TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “#deltaforce” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
เมื่อผู้เล่น WAR THUNDER ขึ้นไปจับ F-45A(?) ใน DELTA FORCE !
#LazyCUTx #deltaforcegame fb : https://www.facebook.com/LazyCUTx discord : https://discord.gg/7YWjyNvKr3 - โดเนทได้เลยจ้า ทำช่องทางใหม่แล้ว อิอิ : https://tipme.in.th/lazycutx - My Hardware : -Ryzen 7 5800x -RTX 4060ti -32 GB of Ram -120GB of SSD \ 1TB of HDD WIN 10 HOME
Online Station • 30 ก.ย. 68
อ่าน
Garena Delta Force เปิดศึกอีสปอร์ตโหมด Warfare 20v20 สุดยิ่งใหญ่ครั้งแรกของโลก
Garena Delta Force เผยรายละเอียดการแข่งขัน 2025 Delta Force Invitational: Warfare ครั้งแรกของโลก เปิดศึกครั้งประวัติศาสตร์ 11 ธันวาคมนี้ศึก 2025 Delta Force Invitational: Warfare เป็นการแข่งขัน Championship โหมด Warfare 20v20 ครั้งแรกของโลกของเกม Delta Force โดยรวมสุดยอด 8 ทีมจากทั่วโลก ที่จะมาดวลกันในศึกสุดมัน 20v20 เพื่อชิงเงินรางวัลมูลค่ารวม 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยทั้ง 8 ทีม ประกอบไปด้วย Teng Long, ToxidoNxG (จากประเทศไทย), Hostile Response, DNI, RRQ x 7SINS, No Mercy, RLF Rapid Lofi, และ Project One ซึ่งจะเข้าร่วมแข่งขันอย่างเข้มข้นตลอด 4 วันเต็ม ระหว่างวันที่ 11 – 14 ธันวาคม 2068 ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เริ่มถ่ายทอดสดทุกวัน เวลา 12:00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) โดยเริ่มจาก การแข่งขันรอบเพลย์ออฟ (Playoff) เป็นเวลา 3 วัน ก่อนเข้าสู่การแข่งขันรอบสุดท้าย ซึ่งประกอบด้วย การแสดงพักครึ่ง (Halftime Show) และศึกตัดสินรอบชิงชนะเลิศ (Grand Final) ในวันที่ 14 ธันวาคม 2568ทัวร์นาเมนต์นี้จัดขึ้นโดย Garena และ Team Jade นับเป็นก้าวสำคัญของ Delta Force ในการขยายตัวด้านอีสปอร์ต โดยมุ่งเน้นการแข่งขันในรูปแบบ Warfare ขนาดใหญ่ ซึ่งจะนำเสนอการรบของทหารราบ ยานพาหนะหลากหลายประเภท อาทิ รถถัง เฮลิคอปเตอร์ เครื่องบินเจ็ต รวมถึงเกมเพลย์เชิงกลยุทธ์จากระบบคลาสที่ไม่เหมือนใครแฟนเกม Garena Delta Force สามารถรับชมการถ่ายทอดสดจากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม พร้อมติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทางช่องทางของ Garena Delta Force TH ผ่าน Facebook: Garena Delta Force TH , YouTube: Garena Delta Force Thailand, และ TikTok: Garena Delta Force TH[ข่าวประชาสัมพันธ์]
Online Station • 12 ธ.ค. 68
อ่าน
Delta Force ฉลองเทศกาลฮาโลวีนด้วยกิจกรรมสุดมันส์มากมาย! พบกับรางวัลใหม่สุดเร้าใจ โหมดเล่นเดี่ยวใน Operations การปรับสมดุลครั้งใหญ่
Garena® Delta Force ฉลองเทศกาลฮาโลวีนด้วยกิจกรรมสุดมันส์มากมาย!พบกับรางวัลใหม่สุดเร้าใจ โหมดเล่นเดี่ยวใน Operations การปรับสมดุลครั้งใหญ่และคอนเทนต์อีกมากมายที่พร้อมให้คุณได้สัมผัส!ปลดปล่อยความสนุกและสะสมไอเทมสุดพิเศษ ทั้งสกินโอเปอเรเตอร์ธีม SAW สุดหลอน และสกินอาวุธธีมฮาโลวีนที่จะทำให้ทุกแมตช์มันส์ยิ่งขึ้นกว่าเดิม!Garena Delta Force ประกาศต้อนรับเทศกาลฮาโลวีน ด้วยการเปิดฉากเฉลิมฉลองสุดหลอนสำหรับเหล่าโอเปอเรเตอร์ทุกคน! ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผู้เล่นสามารถเข้าสู่เกมเพื่อร่วมฉลองบรรยากาศแห่งความสนุกสุดสยองได้แล้วโดยนำทัพความตื่นเต้นด้วย SAW Operator Bundle ที่ทุกคนรอคอย เพียงแค่ล็อกอินและทำภารกิจ ผู้เล่นจะสามารถสะสม Saw Coin เพื่อแลกรับของรางวัลสุดพิเศษมากมาย รวมถึง SAW Operator Bundle สุดโหดที่มาพร้อมกลิ่นอายแห่งความระทึกขั้นสุดเทศกาลนี้ไม่ใช่แค่การสู้ แต่คือช่วงเวลาแห่งความมันส์ที่โอเปอเรเตอร์ทุกคนไม่ควรพลาด!ผู้เล่นที่กำลังมองหาความท้าทายรูปแบบใหม่ สามารถเข้าร่วม Halloween Challenge ที่มาพร้อมกติกาการต่อสู้สุดพิเศษ โอเปอเรเตอร์สามารถทดสอบฝีมือของตนเองได้ในโหมดเฉพาะทางอย่าง โหมดมีด, โหมด Shotgun และโหมด Sniper เพื่อพิสูจน์ความสามารถในสนามรบที่ไม่เหมือนใคร และเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของเทศกาล ยังมีสกินอาวุธธีมฮาโลวีน ให้สะสมครบชุด ผู้เล่นสามารถรับสกินสุดหลอนได้ง่าย ๆ เพียงเข้าเกมและร่วมเล่นในช่วงเวลากิจกรรม ฮาโลวีนครั้งนี้ ไม่ได้มีแค่เสียงกรีดร้อง แต่ยังเต็มไปด้วยความมันส์เต็มสูบ!ที่พิเศษยิ่งกว่านั้น ฟีเจอร์ในโหมด Operations ที่ผู้เล่นทุกคนรอคอยมาถึงแล้ว คือ โหมดผู้เล่นเดี่ยว (Solo Queue)! โหมดใหม่นี้จะเปิดให้ทดลองเล่นแบบจำกัดเวลาในแมป Zero Dam ซึ่งเปิดให้เล่นทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ นี่คือโอกาสสำหรับผู้เล่นที่อยากพิสูจน์ฝีมือด้วยตัวเองในสมรภูมิสุดเข้มข้น พร้อมทั้งร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาของโหมด Solo Queue ของ Delta Force ในอนาคต โดยสามารถทดลองเล่น และส่งต่อความคิดเห็นเพื่อร่วมสร้างประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นให้กับโอเปอเรเตอร์ทุกคนการอัปเดตครั้งนี้มาพร้อมการปรับสมดุลและแก้ไขบั๊กมากมาย เพื่อมอบประสบการณ์การเล่นที่ลื่นไหล สมดุล และสนุกยิ่งกว่าเดิมให้แก่ผู้เล่นทุกคน!Garena® Delta Force เปิดให้ดาวน์โหลดแล้วตอนนี้บน App Store, Google Play, และ official website นอกจากนี้ สามารถติดตามข่าวสารการอัปเดตผ่านช่องทางออฟฟิเชียลต่างๆ ของ Garena® Delta Force ได้ที่นี่:• Website: http://df.garena.com• Facebook: https://www.facebook.com/GarenaDeltaForceTH• Instagram: https://www.instagram.com/garenadfth• YouTube: https://www.youtube.com/@GarenaDeltaForceTH• TikTok: https://www.tiktok.com/@garenadeltaforceth• Discord: https://discord.com/invite/b7WmrQWDq9[ข่าวประชาสัมพันธ์]
Online Station • 30 ต.ค. 68
อ่าน
หุ้นสหรัฐฯบวกต่อ ดัชนี PPI ร้อนแรงสูงกว่าคาด, เกม Delta Force หนุน Tencent แกร่ง
#Tencent #ทันหุ้น บล.ซีจีเอสอินเตอร์เนชั่นแนลรายงาน Daily Global Market วันที่ 13 กันยายน 2024 In News: ตลาดหุ้นสหรัฐ ดัชนี Dow Jones ปิดบวก 235.06 จุด ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวนระหว่างวัน ดัชนี PPI เผยออกมาร้อนแรงกว่าคาดการณ์ แต่ความสนใจนักลงทุนมุ่งไปที่การลดอัตราดอกเบี้ยของ FED ในสัปดาห์หน้า ดัชนี PPI ทั่วไปสหรัฐประจำเดือนสิงหาคมปรับตัวขึ้น 0.2% MoM สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดที่ระดับ 0.1% และปรับตัวขึ้น 1.7% YoY ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดที่ 1.8% ส่วนดัชนี Core PPI ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงานปรับตัวขึ้น 0.3% MoM สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่า จะขยับขึ้น 0.2% และปรับตัวขึ้น 2.4% YoY ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดที่ระดับ 2.5% จำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ขยับตัวเพิ่มขึ้น 2 k. ราย สู่ระดับ 230 k. ราย ซึ่งสูงกว่าคาดของนักวิเคราะห์ที่ 227 k. ราย ส่วนผู้ขอสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องเพิ่มขึ้น 5 k. ราย สู่ระดับ 1.850 m. ราย ตามคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ คณะกรรมการ ECB มีมติเป็นเอกฉันท์ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% เมื่อคืนนี้ และเป็นการลดดอกเบี้ยครั้งที่ 2 ในปีนี้ หลังการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายน ทั้งนี้ การปรับลดดังกล่าว ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ที่ 3.50% ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ที่ 3.90% และอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์อยู่ที่ 3.65% ตัวเลขราคาผู้บริโภคของสเปนแสดงให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อรายปี 12 เดือนที่สอดคล้องกับสหภาพยุโรปลดลงเหลือ 2.4% ในเดือนสิงหาคม อัตราเงินเฟ้อของสวีเดนลดลง 0.5% ในเดือนสิงหาคม ซึ่งต่ำกว่าการคาดการณ์เล็กน้อย ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ควรขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นอย่างน้อยประมาณ 1% เพื่อเลี่ยงความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อ สมาชิกคณะกรรมการกล่าว โดยส่งสัญญาณว่า ธนาคารกำลังเตรียมที่จะเข้มงวดทางการเงินต่อไป ดัชนี PPI ญี่ปุ่นประจำเดือนสิงหาคมขยับขึ้น 2.5% YoY น้อยกว่าระดับที่คาดไว้ที่ 2.8% และระดับเดือนก่อนที่ 3% ข้อมูลนี้เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จับตาดูอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ BOJ ได้ส่งสัญญาณว่า มีความประสงค์ที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า สมาชิกคณะกรรมการของธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) เน้นว่าสิ่งสำคัญในการตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยคือการเติบโตทางเศรษฐกิจและเสถียรภาพทางการเงิน แม้ว่าความต้องการในประเทศที่ชะลอตัวลงจะบ่งชี้ถึงความจำเป็นในการดำเนินการอย่างรวดเร็ว แต่หนี้สินของครัวเรือนที่สูงถือเป็นความเสี่ยง นอกจากนี้ คณะกรรมการยังมองว่าจำเป็นต้องมีการผสมผสานที่เหมาะสมระหว่างนโยบายการคลังและกฎระเบียบด้านเสถียรภาพทางการเงิน ธนาคารกลางเกาหลีใต้เพิ่งคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2008 แต่ก็มีความคาดหวังว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไปในวันที่ 11 ตุลาคม Stock Movement: หุ้น Moderna Inc. (MRNA ND) ดิ่งลง 12.36% หลังเผยถึงการตัดงบประมาณการวิจัยและพัฒนา โดนมีแผนจะลดค่าใช้จ่าย RD ประมาณ USD 1.1 bn. ซึ่งปรับลดค่าใช้จ่ายที่คาดการณ์ไว้จาก USD 4.8 bn. ในปีนี้ สู่ระดับ USD 3.6 bn. - USD 3.8 bn. ในปี 2027 หุ้น Boeing Co. (BA NYSE) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.95% แม้ว่าผู้ผลิตเครื่องบินอาจเผชิญหน้ากับการนัดหยุดงานในวันนี้ หากพนักงานมากกว่า 30,000 คนผู้ผลิตเครื่องบินในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกาลงคะแนนเสียงเพื่อเริ่มการหยุดงานและปฏิเสธข้อตกลงแรงงานเบื้องต้น หุ้น Alaska Air Group Inc. (ALK NYSE) ปรับบวก 1.16% หลังรายงานการเพิ่มขึ้นของคาดการณ์ผลกำไรสำหรับไตรมาสปัจจุบันเนื่องจากการปรับปรุงรายได้และแนวทางค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิง หุ้น Caleres Inc. (CAL NYSE) ร่วงลงอย่างรุนแรง 18.83% หลังจากบริษัทรองเท้าเผยยอดขาย 2Q และกำไรต่อหุ้นที่ปรับแล้วต่ำกว่าคาดหวัง หุ้น Fulcrum Therapeutics Inc. (FULC ND) ดิ่งลงอย่างรุนแรง 61.13% หลังจากประกาศว่า ยาทดลองเพื่อรักษาโรคกล้ามเนื้อชนิดหนึ่งล้มเหลวในการบรรลุเป้าหมายหลักในการศึกษาขั้นสุดท้าย หุ้น Netgear Inc. (NTGR ND) พุ่งขึ้นแข็งแกร่ง 30.82 % หลังจากกลุ่มเครือข่ายคอมพิวเตอร์ปรับปรุงแนวทางรายได้ 3Q ในช่วงหลังการตั้งถิ่นฐานสิทธิบัตรกับ TP-Link Systems หุ้น Manchester United Plc. (MANU NYSE) ปิดบวก 1.22% แม้จะมีความท้าทายทางการเงิน แต่บริษัท ยังคงยืดหยุ่นและแข็งแกร่ง นักวิเคราะห์ Jefferies กล่าวว่า การยอมรับระดับโลกของสโมสรฟุตบอลและฐานแฟนบอลยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ทั้งนี้ สโมสรฟุตบอลประสบปัญหาทางการเงิน โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนนักเตะที่เพิ่มขึ้นและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน สำหรับช่วง FY2024 สโมสรรายงานรายได้ GBP 662 m. ซึ่งสูงกว่าการคาดที่ GBP 660 m. เล็กน้อย หุ้น Roche Holding AG (ROG SWX) ปิดลบ 2.16% หลังจากผู้ผลิตยาชาวสวิตเซอร์แลนด์กล่าวว่า ผลลัพธ์ที่น่าสนใจจากการทดลองยาลดน้ำหนักในระยะเริ่มแรกนั้นอิงจากผู้ป่วยเพียง 6 ราย หุ้น Safran SA (SAF EPA) ไต่ขึ้น 3.16% หลังจากที่ RBC Capital Markets ให้เรตติ้งหุ้นที่ Outperform ด้วยราคาเป้าหมายที่ EUR 240 โมเมนตัมเชิงบวกได้แรงหนุนจากแนวโน้มแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านธุรกิจการบินและอวกาศ รวมไปถึงบริการหลังการขาย หุ้น Valeo SE (FR EPA) ทะยานขึ้น 3.78% BofA ปรับเรตติ้งหุ้นจากระดับ Neutral สู่ระดับ Buy และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายสู่ EUR 14 จาก EUR 12 หลังจากที่นักวิเคราะห์อ้างถึงศักยภาพในการสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้น กลยุทธ์ทางธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ และสภาวะตลาดที่เอื้ออำนวยเป็นแรงผลักดันสำคัญสำหรับการเติบโตในอนาคต หุ้น Trainline Plc. (TRN LON) ขยับตัวสูงขึ้น 8.84% หลังจากที่บริษัทกล่าวคาดการณ์ว่า กำไรหลักของบริษัทจะเกินกว่าระดับที่เคยคาดการณ์ก่อนหน้านี้ หุ้น Nio Inc. (9866 HK) ร่วงลง 1.04% HSBC Global Research ลดราคาเป้าหมายหุ้น 9% สู่ระดับ HKD 55.8 จากคาดกำไรที่ลดลงและการปรับปรุงสมมติฐานต้นทุน แต่ยังคงเรตติ้ง Buy การลดลงของคาดการณ์เกิดจากการลดราคาของ LeDao และการเปิดตัว Firefly ใหม่ ซึ่งส่งผลมาร์จิ้นกำไรขั้นต้นลดลง แต่คาดว่า มาร์จิ้นกำไรจะดีขึ้นช่วง 2Q2024 และคงเพิ่มขึ้นช่วง 2H2024 จากการปรับปรุงต้นทุนและการเปิดตัวโมเดล LeDao L60 ในเดือนกันยายน หุ้น Sunny Optical Technology Group Co., Ltd. (2382HK) ปรับลดลง 1.79% Goldman Sachs รายงานว่า การจัดส่งเลนส์มือถือเพิ่มขึ้น 15% YoY ในเดือนสิงหาคม ขณะที่ยอดขายโมดูลกล้องมือถือลดลง 25% ยอดจัดส่งสะสม 8M2024 สอดคล้องกับคาดการณ์ของธนาคาร เนื่องจากการลดลงของการจัดส่งโมดูลกล้อง Goldman Sachs จึงลดการคาดการณ์กำไรของ Sunny สำหรับปีนี้และปีหน้าลง 1% หุ้น Tencent Holdings Limited (0700 HK) ขยับบวก 0.65% Morgan Stanley คาด บริษัท จะบรรลุเป้าหมายรายได้ภายในประเทศเป็นครั้งแรกที่ Rmb 5bn. ถือเป็นก้าวสำคัญการขยายธุรกิจไปทั่วโลก บริษัทได้รับเรตติ้ง Overweight และคงเป้าหมายที่ HKD 450 โดยอิงจากผู้ใช้งานรายวันประมาณ 5 ล้านคน และรายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้ Rmb 80 ต่อเดือน นอกจากนี้ การเปิดตัวเกม Delta Force ทั่วโลก จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับส่วนแบ่งการตลาดของ Tencent ทั่วโลกได้ Sources: aastocks, briefing, businesstimes, cnbc, investing, japantoday, nasdaq, ryt9, thestandard
