TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “#merkava” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
Merkava Raam Segol รีวิวพรีเมียมท๊อปคันใหม่ อิสราเอล | WAR THUNDER
#LazyCUTx fb : https://www.facebook.com/LazyCUTx discord : https://discord.gg/7YWjyNvKr3 - โดเนทได้เลยจ้า ทำช่องทางใหม่แล้ว อิอิ : https://tipme.in.th/lazycutx - My Hardware : -Ryzen 5 2600 -RTX3060ti -16 GB of Ram -120GB of SSD \ 1TB of HDD WIN 10 HOME
Online Station • 16 มี.ค. 67
Merkava MK. 3D เมอร์-คา-ว่า ม้าศึกแห่งอิสระภาพ | WAR THUNDER
#LazyCUTx #merkava #warthundertank #warthunder fb : https://www.facebook.com/LazyCUTx discord : https://discord.gg/7YWjyNvKr3 - โดเนทได้เลยจ้า ทำช่องทางใหม่แล้ว อิอิ : https://tipme.in.th/lazycutx - My Hardware : -Ryzen 5 2600 -RTX3060ti -16 GB of Ram -120GB of SSD \ 1TB of HDD WIN 10 HOME
Online Station • 18 ก.ค. 67
เล่นซ่อนแอบพรางตัวในเมืองหิมะ !!! (Meccha Chameleon IRL)
ติดต่องาน สปอนเซอร์ : SpriteDerSPD@online-station.net
SpriteDerSPD • 2 วันที่แล้ว
สิทธิพิเศษ
เอ็มแอลบี
-
เสื้อผ้า/แฟชั่นเครื่องแต่งกาย • 12 ม.ค. 69
การล้างแค้นของหมูแสนอร่อยในBrookhaven 🏡RP
การล้างแค้นของหมูแสนอร่อยในBrookhaven 🏡RP
ZBINGZ • 10 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่าน
SRICHAแดีลฟื้นฟูอาหรับ ฝีมือดีเล็งรับแCFP หมื่นล.
#SRICHA #ทันหุ้น – SRICHA ขาขึ้นชัดล่าสุดเซ็น CPF แตะ 8.4 พันล้านบาทแล้ว ดีลต่อยอดงานเดิมโอกาสชนหมื่นล้านบาท ชี้ศักยภาพก่อสร้างเร็วกว่าแผน วาดหวังรับงานอื่นๆ เพิ่ม โอกาสต่อยอดช่วงท้ายสิ้นโครงการ ชม TOP จ่ายเงินเร็วสภาพคล่องดี ดันผลงาน Q2 ทะยาน 11,054.73% ชูเทรนด์ลงทุนพลังงาน-ปิโตรเคมีสูง พร้อมดีลฟื้นตะวันออกกลาง มองความต้องการโครงการใหญ่สูง แต่ผู้ก่อสร้างมีจำกัด นายฉัตรมงคล เขมาภิรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีราชาคอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SRICHA เปิดเผยกับ "ทันหุ้น" ว่า บริษัทมีแนวโน้มการรับงานในโครงการ Clean Fuel Project (CFP) ของ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP เพิ่มเติมจากที่เซ็นสัญญา โดยสัญญางานเดิมซึ่งเซ็นไปเมื่อกลางปี 2568 บริษัทได้รับงานมูลค่า 7,800 ล้านบาท แต่ล่าสุดบริษัทได้รับสัญญางานเพิ่มเติมเข้ามาอีกประมาณ 600 ล้านบาท ส่งผลให้มูลค่างานรวมขยับขึ้นไปแตะ 8,400 ล้านบาทแล้ว นอกจากนี้บริษัท อยู่ระหว่างขั้นตอนการเจรจางานเพิ่มเติมในช่วงท้ายของกรอบงานเดิมกับทางเจ้าของโครงการ (Owner) และ EPCM อีกประมาณ 1,600 ล้านบาท คาดว่าจะได้ข้อยุติและทยอยออกเอกสารสัญญาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากการเจรจาสำเร็จจะผลักดันให้มูลค่าโครงการ CFP รวมทั้งหมดของ SRICHA พุ่งทะยานทะลุ 10,000 ล้านบาท นายฉัตรมงคล ระบุด้วยว่า เนื่องจากบริษัทมีศักยภาพในการก่อสร้างได้เร็วกว่าแผน ดังนั้นบริษัทยังมีความคาดหวังในส่วนงานอื่นๆ ของ CFP ด้วย นอกจากนี้เมื่อโครงการ CFP เข้าสู่ช่วง Completion (การตรวจรับความเสร็จสมบูรณ์) และ Commissioning (การทดสอบและตรวจรับระบบ) บริษัทยังมองเห็นโอกาสในการต่อยอดงานในรูปแบบ Mechanical Task Force หรือ ทีมซ่อมบำรุง ติดตั้ง แก้ไขปัญหาระบบ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานในช่วงท้ายของโครงการ "วันนี้นับเฉพาะที่เราได้เซ็นสัญญาแล้วมีมูลค่า 8,400 ล้านบาท แต่ที่อยู่ระหว่างเจรจายังไม่เซ็นสัญญาก็มีอีกจำนวนหนึ่ง ด้วยศักยภาพของบริษัทเราคาดหวังที่จะได้รับงานเพิ่มขึ้นอีก จากข้อมูลสะสมถึงไตรมาส 2 ล่าสุด ปัจจุบัน SRICHA ได้รับรู้รายได้จากโครงการ CFP ไปแล้วประมาณ 4,500 ล้านบาท ทำให้มีงานในมือ (Backlog) สัญญาปัจจุบันที่รอรับรู้รายได้อีกราว 3,900 ล้านบาท และบริษัทยังเห็นโอกาสการรับงานในช่วง Completion และ Commissioning งานเหล่านี้จะรับรู้อย่างต่อเนื่องในช่วง 2 ปีครึ่ง"@ บริหารดีผลงานกระฉูด นายฉัตรมงคล ยืนยันว่า การที่ TOP ปรับระบบมาจ้างตรงจ่ายค่าจ้างรับเหมาก่อสร้างเองนั้น ทำให้บริษัทมีสภาพคล่องที่ดี จากการจ่ายเงินดีและเร็วมาก ขณะเดียวกันบริษัทยังมีความสามารถในด้านการควบคุมต้นทุนและการรักษาอัตรากำไรส่งผลให้ไตรมาส 2/2569 ที่ผ่านมาบริษัทมีกำไรสุทธิ 387 ล้านบาท คิดเป็นผลกำไรเพิ่มขึ้น 11,054.73% โดยมีรายได้รวม 1,405 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขึ้นต้นที่ 38.5% และอัตรากำไรสุทธิ 27.5% ส่วนภาพรวมครึ่งหลังปี 2569 ต่อเนื่องปี 2570 บริษัทยังคงเติบโตอย่างโดดเด่นจากโครงการ CFP ในส่วนงานโครงสร้าง เครื่องกล งานเหล็ก งานท่อ และงานฉนวน ซึ่งเป็นงานที่มีความซับซ้อนและมาตรฐานความปลอดภัยระดับพรีเมียม@ รายได้ประจำ นอกจากเมกะโปรเจ็กต์ในประเทศแล้ว SRICHA ยังคงรับรู้รายได้ประจำอย่างต่อเนื่องจากโครงการ Ambatovy เหมืองนิกเกิลขนาดใหญ่ที่ประเทศมาดากัสการ์ ซึ่งเข้าไปรับงานมานานกว่า 14 ปี โดยต่อยอดจากงานก่อสร้าง (Construction) ไปสู่งานบำรุงรักษา (Maintenance), Operation Support, Mechanical Task Force และงานโครงการขนาดเล็ก (Small Projects) โดยในช่วง 3 ปีล่าสุด โครงการ Ambatovy สามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัท รวมกันกว่า 614 ล้านบาท หรือเฉลี่ยสูงถึง 205 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเป็นลักษณะของรายได้ประจำที่สม่ำเสมอ (Recurring Revenue) ที่เข้ามาช่วยสนับสนุนกระแสเงินสดและหล่อเลี้ยงทีมงานของบริษัทได้เป็นอย่างดี@ ดีลฟื้นฟูตะวันออกกลาง นายฉัตรมงคล ประเมินว่า เทรนด์การลงทุนอุตสาหกรรมพลังงานและปิโตรเคมีในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า จะเติบโตจากการที่หลายประเทศพยายามขยายกำลังการผลิตเพื่อความมั่นคงทางพลังงานภายในกลุ่มประเทศตนเอง (Decoupling) แทนการกระจายความเสี่ยงไปทั่วโลกแบบเดิม ซึ่ง SRICHA มีความได้เปรียบสูงเนื่องจากคู่แข่งที่มีความสามารถในการดำเนินงานมาตรฐานวิศวกรรมเฉพาะทางระดับสูงนี้มีจำกัดในตลาดโลก ประกอบกับบริษัทมีประสบการณ์และความสัมพันธ์อันดีกับผู้รับเหมาระดับสากล (International EPC Contractor) มาอย่างยาวนาน