รีเซต

ผลการค้นหา “#Syntium” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ORIENT STAR เปิดตัวเคาน์เตอร์แห่งใหม่ พร้อมคอลเลกชันใหม่ ณ เซ็นทรัล ชิดลม
อ่าน

ORIENT STAR เปิดตัวเคาน์เตอร์แห่งใหม่ พร้อมคอลเลกชันใหม่ ณ เซ็นทรัล ชิดลม

นาฬิกา ORIENT STAR (โอเรียนท์ สตาร์) จากประเทศญี่ปุ่น นำโดย บริษัท สหกรุงทองเทรดดิ้ง จำกัด UKT (UNITED KRUNG THONG TRADING CO., LTD.) ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย จัดงานเปิดตัวเคาน์เตอร์แห่งใหม่ ณ เซ็นทรัล ชิดลม พร้อมแนะนำเรือนเวลาคอลเลกชันใหม่ในวาระครบรอบ 75 ปีของแบรนด์ กับ M45 F8 MECHANICAL MOON PHASE HAND WINDING โดยผลิตจำนวนจำกัดเพียง 140 เรือนทั่วโลก และเรือนเวลาคู่ Limited Edition ได้แก่ RE-AV0140E Modern Skeleton จาก Contemporary Collection และ RE-ND0024E Classic Semi Skeleton จาก Classic Collection ที่ได้ แรงบันดาลใจจากความงามของแสงออโรรา พร้อมได้รับเกียรติจากสองนักแสดง ท็อปแท็ป-จารุกิต แก้วมูลเรือง และ มิน-ธนากร วิชานุเคราะห์ มาร่วมงาน ณ เคาเตอร์ ORIENT STAR ห้างเซ็นทรัล ชิดลม ชั้น 2 โดยเริ่มต้นด้วยการนำเสนอนาฬิการุ่นพิเศษ ฉลองวาระครบรอบ 75 ปี ด้วย M45 F8 Mechanical Moon Phase Hand Winding 75th Anniversary รหัส RE-BW0008B เรือนเวลาที่ถ่ายทอดภาพดวงจันทร์ล่องผ่านหมู่เมฆอย่างเงียบงามในคืนฤดูใบไม้ร่วง ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 140 เรือนทั่วโลก พร้อมหมายเลขประจำเรือน ผสานศิลปะแห่งการรังสรรค์หน้าปัดเข้ากับศาสตร์ Mechanical Watchmaking แบบญี่ปุ่น และกลไก Moon Phase แบบ Hand Winding ที่พัฒนาขึ้นใหม่ โดยแรงบันดาลใจของดีไซน์มาจากเมฆที่เคลื่อนผ่านท้องฟ้าโปร่งในคืนฤดูใบไม้ร่วง ทำให้แสงจันทร์ปรากฏและเลือนหายผ่านช่องว่างระหว่างหมู่เมฆ ช่วงเวลาอันแสนสั้นนี้ถูกถ่ายทอดลงบนหน้าปัดที่เต็มไปด้วยมิติ พื้นผิว และประกายแสงที่เปลี่ยนไปตามมุมมอง ต่อมาคือนาฬิกา Mechanical Limited Edition สองรุ่นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามลึกลับของห้วงอวกาศและแสงออโรรา รุ่นพิเศษภายใต้ Contemporary Collection กับวาระครบรอบ 75 ปี คือ RE-AV0140E Contemporary Modern Skeleton ขนาด 41 มม. ผลิตจำนวนจำกัด 1,600 เรือนทั่วโลก และนาฬิกาอีกรุ่นที่ผลิตในแบบลิมิเต็ดเอดิชั่น สำหรับวาระพิเศษฉลองครบรอบ 75 ปี คือนาฬิกา RE-ND0024E Classic Semi Skeleton Ladies จาก Classic Collection เรือนเวลาทั้งสองได้รับการออกแบบให้เป็นคู่ที่มีรูปลักษณ์สอดคล้องกัน โดดเด่นด้วยหน้าปัด Blue-Green Gradation ที่เปล่งประกาย ชวนให้นึกถึงแสงออโรราที่เคลื่อนไหวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน Roman Numerals สีขาวช่วยเพิ่มความชัดเจนและกลิ่นอาย Classic ขณะที่ช่อง Open-heart เผยเสน่ห์ของจังหวะกลไกอันเป็นหัวใจของ Orient Star แต่ถ่ายทอดเอกลักษณ์ผ่านสัดส่วนและรายละเอียดการออกแบบที่แตกต่างกัน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบันทึกช่วงเวลาร่วมกันโดยยังคงสไตล์เฉพาะตัว ผลิตในประเทศญี่ปุ่น พร้อมฝาหลังแบบ See-through เผยให้เห็นการทำงานของกลไก และสลักหมายเลข Limited Edition ฉลองครบรอบ 75 ปี พบกับนาฬิกา ORIENT STAR ได้ที่เคาเตอร์ ชั้น 2 แผนกนาฬิกา ห้างเซ็นทรัลชิดลม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน LINE OA: @orientstarth

GTAV พี่ซี๊ด

GTAV พี่ซี๊ด

gta5

TITONI เปิดตัว LUXE Tourbillon เรือนเวลาไฮเทคเซรามิกผสานสุดยอดกลไกสวิสชั้นสูง
อ่าน

