TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “#WOLED” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
จอ W-OLED ที่คุ้มที่สุด รีวิว GIGABYTE MO27Q28GR สเปกจัดเต็ม 2K 280Hz
จอ W-OLED ที่คุ้มที่สุด รีวิว GIGABYTE MO27Q28GR สเปกจัดเต็ม 2K 280Hz
087******* • 8 ก.ค. 69
รีวิว Lenovo Yoga Slim 7 2-in-1 แบตอึดทะลุ 11 ชม. จอ OLED 2.8K โคตรสุด
บอกลาภาพจำเดิมๆ ว่าโน้ตบุ๊ก Windows แบตไม่อึด กับ รีวิว Lenovo Yoga Slim 7 2 in 1 (14IPH11)
ExtremeIT • 10 ส.ค. 69
อ่าน
วงในคาดว่า PlayStation Portal อาจจะออกรุ่นใหม่ที่ใช้จอแสดงผลแบบ OLED
ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา Zuby_Tech ที่เป็นนักวิเคราะห์ชื่อดังในอุตสาหกรรมเกมได้โพสต์ข้อความลง X ส่วนตัว โดยระบุว่า PlayStation Portal อุปกรณ์เสริมสำหรับเล่น PS5 แบบ Remote Play อาจจะได้มีการวางจำหน่ายรุ่นรีโมเดลในอนาคตอันใกล้ ซึ่งรุ่นดังกล่าวจะมาพร้อมกับจอแบบ OLED และรองรับอัตรารีเฟรช 120 Hz เพื่อให้เกม PS5 ที่ตั้งเป้าแสดงผลเฟรมเรตสูงกว่า 60 FPS สามารถรันได้ไหลลื่นยิ่งขึ้นบนอุปกรณ์รุ่นใหม่ครับจากข้อมูลที่ทาง Zuby_Tech กล่าวมา รวมถึงพิจารณาจากจำนวนแพตช์บน PS Portal ที่มีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง ทำให้พอมองเห็นแนวโน้มว่าอุปกรณ์ดังกล่าวน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนระยะยาวของ Sony ดังนั้นการออกรุ่นรีโมเดลพร้อมความสามารถใหม่ด้านฮาร์ดแวร์ก็ไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินเอื้อมนักRumour PlayStation Portal To Recieve Model Refresh With OLED Screen!Display Could Have 120Hz!#PlayStationPortal #PSP #PlayStation pic.twitter.com/9fr3Qs3I1Q— @Zuby_Tech (@Zuby_Tech) January 10, 2026 อนึ่ง ก่อนหน้านี้ Sony เคยเปิดตัวฟีเจอร์ Cloud Streaming สำหรับ PS Portal ที่ทำให้สมาชิก PS Plus ระดับ Premium (เฉพาะในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น) สามารถเล่นเกม PS5 ผ่านระบบสตรีมมิ่งได้โดยตรงจากคลาวด์ ซึ่งฟีเจอร์นี้ช่วยยกระดับการเล่นแก่เหล่าเกมเมอร์ได้ และไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับคอนโซลที่บ้านด้วย อีกทั้งยังรองรับการใช้งานพร้อมกัน โดยผู้ใช้คนหนึ่งสามารถเล่นเกมผ่านสตรีมมิ่งจากคลาวด์ ขณะที่อีกคนหนึ่งใช้งานเครื่อง PS5 เพื่อทำกิจกรรมอื่น ๆ เช่น ดูภาพยนตร์หรือเล่นเกมอื่นได้ในส่วนของเครื่องรุ่นใหม่ ยังถือว่าเป็นเพียงข่าวลืออยู่นะครับ หากมีความคืบหน้าเราจะอัปเดตเพื่อน ๆ กันอีกครั้งแปลและเรียบเรียงจากhttps://x.com/Zuby_Tech/status/2010031067554865444https://twistedvoxel.com/playstation-portal-model-refresh-with-oled-display/
Online Station • 12 ม.ค. 69
อ่าน
PLANB มุมมอง 'ดาโอ' เข้าลงทุน Hello LED เพิ่มทุน PP ให้ VGI -Win Harvest
#ทันหุ้น - บล.ดาโอ ระบุ PLANB แจ้งตลาดฯ วานนี้ (13 ก.พ. 2024) มีประเด็นสำคัญ 1) บอร์ดอนุมัติให้เข้าซื้อหุ้นของบริษัท Hello LED จำนวน 1,000,000 หุ้น คิดเป็น 100% โดยมูลค่าลงทุนที่ 4,000 ล้านบาท โดยซื้อหุ้นจาก i) Roctec (BTS ถือหุ้น 63.31%) ที่ 50% ซึ่ง Roctec จะรับเป็นเงินสดทั้งหมด และ ii) บริษัท Win Harvest ที่ 49.99% (ถือหุ้นโดยคุณสุชาติ ลือชัยขจรพันธ์ ถือหุ้น 100% -บิดาคุณพินิจสรณ์ กรรมการผู้จัดการของ PLANB) ซึ่งจะรับเป็นเงินสด 1,000 ล้านบาท และที่เหลือเป็นหุ้นเพิ่มทุนของ PLANB ทั้งนี้ แหล่งเงินทุนมาจาก i) เงินกู้จากสถาบันการเงินที่ 2,000 ล้านบาท และ ii) ออกหุ้น PP ให้ Win Harvest และ VGI 2) ลดทุนจดทะเบียน 11,791,104 บาท จาก 443,247,626.90 บาท เป็น 431,456,522.90 บาท 3) เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 460,027,951.50 บาท โดยออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน 285,714,286 หุ้น (ราคาพาร์ 0.10 บาท), Share Dilution ที่ 6.21% 4) ออกหุ้นเพิ่มทุนแบบ PP เสนอขายหุ้น 285,714,286 หุ้น ในราคาหุ้นละ 7.00 บาท มูลค่ารวม 2,000,000,002 บาท ให้แก่ Win Harvest เพื่อชำระเป็นค่าตอบแทนส่วนหนึ่งของธุรกรรม Hello LED (ที่ 1,000 ล้านบาท) และ VGI (ปัจจุบันถือหุ้น PLANB ที่ 17.66%) เพื่อใช้เป็นแหล่งเงินทุนสำหรับชำระค่าตอบแทนส่วนหนึ่งของธุรกรรมข้างต้น (ที่ 1,000 ล้านบาท) คาดดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 2Q25 5) เข้าทำสัญญาบริหารการขายสื่อโฆษณาของ VGI ทั้งหมดในไทย สำหรับสื่อบนรถไฟฟ้า 84 สถานี สำนักงานและอาคารคอนโด รวมกัน 210 แห่ง รวมถึง BTS Column 132 จอ ป้ายกล่องไฟ 137 ป้าย ป้ายภาพนิ่ง 220 ป้าย และ Skywalk ช่องนนทรี 23 ป้าย เป็นระยะเวลา 5 ปี ประมาณการค่าตอบแทนตลอดอายุสัญญาที่ 300-500 ล้านบาท โดยค่าตอบแทนขั้นต่ำ 3% ของรายได้สุทธิการขายสื่อโฆษณา และสูงสุด 35% ของ Gross Operating Profit (ที่มา: SET) ฝ่ายวิจัย มีมุมมองเป็นบวกจากประเด็นข้างต้น มองว่าราคาที่ลงทุนคิดเป็น PER 19.8x (อิงกำไรปี 2566 ที่ 202 ล้านบาท) ซึ่งฝ่ายวิจัยมองว่าไม่แพง โดยในปี 2564-2566 กำไรเติบโตต่อเนื่องทุกปี เบื้องต้นประเมินดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้นประมาณ 80 ล้านบาท (อิงดอกเบี้ยที่ 4%) โดยมองว่าการซื้อ Hello LED จะมี synergy ดังนี้ 1) เพิ่ม media capacity ,ความหลากหลายของสื่อโฆษณา และพื้นที่ให้ครอบคลุมมากขึ้น Hello LED มีป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่และจอ LED ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด 178 ป้าย ทั้งนี้ในปี 2566 Hello LED มีรายได้อยู่ที่ 648 ล้านบาท, 2) ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ เช่นค่าเช่า ค่าซ่อมบำรุง และ 3) เพิ่มอำนาจการต่อรอง อีกทั้งยังสามารถขยายฐานลูกค้าให้เพิ่มขึ้นสำหรับดีลนี้ ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยอยู่ระหว่างรอรายละเอียดเพิ่มเติมจากทางบริษัท โดยพรุ่งนี้จะมีประชุมนักวิเคราะห์ช่วงบ่าย คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2567 ที่ 1,032 ล้านบาท (+13% YoY) และปี 2568 ที่ 1,146 ล้านบาท (+11% YoY) โดยยังไม่ได้รวมกำไรที่เพิ่มขึ้นจากดีล Hello LED และ VGI ในประมาณการ เบื้องต้น คงคำแนะนำ ซื้อ PLANB ที่ราคาเป้าหมายที่ 8.80 บาท อิง 2568 33.0x สำหรับ BTS (ถือ/เป้า 5.00 บาท) ปัจจุบันบริษัทถือหุ้น ROCTEC 63.31% โดยหาก ROCTEC มีการขายหุ้น Hello LED ให้ PLANB สัดส่วน 50% เบื้องต้นฝ่ายวิจัยมองเป็นลบเล็กน้อย เนื่องจากจะทำให้บริษัทรับรู้ส่วนแบ่งกำไรลดลงจากการถือหุ้นดังกล่าวราว 60 ล้านบาท/ปี ขณะที่ประเมิน BTS มีโอกาสรับรู้กำไรจากธุรกรรมการขายหุ้นเพียง 30-40 ล้านบาท ซึ่งคาดจะบันทึกในช่วง Q1FY69E
ทันหุ้น • 14 ก.พ. 68
อ่าน
"แอลจี" เปิดตัว LG SIGNATURE OLED M4 นวัตกรรมทีวีไฮเอนด์ไร้สายครั้งแรกในไทย
แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) เปิดตัวไลน์อัพทีวีใหม่ล่าสุดประจำปี 2567 ชูนวัตกรรมทีวี OLED ไร้สายครั้งแรกของโลก LG SIGNATURE OLED M4 ขนาด 97 นิ้ว รุ่น OLED97 M4 ที่เปลี่ยนนิยามการเข้าถึงประสบการณ์ความบันเทิงภายในบ้านได้อย่างอิสระ ภายใต้คอนเซ็ปต์ อิสระในการออกแบบพื้นที่ของคุณเอง (Freedom to Design Your Own Space) ด้วยความสามารถการสตรีมมิ่งวิดีโอและเสียงระดับ 4K แบบไร้สายด้วย Zero Connect Box ช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดตั้งทีวีได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะวางที่มุมไหนของบ้านภาพจาก แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย)นายซองฮัน จอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า กว่าทศวรรษที่แอลจีนำเสนอนวัตกรรมทีวีระดับโลกให้แก่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง เราไม่เคยหยุดพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ และตื่นเต้นที่จะก้าวเข้าสู่ปีที่ 11 แห่งการเป็นผู้นำตลาดทีวี OLED ตัวจริง ด้วยการนำเสนอทีวี OLED แบบไร้สายรุ่นแรกของโลกในประเทศไทย เราเข้าใจเป็นอย่างดีว่าผู้บริโภคยุคใหม่มองหาทีวีที่ให้มากกว่าฟีเจอร์การใช้งานด้านการรับชมคอนเทนต์ แต่ยังต้องการให้ทีวีเป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่งบ้านด้วย เรามั่นใจว่านวัตกรรมทีวี LG SIGNATURE OLED M4 นี้จะเป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่เข้ามาพลิกโฉมอนาคตของผู้บริโภค ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของแอลจีเรื่อง Reinvent Your Futureภาพจาก แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย)นายอำนาจ สิงหจันทร์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า แอลจีให้ความสำคัญกับการศึกษาความต้องการใหม่ๆ ของผู้บริโภค ทำให้เราสามารถพัฒนานวัตกรรมทีวีรุ่นใหม่ออกมาตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างต่อเนื่อง ยืนยันด้วยตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดทีวีพรีเมียม 11 ปีซ้อน เราคาดว่าการเปิดตัวนวัตกรรมทีวีในปีนี้จะช่วยสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาด และได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟนๆ ทีวี OLED ในไทยที่ให้ความไว้วางใจแบรนด์แอลจีในฐานะผู้มอบประสบการณ์ความบันเทิงภายในบ้านขั้นสูงสุดให้กับทุกคน โดยปัจจุบันตลาดพรีเมียมในประเทศไทยยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีสัดส่วน 15% ในภาพรวมตลาดทีวีภาพรวมทั้งหมดไลน์อัพใหม่ของทีวี OLED ในปี 2567 มีทั้งหมด 4 ซีรีส์ ได้แก่LG SIGNATURE OLED M4 ขนาด 97 นิ้วLG OLED evo G4, C4 และ LG OLED B4 ขนาดตั้งแต่ 48 ถึง 97 นิ้วในขณะที่ทีวี QNED มีทั้งหมด 4 ซีรีส์ ได้แก่ QNED91TSA (MiniLED), QNED89TSA, QNED86TSA และ QNED80TSA ขนาดเริ่มต้นตั้งแต่ 55 จนถึง 98 นิ้ว ให้ผู้บริโภคได้เลือกตามความต้องการภาพจาก แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย)ไฮไลต์ของการเปิดตัวไลน์อัพทีวีใหม่ล่าสุดประจำปี 2567 ของแอลจี ได้แก่ยกระดับการแสดงภาพและการประมวลผลที่เร็วขึ้นด้วยชิปประมวลผลใหม่รุ่น 11 ที่ขับเคลื่อนด้วย AIขุมพลังชิปประมวลผลของแอลจีที่ออกแบบมาเพื่อจอแสดงผล OLED โดยเฉพาะ ช่วยยกระดับการแสดงผลภาพและการประมวลผลที่เร็วขึ้น โดยในปีนี้มีทีวี LG SIGNATURE OLED M4 และ LG OLED evo G4 ที่ได้รับการอัปเกรดชิปประมวลผล 11 (อัลฟ่า) AI Processor 4K ซึ่งเป็นชิปประมวลผลที่ล้ำหน้าที่สุดของทีวี OLED ตามมาด้วย LG OLED evo C4 ที่ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล 9 AI Processor 4K Gen7 ซึ่งชิปประมวลผล AI จะมอบภาพที่มีมิติและคมชัดยิ่งขึ้นทั้งในโทนมืดและสว่าง รวมถึงมอบความสมดุลของเสียงได้ดียิ่งขึ้นAI Picture Pro และ AI Sound Pro ที่อัพเกรดไปอีกขั้นเทคโนโลยี AI ที่มาในทีวีของแอลจี ช่วยให้การแสดงผลภาพและเสียงได้อย่างเหนือระดับ โดยในทีวีแอลจีไลน์อัพใหม่ประจำปี 2567 ยังมาพร้อมเทคโนโลยี AI Picture Pro ที่มอบคุณสมบัติแยกแยะวัตถุที่มีความละเอียดระดับพิกเซล (AI Object Enhancing) ช่วยปรับภาพวัตถุให้ชัดเจนสะดุดตายิ่งขึ้น และคุณสมบัติการปรับการแสดงผลสีภาพตามต้นฉบับที่ผู้กำกับตั้งใจไว้ (AI Director Processing) ผ่านการวิเคราะห์ด้วยเทคโนโลยี AI ในขณะที่ฟีเจอร์ AI Sound Pro ในทีวีรุ่นที่ใช้ชิปประมวลผล 11 AI Processor 4K ก็ช่วยยกระดับการจำลองเสียงรอบทิศทางที่สมจริงยิ่งขึ้นถึง 11.1.2 ชาแนล (11.1.2 Ch Virtual Sound) และช่วยแยกเสียงต่าง ๆ ออกจากกัน พร้อมรีมาสเตอร์เสียงให้ชัดเจนยิ่งขึ้น (AI Voice Remastering)โปรแกรม webOS Re:New ใหม่ล่าสุด รองรับการอัปเดตนานถึง 5 ปีด้วยจุดเด่นของแอลจีที่เป็นทั้งผู้พัฒนานวัตกรรมทีวี OLED และเป็นทั้งผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม webOS ผู้ที่เป็นเจ้าของทีวีแอลจีรุ่นใหม่ประจำปี 2567 จึงมั่นใจได้ว่าระบบปฏิบัติการ webOS 24 ที่ได้รับการอัปเดตล่าสุดในปีนี้ จะรองรับการอัปเดตระบบปฏิบัติการทีวีไปจนถึง webOS 28 หรืออีก 5 ปีข้างหน้า และยังสามารถใช้งานต่อไปได้หมดกังวลเรื่องการใช้งานอินเทอร์เฟซที่ตกยุค หรือปัญหาทีวีไม่รองรับการใช้งานแอปพลิเคชันใหม่ ๆ อีกต่อไปภาพจาก แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย)สำหรับไลน์อัพทีวีจากแอลจีในปี 2567 พร้อมวางจำหน่ายแล้ว โดยมีรายละเอียดราคา ดังนี้- LG SIGNATURE OLED M4 ขนาด 97 นิ้ว ราคา 1,099,990 บาท- LG OLED evo 4K G4, C4 และ LG OLED B4 ขนาดตั้งแต่ 48 - 97 นิ้ว ราคา 49,990 999,990 บาท- LG QNED 4 ซีรีส์ ได้แก่ QNED91TSA (MiniLED), QNED89TSA, QNED86TSA และ QNED80TSA ขนาดเริ่มต้นตั้งแต่ 55 - 98 นิ้ว ราคา 28,990 149,990 บาทข้อมูลและภาพจากฝ่ายประชาสัมพันธ์ LG ประเทศไทย
TNN ช่อง16 • 21 มิ.ย. 67
อ่าน
เปิดตัว iPad Pro รุ่นใหม่ ในราคาเริ่มต้น 36,900 บาท ได้ชิป M4 หน้าจอ OLED ใหม่ บางลงอีกนิด
ในงานเล็ต ลูส (Let Loose) งานเปิดตัวไอแพด (iPad) สินค้ากลุ่มแท็บเล็ต (Tablet) ของแอปเปิล (Apple) ได้นำเสนอ iPad Pro รุ่นใหม่ โดยมีความหนาลดลงจาก 5.3 เป็น 5.1 มิลลิเมตร พร้อมจุดเด่นสำคัญที่แผงหน้าจอแบบ Tandem OLED ที่มีความสว่างสูงสุด 1,600 nit รองกรับการแสดงผลแบบ Ultra Retina XDR ที่ให้การแสดงผลที่แม่นยำมากขึ้น ได้ขอบเขตสีแบบ P3การเปลี่ยนแปลงของ iPad Pro รุ่นใหม่ในขณะที่ชิปของ iPad Pro ได้รับการปรับปรุงเป็นชิป M4 สถาปัตยกรรม 3 nm ซึ่งนับว่าเป็นการเปิดตัวชิปใหม่ที่ใช้กับ iPad เป็นครั้งแรก โดยใช้ คอร์ประสิทธิภาพ (Performance Core) 4 คอร์ คอร์ประหยัดพลังงาน (Efficiency Core) 6 คอร์ พร้อม Dynamic Cashing และ Ray Tracing ที่ช่วยประมวลผลกราฟิกสำหรับการเล่นเกมแม้ว่าจะไม่มีการเปิดตัวฟีเชอร์ด้าน AI โดยตรง แต่ในชิป M4 ได้นำเสนอส่วนประมวลผลสำหรับสำหรับ Neural Engine จำนวน 16 คอร์ ที่ช่วยประมวลผลด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ด้วยในขณะที่อีกการปรับปรุงคือการระบายความร้อนที่ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าร้อยละ 20 ซึ่งทั้งหมดชี้ไปในการใช้งานระดับกึ่งมืออาชีพมากขึ้น เพราะมีการนำเสนอโปรแกรมตัดต่อวิดีโอรุ่นใหม่อย่าง Final Cut Pro 2 ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานกับ iPad บนระบบปฏิบัติการ iPadOS โดยเฉพาะกล้องหลังของ iPad Pro ได้มีการปรับปรุงเพิ่มติมความสามารถในการบันทึกวิดีโอความละเอียด 4K ProRes พร้อมแฟลชที่ปรับปรุงใหม่ให้มีประสิทธิภาพสำหรับการถ่ายภาพเอกสารดียิ่งขึ้น และปรับปรุงกล้องหน้าแบบ Ultrawide ให้ติดตามตัวบุคคลเช่นเดียวกับ iPad Air และยังเปิดตัว Magic Keyboard แบบใหม่ภายในงานเปิดตัว ที่เพิ่ม Layout ให้คล้ายกับ MacBook ด้วยเช่นกันการจัดจำหน่าย iPad Pro ใหม่iPad Pro มาทั้งหมดด้วยกัน 2 สี ได้แก่ สีเงิน และสีดำ (Spaace Black) พร้อมจำหน่ายในรุ่นพื้นที่จัดเก็บ 256GB, 512GB, 1TB และ 2TB ในราคาเริ่มต้น 999 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนในไทยราคาเริ่มต้นที่ 39,900 บาท สำหรับรุ่นหน้าจอ 11 นิ้ว และ 1,299 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนไทยจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 52,900 บาท สำหรับรุ่นหน้าจอขนาด 13 นิ้วทั้งนี้ iPad Pro จะพร้อมจำหน่ายในอีก 1 สัปดาห์หลังการประกาศ หรือวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ ซึ่งจะทำให้ iPad Pro รุ่นก่อนหน้าที่ใช้ชิป M2 ยุติการวางจำหน่ายโดยอัตโนมัติ และในช่วงท้ายการประกาศ Apple ยังได้ลดราคาเริ่มต้นของ iPad (iPad 10th-Generation) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Entry Level ลงเหลือ 349 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 12,900 บาท แต่ในไทยประกาศราคาที่ 13,900 บาท ลดลงจากเดิม 1,000 บาทข้อมูลและภาพจากApple
