รีเซต

ผลการค้นหา “#VillagerNews” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ทีเอ็นเอ็น 16
ดู

ทีเอ็นเอ็น 16

Tech Now
ดู

Tech Now

TNN 16 HD
ดู

TNN 16 HD

คิดถึงมะบ้านเก่า

คิดถึงมะบ้านเก่า

เกมRoblox

โรงพยาบาลเปาโล เกษตร
สิทธิพิเศษ

โรงพยาบาลเปาโล เกษตร

-

หมู่บ้านโคกะโหลก
ดู

หมู่บ้านโคกะโหลก

A Casual Journey Through Our Hometown Mountains:The Goromaru Episode
ดู

A Casual Journey Through Our Hometown Mountains:The Goromaru Episode

คลินิก พญ.จิรกิติ-นพ.เฉลิมเกียรติ
สิทธิพิเศษ

คลินิก พญ.จิรกิติ-นพ.เฉลิมเกียรติ

-

BTG ส่งมอบอาหาร-อาหารสัตว์บรรเทาทุกข์น้ำท่วมภาคใต้
อ่าน

BTG ส่งมอบอาหาร-อาหารสัตว์บรรเทาทุกข์น้ำท่วมภาคใต้

#BTG #ทันหุ้น-บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG ร่วมส่งความห่วงใยและกำลังใจแก่ประชาชนและพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ โดยบริจาคผลิตภัณฑ์ในเครือ ประกอบด้วย ไข่ไก่ เนื้อไก่ และอาหารสัตว์เลี้ยงสำหรับสุนัขและแมว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านอาหารแก่ผู้ประสบภัย และสัตว์เลี้ยงทั้งนี้ เบทาโกรได้กระจายการส่งมอบผลิตภัณฑ์ไข่ไก่ จำนวน 60,000 ฟอง และเนื้อไก่ จำนวน 900 กิโลกรัม ไปยังศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ ศูนย์พักพิงมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยฯ ค่ายเสนาณรงค์ และศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา รวมทั้งส่งมอบผลิตภัณฑ์อาหารสุนัขและแมว รวมทั้งสิ้น 1,000 กระสอบ ให้แก่คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สำนักงานปศุสัตว์และเทศบาลเมืองจังหวัดพัทลุง ตลอดจนส่งมอบผ่านมูลนิธิองค์กรทำดี โดยปนัดดา วงศ์ผู้ดี อีกจำนวนหนึ่งนอกจากนี้ เบทาโกรยังเปิดศูนย์ช่วยเหลือพนักงานที่ประสบภัยน้ำท่วมในภาคใต้ เพื่อดูแลพนักงานที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่อย่างเร่งด่วน โดยสนับสนุนศูนย์ช่วยเหลือพักพิงจำนวน 3 แห่ง ได้แก่ สำนักงานหาดใหญ่ โรงงานแปรรูปไก่พัทลุง และโรงงานอาหารสัตว์สงขลา (อำเภอรัตภูมิ) รวมทั้งการช่วยเหลือทำความสะอาดบ้านพนักงานหลังน้ำท่วมเบทาโกรยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมตามความเหมาะสม เพื่อให้ผู้ประสบภัยและพนักงานที่ปฏิบัติงานในพื้นที่สามารถผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ และกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

แพ้ไม่เป็นไร! “พิมรี่พาย” สร้างสนามฟุตบอลให้ “หมอนทอง” ซัพพอร์ตเงินเดือน “อาจารย์สกล” ตลอดชีวิต
อ่าน

แพ้ไม่เป็นไร! “พิมรี่พาย” สร้างสนามฟุตบอลให้ “หมอนทอง” ซัพพอร์ตเงินเดือน “อาจารย์สกล” ตลอดชีวิต

