รีเซต

ผลการค้นหา “#Tesla” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ปริศนาลับแห่งคฤหาสน์เทสล่า | The House of Tesla

ปริศนาลับแห่งคฤหาสน์เทสล่า | The House of Tesla

สมัครเป็น "แฟนตัวกลม" | https://www.youtube.com/channel/UC705OZcYT8ysriJ93eiQVeg/join โดเนทให้นายน็อตตัวกลม | https://tipme.in.th/notto-nbk สนับสนุนค่าโกโก้ป๋าน็อต | Super Thanks , Super Chat , Super Stickers ช่องทางการติดต่อ ติ๊กต็อก | https://www.tiktok.com/@nottonbk แฟนเพจ | https://www.facebook.com/NottoNBK/ กลุ่ม ดินแดนของป๋าน็อต | https://www.facebook.com/groups/2059358350800958 อีเมล | nanobreakch@gmail.com ::: สนใจติดต่อโฆษณาหรือสปอนเซอร์ ::: ⭐ ติดต่อทีมงาน Online Station ⭐ Email | os.influencer@truedigital.com ใครที่ทำช่อง Youtube และสนใจเข้าสังกัด Online Station สมัครได้ที่นี่ : https://caster.online-station.net/​​​ Online Station ช่วยให้ช่องคุณเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีรายได้เพิ่มมากขึ้น มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว OS Caster กันนะครับ 🖥️ Notty's Machine Specification Mainboard | ROG Strix Z790-F Gaming WIFI CPU | Intel i9 13900K GPU | Nvidia RTX 4090 RAM | Corsair Vengeance DDR5 Bus 5600 Mhz SSD | Samsung 980 Pro 1TB PSU | Thermaltake Toughpower GF3 1350W Gold AIO | NZXT Kraken X73 RGB CASE | NZXT H7 Flow Black

หุ้น Tesla-Alphabet ดิ่ง หลังอัดงบ AI หวั่นดึงเงินจม
อ่าน

หุ้น Tesla-Alphabet ดิ่ง หลังอัดงบ AI หวั่นดึงเงินจม

#Tesla #Alphabet #ทันหุ้น - สำนักข่าว CNBC รายงานว่า หุ้นของ Alphabet และ Tesla ร่วงลงในการซื้อขายช่วงก่อนเปิดตลาด (Premarket) เมื่อวันพฤหัสบดี หลังจากที่ทั้งสองบริษัทส่งสัญญาณว่ามีการใช้จ่ายด้าน AI เพิ่มขึ้น ซึ่งสร้างความกังวลให้กับนักลงทุนที่วิตกเกี่ยวกับต้นทุนที่สูงขึ้นเรื่อยๆ จากกระแสตื่นตัวด้านปัญญาประดิษฐ์หุ้น Alphabet ลดลงราว 4% ขณะที่หุ้น Tesla ร่วงลงมากกว่า 5% ในการซื้อขายช่วงก่อนเปิดตลาดทั้งสองบริษัทรายงานกระแสเงินสดอิสระ (Free cash flow) เป็นลบสำหรับไตรมาสที่สองเมื่อวันพุธ โดย Alphabet ได้ปรับเพิ่มประมาณการรายจ่ายลงทุน (Capital expenditure: Capex) สำหรับปีนี้ขึ้นเป็น 1.95 แสนล้านดอลลาร์ถึง 2.05 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และเตือนว่าจะมีตัวเลขที่สูงขึ้นอีกในปี 2027 โดยประมาณการก่อนหน้านี้ของบริษัทแม่ Google อยู่ระหว่าง 1.80 แสนล้านดอลลาร์ถึง 1.90 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในขณะเดียวกัน Tesla กล่าวว่า รายจ่ายลงทุนพุ่งขึ้น 142% เมื่อเทียบเป็นรายปีในไตรมาสที่สอง สู่ระดับ 5.79 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยบริษัทกล่าวว่าคาดว่ารายจ่ายลงทุนจะมีมากกว่า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ผู้บริหารของทั้งสองบริษัทพยายามปลอบประโลมความกลัวของนักลงทุนเกี่ยวกับเรื่องการใช้จ่าย"นี่คือปีแห่งการลงทุนมหาศาล ผมมั่นใจว่าทุกสิ่งที่พวกเรากำลังลงทุนจะให้อัตราผลตอบแทนที่เหลือเชื่อ จริงๆ แล้วอาจจะเป็นผลตอบแทนจากการลงทุนที่ดีที่สุดเท่าที่เราเคยเห็นมาเลยด้วยซ้ำ" Elon Musk ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Tesla กล่าวในการแถลงผลประกอบการเมื่อวันพุธMusk กล่าวเชิดชูโครงการในอนาคตของบริษัทเกี่ยวกับการผลิตเซมิคอนดักเตอร์และ Optimus ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ของ Tesla เพื่อเน้นย้ำว่าเงินลงทุนนั้นถูกนำไปใช้ที่ใด โดย Tesla กำลัง "ติดตั้งสายการผลิตรุ่นแรกสำหรับ Optimus" และจะ "เริ่มการผลิตในเร็วๆ นี้" บริษัทระบุในการนำเสนอผลประกอบการด้านประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Alphabet กล่าวว่า การเพิ่มขึ้นของการใช้จ่าย "เป็นผลมาจากเร่งการส่งมอบกำลังการผลิตเป็นหลัก เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น" โดยยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีรายนี้ยืนยันว่า ตนยังไม่มีกำลังการประมวลผลเพียงพอที่จะรองรับความต้องการด้าน AI ที่กำลังเผชิญอยู่ตัวเลขการใช้จ่ายของทั้งสองบริษัทกลบจุดสว่างบางประการลงทว่ามีสัญญาณว่าการลงทุนบางส่วนของ Google เริ่มจะส่งผลตอบแทนแล้ว โดยรายได้จากธุรกิจคลาวด์ของ Google พุ่งขึ้น 82% สู่ระดับ 2.48 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ Tesla ธุรกิจยานยนต์ที่เป็นแกนหลักของบริษัทสร้างรายได้ 2.052 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้น 23% เมื่อเทียบเป็นรายปีที่มา https://www.cnbc.com/2026/07/23/tesla-tsla-alphabet-googl-stock-today.html

Tesla ของ Elon Musk เปิดยอดถือ Bitcoin แม้บันทึกขาดทุน 173 ล้านดอลล์
อ่าน

Tesla ของ Elon Musk เปิดยอดถือ Bitcoin แม้บันทึกขาดทุน 173 ล้านดอลล์

#Tesla #ทันหุ้น - ข้อมูลจาก Coindesk ได้ระบุว่า ยอดการถือครอง Bitcoin (BTC) ของบริษัท Tesla (TSLA) ภายใต้การนำของ Elon Musk ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงในไตรมาสแรกของปี 2026 โดยบริษัทยังคงถือครอง Bitcoin จำนวน 11,509 BTC ไว้ตามเดิมตามรายงานผลประกอบการไตรมาสแรก บริษัทได้บันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าหลังหักภาษี (After-tax impairment loss) มูลค่า 173 ล้านดอลลาร์ จากสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถือครองอยู่มูลค่าของคลังสำรองดังกล่าวลดลงเนื่องจากราคา Bitcoin ปรับตัวลดลงจากประมาณ 90,000 ดอลลาร์ในช่วงต้นปี มาอยู่ที่ระดับประมาณ 68,000 ดอลลาร์ ณ สิ้นเดือนมีนาคมTesla รายงานกำไรสุทธิที่สูงกว่าคาดการณ์ แต่พลาดเป้าในส่วนของรายได้ โดยในไตรมาสแรกบริษัทรายงานรายได้ที่ 2.239 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้เล็กน้อยที่ 2.271 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่วนกำไรต่อหุ้น (EPS) อยู่ที่ 0.41 ดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 0.37 ดอลลาร์ทั้งนี้ หุ้น TSLA มีการซื้อขายเพิ่มขึ้น 4% ในช่วงการซื้อขายหลังปิดทำการ (After-hours trading)เส้นทางการเดินทางกับ Bitcoin ของ Teslaในตอนเริ่มต้น Tesla ได้เข้าซื้อ Bitcoin ในเดือนกุมภาพันธ์ 2021 โดยเข้าซื้อจำนวน 43,200 BTC ด้วยมูลค่าประมาณ 1.5 พันล้านดอลลาร์ ประมาณหนึ่งเดือนต่อมา บริษัทได้ขายออกประมาณ 4,320 BTC หรือราว 10% ของสถานะที่ถือครอง เพื่อทดสอบสภาพคล่องของตลาดต่อมาในเดือนกรกฎาคม 2022 ท่ามกลางสภาวะตลาดหมี Tesla ได้ลดสัดส่วนการถือครองลงเหลือ 9,720 BTC และมีการเพิ่มสัดส่วนเล็กน้อยในเดือนมกราคม 2025 ทำให้มียอดถือครองรวมอยู่ที่ 11,509 BTC และคงจำนวนดังกล่าวไว้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาที่มา https://www.coindesk.com/markets/2026/04/22/elon-musk-s-tesla-reports-unchanged-bitcoin-holdings-books-usd173-million-digital-asset-loss

Tesla ทิ้งแชมป์ EV! วางเดิมพันแสนล้าน เปลี่ยนธุรกิจสู่หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ
อ่าน

Tesla ทิ้งแชมป์ EV! วางเดิมพันแสนล้าน เปลี่ยนธุรกิจสู่หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ

#Tesla #ทันหุ้น – สำนักข่าว Investing ได้ระบุว่า Tesla วางแผนที่จะเพิ่มงบรายจ่ายฝ่ายทุน (Capital Spending) มากกว่าสองเท่าสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่กว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 7.1 แสนล้านบาท) ในปีนี้ แต่เม็ดเงินเพียงน้อยนิดเท่านั้นที่จะถูกนำไปใช้กับธุรกิจดั้งเดิมอย่างการขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้กับผู้ขับขี่ที่เป็นมนุษย์บริษัทซึ่งสูญเสียตำแหน่งแชมป์ยอดขาย EV โลกให้กับ BYD ของจีนเมื่อปีที่ผ่านมา กำลังเปลี่ยนทิศทางการลงทุนไปสู่กลุ่มธุรกิจที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์ความสำเร็จ เช่น ยานยนต์ไร้คนขับเต็มรูปแบบและหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid Robots) อ้างอิงจากถ้อยแถลงของผู้บริหารในการรายงานผลประกอบการเมื่อวันพุธเพื่อเน้นย้ำถึงความเปลี่ยนแปลงนี้ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ซีอีโอของบริษัท กล่าวว่า Tesla จะ ยุติการผลิตรถยนต์ SUV รุ่น Model X และรถซีดานรุ่น Model S และจะใช้พื้นที่ในโรงงานที่แคลิฟอร์เนียเพื่อหันมาผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์แทน"ปีนี้จะเป็นปีที่มีรายจ่ายฝ่ายทุน (Capex) สูงมาก" มัสก์กล่าว "เรากำลังลงทุนครั้งใหญ่เพื่ออนาคตที่ยิ่งใหญ่"เวฟฮัฟ ตาเนจา (Vaibhav Taneja) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ระบุว่า เงินลงทุนส่วนใหญ่จากสถิติครั้งนี้จะถูกนำไปใช้ในสายการผลิตสำหรับ Cybercab ซึ่งเป็นยานยนต์ไร้คนขับเต็มรูปแบบที่ไม่มีพวงมาลัยและแป้นเหยียบ รวมถึงรถบรรทุก Tesla Semi ที่สัญญาไว้มานาน, หุ่นยนต์ Optimus และโรงงานผลิตแบตเตอรี่และลิเทียมแม้ปัจจุบัน Tesla ยังคงพึ่งพายอดขายรถ EV ที่ขับเคลื่อนด้วยมนุษย์เป็นหลัก แต่ราคาประเมินมูลค่าบริษัทกลับสูงเกินกว่าผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นไปมาก ซึ่งทำให้บริษัทอยู่ในระดับเดียวกับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ มูลค่าส่วนใหญ่นั้นแขวนอยู่บนความเชื่อของนักลงทุนที่ว่ามัสก์จะทำตามสัญญาอันทะเยอทะยานในการส่งมอบ "โรโบแท็กซี่" (Robotaxis) และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่ขับเคลื่อนด้วยการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของบริษัทความเคลื่อนไหวนี้ทำให้ Tesla เจริญรอยตามบริษัทแม่ของ Facebook อย่าง Meta Platforms, Microsoft และ Alphabet ในการวางแผนเพิ่มงบรายจ่ายฝ่ายทุนอย่างรวดเร็วในปีนี้ เนื่องจากบริษัทเหล่านี้ต่างทุ่มเงินมหาศาลให้กับฮาร์ดแวร์และศูนย์ข้อมูลเพื่อรองรับการฝึกฝนโมเดล AI และความต้องการของลูกค้าสกอตต์ อาเชยเช็ค (Scott Acheychek) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ REX Financial ซึ่งบริหารจัดการกองทุน ETF ที่ลงทุนในหุ้น Tesla ให้ความเห็นว่า ธุรกิจรถยนต์ของ Tesla ไม่ใช่จุดโฟกัสหลักอีกต่อไป "เรื่องราวที่ใหญ่กว่าคือการเปลี่ยนผ่านโมเดลธุรกิจที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้" ในขณะที่ Tesla มุ่งเน้นไปที่การขับขี่อัตโนมัติ'การจ่ายที่จำเป็น'แอนดรูว์ ร็อคโค (Andrew Rocco) นักยุทธศาสตร์ด้านหุ้นจาก Zacks Investment Research กล่าวว่าเขามองว่างบ 2 หมื่นล้านดอลลาร์นี้เป็น "รายจ่ายที่จำเป็น""ถ้า Optimus จะกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขายดีที่สุด AI จะต้องได้รับการฝึกฝนให้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้" เขากล่าว พร้อมเสริมว่าแผนการใช้จ่ายนี้ทำให้เขามั่นใจว่า กำหนดการที่บางครั้งดูไม่แน่นอนของมัสก์ "จะได้รับการปฏิบัติตามจริงๆ ในครั้งนี้"งบประมาณ 2 หมื่นล้านดอลลาร์นี้ถือว่ามากกว่างบรายจ่ายฝ่ายทุนในปีที่แล้วที่ 8.5 พันล้านดอลลาร์ถึงสองเท่า และสูงกว่าสถิติเดิมที่ 1.13 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2024 อย่างมีนัยสำคัญตาเนจากล่าวในการประชุมว่า Tesla มีเงินสดและเงินลงทุนในบัญชีกว่า 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์ที่สามารถนำมาใช้เป็นทุนในการลงทุนเหล่านี้ได้ และส่งสัญญาณว่าปีนี้อาจไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการเพิ่มรายจ่าย โดยเสริมว่าบริษัทอาจพิจารณาหาเงินทุนสำหรับการลงทุน "ผ่านการก่อหนี้เพิ่มหรือวิธีการอื่นๆ"มัสก์กล่าวทิ้งท้ายว่า Tesla เริ่มดำเนินโครงการใช้จ่ายบางส่วนนี้ไม่ใช่เพื่อความสนุก แต่ทำไปเพราะ "ความจนตรอก""ช่วยมีใครคนอื่นสร้างไอ้ของพวกนี้ทีเถอะ ได้โปรดเถอะ เพื่อเห็นแก่ทุกสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์ มีใครคนอื่นไหมที่จะช่วยสร้างสิ่งนี้?" มัสก์กล่าว โดยอ้างถึงการลงทุนในการสกัดแคโทดและลิเทียม "มันสร้างยากมากจริงๆ"ที่มา https://www.investing.com/news/stock-market-news/tesla-plans-20-billion-capital-spending-spree-in-push-beyond-humandriven-cars-4471795

