รีเซต

ผลการค้นหา “#melbourne” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
Masterchef Australia
ดู

Masterchef Australia

เอ็มแอลบี
สิทธิพิเศษ

เอ็มแอลบี

-

เปิดประสบการณ์ Canadian City Series จาก Tim Hortons สัมผัสรสชาติ แห่ง Victoria และ Montréal ในทุกแก้ว
อ่าน

เปิดประสบการณ์ Canadian City Series จาก Tim Hortons สัมผัสรสชาติ แห่ง Victoria และ Montréal ในทุกแก้ว

Tims Hortons (ทิม ฮอร์ตันส์) ชวนคนรักกาแฟสัมผัสความพิถีพิถันในการรังสรรค์กาแฟสัญชาติแคนาดา ผ่านแคมเปญ Canadian City Series: Canada Is Calling Again! ที่นำแรงบันดาลใจจาก 2 เมืองแลนด์มาร์กชื่อดังของแคนาดาอย่าง Victoria(วิกตอเรีย) และ Montral(มอนทรีออล) มารังสรรค์เป็นเมนูเครื่องดื่มและ Coffee Timbits 5 รสชาติใหม่ ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของแต่ละเมืองผ่านรสชาติ กลิ่นหอม เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ให้คอกาแฟได้ออกเดินทางสู่แคนาดาผ่านทุกแก้วและทุกคำในแบบฉบับของทิม ฮอร์ตันส์ โดยแคมเปญนี้ถ่ายทอดคาแรกเตอร์ของแต่ละเมืองผ่านรสชาติ กลิ่นหอม และองค์ประกอบของเมนูที่แตกต่างกัน เริ่มจาก Victoria เมืองริมทะเลที่เต็มไปด้วยความงดงาม เสน่ห์ และบรรยากาศอันอบอุ่น สู่ Montral เมืองที่ผสานกลิ่นอายความเป็นฝรั่งเศสเข้ากับความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว โดย Tim Hortons นำเอกลักษณ์ของทั้งสองเมืองมาเป็นแรงบันดาลใจในการรังสรรค์เมนูพิเศษ ให้เครื่องดื่มทุกแก้วและ Timbits ทุกคำ ได้พาคอกาแฟมาสัมผัสประสบการณ์แห่งรสชาติที่เหมือนได้ออกเดินทางสู่แคนาดา เริ่มต้นด้วยเครื่องดื่ม VICTORIA TIRAMISU LATT ลาเต้รสละมุนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเค้กทีรามิสุ ผสานเอสเปรสโซ นม และโคลด์โฟมเนื้อนุ่ม พร้อมเลดี้ฟิงเกอร์และช็อกโกแลตที่ช่วยเติมมิติของรสชาติและความหอมในทุกครั้งที่ดื่ม ให้ความรู้สึกนุ่มนวล ผ่อนคลาย และอบอุ่นในแบบเมือง Victoria ขณะที่ MONTRAL PECAN ALMOND LATT สะท้อนเสน่ห์ของเมือง Montral เมืองที่ผสมผสานความคลาสสิกและความร่วมสมัยเข้าไว้ด้วยกัน ผ่านลาเต้รสนุ่มกลมกล่อม โดดเด่นด้วยครีมโฟมพีแคนเคลือบคาราเมล ผสานความเข้มของเอสเปรสโซ และความหอมของไซรัปพีแคนได้อย่างลงตัว มอบรสชาติที่มีมิติ หอมเข้ม และน่าค้นหา เพื่อเติมเต็มประสบการณ์ของคนรักกาแฟ Tim Hortons ยังต่อยอดความอร่อยของ Canadian City Series ด้วย Timbits กาแฟ 5 รสชาติใหม่ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรสชาติกาแฟและขนมยอดนิยม ถ่ายทอดออกมาในรูปแบบ Timbits คำพอดีอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เหมาะสำหรับรับประทานคู่กับเครื่องดื่มแก้วโปรดในทุกช่วงเวลาของวัน นำโดย Tiramisu Timbits ทิมบิตส์เนื้อเค้กรสกาแฟชุบไวท์ช็อกโกแลต โรยผงโกโก้และเมล็ดกาแฟ ให้กลิ่นอายของขนมทีรามิสุสุดคลาสสิก ขณะที่ Toffee Nut Almond Coffee Timbits โดดเด่นด้วยความหอมหวานของทอฟฟี่นัทและอัลมอนด์เคลือบน้ำตาล เพิ่มสัมผัสกรุบกรอบในทุกคำ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบรสชาติเข้มข้น อย่าง Mocha Timbits มาพร้อมการผสานรสชาติกาแฟและช็อกโกแลตได้อย่างลงตัว ส่วน Biscoff Coffee Timbits เติมความโดดเด่นด้วยกลิ่นหอมเฉพาะตัวของบิสคอฟและคุกกี้บิสคอฟที่โรยอยู่ด้านบน ปิดท้ายด้วย Almond Hazelnut Coffee Timbits ที่ผสานความหอมของเฮเซลนัท ช็อกโกแลต และอัลมอนด์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว มอบรสชาติที่นุ่มละมุนและกลมกล่อมในทุกคำ Canadian City Series จึงเป็นการผสานเรื่องราวของเมือง วัฒนธรรม และกาแฟเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ให้ผู้บริโภคได้สัมผัสเสน่ห์ของแคนาดาผ่านรสชาติ พร้อมสร้างประสบการณ์ใหม่ที่น่าประทับใจในทุกแก้วและทุกคำของ Coffee Timbits พิเศษ! เมื่อซื้อ Canadian City Series Set รับทันที 1 สิทธิ์ ลุ้นบินตรงสู่แวนคูเวอร์* กับ Air Canada บนเส้นทางบินตรงตลอดปี พร้อมของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 170,000 บาท ประกอบด้วย รางวัลที่ 1 ตั๋วเครื่องบินไปกลับ ชั้น Economy เส้นทางกรุงเทพฯแวนคูเวอร์ จำนวน 2 ที่นั่ง มูลค่ารวม 142,000 บาท รางวัลที่ 2 Lululemon Gift Card มูลค่า 2,000 บาท จำนวน 5 รางวัล รางวัลที่ 3 Tim Hortons Merchandise Set จำนวน 10 รางวัล และรางวัลที่ 4 Tim Hortons Voucher มูลค่า 500 บาท จำนวน 10 รางวัล สามารถร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันนี้ - 31 กรกฎาคม 2569 *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด *อ่านรายละเอียดและเงื่อนไขกิจกรรมได้ที่ https://tinyurl.com/khnzk3k4 พบกับ Canadian City Series ได้แล้ววันนี้ 31 กรกฎาคม 2569 ที่ Tim Hortons ทุกสาขา และผ่านช่องทางเดลิเวอรี่ LINEMAN: https://lineman.onelink.me/1N3T/f37eziy6, ShopeeFood: https://rb.gy/6ucekg และ GrabFood: https://grb.to/4ntbRo8

Jenevieve คว้า JIHYO วง TWICE ร่วมฟีทใน “Hvnly” เพลง R&B สุดนุ่มถูกใจวัยรุ่นเทสดี ก่อนเจอตัวจริงที่ไทย
อ่าน

Jenevieve คว้า JIHYO วง TWICE ร่วมฟีทใน “Hvnly” เพลง R&B สุดนุ่มถูกใจวัยรุ่นเทสดี ก่อนเจอตัวจริงที่ไทย

Jenevieveศิลปินโมเดิร์นRBสายนุ่มขวัญใจวัยรุ่น สานต่อความสำเร็จอย่างงดงามของอัลบั้มCRYSALISด้วยการปล่อยCRYSALIS (CODA)อัลบั้มเวอร์ชั่นDeluxeพร้อมแทร็กใหม่Hvnlyที่เป็นเวอร์ชั่นรีมิกซ์ของเพลงHvn Highพร้อมชวนJIHYOเมนโวคอลและลีดเดอร์ของTWICEเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังจากเกาหลีใต้ มาร่วมฟีทเจอริ่งเพิ่มความละมุนให้เพลงนี้อีกเท่าตัว ในอัลบั้มCRYSALIS (CODA)นอกจากHvnlyที่ร่วมทำกับJIHYOแล้ว ยังมีเพลงWaiting Room (feat. Jordan Ward)และFlight Risqu (feat. Freddie Gibbs SALIMATA)รวมถึงผลงานที่ทำร่วมกับTkay MaidzaและLous and The Yakuzaอีกด้วย ชมมิวสิควิดีโอเพลงHvnly (feat. JIHYO)ของJenevieveที่นี่https://JenevieveTH.lnk.to/HvnlyftJIHYOPR/youtube Jenevieveเพิ่งปิดฉากช่วงการทัวร์ยุโรปของThe CRYSALIS Tour Worldwideอย่างงดงาม พร้อมการตอบรับอย่างล้มหลามจากแฟน ๆ ด้วยบัตรเข้าชมที่จำหน่ายหมดเกลี้ยง เธอได้ขึ้นแสดงในหลายเมืองสำคัญอย่างปารีส ลอนดอน และอัมสเตอร์ดัม ก่อนจะเดินหน้าต่อในวันที่14พฤษภาคม กับตารางการแสดงทั่วเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นที่เซี่ยงไฮ้ โซล โตเกียว มะนิลา และกรุงเทพฯ ประเทศไทย ก่อนเตรียมปิดท้ายทัวร์ด้วยการขึ้นแสดงในฐานะเฮดไลเนอร์ครั้งแรกที่ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ อัลบั้มCRYSALISถือเป็นก้าวสำคัญที่พาJenevieveก้าวสู่ความสำเร็จในวงการเพลงระดับโลกอีกระดับ เธอได้รับเสียงชื่นชมจากสื่อชั้นนำมากมาย อาทิNPR, Billboard, VIBEและThe FADERขณะที่เพลงเด่นอย่างHead Over Heelsสามารถทะยานขึ้นอันดับ1บนคลื่นวิทยุRBนับเป็นเพลงแรกของเธอที่ครองอันดับสูงสุด พร้อมทั้งติดTop 5ในชาร์ตAdult RB Airplayอีกด้วย นอกจากนี้ เธอยังได้รับเลือกเป็นศิลปินOn The VergeจากเวทีiHeartRadio Music Awardsประจำปีนี้ และคว้าการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลBest New Artist (RB)อีกหนึ่งสาขา ความสำเร็จทั้งหมดนี้ต่อยอดจากผลงานสุดฮิตก่อนหน้าอย่างBaby Powderที่มียอดสตรีมทั่วโลกทะลุ175ล้านครั้งได้อย่างสวยงาม เคลิบเคลิ้มไปกับเพลงใหม่ของเธอกันเรียบร้อยแล้ว ก็อย่าลืมแวะมาฟังเสียงสด พร้อมเพอร์ฟอร์มานซ์สด ๆ ของเธอกันได้ในคอนเสิร์ตJENEVIEVE THE CRYSALIS TOUR - WORLDWIDE in Bangkokวันที่2มิถุนายนนี้ ที่ สามย่าน มิตรทาวน์ ฮอลล์

