TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “#iPhone” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ดู
iPhone 15 อาจเปลี่ยนใช้พอร์ต USB-C l การตลาดเงินล้าน l 11-10-65
TNN ช่อง16 • 11 ต.ค. 65
สิทธิพิเศษ
ลูกค้าทรู รับส่วนลด 5,000 บาท เมื่อซื้อ iPhone 17 ทุกรุ่น พร้อมแพ็กเกจ ที่ทรูช็อป ทรูแบรนด์ดิ้งช็อป ทรูสเฟียร์ สาขาที่ร่วมรายการ และทรูสโตร์ ใช้ 10,000 ทรูพอยท์
ประหยัด ฿5000 ที่ บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น ลูกค้าทรู ใช้ 10,000 ทรูพอยท์ รับส่วนลด 5,000 บาท เมื่อซื้อ iPhone 17 ทุกรุ่น พร้อมแพ็กเกจ ที่ทรูช็อป ทรูแบรนด์ดิ้งช็อป ทรูสเฟียร์ สาขาที่ร่วมรายการ และทรูสโตร์รุ่นที่ร่วมรายการiPhone 17iPhone 17 AiriPhone 17 ProiPhone 17 Pro Max เงื่อนไข 1. รหัสส่วนลด ใช้ได้กับการซื้อเครื่องพร้อมแพ็กเกจ รุ่นที่ร่วมรายการเท่านั้น ที่ทรูช็อป ทรูแบรนด์ดิ้งช็อป ทรูสเฟียร์ สาขาที่ร่วมรายการ และทรูสโตร์2. ลูกค้าทรูใช้ 10,000 ทรูพอยท์ รับส่วนลด 5,000 บาท เมื่อซื้อมือถือ iPhone 17 / iPhone 17 Air / iPhone 17 Pro / iPhone 17 Pro Max พร้อมแพ็กเกจ (*สิทธิ์ส่วนลดจำนวนจำกัด)3. จำกัด 1 บัตรประชาชน / 1 สิทธิ์ / 1 โปรโมชั่น ตลอดระยะเวลาแคมเปญ4. ลูกค้านำรหัสที่ได้รับ จากการกดรับสิทธิ์ แสดงต่อเจ้าหน้าที่ ทรูช็อป ทรูสเฟียร์ สาขาที่ร่วมรายการ และกรอกโค้ดส่วนลดบนเว็บไซต์ทรูสโตร์ ก่อนการชำระเงิน เพื่อรับสิทธิ์ส่วนลด5. กดรับสิทธิ์ได้ผ่านแอปทรูไอดี กดรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่ 19 กันยายน 68 - 31 ส.ค.69 เท่านั้น (*โค้ดมีจำนวนจำกัด)6. เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการเท่านั้น (ขึ้นอยู่กับสินค้าที่มีจำหน่าย ณ เวลานั้น)7. ลูกค้าไม่สามารถใช้ทรูพอยท์ของหมายเลขอื่นที่ไม่ได้จดทะเบียนภายใต้หมายเลขบัตรของลูกค้าเอง ในการรับสิทธิ์ส่วนลดแทนได้8. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้9. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้10. หากลูกค้ากดแลกสิทธิ์แล้ว ขอสงวนสิทธิ์การคืน TruePoint ทุกกรณี11.สิทธิพิเศษนี้อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทกำหนด ผู้ใช้บริการจะต้องศึกษาข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมก่อนเลือกใช้บริการที่ทรูช็อป (ทุกสาขา) หรือโทร 1242
ช้อป • 17 ก.ย. 68
รีวิว Tecno Spark 50 5G งบ 5,000 จอ 120Hz บอดี้อลูมิเนียม ส่งไฟล์หา iPhone ได้
Tecno Spark 50 5G
ExtremeIT • 16 ก.ค. 69
อ่าน
CONTROL Ultimate Edition พร้อมให้มาระเบิดพลังและเปลี่ยนโลกให้เป็นอาวุธของคุณบน iPhone และ iPad
สิ้นสุดการรอคอย มหากาพย์การต่อสู้พร้อมจะมาให้สัมผัสบน iPhone และ iPad แล้ว! เมื่อล่าสุดนั้นทาง Remedy Entertainment PLC ได้ออกมาประกาศพร้อมวางจำหน่าย Control Ultimate Edition เกมแนว third-person action-adventure แล้วอย่างเป็นทางการทั้งบน iPhone และ iPad ด้วยกันบน App Store สโตร์ไทย!CONTROL Ultimate Edition is now on iPhone and iPad!We built it specifically for mobile:🕹️ Touch controls 👾 Reworked interface and gameplay systems 💥Great on smaller screens, while retaining the intensity and unpredictability of the originalGet it on the App Store now as… pic.twitter.com/2bGDvb12xt— CONTROL Resonant 🔻Wishlist Now! (@ControlRemedy) April 22, 2026 ข้อมูลเกม Control Ultimate Edition จากหน้า Mac App StoreControl Ultimate Edition นั้นเป็นเกมแนว third-person action-adventure ที่ชนะรางวัลมาแล้วมากกว่า 80 รายการ ตัวเกมนั้นจะพาเราไปสัมผัสความระทึกในทุกวินาที ด้วยการผสมผสานระหว่างสภาพแวดล้อมแบบ Open-ended เข้ากับ World-building และการเล่าเรื่องอันเป็นเอกลักษณ์จากทีมผู้พัฒนาชื่อดังอย่าง Remedy Entertainmentพลังงานชั่วร้ายได้เข้ารุกราน Federal Bureau of Control และมีเพียงเราเท่านั้นที่จะมีพลังในการหยุดยั้งมัน ในตอนนี้โลกทั้งใบได้กลายเป็นอาวุธให้กับเราในการต่อสู้เพื่อกำจัดศัตรูท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ยากที่จะคาดเดา การกักกันล้มเหลว มนุษยชาติตกอยู่ในอันตราย เราจะสามารถยึดคืน "การควบคุม" กลับมาได้หรือไม่?ฟีเจอร์หลักเปิดโปงความลับคุณพร้อมจะรับมือกับความลับดำมือของ Bureau ได้หรือไม่? มาร่วมเปิดเผยเรื่องราวการดิ้นรนต่อสู้เหนือธรรมชาติสุดยิ่งใหญ่ที่เต็มไปด้วยตัวละครที่คาดไม่ถึง และเหตุการณ์แปลกประหลาด ในขณะที่ออกตามหาพี่ชายที่หายตัวไป และค้นพบความจริงที่ได้นำพาคุณมาที่นี่ทุกสิ่งล้วนเป็นอาวุธระเบิดการทำลายล้างผ่านการแปรสภาพอาวุธและพลังจิต ค้นพบวิธีใหม่ ๆ ในการจัดการศัตรู ในขณะที่ถือครองพลังอันแข็งแกร่งและเปลี่ยนทุกสิ่งรอบตัวให้กลายเป็นอาวุธสุดอันตรายออกสำรวจไปในโลกที่เร้นลับดำดิ่งไปในพื้นที่อันน่าสะพรึงของหน่วยงานลับของรัฐบาล ออกสำรวจสภาพแวดล้อมของ Bureau ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาเพื่อที่จะค้นพบ...บางสิ่งที่อาจจะมากกว่าที่ตาเห็นต่อสู้เพื่อการควบคุมเผชิญหน้ากับเหล่าศัตรูผ่านภารกิจสุดน่าตื่นเต้นและท้าทายบอสสุดเดือดเพื่อรับอัปเกรดอันทรงพลัง ที่จะมาขยายขีดจำกัดของความสามารถ และ ปรับแต่งอาวุธของเราเข้าไปกดซื้อตัวเกมกันได้ที่ลิงก์สโตร์ไทยด้านล่าง!
Online Station • 23 เม.ย. 69
อ่าน
"มิว ศุภศิษฏ์" เล่าประสบการณ์ ถูกขโมย iPhone 17 บนเครื่องบินไฟลท์กรุงเทพ-ฮ่องกง
"มิว ศุภศิษฏ์" เล่าประสบการณ์ ถูกขโมย iPhone 17 บนเครื่องบินไฟลท์กรุงเทพ-ฮ่องกงทำเอาหลายคนตกใจไม่น้อยสำหรับเหตุการณ์ที่นักแสดงหนุ่ม "มิว ศุภศิษฏ์"ได้ออกมาแชร์หลังจากที่เขานั่งเครื่องบินจากกรุงเทพไปฮ่องกง แต่กลับถูกขโมยโทรศัพท์ที่เพิ่งซื้อมาใหม่อย่าง iPhone 17 Pro Max โดยเขาได้แชร์ผ่านแคปชั่นว่า อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ครองเทรนด์อันดับ 1 "มิว ศุภศิษฏ์" ได้เป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ในประเทศไทย ภาพประกอบจาก mewsuppasit ภาพประกอบจาก mewsuppasit ภาพประกอบจาก mewsuppasit "รูปแรกคือรูป iPhone 17 Pro Max ที่เพิ่งถอยมาใหม่รูปเดียวที่ถ่ายไว้ ด้วยความที่จะมาไหว้พระใหญ่ Ngong Ping ที่ Hong Kong เลยกะว่าจะเอามาเปิดที่หน้าพระใหญ่เพื่อความเป็นศิริมงคล รูปสุดท้ายคือกล่องเปล่าหลังจากโดนขโมยบนเครื่องบิน TG600 กรุงเทพ-ฮ่องกง @thaiairways น้องอยู่กับผมเพียงแค่ 1 คืนเท่านั้น ไม่อยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้นกับใครเลยจริงๆครับ ระมัดระวังของบนเครื่องด้วยนะครับทุกคน"
TNN ช่อง16 • 23 ธ.ค. 68
อ่าน
รู้ทันก่อนเปลี่ยน! ใช้แบตไม่แท้กับ iPhone/iPad มีผลเสียไหม? ทำไมเครื่องถึงแจ้งเตือน?
เมื่อ iPhone หรือ iPad คู่ใจเริ่มมีอาการ "แบตเสื่อม" ชาร์จไม่เข้า หรือแบตหมดไวเหมือนน้ำรั่ว คำถามแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวคือ "จะเปลี่ยนแบตที่ศูนย์ Apple หรือเปลี่ยนร้านตู้ข้างนอกดี?" เพราะราคาต่างกันครึ่งต่อครึ่ง บทความนี้ True ID จะพาไปหาคำตอบว่า การใช้แบตเตอรี่ที่ไม่ใช่ของศูนย์ (แบตเทียบ/แบตปลอม) มีผลเสียร้ายแรงจริงหรือไม่ และทำไมเปลี่ยนมาแล้วเครื่องถึงฟ้องว่า "ชิ้นส่วนที่ไม่รู้จัก" ทำไมเปลี่ยนแบตมาแล้วเครื่องแจ้งเตือน? หากคุณใช้ iPhone รุ่นตั้งแต่ iPhone XS, XR และ XS Max ขึ้นไป เมื่อคุณไปเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่ร้านนอก (ไม่ใช่ศูนย์ Apple หรือตัวแทน AASP) เครื่องจะแสดงข้อความแจ้งเตือนในหน้า Settings ว่า: "Important Battery Message: Unable to verify this iPhone has a genuine Apple battery." (ข้อความสำคัญเกี่ยวกับแบตเตอรี่: ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่า iPhone เครื่องนี้ใช้แบตเตอรี่ลิขสิทธิ์ของ Apple) หรือขึ้นสถานะว่าเป็น "Unknown Part" (ชิ้นส่วนที่ไม่รู้จัก) สาเหตุเกิดจากอะไร? Apple ได้ฝัง Serial Number ไว้ที่ขั้วของแบตเตอรี่ ซึ่งจะจับคู่กับเมนบอร์ดของเครื่อง เมื่อเราเปลี่ยนก้อนใหม่ (แม้จะเป็นแบตแท้แกะจากเครื่องอื่น) แต่ Serial Number ไม่ตรงกับที่บอร์ดบันทึกไว้ ระบบจะฟ้องทันทีว่าเป็นของไม่แท้ แจ้งเตือนแล้วมีผลอะไรไหม? การใช้งาน: เครื่องยังใช้งานได้ปกติ 100% โทรเข้าออก เล่นเกม ถ่ายรูปได้เหมือนเดิม ข้อเสียหลัก: คุณจะ ไม่สามารถดู "Battery Health" (สุขภาพแบตเตอรี่) ได้อีกต่อไป ระบบจะโชว์เป็นขีด (-) ทำให้เราไม่รู้ว่าแบตเตอรี่เสื่อมสภาพไปแค่ไหนแล้วในอนาคต ผลเสียของการใช้ "แบตเตอรี่ไม่ได้มาตรฐาน" (แบตปลอมเกรดต่ำ) คำว่า "แบตไม่แท้" มีหลายเกรด ตั้งแต่ แบตเทียบแบรนด์ดังที่มี มอก. (คุณภาพดี) ไปจนถึง แบตโนเนมราคาถูก (อันตราย) หากคุณเจอแบตเกรดต่ำ จะมีผลเสียดังนี้: จ่ายไฟไม่นิ่ง: แรงดันไฟอาจไม่เสถียร ทำให้เครื่องรวน ทัชสกรีนเพี้ยน หรือเครื่องดับเองเมื่อแบตยังเหลือ (เช่น ดับตอนเหลือ 20%) เครื่องร้อนจัด: ประสิทธิภาพการแปลงพลังงานต่ำ ทำให้เกิดความร้อนสะสมสูงขณะชาร์จหรือใช้งาน ส่งผลให้อายุการใช้งานของบอร์ดสั้นลง ความเสี่ยงบวมและระเบิด: แบตราคาถูกมักไม่มีระบบตัดไฟที่ดี หรือใช้วัสดุห่อหุ้มคุณภาพต่ำ เสี่ยงต่อการบวมดันหน้าจอแตก หรือลุกไหม้ได้ CPU ทำงานช้าลง (Throttling): หากแบตเตอรี่จ่ายไฟไม่เพียงพอตามที่ CPU ต้องการ ระบบ iOS อาจสั่งลดความเร็วเครื่องลงเพื่อป้องกันเครื่องดับ ทำให้เครื่องอืดและช้า เปรียบเทียบชัดๆ: แบตแท้ (ศูนย์) VS แบตเทียบ (ร้านนอก) เพื่อให้ตัดสินใจง่ายขึ้น เรามาดูตารางเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียกันครับ *หมายเหตุ: ร้านนอกบางร้านที่มีฝีมือ สามารถ "ย้ายขั้วแบตเดิม" ไปใส่ก้อนใหม่ เพื่อให้เครื่องโชว์สุขภาพแบตได้เหมือนเดิม แต่มีความเสี่ยงเรื่องความปลอดภัยหากทำไม่ดี สรุป: ควรเลือกแบบไหนดี? คำแนะนำในการเลือกเปลี่ยนแบตเตอรี่ ขึ้นอยู่กับ "งบประมาณ" และ "รุ่นเครื่อง" ของคุณครับ เลือก "แบตแท้ (ศูนย์)" เมื่อ... คุณใช้ iPhone รุ่นใหม่ๆ (เช่น iPhone 13, 14, 15) ที่ยังมีมูลค่าสูง คุณต้องการความสบายใจ 100% ไม่กังวลเรื่องงบประมาณ คุณต้องการเช็กสุขภาพแบตเตอรี่ได้จริงผ่านเมนู Settings คุณกังวลเรื่องราคาขายต่อ (เครื่องที่ไม่แจ้งเตือนแบตปลอม จะขายได้ราคาดีกว่า) เลือก "แบตเทียบ (ร้านนอก)" เมื่อ... เครื่องหมดประกันแล้ว และเป็นรุ่นเก่า (เช่น iPhone X ลงไป หรือรุ่นที่ใช้มานานมากแล้ว) ต้องการประหยัดงบประมาณ สำคัญ: ต้องเลือก "แบตเทียบแบรนด์ที่มีชื่อเสียง" (เช่น แบรนด์ที่มี มอก. หรือมีการรับประกันชัดเจน) อย่าเลือกที่ราคาถูกที่สุด คุณรับได้กับการที่เครื่องแจ้งเตือนว่า "ชิ้นส่วนที่ไม่รู้จัก" และมองไม่เห็นเปอร์เซ็นต์สุขภาพแบต ข้อควรจำ: การใช้แบตเตอรี่เทียบที่มีคุณภาพ (มอก.) ไม่ได้ทำร้ายเครื่องรุนแรง เพียงแต่ระบบตรวจสอบของ Apple จะแจ้งเตือนเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคเท่านั้น สิ่งที่น่ากลัวจริงๆ คือ "แบตปลอมไม่มีคุณภาพ" ต่างหากครับ Photo Credit : AI Generated
ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี • 19 ธ.ค. 68
อ่าน
เจาะลึกเหตุผล "iPhone Air" ขายไม่ออก ทำไมมือถือดีไซน์บางถึง "ตาย" จากตลาด?