ขณะเดียวกัน SRICHA อยู่ระหว่างพูดคุยและติดตามโอกาสงานใหม่หลายโครงการในประเทศไทย เช่น โครงการโรงงานปิโตรเคมีในจังหวัดระยอง และโครงการโรงไฟฟ้าบางแห่ง และโครงการต่างประเทศ เช่น โรงงาน LNG ที่แคนาดา โรงงาน LNG ที่โมซัมบิก โรงงาน LNG ที่ปาปัวนิวกีนี และ โรงงานอลูมินา ที่กินี ซึ่งสอดคล้องกับประสบการณ์หลักของบริษัทฯ ด้าน Mechanical, Piping, Petrochemical และ Power Plant ส่วนของงานตะวันออกกลาง บริษัทด้เริ่มมีการติดต่อและพูดคุยถึงโอกาสทางธุรกิจใน บาห์เรน ซาอุดีอาระเบีย และกาตาร์ โดยเฉพาะโครงการฟื้นฟูความเสียหาย และโครงการใหม่ๆด้านพลังงาน ปิโตรเคมี และงานอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม โครงการเหล่านี้ยังอยู่ในขั้นตอนเบื้องต้น และต้องรอความชัดเจนของการลงทุนภายหลังสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคคลี่คลาย SRICHA มีประสบการณ์ในตลาดตะวันออกกลางมาก่อน โดยเคยดำเนินงาน Qatar Dolphin Project มูลค่าประมาณ 600 ล้านบาท รวมถึงมีประสบการณ์โครงการ Refinery, Petrochemical และ Power Plant ร่วมกับ EPC Contractor ระดับนานาชาติมาอย่างยาวนาน "เราได้เริ่มเจรจาแล้ว แต่ถึงจะได้หรือไม่ บริษัทต่างได้รับประโยชน์ เนื่องจากผู้ที่จะรับเหมาก่อสร้างโครงการเหล่านี้มีจำนวนจำกัดในโลก ดังนั้นหากมีผู้รับเหมารายหนึ่งได้งาน ย่อมทำให้การแข่งขันต่างๆ ลดน้อยลง เป็นผลบวกต่อมาร์จิ้น" นอกจากนี้บริษัทยังเห็นโอกาสงานในประเทศทั้งจากเมกะเทรนด์โรงไฟฟ้า รวมถึงการที่บริษัท SCGC และ PTTGC ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) เพื่อ ศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน (Joint Venture - JV) ในธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ ซึ่งต้องติดตามว่าจะมีการดำเนินการลงทุนอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ โดยอย่างน้อยๆ อาจจะมีการลงทุนในคลังจัดเก็บซึ่งก็เป็นโอกาสของบริษัทเช่นเดียวกัน บริษัทมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำทั้งจากงาน Maintenance, Task Force, Shutdown Turnaround, Commissioning, และ Fabrication ควบคู่กับงาน Construction โดยคัดเลือกโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่มีผลตอบแทนและเงื่อนไขความเสี่ยงเหมาะสม เพื่อสร้างฐานรายได้ที่มีความต่อเนื่องมากขึ้น และลดการพึ่งพา Mega Project เพียงโครงการเดียว “CFP เป็นโครงการสำคัญของ SRICHA แต่ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการเติบโต บริษัทกำลังเตรียมเข้าสู่รอบธุรกิจถัดไป โดยมีทั้งงานต่อเนื่องจากโครงการปัจจุบัน ฐานรายได้ประจำจาก Maintenance และ Task Force รวมถึง Pipeline โครงการใหม่ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยบริษัทจะให้ความสำคัญกับคุณภาพของรายได้ ผลตอบแทน และการบริหารความเสี่ยงเป็นหลัก”
ทันหุ้น • 1 ก.ย. 69
สิทธิพิเศษ
ลี
-
เสื้อผ้า/แฟชั่นเครื่องแต่งกาย • 12 ม.ค. 69
สิทธิพิเศษ
RoV Extreme
-
ของเล่น/เกม • 1 ก.ย. 69
อ่าน
SUSCO จับมือ “กรมการค้าภายใน” รับซื้อมังคุดใต้ ช่วยเกษตรกร
#ทันหุ้น-นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน และ นายชัยฤทธิ์ สิมะโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) (SUSCO) ถ่ายภาพร่วมกันในกิจกรรมการประชาสัมพันธ์เชื่อมโยงการจำหน่ายผลไม้ภาคใต้สู่ตลาดที่มีศักยภาพ ภายใต้แคมเปญ Thailand : The Land of Tropical Fruits ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อช่วยกระจายผลผลิต และสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ในภาคใต้ โดยในปีนี้บริษัทฯ รับซื้อผลผลิตมังคุดจากเกษตรกรภาคใต้ เพื่อนำมาเป็นของสมนาคุณให้กับลูกค้า SUSCO เพียงเติมน้ำมันครบ 500 บาทขึ้นไป รับฟรี! มังคุด 500 กรัม หรือ ครึ่งกิโลกรัม ที่ปั๊มน้ำมันซัสโก้ ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้ - 13 กันยายน 2569 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด สำหรับความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของ SUSCO ในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดหลายปี พร้อมสนับสนุนผลผลิตคุณภาพจากแหล่งผลิตสู่ผู้บริโภค ควบคู่กับการมอบสิทธิประโยชน์และประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้าทุกท่านที่เข้ามาใช้บริการ “ปั๊มน้ำมันซัสโก้” อีกด้วย
ทันหุ้น • 11 ก.ย. 69
สิทธิพิเศษ
Spa Burasari
-
สปาและนวดผ่อนคลาย • 1 ก.ย. 69
สิทธิพิเศษ
มัทสึคิโยะ
สินค้านำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นกว่า 3,000 รายการ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องสำอาง สกินแคร์ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกาย ผลิตภัณฑ์สำหรับช่องปาก ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมออร์แกนิค รวมไปถึงสินค้าเพื่อสุขภาพต่างๆ โดยมีจุดมุ่งหมายให้ลูกค้าสามารถหาซื้อสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นได้ในราคาที่เหมาะสม พร้อมทั้งเพลิดเพลินไปกับความแปลกใหม่น่าสนใจและคุณภาพบริการแบบญี่ปุ่น
ยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร • 1 ก.ย. 69
ดู
แมงโก้ โมฮิโต้
สารพันบันเทิง • 1 มี.ค. 69
สิทธิพิเศษ
เอ็ม บี เค ฟู้ด เลเจ้นด์ส
ศูนย์อาหาร MBK FoodPark
อาหารจานเดียว • 1 ส.ค. 69
ไม่มีใครหาผมเจอในแมพ MrBeast !! เพื่อนสตรีมเมอร์ต้องรวมกันล่า !! - MECCHA CHAMEL
ไม่มีใครหาผมเจอในแมพ MrBeast !! เพื่อนสตรีมเมอร์ต้องรวมกันล่า !! - MECCHA CHAMELEON
JAIRAW • 26 ส.ค. 69
อย่าตุกติกนะน้อง
เกมPB
OPZTV • 26 ส.ค. 69
31นาที มาดื่มกันเถอะ
31นาที มาดื่มกันเถอะ
OPZTV • 16 ส.ค. 69
GTA V มัทฉะอัจริยะ
GTA V มัทฉะอัจริยะ
rogerfilms • 10 ส.ค. 69
อ่าน
TASCO เฮ! น้ำมันเวเนฯ เข้า ลุยหาทางซื้อเพิ่มต่อเนื่อง
