TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “#huawei” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
สิทธิพิเศษ
ลดเพิ่ม 450 บาท เมื่อซื้อ Huawei Watch Kid X1 Pro พร้อมแพ็กเกจ ใช้ 5 ทรูพอยท์
ประหยัด ฿450 ที่ บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น ลูกค้าทรู ใช้ 5 ทรูพอยท์ รับส่วนลดเพิ่ม 450 บาท เมื่อซื้อ Huawei Watch Kid X1 Pro พร้อมแพ็กเกจ ที่ทรูช็อป ทรูแบรนด์ดิ้งช็อป ทรูสเฟียร์ สาขาที่ร่วมรายการรุ่นที่ร่วมรายการ Huawei Watch Kid X1 Pro ส่วนลด 450 บาท เงื่อนไข 1. รหัสส่วนลด ใช้ได้กับการซื้ออุปกรณ์เสริมรุ่นที่ร่วมรายการเท่านั้น ที่ทรูช็อป ทรูแบรนด์ดิ้งช็อป ทรูสเฟียร์ สาขาที่ร่วมรายการ และทรูสโตร์2. ลูกค้าทรู ใช้ 5 ทรูพอยท์ รับส่วนลด 450 บาท เมื่อซื้อ Huawei Watch Kid X1 Pro พร้อมแพ็กเกจ (*สิทธิ์ส่วนลดจำนวนจำกัด)3. จำกัด 1 บัตรประชาชน / 1 สิทธิ์ / 1 โปรโมชั่น ตลอดระยะเวลาแคมเปญ4. ลูกค้านำรหัสที่ได้รับ จากการกดรับสิทธิ์ แสดงต่อเจ้าหน้าที่ ทรูช็อป ทรูแบรนด์ดิ้งช็อป ทรูสเฟียร์ สาขาที่ร่วมรายการ และกรอกรหัสส่วนลดบนเว็บไซต์ทรูสโตร์ ก่อนการชำระเงิน เพื่อรับสิทธิ์ส่วนลด 5. กดรับสิทธิ์ได้ผ่านแอปทรูไอดี กดรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่ 7 ก.ค.69 - 31 ส.ค.69 เท่านั้น (*โค้ดมีจำนวนจำกัด)6. เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการเท่านั้น (ขึ้นอยู่กับสินค้าที่มีจำหน่าย ณ เวลานั้น) 7. ไม่สามารถใช้ทรูพอยท์ของหมายเลขอื่นที่ไม่ได้จดทะเบียนภายใต้หมายเลขบัตรของลูกค้าเอง ในการรับสิทธิ์ส่วนลดแทนได้8. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้ 9. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้ 10. หากลูกค้ากดแลกสิทธิ์แล้ว ขอสงวนสิทธิ์การคืนทรูพอยท์ทุกกรณี11.สิทธิพิเศษนี้อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทกำหนด ผู้ใช้บริการจะต้องศึกษาข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมก่อนเลือกใช้บริการที่ทรูช็อป (ทุกสาขา) หรือโทร 1242
โทรศัพท์มือถือ/อุปกรณ์โทรศัพท์ • 7 ก.ค. 69
สิทธิพิเศษ
รับส่วนลดเพิ่ม 300 บาท เมื่อซื้อ Huawei Watch Kid X1 พร้อมแพ็กเกจ ใช้ 5 ทรูพอยท์
ประหยัด ฿300 ที่ บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น ลูกค้าทรู ใช้ 5 ทรูพอยท์ รับส่วนลดเพิ่ม 300 บาท เมื่อซื้อ Huawei Watch Kid X1 พร้อมแพ็กเกจ ที่ทรูช็อป ทรูแบรนด์ดิ้งช็อป ทรูสเฟียร์ สาขาที่ร่วมรายการรุ่นที่ร่วมรายการHuawei Watch Kid X1 ส่วนลด 300 บาท เงื่อนไข 1. รหัสส่วนลด ใช้ได้กับการซื้ออุปกรณ์เสริมรุ่นที่ร่วมรายการเท่านั้น ที่ทรูช็อป ทรูแบรนด์ดิ้งช็อป ทรูสเฟียร์ สาขาที่ร่วมรายการ และทรูสโตร์2. ลูกค้าทรู ใช้ 5 ทรูพอยท์ รับส่วนลด 300 บาท เมื่อซื้อ Huawei Watch Kid X1 พร้อมแพ็กเกจ (*สิทธิ์ส่วนลดจำนวนจำกัด)3. จำกัด 1 บัตรประชาชน / 1 สิทธิ์ / 1 โปรโมชั่น ตลอดระยะเวลาแคมเปญ4. ลูกค้านำรหัสที่ได้รับ จากการกดรับสิทธิ์ แสดงต่อเจ้าหน้าที่ ทรูช็อป ทรูแบรนด์ดิ้งช็อป ทรูสเฟียร์ สาขาที่ร่วมรายการ และกรอกรหัสส่วนลดบนเว็บไซต์ทรูสโตร์ ก่อนการชำระเงิน เพื่อรับสิทธิ์ส่วนลด 5. กดรับสิทธิ์ได้ผ่านแอปทรูไอดี กดรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่ 7 ก.ค.69 - 31 ส.ค.69 เท่านั้น (*โค้ดมีจำนวนจำกัด)6. เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการเท่านั้น (ขึ้นอยู่กับสินค้าที่มีจำหน่าย ณ เวลานั้น) 7. ไม่สามารถใช้ทรูพอยท์ของหมายเลขอื่นที่ไม่ได้จดทะเบียนภายใต้หมายเลขบัตรของลูกค้าเอง ในการรับสิทธิ์ส่วนลดแทนได้8. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้ 9. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้ 10. หากลูกค้ากดแลกสิทธิ์แล้ว ขอสงวนสิทธิ์การคืนทรูพอยท์ทุกกรณี11.สิทธิพิเศษนี้อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทกำหนด ผู้ใช้บริการจะต้องศึกษาข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมก่อนเลือกใช้บริการที่ทรูช็อป (ทุกสาขา) หรือโทร 1242
โทรศัพท์มือถือ/อุปกรณ์โทรศัพท์ • 7 ก.ค. 69
รีวิว HUAWEI MatePad Pro Max จอ 3K OLED PaperMatte พร้อม AI ช่วยทำงาน 💻✨
ในที่สุด Huawei ก็ทำถึง กับแท็บเล็ตระดับเรือธงที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ExtremeIT • 16 ก.ค. 69
อ่าน
7-Eleven ผนึก Huawei ดันค้าปลีกอัจฉริยะสู่ Smart Lifestyle
#ทันหุ้น - เซเว่น อีเลฟเว่น ประเทศไทย และ Huawei ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญ เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมค้าปลีกสู่ยุค “Smart Retail” ผ่านการผสานจุดแข็งของเครือข่ายร้านค้าปลีกที่ครอบคลุมทั่วประเทศ เข้ากับเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลระดับโลกพิธีลงนามได้รับเกียรติจากนายทัพพ์เทพ จีระอดิศวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)และนายอู๋ ห่าว (Wu Hao), Overseas President of Huawei Consumer Cloud Service Global Ecosystem Development Sales Departmentพร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากทั้งสององค์กร ร่วมตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสานต่อความร่วมมือระยะยาว และสร้างคุณค่าใหม่ให้แก่ผู้บริโภคอย่างเป็นรูปธรรมการลงนาม MOU ครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของทั้งสององค์กร โดยมุ่งนำความเชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์อัจฉริยะและการพัฒนาระบบนิเวศของ Huawei มาผสานกับจุดแข็งของ 7‑Eleven ประเทศไทย เพื่อร่วมกันสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยง “อุปกรณ์ บริการ และสิทธิประโยชน์” เข้าด้วยกันอย่างลงตัว7‑Eleven นำจุดแข็งของเครือข่ายร้านค้ากว่า 16,000สาขาทั่วประเทศ และฐานลูกค้ากว่า 40ล้านราย ผสานเข้ากับระบบนิเวศดิจิทัล ทั้ง ALL Member, แอปพลิเคชัน 7‑Eleven TH และ 7 Delivery ขณะที่ Huawei เสริมศักยภาพด้วยเทคโนโลยี 5G, AI และ Cloud เพื่อยกระดับโซลูชันค้าปลีกและสร้างประสบการณ์ Smart Lifestyle อย่างแท้จริงหนึ่งในความสำเร็จล่าสุดภายใต้ความร่วมมือ คือการเปิดตัวฟีเจอร์2‑in‑1 QR Code Payment บนสมาร์ทวอทช์ Huaweiผ่านแอปพลิเคชัน 7‑Eleven บนHUAWEI WATCH FIT 5 Seriesซึ่งนับเป็นนวัตกรรมครั้งแรก ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ของสมาชิก ALL Member ด้วยการรวม “การชำระเงิน” และ “การสะสมคะแนน” ไว้ในขั้นตอนเดียวผู้ใช้งานสามารถเปิดแอปพลิเคชัน 7‑Eleven บนสมาร์ทวอทช์ และแสดง QR Code เพื่อรับคะแนน ALL Member พร้อมชำระเงินผ่าน TrueMoney ได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องหยิบสมาร์ทโฟนหรือเปิดหลายแอปพลิเคชัน ช่วยเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และคล่องตัวในชีวิตประจำวันความร่วมมือครั้งนี้ยังครอบคลุมการพัฒนา ecosystem แบบ end-to-end ตลอด Customer Journey ทั้งการขยายฐานลูกค้า การเชื่อมต่อ ALL Member กับ Huawei ID เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ รวมถึงการสร้างประสบการณ์ร่วมผ่านกิจกรรมและแคมเปญทั้งออนไลน์และออฟไลน์การผสาน “Local Scale” ของ 7‑Eleven เข้ากับ “Global Technology” ของ Huawei จึงเป็นก้าวสำคัญในการสร้างระบบนิเวศค้าปลีกอัจฉริยะ ที่เชื่อมโยงนวัตกรรมเข้ากับชีวิตประจำวัน และเปิดโอกาสการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
ทันหุ้น • 26 มิ.ย. 69
อ่าน
CHOW จับมือ Huawei เร่งโซล่าร์ 100 MW
#CHOW#ทันหุ้น - บริษัท เชาว์ ไบรท์ เวนเจอร์ส โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ผ่านกลุ่มธุรกิจ เชาว์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (Chow Energy) ผู้นำที่ได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน จับมือกับบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ผ่านกลุ่มธุรกิจ Huawei Digital Power ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะ ผ่านการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนโครงการพลังงานสะอาดขนาดใหญ่ ภายใต้ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่มุ่งส่งมอบโครงการพลังงานแสงอาทิตย์รวมกำลังการติดตั้งมากกว่า 100 MW ภายในปี 2569 นับเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงการเริ่มต้นบทใหม่ของการพัฒนาพลังงานสะอาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และตอกย้ำความมุ่งมั่นของทั้งสององค์กรในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนอย่างยั่งยืนความร่วมมือดังกล่าวต่อยอดจากความสัมพันธ์อันยาวนานตั้งแต่ Chow Energy ก่อตั้งขึ้นในปี 2557 โดยตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษที่ผ่านมา Huawei Digital Power ได้ทำหน้าที่เป็นพันธมิตรหลักด้านเทคโนโลยีและโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับ Chow Energy ทั้งสองบริษัทได้ร่วมกันพัฒนาและนำโครงการเข้าสู่การใช้พลังงานแสงอาทิตย์แล้วมากกว่า 3,000 โครงการ สร้างรากฐานระบบนิเวศพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีความแข็งแกร่ง มั่นคง และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในประเทศไทยในขณะที่ประเทศไทยเร่งเดินหน้าสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ภาครัฐได้ออกนโยบายสำคัญเพื่อสนับสนุนการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นและมีต้นทุนที่แข่งขันได้มากขึ้น ท่ามกลางบริบทดังกล่าว Chow Energy ในฐานะผู้นำตลาดในอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ของประเทศ ยังคงให้ความสำคัญกับการเลือกใช้เทคโนโลยีอินเวอร์เตอร์และโซลูชันโซลาร์เซลล์ที่มีความล้ำสมัย ปลอดภัย และเชื่อถือได้สูงสุด โดยโซลูชันจาก Huawei Digital Power มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการขยายโครงการในระดับขนาดใหญ่ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า และเสริมความมั่นคงในการดำเนินงานในระยะยาวความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับเชิงกลยุทธ์จากการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์แบบดั้งเดิม สู่การพัฒนาการติดตั้งโซลาร์เซลล์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage Systems: BESS) ซึ่งเป็นภาคส่วนที่มีการเติบโตสูง เพื่อรองรับความต้องการด้านเสถียรภาพพลังงาน ความมั่นคงของระบบโครงข่ายไฟฟ้า และการจ่ายพลังงานสะอาดได้อย่างต่อเนื่องทั้งกลางวันและกลางคืนสำหรับแผนงานในระยะต่อไป ภายในปี 2569 Chow Energy และ Huawei Digital Power ตั้งเป้าส่งมอบโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีกำลังการติดตั้งรวมกว่า 100 MW ภายใต้สัญญา Solar Power Purchase Agreement (PPA) โดยจะมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ ผสานกับระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่รุ่นใหม่เพื่อยกระดับความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า และการสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรม ด้วยการจัดหาโซลูชันพลังงานสะอาดที่มีเสถียรภาพและยั่งยืนนายคริสโตบอล ชิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เชาว์ เอ็นเนอร์ยี่ (Chow Energy) กล่าวว่า “Huawei เป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยีที่ Chow Energy ให้ความไว้วางใจมาโดยตลอด ตั้งแต่เริ่มต้นเส้นทางการดำเนินธุรกิจของบริษัท ท่ามกลางทิศทางของประเทศไทยที่มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนอย่างจริงจัง ความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยให้เราสามารถขยายการดำเนินงานได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น บูรณาการเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานขั้นสูง และส่งมอบโซลูชันพลังงานสะอาดที่ตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของภาคอุตสาหกรรมและเชิงพาณิชย์ ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ของเชาว์ เอ็นเนอร์ยี่ในการสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนของประเทศไทย ผ่านการพัฒนาและส่งมอบโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีคุณภาพระดับแนวหน้า”นายแจ็ค เจิ้ง กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจพลังงานดิจิทัล (Digital Power) บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จํากัด ประธานกลุ่มธุรกิจ Huawei Digital Power บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในการต่อยอดความร่วมมืออันยาวนานกับ Chow Energy ในก้าวสำคัญของการพัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงานในระดับขนาดใหญ่ ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ร่วมกันในการเร่งการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมนำเสนอโซลูชันพลังงานที่ปลอดภัย เชื่อถือได้ และชาญฉลาด เพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว”ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้สะท้อนถึงพลังของความร่วมมือระยะยาว เทคโนโลยีขั้นสูง และวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนที่สอดคล้องกัน ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สู่อนาคตพลังงานที่สะอาด แข็งแกร่ง และยั่งยืนยิ่งขึ้น
ทันหุ้น • 13 ก.พ. 69
อ่าน
BYD ผนึกกำลัง Huawei รุกหนักระบบนิเวศ HarmonyOS ปูพรมเชื่อมต่อ "คน-รถ-บ้าน" เต็มรูปแบบ รับเทรนด์ปี 2026