เดิมพันครั้งใหม่ "TESLA"หลังยอดขายดิ่ง
อ่าน

เดิมพันครั้งใหม่ "TESLA"หลังยอดขายดิ่ง

เทสลา เปิดตัวอย่างเป็นทางการในอินเดีย เมื่อกลางเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยเปิดโชว์รูมแห่งแรก ที่เรียกว่า Tesla Experience Center อยู่ภายในศูนย์การค้าที่ทันสมัยแห่งหนึ่งในนครมุมไม เมืองขนาดใหญ่ที่ประชากรในเขตเมืองมีอยู่ประมาณ 13 ล้านคน และเมื่อรวมกับประชากรในเมืองใกล้เคียง รวมเป็นจำนวนกว่า 23 ล้านคน ทั้งยังเตรียมจะเปิดตัวโชว์รูมแห่งที่สอง ในนิวเดลี เมืองหลวงของอินเดียในเร็ว ๆ นี้ รวมถึง เปิดให้จองซื้อรถยนต์ โดยรถรุ่นที่เทสลา นำเสนอในตลาดนี้ คือ โมเดล วาย รุ่นปรับโฉมใหม่ ซึ่งเป็นการนำเข้าจากจีนซึ่งตามเว็บไซต์ของ เทสลา อินเดีย ระบุว่า รถรุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง จะมีราคาเริ่มต้น อยู่ที่ 6 ล้าน 1 แสน รูปี หรือเกือบ ๆ 70,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และ จะเริ่มส่งมอบได้ตั้งแต่ปลายไตรมาส 3 ปีนี้ เป็นต้นไป ราคาดังกล่าว สูงกว่าตลาดหลักอื่น ๆ ที่จำหน่ายในรุ่นเดียวกัน เช่น ที่สหรัฐอเมริกา ราคาขายเริ่มต้นอยู่ที่ 44,900 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นราคาก่อนหักภาษีและค่าธรรมเนียม ส่วนในจีน จำหน่ายอยู่ที่ราคา 263,500 หยวน หรือประมาณ 36,700 ดอลลาร์สหรัฐฯ และที่เยอรมนี จำหน่ายในราคา 45,970 ยูโร หรือประมาณ 53,700 ดอลลาร์สหรัฐฯราคาจำหน่ายที่อินเดีย หากคิดเป็นเงินบาท จะมากกว่า 2 ล้าน 2 แสนบาท ซึ่งสูงกว่าเมื่อเทียบกับ โมเดล วาย รุ่นที่มีวางจำหน่ายในไทย ซึ่งในไทย ราคาเริ่มต้นอยู่ที่กว่า 1 ล้าน 6 แสนบาท ซึ่งเป็นผลมาจากกำแพงภาษีที่ รัฐบาลอินเดีย กำหนดภาษีนำเข้าในอัตราสูงสำหรับรถยนต์นำเข้า และสินค้าฟุ่มเฟือยอื่น ๆแต่นั่นก็ทำให้ เทสลา อินเดีย แทนที่จะแข่งขันโดยตรงกับบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศอย่าง Tata Motors และ Mahindra กลายเป็นว่า ต้องแข่งขันกับกลุ่มรถยนต์พรีเมียม ทั้ง BMW Mercedes-Benz และ Kia จาก เกาหลีใต้ แทนด้าน ยาฮู ไฟแนนซ์ รายงานว่า เทสลากำลังเดิมพันกับตลาดรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก (ในแง่ของยอดขาย) แต่ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศนี้ ยังมีสัดส่วนไม่มากนัก เพียงร้อยละ 4 เท่านั้น ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมดขณะที่รายได้เฉลี่ยต่อปีของประชากรอยู่ที่ประมาณ 4,000 ดอลลาร์ แต่เทสลา มีความคาดหวังในการลดภาษีในอนาคต และการเติบโตของชนชั้นกลาง ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญในการขยายตลาดนี้โดยการเติบโตในอินเดียเป็นไปอย่างก้าวกระโดด ซึ่งองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD คาดการณ์ว่า ประชากรของอินเดียจะเพิ่มขึ้นเกือบ 1,700 ล้านคนภายในปี 2050 สวนทางกับจีน ที่คาดว่าจะมีประชากรลดลงแต่ประชากรส่วนใหญ่ของอินเดียยังคงอาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบท และอัตราการมีส่วนร่วมในแรงงานต่ำ แต่โครงสร้างกำลังมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนไป โดยชนชั้นกลางที่กำลังเติบโต จะเข้ามาแทนที่ จะทำให้การมีส่วนร่วมในตลาดแรงงานจะเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของชนชั้นกลางด้านองค์กรวิจัยเชิงประชากรเกี่ยวกับเศรษฐกิจการบริโภคของอินเดีย คาดการณ์ว่าภายในปี 2030 อินเดียจะมีชนชั้นกลางเพิ่มขึ้นประมาณ 75 ล้านครัวเรือน และครัวเรือนที่มีฐานะร่ำรวย จะเพิ่มขึ้น 25 ล้านครัวเรือน ซึ่งรวมกัน จะคิดเป็นร้อยละ 56 ของจำนวนครัวเรือนทั้งหมดของประเทศ จากข้อมูลดังกล่าว กำลังชี้ให้เห็นถึงตลาดที่กำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนักสำหรับเทสลา เพราะอินเดีย ให้ความสำคัญกับภาษีนำเข้า เพื่อกระตุ้นภาคการผลิตและการลงทุนในประเทศเป็นหลักเกี่ยวกับการบุกตลาดอินเดียของ เทสลา ยังมีมุมมองอื่น ๆ อีก เช่น วิเวก ไวทยา หัวหน้าฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ด้านรถยนต์ระดับโลก จากบริษัทวิจัย ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิวัน กล่าวกับ ซีเอ็นบีซี บอกว่า แม้ราคารถเทสลา อาจจะดูแพงสำหรับหลายคน แต่ในอินเดียยังมีกลุ่มลูกค้าที่พร้อมจะซื้ออยู่ดี แต่เชื่อว่า เทสลา จะไม่สามารถแย่งส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มรถยนต์ระดับแมสได้ เพราะรถที่ขายดีที่สุดในตลาดส่วนใหญ่มักมีราคาต่ำกว่า โมเดล วาย ที่จำหน่ายในอินเดียเป็น 10 เท่าส่วน ปูนีต กุปตา (Puneet Gupta) ผู้อำนวยการฝ่ายตลาดยานยนต์อินเดีย จาก SP Global Mobility เชื่อว่า ขณะนี้ เทสลา กำลังมุ่งเน้นไปที่การทดลองตลาด มากกว่าการสร้างยอดขายโดยอินเดีย ประกาศนโยบายรถยนต์ไฟฟ้าฉบับใหม่เมื่อปีที่แล้ว และเน้นส่งเสริมการลงทุนภายในประเทศ เพื่อแลกกับการลดภาษีนำเข้า ซึ่งนโยบายดังกล่าวนี้ อาจช่วยให้ เทสลา จำหน่ายในราคาถูกลงได้ แต่จนถึงปัจจุบัน เทสลา ยังไม่แสดงท่าที หรือการให้คำมั่นว่าจะสร้างโรงงานผลิตในอินเดียก่อนหน้านี้เคยมีข่าวถึงแผนการลงทุนในอินเดีย แต่เทสลา ได้มีการยุติแผนดังกล่าวไปแล้วอย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์จาก เอสแอนด์พี ระบุอีกว่า ภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าของอินเดียอาจเปลี่ยนแปลงในเร็วๆ นี้ ซึ่งจะเป็นผลมาจากการเจรจาการค้า ทวิภาคี ระหว่าง สหรัฐฯ และอินเดียด้านรอยเตอร์ส รายงานว่า เทสลากำลังเผชิญกับกำลังการผลิตส่วนเกินในโรงงานทั่วโลก และยอดขายที่ลดลง จึงได้ใช้กลยุทธ์การขายรถยนต์นำเข้า ในตลาดอินเดีย แม้จะมีภาษีและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ อยู่ในระดับสูงก็ตามซึ่งที่ผ่านมาผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติอเมริกันรายนี้ ได้ล็อบบี้อินเดียมาเป็นเวลานานเพื่อให้ลดภาษีนำเข้ารถยนต์และปัจจุบัน ตัวแทนของของนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ของอินเดีย ยังคงเจรจากับรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อลดภาษีภายใต้ข้อตกลงการค้าทวิภาคี (ที่เวลานี้ ยังไม่มีข้อสรุป)ล่าสุด เทสลา รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี ของปีนี้ ออกมา ซึ่งรายได้จากยานยนต์โดยรวมอยู่ที่กว่า 16,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 16 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มียอดขาย 19,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ และยังเป็นรายได้ที่ลดลงเป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน และก่อนหน้านี้ เทสลา รายงานยอดขายรถยนต์ทั่วโลกอยู่ที่ 384,000 คัน คิดเป็นลดลงร้อยละ 14 เมื่อเทียบเป็นรายปีซึ่งภาวะตกต่ำของเทสลาในปีนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลพวงมาจากกระแสต่อต้านบริษัทฯ ในสหรัฐอเมริกา และยุโรป หลังจากที่ อีลอน มัสก์ ซีอีโอ ได้ทุ่มเงินมหาศาลเพื่อช่วย ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งครั้งที่ 2 รวมไปถึงการสนับสนุนพรรค AfD ที่่ต่อต้านผู้อพยพอย่างรุนแรงในเยอรมนี และยังเผชิญกับกระแสต่อต้าน จากการเป็นผู้นำในหน่วยงานประสิทธิภาพ หรือ DOGE ของรัฐบาลทรัมป์ ที่มีการปลดเจ้าหน้าที่รัฐเป็นจำนวนมากนั่นทำให้ ราคาหุ้นของ เทสลา ลดลงไปประมาณร้อยละ 18 ตั้งแต่ต้นปีจนถึงเมื่อวันพุธที่ผ่านมา และยังถือว่าเป็นเป็นผลประกอบการที่ย่ำแย่ที่สุดในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ในขณะที่ดัชนี Nasdaq ปรับเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 9 ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา

ไหวไหม! "Tesla" ยอดขายวูบ 7 ไตรมาส เหตุขัดแย้งการเมือง
อ่าน

ไหวไหม! "Tesla" ยอดขายวูบ 7 ไตรมาส เหตุขัดแย้งการเมือง

ข้อมูลจากสมาคมผู้จำหน่ายรถยนต์ใหม่รัฐแคลิฟอร์เนีย (CNCDA) ระบุว่า ในไตรมาสที่ 2 ปีนี้ Tesla มีจำนวนการจดทะเบียนรถใหม่ในรัฐแคลิฟอร์เนียอยู่ที่ 41,138 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 52,119 คัน หรือราวร้อยละ 21.1 ซึ่งนับเป็นไตรมาสที่ 7 ติดต่อกันที่ยอดจดทะเบียนในรัฐดังกล่าวลดลงแคลิฟอร์เนียเป็นหนึ่งในตลาดหลักของ Tesla มาอย่างยาวนาน แต่บทบาททางการเมืองล่าสุดของ Elon Musk โดยเฉพาะการก่อตั้งพรรคการเมืองใหม่ในชื่อ "America Party" ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากความขัดแย้งกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สร้างความกังวลในหมู่นักลงทุนว่าอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของ Teslaแม้ Tesla จะหยุดสายการผลิตบางส่วนในช่วงต้นปีเพื่อรีเฟรชรุ่น Model Y และเสนอรุ่นราคาประหยัดในไตรมาสล่าสุด แต่ยอดขายกลับไม่กระเตื้อง โดย Tesla Model Y และ Model 3 ยังคงเป็นรถยอดนิยมในกลุ่มพลังงานสะอาดและไฮบริดในรัฐแคลิฟอร์เนียช่วงครึ่งปีแรก อย่างไรก็ตาม แนวโน้มตลาดรถยนต์กลับชี้ให้เห็นถึงการเติบโตของรถไฮบริด ซึ่งมียอดจดทะเบียนเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 54 คิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ 19.2 ของตลาดรถยนต์ใหม่ในช่วงครึ่งปีแรก ขณะที่ยอดส่งมอบทั่วโลกของ Tesla ในไตรมาสที่ 2 ลดลงถึงร้อยละ 13.5 บ่งชี้ถึงปีที่ยอดขายทั่วโลกลดลงอีกครั้งส่วนของ Cybertruck รถกระบะไฟฟ้ารุ่นใหม่ Tesla ตามข้อมูลของ CNCDA มียอดจดทะเบียนในรัฐแคลิฟอร์เนียจำนวน 3,622 คันในช่วงครึ่งปีแรก

Tesla เผยรายได้ไตรมาส 2/2025 ร่วง 12% ปรับกลยุทธ์ AI - หุ่นยนต์สู้
อ่าน

Tesla เผยรายได้ไตรมาส 2/2025 ร่วง 12% ปรับกลยุทธ์ AI - หุ่นยนต์สู้

เทสลา (Tesla)เผยผลประกอบการทางการเงินไตรมาส 2 ปี 2025 รายได้รวม 22,500 ล้านดอลลาร์ (ราว 7.5 แสนล้าบาท) สําหรับไตรมาส 2 ปี 2025 ลดลง 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่รายได้จากการดำเนินงานตามมาตรฐาน GAAP ลดลง 42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เหลือน้อยกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐส่วนกำไรก็ลดลงอย่างมาก โดยร่วง 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เหลือกำไรสุทธิ 1,170 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 39,000 ล้านบาท) สาเหตุเทสลากำไรร่วงสำหรับสาเหตุที่ทำให้รายได้และกำไรร่วงลงอย่างต่อเนื่อง มาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น รายได้จจากการขายรถยนต์ที่ลดลง 16.6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2024 โดยยอดส่งมอบรถมีเพียง 384,122 คัน ลดลง 13% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2024นอกจากนี้รายได้จากการขายคาร์บอนเครดิตหรือเครดิตกำกับดูแลให้ผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นก็ลดลงเหลือ 439 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 14,000 ล้านบาท) ซึ่งรายได้ส่วนนี้ก็จะหายไปหลังจบไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ อันเป็นผลกระทบมาจากกฎหมาย One Big Beautiful Bill Act ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะยกเลิกค่าปรับสำหรับผู้ผลิตรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษเกินเป้าหมาย กลยุทธ์ที่ไม่รู้จะสำเร็จหรือไม่อีกทั้งกฎหมายดังกล่าวยังทำให้การกระตุ้นของรัฐบาลสหรัฐฯ ในนโยบายเครดิตภาษี EV มูลค่า 7,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อคัน หายไปด้วย ทำให้รายได้ของเทสลา (Tesla) ลดลงเป็นเงาตามตัว เพราะว่าสายพานการผลิตรถยนต์รุ่นประหยัด (คาดว่าเป็น Model 3 และ Model Y เวอร์ชันที่ตัดฟีเจอร์ออก) จะเดินหน้าเต็มกำลังในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 ทำให้ไม่ทันกับอานิสงค์กับนโยบายดังกล่าว ทั้งนี้เทสลา (Tesla) ยังคงเดินหน้าด้าน AI หุ่นยนต์ และรถยนต์ไร้คนขับ อย่างเมื่อไม่นานมานี้ ได้มีการเปิดบริการแท็กซี่ไร้คนขับ (Robotaxi) ออกมาโลดแล่นในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส แต่ก็ยังเป็นพื้นที่เล็ก ๆ ที่สร้างแรงกระเพือมไม่ได้มากโดยนักวิเคราะห์หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า จากปัจจัยต่าง ๆ ทั้งสถานการณ์อุตสาหกรรม EV นโยบายภาษีของทรัมป์ นโยบายการกระตุ้นภายในประเทศ ไปจนถึงพฤติกรรมส่วนตัวของอีลอน มัสก์ หลังจากเข้าไปสู่โลกการเมือง ทำให้ภาพรวมของบริษัทเทสลา (Tesla) ยังน่าเป็นห่วง ซึ่งยังไม่นับรวมราคาหุ้นที่พร้อมจะดิ่งลงทุกเมื่อ

Tesla เปิดตัวร้านอาหาร Diner & Drive-In สุดล้ำพนักงานเป็นหุ่นยนต์กลางฮอลลีวูด แคลิฟอร์เนีย
อ่าน

Tesla เปิดตัวร้านอาหาร Diner & Drive-In สุดล้ำพนักงานเป็นหุ่นยนต์กลางฮอลลีวูด แคลิฟอร์เนีย

วันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา Tesla เปิดตัว ร้านอาหารแนวเรโทรแห่งอนาคต ภายใต้ชื่ออย่างเป็นทางการ Tesla Diner Drive-In ในย่านฮอลลีวูด รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยผสมผสานบรรยากาศย้อนยุคแบบไดเนอร์อเมริกันเข้ากับเทคโนโลยีล้ำยุคของ Tesla"> ภายในมีจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า Supercharger V4 ถึง 80 ช่อง พร้อมโรงหนังไดรฟ์อินที่ฉายผ่านจอ LED ขนาด 45 ฟุต 2 จอ ซึ่งเสียงภาพยนตร์จะเล่นผ่านลำโพงภายในรถ Tesla โดยตรงเมนูอาหารภายในร้านเน้นความคลาสสิก เช่น แฮมเบอร์เกอร์ ฮอตด็อก เฟรนช์ฟรายส์ และมิลค์เชค พร้อมด้วยสินค้าจากแบรนด์ Tesla และหุ่นยนต์ Optimus ที่เดินอยู่ในร้านเพื่อสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ให้ลูกค้า นอกจากนี้ยังมีจุดสั่งอาหารผ่านหน้าจอในรถ Tesla ได้โดยตรงแม้จะเพิ่งเปิดบริการ แต่ร้านก็ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม เห็นได้จากคิวยาวในช่วงเช้า และบรรยากาศคึกคักบริเวณหน้าอาคาร อย่างไรก็ตาม ยังเร็วเกินไปที่จะบอกได้ว่าร้านจะกลายเป็นแลนด์มาร์กถาวรของฮอลลีวูดหรือไม่ อีลอน มัสก์ ซีอีโอของ Tesla ได้โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า "หากร้านแนว เรโทรล้ำยุค นี้ได้รับการตอบรับดี Tesla มีแผนจะขยายสาขาไปยังเมืองใหญ่ทั่วโลก"รวมถึงตามสถานีชาร์จไฟฟ้าในเส้นทางเดินทางระยะไกลด้วย โดยระบุว่า “ถ้าร้านอาหารของเราประสบความสำเร็จ Tesla จะเปิดร้านแบบนี้อีกในเมืองสำคัญทั่วโลก”">

Tesla อัปเดตปัญญาประดิษฐ์ Grok คุยกับคนขับบนรถยนต์ไฟฟ้า
อ่าน

Tesla อัปเดตปัญญาประดิษฐ์ Grok คุยกับคนขับบนรถยนต์ไฟฟ้า

เทสลา (Tesla)บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าชื่อดังปล่อยอัปเดตซอฟต์แวร์ใหม่ล่าสุดแบบ Over-the-Air (OTA) เวอร์ชัน 2025.26 ซึ่งนำ Grok ผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์ AI ที่พัฒนาโดย xAI มาติดตั้งในรถยนต์ที่รองรับสำหรับเจ้าของในสหรัฐอเมริกาโดยตรง การเคลื่อนไหวครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการผสานรวม AI ขั้นสูงเข้ากับระบบสาระบันเทิงของรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งอาจเปลี่ยนประสบการณ์การขับขี่ในแต่ละวันให้มีความโต้ตอบมากยิ่งขึ้น ซึ่งถูกเปิดเผยครั้งแรกโดย ซอว์เยอร์ เมอร์ริต (Sawyer Merritt) นักลงทุน Tesla ชื่อดังบนแพลตฟอร์ม X Grok AITesla ได้ผนวก Grok เข้ามาในรูปแบบเบต้า (Beta) ทำให้ผู้ใช้งานสามารถสนทนาด้วยคำสั่งเสียงขณะขับรถได้ Grok จะปรากฏบนหน้าจอสัมผัสของรถยนต์ และตอบคำถามในลักษณะการแชทที่เป็นธรรมชาติและลื่นไหล">จากวิดีโอสาธิตของ Grok ในโหมด "Unhinged" (โหมดสุดเพี้ยน) นี้ที่ตอบคำถามแนวกวน ๆ แสดงให้เห็นถึงบุคลิกแบบขี้เล่นและหลุดกรอบของ AI ตัวนี้ ทั้งนี้ผู้ใช้สามารถเลือกโหมดเสียงได้หลากหลายเพื่อปรับแต่งประสบการณ์ โหมดต่าง ๆ ได้ เช่น โหมด Storyteller ไปจนถึง โหมด Unhinged ซึ่งช่วยให้การโต้ตอบเป็นไปตามความต้องการอย่างไรก็ตาม Grok ยังคงทำงานแยกจากฟังก์ชันหลักของรถยนต์ในปัจจุบัน มันไม่สามารถออกคำสั่ง เช่น การปรับระบบควบคุมสภาพอากาศหรือการนำทางได้ โดยคำสั่งเสียงเดิมยังคงทำงานตามปกติอย่างไรก็ตาม Tesla ยืนยันว่า ปัจจุบัน Grok กำลังอยู่ในช่วงเบต้าและไม่ได้ออกคำสั่งไปยังรถยนต์ของผู้ใช้ ซึ่งคำสั่งเสียงที่มีอยู่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงจากระบบคำสั่งเสียงเดิมทำให้มั่นใจในความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ โดย Grok จะมุ่งเน้นไปที่การเป็นเพื่อน มากกว่าการควบคุม นอกจากนี้ การผสานรวมนี้ยังใช้เทคโนโลยีของ xAI ซึ่งประมวลผลอย่างปลอดภัยบนเซิร์ฟเวอร์ของพวกเขา ด้วยและ Tesla ยังเน้นย้ำถึงความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน โดยระบุว่า การโต้ตอบกับ Grok ได้รับการประมวลผลอย่างปลอดภัยโดย xAI ตามประกาศความเป็นส่วนตัว การสนทนาจะยังคงไม่ระบุชื่อสำหรับ Tesla และไม่เชื่อมโยงกับผู้ใช้โดยผู้ใช้สามารถลงชื่อเข้าใช้และซิงค์ประวัติในอุปกรณ์ต่าง ๆ หรือโต้ตอบในโหมด Guest โดยไม่ต้องมีบัญชี รองรับเฉพาะรุ่นใหม่ในสหรัฐฯอย่างไรก็ตาม การอัปเดตครั้งนี้รองรับเฉพาะรถยนต์ที่ใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen เท่านั้น ได้แก่ Model 3 และ Model Y รุ่นใหม่ Model S/X ปี 2026 และ Cybertruck โดยต้องเชื่อมต่อผ่าน WiFi หรือสมัครใช้บริการ Premium Connectivityทั้งนี้รถรุ่นเก่าที่ใช้ชิป Intel จะยังไม่สามารถใช้งาน Grok ได้ในขณะนี้ Tesla ได้เริ่มติดตั้ง Grok ในรถใหม่ที่ส่งมอบตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม 2025 เป็นต้นไป ซึ่งมาพร้อมฟีเจอร์นี้แบบติดตั้งล่วงหน้า

รถยนต์ Tesla เตรียมติดตั้งแชทบอทปัญญาประดิษฐ์ "Grok" คาดเริ่มใช้งานสัปดาห์หน้า
อ่าน

รถยนต์ Tesla เตรียมติดตั้งแชทบอทปัญญาประดิษฐ์ "Grok" คาดเริ่มใช้งานสัปดาห์หน้า

เร็ว ๆ นี้ รถยนต์ Tesla อาจสามารถพูดคุยโต้ตอบกับผู้ใช้งานได้ หลังจากอีลอน มัสก์ ได้ประกาศว่า "Grok" แชทบอทจากบริษัท xAI ของเขา จะถูกนำมาติดตั้งในรถยนต์ Tesla อย่างเร็วที่สุดในสัปดาห์หน้า และกำลังจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้ขับขี่ Teslaการแข่งขันในสมรภูมิ AI และฮาร์ดแวร์การเปิดตัวครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นความตั้งใจของมัสก์ ที่กำลังผลักดันให้ Grok มีประสิทธิภาพสูงกว่าคู่แข่งสำคัญอย่าง Gemini ของ Google และโมเดลล่าสุดจาก OpenAI ในขณะที่ค่ายรถยนต์อื่น ๆ เช่น Ford และ Mercedes-Benz ได้เลือกใช้ ChatGPT ซึ่งเป็น AI ที่ได้รับการยอมรับในวงกว้างและมีความปลอดภัยมากกว่ามาติดตั้งในรถยนต์ของตนเองไปก่อนแล้วอย่างไรก็ตาม ไม่ใช่รถยนต์ Tesla ทุกคันที่จะได้ใช้ฟีเจอร์นี้ ผู้ที่เป็นเจ้าของรถรุ่นเก่าที่มีหน่วยประมวลผล (Processor) เป็น Intel Atom จะไม่สามารถใช้งาน Grok ได้ ซึ่งหมายความว่าเจ้าของรถ Model S และ Model X ที่ผลิตตั้งแต่ปี 2021 หรือก่อนหน้านั้น จะไม่ได้รับอัปเดตนี้ประเด็นนี้ทำให้นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมยานยนต์อย่าง แดน ไอฟส์ ซึ่งติดตาม Tesla อย่างใกล้ชิด ตั้งคำถามถึงทิศทางและสิ่งที่ Tesla กำลังให้ความสำคัญ โดยไอฟส์เคยเสนอให้คณะกรรมการของ Tesla จัดการกับการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองของมัสก์ซึ่งนำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงจนมัสก์ออกมาตอบโต้ให้นักวิเคราะห์ "หุบปาก และอยู่เงียบ ๆ ไป" เรื่องนี้กลับสะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดระหว่างธุรกิจหลักของ Tesla และความร่วมมือกับบริษัท xAI ของมัสก์เอง"> จุดเด่นของ Grok บุคลิกที่ปรับได้ลูกเล่นสำคัญของ Grok คือ ความสามารถในการปรับแต่งบุคลิกของแชทบอทได้ตามใจชอบ จากการที่ผู้เชี่ยวชาญได้ตรวจสอบซอฟต์แวร์ของรถ พบว่ามีตัวเลือกหลากหลายตั้งแต่ "ชอบโต้เถียง" ไปจนถึง "สติเฟื่อง"นอกจากนี้ยังมีโหมดพิเศษอื่น ๆ เช่น "นักทฤษฎีสมคบคิด" "คุณหมอ" หรือ "ติวเตอร์สอนภาษา" ลองจินตนาการว่าคุณสามารถเลือกระหว่างการคุยกับนักบำบัด, คู่โต้วาที หรือเพื่อนที่มักจะพูดจาไม่ค่อยเหมาะสมแม้ระบบจะมี "โหมดสำหรับเด็ก" เพื่อการสนทนาที่เป็นมิตรกับครอบครัว แต่ยังไม่มีการยืนยันว่าจะมีตัวเลือกเสียงเฉพาะหรือความสามารถในการแสดงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม (NSFW) หรือไม่ ความยืดหยุ่นนี้อาจฟังดูน่าสนใจ แนวทางการใช้ปัญญาประดิษฐ์บนรถยนต์แนวทางของ Tesla นั้นแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับคู่แข่งในตลาดที่เน้นเรื่องความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือเป็นอันดับแรก ตัวอย่างเช่น Mercedes-Benz ที่ประสบความสำเร็จในการนำ ChatGPT มาใช้งานในรถยนต์กว่า 900,000 คัน ผ่านบริการคลาวด์ที่ปลอดภัยของ Microsoftโดยเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้าระดับองค์กร เช่นเดียวกับค่ายรถยนต์อื่น ๆ ทั้ง Ford, Toyota, BMW และ Volkswagen Group ที่กำลังวางแผนใช้ ChatGPT เพราะต้องการ AI ที่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่ามีความเสถียร มากกว่าโมเดลที่ยังอยู่ในช่วงทดลองมาร์คัส เชเฟอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Mercedes-Benz กล่าวว่า "เราได้ผสานสิ่งที่ดีที่สุดของทั้งสองโลกระหว่างระบบสั่งงานด้วยเสียง MBUX ของเรา กับรูปแบบการสนทนาที่เป็นธรรมชาติของ ChatGPT" และเน้นย้ำว่า "เราปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าอย่างดีที่สุด" ผ่านระบบคลาวด์ที่มีการควบคุมอย่างเข้มงวดแม้ Tesla จะก้าวเข้าสู่วงการ AI ในรถยนต์ช้ากว่าคู่แข่ง แต่กลับเลือกเส้นทางที่มีความเสี่ยงสูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่ Mercedes-Benz เริ่มทดลองใช้ ChatGPT ตั้งแต่ปี 2023 ด้วยความระมัดระวังและมีระบบความปลอดภัยระดับองค์กรรองรับนอกจากนี้ยังมีข้อกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว หลังจากมีการค้นพบว่าซอฟต์แวร์อาจมีฟังก์ชัน "คำสั่งปลุก" (Wake word) ซึ่งเป็นคำสั่งเสียงที่ใช้เปิดใช้งานระบบ (คล้ายการพูดว่า "Hey Siri") ทำให้เกิดคำถามว่ารถยนต์จะดักฟังบทสนทนาส่วนตัวของผู้ใช้อยู่ตลอดเวลาหรือไม่

"Azoria" เบรกเปิดตัว Tesla ETF "มัสก์"ตั้งพรรค
อ่าน

"Azoria" เบรกเปิดตัว Tesla ETF "มัสก์"ตั้งพรรค

สำนักข่าว CNBC รายงานว่า บริษัทการลงทุน Azoria Partners ประกาศเมื่อวันเสาร์ว่าจะเลื่อนการจดทะเบียนกองทุน Azoria Tesla Convexity ETF ออกไป หลังจากที่ อีลอน มัสก์ ซีอีโอของ Tesla ประกาศตั้งพรรคการเมืองใหม่ในสหรัฐขณะที่ Azoria มีกำหนดจะเปิดตัวกองทุน ETF ที่ลงทุนในหุ้นและออปชั่นของTesla ภายในสัปดาห์หน้า แต่หลังจากมัสก์ประกาศตั้งพรรคการเมือง นายเจมส์ ฟิชแบค ซีอีโอของ Azoria ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นเชิงวิพากษ์วิจารณ์พรรคใหม่ของมัสก์บนแพลตฟอร์ม X และย้ำจุดยืนสนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของตนเอง ขณะเดียวกัน ซีอีโอของ Azoria ได้ประกาศเลื่อนการเปิดตัว ETF ออกไป โดยระบุว่า “ผมขอให้คณะกรรมการประชุมโดยด่วน และขอให้อีลอนออกมาชี้แจงจุดยืนทางการเมืองของเขา รวมถึงประเมินว่าสิ่งเหล่านี้สอดคล้องกับภาระหน้าที่ในฐานะซีอีโอของ Tesla หรือไม่”ทั้งนี้ การประกาศของมัสก์ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้นที่มีต่ออนาคตของTesla หลังจากที่มัสก์เพิ่งประกาศในเดือนพฤษภาคมว่าจะลดบทบาทของตัวเองในหน่วยงาน Department of Government Efficiency (DOGE) อย่างไรก็ตามการประกาศตั้งพรรค America Party ของมัสก์ มีขึ้นหลังจากที่ทรัมป์ลงนามในกฎหมายลดภาษีและเพิ่มงบประมาณ ซึ่งเขาเรียกว่า “กฎหมายลดภาษีที่ยิ่งใหญ่และงดงาม” เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งมัสก์แสดงจุดยืนคัดค้านกฎหมายดังกล่าวอย่างชัดเจนนอกจากนี้ Azoria ยังมีแผนเปิดตัวกองทุน Azoria 500 Meritocracy ETF ที่จะลงทุนเฉพาะใน 500 บริษัทใหญ่ของสหรัฐที่ไม่มีการกำหนดเป้าหมายการจ้างงานตามแนวทางความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม (DEI) ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ของบริษัท

