TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “#china” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ดู
Fashion From China
ทรูวิชั่นส์ • 24 ก.ค. 69
ดู
มฤตยูน้ำตื้น
Sony Pictures (US) • 7 พ.ค. 69
ดู
CNBC News Coverage - NBA Returns to China
ทรูวิชั่นส์ • 1 พ.ย. 68
ดู
หวงเฟยหง หมัดบินทะลุเหล็ก
ทรูวิชั่นส์ • 1 ก.ย. 66
ดู
อนุทิน' เยือนจีน วางเกมสมดุลมหาอำนาจ ไทยได้อะไรจากโต๊ะเจรจา
News1 • 5 วันที่แล้ว
ดู
แก๊งม่วนป่วนโตเกียว 3
ทรูวิชั่นส์ • 1 ก.พ. 68
อ่าน
BOI บุกจีนขึ้นเวที SEMICON China 2026 ดันไทยฐานสู่ฮับเซมิคอนดักเตอร์
#ทันหุ้น - บีโอไอบุกแดนมังกร นครเซี่ยงไฮ้ ร่วมงานเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก “SEMICON China 2026”โชว์ศักยภาพไทยฐานผลิตสำคัญของภูมิภาค เดินหน้าดึงบริษัทชั้นนำลงทุนไทย เสริมแกร่งห่วงโซ่อุปทานมุ่งสู่ “ชิปเมดอินไทยแลนด์” นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในฐานะกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ เปิดเผยว่า บีโอไอได้จัดโรดโชว์ ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 25 – 26 มีนาคม 2569 ร่วมกับสมาคมการค้าอุตสาหกรรมไทยเซมิคอนดักเตอร์ (THSIA) เพื่อเข้าร่วมงาน “SEMICON China 2026” ซึ่งเป็นงานประชุมด้านอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก รวมทั้งงานนิทรรศการเปิดตัวนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ของอุตสาหกรรมชิป ครอบคลุมห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่อุตสาหกรรมต้นน้ำ (Front-end) ไปจนถึงปลายน้ำ (Back-end) โดยเลขาธิการบีโอไอในฐานะผู้แทนประเทศไทย ได้ขึ้นเวทีนำเสนอศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทย ในการเป็นฐานลงทุนสำคัญของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในภูมิภาค รวมทั้งทิศทางของยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ มาตรการสนับสนุนของภาครัฐ และแนวทางการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของระบบนิเวศ ทั้งด้านการพัฒนาบุคลากร การพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เพื่อวางรากฐานการเติบโตของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในระยะยาวนอกจากประเทศไทยแล้ว ยังมีผู้บริหารจากหน่วยงานส่งเสริมการลงทุนและองค์กรด้านเทคโนโลยีของหลายประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ได้ร่วมนำเสนอและแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับศักยภาพของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งโครงสร้างอุตสาหกรรม ทิศทางการพัฒนาในแต่ละประเทศ และโอกาสสร้างความร่วมมือในระดับภูมิภาคเพื่อเสริมสร้างฐานอุตสาหกรรมชิปของอาเซียนให้แข็งแกร่งและครบวงจรยิ่งขึ้นพบ 5 บริษัทชั้นนำ เดินหน้าดึงลงทุนเซมิคอนดักเตอร์ในไทยบีโอไอได้หารือแผนธุรกิจกับผู้บริหารบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ จำนวน 5 บริษัท ได้แก่1) JCET Group ผู้ให้บริการด้านการบรรจุและทดสอบชิปชั้นนำของโลก โดยเป็นอันดับ 1 ในจีน และอันดับ 3 ของโลก บริษัทให้บริการโซลูชันการผลิตชิปแบบครบวงจร รองรับอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น AI ยานยนต์อัจฉริยะ การสื่อสาร พลังงาน และการแพทย์2) China Key System บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ที่มีการผลิตครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ การทำ Photo Mask) การผลิตแผ่นเวเฟอร์ (Wafer Fab) ไปจนถึงการบรรจุและทดสอบ (Packaging Testing) และให้บริการโซลูชันสำหรับอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น การสื่อสาร อิเล็กทรอนิกส์ และยานยนต์3) Empyrean Technology ผู้นำอันดับ 1 ของจีนในด้านซอฟต์แวร์ออกแบบชิป (EDA) และอันดับ 4 ของโลก เพิ่งเปิดตัวแพลตฟอร์มออกแบบชิปแบบครบวงจรสำหรับการผลิตชิปหน่วยความจำ (Memory Chips)4) NAURA Technology ผู้ผลิตอุปกรณ์และเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อันดับ 1 ของจีน และอันดับ 5 ของโลก โดยมีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมตั้งแต่เครื่องกัด (Etching), การเคลือบผิว (Deposition) ไปจนถึงการทำความสะอาดเวเฟอร์5) Circuit Fabology Microelectronics Equipment ผู้ผลิตเครื่องจักรสำหรับพิมพ์ลายวงจรความละเอียดสูงสำหรับเซมิคอนดักเตอร์และ PCB ด้วยเทคโนโลยี Direct Writing Lithography ซึ่งเป็นการพิมพ์ลวดลายวงจรแบบ Masklessนอกจากนี้ บีโอไอยังได้พบหารือกับหน่วยงานและเครือข่ายอุตสาหกรรมที่สำคัญ ได้แก่ สมาคม China Semiconductor Industry Association (CSIA) Shandong Semiconductor Chamber of Commerce และ Guangdong Industrial Technology Research Institute (GITRI) ซึ่งมีบทบาทในการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี ตลอดจนเชื่อมโยงผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดยการหารือดังกล่าวมุ่งเน้นสร้างความร่วมมือ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรและการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานร่วมกับผู้ประกอบการไทย เพื่อยกระดับระบบนิเวศอุตสาหกรรมชิปของไทยในระยะยาว“ในจังหวะเวลาที่ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ของโลก รวมทั้งประเทศจีน เริ่มมองหาลู่ทางในการออกไปขยายฐานการผลิตชิปในต่างประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงขึ้น และอาเซียนเป็นจุดหมายสำคัญของนักลงทุนกลุ่มนี้ บีโอไอมองเห็นโอกาสครั้งสำคัญนี้ จึงเดินหน้าดึงดูดการลงทุนจากผู้ประกอบการชั้นนำของโลก ควบคู่กับการเร่งยกระดับระบบนิเวศในประเทศ ทั้งด้านบุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน และซัพพลายเชน ตามแผนยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ โดยมุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ การผลิตชิปต้นน้ำ การประกอบและทดสอบขั้นสูง รวมถึงการผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิตชิป เพื่อสร้างฐานอุตสาหกรรมชิปที่ยั่งยืนของไทย และปูทางสู่ ‘ชิปเมดอินไทยแลนด์” นายนฤตม์ กล่าว
ทันหุ้น • 27 พ.ค. 69
ดู
นักสืบไชน่าทาวน์
ทรูวิชั่นส์ • 5 ก.พ. 69
อ่าน
"กลัฟ คณาวุฒิ" คว้ารางวัล Weibo Macao China International Charismatic Artist บนเวที Weibo Gala 2026
สร้างความภูมิใจให้กับครอบครัวและแฟนคลับอยู่เสมอ สำหรับนักแสดงหนุ่มมากเสน่ห์ กลัฟ คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ ที่ยังคงแรงไม่หยุด ฉุดไม่อยู่ เดินหน้ากวาดรางวัลบนเวทีระดับอินเตอร์อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดบินลัดฟ้าคว้ารางวัล Weibo Macao China International Charismatic Artist บนเวทีเอเชียสุดยิ่งใหญ่ ในงาน Weibo Cultural Communication Night 2026 ณ The Venetian Arena Macao เมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา "กลัฟ คณาวุฒิ" คว้ารางวัล Weibo Macao China International Charismatic Artist บนเวที Weibo Gala 2026 โดยรางวัลนี้นับเป็นรางวัลที่ 2 จากเวที Weibo ของกลัฟ ตอกย้ำความสำเร็จแบบก้าวกระโดด และกระแสความนิยมที่ยังคงพุ่งแรงไม่หยุด อีกทั้งยังย้ำภาพความโดดเด่นของกลัฟ ในฐานะศิลปินไทยที่เฉิดฉายและเปล่งประกายบนเวทีนานาชาติได้อย่างสง่างาม ซึ่งเจ้าตัวก็ได้เผยความรู้สึกว่า สำหรับรางวัลนี้ก็เป็นอีกหนึ่งรางวัลที่ภูมิใจมากๆ เลยครับ ขอขอบคุณทาง Weibo และทุกส่วนงานที่ได้มอบรางวัลนี้ให้กับตัวผม และเป็นรางวัลครั้งที่ 2 ของเวทีนี้ด้วย ผมสัญญาจะยังคงเดินหน้าตั้งใจทำผลงานดี ๆ ในทุก ๆ ด้านออกมาให้แฟน ๆ ทุกคนติดตามชม เหมือนเช่นเคย รางวัลนี้เป็นของพี่ๆ ลูกบอลทุก ๆ คนครับ ขอบคุณทุกการซัพพอร์ตผมมาตลอดนะครับ อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : ประวัติ กลัฟ คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์
ข่าวบันเทิง • 12 เม.ย. 69
อ่าน
TESF เปิดให้ผู้ที่สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมคัดเลือกทีมชาติไทย สู่รายการ 20th Asian Games Aichi-Nagoya ประเภท Fighting แล้ว