#TASCO #ทันหุ้น - TASCO กลับมานำเข้าน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลาแล้ว 1 คาร์โก อยู่ระหว่างศึกษาช่องทางจัดหาเพิ่มเติม คงเป้ายอดขายปี 2569 ที่ 1.15 ล้านตัน รักษาฐานลูกค้าและบริหารผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับแต่ละตลาด เน้นมาร์จิ้นสูง ด้านโบรกปรับประมาณการกำไรปี 2569-2571 ขึ้น 17%, 10% และ 11% เพิ่มราคาเหมาะสมเป็น 20 บาท จาก 16.50 บาท แนะนำ “ซื้อ” แหล่งข่าวในวงอุตสาหกรรม กล่าวถึง บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TASCO ว่า ขณะนี้บริษัทได้มีการสั่งซื้อน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลาเข้ามาแล้ว 1 คาร์โก (ลำเรือ) โดยเป็นการสั่งซื้อจากคนกลางที่มีใบอนุญาต (License) จากสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทยังไม่สามารถสั่งซื้อน้ำมันดิบจากบริษัทน้ำมันแห่งชาติเวเนซุเอลาหรือ PDVSA ได้โดยตรง อย่างไรก็ตาม ธุรกรรมดังกล่าวถือเป็นจุดเริ่มต้นของการกลับมาเป็นพันธมิตรทางการค้ากันอีกครั้ง ส่วนแนวทางจัดหาในอนาคตยังอยู่ระหว่างศึกษา ทั้งการซื้อผ่านคนกลางรายเดิม รายอื่น หรือการกลับไปซื้อโดยตรงจากแหล่งผลิต ขณะที่การจัดหาน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลายังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และยังไม่สามารถซื้อได้ต่อเนื่องเหมือนในอดีต“การกลับมาซื้อครั้งนี้ยังไม่ใช่การทำสัญญาระยะยาวเหมือนในอดีต เนื่องจากโครงสร้างการบริหารของ PDVSA เปลี่ยนแปลงไปหลังหยุดดำเนินการเป็นเวลานาน ทำให้ข้อตกลงเดิมต้องเริ่มเจรจาใหม่ ปัจจุบัน TASCO จึงใช้พิจารณาเป็นรายคาร์โกหรือรายเที่ยวเรือให้สอดคล้องกับคำสั่งซื้อที่ได้รับเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม การสั่งซื้อแต่ละคาร์โกยังต้องประเมินราคาน้ำมันดิบเทียบกับราคายางมะตอยในตลาด หากต้นทุนไม่เอื้อต่อการทำกำไร บริษัทจะเลือกไม่ซื้อเพื่อควบคุมความเสี่ยง”ทั้งนี้ น้ำมันดิบจากเวเนซุเอลามีคุณสมบัติเหมาะสมต่อการผลิตยางมะตอยคุณภาพสูง และผลิตภัณฑ์ที่มีข้อกำหนดเฉพาะ จึงเอื้อต่อการผลิตสินค้า ซึ่งมีมูลค่าเพิ่มและอัตรากำไรสูงกว่าผลิตภัณฑ์ยางมะตอยทั่วไป@ เน้นบริหารมาร์จิ้นสูงสุดแหล่งข่าว ระบุด้วยว่า ปัจจุบัน TASCO ยังมุ่งเน้นบริหารจัดหาวัตถุดิบจากหลากหลายช่องทาง โดยผสมผสานทั้งการใช้น้ำมันดิบทางเลือกเข้ามากลั่นเอง, การจัดซื้อยางมะตอยสำเร็จรูป (Trading) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารซัพพลาย รองรับความต้องการของลูกค้า และรักษาความสามารถในการแข่งขันของบริษัท สำหรับกลยุทธ์การตลาด บริษัทมุ่งรักษาฐานลูกค้าและส่วนแบ่งตลาด (Market Share) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมบริหารการจัดสรรผลิตภัณฑ์แต่ะประเภทให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละตลาด โดยเน้นสร้างมูลค่าเพิ่มและรักษาระดับความสามารถในการทำกำไร ควบคู่กับการเติบโตของปริมาณขาย จึงยังคงเป้าหมายยอดขายปี 2569 TASCO ไว้ที่ประมาณ 1.15 ล้านตัน“บริษัทให้ความสำคัญกับปริมาณขาย เนื่องจากราคายางมะตอยมีความผันผวนสูง รายได้จึงอาจเพิ่มขึ้นแม้ปริมาณขายลดลงในช่วงที่ราคาตลาดปรับตัวสูงขึ้น ยังไม่มีแผนขยายตลาดครั้งใหญ่ในระยะสั้น เนื่องจากข้อจำกัดด้านเสถียรภาพของการจัดหาน้ำมันดิบ โดยจะเน้นบริหารซัพพลายที่มีอยู่ให้เกิดมาร์จิ้นสูงสุด จนกว่าจะเห็นความชัดเจนของแหล่งวัตถุดิบมากขึ้น”@ แนะ “ซื้อ” เป้า 20 บาทบริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า การกลับมานำเข้า Crude เวเนซุเอลาถือเป็นปัจจัยบวกสำคัญ ตามรายงาน MDA ของบริษัท TASCO ได้จัดหาและขนถ่ายน้ำมันติบเวเนซูเอลาจำนวน 1 ล็อต เข้าสู่โรงกลั่นในประเทศมาเลเซีย เมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมาซึ่งเป็นการนำเข้าครั้งแรกนับตั้งแต่สหรัฐฯ อนุญาตให้มีการค้าดังกล่าวอีกครั้ง และบริษัทมีแผนจัดหาน้ำมันดิบประเภทนี้อย่างต่อเนื่อง พัฒนาการดังกล่าวเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ เนื่องจากน้ำมันดินดิบเวเนซูเอลาให้ผลผลิตยางมะตอยสูงที่สุดเมื่อเทียบกับวัตถุดิบทางเลือกอื่นๆ ซึ่งช่วยสนับสนุนอัตรากำไรและประสิทธิภาพการดำเนินงาเนินของบริษัท ทั้งนี้ผู้บริหารยังคงเป้าหมายปริมาณชายทั้งปีไว้ที่ 1.15 ล้านตัน และคาดว่ายอดขายในครึ่งปีหลัง 2569 จะปรับตัวแข็งแกร่งขึ้น จากการทยอยรับมอบน้ำมันดิบที่ให้ผลผลิตสูงเพิ่มฝ่ายวิเคราะห์จึงพิจารณาปรับประมาณการกำไร TASCO ปี 2569 ขึ้น 17% ปี 2570 ขึ้น 10% และปี 2571 ขึ้น 11% ตามลำดับ พร้อมปรับประมาณการราคาเหมาะสมตามปัจจัยพื้นฐานใหม่เป็น 20 บาท จากเดิม 16.50 บาท
ทันหุ้น • 19 ส.ค. 69
สิทธิพิเศษ
ฟุกุ มัทชะ
มัทชะแท้เข้มข้น นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น
เครื่องดื่ม • 1 ส.ค. 69
กาชาอย่างไรให้ได้แต่ WELT COME TO MY WORLD
สุดเกินไปนะเรา
AdKong • 5 ส.ค. 69
อ่าน
สศก. ดันโมเดล ASP จับคู่บริการเครื่องจักรกลเกษตรช่วยเกษตรกร รับมือแรงงานสูงวัย
#ทันหุ้น - นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความสำคัญกับการยกระดับภาคเกษตรไทยด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อช่วยเกษตรกรเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และรับมือกับข้อจำกัดด้านแรงงานภาคเกษตรที่เข้าสู่สังคมสูงวัย โดยเฉพาะการส่งเสริมการใช้ เครื่องจักรกลทางการเกษตร ควบคู่กับการพัฒนา ผู้ให้บริการทางการเกษตร (Agricultural Service Provider: ASP) ซึ่งเป็นโมเดลที่ช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงบริการเครื่องจักรกลได้สะดวก ทันต่อฤดูกาลผลิต ลดภาระการลงทุนซื้อเครื่องจักรเอง และช่วยให้ผู้มีเครื่องจักรกลสามารถสร้างรายได้เสริมจากการให้บริการในพื้นที่ ประโยชน์สำคัญของ ASP คือ การทำให้เครื่องจักรกลทางการเกษตรถูกใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าและทั่วถึงมากขึ้น โดยเกษตรกรรายย่อยสามารถเลือกใช้บริการเครื่องจักรกลตามความจำเป็นของแต่ละกิจกรรมการผลิต ตั้งแต่การเตรียมดิน ปลูก ดูแลรักษา พ่นสารด้วยโดรน เก็บเกี่ยว ไปจนถึงขนส่งผลผลิต ช่วยลดการพึ่งพาแรงงานคน ลดระยะเวลาการทำงาน ลดการสูญเสียในกระบวนการผลิต และเพิ่มความแม่นยำในการใช้ปัจจัยการผลิต ขณะเดียวกัน ผู้ให้บริการ ASP ยังมีโอกาสใช้เครื่องจักรที่มีอยู่ให้เกิดรายได้ต่อเนื่อง เกิดการหมุนเวียนเศรษฐกิจในชุมชน และช่วยให้บริการเครื่องจักรกลกระจายถึงเกษตรกรในพื้นที่ได้มากขึ้น ปัจจุบันภาคเกษตรไทยเผชิญข้อจำกัดด้านแรงงานอย่างชัดเจน