TNN ช่อง16 • 7 พ.ค. 67
อ่าน
เปิดตัว Realme 12+ ที่ใช้ชิป Dimensity 7050 และใช้หน้าจอ AMOLED 120 Hz ขนาด 6.7 นิ้ว
Realme ได้เปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ Realme 12+ ที่ประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซีย ซึ่งมาพร้อมชิป Dimensity 7050, ชาร์จไว 67W, กล้องหลักเซนเซอร์ Sony LYT-600 50 ล้านพิกเซล พร้อม OIS เป็นไปตามคาดการณ์ที่ Realme 12+ จะใช้จอ AMOLED 6.7 นิ้ว ความละเอียด FHD+ และรีเฟรชเรต 120Hz โดยมาพร้อมกล้องเซลฟี 16 ล้านพิกเซล รวมถึงเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่เป็นแบบ 2 in 1 สามารถวัดอัตราการเต้นหัวใจได้ด้วย ที่ด้านหลังของ Realme 12+ จะใช้วัสดุหนังวีแกนเช่นเดียวกับ Realme 12 Pro และ 12 Pro+ และฐานกล้องหลังทรงกลม ประกอบด้วยกล้อง 3 ตัว ดังนี้ กล้องหลักเซนเซอร์ Sony LYT-600 ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล f/1.88 ระยะทางโฟกัสเทียบเท่า 26มม. พร้อม OIS และสามารถถ่ายโหมด Portrait รวมถึงรองรับการซูม 2 เท่า กล้องอัลตราไวด์ 8 ล้านพิกเซล กล้องมาโคร 2 ล้านพิกเซล Realme 12+ มี RAM 8GB และ ROM 256GB โดยในฝั่งซอฟต์แวร์จะใช้ Realme UI 5.0 ที่ครอบทับ Android 14 และมีแบตเตอรี่ความจุ 5,000 mAh ตัวเลือกสีสันของ Realme 12+ ได้แก่ สีเขียว (Pioneer Green) และสีเบจ (Navigation Beige) โดยวางขายในราคา 1,499 ริงกิตมาเลเซีย (ราว 11,300 บาท) ที่มา: GSMArena
แบไต๋ • 29 ก.พ. 67
อ่าน
MSI เปิดตัวจอเกมมิง MPG | MAG พาแนลโหด QD-OLED สูงสุดที่ 360Hz กับราคา 35,900 บาท
MSI จัดงานเปิดตัวหน้าจอมอนิเตอร์ (Monitor) สำหรับเล่นเกมประจำปี 2024 กับรุ่นชูโรง MPG | MAG Series ด้วยกัน 4 รุ่น ซึ่งทั้งหมดจะใช้เทคโนโลยีพาแนลตัวสุด QD-OLED บน Refresh Rate สูงสุด 360Hz กับราคาค่าตัวเริ่มต้น 35,900 บาท สำหรับการเปลี่ยนแปลงหลัก ๆ ในหน้าจอเกมมิงระดับ Hi-end ของ MSI ในปีนี้คือการเลือกใช้พาแนล QD-OLED (Quantum Dot Organic Light-emitting Diode) ที่ได้ชื่อว่าเป็น King of Display Panels ด้วยขอบเขตการแสดงสีสันที่กว้างกว่า และความสามารถแสดงสีดำได้มืดสนิทยิ่งกว่าหน้าจอทุกประเภท รวมถึงมีการผ่านมาตรฐานใหม่ของ VESA อย่าง ClearMR ที่ใช้วัดประสิทธิภาพการแสดงภาพมีความเบลอ (Ghosting) น้อยแค่ไหน ยิ่งค่าสูงก็ยิ่งดี นอกจากนี้ยังพัฒนาฟีเจอร์ป้องกันจอเบิร์นอิน (Burn-in) ด้วย OLED Care 2.0 ที่ประกอบด้วยหลายฟีเจอร์ เช่น Pixel Shift การตั้งค่าให้พิกเซลมีการขยับเล็กน้อยเพื่อไม่ให้พิกเซลแสดงผลภาพเดิมซ้ำ นานเกินไป สามารถปรับได้สามระดับคือ ช้า ปกติ และเร็ว Panel Protect การทำรีเฟรชพิกเซลจอ จะถูกตั้งให้ขึ้นเตือนเพื่อทำ Panel Protect ทุก ๆ 4 ชั่วโมง นอกจากเตือนให้ผู้ใช้งานพักรีเฟรชการใช้งานจอแล้ว ยังสามารถเข้าไปดูข้อมูลการใช้งาน รวมถึงข้อมูลบันทึกครั้งสุดท้ายที่ผู้ใช้งานได้ทำ Panel Protect ซึ่งหากมีการขึ้นเตือนแล้วก็ควรจะทำตามคำแนะนำ แต่หากยังไม่ต้องการสามารถกด no และข้ามขั้นตอนนี้ไปก่อนได้ (แต่ระบบจะบังคับให้ทำ Panel Protect ทุกๆ 16 ชั่วโมง โดยไม่สามารถข้ามขั้นตอนนี้ได้) Boundary Detection ฟังก์ชันตรวจจับการแสดงผลเป็นแทบเส้นเป็นเวลานาน เช่นเวลา ดูหนัง หรือทำงานแบ่งหน้าจอเป็นเวลานาน มันก็เสี่ยงที่จะมีอาการเบิร์นอินบริเวณขอบของเส้นที่แสดงผล ฟังค์ชั่นนี้จะช่วยตรวจจับและลดแสงของขอบลงเพื่อลดอัตราการเบิร์นอิน TaskBar Detection ฟังก์ชันนี้จะช่วยลดแสง taskbar ลงเมื่อตรวจเจอการแสดงผลบริเวณ taskbar เป็นเวลานาน เพื่อลดอาการเบิร์นอิน Static Screen Detection ฟังก์ชันตรวจจับการเคลื่อนไหวของหน้าจอ หากพบกว่าจอของคุณถูกทิ้งไว้ไม่มีการเคลื่อนไหวในระยะเวลาที่กำหนด หน้าจอจะหรี่แสงลงเพื่อลดการทำงานของพิกเซล ช่วยยืดอายุการใช้งานของพาเนลจอมอนิเตอร์ สามารถปรับระยะเวลาการตรวจจับนี้ได้ Muti Logo Detection หลักการเดียวกัน สำหรับคนที่ดูช่องข่าว หรือดูคอนเท้นที่โชว์โลโก้คาไว้อย่างนั้นตลอดเวลา ฟังก์ชันนี้จะตรวจจับการแสดงผลของโลโก้หรือแบนเนอร์ที่แสดงผลนาน ๆ และลดความสว่างลงเพื่อลดอาการเบิร์นอินบริเวณนั้นนั่นเอง ส่วนหน้าจอเกมมิงที่เปิดตัวมีด้วยกัน 4 รุ่น แบ่งเป็นหน้าจอโค้ง และจอแบน ได้แก่ MPG 491CQP QD-OLED เป็นหน้าจอเกมมิงที่เน้นความโค้ง 1800R และกว้างในสัดส่วน Ultra Wide กับขนาด 49 นิ้ว ที่มีความลื่นไหลที่ 144Hz และการตอบสนอง 0.03 ms บนความละเอียด DQHD (5120×1440) ที่เสมือนเป็นหน้าจอ 2K สองหน้าจอต่อกัน นอกจากนี้ยังผ่านมาตรฐานใหม่ ClearMR และ VESA Display HDR 400 อีกด้วย สุดท้ายมีพอร์ต USB-C ที่รองรับการโอนถ่ายข้อมูลจ่ายไฟได้ถึง 90W บนมาตรฐาน Power Delivery (PD) ส่วนจอโค้งอีกรุ่นที่มีขนาดเล็กกว่าคือ MPG 341CQP QD-OLED จอเกมมิงที่มีความโค้ง 1800R กับความกว้างถึง 34 นิ้ว บนความละเอียดระดับ UWQHD (3440 x 1440) ที่ความลื่นไหล 175Hz พร้อมการตอบสนอง 0.03 ms. แสดงค่าสีได้ 99% DCI-P3 และยังมีพอร์ต USB-C ที่เชื่อมต่อข้อมูลและจ่ายไฟได้ 15W ต่อมาเป็นจอแบน MPG 321URX QD-OLED ขนาด 32 นิ้ว ที่มีความละเอียดถึง 4K กับความลื่นไหล 240Hz และรุ่น MPG 271QRX QD-OLED ขนาด 27 นิ้ว ที่มีความละเอียด 2K กับความลื่นไหลที่สูงถึง 360Hz มากที่สุดในบรรดาหน้าจอ QD-OLED ที่เปิดตัวในครั้งนี้ โดยทั้งคู่จะมีการตอบสนองต่ำสุดที่ 0.03 ms. กับการแสดงค่าสี 99% DCI-P3 ซึ่งผ่านมาตรฐาน ClearMR และ VESA Display HDR 400 เช่นเดียวกับหน้าจอโค้ง และยังมีพอร์ต USB-C ที่เชื่อมต่อข้อมูลและจ่ายไฟสูงสุด 90W ส่วนราคาก็จะเริ่มต้นที่สามหมื่นกลาง ๆ ตามข้อมูลด้านล่างนี้ MPG 271QRX QD-OLED [Flat 27″, 2K, 360Hz] ราคา 35,900 บาท MPG 321URX QD-OLED [Flat 32″, 4K, 240Hz] ราคา 54,900 บาท MPG 341CQP QD-OLED [Curve 34″, UWQHD, 175Hz] ราคา 39,900 บาท MPG 491CQP QD-OLED [Curve 49″, DQHD, 144Hz] ราคา 54,900 บาท นอกจากนี้ยังมีเปิดราคาของ MEG 342C QD-OLED [Curve 32″, UWQHD, 175Hz] มาที่ 49,900 บาท ซึ่งทาง MSI เผยคร่าว ๆ ว่าในอนาคตจะมีหน้าจอ QD-OLED ให้เลือกเยอะกว่านี้ โดยราคาเริ่มต้นจะลงไปแตะประมาณ 2 หมื่นบาทเลย สุดท้ายเป็นการอัปเดต Lineup สินค้าใหม่ที่จะวางขายในปี 2024 นี้ ที่ประกอบด้วย – QD-OLED 4 รุ่น ที่สีเข้มล้ำ ดำสนิท แถมสีอื่นก็ยังสีสด คมชัด ลื่นไหลไม่มีสะดุด– UHD Monitor จอที่มีความละเอียดสุด ถูกใจทุกสายการใช้งานแน่นอน– White Monitor จอรูปทรงโดดเด่น สีขาว แนวโมเดิร์น– 25” Monitor จอขนาด 25 นิ้ว ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมใหม่ล่าสุด และการรับประกันที่จะเป็นแบบ Onsite Pickup&return ถึง 3 ปีเต็ม ครอบคลุมถึงอาการ Burn-in ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการใช้งานเพิ่มความอุ่นใจ ใครสนใจอยากเป็นเจ้าของตอนนี้เริ่มมีวางจำหน่ายแล้วทั่วประเทศ ส่วนใครที่รอโปรโมชันเห็นว่าจะมีมาให้ในงาน Commart Thailand 2024 ในวันที่ 7-10 มีนาคมนี้ที่ไบเทค บางนาอีกด้วย