ทันหุ้น • 13 ก.ย. 67
เกมใหม่ในชื่อเก่า พัฒนาลับคมมาอย่างดี | DEALTA FORCE : HAWK OPS
#LazyCUTx #deltaforcehawkops #deltaforce fb : https://www.facebook.com/LazyCUTx discord : https://discord.gg/7YWjyNvKr3 - โดเนทได้เลยจ้า ทำช่องทางใหม่แล้ว อิอิ : https://tipme.in.th/lazycutx - My Hardware : -Ryzen 5 2600 -RTX3060ti -16 GB of Ram -120GB of SSD \ 1TB of HDD WIN 10 HOME
Online Station • 7 ส.ค. 67
อ่าน
เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้
#ทันหุ้น - บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนวโน้มตลาดวันนี้ คาด SET Index จะแกว่ง Sideways ในกรอบ 1,480-1,500 จุด โดยหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ยังปรับตัวแข็งแกร่งตามแรงหนุน Theme AI Boom อย่างไรก็ตาม DELTA จะยังเคลื่อนไหวจำกัด ด้านราคาน้ำมันและ Commodity ยังยืนสูง หลังทรัมป์ระบุว่าข้อตกลงหยุดยิงกำลังอยู่ในภาวะโคม่า สะท้อนความเสี่ยงในการกลับมาใช้กำลังทางทหารในอนาคต อย่างไรก็ตามต้องจับตา Event สำคัญคือการพบกันระหว่างทรัมป์-สี จิ้น ผิง ในช่วงปลายสัปดาห์ ซึ่งจะพูดคุยในประเด็น อิหร่าน การค้า AI และแร่หายาก ด้านตัวเลขเศรษฐกิจคืนนี้จับตาตัวเลขเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯเดือน เม.ย. (ตลาดคาด Headline +3.7% y-y Core +2.7% y-y) รวมการประกาศ MSCI Rebalance รอบเดือน พ.ค. คืนนี้ ซึ่งต้องจับตาว่าไทยจะถูกปรับลดน้ำหนักลงตามกระแสคาดการณ์หรือไม่ด้านปัจจัยในประเทศผลประกอบการ 1Q26 บจ. เท่าที่ประกาศออกมาแล้วโดยรวมยังดีกว่าตลาดคาด 12% เราเชื่อว่าการประกาศของบจ.ที่เหลือจะไม่สร้าง Downside ต่อ EPS SET ปี 2026 ปัจจุบันที่ 94 บาท ด้านพรก.เงินกู้ 4 แสนลบ.ที่ถูกฝ่ายค้านยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความอาจเป็น Noise กดดัน Sentiment ระยะสั้น แต่เราประเมินว่าท้ายที่สุดรัฐบาลจะสามารถเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจได้ในเดือน มิ.ย. เป็นต้นไป ซึ่งหากประกอบกับสมมติฐานที่คาดว่าสงครามจะคลี่คลายได้ภายใน 2Q26 เราคาดว่าจะเห็นการเกิด Sector Rotation ออกจากกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี และ Commodity เข้าหากลุ่มที่ได้อานิสงส์จากราคาพลังงานลดลงและการบริโภคที่ฟื้นตัว เช่น ขนส่ง โรงไฟฟ้า SPP ไฟแนนซ์ ค้าปลีก เป็นต้นกลยุทธ์ : เลือกหุ้นที่แนวโน้มกำไร 1Q26 แข็งแกร่งและแนวโน้มถูกกระทบจำกัดจากสงครามหุ้นเด่นเดือน พ.ค : BBL, CPALL, ITC, SCGP, WHAUPFSSIA Portfolio : BA, BDMS, CPALL, CPF, CPN, ERW, GULF, KTB, TIDLOR, WHAUPหุ้นเด่นวันนี้ : COM7• แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 31 บาท• คาดกำไร 1Q26 อยู่ที่ 1.19 พันลบ. ทรงตัวสูง q-q และ +21% y-y จากทั้งรายได้และ Margin ที่ดีขึ้น หนุนโดยยอดขาย iPhone 17 และ Samsung Ultra 26 ที่แข็งแกร่ง รวมถึงการเติบโตต่อเนื่องของธุรกิจ non-retail ด้าน margin ยังดีจาก operating leverage และการควบคุมต้นทุนมีประสิทธิภาพ• เราคาดกำไรปี 2026 ยังเติบโตอีก 8% y-y เป็น 4.4 พันลบ. ทำ New High ต่อเนื่อง ด้าน Valuation ปัจจุบันเทรด PER ราว 12.4 เท่า และคาดให้ Dividend Yield เกือบ 5% ต่อปี• แนวรับ 23.50//23 บาท แนวต้าน 24-24.20//24.50 บาทด้าน บล.ดาโอ คาดดัชนีฯ อาจมี rebound แต่จะยังมีความเสี่ยงจากการเทขายเพื่อลดความเสี่ยง จากการเจรจาหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่าน ที่ยืดเยื้อ และพรุ่งนี้ MSCI จะมีการประกาศหุ้นคำนวณดัชนีฯ ที่ถูกคาดว่าจะมีผล(กระทบ) ต่อตลาดหุ้นไทย ดัชนีฯ จึงไปต่อได้ยากปัจจัยในประเทศสถานการณ์ตะวันออกกลาง: "สงครามอิหร่าน–ความเสี่ยงช่องแคบ Hormuz–การเจรจา Trump–Xi" กำลังเชื่อมโยงกันมากขึ้น สหรัฐฯ และอิหร่านยังคงมีความเห็นที่ห่างไกลกันมากในกรอบการยุติสงครามและการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าข้อเสนอของอิหร่านเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง ส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดกั้นการส่งออกน้ำมันและก๊าซ ขณะที่ประธานาธิบดีเปเซชเคียนของอิหร่าน ยันไม่มีวันก้มหัวให้สหรัฐ หลังโดนัลด์ ทรัมป์ เมินคำตอบอิหร่าน นอกจากนี้ อิหร่านขู่ตอบโต้ทันควัน หากเรือรบฝรั่งเศส-อังกฤษเข้าฮอร์มุซเพื่อหนุนภารกิจสหรัฐฯ หากสงครามดำเนินต่อไป ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งจะเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นลบต่อโรงไฟฟ้า ท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้า และค้าปลีก แต่บวกต่อกลุ่มน้ำมันและปิโตรเคมีต้นน้ำความเคลื่อนไหวสหรัฐฯ-ญี่ปุ่น: รมว.คลังสหรัฐฯ (สก็อตต์ เบสเซนต์) จ่อถกนายกฯ ญี่ปุ่น (ซานาเอะ ทาคาอิจิ) วันนี้ (12 พ.ค.) ก่อนร่วมวงซัมมิตสหรัฐฯ-จีน โดยการหารือจะครอบคลุมเรื่องความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน สงครามอิหร่าน รวมถึงประเด็นตลาดค่าเงินหลังจากที่ญี่ปุ่นมีการแทรกแซงค่าเงินเยนตลาดหุ้นเอเชีย: หุ้นในเอเชียปรับตัวสูงขึ้น โดยเกาหลีใต้เป็นผู้นำในการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี เนื่องจากความสนใจหันกลับมาที่ความต้องการปัญญาประดิษฐ์ (AI) อีกครั้ง ดัชนี MSCI Asia Pacific เพิ่มขึ้น 0.6% โดยผู้ผลิตชิปหน่วยความจำของเกาหลีอย่าง SK Hynix และ Samsung เป็นหนึ่งในปัจจัยหนุนที่สำคัญที่สุด ขณะที่ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 4.3% สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สอดคล้องกับเจพีมอร์แกนที่เพิ่มเป้าหมายดัชนีตลาดหุ้นเกาหลีใต้เป็น 10,000 จุด โดยชี้ว่ายังอยู่ในวงจรขาขึ้นปัจจัยต่างประเทศสถานการณ์ตะวันออกกลาง: "สงครามอิหร่าน–ความเสี่ยงช่องแคบ Hormuz–การเจรจา Trump–Xi" กำลังเชื่อมโยงกันมากขึ้น สหรัฐฯ และอิหร่านยังคงมีความเห็นที่ห่างไกลกันมากในกรอบการยุติสงครามและการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าข้อเสนอของอิหร่านเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง ส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดกั้นการส่งออกน้ำมันและก๊าซ ขณะที่ประธานาธิบดีเปเซชเคียนของอิหร่าน ยันไม่มีวันก้มหัวให้สหรัฐ หลังโดนัลด์ ทรัมป์ เมินคำตอบอิหร่าน นอกจากนี้ อิหร่านขู่ตอบโต้ทันควัน หากเรือรบฝรั่งเศส-อังกฤษเข้าฮอร์มุซเพื่อหนุนภารกิจสหรัฐฯ หากสงครามดำเนินต่อไป ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งจะเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นลบต่อโรงไฟฟ้า ท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้า และค้าปลีก แต่บวกต่อกลุ่มน้ำมันและปิโตรเคมีต้นน้ำความเคลื่อนไหวสหรัฐฯ-ญี่ปุ่น: รมว.คลังสหรัฐฯ (สก็อตต์ เบสเซนต์) จ่อถกนายกฯ ญี่ปุ่น (ซานาเอะ ทาคาอิจิ) วันนี้ (12 พ.ค.) ก่อนร่วมวงซัมมิตสหรัฐฯ-จีน โดยการหารือจะครอบคลุมเรื่องความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน สงครามอิหร่าน รวมถึงประเด็นตลาดค่าเงินหลังจากที่ญี่ปุ่นมีการแทรกแซงค่าเงินเยนตลาดหุ้นเอเชีย: หุ้นในเอเชียปรับตัวสูงขึ้น โดยเกาหลีใต้เป็นผู้นำในการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี เนื่องจากความสนใจหันกลับมาที่ความต้องการปัญญาประดิษฐ์ (AI) อีกครั้ง ดัชนี MSCI Asia Pacific เพิ่มขึ้น 0.6% โดยผู้ผลิตชิปหน่วยความจำของเกาหลีอย่าง SK Hynix และ Samsung เป็นหนึ่งในปัจจัยหนุนที่สำคัญที่สุด ขณะที่ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 4.3% สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สอดคล้องกับเจพีมอร์แกนที่เพิ่มเป้าหมายดัชนีตลาดหุ้นเกาหลีใต้เป็น 10,000 จุด โดยชี้ว่ายังอยู่ในวงจรขาขึ้นTechnical : BCH, KAMARTขณะที่ บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี 1,480 แนวต้าน 1,500 คาดดัชนีมีโอกาสชะลอตัวรอการรายงายกำไร บจ. Q1/69 และผล MSCI รีบาลานท์ในวันพรุ่งนี้ รวมถึงผลการประชุมสหรัฐ – จีน ต่อประเด็นข้อตกลงการค้า ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แนะนำทยอยซื้อ GULF, GPSC คาดแนวโน้มขายไฟฟ้าใน Q2/69 ยังเติบโตดี / เก็งกำไรระยะสั้นหุ้นที่รายงานกำไร Q1/69 ออกมาดีกว่าคาด เช่น GLOBAL, SYNEX, AURA, AWC, CENTELPRM* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 9.25 บาท) แนวโน้มกำไร 1Q69 จะกลับมาดีขึ้นทั้ง QoQ, YoY ตามกำลังการให้บริการที่เพิ่มขึ้นตามกองเรือที่มีมากกว่าปีก่อน ประกอบกับเรือ VLCC ผ่านช่วงการเข้า dry dock และเรือ Crew Boat ใหม่ 2 ลำ เริ่มให้บริการเต็มไตรมาส สำหรับแนวโน้ม 2Q69 ยังดีต่อเนื่องหนุนจาก U-rate ที่ฟื้นตัวของธุรกิจเรือ FSU ตามความต้องการใช้กักเก็บน้ำมัน รวมถึงเรือใหม่ 2 ลำที่รับมาใน 1Q69 (เรือขนส่งน้ำมัน) ให้บริการเต็มไตรมาส ทั้งนี้ในปี 69-70 ตลาดคาดการณ์กำไรที่ 2.3 พันล้านบาท (+5%YoY) และ 2.47 พันล้านบาท (+7%YoY) หนุนจากการการขยายและปรับปรุงกองเรือ รวมถึงจำนวนวันที่เข้าอู่ซ่อมบำรุงน้องลงTRUE (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 16.00 บาท) กำไรสุทธิ 1Q69 อยู่ที่ 6,589 ลบ. (+303%YoY , +65%QoQ) ไม่มีรายการพิเศษลบก้อนใหญ่เข้ามากดดัน ประจวบกับมาร์จิ้นปรับปรุงดีขึ้น YoY จาก 1.การได้มาซึ่งใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่(2300 MHz/1500MHz) 2.สินสุดสัญญาการจัดการความถี่กับ NT และ 3.การประหยัดต้นทุนจาก EPL ส่วนการดำเนินงานในช่วง 2Q69 คาดหวังการประคองตัว QoQ ขณะที่ YoY ยังคาดเป็นบวกต่อเนื่องจากตุ้นทุนค่าใช้จ่ายที่ลดลง ภาพรวมเรายังมอง TRUE เป็นหุ้นรับความผันผวนได้ดีจากประเภทของธุรกิจ โดย TRUE ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมนโยบายการจ่ายเงินปันผล จาก พิจารณาจ่ายปีละ 2 ครั้ง เป็นรายไตรมาสแทน และ งวด 1Q69 จะจ่ายที่ 0.14 บาท/หุ้น คิดเป็น Div. Yield ราว 0.99% จะ XD 20 พ.ค.69
ทันหุ้น • 12 พ.ค. 69
เกม
Rollerdrome
Rollerdrome คือเกมยิงแอ็คชั่นบุคคลที่สามที่ได้รับรางวัล BAFTA ที่ผสมผสานการต่อสู้ที่เร้าใจ การเคลื่อนไหวที่ลื่นไหล และกลไกที่ท้าทายเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว เพื่อสร้างประสบการณ์การยิงที่เร้าใจและไม่เหมือนใคร
Blacknut • 29 เม.ย. 69
เกม
Battle of Force Hero
Battle of Force Hero เป็นเกมแอคชั่นที่น่าตื่นเต้นสำหรับผู้เล่นที่กำลังมองหาทักษะ พลัง และกลยุทธ์การต่อสู้
Blacknut • 12 พ.ค. 69
ก็แดดมันร้อน
opztv
OPZTV • 1 พ.ค. 69
อ่าน
เอเซีย พลัส มอง 3 ปัจจัยกดดันหุ้นไทย แนะ 9 หุ้นเด่น
