รีเซต

ผลการค้นหา “#Titanic” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
เคต วินสเลต เล่าเบื้องหลังฉากจูบบนหัวเรือเป็นตำนานของ "Titanic" ไม่ได้โรแมนติกเหมือนในหนัง
อ่าน

เคต วินสเลต เล่าเบื้องหลังฉากจูบบนหัวเรือเป็นตำนานของ "Titanic" ไม่ได้โรแมนติกเหมือนในหนัง

นอกจากความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่หนังฟอร์มยักษ์ระดับตำนานอย่างTitanic (1997)ผลงานเอกจากวิสัยทัศน์ของเจมส์ คาเมรอน (James Cameron)ได้สร้างเอาไว้เมื่อกว่า 26 ปีที่แล้ว จนกลายเป็นตำนานที่สามารถรั้งอันดับบนตารางหนังที่ทำเงินทั่วโลกสูงที่สุดตลอดกาล ซึ่ง ณ เวลานี้ยังคงรั้งอยู่ที่อันดับ 4 หลังจากถูกหนังอีกเรื่องของคาเมรอนอย่างAvatar: The Way of Water (2022)แซงหน้าไปแล้ว รวมทั้งยังเป็นเจ้าของสถิติเป็น 1 ในหนัง 3 เรื่องที่ได้รับรางวัลออสการ์มากที่สุดตลอดกาลถึง 11 สาขา 1 ในปัจจัยแห่งความสำเร็จก็คงหนีไม่พ้นคู่พระนางลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอ (Leonardo DiCaprio)เจ้าของบท แจ็ก ดอว์สัน (Jack Dawson) และเคต วินสเลต (Kate Winslet)ผู้รับบท โรส เดวิต บูเคเตอร์ (Rose DeWitt Bukater) ที่เปลี่ยนสถานะให้ทั้งคู่กลายเป็นคู่ขวัญ แจ็ก-โรส กลายเป็นนักแสดงซูเปอร์สตาร์ (และเจ้าของรางวัลออสการ์) ในเวลาต่อมา และยังกลายเป็นนักแสดงหนุ่มสาวในฝันของใครหลาย ๆ คนที่เคยอยากมีโมเมนต์โรแมนติก (ท่ามกลางโศกนาฏกรรม) แบบนั้นบ้าง วินสเลต วัย 48 ปี นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์จาก The Reader (2008) ได้มีโอกาสย้อนดูผลงานสำคัญในชีวิตการแสดงของเธออีกครั้งในช่อง YouTube ของVanity Fairรวมทั้งฉากฉากที่แจ็กพาโรส บิน ด้วยการยืนกางแขน ก่อนจะโอบกอดและจุมพิตกันบนหัวเรือไททานิก ซึ่งเธอได้มีโอกาสเล่าถึงเบื้องหลังสุดวุ่นวายที่ไม่ได้โรแมนติกเหมือนเบื้องหน้า และการจูบกับพ่อหนุ่มลีโอก็ไม่ได้เป็นจูบในฝันเหมือนที่สาว ๆ จินตนาการถึง พระเจ้า เขาดูโรแมนติกมาก ๆ เลยใช่ไหมล่ะ ? ไม่แปลกใจเลยนะที่เด็กสาวทุกคนในโลกอยากจะถูก ลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอ จูบน่ะ แต่ว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่คาดหวังไว้หรอกนะ ตอนนั้นเราต้องจูบกันไปเรื่อย ๆ แล้วฉันเองต้องเมกอัปแบบบางมาก ๆ ฉันเลยต้องคอยตรวจสอบการแต่งหน้าทั้งของฉันและเขาในระหว่างที่หยุดพัก แล้วสภาพของฉันในการถ่ายแต่ละเทคนี่อย่างกับเหมือนเพิ่งไปดูดแท่งช็อกโกแลตคาราเมลมาอย่างนั้นแหละ เพราะว่ารองพื้นของเขาหลุดมาติดที่ฉัน สภาพเขาเลยเหมือนมีใบหน้าบางส่วนแหว่งไป แล้วก็มีรองพื้นปื้นใหญ่ ๆ ของฉันหลุดไปติดที่เขาด้วย พระเจ้า มันโคตรจะเละเทะเลย ประสบการณ์วุ่นวายไม่ได้มีแค่การแต่งหน้าเท่านั้น แต่วินสเลตยังเล่าเพิ่มเติมอีกว่า ตอนถ่ายทำ เข่าของเธอถูกกระแทกเข้ากับรั้วกั้นหัวเรือบ่อยครั้ง และต้องถ่ายทำกันอยู่หลายเทค กว่าจะออกมาเป็นฉากโรแมนติกที่สมบูรณ์แบบ (ดูคลิปจบ) มันเป็นอะไรที่ดูแย่มากเลย ฉันดูฉากนี้ที่ไรแล้วรู้สึกหายใจไม่ออก เพราะคอร์เซ็ท (Corset) ตัวนั้นมันโคตรจะรัดเลย ตอนที่ถ่ายฉากนี้มันเป็นฝันร้ายเหมือนกันนะ เพราะลีโอก็หยุดหัวเราะไม่ได้ และเราก็ต้องถ่ายทำกันใหม่ถึง 4 รอบ เพราะจิมอยากได้แสงแบบที่เฉพาะเจาะจงมาก ๆ สำหรับฉากนี้ แล้วเห็นได้ชัดเลยว่าพระอาทิตย์ตกดินมันทำให้แสงเปลี่ยนไปตามจุดที่เราถ่ายทำ เท่านั้นยังไม่พอ ด้วยการถ่ายทำที่ต้องถ่ายในฉากเรือไททานิกจำลองที่คาเมรอนสั่งให้เนรมิตขึ้น ทำให้การเข้าถึงช่างแต่งหน้าให้คอยเติมแต่งแก้ไขใบหน้าระหว่างถ่ายทำแต่ละเทคจึงเป็นไปได้ยากลำบาก มันเป็นแค่ส่วนหนึ่งของหัวเรือน่ะค่ะ มันไม่ได้เป็นส่วนของฉากตัวเรือทั้งลำอย่างที่เรามี เวลาถ่ายทำ เราเลยต้องปีนบันไดขึ้นไปถ่าย ช่างทำผมกับช่างแต่งหน้าก็เลยเข้ามาหาเราไม่ได้ สิ่งที่คุณไม่รู้ก็คือ ลีโอดูเป็นธรรมชาติมาก ๆ แต่เห็นแบบนั้น แต่เขาก็ต้องนอนเตียงอาบแดด และใช้เครื่องสำอางเพื่อทำผิวแทนแบบปลอม ๆ เยอะมาก เพราะฉะนั้น ฉันเลยต้องซ่อนเครื่องสำอาง แปรง กับฟองน้ำของเขา (ลีโอ) ไว้ที่เสื้อ (ทำท่าล้วงเสื้อทั้งซ้ายและขวา) และของฉันไว้ (ที่เสื้อ) อีกด้านหนึ่ง แล้วฉันก็ค่อยหยิบมาเติมระหว่างเทคอยู่ตลอดเวลา อีกคนที่ยืนยันถึงความไม่โรแมนติกของฉากจุมพิตในหนังเรื่องนี้ก็หนีไม่พ้นดิแคพรีโอ ทั้งคู่เคยให้สัมภาษณ์ในปี 2005 วินสเลตเล่าว่า เขาเองก็ เกลียด ฉากจูบนี้ไม่แพ้กัน เธอเล่าว่าเขาจะบ่นแบบท้อแท้เสมอในระหว่างถ่ายทำ โดยเฉพาะการที่ทั้งคู่ใช้รองพื้นคนละเบอร์ ทำให้เวลาเข้าฉากจูบ ใบหน้าของทั้งคู่จึงมักจะเลอะรองพื้นจนต้องคอยทารองพื้นใหม่ซ้ำไปซ้ำมา ก่อนจะกลายมาเป็นคู่ขวัญชู้รักเรือล่ม ทั้งวินสเลตและดิแคพรีโอในช่วงวัยรุ่น ต่างก็เคยมีผลงานการแสดงกันมาบ้างแล้ว แต่ทั้งคู่ไม่เคยเจอกันมาก่อนเลย แต่ในหนังสือเบื้องหลังของหนังเรื่องนี้ ฉากแรกที่ทั้งคู่ต้องถ่ายทำร่วมกันก็คือฉากที่โรสเปลือยกายเป็นแบบให้แจ็กวาดรูป และเพื่อต้องการละลายพฤติกรรมเพื่อให้เคมีเข้ากันอย่างรวดเร็ว วินสเลตเลือกใช้วิธีการเปลือยกายต่อหน้านักแสดงหนุ่ม และวิธีการนี้ก็ได้ผล ตอนที่ฉันเริ่มทำงานกับลีโอครั้งแรก พวกเราหาจุดที่คลิกกันได้ และเมื่อย้อนกลับไปมันก็น่าทึ่งมาก เมื่อนึกย้อนไปถึงช่วงเวลานั้น ตอนนั้นเขาเป็นเด็กหนุ่มผอม ๆ แขนขาเก้งก้าง แล้วเขาก็ดูสบาย ๆ มีพลัง และมีความร่าเริงที่น่าดึงดูดใจจริง ๆ ฉันจำได้ว่าตอนนั้นฉันคิดว่า น่าจะสนุกนะ พวกเราน่าจะเข้ากันได้ดีแน่ ๆ และมันก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ ตัวหนังกลายเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตให้ทั้งวินสเลตและดิแคพรีโอ กลายเป็นซูเปอร์สตาร์ที่มีผลงานอันโดดเด่นมากขึ้น ดิแคพริโอกลายเป็นนักแสดงแถวหน้าฝีมือดีอีกคนของวงการ ส่วนวินสเลตเริ่มชิมลางด้วยการหันไปรับงานหนังนอกกระแสสลับกับหนังใหญ่ ก่อนจะกลับมาเจอกันอีกครั้งในหนัง Revolutionary Road (2008) แม้ทุกวันนี้ทั้งคู่จะมีชื่อเป็นนักแสดงรางวัลออสการ์ แต่ทั้งคู่ก็ยังคงเป็นคู่ขวัญของฮอลลีวูดที่หลายคนแอบเชียร์ให้ทั้งคู่ปิ๊งกันนอกจอ แต่ในชีวิตจริงทั้งคู่ยังคงเป็นเพื่อนที่สนิทสนมมาตลอดจนถึงปัจจุบัน จากความพยายามอันหนักหน่วงที่ทำให้หนังเรื่องนี้ประสบความสำเร็จอย่างคุ้มค่า วินสเลตเผยถึงความรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมกับหนังเรื่องนี้ ฉันเองรู้สึกภูมิใจกับหนังเรื่องนี้มาก ๆ ค่ะ เพราะฉันรู้สึกว่า หนังเรื่องนี้จะมอบความสุขแก่คนรุ่นต่อ ๆ ไปที่ค้นพบหนังเรื่องนี้หรือได้ดูเป็นครั้งแรกอย่างไม่มีวันจบสิ้น และนั่นมันเป็นสิ่งที่พิเศษมาก ๆ แม้ฉากกางแขนบนหัวเรือจะกลายมาเป็นฉากไอคอนิกในตำนานของหนังเรื่องนี้ไปแล้ว แต่ฉากเดียวกันนี้ก็ทำให้วินสเลตต้องลำบากไม่น้อย เพราะเธอมักจะถูกแฟน ๆ ร้องขอให้เธอแสดงฉากนี้ทุกครั้งซ้ำแล้วซ้ำเล่าตอนที่เธอมีโอกาสขึ้นเรือ มันทำให้ฉันปวดหัวมากเลย ทุกครั้ง ไม่เคยมีครั้งไหนที่ไม่มีคนขอ (ผู้สัมภาษณ์: แล้วคุณได้ทำให้เขาดูไหมคะ ?) ก็ทำบางครั้งนะ แต่บางครั้งก็ไม่ ที่มา :People Entertainment Weekly

ประตูไม้ช่วยชีวิตโรสใน "Titanic" ถูกเคาะประมูลขายไปกว่า 20 ล้านบาท
อ่าน

ประตูไม้ช่วยชีวิตโรสใน "Titanic" ถูกเคาะประมูลขายไปกว่า 20 ล้านบาท

เชื่อว่าทุกคนน่าจะจำฉากในตำนานของหนังรักเรือล่มเรื่องดัง "Titanic" กันได้อยู่ ฉากไคลแม็กซ์ในช่วงท้ายของเรื่อง แจ็คกับโรสที่เผชิญหน้าความหนาวเหน็บกลางมหาสมุทรแอตแลนติก โดยที่โรสขึ้นไปเกาะอยู่บนเศษบานประตูที่ลอยเหนือผิวน้ำอยู่ ล่าสุดประตูบานนั้นได้ทำการประมูลขายออกไปด้วยราคาที่สูงไม่เบา The Hollywood Reporter รายงานว่า บานประตูที่ใช้เป็นพร็อพในฉากตำนานของหนัง Titanic ที่ฉายในปี 1997 ได้ถูกนำมาทอดตลาดประมูลขายอย่างเป็นทางการ ภายในงานประมูลแห่งปี Heritage Auctions' Treasures from Planet Hollywood ที่เป็นการนำเอาพร็อพจากหนังดัง ๆ ออกมาประมูลขายให้กับผู้ที่สนใจ โดยในปีนี้มีไฮไลต์อยู่ที่บานประตูที่โรสขึ้นไปนอนเกาะเอาไว้จาก Titanic ที่พบว่าสามารถประมูลขายออกไปได้ในราคา 718,750 เหรียญสหรัฐฯ หรือมูลค่าราว ๆ 26 ล้านบาท แม้ว่าในความเป็นจริงนั้น จะเรียกว่าบานประตูก็ไม่ถูก เพราะพร็อพที่ถูกขายออกไปได้นั้น น่าจะเรียกว่าเป็นส่วนหนึ่งของกรอบประตูเหนือทางเข้าของฉากห้องรับรองชั้นหนึ่งของเรือไททานิคมากกว่า ทั้งนี้ บานประตูดังกล่าวนั่นถือว่าเป็นพร็อพที่ถูกขายไปได้ราคาสูงที่สุดกว่าชิ้นอื่น ราคาสูงกว่า แซ่ของแฮรริสัน ฟอร์ด ที่ใช้ในหนัง Indiana Jones: Temple of Doom ที่ขายออกไปได้ 525,000 เหรียญ (หรือราว ๆ 19 ล้านบาท) ขณะที่ชุดเดรสผ้าชีฟองของโรส ที่ เคต วินสเตท ได้สวมใส่ระหว่างเข้าฉากแสดงในช่วงท้ายของ Titanic นั้น ถูกประมูลขายไปในราคา 125,000 เหรียญ (หรือราว ๆ 4.5 ล้านบาท) นอกจากนี้ ในงานประมูลดังกล่าวยังมีพร็อพอื่น ๆ จากหนังดังในอดีตถูกนำมาทอดตลาดขาย ไม่ว่าจะเป็น ลูกโบว์ลิ่งกุหลาบแดงของบิล เมอร์เรย์ ในหนัง Kingpin ขายไปในราคา 350,000 เหรียญ (ราว ๆ 12.7 ล้านบาท), ขวาของแจ็ค นิโคลัส ใน The Shinning ถูกขายที่ 125,000 เหรียญ (ราว ๆ 4.5 ล้านบาท), ชุดสูทไอ้แมงมุมสีดำของโทบี แม็กไกวร์ ใน Spider-Man 3 ก็ขายไปได้ที่ 125,000 เหรียญ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

"เคต วินสเลต" เปิดอกถึงชีวิตและชื่อเสียงหลัง Titanic ไม่น่าพอใจ จนหันไปเล่นหนังฟอร์มเล็ก
อ่าน

"เคต วินสเลต" เปิดอกถึงชีวิตและชื่อเสียงหลัง Titanic ไม่น่าพอใจ จนหันไปเล่นหนังฟอร์มเล็ก

เมื่อ 26 ปีที่แล้ว เจมส์ คาเมรอน (James Cameron) ผู้กำกับวิสัยทัศน์ไกล เคยนำพาโปรเจกต์หนังฟอร์มยักษ์สุดยิ่งใหญ่อย่าง Titanic (1997) ประสบความสำเร็จลอยลำด้วยการเป็นหนังที่ (ครอง) ตำแหน่งอันดับ 1 บนตารางหนังทำเงินสูงสุดทั่วโลก และแถมยังเป็นเจ้าของรางวัลออสการ์ 11 สาขา และรางวัลลูกโลกทองคำ รวมทั้งยังแจ้งเกิดคู่ขวัญ แจ็ก-โรส รวมทั้งคู่นักแสดงหนุ่มสาว เคต วินสเลต (Kate Winslet) และ ลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอ (Leonardo DiCaprio) ให้กลายเป็นซูเปอร์สตาร์ แต่เบื้องหลังความสำเร็จอันยิ่งใหญ๋ย่อมมีเงามืดทับทาบ เพราะความสำเร็จเหล่านั้นก็อาจนำไปสู่วิถีชีวิตที่พลิกผันและยากเกินรับมือ โดยเฉพาะกับนักแสดงสาวในเวลานั้นอย่างวินสเล็ต เจ้าของบทสาวสูงศักดิ์ โรส เดวิต บูเคเตอร์ (Rose DeWitt Bukater) ที่แม้หลังจากนั้น เธอจะยังคงมีผลงานในหนังอินดี้ฟอร์มเล็กเสียเป็นส่วนมาก มีงานฟอร์มยักษ์นาน ๆ ครั้ง ผลงานที่น่าจะคุ้นกันก็เช่นหนังดราม่าอีโรติก The Reader (2008) หรือ Revolutionary Road (2008) ที่เธอกลับมาเจอกับลีโออีกครั้ง ส่วนหนังฟอร์มยักษ์ล่าสุดที่เธอเพิ่งร่วมงานก็คือการแปลงกายเป็นชาวนาวีใน Avatar: The Way of Water (2023) ล่าสุด วินสเล็ต วัย 48 ปี ที่กำลังจะมีผลงานมินิซีรีส์ของ HBO เรื่องใหม่ The Regime ที่จะเข้าฉายในเดือนมีนาคมนี้ ได้มาให้สัมภาษณ์เปิดใจกับนิตยสาร Porter เกี่ยวกับปรากฏการณ์ไททานิค ที่ส่งผลกระทบต่อวินสเล็ตในวัย 22 ปี ที่ถูกชื่อเสียงและความสำเร็จจาก Titanic ถาโถม เปลี่ยนชีวิตให้เธอกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ภายในชั่วข้ามคืน แต่ในขณะเดียวกัน วิถีชีวิตของเธอก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงด้วยเช่นกัน และนั่นก็นำไปสู่เหตุผลที่ว่า ทำไมเธอจึงหันมาแสดงหนังอินดี้ฟอร์มเล็ก ๆ แทน เธอเล่าถึงตัวเองในช่วงนั้น เปรียบเทียบกับ มีอา เทรียเพิลตัน (Mia Threapleton) ลูกสาววัย 23 ปีของเธอที่กำลังเป็นนักแสดงและมีผลงานมาบ้างแล้ว เกี่ยวกับการรับมือของผู้หญิงในอุตสาหกรรมบันเทิงที่เปลี่ยนไป เยาวชนหญิงในตอนนี้รู้วิธีว่าจะใช้ชี่อเสียงของเธออย่างไร ในขณะที่ฉัน (หลังแสดง Titanic) ฉันต้องโฟกัสไปทางใดทางหนึ่ง ทำอะไรได้ทีละอย่าง และในเวลานั้น การรุกล้ำสื่อในตอนนั้นก็เป็นอะไรที่สำคัญมาก ชีวิตของฉันตอนนั้นจึงไม่ค่อยจะน่าอภิรมย์เท่าไหร่ นักข่าวมักจะบอกกับฉันตลอดว่า หลังจาก Titanic คุณอยากทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ แต่คุณกลับเลือกที่จะไปทำงานจิ๊บ ๆ จ้อย ๆ พวกนี้ ฉันก็ตอบว่า ใช่ค่ะ พนันกันได้ลยว่าชีวิตฉันตอนนั้นมันโคตรจะเหี้-เลย! รู้ไหมว่าเพราะอะไร เพราะการมีชื่อเสียงมันเป็นอะไรที่โคตรแย่มาก แย่จริง ๆ ไม่ใช่ว่าวินสเล็ตจะไม่ซาบซื้งกับชื่อเสียงและเงินทองที่ได้มา เพียงแต่เมื่อตระหนักได้ว่าชื่อเสียงไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกดี เธอก็เลือกที่จะไม่ใส่ใจกับมันให้มากเกินควร และไม่ได้ต้องการจะไปแข่งขันกับใครในอาชีพนี้ แน่นอนว่าฉันซาบซึ้งกับมันมาก เพราะมันทำให้ฉันมีเงินซื้อแฟลตได้ตั้งแต่ตอนอายุ 20 ต้น ๆ แต่ฉันเองก็ไม่ได้อยากจะเอาเงินไปเก็งกำไรอะไร (คำว่าชื่อเสียง) โอ้ มันเป็นคำที่โคตรไร้สาระเลย ฉันใส่ใจกับมันน้อยมาก ไม่ได้เอามาเป็นภาระอะไร แน่นอนว่า Titanic นั้นยังคงนำความสุขมหาศาลมาสู่ผู้คนอย่างต่อเนื่อง มีครั้งเดียวที่ฉันรู้สึกว่า ถ้าอยู่ตรงไหนในเรือก็รีบแอบ ๆ ไปดีกว่า ฉันตื่นเต้นกับคนที่ทำมัน ไม่มีแบบว่า คุณได้ทำสิ่งนั้นด้วย ฉันไม่เคยคิดแบบนั้นเลยนะ ไม่เคยเสียใจ ไม่มีเลย หลังจาก Titanic ผลงานถัดไปก็คือ การรับบทนำในหนังอินดี้ฟอร์มเล็กมาก ๆ ของอังกฤษเรื่อง Hideous Kinky (1998) หนังดราม่ากึ่งชีวประวัติของอังกฤษที่ต่างจากหนังเรื่องก่อนหน้าแบบสุดขั้ว เธอเคยเปิดเหตุผลในการยอมลดตัวเองจากซูเปอร์สตาร์หนังฮอลลีวูด ไปรับบทในหนังที่แทบไม่มีใครคุ้นชื่อว่า หลังจาก Titanic ฉันอยากทำสิ่งที่เล็กกว่านี้ และแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง มันสำคัญสำหรับฉันมาก ที่จะต้องทำให้คนอื่นรู้ว่า ฉันไม่อยากขี่บนยอดคลื่น ด้วยการรับแสดงในหนังฮอลลีวูดเยอะ ๆ ตลอดไป และฉันก็ไม่อยากให้เพื่อนชาวอังกฤษคนไหนมาบอกว่า โอ้ ขอบคุณนะ เคต วินสเล็ต ที่ละเลยหนังอังกฤษ' ฉันอยากจะหยุดตัวเองจริง ๆ เพราะฉันรู้ว่า สิ่งต่าง ๆ มันจะกลายเป็นความบ้าคลั่งสุด ๆ หลังจากที่ Titanic ออกฉายแน่ ๆ วินสเล็ตเคยเล่าในพอดแคสต์ Happy Sad Confused เกี่ยวกับปัญหาหนึ่งที่เธอรู้สึกไม่ดีต่อการมีชื่อเสียง นั่นก็คือการถูกวิพากษ์วิจารณ์จนเกินเลยขอบเขต โดยเฉพาะการถกเถียงเกี่ยวกับเรื่องตอนจบของหนัง หลังจากที่เรือไททานิกล่มแล้ว แจ็กได้สละตัวเองให้โรสเกาะอยู่บนเศษแผ่นไม้ที่ลอยมาตามน้ำ ซึ่งก็มีข้อถกเถียงกันมากมายว่า ทำไมแจ็กไม่ปืนขึ้นไปเกาะแผ่นไม้ด้วย จนทำให้แจ็กเสียชีวิตจากภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติในที่สุด เหตุการณ์หลังจากนั้น กลายเป็นวาทะสนุกปากให้แฟนหนังปากพล่อยบางคนเอาไปวิจารณ์เกี่ยวกับรูปลักษณ์ภายนอกของเธอ (นักข่าวบอกว่า) เห็นได้ชัดเลยว่าฉันอ้วนเกินไป ทำไมพวกเขาถึงใจร้ายกับฉันขนาดนี้เนี่ย ? พวกเขาใจร้ายมาก ฉันไม่ได้อ้วนสักหน่อย ฉันบอกกับนักข่าว ฉันจะตอบว่า อย่ามาปฏิบัติตัวกับฉันแบบนี้นะ ฉันเป็นหญิงสาว ร่างกายของฉันกำลังเปลี่ยนแปลง ฉันรู้ตัวดี ฉันกลัวและรู้สึกไม่โอเคมาก ๆ อย่าทำให้มันยุ่งยากไปกว่านี้เลย มันเป็นการกลั่นแกล้งกันนะรู้ไหม และที่ฉันจะบอกคือ จริง ๆ มันก็ถือว่าเป็นการละเมิดจนเกินขอบเขตด้วยนั่นแหละ ผู้หญิงที่ต้องแสวงหาชื่อเสียงมักจะมีภาพลักษณ์เป็นลบเสมอ ผู้คนเหล่านั้นล้วนตกอยู่ภายใต้การตรวจสอบอย่างละเอียด ซึ่งมันเป็นอะไรที่เกินกว่าคนหนุ่มสาว และคนที่เปราะบางจะรับมือไหว แต่ (ตอนนี้) วงการภาพยนตร์เปลี่ยนแปลงไปเร็วมากจริง ๆ ตอนที่ฉันยังเด็ก ตัวแทนของฉันมักจะได้โทรศัพท์ถามว่า ตอนนี้น้ำหนักของเธอเป็นยังไงบ้างแล้ว นี่ฉันไม่ได้พูดเล่น ๆ นะ เป็นเรื่องน่ายินดีมากที่สิ่งนี้เริ่มเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ที่มา: Porter, Entertainment Weekly, Variety

