รีเซต

ผลการค้นหา “#finedining” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ttb reserve เปิดแคมเปญ Fine Dining ทั่วไทยจัดหนักเครดิตเงินคืนสูงสุด 50%
อ่าน

ttb reserve เปิดแคมเปญ Fine Dining ทั่วไทยจัดหนักเครดิตเงินคืนสูงสุด 50%

#ttb #ทันหุ้น - ทีทีบี ยกระดับประสบการณ์ Fine Dining สำหรับลูกค้ากลุ่ม Wealth และผู้ที่หลงใหลไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม เปิดตัวแคมเปญ “Fine Dining Anywhere with ttb reserve” ที่ชวนเปลี่ยนทุกมื้อให้เป็นช่วงเวลาพิเศษ พร้อมรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 50% ที่ร้านอาหาร ชั้นนำที่ร่วมรายการทั่วประเทศ ที่ผ่านการคัดสรรร้านอาหารระดับเชฟเทเบิล และมิชลินไกด์ รวมถึงร้านอาหาร Fine Dining ชั้นนำ อาทิ Sühring, Wana Yook และ Cadence by Dan Bark เป็นต้น ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้าที่กำลังมองหาบัตรเครดิตที่ให้มากกว่าความคุ้มค่าแคมเปญ “Fine Dining Anywhere with ttb reserve” สะท้อนบทบาทของทีทีบีในฐานะพันธมิตรทางการเงิน ที่เข้าใจไลฟ์สไตล์ลูกค้าในทุกมิติ โดยรวบรวมร้านอาหาร Fine Dining ชั้นนำกว่า 24 ร้าน ครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯ และจุดหมายไลฟ์สไตล์ชั้นนำในภูมิภาคต่าง ๆ ได้แก่ เชียงใหม่ ขอนแก่น ภูเก็ต และสุราษฎร์ธานี เพื่อให้ลูกค้าสามารถสัมผัสประสบการณ์ระดับพรีเมียมได้ทุกที่ทุกโอกาสโดยล่าสุด ทีทีบีได้ขยายร้านอาหารไปยังต่างจังหวัดเพิ่มเติม ได้แก่ Cuisine de Garden จังหวัดเชียงใหม่, KAEN จังหวัดขอนแก่น, Nitan จังหวัดภูเก็ต และ Synth จังหวัดสุราษฎร์ธานี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เพื่อเปิดประสบการณ์ Fine Dining ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้าระดับพรีเมียมในทุกพื้นที่สิทธิประโยชน์สำหรับลูกค้าบัตรเครดิต ttb reserve สถานะ Platinum และ Diamond รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 50% (ไม่เกิน 4,000 บาท/บัญชีบัตร/เดือน) และสถานะ Gold รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 25% (ไม่เกิน 2,000 บาท/บัญชีบัตร/เดือน) โดยลูกค้าสามารถรับสิทธิ์ได้อัตโนมัติเมื่อใช้จ่ายผ่านร้านอาหารที่ร่วมรายการ โดยไม่ต้องลงทะเบียน และไม่ต้องใช้คะแนนแลก พร้อมบริการ ttb reserve line ผู้ช่วยส่วนตัวที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการจองร้านอาหาร เพื่อให้ทุกมื้อเป็นเรื่องง่ายและพิเศษยิ่งขึ้น โปรโมชันพิเศษนี้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 – 31 ธันวาคม 2569นอกจากความคุ้มค่าแล้ว ทีทีบียังมุ่งสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำผ่านการคัดสรรร้านอาหารที่โดดเด่นทั้งคุณภาพ บรรยากาศ และบริการ เพื่อยกระดับทุกมื้อให้เป็นช่วงเวลาแห่งความพิเศษ แคมเปญนี้สะท้อนจุดยืนของบัตร ttb reserve ที่เป็นมากกว่าบัตรเครดิต แต่เป็นกุญแจสู่โลกของไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม ที่ผสานทั้งประสบการณ์และความคุ้มค่าไว้ในทุกการใช้จ่ายผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม หรือสมัครบัตร ttb reserve เพื่อรับสิทธิพิเศษได้ที่เว็บไซต์ทีทีบี หรือสอบถามผ่าน ttb reserve line 02-010-1428 ตลอด 24 ชั่วโมงใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

The Kinopolis ร้านอาหาร Fine Dining บรรยากาศดี ย่าน ฝั่งธน-ภาษีเจริญ
อ่าน

The Kinopolis ร้านอาหาร Fine Dining บรรยากาศดี ย่าน ฝั่งธน-ภาษีเจริญ

วันนี้เราขอพาทุกคนมาปักหมุด ร้านอาหารใกล้ฉัน ร้าน Fine Dining ในย่านฝั่งธนฯ ถนนพุทธมณฑล สาย 1 ที่ The Kinopolis (เดอะคิโนโพลิส) ร้านอาหารสไตล์ ITAMESHI ญี่ปุ่น-อิตาเลี่ยน ร้านอาหารบรรยากาศดี โรแมนติก เหมาะกับการพาคนพิเศษมาทานในโอกาสพิเศษต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น วันวาเลนไทน์ วันเกิด วันครบรอบ ออกเดท หรือแม้แต่วันคริสต์มาสต์-ปีใหม่ก็ได้เช่นกัน ร้านอาหารใกล้ฉัน The Kinopolisไฟน์ไดนิ่ง ย่าน ภาษีเจริญ - สาย1 - บางแค The Kinopolis (เดอะคิโนโพลิส) ร้านอาหาร Fine Dining สไตล์ ITAMESHI ญี่ปุ่น-อิตาเลี่ยน เป็นการผสมผสานกันระหว่างวัฒนธรรมอาหารตะวันออกและตะวันตกให้เข้ากันได้อย่างลงตัว ตัวร้านการตกแต่งสวยงาม บรรยากาศดี มุมครัวจะเป็นครัวเปิด ทำให้เราสามารถนั่งมองเชฟทำอาหารได้เพลินๆ หรือใครอยากเดินเข้าไปพูดคุยกับเชฟในระหว่างรออาหารก็สามารถทำได้เช่นกัน ซึ่งผู้ที่อยู่เบื้องหลังของอาหารทุกจานที่เสิร์ฟก็คือ Chef Joe และ Chef Eik-Q (เชฟโจ้ เชฟอิคคิว) เชฟทั้งสองคนน่ารักมาก สุภาพ และมีความเป็นกันเอง รวมไปถึงพนักงานภายในร้านก็น่ารักทุกคน เรียกได้ว่าช่วยทำให้บรรยากาศในร้านมีความ Feel Free มากขึ้นมากๆ รีวิว The Kinopolis เดอะคิโนโพลิส สำหรับเมนูอาหารของทางร้านจะเสิร์ฟทั้งหมด 9 คอร์ส (ราคา 3,850.- / ท่าน) ทุกเมนูจะรังสรรค์ตามวัตถุดิบญี่ปุ่นที่ดีที่สุดในแต่ละฤดูกาล ผสมผสานการกรรมวิธีการปรุง และความประณีตของอาหารญี่ปุ่น ผสมผสานกับเสน่ห์ของอาหารอิตาเลียนได้อย่างลงตัว เริ่มที่ CAVIAR CLASSIC BLINIS เชฟเลือกใช้ Oscietra Caviar ไข่ปลาคาเวียร์เกรดที่ดีที่สุดท็อปมาบนครีมสูตรพิเศษทำจากส่วนผสมของนม Hokkaido ที่มีความหอมมัน ทานคู่กับแพนเค้ก และแป้งกรอบ ได้เท็กซ์เจอร์ 2 สไตล์ ROYAL CHAWANMUSHI ไข่ตุ๋นเนื้อเนียนแต่งรสชาติรสด้วยดาชิที่มีความหมอมละมุน บวกกับรสชาติของ Uni เกรดพรีเมียมหวานฉ่ำ และ Ikura ที่มีรสเค็มนิดๆ อร่อยอย่างลงตัว FOIE GRAS WELLINGTON ทาสรักฟัวกราส์ต้องถูกใจสิ่งนี้ เป็นเมนูที่ได้ไอเดียมาจากบีฟเวลลิงตัน เชฟใช้ฟัวกราส์จากฝรั่งเศส ให้มาแบบชิ้นโตรสชาติเข้มข้น วางมาบนขนมปังกรอบฉ่ำเนย พร้อม Duxelles และผักดองสไตล์ญี่ปุ่นช่วยตัดรสชาติได้ดีมากๆ ตามมาด้วย VELOUTE OF HOKKAIDO CORN AND SEAFOOD ซุปข้าวโพดเนื้อเนียนละเอียดที่ไม่มีส่วนผสมของครีมเลย แต่รสชาติที่ทำออกมาลับมีความครีมมี่เค็มมัน และหอมกลิ่นข้าวโพดฮอกไกโดแบบฟุ้งเต็มคำ ทานพร้อมหอยอาซาริญี่ปุ่น ทุกช้อนได้รสสัมผัสอย่างนุ่มนวลและหอมหวานอย่างเป็นธรรมชาติ อร่อยมากๆ ตัดรสชาติเล็กน้อยด้วยก่อนจะเข้าสู่จานหลัก กับ UMESHU GRANITA เกล็ดน้ำแข็งกรานิต้าเคี้ยวกรุบ รสชาติเปรี้ยวหวานหอมชื่นใจ และได้รสชาติของ UMESHU ที่ชัดเจน (มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์) เข้าสู่จานหลัก กับ AWABI KIMO AE MESHI ข้าวญี่ปุ่นที่เชฟตั้งใจทำออกได้ให้ได้ความสุกแบบรีซอตโต คลุกเคล้าซอส KIMO ทำจากตับหอยเป๋าฮื้อได้รสกลมกล่อมทานพร้อมหอยเป๋าฮื้อชิ้นโต ต่อด้วย CRISPY MADAI A LA BEURRE BLANC เนื้อปลามาไดชิ้นโต ที่เชฟใช้เทคนิคพิเศษทำให้ตัวเกล็ดปลามีความกรอบฟู แต่เนื้อปลายังคงความชุ่มฉ่ำ ทานคู่กับ Cauliflower ราดซอส Beurre Blanc ที่มีความครีมมี่หอมมัน เสิร์ฟพร้อม Grenobloise รสชาติเข้มข้น ช่วยตัดได้อย่างดีมากๆ ปิดท้ายมื้อของหวานสุดพิเศษถึง 2 จาน เริ่มด้วย AOMORI APPLE SHERBET เชอร์เบ็ตรสแอปเปิลจากจังหวัดอาโอโมริ ที่เชฟทำเท็กซ์เเจอร์ ให้ออกมามีความกรุบคล้ายเกล็ดน้ำแข็งกรานิต้า ให้กลิ่นหอมหวานเป็นธรรมชาติ สัมผัสเบาสดชื่น และ GRANDMA CHOCOLATE ORANGE MOUSSE ช็อกโกแลตมูสฝรั่งเศสเนื้อเนียน จานนี้เป็นขนมหวานที่ไม่หวานมาก ได้กลิ่นหอมจากส้มให้รสเข้มละมุนแบบคลาสสิก ไม่หนักเกินไป เป็นการปิดท้ายมื้อได้อย่างลงตัว (คอร์สนี้จะเสิร์ฟถึงสิ้นเดือนมกราคม 2569 เท่านั้น) ใครจะไปเชื่อว่าฝั่งธนฯ บ้านเรา ก็มีร้านอาหารติดแกลมแบบนี้ซ่อนตัวอยู่ ซึ่งเมนูอาหาร รสชาติ และการเลือกใช้วัตถุดิบ เค้าก็ทำออกมาได้ดีไม่แพ้ร้านหรูในเมืองเลย ใครกำลังมองหาร้านอาหารโรแมนติก ในย่านนี้ ลองปักหมุดมาที่นี่รับรองว่าไม่ผิดหวังค่ะ ข้อมูลร้าน The Kinopolis พิกัด : https://maps.app.goo.gl/5WSKwAkTEtvcSha67 ที่อยู่ : ถนนราชมนตรี แขวงคลองขวาง เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : ศุกร์ - อาทิตย์ 18.00 - 22.00 น. สำรองที่นั่ง LineOA : @thekinopolis.bkk ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://www.instagram.com/thekinopolis.bkk/ บทความที่คุณอาจสนใจ อร่อยอย่างมีระดับ ! การทานอาหาร แบบ Fine Dining คืออะไร เข้าใจแน่นอน ประกาศแล้ว! Michelin Star 2026 ร้านอาหาร มิชลินสตาร์ ร้านใหม่มาเต็ม 32 ร้านอาหาร พุทธมณฑล อัปเดต 2026 ร้านเด็ดใกล้กรุงเทพ ต้องโดน