แบไต๋ • 28 ก.พ. 67
อ่าน
Apple Watch Ultra พร้อมจอ microLED อาจเปิดตัวอย่างเร็วที่สุดในปี 2027
ก่อนหน้านี้มีรายงานมากมายเกี่ยวกับ Apple Watch Ultra พร้อมจอ microLED ไปในหลายทิศทาง ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การเปิดตัวที่ล่าช้าออกไป ล่าสุด เว็บไซต์ The Elec จากประเทศเกาหลีใต้ ได้รายงานการว่า สมาร์ตวอตช์ระดับพรีเมียมที่สุดของ Apple นี้ อาจเปิดตัวอย่างเร็วที่สุดในปี 2027 นักวิเคราะห์ของ The Elec เชื่อว่า Apple จะไม่สามารถควบคุมการผลิตจอ microLED ในราคาที่สมเหตุสมผลมากพอจนกว่าจะถึงปี 2027 โดยมีรายงานว่าจอของ Apple Watch Ultra ดังกล่าว อาจมีราคาประมาณ 150 เหรียญ (ประมาณ 5,300 บาท) ในขณะที่จอของ Apple Watch Ultra รุ่นปัจจุบันมีราคาอยู่ที่ 40 เหรียญ (ประมาณ 1,400 บาท) นี่เป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลในการผลิตสมาร์ตวอตช์สุดพรีเมียมระดับพรีเมียมที่สุดรุ่นใหม่ของแบรนด์ และจะส่งผลให้ราคาจำหน่ายของ Apple Watch Ultra พร้อมจอ microLED เพิ่มสูงจากรุ่นปกติไปอีกมาก ที่มา : GSMArena
แบไต๋ • 7 ก.พ. 67
อ่าน
Vivo เปิดตัวรุ่นกลาง Y100 5G แต่ได้ทั้งชิป Snapdragon 4 Gen 2, จอ AMOLED, กล้อง 50 ล้านพิกเซล
Vivo ได้เปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นที่ 4 ในซีรีส์ Y100 นั่นคือ Y100 5G ที่ใช้ศักยภาพจากชิปเซต Qualcomm Snapdragon 4 Gen 2 ความเร็วสูงสุด 2.2 GHz, รองรับการชาร์จไฟไว 80 W และกล้องหลัง 50 ล้านพิกเซล Y100 5G มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ รีเฟรชเรต 120 Hz โดยเจาะรูสำหรับติดตั้งกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ กล้องหลักด้านหลังนั้น มีความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมกล้อง Ultrawide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล Y100 5G ได้รับการติดตั้งซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 14 ที่อ้างอิงพื้นฐานจาก Android 14 พร้อมแบตเตอรี่ 5,000 mAh ที่รองรับการชาร์จไฟไว 80 W Y100 5G มีให้เลือก 2 สี คือ Black Onyx และ Purple Orchid โดยได้รับการวางจำหน่ายในประเทศอินเโดนีเซีย และมีราคาดังนี้ 8/128 GB: 3,899,000 รูเปียห์ (ประมาณ 8,800 บาท) 8/256 GB: 4,199,000 รูเปียห์ (ประมาณ 9,400 บาท) ที่มา : GSMArena
แบไต๋ • 26 ม.ค. 67
อ่าน
Samsung เปิดตัวเทคโนโลยีจอ MicroLED โปร่งแสงตัวแรกของโลก และทีวีใหม่พลัง AI ใน CES 2024
ล่าสุดในงาน CES 2024 ทาง Samsung Display ได้นำเทคโนโลยีจอใหม่ ๆ “AI Screen” มาเปิดตัว เช่นทีวีจอ 8K แก๊งใหม่ที่มาพร้อมกับ AI ที่สามารถช่วยอัปสเกลภาพ รวมไปถึงการเปิดตัวจอ MicroLED แบบโปร่งแสงตัวแรกของโลก ในกลุ่มทีวี และจอยุคใหม่ Samsung เรียกว่า “AI Screen” โดยจะเพิ่มความสามารถของ AI และการจัดการภาพด้วย AI เข้ามามากขึ้น อย่างไลน์อัปใหม่ Neo QLED TV 8K และ 4K มาพร้อมกับชิปประมวลผลใหม่อย่าง NQ8 AI Gen3 และตัวเอกอย่าง QN900D (43″ – 98″) ที่ทาง Samsung บอกว่านี่คือจอ TV 8K ที่บางที่สุด และพรีเมียมที่สุดที่กำลังจะขายเร็ว ๆ นี้ แถมด้วยฟีเจอร์อัปสเกลภาพ 4K ขึ้นมาเป็น 8K หมดปัญหาสำหรับคนไม่มีคอนเทนต์ 8K ดู โดยยังมีรุ่นรองลงมาอย่าง QN85D (55″ – 85″) ที่ตัดบางฟีเจอร์ AI ออกด้วย นอกจากนี้ยังมี OLED รุ่นใหม่ประจำปีนี้อีก S90D และ S95D ขนาดจอ 55 นิ้ว – 77 นิ้ว ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Glare Free หรือการที่จะไม่มีแสงสะท้อนมารบกวน ตัวจอมีความละเอียด 4K และรีเฟรชเรตที่ 144Hz แต่ของที่น่าจะเป็นไฮไลต์ที่สุดน่าจะเป็นเทคโนโลยีจอ Transparent MicroLED หรือจอ MicroLED แบบโปร่งแสงตัวแรกของโลก จากคำอธิบายจากทาง Engadget เค้าบอกว่าภาพมันใสมากจนเหมือนเป็นภาพโฮโลแกรม โดยในงานมี Demo มาให้ชมถึง 3 รุ่น ซึ่งเป็นรุ่นที่นำมาโชว์เทคโนโลยีเท่านั้น ไม่ได้มีแพลนว่าจะขายจริงเร็ว ๆ นี้ อ้างอิง 1, 2, 3
แบไต๋ • 8 ม.ค. 67
อ่าน
Vivo เปิดตัวรุ่นกลาง V29e: ขุมพลัง Snapdragon 695, จอ AMOLED โค้ง, กล้องเซลฟี 50 ล้านพิกเซล
Vivo ได้เปิดตัวสมาร์ตโฟนระดับกลางรุ่นล่าสุดในซีรีส์ V นั่นคือ V29e ซึ่งโดดเด่นด้วยหน้าจอ AMOLED ขอบโค้ง ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด Full HD+, รีเฟรชเรต 120 Hz และกล้องหน้าความละอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมออโตโฟกัสดวงตา สำหรับกล้องหลังมีความละเอียด 64 ล้านพิกเซล เสริมด้วยกล้อง Ultrawide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล โดยฝาหลังนั้นใช้ดีไซน์ Artistic ที่มาพร้อม 2 โทนสี ยกตัวอย่างเช่นสี Artistic Red ที่สามารถเปลี่ยนจากสีแดงเป็นดำได้เมื่อสัมผัสกับแสง UV ในส่วนของสเปกภายในตัวเครื่องนั้น ได้รับการติดตั้งชิปเซต Qualcomm Snapdragon 695 พร้อมแรม 8 GB และสตอเรจ 128/256 GB โดยทำงานบนซอฟต์แวร์ Funtouch OS 13 ที่อ้างอิงพื้นฐานจาก Android 13 และมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 5,000 mAh รองรับการชาร์จไฟไว 44 W Vivo V29e มาด้วยกัน 2 สี คือ Artistic Red และ Artistic Blue โดยจะวางจำหน่ายในวันที่ 7 กันยายน 2023 ในราคาดังนี้ 8/128 GB : INR 26,999 (ประมาณ 11,500 บาท) 8/256 GB : INR 28,999 (ประมาณ 12,300 บาท) ที่มา : GSMArena
แบไต๋ • 29 ส.ค. 66
อ่าน
Apple Watch จอ microLED อาจเปิดตัวช้ากว่าเดิม เนื่องจากปัญหาด้านการผลิต
ล่าสุดมีรายงานว่า Apple Watch จอ microLED อาจเปิดตัวล่าช้ามากกว่าเดิม จากแผนแรกที่จะเปิดตัวในปี 2025 แต่ตามรายงานใหม่คาดว่าจะเปิดตัวในปี 2026 แทน เนื่องจากข้อจำกัดทางเทคโนโลยีและปัญหาด้านกระบวนการผลิต ตามรายงานระบุว่า LG เป็นซัปพลายเออร์หลักของ Apple (และน่าจะเป็นรายเดียวในตอนนี้) และในขณะเดียวกัน Samsung เอง ก็กำลังหาวิธีการผลิตจอ microLED เช่นกัน ในปัจจุบันการผลิตจอ microLED มีราคาแพงมากเนื่องจากเหตุผลสองประการ ได้แก่ มีกำไรที่ต่ำอย่างเห็นได้ชัด และการผลิตจอเหล่านี้มีความยุ่งยากมาก รวมถึงไม่ได้มาตรฐานตามที่ควรจะเป็น อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า LG ได้คิดวิธีแก้ปัญหาจอ microLED ที่มีข้อบกพร่องแล้ว แต่กระบวนการนี้ก็มีราคาค่อนข้างแพงในปัจจุบัน โดยจอ microLED ดังกล่าวนี้ คาดว่าจะได้ใช้ใน Apple Watch Ultra ในรุ่นแรก และตามมาด้วยรุ่นอื่นในภายหลัง ที่มา : GSMarena.com
แบไต๋ • 11 ส.ค. 66
อ่าน
1 ล้านมีทอน! LG เผยราคาทีวี OLED 97 นิ้ว จอใหญ่สุดในโลก พร้อมเปิดตัวกองทัพทีวีลุยตลาดปี 2023
