รีเซต

ผลการค้นหา “#msipromax” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
เมจิ นมพาสเจอร์ไรส์ ปราศจากน้ำตาลแลคโตส ไขมัน 0% 946 มล. ลดจัดหนัก ใช้ 1 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

เมจิ นมพาสเจอร์ไรส์ ปราศจากน้ำตาลแลคโตส ไขมัน 0% 946 มล. ลดจัดหนัก ใช้ 1 ทรูพอยท์

ประหยัด ฿6ที่ ลดจัดหนักสุขจัดเต็ม@แม็คโคร V03 ประหยัด 6.- เมจิ นมพาสเจอร์ไรส์ ปราศจากน้ำตาลแลคโตส ไขมัน 0% 946 มล. (894302) เพียง 70.- ปกติ 76.- ใช้ทรูพอยท์ 1 คะแนน เงื่อนไขกิจกรรม1) ระยะเวลาร่วมกิจกรรม ตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม - 1 กันยายน 25692) ในแต่ละรอบของสินค้า ลูกค้า 1 ท่าน [บัญชีทรูไอดี] จะสามารถใช้สิทธิ์ทรูพอยท์ 1 คะแนน แลกรับคูปองส่วนลดสินค้าที่ร่วมรายการได้ สูงสุด 5 ชิ้น ต่อวัน ต่อสินค้า (แลกได้ทุกสินค้าที่ร่วมรายการในรอบที่กำหนด)3) กรุณาแสดงคูปองที่ได้จากการกดรับสิทธิ์ที่แคชเชียร์ก่อนชำระเงินทุกครั้ง4) สิทธิพิเศษนี้ สามารถใช้ได้ที่แม็คโคร สาขาที่ร่วมรายการเท่านั้น5) ผู้ใช้บริการใช้คูปองส่วนลด บวกเงินเพื่อชำระค่าสินค้า ณ เคาน์เตอร์ชำระเงินแม็คโครสาขาที่ร่วมรายการ6) สินค้ามีจำนวนจำกัด และมีจำนวนแตกต่างไปตามแต่ละสาขา7) คูปองใช้ได้ในระยะเวลาที่กำหนด หากเกินกำหนดไม่สามารถขอคืนทรูพอยท์หรือเปลี่ยนเป็นเงินได้ทุกกรณี8) บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการส่งเสริมการขายโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าในกรณีเกิดความผิดพลาดจากระบบทางเทคนิค สินค้าขาด หรือสินค้าหมดก่อนกำหนด9) หากลูกค้ากดแลกสิทธิ์แล้ว ขอสงวนสิทธิ์การคืนทรูพอยท์ทุกกรณี10) บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการจัด ดำเนินการ ปรับ เปลี่ยน กำหนดการแผนการใด ๆ ภายใต้รายละเอียดข้างต้น ได้ตามที่บริษัทเห็นสมควรโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า11) การตัดสินของบริษัทถือเป็นที่สิ้นสุดและยุติ12) หมดเขตแลก และใช้คูปองบนมือถือ 1 กันยายน 2569 เท่านั้น

บุชเชอร์ ชิกเก้นมิกซ์ซอสเซจ 432 กรัม ลดจัดหนัก ใช้ 1 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

บุชเชอร์ ชิกเก้นมิกซ์ซอสเซจ 432 กรัม ลดจัดหนัก ใช้ 1 ทรูพอยท์

ประหยัด ฿10 ที่ ลดจัดหนักสุขจัดเต็ม@แม็คโคร V03 ประหยัด 10.- บุชเชอร์ ชิกเก้นมิกซ์ซอสเซจ 432 กรัม (364443) เพียง 115.- ปกติ 125.- ใช้ทรูพอยท์ 1 คะแนน เงื่อนไขกิจกรรม1) ระยะเวลาร่วมกิจกรรม ตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม - 1 กันยายน 25692) ในแต่ละรอบของสินค้า ลูกค้า 1 ท่าน [บัญชีทรูไอดี] จะสามารถใช้สิทธิ์ทรูพอยท์ 1 คะแนน แลกรับคูปองส่วนลดสินค้าที่ร่วมรายการได้ สูงสุด 5 ชิ้น ต่อวัน ต่อสินค้า (แลกได้ทุกสินค้าที่ร่วมรายการในรอบที่กำหนด)3) กรุณาแสดงคูปองที่ได้จากการกดรับสิทธิ์ที่แคชเชียร์ก่อนชำระเงินทุกครั้ง4) สิทธิพิเศษนี้ สามารถใช้ได้ที่แม็คโคร สาขาที่ร่วมรายการเท่านั้น5) ผู้ใช้บริการใช้คูปองส่วนลด บวกเงินเพื่อชำระค่าสินค้า ณ เคาน์เตอร์ชำระเงินแม็คโครสาขาที่ร่วมรายการ6) สินค้ามีจำนวนจำกัด และมีจำนวนแตกต่างไปตามแต่ละสาขา7) คูปองใช้ได้ในระยะเวลาที่กำหนด หากเกินกำหนดไม่สามารถขอคืนทรูพอยท์หรือเปลี่ยนเป็นเงินได้ทุกกรณี8) บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการส่งเสริมการขายโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าในกรณีเกิดความผิดพลาดจากระบบทางเทคนิค สินค้าขาด หรือสินค้าหมดก่อนกำหนด9) หากลูกค้ากดแลกสิทธิ์แล้ว ขอสงวนสิทธิ์การคืนทรูพอยท์ทุกกรณี10) บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการจัด ดำเนินการ ปรับ เปลี่ยน กำหนดการแผนการใด ๆ ภายใต้รายละเอียดข้างต้น ได้ตามที่บริษัทเห็นสมควรโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า11) การตัดสินของบริษัทถือเป็นที่สิ้นสุดและยุติ12) หมดเขตแลก และใช้คูปองบนมือถือ 1 กันยายน 2569 เท่านั้น

HMPRO โบรกปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” เป้า 7.50 บาท กำไร 2Q69 โตครั้งแรกในรอบ 6 ไตรมาส
อ่าน

HMPRO โบรกปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” เป้า 7.50 บาท กำไร 2Q69 โตครั้งแรกในรอบ 6 ไตรมาส

#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #SET #HMPRO โบรกปรับคำแนะนำเป็น "ซื้อ" เป้า 7.50 บาท กำไร 2Q69 โตครั้งแรกในรอบ 6 ไตรมาสบริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (HMPRO) ถูกบริษัทหลักทรัพย์ พาย ปรับคำแนะนำขึ้นจาก "ถือ" เป็น "ซื้อ" พร้อมปรับราคาเป้าหมายปี 2569 ขึ้นเป็น 7.50 บาท จากเดิม 6.90 บาท หลังมองว่ากำไรผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และจะกลับมาเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนได้อย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังปี 2569 โดยมีแรงหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นตามสัดส่วนการขายสินค้า House Brands (Private Label) ที่เพิ่มขึ้น และพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาเลือกสินค้าราคาคุ้มค่ามากขึ้นฝ่ายวิจัยคาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 1.57 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% YoY และ 12% QoQ ถือเป็นการกลับมาเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ไตรมาส โดยคาดอัตรากำไรขั้นต้นขยายตัว 100 basis points จากการเพิ่มสัดส่วนสินค้า Private Label และการทยอยปรับราคาสินค้าบางส่วนตามต้นทุน ขณะที่ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ของ HomePro คาดลดลงเพียง 0.5% ดีขึ้นมากจาก -12.5% ในไตรมาสก่อน ส่วน Mega Home คาดเติบโต 2% และ HomePro Malaysia คาดลดลง 4%ด้านการขยายสาขา บริษัทเปิด HomePro สาขาสมุย 1 แห่ง และ Mega Home (Hybrid Model) 1 แห่ง ในไตรมาส 2/2569 ส่งผลให้จำนวนสาขารวมเพิ่มเป็น 135 สาขา จาก 129 สาขาในปีก่อน แม้เปิดช้ากว่าแผนเล็กน้อย แต่ยังคาดว่าจะเปิดได้ครบตามเป้าหมายทั้งปีบล.พายประเมินว่าแนวโน้มกำไรในช่วงครึ่งหลังปี 2569 จะฟื้นตัวต่อเนื่อง จากการที่ผู้บริโภคยังนิยมสินค้า House Brands ซึ่งมีมาร์จิ้นสูงกว่า ประกอบกับบริษัททยอยปรับราคาสินค้าสอดคล้องกับต้นทุน ส่งผลให้อัตรากำไรมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง พร้อมปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569-2570 อีก 2-5% เพื่อสะท้อนอัตรากำไรที่ดีกว่าคาด

เมจิ นมปราศจากน้ำตาลแลคโตส 946 มล. ลดจัดหนัก ใช้ 1 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

เมจิ นมปราศจากน้ำตาลแลคโตส 946 มล. ลดจัดหนัก ใช้ 1 ทรูพอยท์

ประหยัด ฿6ที่ ลดจัดหนักสุขจัดเต็ม@แม็คโคร V03 ประหยัด 6.- เมจิ นมปราศจากน้ำตาลแลคโตส 946 มล. (834709) เพียง 70.- ปกติ 76.- ใช้ทรูพอยท์ 1 คะแนน เงื่อนไขกิจกรรม1) ระยะเวลาร่วมกิจกรรม ตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม - 1 กันยายน 25692) ในแต่ละรอบของสินค้า ลูกค้า 1 ท่าน [บัญชีทรูไอดี] จะสามารถใช้สิทธิ์ทรูพอยท์ 1 คะแนน แลกรับคูปองส่วนลดสินค้าที่ร่วมรายการได้ สูงสุด 5 ชิ้น ต่อวัน ต่อสินค้า (แลกได้ทุกสินค้าที่ร่วมรายการในรอบที่กำหนด)3) กรุณาแสดงคูปองที่ได้จากการกดรับสิทธิ์ที่แคชเชียร์ก่อนชำระเงินทุกครั้ง4) สิทธิพิเศษนี้ สามารถใช้ได้ที่แม็คโคร สาขาที่ร่วมรายการเท่านั้น5) ผู้ใช้บริการใช้คูปองส่วนลด บวกเงินเพื่อชำระค่าสินค้า ณ เคาน์เตอร์ชำระเงินแม็คโครสาขาที่ร่วมรายการ6) สินค้ามีจำนวนจำกัด และมีจำนวนแตกต่างไปตามแต่ละสาขา7) คูปองใช้ได้ในระยะเวลาที่กำหนด หากเกินกำหนดไม่สามารถขอคืนทรูพอยท์หรือเปลี่ยนเป็นเงินได้ทุกกรณี8) บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการส่งเสริมการขายโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าในกรณีเกิดความผิดพลาดจากระบบทางเทคนิค สินค้าขาด หรือสินค้าหมดก่อนกำหนด9) หากลูกค้ากดแลกสิทธิ์แล้ว ขอสงวนสิทธิ์การคืนทรูพอยท์ทุกกรณี10) บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการจัด ดำเนินการ ปรับ เปลี่ยน กำหนดการแผนการใด ๆ ภายใต้รายละเอียดข้างต้น ได้ตามที่บริษัทเห็นสมควรโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า11) การตัดสินของบริษัทถือเป็นที่สิ้นสุดและยุติ12) หมดเขตแลก และใช้คูปองบนมือถือ 1 กันยายน 2569 เท่านั้น