"SCRUBB" บุกออสเตรเลีย จัดเต็ม 4 เมืองใหญ่ใน "SCRUBB Australia Tour 2026"
อ่าน

"SCRUBB" บุกออสเตรเลีย จัดเต็ม 4 เมืองใหญ่ใน "SCRUBB Australia Tour 2026"

สร้างอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญให้กับเส้นทางดนตรีของคู่ดูโอขวัญใจแฟนเพลงอย่าง "SCRUBB" ที่เพิ่งจบภารกิจทัวร์ต่างประเทศกับงาน "SCRUBB Australia Tour 2026" ไปอย่างสวยงาม กับการเดินทาง 10 วันเต็ม ใน 4 เมืองหลักของออสเตรเลีย ได้แก่ Perth, Melbourne, Sydney และ Brisbane โดยการกลับมาครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 ในรอบกว่า 15 ปี และเป็นการทัวร์เต็มรูปแบบครั้งแรกในออสเตรเลีย ตอกย้ำการเติบโตและความนิยมของพวกเขาบนเวทีระดับนานาชาติ ทัวร์ครั้งนี้เริ่มต้นเมื่อวันที่ 20 มีนาคม ที่เมือง Perth ณ The Aberdeen ก่อนจะเดินทางต่อไปยัง Melbourne (Max Watts Melbourne), Sydney (The Metro Theatre) และปิดท้ายที่ Brisbane (Wonderland) โดยในแต่ละเมือง SCRUBB ขนเซ็ตลิสต์จัดเต็มกว่า 20 เพลง ทั้งเพลงฮิตตลอดกาลที่แฟน ๆ คิดถึง และเพลงใหม่ที่ทุกคนรอฟัง อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของโชว์ใน Melbourne และ Sydney คือการปรากฏตัวของแขกรับเชิญพิเศษ "Win Sqweez Animal" ที่มาร่วมสร้างสีสันบนเวที โดยนำ 2 บทเพลง "ดาว" และ "เธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ" มาถ่ายทอดใหม่ในรูปแบบเฉพาะตัวของ "SCRUBB" ช่วยเติมเต็มโชว์ พร้อมสร้างโมเมนต์สุดประทับใจให้แฟนเพลงได้ร้องและโยกตามอย่างต่อเนื่อง บรรยากาศในทุกเมืองเต็มไปด้วยความอบอุ่นจากแฟนเพลงชาวไทยในออสเตรเลีย ทั้งกลุ่มคนทำงานและนักศึกษา ที่พร้อมใจกันร้องตามได้ทุกเพลง ไม่ว่าจะเป็น ทุกอย่าง, คำตอบ, คู่กัน, รอยยิ้ม ไปจนถึง ยังอยากรู้, See Scape และเพลงใหม่ล่าสุดอย่าง "ขอบคุณ (Analog)" สะท้อนถึงความผูกพันระหว่างวงกับผู้ฟังที่ยังคงเหนียวแน่นแม้จะอยู่ไกลบ้าน นอกจากนี้ "SCRUBB" ยังได้รับมิตรภาพดี ๆ จากผู้จัดในทั้ง 4 เมือง ที่คอยดูแลอย่างอบอุ่นตลอดทริป พร้อมพาไปลิ้มลองอาหารท้องถิ่นและเที่ยวชมเมือง สร้างบรรยากาศของทัวร์ครั้งนี้ให้เต็มไปด้วยความประทับใจและความรู้สึกเหมือนอยู่เมืองไทย "SCRUBB Australia Tour 2026" ไม่เพียงแต่เป็นก้าวสำคัญของวง แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของศิลปินไทยที่สามารถขยายฐานแฟนเพลงไปสู่เวทีระดับนานาชาติ พร้อมตอกย้ำว่าเสียงเพลงยังคงเป็นภาษาสากลที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกันได้อย่างแท้จริง ติดตาม "SCRUBB" ที่ : FACEBOOK : @scrubbband INSTAGRAM : @scrubbband X : @scrubbband YOUTUBE : @SCRUBBMUSICTUBE ติดตาม Universal Music Thailand ที่ : FACEBOOK : @universalmusicthailand INSTAGRAM : @universalmusicth X : @UMusicThai TIKTOK : @universalmusicthailand YOUTUBE : @universalmusicthailand

เมื่อความเร็วเจอความเท่ McLaren จับมือ PUMA ปฏิวัติชุดทีมและเครื่องแต่งกาย จัดเต็มสมรรถนะและสไตล์
อ่าน

เมื่อความเร็วเจอความเท่ McLaren จับมือ PUMA ปฏิวัติชุดทีมและเครื่องแต่งกาย จัดเต็มสมรรถนะและสไตล์

PUMA แบรนด์กีฬาระดับโลก และ McLaren Racing ประกาศความร่วมมือระดับโลกระยะยาวอย่างเป็นทางการ ผสานสองแบรนด์สมรรถนะสูงที่ขับเคลื่อนด้วยชุมชนและนวัตกรรมเข้าด้วยกัน ความร่วมมือนี้จะช่วยเชื่อมโยงแฟนๆ ให้เข้าใกล้โลกแห่งความเร็วมากยิ่งขึ้น พร้อมสัมผัสจิตวิญญาณของการแข่งขันอย่างแท้จริง เมื่อความเร็วเจอความเท่ McLaren จับมือ PUMAปฏิวัติชุดทีมและเครื่องแต่งกาย จัดเต็มสมรรถนะและสไตล์ ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ พูม่าจะรับหน้าที่ออกแบบและผลิตชุดแข่ง โดยมุ่งเน้นสมรรถนะในทุกจุดที่สำคัญ ความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมไปถึงทุกทีมแข่งขันที่อยู่ภายใต้ McLaren Racing ไม่ว่าจะเป็นทีม McLaren Mastercard Formula 1, ทีม Arrow McLaren IndyCar, รวมถึงทั้งทีมของ McLaren Racing ในรายการ F1 Academy และทีม McLaren F1 Sim Racing และตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป จะรวมถึงทีม McLaren United AS WEC Hypercar ที่ PUMA เราภูมิใจอย่างยิ่งกับประวัติศาสตร์อันยาวนานและประสบความสำเร็จในโลกมอเตอร์สปอร์ต รวมถึงการได้ร่วมงานกับนักขับและทีมระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรมตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งในการเริ่มต้นบทใหม่ด้วยการต้อนรับ McLaren Racing แชมป์โลกประเภทผู้สร้างและนักขับประจำปี 2025 ในฐานะพาร์ทเนอร์รายใหม่ของเรา Arthur Hoeld, PUMA CEO กล่าว เราตั้งตารอการแข่งขันที่ประสบความสำเร็จร่วมกันอีกมากมาย พร้อมเชื่อมต่อกับแฟนๆ ผู้เปี่ยมพลังของทีมจากทั่วโลก เพื่อสร้างสรรค์คอลเลกชันที่สร้างแรงบันดาลใจ และสะท้อนศักยภาพที่ดีที่สุดของทั้งสองแบรนด์ออกมา คอลเล็กชันนี้ออกแบบโดยยึดโทนสีปาปายา หรือเฉดสีส้มอันเป็นเอกลักษณ์ของ McLaren Racing โดยคอลเล็กชันแฟนแวร์ หรือ Replica ได้ถ่ายทอดภาพลักษณ์ของเครื่องแต่งกายอย่างเป็นทางการที่นักขับและทีมงานสวมใส่ในสนามแข่ง โดยถูกสร้างขึ้นสำหรับผู้ที่ต้องการปรากฏตัวอย่างมั่นใจ โดดเด่น และส่งเสียงแห่งความเร็วให้ดังกว่าเดิม ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ใดก็ตาม ขณะที่คอลเล็กชันไลฟ์สไตล์ถูกออกแบบมาเพื่อแฟนมอเตอร์สปอร์ตที่ใช้ชีวิตกับความเร็วทั้งในและนอกสนามแข่ง โดยได้รับแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์การแข่งขันอันยาวนานของ McLaren Racing คอลเล็กชันนี้นำมรดกแห่งมอเตอร์สปอร์ตมาผสานเข้ากับสตรีตแวร์ร่วมสมัย เชื่อมโยงอดีตและปัจจุบันผ่านซิลูเอตอันเป็นไอคอนและงานดีไซน์สมัยใหม่ นอกเหนือจากในสนามแข่ง ความร่วมมือครั้งนี้ยังมาพร้อมประสบการณ์เหนือระดับ ที่จะพาแฟนๆ เข้าใกล้จิตวิญญาณ สไตล์ และนวัตกรรมที่นิยามความเป็น McLaren Racing ผ่านอีเวนต์พิเศษและไอเทมแบบลิมิเต็ด ความร่วมมือนี้จะถ่ายทอดความเร้าใจของการแข่งขันออกมาในรูปแบบใหม่ที่คาดไม่ถึง ผสานนวัตกรรมสปอร์ตแวร์ของ PUMA เข้ากับมรดกของทีม McLaren Racing พร้อมเชิญชวนแฟนๆ จากทั่วโลกให้เข้าใกล้ทีมมากยิ่งขึ้น และกลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราว McLaren Racing โดยประสบการณ์แรกจะเปิดตัวในสนามเปิดฤดูกาลฟอร์มูล่า วัน ที่ประเทศออสเตรเลีย สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม PUMA จะประกาศให้ทราบในโอกาสต่อไป Zak Brown, CEO, McLaren Racing กล่าวว่า กีฬามอเตอร์สปอร์ตกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่แข็งแกร่งอย่างมาก และน่ายินดีที่ได้เห็นแบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ชั้นนำจำนวนมากเข้ามามีบทบาทอย่างลึกซึ้งกับฐานแฟนระดับโลกที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ผมไม่คิดว่าจะมีพาร์ทเนอร์รายใดเหมาะสมไปกว่า PUMA ในการยกระดับตัวตนแฟนแวร์ของทีม แฟนๆ ต้องการถ่ายทอดความหลงใหลในกีฬานี้ทั้งในและนอกสนามแข่ง และแนวคิดด้านดีไซน์และวัฒนธรรมอันสร้างสรรค์ของพูม่าจะนำเสนอคอลเล็กชันและประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นให้กับแฟนๆ ทั่วโลก PUMA x McLaren Racing ไลฟ์สไตล์คอลเล็กชันพร้อมวางจำหน่ายทั่วโลกแล้ว ส่วนคอลเล็กชัน Replica จะวางจำหน่ายในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ นี้ ที่ร้าน PUMA ที่ร่วมรายการ, ร้านที่ร่วมรายการ และช่องทางออนไลน์ที่ PUMA.com และ mclarenstore.com ติดตามรายละเอียดผลิตภัณฑ์ใหม่ กิจกรรม และโปรโมชันต่างๆ ของ PUMA ประเทศไทย ได้ที่เว็บไซต์ https://th.puma.com เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/PUMAThailandOfficial และอินสตาแกรม: www.instagram.com/pumathailand