TITONI เปิดตัว LUXE Tourbillon เรือนเวลาไฮเทคเซรามิกผสานสุดยอดกลไกสวิสชั้นสูง

TITONI (ทิโทนี) แบรนด์นาฬิกาสวิสอิสระเก่าแก่จากเมืองเกรนเชน (Grenchen) ซึ่งมีชื่อเสียงในฐานะศูนย์กลางของอุตสาหกรรมการผลิตนาฬิกาโลกมากว่าศตวรรษ นำโดย UKT (UNITED KRUNGTHONG Trading Co., Ltd.) ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ได้สร้างหมุดหมายสำคัญอีกครั้งในหน้าประวัติศาสตร์ของแบรนด์ ด้วยการเปิดตัวเรือนเวลารุ่นใหม่ล่าสุด LUXE Tourbillon อย่างเป็นทางการในงาน CENTRAL INTERNATIONAL WATCH JEWELLERY FAIR 2026 ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการนำเสนอการผสานหนึ่งในกลไกซับซ้อนอันทรงเกียรติที่สุดของศาสตร์การประดิษฐ์นาฬิกาแบบดั้งเดิม เข้ากับตัวเรือนไฮเทคเซรามิกเต็มรูปแบบในดีไซน์ร่วมสมัย โดยได้รับเกียรติจากนักแสดงหนุ่ม จูเนียร์-กาจบัณฑิต ใจดี มาร่วมสร้างความพิเศษและถ่ายทอดความสง่างามให้กับเรือนเวลาสุดเอ็กซ์คลูซีฟในครั้งนี้ หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนความสมบูรณ์แบบของเรือนเวลานี้คือ คาลิเบอร์ T1000 กลไกทูร์บิญองแบบไขลานที่ประกอบขึ้นด้วยมือทีละเรือนอย่างพิถีพิถันในเมืองเกรนเชน มอบขีดความสามารถในการสำรองพลังงานที่ยาวนานกว่า 100 ชั่วโมง ทำงานด้วยความถี่ 21,600 ครั้งต่อชั่วโมง (3 เฮิรตซ์) และผ่านการปรับเทียบความเที่ยงตรงใน 6 ตำแหน่ง เพื่อให้บรรลุ เป้าหมายความคลาดเคลื่อนเฉลี่ยเพียง 0 ถึง +8 วินาทีต่อวัน ความวิจิตรของกลไกยังถูกถ่ายทอดผ่านฝาหลังแบบโปร่งใสที่เผยให้เห็นโครงสร้างอันงดงาม โดดเด่นด้วยการเคลือบ Anthradec สีแอนทราไซต์ขัดลายแนวตั้งสลับขอบขัดเงา รับกับสะพานจักรทูร์บิญองชุบโรสโกลด์ 4N ที่สร้างมิติแห่งความแตกต่างอย่างประณีต พร้อมเชื่อมโยงงานออกแบบของกลไกเข้ากับหน้าปัดได้อย่างไร้ที่ติ สุนทรียะแห่งสถาปัตยกรรมของ LUXE Tourbillon ถูกนำเสนอผ่านตัวเรือนไฮเทคเซรามิกสีดำขนาด 41 มิลลิเมตร โดดเด่นด้วยขอบตัวเรือนทรงเหลี่ยมแบบหลายมิติที่ขัดลายแนวตั้งตัดกับเหลี่ยมมุมขัดเงา ปกป้องหน้าปัดด้วยกระจกแซฟไฟร์ทรงแบนเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อนทั้งสองด้าน พร้อมประสิทธิภาพการกันน้ำระดับ 50 เมตร (5 ATM) โดยมีช่องเปิดโชว์การทำงานของกลไกทูร์บิญองที่รับบทเด่นเป็นศูนย์กลางสายตา ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ล้อมกรอบด้วยขอบเจียระไนแบบไดมอนด์คัตอย่างแม่นยำ พื้นหน้าปัดขัดลายแนวตั้งได้รับการตกแต่งด้วยลวดลาย quadro อันเป็นเอกลักษณ์ มีให้เลือก 3 เฉดสี ได้แก่ สีดำ สีน้ำเงินเข้ม และสีแดงเบอร์กันดี ตัดกับเข็มและหลักชั่วโมงชุบโรสโกลด์ 4N อย่างกลมกลืน พร้อมเติมเต็มดีไซน์ร่วมสมัยด้วยสายยาง FKM สีดำผิวด้านแบบบูรณาการเข้ากับตัวเรือน มาพร้อมตัวล็อกไทเทเนียมแบบบานพับเดี่ยว ฝาครอบเคลือบ DLC และปุ่มกดปลดล็อก นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี 1919 TITONI ยังคงดำเนินธุรกิจในฐานะผู้ผลิตนาฬิกาสวิสอิสระภายใต้การบริหารงานโดยทายาทรุ่นที่ 4 ของครอบครัวผู้ก่อตั้ง ซึ่งยึดมั่นในปรัชญาระยะยาวที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความเที่ยงตรง และคุณค่าที่ยั่งยืนโดยไม่ยึดติดกับกระแสตลาดระยะสั้น การถือกำเนิดของ LUXE Tourbillon จึงเป็นการสานต่อปรัชญานี้สู่ระดับใหม่ ด้วยการเปลี่ยนกลไกทูร์บิญองที่มักเป็นเพียงสัญลักษณ์แห่งความเอ็กซ์คลูซีฟ ให้ผสานเข้ากับวัสดุสมัยใหม่และงานตกแต่งอันพิถีพิถัน ในระดับราคาที่มุ่งหวังให้ศาสตร์การประดิษฐ์นาฬิกาสวิสชั้นสูงเข้าถึงกลุ่มผู้หลงใหลในเรือนเวลาได้กว้างยิ่งขึ้น ทำให้ LUXE Tourbillon ได้รับการวางตำแหน่งให้เป็นหนึ่งในนาฬิกาทูร์บิญอง Swiss Made ตัวเรือนเซรามิกเต็มรูปแบบที่สามารถเข้าถึงได้มากที่สุดในโลก ณ ขณะนี้ พร้อมสัมผัส TITONI Luxe Tourbillon ได้ที่งาน CENTRAL INTERNATIONAL WATCH JEWELLERY FAIR 2026 ณ ห้างสรรพสินค้าเซนทรัลชิดลม ชั้น 2 ได้ตั้งแต่วันนี้ - 11 ต.ค. 69

SYNEX เปิดบ้านพานักลงทุนสัมผัสระบบ ฉายภาพโอกาสเติบโตในโลก AI
อ่าน

SYNEX เปิดบ้านพานักลงทุนสัมผัสระบบ ฉายภาพโอกาสเติบโตในโลก AI

#ทันหุ้น - นางสาวสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX เปิดสำนักงานใหญ่ต้อนรับคณะนักลงทุนเข้าเยี่ยมชมกิจการและรับฟังทิศทางธุรกิจ พร้อมสัมผัส SYNNEX Technology Showcase พื้นที่จัดแสดงสินค้าและโซลูชันเทคโนโลยีจากแบรนด์ชั้นนำ และ Smart Warehouse ที่นำ Robotics และ Automation มาใช้ในกระบวนการทำงานจริง สะท้อนความพร้อมของ SYNEX ในการนำเทคโนโลยีมาขับเคลื่อนทั้งธุรกิจและประสิทธิภาพการดำเนินงานสำหรับทิศทาง “The Next Chapter of SYNEX” บริษัทจะเดินหน้าสร้างมูลค่าเพิ่มภายใต้แนวคิด “From Distribution to Value Creation” โดยต่อยอดจุดแข็งด้านผลิตภัณฑ์ แบรนด์พันธมิตร และเครือข่ายช่องทางจำหน่าย สู่การนำเสนอโซลูชัน บริการ และแพลตฟอร์มที่ครอบคลุมมากขึ้น พร้อมขยายความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ยกระดับบทบาทจาก IT Distributor สู่ AI Cloud Enabler ขณะเดียวกันจะเพิ่มสัดส่วน Recurring Revenue ผ่านธุรกิจ Solutions Cloud, Renewable Energy, Service, Financing, Insurance และ Trade-in เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่และวางรากฐานการเติบโตในระยะยาว

เกมอื่นเน้นปีน Cygames เน้นดิ่ง! เปิดแบรนด์ใหม่ CygamesEdge ประเดิมเกมแรกแนวแอ็กชันดิ่งเหว
อ่าน

เกมอื่นเน้นปีน Cygames เน้นดิ่ง! เปิดแบรนด์ใหม่ CygamesEdge ประเดิมเกมแรกแนวแอ็กชันดิ่งเหว