orbix เปิดจองโทเคนทองคำ MTS! ขนโปรอัดฉีดแจก XAUT ฟรีสูงสุด 4,000 บาท
อ่าน

orbix เปิดจองโทเคนทองคำ MTS! ขนโปรอัดฉีดแจก XAUT ฟรีสูงสุด 4,000 บาท

#orbix #MTS #ทันหุ้น - บริษัท ออร์บิกซ์ เทรด จำกัด (orbix) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายและนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำของประเทศไทย ภายใต้ ออร์บิกซ์ กรุ๊ป ในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารกสิกรไทย เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลของประเทศไทย เปิดจองซื้อ MTS Gold Investment Token โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนในโครงการธุรกิจค้าทองคำ ระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม – 30 สิงหาคม 2569 โดยผู้ลงทุนที่ทำรายการจองซื้อผ่านแพลตฟอร์ม orbix มีสิทธิได้รับ เหรียญ XAUT (Tether Gold)* มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท จำกัดจำนวน 500 สิทธิ และเป็นไปตามเงื่อนไขของกิจกรรมที่บริษัทกำหนดนางสาวอัศวิณี ศรีสมบูรณานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออร์บิกซ์ เทรด จำกัด(orbix) เปิดเผยว่า ออร์บิกซ์ เทรด (orbix) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำของประเทศไทย ภายใต้ ออร์บิกซ์ กรุ๊ป ประกาศยกระดับแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลสู่มาตรฐานใหม่ โดยยึดถือ 3 แกนหลักสำคัญ ได้แก่ ความไว้วางใจ (Trust) ความปลอดภัย (Security) และการเข้าถึงที่ครอบคลุม (Accessibility) เพื่อเป็นรากฐานสู่การสร้างความมั่งคั่งที่ยั่งยืนให้แก่นักลงทุนorbix รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับความไว้วางใจจากบริษัท แม่ทองสุกเซ็นทรัล จำกัด และ บริษัท คิวบิกซ์ ดิจิทัล แอสเสท จำกัด (kubix) ผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) สำหรับ MTS Gold Investment Token ให้เป็นช่องทางเพิ่มเติมหลัก (Lead Indirect Channel) สำหรับการเปิดเสนอขายและจองซื้อ “MTS Gold Investment Token” (โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนในธุรกิจค้าทองคำ) นอกเหนือจาก kubix ที่เป็นช่องทางจองซื้อโทเคนดิจิทัลโดยตรง ซึ่งสะท้อนบทบาทของ orbix ในการขยายโอกาสการลงทุนผ่านสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์สำคัญของบริษัท โดยกำหนดเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม – 30 สิงหาคม 2569 โดยมีผลตอบแทนพื้นฐานคงที่ 3% ต่อปี พร้อมโอกาสรับผลตอบแทนส่วนเพิ่มตามสัดส่วนการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก ช่วยเพิ่มทางเลือกในการกระจายการลงทุน และบริหารความเสี่ยงในภาวะตลาดที่มีความผันผวน ผลตอบแทนไม่ได้รับประกัน เงื่อนไขเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในหนังสือชี้ชวน เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงโอกาสการลงทุน orbix พร้อมมอบสิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขกิจกรรมที่บริษัทกำหนด นักลงทุนที่ทำรายการจองซื้อผ่านแพลตฟอร์ม orbix และได้รับการจัดสรรครบ 1,000,000 บาท จะได้รับสิทธิพิเศษรับเพิ่มเหรียญ XAUT (Tether Gold) หรือ สินทรัพย์ดิจิทัลที่มีทองคำจริงหนุนหลัง มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท (เฉพาะการทำรายการจองซื้อผ่านช่องทางของ orbix โดยต้องถือครองเหรียญ XAUT เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 30 วันปฏิทิน นับจากวันที่ได้รับโอนเหรียญ XAUT และเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด)นางสาวอัศวิณี กล่าวในต้อนท้ายว่า การยกระดับความก้าวหน้าครั้งนี้ ควบคู่กับการยกระดับประสบการณ์การใช้งานบนแพลตฟอร์มอย่างเต็มรูปแบบ ของการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลที่น่าเชื่อถือ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป การได้รับหน้าที่เป็นช่องทางเพิ่มเติมหลักในการเสนอขาย MTS Gold Investment Token ซึ่งเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่เชื่อมโยงกับสินทรัพย์ที่มีมูลค่าจับต้องได้ นับเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนความมุ่งมั่นของเราในการกำหนดมาตรฐานใหม่ และเพิ่มความหลากหลายให้แก่ตลาดการลงทุนในประเทศไทยนายณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม่ทองสุกเซ็นทรัล จำกัดกล่าวว่า การพัฒนา MTS Gold Investment Token เป็นอีกก้าวสำคัญของแม่ทองสุกในการนำจุดแข็งด้านธุรกิจทองคำแท่งที่มีการซื้อขายและส่งมอบจริง มาผสานกับเทคโนโลยีบล็อกเชน เพื่อเปิดทางเลือกการลงทุนที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ภายใต้โครงสร้างการบริหารสินค้าคงคลัง การกำกับดูแล และการบริหารความเสี่ยงที่ชัดเจน ความร่วมมือกับ kubix และ orbix จะช่วยขยายโอกาสให้นักลงทุนไทยสามารถเข้าถึงการลงทุนในธุรกิจค้าทองคำผ่านรูปแบบดิจิทัลได้อย่างมั่นใจ โปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐานของตลาดทุนไทย ทั้งนี้ แม่ทองสุกยังคงให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือ ความโปร่งใส และการดำเนินงานที่ตรวจสอบได้ เพื่อให้นักลงทุนมั่นใจได้ว่าโครงการนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของธุรกิจทองคำที่มีอยู่จริงและมีมาตรฐานการบริหารจัดการที่ชัดเจน เราเชื่อว่า MTS Gold Investment Token จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเชื่อมโยงศักยภาพของธุรกิจทองคำไทยเข้ากับโอกาสการลงทุนในยุคดิจิทัลได้อย่างเป็นรูปธรรม*XAUT (Tether Gold)เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีทองคำจริงหนุนหลัง ช่วยให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงมูลค่าของทองคำในรูปแบบดิจิทัลผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชนคำเตือนและความเสี่ยงที่ควรทราบ: คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาข้อมูล ลักษณะผลิตภัณฑ์ เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงอย่างละเอียด และโปรดเลือกลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ *เงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

MK Buffet Subscription 299! ชวนมาซ้ำ ยิ่งกินบ่อย ยิ่งคุ้มขึ้น ตลอดเดือนสิงหาคม
อ่าน

MK Buffet Subscription 299! ชวนมาซ้ำ ยิ่งกินบ่อย ยิ่งคุ้มขึ้น ตลอดเดือนสิงหาคม

เมื่อความคุ้มของ MK Buffet คุ้มเกินคุ้ม 299 บาท เลเวลอัพไปอีกขั้น ขอเอาใจสาวกคนรักบุฟเฟต์ตัวจริง! เปิดตัว MK Buffet Subscription แพ็กเกจเหมาจ่ายรายเดือนครั้งแรก ชวนสายบุฟเฟต์มากินให้คุ้มยิ่งกว่าเดิม เหมาจ่ายครั้งเดียว กินไม่อั้นได้ตลอดเดือนสิงหาคม จากข้อมูลที่ทาง MK ศึกษาหลังเปิดตัว MK Buffet คุ้มเกินคุ้ม 299 บาท ครบ 1 ปี พบว่า MK Buffet สามารถตอบโจทย์ความเป็นมหาชนได้เป็นอย่างดี พร้อมเดินหน้าพัฒนาความคุ้มอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเพิ่งอัปเกรดความคุ้มครั้งใหญ่ ด้วยการเพิ่ม 4 เมนูซีฟู้ดใหม่ รวมกว่า 33 เมนู ในราคาเดิม 299 บาท โดยมีลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งลูกค้าที่มาใช้บริการสูงสุดมีความถี่ถึง 188 ครั้งต่อปี สะท้อนให้เห็นว่ามีกลุ่มลูกค้าที่เลือกรับประทาน MK บุฟเฟต์เป็นประจำ จึงเป็นที่มาของการต่อยอดความคุ้มอีกขั้น ผ่านการเปิดตัว MK Buffet Subscription เพื่อให้ลูกค้าที่เป็น MK Buffet Lover ได้กลับมาทานบ่อยยิ่งขึ้น พร้อมเฉลี่ยค่าใช้จ่ายต่อครั้งได้คุ้มกว่าเดิม ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคยุคนี้ให้ความสำคัญกับ ความคุ้มค่าที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้จริง มากกว่าการลดราคาเพียงครั้งเดียว ส่งผลให้โมเดล Subscription ได้รับความนิยมในหลากหลายธุรกิจ เพราะช่วยให้ผู้บริโภควางแผนค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น และได้รับสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่าตามการใช้งานจริง สำหรับ MK Buffet Subscription จึงไม่ใช่เพียงการจ่ายเงินรายเดือน แต่คือการมอบทางเลือกใหม่ให้ลูกค้าได้เลือกความคุ้มที่เหมาะกับไลฟสไตล์ของตัวเอง เลือกทานในร้านที่มั่นใจได้บ่อยตามความต้องการ และคุ้มกว่าการไปที่อื่น งานนี้ใครเป็นสาย MK Buffet ตัวจริง เตรียมตัวให้พร้อม เพราะเดือนหน้ามีแววได้เจอหน้ากันที่ MK บ่อยกว่าเดิม! รายละเอียด MK Buffet Subscription 4 แพ็กเกจ เลือกตามไลฟสไตล์ที่ใช่ ความคุ้มที่ชอบ 1 ท่าน ต่อ 1 แพ็กเกจ Unlimited Package 2,990 บาท กินได้ไม่อั้น ตลอดเดือนสิงหาคม (จำกัดแค่ 100 สิทธิ์เท่านั้น) คุ้มแมกซ์ 10 ฟรี 3 เพียง 2,990 บาท/เดือน คุ้มพลัส 7 ฟรี 2 เพียง 2,093 บาท/เดือน คุ้มคุ้ม 5 ฟรี 1 เพียง 1,495 บาท/เดือน เลือกซื้อความคุ้มได้ก่อน ตั้งแต่ วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 9 สิงหาคม 2569 สั่งซื้อผ่าน LINE official: @mkrestaurant หรือ https://lin.ee/61ATbct ระยะเวลาใช้สิทธิ์ได้ตลอดเดือน สิงหาคม ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 31 สิงหาคม 2569 แล้วพบกันที่ MK Buffet คุ้มเกินคุ้ม 299 บาท สาขาบิ๊กซี, โลตัส, โฮมโปร และสาขาที่ร่วมรายการ รวมกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ

ส่วนลดซื้อสินค้าแม็คโคร มูลค่า 30.- (1 ใบ สูงสุด 4 ใบ) เฉพาะลูกค้าระบบรายเดือน TMH - เดือนสิงหาคม 2569
สิทธิพิเศษ

ส่วนลดซื้อสินค้าแม็คโคร มูลค่า 30.- (1 ใบ สูงสุด 4 ใบ) เฉพาะลูกค้าระบบรายเดือน TMH - เดือนสิงหาคม 2569

ส่วนลดซื้อสินค้าแม็คโคร มูลค่า 30.- (1 ใบ สูงสุด 4 ใบ) เฉพาะลูกค้าระบบรายเดือน TMH - เดือนสิงหาคม 2569เมื่อลูกค้าซื้อแพ็คเกจเสริมที่ร่วมรายการInternet ULM 20Mbps 30 วัน มูลค่า 419 บาท เงื่อนไขกิจกรรม 1. สำหรับลูกค้าทรูบุคคลธรรมดา แบบรายเดือน ที่สมัครแพ็กเกจเสริมที่ร่วมรายการ รับฟรี คูปองเงินสดที่แมคโคร มูลค่า 30บาท/คูปอง สูงสุดจำนวน 4 คูปอง) โดยคูปองเงินสดมูลค่าต่างๆที่ลูกค้าได้รับจะขึ้นอยู่กับแพ็กเกจเสริมที่ลูกค้าเลือกสมัคร โดยแต่ละแพ็กเกจเสริมจะได้รับคูปองเงินสดแมคโครมูลค่าไม่เท่ากัน2. หลังจากสมัครแพ็กเกจเสริมสำเร็จ จะได้ SMS ยืนยันการได้รับสิทธิพิเศษ พร้อม link เพื่อกดรับคูปองที่ True Application เพื่อนำมาชำระแทนเงินสดได้ที่แม็คโครทุกสาขาที่ร่วมรายการ (ยกเว้นช่องทางออนไลน์)3. คูปองส่วนลดนี้ เป็นสิทธิพิเศษที่มอบให้สำหรับลูกค้าทรูที่เป็นสมาชิกแม็คโครเท่านั้น 3.1 ลูกค้าต้องแสดง รหัสส่วนลด หรือ บาร์โค้ดส่วนลด พร้อมบัตรสมาชิกแม็คโคร(ตัวจริง) หรือบัตรสมาชิกผ่าน Makro PRO แอปพลิเคชัน ที่จุดบริการชำระเงินก่อนการชำระเงินทุกครั้ง 3.2 กรณีลูกค้ายังไม่เป็นสมาชิก ลูกค้าต้องสมัครสมาชิกแม็คโครเพื่อรับสิทธิ์ โดยสามารถสมัครได้ที่ Makro PRO แอปพลิเคชัน หรือจุดบริการลูกค้าที่แม็คโครทุกสาขา สมัครฟรี! พร้อมรับสิทธิประโยชน์มากมาย4. จำกัดสิทธิ์การใช้คูปองส่วนลด 1 ใบ / 1 หมายเลขสมาชิก / 1 ใบเสร็จ / ช่วงเวลาส่งเสริมการขาย5. บมจ. สยามแม็คโคร ขอสงวนสิทธิ์ไม่ยอมรับการใช้ส่วนลดจากการจับภาพหน้าจอ หรือ รูปภาพที่คัดลอกจากส่วนลดจริงที่ปรากฏในแอปพลิเคชัน ทุกกรณี6. คูปองส่วนลดนี้ สามารถใช้เป็นส่วนลดเมื่อซื้อสินค้าแผนกใดก็ได้ที่แม็คโครทุกสาขา ยกเว้นสินค้าประเภทบุหรี่ สุรา เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นมผงเด็กแรกเกิด นมผงเด็กสูตรต่อเนื่อง กลุ่มยาและเวชภัณฑ์ การซื้อสินค้าแบบเหมา หรือ Credit Sales และบัตรกำนัล 7. คูปองส่วนลดนี้ เป็นสิทธิประโยชน์ของสมาชิกแต่ละบุคคล ไม่สามารถแลก ทอนเป็นเงินสดได้ และไม่สามารถโอน เปลี่ยน หรือให้สิทธิ์กับผู้อื่นได้8. กรณีการสั่งซื้อมีการยกเลิก จะไม่สามารถขอคืนส่วนลดได้ และกรณีลูกค้าขอคืนเงิน (Refund) บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนส่วนลดในทุกกรณี9. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่ยอมรับคูปองที่ชำรุด ทำซ้ำ หรือไม่สมบูรณ์10. บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อการสูญหาย และความเสียหายของคูปองส่วนลดไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น11. กรณีลูกค้าไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขต่างๆ ดังที่กล่าวมาข้างต้น บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนส่วนลดในทุกกรณี12. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขต่างๆ ดังที่กล่าวมาข้างต้น โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด 13. ในกรณีเกิดข้อพิพาท คำตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สิ้นสุดและยุติ14. การยืนยันการใช้สิทธิ์คูปองส่วนลดสำหรับลูกค้าสมาชิก และที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก เป็นการตอบรับให้บริษัทฯ ติดต่อท่านเพื่อนำเสนอสิทธิประโยชน์ในเรื่องสินค้าและบริการ15. คูปองส่วนลดนี้ มีอายุการใช้งานตามระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้น