ยุคทองของมือถือ "ความบางเฉียบ" อาจไม่ได้ไปต่อ? มีรายงานล่าสุดจากวงการเทคโนโลยีต่างส่งสัญญาณน่าตกใจว่า มือถือที่เน้นดีไซน์บางและเบาสุด ๆ กำลังเผชิญหน้ากับยอดขายที่ซบเซาอย่างหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งรุ่นที่เคยถูกจับตามองอย่าง "iPhone Air" ซึ่งเป็นตัวแทนของแนวคิดมือถือที่เน้นความบางเป็นพิเศษ ที่ดูเหมือนจะไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ Apple คาดหวัง เจาะลึกเหตุผล "iPhone Air" รายงานจาก DigiTimes แหล่งข่าววงในระบุว่า ความล้มเหลวของ iPhone Air ในตลาดได้ส่งผลกระทบสะเทือนไปถึงคู่แข่งในฝั่งจีน ทำให้แบรนด์ยักษ์ใหญ่ถึงสามราย ไม่ว่าจะเป็น Xiaomi, Oppo, และ vivo ต่างพากัน "ยกเลิกแผน" การเปิดตัวโทรศัพท์มือถือที่เน้นความบางเฉียบ เพื่อมาแข่งกับ Apple ทันที! ดูเหมือนว่าพวกเขาจะอ่านเกมขาดแล้วว่า ดีไซน์ที่สวยงามบางเบาเพียงอย่างเดียว อาจไม่ใช่สิ่งที่ผู้บริโภคต้องการอีกต่อไป สัญญาณวิกฤตจากซัพพลายเออร์และคู่แข่ง การซบเซาของ iPhone Air นั้นเป็นของจริง และเราเห็นได้จากความเคลื่อนไหวภายในของ Apple เอง ดังนี้ โรงงานลดกำลังผลิต: ซัพพลายเออร์คนสำคัญของ Apple อย่าง Foxconn ถูกรายงานว่าต้องลดสายการผลิต iPhone Air ลงอย่างน่าใจหาย ปิดสายการผลิต: ส่วน Luxshare ซัพพลายเออร์อีกราย ถึงกับสั่ง ยุติการผลิต iPhone Air โดยสมบูรณ์! นักออกแบบลาออก: ไม่นานมานี้ เรายังเห็นข่าวว่านักออกแบบหลักของรุ่น Air ได้อำลาบริษัทไปแล้ว และมีรายงานว่า Apple เองก็ตัดสินใจ เลื่อนการเปิดตัวรุ่นถัดไป ของซีรีส์นี้ออกไปอย่างไม่มีกำหนด คู่แข่งก็ไม่รอด: ไม่ใช่แค่ Apple เท่านั้นที่เจอปัญหา เพราะ Samsung Galaxy S25 Edge (ซึ่งเป็นรุ่นที่เน้นความบางเช่นกัน) ก็มีข่าวว่าทำยอดขายไม่ดี จน Samsung ต้องยกเลิกแผนการพัฒนาซีรีส์ต่อจากรุ่นนี้ด้วยเช่นกัน การถอนตัวพร้อมกันของผู้ผลิตชิ้นส่วน และการยกเลิกแผนจากคู่แข่งทั้งฝั่งจีนและเกาหลีใต้ สะท้อนให้เห็นว่า กลยุทธ์การเน้น "ความบาง" เพื่อเป็นจุดขายหลักนั้น ได้จบลงแล้ว และถึงเวลาที่ตลาดจะต้องปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ 4 เหตุผลหลักที่ "มือถือบางเฉียบ" แจ้งเกิดไม่ได้ในตลาดปี 202X ทำไมดีไซน์ที่ดูสวยงามและพรีเมียมอย่าง "ความบาง" ถึงไม่สามารถเอาชนะใจผู้บริโภคได้? คำตอบไม่ได้อยู่ที่ความสวยงาม แต่อยู่ที่ "ฟังก์ชันการใช้งาน" ที่ถูกบั่นทอนลงไปอย่างหนัก! นี่คือการวิเคราะห์ถึงสาเหตุหลักที่ทำให้ตลาดต้องเปลี่ยนกลยุทธ์จาก "บาง" ไปสู่ "อึดและทน" 1. แบตเตอรี่คือพระเจ้า! (และความบางคือปีศาจ) นี่คือปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ทำให้มือถือบางเฉียบขายไม่ดี ผู้ใช้งานในยุคปัจจุบัน ให้ความสำคัญกับอายุการใช้งานแบตเตอรี่ตลอดทั้งวัน (All-Day Battery Life) เหนือกว่าความบางของตัวเครื่อง อย่างชัดเจน เมื่อโทรศัพท์ถูกออกแบบให้บางลง พื้นที่สำหรับแบตเตอรี่ก็ถูกจำกัดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้ความจุแบตลดลงอย่างมาก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการใช้งานที่หนักหน่วง เช่น การเล่นเกม หรือการสตรีมวิดีโอ 2. ความเปราะบางที่แลกมาด้วยราคาแพง ดีไซน์ที่บางเฉียบทำให้โครงสร้างของโทรศัพท์อ่อนแอลงมาก หลายรุ่นที่เน้นความบางมักจะมีปัญหาเรื่อง ความทนทานต่อการงอหรือแตกหัก (เราเคยเห็นกรณี "Bendgate" ในอดีต) ผู้บริโภคไม่ต้องการจ่ายเงินหลายหมื่นบาทเพื่อซื้อโทรศัพท์ที่เสี่ยงต่อการพังจากการทำตกหรือใส่ในกระเป๋ากางเกง การที่เครื่องบางเกินไปจึงเป็นการเพิ่มความเสี่ยงและความกังวลในการใช้งาน 3. "กล้องนูน" ที่ทำลายความสวยงามทั้งหมด เทคโนโลยีกล้องมือถือระดับพรีเมียม (เช่น เลนส์ซูมออปติคัลและเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่) จำเป็นต้องมี "ความลึก" ในการติดตั้ง ดังนั้น เมื่อตัวเครื่องบางลง การรักษาคุณภาพกล้องให้สูงไว้จึงเป็นไปได้ยาก ผลลัพธ์คือ "กล้องที่นูนออกมาอย่างน่าเกลียด" ซึ่งทำลายความสวยงามของดีไซน์บางเฉียบทั้งหมด และทำให้โทรศัพท์วางราบกับพื้นไม่ได้ เป็นการแลกเปลี่ยนที่ไม่คุ้มค่าสำหรับผู้บริโภคเลย 4. ปัญหาการระบายความร้อน เมื่อตัวเครื่องบางลง พื้นที่ภายในสำหรับระบายความร้อนก็จะน้อยลงตามไปด้วย ทำให้โทรศัพท์ไม่สามารถรับมือกับการประมวลผลหนัก ๆ ได้ดีเท่าที่ควร เมื่อใช้งานหนัก เช่น การเล่นเกมกราฟิกสูง หรือการถ่ายวิดีโอ 4K โทรศัพท์จะเกิดอาการ เครื่องร้อนจัด และระบบจะต้องลดประสิทธิภาพการทำงานลง (Throttling) ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานหงุดหงิด บทสรุป: ตลาดกำลังกลับหัวสู่ "ความอึด" ความล้มเหลวของ iPhone Air และ S25 Edge ได้ส่งสัญญาณไปยังผู้ผลิตทุกรายว่า "ผู้บริโภคเลือกใช้งานได้นานและความทนทาน มากกว่าความสวยงามที่บอบบาง" กลยุทธ์ของตลาดจึงต้องเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยเน้นไปที่: ความจุแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้น: แม้เครื่องจะหนาขึ้นเล็กน้อย แต่ผู้ใช้ยอมรับได้ ความทนทานและวัสดุที่แข็งแกร่ง: เพื่อรับมือกับการใช้งานที่สมบุกสมบัน การจัดการความร้อนที่ดีขึ้น: เพื่อรองรับการประมวลผล AI และเกมที่หนักหน่วง ดังนั้น การที่ Xiaomi, Oppo และ Vivo ยอมทิ้งแผนพัฒนาโทรศัพท์บางเฉียบ จึงเป็นการ ปรับกลยุทธ์ที่ถูกต้องและรวดเร็ว เพื่อมุ่งเน้นไปที่สิ่งที่ผู้บริโภคต้องการอย่างแท้จริง ซึ่งนั่นก็คือโทรศัพท์ที่ "พร้อมใช้งานตลอดวัน" ไม่ใช่แค่ "พร้อมโชว์ความบาง" ในระยะสั้น ๆ อีกต่อไป!
ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี • 9 ธ.ค. 68
อ่าน
กล้อง LOFIC คืออะไร? เทคโนโลยีเปลี่ยนโลกที่ Apple เล็งใช้ใน iPhone 20!
เคยไหมที่ถ่ายรูปย้อนแสงแล้วท้องฟ้าสว่างจ้าจนรายละเอียดหายไปหมด หรือถ่ายในที่มืดแล้วภาพออกมามืดสนิทจนมองไม่เห็นอะไรเลย? ปัญหานี้เรียกว่า "Dynamic Range" ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่กล้องมือถือทุกค่ายพยายามแก้ไขมานานหลายปี และดูเหมือนว่าตอนนี้ Apple ได้พบกับอาวุธลับตัวใหม่ที่จะเข้ามาพลิกเกมอย่างสิ้นเชิงแล้ว นั่นคือเซนเซอร์กล้องที่ใช้เทคโนโลยี LOFIC (Lateral OverFlow Integration Capacitor)! LOFIC: สุดยอดเทคโนโลยี HDR ที่ 'เก็บแสง' ได้มากกว่าเดิม LOFIC ไม่ได้เป็นเพียงแค่ชื่อเทคโนโลยีที่ฟังดูซับซ้อน แต่คือการปรับปรุงโครงสร้างภายในของเซนเซอร์รับภาพ (Image Sensor) ให้สามารถจัดการกับแสงที่เข้ามาได้ดีกว่าเซนเซอร์ทั่วไปอย่างก้าวกระโดด หัวใจสำคัญของ LOFIC คืออะไร? ขยาย Dynamic Range มหาศาล: เซนเซอร์กล้องปกติมีความสามารถในการเก็บประจุไฟฟ้า (อิเล็กตรอน) ที่จำกัด เมื่อแสงมากเกินไป (เช่น ถ่ายกลางแดดจัด) ประจุจะเต็มอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดปรากฏการณ์ "Highlight Blowout" (ท้องฟ้าขาววอด) ตัวเก็บประจุสำรอง (Capacitor): LOFIC แก้ปัญหานี้ด้วยการเพิ่มวงจร "ตัวเก็บประจุสำรอง" (Lateral OverFlow Integration Capacitor) หรือถังสำรองพลังงานแสงเข้าไปในแต่ละพิกเซลโดยตรง เมื่อพิกเซลหลักเก็บแสงจนเต็ม มันจะ "ล้น" และส่งประจุส่วนเกินไปยังถังสำรองนี้แทน เก็บรายละเอียดได้ครบถ้วน: การที่สามารถเก็บแสงส่วนเกินไว้ได้ ทำให้กล้องสามารถบันทึกรายละเอียดได้ทั้งในส่วนที่สว่างที่สุดและมืดที่สุดของภาพในการรับแสงครั้งเดียว โดยไม่ต้องอาศัยการถ่ายภาพหลายช็อตแล้วนำมาซ้อนกันแบบเทคโนโลยี HDR ทั่วไป สิ่งที่แตกต่างจาก HDR ทั่วไป เทคโนโลยี HDR ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน (เช่น Sensor-Shift HDR หรือการซ้อนภาพ) ต้องอาศัยการถ่ายภาพหลายเฟรมด้วยการตั้งค่าแสงที่แตกต่างกัน แล้วนำมาประมวลผลรวมกัน ซึ่งอาจทำให้เกิดภาพซ้อนหรือมีข้อจำกัดในการถ่ายวิดีโอ แต่ LOFIC สามารถเก็บ Dynamic Range ที่สูงมากได้ใน "เฟรมเดียว" (Single Exposure) ทำให้คุณภาพภาพนิ่งและวิดีโอดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทำไม Apple ถึงต้องลงทุนใน LOFIC? Apple ไม่ได้เป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยี LOFIC เองโดยตรง แต่พวกเขาเล็งเห็นศักยภาพในการปฏิวัติวงการภาพถ่ายมือถือ จึงมีรายงานว่า Apple กำลังซุ่มพัฒนา "เซนเซอร์ภาพแบบกำหนดเอง" (Custom Image Sensor) ภายในบริษัท โดยคาดว่าจะมีการนำเทคโนโลยี LOFIC นี้มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างจุดแข็งในกล้อง iPhone ในอนาคต เหตุผลที่ Apple สนใจ LOFIC: ยกระดับคุณภาพวิดีโอ: เนื่องจาก LOFIC สามารถเก็บ Dynamic Range สูงได้ในเฟรมเดียว สิ่งนี้จะทำให้คุณภาพวิดีโอ HDR มีความเสถียรและคมชัดอย่างเหลือเชื่อ โดยเฉพาะการถ่ายวิดีโอย้อนแสงหรือในสภาพแสงที่มีความแตกต่างสูง ซึ่งเป็นสิ่งที่ Apple ให้ความสำคัญมาโดยตลอด ความเป็นผู้นำด้านฮาร์ดแวร์: การใช้เทคโนโลยีเซนเซอร์ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะ จะช่วยสร้าง "กำแพงเทคโนโลยี" ที่คู่แข่งตามทันได้ยาก และตอกย้ำภาพลักษณ์ของ iPhone ในฐานะสมาร์ทโฟนที่มีกล้องดีที่สุดในตลาด การปรับปรุง AI และ Chipset: การที่เซนเซอร์สามารถป้อนข้อมูลภาพที่ 'สะอาด' และมี Dynamic Range กว้างตั้งแต่ต้นทาง จะช่วยลดภาระงานของชิปประมวลผลภาพ (ISP) และ Neural Engine (AI) ของ Apple ทำให้การประมวลผลซอฟต์แวร์ (เช่น การถ่ายภาพบุคคล หรือการปรับปรุงภาพถ่ายด้วย AI) ทำงานได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น คาดการณ์การมาถึง นักวิเคราะห์หลายรายคาดการณ์ว่า เทคโนโลยี LOFIC (หรือเซนเซอร์ที่ใช้หลักการนี้) จะถูกนำมาใช้ครั้งแรกใน iPhone 20 ที่คาดว่าจะเปิดตัวในปี 2027 ซึ่งจะมาพร้อมกับการอัปเกรดกล้องครั้งใหญ่ โดยเฉพาะการปรับปรุงประสิทธิภาพในสภาพแสงที่ท้าทาย ซึ่งจะทำให้ iPhone ก้าวล้ำเหนือคู่แข่งไปอีกขั้นในอีกหลายปีข้างหน้า LOFIC จึงไม่ใช่แค่สเปกตัวเลขใหม่ แต่เป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนวิธีการเก็บแสงของกล้องทั้งหมด ซึ่งจะทำให้การถ่ายภาพด้วย iPhone ในอนาคตมีความสมจริงและมีคุณภาพสูงเทียบเท่ากล้องระดับมืออาชีพโดยไม่ต้องพึ่งพาเทคนิค HDR ซ้อนภาพที่ซับซ้อนอีกต่อไป! Credit : apple, gsmarena
ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี • 11 พ.ย. 68
อ่าน
COM7 กสิกรไทยคาดกำไรปกติ Q3 ที่ 825 ลบ. มอง Q4 โต iPhone 17 หนุน
#COM7 #ทันหุ้น-บล.กสิกรไทย ออกบทวิเคราะห์หุ้นบริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 โดยคาดว่าไตรมาส 3/68 จะมีกำไรปกติอยู่ที่ 825 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.9% YoY จากยอดขายที่สูงขึ้นของสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น หรือ GPM ขยายตัว แต่หากเทียบ QoQ กำไรลดลง 19.1% จากยอดขายและ GPM ที่ลดลงตามฤดูกาลส่วนแนวโน้มไตรมาส 4/68 ฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรจะยังคงเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้เต็มไตรมาสของ iPhone 17 การขยายตัวของโครงการ U-Fund และช่วงไฮซีซั่นของกลุ่มสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เสริม ซึ่งผู้บริหารคาดว่ารายได้ในไตรมาส 4/68 จะเติบโตอย่างน้อย 10% YoY เทียบกับประมาณการของฝ่ายวิจัยที่คาดโต 15.4% YoYกลยุทธ์การลงทุน แนะนำถือหุ้น COM7 พร้อมทั้งปรับราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ขึ้นเป็น 27.48 บาท จากเดิมที่ 26.28 บาท จากการปรับปีฐานการประเมินมูลค่าจากกลางปี 2569 ไปเป็นสิ้นปี 2569 ในแง่ของผลตอบแทนราคาหุ้นระยะสั้นนับจากเดือน ส.ค.ถึง ต.ค. COM7 มีผลตอแทนที่ดีกว่า ADVICE แบะ SYNEX ขณะที่ราคาหุ้นของ COM7 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6% ในระยะเวลา 1 เดือนนับจากเดือน ก.ย.และเพิ่มขึ้น 24% ในระยะเวลา 3 เดือนนับจากเดือน ส.ค.