ผ่านมาเกือบ 30 ปี "Titanic" ยังเป็นหนัง ลีโอนาร์โด ดิแคพริโอ เรื่องเดียวที่ทำเงินถึงพันล้าน
อ่าน

ผ่านมาเกือบ 30 ปี "Titanic" ยังเป็นหนัง ลีโอนาร์โด ดิแคพริโอ เรื่องเดียวที่ทำเงินถึงพันล้าน

‘Titanic’ ออกฉายเมื่อปี 1997 และสามารถสร้างสถิติน่าประทับใจได้มากมายในหลาย ๆ เรื่อง และหนึ่งในนั้นก็เป็นสถิติที่เกี่ยวข้องกับตัว ลีโอนาร์โด ดิแคพริโอ (Leonardo DiCaprio) นักแสดงนำของเรื่อง ในปีที่ ‘Titanic’ ออกฉายนั้น หนังสามารถสร้างสถิติใหม่ได้ในหลาย ๆ เรื่อง เช่น ‘ภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงที่สุดตลอดกาล’ และ ‘ภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงที่สุดในช่วงวันคริสต์มาส’ นับถึงวันนี้ก็เป็นเวลา 27 ปีแล้ว บางสถิติก็ถูกภาพยนตร์เรื่องอื่นทำลายไปแล้ว แต่บางสถิติก็ยังคงอยู่อย่างน่าอัศจรรย์ เช่น ‘ภาพยนตร์ที่คว้ารางวัลออสการ์มากที่สุด’ ซึ่ง ‘Titanic’ คว้าไปได้ถึง 11 รางวัล เทียบเท่ากับ ‘Ben-Hur’ และ ‘The Lord of the Rings: The Return of the King’นอกเหนือจากนั้น ก็ยังมีสถิติที่เกี่ยวข้องกับ ลีโอนาร์โด ดิแคพริโอ ลีโอนาร์โด ดิแคพริโอ ใน ‘Titanic’ ดิแคพริโอนั้นนับว่าเป็นนักแสดงที่มีพรสวรรค์มาตั้งแต่เด็ก เขาเริ่มต้นในเส้นทางอาชีพนักแสดงตั้งแต่อายุ 16 ปี และได้เข้าชิงออสการ์ครั้งแรกตั้งแต่อายุเพียง 19 ปีเท่านั้น จากภาพยนตร์ ‘What’s Eating Gilbert Grape’ (1993) แต่ถึงอย่างนั้น ‘Titanic’ ก็เป็นผลงานที่ส่งให้ชื่อเสียงของเขาเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ในวันนี้ ดิแคพริโอมีอายุ 49 ปีแล้ว มีผลงานการแสดงมาแล้วกว่า 40 เรื่อง ถ้ามองเผิน ๆ ในฐานะผู้ชม ก็ต้องคิดว่า ดิแคพริโอนักแสดงแม่เหล็ของฮอลลีวูดผู้นี้จะต้องมีหนังในเครดิตของเขาที่ทำรายได้มหาศาลมากมาย แต่ถ้าพิจารณาถึงสถิติและตัวเลขกันจริง ๆ แล้ว กลับพบว่า ‘Titanic’ ผลงานการแสดงของ ลีโอนาร์โด ดิแคพริโอ เมื่อ 27 ปีที่แล้วนั้น ยังคงสถานะเป็นหนังที่ทำรายได้สูงที่สุดของเขา และเป็นหนังเพียงเรื่องเดียวของเขาที่ทำรายได้เกินหลัก 1,000 ล้านเหรียญ ไม่เพียงแค่ว่า ‘Titanic’ จะเป็นผลงานเพียงเรื่องเดียวของเขาที่ทำรายได้เกิน 1,000 ล้านเหรียญ แต่ข้อเท็จจริงอีกเรื่องที่ชวนอึ้งก็คือ หนังที่ทำรายได้รองลงมาของเขานั้นมีตัวเลขที่ห่างกันมากมาย ‘Titanic’ ในฐานะภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงที่สุดในประวัติศาสตร์การแสดงของ ลีโอนาร์โด ดิแคพริโอ ทำรายได้ทั่วโลกไปที่ 2,264 ล้านเหรียญ ส่วนภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงที่สุดอันดับ 2 ของเขาก็คือ ‘Inception’ ผลงานของเสด็จพ่อโนแลนเมื่อปี 2010 ซึ่งทำรายได้ทั่วโลกไปที่ 728 ล้านเหรียญ รองลงมาอันดับที่ 3 คือ ‘The Revenant'(2015) ทำรายได้ไป 532 ล้านเหรียญ อันดับที่ 4 คือ ‘Django Unchained'(2012) ทำรายได้ไป 449 ล้านเหรียญ และอันดับที่ 5 คือ ‘The Wolf of Wall Street'(2013) ทำรายได้ไป 389 ล้านเหรียญ จริงที่ว่าชื่อเสียงของ ลีโอนาร์โด ดิแคพริโอ นั้น เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกและเป็นชื่อที่สามารถดึงความสนใจผู้ชมให้มาดูหนังได้ แต่เหตุผลหลักที่ดิแคพริโอไม่ค่อยมีหนังทำรายได้ในระดับถล่มทลายอยู่ในเครดิตการแสดงของเขา ถ้าเราพิจรณาถึงหนังเบอร์ต้น ๆ ในตารางรายได้หนังที่ทำเงินสูงที่สุดตลอดกาลนั้น มักจะเป็นหนังระดับบล็อกบัสเตอร์ที่ใช้ทุนสร้างมหาศาล และหนังในแฟรนไชส์ใหญ่อย่างเช่น ‘Avatar’, ‘Avengers: Endgame’ และ ‘Jurassic World’ซึ่งตัวดิแคพริโอเองมักจะไม่เลือกแสดงหนังประเภทนี้ แต่จะมุ่งเน้นไปกับหนังที่ท้าทายความสามารถทางการแสดงเสียมากกว่า แม้ว่าภาพยนตร์ของ DiCaprio มักจะประสบความสำเร็จ แต่ก็ไม่ใช่ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ เมื่อพิจารณาจากภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุด รายชื่อดังกล่าวรวมถึงภาพยนตร์แอ็คชั่นบล็อกบัสเตอร์และภาคแฟรนไชส์ เช่น Avatar, Avengers: Endgame และ Jurassic World ซึ่งไม่ใช่ภาพยนตร์ประเภทเดียวกับ DiCaprio แม้ว่าการแสดงในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่องหนึ่งเช่น Titanic ได้สร้างอาชีพที่ยอดเยี่ยมของเขา แต่เขามักจะมุ่งเน้นไปที่โปรเจ็กต์ที่ลึกซึ้งและท้าทายมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ทำได้ดีในบ็อกซ์ออฟฟิศแต่ไม่กลายเป็นที่นิยม ซึ่งชื่อของดิแคพริโอก็สามารถการันตีได้ว่าหนังสามารถทำกำไรให้สตูดิโอได้ในระดับที่น่าพอใจ แต่ไม่ถึงขั้นทำเงินถล่มทลาย ที่มา : Screenrant

เจมส์ คาเมรอน ยอมรับข้อผิดพลาดฉากดังในหนัง "Titanic" ที่จำเป็นต้องปล่อยออกมาแบบนั้น
อ่าน

เจมส์ คาเมรอน ยอมรับข้อผิดพลาดฉากดังในหนัง "Titanic" ที่จำเป็นต้องปล่อยออกมาแบบนั้น

เจมส์ คาเมรอน (James Cameron) นับได้ว่าเป็นผู้กำกับที่มีความสมบูรณ์แบบที่สุดคนหนึ่ง ฉะน้้นเมื่อเขาย้อนเล่าในฉากที่โดดเด่นที่สุดจากหนัง Titanic นั้นมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น จึงเป็นเรื่องน่าประหลาดใจที่สุด Titanic เป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ออกฉายเมื่อปี 1997 และนับได้ว่าเป็นภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดของ เจมส์ คาเมรอน ด้วยการคว้าออสการ์มาได้ถึง 11 รางวัล ซึ่งรวมไปถึงรางวัลผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมด้วย และในวันที่ 5 ธันวาคม นี้ Titanic จะออกจำหน่ายในรูปแบบ 4K Ultra HD บรรจุอยู่ในดีวีดี 2 แผ่น มีโบนัสพิเศษมากมายรวมแล้วกว่า 5 ชั่วโมง และหนึ่งในโบนัสพิเศษที่แถมมา ก็คือบทสัมภาษณ์ของ เจมส์ คาเมรอน ที่เขาสารภาพว่า ในฉาก Im Flying, Jack ซึ่งเป็นฉากที่ทุกคนจดจำได้ดีนั้น กลับมีภาพหลุดโฟกัสเล็กน้อย และในการตัดต่อรอบสุดท้าย คาเมรอนก็จำใจต้องปล่อยภาพออกไปแบบนั้น TITANIC 2 Discs 4K Ultra HD (2023) ในฉากนี้ แจ็ก ที่รับบทโดย ลีโอนาร์โด ดิคาพริโอ (Leonardo DiCaprio) และโรสที่รับบทโดย เคต วินสเลต (Kate Winslet) ขึ้นไปยืนบนราวกั้นบริเวณหัวเรือ พร้อมกับกางแขนออก และฉากนี้ก็กลายเป็นหนึ่งในฉากที่ผู้ชมจดจำได้มากสุดจากหนัง ซ้ำยังถูกนำไปล้อเลียนอีกมากมายหลายครั้ง แต่สิ่งที่ผู้ชมไม่เคยทราบกันมาก่อนก็คือฉากนี้กลับมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นในระหว่างถ่ายทำ ซึ่งคาเมรอนเองก็เชื่อว่า แฟนหนังตัวจริงที่ดูหนังหลาย ๆ รอบก็น่าจะสังเกตเห็นข้อผิดพลาดนี้ คาเมรอนย้อนเล่าเรื่องนี้ว่า เราถ่ายกันไป 2 เทคก่อนแสงอาทิตย์จะหมดลง เทคแรก หลุดโฟกัสไปทั้งหมด เทคที่ 2 หลุดโฟกัสไปประมาณ 4 วินาทีแล้วก็กลับมาชัดดังเดิม และอันนี้ล่ะที่ใช้ในหนัง Im Flying Jack แม้ว่าภาพเรือในฉากนี้จะสร้างด้วย CGI แต่ภาพของดิคาพริโอและวินสเลตนั้น ถ่ายกับท้องฟ้าช่วงพระอาทิตย์ตกจริง ๆ นั่นหมายความว่าคาเมรอนและทีมงานจะต้องบันทึกภาพสิ่งที่เขาต้องการให้ได้ในช่วงเวลาจำกัด ซึ่งเขาถ่ายทำกันได้แค่ 2 เทคเท่านั้น เพื่อแลกกับความสวยงามของพระอาทิตย์ตกในฉากหลัง คาเมรอนจำต้องยอมปล่อยให้มีข้อบกพร่องเล็กน้อยออกไปในฉากนี้ เคต วินสเลต ในฐานะหนึ่งในผู้แสดงหลักในฉากอันน่าจดจำนี้ ก็ย้อนเล่าเหตุการณ์ตอนที่ถ่ายทำฉากนี้ด้วยอารมณ์ขบขัน เราถ่ายฉากนี้กันตอนที่พระอาทิตย์กำลังจะตกดินจริง ๆ ฉันรู้สึกว่ามันเป็นช่วงเวลาที่น่าตลก เพราะวันนั้นจิมเขาแบบว่า พระอาทิตย์กำลังจะตกแล้ว มันสวยงามมาก ไป ไป ไป เร็ว ๆ! ฉันฟังแล้วก็แบบว่า อะไรนะ แล้วทันใดนั้นทั้งฉันและลีโอต่างก็พากันปีนขึ้นไปบนรถฟอร์คลิฟต์ ที่มันมีขายืดออกไปได้น่ะ เราก็ปีนบันไดกันขึ้นไปต่ออีก เร็ว ๆ เราจะพลาดพระอาทิตย์ตกแล้ว เราจะพลาดแล้ว แล้วเราก็ไปถึงตำแหน่งนั้น จากนั้นก็ โอ้ แอ็กชัน เรามีเวลากันแค่เพียง 2 นาทีเท่านั้น ที่เราต้องกอดกันแบบเหมือนไม่รู้จบ มันจะต้องเป็นเรื่องผิดบาปมากเลยนะถ้าเราจะหัวเราะคิกคักกันขึ้นมาตอนนั้น แต่นึกถึงตอนนั้นมันก็ตลกจริง ๆ นะ ที่มา : Movieweb

ส่องรายได้ค่าตัวนักแสดงหนังรักเรือล่ม "Titanic" 25 ปีผ่านไป พวกเขาทำเงินเท่าไหร่?
อ่าน

ส่องรายได้ค่าตัวนักแสดงหนังรักเรือล่ม "Titanic" 25 ปีผ่านไป พวกเขาทำเงินเท่าไหร่?

หลังจากที่เราได้รู้กันแล้วว่า ทีมนักแสดงหนังรักเรือล่มในตำนาน "Titanic" ปัจจุบันเขามีชีวิตและสถานะคนดังอย่างไรบ้าง ได้เวลามาเช็กรายได้และทรัพย์สินในกระเป๋าตังค์ของพวกเขากันบ้าง ตลอดระยะเวลากว่า 25 ปีที่ผ่านมา กับผลงานระดับตำนานของผู้กำกับ "เจมส์ คาเมรอน" ที่เคยครองตำแหน่งหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลของโลกมาก่อน แต่ความคลาสสิกยังคงอยู่ต่อไปไม่แปรเปลี่ยน ลองมาตรวจสอบกันคร่าว ๆ ว่าปัจจุบันนี้ทีมนักแสดงหนังเรื่องนี้ถือครองรายได้เอาไว้มากน้อยสักแค่ไหนบ้าง? อันดับที่ 9 - แดนนี่ นุกซี (รับบท ฟาบริซิโอ) ปัจจุบันมีรายได้ที่ 2 ล้านเหรียญ รายได้หลัก ๆ ของเขาก็คืองานแสดงในทีวีซีรีส์หลาย ๆ เรื่อง โดยเฉพาะ "The Fosters" ที่ถือว่าเขาได้รับค่าจ้างแบบเต็ม ๆ เพราะเป็นตัวละครหลักของเรื่อง แต่เขาก็ยังโดดข้ามไปเรื่องนั้นเรื่องนี้ ตามเอกลักษณ์ของนักแสดงรับจ้าง รับค่าจ้างการโชว์เป็นตอน ๆ ไป อันดับที่ 8 - ฟรานซิส ฟิชเชอร์ (รับบท รูธ) ปัจจุบันมีรายได้ที่ 4 ล้านเหรียญ แม้ว่าในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เธอจะไม่ได้รับการชุกชุมเหมือนเมื่อก่อน แต่อาชีพนักแสดงก็ยังเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเธอ เธอยังคงรับจ้างแสดง ทั้งหนังและซีรีส์อยู่ แม้ว่าจะไม่ใช่ผลงานระดับดังเปรี้ยงอะไร แต่ก็ได้ค่าตอบแทนหลักแสนเหรียญในแต่ละชิ้นงานอยู่ อันดับที่ 7 - วิคเตอร์ การ์เบอร์ (รับบท โทมัส แอนดรูว์ส) ปัจจุบันมีรายได้ที่ 5 ล้านเหรียญ รายได้หลัก ๆ ของเขาก็ยังคงเป็นงานรับจ้างแสดงในทีวีซีรีส์เรื่องดังหลาย ๆ เรื่อง นับว่าโชคดีที่เขามักจะได้รับข้อเสนอในการแสดงบทสมทบหลักที่โดดเด่นในโชว์ดังทั้งหลาย ทำให้มีโอกาสได้สั่งสมเก็บรายได้ได้ดีจากกรแสดงซีรีส์แต่ละตอน อันดับที่ 6 - เดวิด วอร์เนอร์ (รับบท สไปเซอร์) ปัจจุบันมีรายได้ที่ 8 ล้านเหรียญ นักแสดงอาวุโสจากฝั่งอังกฤษที่ก่อนจะล่วงลับจากไป เขาก็ยังฝากฝั่งด้วยผลงานการแสดงที่ทิ้งทวนเอาไว้อยู่บ้าง โดยตัวเลขดังกล่าวเป็นยอดสรุปรายได้ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตไป โดยแน่นอนว่าเขาได้ค่าจ้างรับจ้างแสดงด้วยเรทนักแสดงสมทบทั่วไป แต่เพราะการที่เคยเป็นส่วนหนึ่งในผลงานหนังดัง ๆ ก็ยังทำให้เขาได้รับค่าตอบแทนเสมอ ๆ ในทุกปีจากค่าลิขสิทธิ์ผลงาน อันดับที่ 4 - บิลลี่ เซน (รับบท เซลดอน) ปัจจุบันมีรายได้ที่ 20 ล้านเหรียญคนนี้ถือว่ายังไปได้สวยในวงการทีวีซีรีส์ เขาเป็นดารารุ่นใหญ่ที่ขยันทำงานตัวเป็นเกลียว โดยช่วงหลัง ๆ ยังหันมารับแสดงหนังฟอร์มเล็ก ๆ ประปรายอยู่บ้าง ทำให้คนดูยังคงเห็นเขาวนเวียนอยู่ที่หน้าจอและโรงหนังตลอดทั้งปี และนั้นก็ถือว่าคุ้นค่ากับผลตอบแทนที่ได้มา เพราะอย่างน้อย ๆ เขาก็ยังได้ค่าตอบแทนจากลิขสิทธิ์ผลงานซีรีส์และหนังดัง ๆ มากมายไปในอีกยืนยาว อันดับที่ 4 - เคธี เบตส์ (รับบท มอลลี่ บราวน์) ปัจจุบันมีรายได้ที่ 20 ล้านเหรียญ ดารารุ่นใหญ่ที่ยังรับจ้างแสดงอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะส้วนใหญ่จะเป็นบทสมทบก็ตาม แต่ค่าตอบแทนและค่าจ้างของเธอก็คุ้มค่าดีอยู่ ปัจจุบันเธอยังมีผลงานทั้งหนังและทีวีซีรีส์ ซึ่งทางฝั่งซีรีส์นั้นมีข้อมูลว่าเธอได้รับเรตค้าจ้างเฉลี่ยอยู่ที่ 175,000 เหรียญต่อตอน อันดับที่ 3 - ซูซี่ เอมิส (รับบท ลิซซี่) ปัจจุบันมีรายได้ที่ 25 ล้านเหรียญ แม้ว่าเธอจะไม่ได้ถือครองอาชีพนักแสดงแล้ว เบนเข็มไปทำธุรกิจส่วนตัวและทำงานการกุศลเพื่อสังคมเป็นส่วนใหญ่ โดยเธอเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งโรงเรียน MUSE School สถาบันการศึกษาที่ไม่แสวงหาผลกำไร และเมื่อไม่นานมานี้โรงเรียนดังกล่าวก็เพิ่งจะเป็นสถาบันศึกษาแห่งแรกของอเมริกาที่มีโครงการอาหารกลางวันแบบมังสวิรัติเต็มรูปแบบ อันดับที่ 2 - เคต วินสเตท (รับบท โรส) ปัจจุบันมีรายได้ที่ 65 ล้านเหรียญ เธอคือนักแสดงสาวจากอังกฤษและยังเป็นดารารางวัลออสการ์ด้วย ถือว่าเป็นนักแสดงหญิงเบอร์ต้น ๆ ที่ทรัพย์สินและรายได้เป็นตัวท็อป ๆ ของวงการอีกคน เพราะด้วยผลงานการแสดงของเธอที่ยังมีออกมาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าปัจจุบันเธอจะหันไปเอาดีทางฝั่งทีวีซีรีส์มากขึ้นก็ตาม แต่อย่างน้อย ๆ เธอก็ยังได้ค่าส่วนแบ่งจากค่าตอบแทนในผลงานที่ผ่านมาอยู่เช่นกัน อีกทั้งเธอยังถือครองอสังหาริมทรัพย์ที่อังกฤษอยู่หลายแห่ง และเพิ่งขายแมนชั่นในอเมริกาไปเมื่อช่วง 2-3 ปีมากนี้ อันดับที่ 1 - ลีโอนาร์โด ดีคาปริโอ (รับบท แจ็ค) ปัจจุบันมีรายได้ที่ 300 ล้านเหรียญ สมชื่อซุปตาร์แถวหน้าของฮอลลิวูดนั่นแหละ เพราะเขาคือพระเอกผู้มั่งคั่งและสร้างสรรค์ผลงานการันตีผลลัพธ์ออกมาได้อย่างต่อเนื่อง ในช่วงเวลาเกือบ ๆ 30 ปีในวงการของเขานั้น สามารถทำรายได้เข้ากระเป๋าเป็นกอบเป็นกำ ปัจจุบันเขายังรับจ้างแสดงและยังมีรายได้เข้าเรื่อย ๆ จากผลตอบแทนค่าลิขสิทธิ์ในผลงานดัง ๆ รวมทั้ง Titanic ด้วย เขามักจะบริจาคเงินส่วนตัวเพื่อการกุศลอยู่เสมอ ๆ และยังครอบครองอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งทั่วโลก รวมมูลค่ากันไม่ต่ำกว่าร้อยล้านเหรียญ หมายเหตุ: ข้อมูลตัวเลขในบทความนี้อ้างอิงมาจากฐานข้อมูลของ Celebrity Net Worth ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

นักแสดงหนังรักเรือล่มในตำนาน "Titanic" ผ่านไป 25 ปี พวกเขาไปอยู่ไหนกันบ้าง?
อ่าน

นักแสดงหนังรักเรือล่มในตำนาน "Titanic" ผ่านไป 25 ปี พวกเขาไปอยู่ไหนกันบ้าง?