SHR ออกหุ้นกู้ชุดใหม่ ชูดอกเบี้ย 4.40%-4.60% เสนอขาย 14-16 ก.ย.นี้
อ่าน

SHR ออกหุ้นกู้ชุดใหม่ ชูดอกเบี้ย 4.40%-4.60% เสนอขาย 14-16 ก.ย.นี้

#ทันหุ้น - บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ “SHR” บริษัทในเครือ “สิงห์ เอสเตท” เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป โดยปัจจุบันบริษัทฯ อยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลตราสารหนี้ (filing) เพื่อเสนอขายหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยหุ้นกู้ดังกล่าวมีอายุ 2 ปี 9 เดือน อัตราดอกเบี้ย [4.40% - 4.60%] ต่อปี (อัตราดอกเบี้ยที่แน่นอนจะกำหนดในภายหลัง) โดยหุ้นกู้ดังกล่าวจะชำระดอกเบี้ยทุก ๆ 3 เดือน กำหนดจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท ทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท และคาดว่าจะเสนอขายระหว่างวันที่ 14 - 16 กันยายน 2569 ผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ที่ระดับ “BBB-” ซึ่งเป็น “ระดับลงทุน” (Investment grade) ขณะที่อันดับความน่าเชื่อถือองค์กรอยู่ที่ระดับ “BBB” แนวโน้ม “Stable” โดยทริสเรทติ้งระบุว่า อันดับความน่าเชื่อถือดังกล่าวสะท้อนถึงแนวโน้มการเติบโตของรายได้อย่างต่อเนื่องของบริษัทฯ จากการทยอยรับรู้ผลของโครงการยกระดับสินทรัพย์ ซึ่งช่วยเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้ ยกระดับอัตราค่าห้องพัก และสนับสนุนความสามารถในการทำกำไร อันเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมความมั่นคงของผลการดำเนินงานในระยะยาวนายไมเคิล มาร์แชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท เปิดเผยว่า “การเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านฐานะการเงินของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ มีแผนนำเงินที่ได้รับไปใช้ชำระคืนหุ้นกู้เดิมที่ครบกำหนดไถ่ถอน รวมทั้งเพื่อรองรับการลงทุนสำหรับการปรับปรุง (Major Renovation) ของโรงแรมในพอร์ตโฟลิโอของกลุ่มบริษัทฯ เพื่อยกระดับคุณภาพสินทรัพย์ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2569 สะท้อนถึงศักยภาพและความแข็งแกร่งของ SHR ได้เป็นอย่างดี ด้วยรายได้จากการประกอบธุรกิจโรงแรมและบริการรวม 2,634 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิที่ 264 ล้านบาท เติบโต 51% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตอกย้ำความสามารถในการสร้างการเติบโตและยกระดับความสามารถในการทำกำไรอย่างต่อเนื่องแม้ภาวะเศรษฐกิจโลกและปัจจัยภายนอกยังคงมีความผันผวน แต่ SHR ยังคงแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวผ่านการบริหารพอร์ตโฟลิโออย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการทยอยรับรู้ผลจากโครงการยกระดับสินทรัพย์ ซึ่งช่วยเสริมศักยภาพในการสร้างรายได้และการทำกำไร รวมถึงการดำเนินกลยุทธ์เชิงพาณิชย์ที่ยืดหยุ่น การกระจายฐานลูกค้าอย่างสมดุล และการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเสริมศักยภาพในการแข่งขันในระยะยาว"เราเชื่อมั่นว่าพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง ประกอบกับการดำเนินกลยุทธ์ที่มุ่งสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุน และผลักดันการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน”ผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ SHR กล่าวเพิ่มเติมว่าหุ้นกู้ SHR ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ลงทุนที่มองหาการลงทุนในตราสารหนี้ภาคเอกชนระดับ Investment Grade จากธุรกิจโรงแรมที่มีพอร์ตการลงทุนหลากหลาย และมีแนวโน้มการเติบโตในระยะยาว โดยบริษัทฯ เป็นหนึ่งในบริษัทหลักของกลุ่มสิงห์ เอสเตท ซึ่งก่อนหน้านี้ หุ้นกู้ของ “สิงห์ เอสเตท” ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ลงทุนทั้งนี้ หุ้นกู้ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท คาดว่าจะเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนในระหว่างวันที่ 14 - 16 กันยายน 2569 ผ่าน 5 สถาบันการเงินชั้นนำได้แก่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 02-111-1111 โดยบุคคลธรรมดาสามารถจองซื้อทางออนไลน์ผ่าน Money Connect by Krungthai บนแอปพลิเคชัน Krungthai NEXTธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ผ่านบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 02-796-0011บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด โทร 02-680-4004บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด โทร. 0-2695-5555บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) โทร. 02-055-5100ปัจจุบัน บริษัทฯ อยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งยังไม่มีผลใช้บังคับ สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปที่สนใจจองซื้อหุ้นกู้ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากร่างหนังสือชี้ชวน ได้ที่ www.sec.or.th

ทิสโก้มองหุ้นไทย 2H69 ฟื้น ชูธีมหุ้นดั้งเดิม-ปันผลสูง
อ่าน

ทิสโก้มองหุ้นไทย 2H69 ฟื้น ชูธีมหุ้นดั้งเดิม-ปันผลสูง

#ทันหุ้น - บล.ทิสโก้คาดดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสปรับขึ้นช่วงครึ่งปีหลัง โดยจะปรับขึ้นแบบกระจายตัว เพราะอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ที่ปรับเพิ่มขึ้น คาดจะทำให้นักลงทุนเปลี่ยนกลุ่มลงทุนจากหุ้นเทคโนโลยีมาลงทุนในหุ้นดั้งเดิม และหุ้นปันผลสูง ซึ่งตลาดหุ้นไทยจะได้อานิสงส์ดังกล่าว นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า ผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ในช่วงกลางเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา มีมติเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50-3.75% ตามคาด แต่โทนการสื่อสาร “เข้มงวดขึ้น” (Hawkish) อย่างชัดเจนเทียบกับครั้งก่อน โดยนาย Kevin Warsh ประธาน FED คนใหม่กล่าวย้ำ “การสร้างเสถียรภาพด้านราคา” หลายครั้ง ทำให้ตลาดปรับเปลี่ยนมุมมองโดยให้น้ำหนักว่า FED จะกลับมาขึ้นดอกเบี้ยประมาณ 25-50 bps ภายในปี 2569 นี้ และ FED อาจต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงเป็นเวลานาน (Higher for Longer)ด้วยท่าทีของ FED ที่เข้มงวดขึ้นในการดำเนินโนบายการเงินเพื่อคุมเงินเฟ้อ คาดจะกระตุ้นให้เกิดการโยกเงินออกหุ้นเทคที่มูลค่าค่อนข้างแพงและขึ้นนำตลาดในช่วงสงครามผ่อนคลายมาสู่หุ้นคุณค่าหรือหุ้นเชิงรับที่อ่อนไหวต่อแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยน้อยกว่า ซึ่งบล.ทิสโก้มองหุ้นไทยน่าจะได้รับอานิสงส์เชิงบวกนี้ เนื่องจากเป็นตลาดที่เน้นกลุ่มดั้งเดิมและมีเงินปันผลที่ค่อนข้างสูง ทำให้มีความเสี่ยงต่ำกว่าหุ้นเทค แถมกลุ่มดั้งเดิมส่วนใหญ่ อาทิ กลุ่ม ENERG, BANK, COMM, FOOD และ HELTH เป็นต้น ยังช่วยป้องกันความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและทนทานกับภาวะเศรษฐกิจอีกด้วยหากนำแนวทางลงทุนข้างต้นมามาเชื่อมโยงกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มอุตสาหกรรมในช่วงครึ่งปีแรก บล.ทิสโก้เชื่อว่าจะเห็นการสลับกลุ่มลงทุน (Sector Rotation) ทำให้การขึ้นของ SET Index ในช่วงครึ่งปีหลังจะกระจายตัวและมีคุณภาพมากขึ้นแม้ภาพรวม SET Index อาจไม่ได้ไปไหนไกลก็ตาม (บล.ทิสโก้มีเป้าหมาย SET Index สิ้นปีนี้ที่ 1,600 จุด) เพราะหุ้นกลุ่ม ETRON หลัก ๆ คือ DELTA อาจเป็นตัวถ่วง สำหรับกลุ่มที่น่าสนใจในครึ่งปีหลัง บล.ทิสโก้มองหุ้นกลุ่ม Laggards ที่เกี่ยวข้องกับธีม Domestic Recovery Plays แนะนำ HELTH , TOURISM , COMM และ ICT เป็นต้น ส่วนกลุ่ม Leading ที่บล.ทิสโก้ยังชอบอยู่ในช่วงครึ่งปีหลัง คือ BANK และ TRANSสำหรับช่วงเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม นี้ บล.ทิสโก้มองมีโอกาสเห็น “Mid-year rally” อิงจากสถิติทั้งช่วง 5 ปี และ 10 ปีย้อนหลัง พบว่า SET Index มีโอกาสในการปรับตัวขึ้นสูงถึง 70-80% และมักให้ผลตอบแทนเป็นบวกเฉลี่ยเดือนละ 2.1-3.1% ซึ่งบล.ทิสโก้เชื่อว่าปรากฎการณ์นี้ส่วนหนึ่งอาจมีแรงซื้อเก็งกำไรเข้ามาในช่วงกลางปีเพื่อหวังผลตอบแทนเงินปันผลระหว่างกาล และแนวโน้มเงินบาทที่มักแข็งค่าขึ้นจากการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลส่งออกของไทยในครึ่งปีหลัง ในเชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้แนะนำ Selective BUY หุ้นบลูชิพขนาดใหญ่ที่คาดงบ Q2 จะออกมาดี (อย่างน้อยเติบโต YoY) และมีปันผลจ่ายระหว่างกาล ชอบ BDMS, HMPRO, PTT, TRUE ผสานกับหุ้นที่แนวโน้มกำไรครึ่งปีหลังคาดว่าจะฟื้นตัวหรือดีกว่าครึ่งปีแรกรับอานิสงส์แนวโน้มการลงทุนที่สดใสและสงครามคลี่คลาย แนะนำ AMATA, CRC, ERW  สรุปหุ้นเด่นแนะนำในเดือนกรกฎาคม คือ AMATA, BDMS, CRC, ERW, HMPRO, PTT และ TRUE ด้านแนวรับสำคัญของ SET Index เดือนนี้อยู่ที่ 1,535-1,540 จุด และ 1,500-1,520 จุด ตามลำดับ แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 1,600-1,610 จุด และ 1,650-1,660 จุด ตามลำดับด้านทางเลือกการลงทุนหุ้นต่างประเทศโดยผ่าน DR เดือนกรกฎาคมนี้ MSFT80 และ SPHLTH80 โดยบล.ทิสโก้เลือกที่จะกระจายความเสี่ยงจากกลุ่มของ AI และ Semiconductor มายังกลุ่ม Healthcare ผ่าน SPHLTH80 ที่ลงทุนใน STATE STREET HEALTH CARE SELECT SECTOR SPDR ETF หรือ XLV ที่บล.ทิสโก้มองว่าเป็น 1 ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เงินทุนจะไหลเข้าหากมีแรงขายในกลุ่ม AI  ในขณะที่ MSFT80 เป็นกลุ่มเทคที่มีราคายัง Laggard และมีงานในมือสูง ประกอบกับการเปิดตัว Copilot Cowork อย่างเป็นทางการจะเป็นปัจจัยหนุนรายได้ในอนาคต

