รีเซต

ผลการค้นหา “#SmartWatch” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
เปิดลิสต์ 5 Smartwatch สุดล้ำสำหรับนักดำน้ำและนักว่ายน้ำ ปี 2025
อ่าน

เปิดลิสต์ 5 Smartwatch สุดล้ำสำหรับนักดำน้ำและนักว่ายน้ำ ปี 2025

พลิกโฉมโลกใต้ทะเลด้วย AI บนข้อมือ ปี 2025 คือยุคที่สมาร์ทวอทช์ไม่ได้มีไว้แค่นับก้าวหรือตอบไลน์อีกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกของการผจญภัยทางน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการ ว่ายน้ำ ออกกำลังกายในสระอย่างจริงจัง หรือการ ดำน้ำลึก (Scuba/Freediving) ที่ต้องพึ่งพาข้อมูลที่แม่นยำเพื่อความปลอดภัยสูงสุด สมาร์ทวอทช์หรือที่บางครั้งเรียกว่า ไดฟ์คอมพิวเตอร์ (Dive Computer) ได้พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด จนกลายเป็นอุปกรณ์ไฮบริดที่รวมความหรูหราของนาฬิกาในชีวิตประจำวันเข้ากับความเชี่ยวชาญของอุปกรณ์ดำน้ำมืออาชีพได้อย่างลงตัว บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจโลกของนาฬิกาอัจฉริยะสายน้ำแห่งปี พร้อมเจาะลึกปัจจัยสำคัญที่คุณไม่ควรมองข้ามในการเลือกคู่หูใต้น้ำที่สมบูรณ์แบบ! ปัจจัยชี้ชะตา: 5 สิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนควักกระเป๋า การเลือกสมาร์ทวอทช์สำหรับการดำน้ำไม่ใช่แค่ดูว่า "กันน้ำได้ลึกแค่ไหน" แต่มันคือการลงทุนในความปลอดภัยและประสิทธิภาพของคุณเอง: มาตรฐานการกันน้ำ (Depth Rating Certification): นักว่ายน้ำ/ดำน้ำตื้น: ควรเลือกที่ระดับ 5 ATM (50 เมตร) หรือดีกว่านั้น นักดำน้ำ Scuba/Free Diving ทั่วไป: ต้องเลือกที่ระดับ 10 ATM (100 เมตร) ขึ้นไป ซึ่งถือว่าเพียงพอต่อการดำน้ำสันทนาการส่วนใหญ่ (40 เมตร) และควรพิจารณามาตรฐาน EN 13319 หรือรุ่นที่ระบุว่ามีฟังก์ชัน Dive Computer โดยเฉพาะ โหมดดำน้ำเฉพาะทาง (Dedicated Dive Modes): ต้องไม่ใช่แค่จับเวลา แต่ต้องสามารถคำนวณข้อมูลสำคัญเพื่อความปลอดภัย เช่น No-Decompression Limit (NDL): ระยะเวลาที่อยู่ใต้น้ำได้อย่างปลอดภัยก่อนต้องหยุดลดแรงกด Safety Stop: การคำนวณเวลาและระยะความลึกที่ต้องหยุดเพื่อความปลอดภัย รองรับ Nitrox / Trimix: สำหรับนักดำน้ำขั้นสูงที่ใช้แก๊สผสม ความคมชัดของหน้าจอ (Screen Visibility): ใต้น้ำที่มืดมิดหรือมีแสงแดดจ้า หน้าจอต้องสว่าง คมชัด และอ่านง่ายในระยะ 25 ซม. เทคโนโลยีหน้าจอ AMOLED สว่างสดใส หรือ Transflective ของ Garmin ที่ประหยัดพลังงาน ถือเป็นตัวเลือกสำคัญ อายุการใช้งานแบตเตอรี่ (Battery Life): นี่คือหัวใจสำคัญ! นาฬิกาบางรุ่นสามารถใช้งานในโหมด Smartwatch ได้นานเป็นสัปดาห์ แต่เมื่อเข้าสู่ โหมดดำน้ำ (Dive Mode) ที่เปิด GPS หรือเซ็นเซอร์เต็มรูปแบบ แบตเตอรี่จะลดลงอย่างรวดเร็ว ควรเลือกรุ่นที่สามารถรองรับการดำน้ำหลายครั้งต่อวันโดยไม่ต้องชาร์จซ้ำ (ที่มา: YouTube/Best 6 Smartwatch Dive Computers) การเชื่อมต่อ Air Integration (สำหรับ Scuba): ฟีเจอร์ระดับโปรที่ช่วยให้สมาร์ทวอทช์สามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายกับถังอากาศ (ผ่าน Transmitter) เพื่อแสดงปริมาณอากาศที่เหลืออยู่บนข้อมือได้ทันที ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่เพิ่มความปลอดภัยอย่างสูงสุด ฟีเจอร์ที่ต้องมี และ 5 รุ่นสุดปังแห่งปี 2025 สำหรับสมาร์ทวอทช์สายน้ำแห่งปี 2025 ฟีเจอร์ต่อไปนี้คือสิ่งที่ยกระดับประสบการณ์การผจญภัยของเรา ควรมีอย่างน้อยดังนี้ Dive Readiness (ความพร้อมในการดำน้ำ): ฟีเจอร์อัจฉริยะที่ใช้ข้อมูลการนอนหลับ อัตราการเต้นของหัวใจ และความเครียด เพื่อประเมินว่าร่างกายของคุณพร้อมที่จะดำน้ำในวันนั้นหรือไม่ GPS บนผิวน้ำ: ระบบ GPS ที่แม่นยำสำหรับบันทึกจุดเริ่มต้นและสิ้นสุดการดำน้ำ เพื่อช่วยนำทางกลับไปยังเรือหรือชายฝั่งหลังขึ้นสู่ผิวน้ำ การเชื่อมต่อกับแอปสุขภาพเชิงลึก: สามารถซิงค์ข้อมูลการดำน้ำและการว่ายน้ำทั้งหมดไปยังแอปสุขภาพหลัก และวิเคราะห์สถิติความก้าวหน้า เช่น Stroke Rate (อัตราการพาย) และ SWOLF Score (ประสิทธิภาพการว่ายน้ำ) แนะนำ 5 รุ่นเด่นที่สุดสำหรับนักผจญภัยใต้น้ำปี 2025 Huawei Watch Ultimate 2 Huawei Watch Ultimate 2 คือที่สุดของสมาร์ทวอทช์และคอมพิวเตอร์ดำน้ำระดับมืออาชีพ ด้วยความสามารถในการกันน้ำลึกถึง 150 เมตร (20ATM) และตัวเรือนที่ผลิตจากวัสดุ Zirconium-based Liquid Metal ที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ จุดเด่นที่ต้องซื้อคือการปฏิวัติการสื่อสารใต้น้ำด้วย ระบบโซนาร์ (Sonar-based Communication) เป็นครั้งแรกของโลก ที่ช่วยให้นักดำน้ำสามารถส่งข้อความและสัญญาณ SOS ฉุกเฉินไปยังเพื่อนร่วมดำน้ำในระยะ 30-60 เมตรได้อย่างง่ายดายและปลอดภัยยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีหน้าจอ AMOLED ความสว่าง 3,500 nits ที่อ่านค่าได้อย่างชัดเจนทุกสภาวะ นาฬิกานี้จึงเหมาะสำหรับ นักดำน้ำมืออาชีพและมือสมัครเล่น ที่ต้องการมาตรฐานอุปกรณ์ดำน้ำ (EN 13319) และฟังก์ชันคำนวณการดำน้ำขั้นสูง, นักผจญภัยและผู้รักกิจกรรมกลางแจ้งสุดขั้ว ที่ต้องการความทนทานระดับพรีเมียมและ GPS ความแม่นยำสูง, รวมถึง ผู้ที่ชื่นชอบเทคโนโลยีระดับสูง ที่มองหานาฬิกาหรูหราพร้อมคุณสมบัติสุขภาพที่ครบครันและแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน Garmin Descent Mk3i Garmin Descent Mk3i คืออุปกรณ์ที่รวมสุดยอดคอมพิวเตอร์ดำน้ำเข้ากับสมาร์ทวอทช์มัลติสปอร์ตระดับพรีเมียมไว้ในเรือนเดียว จุดเด่นที่ต้องมีคือเทคโนโลยี SubWave Sonar ที่เป็นกุญแจสำคัญในการเปิดใช้งาน การสื่อสารระหว่างนักดำน้ำ (Diver-to-Diver Messaging) และการ ติดตามแรงดันถังอากาศแบบไร้สาย (ผ่านตัวส่งสัญญาณ Descent T2 ที่จำหน่ายแยก) ของเพื่อนร่วมกลุ่มได้สูงสุด 8 คน ในระยะ 30 เมตร ทำให้การทำงานเป็นทีมใต้น้ำมีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด นาฬิกาถูกออกแบบมาให้ทนทานด้วยการกันน้ำลึกถึง 200 เมตร และมาพร้อมหน้าจอ AMOLED ที่สว่างคมชัดเป็นพิเศษ พร้อมเครื่องมือใหม่ที่สำคัญอย่าง Dive Readiness Tool ซึ่งช่วยประเมินความพร้อมทางร่างกายก่อนดำน้ำ Descent Mk3i จึงเหมาะสำหรับ นักดำน้ำทุกระดับ ตั้งแต่สันทนาการจนถึงเทคนิคที่ต้องการอุปกรณ์แบบครบวงจร พร้อมฟีเจอร์ด้านสุขภาพและกีฬาที่ครอบคลุมของ Garmin เพื่อใช้เป็นนาฬิกาเรือนเดียวสำหรับการผจญภัยและการใช้งานในชีวิตประจำวัน Apple Watch Ultra 3 Apple Watch Ultra 3 คือสุดยอดสมาร์ทวอทช์สำหรับการผจญภัยที่รวมฟังก์ชันคอมพิวเตอร์ดำน้ำเพื่อการสันทนาการเข้ากับคุณสมบัติอัจฉริยะที่เหนือชั้น จุดเด่นที่ต้องซื้อคือการผสมผสานความทนทานของตัวเรือน ไทเทเนียม ที่กันน้ำได้ 100 เมตร และได้รับการรับรองมาตรฐานดำน้ำ EN 13319 ทำให้สามารถใช้งานเป็นคอมพิวเตอร์ดำน้ำลึกสูงสุด 40 เมตร (เมื่อใช้ร่วมกับแอป Oceanic+) หน้าจอ Retina Display ที่สว่างที่สุด (สูงสุด 3,000 nits) ช่วยให้การอ่านข้อมูลใต้น้ำเป็นเรื่องง่าย พร้อมเพิ่มความอุ่นใจด้วยคุณสมบัติความปลอดภัยที่ได้รับการปรับปรุง เช่น ปุ่ม Action Button และ SOS ฉุกเฉินผ่านดาวเทียม (Satellite SOS) นาฬิกานี้จึงเหมาะสำหรับ นักผจญภัยหลากหลายรูปแบบ รวมถึง นักดำน้ำมือใหม่ถึงระดับกลาง ที่ต้องการคอมพิวเตอร์ดำน้ำสำรองที่ผสานรวมเข้ากับ ระบบนิเวศของ Apple ได้อย่างราบรื่น มอบทั้งการติดตามสุขภาพที่ละเอียด, ฟังก์ชันกีฬาที่ครบครัน, และความทนทานระดับสูงสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันและการผจญภัยที่ท้าทาย Suunto D5 Suunto D5 คือคอมพิวเตอร์ดำน้ำแบบนาฬิกาที่ลงตัวทั้งในด้านดีไซน์และฟังก์ชันการใช้งาน จุดเด่นหลักที่น่าสนใจคือ หน้าจอสี LED ความละเอียดสูง ที่คมชัดและอ่านง่ายในทุกสภาวะแสง และความสามารถในการ เชื่อมต่อแรงดันอากาศแบบไร้สาย (เมื่อใช้กับ Tank POD ที่จำหน่ายแยก) เพื่อแสดงปริมาณอากาศในถังได้โดยตรงบนข้อมืออย่างสะดวกสบาย D5 ใช้ อัลกอริทึม Fused RGBM 2 ที่สามารถปรับระดับความระมัดระวังได้ มีโหมดดำน้ำครบถ้วนทั้ง Air, Nitrox, Gauge และ Freedive พร้อมด้วยเข็มทิศดิจิทัลและการแจ้งเตือนแบบสั่น ทำให้นาฬิกาเรือนนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ นักดำน้ำสันทนาการทุกระดับ และ นักเดินทางที่ดำน้ำบ่อยครั้ง ที่ต้องการคอมพิวเตอร์ดำน้ำขนาดกะทัดรัดที่สวมใส่สบาย ใช้งานง่ายในชีวิตประจำวัน และมีฟีเจอร์ความปลอดภัยที่จำเป็นสำหรับการดำน้ำเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ Garmin Fenix 8 Garmin Fenix 8 คือสุดยอดนาฬิกา GPS มัลติสปอร์ตที่มาพร้อมความสามารถเป็นคอมพิวเตอร์ดำน้ำเพื่อการสันทนาการที่ครบถ้วน โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ หน้าจอ AMOLED ที่สว่างคมชัดเป็นพิเศษและรองรับโหมด Scuba Dive และ Apnea Dive ด้วยขีดจำกัดความลึก 40 เมตร ซึ่งเพียงพอสำหรับนักดำน้ำส่วนใหญ่ Fenix 8 ใช้ อัลกอริทึม Bhlmann ZHL-16C พร้อมปัจจัยการอนุรักษ์ที่ปรับได้ และมีฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยและการนำทางที่สำคัญ เช่น เข็มทิศ 3 แกน, การรองรับ Nitrox, และการบันทึกตำแหน่งด้วย GPS หลายย่านความถี่ ทำให้นาฬิกานี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ นักดำน้ำสันทนาการและนักฟรีไดฟ์ รวมถึง นักกีฬาที่รักการผจญภัยหลากหลายประเภท ที่ต้องการอุปกรณ์พรีเมียมเรือนเดียวที่ทนทาน มีสไตล์ และมีประสิทธิภาพสูงทั้งในการติดตามกิจกรรมกีฬาในชีวิตประจำวันและสำรวจโลกใต้น้ำ แม้จะขาดการรวมระบบแรงดันอากาศแบบไร้สาย (Air Integration) แต่ก็ยังเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการความสามารถในการดำน้ำที่เชื่อถือได้ในรูปแบบสมาร์ทวอทช์ โดยสรุปแล้ว ปี 2025 สมาร์ทวอทช์สำหรับกิจกรรมทางน้ำได้แบ่งตัวเองออกเป็นสองขั้วอย่างชัดเจน คือ "Hybrid Dive Computer" ที่เน้นความปลอดภัยของการดำน้ำลึก และ "Ultimate Sports Watch" ที่เน้นความครบเครื่องของกิจกรรมบนบกและในน้ำ เพื่อนๆ ลองเลือกคู่หูที่ดีที่สุดตามสไตล์การผจญภัยของเราได้เลย! Photo Credit : Huawei, Garmin, Apple,Suunto

Samsung Galaxy Ring แหวนอัจฉริยะแบบ Smart Watch เตรียมขายไทยแล้ว เริ่มต้น 14,900 บาท
อ่าน

Samsung Galaxy Ring แหวนอัจฉริยะแบบ Smart Watch เตรียมขายไทยแล้ว เริ่มต้น 14,900 บาท

ซัมซุง สร้างปรากฏการณ์ใหม่แห่งวงการอุปกรณ์สวมใส่เพื่อสุขภาพ เปิดตัว Samsung Galaxy Ring แหวนอัจฉริยะที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้ที่ใส่ใจสุขภาพอย่างไร้รอยต่อ โดย Galaxy Ring ไม่ได้เป็นเพียงแค่อุปกรณ์เสริม แต่คือการนำเสนอวิถีชีวิตใหม่ที่จะยกระดับการดูแลสุขภาพให้เป็นเรื่องง่าย และสะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยการติดตามสุขภาพได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งกลางวันและกลางคืน ไม่ว่าจะเป็นการตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ วิเคราะห์การนอนหลับ ไปจนถึงการตรวจจับการกรน ทั้งหมดนี้ถูกออกแบบมาให้อยู่ในแหวนไทเทเนียมสุดหรูตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตประจำวัน พร้อมเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยที่งาน Thailand Mobile Expo 2024 ระหว่างวันที่ 24 - 27 ตุลาคมนี้ และเตรียมจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายนนี้ เป็นต้นไปนายมาร์ค คิม ประธานองค์กร ธุรกิจโมบายล์ เอ็กซ์พีเรียนซ์ บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า ซัมซุงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีที่ผสานความล้ำสมัยเข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเราได้เปิดตัว Galaxy Ring ในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการดูแลสุขภาพให้กับทุกคนตลอด 24 ชม. มาพร้อมกับดีไซน์พรีเมี่ยม สวมใส่สบายและเทคโนโลยี AI อัจฉริยะ เรามั่นใจว่า Galaxy Ring จะไม่ใช่แค่อุปกรณ์เสริม แต่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ที่จะช่วยให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดีขึ้นและใช้ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นGalaxy Ring นิยามใหม่ของอุปกรณ์สวมใส่เพื่อสุขภาพGalaxy Ring ไม่ได้เป็นเพียงแค่อุปกรณ์เสริม แต่คือการนำเสนอวิถีชีวิตใหม่ที่จะยกระดับการดูแลสุขภาพให้เป็นเรื่องง่าย และสะดวกสบายยิ่งขึ้น ติดตามสุขภาพได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งกลางวันและกลางคืน ด้วยนวัตกรรมการติดตามสุขภาพรูปแบบใหม่ เพื่อการสวมใส่อย่างสบาย ด้วยดีไซน์แหวนคลาสสิก ใส่ได้ในทุกโอกาสและช่วงเวลา ได้รับการออกแบบให้มีความบางและเบา ด้วยขนาดเพียง 7.0 มิลลิเมตร และน้ำหนักเริ่มต้นเพียง 2.3 กรัม แต่ยังคงความทนทานด้วยวัสดุไทเทเนียมเกรดพรีเมียมที่ไม่เพียงแค่เพิ่มความหรูหรา แต่ยังให้ความมั่นใจในการใช้งานที่ทนทานในทุกสภาวะ นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติการกันน้ำระดับ IP68/10ATM ที่สามารถใช้งานได้ลึกถึง 100 เมตร ทำให้คุณสามารถใส่ Galaxy Ring ได้อย่างไร้กังวลไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งต่าง ๆ พร้อมมั่นใจใส่ได้ทั้งวัน ไม่ต้องกังวลเรื่องแบต เพราะ Galaxy Ring มาพร้อมการใช้งานได้นานต่อเนื่องสูงสุดถึง 7 วันต่อการชาร์จหนึ่งครั้งAI อัจฉริยะเพื่อสุขภาพที่เข้าใจคุณGalaxy Ring ไม่เพียงแค่ติดตามสุขภาพทั่วไปเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมกับ AI-powered Health Tracking หรือการดูแลสุขภาพที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่สามารถติดตามข้อมูลสุขภาพตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นการนอน การออกกำลังกายในรูปแบบใหม่ ง่ายเป็นหนึ่งเดียวกับชีวิตประจำวัน ด้วยฟีเจอร์ต่าง ๆ ได้แก่ Sleep Tracking จะวิเคราะห์การนอนอย่างละเอียด ทั้งเวลานอน คุณภาพการนอน และการเคลื่อนไหวระหว่างนอน ที่มาพร้อมกับ Snoring Detection การดักจับการกรน บันทึกเสียงการกรนอัตโนมัติระหว่างนอน เมื่อทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟน Samsung นอกจากนี้ยังมี Sleep Coaching ที่ประมวลการนอนพร้อมช่วยแนะนำวิธีการพัฒนาการนอนให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความสดชื่นและพลังที่เต็มเปี่ยมสำหรับการออกกำลังกาย Galaxy Ring จะคอยติดตามทุกการเคลื่อนไหวของคุณอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การวิ่ง หรือนับก้าวและแคลอรี่ รวมถึง Stress Monitoring ติดตามความเครียด อีกทั้ง Cycle Tracking เพื่อติดตามรอบเดือนสำหรับสุภาพสตรี ที่ช่วยให้การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมทั้งยังมีฟีเจอร์ Heart Rate High / Low Alert ที่จะแจ้งเตือนหากอัตราการเต้นของหัวใจสูงหรือต่ำเกินไป ฟีเจอร์เหล่านี้ทำให้การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องง่ายและแม่นยำยิ่งขึ้นนอกจากนี้เพื่อการดูแลสุขภาพที่แม่นยำมากขึ้น Galaxy Ring ยังมาพร้อมกับการประมวลผลด้วยเทคโนโลยี Health AI ที่ช่วยประมวลผลข้อมูลสุขภาพผ่านฟีเจอร์ Energy Score ซึ่งจะวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น การนอนหลับ การหายใจระหว่างการนอนหลับ และการออกกำลังกายในแต่ละวัน เพื่อให้สามารถปรับการดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสมกับสภาพร่างกายที่แท้จริง นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Wellness Tips ที่จะให้คำแนะนำด้านสุขภาพเฉพาะบุคคล โดยคำนึงถึงเป้าหมายด้านสุขภาพและความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน ทำให้การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องง่ายและเป็นมิตรกับทุกไลฟ์สไตล์การเชื่อมต่อที่สมบูรณ์แบบเพื่อประสบการณ์ที่เหนือระดับGalaxy Ring ยังสามารถทำงานร่วมกับ Samsung Galaxy Watch และสมาร์ทโฟน Samsung ได้อย่างไร้รอยต่อด้วยฟีเจอร์ Magical Control ที่สามารถควบคุมการทำงานของสมาร์ทโฟนได้ง่าย ๆ เพียงแค่การจีบนิ้วสองครั้ง เช่น การปิดนาฬิกาปลุกหรือการถ่ายภาพ นอกจากนี้ การใช้งานร่วมกับ Galaxy Watch ยังช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์สุขภาพ และยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ของแหวนได้ถึง 30% เนื่องจากการใช้พลังงานจะอยู่บนนาฬิกาเป็นหลัก ทำให้สามารถใช้งาน Galaxy Ring ได้นานยิ่งขึ้นการเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของซัมซุงในการนำเสนออุปกรณ์เสริมที่ไม่เพียงแต่ดูแลสุขภาพ แต่ยังเข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้คนในยุคดิจิทัลได้อย่างลงตัว Samsung Galaxy Ring จะเปลี่ยนวิธีที่คุณดูแลสุขภาพและเปิดประสบการณ์ใหม่ที่เชื่อมต่อคุณกับชีวิตที่ดีขึ้นในทุก ๆ ด้าน โดย Galaxy Ring มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Titanium Black, Titanium Silver และ Titanium Gold ในราคาเริ่มต้น 14,900 บาท สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.samsung.com/th/rings/galaxy-ringพบกับ Galaxy Ring ครั้งแรกในประเทศไทยที่งาน Thailand Mobile Expo 2024 ระหว่างวันที่ 24-27 ตุลาคม 2567 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ บูธซัมซุง และเตรียมตัวให้พร้อมกับการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2567ที่มาข้อมูล หมายข่าวประชาสัมพันธ์จาก Samsungที่มารูปภาพ Samsung, TNN Tech