ถือเป็นข่าวดีสำหรับนักกีฬาอีสปอร์ตทั่วประเทศ เพราะในคราวนี้ทางสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย (TESF) ได้ออกมาประกาศเปิดให้ผู้ที่สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมคัดเลือกทีมชาติไทย สู่รายการ 20th Asian Games Aichi-Nagoya ประเภท Fighting แล้ว โดยมีเกม Street Fighter 6 , Tekken 8 , King of Fighter XVเงื่อนไขการรับสมัครคัดเลือก1.อายุ 15 ปีขึ้นไป (เกิดไม่เกินปี พ.ศ. 2554)2.สัญชาติไทย3.มีสภาพร่างกายและสภาพจิตใจพร้อมสำหรับการฝึกซ้อมและการแข่งขัน4.มีวินัย เคารพกติกา และปฏิบัติตามคำสั่งของสมาคมและคณะผู้ฝึกสอน5.ไม่เคยมีประวัติการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมกีฬา การทุจริตในการแข่งขัน หรือการใช้โปรแกรมช่วยเล่นโดยมิชอบ6.ยินยอมเข้าร่วมการฝึกซ้อม การเก็บตัว และกิจกรรมอื่นใดตามที่สมาคมกำหนดระยะเวลาการรับสมัครเปิดรับสมัคร 10-16 กุมภาพันธ์ 2569ยืนยันตัวตน 18-19 กุมภาพันธ์ 2569วันที่ใช้การแข่งขันKing of Fighter XV วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569Street Fighter 6 วันที่ 7 มีนาคม 2569Tekken 8 วันที่ 8 มีนาคม 2569การแข่งขันจะเป็นรูปแบบ Offline ณ สนามแข่งขัน The Stage (Thailand Esports Stadium)หากท่านใดที่สนใจคัดเลือด สมัครได้ที่Street Fighter 6https://tesf.or.th/20thasiangamequalifiersth/fighting/sf6/Tekken 8https://tesf.or.th/20thasiangamequalifie.../fighting/tekken8King of Fighter XVhttps://tesf.or.th/20thasiangamequalifiersth/fighting/kofxvอ้างอิงข้อมูลจากhttps://www.facebook.com/thailandesports
Online Station • 11 ก.พ. 69
อ่าน
บีโอไอ ผนึก China EV100 ดันไทยขึ้นแท่นซัพพลายเชน EV โลก
#ทันหุ้น - บีโอไอ จับมือ China EV100 องค์กรส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของจีน ผนึกความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลาง EV ครบวงจรของอาเซียน พร้อมเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ซัพพลายเชนยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก ผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้ การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา และการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากผู้ประกอบการจีน นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในฐานะกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 บีโอไอ ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับ นายจาง หยงเหว่ย รองประธานและเลขาธิการ สถาบันพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์พลังงานใหม่ (China EV100) ซึ่งเป็นคลังสมอง (Think Tank) และเป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดทิศทางนโยบายอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาลจีน นับเป็น MOU ฉบับแรกที่ China EV100 ลงนามกับประเทศในอาเซียน โดยมี 8 องค์กรพันธมิตรสำคัญ ได้แก่ กรมสรรพสามิต สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน สถาบันยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย มาร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนาม และหารือความร่วมมือกับ China EV100 ในครั้งนี้ด้วยการลงนาม MOU ระหว่างบีโอไอกับ China EV 100 มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ในการพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ควบคู่กับการยกระดับขีดความสามารถและเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ซัพพลายเชนยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก โดยจะมีการแลกเปลี่ยนความรู้และแนวทางการจัดทำนโยบายเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าให้เติบโตอย่างยั่งยืน การเสริมสร้างการแข่งขันที่สมดุลและเป็นธรรม การพัฒนาบุคลากรและระบบนิเวศทั้งด้านการผลิต การจัดการแบตเตอรี่ใช้แล้ว การพัฒนาระบบอัดประจุไฟฟ้าและระบบสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ การยกระดับผู้ประกอบการไทยผ่านความร่วมมือในการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากผู้ประกอบการจีน การสร้างกลไกสนับสนุนการร่วมลงทุนระหว่างจีน-ไทย การจัดกิจกรรมและเวทีความร่วมมือทั้งในประเทศไทยและจีน เช่น การจัด Thailand–China EV Forum ภายในงาน SUBCON Thailand ในเดือนพฤษภาคมของทุกปี และการเข้าร่วมงาน China EV100 Forum ที่ประเทศจีน ในเดือนมีนาคมของทุกปี “ความร่วมมือระหว่างพันธมิตรฝ่ายไทยกับ China EV100 ในครั้งนี้ จะช่วยให้ไทยสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึก ทั้งด้านนโยบายและวิธีการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของจีน อีกทั้งจะเป็นสะพานเชื่อมผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศ ให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน และเป็นช่องทางสะท้อนความคิดเห็นจากภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้การจัดทำนโยบายและมาตรการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับ EV มีประสิทธิภาพ และนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย” นายนฤตม์ กล่าวนายจาง หยงเหว่ย รองประธานและเลขาธิการ China EV100 เปิดเผยว่า การร่วมมือในครั้งนี้มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของทั้งจีนและไทย โดย China EV100 พร้อมสนับสนุนวิสัยทัศน์ของไทยในการเป็นศูนย์กลาง EV ในอาเซียน และยินดีที่จะส่งเสริมผู้ประกอบการจีนให้เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศไทย รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับผู้ประกอบการไทย ซึ่งเชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูง เนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และจีนให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง จึงไม่กลัวเรื่องการถูกลอกเลียนแบบเหมือนกิจการอื่น ๆ อีกทั้งการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้เกิดการผลิตที่ไทย จะช่วยลดความเสี่ยงจากการออกไปลงทุนในต่างประเทศด้วยตัวเอง และยังสามารถเพิ่มความเร็วในการผลิตออกสู่ตลาดด้วย จึงมีโอกาสสูงที่จะเพิ่มความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ แนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคต จะมุ่งเน้นการพัฒนาระบบอัจฉริยะของรถยนต์มากขึ้น ก็จะเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และผู้พัฒนาซอฟต์แวร์สามารถเข้ามามีบทบาทพัฒนาเทคโนโลยีด้านนี้อีกด้วยทั้งนี้ ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 2568 บีโอไอได้ให้การส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและกิจการที่เกี่ยวข้องรวมทั้งสิ้น 1.4 แสนล้านบาท ครอบคลุมกิจการผลิตรถยนต์ BEV 21 โครงการ เงินลงทุนรวม 40,449 ล้านบาท กิจการผลิตแบตเตอรี่ 54 โครงการ เงินลงทุนรวม 79,473 ล้านบาท กิจการผลิตชิ้นส่วนสำคัญอื่น ๆ เช่น Traction Motor, BMS DCU, Inverter, On-board Charger 45 โครงการ เงินลงทุนรวม 10,002 ล้านบาท กิจการสถานีบริการอัดประจุไฟฟ้าและสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ 32 โครงการ เงินลงทุนรวม 6,066 ล้านบาท
ทันหุ้น • 22 ธ.ค. 68
อ่าน
ชาว CHANGE2561 ตบเท้าเข้ารับรางวัลจากงาน 2025 Thailand Headlines Person of the Year Thailand-China Relations Award
อีกครั้งหนึ่งในความสำเร็จของ CHANGE2561 บริษัท Content Creator ที่ผลิตงานคุณภาพในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ละคร, Series, รายการ, Content, งาน Show biz และ Event มากมาย รวมถึงการคัดเลือก และพัฒนาศิลปินนักแสดงคุณภาพเข้าสู่วงการ ล่าสุดเมื่อวันอังคารที่ 16 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ สถานที่จัดงาน ไบเทค ไลฟ์ (BITEC LIVE) ในงานประกาศผลรางวัล "2025 年泰国头条新闻年度风云人物 -中泰关系奖 (2025 Thailand Headlines Person of the Year Thailand-China Relations Award)" งานประกาศรางวัลอันทรงเกียรติ ที่จัดขึ้นเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคลผู้ทำงาน หรือ องค์กร ที่มีความโดดเด่นในการส่งเสริมมิตรภาพและความร่วม มือระหว่างไทยและจีนในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านวัฒนธรรม เศรษฐกิจ สังคม และ บันเทิง ถือเป็นเกียรติยศที่รับรองว่า ผู้ได้รับรางวัลคือผู้นำเชิงบวกที่มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างความสัมพันธ์ของสองประเทศ ชาว CHANGE2561 ตบเท้าเข้ารับรางวัล ในงานนี้ "ฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา" และ "เอส วรฤทธิ์ ไวยเจียรนัย" ผู้บริหารบริษัท CHANGE2561 ได้ขึ้นรับรางวัล "2025 Thailand Headlines Person of the Year" สาขาความสัมพันธ์ไทยจีน โดยรางวัลอันทรงเกียรตินี้มอบให้แก่บุคคลผู้มีคุณูปการโดดเด่นในการส่งเสริมและผลักดันความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นรูปธรรม