ทันหุ้น • 24 ต.ค. 68
อ่าน
COM7 เมย์แบงก์ คาดกำไร Q4/68 นิวไฮ ยอดขาย iPhone 17 หนุน
#COM7 #ทันหุ้น-บล.เมย์แบงก์(ประเทศไทย) แนะนำหุ้นบริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 คาดว่ากำไรไตรมาส 4/68 จะทำสถิติสูงสุดใหม่อยู่ที่ 1.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% YoYและเพิ่มขึ้น 57% QoQ โดยมีปัจจัยหนุนจากยอดขาย iPhone 17 แข็งแกร่งและวัฏจักรอัปเกรดมือถือเทคโนโลยี AIส่วนผลดำเนินงานในไตรมาส 3/68 คาดว่าจะมีกำไรหลักอยู่ที่ 821 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% YoY แต่ลดลง 18% QoQ จากอัตรากำไรขั้นต้นหรือ GPM ดีขึ้น (UFund/ประกัน iCare โต และสัดส่วนสมาร์ทโฟน 15,000 บาทลดลง)ทั้งนี้ประเมินกำไรหลักในปี 2568 เติบโต 25% YoY และปี 2569 เติบโต 10% YoY จากการขยายสาขาและทำเลที่แข็งแรงผสานกับการขยายพื้นที่สาขาที่ทำผลงานดีกลยุทธ์การลงทุน ราคาหุ้น COM7 ผันผวนตามตลาดเป็นโอกาสสะสม ลุ้นงบไตรมาส 3/68 เด่น และโมเมนตัมดีต่อเนื่องในไตรมาส 4/68 จึงแนะนำสะสมลงทุน ให้แนวต้านที่ 28/30 บาท ส่วนแนวรับที่ 25.75/25.0 บาทราคาหุ้น COM7 ช่วงบ่ายเคลื่อนไหวอยู่ที่ 26.00 บาท ลบ 0.25 บาท หรือ 0.95% มีมูลค่าการซื้อขาย 103.93 ล้านบาท
ทันหุ้น • 21 ต.ค. 68
อ่าน
เคส iPhone 17 CaseClub ดีไซน์พรีเมียม ปกป้องครบ จบในที่เดียว
เชื่อว่าหลายคนคงตื่นเต้นกับฟีเจอร์และดีไซน์ใหม่ ๆ ของ iPhone 17 กันอยู่แน่นอน และพอได้เครื่องมาอยู่ในมือแล้ว สิ่งแรกที่ต้องตามหาก็คือเคสที่จะมาช่วยปกป้องเพื่อนคู่ใจเครื่องใหม่ของคุณ แต่จะดีกว่าไหม? ถ้าเคสที่คุณเลือกใช้ ไม่ได้มีดีแค่การปกป้อง แต่ยังมาพร้อมดีไซน์สุดพรีเมียมที่ช่วยเสริมให้ iPhone ของคุณดูโดดเด่นยิ่งขึ้น? ถ้าคุณกำลังมองหาเคสโทรศัพท์ที่ตอบโจทย์ครบทุกด้านแบบนี้อยู่ล่ะก็ เรามี Case iPhone 17 จาก CaseClub มาแนะนำกัน บอกเลยว่า ครบ จบ ในที่เดียวแน่นอนน! เคสไอโฟน 17 ของ CaseClub มีกี่ประเภท เพราะเรารู้ว่าไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน CaseClub เลยออกแบบเคสไอโฟน 17 มาให้เลือกหลากหลายประเภท เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานของคุณได้ดีที่สุด ได้แก่ เคสใส อย่างที่เห็นกันว่าไอโฟน 17 Series ที่ออกมานั้น มีสีสันใหม่ ๆ ที่สวยจนใจเจ็บจริงๆ! โดยเฉพาะสี Cosmic Orange หรือไอโฟนสีส้มคอสมิก ที่เสริมตัวเครื่องให้ดูโดดเด่นมีชีวิตชีวา เคสใสจาก CaseClub จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดที่จะช่วยปกป้องเครื่องของคุณจากรอยขีดข่วนและการตกกระแทก โดยที่ไม่ต้องซ่อนความงามของสีเครื่องเลยแม้แต่น้อย เคส Magsafe เติมเต็มประสบการณ์การใช้งาน iPhone 17 ของคุณให้สมบูรณ์แบบไปอีกขั้นกับเคส iPhone 17 ที่รองรับ Magsafe ด้วยวงแม่เหล็ก N52 คุณภาพสูง ทำให้สามารถติดแน่นกับอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแท่นชาร์จไร้สาย Power Bank หรือกระเป๋าเก็บบัตรได้อย่างง่ายดาย ดูดติดแน่นปึ้ก ไม่ต้องกลัวหลุดเลย เพิ่มสไตล์ที่เป็นคุณด้วยเคส Magsafe ขอบสีให้เลือกถึง 4 สี ได้แก่ สีดำ สีขาว สีชมพูและสีฟ้า ช่วยเสริมสไตล์ให้ iPhone 17 ของคุณโดดเด่นไม่เหมือนใคร เคสกระจก ยกระดับความหรูหราให้ iPhone ของคุณไปอีกขั้นด้วยเคสกระจก ที่ให้สัมผัสเรียบหรู เงางามดุจคริสตัล ด้านหลังเป็นกระจกนิรภัย ทนทานต่อรอยขีดข่วนได้ดีเป็นพิเศษ ช่วยให้เคสของคุณดูใหม่เอี่ยมอยู่เสมอ เหมาะสำหรับคนที่ชอบความพรีเมียมและอยากให้โทรศัพท์ดูโดดเด่นไม่เหมือนใคร เคส iPhone 17 จาก CaseClub ดียังไง? ไม่ใช่แค่ความสวยงาม แต่ iPhone 17 Case ของ CaseClub ยังอัดแน่นไปด้วยคุณภาพและฟังก์ชันที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องอย่างแท้จริง วัสดุคุณภาพ ปกป้องรอบด้าน เราคัดสรรวัสดุเกรดพรีเมียม ทั้ง Hybrid TPU ที่มีความยืดหยุ่นสูง ช่วยดูดซับแรงกระแทกบริเวณขอบเครื่อง และ PC ที่แข็งแรงทนทานบริเวณด้านหลัง พร้อมยกขอบสูงรอบเลนส์กล้องและหน้าจอ ป้องกันการสัมผัสกับพื้นผิวโดยตรง มั่นใจได้เลยว่า iPhone 17 ของคุณจะปลอดภัยในทุกสถานการณ์ ดีไซน์สวยหรู บางเบา พกพาง่าย ถึงจะเน้นเรื่องการปกป้อง แต่เราก็ไม่ลืมเรื่องดีไซน์ เคสทุกชิ้นถูกออกแบบมาให้มีขนาดพอดีกับตัวเครื่อง บางเบา ไม่เทอะทะ ทำให้คุณยังคงสัมผัสได้ถึงความพรีเมียมของ iPhone และพกใส่กระเป๋าได้อย่างสะดวกสบาย รองรับ MagSafe และอุปกรณ์เสริม เคสส่วนใหญ่ของเราถูกออกแบบมาให้รองรับการใช้งาน MagSafe ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่ว่าคุณจะชาร์จไร้สายหรือใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ก็ทำได้อย่างไม่มีสะดุด ไม่ต้องถอดเคสเข้า ๆ ออก ๆ ให้วุ่นวาย ออกแบบเคสได้ในสไตล์ของคุณ เบื่อไหมกับเคสดีไซน์เดิม ๆ ที่ซ้ำกับคนอื่น? ที่ CaseClub เข้าใจดีว่าทุกคนมีความเป็นตัวเอง จึงเปิดโอกาสให้คุณสามารถสร้างสรรค์เคสในแบบที่เป็นคุณได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการใส่ชื่อ เพิ่มข้อความเก๋ ๆ หรือแม้กระทั่งพิมพ์ภาพถ่ายความทรงจำดี ๆ ลงบนเคส เพียงเท่านี้คุณก็สามารถมีเคสไอโฟน 17 ที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก ไม่ซ้ำใครและบ่งบอกสไตล์ของคุณได้ชัดเจนที่สุด เลือก Case iPhone 17 ที่ดีที่สุด ต้องที่ CaseClub เท่านั้น การเลือกเคสดี ๆ สักชิ้นก็เหมือนกับการลงทุนเพื่อความสบายใจ เพราะช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันได้ และถ้าคุณกำลังมองหา Case iPhone 17 ที่เพอร์เฟกต์ทั้งในเรื่องดีไซน์ที่สวยงาม การปกป้องที่ไว้ใจได้ และฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน บอกเลยว่าไม่ต้องไปมองหาที่ไหนไกล เพราะ CaseClub ได้รวบรวมทุกสิ่งที่คุณต้องการมาไว้ในที่เดียวแล้ว เตรียมตัวปกป้อง iPhone 17 ของคุณด้วยเคสที่ดีที่สุดจากเรา! เลือกชมและเป็นเจ้าของเคสไอโฟน 17 จาก CaseClub ได้แล้ววันนี้ที่เว็บไซต์ https://www.caseclub.in.th/thหรือช้อปได้ที่ CaseClub ทุกสาขา รวมถึงติดตามโปรโมชันพิเศษได้ที่ Facebook และ Instagram ของเรา แล้วคุณจะรู้ว่าเคสที่ใช่... อยู่ใกล้แค่คลิกเดียว!