นาฬิกา G-SHOCK Smart Watch นาฬิกา G-SHOCK ผู้ชาย รุ่นไหนดี ราคาเท่าไหร่
อ่าน

นาฬิกา G-SHOCK Smart Watch นาฬิกา G-SHOCK ผู้ชาย รุ่นไหนดี ราคาเท่าไหร่

นาฬิกา G-SHOCK Smart Watch ทำไมถึงน่าสนใจ สายสุขภาพ หรือผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายน่าจะต้องมี Smart Watch อย่างน้อย ซัก 1 เรือน เพื่อบันทึกข้อมูลสุขภาพหรือการออกกำลังกาย สำหรับใครที่กำลังมองหา Smart Watch นาฬิกา G-SHOCK จาก Casio เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ แฟนนาฬิกา G-SHOCK ย่อมรู้กันว่า นาฬิกา G-SHOCK ขึ้นชื่อเรื่องความถึกทนและยิ่งเมื่อนำมารวมกับนวัตกรรมเพื่อสุขภาพแล้วน่าจะเป็น Smart Watch อีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าจับตา ส่วนคุณสมบัติ G-SHOCK Smart Watch ในแต่ละรุ่นนั้นเป็นอย่างไร ราคาเท่าไหร่มาดูกัน นาฬิกา G-SHOCK Smart Watch นาฬิกา G-SHOCK ผู้ชาย รุ่นไหนดี ราคาเท่าไหร่ นาฬิกา G-SHOCK Smart Watch รุ่นไหนดี ราคาเท่าไหร่ G-SHOCK G-SQUAD ซีรีส์ GBD-H1000-8 G-SHOCK G-SQUAD ซีรีส์ GBD-100-1 G-SHOCK G-SQUAD ซีรีส์ GBD-200-1 G-SHOCK G-SQUAD ซีรีส์ GBD-800-1 G-SHOCK G-SQUAD ซีรีส์ GBA-900-1A6 G-SHOCK G-SQUAD ซีรีส์ Vital Bright GBA-900SM-1A3 G-SHOCK G-SQUAD ซีรีส์ GBA-800LU-1A1 ลูกค้าทรูรับส่วนลด 200.- เมื่อซื้อสินค้าครบ 4,500.- หมดเขต 31 ก.ค. 2567 1.G-SHOCK G-SQUAD ซีรีส์ GBD-H1000-8 นาฬิกา G-SHOCK รุ่น G-SQUAD ซีรีส์ GBD-H1000-8 นาฬิกา Smart Watch สายสปอร์ตที่จัดเต็มมาทั้งเซนเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบออปติคัล ตัววัดอัตราเร่งของก้าว วัดระยะทางการวิ่ง ความเร็ว เพซ และเซนเซอร์ที่ตรวจจับทิศทางการวัด VO2 max ซึ่งวัดความแข็งแรงของหัวใจ และปอดที่เป็นตัวบ่งบอกความฟิตของร่างกาย มีอัลกอริทึมที่แม่นยำมากขึ้น ตัวเรือนด้านหลังโค้งมนลดความระคายเคืองที่หลังมือ ชาร์จไฟได้ทั้ง USB และด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ข้อมูลพื้นฐาน G-SHOCK GBD-H1000-8 ราคา 15,700 ขนาดตัวเรือน (ก x ย x ส) 54.6 55 20.4 mm น้ำหนัก 101 g วัสดุตัวเรือนและกรอบ เรซิน / สเตนเลสสตีล สายเรซิน โครงสร้าง ทนทานต่อแรงกระแทก กันน้ำลึก 200 เมตร การรับสัญญาณ GPS: รับสัญญาณอัตโนมัติ (โดยไม่มีฟังก์ชัน Mobile Link, ข้อมูลเวลา วันละครั้ง) รับสัญญาณด้วยตัวเอง (ข้อมูลตำแหน่ง ข้อมูลเวลา) ระบบการชาร์จไฟที่รองรับการชาร์จด้วยสายเฉพาะ (จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ที่มีช่องเสียบ USB Type-A) ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ คุณสมบัติเซนเซอร์ ฟังก์ชันการฝึกซ้อม การแสดงระยะทาง ความเร็ว เวลาเฉลี่ย แคลอรี่ที่เผาผลาญ -การแสดงผลการฝึกซ้อม ความเร็วฝีเท้าเฉลี่ย ความเร็ว ความเร็วเฉลี่ย อัตราการเต้นของหัวใจ อัตราการเต้นของหัวใจโดยเฉลี่ย สภาพถนน การวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่ข้อมือ (ค่าการวัดสูงสุด: 220 bpm) อัตราการเต้นของหัวใจ การตั้งค่าอัตราการเต้นของหัวใจเป้าหมาย การระบุโซนอัตราการเต้นของหัวใจแบบกราฟิก กราฟอัตราการเต้นของหัวใจ อัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด อัตราการเต้นของหัวใจต่ำสุด เทอร์โมมิเตอร์ ช่วงการแสดง: -10 ถึง 60C (14 ถึง 140F) หน่วยการแสดง: 0.1℃ (0.2℉) สามารถสลับไปมาได้ระหว่างองศาเซลเซียส (℃) และองศาฟาเรนไฮต์ (℉) คุณสมบัติของนาฬิกา 38 โซนเวลา* (38 เมือง + เวลาสากลเชิงพิกัด) นาฬิกาจับเวลา 1 วินาที การจับเวลาต่อเนื่องสูงสุด: 99:59'59'' โหมดการจับเวลา: จับเวลาตั้งแต่เริ่มต้นถึงตำแหน่งปัจจุบัน, จับเวลาเป็นช่วงๆ ในระหว่างจุดเริ่มต้นถึงสิ้นสุด ตัวนับเวลาถอยหลัง ตัวจับเวลาสำหรับช่วงเวลา (การตั้งค่าเวลาสูงสุด 5 รายการ) หน่วยการนับ: 1 วินาที ช่วงเวลาการนับ: 00'00" ถึง 60'00" (เพิ่มครั้งละ 1 วินาที) อื่นๆ: เริ่มนับใหม่อัตโนมัติ (สามารถตั้งให้นับเวลาใหม่ได้ทั้งหมด 1-20 ครั้ง) สัญญาณแจ้งต้นชั่วโมง นาฬิกาปลุกที่ปลุกทุกวัน 4 เวลา พร้อมการปลุกซ้ำ แสงไฟ LED แสงพื้นหลัง (ไฟเรืองแสงโดดเด่น) ไฟ LED อัตโนมัติเต็มรูปแบบ, เลือกระยะเวลาการเรืองแสงได้ (1.5 วินาทีหรือ 3 วินาที), แสงระเรื่อ สีไฟ LED:ขาว ปฏิทินแสดงปฏิทินแบบเต็มโดยอัตโนมัติ (ถึงปี 2099) เปิด/ปิดเสียงการทำงานของปุ่ม ประหยัดพลังงาน (จอแสดงข้อมูลจะไม่แสดงข้อมูลใดๆ หากนาฬิกาวางทิ้งอยู่ในที่มืดเพื่อเป็นการประหยัดพลังงาน) อายุการใช้งานแบตเตอรี่โดยประมาณหลังจากที่ชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม : ประมาณ 18 ชั่วโมง รายละเอียดคุณสมบัติเซนเซอร์ ข้อมูลบันทึกชีวิตประจำวัน การแสดงข้อมูลรายวัน (จำนวนก้าว), การแสดงข้อมูลรายเดือน (ระยะทางการวิ่ง) การวิเคราะห์การฝึกซ้อม สถานะการฝึกซ้อม แนวโน้มของระดับฟิตเนส แนวโน้มของปริมาณการฝึกซ้อม -VO2MAX เวลาในการพักฟื้น ข้อมูลการฝึกซ้อม (การวิ่งสูงสุด 100 ครั้ง, บันทึกเวลารอบสูงสุด 140 รอบต่อการวิ่งหนึ่งครั้ง) ระยะทาง, ความเร็วเฉลี่ย, แคลอรี่ที่เผาผลาญ อัตราการเต้นของหัวใจ อัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด ผลการฝึกซ้อมแบบแอโรบิก ผลการฝึกซ้อมแบบแอนแอโรบิก 2.G-SHOCK G-SQUAD ซีรีส์ GBD-100-1 นาฬิกา G-SHOCK รุ่น G-SQUAD ซีรีส์ GBD-100-1 นาฬิกา Smart Watch โดดเด่นด้วยการติดตามการออกกำลังกายและติดตามความคืบหน้าในการออกกำลังกาย GPS ในตัวช่วยให้คุณติดตามระยะทาง ก้าว และตำแหน่งระหว่างการวิ่งหรือเดิน เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบออปติคัลจะตรวจสอบอัตราการเต้นของหัวใจของคุณอย่างต่อเนื่อง โดยให้ข้อมูลอันมีค่าสำหรับการติดตามการเผาผลาญแคลอรี่และความเข้มข้นในการออกกำลังกาย สามารถสร้างแผนการฝึกซ้อมอัตโนมัติได้ด้วยทำให้คุณสามารถพัฒนาการออกกำลังกายได้เท่าที่คุณต้องการ ข้อมูลพื้นฐาน G-SHOCK GBD-100-1 ราคา7,400 บาท ขนาดตัวเรือน (ก x ย x ส) 58.2 49.3 17 mm น้ำหนัก 69 g วัสดุตัวเรือนและกรอบ วัสดุตัวเรือน / กรอบ: เรซิน / อะลูมิเนียม สาย สายเรซิน โครงสร้าง ทนทานต่อแรงกระแทก กันน้ำลึก 200 เมตร อายุการใช้งานแบตเตอรี่ประมาณ: 2 ปีกับถ่านกระดุม CR2032 คุณสมบัติเซนเซอร์ ฟังก์ชันการฝึกซ้อม การแสดงระยะทาง ความเร็ว เวลาเฉลี่ย และค่าที่คำนวณได้อื่นๆ ตามตัววัดอัตราเร่ง เวลารอบที่นับโดยอัตโนมัติ/ด้วยตนเอง การหยุดชั่วคราวอัตโนมัติ การตั้งค่าการแจ้งเตือนเป้าหมาย เวลา แคลอรี่ที่เผาผลาญ เปิด/ปิด การแสดงผลการฝึกซ้อม การปรับแต่ง (เวลาตั้งแต่เริ่มต้นถึงตำแหน่งปัจจุบัน ระยะทาง เวลาเฉลี่ย เวลารอบ ระยะทางของรอบ เวลาเฉลี่ยของรอบ ความเร็วฝีเท้าเฉลี่ย ความเร็ว ความเร็วเฉลี่ย แคลอรี่ที่เผาผลาญ) คุณสมบัติของนาฬิกา เวลารอบโลก 38 โซนเวลา* (38 เมือง + เวลาสากลเชิงพิกัด) เปิด/ปิดเวลาออมแสง (Daylight saving) เปลี่ยนเวลาฤดูร้อน (DST) อัตโนมัติ *อาจได้รับการอัปเดตข้อมูลใหม่เมื่อเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน นาฬิกาจับเวลา 1 วินาที การจับเวลาต่อเนื่องสูงสุด: 99:59'59'' โหมดการจับเวลา: จับเวลาตั้งแต่เริ่มต้นถึงตำแหน่งปัจจุบัน, จับเวลาเป็นช่วงๆ ในระหว่างจุดเริ่มต้นถึงสิ้นสุด ตัวนับเวลาถอยหลัง ตัวจับเวลาสำหรับช่วงเวลา (การตั้งค่าเวลาสูงสุด 5 รายการ) หน่วยการนับ: 1 วินาที ช่วงเวลาการนับ: 00'00" ถึง 60'00" (เพิ่มครั้งละ 1 วินาที) อื่นๆ: เริ่มนับใหม่อัตโนมัติ (สามารถตั้งให้นับเวลาใหม่ได้ทั้งหมด 1-20 ครั้ง) สัญญาณแจ้งต้นชั่วโมง นาฬิกาปลุกที่ปลุกทุกวัน 4 เวลา พร้อมการปลุกซ้ำ แสงไฟ LED แสงพื้นหลัง (ไฟเรืองแสงโดดเด่น) สวิตช์ไฟอัตโนมัติ, เลือกระยะเวลาการเรืองแสงได้ (1.5 วินาทีหรือ 3 วินาที), แสงระเรื่อ สีไฟ LED:ขาว ปฏิทินแสดงปฏิทินแบบเต็มโดยอัตโนมัติ (ถึงปี 2099) เปิด/ปิดเสียงการทำงานของปุ่ม การประหยัดพลังงาน (หน้าจอจะดับลงเพื่อประหยัดพลังงานวันละ 3 ชั่วโมง) ความแม่นยำ: 15 วินาทีต่อเดือน (โดยไม่มีฟังก์ชัน Mobile Link) แสดงเวลารูปแบบ 12/24 ชั่วโมง รายละเอียดคุณสมบัติเซนเซอร์ ข้อมูลบันทึกชีวิตประจำวัน การแสดงข้อมูลรายวัน (จำนวนก้าว) การแสดงข้อมูลรายเดือน (ระยะทางการวิ่ง) ข้อมูลการฝึกซ้อม (การวิ่งสูงสุด 100 ครั้ง, บันทึกรอบสูงสุด 140 รอบต่อการวิ่งหนึ่งครั้ง) เวลาตั้งแต่เริ่มต้นถึงตำแหน่งปัจจุบัน ระยะทาง เวลาเฉลี่ย แคลอรี่ที่เผาผลาญเวลาตั้งแต่เริ่มต้นถึงตำแหน่ง ปัจจุบัน ระยะทาง เวลาเฉลี่ย แคลอรี่ที่เผาผลาญ 3.G-SHOCK G-SQUAD ซีรีส์ GBD-200-1 นาฬิกา G-SHOCK รุ่น G-SQUAD ซีรีส์ GBD-200-1 นาฬิกา Smart Watch ที่มีดีไซน์ที่บางและเบาสวมใส่สบาย มาพร้อมกับฟังก์ชั่นพื้นฐานสำหรับการออกกำลังกาย การติดตามจำนวนก้าว ระยะทาง ความเร็ว เวลาที่ผ่านไป แคลอรี่ที่เผาผลาญ และอัตราการเต้นของหัวใจโครงสร้างทนทานต่อแรงกระแทก การตกหล่น และกันน้ำได้ลึกถึง 200 เมตร ข้อมูลพื้นฐาน G-SHOCK GBD-200-1 ราคา 6,900 บาท ขนาดตัวเรือน (ก x ย x ส) 48.4 45.9 15 mm น้ำหนัก 58 g วัสดุตัวเรือนและกรอบ เรซิน สาย สายเรซิน โครงสร้าง ทนทานต่อแรงกระแทก กันน้ำลึก 200 เมตร อายุการใช้งานแบตเตอรี่ประมาณ: 2 ปีกับถ่านกระดุม CR2032 คุณสมบัติเซนเซอร์ ฟังก์ชันการฝึกซ้อม การแสดงระยะทาง ความเร็ว เวลาเฉลี่ย และค่าที่คำนวณได้อื่นๆ ตามตัววัดอัตราเร่ง เวลารอบที่นับโดยอัตโนมัติ/ด้วยตนเอง การหยุดชั่วคราวอัตโนมัติ การตั้งค่าการแจ้งเตือนเป้าหมาย (เวลา แคลอรี่ที่เผาผลาญ) เปิด/ปิด การแสดงผลการฝึกซ้อม การปรับแต่ง เวลาตั้งแต่เริ่มต้นถึงตำแหน่งปัจจุบัน ระยะทาง เวลาเฉลี่ย เวลารอบ ระยะทางของรอบ เวลาเฉลี่ยของรอบ ความเร็วฝีเท้าเฉลี่ย ความเร็ว ความเร็วเฉลี่ย แคลอรี่ที่เผาผลาญ เวลารอบโลก 38 โซนเวลา* (38 เมือง + เวลาสากลเชิงพิกัด) เปิด/ปิดเวลาออมแสง (Daylight saving) เปลี่ยนเวลาฤดูร้อน (DST) อัตโนมัติ *อาจได้รับการอัปเดตข้อมูลใหม่เมื่อเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน นาฬิกาจับเวลา 1 วินาที การจับเวลาต่อเนื่องสูงสุด: 99:59'59'' โหมดการจับเวลา: จับเวลาตั้งแต่เริ่มต้นถึงตำแหน่งปัจจุบัน, จับเวลาเป็นช่วงๆ ในระหว่างจุดเริ่มต้นถึงสิ้นสุด ตัวนับเวลาถอยหลัง ตัวจับเวลาสำหรับช่วงเวลา (การตั้งค่าเวลาสูงสุด 5 รายการ) หน่วยการนับ: 1 วินาที ช่วงเวลาการนับ: 00'00" ถึง 60'00" (เพิ่มครั้งละ 1 วินาที) อื่นๆ: เริ่มนับใหม่อัตโนมัติ (สามารถตั้งให้นับเวลาใหม่ได้ทั้งหมด 1-20 ครั้ง) นาฬิกาปลุกที่ปลุกทุกวัน 4 เวลา พร้อมการปลุกซ้ำ แสงไฟ LED แสงพื้นหลัง (ไฟเรืองแสงโดดเด่น) สวิตช์ไฟอัตโนมัติ, เลือกระยะเวลาการเรืองแสงได้ (1.5 วินาทีหรือ 3 วินาที), แสงระเรื่อ สีไฟLED:ขาว ปฏิทิน แสดงปฏิทินแบบเต็มโดยอัตโนมัติ (ถึงปี 2099) เปิด/ปิดเสียงการทำงานของปุ่ม การประหยัดพลังงาน (หน้าจอจะดับลงเพื่อประหยัดพลังงานวันละ 3 ชั่วโมง) ความแม่นยำ: 15 วินาทีต่อเดือน (โดยไม่มีฟังก์ชัน Mobile Link) แสดงเวลารูปแบบ 12/24 ชั่วโมง รายละเอียดคุณสมบัติเซนเซอร์ ข้อมูลบันทึกชีวิตประจำวัน การแสดงข้อมูลรายวัน (จำนวนก้าว) การแสดงข้อมูลรายเดือน (ระยะทางการวิ่ง) ข้อมูลการฝึกซ้อม (การวิ่งสูงสุด 100 ครั้ง บันทึกเวลารอบสูงสุด 140 รอบต่อการวิ่ง) เวลาที่ผ่านไป ระยะทาง ก้าวเฉลี่ย แคลอรีที่เผาผลาญ 4.G-SHOCK G-SQUAD ซีรีส์ GBD-800-1 นาฬิกา G-SHOCK รุ่น G-SQUAD ซีรีส์ GBD-800-1 นาฬิกา Smart Watch โดดเด่นไปด้วยหน้าปัดดิจิตอลที่แบ่งส่วนเพื่อแสดงผล และการใช้งานในขณะเล่นกีฬา พื้นที่หน้าปัดแสดงการวัดค่า การบอกเวลา และข้อมูลอื่นๆ หน้าปัดป้องกันไอน้ำ มีฟังก์ชันสนับสนุนการออกกำลังกายประจำวัน รวมถึงเก็บบันทึกจำนวนก้าว ฟังก์ชันคำนวณปริมาณแคลอรีที่คุณเผาผลาญไป อีกทั้งยังสามารถระบุเป้าหมายจำนวนก้าวรายวันที่ต้องการได้ ข้อมูลพื้นฐาน G-SHOCK GBD-800-1 ราคา 4,700 บาท ขนาดตัวเรือน (ก x ย x ส) 54.1 48.6 15.5 mm น้ำหนัก 59 g วัสดุตัวเรือนและกรอบ เรซิน สาย สายเรซิน โครงสร้าง ทนทานต่อแรงกระแทก กันน้ำลึก 200 เมตร อายุการใช้งานแบตเตอรี่ประมาณ: 3 ปีกับถ่านกระดุม CR2025 เวลาโลกแสดงเวลา 2 พื้นที่ (สลับกับเวลาเมืองหลัก) นาฬิกาจับเวลา ตัวจับเวลา 1/100 วินาที จับเวลาต่อเนื่องสูงสุด: 00'00''00~59'59''99 ข้อมูลที่บันทึก: สูงสุด 200 รายการ (เดือน และวันที่ที่เริ่มต้นการวัด จับเวลาแต่ละรอบ/ช่วง) การตั้งค่าเวลาการแจ้งเตือนเวลาเป้าหมายสูงสุด 10 รายการ ตัวนับเวลาถอยหลัง ตัวจับเวลาสำหรับช่วงเวลา (การตั้งค่าเวลาสูงสุด 5 รายการ) หน่วยการนับ: 1 วินาที ช่วงเวลาการนับ: 00'00" ถึง 60'00" (เพิ่มครั้งละ 1 วินาที) นาฬิกาปลุกที่ปลุกทุกวัน 5 เวลา แสงไฟ LED แสงพื้นหลัง (ไฟเรืองแสงโดดเด่น) สวิตช์ไฟอัตโนมัติ, เลือกระยะเวลาการเรืองแสงได้ (1.5 วินาทีหรือ 3 วินาที), แสงระเรื่อ สีไฟ LED:ขาว แสดงปฏิทินแบบเต็มโดยอัตโนมัติ (ถึงปี 2099) คุณสมบัติการปิดเสียง เปิด/ปิดเสียงการทำงานของปุ่ม ความแม่นยำ: 15 วินาทีต่อเดือน (โดยไม่มีฟังก์ชัน Mobile Link) แสดงเวลารูปแบบ 12/24 ชั่วโมง คุณสมบัติเซนเซอร์ การนับก้าวโดยใช้เซ็นเซอร์ตรวจวัดอัตราเร่ง 3 แกน ช่วงการแสดงจำนวนก้าว 0 ถึง 999,999 ก้าว การแสดงความคืบหน้าของเป้าหมายจำนวนก้าว กราฟตัวนับจำนวนก้าว: การนับก้าวรายชั่วโมงสำหรับ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมาบนตัวระบุจำนวนก้าวแบบกราฟ 6 ระดับ การประหยัดพลังงาน: เซนเซอร์เข้าสู่สถานะปิดการทำงานอัตโนมัติหลังจากช่วงเวลาหนึ่งที่หยุดทำงาน 5.G-SHOCK G-SQUAD ซีรีส์ GBA-900-1A6 นาฬิกา G-SHOCK รุ่น G-SQUAD ซีรีส์ GBA-900-1A6 นาฬิกา Smart Watch มีฟังก์ชันการออกกำลังกายขั้นพื้นฐาน การติดตามจำนวนก้าว ระยะทาง แคลอรี่ที่เผาผลาญ และระดับความเข้มข้นการออกกำลังกาย 5 ระดับ ตัวเรือนทนทานทนต่อแรงกระแทก การตกหล่น และทนน้ำได้ลึกถึง 200 เมตร ข้อมูลพื้นฐาน G-SHOCK GBA-900-1A6 ราคา 5,800 บาท ขนาดตัวเรือน (ก x ย x ส) 51.3 48.9 16.6 mm น้ำหนัก 61 g วัสดุตัวเรือนและกรอบ เรซิน สาย สายเรซิน โครงสร้าง ทนทานต่อแรงกระแทก กันน้ำ กันน้ำลึก 200 เมตร อายุการใช้งานแบตเตอรี่ประมาณ: 2 ปีกับถ่านกระดุม CR2025คุณสมบัติของนาฬิกา เวลา 2 ระบบ (สลับกับเวลาของเมืองที่อาศัยอยู่) ตัวจับเวลา 1/100 วินาที จับเวลาต่อเนื่องสูงสุด: 00'00''00~59'59''99 (สำหรับ 60 วินาทีแรก) หน่วยการนับ: 1/100 วินาที (สำหรับ 60 นาทีแรก) 1 วินาที (หลังจาก 60 นาที) โหมดการจับเวลา: การจับเวลารอบ/ช่วง, ระยะทาง/ความเร็ว, การแจ้งเตือนรอบและนับเวลารอบแบบอัตโนมัติ/แบบกำหนดเอง ความจุหน่วยความจำ: บันทึกสูงสุด 45 ฉบับล่าสุด (เดือน วันที่ ชั่วโมง นาที รอบ/ช่วง เวลาทั้งหมด ระยะทาง ความเร็วเฉลี่ย แคลอรี่ที่เผาผลาญ จำนวนรอบ เวลา ระยะทาง ความเร็วเฉลี่ยของแต่ละรอบ/ช่วงเมื่อเริ่มต้นวัด) ตัวนับเวลาถอยหลัง ตัวจับเวลาสำหรับช่วงเวลา (การตั้งค่าเวลาสูงสุด 5 รายการ) หน่วยการนับ: 1 วินาที ช่วงเวลาการนับ: 00'00" ถึง 60'00" (เพิ่มครั้งละ 1 วินาที) อื่นๆ: การเริ่มนับใหม่อัตโนมัติ เริ่มนับเวลาถอยหลัง 5 วินาทีอัตโนมัติ เริ่มต้นอัตโนมัติ (1 ถึง 20 ครั้ง) สัญญาณแจ้งต้นชั่วโมง นาฬิกาปลุกที่ปลุกทุกวัน 5 เวลา แสงไฟ ไฟคู่ LED ไฟส่องหน้า LED (ไฟ LED อัตโนมัติ, ไฟเรืองแสงโดดเด่น, ระยะเวลาการเรืองแสงแบบเลือกได้ (1.5 วินาทีหรือ 3 วินาที), แสงระเรื่อ) ไฟพื้นหลัง LED สำหรับหน้าปัดดิจิตอล (ไฟ LED อัตโนมัติเต็มรูปแบบ, ไฟเรืองแสงโดดเด่น, ระยะเวลาการเรืองแสงแบบเลือกได้ (1.5 วินาทีหรือ 3 วินาที), แสงระเรื่อ) สีไฟ LED:ขาว แสดงปฏิทินแบบเต็มโดยอัตโนมัติ (ถึงปี 2099) คุณสมบัติการปิดเสียง เปิด/ปิดเสียงการทำงานของปุ่ม หน้าจอ/แจ้งเตือนแบตเตอรี่ สัญญาณแจ้งเตือนเมื่อแบตเตอรี่เหลือน้อย ความแม่นยำ: 15 วินาทีต่อเดือน (โดยไม่มีฟังก์ชัน Mobile Link) แสดงเวลารูปแบบ 12/24 ชั่วโมง คุณสมบัติในการเลื่อนเข็มนาฬิกา (เข็มนาฬิกาจะเลื่อนออกเพื่อให้ดูข้อมูลบนหน้าปัดดิจิตอลได้สะดวกยิ่งขึ้น) การสร้างโปรไฟล์ผู้ใช้ รายละเอียดคุณสมบัติเซนเซอร์ ฟังก์ชันการคำนวณแคลอรี่และระยะทางจากจำนวนก้าว การแสดงข้อมูลอัตราการความต้องการเผาผลาญของร่างกายในชีวิตประจำวัน การนับก้าว แคลอรี่ ระยะทาง 6.G-SHOCK G-SQUAD ซีรีส์ Vital Bright GBA-900SM-1A3 นาฬิกา G-SHOCK รุ่น G-SQUAD ซีรีส์ Vital Bright GBA-900SM-1A3 นาฬิกา Smart Watch ที่มาพร้อมกับดีไซน์ที่สดใสและสะดุดตา มีฟังก์ชันการออกกำลังกายขั้นพื้นฐานการติดตามก้าวพื้นฐาน แคลอรี่ และระดับความเข้มข้น กันน้ำลึก 200 เมตร อายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนาน ข้อมูลพื้นฐาน G-SHOCK Vital Bright GBA-900SM-1A3 ราคา 5,800 บาท ขนาดตัวเรือน (ก x ย x ส) 51.3 48.9 16.6 mm น้ำหนัก 61 g วัสดุตัวเรือนและกรอบ เรซิน สายเรซิน โครงสร้าง ทนทานต่อแรงกระแทก กันน้ำลึก 200 เมตร อายุการใช้งานแบตเตอรี่ประมาณ: 2 ปีกับถ่านกระดุม CR2025 เวลาโลก 2 ระบบ (สลับกับเวลาของเมืองที่อาศัยอยู่) นาฬิกาจับเวลา 1/100 วินาที จับเวลาต่อเนื่องสูงสุด: 00'00"00~59'59"99 (สำหรับ 60 นาทีแรก) 1:00'00~23:59'59 (หลังจาก 60 นาที) หน่วยการจับเวลา: 1/100 วินาที (สำหรับ 60 นาทีแรก) 1 วินาที (หลังจาก 60 นาที) โหมดการจับเวลา: การจับเวลารอบ/ช่วง, การแสดงระยะทาง/เพซ, การจับเวลารอบแบบอัตโนมัติ/กำหนดเอง การแจ้งเตือนรอบอัตโนมัติ ตัวนับเวลาสำหรับการนับช่วงเวลา (การตั้งค่าเวลาสูงสุด 5 รายการ) หน่วยการนับเวลา: 1 วินาที ช่วงการนับ: 00'00'' ถึง 60'00'' (เพิ่มครั้งละ 1 วินาที) อื่นๆ: การเริ่มนับใหม่อัตโนมัติ เริ่มนับเวลาถอยหลัง 5 วินาทีอัตโนมัติ เริ่มต้นอัตโนมัติ (1 ถึง 20 ครั้ง) นาฬิกาปลุกที่ปลุกทุกวัน 5 เวลา แสงไฟคู่ LED ไฟส่องหน้า LED (ไฟ LED อัตโนมัติ, ไฟเรืองแสงโดดเด่น, ระยะเวลาการเรืองแสงแบบเลือกได้ (1.5 วินาทีหรือ 3 วินาที), แสงระเรื่อ) ไฟพื้นหลัง LED สำหรับหน้าปัดดิจิตอล (ไฟ LED อัตโนมัติเต็มรูปแบบ, ไฟเรืองแสงโดดเด่น, ระยะเวลา-การเรืองแสงแบบเลือกได้ (1.5 วินาทีหรือ 3 วินาที), แสงระเรื่อ) สีไฟ LED:ขาว แสดงปฏิทินแบบเต็มโดยอัตโนมัติ (ถึงปี 2099) คุณสมบัติการปิดเสียง เปิด/ปิดเสียงการทำงานของปุ่ม หน้าจอ/แจ้งเตือนแบตเตอรี่ สัญญาณแจ้งเตือนเมื่อแบตเตอรี่เหลือน้อย ความแม่นยำ: 15 วินาทีต่อเดือน (โดยไม่มีฟังก์ชัน Mobile Link) แสดงเวลารูปแบบ 12/24 ชั่วโมง คุณสมบัติในการเลื่อนเข็มนาฬิกา (เข็มนาฬิกาจะเลื่อนออกเพื่อให้ดูข้อมูลบนหน้าปัดดิจิตอลได้สะดวกยิ่งขึ้น) คุณสมบัติเซนเซอร์ การคำนวณแคลอรี่และระยะทางจากจำนวนก้าว รวมถึงอัตราการเผาผลาญขั้นพื้นฐานที่ร่างกายต้องการต่อวัน การแสดงข้อมูลรายวัน: การนับก้าว, แคลอรี่, ระยะทาง ความจุหน่วยความจำ: บันทึกสูงสุด 45 ฉบับล่าสุด (เดือน, วันที่, ชั่วโมง, นาทีที่เริ่มต้นการวัด, เวลารอบ/ช่วง, เวลาทั้งหมด, ระยะทาง, เพซเฉลี่ย, แคลอรี่ที่เผาผลาญ, จำนวนรอบ, เวลา, ระยะทาง, เพซเฉลี่ยของแต่ละรอบ/ช่วง) 7.G-SHOCK G-SQUAD ซีรีส์ GBA-800LU-1A1 นาฬิกา G-SHOCK รุ่น G-SQUAD ซีรีส์ GBA-800LU-1A1 นาฬิกา Smart Watch ที่โดดเด่นด้วยใช้วัสดุฟอสฟอเรสเซนซ์ที่สะท้อนแสงได้แม้ในที่มืด มีฟังก์ชันสำหรับการดูแลสุขภาพ เช่นการนับก้าว บันทึกความเข้มข้นในการออกกำลังกาย การคำนวณแคลอรี่ และการตั้งค่าจำนวนก้าว เป้าหมายในการออกกำลังกาย วัดระดับความเข้มข้นในการออกกำลังกาย 5 ระดับ การคำนวณแคลอรี่ และการตั้งค่าจำนวนก้าวเป้าหมายในแต่ละวัน ข้อมูลพื้นฐาน G-SHOCK GBA-800LU-1A1 ราคา 5,800 บาท ขนาดตัวเรือน (ก x ย x ส) 54.1 48.6 15.5 mm น้ำหนัก 59 g วัสดุตัวเรือนและกรอบ เรซิน สายเรซิน โครงสร้าง ทนทานต่อแรงกระแทก กันน้ำลึก 200 เมตร อายุการใช้งานแบตเตอรี่ประมาณ: 2 ปีกับถ่านกระดุม CR2016 คุณสมบัติของนาฬิกา เวลาโลก แสดงเวลา 2 พื้นที่ (สลับกับเวลาเมืองหลัก) นาฬิกาจับเวลา ตัวจับเวลา 1/100 วินาที จับเวลาต่อเนื่องสูงสุด: 00'00''00~59'59''99 (สำหรับ 60 วินาทีแรก) 1:00'00~23:59'59 (หลังจาก 60 นาที) หน่วยการนับ: 1/100 วินาที (สำหรับ 60 นาทีแรก) 1 วินาที (หลังจาก 60 นาที) ข้อมูลที่บันทึก: สูงสุด 200 รายการ (เดือน และวันที่ที่เริ่มต้นการวัด จับเวลาแต่ละรอบ/ช่วง) การตั้งค่าเวลาการแจ้งเตือนเวลาเป้าหมายสูงสุด 10 รายการ ตัวนับเวลาถอยหลัง ตัวจับเวลาสำหรับช่วงเวลา (การตั้งค่าเวลาสูงสุด 5 รายการ) หน่วยการนับ: 1 วินาที ช่วงเวลาการนับ: 00'00" ถึง 60'00" (เพิ่มครั้งละ 1 วินาที) อื่นๆ: เริ่มนับใหม่อัตโนมัติ (จำนวนการจับเวลาซ้ำตั้งแต่ 1-20 ครั้ง) การเริ่มจับเวลาอัตโนมัติ คุณสมบัติในการเลื่อนเข็มนาฬิกา (เข็มนาฬิกาจะเลื่อนออกเพื่อให้ดูข้อมูลบนหน้าปัดดิจิตอลได้สะดวกยิ่งขึ้น) สัญญาณแจ้งต้นชั่วโมง นาฬิกาปลุกที่ปลุกทุกวัน 5 เวลา แสงไฟคู่ LED ไฟส่องหน้า LED (ไฟ LED อัตโนมัติ, ไฟเรืองแสงโดดเด่น, ระยะเวลาการเรืองแสงแบบเลือกได้ (1.5 วินาทีหรือ 3 วินาที), แสงระเรื่อ) ไฟพื้นหลัง LED สำหรับหน้าปัดดิจิตอล (ไฟ LED อัตโนมัติเต็มรูปแบบ, ไฟเรืองแสงโดดเด่น, ระยะเวลาการเรืองแสงแบบเลือกได้ (1.5 วินาทีหรือ 3 วินาที), แสงระเรื่อ) สีไฟ LED:ขาว แสดงปฏิทินแบบเต็มโดยอัตโนมัติ (ถึงปี 2099) คุณสมบัติการปิดเสียง เปิด/ปิดเสียงการทำงานของปุ่ม ความแม่นยำ: 15 วินาทีต่อเดือน (โดยไม่มีฟังก์ชัน Mobile Link) แสดงเวลารูปแบบ 12/24 ชั่วโมง อะนาล็อก: 2 เข็มนาฬิกา (ชั่วโมง นาที (เข็มเดินทุกๆ 20 วินาที) ดิจิตอล: ชั่วโมง, นาที, วินาที, เวลาหลังเที่ยง, เดือน, วันที่, วันในรอบสัปดาห์ คุณสมบัติเซนเซอร์ การนับก้าวโดยใช้เซ็นเซอร์ตรวจวัดอัตราเร่ง 3 แกน ช่วงการแสดงจำนวนก้าว 0 ถึง 999,999 ก้าว การแสดงความคืบหน้าของเป้าหมายจำนวนก้าว (ช่วงการตั้งค่าจำนวนก้าวเป้าหมาย: 1,000 ถึง 50,000 ก้าว เพิ่มทีละ 1,000 ก้าว) กราฟตัวนับจำนวนก้าว: การนับก้าวรายชั่วโมงสำหรับ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมาบนตัวระบุจำนวนก้าวแบบกราฟ 6 ระดับ การประหยัดพลังงาน: เซนเซอร์เข้าสู่สถานะปิดการทำงานอัตโนมัติหลังจากช่วงเวลาหนึ่งที่หยุดทำงาน บทความที่คุณอาจสนใจ นาฬิกา G-Shock ผู้ชาย สีขาว รุ่นไหนดี 2024 ใส่แล้วดูดีแบบมินิมอล รวมนาฬิกาผู้ชายสไตล์มินิมอลยี่ห้อไหนดี ดีไซน์สวยใส่ได้บ่อย ราคาเท่าไหร่ รวมนาฬิกาสาย Nato ยี่ห้อไหนดี สวยทนลุย เปลี่ยนลุคได้บ่อย ราคาเท่าไหร่ รวมนาฬิกา Luxury Smart Watch สำหรับผู้ชาย สมาร์ทวอทช์หรูหราสุดล้ำ ยี่ห้อไหนดี ราคาเท่าไหร่ นาฬิกา SEIKO ผู้ชาย ราคาไม่เกิน 30,000 บาท รุ่นไหนดี 2024 นาฬิกาคาสิโอผู้ชาย ราคาไม่เกิน 10,000 บาท รุ่นไหนดี นาฬิกาสายเหล็ก แบรนด์ CASIO นาฬิกาผู้ชาย ราคาไม่เกิน 2,000 บาท รุ่นไหนดี รวมนาฬิกา Rado ผู้ชายปี 2024 รุ่นไหนดี ดีไซน์สวย ราคาเท่าไหร่ ------------------------------------------------- วิธีการดูบอลพรีเมียร์ลีก 2023/24 ที่ TrueID : แพ็กเกจชมครบทุกคู่!