แพ้ไม่เป็นไร! พิมรี่พาย สร้างสนามฟุตบอลให้ หมอนทอง ซัพพอร์ตเงินเดือน อาจารย์สกล ตลอดชีวิต ยิ่งใหญ่สมศักดิ์ศรีกับปรากฏการณ์สนามแตก บอล 7HD กองเชียร์ทะลัก 2 หมื่นที่นั่ง ในศึกฟุตบอลนักเรียน 7 คน แชมป์กีฬา 7HD แชมเปียนคัพ 2025 สำหรับคู่ชิงชนะเลิศเป็นการพบกันระหว่าง โรงเรียนหมอนทองวิทยา จังหวัดฉะเชิงเทรา ภายใต้การคุมทีมของ อาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ พบกับ โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาทรองแชมป์ปี 2023 คุมทีมโดย อนุสรณ์ ปานสันเทียะ โดยผลการแข่งขันโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท คว้าแชมป์กีฬา 7HD แชมเปียนคัพ 2025 ได้สำเร็จ หลังยิง 2 ประตูในครึ่งหลัง แซงเอาชนะ โรงเรียนหมอนทองวิทยา ไปอย่างสุดมัน 2-1 คว้าโทรฟีแชมป์สมัยแรกของทีม ถึงแม้ตอนจบสตอรี่ชีวิตของทีม รถขนฝัน จบลงด้วยการมีน้ำตาไปไม่ถึงฝัน แต่หลังจบเกม พิมรี่พาย แม่ค้าออนไลน์และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ได้บอกว่า แพ้ก็ไม่เป็นไร! 'คนไทย' เรามาสร้างสนาม ให้เด็กไทยกัน ยินดีกับชัยนาทด้วย แต่หมอนทองแพ้ไม่เป็นไรคนไทยมาร่วมสร้างสนามบอลให้เด็กๆกัน เดี๋ยวพี่จัดการสนามบอลให้ใหม่ แล้วก็เซอร์ไพรส์ พี่มีเลขที่บัญชีอาจารย์สกล พี่จะให้เดือนละ 10,000 ให้อาจารย์ไปบริหารดูแลตัวเองตลอดชีวิตเลย

PCE จัดกิจกรรม “โครงการสมาชิกสัมพันธ์” ขอบคุณเกษตรกร-หนุนอุตฯปาล์มยั่งยืน
อ่าน

PCE จัดกิจกรรม “โครงการสมาชิกสัมพันธ์” ขอบคุณเกษตรกร-หนุนอุตฯปาล์มยั่งยืน

#ทันหุ้น - นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล (ที่3จากขวา) ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน “โครงการสมาชิกสัมพันธ์” โดยมีนายประกิต ประสิทธิ์ศุภผล (ตรงกลาง) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ และนางสาวกัญกร ประสิทธิ์ศุภผล (ที่2จากขวา) รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) (PCE) ให้การต้อนรับโครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อแสดงความขอบคุณและสร้างขวัญกำลังใจแก่เกษตรกรผู้ปลูกปาล์ม ซึ่งเป็นกำลังหลักสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มของประเทศ อีกทั้งยังเป็นเวทีสื่อสารทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมไปสู่ความยั่งยืนตามหลักESGและมาตรฐานRSPOโดยมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจว่าการผลิตที่โปร่งใสและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไม่เพียงช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิต แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการขยายตลาดสู่ระดับสากลกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของPCEในการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย ควบคู่ไปกับการพัฒนาธุรกิจที่สมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนของอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มไทยในอนาคต โดยจัดขึ้น ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

OR จัดกิจกรรม “โออาร์ อาสาสานสุข” ต่อเนื่องปีที่ 5
อ่าน

OR จัดกิจกรรม “โออาร์ อาสาสานสุข” ต่อเนื่องปีที่ 5

OR จัดกิจกรรม “โออาร์ อาสาสานสุข” ต่อเนื่องปีที่ 5#ทันหุ้น #SET #OR จัดกิจกรรม “โออาร์ อาสาสานสุข” ต่อเนื่องปีที่ 5 ณ พื้นที่คลังปิโตรเลียมบางจาก และคลังน้ำมันพระโขนง สานพลังเครือข่าย สร้างคุณภาพชีวิตชุมชนยั่งยืนนางกาญจนี อุดมกุลวณิชย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านปฏิบัติการคลังปิโตรเลียม และนายรชา อุทัยจันทร์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจหล่อลื่น บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ร่วมพิธีเปิด กิจกรรม “โออาร์ อาสาสานสุข” ประจำปี 2568 พื้นที่คลังปิโตรเลียมบางจาก และคลังน้ำมันพระโขนง พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานพันธมิตร ชุมชนรอบพื้นที่ปฏิบัติการ และสื่อมวลชนเข้าร่วมงาน ณ สถานีบริการ พีทีที สเตชั่น (PTT Station) สาขาสรรพาวุธ- บางนา กรุงเทพฯนางกาญจนี เปิดเผยว่ากิจกรรม “โออาร์ อาสาสานสุข” จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ครอบคลุมพื้นที่ปฏิบัติการของ OR กว่า 16 จังหวัดทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนรอบคลังน้ำมันและคลังปิโตรเลียม ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมา OR ดำเนินกิจกรรมด้วยความมุ่งมั่นที่จะดูแลคุณภาพชีวิตของพี่น้องชุมชนรอบพื้นที่ปฏิบัติการ ควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่ง OR หวังเป็นอย่างยิ่งว่ากิจกรรมนี้จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน เสริมสร้างความรู้ และเติมเต็มความสุขให้กับชุมชนอย่างแท้จริงในปี 2568 นี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่ OR ได้ผนึกกำลังกับเครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคชุมชน เพื่อขยายผลประโยชน์ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านกิจกรรมสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น การให้บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ด้วยผลิตภัณฑ์หล่อลื่น พีทีที ลูบริแคนท์ส (PTT Lubricants) โดยความเชี่ยวชาญของคณะอาจารย์และนักศึกษาจากวิทยาลัยการอาชีพพระสมุทรเจดีย์ รวมทั้งการตรวจคัดกรองสุขภาพโดยความร่วมมือจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมอีกมากมายที่เปิดให้ประชาชนเข้าร่วมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อาทิ การให้ความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานคุณภาพน้ำมัน พีทีที สเตชั่น การใช้ก๊าซหุงต้มอย่างปลอดภัย พร้อมบริการเครื่องดื่มจาก คาเฟ่ อเมซอน และกิจกรรมจิตอาสา “ยางห่วงใย…ไอห่วงยูว์” ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้มีส่วนร่วมในการส่งกำลังใจแก่ผู้สูงอายุและผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรงในชุมชนโครงการ “โออาร์ อาสาสานสุข” เป็นการผนึกกำลังระหว่าง OR และเครือข่ายพันธมิตรในหลายภาคส่วน เพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านการยกระดับคุณภาพชีวิต การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาธุรกิจที่เติบโตไปพร้อมกับสังคม สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ OR ในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าร่วมให้กับชุมชนและสังคม และมุ่ง “เติมเต็มโอกาส เพื่อทุกการเติบโต ร่วมกัน”ผ่านการส่งเสริมโอกาส ความรู้ และความยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งนี้ กิจกรรม “โออาร์ อาสาสานสุข” ครั้งต่อไป จะจัดขึ้น ณ คลังก๊าซบ้านโรงโป๊ะ จังหวัดชลบุรี ในวันที่ 4 ตุลาคม 2568 เพื่อขยายโอกาส สร้างคุณค่า และส่งต่อความสุขให้กับชุมชนอย่างต่อเนื่องต่อไป

CHOW ปันสุข เพิ่มรอยยิ้ม หนุนคุณภาพชีวิตชุมชนต่อเนื่อง ปีที่ 7
อ่าน

CHOW ปันสุข เพิ่มรอยยิ้ม หนุนคุณภาพชีวิตชุมชนต่อเนื่อง ปีที่ 7

CHOW ปันสุขต่อเนื่อง จัดกิจกรรม “CHOW อาสาปันน้ำใจ ปีที่ 7” ส่งมอบกำลังใจและคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ผู้ป่วยติดเตียง โดยมีคุณกัญญาลักษณ์ เทพวัลย์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล พร้อมด้วยพนักงานจิตอาสาในเครือ เชาว์กรุ๊ป ร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหินเทินและบ้านบุสูง จังหวัดปราจีนบุรี ลงพื้นที่ส่งมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นแก่ผู้ป่วยติดเตียงและครอบครัว ประกอบด้วย อาหารเสริม ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย เครื่องใช้จำเป็นในครัวเรือน รวมถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์พื้นฐาน เช่น รถเข็นผู้ป่วย เกจ์โฟลว์ออกซิเจนมิเตอร์ อุปกรณ์พยุงตัว และแผ่นรองกันแผลกดทับ เพื่อช่วยเสริมคุณภาพชีวิตและลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนของผู้ป่วย ทั้งยังส่งมอบกำลังใจและความหวังให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกโดดเดี่ยว มีแรงใจในการดูแลสุขภาพตนเองและดำเนินชีวิตต่อด้วยความเข้มแข็งกิจกรรมดังกล่าวนับเป็นครั้งที่ 2 ของปี 2568 ที่ CHOW จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายใต้เจตนารมณ์ของบริษัทฯ ในการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ป่วยติดเตียงและครอบครัวในชุมชนบ้านหินเทินและชุมชนบ้านบุสูง พร้อมเดินหน้าส่งต่อรอยยิ้มและความสุขสู่สังคมอย่างยั่งยืนต่อไป

