 ยังเป็นปีที่สดใส ตั้งเป้ารายได้เติบโตจากปีก่อน 10% พร้อมกับกลยุทธ์ในการ Diversify ธุรกิจ จากปัจจุบันบริษัทในเครือ เริ่มมีผลงานที่ดีขึ้น สร้างการเติบโตในแนวกว้างอย่างแข็งแกร่ง ขณะที่ ทิศทางธุรกิจเดิมยังคงเติบโตต่อเนื่องจากการจำหน่ายสินค้าเทคโนโลยีและสื่อสาร และเป็นรากฐานในการต่อยอด COM7 ในอนาคตทั้งนี้ COM7 เล็งเห็นโอกาสของบริษัทในกลุ่มที่เติบโตไปพร้อมกับเมกะเทรนด์ของโลก โดยเฉพาะธุรกิจ Cloud มีทิศทางที่เติบโตสูงจากตลาดในประเทศไทย Public Cloud Service ประเมินมีมูลค่าตลาดในปี 2568 ประมาณ 67,000 ล้านบาท จากปีก่อน 54,000 ล้านบาท และข่าวดีจาก Amazon Web Services (AWS) เข้ามาลงทุน Data Center ในประเทศไทย สะท้อนภาพรวมตลาด Cloud มีโอกาสขยายตัวสูงกว่า 20% ต่อปี สนับสนุนผู้บริโภคในด้านความสะดวกรวดเร็วของการใช้งาน ความปลอดภัยของข้อมูล รวมทั้ง โซลูชันต่างๆ โดย COM7 เป็นพาร์ทเนอร์กับทาง AWS ร่วมมือกันขยายฟีเจอร์ใหม่ๆ รองรับการเติบโตในตลาดนี้ ให้กับลูกค้ากลุ่ม SME และ Startup และมีการเติบโตในแง่ของลูกค้าเพิ่มขึ้น โดยในปี 2567 สร้างยอดขายประมาณ 70 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 130% และตั้งเป้าปีนี้เติบต่อเนื่องอีกเท่าตัว อีกทั้ง ล่าสุดได้รับรางวัลพาร์ทเนอร์ที่แข็งแกร่งในอาเซียน สะท้อนการขยายตลาดอย่างเข้มข้นนอกจากนี้ COM7 ในฐานะร้านค้าปลีกสินค้าเทคโนโลยี ได้เริ่มเข้ามาขยายผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม Solar Solution ซึ่งเป็นธุรกิจเมกะเทรนด์ และเป็นสินค้าในกลุ่มไฮมาร์จิ้น ในปีที่ผ่านมาจับมือกับพันธมิตรใหม่ เข้าไปถือหุ้นใน บริษัท Tako Cleantech เพื่อขยายตลาดร่วมกัน ผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายในร้านพันธมิตรแบรนด์ชั้นนำของ TAKO รวมถึงกระจายสู่ร้าน BaNANA และ BaNANA Solar ทั่วประเทศ เพื่อตอกย้ำการให้บริการด้าน Solar Solution แบบครบวงจรตั้งแต่การให้คำปรึกษา ออกแบบระบบ การสำรวจ การติดตั้งและการบำรุงรักษา ให้กับกลุ่มลูกค้าที่เป็นบ้านที่อยู่อาศัย (Residential) และกลุ่มธุรกิจ (Commercial) นอกจากนี้ COM7 ยังมีพันธมิตรแบรนด์ชั้นนำตอบโจทย์ผู้บริโภค อาทิ แบรนด์ Huawei และ Energy Lib เป็นต้น สำหรับไฮไลท์ใหม่ในปี 2568 ล่าสุด ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ อนุมัติให้ COM7 HOLDING ซึ่งเป็นบริษัท ย่อยของ COM7 เข้าซื้อหุ้น 99.99% ใน บริษัท อีวีเซเว่น จำกัด (EV7) ดำเนินธุรกิจให้บริการเช่าใช้ เช่าซื้อ รถยนต์ไฟฟ้า เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง โดยมีฐานลูกค้าทั้งในภาครัฐ เอกชน สหกรณ์แท็กซี่ และบุคคลธรรมดาทั่วไป เพื่อขยายการลงทุนในธุรกิจที่สามารถต่อยอดธุรกิจการจําหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าของกลุ่มบริษัทนับเป็นการต่อยอดจากธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า โดยบริษัท โกลด์ อินทิเกรท จำกัด บริษัทร่วมทุนในกลุ่ม COM7 จากการจัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าเเบรนด์ GAC AION ไปสู่ตลาด TAXI EV จากการเห็นโอกาสในประเทศไทยมี TAXI ในกรุงเทพฯ ประมาณ 80,000 คัน และเป็น TAXI EV เพียงประมาณ 10% ซึ่งจะมี TAXI ที่หมดอายุประมาณ 