ญี่ปุ่นพัฒนา Smart Watch ตรวจจับการเสียเหงื่อ แจ้งเตือนก่อนอันตรายถึงชีวิต
อ่าน

ญี่ปุ่นพัฒนา Smart Watch ตรวจจับการเสียเหงื่อ แจ้งเตือนก่อนอันตรายถึงชีวิต

สภาวะโลกร้อน กำลังทำให้อุณหภูมิของหลายประเทศพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้ผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้ง หรืออยู่ท่ามกลางแสงแดดเป็นเวลานาน ๆ เช่นคนงานก่อสร้าง ต้องเสี่ยงกับอันตรายจากการขาดน้ำมากไปโดยไม่รู้ตัวเพื่อจัดการปัญหานี้ บริษัทในประเทศญี่ปุ่น จึงได้พัฒนาอุปกรณ์ สมาร์ตวอชต์ หรือนาฬิกาอัจฉริยะ ที่สามารถตรวจจับการสูญเสียเหงื่อของผู้สวมใส่ พร้อมแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ ให้ระวังการขาดน้ำ เพื่อป้องกันความเสี่ยงการเกิดภาวะที่ร่างกายสูญเสียน้ำมากเกินไป จนเสี่ยงต่อการเสียชีวิตอุปกรณ์ชิ้นนี้มีชื่อว่า SKWL-1000พัฒนาโดยบริษัทเทคโนโลยี Skinos โดยด้านในจะมีการติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น อุปกรณ์ที่ใช้ตรวจสอบอุณหภูมิและความชื้นของอากาศ เครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจ มาตรวัดความเร่ง และเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิผิวหนังโดยทางผู้พัฒนากล่าวว่า เมื่อผู้ใช้งานสวมใส่อุปกรณ์ตัวนี้ มีเหงื่อออกมาทางผิวหนัง อากาศที่อยู่รอบ ๆ ของอุปกรณ์ก็จะเกิดความชื้น ทำให้เซ็นเซอร์ภายใน สามารถวัดความชื้นได้ และอุปกรณ์ก็จะส่งข้อมูลที่ได้นี้แบบระยะไกลผ่านระบบบลูทูธ เพื่อนำไปประมวลผล และแสดงออกมาเป็นรหัสสีที่ต่างกัน เพื่อบ่งบอกระดับการขาดน้ำของผู้ใช้งาน ในขณะที่สวมใส่อุปกรณ์โดยถ้าหากตรวจพบภาวะขาดน้ำในระดับสูงหรือผิดปกติ ตัวนาฬิกาจะส่งการแจ้งเตือนอัตโนมัติให้ผู้สวมใส่ เพื่อให้พวกเขาหยุดพักและดื่มน้ำซึ่งระบบการแจ้งเตือนนี้ สามารถส่งไปยังแอปพลิเคชันบนมือถือของผู้ที่ดูแลคนที่สวมอุปกรณ์ได้ด้วย เช่น คนงานอาจจะเป็นผู้ใส่นาฬิกาอัจฉริยะนี้ แต่ข้อมูลก็จะถูกส่งไปยังหัวหน้างานด้วยเช่นกัน ทำให้พวกเขาสามารถสั่งให้คนงานพัก หรือดูแลคนงานได้ดีขึ้นทั้งนี้มีข้อมูลระบุว่า สภาวะอากาศที่ร้อนขึ้นในญี่ปุ่น กำลังเป็นภัยคุกคามเพิ่มขึ้นต่อสุขภาพของผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง โดยมีรายงานว่าจำนวนคนงานที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลด้วยโรคลมแดด (heatstroke) เพิ่มขึ้นกว่าสี่เท่า ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา รวมถึงยังมีเกษตรกร 29 ราย ที่เสียชีวิตจากโรคลมแดด (heatstroke) ทั่วประเทศญี่ปุ่นในปีที่แล้ว ตามตัวเลขจากกระทรวงเกษตรของประเทศการพัฒนาอุปกรณ์ชิ้นนี้ จึงอาจจะเป็นหนึ่งในตัวช่วย ที่ทำให้ผู้ที่ใช้งาน สามารถรับรู้ถึงสภาวะขาดน้ำ หรือสัญญาณเตือนของโรคทางสุขภาพ ที่เกิดจากความร้อนและการขาดน้ำต่าง ๆ เพื่อหาทางป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายถึงชีวิต ได้ง่ายและทันท่วงทียิ่งขึ้นข้อมูลจากreutersconnect

รวมนาฬิกา Luxury Smart Watch สำหรับผู้ชาย สมาร์ทวอทช์หรูหราสุดล้ำ ยี่ห้อไหนดี ราคาเท่าไหร่
อ่าน

รวมนาฬิกา Luxury Smart Watch สำหรับผู้ชาย สมาร์ทวอทช์หรูหราสุดล้ำ ยี่ห้อไหนดี ราคาเท่าไหร่

ใครที่กำลังมองหานาฬิกาสมาร์ทวอทช์ ล้ำๆ แต่มีความหรูหราสไตล์ Luxury Smart Watch ที่ใส่ออกกำลังกายได้ แถมใส่ออกงานก็มีความหรูหรา จะมีนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ยี่ห้อไหนบ้างราคาเท่าไหร่มีฟังค์ชั่นอะไรที่น่าสนใจสำหรับคุณ รวมนาฬิกา Luxury Smart Watch สำหรับผู้ชาย สมาร์ทวอทช์หรูหราสุดล้ำ ยี่ห้อไหนดี ราคาเท่าไหร่ รวมนาฬิกา Luxury Smart Watch สำหรับผู้ชาย Citizen Smart Hybrid GEN-2 SPORT SMARTWATCH TAG HEUER CONNECTED CALIBRE E4 GOLF EDITION LV QBB187 Tambour Horizon Light Up Connected Watch MONTBLANC SUMMIT 3 SMARTWATCH - BLACK TITANIUM Hublot BIG BANG E UEFA CHAMPIONS LEAGUE 44MM VERTU METAWATCH BLACK GOLD SMARTWATCH - BLACK STRAP 1.Citizen Smart Hybrid GEN-2 SPORT SMARTWATCH Smart Watch จาก Citizen มาในลุคเรียบหรูดูสมาร์ท อายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานถึง 18 วัน สามารถตั้งค่าการใช้งานได้ตาม อายุ รูปร่าง และไลฟ์สไตล์ในแบบของคุณ มาพร้อมกับนวัตกรรม Citizen CZ Smart ผสมผสานวิทยาศาสตร์เชิงนวัตกรรมจาก NASA และเทคโนโลยีจาก IBM Watson ที่ช่วยประมวลผลได้อย่างละเอียดยิ่งขึ้น สามารถสั่งงานด้วยเสียงจาก Amazon Alexa ติดตามและตรวจสอบอัตราการเต้นของหัวใจ และคาดการณ์ความเหนื่อยล้า และความตื่นตัวด้วยแอป YouQ เพื่อสุขภาพที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ Citizen CZ Smart YouQ ให้การพยากรณ์ล่วงหน้า 36 ชั่วโมง อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจนั่นคือฟังค์ชั่นการนำเสนอข้อมูลเชิงลึกส่วนบุคคลขั้นสูง และ Power Fixes ที่จะช่วยให้คุณปรับความตื่นตัว และส่งเสริมการสร้างนิสัยเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นราคาประมาณ 15,634 บาท 2.TAG HEUER CONNECTED CALIBRE E4 GOLF EDITION Smart Watch จาก TAG HEUER ที่เหมาะกับผู้รักกีฬากอล์ฟ TAG Heuer Connected Golf Edition เพิ่มเทคโนโลยีที่เหนือกว่าให้กับทุกวงสวิง สายสามารถถอดเปลี่ยนได้ตามต้องการ หน้าจอ AMOLED คมชัดทุกสภาพแสง ความละเอียดจอแสดงผล 454x454 พิกเซล ขนาดหน้าปัด 45 มม แถมยังกันน้ำได้ถึง 50 เมตร ความจุพลังงาน 440 มิลลิแอมป์ เวลาในการชาร์จ 100% ใน 1 ชม. 30 นาที มีแอพ และฟีเจอร์ Heuer Golf, TAG Heuer Sports ที่สามารถติดตามการออกกำลังกายที่หลากหลาย ฟีเจอร์ TAG Heuer Wellness ที่สามารถติดตามข้อมูลกิจกรรมในชีวิตประจำวันทั้งพลังงานที่ใช้ อัตราการเต้นของหัวใจ และอื่นๆ ที่ช่วยให้คุณเข้าใจสุขภาพคุณมากขึ้น การเชื่อมต่อ Wi-Fi, Bluetooth 5.0, NFC, GNSS SAR 0.9390 วัตต์/กก ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon Wear 4100+ ราคาประมาณ 98,840 บาท 3.LV QBB187 Tambour Horizon Light Up Connected Watch นาฬิกาที่ผสานทั้งศาสตร์ และศิลป์ LV QBB187 Tambour Horizon Light Up หน้าจอสัมผัส AMOLED ทรงกลมขนาด 30 มม./1.2 นิ้ว ความละเอียด 390 x 390 (327 ppi) ใช้กระจกแซฟไฟร์ที่ ประดับด้วยไฟ LED 24 ดวง สร้างภาพเคลื่อนไหวเรืองแสงในในสภาพแสงน้อยอันน่าหลงใหล และสามารถปรับแต่งได้ ตัวเรือนสเตนเลสสตีลพ่นทรายพร้อมเคลือบ PVD สีดำหรูหรา ฝาหลังสเตนเลสสตีลพ่นทรายเคลือบ PVD สีดำ เซรามิกขัดเงาสีดำพร้อมลวดลายโมโนแกรมสายรัดลาย Monogram Eclipse ถอดเปลี่ยนได้ เซ็นเซอร์ เครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจโดยละเอียด มีฟังค์ชั่นปฏิทิน จำนวนก้าว สภาพอากาศ ดัชนีคุณภาพอากาศ การแจ้งเตือน ไมโครโปรเซสเซอร์ Snapdragon Wear 4100 หน่วยความจำ RAM 1 GB พื้นที่จัดเก็บ 8 GB สำหรับผู้รักการเดินทางมีฟีเจอร์ฟังก์ชั่น 'การเดินทางของฉัน' ที่แสดงแผนการเดินทาง (เที่ยวบิน/รถไฟ/โรงแรม) และข้อมูลการขึ้นเครื่อง สามารถใช้ Alipay ผ่านนาฬิกาได้ รวมถึงการจัดการการโทร และการจัดการการเล่นเพลง ราคาประมาณ 148,890 บาท 4.MONTBLANC SUMMIT 3 SMARTWATCH - BLACK TITANIUM Smart Watch จาก MONTBLANC เรียบหรูใช้วัสดุระดับไฮเอนด์อย่างไทเทเนียม มาพร้อมกับเทคโนโลยีอัจฉริยะขั้นสูง ด้วยอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ดีขึ้น เซ็นเซอร์ตรวจสุขภาพหลายตัว ประสบการณ์การออกกำลังกายที่เหนือกว่า กันน้ำได้ถึง 50 เมตร หน้าปัดแซฟไฟร์คริสตัลป้องกันรอยขีดข่วน สายหนังหนังลูกวัวอิตาลีสีดำหรูหรา จอแสดงผล AMOLED แบบเต็มวงกลมขนาด 1.28" ความละเอียด 416 x 416 หน่วยความจำ 1 GB พื้นที่จัดเก็บ 8 GB ฟังค์ชั่นด้านสุขภาพมีความแม่นยำในการจับการเต้นของหัวใจ ติดตามการเคลื่อนไหวของคุณด้วยการนับก้าวที่มีความแม่นยำสูง อัลกอริธึมการนอนหลับโดยละเอียดจะติดตามรูปแบบการนอนของคุณ จึงช่วยปรับปรุงการพักผ่อนที่เหมาะสมกับคุณ และมีการตรวจจับความเครียดอีกด้วย ราคาประมาณ 46,300 บาท 5.Hublot BIG BANG E UEFA CHAMPIONS LEAGUE 44MM Smart Watch จาก Hublot ในรุ่น BIG BANG E UEFA CHAMPIONS LEAGUE เป็นรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น ผลิตเพียง 200 เรือน เป็นรุ่นเฉลิมฉลองตำนานของยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก เอาใจคอบอลอย่างลักชูรี่ด้วยฟังชั่น หน้าปัด UEFA Champions League ที่สามารถเข้าสู่ "โหมดการแข่งขัน" โดยอัตโนมัติเมื่อการแข่งขันเริ่มต้นขึ้น การนับถอยหลังจะเริ่ม 15 นาทีก่อนเริ่มการแข่งขัน โดยให้ข้อมูลเกี่ยวกับรายชื่อผู้เล่น ในระหว่างการแข่งขัน คุณจะสามารถติดตามครึ่งเวลา เวลาต่อเวลาพิเศษ ประตูที่ทำได้ รวมถึงคะแนนในการแข่งขันนั้นๆ วัสดุตัวเรือนผลิตจากไฮเทคเซรามิก เป็นวัสดุที่ทนทานเป็นพิเศษและป้องกันรอยขีดข่วน กันน้ำได้ลึกถึง 30 เมตร หน้าปัดคริสตัลแซฟไฟร์พร้อมระบบป้องกันแสงสะท้อน ความละเอียดหน้าจอ 454x454 พิกเซล 327 dpi เทคโนโลยีการแสดงผล AMOLED มีเซนเซอร์ครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่แม่นยำ อายุการใช้งานแบตเตอรี่ต่อการชาร์จ 1 ครั้งต่อ 1 วัน ความจุ 400 มิลลิแอมป์ ราคาประมาณ 212,164 บาท 6.VERTU METAWATCH BLACK GOLD SMARTWATCH - BLACK STRAP VERTU METAWATCH BLACK GOLD SMARTWATCH Smart Watch ที่ให้ทั้งความหรูหรา ความอัจฉริยะ และความทนทานในระดับไฮเอนด์ หน้าจอสีสันสดใสขนาดใหญ่ 1.85 นิ้ว หน้าจอป้องกันแสงสะท้อน เพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจนแสดงการซิงโครไนซ์สุขภาพในทุกวินาที มีฟังค์ชั่นที่เหมาะกับผู้รักสุขภาพอย่างตรวจจับออกซิเจนในเลือด การทดสอบอัตราการเต้นของหัวใจแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง และโมดูลพิเศษสำหรับการตรวจสอบคุณภาพการนอนหลับ ตั้งการแจ้งเตือนการดื่มน้ำได้ สำหรับฟังค์ชั่นการออกกำลังกายมีโมดูลกีฬามืออาชีพที่มีมากกว่า 100 ชนิด จึงสามารถจับการออกกำลังกายได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น รองรับภาษาได้ถึง 22 ภาษา สายผลิตจากวัสดุสุดพิเศษ มีความทนทานต่ออุณหภูมิ ตั้งแต่ -40C ถึง +225C สามารถอยู่ในทุกช่วงกิจกรรมอันท้าทายของคุณ ราคาประมาณ 104,257 บาท บทความที่คุณอาจสนใจ นาฬิกาสายหนังผู้ชาย แบรนด์ไหนดี แนะนำ 7 นาฬิกาสายหนัง วินเทจ สุดคลาสสิค นาฬิกาผู้ชาย ราคาไม่เกิน 10,000 บาท แบรนด์ไหนดี รุ่นไหนต้องมี นาฬิกา SEIKO ผู้ชาย ราคาไม่เกิน 30,000 บาท รุ่นไหนดี 2024 นาฬิกาคาสิโอผู้ชาย ราคาไม่เกิน 10,000 บาท รุ่นไหนดี นาฬิกา HUGO BOSS นาฬิกาผู้ชาย แบรนด์ดัง ราคาเท่าไหร่ เช็คเลย รวมนาฬิกาผู้ชายสีแดงยี่ห้อไหนดี ดีไซน์สวย น่าสะสมราคาเท่าไหร่ รวมนาฬิกาผู้ชายสีเงินยี่ห้อไหนดี ดีไซน์สวย น่าสะสมราคาเท่าไหร่ นาฬิกาสายเหล็ก แบรนด์ CASIO นาฬิกาผู้ชาย ราคาไม่เกิน 2,000 บาท รุ่นไหนดีรวมนาฬิกา Rado ผู้ชายปี 2024 รุ่นไหนดี ดีไซน์สวย ราคาเท่าไหร่ ------------------------------------------------- วิธีการดูบอลพรีเมียร์ลีก 2023/24 ที่ TrueID : แพ็กเกจชมครบทุกคู่!

5 เหตุผล ทำไมต้องซื้อ iMOO SMART WATCH กับทรู
อ่าน

5 เหตุผล ทำไมต้องซื้อ iMOO SMART WATCH กับทรู

รู้หรือไม่ ? จากข้อมูลของ กก.ดส. (กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี) และมูลนิธิกระจกเงา รายงานจำนวนเด็กหายในปี 2566 มากถึง 296 ราย และมีเด็กถูกลักพาตัว 5 ราย จากเหตุการณ์เหล่านี้ Smart Watch จึงเป็นอีกหนึ่ง Gadget ที่จำเป็นเพื่อลูกหลานของท่าน imoo Watch ดียังไง Location Tracking - ฟังก์ชันหลักที่ผู้ปกครองสามารถเช็ค ตรวจสอบตำแหน่งของลูกได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่าน Google Maps Emergency call - เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน การโทรหาผู้ปกครองเป็นสิ่งเดียวที่เด็กๆ สามารถทำได้รวดเร็วทันใจด้วยฟังก์ชันนี้ เพียงวาดตัว "C" บนหน้าจอนาฬิกาที่ปิดอยู่ก็โทรหาผู้ปกครองได้ทันที Desgin for Kids - ดีไซน์สีสันสดใส จอโค้งมน ใช้งานง่าย สามารถถ่ายภาพ วิดีโอคอล แชท และกันน้ำได้ ที่ให้วัยซนสามารถพกพาได้อย่างสะดวกสบาย และอื่นๆอีกมากมาย ทั้งโทรวิดีโอคอล แบตที่อึดสุดๆ สแตนบายได้นานถึง 7 วัน สายนาฬิกาทำจากซิลิโคนคุณภาพดี ไม่ระคายเคืองผิวเด็ก วัสดุคุณภาพสูงกันน้ำได้ในระดับ สามารถใส่ล้างมือได้ทันทีโดยไม่ต้องถอดนาฬิกาออก และโหมดห้ามใช้ขณะเรียน เพื่อไม่ให้รบกวนสมาธิน้องๆขณะเรียน ทรู จัดโปรโมชันร่วมกับ imoo รุ่น Z1 และ Z7 รับส่วนลด 500 บาท เมื่อซื้อเครื่องพร้อมแพ็กเกจรายเดือน 99 บาท ทรูเอาใจผู้ปกครองที่ต้องการดูแลความปลอดภัยบุตรหลาน ด้วยนาฬิกา imoo Watch Z1/ Z7 มีให้เลือก 2 สี (ชมพู, ฟ้า) ดีไซน์สีสันสดใส จอโค้งมน ใช้งานง่าย สามารถถ่ายภาพ วิดีโอคอล แชท และกันน้ำได้ ที่ให้วัยซนสามารถพกพาได้อย่างสะดวกสบาย คุณพ่อ คุณแม่ไร้กังวลเรื่องการพลัดหลงอีกต่อไปในราคาที่แสนประหยัด มาพร้อมกับแพ็คเกจรายเดือน KID 99 ที่สามารถโทรหากันในเครือข่ายฟรีได้ตลอด 24 ชั่วโมง 5 เหตุผลที่ต้องซื้อ imoo Watch กับทรู มั่นใจในคุณภาพสินค้า การซื้อสินค้าผ่านทางทรูเป็นช่องทางที่เชื่อถือได้ และได้มาตรฐานอย่างแน่นอน โดยมีรับประกันสินค้า และสามารถส่งซ่อมได้กรณีตัวเครื่องมีปัญหา แพ็คเกจรายเดือนพร้อมใช้งาน การใช้งานของตัวนาฬิกาจำเป็นจะต้องมีซิมที่ใช้งานรวมด้วยเพื่อการสื่อสารที่ต่อเนื่องระหว่างผู้ปกครองและบุตรหลาน โดยที่ไม่ต้องไปซื้อซิม และสมัครแพ็กเกจให้ยุ่งยากเพิ่มเติม สำหรับแพ็กเกจค่าบริการรายเดือน 99 บาท/เดือน จะได้รับอินเทอร์เน็ต 5G/4G เต็มสปีด 1 GB (FUP 384 Kbps) ที่เพียงพอต่อการใช้งานของนาฬิกา imoo ทั้งยังโทรในเครือข่ายฟรีตลอด 24 ชม. (ครั้งละไม่เกิน 30 นาที) ผู้ปกครองและน้องๆ สามารถติดต่อกันได้ตลอดเวลา มีบริการหลังการขาย ไม่ว่าจะเป็นทรูช้อป, True iservice หรือสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ 1242 ส่วนลด ซื้อเครื่องอย่างเดียวจะคุ้มได้อย่างไรในเมื่อซื้อเครื่องพร้อมแพ็กเกจแล้วได้รับส่วนลด แถมยังได้รับซิมพร้อมใช้งานอีกด้วย สามารถซื้อเครื่องพร้อมแพ็กเกจ 99 บาท โดยรับส่วนลดค่าเครื่อง 500 บาท imoo Z1 เหลือ 3,599 บาท (จากราคาปกติ 3,999 บาท ) imoo Z7 เหลือ 6,599 บาท (จากราคาปกติ 6,999 บาท ) ยิ่งใช้ยิ่งได้สิทธิพิเศษ เมื่อท่านเริ่มใช้งานเครือข่ายทรูแล้ว แน่นอนท่านจะไม่ได้รับเพียงการใช้งานโทรและเน็ตเท่านั้น จะมีสิทธิพิเศษที่ได้รับมากมาย เช่น สิทธิพิเศษลูกค้าทรูการ์ด หรือทรูพ้อยท์ ที่สามารถสะสมคะแนนเพื่อแลกส่วนลดสินค้าบริการในร้านค้าชั้นนำมากมายไม่ว่าจะเป็น ทรูคอฟฟี่, 7-11, Macro หรือ Lotus เป็นต้น หากสนใจสั่งซื้อสินค้าได้แล้ววันนี้ - 31 ธันวาคม 2567 ที่ทรูช้อปสาขาที่ร่วมรายการ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line@: https://lin.ee/s3koMB5

นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ Smart Watch รุ่นไหนดี 2024
อ่าน

นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ Smart Watch รุ่นไหนดี 2024

ชวนส่อง นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ Smart Watch รุ่นไหนดี 2024 ดีไซน์เท่ คุณสมบัติโดนใจ ทั้งฟีเจอร์ด้านสุขภาพ และคุณสมบัติรุ่นไหน ยี่ห้อไหนที่เป็นรุ่นยอดนิยมของปี 2567 มาดูกันเลย! นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ Smart Watch รุ่นไหนดี 2024 ลด 12% ใช้ 0 ทรูพอยท์ที่เซ็นทรัลแอป หมดเขต 30 มิ.ย. 2567 1. นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ Apple Watch Series 9 Apple Watch Series 9 โดดเด่นที่ความรวดเร็ว ทำให้ใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น และเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพราะ CPU แบบ Dual‑core ใหม่นั้นมีทรานซิสเตอร์ถึง 5.6 พันล้านตัว ซึ่งมากกว่าชิป S8 ถึง 60% และยังมี Neural Engine แบบ 4‑core ใหม่ ที่ช่วยให้ประมวลผลเร็วขึ้นสูงสุด 2 เท่า มาพร้อมระบบจอภาพสุดล้ำใน Series 9 ที่ปรับความสว่างได้หลากหลาย สามารถเพิ่มความสว่างสูงสุดได้สูงถึง 2,000 นิต และลดความสว่างลงได้เหลือเพียง 1 นิตเหมาะสำหรับการมองในที่มืด นอกจากคุณสมบัติด้านสุขภาพที่โดดเด่นแล้ว ยังมีคุณสมบัติใหม่ ๆ ที่น่าสนใจเพิ่มเติมด้วย เช่น การวัดอุณหภูมิร่างกาย การตรวจจับภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (AFib) และการติดตามสุขภาพหัวใจแบบเรียลไทม์อีกด้วย 2. นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ Samsung Galaxy Watch 6 มาในดีไซน์สปอร์ต ทันสมัยโดนใจผู้ชายรุ่นใหม่ การแสดงผลที่มากกว่าเดิมถึง 20% แต่ขอบหน้าจอสีดำที่บางลงถึง 30% สวมใส่ง่ายสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เปลี่ยนสายนาฬิกาข้อมือได้ง่าย ๆ ในคลิกเดียว หน้าปัดทำจากกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ที่ทนทานแข็งแกร่ง กันน้ำและฝุ่นละอองได้ดีเลยทีเดียว ด้านคุณสมบัติก็ไม่ธรรมดาเพราะประมวลผลได้เร็วขึ้น 18% และใช้ได้นาน 40% พร้อมฟีเจอร์สำหรับคนรักสุขภาพ เช่น ติดตามขั้นตอนการนอนหลับ, คะแนนการนอนหลับ ความสม่ำเสมอของการนอนหลับ และการติดตามหัวใจด้วยเซนเซอร์ PPG นอกจากนี้ยังมีระบบตรวจจับหากคุณสะดุดล้มแล้วแจ้ง sos ขอความช่วยเหลือไปยังผู้เชี่ยวชาญอีกด้วย 3. นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ Xiaomi Watch S1 Black มาพร้อมจอแสดงผล AMOLED ขนาด 1.43 นิ้ว ความละเอียด 326 PPI รองรับการแสดงผลที่สว่างขึ้นถึง 50% ครอบด้วยกระจก Sapphire ที่ทนทานต่อการขีดข่วน ตอบโจทย์คนรักสุขภาพด้วยระบบวัดอัตราการเต้นของหัวใจ วัดออกซิเจนในเลือด ติดตามการนอนหลับ ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) ติดตามความเครียด บันทึกประจำเดือน และตรวจจับการล้ม เสริมด้วย 117 โหมดการออกกำลังกาย ใช้งานได้นานสูงสุด 12 วันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง อีกทั้งยังรองรับการชาร์จไร้สายอีกด้วย 4. นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ GARMIN Forerunner 955 เหมาะสำหรับนักวิ่งและไตรกีฬา มาพร้อมพร้อมฟีเจอร์ด้านการออกกำลังกายที่ครบครัน รองรับโหมดออกกำลังกายมากกว่า 30 โหมด รวมถึงโหมดวิ่ง, ปั่นจักรยาน, ว่ายน้ำ, โยคะ, ปีนเขา, เล่นสกี ฯลฯ พร้อมคำแนะนำและติดตามผลการออกกำลังกาย นอกจากนี้ Garmin Forerunner 955 ยังมีคุณสมบัติใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ ดังนี้ แผนที่ดาวน์โหลดได้สำหรับโหมดวิ่ง,ปั่นจักรยาน,เดินป่า ฟังก์ชัน Race Predictor คาดการณ์เวลาวิ่งเป้าหมาย ฟังก์ชัน PacePro ปรับความเร็วให้เหมาะสมกับเป้าหมาย ฟังก์ชัน ClimbPro แสดงข้อมูลการไต่เขา นอกจากนี้ยังใช้งานได้นานสูงสุดถึง 15 วันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ในโหมด GPS ใช้งานได้นานสูงสุด 30 ชั่วโมง ในโหมด UltraTrac ใช้งานได้นานสูงสุด 80 ชั่วโมง อึดทรหดโดนใจสายลุยสุดๆ! 5. นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ HUAWEI WATCH GT 4 มาพร้อมดีไซน์หรูหรา แบตเตอรี่อึด และฟีเจอร์ด้านสุขภาพครบครัน ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว สามารถติดตามเส้นทางได้แม่นยำด้วยแผงดาวเทียมอัจฉริยะช่วยเพิ่มความแม่นยำของสัญญาณ GNSS ของ HUAWEI WATCH GT 4 46 มม. ขึ้น 30% มาพร้อมจอแสดงผล AMOLED ขนาด 1.43 นิ้ว (46 มม.) และ 1.32 นิ้ว (42 มม.) ความละเอียด 466 x 466 พิกเซล ใช้งานได้นานสูงสุด 14 วันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง โดยในโหมด GPS ใช้งานได้นานสูงสุด 30 ชั่วโมง ในโหมด UltraTrac ใช้งานได้นานสูงสุด 80 ชั่วโมง ด้านสุขภาพก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะมี HUAWEI TruSleep 3.0 ซึ่งจะติดตามการนอน ปริมาณออกซิเจน และยังมี HUAWEI TruSeen 5.5+ ที่วัดอัตราการเต้นของหัวใจ ที่มีการแจ้งเตือนด้วยเสียงหรือการสั่นสะเทือนทันที เมื่ออัตราการเต้นของหัวใจของคุณเบี่ยงเบนไปจากเป้าหมายอีกด้วย บทความที่น่าสนใจ นาฬิกาออกกำลังกาย ผู้ชาย 2024 แบรนด์ไหนดี รุ่นไหนต้องมี 7 นาฬิกาผู้ชาย แบรนด์ไหนดี 2023 รุ่นไหน ยี่ห้อไหน เท่และดูดี ดีไซน์เรียบหรู แนะนำหูฟังบลูทูธ หูฟังไร้สาย ยี่ห้อไหนดี หลากหลายราคา ยี่ห้อไหนคุณสมบัติรอบด้าน 10 รองเท้าผ้าใบผู้ชาย แบรนด์ไหนดี 2023 รุ่นไหนยอดฮิต เท่ และใส่สบาย 5 กระเป๋าคาดอกผู้ชาย สไตล์สปอร์ต ราคาไม่แรง ใช้งานดี สะพายได้ทั้งวัน ------------------------------------------------- วิธีการดูบอลพรีเมียร์ลีก 2023/24 ที่ TrueID : แพ็กเกจชมครบทุกคู่!เคล็ดลับการรับชมพรีเมียร์ลีกให้มันส์จุใจในทุกช่องทาง คลิกเลย!

รวม Smart Watch รุ่นใหม่ 2024 สำหรับคนรักสุขภาพและอินเทรนด์
อ่าน

รวม Smart Watch รุ่นใหม่ 2024 สำหรับคนรักสุขภาพและอินเทรนด์

เอาใจผู้ชายรักสุขภาพแถมอินเทรนด์ ด้วย Smart Watch รุ่นใหม่ 2024 สมาร์ทวอทช์รุ่นไหนออกใหม่แบรนด์ไหนน่าซื้อ สวยทันสมัยแถมฟีเจอร์เพียบ ไม่ว่าจะด้านสุขภาพ การบอกเวลา หรือฟีเจอร์ล้ำๆ ด้านอื่นอีกมากมายสำหรับชีวิตคนยุคใหม่ ตามมาดูกันได้เลย ลูกค้า True ใช้ทรูพอยท์ 0 คะแนน เป็นส่วนลดเมื่อชอปผ่านเซ็นทรัลแอป หมดเขต 31 มี.ค. 2567 1. Apple Watch Series 9 สมาร์ทวอทช์รุ่นเรือธงสุดล้ำ สมาร์ทวอทช์รุ่นล่าสุดจาก Apple กลับมาพร้อมฟีเจอร์ที่ล้ำหน้ากว่าที่เคย ดีไซน์สวยงาม ใช้งานง่าย และเต็มไปด้วยคุณสมบัติที่ช่วยยกระดับชีวิตทันสมัยของคุณได้อีกขั้น พร้อมนำเสนอหลากหลายคุณสมบัติด้านสุขภาพและการออกกำลังกาย รวมถึงการติดตามการนอนหลับขั้นสูง การตรวจวัดระดับออกซิเจนในเลือด แอป ECG และการแจ้งเตือนอัตราการเต้นของหัวใจสูงและต่ำ จอแสดงผล Retina แบบเปิดตลอดเวลาพร้อมเทคโนโลยี LTPO ซึ่งจะปรับอัตราการรีเฟรชแบบไดนามิกเพื่อประหยัดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ มีมาตรความเร่ง ไจโรสโคป เข็มทิศ เครื่องวัดความสูงจากความกดดันของบรรยากาศ เซ็นเซอร์วัดแสงโดยรอบ และ GPS/GNSS เพื่อการติดตามและการนำทางที่แม่นยำ มาพร้อมกับความจุ 32GB ช่วยให้คุณจัดเก็บเพลง รูปภาพ และแอปได้โดยตรงบนนาฬิกา 2. Samsung Galaxy Watch 6 ดีไซน์ใหม่ตอบโจทย์ความทันสมัย Smart Watch รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Samsung ที่มาพร้อมกับดีไซน์โฉบเฉี่ยวทันสมัย ตัวเรือนบางเฉียบ หน้าจอใหญ่ ขอบจอบาง ครอบทับด้วยกระจกแซฟไฟร์ คริสตัล ทั้งสวยงามและทนทานดีเยี่ยม สามารถถอดเปลี่ยนสายได้หลากหลายสไตล์ในคลิกเดียว ตัวเรือนทนน้ำมาตรฐาน IP68 มาพร้อมแบตเตอรี่ใช้งานได้สูงสุด 40 ชั่วโมง จุดเด่นของรุ่นนี้คือการตรวจวัดค่าสุขภาพที่ปรับปรุงให้มีแม่นยำมากขึ้น มีโหมดออกกำลังกายมากกว่า 90 แบบ การตรวจจับการออกกำลังกายอัตโนมัติ การตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ และ GPS ในตัวเพื่อการติดตามกิจกรรมกลางแจ้งที่แม่นยำ รวมถึงฟังก์ชันใช้งานที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ เช่น โทรศัพท์, รับ-ส่งข้อความ, สตรีมเพลง และใช้งานเป็นรีโมตถ่ายรูป เรียกว่าครบครันสุดๆ เลยทีเดียว 3. Fitbit Sense 2 สมาร์ทวอทช์ที่ครบเครื่อง อีกหนึ่งแบรนด์ทยอดนิยมที่โดนใจคนรักสุขภาพมายาวนาน รุ่นนี้นำเสนอฟีเจอร์การติดตามสุขภาพขั้นสูง รวมถึงเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจ เซ็นเซอร์ SpO2 สำหรับการตรวจวัดระดับออกซิเจนในเลือด เซ็นเซอร์อุณหภูมิผิวหนัง และแอปคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) สำหรับตรวจจับภาวะหัวใจห้องบน มี GPS ในตัว สามารถติดตามกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น การวิ่ง เดินป่า และปั่นจักรยานโดยไม่จำเป็นต้องพกโทรศัพท์ มีระบบติดตามการนอนหลับได้หลากหลาย และตอบโจทย์สายแฟชั่นด้วยหน้าปัดนาฬิกาที่ปรับแต่งได้ และสายนาฬิกาที่ถอดเปลี่ยนได้หลากหลายไม่จำเจ 4. Garmin Forerunner 255 สมาร์ทวอทช์อเนกประสงค์ นาฬิกามัลติสปอร์ตเต็มรูปแบบ ที่สามารถว่ายน้ำ ขี่จักรยาน และวิ่งได้ดีที่สุดรุ่นหนึ่งของวงการสมาร์ทวอทช์ ที่จะช่วยติดตามการฝึกซ้อม คาดการณ์การแข่งขัน แนะนำการพักฟื้น วัดสถานะ HRV และมีกราฟิกแสดงแนวโน้ม Training Effect อีกด้วย นอกจากนี้ด้านสุขภาพก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน ทั้งระบบติดตามการนอนหลับ ติดตามความเครียด ติดตามระดับพลังงาน Body Battery และอีกมากมาย เสริมด้วยระบบความปลอดภัยอย่าง ฟีเจอร์ความปลอดภัย LiveTrack และ Incident Detection ถือเป็นสมาร์ทวอทช์อเนกประสงค์และเต็มไปด้วยฟีเจอร์เจ๋งๆ อีกรุ่นหนึ่งเลย 5. Amazfit GTR 4 รุ่นโปรดของสายกีฬา ใครรักกีฬาต้องถูกใจสิ่งนี้แน่นอน เพราะรองรับโหมดกีฬาได้มากกว่า 150 โหมด ช่วยให้คุณติดตามการออกกำลังกายของคุณได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าคุณจะวิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ หรือทำกิจกรรมอื่นๆ สามารถให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสุขภาพหัวใจของคุณและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการออกกำลังกายไปพร้อมกัน นอกจากนี้ยังสามารถแจ้งเตือนคุณหากตรวจพบอัตราการเต้นของหัวใจสูงหรือต่ำผิดปกติได้ด้วย และฟีเจอร์อื่นๆ อย่าง ติดตามการนอนหลับ ติดตามความเครียด วัดออกซิเจนในเลือด ก็ช่วยเติมเต็มประโยชน์สำหรับคนรักสุขภาพได้ดีเลยทีเดียว ใครเป็นสายฟิต สายกีฬา ก็ถือเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ตอบโจทย์คุณแน่นอน บทความที่คุณอาจสนใจ นาฬิกาสายหนังผู้ชาย แบรนด์ไหนดี แนะนำ 7 นาฬิกาสายหนัง วินเทจ สุดคลาสสิค นาฬิกาผู้ชาย ราคาไม่เกิน 10,000 บาท แบรนด์ไหนดี รุ่นไหนต้องมี นาฬิกา SEIKO ผู้ชาย ราคาไม่เกิน 30,000 บาท รุ่นไหนดี 2024 นาฬิกาคาสิโอผู้ชาย ราคาไม่เกิน 10,000 บาท รุ่นไหนดี นาฬิกา HUGO BOSS นาฬิกาผู้ชาย แบรนด์ดัง ราคาเท่าไหร่ เช็คเลย รวมนาฬิกาผู้ชายสีแดงยี่ห้อไหนดี ดีไซน์สวย น่าสะสมราคาเท่าไหร่ รวมนาฬิกาผู้ชายสีเงินยี่ห้อไหนดี ดีไซน์สวย น่าสะสมราคาเท่าไหร่ ------------------------------------------------- วิธีการดูบอลพรีเมียร์ลีก 2023/24 ที่ TrueID : แพ็กเกจชมครบทุกคู่!