โดยอายุเฉลี่ยของหัวหน้าครัวเรือนเกษตรเพิ่มขึ้นมา อยู่ที่ 59.44 ปี ในปี 2565 ขณะที่สัดส่วนแรงงานเกษตรอายุมากกว่า 60 ปี เพิ่มขึ้นจาก 13% ในปี 2546 เป็น 22% ในปี 2561 สวนทางกับแรงงานเกษตรวัย 1540 ปี ที่ลดลงจาก 48% เหลือ 28% ในช่วงเวลาเดียวกัน สะท้อนความจำเป็นในการนำเครื่องจักรกลและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดภาระแรงงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้เหมาะสมกับบริบทของภาคเกษตรไทย สศก. จึงสนับสนุนแนวทาง Sharing Economy หรือเศรษฐกิจแบ่งปันในภาคเกษตร โดยส่งเสริมให้เกษตรกร สถาบันเกษตรกร หรือผู้ประกอบการที่มีเครื่องจักรกล สามารถพัฒนาเป็น ASP เพื่อให้บริการแก่เกษตรกรรายอื่นที่ยังไม่มีเครื่องจักรกลเป็นของตนเอง ช่วยให้เกิดการใช้เครื่องจักรกลร่วมกันอย่างคุ้มค่า เพิ่มโอกาสการเข้าถึงเทคโนโลยีของเกษตรกรรายย่อย และสร้างรายได้เสริมให้กับผู้มีเครื่องจักรกลในพื้นที่ ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ที่ได้จัดทำ ระบบการขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการทางการเกษตร ผ่านเว็บไซต์ https://emachine.doae.go.th/ เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกร สถาบันเกษตรกร และผู้ประกอบการที่มีเครื่องจักรกล เข้าสู่ระบบการให้บริการได้อย่างเป็นรูปธรรม ช่วยให้การบริหารจัดการบริการเครื่องจักรกลในพื้นที่ต่าง ๆ สอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกรในช่วงฤดูกาลผลิตมากขึ้น เลขาธิการ สศก. กล่าวเพิ่มเติมว่า การใช้บริการเครื่องจักรกลทางการเกษตรผ่านผู้ให้บริการ ASP หากดำเนินการในรูปแบบที่เหมาะสมกับพื้นที่ ชนิดพืช และช่วงเวลาการผลิต เกษตรกรมีโอกาส เพิ่มผลผลิตหรือรายได้ ขณะที่ผู้ให้บริการ ASP มีโอกาสสร้างรายได้เสริมจากการรับจ้างบริการเครื่องจักรกล สำหรับปี 2569 สศก. จะต่อยอดการดำเนินงานดังกล่าว โดยเริ่มดำเนินการ จัดเก็บข้อมูลอัตราค่าให้บริการเครื่องจักรกลทางการเกษตรเป็นปีแรก จำนวน 296 ตัวอย่างทั่วประเทศ ผ่านสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 112 เพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงพื้นที่สำหรับใช้ประกอบการวิเคราะห์ต้นทุนการผลิต การจัดทำข้อมูลสนับสนุนเชิงนโยบาย และการวางแผนพัฒนาระบบบริการเครื่องจักรกลทางการเกษตรให้ตอบโจทย์เกษตรกรในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม การพัฒนา ASP เป็นแนวทางที่ช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงเครื่องจักรกลได้ง่ายขึ้น เพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ โดย สศก. จะสนับสนุนข้อมูลและการวิเคราะห์เชิงนโยบาย เพื่อให้การบริหารจัดการบริการเครื่องจักรกลทางการเกษตรตอบโจทย์พื้นที่ และเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม เลขาธิการ สศก. กล่าว
ทันหุ้น • 10 ส.ค. 69
อ่าน
ซีพี แอ็กซ์ตร้า คว้ารางวัล Next Gen Retail Award
#ทันหุ้น-บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CP AXTRA ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกภายใต้แบรนด์ “แม็คโคร” และ “โลตัส” รับรางวัล Next Gen Retail Award จาก Brand Inside สื่อธุรกิจชั้นนำของไทย สะท้อนความสำเร็จในการยกระดับธุรกิจค้าส่งค้าปลีกสู่ยุคใหม่ ด้วยการพัฒนาแพลตฟอร์มและนวัตกรรมที่เชื่อมโยงประสบการณ์การช้อปปิ้งทั้งออนไลน์และออฟไลน์ (Omnichannel) ได้อย่างไร้รอยต่อ พร้อมสร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกเจเนอเรชันรางวัลดังกล่าวตอกย้ำวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ในการพัฒนาแม็คโครและโลตัสให้เป็นมากกว่าจุดหมายในการจับจ่ายใช้สอย แต่เป็นพื้นที่ที่สร้างคุณค่าให้กับผู้คนและชุมชน ผ่านแนวคิดHappy Healthy Mallที่มุ่งส่งเสริมคุณภาพชีวิต ความสุข และสุขภาวะที่ดีของลูกค้าและชุมชนโดยรอบ ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาพัฒนาประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อในทุกช่องทางขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมค้าปลีกไทยสู่ยุคดิจิทัลตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกเจเนอเรชัน และตอกย้ำความมุ่งมั่นในการก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านRetail Techของภูมิภาคอาเซียนพร้อมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกับลูกค้า คู่ค้า และสังคม
ทันหุ้น • 10 ส.ค. 69
สิทธิพิเศษ
RoV Sound pack
-
ของเล่น/เกม • 8 พ.ค. 69
อ่าน
ลุ้นMGCกำไรQ2นิวไฮ เปิด3ปัจจัยดันหุ้นพุ่ง
#MGC #ทันหุ้น – MGC ราคาหุ้นขึ้นแรง 20.67% ด้านนักวิเคราะห์ เปิด 3 ปัจจัยหนุน “กำไรเร่งจากเทรนด์อีวี- นโยบายรัฐ-จัดหารถประประชุมเวิลด์แบงก์ คาดงบครึ่งปีแรกกำไรโต 5-6 เท่าเทียบปีก่อน ขยับใช้ P/E โซนสูงในโมเมนตัมขาขึ้น ให้เป้าพื้นฐานสูงสุด 20.20 บาทต่อหุ้น ความเคลื่อนไหวราคาหุ้นของบริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC วานนี้ (13 ก.ค.69) ปรับตัวขึ้นเด่นตั้งแต่เปิดการซื้อขายช่วงเช้า โดยระหว่างวันราคาทำจุดสูงสุดที่ 9.25 บาท ก่อนกลับมาปิดตลาดที่ระดับ 9.05 บาท เพิ่มขึ้น 1.55 บาท หรือ 20.67% ขณะที่ตั้งแต่ต้นปีนี้ถึงปัจจุบัน ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 105.68% หรือ 4.65 บาท จากราคาปิดสิ้นปี 2568 นายเอกรินทร์ วงษ์ศิริ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ราคาหุ้นของบริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC มีระดับราคาสูงขึ้นอย่างชัดเจนนั้น สอดรับกับการพัฒนาธุรกิจจากที่ในอดีตมีภาพเป็นผู้ประกอบการค้าปลีกยานยนต์หรูระดับลักซ์ชัวรี แต่หลายปีหลังที่ผ่านมามีการเคลื่อนไหวที่ชัดเจนกลายเป็นตัวแทนจำหน่ายแบรนด์ XPENG (เอ็กซ์เผิง) ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียมจากประเทศจีน ดังนั้นหากผู้ประกอบการรายใดสามารถปรับตัวและเปลี่ยนโมเดลธุรกิจให้สอดรับกับเทรนด์โลกอย่าง EV ได้ ย่อมได้รับประโยชน์@3 ปัจจัยหนุนนายนภนต์ ใจแสน รองผู้จัดการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ราคาหุ้น MGC ที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงที่นี้ มีปัจจัยสนับสนุนหลักสำคัญ 3 ประเด็น