etcha Borderless Dining ความอร่อยที่ไร้ขอบเขต Fine Dining ในคอนเซ็ปต์ไม่ซ้ำใคร
อ่าน

etcha Borderless Dining ความอร่อยที่ไร้ขอบเขต Fine Dining ในคอนเซ็ปต์ไม่ซ้ำใคร

สำหรับใครที่กำลังมองหาร้านอาหาร Fine Dining สำหรับพาคนรู้ใจไปฉลองในโอกาสพิเศษ วันนี้เราจะพาทุกคนมารู้จักกับ etcha ห้องอาหาร Fine Dining นำเสนออาหารยุโรปสไตล์โมเดิร์น พร้อมกลิ่นอายความเป็นไทย ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์สุดเท่ Borderless Dining ประสบการณ์ความอร่อยที่ไร้ขอบเขต หรือสัญชาติมาเป็นกรอบ เพื่อให้คุณได้สัมผัสกับอีกหนึ่งประสบการณ์ของการรับประทานอาหารที่ผสมผสานวัฒนธรรมอันหลากหลาย การเลือกใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นมาผสมผสานกับรสชาติอาหารระดับโลก โดย Chef Giacomo Primante เชฟที่พร้อมจะพาทุกคนมาสัมผัสกับประสบการณ์การทำอาหารระดับโลกของเขาไปสู่การสร้างสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัด etcha Borderless Dining ห้องอาหารไฟน์ไดนิ่ง etcha (เอ๊ดช่า) ห้องอาหาร Fine Dining ตั้งอยู่ที่บริเวณชั้น 7 ภายในโรงแรม Chatrium Grand Bangkok พร้อมมอบบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการมาทานมื้อพิเศษวันสำคัญต่างๆ การออกแบบเป็นสไตล์ Quiet Luxury ให้บรรยากาศความหรูหรา แต่แฝงไปด้วยความอบอุ่น และเป็นส่วนตัว ช่วยให้คุณสร้างความทรงจำที่สวยงาม รีวิว etcha Borderless Dining เมนู 360 Tasting Menu คอร์สอาหารยุโรปสไตล์โมเดิร์น ที่ทาง etcha (เอ๊ดช่า) พร้อมมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ครอบคลุมด้วยคอร์สที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถัน นำเสนอรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์จากวัตถุดิบท้องถิ่นจากทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะในประเทศไทย เริ่มกันที่คอร์สเรียกน้ำย่อย กับ Small Delicacies ที่เน้นการชูวัตถุดิบท้องถิ่นจากประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น มังคุด ราดน้ำยำรสกลมกล่อมเสริมความหอมด้วยใบมะกรูด ตามมาด้วย ทาร์ตปลาฮามาจิ รสชาติอร่อยนัว มะละกอกวน เนื้อหนึบรสหวาน สอดไส้ด้วยล็อบสเตอร์เนื้อเด้งจากภูเก็ต และเมนูเด็ดที่คาดไม่ถึงอย่าง หัวปลาซาดีนกรอบ สอดไส้ด้วยครีมรสต้มยำ รสชาติเค็มๆ มันๆ เข้ากันสุดๆ คอร์สต่อมา Grey Pomfret , mint, pomegranate กรานิต้าน้ำทับทิมสีแดงสวยงาม ด้านล่างเนื้อเป็นปลาเต๋าเต้ยสดจากทะเลไทย ดรายเอจ 2 วัน ให้รสชาติรสเปรี้ยวหวาน หอมกลิ่นใบมินต์ เรียกความสดชื่นแบบสุดๆ ตามมาด้วยอีกหนึ่งคอร์สที่สร้างความประทับใจให้หลายๆ คน อย่าง Squid, Basil, Caviar 3 องค์ประกอบที่เข้ากันได้ดีสุดๆ นำทีมด้วยหมึกสดเนื้อใส จากท้องทะเลไทย สไลซ์มาบางจนเหมือนเป็นเส้นพาสต้า ราดซอสครีมเพสโต้รสนุ่มนวลหอมเตะจมูก และเสริมรสชาติความฟินด้วยคาเวียร์ จากทะเลสาบแคสเบียน Lobster, Curry, Maxican Marigold การผสมผสานที่ลงตัวของล็อบสเตอร์และซอสแกงกะหรี่ เนื้อล็อบสเตอร์จากเกาะภูเก็ต ย่างเตาถ่านหอมๆ จนด้านนอกสุกแต่ด้านในเนื้อยังสดเด้งชุ่มฉ่ำ เสิร์ฟคู่ซุปล็อบสเตอร์ กับแตงกวาเย็นๆ ชื่นใจ อร่อยแปลกใหม่และลงตัว Small Beans, Mango, Apple ทาร์ตมะม่วงน้ำดอกไม้สุก ด้านล่างเป็นถั่วลันเตาหวานย่าง และท็อปด้านบนด้วยรสเปรี้ยวเล็กๆ ของโฟมแอปเปิ้ล ตามมาด้วย Ravioli, Quark, Tarragon ราวีโอลีขนาดพอดีคำ สอดไส้ด้วยครีมชีสหอมมันจากเชียงใหม่ ตัดรสชาติอย่างลงตัวด้วยซอสต้มข่าหอมๆ นุ่มๆ และ Chilli Oil Monkfish, Zucchini Flower, Passion Fruit นำทีมด้วยเนื้อปลาอังโกะและดอกซูกินี ปลาเนื้อจากประเทศญี่ปุ่น เสิร์ฟพร้อมดอกซูกินีสอดไส้เนื้อปลาอังโกะบด ทานพร้อมซอสเสาวรสที่ให้รสเปรี้ยว เสริมความกลมกล่อมด้วยมูสกาแฟรสละมุน ควงคู่มากับ ขนมปังบริยอช เนื้อฉ่ำ หอมเนย ทานพร้อมเนย และครีมชีส อร่อยสุดๆ Duck, Carrot, Water cress สเต๊กเนื้อเป็ด ที่ถูกย่างมาจนหนังกรอบ เนื้อด้านในยังนุ่มชุ่มฉ่ำ ทานพร้อมแครอทดองสอดไส้ซอสสูตรพิเศษ ท็อปด้วยซอสจูไวน์แดงที่หอมกลิ่นกะวานแบบไทยๆ เรียกได้ว่าเป็น Main Course ที่ดีอีกหนึ่งจาน มาต่อเนื่องความฟินในช่วงปลายคอร์สกันด้วยเมนูของหวาน ที่รวมขนมหวานแสนอร่อยจากวัตถุดิบท้องถิ่นประเทศไทย เริ่มที่ Mint, Coconut, Laronda ไอศกรีมมะม่วงหาวมะนาวโห่ รสเปรี้ยว ตัดรสชาติด้วยมูสมะพร้ามเนื้อนุ่มละมุน หวานมัน ตามมาด้วย Black Sourdough, Lotus, Rosemary จานเดียวแต่องค์ประกอบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็น มูสวานิลลาสุดละมุนหอมกลิ่นดอกบัวอ่อนๆ ตัดรสชาติเพิ่มความเข้มด้วยช็อกโกแลต และไอศกรีมวานิลลา ที่ด้านล่างเป็นคริสปี้เพิ่มมิติกรุบกรอบ พร้อมซอสวานิลลาและกลิ่นหอมๆ ของ Rosemary Oil Mignardises เมนูของหวานปิดท้าย ที่มาด้วยกัน 4 ชนิด ทางร้านจะแนะนำให้ทานตามลำดับความเข้มข้นของรสชาติ เรียกได้ว่าเป็นการปิดท้ายมื้อพิเศษแบบลงตัว และในทุกๆ คอร์สทางร้านก็จะมีบริการเครื่องดื่มที่สามารถ Pairing เข้ากันได้ดีกับแต่ละเมนู ใครอยากมาสัมผัสประสลการณ์การทานไฟน์ไดนิ่งแบบ Borderless Dining ก็สามารถมาที่ห้องอาหาร etcha ได้เลย ข้อมูลร้าน etcha Borderless Dining พิกัด : https://maps.app.goo.gl/6PrsBjMjFjDjijUcA ที่อยู่ : ชั้น 7 โรงแรม Chatrium Grand Bangkok แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : วันอังคาร - วันเสาร์ 18.00 น. เป็นต้นไป ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://etchabkk.com/ บทความที่คุณอาจสนใจ อร่อยอย่างมีระดับ ! การทานอาหาร แบบ Fine Dining คืออะไร เข้าใจแน่นอน 10 ร้านอาหาร สไตล์ Chef's Table อร่อยตามใจเชฟ ต้องลองสักครั้งในชีวิต ตามกาล Time Kaan ร้านอาหารไทยโบราณ Fine Dining ย่านสุขุมวิท