Smartwatch ราคาเริ่มต้นเฉียดแสนจากหลุยส์ วิตตอง
อ่าน

Smartwatch ราคาเริ่มต้นเฉียดแสนจากหลุยส์ วิตตอง

แทมเบอร์ฮอไรซอน (Tambour Horizon) นาฬิกาสมาร์ตวอตช์ (Smartwatch) แบบพรีเมียมจากแบรนด์สุดหรูอย่างหลุยส์ วิตตอง (Louis Vuitton) ราคาเริ่มต้นที่ 2,400 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว ๆ 80,000 บาท สามารถเลือกสีและชนิดของสายนาฬิกาได้มากกว่า 60 แบบ สามารถปรับแต่งหน้าปัดได้ ประดิษฐกรรมแห่งเวลานี้จึงสามารถสะท้อนให้เห็นถึงสไตล์และบุคลิกของผู้สวมใส่ได้ตัวเรือนสเตนเลสมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 42 มิลลิเมตร หนา 12.6 มิลลิเมตร ด้านหลังตัวเรือนและเม็ดมะยมสลักโลโก้ LV กรอบแบบหมุนได้ หน้าจอสัมผัส AMOLED ทรงกลมเต็มวงขนาด 1.2 นิ้ว ความละเอียด 327 ppi กันน้ำลึกถึง 30 เมตร ระบบปฏิบัติการ Wear OS by Google สามารถเข้ากันได้กับระบบปฏิบัติการ Android 4.4 ขึ้นไปและ iOS 9.3 ขึ้นไป แบตเตอรี่ขนาด 300 มิลลิแอมป์ มี RAM ขนาด 512 เมกะไบต์ และพื้นที่เก็บข้อมูล 4 กิกะไบต์รองรับการทำงานควบคู่กับแอปฯ LV City Guide ที่จะช่วยแนะนำร้านอาหารและสถานที่ท่องเที่ยวโดยอ้างอิงจากเมืองที่ผู้สวมใส่อยู่ในขณะนั้น สามารถเชื่อมต่อกับ Android Pay หรือ Alipay เพื่อชำระเงินผ่านนาฬิกา แสดงผลการแจ้งเตือนจากโซเชียลมีเดียและรองรับการสั่งงานด้วยเสียง มีโหมด My Travel บอกข้อมูลการเดินทาง เช่น เที่ยวบิน รถไฟ และโรงแรม เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีโหมด My 24 hours บอกเขตเวลา, ตัวนับก้าว, กำหนดการ, ตัวบอกมลพิษ, สภาพอากาศ และอุณหภูมิ ถึงจะฟังดูล้ำมาก ๆ แต่ แทมเบอร์ฮอไรซอนไม่มีเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบออปติคัลติดมาด้วยเหมือนกับนาฬิกาสมาร์ตวอตช์รุ่นอื่น ๆ ที่ราคาถูกกว่ามากในท้องตลาดฉะนั้นเมื่อเทียบกับความสามารถของนาฬิกาสมาร์ตวอตช์รุ่นอื่น ๆ ที่สามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจ วัดระดับออกซิเจนในร่างกาย วัดระดับความเครียด และอื่น ๆ แทมเบอร์ฮอไรซอนยังถือว่าด้อยกว่าในหลาย ๆ ด้าน แต่หากว่าด้วยเรื่องของดีไซน์ ความหลากหลายของวัสดุสายนาฬิกา และการบริการลูกค้าแบบพรีเมียม แน่นอนว่าหลุยส์ วิตตองไม่เป็น 2 รองใคร" style="height: 370px;">ข้อมูลและภาพจากeu.louisvuitton.com

ตลาด Smartwatch เติบโตอย่างต่อเนื่อง Apple Watch ยังครองแชมป์ส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด
อ่าน

ตลาด Smartwatch เติบโตอย่างต่อเนื่อง Apple Watch ยังครองแชมป์ส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด

ปัจจุบันสมาร์ทวอช (Smart Watch) ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งแกดเจ็ตที่ขาดไม่ได้เลยโดยเฉพาะในกลุ่มคนรักสุขภาพ ด้วยฟีเจอร์ที่ออกแบบมาให้เหมาะกับการออกกำลังกาย รวมถึงยังเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ตลาดสมาร์ทวอชจึงเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ในทุก ๆ ปีที่มาของภาพ https://www.wareable.com/smartwatches/best-smartwatch-reviews-compared-8286ล่าสุดรายงานจาก Counterpoint Research เผยว่า ยอดขายสมาร์ทวอชทั่วโลกในไตรมาสแรกของปีนี้ เพิ่มขึ้น 35% เมื่อเทียบกับปี 2020 บ่งชี้ว่าความต้องการของผู้บริโภคยังคงหนาแน่น แม้สถานการณ์ในปีนี้ยังต้องเผชิญกับการระบาดของโรค COVID-19แน่นอนว่าแบรนด์ใหญ่อย่าง Apple Watch ปีนี้ก็ได้ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นอีก 3% เป็นผลมาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นของ Apple Wtach Series 6 ที่อัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์ด้านสุขภาพมากมาย รวมถึงการเปิดตัว Apple Watch SE ราคาย่อมเยา ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของ Apple ได้ง่ายขึ้นที่มาของภาพ https://www.techspot.com/news/89849-smartwatch-market-growing-apple-watch-dominates.htmlส่วนทางฝั่งของ Android นั้น Samsung มียอดขายเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 27% และกินส่วนแบ่งการตลาดเบียดเข้าใกล้แบรนด์จีนอย่าง Huawei ได้อย่างสูสี แต่ต้องยอมรับว่าเนื่องจากการเปิดตัวของ Apple Watch SE ทำให้ส่วนแบ่งการตลาดโดยรวมของ Samsung ต้องเฉลี่ยไปให้ค่ายผลไม้อย่างเลี่ยงไม่ได้ จึงจะเห็นได้ว่าส่วนแบ่งในปีนี้ตกลงจากปีก่อนราว 5%แต่ก็ยังมีเรื่องน่าสนใจให้กับสาวก Android กันอยู่บ้าง เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา Google ประกาศรวม Wear OS เข้ากับ Tizen OS เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับสมาร์ทวอชระบบปฏิบัติการ Android และช่วยให้นักพัฒนาแอปพลิเคชันต่าง ๆ สามารถทำงานได้ง่ายขึ้นด้วยที่มาของภาพhttps://rinascltabike.com/the-best-smartwatch-for-cycling-guide/ไม่แน่ในปีนี้อาจมีการเปิดตัวสมาร์ทวอช ที่มาพร้อมฟีเจอร์เจ๋ง ๆ มากมาย อย่างเช่นข่าวลือเกี่ยวกับฟีเจอร์วัดระดับน้ำตาลในเลือดของ Apple Watch Series 7 เพราะฉะนั้นใครที่มีแผนจะซื้อสมาร์ทวอชคู่ใจ ไว้รอติดตามกันช่วงกลางจนถึงปลายปีนี้กันขอขอบคุณข้อมูลจาก Techspot

เซ็นทรัลชิดลมและเอ็มบาสซี ชวนสัมผัสโลกแห่งนาฬิกาและจิวเวลรี ในงาน TIME & TREASURES
อ่าน

เซ็นทรัลชิดลมและเอ็มบาสซี ชวนสัมผัสโลกแห่งนาฬิกาและจิวเวลรี ในงาน TIME & TREASURES

เปิดฉากอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับงาน TIME TREASURES งานครั้งสำคัญสำหรับคนรักนาฬิกาและจิวเวลรีที่ต่อยอดจากความแข็งแกร่งของแผนกนาฬิกา โดยห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลมและศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ผนึกกำลังจัดงานนาฬิกาและจิวเวลรีครั้งสำคัญ รวบรวมแบรนด์ชั้นนำจากทั่วโลกรวม 50 แบรนด์ ถ่ายทอดประสบการณ์ภายใต้แนวคิด CRAFT YOUR OWN TIME ชวนคนรักนาฬิกา นักสะสม และผู้ที่หลงใหลในงานดีไซน์และงานฝีมือ มาค้นหา นาฬิกาและจิวเวลรีที่ใช่ ที่สะท้อนตัวตนและเติมเต็มทุกช่วงเวลาของตัวเอง ผ่านคอลเลกชันเอ็กซ์คลูซีฟที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ คอลเลกชันใหม่ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรก และรุ่นลิมิเต็ดเอดิชัน พร้อมกิจกรรมและสิทธิพิเศษที่คัดสรรมาโดยเฉพาะ ระหว่างวันที่ 2 ก.ย. 11 ต.ค. 2569 ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลมและศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี โดยความพิเศษของ TIME TREASURES ถ่ายทอดผ่านสองจุดหมายสำคัญใจกลางกรุงเทพฯ ที่นำเสนอประสบการณ์ด้านนาฬิกาและจิวเวลรีในมิติที่แตกต่างและเติมเต็มกัน พร้อมหลากหลายไฮไลต์ที่คัดสรรมาเพื่อคนรักนาฬิกาและจิวเวลรีโดยเฉพาะ CENTRAL CHIDLOM : OWN THE MOMENT ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม ชวนสัมผัสประสบการณ์เหนือระดับที่เติมเต็มทุกช่วงเวลาผ่านความงดงามของงานฝีมือ ความประณีต และดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ กับ 6 ไฮไลต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ดังนี้ ความพิเศษที่ 1: เปิดโลกแห่งนาฬิกาและจิวเวลรี กับคอลเลกชันพิเศษและเรือนไฮไลต์จากแบรนด์ชั้นนำ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลมนำเสนอประสบการณ์OWN THE MOMENTชวนค้นพบนาฬิกาและจิวเวลรีที่สะท้อนตัวตนและเติมเต็มทุกช่วงเวลาสำคัญ ผ่านการคัดสรรคอลเลกชันพิเศษจากแบรนด์ชั้นนำ พร้อมข้อเสนอและประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟทั่วห้าง ที่ The Atrium และ Lobby Lounge (ชั้น G), Luxe Galerie (ชั้น 1) และ Watch Watch (ชั้น 2) ตลอดงาน พบกับนาฬิกาที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ ทั้งรุ่นเอ็กซ์คลูซีฟที่มีเฉพาะห้างเซ็นทรัล 7 รุ่น, รุ่นลิมิเต็ดเอดิชัน 19 รุ่น, รุ่นที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกภายในงานนี้ 36 รุ่น และรุ่นจากคอลเลกชันใหม่ล่าสุด 79 รุ่นจากหลากหลายแบรนด์ชั้นนำ อาทิ BA111OD, BVLGARI, CASIO, CITIZEN, DERMOND, DOXA, FAVRE LEUBA, FREDERIQUE CONSTANT, GARMIN, GRAND SEIKO, GUCCI, GUESS, HAMILTON, HERCULES, LONGINES, MIDO, NORQAIN, ORIENT STAR, RADO, RUDIS SYLVA, SEIKO, TISSOT, TITONI และ TUTIMA รวมทั้งแบรนด์จิวเวลรี ได้แก่ GOLD MASTER, JUBILEE, PEARL BIJOU, และ PRIMA โดยมี ไฮไลต์เรือนเวลารุ่นเอ็กซ์คลูซีฟที่มีเฉพาะห้างเซ็นทรัล รุ่นลิมิเต็ดเอดิชัน และคอลเลกชันใหม่ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในไทยภายในงานอาทิ ORIS x Central Limited Edition II สานต่อความร่วมมือสุดเอ็กซ์คลูซีฟระหว่าง ORIS และ Central เป็นครั้งที่ 2 ผ่านนาฬิการุ่น Aquis โดดเด่นด้วยหน้าปัดไล่เฉดสีแดงเมทัลลิก พร้อมสลักโลโก้ Central บริเวณฝาหลัง ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 50 เรือน และจำหน่ายที่ Central เท่านั้น ราคา 132,900 บาท GRAND SEIKO Evolution 9 New Collection ขับเคลื่อนด้วย Spring Drive Calibre 9RB2 เที่ยงตรงสูง 20 วินาทีต่อปี โดยรุ่นนี้ เปิดตัวภายในงานเป็นที่แรกในไทย ราคาเริ่มต้น 331,000 บาท LONGINES Master Collection L2.962.4.73.2 โดดเด่นด้วยดีไซน์ใหม่ ครั้งแรกในตระกูล The Longines Master Collection และเป็นรุ่นใหม่ที่เปิดตัวภายในงานนี้เป็นที่แรกในไทย ราคา 136,500 บาท TITONI LUXE TOURBILLON 1000 Z-R-740 รุ่นใหม่ที่มาพร้อมกลไก Calibre T1000 ที่มอบพลังงานสำรองยาวนานถึง 110 ชั่วโมง พร้อมเปิดตัวภายในงานนี้เป็นที่แรกในไทย และมีจำหน่ายที่ Central เท่านั้น ราคา 489,000 บาท THE CITIZEN 50th Anniversary Limited Edition AQ4091-56W รุ่นฉลองครบรอบ 50 ปีของ Eco-Drive โดดเด่นด้วยหน้าปัด Washi ที่ผ่านการย้อมด้วยมือ ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 650 เรือนทั่วโลก และนำเข้ามาจำหน่ายที่ Central เท่านั้น ราคา 180,000 บาท SEIKO HBB003K รุ่นพิเศษที่ได้แรงบันดาลใจจากบรรยากาศ Asian Resort และชายหาดยามพระอาทิตย์ตก ถ่ายทอดผ่านหน้าปัดลวดลายสีสันสดใส และมีจำหน่ายที่ Central เท่านั้น ราคา 23,500 บาท ความพิเศษที่ 2: ยกระดับประสบการณ์กับการเลือกชมนาฬิกาแบบเอ็กซ์คลูซีฟจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก เปิดประสบการณ์การเลือกชมนาฬิกาอย่างเหนือระดับสุดเอ็กซ์คลูซีฟ จากแบรนด์นาฬิกาชั้นนำมากมายที่พร้อมนำเสนอคอลเลกชันพิเศษ ณ Personal Shopping Suite ชั้น 1 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม ตลอดรายการ วันที่ 1113 กันยายน 2569 พบกับ BLANCPAIN และ OMEGA วันที่ 1820 กันยายน 2569 พบกับ PANERAI วันที่ 28 กันยายน 4 ตุลาคม 2569 พบกับ BA111OD, DOXA, TUTIMA, FAVRE LEUBA, NORQAIN, HERCULES และ RUDIS SYLVA วันที่ 1011 ตุลาคม 2569 พบกับ ORIS ความพิเศษที่ 3: รวมพื้นที่พิเศษจากหลากหลายแบรนด์นาฬิกาชั้นนำ ถ่ายทอดเอกลักษณ์และประสบการณ์ในแบบเฉพาะตัว พบกับ Pop-up เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ล่าสุด จากหลากหลายแบรนด์นาฬิกาชั้นนำ ตลอดรายการ วันที่ 2 กันยายน 11 ตุลาคม 2569 ณ พื้นที่ Pop-up ชั้น 2ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม ชมคอลเลกชันใหม่และรุ่นพิเศษ จากRADO, TITONI, MIDO, TISSOT, SEIKO, CITIZEN, CASIO, GARMIN และ GUESS วันที่ 3 28 กันยายน 2569 ณ The Atrium ชั้น G พบกับGRAND SEIKO The Spirit of Japanese Craftsmanship ถ่ายทอดเสน่ห์แห่งงานฝีมือและศิลปะการประดิษฐ์นาฬิกาแบบญี่ปุ่น พร้อมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟมากมาย วันที่ 3 28 กันยายน 2569 ณ Lobby Lounge ชั้น Gสัมผัสนาฬิกาคอลเลกชันพิเศษ จากBA111OD, DOXA, FAVRE LEUBA, NORQAIN, HERCULES และ TUTIMA ความพิเศษที่ 4 เติมเต็มทุกช่วงเวลากับกิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟจากแบรนด์ชั้นนำ A Taste of Italian Summer, After Hours at Bvlgari ชวนสัมผัสบรรยากาศอันอบอุ่นและผ่อนคลาย ดื่มด่ำกับกลิ่นอายฤดูร้อนสไตล์อิตาเลียนในแบบฉบับของ BVLGARI แบรนด์เครื่องประดับอัญมณีสัญชาติอิตาเลียน พร้อมเพลิดเพลินกับเครื่องดื่มสูตรพิเศษและเสียงเพลงจาก DJ ตลอดค่ำคืน วันที่ 29 สิงหาคม และ 5 กันยายน 2569 เวลา 17.0020.00 น. (เฉพาะลูกค้าที่ได้รับเชิญ) Whisky Tasting by HOS ร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากแบรนด์ Grand SeikoและHouse of Suntory (HOS)ผู้ผลิตวิสกี้ชั้นนำระดับตำนานของประเทศญี่ปุ่น ชวนคุณลิ้มรสวิสกี้รุ่นพิเศษผ่านการบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญ พร้อมสัมผัสและทดลองสวมใส่นาฬิกาคอลเลกชัน Evolution 9 หรือรุ่น Limited Edition ต่างๆ วันที่ 4 6 และ 12 13 กันยายน 2569 ณ​ บริเวณ The Atrium ชั้น G Seiko Watchmaking Experience เวิร์กช็อปที่ให้คนรักนาฬิกา Seiko ได้สัมผัสบทบาทของช่างทำนาฬิกา (Watchmaker) พร้อมทดลองถอดประกอบกลไกนาฬิกาจริงภายใต้การดูแลของช่างผู้เชี่ยวชาญ (Takumi) วันที่ 12 กันยายน 2569 ​ณ ห้อง Workshop ชั้น 1 ความพิเศษที่ 5 ข้อเสนอและสิทธิประโยชน์เหนือระดับ เอาใจคนรักนาฬิกาและจิวเวลรีกับ ข้อเสนอและสิทธิประโยชน์สุดพิเศษเฉพาะงาน TIME TREASURES ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม ได้แก่ ส่วนลดสูงสุด 30% สำหรับสินค้ารุ่นที่ร่วมรายการ รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 135,000 บาท เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไขกำหนด รับสิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการสูงสุด 28% ลุ้นรับฟรี! บัตรชมภาพยนตร์ Embassy Diplomat Screen (มูลค่า 4,000 บาท) เมื่อสะสมยอดช้อปทุกวันจันทร์ วันพฤหัสบดีครบ 300,000 บาทขึ้นไป / สัปดาห์ (2 รางวัล / สัปดาห์) *รางวัลละ 2 ที่นั่ง ลุ้นรับฟรี! บัตรกำนัล Summer Reverie Afternoon Tea Set จากโรงแรม Park Hyatt Bangkok (มูลค่า 3,530 บาท) เมื่อสะสมยอดช้อปทุกวันศุกร์ วันอาทิตย์ ครบ 300,000 บาทขึ้นไป / สัปดาห์ (2 รางวัล / สัปดาห์) *รางวัลละ 2 ที่นั่ง ลูกค้าที่มียอดช้อปสูงสุด 6 ท่านแรก! รับของรางวัลพิเศษ (มูลค่ารวมกว่า 140,000 บาท) เมื่อมียอดช้อปสะสมครบ 1,000,000 2,000,000 บาทขึ้นไป ตลอดรายการ รับ Luxe Galerie Cash Coupons สูงสุด 12,000 บาท เมื่อช้อปลักชัวรีแบรนด์ที่ร่วมรายการตามเงื่อนไขที่กำหนด ความพิเศษที่ 6 โมเมนต์พิเศษกับ สกายนานิ เปิดงาน TIME TREASURES อย่างเป็นทางการ พร้อมหนึ่งในไฮไลต์สำคัญ เมื่อ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม แท็กทีม 2 นักแสดงหนุ่มหล่อคนรักนาฬิกาตัวจริงเสียงจริง สกาย วงศ์รวี นทีธร และ นานิ หิรัญกฤษฎิ์ ช่างคำ มาร่วม CRAFT YOUR OWN TIME ค้นหาช่วงเวลาสุดเอ็กซ์คลูซีฟในแบบของตัวเอง พร้อมแบ่งปันสไตล์และความชื่นชอบด้านนาฬิกา เพื่อสร้างแรงบันดาลใจสำหรับคนรักนาฬิกา พร้อมด้วย 15 ดาราจากแบรนด์นาฬิกาชั้นนำ นำโดย กระทิงขุนณรงค์ จากแบรนด์ SEIKO, ฟอสจิรัชพงศ์ จาก แบรนด์ GARMIN, ฟิล์มรชานันท์ จากแบรนด์นาฬิกา GUESS, เน็ตสิรภพ จากแบรนด์ CASIO, สนยุกต์ จากแบรนด์ CITIZEN, อัพภูมิพัฒน์ และมุกวรนิษฐ์ จากแบรนด์ LONGINES, ฟลุ้คณธัช และปีเตอร์แพนทัศน์พล จากแบรนด์ ORIS, มินธนากร และท็อปแท็ปจารุกิจ จากแบรนด์ ORIENT STAR, นัตตี้นันทนัท และณณภัทร จากแบรนด์ RADO, จูเนียร์กาจบัณฑิต จากแบรนด์ TITONI และโจฮันต์ อูมา จากแบรนด์ในเครือ PRCIEUX ร่วมสนุกกับกิจกรรมสุดพิเศษ ทั้งการถ่ายภาพคู่กับนาฬิกาเรือนโปรด บันทึกช่วงเวลาพิเศษในรูปแบบวิดีโอ และ เพลิดเพลินกับค็อกเทลวิสกี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก THE GLENLIVET ที่รังสรรค์ขึ้นสำหรับแขกภายในงาน พร้อมบริการสลักอักษรบนกล่องนาฬิกาเพื่อเติมเอกลักษณ์ในแบบเฉพาะตัว CENTRAL EMBASSY: THE MEMORY DISTRICT ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ชวนสัมผัสประสบการณ์เหนือระดับกับปรากฏการณ์ High Watch High Jewellery หมุดหมายสำหรับคนรักเรือนเวลาและงานหัตถศิลป์ชั้นสูง โดยนำเสนอผ่านแนวคิด THE MEMORY DISTRICT ถ่ายทอดคุณค่า ของเวลา ในฐานะความทรงจำที่สั่งสมผ่านกาลเวลา โดยเน้นเรื่อง Heritage, Craftsmanship และ Cultural Storytelling พร้อมรังสรรค์ พื้นที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในบรรยากาศ Luxury Lifestyle มากกว่าการเป็นพื้นที่จัดแสดงสินค้า ตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน 11 ตุลาคม 2569 พร้อมชวนสัมผัสความเหนือระดับของเรือนเวลากว่า 20 แบรนด์ชั้นนำ ทั้งการเผยโฉมรุ่นใหม่ล่าสุด คอลเลกชันพิเศษ ตลอดจนผลงานระดับ Limited Editions นำโดย 9 เรือนเวลาไฮไลต์ระดับไอคอนิก อาทิ AUDEMARS PIGUET, BLANCPAIN รุ่น Fifty Fathoms Bathyscaphe 70th Anniversary Limited Edition, BOVET รุ่น 19Thirty - Special Edition, CARTIER WATCH รุ่น Santos de Cartier Watch รุ่นใหม่ล่าสุด โดดเด่นด้วยดีไซน์ร่วมสมัยและกลไล Chronograph, FRANCK MULLER รุ่น Round Triple Mystery Rainbow, H. MOSER CIE. รุ่น Endeavour Perpetual Calendar Concept Tantalum, HUBLOT รุ่น HUBLOT MP-18 Tourbillon Arsham Splash Sapphire นาฬิกา Limited Edition ที่ถูกออกแบบโดยศิลปินชื่อดัง Daniel Arsham, OMEGA รุ่น Speedmaster 38 mm. เปิดตัวล่าสุด, VACHERON CONSTANTIN รุ่น Historiques American 1921 เผยโฉมรุ่นใหม่ล่าสุดจากงานระดับโลก Watches Wonders 2026 เป็นต้น พร้อมยกระดับประสบการณ์ด้วยกิจกรรมจากแบรนด์นาฬิกาชั้นนำสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากแบรนด์นาฬิกาชั้นสูง ไม่ว่าจะเป็นร่วมสัมผัสนวัตกรรมรุ่นล่าสุด 2026 Novelties โดย VACHERON CONSTANTIN (วันที่ 3 13 กันยายน 2569), พบกับนาฬิกาเรือนไฮไลต์สุดพิเศษจาก HUBLOT (วันที่ 2 - 13 กันยายน 2569), กิจกรรมพรีวิวและเวิร์กช็อปวาดภาพ Portrait โดยศิลปิน มอบเป็นของขวัญสุดพิเศษจาก BLANCPAIN (วันที่ 5 6 กันยายน 2569 และ วันที่ 12 13 กันยายน 2569) และการถ่ายภาพ Portrait คู่กับคอลเลกชันนาฬิกา Speedmaster 38 mm. ล่าสุดจาก OMEGA (วันที่ 13 กันยายน 2569) นอกจากนี้ ตลอดช่วงวันที่ 2 13 กันยายน 2569 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ชั้น G ยังเปิดให้ร่วมดื่มด่ำกับ 5 ไฮไลต์สุดพิเศษ Memory Pavilion (A Hidden Tales of Craft and Legacy): แลนด์มาร์กจัดแสดงเรือนเวลาชั้นสูงจากแบรนด์ระดับตำนานอย่าง BLANCPAIN รุ่น Fifty Fathoms Bathyscaphe 70th Anniversary Limited Edition ซึ่งผลิตจำกัดเพียง 300 เรือนทั่วโลก โดยมีจำหน่ายเฉพาะที่บูติก Blancpain Central Embassy ที่เดียวเท่านั้น, BOVET รุ่น Rcital 28 Prowess 1 นาฬิกาจักรกลเรือนแรกของโลกที่แก้ปัญหาเวลาออมแสง (DST) ด้วยระบบลูกกลิ้ง ปรับเทียบเวลา 24 ไทม์โซนได้แม่นยำตลอดปี, CARTIER WATCH รุ่น Santos de Cartier watch ตำนานนาฬิกานักบินรุ่นแรกของโลก มาพร้อมฟังก์ชันโครโนกราฟ, FRANCK MULLER รุ่น Round Triple Mystery Rainbow โดดเด่นด้วยหน้าปัดและตัวเรือนประดับอัญมณีไล่เฉดสีรุ้งกว่า 360 เม็ด, MOSER CIE รุ่น Pioneer Cylindrical Tourbillon Skeleton Spiced Aqua ดีไซน์หน้าปัดโปร่งใส มองเห็นฟันเฟืองด้านในแบบ 3 มิติ, OMEGA Speedmaster Professional Apollo XI รุ่นปี 1969 นาฬิกาวินเทจหาชมยาก ผลิตเพียง 1,014 เรือน โดย OMEGA มอบให้แก่นักบินอวกาศ NASA ในงาน Astronaut Appreciation Dinner ที่ฮูสตัน หลังภารกิจ Apollo 11 เดินทางถึงดวงจันทร์ นับเป็นรุ่นหายากที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากนักสะสม ตลอดจนคอลเลกชันส่วนตัวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ จากคุณอ๊อฟ จุมพล อดุลกิตติพร โดยพื้นที่จัดแสดงถูกออกแบบด้วยรูปทรงโมโนลิธิกที่ได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมของ Aldo Rossi สถาปนิกชาวอิตาเลียนระดับตำนาน ทำหน้าที่เป็นหอคอยแห่งกาลเวลารวบรวมเรือนเวลาให้ทุกท่านได้รับชม The Voice of Time (A Story of Passion): เวทีทอล์กที่รวมกูรู ครีเอเตอร์ และนักสะสมชั้นนำของไทยมาร่วมถ่ายทอดมุมมอง เทรนด์ และเคล็ดลับการลงทุนในเรือนเวลา วันที่ 2 กันยายน 2569 (เวลา 15:30 15:50 น.): From the first watch to forever โดย คุณภฤศ ทิมา (เข้ม), คุณสฤษดิ์ ตันติอภิชาต (หมอต้น) และสปีกเกอร์รับเชิญสุดพิเศษ วันที่ 4 กันยายน 2569 (เวลา 16:00 17:00 น.): Bespoke Night: The Wrist Rules โดย คุณอภินันท์ นิธิวานิช (ต่อ) The Refinement และ Berwick Thailand, คุณนัตธนนท์ ปิ่นโรจน์กีรติ (ณภัทร) และคุณปนัสย์ ฉันท์บุญญวัฒน์ (เบลล์) MenDetail วันที่ 5 กันยายน 2569 (เวลา 14:00 15:00 น.): The Evolution of a Collector โดย คุณเบญจ์เยี่ยม ส่งวัฒนา (นุ้ย), คุณนัตธนนท์ ปิ่นโรจน์กีรติ (ณภัทร) และแขกรับเชิญสุดพิเศษ วันที่ 6 กันยายน 2569 (เวลา 16:00 16:40 น.): The Evolution of a Collector โดย คุณกิตติพงศ์ สุธาทองไทย (ปอนด์) และกูรูรับเชิญสุดพิเศษ The Hand of Time (A Personal Touch Timepiece Workshop): เปิดประสบการณ์ตรงผ่านเวิร์กช็อปสุดประณีตเพื่อบันทึกเรื่องราวเฉพาะบุคคล วันที่ 5 กันยายน 2569 (เวลา 11:00 13:00 น. / เวลา 15:30 18:00 น.) และ วันที่ 6 กันยายน 2569 (เวลา 11:00 15:00 น. / เวลา 17:00 18:00 น.): Know Your Watch by GAR Watch service center บริการดูแลนาฬิกา พร้อมตรวจประเมินสุขภาพของเรือนเวลาเบื้องต้น และดูแลทุกขั้นตอนด้วยความเชี่ยวชาญ ตั้งแต่การถอดตรวจและบำรุงรักษากลไกภายใน ไปจนถึงการขัดเงาอย่างประณีต วันที่ 12 กันยายน 2569 (เวลา 15:00 17:00 น.): Antique Night: The Archive Room Live Portrait โดยคุณอภิชัย ชินเศรษฐวงศ์ (เล็ก) และ SSC Community ร่วมถ่ายทอด 'ตัวตน' ของคุณผ่านภาพวาดใบหน้า พร้อมกับนาฬิกาเรือนสำคัญที่เต็มไปด้วยเรื่องราว วันที่ 13 กันยายน 2569 (เวลา 15:00 17:00 น.): Antique Night: The Archive Room Photoshoot โดย WatchLads Watch Community ร่วมบันทึกภาพร่วมกับนาฬิกาเรือนสำคัญ ผ่าน Workshop ถ่ายภาพ โดยช่างภาพมืออาชีพ The Hour Bar (A Taste of The World's Finest Bar): พื้นที่พบปะสังสรรค์ไปกับเสียงดนตรีและเครื่องดื่มสูตรพิเศษ โดย Bar Leone บาร์ชื่อดังการันตีด้วยตำแหน่งบาร์อันดับ 1 ของเอเชีย (Asia's 50 Best Bars) (วันที่ 2 5 กันยายน 2569 เวลา 16:00 21:00 น.) ก่อนส่งต่อความเอ็กซ์คลูซีฟไปกับบาร์ชั้นนำ (วันที่ 6 13 กันยายน 2569 เวลา 16:00 21:00 น.) เติมเต็มความสมบูรณ์แบบด้วยอีกหนึ่งไฮไลต์พิเศษ Treasures of Prestige กับการเผยโฉม 2 ไอคอนิกซูเปอร์คาร์ขุมพลังไฮบริดระดับโลกจาก Lamborghini ที่สะท้อนขีดสุดแห่งสมรรถนะและงานวิศวกรรมยานยนต์ล้ำสมัยอย่างเหนือระดับ นำโดย Lamborghini Temerario ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ปลั๊กอินไฮบริดสมรรถนะสูงรุ่นล่าสุดและดีที่สุดในคลาส (FUORICLASSE) ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ V8 และยังเป็นเครื่องยนต์ซูเปอร์สปอร์ตคาร์รุ่นแรกและรุ่นเดียวในการผลิตที่สามารถทำความเร็วรอบได้สูงถึง 10,000 รอบต่อนาที และสามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 2.7 วินาที จัดแสดงในเฉดสี Blu Uranus เคียงคู่กับ Lamborghini Urus SE ซูเปอร์เอสยูวีปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกของแบรนด์ ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ทวินเทอร์โบ V8 ทรงพลังด้วยกำลังเครื่องรวม 800 CV พร้อมโหมดขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าได้ไกลกว่า 60 กิโลเมตร ในเฉดสี Giallo Auge ให้ผู้หลงใหลในความเร็วและงานดีไซน์ระดับมาสเตอร์พีซได้ร่วมสัมผัสอย่างใกล้ชิดตลอดช่วงการจัดงาน สัมผัสประสบการณ์แห่งนาฬิกาและจิวเวลรีในงาน TIME TREASURES ภายใต้แนวคิด CRAFT YOUR OWN TIME พร้อมค้นหาและจับจอง เรือนที่ใช่ จากแบรนด์ชั้นนำ กับคอลเลกชันและข้อเสนอพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน 11 ตุลาคม 2569 ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลมและศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี รวมถึงหลากหลายช่องทางการช้อป ทั้ง Central App, central.co.th, Central Chat Shop ผ่าน LINE Official @centralofficial, Central Personal Shopper โทร.1425 พร้อมบริการชมสินค้าแบบเรียลไทม์กับผู้ช่วยช้อปส่วนตัว, Inbox ทาง Facebook: Central Department Store รวมถึง CENNI ผู้ช่วยช้อป AI อัจฉริยะ ที่ช่วยให้ลูกค้าค้นพบสิ่งที่ใช่ได้ในแชตเดียว