#ทันหุ้น-ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส ระบุว่า FUND FLOW ยังไหลออกจากตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะช่วงหลังสงกรานต์ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยต่อเนื่อง 3 วันทำการ มูลค่ารวมสูงถึง 9 พันล้านบาทโดยภาพรวม SET ยังเผชิญ 3 แรงกดดันหลักๆ ดังนี้1). ราคาน้ำมันที่ย่อตัวลงต่อเนื่องกดดันหุ้นอิง COMMODITY ซึ่งเป็นองประกอบใน SET ถึง 1ใน 4 ของขนาดตลาดฯ และ 1 ใน 3 ของขนาดกำไรทั้งหมด2). หุ้น DELTA ยังติด TRADING ALERT อยู่ กดดันให้หุ้นขึ้นตามหุ้นแม่ อย่าง 2308 TT ที่หลังสงกรานต์ขึ้นมาแล้ว 10% ขณะที่ DELTA –3%3). แรงขายหลังรับปันผลจากงบปี 2568 ที่จ่ายสูงถึง 5.6 แสนล้านบาท สูงกว่าปีก่อนที่ 4.0 แสนล้านบาทถึง 38% และคิดเป็นแรงกดดัน SET INDEX จากการขึ้นเครื่องหมาย XD ถึงใน 5 เดือนแรกของปี 2569 ถึง 43 จุด โดยเป็นแรงกดดันในช่วงที่เหลือของเดือน 21 -30 เม.ย. ที่ 11.8 จุด และเดือน พ.ค. อีก 5.4 จุดทั้ง 3 ส่วนเป็นอุปสรรคที่ทำให้ SET INDEX ในช่วงนี้ขยับขึ้นได้ยาก กลยุทธ์ยาม SET ยังขยับขึ้นยากช่วงนี้แนะหุ้นรับสงตรามผ่อนคลายได้แก่หุ้น BDMS, PR9, GULF, GPSC, BGRIM, AOT, THAI, BA, SJWD
ทันหุ้น • 21 เม.ย. 69
อ่าน
DELTA ดีดขึ้น ฟิลลิปคาดกำไร Q1/69 โต เพิ่มคำแนะนำเป็นทยอยซื้อ
#DELTA #ทันหุ้น-หุ้นบริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ราคาปรับขึ้น 3.99% "ฟิลลิป" ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็นทยอยซื้อ จากเดิมแนะนำขาย พร้อมทั้งปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569 และปรับราคาเป้าหมายใหม่อยู่ที่ 298 บาท โดยคาดว่ากำไรไตรมาส 1/69 จะเติบโต โดยรับผลดีจากธุรกิจ Data center Cloud serviceความเคลื่อนไหวราคาหุ้น DELTA อยู่ที่ 287.00 บาท บวก 11.00 บาท หรือ 3.99% ระหว่างวันราคาได้ปรับขึ้นมาสูงสุดที่ 293 บาท มีมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 3,169.99 ล้านบาทบล.ฟิลลิป(ประเทศไทย) ได้ปรับเพิ่มคำแนะนำในหุ้น DELTA เป็นทยอยซื้อ จากเดิมแนะนำขาย โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 298 บาท ซึ่งคาดว่ากำไรไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 7,812 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.4% YoY และเพิ่มขึ้น 7.7% QoQ ซึ่งรายได้สูงขึ้นต่อเนื่อง จากลูกค้า Data center Cloud service ในสหรัฐยังทุ่มค่ใช้จ่ายด้านลงทุนสูงขึ้นในปีนี้ บริษัทมีรายได้จากสหรัฐเป็นลำดับหนึ่งที่ 33%ในขณะที่กระแสการลงทุน Data center ในไทยทำให้มีสัดส่วนรายได้ขึ้นมาเป็นลำดับ 3 ที่ 10% ยังเห็นแนวโน้มดีต่อเนื่องไปยังไตรมาส 2/69 และยังไม่เห็นความกังวลเรื่องวัตถุดิบที่กระทบต่อราคาหุ้น ปัจจุบันบริษัทยังจัดการได้ส่วนธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้ายังคงอ่อนตัว แต่ความผันผวนของต้นทุนพลังงานในปัจจุบัน จะช่วยให้แนวโน้มการบริโภคสินค้าพลังงานทดแทนเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ซึ่งบริษัทเป็นผู้ผลักดันและมุ่งเน้นนวัตกรรมด้านพลังงานทดแทน อาทิ ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และยานยนต์ไฮบริดจ์ (HEV) เป็นต้นฝ่ายวิจัยฟิลลิปได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569 ของ DELTA เพิ่มขึ้น 10% มาที่ 30,144 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.5% YoY
ทันหุ้น • 8 เม.ย. 69
อ่าน
DELTA ทุ่ม 209 ล้านบาท ซื้อพื้นที่นิคมฯ บางปู 14 ไร่เศษ ขยายธุรกิจ
#ทันหุ้น #2026 #SET #DELTA ทุ่ม 209 ล้านบาท ซื้อพื้นที่นิคมฯ บางปู 14 ไร่เศษ ขยายธุรกิจบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ขอแจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 3/2569 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 โดยมีรายละเอียดดังนี้วัน เดือน ปี ที่ทำรายการ: ภายในไตรมาส 2/2569สินทรัพย์ที่ได้มา: ที่ดินจำนวน 2 แปลง ในเขตนิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ ได้แก่ที่ดินขนาด 7 ไร่ 2 งาน 23.7 ตารางวาที่ดินขนาด 6 ไร่ 3 งาน 41.1 ตารางวาผู้ซื้อ: บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)ผู้ขาย: ไม่มีความสัมพันธ์กับบริษัทฯมูลค่ารายการรวม: ประมาณ 209 ล้านบาท (รวมภาษีอากร และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ)ขนาดรายการ: 0.136% ของสินทรัพย์รวมของบริษัทฯ ตามงบการเงินรวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568เงื่อนไขการชำระเงิน: งวดที่ 1 ชำระ 20% ภายในเดือนเมษายน 2569 และงวดที่ 2 ชำระ 80% ณ วันจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ: เพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจแหล่งเงินทุนที่ใช้: เงินหมุนเวียนจากการดำเนินงานของบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)ทั้งนี้ เมื่อรวมขนาดรายการดังกล่าวกับรายการในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา พบว่ายังมีขนาดรายการรวมไม่เกิน 15% ของสินทรัพย์รวมของบริษัทฯ ตามงบการเงินรวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 จึงไม่เข้าข่ายต้องรายงานสารสนเทศตามหลักเกณฑ์การได้มาและจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน
ทันหุ้น • 8 เม.ย. 69
อ่าน
DELTA เอเซียพลัส คาดกำไร Q1/69 ที่ 8.3 พันลบ.เติบโต แต่ราคาหุ้นสะท้อนแล้ว
#DELTA #ทันหุ้น-บล.เอเซีย พลัส ออกบทวิเคราะห์หุ้นบริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA โดยคาดว่าจะมีกำไรสุทธิงวดไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 8.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% QoQ และเพิ่มขึ้น 51% YoY ซึ่งกำไรที่เติบโต มีปัจจัยหนุนจาก ยอดขายที่เดินหน้าทำสถิติสูงสุดต่อเนื่อง เป็น 1.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 8% QoQ, เพิ่มขึ้น 55% YoY ส่วนยอดขายเมื่อแปลงเป็นสกุลบาทอยู่ที่ราว 6.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% QoQ, เพิ่มขึ้น 44% YoY โดยได้แรงหนุนจากการเติบโตของยอดขายสินค้าเพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับ AI,ดาต้าเซ็นเตอร์นอกจากนี้คาดสัดส่วนที่เพิ่มของการขายสินค้ากลุ่ม AI และดาต้าเซ็นเตอร์ (สร้างมาร์จิ้นสูง) ช่วยผลักดันอัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิ้น) โดยรวมสูงขึ้นจาก 25.6% ในไตรมาส 1/68 และ 28.6% ในไตรมาส 4/68 เป็น 29.0% และ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร/ยอดขาย จะมีสัดส่วนลดลง ตามฐานรายได้ที่สูงขึ้น ขณะที่ค่าลิขสิทธิ์ที่ต้องจ่ายให้ บริษัทแม่ยังไม่ได้เพิ่มขึ้นนัก เพราะงานส่วนใหญ่เป็นโครงการของ DELTA เองหากกำไรไตรมาส 1/69 เป็นไปตามคาด จะมีสัดส่วนอยู่ที่ 25.2% ของคาดการณ์กำไรทั้งปี 2569 ของฝ่ายวิจัย ซึ่งประเมินไว้ที่ 3.3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% YoYส่วนแนวโน้มยอดขายในไตรมาส 2/69 ยังดูสดใส ตามการสั่งซื้อล่วงหน้าของลูกค้า Hyperscaleที่ทุ่มขยายงบสำหรับ AI และ ดาต้าเซ็นเตอร์ อย่างไรก็ตาม ยังมีความเสี่ยงด้านต้นทุนจากสงครามสหรัฐ/อิสราเอล-อิหร่าน ที่ส่งผลต่อค่าขนส่งทางเรือทั่วโลก แม้ส่วนใหญ่แล้วบริษัทจะขายสินค้าในราคา Free On Broad (FOB) ซึ่งลูกค้าจะรับผิดชอบค่าขนส่งและค่าประกันภัยเอง แต่ยังมีลูกค้าบางรายที่ให้บริษัทรับผิดชอบค่าขนส่งและค่าประกันภัยอยู่อีกทั้งหากสงครามยืดเยื้อ คาดจะกดดันเศรษฐกิจโลก, สหรัฐ (ตลาดหลักของบริษัท),การลงทุนใน AI และดาต้าเซ็นเตอร์ รวมทั้งยอดขายของบริษัทในระยะถัดไปได้**หั่นคำแนะนำลงเป็นขายฝ่ายวิจัยเอเซีย พลัส ระบุว่า แม้จะมีปัจจัยบวกจากกำไรไตรมาส 1/69 ที่คาดว่าจะออกมาดี ซึ่งอาจเป็นประเด็นให้มีการเก็งกำไรในระยะสั้น อย่างไรก็ตามฝ่ายวิจัยได้ปรับลดคำแนะนำเป็นขาย จากเดิมแนะนำซื้อ ในหุ้น DELTA และให้ราคาเป้าหมายที่ 253 บาท เพราะราคาหุ้นได้สะท้อนการเติบโตไปมากแล้ว โดยปัจจุบันซื้อขายด้วย PER ปี 2569 ที่105 เท่า และ ดูมีความเสี่ยงเพิ่มตั้งแต่ไตรมาส 2/69 เป็นต้นไป ทั้งจากสงครามสหรัฐ/อิสราเอล-อิหร่าน ที่อาจทำให้ต้นทุนค่าขนส่งและราคาวัตถุดิบบางประเภทสูงขึ้น รวมทั้งเรื่องภาษีนำเข้าของสหรัฐที่ยังมีความไม่แน่นอน
ทันหุ้น • 30 มี.ค. 69
อ่าน
GULF ขายหุ้นโรงไฟฟ้าพลังน้ำ Pak Lay ในสปป.ลาว รับทรัพย์ 5,200 ล้านบาท
#ทันหุ้น #2026 #SET #GULF ขายหุ้นโรงไฟฟ้าพลังน้ำ Pak Lay ในสปป.ลาว รับทรัพย์ 5,200 ล้านบาทบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) การจำหน่ายหุ้นในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ Pak Lay ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตามที่บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) ได้ลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ Pak Lay ซึ่งมีกำลังการผลิตติดตั้ง 770 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่บนแม่น้ำโขง เมืองปากลาย แขวงไซยะบุรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ภายใต้บริษัท Pak Lay Power Company Limited (“PLPC”)โดยบริษัทฯ ถือหุ้นทางตรงใน PLPC ในสัดส่วน 40% และถือหุ้นทางอ้อมในสัดส่วนที่เหลืออีก 60% ผ่าน Gulf Hydropower Holdings Private Limited (“GHH”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้น 100% โดย PLPC ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (Power Purchase Agreement) กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (“กฟผ.”) เป็นระยะเวลา 29 ปี เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าทั้งหมดให้แก่ กฟผ. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2576 นั้นบริษัทฯ ขอแจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทราบว่า เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 บริษัทฯ และ GHH ได้จำหน่ายหุ้นที่ถืออยู่ใน PLPC ในสัดส่วนรวม 51% ประกอบด้วยหุ้นที่ถือโดยบริษัทฯ 40% และหุ้นที่ถือโดย GHH 11% ให้แก่ JH INTERNATIONAL B.V. (“JHI”) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง J-Power Investment Netherlands B.V. (บริษัทย่อยของ Electric Power Development Company Limited (“J-Power”)) และ Hazama Ando Corporation โดยคิดเป็นมูลค่าขายรวมทั้งสิ้นประมาณ 144.78 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ ณ ปัจจุบัน GHH และ JHI ถือหุ้นใน PLPC ในสัดส่วน 49% และ 51% ตามลำดับโครงการ Pak Lay เป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบน้ำไหลผ่านตลอดปี (Run-of-River) ที่ไม่มีการกักเก็บน้ำในรูปแบบของเขื่อนประเภทอ่างเก็บน้ำ และไม่มีการเบี่ยงน้ำออกจากแม่น้ำโขง แต่ใช้การไหลของน้ำตามธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้า โดยปริมาณน้ำไหลเข้าเท่ากับปริมาณน้ำไหลออก จึงไม่ส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงการจำหน่ายหุ้นบางส่วนในโครงการดังกล่าวเป็นไปตามกลยุทธ์ของบริษัทฯ ในการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ระยะยาวกับบริษัทชั้นนำระดับสากล โดย J-Power เป็นหนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระรายใหญ่ของประเทศญี่ปุ่นที่มีประสบการณ์ยาวนานในการพัฒนา ก่อสร้าง และดำเนินธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและโรงไฟฟ้าหลากหลายประเภท ทั้งโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียน รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำทั้งในประเทศญี่ปุ่นและต่างประเทศทั้งนี้ บริษัทฯ และ J-Power เป็นพันธมิตรทางธุรกิจมาอย่างยาวนานกว่า 10 ปี และได้ร่วมลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าหลายโครงการ อาทิ โครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในกลุ่มกัลฟ์ เจพี (“GJP”) และโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Jackson Generation ในประเทศสหรัฐอเมริกา ขณะที่ Hazama Ando Corporation เป็นหนึ่งในบริษัทก่อสร้างและวิศวกรรมชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีประสบการณ์ในการพัฒนาและก่อสร้างโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ โดยมีความเชี่ยวชาญด้านงานวิศวกรรมโยธา การก่อสร้างเขื่อน และโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่การร่วมลงทุนกับพันธมิตรทั้งสองรายในครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการพัฒนาและดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ รวมทั้งสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจพลังงานหมุนเวียนของบริษัทฯ ในระยะยาวทั้งนี้ รายการดังกล่าวมีขนาดรายการไม่ถึงเกณฑ์ตามข้อกำหนดที่ต้องดำเนินการตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 20/2551 เรื่องหลักเกณฑ์ในการทำรายการที่มีนัยสำคัญที่เข้าข่ายเป็นการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียน และไม่เป็นรายการที่เกี่ยวโยงกัน แต่บริษัทฯ มีหน้าที่รายงานสารสนเทศต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตามข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่องหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการเกี่ยวกับการเปิดเผยสารสนเทศ และการปฏิบัติการใด ๆ ของบริษัทจดทะเบียน