ดูเหมือนว่าหนังบ็อกซ์บัสเตอร์ในตำนาน อย่าง "Titanic" ได้กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้งในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะข่าวเหตุโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับเรือดำน้ำ Titan เรือสำรวจท่องเที่ยวซากเรือไททานิกของบริษัท OceanGate ที่หายสาบสูญไประหว่างดำดิ่งลงใต้ผืนน้ำมหาสมุทรแอตแลนติก ก่อนจะพบว่าเรือประสบเหตุถูกแรงดันมหาศาลบีบอัด ทำให้เกิดการระเบิดเป็นซากเพียงแค่ไม่กี่มิลลิวินาที และนั่นทำให้เสน่ห์ในตำนานของเรือไททานิกกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง สำหรับภาพยนตร์ Titanic ถือว่าเป็นผลงานแจ้งเกิดและผลงานระดับตำนานของผู้กำกับ "เจมส์ คาเมรอน" ที่เคยครองตำแหน่งหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลของโลกมาก่อน หนังออกฉายในช่วงปลายปี 1997 และสามารถกวาดออสการ์มาครองได้มากถึง 11 รางวัล โดยหนังเพิ่งจะมีอายุครบ 25 ปีไปหมาด ๆ แต่ความคลาสสิกยังคงอยู่ต่อไปไม่แปรเปลี่ยน มีเพียงกาลเวลาที่ผ่านเลยไปเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับทีมนักแสดงของหนังเรื่องนี้ ที่ปัจจุบันได้กลายเป็นคนคุณภาพประดับวงการเช่นเดียวกัน ส่องรายได้ค่าตัวนักแสดงหนังรักเรือล่ม "Titanic" 25 ปีผ่านไป พวกเขาทำเงินเท่าไหร่? เคต วินสเตท (รับบท โรส) ที่ย้อนกลับไปตอนที่เธอมารับบทในหนังเรื่องนี้ เพิ่งจะอายุเลข 2 ต้น ๆ เท่านั้นเอง เป็นสาวชาวอังกฤษที่กำลังเก็บประสบการณ์ทางการแสดงในวงการ และเธอก็ได้มาแจ้งเกิดสุดปังในหนังเรื่องนี้ พร้อมกับกลายมาเป็นอีกหนึ่งนักแสดงหญิงคุณภาพจนถึงวันนี้ เคยคว้ารางวัลออสการ์มาได้แล้ว โดยปัจจุบันยังคงรับจ้างแสดงอยู่เช่นเดิม แต่อาจจะรับผลงานที่เน้นคุณภาพมากขึ้น กับเบนเข็มไปทางวงการซีรีส์มากอีกนิดหน่อย และในปี 2023 นี้เราน่าจะได้เห็นผลงานใหม่ของเธอใน "Lee" หนังอัตชีวประวัติช่างภาพหญิงในสงครามโลกครั้งที่ 2 ผู้เป็นตำนาน ลีโอนาร์โด ดีคาปริโอ (รับบท แจ็ค) คนนี้ก็ได้แจ้งเกิดจากตำนานเรือล่มครั้งนี้ด้วยเช่นกัน แม้ว่าเขาจะสั่งสมการแสดงจากผลงานปัง ๆ สมัยแตกเนื้อหนุ่มมาบ้าง แต่ย่างเข้าสู่วัยเลข 2 ได้รับโอกาสที่เยี่ยมยอด และเบิกทางทำให้เขายังเป็นซุปตาร์เบอร์ต้น ๆ ของวงการจนถึงทุกวันนี้ ที่มาพร้อมกับการหยิบจับงานแสดงสักเรื่องที่ต้องไม่ธรรมดา เขาเคยครอบครองออสการ์มาแล้วเช่นกัน (หลังจากที่ชวดไปหลายปีอยู่) หนุ่มคนนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาใส่เต็มในทุก ๆ บทบาทที่ได้รับ และในปีนี้เราจะได้เห็นอีกบทบาทเข้มข้นจากในหนังใหม่ "Killers of the Flower Moon" ที่แน่นอนว่าน่าจะส่งเขาเข้าไปนั่งแถวหน้าเวทีรางวัลอีกครั้งแน่ ๆ บิลลี่ เซน (รับบท เซลดอน) เอาจริง ๆ เขายังคงวนเวียนอยู่ในวงการฮอลลิวูดเสมอ มีผลงานการแสดงออกมาทุกปีด้วยซ้ำ เพียงแค่เวลาผ่านไปคลื่นลูกใหม่ก็ซัดเข้ามาทับถม ๆ มากขึ้น แต่เขาก็ยังมีบทแสดงในผลงานหนังกับทีวีซีรีส์อยู่หลาย ๆ เรื่องถึงทุกวันนี้ อย่างล่าสุดก็มีหนัง "True Believer" และบทรับเชิญสำคัญในซีรีส์ดัง "The Boys" เคธี เบตส์ (รับบท มอลลี่ บราวน์) คุณนายบราวน์ผู้เป็นตำนานบนเรือ ในชีวิตจริงกับนักแสดงที่ได้รับบทบาทนี้ก็ยังเป็นตำนานอยู่เช่นกัน นี่คือนักแสดงรางวัลออสการ์ที่ยังคงมีบทบาททางการแสดงอยู่อย่างต่อเนื่อง มีทั้งบทเด่นบ้าง บทรองบ้าง แต่เธอก็มักจะมอบการแสดงที่ตึงสุด ๆ ให้กับคนดู และผลงานล่าสุดที่คนไทยน่าจะเพิ่งได้เห็นกันก็คงจะเป็น "Are You There God? It's Me, Margaret." ในบทคุณย่าสุดรักหลาน ที่ได้เข้าฉายแบบวงแคบ ๆ ในบ้านเราไป บิล แพ็กซ์ตัน (รับบท บรอค เลิฟวิต) หนุ่มนักสำรวจที่อยู่ในพาร์ทปัจจุบันของหนังเรื่องยิ่งใหญ่ เรายังคงเห็นผลงานของเขาผู้นี้ออกมาอย่างต่อเนื่อง หลังจากความสำเร็จของ Titanic ในฐานะนักแสดงสมทบที่โดดเด่นทั้งหนังและซีรีส์ ไม่ว่าจะเป็น "Agents of S.H.I.E.L.D" หรือ "The Circle" แต่น่าเศร้าที่เขาได้ด่วนจากไปจากการผ่าตัดรักษาอาการป่วยในปี 2017 ทำให้เสียชีวิตลงในวัย 61 ปี ฟรานซิส ฟิชเชอร์ (รับบท รูธ) เธอคือ...แม๊ในตำนาน ที่ปัจจุบันกลายเป็นนักแสดงหญิงรุ่นใหญ่ประจำเกาะอังกฤษ โดยส่วนใหญ่แล้วเธอมักจะมีผลงานที่สร้างจากฝั่งอังกฤษเสียมากกว่า และยังมีผลงานอย่างต่อเนื่อง จนถึงทุกวันนี้ผลงานการแสดงของเธอมีมากเกือบจะ 150 เรื่องแล้ว เธอเคยร่วมแสดงในซีรีส์ "The Sinner" และเมื่อช่วงต้นปีก็มีหนังดราม่า "On Sacred Ground" ออกฉายไป ซึ่งเร็ว ๆ นี้เราน่าจะยังได้เห็นผลงานใหม่ ๆ ของเธอออกมาอยู่ กลอเรีย สจ๊วต (โรส วัยชรา) ผู้ที่ครองสถิตินักแสดงหญิงอายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ได้เข้าชิงออสการ์ ถือว่าเป็นนักแสดงอาวุโสผู้เป็นตำนาน เข้าวงการและมีผลงานมาตั้งแต่ช่วงยุคปี 1930s และยังมีผลงานเรื่อย ๆ มาถึงยุคปี 1990s ซึ่ง เจมส์ คาเมรอน ก็ไปจีบให้เธอมาเล่นหนังของเขาเรื่องนี้ได้ด้วย เธอทิ้งทวนผลงานสุดในปี 2004 ใน "Land of Plenty" ก่อนจะจากไปอย่างสงบในปี 2010 ด้วยอายุ 100 ปีพอดี วิคเตอร์ การ์เบอร์ (รับบท โทมัส แอนดรูว์ส) ถ้าหากว่าคุณเป็นคอซีรีส์ฝั่งอเมริกาแล้ว แน่นอนว่าคุณน่าจะคุ้นเคยกับเขาเป็นอย่างดี เพราะเขาคือนักแสดงรุ่นใหญ่ที่ค่อนข้างเฉิดฉายในฝั่งทีวีซีรีส์ เล่นได้ทั้งบทดีและบทร้าย เป็นได้ทั้งพ่อและนักการเมืองเลว ๆ โดยผลงานในช่วง 5 ปีล่าสุดของเขา ล้วนแต่เป็นอยู่บนจอทีวีทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น "Family Law", "The Flash" หรือ "The Orville" แต่นาน ๆ ครั้งเขาก็ยังแว่บมาเล่นหนังอยู่บ้างนะ แดนนี่ นุกซี (รับบท ฟาบริซิโอ) เพื่อนร่วมคลาสนอนชั้น 3 กับแจ็ค ที่คุณอาจจะลืมเขาไปแล้วด้วยซ้ำ แต่จริง ๆ เขาก็ยังไม่ได้ไปไหน มีผลงานแสดงทั้งหนังและซีรีส์ออกมาเรื่อย ๆ ถึงจะไม่ใช่ตัวละครนำก็ตาม ผลงานเด่น ๆ ล่าสุดของเขาก็คือซีรีส์ "9-1-1" ที่เพิ่งปิดซีซั่นไป โดยก่อนหน้านี้ก็มีซีรีส์ "The Fosters" ที่ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งชิ้นงานที่โดดเด่นของเขา เดวิด วอร์เนอร์ (รับบท สไปเซอร์) ตัวละครที่แฟนหนัง Titanic ต่างหมั่นไส้ กับคนรับใช้เคียงข้างคุณหนูเซลดอน ที่คอยช่วยขัดขวางความรักของแจ็คกับโรส นักแสดงรุ่นใหญ่ผู้นี้ยังคงมีผลงานออกมาต่อเนื่่อง ทั้งหนังและซีรีส์ที่เขามักจะได้รับบทสมทบอยู่เรื่อย ๆ ผลงานล่าสุดของเขาคือ "Mary Poppins Returns" ในปี 2018 ก่อนจะปลีกตัวออกจากวงการแสดงไป เพราะอายุที่เพิ่มขึ้น และเขาเพิ่งจะจากไปเมื่อปี 2022 ที่ผ่านมา ด้วยภาวะโรคมะเร็งปอด ในวัย 80 ปี ซูซี่ เอมิส (รับบท ลิซซี่) เหลนของทวดโรส ที่พาเดินทางกลับมายังการสำรวจซากเรือไททานิกอีกครั้ง แน่นอนว่าคุณอาจจะสงสัยว่าเธอหายไปไหน ก็เพราะว่าปัจจุบันเธอได้ออกจากวงการบันเทิงไปแล้ว Titanic ถือเป็นผลงานชิ้นท้าย ๆ ของเธอก่อนจะหยุดรับงานแสดง และเธอก็ยังเป็นอดีตภรรยาของ เจมส์ คาเมรอน ด้วย มีข่าวว่าปัจจุบันเธอเป็นนักเรียกร้องสิทธิเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม คุณสามารถร่วมชาเลนจ์ในสารคดีดำดิ่งห้วงสมุทรกับ เจมส์ คาเมรอน ได้ใน Deepsea Challeage ดิ่งระทึก ลึกสุดโลก ที่ทรูไอดี กดเลย! ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

Titanic Belfast พิพิธภัณฑ์เรือไททานิค แหล่งเรียนรู้แห่ง ไอร์แลนด์เหนือ
อ่าน

Titanic Belfast พิพิธภัณฑ์เรือไททานิค แหล่งเรียนรู้แห่ง ไอร์แลนด์เหนือ

แม้จะผ่านมานับศตวรรษ แต่เหตุโศกนาฏกรรมของ เรือไททานิคก็ยังคงเป็นที่จดจำของคนทั่วโลก และเป็นอุทาหรณ์มาจนถึงทุกวันนี้ Titanic Belfast ที่เที่ยวไอร์แลนด์เหนือ เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่บอกเล่าถึงเรื่องราวต่างๆ ตั้งแต่การสร้างเรือ ตลอดไปจนถึงเหตุการณ์ที่สะเทือนขวัญคนทั่วโลก ภายใต้อาคารดีไซน์สุดล้ำนั้นแฝงไปด้วยเกร็ดประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมากมาย จะมีอะไรบ้าง ไปชมกันค่ะ เที่ยวอเมริกา พิพิธภัณฑ์เรือไททานิค Titanic ตามรอยประวัติศาสตร์โลก dotmiller1986 / Shutterstock.com ทำความรู้จักกับ Titanic Belfast พิพิธภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวของ อาร์เอมเอส ไททานิค(RMS Titanic) หรือเรือไปรษณีย์หลวงไททานิก(Royal Mail Ship Titanic) นั้นมีอยู่หลายแห่งทั่วโลกค่ะ หนึ่งในนั้นก็คือ Titanic Belfest ที่เปิดให้เข้าชมเป็นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2012 ด้วยอาคารที่มีขนาดเท่ากับเรือไททานิคของจริง ทำให้ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์เรือไททานิคที่ใหญ่ที่สุดในโลกภายใน เมืองเบลฟาสต์ (Belfast) ประเทศไอร์แลนด์เหนือ ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับ Harland Wolff Drawing Officesและ Hamilton Graving Dock สถานที่ดีไซน์ และอู่ที่สร้างเรือไททานิคนั่นเอง ไฮไลท์ Titanic Belfast CA Irene Lorenz / Shutterstock.com พิพิธภัณฑ์ Titanic Belfast นั้นมีรูปแบบสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากรูปทรงของเรือไททานิค ภายในอาคารจะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 9 โซน เมื่อก้าวเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ เราจะได้ย้อนเวลาสู่ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ชมกระบวนการสร้างเรือไททานิค ตั้งแต่การออกแบบ แบบร่างของเรือ ตลอดไปจนถึงการเลือกวัสดุ และการประกอบเรือทั้ง 3 ลำ ได้แก่ RMS Titanic, RMSOlympic และHMHSBritannic ผ่าน special effects และแอนิเมชั่นให้เราได้เห็นภาพต่างๆ ได้อย่างชัดเจนค่ะ Irina Wilhauk / Shutterstock.com เราจะมีโอกาสได้ย้อนไปสู่ปี ค.ศ. 1911 ซึ่งเป็นปีที่เปิดตัวเรือไททานิค ที่นับว่าเป็นเรือโดยสารที่ใหญ่ที่สุดในโลกในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 และเป็นที่ฮือฮาของคนทั่วโลกเลยทีเดียวค่ะ เราจะมีโอกาสได้เปิดประสบการณ์ท่องเข้าไปห้องต่างๆ ของเรือไททานิค ไม่ว่าจะเป็น ห้องโถงบันได ห้องอาหาร ห้องพักของผู้โดยสาร ผ่านกิจกรรมแบบอินเตอร์แอคทีฟให้เราได้สัมผัสปประสบการณ์ภายในไททานิคอย่างสมจริง นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงจดหมายของผู้โดยสาร และภาชนะต่างๆ ที่ใช้บนเรือ Peter Krocka / Shutterstock.com นอกจากนี้ภายในพิพิธภัณฑ์ยังนำเสนอเหตุการณ์ที่เรือไททานิคได้จมลงสู่ใต้ท้องมหาสมุทรแอตแลนติกในวันที่ 15 เมษายน ปี ค.ศ. 1912 ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 1,514 ราย จากผู้โดยสารทั้งหมด 2,208 คน นับเป็นเหตุโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่สร้างอุทาหรณ์ให้กับผู้คนทั่วโลกเลยก็ว่าได้ค่ะ แต่พิพิธภัณฑ์ Titanic Belfast ก็สามารถจัดแสดงเกร็ดความรู้และเหตุการณ์ตามไทม์ไลน์ได้อย่างน่าสนใจ สมกับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ให้ความรู้เป็นอันดับต้นๆ ของเมืองเบลฟาสต์เลย ข้อมูล Titanic Belfast เบลฟาสต์ ไอร์แลนด์เหนือ ที่อยู่ : 1 Olympic Wy, Belfast BT3 9EP, Northern Ireland พิกัด : https://goo.gl/maps/LwwQUR86o16HM9Qz5 เปิดให้เข้าชม : เวลา 9:00-19:00 น. โทร : +44 28 9076 6386 เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/TitanicBelfast/

Back to the Titanic - หนังน่าดูที่ทรูไอดี (Movie of the Day)
อ่าน

Back to the Titanic - หนังน่าดูที่ทรูไอดี (Movie of the Day)

มาพบกันเป็นประจำในทุกๆ เช้ากับการแนะนำหนังน่าดูประจำวันที่ TrueID และ TrueID+ หลากหลายอรรถรสความบันเทิงไร้ขีดจำกัดกับ "Movie of the Day" ปรับโหมดหยิบเอาหนังสารคดีที่น่าสนใจมาแนะนำให้กับผู้ชมสักหน่อย เพราะเชื่อว่าหลาย ๆ คนคงดื่มด่ำและรู้จักกันตำนานบนเรือสำราญหรูหราที่ไม่อาจมีโอกาสล่องไปถึงจุดหมายปลายทาง อย่าง ไททานิค กันเป็นอย่างดี แต่ใน "Back to the Titanic" จะเป็นการนำพาทุกคนดำดิ่งลงไปสู่ซากเรือไททานิคกับภาพที่หาดูได้ยาก Back to the Titanic เป็นหนังสารคดีที่เผยแพร่ภาพการสำรวจที่น่าทึ่งของทีมนักดำน้ำและนักสำรวจมืออาชีพ ที่ตัดสินใจดำดิ่งสู่พื้นมหาสมุทรแอตแลนติกในรอบ 15 ปีของพวกเขา ที่นำทีมโดย "วิคเตอร์ เวสโคโว" นักสำรวจคนดัง พร้อมด้วย "พาร์คส์ สตีเฟนสัน" ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรือไททานิค และ "ลอรี่ จอห์นสัน" นักวิชาการเกี่ยวกับนิเวศวิทยาทางทะเล โดยหนังสารคดีเรื่องนี้จะทำการเปิดเผยภาพฟุตเทจใหม่ ๆ จากการสำรวจที่ยังไม่มีการเปิดเผยมาก่อน ที่ทำให้เห็นสภาพความทรุดโทรมตามกาลเวลาของอดีตเรือที่ยิ่งใหญ่ พร้อมกับประเมินการณ์เกี่ยวกับอนาคตอันใกล้ของซากไททานิค ที่มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่จะต้องแหลกสลายหายไปเหลือเพียงความสนใจให้กับคนรุ่นหลังในสักวันข้างหน้า หนังได้ "ทอม สตับเบอร์ฟิลด์" ผู้กำกับหนังสารคดีชื่อดังมารับหน้าที่ดูแลงานสร้าง ด้วยวิสัยทัศน์ที่เฉียบคม พร้อมกับได้ "ไนเจล บาร์เบอร์" มารับหน้าที่ให้เสียงบรรยายตลอดทั้งสารคดีเรื่องนี้ และนี่คือหนึ่งชั่วโมงที่คุณจะได้ดื่มด่ำไปกับเรื่องราวและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอนาคตของซากเรือไททานิคในตำนานลำนี้... ประเภท: สารคดี นำแสดงโดย: วิคเตอร์ เวสโคโว, พาร์คส์ สตีเฟนสัน, พาร์คส์ สตีเฟนสัน กำกับโดย: ทอม สตับเบอร์ฟิลด์ ความยาว: 60 นาที เข้าฉายครั้งแรก: 23 กุมภาพันธ์ 2020 (กำหนดฉายในอเมริกา) อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง TrueID Daily Boxoffice จัดอันดับหนัง-ซีรีส์ออนไลน์สุดฮิตประจำวัน ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