ORIENT STAR เปิดตัวเคาน์เตอร์แห่งใหม่ พร้อมคอลเลกชันใหม่ ณ เซ็นทรัล ชิดลม
อ่าน

ORIENT STAR เปิดตัวเคาน์เตอร์แห่งใหม่ พร้อมคอลเลกชันใหม่ ณ เซ็นทรัล ชิดลม

นาฬิกา ORIENT STAR (โอเรียนท์ สตาร์) จากประเทศญี่ปุ่น นำโดย บริษัท สหกรุงทองเทรดดิ้ง จำกัด UKT (UNITED KRUNG THONG TRADING CO., LTD.) ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย จัดงานเปิดตัวเคาน์เตอร์แห่งใหม่ ณ เซ็นทรัล ชิดลม พร้อมแนะนำเรือนเวลาคอลเลกชันใหม่ในวาระครบรอบ 75 ปีของแบรนด์ กับ M45 F8 MECHANICAL MOON PHASE HAND WINDING โดยผลิตจำนวนจำกัดเพียง 140 เรือนทั่วโลก และเรือนเวลาคู่ Limited Edition ได้แก่ RE-AV0140E Modern Skeleton จาก Contemporary Collection และ RE-ND0024E Classic Semi Skeleton จาก Classic Collection ที่ได้ แรงบันดาลใจจากความงามของแสงออโรรา พร้อมได้รับเกียรติจากสองนักแสดง ท็อปแท็ป-จารุกิต แก้วมูลเรือง และ มิน-ธนากร วิชานุเคราะห์ มาร่วมงาน ณ เคาเตอร์ ORIENT STAR ห้างเซ็นทรัล ชิดลม ชั้น 2 โดยเริ่มต้นด้วยการนำเสนอนาฬิการุ่นพิเศษ ฉลองวาระครบรอบ 75 ปี ด้วย M45 F8 Mechanical Moon Phase Hand Winding 75th Anniversary รหัส RE-BW0008B เรือนเวลาที่ถ่ายทอดภาพดวงจันทร์ล่องผ่านหมู่เมฆอย่างเงียบงามในคืนฤดูใบไม้ร่วง ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 140 เรือนทั่วโลก พร้อมหมายเลขประจำเรือน ผสานศิลปะแห่งการรังสรรค์หน้าปัดเข้ากับศาสตร์ Mechanical Watchmaking แบบญี่ปุ่น และกลไก Moon Phase แบบ Hand Winding ที่พัฒนาขึ้นใหม่ โดยแรงบันดาลใจของดีไซน์มาจากเมฆที่เคลื่อนผ่านท้องฟ้าโปร่งในคืนฤดูใบไม้ร่วง ทำให้แสงจันทร์ปรากฏและเลือนหายผ่านช่องว่างระหว่างหมู่เมฆ ช่วงเวลาอันแสนสั้นนี้ถูกถ่ายทอดลงบนหน้าปัดที่เต็มไปด้วยมิติ พื้นผิว และประกายแสงที่เปลี่ยนไปตามมุมมอง ต่อมาคือนาฬิกา Mechanical Limited Edition สองรุ่นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามลึกลับของห้วงอวกาศและแสงออโรรา รุ่นพิเศษภายใต้ Contemporary Collection กับวาระครบรอบ 75 ปี คือ RE-AV0140E Contemporary Modern Skeleton ขนาด 41 มม. ผลิตจำนวนจำกัด 1,600 เรือนทั่วโลก และนาฬิกาอีกรุ่นที่ผลิตในแบบลิมิเต็ดเอดิชั่น สำหรับวาระพิเศษฉลองครบรอบ 75 ปี คือนาฬิกา RE-ND0024E Classic Semi Skeleton Ladies จาก Classic Collection เรือนเวลาทั้งสองได้รับการออกแบบให้เป็นคู่ที่มีรูปลักษณ์สอดคล้องกัน โดดเด่นด้วยหน้าปัด Blue-Green Gradation ที่เปล่งประกาย ชวนให้นึกถึงแสงออโรราที่เคลื่อนไหวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน Roman Numerals สีขาวช่วยเพิ่มความชัดเจนและกลิ่นอาย Classic ขณะที่ช่อง Open-heart เผยเสน่ห์ของจังหวะกลไกอันเป็นหัวใจของ Orient Star แต่ถ่ายทอดเอกลักษณ์ผ่านสัดส่วนและรายละเอียดการออกแบบที่แตกต่างกัน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบันทึกช่วงเวลาร่วมกันโดยยังคงสไตล์เฉพาะตัว ผลิตในประเทศญี่ปุ่น พร้อมฝาหลังแบบ See-through เผยให้เห็นการทำงานของกลไก และสลักหมายเลข Limited Edition ฉลองครบรอบ 75 ปี พบกับนาฬิกา ORIENT STAR ได้ที่เคาเตอร์ ชั้น 2 แผนกนาฬิกา ห้างเซ็นทรัลชิดลม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน LINE OA: @orientstarth

นาฬิกา ราคาพิเศษเริ่มต้น 1,299.- สินค้าที่ร่วมรายการ ใช้ 9 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

นาฬิกา ราคาพิเศษเริ่มต้น 1,299.- สินค้าที่ร่วมรายการ ใช้ 9 ทรูพอยท์

ประหยัดสูงสุด ฿4801 ที่ ทเวลฟ์วิคตอรี่ ลูกค้าทรูใช้ทรูพอยท์ 9 คะแนนซื้อสินค้าที่ร่วมรายการ ราคาพิเศษ- นาฬิกา LWA0185-A เพียง 1,299.- (ปกติ 6,100.-)- นาฬิกา LWA0186-A เพียง 1,299.- (ปกติ 6,100.-)- นาฬิกา LWA0174-A เพียง 1,499.- (ปกติ 6,200.-)ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมLINE OA: https://lin.ee/l1BTMMnFACEBOOK (12victory): https://www.facebook.com/12victorycrystal เงื่อนไข 1. โค้ดมีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ ทาง บริษัทฯ จะไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี2. กดรับสิทธิ์ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์เท่านั้น งดรับสิทธิ์จากภาพถ่าย/ภาพบันทึกหน้าจอ (Screenshot)3. สงวนสิทธิ์งดให้บริการหากลูกค้าทำการกดตัดสิทธิ์ หรือไม่มีโค้ดเพื่อใช้สแกนรับสิทธิ์4. ในกรณีที่โค้ดถูกขโมย ทำลาย หรือนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของโค้ด บริษัทฯจะไม่ทำการคืนเงินในทุกกรณี5. หากโค้ดชำรุดหรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ ทางร้านมีสิทธิ์ปฏิเสธงดให้บริการ6. โค้ดส่วนลดนี้ ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือคืนเป็นเงินสดได้7. บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ตามช่องทางที่กำหนด และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้ การพิจารณาและการตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สิ้นสุดข้อกำหนดและเงื่อนไข

Coach นำเสนอ Mini Watch เทรนด์เด่นแห่ง Spring/Summer 2026
อ่าน

Coach นำเสนอ Mini Watch เทรนด์เด่นแห่ง Spring/Summer 2026

Coach ถ่ายทอดเสน่ห์ของ Mini Watch เทรนด์เด่นแห่ง Spring/Summer 2026 ผ่านเรือนเวลาที่เรียบง่าย แต่โดดเด่นในทุกดีเทล ในโลกแฟชั่นที่กำลังหวนกลับไปให้คุณค่ากับความเรียบง่ายและงานออกแบบเหนือกาลเวลา รายละเอียดเล็ก ๆ กลับกลายเป็นสิ่งที่สร้างความโดดเด่นได้มากกว่าที่เคย หนึ่งในเทรนด์ที่น่าจับตามองของฤดูกาล Spring/Summer 2026 คือการกลับมาของ Mini Watch หรือนาฬิกาหน้าปัดขนาดเล็ก ซึ่งได้รับอิทธิพลจากกระแส Quiet Luxury และความนิยมในการนำเครื่องประดับมาผสมผสานกับการแต่งตัวในชีวิตประจำวัน สำหรับฤดูกาลนี้ Coach ถ่ายทอดแนวคิดดังกล่าวผ่านคอลเลกชันนาฬิกาใหม่ที่โดดเด่นด้วยตัวเรือนขนาด 22 มิลลิเมตร ขนาดที่กำลังได้รับความนิยมในโลกแฟชั่น เพราะมอบความรู้สึกอ่อนโยน สง่างาม และสามารถสวมใส่ร่วมกับกำไลหรือจิวเวลรี่ชิ้นโปรดได้อย่างลงตัว Sammy ซึ่งสะท้อนสุนทรียะแบบ Modern Minimalism ผ่านตัวเรือนโทนสีทอง หน้าปัดสี Silver White พร้อมลาย Coach Signature และหลักชั่วโมงสีทองขัดเงา รายละเอียดที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันช่วยสร้างลุคที่ดูทันสมัย เรียบโก้ และสามารถแมตช์ได้ทั้งกับลุคทำงานและลุควันหยุด ไฮไลต์ของคอลเลกชั่นอยู่ที่ Iris นาฬิกาทรงกลมคลาสสิกที่ได้รับการตีความใหม่ด้วยสาย Bracelet ลาย Coach Signature อันเป็นเอกลักษณ์ เติมความทันสมัยให้กับดีไซน์เหนือกาลเวลา พร้อมหน้าปัดสี Chalk Lacquer ที่ตัดกับหลักชั่วโมงทั้งแบบตัวเลขและโดมมาร์กเกอร์อย่างกลมกลืน ถ่ายทอดความงามแบบเรียบง่ายที่สามารถสวมใส่ได้ในทุกวัน ภายใต้แนวคิด "Crafted to Last" Coach ยังคงนำเสนอเรือนเวลาที่ผสานคุณภาพของงานฝีมือเข้ากับดีไซน์ร่วมสมัย สร้างสรรค์นาฬิกาที่ไม่เพียงตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน แต่ยังเป็นแฟชั่นพีซที่สามารถสวมใส่ได้ในทุกฤดูกาล เพราะในโลกของแฟชั่นยุคใหม่ ความสง่างามไม่ได้วัดจากขนาดที่ใหญ่กว่าเสมอไป หากแต่อยู่ที่รายละเอียดเล็ก ๆ ที่ถูกออกแบบอย่างตั้งใจ และนั่นคือเสน่ห์ของ Mini Watch ที่ Coach ถ่ายทอดออกมาได้อย่างงดงามในฤดูกาล Spring/Summer 2026

Citizen Attesa “Shades of Red” รุ่นลิมิเต็ดธีม Blood Moon ฉลองปรากฏการณ์ จันทรุปราคา
อ่าน

Citizen Attesa “Shades of Red” รุ่นลิมิเต็ดธีม Blood Moon ฉลองปรากฏการณ์ จันทรุปราคา

ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบนาฬิกา มีเรื่องเล่า แต่ก็ยังต้องการความแม่นยำและความสะดวกในการใช้งานจริง คอลเลกชันใหม่ของ Citizen อาจตรงใจคุณมากเป็นพิเศษ Citizen เปิดตัวซีรีส์ Attesa Shades of Red โดยหยิบแรงบันดาลใจจากปรากฏการณ์ จันทรุปราคาเต็มดวง หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า Blood Moon มาถ่ายทอดเป็นโทนสีแดงเข้มบนหน้าปัดและรายละเอียดของตัวเรือนอย่างมีชั้นเชิง จุดที่น่าสนใจคือ Citizen ไม่ได้ใช้สีแดงเพื่อความหวือหวา แต่ใช้เพื่อสร้างบรรยากาศ นิ่ง ลึก ลึกลับ แบบท้องฟ้ายามค่ำคืน ทำให้ทั้งสองเรือนดูโต ดูจริงจัง และเหมาะกับผู้ชายสายสะสมที่ชอบงานดีไซน์มีคอนเซปต์ชัด แนวคิด Shades of Red ไม่ได้มีแค่สี แต่มีมิติของวัสดุและงานหน้าปัด หัวใจของซีรีส์ Shades of Red คือการตีความ เฉดสีแดงของ Blood Moon ให้ออกมาเป็นงานออกแบบที่ต่างกันในแต่ละรุ่น เรือนหนึ่งเล่นกับความซับซ้อนของเวลาโลกและฟังก์ชันแน่น ๆ ส่วนอีกเรือนเน้นธีมดวงจันทร์แบบตรงใจด้วย Moonphase ที่สื่อสารออกมาแบบชัดเจน ทั้งสองรุ่นอยู่ในตระกูล Attesa จึงเน้นภาพลักษณ์ความล้ำสมัยและความแข็งแรง โดยใช้วัสดุไทเทเนียมที่เบา สวมใส่สบาย และเหมาะกับการเป็นนาฬิกาที่ใช้งานได้จริงทุกวัน รุ่นที่ 1: Attesa Shades of Red Worldtimer (CC4077-71Z) ฟังก์ชันแน่น ตอบโจทย์สายเดินทาง ถ้าพูดถึง เรือนเวลารุ่นเรือธง ของคอลเลกชันนี้ รุ่น Worldtimer คือคำตอบชัด ๆ เพราะเป็นฝั่งที่ยกเทคโนโลยีเด่นของ Citizen มาแบบจัดเต็ม โดยเฉพาะระบบ Eco-Drive Satellite Wave GPS ที่ให้ความแม่นยำสูงและสะดวกสำหรับคนที่เดินทางหรือทำงานข้ามโซนเวลา รุ่นนี้ใช้กลไก Calibre F950 ซึ่งอาศัยพลังงานแสงเป็นหลัก แต่มีความสามารถในการปรับเวลาอัตโนมัติโดยอิงสัญญาณดาวเทียม ทำให้ภาพรวมเหมาะกับผู้ชายที่ชอบ นาฬิกาหนึ่งเรือน ทำได้หลายอย่าง ดีไซน์ที่เด่น: โทนแดงเข้มแบบไวน์ ให้ความรู้สึกนิ่งลึกและดูพรีเมียม โดยมีมิติของผิวหน้าปัดและรายละเอียดชวนมอง ฟังก์ชันแนว Worldtimer: มีวงแหวนเมืองและโครงสร้างหน้าปัดที่รองรับการดูเวลาโลกอย่างจริงจัง คาแรกเตอร์: หน้าปัดข้อมูลเยอะ เหมาะกับคนที่ชอบเทคโนโลยีและความซับซ้อนบนข้อมือ เหมาะกับใคร: นักสะสมสายเทคโนโลยี คนเดินทาง คนทำงานต่างประเทศ คนที่ชอบหน้าปัดแน่น ๆ ในมุมมองนักสะสม บางคนอาจติดภาพว่า ควอตซ์ ไม่น่าตื่นเต้นเท่าไรนัก แต่สำหรับ Citizen มาตรฐานของพวกเขาคือการทำควอตซ์ให้มีมูลค่าด้วยเทคโนโลยีและงานประกอบที่จริงจัง โดยเฉพาะ Eco-Drive ที่ลดภาระการเปลี่ยนแบต และ GPS ที่ทำให้นาฬิกาเป็นเครื่องมือนำทางที่เชื่อถือได้ในชีวิตจริง สรุปสเปก Citizen Attesa Shades of Red Worldtimer รุ่น: Citizen Attesa Shades of Red Worldtimer รหัสรุ่น: CC4077-71Z ตัวเรือน: เส้นผ่านศูนย์กลาง 44.6 มม. ความหนา 15.4 มม. ผลิตจาก Super Titanium เคลือบผิว Duratect DLC ให้ความแข็งแรงสูงแต่น้ำหนักเบา หน้าปัด: โทนสีแดงไวน์ (Wine Red) บนฐานมุก Mother-of-Pearl เพิ่มมิติและความเงางาม เสริมด้วยขอบวงแหวนกระจกแซฟไฟร์สีแดง พร้อมสลักชื่อเมืองต่าง ๆ ด้วยตัวอักษรสีเงินบนขอบแซฟไฟร์ การกันน้ำ: รองรับแรงดันน้ำลึกสูงสุด 100 เมตร (10 บาร์) กลไก: Citizen Calibre F950 ระบบ Eco-Drive Satellite Wave GPS รับสัญญาณดาวเทียมเพื่อปรับเวลาอัตโนมัติ ให้ความแม่นยำสูงทั่วโลก พลังงานสำรอง: ใช้งานได้นานสูงสุดประมาณ 5 ปี เมื่อชาร์จเต็มและอยู่ในโหมดประหยัดพลังงาน ฟังก์ชัน: แสดงชั่วโมง นาที วินาที, โครโนกราฟ, เวลาโลก (World Time), ตัวแสดงระดับแสง, ตัวบอกพลังงานสำรอง, ปฏิทินถาวร (Perpetual Calendar) สาย: สาย Super Titanium เคลือบ Duratect DLC เข้าชุดกับตัวเรือน ราคา: 1,595 (ประมาณ 67,952 บาท) จำนวนผลิต: ลิมิเต็ดเอดิชัน จำกัด 1,800 เรือนทั่วโลก รุ่นที่ 2: Attesa Shades of Red Moonphase (BY1005-73Z) ธีมดวงจันทร์ชัด ใส่ได้ทุกวัน ถ้า Worldtimer คือความอลังการด้านฟังก์ชัน รุ่น Moonphase คือความ ลงตัว สำหรับคนที่อยากได้เรือนเวลารุ่นพิเศษแต่ยังใส่ได้ทุกวัน จุดเด่นคือการใส่ Moonphase ที่สอดคล้องกับธีม Blood Moon โดยตรง ทำให้คอนเซปต์ไม่ใช่แค่สี แต่เป็นเรื่องเล่าเต็มรูปแบบ รุ่นนี้ใช้กลไก Calibre H874 แบบ Radio-controlled หรือปรับเวลาอัตโนมัติด้วยสัญญาณวิทยุ เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน พร้อมฟังก์ชันที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น เช่น เวลาโลก ปฏิทินถาวร และตัวบอกพลังงานสำรอง คาแรกเตอร์: ดูสปอร์ตขึ้น หน้าปัดโปร่งกว่า ใส่แล้วดูคล่องตัวกว่า ธีมชัด: Moonphase ช่วยย้ำ เรื่องของดวงจันทร์ ให้เด่นและน่าจดจำ เหมาะกับใคร: คนที่อยากเริ่มสะสม Attesa, คนชอบธีมดวงจันทร์, คนชอบความเรียบเท่แต่มีลูกเล่น ข้อดีของ Moonphase คือการสื่อสารชัดเจนตั้งแต่เห็นครั้งแรกว่าเป็นนาฬิกาที่เล่าเรื่อง ท้องฟ้าและดวงจันทร์ ต่างจากบางรุ่นที่ต้องอ่านสเปกถึงจะเข้าใจคอนเซปต์ และด้วยความเป็น Eco-Drive + Radio Control ก็ช่วยให้เป็นเรือนที่หยิบใส่ได้บ่อย ไม่ต้องตั้งเวลาบ่อย ๆ เหมาะกับคนที่มีนาฬิกาหลายเรือนและอยากได้เรือนที่พร้อมใช้งานเสมอ สรุปสเปก Citizen Attesa Shades of Red (Moonphase) รุ่น: Citizen Attesa Shades of Red รหัสรุ่น: BY1005-73Z ตัวเรือน: เส้นผ่านศูนย์กลาง 41.5 มม. ความหนา 10.8 มม. ผลิตจาก Super Titanium เคลือบผิว Duratect DLC ให้ความแข็งแรงและน้ำหนักเบา หน้าปัด: โครงสร้างหลายชั้น ถ่ายทอดธีม Blood Moon เด่นด้วยพื้นผิวดวงจันทร์แบบนูน แผ่นดิสก์ดวงจันทร์สีแดงจากกระบวนการเคลือบไฟฟ้า พร้อมฉากหลังลายมุกสะท้อนแสงคล้ายท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดวงดาว การกันน้ำ: รองรับแรงดันน้ำลึกสูงสุด 100 เมตร (10 บาร์) กลไก: Citizen Calibre H874 ระบบ Eco-Drive ชาร์จพลังงานจากแสง พร้อมระบบปรับเวลาอัตโนมัติด้วยสัญญาณวิทยุ และฟังก์ชันแสดงข้างขึ้นข้างแรมของดวงจันทร์ พลังงานสำรอง: ใช้งานได้นานสูงสุดประมาณ 2.5 ปี เมื่อชาร์จเต็มและอยู่ในโหมดประหยัดพลังงาน ฟังก์ชัน: แสดงชั่วโมง นาที วินาที, Moon Phase, เวลาโลก, ตัวบอกพลังงานสำรอง, ปฏิทินถาวร (Perpetual Calendar), ฟังก์ชันปรับตำแหน่งทิศเหนือใต้ สาย: สาย Super Titanium เคลือบ Duratect DLC เข้าชุดกับตัวเรือน ราคา: 995 (ประมาณ 42,390 บาท) จำนวนผลิต: ลิมิเต็ดเอดิชัน จำกัด 2,200 เรือนทั่วโลก บทความที่คุณอาจสนใจ นาฬิกา SEIKO ผู้ชาย ราคาไม่เกิน 30,000 บาท รุ่นไหนดี 2024 นาฬิกาคาสิโอผู้ชาย ราคาไม่เกิน 10,000 บาท รุ่นไหนดี นาฬิกาสายเหล็ก แบรนด์ CASIO นาฬิกาผู้ชาย ราคาไม่เกิน 2,000 บาท รุ่นไหนดี

7 นาฬิกา Casio ผู้หญิง รุ่นไหนดี 2026 ดีไซน์เก๋ ใส่แล้วดูแพง ไม่แพ้แบรนด์หรู
อ่าน

7 นาฬิกา Casio ผู้หญิง รุ่นไหนดี 2026 ดีไซน์เก๋ ใส่แล้วดูแพง ไม่แพ้แบรนด์หรู

นาฬิกา Casio แบรนด์นาฬิกาสัญชาติญี่ปุ่นที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน ขึ้นชื่อเรื่องความเที่ยงตรง ทนทาน และดีไซน์ที่สวยทันสมัย แทบจะพูดได้ว่าไม่มีใครไม่รู้จัก งั้นเรามาส่องกันดีกว่าค่ะว่า นาฬิกา Casio ผู้หญิง รุ่นไหนดี 2026 ดีไซน์เก๋ ใส่แล้วดูแพง ไม่แพ้แบรนด์ไฮเอนด์ แถมราคาเริ่มต้นที่หลักพ้นต้นๆ แต่คุณภาพและดีไซน์ คือดีงามเกินราคา! สาวๆ จะหยิบมาแมตช์กับลุคไหนๆ ก็มอบโททัลลุคแบบผู้ดี มีคลาสให้คุณ แถมบางรุ่นใส่แล้วยังช่วยขับผิวให้ผุดผ่อง ออร่าไฮโซจับอีกด้วย จะมีรุ่นไหนเข้าตาสาวๆ บ้างก็ตามมาอ่านกันเลยค่า นาฬิกา Casio ผู้หญิง ยอดนิยม 2026 ดีไซน์สวย น่าซื้อ 1. Casio LTP-1302DD-4A1V เราขอเริ่มต้นด้วยการพาสาวๆ Back to basic กับนาฬิกา Casio รุ่นมาตรฐานเรือนนี้ ด้วยรูปลักษณ์ที่ละม้ายคล้ายนาฬิกาแบรนด์เนมสุดหรู ซึ่งเค้ามาด้วยระบบ Analog และฟังก์ชันกันน้ำลึก 50 เมตร หน้าปัดขนาดประมาณ 30 มม. สีชมพูหวานแบบ Sunray ที่มีความเล่นแสงเป็นแนวเหมือนยามดวงอาทิตย์สาดส่อง (นอกจากสีชมพูเค้าก็มีสีอื่นๆ ด้วย!) ตัดกับเข็มนาฬิกาทรงเรียวยาวสีเงิน ทั้งยังมีวันที่แสดงในตำแหน่ง 3 นาฬิกา พร้อมเพิ่มความโดดเด่นด้วยดีเทลขอบหน้าปัดแบบเซาะร่อง ส่วนตัวเรือนชุบเคลือบด้วยไอออน สายนาฬิกาเป็นสตีลข้อต่อ 3 ชิ้นที่ทนทานและเงาวาวกำลังดี ขับให้นาฬิกาเรือนนี้ดูเรียบหรูแฝงความอ่อนหวาน ได้ลุคน้อยแต่มากแบบ Smart casual อย่างไร้ที่ติ! ราคาปัจจุบัน 2,300 บาท 2. Casio LTP-1234LL-7A ตอกย้ำความวินเทจ ดื่มด่ำไปกับความหรูหราที่เรียบง่าย สไตล์ Quiet Luxury เราขอชี้เป้านาฬิกา Casio สายหนังรุ่นนี้ค่ะ เรือนนี้เค้าเป็นนาฬิการะบบ Analog แบบดั้งเดิม ขนาด 3221 มม. พรางข้อมือให้ดูเรียวเล็กลง ซึ่งเค้ามาด้วยหน้าปัดสตีลทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า เพิ่มเติมตัวเลขบอกเวลาแบบอารบิก 4 ตำแหน่ง พร้อมยกระดับความคลาสสิกไม่รู้จบด้วยตัวเรือนทรงถังบาร์เรลที่ประดับด้วยเข็มนาฬิกาทรง Sword และเม็ดมะยมสีเงิน จับคู่กับสายหนังแท้สีดำลวดลายสวยงาม ใส่แล้วให้ฟินิชลุคผู้หญิงเท่ เด็ดเดี่ยว ปราดเปรียวสไตล์ Girl boss! จะหยิบมาใส่เมื่อไหร่ก็ไม่เชย สมเป็น Timeless Pieces ที่สุด! ราคาปัจจุบัน 2,100 บาท 3. Casio SHE-4554PG-4A อดใจไม่ไหวจนต้องหยิบมาฝากสาวๆ ค่ะกับนาฬิกาคาสิโอ Sheen สี Pink gold คุมโทนอีกหนึ่งรุ่นที่ใส่แล้วขับผิวสุดๆ เรือนนี้! ซึ่งยังคงใช้การบอกเวลาแบบดั้งเดิมที่มีความเที่ยงตรง มาด้วยหน้าปัดทรงกลมดีไซน์ขอบลบมุม 8 เหลี่ยมขัดเงาอันเป็นเอกลักษณ์ ผสมผสานการแสดงวันที่และการบอกเวลาด้วยตัวเลขโรมันในตำแหน่ง 3 6 9 12 นาฬิกา ประกอบกับเข็มนาฬิกาทรงเรียวยาว ตัวเรือนและสายเป็นสตีลชุบไอออนสี Pink gold ทั่วทั้งเรือน ขับให้ผู้สวมใส่มีบุคลิกสง่าสดใส เปี่ยมด้วยความ Feminine สไตล์ลูกคุณ! นอกจากนี้เค้ายังมาพร้อมคุณสมบัติกันน้ำลึก 50 เมตร ขอบอกว่าใช้ในชีวิตประจำวันได้สบาย! ราคาปัจจุบัน 6,000 บาท 4. Casio SHE-4559G-8A สาวไหนต้องการนาฬิกาที่บ่งบอกถึงความ Modern luxury มอบโททัลลุคสุดไฮคลาส ทันสมัย ดุจไฮโซสาวท่านหนึ่งให้กับคุณ จะขาดนาฬิกาเรือนนี้ไปไม่ได้เลยค่ะ บอกเลยว่าสาวข้อมือเล็กต้องชอบ! เพราะเป็นรุ่นตัวเรือนขนาดกลาง มาด้วยหน้าปัดทรงกลมสีเทาเจือน้ำเงินล้อแสง ประกอบกับกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ที่ช่วยป้องกันรอยขีดข่วนได้ดี ทั้งยังจับคู่กับเข็มนาฬิกาทรงดาบ ผสมผสานการบอกเวลา 4 ตำแหน่งแบบไม่ใช้ตัวเลข ส่วนตัวเรือนและสายเคลือบทับด้วยไอออนสีทองอ่อน จึงช่วยขับให้ลุคดูเรียบหรู แฝงความมินิมอลได้อย่างสมบูรณ์แบบ อีกทั้งยังสามารถกันน้ำได้ลึกถึง 50 เมตรด้วยค่ะ เป็นอีกเรือนที่ใส่ไปทำงานก็หรู ใส่ออกงานก็เริ่ด ครบจบในเครื่องเดียว! ราคาปัจจุบัน 7,500 บาท 5. Casio MSG-S500G-7A มาถึงนาฬิกา Casio Baby G G-MS สายเรซินสีขาวบริสุทธิ์กับตัวเรือนสีทองส่องประกาย ดีไซน์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สวยสะดุดตาเรือนนี้กันบ้างค่า ด้วยตัวเรือนขนาด 42.437.1 มม. เป็นสตีลเคลือบไอออนสีทองรับกับกรอบหน้าปัดแบบเรียบ พร้อมดีเทลขัดเงาผิวกระจกและลายขนแมวดูเหลือบแสง แมตช์เพิ่มความทันสมัยด้วยตัวเลขบอกเวลาแบบสามมิติและการแสดงวันที่ในตำแหน่ง 3 นาฬิกา เพิ่มเติมด้วยเข็มนาฬิกาสีขาวทอง นอกจากนี้เค้ายังสามารถกันน้ำได้ลึกมากถึง 100 เมตร และมีระบบชาร์จไฟด้วยพลังงานแสงด้วยค่ะ สาวคนไหนอยากได้นาฬิกาที่ใส่แล้วคอมพลีตลุคมินิมอล แฝงไปด้วยความเรียบหรู แบบไม่ตะโกน แถมดูทะมัดทะแมง สปอร์ตเบาๆ ทนทาน เหมาะกับการใช้งานหนัก เรือนนี้แหละใช่เลย! ราคาปัจจุบัน 6,900 บาท 6. Casio SHE-4556SPG-5A หากถามว่านาฬิการุ่นไหนของคาสิโอ แมตช์กับอะไรก็ไม่จม ไม่หาย ใส่ไปงานสังคม แล้วสวยเด่นจนใครเห็นเป็นต้องมองซ้ำ! เราขอยกให้ Casio sheen เรือนนี้ที่มาด้วยราคาพันปลายๆ แต่สวยประณีตเหมือนนาฬิกาเฉียดแสน ซึ่งช่วยส่งเสริมให้ผู้สวมใส่ดู Professional สวยสง่าเลอค่า สไตล์ Glamorous! โดยตัวเรือนของเค้ามีขนาด 3932 มม. เป็นสตีลชุบไอออนสีพิ้งค์โกลด์ หน้าปัดสีน้ำตาลเหลือบแสง ตัดกับเข็มนาฬิกาสีเดียวกับตัวเรือน ปิดทับด้วยกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ที่แข็งแรงทนทาน ยากต่อการเกิดรอยขีดข่วน พร้อมเพิ่มความหรูหราเหนือระดับด้วยวงแหวนคริสตัลเปล่งประกายแวววาว และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ สายนาฬิกาเส้นเล็กแบบทูโทนแบบ 3 ข้อต่อ มอบฟินิชลุคเก๋ หวานละมุนแต่ไม่เลี่ยน ไม่เพียงเท่านี้ยังเพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติการกันน้ำลึก 50 เมตรอีกด้วย ราคาปัจจุบัน 7,300 บาท 7. Casio GM-S2100BR-5A ปิดท้ายด้วยนาฬิกาทรงสปอร์ต โทนสีบรอนซ์เป็นประกายแสนอบอุ่นมั่นคง ที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ เคล้าไปกับกลิ่นอายของความสง่า ใส่แล้วได้ฟินิช Classy look สไตล์นักธุรกิจสาวสุดสตรอง ทั้งเก๋และเท่ในเวลาเดียวกัน โดยตัวเรือนของเค้าเป็นสตีล พร้อมหน้าปัดกรอบโลหะขัดเงาชุบไอออนสีน้ำตาล ที่มาพร้อมการแสดงเวลาแบบแอนะล็อกและดิจิทัล เพิ่มเติมด้วยสายเรซินสีบรอนซ์โมโนโครม ส่งให้นาฬิการุ่นนี้ดูสวยงามประณีตยิ่งขึ้น แม้รูปลักษณ์จะเพรียวบางรับกับข้อมือของสาวๆ มากกว่า G-shock รุ่นอื่น แต่ฟังก์ชันจัดเต็มไม่แพ้รุ่นไหนๆ เลยล่ะค่ะ! ไม่ว่าจะเป็นการกันน้ำได้ลึกถึง 200 เมตร แสดงปฏิทินอัตโนมัติ มีไฟส่องหน้าปัด ทำให้มองเห็นในที่มืดได้ง่าย สามารถตั้งการปลุกวันละ 5 เวลาและจับเวลาอย่างแม่นยำ รวมถึงฟังก์ชัน World time ที่สามารถแสดงเวลาของเมืองต่างๆ ได้ถึง 31 ไทม์โซน ตอบโจทย์การใช้งานแบบสมบุกสมบัน หรูแต่ลุยได้ทุกสถานการณ์! ราคาปัจจุบัน 9,200 บาท บทความที่คุณอาจสนใจ ป้ายยา! 8 นาฬิกาผู้หญิง แบรนด์เนม รุ่นฮิต 2026 ดีไซน์หรู ดูแพง ใส่แล้วขับผิวสุดๆ 6 นาฬิกา Vivienne Westwood รุ่นไหนดี ราคาไม่ถึงหมื่น ใส่สวย ดูหรู!