ทันหุ้น • 2 เม.ย. 69
เกม
STAR WARS™: The Force Unleashed™ II
ใน Star Wars: The Force Unleashed โลกจะได้พบกับลูกศิษย์ที่หนีออกมาของ Darth Vader อย่าง Starkiller ผู้จะกลายมาเป็นวีรบุรุษอันเหนือความคาดหมายและจุดประกายให้กองทัพปฏิวัติทั่วทั้งกาแล็กซีที่กำลังต้องการศูนย์รวมใจคนใหม่ ในภาคต่อนี้ Starkiller กลับมาพร้อมพลัง Force อันเหลือล้น เขากำลังออกเดินทางเพื่อตามหาตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง และเพื่อพบกับ Juno Eclipse รักแท้เพียงหนึ่งเดียวอีกครั้ง
Blacknut • 9 มี.ค. 69
อ่าน
ปมอิเล็กทรอนิกส์สวนตลาด ไร้ปัญหาขาดของ WFH หนุน
#อิเล็กทรอนิกส์ #ทันหุ้น – แกะสาเหตุหุ้นอิเล็กทรอนิกส์แกร่ง DELTA, HANA และ KCE ได้อานิสงส์จากกระแส AI และการลงทุน Data Center ชี้ไทยเป็นประเทศปลอดภัยเหมาะลงทุน หลัง UAE และบาห์เรนถูกโจมตี ขณะที่วัตถุดิบยังมีเหลือใช้ระยะยาว แนะถือหรือเก็งกำไรตาม Valuation ด้าน KCE แม้มีปัจจัยลบด้านทองแดง แต่ลุ้นการเป็นซัพพลายเชนอุปกรณ์ทางทหาร นางสาวสุรีย์พร ทีวะสุเวทย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ไทยอย่าง DELTA, HANA และ KCE ได้แรงหนุนจากความต้องการอุปกรณ์ AI และการขยาย Data Center ในภูมิภาค ประกอบกับนักลงทุนต่างชาติเริ่มมองหาประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำในการตั้งฐานการผลิตและศูนย์ Data Center ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับความสนใจ “การลงทุน Data Center ในไทยยังได้รับแรงหนุนจากนโยบาย FDI และสิทธิประโยชน์ BOI ทำให้ไทยกลายเป็นเป้าหมายของนักลงทุนต่างชาติที่ต้องการความปลอดภัย กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมได้รับผลบวกก่อน ขณะที่ DELTA และ HANA ได้อานิสงส์จากกระแส AI และ Data Center ชัดเจน” สำหรับราคาหุ้นที่สามารถทรงตัวได้อย่างแข็งแกร่ง อาจเกิดจากกระแส Work From Home ที่ช่วยกระตุ้นความต้องการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ส่งผลบวกต่อ DELTA ได้ประโยชน์จากการไหลเข้าของ Data Center ในภูมิภาค และ HANA ซึ่งได้รับออเดอร์ AI ใหม่ที่จะเริ่มรับรู้รายได้ช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ขณะที่ KCE อยู่ระหว่างเจรจาเข้าซัพพลายเชนของอุปกรณ์ทางทหารในสหรัฐฯ ทำให้บริษัทมีโอกาสเพิ่มรายได้ในระยะยาว พร้อมกันนี้แนะนำกลยุทธ์การลงทุนหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ในระยะนี้ ควรพิจารณาเป็นรายหุ้น โดย DELTA แนะนำถือ หรือเก็งกำไร เนื่องจาก Valuation สูง แม้มีปัจจัยบวก, HANA แม้คำแนะนำเชิงปัจจัยพื้นฐาน “ซื้อ” แต่ราคาหุ้นใกล้เป้าหมายที่ 25 บาท จึงแนะนำเพียงเก็งกำไรตามกระแสข่าว ส่วน KCE แนะนำถือ หรือเก็งกำไร เนื่องจากตลาดรถยนต์ฟื้นตัวช้า ต้นทุนทองแดงสูง แต่มีปัจจัยบวกจากการเจรจา Military Supply Chain@ ประเทศไทยปลอดภัย นายสุวัฒน์ วัฒนพรพรหม ผู้อำนวยการสายงานวิจัย ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การที่ข้อมูลของ Amazon Web Services (AWS) ใน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และ บาห์เรน ถูกโจมตีโดยโดรนและระบบคลาวด์ชะงัก จะส่งผลต่อการย้ายฐาน DataCenter เข้ามาลงทุนในไทยหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาถึงลักษณะการลงทุน DataCenter ว่า มักมุ่งเน้นลงทุนขยายตัวตามฐานลูกค้าและธุรกิจ เพื่อรองรับการทำตลาดแอปพลิเคชันและบริการ Cloud เช่น Microsoft Azure หรือ Amazon ในภูมิภาคนั้นๆ จึงมองว่าอาจจะยังไม่ใช่ปัจจัยหลักในการย้ายฐานเข้าในไทย และนักลงทุนก็จะต้องพิจารณาว่าการตั้งฐานในไทยมีต้นทุนที่คุ้มค่าหรือไม่ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามความขัดแย้งทางสงครามจะหนุนให้ประเทศไทยเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าพื้นที่เดิม ซึ่งการเข้ามาลงทุนของ Microsoft Azure และ Amazon Cloud ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าความต้องการ Data Center ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนอยู่แล้ว@ ซัพพลายยังไม่ขาดแคลน เบื้องต้นหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์อย่าง DELTA, HANA และ KCE มีความเชื่อมโยงกับเทคโนโลยี AI ในฐานะผู้ผลิตและส่งออก "ต้นน้ำ" ที่ได้รับประโยชน์จากรอบการลงทุนเทคโนโลยีทั่วโลก จึงไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์มากนัก ขณะเดียวกันวัตถุดิบสำคัญในการผลิตก็ยังไม่ขาดแคลน แต่ก็ต้องเฝ้าระวังหากสงครามยืดเยื้อ จนกระทบต่อการจัดหา วัตถุดิบในการผลิตชิป หรือส่งผลให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ก็อาจทำให้บริษัทใหญ่ๆ ชะลอการลงทุนในเทคโนโลยี AI ได้เช่นกัน “ห่วงโซ่อุปทานวัตถุดิบสำคัญ เช่น ก๊าซฮีเลียม สำหรับการผลิตชิป ปัจจุบันมีสต๊อกเพียงพอ 4–6 เดือน แต่หากสงครามหรือความขัดแย้งยืดเยื้อ อาจกระทบการจัดหาวัตถุดิบและการผลิต ทำให้ภาคอุตสาหกรรมชะลอตัว นอกจากนี้ การเพิ่มราคาน้ำมันและเงินเฟ้อจากความขัดแย้ง อาจทำให้บริษัทชะลอการลงทุน AI และกระทบความต้องการในห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก”
ทันหุ้น • 17 มี.ค. 69
อ่าน
งานงอก! Valve เจอดีโดนฟ้องปม "Loot Box" มอมเมาเด็ก ลุ้นระงับขายกล่อง Dota 2 และ CS2 ถาวร
โดนอีกแล้ว! Valve งานเข้าซ้ำซ้อน หลังรัฐนิวยอร์กเพิ่งฟ้องไปไม่นาน ล่าสุดโดนคดีแบบกลุ่ม (Class Action) ตามมาติด ๆ ในข้อหาเปิดบ่อนพนันเถื่อนผ่านกล่องสุ่ม! งานนี้โจทก์ประกาศชัด "จะเอาเงินคืนสู่กระเป๋าผู้บริโภคให้ได้" ใครที่เคยหมดตัวไปกับสกินปืนหรือไอเทมหายากใน Dota 2 ต้องเกาะติดสถานการณ์นี้ไว้ให้ดี!Valve เจ้าพ่อวงการเกม PC กำลังงานเข้าอย่างจัง หลังถูกยื่นฟ้องในข้อหาดำเนินกิจการพนันผิดกฎหมายผ่านระบบ Loot Box หรือ "กล่องสุ่ม" ในเกมยอดฮิตของตัวเอง ซึ่งคำฟ้องนี้ถูกยื่นต่อศาลเขตวอชิงตันเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2026 โดยระบุว่า Valve ตั้งใจดำเนินระบบการพนันที่ผิดกฎหมาย และกล่าวหาว่าระบบกล่องสุ่มถูกออกแบบมาอย่างแยบยลเพื่อสูบเงินจากผู้บริโภค รวมถึงเด็ก ๆ โดยใช้แท็กติกทางจิตวิทยาที่ล่อลวงให้คนติดงอมแงมบริษัทกฎหมาย Hagens Berman ตัวแทนผู้บริโภคในสหรัฐฯ นำโดย Steve Berman ออกมาประกาศกร้าวว่า Valve วางหมากกินรวบผู้เล่นที่หวังจะเข้ามาหาความบันเทิง และทางบริษัท "ตั้งใจจะทำให้ Valve ต้องรับผิดชอบ และเอาเงินคืนกลับสู่กระเป๋าผู้บริโภคให้ได้"นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Valve เจอดี เพราะก่อนหน้านี้ไม่กี่สัปดาห์ รัฐนิวยอร์กก็เพิ่งยื่นฟ้อง Valve ในประเด็นเดียวกัน โดยเกมตัวท็อปอย่าง Counter-Strike 2 และ Dota 2 ถูกระบุชื่ออยู่ในคำฟ้องทั้งสองฉบับ นอกจากนี้ Hagens Berman ยังเปิดเว็บไซต์ให้ผู้บริโภคที่รู้สึกว่าตกเป็นเหยื่อจากการเปิดกล่องสุ่มในเกม Counter-Strike, Dota 2 หรือ Team Fortress 2 เข้าไปลงชื่อร้องเรียนได้ด้วยโดยประเด็นที่ Berman เน้นย้ำเป็นพิเศษคือการที่เด็ก ๆ สามารถเข้าถึงการเปิดกล่องสุ่มได้ง่าย ซึ่งเป็นการปลูกฝังพฤติกรรมการพนันตั้งแต่อายุยังน้อยนั่นเอง"สิ่งที่ทำให้คดีนี้เลวร้ายเป็นพิเศษคือ Valve ที่รู้อยู่เต็มอกว่าเด็ก ๆ คือกลุ่มคนที่ทำธุรกรรมเหล่านี้ แทนที่จะปกป้องผู้เล่นอายุน้อยด้วยระบบยืนยันตัวตนหรือการขอความยินยอมจากผู้ปกครอง เราเชื่อว่าพวกเขากลับจัดฉากเกมเพื่อรีดเงินจากเด็ก ๆ มากขึ้นไปอีก"ศึกกฎหมายรอบนี้ของ Valve ถือว่าหนักหนาสาหัสกว่าที่เคย เพราะโดนรุกหนักทั้งจากอัยการรัฐและกลุ่มผู้บริโภคพร้อมกันในประเด็น "กล่องสุ่ม" ที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของเกมอย่าง CS2 และ Dota 2 ซึ่งหาก Valve แพ้คดีนี้จริง เราอาจได้เห็นการยกเครื่องระบบไอเทมในเกมครั้งใหญ่ หรืออาจเป็นจุดเริ่มต้นของการอวสานระบบกล่องสุ่มในสหรัฐฯ เลยก็ได้ งานนี้ต้องรอดูกันว่ายักษ์ใหญ่แห่งวงการ PC จะแก้เกมนี้ยังไงต่อไปแปลและเรียบเรียงจาก : insider-gaming.com
Online Station • 10 มี.ค. 69
อ่าน
BGRIM เล็งนำเข้าLNGปักธงCODใหม่600เมก
#BGRIM #ทันหุ้น - BGRIM ฉายภาพความตึงเครียดตะวันออกกลาง โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซ เสี่ยงกระทบอุปทานน้ำมันโลกกว่า 21% เล็งนำเข้า LNG เสริมเสถียรภาพต้นทุน ปักเป้า COD ใหม่ 600 เมกะวัตต์ รับดาต้า–นิคมนางสาวศิริวงศ์ บวรบุญฤทัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร งานการเงินและบัญชี เปิดเผยว่า บริษัทประเมินความเสี่ยงด้านสงครามและภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะบริเวณ Strait of Hormuz ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงพลังงานสำคัญของโลก อาจกระทบอุปทานน้ำมันดิบราว 21% ของปริมาณโลก หรือประมาณ 21 ล้านบาร์เรลต่อวัน และกระทบตลาดก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) อีกราว 20% หากเกิดการปิดช่องแคบหรือเหตุยกระดับความรุนแรง ซึ่งอาจผลักดันราคาน้ำมันดิบ Brent ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และทำให้ราคา LNG ปรับตัวสูงขึ้น** เล็งนำเข้า LNG“บี.กริม ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารพอร์ตเชื้อเพลิงอย่างรอบคอบ ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการเดินเครื่องโรงไฟฟ้า การกระจายแหล่งจัดหาก๊าซ รวมถึงการเตรียมแผนนำเข้า LNG เสริมความยืดหยุ่นต้นทุน เพื่อจำกัดผลกระทบต่อกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมและรักษาเสถียรภาพผลประกอบการในภาวะผันผวน”ทั้งนี้ในปี 2569 โครงการหลักที่บริษัทมีแผนทยอยทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ได้แก่, โครงการลมนอกชายฝั่ง Nakwol 1 เกาหลีใต้ 365 เมกะวัตต์, โครงการลมบนฝั่ง Huong Hoa 1 ขนาด 48 เมกะวัตต์ และโครงการอื่น ๆ รวมราว 30 เมกะวัตต์ ในส่วนของธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ บริษัทได้ร่วมลงทุนในโครงการขนาด 96 เมกะวัตต์ โดยถือหุ้นสัดส่วน 40% ปัจจุบันมีสัญญากับลูกค้าครบเต็มกำลังการผลิตแล้ว เตรียมเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ระยะแรกในช่วงปลายปี 2569 และทยอยเปิดระยะที่สองในปี 2570ขณะที่แนวโน้มความต้องการใช้ไฟฟ้าใหม่ในนิคมอุตสาหกรรมยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ของ อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) (AMATA) ซึ่งคาดว่าจะมีลูกค้าอุตสาหกรรมรายใหม่ทยอยเชื่อมต่อระบบเพิ่มอีกราว 50–80 เมกะวัตต์ สะท้อนการลงทุนภาคการผลิตที่เริ่มฟื้นตัว ควบคู่กับแรงหนุนจากกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าปริมาณสูงและเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ** รับรู้รายได้เต็มปีพร้อมกันนี้จะรับรู้รายได้จากการ COD โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ อินทรี บี.กริม 80 เมกะวัตต์, และโครงการโซลาร์รูฟท็อป Zhongce Rubber ในนิคมฯ อมตะซิตี้ ระยอง 35 เมกะวัตต์เต็มปี ซึ่งจะช่วยผลักดันรายได้ให้เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในส่วนการบริหารต้นทุน บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้าอุตสาหกรรม (IU) ทั้งรายใหม่และรายเดิม เพื่อปรับสูตรคำนวณค่าไฟฟ้าให้สอดคล้องกับโครงสร้างต้นทุนพลังงานที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติและ LNG จากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ บริษัทคาดว่าการปรับโครงสร้างราคาครั้งนี้จะช่วยสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ลดความเสี่ยงด้านมาร์จิ้น และสร้างความสมดุลระหว่างผู้ผลิตไฟฟ้าและลูกค้าในระยะยาว“บริษัทมองว่าแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ และโครงการ Quick Big Win จะเปิดโอกาสเพิ่มกำลังผลิตรวมกว่า 3.5 กิกะวัตต์ แบ่งเป็น Direct PPA ราว 2 กิกะวัตต์ และโซลาร์ฟาร์มชุมชน 1.5 กิกะวัตต์ ซึ่งบริษัทมีความพร้อมเข้าร่วมลงทุน”สำหรับการขยายธุรกิจต่างประเทศ BGRIM ลงทุนทั้งแบบเดี่ยวและร่วมกับพันธมิตรในหลายประเทศ อาทิ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ลาว กัมพูชา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐฯ ออสเตรเลีย อิตาลี และกรีซ พร้อมศึกษาตลาดยุโรปเพิ่มเติม เพื่อสร้างโอกาสเติบโตระยะยาว ปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตรวม 6,625 เมกะวัตต์ ตั้งเป้าแตะ 10,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2573 โดยสัดส่วนพลังงานสะอาดมากกว่า 50%