เที่ยวอเมริกา รวมพิกัด พิพิธภัณฑ์เรือไททานิค Titanic ตามรอยประวัติศาสตร์โลก
อ่าน

เที่ยวอเมริกา รวมพิกัด พิพิธภัณฑ์เรือไททานิค Titanic ตามรอยประวัติศาสตร์โลก

เหตุโศกนาฏกรรมเรือล่มของ ไททานิก นับเป็นหนึ่งในเหตุการณ์อันน่าสะเทือนใจที่หลายๆ คนยังระลึกถึงผ่านอนุสรณ์สถาน และพิพิธภัณฑ์ต่างๆ มากมาย วันนี้ เราขอชวนทุกคนไป เที่ยวอเมริกา ตามรอยประวัติศาสตร์โลกไปกับ 2 พิพิธภัณฑ์ไททานิค ที่จำลองประสบการณ์ภายในเรือในรูปแบบอินเตอร์แอคทีฟ และการตกแต่งอย่างสมจริงและยิ่งใหญ่ที่สุด ลองไปดูกันค่ะว่าแต่ละที่มีความน่าสนใจอย่างไรบ้าง 21 ที่เที่ยว อเมริกา สวยขั้นเทพ ไปเมื่อไหร่ ต้องไม่พลาดเที่ยว ehrlif / Shutterstock.com เที่ยวอเมริกา เปิดประวัติศาสตร์โลก พิพิธภัณฑ์เรือไททานิค Titanic Museum ดูสารคดี Back to the Titanic ออนไลน์ได้ที่นี่ ประวัติ อาร์เอ็มเอส ไททานิค ก่อนไปชมพิพิธภัณฑ์ไททานิคในอเมริกา เรามาย้อนเวลาเจาะประวัติ อาร์เอมเอส ไททานิค (RMS Titanic) หรือ เรือไปรษณีย์หลวงไททานิก (Royal Mail Ship Titanic) กันคร่าวๆ ดีกว่าค่ะ อาร์เอมเอส ไททานิค เป็นหนึ่งในเรือลำแรกๆ ของโลกที่สร้างขึ้นด้วยโลหะ ยาวประมาณ 269 เมตร กว้างประมาณ 28 เมตร และหนัก 46,328 ตัน สามารถจุคนได้มากถึง 2,435 คน เดิมสร้างขึ้นเพื่อต้อนรับศักราชใหม่ให้กับผู้เดินเรือในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดยมีขนาดใหญ่มากที่สุดในยุค และออกแบบอย่างหรูหรา มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ยิม สระว่ายน้ำ ห้องสมุด ภัตตาคารชั้นสูง และห้องพักจำนวนมาก แต่ความยิ่งใหญ่กลับเปลี่ยนเป็นโศกนาฏกรรม เมื่อเรือลำนี้ได้จมลงสู่ใต้ท้องมหาสมุทรแอตแลนติก หลังจากที่ชนภูเขาน้ำแข็งระหว่างการเดินทางจาก เซาท์แทมป์ตัน (Southampton) สหราชอาณาจักร ไปยัง นครนิวยอร์ก (New York) สหรัฐอเมริกา ในวันที่ 15 เมษายน ปี ค.ศ. 1912 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 1,514 ราย จากผู้โดยสารทั้งหมด 2,208 คน กลายเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจให้กับคนทั่วโลก และสะท้อนถึงความล้มเหลวของกฏระเบียบและระบบความปลอดภัยของเรือ แต่ในขณะเดียวกันก็ได้มีการสร้างอนุสรณ์สถานที่รำลึกถึงผู้ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์นั้น และมีพิพิธภัณฑ์ที่จำลองสถานการณ์และให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์ให้แก่คนรุ่นหลังค่ะ 1. พิพิธภัณฑ์ไททานิค พีเจียนฟอร์จ Titanic Museum Pigeon Forge ehrlif / Shutterstock.com พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเกี่ยวกับประวัติของไททานิคนั้นมีอยู่หลายแห่งทั่วโลก แต่วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับพิพิธภัณฑ์สองแห่งใน สหรัฐอเมริกา ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของความยิ่งใหญ่ และประสบการณ์ที่จำลองออกมาอย่างสมจริง เริ่มด้วย พิพิธภัณฑ์ไททานิค พีเจียนฟอร์จ (Titanic Museum Pigeon Forge) ตั้งอยู่ในเมือง พีเจียนฟอร์จ รัฐเทนเนสซี (Tennessee) ตลอดการทัวร์ในพิพิธภัณฑ์ เราจะรู้สึกเหมือนเป็นผู้โดยสารภายในเรือไททานิคจริงๆ ตั้งแต่การต้อนรับจากลูกเรือตรงหน้าประตูทางเข้าเรือ ตลอดไปจนถึงห้องต่างๆ ที่จำลองขึ้น และการจำลองเหตุการณ์ตอนเรือชนกับภูเขาน้ำแข็งผ่านกิจกรรมรูปแบบอินเตอร์แอคทีฟที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้ย้อนอดีตไปอยู่ในที่เกิดเหตุ Joseph Creamer / Shutterstock.com นอกจากนี้ ภายในพิพิธภัณฑ์ยังมีการรำลึกถึงรายชื่อของผู้โดยสาร สัตว์เลี้ยง ลูกเรือ และนักดนตรีทุกคนที่อยู่บนไททานิคในเหตุการณ์ครั้งนั้นทั้งหมด 2,208 คนอย่างครบถ้วน มีการจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ของผู้โดยสารกว่า 400 ชิ้น รวมถึงชุด และเครื่องประดับ Heart of the Ocean ที่นำเข้าไปใช้ในฉากของภาพยนตร์เรื่อง Titanic (1997) เพื่อฉลองการครบรอบ 25 ปี ของภาพยนตร์ด้วย ehrlif / Shutterstock.com พิกัด : https://goo.gl/maps/8esZYTegXSu5Mqfn8 ================ 2. พิพิธภัณฑ์ไททานิค แบรนสัน Titanic Museum Branson Kit Leong / Shutterstock.com พิพิธภัณฑ์ไททานิค แบรนสัน (Titanic Museum Branson) เป็นพิพิธภัณฑ์อีกแห่งหนึ่งที่สร้างจำลองรูปลักษณ์ของเรือไททานิคออกมาได้อย่างสมจริงไม่แพ้กันค่ะ ตั้งอยู่ใน เมืองแบรนสัน รัฐมิสซูรี (Missouri) เพียงแค่ก้าวเข้าไปในเรือก็รู้สึกเหมือนว่าเรือไททานิคได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ทั้งการตกแต่ง โครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็น ห้องโถงบันได ห้องพักตั้งแต่ระดับ Economy Class, Business Class ไปจนถึง First Class และห้องอาหารสุดหรูที่สร้างออกมาได้อลังการและเหมือนจริงมาก อีกทั้งยังมีห้องที่รำลึกถึงผู้ที่อยู่บนไททานิคทั้งหมด 2,208 คนด้วยเช่นกันค่ะ Kit Leong / Shutterstock.com ไม่เพียงเท่านี้ ที่นี่เขาก็มีกิจกรรมอินเตอร์แอคทีฟที่จำลองเหตุการณ์ตอนเรืออัปปางเช่นเดียวกันค่ะ ไม่ว่าจะเป็นพื้นของเรือที่กำลังจะจมสู่ท้องทะเล จำลองการเป็นกัปตันที่พยายามหมุนพวงมาลัยหลบภูเขาน้ำแข็ง และสัมผัสอุณหภูมิของน้ำที่เย็นติดลบ ทำให้เราได้รู้สึกถึงความระทึกขวัญของเหตุการณ์จริงได้อย่างแจ่มชัดเลยทีเดียว Kit Leong / Shutterstock.com ปิดท้ายด้วยร้านขายของที่ระลึกต่างๆ เกี่ยวกับไททานิคให้เราได้ช้อปก่อนกลับ สำหรับใครที่มีความสนใจในเรื่องราวเกี่ยวกับไททานิคต้องไม่พลาดไปชมพิพิธภัณฑ์ทั้งสองแห่งนี้เด็ดขาดค่ะ พิกัด : https://goo.gl/maps/74FcAfALnY72E8438

"Titanic ครบรอบ 25 ปี" กลับมาฉายทั้งที ควรดูแบบ IMAX 3D ดีไหม?
อ่าน

"Titanic ครบรอบ 25 ปี" กลับมาฉายทั้งที ควรดูแบบ IMAX 3D ดีไหม?

หลังจากสร้างปรากฎการณ์ถล่มรายได้ข้ามไปกับ Avatar: The Way of Water ก็ได้ฤกษ์ที่ Titanic สุดยอดภาพยนตร์เกียรติยศกวาด 11 รางวัลออสการ์จะกลับมาฉายใหม่อีกครั้ง โดยความพิเศษคราวนี้คือการกลับมาเยือนโรง IMAX อีกครั้งหลังจากฉายในระบบ IMAX3D เมื่อ 11 ปีก่อนด้วยฟิล์ม 70 มม. โดยคราวนี้เป็นการฉายในระบบ 3D ด้วยเครื่องฉายเลเซอร์ในนาม IMAX Laser3D และมีการรีมาสเตอร์ภาพบางส่วนให้ฉายเป็นระบบไฮเฟรมเรทได้เหมือน Avatar แต่สำหรับใครที่กำลังลังเลว่าจะตีตั๋วชม Titanic ที่กลับมาฉายใหม่ในโรง IMAX With Laser หรือไม่ Beartai Buzz ขอให้ข้อมูลเบื้องต้นประกอบการตัดสินใจชม งานภาพที่ถูกปรับปรุงใหม่ ก่อนอื่นเรามาดูความแตกต่างระหว่าง Titanic เวอร์ชันต้นฉบับที่ฉายในปี 1997 และฉบับ IMAX ฟิลม์ 70 มม. ในปี 2012 ก่อนนะครับ โดยในครั้งแรกที่มีการรีมาสเตอร์ภาพ ได้มีการปรับในสองส่วนสำคัญคือการสแกนฟิล์มเป็นดิจิทัล (Telecine) และมีการอัปสเกลลิงในส่วนความคมชัดเป็น 4K และเนื่องจากเป็นการฉายในระบบ IMAX จึงมีการเพิ่มอัตราส่วนภาพจากเดิม 2.39:1 เป็น 1.78:1 และ 1.33:1 ในเวอร์ชัน IMAX ที่ฉายในปี 2012 ส่วนเวอร์ชันครบรอบ 25 ปีที่ฉายในปี 2023 อัตราส่วนภาพจะกลับไปใช้ 2.39:1 เหมือนต้นฉบับ แต่มีการปรับปรุงในส่วนของHDR ภาพให้คมชัดและให้คอนทราสต์สีสันดีขึ้น แถมยังมีบางฉากที่ถูกพัฒนาให้เป็นไฮเฟรมเรตหรือ HFR เพื่อการแสดงผลภาพ 3 มิติที่ดีขึ้นอีกด้วยครับ งานภาพ 3 มิติ สำหรับสิ่งที่ถือเป็นไฮไลต์ของการฉาย Titanic รอบนี้คือการนำกลับเข้าโรง IMAX เป็นรอบที่ 2 แต่ด้วยเทคโนโลยี HFR ที่เราได้กล่าวไปส่งผลให้งานภาพ 3 มิติในการฉายครั้งนี้แสดงผลได้ดีมากขึ้น และจากการทดลองถอดแว่นเพื่อชมภาพด้วยตาเปล่าพบว่ามีการแทรกเฟรมภาพที่เป็น 2 มิติน้อยมาก และที่สำคัญคือในฉากที่เป็นดรามาธรรมดาเราจะสังเกตได้เลยว่า คาเมรอน ได้ดีไซน์ให้งานภาพ 3 มิติสอดรับกับการเล่าเรื่องได้ดีมากไม่แพ้ฉากวินาศสันตะโรตอนท้ายที่บอกเลยว่าพอเป็น 3D ความน่ากลัวของเรืออัปปางยิ่งทวีคูณ เครื่องฉายเลเซอร์ การเปลี่ยนเครื่องฉายเป็นเลเซอร์ของโรง IMAX ทั้งพารากอน และ ไอคอนสยาม รวมถึงการเพิ่มโรงใหม่ที่ เมกาบางนา (Mega Bangna) จะทำให้การชม Titanic ครั้งนี้ชวนอินกว่าทุกครั้ง เพราะพอไฟล์หนังที่ฉายมีความละเอียดถึง 4K และงานภาพมีการพัฒนาในส่วนของ HDR แล้ว เลยทำให้หลายซีนของหนังทำงานกับหัวใจผู้ชมได้ดีขึ้นประหนึ่งเพิ่งชมครั้งแรก ตั้งแต่สีสันคอสตูมตัวละครที่บอกได้เลยว่าเหมือนเพิ่งรู้ว่าสีชุดจริง ๆ เป็นยังไง ไปจนถึงฉากในความทรงจำที่แทนสายตาของ โรส มองขึ้นมาบนเรือเห็นแจ็กพร้อมพลุแฟลร์ที่บอกได้เลยว่าความหล่อของลีโอนาร์โด และสีสันของพลุด้านหลังน่าจะทำให้สาว ๆ ตกหลุมรักเขาอีกครั้งได้เลยล่ะครับ ไม่มีฉากภาพขยาย สิ่งที่น่าจะเป็นจุดบอดเดียวของ Titanic เวอร์ชันนี้คือการที่หนังเลือกฉายอัตราส่วนเดียวคือ 2.39:1 แต่ข้อดีก็คือการที่มันครบรอบ 25 ปีนั่นหมายถึงการพาผู้ชมกล้บไปสัมผัสประสบการณ์แรกที่เคยชมในโรงหรือแม้แต่ในฉบับโฮมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ซึ่งข้อดีของการใช้อัตราส่วนเดิมทำให้ความตั้งใจแรกของเจมส์ คาเมรอน (James Cameron) ผู้กำกับหนังถูกถ่ายทอดออกมาอีกครั้ง แต่ก็มีในส่วนของ HDR และ HFR มาเพิ่มประสบการณ์ชมครั้งใหม่นี้ครับ ข้อควรระวังสำหรับผู้มีความไวต่อแสง สิ่งหนึ่งที่เป็นผลกระทบจากการปรับปรุงภาพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือการแสดงผลของสีสันภาพ ประกอบกับการวางที่นั่งในโรง IMAX ก็ทำให้ระยะสายตากับจอภาพใกล้กันมากกว่าปกติ แต่ Titanic มีฉากช่วงเรือใกล้อัปปางที่ถ่ายทอดให้เห็นช่วงเวลาที่ไฟฟ้าในเรือขัดข้อง ซึ่งแน่นอนว่าแสงไฟกระพริบที่ปรากฎบนจอรบกวนการรับชมพอสมควรเลย ซึ่งส่งผลให้ผู้ที่สายตามีความไวต่อแสง อาจต้องหลับตาไปช่วงเวลาหนึ่งเลยครับ Titanic กลับมาฉายอีกครั้งทั้งในระบบIMAX 3D, Digital 3D และฉบับปกติ ระหว่างวันที่ 9 กุมภาพันธ์ถึง 14 กุมภาพันธ์ 2566

งดงามมาก! เผยโฉมภาพสเก็ตช์เครื่องแต่งกายของนักแสดงใน "Titanic"
อ่าน

งดงามมาก! เผยโฉมภาพสเก็ตช์เครื่องแต่งกายของนักแสดงใน "Titanic"

ไม่มีสิ่งใดในโลกที่จะยิ่งใหญ่ ตื่นตา และสง่างามเท่าความอลังการของอภิมหากาพย์นาม "ไททานิค" ได้ ด้วยการเป็นเจ้าของ 11 รางวัลออสการ์ รวมถึง ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม บอกเล่าความรัก ยิ่งใหญ่ที่จับหัวใจผู้ชมทั่วโลก นี่คือสุดยอดภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จสูงสุด สร้างปรากฎการณ์ใหม่แห่งประวัติศาสตร์ พบ ลีโอนาร์โด ดาราหนุ่มขวัญใจคนทั่วโลก และ เคท วินสเล็ด นักแสดงสาวผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ ร่วมสร้างพลังรักยิ่งใหญ่บนแผ่นฟิล์มในบทแจ๊คกับโรส คู่รักหนุ่มสาวผู้ค้นพบกันและกัน ในการเดินทางเที่ยวแรกของ "สวรรค์ที่ไม่มีวันจม" นามอาร์.เอ็ม.เอส. ไททานิค แต่เมื่อเรือสำราญมหึมาลำนี้พุ่งชนภูเขาน้ำแข็งบริเวณขั้วโลกเหนืออันหนาว เหน็บ การต่อสู้เพื่อรักจึงกลายเป็นการต่อสู้เพื่อรอดชีวิต ผลงานของเจมส์ คาเมรอน ผู้กำกับชื่อดัง ที่สามารถพิชิตรางวัลออสการ์มาครองได้จากเรื่องนี้ สานเรื่องราวรักต่างวรรณะกับหายนะครั้งใหญ่แห่งประวัติศาสตร์ไว้ด้วยกัน กลายเป็นงานชิ้นเอกเรื่องหนึ่งของโลกภาพยนตร์ ที่ทุกคนต่างประทับใจไม่รู้คลาย ติดตามเรื่องราวความรักอันยิ่งใหญ่ที่เคยสร้างความประทับใจของคุณมาแล้ว และอีกครั้งกับระบบสามมิติ ที่จะมาสร้างความอลังการให้คุณประทับใจกันอีกครั้งใน Titanic ติดตามเรื่องราวความรักอันยิ่งใหญ่ที่เคยสร้างความประทับใจของคุณมาแล้ว และอีกครั้งกับระบบสามมิติ ที่จะมาสร้างความอลังการให้คุณประทับใจกันอีกครั้งใน Titanic มาดูสเก็ตช์ภาพชุดของนักแสดงในภาพยนตร์รักก้องโลกอย่าง Titanic ที่ทางนักออกแบบเครื่องแต่งกายที่มีรางวัลการันตีจากเวทีออสการ์ของปี 1998 มาดูกันว่าแต่ละชุดจะสวยสง่ามากแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นชุดของ โรส, แจ็ค, กัปตันสมิธ, เซลดอน, มาร์กาเร็ต บราวน์ ฯลฯ แจ็คกับโรส หนุ่มสาวตางฐานะที่พบกันและเกิดเป็นความรักยิ่งใหญ่บนเรือไททานิก ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

ทำไมต้องดู "Titanic" อีกครั้งบนจอภาพยนตร์ ​​​​​​​ทั้งที่รู้เรื่องราวทั้งหมดอยู่แล้ว
อ่าน

ทำไมต้องดู "Titanic" อีกครั้งบนจอภาพยนตร์ ​​​​​​​ทั้งที่รู้เรื่องราวทั้งหมดอยู่แล้ว