ส่องนาฬิกา Tag Heuer Monaco Split-Seconds Chronograph Air เทคโนโลยี Additive Manufacturing สุดล้ำ
อ่าน

ส่องนาฬิกา Tag Heuer Monaco Split-Seconds Chronograph Air เทคโนโลยี Additive Manufacturing สุดล้ำ

TAG Heuer ยกระดับการสร้างนาฬิกาเรือนหรูอีกขั้นด้วยการเปิดตัว Monaco Split-Seconds Chronograph Air 1 นาฬิการุ่นพิเศษที่ไม่เพียงเป็นผลงานโครโนกราฟขั้นสูงเท่านั้น แต่ยังเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ในด้านเทคโนโลยีการผลิตยุคใหม่อย่าง Additive Manufacturing หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ 3D Printing ชื่อ Air 1 อาจทำให้หลายคนแอบคิดถึงรองเท้ารุ่นดังของ Nike หรือเครื่องบินประจำตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่าง Air Force One แต่แท้จริงแล้ว Air ในที่นี้ หมายถึง สถาปัตยกรรมตัวเรือนแบบโปร่ง (open-worked) ที่ถูกออกแบบให้ดู ลอยตัว และ เบาดุจอากาศ ซึ่งเกิดจากเทคนิคการสร้างแบบใหม่ทั้งหมดของ TAG Heuer เอง Additive Manufacturing เมื่อการพิมพ์สามมิติเข้าสู่วงการ Haute Horlogerie เทคนิค Additive Manufacturing หรือ การผลิตแบบเติมเนื้อวัสดุ เป็นกระบวนการที่ตัวเรือนถูกสร้างขึ้น ทีละชั้น ด้วยการหลอมโลหะตามแบบจำลองคอมพิวเตอร์อย่างละเอียด ในกรณีของ TAG Heuer ใช้เทคโนโลยีเฉพาะที่เรียกว่า Selective Laser Melting (SLM) กระบวนการที่เลเซอร์พลังสูงหลอมและเชื่อมผงโลหะเข้าด้วยกันจนกลายเป็นโครงสร้างชิ้นเดียว ข้อดีของเทคนิคนี้คือ สามารถสร้าง รูปทรงภายในที่ซับซ้อน ซึ่งวิธีการผลิตแบบดั้งเดิมไม่สามารถทำได้ เช่น ช่องกลวงภายในโครงสร้าง หรือการถักตาข่ายรูปทรงเรขาคณิตที่ให้ทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักเบาอย่างน่าทึ่ง การออกแบบที่ผสานศิลป์กับวิศวกรรม แรงบันดาลใจจากสนามแข่ง F1 Monaco Split-Seconds Chronograph Air 1 โดดเด่นด้วยโครงสร้างแบบ Honeycomb Lattice ภายในตัวเรือน ซึ่งเผยให้เห็นผ่านพื้นผิวแบบโปร่งและช่องเปิดที่ถูกออกแบบให้ดูราวกับผ่านการจำลองในอุโมงค์ลม เหมือนดีไซน์ของรถแข่ง Formula 1 ที่ทั้งสวยงามและมีเหตุผลทางวิศวกรรมรองรับทุกเส้นสาย ตัวเรือนมีขนาด 41 มิลลิเมตร หนา 15.2 มิลลิเมตร ผลิตจาก ไทเทเนียมเกรด 5 ผสมกับ ทองคำ 2N Yellow Gold ขอบตัวเรือนเคลือบ DLC สีดำ สร้างคอนทราสต์ที่เฉียบคมระหว่างสีดำ เทา และทองอย่างลงตัว แม้จะมีองค์ประกอบของทองคำ แต่ด้วยโครงสร้างภายในแบบกลวง น้ำหนักรวมของเรือนนี้อยู่เพียง 85 กรัม เท่านั้น หน้าปัดที่เผยกลไกภายใน พร้อมระบบโครโนกราฟสุดซับซ้อน ด้านหน้าปัดออกแบบแบบ เปิดโล่ง (Openworked Dial) เผยให้เห็นความซับซ้อนของกลไกภายใน พร้อมดีไซน์แบบ Tricompax Layout ที่จัดเรียงซับไดอัลสามช่อง ได้แก่ เข็มวินาทีเล็ก ตัวจับเวลา 12 ชั่วโมง และ 30 นาที สิ่งที่ทำให้เรือนนี้พิเศษกว่ารุ่นอื่นคือการเป็น Split-Seconds Chronograph หรือ โครโนกราฟจับเวลาสองรอบพร้อมกัน ซึ่งมี เข็มวินาทีซ้อนกันสองชุด ที่สามารถเริ่มต้นพร้อมกันแต่หยุดได้อิสระจากกัน เพื่อเปรียบเทียบเวลาระหว่างผู้แข่งขันหรือเหตุการณ์ได้อย่างละเอียด นี่คือหนึ่งในกลไกที่ซับซ้อนและทรงเกียรติที่สุดในวงการนาฬิกา หน้าปัดทำจาก แซฟไฟร์ใส (Sapphire Dial) เคลือบเครื่องหมายสีขาว ซับไดอัลเคลือบดำแบบ Black Opaline ตัดกับเข็มเคลือบแลกเกอร์สีทองและโรเดียม พร้อมพรายน้ำ Super-LumiNova เพื่อการมองเห็นชัดเจนในทุกสภาพแสง หัวใจแห่งความเที่ยงตรง กลไก TH81-00 ความถี่สูง 5Hz ภายในบรรจุกลไก TAG Heuer TH81-00 แบบโครโนกราฟจับเวลาสองรอบ ระบบอัตโนมัติความถี่สูง 5 เฮิรตซ์ (36,000 ครั้ง/ชั่วโมง) ให้พลังงานสำรอง 68 ชั่วโมง กลไกนี้พัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือกับ Vaucher Manufacture Fleurier หนึ่งในโรงงานผลิตกลไกระดับสูงของสวิตเซอร์แลนด์ นอกจากนี้ LVMH ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ TAG Heuer ยังได้เข้าถือหุ้นใน La Joux-Perret ผู้เชี่ยวชาญด้านกลไกโครโนกราฟที่เคยร่วมพัฒนาเครื่องยนต์ให้กับคอลเลกชัน Aquaracer และ Formula 1 มาก่อน ทำให้ Air 1 เรือนนี้สะท้อนถึงเครือข่ายพันธมิตรด้านวิศวกรรมกลไกระดับโลกของ TAG Heuer อย่างแท้จริง ราคาหรูในจำนวนจำกัด สะสมได้ มีคุณค่าทางเทคโนโลยี TAG Heuer Monaco Split-Seconds Chronograph Air 1 ผลิตจำกัดเพียง 30 เรือนทั่วโลก จำหน่ายในราคา CHF 150,000 หรือประมาณ 143,400 (ราว 5.7 ล้านบาท) มาพร้อมสาย ยางสีดำ (Black Rubber Strap) และบานพับไทเทเนียมเคลือบ DLC แม้ดีไซน์จะดู จัดเต็ม และเต็มไปด้วยรายละเอียดในแนวไซไฟสมัยใหม่ แต่ทุกองค์ประกอบล้วนออกแบบมาเพื่อแสดงศักยภาพของเทคนิค Additive Manufacturing ให้เห็นอย่างชัดเจน ทั้งความแม่นยำ การลดน้ำหนัก และการเปิดมิติใหม่ของการออกแบบนาฬิกาหรูในศตวรรษที่ 21 สรุปสเปกสำคัญ รุ่น: TAG Heuer Monaco Split-Seconds Chronograph Air 1 รหัส: CBW218B.FT8124 ตัวเรือน: ไทเทเนียมเกรด 5 / ทองคำ 2N / ขอบ DLC ดำ ขนาด: 41 มม. / หนา 15.2 มม. น้ำหนัก: 85 กรัม หน้าปัด: แซฟไฟร์เปิดโล่ง / ซับไดอัลดำ / เข็มทองโรเดียม / พรายน้ำ Super-LumiNova กันน้ำ: 30 เมตร (3 บาร์) กลไก: TH81-00 อัตโนมัติ / ความถี่ 5Hz / พลังงานสำรอง 68 ชม. ฟังก์ชัน: ชั่วโมง นาที วินาที โครโนกราฟ และจับเวลาสองรอบ (Split-Seconds) สาย: ยางสีดำ / บานพับไทเทเนียมเคลือบ DLC จำนวนผลิต: 30 เรือนทั่วโลก ราคา: CHF 150,000 ( 143,400 / 5.7 ล้านบาท) บทความที่คุณอาจสนใจ ยลโฉมนาฬิกา TAG Heuer Monaco Chronograph CBL218B.FT6236 ราคาเท่าไหร่ ยลโฉม TAG HEUER X SENNA รุ่นนักขับระดับตำนาน ผลิตกี่เรือน ราคาเท่าไหร่ ยลโฉมนาฬิกา TAG Heuer Monaco Chronograph Racing Green ราคาเท่าไหร่ผลิตกี่เรือน เปิดโฉม TAG Heuer Connected Calibre E4 x Oracle Red Bull Racing Edition ราคาเท่าไหร่ เปิดราคาส่องสเปค The TAG Heuer x Kith Formula 1 โดนใจขนาดไหนราคาเปิดตัวเท่าไหร่

สมาร์ทวอทช์ช่วยชีวิต! ผลวิจัยชี้ชัด ยี่ห้อไหน "ตรวจจับภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ" (AFib) ได้แม่นยำที่สุด
อ่าน

สมาร์ทวอทช์ช่วยชีวิต! ผลวิจัยชี้ชัด ยี่ห้อไหน "ตรวจจับภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ" (AFib) ได้แม่นยำที่สุด

ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน สมาร์ทวอทช์ได้พัฒนาจากเครื่องประดับข้อมือไปเป็นอุปกรณ์ดูแลสุขภาพส่วนตัวที่มีประสิทธิภาพสูง โดยเฉพาะความสามารถในการตรวจจับภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิด Atrial Fibrillation (AFib) ซึ่งเป็นภาวะที่หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างรวดเร็วและไม่เป็นระเบียบ และหากปล่อยทิ้งไว้ อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ได้ เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีผลการศึกษาทางคลินิกขนาดใหญ่ที่ถูกตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ชั้นนำระดับโลกอย่าง JACC: Advances ซึ่งทำการวิเคราะห์และเปรียบเทียบความแม่นยำของสมาร์ทวอทช์หลายยี่ห้อในการตรวจจับ AFib ผลวิจัยนี้ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนว่า แบรนด์ใดที่ทำหน้าที่ในการดูแลสุขภาพหัวใจของเราได้ดีที่สุด ผู้ชนะใส ๆ: Apple Watch ยืนหนึ่งด้วยเทคโนโลยี ECG ที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว ผลการวิจัยชี้ว่า Apple Watch เป็นสมาร์ทวอทช์ที่ทำคะแนนด้านความน่าเชื่อถือและความแม่นยำในการตรวจจับภาวะ AFib ได้สูงที่สุดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากเทคโนโลยีที่ผสานกันระหว่างเซนเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ และแอปพลิเคชัน ECG (คลื่นไฟฟ้าหัวใจ) ที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแลด้านสุขภาพในหลายประเทศ ความเหนือกว่าของ Apple Watch ในการตรวจจับ AFib: เทคโนโลยี ECG ที่แม่นยำ: Apple Watch ใช้แอปพลิเคชัน ECG (Electrocardiogram) เพื่อบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจเพียงแค่แตะนิ้วค้างไว้ที่เม็ดมะยม (Digital Crown) ซึ่งให้ข้อมูลที่มีความแม่นยำเทียบเคียงได้กับการตรวจ ECG แบบขั้วเดียว (Single-Lead ECG) ทางการแพทย์ ความสามารถในการตรวจจับ (Sensitivity) และ ความสามารถในการแยกแยะ (Specificity) ภาวะ AFib ของ Apple Watch อยู่ในระดับที่น่าพอใจมากเมื่อเทียบกับมาตรฐานทางการแพทย์จริง ๆ ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้มีความน่าเชื่อถือสูงในการคัดกรองเบื้องต้น การติดตามจังหวะหัวใจอย่างต่อเนื่อง (PPG): นอกจาก ECG แล้ว Apple Watch ยังใช้เซนเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบ Photoplethysmography (PPG) ในการติดตามจังหวะหัวใจตลอดเวลา (Continuous Monitoring) หากระบบตรวจพบ จังหวะการเต้นที่ผิดปกติ (Irregular Rhythm Notification) เป็นเวลานานและมีรูปแบบที่เข้าข่าย AFib นาฬิกาจะส่ง การแจ้งเตือนเชิงรุก ไปยังผู้ใช้ทันที เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจยืนยัน การได้รับการยอมรับทางคลินิก: Apple Watch เป็นหนึ่งในสมาร์ทวอทช์กลุ่มแรก ๆ ที่ผ่านการศึกษาและใช้งานอย่างกว้างขวางในโครงการวิจัยขนาดใหญ่ (เช่น Apple Heart Study) ซึ่งทำให้ข้อมูลของ Apple Watch มีน้ำหนักทางวิทยาศาสตร์และทางการแพทย์สูง ทางเลือกอื่น ๆ: Samsung, Fitbit, และ Garmin ก็มีบทบาทสำคัญ ถึงแม้ Apple Watch จะครองตำแหน่งผู้นำในด้านความแม่นยำของการตรวจจับ AFib แต่สมาร์ทวอทช์จากยี่ห้ออื่น ๆ ก็กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่องและถือเป็นทางเลือกที่มีประโยชน์อย่างยิ่งในกลุ่มผู้ใช้ระบบปฏิบัติการอื่น ๆ หรือผู้ที่มองหาฟังก์ชันสุขภาพที่ครอบคลุม 1. Samsung Galaxy Watch มีฟังก์ชัน ECG: Samsung Galaxy Watch รุ่นใหม่ ๆ มักจะมาพร้อมกับฟังก์ชัน ECG ที่สามารถใช้งานได้ในลักษณะเดียวกับ Apple Watch (โดยมักต้องเปิดใช้งานผ่านการอัปเดตซอฟต์แวร์หรือการจับคู่กับสมาร์ทโฟน Samsung) เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ใช้ Android: ถือเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับผู้ใช้โทรศัพท์ Android ที่ต้องการฟีเจอร์ด้านสุขภาพครบถ้วนและการตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่ได้รับการรับรอง 2. Fitbit และ Garmin เน้นเซนเซอร์ PPG และการแจ้งเตือน: สมาร์ทวอทช์และฟิตเนสแทรคเกอร์จาก Fitbit และ Garmin ส่วนใหญ่จะพึ่งพาเซนเซอร์ PPG ในการติดตามอัตราการเต้นของหัวใจ การแจ้งเตือนความผิดปกติเบื้องต้น: พวกเขามีระบบ "Irregular Rhythm Notification" ที่คอยแจ้งเตือนผู้ใช้หากตรวจพบความผิดปกติของจังหวะหัวใจ ซึ่งถือเป็นการคัดกรองเบื้องต้นที่ดีและเป็นประโยชน์ในการกระตุ้นให้ผู้ใช้ใส่ใจและไปพบแพทย์เพื่อตรวจยืนยันต่อไป ข้อควรจำที่สำคัญที่สุด: สมาร์ทวอทช์ไม่ใช่หมอ! สิ่งที่ผลวิจัยและผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ทุกคนเน้นย้ำคือ สมาร์ทวอทช์ ไม่ว่าจะแม่นยำเพียงใด ก็ยังคงเป็น "เครื่องมือคัดกรองเบื้องต้น" (Screening Tool) เท่านั้น และ ไม่สามารถแทนที่การวินิจฉัยของแพทย์ได้ การวินิจฉัยทางการแพทย์: การวินิจฉัยภาวะ AFib ที่แท้จริงยังคงต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ผ่านการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบมาตรฐาน $12$ ลีด (Standard 12-lead ECG) เมื่อได้รับการแจ้งเตือน: หากสมาร์ทวอทช์ของคุณ ไม่ว่าจะเป็น Apple Watch หรือยี่ห้ออื่น ๆ แจ้งเตือนถึงภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ สิ่งที่คุณควรทำทันทีคือ อย่าเพิ่งตื่นตระหนก แต่ให้นำข้อมูลการแจ้งเตือนดังกล่าวไปปรึกษาแพทย์และทำการตรวจยืนยันตามขั้นตอนทางการแพทย์ โดยสรุปแล้ว ผลวิจัยชี้ว่า Apple Watch มีความน่าเชื่อถือที่สุดในตลาด ณ ขณะนี้ในการตรวจจับ AFib แต่ทางเลือกอื่น ๆ ก็มีประโยชน์และช่วยให้ผู้ใช้ตระหนักถึงสุขภาพหัวใจของตนเองได้มากขึ้น การเลือกสมาร์ทวอทช์จึงควรพิจารณาจากระบบปฏิบัติการที่คุณใช้งาน และฟีเจอร์ด้านสุขภาพที่คุณต้องการเป็นหลัก Credit : jacc.org

เปิดตัว Omega Speedmaster Milano Cortina 2026 นับถอยหลังเข้าสู่โอลิมปิกฤดูหนาว
อ่าน

เปิดตัว Omega Speedmaster Milano Cortina 2026 นับถอยหลังเข้าสู่โอลิมปิกฤดูหนาว

เมื่อโลกกำลังนับถอยหลังเข้าสู่ มหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว Milano Cortina 2026 ที่จะจัดขึ้นในอีกเพียง 100 วันข้างหน้า แบรนด์นาฬิกาสวิสระดับตำนานอย่าง OMEGA ก็ได้เฉลิมฉลองบทบาทของตนในฐานะ Official Timekeeper ด้วยการเปิดตัวผลงานรุ่นพิเศษ Omega Speedmaster Milano Cortina 2026 เรือนเวลาที่ผสานความงามเหนือกาลเวลาของ Speedmaster เข้ากับแรงบันดาลใจจากฤดูหนาว และสัญลักษณ์แห่งการแข่งขันอันยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ จาก 27 สต็อปวอทช์ สู่เทคโนโลยีจับเวลาที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์กีฬาโลก นับตั้งแต่ปี 1936 ณ เมือง Garmisch-Partenkirchen ประเทศเยอรมนี เรื่องราวแห่งตำนานได้เริ่มต้นขึ้น เมื่อชายคนหนึ่งจาก OMEGA แบกสต็อปวอทช์เพียง 27 เรือน เดินทางข้ามเทือกเขาแอลป์ เพื่อทำหน้าที่จับเวลาในทุกการแข่งขันของโอลิมปิกฤดูหนาวครั้งนั้น เป็นภารกิจที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความหมาย และได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่าง OMEGA กับกีฬาโอลิมปิกมาจนถึงทุกวันนี้ เกือบหนึ่งศตวรรษผ่านไป นาฬิกาสวิสแบรนด์นี้ยังคงรักษาคำมั่นแห่งความเที่ยงตรงอย่างไม่เสื่อมคลาย และในปี 2026 ที่จะถึงนี้ OMEGA จะกลับมาทำหน้าที่ Official Timekeeper อีกครั้ง ในการแข่งขันกว่า 116 รายการ จาก 8 ชนิดกีฬา รวมถึงการเปิดตัวของกีฬาน้องใหม่ Ski Mountaineering ที่จะจารึกเป็นหน้าใหม่ในประวัติศาสตร์ของโอลิมปิกฤดูหนาว ดีไซน์ที่ผสานจิตวิญญาณของหิมะกับเอกลักษณ์ของ Speedmaster เรือนเวลารุ่น Speedmaster Milano Cortina 2026 มีขนาด 38 มิลลิเมตร หนา 14.75 มิลลิเมตร ตัวเรือนผลิตจากสเตนเลสสตีลขัดเงาเต็มรูปแบบ ให้ความรู้สึกหรูหราและกระทัดรัดตามเทรนด์ของยุคปัจจุบัน ขอบตัวเรือนทำจาก เซรามิกสีน้ำเงิน (Blue Ceramic Bezel) ประดับด้วย สเกลทาโคมิเตอร์อีนาเมลสีขาว (White Enamel Tachymeter Scale) ที่ยังคงมี จุดเหนือเลข 90 ซึ่งเป็นลายเซ็นดีไซน์ของ Speedmaster มาตั้งแต่ยุค 60s ตัวนาฬิกายังมีความสามารถกันน้ำได้ถึง 100 เมตร (10 บาร์) ทำให้พร้อมลุยทั้งในหิมะหรือการใช้งานในชีวิตประจำวัน หน้าปัดคือหัวใจของงานศิลป์เรือนนี้ ฐานสีขาวเคลือบเงา (Varnished White Dial) ถูกเคลือบด้วยฟรอสต์สีน้ำเงินอ่อน (Frosted Blue Transfer) ให้กลิ่นอายฤดูหนาวอันสงบเยือกเย็น พร้อมลวดลาย finger trace pattern ที่ได้แรงบันดาลใจจากตัวเลข 26 ในโลโก้อย่างเป็นทางการของ Milano Cortina 2026 ซับไดอัลทั้งสามช่องเคลือบเงาเช่นกัน และตกแต่งด้วยลาย Azurage Finish ที่ให้มิติระยับเหมือนแนวสกีที่เพิ่งถูกเกลาใหม่บนผืนหิมะ ส่วนเข็มวินาทีกลาง (Central Seconds Hand) มีการไล่เฉดสีน้ำเงินแบบ Gradient Blue ให้ความรู้สึกเคลื่อนไหวสอดคล้องกับโลโก้โอลิมปิกปีนี้ บริเวณช่องวันที่ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ใช้ ตัวอักษรดีไซน์พิเศษแบบ Milano Cortina Typography ในสีฟ้าเข้ม แทนตัวเลขมาตรฐานทั่วไป เพิ่มความพิเศษเฉพาะรุ่นให้กับเรือนเวลาแห่งฤดูหนาวนี้ ฝาหลังแห่งเกียรติยศ และกลไกที่เชื่อถือได้ เมื่อพลิกกลับด้านหลัง จะพบฝาหลังสลักตรา Milano Cortina 2026 Medallion อย่างประณีต ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของรุ่นที่ผลิตขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองโอกาสนี้โดยเฉพาะ ส่วนภายในคือกลไก Omega Co-Axial Calibre 3330 กลไกอัตโนมัติที่ขึ้นชื่อเรื่องความเที่ยงตรงและความทนทาน ให้พลังงานสำรองถึง 52 ชั่วโมง พร้อมบาลานซ์สปริงซิลิคอน (Silicon Balance Spring) ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการต้านสนามแม่เหล็ก ทำให้นาฬิกาทำงานเสถียรในทุกสภาพแวดล้อม แม้ไม่ใช่รุ่น Master Chronometer แต่ถือเป็นกลไกระดับโครงสร้างที่แข็งแกร่ง และผ่านการพิสูจน์แล้วในสนามจริง รายละเอียดทางเทคนิค ตัวเรือน: สเตนเลสสตีลขัดเงาเต็มรูปแบบ ขนาด: 38 มม. / หนา 14.75 มม. / ระยะ lug-to-lug 45.2 มม. / ระยะขา 18 มม. น้ำหนักรวม: ประมาณ 133 กรัม กระจกหน้า: Sapphire Crystal กันรอยขีดข่วน เคลือบกันสะท้อนทั้งสองด้าน ขอบตัวเรือน: เซรามิกสีน้ำเงิน พร้อมสเกลอีนาเมลสีขาว หน้าปัด: สีขาวฟรอสต์น้ำเงิน พร้อมลายเลข 26 จากโลโก้ Milano Cortina 2026 กันน้ำ: 100 เมตร (10 บาร์ / 330 ฟุต) กลไก: Omega Calibre 3330 (อัตโนมัติ) ความถี่: 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง (4 Hz) พลังงานสำรอง: 52 ชั่วโมง ฟังก์ชัน: ชั่วโมง / นาที / วินาที / โครโนกราฟ / วันที่ สาย: สเตนเลสสตีลขัดและปัดด้าน พร้อมระบบ Comfort Release รับประกัน: 5 ปีเต็ม ผลิตในประเทศ: สวิตเซอร์แลนด์ (Swiss Made)