ค่ายเกมยักษ์ใหญ่แห่งญี่ปุ่นอย่าง Cygames ทำเอาเหล่าเกมเมอร์ต้องร้องว้าวไปตาม ๆ กัน! เมื่อล่าสุดได้ประกาศเปิดตัวแบรนด์เกมใหม่ในเครืออย่าง "CygamesEdge" ที่จะเข้ามาเน้นการพัฒนาและจัดจำหน่ายเกมขนาดกลางและขนาดเล็ก โดยชูคอนเซปต์ "Stay on the edge" เน้นไอเดียอิสระ ความคล่องตัว และการดึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ในการสร้างสรรค์เกม เพื่อมอบประสบการณ์ที่แปลกใหม่และเข้าถึงผู้เล่นทั่วโลกได้รวดเร็วยิ่งขึ้นพร้อมกันนี้ CygamesEdge ยังได้เปิดตัวผลงานเกมประเดิมแบรนด์เป็นเกมแรกในชื่อ "Collapsed Country" (Where the Seeds Fall) ที่พัฒนาสะท้อนตัวตนของแบรนด์แบบจัดเต็ม โดยตัวเกมจะมาในแนว "Dramatic Collapse Action Adventure" หรือเกมแอ็กชันผจญภัยดิ่งพังทลายสุดตื่นเต้น ที่ผู้เล่นจะต้องใช้ทักษะการตัดสินใจประเมินจังหวะการทิ้งตัวลงสู่เบื้องล่าง อ่านทิศทางลม และควบคุมท่าทางการตกกระแทกพื้นให้อยู่รอดปลอดภัย!ซึ่งตัวเกมมีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2026 บนแพลตฟอร์ม PlayStation 5, Nintendo Switch 2 และ Steam (PC) รองรับทั้งภาษาญี่ปุ่น ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และภาษาเกาหลีงานนี้ทำเอาเหล่าเกมเมอร์และชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นและแซวเกมแนวใหม่นี้กันอย่างคึกคัก! โดยหลายคนตั้งข้อสังเกตและเปรียบเทียบกับเกมอินดี้ชื่อดังว่า "เกมอื่นเขาเน้นปีนขึ้นฟ้าแบบ Only Up! แต่เกมนี้ Cygames บอกตูเน้นดิ่งลงข้างล่างจ้า 555", "เห็นภาพแล้วรู้สึกวูบ ๆ ถ่ายทอดฟีลลิ่งดิ่งเหวได้น่ากลัวมาก คนกลัวความสูงมีเกร็งแน่"นอกจากนี้ยังมีแฟน ๆ ที่ได้กลิ่นอายบรรยากาศของเกมดังในอดีตและอนิเมะเรื่องโปรด ไม่ว่าจะเป็น "บรรยากาศแอบคล้าย Shadow of the Colossus หรือ The Last Guardian เลยนะเนี่ย", ไปจนถึงสายแซวสุดดาร์กอย่าง "เน้นทิ้งตัวดิ่งลงเหวแบบนี้ ชวนให้นึกถึงการลงไปสำรวจใน Made in Abyss เลย นึกถึงแล้วคำสาปความสูงทำงาน หัวจะปวด!" รวมถึงคอมเมนต์ที่มองว่าเป็นการเจาะตลาดเกมสตรีมเมอร์ว่า "ทรงนี้ทำออกมาปั่นกระแสบนโซเชียลชัด ๆ น่าเล่นมาก!" ถือเป็นการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ที่สร้างเสียงฮือฮาและน่าจับตามองสุด ๆ เลยล่ะแปลและเรียบเรียงจาก : cygames.co.jp, cygames.co.jp

เช็กความพร้อมก่อนบุกเรือนรก ระเบิดความแค้นกลางมหาสมุทรกับเจสัน สเตแธม ใน “Mutiny คนระห่ำห้ามรอด”
อ่าน

เช็กความพร้อมก่อนบุกเรือนรก ระเบิดความแค้นกลางมหาสมุทรกับเจสัน สเตแธม ใน “Mutiny คนระห่ำห้ามรอด”

เจสัน สเตแธม "คนมีอดีต" ครั้งนี้รับบทเป็น โคล รีด อดีตนาวิกโยธินคอมมานโดและเจ้าหน้าที่ตำรวจพิเศษ SCO19 ประจำกรุงลอนดอน ใน Mutiny เจสันควบตำแหน่งทั้งบทนำและโปรดิวเซอร์ ได้ร่วมงานกับผู้กำกับ ฟร็องซัว ริเชต์ที่เคยกำกับผลงานสุดมันส์อย่าง Plane และทีมออกแบบคิวบู๊ผู้อยู่เบื้องหลังความระห่ำของ Mad Max: Fury Road และ Fast Furious เจสันตอบรับร่วมโปรเจคเร็วมาก เขาได้รับบทในวันศุกร์ ใช้เวลาอ่านตอนเสาร์-อาทิตย์ พอวันจันทร์พวกเขาก็เริ่มลุยกันเลย ภาพยนตร์มีฉากหลังส่วนหนึ่งที่ประเทศไทย ตัวละครเจ้านายและเพื่อนรักของโคล รีด เป็นนักธุรกิจเดินเรือชาวไทย เมื่อเขาถูกฆ่าตาย ภารกิจล่าแค้นจึงเริ่มต้นขึ้นที่นั่น ทีมงานเนรมิตถนนเมืองไทยทั้งเส้น ที่อัดแน่นไปด้วยร้านค้า แผงลอย และบาร์ ถ่ายทำกันในสตูดิโอที่อังกฤษ เพื่อการสร้างโลกประเทศไทยให้สมจริงที่สุด ทีมคอสตูมได้มีการร่วมงานกับคอสตูมดีไซเนอร์ชาวไทย พลิน ประทุมมาส ร่วมออกแบบและจัดหาชุดสำหรับตัวละครชาวไทยในฉากทั้งหมด มีนักแสดงไทยร่วมแสดงคือ เทม-เมธี ทับทิมทอง จากซีรีส์ The White Lotus ผู้กำกับยืนกรานว่าเราจะถ่ายทำกันบนเรือสินค้าจริง พวกเขาถ่ายทำฉากส่วนใหญ่ของหนังบนเรือสินค้าจริงความยาว 150 เมตร น้ำหนักกว่าหมื่นตัน การถ่ายทำบนเรือที่อยู่ในทะเลจริงสร้างความหฤโหดต่อนักแสดงเอาเรื่อง มีทั้งควัน เสียง จากเครื่องยนต์ กลิ่นเหล็กสนิม วันไหนที่คลื่นลมสงบนักแสดงสามารถยืนต่อบทบนเรือกันได้แบบชิลๆ แต่วันไหนที่คลื่นลมแรงพื้นใต้เท้าก็เหมือนจะยุบไป นี่คือความท้าทายที่นักแสดงและทีมงานต้องเผชิญ ฉากแอ็กชันใหญ่ที่สุดของเรื่องคือซีนที่เจสันต่อสู่บนสะพานที่พาดระหว่างสองเรือ เขาเสนอว่าขอเล่นเองโดยไม่ใช้สลิง แต่ทีมงานบอกว่านั่นมันเป็นไปไม่ได้หรอก! ตอนถ่ายทำและล่องเรือที่แถบมอลตา พวกเขามีโอกาสได้ล่องเรือผ่านเซ็ตติ้งที่เป็นฉากหลังให้ผลงานระดับประวัติศาสตร์อย่าง Troy และ Game of Thrones ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

GUNKUL ผนึก สยามพิวรรธน์ ไซม่อน ดันโมเดล ‘Solar – Battery’
อ่าน

GUNKUL ผนึก สยามพิวรรธน์ ไซม่อน ดันโมเดล ‘Solar – Battery’