ข่าวประชาสัมพันธ์ • 3 ต.ค. 68
อ่าน
9 ข้อที่ iPhone Air ยอมแลก เพื่อให้ได้หุ่นเพรียวบางสุดขั้ว
เคยไหมครับที่เห็นสินค้าใหม่จาก Apple แล้วรู้สึกว่า "นี่แหละ Apple ในยุคก่อน!" เพราะดูเหมือนทุกอย่างจะถูกยอมสละเพื่อแลกกับดีไซน์ที่ดูเท่ล้ำสมัย โดยไม่สนว่าฟีเจอร์ที่หายไปนั้นสำคัญแค่ไหน หรือดีไซน์ที่ว่าเจ๋งนั้นถูกใจผู้ใช้จริงๆ หรือเปล่า เราเคยเห็น MacBook ที่คีย์บอร์ดและระบบระบายความร้อนที่ไม่ดีเท่าที่ควร, iPhone ที่งอง่าย หรือรุ่นที่สัญญาณขาดๆ หายๆ แค่เพราะเราจับเครื่องผิดวิธี วันนี้ประวัติศาสตร์ดูเหมือนจะซ้ำรอยอีกครั้งกับ "iPhone Air" ที่มาพร้อมดีไซน์บางเฉียบจนน่าทึ่ง ด้วยความหนาเพียง 5.64 มม. แต่ความบางระดับนี้แลกมาด้วยอะไรบ้าง? เราคงต้องรอให้ผู้ใช้งานจริงใช้ไปสักพักถึงจะรู้หมด แต่ตอนนี้เราจะมาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่ถูกตัดออกไปอย่างชัดเจน เพื่อให้ได้มาซึ่งหุ่นเพรียวบางสุดขีดนี้ครับ 1. แบตเตอรี่ที่เล็กจิ๋วและชาร์จช้ากว่าที่คิด นี่คือประเด็นใหญ่ที่สุดที่ทุกคนต้องรู้! iPhone Air มาพร้อมแบตเตอรี่แค่ 3,149mAh ซึ่งน้อยกว่า iPhone 17 รุ่นธรรมดา (3,692mAh) และน้อยกว่า iPhone 17 Pro Max (4,832mAh) มากโข นั่นหมายถึงอายุการใช้งานต่อการชาร์จหนึ่งครั้งที่สั้นลงอย่างเห็นได้ชัด แม้ตัวเลขจาก EU Energy Label จะระบุว่าใช้งานได้ 40 ชั่วโมง ซึ่งต่างจากรุ่นธรรมดาแค่ชั่วโมงเดียว แต่สำหรับผู้ใช้งานหนัก บอกเลยว่าไม่น่าจะรอดพ้นวันแน่ นอกจากความจุที่น้อยกว่าแล้ว การชาร์จก็ยังช้ากว่าด้วย! ในขณะที่ iPhone 17 รุ่นธรรมดาและรุ่น Pro Max สามารถชาร์จถึง 50% ได้ใน 20 นาที แต่ iPhone Air ต้องใช้เวลาถึง 30 นาที ทั้งที่ความจุแบตเตอรี่ก็น้อยกว่าแท้ๆ 2. หน้าจอที่เล็กลงสวนทางกับเทรนด์ ในยุคที่จอใหญ่คือคำตอบ iPhone Air กลับมาพร้อมจอขนาด 6.5 นิ้ว ซึ่งเล็กกว่า iPhone 16 Plus (6.7 นิ้ว) และเล็กกว่า iPhone 16 และ 17 Pro Max (6.9 นิ้ว) นี่อาจไม่ใช่การประหยัดพื้นที่ แต่เป็น "ข้อจำกัดทางเทคนิค" ที่ Apple แก้ไม่ได้ เพราะตัวเครื่องบางเฉียบจนอาจไม่แข็งแรงพอ หากใส่จอที่ใหญ่กว่านี้ก็มีโอกาสที่จะงอได้ง่ายกว่าเดิม แม้จะใช้เฟรมไทเทเนียมซึ่งแข็งแรงกว่าอะลูมิเนียมก็ตาม 3. กล้องหลักที่ถูกลดสเปก สำหรับโทรศัพท์ราคาเกือบ 40,000 บาท การมีกล้องหลังแค่ตัวเดียวอาจถือว่า "งานหยาบ" ไปหน่อยครับ! รวมถึงกล้องหลักของ iPhone Air ไม่ใช่กล้องที่ดีที่สุดของ Apple เพราะใช้เซ็นเซอร์เดียวกับ iPhone 17 รุ่นธรรมดา ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าเซ็นเซอร์ในรุ่น Pro/Pro Max อย่างชัดเจน (1/1.56 เทียบกับ 1/1.28) ทำให้คุณภาพของภาพและวิดีโอด้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด 4. ไม่มีกล้อง Telephoto สิ่งที่หายไปอย่างชัดเจนคือกล้อง Telephoto ที่ทำให้สามารถซูมแบบ Optical ได้ iPhone Air มีแค่การซูม 2x แบบไม่สูญเสียรายละเอียดจากเซ็นเซอร์ 48MP เท่านั้น ซึ่งหลังจากนั้นคุณภาพของภาพก็จะเริ่มลดลงทันที 5. ไม่มีกล้อง Ultra-wide แม้จะไม่ได้ใช้บ่อย แต่กล้อง Ultra-wide ก็เป็นเลนส์ที่ให้มุมมองที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร และบน iPhone ยังใช้เพื่อถ่ายภาพแบบ Macro อีกด้วย ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้ iPhone Air ไม่มีเลยครับ 6. ชิปเซ็ต Pro ที่ไม่ได้ Pro จริงๆ Apple อ้างว่า iPhone Air มาพร้อมชิปเซ็ต A19 Pro แบบเดียวกับ iPhone 17 Pro/Max แต่จากการวิเคราะห์สเปกเบื้องต้นพบว่า ชิปใน Air มีแกน GPU แค่ 5 แกน ในขณะที่รุ่น Pro/Max มีถึง 6 แกน! ถึงแม้จะมี RAM เท่ากันที่ 12GB แต่การตัดแกน GPU ออกไปก็ทำให้ประสิทธิภาพในการประมวลผลกราฟิกลดลง และอาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้คำว่า "Pro" ไม่ได้ทรงพลังอย่างที่ควรจะเป็น 7. พอร์ต USB 2.0 สุดเชื่องช้า พอร์ต USB-C บน iPhone Air ยังคงเป็นมาตรฐาน USB 2.0 ซึ่งรองรับความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลที่ต่ำมากๆ ในขณะที่รุ่น Pro/Pro Max มาพร้อมพอร์ต USB 3.0 ที่สามารถถ่ายโอนไฟล์วิดีโอ ProRes ขนาดใหญ่ไปยัง External SSD ได้อย่างรวดเร็ว การที่ Air ไม่มีคุณสมบัตินี้ ทำให้การทำงานที่ต้องใช้ไฟล์ขนาดใหญ่เป็นเรื่องยุ่งยากไปโดยปริยาย 8. เหลือลำโพงแค่ตัวเดียว! iPhone Air มีลำโพงแค่ตัวเดียวที่ด้านบนของเครื่อง ส่วนด้านล่างไม่มีลำโพงอีกตัวเหมือนรุ่นอื่นๆ คาดว่าพื้นที่ที่จำกัดแค่ 5.64 มม. อาจไม่เพียงพอสำหรับการติดตั้งลำโพงตัวที่สอง หรือ Apple อาจเลือกที่จะใช้พื้นที่นั้นเพื่อยัดแบตเตอรี่ที่เล็กอยู่แล้วเข้าไปแทน เพื่อให้ตัวเครื่องสามารถเปิดใช้งานได้ 9. กันชน กลับมาแล้ว!? Bumper หรือกันชนที่เคยเป็นอุปกรณ์จำเป็นใน iPhone 4 เพื่อแก้ปัญหาสัญญาณหายตอนจับเครื่อง ดูเหมือนจะกลับมาอีกครั้งใน iPhone Air ซึ่ง Apple ถึงกับทำ Bumper ที่ทำจากโพลีคาร์บอเนตเสริมความแข็งแรงเพื่อเพิ่มการป้องกันขอบให้กับมือถือที่บางเฉียบรุ่นนี้ นั่นเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า Apple เองก็ยังกังวลเรื่องความแข็งแรงและความทนทานต่อการตกหล่นของมันเช่นกัน โดยสรุปแล้ว iPhone Air คือตัวอย่างที่ชัดเจนของความพยายามที่จะทำลายขีดจำกัดด้านดีไซน์ แต่ต้องแลกมาด้วยการตัดฟีเจอร์สำคัญออกไปมากมาย ตั้งแต่แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้สั้นลง, ความเร็วในการชาร์จที่ลดลง, กล้องที่ถูกลดสเปกลงจนเหลือแค่ตัวเดียว, และการตัดฟีเจอร์สำคัญอื่นๆ ที่ผู้ใช้หลายคนต้องการออกไป ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกยอมสละเพื่อแลกกับความบางเฉียบที่ Apple มองว่าเป็น "ความสวยงาม" แต่คำถามคือความสวยงามนั้นคุ้มค่าหรือไม่? ทำให้มือถือรุ่นนี้อาจไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน ซึ่งถ้าหากเพื่อนๆ มองว่าความบางและความสวยงาม คือคำตอบของตัวเอง iPhone Air ก็อาจเป็นคำตอบของเพื่อนๆ ก็เป็นไปครับ
ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี • 24 ก.ย. 68
อ่าน
"จิมมี่-ซี" นำทีมบุกสยามต้อนรับ iPhone 17 โดย ทรู ดีแทค 5G
นาทีนี้ True Branding Shop สยามซอย 2 ร้อนแรงสุด ๆ เมื่อ ทรู ดีแทค 5G จัดงาน "Stay True, Journey to the Future with the Latest Generation of iPhone" ส่งมอบเครื่อง iPhone 17 รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมยกระดับประสบการณ์ครั้งแรกในไทยด้วย Immersive Experience พาลูกค้าและแฟน ๆ ก้าวเข้าสู่โลกอนาคต เหนือกว่าทุกสัมผัส ล้ำกว่าทุกประสบการณ์ บนเครือข่ายทรู ดีแทค 5G เนรมิตช็อปกลางสยามให้กลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งอนาคต เรียกว่า มูฟออนจากการรับเครื่องธรรมดาไปไกลมาก บรรยากาศสุดคึกคักมีทั้งเซเลบริตี้แถวหน้า และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง แวะเวียนมารับเครื่องกันไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะเป็น โอปอล สุชาตา Miss World 2025 คนแรกของไทย, หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย, เหว่ง เทพลีลา, จั๋ง วิกร, กฤติน, ปาล์ม พีรวิชญ์ และน้องเล็กจาก วง PERSES ปลั๊กกี้ ธรากร "จิมมี่-ซี" นำทีมบุกสยามต้อนรับ iPhone 17 โดย ทรู ดีแทค 5G นอกจากนี้ยังมีแขก VIP ที่แม้จะงานแน่นแต่ก็ไม่พลาด เลือกรับเครื่องแบบรวดเร็วทันใจ ส่งตรงถึงมือ ผ่านบริการเลขาส่วนตัว True PA ที่พร้อมช่วยโอนข้อมูลและแนะนำฟีเจอร์ใหม่ครบทุกขั้นตอน อาทิ คุณศุภเดช สุทธิพงศ์คณาสัย, คุณชูชัย โอภาสวงศ์, นพ. กวิรัช ตันติวงศ์ และที่ทำให้แฟนด้อมกรี๊ดลั่นสนั่นกว่าที่เคย เมื่อคู่จิ้นสุดฮอต "จิมมี่-ซี" มาร่วมรับเครื่องพร้อมสัมผัสประสบการณ์ Immersive Experience เพื่อเดินทางสู่อนาคตไปด้วยกัน เรียกได้ว่าเป็นการสร้างปรากฏการณ์ความสุขของทั้งคนดังและแฟน ๆ ที่รวมตัวกันสนุกแบบจัดเต็ม True Branding Shop สยามคึกคัก เซเลบคู่จิ้นอินฟลูฯ ตัวท็อป พาเหรดรับ iPhone 17 Pro, iPhone Air และ iPhone17 ในงาน "Stay True, Journey to the Future with the Latest Generation of iPhone" เหนือกว่าทุกสัมผัส ล้ำกว่าทุกประสบการณ์กับไอโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด กรี๊ดสนั่น ฟินเต็มอิ่มกับ "JimmyZee Exclusive Meeting" ร่วมสร้างปรากฏการณ์ความสุขสุดเหนือใคร
ข่าวบันเทิง • 21 ก.ย. 68
อ่าน
True Branding Shop สยามคึกคัก! คนดังพาเหรด รับ iPhone 17 Pro, iPhone Air และiPhone17
นาทีนี้ True Branding Shop สยามซอย 2 ร้อนแรงสุด ๆ เมื่อทรู ดีแทค 5G จัดงาน Stay True, Journey to the Future with the Latest Generation of iPhone ส่งมอบเครื่อง iPhone 17 รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมยกระดับประสบการณ์ครั้งแรกในไทยด้วย Immersive Experience พาลูกค้าและแฟน ๆ ก้าวเข้าสู่โลกอนาคต เหนือกว่าทุกสัมผัส ล้ำกว่าทุกประสบการณ์ บนเครือข่ายทรู ดีแทค 5G เนรมิตช็อปกลางสยามให้กลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งอนาคต เรียกว่า มูฟออนจากการรับเครื่องธรรมดาไปไกลมาก บรรยากาศสุดคึกคักมีทั้งเซเลบริตี้แถวหน้า และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง แวะเวียนมารับเครื่องกันไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะเป็น โอปอล สุชาตา Miss World 2025 คนแรกของไทย, พี่หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย, พี่เหว่ง เทพลีลา, จั๋ง วิกร, กฤติน, ปาล์ม พีรวิชญ์ และน้องเล็กจากวง PERSES ปลั๊กกี้ ธรากร นอกจากนี้ยังมีแขก VIP ที่แม้จะงานแน่นแต่ก็ไม่พลาด เลือกรับเครื่องแบบรวดเร็วทันใจ ส่งตรงถึงมือ ผ่านบริการเลขาส่วนตัว True PA ที่พร้อมช่วยโอนข้อมูลและแนะนำฟีเจอร์ใหม่ครบทุกขั้นตอน อาทิ คุณศุภเดช สุทธิพงศ์คณาสัย, คุณชูชัย โอภาสวงศ์ และที่ทำให้แฟนด้อมกรี๊ดลั่นสนั่นกว่าที่เคย เมื่อคู่จิ้นสุดฮอต จิมมี่-ซี มาร่วมรับเครื่องพร้อมสัมผัสประสบการณ์ Immersive Experience เพื่อเดินทางสู่อนาคตไปด้วยกัน เรียกได้ว่าเป็นการสร้างปรากฏการณ์ความสุขของทั้งคนดังและแฟน ๆ ที่รวมตัวกันสนุกแบบจัดเต็ม
ข่าวประชาสัมพันธ์ • 19 ก.ย. 68
อ่าน
สรุปงาน Apple Event นอกจาก iPhone 17 Series แล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์ใหม่อีกเพียบ