ในการสนับสนุนผลงานด้านกิจกรรมและอุตสาหกรรมบันเทิง อาทิ ภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ และการพัฒนาศิลปินนักแสดง ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงวัฒนธรรมและความเข้าใจระหว่างสองประเทศ ถือเป็นเสมือน "สะพานเชื่อม" ระหว่างสองประเทศด้วยวิสัยทัศน์ ความมุ่งมั่น และการทำงานอย่างต่อเนื่องในการสร้างสรรค์ผลงานที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ พร้อมทั้งเป็นแบบอย่างสำคัญในการใช้พลังของสื่อและความบันเทิงเสริมสร้างมิตรภาพอันดีที่พร้อมผลักดันความสัมพันธ์ให้เติบโตอย่างมั่นคง และก้าวหน้าอย่างยั่งยืนในระยะยาว ส่วนนักแสดงของ CHANGE2561 "พูห์ กฤติน กิจจารุวรรณกุล" และ "พาเวล นเรศ พร้อมเผ่าพันธุ์" นักแสดงนำ "PIT BABE THE SERIES" และ "สิงสาลาตาย" พร้อมทั้ง "ลูกหมี ปัญญาพัชร วังพงศ์สถาพร" และ "ซอนญ่า ศรัณย์ภัทร์ พีเดอร์เซน" นักแสดงนำ "Affair รักเล่นกล" และ "Harmony Secret ดีลลับฉบับเล่นเล่ห์" ภายใต้โปรเจกต์ CHANGE2561ORIGINAL เป็นสองคู่นักแสดงรุ่นใหม่ของ CHANGE2561 ที่มากความสามารถพร้อมกับมีความมุ่งมั่น ตั้งใจ ทุ่มเทในการทำงานรวมถึงการนำเสนอตัวตนชัดเจนในทุกรูปแบบทุกผลงานที่ได้รับ ได้ขึ้นรับรางวัล "2025 Thailand Headlines Person of the Year Awards" สาขาวัฒนธรรมและบันเทิงไทย-จีน ซึ่งเป็นรางวัลที่ยกย่องบุคคลที่มีบทบาทโดดเด่นในวงการบันเทิงผู้ที่มีส่วนช่วยยกระดับ "วัฒนธรรมไทย" ผ่านศิลปะการแสดง ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์ ละคร และภาพยนตร์ ที่สามารถถ่ายทอด อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของไทยสู่สายตานานาชาติ สำหรับรางวัลนี้ไม่เพียงเป็นเกียรติยศของ CHANGE2561 แต่ยังสะท้อนคุณภาพของการผลิตคอนเทนต์ไทย ที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานให้เข้าถึงหัวใจผู้ชมทั่วเอเชียอย่างแท้จริงและการันตีถึงความสำเร็จของคอนเทนต์ไทยที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพ ทั้งด้านบทซีรีส์ การผลิต และการแสดง จนสามารถเข้าถึงผู้ชมอย่างไม่มีพรมแดน และตอกย้ำบทบาทของ CHANGE2561 ในฐานะผู้ผลิตที่อยู่ในอุตสาหกรรมบันเทิงไทยบนเวทีโลก
ข่าวบันเทิง • 18 ธ.ค. 68
อ่าน
CGSI ชี้ย้ายฐานการผลิต China+1 หนุนยอดขายที่ดิน กลุ่มนิคมอุตฯ
#ทันหุ้น - กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม การย้ายฐานการผลิตตามกลยุทธ์ China+1 ยังคงแข็งแกร่ง ไทยและเวียดนามเป็นจุดหมายน่าสนใจ ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น Overweightฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ว่า อุปสงค์การย้ายฐานการผลิตตามกลยุทธ์ China+1 ยังคงแข็งแกร่ง เนื่องจากบริษัทจีนและบริษัทข้ามชาติมักเลือกอาเซียนเป็นจุดหมายหลัก ขณะที่สหรัฐเก็บภาษีจากเวียดนามและไทยต่ำกว่าจีนถึง 27-28% ทำให้ทั้งไทยและเวียดนามเป็นจุดหมายที่น่าสนใจสำหรับการย้ายฐานการผลิต นอกจากนี้ ยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนในไทย (ไม่รวมการลงทุนใน data centre หรือ DC) ในช่วง 9 เดือนของปีนี้ ยังเติบโตสูงถึง 23.7% yoy เป็น 7.618 แสนล้านบาทอีกทั้ง ความชัดเจนเรื่องอัตราภาษีที่สหรัฐจะเก็บจากสินค้าจีนและเกณฑ์ที่กำหนดสินค้าสวมสิทธิ์ อาจช่วยเร่งการย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนจีนในปี 69-70 ฝ่ายวิเคราะห์ฯจึงปรับประมาณการยอดขายที่ดินใหม่ของผู้ประกอบการที่ศึกษาขึ้น 3.4-13.6% ในปี 69-70 เท่ากับว่ายอดขายที่ดินปี 69 ของ WHA จะอยู่ที่ 2,000 ไร่, AMATA 1,172 ไร่ และ PIN 570 ไร่ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ CGSI ได้วิเคราะห์ความอ่อนไหวของผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐต่อยอดขายที่ดินของ WHA และ AMATA โดยกรณีที่ตั้งสมมติฐานว่ามาตรการภาษีจะส่งผลกระทบปานกลางหรือทำให้ FDI ไหลเข้าไทยลดลง 10-20% และชะลอการย้ายฐานการผลิตตามกลยุทธ์ China+1 ในระดับหนึ่ง กรณีนี้ ประมาณการว่า WHA และ AMATA จะมียอดขายที่ดินเฉลี่ย 3,312 ไร่ต่อปีในปี 69-71 หรือลดลงจาก 5,553 ไร่ในปี 67 (ก่อนสหรัฐตั้งกำแพงภาษี) ซึ่งยังสูงกว่าค่าเฉลี่ย 1,732 ไร่ต่อปีในปี 56-65 เกือบเท่าตัวขณะที่กรณีแย่สุด คาดว่ามาตรการภาษีจะทำให้ FDI ลดลง 40-60% หรือใกล้เคียงกับช่วงวิกฤตการเงินโลกในปี 51-52 ซึ่งจะกระทบประมาณการกำไรจากการดำเนินงานปกติ 3.7-13.3% ในปี 69-70 ส่วนกรณีดีสุดประเมินว่า FDI จะไหลเข้าไทยเพิ่มขึ้น 5-12% คล้ายกับการไหลเข้าจาก China+1 ในปี 65 ซึ่งจะส่งผลให้ประมาณการกำไรปกติในปี 69-70 มี upside 3.4-12.0%ฝ่ายวิเคราะห์ฯ มองว่า WHA จะได้ประโยชน์จากการลงทุนใน data centre หรือ DC เพิ่มขึ้นในประเทศไทย เนื่องจากบริษัทมีบริการจัดหาน้ำ รวมทั้งขายที่ดินและไฟฟ้าให้กับลูกค้า DC โดยตรง จึงประมาณการว่ายอดขายที่ดินจาก DC จะมีสัดส่วน เพิ่มเป็น 50% ของยอดขายที่ดินโดยรวมในปี 69 จาก 21.7% ในปี 67 โดยประมาณการนี้ได้รวมสัญญาใหม่สองฉบับของ WHA ในการจัดหาน้ำรวม 57 ล้านลูกบาศก์เมตรให้ลูกค้า DC และคาดว่ารายได้จากการจำหน่ายน้ำให้ลูกคา DC จะมีสัดส่วนเพิ่มจาก 0% ในปี 67 เป็น 26.5% ของรายได้รวมจากธุรกิจ สาธารณูปโภคภายในปี 75ปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมไทยจาก Neutral เป็น Overweight เพราะมาตรการภาษีของสหรัฐส่งผลกระทบต่อแนวโน้มความต้องการที่ดินน้อยกว่าที่คาด ขณะที่กลุ่มนี้ซื้อขายที่จุดต่ำสุดหรือ -2SD จากค่าเฉลี่ยย้อนหลังห้าปี ซึ่งมองว่าเป็น oversold ยังแนะนำ “ซื้อ” AMATA ที่ราคาเป้าหมาย 23.90 บาท เนื่องจากมีแนวโน้มทำรายได้ชัดเจน แนะนำ “ซื้อ” WHA และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 4.14 บาท เท่ากับ P/E 12.1 เท่าในปี 70 เพราะเชื่อว่าจะได้รับประโยชน์จากความต้องการ Data centre ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ปรับเพิ่มคำแนะนำ PIN จาก “ถือ” เป็น “ซื้อ” และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 5.48 บาท เท่ากับ P/E 4.2 เท่าในปี 70 ด้วยยอดขายที่ดินที่ แข็งแกร่งจากโครงการใหม่ในปี 69 ทั้งนี้ downside risk ของกลุ่มคือ การที่สหรัฐปรับเพิ่มอัตราภาษีของอาเซียน ส่วนปัจจัยบวกคือการที่ WHA และ AMATA มียอดขายที่ดินแข็งแกร่งกว่าคาดในไตรมาส 4/68-ปี 69
ทันหุ้น • 16 ธ.ค. 68
สิทธิพิเศษ
โรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์
โรงพยาบาลที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ย่านถนนเยาวราช เขตสัมพันธวงศ์ เป็นโรงพยาบาลในเครือโรงพยาบาลสมิติเวช
โรงพยาบาล/คลินิก • 1 ก.พ. 68
สิทธิพิเศษ
โรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์
โรงพยาบาลที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ย่านถนนเยาวราช เขตสัมพันธวงศ์ เป็นโรงพยาบาลในเครือโรงพยาบาลสมิติเวช
โรงพยาบาล/คลินิก • 1 ธ.ค. 68
อ่าน
Chinami Holic เกมแนว Visual Novel ที่จะพาไปพบกับ Vtuber สาว Dokugai Chinami เตรียมวางจำหน่ายบน PC และคอนโซล 22 มกราคม 2026!
CyberStep ได้ประกาศเปิดตัวเกมแนว Visual Novel ใหม่ Chinami Holic นำแสดงโดย VTuber สาวชื่อดัง Dokugai Chinami ที่มารับบทเป็นตัวเอกของเรื่องราวด้วยตนเอง โดยตัวเกมจะวางจำหน่ายบน Nintendo Switch และ PC (ผ่าน Steam, BOOTH และ DLsite ในญี่ปุ่น) ก่อนในวันที่ 22 มกราคม 2026 และเตรียมวางจำหน่ายบน PS4, PS5 และมือถือ ในภายหลัง ใครที่ชื่นชอบเธอคนนี้หรือโดนตกตั้งแต่แรกเห็นบอกเลยว่าห้ามพลาด!นอกจากนี้ในวันที่ 28 ตุลาคม 2025 จะมีการเปิดให้จอง “Anata dake box (あなただけボックス)” ซึ่งเป็นเวอร์ชันออเดอร์เมดแบบจำนวนจำกัด ที่จะมีฟีเจอร์พิเศษคือ ตัวละครจะเรียกชื่อของผู้เล่นโดยเฉพาะ สามารถอ่านรายละเอียดแต่ละเซ็ตได้ที่ เว็บไซต์หลัก ของตัวเกมเลย!“เรียกฉันว่า Chinami สิ ก็เราเป็นคนรักกันนี่นา”คุณคือคนรักของสตรีมเมอร์ชื่อดัง “Dokugai Chinami” และกำลังใช้ชีวิตคู่ที่เต็มไปด้วยความหวานชื่น แม้ต่างฝ่ายจะยุ่งกับงาน แต่ทุกครั้งที่มีเวลาว่าง คุณทั้งคู่ก็มักจะออกไปเดตด้วยกันอย่างมีความสุขต่อจากนี้ไป คุณจะยังได้เดตกับ Chinami ได้ไปเที่ยวด้วยกัน และอาจจะได้ก้าวต่อไปในความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกว่านั้น...แต่เดี๋ยวก่อน เอ๊ะ? ว่าแต่ คุณรู้จัก Chinami ได้ยังไงกันนะ?แปลและเรียบเรียงจาก : gematsu.com
Online Station • 22 ต.ค. 68
อ่าน
"ChinaAMC "เปิดตัวกองทุนเงิน"โทเคนไนซ์หยวน"