ส่องโฉมนาฬิกา Casio CA-500WEBF-1A ‘Back to the Future’ ฉลองครบรอบ 40 ปี
อ่าน

ส่องโฉมนาฬิกา Casio CA-500WEBF-1A ‘Back to the Future’ ฉลองครบรอบ 40 ปี

แฟนนาฬิกา Casio Vintage และ แฟนภาพยนตร์ Back to the Future ไม่ควรพลาดกับการโคจรมาเจอกันในวาระครบรอป 40 ปี ของภาพยนตร์ Back to the Future รังสรรค์ออกมาเป็น Casio Vintage CA500WEBF-1A Back to the Future Collaboration Model ที่จะปลุกวิญญาณของการผจญภัยสุดคลาสสิคนี้ไปด้วยกัน แล้วฟังค์ชั่นกับราคาอยู่ที่เท่าไหร่ TrueID Sport ได้นำมาฝากคุณแล้ว ส่องโฉมนาฬิกา Casio CA-500WEBF-1A Back to the Future ฉลองครบรอบ 40 ปี Casio Vintage x Back to the Future Collaboration Model เตรียมย้อนเวลาไปกับสไตล์วินเทจสุดคลาสสิกที่ผสานเข้ากับกลิ่นอายแห่งอนาคต ด้วยการรวมตัวกันของ Casio Vintage ไอคอนที่ไม่เคยตกยุค และภาพยนตร์อมตะอย่าง Back to the Future ในวาระครบรอบ 40 ปีของภาพยนตร์ Back to the Future ในปี 2025 นี้ Casio Vintage ขอร่วมเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ด้วยนาฬิการุ่นพิเศษสุดลิมิเต็ด ที่อัดแน่นด้วยจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยข้ามเวลาได้อย่างสมบูรณ์แบบ รายละเอียดที่ทำให้แฟน ๆ ต้องร้อง "Great Scott!" แปลงโฉม DeLorean บนข้อมือ: นาฬิกาเครื่องคิดเลขรุ่นฮิตอย่าง CA500 ซึ่งโด่งดังมาตั้งแต่ยุค 80s ถูกนำมาดีไซน์ใหม่ในธีมของรถไทม์แมชชีน DeLorean โดยเฉพาะ Time Circuits สู่ปุ่มกด: สีสันที่แตกต่างกันบริเวณรอบปุ่มกด ได้แรงบันดาลใจจาก แผงวงจรเวลา (Time Circuits) ของ DeLorean ซึ่งใช้สำหรับตั้งวันและเวลาปลายทาง ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังกำหนดพิกัดการเดินทางสู่โลกภาพยนตร์ในทุกครั้งที่มอง หัวใจแห่งการย้อนเวลา: ฝาหลังตัวเรือนสุดพิเศษถูกสลักลาย Flux Capacitor (ฟลักซ์ คาปาซิเตอร์) ชิ้นส่วนเทคโนโลยีในจินตนาการที่เป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนไทม์แมชชีน รายละเอียดที่ใส่ใจ: การทำงานร่วมกันครั้งนี้เต็มไปด้วยลูกเล่นที่พิถีพิถัน เช่น โลโก้ Back to the Future ที่สลักอยู่บนตัวล็อกสาย ซึ่งเป็นจุดเล็ก ๆ ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนหนังตัวยง ลุควินเทจร่วมสมัย: ตัวเรือนและสายสีเงิน (Silvery) ให้ลุคที่ดูเนี้ยบ เรียบหรู และสุขุม สามารถสวมใส่ได้ง่ายในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นลุคทำงานในออฟฟิศ หรือใส่ไปดูหนังเรื่องโปรดก็เท่ไม่แพ้กัน กล่องบรรจุภัณฑ์สุดพิเศษสำหรับนักสะสม นาฬิกามาพร้อมกับบรรจุภัณฑ์ดีไซน์เฉพาะ ที่จำลองรูปลักษณ์ของ ตลับวิดีโอ (VHS) สุดวินเทจ ซึ่งเป็นการเก็บโลกของภาพยนตร์ไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ถือเป็นของสะสมล้ำค่าที่คู่ควรกับการเป็นส่วนหนึ่งในคอลเล็กชันของแฟน ๆ ทุกคน ให้ Casio Vintage CA500WEBF-1A เป็นตั๋วเดินทางสู่โลกของ Back to the Future และเติมเต็มความรู้สึกของการผจญภัยข้ามเวลาลงไปในทุกนาที ชั่วโมง และวันของคุณ ข้อมูลพื้นฐาน Back to the Future collaboration model Vintage CA500WEBF-1A ขนาดตัวเรือน (ย ก ส) 43.2 mm 34.4 mm 8.2 mm น้ำหนัก 53 กรัม วัสดุตัวเรือน กรอบเรซิน สายสายสเตนเลสสตีล พร้อมตัวล็อกแบบปรับได้ กันน้ำได้ อายุการใช้งานแบตเตอรี่ประมาณ 5 ปี ในรุ่น CR2016 ฟีเจอร์เด่นของนาฬิกา แสดงเวลา 2 ประเทศ (Dual Time) นาฬิกาจับเวลาละเอียด 1/100 วินาที นาฬิกาปลุกรายวัน และสัญญาณแจ้งต้นชั่วโมง ปฏิทินอัตโนมัติเต็มรูปแบบ (ถึงปี 2099) ฟีเจอร์เด่น: เครื่องคิดเลข 8 หลัก (8-digit calculator) ความแม่นยำ: 30 วินาทีต่อเดือน ราคา 5,500 บาท บทความที่คุณอาจสนใจ G-SHOCK x Marvel Fantastic Four 4 เรือนสุดแกร่งจากทีมฮีโร่ระดับจักรวาล Casio G-SHOCK MTGB4000 นาฬิกาคาสิโอเรือนแรกจากการร่วมมือระหว่าง AI และ มนุษย์ ส่องนาฬิกา G-SHOCK G-STEEL 110 SERIES ทั้งสวยทั้งทน มีฟังค์ชั่นอะไรบ้างราคาเท่าไหร่

เปิดตัวนาฬิกา TAG Heuer Carrera Chronograph Extreme Sport & Twin-Time
อ่าน

เปิดตัวนาฬิกา TAG Heuer Carrera Chronograph Extreme Sport & Twin-Time

หลังการปรับโฉมเมื่อปีก่อน คอลเลกชัน Carrera Chronograph Extreme Sport ก้าวสู่ปี 2025 ด้วยสองเรือนเวลาใหม่ที่แตกต่างแต่ทรงพลังไม่แพ้กัน: TAG Heuer Carrera Chronograph Extreme Sport Twin-Time(GMT) และ TAG Heuer Carrera Chronograph Extreme Sport (Rose Gold) เป็นส่วนผสมระหว่างความดุดันของสนามแข่งกับความหรูร่วมสมัยได้อย่างสง่างาม อีกทั้งยังถ่ายทอดดีเอ็นเอ Dont Crack Under Pressure ของ TAG Heuer ได้ครบถ้วนในมิติของดีไซน์ วิศวกรรม และการสวมใส่จริง TAG Heuer Carrera Chronograph Extreme Sport Twin-Time โมเดล Ref. CBU2084.FT6297 คือโครโนกราฟ Extreme Sport รุ่นแรกที่ติดตั้งฟังก์ชัน GMT เต็มรูปแบบ โทนสีประจำรุ่นอย่าง เขียวน้ำทะเล (Teal Green) โอบล้อมตัวเรือนตั้งแต่สายยางแบบอินทิเกรต เข็มโครโนกราฟกลาง ไปจนถึงขอบบิเซลเซรามิกแบบสองสี พร้อมสเกล 24 ชั่วโมงซึ่งแบ่งโทนกลางวัน/กลางคืนด้วยสีดำและสีเขียว เพิ่มมิติการอ่านค่าที่ชัดเจนและคาแรกเตอร์นักแข่งอย่างแท้จริง ตัวเรือน ไทเทเนียมเกรด 2 ขัดแต่งแบบ fine-brushed สลับเงา สวมใส่ง่ายแม้ขนาด 44 มม. และความหนา 16.7 มม. จะให้อารมณ์ทรงพลัง พร้อมช่วงข้างตัวเรือนแบบกลวงเว้าสีดำที่เน้นเส้นสายสไตล์สปอร์ต เมื่อกดปุ่มโครโนกราฟให้แรงต้านกำลังดี สื่อสารความแม่นยำเชิงกลไกผ่านสัมผัสปลายนิ้วได้ชัดเจน หน้าปัดเปิดโล่ง เส้นสายและพื้นผิวที่ขับความเร็วให้เด่นชัด หน้าปัด Skeleton เผยให้เห็นโครงสร้างสะพานจักรและจานกลไกภายใน การไล่พื้นผิวแบบ grained ตัดสลับ fine-brushed บนพื้นสีดำด้าน สร้างคอนทราสต์ที่คมชัด วง flange ดำพิมพ์เส้นกรอบสีเขียวเพิ่มระเบียบสายตา เข็มชั่วโมง นาทีและเข็มโครโนกราฟเคลือบแลกเกอร์แดงเขียวอ่านง่ายในพริบตา ส่วนช่องวันที่ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา เลือกใช้ดีไซน์ openworked date เสริม Super-LumiNova ให้ใช้งานได้มั่นใจยามแสงน้อย หน้าปัดย่อยเรียงสามวงตามแบบฉบับโครโนกราฟประสิทธิภาพสูง จับเวลา 30 นาทีที่ 3 นาฬิกา, จับเวลา 12 ชั่วโมงที่ 9 นาฬิกา และเข็มวินาทีเล็กที่ 6 นาฬิกา เคียงข้างด้วยเข็ม GMT ปลายสามเหลี่ยมสีแดง ชี้สเกล 24 ชั่วโมงบนขอบเซรามิก ทำหน้าที่เป็นเพื่อนร่วมทางเมื่อข้ามทวีปหรือสลับโซนเวลาบ่อยครั้ง กลไก TH20-02 ความเที่ยงตรงที่ทรงพลัง ด้านหลังเผยกลไกอัตโนมัติ TH20-02 ผ่านฝาหลังแซฟไฟร์ ตกแต่งโรเตอร์โปร่งด้วยลาย Ctes de Genve อย่างประณีต ทำงานที่ 4 Hz (28,800 vph) พร้อมพลังงานสำรอง 80 ชั่วโมง เพียงพอให้วางไว้ตลอดสุดสัปดาห์โดยไม่หยุดเดิน สัญลักษณ์ Victory Wreath บนฝาหลังพาดพิงถึงชัยชนะบนแทร็กแข่งซึ่งเป็นมรดกสำคัญของแบรนด์ สายยาง Teal Green แบบอินทิเกรตจับคู่บานพับ Titanium folding clasp พร้อมระบบปรับละเอียด ให้ความกระชับสบายตลอดวัน ทั้งหมดนี้วางราคาไว้ที่ 7,900 สะท้อนคุณค่าของโครโนกราฟพร้อม GMT ที่รวมเทคโนโลยีและสุนทรียะไว้ครบในเรือนเดียว TAG Heuer Carrera Chronograph Extreme Sport (Rose Gold) สง่างามเหนือชั้น โมเดล Ref. CBU2051.FT6273 คือบทพิสูจน์ว่าความหรูและความแรงสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างงามสง่า ตัวเรือน ทองคำ 18K 5N Rose Gold ขัดสลับเงาเผยเหลี่ยมมุมอย่างเฉียบคม ด้านข้างตัวเรือนเจาะกลวงเสริมมิติทางสถาปัตยกรรมบนข้อมือ ให้ฟีลซูเปอร์สปอร์ตที่ประดับด้วยโลหะล้ำค่า ความแตกต่างสำคัญของรุ่นใหม่นี้คือการเปลี่ยนบิเซลจากเซรามิกสีดำมาเป็น บิเซลทองคำ 18K เต็มวง ให้สเกล tachymeter เด่นตัดกับพื้นหลังสีดำได้อย่างสง่าผ่าเผย ขณะเดียวกัน เม็ดมะยมและปุ่มกดเลือกใช้ ไทเทเนียมเคลือบ DLC สีดำ เพื่อบาลานซ์น้ำหนักและเพิ่มโทนสปอร์ตอย่างมีชั้นเชิง หน้าปัดดำทอง ความคมเข้มที่เร้าอารมณ์ หน้าปัด Skeleton โทนดำเลือกใช้ผิว NAC finishing ผสานพื้นผิว grained ตรงกึ่งกลาง เพิ่มแรงดึงดูดเชิงแสงเงา เข็ม มาร์กเกอร์ และกรอบซับไดอัลเคลือบ 18K 5N ส่องประกายวอร์มโกลด์อย่างมีระดับ ขอบ flange ดำขีดเส้นสีทองให้คอนทราสต์เด่นชัด แต่กลับไม่กลบความรู้สึกมอเตอร์สปอร์ตที่เป็นหัวใจของเรือนแต่อย่างใด กลไก TH20-00 เสาหลักโครโนกราฟยุคใหม่ของ TAG Heuer ภายในวางเครื่องอัตโนมัติ TH20-00 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มโครโนกราฟหลัก เปิดตัวในปี 2023 เดินที่ 4 Hz และกักเก็บพลังงานได้ 80 ชั่วโมง แม้ไร้ฟังก์ชัน GMT แบบรุ่น Twin-Time แต่ให้ความเสถียรและความทนทานเทียบเคียงกันทุกประการ สายยางสีดำแบบอินทิเกรตจับคู่บานพับ Titanium DLC เสริมความมั่นใจในทุกการเคลื่อนไหว ด้วยการใช้ทองคำแท้ในองค์ประกอบหลัก จึงปักหมุดเรือนนี้ไว้ในกลุ่มไฮเอนด์โครโนกราฟอย่างเต็มภาคภูมิ ด้วยป้ายราคา 19,250 งานหัตถศิลป์ที่พาข้ามจากพิทเลนสู่ห้องบอร์ดรูมได้อย่างไร้รอยต่อ บทความที่คุณอาจสนใจ ยลโฉมนาฬิกา TAG Heuer Monaco Chronograph CBL218B.FT6236 ราคาเท่าไหร่ ยลโฉม TAG HEUER X SENNA รุ่นนักขับระดับตำนาน ผลิตกี่เรือน ราคาเท่าไหร่ ยลโฉมนาฬิกา TAG Heuer Monaco Chronograph Racing Green ราคาเท่าไหร่ผลิตกี่เรือน เปิดโฉม TAG Heuer Connected Calibre E4 x Oracle Red Bull Racing Edition ราคาเท่าไหร่ เปิดราคาส่องสเปค The TAG Heuer x Kith Formula 1 โดนใจขนาดไหนราคาเปิดตัวเท่าไหร่

TAG Heuer Connected Calibre E5 x New Balance สมาร์ทวอทช์สำหรับคนรักการวิ่งและลักชัวรี
อ่าน

TAG Heuer Connected Calibre E5 x New Balance สมาร์ทวอทช์สำหรับคนรักการวิ่งและลักชัวรี

ครั้งแรกของ TAG Heuer และ New Balance กับการร่วมมือครั้งพิเศษของสองแบรนด์ที่มีความหลงใหลร่วมกันในด้านนวัตกรรม และวัฒนธรรมด้านกีฬา จึงได้ออกมาเป็น TAG Heuer Connected Calibre E5 x New Balance สมาร์ทวอทช์สำหรับคนรักการวิ่ง ที่ให้ความลักชัวรี ตามแบบฉบับของ TAG Heuer แล้วฟังค์ชั่นและงานดีไซน์ออกมาเป็นอย่างไรมาดูกัน TAG Heuer Connected Calibre E5 x New Balance สมาร์ทวอทช์สำหรับคนรักการวิ่งและลักชัวรี TAG Heuer Connected Calibre E5 x New Balance: สมาร์ทวอทช์ 40 มม. ดีไซน์หรู สเปคจัดเต็ม เพื่อนักวิ่งโดยเฉพาะ TAG Heuer Connected Calibre E5 x New Balance Edition คือการจับคู่ครั้งสำคัญระหว่างนวัตกรรมนาฬิกาสไตล์สวิสของ TAG Heuer และวัฒนธรรมด้านกีฬาที่เน้น สมรรถนะของมนุษย์ (Human Performance) ของ New Balance นาฬิการุ่นพิเศษขนาด 40 มม. เรือนนี้ถูกสร้างมาโดยเฉพาะสำหรับ นักวิ่ง และผู้ที่ให้ความสำคัญกับการยกระดับประสิทธิภาพของตนเอง ดีไซน์พรีเมียมและวัสดุที่เน้นสมรรถนะ ตัวเรือนน้ำหนักเบาและทนทาน ตัวเรือนขนาด 40 มม. ทำจาก ไทเทเนียม Black DLC เกรด 2 ที่มีน้ำหนักเบาและทนทานสูง ด้วยผิวสัมผัสแบบ พ่นทราย (sandblasted) ทำให้สวมใส่สบาย กระชับ และดูโดดเด่นบนข้อมือ เอกลักษณ์เฉพาะรุ่นมีการสลักโลโก้ New Balance ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา เพิ่มความเป็นลิมิเต็ดเอดิชั่นกระจกหน้าปัดแซฟไฟร์ หน้าจอได้รับการปกป้องด้วย คริสตัลแซฟไฟร์แบบโดม ซึ่งทนทานต่อรอยขีดข่วนเป็นเยี่ยม สายนาฬิกา Bi-material เพื่อการวิ่ง: มาพร้อมสายแบบ วัสดุผสม (Bi-material) ยางที่มีความทนทาน และมีการ ปักโลโก้ New Balance สีเขียว พร้อมผ้าบุที่ได้แรงบันดาลใจจากรองเท้าวิ่งของ New Balance และระบบ "Comfort Cushion" เพื่อความกระชับสบายสูงสุดระหว่างกิจกรรม ฟีเจอร์อัจฉริยะและระบบปฏิบัติการเฉพาะตัว ระบบปฏิบัติการ TAG Heuer OS นาฬิกาขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ TAG Heuer OS ซึ่งเป็นอินเทอร์เฟซและประสบการณ์การใช้งานที่แบรนด์พัฒนาขึ้นเองทั้งหมด เพื่อประสิทธิภาพและความเสถียรสูงสุด มาพร้อม แผนการวิ่ง 6 แผนของ New Balance ที่ติดตั้งไว้ล่วงหน้า เพื่อให้คำแนะนำที่ปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมสำหรับนักวิ่งทุกระดับ หน้าปัดลายพิเศษ มีหน้าปัดนาฬิกา (Watch Faces) ลาย New Balance ให้เลือกใช้ เพื่อแสดงออกถึงความหลงใหลในกีฬาของคุณ ข้อมูลทางเทคนิคและสุขภาพที่แม่นยำ นาฬิกาเรือนนี้มาพร้อมเซนเซอร์และฟีเจอร์ด้านสุขภาพที่ครบครัน เพื่อให้คุณติดตามทุกด้านของสมรรถนะได้อย่างแม่นยำ เซนเซอร์หลักเช็คอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate), GNSS (GPS คุณภาพสูง), มาตรวัดความสูง (Altimeter), SpO2, ความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate Variability) การติดตามการนอนหลับ (พร้อมใช้งานในช่วงฤดูหนาว), การวัดออกซิเจนในเลือด (SpO2), ตัวนับก้าว, แคลอรี่, อัตราการหายใจ ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 5100+ การเชื่อมต่อ Wi-Fi, NFC, Bluetooth 5.3, MFI ใช้ได้กับ iOS 18+ / Android 13+ ประสิทธิภาพแบตเตอรี่และการชาร์จ อายุการใช้งานแบตเตอรี่: ใช้งานได้ยาวนานขึ้นถึง 2 วันในโหมดประหยัดพลังงาน หรือ 1.5 วันในโหมดประสิทธิภาพเต็มที่ รองรับการชาร์จเร็ว โดยสามารถชาร์จเต็ม 100% ได้ใน 90 นาที กล่องบรรจุภัณฑ์และอุปกรณ์เสริมพิเศษ นาฬิการุ่นนี้มาพร้อมกับ กล่องดีไซน์พิเศษ ที่ร่วมกันออกแบบ โดยมีการแบ่งสีแบบไดนามิกและเน้นด้วย สีเขียวสดใส ซึ่งสะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างดีไซน์ล้ำสมัยของ TAG Heuer และสีสันอันเป็นเอกลักษณ์ของ New Balance นอกจากนี้ ในชุดยังมาพร้อมกับ สายผ้าแบบตีนตุ๊กแก (self-fastening textile strap) สำหรับการวิ่งเพิ่มเติม ซึ่งมีการปั๊มโลโก้ New Balance ไว้ด้วย เพื่อเพิ่มทางเลือกในการสวมใส่เมื่อออกกำลังกายอย่างจริงจัง ข้อมูลทางเทคนิค TAG Heuer Connected Calibre E5 x New Balance Edition รหัสสินค้า SBT8082.EB0394 ขนาด 40 มม. ความหนา 14.80 มม. ตัวเรือนไทเทเนียม Black DLC เกรด 2 ผิวพ่นทราย การกันน้ำ 50 เมตร หน้าจอ จอ OLED ขนาด 1.2 นิ้ว ความละเอียด 390x390 พิกเซล (326dpi) ราคาโดยประมาณ 67,000 บาท บทความที่คุณอาจสนใจ ยลโฉมนาฬิกา TAG Heuer Monaco Chronograph CBL218B.FT6236 ราคาเท่าไหร่ ยลโฉม TAG HEUER X SENNA รุ่นนักขับระดับตำนาน ผลิตกี่เรือน ราคาเท่าไหร่ ยลโฉมนาฬิกา TAG Heuer Monaco Chronograph Racing Green ราคาเท่าไหร่ผลิตกี่เรือน เปิดโฉม TAG Heuer Connected Calibre E4 x Oracle Red Bull Racing Edition ราคาเท่าไหร่ เปิดราคาส่องสเปค The TAG Heuer x Kith Formula 1 โดนใจขนาดไหนราคาเปิดตัวเท่าไหร่

ส่องสเปคนาฬิกา Seiko 5 Sports x Bamford Limited Edition
อ่าน

ส่องสเปคนาฬิกา Seiko 5 Sports x Bamford Limited Edition

Seiko จับมือกับ Bamford Watch Department จากลอนดอน สร้างสรรค์ผลงานพิเศษ Seiko 5 Sports x Bamford Limited Edition (Ref. SRPL95) สะท้อนแนวคิด Retro-Futuristic ซึ่งหมายถึงการออกแบบที่ดึงกลิ่นอายจากอดีตมาผสมผสานกับจินตนาการแห่งอนาคตได้อย่างลงตัว กลิ่นอายแห่งยุค 80 ในเรือนเวลายุคใหม่ ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 42.5 มิลลิเมตร ได้แรงบันดาลใจจากสองเรือนเวลาในตำนานของ Seiko ได้แก่ Seiko SKX จากยุค 1980s และ Seiko 5 Sports จากยุค 1960s ทำให้โครงร่างของนาฬิกามีความโค้งมนแบบคลาสสิก ขณะเดียวกันก็มีความแข็งแรงทันสมัยในแบบนักดำน้ำยุคใหม่ เม็ดมะยมวางตำแหน่งที่ 4 นาฬิกา เอกลักษณ์เฉพาะของ Seiko ที่ช่วยให้สวมใส่สบายและป้องกันการกระแทก ส่วนขอบตัวเรือนหมุนได้ทิศทางเดียวพร้อมสเกลนาทีครบ 60 นาที โดยช่วง 20 นาทีแรกถูกเน้นด้วยสีส้มสดใส ให้กลิ่นอายของนาฬิกาดำน้ำยุคเก่าแต่ปรับจังหวะใหม่ให้มีความสนุกและทันสมัยมากขึ้น หน้าปัดกึ่งโปร่งใส สะท้อนจิตวิญญาณแห่งอนาคต หัวใจแห่งดีไซน์อยู่ที่หน้าปัด แบบ Skeletonized สีฟ้าใส ซึ่งเผยให้เห็นกลไกการทำงานบางส่วนภายใน เพิ่มมิติและความลึกลับให้กับเรือนเวลา บริเวณรอบในเป็นแทร็กของระบบวัน-วันที่ที่แสดงทั้งภาษาอังกฤษและญี่ปุ่น ให้เจ้าของเลือกได้เองระหว่างสองภาษาขณะตั้งเวลา โทนสีของหน้าปัดได้รับแรงบันดาลใจจาก ลิโด้ หรือสระว่ายน้ำสาธารณะในยุโรปที่เต็มไปด้วยบรรยากาศเรโทร ฟ้าใสของน้ำสะท้อนแสงแดดและส้มสดของร่มชายหาด ถูกนำมาตีความใหม่ในสไตล์ Bamford ที่ให้ความรู้สึกเหมือนภาพยนตร์ไซเบอร์พังก์ในยุคอนาคต เข็มชั่วโมงทรง Plongeur สีฟ้า เข็มนาทีทรงลูกศรสีส้ม และเข็มวินาทีทรง Lollipop ปลายกลมสีส้ม เป็นองค์ประกอบที่สะท้อนถึงการออกแบบยุค 70s80s ได้อย่างลงตัว ทั้งหมดเคลือบด้วยสาร LumiBrite รวมถึงหลักชั่วโมงทรงแท่ง เพื่อให้เรืองแสงในที่มืดได้อย่างโดดเด่น สิ่งหนึ่งที่ทำให้รุ่นนี้แตกต่าง คือ แผ่นดิสก์วันในช่อง Day-Date ก็สามารถเรืองแสงได้ เช่นเดียวกับ แถบกลางของสาย NATO สีฟ้า เมื่ออยู่ในที่มืด นาฬิกาจะเปล่งประกายราวกับแสงนีออนในโลกไซเบอร์ ให้ฟีลลิ่ง Neo-Tokyo อย่างแท้จริง สายนาฬิกาทำจากไนลอนคุณภาพสูงแบบ NATO เพิ่มความทนทานและน้ำหนักเบา ตกแต่งด้วย โลโก้ Bamford บนห่วงโลหะ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของคอลแลบรุ่นนี้โดยเฉพาะ กลไกอัตโนมัติที่ไว้ใจได้ ขับเคลื่อนด้วยกลไก Calibre 4R36 อัตโนมัติ สำรองพลังงานได้ 41 ชั่วโมง ความถี่ 21,600 ครั้งต่อชั่วโมง พร้อมระบบหยุดเข็มวินาทีเพื่อการตั้งเวลาที่แม่นยำ และรองรับการไขลานด้วยมือ ตัวกลไกเดียวกันนี้คือที่รู้จักกันดีในชื่อ NH36 ถือเป็นเครื่องที่ทนทานและดูแลรักษาง่ายที่สุดรุ่นหนึ่งของ Seiko ฝาหลังแบบใสสลักโลโก้ Bamford Watch Department (BWD) อย่างสวยงาม พร้อมสลักหมายเลขซีเรียลประจำเรือนเพื่อยืนยันความเป็น Limited Edition 2,025 เรือนทั่วโลก ฝาหลังแบบใสสลักโลโก้ Bamford Watch Department (BWD) อย่างสวยงาม พร้อมสลักหมายเลขซีเรียลประจำเรือนเพื่อยืนยันความเป็น Limited Edition 2,025 เรือนทั่วโลก สเปกโดยสรุป รุ่น: Seiko 5 Sports x Bamford Limited Edition รหัส: SRPL95 ขนาดตัวเรือน: 42.5 มม. / หนา 13.4 มม. วัสดุตัวเรือน: สแตนเลสสตีล กระจก: Hardlex โค้ง หน้าปัด: โปร่งใสสีฟ้า (Teal) พร้อมโลโก้ Bamford ที่ 6 นาฬิกา กลไก: Seiko Cal.4R36 อัตโนมัติ / 24 jewels พลังงานสำรอง: 41 ชั่วโมง กันน้ำ: 100 เมตร (10 บาร์) สาย: NATO สีฟ้าเรืองแสง พร้อมห่วงโลหะสลักโลโก้ Bamford น้ำหนัก: 93 กรัม จำนวนผลิต: 2,025 เรือนทั่วโลก ราคา: 400 (ประมาณ 18,000 บาท) บทความที่คุณอาจสนใจ Seiko 5 Sports จับมือกับ Pepsi สะท้อนกลิ่นอายแห่งยุค 90 ส่องนาฬิกา Seiko Presage Classic Series Unglazed Arita Porcelain Seiko Prospex Speedtimer Edo Purple รุ่นลิมิเต็ด

เจาะลึก Meta Ray-Ban Display & Neural Band แว่นตา AI ที่ "ฉายภาพ" และ "สั่งงานด้วยกล้ามเนื้อ"
อ่าน

เจาะลึก Meta Ray-Ban Display & Neural Band แว่นตา AI ที่ "ฉายภาพ" และ "สั่งงานด้วยกล้ามเนื้อ"

วงการเทคโนโลยีโลกไม่เคยหยุดนิ่ง และเมื่อไม่นานมานี้ Mark Zuckerberg ซีอีโอของ Meta ก็ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่อาจเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการปฏิสัมพันธ์กับโลกดิจิทัลของเราไปอย่างสิ้นเชิง! นี่คือการรวมพลังของแฟชั่นระดับตำนานอย่าง Ray-Ban เข้ากับเทคโนโลยี AI แห่งอนาคต นั่นคือ Meta Ray-Ban Display และคู่หูอัจฉริยะ Meta Neural Band ซึ่งถูกนิยามให้เป็น "แว่นตา AI ที่ล้ำหน้าที่สุด" เท่าที่ Meta เคยสร้างมา ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ไม่ใช่แค่การอัปเกรด แต่เป็นการสร้างหมวดหมู่ใหม่ที่มุ่งเน้นการดึงผู้ใช้กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง (Stay Present) โดยใช้เทคโนโลยีมาเป็นผู้ช่วยอย่างแนบเนียน นี่คือการปฏิวัติอินเทอร์เฟซคอมพิวเตอร์ที่หลายคนเฝ้ารอคอย! กำเนิดนวัตกรรมใหม่ ที่เชื่อมโลกดิจิทัลสู่สายตา จุดเด่นที่ 1: จอแสดงผลลับในเลนส์ (The In-Lens Display) หัวใจหลักของ Meta Ray-Ban Display คือการนำจอแสดงผลแบบ Full-Color, High-Resolution มาติดตั้งไว้ในเลนส์ของแว่นตาอย่างชาญฉลาด! คุณสมบัติที่โดดเด่น: จอแสดงผลนี้ถูกวางไว้ด้านข้าง ไม่บดบังทัศนวิสัยหลัก และที่สำคัญคือไม่ได้เปิดตลอดเวลา แต่จะ "ปรากฏขึ้นมาเมื่อคุณต้องการเท่านั้น" Meta ย้ำว่านี่ไม่ใช่การเอาโทรศัพท์มาผูกติดไว้กับใบหน้า แต่เป็นการออกแบบมาเพื่อการโต้ตอบที่สั้นและรวดเร็ว (short interactions) เช่น การดูข้อความ, การพรีวิวรูปภาพ, หรือการรับความช่วยเหลือจาก Meta AI ดีไซน์ที่ลงตัว: แว่นตานี้ได้รวมเอาทุกองค์ประกอบสำคัญ ทั้งกล้อง, ไมโครโฟน, ลำโพง, และจอแสดงผล เข้าไว้ในอุปกรณ์เดียวที่ยังคงความ มีสไตล์และสวมใส่สบาย โดยยังมาพร้อมเลนส์ Transitions ที่สามารถปรับความเข้มอัตโนมัติตามสภาพแสง ทำให้สามารถสวมใส่ได้ทั้งในอาคารและกลางแจ้งทั้งกลางวันและกลางคืน จุดเด่นที่ 2: สั่งงานด้วยใจผ่านข้อมือ Meta Neural Band นี่คือเทคโนโลยีที่สร้างความตื่นเต้นที่สุดในการเปิดตัวครั้งนี้! ทุกคู่ของแว่นตาจะมาพร้อมกับ Meta Neural Band ซึ่งเป็นสายรัดข้อมือที่ใช้เทคโนโลยี EMG (Electromyography) ซึ่งมีคุณสมบัติดังนี้ การทำงานสุดล้ำ: Neural Band ทำหน้าที่แปลสัญญาณไฟฟ้าที่เกิดจากการทำงานของกล้ามเนื้อ (muscle activity) ซึ่งรวมถึง การขยับนิ้วเล็กน้อย ให้กลายเป็นคำสั่งดิจิทัลสำหรับควบคุมแว่นตาได้อย่างเป็นธรรมชาติ (intuitively) ความแม่นยำเหนือจินตนาการ: เทคโนโลยี EMG นี้ถูกพัฒนาจากการวิจัยกว่า 200,000 ครั้ง ทำให้สายรัดข้อมือนี้สามารถทำงานได้อย่างแม่นยำสำหรับเกือบทุกคน และสามารถวัดการเคลื่อนไหวได้แม้กระทั่งก่อนที่คุณจะมองเห็นการขยับของนิ้วมือด้วยซ้ำ เพื่อการเข้าถึงที่เท่าเทียม: Meta เน้นย้ำว่าเทคโนโลยี EMG นี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหว (เช่น ผู้ป่วยบาดเจ็บที่ไขสันหลัง หรือมีอาการสั่น) ซึ่งสามารถใช้สัญญาณกล้ามเนื้อที่ข้อมือเพื่อควบคุมอุปกรณ์ได้ คุณสมบัติเด่นด้านความทนทาน Meta Neural Band ถูกสร้างให้มีความทนทาน, น้ำหนักเบา, และสวมใส่สบายตลอดวัน ด้วยอายุการใช้งานแบตเตอรี่สูงสุด 18 ชั่วโมง และกันน้ำระดับ IPX7 วัสดุที่ใช้คือ Vectran ซึ่งเป็นวัสดุเดียวกันกับที่ใช้ในแผ่นรองกันกระแทกของ Mars Rover เพื่อให้มั่นใจในความแข็งแรงทนทาน ฟีเจอร์เด่น, การวิเคราะห์ตลาด และอนาคตของ Wearables ฟีเจอร์ใหม่ที่น่าสนใจ: พลังผสานของจอแสดงผลและ EMG เมื่อแว่นตาที่มีจอแสดงผลผนึกกำลังกับสายรัดข้อมือ EMG ทำให้ฟีเจอร์อัจฉริยะเดิมๆ ถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ยกตัวอย่างเช่น : Meta AI Visuals: Meta AI ในแว่นตาไม่ได้แค่พูดตอบอีกต่อไป แต่สามารถ แสดงคำแนะนำแบบ Step-by-Step หรือคำตอบที่ต้องการภาพประกอบบนจอแว่นตาได้ทันที และผู้ใช้สามารถเลื่อนดูขั้นตอนง่ายๆ ด้วยการปัดนิ้วหัวแม่มือไปมาบน Neural Band Live Translation Captioning: นี่คือฟีเจอร์ที่ทำลายกำแพงภาษา! แว่นตาสามารถ แสดงคำบรรยายสด (Live Captions) ของคำพูดที่พุ่งตรงมาที่คุณ หรือ แปลภาษาแบบเรียลไทม์ แสดงบนจอแว่นตาในขณะที่คุณยังคงสบตาและมีส่วนร่วมในการสนทนา Navigation Music Control: สามารถรับเส้นทางนำทางสำหรับการเดิน (Pedestrian Navigation) พร้อมแผนที่ภาพบนจอแว่นตาโดยไม่ต้องหยิบโทรศัพท์ หรือควบคุมการเล่นเพลง เช่น การปรับระดับเสียงด้วยการหนีบนิ้วเข้าหากันและหมุนข้อมือ เหมือนกับการหมุนปุ่มลำโพงในชีวิตจริง ราคาและการวางจำหน่าย ราคาเปิดตัว: Meta Ray-Ban Display เริ่มต้นที่ $799 USD ซึ่งรวมทั้งแว่นตาและ Meta Neural Band แล้ว การวางจำหน่าย: เริ่มวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2568 และวางแผนขยายไปยังแคนาดา, ฝรั่งเศส, อิตาลี, และสหราชอาณาจักรในช่วงต้นปี 2569 วิเคราะห์ตลาด: การปฏิวัติอินเทอร์เฟซและคอมพิวเตอร์ยุคใหม่ การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า Meta กำลังก้าวเข้าสู่การเป็นผู้นำใน "แพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์ถัดไป" (The Next Computing Platform) โดยอาจมีผลกระทบต่อตลาดดังนี้: จุดจบของยุค "ก้มหน้า": Meta กำลังวางตำแหน่งแว่นตา Display AI เป็นโซลูชันที่ช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลและ AI ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ถูกดึงความสนใจออกไปจากโลกจริง ซึ่งเป็นจุดที่สมาร์ทโฟนทำได้ไม่ดีนัก นี่อาจทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในการพึ่งพาสมาร์ทโฟนสำหรับการโต้ตอบสั้นๆ ในชีวิตประจำวัน การปฏิวัติอินเทอร์เฟซ (Interface Revolution): เทคโนโลยี EMG ใน Neural Band เป็นการท้าทายวิธีการสั่งงานแบบเดิมๆ (ปุ่มกด/หน้าจอสัมผัส) โดยเสนอมิติใหม่ของการควบคุมที่เกือบจะเป็นการสั่งงานด้วยความคิด (near-thought control) นักวิเคราะห์มองว่านี่คือทิศทางที่อุปกรณ์สวมใส่จะพัฒนาไปในอนาคต ทำให้การควบคุมอุปกรณ์เป็นไปอย่างลื่นไหลและไร้รอยต่อมากขึ้น การกำหนดหมวดหมู่อุปกรณ์สวมใส่ใหม่: Meta ได้แบ่งประเภทแว่นตา AI ออกเป็น 3 ประเภทที่ชัดเจนคือ Camera AI Glasses, Display AI Glasses และ Augmented Reality Glasses (เช่น Prototype Orion) การสร้างหมวดหมู่ Display AI แสดงให้เห็นถึงช่องว่างทางการตลาดระหว่างแว่นตาถ่ายภาพกับแว่นตา AR ราคาแพง ซึ่งเป็นช่องทางให้ Meta สามารถเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างได้ก่อนคู่แข่ง โดยสรุปแล้ว Meta Ray-Ban Display และ Meta Neural Band ไม่ได้เป็นเพียงแค่ Gadget ใหม่ แต่เป็นชุดอุปกรณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญในการลงทุนในนวัตกรรมของ Meta โดยการรวมเอาสไตล์, AI, และอินเทอร์เฟซใหม่เข้าไว้ด้วยกันอย่างที่ไม่เคยมีบริษัทใดทำมาก่อน การมาถึงของแว่นตาที่มีจอแสดงผลที่มองเห็นได้นี้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของบทต่อไปในประวัติศาสตร์ของเทคโนโลยีสวมใส่ ที่จะทำให้ชีวิตประจำวันของเราทั้งสะดวกและเชื่อมต่อได้โดยไม่เสียความเป็นปัจจุบันไป Credit : about.fb.com