โอ้โห! งานนี้ Apple จัดหนักจัดเต็มเอาใจแฟนๆ อีกแล้วครับท่าน! หลังจากที่ทุกคนรอคอยกันมานาน Apple ก็ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในงาน "Awe Dropping" ที่ต้องบอกเลยว่าน่าตื่นเต้นสุดๆ เพราะแต่ละอย่างที่เปิดตัวมานั้นไม่ใช่แค่การอัปเกรด แต่เป็นการยกระดับไปอีกขั้นจริงๆ เรามาดูกันว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง! iPhone 17 Pro Series : ที่สุดแห่งพลังและความแกร่ง ไม่ต้องสงสัยเลยว่า iPhone 17 Pro คือ iPhone ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่ Apple เคยสร้างมา! ไม่ใช่แค่แบตเตอรี่ที่อึดขึ้นแบบก้าวกระโดด แต่ยังมาพร้อมหน้าจอที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาพร้อมเกราะป้องกัน Ceramic Shield 2 ที่แข็งแกร่งกว่าเดิมถึงสองเท่า ขุมพลังภายในใช้ชิป A19 Pro ที่แรงแบบเหลือๆ ส่วนกล้องก็จัดเต็มด้วยกล้องหลัง 48MP ครบทุกตัว และกล้องหน้า Center Stage ที่จะช่วยให้คุณโดดเด่นในทุกวิดีโอคอล โดย iPhone 17 Pro เริ่มต้นที่ 43,900 บาท ในขณะที่ iPhone 17 Pro Max เริ่มต้นที่ 48,900 บาท iPhone Air : บางเบาแต่แกร่งเกินต้าน! สำหรับใครที่ชอบความบางเบาแต่ไม่ยอมลดสเปก iPhone Air คือคำตอบสุดท้าย! นี่คือ iPhone ที่บางที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยความบางเพียง 5.6 มิลลิเมตร และหนักเพียง 156 กรัม แต่ภายในกลับอัดแน่นด้วยพลังระดับโปร ตัวเครื่องทนทานกว่ารุ่นไหนๆ ที่เคยเห็น ด้วยหน้าจอ Ceramic Shield 2 และชิป A19 Pro ที่ให้ประสิทธิภาพสุดขีด กล้องหลังก็ไม่ธรรมดาด้วยระบบ 48MP Fusion ที่ถ่ายภาพได้เหนือกว่าใคร และยังมีกล้องหน้า Center Stage ที่ให้คุณคมชัดทุกช็อต แถมตัวเครื่องยังทำจากวัสดุไทเทเนียมรีไซเคิลถึง 80% รักษ์โลกไปอีก โดยมีราคาเริ่มต้น 39,900 บาท iPhone 17 : ทั้งสวยและแกร่ง ถ้ากำลังมองหา iPhone รุ่นใหม่ที่ทั้งสวยและแกร่งต้องยกให้ iPhone 17 เลยครับ! รอบนี้ Apple จัดเต็มความอลังการด้วยหน้าจอที่ลื่นไหลกว่าเดิมด้วยเทคโนโลยี ProMotion ที่ปรับอัตรารีเฟรชเรทได้สูงสุดถึง 120Hz แถมยังมาพร้อมเกราะป้องกัน Ceramic Shield 2 ที่แข็งแกร่งทนทานกว่าเดิมเยอะ ส่วนด้านการถ่ายภาพก็ไม่น้อยหน้าด้วยระบบกล้อง 48MP Dual Fusion ที่จะทำให้ทุกรูปที่ถ่ายคมชัดและสวยงามยิ่งกว่าเคย และยังมีกล้องหน้า Center Stage ที่จะช่วยให้คุณโดดเด่นในทุกวิดีโอคอลอีกด้วย โดย iPhone 17 เริ่มต้นที่ 29,900 บาท AirPods Pro 3: สุดยอดหูฟังที่มากกว่าแค่เสียงเพลง ที่สุดของหูฟังตัดเสียงรบกวนในแบบ In-ear มาแล้วครับ! AirPods Pro 3 ไม่ได้แค่ให้คุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยม แต่ยังมาพร้อมฟีเจอร์สุดล้ำอย่างการวัดอัตราการเต้นของหัวใจระหว่างออกกำลังกาย และฟีเจอร์แปลภาษาแบบเรียลไทม์ Live Translation ที่ช่วยให้การสื่อสารข้ามภาษาเป็นเรื่องง่าย นอกจากนี้ยังแบตเตอรี่ที่อึดขึ้น ให้คุณฟังเพลงต่อเนื่องได้ยาวนานถึง 8 ชั่วโมง! ซึ่งราคาค่าตัวอยู่ที่ 8,490 บาท Apple Watch Series 11 และ SE 3: คู่หูสุขภาพที่ฉลาดขึ้น Apple Watch Series 11: ยกระดับการดูแลสุขภาพไปอีกขั้น! ไม่ว่าจะเป็นการตรวจวัดคุณภาพการนอนหลับ, ฟีเจอร์ Workout Buddy ที่จะช่วยให้การออกกำลังกายมีประสิทธิภาพมากขึ้น และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานถึง 24 ชั่วโมง โดย Apple Watch Series 11 เริ่มต้นที่ 14,900 บาท Apple Watch SE 3: คุ้มค่าเกินราคา! มาพร้อมฟีเจอร์สำคัญที่อัปเกรดใหม่ ทั้งการตรวจวัดคุณภาพการนอนหลับ, ข้อมูลสุขภาพเชิงลึกในแอป Vitals, ชาร์จเร็วขึ้น 2 เท่า และที่สำคัญคือหน้าจอ Always-On ที่มีเฉพาะในรุ่นโปร ตอนนี้มาอยู่ในรุ่น SE แล้ว! และราคาก็จับต้องได้ที่ 8,500 บาท Apple Watch Ultra 3: สปอร์ตตัวจริง แกร่งเกินร้อย! และสำหรับสายลุยต้องยกให้ Apple Watch Ultra 3 ที่มาพร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานหลายวัน หน้าจอที่ใหญ่และสว่างที่สุดเท่าที่เคยมีมา และฟีเจอร์สำหรับนักกีฬาและนักผจญภัยโดยเฉพาะ ทั้งการวัดค่าขั้นสูง, 5G และ Dual-frequency GPS บอกเลยว่านี่คือสุดยอดนาฬิกาสำหรับคนที่รักการท้าทายครับ! ซึ่งราคาของสมาร์ตวอทช์ตัวท็อปรุ่นนี้อยู่ที่ 29,900 บาท นอกจากนี้ ตามการประกาศในงาน Apple Event เมื่อคืนที่ผ่านมา ทาง Apple ได้ระบุว่าวันปล่อยอัปเดตระบบปฏิบัติการใหม่ทั้งหมด ได้แก่ iOS 26, iPadOS 26, macOS Tahoe 26, tvOS 26, watchOS 26 และ visionOS จะเริ่มให้ผู้ใช้งานทั่วไปได้ดาวน์โหลดและติดตั้งอย่างเป็นทางการในวันจันทร์ที่ 15 กันยายน 2568 ที่จะถึงนี้ครับ และแน่นอนว่าหากสนใจสั่งจอง iPhone 17 Series รุ่นใหม่ สามารถติดตามการประกาศจากทาง True พร้อมโปรโมชันที่น่าสนใจได้เลยจ้า Credit : apple.com
ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี • 10 ก.ย. 68
อ่าน
"Let Loose" ซิงเกิลใหม่จาก "แจ็คสัน หวัง" ถ่ายเอ็มวีทำด้วย iPhone 17 Pro ทุกขั้นตอน
ไอคอนระดับโลก "แจ็คสัน หวัง (JACKSON WANG)" จับมือกับ Apple เปิดตัวซิงเกิลใหม่ "Let Loose" หลังจากเพิ่งปล่อยอัลบั้ม "MAGICMAN 2" ไปไม่นาน โดยมิวสิกวิดีโอเพลงนี้ไม่เพียงสะท้อนความคิดสร้างสรรค์และความหลงใหลในนวัตกรรมของเขาเท่านั้น แต่ยังเป็นผลงานที่แจ็คสันลงมือเป็นครีเอทีฟไดเรกเตอร์ด้วยตัวเอง และถ่ายทำทุกขั้นตอนด้วย iPhone 17 Pro รุ่นล่าสุด ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปในงานอีเวนต์ของ Apple เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย MV ถ่ายทอดอารมณ์ของค่ำคืนสุดเร่าร้อนบนฟลอร์เต้นรำ ท่ามกลางแสงไฟสลัวและจังหวะดนตรีที่ครอบงำทุกสัมผัส ซึ่งเป็นการกำกับร่วมระหว่าง แจ็คสัน หวัง และ โอจุน ควอน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์สร้างสรรค์ที่ไม่หยุดนิ่งของเขา พร้อมอวดศักยภาพของ iPhone 17 Pro ที่มาพร้อมกล้อง Ultra Wide และ Telephoto ความละเอียด 48MP และระบบซูมแบบออปติคัลสูงสุดถึง 8 เท่า สามารถรับชมเอ็มวี ได้ที่นี่ "แจ็คสัน หวัง" กล่าวว่า "แม้แต่ในกองถ่ายมืออาชีพระดับโปร ผมยังไม่เคยได้ผลลัพธ์อย่างที่หวังไว้เสมอไป แต่นี่คือครั้งแรกที่รู้สึกทึ่งมากกับสิ่งที่ iPhone ทำได้ในโปรเจกต์นี้ การซูมภาพ ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว เข้าใกล้หรือถอยออก ล้วนมีจุดมุ่งหมายในการส่งต่ออารมณ์ การถ่ายทอดความรู้สึกและเรื่องราวผ่านภาพ จึงต้องอาศัยทั้งความเร็วและความคมชัดที่เหมาะสม" สำหรับการปล่อย MV เพลง "Let Loose" เกิดขึ้นหลังความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ของ "MAGICMAN 2" ที่เดบิวต์อันดับ 13 บนชาร์ต Billboard 200 ถือเป็นอันดับสูงสุดที่ศิลปินเดี่ยวชาวจีนเคยทำได้ พร้อมกับการประกาศเวิลด์ทัวร์ "MAGICMAN 2 WORLD TOUR" ซึ่งจะเริ่มต้นในวันที่ 3 และ 4 ตุลาคม นี้ ที่ประเทศไทย โดยบัตรคอนเสิร์ตทั้งสองรอบถูกขายหมดเกลี้ยงในเวลาอันรวดเร็ว และตามด้วยมาเก๊า ซึ่งบัตร Sold Out ทั้ง 3 รอบในทันทีเช่นกัน
ข่าวเพลงต่างประเทศ • 15 ก.ย. 68
อ่าน
หุ้นขาย iPhone 17 บวกยกแผง ADVICE COM7 SYNEX
หุ้นขาย iPhone 17 บวกยกแผง ADVICE COM7 SYNEX#ทันหุ้น #ADVICE #COM7 #SYNEX บล.กรุงศรี ระบุว่า การเปิดตัว iPhone 17 ในวันที่ 9 กันยายน 2568 (คืนนี้) ทุกครั้งมักจะเห็นแรงเก็งกำไรในกลุ่มหุ้นที่มีโอกาสได้ประโยชน์ โดยการศึกษาสถิติผลตอบแทนก่อนและหลังการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ย้อนหลัง 7 ครั้งล่าสุด พบว่าการลงทุนในช่วงเวลาก่อนเปิดตัวประมาณ 4 สัปดาห์และขายทำกำไรในช่วงเปิดตัวเป็นช่วงเวลาที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด โดยหุ้นกลุ่มจำหน่ายมือถือมีความน่าจะเป็นที่จะให้ผลตอบแทนเป็นบวกสูงถึง 75-100%สำหรับรายตัว หุ้นที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงสุดได้แก่ ADVICE +27.68% (ความเป็นไปได้ 100% - สถิติครอบคลุมเฉพาะปี 2567 เพราะเพิ่งเข้าตลาดฯ), JMART (ความเป็นไปได้ 100%, ผลตอบแทนเฉลี่ย 19.32%), SPVI (โอกาส 100%, ผลตอบแทนเฉลี่ย 14.8%), CPW (โอกาส 100%, ผลตอบแทนเฉลี่ย 10.5%), COM7 (โอกาส 86%, ผลตอบแทนเฉลี่ย 9.8%), และ SYNEX (โอกาส 86%, ผลตอบแทนเฉลี่ย 7.2%)กลยุทธ์ปัจจุบันอยู่ในช่วง 4 สัปดาห์ก่อน iPhone ใหม่เปิดตัว ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการเก็งกำไรหุ้นในกลุ่มนี้ KSS แนะนำเก็งกำไรหุ้นที่รายได้ส่วนใหญ่ยังมาจากการจำหน่ายอุปกรณ์ ได้แก่ SPVI (Trading), CPW (Trading), SYNEX (Trading, TP Con-13.76) และ ADVICE (Trading, TP Con-6.1) นอกจากนี้ กลุ่มผู้ให้บริการโทรคมนาคมก็มีโอกาสได้ประโยชน์เช่นกัน โดยแนะนำ ADVANC (TP-350.0)ด้าน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง 7.5% YTD แข็งค่ากว่าภูมิภาคที่เฉลี่ย 3.2% YTD จาก Dollar Index ที่อ่อนตัวลง และปัจจัยการเมืองในประเทศมีความชัดเจนอิงสถิติในอดีต ช่วงที่เงินบาทแข็งค่า เป็นบวกต่อกลุ่ม REIT, ค้าปลีก, พลังงานส่วนหุ้นที่มักมีแรงเก็งกำไรระยะสั้นคือ กลุ่มนำเข้าสินค้ามาขายในประเทศ เช่น COM7, SYNEX, ADVICE, GLOBAL, DOHOME, UKEM ขณะที่ กลุ่มส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ท่องเที่ยว การแพทย์ มักเป็นกลุ่มที่ได้รับ Sentiment เชิงลบ
ทันหุ้น • 9 ก.ย. 68
อ่าน
SPVI จ่อรับทรัพย์ iPhone17 ชี้การเมืองชัด หนุนธุรกิจ
#SPVI #ทันหุ้น - SPVI เตรียมรับทรัพย์เปิดตัว iPhone 17 ดันยอดขายพุ่งแรง ด้านผู้บริหาร “ไตรสรณ์ วรญาณโกศล” มั่นใจวางกลยุทธ์ตลาดรอบด้าน รองรับลูกค้าแห่ซื้อ มองการเมืองนิ่ง–กำลังซื้อหนุน ผนวกมาตรการรัฐเสริมแรงนายไตรสรณ์ วรญาณโกศล กรรมการผู้จัดการ SPVI เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า บริษัทได้วางแผนรองรับการเปิดตัวครั้งนี้อย่างรอบด้าน เริ่มจากการศึกษารายละเอียดของรุ่นใหม่ ทั้งด้านราคา ฟีเจอร์ และคุณสมบัติที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานจริง จากนั้นเข้าสู่การจัดทำแผนจำลองตัวเลขเพื่อประเมินความต้องการที่คาดว่าจะสูงกว่ารุ่นที่ผ่านมา พร้อมวางระบบโลจิสติกส์เพื่อให้สินค้าถูกกระจายจากคลังไปยังหน้าร้านอย่างรวดเร็วทันเวลาด้านการจัดการหน้าร้าน บริษัทได้วางมาตรการให้บางสาขาปิดเร็วกว่าปกติในช่วงเย็นวันนี้ เพื่อปรับโฉมร้านใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งเครื่องสาธิต ป้ายประชาสัมพันธ์ รวมถึงการตกแต่งร้านให้เข้ากับบรรยากาศการเปิดตัว iPhone 17 นอกจากนี้ยังได้เตรียมทีมงาน พนักงานขาย ระบบการชำระเงิน และวงเงินเครดิตบัตรให้พร้อมรองรับลูกค้าที่คาดว่าจะเข้ามาอย่างคับคั่งนายไตรสรณ์ ย้ำว่า SPVI ต้องการให้ลูกค้าที่เป็นผู้ใช้งานจริงได้เข้าถึงสินค้าเป็นกลุ่มแรก จึงได้จัดลำดับสิทธิพิเศษสำหรับแฟนคลับและสมาชิกของบริษัท โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันปัญหาการกว้านซื้อจากร้านค้ารายย่อยที่มักซื้อไปขายต่อในราคาสูงเกินจริง ซึ่งที่ผ่านมาเป็นอุปสรรคต่อการกระจายสินค้าไปถึงผู้บริโภคทั่วไปไอโฟน 17 กระแสฮอตการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ยังส่งผลทางอ้อมในเชิงบวกต่อ SPVI เพราะทำให้ราคาสินค้ารุ่นก่อนหน้าปรับลดลง เอาปิดโอกาสให้ผู้บริโภคที่รอจังหวะสามารถตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น และช่วยให้บริษัทสามารถบริหารสต๊อกเดิมได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ถือเป็นการขับเคลื่อนยอดขายทั้งสินค้ารุ่นใหม่และรุ่นเก่าไปพร้อมกัน“iPhone 17 เป็นสินค้าที่ได้รับความสนใจสูง และเมื่อผนวกกับปัจจัยบวกจากเศรษฐกิจและมาตรการรัฐ เรามั่นใจว่าจะเป็นโอกาสสำคัญของ SPVI ในการผลักดันยอดขายและผลประกอบการให้เติบโตได้ตามเป้า” นายไตรสรณ์ กล่าวด้วยการเตรียมการอย่างรอบด้าน ทั้งในด้านสินค้า บริการ และกลยุทธ์ทางการตลาด ผนวกกับบรรยากาศตลาดที่เอื้ออำนวย ทำให้ SPVI เชื่อมั่นว่าการเปิดตัว iPhone 17 ในครั้งนี้จะกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงให้กับบริษัทตลอดทั้งปีการเมืองชัดฟื้นเชื่อมั่น“บรรยากาศตลาดในช่วงนี้เอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจ โดยมีแรงหนุนจากความชัดเจนทางการเมืองหลังได้รัฐบาลใหม่ ซึ่งช่วยฟื้นความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ขณะเดียวกันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการ “คนละครึ่ง” ที่มีแนวโน้มกลับมาอีกครั้ง จะช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยให้คึกคักยิ่งขึ้น เสริมกำลังซื้อและสนับสนุนยอดขายของบริษัทโดยตรง”
ทันหุ้น • 8 ก.ย. 68
อ่าน
บล.โกลเบล็ก คัด 6 หุ้นเด่น รับกระแสเปิดตัว iPhone 17