นอกจากนี้ ChinaAMC ฮ่องกงยังได้เปิดตัวกองทุนตลาดเงินโทเคนไนซ์สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ โดยบริษัทระบุว่าเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทนี้กองแรกในเอเชีย และเมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมา บริษัทได้ออกกองทุนโทเคนไนซ์ที่อ้างอิงสกุลเงินดอลลาร์ฮ่องกงด้วยเช่นกัน โดย ChinaAMC คาดว่า ความต้องการกองทุนประเภทนี้จะเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคตอันใกล้นี้ เนื่องจากการใช้เงินดิจิทัลที่อยู่บนบล็อกเชนแบบมีกฎเกณฑ์กำกับดูแล เช่น สเตเบิลคอยน์ เงินฝากแบบโทเคนไนซ์ และสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) กำลังแพร่หลายมากขึ้นสำหรับกระบวนการโทเคนไนเซชัน (Tokenisation) คือการแปลงสินทรัพย์แบบดั้งเดิมให้เป็นโทเคนดิจิทัล เพื่อสร้างระบบชำระเงินและซื้อขายหลักทรัพย์แบบดิจิทัลที่รวดเร็วและประหยัดต้นทุนมากขึ้น โดยลดความจำเป็นในการตรวจสอบเอกสารด้วยมือ เทียน กาน ซีอีโอของ ChinaAMC ฮ่องกงกล่าวว่า ผลิตภัณฑ์โทเคนไนซ์ของบริษัทถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการมาของสเตเบิลคอยน์ (stablecoins) ไม่ว่าจะอิงกับดอลลาร์ฮ่องกง หยวน หรือดอลลาร์สหรัฐฯ โดยอ้างถึงกฎเกณฑ์ใหม่เกี่ยวกับสเตเบิลคอยน์ของฮ่องกงซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ส.ค.นี้ และบริษัทมีเป้าหมายที่จะเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการผลิตภัณฑ์สร้างผลตอบแทน (yield-generating products) สำหรับผู้ใช้สเตเบิลคอยน์รายแรก ๆสเตเบิลคอยน์คือคริปโทเคอร์เรนซีประเภทหนึ่งที่ออกแบบให้รักษามูลค่าคงที่ โดยมักผูกกับสกุลเงินที่ออกโดยรัฐบาล (fiat currency) เช่น ดอลลาร์สหรัฐฯ และเป็นที่นิยมในหมู่นักเทรดคริปโทฯ เพื่อใช้โอนย้ายเงินระหว่างโทเคนต่าง ๆ ก่อนหน้านี้ สื่อต่างประเทศรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า กลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของจีนกำลังผลักดันให้ธนาคารกลางจีนอนุญาตให้เปิดตัวสเตเบิลคอยน์ที่ผูกกับค่าเงินหยวนแบบออฟชอร์ในฮ่องกง เพื่อสนับสนุนการใช้สกุลเงินหยวนในเวทีโลกและลดอิทธิพลทางดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นของดอลลาร์สหรัฐฯ
TNN ช่อง16 • 18 ก.ค. 68
อ่าน
จาก Made in China 2025 สู่ China Standard 2035 จีนในภูมิรัฐศาสตร์โลกใหม่
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โลกได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของจีนจาก “โรงงานของโลก” ไปสู่ “ผู้กำหนดทิศทางเทคโนโลยีโลก”เบื้องหลังการเติบโตอันน่าทึ่งนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากนโยบายที่ชื่อว่า Made in China 2025 ที่จีนประกาศใช้เมื่อปี 2015นโยบายนี้ไม่เพียงยกระดับอุตสาหกรรมในประเทศ แต่ยังกลายเป็นแรงกระตุ้นให้ประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะสหรัฐฯ พยายาม "ถอยห่าง" และลดการพึ่งพาจีนมากขึ้นเรื่อย ๆแล้วอะไรคือความสำเร็จของ Made in China 2025 และทำไมโลกถึงเริ่มมองจีนเป็นภัยคุกคาม? TNN Online พูดคุยกับ รศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจระหว่างประเทศ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ ถึงประเด็นนี้10 ปี นโยบาย Made in China กับความสำเร็จที่ทำให้เกิดการพยายามถอยห่าง10 ปีที่แล้ว หรือในปี 2015 อดีตนายกฯ หลี่เค่อเฉียงของจีน ได้ประกาศนโยบาย Made in China 2025 นโยบายที่จะพยายามยกระดับการผลิต และอุตสาหกรรมของจีน ซึ่งผ่านมาหนึ่งทศวรรษ ผลของนโยบายทำให้เราได้เห็นจีนที่ไม่ได้กลายเป็นแค่โรงงานโลก แต่ยังเป็นโรงงานที่ผลิตสินค้าคุณภาพ ส่งไปทั่วโลกอ.ปิติเล่าถึงเป้าหมายของนโยบายนี้ ที่จีนได้ตั้งเป้าไว้กับ 10 ภาคอุตสาหกรรม ทั้ง AI ทั้งที่เป็นข้อมูลโปรแกรม และหุ่นยนต์จับต้องได้, การบินอวกาศ, เทคโนโลยีในมหาสมุทร การเดินเรือ, ระบบรางความเร็วสูง, ยานยนต์พลังงานสะอาด, Internet of Things, เทคโนโลยีการเกษตร, เทคโนโลยีวัสดุศาสตร์, พูดถึงเทคโนโลยีในเรื่องของชีวภาพ ไปถึงยา และการแพทย์ต่างๆ“10 ปีที่แล้ว วันนั้นจีนไม่ได้เป็นเจ้าเทคโนโลยีในเรื่องนี้ หลายๆ คนไม่เชื่อด้วยซ้ำว่าจีนจะกลายเป็นประเทศที่มีส่วนแบ่งตลาดมากที่สุดในอุตสาหกรรมเหล่านี้ แต่พอเราเห็นภาพของการทํานโยบายอย่างจริงจัง แล้วก็ดึงเอารัฐวิสาหกิจ ดึงเอาภาคเอกชนของจีน ซึ่งแน่นอนก็มีล้วนแล้วแต่มีความใกล้ชิดกับพรรคคอมมิวนิสต์จีนในการดําเนินนโยบายด้วย”รศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนามอาจารย์ได้ยกตัวอย่างบริษัทต่างๆ ที่ก้าวขึ้นมาเป็นที่รู้จักทั่วโลก ไม่ว่าจะอาลีบาบาในเรื่องของ e-commerce, หรือ AVIC (Aviation Industry Corporation of China) ทําเรื่องการบิน เครื่องบินไร้คนขับ ไปถึง Space technology, บริษัท BYDยานยนต์ยักษ์ใหญ่ที่ก้าวหน้ามากในเรื่องยานยนต์ ไฟฟ้า และกําลังจะต่อยอดเป็น new energy vehicle ซึ่งก็จะมุ่งไปสู่เทคโนโลยีไฮโดรเจน มีรถไฟความเร็วสูง มี Huawei ทำเซมิคอนดักเตอร์ หรือเทคโนโลยี คลาวด์คอมพิวติ้งหรือแม้แต่ส่วนแบ่งตลาดในเรื่องของโทรศัพท์มือถือ พัฒนาระบบปฏิบัติการของตัวเองขึ้นมา“เพราะฉะนั้นเราเห็นความก้าวหน้าเหล่านี้ แล้วก็มันเป็นเครื่องยืนยันได้ว่า การทํางานอย่างแข็งขันของจีนทําให้จีนประสบความสําเร็จ แน่นอนในห้วงเวลาที่เริ่มต้นก่อนหน้านี้เราอาจจะมองเห็นภาพของสินค้าจีนเป็นสินค้าคุณภาพต่ำ เป็นสินค้าราคาถูก แต่ว่าอาจจะเสียเร็ว ณ ปัจจุบันไม่ใช่ละ ณ ปัจจุบัน สินค้าจีนกลายเป็นสินค้าคุณภาพสูง ที่สําคัญราคาก็ไม่ได้ถูกด้วย แต่ว่าก็เข้าไปครองส่วนแบ่งตลาดได้ในหลากหลายพื้นที่ของโลก ขนาดมีมาตรการกีดกันทางการค้า มันก็ทําให้เห็นว่าเป็นเรื่องของการทํานโยบายไปสู่ความสําเร็จได้จริงๆ”แต่แม้เราจะเห็นความสำเร็จจากนโยบายของจีน แต่หลายๆ ประเทศมหาอำนาจ ทั้งสหรัฐฯ และยุโรป ต่างก็มีแนวคิดของการถอยห่างจากจีน หรือพยายามจะเลิกพึ่งพาจีน ซึ่งอาจารย์ปิติก็มองภาพว่า เป็นเพราะความหวาดกลัวโลกาภิวัฒน์“ที่ผ่านมาโลกาภิวัฒน์ให้ประโยชน์กับทุกคน แต่เวลาเค้าพูดคําว่าทุกคน มันดันไปมองภาพเป็น เศรษฐกิจมหภาคในภาพใหญ่ อย่างเช่น ตั้งแต่ทศวรรษ 1990 ที่ระเบียบโลกเข้าสู่ยุคโลกโลกาภิวัฒน์เนี่ย สหรัฐฯ จีน ยุโรป เอเชียร่ำรวยขึ้นมหาศาลแต่ปัญหาก็คือความร่ำรวยมหาศาลนั้นกระจุกตัวอยู่กับคนแค่บางกลุ่มที่มีความมั่งคั่งสูงที่สุด 1% หรือ 10% ไม่ได้เผื่อแผ่ลงไปจนถึงคนที่อยู่ในระดับกลาง-ล่างอย่างเต็มที่เพราะฉะนั้นคนจํานวนนึง อย่างเช่นในสหรัฐฯ แรงงานผิวขาว การศึกษาไม่สูงนัก วัยกลางคนที่ยังทํางานอยู่ในอุตสาหกรรมเก่า เค้ามองว่า ตลอดช่วง 20-30 ปีที่ผ่านมา คุณภาพชีวิตเค้าไม่ได้ดีขึ้นในขณะที่มหาเศรษฐีร่ำรวยกันเละเทะเลย เพราะฉะนั้นเค้าก็เริ่มมองผู้นําที่มีลักษณะชาตินิยม คลั่งชาติที่ทํานโยบายความยืดหยุ่นยั่งยืนของ supply chain หรือว่า supply chain resilience ซึ่งจริงๆ เป็นคําที่มีความหมายดีมาก หมายถึงว่าเราจะพึ่งพาต่างประเทศมากจนเกินไปไม่ได้ แต่ต้องพึ่งพากลไกการผลิตโครงสร้างการผลิตภายในประเทศ อยู่เพื่อความยั่งยืนและยืดหยุ่นแต่แล้วแทนที่จะทําเพียงเพื่อให้เกิดความยั่งยืนและยืดหยุ่นมันกลับใช้ supply chain resilience มาเป็นเครื่องมือในการกีดกันทางการค้าแทน ซึ่งไม่ใช่แค่นั้น แต่เรายังเห็นแม้กระทั่งการใช้มาตรการทางด้านสิ่งแวดล้อม มาเป็นเครื่องมือทางด้านกีดกันทางการค้าด้วยซ้ำเพราะฉะนั้นจริงๆ แล้วปัญหาของโลกาภิวัฒน์คือผลได้ทางด้านปริมาณ เศรษฐกิจมันใหญ่ขึ้น เค้กมันชิ้นใหญ่ขึ้น แต่ปัญหาก็คือแทนที่เค้กชิ้นใหญ่จะกระจายกระจาย และทําให้ทุกคนได้กินเค้กมากขึ้น กลับกลายเป็นว่าเค้กส่วนใหญ่ไปกระจุกตัวอยู่ให้กับคนไม่กี่คน เพราะฉะนั้นปัญหาอยู่ที่การกระจาย ความเป็นธรรม และการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ การแก้ปัญหามันตีโจทย์ถูก แต่แก้ปัญหาผิด เลยกลายเป็นการกีดกันทางการค้าอย่างที่เราเห็นทุกวันนี้”สงครามการค้า ที่ทำให้เกิด 3 ห่วงโซ่อุปทานใหม่นโยบาย และมาตรการที่ตามมาคือการย้ายฐายการผลิตจากจีน ซึ่งเราเห็นหลายประเทศได้ประโยชน์ทั้งเม็กซิโก หรือเวียดนามที่กลายเป็นฐานการผลิตใหม่ๆ จนนำมาสู่คำถามที่ว่า วิธีการนี้ทำให้การเลิกพึ่งพาจีนเป็นไปได้จริงๆ หรือไม่“ผมคิดว่าในระยะสั้นคงทําให้การค้าในรูปแบบที่เค้าเรียกว่า Trade diversion กับ Trade creation ชะงัก เมื่อเกิดสงครามการค้าในยุคทรัมป์สมัยแรก กับสงครามการค้าที่ต่อเนื่องมาในสมัยของโจ ไบเดน มันทําให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Trade diversion ก็คือมาตรการกีดกันทางการค้าโดยตรงกับจีน เพราะฉะนั้นผู้ประกอบการจีนก็เลยไหลออกจากประเทศจีน ไปลงทุนในประเทศที่ 3 แล้วใช้ประเทศที่ 3 เนี่ยเป็นสปริงบอร์ดในการเข้าสหรัฐอเมริกา แน่นอนชื่อที่เราเห็นเยอะๆ ก็คือ แคนาดา เม็กซิโก เวียดนาม ไทยเพราะฉะนั้นการค้าที่มันเกิดขึ้นในประเทศของเรา มันก็เลยกลายเป็นการค้าแบบที่เราเรียกว่า Trade creation มันถูกสร้างขึ้นมาจากการที่มันเกิด Trade diversion ตอนนี้ พอสหรัฐอเมริกาใช้วิธีการอย่างที่ผมบอก คือตีโจทย์ผิด ไปทําสงครามการค้ากับทุกประเทศทั่วโลกแบบนี้ เราก็เลยเห็นภาวะการที่ใช้มาตรการกีดกันทางการค้าเพื่อป้องกันไม่ให้เกิด Trade creation ในประเทศเหล่านี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิด Trade diversion ในตอนต้นในระยะสั้นมันก็จะเป็นปัญหาที่การค้าการลงทุนทั่วโลกชะงัก ซึ่งชะงักต่อเนื่องมาตั้งแต่เริ่มต้นปี 2025 จนมาถึงครึ่งปีแรกก็ยังอยู่ในช่วงที่ทรัมป์ประกาศภาษีตอบโต้ แล้วทุกอย่างดูเหมือนจะหยุดชะงักอย่างน้อยจนกว่าจะพ้นช่วงเวลา 90 วัน ที่สหรัฐฯ กําหนดไว้ใน การพูดคุยเพราะฉะนั้นช่วงนี้จะเป็นช่วงที่การค้าจะชะงักงัน แต่ถามว่ามันจะชะงักงันแล้วในที่สุดแล้วเนี่ย มันไปสู่จุดไหน ผมคิดว่าในที่สุดมันจะชะงักแล้วไปสู่จุดที่ทําให้ Global value chain แยกออกเป็น 3 ห่วงโซ่อุปทานห่วงโซ่ที่นําโดยสหรัฐ และพันธมิตรห่วงโซ่ที่นําโดยจีนและพันธมิตรห่วงโซ่ของประเทศอื่นๆ ที่เหลือ”อ.