#ทันหุ้น - บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL ผู้นำด้านธุรกิจพลังงานหมุนเวียนครบวงจรของประเทศไทย ผนึกกำลัง บริษัท สยามพิวรรธน์ ไซม่อน จำกัด เดินหน้าขยายผลโครงการ Solar Rooftop (โซลาร์รูฟท็อป) สู่โมเดล Solar-plus-Battery ครอบคลุมพื้นที่กว่า 54,400 ตารางเมตร ให้กับ สยาม พรีเมียม เอาท์เล็ต กรุงเทพ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 2,540 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ตอกย้ำศักยภาพศูนย์การค้าเอาท์เล็ตที่มีความพร้อมด้านพลังงานหมุนเวียนมากที่สุดแห่งหนึ่งของไทย และสะท้อนบทบาทของ GUNKUL ในฐานะ Net Zero Partner ที่ช่วยภาคธุรกิจปลดล็อกศักยภาพพลังงานหมุนเวียน นำประเทศไทยก้าวสู่การเป็น Green Destination ของภูมิภาคนางสาวนฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) ("บริษัทฯ") เผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของ GUNKUL และสยามพิวรรธน์ ในการผลักดันศูนย์การค้าแรกในไทยที่ใช้พลังงานหมุนเวียนในพื้นที่ส่วนกลาง (Common Area) 100% (RE100) ภายในปี 2030 ผ่านโมเดล ‘Solar-plus-Battery’ โดยจากเดิมการติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้แค่ในช่วงกลางวัน แต่รูปแบบการติดตั้งแบบผสมผสานระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ สามารถช่วยผู้ประกอบการเห็นผลลัพธ์การประหยัดค่าไฟฟ้าที่มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ผ่านการบริหารจัดการพลังงานสะอาดไปใช้ในเวลาที่จำเป็นต่อธุรกิจ โดย BloombergNEF คาดการณ์ว่าต้นทุนของโมเดลโซลาร์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน เริ่มเข้าสู่ช่วงต้นทุนที่แข่งขันได้ รวมทั้งการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานทั่วโลกในปี 2026 จะเพิ่มขึ้น 41% จากปี 2025 สะท้อนการเติบโตอย่างรวดเร็วและศักยภาพของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ในทุกสเกล ไม่ว่าจะเป็นระดับครัวเรือน ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม รวมถึงในระดับโครงข่าย (Utility-scale) บริษัทฯ มองบทบาทตัวเองเป็น Net Zero Partner ที่ช่วยภาคธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ด้วยกลยุทธ์และโซลูชั่นพลังงานสะอาดที่หลากหลาย ตอบโจทย์ Load Profile ของลูกค้าที่แตกต่างกัน ภายใต้นโยบายในบริบทตลาดพลังงานไทยที่กำลังเปลี่ยนผ่าน ร่วมกับการผลักดันเป้าหมายด้านความยั่งยืน โดยโครงการสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ บนพื้นที่กว่า 54,400 ตารางเมตร แบ่งเป็นระบบโซลาร์รูฟท็อปบนอาคารและพื้นที่จอดรถ รวมถึงระบบแบตเตอรี่ นับเป็นโครงการต้นแบบที่ GUNKUL ตั้งใจผลักดันให้เป็น มาตรฐานใหม่ของการใช้พลังงานในอาคารพาณิชย์ ที่ก้าวข้ามจากการติดตั้งโซลาร์เพียงอย่างเดียว สู่การผสานการผลิตและกักเก็บพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อปลดล๊อกศักยภาพการใช้พลังงานหมุนเวียน และผลักดันเป้าหมาย RE100 ให้เกิดขึ้นจริงในภาคธุรกิจไทยนายไมเคิล ถัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามพิวรรธน์ไซม่อน จำกัด กล่าวว่า การพัฒนาโซลาร์รูฟท็อป บนพื้นที่ สยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ ร่วมกับ GUNKUL ใน Phase 2 ซึ่งเป็นการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์พร้อมระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) ขนาด 250 กิโลวัตต์-ชั่วโมง บริเวณหลังคาลานจอดรถ ถือเป็นการขยายผลเพื่อต่อยอดการขับเคลื่อนด้านพลังงานทดแทนอย่างเต็มรูปแบบ ตอกย้ำเจตนารมณ์ด้านความยั่งยืนของกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ที่ตั้งเป้าหมายสู่ Net Zero ในปี 2050 ด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน ขอบเขตที่ 1 และ 2 โดยสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ นับเป็น พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต แห่งแรกในเมืองไทยที่ใช้พลังงานหมุนเวียน ตั้งแต่ปี 2022 ที่ผ่านมา สะท้อนความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน ที่คำนึงถึงการเอื้ออำนวยประโยชน์ให้กับชุมชน สังคม ตลอดจนการดูแลสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน ความร่วมมือนี้ ทำให้สยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ สามารถบรรลุเป้าหมายการใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ในพื้นที่ส่วนกลางได้ก่อนกำหนดคือไตรมาส 2 ของปี 2026 โดยการติดตั้งระบบโซลาร์บนหลังคาอาคารและลานจอดรถของโครงการ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 54,400 ตารางเมตร ในรูปแบบสัญญาซื้อขายพลังงานไฟฟ้าโดยตรงระหว่างผู้ผลิตไฟฟ้ากับผู้ใช้ไฟฟ้า หรือ Direct PPA (Direct Power Purchase Agreement) แบบผลิตและใช้ไฟในพื้นที่เดียวกัน (on-site) สามารถผลิตไฟฟ้าได้กว่า 5,115,000 กิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อปี ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 2,540 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี หรือเทียบเท่าการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ของต้นไม้กว่า 267,200 ต้นต่อปี การผนึกความร่วมมือกันในครั้งนี้ จะช่วยเสริมความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว นับเป็นการสนับสนุนภาคธุรกิจให้ก้าวสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ได้อย่างเป็นรูปธรรม และช่วยยกระดับศักยภาพของประเทศไทยในการก้าวสู่ Green Destination ที่สำคัญของภูมิภาคความร่วมมือระหว่าง GUNKUL และ สยามพิวรรธน์ ในครั้งนี้ตอกย้ำวิสัยทัศน์ร่วมกันของทั้งสององค์กรในการผลักดันภาคธุรกิจค้าปลีกและศูนย์การค้าไทยสู่การใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ การกักเก็บพลังงาน ไปจนถึงระบบบริหารจัดการพลังงาน การเชื่อมต่อ Direct PPA ซึ่งเป็นหมุดสำคัญต่อการไปสู่ตลาดไฟฟ้าเสรี สะท้อนถึงความพร้อมและความมุ่งมั่นของ GUNKUL ภายใต้ประสบการณ์ 40 กว่าปีและศักยภาพที่พร้อมดูแลครอบคลุมห่วงโซ่พลังงานแบบครบวงจรอย่างแท้จริง ในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการเป็นพาร์ตเนอร์ที่ช่วยผู้ประกอบการไทยต่อจิ๊กซอว์โซลูชั่นพลังงานเพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน (ESG) ของลูกค้าจากเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยบนเวทีภูมิภาคและห่วงโซ่อุปทานโลก (Global Supply Chain)

NCAP เคาะดอกเบี้ยหุ้นกู้ 2 ชุด 5.10%-5.25% เปิดจอง 7–9 ก.ย.นี้
อ่าน

NCAP เคาะดอกเบี้ยหุ้นกู้ 2 ชุด 5.10%-5.25% เปิดจอง 7–9 ก.ย.นี้

#ทันหุ้น - บริษัท เน็คซ์ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ NCAP เคาะอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ 2 ชุด ที่ 5.10% - 5.25% ต่อปี เสนอขายแก่ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือผู้ลงทุนรายใหญ่ คาดเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 7 - 9 กันยายน 2569 ประกอบด้วยหุ้นกู้อายุ 2 ปี 6 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5.10% ต่อปีหุ้นกู้อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5.25% ต่อปีNCAPได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรที่ระดับ“BBB-”แนวโน้ม “Positive”จากทริสเรทติ้ง ขณะที่ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกยังเติบโตแข็งแกร่ง โดยมียอดปล่อยสินเชื่อใหม่3,635ล้านบาท เพิ่มขึ้น15%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้พอร์ตสินเชื่อรวมเพิ่มเป็น10,923ล้านบาท ขณะที่NPLลดลงเหลือ1.28%สะท้อนการขยายตัวของธุรกิจควบคู่กับการบริหารคุณภาพสินทรัพย์บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ พร้อมรักษาโมเมนตัมการเติบโตในช่วงครึ่งปีหลัง โดยมีเครือข่ายDealerกว่า307รายทั่วประเทศ และแรงสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นใหญ่เชิงกลยุทธ์COM7และSYNEX