Titanic เป็นผลงานภาพยนตร์ของเจมส์ คาเมรอน ที่เคยเป็นภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดตลอดกาล ก่อนที่เจมส์ คาเมรอน จะทำลายสถิติตัวเองด้วยการปฏิวัติวงการภาพยนตร์ด้วยผลงานอวตาร ทำให้ Titanic ตกลงไปอยู่อันดับ 2 ของหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาล ก่อนที่จะโดน Avengers Endgame แซงหน้าในที่สุด หากย้อนดูความสำเร็จของไททานิค ถือเป็นหนังที่สร้างปรากฎการณ์บนโลกภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง สั่นสะเทือนทั้งเวทีรางวัล และกระแสป๊อปคัลเจอร์ ในช่วงที่เข้าฉายและหลังเข้าฉาย เป็นฟีเวอร์อย่างยาวนาน เพลง My Heart Will go on ของ เซลีน ดีออน ขึ้นชาร์ตอันดับ1 ยาวนานต่อเนื่องและกลายเป็นเพลงขึ้นหิ้งระดับโลกไปแล้ว ในวาระครบรอบ 25 ปี ที่ไททานิค กลับมาฉายบนจอภาพยนตร์ วันนี้เราจะพาทุกคนมาดูเหตุผลที่เราควรค่ามารับชมหนังเรื่องนี้บนจอยักษ์ ผลงานมาสเตอร์พีซที่เก็บครบทุกรายละเอียดประวัติศาสตร์ ไททานิค ของเจมส์ คาเมรอน ถือเป็นงานที่ยิ่งใหญ่มากทั้งงานสร้างและในแง่ของประวัติศาสตร์นอกจากเนื้อเรื่องความรักโศกนาฏกรรมแล้ว เจมส์ คาเมรอน ยังเก็บรายละเอียดของไททานิค ได้อย่างครบถ้วย ทั้งสถาปัตยกรรมการออกแบบภายใน ลวดลายบนจานชาม เครื่องประดับ เสา ประตู เรือ โดยเขาได้ศึกษาจากเอกสาร หลักฐานข้อเท็จจริง วิทยาศาสตร์ หนังจึงทำให้เราได้เห็นภาพจำลองการเกิดอุบัติเหตุและเวลาที่เรือไททานิค ออกเดินทางจากอังกฤษ มุ่งสู่ อเมริกา รายละเอียดเกี่ยวกับผู้โดยสาร บุคคลที่มีตัวตนในประวัติศาสตร์ ทั้ง มาร์กาเรต "มอลลี" บราวน์ หรือ มอลลี่ บราวน์ ผู้ไม่มีวันจม , โธมัส แอนดรูวส์ ผู้สร้างเรือไททานิค,กัปตัน เอ็ดเวิร์ด จอห์น สมิธ กัปตันที่ควบคุมการเดินเรือในครั้งนั้น รวมถึงรายละเอียดของชิ้นงานศิลปะ และสิ่งของที่บรรทุกไปกับเรือเที่ยวนั้นก่อนที่มันจะจมลงสู่ก้นมหาสมุทร การันตีด้วยรางวัลออสการ์ ไททานิคสร้างปรากฎการณ์ กวาดรางวัลออสการ์ ชนะเลิศ 11 สาขา ได้แก่ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยม สาขาถ่ายภาพยอดเยี่ยม สาขาออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม สาขาเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม สาขาบันทึกเสียงยอดเยี่ยม สาขาลำดับเสียงยอดเยี่ยม สาขาลำดับภาพยอดเยี่ยม สาขาดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม สาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม สาขากำกับศิลป์ยอดเยี่ยม จุดเริ่มต้น คู่ขวัญในตำนาน เคต วินสเล็ต รับบทโรส และ ลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอ รับบท แจ๊ก ดอว์สัน สองคนนี้ขึ้นแท่นนักแสดงคู่ขวัญตลอดกาล จากตัวละครในภาพยนตร์ นอกจากมิตรภาพของทั้งคู่ก็เบ่งบานมาอย่างยาวนานเช่นเดียวกัน โมเมนท์ สุดประทับใจหนึ่งที่แฟนหนังทั่วโลกยังจดจำได้เมื่อก่อนหน้านี้ ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ นักแสดงชายที่ตกเป็นมีมของเวทีออสการ์ ว่าเขาพลาดรางวัลทุกครั้งที่เข้าชิง และ ในปี 2016 เขาเข้าชิงสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง The Revenant ในช่วงเวลาประกาศผล กล้องได้จับไปที่อารมณ์ของ เคต วินสเล็ต ที่ส่งแรงเชียร์ แรงใจไปให้กับ ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ และในที่สุดค่ำคืนนั้นเขาก็สามารถคว้าออสการ์ได้ My Heart will go on เพลงระดับตำนาน "My Heart Will Go On เพลงนำภาพยนตร์ของ Titanic ที่ทำยอดขายได้กว่า 18 ล้านชุดจากซิงเกิลนี้เพลงเดียว และเป็นหนึ่งในซิลเกิลขายดีที่สุดตลอดกาล ถูกจัดอันดับให้อยู่ในรายชื่อ เพลงแห่งศตวรรษโดยสมาคมอุตสาหกรรมแผ่นเสียงแห่งอเมริกา ไม่เพียงแค่นั้น ยังชนะเวทีรางวัลมากมายทั้ง ออสการ์,ลูกโลกทองคำ,รางวัลบิลบอร์ด,รางวัลแกรมมี่ ในแง่ของป๊อปคัลเจอร์ MTV ยกให้ 'My Heart Will Go On' เป็นหนึ่งในเพลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของยุค 90 การล่มสลายของไททานิคบนจอยักษ์ ฉากที่ต้องเก็บเต็มตาบนจอหนัง ฉากใหญ่ท้ายเรื่องคือช่วงการล่มและจมลงของเรือไททานิค เป็นสเกลงานสร้างที่ถูกทำมาเพื่อการรับชมบนจอภาพยนตร์ ความอลังการของเรือขนาดมหึมา ที่มีฉายาว่าเรือแห่งความฝัน ซึ่งแน่นอนว่า หลายคนอาจเคยสัมผัสไททานิค ในหลายรูปแบบทั้งวิดีโอ สตรีมมิ่ง แม้กระทั่งการนำมาฉายผ่านฟรีทีวี แต่มีโอกาสไม่มากนักที่ไททานิคจะกลับมาฉายบนจอภาพยนตร์และครั้งนี้ในวาระครบรอบ 25 ปี ของภาพยนตร์ไททานิค นี่คือโอกาสที่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะได้รับชมภาพยนตร์ระดับตำนานแบบนี้อีกครั้งบนจอยักษ์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

เจมส์ คาเมรอน เผยเหตุผลที่คิดว่าการกลับมาฉายอีกครั้งของ "Titanic" เหมาะสมแล้ว
อ่าน

เจมส์ คาเมรอน เผยเหตุผลที่คิดว่าการกลับมาฉายอีกครั้งของ "Titanic" เหมาะสมแล้ว

หากจะพูดว่าภาพยนตร์เรื่องไหนคือตำนานเรื่องรักโรแมนติกสุดอมตะ แน่นอนว่าหลายคนคงนึกถึง Titanic เป็นเรื่องแรก ๆ แม้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะประสบความสำเร็จทั้งด้านรายได้ และคำวิจารณ์ จนสามารถครองแชมป์อันดับที่ 3 ของภาพยนตร์ที่สามารถทำรายได้สูงที่สุดตลอดกาลทั่วโลก แต่หนังเรื่องนี้เข้าฉายครั้งแรกตั้งแต่เมื่อประมาณ 25 ปีก่อน ทำให้หลายคนในยุคนี้ไม่ได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์การชมหนังเรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์ และตอนนี้ Titanic ก็กำลังจะกลับมาฉายในโรงภาพยนตร์อีกครั้ง แต่คำถามคือทำไมต้องเป็นตอนนี้? เจมส์ คาเมรอน ผู้กำกับภาพยนตร์ได้ให้สัมภาษณ์กับ SiriusXM อธิบายเหตุผลว่าทำไม Titanic ถึงได้กลับมาฉายอีกครั้งในปีนี้ เขาพูดถึงเรื่องนี้ว่า... "ผมพอจะรู้ตัวว่าผมคงอยู่ไม่ถึงการครบรอบ 50 ปีแน่ ๆ ครับ งั้นทำไมไม่จัดฉลองมันตอน 25 ปีเลยล่ะ? เราเอาหนังเรื่องนี้กลับมาฉายอีกครั้งในรูปแบบ 3 มิติเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน มันค่อนข้างประสบความสำเร็จเลยนะครับ เราก็เลยคิดว่า 'โอเค มันอาจจะมีคนอีกรุ่นหนึ่งเลยนะที่ไม่เคยได้ดู Titanic ในโรงภาพยนตร์ บางทีอาจจะมีคนที่คิดถึงหนังเรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน หรือไม่บางคนที่เคยได้ดูในโรงมาแล้วก็อยากจะดูอีกเรื่อย ๆ ก็ได้ครับ... ...หลังจากนั้นแล้วมันก็เกิดคำถามว่า 'แล้วจะฉายวันไหนดี?' วันที่เหมาะสมสำหรับผมก็คือวันวาเลนไทน์ครับ เพราะตอนที่เราฉายครั้งแรก ตอนช่วงระหว่างปี 1997 ถึง 1998 เราฉายกันไม่กี่วันก่อนจะถึงวันคริสต์มาส สักประมาณวันที่ 16 ธันวาคม แต่วันที่หนังทำรายได้สูงที่สุดในวันเดียวกลับเป็นวันวาเลนไทน์ มันไม่ใช่เรื่องปกติเลยสำหรับหนังที่อยู่ในโรงมานานกว่า 2 เดือนจะเพิ่งมาทำรายได้สูงที่สุดในวันเดียว มันแสดงให้เห็นถึงการเฉลิมฉลองของความรักครับ มันเป็นการเฉลิมฉลองในหนังเรื่องนี้ในทางเดียวกันด้วย ขณะเดียวกันก็เป็นการฉลองให้กับความสำเร็จของหนังด้วยเหมือนกัน" ไม่ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะสร้างความประทับใจอะไรเอาไว้ในความทรงจำของคุณ ทั้งหมดนั้นกำลังจะกลับมาอีกครั้งแล้ว กับ Titanic ในโรงภาพยนตร์ 9 กุมภาพันธ์นี้ สำหรับแฟนหนังเมเจอร์ ห้ามพลาดกับบัตรดูหนังสุดคุ้ม M PASS ที่จะทำให้คุณคุ้มเต็มอิ่มกับการดูหนังตลอดทั้งปี เตรียมไปมันส์กับกองทัพหนังดังมากมาย สมัครง่ายๆเพียงแค่คลิก ที่นี่ Source: CinemaBlend ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