รีวิว CHEF ON TRAIN EP.10 : ใครจะเป็นแชมป์? ร่วมลุ้น Chef On Train EP สุดท้าย! กับโจทย์ Fine Dining
อ่าน

รีวิว CHEF ON TRAIN EP.10 : ใครจะเป็นแชมป์? ร่วมลุ้น Chef On Train EP สุดท้าย! กับโจทย์ Fine Dining

Chef On Train มาถึงช่วงเวลาที่ต้องตัดสินแชมป์ หลังจากพวกเขาต้องขับเคี่ยวฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ จนเหลือแค่ 2 คนสุดท้าย คือ COT.04 "บัส ธวัชชัย อัครวงศ์วัฒนา" เชฟชื่อดัง ผู้ผ่านการแข่งขันรายการใหญ่ และเป็นเจ้าของร้านอาหารดังในโคราช และ COT.10 "บอล ธนพันธ์ ชูสุวรรณ" เชฟมากฝีมือ เจ้าของร้านเชฟเทเบิลชื่อดังประจำจังหวัดเพชรบุรี ใครจะเป็นแชมป์ Chef On Train คนแรกของประเทศไทย และ คว้าเงินรางวัลมูลค่า 1 ล้านบาทไปครอง ต้องติดตามชม โดย รอบชิงชนะเลิศ พวกเขาต้องรังสรรค์เมนูแบบ Fine Dining เสิร์ฟเมนูคนละ 3 คอร์ส ประกอบไปด้วย Appetizer เมนูเรียกน้ำย่อย , Main Course เมนูหลัก และ Dessert เมนูขนมหวาน โดยกรรมการทั้ง 3 คน พร้อมแขกรับเชิญอย่าง ติช่า เดอะเฟซ หรือ ติช่า กันติชา ชุมมะ จะร่วมชิมและตัดสิน ผ่านการใช้เส้นทางรถไฟจากจังหวัดเชียงใหม่ ไป สถานีรถไฟหัวลำโพง เพื่อประกาศผู้ชนะ โดย พวกเขาต้องนำวัตถุดิบพิเศษชั้นยอดจาก Makro อย่าง เอโร่ แซลมอนสดหั่นชิ้น ติดหนัง , เอโร่ ชีส มอสซาเรลล่า และ เอโร่ ข้าวหอมมะลิใหม่ต้นฤดู 100% เพื่อมาประกอบอาหารในการแข่งขันวันนี้ COT.04 บัส ธวัชชัย ได้วางแผนรังสรรค์เมนูอย่างพิถีพิถัน โดยเริ่มจาก Appetizer เมนูเรียกน้ำย่อย เขาเลือกเสิร์ฟเป็น 4 อย่าง ประกอบไปด้วย หมี่กรอบ หอยเชลล์ โฮตาเตะ สตรอว์เบอร์รี , Beef Tartare, Baby น้ำพริกไข่ปู และ รากบัวไส้กุ้ง ที่ใช้ Aro Gold แซลมอนสด ซาชิมิเกรดส่งตรงจากทะเลนอร์เวย์ เนื้อแน่น รสชาติอร่อย จาก Makro วัตถุดิบคุณภาพ มาปรุงรสให้เผ็ดร้อน วางไว้ด้านบนเพื่อชูรสชาติ ตามมาด้วย Main Course เมนูหลัก 2 จาน คือ เมนูแกงปูใบชะพลู ที่มาในรูปแบบใหม่ โดยการเสิร์ฟด้วย ราวีโอลียัดไส้ปูและใบชะพลู ส่วนอีกจานคือ เมนูกุ้งแม่น้ำผัดมันกุ้ง เขาเลือกที่จะใช้กุ้งแม่น้ำตัวโตๆ ไปทอดเกลือให้หอมฟุ้ง พร้อมทั้งนำมันกุ้งไปผัดกับข้าวเพิ่มรสชาติและกลิ่นชวนลิ้มรส ปิดท้ายด้วยเมนู Dessert เมนูขนมหวาน ที่รวมสารพัดกล้วยไว้ในจานเดียว คือ เมนูเค้กกล้วยหอม ที่เสิร์ฟคู่กับไอศกรีม ซอสคาราเมล หวังมัดใจกรรมการ มาดูทางฝั่งของ COT.10 บอล ธนพันธ์ เขาเลือกที่จะเสิร์ฟ Appetizer เมนูเรียกน้ำย่อยด้วย 4 อย่าง ประกอบไปด้วย น้ำพริกอ่องหมู, ทอดมันกุ้งซีส, ลาบปลามะแขว่นและ ซุปไก่ ส่วน Main Course เมนูหลัก 2 จาน คือ เมนูสลัดแซลมอลโมเสก เขาเลือก Aro Gold แซลมอนสด ชาซิมิเกรดส่งตรงจากทะเลนอร์เวย์ เนื้อแน่น รสชาติอร่อย จาก Makro ชูความหวานของเนื้อปลา มาหั่นให้เป็นเส้น พร้อมผสมกับซอสมิโซะ หมักกับ ผิวและน้ำของเลมอน คลุกผสมทิ้งไว้ 30 นาที ก่อนจะนำมาม้วนโรลกับสาหร่าย เสิร์ฟคู่กับผักสลัด ออกมาเป็น เมนูสลัดแซลมอนโมเสก นั่นเอง สามารถกดสั่งซื้อ เอโร่ แซลมอนสดหั่นชิ้น ติดหนังได้ที่ Makro Pro https://makropro.onelink.me/NDNS/nuomsyhf อีกเมนู คือ เนื้อโคขุนไทยวากิว Squid Ink มัสมั่น ที่ผสมผสาน ระหว่างพริกแกงแดงกับพริกแกงมัสมั่นเสิร์ฟบนเนื้อวัวชั้นเลิศ เมนูนี้จะได้สัมผัสทั้งความหอมของเครื่องแกงไทยและต่างประเทศอย่างลงตัว ปิดท้ายด้วย Dessert เมนูขนมหวาน กับ เมนู เครมบรูเล่ น้ำตาลโตนด ที่ทานคู่กับครีมใบเตย แถมยังดีไซน์ออกมาให้มีกลิ่นอายของรถไฟ เข้าคอนเซปต์ของรายการ Chef On Train อีกด้วย ทันทีที่ 5 กรรมการได้ชิม ต่างติชมกันอย่างจริงจัง หลายเมนูโดนใจ แต่บางเมนูก็กลับทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร เมื่อขบวนรถไฟถึงที่หมาย ณ สถานีรถไฟหัวลำโพง พวกเขาก็ต่างลุ้นตัวโก่ง ว่าใครจะโกยคะแนนจากคณะกรรมการ และคว้าแชมป์ไปครอง โดยผู้ชนะจะได้ ถ้วยรางวัล พร้อมเงินรางวัล 1 ล้านบาท จาก คุณ วินท์รดิศ กลศาสตร์เสนี ประธานฝ่ายดิจิทัลมีเดีย บริษัท ทรูดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด และ คุณณภัทร ศิลาพันธ์ Managing Director บริษัท The Lemon Shot มาให้เกียรติในการมอบรางวัล พวกเขาทุ่มสุดตัวท่ามกลางความกดดันและอุปสรรคมากมาย ใครจะคว้าแชมป์ Chef On Train คนแรกของประเทศไปครอง ติดตามชม รายการ "CHEF ON TRAIN" ดูฟรีที่ทรูไอดี ห้ามพลาด สมัครแพ็กเกจ TrueID+ ผ่านแอป TrueID หรือ กล่อง TrueID TV สมัครเลย https://ttid.co/D7LM/h28h8u08 อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : ปักหมุดไว้เลย 3 รายการน่าดู บนทรูไอดี แถมดูฟรีด้วยนะ รีวิว CHEF ON TRAIN EP.8 : ลำพูนสะเทือน! เจนนิเฟอร์ คิ้ม คอมเมนต์ชอบผู้เข้าแข่งขันที่ไม่เหลิง ต้องยืนปากเหวบ้าง! "สไปรท์ บะบะบิ" ยูทูบเบอร์สาวสายฮา ขอมาเสิร์ฟความต๊าชใน "CHEF ON TRAIN" รีวิว CHEF ON TRAIN EP.7 : "สไปร์ท บะบะบิ" โดดขึ้นขบวนรถไฟสายอร่อย ถึงกับลั่น "มันต๊าซมาก!" รีวิว CHEF ON TRAIN EP.6 : ปาดน้ำตาคาโบกี้! "จูดี้" อึดอัด ด้าน "น้องแดน" ต้องพาผู้เข้าแข่งขันชนะให้ได้! "papaparty" จับมือ "กินกับกี้" บุก CHEF ON TRAIN แซ่บร้อน ครัวแทบแตก! รีวิว CHEF ON TRAIN EP.5 : "เจนนิเฟอร์ คิ้ม - แต๋ง" กังวลใจ หวั่นประวัติศาสตร์ซ้ำรอย "พล ตัณฑเสถียร" หล่อแบบออร์แกนิก แขกวีไอพี จาก CHEF ON TRAIN "เจนนิเฟอร์ คิ้ม" นั่งเก้าอี้กรรมการรายการ "CHEF ON TRAIN" พิสูจน์อีกหนึ่งบทบาท รีวิว CHEF ON TRAIN EP.4 : "ป้าตือ-เชฟกิ๊ก" วิจารณ์ร้อนแทบทุบโต๊ะ ทักผู้เข้าแข่งขันลอกเมนูกัน! ส่องวิถีอินฟลูฯ "ปิงลี่ เฟมัส-พั้มกิ้น" แขกพิเศษรายการ "CHEF ON TRAIN" ตอนล่าสุด! "ผู้บ่าวลอนดอน" จับมือ "แพท-ไกด์ Midnight Bite Food" อินฟลูฯคนดัง บุก CHEF ON TRAIN เปิด 5 เหตุผลควรดูรายการ "CHEF ON TRAIN" เข้มข้นทุกนาที แจกไอจี ผู้เข้าแข่งขันรายการ "CHEF ON TRAIN" เข้าไปส่องระวังท้องร้อง รีวิว CHEF ON TRAIN EP.3 : "ป้าตือ" ทักแรงจานนี้กินไม่ได้ ทำผู้แข่งขันหน้าเสียยิ้มไม่ออก รีวิว CHEF ON TRAIN EP.2 : "เชฟฟาง - เจนนิเฟอร์ คิ้ม" จัดหนัก งานนี้มีผู้เข้าแข่งขัน เสียน้ำตากลับบ้าน! รวมลิงค์ดูรายการ CHEF ON TRAIN ทุกตอน ทาง TrueID ทรูไอดี ร่วมกับ เซเว่น อีเลฟเว่น และแม็คโคร ส่ง "CHEF ON TRAIN" รายการแข่งขันทำอาหาร บนเส้นทางรถไฟครั้งแรกในประเทศไทย! ที่ทรูไอดี "อูน ชนิสรา" เกสคนแรกรายการ "CHEF ON TRAIN" สาวน้อยร้อยความสามารถ เทสดี เสน่ห์ปัง รอบรู้วงการฟู้ดส์ พิธีกรโชว์รายการทำอาหารตัวท็อปของไทย! วิธีการรับชมรายการ "CHEF ON TRAIN" ดูได้ที่ทรูไอดี มีให้เลือกถึง 3 ช่องทางฟรี! รีวิว CHEF ON TRAIN EP.1 : ป้าตือ วีนฉ่ำ เรียกร้องสิทธิให้ผู้เข้าแข่งขัน เปิดวาร์ปผู้เข้าแข่งขันรายการ "CHEF ON TRAIN" พร้อมขึ้นรถไฟ เปิดเตา 3 พ.ย.นี้ ดูฟรีที่ทรูไอดี ห้ามพลาด "CHEF ON TRAIN" กับภารกิจสุดท้าทาย พร้อมเมนูเด็ด เริ่ม 3 พ.ย.นี้ ตัวตึงทั้งนั้น! เปิดตัว 5 กรรมการ ที่ร่วมตัดสินในรายการ "CHEF ON TRAIN"