"Xiaomi" เตรียมลุยตลาดรถโลก หลังยอดขายในจีนแซง "Tesla" l การตลาดเงินล้าน
อ่าน

"Xiaomi" เตรียมลุยตลาดรถโลก หลังยอดขายในจีนแซง "Tesla" l การตลาดเงินล้าน

Xiaomi ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนรายใหญ่ของจีนซึ่งหันมารุกตลาดยานยนต์ไฟฟ้า เปิดเผยว่า บริษัทจะเริ่มพิจารณาการจำหน่ายรถยนต์นอกประเทศจีนตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป โดยในระหว่างนี้จะยังคงให้ความสำคัญกับการตอบสนองความต้องการในตลาดภายในประเทศเป็นหลักLei Jun ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท เปิดเผยในระหว่างการถ่ายทอดสดเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า ความต้องการที่แข็งแกร่งของรถรุ่น SU7 และ YU7 ทำให้บริษัทจำเป็นต้องทุ่มทรัพยากรทั้งหมดเพื่อรักษาเสถียรภาพของสายการผลิตในประเทศทั้งนี้ Xiaomi เคยระบุไว้ก่อนหน้านี้ว่า ปี 2027 จะเป็นจุดเริ่มต้นที่เป็นไปได้สำหรับการส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าสู่ตลาดต่างประเทศสำหรับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น SU7 ซึ่งเป็นซีดานรุ่นแรกของบริษัท มียอดขายรายเดือนที่เหนือกว่า Tesla Model 3 อย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา ขณะที่ YU7 ซึ่งเป็นรถอเนกประสงค์ SUV เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อสัปดาห์ก่อน และสามารถกวาดยอดสั่งจองได้อย่างล้นหลามถึงระดับหนึ่งในช่วงเวลาเพียง 18 ชั่วโมงแรก กระแสตอบรับที่ร้อนแรงของ YU7 ทำให้ลูกค้าหลายรายได้รับแจ้งว่าจะต้องรอการส่งมอบรถนานกว่าหนึ่งปี ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และความไม่พอใจในโลกออนไลน์เป็นวงกว้าง โดยมีรายงานจากสำนักข่าว Reuters เมื่อวันอังคารว่า ความล่าช้าในการส่งมอบรถกลายเป็นประเด็นร้องเรียนหลักล่าสุดเกิดกระแสข่าวลือว่ามีลูกค้าบางรายสามารถ "จ่ายเงินเพิ่ม" เพื่อแซงคิวและได้รับรถก่อนคนอื่น ซึ่งสร้างความไม่พอใจในหมู่ผู้ที่สั่งจองตามระบบปกติอย่างไรก็ตาม Xiaomi ได้ปฏิเสธเรื่องดังกล่าวชัดเจน โดยระบุว่าไม่มีนโยบายให้ลูกค้าจ่ายเงินนอกระบบเพื่อเร่งคิวส่งมอบ พร้อมเตือนให้ผู้บริโภคระวังการหลอกลวงจากบุคคลที่อ้างตัวเป็นพนักงานหรือมีสิทธิพิเศษในการจัดคิวขณะเดียวกัน บริษัทได้ชี้แจงว่า ระบบการส่งมอบที่เร็วขึ้นมีอยู่จริงภายใต้เงื่อนไขการสั่งซื้ออย่างเป็นทางการ โดยลูกค้าสามารถเลือกชำระมัดจำในอัตราสูง 40,000 หยวน หรือประมาณ 180,612 บาท ซึ่งเป็นเงินมัดจำแบบไม่สามารถขอคืนได้ เพื่อแลกรับสิทธิ์การส่งมอบรถเร็วกว่าผู้ที่เลือกชำระมัดจำ 20,000 หยวน หรือประมาณ 90,306 บาท แต่สามารถขอคืนเงินได้ภายใน 7 วันเงื่อนไขนี้ถือเป็นทางเลือกที่บริษัทประกาศอย่างชัดเจนตั้งแต่เปิดรับจอง SU7 และเป็นแนวทางเดียวที่ส่งผลต่อลำดับคิวการส่งมอบโดยตรง ไม่เกี่ยวข้องกับการจ่ายเงินพิเศษในรูปแบบอื่นใด ทั้งนี้ สื่อจีนรายงานว่า ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา มียอดจอง SU7 และ YU7 สะสมรวมกันเกิน 5 แสนคัน ทำให้โรงงานของ Xiaomi ต้องเร่งเพิ่มกำลังการผลิตต่อเนื่อง และยังไม่สามารถระบุกรอบเวลาการส่งมอบที่เร็วขึ้นสำหรับผู้จองใหม่จากแนวโน้มที่เกิดขึ้น Xiaomi ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีนในเวลาอันสั้น และความสำเร็จนี้อาจเป็นก้าวแรกสู่การขยายสู่ตลาดโลกในอนาคตอันใกล้

EV จีนยอดขายยุโรปพุ่งสวนทาง "Tesla" เร่งแก้เกม l การตลาดเงินล้าน
อ่าน

EV จีนยอดขายยุโรปพุ่งสวนทาง "Tesla" เร่งแก้เกม l การตลาดเงินล้าน

ผู้ผลิตรถยนต์จีนยังคงยึดพื้นที่ในตลาดยุโรปเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการรายงานล่าสุด เดือนพฤษภาคม พบว่า สามารถครองส่วนแบ่งยอดขายในกลุ่มรถยนต์ไฮบริดได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และยังครองส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าสูงสุดในรอบ 10 เดือน อีกด้วยนำโดย บีวายดี และ เอ็มจี ของ SAIC Motor (เอสเอไอซี มอเตอร์) ที่มีส่วนแบ่งของยอดขาย คิดเป็นสัดส่วนเกินร้อยละ 9 ทั้งในกลุ่มรถยนต์ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้าล้วน และตามข้อมูลของบริษัทวิจัย ดาต้าฟอร์ซ (Dataforce) ยังพบว่า ยอดจดทะเบียนระยนต์แบรนด์จีนในยุโรป ซึ่งรวมกับรถรุ่นเครื่องยนต์สันดาปภายในด้วย พุ่งสูงถึงร้อยละ 5 เป็นครั้งแรกสเตลลา ลี (Stella Li) ผู้บริหารของ บีวายดี กล่าวเมื่อเดือนที่แล้ว บอกว่า ตัวเลขยอดขายล่าสุดนี้ ยืนยันได้ว่าผู้ผลิตรถยนต์จีนประสบความสำเร็จอย่างมากในการเจาะตลาดรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของโลก โดยยุโรปถือเป็นภูมิภาคสำคัญที่สุดของผู้นำในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าของจีน ซึ่งการเติบโตในยุโรปส่วนใหญ่นั้น มาจากรถยนต์ไฟฟ้าและรถไฮบริด ที่ผู้ผลิตจีนต่างใช้จุดแข็งทั้งหมดที่ตัวเองมี ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยี แบตเตอรี่ และซอฟต์แวร์ ทำให้ปัจจุบันยอดขายรถยนต์ไฟฟ้ากลับมาอยู่ในระดับเดียวกับเมื่อกลางปี 2024 ก่อนที่สหภาพยุโรป (อียู) จะกำหนดเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตจากจีน เนื่องจากการสอบสวนของ อียู ที่พบว่าเงินสนับสนุนจากรัฐบาลปักกิ่ง ช่วยให้ผู้ผลิตจีนได้เปรียบอย่างไม่เป็นธรรมทั้งนี้ จากข้อมูลพบว่า รถยนต์ไฮบริดซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจากภาษีนำเข้าของ อียู นั้น มีการเติบโตอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น คือจากเดือนพฤษภาคม ปีที่แล้ว มีส่วนแบ่งตลาดอยู่เพียงร้อยละ 1 เท่านั้น แต่เพียง 1 ปีต่อมา แบรนด์เหล่านี้กลับมีส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มปลั๊กอินไฮบริด อยู่ที่ร้อยละ 12 และรถไฮบริดอยู่ที่ร้อยละ 7เฟลิเป้ มูนอซ (Felipe Munoz) นักวิเคราะห์จาก จาโต้ ไดนามิคส์ (Jato Dynamics) ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านยานยนต์ ให้ข้อมูลว่า เอ็มจี ซึ่งเป็นแบรนด์รถสปอร์ตที่มีต้นกำเนิดจากอังกฤษ ปัจจุบันมีบริษัทแม่เป็นของรัฐบาลจีน ถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าในอัตราร้อยละ 45 จึงตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมใหม่ (ปรับกลยุทธ์ใหม่) ด้วยการมุ่งเน้นไปที่โซลูชันที่ใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ โดยลดการขายรถยนต์ไฟฟ้าล้วนลง และหันไปเน้นทำตลาดในกลุ่มรถไฮบริดแทนส่วน บีวายดี ยังคงโดดเด่นและเพิ่มยอดขายได้ แม้จะมีภาษีนำเข้า และปัจจุบันบริษัทกำลังมุ่งเป้าไปที่กลุ่มรถที่ได้รับความนิยมสูงสุด ด้วยรุ่น ดอลฟิน เซิร์ฟ (Dolphin Surf) ซึ่งเป็นรถวิ่งในเมือง และรถอเนกประสงค์ขนาดเล็ก แอตโต 2 (Atto 2) ดังนั้น มาตรการเก็บภาษีนำเข้าของ อียู แทนที่จะหยุดการขยายตัวของแบรนด์จีนเหล่านี้ แต่กลายเป็นว่ายิ่งเป็นแรงผลักดันให้แบรนด์ต่างๆ เช่น บีวายดี ปรับกลยุทธ์และเน้นเปิดตัวรถยนต์รุ่นที่มีราคาย่อมเยาในกลุ่มรถเริ่มต้นแทนอย่างไรก็ตาม สถานการณ์ของรถแบรนด์จีนในตลาดยุโรป ต่างจาก เทสลา ของ อีลอน มัสก์ มีสัญญาณที่ไม่ดีนัก ซึ่งยอดขายรถยนต์โดยรวมในตลาดยุโรปหดตัวต่อเนื่อง ทำให้ ล่าสุด มีรายงานว่า มัสก์ จะเข้ามารับหน้าที่ดูแลยอดขายในตลาดยุโรป รวมถึงสหรัฐอเมริกาา แทนผู้บริหารคนก่อนหน้าที่ลาออกไป บลูมเบิร์ก รายงานว่า โอมีด อัฟชาร์ (Omead Afshar) รับผิดชอบการขายและการผลิตของ เทสลา ในอเมริกาเหนือ และยุโรป และเพิ่งลาออกเมื่อเดือนที่แล้ว ทำให้ มัสก์ และ ทอม จู (Tom Zhu) ซึ่งเป็นรองประธานอาวุโส กำลังแบ่งหน้าที่ในการบริหารจัดการ เพื่อฟื้นฟูธุรกิจหลังจากไตรมาส 2 เทสลา มียอดส่งมอบรถ ลดลงต่อเนื่องโดยแหล่งข่าวเผยว่า มัสก์ จะดูแลตลาดยุโรปและสหรัฐอเมริกา ส่วน จู ซึ่งอยู่ที่จีน จะยังคงดูแลยอดขายเทสลาในเอเชีย และเข้ารับหน้าที่การผลิตสำหรับตลาดทั่วโลกการที่ มัสก์ ให้ความสำคัญกับตลาดยุโรป เป็นที่น่าสังเกตุว่าเขาจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไร จากที่ก่อนหน้านี้ เขาเคยบอกว่า ยุโรปคือจุดอ่อนที่สุดของเทสลาและเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นกับตัวเลขล่าสุด โดยยอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ของบริษัทฯ ทั่วยุโรปเมื่อเดือนพฤษภาคม ลดลงไปร้อยละ 28 ซึ่งลดลงเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน และระยะ 5 เดือนแรกของปีนี้ ยอดจดทะเบียน ลดลงไปแล้วถึงร้อยละ 37ปัจจัยหลักมาจากการที่ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีน นำโดย บีวายดี ได้รับความนิยมมากขึ้น ขณะเดียวกัน เกี่ยวกับชื่อเสียงของ มัสก์ เองก็มีส่วนทำให้ยอดขายของ เทสลา ลดลงด้วย ซึ่งจากผลสำรวจพบว่า มัสก์ ถูกมองในแง่ลบในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าหลัก ๆ ในยุโรป ที่รวมถึงเยอรมนี และสหราชอาณาจักร และการที่เขาสนับสนุนพรรคการเมืองและผู้สมัครฝ่ายขวาในยุโรป ยังก่อให้เกิดการประท้วงและก่อเหตุวุ่นวายในหลายประเทศในยุโรปรวมถึงกรณีล่าสุด หลังจากการให้คำมั่นว่าจะหันกลับมาให้ความสำคัญกับ เทสลา อีกครั้ง และบทบาทในหน่วยงาน ดอจ (DOGE) ก็สิ้นสุดในเดือนพฤษภาคม แต่ความสัมพันธ์ระหว่าง มัสก์ และประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กลับเริ่มแย่ลงอย่างรวดเร็ว กรณีล่าสุด มัสก์ จุดชนวนความขัดแย้ง ด้วยการโจมตีแพ็คเกจภาษี และการใช้จ่ายมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดี รวมถึงการเรียกร้องให้มีการจัดตั้งพรรคการเมืองที่สาม ด้วยนอกจากนี้ เทสลา ได้รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ล่าสุด โดยมียอดส่งมอบรถยนต์จำนวนกว่า 384,000 คัน ลดลงถึงร้อยละ 14 เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลงต่อเนื่องจากไตรมาสแรก ที่ลดลงไปร้อยละ 13 โดยมียอดส่งมอบจำนวนกว่า 336,000 คัน ขณะที่มียอดผลิตจำนวน 410,244 คันนั่นสะท้อนให้เห็นว่า เทสลา ยังเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง โดยเฉพาะจากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีนที่ขายรุ่นใหม่และราคาจับต้องได้ รวมถึงปฏิกิริยาทางการเมือง ต่อตัว อีลอน มัสก์อย่างไรก็ดี รายงานดังกล่าวไม่ได้แยกยอดขายเป็นรายรุ่นของรถ และไม่ได้แยกตามรายภูมิภาค มีข้อมูลเพียงว่า รุ่นยอดนิยมที่ขายดีคือ Model 3 และ Model Y ที่มียอดผลิตรวมกันทั้งหมด 396,835 คัน และมียอดขายรวมกันจำนวน 373,728 คันอย่างไรก็ตาม เป็นตัวเลขต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ประมาณการไว้ โดยตามประมาณการของนักวิเคระห์ที่จัดทำโดย บลูมเบิร์ก คาดว่า ไตรมาส 2 สิ้นสุดเดือนมิถุนาย เทสลา จะส่งมอบรถยนต์ได้ประมาณ 389,400 คัน ซึ่งจะลดลงประมาณร้อยละ 12 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วและคาดว่าทั้งปี 2025 เทสลา จะส่งมอบรถยนต์ได้ประมาณ 1 ล้าน 6 แสน 5 หมื่นคัน ซึ่งลดลงร้อยละ 8 จากปีที่แล้ว ที่ส่งมอบรถยนต์ได้เป็นจำนวน 1.79 ล้านคันในปีที่แล้วด้านนักวิเคราะห์ในตลาดวอลล์สตรีท กล่าวว่า หาก มัสก์ ต้องการบรรลุเป้าหมายให้ เทสลา กลับมาเติบโตได้ในปีนี้ จะต้องมีการส่งมอบรถเทสลาให้ได้มากกว่า 1 ล้านคันในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

ทรัมป์ขู่สอบสวนธุรกิจอีลอน มัสก์ หลังซีอีโอ Tesla ค้านร่างกฎหมาย One Big Beautiful Bill Act กระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน
อ่าน

ทรัมป์ขู่สอบสวนธุรกิจอีลอน มัสก์ หลังซีอีโอ Tesla ค้านร่างกฎหมาย One Big Beautiful Bill Act กระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน

การเผชิญหน้าครั้งใหม่ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และมหาเศรษฐีอีลอน มัสก์ ได้ทวีความรุนแรงขึ้น แม้ก่อนหน้านี้จะมีการคืนดีและมอบ "กุนแจทองคำ" ให้กับอีลอน มัสก์ เพื่อเยียวยาหัวใจก่อนอีลอน มัสก์แยกทางออกจากทำเนียบขาวโดยชนวนเหตุความขัดแย้งครั้งใหม่เริ่มต้นจากความเห็นต่างในประเด็นร่างกฎหมาย One Big Beautiful Bill Act หรือนโยบายการคลังของประเทศ ประเด็นดังกล่าวได้ลุกลามไปสู่การขู่ใช้มาตรการตอบโต้จากภาครัฐ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาหุ้นของ Tesla และสร้างความกังวลอย่างหนักในหมู่นักลงทุนชนวนเหตุแห่งความขัดแย้งร่างกฎหมาย One Big Beautiful Bill Actความขัดแย้งรอบล่าสุดปะทุขึ้นอย่างรุนแรง หลังจากวุฒิสภาผ่านร่างกฎหมายงบประมาณและการลดหย่อนภาษี หรือที่ทรัมป์เรียกว่า "Big, Beautiful Bill" โดย อีลอน มัสก์ ได้ออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านอย่างแข็งกร้าวผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเอ็กซ์ (X) ของตนเองโดยอีลอน มัสก์ ให้เหตุผลว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ขาดความรับผิดชอบทางการคลังอย่างสิ้นเชิง และจะนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของหนี้สาธารณะอย่างมหาศาล ตามการประมาณการของสำนักงานงบประมาณรัฐสภา (CBO) ร่างกฎหมายฉบับนี้อาจทำให้ประเทศขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้นถึง 3.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 121 ล้านล้านบาท ในอีก 10 ปีข้างหน้า ซึ่งขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างของทำเนียบขาวที่ว่ากฎหมายจะช่วยลดการขาดดุลของประเทศและเพื่อแสดงการต่อต้านอย่างเอาจริงเอาจัง อีลอน มัสก์ได้ประกาศว่าจะใช้ทรัพยากรส่วนตัวทั้งหมดเพื่อรณรงค์หาเสียงโค่นล้มสมาชิกสภาคองเกรสจากพรรครีพับลิกันที่ลงมติสนับสนุนร่างกฎหมายนี้ในการเลือกตั้งขั้นต้น (Primary Election) ครั้งถัดไปนอกจากนี้อีลอน มัสก์ ยังได้แชร์ภาพโปสเตอร์รณรงค์ที่มีใบหน้าของพิน็อกคิโอพร้อมข้อความว่า "โกหก" และ "โหวตเพิ่มหนี้ให้อเมริกากว่า 5,000,000,000,000 ดอลลาร์" พร้อมทั้งเปรยถึงแนวคิดในการจัดตั้งพรรคการเมืองที่สามในชื่อ "พรรคอเมริกา" (America Party) เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้กับประชาชน ทรัมป์สวนกลับขู่ตรวจสอบผ่านหน่วยงาน DOGEเมื่อเผชิญกับการต่อต้านอย่างหนักจากอีลอน มัสก์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาตอบโต้ด้วยถ้อยคำที่แข็งกร้าวผ่าน Truth Social ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มของเขาเอง โดยขู่ว่าจะสั่งการให้ กรมประสิทธิภาพรัฐบาล (Department of Government Efficiency - DOGE) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่น่าสนใจว่ามัสก์เองเคยเป็นผู้นำ เข้าไปตรวจสอบสัญญาทุกฉบับและเงินอุดหนุนทั้งหมดที่รัฐบาลมอบให้กับบริษัทในเครือของอีลอน มัสก์ โดยทรัมป์อ้างว่าหากปราศจากเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล ธุรกิจของอีลอน มัสก์ อาจต้องปิดตัวลงทรัมป์ได้ยกระดับการโจมตีโดยกล่าวว่า "เราอาจต้องปล่อย DOGE ใส่อีลอน คุณรู้ไหมว่า DOGE คืออะไร? มันคือสัตว์ประหลาดที่อาจจะย้อนกลับไปกินอีลอน มัสก์"คำขู่ดังกล่าวเป็นการส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่า รัฐบาลอาจใช้กลไกทางกฎหมายและข้อบังคับต่างๆ เพื่อสร้างแรงกดดันต่ออาณาจักรธุรกิจของมัสก์ ซึ่งรวมถึง SpaceX, Tesla, X, xAI และ Neuralink ซึ่งล้วนอยู่ภายใต้กฎระเบียบของรัฐบาลกลาง ผลกระทบต่อตลาดทุนและความกังวลของนักลงทุนการเผชิญหน้าของสองบุคคลผู้ทรงอิทธิพลได้ส่งแรงสั่นสะเทือนไปยังตลาดหุ้นอย่างรุนแรง โดยราคาหุ้นของ Tesla (TSLA) ดิ่งลงถึง 7% ในวันอังคาร ต่อเนื่องจากที่ลดลง 2% ในวันจันทร์สวนทางกับภาวะตลาดโดยรวมที่ดัชนี SP 500 และ Nasdaq พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนมีความอ่อนไหวต่อความขัดแย้งนี้เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความกังวลว่าทรัมป์อาจทำตามคำขู่ในการยกเลิกหรือทบทวนสัญญากับบริษัท SpaceX หรือนโยบายที่เอื้อประโยชน์ต่อบริษัท Teslaทางด้านของแดน ไอฟส์ นักวิเคราะห์หลักทรัพย์จาก Wedbush Securities สรุปสถานการณ์ว่า "เรื่องนี้ได้กลายเป็นละครน้ำเน่าที่กดดันราคาหุ้น Tesla นักลงทุนกลัวว่ารัฐบาลทรัมป์จะเพิ่มความเข้มงวดและเล่นงานการใช้จ่ายของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับมัสก์" สิ่งที่นักลงทุนต้องการเห็นคือการที่มัสก์กลับไปมุ่งเน้นที่การบริหารบริษัท Tesla และยุติบทบาททางการเมืองที่สร้างความเสี่ยงเช่นนี้เดิมพันทางธุรกิจของอีลอน มัสก์ มีทั้งสัญญารัฐบาลและสิทธิประโยชน์ทางภาษีคำขู่ของทรัมป์มีน้ำหนักอย่างยิ่ง เนื่องจากธุรกิจของมัสก์พึ่งพานโยบายและงบประมาณของรัฐบาลกลางในหลายมิติ SpaceX มีรายได้หลักมาจากการเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานภาครัฐ เช่น องค์การ NASAในขณะที่ Tesla แม้จะมีสัญญากับรัฐบาลไม่มากนัก แต่ได้รับประโยชน์มหาศาลจากนโยบายสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า เช่น เครดิตภาษีมูลค่า 7,500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 275,400 บาท สำหรับผู้ซื้อ ซึ่งช่วยกระตุ้นยอดขายได้อย่างมีนัยสำคัญนอกจากนี้ Tesla ยังมีรายได้มหาศาลจากการขายเครดิตควบคุมมลพิษ (Regulatory Credits) ให้กับผู้ผลิตรถยนต์รายอื่น ซึ่งอาจมีมูลค่าสูงถึง 2 พันล้านดอลลาร์ต่อปีตามการประเมินของ JPMorganหากทรัมป์ดำเนินการตามที่ขู่จริง เช่น การยกเลิกเครดิตภาษี EV และการผ่อนคลายมาตรฐานการปล่อยมลพิษ ก็จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของ Tesla คิดเป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ต่อปี อย่างไรก็ตาม มัสก์ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าเขาคัดค้านกฎหมายเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง โดยยืนยันว่าจุดยืนของเขามาจากความปรารถนาที่จะเห็นประเทศมีวินัยทางการคลังและไม่ล้มละลายเท่านั้น

"ทรัมป์" ขู่เนรเทศ "อีลอน มัสก์" ส่งหน่วย DOGE ตรวจสอบ Tesla l การตลาดเงินล้าน
อ่าน

"ทรัมป์" ขู่เนรเทศ "อีลอน มัสก์" ส่งหน่วย DOGE ตรวจสอบ Tesla l การตลาดเงินล้าน

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์สื่อเมื่อวันอังคารว่า อาจต้องพิจารณาเนรเทศอีลอน มัสก์ กลับประเทศแอฟริกาใต้ หลังมัสก์ออกมาวิจารณ์ร่างกฎหมายงบประมาณรายจ่ายที่กำลังถูกผลักดันโดยพรรครีพับลิกัน ซึ่งเป็นพรรคของทรัมป์เองมัสก์ ซึ่งเป็นชาวแอฟริกาใต้โดยกำเนิดและได้รับสัญชาติสหรัฐฯ แล้ว ได้โพสต์ข้อความหลายครั้งบนแพลตฟอร์ม X ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อนถึงสิ่งที่เขาเรียกว่า "ร่างกฎหมายอภิมหาใช้จ่าย" โดยระบุว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวจะเพิ่มเพดานหนี้ถึง 5 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเขาเห็นว่าเป็นเรื่องสิ้นเปลืองและไม่รับผิดชอบเมื่อถูกผู้สื่อข่าวถามว่า จะดำเนินการเนรเทศมัสก์หรือไม่ ทรัมป์ตอบว่าต้องขอดูรายละเอียดก่อน พร้อมเสริมเชิงประชดว่า "อาจต้องส่ง DOGE ไปจัดการมัสก์" โดยหมายถึง Department of Government Efficiency หรือหน่วยงานที่มัสก์เคยมีบทบาทเกี่ยวข้องในฐานะพนักงานพิเศษ ทั้งนี้ ความขัดแย้งระหว่างทั้งสองฝ่ายดูเหมือนจะกลับมารุนแรงอีกครั้ง หลังก่อนหน้านี้เพิ่งจะสงบราว 2 สัปดาห์ เมื่อมัสก์ประกาศถอนตัวจากบทบาทในทำเนียบขาว และเริ่มแสดงความไม่พอใจต่อท่าทีของรีพับลิกันผ่าน X ตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ ทรัมป์ยังเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า หากมัสก์ยังเลือกสนับสนุนผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต ก็จะต้องรับผลที่ตามมา และเคยขู่ว่ารัฐบาลอาจถอนสัญญาว่าจ้างของรัฐที่ให้กับบริษัทของมัสก์ความสัมพันธ์ระหว่างสองบุคคลสำคัญนี้ยังคงเป็นที่จับตามองของทั้งนักการเมืองและนักลงทุน โดยเฉพาะเมื่อมัสก์ได้ทุ่มเงินสนับสนุนแคมเปญหาเสียงของทรัมป์และพรรครีพับลิกันในปี 2024 มากกว่า 270 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

มาเหนือ! "Tesla" เริ่มส่งมอบรถถึงบ้านอัตโนมัติ l การตลาดเงินล้าน
อ่าน

มาเหนือ! "Tesla" เริ่มส่งมอบรถถึงบ้านอัตโนมัติ l การตลาดเงินล้าน

บัญชี Tesla บนโซเชียลเน็ตเวิร์ก X ซึ่งเป็นของมัสก์เช่นกัน ได้แชร์วิดีโอ ซึ่งแสดงให้เห็นรถยนต์รุ่น Model Y แล่นบนถนนสาธารณะในเมืองออสติน รวมถึงทางหลวง โดยไม่มีมนุษย์นั่งอยู่บนที่นั่งคนขับหรือผู้โดยสารด้านหน้าของรถยนต์Tesla ไม่ได้ระบุว่าซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์เวอร์ชันใดที่ได้รับการติดตั้งและใช้งานในรถยนต์ที่แสดงในคลิป หรือเทคโนโลยีดังกล่าวจะพร้อมจำหน่ายให้กับลูกค้าเมื่อใดคู่มือสำหรับเจ้าของรถโมเดล Y ที่มีให้ใช้งานบนเว็บไซต์ของ Tesla ระบุว่าหากต้องการใช้ตัวเลือก Full Self-Driving (Supervised) ของ Tesla ซึ่งเป็นระบบขับขี่อัตโนมัติบางส่วนที่ล้ำหน้าที่สุดของบริษัทที่มีจำหน่ายในปัจจุบัน เจ้าของรถจะต้องวางมือบนพวงมาลัยและพร้อมที่จะบังคับเลี้ยวหรือเบรกตลอดเวลารถยนต์ในวิดีโอของ Tesla แสดงให้เห็นการทำงานโดยไม่มีคนขับบนทางหลวง โดยขับผ่านถนนในเขตที่อยู่อาศัยและรอบ ๆ ลานจอดรถ ก่อนจะมาถึงและหยุดเพื่อส่งมอบรถให้กับลูกค้า โดยผู้ซื้อรออยู่ที่ขอบถนนของอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งพร้อมกับพนักงานของ Tesla โดยบางคนสวมเสื้อที่มีโลโก้ประทับอยู่ ในปี 2016 Tesla ได้แชร์วิดีโอ Autopilot มาก่อนแล้ว ซึ่งรู้จักกันในชื่อวิดีโอ Paint It Black ซึ่งถูกจัดฉากขึ้นในลักษณะที่เน้นย้ำถึงความสามารถในการขับเคลื่อนอัตโนมัติของรถอย่างไรก็ตาม สำนักงานบริหารความปลอดภัยการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติ หรือ NHTSA กำลังสอบสวน Tesla เกี่ยวกับข้อบกพร่องด้านความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นในระบบ FSD และเมื่อเร็วๆ นี้ได้พยายามขอข้อมูลเพิ่มเติมจากบริษัทเกี่ยวกับการเปิดตัวรถแท็กซี่ไร้คนขับ หลังจากพบว่ารถยนต์ของบริษัทละเมิดกฎจราจรบางข้อในโพสต์บน X เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา มัสก์เขียนว่า การส่งมอบรถยนต์ Tesla Model Y แบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบคันแรกจากโรงงานไปยังบ้านของลูกค้าทั่วเมือง รวมถึงบนทางหลวง เสร็จเรียบร้อยเร็วกว่ากำหนด 1 วัน ขอแสดงความยินดีกับทีมงาน @Tesla_AI ทั้งด้านการออกแบบซอฟต์แวร์และชิป AIเขายังเขียนอีกว่า ไม่มีคนอยู่ในรถเลย และไม่มีผู้ควบคุมจากระยะไกลคอยควบคุมในทุกจุด อัตโนมัติเต็มรูปแบบ เท่าที่เรารู้ นี่คือการขับเคลื่อนอัตโนมัติเต็มรูปแบบครั้งแรกโดยไม่มีคนอยู่ในรถหรือควบคุมรถจากระยะไกลบนทางหลวงสาธารณะอย่างไรก็ตาม สำนักข่าว CNBC ระบุว่า คำกล่าวอ้างของมัสก์เกี่ยวกับการขับเคลื่อนอัตโนมัติเต็มรูปแบบครั้งแรกบนทางหลวงสาธารณะนั้นไม่ถูกต้อง เพราะ Waymo ซึ่งเป็นเจ้าของโดย Alphabet และให้บริการแท็กซี่ไร้คนขับเชิงพาณิชย์ในเมืองต่างๆ ของสหรัฐอเมริกาอยู่แล้ว ได้ให้บริการพนักงานโดยสารแบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบบนถนนในฟีนิกซ์ตั้งแต่ปี 2024 และได้ขยายบริการดังกล่าวไปยังลอสแองเจลิสและซานฟรานซิสโกตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา อโศก เอลลัสวามี หัวหน้าฝ่าย AI ของ Tesla กล่าวในโพสต์บน X ว่าผู้ผลิตรถยนต์รายนี้เลือกลูกค้าที่สั่งซื้อรถยนต์รุ่น Model Y ในพื้นที่ออสติน เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมแบบสุ่ม นอกจากนี้ เขายังกล่าวอีกว่า รถยนต์ที่ส่งมอบนั้นเหมือนกับรถยนต์รุ่น Model Y ทุกคันที่ผลิตในโรงงานของ Tesla นอกจากนี้ยังระบุในโพสต์บน X ว่ารถยนต์รุ่น Model Y ในการจัดส่งรถยนต์ไร้คนขับนั้นวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 72 ไมล์ต่อชั่วโมง ซึ่งตามเว็บไซต์ของกรมขนส่งของรัฐเท็กซัส ทางหลวงส่วนใหญ่ในรัฐเท็กซัสมีขีดจำกัดความเร็วสูงสุดที่ 70 ไมล์ต่อชั่วโมงนอกจากนี้ Tesla ยังเริ่มโครงการนำร่องโรโบแท็กซี่ในเมืองออสตินเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนำรถยนต์ SUV รุ่น Model Y จำนวน 10 - 20 คันที่ติดตั้งเทคโนโลยีใหม่ ซึ่ง Tesla เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อสาธารณชนเพียงเล็กน้อยบริการโรโบแท็กซี่ของ Tesla มีให้บริการเฉพาะผู้โดยสารที่ได้รับเชิญ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ทรงอิทธิพลและนักวิเคราะห์ หลายคนสร้างรายได้จากการโพสต์เนื้อหาเกี่ยวกับ Tesla บนแพลตฟอร์มอย่าง X และ YouTubeโรโบแท็กซี่ของ Tesla ขับเคลื่อนโดยมีคนดูแลความปลอดภัยบนเบาะผู้โดยสารด้านหน้า และพนักงานในศูนย์ปฏิบัติการจะควบคุมดูแลจากระยะไกลตั้งแต่ปี 2016 มัสก์ได้สัญญาว่าในไม่ช้านี้ Tesla จะสามารถเปลี่ยนรถยนต์ไฟฟ้าที่มีอยู่ทั้งหมดให้เป็นรถยนต์ไร้คนขับได้ด้วยการอัพเดตซอฟต์แวร์แบบไร้สายที่เรียบง่าย ในแผนหลัก พาร์ท ดู (Part Deux) ของเขา เขาได้ร่างโครงร่างอนาคตที่เจ้าของ Tesla ทุกคนจะสามารถเพิ่มรถของตนเข้าในกองยานที่ใช้ร่วมกัน หรือคาร์แชร์ริ่งของ Tesla เพียงแค่แตะปุ่มบนแอปโทรศัพท์ของ Tesla ซึ่งจะทำให้รถของพวกเขาสร้างรายได้ให้พวกเขาได้ในปี 2019 มัสก์กล่าวว่า Tesla จะมีแท็กซี่ไร้คนขับ 1 ล้านคันบนท้องถนนภายในปี 2020 ซึ่งการอ้างแผนดังกล่าวช่วยให้เขาสามารถระดมทุนได้ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากนักลงทุนสถาบันในขณะนั้น แม้ว่า Tesla จะยังไม่สามารถทำตามสัญญาดังกล่าวได้ แต่บริการส่งของไร้คนขับในเท็กซัสในสัปดาห์นี้ได้จุดประกายความตื่นเต้นให้กับบรรดาผู้ที่เชื่อมั่นในตัวมัสก์และวิสัยทัศน์ของเขา ขณะเดียวกัน Tesla กำลังต่อสู้กับกระแสตอบรับเชิงลบของแบรนด์อันเป็นผลจากการโต้เถียงทางการเมืองที่มักจะรุนแรงของซีอีโอ การสนับสนุนพรรค AfD ซึ่งเป็นพรรคขวาจัดสุดโต่งของเยอรมนี และการทำงานของเขาสำหรับรัฐบาลทรัมป์ยอดขายของ Tesla ลดลงเมื่อเทียบเป็นรายปีในตลาดสำคัญ โดยเฉพาะทั่วทั้งยุโรป ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2025 ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากปฏิกิริยาดังกล่าว นอกจากนี้ บริษัทยังเผชิญกับการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะแบรนด์จีน เช่น BYD, Nio และ Xiaomi ซึ่งนำเสนอรุ่นที่ราคาไม่แพงและใหม่กว่า คาดว่า Tesla จะเปิดเผยตัวเลขการผลิตและการส่งมอบรถยนต์ในไตรมาสที่ 2 ในวันที่ 2 กรกฎาคม