InnovestX ดัน “DR23” ทะลุ 100 หลักทรัพย์ เสิร์ฟ 19 ตัวใหม่ 6 ธีมอนาคต
อ่าน

InnovestX ดัน “DR23” ทะลุ 100 หลักทรัพย์ เสิร์ฟ 19 ตัวใหม่ 6 ธีมอนาคต

#ทันหุ้น - บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) เรือธงด้านการลงทุนภายใต้กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ (SCBX Group) เดินหน้าขยายโอกาสการลงทุนระดับโลกให้กับนักลงทุนไทยอย่างต่อเนื่อง สร้างอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ DR23 (Depositary Receipt) ด้วยการขยายทางเลือกการลงทุนก้าวข้าม 100 หลักทรัพย์ พร้อมเปิดตัว DR23 ชุดใหม่ จำนวน 19 หลักทรัพย์ ครอบคลุม 6 ธีมการลงทุน จากบริษัทชั้นนำในสหรัฐฯ และเอเชีย โดยเฉพาะโอกาสจาก AI Ecosystem ตั้งแต่เซมิคอนดักเตอร์ การเชื่อมต่อ AI Server และ Cloud ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน พร้อมเปิดทางสู่เทคโนโลยีแห่งอนาคตทั้ง Space Industry และ Quantum Computing เปิดซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปนายพยนต์ พงศาวรีChief Digital Products and Operating Officerบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX)กล่าวว่า “การที่DR23ก้าวข้าม100หลักทรัพย์ ถือเป็นอีกหนึ่งMilestoneสำคัญที่สะท้อนความมุ่งมั่นของInnovestXแต่สิ่งที่สำคัญกว่าจำนวน คือการเพิ่มโอกาสและขยายInvestment Universeให้นักลงทุนไทยมีทางเลือกมากขึ้น ทั้งในแง่ประเทศ อุตสาหกรรม และInvestment Themeที่น่าสนใจจากตลาดชั้นนำทั่วโลกผ่านตลาดหลักทรัพย์ไทยได้สะดวกยิ่งขึ้นDR23ชุดใหม่นี้สะท้อนแนวทางของInnovestXที่ต้องการคัดสรรบริษัทที่มีบทบาทในMegatrendสำคัญของโลก และเติมเต็มโอกาสการลงทุนในส่วนต่าง ๆ ของGlobal Investment Landscapeเพื่อให้นักลงทุนสามารถเลือกธีมที่สอดคล้องกับมุมมองและระดับความเสี่ยงของตนเองได้มากขึ้น”สำหรับDR23ชุดใหม่ จำนวน19หลักทรัพย์InnovestXคัดสรรภายใต้6ธีมการลงทุน โดยมีหนึ่งในแกนสำคัญคือโอกาสจากการเติบโตของAI Ecosystemซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงบริษัทผู้ผลิตชิป แต่ครอบคลุมValue Chainตั้งแต่Semiconductor, Advanced Packaging, Connectivity, AI Server, CloudและEnterprise AIไปจนถึงพลังงานที่รองรับData Centerรวมถึงเทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่างSpace IndustryและQuantum Computingนายศรัณย์ โพธิวิรัตนานนท์Head of Proprietary Tradingบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX)กล่าวว่า “การเติบโตของAIกำลังสร้างโอกาสการลงทุนที่กระจายไปตลอดทั้งEcosystemตั้งแต่Semiconductor, Advanced PackagingและConnectivityไปจนถึงComputing, AI Server, Cloud, Data Infrastructureและพลังงานที่จำเป็นต่อการขยายตัวของData CenterเราจึงคัดสรรDR23ชุดใหม่นี้ให้ครอบคลุมผู้เล่นในหลายส่วนของEcosystemควบคู่กับเทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่างQuantum ComputingและSpace IndustryรวมถึงขยายโอกาสไปยังSupply Chainฝั่งเอเชีย เพื่อเพิ่มทางเลือกในการลงทุนในธีมที่มีปัจจัยขับเคลื่อนและระดับความเสี่ยงที่แตกต่างกัน”DR23ชุดใหม่ เริ่มซื้อขายในวันที่18สิงหาคม2569ประกอบด้วย19หลักทรัพย์ ภายใต้6ธีมการลงทุน ได้แก่กลุ่มUS – AI Semiconductor• DELL23 (Dell Technologies Inc.)–ผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์อันดับหนึ่งของโลก ที่นำชิปNVIDIAและAMDมาประกอบเป็นแร็กเซิร์ฟเวอร์AIรายได้เซิร์ฟเวอร์AIโตเกินเท่าตัว• ORCL23 (Oracle Corporation)–บริษัทซอฟต์แวร์และฐานข้อมูลองค์กรระดับโลกที่ขยายธุรกิจสู่Cloud Infrastructureผ่านOracle Cloud Infrastructure (OCI)โดยธุรกิจCloudมีบทบาทสำคัญมากขึ้นจากความต้องการโครงสร้างพื้นฐานสำหรับAI• IBM23 (International Business Machines Corporation)–บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่ปรับโครงสร้างธุรกิจสู่Hybrid CloudและAIโดยมีธุรกิจซอฟต์แวร์เป็นสัดส่วนหลัก พร้อมแพลตฟอร์มAIสำหรับองค์กรอย่างwatsonx• CRWV23 (CoreWeave, Inc.)–ผู้ให้บริการให้เช่าGPUสำหรับงานAIโดยเฉพาะ หรือNeocloudช่วยให้องค์กรเข้าถึงพลังประมวลผลสำหรับAIโดยไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อและบริหารจัดการGPUด้วยตนเอง• NOW23 (ServiceNow, Inc.)–เจ้าของแพลตฟอร์มWorkflowสำหรับบริหารจัดการงานITและกระบวนการทำงานขององค์กร ซึ่งกำลังต่อยอดAIผ่านNow Assistบนฐานลูกค้าองค์กรกว่า8,700แห่ง• QCOM23 (QUALCOMM Incorporated)–ผู้นำด้านชิปประมวลผลภายใต้แบรนด์Snapdragonและชิปโมเด็มสำหรับการเชื่อมต่อ5Gพร้อมขยายธุรกิจจากMobileสู่Edge AI, AI PCและยานยนต์• ALAB23 (Astera Labs, Inc.)