ข้าวกล่องเซเว่น เชฟแคร์ส ข้าวคลุกน้ำพริกลงเรือ และหมูหวาน จากเชฟ Fine Dining
อ่าน

ข้าวกล่องเซเว่น เชฟแคร์ส ข้าวคลุกน้ำพริกลงเรือ และหมูหวาน จากเชฟ Fine Dining

กินอะไรดีที่เซเว่น ข้าวกล่องเซเว่น 2023 ตามเรามาดู รีวิว ข้าวคลุกน้ำพริกลงเรือ และหมูหวาน ข้าวกล่องเซเว่นออกใหม่ เมนูข้าวคลุกน้ำพริกแบบไทยๆ ที่ถูกใจคนทุกชาติ อีกหนึ่งเมนู ของกินเซเว่นออกใหม่ เมนูสุดพรีเมียมจาก เชฟแคร์ส CHEF CARES Ready Meals รังสรรค์ขึ้นมาจากฝีมือ เชฟโจ ณพล จันทรเกตุ จากร้าน Samlor ร้านอาหารมิชลินไกด์ สไตล์ อิซากายะ Fine Dining ย่านบางรัก ผู้ที่สามารถยกระดับ เมนู Street Food อาหารไทย ให้ดูอินเตอร์ แต่ยังไม่ทิ้งรสชาติต้นตำรับที่แสนจะครบเครื่อง ข้าวกล่องเซเว่น เชฟแคร์ส ข้าวคลุกน้ำพริกลงเรือ สำหรับ ข้าวกล่องเซเว่น เชฟแคร์ส CHEF CARES Ready Meals เมนู ข้าวคลุกน้ำพริกลงเรือ และหมูหวาน ก็สามารถหซื้อได้ที่ร้าน 7-Eleven ใกล้บ้านทุกสาขา และความพิเศษคือเค้ามาในราคาที่จับต้องได้ง่ายขึ้น เพียงกล่องละ 49 บาท แต่ได้อิ่มคุ้ม จัดเต็มกับอาหารที่มาในปริมาณจัดเต็ม อิ่มได้ 1 มื้อ และยังได้รับสารอาหารที่ครบครัน บอกเลยว่าใครที่เป็นสายอาหารไทย ต้องหลงรักเมนูนี้ ใครจะไปเชื่อว่าเราจะสามารถหา ข้าวคลุกน้ำพริกรสชาติไทยแท้ๆ ทานได้ที่ร้านสะดวกซื้อ เซเว่นอีเลฟเว่น เพียงแค่เดินออกจากบ้าน หรือสั่งซื้อออนไลน์ผ่าน 7-Delivery ก็ได้ทานเมนู ข้าวคลุกน้ำพริกลงเรือ และหมูหวานแสนอร่อยแล้ว และพิเศษสุดๆ สำหรับลูกค้าทรู เพียงใช้ทรูพอยท์ 1 คะแนน แลกรับส่วนลดพิเศษ ประหยัด 6.- บาท ข้าวคลุกน้ำพริกลงเรือ และหมูหวาน ตรา เชฟแคร์ส 1 ชิ้น เพียง 43.- บาท (ปกติ 49.-) คลิกแลกทรูพอยท์ รับส่วนลด ข้าวคลุกน้ำพริกลงเรือ และหมูหวาน ที่นี่ รีวิวข้าวกล่องเซเว่น ข้าวคลุกน้ำพริกลงเรือ และหมูหวาน ข้าวหอมมะลิคลุกน้ำพริกลงเรือ : ข้าวหอมมะลิหุงสุกกำลังดี เม็ดสวยหอมนุ่มหนึบ คลุกน้ำพริกลงเรือ หอมกลิ่นน้ำพริก กลิ่นมะนาว รสชาติจัดจ้านแต่ไม่เผ็ดโดด ทานง่าย หมูหวาน : เนื้อหมูชิ้นใหญ่ให้เยอะ เนื้อนุ่ม คลุกกับซอสหมูหวานมาแบบเข้าเนื้อ ทานพร้อมข้าวอร่อยลงตัวมากๆ ข้าวโพดอ่อน : ข้าวโพดอ่อนต้มจนได้ความสุกกำลังดี ยังคงความกรอบ เพิ่มมิติให้จานนี้ได้เป็นอย่างดี แครอท : แครอทลวก กรอบ หวาน ตัดกับรสชาติของข้าวคลุกน้ำพริกได้ดี ถั่วแขก : ผักเขียวที่ไม่เหม็นเขียว ถูกลวกมาจนได้ความสุกที่กำลังดี ยังมีความกรอบ อร่อย ทานง่าย ในครั้งนี้เค้าไม่มาแค่เมนู ข้าวคลุกน้ำพริกลงเรือ และหมูหวาน เพียงเมนูเดียวเท่านั้น เพราะเค้ามาพร้อม ข้าวคลุกแกงเขียวหวานและอกไก่ เมนูทานง่ายสไตล์ไทยๆ เหมือนเดิม แต่เพิ่มเติมคือความอร่อยแบบ Level Up! รังสรรค์โดยเชฟนิค ณัฏฐพล ภวไพบูลย์ จากร้านวังหิ่งห้อย นั่นเองค่ะ ข้าวกล่องเชฟแคร์ส CHEF CARES Ready Meals เมนู ข้าวคลุกน้ำพริกลงเรือ และหมูหวาน จับมือมากับข้าวคลุกเขียวหวานและอกไก่ หาซื้อได้ง่ายๆ ที่ร้าน 7-Eleven ใกล้บ้าน หรือสั่งเดลิเวอรี่ผ่านบริการ 7-Delivery ก็ได้เช่นกัน รับรองว่าจะอิ่มอร่อยแบบฟินๆ ในราคาเพียงกล่องละ 49 บาท รับรองว่าจะไม่ผิดหวังข้าวคลุกต้นตำหรับไทย และที่สําคัญกําไร 100% เชฟแคร์สมอบคืนกลับสู่สังคม ผ่านโครงการเพื่อสังคมต่างๆ ของมูลนิธิเชฟแคร์ส และเตรียมพบกับหลากหลายเมนูความอร่อยของเชฟแคร์สที่จะทะยอยมาให้คุณได้ฟินเร็วๆ นี้ค่ะ เมนูข้าวกล่องเซเว่น ข้าวกล่องเชฟแคร์ส(CHEF CARES Ready Meals) หมูครีมซอสและมักกะโรนีโดย เชฟแฮง ซาเวลเบิร์ก สปาเกตตี้ซอสเขียวหวานและอกไก่โดย เชฟนิค ณัฏฐพล ภวไพบูลย์ แกงป่าปลาข้าวไรซ์เบอร์รี่โดย เชฟชุมพล แจ้งไพร ไก่ทิกก้ามาซาล่ากับข้าวหุงขมิ้นโดย เชฟดีปังเคอร์ โคสลาดูรีวิว :อร่อยง่ายได้ประโยชน์ ! รีวิว 4 ข้าวกล่องเซเว่น ออกใหม่ Chef Cares Ready Meals หมี่ซั่วหมู ซอสปักกิ่งโดย เชฟป้อม ธนรักษ์ ชูโต เป็ดผัดพริกแกงใต้และข้าวมันขิงโดย เชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต๊ปเป้ ฟูซิลลี่ ผัดขี้เมาไก่โดย เชฟสุภินยา จันสุตะ (เจ๊ไฝ) น้ำพริกอ่องเนื้อจากพืชและข้าวเหนียวโดย เชฟแบล็ค ภานุภน กะเพราหมูคูโรบูตะและข้าวญี่ปุ่นโดย เชฟสุภินยา จันสุตะ (เจ๊ไฝ) บิบิมบับผสมไก่ ข้าวยำเกาหลีโดย เชฟคังมินกู สปาเกตตี้ซอสครีมเห็ดทรัฟเฟิลและอกไก่โดย เชฟพฤกษ์ สัมพันธวรบุตร สปาเกตตี้กุ้งซอสต้มยำโดย เชฟนิค ณัฏฐพล ภวไพบูลย์ ข้าวเต้าหู้หม่าโผว เมนูเจ โดย เชฟถัง ข้าวคลุกแกงเขียวหวานและอกไก่ โดย เชฟนิค ณัฏฐพล ภวไพบูลย์ บทความที่คุณอาจสนใจ รวม 40 สูตรทำแกงไทย แกงกะทิ แกงเผ็ด เมนูข้าวแกง จัดหนักจัดเต็ม ทำขายได้เลย! หิวเมื่อไหร่ก็แวะมา! 35 เมนู ข้าวกล่องเซเว่น ของอร่อยเซเว่น กินได้ไม่มีเบื่อ! 12 ประโยชน์ของ สมุนไพรไทย พืชผักสมุนไพร มีติดครัวไว้ทุกบ้าน