องค์กรอาชญากรรม กับตัวตนที่ถูกปกปิด "One Piece ซีซัน 2" พร้อมออกเรือครั้งใหม่ มีนาคมนี้
อ่าน

องค์กรอาชญากรรม กับตัวตนที่ถูกปกปิด "One Piece ซีซัน 2" พร้อมออกเรือครั้งใหม่ มีนาคมนี้

วันพีซ(ONE PIECE) ปล่อยRise Of The Baroquesทีเซอร์อย่างเป็นทางการของวันพีซ: มุ่งหน้าสู่แกรนด์ไลน์นำแสดงโดย อินยากิ โกดอย,แม็คเคนยู,ทาซ สกายเลอร์,เอมิลี รัดด์ และ เจค็อป โรเมโร เผยให้เห็นถึงองค์กรอาชญกรรมลึกลับสุดเกรงขามอย่าง"บาร็อคเวิร์คส์" พบกับศัตรูสุดร้ายกาจที่แข็งแกร่งและอันตรายยิ่งกว่าเดิมในซีซั่น2ทั้งชารินธรา จันทรา (รับบท มิสเวนส์เดย์) เลรา อาโบวา (รับบท มิสออลซันเดย์) เดวิด แดสต์มัลแชน (รับบท มิสเตอร์ทรี) แคมรัส จอห์นสัน (รับบท มิสเตอร์ไฟฟ์) จาซซารา จัสลิน (รับบท มิสวาเลนไทน์) แดเนียล แลสเกอร์ (รับบท มิสเตอร์ไนน์) โซเฟีย แอนน์ คารูโซ (รับบท มิสโกลเด้นวีค) วันพีซ (ONE PIECE)เรื่องราวการผจญภัยสุดยิ่งใหญ่ของโจรสลัดกลางท้องทะเลลึกจากNetflixจะกลับมาอีกครั้งในซีซั่น2พร้อมศัตรูที่ดุดันกว่าเดิมและภารกิจที่อันตรายที่สุดเท่าที่เคยมีมา ลูฟี่และกลุ่มหมวกฟางจะล่องเรือมุ่งหน้าสู่แกรนด์ไลน์อันน่าอัศจรรย์ ซึ่งเป็นเส้นทางทะเลในตำนานที่มีทั้งอันตรายและความมหัศจรรย์รออยู่ในทุกย่างก้าว ขณะเดินทางผ่านดินแดนที่คาดเดาไม่ได้แห่งนี้ เพื่อค้นหาสมบัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ทุกคนจะได้พบกับเกาะประหลาดและศัตรูใหม่ที่น่าเกรงขามมากมายวันพีซ (ONE PIECE)ฉบับคนแสดงสร้างจากความร่วมมือระหว่างShueishaโดยTomorrow Studios (พันธมิตรของITV Studios)และNetflix เตรียมออกเรือผจญภัยไปพร้อมกับวันพีซ: มุ่งหน้าสู่แกรนด์ไลน์ในวันที่10มีนาคมนี้ ที่Netflixเท่านั้น! ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

เรียบร้อย!! เลบันเต้ เซ็นสัญญาคว้าตัว แม็ต ไรอัน เฝ้าเสาให้กับทีม
อ่าน

เรียบร้อย!! เลบันเต้ เซ็นสัญญาคว้าตัว แม็ต ไรอัน เฝ้าเสาให้กับทีม

เลบันเต้ ทีมในศึก ลาลีกา สเปน ประกาศ ประกาศเซ็นสัญญาคว้าตัว แม็ต ไรอัน ผู้รักษาประตูทีมชาติออสเตรเลีย มาเฝ้าเสาให้กับทีม แม็ต ไรอัน ย้ายไปเฝ้าเสาให้กับ เลบันเต้ แบบไม่มีค่าตัว โดยเซ็นสัญญา 1 ปี พร้อมออปชั่นขยายสัญญาเพิ่มอีก12 เดือน หลังย้ายร่วมทัพ เลบันเต้ ทาง แม็ต ไรอัน ผู้รักษาประตูจอมเก๋ากล่าวเปิดใจว่า "ผมติดตามทีมมาตลอดในสองเกมแรกของฤดูกาล และมีหลายสิ่งหลายอย่างที่น่าตื่นเต้น "เราสามารถประสบความสำเร็จได้มากกว่านี้ในช่วง 2-3 เกมแรก หากมีโชคเข้ามาช่วยสักหน่อย" สำหรับ แม็ต ไรอัน มีประสบการณ์เฝ้าเสาให้กับทีมในศึก ลาลีกา สเปน มาก่อนแล้ว โดยเขาเคยเฝ้าเสาให้กับ บาเลนเซีย และ เรอัล โซเซียดาด มาแล้ว ✍🐸 Mathew Ryan, nuevo guardameta del #LevanteUD.Bienvenido a tu nueva casa!📝https://t.co/1c1dywIr1F pic.twitter.com/npTws7CfbU Levante UD (@LevanteUD) August 26, 2025 ข่าวที่เกี่ยวข้อง โปรแกรมบอลวันนี้ ตารางบอลวันนี้ พร้อมลิ้งก์ดูบอลสด สรุปผลบอล ผลบอลเมื่อคืน เช็กผลบอล ผลบอลสดวันนี้

เหมือนฝัน.! ปิอัสตรี ปลื้มจะมีอัฒจันทร์ตัวเองในออสเตรเลียน กรังด์ปรีซ์
อ่าน

เหมือนฝัน.! ปิอัสตรี ปลื้มจะมีอัฒจันทร์ตัวเองในออสเตรเลียน กรังด์ปรีซ์

ออสการ์ ปิอัสตรี นักขับฟอร์มูล่าวัน สุดปลื้มที่จะได้มีอัฒจันทร์เชียร์เป็นของตัวเองในศึกออสเตรเลียน กรังด์ปรีซ์ ฤดูกาลหน้า ออสการ์ ปิอัสตรี นักขับชาวเมลเบิร์นของทีมแม็คลาเรน ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในศึก F1 ฤดูกาล 2025 โดยการแข่งขันผ่านไป 14 สนาม เจ้าตัวมีคะแนนเป็นผู้นำอยู่ที่ 284 คะแนน นำเพื่อนร่วมทีมอย่าง แลนโด นอร์ริส ที่อยู่อันดับ2 อยู่ 9 คะแนน ขณะที่การแข่งขันยังเหลือให้ชิงชัยอีก 10 สนาม นักขับวัย 24 ปีรายนี้ คว้าชัยชนะไปแล้ว 6 สนาม เป็นสถิติการคว้าชัยชนะมากที่สุดใน 1 ฤดูกาลของบรรดานักขับชาวออสเตรเลียคนอื่นๆ ส่งผลให้เขาจะได้มีอัฒจันทร์เป็นชื่อของตัวเองในศึกออสเตรเลียน กรังด์ปรีซ์ สนามเปิดฤดูกาลหน้า ระหว่างวันที่ 6-8 มีนาคม 2026 โดย ออสการ์ ปิอัสตรี เผยความรู้สึกของตัวเองว่า "มันเป็นความรู้สึกเหมือนฝัน ผมไม่เคยคิดเลยว่ามันจะเกิดขึ้นจริง นับเป็นแรงสนับสนุนที่ยอดเยี่ยมมากๆ ผมแทบจะอดใจรอไม่ไหวแล้วที่จะได้เห็นทุกอย่างเกิดขึ้นในเดือนมีนาคมปีหน้า" "การได้เห็นแฟนๆทุกคนอยู่บนอัฒจันทร์ของผมเอง แถมยังตั้งอยู่ตรงข้ามพิทเลนของทีม จะเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจของผมมากๆ ผมตั้งตารอคอยที่จะได้สัมผัสถึงแรงเชียร์และบรรยากาศในวันนั้น" สำหรับ ออสการ์ ปิอัสตรี คว้าชัยชนะตลอดอาชีพมาแล้ว 8 ครั้ง แต่ยังไม่เคยได้ขึ้นโพเดียมในออสเตรเลียเลย กับการมาแข่งขันที่อัลเบิร์ต พาร์ค ในเมลเบิร์น 3 ครั้งก่อนหน้านี้ แต่ด้วยผลงานที่เกิดขึ้นในซีซั่นนี้ทำให้เขากำลังจะมีอัฒจันทร์เชียร์เป็นของตัวเอง ขณะเดียวกันทางฝั่ง แลนโด นอร์ริส เพื่อนร่วมทีม และ ลูอิส แฮมิลตัน เจ้าของแชมป์โลก 7 สมัย ต่างมีอัฒจันทร์เป็นของตัวเองในรายการบริติช กรังด์ปรีซ์ ที่ซิลเวอร์สโตน รวมถึง แม็กซ์ เวอร์สแตปเพน แชมป์โลก 4 สมัยติด ก็มีอัฒจันทร์เป็นชื่อของเขาทุกสนามในยุโรป รวมถึง รายการดัตช์ กรังด์ปรีซ์ บ้านเกิดของเขา ที่ซานด์วูร์ต ส่วนบรรดานักขับชาวออสเตรเลีย ที่เคยได้รับเกียรติมีอัฒจันทร์ของตัวเอง ณ อัลเบิร์ต พาร์ค ในอดีตที่ผ่านมาประกอบไปด้วย แจ็ค แบรบแฮม แชมป์โลก 3 สมัย, อลัน โจนส์ แชมป์ปี 1980 รวมถึง แดเนียล ริคคาร์โด และ มาร์ค เว็บเบอร์ ข่าวที่เกี่ยวข้อง ตารางคะแนน F1 ฟอร์มูล่าวัน 2025 อันดับนักแข่ง เอฟวัน อัปเดตล่าสุด โปรแกรมฟอร์มูล่าวัน 2025 ลิ้งก์ดูสด เอฟวัน 2025 ถ่ายทอดสด F1 ผลเอฟวัน โปรแกรม โมโตจีพี 2025 ลิ้งก์ดูสด MotoGP 2025 ผลโมโต จีพี