–ผู้ออกแบบชิปConnectivityความเร็วสูง ช่วยให้ชิปAIจำนวนมากภายในData Centerสามารถรับส่งข้อมูลระหว่างกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการขยายตัวของAI Clusterขนาดใหญ่• AAOI23 (Applied Optoelectronics, Inc.)–ผู้ผลิตOptical Transceiverสำหรับแปลงสัญญาณไฟฟ้าเป็นแสงเพื่อรับส่งข้อมูลความเร็วสูง รองรับการยกระดับการเชื่อมต่อภายในAI Data Centerสู่มาตรฐาน800Gและ1.6T• AMKR23 (Amkor Technology, Inc.)–ผู้ให้บริการประกอบและทดสอบชิป (OSAT)มีความเชี่ยวชาญด้านAdvanced Packagingซึ่งเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญของห่วงโซ่การผลิตชิปสำหรับAIกลุ่มUS -Alternative Energy AI Power• SMR23 (NuScale Power Corporation)–ผู้พัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูล (Small Modular Reactor: SMR)ที่ได้รับการอนุมัติแบบมาตรฐานจากคณะกรรมการกำกับดูแลนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ (NRC)โดยมุ่งรองรับความต้องการพลังงานที่มีเสถียรภาพสำหรับData CenterและAI• EOSE23 (Eos Energy Enterprises, Inc.)–ผู้ผลิตระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานชนิดสังกะสี (Zinc)ซึ่งเป็นทางเลือกนอกเหนือจากแบตเตอรี่ลิเทียม มีจุดเด่นด้านความปลอดภัย และเหมาะกับการกักเก็บพลังงานสำหรับโครงสร้างพื้นฐานและData Centerกลุ่มUS – Space Industry• ASTS23 (AST SpaceMobile, Inc.)–ผู้พัฒนาเครือข่ายบรอดแบนด์ผ่านดาวเทียมที่สามารถเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือทั่วไปได้โดยตรงโดยไม่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ มีข้อตกลงเชิงพาณิชย์กับATT, VerizonและVodafoneและตั้งเป้าเปิดบริการเชิงพาณิชย์ในช่วงครึ่งแรกของปี2570กลุ่มUS – Quantum Computing• RGTI23 (Rigetti Computing, Inc.)–ผู้พัฒนาQuantum ComputingแบบFull-stackด้วยเทคโนโลยีชิปตัวนำยิ่งยวด (Superconducting)ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบระบบไปจนถึงการผลิตชิปภายในโรงงานFabของบริษัทเองกลุ่มAsia – AI Semiconductor• SCREEN23 (SCREEN Holdings Co., Ltd.)–ผู้นำด้านเครื่องล้างทำความสะอาดแผ่นWaferซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในกระบวนการผลิตชิป และครองส่วนแบ่งอันดับ1ของโลกในขั้นตอนดังกล่าวตามข้อมูลProduct Sheet• IBIDEN23 (IBIDEN Co., Ltd.)–ผู้ผลิตIC Package Substrateประสิทธิภาพสูง หรือแผ่นฐานรองที่อยู่ใต้ชิปCPUและGPUโดยมีNVIDIAและIntelเป็นลูกค้ารายสำคัญ เปิดโอกาสเข้าถึงSupply ChainของAI Semiconductorฝั่งญี่ปุ่น• TONGFU23 (Tongfu Microelectronics Co., Ltd.)–ผู้ให้บริการประกอบและทดสอบชิป (OSAT)รายใหญ่ของจีน มีบทบาทในAdvanced Packagingและเชื่อมโยงกับSupply ChainของAMDผ่านการประกอบและทดสอบชิป• YOFC23 (Yangtze Optical Fibre and Cable Joint Stock Limited Company)–ผู้ผลิตOptical Fibreและสายเคเบิลแบบครบวงจร ตั้งแต่วัตถุดิบต้นทางจนถึงเส้นใยนำแสง รองรับความต้องการรับส่งข้อมูลความเร็วสูงจากData Center, AIและระบบโทรคมนาคม• MURATA23 (Murata Manufacturing Co., Ltd.)–ผู้นำด้านตัวเก็บประจุขนาดเล็กMLCCซึ่งเป็นชิ้นส่วนพื้นฐานในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยAI Serverต้องใช้MLCCจำนวนมาก จึงเป็นอีกหนึ่งส่วนของSupply Chainโครงสร้างพื้นฐานAIกลุ่มAsia – Lifestyle Consumer• AJINO23 (Ajinomoto Co., Inc.)–บริษัทอาหารและเครื่องปรุงรสระดับโลกที่มีธุรกิจอาหารเป็นรายได้หลัก ขณะเดียวกันยังเป็นเจ้าของเทคโนโลยีAjinomoto Build-up Film (ABF)ซึ่งเป็นวัสดุสำคัญที่ใช้ในแผ่นฐานรองชิปCPUและGPUประสิทธิภาพสูง ทำให้บริษัทมีความเชื่อมโยงกับSemiconductor Supply ChainนอกเหนือจากธุรกิจConsumerนายศรัณย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “จุดเด่นของDR23ชุดใหม่นี้ คือการเปิดมุมมองให้นักลงทุนเห็นว่าโอกาสจากAI Ecosystemได้ครบขึ้น ตั้งแต่ผู้ผลิตอุปกรณ์และชิ้นส่วน ผู้ประกอบและทดสอบชิป ระบบเชื่อมต่อและรับส่งข้อมูลCloudและAI Serverไปจนถึงพลังงานที่ต้องรองรับData Centerขนาดใหญ่ ขณะเดียวกัน เรายังเพิ่มทางเลือกในSpace Industry, Quantum ComputingและLifestyle Consumerและทางเลือกทั้งในสหรัฐ และเอเชีย เพื่อให้นักลงทุนมีInvestment Choiceที่หลากหลายมากขึ้น”DR23ชุดใหม่ทั้ง19หลักทรัพย์ เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตั้งแต่วันที่18สิงหาคม2569นักลงทุนสามารถซื้อขายผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ไทย โดยผู้ลงทุนควรศึกษาลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งความผันผวนของราคาหลักทรัพย์ต่างประเทศอ้างอิง อัตราแลกเปลี่ยน ความเสี่ยงจากผู้ออก และสภาพคล่อง โดยหลักทรัพย์บางบริษัทในชุดนี้ยังอยู่ในช่วงก่อนสร้างรายได้เชิงพาณิชย์หรือมีความเสี่ยงเฉพาะตัวสูง