ตามกาล Time Kaan ร้านอาหารไทยโบราณ Fine Dining ย่านสุขุมวิท
อ่าน

ตามกาล Time Kaan ร้านอาหารไทยโบราณ Fine Dining ย่านสุขุมวิท

พานักชิมมาเปิดประสบการณ์ ร้านอาหาร Fine Dining ภายใต้คอนเซ็ปต์ที่แตกต่างไม่เหมือนใครกับร้าน ตามกาล Time Kaan ร้านอาหารไทย ยุคสมัยก่อนที่หยิบเอาเรื่องราวและอาหารของคนยุคก่อนเราตั้งแต่ 100 - 1200 ปี มารังสรรค์เป็นเมนูอาหารที่เสิร์ฟมาทั้งหมด 14 คอร์ส พร้อมหยิบเอาประวัติศาสตร์ของแต่ละเมนูมาบอกต่อได้อย่างครบถ้วน เรียกว่าได้ทั้งลิ้มรสเมนูอาหารอร่อย และได้ความรู้เรื่องประวัติศาสตร์ไปพร้อมกัน เป็นประสบการณ์ดีๆ ที่สายกินไม่ควรพลาด ตามกาล ร้านอาหารไทย Fine Dining ตามกาล Time Kaan เป็นร้านอาหาร Fine Dining ในรูปแบบ 14 Full Course ตั้งอยู่ที่ กินรี เวนิว สุขุมวิทซอย 8 ก่อกำเนิดจากการรวมตัวของเชฟรุ่นใหม่ที่หลงใหลในเรื่องราวของประวัติศาสตร์อาหารไทย ทำการรีเสิร์ช ค้นคว้าข้อมูล หนังสือประวัติศาสตร์ และงานวิจัยต่างๆ จนออกมาเป็นเมนูอาหาร 14 คอร์ส ที่แต่ละเมนูมีอายุไล่เรียงตั้งแต่ 100 - 1200 ปี โดยที่ร้านจะไม่ใช้คำว่า อาหารไทยแท้ แต่เป็นอาหารย้อนยุค ณ เวลานั้นที่คนโบราณกินกัน ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ใหม่ สำหรับคนยุคใหม่จริงๆ ขอเริ่มเดินทางกับเมนูอาหารทั้ง 14 คอร์สกันเลย โดยเริ่มที่เมนูแรก จะไม่มีในลิสต์ แต่เป็น complimentary ที่ทางเชฟทำให้พิเศษ เป็นคุกกี้กะทิงาขาวที่ไม่มีส่วนผสมของแป้ง ปั๊มลายออกมาเป็นรูปทรงนาฬิกา เข้ากับคอนเซ็ปต์ของร้าน ตามกาล ได้ดีทีเดียว จากนั้นก็จะเริ่มที่คอร์สแรกกับ เปาหลิงโก๊ะ เป็นการนำข้าวเหนียวหมักด้วยยีสต์เป็นเวลา 2 วัน รสชาติสดชื่น คล้ายข้าวหมาก แต่ไม่มีแอลกอฮอล์ และจะได้ความเผ็ดปลายจากน้ำพริกจินดาแดงอีกด้วย เป็นคอร์สแรกที่เปิดต่อมรับรสได้ดีทีเดียว เปาหลิงโก๊ะ (อายุ 724 ปี) คอร์สที่ 2 เครื่องกรอบเข้าวัง (หมี่น้ำบ้านราชทูต) เป็นเมนูที่มีมามากกว่า 100 ปี เป็นเส้นหมี่ทอดกรอบ ท็อปด้วยกรรเชียงปูชิ้นใหญ่ และเนื้อปูฝอยทอดกรอบ ท็อปด้วยเจลดอกดาหลา กุยช่ายขยำเกลือ ราดด้วยซอสมะขามทำจากน้ำปลา จังหวัดปัตตานี และน้ำตาลแว่นจากตรัง เครื่องกรอบเข้าวัง (อายุ 154 ปี) คอร์สที่ 3 มัสยาส้มใบ (ลาบปลากะพงแดง) เป็นเมนูที่ทำจากเนื้อปลากระพงแดงสับ โรยด้วยข้าวคั่ว พริก มะแขว่น ได้ความเปรี้ยวจากน้ำมะม่วงเบา และใบชะมวงที่รองด้านล่าง ทั้งยังเสิร์ฟพร้อม Glass Cracker ที่ทำจากมะม่วงเบาและมันสำปะหลัง เวลาทานให้รวบทานในคำเดียว รสชาติจัดจ้าน และหอมกลิ่นข้าวคั่วสุดๆ มัสยาส้มใบ (อายุ 724 ปี) คอร์สที่ 4 ร้อนรสโอชเอม (ข้าวคลุกน้ำพริกพริกไทยอ่อน ไก่ย่าง) เนื่องจากคนสมัยก่อน ยังไม่มีพริกในเมนูอาหาร จึงปรุงรสชาติเผ็ดด้วยพริกไทย ทางเชฟจึงทำเป็นข้าวคลุกน้ำพริกพริกไทยอ่อน เสริมความเค็มจากถั่วเน่าเข้าไป มาพร้อมกับไก่ย่างตะนาวศรี จากจังหวัดราชบุรี ซึ่งจะมีรสสัมผัสเหนียวนุ่มเป็นพิเศษ นำไปย่างเกลืออ่อนๆ เวลาทานคู่กับข้าวคลุกน้ำพริกพริกไทยอ่อน จะได้ทั้งความหอม เผ็ด เค็ม เข้ากันสุดๆ ร้อนรสโอชเอม (อายุ 700 ปี) คอร์สที่ 5 มัจฉาซ่อนรส (งบห่อหมกปลาบู่) ว่ากันว่าเป็นเมนูที่ได้รับอิทธิพลมาจากชาวซุนดา อินโดนีเซีย เป็นการทำอาหารโดยใช้ใบตองมาห่อ โดยใช้ปลาบู่ที่เป็นสายพันธุ์หายาก รสชาติอร่อย มีส่วนประกอบหลักคือ ขมิ้น ตะไคร้ และความเปรี้ยวจากมะเขือเทศ และมีผักแขยงรวมอยู่ด้วย เวลาทานให้ตักทุกส่วนประกอบและกินพร้อมกัน รสชาติจัดจ้านสไตล์ใต้สุดๆ มัจฉาซ่อนรส (อายุ 1200 ปี คอร์สที่ 6 อัมพิละนางรม (หอยนางรมจี๊ดจ๊าด) จากบันทึกของลาลูแบร์ ราชทูตฝรั่งเศสที่เดินทางมาเยือนกรุงศรีอยุธยา เป็นการหยิบเอา หอยนางรม พันธุ์หอยตะโกรม จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่มีรสชาติหวาน ท็อปด้วยกรานิต้ามะปี๊ด ขิงซอย มะตูมแขกและผักชีล้อม เป็นเมนูที่ได้ทั้งความหวาน หอม และสดชื่นเข้ากันได้เป็นอย่างดี อัมพิละนางรม (อายุ 336 ปี) คอร์สที่ 7 เครื่องแกงแฝงพวงร้อย (ฉู่ฉี่ไข่ปลาช่อน) เกิดขึ้นในรัชสมัยพระนารายณ์ ที่ได้มีการค้าขายจากทางอินเดีย ที่ได้เทคนิคการปรุงอาหารโดยใช้กะทิ โดยเมนูนี้ใช้เป็นไข่ปลาช่อนแม่ลา จากจังหวัดสิงห์บุรี ท็อปด้วยคุกกี้เครื่องแกงที่เป็นเครื่องแกงเผ็ด