ปิติยกตัวอย่างว่า ได้มีบางประเทศ อย่างเช่นสิงคโปร์ที่ได้จริงจังในการวางบทบาทตัวเองในโลกแล้ว ซึ่งได้ประกาศว่าสิงคโปร์จะเป็นโซ่ข้อกลางในการที่จะเชื่อมโยงความแตกแยกของ Global value chain เข้าด้วยกัน เพื่อที่จะอยู่ให้รอดท่ามกลางห่วงโซ่มูลค่าที่มันแตกตัว “สิงคโปร์เป็นประเทศที่มองเห็นเรื่องพวกนี้ได้เร็วกว่าคนอื่นๆ เปลี่ยนแปลงไว และมีความพร้อมสูง ฉะนั้นเราเองก็คงจะต้องมองว่าแล้วเราจะวางตัวของเราในแบบไหน เพราะในที่สุดโลกมันก็คงจะแยกออกเป็น 3 ห่วงโซ่แบบนี้” จีนที่จะกลายเป็นภัยคุกคามระยะยาวของสหรัฐแต่แม้ว่าตอนนี้ จีนกับสหรัฐฯ จะบรรลุข้อตกลงทางภาษีเบื้องต้นกันไปได้ แต่ที่ผ่านมา เรามักเห็นความตึงเครียดจากสองประเทศเป็นประจำ ไม่ว่าจะยุคทรัมป์ หรือไบเดนเอง ซึ่งอ.ปิติเองก็ชี้ว่า ความตึงเครียดนี้มีทีท่าว่าจะไม่ใช่เรื่องชั่วคราว แต่อาจจะอยู่อย่างถาวร“ต้องเข้าใจก่อนว่าประเทศที่เค้าพัฒนาแล้ว เค้าจะมีการจัดทํายุทธศาสตร์ชาติแล้วนโยบายของรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลพรรคไหนที่ชนะการเลือกตั้ง ต้องดําเนินนโยบายนั้น สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติระยะยาว ยุทธศาสตร์ชาติระยะยาวทางด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ ที่ออกมาในเดือนธันวาคมปี 2017 กำหนดนโยบายต่างๆ ทั้งของรัฐบาลกลาง รัฐบาลท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นระยะเวลาต่อเนื่องยาวนานไปอย่างต่ำๆ 20 ปี จากปี 2017เพราะฉะนั้นถ้าเค้ามองจากยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งมีเป้าหมายยุทธศาสตร์อยู่ 4 ข้อ คือการรักษาชีวิตคนอเมริกา, วิถีชีวิตคนอเมริกาและดินแดน มาตุภูมิอเมริกา เป็นเรื่องความมั่นคงสร้างความมั่งคั่งรุ่งเรืองทางด้านเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาสร้างแสนยานุภาพทางกองทัพของสหรัฐอเมริการักษาความเป็นหรือเป็นมหาอํานาจขั้วเดียวที่มีศักยภาพในการจัดระเบียบโลกเป็นเจ้าโลกแล้วเขาบอกว่าจีนคือประเทศเดียวในโลกที่มีความสามารถเพียงพอ มีศักยภาพเพียงพอ และมีความตั้งใจในการที่จะท้าทายทั้ง 4 เป้าหมายนี้ของสหรัฐอเมริกา ดังนั้นจีนเป็นภัยคุกคามอันดับหนึ่ง”อาจารย์เล่าต่อว่า ยุทธศาสตร์ชาติยาวไป 20 ปี แต่ถึงอย่างนั้นทุกๆ 5 ปีต้องมีการทบทวน และพิจารณาว่าดำเนินยุทธศาสตร์อย่างไรบ้าง ซึ่งในปี 2022 ในสมัยโจ ไบเดน ก็มีการรีวิวยุทธศาสตร์ชาติด้วยเอกสาร 50 หน้า ซึ่งก็ยังคงพูดถึงจีนมากกว่า 50 ครั้ง“แปลว่าคุณก็ยังหมกมุ่นอยู่กับเรื่องจีนมาก ถูกต้องไหม” อ.กล่าว “ดังนั้นการคอนเฟิร์มว่าจีนคือภัยคุกคามอันดับหนึ่ง มันก็ยังคงเกิดขึ้น ไม่ว่ารัฐบาลจะเปลี่ยนไปยังไงก็ตาม”ซึ่งอาจารย์ยังฉายภาพว่า เมื่อเอาเรื่องนี้ไปบวกกับความเหลื่อมล้ำ ทำให้ปัจจุบันกระบวนทัศน์ของคนอเมริกันเปลี่ยนไปแล้ว “คือเขามองว่า จีนคือศัตรู จีนคือคู่แข่ง เขามองว่าจีนคือภัยคุกคามไปโดยที่เค้าไม่ตั้งคําถามแล้ว ดังนั้นสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง จีนกับสหรัฐฯ ก็จะเป็นเรื่องระยะยาว จะดําเนินต่อไปแบบนี้ ควบคู่ไปกับการใช้สงครามการค้า สงครามเศรษฐกิจ สงครามเทคโนโลยี สงครามโลจิสติกส์ อย่างที่เราเห็นทุกวันนี้ต่อไป”จาก Made in China 2025 ถึง China Standard 2035แต่การจะลดการพึ่งพาจีน นั้นก็อาจจะเป็นไปได้ยากอย่างที่สหรัฐฯ ตั้งใจไว้ โดยอ.ปิติยังได้เล่าถึงแผนการเตรียมการของจีน หรือนโยบายหลัง Made in China 2025 ซึ่งก็คือ China Standard 2035“สงครามการค้าที่เราคุยกัน เริ่มมาตั้งแต่ 2017-2018 ดังนั้นปีนี้ปี 2025 เค้าเตรียมความพร้อมไว้ก่อนแล้วครับ สิ่งที่เค้าจะเดินหน้าต่อ และเป็นนโยบายของจีนสําหรับ 10 ปี ต่อจากนี้เค้าเรียกว่า China Standard 2035 จีนจะเป็นคนทําเรื่องมาตรฐานเพราะฉะนั้น ถ้าเมื่อไหร่ก็ตาม คุณเป็นคนที่สามารถที่จะเซตมาตรฐานได้ คนอื่นๆ จะปฏิเสธการไม่ทำ ไม่ยอมรับ หรือไม่เกี่ยวโยงสัมพันธ์กับมาตรฐานเหล่านี้ได้อย่างไรเพราะฉะนั้นจีนบอกว่าตั้งแต่ปี 2025 ถึง 2035 จีนจะทุ่มเทพละกําลังของชาติทั้งหมด ไปใน การที่จะทําให้จีนไม่ใช่แค่มีส่วนแบ่งตลาดสูงที่สุด แต่จีนจะกลายเป็นเจ้าของ และร่วมกําหนดมาตรฐานอย่างน้อยที่สุดก็ใน 8 อุตสาหกรรมระดับโลก”โดยอาจารย์ชี้ถึง 8 อุตสาหกรรมนี้ว่าประกอบไปด้วยInformation Technology คือ 5G, AI, Big data, Blogchain, Cloud computing ซึ่งเขาเรียกว่า New Generation Information TechnologyNew energy ทั้งการสร้างพลังงาน และการจัดเก็บพลังงานNew material วัสดุศาสตร์High end equipment คือ Smart device ต่างๆ ตั้งแต่ Robotics automation technology, Smart manufacturing systemNew energy vehicle ต่อยอดจากรถ EV ไปสู่พลังงานไฮโดรเจนGreen environmental protection เรื่องของ Green transition, Green economy, Green environmental protectionอุตสาหกรรมการบินและอวกาศอุตสาหกรรมวิศวกรรมที่เป็นมหาสมุทร ตั้งแต่ต่อเรือ ไปจนถึงแท่นขุดเจาะน้ํามัน ไปจนถึงตัวของอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในภาคพื้นมหาสมุทรทั้งหมดอาจารย์ชี้ว่านอกจากการบอกว่าจะทํามาตรฐานใน 8 อุตสาหกรรมแล้ว จีนเข้าไปทํางานอย่างหนัก กับหน่วยงานจัดมาตรฐานระดับโลกด้วย และเมื่อเริ่มต้นให้ตัวเองกลายเป็นมาตรฐานจีน ไปเป็นมาตรฐานระดับนานาชาติ ก็จะทําให้ทุกคนไม่สามารถเลี่ยงที่จะใช้ของจีนได้ ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มเห็นรูปร่างบางอย่างเช่น Deepseek ที่เป็นมาตรฐานตัวแรกทางด้าน AI ที่จีนออกมา แล้วหลายประเทศยอมรับทั้งมาตรฐาน AI ของจีนแตกต่างจากมาตรฐานของสหรัฐอเมริกา ในเรื่องของการมีฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่เป็นมาตรฐานของจีน “จีนมองว่าข้อมูลเป็นข้อมูลของสังคม ไม่ใช่ข้อมูลของส่วนตัว ดังนั้นข้อมูลของคนจีนพัน 400 ล้านคน รัฐบาลจีนพร้อมที่จะแลกเปลี่ยนฐานข้อมูลนี้กับบริษัทเทค บริษัทไหนก็ได้ที่ทางการจีน และพรรคคอมมิวนิสต์จีนพึงพอใจ เพราะฉะนั้นจีนก็จะได้เปรียบเรื่องนี้ แต่เรื่องที่สําคัญที่สุดคือเรื่องของชุดคําสั่งที่ดีที่สุด”นอกจากเรื่อง AI และรถยนต์ไฟฟ้าที่เราเริ่มเห็นมาตรฐานของจีนแล้ว อาจารย์ยังระบุถึงผลิตภัณฑ์ฟาร์มมาซูติคอล หรือยา ที่จะเป็นสิ่งที่จีนกำลังจะทำ และสร้างมาตรฐานของจีนให้ตีคู่กันมากับมาตรฐานของโลกตะวันตก“แล้วในที่สุด ถ้ามันเปิดกว้างมากขึ้น มาตรฐานของจีนมันก็อาจจะกลายเป็นมาตรฐานที่ทุกคนยอมรับกันมากยิ่งขึ้น แล้วตอนนั้น คุณจะปฏิเสธมาตรฐานเหล่านี้ได้อย่างไร” อาจารย์ทิ้งท้าย
TNN ช่อง16 • 10 ก.ค. 68
อ่าน
บลจ.ดาโอ เปิดขาย ‘กองทุน DAOL-CHINATECH เติบโตไปกับบ.เทคจีนระดับโลก