30,000 - 40,000 คันในปีนี้ ดังนั้น เป็นโอกาสในการเสนอ TAXI EV ด้วยความคุ้มค่าที่มากขึ้น สอดรับเทรนด์การใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ในการเลือกใช้รถไฟฟ้าช่วยลดมลพิษในกรุงเทพฯ จึงมองว่า นี่จะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่สามารถเติบโต ด้วย Market Size ที่ใหญ่ พร้อมกับทำให้สังคมดีขึ้นไปพร้อมกันนายสุระ กล่าวอีกว่า VISION ของเราปีนี้ เราไม่ได้หยุดแค่ร้านค้าปลีกสินค้าเทคโนโลยี แต่ต่อยอดจากความแข็งแกร่งไปสู่โอกาสใหม่ๆ ผ่านบริษัทในกลุ่มที่จัดตั้งขึ้น และเริ่มทำผลงาน ส่วนใหญ่ทำกำไรเข้ามาสนับสนุน และยังมีบางบริษัทที่ยังสร้างผลงานได้ไม่เต็มที่ ซึ่งมี 3 บริษัทย่อยที่ยังมีผลขาดทุน อาทิ ธุรกิจร้านขายยา Dr.Pharma ธุรกิจร้านอาหารสัตว์ PetPaw ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า AION โดยเล็งเห็นโอกาสในปี 2568 มีแนวโน้มที่ดีขึ้น ตอกย้ำแผน Diversify ธุรกิจ ไปช้าๆ แต่มั่นคงแข็งแรงนายถกล นิยมไทย นักลงทุนสัมพันธ์ COM7 กล่าวเสริมถึง ความร่วมมือกับ True เป็นพันธมิตรในการขยายตลาดร่วมกัน มองว่ายังมีโอกาสที่ดี จากการบริหาร True Shop และการขยายฐานลูกค้าใหม่เข้ามาใช้ 5G ที่ True มากขึ้น ด้านประกันภายใต้แบรนด์ iCare insurance ปีที่ผ่านมามีรายได้อยู่ที่ 734 ล้านบาท กำไรสุทธิประมาณ 40 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ตามสัญญาประกันต่อเนื่องในปี 2568 และมีทิศทางที่ดี จากเดิมพอร์ตประกันจำกัดแค่สมาร์ทโฟน เราเริ่มขยายไปยังกลุ่มสุขภาพ กลุ่มรถยนต์ อย่างไรก็ดี ประกันที่เราไม่เชี่ยวชาญ เราจะไม่โฟกัส เพื่อบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้ง เตรียมออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ในชื่อ 7Care จากการร่วมกับสินค้ากลุ่ม Apple และ iCare ตอบโจทย์ลูกค้าในประเทศไทย และสิทธิพิเศษที่ลูกค้าได้รับมากขึ้นหากซื้อสินค้า IOS พร้อมความคุ้มครอง 7Careนอกจากนี้ สินเชื่อ UFUND มีทิศทางที่ดี ในช่วงปี 2564 - 2566 เป็นช่วงทดลองตลาด เริ่มปล่อยสินเชื่อไปที่ประมาณ 28,000 - 29,000 ธุรกรรม (IOS) และปี 2567 มีการปล่อยสินเชื่อถึง 80,000 ธุรกรรม (IOS) เติบโต 2-3 เท่า คิดเป็นยอดปล่อยสินเชื่อพันกว่าล้านบาท สนับสนุนรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น โดยเฉลี่ย NPL ต่ำกว่าเกณฑ์ เพราะเราเริ่มเข้าใจพฤติกรรมลูกค้า ประกอบกับ ขยายไปยังกลุ่มลูกค้าทั่วไป (สัดส่วนประมาณ 30%) นอกเหนือจากกลุ่มนักศึกษา (สัดส่วนประมาณ 70%) ด้วยดอกเบี้ยที่มีความเหมาะสม วันนี้ COM7 ยังขยายไปตลาด Android เพิ่มเติม เนื่องจากมีจำนวนตลาดที่ใหญ่ ทั้งนี้ ภาพรวมผลประกอบการปี 2567 COM7 มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 79,074.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.7% จากปีที่ผ่านมา กำไรขั้นต้น 10,475.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.8% กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 3,307.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.7% จากการเติบโตของสินค้าเทคโนโลยี โดยเฉพาะกลุ่มสมาร์ทโฟน ทั้งระบบปฏิบัติการ IOS และ Android รวมถึงการมาของเทคโนโลยี AI เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ผลิตแบรนด์ชั้นนำอัปเกรดสินค้าสอดรับเทรนด์ใหม่ๆ ผ่านช่องทางการจำหน่าย 1,312 สาขาทั่วประเทศ (ไม่รวมแฟรนไชส์พาร์ทเนอร์) และปรับกลยุทธ์ปิดสาขาที่ไม่มีศักยภาพในการทำกำไร ทั้งนี้ COM7 มีแผนเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่องในปีนี้อีกประมาณ 100 - 150 สาขา คาดสิ้นปี 2568 มีจำนวน 1,400 สาขา เรายังเห็นโอกาสจากการเปิดสาขาในทำเลที่มีศักยภาพ