25 เกร็ดน่ารู้จากหนัง "Titanic" หนังเรือล่มในตำนาน กับวาระครบรอบ 25 ปี
อ่าน

25 เกร็ดน่ารู้จากหนัง "Titanic" หนังเรือล่มในตำนาน กับวาระครบรอบ 25 ปี

วันนี้ ในขณะที่ Avatar : Way of Water เพิ่งเปิดตัวและทุกสายตากำลังจับจ้องว่า เจมส์ คาเมรอน (James Cameron) จะสามารถสร้างปรากฎการณ์ได้อีกครั้งหรือไม่ เหมือนอย่างที่เขาเคยทำไว้ในวันนี้ 19 ธันวาคม 1997 ย้อนไปเมื่อ 25 ปีก่อน วันที่หนัง Titanic ได้เปิดตัวสู่สายตาชาวโลก ใครจะไปคิดได้ว่าเรื่องราวของเรือสำราญลำยักษ์ที่ชนภูเขาน้ำแข็งแล้วจมลงสู่ใต้พื้นมหาสมุทร จะมีใครกล้าหยิบมาสร้างเป็นหนัง เพราะเป็นเรื่องราวที่คนทั้งโลกต่างรู้จุดจบกันดีอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่สำหรับ เจมส์ คาเมรอน ผู้นี้ ซึ่งกล้าทำในสิ่งที่แตกต่างเสมอ ในวันนั้น คาเมรอนอยู่ในฐานะผู้กำกับฮอลลีวูดมาเกือบ 20 ปีแล้ว ด้วยเครดิตหนังอย่าง Aliens, Terminator 2 : Judgement Day และ True Lies ที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ทำให้คาเมรอนมีอิทธิพลพอที่จะหว่านล้อมให้ 2 สตูดิโอใหญ่อย่าง พาราเมาท์ และ ฟอกซ์ ให้ยอมควักทุนสร้าง 200 ล้านเหรียญ ซึ่งนับเป็นหนังที่ใช้ต้นทุนในการสร้างสูงที่สุดในโลกในวันนั้น แล้วคาเมรอนก็พิสูจน์ให้เห็นว่า เขาไม่ทำให้ผิดหวัง Titanic กลายเป็นหนังที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่มากมาย ทั้งด้านรายได้และรางวัล ด้วยตัวเลข 1,840 ล้านเหรียญ ทำให้Titanic เป็นหนังเรื่องแรกที่ทำรายได้ทะลุหลักพันล้านเหรียญและเป็นหนังที่ทำรายได้สูงที่สุดตลอดกาล มาเสียแชมป์ให้กับ Avatar (2009) หนังของ เจมส์ คาเมรอน เอง ไม่เพียงแค่นั้น หนังยังคว้าออสการ์มาได้มากถึง 11 สาขารางวัล ซึ่งรวมไปถึงรางวัลใหญ่อย่าง ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และ ผู้กำกับยอดเยี่ยม กลายเป็นหนังที่คว้าออสการ์ได้มากที่สุดเทียบเท่ากับ Ben Hur (1959) นอกเหนือจากความสำเร็จมากมายดังที่กล่าวมา เรื่องราวเบื้องหลังของ Titanic ยังมีอะไรน่าสนใจสมควรหยิบมาเล่าต่ออีกมากมาย และนี่คือ 25 เกร็ดน่ารู้จาก Titanic 1.คู่รักสูงวัยที่นอนกอดกันบนเตียงขณะที่เรือกำลังจมนั้นอิงจากบุคคลจริง ในตอนท้ายของเรื่องช่วงที่เรือกำลังจมนั้น เราได้เห็นภาพของสามี-ภรรยาสูงวัยนอนกอดกันอยู่บนเตียง ขณะที่น้ำกำลังไหลบ่าเข้ามาในห้องของพวกเขา 2 คนนี้อิงมาจากบุคคลจริงที่เป็นผู้โดยสารเรือไททานิค เขาและเธอมีนามว่า อิซิดอร์ และ ไอดา สเทราส์ เรื่องราวของทั้งคู่ที่กลายเป็นตำนานนั้นก็สะเทือนใจไม่แพ้เรื่องราวของแจ็กและโรส อิซิดอร์และไอดานั้นแต่งงานกันมาแล้ว 40 ปี ด้วยความที่เป็นผู้สูงวัย พวกเขาเลยได้อภิสิทธิ์ให้ลงเรือชูชีพก่อนผู้โดยสารอื่น แต่อิซิดอร์กลับปฏิเสธ เขายืนกรานว่าขอให้ผู้หญิงและเด็กได้สิทธิ์นั้นก่อนเขา ซึ่งไอดาก็ปฏิเสธตาม เธอเลือกอยู่กับสามีบนเรือต่อ จนกระทั่งเรือชูชีพลำสุดท้ายแล่นออกไป บรรดาผู้รอดชีวิตมองเห็น อิซิดอร์และไอดานั่งกุมมือกันบนม้านั่งที่ดาดฟ้าเรือแล้วทั้งคู่ก็จมหายไปพร้อมกับเรือไททานิค 2.นิทานที่คุณแม่ชาวไอริชเล่าให้ลูก ๆ ฟังคือเรื่อง Tr Na ng ดินแดนสุขาวดีในตำนานเคลติก ในช่วงที่เรือใกล้จะจม เราได้เห็นภาพของบรรดาลูกเรือและผู้โดยสารหลายคนที่ยังติดค้างบนเรือ และรอคอยจุดจบที่กำลังมาถึงด้วยท่าทีแตกต่างกัน เราได้เห็นกัปตัน, ผู้ออกแบบเรือ, คู่สามีภรรยาสูงวัยในหัวข้อแรก และครอบครัวแม่ลูกชาวไอริช ที่กำลังปลอบประโลมลูกน้อยทั้งสองไม่ให้ตื่นตระหนกด้วยการเล่านิทานให้ฟัง ซึ่งนิทานเรื่องที่เธอเล่าก็คือ Tr na ng เป็นเรื่องราวในตำนานเคลติก ที่กล่าวถึงดินแดนในอุดมคติ ที่นี่ความอ่อนเยาว์และความสวยจะเป็นนิรันดร์ และหนทางที่จะไปสู่ดินแดนนี้ได้ คือต้องใช้เส้นทางผ่านมหาสมุทรเท่านั้น ในบทภาพยนตร์ดั้งเดิมนั้น ไม่ได้มีฉากนี้ แต่นักแสดงสมทบชาวไอริชรายหนึ่งได้เสนอแนะไอเดียถึงฉากนี้กับ เจมส์ คาเมรอน ซึ่งเขาก็เห็นชอบเพราะเนื้อหาในนิทานนั้นสอดคล้องกับเหตุการณ์ขณะที่เรือจมได้เป็นอย่างดี เมื่อแม่ลูกที่กำลังจมไปพร้อมกับเรือ ก็เปรียบเสมือนครอบครัวนี้กำลังเดินทางไปยังดินแดน ที่ซึ่งพวกเขาจะมีความสุขด้วยกันตลอดไป 3.ภาพเหมือนของโรสที่แจ็กเขียนนั้น แท้จริงเป็นฝีมือของ เจมส์ คาเมรอน เอง แม้ว่าหนัง Titanic จะยาวถึง 3 ชั่วโมง 14 นาที แต่กระนั้น หนังก็มีฉากที่น่าจดจำมากมาย และหนึ่งในนั้นก็คือฉากที่โรสยอมเปลือยกายเป็นแบบให้แจ็กเขียนภาพเหมือน และภาพสเก็ตช์ที่คนดูได้เห็นนั้นก็น่าทึ่งมาก คาดเดากันว่าทีมงานต้องว่าจ้างศิลปินตัวจริงให้มาเขียนภาพนี้ แต่แท้จริงทีมงานไม่ต้องไปจ้างใครที่ไหนเลย เพราะภาพสเก็ตช์ที่เราเห็นกันในหนังนั้นคือฝีมือของผู้กำกับ เจมส์ คาเมรอน นั่นเอง ในหนังนั้นเรายังเห็นอีกภาพหนึ่งด้วยที่รวมอยู่บนแผ่นกระดานสเก็ตช์ภาพของแจ็ก ซึ่งแจ็กเล่าว่าเป็นภาพของ หญิงฝรั่งเศสผู้หนึ่ง ภาพนั้นก็เป็นฝีมือของ เจมส์ คาเมรอน ด้วยเช่นกัน แล้วในฉากที่แจ็กกำลังเขียนภาพโรสนั้น ฉากโคลสอัปมือที่กำลังเขียนภาพอยู่นั้นก็เป็นมือของคาเมรอนเองด้วย ต่างกันตรงที่ว่าตัวคาเมรอนนั้นเป็นคนถนัดซ้าย ส่วนแจ็กนั้้นตามเรื่องราวแล้วเป็นคนถนัดขวา ซึ่งคาเมรอนก็ไม่ปล่อยให้รายละเอียดเล็กน้อยเหล่านี้หลุดรอดออกไป ในขั้นตอนหลังการถ่ายทำ ทีมงานก็กลับภาพโคลสอัปมือของเขาจากซ้ายเป็นขวาเสีย ภาพ โรส ฝีมือ เจมส์ คาเมรอน นี้ถูกประมูลไปในปี 2010 ด้วยราคา 16,000 เหรียญ ประมาณ 500,000 บาท 4.ฉากที่โรสถ่มน้ำลายใส่หน้าคาลนั้น เคต วินสเล็ต ด้นสดขึ้นมาเองขณะถ่ายทำ ช่วงต้นเรื่องมีฉากหนึ่ง ที่แจ็กสอนให้โรสถ่มน้ำลาย บอกว่า นี่คือวิธีที่ผู้ชายแมน ๆ เขาทำกัน ซึ่งนั่นก็เป็นฉากที่ ลีโอนาร์โด ดิคาพริโอ ด้นสดขึ้นมาเองเสียเป็นส่วนใหญ่ แล้วก็ดันเป็นฉากที่ เคต วินสเล็ต จดจำเอาไปใช้ได้เป็นอย่างดีเสียด้วย ในช่วงท้าย ตอนที่เรือใกล้จะจมแล้ว โรสเลือกที่จะแยกทางกับแม่และคาล คู่หมั้นของเธอ เพื่อจะไปตามหาแจ็ก ในขณะนั้นคาลรั้งไม่ให้โรสไปด้วยการคว้าแขนของเธอไว้ บทภาพยนตร์เขียนไว้ว่าในฉากนี้ โรสใช้ปิ่นปักผมขู่จะแทงคาลเพื่อให้เขาปล่อยมือเธอ แต่ เคต วินสเล็ต กลับเลือกวิธีการของเธอเอง ด้วยการถ่มน้ำลายใส่หน้าของคาลแทน ซึ่งก็เข้ากับเนื้อหาของหนังได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นวิธีการที่แจ็กสอนโรสมาว่า นี่คือวิธีที่ผู้ชายแมน ๆ เขาทำกัน ในฉากนี้เราจะได้เห็นสีหน้าของ บิลลี่ เซน ผู้รับบทคาล แสดงออกถึงความตกใจและขยะแขยงที่โดนถ่มน้ำลายใส่ ซึ่งเป็นความรู้สึกจริงล้วน ๆ เพราะเขาไม่รู้มาก่อนจริง ๆ 5.น้ำที่ใช้ถ่ายทำในฉากลอยคอท้ายเรื่องนั้นเย็นจัดมาก จน เคต วินสเล็ต ป่วยเป็นไฮโปเธอร์เมีย ฉากจบของเรื่องที่เป็นฉากที่ผู้ชมจะจดจำไปอีกยาวนานนั้น เราได้เห็นแจ็กและโรสลอยคอกันอยู่ในน้ำ ในฉากนี้โรสจะนอนอยู่บนแผ่นไม้กระดาน ภาพโคลสอัปใบหน้าแสดงให้เห็นว่าเธอกำลังหนาวจัด จนปากคอสั่น ซึ่งนั่นเป็นการแสดงออกจริงที่วินสเล็ตกำลังรู้สึกเช่นนั้นจริง ๆ ถึงกับมีข่าวลือกันว่า เพราะแสดงฉากนี้เลยทำให้วินสเล็ตต้องป่วยเป็นปอดบวม ซึ่งภายหลัง เคต วินสเล็ต ได้ออกมาแก้ข่าวระหว่างให้สัมภาษณ์ในรายการ The Late Night Show ซึ่งเธอได้อธิบายว่า เธอไม่ได้ป่วยรุนแรงอะไรขนาดนั้น น้ำในฉากนั้นเย็นจัดจริงและเธอแค่มีอาการ Hypothermia (ภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติ) ถึงกระนั้นก็ตาม ผู้ชมก็ยังสงสัยว่า แล้วทำไมทีมงานต้องปล่อยให้นักแสดงทนทรมานกันจนป่วยด้วย ทำไมไม่ใช้น้ำอุณหภูมิปกติหรือน้ำอุ่น แล้วให้วินสเล็ตและดิคาพริโอแสดงอาการหนาวเย็นกันแทน ซึ่งวินสเล็ตก็อธิบายว่า น้ำในแทงก์นั้นมีปริมาณมหาศาลมาก เป็นไปได้ยากที่จะปรับอุณหภูมิน้ำทั้งหมดได้ 6.ภาพฟุตเทจซากเรือไททานิคที่จมอยู่ใต้น้ำนั้น เป็นฝีมือของ เจมส์ คาเมรอน ที่ดำลงไปถ่ายมาเอง แรงบันดาลใจในการสร้างภาพยนตร์ Titanic นี้มาจากตัว เจมส์ คาเมรอน เองที่รู้สึกหลงใหลกับซากเรือไททานิคที่จมอยู่ก้นมหาสมุทร เขาได้พบกับ โรเบิร์ต บัลลาร์ด (Robert Ballard) หัวหน้าทีมที่ค้นพบซากเรือไททานิค งานถ่ายทำเริ่มต้นกันในปี 1995 ในช่วงแรกนั้น คาเมรอนดำลงไปศึกษาซากเรือจริงด้วยตัวเอง มีการประเมินแล้วว่า เจมส์ คาเมรอน ใช้เวลาอยู่กับซากเรือไททานิค ยาวนานกว่าบรรดาผู้โดยสารของเรือไททานิคเมื่อปี 1912 จริง ๆ เสียอีก คาเมรอนออกไปสำรวจซากเรือไททานิคก่อนถ่ายทำจริงทั้งหมด 12 ครั้ง แต่ละครั้งเขาใช้เวลาสำรวจซากเรือ 15 17 ชั่วโมง คาเมรอนตั้งใจที่จะใส่ภาพซากเรือไททานิคจริงลงไปในหนังด้วย เพื่อเพิ่มความรู้สึกสมจริงให้กับหนัง เขาอยากจะสื่อให้ผู้ชมได้รับรู้ว่า นี่ไม่ใช่แค่เรื่องราวดราม่าความรักของหนุ่มสาวคู่หนึ่งแค่นั้น แต่มันเป็นเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดกับใครก็ได้ทุกคน และไม่ใช่ทุกคนจะสามารถรอดชีวิตไปได้ 7.พรมที่เห็นในหนังนั้นทอโดยโรงงานเดิมที่ผลิตให้กับเรือไททานิคลำจริง ไม่ใช่แค่พรมอย่างเดียวนะ แต่การก่อสร้างฉากภายในลำเรือนั้น ควบคุมการสร้างโดยทีมงานจาก The White Star Line เจ้าของเรือไททานิค เพราะ เจมส์ คาเมรอน ต้องการให้หนังออกมาตรงตามประวัติศาสตร์จริงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขายืนยันว่าจะต้องใช้วอลเปเปอร์ โคมไฟระย้า หน้าต่างบานกระจกตะกั่ว (Lead Window) ให้เหมือนกับที่ใช้ในเรือไททานิคจริง ไม่แค่นั้น คาเมรอนยังละเอียดถึงขั้นที่เจาะจงให้ใช้ลายน้ำโลโก้ของ The White Star Line ประทับบนข้าวของเครื่องใช้ทุกชิ้นภายในฉาก ต่อให้ไม่เห็นในหนังก็ตาม คาเมรอนยังสั่งให้ทีมงานไปสืบหาบริษัทที่ทอพรมให้กับเรือไททานิคจริงจนเจอ ว่าเป็นผลงานของบริษัท BMK-Stoddard ในประเทศอังกฤษ แล้วขอให้บริษัทนี้ทอพรมลวดลายเดียวกับที่เคยทอให้กับเรือไททานิคจริง เพื่อมาใช้ในหนัง เราจะได้เห็นพรมผืนนี้ในฉากร้านทำผม ที่อยู่ใต้บันไดหลักของลำเรือ 8.เอาคำพูดของผู้ที่รอดชีวิตจริงมาใส่ในบทสนทนาในหนัง ในบทสนทนาต่าง ๆ ในหนังนั้น เจมส์ คาเมรอน เอาหลาย ๆ คำที่ผู้รอดชีวิตจากเรือไททานิคได้เคยให้สัมภาษณ์ไว้ มาสอดแทรกลงไปในบทสนทนาของตัวละครในหนัง ตัวอย่างเช่น บทสนทนาในฉากที่แจ็กรั้งไม่ให้โรสกระโดดลงจากเรือ แจ็กเล่าให้โรสฟังว่า ครั้งหนึ่งตอนที่เขาออกไปตกปลา แล้วเขาตกลงในน้ำที่เย็นจัด ความรู้สึกตอนนั้นมันอย่างกับ ถูกแทงด้วยมีดนับพันเล่มไปทั่วร่าง ประโยคนี้ละ ที่ยกมาจากบทสัมภาษณ์ของ ชาร์ล เฮอร์เบอร์ ไลต์โทลเลอร์ (Charles Herber Lightoller) ผู้ช่วยกัปตันของเรือไททานิค ที่เขาบรรยายความรู้สึกตอนตกลงในมหาสมุทรว่า การตกลงไปในน้ำเย็นมันเหมือนกับมีดนับพันเล่มแทงเข้าสู่ร่างเขา ในช่วงขณะนั้นเขารู้สึกสูญเสียสติไปโดยสิ้นเชิง 9.ฉากบันไดหลักในห้องโถงถูกน้ำพัดทำลายนั้น มีโอกาสถ่ายได้แค่ครั้งเดียว ในห้องโถงของเรือนั้นมีบันไดหลักที่สร้างด้วยไม้ฉลุลายสวยงาม ซึ่งบันไดนี้ถูกสร้างขึ้นมาในลักษณะของพรอปประกอบฉาก ไม่ได้มีความแข็งแรงแน่นหนาเสมือนบันไดที่ใช้งานจริง เหตุเพราะว่าจะมีการถ่ายทำฉากที่บันไดนี้ถูกน้ำพัดทำลาย และเพื่อให้ภาพที่สมจริง ทีมงานจึงใช้น้ำมากถึง 340,000 ลิตร เทเข้าสู่โถงบันไดนี้ แน่นอนว่าน้ำจำนวนมหาศาลขนาดนี้จะต้องทำลายบันไดได้แหลกลาญจริง จึงเป็นงานยากของทีมถ่ายทำที่จะต้องเก็บภาพนาทีสำคัญนี้ให้ได้ครบถ้วน ห้ามผิดพลาดเด็ดขาด เพราะไม่มีโอกาสที่ 2 ให้แก้ตัว 10.ปล่องไฟที่ 4 ของเรือไททานิคไม่ได้เชื่อมต่อกับเตาหลอม จึงมีควันออกมาน้อยกว่าอีก 3 ปล่องแรก นี่ก็เป็นเรื่องของความใส่ใจในทีมงานสร้างที่ไม่ปล่อยรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เล็ดลอดไป แม้คนดูจะไม่ได้รับรู้ไปด้วยก็ตาม อย่างในเรื่องของปล่องไฟเรือ ในช่วงต้นของศตวรรษที่ 20 นั้น เรือเดินสมุทรขนาดใหญ่นั้นมักจะมี 4 ปล่องควันขนาดใหญ่ จุดประสงค์เพื่อระบายความร้อนและควันไฟจากเตาหลอม แต่ระบบเดินเรือของไททานิคนั้นมีพัฒนาการที่ล้ำขึ้นมาหน่อย จึงใช้แค่ 3 ปล่องก็เพียงพอ แต่ด้วยเหตุที่เรือมีขนาดใหญ่มาก จึงยังคงสร้างให้มี 4 ปล่องเช่นเดิม เพื่อภาพลักษณ์ของเรือเมื่อมี 4 ปล่องแล้วจะดูยิ่งใหญ่น่าประทับใจ และดูสมดุลกับขนาดของเรือ แต่ใช้งานจริง ๆ ก็แค่ 3 ปล่องเท่านั้น ส่วนปล่องที่ 4 ก็ต่อเข้ากับห้องครัว ด้วยเหตุนี้ปล่องที่ 4 จึงมีควันออกมาเพียงแค่น้อยนิด 11.เดิมที เจมส์ คาเมรอน ไม่ต้องการให้มีเพลงแบบมีเนื้อร้องประกอบในหนังเลย ความตั้งใจดั้งเดิมของ เจมส์ คาเมรอน นั้น เขาไม่ได้ต้องการให้มีเพลงป๊อปที่มีเนื้อร้องใด ๆ ประกอบในหนัง Titanic เลย แล้วก็ไม่ได้ต้องการให้หนังแบบมีเพลงด้วย ความต้งใจแรกเริ่มนั้น คาเมรอนทาบทาม Enya เจ้าแม่เพลงนิวเอจในยุค 90s ให้มาทำดนตรีประกอบให้กับหนัง แต่เธอตอบปฏิเสธ คาเมรอนเลยหันไปหา เจมส์ ฮอร์เนอร์ (James Horner) แทน ซึ่งฮอร์เนอร์เองก็เข้าใจจุดประสงค์ของคาเมรอนดี เขาก็เลยแอบทำโปรเจกต์ลับ ๆ กับ ซีลีน ดิออน (Celine Dion) ด้วยการบันทึกเพลง My Heart Will Go On ไว้ พอเพลงเสร็จ เขาจึงค่อยเอาไปนำเสนอกับคาเมรอน แล้วก็เป็นไปตามคาด ความไพเราะของบทเพลงสามารถเปลี่ยนใจคาเมรอนได้สำเร็จ ยอมให้ใช้เพลงนี้ในหนัง ผลลัพธ์ก็อย่างที่เราทราบกันดี My Heart Will Go Onกลายเป็นเพลงประจำตัวของ ซีลีน ดิออน และกลายเป็นภาพจำของหนัง Titanic ไปโดยปริยาย เมื่อใดที่เราได้ยินเสียงเพลงนี้ขึ้นมา เราก็จะนึกถึงหนัง Titanic ไปด้วย 12.ภาพดวงดาวบนท้องฟ้า ไม่ตรงตามความเป็นจริง คาเมรอนจึงแก้ฉากนี้ใหม่ในหนังเวอร์ชันปี 2012 อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า เจมส์ คาเมรอน ตั้งใจว่าจะต้องสร้างหนัง Titanic ให้ตรงตามประวัติศาสตร์จริงแบบเป๊ะ ๆ จะไม่ให้คนดูสังเกตเห็นข้อผิดพลาดได้โดยเด็ดขาด แต่จนแล้วจนรอด ก็มีคนเจอจุดที่ไม่ตรงตามประวัติศาสตร์เข้าจนได้ บุคคลผู้นี้คือ ดร.นีล เดอกราส ไทสัน ( Neil deGrasse Tyson) เขาเป็นนักดาราศาสตร์ฟิสิกส์ ไทสันบอกกับคาเมรอนว่าภาพท้องฟ้าในฉากที่โรสนอนลอยคออยู่บนแผ่นกระดาน แล้วมองไปบนท้องฟ้านั้น ไม่ตรงตามความเป็นจริงในปี 1912 คาเมรอนรับฟังความเห็นของไทสันและยินยอมแก้ไขฉากนี้ โดยขอความร่วมมือจากไทสันให้ส่งภาพแผนที่ดวงดาวในปี 1912 มาให้เขา แล้วคาเมรอนก็แก้ไขฉากนี้ในหนังเวอร์ชันที่ออกฉายอีกครั้งเมื่อปี 2012 13.เรือไททานิคจมเมื่อเวลา 02:20 น. ในฉากที่เรือกำลังจม มองเห็นนาฬิกาเข็มบอกเวลา 02:15 น. เป็นอีกจุดที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของทีมงาน ในเหตุการณ์จริงนั้น เรือไททานิคชนภูเขาน้ำแข็งเมื่อเวลา 23:40 น. และจมลงสู่ก้นมหาสมุทรเมื่อเวลา 02:20 น. รวมเวลาแล้ว 2 ชั่วโมง 40 นาที ในหนังก็ได้แสดงให้เห็นถึงเวลาที่เรือจมด้วย เมื่อความวุ่นวายบนเรือเริ่มสงบลง น้ำเริ่มไหลเข้าทั่วลำเรือ มีช็อตหนึ่งถ่ายให้เห็นนาฬิกาเรือนใหญ่ บอกเวลา 02:15 น. แสดงให้เห็นว่าอีก 5 นาทีจากนี้ เรือก็จะจมดิ่งสู่ใต้ท้องทะเล ปรบมือให้กับความเป๊ะของทีมงานจริง ๆ ครับ 14.ฉากเด็กชายเล่นลูกข่างบนเรือนั้น ได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพถ่ายจริงบนเรือไททานิค ในฉากที่ แจ็ก ดอว์สัน แอบดอดเข้าไปในบริเวณของผู้โดยสารระดับเฟิสต์คลาสนั้น จะเห็นเด็กชายคนหนึ่งกำลังเล่นลูกข่างอยู่ ฉากนี้จำลองมาจากภาพนิ่งที่ถ่ายโดย ฟรานซิส บราวน์ พระในนิกายโรมันคาทอลิกรูปหนึ่ง ถ่ายเมื่อวันที่ 11 เมษายน 1912 ในภาพนี้จะเห็นเด็กชายวัย 6 ขวบ นามว่า โรเบิร์ต ดักลาส สเปดเดน กำลังเล่นลูกข่างอยู่ โดยมีพ่อของเขาและผู้โดยสารคนอื่น ๆ ยืนมองอยู่รอบ ๆ หลังเรือจม เด็กชายโรเบิร์ตและพ่อของเขารอดชีวิต แต่น่าเสียดายที่หนูน้อยโรเบิร์ตมาเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุอื่น หลังจากนั้นไม่นาน ส่วน ฟรานซิส บราวน์ ผู้บันทึกภาพก็โชคดีที่ไม่อยู่ในเหตุการณ์ เพราะเขาและผู้โดยสารอีก 7 คน ลงจากเรือไททานิคที่ท่าเรือเมืองควีนส์ทาวน์ ประเทศไอร์แลนด์ ในวันเดียวกับที่ถ่ายภาพนี้ 15.พ่อครัวที่เห็นในหนังก็อ้างอิงมาจากบุคคลจริงที่รอดชีวิต พ่อครัวผู้นี้มีนามว่า ชาร์ล จอห์น จอกิน (Charles John Joughin) เขาเป็นพ่อครัวชาวอังกฤษ-อเมริกัน เราจะได้เห็นเขาในฉากที่เรือกำลังจม จอกินจะเกาะอยู่บนราวกันตกใกล้ ๆ กับ แจ็กและโรส แล้วก็กระดกเหล้าจากกระติกโลหะ จอกินถูกจดจำในฐานะลูกเรือคนสุดท้ายที่ออกจากลำเรือได้ทันก่อนเรือจม ในเหตุการณ์จริงเขาก็ทำแบบที่เห็นในหนัง คือเกาะอยู่กับราวกันตก รอจนเรือจมมิดแล้วก็ผละออกจากเรือมา เขาลอยคออยู่ในน้ำเย็นกว่า 2 ชั่วโมง แต่ก็ยังรอดมาได้ จอกินบอกว่าเขาไม่ได้รู้สึกหนาวเย็นเลย อาจจะเป็นผลจากแอลกอฮอล์ที่เขาดื่มเข้าไปเยอะ 16.รถเรโนลต์ที่เห็นในหนังก็อยู่บนเรือไททานิคจริง ในตอนต้นเรื่อง เราได้เห็นรถยนต์สีเลือดหมูถูกยกขึ้นไปบนเรือไททานิค รถคันที่เห็นนั่นคือ Renault Type CB Coupe de Ville ปี 1912 เราได้เห็นรถยนต์คันนี้อีกครั้งในฉากโรแมนติกของแจ็กกับโรส ตามเอกสารของทางคาร์โก ได้ยืนยันว่ามีรถยนต์เรโนลต์คันดังกล่าวอยู่ในพื้นที่จัดเก็บสัมภาระของลำเรือด้วยจริง รถเรโนลต์คันนี้เป็นของมหาเศรษฐีชาวอเมริกันนามว่า วิลเลียม คาร์เตอร์ แห่งเมือง บริน มอวร์ รัฐเพนซิลวาเนีย เขาพาครอบครัวไปเที่ยวยุโรป และซื้อรถคันนี้กลับมาด้วย, วิลเลียม คาร์เตอร์ เป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ เขาเรียกร้องค่าเสียหายจาก White Star Line ตามมูลค่าจริงของรถคันนี้ที่ 5,000 เหรียญ ถ้าตีเป็นมูลค่าเงินในวันนี้ก็ประมาณ 130,000 เหรียญ ในปี 1985 โรเบิร์ต บัลลาร์ด ค้นพบซากเรือไททานิค เหล่านักกู้สมบัติให้ความสนใจในรถคันนี้มาก แต่ก็ยังหาซากรถไม่พบ เพราะถ้าพวกเขากู้รถเรโนลต์คันนี้ขึ้นมาได้ มันจะมีมูลค่านับล้านเหรียญในการประมูล เพราะตัวอย่างแค่เมนูอาหารจากซากเรือไททานิคยังมีมูลค่าสูงถึง 25,000 35,000 เหรียญ เลยเชียว 17.มีดพกที่ฟาบริซิโอได้มาจากการเล่นไพ่ ถูกใช้ตัดเชือกผูกเรือชูชีพ ยังคงเป็นเรื่องความละเอียดของทีมงาน โดยไม่สนว่าคนดูจะสังเกตเห็นหรือไม่ แจ็กและฟาบริซิโอเพื่อนรักของเขา เล่นไพ่แล้วชนะได้ของรางวัลเดิมพันมาเป็นมีดพก เงินสดจำนวนหนึ่ง นาฬิกาพก และตั๋วขึ้นเรือไททานิค ในฉากนี้นาฬิกาพกบอกเวลา 11:53 น. ซึ่งตามกำหนดการจริงนั้น เรือไททานิคออกจากท่าเวลา 12:00 น. ทำให้ทั้งคู่ต้องรีบไปขึ้นเรือให้ทัน ภายหลัง ในฉากที่เรือชนภูเขาน้ำแข็งแล้ว เราได้เห็นฟาบริซิโอพยายามเอาชีวิตรอด ด้วยการใช้มีดพกตัดเชือกที่ผูกเรือชูชีพ ซึ่งเป็นมีดพกเล่มเดียวกันที่เขาเล่นไพ่ชนะแล้วได้มา 18.แจ็กสัญญากับโรสว่าจะพาเธอไปขี่ม้าที่ซานตาโมนิกา แม้แจ็กจะไม่รอดชีวิต แต่เราได้เห็นภาพโรสขี่ม้าที่ท่าเรือซานตาโมนิกา ในช่วงต้นเรื่อง หลังจากที่แจ็กพบกับโรสได้ไม่นาน เขาให้สัญญากับเธอว่า จะพาเธอไปเที่ยวที่ท่าเรือซานตาโมนิกา และที่นั่นเธอจะต้องพบกับความสนุกสนานอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน เขาจะพาเธอไปเล่นรถไฟเหาะตีลังกา พาไปขี่ม้าริมหาดทรายตรงนี้ล่ะ เป็นจุดหนึ่งที่คลาดเคลื่อนจากประวัติศาสตร์จริงอยู่เล็กน้อย ตรงที่รถไฟเหาะตีลังกาในสวนสนุก ริมชายหาดซานตาโมนิกานั้น สร้างเสร็จหลังเรือไททานิคจมไปแล้ว แต่ประเด็นอยู่ตรงที่ว่า ในช่วงท้ายของเรื่อง ตอนที่โรสในวัยชรา ได้โชว์ภาพสมัยเธอยังสาวให้ดู เป็นภาพเธอกำลังขี่ม้าอยู่บนชายหาด ในด้านหลังมองเห็นท่าเรือซานตาโมนิกาที่เธอได้ไปในที่ที่แจ็กเคยสัญญาว่าจะพาเธอไป 19.หมาของโรสเป็นพันธุ์พอเมอเรเนียน เป็นพันธุ์ที่รอดชีวิตจากเรือไททานิคจริง ในฉากที่โรสในวัยชราปรากฏตัวนั้น เธออุ้มหมาพันธุ์พอเมอเรเนียนสีขาว แม้ว่าโรสจะเป็นตัวละครสมมติ แต่การที่เลือกหมาสายพันธุ์นี้นั้น เป็นความตั้งใจของ เจมส์ คาเมรอน ที่ต้องการสดุดีให้กับหมาจริงที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์เรือไททานิคล่ม เพราะตามเหตุการณ์จริงมีหมา 3 ตัวรอดชีวิต และ 2 ใน 3 เป็นหมาพันธุ์พอเมอเรเนียน ในขณะที่เรือไททานิคกำลังจมนั้น ผู้คนได้ช่วยกันปล่อยหมาออกจากกรงขัง ซึ่งคาเมรอนเองก็ได้ถ่ายทำฉากนี้ด้วย แต่สุดท้ายก็โดนตัดออกไป 20.เคต วินสเล็ต เกือบจมน้ำเพราะเสื้อโค้ตของเธอเกี่ยวติดกับประตูในฉากหนีตาย นักแสดงหลายคนต่างก็เคยประสบอุบัติเหตุไม่คาดฝันในระหว่างถ่ายทำ เคต วินสเล็ต เองก็ประสบอุบัติเหตุเกือบจมน้ำเช่นกันในระหว่างถ่ายทำ Titanic ในฉากที่แจ็กกับโรสกำลังวิ่งหนีคลื่นน้ำในที่พัดมาตามทางเดินนั้น ทั้งคู่ถูกคลื่นซัดไปติดประตูเลื่อน ตอนนี้เองเสื้อโค้ตตัวใหญ่ที่วินสเล็ตสวมอยู่นั้น มีบางส่วนไปเกี่ยวติดกับประตูเลื่อน ซึ่งปริมาณน้ำที่ใช้ในการถ่ายทำฉากนี้ก็เพิ่มปริมาณขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำเอาเธอเกือบจมน้ำจริง แต่เดชะบุญที่เธอสามารถดึงเสื้อหลุดออกจากประตูได้สำเร็จ เคต วินสเล็ต บอกว่าแม้ว่าเธอเกือบจะเจออุบัติเหตุในฉากนี้จนต้องจมน้ำจริง ๆ แต่เธอก็ไม่เคยปริปากบ่น เพราะเธอไม่อยากให้ตัวเองดูเป็นนักแสดงที่จู้จี้มากเรื่อง ขณะเดียวกัน เจมส์ คาเมรอน ก็ยืนยันกับสื่อว่าตลอดการถ่ายทำ เคต วินสเล็ต ไม่เคยประสบเหตุรุนแรงใด ๆ 21.แผ่นไม้กระดานที่โรสขึ้นไปนอนหลังเรือจมนั้น อ้างอิงจากเศษซากจริงจากเรือไททานิค ฉากที่เป็นเรื่องโต้แย้งกันมายาวนาน คือฉากที่โรสขึ้นไปนอนบนแผ่นไม้กระดานคนเดียว แล้วปล่อยให้แจ็กเกาะขอบกระดานส่วนตัวนั้นแช่อยู่ในน้ำจนสภาพร่างกายรับอากาศเย็นไม่ไหว ทั้งที่ผู้ชมพิจารณาแล้วว่าขนาดของแผ่นกระดานนั้นน่าจะพอให้ขึ้นไปนอนได้ทั้งคู่ แต่ประเด็นหลักในหัวข้อนี้ก็คือ แผ่นกระดานดังกล่าวนั้นเป็นแผ่นไม้ที่ลาดลายฉลุสวยงามนั้น อ้างอิงมาจากเศษซากปรักหักพังส่วนหนึ่งจากเรือไททานิค ที่ปัจจุบันแสดงโชว์ไว้ในพิพิธภัณฑ์การเดินเรือแห่งมหาสมุทรแอตแลนติก แฮลิแฟกซ์ รัฐโนวาสโกเชีย ประเทศแคนาดา 22.ในฉากดินเนอร์นั้น มีการเสิร์ฟไข่ปลาคาเวียร์ เบลูกา กันจริง ๆ แม้ว่าทีมงานสร้างฉากจะช่วยกันประหยัดงบต้นทุนด้วยการสร้างฉากเรือแค่ครึ่งลำ แต่บางฉากทีมงานก็ยอมทุ่มทุนกันจริง ๆ อย่างเช่นในฉากอาหารค่ำที่แจ็กกับโรสได้ไปร่วมนั่งโต๊ะอาหารในชั้นเฟิสต์คลาส ในฉากนี้ก็มีไข่ปลาคาเวียร์เสิร์ฟให้เห็นกันด้วย เพื่อแสดงให้เห็นชีวิตอันหรูหราของลูกค้าระดับมหาเศรษฐี ทีมงานจึงเลือกใช้ไข่ปลาคาเวียร์ของจริงเสิร์ฟในฉากนี้ และเป็นไข่ปลาคาเวียร์เบลูกา เกรดที่แพงที่สุดของคาเวียร์ ราคาขายอยู่ที่ 3,500 เหรียญ 5,000 เหรียญ ต่อปอนด์ ใน Shopee ขายอยู่ที่ตลับ 20 กรัม ราคา 3,885 บาท 23.ฉากที่เรือไททานิคออกจากท่าเทียบเรือนั้น ทีมงานถ่ายทำแบบกลับซ้ายไปขวา แม้ว่าหนังจะใช้ทุนสร้างมหาศาลถึง 200 ล้านเหรียญ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเพียงพอที่จะสร้างทุกอย่างในฉากขึ้นตามจริงได้ครบถ้วน อย่างฉากที่ต้องเห็นเรือไททานิคนั้น ทีมงานก็สร้างแค่ด้านขวาของเรือมาครึ่งเดียว เหตุผลคือโลเคชันที่ถ่ายทำหลักนั้น ลมจะพัดจากหน้าเรือไปหลังเรือ ควันจากปล่องก็จะลอยไปทางด้านท้ายเรือ ทำให้รู้สึกว่าเรือกำลังมุ่งหน้าไปอยู่เสมอ แต่ปัญหามาอยู่ที่ฉากที่เรือออกจากท่าในเซาท์แธมป์ทัน เพราะตามเหตุการณ์จริงนั้น ไททานิคหันกราบซ้ายเข้าเทียบท่า ทีมงานก็เลยแก้ปัญหาด้วยการถ่ายทำแบบกลับซ้ายเป็นขวาทั้งหมด ถ้าบทภาพยนตร์เขียนว่าตัวละครคนนี้ต้องเดินไปทางซ้าย ก็ให้เดินไปทางขวาแทน แล้วนำมากลับด้านอีกครั้งในขั้นตอนหลังการถ่ายทำ 24.แจ็กเล่าให้โรสฟังว่าเขาไปเคยไปตกปลาตอนเด็ก ๆ ที่ทะเลสาบวิสโซทา แต่ทะเลสาบนี้เกิดขึ้นหลังเรือไททานิคล่ม อย่างที่กล่าวไป เจมส์ คาเมรอน ตั้งใจมากในเรื่องการรักษาความถูกต้องของหนัง Titanic ให้ตรงตามประวัติศาสตร์ให้มากที่สุด แต่กระนั้นก็ยังมีบางส่วนที่ผิดพลาดไปจากความเป็นจริง แต่ก็ไม่ใช่ประเด็นใหญ่ที่มีผลต่อเนื้อหา อารมณ์ของหนัง อย่างในตอนที่แจ็กเล่าให้โรสฟังว่า ตอนเป็นเด็กนั้น พ่อพาเขาไปตกปลาที่ทะเลสาบวิสโซทา ในรัฐวิสคอนซิน แต่ความเป็นจริงแล้ว ทะเลสาบวิสโซทานั้นถือกำเนิดขึ้นในปี 1917 หลังจากการสร้างเขื่อนในบริเวณนั้น แต่เหตุการณ์ในหนังนั้นเกิดขึ้นในปี 1912 ซึ่งในเวลานั้นยังไม่มีทะเลสาบวิสโซทาตามที่แจ็กกล่าวถึงแต่อย่างใด 25.มาดอนนา คือตัวเลือกแรกในบท โรส เหตุเพราะหนัง Evita 1996 ที่มาดอนนาโชว์ฝีมือทั้งแสดงและร้องในบทบาท เอวิตา เปรอง ได้อย่างน่าประทับใจ จนส่งให้เธอคว้ารางวัลลูกโลกทองคำสาขานักแสดงนำหญิงไปครองได้สำเร็จ แต่ในวันนั้น เจมส์ คาเมรอน ก็ยังมีตัวเลือกในใจอีกหลายคนอย่างเช่น นิโคล คิดแมน, โจดี ฟอสเตอร์, คาเมรอน ดิแอซ, ชารอน สโตน และ กวินเน็ธ พัลโธรว์ แต่รายที่ต้องการบท โรส อย่างที่สุด ก็หนีไม่พ้น เคต วินสเล็ต นักแสดงวัย 19 ปี ในวันนั้นฉันอ่านบทจบทั้งน้ำตา แล้วฉันก็พูดกับตัวเองว่า ใช่ละ ฉันต้องได้บทนี้ ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว จากนั้นเธอก็โทรติดต่อกับทีมงานอยู่ 2-3 ครั้ง จนในที่สุด ทีมงานก็ต่อสายให้เธอได้คุยกับ เจมส์ คาเมรอน ซึ่งขณะนั้นเขากำลังขับรถอยู่ด้วย ฉันคิดว่าเขาจอดรถเพื่อคุยกับฉันเลยนะ ฉันก็รีบบอกเขาไปเลยว่า ฉันต้องได้บทนี้ ถ้าคุณไม่เลือกฉันก็บ้าแล้วเคต วินสเล็ต ยังไม่หยุดแค่นั้น เธอส่งดอกกุหลาบช่อใหญ่ไปให้ เจมส์ คาเมรอน ในสารคดีเบื้องหลังที่แถมมาในดีวีดี คาเมรอนเล่าให้ฟังว่า เขาได้รับของขวัญเซอร์ไพรส์จาก เคต วินสเล็ต มันคือดอกกุหลาบ ! ดอกกุหลาบเพื่อบทโรสไง ! แล้วก็ยังมีโน้ตแนบมาด้วยเขียนว่า ฉันพร้อมแล้ว แม้จะเป็นความพยายามหว่านล้อมอย่างที่สุด แต่ในที่สุด เคต วินสเล็ต ก็ได้พิสูจน์แล้วว่า เธอไมได้ทำให้คาเมรอนผิดหวังจริง ๆ ที่มา ที่มา ที่มา