และลูกสามสิบ ซึ่งจะมีรสชาติคล้ายมะเขือพวง แต่มันกว่า เข้ากับพริกแกงได้ดีมาก เวลาทานคู่กันทั้งหมด บอกเลยว่าเข้มข้นสุดๆ เครื่องแกงแฝงพวงร้อย (อายุ 336 ปี) คอร์สที่ 8 กระยาหารส่งถวาย (ซุปไก่ดำรังนก) เกิดในรัชสมัยพระนารายณ์ เป็นการถวายเมนูซุปยาจีนแด่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 โดยเมนูนี้ใช้ไก่ดำจากเชียงใหม่ นำไปตุ๋นจนได้น้ำซุปเข้มข้น จากนั้นนำรังนกปัตตานีที่มีกิโลกรัมละ 80,000 บาท นำไปนึ่ง 1 ชั่วโมง และนำมาผสมเข้ากันกับน้ำซุป และตุ๋นต่ออีก 8 ชั่วโมง รสชาติกลมกล่อม หอมละมุน ไม่หวาน ไม่เค็มจนเกินไป กระยาหารส่งถวาย (อายุ 336 ปี) คอร์สที่ 9 เลิศรสลงสรง (กุ้งย่างน้ำปลามะกอก) เป็นเมนูที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตของคนสมัยรัตนโกสินทร์ ช่วง ร.6 - ร.7 ที่มีบ้านติดริมน้ำ โดยความพิเศษของเมนูนี้จะอยู่ที่น้ำจิ้ม ที่ทำจากน้ำปลามะกอก น้ำบูดู เวลาทานให้ราดซอสลงไปบนกุ้ง และผสมให้เข้ากันกับผัดเคียงบนจาน จะยิ่งทำให้รสชาติอร่อยมากยิ่งขึ้น เลิศรสลงสรง (อายุ 112 ปี) คอร์สที่ 10 หมากชื่นกลิ่น (กรานิต้ามะเม่า) มะเม่าถือเป็นผลไม้โบราณที่ค้นพบในแถบภาคอีสาน มีมานานจนไม่สามารถระบุช่วงเวลาได้แน่ชัด โดยเมนูนี้นำมะเม่ามาทำเป็นกรานิต้า ท็อปด้วยมิ้นท์คาเวีย ซึ่งเป็นเมนูที่ทำให้ได้รับความสดชื่น ก่อนจะเข้าสู่เมนคอร์ส นั่นเอง หมากชื่นกลิ่น (ไม่สามารถระบุเวลาได้) คอร์สที่ 11 การะเกตุถือดาบ เป็นอาหารในสมัย ร.5 โดยทำจากส่วนเนื้อซี่โครงสัตว์ที่มีลักษณะคล้ายดาบ คือ ใช้ส่วนของซี่โครงแกะ จึงทำให้เกิดชื่อเมนูนี้ เนื้อแกะที่วางอยู่บนซอสการะเกดที่ทำจากขมิ้นและกะทิ เสิร์ฟพร้อมข้าวมันปู และน้ำอาจาดแขก เนื้อแกะนุ่มละมุน กินคู่กับข้าวมันปูและน้ำอาจาด บอกเลยว่าเป็นเมนคอร์สที่ลงตัว การะเกตุถือดาบ (อายุ 140 ปี) คอร์สที่ 12 ทวิรสสดชื่น (ปลาแห้งแตงโม) เป็นเมนูของว่างทานเล่นตั้งแต่สมัยอยุธยา และอีกหนึ่งบันทึกจากเจ้าครอกวัดโพธิ์ ที่กล่าวถึงเมนูของว่างคลายร้อนที่เรียกว่า ผัดปลาแห้งแตง อุลิต หรือ ปลาแห้งแตงโม เมื่อปี พ.ศ.2352 อีกด้วย ทางร้านนำมาปรับรูปแบบใหม่ให้มีความโมเดิร์นมากขึ้น โดยใช้แตงโมสีเหลืองและแตงโมสีแดงนำไปแช่กับไวท์ไวน์ ท็อปด้วยเจลมะกรูด และเจลไวท์ไวน์ ในส่วนของปลาแห้ง ใช้เป็นปลาช่อนแม่ลา เพิ่มความสนุกด้วยป็อปปิ้งแคนดี้ ทวิรสสดชื่น (อายุ 500 ปี) คอร์สที่ 13 หินฝนทองขนมตัวนี้มักจะถูกพกไปพร้อมกับทหารที่ออกรบในสมัยกรุงธนบุรี เป็นขนมที่ทานเพื่อให้พลังงานระหว่างออกรบ ทำจากข้าวเสาไห้ งาดำ กะทิ กากมะพร้าวเผา มีทั้งหมด 3 ชั้น โดยมีชั้นบิสกิต มูส และตัวขนม ใช้เวลาทำทั้งหมด 3 วัน หน้าตาของขนมทำเลียนแบบหินฝนทอง เป็นหินที่ใช้ทดสอบทองแท้ทองปลอมของคนสมัยโบราณนั่นเอง หินฝนทอง (อายุ 300 ปี) คอร์สที่ 14 บิสกิตแครนเบอร์รี (สัมปันนีแครนเบอร์รี) ขนมนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากขนมสัมปันนี ซึ่งเป็นขนมของชาวโปรตุเกส เป็นขนมที่มีต้นกำเนิดมาจากท้าวทองกีบม้า หัวหน้าห้องเครื่องต้นในราชสำนักกรุงศรีอยุธยา ในสมัย 300 กว่าปีก่อน เชฟได้ปรับแต่งสูตรเล็กน้อยโดยเพิ่มตัวแคนเบอร์รีเข้าไป ให้รสชาติออกเปรี้ยวสดชื่น ผสมกับแป้งมันสำปะหลัง กะทิอบควันเทียน ใช้เวลาทำประมาณ 2 วัน เรียกว่าเป็นเมนูที่ปิดท้ายคอร์สได้อย่างดีเยี่ยม บิสกิตแครนเบอร์รี (อายุ 300 ปี) 14 คอร์ส เริ่มต้น 3,500 บาท ++ โดยเมนูนี้จะอยู่ประมาณ 4 เดือน และหมุนเวียนไปเรื่อยๆ ใครสนใจอยากลิ้มลองรสชาติอาหารไทยของคนสมัยก่อน ต้องตามเปิดประสบการณ์กันได้ที่ ตามกาล Time Kaan ข้อมูลร้าน ตามกาล Time Kaan พิกัด :https://goo.gl/maps/J9o8ixtZHA4DPpj16 ที่อยู่ : อาคารกินรี สุขุมวิท 8 คลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร ร้านเปิดบริการ : 17.30 - 23.00 น. โทร : 08-2646-1664 ที่จอดรถ : มี (valet parking) เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/TimeKaan บทความที่คุณอาจสนใจ 10 ร้านอาหารไทยโบราณ ต้นตำรับ กรุงเทพ รสชาติไทยแท้ ที่คุณแม่ต้องปลื้ม! 10 ร้านอาหาร มิชลินสตาร์ 1 ดาว ในกรุงเทพ 2023 สายกินต้องจด ! 20 ร้านอาหาร ทองหล่อ อัพเดท 2022 รวมทุกร้านเด็ด บนถนนชื่อดัง ต้องไปโดน!