ยอด Xiaomi YU7 ทะลุ 3 แสนคันชั่วโมงแรก ท้าชน Tesla อาจต้องลดราคา l การตลาดเงินล้าน
อ่าน

ยอด Xiaomi YU7 ทะลุ 3 แสนคันชั่วโมงแรก ท้าชน Tesla อาจต้องลดราคา l การตลาดเงินล้าน

บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของจีน Xiaomi สร้างแรงสั่นสะเทือนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอีกครั้ง หลังจากเปิดตัวรถ SUV ไฟฟ้ารุ่นที่ 2 ของบริษัทในชื่อ YU7 ซึ่งสามารถทำยอดจองได้ถึง 289,000 คันในช่วงเวลาเพียง 1 ชั่วโมงแรกของการเปิดรับจอง เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ประมาณ 100,000 คัน และมากกว่ายอดจองของรุ่นซีดาน SU7 ที่เปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคมปีก่อนถึง 3 เท่าYU7 เป็นรถ SUV ไฟฟ้ารุ่นที่ 2 ของ Xiaomi ถัดจาก SU7 ที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว ตัวรถเปิดราคาที่ 253,500 หยวน หรือราว 1,153,000 บาท ซึ่งต่ำกว่าราคาเริ่มต้นของ Tesla Model Y ซึ่งเป็นรถ SUV ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในจีนในปัจจุบัน อยู่ราว ร้อยละ 4นักวิเคราะห์จาก Jefferies ระบุว่า แม้จะมีราคาถูกกว่าเล็กน้อย แต่ YU7 กลับให้สมรรถนะและสเปกที่ดีกว่าอย่างชัดเจน กระแสความร้อนแรงนี้ส่งผลให้หุ้นของ Xiaomi พุ่งขึ้นทันทีร้อยละ 8 ในช่วงเปิดตลาด แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ก่อนจะย่อตัวเล็กน้อยเหลือบวกร้อยละ 3 ณ ช่วงบ่ายเมื่อวานทั้งนี้ มูลค่าหุ้นของ Xiaomi ในปี 2025 เพิ่มขึ้นแล้วกว่าร้อยละ 70 นับตั้งแต่ต้นปี ทำให้บริษัทมีมูลค่าตลาดแตะเกือบ 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และกลายเป็นหุ้นบริษัทรายใหญ่ (large-cap) ที่ทำผลงานดีที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตามข้อมูลจาก LSEGกระแสตอบรับอันร้อนแรงนี้สร้างแรงกดดันเพิ่มเติมให้กับ Tesla โดยเฉพาะในตลาดจีนที่บริษัทสัญชาติอเมริกันกำลังเผชิญการแข่งขันอย่างดุเดือดจากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีนรุ่นใหม่ที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยและราคาจับต้องได้ ตัวอย่างเช่น SU7 ของ Xiaomi เอง ก็สามารถทำยอดขายรายเดือนแซงหน้า Tesla Model 3 ในจีนได้ตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมาส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของ Tesla ในจีนลดลงอย่างต่อเนื่อง จากร้อยละ 15 ในปี 2020 เหลือร้อยละ 10 ในปี 2024 และลดลงอีกเหลือเพียงร้อยละ 7.6 ในช่วงต้นปี 2025 ทำให้นักวิเคราะห์จาก Citi คาดการณ์ว่า Tesla อาจจำเป็นต้องใช้มาตรการเชิงรุกมากขึ้น เช่น การลดราคาอีก เสนอระบบช่วยขับ Full Self-Driving ฟรี และเพิ่มสิทธิประโยชน์ทางการเงิน เพื่อรับมือกับการแข่งขันจาก Xiaomi และผู้ผลิตรายอื่น อย่างไรก็ตาม Tesla ยังไม่ได้ออกแถลงการณ์แต่อย่างใด แม้ว่าจะเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ในวงการยานยนต์ แต่ Xiaomi กำลังพิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการใช้จุดแข็งด้านเทคโนโลยีและฐานผู้บริโภคที่แข็งแกร่งมาขยายธุรกิจใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจเป็นแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ต่อผู้เล่นรายเดิมในตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Tesla ที่เริ่มเสียเปรียบในสนามที่เคยครองความได้เปรียบมาก่อน

Tesla ทดสอบส่งมอบรถยนต์ด้วยระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติเต็มรูปแบบครั้งแรก
อ่าน

Tesla ทดสอบส่งมอบรถยนต์ด้วยระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติเต็มรูปแบบครั้งแรก

อีลอน มัสก์ ซีอีโอของ Tesla เผยว่า บริษัทสามารถส่งมอบรถยนต์ Tesla Model Y คันหนึ่งจากโรงงานในรัฐเท็กซัสไปยังบ้านของลูกค้าในเมืองเดียวกันได้สำเร็จ โดยรถคันดังกล่าวขับเคลื่อนด้วยระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ไม่มีคนขับหรือผู้ควบคุมจากระยะไกลตลอดเส้นทาง ทั้งบนถนนในเมืองและทางหลวง ถือเป็นก้าวสำคัญของบริษัทในการพัฒนาระบบ Full Self-Driving (FSD)การส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้าโดยระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากวิธีการเดิม ๆ ในการซื้อรถยนต์ ซึ่งลูกค้าจะต้องเดินทางไปยังร้านจำหน่ายรถยนต์และจัดการเอกสารต่าง ๆ ก่อนขับรถกลับบ้าน หรือต้องรอการประกอบรถยนต์หลายวัน แต่แนวคิดของบริษัท Tesla ลูกค้าสามารถจัดการทุกอย่างได้บนออนไลน์และรอรับรถยนต์ที่ขับเคลื่อนอัตโนมัติมาส่งถึงหน้าบ้านอีลอน มัสก์ระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า"รถคันนี้สามารถส่งมอบได้เร็วกว่ากำหนดเดิมหนึ่งวัน และเป็นครั้งแรกที่ Tesla ส่งมอบรถจากสายการผลิตถึงบ้านลูกค้าโดยไม่ต้องอาศัยมนุษย์ใด ๆ ช่วยเหลือ"เขายังกล่าวเสริมว่าวิดีโอของภารกิจนี้จะเผยแพร่ในเร็ว ๆ นี้"> อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวอ้างของอีลอน มัสก์ ยังมีข้อโต้แย้งในด้านระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ 100% ครั้งแรกจริงหรือไม่? โดยหลายบริษัทอย่าง Waymo เคยทดสอบระบบไร้คนขับแบบสมบูรณ์มาแล้วเช่นกัน รวมถึงเปิดบริการ Robotaxi ในหลายเมืองของสหรัฐฯ โดยไม่ต้องมีคนควบคุมภายในรถ โดยเฉพาะในฟีนิกซ์และซานฟรานซิสโก แม้จะยังจำกัดเฉพาะพนักงานบางกลุ่ม โดยที่ผ่านมา Tesla ได้ทดลองให้รถขับเคลื่อนอัตโนมัติจากสายการผลิตไปยังลานส่งมอบในโรงงานหลายแห่ง และเพิ่งเริ่มทดสอบบริการ Robotaxi แบบ Early Access ในออสติน โดยมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยร่วมโดยสารด้วย แต่เป้าหมายในอนาคตคือการให้รถทุกคันส่งมอบตัวเองถึงหน้าบ้านลูกค้าได้อย่างอัตโนมัติ

สหรัฐฯ สอบสวน "Tesla" หลังโรโบแท็กซี่ ป่วนถนน l การตลาดเงินล้าน
อ่าน

สหรัฐฯ สอบสวน "Tesla" หลังโรโบแท็กซี่ ป่วนถนน l การตลาดเงินล้าน

บริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของ อีลอน มัสก์ เปิดตัวการเดินทางอัตโนมัติในออสตินเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยเปิดให้บริการแก่ผู้ขับขี่ในจำนวนจำกัดตามคำเชิญเท่านั้น ในวิดีโอที่แชร์กันอย่างกว้างขวางทางช่องทางออนไลน์ พบว่าแท็กซี่ไร้คนขับของ Tesla คันหนึ่งกำลังเดินทางผิดทางไปตามถนน และอีกคันหนึ่งเบรกอย่างแรงระหว่างการเดินทาง หลังจากพบกับรถตำรวจที่จอดนิ่งอยู่นอกเส้นทางการขับขี่ และยังมีกรณีอื่น ๆ อีกมากมายโฆษกของสำนักงานความปลอดภัยการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NHTSA กล่าวในอีเมลว่า หน่วยงานตระหนักถึงเหตุการณ์ดังกล่าว และกำลังติดต่อกับผู้ผลิตเพื่อรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมสำนักข่าว CNBC รายงานว่า ลาร์ส โมราวี่ รองประธานฝ่ายวิศวกรรมยานยนต์ของ Tesla และเคซี่ เบลน ที่ปรึกษาด้านกฎระเบียบไม่ได้ตอบกลับคำร้องขอความคิดเห็นในทันที หน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัยของรัฐบาลกลางกล่าวว่า ไม่ได้อนุมัติเทคโนโลยีหรือระบบยานพาหนะใหม่นี้ก่อนเวลาอันควร แต่ผู้ผลิตรถยนต์รับรองว่ารถแต่ละรุ่นที่ผลิตนั้นตรงตามมาตรฐานความปลอดภัยของยานยนต์ของรัฐบาลกลาง หน่วยงานกล่าวว่าจะสอบสวนเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับข้อบกพร่องด้านความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้น และดำเนินการที่จำเป็นเพื่อปกป้องความปลอดภัยทางถนน หลังจากประเมินรายงานและข้อมูลที่หลากหลายก่อนหน้านี้ NHTSA ได้เริ่มการสอบสวนข้อบกพร่องด้านความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นด้วยเทคโนโลยี FSD Supervised ของ Tesla หรือระบบ FSD Beta หลังจากเกิดอุบัติเหตุที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งการสอบสวนนั้นกำลังดำเนินอยู่โรโบแท็กซี่ของ Tesla ในออสตินเป็นรถ SUV โมเดล Y ที่ติดตั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ FSD Unsupervised ล่าสุดของบริษัท บริการโรโบแท็กซี่นำร่องที่ใช้ยานพาหนะไม่ถึง 12 คัน ในช่วงเวลากลางวันและในสภาพอากาศที่ดีเท่านั้น โดยมีผู้ดูแลด้านความปลอดภัยของมนุษย์อยู่ที่ที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้าขณะนี้บริการนี้จำกัดเฉพาะผู้ใช้ที่ได้รับเชิญซึ่งยอมรับเงื่อนไขของโปรแกรมการเข้าถึงล่วงหน้าของ Tesla ผู้ที่ได้รับคำเชิญส่วนใหญ่เป็นผู้สนับสนุนผลิตภัณฑ์ ผู้ถือหุ้น และซีอีโอของ Tesla แม้ว่าการเปิดตัวครั้งนี้จะทำให้หุ้นของ Tesla เพิ่มขึ้นร้อยละ 8 ในวันจันทร์ แต่ผลงานกลับไม่เป็นไปตามคำมั่นสัญญาของมัสก์ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาในปี 2558 มัสก์บอกกับผู้ถือหุ้นว่ารถยนต์เทสลาจะบรรลุระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบภายใน 3 ปี จากนั้นในปี 2559 Tesla EV จะสามารถขับรถข้ามประเทศได้โดยไม่ต้องมีมนุษย์เข้ามาแทรกแซงก่อนสิ้นปี 2560 และในปี 2562 จากการติดต่อกับนักลงทุนสถาบันที่ช่วยให้เขาระดมทุนได้มากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มัสก์กล่าวว่า Tesla จะมียานพาหนะที่พร้อมใช้โรโบแท็กซี่ 1 ล้านคันบนท้องถนนในปี 2563 ซึ่งสามารถทำงานขับรถได้ 100 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เพื่อสร้างรายได้ให้กับเจ้าของ ชัดเจนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นตามแผนเลยในขณะเดียวกัน Waymo มียอดทริปที่ลูกค้าจ่ายเงินทะลุ 10 ล้านเที่ยวเมื่อเดือนที่แล้ว คู่แข่งในจีน เช่น Apollo Go, WeRide และ Pony.ai ของ Baidu ต่างก็ใช้งานโรโบแท็กซี่เชิงพาณิชย์เช่นเดียวกัน

Tesla Robotaxi แท็กซี่ไร้คนขับจากเทสลา พบปัญหาระบบไร้คนขับ หลังเริ่มทดสอบให้บริการในรัฐเท็กซัส !
อ่าน

Tesla Robotaxi แท็กซี่ไร้คนขับจากเทสลา พบปัญหาระบบไร้คนขับ หลังเริ่มทดสอบให้บริการในรัฐเท็กซัส !