เจมส์ คาเมรอน แอบแฉ ลีโอนาร์โด ดีคาปริโอ เกือบจะชวดบทใน "Titanic"
อ่าน

เจมส์ คาเมรอน แอบแฉ ลีโอนาร์โด ดีคาปริโอ เกือบจะชวดบทใน "Titanic"

เดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ น่าจะเป็นเดือนที่สำคัญของผู้กำกับรุ่นใหญ่ เจมส์ คาเมรอน (James Cameron) เพราะนอกจากปี 2022 นี้จะเป็นปีที่ผลงานภาพยนตร์เรื่องใหม่ล่าสุดอย่าง Avatar: The Way of Water จะเข้าฉายในวันที่ 16 ธันวาคมที่จะถึงนี้แล้ว วันที่ 19 ธันวาคม ก็ยังตรงกับวันที่หนังเรื่อง Titanic (1997) เข้าฉายในสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรกเมื่อ 25 ปีที่แล้วด้วย นอกจากวิสัยทัศน์อันยิ่งใหญ่ของคาเมรอน ที่ทำให้หนังกลายมาเป็นภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จสูงที่สุดเรื่องหนึ่งในประวัติศาสตร์ฮอลลีวูดแล้ว องค์ประกอบต่าง ๆ ก็ล้วนแต่ส่งเสริมให้ตัวหนังกลายมาเป็นหนังรักโรแมนติกดราม่าโศกนาฏกรรมที่ตรึงตาตรึงใจผู้ชมทุกยุคทุกสมัย โดยเฉพาะเหล่านักแสดงคู่พระนางชู้รักเรือล่มอย่าง ลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอ (Leonardo DiCaprio) ในบท แจ็ก ดอว์สัน (Jack Dawson) และ เคต วินสเลต (Kate Winslet) ในบท โรส เดวิต บูเคเตอร์ (Rose DeWitt Bukater) โดยเฉพาะพ่อหนุ่มลีโอ ที่ในเวลานั้นยังเป็นนักแสดงวัยรุ่นที่เริ่มมีชื่อเสียงมาแล้วในระดับหนึ่ง จากหนังเรื่อง Romeo + Juliet (1996) แต่กว่าที่เขาจะได้มาปรากฏตัวในบทบาทของชายหนุ่มยากจนผู้เด็ดดอกฟ้าจนกลายเป็นตำนานและส่งให้เขากลายเป็นดาราระดับ A-List ได้นั้น เชื่อหรือไม่ว่า เขาเองก็เกือบจะทำโอกาสนี้หลุดลอย แถมเวลานั้นยังเป็นการเจอกันระหว่างเขากับคาเมรอนที่ดูประดักประเดิด เต็มไปด้วยบรรยากาศมาคุพอสมควร คาเมรอนเปิดเผยเรื่องนี้กับ GQ ว่า ในเวลานั้น เขากำลังอยู่ในขั้นตอนการออดิชันนักแสดงเพื่อมารับบทนำในหนัง Titanic คาเมรอนเล่าว่า ตอนนั้นเขาได้เลือกวินสเลตมารับบทในหนังแล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อก็คือ ต้องออดิชันเพื่อคัดเลือกนักแสดงชายที่มีเคมีตรงกันเพื่อมาเข้าคู่พระนางกับเธอ ซึ่งดิแคพรีโอก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกนักแสดงที่คาเมรอนเรียกตัวไปออดิชันบท แจ็ก ดอว์สัน ผมจำได้ว่า ตอนเรียกลีโอ (ดิแคพรีโอ) ไปคุย ผมรอเขาอยู่ในห้องประชุม ตอนนั้นตลกมาก ผมมองไปรอบ ๆ ก็เห็นผู้หญิงเดินมามุงกันใหญ่เลย คือ Executive Producer หญิงอันนี้โอเค เข้าใจได้ แต่พนักงานบัญชีนี่เข้ามาประชุมด้วยทำไม ? ที่พวกเธอเข้ามาก็เพราะว่าอยากเจอลีโอ บ้าชิบลีโอทำให้ทุกคนต่างหลงเสน่ห์ รวมทั้งผมด้วย อีกสองสามวันต่อมา ผมนัดลีโอมาอีกครั้งเพื่ออ่านบทร่วมกับวินสเลต เขาไม่รู้ว่าผมจะทำ Screen Test ด้วย เขานึกแค่ว่าเข้ามาเจอกับเคตเฉย ๆ ผมก็เลยบอกว่า โอเค งั้นไปอีกห้องนะ ผมจะให้ลองพูดบทและถ่ายวิดีโอไว้ด้วย เขาก็เลยถามว่า หมายถึงว่า ผมต้องอ่านบทด้วยเหรอ ? ผมตอบว่า ใช่สิ เขาเลยบอกว่า ผมไม่อ่านบทหรอกนะ ปฏิกิริยาของคาเมรอนต่อนักแสดงหนุ่มน้อยในตอนนั้นถึงกับตกใจไม่ใช่น้อย คาเมรอนจึงเดินเข้าไปจับมือกับเขาและพูดกับดิแคพรีโอเพียงสั้น ๆ ว่า งั้นก็ ขอบคุณที่มาละกันนะ ก่อนจะหันหลังใส่ ดิแคพรีโอจึงถามเขาไล่หลังว่า เอ่อเดี๋ยวนะ หมายความว่า กะอีแค่ผมแค่ไม่อ่านบท ผมก็จะไม่ได้รับบทง่าย ๆ แค่นี้เลยเหรอ ? ผู้กำกับจึงตอบนักแสดงไปว่า ใช่ เพราะว่ามันเป็นหนังฟอร์มยักษ์ที่จะกินเวลาชีวิตผมไป 2 ปีเต็ม ๆ ซึ่งตอนผมทำ Post-Production นายอาจจะไปเล่นหนังเรื่องอื่นได้อีกสัก 4-5 เรื่องมั้ง เพราะฉะนั้น ผมจะไม่ยอมปล่อยให้หนังเหี้- เพียงเพราะแคสต์นักแสดงผิดหรอกนะ ฉะนั้น นายอ่านบทซะ ไม่งั้นก็ไม่ต้องเล่น นักแสดงหนุ่มจึงต้องยอมอ่านบทแบบฝืน ๆ เพื่อทำ Screen Test ต่อหน้ากล้อง แต่เพชรยังไงก็เป็นเพชร เพราะทันทีที่ดิแคพรีโอทำการแสดง คาเมรอนก็รู้ได้ทันทีว่าการแสดงของนักแสดงหนุ่มคือ แจ็ก ดอว์สัน ที่เขาตามหา ตอนนั้นเหมือนว่าร่างกายทุกส่วนของเขามีแต่แง่ลบ แต่พอผมสั่งว่า แอ็กชัน การแสดงของเขากับเคทมันเหมือนท้องฟ้าที่มีเมฆทะมึน อยู่ดี ๆ ก็มีแสงส่องลงมา ทำให้แจ็กเต็มไปด้วยความสว่างไสว ผมก็เลยบอกว่า เอาคนนี้แหละ แต่กว่าที่ดิแคพรีโอจะได้มีโอกาสแจ้งเกิดในหนังเรื่องนี้ และกลายมาเป็นนักแสดงแถวหน้าของฮอลลีวูดมาจนถึงทุกวันนี้ เขาเองก็ต้องฝ่าอุปสรรคบรรดานักแสดงแถวหน้าที่เกือบจะได้รับบทนี้มากมายหลายคน แต่เดิมทีแล้ว สตูดิโอเจ้าของหนังอย่าง ทเวนตีเซนจูรีฟ็อกซ์ (20th Century Fox) นั้นอยากได้นักแสดงแถวหน้ามารับบท แจ็ก ดอว์สัน มากมายหลายคน ทั้ง แบรด พิตต์ (Brad Pit), ทอม ครูซ (Tom Cruise), บิลลี ครูดัป (Billy Crudup), สตีเฟน ดอร์ฟ (Stephen Dorff) ซึ่งนักแสดงหลายคนก็ถูกคาเมรอนปฏิเสธไปเพราะเหตุผลที่ว่าอายุมากเกินกว่าจะรับบทหนุ่มน้อยวัย 20 ปี ส่วนครูซเองทีแรกก็สนใจบทนี้ แต่ด้วยค่าตัวสูงเกินไปก็เลยชวด และนักแสดงที่เกือบจะได้รับบทนี้แบบฉิวเฉียดก็มีทั้ง จาเล็ด เลโต (Jared Leto) ที่คาเมรอนเสนอบทให้พิจารณา แต่เขาก็ปฏิเสธการออดิชัน จอห์นนี เดปป์ (Johnny Depp) ก็เป็นอีกคนที่ปฏิเสธบทนี้ (ก่อนจะไปเป็นกัปตัน แจ็ก สแปร์โรว์แทน) รวมทั้งเจเรมี ซิสโต (Jeremy Sisto) ที่เคยมีโอกาส Screen Test กับวินสเลตไปแล้ว และนักแสดงอีกคนที่มาแรงมากก็คือ แมทธิว แม็กคอนนาเฮย์ (Matthew McConaughey) ที่เคยออดิชันบทกับวินสเลตไปแล้ว และทางค่าย Fox เองก็ชอบเคมีระหว่างเขากับวินสเลตมาก ๆ แต่สุดท้ายก็อย่างที่ทราบว่า ดิแคพรีโอก็ได้บทนี้ไปในที่สุด ด้วยเหตุเพราะเขาเองตอนนั้นเพิ่งอายุแค่ 21 ปี ใกล้เคียงกับอายุของแจ็ก ดอว์สันในเรื่อง และด้วยฝีมือการแสดงที่ฉายแสงโดดเด่น ทำให้ไม่ว่าค่ายจะเสนอดาราคนไหน คาเมรอนก็ขอยืนกรานว่า บทนี้ต้องเป็นของดิแคพรีโอเท่านั้น และอย่างที่ทราบอีกว่า ตัวหนังประสบความสำเร็จในระดับมหาศาล ทำรายได้รวมมากถึง 2,200 ล้านเหรียญ ติดทำเนียบหนังทำเงินสูงที่สุดในโลกอันดับ 3 กวาดรางวัลออสการ์ได้มากถึง 11 สาขา ดิแคพรีโอและวินสเลตกลายเป็นคู่ขวัญ แจ็ก-โรส ที่โด่งดังไปทั่วโลก นอกจากความหล่อของเขาในบทบาทหนุ่มน้อยบนเรือไททานิก ที่ทำให้สาว ๆ ทั่วโลกต่างกรี๊ดกร๊าดและหลงไหลจนเป็นปรากฏการณ์ Leomania ในเวลานั้นแล้ว ฝีมือการแสดงของเขาก็เรียกได้ว่ายอดเยี่ยม จนได้มีโอกาสเข้าชิงรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ทั้งเวทีรางวัลออสการ์ และลูกโลกทองคำ แม้ว่าจะไม่ได้คว้ารางวัล แต่ก็เรียกได้ว่า Titanic คือหนังที่แจ้งเกิดให้เขากลายมาเป็นนักแสดงคุณภาพของฮอลลีวูดได้จนถึงทุกวันนี้ ที่มา: GQ, CNN, Variety, Wikipedia

ทุบสถิติยังไม่หยุด! "Top Gun: Maverick" ล่มเรือ "Titanic" ขึ้นแซงชาร์ตหนังในอังกฤษ
อ่าน

ทุบสถิติยังไม่หยุด! "Top Gun: Maverick" ล่มเรือ "Titanic" ขึ้นแซงชาร์ตหนังในอังกฤษ

ในขณะที่ฝั่งอเมริกาเพิ่งจะตะกายขึ้นไปอยู่อันดับที่ 5 ของหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลของที่นั่น ทางฝั่งเมืองผู้ดีก็ไม่ได้น้อยหน้ากันเลย เพราะว่า "Top Gun: Maverick" ยังคงโกยทรัพย์อย่างต่อเนื่อง เข้าสู่สัปดาห์ที่ 15 เช่นเดียวกัน และหนังก็ยังไม่หลุดออกจาก Top 5 ของบ็อกซ์ออฟฟิศรายสัปดาห์ของที่นั่น กับการสร้างสถิติใหม่ขึ้นแท่นกลายเป็นอันดับที่ 9 หนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลของสหราชอาณาจักรไปเรียบร้อย ตามรายงานระบุว่า สุดสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น Top Gun: Maverick ทำเงินเพิ่มไปอีกราว ๆ 600,000 ปอนด์ รั้งอยู่ในอันดับที่ 3 ของบ็อกซ์ออฟฟิศในอังกฤษ และนั่นก็ทำให้ขยับรายได้รวมของหนังในเมืองผู้ดีขึ้นไปเป็น 81.6 ล้านปอนด์ ที่นับว่าเป็นสถิติที่แซงหน้าหนังโรแมนซ์หายนะในตำนาน "Titanic" ที่เคยกวาดเงินไปได้ 80.3 ล้านปอนด์ ตั้งแต่เมื่อกว่า 2 ทศวรรษที่แล้ว พร้อมกับก้าวขึ้นไปอยู่อันดับที่ 9 แทนที่ได้ในที่สุด "Top Gun: Maverick" ทุบสถิติ! แซงรายได้ "Black Panther" ทะลุ 700 ล้านสำเร็จ Top Gun: Maverick ไม่ใช่แค่เพียงจะประสบความสำเร็จในอเมริกาเท่านั้น เพราะหนังยังคงยืนโรงฉายได้อย่างยาวนานต่อเนื่องในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก ทำให้ปัจจุบันหนังติดอยู่ในอันดับที่ 12 ของหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลของโลก กับรายได้ประมาณ 1.44 พันล้านเหรียญ และยังคงมีโอกาสที่จะขึ้นไปสู่ Top 10 ของชาร์ตได้อยู่ เพราะนักวิเคราะห์มองว่าหนังยังมีโอกาสจะยืนโรงฉายได้ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเทศกาลปลายปีนี้ บ็อกซ์ออฟฟิศในอังกฤษสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ก็ไม่ค่อยมีโปรแกรมหนังเข้าใหม่ที่น่าหวือหวาเท่าไหร่ แชมป์หนังยังคงเป็น "Minions: The Rise Of Gru" ที่เก็บเงินไปได้แล้วกว่า 44.1 ล้านปอนด์ ตามมาด้วยอีกหนึ่งแอนิเมชั่น "DC League Of Super-Pets" ตามมาอยู่ในอันดับที่ 2 กับรายได้ทั้งสิ้นกว่า 14 ล้านเหรียญ โดยที่เวอร์ชั่นพิเศษของ "Spider-Man: No Way Home" ที่เพิ่มฟุตเทจใหม่ เปิดตัวได้ที่อันดับที่ 5 ของตาราง ขณะที่สถิติอันดับหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลของสหราชอาณาจักรนั้น อันดับที่ 1 คือ "Star Wars: The Force Awakens" ในปี 2015 ที่ฟันรายได้สูงถึง 123.2 ล้านปอนด์ ยังคงครองบัลลังก์นี้ต่อเนื่องมาเกือบ 10 ปี ตามมาด้วย "Skyfall" หนัง 007 ที่ทำเงินไปได้สูงถึง 103.2 ล้านปอนด์ ตามมาด้วย "Spider-Man: No Way Home" กับตัวเลข 96.9 ล้านปอนด์ และยังมีโอกาสที่แตะรายได้หลักร้อยล้านปอนด์ได้อยู่ ทั้งนี้คาดว่า Top Gun: Maverick น่าจะยังมีกำลังเพียงพอที่จะโค่นสถิติของ "Star Wars: The Last Jedi" ที่ทำเงินเอาไว้ที่ 82.7 ล้านปอนด์ และจะสามารถขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 8 บนชาร์ตนี้ในอีกไม่กี่สัปดาห์ที่จะถึงนี้ ส่วนแฟน ๆ บ้านเรายังคงประทับใจกับหนังภาคต่อเรื่องนี้ เตรียมกลับไปดื่มด่ำได้อีกครั้งบนจอใหญ่โรงไอแมกซ์ ที่จะนำกลับมาฉายซ้ำเป็นรอบที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายนนี้ เป็นต้นไป หรือจะเช่าชมได้ที่ทรูไอดีได้แล้ววันนี้! ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