ในยุคที่ยานยนต์ไม่ได้เป็นเพียงยานพาหนะ แต่กำลังกลายเป็น "Device เคลื่อนที่" ขนาดใหญ่ ความเคลื่อนไหวล่าสุดจากค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่อย่าง BYD Automotive ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่บ่งบอกทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์จีนและโลก เมื่อ BYD ตัดสินใจยื่นใบสมัครเข้าร่วม Global Intelligent Internet of Things Alliance (GIIC) เพื่อก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในสมาชิกสภาบริหาร (Council Member) การขยับตัวครั้งนี้ไม่ใช่แค่การสมัครสมาชิกสมาคมทั่วไป แต่เป็นการประกาศวิสัยทัศน์ในการเชื่อมต่อโลกยานยนต์เข้ากับโลก IoT (Internet of Things) ผ่านระบบนิเวศที่ทรงพลังอย่าง HarmonyOS อย่างเป็นทางการ เจาะลึกความร่วมมือ: เมื่อเบอร์ 1 ยานยนต์ ผสาน เบอร์ 1 ระบบปฏิบัติการ จากรายงานของ IT-home ระบุว่า BYD ได้ยื่นใบสมัครเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2025 ที่ผ่านมา โดยเป้าหมายหลักคือการเข้าร่วมกลุ่มพันธมิตร GIIC ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน 2024 องค์กรนี้คือศูนย์รวมของยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมกว่า 350 ราย อาทิ Huawei, Haier, China Mobile และสถาบันวิจัยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของจีน (CAICT) หัวใจสำคัญของ GIIC คือการสร้างรากฐานดิจิทัลมาตรฐานสำหรับการใช้งาน IoT และผลักดันให้ระบบนิเวศ HarmonyOS ขยายตัวในระดับอุตสาหกรรม การที่ BYD เข้ามาร่วมวงในฐานะสมาชิกสภาระดับสูง หมายถึงการนำความเชี่ยวชาญด้านยานยนต์อัจฉริยะ มาผสานกับทรัพยากรด้านอุตสาหกรรมของพันธมิตร เพื่อสร้าง "มาตรฐานกลาง" ใหม่ให้กับโลกเทคโนโลยี ภารกิจหลัก: ทลายกำแพงกั้นระหว่างอุปกรณ์ ปัญหาเรื้อรังของโลก Smart Home และ Smart Car คือความกระจัดกระจาย (Fragmentation) อุปกรณ์ต่างค่ายคุยกันไม่รู้เรื่อง โปรโตคอลไม่ตรงกัน BYD และ GIIC จึงวางแผนที่จะ: สร้างมาตรฐานการเชื่อมต่อ: พัฒนาโปรโตคอลการรับส่งข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ HarmonyOS เกรดรถยนต์ และอุปกรณ์สมาร์ทโฮมให้เป็นภาษาเดียวกัน ขับเคลื่อนด้วย AI: ใช้ AI Agent เป็นตัวกลางในการประสานงาน สร้างนวัตกรรมที่ทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ ภาพอนาคต: ชีวิตที่ไร้รอยต่อ ความร่วมมือนี้จะครอบคลุมรถยนต์ทุกไลน์อัพของ BYD รวมถึงอุปกรณ์สวมใส่และเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ ตัวอย่างสถานการณ์จริงที่จะเกิดขึ้น: จากรถสู่บ้าน (Vehicle-to-Home): ผู้ขับขี่สามารถสั่งงานด้วยเสียงจากในรถ เพื่อเปิดแอร์ เปิดไฟ หรือเปิดเครื่องทำน้ำอุ่นที่บ้านให้พร้อมก่อนที่จะขับรถไปถึง จากบ้านสู่รถ (Home-to-Vehicle): แผงควบคุม Smart Home ในบ้าน สามารถสั่งอุ่นเครื่องรถยนต์ ตั้งค่าระบบนำทางล่วงหน้า หรือตรวจสอบสถานะแบตเตอรี่รถยนต์ได้ทันที ความปลอดภัยแบบทูเวย์: ระบบรักษาความปลอดภัยของบ้านและรถจะสื่อสารกัน หากเกิดเหตุผิดปกติที่บ้าน รถจะแจ้งเตือน หรือหากรถมีการบุกรุก ระบบที่บ้านก็จะรับรู้ได้เช่นกัน บทวิเคราะห์ตลาด : ทำไม BYD ต้องเดินเกมนี้? ในปี 2025 ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เข้าสู่ภาวะ Red Ocean อย่างสมบูรณ์ การแข่งขันด้วย "ฮาร์ดแวร์" เช่น ระยะทางขับขี่หรือความเร็ว ไม่ใช่จุดขายที่สร้างความแตกต่างได้มากพออีกต่อไป สงครามครั้งใหม่คือ "สงครามซอฟต์แวร์และระบบนิเวศ" (Ecosystem War) การรับมือคู่แข่งสาย Tech (Xiaomi Huawei): คู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดของ BYD ในจีนตอนนี้ไม่ใช่ Tesla แต่เป็น Xiaomi (ที่มีระบบนิเวศ Human x Car x Home แข็งแกร่งมาก) และค่ายรถพันธมิตรของ Huawei (HIMA) ที่ใช้ HarmonyOS เต็มรูปแบบ การที่ BYD เข้าร่วม GIIC คือการ "อุดจุดอ่อน" เรื่อง Ecosystem ของตัวเอง เพื่อไม่ให้เสียเปรียบในการแข่งขัน ทางลัดสู่ Super App: แทนที่ BYD จะสร้าง OS หรือมาตรฐาน IoT ของตัวเองใหม่ทั้งหมด ซึ่งต้องใช้เวลาและเสี่ยงต่อการล้มเหลว การกระโดดเข้าใส่มาตรฐานกลางที่มี Huawei และ Haier หนุนหลังอยู่แล้ว คือทางลัดที่ฉลาดที่สุดในการเข้าถึงฐานผู้ใช้งาน Smart Home จำนวนมหาศาลทันที การยกระดับแบรนด์: การขยับจากผู้ผลิตรถยนต์ สู่ผู้ให้บริการไลฟ์สไตล์ (Lifestyle Provider) จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับแบรนด์ BYD และสร้างความภักดี (Brand Loyalty) ให้ลูกค้าเปลี่ยนค่ายยากขึ้น เพราะรถยนต์ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของบ้านไปแล้ว วิเคราะห์แรงกระเพื่อมสู่อุตสาหกรรม การขยับตัวของ BYD ครั้งนี้จะส่งผลกระทบในวงกว้าง ดังนี้: ต่อผู้บริโภค: ผู้ใช้รถ BYD จะได้รับประสบการณ์ที่สะดวกสบายขึ้นอย่างก้าวกระโดด แอปพลิเคชันที่เคยแยกส่วนจะถูกยุบรวม การสั่งงานข้ามอุปกรณ์จะกลายเป็นเรื่องพื้นฐาน (Standard Feature) ไม่ใช่ลูกเล่นราคาแพงอีกต่อไป นอกจากนี้ เราจะได้เห็นโชว์รูมรูปแบบใหม่ที่เป็น "Human-Vehicle-Home Experience Spaces" ที่ลูกค้าสามารถทดลองซื้อรถพร้อมกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทำงานร่วมกันได้ในที่เดียว ต่ออุตสาหกรรม Smart Home: การที่ค่ายรถเบอร์ 1 ของจีนรองรับมาตรฐานนี้ จะเป็นตัวเร่งให้ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์อื่นๆ (นอกเหนือจาก Haier หรือ Midea) ต้องเร่งปรับตัวให้รองรับมาตรฐาน GIIC/HarmonyOS ตามไปด้วย เพื่อให้สินค้าของตนขายได้กับเจ้าของรถ BYD ที่มีจำนวนมหาศาล ต่อคู่แข่งและมาตรฐานโลก: นี่อาจเป็นการบีบให้ค่ายรถยนต์อื่นๆ ต้องเลือกข้าง ระหว่างการเข้าร่วมกลุ่มพันธมิตรนี้ หรือพยายามดันมาตรฐาน Apple CarPlay / Android Auto ให้ลึกขึ้นในระดับ Hardware Control ซึ่งจะทำให้การแบ่งขั้วของเทคโนโลยี (Tech Decoupling) ชัดเจนยิ่งขึ้น บทสรุป การยื่นใบสมัครเข้าร่วม GIIC ของ BYD ในช่วงปลายปี 2025 นี้ ไม่ใช่เพียงข่าวธุรกิจธรรมดา แต่คือ "จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย" ที่ BYD กำลังจะเติมเต็ม เพื่อเปลี่ยนผ่านจากผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้า สู่ผู้นำด้านนวัตกรรม AIoT (AI + IoT) อย่างเต็มตัว การผนึกกำลังระหว่าง "ฮาร์ดแวร์ยานยนต์ที่มียอดขายสูงสุด" กับ "ระบบนิเวศ HarmonyOS ที่เติบโตเร็วที่สุด" จะสร้างมาตรฐานใหม่ที่ทำให้เส้นแบ่งระหว่าง 'บ้าน' และ 'รถ' จางหายไป และนี่คือสัญญาณเตือนไปยังคู่แข่งทั่วโลกว่า สงครามยานยนต์ยุคต่อไป จะวัดกันที่ใครเชื่อมต่อชีวิตผู้คนได้แนบเนียนกว่ากัน Credit : carnewschina Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 28 ธ.ค. 68
อ่าน
SAIC H5 รถยนต์ SUV ไฟฟ้าที่ถูกที่สุดจาก Huawei แต่เทคโนโลยีจัดเต็ม!
SAIC H5 (ในภาษาจีนคือ Shangjie H5) คือรถยนต์รุ่นแรกภายใต้ความร่วมมือระหว่างค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่อย่าง SAIC Motor และยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี Huawei ภายใต้พันธมิตร Harmony Intelligent Mobility Alliance (HIMA) โดยรถรุ่นนี้ได้รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2025 ในประเทศจีน ด้วยจุดเด่นที่ทำให้ทุกคนต้องจับตามอง นั่นคือการเป็นรถยนต์ที่มีราคาเริ่มต้นที่เข้าถึงง่ายที่สุดในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ Huawei HIMA แต่กลับอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะล้ำสมัย ข้อมูลรถและสเปกหลัก SAIC H5 ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Mid-size SUV มีมิติและสเปกที่น่าสนใจ ดังนี้: พื้นฐาน: พัฒนาต่อยอดมาจากแพลตฟอร์ม Roewe ES39 ของ SAIC มิติรถ: ยาว: 4,780 มม. กว้าง: 1,910 มม. สูง: 1,664 มม. ฐานล้อ: 2,840 มม. (ถือว่ากว้างขวางมากในรถ SUV ขนาดกลาง) ตัวเลือกขุมพลัง (มีให้เลือกทั้ง 2 แบบ): EREV (Extended Range Electric Vehicle): ระบบไฟฟ้าขยายระยะทาง BEV (Battery Electric Vehicle): รถยนต์ไฟฟ้าล้วน สรุปขุมพลังและระยะทางวิ่ง EREV (รุ่นเริ่มต้น) : เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร (Range Extender) 97 แรงม้า + มอเตอร์ไฟฟ้า 201 แรงม้า, แบตเตอรี่ 32.6 kWh, ระยะทางวิ่ง (CLTC) ไฟฟ้าล้วน 235 กม. / รวม 1,360 กม. BEV (รุ่นเริ่มต้น) : มอเตอร์ไฟฟ้า 201 แรงม้า, แบตเตอรี่ 64.6 kWh, ระยะทางวิ่ง (CLTC) 535 กม. BEV (รุ่น Long Range) : มอเตอร์ไฟฟ้า 241 แรงม้า, แบตเตอรี่ 80 kWh, ระยะทางวิ่ง (CLTC) 655 กม. เทคโนโลยีอัจฉริยะ Saic H5 นำเสนอเทคโนโลยีอัจฉริยะที่โดดเด่น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของพันธมิตร Huawei HIMA ไม่ว่าจะเป็น: HarmonyOS Cockpit: ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะจาก Huawei ที่มอบประสบการณ์ใช้งานภายในรถที่ราบรื่นและเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Huawei อื่น ๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ Qiankun ADS (Advanced Driving System): ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะขั้นสูงของ Huawei ที่ถูกติดตั้งมาในรุ่นท็อป โดยมีฮาร์ดแวร์ล้ำสมัย ได้แก่: LiDAR 192-line ติดตั้งบนหลังคา (เป็นมาตรฐานสำหรับทุกรุ่น) เรดาร์คลื่นมิลลิเมตร 4D จำนวน 3 ตัว กล้องความละเอียดสูง 11 ตัว ความปลอดภัยขั้นสูง: ระบบขับขี่อัจฉริยะนี้มาพร้อมกับฟังก์ชันช่วยนำทางแบบครบวงจร (End-to-end navigation assistance) และระบบหลีกเลี่ยงการชนทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้าง ราคาจำหน่ายในประเทศจีน Pro EREV (เริ่มต้น) ราคาในประเทศจีน 159,800 หยวน (ประมาณ 718,000 บาท) Pro EV (เริ่มต้น) ราคาในประเทศจีน 165,800 หยวน (ประมาณ 745,000 บาท) Max EREV ราคาในประเทศจีน 179,800 หยวน (ประมาณ 808,000 บาท) Max Long Range EV ราคาในประเทศจีน 199,800 หยวน (ประมาณ 897,000 บาท) Saic H5 จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า/ขยายระยะทาง ด้วยการรวมกันอย่างลงตัวระหว่างราคาที่เข้าถึงง่ายของ SAIC และเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับสูงของ Huawei ทำให้รุ่นนี้เป็นรถที่ "คุ้มค่าที่สุด" ในแง่ของเทคโนโลยีที่ผู้บริโภคจะได้รับในราคาต่ำกว่า 200,000 หยวน ถ้าเข้าไทยรับรองว่าตลาด EV ในบ้านเราน่าจะเดือดกันแน่นอน Credit : SAIC
ข่าวยานยนต์ • 19 ต.ค. 68
อ่าน
เปิดตัว HUAWEI WATCH GT 6 Series ดึง ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ถ่ายทอดสมาร์ทวอทช์สายแฟชันเหนือระดับ
หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) ประกาศเปิดตัวHUAWEI WATCH GT 6 Seriesสมาร์ทวอทช์แฟชันรุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์Ride the Windที่ผสานดีไซน์ล้ำสมัยเข้ากับสมรรถนะขั้นสูงอย่างลงตัว พร้อมไฮไลท์พิเศษเปิดตัวใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ซูเปอร์สตาร์แถวหน้าของเมืองไทย มาร่วมสะท้อนภาพลักษณ์ของสมาร์ทวอทช์แห่งอนาคตที่หรูหราเปี่ยมสไตล์ พร้อมฟีเจอร์ก้าวล้ำเพื่อสายสปอร์ตและแอดเวนเจอร์ โดยเฉพาะกีฬาสายเอ็กซ์ตรีมทั้งวิ่ง ปั่นจักรยาน กอล์ฟและดำนํ้า ด้วยโหมดออกกำลังกายมากกว่า 100 โหมด อีกทั้งยังปลดล็อคข้อมูลสำคัญด้านสุขภาพไปอีกระดับ และเทคโนโลยี TruSleep, Health Insight และ Emotional Wellbeing พร้อมแบตเตอรี่ยาวนาน 21 วัน และรองรับการใช้งานคู่กับสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ผ่านแอปพลิเคชัน HUAWEI Health วางจำหน่ายแล้วในราคาเริ่มต้น 6,990 บาท พร้อมของสมนาคุณรวมมูลค่าสูงสุด 8,146 บาท เมื่อซื้อระหว่าง 2 ตุลาคม 2568 2 พฤศจิกายน 2568 ที่ร้านค้าที่ร่วมรายการ บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความตื่นตาตื่นใจ จากการจัดแสดงนวัตกรรมที่นำเสนอความโดดเด่นของ HUAWEI WATCH GT 6 Series ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นแฟชันสเตทเมนต์และผู้ช่วยดูแลสุขภาพและการใช้ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมอีกหนึ่งไฮไลท์คือการเปิดตัว ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ในฐานะตัวแทนของ HUAWEI WATCH GT 6 Series สะท้อนถึงวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ของหัวเว่ยในการขับเคลื่อนFashion Forwardของสมาร์ทวอทช์แห่งอนาคต ด้วยภาพลักษณ์ผู้นำเทรนด์และสไตล์อันโดดเด่นของใบเฟิร์น จึงเป็นตัวแทนที่สะท้อนแนวคิดนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ อีกทั้งยังเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับคนรุ่นใหม่ที่เปี่ยมด้วยพลัง กล้าท้าทายขีดจำกัด และใส่ใจในทุกมิติของชีวิตอย่างมีสไตล์และสุขภาพดีในแบบฉบับของตนเอง โดยใบเฟิร์น ได้ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับ HUAWEI WATCH GT 6 Series ที่ผสานเทคโนโลยีเข้ากับไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่มองหาอุปกรณ์สวมใส่ซึ่งมีมากกว่าฟังก์ชันพื้นฐานด้านสุขภาพและการออกกำลังกาย แต่ต้องเป็นส่วนหนึ่งที่ยกระดับสไตล์และบุคลิกภาพของผู้ใช้งานได้อย่างไร้รอยต่อ เทคโนโลยีที่ผสานไฮแฟชัน สู่สุนทรียะบนข้อมือ HUAWEI WATCH GT 6 Series ยังคงสะท้อนแนวคิดFashion Forwardที่ผสาน 3 สิ่งคือ Design Forward, Health Forward และ Sports Forward โดยมาพร้อมดีไซน์ใหม่ที่ยกระดับขอบจอให้กว้างขึ้น สะท้อนความโฉบเฉี่ยวและพรีเมียม ด้วยแนวคิดBoundless Geometric Aestheticและขอบหน้าปัดแบบยกสูงที่ปรับตำแหน่งตัวเลขไปด้านข้าง ทำให้หน้าจอมีอัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องที่สูงขึ้น มอบมุมมองที่กว้างขวางและดื่มด่ำยิ่งขึ้น HUAWEI WATCH GT 6 Pro (46 มม.)มาพร้อมดีไซน์พรีเมียม ตัวเรือนไทเทเนียมอัลลอยเกรดการบิน เคลือบสารกันรอยขีดข่วนและทนทานต่อการกัดกร่อนจากเหงื่อและน้ำทะเล กระจก Sapphire Glass ทนทานต่อรอยขีดข่วน และฝาหลังเซรามิกนาโนคริสตัล หน้าจอ AMOLED ขนาด 1.47 นิ้ว ขอบบางคมชัด มีให้เลือก 3 สไตล์ ได้แก่ สายไทเทเนียม, สายผ้าคอมโพสิตสีน้ำตาล และสายฟลูออโรอีลาสโตเมอร์สีดำ HUAWEI WATCH GT 6 (46 มม.)โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่แข็งแรงและเป็นผู้ใหญ่ หน้าจอ AMOLED ขนาด 1.47 นิ้ว พร้อมขอบหน้าปัดแบบยกสูงและกรอบกลางทรงแปดเหลี่ยม มีให้เลือกทั้งสายผ้าคอมโพสิตสีเขียว และสายหนังวีแกนคอมโพสิตสีเทา HUAWEI WATCH GT 6 (41 มม.)