“เมดีซ กรุ๊ป” เคาะราคา IPO ที่ 9 บ./หุ้น เปิดจองซื้อ 2-4 ต.ค. เข้าเทรด SET 15 ต.ค.นี้
อ่าน

“เมดีซ กรุ๊ป” เคาะราคา IPO ที่ 9 บ./หุ้น เปิดจองซื้อ 2-4 ต.ค. เข้าเทรด SET 15 ต.ค.นี้

#ทันหุ้น - เมดีซ กรุ๊ป แต่งตั้ง บล. หยวนต้า เป็นอันเดอร์ไรท์เตอร์ เคาะราคา IPO ที่ 9 บาท/หุ้น เสนอขาย 268 ล้านหุ้น จองซื้อ 2 - 4 ต.ค. 67 ปลื้มโรดโชว์ที่ตลท.นักลงทุนให้การตอบรับดี โชว์พื้นฐานธุรกิจแกร่ง ศักยภาพการเติบโตสูง คาดเข้าซื้อขาย SET วันแรก 15 ต.ค. 67 นายพายุพัด มหาผล กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญของบริษัท เมดีซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MEDEZE เปิดเผยว่า MEDEZE ได้ลงนามในสัญญาแต่งตั้งผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญ เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก หรือ IPO สำหรับการเสนอขายหุ้น IPO ของ MEDEZE ในครั้งนี้จำนวน 268 ล้านหุ้น ได้มีการกำหนดราคาหุ้น MEDEZE ที่จะเสนอขายให้กับนักลงทุนทั่วไป โดยใช้วิธีการทำสำรวจความต้องการซื้อหุ้น (Book Building) ของนักลงทุนสถาบันทั้งไทย และต่างประเทศ โดยมีราคาเสนอขายที่ 9 บาทต่อหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น หรือ Price to Earnings Ratio : P/E เท่ากับ 35.55 เท่า โดยคำนวณกำไรสุทธิต่อหุ้นจากกำไรสุทธิในรอบ 4 ไตรมาสย้อนหลัง ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2566 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2567 ซึ่งเท่ากับ 270.40 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัทหลังจากการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ หรือ Fully Diluted ซึ่งเท่ากับ 1,068,000,000 หุ้น จะได้กำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.25 บาทต่อหุ้น โดยนักลงทุนสามารถจองซื้อหุ้นได้ในระหว่างวันที่ 2 - 4 ตุลาคม 2567 และคาดว่าจะเข้าทำการซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายใน 15 ต.ค. 2567 ทั้งนี้อัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิดังกล่าวคำนวณจากผลประกอบการในอดีต โดยที่ยังมิได้พิจารณาถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ซึ่งราคาเสนอขายในครั้งนี้มีความสอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจของ MEDEZE และแผนการนำเงินระดมทุนที่ได้จากประชาชนเป็นครั้งแรกไปใช้ในการขยายธุรกิจในอนาคต ถือว่ามีความเหมาะสมสำหรับนักลงทุน และมีบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอสไอ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด เป็นผู้ร่วมเป็นผู้จัดจำหน่าย และรับประกันการจำหน่าย ขณะที่การนำเสนอข้อมูลกับนักลงทุน หรือโรดโชว์ เพื่อเสนอขายหุ้นให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก หรือ IPO ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานครในวันที่ 1 ต.ค. 67 ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักลงทุน จากพื้นฐานธุรกิจซึ่งมีความแข็งแกร่ง เป็นผู้นำในอุตสาหกรรม และแผนในการขยายธุรกิจในอนาคตที่ชัดเจน รวมถึงธุรกิจกำลังอยู่ในวัฏจักรขาขึ้น ซึ่งในปัจจุบัน MEDEZE มีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 400 ล้านบาท คิดเป็น 800 ล้านหุ้น เพื่อจะนำหุ้นสามัญเข้าจดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งการเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนครั้งแรกในครั้งนี้ เป็นการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ จำนวนไม่เกิน 268 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ หรือพาร์หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็นร้อยละไม่เกิน 25.09% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออก และเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งนี้ ประเทศไทย (SET) ในหมวดธุรกิจบริการ (SERVICE) / การแพทย์ (HELTH) null นายแพทย์วีรพล เขมะรังสรรค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมดีซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MEDEZE เปิดเผยว่า บริษัทเป็นผู้ให้บริการตรวจวิเคราะห์ คัดแยก เพาะเลี้ยง และรับฝากเซลล์ต้นกำเนิด หรือ Stem Cells และตรวจศักยภาพเซลล์ภูมิคุ้มกัน หรือ NK Cells มีประสบการณ์ในการดำเนินเนินธุรกิจมาต่อเนื่องมามากกว่า 14 ปี ให้บริการครอบคลุมการจัดเก็บเซลล์ต้นกำเนิดในระยะยาว ผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยดำเนินการผ่านบริษัทย่อยจำนวน 5 บริษัท ได้แก่ (1) บริษัท เมดีซ เอ็นเค จำกัด ดำเนินธุรกิจการให้บริการทดสอบศักยภาพเซลล์ภูมิคุ้มกัน หรือ NK Cells (2) บริษัท เมดีซ คอสเมซูติคอล จำกัด ดำเนินธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ความงามภายใต้ตราสินค้า DAA และอาหารเสริม (3) บริษัท เมดีซวิจัยและพัฒนา จำกัด ดำเนินธุรกิจวิจัยและพัฒนาเชิงทดลองด้านเทคโนโลยีชีวภาพ (4) Medeze Treasury Pte. Ltd. ดำเนินธุรกิจเป็นบริษัทเพื่อการลงทุน (Investment Company) โดยเป็นบริษัทที่ถือครองและบริหารตราสินค้าของกลุ่มบริษัทฯ และ (5) Medeze Group Pte. Ltd. ดำเนินธุรกิจวิจัยและพัฒนาเชิงทดลองด้านเทคโนโลยีชีวภาพ บริษัทมีศักยภาพสูงในการให้บริการด้วยถังไนโตรเจนเหลวทั้งหมด 30 ถัง มีความสามารถสูงสุดในการสกัดเลือด 2,880 เคส/ปี และสกัดเนื้อเยื่อ 4,560 เคส/ปี และมีความสามารถในการทดสอบศักยภาพของ NK Cells อยู่ที่ 1,920 เคสต่อปี ซึ่งมีพันธมิตรกับโรงพยาบาลในประเทศทั้งหมด 219 โรงพยาบาล มีตัวแทนจำหน่ายทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศเวียดนาม สิงคโปร์ พม่า อินโดนีเซีย และกัมพูชา รวมถึงมีนักวิทยาศาสตร์ และบุคลากรชั้นนำในวงการเทคโนโลยีชีวภาพ หรือ Biotechnology จำนวนมาก ส่งผลให้มีความแข็งแกร่งในด้านเครือข่ายแพทย์ในสถานพยาบาลชั้นนำ ไปจนถึงการมีห้องปฏิบัติการปลอดเชื้อระดับคลีนรูม คลาส 100 พร้อมด้วยอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่มีความทันสมัยในวงการธนาคารจัดเก็บเซลล์ต้นกำเนิด หรือ Stem Cell Banking เข่นระบบการแช่แข็งในถังไนโตรเจนเหลว เครื่องคัดแยกเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตอัตโนมัติ หรือ Auto Xpress และเครื่องเพาะเลี้ยงเพิ่มจำนวนเซลล์ต้นกำเนิดมีเซนไคมอลชนิดอัตโนมัติ หรือ Quantum ทั้งนี้บริษัทได้รับความไว้วางใจในระดับสากลด้วยมาตรฐานการจัดเก็บแช่แข็งในระดับสากล Association for the Advancement of Blood and Biotherapies (AABB) จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ให้การรับรองมาตรฐานการดำเนินงานของธนาคารสเต็มเซลล์ที่เข้มงวด เป็นมาตรฐานระบบคุณภาพสากลตามข้อกำหนดขององค์การอาหารและยา สหรัฐอเมริกา หรือ U.S.FDA ซึ่งครอบคลุมกิจกรรมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเลือดจากสายสะดือตั้งแต่การจัดเก็บในระยะยาว ไปจนถึงการกระจายขนส่งเพื่อรองรับการรักษาให้กับผู้ป่วยทั่วโลก และมาตรฐานห้องปฏิบัติการคุณภาพ Clean Room Class 100 ตั้งแต่ปี 2556 โดย National Environmental Balancing Bureau หรือ NEBB จากประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นมาตรฐานควบคุมอนุภาค ความดัน และอุณหภูมิภายในห้องปฏิบัติการอย่างเหมาะสม โดยภายหลังจากการระดมทุน MEDEZE มีแผนที่จะลงทุนขยายธุรกิจด้านเซลล์รากผม หรือ Hair Follicle Cell Bank ด้วยการพัฒนานวัตกรรมเซลล์จากรากผม เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในการช่วยบรรเทาปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเส้นผม และหนังศีรษะ ที่มีแนวโน้มจะพบเจอมากขึ้นในกลุ่มผู้สูงวัย และลงทุนติดตั้งระบบการจัดเก็บเซลล์ด้วยหุ่นยนต์ หรือ Robotic Cell Culture System ซึ่งเป็นนวัตกรรมขั้นสูงและล้ำสมัยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ทำให้กระบวนจัดเก็บมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ลดความผิดพลาดของบุคคล และลดความเสี่ยงจากตัวแปรที่มาจากสภาพแวดล้อมต่างๆ ยกระดับความน่าเชื่อถือทัดเทียมกับผู้ประกอบการชั้นนำทั่วโลก สามารถดึงดูดลูกค้าทั้งในประเทศ และต่างประเทศได้มากขึ้น ในขณะที่ผลการดำเนินงานของ MEDEZE ในปี 2564-2566 มีรายได้รวม 446.41 ล้านบาท 595.70ล้านบาท และ 701.81 ล้านบาทตามลำดับ และมีกำไรสุทธิ 112.06 ล้านบาท 147.19 ล้านบาท และ 239.57 ล้านบาท ตามลำดับ