ฤดูกาลสีขาวบนขอบแอลป์
ดู

ฤดูกาลสีขาวบนขอบแอลป์

จิตวิญญาณแห่งขุนเขา
ดู

จิตวิญญาณแห่งขุนเขา

ดร.เสรีชี้ “ฝนสุดขั้ว” คาดเดายาก ขาดทั้งเครื่องมือและความสามารถประเมินความเสี่ยง
อ่าน

ดร.เสรีชี้ “ฝนสุดขั้ว” คาดเดายาก ขาดทั้งเครื่องมือและความสามารถประเมินความเสี่ยง

ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ และรองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เปิดเผยข้อมูลสถานการณ์ฝนในพื้นที่ อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย ผ่านทางเฟซบุ๊คส่วนตัว โดยระบุว่า เหตุการณ์ฝนตกหนัก 300 มม. ที่ ต.แม่เกา อ.พญาเม็งราย เช้าวานนี้ (27 มิ.ย.) ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ชุมชน และพื้นที่การเกษตรอย่างรวดเร็ว มีการถ่ายคลิปเหตุการณ์ซึ่งสังเกตถึงความเร็วของน้ำเป็นอันตรายต่อชีวิต และทรัพย์สิน หากอยู่ภายนอกอาคารบ้านเรือน การคาดการณ์ฝนตกหนักสุดขั้วพฤติกรรมแบบ Rain bomb ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันยังไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำ โดยที่แบบจำลองต่างๆ มักจะให้ฝนน้อยกว่าฝนรายสถานี (เนื่องจากเป็นฝนเฉลี่ยในพื้นที่) ประกอบกับท้องถิ่นซึ่งเป็นหัวใจของระบบ ยังไม่สามารถประเมินความเสี่ยง และความรุนแรงของเหตุการณ์ได้ ก่อนเกิดเหตุศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติได้ส่ง SMS ไปยังผู้บริหารท้องถิ่นให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในเวลาประมาณ 05.45 น. (ปริมาณฝนสะสมเกิน 132.5 มม.) ในขณะเดียวกันได้ประสานไปยังท้องถิ่นถึงความเสี่ยงน้ำไหลหลากที่จะเกิดขึ้น และพร้อมที่จะส่ง Cell Boardcast หากได้รับการยืนยันจากพื้นที่ ในขณะนั้นฝนยังคงตกหนัก โดยปริมาณฝนสะสม ณ. 07.05 มากกว่า 200 มม. โดยท้องถิ่นได้รายงานการเกิดเหตุน้ำไหลหลากพื้นที่การเกษตรในเวลา 07.25 น. และ ได้ประสานให้ศูนย์ฯ ส่ง Cell Boardcast ในเวลา 07.46 น. โดยศูนย์ฯ ได้สอบทานข้อมูลกับจังหวัด และส่ง Cell Boardcast ให้กับประชาชนในเวลา 08.20 น. เมื่อสร้างภาพ Animation จำลองสถานการณ์เหตุการณ์ที่ ต.แม่เกา อ.พญาเม็งราย โดยทีมงานจาก ESRI จึงพบว่าความเร็วของน้ำมีมากกว่า 3 เมตรต่อวินาที และผู้ที่อยู่ภายนอกอาคารตามเฉดสีน้ำเงิน มีความเสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิตได้ ดังนั้นการประเมินความเสี่ยง และความรุนแรงของพื้นที่เฉพาะแบบนี้จึงมีความสำคัญ และเจ้าภาพคือใคร?

นายกฯ สั่งเร่งช่วยเหลือน้ำท่วมเชียงราย แนะประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด
อ่าน

นายกฯ สั่งเร่งช่วยเหลือน้ำท่วมเชียงราย แนะประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