โดยปัจจัยแรกคือกระแสความสนใจในรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งมีต้นเหตุมาจากสถานการณ์ความไม่สงบหรือสงครามที่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันให้ปรับตัวสูงขึ้น ปัจจัยดังกล่าวเป็นแรงผลักดันให้พฤติกรรมของผู้บริโภคหันมาให้ความสนใจและตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าแทนรถยนต์สันดาปมากขึ้น ส่งผลให้ยอดจองรถยนต์ไฟฟ้าในมือของ MGC เพิ่มขึ้นโดดเด่นส่วนปัจจัยที่ 2 เข้ามาสนับสนุนคือ นโยบายของภาครัฐ โดยเฉพาะการจัดสรรงบประมาณ 200,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ซึ่งนอกเหนือจากโครงการโซลาร์เซลล์แล้ว คาดว่าจะมีงบประมาณส่วนหนึ่งที่นำมาใช้เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยตรง ซึ่งประเด็นนี้ถือเป็นผลบวกโดยตรงต่อ MGC เนื่องจากบริษัทมีความพร้อมในการรุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าผ่านแบรนด์ในเครืออย่าง XPENG และ ZEEKR โดยปัจจุบันมีการทำตลาดรุ่นที่เข้าถึงง่ายมากขึ้นในรุ่นระดับราคาปรับลดลงมาดึงดูดฐานลูกค้าที่กว้างขึ้น@ ลุ้น World Bank ดัน ส่วนปัจจัยหนุนประเด็นที่ 3 คือ โอกาสในการเป็นพันธมิตรในงานประชุมระดับโลกอย่าง World Bank ที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งหากพิจารณาจากสถิติในอดีต MGC เคยได้รับประโยชน์อย่างมากจากการเป็นพันธมิตรในการจัดหารถยนต์ (Fleet Road) สำหรับงานประชุม APEC โดยใช้รถยนต์แบรนด์ BMW ดังนั้น หากในงาน World Bank ครั้งนี้ MGC สามารถคว้าสิทธิ์ในการเป็นพาร์ตเนอร์ต่อได้ ก็จะเป็นปัจจัยกระตุ้นสำคัญที่ช่วยเร่งภาพรวมกำไรให้เติบโตชัดเจน สำรับคำแนะนำการลงทุนหุ้น MGC ฝ่ายวิจัยกำหนดกรอบ P/E ที่เหมาะสมไว้ที่ 10-15 เท่า หากคำนวณที่ระดับ P/E 10 เท่า ราคาหุ้นที่เหมาะสมควรจะอยู่ที่ประมาณ 8 บาท แต่ด้วยโมเมนตัมของธุรกิจที่มีปัจจัยบวกจากนโยบายรัฐและงาน World Bank เข้ามาสนับสนุนเพิ่มเติมอาจทำให้ตลาดให้มูลค่า (Premium) เพิ่มขึ้นไปเทรดที่ระดับ P/E 15 เท่า ซึ่งจะคิดเป็นราคาเป้าหมายที่ระดับ 12 บาท ในทางกลับกันหากราคาหุ้นมีการปรับตัวลดลงจนหลุดแนวรับสำคัญที่ 8 บาท แนะนำให้เป็นจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) เพื่อจำกัดความเสี่ยง @Q2 กำไรนิวไฮนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยมุมมองต่อ MGC ว่า คาดกำไรปกติไตรมาส 2/2569 จะทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 350 ล้านบาท เพิ่ม 24% QoQ และเพิ่ม 509% YoY และคาดกำไรปกติปี 2569 และ 2570 ที่ 1,272 ล้านบาท เพิ่ม 86% YoY และ 1,447 ล้านบาท เพิ่ม 14% YoY ตามลำดับทั้งนี้บทบาท MGC ในอนาคตอาจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงธุรกิจผู้แทนจำหน่ายรถยนต์อีกต่อไป การร่วมมือกับแบรนด์ EV จากจีนเปิดโอกาสให้บริษัทต่อยอดสู่การจำหน่ายสินค้าเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ โดยเฉพาะเทคโนโลยี Humanoid ที่ผู้ผลิตรถยนต์จีนหลายรายกำลังพัฒนา ซึ่งหากเริ่มมีการนำมาใช้งานเชิงพาณิชย์มากขึ้น ก็อาจเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการขยายธุรกิจของ MGC สู่การเป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าเทคโนโลยีและนวัตกรรมในอนาคต ในเชิงคำแนะนำพื้นฐานให้ราคาเป้าหมาย 20.20 บาทต่อหุ้น
ทันหุ้น • 14 ก.ค. 69
สิทธิพิเศษ
กิวคาขุ
ร้านอาหารญี่ปุ่น
ปิ้ง-ย่าง/บาร์บีคิว • 15 ก.ค. 69
อ่าน
ทรัมป์สั่งปิดล้อมอ่าวอิหร่านอีกรอบ! ขู่ยับพร้อมถล่มโรงไฟฟ้าหากเมินเจรจา
#ทรัมป์ #อิหร่าน #ทันหุ้น สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ประธานาธิบดี Donald Trump ได้กลับมาดำเนินมาตรการปิดล้อมทางเรือต่อท่าเรือทั้งหมดของอิหร่านอีกครั้งเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา พร้อมทั้งขู่ว่าจะโจมตีโรงไฟฟ้าและสะพานต่างๆ ในสัปดาห์หน้า เว้นแต่ว่ารัฐบาลเตหะรานจะยอมกลับเข้าสู่การเจรจา ซึ่งถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งครั้งล่าสุดโดยสหรัฐอเมริกา ทางกองทัพสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ ยังได้เริ่มต้นปฏิบัติการโจมตีระลอกใหม่ "เพื่อเดินหน้าลดทอนขีดความสามารถของอิหร่านที่ใช้ในการโจมตีเรือพาณิชย์ในบริเวณช่องแคบ Hormuz" ทางด้านรัฐบาลเตหะรานระบุว่า ตนได้ทำการปิดช่องแคบดังกล่าวอีกครั้ง หลังจากที่การสู้รบระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ได้ปะทุขึ้นมาใหม่อีกครั้งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งส่งผลให้ข้อตกลงหยุดยิงอันแสนเปราะบางที่ตกลงกันไว้เมื่อเดือนมิถุนายนหลังจากสู้รบกันมานานหลายเดือนและส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคนนั้นต้องพังทลายลง "ผมจะเก็บเป้าหมายด้านพลังงานเอาไว้เป็นลำดับสุดท้าย แต่ท้ายที่สุดแล้วเราจะโจมตีเป้าหมายด้านพลังงานอย่างแน่นอน" Trump กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ Trey Yingst จากสำนักข่าว Fox News "สัปดาห์หน้าจะเป็นคิวของโรงไฟฟ้า และสัปดาห์ถัดไปจะเป็นสะพานต่างๆ" Trump กล่าวเสริม "เว้นแต่ว่าพวกเขาจะยอมมานั่งที่โต๊ะเพื่อเจรจา" ทั้งนี้ อนุสัญญาเจนีวาปี 1949 ว่าด้วยหลักมนุษยธรรมในการทำสงคราม มีข้อห้ามไม่ให้ทำการโจมตีสถานที่ต่างๆ ที่ถือว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อพลเรือน Trump กล่าวเพิ่มเติมว่า กลุ่มผู้แทนเจรจาของสหรัฐฯ ได้ทำการติดต่อกับผู้แทนเจรจาของฝั่งอิหร่านเพื่อบอกพวกเขาว่า "พวกคุณควรจะยอมทำข้อตกลงซะดีกว่า" ทางกองทัพอิหร่านระบุในช่วงเช้าวันพุธว่า ตนได้ส่งโดรนเข้าโจมตีที่ตั้งของกองทัพสหรัฐฯ ที่ฐานทัพ Azraq ในประเทศจอร์แดน ซึ่งทางทำเนียบห้าเหลี่ยม (Pentagon) ยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นใดๆ ในทันทีเกี่ยวกับเรื่องนี้ ขณะที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ระบุว่า พวกเขาได้เล็งเป้าหมายไปที่คลังเก็บอาวุธยุทโธปกรณ์ในประเทศบาห์เรนและคูเวต ด้านกองทัพคูเวตเปิดเผยว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของตนกำลังทำการสกัดกั้นการโจมตีด้วยโดรนจากอิหร่าน และสำนักข่าวของรัฐรายงานว่าสามารถควบคุมเหตุเพลิงไหม้เอาไว้ได้แล้ว อย่างไรก็ดี