#ทันหุ้น #ADVICE #COM7 #SYNEX #SPVI #JMART #CPW บล. โกลเบล็ก (GBS) ประเมินหุ้นไทยเดือนก.ย. ผันผวนหลังศาลรัฐธรรมนูญ สั่งนายกฯ หยุดปฏิบัติหน้าที่ พร้อมคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ ส่งผลให้เกิด Overhang ทางการเมืองในระยะสั้น จึงให้กรอบดัชนี 1,200-1,280 จุด แนะกลยุทธ์สำหรับเดือนก.ย. ลงทุนในหุ้นที่รับประโยชน์จากการเปิดตัว iPhone 17นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีในเดือน ก.ย. 2568 ว่า ดัชนีมีโอกาสแกว่งตัวผันผวน โดยมีแรงกดดันจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งนายกฯ หยุดปฏิบัติหน้าที่และคณะรัฐมนตรีต้องพ้นตำแหน่งทั้งคณะ ส่งผลให้มี Overhang ทางการเมืองในระยะสั้น ฝ่ายวิจัยคาดกรอบดัชนีระหว่าง 1,200-1,280 จุดขณะที่สถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอน ส่งผลกระทบต่อการลงทุนในตลาดหุ้นในเดือนนี้ต่อเนื่อง อาทิ รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศยกเลิกมาตรการยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับพัสดุมูลค่าต่ำกว่า 800 ดอลลาร์ (de minimis) อย่างถาวรส่งผลให้พัสดุทุกชิ้นที่นำเข้าจะต้องเสียภาษีในอัตราปกติ สถานการณ์ความไม่สงบระหว่างสหรัฐฯ กับเวเนซุเอลาทวีความตึงเครียดขึ้นอย่างหนักหลังกองทัพเรือสหรัฐฯ เคลื่อนกองเรือรบขนาดใหญ่เข้าประชิดทะเลแคริบเบียนตอนใต้ โดยฝ่ายสหรัฐฯ อ้างว่ามีเป้าหมายเพื่อปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติดในภูมิภาคลาตินอเมริกาส่วนดัชนี PMI ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของญี่ปุ่นในเดือนสิงหาคมอยู่ที่ระดับ 49.7 แม้จะปรับตัวดีขึ้นจากระดับ 48.9 ในเดือนกรกฎาคม แต่ยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งเป็นเกณฑ์ชี้วัดภาวะหดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 ทั้งนี้ แม้อัตราการหดตัวของผลผลิตภาคโรงงานจะชะลอตัวลง แต่ยอดคำสั่งซื้อใหม่โดยรวมยังคงลดลงในอัตราเดียวกันกับเดือนก่อนหน้า สะท้อนถึงสภาวะตลาดที่ยังคงซบเซานอกจากนี้ ยังคงต้องเฝ้าระวังปัจจัยในประเทศที่อาจจะส่งผลต่อการลงทุนได้เช่นกัน อาทิ วันที่ 3 ก.ย. ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.), วันที่ 3-5 ก.ย. คาดการณ์ว่าจะเป็นช่วงวันโหวตเลือกนายกฯ, วันที่ 4 ก.ย. ตลท. แถลงสรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์,สัปดาห์ที่ 2 สภาธุรกิจตลาดทุนไทย แถลงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนและอัปเดตสถานการณ์ลงทุน, มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค, ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย, สัปดาห์ที่ 3 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์, สัปดาห์ที่ 4 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม,สัปดาห์ที่ 5 สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค, ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค และ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม, วันที่ 30 ก.ย. สิ้นสุดงวดไตรมาสที่ 3/2568 ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย, ในเดือน ก.ย. กนง.ไม่มีกำหนดการประชุม, แต่มีกำหนดประชุม กนง. ครั้งที่ 5/2568 ในวันที่ 8 ตุลาคมส่วนปัจจัยต่างประเทศที่ยังเฝ้าติดตาม อาทิ วันที่ 2 ก.ย. อียู รายงานอัตราเงินเฟ้อขั้นต้นเดือนสิงหาคม, สหรัฐฯ รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือนสิงหาคม ดัชนีภาคการผลิตเดือนสิงหาคม และการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเดือนกรกฎาคม, วันที่ 3 ก.ย. สหรัฐฯ รายงานตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือนกรกฎาคมและยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนกรกฎาคม, เช้าวันที่ 4 ก.ย. ธนาคารกลางสหรัฐฯ รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book, วันที่ 4 ก.ย. สหรัฐฯ รายงานตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนสิงหาคม และดัชนีภาคบริการเดือนสิงหาคม, วันที่ 16-17 ก.ย. ประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ ครั้งที่ 6/68นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์สำหรับเดือนกันยายนลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการเปิดตัว iPhone 17 ที่มีกระแสข่าวว่าจะเปิดตัวในวันที่ 9 ก.ย.นี้ ส่งผลให้หุ้นกลุ่มค้าปลีกและจัดจำหน่ายสินค้าไอทีได้รับอานิสงส์โดยตรง ได้แก่ ADVICE, COM7, SYNEX, SPVI, JMART และ CPW
ทันหุ้น • 2 ก.ย. 68
อ่าน
ลือ Apple ซุ่มทำ MacBook ราคาประหยัดที่อาจใช้ชิปเดียวกันกับ iPhone 16 Pro !?
กัว หมิง ชิ (Kuo Ming Chi) นักวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์แอปเปิล (Apple) เผยแพร่บทความบนเอ็กซ์ (X, Twitter) ว่า Apple กำลังอยู่ระหว่างพัฒนาแล็ปท็อปในตระกูล MacBook รุ่นราคาประหยัดออกมาภายในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ ข้อมูลข่าวลือ MacBook ราคาประหยัดข้อมูลจากบทความดังกล่าวระบุว่า MacBook รุ่นใหม่ที่ว่านี้จะมีหน้าจอขนาด 13 นิ้ว และขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล A18 Pro ซึ่งเป็นชิปเดียวกันกับที่ใช้บนสมาร์ตโฟน iPhone 16 Pro Series โดยมีสีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีเงิน ฟ้า ชมพู และสีเหลือง โดยไม่ได้ให้ข้อมูลอื่น ๆ เพิ่มเติมชิป A18 Pro เปิดตัวครั้งแรกในปี 2024 สำหรับใช้ประมวลผล iPhone 16 Pro Series ซึ่งมาพร้อมหน่วยความจำ (RAM) แบบ LPDDR5X ขนาด 8 กิกะไบต์ (GB) รองรับการประมวลผลขั้นสูงต่าง ๆ และระบบปัญญาประดิษฐ์ของบริษัทอย่าง Apple Intelligence ภาพรวมตลาด MacBook ของ Appleทั้งนี้ เหตุผลสนับสนุนการเปิดตัว MacBook ราคาประหยัดเป็นเพราะว่า Apple ต้องการเพิ่มยอดขายในกลุ่ม MacBook ให้ใกล้เคียงช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ที่มากถึง 25 ล้านเครื่อง ซึ่งเชื่อว่าหากมีการเปิดตัว MacBook ราคาประหยัดภายในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้หรือไม่เกินต้นไตรมาสแรกของปี 2026 จะเพิ่มยอดขายให้ได้ถึง 5 - 6 ล้านเครื่องปัจจุบัน MacBook ราคาถูกที่สุดที่มีจำหน่ายบนหน้าเว็บไซต์ทางการของ Apple คือ MacBook Air เริ่มต้นที่ 34,900 บาท ซึ่งจะได้จอภาพ Liquid Retina ขนาด 13.6 นิ้ว พร้อมชิปประมวลผล Apple M4 หน่วยความจำแบบรวม (Unified Memory) ขนาด 16 GB พื้นที่จัดเก็บข้อมูล 256 GB">
TNN ช่อง16 • 4 ก.ค. 68
อ่าน
“Apple” พัฒนากล้องจาก iPhone ติดรถแข่ง “F1” ถ่ายทำหนังจากสนามแข่งจริง !
Apple สร้างเสียงฮือฮาให้กับวงการภาพยนตร์ด้วยการใช้เทคโนโลยีกล้องของ iPhone มาพัฒนาเป็นกล้องแบบพิเศษ เพื่อใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์ เอฟวัน เดอะ มูฟวี่ (F1 The Movie) ที่เกี่ยวกับการแข่งขันรถแข่งสูตรหนึ่ง โดยออกแบบให้กล้องมีขนาดเล็ก สอดคล้องกับหลักอากาศพลศาสตร์ เพื่อนำไปติดตั้งบนรถแข่ง เก็บภาพฟุตเทจบรรยากาศจากสนามการแข่งขันจริง นวัตกรรมนี้เกิดขึ้นเนื่องจากปัญหาที่ว่า กล้องถ่ายภาพยนตร์ทั่วไป มีขนาดใหญ่เกินไปที่จะติดตั้งบนรถแข่งฟอร์มูลาวัน (Formula One) ที่จะต้องวิ่งด้วยความเร็วสูง และอาจจะไปรบกวนการไหลเวียนของอากาศที่อาจทำให้รถวิ่งได้ช้าลง รวมถึงกล้องถ่ายภาพยนตร์แบบทั่วไป ยังไม่สะดวกในการติดตั้งในบริเวณที่ผู้กำกับต้องการ เพื่อให้ได้มุมมองของนักแข่งทีมวิศวกรรมของ Apple จึงแก้ปัญหานี้ ด้วยการแยกโมดูลการออกอากาศ (broadcast module) จากรถ F1 ซึ่งออกแบบใช้เพื่อบันทึกภาพความละเอียดต่ำสำหรับการถ่ายทอดสดการแข่งขัน โดยอุปกรณ์ดังกล่าวจะติดอยู่ด้านหลังคนขับ ข้างช่องรับอากาศของเครื่องยนต์ และแทนที่ด้วยกล้องที่บริษัทพัฒนาขึ้นจากชิ้นส่วนของกล้อง iPhone ซึ่งออกแบบมาเป็นอย่างดีให้มีน้ำหนักและรูปร่างตามข้อจำกัด ติดตั้งได้โดยไม่รบกวนโครงสร้างรถสำหรับสเปกของกล้องพิเศษนี้ไม่ได้มีการเปิดเผยออกมาอย่างเป็นทางการ แต่สื่อต่างประเทศคาดว่าใช้ชิปประมวลผล A17 Pro ที่ใช้ใน iPhone 15 Pro ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ของ iPhone และมีกล้องหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซลซึ่งได้มาจากโมเดลของ iPhone รุ่นนี้เช่นกัน ซึ่งทางทีมวิศวกรได้สร้างขึ้นใหม่ให้ทนต่อแรงกระแทก แรงสั่นสะเทือนโดยระบบกล้องแบบพิเศษนี้สามารถบันทึกภาพแบบ โปรเรส (ProRes) ที่ช่วยรักษาคุณภาพของภาพวิดีโอได้ดี และยังพัฒนาให้รองรับสีตามระบบมาตรฐานการผลิตภาพยนตร์ ช่วยให้ผู้สร้างทำการปรับระดับสีขั้นสูงในขั้นตอนหลังการถ่ายทำได้ง่ายมากขึ้น ซึ่งกล้องที่พัฒนาขึ้นมาใหม่นี้ ได้นำไปใช้ในการเก็บภาพบรรยากาศการแข่งขันจริงของสนามแข่ง F1 ที่บางส่วนถ่ายทำในระหว่างการแข่งขันที่เมือง อาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงในสนามอื่น ๆ โดยทีมสร้างจะถ่ายทำฟุตเทจเหล่านี้บนสนามแข่งในช่วงพักสั้น ๆ ระหว่างการแข่งขันสำหรับภาพยนตร์เรื่อง F1 The Movie เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับนักแข่งรถสูตร 1 รับบทโดย แบรด พิตต์ กำกับโดยโจเซฟ โคซินสกี้ ผู้กำกับจากภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ ท็อปกัน มาร์เวอริก รวมถึงยังได้แชมป์โลก 7 สมัย ลูอิส แฮมิลตัน ทำหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ ดูแลด้านความสมจริงของการแข่งขัน โดยภาพยนตร์เรื่องนี้มีกำหนดเข้าฉายในประเทศไทย วันที่ 26 มิถุนายนนี้
TNN ช่อง16 • 23 มิ.ย. 68
อ่าน
เช็กรุ่น iPhone รุ่นไหนรองรับ iOS 26 พร้อมอัปเดตดีไซน์ Liquid Glass สุดล้ำ
บริษัท Apple ได้เปิดตัวระบบปฏิบัติการ iOS 26 อย่างเป็นทางการ ภายในงาน WWDC 2025 ที่ผ่านมา สิ่งที่น่าสนใจไม่เพียงแต่ฟีเจอร์ใหม่ๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นครั้งแรกที่ Apple ได้นำเสนอ “Liquid Glass” ดีไซน์ซอฟต์แวร์รูปแบบใหม่ ที่เน้นความโปร่งใสและการหักเหของสีสันตามมุมมอง เพื่อยกระดับประสบการณ์ใช้งานให้สมจริงและมีมิติยิ่งขึ้น ทั้งนี้ iOS 26 จะเข้าสู่ช่วงทดสอบ (Beta) ในเดือนกรกฎาคม ก่อนปล่อยให้อัปเดตจริงในปีนี้ สำหรับผู้ใช้ iPhone ที่กำลังรออัปเดต iOS 26 อยู่ สามารถตรวจสอบรายชื่อรุ่นที่ Apple ยืนยันว่าจะได้ไปต่อดังนี้iPhone 16: iPhone 16e, iPhone 16, iPhone 16 Plus, iPhone 16 Pro, iPhone 16 Pro MaxiPhone 15: iPhone 15, iPhone 15 Plus, iPhone 15 Pro, iPhone 15 Pro MaxiPhone 14: iPhone 14, iPhone 14 Plus, iPhone 14 Pro, iPhone 14 Pro MaxiPhone 13: iPhone 13, iPhone 13 mini, iPhone 13 Pro, iPhone 13 Pro MaxiPhone 12 (รวมทั้งรุ่น mini, Pro, Pro Max)iPhone 11: iPhone 11, iPhone 11 Pro, iPhone 11 Pro MaxiPhone SE (รุ่นที่ 2 และ รุ่นที่ 3) นอกจากนี้ iOS 26 ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์เด่นหลายด้าน เช่น การปรับปรุงระบบหน้าต่าง (Multitasking) ให้ใช้งานได้ใกล้เคียง Mac มากขึ้น, Adaptive Lock Screen ปรับแต่งหน้าจอล็อกตามพฤติกรรมผู้ใช้, และ Live Translation ที่แปลข้อความเสียงได้แบบเรียลไทม์ ขณะที่ Liquid Glass UI จะถูกนำไปใช้ร่วมกับ iPadOS 26, macOS Tahoe 26, watchOS 26 และ tvOS 26 อีกด้วยผู้ใช้ iPhone สามารถเข้าไปลงทะเบียนเข้าร่วมโปรแกรม Apple Beta Software Program เพื่อทดลองใช้งาน iOS 26 เวอร์ชันทดสอบได้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป และเมื่ออัปเดตเวอร์ชันจริงในปลายปีนี้ จะได้สัมผัสประสบการณ์ “Liquid Glass” ดีไซน์ใหม่ที่ Apple ตั้งใจพลิกโฉมการแสดงผล UI ครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของระบบปฏิบัติการมือถือเลยทีเดียว
TNN ช่อง16 • 10 มิ.ย. 68
อ่าน
Apple ปลื้ม มีผู้ใช้ iOS 18 บน iPhone กว่า 82% ก่อนเปิดตัว iOS 26 ในงาน WWDC 2025 คืนนี้