LG Electronic ประเทศไทย จัดงานฉลอง 10 ปีแห่งความเป็นผู้นำนวัตกรรม OLED พร้อมเปิดตัว LG OLED evo 4K ซีรีส์ G2 ทีวี OLED ที่มีขนาดจอใหญ่ที่สุดในโลกอย่างเป็นทางการในประเทศไทย กับราคาค่าตัว 999,990 บาท นอกจากนี้ยังเปิดตัวทีวี OLED อีกหลากหลายรุ่น ที่มีการอัปเกรดเทคโนโลยีภายใน เพื่อบุกตลาดทีวีไทยในปี 2023 สำหรับทีวี LG ที่เปิดตัวใหม่ในปี 2566 จะมีรายการดังนี้ LG OLED evo 4K ซีรีส์ G2 ขนาด 97 นิ้ว ราคา 999,990 บาท LG StanbyME 24 นิ้ว ราคา 44,990 บาท LG OLED Posé 55 นิ้ว ราคา 67,990 บาท LG OLED 4 ซีรีส์ ได้แก่ Z3, G3, C3, และ B3 ในขนาด 48-88 นิ้ว ราคา 49,990 – 999,990 บาท LG QNED 3 ซีรีส์ 10 รุ่น ซีรีส์ LG QNED MiniLED, QNED86 4K, QNED80 4K, QNED75 4K ในขนาด 55-86 นิ้ว ราคา 24,990 – 149,990 บาท LG NanoCell 2 ซีรีส์ 8 รุ่น และ LG UHD ทั้งหมด 4 ซีรีส์ 15 รุ่น ราคา 12,990 – 84,990 บาท นายซองฮัน จอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา แอลจีได้นำเสนอนวัตกรรมทีวี OLED ระดับโลกสู่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นทีวี LG OLED จอโค้งขนาด 55 นิ้วรุ่นแรกของโลก และวอลล์เปเปอร์ทีวีไร้ขอบ LG OLED หรือทีวี OLED 8K รุ่นแรกของโลก ไปจนถึงเป็นผู้ผลิตทีวี OLED ที่มีขนาดหน้าจอเล็กที่สุดไปจนถึงใหญ่ที่สุด การนำเสนอผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่นออกสู่ตลาด เกิดจากความตั้งใจที่ส่งมอบประสบการณ์ความบันเทิงเหนือระดับและไม่ซ้ำใครให้แก่ผู้บริโภค โดยมีหัวใจสำคัญคือการพัฒนาด้านนวัตกรรมที่ไม่เคยหยุดนิ่ง สอดคล้องกับแนวคิด “Innovation for a Better Life” แอลจีจะเดินหน้านำเสนอนวัตกรรมทีวีที่ก้าวล้ำ เพื่อก้าวต่อไปอย่างแข็งแกร่งในฐานะผู้นำด้าน OLED” ส่วนนายอำนาจ สิงหจันทร์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เทรนด์ของตลาดทีวีโลกเปลี่ยนไปทุกปี โดยในปี 2023 นี้ ผู้บริโภคมองหาทีวีที่ใช้ประเภทจอ OLED ที่มีสีสันสดใสมากขึ้น ส่วนขนาดจอก็ต้องมีความกว้างขึ้น ในขณะเดียวกันก็ยังมองหาเทคโนโลยี AI ที่ทำให้ทีวีมีความฉลาดมากขึ้น และสุดท้ายต้องเข้ากับสไตล์การแต่งบ้านของคนยุคใหม่ แนวทางการตลาดของปีนี้ LG จะเน้นไปที่ตลาด OLED พร้อมกับอัปเกรดเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีกว่าให้กับผู้บริโภค โดยการอัปเกรดใหญ่คือการอัปเกรดชิปประมวลผล AI มาเป็น α9 (อัลฟ่า) AI Processor Gen6 ที่ให้ประสิทธิภาพและมีความเสถียรมากขึ้น ซึ่งจะมี 3 ซีรีส์ที่ได้รับการอัปเกรดชิปประมวลผล ได้แก่ LG OLED 8K evo ซีรีส์ Z3 และ LG OLED evo 4K ซีรีส์ G3 และ C3 นอกจากนี้ยังมีการอัปเกรดความสว่างบนจอภาพเพิ่มขึ้นถึง 70% ด้วยเทคโนโลยี Brightness Booster Max โดยในงานจะมี LG OLED evo 4K ซีรีส์ G2 ขนาด 97 นิ้ว ที่ได้ชื่อว่าเป็นทีวีจอ OLED ที่ใหญ่ที่สุดในโลกมาโชว์ด้วย ซึ่งมีทั้งใส่ขาตั้งอยู่บนเวที และติดเข้ากับกำแพงอยู่ในส่วนแสดง นอกจากนี้ LG OLED Posé ขนาด 55 นิ้ว ที่ดีไซน์สวยเหมาะกับการเอาไปตกแต่งห้อง นอกจากนี้ยังได้เปิดตัว LG StanbyME ขนาด 24 นิ้ว จอทีวีที่มีความเป็นแท็บเล็ต มีแบตเตอรี่ในตัวและมีล้อลาก สามารถพาไปใช้งานตามส่วนต่าง ๆ ของบ้านได้ สุดท้ายทีวีทุกรุ่นของ LG ในปี 2566 จะได้รับการอัปเดตระบบปฏิบัติการ webOS 23 ทำให้อินเทอร์เฟซการใช้งานของทีวีมีความเรียบง่ายและเป็นสัดส่วนมากขึ้น เช่น ฟีเจอร์ Quick Cards จัดหน้าจอตามสไตล์ ช่วยให้ผู้ชมค้นหาคอนเทนต์ที่ต้องการได้ง่ายและรวดเร็ว, ฟีเจอร์ Quick Settings ยังช่วยให้ตั้งค่าฟังก์ชันที่ใช้งานบ่อยได้ โดยไม่จำเป็นต้องเข้าไปเลือกจากเมนูเต็มรูปแบบทุกครั้ง นอกจากนี้เมนู Home Hub ยังรองรับการเชื่อมต่อและควบคุมอุปกรณ์ IoT ภายในบ้านอย่างสะดวกผ่านแอปพลิเคชัน LG ThinQ และมีฟีเจอร์ Game Optimizer ที่สามารถตั้งค่าการเล่นได้โดยไม่ต้องเสียเวลาหยุดหรือออกจากเกม ผู้สนใจสามารถสอบถามได้ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายและสาขาที่ร่วมรายการ รายละเอียดของทีวีแอลจีเข้าชมได้ที่ https://www.lg.com/th/oled หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลแอลจี 0-2057-5757 และติดตามกิจกรรมจากแอลจีได้ทาง
แบไต๋ • 19 ก.ค. 66
อ่าน
ฉลอง 10 ปี LG OLED ! ส่งตัวท็อป evo 4K 97 นิ้ว 999,990 บาท เปิดตลาดลูกค้าไฮเอนด์
เปิดตัว 47 ไลน์อัพทีวีปี 2023 ที่ครอบคลุมทุกความต้องการ พร้อมก้าวสู่ทศวรรษต่อไปอย่างแข็งแกร่งบริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ฉลอง 10 ปี แห่งความเป็นผู้นำนวัตกรรมโอเล็ดทีวี (OLED TV) เปิดตัวไลน์อัพทีวีใหม่ล่าสุดประจำปี 2023 กว่า 47 รุ่น เมื่อ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมดัน LG OLED evo 4K ซีรีส์ G2 ขนาด 97 นิ้ว ซึ่งเป็นทีวี OLED 4K ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มาเปิดตัวในงานด้วยเปิดตัวไลน์อัพใหม่ของ OLED TV ของ LGในการฉลองครบรอบ 10 ปี ของ OLED TV ของแอลจี ได้มีการเปิดราคาสินค้ารุ่นใหม่ของบริษัท ดังนี้แอลจี โอเล็ด อีโว โฟร์เค (LG OLED evo 4K) ซีรีส์ G2 ขนาด 97 นิ้ว ราคา 999,990 บาทแอลจี สแตนด์บายมี (LG StanbyME) นวัตกรรมผสมระว่าง ราคา 44,990 บาทแอลจี โอเล็ด โพเซ่ (LG OLED Pos) ขนาด 55 นิ้ว ราคา 67,990 บาทแอลจี โอเล็ด (LG OLED) 4 ซีรีส์ 11 รุ่น ขนาด 48-88 นิ้ว ช่วงราคา 49,990 999,990 บาทแอลจี คิวเน็ด (LG QNED) 3 ซีรีส์ 10 รุ่น ในขนาด 55-86 นิ้ว ช่วงราคา 24,990 149,990 บาทแอลจี นาโนเซลล์ (LG NanoCell) 2 ซีรีส์ 8 รุ่น และแอลจี ยูเอชดี (LG UHD) ทั้งหมด 4 ซีรีส์ 15 รุ่น ช่วงราคา 12,990 84,990 บาท10 ปีแห่งนวัตกรรม OLED TV ของ LGในการเปิดตัวทีวีรุ่นใหม่ในวาระ 10 ปี ของเทคโนโลยี OLED TV ของ LG ได้มีการเสริมทัพด้วยจอไลฟ์สไตล์รุ่นใหม่อีก 2 รุ่น ได้แก่ LG OLED Pos ที่มอบภาพคมชัดผ่านหน้าจอ OLED evo ในดีไซน์การออกแบบที่สวยและลงตัวสำหรับทุกสไตล์การตกแต่งห้อง และ LG StanbyME จอสัมผัสที่เคลื่อนที่ได้อิสระวางจำหน่ายในตลาดประเทศไทยนอกจากทีวีรุ่นใหม่แล้ว แอลจียังได้เสริมประสบการณ์ความบันเทิงด้านภาพและเสียงให้ล้ำยิ่งขึ้น ปรับปรุงหน้าจอให้มีความสวยและสีสันสว่างสมจริง และสนองความต้องการของผู้บริโภคด้วยพาเนล (Panel) หน้าจอหลายแบบทั้ง OLED, QNED, NanoCell และ UHDตลาด OLED TV ในประเทศไทยผ่านมุมมองของ LGคุณซองฮัน จอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การนำเสนอผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่นออกสู่ตลาด เกิดจากความตั้งใจที่ส่งมอบประสบการณ์ความบันเทิงเหนือระดับและไม่ซ้ำใครให้แก่ผู้บริโภค โดยมีหัวใจสำคัญคือการพัฒนาด้านนวัตกรรมที่ไม่เคยหยุดนิ่ง สอดคล้องกับแนวคิด Innovation for a Better Life แอลจีจะเดินหน้านำเสนอนวัตกรรมทีวีที่ก้าวล้ำ เพื่อก้าวต่อไปอย่างแข็งแกร่งในฐานะผู้นำด้าน OLED ตัวจริงคุณอำนาจ สิงหจันทร์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แอลจีเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดทีวีพรีเมียมของประเทศไทยมาตลอด 10 ปี และมีส่วนแบ่งการตลาดในเซกเมนต์นี้สูงถึง 75% ในปีที่ผ่านมานอกจากนี้ คุณอำนาจยังกล่าวอีกว่า ในปีนี้เรามุ่งมั่นนำเสนอไลน์อัพทีวีหลากหลายรุ่น ที่นำโดยนวัตกรรมทีวี OLED 4K พร้อมกับประเดิมตลาดทีวีไลฟ์สไตล์เป็นครั้งแรก ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภคชาวไทย และมียอดขายในกลุ่มทีวี OLED เพิ่มขึ้น 60% รวมถึงเพิ่มส่วนแบ่งตลาดของแอลจีในตลาดทีวีโดยรวมถึง 21% ภายในปี 2023 แนวคิดการพัฒนา OLED TV ของ LGแอลจี ชู 5 แนวคิด ในการพัฒนาทีวีที่เพิ่มขึ้นในปี 2023 ได้แก่1. อัปเกรดชิปประมวลผลด้วยเทคโนโลยี AIในปีนี้มีทีวี LG OLED ทั้งหมด 3 ซีรีส์ ที่ได้รับการอัพเกรดชิปประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ลฟ่าไนน์ (9 AI Processor) เป็นรุ่นที่ 6 ได้แก่ LG OLED 8K evo, LG OLED evo 4K ซีรีส์ G3 และ C3 เพื่อช่วยประมวลผลการแสดงมิติเฉดสีภาพขาว - ดำ ทิศทางเสียง และความสว่างภาพ2. เพิ่มความส่างและความคมชัด 70%แอลจีนำเสนอฟีเชอร์ Brightness Booster Max เพิ่มความสว่างบนจอภาพ 70% ในทีวี และทุกรุ่นจะมาพร้อมเทคโนโลยี Eye Comfort Display ที่ช่วยลดแสงสีฟ้าที่เป็นอันตรายต่อดวงตา และลดการสะท้อนแสงภาพเพื่อการรับชมต่อเนื่องโดยไม่เมื่อยสายตา3. รับประกันคุณภาพและความน่าเชื่อถือจากการทดสอบโดย RTINGS.