สำนักข่าวรอยเตอร์ยังไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องของรายงานข่าวดังกล่าวได้ในทันที การปะทุอย่างรุนแรงของสถานการณ์ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาได้เพิ่มความคลางแคลงใจว่า บันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่ลงนามร่วมกันเมื่อเดือนที่แล้วจะสามารถนำไปสู่การยุติสงครามอย่างถาวรได้หรือไม่ ซึ่งสงครามครั้งนี้ได้ลุกลามไปยังประเทศเพื่อนบ้านของอิหร่านและส่งผลกระทบต่อการจัดหาพลังงานทั่วโลก สำนักงานผู้ว่าราชการจังหวัดเปิดเผยกับสื่อของรัฐในช่วงดึกของวันอังคารว่า ขีปนาวุธของอเมริกาได้โจมตีพื้นที่รอบๆ เมือง Bandar Abbas ซึ่งเป็นเมืองของอิหร่านที่ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบ ขณะที่สำนักข่าว IRNA ของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า ขีปนาวุธของสหรัฐฯ ได้เข้าเป้าพื้นที่ใกล้กับเมือง Sirik ทางตอนใต้ของอิหร่าน "หากสหรัฐฯ คิดว่าการยกระดับมาตรการต่างๆ เล่นงานเรา ทั้งการดำเนินการทางทหารและการปิดล้อมทางเศรษฐกิจ จะทำให้เรายอมกลับไปเจรจา ย่อมถือว่าพวกเขากำลังคิดผิด" Kazem Gharibabadi รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านกล่าวกับสถานีโทรทัศน์ของรัฐ ก่อนที่สงครามจะปะทุขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ปริมาณการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติประมาณ 1 ใน 5 ของโลกต้องเดินทางผ่านช่องแคบ Hormuz ในแต่ละวัน การยกระดับความตึงเครียดในน่านน้ำยุทธศาสตร์สำคัญ สหรัฐฯ เปิดเผยในช่วงดึกวันอังคารว่า อิหร่านได้ก่อเหตุโจมตีเรือพาณิชย์จำนวน 7 ลำในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีลูกเรือเสียชีวิต สูญหาย หรือได้รับบาดเจ็บเกือบสิบราย ขณะที่ทางสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ระบุในก่อนหน้านี้ว่า มีลูกเรือชาวอินเดียเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 8 ราย เมื่อเรือบรรทุกน้ำมันของเอมิเรตส์ 2 ลำ ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธร่อนของอิหร่านในบริเวณช่องแคบ Hormuz ทางด้านกลุ่ม IRGC กล่าวว่า เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่พิเศษ (Supertankers) 2 ลำที่ "ละเมิดกฎ" ได้ถูกโจมตีจนไม่สามารถใช้งานได้ในช่องแคบ หลังจากละเลยคำเตือนที่แจ้งไปหลายครั้ง ทว่าไม่มีการระบุชื่อเรือดังกล่าวอย่างเจาะจง ในขณะที่สถานการณ์ความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้น Trump ได้เสนอแนวคิดเมื่อวันจันทร์ที่จะจัดเก็บค่าธรรมเนียม 20% สำหรับการขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบ ซึ่งแนวคิดนี้สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากหน่วยงานขนส่งทางเรือขององค์การสหประชาชาติ (U.N. shipping agency) รวมถึงกลุ่มอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ในวันอังคาร Trump ได้ล้มเลิกแนวคิดดังกล่าวและระบุว่าจะเปลี่ยนไปแสวงหาข้อตกลงด้านการลงทุนกับกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับแทน โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเชิงลึกใดๆ มาตรการปิดล้อมทางเรือต่อเรือขนส่งที่เดินทางเข้าและออกจากท่าเรือรวมถึงพื้นที่ชายฝั่งของอิหร่าน ได้กลับมามีผลบังคับใช้อีกครั้งในเวลา 20:00 น. ตามเวลามาตรฐานสากล GMT (หรือ 16:00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออก EDT) หลังจากที่มาตรการนี้เคยถูกยกเลิกไปเมื่อเดือนมิถุนายน Trump กล่าวว่าช่องแคบนี้เปิดกว้างสำหรับการขนส่งสินค้าทั้งหมด ยกเว้นการขนส่งของอิหร่านเท่านั้น โดยกองทัพสหรัฐฯ ระบุว่า ขณะนี้มีเรือรบของกองทัพเรือสหรัฐฯ มากกว่า 20 ลำ และเครื่องบินรบอีกหลายร้อยเครื่องกำลังปฏิบัติการอยู่ทั่วภูมิภาค ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนี้พิสูจน์แล้วว่าไม่ได้รับความนิยมในสหรัฐฯ เนื่องจากราคาน้ำมันเบนซินที่ปรับตัวสูงขึ้น และการเลือกตั้งรัฐสภาที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude oil) ซึ่งเป็นราคาอ้างอิงมาตรฐาน ปรับตัวสูงขึ้นถึง 15% ในช่วงเจ็ดวันที่ผ่านมา แตะระดับ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมิถุนายน มูลค่าความสูญเสียจากสงคราม สงครามครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วหลายพันคน โดยเฉพาะในอิหร่านและเลบานอน นับตั้งแต่เปิดฉากขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ด้วยการโจมตีร่วมกันระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลต่ออิหร่าน และได้ขยายวงกว้างออกไปจนครอบคลุมกลุ่มประเทศอ่าวอื่นๆ เนื่องจากอิหร่านได้ทำการตอบโต้กลับใส่ประเทศเพื่อนบ้านของตน แม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะสามารถต้านทานผลกระทบด้านพลังงานได้ค่อนข้างดี ทว่ากองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ออกมาเตือนเมื่อเดือนที่แล้วว่า การยืดเยื้อของสงครามออกไปเกินกว่าช่วงกลางเดือนกรกฎาคมจะนำมาซึ่งความเสี่ยงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประเทศต่างๆ ได้ใช้ปริมาณน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ไปจนเกือบหมดเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อผู้บริโภค ผลสำรวจความคิดเห็นของสำนักข่าวรอยเตอร์ชี้ว่า ครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสำรวจเชื่อว่าสงครามที่เกิดขึ้นนี้ไม่คุ้มค่ากับความสูญเสียที่แลกไปเลย เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา อิหร่านระบุว่าตนได้โจมตีฐานทัพบกของสหรัฐฯ ในจอร์แดนด้วยขีปนาวุธนำวิถี ขณะที่บาห์เรน ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพเรือสหรัฐฯ รายงานว่าสามารถป้องกันการโจมตีทางอากาศจากอิหร่านได้สำเร็จ และกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับอื่นๆ ก็ตกอยู่ภายใต้การระดมยิงเช่นกัน สื่อของรัฐบาลอิหร่านรายงานอ้างอิงจากที่ทำการผู้ว่าราชการเกาะ Qeshm ของอิหร่าน ซึ่งตั้งอยู่บนช่องแคบ Hormuz ว่า เกาะดังกล่าวถูกโจมตีด้วยอาวุธนำวิถีของสหรัฐฯ เมื่อเวลาประมาณ 19:00 น. ของวันอังคาร รัฐบาลวอชิงตันเน้นย้ำหลายครั้งว่าอิหร่านต้องไม่มีวันครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทางรัฐบาลเตหะรานปฏิเสธว่าไม่ได้แสวงหา ในขณะที่อิหร่านต้องการให้สหรัฐฯ ยุติมาตรการคว่ำบาตรและต้องการให้ประเทศอื่นๆ ยอมรับการควบคุมช่องแคบของตน Trump กล่าวทิ้งท้ายว่า มีบางประเทศโดยไม่ขอระบุชื่อ ได้บอกกับเขาว่าพวกเขาต้องการเข้ามาลงทุนในสหรัฐฯ แทนที่จะต้องมาถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการผ่านทาง อย่างไรก็ดี ยังไม่มีความชัดเจนในทันทีว่ากลุ่มประเทศอ่าวอาหรับได้ยอมตกลงในสิ่งใดหรือไม่ และ Trump ไม่ได้กล่าวถึงพันธสัญญาในการลงทุนที่เฉพาะเจาะจงแต่อย่างใด ที่มา https://www.reuters.com/world/middle-east/iran-says-it-struck-us-air-base-jordan-us-military-ends-five-hours-attacks-2026-07-14/