ออสเตรเลียแช่แข็งร่างผู้เสียชีวิตรายที่ 1 หวังฟื้นคืนชีพอีกครั้งในอนาคต
อ่าน

ออสเตรเลียแช่แข็งร่างผู้เสียชีวิตรายที่ 1 หวังฟื้นคืนชีพอีกครั้งในอนาคต

การแช่แข็งร่างกายของผู้เสียชีวิตเพื่อหวังจะฟื้นคืนชีพได้อีกครั้ง นับว่าเป็นแนวคิดที่ปรากฏออกมาให้เห็นเรื่อย ๆ ทั้งจากการพยายามพัฒนานวัตกรรมให้เกิดขึ้นจริง หรือปรากฏในภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ไซไฟ เช่น เรื่อง Captain America: The First Soldier ที่แช่แข็งร่างกายเอาไว้หลายสิบปี ก่อนที่จะถูกทำให้ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง ล่าสุดบริษัทในประเทศออสเตรเลีย ก็ได้ดำเนินการตามแนวคิดนี้ โดยแช่แข็งร่างกายของชายชาวออสเตรเลียวัย 80 ปีที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ผ่านกระบวนการแช่แข็งด้วยความเย็น หรือ ไครโอนิกส์ (Cryonics)บริษัทที่พัฒนากระบวนการนี้ชื่อเซาท์เทิร์น ไครโอนิกส์ (Southern Cryonics) โดยร่วมมือกับนายแพทย์ อารอน เดรก (Aaron Drake) จากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์แอริโซนา วิธีการรักษาสภาพร่างกายของผู้เสียชีวิตคือไครโอนิกส์ (Cryonics) หรือการระบายความร้อนออกจากร่างกายจนถึงอุณหภูมิต่ำ เป็นแนวทางปฏิบัติตามกฎหมายในการรักษาร่างกายมนุษย์ที่เสียชีวิต เพื่อความหวังว่าวันหนึ่งเทคโนโลยีจะก้าวล้ำมากพอจนสามารถฟื้นคืนชีพผู้เสียชีวิตขึ้นมาได้อีกครั้งชายชาวออสเตรเลียวัย 80 ปีดังกล่าวนี้ ถูกเรียกว่า ผู้ป่วยรายที่ 1 และหลังจากที่บริษัทรับทราบว่าผู้ป่วยเสียชีวิตเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ก็ตอบสนองอย่างรวดเร็วโดยการย้ายร่างผู้ป่วยจากห้องเย็นของโรงพยาบาลในซิดนีย์ไปยังจุดดำเนินการของบริษัท Southern Cryonics ในเมืองโฮลบรูค (Holbrook) รัฐนิวเซาท์เวลส์หลังจากนั้นทีมงานได้ดำเนินงานต่าง ๆ เพื่อรักษาเสถียรภาพร่างกายของผู้ป่วยรายที่ 1 และทำให้เกิดการแข็งตัว (Vitrification Perfusion Protocols) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการไครโอนิกส์ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาเนื้อเยื่อรวมถึงร่างกายทั้งหมด โดยไม่มีการก่อตัวของผลึกน้ำแข็งที่ทำให้ร่างกายเกิดความเสียหาย ในกระบวนการนี้ได้ใช้เทคโนโลยี ECMO ล่าสุด หรือ Extracorporeal Membrane Oxygenation โดยระบบ ECMO จะช่วยทำหน้าที่แทนหัวใจและปอดของผู้ป่วยชั่วคราว เพื่อให้หัวใจและปอดมีเวลาพักฟื้นตัวและเพิ่มโอกาศกลับมาทำงานได้ตามปกติอีกครั้งบริษัทกล่าวเสริมว่า ผู้ป่วยได้รับการห่ออย่างแน่นหนาด้วยถุงนอนแบบพิเศษซึ่งเต็มไปด้วยไนโตรเจนเหลว จากนั้นผู้ป่วยรายที่ 1 จะถูกทำให้เย็นลงจนเหลืออุณหภูมิน้ำแข็งแห้ง และขนส่งไปยังโรงงานของเรากระบวนการทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์ในวันที่ 17 พฤษภาคม 2024 ซึ่งบริษัทได้กล่าวเพิ่มเติมว่าระเบียบวิธีปฏิบัติในการรักษาร่างกายของผู้เสียชีวิตที่พวกเขาพัฒนาขึ้นมานั้น ได้รับการปฏิบัติอย่างพิถีพิถัน และบริษัทภูมิใจกับความสำเร็จครั้งนี้อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันยังไม่มีเทคโนโลยีที่สามารถฟื้นคืนชีพผู้เสียชีวิตได้จริง ๆ แนวคิดดังกล่าวยังคงเป็นเพียงความเชื่อและความพยายามที่มนุษย์กำลังพัฒนาเท่านั้น แต่ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแนวคิดที่น่าจับตามอง กับความพยายามของมนุษย์ ที่จะเอาชนะความเสื่อมโทรมของชีวิตที่มาข้อมูลInterestingEngineeringที่มารูปภาพYoutube

สายการบินออสเตรเลียเล็งบริการเที่ยวบิน 'สัตว์เลี้ยงในห้องโดยสาร'
อ่าน

สายการบินออสเตรเลียเล็งบริการเที่ยวบิน 'สัตว์เลี้ยงในห้องโดยสาร'

(แฟ้มภาพซินหัว : เครื่องบินของสายการบินเวอร์จิน ออสเตรเลีย บินอยู่เหนือท่าอากาศยานซิดนีย์ นครซิดนีย์ของออสเตรเลีย วันที่ 22 ก.ค. 2020)[ซิดนีย์, มี.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพฤหัสบดี (7 มี.ค.) สายการบินเวอร์จิน ออสเตรเลีย (Virgin Australia) เปิดเผยแผนการใหม่ในการเป็นสายการบินแรกของออสเตรเลียที่ให้บริการเที่ยวบินพร้อมสัตว์เลี้ยงในห้องโดยสาร ซึ่งคาดว่าจะเริ่มต้นให้บริการหลังจากวางแผนและหารือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแล้วแผนการดังกล่าวจะจำกัดเฉพาะแมวและสุนัขขนาดเล็กบนเส้นทางบินภายในประเทศที่กำหนด และสัตว์เลี้ยงต้องอยู่ในแถวที่นั่งเฉพาะโดยห้ามปล่อยอิสระหรือจับนั่งบนตัก รวมถึงต้องอยู่ในกระเป๋าสัตว์เลี้ยงที่ได้รับอนุมัติจากสายการบินฯ ในใต้ที่นั่งด้านหน้าของเจ้าของตลอดเที่ยวบินเจย์น เฮิร์ดลิกา ซีอีโอของเวอร์จิน ออสเตรเลีย กรุ๊ป แถลงข่าวที่ท่าอากาศยานเมลเบิร์นว่าครัวเรือนชาวออสเตรเลียเกือบร้อยละ 70 มีสัตว์เลี้ยง แผนการนี้จึงมีความสำคัญกับคนกลุ่มนี้อย่างมาก และยังจะเป็นผลประโยชน์กับผู้ให้บริการที่พักที่สัตว์เลี้ยงสามารถเข้าพักได้ จะเป็นเศรษฐกิจใหม่ของการเดินทางกับสัตว์เลี้ยงในออสเตรเลียสายการบินฯ จะใช้ระยะเวลา 12 เดือนในการออกแบบแผนการที่ปลอดภัยพร้อมกฎระเบียบเข้มงวด ซึ่งรวมถึงมาตรการลดผลกระทบต่อผู้โดยสารที่มีอาการภูมิแพ้ ด้านโลรี อาร์กัส ซีอีโอของท่าอากาศยานเมลเบิร์น แสดงความกระตือรือร้นว่าท่าอากาศยานฯ พร้อมช่วยสายการบินฯ ให้บริการเที่ยวบินใหม่นี้อนึ่ง ผลสำรวจระดับชาติจากแอนิมอล เมดิซีนส์ ออสเตรเลีย (Animal Medicines Australia) พบว่าครัวเรือนชาวออสเตรเลีย 6.9 ล้านครัวเรือน มีสัตว์เลี้ยงอยู่เกือบ 29 ล้านตัวในปี 2022 ซึ่งมากกว่าตัวเลขคาดการณ์ประชากรมนุษย์ 25.8 ล้านคนในเวลานั้น

ออสเตรเลียอากาศสุดแปรปรวน เจอทั้งหิมะตก-น้ำท่วมฉับพลัน
อ่าน

ออสเตรเลียอากาศสุดแปรปรวน เจอทั้งหิมะตก-น้ำท่วมฉับพลัน

วันนี้ (10มิ.ย.64) ชาวออสเตรเลียที่อาศัยแถบตะวันออกของประเทศ ต้องตื่นเช้าวันนี้ขึ้นมาพร้มอกับสภาพาอากาศที่หนาวผิดปกติ อีกทั้งยังเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ทำให้ต้องอพยพผู้คน มากกว่า 26,000 ออกจากเมือง Traralgon ในรัฐวิคตอเรีย ซึ่งอยู่ห่างจากเมลเบิร์นไปทางตะวันตกราว 162 กิโลเมตร อันเป็นผลของความกดอากาศต่ำที่พัดพาฝนและกระแสลม ไปยังรัฐวิคตอเรีย แห่งนี้เจ้าหน้าที่ระบุว่า ต้องมีการเข้าช่วยชีวิตประชาชนมากกว่า 10 เหตุการณ์ ขณะที่มีคำร้องขอให้ช่วยเหลือผ่านการให้บริการฉุกเฉินของรัฐอีกมากกว่า 5,000 ครั้ง โดยตำรวจเปิดเผยว่า พบศพชาย 1 คน อยู่ในรถที่จมอยู่ใต้น้ำไม่เพียงเท่านี้ กระแสลมที่แรงกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ยังทำให้ต้นไม้โค่นล้ม และบ้านเรือนขาดแคลนไฟฟ้าใช้เป็นวงกว้าง ในแถบชานเมืองเมลเบิร์นขณะที่ Blue Mountains และหลายเมืองทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐ รัฐนิว เซาท์ เวลส์ กลับเผชิญกับหิมะตกเป็นปริมาณมาก ทำให้เมืองทั้งเมือง ตื่นขึ้นมาเสมือนอยู่ในดินแดนมหัศจรรย์ ด้วยหิมะที่ปกคลุมเป็นสีขาวไปทั่วบริเวณมีรายงานว่าอุณหภูมิลดต่ำลงเหลือ 8 องศาเซลเซียส ซึ่งถือว่าต่ำกว่าอุณหภูมิเฉลียของรัฐนิวเซาท์เวลส์ และควีนส์แลนด์แต่ในขณะที่ประชาชนกำลังตกตะลึงกับสภาพอากาศที่แปรปรวนเช่นนี้ กลับมีภาพที่ถุกส่งต่อกันมากในโลกออนไลน์ กลายเป็นไวรัล จากหิมะที่ตกลงมาอย่างหนักในรัฐนิว เซาท์ เวลส์... มีอัลปากา 2 ตัว ออกมาสนุกกับหิมะ โดยหนึ่งในนั้น ได้ไปกินใบของต้นเลมอน อีกทั้งยังพยายามเขย่าต้นเพื่อให้หิมะโปรยลงมาอีกด้วย