นำเสนอความสง่างามที่คล่องตัวและกะทัดรัด หน้าจอ AMOLED ขนาด 1.32 นิ้ว พร้อมขอบหน้าปัดตัวเลขโรมันสุดหรู และเป็นรุ่นแรกที่มาพร้อมสลักยึดสายแบบหมุนได้ ที่โค้งรับกับข้อมือเล็กได้อย่างพอดี มีให้เลือกทั้งสายหนังวีแกนคอมโพสิตสีขาว, สายฟลูออโรอีลาสโตเมอร์สีม่วง และสายโลหะ Milanese Gold ทุกรุ่นมาพร้อมหน้าจอที่สว่างขึ้นด้วยความสว่างสูงสุดถึง 3000 nitsทำให้มองเห็นข้อมูลได้ชัดเจนแม้ภายใต้แสงแดดจ้า และระบบEasyFit 3.0ช่วยให้เปลี่ยนสายได้อย่างง่ายดาย เพียงกดปุ่มเดียวก็สามารถปรับเปลี่ยนสไตล์ได้ตามต้องการ ฟีเจอร์สุดล้ำเพื่อการออกกำลังกายระดับโปร HUAWEI WATCH GT 6 Series อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีเพื่อการออกกำลังกายระดับมืออาชีพ ด้วยโหมดออกกำลังกายขั้นสูงกว่า 100 รูปแบบครอบคลุมตั้งแต่การวิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ สกี กอล์ฟ ไปจนถึงการออกกำลังกายในร่ม พร้อมโค้ช AI ส่วนตัวที่ช่วยวิเคราะห์และแนะนำโปรแกรมเฉพาะบุคคล นอกจากนี้ระบบ HUAWEI Sunflower Positioning System 2.0ยังยกระดับความแม่นยำในการระบุตำแหน่งจาก 10 เมตร เป็น 8 เมตร ด้วยการรองรับดาวเทียม 6 ระบบ ทำให้ทุกการผจญภัยเป็นไปอย่างมั่นใจและปลอดภัยแม้ในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย อีกทั้งยังมอบประสบการณ์การปั่นจักรยานที่เหนือกว่า ด้วยการเป็นสมาร์ทวอทช์เรือนแรกของวงการที่รองรับCycling Virtual Powerซึ่งคำนวณกำลังเสมือนจริงด้วยความแม่นยำเทียบเท่ามิเตอร์วัดกำลังระดับโปร โดย HUAWEI WATCH GT 6 Pro ยังมีโหมด Advanced Outdoor Sportsสำหรับนักวิ่งเทรล นักสกี และนักกอล์ฟ ที่จะได้รับประสบการณ์ที่เหนือกว่า ด้วยการติดตามตำแหน่งที่แม่นยำ แผนที่สนามกอล์ฟแบบซูมคมชัด การวิเคราะห์ข้อมูลการวิ่งเทรลอย่างละเอียด และข้อมูลการเล่นสกีที่แม่นยำยิ่งขึ้น ผู้ช่วยดูแลสุขภาพแบบครบวงจร ในด้านการดูแลสุขภาพ HUAWEI WATCH GT 6 Series พร้อมดูแลสุขภาวะของคุณอย่างรอบด้าน ทั้งระบบ TruSense ใหม่ล่าสุดที่ยกระดับการตรวจวัดสุขภาพให้แม่นยำและครอบคลุมยิ่งขึ้น รวมถึงการติดตามคุณภาพการนอนหลับเชิงลึกด้วยTruSleepการให้ข้อมูลเชิงลึกด้านสุขภาพแบบองค์รวมผ่านHealth Insightและระบบจัดการสุขภาพทางอารมณ์ที่ละเอียดอ่อนยิ่งขึ้นด้วยEmotional Wellbeing แบบใหม่ วิเคราะห์ 12 สภาพอารมณ์ซึ่งช่วยตรวจจับและประเมินความเครียดและอารมณ์แบบเรียลไทม์ พร้อมให้คำแนะนำในการผ่อนคลายและจัดการกับความรู้สึก ช่วยเสริมการดูแลสมดุลทางอารมณ์และจิตใจได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกวัน แบตเตอรี่ทรงพลัง ยาวนานสูงสุด 21 วัน หัวเว่ยพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่แบบHigh-silicon stackedที่เพิ่มความหนาแน่นของแบตเตอรี่ได้ถึง 37% และเพิ่มความจุได้ถึง 65% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ทำให้ HUAWEI WATCH GT 6 Series สามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานสูงสุด 21 วัน ในโหมดใช้งานทั่วไป (สำหรับรุ่น 46 มม.) และ 14 วัน (สำหรับรุ่น 41 มม.) ลดปัญหาการชาร์จบ่อย มอบอิสระในการใช้งานได้เต็มที่ตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การเดินทาง หรือการผจญภัยระยะยาว HUAWEI WATCH GT 6 Series วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วในประเทศไทย โดย HUAWEI WATCH GT 6 Pro (46 มม.) ราคาเริ่มต้น 10,490 บาท มีให้เลือกทั้งสีดำ สีน้ำตาล และสีไทเทเนียม ส่วน HUAWEI WATCH GT 6 (46 มม.) ราคาเริ่มต้น 6,990 บาท มาพร้อมสีเขียว และสีดำ และ HUAWEI WATCH GT 6 (41 มม.) ราคาเริ่มต้น 6,990 บาท มีให้เลือกในสีม่วง สีขาวสายหนัง และสีทอง Milanese Gold พิเศษ!เมื่อซื้อระหว่าง2 ตุลาคม 2568 2 พฤศจิกายน 2568รับของสมนาคุณมูลค่ารวมสูงสุด8,146 บาท อาทิ HUAWEI FreeBuds 6i (สีขาว) มูลค่า 4,299 บาท, HUAWEI Health+ Membership 3 เดือน มูลค่า 357 บาท และฟีเจอร์กอล์ฟระดับพรีเมียม มูลค่า 3,490 บาท พร้อมประกันภัย ALive Powered by AIA คุ้มครองชีวิตจากการเจ็บป่วยและอุบัติเหตุ 1 ปี สูงสุด 200,000 บาท
ข่าวประชาสัมพันธ์ • 2 ต.ค. 68
อ่าน
เซอร์ไพรส์วงการ! Toyota หักมุมสู่ตลาด EV จีน เปิดตัว bZ7 จับมือ Huawei และ Xiaomi ร่วมพัฒนา
วงการรถยนต์ไฟฟ้า (EV) กำลังเข้าสู่ยุคที่การแข่งขันดุเดือดกว่าที่เคย และหนึ่งในข่าวที่สร้างความฮือฮาที่สุดในสัปดาห์ที่ผ่านมาคงหนีไม่พ้นการที่ Toyota ยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นซึ่งก่อนหน้านี้ดูจะเล่นตัวกับรถ EV มาตลอด ได้ประกาศเดินหน้าลุยตลาดจีนอย่างจริงจังด้วยรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง "Toyota bZ7" ที่ไม่ได้แค่มาพร้อมดีไซน์ล้ำสมัย แต่ยังมาพร้อมกลยุทธ์ที่เหนือความคาดหมายด้วยการ "จับมือ" กับยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของจีนอย่าง Huawei และ Xiaomi เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ไปสู่มิติใหม่ที่ Toyota ไม่เคยทำได้มาก่อน! bZ7 คืออะไร? สเปกและราคาที่น่าจับตา Toyota bZ7 คือรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดในตระกูล "bZ" (Beyond Zero) ที่ Toyota พัฒนาขึ้นมาเพื่อบุกตลาดจีนโดยเฉพาะ ตัวรถมาในรูปทรงของซีดานขนาดกลางที่ดูโฉบเฉี่ยวและทันสมัย ซึ่งไม่ใช่แค่หน้าตาดี แต่ยังได้รับการออกแบบบนแพลตฟอร์มที่ Toyota ร่วมพัฒนากับ BYD ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเบอร์หนึ่งของจีน ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ว่า Toyota กำลังจริงจังกับการเรียนรู้จากคู่แข่งในตลาดท้องถิ่นอย่างมาก หนึ่งในจุดขายที่น่าสนใจที่สุดของ bZ7 คือราคาที่เปิดตัวมาอย่างน่าตกใจ โดยคาดว่าจะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 200,000 หยวน หรือประมาณ 1-1.2 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่สามารถสู้กับรถยนต์ไฟฟ้าจากแบรนด์จีนคู่แข่งได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ และเป็นราคาที่ทำให้ผู้บริโภคชาวจีนเข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้าคุณภาพจากค่าย Toyota ได้ง่ายขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน จับมือยักษ์ใหญ่ไฮเทคจีน: ทำไมต้อง Huawei และ Xiaomi? นี่คือประเด็นที่ทำให้ข่าวนี้ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง! ในขณะที่ค่ายรถยนต์ดั้งเดิมหลายเจ้ามักจะพัฒนาซอฟต์แวร์และระบบ Infotainment ของตัวเอง แต่ Toyota กลับเลือกที่จะเดินในเส้นทางที่ต่างออกไปโดยการผนึกกำลังกับผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอย่างแท้จริง กับ Huawei: Toyota bZ7 ได้รับการติดตั้งระบบปฏิบัติการ "HarmonyOS" ของ Huawei เพื่อใช้ควบคุมระบบภายในรถทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอแสดงผล, ระบบนำทาง, หรือความบันเทิงภายในรถ การตัดสินใจนี้แสดงให้เห็นว่า Toyota ยอมรับในข้อจำกัดของตัวเอง และมองเห็นแล้วว่าการจะเอาชนะในตลาดจีนที่ให้ความสำคัญกับ "ความฉลาด" และ "ประสบการณ์การใช้งานดิจิทัล" ของตัวรถยนต์นั้นจำเป็นต้องพึ่งพาบริษัทเทคที่แข็งแกร่งอย่าง Huawei กับ Xiaomi: นอกจาก Huawei แล้ว Toyota ยังได้เปิดเผยถึงแผนการร่วมมือกับ Xiaomi ในการนำระบบ "Xiaomi HyperOS" มาใช้ในรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นอื่นที่วางแผนจะเปิดตัวในอนาคต ซึ่งตอกย้ำกลยุทธ์ของ Toyota ที่ต้องการสร้างระบบนิเวศน์ดิจิทัลที่เข้าถึงและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของชาวจีนยุคใหม่ได้จริงๆ การที่ Toyota ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ยอม "ลดอีโก้" ลงมาเพื่อร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีท้องถิ่นอย่าง Huawei และ Xiaomi สะท้อนให้เห็นว่าเกมในตลาด EV ไม่ได้แข่งกันแค่เรื่องความแข็งแกร่งของเครื่องยนต์หรือชื่อเสียงของแบรนด์อีกต่อไป แต่เป็นการแข่งกันที่ "ซอฟต์แวร์" และ "ความเข้าใจผู้บริโภค" ในเชิงลึก ซึ่งบริษัทเทคโนโลยีของจีนทำได้ดีกว่าค่ายรถดั้งเดิมอย่างชัดเจน เมื่อยักษ์ใหญ่ญี่ปุ่นยอมถอย: การเปลี่ยนเกมที่เหนือความคาดหมาย ตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนานของ Toyota พวกเขาเป็นที่รู้จักจากความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านวิศวกรรมและการพัฒนาเทคโนโลยีด้วยตัวเอง แต่ในตลาด EV ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดในโลก Toyota กลับต้องเผชิญกับคู่แข่งในประเทศที่พัฒนาเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ได้รวดเร็วอย่างน่าทึ่ง การตัดสินใจร่วมมือกับ Huawei และ Xiaomi จึงไม่ใช่แค่การร่วมมือทางธุรกิจ แต่เป็นการส่งสัญญาณเชิงกลยุทธ์ว่า Toyota พร้อมจะปรับตัวและยอมรับในสิ่งที่ตนเองยังไม่เชี่ยวชาญเพื่อที่จะอยู่รอดและแข่งขันได้ในตลาดที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงนี้ วิเคราะห์อนาคตของวงการรถยนต์ไฟฟ้า EV การเคลื่อนไหวของ Toyota ในครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ในตลาดจีนเท่านั้น แต่ยังส่งอาจผลสะเทือนไปทั่วโลกและอาจกำหนดทิศทางของวงการรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคตเลยทีเดียวครับ จาก "ฮาร์ดแวร์" สู่ "ซอฟต์แวร์": บทเรียนที่ชัดเจนคือการแข่งขันในตลาด EV ไม่ได้มีแค่เรื่องของสมรรถนะ, แบตเตอรี่, หรือระยะทางอีกต่อไป แต่คือเรื่องของประสบการณ์การใช้งานในรถยนต์ (In-Car Experience) ที่ลื่นไหล, ระบบ AI ที่ฉลาด, และการเชื่อมต่อที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งาน การร่วมมือของ Toyota กับ Huawei เป็นการพิสูจน์แล้วว่า "ซอฟต์แวร์คืออนาคต" และหากค่ายรถดั้งเดิมยังคงยึดติดกับแนวทางเดิมๆ ก็อาจตกขบวนไปได้ง่ายๆ โมเดลธุรกิจใหม่: โมเดล "ฮาร์ดแวร์จากค่ายรถยนต์ + ซอฟต์แวร์จากค่ายเทค" อาจกลายเป็นพิมพ์เขียวใหม่สำหรับบริษัทรถยนต์อื่นๆ ที่กำลังประสบปัญหาในการพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อนด้วยตัวเอง การร่วมมือกันเช่นนี้ทำให้แต่ละฝ่ายสามารถโฟกัสในสิ่งที่ตัวเองถนัด และนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบแก่ผู้บริโภคได้รวดเร็วกว่า การยอมรับในความจริง: การที่ Toyota ยอมรับว่าตัวเองไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ที่เหนือกว่าบริษัทจีน เป็นการแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและความฉลาดในการปรับตัว ซึ่งในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเช่นนี้ บริษัทที่ปรับตัวได้ย่อมมีโอกาสอยู่รอดมากกว่าเสมอ อนาคตของรถยนต์ไฟฟ้าจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครจะสร้างรถได้ดีที่สุด แต่ขึ้นอยู่กับว่าใครจะสามารถสร้างระบบนิเวศน์และประสบการณ์ดิจิทัลที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างลงตัวที่สุดต่างหากครับ Photo credit: GAC Toyota
ข่าวยานยนต์ • 28 ก.ย. 68
อ่าน
Huawei ผงาดขึ้นเบอร์ 1 ตลาดสมาร์ทวอทช์ แซง Apple ครั้งแรกในประวัติศาสตร์
สิ้นสุดการรอคอยและการตกต่ำที่ยาวนานของตลาดสมาร์ทวอทช์ทั่วโลก เมื่อรายงานล่าสุดจาก Counterpoint Research ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 เผยให้เห็นการฟื้นตัวอย่างน่าทึ่งของตลาดนี้ ด้วยยอดจัดส่งที่เติบโตขึ้น 8% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว หลังจากเผชิญภาวะซบเซาติดต่อกันมาถึง 5 ไตรมาส แต่ที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่าคือการพลิกเกมครั้งสำคัญของ Huawei ที่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดโลกได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ด้วยยอดจัดส่งที่พุ่งทะยานแซงหน้าเจ้าตลาดเดิมอย่าง Apple ไปได้อย่างขาดลอย! Photo Credit : huawei.com การก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของ Huawei ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่มาจากกลยุทธ์ที่เฉียบคมและทรงพลัง โดยเฉพาะในตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ที่มียอดขายถล่มทลาย จนทำให้ส่วนแบ่งตลาดทั่วโลกของ Huawei พุ่งไปแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 21% ซึ่งเป็นผลจากกลยุทธ์การขยายตลาดอย่างค่อยเป็นค่อยไปในภูมิภาคอื่นๆ อย่างยุโรป, แอฟริกา และเอเชียแปซิฟิก รวมถึงการมีฐานผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนที่แข็งแกร่งในจีน ซึ่งช่วยเสริมความเติบโตของระบบนิเวศอุปกรณ์อัจฉริยะของ Huawei ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น จีนคือดาวรุ่งพุ่งแรง! ตลาดสมาร์ทวอทช์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เบื้องหลังความสำเร็จของ Huawei คือการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดสมาร์ทวอทช์ในจีน ซึ่งสามารถแซงหน้าอเมริกาขึ้นมาเป็นตลาดนาฬิกาอัจฉริยะระดับสูงที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์! นักวิเคราะห์ Balbir Singh จาก Counterpoint Research อธิบายว่า ความสำเร็จนี้มาจากประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมของแบรนด์ท้องถิ่นและฐานลูกค้าที่ภักดี ซึ่งได้รับแรงหนุนจากปัจจัยสำคัญหลายประการ เช่น ราคาที่เข้าถึงง่าย, นโยบายอุดหนุนจากภาครัฐ, และการผนวกเข้ากับระบบนิเวศแอปพลิเคชันท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง ทำให้สมาร์ทวอทช์กลายเป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่าย, การติดตามสุขภาพ หรือการใช้งานในชีวิตประจำวันทั่วไป ในขณะที่แบรนด์จีนกำลังทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ยักษ์ใหญ่จากฝั่งตะวันตกอย่าง Apple กลับมียอดจัดส่งลดลงเป็นไตรมาสที่เจ็ดติดต่อกัน และ Samsung ก็มียอดลดลง 3% จากปีที่แล้ว ซึ่งนักวิเคราะห์ David Naranjo ให้ความเห็นว่า การลดลงนี้แสดงให้เห็นว่า "ความภักดีต่อแบรนด์เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป" ผู้บริโภคในยุคนี้คาดหวัง "คุณค่าที่จับต้องได้" จากผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์ด้านสุขภาพที่แม่นยำขึ้น, การปรับแต่งด้วย AI, หรืออายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานกว่าเดิม การแข่งขันในอนาคต: AI และสุขภาพคือตัวชี้วัด! รายงานยังคาดการณ์ว่าตลาดสมาร์ทวอทช์จะยังคงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2568 โดยจะมีการเติบโตโดยรวมประมาณ 7% ซึ่งปัจจัยขับเคลื่อนหลักคือการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ล้ำสมัย ทั้งการนำ เทคโนโลยี AI มาใช้และ เซ็นเซอร์สุขภาพยุคใหม่ ที่ให้ความแม่นยำมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้สมาร์ทวอทช์สามารถวิเคราะห์สุขภาพและให้คำแนะนำเฉพาะบุคคลได้อย่างแม่นยำ และที่น่าสนใจคือแบรนด์ต่างๆ จะเริ่มนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้น ตั้งแต่รุ่นพื้นฐานราคาประหยัดไปจนถึงรุ่นเรือธงระดับสูง เพื่อตอบโจทย์ทั้งผู้ซื้อรายใหม่และผู้ที่ต้องการอัปเกรด ซึ่งจะทำให้ตลาดคึกคักและมีทางเลือกมากขึ้นอย่างแน่นอน การผงาดขึ้นสู่อันดับหนึ่งของ Huawei ในตลาดสมาร์ทวอทช์โลกนับเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของตลาดโลกที่นำโดยแบรนด์จีน โดยมีตลาดจีนเป็นศูนย์กลางแห่งการเติบโต การแข่งขันในอนาคตจะไม่ได้วัดกันแค่ชื่อเสียงของแบรนด์อีกต่อไป แต่จะวัดกันที่ความสามารถในการนำเสนอนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง โดยมี AI และฟีเจอร์สุขภาพ เป็นแกนหลักของการสร้างความแตกต่างและชี้วัดว่าใครจะเป็นผู้นำตัวจริงในสมรภูมิแห่งนี้ Credit : counterpointresearch
ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี • 18 ก.ย. 68
อ่าน
"Huawei" ท้าชน "Nvidia" เปิดตัวระบบ AI อัจฉริยะ
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า บริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยีส์ เปิดตัว "CloudMatrix 384" ระบบประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ (AI) รุ่นใหม่ล่าสุด ภายในงาน World Artificial Intelligence Conference (WAIC) ที่นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน โดยได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก และกลายเป็นจุดสนใจของผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีจากทั่วโลกระบบ CloudMatrix 384 ได้รับการกล่าวถึงในวงการ AI ตั้งแต่มีการประกาศครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยนักวิเคราะห์อุตสาหกรรมมองว่า ระบบดังกล่าวถือเป็นคู่แข่งโดยตรงของ "GB200 NVL72" ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ระดับสูงสุดของ Nvidia บริษัทชิปจากสหรัฐอเมริกา CloudMatrix 384 ใช้ชิป 910C รุ่นใหม่ของหัวเว่ยจำนวน 384 ตัว ซึ่งมากกว่าจำนวน 72 ตัวที่ใช้ในระบบของ Nvidia โดยบริษัทวิจัย SemiAnalysis ระบุว่า ระบบของหัวเว่ยสามารถทำงานได้ดีกว่าในบางตัวชี้วัด และมีจุดเด่นอยู่ที่การออกแบบระดับระบบ ที่ช่วยชดเชยประสิทธิภาพรายชิปได้อย่างมีประสิทธิภาพเทคโนโลยีที่ใช้ในระบบใหม่นี้อิงกับสถาปัตยกรรมแบบ "ซูเปอร์โหนด" ซึ่งช่วยให้ชิปหลายร้อยตัวสามารถเชื่อมต่อกันได้ด้วยความเร็วสูงมาก นอกจากนี้ ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ผู้บริหารหัวเว่ย คลาวด์ ได้เปิดเผยว่า ระบบ CloudMatrix 384 ได้เริ่มใช้งานจริงบนแพลตฟอร์มคลาวด์ของบริษัทแล้วแม้จะเผชิญกับข้อจำกัดด้านการส่งออกจากสหรัฐอเมริกา แต่หัวเว่ยยังคงได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ผลิตชิปภายในประเทศที่มีศักยภาพสูงสุดของจีนในการพัฒนาเทคโนโลยี AI โดยซีอีโอของ Nvidia ยังเคยระบุว่า หัวเว่ยกำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และยกตัวอย่าง CloudMatrix เป็นหนึ่งในความสำเร็จที่ควรจับตาอย่างไรก็ตาม ตัวแทนของหัวเว่ยยังไม่ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ CloudMatrix 384 ในงานแสดงสินค้า ขณะที่บริษัทก็ยังไม่ออกแถลงการณ์ตอบคำถามจากสื่อ
TNN ช่อง16 • 28 ก.ค. 68
อ่าน
Huawei จัดหนัก! สิทธิบัตรแบตเตอรี่รถไฟฟ้า Solid-State ชาร์จ 5 นาที วิ่งไกล 3,000 กม.!
Huawei ยกระดับความทะเยอทะยานด้านการเก็บพลังงานไปอีกขั้น! ด้วยการจดสิทธิบัตร แบตเตอรี่ Solid-State แบบซัลไฟด์ ที่เคลมว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะวิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 3,000 กิโลเมตร และชาร์จเต็มได้ในเวลาแค่ 5 นาที! นี่คือสัญญาณชัดเจนว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคฯ กำลังเร่งเครื่องเต็มที่เพื่อช่วงชิงความเป็นผู้นำในตลาดแบตเตอรี่ Solid-State ที่กำลังมาแรงสุดๆ! ความหนาแน่นพลังงานสูง แก้ปัญหาสำคัญด้วยนวัตกรรม! สิทธิบัตรนี้เผยให้เห็นโครงสร้างแบตเตอรี่ Solid-State ที่มีความหนาแน่นพลังงานระหว่าง 400-500 Wh/kg ซึ่งอาจจะสูงกว่าแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนทั่วไปถึง 2-3 เท่า! นอกจากนี้ รายละเอียดยังเผยถึงวิธีการใหม่ในการเพิ่มเสถียรภาพทางเคมีไฟฟ้า: คือการ เติมไนโตรเจนลงในสารละลายอิเล็กโทรไลต์แบบซัลไฟด์ เพื่อจัดการกับปฏิกิริยาข้างเคียงที่อินเทอร์เฟซลิเธียม ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการนำแบตเตอรี่แบบซัลไฟด์มาใช้ในเชิงพาณิชย์มานาน! ดีไซน์ของ Huawei ตั้งเป้าที่จะเพิ่มความปลอดภัยและอายุการใช้งานโดยลดการเสื่อมสภาพในจุดเชื่อมต่อที่สำคัญนี้! จีนเร่งเครื่องนวัตกรรมแบตเตอรี่ ลดการพึ่งพาซัพพลายเออร์รายใหญ่! การที่ Huawei เข้ามามีบทบาทในการวิจัยแบตเตอรี่ Solid-State สะท้อนให้เห็นเทรนด์ที่กว้างขึ้นในหมู่บริษัทเทคโนโลยีและยานยนต์ของจีน ถึงแม้ Huawei จะไม่ได้ผลิตแบตเตอรี่เอง แต่ก็แสดงความสนใจในวัสดุต้นน้ำสำหรับแบตเตอรี่มากขึ้นเรื่อยๆ โดยเมื่อต้นปี 2025 Huawei ก็เพิ่งยื่นสิทธิบัตรแยกสำหรับการสังเคราะห์สารละลายอิเล็กโทรไลต์แบบซัลไฟด์ ซึ่งเป็นวัสดุสำคัญที่ขึ้นชื่อเรื่องการนำไฟฟ้าสูง แต่ก็มีต้นทุนสูงมาก บางครั้งแพงกว่าทองคำซะอีก! ภาค EV และเทคโนโลยีของจีนกำลังเร่งสำรวจเทคโนโลยีแบตเตอรี่ Solid-State อย่างจริงจัง เพื่อลดการพึ่งพาซัพพลายเออร์แบตเตอรี่เจ้าใหญ่ๆ อย่าง CATL และ BYD บริษัทอย่าง Xiaomi และ Nio ก็พึ่งพาผู้ผลิตแบตเตอรี่ภายนอก แต่พวกเขากำลังหาวิธีที่จะผนวกรวมการผลิตและควบคุมส่วนประกอบที่มีต้นทุนสูงนี้ ซึ่งอาจคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของต้นทุนการผลิตรถ EV เลยนะ! ศักยภาพอันยิ่งใหญ่กับความท้าทายที่รออยู่! แม้ว่าคำกล่าวอ้างของ Huawei ที่ว่าวิ่งได้ 3,000 กิโลเมตร และชาร์จ 5 นาที จะได้รับความสนใจอย่างมาก ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าตัวเลขเหล่านี้ยังคงเป็นเพียง ทฤษฎี และจะต้องใช้โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จที่ยังไม่มีในเชิงพาณิชย์! อย่างไรก็ตาม ศักยภาพทางเทคนิคและการเข้ามามีส่วนร่วมของ Huawei ได้จุดประกายความสนใจและความกังวลในหมู่คู่แข่งทั่วโลกอีกครั้ง สื่อญี่ปุ่นและเกาหลีใต้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่เจเนอเรชันใหม่ของจีนที่เร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว! ทั่วโลก ผู้นำดั้งเดิมอย่าง Toyota, Panasonic และ Samsung ก็ลงทุนในการวิจัยและพัฒนาแบตเตอรี่ Solid-State มานานกว่าทศวรรษแล้ว Toyota เช่น ยกตัวอย่างเช่น ได้เปิดตัวต้นแบบในปี 2023 โดยอ้างว่าวิ่งได้ 1,200 กิโลเมตร และใช้เวลาชาร์จ 10 นาที โดยตั้งเป้าที่จะนำออกสู่ตลาดภายในห้าปี! อย่างไรก็ตาม จีนได้ไล่ตามทันอย่างรวดเร็ว จากข้อมูลสาธารณะ บริษัทจีนยื่นสิทธิบัตรแบตเตอรี่ Solid-State มากกว่า 7,600 ฉบับต่อปี ซึ่งคิดเป็น 36.7% ของกิจกรรมทั่วโลก! ในขณะเดียวกัน ผู้ผลิตแบตเตอรี่ของจีนก็กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการผลิตในระดับอุตสาหกรรม CATL ตั้งเป้าที่จะเริ่มการผลิตนำร่องแบตเตอรี่ Solid-State แบบไฮบริดภายในปี 2027 แบตเตอรี่ "Jinshi" ของ Going High-Tech ที่มีความหนาแน่นพลังงาน 350 Wh/kg และความหนาแน่นปริมาตร 800 Wh/L ได้เข้าสู่การผลิตขนาดเล็กแล้ว ในขณะที่ Beijing WeLion ก็เริ่มผลิตเซลล์ All-Solid-State ขนาด 50 Ah ที่ได้รับการรับรองระดับประเทศ! ก้าวสำคัญสู่อนาคตพลังงาน! ถึงกระนั้น ก็ยังคงมีอุปสรรคสำคัญอยู่ อิเล็กโทรไลต์แบบแข็งโดยทั่วไปมีการนำไฟฟ้าไอออนิกต่ำกว่าแบบของเหลว และความต้านทานที่พื้นผิวยังคงจำกัดประสิทธิภาพ ต้นทุนการผลิตที่สูง ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ระหว่าง 8,000 ถึง 10,000 หยวนต่อ kWh (ประมาณ 36xxx - 45xxx บาท) ก็ยังเป็นอุปสรรคต่อการนำไปใช้ในตลาดมวลชน! อย่างไรก็ตาม การเข้ามาของ Huawei ได้เพิ่มแรงผลักดันให้ความพยายามของจีนในการเป็นผู้นำนวัตกรรมแบตเตอรี่คลื่นลูกใหม่! หากความก้าวหน้าเหล่านี้สามารถนำไปผลิตในเชิงพาณิชย์ได้ พวกมันอาจช่วยเปลี่ยนกฎเกณฑ์ของระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ลดความกังวลเรื่องระยะทาง ลดเวลาการชาร์จ และเปิดใช้งานความเป็นอิสระด้านพลังงานในระดับใหม่สำหรับผู้ผลิตรถยนต์และบริษัทเทคโนโลยี! คำสัญญาเหล่านี้จะเป็นจริงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าผลลัพธ์ในห้องปฏิบัติการสามารถนำไปสู่การผลิตในขนาดใหญ่ได้เร็วแค่ไหน! ขอบคุณข้อมูลจาก carnewschina Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 11 ก.ค. 68
อ่าน
ถอดรหัสเบื้องหลัง สยามพิวรรธน์ และ Huawei ผนึกกำลังพันธมิตรดึงนักท่องเที่ยวทั่วโลกมาไทย l การตลาดเงินล้าน
แลนด์สเคปอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลกที่ทวีการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น นำมาซึ่งความท้าทายรอบด้านสำหรับประเทศไทย ซึ่งมีอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เป็นเครื่องจักรสำคัญของเศรษฐกิจ นอกเหนือจากการเดินเกมรุกจากภาครัฐ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัย มีคุณภาพ และเป็นมิตร พร้อมสร้างความมั่นใจในการเดินทางให้กับนักท่องเที่ยว การส่งมอบประสบการณ์ที่แตกต่างและเหนือความคาดหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความประทับใจระยะยาวให้นักท่องเที่ยวมาแล้วอยากกลับมาเยือนซ้ำ คือ อีกหนึ่งกุญแจดอกสำคัญ ในการปักหมุดประเทศไทยสู่เดสติเนชั่นอันดับต้นของโลก เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน พลิกเกมกระตุ้นการท่องเที่ยวไทยดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนกลุ่ม FIT (Free Independent Travelers)ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง และมีกำลังซื้อสูงล่าสุด กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจค้าปลีกชั้นนำ ผู้บริหารโกลบอลเดสติเนชั่น สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ หนึ่งในพันธมิตรเจ้าของไอคอนสยาม และสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในวงการค้าปลีกและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ร่วมมือกับ “Huawei” ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของโลก นำ ONESIAM Global Visitor Card บัตรที่มอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่มาเยือนประเทศไทยมาเชื่อมต่อผ่านระบบปฏิบัติการHarmonyOSของ Huawei ที่มีฐานผู้ใช้สมาร์ตโฟนกว่า 400 ล้านเครื่องทั่วประเทศจีนพร้อมต่อยอดไปสู่การสร้างGlobalPartner Ecosystem แห่งประสบการณ์ระดับโลกที่ตอบโจทย์ทุกTouchpoint ของนักเดินทางคุณภาพอย่างแท้จริงตอกย้ำการเป็นผู้นำในการสร้างประสบการณ์ระดับโลก และเป็น Global Destination ที่ยกระดับอุตสาหกรรมค้าปลีกไทย สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืนนางอัมพร โชติรัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า หนึ่งในคีย์กลยุทธ์สำคัญของกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตและสร้างความยั่งยืนในยุคปัจจุบันคือ Co-Creation Collaboration to Win หรือ การร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศจากหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่เหนือความคาดหมาย ควบคู่ไปกับการปลดล็อกประตูสู่โอกาสการขยายธุรกิจอย่างไร้ขีดจำกัดพร้อมก้าวขึ้นไปเป็นหมุดหมายสำคัญในฐานะGlobal Destination ที่ช่วยผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นสู่เดสติเนชั่นสำคัญของโลกอย่างต่อเนื่องสำหรับการผนึกกำลังกับ “Huawei” ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของโลกจากประเทศจีนในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญ และเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของวงการค้าปลีกไทยก็ว่าได้ เพราะกลุ่มสยามพิวรรธน์ ถือเป็นธุรกิจค้าปลีกรายแรกและรายเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่คิดนอกกรอบ นำONESIAM Global Visitor Card ซึ่งออกแบบเฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติภายใต้แนวคิด“Access the Extraordinary” ด้วยความมุ่งมั่นที่จะให้ผู้ถือบัตรเข้าถึงประสบการณ์เหนือระดับแบบครบวงจรครอบคลุมทั้งการช้อปปิ้งร้านอาหารการเดินทางและแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง มาเชื่อมต่อกับระบบปฏิบัติการHarmonyOSความน่าสนใจของการร่วมมือในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวได้รับประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะผู้ใช้งานสมาร์ตโฟน Huawei สามารถเป็นสมาชิก ONESIAM Global Visitor Card ได้ทันทีแบบ single sign on พร้อมรับสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟจากเครือข่ายพันธมิตรใน Global Ecosystem ระดับโลกกว่า 150 รายได้อย่างไร้รอยต่อ ด้วยสิทธิประโยชน์ที่พร้อมตอบโจทย์ Customer journeyนักเดินทางยุคใหม่ ที่มองหาความคุ้มค่า และประสบการณ์ที่เหนือระดับ ตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง (Pre-trip) ระหว่างการท่องเที่ยว (During-trip) และหลังเดินทางกลับ (Post-trip) ครอบคลุมทุกมิติทั้งไลฟ์สไตล์ การเดินทาง การช้อปปิ้ง การเงิน และสุขภาพ หรือบริการเฉพาะบุคคลได้แบบรู้ใจ ยกระดับประสบการณ์การเดินทางของนักท่องเที่ยวสู่ดิจิทัลไลฟ์สไตล์ที่ตรงใจเพียงปลายนิ้วสัมผัสการที่กลุ่มสยามพิวรรธน์นำเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างHarmonyOSมาใช้ยังสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และความพร้อมในการปรับตัวเข้ากับโลกยุคดิจิทัลช่วยเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ดูทันสมัย อีกทั้งยังต่อยอดไปสู่การสร้าง Shared Valueผ่านการขยายความร่วมมือระหว่างเครือข่ายพันธมิตร ที่ไม่ได้มองแค่การดึงดูดนักท่องเที่ยวมาใช้จ่ายภายในศูนย์การค้าเท่านั้นแต่ยังมองถึงการสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่งร่วมกับพันธมิตรเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทุกฝ่ายทั้งสยามพิวรรธน์พันธมิตรนักท่องเที่ยวและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย“เราไม่ได้มองแค่การเก็บรวบรวมข้อมูลเฉพาะบุคคล แต่เรากำลังสร้างอีโคซิสเต็มของข้อมูล ด้วยการเชื่อมโยงทั้งหมดเข้าด้วยกันรวมถึงการสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลในการพัฒนาแคมเปญการตลาดเฉพาะบุคคล ให้สามารถนำเสนอประสบการณ์และสิทธิประโยชน์ที่ตรงใจ ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวที่มีรสนิยม ความชอบแตกต่างกันได้ดียิ่งขึ้น เสมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวในการให้คำแนะนำโปรโมชั่นหรือสิทธิพิเศษต่างๆอย่างรู้ใจ เพื่อเป็นแมกเนตในการดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่ม FITซึ่งมีศักยภาพสูงทั้งในด้านไลฟ์สไตล์กำลังซื้อและพฤติกรรมการใช้จ่ายเฉพาะตัว ทำให้รู้สึกได้รับการดูแลเป็นพิเศษและสร้างความผูกพันกับแบรนด์ให้เกิดความประทับใจ จนอยากบอกต่อและกลับมาใช้บริการซ้ำ”จากนี้กลุ่มสยามพิวรรธน์ยังเตรียมพร้อมที่จะประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆเพื่อสร้างการรับรู้และยกระดับประสบการณ์ในอุตสาหกรรมค้าปลีกและการท่องเที่ยวไทยโดยสยามพิวรรธน์เป็นผู้บุกเบิกโซลูชั่นใหม่ให้ผู้ใช้งานโทรศัพท์Huawei สามารถกลายเป็นสมาชิกบัตรONESIAM Global Visitor Card ได้ด้วยขั้นตอนง่ายๆแบบsingle sign onบนHarmonyOSในประเทศจีน ด้านนายจ้าว เย่ (Mr. Zhao Ye)หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจและพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า ไลฟ์สไตล์ของกลุ่มนักเดินทางชาวจีนยุคใหม่ มองหาความสะดวก ความพรีเมียม และประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร ดังนั้นการผสานข้อมูล เทคโนโลยี และคอนเทนต์ จะช่วยยกระดับประสบการณ์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ใส่ใจในไลฟ์สไตล์เฉพาะตัวได้เป็นอย่างดี การร่วมมือครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นการผลักดัน HarmonyOSสู่การใช้งานจริง แต่ยังช่วยสร้างประสบการณ์ระดับเวิลด์คลาสให้ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนของ Huaweiที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกด้วย“ในยุคที่การตลาดขับเคลื่อนด้วยดาต้า เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์แบบเฉพาะบุคคล Huawei ยังตั้งใจนำ Quick App, Petal Ads และ Skytone(บริการอินเทอร์เน็ตข้ามประเทศ) ที่อยู่ในระบบปฏิบัติการ HarmonyOS มาสนับสนุนกลยุทธ์การตลาดของสยามพิวรรธน์ เพื่อเข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมมอบข้อมูลท่องเที่ยว คูปองดิจิทัล และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินระหว่างเดินทาง รวมถึงสิทธิพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปประเทศจีน เช่น สิทธิประโยชน์ด้านการชำระเงินและการช้อปปิ้ง นอกจากนี้ยังมีแผนประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อในจีน มาเลเซีย และประเทศอื่นๆ ทั่วภูมิภาคอีกด้วย”นางอัมพร ยังกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า การผนึกกำลังกับพันธมิตรที่หลากหลายเพื่อนำจุดแข็งของแต่ละองค์กรมาช่วยเติมเต็มศักยภาพให้กับธุรกิจ ไม่เพียงสร้างการเติบโตให้ธุรกิจก้าวไปข้างหน้าได้ไกลกว่าเดิมอย่างรวดเร็วแต่ยังช่วยขยายฐานลูกค้าใหม่ๆที่กว้างขึ้น ช่วยให้ธุรกิจสามารถรับมือและตอบสนองกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเสมือนมีป้อมปราการ ที่ช่วยสร้างความได้เปรียบให้กับธุรกิจจากผู้เล่นรายอื่นๆ อีกด้วย“เรายังคงยึดมั่นในการพัฒนา ‘Global Destination’ ที่ครองใจผู้คนทั่วโลกมาโดยตลอด ไม่ใช่เพียงแค่สถานที่ แต่คือการสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างและเหนือความคาดหมาย และเราจะเดินหน้าต่อไปด้วยพลังของพันธมิตรที่มีวิสัยทัศน์ร่วมกัน เพื่อสร้างระบบนิเวศแห่งความสำเร็จร่วมกันและเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจอย่างไร้ขีดจำกัด และเราหวังว่า การร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Huawei จะร่วมกันยกระดับประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยวไทย เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน”อย่างไรก็ตาม สยามพิวรรธน์เข้าใจดีว่าการจะสร้างประสบการณ์ที่ครบวงจรและตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของนักท่องเที่ยวได้และเกิดประโยชน์สูงสุดกับนักท่องเที่ยว เราจึงได้ขยายความร่วมมือกับพันธมิตรในหลากหลายอุตสาหกรรมภายใต้ ONESIAM Global PartnerEcosystemซึ่งรวมอยู่ใน ONESIAM Global Visitor Card กว่า 150 รายทั่วโลก อาทิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, การบินไทย, เครือโรงแรมเคมปินสกี้, Merlin Entertainments(SEA LIFE Bangkok), Meridian Cruise, Mistine, Jim Thompson, Dear Tummy, Grab, SOOKSIAM, ICONCRAFTมาร่วมเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย และยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก โดยพันธมิตรเหล่านี้ครอบคลุมหลากหลายภาคอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นภาคการท่องเที่ยว สายการบิน โรงแรมและรีสอร์ท บริษัททัวร์ชั้นนำ สถานที่ท่องเที่ยว การเดินทางคมนาคม การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมบริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่บริการทางการเงิน การจับจ่ายใช้สอย ร้านอาหาร ฯลฯที่ล้วนมีความเชี่ยวชาญและข้อมูลลูกค้าในกลุ่มของตัวเองดังนั้นการร่วมมือกันทำให้สามารถรวบรวมข้อมูลและทำความเข้าใจพฤติกรรมความชอบและรสนิยมของนักท่องเที่ยวได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นหนึ่งในพันธมิตรสำคัญจากภาครัฐ คือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวถึงการผนึกพลังในครั้งนี้ ว่าสยามพิวรรธน์ ถือเป็นต้นแบบของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ที่ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ที่ตอบโจทย์การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ รวมถึงการผนึกกำลังกับพันธมิตรระดับโลกอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบประสบการณ์เหนือระดับและสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้ามาเยี่ยมเยือนอย่างต่อเนื่อง
TNN ช่อง16 • 3 ก.ค. 68
ดู
True 5G Tech Sandbox by Huawei ASEAN Academy
ไอดี สเตชั่น • 22 มิ.ย. 64
อ่าน
"ไต้หวัน" ขึ้นบัญชีดำ Huawei และ SMIC หวั่นกระทบความมั่นคง l การตลาดเงินล้าน
รัฐบาลไต้หวันประกาศเพิ่มชื่อบริษัทหัวเว่ย (Huawei Technologies) และบริษัทผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ของจีนอย่าง SMIC (Semiconductor Manufacturing International Corp) ลงในรายชื่อองค์กรควบคุมการส่งออก ซึ่งดูแลโดยกระทรวงเศรษฐกิจของไต้หวัน โดยรายชื่อนี้รวมถึงหน่วยงานและองค์กรต้องห้ามที่เคยปรากฏมาก่อน เช่น ตาลีบัน และอัลกออิดะห์การขึ้นบัญชีดังกล่าวหมายความว่าบริษัทในไต้หวันจะต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลก่อนส่งออกสินค้าหรือเทคโนโลยีใด ๆ ให้กับ Huawei และ SMIC ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินมาตรการควบคุมการแพร่กระจายของเทคโนโลยีที่อาจนำไปสู่การพัฒนาขีปนาวุธ อาวุธ หรืออุปกรณ์ทางการทหาร ประกาศนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา หลังมีการประชุมทบทวนรายชื่อหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การควบคุม โดยให้เหตุผลด้านความมั่นคงและการป้องกันการแพร่ขยายของเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานทางทหาร รวมทั้งเพื่อปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของอุตสาหกรรมไต้หวันในครั้งนี้มีองค์กรและบริษัททั่วโลกถูกขึ้นบัญชีควบคุมรวมทั้งสิ้น 601 แห่ง โดยนอกจากจีนแล้วยังมีองค์กรจากรัสเซีย ปากีสถาน อิหร่าน และเมียนมาไต้หวันถือเป็นศูนย์กลางการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก โดยเฉพาะบริษัท TSMC ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปตามสั่งรายใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นซัพพลายเออร์หลักของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ เช่น Nvidia ที่มีบทบาทสำคัญในตลาด AI ทั่วโลกทั้ง Huawei และ SMIC ต่างพยายามผลักดันความสามารถของจีนในการพัฒนาชิปขั้นสูง เพื่อแข่งขันกับผู้นำตลาดโลกท่ามกลางข้อจำกัดจากมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐ โดยเฉพาะ Huawei ที่อยู่ในบัญชีควบคุมการค้า (Entity List) ของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ มาตั้งแต่ปี 2019 ส่งผลให้ไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีจากสหรัฐหรือบริษัทต่างชาติที่ใช้เทคโนโลยีอเมริกันได้ด้าน SMIC ซึ่งเป็นบริษัทผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของจีน กำลังเร่งขยายการลงทุน เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตภายในประเทศและลดการพึ่งพาบริษัทต่างชาติ ท่ามกลางแรงกดดันจากการควบคุมของสหรัฐและพันธมิตร อย่างไรก็ตาม มาตรการล่าสุดของไต้หวันสะท้อนถึงการเดินเกมที่รัดกุมขึ้นของไต้หวันในสงครามเทคโนโลยีที่กำลังขยายวงกว้างบนเวทีโลก
TNN ช่อง16 • 16 มิ.ย. 68
อ่าน
หัวเว่ย (Huawei) พร้อมช่วยดันไทยเป็นศูนย์กลางดิจิทัลและ AI ของอาเซียน ภายในปี 2027 นี้
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) เน้นย้ำวิสัยทัศน์ผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น “ศูนย์กลางด้านดิจิทัลและ AI ของอาเซียน” ภายในปี 2027 ในงาน Huawei Thailand Digital AI Summit 2025 โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 2,000 คน ทั้งผู้นำจากภาครัฐ ผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก และนักวิชาการ เพื่อร่วมกำหนดทิศทางอนาคตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ภาพรวมงาน Huawei Thailand Digital AI Summitงาน Huawei Thailand Digital AI Summit 2025 จัดขึ้นเพื่อได้เปิดตัวโซลูชัน AI รุ่นใหม่ล่าสุดของหัวเว่ยและเปิดเวทีให้พันธมิตรในระบบนิเวศมากกว่า 40 ราย ร่วมจัดแสดงนวัตกรรม AI และดิจิทัลในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น ภาครัฐ การเงิน การศึกษา และค้าปลีก พร้อมเปิดตัวชุมชนเทคโนโลยีใหม่ 3 กลุ่ม ได้แก่ IP Club, OptiX Club และ OceanClub เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ของวิศวกรไทยโดยภายในงาน หัวเว่ยได้เปิดตัวโซลูชัน AI รุ่นใหม่ล่าสุดของบริษัท ซึ่งประกอบด้วยAI-native Cloud Infrastructure ที่รองรับการประมวลผลแบบตามต้องการAI-ready Data Infrastructure ที่รวมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์อย่างครบวงจรAI Connectivity ที่เชื่อมโยงข้อมูลและระบบได้อย่างไร้รอยต่อโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) เช่น Pangu LLM และ DeepSeek ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับอุตสาหกรรมไทยโซลูชัน Digital Power ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปลอดภัย และมีเสถียรภาพแอปพลิเคชัน AI สำหรับผู้บริโภค ครัวเรือน และองค์กรธุรกิจแกนกลางพัฒนา AI ของรัฐบาลไทยในขณะเดียวกัน ภายในงานยังมีการเสวนาและแสดงความร่วมมือในการผลักดัน AI ใต้การสนับสนุนจากภาครัฐ ที่มียุทธศาสตร์ดิจิทัล 3 แกนหลัก ของรัฐบาล ได้แก่พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้แข็งแกร่ง ด้วยนโยบายการใช้คลาวด์เป็นหลัก (Cloud First), การยกระดับบริการภาครัฐ และการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทั่วประเทศสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้านดิจิทัล ด้วยการยกระดับทักษะประชาชน 10 ล้านคน ฝึกอบรมบุคลากรดิจิทัล 90,000 คน และสร้างนักพัฒนา AI 50,000 คน ภายใน 2 ปีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) กล่าวภายในงานว่า “เศรษฐกิจดิจิทัลของไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว คาดว่าจะขยายตัว 7.3% ในปี 2025 ภายใต้นโยบาย Growth Engine of Thailand เรามุ่งเสริมศักยภาพทางดิจิทัลของประเทศ ควบคู่กับการสร้างสังคมดิจิทัลที่ปลอดภัย และพัฒนาบุคลากรดิจิทัลที่มีทักษะสูง ซึ่งความร่วมมือกับพันธมิตรอย่างหัวเว่ยจะช่วยวางรากฐานที่มั่นคงให้กับทุกภาคส่วนของสังคมไทย” การพัฒนา AI ของภาคการศึกษาไทยและเพื่อพัฒนาตามแนวทางของรัฐ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ร่วมมือกับหัวเว่ย เพื่อผลักดันระบบนิเวศนวัตกรรม AI และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างยั่งยืน โดยความร่วมมือนี้ครอบคลุมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ICT การออกแบบหลักสูตรร่วมด้าน AI, Cloud, Big Data, IoT และ Digital Leadership รวมถึงการสนับสนุนการปรับเปลี่ยนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสู่ Smart Campus อย่างเต็มรูปแบบในอนาคตความร่วมมือครั้งนี้ จะใช้ประโยชน์จาก 4 เสาหลักของ Huawei ASEAN Academy (Thailand) เพื่อส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรอย่างรอบด้าน ได้แก่Business School for Leaders เสริมสร้างความเป็นผู้นำดิจิทัลให้กับผู้บริหารในอนาคตTechnical School for Creators ฝึกฝนทักษะด้าน AI, Cloud และเทคโนโลยีเกิดใหม่Engineer School for Practitioners ยกระดับความสามารถเชิงปฏิบัติสำหรับวิศวกร Digital Inclusion for Users ส่งเสริมการเข้าถึงและการรู้เท่าทันดิจิทัลในวงกว้างภาพรวมเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยหัวเว่ยระบุว่า มูลค่าการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลโดยภาครัฐและเอกชนภายในปี 2027 จะมีมูลค่ารวมกว่า 500,000 ล้านบาท และทางบริษัทเชื่อว่าไทยมีศักยภาพในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำแห่งเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI ในภูมิภาคอาเซียนนายเดวิด หลี่ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “AI มาถึงในช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลและอัจฉริยะไทย ในอีก 5 ปี ข้างหน้า เศรษฐกิจดิจิทัลคาดว่าจะเติบโตเร็วกว่า GDP ถึง 3 เท่า การผสานเทคโนโลยี 5G คลาวด์ และ AI เข้าด้วยกัน ช่วยให้แม้แต่ธุรกิจขนาดเล็ก เช่น เกษตรกร ก็สามารถนำเครื่องมืออย่างอวาตาร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI มาใช้ในการขายสินค้าออนไลน์และไลฟ์สดได้”นายวิลเลียม ตง ประธานฝ่ายการตลาดของหัวเว่ย คลาวด์ (Huawei Cloud) มองว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้กลายเป็นกลไกขับเคลื่อนหลักของนวัตกรรมทางเทคโนโลยีระดับโลก โดยมีคลาวด์เป็นรากฐานที่มั่นคงสำหรับการเข้าถึง AI อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม การลงมือทำทันที คือ กุญแจสำคัญในการคว้าโอกาสจาก AI ภายใต้กลยุทธ์ที่ชัดเจน Huawei Cloud พร้อมสนับสนุนประเทศไทยในการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน ด้วยความมุ่งมั่นในการตอบสนองความต้องการเฉพาะด้าน และการพัฒนาบุคลากรในประเทศอย่างต่อเนื่อง