เปิดตัว HUAWEI WATCH GT 6 Series ดึง ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ถ่ายทอดสมาร์ทวอทช์สายแฟชันเหนือระดับ
อ่าน

เปิดตัว HUAWEI WATCH GT 6 Series ดึง ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ถ่ายทอดสมาร์ทวอทช์สายแฟชันเหนือระดับ

หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) ประกาศเปิดตัวHUAWEI WATCH GT 6 Seriesสมาร์ทวอทช์แฟชันรุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์Ride the Windที่ผสานดีไซน์ล้ำสมัยเข้ากับสมรรถนะขั้นสูงอย่างลงตัว พร้อมไฮไลท์พิเศษเปิดตัวใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ซูเปอร์สตาร์แถวหน้าของเมืองไทย มาร่วมสะท้อนภาพลักษณ์ของสมาร์ทวอทช์แห่งอนาคตที่หรูหราเปี่ยมสไตล์ พร้อมฟีเจอร์ก้าวล้ำเพื่อสายสปอร์ตและแอดเวนเจอร์ โดยเฉพาะกีฬาสายเอ็กซ์ตรีมทั้งวิ่ง ปั่นจักรยาน กอล์ฟและดำนํ้า ด้วยโหมดออกกำลังกายมากกว่า 100 โหมด อีกทั้งยังปลดล็อคข้อมูลสำคัญด้านสุขภาพไปอีกระดับ และเทคโนโลยี TruSleep, Health Insight และ Emotional Wellbeing พร้อมแบตเตอรี่ยาวนาน 21 วัน และรองรับการใช้งานคู่กับสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ผ่านแอปพลิเคชัน HUAWEI Health วางจำหน่ายแล้วในราคาเริ่มต้น 6,990 บาท พร้อมของสมนาคุณรวมมูลค่าสูงสุด 8,146 บาท เมื่อซื้อระหว่าง 2 ตุลาคม 2568 2 พฤศจิกายน 2568 ที่ร้านค้าที่ร่วมรายการ บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความตื่นตาตื่นใจ จากการจัดแสดงนวัตกรรมที่นำเสนอความโดดเด่นของ HUAWEI WATCH GT 6 Series ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นแฟชันสเตทเมนต์และผู้ช่วยดูแลสุขภาพและการใช้ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมอีกหนึ่งไฮไลท์คือการเปิดตัว ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ในฐานะตัวแทนของ HUAWEI WATCH GT 6 Series สะท้อนถึงวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ของหัวเว่ยในการขับเคลื่อนFashion Forwardของสมาร์ทวอทช์แห่งอนาคต ด้วยภาพลักษณ์ผู้นำเทรนด์และสไตล์อันโดดเด่นของใบเฟิร์น จึงเป็นตัวแทนที่สะท้อนแนวคิดนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ อีกทั้งยังเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับคนรุ่นใหม่ที่เปี่ยมด้วยพลัง กล้าท้าทายขีดจำกัด และใส่ใจในทุกมิติของชีวิตอย่างมีสไตล์และสุขภาพดีในแบบฉบับของตนเอง โดยใบเฟิร์น ได้ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับ HUAWEI WATCH GT 6 Series ที่ผสานเทคโนโลยีเข้ากับไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่มองหาอุปกรณ์สวมใส่ซึ่งมีมากกว่าฟังก์ชันพื้นฐานด้านสุขภาพและการออกกำลังกาย แต่ต้องเป็นส่วนหนึ่งที่ยกระดับสไตล์และบุคลิกภาพของผู้ใช้งานได้อย่างไร้รอยต่อ เทคโนโลยีที่ผสานไฮแฟชัน สู่สุนทรียะบนข้อมือ HUAWEI WATCH GT 6 Series ยังคงสะท้อนแนวคิดFashion Forwardที่ผสาน 3 สิ่งคือ Design Forward, Health Forward และ Sports Forward โดยมาพร้อมดีไซน์ใหม่ที่ยกระดับขอบจอให้กว้างขึ้น สะท้อนความโฉบเฉี่ยวและพรีเมียม ด้วยแนวคิดBoundless Geometric Aestheticและขอบหน้าปัดแบบยกสูงที่ปรับตำแหน่งตัวเลขไปด้านข้าง ทำให้หน้าจอมีอัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องที่สูงขึ้น มอบมุมมองที่กว้างขวางและดื่มด่ำยิ่งขึ้น HUAWEI WATCH GT 6 Pro (46 มม.)มาพร้อมดีไซน์พรีเมียม ตัวเรือนไทเทเนียมอัลลอยเกรดการบิน เคลือบสารกันรอยขีดข่วนและทนทานต่อการกัดกร่อนจากเหงื่อและน้ำทะเล กระจก Sapphire Glass ทนทานต่อรอยขีดข่วน และฝาหลังเซรามิกนาโนคริสตัล หน้าจอ AMOLED ขนาด 1.47 นิ้ว ขอบบางคมชัด มีให้เลือก 3 สไตล์ ได้แก่ สายไทเทเนียม, สายผ้าคอมโพสิตสีน้ำตาล และสายฟลูออโรอีลาสโตเมอร์สีดำ HUAWEI WATCH GT 6 (46 มม.)โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่แข็งแรงและเป็นผู้ใหญ่ หน้าจอ AMOLED ขนาด 1.47 นิ้ว พร้อมขอบหน้าปัดแบบยกสูงและกรอบกลางทรงแปดเหลี่ยม มีให้เลือกทั้งสายผ้าคอมโพสิตสีเขียว และสายหนังวีแกนคอมโพสิตสีเทา HUAWEI WATCH GT 6 (41 มม.)นำเสนอความสง่างามที่คล่องตัวและกะทัดรัด หน้าจอ AMOLED ขนาด 1.32 นิ้ว พร้อมขอบหน้าปัดตัวเลขโรมันสุดหรู และเป็นรุ่นแรกที่มาพร้อมสลักยึดสายแบบหมุนได้ ที่โค้งรับกับข้อมือเล็กได้อย่างพอดี มีให้เลือกทั้งสายหนังวีแกนคอมโพสิตสีขาว, สายฟลูออโรอีลาสโตเมอร์สีม่วง และสายโลหะ Milanese Gold ทุกรุ่นมาพร้อมหน้าจอที่สว่างขึ้นด้วยความสว่างสูงสุดถึง 3000 nitsทำให้มองเห็นข้อมูลได้ชัดเจนแม้ภายใต้แสงแดดจ้า และระบบEasyFit 3.0ช่วยให้เปลี่ยนสายได้อย่างง่ายดาย เพียงกดปุ่มเดียวก็สามารถปรับเปลี่ยนสไตล์ได้ตามต้องการ ฟีเจอร์สุดล้ำเพื่อการออกกำลังกายระดับโปร HUAWEI WATCH GT 6 Series อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีเพื่อการออกกำลังกายระดับมืออาชีพ ด้วยโหมดออกกำลังกายขั้นสูงกว่า 100 รูปแบบครอบคลุมตั้งแต่การวิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ สกี กอล์ฟ ไปจนถึงการออกกำลังกายในร่ม พร้อมโค้ช AI ส่วนตัวที่ช่วยวิเคราะห์และแนะนำโปรแกรมเฉพาะบุคคล นอกจากนี้ระบบ HUAWEI Sunflower Positioning System 2.0ยังยกระดับความแม่นยำในการระบุตำแหน่งจาก 10 เมตร เป็น 8 เมตร ด้วยการรองรับดาวเทียม 6 ระบบ ทำให้ทุกการผจญภัยเป็นไปอย่างมั่นใจและปลอดภัยแม้ในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย อีกทั้งยังมอบประสบการณ์การปั่นจักรยานที่เหนือกว่า ด้วยการเป็นสมาร์ทวอทช์เรือนแรกของวงการที่รองรับCycling Virtual Powerซึ่งคำนวณกำลังเสมือนจริงด้วยความแม่นยำเทียบเท่ามิเตอร์วัดกำลังระดับโปร โดย HUAWEI WATCH GT 6 Pro ยังมีโหมด Advanced Outdoor Sportsสำหรับนักวิ่งเทรล นักสกี และนักกอล์ฟ ที่จะได้รับประสบการณ์ที่เหนือกว่า ด้วยการติดตามตำแหน่งที่แม่นยำ แผนที่สนามกอล์ฟแบบซูมคมชัด การวิเคราะห์ข้อมูลการวิ่งเทรลอย่างละเอียด และข้อมูลการเล่นสกีที่แม่นยำยิ่งขึ้น ผู้ช่วยดูแลสุขภาพแบบครบวงจร ในด้านการดูแลสุขภาพ HUAWEI WATCH GT 6 Series พร้อมดูแลสุขภาวะของคุณอย่างรอบด้าน ทั้งระบบ TruSense ใหม่ล่าสุดที่ยกระดับการตรวจวัดสุขภาพให้แม่นยำและครอบคลุมยิ่งขึ้น รวมถึงการติดตามคุณภาพการนอนหลับเชิงลึกด้วยTruSleepการให้ข้อมูลเชิงลึกด้านสุขภาพแบบองค์รวมผ่านHealth Insightและระบบจัดการสุขภาพทางอารมณ์ที่ละเอียดอ่อนยิ่งขึ้นด้วยEmotional Wellbeing แบบใหม่ วิเคราะห์ 12 สภาพอารมณ์ซึ่งช่วยตรวจจับและประเมินความเครียดและอารมณ์แบบเรียลไทม์ พร้อมให้คำแนะนำในการผ่อนคลายและจัดการกับความรู้สึก ช่วยเสริมการดูแลสมดุลทางอารมณ์และจิตใจได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกวัน แบตเตอรี่ทรงพลัง ยาวนานสูงสุด 21 วัน หัวเว่ยพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่แบบHigh-silicon stackedที่เพิ่มความหนาแน่นของแบตเตอรี่ได้ถึง 37% และเพิ่มความจุได้ถึง 65% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ทำให้ HUAWEI WATCH GT 6 Series สามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานสูงสุด 21 วัน ในโหมดใช้งานทั่วไป (สำหรับรุ่น 46 มม.) และ 14 วัน (สำหรับรุ่น 41 มม.) ลดปัญหาการชาร์จบ่อย มอบอิสระในการใช้งานได้เต็มที่ตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การเดินทาง หรือการผจญภัยระยะยาว HUAWEI WATCH GT 6 Series วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วในประเทศไทย โดย HUAWEI WATCH GT 6 Pro (46 มม.) ราคาเริ่มต้น 10,490 บาท มีให้เลือกทั้งสีดำ สีน้ำตาล และสีไทเทเนียม ส่วน HUAWEI WATCH GT 6 (46 มม.) ราคาเริ่มต้น 6,990 บาท มาพร้อมสีเขียว และสีดำ และ HUAWEI WATCH GT 6 (41 มม.) ราคาเริ่มต้น 6,990 บาท มีให้เลือกในสีม่วง สีขาวสายหนัง และสีทอง Milanese Gold พิเศษ!เมื่อซื้อระหว่าง2 ตุลาคม 2568 2 พฤศจิกายน 2568รับของสมนาคุณมูลค่ารวมสูงสุด8,146 บาท อาทิ HUAWEI FreeBuds 6i (สีขาว) มูลค่า 4,299 บาท, HUAWEI Health+ Membership 3 เดือน มูลค่า 357 บาท และฟีเจอร์กอล์ฟระดับพรีเมียม มูลค่า 3,490 บาท พร้อมประกันภัย ALive Powered by AIA คุ้มครองชีวิตจากการเจ็บป่วยและอุบัติเหตุ 1 ปี สูงสุด 200,000 บาท

Citizen Series 8 Limited Edition บทกวีแห่งมหานครในฤดูหนาว
อ่าน

Citizen Series 8 Limited Edition บทกวีแห่งมหานครในฤดูหนาว

Citizen ในฐานะผู้ผลิตนาฬิกาชั้นนำจากญี่ปุ่น ยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์ผลงานที่ผสมผสานความแม่นยำเชิงกลไกเข้ากับแรงบันดาลใจจากศิลปะและธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดในปี 2025 แบรนด์ได้เผยโฉมคอลเลกชันพิเศษ Series 8 Limited Edition ที่ถ่ายทอดบรรยากาศของมหานครยามฤดูหนาว ผ่านเรือนเวลา 3 รุ่นซึ่งสะท้อนความงามแตกต่างกันไป ทั้งแสงไฟบนถนนที่ปกคลุมด้วยหิมะ ความสงบของตึกระฟ้ายามเช้า และประกายทองของเมืองใหญ่ในยามค่ำคืน ความหมายของ Cityscape บนข้อมือ แรงบันดาลใจของคอลเลกชันนี้เกิดจากภาพจำของเมืองญี่ปุ่นในฤดูหนาว ไม่ว่าจะเป็นถนนสายช้อปปิ้งในโตเกียวที่โรยด้วยหิมะ หรือตึกสูงตระหง่านในโอซากะที่สะท้อนแสงอาทิตย์ยามรุ่งสาง ภาพเหล่านี้ถูกร้อยเรียงออกมาเป็นดีไซน์นาฬิกาที่งดงามและทันสมัย สะท้อนความเป็น Urban Landscape ได้อย่างลึกซึ้ง Series 8 880 Mechanical Traveller GMT แสงไฟสะท้อนบนหิมะ รุ่น NB6035-55H ถือเป็นหัวใจของคอลเลกชันและเป็นรุ่นเดียวที่มาพร้อมฟังก์ชัน GMT สำหรับผู้รักการเดินทาง ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 41 มิลลิเมตร เคลือบสีเทาเข้มดูสุขุม ขอบตัวเรือนสีทองสลักมาตราส่วน 24 ชั่วโมงแบบ Day/Night ใช้งานร่วมกับเข็ม GMT ตรงกลางเพื่อบอกเวลาได้สองโซน หน้าปัดค่อยๆ ไล่เฉดจากสีขาวบริสุทธิ์ตรงกลาง ไปสู่สีดำเข้มบริเวณขอบ สื่อถึงภาพหิมะที่ปกคลุมผิวถนนและค่อยๆ เผยให้เห็นพื้นแอสฟัลต์เบื้องล่าง เมื่อประกอบกับเครื่องหมายชั่วโมงและเข็มสีทอง จึงเกิดเป็นความลงตัวระหว่างความเยือกเย็นและความอบอุ่นของแสงไฟในเมือง ภายในบรรจุกลไก Cal.9054 อัตโนมัติ ความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง ใช้ทับทิม 24 เม็ด สำรองพลังงานได้ 50 ชั่วโมง พร้อมความเที่ยงตรงเฉลี่ย -10 ถึง +20 วินาทีต่อวัน รุ่นนี้ผลิตเพียง 1,600 เรือนทั่วโลก ราคาประมาณ 1,800 ดอลลาร์สหรัฐ Series 8 890 Mechanical เงาแห่งรุ่งอรุณและประกายทองของราตรี อีกสองรุ่นในคอลเลกชันนี้คือ NB6060-58H และ NB6062-52P ที่ถูกออกแบบให้เป็นดั่งภาพสะท้อนของเมืองในช่วงเวลาที่ต่างกัน NB6060-58H ตึกระฟ้าในยามเช้า ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 42.6 มิลลิเมตร ดีไซน์บางเฉียบเพียง 11.7 มิลลิเมตร หน้าปัดสีเงินสว่างพร้อมลวดลายเรขาคณิต เสมือนเงาของตึกระฟ้าที่รอรับแสงแรกของวัน ถ่ายทอดความสงบ สุขุม และความมั่นคงของมหานครยามเช้า NB6062-52P แสงไฟแห่งราตรี ในขณะที่รุ่นเคลือบทองสะท้อนบรรยากาศเมืองยามค่ำคืน เต็มไปด้วยประกายไฟระยิบจากตึกสูงและถนนที่ไม่เคยหลับใหล หน้าปัดลวดลายเดียวกันถูกเพิ่มความหรูหราด้วยโทนสีทอง สื่อถึงพลังงานและชีวิตชีวาที่หล่อเลี้ยงมหานครในยามราตรี ทั้งสองรุ่นขับเคลื่อนด้วยกลไก Cal.9051 อัตโนมัติ ความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง ใช้ทับทิม 24 เม็ด มีพลังงานสำรอง 42 ชั่วโมง ความเที่ยงตรงเฉลี่ย -10 ถึง +20 วินาทีต่อวัน กันน้ำได้ 20 บาร์ และฝาหลังโปร่งใสโชว์กลไกภายใน NB6060-58H ผลิตจำกัด 1,200 เรือน ราคาเปิดตัวราว 1,600 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ NB6062-52P เคลือบทอง ผลิตเท่ากัน 1,200 เรือน แต่ตั้งราคาไว้ราว 1,700 ดอลลาร์สหรัฐ รายละเอียดที่สะท้อนความพิถีพิถัน Citizen ไม่เพียงแต่ใส่ใจในดีไซน์ แต่ยังคงสมรรถนะที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในทุกวัน เช่น ทนสนามแม่เหล็กสูง: สามารถรักษาความแม่นยำแม้ถูกวางใกล้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ความเที่ยงตรงประจำวัน: เฉลี่ย -10 ถึง +20 วินาทีต่อวันกระจกแซฟไฟร์: เคลือบสารกันสะท้อนเพื่อการมองเห็นที่ชัดเจน ฝาหลังใส: เผยให้เห็นหัวใจกลไกที่กำลังเต้น สารเรืองแสง: บนเข็มและหลักชั่วโมง ทำให้สามารถอ่านเวลาได้แม้ในความมืด สเปกโดยสรุป Citizen Series 8 880 Mechanical GMT Traveller NB6035-55H ตัวเรือน: สแตนเลสสตีล 41 มม. หนา 13.5 มม. กลไก: Cal.9054 GMT อัตโนมัติ / 24 jewels / พลังงานสำรอง 50 ชม. ความถี่: 28,800 vph กันน้ำ: 10 บาร์ จำนวนผลิต: 1,600 เรือน ราคา: ประมาณ 1,800 USD Citizen Series 8 890 Mechanical NB6060-58H (Silver) ตัวเรือน: สแตนเลสสตีล 42.6 มม. หนา 11.7 มม. กลไก: Cal.9051 อัตโนมัติ / พลังงานสำรอง 42 ชม. กันน้ำ: 20 บาร์ จำนวนผลิต: 1,200 เรือน ราคา: ประมาณ 1,600 USD Citizen Series 8 890 Mechanical NB6062-52P (Gold) ตัวเรือน: สแตนเลสสตีลเคลือบทอง 42.6 มม. หนา 11.7 มม. กลไก: Cal.9051 อัตโนมัติ / พลังงานสำรอง 42 ชม. กันน้ำ: 20 บาร์ จำนวนผลิต: 1,200 เรือน ราคา: ประมาณ 1,700 USD บทความที่คุณอาจสนใจ นาฬิกา Casio ผู้ชาย สายเหล็ก รุ่นไหนดี 2024 นาฬิกา G-Shock ผู้ชาย สีขาว รุ่นไหนดี 2024 ใส่แล้วดูดีแบบมินิมอล รวมนาฬิกาผู้ชายสไตล์มินิมอลยี่ห้อไหนดี ดีไซน์สวยใส่ได้บ่อย ราคาเท่าไหร่ รวมนาฬิกาสาย Nato ยี่ห้อไหนดี สวยทนลุย เปลี่ยนลุคได้บ่อย ราคาเท่าไหร่ รวมนาฬิกา Luxury Smart Watch สำหรับผู้ชาย สมาร์ทวอทช์หรูหราสุดล้ำ ยี่ห้อไหนดี ราคาเท่าไหร่ นาฬิกา SEIKO ผู้ชาย ราคาไม่เกิน 30,000 บาท รุ่นไหนดี 2024 นาฬิกาคาสิโอผู้ชาย ราคาไม่เกิน 10,000 บาท รุ่นไหนดี นาฬิกาสายเหล็ก แบรนด์ CASIO นาฬิกาผู้ชาย ราคาไม่เกิน 2,000 บาท รุ่นไหนดี รวมนาฬิกา Rado ผู้ชายปี 2024 รุ่นไหนดี ดีไซน์สวย ราคาเท่าไหร่

ส่องสเปค Grand Seiko Sunrise Tentagraph Hi-Beat Chronograph Limited Edition
อ่าน

ส่องสเปค Grand Seiko Sunrise Tentagraph Hi-Beat Chronograph Limited Edition

เมื่อนึกถึง Grand Seiko หลายคนอาจนึกถึงเรือนเวลาสไตล์เดรสวอทช์ที่เต็มไปด้วยความเรียบง่ายและงดงามเหนือกาลเวลา แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Grand Seiko ได้ค่อย ๆ ขยายพรมแดนสู่กลุ่มโครโนกราฟหรูอย่างจริงจัง โดยในปี 2023 ได้เปิดตัวผลงานสำคัญอย่าง Tentagraph Hi-Beat Chronograph ที่สร้างเสียงฮือฮาในวงการ และในปีถัดมาได้ตามด้วยรุ่น Snow Blue ที่ยังคงความเยือกเย็นของโทนเงินฟ้า แต่ในปี 2025 Grand Seiko กลับเลือกหันไปอีกทิศทาง นำเสนอสีสันใหม่ที่อบอุ่นละมุนตา ภายใต้ชื่อ Sunrise Tentagraph Hi-Beat Chronograph Rose Gold Limited Edition (SLGC006) รุ่งอรุณเหนือภูเขาอิวาเตะ สิ่งที่ทำให้ Sunrise Tentagraph แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้าคือโทนสีที่เปลี่ยนจากเย็นจัดไปสู่อบอุ่นนุ่มนวล หน้าปัดลาย Mount Iwate อันเป็นเอกลักษณ์ถูกตีความด้วยโทนสีชมพูประกายทองแดง สื่อถึงแสงแรกแห่งรุ่งอรุณที่สาดส่องเหนือยอดเขา ขับเน้นด้วยซับไดอัลวินาทีสีทองแดง และเคาน์เตอร์โครโนกราฟสองวงที่ใช้บรอนซ์เข้ม สร้างความไม่สมมาตรอย่างตั้งใจให้หน้าปัดดูมีชีวิตชีวา แตกต่างจาก Tentagraph รุ่นก่อน ๆ ที่ใช้โทนสีเดียว สีสันเหล่านี้ไม่ได้เพียงแต่สร้างบรรยากาศใหม่ แต่ยังสะท้อนปรัชญาญี่ปุ่นที่มองความงามในความไม่จีรัง เช่นเดียวกับแสงอาทิตย์ที่เปลี่ยนแปลงทุกขณะ และเป็นการสื่อสารถึงฝีมือของช่าง Takumi ที่สืบสานศิลปะการประดิษฐ์เรือนเวลาของ Grand Seiko มานานกว่า 65 ปี งานออกแบบ Evolution 9 ที่งดงามและร่วมสมัย ตัวเรือนของ Sunrise Tentagraph ยึดตามสไตล์ Evolution 9 ซึ่งเป็นพัฒนาการล่าสุดใน Grammar of Design อันเป็นปรัชญาการออกแบบที่วางรากฐานมาตั้งแต่รุ่น 44GS ปี 1967 จุดมุ่งหมายเพื่อสร้างเรือนเวลาที่มีทั้งความแวววาว ความชัดเจนในการอ่านค่า และความสบายในการสวมใส่ ตัวเรือนทำจากไทเทเนียมคุณภาพสูง ซึ่งเบากว่าสแตนเลสถึง 30% ช่วยลดภาระบนข้อมือ แม้จะมีขนาด 43.2 มิลลิเมตร และหนา 15.3 มิลลิเมตรก็ตาม นอกจากนี้ยังเพิ่มความหรูหราด้วยการผสมผสานโรสโกลด์ 18 กะรัต บนขอบตัวเรือน เม็ดมะยม และปุ่มกดโครโนกราฟ ตัดกับขอบเซรามิกสีดำที่สลักมาตราส่วนทาคีมิเตอร์ ความคมชัดของวัสดุทำให้ตัวเรือนดูเสมือนท้องฟ้าที่สาดแสงอาทิตย์กระจายตัวออกมาจากยอดเขา เสริมด้วยกระจกแซฟไฟร์ทรงกล่องเคลือบสารกันแสงสะท้อนด้านใน ช่วยให้มองเห็นรายละเอียดของหน้าปัดได้คมชัดทุกมุม ส่วนฝาหลังใสเผยให้เห็นการทำงานของกลไก พร้อมสลักคำว่า Limited Edition และหมายเลขประจำเรือน สำหรับชื่อ Tentagraph มาจากตัวย่อ TEN beats per second, Three-day power reserve, Automatic, chronoGRAPH แม้จะฟังดูเป็นศัพท์เชิงเทคนิค แต่เบื้องหลังคือความพยายามของ Grand Seiko ที่จะผลักดันขอบเขตของโครโนกราฟให้ก้าวล้ำกว่าที่เคย กลไก Hi-Beat Chronograph 9SC5 หัวใจของเรือนเวลาคือกลไก Calibre 9SC5 อัตโนมัติแบบ Hi-Beat ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2023 โดดเด่นด้วยความถี่สูง 36,000 ครั้งต่อชั่วโมง (5Hz) ให้ความแม่นยำในระดับ +5/-3 วินาทีต่อวัน พร้อมพลังงานสำรอง 72 ชั่วโมงจากบาร์เรลคู่ ตัวกลไกผ่านการทดสอบใน 6 ตำแหน่งต่อเนื่อง 12 วัน เพื่อรับรองความเที่ยงตรงในทุกสภาวะการใช้งาน บรรจุ 60 jewels และติดตั้งระบบกันกระแทกขั้นสูง ทำให้ไม่เพียงแต่แม่นยำ แต่ยังทนทาน เหมาะสมกับการเป็นโครโนกราฟระดับไฮเอนด์ของญี่ปุ่นที่พร้อมเทียบชั้นกับสวิสเซอร์แลนด์ ตัวเรือนมีการกันน้ำลึก 100 เมตร ทนแรงแม่เหล็กได้ถึง 4,800 A/m พร้อมเข็มและหลักชั่วโมงเคลือบ LumiBrite เพื่อการอ่านค่าในที่มืด สายไทเทเนียมเข้ากับตัวเรือน มีการขัดลายสลับด้านและเงา เสริมด้วยหัวเข็มขัดแบบสามทบที่ผสมวัสดุโรสโกลด์ 18 กะรัต ปลดล็อกได้ด้วยปุ่มกด ให้ทั้งความหรูหราและความปลอดภัยในการใช้งาน สเปกสำคัญ รุ่น: Grand Seiko Sunrise Tentagraph Hi-Beat Chronograph Limited Edition รหัส: SLGC006 ตัวเรือน: ไทเทเนียมผสมเซรามิกและโรสโกลด์ 18 กะรัต ขนาด 43.2 มม. หนา 15.3 มม. หน้าปัด: ลาย Mount Iwate สีชมพูทองแดง พร้อมซับไดอัลหลายโทนสี กระจก: แซฟไฟร์ทรงกล่อง เคลือบกันแสงสะท้อนด้านใน กันน้ำ: 100 เมตร กันแม่เหล็ก: 4,800 A/m น้ำหนัก: 162 กรัม กลไก: Calibre 9SC5 อัตโนมัติ Hi-Beat 36,000 vph 60 jewels ความแม่นยำ: +5/-3 วินาทีต่อวัน พลังงานสำรอง: 72 ชั่วโมง ฟังก์ชัน: ชั่วโมง นาที วินาที วันที่ โครโนกราฟ จับเวลา 30 นาทีและ 12 ชั่วโมง มาตราส่วนทาคีมิเตอร์ สาย: ไทเทเนียมพร้อมหัวเข็มขัดแบบสามทบ โรสโกลด์ 18 กะรัต จำนวนการผลิต: 300 เรือน ราคา: 19,650 ปอนด์ บทความที่คุณอาจสนใจ Seiko 5 Sports จับมือกับ Pepsi สะท้อนกลิ่นอายแห่งยุค 90 ส่องนาฬิกา Seiko Presage Classic Series Unglazed Arita Porcelain Seiko Prospex Speedtimer Edo Purple รุ่นลิมิเต็ด