ทันหุ้น • 4 มี.ค. 69
อ่าน
คลังชูส่งออกเร่งได้อีก กลยุทธ์ลงทุนหุ้นแถว 2
#ส่งออก #ทันหุ้น – ขุนคลังเชื่อส่งออกเร่งตัวใน 150 วันนี้ ยังไม่ไว้วางใจภาษีสหรัฐ 15% เร่งเจรจาให้ไทยได้ประโยชน์สูงสุด ด้านส่งออกไทยสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ดันกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์วิ่งยกแผง กูรูชี้หุ้น DELTA สูงไป ห่วงติด Cash Balance วางกลยุทธ์พิจารณาหุ้นแถว 2 แนะ HANA เงินสดดี ราคาต่อมูลค่าบัญชีต่ำ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง เชื่อว่า จากการที่สหรัฐจะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศคู่ค้าในอัตรา 15% และเป็นการชั่วคราว 150 วัน หลังศาลสูงสุดของสหรัฐ มีคำตัดสินในมาตรการ Reciprocal Tariffs ไม่สามารถทำต่อไป จะทำให้ผู้ส่งออกไทยเร่งการส่งออกไปยังสหรัฐ ในช่วงไตรมาส 1 และ ไตรมาส 2/2569 อย่างเต็มที่ เพราะถือว่าเป็นอัตราภาษีที่ลดลงจากเดิมที่สหรัฐ ประกาศจะเรียกเก็บจากสินค้าไทยในอัตราที่ 19%และการที่ทุกประเทศทั่วโลกกลับมาใช้อัตราภาษีเท่ากันหมดที่ 15% จึงทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันกลับมาเท่าเทียม และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด ส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2569 ทำให้ตัวเลขเศรษฐกิจไทยในปีนี้เติบโตได้ดีกว่า 2% ส่วนจะเติบโตถึง 3% หรือไม่ยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างไรก็ดีในระยะยาวรัฐบาลยังต้องเดินหน้าเจรจาเรื่องภาษีการค้าอย่างต่อเนื่องต่อไป เพราะไม่ได้แปลว่าจะมีการหยุดในเรื่องการกีดกัน และต้องพยายามคว้าโอกาส และทำให้ผู้ประกอบการไทยได้รับประโยชน์สูงสุด ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า อัตราภาษีที่ 15% ที่ประกาศออกมานั้น ทุกประเทศได้รับเท่าเทียมกันหมด ไม่มีประเทศไหนได้เปรียบกัน จะส่งผลดีกับไทย ส่วนในระยะยาว ยังเป็นเรื่องที่ประมาทไม่ได้ ต้องติดตามต่อว่าสถานการณ์หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร มองว่าช่วง 150 วันนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญที่ไทยต้องเร่งเจรจาเพื่อกำหนดอัตราภาษีและประเภทสินค้าที่เหมาะสมหลังจากครบกำหนดนายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ รายงานว่าการส่งออกเดือนมกราคม 2569 มีมูลค่า 31,573.1 ล้านดอลลาร์ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เติบโต 24.4% โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ AI และสินค้าเกษตร @วางกลยุทธ์ลงทุนนายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ตัวเลขการส่งในออกเดือนมกราคมที่ทำจุดสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ สินค้าที่เติบโตอย่างโดดเด่น มาจากกลุ่ม เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเติบโตดีในทุกประเภทสินค้า โดยเฉพาะแผงวงจรไฟฟ้า (IC), ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD), แผงวงจรพิมพ์ และมอเตอร์ต่างๆ เป็นการเติบโตตามเมกะเทรนด์ของโลก ซึ่งมีความต้องการสูงและต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์พิสูจน์ให้เห็นว่าได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าค่อนข้างน้อย เห็นได้จากการเผชิญกับกำแพงภาษี (Tariff) ถึง 19% แต่ยอดส่งออกยังสามารถเติบโตได้เรื่อยๆ ดังนั้นจึงให้น้ำหนักกับตัวเลขการส่งออกที่เกิดขึ้นจริง มากกว่าข่าวเรื่องการปรับเปลี่ยนภาษีนำเข้าสหรัฐ ขณะที่กลุ่มสินค้าเกษตรและอาหารยังได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากการถูกเก็บภาษีลดลง แต่อาจมีผลกระทบเชิงลบจากตัวเลขส่งออกที่ลดลง จึงมองบวกในกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์มากกว่าส่วนทิศทางเงินบาทที่แข็งค่าไม่สามารถกดดันยอดส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ได้ เนื่องจากความต้องการในตลาดโลกที่รุนแรงและแข็งแกร่งกว่าปัจจัยเรื่องค่าเงิน โดยแนวโน้มในระยะสั้นเงินดอลลาร์อาจถูกกดดันจากความกังวลเรื่องฐานะการคลังของสหรัฐ และประเด็นเรื่องการคืนภาษี ซึ่งอาจส่งผลให้เงินบาทยังคงมีทิศทางที่แข็งค่าอยู่กลยุทธ์การลงทุนในระยะสั้น แนะนำหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ควรเน้นลงทุนตามปัจจัยพื้นฐานการส่งออกที่ดี เช่น DELTA แต่ราคาหุ้นจะพุ่งทำจุดสูงสุดใหม่และตอบรับข่าวดีไปมาก มีความเสี่ยงที่ต้องระวังคือการติดเกณฑ์ Trading Alert List หรือ Cash Balance เนื่องจากราคาขึ้นมาแรงเกินไป จึงอาจพิจารณาหุ้นแถว 2 เช่น CCET, KCE, HANA ที่คาดว่าจะปลอดภัยกว่าในแง่ของระดับราคานายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการและนักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า จากตัวเลขการส่งออกที่ดีกว่าคาดส่งผลให้เกิดแรงเก็งกำไรในกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าส่งออกบางประเภทโดยเฉพาะกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง แต่การตัวเลขที่ออกมาดีมากในระยะสั้นมีความเสี่ยงแฝงอยู่ เนื่องจากเศรษฐกิจต้องพึ่งพาปัจจัยภายนอกที่คาดเดาได้ยาก ทำให้การพยากรณ์อนาคตทำได้ลำบากขึ้น โดย SET ในช่วงใกล้ระดับ 1,500 จุด เริ่มเห็นแรงทำกำไรสลับออกมา นักลงทุนจึงควรระมัดระวังในกลุ่มหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาแรงตัวเลขการส่งออกที่ดี อาจไม่ได้สะท้อนถึงผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนเสมอไป เนื่องจากบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งออกได้ดีส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในตลาดหุ้น ซึ่ง DELTA เป็นหุ้นตัวเดียวที่กำไรและการฟื้นตัวของรายได้เติบโตไปในทิศทางเดียวกับอุตสาหกรรม และเป็นตัวขับเคลื่อนหลักที่ทำให้ตลาดหุ้นบวก ขณะที่ HANA, KCE และ CCET ผลประกอบการและรายได้ยังไม่สอดคล้องกับตัวเลขการส่งออกที่ขยายตัวดังนั้นหากนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้แนะนำ HANA ที่มีความน่าสนใจในเชิง Value Play เนื่องจากมีราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (P/BV) ต่ำเพียง 0.5 เท่า มีเงินสดในมือสูงประมาณ 6 บาทต่อหุ้น และหนี้น้อย แม้ว่าผลประกอบการจะยังไม่เห็นการฟื้นตัวที่โดดเด่นก็ตาม ส่วนหุ้นกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง แม้ภาพรวมจะดูแข็งแกร่ง แต่เริ่มมีสัญญาณเรื่องการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากคู่แข่งรายใหม่ในต่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อโมเมนตัมของกลุ่มในระยะต่อไปได้ซึ่งทิศทางค่าเงินบาทของไทยยังมีแนวโน้มที่แข็งขึ้น จากส่วนต่างนโยบายดอกเบี้ยระหว่างไทยและสหรัฐ เริ่มแคบลง ประกอบกับประเด็นเรื่องการขอคืนภาษีการค้ามูลค่าประมาณ 1.3 - 1.7 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง กระทบกลุ่มสินค้าเกษตร ส่วนกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์จะไม่ได้รับผลกระทบรุนแรง เนื่องจากได้ประโยชน์จากการนำเข้าวัตถุดิบในราคาที่ถูกลงเมื่อเงินบาทแข็งค่า ช่วยชดเชยรายได้จากการส่งออกที่ลดลงบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ตัวเลขส่งออกถูกเร่งตัวจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นไปตามดีมานด์ในตลาดโลกที่แข็งแกร่งจากเทรนด์ AI แต่ทางบล.บัวหลวง มองว่ายังคงมีส่วนของ transshipment ด้วยที่ต้องติดตาม เพราะสังเกตจากการนำเข้าที่เร่งตัวทั้ง YoY และ MoM (+29.4% YoY, +19.1%MoM) แม้มีส่วนของ Data Center บ้าง แต่กลับพบว่าตัวเลขภาคการผลิต ยังไม่ได้เร่งตัวชัดเจนเหมือนส่งออกจึงคิดว่ามีจำนวนหนึ่ง ที่เป็นลักษณะ Transshipment ส่วนประมาณการตัวเลขส่งออกทั้งปี 2569 คาดไว้ที่ 3% ปรับขึ้นจาก 1.3% กรณีภาษีทรัมป์คลี่คลาย อย่างไรก็ดีต้องติดตามมาตรการอื่นๆ รวมทั้งการเจรจารอบใหม่ หลังภาษีตอบโต้ถูกปรับลงมา 15% สำหรับหุ้นแนะนำกลุ่มส่งออก ที่ Valuations ยังไม่ตึงตัวมาก แนะนำ KCE, ITC
ทันหุ้น • 24 ก.พ. 69
อ่าน
DELTA ส่งซิก Q1 ทิศทางดี เร่งมอบสินค้าย้ำปีนี้สองหลัก
#DELTA #ทันหุ้น – DELTA มองปรับโครงสร้างภาษีสหรัฐเป็นกลาง ชี้ลูกค้าแบกรับภาระ ส่งสัญญาณไตรมาส 1/2569 ทิศทางดี เร่งผลิตและส่งมอบสินค้าตามคำสั่งซื้อ มั่นใจภาพรวมปี 2569 โตแบบ Double-Digit ชู AI Data Center ขยายตัวแรง ลุยลงทุนเครื่องจักรหนักและระบบอัตโนมัติ ตั้งงบ 550 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นายวิคเตอร์ เจิ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) หรือ DELTA ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านการจัดการระบบกำลังไฟฟ้า รวมถึงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เปิดเผยว่า จากประเด็นที่ศาลสูงสุดสหรัฐมี เพิกถอนอำนาจประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการกำหนดอัตราภาษีนำเข้าตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ทาง DELTA มองว่าสถานการณ์นี้มีผลกระทบเป็น "กลาง" ต่อบริษัท เนื่องจากโครงสร้างภาษีนำเข้าที่ผ่านมา ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายล่วงหน้าเอง โดยมีเพียงส่วนน้อยมากที่บริษัทต้องแบกรับ การเปลี่ยนแปลงนี้จึงไม่มีผลกระทบที่เป็นนัยสำคัญต่อฐานะทางการเงินของเดลต้า@ยอดขายเพียบสำหรับแนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 1/2569 ยังอยู่ในทิศทางค่อนข้างดี โดยปัจจุบันบริษัทกำลังเร่งการผลิตและส่งมอบสินค้าตามคำสั่งซื้อที่ค้างอยู่ ซึ่งภาพรวมในปี 2569 บริษัทคาดการณ์ว่าจะยังคงรักษาแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้เป็นตัวเลขสองหลัก (Double-Digit Growth)ทั้งนี้การเติบโตจะถูกขับเคลื่อนด้วยโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI Data Center ที่ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับคำยืนยันจากประมาณการยอดขายของลูกค้ารายใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่ม Data Center ซึ่งไทยยังคงเป็น ทำเลที่ดีในการรับออเดอร์ที่โยกย้ายมาจากจีนและไต้หวันเนื่องจากปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์@งบลงทุน 550 ล้านดอลลาร์ขณะที่แผนการลงทุนในปี 2569 บริษัทตั้งงบลงทุนไว้ที่ประมาณ 550 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งงบประมาณส่วนใหญ่จะใช้ลงทุนในเครื่องจักรหนักและระบบอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตโซลูชันด้านพลังงานโดยจะเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์สำหรับ Data Center ครอบคลุมทั้งนิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์และบางปูซึ่งนิคมอุตสาหกรรมบางปู จะมีการเปิดตัวอาคารผลิตเพิ่มอีก 2 แห่งในไตรมาส 1/2569 และอีก 1 แห่งในไตรมาส 4/2569 รวมเป็น 3 อาคารในปีนี้ ส่วนนิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ได้มีการเปิดตัวอาคารใหม่เพิ่มขึ้นอีก 2 แห่งในช่วงปลายปี 2568 ที่ผ่านมา โดยปัจจุบันกำลังอยู่ในขั้นตอนการติดตั้งเครื่องจักรและเร่งกำลังการผลิตเพื่อให้สามารถผลิตสินค้าได้เต็มรูปแบบในปี 2569@AI- Data Center โตดีอย่างไรก็ดีสัดส่วนรายได้ของบริษัทมาจากกลุ่ม Power Electronics ซึ่งเป็นกลุ่มหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโต มีสัดส่วนประมาณ 71%, กลุ่ม Infrastructure มีการเติบโตที่ดีจากโครงการ Data Center ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีสัดส่วนประมาณ 16%, กลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า ยอดขายอ่อนตัวลง สัดส่วนประมาณ 10% , กลุ่ม Automation สัดส่วนประมาณ 2%ดังนั้นปัจจัยขับเคลื่อนยังมาจาก AI และ Digital Transformation ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่กระตุ้นความต้องการโซลูชันการจัดการพลังงานของ Cloud Service Providers รวมถึงแนวโน้มระบายความร้อน (Liquid Cooling) โดยความต้องการใช้ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวใน AI Data Center คาดว่าจะแตะ 40% ในปี 2569 จากเพิ่มขึ้นจาก 33% ในปี 2568
ทันหุ้น • 24 ก.พ. 69
อ่าน
สตรีมเมอร์หญิงชาวจีนโดนวางยา ตื่นขึ้นอย่างปลอดภัย แต่ไอเทมเทพในเกมกลับหายเกลี้ยง!