ทันหุ้น • 27 ก.พ. 68
อ่าน
ภาษีขั้นต่ำทั่วโลก (Global Minimum Tax - GMT) ไม่เป็นบวกต่อ SET บางบจ.ต้องเสียภาษีอัตราใหม่
#GMT #ทันหุ้น - บทวิเคราะห์ โดย บล.กสิกรไทย บล.กสิกรไทยจัดการประชุม KS Expert-Series ผ่านระบบ conference call ในหัวข้อ "Global Minimum Tax" (GMT) โดยมีผู้จัดการกองทุนในประเทศกว่า 80 รายเข้าร่วม ประเด็นสำคัญไม่เป็นบวกต่อ SET เพราะบริษัทบางแห่งจะต้องเสียภาษีที่แท้จริงในอัตราใหม่ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เงินอุดหนุนที่อาจจะได้รับนั้นน่าจะมาเร็วที่สุดในปี 2571 ดังนั้น เราจึงไม่คาดว่าจะมี upside ต่อประมาณการกำไรในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า Investment Topics เหตุการณ์สำคัญ เมื่อวันที่ 28 ม.ค. เราจัดการประชุม KS Expert-Series ผ่านระบบ conference call ในหัวข้อ Global Minimum Tax (GMT) หรือ อัตราภาษีขั้นต่ำทั่วโลก โดยมีวิทยากรหลักจากบริษัท EY ประเทศไทย 3 ท่าน ได้แก่ คุณเกษม เกียรติเสรีกุล หุ้นส่วนและหัวหน้าสายงานบริการด้านภาษีอากร คุณชินุมา ฮึกหาญ หุ้นส่วนสายงานบริการด้านภาษี และคุณเนาวรัตน์ เดชกูลพรศิริ หุ้นส่วนสายงานตรวจสอบและทีปรึกษาด้านบัญชี โดยงานนี้มีผู้จัดการกองทุนในประเทศเข้าร่วมกว่า 80 ราย ประเด็นสำคัญจากการประชุมครั้งนี้ค่อนข้างเป็นไปในทางลบต่อกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กหรอนิกส์ และ SET โดยรวม ภาพรวมของ Global Minimum Tax ภายใต้ Pilar 2 ของมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศ (Global Anti-Base Erosion Model Rules หรือ GloBE) โดย GMT มีจุดประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทข้ามชาติโอนผลกำไรไปยังประเทศที่มีเขตอำนาจภาษีต่ำข้อตกลงนี้ได้รับความเห็นชอบจากกว่า 140 ประเทศทั่วโลก ซึ่งหลายประเทศโดยเฉพาะในยุโรปได้นำไปบังคับใช้แล้วในปี 2567 ขณะที่ประเทศไทยและอีกหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะนำไปบังคับใช่ในปี 2568 ใครจะได้รับผลกระทบจาก Global Minimum Tax Pillar 2 ขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) กำหนดให้บริษัทข้ามชาติ (MNE) ที่อยู่ภายใต้ขอบเขตของกฎเกณฑ์ต้องจ่ายภาษีเพิ่มเติมเกิน 15% โดยขอบเขตดังกล่าวรวมถึง 1) บริษัทนั้นเป็น MNE หรือไม่ 2) รายได้รวมประจำปีเกิน 750 ล้านยูโรใน 2 ปี จาก 4 ปีที่ผ่านมาหรือไม่ 3) อัตราภาษีที่แท้จริงของ MNE ในแต่ละประเทศที่ดำเนินธุรกิจเกิน 15% หรือไม่หากบริษัทอยู่ภายใต้ Pillar 2 บริษัทนั้นและบริษัทในเครือในแต่ละประเทศจะต้องจ่ายภาษีเพิ่มเติมเพื่อให้เป็นไปตามอัตราภาษีขั้นต่ำที่ 15% กรอบเวลาและผลกระทบประเทศไทยได้ประกาศใช้ร่างพระราชบัญญัติภาษีส่วนเพิ่ม (Top-up Tax) ตั้งแต่เดือน ธ.