ตำนานรัก แจ็ค กับ โรส จะกลับมา "Titanic" หวนคืนโรงหนังอีกครั้งฉลองครบ 25 ปี
อ่าน

ตำนานรัก แจ็ค กับ โรส จะกลับมา "Titanic" หวนคืนโรงหนังอีกครั้งฉลองครบ 25 ปี

และก็ดูเหมือนว่าหนึ่งในหนังเรื่องยิ่งใหญ่ตลอดกาลของวงการหนังจะเตรียมกลับมาโลดแล่นบนจอใหญ่อีกครั้ง นั่นก็คือ "Titanic" อดีตหนังที่เคยฮิตทำเงินถล่มทลายบนบ็อกซ์ออฟฟิศทั่วโลก ในยุค 90s ที่ล่าสุดเตรียมจะกลับมาสร้างความประทับใจอีกครั้งในฉบับรีมาสเตอร์หลากหลายรูปแบบ ซึ่งจะนำกลับมาฉายในโรงหนังอีกครั้ง เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 25 ปีเต็มของความยิ่งใหญ่นี้ Deadline เปิดเผยว่า หนังที่เคยทำเงินรายได้สูงสุดตลอดกาลและครองตำแหน่งนั้นยาวมาเป็นทศวรรษ อย่าง Titanic เตรียมกลับมาตอกย้ำความประทับใจให้ผู้ชมทั่วโลกอีกครั้ง "จอน แลนเดา" โปรดิวเซอร์หนังชื่อดัง ที่เป็นหนึ่งในผู้สร้างหนัง Titanic ได้ขึ้นประกาศข่าวนี้บนเวทีงาน CineEurope ที่จัดขึ้นอยู่ ณ เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน โดยเขายืนยันว่าหนังรักในตำนานเรื่องนี้จะกลับมาฉายในโรงหนังอีกครั้ง ตามรายงานระบุว่า วอลต์ ดิสนีย์ จะรับหน้าที่ดูแลการจัดจำหน่ายและนำ Titanic กลับมาออกฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วโลกอีกครั้ง ในวาระที่หนังครบรอบ 25 ปี พร้อมกับได้วางวันฉายเอาไว้คร่าว ๆ เป็นในช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์ 2023 โดยที่ในสหรัฐอเมริกานั้น พาราเมาท์ พิคเจอร์ส จะรับผิดชอบในการนำหนังออกฉาย แต่ยังไม่มีการกำหนดวันฉายออกมาในตอนนี้ ทั้งนี้ Titanic เป็นหนังที่เคยนำกลับมาลงโรงฉายใหม่อยู่เรื่อย ๆ ในปี 2012 ก็เคยรีมาสเตอร์ออกมาใหม่เป็นหนัง 3D ที่ยังได้กระแสตอบรับที่ดีอยู่ แต่ในครั้งนี้นั้นมีข้อมูลว่า หนังจะถูกรีมาสเตอร์ออกมาเป็นหลายฉบับ ทั้งเป็นหนัง 3D และในรูปแบบ 4K HDR และปรับค่าเป็นหนังที่มีอัตราเฟรมสูง เพื่อเพิ่มความละเอียดและคมชัดของหนังในตำนานเรื่องนี้ยิ่งขึ้นด้วย Titanic เป็นหนังดราม่าโรแมนติกที่เคยออกฉายครั้งแรกในเดือนธันวาคม 1997 ที่แจ้งเกิดให้กับ "ลีโอนาร์โด ดีคาปริโอ" และ "เคต วินสเตท" รวมทั้งยังผลักดันทำให้ "เจมส์ คาเมรอน" กลายเป็นนักสร้างหนังระดับตำนาน หนังกวาดรางวัลออสการ์ไปได้มากถึง 11 สาขารางวัล โดยปัจจุบันหนังครองอันดับที่ 3 หนังทำเงินทั่โลกสูงสุดตลอดกาลกับรายได้กว่า 2.2 พันล้านเหรียญ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ กับ เคต วินสเลต อาจหวนเจอกันอีกครั้งใน "Titanic" ครบ 25 ปี
อ่าน

ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ กับ เคต วินสเลต อาจหวนเจอกันอีกครั้งใน "Titanic" ครบ 25 ปี

ข่าวสารวงการหนัง ต้องขีดเส้นใต้หนาๆ ว่านี่เป็นเพียงแค่กระแสข่าวลือที่ยังไม่มีการประกาศชัดเจนใดๆ แต่เห็นว่ามีความน่าสนใจดีและชวนติดตามจึงได้หยิบมานำเสนอ เพราะมีความเป็นไปได้ที่พระนางจากหนังดังอมตะ "Titanic" จะหวนโคจรมาร่วมงานกันอีกครั้งในปี 2022 ที่กำลังจะมาถึงนี้ เพื่อที่จะทำโปรเจ็กต์พิเศษในวาระครบรอบ 25 ปี ของหนังรักเรือล่มในตำนานเรื่องนี้นั่นเอง กระแสข่าวดังกล่าวมีการตั้งข้อสังเกตมาจากข่าวที่เผยแพร่โดย Womens Day Australia สมาคมสิทธิสตรีของออสเตรเลีย ที่ระบุว่า ผู้กำกับ "เจมส์ คาเมรอน" ร่วมด้วย "ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ" กับ "เคต วินสเลต" พวกเขาอาจจะกลับมาร่วมงานด้วยกันอีกครั้งในปี 2022 กับโปรเจ็กต์พิเศษเกี่ยวกับหนัง Titanic ที่กำลังจะครบรอบ 25 ปีในปีหน้า โดยอาจจะเป็นหนังสารคดีที่หวนย้อนกลับไปถึงการทำงานและอดีตที่น่าจดจำของการสร้างหนังเรื่องนี้ ถึงแม้ว่าโครงการดังกล่าวยังเป็นเพียงแค่ข่าวโคมลอย แต่ก็นับว่าสร้างความสนใจให้กับแฟนๆ ที่นักแสดงและทีมงานหนัง Titanic จะหวนกลับมาพบกันอีกครั้ง และอย่างที่ทราบกันดีกว่า ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ และ เคต วินสเลต ต่างก็มีความสัมพันธ์มิตรภาพที่ดีต่อกันอย่างยาวนาน และพวกเขาก็พร้อมที่จะกลับมาร่วมงานกับ เจมส์ คาเมรอน เสมอๆ ถ้ามีจังหวะและโอกาสที่เหมาะสม ในปี 2022 ที่เป็นวาระครบรอบ 25 ปี ของหนังในตำนานที่เคยทำเงินสูงสุดตลอดกาลมาก่อน ค่ายหนังน่าจะมีการสร้างโปรเจ็กต์เอาไว้รองรับแฟนๆ เอาไว้แน่นอน อาจจะเป็นการนำหนังกลับมาลงโรงฉายอีกครั้ง หรือสร้างสกู๊ปพิเศษออกมาเซอร์ไพรส์แฟนๆ แต่อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ จากค่ายหนังหรือมีประกาศสร้างออกมาในตอนนี้ คงจะต้องติดตามกันต่อไป Source: WeGotThisCovered ---------------------------------------------------- กดเลย community แห่งความบันเทิง 📸เมาท์ข่าวดารา กับเจ๊รุงรังขังรวมทั้งข่าว หนัง ซีรีส์ 🍿ละคร ดนตรี และศิลปินไอดอล 😍ที่คุณชื่นชอบ บนแอปทรูไอดี ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

ฉากที่โดนตัดออกไปใน "Titanic" แท้จริงมีเรืออีกลำที่อยู่ใกล้ แต่ไม่เข้าไปช่วย?
อ่าน

ฉากที่โดนตัดออกไปใน "Titanic" แท้จริงมีเรืออีกลำที่อยู่ใกล้ แต่ไม่เข้าไปช่วย?

ข่าวสารวงการหนัง Titanic ถูกสร้างเป็นตำนานรักต่างชนชั้นบน "สวรรค์ที่ไม่มีวันจม" นาม อาร์.เอ็ม.เอส. ไททานิค เมื่อ แจ็ค หนุ่มยากจนได้รับโชคชะตาจากการเสี่ยงดวงได้ตั๋วขึ้นเรือไททานิคชั้นประหยัด ได้พบกับ โรส สาวชนชั้นสูงที่กำลังคิดสั้นกระโดดลงท้ายเรือเพื่อหนีการแต่งงานจากชายที่เธอไม่ได้รัก แจ็ค ได้พูดเพื่อดึงสติเธอ ทั้งสองแอบคบกันท่ามกลางอุปสรรคความรักที่ถูกกีดกันและเหตุการณ์โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่เมื่อเรือชนกับภูเขาน้ำแข็ง ล่าสุด ScreenRant ได้เปิดเผยว่าในหนังเรื่องนี้มีฉากที่ถูกตัดออก ซึ่งแท้จริงแล้วมีเรืออีกลำหนึ่งที่อยู่ใกล้กันกับไททานิค แต่ไม่ได้เข้ามาช่วยเหลือจนกระทั่งเรือคาร์แพเทียที่อยู่ห่างไปกว่า 20 ไมล์ มาช่วยเหลือแทนแต่ก็ไม่ทันและส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ฉากที่ถูกตัดออก : เรือแคลิฟอร์เนียน ที่อยู่ในรัศมีใกล้กับไททานิค ได้ทำการเตือนไปยังเรือไททานิคแล้วเกี่ยวกับน้ำแข็ง แต่ทางไททานิคไม่สนใจที่จะตอบสนอง ทำให้เรือแคลิฟอร์เนียนไม่พอใจและ ปิดระบบสื่อสารในคืนนั้น ซึ่งต่อมาเมื่อเรือไททานิคล่ม แม้จะมีการส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือแต่ เรือแคลิฟอร์เนียนก็ไม่สามารถติดต่อได้ โดยฉากนี้เป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ของค่ำคืนนั้นด้วย ทั้งนี้ เจมส์ คาเมรอน ผู้สร้างภาพยนตร์ได้ให้เหตุผลของการตัดฉากนี้ทิ้งแม้จะเป็นข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์เพราะว่าต้องการให้คนดูกลับไปโฟกัสที่ผู้คนในเรือไททานิคที่กำลังหนีตาย และต้องการเปรียบเทียบให้เห็นว่าเรือล่มครั้งนี้เป็นถึงจุดจบของโลกซึ่งไม่มีใครมาช่วยพวกเขาได้จนกว่าจะสายเกินไป ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/34057In

"Demon Slayer" โค่นเรือ "Titanic" ผงาดขึ้นอันดับ 2 หนังทำเงินสูงสุดในญี่ปุ่น
อ่าน

"Demon Slayer" โค่นเรือ "Titanic" ผงาดขึ้นอันดับ 2 หนังทำเงินสูงสุดในญี่ปุ่น

ข่าวสารวงการหนัง ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่ และแล้วประวัติศาสตร์หน้าใหม่อาจจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ ดูเหมือนว่าพลังความร้อนแรงของดาบพิฆาตอสูร"Demon Slayer the Movie" จะยังไม่ลดดีกรีลงไปง่ายๆ เพราะเข้าสู่สัปดาห์ที่ 7 ของการออกฉายในประเทศญี่ปุ่น หนังก็ยังคงยืนตำแหน่งแชมป์หนังได้ต่อเนื่อง ยังไม่มีหนังเรื่องไหนจะต้านทานได้ และยังก้าวขึ้นสู่สถิติใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ตามรายงานระบุว่า Demon Slayer the Movie ยังคงทำรายได้ได้อย่างยอดเยี่ยม หนังเก็บเงินเพิ่มไปอีก 990 ล้านเยน (ประมาณ 9.5 ล้านเหรียญ) โดยนับว่าเป็นรายได้หนังที่เข้าฉายในสัปดาห์ที่ 7 ที่ทำเงินได้สูงสุดตลอดเรื่องใหม่ เขี่ยแชมป์เก่าอย่าง "Frozen" ลงไปได้ โดยรายได้ของหนังในสัปดาห์นี้นั้น แทบจะไม่ลดลงและไม่แตกต่างไปจากสัปดาห์ก่อนเลย อ่านฟีดแบกหนัง "Demon Slayer the Movie ดาบพิฆาตอสูร" ทุกเสียงกล้าการันตี! โดยในปัจจุบันนี้ ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่ ก็สามารถทำยอดรวมในบ้านเกิดไปได้แล้วถึง 2.746 หมื่นล้านเยน (ประมาณ 261.8 ล้านเหรียญ) และนั่นยังเพียงพอที่จะทำให้หนังขยับขึ้นไปเป็นอันดับที่ 2 ในตารางหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลของญี่ปุ่น ในสัปดาห์นี้หนังได้เขี่ยบัลลังก์ของ "Titanic" หนังคลาสสิกที่ยืนตำแหน่งนี้กับรายได้ 2.62 หมื่นล้านเยน ที่ลากยาวมานานกว่า 20 ปีลงไปได้สำเร็จ และหลังจากที่ Demon Slayer ได้เข้าฉายมา 45 วันเต็ม ล่าสุดหนังก็ทำยอดขายตั๋วได้มากกว่า 20 ล้านใบทั่วประเทศแล้ว โดยในขณะนี้หนังยังมีโอกาสที่กลายเป็นหนังทำเงินสูงสุดของญี่ปุ่นเรื่องใหม่ แทนที่ "Spirited Away" หนังแอนิเมชั่นเรื่องดังจากสตูดิโอจิบลิ ที่ครองแชมป์นี้มายาวนานเกือบจะ 20 ปี กับรายได้ 3.16 หมื่นล้านเยน นักวิเคราะห์มองว่า ดาบพิฆาตอสูร อาจจะโค่นบัลลังก์ลงได้ก่อนจะหมดปีนี้ Demon Slayer the Movie เตรียมเข้าโรงฉายในเมืองไทย วันที่ 9 ธันวาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ รวมลิงค์ดูอนิเมะ "Demon Slayer: Kimetsu no Yaiba" ดาบพิฆาตอสูร ครบทุกตอน ------------------------------------- 🗲 รีวิวหนังชนโรง เกาะติดเทรนด์หนัง-ซีรีส์ใหม่ที่แอปพลิเคชัน ทรูไอดี ดาวน์โหลดเลยที่นี่!!🗲 ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/2RDrg8O

พาราเมาท์ จ่อผลักดันรีเมคหนัง "Titanic" เวอร์ชั่นใหม่ ปลุกตำนานรัก แจ็ค กับ โรส
อ่าน

พาราเมาท์ จ่อผลักดันรีเมคหนัง "Titanic" เวอร์ชั่นใหม่ ปลุกตำนานรัก แจ็ค กับ โรส

ข่าวสารวงการหนังTitanic รีเมค เชื่อว่าไม่มีใครบนโลกนี้ไม่รู้จักหนังรักอมตะสุดคลาสสิก "Titanic" ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านมาถึง 23 ปีแล้วก็ตาม แต่ผลงานมาสเตอร์พีชของผู้กำกับ "เจมส์ คาเมรอน" ยังคงไม่ล้าสมัยและคนรุ่นต่อรุ่นยังคงเปิดดูหนังเรื่องนี้ดูได้อย่างประทับใจแบบไม่เสื่อมคลาย โดยที่หนัยังคงครองสถิติทำเงินสูงบนบ็อกซ์ออฟฟิศตลอดกาลอยู่ถึงทุกวันนี้ แต่ดูเหมือนว่าตำนานชู้รักเรือล่มกำลังจะถูกนำมารีเมกสร้างใหม่ ตามรายงานข่าวลือล่าสุดที่เพิ่งเปิดเผยออกมา เว็บไซต์ Giant Freakin Robot รายงานว่า พาราเมาท์ พิคเจอร์ส อยู่ระหว่างพิจารณานำเอาหนังคลาสสิก Titanic มาสร้างใหม่อีกครั้ง ปลุกชีพความรักระหว่าง "แจ็ค" กับ "โรส" ขึ้นจออีกครั้ง แหล่งข่าวระบุว่า พาราเมาท์ อยู่ระหว่างติดต่อเจรจากับ ดิสนีย์ เพื่อหาแนวทางในการเป็นพันธมิตรร่วมสร้างหนังรีเมก Titanic ด้วยกัน เนื่องจากทั้ง 2 ค่ายหนังยังคงเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ร่วมในหนังฉบับปี 1997 โดยในสมัยนั้น พาราเมาท์ ได้ร่วมสร้างหนังกับ ทเวนตี้ เซนจูรี ฟ็อกซ์ ที่ปัจจุบันได้โอนย้ายบริษัทไปอยู่ในเครือของดิสนีย์แล้ว แต่ขณะนี้ทางดิสนีย์ยังไม่ได้ตอบสนองท่าทีใดๆ กลับมาเกี่ยวกับการรีเมคในครั้งนี้ ทั้งนี้ หากว่าดิสนีย์ไม่สนใจที่จะร่วมลงทุนสร้าง Titanic ฉบับรีเมคใหม่ ทางพาราเมาท์ก็มีแนวทางที่จะสร้างหนังใหม่ขึ้นมาเอง โดยจะเป็นหนังหายนะที่อิงมาจากเหตุการณ์เรือไททานิกล่ม และเขียนบทหนังขึ้นมาใหม่ทั้งหมด แต่ทางสตูดิโอยังคำนึงและเคารพในแนวคิดและวิสัยทัศน์ของ เจมส์ คาเมรอน ในหนังต้นฉบับ ทำให้ยังเลือกที่จะรีเมคสร้างหนังเป็นแนวทางหลักก่อน อ่านง่ายๆ ได้พอยท์ เอ็นจอยกับหนัง คลิกสะสมเลย(*กดรับสิทธิ์ได้เฉพาะทางแอปพลิเคชั่น TrueID เท่านั้น) สำหรับเวอร์ชั่นปี 1997 ของ Titanic ถือว่าเป็นหนังที่ใช้ทุนสร้างสูงมากในยุคนั้น โดยหนังทุ่มทุนไปกว่า 200 ล้านเหรียญ ก่อนจะได้เงินกลับคืนมาอย่างล้นหลามกว่า 2 พันล้านเหรียญ และส่งให้ "เคท วินสเตท" และ "ลีโอนาร์โด ดีคาปริโอ" ได้กลายเป็นนักแสดงแถวหน้าของวงการฮอลลิวูดมาถึงปัจจุบัน ขณะที่เพลงประกอบหนังของ "เซลีน ดิออน" ยังคงก้องกังวานอยู่ในหู แต่หากว่า Titanic จะทำการรีเมคใหม่จริงๆ ก็คาดว่า เจมส์ คาเมรอน ไม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับโครงการนี้ เพราะเขาเองก็ยังวุ่นอยู่กับหนังภาคต่อของ Avatar อีก 4 ภาค ที่จะออกมาต่อเนื่องตลอดในทศวรรษนี้ หรืออย่างน้อยๆ เขาก็อาจจะมีชื่อเป็นผู้อำนวยการพิเศษเท่านั้น แล้วคุณละ...คิดอย่างไรกับข่าวการรีเมคสร้างหนัง Titanic ขึ้นมาอีกครั้ง ตำนานความรักอมตะบนเรือข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกเรื่องนี้จะหวนคืนจอได้อีกหรือไม่ แต่ตอนนี้สามารถกลับไปซึมซับความโรแมนซ์และหายนะเรือล่มกับ Titanic ฉบับปี 1997 มีฉายออนไลน์อยู่ที่ TrueID นะ ---------------------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID

Teen Titans Go!
ดู

Teen Titans Go!

ผ่าพิภพไททัน
ดู

ผ่าพิภพไททัน

เขาวงกต "แห่งความตาย" | The Wailer

เขาวงกต "แห่งความตาย" | The Wailer

The Wailer | https://store.steampowered.com/app/2284260/The_Wailer/ สมัครเป็น "แฟนตัวกลม" | https://www.youtube.com/channel/UC705OZcYT8ysriJ93eiQVeg/join โดเนทให้นายน็อตตัวกลม | https://tipme.in.th/notto-nbk สนับสนุนค่าโกโก้ป๋าน็อต | Super Thanks , Super Chat , Super Stickers ช่องทางการติดต่อ ติ๊กต็อก | https://www.tiktok.com/@nottonbk แฟนเพจ | https://www.facebook.com/NottoNBK/ กลุ่ม ดินแดนของป๋าน็อต | https://www.facebook.com/groups/2059358350800958 อีเมล | nanobreakch@gmail.com ::: สนใจติดต่อโฆษณาหรือสปอนเซอร์ ::: ⭐ ติดต่อทีมงาน Online Station ⭐ Email | os.influencer@truedigital.com ใครที่ทำช่อง Youtube และสนใจเข้าสังกัด Online Station สมัครได้ที่นี่ : https://caster.online-station.net/​​​ Online Station ช่วยให้ช่องคุณเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีรายได้เพิ่มมากขึ้น มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว OS Caster กันนะครับ 🖥️ Notty's Machine Specification Mainboard | ROG Strix Z790-F Gaming WIFI CPU | Intel i9 13900K GPU | Nvidia RTX 4090 RAM | Corsair Vengeance DDR5 Bus 5600 Mhz SSD | Samsung 980 Pro 1TB PSU | Thermaltake Toughpower GF3 1350W Gold AIO | NZXT Kraken X73 RGB CASE | NZXT H7 Flow Black #NottoNBK #TheWailer #เขาวงกตแห่งความตาย