SYNEX โบรกแนะนำ “ซื้อ” คาดกำไรไตรมาส 2 แตะ 192 ล้านบาทโต 17%
อ่าน

SYNEX โบรกแนะนำ “ซื้อ” คาดกำไรไตรมาส 2 แตะ 192 ล้านบาทโต 17%

#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #SET #SYNEX โบรกแนะนำ “ซื้อ” คาดกำไรไตรมาส 2 แตะ 192 ล้านบาทโต 17%บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มีแนวโน้มรายงานกำไรปกติไตรมาส 2/2569 ที่ 192 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.5% YoY และ 8.2% QoQ จากการเติบโตของรายได้ในเกือบทุกกลุ่มสินค้า รวมถึงการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก NCAP ที่แข็งแกร่ง แม้ว่าธุรกิจ Apple ยังคงเผชิญข้อจำกัดด้านอุปทานของ iPhone รุ่นระดับเริ่มต้น ซึ่งยังเป็นปัจจัยจำกัดการเติบโตของบริษัทฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ คาดว่ารายได้ไตรมาส 2/2569 จะอยู่ที่ 11,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.5% YoY และ 5.6% QoQ โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตต่อเนื่องของกลุ่ม Memory, Commercial และ Consumer ซึ่งสะท้อนการนำ Enterprise AI มาใช้งานเพิ่มขึ้น และแนวโน้มการลงทุนด้านไอทีที่ฟื้นตัวขณะที่กลุ่มสินค้า Apple ยังอ่อนแอกว่าเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากสมาร์ตโฟนราว 29% ของยอดขาย และระบบนิเวศของ Apple คิดเป็นประมาณ 38% ของยอดขายในปี 2568 โดยปัญหาการขาดแคลนอุปทานของ iPhone รุ่นตลาดแมสส่งผลกระทบต่อยอดขายราว 9-10% ของรายได้รวมด้านความสามารถในการทำกำไร คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) จะทรงตัวที่ 3.85% ใกล้เคียงกับ 3.83% ในไตรมาส 2/2568เนื่องจากสัดส่วนการจำหน่ายสินค้ากลุ่ม Enterprise ที่มีอัตรากำไรสูงสามารถชดเชยความอ่อนแอของกลุ่มสมาร์ตโฟน ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit) คาดว่าจะอยู่ที่ 194 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.9% YoY และ 7.6% QoQ ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจาก NCAP คาดว่าจะอยู่ที่ 49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% YoY และ 5% QoQ ซึ่งเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3/2569 ทิสโก้คาดว่าผลประกอบการจะทรงตัว โดย Apple ยังคงจัดสรรกำลังการผลิตให้กับ iPhone รุ่นระดับสูงเป็นหลัก ท่ามกลางภาวะชิปหน่วยความจำที่ตึงตัว ส่งผลให้สินค้ารุ่นตลาดแมส ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของ SYNEX ยังมีอุปทานจำกัด อย่างไรก็ตาม การเติบโตของกลุ่มสินค้าที่ไม่ใช่ Apple และความต้องการสินค้า Enterprise ที่เข้าสู่ช่วง High Season จะช่วยชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" หุ้น SYNEX พร้อมให้ราคาเหมาะสมที่ 11.00 บาท โดยประเมินด้วยวิธี Sum of the Parts สะท้อนมูลค่าธุรกิจจัดจำหน่ายหลักที่ 10.20 บาทต่อหุ้น และมูลค่าการลงทุนใน NCAP ที่ 0.75 บาทต่อหุ้น พร้อมระบุว่าความเสี่ยงสำคัญยังอยู่ที่อัตรากำไรขั้นต้นและผลการดำเนินงานของ NCAP ที่อาจต่ำกว่าคาด

ซีพี แอ็กซ์ตร้า เดินหน้าหนุนเกษตรกรไทย รับซื้อเงาะสีทองตราด วางขายผ่าน แม็คโคร–โลตัส ทั่วประเทศ
อ่าน

ซีพี แอ็กซ์ตร้า เดินหน้าหนุนเกษตรกรไทย รับซื้อเงาะสีทองตราด วางขายผ่าน แม็คโคร–โลตัส ทั่วประเทศ

บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก แม็คโครโลตัส เดินหน้าสนับสนุนเกษตรกรไทยผ่าน AXTRA AGRI-CONNEXT แพลตฟอร์มแห่งโอกาส ที่เชื่อมโยงเกษตรกรและผู้ประกอบการ เพิ่มช่องทางการตลาด ลดขั้นตอนคนกลาง โดยครั้งนี้ได้รับซื้อ เงาะสีทองตราด ผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดตราด ตรงจากสหกรณ์ส่งเสริมธุรกิจภาคการเกษตรจังหวัดตราด (บ้านเงาะตราด) 100,000 กิโลกรัม วางขายผ่าน แม็คโครโลตัส 160 สาขา ทั่วประเทศ สร้างการเติบโตให้กับเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน โดยมีนายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ และนายวิบูลย์ สุภัครพงษ์กุล รองประธานกรรมการ หอการค้าไทย เป็นตัวแทนภาครัฐเข้าเยี่ยมชมจุดจำหน่าย เงาะสีทองตราด รวมถึงผลผลิตของสหกรณ์ ทั้ง เงาะโรงเรียน ทุเรียน และ มังคุด พร้อมด้วยนางศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ให้การต้อนรับ ที่แม็คโคร นครอินทร์ เมื่อวันก่อน นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า รู้สึกยินดีและภูมิใจที่ได้เห็นเกษตรกรไทย โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ใน AXTRA AGRI-CONNEXT มีโอกาสนำผลผลิตคุณภาพเข้าสู่ตลาดสมัยใหม่อย่างแม็คโครและโลตัส ความร่วมมือนี้ช่วยเปิดตลาดให้กว้างขึ้นสำหรับเกษตรกร และมีช่องทางจำหน่ายที่มั่นคง ลดความเสี่ยงเรื่องการระบายผลผลิต สร้างรายได้ที่ยั่งยืน ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการเชื่อมโยงภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทย นายธนภัทร จาวินัจ ตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกเงาะสีทองตราด และ ผู้จัดการสหกรณ์ส่งเสริมธุรกิจภาคการเกษตรจังหวัดตราด (บ้านเงาะตราด) กล่าวว่า "ในฐานะเกษตรกร สิ่งที่เราหวังที่สุดคือการได้เห็นผลผลิตที่เราดูแลมาตลอดมีคนเห็นคุณค่าและเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง การเข้าร่วม AXTRA AGRI-CONNEXT ช่วยเปิดโอกาสให้ผลผลิตของเราเข้าถึงตลาดที่กว้างขึ้น มีช่องทางจำหน่ายที่มั่นคง ลดความกังวลเรื่องการหาตลาดรองรับ ทำให้มีรายได้ที่แน่นอนมากขึ้น และมีกำลังใจพัฒนาคุณภาพผลผลิตต่อเนื่อง ที่สำคัญคือความภูมิใจที่ผลผลิตจากสวนของเราได้ส่งตรงถึงผู้บริโภคทั่วประเทศ นอกจากนี้เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพสินค้า ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบข้อมูลสินค้าได้ผ่านระบบ i-Trace (Traceability System) ซึ่งเป็นระบบตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจร ที่ช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร เพียงสแกน QR Code บนสินค้า ก็สามารถตรวจสอบข้อมูลสำคัญตั้งแต่แหล่งที่มา สายพันธุ์ มาตรฐานการผลิต สถานที่ปลูก ไปจนถึงข้อมูลโภชนาการ ปัจจุบัน AXTRA AGRI-CONNEXT แพลตฟอร์มแห่งโอกาส มีเกษตรกรและผู้ประกอบการเป็นสมาชิกแล้วกว่า 1,044 คน ทั้งนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าพัฒนาแพลตฟอร์มให้เป็นศูนย์รวมเกษตรกรและ SME ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ควบคู่กับการส่งเสริมองค์ความรู้และการอบรมเกษตรกร เพื่อยกระดับศักยภาพการผลิตและการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นระบบ พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการเชื่อมโยงทางการค้าและกิจกรรม Business Matching ระหว่างผู้ผลิตและผู้ซื้อ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาด โดยในปี 2569 ตั้งเป้ารับซื้อสินค้าเกษตร 30,000 ตัน มูลค่ารับซื้อ 35,000 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม

SME D Bank เผย Q2 เอสเอ็มอีเชื่อมั่นเพิ่ม เร่งสภาพคล่องดอกเบี้ยต่ำ
อ่าน

SME D Bank เผย Q2 เอสเอ็มอีเชื่อมั่นเพิ่ม เร่งสภาพคล่องดอกเบี้ยต่ำ

#ทันหุ้น SME D Bank เผยดัชนีเชื่อมั่นเอสเอ็มอี Q2 ฟื้น แรงหนุนท่องเที่ยว-มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เร่งเสิร์ฟสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ช่วยเสริมสภาพคล่องตอบโจทย์ธุรกิจนายพิชิตมิทราวงศ์กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย(ธพว.)หรือSME D Bankเปิดเผยว่าSME D Bankโดย“ศูนย์วิจัยและข้อมูลธพว.”ร่วมกับสำนักวิจัยเศรษฐกิจและประเมินผลบริษัทเอ็กเซลเลนท์บิสเนสแมเนจเม้นท์จำกัดทำการสำรวจ“ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต่อเศรษฐกิจและธุรกิจในไตรมาสที่2/2569และคาดการณ์อนาคต”จากกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วประเทศครอบคลุมทุกประเภทอุตสาหกรรมจำนวน400ตัวอย่างพบว่าในไตรมาส2ปี2569ดัชนีความเชื่อมั่นรวมของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไตรมาส2ปี2569ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ระดับ51.9จากระดับ50.2ในไตรมาส1ปี2569จากปัจจัยสำคัญเศรษฐกิจไทยได้รับแรงสนับสนุนจากภาคการท่องเที่ยวช่วงHigh Seasonในเทศกาลสงกรานต์ประกอบกับมาตรการของภาครัฐลดภาระค่าครองชีพผ่านโครงการ“ไทยช่วยไทยพลัส(60/40)”ที่มีความชัดเจนว่าจะเริ่มในเดือนมิถุนายน2569อีกทั้งยังมีงานก่อสร้างหรือการลงทุนขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ผลประกอบการดีขึ้นเล็กน้อยจำนวนคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นการปรับขึ้นราคาสินค้าและบริการได้บ้างบางส่วนท่ามกลางความกังวลด้านต้นทุนที่ยังคงอยู่ทั้งนี้เมื่อจำแนกตามขนาดธุรกิจพบว่ากลุ่มวิสาหกิจรายย่อย(Micro)และกลุ่มวิสาหกิจขนาดย่อม(Small)มีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการปรับดีขึ้นจากไตรมาส1ปี2569โดยปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ52.3และ51.8ตามลำดับเนื่องจากได้รับแรงสนับสนุนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐที่มุ่งเป้าไปที่ผู้ประกอบการรายเล็กขณะที่คาดการณ์3เดือนข้างหน้าหรือไตรมาส3/2569ดัชนีความเชื่อมั่นรวมของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีปรับเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ61.0จากปัจจัยหนุนหลักด้านการบริโภคภายในประเทศที่ฟื้นตัวจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ55.5%รองลงมาคือการลงทุนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น21.50%จากงานก่อสร้างและโครงการการลงทุนของภาครัฐภาคเอกชนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถรับมือกับต้นทุนที่อยู่ในระดับสูงได้ดีขึ้น10.50%ทั้งนี้ความต้องการกู้ยืมสินเชื่อของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีส่วนใหญ่ต้องการเป็นเงินทุนหมุนเวียนเสริมสภาพคล่องธุรกิจส่วนความต้องการกู้เพื่อลงทุนไม่ปรากฏในไตรมาสนี้สะท้อนว่าผู้ประกอบการเอสเอ็มอียังระมัดระวังการก่อหนี้ใหม่เพื่อรอดูทิศทางเศรษฐกิจและสถานการณ์สงครามเป็นสำคัญนายพิชิตกล่าวเสริมว่าจากแนวโน้มความต้องการสินเชื่อดังกล่าวSME D Bankได้จัดเตรียมสินเชื่อที่สอดรับความต้องการนำไปเสริมสภาพคล่องและช่วยลดต้นทุนทางการเงินด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง3%ต่อปีคงที่3ปีแรกผ่อนชำระนานสูงสุดถึง10ปีวงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน30ล้านบาทอีกทั้งปรับปรุงระเบียบคำสั่งที่เป็นอุปสรรคควบคู่กับผ่อนปรนคุณสมบัติผู้กู้และหลักประกันให้สอดคล้องกับสถานการณ์เพื่อจะเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนได้อย่างรวดเร็วและทันต่อสถานการณ์นอกจากนั้นยังมอบบริการด้านการพัฒนาเพิ่มศักยภาพปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียวสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคตผ่านกิจกรรมพัฒนาครบวงจรทั้งOnsiteและOnlineด้วย“DX Platform” (dx.smebank.co.th)ช่วยเข้าถึงองค์ความรู้เครื่องมือและบริการต่างๆได้สะดวกทุกที่ทุกเวลาตลอด24ชั่วโมงสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องการรับบริการด้านการเงินและการพัฒนาจากSME D Bankสามารถแจ้งความประสงค์ได้ณสาขาSME D Bankทั่วประเทศหรือช่องทางออนไลน์ต่างๆเช่นLINE Official Account : SME Development Bankและเว็บไซต์www.smebank.co.thเป็นต้นสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมCall Center 1357