27 มิถุนายน 2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โพสต์ถึงการช่วยเหลือประชาชนจากเหตุการณ์น้ำท่วม โดยระบุว่า เนื่องจากสถานการณ์ น้ำท่วมเชียงราย ขณะนี้ฝ่ายปกครอง ปภ.เขต/จังหวัด และนายอำเภอได้ลงพื้นที่เพื่อเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ทั้งการขนย้ายสิ่งของสำคัญขึ้นที่สูง อพยพประชาชนไปอยู่ในจุดที่ปลอดภัย โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่ติดอยู่ในพื้นที่ดิฉันได้สั่งการเพิ่มเติมให้กระทรวงกลาโหม ประสานความร่วมมือช่วยเหลือด้านกำลังพลและอุปกรณ์ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ได้อย่างรวดเร็ว ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ ปภ. ดูแลจัดเตรียมสิ่งของอุปโภคบริโภค ให้ทางกระทรวงสาธารณสุขเตรียมบุคลากรทางการแพทย์ให้พร้อมตลอด 24 ชั่วโมง และให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงดีอี โดยเฉพาะกรมอุตุนิยมวิทยา ประเมินสถานการณ์และแจ้งให้พี่น้องประชาชนทราบเป็นระยะ ขอให้พี่น้องประชาชนติดตามข่าวสารจากทางราชการในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ซึ่งจะผ่านทั้งทาง Cell Broadcast และ การแจ้งข่าวโดยตรงจากในพื้นที่ค่ะขอส่งกำลังใจให้พี่น้องประชาชนที่กำลังประสบภัยและเจ้าหน้าที่ทุกท่านขณะนี้ รัฐบาลจะดูแลทุกชีวิตอย่างดีที่สุดค่ะ และนี่เป็นอีกครั้งที่ยืนยันว่าการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบจะต้องเกิดขึ้น เพื่อไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งรัฐบาลเตรียมแผนงานไว้แล้วค่ะ ">