#บลจ.ดาโอ #ทันหุ้น บลจ.ดาโอ ออกกองทุน DAOL-CHINATECH มองบริษัทเทคโนโลยีจีนเติบโตน่าสนใจจากการเป็นยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของจีน และเติบโตระดับโลก เปิดเสนอขาย IPO ระหว่างวันที่ 15-21 พฤษภาคม 2568 บริหารจัดการโดย HSBC Asset Management ที่เชี่ยวชาญการลงทุนในจีนนางสาวมนชญา รัชตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารจัดการลงทุน เปิดเผยว่า หลังจากที่ตลาดหุ้นจีนมีผลการดำเนินงานต่ำกว่าที่คาดหมายมาหลายปี ปัจจุบันมีโอกาสที่จะฟื้นตัวขึ้นได้อีกมาก เนื่องจากปัจจัยเศรษฐกิจภายในประเทศที่ดีขึ้นและการปฏิรูปเชิงโครงสร้างที่ยังคงดำเนินต่อไป ที่จะมาช่วยผลักดันให้ตลาดหุ้นจีนกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งโดยภาคเทคโนโลยีของจีนเป็นหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์ "Made in China 2025" เป็นโครงการมูลค่า 300 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่เปิดตัวในปี 2015 มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มการพึ่งพาตนเองในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น อวกาศ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีชีวภาพ เป็นต้นขณะที่แผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปี ฉบับที่ 14 ของจีน (2021-2025) ได้กำหนดทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลมีแผนเพิ่มงบประมาณการวิจัยและพัฒนา (RD) ปีละ 7% ซึ่งจีนเป็นประเทศที่ลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (RD) มากเป็นอันดับสองของโลก และกำลังไล่ตามสหรัฐฯ อย่างรวดเร็ว โดยมูลค่าการใช้จ่ายด้าน RD ของจีนในปี 2022 คิดเป็น 80% ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจาก 26% ในปี 2005ทั้งนี้เทคโนโลยีระดับโลกที่สำคัญเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของจีน เช่น 1.)การพัฒนา เครือข่าย 5G สำหรับสมาร์ทโฟน 2.) การลงทุนใน เทคโนโลยีชีวภาพและบริษัทเภสัชกรรม ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาวัคซีน COVID-19 และ บริการดูแลสุขภาพทางไกล 3.) การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลซึ่งช่วยส่งเสริมการเติบโตของภาคเทคโนโลยีจีนในอนาคตนอกจากนี้ เศรษฐกิจจีนมีปัจจัยสนับสนุนการเติบโตที่สำคัญ เช่น การเปลี่ยนรูปแบบการผลิตที่ใช้ Labour-Intensive ไปสู่ การผลิตสินค้าที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงและซับซ้อนมากขึ้น ตั้งแต่หลายปีก่อน ซึ่งมีการดำเนินโครงการอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น หุ่นยนต์, เซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง และยานยนต์พลังงานใหม่ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไฮเทคของจีน รวมถึงแนวคิด "New Quality Productive Forces" ที่มุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมเพื่อให้จีนสามารถพึ่งพาตนเองด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีบลจ.ดาโอ จึงขอแนะนำ กองทุนเปิด ดาโอ ไชน่า เทค (DAOL-CHINATECH) เปิดเสนอขายครั้งแรก ระหว่างวันที่ 15-21 พฤษภาคม 2568 (ความเสี่ยงระดับ 6: ความเสี่ยงสูง) ลงทุนผ่าน HSBC HANG SENG TECH UCITS ETF บริหารโดย HSBC Asset Management บริษัทจัดการการลงทุนที่มีความเชี่ยวชาญการลงทุนในจีน โดยให้ความสำคัญกับการรักษาค่าความคลาดเคลื่อนของดัชนี (Tracking Error) ให้อยู่ในระดับต่ำโดยกองทุนเน้นลงทุนใน 30 บริษัทเทคโนโลยีจีนที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งจดทะเบียนซื้อ-ขายบนตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงตามแนวโน้มการพัฒนาที่ก้าวกระโดดของเทคโนโลยีจีนและนโยบายการสนับสนุนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลจีนตัวอย่างบริษัทที่ลงทุน ได้แก่ Tencent Holdings Ltd , Alibaba Group Holding Ltd , JD.com Inc Xiaomi Corp, Meituan, SMIC, Kuaishou Technology, Li Auto Inc, Xpeng Inc, NetEase Incบลจ.ดาโอ มองว่า เศรษฐกิจจีนในปัจจุบันสามารถเปรียบได้กับภาวะ "Goldilocks Economy" คือมีอัตราการเติบโตที่เหมาะสม ไม่ร้อนแรงเกินไปหรือชะลอตัวมากเกินไป โดยคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจไว้ที่ 5%และอัตราเงินเฟ้อที่ 2% ในด้านมูลค่าหลักทรัพย์ของจีนมีราคาถูกมาก โดยมีอัตราส่วนราคาต่อกำไรล่วงหน้า (Forward PE) ที่เพียง 8 เท่า ซึ่งสะท้อนถึงความเสี่ยงขาลงที่มีอยู่แล้วในราคาหุ้น“ราคาหุ้นเทคโนโลยีจีนมีมูลค่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตเมื่อเปรียบเทียบกับหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ โดยซื้อขายที่ราคา Discount ต่ำกว่า 20% และด้วยแนวโน้มการเติบโตของเทคโนโลยีระดับโลกของจีน บลจ.ดาโอ มองว่าเป็นโอกาสสร้างการเติบโตไปกับหุ้นเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีน ผ่านการลงทุนในกองทุนเปิด ดาโอ ไชน่า เทค”นางสาว มนชญา กล่าว*คำเตือน· ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน· เนื่องจากกองทุนมีการลงทุนในต่างประเทศและไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน โดยป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนผู้ลงทุนอาจจะขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้*ที่มา· HSBC Asset Management as of 31 January 2025· Statista, as of September 2023 / Statista, as of December 2024 / HSBC Global Research· HSBC HANG SENG TECH UCITS ETF as of 31 March 2025
ทันหุ้น • 16 พ.ค. 68
ดู
Insight China by หลิวหรง Ep.40 2022-10-01
TNN ช่อง16 • 7 ต.ค. 65
ดู
"ไม่มีกลัว” ยุโรปยันไม่มีที่ไหนคุ้มเท่าจีน | CHINA PLUS | อาทิตย์ที่ 2 ต.ค. 2565
TNN ช่อง16 • 2 ต.ค. 65
อ่าน
เปิดฉากสืบสวนสุดมันส์ "Detective Chinatown 1900 แก๊งม่วนป่วนอเมริกา" ย้อนยุครับเมษายนนี้
ฉายแสง แอด.เวนเจอร์พาผู้ชมออกภารกิจไปพร้อมกับแก๊งม่วน"Detective Chinatown 1900แก๊งม่วนป่วนอเมริกา"ผลงานกำกับโดยเฉินซือเฉิง และ ไต้ม่อภาพยนตร์จีนฟอร์มยักษ์แอ็กชันสืบสวน-คอมเมดี้ เรื่องราวย้อนยุคไปยังปี1900ในซานฟรานซิสโก สำรวจต้นกำเนิดของไชน่าทาวน์และอุปสรรคทางประวัติศาสตร์ที่ชาวจีนโพ้นทะเลต้องเผชิญ ไต้ม่อร่วมกำกับ"Detective Chinatown 1900"ซึ่งเคยกำกับภาพยนตร์ชื่อดังอย่างEndless JourneyและFireflies in the Sunเผยแนวคิดเบื้องหลังภาคล่าสุดของแฟรนไชส์Detective Chinatownโดยเลือกนำเสนอเรื่องราวในอดีตแทนที่จะเป็นยุคปัจจุบัน เราต้องการให้ผู้ชมรู้สึกทั้งคุ้นเคยและแปลกใหม่ จึงเลือกเล่าเรื่องในช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ที่แตกต่างออกไปการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นความตั้งใจของทีมสร้างสรรค์ที่ต้องการให้เรื่องราวมีความแปลกใหม่แต่ยังคงเอกลักษณ์ของแฟรนไชส์ ช่วงเวลาดังกล่าวถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของประวัติศาสตร์ปี1900เป็นปีที่จีนเผชิญกับความปั่นป่วนจากกบฏนักมวย (Boxer Rebellion)และการพ่ายแพ้ต่อกองทัพพันธมิตรแปดชาติ ขณะที่ในสหรัฐฯ ชาวจีนต้องเผชิญกับการเลือกปฏิบัติอย่างรุนแรงจากกฎหมายจำกัดการอพยพของชาวจีน (Chinese Exclusion Act) หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของภาพยนตร์คือฉากจำลองซานฟรานซิสโกขนาด200,000ตารางเมตรซึ่งถูกสร้างขึ้นที่สตูดิโอภาพยนตร์เหล่าหลิง มณฑลซานตง ภายในระยะเวลาเพียง7เดือนโดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลและภาคเอกชน การออกแบบฉากได้รับการวิจัยอย่างละเอียดเพื่อให้ใกล้เคียงกับประวัติศาสตร์มากที่สุดจอห์น คูแซคนักแสดงฮอลลีวูดที่ร่วมแสดงในภาพยนตร์ ต่างประทับใจในความสมจริงของฉากจำลองแห่งนี้ นอกจากจะได้หวัง เป่าเฉียงและหลิว ห่าวหรานนักแสดงหลักมารับบทนำ ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังได้นักแสดงระดับตำนานอย่างโจว เหวินฟะมาร่วมเสริมทัพ พร้อมด้วยนักแสดงตลกชื่อดังอย่างไป๋ เคอ,เว่ย เซียง และ เยว่ หยุนเผิง ก่อนทิ้งท้าย ผู้กำกับยังเผยถึงความเป็นไปได้ในการขยายจักรวาล "Detective Chinatown"ไปยังยุคสมัยอื่นๆ ในอนาคตทุกอย่างเป็นไปได้ ตราบใดที่ผู้ชมยังสนุกกับการผจญภัยของพวกเขาไต้ม่อกล่าว "Detective Chinatown 1900แก๊งม่วนป่วนอเมริกา"3เมษายนนี้ ในโรงภาพยนตร์! ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังเอเชีย • 31 มี.ค. 68
อ่าน
โจว เหวินฟะ ท็อปฟอร์ม! โชว์สำเนียงเป๊ะใน "Detective Chinatown 1900 แก๊งม่วนป่วนอเมริกา"
ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ปล่อยตัวอย่าง ภาพยนตร์จีนฟอร์มยักษ์"Detective Chinatown 1900 แก๊งม่วนป่วนอเมริกา"ภาพยนตร์แอ็กชันสืบสวน-คอมเมดี้ พบภารกิจวายป่วงกับแก๊งม่วนภาคล่าสุด ผลงานกำกับโดยเฉินซือเฉิง และ ไต้ม่อในภาคนี้ นักแสดงหลักจากภาคก่อนหน้า ได้แก่หวัง เป่าเฉียง(รับบท อากุย)และ หลิว ฮ่าวหราน(รับบท ฉินฝู) ยังคงกลับมารับบทนำเช่นเดิม อย่างไรก็ตาม ภาคนี้ยังได้เพิ่มนักแสดงใหม่โจว เหวินฟะ(รับบทไป๋เซวียนหลิง) และจอห์น คูแซ็ค(รับบท แกรนท์) เข้ามาเสริมทัพนักแสดง เพื่อเพิ่มความสดใหม่ให้กับภาพยนตร์ ตำนานแห่งวงการหนังโจว เหวินฟะกลับมาสร้างความประทับใจอีกครั้งในDetective Chinatown 1900พร้อมโชว์ทักษะภาษาอังกฤษสุดเฉียบ ในบทไป๋เซวียนหลิงนักธุรกิจชาวจีนผู้ทรงอิทธิพลในไชน่าทาวน์ ซานฟรานซิสโกในปี1900ฉากไฮไลต์ที่หลายคนพูดถึงคือช่วงที่เขาต้องขึ้นให้การในศาล ท่ามกลางผู้ชมชาวอเมริกัน พร้อมกล่าวสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษอย่างยาวเหยียดเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติต่อชาวจีนในยุคนั้น ซึ่งเจ้าตัวเผยว่า"เป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ แต่ก็น่าตื่นเต้นมาก ตลอดการทำงานในฮอลลีวูด ผมไม่เคยได้รับบทพูดยาวขนาดนี้มาก่อน บทนี้ถูกเขียนมาอย่างดี หลังจากได้รับมา ผมก็นำมาปรับเล็กน้อยและฝึกซ้อมทุกวันจนพูดออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ" ก่อนหน้านี้ โจว เหวินฟะ เคยพูดภาษาอังกฤษในภาพยนตร์ฮอลลีวูดมาแล้ว เช่นThe Replacement Killers(1998),Anna and the King(1999)และPirates of the Caribbean: At World's End(2007)ซึ่งเขาเคยพูดประโยคดัง"Welcome to Singapore" Detective Chinatown 1900พาผู้ชมย้อนเวลากลับไปสู่ซานฟรานซิสโกปี1900เมื่อบุตรสาวของสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ ถูกฆาตกรรมในไชน่าทาวน์ และผู้ต้องสงสัยคือชายชาวจีน เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกในสังคม และมีการเรียกร้องให้ปิดไชน่าทาวน์ เพื่อปกป้องชุมชนชาวจีนฉินฝู (รับบทโดย หลิว ฮ่าวหราน)และอากุย (รับบทโดย หวังเป่าเฉียง)ต้องร่วมมือกันสืบสวนคดีเพื่อหาตัวฆาตกรตัวจริงและปกป้องชุมชนของพวกเขา แฟน ๆ เตรียมพบกับความสนุกสุดมันส์จากแก๊งนักสืบสุดป่วนแห่งDetective Chinatownที่คราวนี้ข้ามทวีปไปปั่นป่วนอเมริกา พร้อมการแสดงสุดเฉียบของโจว เหวินฟะที่ยกระดับภาพยนตร์เรื่องนี้ไปอีกขั้น!ฮากระจายพร้อมกัน3เมษายนนี้ ในโรงภาพยนตร์! ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 18 มี.ค. 68
อ่าน
แก๊งม่วนหวนคัมแบ็ก คราวนี้บุกป่วนอเมริกาใน "Detective Chinatown 1900" ต้อนรับสงกรานต์ปีนี้
เตรียมเปิดภารกิจกับแก๊งม่วนภาคล่าสุดฉายแสง แอด.เวนเจอร์เสิร์ฟภาพยนตร์จีนฟอร์มยักษ์"Detective Chinatown 1900 แก๊งม่วนป่วนอเมริกา"ภาค 4 ของDetective Chinatownภาพยนตร์แอคชันสืบสวน-คอมเมดี้ เรื่องราวการสืบสวนคดีฆาตกรรมในยุคอดีตที่ไม่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยในการไขปริศนา ผสมผสานความตลกตามสไตล์ของแฟรนไชส์ Detective Chinatown พาผู้ชมย้อนกลับไปในปี 1900 ที่ซานฟรานซิสโก ไชน่าทาวน์ ซึ่งเป็นฉากหลังของการไขคดีปริศนาและความวุ่นวายแบบสุดฮา เปิดตัวในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2025 ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ชมและนักวิจารณ์ภาพยนตร์ ทำรายได้ถล่มทลายกว่า 20,000 ล้านบาทในจีน กำกับโดยเฉินซือเฉิง และ ไต้ม่อรวมทีมนักแสดงระดับตำนานและดาวรุ่งของวงการภาพยนตร์จีน ได้แก่หวัง เป่าเฉียง, หลิว ฮ่าวหราน, โจว เหวินฟะ, จอห์น คูแซ็ค, ไป๋เค่อ ฯลฯ ที่ไม่ควรพลาด ในช่วงปี พ.ศ. 2443 (ค.ศ. 1900) ที่เมืองซานฟรานซิสโก เกิดคดีฆาตกรรมหญิงสาวผิวขาวในย่านไชน่าทาวน์ ผู้ต้องสงสัยคือชายชาวจีน คดีนี้สร้างความตึงเครียดในสังคมจนเกิดการเรียกร้องให้ปิดย่านไชน่าทาวน์ฉินฝู (รับบทโดย หลิวฮ่าวหราน)และอากุย (รับบทโดย หวังเป่าเฉียง)ต้องร่วมมือกันสืบสวนคดีเพื่อหาตัวฆาตกรตัวจริงและปกป้องชุมชนของพวกเขา ด้วยเคมีสุดลงตัวของตัวละครหลัก โดยเฉพาะหวังเป่าเฉียงกับหลิวฮ่าวหรานที่ยังคงรับบทนำเหมือนเดิม แต่เพิ่มความเข้มข้นของเรื่องราวด้วยบรรยากาศยุคเก่าของอเมริกา และตัวละครใหม่ที่น่าสนใจอย่างจอห์น คูแซ็คในบทนักการเมืองชาวอเมริกันที่เกี่ยวพันกับคดี ไม่ใช่แค่ฮา แต่ยังมีดราม่า แอ็กชัน และความซับซ้อนของคดีที่น่าติดตามอีกด้วย กำหนดฉาย 3 เมษายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังเอเชีย • 12 มี.ค. 68
อ่าน
Detective Chinatown 1900 แก๊งม่วนป่วนอเมริกา 1900
เรื่องย่อ Detective Chinatown 1900 แก๊งม่วนป่วนอเมริกา 1900 ชื่อเรื่อง Detective Chinatown 1900 (唐探1900)ประเภท ตลก / แอคชัน / ผจญภัยนำแสดงโดย หวังเป่าเฉียง, หลิวห่าวหรั่น, โจวเหวินฟะ, จอห์น คูลแซ็กกำกับโดย เฉินซื่อเฉิง, ไต้ม่อกำหนดฉาย 3 เมษายน 2025ความยาว 135 นาที
เรื่องย่อหนัง • 2 มี.ค. 68
อ่าน
“ไบร์ท วชิรวิชญ์” ซุปตาร์ไทยหนึ่งเดียวลงแข่งบาสใน “NBA Legends Celebrity Game Presented by Sands China”
ไบร์ท วชิรวิชญ์ ซุปตาร์ไทยหนึ่งเดียวลงแข่งบาสใน NBA Legends Celebrity Game Presented by Sands China เรียกเสียงฮือฮาและนับเป็นอีกหนึ่งเซอร์ไพรส์แบบว้าวสุดๆ ที่ได้เห็นศิลปินหนุ่มฮอต ไบร์ท วชิรวิชญ์ ชีวอารี โชว์สกิลทางด้านกีฬาที่ต้องบอกว่าทั้งเท่และแข็งแรงสุดๆ กับการเข้าร่วมแข่งขันบาสเกตบอลนัดสำคัญในงาน NBA Legends Celebrity Game Presented by Sands China ค่ำคืนแห่งความตื่นเต้นเร้าใจของกีฬาและความบันเทิง โดยจัดขึ้น ณ The Venetian Arena มาเก๊า ท่ามกลางแฟนๆ ที่เข้าร่วมชมการแข่งขันบิ๊กแมทช์ในครั้งนี้กว่า 10,000 คน โดยเป็นแมทช์การแข่งขันสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่นำนักกีฬาชื่อดังในตำนานของ NBA อย่าง Tracy McGrady, Tony Parker, Stephon Marbury, DeMarcus Cousins และ Cuttino Mobley มาแข่งขันแบบกระชับมิตรกับเหล่าซุปเปอร์สตาร์ในวงการเพลงป๊อป อาทิ Sunny Wang, Sammi Cheng, Raymond Lam ฯลฯ โดยงานนี้หนุ่มไบร์ทลงแข่งขันในทีม Fire หลังจากที่เจ้าตัวได้ไปฝึกฝนทักษะทุ่มเทฟิตซ้อมร่างกายลงเล่นบาสเกตบอลอยู่นานหลายเดือน เรียกว่าสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับแฟนๆ ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
ดาราเดลี่บันเทิง • 11 ธ.ค. 67
อ่าน
จีนเปิดตัวเครื่องบินรบสเตลท์ล่องหน J-35A อย่างเป็นทางการ ในงาน China Airshow
จีนเปิดตัวเครื่องบินรบล่องหน Shenyang J-35A อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเครื่องบินรบสเตลท์ล่องหนที่ทันสมัยมากที่สุดรุ่นหนึ่งของกองทัพอากาศปลดปล่อยประชาชน (PLAAF) การพัฒนาเครื่องบินถูกทำขึ้นอย่างลับ ๆ มาระยะหนึ่งแล้ว โดยเครื่องบินรบรุ่นดังกล่าวมีภาพหลุดในระหว่างการทดสอบออกมาเป็นระยะบนสื่อออนไลน์ของจีน รวมไปถึงต้นแบบที่ถูกนำมาจัดแสดงโชว์ในงาน Airshow China 2022 แต่ข้อมูลของเครื่องบินและภาพถ่ายยังไม่ถูกเปิดเผยออกมาอย่างเป็นทางการการเปิดตัวเครื่องบินรบล่องหน Shenyang J-35A อย่างเป็นทางการเกิดขึ้นในงาน China International Aviation Aerospace Exhibition หรือ China Airshow ซึ่งจัดขึ้นที่สนามบินจูไห่ มณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของจีน ซึ่งงานจะเริ่มขึ้นในวันที่ 12 พฤศจิกายนภาพถ่ายที่ถูกเปิดเผยแสดงให้เห็นเครื่องบินรุ่นใหม่ที่มีลักษณะภายนอกมีความคล้ายกับเครื่องบิน J-35/FC-31 ของกองทัพอากาศจีนและ F-35 Joint Strike Fighter ของกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา แม้จะมีกระแสข่าวว่าลักษณะที่เหมือนกันของเครื่องบินไม่ได้เกิดขึ้นจากความบังเอิญ แต่ก็ไม่มีหลักฐานอะไรที่บ่งชี้ได้ถึงการเลียนแบบเครื่องบินรบของสองชาติมหาอำนาจความเหมือนหรือแตกต่างจากเครื่องบินขับไล่ล่องหน F-35อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บนเว็บไซต์ The Warzone สื่อด้านทหารชั้นนำได้วิเคราะห์เอาไว้ว่า เครื่องบินรบล่องหน Shenyang J-35A มีลักษณะที่เหมือนและแตกต่างจากเครื่องบินขับไล่ล่องหน F-35 อยู่หลายประการ เช่น ความสามารถในบินขึ้นลงระยะสั้นและบินขึ้นลงในแนวดิ่ง (STOVL) ซึ่งจากภาพที่ถูกเผยแพร่คาดว่าเครื่องบินรบล่องหน Shenyang J-35A ไม่มีขีดความสามารถดังกล่าว นอกจากนี้โครงสร้างเครื่องบินยังมีลักษณะที่บางมากกว่า รวมไปถึงองศาของมุมปีกที่แคบมากกว่า เครื่องบินขับไล่ล่องหน F-35 ของสหรัฐอเมริกาสำหรับลักษณะที่เครื่องบินรบล่องหน Shenyang J-35A มีความเหมือนกับเครื่องบินเครื่องบินขับไล่ล่องหน F-35 เช่น ระบบกำหนดเป้าหมายแบบออปติกไฟฟ้าซึ่งติดตั้งเอาไว้บริเวณด้านล่างของเครื่องบินคล้ายอุปกรณ์ระบุเป้าหมาย EOTS บนเครื่องบินขับไล่ล่องหน F-35 และคาดว่ากองทัพอากาศปลดปล่อยประชาชนจีนพัฒนาเครื่องบินรบล่องหน Shenyang J-35A ขึ้นมาเพื่อเป็นคู่ปรับกับเครื่องบินขับไล่ล่องหน F-35 ของสหรัฐอเมริกาสมรรถนะของเครื่องบินรบล่องหน Shenyang J-35Aในขณะนี้ข้อมูลสมรรถนะอย่างเป็นทางของเครื่องบินรบล่องหน Shenyang J-35A ยังไม่ถูกเปิดเผยออกมาอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าเครื่องบินล่องหน Shenyang J-35A จะใช้เครื่องยนต์ WS-19 ซึ่งใช้การออกแบบใหม่โดยพัฒนามาจากเครื่องยนต์ Vladimir Barkovsky จากบริษัทรัสเซีย Russian Aircraft Corporation MiG บรรทุกระเบิดน้ำหนัก 8 ตัน ประกอบด้วย ขีปนาวุธระยะสั้น PL-10 ขีปนาวุธอากาศสู่อากาศระยะกลาง PL-12 พิสัยการบิน 1,200 กิโลเมตร พร้อมคุณสมบัติในการบินล่องหนหลีกหนีการตรวจจับของเรดาร์ คาดว่าสามารถเร่งความเร็วเหนือเสียงได้อย่างน้อย 2 มัค หรือ 2,130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเร็วกว่าเครื่องบินรบล่องหน Chengdu J-20 เป็นอย่างน้อยกองทัพอากาศปลดปล่อยประชาชนจีน (PLAAF) ยืนยันการเปิดตัวเครื่องบินรบล่องหน Shenyang J-35A อย่างเป็นทางการ โดยรุ่นที่จะถูกพัฒนาขึ้นเพื่อประจำการบนเรือบรรทุกเครื่องบิน คือ J-35 โดยคาดว่าเครื่องบินรบรุ่นนี้อาจถูกพัฒนาขึ้นเพื่อจำหน่ายในประเทศพันธมิตรกับจีนเพิ่มเติมในอนาคต โดยชูจุดเด่นที่ใช้การออกแบบตัวเครื่องที่มีน้ำหนักเบามากกว่า และต้นทุนคุ้มต้นทุนกว่าเครื่องบินรบล่องหน Chengdu J-20 ซึ่งเป็นคู่ปรับของ F-22 Raptor ของกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกาที่มาของข้อมูลhttps://x.com/Hurin92/status/1853636227049619715https://www.twz.com/air/chinas-j-35a-stealth-fighter-officially-breaks-cover