เมลเบิร์นเริ่มล็อกดาวน์รอบ 2 หลังยอดติดโควิดพุ่ง
อ่าน

เมลเบิร์นเริ่มล็อกดาวน์รอบ 2 หลังยอดติดโควิดพุ่ง

นครเมลเบิร์นในรัฐวิคตอเรีย เมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศออสเตรเลีย กลับเข้าสู่การบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ครั้งที่ 2 แล้ว หลังพบการเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนารายใหม่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาภายใต้มาตรการล็อกดาวน์ครั้งใหม่ซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่หลังเที่ยงคืนของวันพุธที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น จะส่งผลให้ ประชากรราว 5,000,000 คนของเมืองเมลเบิร์นไม่สามารถออกจากบ้านพักได้เป็นเวลา 6 สัปดาห์ ยกเว้นแต่จะมีเหตุผลอันจำเป็นเท่านั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำเครื่องกีดขวางออกมาวางในพื้นที่รอบเมือง นอกจากนี้ยังจะมีการจัดตั้งจุดตรวจสอบขึ้นได้ไม่ว่าจะที่ใดหรือเวลาใดก็ตาม เพื่อให้มีการบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่พรมแดนระหว่างรัฐวิคตอเรียกับรัฐอื่นๆ โดยรอบ ได้ถูกปิดลงตั้งแต่วันอังคารที่ผ่านมาแล้วนายสก๊อต มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียออกมากล่าวชื่นชมความอดทนของชาวเมลเบิร์น และว่าทั้งประเทศทราบดีถึงการเสียสละที่ชาวเมลเบิร์นกำลังทำอยู่ ซึ่งไม่ได้เป็นการกระทำเพื่อตัวเองหรือเพื่อครอบครัวของตัวเองเท่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งที่ทำเพื่อชุมชนชาวออสเตรเลียทั้งหมดด้วยผู้นำออสเตรเลียยังระบุด้วยว่า เขาจะเสนอมาตรการชะลอการเดินทางกลับประเทศของชาวออสเตรเลียที่อยู่ในต่างแดน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาอีกทางหนึ่งด้วยล่าสุดออสเตรเลียมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาทั้งสิ้น 8,899 คนและมีผู้เสียชีวิตแล้ว 106 ราย

เมลเบิร์นยกเลิกเคอร์ฟิว หลังใช้คุมเข้มโควิดนานกว่า 2 เดือน
อ่าน

เมลเบิร์นยกเลิกเคอร์ฟิว หลังใช้คุมเข้มโควิดนานกว่า 2 เดือน

นครเมลเบิร์น เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของออสเตรเลีย ประกาศยกเลิกมาตรการเคอร์ฟิวที่ห้ามชาวเมืองเดินทางออกจากเคหสถานในยามค่ำคืนแล้ว โดยให้มีผลตั้งแต่วันจันทร์ที่ 28 กันยายนเป็นต้นไป หลังจากบังคับใช้มาตรการดังกล่าวนานกว่า 2 เดือน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ นายแดเนียล แอนดรูส์ มุขมนตรีรัฐวิคตอเรีย ซึ่งมีเมลเบิร์นเป็นเมืองเอก ประกาศว่า นับตั้งแต่วันจันทร์เป็นต้นไป พลเมืองของเมลเบิร์นจะสามารถเดินทางออกจากบ้านพักในเวลาใดก็ได้ตามที่ต้องการ ไม่ว่าจะไปทำงาน ไปออกกำลัง หรือซื้อข้าวของ การประกาศผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มมีขึ้นหลังจากที่มีรายงานผู้ติดเชื้อใหม่เพียง 16 คน และมีผู้เสียชีวิตเพียง 2 รายในรัฐวิคตอเรียในวันอาทิตย์นี้ ขณะที่จำนวนผู้ที่ยังติดเชื้อโควิด-19 ในรัฐวิคตอเรียก็อยู่ในระดับต่ำกว่า 400 คนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายนเป็นต้นมา ทางการได้ประกาศมาตรการเคอร์ฟิวในนครเมลเบิร์นตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม พร้อมกับมาตรการคุมเข้มอีกหลายประกาศ หลังจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในเมลเบิร์นเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในเมือง ก่อนที่ทางการจะตัดสินใจลดระดับมาตรการต่างๆ ลงเนื่องจากตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลง

พบจุดแพร่ระบาดใหม่ ของไวรัสโควิด-19 ที่นครเมลเบิร์น
อ่าน

พบจุดแพร่ระบาดใหม่ ของไวรัสโควิด-19 ที่นครเมลเบิร์น

วันนี้ (11ก.พ.64) หน่วยงานสาธารสุขของรัฐวิคตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย กำลังเฝ้าระวังและดำเนินมาตรการเชิงรุก เพื่อรับมือกับ จุดแพร่ระบาด (cluster)ของเชื้อไวรัสโควิด 19 แห่งใหม่ ที่ โรงแรม ฮอลลิเดย์ อินน์ ในนครเมลเบิร์น ที่มีจุดเริ่มต้นจาก การพบว่าผู้ที่เดินทางเข้าสู่นครเมลเบิร์น และมากักบริเวณในโรงแรมแห่งนี้ ติดเชื้อไวรัส โควิด 19 จำนวน 4 คนจากนั้น ผู้ติดเชื้อรายใหม่ ได้แพร่เชื้อให้กับพนักงานโรงแรม จนมีตัวเลขผู้ติดเชื้อไปแล้วอย่างน้อย 10 คน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปิดโรงแรมแห่งนี้แห่งเป็นสถานกักกันโรคอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้ เชื้อไวรัสโควิด 19 แพร่กระจายไปสู่บุคคลภายนอกในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ได้ตรวจเชื้อผู้ที่อาศัย หรือทำงานใกล้กับโรงแรมฮอลลิเดย์ อินน์ ไปแล้ว 24,500 คน พร้อมกันนี้ทาง นครเมลเบิร์น ได้ประกาศให้ประชาชนที่รู้สึกว่ามีความเสี่ยง แม้ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ใหล้เคียงกับโรงแรม เข้ามารับการตรวจเชื้อ ตามหน่วยงานสาธารณสุขต่างๆปัจจัยเสี่ยงสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ ณ ตอนนี้ นครเมลเบิร์น กำลังจัดการแข่งขันเทนนิส Australian Open ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังไม่ให้เชื้อแพร่ไปสู่นักกีฬา และเจ้าหน้าที่ เพราะอาจทำให้เชื้อไวรัสแพร่กระจายไปยังประเทศอื่นๆ เมื่อบุคคลเหล่านี้เดินทางกลับบ้านหลังการแข่งขันจบลงรัฐวิคตอเรีย มีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ประมาณ 20,000 คน และเสียชีวิตไป 800 คน เมื่อปีที่แล้ว ทำให้ทางผู้บริหารรัฐ ต้องกำหนดมาตรการ lock down ที่เข้มงวดเป็นเวลา 100 วัน จนสามารถควบคุมการแพร่ระบาดเอาไว้ได้ เกาะติดข่าวที่นี่website:www.TNNTHAILAND.comfacebook :TNNONLINEfacebook live :TNN Livetwitter :TNNONLINELine :@TNNONLINEYoutube Official :TNNONLINEInstagram :TNN_ONLINETIKTOK :@TNNONLINE

โควิด: รัฐวิกตอเรียประกาศ “ภาวะภัยพิบัติ” ป่วยอีก671คน เพิ่ม “เคอร์ฟิว” เมลเบิร์น
อ่าน

โควิด: รัฐวิกตอเรียประกาศ “ภาวะภัยพิบัติ” ป่วยอีก671คน เพิ่ม “เคอร์ฟิว” เมลเบิร์น