นักวิชาการ ผลักดัน "เชียงราย" สู่ พื้นที่นำร่องการจัดการสาธารณภัย
อ่าน

นักวิชาการ ผลักดัน "เชียงราย" สู่ พื้นที่นำร่องการจัดการสาธารณภัย

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดการประชุมนำเสนอร่างรายงานฉบับสมบูรณ์โครงการ เรื่อง “การสำรวจเพื่อจัดทำฐานข้อมูลความเสียหายโครงสร้างจากน้ำท่วมภาคเหนือ (โครงการต้นแบบ จังหวัดเชียงราย)” ซึ่งมี ศ.ดร.อมร พิมานมาศ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และนายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย เป็นหัวหน้าโครงการ โดยได้เริ่มดำเนินงานตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2567 เพื่อให้ทันเหตุการณ์ฟื้นฟูพื้นที่น้ำท่วมจังหวัดเชียงรายในปีที่ผ่านมา ก่อให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างมาก ซึ่ง สกสว.หวังให้เป็นต้นแบบพื้นที่นำร่องในการจัดการสาธารณภัย และเป็นข้อมูลอ้างอิงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปวิเคราะห์และใช้ประโยชน์ต่อไปศ.ดร.อมร กล่าวว่า ทีมวิจัยได้รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะโครงสร้างที่ได้รับผลกระทบร้ายแรงจากน้ำท่วมและน้ำหลาก เพื่อจัดการแก้ปัญหาในพื้นที่ โดยนักวิจัยมุ่งหวังให้จังหวัดเชียงรายซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติทั้งแผ่นดินไหว น้ำท่วม และ PM2.5 เป็นเมืองต้นแบบของการจัดการสาธารณภัย ตลอดจนจัดทำแผนที่แสดงความเสียหายของโครงสร้าง เพื่อเป็นโจทย์วิจัยที่เหมาะสมสำหรับพื้นที่ต่อไปในอนาคต“เราระดมวิศวกรอาสาหลายร้อยคนเพื่อสำรวจบ้านเรือน ซึ่งงานวิจัยนี้จะเป็นประโยชน์ต่อวิศวกรเองทั้งเรื่องจิตสำนึกสาธารณะ และประสบการณ์จริงในการสำรวจความเสียหาย นอกจากนี้ยังได้เข้าพบรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และนายก อบจ.เชียงราย เพื่อประสานการทำงาน รวมถึงนายอำเภอแม่จัน และได้หารือเรื่องแผ่นดินไหวด้วย เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีรอยเลื่อนอันตราย โดยข้อค้นพบจากงานวิจัยมุ่งเสนอแนวทางการศึกษาผลกระทบและการป้องกัน จากสภาพปัญหาภูมิประเทศยังต้องการงานวิจัยที่จำเป็นและควรศึกษาเพิ่มเติมโดยเฉพาะระบบการแจ้งเตือนภัย ฐานข้อมูลความเสียหาย แผนที่เสี่ยงภัย และข้อมูลการลงพื้นที่อาคารแต่ละแห่ง เพื่อประกอบการเบิกจ่ายงบประมาณในการซ่อมแซมแก่ผู้ประสบภัย” ศ. ดร.อมรระบุด้านผู้แทนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า ข้อมูลจากรายงานวิจัยนับว่าเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการวางแผนบริหารจัดการน้ำท่วมทั้งระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการป้องกันและลดความเสี่ยงและความเสียหายต่อสังคมและเศรษฐกิจในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง ยิ่งกว่านั้นข้อมูลจากรายงานยังเป็นการสร้างองค์ความรู้ที่สำคัญต่อประชาชนและท้องถิ่น ด้านวิศวกรรมพื้นฐานเกี่ยวกับระบบป้องกันน้ำท่วมที่อยู่อาศัยของประชาชน เครื่องมือ อุปกรณ์ในการป้องกัน เช่น กำแพงกั้นน้ำ และวิธีป้องกันความเสียหายของโครงสร้างจากความรุนแรงของน้ำท่วม เป็นต้น ดังนั้นจึงควรมีช่องทางในการถ่ายทอดองค์ความรู้ดังกล่าวอย่างเหมาะสม ให้แก่ประชาชนและชุมชน รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับทราบโดยทั่วกัน ทั้งในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงน้อย ความเสี่ยงปานกลาง และความเสี่ยงสูงทั้งนี้ สกสว. ควรส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและการสร้างนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ในการจัดการสาธารณภัย และขยายผลการศึกษาไปยังพื้นที่ที่มีลักษณะทางกายภาพใกล้เคียงกัน เพื่อวางแผนรับมือกับอุทกภัย และการบูรณาการภาพรวมงานวิจัยในรูปแบบ “แผนที่เสี่ยงภัย” ที่ซ้อนทับกัน เพื่อให้เห็นความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่ต่อภัยพิบัติประเภทต่าง ๆ ตามที่นักวิจัยเสนอ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการปฏิบัติงานของ ปภ.ขณะที่ รศ. ดร.นิรมล สุธรรมกิจ ผู้อำนวยการหน่วยภารกิจยุทธศาสตร์ ววน. การยกระดับสังคม สิ่งแวดล้อม สกสว. เผยว่า สกสว.จะเป็นตัวกลางเชื่อมโยงงานวิจัยกับการบริหารจัดการน้ำ โดยส่งต่อรายงานฉบับสมบูรณ์ให้แผนงานโครงการสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เพื่อหารือร่วมกับภาคีที่จะใช้ประโยชน์ต่อไป สำหรับประเด็นที่ สกสว. ต้องดำเนินการต่อไป คือ การใช้ประโยชน์จากงานวิจัย โดยเฉพาะข้อมูลที่ค้นพบจากงานวิจัยด้านความเสียหายของโครงสร้างจากน้ำท่วม และมูลค่าความเสียหาย ซึ่ง ปภ. กระทรวงมหาดไทย หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถนำไปขับเคลื่อนต่อได้ พร้อมกับเสนอว่างานวิจัยการออกแบบโครงสร้างควรนำไปสู่กฎหรือเทศบัญญัติ เพื่อรองรับในการกำหนดข้อห้ามแก่ประชาชนในพื้นที่ โดยรูปแบบการทำงานที่คณะวิจัยออกแบบไว้ โครงสร้าง อุปกรณ์ และระบบ น่าจะนำไปขยายผลในจังหวัดอื่นได้ รวมทั้งการประสานงานกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ เพื่อขยายผลการผลิตอุปกรณ์ ตรวจวัดในเชิงพาณิชย์ในรูปแบบของสตาร์ทอัพ หรือเป็นมาตรฐานรับรองเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสาธารณภัยสามารถนำไปใช้ต่อได้

"บุรีรัมย์" พายุถล่มต้นไม้ใหญ่-เสาไฟฟ้าหักโค่น ทับบ้านเรือนเสียหายเกือบ 10 หลัง
อ่าน