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ด้านการทดสอบคุณภาพของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ พบว่า LG OLED TV ลดอาการเบิร์นอิน (Burn-in) ของจอภาพ เนื่องจากจอ OLED ของแอลจีใช้การทำงานของเม็ดพิกเซล 4 สี (RGBW) ทำให้ไม่ต้องใช้เม็ดพิกเซลหลายสีรวมกันเป็นสีขาว เกิดอาการ Burn-in ได้ยากกว่าทีวีที่ใช้งานเม็ดพิกเซลเพียงแค่ 3 สี (RGB)4. การออกแบบที่สวยและลงตัวกับทุกการใช้งานแอลจี เปิดตลาดไลฟ์สไตล์ทีวีในปี 2023 ผ่าน LG OLED Pos ขนาด 55 นิ้ว สวยงามลงตัวทุกมุมมอง และเปิดตัว LG StanbyME จอสัมผัสเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระด้วยล้อลากและแบตเตอรี่ในตัว และจอภาพที่ออกแบบมาให้ปรับหมุนได้ ซึ่งเป็นการสร้างสินค้าแบบใหม่ตามไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายมากขึ้นในปัจจุบัน5. เน้นประสบการณ์ของผู้ใช้งานเป็นสำคัญนอกจากการเปิดตัวสินค้าใหม่แล้ว ทีวีแอลจีรุ่นปี 2023 ยังได้รับการอัปเดตระบบปฏิบัติการ webOS 23 เน้นหน้าตาการใช้งาน (User Interface) ที่เรียบง่ายและเป็นสัดส่วนมากขึ้น จัดหน้าจอแบบควิก การ์ด (Quick Cards) ค้นหาคอนเทนต์ที่ต้องการได้ง่ายและรวดเร็ว พร้อมฟีเชอร์ Quick Settings ยังช่วยให้ตั้งค่าฟังก์ชันที่ใช้งานบ่อยได้แอลจียังได้จัดการให้ฟีเชอร์โฮมฮับ (Home Hub) รองรับการเชื่อมต่อและควบคุมอุปกรณ์ IoT ภายในบ้านผ่านแอปพลิเคชัน LG ThinQ และมีฟีเจอร์ Game Optimizer ที่สามารถตั้งค่าการเล่นได้โดยไม่ต้องเสียเวลาหยุดหรือออกจากเกมอีกด้วยที่มาข้อมูลLG Newsroom
TNN ช่อง16 • 19 ก.ค. 66
อ่าน
Honor เปิดตัวสมาร์ตโฟนระดับกลาง X50 และ X50i: จอ AMOLED, ชิป Snapdragon 6 Gen 1, กล้อง 108 ล้านพิกเซล
Honor แบรนด์ที่แยกออกจาก Huawei ได้เปิดตัวสมาร์ตโฟนระดับกลางซีรีส์ล่าสุด นั่นคือ X50 ซึ่งประกอบด้วย X50 รุ่นมาตรฐาน ที่มาพร้อมชิปเซต Qualcomm Snapdragon 6 Gen 1, กล้องหลัง 108 ล้านพิกเซล และแบตเตอรี่ 5,800 mAh ที่รองรับการชาร์จไฟ 33W อีกรุ่นหนึ่งคือ X50i ที่ปรับลดสเปกลง โดยมาพร้อมจอ LCD ระดับ 90 Hz, ชิปเซต MediaTek Dimensity 6020 และกล้องหลัง 100 ล้านพิกเซล Honor X50 เริ่มกันที่ Honor X50 ที่ปรับมาใช้แผงหน้าจอ AMOLED ขอบโค้ง ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด 1,200 x 2,652 พิกเซล และรีเฟรชเรต 120 Hz โดยได้รับการเจาะรูเพื่อติดตั้งกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และติดตั้งกล้องหลังควาละอียด 108 ล้านพิกเซล (f/1.75) เสริมด้วยเซนเซอร์วัดระยะความละเอียด 2 ล้านพิกเซล Honor X50 ได้รับการติดตั้งชิปเซต Qualcomm Snapdragon 6 Gen 1 ที่มีความเร็วสูงสุด 2.2 GHz ซึ่งทำงานควบคู่กับแรม 16 GB และสตอเรจ 512 GB พร้อมด้วยแบตเตอรี่ขนาด 5,800 mAh รองรับการชาร์จไฟ 33 W, ซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการ MagicOS 7.1 ที่อ้างอิงพื้นฐานมาจาก Android 13 และมาตรฐานกันน้ำระดับ IP53 (ป้องกันละอองน้ำที่ตกกระทบตัวเครื่อง) Honor X50 มีราคาเริ่มต้นที่ 1,399 หยวน (ประมาณ 6,800 บาท) สำหรับหน่วยความจำ 8/128 GB และสูงสุดถึง 1,999 หยวน (ประมาณ 9,700 บาท) สำหรับหน่วยความจำ 16/512 GB โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 14 กรกฎาคม 2023 นี้ Honor X50i Honor X50i ได้รับการปรับลดสเปกบางส่วนลงจาก X50 โดยปรับมาใช้แผงหน้าจอ LCD แบบ LTPS ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด 1,080 x 2,388 พิกเซล และรีเฟรชเรต 90 Hz พร้อมทั้งติดตั้งชิปเซต MediaTek Dimensity 6020 ความเร็วสูงสุด 2.2 GHz ซึ่งทำงานร่วมกับแรม 8/12 GB และสตอเรจ 256 GB ในส่วนของกล้องหลังนั้นมีความละเอียด 100 ล้านพิกเซล (f/1.9) และด้วยเซนเซอร์วัดระยะความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ในส่วนของซอฟต์แวร์ยังคงเป็น MagicOS 7.1 และมีแบตเตอรี่ขนาด 4,500 mAh ที่รองรับการชาร์จไฟ 33 W Honor X50i มีราคาเริ่มต้นที่ 1,379 หยวน (ประมาณ 6,700 บาท) สำหรับหน่วยความจำ 8/256 GB และสูงสุดถึง 1,679 หยวน (ประมาณ 8,100 บาท) สำหรับหน่วยความจำ 12/256 GB ที่มา : GSMArena
แบไต๋ • 6 ก.ค. 66
อ่าน
Samsung เปิดราคา Odyssey OLED G9 จอโค้งกว้างสะใจ 49 นิ้ว
เอาใจชาวเกมเมอร์ เมื่อบริษัทอิเล็กทรอนิกส์สัญชาติเกาหลีอย่างซัมซุง (Samsung) เริ่มวางขายจอมอนิเตอร์ใหม่ที่มีชื่อรุ่นว่า โอดิสซีย์ โอเล็ต จี9 (Odyssey OLED G9) ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเอาใจเหล่าเกมเมอร์เป็นพิเศษด้วยไฟอาร์จีบี (RGB) รอบด้านหลังจอที่สามารถตั้งค่าให้ไฟแสดงสีและกระพริบได้แบบสอดคล้องกับภาพที่แสดงบนจอ โดยมันเปิดตัวครั้งแรกในงานแสดงเทคโนโลยีระดับโลก 2023 (CES หรือ Consumer Electronics Show 2023)จอโค้งใหญ่สะใจ 49 นิ้วโดยจอมอนิเตอร์รุ่นนี้เป็นจอแบบโค้ง 1800R สามารถรับชมได้ดีที่สุดในระยะไม่เกิน 1.8 เมตร ซึ่งเป็นจอประเภท QD OLED ที่สามารถแสดงสีสันได้อย่างสดสด มีขนาดใหญ่ถึง 49 นิ้ว, มีอัตราส่วนกว้างยาว 32:9, มีอัตรารีเฟรช 240 เฮิร์ต และใช้ระยะเวลาตอบสนองเพียง 0.03 มิลลิวินาทีนอกจากนี้ มันยังมาพร้อมระบบปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (AI) สำหรับปรับคอนทราสต์ของภาพ ซึ่งมันจะทำการปรับสีขาวและดำให้เหมาะสมกับคุณภาพของภาพโดยตัวจอได้รับใบรับรอง VESA DisplayHDR True Black 400 ซึ่งมันมีความสว่างมาตรฐานอยู่ที่ 250 นิต และมีความสว่างสูงสุดที่ 400 นิตแม้จะกว้างมากแต่หน้าจอมีความหนาเพียง 4.5 มิลลิเมตร ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของจอรุ่นนี้ เมื่อนำจุดเด่นเรื่องความบางมารวมกับสีเงินโลหะของจอ ทำให้มันดูมีดิไซน์ที่ล้ำสมัยในส่วนของพอร์ต จอรุ่นนี้มาพร้อมกับ DisplayPort 1 ช่อง, พอร์ต HDMI 2 ช่อง, พอร์ต Micro HDMI 1 ช่อง และ USB Hub ซึ่งผู้ใช้งานสามารถเหน็บสายต่าง ๆ ได้กับขาตั้งจอ ทำให้โต๊ะคอมพิวเตอร์ดูไม่รกและสะอาดตามากยิ่งขึ้นเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าแล้ว !โดยทางซัมซุงเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าแล้วในราคา 2,199 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 76,000 บาทข้อมูลจาก tomsguideภาพจากEngadget
TNN ช่อง16 • 20 มิ.ย. 66
อ่าน
เปิดตัว Amazfit Pop 3S : สมาร์ตวอตช์สายกีฬา จอ AMOLED 1.96 นิ้ว, โทรผ่าน Bluetooth ได้
Amazfit แบรนด์ย่อยของ Xiaomi ที่มุ่งเน้นพัฒนาสมาร์ตวอตช์ ได้เปิดตัวสมาร์ตวอตช์สายออกกำลังกายรุ่นล่าสุด นั่นคือ Amazfit Pop 3S ที่มาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่ Amazfit เคยพัฒนามา Amazfit Pop 3S มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 1.96 นิ้ว ความละเอียด 410 x 502 พิเซล โดยมีฟีเจอร์ Always On เพื่อแสดงผลการแจ้งเตือนตลอดเวลาโดยใช้พลังงานเพียงเล็กน้อย และมีหน้าปัดให้เลือกกว่า 100 แบบ กรอบตัวเครื่องนั้นผลิตจากวัสดุโลหะผมทองแดง ในขณะที่ปุ่มกดนั้นผลิตจากวัสดุสเตนเลสสตีล ซึ่งทำให้เชื่อมั่นได้ว่ามีความทนทานมากทีเดียว Amazfit Pop 3S ยังมาพร้อมฟีเจอร์แสดงอัตรการเต้นของหัวใจตลอดเวลา, ระดับออกซิเจนในเลือด, ระดับความเครียด และติดตามคุณภาพการนอนหลับ อีกทั้งยังมีโหมดติดตามการออกกำลังกายมากกว่า 100 ประเภท, มาตรฐานกันน้ำและฝุ่นระดับ IP68 (แช่ในน้ำจืดลึก 1.5 เมตร ได้สูงสุด 30 นาที) นอกจากนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนผ่าน Bluetooth LE 5.2, รองรับการโทรผ่าน Bluetooth ไปยังสมาร์ตโฟน และแบตเตอรี่ 300 mAh ที่รองรับการใช้แบบปกติได้ 12 วัน ในส่วนของราคานั้นอยู่ที่ 3,499 รูปีอินเดีย หรือประมาณ 1,500 บาท สำหรับเวอร์ชันที่มาพร้อมสายซิลิโคน แต่สำหรับเวอร์ชันที่มาพร้อมสายโลหะนั้น จะมีราคาอยู่ที่ 3,999 รูปีอินเดีย หรือประมาณ 1,700 บาท ที่มา : GSMArena