โควิด: รัฐวิกตอเรียประกาศ - วันที่ 2 ส.ค. เว็บไซต์ นิวส์ดอตคอมดอตเอยู รายงานว่า ทางการรัฐวิกตอเรียของออสเตรเลียยกระดับล็อกดาวน์เป็นระยะที่ 4 ในพื้นที่นครเมลเบิร์น เมืองใหญ่อันดับสองของรัฐวิกตอเรีย ทางตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลีย ด้วยการกำหนดเวลาห้ามออกนอกเคหสถาน หรือ เคอร์ฟิว ตั้งแต่เวลา 20.00 น. ถึง 05.00 น. ของทุกวัน (17.00 น. ถึง 02.00 น. ตามเวลาในไทย) เริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป NINE NEWS ความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นหลังจากที่รัฐวิกตอเรียมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพียงวันเดียว 671 คน และเสียชีวิตอีก 7 ราย ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 11,557 คน เสียชีวิตเพิ่มเป็น 123 ราย ถือเป็นตัวเลขสูงสุดในออสเตรเลีย จากยอดผู้ติดเชื้อทั้งประเทศล่าสุดเกือบ 18,000 คน เสียชีวิตทั้งประเทศราว 200 ราย นอกจากนี้ นายแดเนียล แอนดรูว์ส มุขมนตรีรัฐวิกตอเรีย ประกาศ ภาวะภัยพิบัติ (state of disaster) ในรัฐวิกตอเรีย มีผลตั้งแต่เวลา 18.00 น. (15.00 น. ตามเวลาในไทย) เพิ่มเติมจากประกาศ ภาวะฉุกเฉิน ก่อนหน้านี้ REUTERS เหตุผลเดียวที่คุณออกจากบ้านระหว่างเวลา 20.00 ถึง 05.00 น. คือเข้ารับหรือให้การดูแลผู้ป่วย ไป-กลับทำงานหรืออยู่ที่ทำงาน ไม่ให้คนไปมาหาสู่และออกไปข้างนอกอย่างง่ายดายโดยไม่มีเหตุผลอะไรเลยได้อีก มุขมนตรีรัฐวิกตอเรียกล่าว ล็อกดาวน์ระยะที่ 4 จำกัดการซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ตตั้งแต่เวลา 18.00 น. อนุญาตให้บ้านละ 1 คน ออกไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ตห่างไม่เกิน 5 กิโลเมตร ห้ามกิจกรรมนันทนาการ ส่วนการออกกำลังกายกลางแจ้งจำกัดวันละ 1 ชั่วโมง REUTERS นอกจากนี้ ภูมิภาควิกตอเรีย (Regional Victoria) จะยกระดับล็อกดาวน์เข้าสู่ระยะที่สาม มีผลตั้งแต่เที่ยงคืนของวันพุธที่ 5 ส.ค. เป็นระยะเวลา 6 สัปดาห์ AP ข่าวที่เกี่ยวข้อง: โควิด: ออสเตรเลียล็อกดาวน์ เมลเบิร์น อีก 6 สัปดาห์ หลังพบผู้ติดเชื้อพุ่ง

โควิด: รัฐวิกตอเรียติดเชื้อรายวัน “ทุบสถิติอีก” 24 ชั่วโมงทะลุ 450 คน!
อ่าน

โควิด: รัฐวิกตอเรียติดเชื้อรายวัน “ทุบสถิติอีก” 24 ชั่วโมงทะลุ 450 คน!

โควิด: รัฐวิกตอเรียติดเชื้อรายวัน ทุบสถิติอีก 24 ชั่วโมงทะลุ 450 คน! โควิด: รัฐวิกตอเรียติดเชื้อรายวัน - เอเอฟพี รายงานวันที่ 26 ก.ค. ว่า ออสเตรเลียยังเผชิญวิกฤตโควิด-19 แพร่ระบาด หลังพบผู้ป่วยใหม่ในรัฐวิกตอเรีย 459 คน เพิ่มขึ้นจาก 357 คนเมื่อวันเสาร์ที่ 25 ก.ค. ถือเป็นจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ของรัฐวิกตอเรีย นอกจากนี้ยังพบผู้ป่วยในรัฐอื่นๆ อีกกว่า 10 คน ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมมีอย่างน้อย 14,401 คน และเสียชีวิตแล้ว 155 ราย นายแดเนียล แอนดรูว์ส มุขมนตรีรัฐวิกตอเรีย แถลงแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ไวรัสมรณะ พร้อมระบุว่าในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นถึง 10 ราย อยู่ในช่วงอายุระหว่าง 40-80 ปี ในจำนวนนี้ 7 รายเชื่อมโยงกับคลัสเตอร์ หรือการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนจากศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ และนับเป็นการสูญเสียจากไวรัสมรณะใน 1 วันที่เลวร้ายที่สุดของประเทศนับตั้งแต่โรคโควิด-19 แพร่ระบาด File Photo: Australia has suffered its deadliest day from the coronavirus since the pandemic began, with authorities reporting ten fatalities Sunday and a rise in new infections despite an intensive lockdown effort. REUTERS ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารระดมกำลังตรึงชายแดนรัฐวิกตอเรีย รวมทั้งตรวจตราคุมเข้มพื้นที่ล็อกดาวน์ในเมืองเมลเบิร์นเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาด ท่ามกลางความหวาดวิตกของหลายฝ่าย แม้ทางการจะล็อกดาวน์เขตอาคารชุดที่พักซึ่งพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 มานานกว่า 2 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค. แต่ตัวเลขผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตกลับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งนายแอนดรูว์สยอมรับว่าเป็นจำนวนที่สูงเกินไป และต้องเร่งดำเนินการขั้นเด็ดขาดเพื่อควบคุมสถานการณ์ File Photo: The country's COVID-19 death toll rose to 155 and the southeastern state of Victoria reported more than 450 new infections in the last 24 hours. REUTERS File Photo: 459 fresh cases were reported in Victoria on Sunday -- up from 357 on Saturday. Around a dozen more were recorded in other parts of Australia. REUTERS File Photo: Fire Services Victoria personnel meet outside a public housing tower, locked down in response to an outbreak of the COVID-19, in Melbourne, Australia. REUTERS File Photo: Healthcare workers walk with testing supplies into a public housing tower in Melbourne, Australia. REUTERS File Photo: Victoria Police and ADF personnel work at a vehicle checkpoint outside of Melbourne, Australia. AAP People wearing face masks walk along a street in Melbourne after it became the first city in Australia to enforce mask-wearing in public. REUTERS ข่าวที่เกี่ยวข้อง: โควิด: รัฐวิกตอเรียพบผู้ป่วยใหม่ 374 คน-สูงสุดในรอบ 5 วัน ติดเชื้อสะสมเกินครึ่งของประเทศ

7 สถานที่ จุดผีสิง หลอนที่สุดในออสเตรเลีย
อ่าน

7 สถานที่ จุดผีสิง หลอนที่สุดในออสเตรเลีย

ออสเตรเลีย ดินแดนฟ้าใส ที่ใครๆ ต่างก็มุ่งหมายไปเยือนให้ได้สักครั้ง แต่ใครเลยจะรู้ว่าสถานที่สวยๆ ของแดนจิงโจ้นั้นมิวายจะต้องมีสิ่งลี้ลับรอการพิสูจน์อยู่ทุกที่นั่นแหละ ใครดวงดีเห็นบ่อยๆ เราก็ขอเตือนให้ระวังที่ที่เราจะมาแนะนำกันต่อไปนี้ให้ดีล่ะ 7 สถานที่ผีสิง หลอนสุดในออสเตรเลีย 1. The Russell Hotel, Sydney โรงแรมรัสเซลล์ ที่เมืองซิดนีย์ หนึ่งในอาคารเก่าแก่ที่สุดในย่าน The Rocks สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1788 ตั้งแต่ช่วงที่ผู้ก่อตั้งอาณานิคมยุคแรกเดินทางมาตั้งถิ่นฐานในออสเตรเลีย บริเวณใกล้โรงแรมรายล้อมด้วยที่เที่ยวมากมาย ทั้ง Opera House, the Museum of Contemporary Art และ Harbor Bridge แต่เมื่อก่อนย่านนี้นับเป็นแหล่งเสื่อมโทรม เต็มไปด้วยอาชญากรรม ทั้งปล้น ฆ่าชิงทรัพย์ มีซ่องโสเภณีคอยบริการนักเดินทาง และกะลาสีที่เดินทางรอนแรมจากบ้านมาไกล ผีที่ดังที่สุดของโรงแรมนี้คือผีห้องหมายเลข 8 ที่ปรากฎกายในชุดกะลาสีเรือ คอยจ้องมองแขกที่มาเข้าพักจนหวาดผวา บ้างก็เห็นเขายืนอยู่ที่ระเบียงก่อนจะหายวับไปต่อหน้าต่อตา ==================== 2. Redbank Range Railway Tunnel, Picton, NSW อุโมงค์รถไฟเก่า ในยุคปี 1867-1919 ปัจจุบันปิดใช้งานไปแล้ว เป็นที่เลื่องลือว่ามีวิญญาณของ Emily Bollard สิงสู่อยู่ เธอเสียชีวิตเพราะถูกรถไฟชนในอุโมงค์นั้นเมื่อปี 1916 คาดกันว่าเธอคงกำลังเดินผ่านเข้าไปในอุโมงค์ในจังหวะที่รถไฟแล่นผ่านมาพอดีแล้ววิ่งหนีออกมาไม่ทัน ซึ่งตรงกับคำบอกเล่าของคนที่พบเห็นวิญญาณผู้หญิงยืนอยู่ รวมถึงเงาดำที่ปรากฏบนผนังอุโมงค์ และอุณหภูมิที่หนาวเย็นผิดปกติภายในนั้น ==================== 3. Blundells Cottage, Canberra บ้านอิฐเก่าแก่สร้างในสมัย 1860 ผีที่พบกันบ่อยที่นี่คือวิญญาณของ Florrie Blundell ที่เสียชีวิตเมื่ออายุ 16 ปี กล่าวกันว่าวิญญาณของเธอไม่ดุร้าย และดูจะชอบใจเวลาที่มีคณะทัวร์มาเยี่ยมเยือนบ้านหลังนี้ เธอมักปรากฎตัวให้เห็นที่สวนหน้าบ้าน นักท่องเที่ยวแทบทุกคนยังบอกว่าภายในบ้านหลังนี้คล้ายกับมีกลิ่นเนื้อถูกเผาอยู่ด้วย ==================== 4. BOGGO ROAD JAIL, QLD เรือนจำที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในเรื่องของความโหด เดิมทีใช้เป็นแดนประหาร กระทั่งปี 1913 จึงเริ่มใช้กักขังนักโทษคดีอุกฉกรรณ์ นับแต่นั้นก็เกิดเหตุร้ายต่างๆ นานาๆ ตั้งแต่การก่อจราจล ไปจนถึงฆาตกรรม ทุกวันนี้เรือนจำถูกปิดไปแล้ว แต่ยังมีคนได้ยินเสียงร้องโหยหวนอย่างทุกข์ทรมานลอยออกมาอยู่ รวมถึงดวงวิญญาณของนักโทษประหารที่เดินวนเวียนอยู่ในแดนประหาร ปัจจุบันเรือนจำ BOGGO ROAD กลายเป็นจุดทัวร์ชมผียอดนิยมแห่งหนึ่งของออสเตรเลีย ==================== 5. Princess Theatre, Melbourne คืนวันที่ 3 มีนาคม 1888 นักร้องโอเปร่าเสียงบาริโทน "Frederick Baker" ขึ้นแสดงละครเวทีเรื่อง Faust ในองก์สุดท้าย และเกิดอาหารหัวใจวาย เสียชีวิตลงในจังหวะที่ออกจากเวทีพอดี ในขณะที่นักแสดงคนอื่นๆ บอกว่ายังเห็นเขายืนโค้งให้ผู้เมื่อการแสดงจบอยู่เลย ทุกวันนี้ยังมีคนพบเห็นวิญญาณของ Frederick อยู่ภายในโรงละคร ทั้งห้องแต่งตัว และเวที ทางโรงละครยังเว้นที่นั่งแถวที่สามไว้หนึ่งที่เสมอเพื่อไว้ให้คุณ Frederick นั่งชมละครเวทีโดยเฉพาะอีกด้วย ==================== 6. Beechworth Asylum, Victoria สถานบำบัติผู้ป่วยทางจิต ถูกสร้างในปี 1867 มีผู้ป่วยกว่า 3,000 คนจบชีวิตลงที่นี่ แม้จะถูกปิดไปนานแล้ว แต่สิ่งลี้ลับยังคงวนเวียนอยู่ ณ ที่แห่งนี้ เช่น เสียงเด็กหัวเราะที่ดังก้องไปทั่วทางเดิน วิญญาณผู้ป่วยที่จ้องมองจากหน้าต่าง ไปจนถึงวิญญาณของ Matron Sharpe เจ้าหน้าที่ที่คอยเดินตรวจตราอยู่ตามบันได ==================== 7. Montecristo Homestead, Junee, NSW แมนชั่นชื่อดังในเรื่องความเฮี้ยนที่สุดในออสเตรเลีย สร้างโดยครอบครัว Crawley ในปี 1884 ยุควิคตอเรียน ผู้มาเยือนต่างได้พบกับแสงไฟประหลาด ความรู้สึกประหลาดที่บอกไม่ถูก และการปรากฏของวิญญาณตามห้องต่างๆ แมนชั่นหลังนี้มีเรื่องเล่ามากมาย เริ่มตั้งแต่นาง Crawley เจ้าของบ้านที่หลังจากการตายของสามี เธอก็ออกมาข้างนอกเพียง 2 ครั้งกระทั่งตายไป แปรเปลี่ยนเป็นวิญญาณเฝ้าบ้านหลังนี้ , วิญญาณของเด็กชายที่ถูกเผาทั้งเป็นจากอุบัติเหตุในโรงเลี้ยงม้า, เด็กผู้หญิงที่ถูกพลังบางอย่างกระชากออกจากอ้อมแขนคนรับใช้ ฯลฯ ทุกวันนี้ยังคงมีเสียงร้องโหยหวนจากในบ้าน บางห้องนอนเมื่อเดินเข้าไปจะรู้สึกหายใจไม่ออกจนต้องวิ่งออกมาข้างนอกถึงหายดี ====================