ค.2567 โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือน ม.ค.2568 แม้ว่ารัฐบาลจะให้เวลา 18 เดือนในการยื่นแบบภาษีหลังสิ้นปี แต่บริษัทต่างๆ จะต้องเสียภาษีเพิ่มเติมในปีงบประมาณ ดังนั้น เราคาดว่าบริษัทบางแห่งในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะต้องแบกรับอัตราภาษีที่แท้จริงที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 1/2568 เป็นต้นไป ซึ่งรวมถึง DELTA อย่างไรก็ตาม ในการคำนวณภาษี Top-up Tax นั้น อาจถูกหักบางส่วนจากค่าใช้จ่ายบุคลากรและสินทรัพย์ระยะยาว โดยอัตราภาษีที่แท้จริงใหม่สำหรับบริษัทที่จ่ายภาษีต่ำกว่าขั้นต่ำในปัจจุบันอาจต่ำกว่า 15% หรือสูงกว่า 15% ขึ้นอยู่กับโครงสร้างของบริษัทในเครือและประเทศในเขตอำนาจภาษี การชดเชยและการสนับสนุน วิทยากรที่มาในงานนี้เน้นว่า Top-Up Tax จำนวน 50-70% จะถูกจัดสรรให้กับกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน (กองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน) ซึ่งจะพิจารณาให้เงินช่วยเหลือแก่ผู้ลงทุนที่มีคุณสมบัติเหมาะสม โดยขึ้นอยู่กับการลงทุนที่จะส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันและการลงทุนระยะยาวของประเทศไทย อย่างไรก็ตาม การชดเชยดังกล่าวไม่น่าจะเกิดขึ้นภายใน 2-3 ปีข้างหน้า โดยมีแนวโน้มว่าปี 2571 จะเป็นกรอบเวลาที่เร็วที่สุด ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น วิทยากรระบุว่าอาจมีความเสี่ยงจากข้อบังคับภาษีใหม่นี้ หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ประกาศว่าสหรัฐฯ จะถอนตัวจากข้อตกลงดังกล่าวขณะที่จีนยังไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินการตามข้อตกลงนี้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประเทศอื่นๆ
ทันหุ้น • 29 ม.ค. 68
อ่าน
โบรกฯ ส่องผลกระทบGLOBAL MINIMUM TAX ต่อ 9 หุ้นนำโดย DELTA-GULF-TU
#ทันหุ้น-ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส ระบุว่า บประเด็นเกี่ยวกับการปฏิรูปภาษีนิติบุคคลในไทย เพื่อให้สอดคล้องกับเกณฑ์ขององค์กรเพื่อความร่วมมือ และการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ด้วยมาตรการ PILLAR 2 จัดเก็บภาษีเพิ่มเติมจากบริษัทที่เข้าเกณฑ์ตามมาตรการต้องเสียภาษีขั้นต่ำ(GLOBAL MINIMUM TAX) ในอัตรา 15% เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยมีผลตั้งแต่ 1 ม.ค. 2568 เป็นต้นไปนั้น ฝ่ายวิจัยสรุปบริษัทที่จดทะเบียนในตลท.ที่ศึกษา และมีฐานรายได้เข้าเกณฑ์มากกว่า 2.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะมีบริษัทที่อาจจะได้รับผลกระทบบ้าง อย่างไรก็ตามพบว่าส่วนใหญ่ที่ EFFECTIVE TAX RATE ต่ ากว่า 15% เป็นเพราะการได้รับ BOIของธุรกิจในประเทศ ซึ่งน่าจะมีแนวทางแก้ไข หรือ ลดผลกระทบ DELTA - ในช่วง 9 เดือนแรกปี 2567 ที่ผ่านมา DELTA มีรายได้รวม 1.6 แสนล้านบาท และจ่ายภาษีที่อัตรา 2.4% เพราะได้รับการสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI และมีโรงงานหลักอยู่ในไทยที่กำลังจะเข้า OECD ซึ่งหากต้องปรับไปใช้ภาษี 15% ตามเกณฑ์ของ OECD จะทำให้ภาษีจ่ายจะเพิ่มขึ้น 12% - 13% อย่างไรก็ตามเชื่อว่าจะได้รับการเยียวยา BOI นอกจากนี ฝ่ายวิจัยได้ประเมินผลการดำเนินงานและมูลค่าหุ้น