กลายเป็นประเด็นร้อนในต่างประเทศ เพราะทางสื่ออย่าง game.ettoday.net ได้ออกมาเผยข้อมูลที่น่ากลัวว่า ได้มีเกมเมอร์สาวรายหนึ่งที่ชื่นชอบเล่นเกม Delta Force อย่างมากและเผอิญไปเจอกับเกมเมอร์หนุ่มรายหนึ่งในเกม เล่นเกมด้วยกัน คุยกันทุกวัน จนถูกใจ และได้นัดเจอกัน แต่เหตุการณ์ร้ายกับเกิดขึ้นกับเกมเมอร์สาวรายนี้!โดยการพบกันในครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นไปด้วยดี ทั้งคู่ทานอาหาร เครื่องดื่มต่าง ๆ และไปเล่นเกมต่อที่ร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ แต่ในช่วงเวลา 21.00 น. เกมเมอร์สาวรายนี้กลับมีอาการอ่อนเพลียผิดปกติ จนเธอจึงต้องขอตัวกลับไปพักผ่อนที่โรงแรม เธอเล่าว่าแค่เพียงล้มตัวลงนอนก็หมดสติทันที แต่สิ่งที่ตกใจยิ่งกว่าคือ เมื่อเธอตื่นขึ้นมาเมื่อเธอตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองนั้นปลอดภัยดีและไม่มีอะไรได้รับความเสียหาย แต่เมื่อเธอล็อกอินเข้าเกม Delta Force กลับพบว่าไอเทมและเงินภายในเกมที่เธอสะสมมาอย่างลำบากนั้นถูกขโมยหรือโอนย้ายไปยังบัญชีอื่นหมดเลย ซึ่งถือว่าเป็นมูลค่าความเสียหายในเกมที่สูงมาก เมื่อเรื่องนี้ถูกเปิดเผยขึ้นมาทำให้เกิดประเด็นถุเถียงอย่างร้อยแรงในหมู่ชาวเน็ตทันทีแต่เรื่องมันยังไม่จบลงเท่านั้น เมื่อเธอตรวจสอบประวัติการล็อกอินก็พบหลักฐานว่าเป็นชายหนุ่มคนสนิท และถ้าได้ส่งข้อความไปสอบถามฝ่ายชายกลับตอบว่า "ถ้าไม่เห็นว่าเธอมีพวกเซ็ตอุปกรณ์พวกนั้น (ไอเทมในเกม) จะเรียกมาเจอกันทำไม" หลังจากนั้น เขาก็บล็อกการติดต่อและหายเงียบไปทันทีแปลและเรียบเรียงจากhttps://game.ettoday.net
Online Station • 16 ม.ค. 69
อ่าน
เปิดจุดเสี่ยงหุ้นDELTA หวั่นแรงขายยังไม่จบ
#DELTA #ทันหุ้น – DELTA ราคาร่วงหนัก 24 บาท หรือ 12% พิษผู้ถือหุ้นใหญ่ขายบิ๊กล็อตราคาต่ำกว่ากระดานรับเงิน 8.75 พันล้านบาท ด้านนักวิเคราะห์แนะเลี่ยงจากมีปัจจัยลบกดดัน ควรรอราคาลงแตะ 150 บาท ค่อยเข้าซื้อ จากพื้นฐานธุรกิจเติบโตได้ดีจากกระแส Data Center ของบริษัทไอทีรายใหญ่ จะเป็นตัวช่วยกระตุ้นยอดขายดีขึ้นวานนี้ (8 ม.ค.69) มีรายการขายหุ้นบนกระดานรายใหญ่ (บิ๊กล็อต) ของบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA จำนวน 51.20 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.41% ของหุ้นที่ออกและชำระแล้วทั้งหมด ที่ราคาหุ้นละ 171 บาทต่อหุ้น รวมมูลค่า 8,755.2 ล้านบาท ซึ่งราคาขายบิ๊กล็อตเป็นต่ำกว่าราคาปิด เมื่อวันที่ 7 มกราคม ประมาณ 8% ดังนั้นจึงเป็นเซ็นทิเมนต์เชิงลบกดดันราคาหุ้นของ DELTA วานนี้ปรับตัวลงแรงถึง 24 บาท หรือลดลง 12.90% โดยมีราคาปิดที่ 162 บาท มีผลฉุดดัชนีหุ้นไทยวานนี้ลง 23.67 จุด จากดัชนีหุ้นไทยวานนี้ปรับตัวลดลง 27.22 จุด หรือ 2.13%โดยทาง DELTA แจ้งว่า Delta International Holding Limited B.V. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ Delta Electronics Inc. (DEI) ได้ขายหุ้นสามัญของ DELTA ให้แก่นักลงทุนแบบเฉพาะเจาะจง เพื่อเพิ่มเงินลงทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันและขยายกิจการในอนาคต@แนะเลี่ยงนายธันย์ จิระสิทธิกร นักวิเคราะห์กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า จากบริษัทแม่ของ DELTA ได้ประกาศขายหุ้น DELTA จำนวน 51.20 ล้านหุ้น โดยแนะนำให้รอดูสถานการณ์ไปก่อน (Wait and See) และยังไม่ควรรีบเข้าไปซื้อในช่วงที่ราคากำลังปรับตัวลง เนื่องจากยังมองว่าไม่ใช่จังหวะสำหรับการเข้าซื้อเพื่อลงทุน หรือการเก็งกำไรในระยะสั้น เพราะปัจจัยลบในตลาดยังคงมีน้ำหนักมากกว่าปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งพื้นฐานธุรกิจของ DELTA ยังเติบโตได้ดีจากกระแส Data Center ของบริษัทไอทีรายใหญ่ จะเป็นตัวช่วยกระตุ้นยอดขายของ DELTA ให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเชิงกลยุทธ์การลงทุน ยังไม่แนะนำเข้าซื้อควรรอให้ราคาปรับฐานลงมาที่แนวรับประมาณ 150 บาทก่อน เพื่อให้มีอัพไซด์อย่างน้อย 20% จากราคาเป้าหมายที่ทางบล.กสิกรไทย ให้ราคาพื้นฐานอยู่ที่ 176 บาท เพื่อให้มีคุ้มค่าต่อความเสี่ยงก่อนที่จะพิจารณาเข้าสะสมทั้งนี้ทางผู้ถือหุ้นใหญ่ของ DELTA เคยมีการขายหุ้น DELTA ผ่านบิ๊กล็อต เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2566 จำนวน 89.23 ล้านหุ้น ซึ่งเป็นราคาต่ำกว่าราคาตลาดเช่นกันประมาณ 8-9% เช่นกัน@ทยอยสะสมนายสุวัฒน์ วัฒนพรพรหม ผู้อำนวยการสายงานวิจัย ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อจิตวิทยาการลงทุนในระยะสั้น ทำให้ราคาหุ้นมีความผันผวน แต่มองว่าการขายหุ้นครั้งนี้ของบริษัทแม่ เพื่อแก้ปัญหาสภาพคล่องของหุ้น DELTA เพราะเดิมหุ้น DELTA มีสภาพคล่องไม่มากนัก หากบริษัทแม่ต้องการปรับสัดส่วนการถือครองผ่านตลาดปกติ อาจทำให้ราคาหุ้นมีความผันผวนได้ง่ายนายทศวรรณ ธรรมสุข ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การพัฒนาชิปรุ่นใหม่ๆ เช่น สถาปัตยกรรม Blackwell-Rubin ของ Nvidia หรือชิปของแบรนด์อื่นๆ ที่ใช้งานด้าน AI Training ขนาดใหญ่และ Hyperscale data center จะทำให้ศูนย์ข้อมูลเกิดการใช้พลังงานที่มากขึ้นรวมถึงปัจจุบันบริษัทผู้พัฒนาแอปพลิเคชันรายใหญ่ในสหรัฐ ยังคงใช้งบประมาณลงทุนสูงขึ้นในปี 2569 ทำให้ชิ้นส่วนกลางน้ำที่เป็นองค์ประกอบสำคัญจะมีการจัดส่งเพิ่มมากขึ้นในปีนี้ เช่น ชิปหน่วยความจำ และระบบระบายความร้อนที่ใช้ของเหลว เป็นต้น โดยอุปกรณ์ระบบระบายความร้อนที่ใช้ของเหลว เป็นสินค้าที่ถูกพัฒนาและขายดีใน DELTA ไต้หวัน คาดว่าจะส่งมาให้ทาง DELTA ไทย ช่วยซัพพอร์ตผลงานในปีนี้ดังนั้นประเมินแนวโน้มผลประกอบการในปี 2569 รายได้เติบโตได้ดีจาก โปรเจคงาน Data center มีอยู่ต่อเนื่อง และการสร้างโรงงานใหม่ที่นิคมเวลโกรว์และบางปู จะช่วยเพิ่มกำลังผลิตและรองรับสินค้าใหม่ๆ ซึ่งจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของปี
ทันหุ้น • 9 ม.ค. 69
อ่าน
เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้
#ทันหุ้น - บล.ฟินันเซียไซรัส คาดแนวโน้มตลาดวันนี้ SET Index จะแกว่งตัว Sideways ในกรอบ 1,270-1,287 จุด ชะลอความร้อนแรงระยะสั้นหลังจากปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งวานนี้ ภาพรวมตลาดตอบรับเชิงบวกจากบรรยากาศกาลงทุน Risk-On ช่วงต้นไปไปพอสมควร ขณะที่กลุ่มเทคโนโลยีอาจเผชิญแรงขายทำกำไรระยะสั้นบ้างหลังพุ่งขึ้นวานนี้ ภาพรวมตลาดยังไม่มีปัจจัยใหม่ที่ชัดเจน ประเด็นตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯและประเทศต่างๆยังคงต้องติดตามทั้งประเด็นที่ทรัมป์พูดถึงโคลัมเบียและกรีนแลนด์ คาดยังคงหนุนหุ้นในกลุ่มความมั่นคงทั่วโลกส่วนตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุด ISM ภาคการผลิตสหรัฐฯเดือน ธ.ค. ออกมาต่ำกว่าคาดและชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าที่ 47.9 อย่างไรก็ตามโฟกัสหลักสัปดาห์นี้อยู่ที่ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯเดือน ธ.ค. ในคืนวันศุกร์ ซึ่งจะมีผลต่อการประเมินแนวโน้มการปรับลดดอกเบี้ยของ Fed ในระยะถัดไป สำหรับ “January Effect” ปีนี้เรายังคงมุมมองว่ามีโอกาสเกิดขึ้นจากความคาดหวังเชิงบวกจาก Pre-Election Rally ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วง 2-4 สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้ง จากเม็ดเงินหาเสียงที่จะสะพัดหนุนเศรษฐกิจและการบริโภคให้คึกคักมากขึ้นในระยะสั้นโดยหุ้นในกลุ่ม Domestic และ Consumption Play อย่าง ค้าปลีก อาหาร ไฟแนนซ์ การแพทย์ อสังหาฯ เป็นต้น ซึ่งเป็นกลุ่มที่ยัง Laggard ตลาดและมีระดับ Valuation ที่ค่อนข้างถูก ยังมีโอกาสพลิกมาปรับตัวดีกว่าคาดโดยเฉพาะในช่วงครึ่งเดือนหลัง ขณะที่หุ้นปันผลสูงคาดยังแข็งแรงต่อเนื่องจากธีม Dividend Playกลยุทธ์ : เน้นหุ้นที่โมเมนตัมกำไร 4Q25-1H26 แข็งแกร่ง และให้ปันผลในเกณฑ์ดีหุ้นเด่นเดือน ม.ค. : BTG CPALL MTC NEO PRMFSSIA Portfolio : BA, BDMS, BTG, CBG, CENTEL, CPALL, KTB, MTC, WHAUPหุ้นเด่นวันนี้ : BA• แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายเฉลี่ยจาก IAA Consensus 19.13 บาท• ระยะสั้นมี Catalyst บวกจากสมุยที่เข้าสู่ High Season ของการท่องเที่ยวอีกครั้งใน 1Q26 คาดหนุนผลการดำเนินงานของ BA เร่งตัว q-q• แนวโน้มกำไร BA ปี 2026 คาดว่าจะกลับมาเติบโตได้เล็กน้อยราว 3% y-y หลังจากชะลอตัวในปี 2025 อีกหนึ่งจุดเด่นยังคงอยู่ที่ Dividend Yield ที่สูงราว 6% ต่อปี• แนวรับ 15.10 บาท แนวต้าน 15.70//16.30 บาทด้าน บล.ดาโอ คาดดัชนีฯ (SET Index) มีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวนในกรอบ โดยมีแรงหนุนจากกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่ไหลกลับเข้ามาซื้อสุทธิเมื่อวานนี้กว่า 2.3 พันล้านบาท ประกอบกับ Sentiment เชิงบวกจากตลาดต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ดัชนีอาจเผชิญแรงกดดันในหุ้นกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะ PTTEP เนื่องจากราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับ 60 เหรียญฯ แม้จะมีสถานการณ์ตึงเครียดในเวเนซุเอลา (สหรัฐฯ จับกุมประธานาธิบดีมาดูโร) แต่ตลาดให้ความสำคัญกับภาวะอุปทานล้นตลาดมากกว่า วันนี้ประเมินว่าหุ้นกลุ่มธนาคารและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA) จะยังคงเป็นตัวหลักในการชี้นำตลาดปัจจัยในประเทศความขัดแย้งไทย-กัมพูชา: ความตึงเครียดบรรเทาหลังจากการตกลงหยุดยิงเมื่อปลายเดือนธ.ค.68 แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิค ติดตามทั้งสองฝ่ายจะตกลงจัดการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) นัดพิเศษที่กัมพูชาร้องขอหรือไม่ สถานการณ์ดูสงบลง ความกดดันต่อการเลือกตั้งไทยน้อยลง เป็นบวกกับภาพตลาดโดยรวมการเมืองไทย: การหาเสียงเลือกตั้งมีความเข้มข้นมากขึ้น นักการเมืองเริ่มลงพื้นที่ นโยบายหาเสียงเริ่มทยอยประกาศ ผลโพลคะแนนเสียงจะเริ่มมีให้เห็นในช่วงนี้ ติดตามฐานเสียงพรรคการเมืองหลัก ซึ่งจะเป็นตัวชี้ชะตาการเมืองไทยปีนี้การปฏิรูปภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): กระทรวงการคลังเตรียมเสนอที่ประชุม ครม. ปรับขึ้นภาษี VAT จาก 7% เป็น 8.5% เพื่อเพิ่มรายได้และสร้างความเข้มแข็งทางการคลัง โดยมีแผนนำรายได้บางส่วนไปสนับสนุนกลุ่มเปราะบางผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อลดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนFund Flow: ปิดวานนี้ (5 ม.