แม็คโคร-โลตัส แหล่งรวมร้านค้า “ไทยช่วยไทยพลัส” มากที่สุดในประเทศ กว่า 10,000 ร้านค้า
อ่าน

แม็คโคร-โลตัส แหล่งรวมร้านค้า “ไทยช่วยไทยพลัส” มากที่สุดในประเทศ กว่า 10,000 ร้านค้า

บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก แม็คโครโลตัสเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย เปิดพื้นที่ศูนย์รวมร้านค้าไทยช่วยไทยพลัสที่รวมร้านค้าเข้าร่วมโครงการมากที่สุดในประเทศ ประเดิมเปิดวันแรกอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางการตอบรับคึกคัก สะท้อนบทบาทของ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ในการร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ควบคู่กับการช่วยลดภาระค่าครองชีพให้คนไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้รับเกียรติจากนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส วันแรก ในการสนับสนุนโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส เป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ในการ ยืนหยัดเคียงข้างคนไทย ผ่านการผสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีก และผู้ประกอบการไทย เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้SMEรวมถึงร้านค้ารายย่อยทั่วประเทศ โดยแม็คโคร-โลตัส เปิดพื้นที่ฟรีกว่า1,500บูธ ให้ผู้ประกอบการนำสินค้ามาจำหน่าย พร้อมเป็นศูนย์กลางของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการกว่า 10,000 ร้านค้า เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิประโยชน์ โปรโมชั่น และสินค้าราคาคุ้มค่าได้สะดวกในจุดเดียวทั้งร้านอาหาร แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และบริการต่าง ๆ ที่มอบส่วนลดและดีลสุดคุ้มให้แก่ลูกค้า ตอกย้ำแนวคิด มาแม็คโคร โลตัส ทุกวัน คุ้มทุกวัน ตอบโจทย์ทั้งการจับจ่าย ใช้ชีวิต และความบันเทิงของทุกคนในครอบครัว ขณะเดียวกัน แม็คโคร-โลตัส ยังเดินหน้าช่วยลดค่าครองชีพผ่านแพ็กเกจสุดคุ้ม ซื้อเพียง69บาท รับคูปองส่วนลดรวมมูลค่ากว่า300บาท ครอบคลุมทั้งโซนซูเปอร์มาร์เก็ตและLotuss Mallควบคู่กับการนำสินค้าOwn Brandอาทิaro, Savepak, Lotuss, Momentoและคุ้มค่า รวมถึงสินค้าราคาพิเศษจากแคมเปญRollbackของโลตัส กว่า3,000รายการ ครอบคลุมสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน มาร่วมแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย และเพิ่มความคุ้มค่าให้ผู้บริโภคในทุกการจับจ่ายอีกด้วย ซีพี แอ็กซ์ตร้า เชื่อมั่นว่า โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส จะเป็นอีกหนึ่งแรงกระเพื่อมสำคัญในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทย สนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เติบโตไปพร้อมกับชุมชน และช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าคุณภาพในราคาคุ้มค่าได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน

หุ้น AMATA-WHA พุ่งแรง บัวหลวงชี้ 3 ประเด็นบวกหนุนกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม
อ่าน

หุ้น AMATA-WHA พุ่งแรง บัวหลวงชี้ 3 ประเด็นบวกหนุนกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม

#ทันหุ้น-หุ้นบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA และหุ้นบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA ราคาปรับขึ้นแรง "บัวหลวง"ให้น้ำหนักหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม"มากกว่าตลาด" มองว่าได้รับผลดีจาก 3 ปัจจัยหนุน พร้อมทั้งปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569 ในหุ้นทั้ง 2 ขึ้น ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น AMATA ช่วงบ่ายอยู่ที่ 24.10 บาท บวก 2.60 บาท หรือ 12.09% มีมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 1,296.49 ล้านบาท ส่วนหุ้น WHA ราคาเคลื่อนไหวอยู่ที่ 4.86 บาท บวก 0.24 บาท หรือ 5.19% มีมูลค่าการซื้อขาย 1,135.39 ล้านบาทบล.บัวหลวง ได้ปรับมุมมองหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมเป็น"มากกว่าตลาด" และให้คำแนะนำ"ซื้อ"ในหุ้น WHA ให้ราคาเป้าหมายที่ 5.50 บาท และหุ้น AMATA ให้ราคาเป้าหมายที่ 35 บาท โดยมองว่าหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมมีประเด็นบวก 3 เรื่อง ได้แก่1) การเข้าสู่รอบการลงทุนใหม่ (Wave 3: Semiconductor): หากย้อนไปดู ในรอบ 5 ปี Wave 1 คือ EV ช่วงปี2565-2566 Wave ที่ 2 Data Center ปี 2567-2568 และมองว่า Wave 3 คือ Semiconductor จะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของ FDI ตั้งแต่ครึ่งหลังปี 2569 ไปจนถึงปี 2570 และ หากดูตัวเลขใน Wave 1 พบว่าเห็นการเติบโตของ EV FDI กว่า 100% ในปี 2566 เช่นเดียวกับ Wave 2 ในปี 2567 การขอกลุ่ม Digital เพิ่มขึ้นหลายเท่า ส่วนใน Wave 3 นี้ มีสัญญาณแรงหนุนเชิงนโยบาย เช่น มีแผนยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ(National Semiconductor Strategy)โดยเป้าหมาย BOI มากกว่า 5 แสนล้านบาทใน 5 ปี2) Leading Indicators สอดคล้องกับการขยายตัว: โดยเห็นสัญญาณของการใช้กำลังผลิต (Capacity utilization) ของกลุ่ม Semiconductor/ICอยู่ที่เฉลี่ย 90.6% และกลุ่ม PCB อยู่ที่ 68% ทั้งสองสัญญาณ ถือว่าทำจุดสูงสุดในรอบ 3 ปีที่ไม่เห็นมาตั้งแต่ยุค EV boom นอกจากนี้ ยังมีการขยับของรายใหญ่ อย่าง Phononic บริษัทเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนระบายความร้อนชิปให้ NVIDIA ก็ประกาศจะลงทุนในไทยประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ภายในปี 2573 นี่คือสัญญาณว่า ไม่ใช่แค่ภาครัฐที่ตั้งใจโปรโมท แต่ภาคเอกชนก็เริ่มเข้ามาเองอย่างชัดเจน3) ปัจจุบัน คือ Timing การลงทุนที่ดีที่สุด: โดยมองว่าจุดนี้คือ “ต้นรอบ” หากดู Wave 1 และ Wave 2 หลังจากเริ่มเห็นการโปรโมทนโยบายการส่งเสริมการลงทุน จะเห็นสัญญาณของตัวเลข FDI ตามมาอีก 6-12 เดือน นั้นหมายความว่า Wave 3 ของ Semiconductor จะเริ่มเห็นในข้อมูล BOI ช่วงครึ่งหลังปี 2569 ซึ่งตรงนี่เป็นจุดสำคัญที่ยังไม่มีคนพูดถึงฝ่ายวิจัยบัวหลวง มองว่าหุ้น WHA เป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุด จากที่ดิน (Land bank) ที่ EEC กว่า 14,720 ไร่ เพียงพอรับการเติบโตของ Wave ใหม่นี้และมี WHAUP ที่ทำ Private PPA ส ารองไฟฟ้า DC/Semi ได้ ฝ่ายวิจัยได้ปรับประมาณการกำไรปี 2569 ขึ้นเป็น 4.3 พันล้านบาทส่วนหุ้น AMATA มองว่า ได้แรงหนุนจากลูกค้า Semi เช่น ล่าสุด Foxsemicon ลงทุน 1 หมื่นล้านบาท ในพื้นที่ อมตะซิตี้ ชลบุรีและระยอง และคาดเห็น flow ใหม่ธุรกิจคล้ายกันมาต่อเนื่อง โดยฝ่ายวิจัยได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569 เป็น 4.1 พันล้านบาท (+28% YoY) สูงกว่า consensus ถึง 30% และเชื่อว่าตลาดจะปรับกำไรขึ้นมาตาม โดยจุดสำคัญอยู่ที่การให้ข้อมูลใน Opportunity day วันที่ 21 พ.ค. นี้

BE8 เกมรุก AI กาง 3 เสาหลัก เจาะฐานรัฐ
อ่าน

BE8 เกมรุก AI กาง 3 เสาหลัก เจาะฐานรัฐ

#BE8 #ทันหุ้น – BE8 ปรับเกมใหญ่สู่ AI Transformation เต็มสูบ! กาง 3 เสาหลักยุทธศาสตร์ใหม่ ปักธงเชื่อมแพลตฟอร์ม AI ระดับโลกสู่องค์กรภาครัฐ และอาเซียน หลังคว้า Exclusive Thailand Partnership ปั้น New S-Curve ผ่าน JV-พันธมิตรเอ็กซ์คลูซีฟ นายอภิเษก เทวินทรภักติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบริล 8 พลัส จำกัด (มหาชน) หรือ BE8 เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาส 1/2569 บริษัทได้ทำการปรับทิศทางเชิงกลยุทธ์ เพื่อมุ่งสู่บทบาทการเป็นผู้นำในการให้บริการเชื่อมแพลตฟอร์ม AI ชั้นนำระดับโลกสู่องค์กรไทยและอาเซียน และได้ทำการกำหนดทิศทางธุรกิจระยะต่อไปเพื่อฟื้นฟูความสามารถในการทำกำไรในระยะสั้น และวางรากฐานการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวกางแผนงานทั้งนี้บริษัทได้กำหนดการดำเนินงานผ่าน 3 เสาหลักเชิงกลยุทธ์ประกอบด้วย 1. การก้าวสู่ผู้นำด้าน AI Transformation ผ่านระบบนิเวศพันธมิตรระดับโลก โดยปรับยุทธศาสตร์จากการพัฒนาเทคโนโลยี AI ด้วยตนเอง ไปสู่การร่วมมือ กับผู้ให้บริการ AI ชั้นนำ ในฐานะพันธมิตรแห่งเดียวในประเทศไทย เพื่อเร่งการนำบริการเข้าสู่ตลาด และลดความเสี่ยง ด้านการพัฒนาที่ต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก โดยในไตรมาส 1/2569 BE8 ได้ลงนามความร่วมมือ Exclusive Thailand Partnership ระยะ 3 ปี กับ Lyzr ผู้พัฒนา Enterprise AI Agent Platform จากสหรัฐอเมริกา  ซึ่งได้รับการจัดอันดับเป็น 1 ใน 100 บริษัท AI ที่มีนวัตกรรมสูงสุดของโลกประจำปี 2026 โดย CB Insights และมีฐานลูกค้าองค์กรกว่า 400 ราย อาทิ Accenture, AWS, Hitachi Energy, Publicis, AirAsia รวมถึงหน่วยงานภาครัฐของสหรัฐฯนายอภิเษก กล่าวต่อว่า ความร่วมมือดังกล่าวทำให้ BE8 มีแพลตฟอร์ม AI หลักครบ 3 ราย ครอบคลุมการนำ AI ไปใช้ในองค์กร ได้แก่ Salesforce ที่เป็น AI สำหรับ ด้านบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าบนระบบ CRM, Google Gemini ในด้าน AI โมเดลที่เป็นรากฐาน และ Lyzr ที่มี AI สำหรับองค์กรที่ไม่ได้ใช้ Salesforce เป็นแกนหลัก เช่น กลุ่มธนาคาร โทรคมนาคม โลจิสติกส์ ภาครัฐ และธุรกิจที่ต้องการจัดเก็บข้อมูลภายในประเทศขณะเดียวกัน บริษัทยังคงเดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์ม PRISM AI ของตนเอง ในฐานะ Centralized Intelligence Layer เพื่อช่วยให้องค์กรเลือกใช้ AI Model ที่เหมาะสมกับแต่ละงาน พร้อมบริหารต้นทุนการใช้ AI ให้สอดคล้องกับงบประมาณของลูกค้าเสาหลักที่ 2. คือ การขยายฐานในตลาดไอทีภาครัฐ โดยในช่วง 5 ปีข้างหน้าจะเติบโตต่อเนื่อง และเป็นโอกาสสร้างรายได้เชิงโครงสร้างของกลุ่ม BE8 โดยเบื้องต้นจะมีโครงการ Postman Cloud เป็นโครงการเรือธง หลังจากเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา บริษัทได้รับคัดเลือกเป็นพันธมิตรพัฒนาแพลตฟอร์ม Postman Cloud ของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ภายใต้โมเดลแบ่งสรรรายได้ และคาดว่าจะเริ่มให้บริการเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 3/2569 และทยอยรับรู้รายได้ในระยะยาวเสาหลักสุดท้าย คือ การสร้างธุรกิจใหม่เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตระยะต่อไป หรือ New S-Curve ผ่านการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ และการเป็นพันธมิตรแบบเอ็กซ์คลูซีฟ โดยมุ่งปรับโครงสร้างรายได้จากงานโครงการแบบครั้งคราว ไปสู่รายได้ประจำจากค่าสมาชิก และรายได้ตามปริมาณการใช้งานผ่านการร่วมทุนและพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในอุตสาหกรรมสำคัญ เพื่อพัฒนาโซลูชันและทรัพย์สินทางปัญญาของตนเอง เพิ่มความชัดเจนของรายได้ และลดความผันผวนจากงานโครงการและในปีนี้บริษัทเดินหน้าต่อยอดกิจการร่วมค้า HoriXon T8 ร่วมกับบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เพื่อนำเสนอแพลตฟอร์มประกันภัยดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วย AIเจรจาพันธมิตรนอกจากนี้บริษัทยังอยู่ระหว่างเจรจา การร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ และการเป็นพันธมิตรแบบเอ็กซ์คลูซีฟ เพิ่มเติมกับบริษัท AI Platform ระดับโลกหลายราย เพื่อขยายบทบาทของ BE8 ในฐานะผู้ได้รับสิทธิ์จัดจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟในประเทศไทยและอาเซียนและคาดว่าจะมีรายละเอียดและพร้อมประกาศอย่างเป็นทางการต่อไปนายอภิเษก กล่าวอีกว่า จากการปรับเปลี่ยนทิศทางเชิงกลยุทธ์ในช่วงไตรมาส 1/2569 บริษัทได้บันทึกการตั้งสำรองรายการพิเศษ (One-Time Items) จำนวน 31 ล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 45 ของผลขาดทุนสุทธิ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว (Non-Recurring Charges) เพื่อรองรับการปรับโมเดลธุรกิจ และปลดล็อกการเติบโตในระยะยาว ส่งผลให้ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 บริษัทมีรายได้รวม 608.99 ล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อนหน้า เติบโตร้อยละ 1.66 (YoY) สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของฐานลูกค้าระยะยาว ขณะที่มีผลขาดทุนสุทธิ 68.91  ล้านบาทอย่างไรก็ตามหากหักรายการพิเศษออกจำนวน 31 ล้านบาท และหักค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตนที่เกิดจากการควบรวมกิจการอีกจำนวน 5.99 ล้านบาท ผลขาดทุนสำหรับงวดจะอยู่ที่ 31.66 ล้านบาท คิดเป็นอัตราขาดทุนสุทธิร้อยละ 5.19 ของรายได้ ซึ่งเป็นระดับที่บริษัทประเมินว่าบริหารจัดการได้ และจะทยอยฟื้นตัวเมื่อกลยุทธ์ใหม่จาก 3 เสาหลักเริ่มสร้างรายได้ในครึ่งหลังของปี