TNN ช่อง16 • 10 พ.ย. 67
ดู
หวงเฟยหง 3 ถล่มสิงโตคำราม
ทรูวิชั่นส์ • 1 ก.ย. 66
อ่าน
บล.ธนชาตแนะหุ้น China Play ดักมาตรการจีนกระตุ้นอสังหาฯ
#SCC #ทันหุ้น - บล.ธนชาตระบุว่าทางการจีนเตรียมออกมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาฯ เพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นการลดจำนวนเงินในการวางจำนอง และสนับสนุนให้รัฐบาลท้องถิ่นซื้อขายบ้านที่ขายไม่ออกจากบริษัทที่ประสบปัญหาทางการเงิน เพื่อลดผลกระทบวิกฤติด้านอสังหาฯ นอกเหนือจากนี้ตัวเลขเศรษฐกิจจีนที่ออกมาดีกว่าคาดทั้งภาคการผลิตที่ฟื้นตัวแข็งแกร่ง และอัตราว่างงานที่ลดลง สะท้อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนแบบค่อยเป็นค่อยไป บล.ธนชาตมองเป็น บวก ต่อ กลุ่ม China Play อย่าง SCC, SCGP, PTTGC, PSL และPTTEP สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนหุ้นจีนโดยตรง แนะนำกองทุน UCI (กองทุนหุ้นจีน A-Shares ที่เน้นหุ้นในกลุ่มที่ได้รับแรงสนับสนุนจากนโยบายของรัฐบาล)
ทันหุ้น • 20 พ.ค. 67
อ่าน
STA คาดผลงาน Q2/67 ครึ่งปีหลังฟื้นตัว รับราคายาง ดีมานด์จากกลุ่ม Non China
#ทันหุ้น - STA ประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2567 และครึ่งปีหลังฟื้นตัวต่อเนื่อง จากดีมานด์กลุ่มประเทศ Non China ที่มีคำสั่งซื้อเข้ามาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ราคาขายเฉลี่ยยางธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นและเริ่มส่งมอบออเดอร์เชิงพาณิชย์ยาง EUDR แก่ลูกค้าในเดือนพฤษภาคม 2567 ขณะที่ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2567 มีรายได้จากการขายและบริการ 23,678 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.1% จากไตรมาสก่อนหน้า จากราคาขายเฉลี่ยและปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น รวมถึงมีผลขาดทุนลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า นายวีรสิทธิ์ สินเจริญกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่และกรรมการบริหาร บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA เปิดเผยว่า ทิศทางผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2567 และครึ่งปีหลังมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง หลังจากสถานการณ์ราคาขายยางพาราและความต้องการใช้สินค้าในตลาดโลก ทั้งยุโรปและทวีปเอเชียเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะดีมานด์จากลูกค้ากลุ่มประเทศ Non China ที่มีคำสั่งซื้อเข้ามาตั้งแต่ไตรมาส 4/2566 เพื่อเพิ่มปริมาณยางธรรมชาติในสต็อก และลูกค้าจากประเทศจีนที่เริ่มทยอยสั่งซื้อยางธรรมชาติเพิ่มขึ้น ถือเป็นปัจจัยบวกต่อบริษัทฯ และภาพรวมอุตสาหกรรมยางธรรมชาติที่ราคาและดีมานด์กำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัว ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้รับคำสั่งซื้อเชิงพาณิชย์ยาง EUDR ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของผลผลิตจะต้องไม่อยู่ในพื้นที่ตัดไม้ทำลายป่าหรือไม่อยู่ในเขตป่าสงวน และมีเอกสารสิทธิ์พื้นที่ปลูกยางพาราอย่างถูกต้อง จากลูกค้าต่างประเทศที่เป็นผู้ผลิตชั้นนำในอุตสาหกรรมยางล้อ อาทิ ยุโรป, เกาหลี, จีน, ญี่ปุ่น ฯลฯ เนื่องจากยุโรปเตรียมบังคับใช้มาตรการ EUDR ภายในสิ้นปีนี้ โดยบริษัทฯ เริ่มจัดส่งออเดอร์เชิงพาณิชย์ (Commercial Transaction) แก่ลูกค้าแล้วในเดือนพฤษภาคม 2567 และถือเป็นรายแรกที่ขายยาง EUDR เชิงพาณิชย์ หลังจากที่ร่วมกับเกษตรกรชาวสวนยางและผู้ค้ายางจัดทำโครงการ ยางมีพิกัด (GPS) เพื่อเตรียมความพร้อมล่วงหน้าด้านการจัดเก็บและตรวจสอบข้อมูลพิกัดพื้นที่ปลูกยางพาราผ่านแอปพลิเคชัน Sri Trang Friends (แอปฯ ศรีตรังเพื่อนชาวสวน) ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของผลผลิตยางได้ ราคาขายยาง EUDR ปัจจุบันถือว่าสูงกว่ายางทั่วไป เนื่องจากต้องจัดเก็บข้อมูลให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของผลผลิตได้ โดยมีแนวโน้มได้รับคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง เพราะผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยางล้อและอุตสาหกรรมที่ใช้ยางธรรมชาติเป็นวัตถุดิบจากยุโรป และจากเอเชียที่ส่งออกสินค้าแปรรูปจากยางธรรมชาติไปยุโรป มีความต้องการสต๊อกวัตถุดิบและเริ่มผลิตสินค้าเตรียมไว้ก่อนการบังคับใช้กฎหมาย และจะเป็นปัจจัยบวกต่อบริษัทฯ และภาพรวมอุตสาหกรรมยางพาราของไทยในปีนี้เนื่องจากมีความพร้อมส่งออกยาง EUDR นายวีรสิทธิ์กล่าว นายวีรสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ขณะที่ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2567 ของบริษัทฯ ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 23,678 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.1% จากไตรมาสก่อนหน้า จากราคาขายเฉลี่ยทั้งไตรมาสที่เพิ่มขึ้น 6.2% เป็น 155.2 เซนต์ต่อกิโลกรัมเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ประกอบกับปริมาณการขายธรรมชาติที่เพิ่มขึ้น 1.3% เป็น 317,872 ตัน รวมถึงปริมาณการขายถุงมือยางทั้งไตรมาสที่เพิ่มขึ้นเป็น 10,091 ล้านชิ้น ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้า ส่วนภาพรวมราคาขายเฉลี่ยยางธรรมชาติในตลาดโลกไตรมาส 2/2567 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนจากราคาขายเฉลี่ยเดือนเมษายน 2567 ที่ยังคงเพิ่มขึ้นเป็น 162.7 เซนต์ต่อกิโลกรัม อย่างไรก็ตามบริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิในไตรมาส 1/2567 แต่ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากสถานการณ์ราคายางและดีมานด์ที่อยู่ในช่วงฟื้นตัว รวมถึงต้องติดตามสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้ ซึ่งจะมีผลต่อฤดูการเปิดกรีดยางและซัพพลายใหม่ในอุตสาหกรรมยาง ด้าน บล.กสิกรไทย ส่อง STA ผลประกอบการไตรมาส 1/2567 อ่อนแอกว่าที่คาด รายงานผลขาดทุนปกติไตรมาส 1/2567 จํานวน 183 ลบ. พลิกจากมีกําไรปกติ 265 ลบ.ในไตรมาส 1/2566 แต่เพิ่มขึ้น 39.1% QoQ โดยผลประกอบการออกมาต่ำกว่าประมาณการกําไรปกติของฝ่ายวิจัยประมาณ 83 ลบ. จาก ASP ที่ต่ำกว่าคาด ทั้งนี้กําไรที่ลดลง YoY มีสาเหตุหลักมาจากปริมาณการขายยางธรรมชาตทิ ลดลง โดยลดลง 20.5% YoY ส่วนกําไรที่เพิ่มขึ้น QoQ หนุนมาจากปริมาณการขายถุงมือเพิ่มขึ้นเป็น 1 หมื่นล้านชนจากอุปสงค์การเติมสต๊อก ฝ่ายวิจัยคาดกําไรปกติไตรมาส 2/2567 จะดีขึ้น QoQ อาจพลิกเป็นกําไรได้ โดยฝ่ายวิจัยคาดว่าธุรกิจยางธรรมชาติจะดีขึ้น QoQ เนื่องจากบริษัทฯ มีการเปิดตัว "GPS Rubber" เมื่อวันที่ 7 มี.ค. ซึ่งเป็นสินค้าที่ผ่านเกณฑ์ของกฎระเบียบการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป และสามารถขายได้ในราคาทสูงกว่าราคาตลาด ซึ่งการส่งมอบผลิตภัณฑ์จะเริมในเดือน พ.ค. ในขณะเดียวกันฝ่ายวิจัยคาดว่าธุรกจิถุงมือยางจะยังคงแข็งแกร่งในไตรมาส 2/2567 จากราคาวัตถุดิบเริ่มลดลง ในขณะฝ่ายวิจัยคาดว่า ASP มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อตามผู้ผลิตถุงมือยางรายใหญ่รายอื่น ประเมินราคาเป้าหมายที่ 24.00 บาท ฝ่ายวิจัยคงคําแนะนํา ซื้อ เนื่องจากฝ่ายวิจัยคาดว่ากําไรของ STA จะฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาเป้าหมายของฝ่ายวิจัยอิงจากการประเมินมูลค่า ซึ่งอิงจากวิธีรวมส่วนของกจิการ (SOTP) โดยใช้ราคาเป้าหมายของ STGT ที่ 10.00 บาท และเป้าหมาย PER ทวีคูณที่ 12.5 เท่าสําหรับธุรกิจยางกลางน้ำซึ่งอิงกับค่าเฉลี่ยของช่วงการซื้อขายในอดตี ของ SETAGRI
ทันหุ้น • 10 พ.ค. 67
ดูเพิ่มเติม