แบไต๋ • 17 มิ.ย. 66
อ่าน
LG Display จะได้ส่วนแบ่งการผลิตจอ OLED สำหรับ iPhone 15 Pro และ 15 Pro Max เพิ่มขึ้น
เว็บไซต์ The Elec จากประเทศเกาหลีใต้ ได้รายงานว่า LG Display จะได้ส่วนแบ่งการผลิตแผงหน้าจอ LTPO OLED สำหรับซีรีส์ iPhone 15 Pro เพิ่มขึ้นจากปีก่อน รายงานดังกล่าวระบุว่า LG ได้ขยายกำลังการผลิตแผงหน้าจอ LTPO OLED ในสัปดาห์นี้ เพื่อรองรับการผลิต iPhone 15 Pro และ iPhone 15 Pro Max ในปีนี้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นข่าวร้ายสำหรับ Samsung Display ที่เคยครองส่วนแบ่งการผลิตแผงหน้าจอ OLED ของซีรีส์ iPhone 14 Pro เมื่อปี 2022 สูงสุดถึง 70% ย้อนกลับไปเมื่อปี 2022 ที่ผ่านมา LG ได้รับอัตราผลตอบแทนจากการผลิตแผงหน้าจอ LTPO OLED ในระดับต่ำมาก ส่งผลทำให้เกิดข้อจำกัดในการผลิตแผงหน้าจอให้แก่ Apple และทำให้การจัดส่งแผงหน้าจอให้แก่ iPhone 14 Pro Max เพียงบางส่วน เกิดความล่าช้า ซึ่งส่งผลทำให้ Samsung เข้ามาแย่งส่วนแบ่งการผลิตแผงหน้าจอของ Apple ไปแทน ในปัจจุบัน LG และ Samsung ได้ทำข้อตกลงร่วมกัน โดย LG นั้น เป็นผู้ผลิตแผงหน้าจอ OLED ให้แก่โทรทัศน์ Samsung จอ 77 นิ้ว และ 83 นิ้ว ตั้งแต่ปี 2024 ไปจนถึงปี 2026 ที่มา : GSMArena
แบไต๋ • 2 มิ.ย. 66
อ่าน
Vivo ปล่อยทีเซอร์ V29 Pro เผยมาพร้อมจอ OLED, กล้อง 64 ล้านพิกเซล, แบตเตอรี่ 5,000 mAh
Vivo หนึ่งในแบรนด์สมาร์ตโฟนที่ได้รับความนิยมสูงในประเทศจีน ได้ปล่อยภาพทีเซอร์ของ V29 Pro ที่เตรียมจะได้รับการเปิดตัวในเร็ว ๆ นี้ ภายหลังจากที่ได้เปิดตัวรุ่น V27 Pro ไปแล้วเมื่อเดือนมีนาคม 2023 ที่ผ่านมา พร้อมเผยให้ทราบข้อมูลสเปกที่สำคัญหลายส่วนลงในหน้าเพจของ Vivo ประเทศฟิลิปปินส์ Vivo V29 Pro จะมาพร้อมหน้าจอ OLED ของโค้ง ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด 1080p และรีเฟรชเรต 120 Hz โดยติดตั้งต้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล (กล้องหลัก) ส่วนกลอ้งหน้านั้นมีความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ในส่วนของแบตเตอรี่นั้น มีขนาดความจุมากถึง 5,000 mAh รองรับการชาร์จไฟ 66 W พร้อมด้วยแรม 12 GB และสตอเรจ 256 GB นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ว่า V29 Pro จะได้รับการติดตั้งซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการ Android 13 ครอบด้วย Funtouch 13 ที่ปรับแต่งการทำงานให้เป็นไปตามที่ Vivo ต้องการ ทั้งนี้ได้มีการคาดการณ์ว่า Vivo อาจเปิดตัว V29 Pro ในเดือนมิถุนายน 2023 นี้ ที่มา : GSMArena , Gizmochina
แบไต๋ • 30 พ.ค. 66
อ่าน
Huawei จับมือ ZTE และ BOE พัฒนากล้องเซลฟีติดตั้งในแผงหน้าจอ OLED แบบพับได้
Digital Chat Station ได้รายงานว่า บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของประเทศจีนอย่าง Huawei, ZTE และ BOE ได้จับมือกันเพื่อพัฒนาแผงหน้าจอ OLED แบบพับได้ที่ได้รับการติดตั้งกล้องใต้แผงหน้าจอที่ดีที่สุด โดยสมาร์ตโฟนรุ่นแรกที่จะได้ใช้เทคโนโลยีดังกล่าวอาจเป็น Huawei Mate X4 ที่จะเปิดตัวในอนาคต อย่างไรก็ดี Huawei Mate X4 จะมิใช่สมาร์ตโฟนรุ่นแรกที่ได้ใช้แผงหน้าจอแบบพับได้ที่ติดตั้งกล้องหน้าภายใต้แผงหน้าจอ เน่องจาก Samsung ได้เปิดตัว Galaxy Fold 4 ที่มาพร้อมแผงหน้าจอในลักษณะดังกล่าวมาแล้ว แต่ยังมีคุณภาพไม่สูงมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่ Huawei, ZTE และ BOE ต้องการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น เทคโนโลยีใหม่ที่ทั้ง 3 บริษัท กำลังพัฒนานี้ เรียกว่าแผงหน้าจอ OLED แบบ Q8 ซึ่งมีข่าวลือว่าได้รับการแก้ไขปัญหาคุณภาพกล้องเรียบร้อยแล้ว โดยใช้เทคโนโลยีของ ZTE ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาแผงหน้าจอพับได้ และ BOE ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตแผงหน้าจอพับได้ มาแก้ไขข้อบกพร่องนี้ แผงหน้าจอดังกล่าวมีความละเอียด 2480 x 1116 พิกเซล และใช้ความถี่ในระดับ 1,440 Hz ในการกะพริบของหลอด LED ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของภาพที่นุ่มนวลและช่วยประหยัดพลังงาน ภาพจาก BOE ที่มา : GSMArena พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส
แบไต๋ • 2 พ.ค. 66
อ่าน
Apple มอบให้ Samsung และ LG ผลิตจอ microLED แทนจอ OLED แบบเดิม
The Korea Herald ได้รายงานว่า Apple เตรียมเปลี่ยนมาใช้แผงหน้าจอ microLED (Micro Light-Emitting Diode) แทน OLED แบบเดิมในต้นปี 2024 นี้ ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องไปถึงการปรับเปลี่ยนการผลิตอย่างหลักเลี่ยงไม่ได้ ทาง Institute for Information & Communications Technology Promotion (IITP) ได้รายงานว่า Apple กำลังมองหาแนวทางในการผลิตแผงหน้าจอ microLED ด้วยตนเอง แต่ด้วยความไม่พร้อมในการเปลี่ยนถ่ายการผลิตในตอนนี้ ทำให้ต้อใช้ผู้การผลิตจากเกาหลีใต้เสียก่อน โดย Samsung Display และ LG Display จะเป็นผู้รับผิดชอบการผลิตแผงหน้าจอ microLED อย่างน้อย 60% การเปลี่ยนมามาใช้เทคโนโลยีแผงหน้าจอ microLED นั้น จะเริ่มในปี 2024 โดยเริ่มจาก Apple Watch Ultra ส่วน iPhone นั้น จะเริ่มใช้แผงหน้าจอ microLED ในปี 2025 เป็นอย่างเร็ว รายงานดังกล่าวยังได้ระบุว่า Apple จะผลักดันการผลิตชิป M1 สำหรับ MacBook ซึ่งอาจส่งผลทำให้ส่วนแบ่งตลาดการผลิตชิปของ Intel, Qualcomm และ Broadcomm ลดลง ในขณะที่ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของโลก TSMC อาจเข้าสู้เพื่อแย่งส่วนแบ่งการผลิตจาก Samsung Semiconductor ด้วยการเปิดโรงงานใหม่ในแอริโซนาในปี 2024 นี้ ที่มา : GSMArena
แบไต๋ • 27 เม.ย. 66
อ่าน
Apple อาจเปลี่ยนจากจอ OLED เป็น microLED ภายในปี 2024 เริ่มต้นที่ Apple Watch Ultra เป็นลำดับแรก
รายงานจาก The Korea Herald เผย Apple จะเปลี่ยนจากจอ OLED มาเริ่มต้นใช้จอ microLED ในปี 2024 ซึ่งตรงกับข่าวลือ 2 ครั้งก่อนหน้านี้ที่ระบุในทำนองเดียวกันว่า อย่างไรก็จะมีการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นแน่! แม้เป้าหมายสุดท้ายของ Apple จะเป็นการผลิตแผงหน้าจอได้ด้วยตนเอง แต่การจะไปถึงจุดหมายนั้นก็ยังไม่ใกล้นัก ดังนั้นในตอนนี้ Apple จึงยังต้องใช้หน้าจอจากบริษัทเกาหลีอย่าง Samsung หรือ LG ต่อไป โดยรายงานระบุว่า Samsung Display และ LG Display ผลิตหน้าจอให้กับ Apple มากถึง 60% ของออเดอร์ทั้งหมดเลยทีเดียว สำหรับสินค้าแรกที่จะได้เปลี่ยนจากจอ OLED มาเป็น microLED ก็คือ Apple Watch Ultra โดยการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อผลสำเร็จในการผลิตเพิ่มขึ้นและราคาของวัตถุดิบถูกลงกว่าปัจจุบัน ส่วนการเปลี่ยนมาใช้จอ microLED ใน iPhone นั้นคาดว่าจะเริ่มต้นช้าไปอย่างน้อย 1 ปี คือเร็วที่สุดในปี 2025 ที่มา: GSMArena
แบไต๋ • 26 เม.ย. 66
อ่าน
ลือ Apple เตรียมเปิดตัว MacBook Air จอ OLED ต้นปีหน้า !