"บุรีรัมย์" พายุถล่มต้นไม้ใหญ่-เสาไฟฟ้าหักโค่น ทับบ้านเรือนเสียหายเกือบ 10 หลัง

ภาพความเสียหายหลังพายุพัดถล่มหลายพื้นที่ในจ.บุรีรัมย์ ล่าสุดเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองบ้านบัว อ.เมือง พร้อมด้วยผู้นำหมู่บ้าน และชาวบ้าน ได้เร่งช่วยกันตัดต้นไม้ขนาดใหญ่ ที่ถูกพายุพัดหักโค่นทับบ้านเรือนประชาชน รวมถึงสายไฟ เสาไฟฟ้าทั้งแรงสูง และเสาไฟหักล้มขวางกลางถนนสัญจรหลายหมู่บ้าน ส่งผลให้ไฟฟ้าดับหลายหมู่บ้าน เช่น บ้านลาด บ้านบัว บ้านตะโกราย และบ้านโคกระกา สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน วัด ร้านค้า และสถานประกอบการ ไม่มีไฟฟ้าใช้ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำวานนี้ จนถึงเช้าวันนี้เบื้องต้น พบมีบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่เทศบาลเมืองบ้านบัว ได้รับความเสียหายจากพายุพัดถล่มครั้งนี้เกือบ 10 หลังคาเรือน เสาไฟฟ้าทั้งแรงสูง และแรงต่ำล้มเสียหายจำนวน 4 ต้น ผู้ใหญ่บ้านบ้านซาด ม.3 เล่าว่า ช่วงประมาณ 17.00 น. เมื่อวานนี้ 2 มิ.ย.68 ได้เกิดพายุฝน และลมพัดกระหน่ำอย่างหนัก พัดต้นไม้ทับสายไฟจนทำให้เสาไฟฟ้าแรงสูงซึ่งอยู่ใกล้กับบ้านของผู้ใหญ่เอง หักล้มเสียหายจนทำให้ไฟฟ้าดับทั้งหมู่บ้าน เบื้องต้นทั้งผู้นำและชาวบ้านก็ได้ช่วยกันตัดต้นไม้ที่ล้มขวางทางออก เพื่อให้รถสัญจรได้เบื้องต้น พร้อมทั้งได้ประสานการไฟฟ้ามาช่วยตรวจสอบแก้ไข ซึ่งช่วงประมาณตี 2 ทางการไฟฟ้าก็ได้จ่ายกระแสไฟให้ชาวบ้านใช้ได้แล้วบางส่วน แต่บางจุดซึ่งใกล้กับเสาไฟแรงสูงก็ต้องรอทางเจ้าหน้าที่ดำเนินการซ่อมแซมแก้ไข เนื่องจากมีไฟฟ้าดับหลายพื้นที่ขณะที่ทางเทศบาลก็จะเร่งสำรวจความเสียหาย รายงานทางอำเภอและจังหวัด เพื่อให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วนต่อไป

ฝนตกหนัก-น้ำหลาก  ปิดเที่ยว "น้ำตกแม่เกิ๋งหลวง" ชั่วคราว
อ่าน

ฝนตกหนัก-น้ำหลาก ปิดเที่ยว "น้ำตกแม่เกิ๋งหลวง" ชั่วคราว

หลังฝนตกหนักในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย ตำบลแม่เกิ๋ง อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ ส่งผลให้บริเวณน้ำตกแม่เกิ๋งหลวง มีปริมาณน้ำเยอะ บางจุดไหลเชี่ยว พื้นและหินมีความลื่น อาจจะไม่ปลอดภัยต่อการท่องเที่ยว หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย ประกาศปิดการท่องเที่ยว น้ำตกแม่เกิ๋งหลวงเป็นการชั่วคราวด้านนายอำเภอวังชิ้น สั่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เตรียมพร้อมรับมือการเกิดภัยพิบัติ ดินโคลนถล่ม และเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะที่ ตำบลสรอย (อ่านว่า สะ-หรอย) ตำบลแม่พุง ตำบลแม่เกิง และตำบลแม่ป้าก สำหรับข้อมูลปริมาณฝนสะสมในพื้นที่ จังหวัดแพร่ รอบ 24 ชั่วโมง พบว่าปริมาณฝนสะสมเกิน 50 มิลลิเมตร หนักสุดที่อำเภอวังชิ้น ปริมาณฝนสะสมเกิน 100 มิลลิเมตร ซึ่งคาดว่าวันนี้ (28พ.ค.) พื้นที่ทั้ง 8 อำเภอจะมีฝนตกหนัก ทางจังหวัดแพร่ จึงเตือนให้เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มในหลายพื้นที่