"NCT 127" คัมแบ็กยิ่งใหญ่! ปล่อยอัลบั้มเต็มชุดที่ 7 "BLINGY" ฉลองครบรอบเดบิวต์ 10 ปี
อ่าน

"NCT 127" คัมแบ็กยิ่งใหญ่! ปล่อยอัลบั้มเต็มชุดที่ 7 "BLINGY" ฉลองครบรอบเดบิวต์ 10 ปี

การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของ NCT 127 (เอ็นซีที วันทูเซเว่น) พร้อมผลงานใหม่อัลบั้มเต็มชุดที่ 7 BLINGY (บลิงกี) รวบรวมทั้งหมด 9 เพลงหลากหลายแนว อาทิ ร็อก, ป็อป, อินดี้ป็อป และอื่น ๆ เพื่อนำเสนอโลกดนตรีอันเป็นเอกลักษณ์ที่มีแค่พวกเขาเท่านั้นที่ทำได้ ในอัลบั้มนี้ NCT 127 (เอ็นซีที วันทูเซเว่น) ได้หวนคิดถึงเส้นทางที่เดินเคียงข้างกันมาตลอด 10 ปี พร้อมทั้งแสดงถึงความมุ่งมั่นอันแรงกล้าที่จะยังคงสร้างเส้นทางของตัวเองต่อไป ด้วยแรงขับเคลื่อนจากความภาคภูมิใจในวงและความผูกพันอันแน่นแฟ้น อีกทั้งสโลแกนหลักอย่าง CALL 127 ยังสื่อความหมายอย่างชัดเจนถึงการที่เหล่าสมาชิกและแฟนคลับจะกลับมารวมพลังเป็นหนึ่งเดียวกันในฐานะ One Team อีกครั้ง สำหรับเพลงไตเติล Blingy (บลิงกี) เป็นเพลงฮิปฮอปที่ผสมผสานเสียงซินธ์ที่ผ่านการปรับแต่งให้มีความดุดันเข้ากับจังหวะกลองอันหนักแน่นและท่อนฮุกสไตล์ชานติงที่ทรงพลัง พร้อมถ่ายทอดกลิ่นอายของดนตรีแนวเรจและดับสเตปออกมาตามแบบฉบับของ NCT 127 (เอ็นซีที วันทูเซเว่น) ด้านเนื้อเพลงโชว์ให้เห็นถึงพลังที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และตัวตนที่มีออราอันเปล่งประกายดั่งพลุขนาดยักษ์ที่ลุกโชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในมิวสิกวิดีโอเพลงนี้ก็มีภาพที่เปี่ยมไปด้วยพลังสลับกับฉากการแข่งรถที่พุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง TAEYONG (แทยง) ได้มีส่วนร่วมในการออกแบบท่าเต้นของเพลงไตเติล Blingy (บลิงกี) เพื่อนำเสนอสไตล์ฮิปอันเป็นเอกลักษณ์ของวง พร้อมสะท้อนความมั่นใจผ่านการแสดงระดับท็อปคลาสที่ดึงดูดสายตาของผู้ชม ทั้งการผสมผสานท่าเต้นฮิปฮอปสุดดุดันเข้ากับดนตรีที่เร้าใจ และการสร้างความโดดเด่นด้วยการสลับอารมณ์ระหว่างความกระฉับกระเฉงกับจังหวะที่ผ่อนคลาย ตลอดจนท่ามือที่เป็นเอกลักษณ์ติดตา อัลบั้มชุดใหม่นี้จะเน้นไปที่แนวฮิปฮอป โดยมีตั้งแต่เพลงฮิปฮอป Legacy (เลกาซี) ที่ส่งต่อพลังบวกอันเปรียบดั่งแสงสว่างไปทั่วกรุงโซล เมืองอันเป็นรากฐานของทีม, เพลงที่อัดแน่นไปด้วยพลังอย่าง Piata (ปิญาตา) ผสมผสานซาวนด์ร็อกเข้ากับฮิปฮอปอย่างลงตัว เนื้อเพลงแสดงถึงความมั่นใจที่จะเปลี่ยนเวทีให้กลายเป็นเทศกาลอันร้อนแรง ราวกับได้สนุกสุดเหวี่ยงไปกับการทุบตุ๊กตาปิญาตาในเทศกาล, เพลงโอลด์สกูลฮิปฮอป Step Up (สเตป อัป) ที่ปลดปล่อยพลังอันกล้าหาญในการก้าวข้ามขีดจำกัดตามแบบฉบับของตนเองอย่างไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใดที่จะเกิดขึ้นทั้งนั้น และเพลงฮิปฮอปสนุก ๆ IKR (ไอเคอาร์) นำเสนอทัศนคติอันเด็ดเดี่ยวและความเชื่อมั่นอันแน่วแน่ในการปฏิเสธวิถีที่จำเจจนคาดเดาได้ และทำให้โลกตะลึงด้วยภาพลักษณ์ใหม่ให้สมกับชื่อเพลงว่า I Know, Right? ไปจนถึงเพลงฮิปฮอปสไตล์ไฮเพอร์แทร็ป Day After Day (เดย์ อาฟเตอร์ เดย์) สื่อถึงการก้าวไปข้างหน้าในแบบที่ยังเป็นตัวของตัวเองเสมอ ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีเพลงป็อปร็อก 127 Million Miles (วันทูเซเว่น มิลเลียน ไมล์ส) ที่สมาชิกได้ร่วมร้องครบทั้ง 7 คน ซึ่งรวมถึง DOYOUNG (โดยอง) และ JUNGWOO (จองอู) โดยหยิบยกตัวเลขเชิงสัญลักษณ์อย่าง 127 มาผสานเข้ากับคำสัญญาที่จะคอยมองและเคียงข้างกันเสมอไม่ว่าจะอยู่ห่างไกลกันเพียงใด นับเป็นการถ่ายทอดความรักอันลึกซึ้งและความจริงใจที่มีต่อแฟนคลับได้อย่างมีชั้นเชิง, เพลงอินดี้ป็อป Getaway (เกตอะเวย์) ที่มอบกำลังใจและช่วยเยียวยาผู้คนที่เหนื่อยล้าจากวิถีชีวิตอันเร่งรีบ พร้อมเชิญชวนให้ออกเดินทางอย่างไร้จุดหมายสักหนึ่งวัน เพื่อดื่มด่ำกับอิสรภาพอย่างเต็มที่ ตลอดจนเพลงป็อป I mean, Its about time (ไอ มีน, อิตส์ อะเบาต์ ไทม์) ที่ TAEYONG (แทยง) และ JOHNNY (จอห์นนี่) ร่วมแต่งเนื้อร้องนั้น พาย้อนรำลึกถึงช่วงเวลาตลอดทศวรรษที่ผ่านมา พร้อมสื่อถึงความตั้งใจที่จะพึ่งพาอาศัยและก้าวเดินเคียงข้างกันไปสู่อนาคต นอกจากนี้ SM True (เอสเอ็ม ทรู) ได้ร่วมฉลองครบรอบเดบิวต์ 10 ปีของ NCT 127 (เอ็นซีที วันทูเซเว่น) ด้วยการเปิดพรีออเดอร์อัลบั้มเต็มชุดที่ 7 BLINGY (Photobook Ver. SM True Exclusive) ซึ่งมีภาพปกและโฟโตการ์ดสุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะแค่ในอัลบั้มเวอร์ชันนี้เท่านั้น สั่งจองกันได้แล้ววันนี้ที่ร้านค้า SM True Store ในแอป Shopee ทางลิงก์ https://shp.ee/6jLem2te ทั้งนี้ NCT 127 (เอ็นซีที วันทูเซเว่น) เตรียมจัดคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งที่ห้า NCT 127 5TH TOUR 'NEO CITY : BANGKOK - THE REDLINE' (เอ็นซีที วันทูเซเว่น ฟิฟธ์ ทัวร์ 'นีโอ ซิตี้ : แบงค็อก - เดอะ เรดไลน์') ในวันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม และวันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน 2026 เวลา 19:00 น. ณ ธรรมศาสตร์ สเตเดียม โดยจะเปิดจำหน่ายบัตรรอบสมาชิก NCTzen 127 Membership (GL) Pre-Sale ในวันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2026 เวลา 19:0023:59 น. รอบสมาชิก JOY-CLUB Pre-Sale วันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2026 เวลา 11:0015:59 น. และรอบบุคคลทั่วไป วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2026 ตั้งแต่เวลา 11:00 น. เป็นต้นไป ทางเคาน์เตอร์เซอร์วิส ออลล์ทิคเก็ต ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ และทางเว็บไซต์ www.allticket.com/event/NCT127_NEOCITY_THE_REDLINEinBKK

SNNP มอบรางวัลผู้โชคดีสัปดาห์แรกแคมเปญ “Bento x SPIDER-MAN: BRAND NEW DAY”
อ่าน

SNNP มอบรางวัลผู้โชคดีสัปดาห์แรกแคมเปญ “Bento x SPIDER-MAN: BRAND NEW DAY”

#ทันหุ้น-บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SNNP มอบรางวัลแก่ผู้โชคดีสัปดาห์แรก จากแคมเปญสุดยิ่งใหญ่แห่งปี “Bento x SPIDER-MAN: BRAND NEW DAY Lucky Draw Promotion” เปิดโอกาสให้ร่วมมสนุกและลุ้นรับ PlayStation 5 (PS5) พร้อมเกม MARVEL'S SPIDER-MAN 2 และของพรีเมียมลิขสิทธิ์แท้จาก Bento x SPIDER-MAN กว่า 4,000 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 2.3 ล้านบาทผู้สนใจร่วมสนุกกับแคมเปญ ได้ถึงวันที่ 20 สิงหาคม 2569 เพียงซื้อผลิตภัณฑ์เบนโตะครบทุก 100 บาท รับ 1 สิทธิ์ลุ้นรางวัล โดยอัปโหลดภาพใบเสร็จผ่านช่องทางที่กำหนด ไม่จำกัดจำนวนสิทธิ์ พร้อมจับรางวัลและประกาศรายชื่อผู้โชคดีทุกสัปดาห์ ติดตามรายละเอียดและเงื่อนไขได้ทางFacebook: BentoSquid