TNN ช่อง16 • 4 มิ.ย. 68
อ่าน
ชิป AI Huawei สะเทือนความสัมพันธ์ สหรัฐฯ-จีน
ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐประชาชนจีนกลับเข้าสู่ภาวะตึงเครียดอีกครั้ง โดยมีประเด็นเรื่องเซมิคอนดักเตอร์ (Semi-conductor) เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่สหรัฐอเมริกาและจีนได้ดำเนินการสำคัญ ในการลดระดับสงครามการค้าระหว่างสองประเทศ ความตึงเครียดก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง ก่อนหน้านี้ สหรัฐอเมริกา และจีน พึ่งจะประกาศสงบศึกชั่วคราวเรื่องกำแพงภาษี เพื่อเปิดโอกาสให้มีการเจรจาหาข้อตกลงทางการค้าที่กว้างขึ้นภายใน 90 วัน บรรยากาศดูเหมือนจะดีขึ้นเล็กน้อย แต่ก็เป็นเพียงการพักรบในสงครามการค้าที่ดำเนินมาอย่างยาวนานแต่หลังจากการสงบศึกเพียงไม่กี่วัน ความตึงเครียดก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง โดยมีสาเหตุมาจากชิป AI ของบริษัท Huawei ที่ผลิตในจีน โดยสหรัฐอเมริกา ได้ออกคำเตือนให้บริษัทต่าง ๆ ไม่ใช้ชิปดังกล่าว ซึ่งจีนมองว่าเป็นการบ่อนทำลายข้อตกลงที่เพิ่งจะทำกันไป และเป็นการกระทำที่ "กลั่นแกล้งและกีดกันทางการค้าแบบฝ่ายเดียว"เกี่ยวอะไรกับชิปนี้? ชิปนี้มีอำนาจอะไร?ชิปที่กำลังเป็นประเด็นคือ ชิป Ascend ของ Huawei ซึ่งเป็นชิปประมวลผล AI ที่ทรงพลังที่สุดของบริษัท ชิปเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ AI โดยเฉพาะการฝึกอบรมโมเดล AI ที่ซับซ้อน เป้าหมายของ Huawei คือการท้าทายการครอบงำของ Nvidia ซึ่งเป็นผู้นำตลาดชิป AI ประสิทธิภาพสูง การพัฒนาชิปเหล่านี้ของจีนเป็นหัวใจสำคัญในแผนของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่ต้องการให้จีนพึ่งพาตนเองได้ในด้านเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นผู้นำด้าน AI ของโลกท่าทีของสองฝั่งขั่วอำนาจตามรายงานจากสำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2568เริ่มจากที่กระทรวงพาณิชย์แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ออกแนวทางปฏิบัติเตือนบริษัทต่าง ๆ ว่าการใช้ชิป Huawei Ascend จะละเมิดมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐ แม้ว่าจะมีการแก้ไขถ้อยคำในภายหลัง ว่ากระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐ ได้ทำการปรับแก้ถ้อยคำในแนวทางฉบับวันที่ 13 พฤษภาคม โดยได้ลบวลี "ที่ใดก็ได้ในโลก" ออกไปแต่สหรัฐยังคงวางจุดยืนเหมือนเดิม ในทางกลับกัน จีนก็กล่าวหาว่าสหรัฐ "ใช้อำนาจควบคุมการส่งออกเพื่อกดขี่และสกัดกั้นจีน" และมองว่าการกระทำของสหรัฐ บ่อนทำลายฉันทามติที่ได้จากการเจรจาการค้าที่เจนีวา และจีนยังขู่ว่าจะดำเนินคดีทางกฎหมายกับใครก็ตามที่ให้ความร่วมมือกับการจำกัดการใช้ชิปจีนทั่วโลก โดยระบุว่าอาจละเมิด กฎหมายต่อต้านการคว่ำบาตรต่างชาติ ของจีน การปะทุขึ้นของความตึงเครียดครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีระหว่างสองมหาอำนาจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคส่วนเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างเซมิคอนดักเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจและอธิปไตยทางเทคโนโลยีของทั้งสองประเทศ ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนี้อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีทั่วโลก และยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดถึงพัฒนาการในอนาคต
TNN ช่อง16 • 23 พ.ค. 68
อ่าน
จีนใช้รถบรรทุกเหมืองพลังไฟฟ้าไร้คนขับ 100 คัน ในมองโกเลียใน เชื่อมต่อ 5G และ AI จาก Huawei
ประเทศจีนได้เริ่มใช้งานรถบรรทุกทำเหมืองถ่านหินไร้คนขับขนาดใหญ่จำนวน 100 คันในพื้นที่เหมืองเปิด ยีมิน (Yimin) เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน โดยเป็นยานพาหนะพลังงานไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เชื่อมต่อผ่านเครือข่าย 5G-Advanced (5G-A) ที่มีความเร็วในการอัปโหลดสูงถึง 500 Mbps และค่าความหน่วงเพียง 20 มิลลิวินาที ระบบนี้ได้รับการสนับสนุนโดย Huawei ซึ่งให้บริการคลาวด์และโซลูชันด้านการขับขี่อัตโนมัติแบบเรียลไทม์สำหรับยานพาหนะเชิงพาณิชย์โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างบริษัท Huaneng Group ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของจีน และบริษัทในเครือ Huaneng Ruichi ซึ่งระบุว่านี่คือฝูงรถขุดไฟฟ้าไร้คนขับที่ใหญ่ที่สุดในโลก ยานพาหนะแต่ละคันสามารถบรรทุกถ่านหินได้ถึง 90 เมตริกตัน และสามารถปฏิบัติงานได้ในอุณหภูมิที่ต่ำถึง -40 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่พบได้ในพื้นที่ทำเหมืองของมองโกเลียใน หัวเว่ย (Huawei) เปิดเผยว่า รถบรรทุกของ Huaneng Ruichi นับเป็นยานเหมืองไร้คนขับรุ่นแรกของจีนที่ไม่มีห้องโดยสารสำหรับคนขับ ซึ่งออกแบบมาเพื่อลดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของบุคลากร โดยให้มนุษย์อยู่ห่างจากอันตรายที่เกิดจากเครื่องจักรขนาดใหญ่ ฝุ่นละออง และสภาพอากาศเลวร้าย เช่น หิมะ ฝนตกหนัก หรือระดับความสูงที่รุนแรงจากข้อมูลของตัวแทน Huaneng Group ยานเหล่านี้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของเหมืองได้ถึง 20% และโครงการนี้ยังนับเป็น “เหมืองเปิดแห่งแรกของโลก” ที่ดำเนินการด้วยเทคโนโลยี 5G-A โดยมีแผนขยายกองยานในอนาคตเพิ่มเป็น 300 คันแม้ว่าถ่านหินจะเป็นแหล่งพลังงานที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ แต่ก็ยังคงถูกใช้ในหลายประเทศ โดยเฉพาะในเอเชีย จากรายงานของ Enerdata บริษัทที่ปรึกษาและวิจัยด้านพลังงานจากประเทศฝรั่งเศส ระบุว่า อัตราการเติบโตของการใช้ถ่านหินทั่วโลกลดลงจากราว 6% ในปี 2022 เหลือ 2.2% ในปี 2023 แต่ในจีน อินเดีย และเวียดนามกลับมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 6.9%, 9.9% และ 25% ตามลำดับ ปัจจุบัน จีนและอินเดียรวมกันบริโภคถ่านหินถึง 71% ของทั้งโลก โดยจีนเพียงประเทศเดียวกำลังพัฒนากำลังการขุดใหม่ถึง 1,280 ล้านตันต่อปี ซึ่งคิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของกำลังการผลิตที่เสนอทั่วโลกท่ามกลางความต้องการพลังงานที่ยังคงสูง จีนจึงมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้การทำเหมืองมีความปลอดภัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านแรงงานและทรัพยากร
TNN ช่อง16 • 21 พ.ค. 68
อ่าน
GWM จับมือ HUAWEI นำระบบนำทางที่แม่นยำและปลอดภัยขึ้นมาใช้บน New Haval H6
GWM (Thailand) หนึ่งในผู้นำด้านรถยนต์พลังงานใหม่ในประเทศไทย ได้ร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ HUAWEI Services (Hong Kong) เพื่อพัฒนาระบบนำทางอัจฉริยะในรถยนต์รุ่น ALL NEW GWM HAVAL H6 ทั้งรุ่นไฮบริดและปลั๊กอิน-ไฮบริด โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้กับผู้ใช้งานชาวไทย GWM จับมือ HUAWEI โดยความร่วมมือนี้มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยี Petal Maps ของ HUAWEI มาใช้ในรถยนต์ GWM ซึ่งเป็นระบบนำทางที่พัฒนาขึ้นเพื่อตลาดประเทศไทยโดยเฉพาะ มีฟีเจอร์เด่น 3 อย่าง ได้แก่: 1.) การนำทางแบบสมจริงระดับเลน (Immersive Lane-Level Navigation Experience) ที่ให้ข้อมูลเส้นทางแบบละเอียดระดับเลน พร้อมมุมมองสามมิติและภาพขยายทางแยกแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ผู้ขับขี่ตัดสินใจในทุกการขับขี่ได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้นแม้ในเส้นทางที่ซับซ้อน เสริมประสิทธิภาพด้วย 2.) การแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์สุดอัจฉริยะ (Real-Time Online Smart Reminders) ระบบอัปเดตข้อมูลการจราจรแบบเรียลไทม์ พร้อมแจ้งเตือนจุดสำคัญในทุกท้องถนน อาทิ การจำกัดความเร็ว พื้นที่ที่การจราจรติดขัด จุดพักรถ ที่จอดรถ และเส้นทางลัดที่ช่วยให้ผู้ขับขี่เดินทางได้รวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมาพร้อม 3.) การค้นหาที่รวดเร็วและชัดเจน (Quick Search and View) ฟังก์ชันค้นหาสถานที่สำคัญได้อย่างแม่นยำ พร้อมแสดงข้อมูลได้อย่างชัดเจนและเข้าถึงได้ง่าย สู่ประสบการณ์การขับขี่ที่สะดวกสบายยิ่งกว่าในทุกเส้นทาง ตอบโจทย์ทุกความต้องการของครอบครัวยุคใหม่ได้ดียิ่งขึ้น และรองรับภาษาไทยและอังกฤษ นอกจากนี้ HUAWEI ยังได้นำเสนอโซลูชัน HMS for Car MAAN 3.0 ที่มีนวัตกรรม 4 ด้าน คือ Map Box, AI Box, App Box และ Net Box โดยเฉพาะ AI Box ที่มีการผสานโมเดลปัญญาประดิษฐ์ด้านเสียงขั้นสูง และ App Box ที่ร่วมมือกับแอปพลิเคชันชั้นนำในไทยและมาเลเซีย เป้าหมายของความร่วมมือนี้คือการยกระดับประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ GWM ในประเทศไทย และส่งเสริมการพัฒนารถยนต์อัจฉริยะในตลาดโลก ทั้งสองบริษัทวางแผนที่จะขยายความร่วมมือในการนำแอปพลิเคชันอัจฉริยะมาใช้ในรถยนต์ GWM มากยิ่งขึ้น เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานในยุคปัจจุบัน ซึ่งในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ที่ผ่านมานี้ ระบบนำทาง Petal Maps บน ALL NEW GWM HAVAL H6 ก็ถูกนำไปจัดแสดงด้วย เพื่อนๆ ที่สนใจสามารถไปรับชมได้ที่ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ ทั่วประเทศ
ข่าวยานยนต์ • 10 เม.ย. 68
อ่าน
HUAWEI Pura X มือถือจอพับได้ดีไซน์ใหม่ และไม่ใช้ Android OS
HUAWEI Pura X : ล่าสุด HUAWEI ได้จัดงาน Pura Pioneer Ceremony พร้อมเปิดตัวสมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด HUAWEI Pura X ที่มาพร้อมจุดเด่นไม่เหมือนใครอยากหน้าจอสัดส่วนใหม่ 16:10 ขนาด 6.3 นิ้่ว ซึ่งให้ประสบการณ์การใช้งานคล้าย iPad Mini ของ Apple เมื่อกางหน้าจอเต็มที่ ดังนั้นเราลองไปดูกันครับว่าสมาร์ทโฟนจอพับได้รุ่นใหม่นี้จะมีความน่าสนใจและมีจุดที่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์อื่นในตลาดอย่างไรบ้าง HUAWEI Pura X มือถือจอพับได้ดีไซน์ใหม่ หน้าจอพับได้ที่ไม่เหมือนใคร HUAWEI Pura X โดดเด่นด้วยกลไกการพับแนวนอนที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งแตกต่างจากการออกแบบมือถือจอพับแนวตั้งทั่วไป โดยเมื่อกางออกจะพบกับหน้าจอ OLED ขนาด 6.3 นิ้วที่มีขนาดกว้างและสั้นกว่าที่เคย ทำให้การใช้งานจะใกล้เคียงกับการใช้แท็บเล็ตมากขึ้น ช่วยให้การทำงานแบบมัลติทาสก์ ดูวิดีโอ และดูคอนเทนต์ได้สะดวกสบายยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับของคู่แข่ง นอกจากนี้บริเวณฝาพับด้านนอกยังมีหน้าจอ OLED ขนาด 3.5 นิ้วแบบสี่เหลี่ยมที่สามารถแสดงข้อมูลต่างๆ เช่น การแจ้งเตือน วิดเจ็ต และการควบคุมกล้องได้สะดวกโดยไม่ต้องกางมือถือออก และวัสดุงานประกอบก็แสดงถึงความมุ่งมั่นของ HUAWEI ที่เพิ่มความทนทานจากบานพับโลหะผสมไททาเนียมพร้อมโครงสร้างพิเศษ และคุณสมบัติการกันน้ำระดับ IPX8 ซึ่งหายากในอุปกรณ์พับได้ แบตเยอะขึ้น กล้องดีขึ้น HUAWEI ยังให้ความสำคัญกับอายุการใช้งานแบตเตอรี่บน Pura X โดยอุปกรณ์มาพร้อมแบตเตอรี่ 4,720 mAh ซึ่งถือเป็นการอัปเกรดที่สำคัญเมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ส่วนใหญ่บนมือถือจอพับที่มักมีแบตฯ ขนาดเล็ก ความจุที่มากขึ้นนี้ตอบสนองความต้องการพลังงานของหน้าจอขนาดใหญ่และยังมาพร้อมอัตราการรีเฟรชแบบปรับได้ 1-120Hz แบบ LTPO ทั้งหน้าจอด้านในและด้านนอก ส่งผลให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น นอกจากนี้ Pura X ยังมีระบบกล้องหลังสามตัวที่ทรงพลัง ซึ่งประกอบด้วยเซ็นเซอร์หลัก 50MP ทำงานร่วมกับเลนส์อัลตราไวด์ 40MP พร้อมความสามารถในการถ่ายภาพมาโคร และเลนส์เทเลโฟโต้ 8MP ที่รองรับการซูมออปติคอล 3.5 เท่า และกล้องหน้า 10MP นี้ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ยกระดับการถ่ายภาพบนกล้องมือถือจอพับ ซึ่งมักจะให้สเปคที่ด้อยกว่ามือถือดีไซน์ปกติ และเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง Z Flip Series ของ Samsung มือถือของ HUAWEI ดูจะได้เปรียบกว่าด้วยการมาของกล้องซูมเทเลโฟโต้ ระบบปฏิบัติการใหม่ Harmony OS 5 HUAWEI Pura X ทำงานบน HarmonyOS 5 ซึ่งถือเป็นการลดการพึ่งพาระบบปฏิบัติการ Android ของ Google ส่งผลให้มือถือรุ่นใหม่นี้จะไม่มีบริการดั้งเดิมของ Google และไม่รองรับแอปฯ Android เลย แต่จะอาศัยระบบนิเวศของ Huawei เอง ซึ่งขับเคลื่อนโดยโมเดล Pangu AI และผู้ช่วย Harmony Intelligence ที่แม้ว่าแนวทางนี้อาจดึงดูดตลาดจีนได้ แต่ก็ถือเป็นความท้าทายสำหรับผู้ใช้ทั่วโลกที่คุ้นเคยกับชุดแอปพลิเคชันของ Google ในปัจจุบัน ในส่วนของประสิทธิภาพ Huawei ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดชิปเซ็ตที่แน่ชัด แต่จากรายงานระบุว่าอุปกรณ์นี้ใช้ Kirin 9020 พร้อม GPU HiSilicon Maleoon 920 ร่วมกับ RAM สูงสุด 16GB และพื้นที่เก็บข้อมูล 1TB เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้ระดับสูง HUAWEI Pura X มีราคาเปิดตัวเริ่มต้นประมาณ 1,037 เหรียญสหรัฐในประเทศจีน (ประมาณ 35,000 บาท) ซึ่งมือถือจอพับรุ่นใหม่นี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ HUAWEI ด้วยการออกแบบที่กว้างขึ้น ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น และคุณสมบัติที่เป็นเอกลักษณ์ แสดงให้เห็นว่าความคิดสร้างสรรค์ยังคงสามารถทำได้ในตลาดที่เต็มไปด้วยแนวคิดแบบเดิมๆ แม้ว่าจะไม่มีบริการของ Google ก็ตาม
ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี • 27 มี.ค. 68
อ่าน
HUAWEI Mate XT Ultimate Design x True เผยโฉมสมาร์ทโฟนจอพับ 3 ทบ บนเครือข่ายที่ดีที่สุดจากทรู
HUAWEI Mate XT Ultimate Design : ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าสร้างประสบการณ์ระดับเวิลด์คลาสให้กับลูกค้าครบทุกมิติ ทั้งเครือข่ายคุณภาพ แพ็กเกจบริการที่ออกแบบมาให้ตรงกับไลฟ์สไตล์เฉพาะบุคคล ไปจนถึงสิทธิพิเศษที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ร่วมกับ หัวเว่ย ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก ส่งมอบ HUAWEI Mate XT Ultimate Design สมาร์ทโฟนสุดล้ำที่มาพร้อม หน้าจอพับ 3 ทบครั้งแรกของโลก ให้ลูกค้าทรูคนสำคัญมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ สุดเอ็กคลูซีฟที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ดิจิทัลได้อย่างไร้รอยต่อ มาพร้อมสิทธิพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อให้สัมผัสความกับพรีเมียมเหนือใคร คุ้มค่า โดดเด่น และเหนือระดับยิ่งกว่าที่เคย ด้วยเครือข่ายที่ดีที่สุดจากทรู เหนือระดับยิ่งขึ้นกับบริการที่ใส่ใจ HUAWEI Mate XT Ultimate Design บนเครือข่ายที่ดีที่สุดจากทรู พร้อมแพ็กเกจที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ตรงใจกับไลฟ์สไตล์ ด้วยการเสริมพลังตัวเลขกับมหาจักรวาลเบอร์มงคลทรูด้วยศาสตร์เลขเบอร์มงคลยอดนิยม เบอร์มงคลคู่ดีทุกคู่ เบอร์หงส์เบอร์มังกร เบอร์ผลรวมดี เหนือความคาดหมายด้วยเอกสิทธิ์สุดพิเศษ อาทิ มอบสถานะTrue Black พร้อมบริการหลังการขายเฉพาะบุคคลระดับพรีเมียม บริการส่งมอบเครื่องถึงหน้าบ้าน โดยพนักงานจากทรูที่พร้อมให้บริการอย่างมืออาชีพ และมั่นใจเหนือใครด้วยความปลอดภัยจาก True CyberSafe ปกป้องลูกค้าจากภัยคุกคามไซเบอร์ ด้วยเทคโนโลยี AI ขั้นสูง ผู้สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://ss.true.th/s/XATVjKS หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ที่ทรูช็อป ทรูสเฟียร์ ทรูแบรนด์ช็อป สาขาที่ร่วมรายการ นายฐานพล มานะวุฒิเวช หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ตลาดสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ทั้งในระดับโลก และในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคิดเป็นเกือบ 1 ใน 4 ของยอดขายสมาร์ทโฟนทั่วโลก ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มียอดขายเพิ่มขึ้น 7% ในปี 2024 แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตของสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้น สะท้อนถึงความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง และพร้อมที่จะลงทุนในอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพ เพราะวันนี้ สมาร์ทโฟนไม่ใช่แค่เครื่องมือสื่อสาร แต่เป็นสัญลักษณ์ของไลฟ์สไตล์และเทคโนโลยีสุดล้ำ สำหรับ HUAWEI Mate XT Ultimate Design ไม่เพียงแต่ยกระดับตลาดสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ แต่ยังสร้างแนวโน้มใหม่ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเทคโนโลยีที่ดีไม่เพียงแค่ล้ำหน้า แต่ยังเติมเต็มทุกจังหวะชีวิตให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เมื่อผสานพลังเครือข่ายที่ดีที่สุดจากทรู ร่วมกับ หัวเว่ย ผู้ให้บริการโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ชั้นนำระดับโลก ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนพร้อมการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ จึงยกระดับความมั่นใจได้ว่าลูกค้าทรูผู้ใช้งาน Huawei Mate XT สมาร์ทโฟนนวัตกรรมสุดล้ำครั้งแรกของโลก จะเชื่อมต่อกับโลกดิจิทัลได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และไร้รอยต่อ ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การสื่อสาร การบันเทิง การใช้ชีวิตทุกวันได้อย่างมีประสิทธิภาพและสมบูรณ์แบบที่สุด ตามแนวคิด Everyday Living Tech ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ใช้งานในทุกช่วงเวลาของชีวิต นายปิยะพันธุ์ นาคะโยธิน หัวหน้าสายงานบริหารธุรกิจค้าปลีก บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า เพื่อเป็นการต้อนรับการเปิดตัว HUAWEI Mate XT Ultimate Design ในประเทศไทย ทรูได้มอบข้อเสนอสุดพิเศษที่ออกแบบมาโดยคำนึงถึงไลฟ์สไตล์และความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก ผ่านการวิเคราะห์เชิงลึก เพื่อสร้างสรรค์สิทธิประโยชน์ที่โดดเด่น คุ้มค่า มอบประสบการณ์ที่ดีที่สุด เหนือระดับกว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็นเหนือกว่าด้วยเครือข่ายที่ดีที่สุด สร้างมาตรฐานใหม่ของการใช้ชีวิตดิจิทัล ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถเชื่อมต่อกับทุกสิ่งที่สำคัญได้อย่างไร้รอยต่อผ่านเครือข่ายที่ดีที่สุดจากทรู การันตีด้วยการครองแชมป์ 8 ปีซ้อน จากสถาบันทดสอบคุณภาพระดับโลกอย่าง nPerf ประเทศฝรั่งเศส เหนือระดับด้วยบริการที่เข้าใจ ทรูรู้ว่าลูกค้าแต่ละคนมีความต้องการที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงนำเสนอแพ็กเกจที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ สำหรับลูกค้าทรูที่ซื้อ HUAWEI Mate XT ซึ่งครั้งนี้มาแบบเหนือความคาดหมายด้วยเอกสิทธิ์สุดพิเศษ อาทิ รับฟรีทันทีไม่ต้องลุ้น Huawei Watch GT5 Pro 46mm Titanium มูลค่า 12,990 บาท (จำนวนจำกัด) ส่วนลดสูงสุด 19,000 บาท หรือเลือกซื้อเป็นเครื่องเปล่ารับส่วนลด 15,000 บาท (รวมส่วนลด ตามอายุการใช้งาน) Rotating Stand Aramid Fiber Case และหัวชาร์จ Huawei SuperCharge 66W มูลค่า 4,680 บาท มอบเบอร์มงคล เสริมพลังให้คุณด้วยตัวเลขกับมหาจักรวาลเบอร์มงคลทรู ที่เป็นศาสตร์เลขเบอร์มงคลยอดนิยม อาทิ เบอร์มงคลคู่ดีทุกคู่ เบอร์หงส์เบอร์มังกร เบอร์ผลรวมดี ดูฟรี ความบันเทิงครบรส อาทิ เช่น OneD premium , VIU , iQIYI , True ID+ นาน 1 ปี มูลค่า 3,600 บาท เหนือความคาดหมายด้วยเอกสิทธิ์สุดพิเศษ สิทธิพิเศษ มอบสถานะเป็น True Black นาน 1 ปี รับสิทธิ์ เป็นสมาชิก One Siam titanium card ฟรี นาน 3 เดือน ( เช่นรับสิทธิ์จอดรถฟรี และบริการจอดรถ Valet Parking นาน 6 เดือนที่สยามคาร์ปาร์ค, และไอคอนสยาม (ตลอดปี) สามารถแลกสิทธิ์เข้า ONESIAM Member LoungeHUAWEI Premium Service มูลค่า 35,000 บาท รับประกันหน้าจอ 1 ปี จำนวน 1 ครั้ง / ติดฟิล์มกันรอยหน้าจอฟรี 4 ครั้ง ในระยะเวลา 2 ปี การรับประกันภายในประเทศและภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก 1 ปี บริการหลังการขาย เฉพาะบุคคลระดับพรีเมียม / บริการรับส่งเครื่องซ่อมถึงหน้าบ้าน เหนือใครด้วยความปลอดภัยจาก True Cyber Safe ความ Smart ต้องคู่กับ Secure ด้วย True CyberSafe จากทรู ที่ช่วยปกป้องคนไทยจากภัยไซเบอร์ด้วยเทคโนโลยี AI ขั้นสูง ช่วยป้องกันและแจ้งเตือนเมื่อผู้ใช้งานเผชิญกับความเสี่ยง เช่น การเข้าถึงเว็บไซต์ที่อาจเป็นอันตราย หรือการคลิกลิงก์ที่น่าสงสัย เสริมเกราะป้องกันที่ช่วยให้ลูกค้าทรู ใช้งานอย่างมั่นใจ ปลอดภัย และไร้กังวลจากภัยไซเบอร์ในยุคดิจิทัลที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://ss.true.th/s/XATVjKS หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ที่ทรูช็อป ทรูสเฟียร์ ทรูแบรนด์ช็อป สาขาที่ร่วมรายการ
ข่าวประชาสัมพันธ์ • 24 มี.ค. 68
อ่าน
รีวิว Huawei หน้าจอพับ 3 ทบ Huawei Mate XT จากต่างประเทศมาแล้ว จอเป็นอย่างไร เครื่องหนาหรือไม่ และจุดสังเกตจากคนที่ใช้งานจริง!
หัวเว่ย (Huawei) แบรนด์สมาร์ตโฟนชั้นนำจากจีน เปิดตัว หัวเว่ย เมต เอกซ์ที (Huawei Mate XT) สมาร์ตโฟนจอพับแบบ 3 ทบ หรือแบบพับคู่เป็นครั้งแรกของโลก (Worlds first dual-hinged, triple screen foldable phone) ในราคาเริ่มต้น 19,999 หยวน หรือประมาณ 94,800 บาท ก็มียอดสั่งจองล่วงหน้าไปกว่า 3,700,000 คำสั่งซื้อ และเริ่มมีนักรีวิว อินฟลูเอนเซอร์ ที่ได้รับมอบเครื่องทดสอบไปแล้ว ก็ได้เริ่มพูดถึงการใช้งานจริงเป็นที่เรียบร้อยการใช้งานหน้าจอพับ 3 ทบ ของ Huawei Mate XTรีวิวจากกิซโมไชน่า (Gizmochina) ระบุว่า หน้าจอโอเล็ด (OLED) ของ Huawei Mate XT สามารถใช้งานได้ทั้งรูปแบบหน้าจอรวมขนาด 10.2 นิ้ว ความละเอียด 2,232 x 3,184 พิกเซล หรือจะใช้งานแบบแยกแอปพลิเคชันทั้ง 3 หน้าจอ หรือจะใช้งานเพียง 2 หน้าจอ และพับเก็บเพื่อใช้งานหน้าจอเดี่ยวขนาด 6.4 นิ้ว ก็ได้เช่นกันโดยในการใช้งาน ผู้ใช้สามารถพับส่วนใดส่วนหนึ่งของจอทั้ง 3 เพื่อใช้เป็นขาตั้งเครื่อง หรือจะใช้ขาตั้งเครื่องที่มาพร้อมกับตัวเครื่องเพื่อตั้งจอระหว่างใช้งานก็ได้เช่นกัน ในขณะที่รีวิวส่วนใหญ่ตามการรายงานของ เดอะ เวิร์จ (The Verge) ระบุว่า รอยพับ (Hinge) สามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน ต่างจากสมาร์ตโฟน 2 พับ ที่มีความพยายามออกแบบเพื่อซ่อนรอยพับการจับถือ Huawei Mate XTเมื่อมีการสร้างสมาร์ตโฟนแบบ 3 พับ เป็นครั้งแรกของโลก ก็ย่อมมีคำถามว่าจะหนัก หรือจับถือได้ถนัดหรือไม่ รายงานจากจีเอสเอ็ม อารีนา (GSM Arena) ระบุอ้างถึงรายงานจากผู้ใช้จำนวนหนึ่งว่า การพับ 3 ทบ ของ Huawei Mate XT ไม่ได้เป็นการพับที่แบ่งครึ่งเป็น 3 ส่วน เท่า ๆ กัน แต่เป็นการพับที่ส่วนบนสุดจะแคบกว่าส่วนด้านล่าง ดังนั้น การถือ Huawei Mate XT จะเป็นการถือเกาะส่วนล่างสุดที่ใหญ่สุดในขณะที่ความหนาของตัวเครื่องเมื่อพับเก็บจะอยู่ที่ 12.8 มิลลิเมตร มากกว่า Samsung Galaxy Fold 6 ที่หนา 12.1 มิลลิเมตร โดยแต่ละส่วนจะหนา 3.6/ 3.6/ 4.75 มิลลิเมตร ซึ่งแม้จะหนากว่าสมาร์ตโฟนปกติ แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่สามารถจับถือได้แต่การจับถือจะมีข้อสังเกตว่าเมื่อกางออกอาจจะจับถือได้ลำบากขึ้น เนื่องจากน้ำหนักจะเทไปทางส่วนท้ายมากกว่า แม้ว่าน้ำหนักรวมจะอยู่ที่ 298 กรัม มากกว่า iPhone 16 Pro Max ที่มีน้ำหนัก 227 กรัม ไม่มากนักก็ตามข้อสังเกตอื่น ๆ ของ Huawei Mate XTในการรีวิวระบุว่า Huawei Mate XT มาพร้อมเคส (Case) แบบพิเศษที่ Huawei ออกแบบมาใช้งานร่วมกันโดยเฉพาะที่แถมมาให้ภายในกล่อง โดยจะมาพร้อมกับที่ชาร์จสมาร์ตโฟนสำหรับทั้งใช้งานตามบ้านและในรถยนต์ พร้อมสายชาร์จ 2 เส้น และหูฟังไร้สาย Huawei FreeBuds 5Huawei Mate XT มาพร้อมกล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล (MP) กล้อง Ultrawide 12 MP และกล้องหน้า 8 MP วางจำหน่าย 2 สี คือ สีแดง และสีดำ ให้หน่วยความจำ (RAM) ขนาด 16 กิกะไบต์ (GB) พี้นที่จัดเก็บข้อมูล 256 GB และรุ่น 16+512 GB จะอยู่ที่ 21,999 หยวน หรือประมาณ 104,300 บาท และรุ่น 16 GB + 1 TB (เทระไบต์) จะอยู่ที่ 23,999 หยวน หรือประมาณ 113,700 บาทข้อมูล The Verge, GSM Arenaภาพ Huawei (China)
TNN ช่อง16 • 12 ก.ย. 67
อ่าน
Huawei เตรียมเปิดตัวสมาร์ตโฟนท้าชน Apple ที่เปิดตัว iPhone 16
สำนักข่าว บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า บริษัท หัวเว่ย (Huawei) วางแผนเตรียมจัดงานเปิดตัวสมาร์ตโฟนเรือธงของบริษัท โดยจะจัดขึ้นหลังงานเปิดตัวสมาร์ตโฟนของบริษัท แอปเปิล (Apple) เพียงไม่กี่ชั่วโมง ซึ่งสมาร์ตโฟนตัวใหม่นี้ คาดว่าจะชูจุดเด่นในเรื่องของความทนทานกำหนดการดังกล่าวถูกเปิดเผยโดยริชาร์ด หยู (Richard Yu) หัวหน้ากลุ่มผู้บริโภคของบริษัท หัวเว่ย (Huawei) ซึ่งได้ประกาศข่าวการเตรียมเปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ในวันที่ 10 กันยายนนี้ บนแพลตฟอร์ม Weibo ของจีน โดยคาดว่าจะเผยโฉม ผลิตภัณฑ์ล้ำยุค ที่ใช้เวลาพัฒนาและลงทุนถึง 5 ปี ซึ่งสอดคล้องกับกระแสข่าวก่อนหน้านี้ที่ หัวเว่ย (Huawei) มีแผนจะเปิดตัวสมาร์ตโฟนพับได้ถึง 2 ครั้งรุ่นแรกของโลก ที่พร้อมจำหน่ายเชิงพาณิชย์นอกจากพัฒนาสมาร์ตโฟนแบบใหม่ บริษัทกำลังเตรียมเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า Aito M9 รองรับผู้โดยสาร 6 ที่นั่ง จากรุ่นก่อนหน้านี้มี 5 ที่นั่ง อย่างไรก็ตามบริษัทยังไม่เปิดเผยรายละเอียดของรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้อย่างเป็นทางการปัจจุบันในประเทศจีน บริษัท หัวเว่ย (Huawei) มียอดขายแซงแอปเปิล (Apple) และส่งผลให้บริษัทกลายเป็นกลุ่มผู้ผลิตอุปกรณ์ 5 อันดับแรก และความตั้งใจเปิดตัวสมาร์ตโฟนในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกันสะท้อนความมุ่งมั่น และแบรนด์ที่แข็งแกร่งของบริษัท หัวเว่ย (Huawei)ในประเทศจีนนอกจากนี้คาดว่า หัวเว่ย (Huawei) อาจทำการอัปเกรดระบบปฏิบัติ HarmonyOS ที่มาพร้อมกับความสามารถใหม่ ๆ ในด้านของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ รวมไปถึงการเปิดตัว Smart Watch ที่มาพร้อมกับฮาร์ดแวร์แบบใหม่ เหมาะสมสำหรับผู้ที่รักษาสุขภาพที่มาของข้อมูล Finance.yahoo.com
TNN ช่อง16 • 4 ก.ย. 67
อ่าน
Samsung เป็นผู้นำตลาดมือถือจอพับ แต่กำลังโดน Huawei แย่งส่วนแบ่งอยู่!
การสำรวจจาก TrendForce เปิดเผยว่ายอดขายสมาร์ตโฟนจอพับทั่วโลกจะแตะ 17.7 ล้านเครื่องในปี 2024 โดยเติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้า 11% แต่เป็นการเติบโตที่ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับการเติบโต 25% ของปีก่อนหน้า TrendForce คาดการณ์ว่า ยอดขายในปี 2024 ของสมาร์ตโฟนจอพับจะคิดเป็นสัดส่วน 1.5% ของยอดขายตลาดสมาร์ตโฟนทั้งหมด ในขณะที่ในปี 2025 ตลาดสมาร์ตโฟนจอพับจะยังเติบโตต่อเนื่องจนมีส่วนแบ่ง 2% ของตลาดสมาร์ตโฟนทั้งหมด ทั้งนี้สาเหตุที่ TrendForce คาดการณ์ว่าในปี 2024 ตลาดจอพับจะเติบโตชะลอตัวลงเกิดจาก 2 เหตุผล คือ ความไม่มั่นใจของผู้ซื้อครั้งแรกหลังพบปัญหาในการบำรุงรักษาสมาร์ตโฟนจอพับ และราคาที่สูงเกินไป ทั้งนี้ข้อมูลเผยว่า Samsung ยังคงเป็นผู้นำในตลาดจอพับอยู่ แม้จะโดนแย่งส่วนแบ่งไปเรื่อย ๆ โดยในปี 2022 Samsung มีส่วนแบ่งตลาดสมาร์ตโฟนจอพับมากถึง 80% ต่อมาลดลงเหลือ 66% ในปี 2023 และคาดว่าในปี 2024 จะมีส่วนแบ่งเหลือ 60% โดยแบรนด์ที่จะเข้ามาแย่งส่วนแบ่งการตลาดนั้นได้แก่ Huawei ที่คาดว่าจะมีส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นอีก 66% จาก 11.9% ในปี 2023 เป็น 19.8% ในปี 2024 ที่มา: TrendForce
แบไต๋ • 24 ก.พ. 67
อ่าน
คอนเฟิร์มแล้ว Huawei ยุติการเป็นพาร์ตเนอร์กับ Porsche Design
เมื่อต้นปี Honor ประกาศความร่วมมือกับ Porsche Design ในการออกแบบผลิตภัณฑ์รุ่นพิเศษของ Honor จึงพอคาดการณ์คร่าว ๆ ได้ว่าทาง Porsche Design น่าจะยุติความเป็นพาร์ตเนอร์กับ Huawei ไปแล้ว Porsche Design ได้ยืนยันกับทาง Android Authority ว่าบริษัทได้ยุติความเป็นพาร์ตเนอร์กับ Huawei ในช่วงกลางปีที่ผ่านมา “ใช่แล้ว เรายืนยันว่าความร่วมมือที่ประสบความสำเร็จระหว่าง Huawei และ Porsche Design ในการออกแบบสมาร์ตโฟน Huawei Mate ซีรีส์และในสมาร์ตวอตช์ Huawei Watch GT ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปี 2019 ได้สิ้นสุดลงแล้วในวันที่ 30 มิถุนายน 2023” – ตัวแทนของ Porsche Design สินค้าของ Huawei ที่ร่วมออกแบบกับ Porsche Design นั้นจะเป็นรุ่นพิเศษที่แพงกว่า และบางโมเดลมีสเปกที่เหนือกว่ารุ่นปกติด้วย เช่น Huawei Mate RS Porsche Design มีความจุที่เพิ่มขึ้น เป็นต้น ปัจจุบันทาง Porsche Design เป็นพาร์ตเนอร์กับ Honor แทนแล้ว เริ่มต้นด้วย HONOR Magic V2 RSR Porsche Design ครับ ที่มา Android Authority
แบไต๋ • 24 ก.พ. 67
อ่าน
Huawei เปิดตัว Pocket 2: สมาร์ตโฟนพับจอได้ดีไซน์ฝาพับแนวแฟชัน พร้อมกล้องนอก 4 ตัว
Huawei ได้ประกาศเปิดตัว Pocket 2 ซึ่งเป็นสมาร์ตโฟนพับจอได้ดีไซน์ฝาพับรุ่นล่าสุดของแบรนด์ที่ได้รับการออกแบบเพื่อให้ใช้เป็นอุปกรณ์แฟชันได้อย่างไม่เคอะเชิน และได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพรอบด้าน โดยเปลี่ยนมาใช้บานพับหน้าจอรูปทรงหยดน้ำที่ทำให้พับจอได้แนบสินทกัน Huawei Pocket 2 ยังเป็นสมาร์ตโฟนพับจอได้ดีไซน์ฝาพับรุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมกล้อง 4 ตัว บนฝาพับด้านนอก สเปกที่น่าสนในของ Huawei Pocket 2 มีดังนี้ หน้าจอด้านใช้ เป็นแผงหน้าจอ OLED แบบ LTPO ขนาด 6.94 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ หน้าจอที่ฝาพับด้านนอกรูปทรงกลม ขนาด 1.15 นิ้ว ความละเอียด 340 x 340 พิกเซล ได้รับการติดตั้งถัดจากโมดูลกล้อง ชิปเซต Kirin 9000S ที่ Huawei พัฒนาขึ้นเอง ความเร็วสูงสุด 3.13 GHz แรม 12 GB สตเรจ 256 GB/ 512 GB/ 1 TB กล้องหลัง 4 ตัว : 50 ล้านพิกเซล (หลัก, OIS, f/1.6) + 12 ล้านพิกเซล (Ultrawide, f/2.2) + 8 ล้านพิกเซล (Telephoto, f/2.4, OIS) + 2 ล้านพิกเซล (เซนเซอร์วัดความเข้มแสง UV) รองรับการส่งข้อความแบบ Two-Way ผ่านดาวเทียม Beidou (ระบบดาวเทียมนำทางของประเทศจีน) แบตเตอรี่ 4,520 mAh, รองรับการชาร์จไฟ 66 W, ชาร์จไฟไร้สาย 40 W ระบบระบายความร้อนที่ท่อนบนของตัวเครื่องด้วยแผ่นกราไฟต์หลายชั้น Huawei Pocket 2 ได้รับการติดตั้งซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการ HarmonyOS 4 ที่พร้อมใช้งานได้ทันที โดยมีหน้าจอด้านนอกสามารถปรับแต่ง UI ให้ดูง่ายสบายตามมากยิ่งขึ้นได้อย่างหลากหลาย โดยสามารถใช้เป็นทั้งนาฬิกา, วอลเปเปอร์แสดงอารมณ์, ภาพ GIF สัตว์เลี้ยงสุดน่ารัก หรือแม้กระแสดงตัวอวทาร์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นหน้าจอแสดงข้อความแจ้งเตือน หรือหน้าจอที่ 2 สำหรับถ่ายภาพเซลฟีด้วยกล้องหลักได้ และเมื่อได้รับการวางจำหน่ายที่ประเทศจีน (เป็นประเทศแรก) ก็จะใช้เป็นหน้าจอสำหรับแสดงภาพ QR Code สำหรับการชำระเงินอัจฉริยะได้ Huawei ได้วางจำหน่าย Pocket 2 แบบ Flash Sale ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2024 ผ่าน Vmall.com ซึ่งเป็นสโตร์ออนไลน์ของ Huawei ในประเทศจีน โดยมีด้วยกัน 4 สี คือ สีเทา Tahitian, สีขาว Rococo White, สีม่วง และ สำดำ โดยมีราคาดังนี้ 256 GB : 7,499 หยวน (ประมาณ 38,100 บาท) 512 GB : 7,999 หยวน (ประมาณ 40,600 บาท) 1 TB : 8,499 หยวน (ประมาณ 43,200 บาท) Huawei Pocket 2 Huawei Pocket 2 Huawei Pocket 2 Huawei Pocket 2 นอกจากนี้ยังมีเวอร์ชัน Pocket 2 เวอร์ขัน Art ตัวเครื่องสีน้ำเงิน Dream ที่มีแรม 16 GB และสตอเรจ 1 TB ซึ่งมีราคา 10,999 หยวน (ประมาณ 55,800 บาท) Huawei Pocket 2 เวอร์ชัน Art ที่มา : GSMArena
แบไต๋ • 22 ก.พ. 67
อ่าน
รัฐบาลจีนทุ่มงบให้ Huawei และ SMIC หวังผลิตชิปเองให้ได้
สื่อต่างประเทศรายงานว่าตอนนี้ Huawei และ SMIC ได้รับเงินทุกสูงสุดจากรัฐบาลจีน เนื่องจากรัฐบาลมีความต้องการที่จะต่อต้านสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกาที่ตอนนี้จีนก็เสียเปรียบพอสมควร โดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยีชิปที่ Intel ยังบอกว่าล้าหลังโลกเป็น 10 ปี ตามข้อมูลระบุว่า Huawei และ SMIC กำลังพยายามหาทางพัฒนากระบวนการผลิตชิประดับ 5nm เพื่อเอาชนะข้อจำกัดของสหรัฐอเมริกาในการเข้าถึงชิปขั้นสูง และแน่นอนว่าการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตชิปนั้นต้องใช้เงินทุนมหาศาล ซึ่งรัฐบาลจีนก็ช่วยเหลืออยู่ในส่วนของเงินทุน ปัจจุบัน SMIC กำลังหาทางพัฒนาสายพานผลิตชิประดับ 5nm ส่วน Huawei กำลังวิจัยและพัฒนาชิปเซ็ต , เครือข่ายไร้สาย และ IoT โดย Huawei กำลังพิจารณารับสมัครนักวิจัย 35,000 คนภายในเดือนมิถุนายน 2024 ให้มาช่วยวิจัยเรื่องการพัฒนาการผลิตชิปเซ็ตระดับ 5nm โดยเฉพาะ สื่อต่างประเทศรายงานว่าปัจจุบันมี 191 โครงการที่ได้รับเงินทุนจากรัฐบาล โดยโครงการที่เกี่ยวกับเซมิคอนดักเตอร์นั้นมีมากถึง 16 โครงการ ภายหลังการคว่ำบาตรของสหรัฐอเมริกา รัฐบาลจีนได้มอบเงินสนับสนุนบริษัทท้องเกี่ยวกับเซมิคอนดักเตอร์เป็นเงินจำนวนมากถึง 12,100 ล้านหยวน โดย SMIC ได้เงินสนับสนุนมากถึง 1,950 ล้านหยวน ที่มา Huawei Central
แบไต๋ • 21 ก.พ. 67
อ่าน
ลือ OPPO และ Vivo อาจเลิกพัฒนาสมาร์ตโฟนพับจอได้, Huawei กำลังสร้างสมาร์ตโฟนจอ 10 นิ้ว พับ 3 ท่อน
เว็บไซต์ hankyung.com ของประเทศเกาหลีใต้ ได้รายงานข่าวลือว่า OPPO, OnePlus และ Vivo อาจเตรียมที่จะเลิกพัฒนาสมาร์ตโฟนพับจอได้ โดย OnePlus นั้น เพิ่งเปิดตัวสมาร์ตโฟนพับจอได้รุ่นแรกของแบรนด์ในชื่อ OnePlus One ซึ่งดูเหมือนจะเป็น OPPO Find N3 เวอร์ชันจำหน่ายทั่วโลก รายงานดังกล่าวอ้างว่า ทั้ง 3 แบรนด์ ได้ตัดสินใจเช่นนี้เนื่องจากส่วนแบ่งตลาดสมาร์ตโฟนพับจอได้ของทั้ง 3 แบรนด์นั้นลดลงอย่างมากเมื่อปี 2023 ที่ผ่านมา ถ้าหากรายงานดังกล่าวเป็นจริง จะทำให้ Samsung และ Huawei ครองส่วนแบ่งตลาดสมาร์ตโฟนพับจอได้ ได้มากขึ้น OnePlus Open นอกจากนี้ยังมีข่าวลือว่า Huawei กำลังพัฒนาสมาร์ตโฟนที่มีหน้าจอขนาด 10 นิ้ว ที่สามารถพับจอได้ 3 ท่อน (ลักษณะคล้าายตัวอักษร Z) ซึ่งจะเป็นคู่แข่งกับแท็บเล็ตโดยตรง โดยคาดว่า Huawei อาจเปิดตัวสมาร์ตโฟนดังกล่าวในปลายเดือนมิถุนายน 2024 นี้ และมีข่าวลือว่า Samsung ได้พัฒนาจอม้วนได้จนเสร็จสมบูรณ์แล้ว และอาจดำเนินการผลิตอย่างจริงจังในอนาคต โดยมีการคาดการณ์ว่าตลาดสมาร์ตโฟนจอม้วนได้จะเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในอนาคต และมีความเป็นไปได้ที่ Samsung จะพัฒนาสมาร์ตโฟนพับจอได้ 3 ท่อน เช่นเดียวกับ Huawei ด้วย อย่างไรก็ดี ที่ยังคงเป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น จึงควรรอการรายงานจากแหล่งข่าวอื่น ๆ เพิ่มเติมต่อไป ที่มา : GSMArena
แบไต๋ • 15 ก.พ. 67
อ่าน
ฝรั่งเศสบุกสำนักงาน Huawei ในประเทศ อ้างทำผิดกฎหมาย
Parquet national financier (PNF) หน่วยงานสืบสวนและดำเนินคดีอาชญากรรมทางการเงินของฝรั่งเศส ได้บุกสำนักงาน Huawei ที่อยู่ในประเทศ เจ้าหน้าที่ให้เหตุผลของการบุกทลายในครั้งนี้ว่าเกิดจากสิ่งบ่งชี้ว่ามีการละเมิดกฎหมายในหลายกรณี แต่ไม่ได้ให้เหตุผลแบบเฉพาะเจาะจง ด้าน Huawei ออกมายืนยันว่าตกอยู่ในการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่รัฐจริง และชี้ว่าพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง บริษัทเชื่อว่าจะสามารถรอดพ้นได้ทุกข้อกล่าวหา ทั้งนี้ Huawei ถือเป็นบริษัทที่สหรัฐอเมริกาและชาติพันธมิตรต่างจับตามองในฐานะที่เป็นธุรกิจที่มีความใกล้ชิดกับรัฐบาลจีน และมีการออกมาตรการคว่ำบาตรทางเทคโนโลยีจากหลายประเทศ ในอีกแง่หนึ่ง Huawei ก็พยายามขี้นมาเป็นกลุ่มทุนที่ท้าทายชาติตะวันตกในการแข่งขันทางด้านเทคโนโลยีผ่านการพัฒนาชิปไล่ตามเจ้าตลาดอย่างไต้หวันและเกาหลีใต้ ที่มา The Register
แบไต๋ • 12 ก.พ. 67
อ่าน
Huawei เปิดตัวตู้ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่เคลมว่าชาร์จทุก 1 วินาที วิ่งได้ 1 กิโลเมตร
ปัญหาอย่างหนึ่งของการชาร์จรถไฟฟ้าคือระยะเวลาที่ค่อนข้างนานเมื่อเทียบกับน้ำมัน ซึ่ง Huawei ได้เปิดตัวตู้ชาร์จไฟฟ้าใหม่ที่ความเร็วในการชาร์จนั้นเข้าใกล้กับการเติมน้ำมันมากขึ้นแล้ว ตู้ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าของ Huawei โฆษณาว่าทุก ๆ การชาร์จ 1 วินาที สามารถวิ่งได้ระยะทาง 1 กิโลเมตร โดยสามารถพบตู้ชาร์นี้ได้ในห้างสรรพสินค้าหลายแห่งในเซินเจิ้น ด้านล่างโลโก้ Huawei จะมีเขียนว่า 600kW ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของตู้นี้ ระบบชาร์จดังกล่าวถูกพัฒนาโดยบริษัทลูกของ Huawei ที่มีชื่อว่า Huawei Digital Power ซึ่งเดิมทำแค่ผลิตชิ้นส่วนสำหรับชาร์จ แต่ปัจจุบันกำลังดำเนินธุรกิจสถานีชาร์จเต็มรูปแบบ ลิ่ว ต้าเหว่ย (Liu Dawei) ตัวแทนจาก Huawei Digital Power กล่าวว่า “เราต้องการระบบชาร์จไว 1 กิโลเมตรต่อวินาที เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ระดับเดียวกับการเติมน้ำมัน” Huawei วางแผนที่จะจำหน่ายสถานีชาร์จดังกล่าวให้กับผู้ให้บริการเกี่ยวกับระบบชาร์จทั้งหมด 100,000 เครื่อง รวมถึงเครื่องชาร์จขนาด 250kW ในสถานที่ต่าง ๆ เช่น ห้างสรรพสินค้า และพื้นที่ทางหลวงภายในสิ้นปี 2024 นี้ ที่มา Nikkei
แบไต๋ • 11 ก.พ. 67
ดูเพิ่มเติม