“เชียงใหม่” ฝนตกหนักสะสม  เตือน 6 อำเภอเสี่ยงดินถล่ม
อ่าน

“เชียงใหม่” ฝนตกหนักสะสม เตือน 6 อำเภอเสี่ยงดินถล่ม

กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ มีหนังสือด่วนที่สุด ที่สุด แจ้งนายอำเภอ 6 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอฝาง อำเภอพร้าว อำเภอแม่อาย อำเภอแม่แตง อำเภอหางดง และ อำเภออมก๋อย ให้เตรียมความพร้อมเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ดินโคลนถล่มอันเนื่องมาจากฝนตกต่อเนืองในพื้นที่ หลังพบค่าดัชนีความชุ่มชื้นของดิน (API) เกินกว่า 120 ที่ต้องเฝ้าระวังดินโคลนถล่มโดยเน้นย้ำให้ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์และแจ้งเตือน ผ่านกลไกท้องที่ ท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และ อาสาสมัครภาคประชาชน และ ดูแลสถานที่สำคัญ โรงพยาบาล โรงเรียน โบราณสถาน แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์จัดทำแนวป้องกัน และแผนติดตั้งเครื่องสูบน้ำไว้เป็นการล่วงหน้า กรณีเกิดอุทกภัยในพื้นที่ ให้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อำเภอ ระดมทรัพยากรและเผชิญเหตุ ปิดกั้นพื้นที่ โดยบูรณาการความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ประกอบด้วย ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ ขณะที่การเผชิญเหตุของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ให้พิจารณาความปลอดภัยในการปฏิบัติงานเป็นหลักสำคัญ

นายกฯ ถกความมั่นคงชายแดนใต้ ย้ำฝ่ายปกครองต้องใกล้ชิดประชาชน ดูแลความสงบ
อ่าน

นายกฯ ถกความมั่นคงชายแดนใต้ ย้ำฝ่ายปกครองต้องใกล้ชิดประชาชน ดูแลความสงบ

วันนี้ (13 พฤษภาคม 2568) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ชายแดนใต้ทั้งนี้ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังการประชุมกับนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ว่า ได้เชิญผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้ง 4 จังหวัดในพื้นที่ชายแดนใต้ ร่วมประชุมผ่านระบบ Video Conference กับนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีกำชับหน่วยงานในพื้นที่ระดับ ตำบล อำเภอ และหมู่บ้าน ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด และเข้าถึงประชาชนมากขึ้น ซึ่งเป็นการน้อมนำหลักการทรงงานในหลวง รัชกาลที่ 9 “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ซึ่งเรื่องนี้สำคัญ เมื่อมีความใกล้ชิด ประชาชน ก็จะได้มีการพูดคุยบอกกล่าวกันและมีความเชื่อมโยงระหว่างกันด้วย ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญถึงการเตรียมความพร้อม กำลังพล เมื่อเกิดเหตุต้องมีความพร้อม ดังนั้น กระทรวงมหาดไทยร่วมทำงานกับทหาร ตำรวจ โดยเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน (อส.) ของกระทรวงมหาดไทย ได้มีการฝึกร่วมกัน ทั้งการฝึกใช้ยุทธโธปกรณ์ การปฏิบัติงานด้านมวลชน และการข่าว ขณะเดียวกันก็ต้องมีแผนระยะยาว การให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ความเป็นมา ที่ผ่านมาก็ ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ถ้ามีใครให้ข่าวบิดเบือนหรือคลาดเคลื่อน ก็ต้องเร่งทำความเข้าใจให้ดี เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้สถานการณ์คลี่คลาย รวมทั้ง ยังมีพูดคุย เจรจากับประเทศเพื่อนบ้านที่มีความใกล้ชิดกันมาตลอด โดยนายกรัฐมนตรีไทยกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซียก็มีการหารือพูดคุยเช่นกัน ปลัดกระทรวงมหาดไทย ยังตอบคำถามสี่อมวลชน กรณีชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) เจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน (อส.) ชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) กลายเป็นเป้าโจมตีของกลุ่มก่อเหตุ ในตอนนี้ว่า ปัจจุบัน มีการถ่ายโอนภารกิจจากฝ่ายทหารมาสู่ฝ่ายปกครอง ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย โดยเห็นได้จากภารกิจของเจ้าหน้าที่ อส. ในการส่งครูและนักเรียน ไปโรงเรียน การดูแลพระสงฆ์ขณะบิณฑบาต ซึ่งเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ ก็จะกลับบ้านในพื้นที่ แต่อาจเป็นเป้าได้ และได้กำชับให้เพิ่มความระมัดระวังโดยเฉพาะการคุ้มครอง ครู นักเรียน พระสงฆ์ ซึ่งฝ่ายปกครองต้องทำให้ดีที่สุด ให้ชุดคุ้มครองตำบลผลัดเวรยามตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ย้ำในที่ประชุมในการเคร่งครัดการใช้กฏหมาย เมื่อเกิดเหตุจะต้องเอาผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้