ล่าสุดมีรายงานว่า MacBook Air รุ่นใหม่ อาจจะเป็น MacBook เครื่องแรกที่ใช้จอแบบ OLED และอาจจะเปิดตัวในต้นปีหน้านี้ โดยตามรายงานบอกว่า MacBook Air รุ่นใหม่จะใช้เทคโนโลยี OLED ที่มีชื่อว่า “Tandem Stack” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่จะช่วยปรับปรุงอายุการใช้งานของจอแสดงผล ปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานแบตเตอรี่รวมถึงมีความสว่างที่มากกว่าปกติ แม้ว่า MacBook Air จะเปลี่ยนไปใช้จอแสดงผลแบบ OLED แต่ใน MacBook Pro อาจจะยังคงใช้จอแสดงผล mini-LED ไปอีกซักพัก และยังไม่มีข้อมูลว่า MacBook Pro จะเปลี่ยนไปใช้จอ OLED ในช่วงใด คาดว่าตอนนี้ทาง Apple กำลังพัฒนา MacBook Air 13 & 15 นิ้ว ที่จะใช้ชิปรุ่นใหม่อย่าง M3 แม้ว่าทาง Apple ยังไม่ได้เปิดเผยอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่คาดว่า MacBook Air รุ่นใหม่จะเปิดตัวในช่วงเดือนมิถุนายนระหว่างงาน WWDC 2024 ที่มา Gizmochina.com
แบไต๋ • 22 มี.ค. 66
อ่าน
Garmin เปิดตัวนาฬิกาขั้นเทพสำหรับวิ่งรุ่นแรกที่มีหน้าจอ AMOLED
ปัจจุบันนาฬิกากับนักวิ่งกลายเป็นสิ่งที่ควบคู่กัน โดยนาฬิกาแบรนด์ Garmin นับได้ว่าเป็นนาฬิกายอดนิยมสำหรับผู้รักการออกกำลังกาย ล่าสุด Garmin ได้เปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ขั้นเทพโดยใช้หน้าจอความคมชัดสูง AMOLED พร้อมฟีเชอร์การทำงานสุดเทพอีกมากมายบริษัทได้เปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่หน้าจอ AMOLED พร้อมกัน 2 รุ่น คือ Forerunner 965 และ 265 series นักวิ่งที่สวมใส่นาฬิการุ่นนี้สามารถตรวจสอบการเต้นของหัวใจ (HRV) สถิติด้านสุขภาพเพื่อให้สอดคล้องกับการออกกำลังกายที่เหมาะสมนาฬิกา Forerunner 265 Series มีสองขนาด (42mm Forerunner 265S และ 46mm Forerunner 265) 265S แบตเตอรี่รองรับการใช้งาน 24 ชั่วโมง รองรับระบบการนำทางด้วยดาวเทียม GPS รวมไปถึงการติดตามการนอนหลับและความเครียด, การตรวจสอบรอบเดือนและการติดตามการตั้งครรภ์สำหรับนาฬิกา Forerunner 965 เป็นรุ่นไฮเอนด์ที่มีหน้าจอ AMOLED ขนาด 1.4 นิ้ว แบตเตอรี่รองรับการใช้งาน 31 ชั่วโมง นาฬิกาติดตั้งฟีเชอร์ออกกำลังกายไว้อย่างครบครันเพื่อนาฬิกาสามารถเป็นผู้ช่วยในการออกกำลังกายที่เหมาะสมและปลอดภัย เช่นเดียวกับรุ่นก่อนหน้า นาฬิการุ่นนี้รองรับระบบแผนที่ผ่านดาวเทียม GPS สามารถระบุระยะทางพร้อมพื้นที่สำหรับการจัดเก็บไฟล์เพลงราคาจำหน่ายนาฬิการุ่น Forerunner 965 อยู่ที่ 600 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 20,905 บาท เปิดจำหน่ายในช่วงปลายเดือนมีนาคม และรุ่น Forerunner 265 ที่เปิดจำหน่ายแล้วในวันที่โดยมีนาคมจำหน่ายอยู่ที่ 450 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 15,680 บาทที่มาของข้อมูล Engadgetที่มาของรูปภาพ Garmin
TNN ช่อง16 • 4 มี.ค. 66
อ่าน
ไร้แวว BOE : Apple สั่งผลิตจอ OLED สำหรับ iPad Pro จาก Samsung และ LG เท่านั้น
แหล่งข่าวจากประเทศเกาหลีใต้ได้รายงานว่า Apple อาจเลื่อนการเปิดตัว iPad Pro รุ่นใหม่ในปี 2023 นี้ออกไปเป็นต้นปี 2024 โดยมีความเป็นไปได้สูงว่าจะมีการเปลี่ยนแผงหน้าจอจาก LCD เป็น OLED ที่จะผลิตโดย Samsung และ LG สิ่งที่น่าสนใจคือชื่อของ BOE บริษัทผู้ผลิตแผงหน้าจอจากประเทศจีนที่ร่วมงานกับ Apple มาระยะหนึ่งแล้ว ได้หายไป เนื่องจากข้อตกลงระหว่าง 2 บริษัท ยังอยู่ในขั้นตอนการเจรจา ซึ่งทำให้ BOE พลาดการผลิตแผงหน้าจอ OLED สำหรับ iPad รุ่นใหม่ไป (อาจเฉพาะในคำสั่งผลิตชุดแรกเท่านั้น) iPad เป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างผลกำไรให้แก่ Apple อย่างมหาศาล ซึ่ง Apple สามารถจำหน่าย iPad รุ่นเรือธง ระหว่างเดือนตุลาคม – ธันวาคม 2022 ไปได้มากกว่า 70 ล้านเครื่อง นอกจากนี้ Apple ยังทำรายได้จากากรจำหน่าย iPad ในปี 2022 ไปถึง 9,400 ล้านเหรียญ ซึ่งเพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับรายได้เมื่อปี 2021 ที่ผ่านมา สำหรับ iPad Pro รุ่นใหม่ที่จะได้รับการเปิดตัวในอนาคตนั้น จะมาพร้อมแผงหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ขึ้น จาก 11 นิ้ว เป็น 11.1 นิ้ว และ 12.9 นิ้ว เป็น 13.1 นิ้ว ทั้งนี้ Kang Min-su นักวิเคราะห์จาก Omdia ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่ Apple เลือกให้ Samsung และ LG เป็นผู้ผลิตแผงหน้าจอสำหรับ iPad Pro ทั้งหมดนั้น ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ยอดเยี่ยม เนื่องจากทั้ง 2 บริษัท ต่างก็ความเชี่ยวชาญและเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีการผลิตแผงหน้าจอ OLED ในตลาดทั่วโลก ด้วยกันทั้งสิ้น อ้างอิง
แบไต๋ • 25 ก.พ. 66
อ่าน
หลุดสเปก Vivo V27e ก่อนเปิดตัวจริง 1 มี.ค. นี้ : จอ AMOLED 6.62 นิ้ว, ชิป MediaTek G99
Vivo เตรียมเปิดตัวสมาร์ตโฟนซีรีส์ V27 ในวันที่ 1 มมีนาคม 2023 นี้ โดยคาดว่าจะมี 3 รุ่นด้วยกัน คือ V27, V27 Pro และ V27e ล่าสุดได้มีข้อมูลสเปกของ V27e หลุดออกมา ซึ่งแสดงให้เห็นดีไซน์ตัวเครื่องและบอดีสีม่วง Lavender Purple ที่โดดเด่น Vivo V27e ดังกล่าว ได้รับการเปิดให้จองผ่านช่องทางออฟไลน์แล้วที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งมาพร้อมแถมน่าสนใจอย่าง ลำโพงอัจฉริยะ และตัวติดตามอัจฉริยะ (Smart Tracker) โดยมีการเปิดเผยสเปกที่น่าสนใจ ดังนี้ หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.62 นิ้ว, รีเฟรชเารต 120 Hz ชิปเซต MediaTek G99 (ชิปเซตเกมมิงสำหรับสมาร์ตโฟนระดับ ผลิตด้วยเทคโนโลยี 6 นาโนเมตร, ความเร็วสูงสุด 2.2 GHz, ติดตั้งชิปกราฟิก Arm Mali G57) แรม 8 GB สตอเรจ 128 GB กล้อง : 64 ล้านพิกเซล (หลัก + OIS) + 2 ล้านพิกเซล (Macro) + 2 ล้านพิกเซล (เซนเซอร์วัดระยะ) ระบบปฏิบัติการ Funtouch OS (อ้างอิงพื้นฐานจาก Android 13) แบตเตอรี่ 4,600 mAh, ชาร์จไว 66 W มาตรฐานกันน้ำและฝุ่น IP54 (ป้องกันฝุ่นและละอองน้ำได้ดี) อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลสเปกของสมาร์ตโฟนรุ่นอื่น ๆ ในซีรีส์นี้ รวมถึงราคาของแต่ละรุ่นแต่อย่างใด อ้างอิง
แบไต๋ • 22 ก.พ. 66
อ่าน
หลุดสเปก Huawei P60 Pro มาพร้อมชิป Snapdragon 8 Gen 2, จอ OLED
Huawei เตรียมเปิดตัวสมาร์ตโฟนระดับพรีเมียมในซีรีส์ P60 ในเดือนมีนาคม 2023 นี้ ที่ประเทศจีน ซึ่งทำให้หลายแหล่งข่าวเริ่มปล่อยข้อมูลออกมาให้ทราบกัน ล่าสุดแหล่งข่าววงในจากประเทศได้ออกมมาเปิดเผยสเปกของ P60 Pro ว่าจะมาพร้อมชิปเซตระดับพรีเมียมรุ่นล่าสุดอย่าง Qualcomm Snapdragon 8 Gen 2 และยังคงถูกจำกัดให้เชื่อมต่อเฉพาะ LTE เท่านั้น แหล่งข่าวจากประเทศจีนได้อ้างว่า Huawei P60 Pro จะมาพร้อมหน้าจอ OLED ขนาด 6.6 นิ้ว ความละเอียด 1440p, มีแบตเตอรี่ขนาด 5,000 mAh, รองรับการชาร์จไฟที่ 100 W และรองรับการชาร์จไร้สายที่ 50 W ในส่วนของกล้องหลักด้านหลังนั้นใช้เซนเซอร์ภาพ Sony IMX888 ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล เสริมด้วยกล้อง Ultrawide เซนเซอร์ Sony IMX858 ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล และกล้อง Telephoto เซนเซอร์ OmniVision OV64B Huawei P60 Pro ยังมาพร้อมมาตรฐานการกันน้ำและฝุ่นระดับ IP68 และติดตั้งซอฟต์แร์ HarmonyOS 3.0 แต่ยังไม่มีการเปิดเผยกำหนดการเปิดตัวระดับโลกและราคาให้ทราบแต่อย่างใด อ้างอิง
แบไต๋ • 24 ม.ค. 66
อ่าน
Apple เตรียมทิ้ง OLED ใช้จอ micro-LED ในทุก ๆ ผลิตภัณฑ์
นอกจากการเปลี่ยนผ่านจากชิป Intel สู่ Apple Silicon แล้ว ดูเหมือนว่า Apple กำลังวางแผนที่จะเปลี่ยนผ่านหน้าจอ OLED ที่ตอนนี้อาศัยผู้ผลิตอื่นในการผลิตให้เป็นหน้าจอ micro-LED ที่ตัวเองออกแบบเองอีกด้วย Bloomberg รายงานว่า Apple กำลังวางแผนที่จะใช้หน้าจอ micro-LED กับทุกอุปกรณ์ของตัวเอง แต่แผนการดังกล่าวน่าจะใช้เวลานานถึง 10 ปี เนื่องจากความพร้อมของเทคโนโลยีและการผลิต โดยหน้าจอ micro-LED นั้น Apple จะพัฒนาในแบบของตัวเองขึ้นมา แทนที่จะพึ่ง Samsung และ LG แบบที่ทำอยู่ทุกวันนี้ (แต่ก็คงจ้างคนอื่นผลิตเหมือนเดิม) การเปลี่ยนผ่านจากหน้าจอ OLED สู่ micro-LED คาดว่าจะเริ่มที่ Apple Watch Ultra รุ่นปี 2024 ก่อน โดย Apple วางแผนที่จะใช้หน้าจอ micro-LED ตั้งแต่ iPhone, iPad, Mac และ Apple Watch ทุกรุ่น ทุกโมเดล ในแง่ของประโยชน์การใช้งาน micro-LED มีคุณสมบัติที่ดีกว่า mini-LED หรือ OLED ในด้านความสว่างของหน้าจอ สีสันที่ดีกว่า มุมมองการใช้งานที่ดีขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือการใช้วัสดุที่ออกแบบภายในบริษัทเองทำให้ความเข้ากันของอุปกรณ์จะดีกว่า ตามแบบที่ Apple พยายามทำมาตลอด ที่มา MacRumors
แบไต๋ • 16 ม.ค. 66
อ่าน
Samsung Galaxy Watch อาจเปลี่ยนมาใช้จอ microLED ในปีหน้า!
Samsung เป็นซัพพลายเออร์หน้าจอ OLED รายใหญ่ที่สุดในวงการสมาร์ตโฟนและสมาร์ตวอตช์ และในอนาคตเราก็อาจยังเห็น Samsung เป็นผู้นำในด้านนี้ต่อไปอยู่ดี เพราะมีรายงานว่า Samsung กำลังเตรียมตัวที่จะเปลี่ยนมาใช้หน้าจอชนิดใหม่สำหรับสมาร์ตวอตช์รุ่นถัดไป จากรายงานพบว่า ในปีที่แล้ว Samsung ได้ตั้งทีมเพื่อจะโฆษณาและขายหน้าจอ microLED สำหรับสมาร์ตวอตช์ ในขณะที่ปัจจุบันจอ microLED มีวางขายอยู่ในกลุ่มทีวีระดับพรีเมียม อย่างไรก็ตามเราอาจไม่ได้เห็น Galaxy Watch หรือ Apple Watch รุ่นที่จะเปิดตัวในปีนี้ใช้จอ microLED เพราะการออกแบบสินค้าที่จะวางขายในปีนี้ควรจะเสร็จเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นสมาร์ตวอตช์ที่จะเปิดตัวในปีหน้าจึงเป็นความหวังที่เราจะได้เห็นสมาร์ตวอตช์จอ microLED ที่มา: GSMArena
แบไต๋ • 12 ม.ค. 66
ดูเพิ่มเติม