DELTA อย่างอนุรักษ์นิยม โดยกำหนดให้จ่ายอัตราภาษีที่ 15% ตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไปในประมาณการแล้ว TU - ปี 2566 รายได้ทั้งกลุ่มอยู่ที่ 1.36 แสนล้านบาท และ 9 เดือนแรกปี 2567 รวม 1.03 แสนล้านบาท ขณะที่ทั้งกลุ่มเสียภาษี หรือ (EFFECTIVE TAX RATE) 9 เดือนแรกปี 2567 อยู่ที่ 7.6% ต่ำกว่า GMT ที่ 15% ส่วนหนึ่งเป็นเพราะได้สิทธิทางภาษีBOI ในไทย ทำให้ภาษีธุรกิจในไทยอยู่ระดับต่ำ ทั้งนี้ จากการสอบถามข้อมูลกับทางบริษัทเบื้องต้น แจ้งว่าตอนนี้อยู่ระหว่างประเมินผลกระทบ และรอความชัดเจนของภาครัฐ รวมถึงแนวทางการช่วยเหลือของ BOI ก่อน อย่างไรก็ดีหากประเมินผลกระทบภายใต้กรณีภาษีขึ้นเป็น 15% และองค์ประกอบอื่นคงที่ในปี 2568 (จากสมมติฐานของฝ่ายวิจัยกำหนดอัตราภาษีในประมาณการระดับ 7%) คาดส่งผลให้กำไรปี 2568 ลดลงราว 10% GULF - มีการลงทุนในกลุ่มประเทศ OECD คือสหรัฐฯ และ เยอรมนีในปี 2566 โดยในงวด 9 เดือนแรกปี 2567 มี EFFECTIVE TAX RATE ที่ 3.1% และ 2.6% ตามลำดับ ซึ่งต่ำกว่า GMT ที่ 15% เบื้องต้นหากปรับปรุงอัตราภาษีใหม่ในปี 2568 ขึ้นมาอยู่ที่ 15% จากประมาณการเดิมที่ 1.3% คาดจะส่งผลให้กำไรสุทธิปี 2568 ลดลงจากเดิมราว 13.4% มาอยู่ที่ 1.9 หมื่นล้านบาท BPP - มีการลงทุนในกลุ่มประเทศ OECD คือสหรัฐฯ โดยปี 2566 และ 9 เดือนแรกปี 2567 มี EFFECTIVE TAX RATE ที่ 5.9% และ 9.5% ตามลำดับ ซึ่งต่ำกว่า GMT ที่ 15% เบื้องต้นหากปรับปรุงอัตราภาษีใหม่ในปี 2568 ขึ้นมาอยู่ที่ 15% จากประมาณการเดิมที่ 6.6% คาดจะส่งผลให้กำไรสุทธิปี 2568 ลดลงจากเดิมราว 9.0% มาอยู่ที่ 3.0 พันล้านบาท EGCO - มีการลงทุนในกลุ่ม OECD คือสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย โดยปี 2566 และ 9 เดือนแรกปี 2567 มี EFFECTIVE TAX RATE ที่ 8.3% และ 14.1% ตามลำดับ เบื้องต้นหากปรับปรุงอัตราภาษีใหม่ในปี 2568 ขึ้นมาอยู่ที่ 15% จากประมาณการเดิมที่ 11.4%คาดจะส่งผลให้กำไรสุทธิปี 2568 ลดลงจากเดิมราว 4.1% มาอยู่ที่ 8.5 พันล้านบาท BGRIM - มีการรับรู้รายได้รวมจากในประเทศไทย และต่างประเทศ เข้าเกณฑ์เกิน 2.6 หมื่นล้านบาท/ปี และมีการลงทุนในประเทศสมาชิก OECD เช่น ญี่ปุ่น สหรัฐฯ เป็นต้นโดยในปี 2566 และ 9 เดือนแรกปี 2567 มี EFFECTIVE TAX RATE ที่ 8.1% และ 16.0% ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ในประมาณการปี 2568 ของฝ่ายวิจัยเบื้องต้นกำหนดสมมติฐานอัตราภาษีของ BGRIM ที่ 7.3% ซึ่งหากปรับปรุงอัตราภาษีใหม่ที่ 15% คาดจะส่งผลกระทบต่อกำไรปี 2568 ให้ลดลง 8.3% จากเดิมมาอยู่ที่ 2.1 พันล้านบาท GPSC - มี EFFECTIVE TAX RATE ปี 2566 และ 9 เดือนแรกปี 2567 ที่ 9.5% และ 1.4%ตามลำดับ อย่างไรก็ตามในประมารการปี 2568 ของฝ่ายวิจัย ได้กำหนดให้มีEFFECTIVE TAX RATE เกินเกณฑ์ 15% แล้ว จึงคาดจะมีผลกระทบจำกัดต่อประมาณการกำไรใน ปัจจุบันของ GPSC RATCH - มี EFFECTIVE TAX RATE ปี 2566 และ 9 เดือนแรกปี 2567 ที่ 13.6% และ 11.6% ตามลำดับ อย่างไรก็ตามในประมารการปี 2568 ของฝ่ายวิจัย ได้กำหนดให้มี EFFECTIVE TAX RATE เกินเกณฑ์ 15% แล้ว จึงคาดจะมีผลกระทบจำกัดต่อประมาณการกำไรในปัจจุบัน RCL - มีการลงทุนในกลุ่มประเทศ OECD คือ มีสำนักงานตัวแทนในเกาหลีใต้ , ปี 2566 และ 9 เดือนแรกปี 2567 มี EFFECTIVE TAX RATE ที่ 7% และ 1.5% ตามลำดับ ซึ่งต่ำกว่า GMT ที่ 15%, เบื้องต้นหากปรับปรุงอัตราภาษีใหม่ในปี 2568 ขึ้นมา อยู่ที่ 15% คาดจะส่งผลให้กำไรสุทธิปี 2568 ลดลงจากเดิมราว 5.5% มาอยู่ที่ 2.69 พันล้านบาท