แอปเปิล (Apple) เปิดเผยตัวเลขผู้ใช้ iOS 18 สำหรับ iPhone ว่ามียอดสูงถึงร้อยละ 82 ของ iPhone ที่รองรับ กระโดดจากร้อยละ 68 ในเดือนมกราคม และมีผู้ใช้ iPadOS 18 สำหรับ iPad กว่าร้อยละ 71 อีกด้วย รายงานยอดผู้ใช้ iOS 18 และ iPadOS 18 ก่อนงาน WWDC 2025iOS 18 เปิดตัวภายในงานประชุมสุดยอดนักพัฒนาของ Apple หรือ WWDC ประจำปี 2024 ก่อนจะเปิดให้ใช้งานในเดือนกันยายนปีเดียวกัน โดยรองรับ iPhone ตั้งแต่รุ่น XR/XS ขึ้นมาถึงรุ่นล่าสุดอย่าง iPhone 16 ซึ่งเปิดตัวในเดือนกันยายนเช่นกันโดย Apple รายงานว่า ในเดือนมกราคม มีผู้ใช้ iOS 18 กว่าร้อยละ 68 ของ iPhone ที่รองรับ ก่อนเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 82 ในปัจจุบัน อีกทั้งยังมีข้อมูลเพิ่มเติมอีกด้วยว่า iPhone ที่เปิดตัวใน 4 ปี ล่าสุด หรือตั้งแต่ iPhone 13 ขึ้นมา ถึงร้อยละ 88 นั้นใช้ iOS 18 ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ในรายงานไม่ได้ระบุว่าเป็น iOS 18 รุ่นย่อยใด เนื่องจากในปัจจุบัน iOS 18 มีการอัปเดตเป็น iOS 18.5 ในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ในขณะที่ผู้ใช้ iPad กว่าร้อยละ 71 ได้ใช้ระบบ iPadOS 18 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว (เฉพาะรุ่นที่รองรับ) และ iPad ที่เปิดตัวใน 4 ปี ล่าสุด ซึ่งย้อนไปถึง iPad ยุคที่ 9 iPad Mini ยุคที่ 6 iPad Air หรือ iPad Pro ยุคที่ 5 ต่างใช้ iOS 18 ถึงร้อยละ 88 ในปัจจุบัน ลุ้น iOS 26 เปิดตัวในงาน WWDC 2025ทั้งนี้ เวลา 0.00 น. ของวันที่ 10 มิถุนายน ตามเวลาประเทศไทย Apple จะจัดงาน WWDC 2025 ซึ่งสื่อหลายสำนักในต่างประเทศเชื่อว่าจะมีการเปิดตัว iOS 19 แต่ภายหลังมีข่าวลือว่า Apple จะเปลี่ยนวิธีเรียกชื่อใหม่เป็นการกำกับเลขตามปีที่เปิดตัว หรือกลายเป็น iOS 26 แทนโดย iOS 26 จะมีจุดเด่นสำคัญคือระบบที่เรียกว่า Battery Intelligence ซึ่งเข้ามาช่วยจัดการการใช้แบตเตอรี่ ด้วย AI ของ Apple อย่าง Apple Intelligence โดยวิเคราะห์ลักษณะการใช้งานของผู้ใช้ และเปิดการทำงานของระบบประหยัดพลังงาน (Power-saving Mode) ได้เอง รวมถึงรายงานเวลาคาดการณ์ว่าจะชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มเมื่อใด
TNN ช่อง16 • 9 มิ.ย. 68
อ่าน
ทำไม "Apple" ไม่ผลิต iPhone ในสหรัฐฯ เจอศึกราคา-ศึกแรงงาน l การตลาดเงินล้าน
CNN รายงานว่า ในปี 2011 อดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา เคยสอบถาม Steve Jobs ว่า อะไรจะทำให้ Apple ย้ายฐานการผลิต iPhone กลับมายังสหรัฐฯ แต่กว่า 14 ปีผ่านไป คำถามนั้นยังคงไม่มีคำตอบที่ชัดเจน และกลับมาถูกหยิบยกขึ้นอีกครั้งโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ล่าสุด ทรัมป์ ประกาศว่าหาก Apple ยังไม่ย้ายสายการผลิต iPhone ที่จำหน่ายในสหรัฐฯ กลับมาผลิตในประเทศ จะต้องเผชิญกับภาษีนำเข้าถึงร้อยละ 25 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในแผนนโยบายฟื้นฟูการผลิตในประเทศ ที่เขาเน้นย้ำมาตลอดการดำรงตำแหน่งอย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าการย้ายการผลิต iPhone กลับสหรัฐฯ แทบเป็นไปไม่ได้ ด้วยเหตุผลหลัก 3 ประการ คือ 1.ทักษะแรงงาน – จีนและอินเดียมีแรงงานฝีมือระดับสูงจำนวนมากที่ผ่านการฝึกฝนมานาน ทั้งในด้านหุ่นยนต์ วิศวกรรมแม่นยำ และวิทยาการคอมพิวเตอร์ ซึ่งยังหาได้ยากในสหรัฐฯ2.โครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน – การผลิต iPhone เกือบทั้งหมดอิงกับผู้ผลิตชิ้นส่วนในจีนและอินเดีย การย้ายแม้เพียงกระบวนการประกอบจะสร้างแรงกระเพื่อมต่อทั้งระบบ3.ต้นทุนแรงงาน – หากผลิตในสหรัฐฯ ราคาขาย iPhone อาจพุ่งขึ้นถึง 3 เท่า จากข้อมูลของ Dan Ives นักวิเคราะห์จาก Wedbush Securitiesแม้ Apple จะลงทุนกว่า 5 แสนล้านดอลลาร์ในสหรัฐฯ ภายใน 4 ปีข้างหน้า เพื่อสนับสนุนการวิจัยและเปิดศูนย์การผลิตเซิร์ฟเวอร์ รวมถึงเปิดสถาบันฝึกอบรมในดีทรอยต์ แต่โครงการเหล่านี้ไม่ได้มุ่งเน้นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อผลิต iPhone โดยตรงTim Cook ซีอีโอของ Apple เคยกล่าวไว้ว่า การผลิตในจีนคือจุดบรรจบระหว่าง “ช่างฝีมือ หุ่นยนต์ชั้นสูง และวิทยาการคอมพิวเตอร์” ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ยากจะหาในที่อื่นการเปลี่ยนฐานการผลิตไม่ใช่เพียงแค่เรื่องตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ แต่คือการเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจและต้นทุนทั้งระบบ Apple จึงต้องเดินเกมอย่างรอบคอบ ท่ามกลางแรงกดดันทางการเมือง การค้า และต้นทุนที่อาจสะเทือนกำไรในระยะยาว
TNN ช่อง16 • 29 พ.ค. 68
อ่าน
"Apple" จับมือ Synchron พัฒนาระบบคุมอุปกรณ์ iPhone, VisionPro ด้วยความคิด
แอปเปิล (Apple) ร่วมมือกับ ซิงครอน (Synchron) บริษัทด้านเทคโนโลยีประสาทวิทยา ในการพัฒนาระบบควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น iPhone, iPad, หรือแม้กระทั่งแว่นตาอัจฉริยะ Apple Vision Pro ที่จะควบคุมโดยใช้ความคิด เพื่อเอื้อให้กับผู้พิการ หรือผู้ที่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างจำกัด ซอฟต์แวร์ดังกล่าวได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ผู้พิการทางร่างกายสามารถควบคุมอุปกรณ์ Apple ของตนได้โดยใช้เพียงความคิด ผ่านการใช้อุปกรณ์ปลูกถ่ายที่จะส่งสัญญาณจากสมองไปยังอุปกรณ์ควบคุม ด้วยเทคโนโลยีระหว่างสมองและคอมพิวเตอร์ หรือที่เรียกว่า “brain-computer interface”อุปกรณ์ปลูกถ่ายนี้เรียกว่า สเตนโทรด (Stentrode) ทำงานโดยตรวจจับสัญญาณการเคลื่อนไหวจากสมองของผู้ใช้ ก่อนจะส่งต่อไปยังโปรเซสเซอร์ไร้สายภายนอก ซึ่งจะแปลงสัญญาณดังกล่าวเป็นคำสั่งสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อุปกรณ์ดังกล่าวจะช่วยให้ผู้พิการทางร่างกายสามารถควบคุมสมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ตด้วยความคิดแทนที่จะใช้มือ ซึ่งอาจปฏิวัติวงการเทคโนโลยีในชีวิตประจำวันของผู้ที่มีอาการบาดเจ็บที่ไขสันหลังจนเคลื่อนไหวไม่ได้ หรือมีอาการ เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (ALS) บริษัท Synchron เผยว่า Apple กำลังช่วยบุกเบิกรูปแบบอินเทอร์เฟซใหม่ โดยมีการทดลองใช้งานกับ iPhone, iPad และแว่นตาอัจฉริยะ Vision Pro โดยผู้ใช้สามารถเลือกไอคอนบนอุปกรณ์ของ Apple ได้ด้วยฟีเจอร์ที่เรียกว่า switch control ในระบบปฏิบัติการของ Apple เพื่อเพิ่มอุปกรณ์เสริมใหม่ ๆโดยตอนนี้ทั้งสองบริษัทกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนามาตรฐานใหม่สำหรับเทคโนโลยีนี้โดยเฉพาะ สำหรับใช้กับอุปกรณ์ของ Apple และคาดว่าจะเข้าสู่กระบวนการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาต่อไป
TNN ช่อง16 • 29 พ.ค. 68
อ่าน
"iPhone" จ่อแพงขึ้น 25%หลัง "ทรัมป์" ขู่เก็บภาษี l การตลาดเงินล้าน
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดโลกอีกครั้ง โดยประกาศแผนเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหภาพยุโรปในอัตราสูงถึงร้อยละ 50 เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2025 พร้อมทั้งระบุว่า อาจเก็บภาษี iPhone ที่นำเข้าจากต่างประเทศในอัตราร้อยละ 25 หาก Apple ไม่ย้ายสายการผลิตกลับมายังสหรัฐฯการประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นผ่านโพสต์ในแพลตฟอร์ม Truth Social ของทรัมป์ และสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดหุ้นทันที ดัชนีสำคัญทั้งในสหรัฐฯ และยุโรปปรับตัวลดลง ขณะที่นักลงทุนแห่เข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ส่งผลให้ราคาทองคำพุ่งขึ้น ส่วนผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงจากความกังวลเรื่องเศรษฐกิจชะลอตัว สำหรับ Apple บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ ที่มี iPhone เป็นสินค้าหลัก เผชิญแรงกดดันอย่างมาก เพราะปัจจุบัน โรงงานผลิต iPhone ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในอินเดียและจีน หากคำขู่ของทรัมป์กลายเป็นจริง ต้นทุนการผลิตอาจเพิ่มขึ้นหลายร้อยดอลลาร์ต่อเครื่อง ส่งผลให้ราคาขายปลีกในสหรัฐฯ สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญแม้ Apple มีแผนขยายการผลิตในอินเดีย และได้ประกาศลงทุน 500,000 ล้านดอลลาร์ในสหรัฐฯ ภายใน 4 ปีข้างหน้า แต่แผนดังกล่าวยังไม่มีเป้าหมายเพื่อย้ายการผลิต iPhone กลับประเทศ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า การตอบสนองต่อคำขู่ของทรัมป์อาจเป็นเรื่องยากภายในระยะเวลา 3–5 ปีทรัมป์ กล่าวในเวลาต่อมาว่า ภาษีใหม่นี้อาจครอบคลุมถึงสมาร์ตโฟนจากผู้ผลิตรายอื่น เช่น Samsung ด้วย โดยระบุว่า ใครก็ตามที่ผลิตสินค้าประเภทนี้จะต้องอยู่ภายใต้นโยบายเดียวกัน พร้อมย้ำว่า เขาไม่ได้ต้องการข้อตกลง แต่หากบริษัทใดสร้างโรงงานในสหรัฐฯ ก็จะได้รับการยกเว้นภาษีด้านสหภาพยุโรปไม่ได้นิ่งนอนใจ โดย มารอช เซฟโชวิช กรรมาธิการการค้าของอียู ระบุว่า อียูยังคงมุ่งมั่นในการเจรจาเพื่อให้ได้ข้อตกลงที่เป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย พร้อมย้ำว่าความสัมพันธ์ทางการค้าควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกัน ไม่ใช่การข่มขู่ นักวิเคราะห์การเมืองระบุว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของทรัมป์อาจมีจุดประสงค์ทางการเมือง โดยเฉพาะในช่วงที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ กำลังใกล้เข้ามา และอาจใช้ประเด็นการค้ากับต่างประเทศเพื่อกระตุ้นฐานเสียงทั้งนี้ ทรัมป์เคยออกมาตรการภาษีลักษณะเดียวกันในอดีตช่วงปี 2018–2019 ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าหลายประเภททั่วโลก รวมถึงสร้างความไม่แน่นอนให้กับห่วงโซ่อุปทานโลกสถานการณ์การค้าโลกอาจกลับเข้าสู่ภาวะตึงเครียดอีกครั้ง หากสหรัฐฯ เดินหน้าเก็บภาษีตามแผนที่ทรัมป์เสนอ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อผู้บริโภค นักลงทุน และบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ โดยเฉพาะ Apple ซึ่งอยู่ในแนวหน้าของศึกภาษีครั้งนี้อย่างชัดเจน
TNN ช่อง16 • 26 พ.ค. 68
อ่าน
ทรัมป์ขู่ยกระดับสงครามการค้า เล็งขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจาก EU และ iPhone ของ Apple
วันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ขู่ว่าจะยกระดับมาตรการทางการค้าอีกครั้ง โดยระบุว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหภาพยุโรป (EU) สูงถึง 50% เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนนี้ พร้อมเตือนบริษัทแอปเปิล (Apple) ว่าสมาร์ตโฟน iPhone ที่ขายในสหรัฐฯ อาจถูกเก็บภาษีเพิ่มอีก 25%ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มุ่งเป้าไปที่สหภาพยุโรป (EU) ด้วยเหตุผลว่าการเจรจาทางการค้าไม่คืบหน้าเพียงพอ โดยมีเป้าหมายผลักดันให้เกิดข้อตกลงที่เป็นธรรมกับสหรัฐฯ แต่คำขู่ของเขายังสะท้อนถึงแนวทางแบบ “สงครามการค้าผลัดกันรุก” ที่เคยสร้างผลกระทบต่อตลาดและสร้างความกังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจถดถอยในระดับโลก ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับบริษัท แอปเปิล (Apple)สำหรับบริษัท แอปเปิล (Apple) การขู่ขึ้นภาษีนำเข้า iPhone ถือเป็นความพยายามล่าสุดของทรัมป์ที่จะกดดันให้บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ย้ายฐานการผลิตกลับมาสหรัฐฯ เช่นเดียวกับที่เคยกดดันบริษัทในอุตสาหกรรมรถยนต์ ยา และเซมิคอนดักเตอร์อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยังไม่มีสายการผลิตสมาร์ตโฟนในประเทศ ขณะที่ชาวอเมริกันซื้อ iPhone มากกว่า 60 ล้านเครื่องต่อปี ซึ่งการย้ายฐานการผลิตอาจทำให้ต้นทุนต่อเครื่องเพิ่มขึ้นหลายร้อยดอลลาร์ปัจจุบันสหรัฐฯ ไม่มีสายการผลิตสมาร์ตโฟนของตนเอง ซึ่งหากมาตรการของทรัมป์เกิดขึ้นจริงอาจทำให้ต้นทุนของ iPhone พุ่งสูงขึ้นหลายร้อยดอลลาร์ ส่งผลกระทบทั้งต่อบริษัทและผู้บริโภคอย่างมีนัยสำคัญ นักวิเคราะห์ตลาด ฟาวาด ราซัคซาดา จาก City Index และ FOREX.com ระบุว่า “ความหวังต่อข้อตกลงการค้าอาจพังทลายลงภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที”ด้านรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ สก็อตต์ เบสเซนต์ กล่าวกับสำนักข่าว Fox News ว่าการเก็บภาษีนำเข้าจาก EU ในระดับ 50% ถือเป็น “จุดไฟเผาสหภาพยุโรป” พร้อมเสริมว่าหลายประเทศได้เจรจากับสหรัฐฯ ด้วยความจริงใจนอกจากนี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังโพสต์ข้อความบน Truth Social ระบุว่า “สหภาพยุโรปถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อเอาเปรียบสหรัฐฯ ในด้านการค้า และเป็นองค์กรที่จัดการได้ยากมาก การเจรจากับพวกเขาไม่มีความคืบหน้าเลย!”คณะกรรมาธิการยุโรปปฏิเสธให้ความเห็นต่อคำขู่ล่าสุด โดยระบุว่าจะรอผลการหารือทางโทรศัพท์ระหว่างมารอส เซฟโควิช หัวหน้าฝ่ายการค้าของ EU และจามิสัน กรีร์ ผู้แทนฝ่ายการค้าของสหรัฐฯ โดยคณะทูตจาก 27 ประเทศสมาชิก EU มีกำหนดหารือกันที่กรุงบรัสเซลส์เพื่อประเมินสถานการณ์ทางการค้า
TNN ช่อง16 • 24 พ.ค. 68
อ่าน
ดีลใหญ่! "OpenAI" ทุ่ม 6.4 พันล้าน ซื้อสตาร์ทอัปดีไซเนอร์ "iPhone" l การตลาดเงินล้าน
บริษัท OpenAI ผู้พัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ชื่อดัง ประกาศเข้าซื้อกิจการของ "IO" สตาร์ทอัปด้านอุปกรณ์ AI ที่ก่อตั้งโดย Jony Ive อดีตหัวหน้าทีมออกแบบของ Apple ด้วยมูลค่าประมาณ 6.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในรูปแบบการซื้อขายผ่านหุ้นทั้งหมด (all-equity deal)ดีลครั้งนี้นับเป็นการเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ครั้งใหญ่ที่สุดของ OpenAI ซึ่งกำลังเร่งขยายอิทธิพลจากซอฟต์แวร์สู่โลกของฮาร์ดแวร์ ท่ามกลางการแข่งขันอันเข้มข้นในสนาม AI จากคู่แข่งอย่าง Google, Anthropic และ xAI ของ Elon Muskบริษัท io ซึ่งเพิ่งก่อตั้งเมื่อหนึ่งปีก่อน โดย Jony Ive ร่วมกับอดีตผู้บริหารของ Apple อีก 3 คน ได้แก่ Scott Cannon, Tang Tan และ Evans Hankey ตั้งเป้าพัฒนาอุปกรณ์ที่ผสาน AI เข้ากับการออกแบบที่เรียบง่ายและทรงพลัง เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ที่ "สร้างแรงบันดาลใจ ให้อำนาจ และเปิดโอกาส" ให้กับผู้ใช้งาน ภายหลังการเข้าซื้อกิจการ OpenAI จะนำทีม io เข้ามาทำงานภายในองค์กรอย่างใกล้ชิดกับฝ่ายวิจัย วิศวกรรม และผลิตภัณฑ์ที่สำนักงานใหญ่ในซานฟรานซิสโก ขณะที่ทีมดีไซน์ของ Ive ภายใต้ชื่อ "LoveFrom" ซึ่งมีนักออกแบบระดับโลกอย่าง Marc Newson ร่วมอยู่ด้วย จะยังคงดำเนินการเป็นบริษัทอิสระ แต่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ OpenAIJony Ive เป็นที่รู้จักในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่โด่งดังของ Apple ไม่ว่าจะเป็น iPod, iPhone, iPad, MacBook Air รวมถึงอาคารสำนักงานใหญ่ Apple Park เขาแยกตัวจาก Apple ในปี 2019 เพื่อก่อตั้ง LoveFrom ซึ่งรับงานให้กับบริษัทชั้นนำอย่าง Airbnb, Ferrari และ Christie’s โดยมีรายงานว่า LoveFrom มีรายได้จากลูกค้าสูงถึง 200 ล้านดอลลาร์ต่อปีOpenAI ซึ่งมีมูลค่าประเมินล่าสุดสูงถึง 300 พันล้านดอลลาร์จากการระดมทุนที่นำโดย SoftBank กำลังเร่งเดินหน้าสู่การพัฒนา AI ที่สามารถมีบทบาทในโลกจริงมากยิ่งขึ้น ไม่เพียงแต่ในเชิงซอฟต์แวร์ แต่รวมถึงฮาร์ดแวร์และหุ่นยนต์ด้วยก่อนหน้านี้ OpenAI ได้เข้าซื้อกิจการของ Windsurf บริษัทที่พัฒนาเครื่องมือเขียนโค้ดด้วย AI มูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์ และซื้อ Rockset บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลในปี 2024 โดยไม่เปิดเผยมูลค่า นอกจากนี้ยังลงทุนในบริษัทหุ่นยนต์ "Physical Intelligence" มูลค่า 400 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมี Jeff Bezos เป็นหนึ่งในผู้ร่วมลงทุนเพื่อเสริมทัพด้านฮาร์ดแวร์ OpenAI ยังได้ว่าจ้าง Caitlin "CK" Kalinowski อดีตหัวหน้าโครงการแว่นตา AR ของ Meta มาดำรงตำแหน่งผู้นำด้านฮาร์ดแวร์และหุ่นยนต์ของบริษัท โดยมุ่งเน้นการพัฒนาอุปกรณ์ที่สามารถนำ AI มาใช้งานในโลกจริง เพื่อส่งเสริมประโยชน์ต่อมนุษยชาติในระยะยาวการซื้อกิจการ "IO" จึงเป็นมากกว่าการควบรวมทางธุรกิจ แต่สะท้อนถึงแนวทางใหม่ของ OpenAI ในการผสมผสานพลังของ AI เข้ากับการออกแบบอุปกรณ์อย่างมีวิสัยทัศน์ โดยมีหนึ่งในนักออกแบบที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกเป็นผู้นำทาง
TNN ช่อง16 • 23 พ.ค. 68
อ่าน
เปิดตัว AI ใหม่บน IOS 19 ช่วยยืดแบตเตอรี่ Iphone
บริษัทแอปเปิล (Apple) เตรียมนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AI เข้ามาแก้ปัญหาเรื่องอายุการใช้งานแบตเตอรี่ โดยอ้างอิงจากรายงานจากสำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Boomberg) รายงานว่าแอปเปิล (Apple) กำลังพัฒนาโหมดจัดการพลังงานอัจฉริยะที่จะมาพร้อมกับ iOS 19 ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์รุ่นอัปเดตสำหรับ iPhone ที่คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงเดือนกันยายนนี้ ฟีเจอร์จัดการแบตเตอรี่อัจฉริยะด้วย AIฟีเจอร์ใหม่นี้จะใช้ปัญญาประดิษฐ์ AI ในการวิเคราะห์รูปแบบการใช้งานอุปกรณ์ของผู้ใช้แต่ละคนอย่างละเอียด และปรับการทำงานของระบบเพื่อประหยัดพลังงานให้ได้มากที่สุดโดยเทคโนโลยีดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์ม "Apple Intelligence" ที่แอปเปิลได้เริ่มนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ของตน โดยบริษัทได้รวบรวมข้อมูลการใช้งานแบตเตอรี่จากอุปกรณ์ของผู้ใช้จำนวนมาก เพื่อนำมาวิเคราะห์หาแนวโน้มและคาดการณ์ช่วงเวลาที่ควรจะลดการทำงานของแอปพลิเคชันหรือคุณสมบัติบางอย่างที่ไม่จำเป็น เพื่อยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่นอกจากนี้ iOS 19 จะมีการแสดงตัวบ่งชี้บนหน้าจอล็อก เพื่อแจ้งให้ผู้ใช้ทราบถึงระยะเวลาที่เหลือในการชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มด้วยคาดการณ์เหตุผลที่ Apple พัฒนาฟีเจอร์นี้การเปิดตัวคุณสมบัติใหม่นี้อาจเกี่ยวข้องกับการเปิดตัว iPhone 17 รุ่นใหม่ ที่ถูกออกแบบให้มีขนาดบางลง ซึ่งอาจส่งผลให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่สั้นกว่ารุ่นอื่น ๆ ดังนั้นการนำ AI มาช่วยจัดการพลังงานจึงเป็นความพยายามของแอปเปิลในการชดเชยข้อจำกัดนี้ และถึงแม้ว่าฟีเจอร์นี้จะถูกพัฒนาขึ้นโดยมี iPhone 17 เป็นเป้าหมายหลัก แต่คาดว่าจะพร้อมใช้งานสำหรับ iPhone ทุกรุ่นที่รองรับ iOS 19การปรับปรุงอื่น ๆ ใน iOS 19นอกจากฟีเจอร์ปัญญาประดิษฐ์ AI ใหม่แล้ว ยังมีรายงานว่า iOS 19, iPadOS 19 และ macOS 16 ที่กำลังจะมาถึง จะมีการปรับปรุงในส่วนของรูปแบบของหน้าจอ (User Interfaces) รวมถึงการปรับปรุงที่จะทำให้ iPad และ Mac สามารถทำงานร่วมกันได้ราบรื่นยิ่งขึ้นนอกจากนี้ระบบปฏิบัติการใหม่จะสามารถซิงค์ข้อมูลการเชื่อมต่อ Wi-Fi ระหว่างอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้อัตโนมัติ อีกทั้งแอปเปิลกำลังพัฒนาแอปฯ Health ที่ปรับปรุงใหม่ด้วย AI และคาดว่าจะยังไม่เปิดตัวจนกว่าจะถึงปีหน้า ทั้งนี้สิ่งที่แอปเปิลให้ความสำคัญเป็นอย่างมากในการอัปเดตครั้งนี้คือการปรับปรุงเสถียรภาพของระบบการใช้งาน การนำ AI มาใช้ในการจัดการแบตเตอรี่ใน iOS 19 ถือเป็นความพยายามที่น่าสนใจของแอปเปิลในการแก้ไขปัญหาสำคัญของผู้ใช้งาน และเป็นการต่อยอดการพัฒนาเทคโนโลยี Apple Intelligence อย่างต่อเนื่อง การเปิดตัวและประสิทธิภาพของฟีเจอร์นี้จะเป็นสิ่งที่น่าติดตามต่อไป
TNN ช่อง16 • 15 พ.ค. 68
อ่าน
OpenAI ซื้อกิจการของ Jony Ive นักออกแบบ iPhone ในตำนาน ด้วยเงิน 210,000 ล้านบาท
เอ็นแก็ดเจ็ต (Engadget) รายงานข่าวว่า โอเพ่น เอไอ (OpenAI) เข้าซื้อไอไอ (io) สตาร์ตอัปด้านการออกแบบสินค้าของจอนนี ไอฟ์ (Jony Ive) อดีตผู้ออกแบบ iPhone ของแอปเปิล (Apple) ด้วยมูลค่า 212,000 ล้านบาท แต่สตูดิโอออกแบบของไอฟ์อย่างเลิฟฟอร์ม (LoveForm) จะยังคงทำงานอย่างอิสระและไม่ขึ้นกับ OpenAI โดยก้าวสำคัญต่อจากนี้คือการร่วมกับทีมงาน OpenAI พัฒนา “ฮาร์ดแวร์” ที่เกี่ยวข้องกับบริการ AI ขึ้นมา เป้าหมายซื้อกิจการของ OpenAIรายงานข่าวระบุว่า การเข้าซื้อกิจการ io เริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายปี 2024 โดย OpenAI เข้ามาถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 23 ของบริษัท ก่อนที่จะซื้อหุ้นทั้งหมดที่เหลือในมูลค่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้การเข้าซื้อนี้มีมูลค่าทั้งหมด 6,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 212,000 ล้านบาทแม้ว่าจะมีการทำวิดีโอการนำเสนอเรื่องราวในการซื้อขายครั้งนี้ระหว่างสองบริษัท แต่ก็ยังไม่มีการระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นการซื้อกิจการเพื่อพัฒนาสินค้าใด แต่ Engadget คาดว่าข้อตกลงจะเน้นไปที่การพัฒนาอุปกรณ์ของ OpenAI ที่จับต้องได้ขึ้นมา โดยวิเคราะห์ผ่านคำที่เน้นย้ำในวิดีโอว่า “สร้างกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ AI เพื่อทุกคน” (Building a family of AI products for everyone.) ซึ่งยังต้องรอเวลาอีกเป็นปีก่อนที่สื่อจะได้เห็นว่าผลิตภัณฑ์นั้นคืออะไรบ้างข้อกังวลจากสื่อต่อดีล OpenAIดีลระหว่าง io กับ OpenAI ถูกจับตามองจากสื่อในต่างประเทศอย่างมาก เพราะว่าเป็นครั้งแรกที่บริษัทลงทุนในกิจการอื่นนอกจากการพัฒนาซอฟต์แวร์ อีกทั้งยังเป็นมูลค่าการซื้อขายที่สูง เพราะข้อตกลงก่อนหน้านี้ระหว่าง OpenAI กับไมโครซอฟท์ (Microsoft) ระบุว่า OpenAI จะต้องแบ่งรายได้ (Revenue) ร้อยละ 20 ให้กับ Microsoff ไปจนถึงปี 2030 แลกกับเงินลงทุน 13,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 423,000 ล้านบาทอย่างไรก็ตาม แซม อัลท์แมน (Sam Altman) ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ OpenAI กล่าวว่า “สื่อกังวลเกี่ยวกับเงินทุนและรายได้ของบริษัทเรามากกว่าที่เรากังวลเสียอีก เราจะไม่มีปัญหา ขอบคุณสำหรับข้อกังวล”"> Jony Ive เป็นใครจอนนี ไอฟ์ (Jony Ive) เริ่มทำงานกับแอปเปิล (Apple) ในปี 1992 ในฐานะนักออกแบบสินค้า (Industrial Designer) ทำงานเคียงข้างกับสตีฟ จอบส์ (Steve Jobs) เพื่อสร้างสรรค์สินค้าต่าง ๆโดยสินค้าที่ไอฟ์ออกแบบมีทั้ง iPhone, iPad, iPod, Mac, Apple Watch, AirPods รวมไปถึงหน้าตาของระบบปฏิบัติการ (UX) ของ iOS 7 - 13 ก่อนลาออกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายออกแบบ (Chief Design Officer: CDO) ในปี 2019 และตั้งบริษัทของตัวเองอย่าง LoveFrom และ io ขึ้นมาสื่อเชื่อการดีลซื้อขายระหว่าง io กับ OpenAI แท้จริงแล้วเสมือนการดีลซื้อตัว Jony Ive มากกว่า เพราะทั้งฝีมือที่พิสูจน์มาแล้วกับ iPhone รวมถึงผลงานยุคหลังออกจากแอปเปิลที่ร่วมงานกับบริษัทชั้นนำทั่วโลก รวมไปถึงยานยนต์อย่างเฟอร์รารี (Ferrari) ก็เป็นที่คาดหวังว่าจะได้เห็นสินค้าจาก OpenAI ที่ Jony Ive กุมบังเหียนออกแบบนั้นออกมาสร้างเสียงฮือฮาในวงการต่อจากนี้
TNN ช่อง16 • 22 พ.ค. 68
ดูเพิ่มเติม