หุ้น SCGP พุ่ง โบรกชี้กำไร Q1/69 ดีกว่าคาด แนะนำ”ซื้อ”
อ่าน

หุ้น SCGP พุ่ง โบรกชี้กำไร Q1/69 ดีกว่าคาด แนะนำ”ซื้อ”

#SCGP #ทันหุ้น-หุ้นบริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP ราคาปรับขึ้น 9% โบรกเกอร์ชี้กำไรไตรมาส 1/69 ออกมาดีกว่าคาด จากอัตรากำไรที่ดีขึ้นตามต้นทุนที่ลดลง รวมถึงบริษัทลูกในอินโดนีเซียฟื้นตัว โดยได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 25 บาท คงคำแนะนำซื้อความเคลื่อนไหวราคาหุ้น SCGP ช่วงบ่ายอยู่ที่ 23 บาท บวก 1.90 บาท หรือ 9.00% มีมูลค่าการซื้อขาย 1,079.38 ล้านบาทบล.เอเซีย พลัส ระบุว่า SCGP รายงานกำไรไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 1,566 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74% YoY ซึ่งมากกว่าคาด 30% โดยกำไรเติบโตเด่นเกิดจากอัตรากำไรที่ปรับตัวดีขึ้นตามต้นทุนเศษกระดาษที่ลดลง รวมถึงผลประกอบการของบริษัทลูกในอินโดนีเซีย (Fajar) ที่ฟื้นตัวชัดเจน หลังมีการปรับขึ้นราคาขาย แก้ไขสัญญาซื้อก๊าซธรรมชาติและปรับโครงสร้างองค์กร ส่งผลให้ไตรมาสนี้Fajar มีผลขาดทุนลดลงเหลือเพียง 37 ล้านบาท จากเดิมที่ติดลบ 627 ล้านบาท ในงวดไตรมาส 1/68ฝ่ายวิจัยเอเซีย พลัส คาดแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/69 ของ SCGP ชะลอตัว QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล โดยประเทศไทยซึ่งคิดเป็นราว 45% ของยอดขายรวมได้รับผลกระทบจากวันหยุดสงกรานต์ ความไม่แน่นอนของลูกค้ากลุ่มส่งออก และผลกระทบด้านต้นทุนพลังงาน อย่างไรก็ดี กำไรยังมีแนวโน้มดีขึ้น YoY จากต้นทุนเศษกระดาษต่ำที่ยังต่อเนื่องมาจากไตรมาส 1/69 และโครงสร้างต้นทุนที่ดีขึ้น โดยเฉพาะ Fajar หลังลดภาระดอกเบี้ยและปรับสัญญาซื้อก๊าซธรรมชาติที่ช่วยลดต้นทุนอย่างมีนัยฯนอกจากนี้มองว่า โมเมนตัมกำไรระยะถัดไปดีขึ้นต่อเนื่อง จากราคาขายในอินโดนีเซียที่ปรับขึ้นได้ตามสมดุล Demand–Supply การเพิ่ม Integration Level ของ Fajar จาก 18% เป็น 26% หลังเข้าซื้อบริษัท MYPAX ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาการส่งออกสินค้าไปจีน โดย Fajar ตั้งเป้าจะกลับมามีกำไรในไตรมาส 3/69 ขณะที่โรงงาน Dissolving Pulp จะกลับมาเดินเครื่องปกติพร้อมราคาขายที่มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นตามราคา Nylon และคาดว่าการนำเข้ากระดาษบรรจุภัณฑ์ของจีนในช่วงครึ่งปีหลังจะฟื้นตัวจากเกณฑ์นำเข้าเยื่อกระดาษแบบแห้งที่เข้มงวดขึ้น**ปรับเพิ่มกำไร-ราคาเป้าหมายขึ้นฝ่ายวิจัยได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569 ขึ้นอีก 11%เป็น 5,388 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32%YoY ส่งผลให้ราคาเหมาะสมที่ประเมินด้วยวิธี DCF เพิ่มขึ้นจาก 23.00 บาท เป็น 25.00 บาท มี Upside 18.5% คงคำแนะนำ"ซื้อ"

แม็คโคร–โลตัส ขานรับนโยบายรัฐ ร่วม“ไทยช่วยไทย”ลดภาระค่าครองชีพ
อ่าน

แม็คโคร–โลตัส ขานรับนโยบายรัฐ ร่วม“ไทยช่วยไทย”ลดภาระค่าครองชีพ

#ทันหุ้น-“แม็คโคร–โลตัส” ภายใต้ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงมหาดไทย ขับเคลื่อนโครงการ “ไทยช่วยไทย” ลดภาระ ลดค่าครองชีพ เดินหน้าช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน ด้วยการนำสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน ทั้งสินค้าอุปโภคและบริโภค มาจัดจำหน่ายในราคาพิเศษ ผ่านเครือข่ายความร่วมมือทั่วประเทศ โดยแม็คโครและโลตัส ได้คัดสรรสินค้า House Brand อาทิ aro, Savepak, Lotus’s, Momento และคุ้มค่า รวมถึงสินค้าราคาพิเศษจากแคมเปญ Rollback ของโลตัส และสินค้าแบรนด์คุณภาพ ครอบคลุมหมวดหมู่สำคัญ อาทิ ข้าวสาร น้ำตาล น้ำมันพืช อาหารแห้ง เครื่องปรุง ของใช้ในครัวเรือน และสินค้าอุปโภค เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าคุณภาพในราคาประหยัด โดยสินค้าที่เข้าร่วมโครงการสามารถลดราคาสูงสุดกว่า 58%สำหรับการจัดจำหน่าย จะจัดขึ้น ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ เพื่อกระจายโอกาสในการเข้าถึงสินค้าอย่างทั่วถึง โดยกำหนดจัดกิจกรรมทุกวันศุกร์ของเดือนพฤษภาคม 2569 ได้แก่ วันที่ 1, 8, 15, 22 และ 29 ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น. โดยความร่วมมือในครั้งนี้ สะท้อนถึงบทบาทของแม็คโคร–โลตัส ในการเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลค่าครองชีพประชาชน และสนับสนุนการเข้าถึงสินค้าคุณภาพในราคาที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง

UNIX โรดโชว์คึกคัก! กระแสดีเยี่ยม
อ่าน

UNIX โรดโชว์คึกคัก! กระแสดีเยี่ยม

#ทันหุ้น - นายโสฬส ยอดมงคล (กลาง) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, นายวรบุตร เลิศอิทธิพร (ซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน บริษัท ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ UNIX พร้อมด้วย นางสาวออมสิน ศิริ (ขวา) ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จํากัด (มหาชน) (BYD) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่าย ร่วมนำเสนอข้อมูลการเสนอขายหุ้น IPO และศักยภาพการเติบโตแก่นักลงทุน ในรูปแบบไฮบริด โดยได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเข้าร่วมฟังอย่างคึกคัก ชูจุดเด่นเป็นผู้ประกอบธุรกิจผู้ผลิตและจำหน่ายฟิล์มและบรรจุภัณฑ์พลาสติก ได้ยกระดับการดำเนินงานเป็นอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) ระดับที่ 5ทั้งนี้ UNIX  เตรียมเสนอขาย IPO จำนวน 180 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็น 27.27% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ชำระแล้วทั้งหมด และคาดว่าจะสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในไตรมาส2 ปี 2569 นี้ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น ณ ห้องประชุมเสรี จินตนเสรี อาคาร B ชั้น 7 ตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา

"แม็คโคร–โลตัส" จับมือกรมการค้าภายใน ส่งต่อมะพร้าวน้ำหอมสด คุณภาพดี ช่วยเกษตรกรไทย
อ่าน

"แม็คโคร–โลตัส" จับมือกรมการค้าภายใน ส่งต่อมะพร้าวน้ำหอมสด คุณภาพดี ช่วยเกษตรกรไทย

แม็คโครโลตัส ภายใต้ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) เปิดพื้นที่ให้ชาวสวนมะพร้าวนำผลผลิตสดจากสวนมาจำหน่ายส่งตรงถึงผู้บริโภค โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาด ลดขั้นตอนคนกลาง และบรรเทาผลกระทบจากราคามะพร้าวที่ผันผวน โดยมี นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์, ศูนย์ประสานงานและประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรและอาหาร (AFC) หอการค้าไทย เข้าเยี่ยมชมการจำหน่าย พร้อมด้วย นางศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร และ นายสมนึก ยอดดำเนิน ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินค้าอาหารสด ซีพี แอ็กซ์ตร้า ให้การต้อนรับ ร่วมกับเกษตรกร ณ แม็คโคร สาขานครอินทร์ ตอกย้ำบทบาทของแม็คโครโลตัส เคียงข้างเกษตรกรไทยสร้างรายได้ที่ยั่งยืน ภายในงาน เกษตรกรนำมะพร้าวน้ำหอม และผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว มาจำหน่ายในราคาที่เข้าถึงได้ ได้แก่ มะพร้าวน้ำหอม ลูกละ 15 บาท (7 ลูก 100 บาท) น้ำมะพร้าวบรรจุขวด ขวดละ 20 บาท และวุ้นมะพร้าวถ้วยละ 20 บาท ช่วยเพิ่มรายได้และเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเลือกซื้อผลผลิตคุณภาพจากแหล่งผลิตโดยตรง ทั้งนี้ แม็คโคร และ โลตัส เปิดพื้นที่ให้เกษตรกรจำหน่ายระหว่างวันที่ 1831 มีนาคม 2569 ใน 10 สาขา ได้แก่ แม็คโคร ลาดพร้าว, ศรีนครินทร์, บางบอน, ศาลายา, นครอินทร์ และโลตัส สุขาภิบาล 1, บางนา, พัฒนาการ, รามอินทรา และบางกะปิ เพื่อเร่งระบายผลผลิตสู่ตลาด พร้อมตั้งเป้ารับซื้อและกระจายมะพร้าว 3 ล้านลูกภายในเดือนเมษายน และรวมกว่า 6 ล้านลูกตลอดปี 2569 เพื่อเสริมเสถียรภาพราคาและเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้เกษตรกรไทย

ซีพี แอ็กซ์ตร้า หนุนสินค้าเกษตร GI ลงพื้นที่ “แห้วสุพรรณ” จำหน่ายผ่านแม็คโคร–โลตัสทั่วประเทศ
อ่าน

ซีพี แอ็กซ์ตร้า หนุนสินค้าเกษตร GI ลงพื้นที่ “แห้วสุพรรณ” จำหน่ายผ่านแม็คโคร–โลตัสทั่วประเทศ