ทันหุ้น • 3 ม.ค. 68
อ่าน
ขอเคลียร์! “อี๊ด วงฟลาย - ปีเตอร์ - กบ TAXI - แคท” ถูกโปรเกอร์เบี้ยวค่าตัว ช้ำใจโดนใส่ร้ายโยนความผิดให้นักร้อง
ขอเคลียร์! อี๊ด วงฟลาย - ปีเตอร์ - กบ TAXI - แคท ถูกโปรเกอร์เบี้ยวค่าตัว ช้ำใจโดนใส่ร้ายโยนความผิดให้นักร้อง มีโอกาสได้เดินทางไปทัวร์คอนเสิร์ตในแถบยุโรป 5 ประเทศทั้งนอร์เวย์, สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์, เบลเยี่ยม, เยอรมนี นักร้องเสียงดี ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล, อี๊ด วงฟลาย, กบ TAXI และ แคท แคทรียา อิงลิช หลังจากได้ขึ้นโชว์คอนเสิร์ตเสร็จกลับถูกโปรเกอร์เบี้ยวค่าตัว แถมโยนความผิดให้ศิลปินอีกด้วย งานนี้พี่ใหญ่อย่าง อี๊ด วงฟลาย ออกมาเคลียร์ชัดว่า... อี๊ด Fly โกงเงิน 2.1ล้าน/เบี้ยวไม่ขึ้นคอนที่สวิส ขออนุญาตชี้แจงงานที่ยุโรปที่ผ่านมา เพื่อปกป้องพี่น้องศิลปินทุกคนที่เดิน ทางไปด้วยกัน เพื่อไม่อยากให้ความเข้าใจของทุกคนที่รู้ข่าวนี้แพร่กระ จายไปเรื่อยๆ ครับ เรื่องที่เข้าใจกันว่าผมโกงเงิน 2.1 ล้าน ผมก็เลยได้แต่หัวเราะอยู่ในใจ ตั้งแต่เกิดมาในชีวิตที่จำความได้ผมไม่เคยคดโกงใคร ในชาตินี้ผมเลยไม่สร้างกรรมเรื่องนี้เลยแน่นอน น้องชายผมปีเตอร์ คอร์ป ที่ดิวกันไว้กับโบรกเกอร์พอไปถึงก็ไม่มีค่าตัวให้ทั้ง 5 ประเทศ น้องแคท ผีเสื้อสุดสวยของเรา ก็มาร่วมรับความลำบากมาก มายกับการดิวงานที่ไม่ชัดเจนของโบรกเกอร์ ต้องนอนพักกันในรถตู้ระหว่างเดินทางไปเล่นคอนเสิร์ต พี่กบ TAXI น้องรักของผม ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด ซึ่งไม่ได้เบียดเบียนในค่าใช้จ่ายเจ้าภาพหรือโบรกเกอร์ใดๆ เลย ออกค่าตั๋ว ค่าห้องพักอาหารเดินทางเองทั้งหมด แถมพี่กบยังควักเงินส่วนตัวทั้งทริปอีก เพื่อช่วยกันให้งานราบรื่น และยังช่วยทำทุกอย่างให้กับพี่น้องศิลปิน น้องเจ The Sixsenth ออกค่าตั๋วและทุกอย่างเองเพื่ออยากไปเที่ยวกับพี่ๆ เพราะเจกับผมเป็นพี่น้องที่เคยทำงานกับผมมาเป็นเวลา 20 กว่าปีสนิทกันคุยกันได้ทุกเรื่อง ก่อนเดินทางไปยุโรปเราประเมินค่าใช้จ่ายกันว่าหากเงินไม่พอในส่วนวงแบ็คอัพฟอแมทและทีม staff ค่าใช้จ่ายในแต่ละเมืองซึ่งแพงมาก แต่คิดกันว่าไม่เป็นไร เงินค่าตัวของผมทั้งหมดในทริปนี้ 5 ประเทศ จะเอามาเป็นค่าใช้จ่ายให้น้องวงฟอแมทได้ไปเปิดหูเปิดตาในทริปนี้และลงกองกลางทุกค่าใช้จ่าย ในงบค่าตัวที่ผมได้รับทั้งหมด 5 โชว์ การไปในครั้งนี้ยังมีอีกหลายสิ่งที่เป็นปัญหามาก แต่อยากชี้แจงคร่าวๆ แค่นี้พอ เพื่อไม่ให้เข้าใจผิดกันไปใหญ่ครับ อ้อ..มีคนรู้ข่าวเรื่องผมไม่ยอมขึ้นเวทีที่สวิส อยากชี้แจงว่าที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะผมยังไม่ได้รับค่าตัวทั้งหมดของผมทั้ง 5 โชว์ โดยโบรกเกอร์บอกว่า 3 ประเทศหลัง สวิส เบลเยี่ยม เยอรมัน ยังจ่ายเงินไม่ครบ ผู้จัดการเลยไปคุยกับเจ้าภาพที่สวิส เจ้าภาพก็ช็อก!!