ระบบโรโบแท็กซี่ (Robotaxi) หรือบริการแท็กซี่ไร้คนขับจากรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของเทสลา ประสบปัญหาด้านการขับขี่ด้วยระบบไร้คนขับ หลังจากที่อีลอน มัสก์ (Elon Musk) CEO ของเทสลา (Tesla) แถลงเปิดการทดสอบเมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา ในบางพื้นที่ของรัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ยานพาหนะของ Robotaxiโดยรถยนต์พลังงานไฟที่ใช้ทำ Robotaxi ไม่ได้เป็นรุ่น ไซเบอร์แคบ (Tesla Cybercab) ที่เคยเปิดตัวก่อนหน้านี้ แต่เป็นการนำรถยนต์ Tesal รุ่น Model Y ที่ผลิตขายอยู่ในปัจจุบันมาใช้งานแทน ซึ่งภายในห้องโดยสารของ Robotaxi จะไม่แตกต่างจาก Model Y ปกติอย่างไรก็ตาม หน้าจอกลางสำหรับผู้โดยสารแถวหลังได้รับการปรับปรุงซอฟต์แวร์ให้เป็นหน้าจอข้อมูลการเดินทางสำหรับการทำระบบแท็กซี่ไร้คนขับ เช่น การบอกเส้นทางในการบริการ หรือการให้กดออกคำสั่งเพิ่มเริ่มการเดินทาง โดยยังคงความสามารถในการเชื่อมต่อแอปพลิเคชันเพื่อความบันเทิง เช่น สปอติฟาย (Spotify) ยูทูบ (Youtube) หรือระบบสตรีมมิงอื่น ๆ เอาไว้ ปัญหาของระบบ Robotaxiจุดเด่นของ Robotaxi คือการนำระบบไร้คนขับที่พัฒนาโดย Tesla เองทั้งหมด ซึ่งมีรากฐานเดียวกันกับระบบ Full Self Driving (FSD Beta systems) ของรถเทสลา ซึ่งในบรรดาผู้ร่วมทดสอบต่างแสดงความสนใจและมีเสียงชื่นชมต่อระบบ Robotaxi ที่ทดสอบให้บริการรวมถึงบันทึกวิดีโอภายในห้องโดยสารระหว่างนั่ง Robotaxi ด้วยอย่างไรก็ตาม ซีเอ็นบีซี (CNBC) สื่อชื่อดังในสหรัฐฯ รายงานอ้างถึงข้อมูลบางส่วนจากผู้ร่วมทดสอบ Robotaxi ว่าพบลักษณะการขับขี่ของระบบ FSD ที่เป็นอันตรายในบางสถานการณ์ เช่น การขับรถสวนเลน การเบรกกระทันหันระหว่าง ที่ขับผ่านพื้นที่ทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเปิดสัญญาณไซเรนบนรถไว้">CNBC ได้ติดต่อไปทางเทสลาเพื่อขอความคิดเห็น แต่ทางบริษัทยังไม่ได้ให้ความเห็นกับสื่อในประเด็นดังกล่าว ในขณะที่องค์กรบริหารความปลอดภัยบนท้องถนนของสหรัฐอเมริกา (National Highway Traffic Safety Administration - NHTSA) ได้รับทราบเรื่องเพื่อดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมแล้วทั้งนี้ Tesla Robotaxi ยังอยู่ในช่วงทดสอบในกลุ่มเล็ก ๆ โดยใช้รถ Tesla Model Y ทั้งหมด 10 คัน ซึ่งช่วงแรกจะเชิญอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) บางกลุ่มและให้บริการแบบจำกัดพื้นที่และช่วงเวลา โดยมีราคาค่าโดยสารเหมาจ่ายที่ 4.20 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 139 บาท">

Tesla เปิดตัว บริการ “แท็กซี่ไร้คนขับ” เที่ยวละ 139 บาทเท่านั้น !?
อ่าน

Tesla เปิดตัว บริการ “แท็กซี่ไร้คนขับ” เที่ยวละ 139 บาทเท่านั้น !?

Tesla เปิดบริการแท็กซี่ไร้คนขับในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส, สหรัฐอเมริกาแล้ว ในชื่อบริการว่า Tesla Robotaxi ถือเป็นครั้งแรกที่ Tesla อนุญาตให้ Robotaxis หรือแท็กซี่ไร้คนขับ ขับออกมารับผู้โดยสารทั่วไป ไปส่งยังจุดหมายปลายทางต่าง ๆ และเริ่มเก็บค่าโดยสารหลังบริษัทได้พัฒนาระบบมานานหลายปี Tesla Robotaxi เป็นบริการแท็กซี่ไร้คนขับ ราคาค่าโดยสาร 4.20 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 139 บาท เป็นแบบเหมารอบ ตัวรถที่นำเอามาใช้คือ Tesla Model Y รุ่นอัพเกรดใหม่ Juniper โดยแปะสติ๊กเกอร์คำว่า Robotaxi เอาไว้ที่ข้างรถสำหรับการใช้บริการ ผู้โดยสารจะได้นั่งอยู่บนเบาะหลังของตัวรถ จะมีหน้าจอประจำตัว ที่สามารถตั้งค่าการสื่อสาร การสตรีมต่าง ๆ และตรวจสอบความปลอดภัยส่วนตัวรถจะซิงค์กับโปรไฟล์กับตัวผู้ขับขี่ Tesla Robotaxi ตอนนี้ยังเปิดบริการเฉพาะกลุ่มที่ได้รับคำเชิญเท่านั้น ผ่านแอปพลิเคชันบน iOS โดยจะมีรถที่ให้บริการประมาณ 10 คัน ให้บริการเฉพาะพื้นที่จำกัดทางตอนใต้ของเมืองออสติน ใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 30 นาที ในสภาพอากาศปกติ และจำกัดผู้โดยสารไม่เกิน 2 คน ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ของ Tesla ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในระยะเริ่มต้นเป็นหลักในอนาคต Tesla Robotaxi จะปรับราคาให้บริการตามระยะทางในการเดินทาง ระยะเวลาเดินทาง และอาจรวมถึงช่วงเวลาในวันต่าง ๆข้อมูล teslarati.com/

มาแน่! Xiaomi เปิดตัว "YU7 SUV" ชิงตลาด Tesla 26 มิ.ย.นี้ l การตลาดเงินล้าน
อ่าน

มาแน่! Xiaomi เปิดตัว "YU7 SUV" ชิงตลาด Tesla 26 มิ.ย.นี้ l การตลาดเงินล้าน

บริษัท Xiaomi ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนรายใหญ่ของจีน เตรียมเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่สอง และเป็น SUV รุ่นแรกของบริษัทอย่างเป็นทางการในวันที่ 26 มิถุนายน 2568 ภายใต้ชื่อรุ่นว่า Xiaomi YU7 โดยจะมีการจัดงานเปิดตัวในเวลา 19.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งจะถ่ายทอดผ่านแพลตฟอร์ม Weibo และช่องทางออนไลน์ของ Xiaomi EVYU7 SUV เป็นรถรุ่นที่ 2 ภายใต้แผนขยายธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าของ Xiaomi หลังจากที่รุ่นแรก SU7 ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนมีนาคม ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม จนมียอดจองจำนวนมากถึงขั้นต้องรอรับรถนานสูงสุดถึง 51 สัปดาห์ โดย SU7 มียอดส่งมอบมากกว่า 28,000 คันในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกันที่ยอดส่งมอบทะลุเกิน 20,000 คันต่อเดือน สำหรับ YU7 ที่กำลังจะเปิดตัวนี้ มีเป้าหมายชัดเจนในการแข่งขันกับ Tesla Model Y โดย Xiaomi เริ่มเผยโฉมครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา พร้อมระบุว่าการเปิดตัวจริงจะเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม แต่ล่าสุดผู้ก่อตั้งและซีอีโอของบริษัท Lei Jun ยืนยันว่าจะเลื่อนวันเปิดตัวขึ้นเป็นช่วงปลายเดือนมิถุนายนแทนราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ YU7 จะประกาศเพียง 1-2 วันก่อนวันเปิดตัวเท่านั้น โดย Lei Jun เคยระบุว่า ราคาของ YU7 จะไม่สูงกว่า SU7 รุ่นซีดานเดิมมากนัก ซึ่ง SU7 เริ่มต้นที่ 215,900 หยวน หรือ ประมาณ 1.1 ล้านบาท โดยชี้แจงว่าข่าวลือที่ระบุว่า YU7 จะเริ่มต้นที่ 235,900 หยวนนั้นไม่เป็นความจริงนอกจากการเปิดตัวรถยนต์ YU7 แล้ว ภายในงานในวันที่ 26 มิถุนายนนี้ Xiaomi ยังเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์เรือธงอื่น ๆ เช่น สมาร์ตโฟนพับได้ และ แท็บเล็ต ที่มาพร้อมชิปประมวลผล Xring O1 ซึ่งพัฒนาโดยทีมของ Xiaomi เอง และยังมีการเปิดตัวอุปกรณ์อัจฉริยะรุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งระบุว่าเป็นอุปกรณ์อัจฉริยะส่วนบุคคลแห่งยุคใหม่โดยจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมในวันงานแม้ Xiaomi จะเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ในวงการยานยนต์ไฟฟ้าของจีน แต่สามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนได้อย่างรวดเร็วจากชื่อเสียงด้านเทคโนโลยีและฐานลูกค้าเดิมจำนวนมาก การมาถึงของ YU7 จึงน่าจับตามองในฐานะคู่แข่งตัวจริงของแบรนด์ใหญ่อย่าง Tesla และ BYD ในตลาด EV SUV

ใหญ่ที่สุดในจีน! "Tesla" ผุดโรงไฟฟ้าแบตเตอรี่กริด l การตลาดเงินล้าน
อ่าน

ใหญ่ที่สุดในจีน! "Tesla" ผุดโรงไฟฟ้าแบตเตอรี่กริด l การตลาดเงินล้าน

บริษัทสัญชาติสหรัฐฯ รายนี้ได้โพสต์บน Weibo ซึ่งเป็นบริการโซเชียลมีเดียของจีนว่าโครงการนี้จะเป็นโครงการประเภทนี้ที่ใหญ่ที่สุดของจีนเมื่อสร้างเสร็จระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ในระดับสาธารณูปโภคจะช่วยให้โครงข่ายไฟฟ้าสามารถรักษาสมดุลการเชื่อมต่อระหว่างอุปทานและอุปสงค์ที่เกิดจากแหล่งพลังงานที่กระแสไม่ต่อเนื่อง เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมได้ และระบบดังกล่าวก็มีความจำเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆสำนักข่าวจีน Yicai รายงานเป็นครั้งแรกว่าข้อตกลงมูลค่า 4,000 ล้านหยวน ได้รับการลงนามโดย Tesla รัฐบาลท้องถิ่นของเซี่ยงไฮ้ และบริษัทเงินทุน China Kangfu International LeasingTesla เปิดเผยว่าโรงงานผลิตแบตเตอรี่ในเซี่ยงไฮ้ได้ผลิต Megapacks ไปแล้วมากกว่า 100 ชุด ซึ่งเป็นแบตเตอรี่ที่ออกแบบมาสำหรับการใช้งานในระดับสาธารณูปโภค โดย Megapack หนึ่งชุดสามารถจ่ายพลังงานได้มากถึง 1 เมกะวัตต์นาน 4 ชั่วโมงTesla กล่าวบน Weibo ว่า สถานีเก็บพลังงานไฟฟ้าแบบติดตั้งบนกริดเป็นตัวควบคุมอัจฉริยะ สำหรับไฟฟ้าในเมือง ซึ่งสามารถปรับทรัพยากรของกริดได้อย่างยืดหยุ่น Tesla กล่าวเพิ่มเติมว่าวิธีนี้จะแก้ปัญหาแรงกดดันที่ส่งถึงแหล่งจ่ายไฟฟ้าในเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรับรองความต้องการไฟฟ้าที่ปลอดภัย เสถียร และมีประสิทธิภาพของเมือง เมื่อโครงการนี้เสร็จสิ้น คาดว่าโครงการนี้จะกลายเป็นโครงการเก็บพลังงานแบบติดตั้งบนกริดที่ใหญ่ที่สุดในจีนตามเว็บไซต์ของบริษัท Megapack แต่ละอันมีราคาขายปลีกต่ำกว่า 1 ล้านดอลลาร์ในสหรัฐฯ ข้อตกลงนี้มีความสำคัญสำหรับ Tesla เนื่องจาก CATL ของจีนและผู้ผลิตรถยนต์ BYD ของจีนแข่งขันอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่คล้ายคลึงกัน บริษัทจีน 2 แห่งได้รุกคืบอย่างมากในการพัฒนาและผลิตแบตเตอรี่ โดย CATL มีส่วนแบ่งการตลาดทั่วโลกประมาณร้อยละ 40สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า CATL ยังน่าจะเป็นผู้ส่งมอบเซลล์แบตเตอรี่และชุดแบตเตอรี่ที่ใช้ใน Megapack ให้กับ Teslaข้อตกลงระหว่าง Tesla กับหน่วยงานท้องถิ่นของจีนมีความสำคัญ เนื่องจากเกิดขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ กำหนดภาษีนำเข้าจากจีน ส่งผลให้ความสัมพันธ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่าง 2 เศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกตึงเครียดขึ้นอีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Tesla ยังเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดของทรัมป์ในช่วงเริ่มต้นของสงครามการค้า ทำให้แนวโน้มทางธุรกิจของผู้ผลิตรถยนต์สหรัฐฯ ในจีนมีความซับซ้อนขึ้นอีกอย่างไรก็ตาม ความต้องการติดตั้งแบตเตอรี่ในระดับกริดมีมากในจีน เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ปักกิ่งตั้งเป้าหมายใหม่ในการเพิ่มแหล่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่เกือบ 5 กิกะวัตต์ภายในสิ้นปี 2025 ซึ่งจะทำให้กำลังการผลิตรวมอยู่ที่ 40 กิกะวัตต์นอกจากนี้ Tesla ยังได้ส่งออก Megapacks ไปยังยุโรปและเอเชียจากโรงงานในเซี่ยงไฮ้เพื่อตอบสนองความต้องการทั่วโลกด้วยตามข้อมูลของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ กำลังการผลิตของระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ทั่วโลกเพิ่มขึ้น 42 กิกะวัตต์ในปี 2023 ซึ่งเติบโตขึ้นเกือบ 2 เท่าจากการเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิตทั้งหมดที่สังเกตได้ในปีที่แล้ว

Tesla เริ่มทดสอบโรโบแท็กซี่ในออสติน จำกัด 10 คัน พร้อมระบบความปลอดภัยโดยมนุษย์
อ่าน

Tesla เริ่มทดสอบโรโบแท็กซี่ในออสติน จำกัด 10 คัน พร้อมระบบความปลอดภัยโดยมนุษย์

บริษัท เทสลา (Tesla) เปิดให้บริการโรโบแท็กซี่ (Robotaxi) รุ่นทดลองครั้งแรกในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส วันที่ 22 มิถุนายน โดยใช้รถยนต์ไฟฟ้ารุ่น Model Y พร้อมระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติอย่างไรก็ตาม ผู้โดยสารกลุ่มแรกจะไม่ได้เดินทางลำพัง เพราะจะมีระบบ “Tesla Safety Monitor” หรือเจ้าหน้าที่เป็นมนุษย์ตรวจสอบความปลอดภัยร่วมโดยสารด้วย เพื่อเฝ้าระวังการทำงานของระบบ แต่บริษัทยังไม่เปิดเผยขอบเขตการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ที่เป็นมนุษย์"> บริการนี้จะเริ่มต้นแบบจำกัดพื้นที่และเวลา ใช้งานได้เฉพาะตั้งแต่ 06.00-24.00 น. และไม่ครอบคลุมสนามบินหรือพื้นที่เสี่ยงสภาพอากาศเลวร้าย โดยมีรถให้บริการเพียง 10 คันในระยะแรก เพื่อเลี่ยงจุดตัดซับซ้อนภายในเมือง หากเกิดปัญหา ยังสามารถควบคุมรถระยะไกลได้บริการโรโบแท็กซี่ครั้งนี้ถือเป็นก้าวแรกก่อนการเปิดตัว “Cybercab” ที่ Tesla คาดว่าจะเริ่มผลิตในปี 2026 ทั้งนี้ยังไม่แน่ชัดว่าจะเปิดให้บุคคลทั่วไปใช้เมื่อไร เพราะเบื้องต้นอาจจำกัดเฉพาะพนักงานและแขกรับเชิญเท่านั้น แม้บริษัท เทสลา (Tesla) วางเป้าหมายให้รถทุกคันกลายเป็นแท็กซี่ไร้คนขับในอนาคต แต่ปัจจุบันยังต้องเผชิญแรงกดดันจากหน่วยงานความปลอดภัยของสหรัฐฯ ที่สอบสวนกรณีอุบัติเหตุเกี่ยวข้องกับระบบขับขี่อัตโนมัติขณะเดียวกัน บริษัทยังห้ามหน่วยงานท้องถิ่นเปิดเผยข้อมูลการทดสอบในออสติน สะท้อนถึงความระมัดระวังในการเปิดตัวจริงภายใต้สายตาจับตามองของสาธารณชนและคู่แข่งอย่าง Waymo ที่เริ่มให้บริการแล้วในพื้นที่เดียวกัน