แม็คโคร-โลตัส ภายใต้ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)เดินหน้าสนับสนุนเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งเสริมการขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าเกษตรคุณภาพสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศ ล่าสุดร่วมกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาลงพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อตรวจเยี่ยมกระบวนการผลิตสินค้าแห้วสุพรรณที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)ซึ่งสะท้อนถึงอัตลักษณ์และคุณภาพของสินค้าเกษตรท้องถิ่นไทย ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้ร่วมเยี่ยมชมกระบวนการผลิตและการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากแห้วสุพรรณ อาทิ แห้วเฟรนช์ฟรายส์ แห้วต้มสีสมุนไพร แห้วแช่อิ่มอบแห้ง และ แป้งแห้วสำหรับทำอาหาร พร้อมหารือร่วมกับผู้ประกอบการถึงแนวทางพัฒนาผลิตภัณฑ์และการขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าแห้วสุพรรณผ่าน แม็คโครและโลตัสทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดและสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับเกษตรกร ที่ผ่านมา ซีพี แอ็กซ์ตร้า มุ่งมั่นให้การสนับสนุนเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่องผ่านการรับซื้อผลผลิตเพื่อนำมาจำหน่ายในแม็คโครและโลตัส โดยตลอดปี2568ได้ให้การสนับสนุนพร้อมสร้างรายได้ให้เกษตรกร และผู้ประกอบการSMEsทั่วประเทศ ไปแล้วกว่า30,000ล้านบาท ทั้งนี้เพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรด้านคุณภาพและความปลอดภัย ซีพี แอ็กซ์ตร้า ได้นำระบบi-Trace (Traceability System)หรือระบบตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่อุปทานมาใช้ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบข้อมูลสำคัญของสินค้าได้ตั้งแต่แหล่งที่มา สายพันธุ์ มาตรฐานการผลิต สถานที่เพาะปลูก ไปจนถึงข้อมูลด้านโภชนาการ ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารปลอดภัยอย่างยั่งยืนตลอดห่วงโซ่

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ร่วมกับ มูลนิธิโครงการหลวง จัดงาน โครงการหลวง สินค้าคุณภาพ สู่ ซีพี แอ็กซ์ตร้า 2569
อ่าน

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ร่วมกับ มูลนิธิโครงการหลวง จัดงาน โครงการหลวง สินค้าคุณภาพ สู่ ซีพี แอ็กซ์ตร้า 2569

แม็คโคร-โลตัสภายใต้ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)เดินหน้าสนับสนุนเกษตรกรชาวเขา จับมือ มูลนิธิโครงการหลวง เปิดงานโครงการหลวง สินค้าคุณภาพ สู่ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ประจำปี2569สานต่อความร่วมมือในการรับซื้อผลผลิตจากมูลนิธิโครงการหลวง คัดสรรผลผลิตคุณภาพสูง ได้มาตรฐาน ในราคาคุ้มค่า เพื่อให้ผู้บริโภคได้เลือกสรร พร้อมช่วยสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ผ่านการส่งเสริมการปลูกพืชผักและผลไม้ที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับพันธกิจร่วมกันของโครงการหลวงและซีพี แอ็กซ์ตร้า ในการผลักดันเกษตรกรและชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยได้รับเกียรติจากนายนาวิน สุขเลิศ หัวหน้าฝ่ายบริหารผลิตผลและผลิตภัณฑ์โครงการหลวงเป็นประธานในพิธีเปิดงาน ร่วมด้วยคณะผู้บริหารจาก ซีพี แอ็กซ์ตร้า พร้อมชมบูธกิจกรรม และจุดจำหน่ายสินค้าโครงการหลวง ณ โลตัส สาขาบางนา โครงการหลวง สินค้าคุณภาพ สู่ ซีพี แอ็กซ์ตร้า 2569 นางศิริพร เดชสิงห์ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่างาน โครงการหลวง สินค้าคุณภาพ สู่ ซีพี แอ็กซ์ตร้า เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง ซีพี แอ็กซ์ตร้า และ มูลนิธิโครงการหลวง โดยมีเป้าหมายในการส่งมอบสินค้าคุณภาพดี ปลอดภัย และได้มาตรฐาน ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงมือผู้บริโภค ผ่านการรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรชาวเขาในเครือข่ายโครงการหลวง พร้อมขยายช่องทางการจำหน่ายผ่านสาขาของแม็คโครและโลตัสทั่วประเทศ ซึ่งช่วยสนับสนุนให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและมีรายได้ที่มั่นคง ตอกย้ำพันธกิจขององค์กรในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน งาน "โครงการหลวง สินค้าคุณภาพ สู่ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ประจำปี2569" จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ - วันที่30เมษายน2569ที่ แม็คโครและโลตัส เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ โดยสามารถเลือกซื้อสินค้าคุณภาพส่งตรงจากเกษตรกรชาวเขา พร้อมพบกับโปรโมชันและราคาพิเศษมากมาย อาทิ คาร์เวียร์โครงการหลวงหนึ่งในวัตถุดิบเลอค่าจากโครงการหลวง มีต้นกำเนิดจากปลาเมืองหนาว ปลาไซบีเรียน สเตอร์เจียน ที่ใช้ระยะเวลาเพาะเลี้ยงยาวนานถึง8ปี บนพื้นที่สูงบนดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีอากาศหนาวเย็น จึงทำให้คุณภาพและรสชาติได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่15มีนาคม2569เฉพาะที่โลตัส สาขาบางนาเท่านั้น สินค้าโครงการหลวงในราคาพิเศษหลากหลายรายการ ทั้ง ผัก ผลไม้ และผลผลิตคุณภาพจากดอย อาทิ ผักกาดหอมห่อ, มะเขือเทศ, สตอเบอรี่, ฟักทองญี่ปุ่น พิเศษ เบบี้คอส และ เบบี้ฮ่องเต้ ซื้อ1แถม1ตั้งแต่วันนี้จนถึง30เมษายน2569ที่โลตัสสาขาที่ร่วมรายการ พิเศษ สำหรับสมาชิกมายโลตัส เมื่อซื้อสินค้าโครงการหลวงครบ599บาท สามารถนำใบเสร็จมาแลกรับฟรี กระเป๋าดอยตุง มูลค่า299บาท (1สิทธิ์/1ใบเสร็จ) ที่จุดบริการลูกค้า ตั้งแต่วันนี้จนถึง30เมษายน2569ที่โลตัสสาขาที่ร่วมรายการ ซีพี แอ็กซ์ตร้า มุ่งดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตามหลักESGครอบคลุมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ โดยการรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงช่วยสร้างความมั่นคงทางรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร โดยเฉพาะเกษตรกรในเครือข่ายโครงการหลวง แต่ยังส่งเสริมมาตรฐานสินค้าเกษตรคุณภาพ ต่อยอดศักยภาพของชุมชน และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

โปร Early Bird ซื้อคอร์สล่วงหน้า 1 เดือน ใช้ 0 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

โปร Early Bird ซื้อคอร์สล่วงหน้า 1 เดือน ใช้ 0 ทรูพอยท์

ลูกค้าทรูใช้ทรูพอยท์ 0 คะแนนโปร Early Bird เมื่อต่อคอร์ส ชำระคอร์สล่วงหน้า 1 เดือน (ใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง)ครั้งที่ 1 (ของปี) ล่วงหน้า: รับเพิ่ม 1 ชั่วโมง หรือส่วนลด 150 บาทครั้งที่ 2 (ติดต่อกัน) ล่วงหน้า: รับเพิ่ม 2 ชั่วโมง หรือส่วนลด 200 บาทครั้งที่ 3 (ติดต่อกัน) ล่วงหน้า: รับเพิ่ม 3 ชั่วโมง หรือส่วนลด 350 บาทครั้งที่ 4 (ติดต่อกัน) ล่วงหน้า: รับเพิ่ม 4 ชั่วโมง หรือรับส่วนลด 500 บาทเฉพาะสาขาที่ร่วมรายการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-002 5072https://www.facebook.com/072jintakanitdr.miangheadoffice เงื่อนไข 1. สามารถใช้สิทธิ์ภายในเดือนที่กดรับโค้ดแล้วเท่านั้น2. กดรับสิทธิ์ที่เจ้าหน้าที่เท่านั้น งดรับสิทธิ์จากภาพถ่าย/ภาพบันทึกหน้าจอ (Screenshot)3. สงวนสิทธิ์งดให้บริการหากลูกค้าทำการกดตัดสิทธิ์ หรือไม่มีโค้ดเพื่อใช้สแกนรับสิทธิ์4. ในกรณีที่โค้ดถูกขโมย ทำลาย หรือนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของโค้ด บริษัทฯจะไม่ทำการคืนเงินในทุกกรณี5. หากโค้ดชำรุดหรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ ทางร้านมีสิทธิ์ปฏิเสธงดให้บริการ6. โค้ดส่วนลดนี้ ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือคืนเป็นเงินสดได้7. บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ตามช่องทางที่กำหนด และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้ การพิจารณาและการตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สิ้นสุดข้อกำหนดและเงื่อนไข

SUSCO ปักธง Smart Energy & Mobility Solutions Provider
อ่าน

SUSCO ปักธง Smart Energy & Mobility Solutions Provider

บมจ.ซัสโก้ (SUSCO) เปิดผลงานปี 68 มีรายได้รวม 31,380.70 ล้านบาท กำไรสุทธิ 120.30 ล้านบาท บอร์ดอนุมัติจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดอีกในอัตรา 0.03 บาท/หุ้น ขึ้น XD วันที่ 12 มี.ค. รับเงินปันผลวันที่ 22 พ.ค. 69 รวมทั้งปี 68 จ่ายปันผล 0.09 บาท/หุ้น ผู้บริหาร “ชัยฤทธิ์ สิมะโรจน์” ระบุ ปีนี้เดินหน้าขยายธุรกิจออยล์และนอนออยล์ต่อเนื่อง เสริมแกร่งด้านการแข่งขัน ผลักดันสู่การเป็น "Smart Energy Mobility Solutions Provider" เต็มรูปแบบ ตั้งเป้ารายได้รวมเติบโตต่อเนื่องนายชัยฤทธิ์ สิมะโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ SUSCO ผู้นำด้านการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและธุรกิจพลังงานแบบครบวงจร เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในปี 2568 มีรายได้รวม 31,380.70 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 120.30 ล้านบาท แม้ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว กำลังซื้ออ่อนแรง ราคาพลังงานผันผวน รวมถึงปัญหาชายแดน และปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในประเทศ ล้วนส่งผลต่อภาพรวมหลายอุตสาหกรรม จึงส่งผลต่อภาพรวมการฟื้นตัวของการบริโภคทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ปรับกลยุทธ์การตลาดให้สอดรับกับสถานการณ์ พร้อมยกระดับศักยภาพสถานีบริการน้ำมันและธุรกิจนอนออยล์ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาวโดยในปี 2569 คาดว่ายอดจำหน่ายภายในประเทศจะเพิ่มมากขึ้น จากการปรับกลยุทธ์และการขยายสถานีบริการเพิ่มมากขึ้น สำหรับการจำหน่ายน้ำมันไปต่างประเทศคาดว่าจะทรงตัวใกล้เคียงกับยอดจำหน่ายในช่วงครึ่งหลังของปี 2568ขณะที่ในส่วนของธุรกิจนอนออยล์หลังจากบริษัทฯ ได้เปิด SUSCO SQUARE สาขาปิ่นเกล้า แห่งที่ 4 คาดว่ารายได้ค่าเช่าจะเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 20% ในไตรมาสแรกของปี 2569 ด้านธุรกิจการจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าคาดว่ายอดจำหน่ายแบรนด์ BYD และ DENZA จะยังคงเติบโต เนื่องจากแบรนด์จะมีการทยอยเปิดตัวรุ่นใหม่เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ส่วนธุรกิจให้เช่าซื้อและให้เช่ารถยนต์ บริษัทฯ มีเป้าหมายเพิ่มจำนวนรถบริการไม่น้อยกว่า 500 คันภายในระยะเวลา 2 ปีข้างหน้า ซึ่งคาดว่าจะช่วยสร้างรายได้เพิ่มอย่างมีนัยสำคัญในอนาคตนอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดเพิ่มในอัตรา 0.03 บาท/หุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 12 มีนาคม 2569 กำหนดจ่ายวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ทั้งนี้ บริษัทฯ จ่ายเงินปันผลระหว่างกาล (1 มกราคม 2568 - 30 มิถุนายน 2568)ไปแล้ว หุ้นละ 0.06 บาท รวมทั้งปี 2568 เท่ากับ 0.09 บาท/หุ้น“กลยุทธ์ของ SUSCO ในปีนี้มุ่งขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งธุรกิจออยล์และนอนออยล์ ผ่านการจับมือพันธมิตร การกระจายการลงทุนไปยังธุรกิจที่มีศักยภาพ โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าเปิดสถานีบริการน้ำมันเพิ่ม 10 แห่ง ควบคู่ไปกับการปรับโฉมสถานีบริการน้ำมันให้ทันสมัยสอดรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งจากแผนงานนี้คาดว่าจะช่วยสนับสนุนรายได้รวมปีนี้เติบโต 8% และช่วยผลักดันให้บริษัทฯ ก้าวสู่การเป็น Smart Energy Mobility Solutions Provider อย่างเต็มรูปแบบ” นายชัยฤทธิ์ กล่าวในที่สุด