ทันหุ้น • 15 ก.ค. 69
อ่าน
เอาใจคอกาแฟ MONKEY THREE COFFEE เปิดสาขาใหม่ เมกาบางนา รับฟรี! เครื่องดื่ม
ศูนย์การค้าเมกาบางนา MEGA BANGNA แหล่งช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดแห่งกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก พร้อมเติมเต็มประสบการณ์การใช้ชีวิตให้ทุก ๆ วันมีความสุขมากยิ่งขึ้น ด้วยแนวคิด YOUR EVERYDAY MEETING PLACE ชวนคอกาแฟเปิดประสบการณ์ใหม่กับร้าน MONKEY THREE COFFEE สาขาใหม่ล่าสุด ที่โซน UNDERGROUND ชั้น G (ชั้นใต้ดิน ฝั่งเมน เอนทรานซ์) พร้อมพื้นที่นั่งพักผ่อนที่ออกแบบให้ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นการแวะจิบกาแฟหลังช้อปปิ้ง นัดพบปะเพื่อนฝูง หรือเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งทำงานในบรรยากาศสบาย ๆ พร้อมมอบโปรโมชันพิเศษ เพียงเพิ่มเพื่อนใน LINE OA: @MEGABANGNAOFFICIAL รับฟรี! เครื่องดื่ม 1 แก้ว จากร้าน MONKEY THREE ตั้งแต่วันนี้ 17 สิงหาคม 2569 เท่านั้น ร้าน MONKEY THREE COFFEE โดดเด่นด้วยการคัดสรรเมล็ดกาแฟคุณภาพที่คั่วเอง พร้อมให้ลูกค้าเลือกระดับการคั่วได้ตามความชอบ ก่อนชงอย่างพิถีพิถันด้วยเครื่องชงกาแฟระดับ HI-END SLAYER ESPRESSO MACHINE เพื่อดึงรสชาติและกลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟออกมาได้อย่างเต็มที่ เอาใจคอกาแฟสาย SPECIALTY ด้วยเมล็ดกาแฟพรีเมียมหลากหลายตัว โดยเฉพาะ GEISHA ที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังมีเมนูเบเกอรีซิกเนเจอร์อย่าง เครปกล้วยในตำนาน เค้กกล้วยหอมไส้แน่นที่รับประทานคู่กับกาแฟได้อย่างลงตัว พร้อมพื้นที่นั่งภายในร้านบรรยากาศอบอุ่น เฉพาะที่สาขาเมกาบางนาเท่านั้น ให้ลูกค้าได้ใช้เวลาจิบกาแฟหรือทำงานได้อย่างเต็มอิ่ม พิเศษ! ตั้งแต่วันนี้ 17 สิงหาคม 2569 เพียงเพิ่มเพื่อนใหม่ LINE OA @MEGABANGNAOFFICIAL รับฟรีเครื่องดื่ม 1 แก้ว มูลค่าสูงสุด 75 บาท เลือกความอร่อยได้ถึง 5 เมนูทั้ง อเมริกาโน่, ลาเต้, เอสเปรสโซเย็น, ชาไทย หรือช็อกโกแลต (จำกัด 1,000 สิทธิ์ ตลอดรายการ) โดยสามารถกดรับคูปองได้ง่าย ๆ ผ่าน LINE เพื่อแลกรับเครื่องดื่มที่หน้าร้าน MONKEY THREE COFFEE นอกจากจะได้เติมความสดชื่นกับเครื่องดื่มแก้วโปรดที่ร้าน MONKEY THREE COFFEE แล้ว ยังสามารถใช้เวลาต่อกับการช้อปปิ้งภายในโซน UNDERGROUND (ชั้นใต้ดิน ฝั่งเมน เอนทรานซ์) ที่รวบรวมร้านค้าและบริการกว่า 20 ร้าน ครอบคลุมทั้งแฟชั่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ ร้านบิวตี้และเวลเนส ร้านทำผม ร้านทำเล็บ และร้านสปากระเป๋า ภายใต้บรรยากาศการตกแต่งที่ทันสมัยและผ่อนคลาย พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในพื้นที่เดียว เติมเต็มช่วงเวลาพักผ่อนกับกาแฟคุณภาพในมุมโปรดแห่งใหม่ พร้อมลิ้มลองเมนูซิกเนเจอร์และรับสิทธิพิเศษสุดคุ้มได้แล้ววันนี้ ที่ MONKEY THREE COFFEE สาขาเมกาบางนา โซน UNDERGROUND ติดตามข่าวสารและโปรโมชันของเมกาบางนาได้ที่ แอปพลิเคชัน : HTTP://ONELINK.TO/N37E4Gเว็บไซต์ : HTTPS://WWW.MEGA-BANGNA.COM/เฟซบุ๊ก : FACEBOOK.COM/MEGABANGNASHOPPINGCENTERอินสตาแกรม : @MEGABANGNA_THเอ็กซ์ : @MEGABANGNA_THไลน์ : @MEGABANGNAOFFICIALหรือโทร. 02-105-1000
ข่าวประชาสัมพันธ์ • 13 ก.ค. 69
เล่นให้ยากห้ามใช้อาวุธเเละเกราะซ้ำ Monster Hunter Wilds
Monster Hunter Wilds Challange
095******* • 12 ก.ค. 69
ดู
BWF Macau Open 2026
ทรูวิชั่นส์ • 7 ก.ค. 69
อ่าน
สองศตวรรษแห่งรสชาติและสุนทรียะจากมิลานสู่กรุงเทพฯ COVA เปิดแฟลกชิพสโตร์ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออก ณ One Bangkok
COVA เมซงระดับตำนานจากเมืองมิลาน เปิดตัวแฟลกชิพสโตร์แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และใหญ่ที่สุดในเอเชีย ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท บุญลาโภ จำกัด ณ ศูนย์การค้า One Bangkok แลนด์มาร์กระดับเวิลด์คลาสใจกลางกรุงเทพมหานคร และเป็นร้านแรกของ COVA ที่เป็นแฟลกชิพสโตร์สมบูรณ์แบบ ประกอบด้วย All Day Dining Caf Restaurant, Retail และ Premium Dining ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน บนพื้นที่ 2 ชั้น รวมขนาด 690 ตารางเมตร พร้อมถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรม ศิลปะแห่งการต้อนรับ และสุนทรียะแห่งการใช้ชีวิตแบบอิตาเลียนที่สืบทอดมายาวนานกว่า 200 ปี สู่นักชิมชาวไทยและนักเดินทางจากทั่วโลก ภายในงานได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ Paolo Dionisi เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีประจำประเทศไทย คุณ Paola Faccioli ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Pasticceria Cova และ คุณทรงพล บุญลาโภ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บุญลาโภ จำกัด ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติและบุคคลสำคัญ อาทิ คุณนพพร และคุณพิไลพร บุญลาโภ คุณสุวัจน์ ลิปตพัลลภ คุณชาติชาย พยุหนาวีชัย คุณอัครรัฐ วรรณรัตน์ คุณดวง โปษยานนท์ คุณกรกนก ยงสกุล คุณถุงแป้ง-ภัทรวดี เหลาสา และคุณเจสซี่-ณัฐศิญา พรหมมาตร เข้าร่วมเฉลิมฉลองช่วงเวลาสำคัญของการเปิดบทใหม่ของเมซงระดับตำนานจากมิลานในประเทศไทย คุณ Paola Faccioli ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Pasticceria Cova กล่าวว่า การเปิดแฟลกชิพสโตร์แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ กรุงเทพมหานคร นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ COVA ในการขยายการเติบโตสู่ตลาดสำคัญของภูมิภาค เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำมรดกแห่งงานฝีมือ คุณภาพ และศิลปะแห่งการต้อนรับแบบอิตาเลียนที่สืบทอดมากว่าสองศตวรรษ มาส่งต่อสู่กลุ่มเป้าหมายในประเทศไทย พร้อมสร้างจุดหมายปลายทางแห่งใหม่สำหรับผู้ที่ชื่นชอบประสบการณ์ด้านอาหารและไลฟ์สไตล์อันสุนทรีย์ ด้าน คุณทรงพล บุญลาโภ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บุญลาโภ จำกัด กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจให้นำ COVA เข้ามาเปิดแฟลกชิพสโตร์แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ ประเทศไทย การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนถึงศักยภาพของกรุงเทพมหานครในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลก และความพร้อมของคนไทยที่เปิดรับประสบการณ์อันประณีตระดับสากล เชื่อมั่นว่า COVA นอกจากจะเป็นจุดหมายด้านอาหารและเครื่องดื่ม ยังจะเป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจที่เชื่อมโยงวัฒนธรรม ความงดงาม และศิลปะแห่งการใช้ชีวิตจากมิลานสู่กรุงเทพฯ อย่างสมบูรณ์แบบ ภายในงานยังมีกิจกรรม Live cooking station เพื่อให้ผู้มาเยือนสามารถชมการสร้างสรรค์เมนูยอดนิยม Hand-Cut Prosciutto และ Risotto allo Zafferano โดย คุณ Eduardo Gadda, Executive Chef of COVA Montenapoleone พร้อมด้วยการแสดง mapping บอกเล่าความเป็นมากว่าสองศตวรรษของ COVA และปิดท้ายด้วยการตัดเค้กเฉลิมฉลองการเปิด COVA ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ COVA ก่อตั้งขึ้นในปี 1817 เคียงข้าง Teatro alla Scala โรงอุปรากรชื่อดังของเมืองมิลาน และตลอดเวลากว่าสองศตวรรษที่ผ่านมา สถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือนจุดนัดพบของบุคคลสำคัญ ศิลปิน และผู้คนในแวดวงวัฒนธรรมของอิตาลี ก่อนจะขยายชื่อเสียงสู่ระดับนานาชาติในฐานะสัญลักษณ์ของความสง่างามแบบมิลานีส การเปิดตัว COVA ถือเป็นการถ่ายทอดจิตวิญญาณของต้นตำรับจากถนน Via Montenapoleone, Milan มาสู่บริบทของกรุงเทพฯ เมืองที่เต็มไปด้วยพลัง ความร่วมสมัย และวัฒนธรรมการใช้ชีวิตที่หลากหลาย โดยยังคงยึดมั่นในคุณค่าหลักของแบรนด์ทั้งในด้านคุณภาพ งานฝีมือ และการบริการอันประณีต เมื่อก้าวเข้ามาภายในร้าน ณ ชั้น G ทุกท่านจะได้สัมผัสความงามอันเป็นสุนทรียะของเมซงแห่งนี้อย่างแท้จริง พื้นที่แห่งนี้ยังคงรักษาสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์จากต้นกำเนิดในมิลานไว้อย่างครบถ้วน ถ่ายทอดผ่านผนังกรุไม้มะฮอกกานีเนื้อเข้มที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและสง่างาม โคมระย้าคริสตัลที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษซึ่งเปล่งประกายอย่างประณีต และเบาะนั่งกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มอันเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ที่ช่วยเติมเต็มบรรยากาศให้หรูหราและเหนือกาลเวลา บรรยากาศโดยรวมถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่สำหรับการใช้เวลาอย่างรื่นรมย์ ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มต้นวันด้วยเอสเปรสโซสไตล์อิตาเลียน การพบปะสังสรรค์ระหว่างวัน หรือช่วงเวลา Aperitivo ในยามเย็น อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของแฟลกชิพแห่งนี้คือ Bancone หรือเอสเปรสโซบาร์และเคาน์เตอร์ขนมหวานอันเป็นเอกลักษณ์ ณ ที่แห่งนี้สะท้อนถึงสัญลักษณ์แห่งความเชี่ยวชาญเชิงศิลป์ (Savoir-Faire) ของ COVA อย่างแท้จริง โดยทีมเชฟขนมหวานระดับปรมาจารย์ยังคงสืบสานและคงไว้ซึ่งมรดกแห่งงานฝีมืออันทรงคุณค่าที่ส่งต่อกันมาหลายชั่วอายุคน แขกผู้มาเยือนจะได้ดื่มด่ำกับศิลปะแห่งรสสัมผัส ผ่านการรังสรรค์ช็อกโกแลตพราลีนสุดประณีต ขนมอบอันละเมียดละไม และ Cova Panettone ขนมอบแบบดั้งเดิมของอิตาลีสูตรเฉพาะของ COVA ที่โด่งดังไปทั่วโลก ด้วยเนื้อแป้งที่นุ่มเบา หอมกรุ่น ผสมผลไม้แห้งเพิ่มมิติของรสชาติ ทุกชิ้นทำขึ้นอย่างพิถีพิถัน สะท้อนความเชื่ออันแน่วแน่ว่า ความเป็นเลิศที่แท้จริงนั้นไม่อาจเร่งรัดให้เกิดขึ้นได้ สำหรับชั้น 1 ให้บริการ Premium Dining ในแบบฉบับอิตาเลียนแท้ๆ ที่พร้อมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ ในช่วงปลายปี 2026 COVA ยังถ่ายทอดจังหวะชีวิตอันละเมียดละไมของวันในมิลานมาสู่กรุงเทพฯ อย่างมีเสน่ห์ ตั้งแต่ยามเช้าอันสมบูรณ์แบบกับเอสเปรสโซตามแบบฉบับอิตาเลียน มื้อกลางวันที่นำเสนอเมนู Risotto alla Milanese อันเป็นเอกลักษณ์ ช่วงบ่ายแห่ง Merenda ที่เต็มไปด้วยความประณีต ไปจนถึง Aperitivo ซึ่งเป็นวัฒนธรรมสำคัญของอิตาลีในยามเย็น ทั้งหมดนี้ทำให้แฟลกชิพสโตร์แห่งนี้กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่เชื่อมโยงทุกช่วงเวลาของวันไว้อย่างกลมกลืน สำหรับผู้ที่ให้คุณค่ากับศิลปะแห่งการใช้ชีวิตกลางกรุงเทพมหานคร การมาถึงของ COVA ณ One Bangkok ถือเป็นการเปิดบทใหม่ของเมซงระดับตำนานจากมิลานในประเทศไทย โดยนำเสนอประสบการณ์ที่สืบทอดจากประวัติศาสตร์อันยาวนานของแบรนด์สู่บริบทร่วมสมัยในกรุงเทพมหานคร ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท บุญลาโภ จำกัด ในฐานะผู้นำเข้าและตัวแทนจัดจำหน่าย โดยยึดมั่นในกรอบคุณค่าของเมซงด้านงานฝีมือ มรดก และมาตรฐานการบริการ พร้อมมุ่งสร้างให้ COVA Thailand เป็นจุดหมายปลายทางแห่งใหม่ของผู้ที่หลงใหลในศิลปะแห่งการใช้ชีวิตและวัฒนธรรมการต้อนรับแบบอิตาเลียนใจกลางมหานครแห่งนี้ COVA ขอเชิญชวนชาวไทยและต่างชาติ ได้สัมผัสนิยามของการต้อนรับแบบอิตาเลียนที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง Pasticceria Cova One Bangkok ที่ตั้ง : One Bangkok, The Storeys Building ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 เวลาเปิดทำการวันจันทร์ - วันศุกร์ 08.00 น. - 21.00 น.วันเสาร์ - วันอาทิตย์ 10.00 น. - 21.00 น. ติดต่อ : โทรศัพท์ 081 987 7777 แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/WM9p9i6X9NpsTymz5?g_st=ic
ข่าวประชาสัมพันธ์ • 3 ก.ค. 69
ดูเพิ่มเติม