เพราะเค้าบอกว่าได้โอนเงินมาหมดแล้ว??? ให้โบรกเกอร์ ซึ่งก็เป็นทีมงานซาวด์ในวงฟอแมทนั่นเองครับ ทั้งหมดนี้ผมต้องขอบคุณเพื่อนพี่น้องกัลยาณมิตรทุกประเทศที่ให้ความช่วยเหลือพวกเรามากมายจริงๆ ครับ โดยเฉพาะคุณนาเดีย คุณไซม่อนและน้ององุ่นที่ต้องเสียเวลามากมายพาพวกเราไปพบแฟนเพลงและเจ้าภาพจนครบ 5 ประ เทศครับ ขอบคุณพี่น้องแฟนเพลงและขอบคุณเจ้าภาพทั้ง 5 ประเทศอีกครั้งครับ พวกเราประทับใจและสนุกมากที่ได้เจอทุกคนครับ ด้านน้องเล็กสุดอย่าง ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล ออกมาเคลียร์อีกคนว่า... ขอเคลียร์!!! สำหรับการทัวร์คอนเสิร์ตในยุโรปที่เพิ่งผ่านมาต้องขอขอบคุณแฟนเพลงและผู้จัดทุกประเทศ นอร์เวย์ - สวีเดน - สวิตเซอร์แลนด์ -เบลเยียม -เยอรมัน ในส่วนของคอนเสิร์ตบอกเลยว่าสนุกมากๆ และผมมีความสุขที่มีโอกาสได้ออกไปเจอทุกคนครับ แต่ในส่วนของการบริหารจัดการเบื้องหลังของโบรกเกอร์หนุ่ยบอกเลยว่าเละมาก ทีแรกก็ว่าจะปล่อยผ่านแต่มารู้ว่ามีการใส่ร้ายด่าลับหลังโยนความผิดให้ทั้งผมและศิลปินคนอื่นในทีม เพราะฉะนั้นขอเคลียร์ตรงนี้เลยว่าที่ทัวร์คอนเสิร์ตทั้งหมดห้าประเทศผมไม่ได้รับค่าตัวเลย!!! ทั้งที่ตกลงทุกอย่างไว้ล่วงหน้า ตามหลักการปกติแล้วต้องรับค่าตัวครบก่อนเดินทาง แต่นี่เห็นว่าเป็นน้องก็ไม่ได้คิดอะไรมากไว้ใจกันอยู่แล้ว แต่มาแจ้งผมตอนไปถึงนอร์เวย์ว่าไม่มีค่าตัวแล้วผมควรจะทำยังไง จริงๆ แล้วผมมีสิทธิ์เดินทางกลับทันทีโดยที่ผมไม่ผิดเลยนะ แต่มีการ promote โปสเตอร์คอนเสิร์ตไปแล้ว แฟนเพลงรอเจอและซื้อบัตรแล้ว ผู้จัดก็ลงทุนไปเยอะแล้ว ด้วยความเห็นใจและด้วยสปิริตทำนักร้องผมก็ต้องเดินหน้าต่อและผมก็ทำงานเต็มที่ นอกจากนี้ยังต้องช่วยออกค่าใช้จ่ายให้กับทีมอีกต่างหาก ตั๋วเครื่องบินที่คุณต้องรับผิดชอบผมก็ซื้อเอง นอกจากนี้ยังมีปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างเดินทางอีกมาก มายซึ่งคุณรู้ดี เวลาคุณไปพูดสื่อสารกับคนอื่นรบกวนพูดความจริงด้วย อย่ามัวแต่โกหกเอาตัวรอดด้วยการโทษศิลปิน ผมคงไม่ปล่อยให้ตัวเองและเพื่อนๆ ศิลปินเสียชื่อเสียงด้วยคำโกหกของคุณ พวกเราทุ่มเทให้คุณเต็มที่แล้วก็รบกวนให้เกียรติกันหน่อยครับ ขอบคุณพี่เอที่ช่วยทุกอย่างแก้ปัญหาทุกเรื่องให้พวกเราด้วย อะไรก็ได้ ได้อะไร ในขณะที่ กบ TAXI ได้รีโพสต์ข้อความของ อี๊ด วงฟลาย เป็นการยืนยันว่าข้องความทั้งหมดเป็นความจริง
ดาราเดลี่บันเทิง • 9 ก.ย. 67
อ่าน
Tesla เตรียมเปิดตัว Robotaxi ในวันที่ 10 ตุลาคมนี้โดยใช้สตูดิโอวอร์เนอร์บราเธอส์
วันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา บริษัท เทสลา (Tesla) ประกาศเตรียมเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด โรโบแท็กซี่ (Robotaxi) โดยใช้สตูดิโอของบริษัท วอร์เนอร์บราเธอส์ (Warner Bros.) ในเมืองเบอร์แบงก์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ในวันที่ 10 ตุลาคมนี้เนื่องจากบริษัท วอร์เนอร์บราเธอส์ (Warner Bros.) เป็นผู้นำด้านการถ่ายทำภาพยนตร์ทำให้การเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้า Robotaxi ในครั้งนี้ถูกจับตามองว่าอาจมีลูกเล่นพิเศษใหม่ ๆ และแตกต่างจากการใช้โรงงาน Giga Texas และศูนย์ดิไซน์รถยนต์ Tesla Design Studio ของบริษัท เทสลา (Tesla) ในแบบครั้งที่ผ่าน ๆ มานอกจากนี้ยังมีการวิเคราะห์ว่าตำแหน่งที่ตั้งของสตูดิโออยู่ในย่านชานเมือง