Moto GP
ดู

Moto GP

SMiniz เกมแนว Puzzle ที่จะพาเหล่าแฟน ๆ มาพบกับความน่ารักของศิลปินคนโปรดจาก SM Entertainment เปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าแล้ว
อ่าน

SMiniz เกมแนว Puzzle ที่จะพาเหล่าแฟน ๆ มาพบกับความน่ารักของศิลปินคนโปรดจาก SM Entertainment เปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าแล้ว

เตรียมมาพบกับเหล่าศิลปินคนโปรดในรูปแบบที่อัดแน่นด้วยความน่ารัก! ใน SMiniz เกมแนว Puzzle จับคู่เรียง 3 ที่พัฒนาโดย METABORA ให้บริการโดย Kakao Games ส่วนทาง SM Entertainment ก็เป็นผู้สนับสนุนลิขสิทธิ์ (IP) ของศิลปินในสังกัดทั้งหมด ซึ่งในตอนนี้ตัวเกมนั้นก็ได้ประกาศเปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าแล้วเป็นที่เรียบร้อย! ใครที่สนใจก็ไปกดลงทะเบียนกันได้เลย![NOTICE]⋆⁺₊⋆ SMiniz 카카오 사전예약 OPEN! ⋆⁺₊⋆미니즈와의 즐거운 여정, 준비되셨나요? 👀✨SMiniz의 카카오 사전예약이 드디어 오픈되었습니다🥳지금 바로 SMiniz를 사전예약하고,아이패드 에어13, 미니즈 캐릭터 포토카드 등 다양한 경품이 걸린🎁 100% 당첨 룰렛 이벤트에… pic.twitter.com/V5VYbp9aoA— SMiniz (@SMiniz_gb) February 3, 2026 SMinizเตรียมมาสนุกไปกับเกมพัซเซิล Match 3 สุดฟินกับ "เมน" คนโปรดของคุณ!NCT, aespa, RIIZE มาเยือนแล้ว!เตรียมมาพบกับตัวละครสุดแสนน่ารัก ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเหล่าศิลปินทั้ง 36 คน !ตื่นตา ตื่นใจไปกับชุดขึ้นสเตจของพวกเขา และท่าเต้นอันเป็นเอกลักษณ์ที่ถ่ายทอดเสน่ห์ของเหล่าศิลปินออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบสะสมโฟโต้การ์ดของเหล่าเมนพบกับโฟโต้การ์ดมากมายกว่า 720 แบบ! ตั้งแต่โฟโต้การ์ดแบบ Real-life คุณภาพสูง ไปจนถึงเวอร์ชันภาพวาดที่กำลังรอคอยคุณอยู่การ์ดของคุณ พื้นที่ "Fan Zone" ของคุณตกแต่งโฟโต้การ์ดที่คุณสะสมมาได้อย่างอิสระ และสร้างพื้นที่พิเศษสำหรับศิลปินคนโปรดในแบบของคุณใครที่สนใจนั้นก็สามารถเข้าไปกดลงทะเบียนล่วงหน้าตัวเกมกันได้ที่ลิงก์ด้านล่าง

วัน แบงค็อกดึง SMBC ปักหมุด ย้ำฮับธุรกิจระดับโลก
อ่าน

วัน แบงค็อกดึง SMBC ปักหมุด ย้ำฮับธุรกิจระดับโลก

#ทันหุ้น - 22 มกราคม 2569 – วัน แบงค็อก เตรียมต้อนรับธนาคาร ซูมิโตโม มิตซุย แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น ประเทศไทย (SMBC) ในฐานะผู้เช่าสำนักงานสำคัญรายแรกของอาคาร วัน แบงค็อก ทาวเวอร์ ทู ซึ่งนับเป็นการย้ายสำนักงานในประเทศไทยครั้งแรกในรอบกว่าทศวรรษ โดยมีกำหนดย้ายเข้าในไตรมาสที่ 4ของปี 2569  SMBC เป็นสถาบันการเงินญี่ปุ่นที่มีประวัติการดำเนินงานยาวนานที่สุดในไทยตั้งแต่ปี 2495 โดยยึดมั่นต่อบทบาทในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น และสนับสนุนธุรกิจของทั้งสองประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนและผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับนโยบาย “Thailand 4.0” ที่มุ่งยกระดับเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูง รวมถึงการให้ความสำคัญกับหลักความยั่งยืนในทุกอุตสาหกรรมของไทยนายปณต สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด ผู้พัฒนาโครงการวัน แบงค็อกกล่าวว่า “การตัดสินใจย้ายสำนักงานของ SMBC มายัง วัน แบงค็อก นับเป็นอีกก้าวสำคัญของเรา สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของโครงการในการเป็นจุดหมายปลายทางที่เป็นที่ต้องการขององค์กรชั้นนำ ถือเป็นข้อพิสูจน์อย่างชัดเจนถึงความมุ่งมั่นของ วัน แบงค็อก ที่ยึดมั่นดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตามมาตรฐานระดับโลก รวมถึงการส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของผู้คนในโครงการ ยิ่งไปกว่านั้น ยังสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ระยะยาวร่วมกันของทั้งสององค์กร ในการเติบโตและร่วมกันพัฒนาพื้นที่ทำงานสำหรับอนาคตไปพร้อมกัน”นายโยชิฮิโระ เฮียคุโทเมะ Deputy President Executive Officer, Co-Head of Global Banking Unit, SMBC Group กล่าวว่า “เราเชื่อมั่นว่าสำนักงานแห่งใหม่ของเราที่ วัน แบงค็อก จะส่งเสริมให้เราทำหน้าที่ในการสนับสนุนและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย และนำเสนอโซลูชันซึ่งตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอของธุรกิจและชุมชนต่างๆ ได้เป็นอย่างดี พื้นที่ทำงานอันทันสมัยและมีการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่งแห่งนี้ จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับพนักงาน ดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถและตอกย้ำความมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศของเรา”อาคาร วัน แบงค็อก ทาวเวอร์ ทู เพียบพร้อมด้วยองค์ประกอบสำคัญในด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้:• วิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืน:วัน แบงค็อก ได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED for Neighbourhood Development (LEED ND) ระดับ Platinum และมุ่งสู่การรับรองมาตรฐาน WELL Building Standards• โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและระบบรักษาความปลอดภัยที่เป็นเลิศ:วัน แบงค็อก ได้รับการรับรองโดย WiredScore Platinum และ SmartScore Platinum สะท้อนถึงความโดดเด่นในด้านการเชื่อมต่อดิจิทัล และระบบรักษาความปลอดภัยทั้งทางไซเบอร์และทางกายภาพที่แข็งแกร่ง• ระบบการบริหารจัดการอาคารที่มีประสิทธิภาพ:วัน แบงค็อก ออกแบบโดยมุ่งเน้นการดูแลสุขภาพของผู้ใช้อาคารอย่างครบถ้วน เช่น มีการติดตั้งระบบกรองอากาศขั้นสูง การนำอากาศบริสุทธิ์เข้าสู่ภายในอาคารที่สูงกว่ามาตรฐานสากลถึง 30% ระบบไฟ LED อัจฉริยะ และระบบการเข้าออกอาคารแบบไร้สัมผัส เพื่อให้พื้นที่สำนักงานมีสภาพแวดล้อมการทำงานที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ใช้งาน• ระบบนิเวศแบบบูรณาการ:การผสมผสานทุกองค์ประกอบอย่างลงตัวเพื่อเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตในทุกด้าน ทั้งการอยู่อาศัย การทำงาน และการพักผ่อนหย่อนใจ พร้อมด้วยพื้นที่สีเขียวและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ช่วยส่งเสริมความสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตและการทำงานอย่างกลมกลืนวัน แบงค็อก มุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ โดยให้ความสำคัญกับสุขภาวะและความปลอดภัยของผู้เช่า ตลอดจนส่งเสริมความเป็นเลิศทางเทคโนโลยี การย้ายสำนักงานของ SMBC สู่ วัน แบงค็อก ในครั้งนี้ นับเป็นการตอกย้ำสถานะของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางสำหรับภาคธุรกิจการเงินระดับโลก เปี่ยมไปด้วยบุคลากรมากความสามารถอย่างแท้จริง

VibeMax Thailand พร้อมเปิดร้านอย่างเป็นทางการในประเทศไทย
อ่าน

VibeMax Thailand พร้อมเปิดร้านอย่างเป็นทางการในประเทศไทย

VibeMax Thailand แบรนด์จำหน่ายสินค้าลิขสิทธิ์แท้ ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท Trendlink Corporation พร้อมเปิดร้านอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เพื่อมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางสินค้า Official Merchandise สำหรับแฟนเกมและอนิเมะ โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง TB Media Global (ประเทศไทย) และ Shanghai Trendlink Culture Innovation จากประเทศจีน VibeMax Thailand ประสบความสำเร็จจากการจัด Pop-up Event ณ ศูนย์การค้า EmSphere ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากกลุ่มแฟนเกมและอนิเมะ (AGS Anime, Game, Series) สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของฐานคอมมูนิตี้ และความต้องการสินค้าลิขสิทธิ์แท้ในตลาดประเทศไทย โดย Pop-up Event ช่วยขยายการรับรู้แบรนด์ VibeMax และเชื่อมโยงสินค้าเข้าสู่กลุ่มคอมมูนิตี้แฟน ๆ อย่างใกล้ชิด จากความสำเร็จดังกล่าว VibeMax Thailand เดินหน้าต่อยอด สู่การเปิดร้านอย่างเป็นทางการในประเทศไทย 2 สาขา ได้แก่ VibeMax สาขา Union Mall ตั้งอยู่ชั้น 2 ศูนย์การค้า Union Mall เปิดให้บริการในวันศุกร์ที่16 มกราคม และ VibeMax สาขา Future Park ตั้งอยู่ชั้น 3 ศูนย์การค้า Zpell @ Future Park (West Zone) เปิดให้บริการในวันเสาร์ที่ 17 มกราคม VibeMax Thailand ได้รวบรวมสินค้าลิขสิทธิ์แท้จาก IP ชั้นนำ อาทิ miHoYo, Kuro Games และ Paper Games ครอบคลุมสินค้า Official Merchandise หลากหลายประเภท เพื่อตอบโจทย์ทั้งนักสะสมและแฟนคลับ พร้อมยกระดับประสบการณ์การเลือกซื้อสินค้าให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ นาย เจีย เจิ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ VibeMax Thailand เปิดเผยว่า จากประสบการณ์การจัด Honkai: Star Rail Pop-Up Thailand เมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้ VibeMax ได้เรียนรู้ถึงพลังและความผูกพันที่คอมมูนิตี้มีต่อ IP ที่พวกเขาชื่นชอบ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญและเคารพอย่างมาก ในฐานะแบรนด์ที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น VibeMax มีความตั้งใจที่จะเรียนรู้ ทำความเข้าใจ และพัฒนาการให้บริการอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเปิดรับความคิดเห็นและคำแนะนำจากแฟน ๆ เพื่อเติมเต็มประสบการณ์ของคอมมูนิตี้ให้ดียิ่งขึ้นในระยะยาว การเปิดร้านครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ VibeMax ในตลาดประเทศไทย โดยเปิดตัวพร้อมอีเวนต์แรกอย่างเป็นทางการ Alien Stage Themed Store Exclusive ธีมสโตร์พิเศษจาก IP ยอดนิยม ที่นำเสนอทั้งบรรยากาศและคอลเลกชันสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อแฟน ๆ Alien Stage โดยเฉพาะ VibeMax Thailand ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าร้านค้า แต่เป็นพื้นที่คอมมูนิตี้ของแฟน ACG ที่ผู้ชื่นชอบเกมและอนิเมะสามารถมาพบปะ แลกเปลี่ยนความสนใจ และสัมผัสโลกของ IP ที่รักในรูปแบบออฟไลน์อย่างเต็มรูปแบบ พบกับร้านอย่างเป็นทางการพร้อมสินค้าลิขสิทธิ์ ภายในธีมสโตร์ Alien Stage แฟน ๆ จะได้พบกับคอลเลคชันสินค้า Alien Stage ที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ รวมถึงไอเทมลิมิเต็ดที่มีวางจำหน่ายเฉพาะช่วงอีเวนต์นี้เท่านั้น เพื่อถ่ายทอดบรรยากาศของ Alien Stage ให้มีชีวิตในพื้นที่จริง พร้อมพบกับโปรโมชันพิเศษอีกมากมาย ที่ VibeMax VibeMax Store, ชั้น 2, Union Mall และ VibeMax Store ชั้น 3 Zpell@Future Park ชั้น 3 (West Zone)