ค.) นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิ ในตลาดหุ้นไทย 2,369 ล้านบาท (SET+MAI) ส่วนตลาดตราสารหนี้ ซื้อสุทธิ 929 ล้านบาทค่าเงินบาท: ปิดตลาดที่ระดับ 31.33 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งเป็นการปรับตัวแข็งค่าจากช่วงเช้าที่เปิดตลาดระดับ 31.46 บาท/ดอลลาร์ โดยเคลื่อนไหวตามทิศทางราคาทองคำในตลาดโลก ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ในเวเนซุเอลาปัจจัยต่างประเทศความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์: สถานการณ์สหรัฐฯ เข้าแทรกแซงเวเนซุเอลา (จับกุมประธานาธิบดีมาดูโร) ส่งผลให้ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นเหนือ $4,420 (Safe Haven) ขณะที่จีนแสดงท่าทีคัดค้านการกระทำของสหรัฐฯ นอกจากนี้ ทรัมป์ยังแสดงความต้องการครอบครองกรีนแลนด์ ซึ่งสร้างความกังวลในระดับนานาชาติราคาน้ำมันดิบ: ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำกว่า $60 และ $57 ตามลำดับ แม้จะมีเหตุการณ์ในเวเนซุเอลา แต่ตลาดกังวลเรื่องอุปทานส่วนเกิน (Supply Glut) มากกว่าการขาดแคลน ส่งผลลบต่อหุ้น PTTEPนโยบายการเงินสหรัฐฯ: Neel Kashkari ประธาน Fed สาขา Minneapolis ระบุว่าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ อาจอยู่ใกล้ระดับที่เป็นกลาง (Neutral) แล้ว ซึ่งลดแรงกดดันเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยเศรษฐกิจเวียดนาม: GDP ไตรมาส 4/68 ของเวียดนามเติบโต 8.46% สูงกว่าคาดการณ์ แสดงถึงความแข็งแกร่งของภาคการผลิตและการท่องเที่ยวในภูมิภาคตัวเลขเศรษฐกิจและ Eventการประชุม ครม.ความร้อนแรงของตลาดในวันแรกของสัปดาห์มักจะตามมาด้วยแรงขายทำกำไรในวันถัดไป หากดัชนียังยืนบวกได้แสดงว่าแรงซื้อยังแข็งแกร่ง ดาโอ แนะนำให้ Follow buy โดยเน้นจับจังหวะเก็งกำไรระยะสั้น (Trading)หลีกเลี่ยงหรือระมัดระวังการลงทุนในหุ้นกลุ่มน้ำมัน (PTTEP) ในช่วงสั้นจากราคาน้ำมันที่อ่อนตัว•ติดตามหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จาก Fund Flow และหุ้น Tech/Electronics ที่มี Sentiment บวกจากต่างประเทศหุ้นในพอร์ตแนะนำ: เรานำ PTTEP ออก และนำ AOT เข้ามา หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย AOT(10%), BCH(10%), KBANK(10%), CRC(10%), CPALL(10%), TTB(10%), ADVANC(10%)Technical : BAM, SPRCขณะที่ บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,270 แนวต้าน 1,290 ซึ่งคาดดัชนียังได้แรงหนุนจากแรงซื้อหุ้น Big Cap.กลุ่มอิเล็ก, ไอซีที, ขนส่ง และธนาคาร ซึ่งคาดมีโอกาสปรับขึ้นในช่วง Election Rally แนะนำทยอยซื้อกลุ่มปลอดภัย ปันผลสูง เช่น ADVANC, SCB, TTB, AP / ท่องเที่ยว AOT, CENTEL, MINT, SHR ได้ปัจจัยหนุนในช่วง High SeasonBAM* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 7.95 บาท) แนวโน้มผลประกอบการ 4Q68 เติบโต QoQ, YoY มีปัจจัยหนุนจากยอดจัดเก็บหนี้ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล บวกกับการขาย NPA ที่ดีขึ้นตามการออกโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขาย เน้นปล่อยสินเชื่อให้ลูกค้าเองมากขึ้น ส่วนค่าใช้จ่ายในการสำรองหนี้จะลดลงสอดคล้องกับการชำระหนี้ของลูกค้า สำหรับปี 68 ตลาดคาดกำไร 2.2 พันล้านบาท โตราว +40%YoY มีความน่าสนใจจากอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ดีราว 7% และมี upside จากการซื้อหนี้ของ JVAMC และ Ari- AMC ที่ร่วมทุนกับออมสิน ตามมาตรการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนของรัฐบาลในโครงการ "ปิดหนี้ไว ไปต่อได้"AP* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 10.10 บาท) คาดกำไร 4Q68 จะเติบโตโดดเด่นทั้ง YoY และ QoQ จากยอดโอน Aspire วิภา-วิคตอรี่ 2.3 พันลบ. และ gross margin ที่คาดว่าจะดีขึ้นจากยอดขายคอนโดใหม่นอกจากนี้ใน 4Q68 จะมีการเปิดตัว 22 โครงการกว่า 2.4 หมื่นลบ.consensus คาดกำไรปี 68 ที่ 4,458ลบ. -14%YoYและคาดว่าปี 69 จะกลับมาฟื้นตัวที่4,999ลบ.ขยายตัว +12%YoY หลังผลกระทบแผ่นดินไหวผ่อนคลายลง กลับมาเติบโตจากฐานที่ต่ำในปี 68
ทันหุ้น • 6 ม.ค. 69
อ่าน
Gravity Game Tech ประกาศเกี่ยวกับความรุนแรงภายในงาน Ragnarok Festa 2025
หลังจากที่มีข่าวว่าคุณ "เดชา" อินฟลูเอนเซอร์สาย Ragnarok ได้คอสเพลย์เป็น Orc Lady ได้ถูกชายคนหนึ่งทำร้ายภายในงาน Ragnarok Festa 2025 ที่ผ่านมา ทำให้ทาง Gravity Game Tech ประกาศเกี่ยวกับความรุนแรงภายในงาน Ragnarok Festa 2025 ออกมาแล้ว ซึ่งมีเนื้อหาดังนี้ประกาศเกี่ยวกับความรุนแรงภายในงาน Ragnarok Festa 2025Gravity Game Tech มีนโยบายไม่ยอมรับความรุนแรง การข่มขู่ หรือการทำร้ายร่างกายใด ๆ ในทุกการจัดกิจกรรมของทางบริษัทจากเหตุการณ์ล่าสุดที่มีพฤติกรรมละเมิดมาตรฐานชุมชนของเรา บุคคลที่เกี่ยวข้องจะถูกแบนอย่างถาวรจากการแข่งขัน กิจกรรม และโครงการต่าง ๆ ที่ได้รับการรับรองจาก Gravity Game Tech โดยมีผลทันทีขอความร่วมมือผู้เล่นทุกท่านร่วมกันรักษาคอมมูนิตี้ให้เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยและเคารพซึ่งกันและกันGravity Game Techอ่านบทความ "สตรีมเมอร์คอสเพลย์เป็น Orc Lady โดนทำร้ายภายในงาน RO Festa" ได้ที่ https://www.online-station.net/pc-console-game/994771อ้างอิงข้อมูลจากhttps://www.facebook.com/gravitygametech
Online Station • 15 ธ.ค. 68
อ่าน
DIESEL กลับมาแล้ว! พร้อมเขย่าวงการแฟชั่นไปกับคอลเลกชันใหม่ล่าสุด
Timedeco (ไทม์เดคโค) ผู้นำด้านนาฬิกาแฟชั่นที่ครองใจสายแฟมานานกว่า 25 ปี กลับมาสร้างความตื่นเต้นอีกครั้งกับการเปิดตัว DIESEL แบรนด์ดังจากอิตาลีที่มาพร้อมความเท่แบบไม่ซ้ำใคร จัดเต็มทั้ง นาฬิกาและแอ็กเซสเซอรี่สุดล้ำ เอาใจสายแฟให้สนุกกับการช้อปแบบไม่มีที่สิ้นสุด! DIESEL คือสัญลักษณ์ของความกล้าในการแตกต่าง แบรนด์ที่ท้าทายกรอบของ ลักชัวรี แบบเดิมๆ ด้วยดีไซน์ วัสดุ และเทคโนโลยีสุดล้ำ พร้อม DNA ที่โดดเด่นในสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ที่อยากแสดงตัวตนอย่างอิสระไม่เหมือนใคร โดยครั้งนี้ Timedeco ยังยกทัพนาฬิกาแบรนด์แฟชั่นระดับโลกมาจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็น Michael Kors, Emporio Armani, Fossil และอีกมากมาย พร้อมเปิดตัว คอลเลกชันใหม่ล่าสุด Fall/Winter 2025 ให้เหล่าสายแฟได้อัปเดตเทรนด์ก่อนใคร! 📍 พบกับ Pop-up สุดชิคได้ที่ Living Hall 3rd Floor, Siam Paragon 🗓️ ตั้งแต่วันที่ 13 26 พฤศจิกายน 2568 สายแฟตัวจริงต้องไม่พลาด! มาช้อป มาดู มาสัมผัสของจริงกันได้ที่งานนี้เท่านั้น
ข่าว • 17 พ.ย. 68
อ่าน
เล่นแล้วมาเล่า! พรีวิวเกม Palworld Mobile จากงาน G-Star 2025 ที่เกาหลีใต้
รอบสัปดาห์นี้ทางทีมงาน Online Station ได้มีโอกาสไปเยือนงาน G-Star 2025 ถึงเมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้มาครับ โดยหนึ่งในไฮไลท์เด็ดที่พวกเราอยากจะมาเล่าสู่กันฟังก็คือ Palworld Mobile ว่าที่เกมมือถือใหม่ที่เคยสร้างปรากฏการณ์แก่วงการเกมบนเวอร์ชั่น PC เมื่อปีที่แล้วนั่นเอง ซึ่งการนำมาทำเป็นเวอร์ชั่นมือถือที่กะทัดรัดเช่นนี้ นอกเหนือไปจากการเจาะกลุ่มผู้เล่นที่กว้างขึ้น ก็ยังมีประเด็นของเกมเพลย์ที่เป็นมิตรกับทั้งผู้เล่นที่คุ้นชินจากเวอร์ชั่น PC มาก่อน รวมถึงผู้เล่นหน้าใหม่ที่อยากจะมาทำความรู้จักกับซีรีส์นี้เป็นครั้งแรกด้วยครับเริ่มต้นเลยต้องขยายความเรื่องเกมเพลย์ที่เป็นมิตรกับผู้เล่นทั้งหน้าใหม่และเก่าก่อน กล่าวคือเมนูคำสั่งต่าง ๆ ที่ปรากฏบนหน้าจอล้วนเป็นฟังก์ชั่นที่มีหน้าที่ชัดเจน พร้อมรูปภาพบนไอคอนที่เข้าใจได้แทบจะทันทีว่าคำสั่งนี้ใช้ทำอะไร การวางตำแหน่งแต่ละคำสั่งมีการออกแบบมาอย่างดีให้ถนัดมือ โดยช่วงแรกเกมจะคอยแนะนำให้เรารู้จักเมคานิกต่าง ๆ ทั้งการสร้างโต๊ะช่าง การประดิษฐ์เครื่องทุ่นแรง และการออกไปจับเหล่า Pal ซึ่งพอลงลึกแยกย่อยไปในส่วนของการจับ Pal ก็จะมีระบบอำนวยความสะดวกแก่ผู้เล่นเพิ่มขึ้นอีก อาทิ การปาลูกบอลไปยัง Pal ตั้งแต่แรกเห็นเพื่อเป็นการจองตัวพวกมันไว้ก่อน จากนั้นก็กระหน่ำตีมันแบบไม่ยั้งได้เลย ระบบจะทำการ "จับ" มันไว้ให้อัตโนมัติทันทีตอนที่เลือดของมันหมดลง ผู้เล่นไม่ต้องกลัวอีกต่อไปว่าจะเผลอตีมันตายก่อนจะได้จับ เป็นต้น ซึ่งใครที่กลัวจะไม่ท้าทาย เกมก็ยังมีตัวเลือกให้ปรับเปิด-ปิดระบบนี้ที่การตั้งค่าได้ทุกเมื่อช่วงระยะเวลาประมาณ 30 นาทีที่ได้ลองไป โฟลว์ของเกมแทบไม่มีช่วงน่าเบื่อให้เห็น เกมมีการแนะนำให้เราทำหลายสิ่งอย่างแบบไม่จำเจอยู่เรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างอุปกรณ์ใหม่ ๆ การติดตั้ง Pal ที่ได้มา ตลอดจนการพาผู้เล่นไปลุยดันเจี้ยนที่ตึงมือในตอนท้าย ซึ่งถือเป็นแนวทางที่ดี ทำให้ผู้เล่นศึกษาตัวเกมได้เร็ว และเกิดความอยากรู้อยากเห็นกับสิ่งที่เกมพยายามนำเสนอไปทีละสเต็ป ยิ่งไปกว่านั้น ประสิทธิภาพในการรันต้องบอกว่าเกิดความคาดหมายของทีมงานพอสมควร โดยมือถือที่ได้ทดสอบนั้นเป็นสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ยุคปัจจุบัน ที่แม้จะปรับโหมดการแสดงผลแบบเน้นความละเอียดของภาพก็ยังมีเฟรมเรตที่ลื่นชนิดหายห่วง หรือช่วงที่ชุลมุนกับ Pal ศัตรูจำนวนเยอะ ๆ หรือมีเอฟเฟกต์อลังการจากท่าโจมตีของบอสก็ยังไม่พบว่ามีเฟรมเรตร่วงให้เห็นในส่วนของช่วงอัลฟ่าเทสต์เกมนี้จะเริ่มประมาณเดือนธันวาคมเฉพาะในฝั่งเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ซึ่งฝั่งบ้านเราจะได้เล่นกันตอนที่เกมเปิดบริการแบบ Free-to-Play พร้อมกับประเทศอื่นทั่วโลกในปี 2026 ครับ จากประสบการณ์ที่ได้ลองครั้งนี้ เพื่อน ๆ อดใจรอกันได้เลย!