และมีบ้านเรือนกระจายอยู่กลางเมืองเล็ก ๆ อาจทำให้เหมาะสำหรับการสาธิตการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ Robotaxi ที่สามารถขับไปรับถึงหน้าบ้านผู้เข้าร่วมงานสำหรับรายละเอียดของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ Robotaxi ยังคงถูกเก็บเป็นความลับเช่นเดียวกัน โดยคาดว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของรูปแบบรถยนต์แบบไม่มีพวงมาลัยและแป้นเหยียบคันเร่ง ต้นแบบรถยนต์ที่เปิดประตูไปสู่ยุคใหม่ของการขนส่ง รวมไปถึงความสามารถอื่น ๆ เช่นเซนเซอร์และปัญญาประดิษฐ์ AI ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ อาจรวมถึงการปรับปรุงฮาร์ดแวร์บางส่วนที่ยังไม่ได้เปิดเผย เช่น การติดตั้งเทคโนโลยี LIDAR หรือ เทคโนโลยีที่ใช้แสงเลเซอร์ในการวัดระยะทางถึงเป้าหมายมาใช้กับยานยนต์ Robotaxi การควบคุมและบังคับรถยนต์ให้ขับเคลื่อนแบบอัตโนมัติหลากหลายรูปแบบระบบความบันเทิงภายในรถยนต์ โดยผู้โดยสารจะได้รับประสบการณ์ใหม่ ๆ สามารถโต้ตอบกับรถยนต์ นอกจากนี้ ความปลอดภัยยังคงเป็นสิ่งสำคัญ ด้วยการปรับปรุงตัวรถยนต์ให้รองรับมาตรฐานความปลอดภัยของรถยนต์ที่ขับเคลื่อนแบบอัตโนมัติอย่างไรก็ตาม รูปแบบของงาน และข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ Robotaxi ในตอนนี้ยังคงถูกเก็บเป็นความลับ และต้องรอการเปิดเผยอย่างเป็นทางการภายในงานดังกล่าวที่มาของข้อมูล Torquenews.com, electrek.co
TNN ช่อง16 • 2 ก.ย. 67
อ่าน
ญี่ปุ่นเตรียมปลดลิมิต Tax Free ช้อปปิ้งปลอดภาษีเกิน 500,000 เยนต่อวันได้แล้ว
คนไทยสายช้อปมีเฮ เพราะทางสำนักงานการท่องเที่ยวญี่ปุ่นกำลังพิจารณา ปลดลิมิต Tax Free ยกเลิกการจำกัดมูลค่าการซื้อสินค้าปลอดภาษีที่ 500,000 เยน สำหรับสินค้าบริโภค เช่น เครื่องสำอาง แอลกอฮอล์ อาหาร และยา โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนญี่ปุ่น StreetVJ / Shutterstock.com ญี่ปุ่นเตรียมปลดลิมิต Tax Free ช้อปปิ้งปลอดภาษีเกิน 500,000 เยนต่อวันได้ ในข้อเสนอการปฏิรูปภาษีสำหรับปีงบประมาณ 2025 สำนักงานการท่องเที่ยวยังได้เสนอให้ยกเลิกข้อกำหนดที่สินค้าปลอดภาษีต้องถูกบรรจุ และปิดผนึกในถุง ซึ่งเป็นกฎที่ถูกนำมาใช้เพื่อป้องกันการบริโภคหรือการขายต่อสินค้าก่อนออกจากญี่ปุ่น โดยจะถูกเปลี่ยนไปใช้ระบบที่คืนภาษีให้หลังจากยืนยันว่าผู้เดินทางยังคงมีสินค้าดังกล่าวติดตัวเมื่อออกจากญี่ปุ่น ซึ่งก็น่าจะยังคงความสะดวกสำหรับนักเดินทางเหมือนเดิม สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ซื้อสินค้ามูลค่ารวมตั้งแต่ 5,000 เยนขึ้นไป และตั้งใจจะนำกลับไปใช้ในประเทศของตน จะได้รับการยกเว้นภาษีการบริโภคในญี่ปุ่นด้วย ทางสำนักงานการท่องเที่ยวเห็นว่าขีดจำกัดการซื้อสินค้าบริโภคที่ 500,000 เยนต่อร้านในปัจจุบันนั้นต่ำเกินไป เมื่อพิจารณาถึงความต้องการสินค้าระดับไฮเอนด์ เช่น แอลกอฮอล์ และเครื่องสำอาง ซึ่งสินค้าประเภทคงทน เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเสื้อผ้าจะไม่มีการจำกัดมูลค่าการซื้อแบบนี้ ข้อมูล : Japan mulls removing tax-free limit on consumable goods purchases - Japan Today ====================
ทราเวล ทิปส์ • 31 ส.ค. 67
ดูเพิ่มเติม