“กรุงไทย” ผนึก “แสนสิริ” ขายหุ้นกู้ดิจิทัล ผ่านเป๋าตัง 27 ส.ค.นี้
อ่าน

“กรุงไทย” ผนึก “แสนสิริ” ขายหุ้นกู้ดิจิทัล ผ่านเป๋าตัง 27 ส.ค.นี้

#ทันหุ้น - ธนาคารกรุงไทย ร่วมกับ บริษัท แสนสิริ เดินหน้ายกระดับตลาดทุนดิจิทัลเตรียมเสนอขาย “หุ้นกู้ดิจิทัลแสนสิริ” ผ่านวอลเล็ตซื้อขายหุ้นกู้บนแอปฯ “เป๋าตัง” เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการลงทุนได้ง่าย ทั่วถึง และเท่าเทียม มั่นคงระยะยาว  ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 1,000 บาท พร้อมรับดอกเบี้ย [3.70–3.80]% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้ 5 ปี  ดีเดย์ 27 ส.ค. นี้นายวิชาญ วิริยะภูษิต ประธานผู้บริหารสายการเงิน บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย  เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาแสนสิริและธนาคารกรุงไทยประสบความสำเร็จในการเป็นผู้นำที่ริเริ่มการระดมทุนรูปแบบดิจิทัล เพื่อให้นักลงทุนเข้าถึงการลงทุนได้ง่ายและเท่าเทียมมาตลอดระยะเวลากว่า 5 ปี ในครั้งนี้แสนสิริจึงเตรียมเสนอขาย “หุ้นกู้ดิจิทัล” อีกครั้ง ตามคำเรียกร้อง ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ของธนาคารกรุงไทย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนได้ลงทุนในบริษัทที่มั่นคง โดยคาดว่าจะเปิดให้จองซื้อ ในวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอด้วยอัตราดอกเบี้ยคงที่ [3.70 – 3.80]% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยที่แน่นอนจะประกาศอีกครั้งภายหลัง ระยะเวลาลงทุน 5 ปี รับดอกเบี้ยทุก 3 เดือน รวมทั้งยังสามารถซื้อขายในตลาดรองได้แบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง โดยหุ้นกู้ดิจิทัลแสนสิริ เป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ BBB+ แนวโน้ม “คงที่” จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 สะท้อนถึงแบรนด์ที่แข็งแกร่ง มีโปรดักส์ที่ตอบรับทุกความต้องการที่อยู่อาศัย ตลอดจนความสามารถในการทำกำไรที่ดี  “แสนสิริ” ยืนหยัด 40 ปี ชูบทบาทเอกชนยุคใหม่ สร้างต้นแบบความยั่งยืน นอกเหนือจากความสำเร็จและบทบาทผู้นำในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย แสนสิริยังคงมุ่งมั่นในพันธกิจการเป็นพลเมืองดีของสังคม (Good Citizen) เคียงข้างคนไทยมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี ภายใต้แนวคิด ESG ที่เน้นการดูแล 4 เสาหลักอย่างยั่งยืน แสนสิริได้เข้าไปมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาสังคมในหลากมิติโดยมุ่งเน้น “การสร้างต้นแบบที่นำไปใช้ได้จริง” ตั้งแต่การลงพื้นที่ช่วยเหลือชุมชนและคู่ค้าในภาวะวิกฤต การส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนในกลุ่มร้านอาหารและเกษตรกรรายย่อย ไปจนถึงการยกระดับเชิงระบบเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ผ่านโครงการ “Zero Dropout: เด็กทุกคนต้องได้เรียน” ที่นำร่องในจังหวัดราชบุรี ซึ่งสามารถช่วยเหลือนักเรียนและเยาวชนนอกระบบให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาได้แล้วกว่า 13,000 คน ตอกย้ำความสำเร็จด้วยรางวัลองค์กรขับเคลื่อนดีเด่นระดับประเทศ Prime Minister's TZD+ Award ประจำปี 2569 ทั้งนี้ ความมุ่งมั่นในการสร้างความเท่าเทียมดังกล่าวได้ส่งต่อมาถึงแนวคิดการออก “หุ้นกู้ดิจิทัลแสนสิริ” ที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงการลงทุนที่ทั่วถึงด้วยยอดจองขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท ควบคู่ไปกับการทำธุรกรรมแบบไร้กระดาษเพื่อมุ่งสู่ Green Mission ร่วมกันอย่างยั่งยืน “การออกและเสนอขายหุ้นกู้ดิจิทัลแสนสิริที่ผ่านมา นักลงทุนได้ให้ความเชื่อมั่นในบริษัท จนประสบความสำเร็จในการขาย อีกทั้งการเสนอขายหุ้นกู้ผ่านแอปพลิเคชันที่ผู้ลงทุนรายย่อยคุ้นเคยเป็นอย่างดีอย่างแอปฯ “เป๋าตัง” จึงมั่นใจว่า หุ้นกู้ดิจิทัลแสนสิริในชุดนี้จะได้รับการตอบรับที่ดีเช่นเดียวกับที่ผ่านมา” นายวิชาญ กล่าวนายรวินทร์ บุญญานุสาสน์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ความร่วมมือกับแสนสิริในครั้งนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นของธนาคารในการยกระดับตลาดทุนไทยผ่านนวัตกรรมดิจิทัล พร้อมส่งเสริมให้คนไทยทุกกลุ่ม สามารถเข้าถึงบริการด้านการเงินและการลงทุนได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม และสะดวกยิ่งขึ้นโดยมุ่งพัฒนานวัตกรรมและบริการทางการเงินเพื่อสร้างโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไทยในทุกช่วงของชีวิตสอดคล้องกับแนวคิด "60 ปี กรุงไทย ทุกก้าว เพื่อล้านอนาคต"“ธนาคารเชื่อมั่นว่า หุ้นกู้ดิจิทัลแสนสิริจะได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ลงทุนเช่นเดียวกับที่ผ่านมา โดยนอกจากจะเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการผลตอบแทนสม่ำเสมอในภาวะตลาดผันผวนแล้ว ยังช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนรายใหม่สามารถเริ่มต้นลงทุนได้ง่ายด้วยเงินเพียง 1,000 บาท ผ่านวอลเล็ตซื้อขายหุ้นกู้บนแอปฯ เป๋าตัง ซึ่งรองรับการซื้อขายหุ้นกู้ในตลาดรองได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผู้ลงทุนได้รับหุ้นกู้ทันทีเมื่อซื้อ ได้รับเงินทันทีเมื่อขาย และสามารถติดตามข้อมูลการถือครอง รวมถึงราคาซื้อขายได้แบบครบวงจรในที่เดียว”หุ้นกู้ดิจิทัลแสนสิริ เป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับ BBB+/Stable โดยทริสเรทติ้ง โดยแสนสิริเป็นผู้บุกเบิกการออกหุ้นกู้ดิจิทัลในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายแรกของเอเชีย ตอกย้ำการพัฒนานวัตกรรมการระดมทุนที่เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการลงทุนได้มากขึ้นทั้งนี้ คาดว่าจะเปิดจองซื้อผ่านวอลเล็ตซื้อขายหุ้นกู้บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ตั้งแต่เวลา 08.30 น. ของวันที่ 27 สิงหาคม 2569 จนกว่าจะเต็มจำนวนเสนอขาย แต่จะไม่เกินเวลา 15.00 น. ของวันที่ 31 สิงหาคม 2569โดยกำหนดวงเงินจองซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อรายการ จัดสรรในรูปแบบ ผู้จองซื้อก่อนมีสิทธิก่อน (First Come, First Served)สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจและยังไม่มีวอลเล็ตซื้อขายหุ้นกู้ สามารถลงทะเบียนผ่านแอปฯ "เป๋าตัง" พร้อมกรอกข้อมูลและทำแบบประเมินความเหมาะสมในการลงทุน (Suitability Test) เติมเงินในวอลเล็ตซื้อขายหุ้นกู้ หรือ เลือกผูกบัญชีธนาคากรุงไทย ไว้ล่วงหน้า เพื่อเตรียมพร้อมจองซื้อหุ้นกู้ หรือศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมผ่าน www.krungthai.com/th/krungthai-update/promotion-detail/916