Online Station • 14 พ.ย. 68
อ่าน
BGRIM ดีลลูกค้าตุนพอร์ต ลุยดาต้า-สายส่งอัพแกร่ง
#BGRIM #ทันหุ้น - BGRIM รุกดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ขนาด 100 เมกะวัตต์ตามแผน เดินหน้าเร่งสรุปผลเจรจากับลูกค้ากลุ่ม Hyperscale ภายในปีนี้ แถมเตรียมความพร้อมด้านพลังงานไฟฟ้า 2,000 เมกะวัตต์ ร่วมกับพันธมิตรภายใต้เงื่อนไข Direct PPA และชูเทคโนโลยี Smart Transmission System และ IOC Platform รองรับการเติบโตของธุรกิจสายส่งควบคู่ไปกับพลังงานสะอาด ด้านโบรกคาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/2568 ในกรอบ 375-533 ล้านบาท หนุนจากกำไร FX และคาดกำไรสุทธิปี 2569 โต 144% YoY เล็งเป้าราคา 22 บา นายนพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทย มาเลเซีย และโซลูชั่นธุรกิจอุตสาหกรรม บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยความคืบหน้าโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ขนาด 100 เมกะวัตต์ ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จังหวัดชลบุรี ยังคงดำเนินงานได้ตามแผน ล่าสุดอยู่ระหว่างสรุปผลการเจรจาร่วมกับลูกค้าขนาดใหญ่ (กลุ่ม Hyperscale) ภายในสิ้นปี 2568 นี้ ขณะเดียวกันทาง BGRIM ได้เริ่มศึกษา - เตรียมความพร้อมด้านพลังงานไฟฟ้า (Electricity Preparation) ประมาณ 2,000 เมกะวัตต์ร่วมกับพันธมิตรภายใต้เงื่อนไข Direct PPA (Power Purchase Agreement) เพื่อรองรับความต้องการใช้กระแสไฟฟ้าของดาต้าเซ็นเตอร์ ดังกล่าวรุกสายส่งอัจฉริยะ พร้อมกันนี้ BGRIM มีความพร้อมเทคโนโลยีระบบสายส่งอัจฉริยะ (Smart Transmission System) และ IOC Platform รองรับการพัฒนาพลังงานสะอาดและการเติบโตของ Data Center เพื่อส่งต่อพลังงานไปยังลูกค้าโดยตรง (Direct PPA) “ธุรกิจสายส่งน่าจะเป็นธุรกิจที่จะเติบโตขึ้นมาควบคู่กับ Data Center และพลังงานสะอาด บริษัทมีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาเทคโนโลยีระบบสายส่งอัจฉริยะ และมีความพร้อมที่จะยกระดับขึ้นเป็นกลุ่มธุรกิจพัฒนาและรับเหมาก่อสร้างสายส่ง (EPC) ได้ทันทีที่มีความต้องการมากเพียงพอ” บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) คาดการณ์กำไรสุทธิงวดไตรมาส 3/2568 ของ BGRIM ที่ 533 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6,562% QoQ และเพิ่มขึ้น 227% YoY หนุนจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX) ราว 100 ล้านบาท แต่หากตัดรายการพิเศษดังกล่าวออกไป คาดว่ากำไรปกติจะอยู่ที่ 433 ล้านบาท ลดลง 46% YoY และลดลง 9% QoQ กดดันจากส่วนแบ่งกำไรที่พลิกเป็นส่วนแบ่งผลขาดทุนตามการดำเนินงานที่อ่อนแอของโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน อย่างไรก็ตามคาดอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ของโรงไฟฟ้า SPP จะเพิ่มขึ้นจากต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวลดลงพ้นจุดต่ำสุด บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) คาดการณ์กำไรหลักงวดไตรมาส 3/2568 ของ BGRIM ที่ 405 ล้านบาท ลดลง 50% YoY และลดลง 15% QoQ เนื่องจากยอดขายไฟฟ้าให้ กฟผ. ลดลงตามแผนปิดซ่อมบำรุงที่เพิ่มขึ้น และรายได้จากการพัฒนาโครงการในต่างประเทศที่ลดลง ทั้งนี้ แม้รายได้รวมจะลดลง แต่อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มลูกค้า IU มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาก๊าซธรรมชาติปรับลดลงเร็วกว่าค่าไฟ โดยต้นทุนก๊าซธรรมชาติของ BGRIM ลดลง 10% YoY เทียบกับคำไฟ IU ที่ลดลง 7% YoY จึงคาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/2568 จะอยู่ที่ 375 ล้านบาก เพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ “คาดว่ากำไรหลักของ BGRIM น่าจะแตะจุดต่ำสุดในไตรมาส 3/2568 ก่อนจะกลับมาเติบโตได้ในไตรมาส 4/2568 หนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นของโรงไฟฟ้า SPP ที่ดีขึ้น และการเริ่มเดินเครื่องบางส่วนของโครงการ Nakwol และธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ที่เพิ่มขึ้น”โค้งสุดท้ายโตต่อ พร้อมกันนี้คาดการณ์กำไรหลักงวดไตรมาส 4/2568 ที่ 357 ล้านบาก เพิ่มขึ้น 9% YoY แต่ลดลง 12% QoQ การเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) หนุนจากกำไรส่วนแบ่งจากการเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์บางส่วน (Partial COD) ของโครงการกังหันลมบอกชายฝั่ง Nakwol ในเกาหลีใต้ และราคาก๊าซเฉลี่ยที่ลดลง ซึ่งช่วยหนุนกำไรขั้นต้น (Margin ) ให้กับโรงไฟฟ้า SPP ส่วนกำไรที่ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2568 (QoQ) กดดันจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่อ่อนตัวลงตามปัจจัยฤดูกาล เบื้องต้นคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2568 ที่ 1,499 ล้านบาท ลดลง 8% YoY กดดันจากการกำหนดอัตราค่าไฟในประเทศ (FT) ช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ก่อนจะเติบโต 144% YoY แตะ 2,416 ล้านบาท ในปี 2569 หนุนจากการดำเนินนโยบายค่าไฟที่ผ่อนคลายลง รวมถึงการทยอยรับรู้กำไรจากเงินลงทุนในโครงการ Nakwolดาต้าเซ็นเตอร์หนุน ขณะเดียวกัน การขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์ โดยเฉพาะในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จะเป็นกลไกขับเคลื่อนความต้องการใช้ไฟฟ้าให้เพิ่มขึ้น เบื้องต้นคาดการณ์ว่าความต้องการใช้ไฟฟ้า ณ สิ้นปี 2568 จะเพิ่มขึ้นราว 500 – 1,000 เมกะวัตต์ และจะเร่งตัวแตะราว 2 – 3 กิกกะวัตต์ (GW) ภายในปี 2571 ซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่อระบบสายส่งของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ จึงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 22 บาท
ทันหุ้น • 11 พ.ย. 68
อ่าน
SET Index เปิด +4.54 จุด แตะ 1,313.40 จุด (0.34%)
SET Index เปิด +4.54 จุด แตะ 1,313.40 จุด (0.34%) KTB +1.83%, KBANK +0.27%, DELTA +0.90%, ADVANC -0.33%, TRUE -0.88% #ทันหุ้น #SET CGS International Securities Thailand SET Index: เราคาดการณ์กรอบ SET Index 1,300-1,320 จุด แกว่งในกรอบ ติดตามผลประกอบการณ์ 3Q25 / การประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และ ความคืบหน้า US Government Shutdown และ จับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐฯ จาก ADP ใน วันพุธนี้ หุ้นแนะนำ GULF: เราประเมินกำไรสุทธิหลักไตรมาส 3 ปี 2025 เพิ่มขึ้น 61% จากปีก่อน และ 7% จากไตรมาสก่อน เป็น 7.7 พันล้านบาท โดย ได้รับแรงหนุนจากต้นทุนก๊าซที่ลดลงและ ส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC และ Jackson รายได้น่าจะเติบโต 10% จากปีก่อน จากธุรกิจ IPP และพลังงานหมุนเวียน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นน่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 19.4% จากต้นทุนก๊าซที่ลดลง แม้ว่าผลประกอบการจะลดลงตามฤดูกาลเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (Take profit : 45.00 / Stop loss : 43.50) KTB: ผู้บริหารกล่าวว่าเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อที่ 0% และ เป้าหมายอัตรากำไรสุทธิ (NIM) ที่ 2.9-3.0% ในปี 2025 เป็นเรื่องยากที่จะบรรลุเป้าหมายดังกล่าว อย่างไรก็ดี ธนาคารกรุงไทยมุ่งมั่นที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืน และ ตั้งเป้าที่จะรักษาอัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ในระดับสองหลักในอีกสามปีข้างหน้า (Take profit : 28.50 / Stop loss : 26.75)
ทันหุ้น • 4 พ.ย. 68
อ่าน
DELTA ประกาศงบพรุ่งนี้ โบรกฯ คาดกำไร Q3 ที่ 6.2 พันลบ. แห่เพิ่มประมาณการปี68-69
#DELTA #ทันหุ้น-บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA คาดว่าจะประกาศผลดำเนินงานไตรมาส 3/68 ในวันพรุ่งนี้(24 ต.ค.2568) ซึ่งโบรกเกอร์หลายแห่งได้คาดการณ์งบไตรมาส 3/68 จะมีกำไรอยู่ที่ 4.9 ถึง 6.2 พันล้านบาท ขณะเดียวกันได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2568-2569 ขึ้น เนื่องจากมีแนวโน้มธุรกิจเติบโตแข็งแกร่ง พร้อมกับประเมินราคาเป้าหมาย อย่างไรก็ตามโบรกเกอร์ส่วนใหญ่แนะนำขาย เนื่องจากมองว่าราคาหุ้นปัจจุบันแพงและเกินกว่าราคาเป้าหมายแล้วบล.เอเซีย พลัส คาดว่า DELTA จะมีกำไรสุทธิงวดไตรมาส 3/68 อยู่ที่ 6.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% QoQ และเพิ่มขึ้น 5% YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากยอดขายจะทำสถิติสูงสุดใหม่ เป็น 1.49 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 12% QoQ และเพิ่มขึ้น 23% YoY หรือ 4.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น10% QoQ, เพิ่มขึ้น 13% YoY โดยเฉพาะสินค้าเพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งมีอัตราการเติบโตสูง,นอกจากนี้อัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิ้น) ที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 3/68 เป็น 27.7% จาก 25.0% ในไตรมาส 2/68 ตามสัดส่วนการขายสินค้ากลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ ที่สร้างมาร์จิ้นสูง และปัจจัยสุดท้าย ไม่ได้มีค่าใช้จ่ายพิเศษเป็นจำนวนสูงอย่างในไตรมาสก่อนหน้า ที่มีค่าใช้จ่ายในการยุติข้อพิพาททางคดีความในสหรัฐ, การตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญ และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน จากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นฝ่ายวิจัยเอเซีย พลัส ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2568-2569 ของ DELTA ขึ้นจากเดิมเฉลี่ยราว 11% และได้ปรับ PER ขึ้นจากเดิมที่ 52.1 เท่า (-1.0 S.D) เป็น 77.1 เท่า (+1.0 S.D) เพื่อสะท้อนกำไรที่มีแนวโน้มแข็งแกร่งขึ้นตั้งแต่ครึ่งหลังปี 2568 และขยับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 175 บาทปรับคำแนะนำขึ้นจากเดิม “Underperform” เป็น “Neutral” สำหรับ DELTA แม้ราคาหุ้นปัจจุบันจะสูงกว่าราคาเป้าหมาย แต่สามารถเก็งกำไรได้จาก 1) ระยะสั้นมีปัจจัยผลักดันราคาหุ้นจากกำไรที่คาดจะออกมาดีใน 3Q68 และ 2) อุตสาหกรรม AI / ดาต้าเซ็นเตอร์ยังมีแนวโน้มเติบโตได้ต่อไปในระยะยาว ส่งผลดีต่อความต้องการชิปที่ทรงพลัง รวมทั้งสินค้าเพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ของบริษัทให้สูงขึ้นตามไปด้วยบล.หยวนต้า(ประเทศไทย) คาดว่า DELTA จะมีกำไรปกติงวดไตรมาส 3/68 อยู่ที่ 6.2 พันล้านบาท ซึ่งเติบโตมาจากยอดขายที่แข็งแกร่ง และคาดแนวโน้มกำไรปกติงวดไตรมาส 4/68 ยังมีการเติบโตต่อเนื่อง และเป็นจุดสูงสุดของปี โดยมีปัจจัยหนุนจากสินค้ากลุ่ม Liquid Cooling โดยได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2568-2569 ขึ้น 3% และ 8% ตามลำดับ โดยคาดกำไรปกติปี 2569 ที่ 2.9 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% YoYกลยุทธ์การลงทุน คงคำแนะนำเป็นขาย ให้ราคาเหมาะสมสิ้นปี 2569 ที่ 120 บาทต่อหุ้น โดยราคาหุ้นซื้อขายบนพี/อี เรโช ปี 2569 ที่ 82 เท่า ไม่ใช่ระดับที่เหมาะสมที่จะเข้าลงทุนบล.เคจีไอ(ประเทศไทย) คาดว่า DELTA จะมีกำไรจากธุรกิจหลักในไตรมาส 3/68 อยู่ที่ 5.5 พันล้านบาท ลดลง 11% YoY แต่เพิ่มขึ้น 23% QoQ จากยอดขายกลุ่ม AI data center ซึ่งจะทำให้กำไรจากธุรกิจหลักในงวด 9 เดือนแรกปีนี้อยู่ที่ 1.51 หมื่นล้านบาท ลดลง 6% YoY และคาดยอดขายไตรมาส 3/68 จะทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 1.5 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 24% YoY และเพิ่มขึ้น 13% QoQ ทำให้ยอดขายในงวด 9 เดือนแรกปีนี้อยู่ที่ 4.1 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 20% YoYทั้งนี้ product mix ที่ดีน่าจะมีน้ำหนักมากกว่าการแข็งค่าของเงินบาท จึงคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 3/68 อยู่ที่ 25.6% ในขณะที่คาดว่าจะคุมสัดส่วน SGA ต่อยอดขายไว้ที่ 13% เพราะไม่มีการต่อรองค่า royalty fee ใหม่อีก สำหรับแนวโน้มในครึ่งหลังปี 2568 และปี 2569 ดูสดใสกว่าที่มองไว้ก่อนหน้านี้ ทำให้ทบทวนสมมติฐานของ DELTA ใหม่ ทำให้ฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มประมาณการกำไร 2568-2569 ขึ้นอีก 4-8%แม้ว่า DELTA จะได้อานิสงส์จากกระแส AI แต่ราคาหุ้นในปัจจุบันแพงมากแล้ว โดยคิดเป็นพี/อี เรโช ที่ประมาณ 100 เท่า ดังนั้นจึงแนะนำขาย ให้ราคาเป้าหมายที่ 130 บาทบล.เมย์แบงก์(ประเทศไทย) แนะนำขายหุ้น DELTA แต่ได้ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 109 บาทจากเดิม 63 บาท หลังได้ปรับประมาณการกำไรหลักปี 2568-2569 ขึ้น 17% และ 21% เพื่อสะท้อนอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงกว่าคาด ขณะเดียวกันคาดว่าในไตรมาส 3/68 จะมีกำไรหลักอยู่ที่ 4.9 พันล้านบาท ลดลง 17% YoY และเพิ่มขึ้น 6% QoQ การลดลงมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง เนื่องจากไม่มีการรับรู้กำไรจากการตีมูลค่าสินค้าคงคลังขนาดใหญ่เหมือนปีก่อน ส่วนกำไรที่เติบโต QoQ มาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น และสัดส่วนผลิตภัณฑ์ AI ที่สูงขึ้น ส่วนแนวโน้มกำไรหลักไตรมาส 4/68 คาดว่าจะอยู่ที่ 5.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 164% YoY และเพิ่มขึ้น 10% QoQ
ทันหุ้น • 23 ต.ค. 68
อ่าน
DELTA “เมย์แบงก์” อัพราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 109 บาท แต่คงแนะนำขาย
#DELTA #ทันหุ้น-บล.เมย์แบงก์(ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์หุ้นบริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA โดยได้ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 109 บาท จากเดิมที่ 63 บาท หลังปรับประมาณการกำไรหลักปี 2568 และ 2569 ขึ้น 17% และ 21% ตามลำดับ เพื่อสะท้อนอัตรากำไรขั้นต้น หรือ GPM ที่สูงกว่าคาด แม้ว่าจะคาดว่ากำไรหลักในปี 2568 จะเติบโต 10% และปี 2569 โต 25% แต่ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำขายฝ่ายวิจัยได้ปรับประมาณการกำไรหลักปี 2568 และ 2569 ขึ้น เพื่อสะท้อนอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น ซึ่งได้แรงหนุนจากสัดส่วนผลิตภัณฑ์ AI ที่มากขึ้น และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SGA) ที่ลดลง โดยคาดว่ากำไรหลักในปี 2568 อยู่ที่ 2 หมื่นล้านบาท เติบโต 10% YoY และในปี 2569 อยู่ที่ 2.5 หมื่นล้านบาท เติบโต 25% YoY ซึ่งในปี 2569 การเติบโตได้แรงหนุนจากรายได้ของโรงงานใหม่ที่ Wellgrow 3 และ 4 ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องผลิตได้ภายในไตรมาส 4/68 รวมแล้วโรงงาน Wellgrow 3 และ 4 จะเพิ่มพื้นที่การผลิตของ DELTA ในประเทศไทยขึ้น 39%ส่วนผลดำเนินงานไตรมาส 3/68 ของ DELTA คาดอยู่ที่ 4.9 พันล้านบาท ลดลง 17% YoY แต่เพิ่มขึ้น 6% QoQ การลดลง YoY มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง เนื่องจากไม่มีการรับรู้กำไรจากการตีมูลค่าสินค้าคงคลังขนาดใหญ่เหมือนปีก่อน ขณะที่การเติบโต QoQ มาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น และสัดส่วนผลิตภัณฑ์ AI ที่สูงขึ้นฝ่ายวิจัยเมย์แบงก์ยังได้ประมาณการแนวโน้มกำไรไตรมาส 4/68 ในเบื้องต้นอยู่ที่ 5.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 164% YoY และเพิ่มขึ้น 10% QoQ ซึ่งการเติบโตที่สูงมาจากฐานกำไรที่ต่ำในไตรมาส 4/67 ซึ่งมีค่าใช้จ่ายลิขสิทธิ์สูง และไม่มีส่วนลด (rebates) จ านวนมากเหมือนปีก่อนทั้งนี้ DELTA มีกำหนดประกาศผลประกอบการในวันที่ 24 ตุลาคมนี้ราคาหุ้น DELTA ช่วงบ่ายเคลื่อนไหวอยู่ที่ 195 บาท บวก 2.00 บาท หรือ 1.04% มีมูลค่าการซื้อขาย 792.56 ล้านบาท
ทันหุ้น • 21 ต.ค. 68
ดูเพิ่มเติม