อร่อยอย่างมีระดับ ! การทานอาหาร แบบ Fine Dining คืออะไร เข้าใจแน่นอน
อ่าน

อร่อยอย่างมีระดับ ! การทานอาหาร แบบ Fine Dining คืออะไร เข้าใจแน่นอน

Fine Dining คืออะไร ? ต้องหรูขนาดไหน ถึงเรียกว่า อาหาร Fine Dining ไฟน์ไดนิ่ง ? หลายๆ คน อาจจะมีคำถามนี้ในใจ จากการดูรายการ MasterChef Thailand ทุกๆ ซีซั่น ที่โจทย์ในการแข่งขันมักจะเป็นการยกระดับอาหารให้เป็น Fine Dining หรือจากการที่ร้านอาหารระดับ มิชลินสตาร์ หลายๆ ร้าน คือร้านอาหารประเภท Fine Dining วันนี้เราเลยจะพาทุกคนมาหาคำตอบกันค่ะ ว่า อาหาร Fine Dining ที่เขาพูดถึงกันเนี่ย คือร้านอาหารประเภทอะไรกันแน่ จะใช่อาหารไทยไหม หรือจะต้องเป็นอาหารต่างชาติเท่านั้น ใครอยากรู้แล้วก็ตามเรามาหาคำตอบกันเลยค่าา Fine Dining ไฟน์ไดนิ่ง คืออะไร ? Fine Dining ไฟน์ไดนิ่ง คือการทานอาหารที่อร่อย คนทานทานแล้วมีความสุขกลับไป อาหารประเภท Fine Dining ไฟน์ไดนิ่ง มักจะอยู่ในร้านอาหารหรือภัตตาคารระดับพรีเมี่ยม ที่พร้อมเสิร์ฟทั้งอาหาร และเครื่องดื่ม ที่ปรุงขึ้นมาจากวัตถุดิบคุณภาพดี ที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี และอาหารแต่ละจานจะมีมาตรฐานในเรื่องของรสชาติ และการตกแต่งจาน รวมไปถึงการบริการที่เหนือกว่าร้านอาหารทั่วไปอย่างชัดเจน หนทางสู่ Master Chef ! 10 คำศัพท์การทำอาหาร สู่การเป็นเชฟมืออาชีพ! ไขข้อข้องใจ เนื้อสัตว์ประเภทไหน กินดิบได้ กินดิบไม่ได้? สายเข้าครัวต้องจด! 9 ข้อสรุป เกี่ยวกับ Fine Dining เข้าใจง่ายๆ ในไม่กี่นาที ร้านอาหาร Fine Dining จะเป็นร้านอาหารระดับสูง ที่มีการตกแต่งร้านในบรรยากาศที่หรูหรา ในบางร้านอาจจะมีการกำหนดเครื่องแต่งกาย หรือที่เรียกว่า Dress Code ให้กับลูกค้าที่จะมาใช้บริการ เมนูอาหาร Fine Dining จะเป็นเมนูที่มีคุณภาพที่สูงกว่าร้านอาหารทั่วไป อาหารทุกจาน เกิดจากการผสมผสานการปรุงอาหารด้วยวัตถุดิบคุณภาพดี หรือวัตถุดิบหายากตามฤดูกาล บวกกับความคิดสร้างสรรค์จนทำให้เกิดอาหารที่มีรสชาติอร่อยระดับพรีเมี่ยม การเสิร์ฟอาหาร Fine Dining จะมีให้เลือกทั้งแบบ A La Carte และ เมนูคอร์ส แล้วแต่ร้านอาหาร แน่นอนว่าอาหาร Fine Dining จะมีราคาที่สูงกว่าร้านอาหารทั่วไปอยู่มากพอสมควร บริการเครื่องดื่มประเภทไวน์คุณภาพดี และอาจจะมีผู้เชี่ยวชาญคอยแนะนำในการดื่มไวน์ตามความเหมาะสมของอาหาร บริกรจะถูกฝึกฝนเป็นอย่างดี และมีมาตรฐานในการบริการที่สูงกว่าร้านอาหารทั่วไป การบริการจะรวมไปถึงรายละเอียดในเรื่องอื่นๆ นอกเหนือจากการเสิร์ฟอาหาร เช่น การให้ข้อมูลและแนะนำรายละเอียดของอาหารแต่ละราย การจัดการเครื่องใช้บนโต๊ะให้กับลูกค้า การนำทางไปยังห้องน้ำ รวมไปถึงเก็บและพับผ้าเช็ดปากของลูกค้า ในปัจจุบันร้านอาหาร Fine Dining เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นในประเทศไทย มีร้านอาหาร Fine Dining เพิ่มมากขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค ทั้งในเรื่องของคุณภาพอาหาร รายละเอียดกรรมวิธีในการรังสรรอาหารแต่ละจาน การตกแต่งร้าน ซึ่งก็สามารถสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าในวันสำคัญ หรือวันพิเศษตามเทศกาลต่างๆ ซึ่งส่วนมาก ร้านอาหาร Fine Dining มักจะเป็นร้านอาหารฝรั่งเศสค่ะ ใครอาจะสัมผัสประสบการณ์การทานอาหารแบบสมบูรณ์แบบ ทั้งในเรื่องของรสชาติ คุณภาพอาหาร บรรยากาศร้าน และการบริการ ก็ลองมองหาร้านอาหาร Fine Dining แล้วไปทานอาหารมื้อพิเศษ รับรองว่าจะได้ความประทับใจกลับบ้านไปเต็มอิ่มแน่นอนค่ะ

มื้อการกุศล The Rare & Share Fine Dining Experience เดอะ เซนต์ รีจิส
อ่าน

มื้อการกุศล The Rare & Share Fine Dining Experience เดอะ เซนต์ รีจิส

โครงการ Rare Share เกิดจากความร่วมมือระหว่าง มูลนิธิโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงแห่งประเทศไทย FEND สถานทูตสวิตเซอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย และ บริษัท โรช ไทยแลนด์ จำกัด ขอเชิญประชาชนผู้มีจิตศรัทธารับประทานอาหารมื้อค่ำการกุศลสุดพิเศษ เพื่อเสริมสร้างความตระหนักต่อผลกระทบจากโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ชนิด SMA ผ่านเซตเมนู 5 คอร์ส พร้อมอุปกรณ์พิเศษประกอบการรับประทานอาหาร ที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อสะท้อนผลกระทบจากโรคที่เกิดกับผู้ป่วย โดยรายได้ส่วนหนึ่งหลังหักค่าใช้จ่ายจากมื้ออาหารการกุศลนี้จะนำไปบริจาคเข้ากองทุนเพื่อผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคดังกล่าวในประเทศไทย โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Spinal Muscular Atrophy: SMA) เป็นหนึ่งในโรคหายากจากความผิดปกติทางพันธุกรรมตั้งแต่กำเนิด และยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของผู้ป่วยเด็ก เนื่องจากเซลล์ประสาทสั่งการของผู้ป่วย SMA จะค่อยๆ สูญเสียความสามารถในการส่งสัญญาณเพื่อควบคุมกล้ามเนื้อ ผู้ป่วยจึงเคลื่อนไหว กลืนอาหาร หรือแม้แต่หายใจด้วยความยากลำบาก จากการคาดการณ์ในประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ชนิด SMA ราว 200 คน แม้จำนวนดังกล่าวอาจไม่มากนัก แต่ทว่าข้อจำกัดทางร่างกายที่เป็นผลจากโรคนี้ทำให้ผู้ป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ขาดโอกาสหลายอย่างในสังคม ถึงแม้ระดับสติปัญญาของพวกเขาจะเทียบเท่ากับเด็กปกติทั่วไป ด้วยเหตุนี้ โครงการ Rare Share จึงมีวัตถุประสงค์ที่จะสร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (SMA) ผ่านมื้ออาหารการกุศลสุดพิเศษ 5 คอร์ส ได้แก่ 1. Fried Chicken Taco Red Beet Injection 2. Starter: Lettuce; Green Apple and Red Cabbage Hamachi 3. Egg Sturgeon smoked 4.Wagyu Striploin 5. Dessert พร้อมด้วยอุปกรณ์ประกอบการรับประทานอาหารที่บรรจงรังสรรค์ขึ้นมาเฉพาะเพื่อสะท้อน โรค และ โลก ของผู้ป่วย เช่น ช้อนส้อมและมีดขนาดยักษ์ที่ช่วยให้เข้าใจความยากลำบากในการหยิบจับสิ่งของต่างๆ รวมถึงภาชนะรูปนาฬิกาที่สะท้อนถึงความทุ่มเทของผู้ดูแลที่ต้องใช้เวลากับผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมง เป็นต้น สำหรับประชาชนผู้มีจิตศรัทธาที่อยากทำความรู้จักโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ชนิด SMA ให้มากยิ่งขึ้นและร่วมช่วยเหลือกลุ่มผู้ป่วยโรคดังกล่าว สามารถรับประทานมื้ออาหารการกุศลสุดพิเศษ ราคา 4,500++ บาทต่อท่าน (*/**) เวลา 18:00 น. ณ ห้องแอสเตอร์ 1 ชั้น 14 โรงแรม เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ ตามวันที่ต่อไปนี้ โดยสำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ที่ทาง events.bangkok1@stregis.com หรือ 02-207-7777 วันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม 2565 วันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2565 วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม 2565 * เฉพาะค่าอาหารเท่านั้น ** รายได้ส่วนหนึ่งหลังหักค่าใช้จ่ายจากมื้ออาหารการกุศลนี้จะนำไปบริจาคเข้ากองทุนเพื่อผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือติดต่อเราผ่านช่องทางเหล่านี้ เว็บไซต์ www.stregisbangkok.com เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/TheStRegisBangkok ไลน์ @stregisbangkok