"จีน" จ่อโค่น "Tesla" ด้านรถไร้คนขับ l การตลาดเงินล้าน
อ่าน

"จีน" จ่อโค่น "Tesla" ด้านรถไร้คนขับ l การตลาดเงินล้าน

BYD เขย่าวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะของจีนเมื่อต้นปีนี้ด้วยการเสนอแพ็คเกจช่วยเหลือผู้ขับขี่ "God's Eye" ฟรี ซึ่งถูกกว่าราคาที่ Tesla ขายในจีนเกือบ 9,000 ดอลลาร์สหรัฐฯเทย์เลอร์ โอแกน นักลงทุน BYD จากเซินเจิ้น ซึ่งเป็นชาวอเมริกันเจ้าของ Tesla หลายคันและยังขับรถ BYD ด้วย ระบุว่า God’s Eye มีประสิทธิภาพมากกว่า Full Self-Driving หรือ FSD ของ Tesla และทำให้กลยุทธ์ของ Tesla เริ่มล้มเหลวไม่ใช่แค่ BYD เท่านั้น แต่บริษัทรถยนต์และเทคโนโลยีอื่น ๆ ของจีนก็เสนอ EV ราคาไม่แพง พร้อมเทคโนโลยีคล้าย FSD ในราคาที่ถูกมาก เช่น Leapmotor และ Xpeng ของจีน นำเสนอระบบที่สามารถขับขี่บนทางหลวงและในเมืองด้วยรถยนต์ราคา 20,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ บริษัทจีนหลายแห่งกำลังไล่ตามเทคโนโลยีเดียวกัน ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ได้รับการผลักดันจากรัฐบาลจีน บริษัทที่ทำการตรวจสอบและวิเคราะห์รถยนต์ให้กับผู้ผลิตรถยนต์ ได้เปรียบเทียบซึ่งไม่เคยมีการรายงานมาก่อนและเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ต้นทุนฮาร์ดแวร์ระบบช่วยขับขี่ของ BYD นั้นต่ำกว่าของ Tesla มาก โดยต้นทุนของ BYD ในการจัดหาส่วนประกอบและสร้างระบบด้วยเรดาร์และไลดาร์นั้นใกล้เคียงกับต้นทุนของ FSD ของ Tesla ซึ่งไม่มีเซ็นเซอร์ดังกล่าว นับเป็นการบั่นทอนแนวทางเทคโนโลยีของ Tesla ซึ่งมุ่งหวังที่จะประหยัดต้นทุนด้วยการยกเลิกเซ็นเซอร์ดังกล่าวและพึ่งพาเพียงกล้องและปัญญาประดิษฐ์เท่านั้นการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้นจากผู้ผลิตรถอัจฉริยะของจีนเป็นหนึ่งในปัญหาหลักที่ อีลอน มัสก์ ซีอีโอของ Tesla เผชิญหลังจากดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของรัฐบาลทรัมป์อย่างไม่ราบรื่นนัก เนื่องจากเขาต้องหันกลับมาให้ความสำคัญกับอาณาจักรธุรกิจของเขากลางคัน เนื่องจากยอดขายรถยนต์ Tesla ทั่วโลกกำลังตกต่ำความเสี่ยงยิ่งสูงขึ้นเมื่อ Tesla ตัดสินใจทดสอบโรโบแท็กซี่ด้วยรถประมาณ 10 หรือ 20 คันที่สำนักงานใหญ่ในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัท โดยบริษัทวางแผนที่จะเปิดตัวการทดสอบโรโบแท็กซี่ หลังจากที่ มัสก์เคยให้คำมั่นสัญญาที่จะส่งมอบรถยนต์ Tesla ที่ขับเคลื่อนเองมาเป็นเวลา 10 ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่เป็นผลTesla ไม่ได้ตอบกลับเมื่อติดต่อขอความคิดเห็นเกี่ยวกับคู่แข่งสัญชาติจีน ก่อนหน้านี้ มัสก์เคยกล่าวถึงบริษัทผลิตรถยนต์ของจีนว่ามีความสามารถในการแข่งขันสูงที่สุดในโลก การแข่งขันในจีนเป็นปัจจัยหนึ่งที่ผลักดันให้ Tesla เปลี่ยนกลยุทธ์จาก EV สำหรับตลาดมวลชนเมื่อปีที่แล้ว เมื่อสำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า Tesla ได้ยกเลิกแผนการสร้าง EV รุ่นใหม่ที่คาดว่าจะมีราคา 25,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และหันมาฝากอนาคตไว้กับรถยนต์ไร้คนขับแทน ซึ่งความหวังดังกล่าวทำให้หุ้นในตลาดหุ้นของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายนี้ซึ่งมีมูลค่าราว 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯเติบโตขึ้นปัจจุบัน Tesla เผชิญกับการแข่งขันที่เข้มข้นในด้านระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติจากผู้ผลิตรถยนต์จีนหลายรายที่ตัดราคาเกทับ EV ราคาประหยัดของบริษัทไปอีก โดยยอดขายของ Tesla ก็กำลังลดลงท่ามกลางสงครามราคาโดยแบรนด์ EV ในประเทศจำนวนมากอีกทั้งยังต้องเผชิญหน้ากับ Huawei ยักษ์ใหญ่ด้านสมาร์ทโฟนของจีน ซึ่งจัดหาเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติให้กับผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของจีน ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกTesla ยังต้องประสบปัญหาจากกฎระเบียบของจีนที่ห้ามไม่ให้ใช้ข้อมูลที่รวบรวมจากรถยนต์ Tesla ในจีนเพื่อฝึกปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเป็นพื้นฐานของ FSD โดย Tesla ได้เจรจากับเจ้าหน้าที่ของจีนเพื่อขออนุญาตถ่ายโอนข้อมูลดังกล่าวกลับไปยังสหรัฐฯเพื่อวิเคราะห์ แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จนอกจากนี้ คู่แข่งของ Tesla ในจีนยังได้รับประโยชน์จากเงินอุดหนุนและการสนับสนุนนโยบายรูปแบบอื่นๆ จากรัฐบาลปักกิ่งสำหรับเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติขั้นสูงรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะของจีนยังมีข้อได้เปรียบจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของรถยนต์ไฟฟ้าในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ที่ส่งผลให้เกิดความประหยัดต่อขนาดในอุตสาหกรรม และทำให้ต้นทุนการผลิตรถยนต์เทคโนโลยีใหม่ลดลง

หัวหน้าทีมพัฒนาหุ่นยนต์ Optimus ของ Tesla ลาออก แม้อีลอน มัสก์ยืนยันหุ่นยนต์จะกลายเป็นธุรกิจหมื่นล้าน
อ่าน

หัวหน้าทีมพัฒนาหุ่นยนต์ Optimus ของ Tesla ลาออก แม้อีลอน มัสก์ยืนยันหุ่นยนต์จะกลายเป็นธุรกิจหมื่นล้าน

มิลาน โควัช (Milan Kovac) หัวหน้าฝ่ายพัฒนาหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ "Optimus" ของบริษัท เทสลา (Tesla) ประกาศลาออก หลังทำงานในบริษัทมายาวนานกว่า 9 ปี ท่ามกลางช่วงเวลาที่ซีอีโอ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) พยายามโฆษณาว่าโครงการ Optimus จะเปลี่ยน Tesla ให้กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าถึง 25 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 816.25 ล้านล้านบาทในอนาคตมิลาน โควัช (Milan Kovac) เข้าร่วม Tesla ตั้งแต่ปี 2016 เริ่มต้นจากการทำงานด้านระบบขับขี่อัตโนมัติ Autopilot ก่อนจะไต่เต้าขึ้นเป็นหัวหน้าวิศวกรซอฟต์แวร์ของโครงการดังกล่าวในปี 2019 และต่อมาได้เปลี่ยนมานำทีมพัฒนาหุ่นยนต์ Optimus เมื่อปี 2022 โดยเมื่อปลายปีที่ผ่านมา เขาได้รับตำแหน่งรองประธานฝ่ายโครงการ Optimus ซึ่ง Musk ยกให้เป็นโครงการสำคัญที่สุดในอนาคตของบริษัท อีอลน มัสก์ (Elon Musk) เคยอ้างว่า Optimus สามารถสร้างรายได้ถึง 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 326.6 ล้านล้านบาท ต่อปี ซึ่งจะทำให้ Tesla มีมูลค่าสูงถึง 25 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 816.25 ล้านล้านบาท อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จำนวนมากยังคงตั้งคำถามถึงความเป็นจริงของตัวเลขเหล่านี้ โดยตลาดหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ปัจจุบันมีมูลค่าหลักพันล้านดอลลาร์เท่านั้น และคาดว่าในปี 2032 จะเติบโตเป็น 15,000-80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2.61 ล้านล้านบาทมิลาน โควัชชี้แจงเหตุผลการลาออกว่าเป็นเรื่องส่วนตัว โดยระบุว่า “ฉันต้องการใช้เวลากับครอบครัวในต่างประเทศมากขึ้น นี่คือเหตุผลเดียว ไม่มีความขัดแย้งใด ๆ กับบริษัทหรือทีมงาน” พร้อมยืนยันว่าจะยังสนับสนุน Tesla และ Musk อย่างเต็มที่ต่อไป การลาออกของเขาเกิดขึ้นหลังจากเมื่อไม่นานมานี้ แซ็กคารี เบิร์นโฮลต์ซ (Zackary Bernholtz) อดีตผู้จัดการโครงการด้านเทคนิคของ Optimus ที่อยู่กับ Tesla มานาน 7 ปี ก็เพิ่งย้ายไปร่วมงานกับบริษัท Figure ซึ่งเป็นคู่แข่งในตลาดหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์เช่นกันแม้ Tesla จะยังคงเดินหน้าพัฒนา Optimus อย่างต่อเนื่อง แต่หลายฝ่ายยังคงตั้งข้อสงสัยถึงความคืบหน้าและการใช้งานจริงของหุ่นยนต์รุ่นนี้ เนื่องจากในอดีต Tesla เคยถูกวิจารณ์ว่ามีการควบคุมการสาธิต Optimus จากระยะไกล โดยไม่ได้แสดงศักยภาพของระบบอัตโนมัติที่แท้จริง

สรุปอีลอน มัสก์ แตกหักทรัมป์ กระทบหุ้น Tesla ร่วง 14% สวนหมัดกันสนั่นโซเชียล แต่อาจลุ้นคืนดีกันคืนวันศุกร์นี้ ?
อ่าน

สรุปอีลอน มัสก์ แตกหักทรัมป์ กระทบหุ้น Tesla ร่วง 14% สวนหมัดกันสนั่นโซเชียล แต่อาจลุ้นคืนดีกันคืนวันศุกร์นี้ ?

TNN Tech ไล่เรียงเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับอีลอน มัสก์ จนเป็นเหตุให้เกิดผลกระทบด้านต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาไม่ถึง 48 ชั่วโมง จากมิตรทางการเมืองที่แข็งแกร่งที่สุดคู่หนึ่งในโลก สู่คู่ปรับบนโซเชียลที่ร้อนแรงที่สุดคู่หนึ่งของโลกเช่นกัน สรุปความขัดแย้ง อีลอน มัสก์ VS โดนัลด์ ทรัมป์จุดชนวนเหตุความขัดแย้งเกิดขึ้นจากการที่ทรัมป์ต้องการเสนอกฎหมายตัดงบสนับสนุนอุตสาหกรรมรถยนต์พลังงานไฟฟ้า EV ในประเทศ ซึ่งกระทบต่อรายได้ของ Tesla โดยตรง ตามรายงานข่าวในวันพฤหัสบดีที่ 5 ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งจะตรงกับช่วงกลางดึกต่อเนื่องเข้าวันที่ 6 ตามเวลาไทยอีลอน มัสก์ จึงวิจารณ์กฎหมายดังกล่าวในทางลบ ทำให้ทรัมป์ออกมาตำหนิอีลอนว่าน่าผิดหวัง และเสริมว่า “อีลอนกับผมมีสัมพันธ์อันดี แต่ก็ไม่มีว่าจะดีต่อไปได้แค่ไหนกัน”อีลอนจึงทวีตข้อความบน X ว่าถ้าทรัมป์ไม่มีเขา การเลือกตั้งประธานาธิบดีในปีที่ผ่านมานั้นทรัมป์จะไม่มีวันชนะเดโมแครต (Democrat) ได้เลย และใช้คำทิ้งท้ายที่รุนแรงว่า “ช่างเนรคุณเสียจริง” (Such ingratitude) ด้วยเหตุนี้ ทรัมป์จึงโพสต์บนทรูธ โซเชียล (Truth Social) และขู่ว่าจะตัดสัญญาในโครงการต่าง ๆ ของบริษัทอีลอน มัสก์ที่ทำกับรัฐบาลสหรัฐฯส่วนอีลอนก็สวนกลับโดยอ้างว่า ที่รัฐบาลของทรัมป์ไม่ได้เปิดเผยบันทึกทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเจฟฟรีย์ เอปสเตน (Jeffrey Epstein) ซึ่งเกี่ยวกับคดีล่วงละเมิดทางเพศที่อื้อฉาวและพัวพันผู้ทรงอิทธิพลทั่วโลก ก็เพราะว่า ทรัมป์เองก็เป็นส่วนหนึ่งในบันทึกนั้นด้วยทรัมป์จึงโพสต์อีกว่า "วิธีที่ง่ายที่สุดในการประหยัดงบประมาณของเรา มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ คือ การยุติเงินอุดหนุนและสัญญาของรัฐบาลที่มอบให้ Elon ผมประหลาดใจมาตลอดว่า Biden ทำไมถึงไม่ทำแบบนี้!"แต่ในทางกลับกัน ภารกิจอวกาศของสหรัฐฯ ในปัจจุบันต้องพึ่งพาการทำงานจรวดขนส่งอวกาศ Dragon ของ SpaceX ที่อีลอนเป็นเจ้าของ อีลอนจึงทวีตว่า"จากแถลงการณ์ของประธานาธิบดี ที่พูดถึงการยกเลิกสัญญาระหว่างรัฐบาลกับบริษัทของผม SpaceX จะเริ่มถอดถอนยาน Dragon ออกจากการใช้งานทันที" แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจไม่ถอนการใช้งาน ความขัดแย้งอาจมีทางออก ?อย่างไรก็ตาม บิล แอ็กแมน (Bill Ackman) นักลงทุนชื่อดังในสหรัฐอเมริกา ได้ทวีตข้อความว่าทั้งสองฝ่ายควรคืนดีกันเพื่อผลประโยชน์ของประเทศ ซึ่งอีลอนเองก็ทวีตตอบกลับสั้น ๆ ว่า “ก็จริง” (You’re not wrong) หลังจากที่ก่อนหน้านั้นไม่นาน อีลอนทวีตข้อความสนับสนุนให้ทรัมป์โดนถอดถอน (Impeachment) จากตำแหน่งประธานาธิบดีส่วนรายงานล่าสุดจากรอยเตอร์ส (Reuters) เมื่อประมาณ 16.00 น. เวลาประเทศไทย ระบุว่า ทำเนียบขาวได้นัดหารือเพื่อแก้ปัญหาความบาดหมางและหาทางออกจากผลกระทบที่เกิดขึ้นระหว่างทั้งสองคนในช่วงวันศุกร์เวลาท้องถิ่น (หรือช่วงกลางดึกวันศุกร์นี้เวลาไทย) เป็นที่เรียบร้อยแล้วผลกระทบจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นด้านตลาดหุ้นที่นิวยอร์กได้ปิดตัวในตอนนี้ (6 มิถุนายน เวลาประเทศไทย) และทำให้หุ้นของ Tesla ตกลงไปกว่าร้อยละ 14.3 หรือคิดเป็นมูลค่าทางการตลาดที่หายไปกว่า 150,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมากกว่า 4.8 ล้านล้านบาทในขณะที่ความมั่งคั่งของอีลอนก็ตกฮวบไปกว่า 26,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ 9 แสนล้านบาท ตามรายงานของฟอร์บส์ (Forbes’ The Real-time Billionaires List) ณ เวลาประมาณ 17.00 ของวันที่ 6 มิถุนายน ตามเวลาประเทศไทยหากมีความเคลื่อนไหวเพิ่มเติม TNN Tech จะรายงานให้ทราบในโอกาสถัดไป">