รัฐวิกตอเรีย ป่วยโควิดพุ่งวันเดียว 671 คน ประกาศภาวะภัยพิบัติ ล็อกดาวน์ เมลเบิร์น
อ่าน

รัฐวิกตอเรีย ป่วยโควิดพุ่งวันเดียว 671 คน ประกาศภาวะภัยพิบัติ ล็อกดาวน์ เมลเบิร์น

รัฐวิกตอเรีย ป่วยโควิดพุ่งวันเดียว 671 คน ประกาศภาวะภัยพิบัติ ล็อกดาวน์ เมลเบิร์นสำนักข่าวเอพีรายงานว่ารัฐวิกตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย ต้องประกาศภาวะภัยพิบัติในพื้นที่แล้ว หลังจากล่าสุดพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 วันเดียวเพิ่มขึ้นอีก 671 คน และมีผู้เสียชีวิตอีก 7 คนโดยนายแดเนียล แอนดรูว์ มุขมนตรีรัฐวิกตอเรีย ต้องประกาศภาวะภัยพิบัติ หลังจากประกาศภาวะฉุกเฉินไปก่อนหน้านี้แล้ว และยังประกาศเคอร์ฟิว ในเมืองเมลเบร์น เมืองใหญ่อันดับ 2 ของรัฐวิกตอเรีย ห้ามประชาชนออกนอกบ้านเรือนตั้งแต่เวลา 20.00น. 05.00 น. ของทุกวัน นับตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคมเป็นต้นไปนอกจากนี้ชาวเมืองเมลเบิร์น จะได้รับอนุญาตให้ออกจากบ้านเดินทางไปซื้อของที่ร้านค้าหรือออกกำลัง ได้ในรัศมี 5 กิโลเมตรจากบ้านเท่านั้น ขณะที่นักเรียนจะต้องกลับไปทำการเรียนการสอบจากที่บ้าน ส่วนสถานรับเลี้ยงเด็กจะต้องปิดตัวลงทั้งนี้นอกรัฐวิกตอเรียมียอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 6 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยยอดผู้ติดเชื้อล่าสุดทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมในประเทศออสเตรเลียเพิ่มสูงขึ้นกว่า 17,000 รายแล้ว ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู๋ที่ 208 ราย

"ศุภาลัย" จับมือพันธมิตรลุยโครงการใหญ่ที่ออสเตรเลีย
อ่าน

"ศุภาลัย" จับมือพันธมิตรลุยโครงการใหญ่ที่ออสเตรเลีย

นายประศาสน์ ตั้งมติธรรม กรรมการที่ปรึกษา บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บมจ.ศุภาลัย ไม่ได้หยุดนิ่งและยังคงแสวงหาการลงทุนใหม่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้ประกาศขยายการลงทุนในประเทศออสเตรเลียเพิ่มเติมผ่านบริษัท Supalai Australia Holdings Pty Ltd โดยเป็นการร่วมลงทุนระหว่างกลุ่มศุภาลัยและกลุ่ม Stockland บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศออสเตรเลีย (ASX) โดยจะเป็นการร่วมลงทุนในโครงการ Katalia ตั้งอยู่ ณ 975 Donnybrook Road, Melbourne รัฐวิคตอเรีย มูลค่าการลงทุนในหุ้นของกลุ่มศุภาลัยกว่า 52.5 ล้านเหรียญดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือ 1,184 ล้านบาท การประกาศขยายการลงทุนในครั้งนี้ถือเป็นการร่วมมือกับกลุ่ม Stockland ครั้งแรก นับตั้งแต่ บมจ.ศุภาลัยเริ่มเข้าไปลงทุนในประเทศออสเตรเลีย และเป็นโครงการลำดับที่ 11 ของการลงทุนในประเทศออสเตรเลียโครงการ Katalia ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของ Melbourne ในเขตรัฐวิคทอเรีย เป็นทำเลที่ได้รับความนิยมสำหรับการสร้างที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน ตัวโครงการเป็นการจัดสรรที่ดินแบ่งขายขนาดรวมกว่า 1,500 แปลง โดยมีจุดเด่นเรื่องทำเลและการคมนาคมที่สะดวกสบาย สามารถเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบพื้นที่ได้ง่ายดาย อีกทั้งภายในโครงการยังมีพื้นที่พักผ่อนและออกกำลังกายที่เพียงพอสำหรับผู้อยู่อาศัย รวมถึงมีแผนพัฒนาพื้นที่โรงเรียนในอนาคต และที่สำคัญคือ ทำเลของโครงการ Katalia ตั้งอยู่บน Donnybrook Road ถือได้ว่าเป็นโครงการใหม่ที่อยู่ใกล้ Hume Highway มากที่สุด ซึ่งเป็นทำเลที่หาได้ยากในปัจจุบัน และถนนเส้นนี้ยังเป็นทางหลวงหลักขนาดใหญ่ที่วิ่งตรงจากตัวเมือง Melbourneนอกจากนี้ยังมีจุดเด่นเรื่องขนาดของแปลงที่ดินในโครงการโดยเฉลี่ยเล็กกว่าโครงการอื่นในบริเวณใกล้เคียงในระดับราคาที่เหมาะสม ทั้งนี้เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของครอบครัวยุคใหม่ในการเลือกสรรบ้านหลังแรก สำหรับโครงการ Katalia นี้ บริษัทฯ คาดว่าจะสามารถเริ่มก่อสร้างได้ในเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งจะเริ่มโอนในเฟสแรกได้ในเดือนกรกฎาคม 2564บมจ.ศุภาลัย คาดหวังว่าจะได้รับผลตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยในขนาดและราคาที่เหมาะสม อีกทั้งการร่วมเป็นพันธมิตรกับกลุ่ม Stockland เป็นผู้นำตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศออสเตรเลีย ทำให้บริษัทฯ มีความมั่นใจว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนตามที่กำหนดไว้ ซึ่งการร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายขีดความสามารถด้านการลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดออสเตรเลียที่ บมจ. ศุภาลัย มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ อันเป็นผลมาจากการเรียนรู้ตลาดอย่างต่อเนื่องผ่านการขยายการลงทุนไปแล้ว 10 โครงการที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ประกอบการที่อยู่อาศัยในประเทศออสเตรเลีย และจะเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งในตลาดออสเตรเลียให้แก่บริษัทฯต่อไปในอนาคตMr. Andrew Whitson ประธานกรรมการบริหารส่วน Communities บริษัท Stockland Corporation Ltd กล่าวเสริมว่า เรามองเห็นอุปสงค์ของผู้บริโภคที่มีศักยภาพในการซื้อที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากผู้ซื้อบ้านหลังแรกและกลุ่มลูกค้าที่เริ่มต้นสร้างครอบครัวใหม่ และด้วยความมุ่งเน้นในกลุ่ม Affordable หรือที่อยู่อาศัยในราคาไม่สูงมาก ทำให้โครงการ Katalia จะเพิ่มโอกาสอย่างมากสำหรับผู้คนในการเข้าสู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ทันทีที่บริษัทฯเปิดตัวโครงการนอกจากนี้การเข้าร่วมมือกับกลุ่มบริษัทที่มีชื่อเสียงดังเช่นศุภาลัยแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ พร้อมทั้งสร้างการรับรู้ถึงขีดความสามารถและผลการดำเนินงานที่เสริมสร้างส่วนแบ่งการตลาดของเรา และนำเสนอชุมชน (Master-Planned Communities) คุณภาพไปทั่วประเทศ Mr. Andrew Whitson กล่าวเสริมถึงความร่วมมือที่แข็งแกร่งในครั้งนี้