คำแพง
สิทธิพิเศษ

คำแพง

-

Lawry's The Prime Rib
สิทธิพิเศษ

Lawry's The Prime Rib

The USA Best Prime Rib

แม่ศรีเรือน ที่ ไอคอนสยาม
สิทธิพิเศษ

แม่ศรีเรือน ที่ ไอคอนสยาม

-

แลกน้ำดื่มฟรี 1 ขวด ใช้ทรูพอยท์ 29 คะแนน
สิทธิพิเศษ

แลกน้ำดื่มฟรี 1 ขวด ใช้ทรูพอยท์ 29 คะแนน

ประหยัด ฿10 ที่ เซ็นทรัล ฟู้ดพาร์ค ลูกค้าทรูใช้ทรูพอยท์ 29 คะแนน แลกรับน้ำดื่มฟรี 1 ขวด เงื่อนไข 1. โค้ดมีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ ทาง บริษัทฯ จะไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี2. กดรับสิทธิ์ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์เท่านั้น งดรับสิทธิ์จากภาพถ่าย / ภาพบันทึกหน้าจอ ( Screenshot )3. จำกัด 1 ท่าน/ 1 สิทธิ์/ เดือน, จำกัด 1,500 สิทธิ์ ต่อเดือน4. ลูกค้าใช้ทรูพอยท์ 29 คะแนน เพื่อแลกรับสิทธิ์ผ่านเครื่อง EDC ที่จุดบาร์น้ำใน Central FoodPark5. ลูกค้าทรูนำบัตรประชาชน/บัตรทรูการ์ด หรือโชว์บาร์โค้ดจากการรับสิทธิ๋ผ่านแอฟ แสดงต่อเจ้าหน้าที่เพื่อรับสิทธิ์ผ่านเครื่อง EDC จุดเคาน์เตอร์บาร์น้ำศูนย์อาหาร Central FoodPark6. สิทธิพิเศษนี้สามารถใช้ได้กับCentral FoodParkที่ร่วมรายการเท่านั้น7. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถแลก ทอน หรือเปลี่ยนเป็นเงินสดได้8. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข ระงับใช้ได้โดยมิต้องแจ้งล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้ สาขาที่ร่วมรายการCentral BangnaCentralworldCentral Rama 3Central Pinklao ชั้น 5Central Pinklao ชั้น GCentral EastvilleCentral Rama 2 ชั้น GCentral Rama 2 ชั้น 4Central WestgateCentral RattanathibetCentral Chaengwattana ชั้น GCentral Chaengwattana ชั้น 6Central SalayaCentral VillageCentral MahachaiCentralfestival ChiangmaiCentral Chiangmai AirportCentral Chiangrai FoodParkCentral LampangCentral PitsanulokCentral Nakhon RatchasimaCentral KhonkaenCentral UdonthaniCentral UbonratchathaniCentral Chonburi ชั้น GCentral Chonburi ชั้น 3Central Pattaya Beach1Central Pattaya Beach2Central MarinaCentral RayongCentral SuratthaniCentral SamuiCentral HadyaiCentral PhuketCentralfestival Phuket ชั้น 3Centralfestival Phuket ชั้น 1Central Nakhonsithammarat

เยนลี่ ยัวส์@ไอคอนสยาม
สิทธิพิเศษ

เยนลี่ ยัวส์@ไอคอนสยาม

Yenly Yours

เอ็ม บี เค ฟู้ดพาร์ค
สิทธิพิเศษ

เอ็ม บี เค ฟู้ดพาร์ค

ศูนย์อาหาร MBK FoodPark

ลูกค้าทรูใช้ทรูพอยท์ 39 คะแนน แลกรับน้ำดื่มฟรี 1 ขวด
สิทธิพิเศษ

ลูกค้าทรูใช้ทรูพอยท์ 39 คะแนน แลกรับน้ำดื่มฟรี 1 ขวด

ประหยัด ฿15.00ที่ กูร์เมต์ อีทส์ ลูกค้าทรูใช้ทรูพอยท์ 39 คะแนน แลกรับน้ำดื่มฟรี 1 ขวด เงื่อนไข 1. โค้ดมีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ ทาง บริษัทฯ จะไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี2. กดรับสิทธิ์ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์เท่านั้น งดรับสิทธิ์จากภาพถ่าย / ภาพบันทึกหน้าจอ ( Screenshot ) 3. ลูกค้าทรูใช้คะแนน 39 ทรูพอยท์ แลกรับน้ำดื่มฟรี 1 ขวด (น้ำแร่เพอร่า 600 cc) โดยแลกรับสิทธิ์ผ่านจุดจำหน่ายคูปอง กูร์เมต์ อีทส์ แผนกฟู้ดคอร์ท4. จำกัด 1 ท่าน/ 1 สิทธิ์ / เดือน, สิทธิพิเศษมีจำนวนจำกัด5. สามารถแลกรับสิทธิ์ได้ตามวันที่กำหนด6. ไม่สามารถโอนสิทธิ์หรือใช้สิทธิ์แทนกันได้7. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข ระงับใช้ได้โดยมิต้องแจ้งล่วงหน้า8. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาตัดสิทธิ์ในกรณีที่มีการใช้สิทธิ์ไม่ตรงตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด

วิจิตร จิ้นตุ๊ป ลำปาง
สิทธิพิเศษ

วิจิตร จิ้นตุ๊ป ลำปาง

ร้านอาหารเหนือ

ลูกค้า True Debenture รับฟรี วาฟเฟิลบลิซซาร์ดโคน 1 โคน
สิทธิพิเศษ

ลูกค้า True Debenture รับฟรี วาฟเฟิลบลิซซาร์ดโคน 1 โคน

ประหยัด ฿50.00ที่ แดรี่ ควีน ผู้ถือหุ้นกู้ True Debenture Club รับฟรีวาฟเฟิลบลิซซาร์ดโคน 1 โคน เงื่อนไข 1. สิทธิพิเศษนี้สำหรับผู้ถือหุ้นกู้กลุ่ม Elite และกลุ่ม Privilege ของ ทรู ดีเบนเจอร์ คลับ ซึ่งได้รับสิทธิ์ประโยชน์แบล็คการ์ดจาก ทรู ดีเบนเจอร์ คลับ โดยผู้ถือหุ้นกู้กลุ่ม Elite หมายถึงผู้ถือหุ้นกู้ที่ถือครองหุ้นกู้ของบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ/หรือหุ้นกู้ของบริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ณ วันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 รวมทุกรุ่น เป็นจำนวนตั้งแต่ 30,000 (สามหมื่น) หน่วย หรือคิดเป็นมูลค่ารวมตั้งแต่ 30,000,000 (สามสิบล้าน) บาทขึ้นไป และผู้ถือหุ้นกู้กลุ่ม Privilege หมายถึงผู้ถือหุ้นกู้ที่ถือครองหุ้นกู้ของบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ/หรือหุ้นกู้ของบริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ณ วันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 รวมทุกรุ่น เป็นจำนวนตั้งแต่ 5,000 (ห้าพัน) หน่วย หรือคิดเป็นมูลค่ารวมตั้งแต่ 5,000,000 (ห้าล้าน) บาทขึ้นไป แต่ไม่เกินจำนวน 30,000 (สามหมื่น) หน่วย หรือคิดเป็นมูลค่ารวมไม่เกิน 30,000,000 (สามสิบล้าน) บาท ท่านสามารถศึกษาข้อกำหนดและเงื่อนไข ของ ทรู ดีเบนเจอร์ คลับ เพิ่มเติมได้ที่: https://investor.true.th/storage/content/debenture/debenture-club/true-debenture-club-terms-and-conditions-th.pdf2. จำกัด 6 สิทธิ์ ตลอดแคมเปญ3. ข้อกำหนดและเงื่อนไขเป็นไปตามที่ร้านค้ากำหนด4. กรุณาแสดงสิทธิ์ก่อนใช้บริการโดยกดรับสิทธิ์ต่อหน้าพนักงาน และแสดงข้อความที่ได้รับบนหน้าจอหรือรับสิทธิ์ผ่าน TrueID Application5. สิทธิพิเศษนี้สามารถใช้ได้ในช่วงวันที่กำหนดเท่านั้น6. ร่วมรายการทุกสาขา (ยกเว้นสาขา เซ็นทรัล เฟสติวัล สมุย, จังซีลอน, เกาะเต่า, ร้านเอ้าท์ดอร์, ร้านทรัค, ร้านโมบาย,เดลิเวอรี่และสาขา SSP สนามบินทุกแห่ง)7. ขอสงวนสิทธิ์เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการเท่านั้น

ลูกค้าทรู ใช้ 39 ทรูพอยท์ แลกรับส่วนลดบัตรศูนย์อาหาร 10 บาท
สิทธิพิเศษ

ลูกค้าทรู ใช้ 39 ทรูพอยท์ แลกรับส่วนลดบัตรศูนย์อาหาร 10 บาท

ประหยัด ฿10.00 ที่ โลตัส ฟู้ดคอร์ท ลูกค้าทรู ใช้ 39 ทรูพอยท์ แลกรับส่วนลดบัตรศูนย์อาหาร 10 บาท เงื่อนไข 1. รหัสรับสิทธิ์สามารถใช้ได้ภายในเดือนที่กดรับสิทธิ์เท่านั้น2. ลูกค้าทรูแสดงบัตรทรูการ์ด บัตรประชาชน หรือ แสดงบาร์โค้ดจากการรับสิทธิ์ผ่านแอพ โดยใช้คะแนน 39 ทรูพอยท์ แลกรับส่วนลดบัตรศูนย์อาหาร มูลค่า 10 บาท (ชนิดไม่แลกคืน) โดยแลกรับสิทธิ์ผ่านเครื่อง EDC ที่จุดจำหน่ายคูปอง ณ ศูนย์อาหาร โลตัส ทุกสาขา3. จำกัด 1 ท่าน/ 1 สิทธิ์ / เดือน, สิทธิพิเศษมีจำนวนจำกัด4. ส่วนลดไม่สามารถแลกหรือทอนเป็นเงินสดได้5. สามารถแลกรับสิทธิ์ได้ตามวันที่กำหนดเท่านั้น6. ไม่สามารถโอนสิทธิ์หรือใช้สิทธิ์แทนกันได้7. บัตรศูนย์อาหารชนิดไม่แลกคืนมีอายุการใช้งาน 30 วันนับจากวันที่ซื้อ8. บัตรศูนย์อาหารมีค่ามัดจำบัตร 10 บาท ในส่วนนี้ลูกค้าต้องเป็นผู้ชำระ เเละจะได้รับเงินค่ามัดจำบัตรคืน เมื่อนำบัตรมาคืน9. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข ระงับใช้ได้โดยมิต้องแจ้งล่วงหน้า10. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาตัดสิทธิ์ในกรณีที่มีการใช้สิทธิ์ไม่ตรงตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด