รีเซต

ผลการค้นหา “#SSD” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
สายสะสมแผ่นก้มกราบ! หนุ่ม Reddit ลองดีจับ SSD ทำเป็น "ตลับเกม Steam" เสียบปุ๊บเล่นปั๊บ อนุรักษ์นิยมสุด ๆ
อ่าน

สายสะสมแผ่นก้มกราบ! หนุ่ม Reddit ลองดีจับ SSD ทำเป็น "ตลับเกม Steam" เสียบปุ๊บเล่นปั๊บ อนุรักษ์นิยมสุด ๆ

คนรักแผ่นแท้และกล่องเกมต้องถูกใจสิ่งนี้! ล่าสุดบนโลก Reddit กำลังฮือฮาหนักมาก เมื่อยูสเซอร์ชื่อ Jibril-sama ได้ออกมาโชว์ผลงานสุดเจ๋งด้วยการเปลี่ยนเกมดิจิทัลบน Steam ให้กลายเป็น 'ตลับเกม' เสียบปุ๊บเล่นได้ปั๊บในชีวิตจริง! จนสื่อไอทีชื่อดังอย่าง Tom's Hardware ยังต้องรีบเอาไปรายงานข่าวเรื่องของเรื่องคือ Jibril-sama ดันไปได้ internal SSD ขนาด 2.5 นิ้ว ความจุ 128GB มาในราคาถูกแสนถูกแค่ก้อนละ 7 ยูโร (ประมาณ 269 บาท) แกเลยเกิดไอเดียบรรเจิด เอา SSD พวกนี้มาใส่ข้อมูลเกมยัดลงไป แล้วใช้เครื่อง 3D printer ปริ๊นท์เคสครอบตกแต่งเป็นลายปกเกมสุดเท่ให้ออกมาดูเหมือนตลับเกมคลาสสิกพอเอาตลับ SSD นี้ไปเสียบเข้ากับ SATA reader ปุ๊บ ตัวสคริปต์ข้างในจะทำงานอัตโนมัติแล้วเด้งเปิดหน้าเกมใน Steam library ให้กดเล่นได้ทันที หรือจะตั้งค่าให้ตัวเกมรันเปิดขึ้นมาเองเลยก็ยังได้! Steam Game Cartridges by u/Jibril-sama in pcmasterrace แถมเรื่องความเร็วในการโหลดก็หมดห่วงเลย เพราะใช้การเชื่อมต่อผ่านพอร์ต SATA ความเร็วสูงโดยตรงเข้า PC ทำให้โหลดเกมได้ไวปรื๊ดไม่ต่างจากการติดตั้งไว้ในเครื่องจริง ๆ เหมาะมากกับพวกเกมที่อยากเล่นเป็นครั้งคราวแต่ไม่อยากให้เปลืองพื้นที่ฮาร์ดดิสก์หลักในเครื่อง!ประเด็นนี้ดันมาพีกตรงที่มันเกิดขึ้นในช่วงที่ Sony Interactive Entertainment เพิ่งประกาศจะเลิกผลิตแผ่นเกมแบบ Physical discs สำหรับเครื่อง PlayStation ตั้งแต่ช่วงมกราคม 2028 เป็นต้นไปพอดีเป๊ะ!ทำให้แฟนเกมสายเก็บแผ่นทั่วโลกที่โหยหาความรู้สึกของการเป็นเจ้าของเกมจริง ๆ ต่างพากันสรรเสริญโปรเจกต์ตลับ Steam อันนี้กันยกใหญ่ แถมบางคนยังเชียร์ให้ทำแบบนี้กับคลังเกมของ GOG ที่เน้นเกมแบบ DRM-free ไม่มีระบบล็อกรหัสออนไลน์ด้วยนะแต่เตือนไว้ก่อนหนา! Jibril-sama แอบบอกว่าวิธีนี้อาจจะไม่เหมาะกับการเก็บรักษาข้อมูลเกมระยะยาวแบบถาวร เพราะ SSD ที่ใช้ flash memory นาน ๆ ไปถ้าไม่ได้เสียบปลั๊กให้ไฟเลี้ยง ข้อมูลข้างในก็มีสิทธิ์จะอันตรธานหายวับไปกับตาได้ แต่อย่างน้อยโปรเจกต์นี้ก็โชว์ให้เห็นว่า ในยุคที่เกมดิจิทัลกลืนกินโลก เราก็ยังสามารถสร้างสรรค์ระบบ 'ตลับเกมทำมือ' มาสนองความฟินของตัวเองได้เลิศสุด ๆ เลยจ้า!แปลและเรียบเรียงจาก : automaton-media.com

จับตา ADVICE ไตรมาส 2 สวย รุกเจาะ SSD-RAM รับทรัพย์
อ่าน

จับตา ADVICE ไตรมาส 2 สวย รุกเจาะ SSD-RAM รับทรัพย์

#ADVICE #ทันหุ้น - ADVICE  ฟุ้ง Q2/2569 ฟอร์มแจ่มกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน  อานิสงส์ดีมานด์สินค้าไอทีพุ่ง แถมย้ำเป้าปีนี้รายได้ทะยาน 15% จากปีก่อน รับพอร์ตลูกค้าขยายตัว พร้อมเดินหน้าทำตลาด SSD-RAM ให้มากขึ้น หลังกระแสความต้องการฮอตนายณัฏฐ์  ณัฐนิธิการัชต์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท จำกัด (มหาชน) หรือ ADVICE หนึ่งในผู้นำอาณาจักรค้าปลีกไอทีสุดยิ่งใหญ่ เปิดเผยว่า  บริษัทคาดทิศทางธุรกิจในไตรมาส 2/2569 น่าจะเติบโตต่อเนื่องจากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากภาพรวมสินค้าไอทีและสมาร์ทโฟนต่างๆ  มีความต้องการ (ดีมานด์) ขยายตัวค่อนข้างมาก รวมทั้งบริษัทมีการนำเสนอโปรดักต์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง*ปีนี้โตต่ออย่างไรก็ดี ในปี 2569 ทาง ADVICE ยังคงประมาณการรายได้เพิ่มขึ้นราว 15% จากปีก่อน เพราะดีมานด์สินค้าไอทียังเติบโตค่อนข้างมาก ประกอบกับธุรกิจมีการขยายสาขาใหม่เพิ่มเติม ซึ่งส่งผลให้ยอดขายและฐานลูกค้ากว้างขึ้น นอกเหนือ จากการบริหารจัดการเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งนี้ ในปีนี้ทางบริษัทยังมุ่งให้ความสำคัญกับการเปิดสาขาใหม่แบบสแตนอโลนในส่วน “iStore” ให้มากขึ้น รองการจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ Apple โดยมีแผนเปิดสาขาในส่วนนี้ให้เพิ่มเป็น 41 สาขา  เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 ที่มีการเปิดสาขา  “iStore” ไปแล้ว 17 สาขา หวังขยายฐานลูกค้าและช่องทางสร้างยอดขายให้เพิ่มขึ้น ตลอดจนสนับสนุบการเติบโตของบริษัทในอนาคตต่อไปขณะที่สัดส่วนรายได้ของ ADVICE ล่าสุดนั้นยังคงมาจากกลุ่มสินค้าประเภทอุปกรณ์ไอทีต่างๆ คิดเป็นตัวเลขประมาณ 77% และกลุ่มสมาร์ทโฟนภายใต้แบรนด์ต่างๆ เช่น Apple อีกราว 23%รวมทั้งยังมีการนำเสนอโปรดักต์ใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น*รุกเจาะ SSD-RAMส่วนมหกรรมบอลโลก 2026 ที่เกิดขึ้นในขณะนี้นั้นทาง ADVICE เองไม่ได้มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดในส่วนดังกล่าว แต่จะหันมาเน้นทำตลาดกลุ่มสินค้าไอทีประเภทกลุ่มสินค้าประเภทหน่วยความจำและอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลความเร็วสูงที่ไม่มีจานหมุน (SSD card) และกลุ่มสินค้าหน่วยความจำหลักของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (RAM) ให้มากขึ้นเพราะดีมานด์ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน ประกอบกับช่วงที่ผ่านมานั้นบริษัทได้มีการปรับราคาขายสินค้าในส่วนดังกล่าวเพิ่มเติมสะท้อนต้นทุนที่ขยับเพิ่ม จึงมองเป็นอีกปัจจัยช่วยผลักดันการเติบโตขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมไอทีในปี 2569 มองถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมไอทีจากการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เช่น AI Upgrade Cycle ที่ผลักดันให้ผู้บริโภคและองค์กรต้องอัพเกรดอุปกรณ์ใหม่ที่รองรับ AI และการสิ้นสุดการสนับสนุน Windows 10 ในปลายปี 2569 ซึ่งจะบังคับให้ทั้งภาคธุรกิจและครัวเรือนต้องเปลี่ยนเครื่องครั้งใหญ่ดังนั้น เพื่อเป็นการตอบรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวที่กำลังจะเกิดขึ้น ทำให้ ADVICE ในฐานะผู้จัดจำหน่ายที่มีเครือข่ายใหญ่ที่สุดในประเทศ จึงมีการเตรียมความพร้อมในการนำเสนอสินค้าไอทีและสมาร์ทโฟนใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการที่มีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้น และเชื่อคงเป็นอีกแรงสนับสนุนภาพรวมธุรกิจให้สามารถเติบโตได้มากขึ้นในอนาคต*โบรกแนะซื้อ ด้านนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า ฝ่ายวิเคราะห์ให้คำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น ADVICE ให้ราคาเป้าหมาย 7.60 บาท เนื่องจากทิศทางกำไรหลัก ในไตรมาส 2/2569 จะดูดีขึ้น และมีโอกาสทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง หลัง เริ่มเห็นลูกค้าสินค้า IT เริ่มสั่งซื้อมากขึ้น ทำให้ยอดขายสินค้า IT โตดีกว่าไตรมาส 1/2569นอกจากนี้ ฝ่ายวิเคราะห์มองการเติบโตของยอดขายในช่วงที่เหลือของปี 2569 จะเร่งขึ้นทั้งจากยอดขายกลุ่ม Apple, Smartphone และสินค้า IT ประกอบกับกาคคงแผนขยายร้าน iStore ดังเดิม คาดสิ้นปีมีร้าน iStore กลายเป็น 41 แห่ง ตลอดจนการพยายามเพิ่มสัดส่วนสินค้า High Margin เช่น กลุ่ม Accessory เข้ามาช่วยเสริมการเติบโตเพิ่มเติม

Recipes For Long Life The Taste To Pass Down To The Next Generation
ดู

Recipes For Long Life The Taste To Pass Down To The Next Generation

ลือกรุบกริบ! คริส ไพน์ อาจหวนมาเจอ แอนน์ แฮทธาเวย์ อีกครั้งใน "The Princess Diaries 3"
อ่าน

ลือกรุบกริบ! คริส ไพน์ อาจหวนมาเจอ แอนน์ แฮทธาเวย์ อีกครั้งใน "The Princess Diaries 3"

ความคืบหน้าในความพยายามให้พระองค์หวนเสด็จกลับมาให้พสกนิกรได้ปลาบปลื้มใจอีกครั้งขององค์หญิงแห่งวังวนรักโมแมนซ์จากดิสนีย์ได้ปรากฏข่าวสำคัญ ๆ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สำหรับ "The Princess Diaries 3" ที่หลังจากมีกระแสข่าวออกมาเรื่อย ๆ ที่จะสร้างภาคที่ 3 ของหนังรักเจ้าหญิงเรื่องดังจากช่วงต้นยุคปี 2000s ล่าสุดก็มีอัปเดตบางอย่างออกมาให้แฟน ๆ ได้ตื่นเต้นยิ่งขึ้น เริ่มต้นจากข่าวสำคัญที่ออกมาจากปากของ "เม็ก แคบ็อต" นักเขียนต้นฉบับนิยาย The Princess Diaries ได้ออกมาเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับ The Princess Diaries 3 ที่กำลังจะสร้างว่า "คริส ไพน์" จะหวนกลับมามีบทบาทในภาคใหม่นี้ด้วย รวมทั้ง "โรเบิร์ต ชวาร์ตซ์แมน" ก็จะคัมแบ็กกลับมารับบทเดิมของเขาอีกครั้งด้วยเช่นกัน "ทุกคนจะมีบทบาทในเรื่องนี้ค่ะ เพราะมันจะมีเหตุการณ์บางอย่างที่ทุกคนต้องมาปรากฏตัวด้วยกัน โรเบิร์ต ชวาร์ตซ์แมน ก็จะร่วมแสดงด้วย คริส ไพน์ จะกลับมาด้วยเช่นกัน แม้ว่าพวกเขาจะบอกว่าไม่มา แต่จริง ๆ แล้วพวกเขาต้องมาร่วมเข้าฉากด้วยค่ะ" เม็ก แคบ็อต กล่าวเอาไว้ระหว่างร่วมงาน BookCon 2026 ในนิวยอร์ก เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เธอยังกล่าวต่อไปอีกว่า "ตอนนี้ฉันไม่รู้ว่าพวกเขาจะเริ่มถ่ายทำกันเมื่อไหร่นะคะ เพราะอย่างที่พวกคุณเห็นกันอยู่ว่า แอนน์ แฮทธาเวย์ มีโปรเจกต์หนังต้องถ่ายเป็นล้านเรื่องเลยในตอนนี้ แต่สักวันเธอคงจะกลับไปยังที่ปราสาทหลังที่เราเช่าเอาไว้ แล้วนั่งรออยู่ที่นั่น หนังภาคที่ 3 มันจะต้องออกมายอดเยี่ยมมาก ๆ แน่ค่ะ" และไม่เพียงเท่านั้น The Princess Diaries 3 ยังตอกย้ำด้วยการคอนเฟิร์มคัมแบ็กกลับมาจากปาก "แอนน์ แฮทธาเวย์" เอง โดยเธอเพิ่งให้สัมภาษณ์กับ Entertainment Weeklyที่งานพรมแดงเปิดตัวหนัง The Devil Wears Prada 2 เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา (20 เม.ย.) ว่า เธอพร้อมที่จะกลับไปรับบทเป็นเจ้าหญิงมีอาคนดีคนเดิมอีกครั้ง "แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ เราทำงานกับหนังเรื่องนี้กันอยู่ตลอดเลย แต่การมาของ The Devil Wears Prada 2 เกิดขึ้นแบบปุบปับและเป็นโปรเจกต์ที่มาครอบงำทุก ๆ อย่างไปหมด ตอนนั้นมันเลยเป็นไปได้ที่จะโฟกัสกับทั้ง 2 โปรเจกต์ไปพร้อม ๆ กันค่ะ แต่ตอนนี้ทุกคนต้องการมันค่ะ ถึงจะยังไม่ได้ไฟเขียวอย่างเป็นทางการ แต่เรากำลังขัดเกลาบทหนังภาคที่ 3 กันอยู่ สิ่งที่ฉันได้เรียนรู้จากการกลับไปใน The Devil Wears Prada 2 ก็คือความคาดหวังที่สูงมาก ๆ และถ้าจะทำ ก็ต้องทำให้มันออกมาดีที่สุดค่ะ" แอนน์ แฮทธาเวย์ กล่าว The Princess Diaries เป็นหนังเจ้าหญิงของดิสนีย์ที่ประสบความสำเร็จในช่วงต้นยุคปี 2000s ถือว่าเป็นหนึ่งในผลงานแจ้งเกิดให้กับ แอนน์ แฮทธาเวย์ ที่เล่าเรื่องราวเด็กสาวธรรมดา ๆ ที่พบว่าตัวเองสืบเชื้อสายเป็นเชื้อพระวงศ์ของอาณาจักรแห่งหนึ่ง โดยหนังภาคแรกในปี 2001 กวาดรายได้ทั่วโลกไปได้กว่า 165 ล้านเหรียญ ก่อนจะมีภาคต่อตามมาออกมาในปี 2004 สำหรับ คริส ไพน์ เป็นตัวละครที่เข้ามาเสริมในภาคที่ 2 ในบทหนุ่มเจ้าเสน่ห์ นิโคลัส เดเวอโรซ์ ขณะที่ เดเวอโรซ์ ปรากฏตัวในหนังภาคแรก ในบท ไมเคิล มอสโควิตซ์ ที่ทั้งสองตัวละครนี้ต่างก็เป็นชายหนุ่มที่องค์หญิงมีอาเคยสนใจและหัวใจเต้นตามด้วย ดังนั้นเรื่องราวในภาคที่ 3 น่าจะต้องเชื่อมโยงเกี่ยวกับอดีตของอันสดใสขององค์หญิง คงต้องลุ้นกันต่อว่า..จะออกมาเป็นอย่างไร ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

Abyssdia เตรียมเปิด Global Launch ให้มาร่วมเผชิญหน้าการผจญภัยแสนน่าตื่นเต้นปลายกุมภาพันธ์นี้
อ่าน

Abyssdia เตรียมเปิด Global Launch ให้มาร่วมเผชิญหน้าการผจญภัยแสนน่าตื่นเต้นปลายกุมภาพันธ์นี้

Abyssdia อีกหนึ่งเกมสุดน่าสนใจแนว 3D Action RPG สไตล์อนิเมะสุดงามจาก NHN Corp. ที่ล่าสุดนั้นก็มีข่าวสุดน่ายินดีอย่างการประกาศเตรียมเปิด Global Launch แล้วในช่วงวันที่ 25 - 26 กุมภาพันธ์นี้ (ยังไม่ทราบเวลาที่แน่ชัดเนื่องจากไม่ทราบเวลาและไทม์โซน) ทว่าอย่างไรก็ดีการเปิด Global Launch นี้เหมือนจะยังไม่ครอบคลุมประเทศไทย ณ ขณะนี้ ซึ่งสำหรับสโตร์ไทยนั้นเราคงต้องเฝ้าติดตามอัปเดตกันต่อไป[ABYSSDIA Launch Countdown D-3]Tuners, the girls' chain-action harmony, ABYSSDIA, is 3 days away from launch!To celebrate the launch of ABYSSDIA, we're sharing an illustration from the artist SowB!Pre-register for "ABYSSDIA" now, and don't forget to participate in the… pic.twitter.com/5CaKwUii9P— ABYSSDIA (@ABYSSDIA_EN) February 22, 2026 Abyssdiaรอยแยกบนท้องฟ้าปรากฏขึ้นโดยไม่มีใครคาดคิด ... the Abyss Fissureและนั่นคือจุดเริ่มต้นของความโกลาหลที่จะสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งโลก กระนั้น...แสงแห่งความหวังก็ยังคงไม่ดับมอดลงเหล่าผู้กอบกู้คลื่นความถี่ที่บิดเบี้ยวของโลกใบนี้และกู้คืนความสงบสุขจากความพินาศได้ถูกเรียกว่า Tuners และในตอนนี้คุณก็สามารถกลายเป็น Tuners ได้!มาเริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่เคียงข้างไปกับเหล่า Vanguards ของคุณและยิ่งคุณร่วมผจญภัยไปด้วยกันนับไม่ถ้วน ความสัมพันธ์ของคุณก็จะยิ่งแน่นแฟ้น ทั้งมื้ออาหารแบ่งปันร่วมกัน รอยยิ้มที่มอบให้แก่กัน และช่วงอันแสนล้ำค่า ทุกความทรงจำแต่ละอย่างที่สลักอยู่ในหัวใจของคุณจะกลายเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ที่สั่นสะเทือนไปถึงสนามรบ“Chain Action Harmony of the Vanguards” ร่วมสร้างโลกใบนี้ไปพร้อมกับเหล่าฮีโร่ของคุณ!ศึกเรดบอสขนาดยักษ์ในรูปแบบ Real-time Actionเข้าร่วมการต่อสู้แบบ Real-Time สุดเข้มเข้น ในขณะที่ปะทะกับบอสยักษ์ในการเผชิญหน้าสุดน่าตื่นตาตื่นใจประสานและเวิร์คไปกับพันธมิตรของคุณ ปรับจูนสนามรบ และคว้าชัยชนะด้วย Harmonic Strikes สุดทรงพลังสัมผัสประสบการณ์การต่อสู้แบบ 4-person tag chain action battles พร้อมตัวละครสุดตระการตาสัมผัสการต่อสู้แบบไดนามิคที่นำเสนอผ่านกราฟิก 3D ที่มากด้วยรายละเอียด และเอฟเฟกต์สกิลสุดอลังสลับเปลี่ยนระหว่างตัวละครที่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์ทั้ง 4 พร้อมปลดปล่อยการต่อสู้ที่ทั้งรุนแรงและมีสไตล์ร่วมโต๊ะอาหารและกระชับสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นอาหารที่คุณเลือก และรอยยิ้มอันอ่อนโยนของเธอ ทุกมื้อที่แบ่งปันจะกลายเป็นเรื่องราวในแบบของมันเอง เพลิดเพลินไปกับอาหารจานโปรดของเธอ เพิ่มค่าความสนิท และสร้างโมเเมนต์ที่ไม่อาจลืมเลือนไปด้วยกันดื่มด่ำไปกับเนื้อเรื่องที่เข้มข้นมาพร้อมด้วยเสียงพากย์เต็มรูปแบบเริ่มต้นการเดินทางในฐานะ Tuner ผู้เกิดจากความโกลาหลและเปิดเผยความจริงที่ถูกซ่อนให้ค่อย ๆ ชัดเจน พร้อมดำดิ่งไปในโลกที่ถูกนำเสนอด้วยเรื่องราวที่มาพร้อมเสียงพากย์เต็มรูปแบบจากทีมนักพากย์ชั้นนำระดับแถวหน้าดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเกมได้ที่ลิงก์สโตร์ต่างประเทศ

M STUDIO จับมือ Key Billions Sdn Bhd เปิดตัวยิ่งใหญ่หนังอีสปอร์ต “โซโลซ เกมพลิกชีวิต”
อ่าน

M STUDIO จับมือ Key Billions Sdn Bhd เปิดตัวยิ่งใหญ่หนังอีสปอร์ต “โซโลซ เกมพลิกชีวิต”

M STUDIOร่วมกับKey Billions Sdn Bhd(คีย์ บิลเลี่ยน เอสดีเอ็น บีเอชดี) จัดงานเปิดตัวภาพยนตร์อีสปอร์ตแอ็กชันดราม่าเรื่องใหม่โซโลซ เกมพลิกชีวิต (Soloz: Game of Life)ถ่ายทอดเส้นทางชีวิตของ โซโลซ (Soloz)นักกีฬาอีสปอร์ตชาวมาเลเซียชื่อดังจากเกมMobile Legends: Bang Bangที่ประสบความสำเร็จระดับประเทศ ซึ่งงานเปิดตัวได้รับความสนใจอย่างท่วมท้นจากแฟนเกมและสื่อบันเทิง งานนี้ดำเนินรายการโดยคิม-ธิติสรรค์ กู๊ดเบิร์นพร้อมการปรากฏตัวของนักแสดงนำจากมาเลเซีย ได้แก่ฮุน ฮากิม (Hun Haqeem)และจีฮา แชม (Jiha Sham)ร่วมด้วยยูมิ หว่องโปรดิวเซอร์ และเอ็ดดี้ เย็ปผู้อำนวยการสร้างจากKey Billions Sdn BhdรวมถึงศิลปินจากวงSuper Thaiได้แก่คุณพีนัท,คุณเพลงไทยและคุณธาดาลีที่มาร่วมเดินพรมแดงสร้างสีสันให้กับงาน หลังจากนั้น นักแสดงนำ โปรดิวเซอร์ และผู้อำนวยการสร้างได้ขึ้นเวทีพูดคุยถึงเบื้องหลังการสร้างภาพยนตร์ และการทำงานร่วมกับMoontonเพื่อนำโลกของMobile Legendsมาถ่ายทอดสู่จอภาพยนตร์อย่างสมจริง ช่วงท้ายของงาน มีพิธีถ่ายภาพร่วมกันของผู้บริหารและนักแสดง โดยมีคุณสิริอัปสร รักอาชีพ International Business Development Executive M STUDIO,คุณวิชัย กุลธวัชชัย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน),ยูมิ หว่องและเอ็ดดี้ เย็ปผู้อำนวยการสร้างจากKey Billions Sdn Bhd,ฮุน ฮากิมและจีฮา แชมนักแสดงนำของภาพยนตร์ ร่วมด้วยร้อยตรีหญิง สุทิยา ตาปนานนท์ประธานบริษัทST GROUP2022 จำกัด และเหล่าศิลปินวงSuper Thaiถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ก่อนรับชมภาพยนตร์พร้อมกันภายในงาน "โซโลซ เกมพลิกชีวิต"เล่าเรื่องการต่อสู้ในสมรภูมิอีสปอร์ต ที่ผสานเทคนิคภาพสุดล้ำ พร้อมสะท้อนประเด็นเส้นทางชีวิต ความกดดัน ความรักของครอบครัว และความมุ่งมั่นสู่ความสำเร็จ โซโลซ เกมพลิกชีวิต (Soloz: Game of Life)พร้อมเข้าฉาย 4 ธันวาคม 2568 ในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

เป็นเทรนด์ซะงั้น!? เมื่อผู้เล่นแห่จับตัวละครหลักชายมาแต่ง Cross-dress ใน Pokemon ZA
อ่าน

เป็นเทรนด์ซะงั้น!? เมื่อผู้เล่นแห่จับตัวละครหลักชายมาแต่ง Cross-dress ใน Pokemon ZA

Pokemon ZA หรือ Pokemon Legends: Z-A เกมภาคล่าสุดของแฟรนไชส์ที่เพิ่งออกมาให้เราได้เล่นเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งตอนนี้หลาย ๆ คนคงกำลังพยายามไต่อันดับกลายเป็นเทรนเนอร์ผู้แข็งแกร่งอยู่แน่ ๆ ทว่าก็มีผู้เล่นอีกส่วนที่อาจจะไม่ได้สนใจเรื่องนั้นมากเท่าคนอื่น โดยเมื่อล่าสุดได้มีเหล่าเทรนเนอร์ชาวญี่ปุ่นได้ออกมาแชร์ภาพตัวละครหลักชายของตัวเองที่กำลังครอสเดรส Cross-dress พร้อมแคปชั่นว่า "ใน Pokemon ZA คุณครอสเดรสได้นะ" ซึ่งก็ไม่ได้มีเพียงคนสองคนเท่านั้นด้วยนะ เรียกได้ว่าเป็นเทรนด์เลยล่ะ แถมยอดวิวแต่ละโพสต์ก็หลักหมื่น หลักแสน หลักล้านทั้งนั้นเลย!?"ใน Pokemon ZA คุณครอสเดรสได้นะ""พอจะสร้างเทรนเนอร์แต่งหญิงใน Pokémon ZA แล้ว ทรงผมยาวมันมีแต่แบบผมหยิกฟูเท่านั้นก็เลยเปลี่ยนไปเน้นสไตล์ที่ดู 'สวยเฉียบ เนี้ยบ ผมสั้น' แทนที่จะเป็นแนวน่ารักฟลัฟฟี่ชุด "เปิดไหล่" นี่รู้สึกว่ามีศักยภาพสูงมาก ๆ เลยอยากจะใช้รูปลักษณ์แบบนี้ แล้วใช้คำแทนตัวเองว่า 'ผม/โบคุ' (僕) เดินเพ่นพ่านให้เมืองปั่นป่วนไปเลย""'ถ้าจะแต่งหญิงขนาดนั้น ทำไมไม่เริ่มเกมโดยเลือกตัวละครหญิงตั้งแต่แรกไปเลยล่ะ?''ไม่เหมือนกันหรอก! มันจะ 'สมบูรณ์' ก็ต่อเมื่อเป็นรูปลักษณ์แบบผู้หญิง แต่มีเสียงพูด/การเรียกขานแบบผู้ชายต่างหากล่ะ!'""ตัวเอกชายที่เราเชื่อใจส่งไปเล่นเนี่ย ผ่านไป 3 ชั่วโมง กลายมาเป็นแบบนี้เลยเกมเทพจริง ๆ""สำหรับคุณที่กำลังคิดว่าขอให้ตัวเอกชายใน Pokémon ZA ดูเป็นคนกลาง ๆ ...หรือแทบจะเหมือนผู้หญิงไปเลยคงจะดี ลองดูนี่เป็นแนวทางนะแค่ใช้ทรงผมกับเสื้อผ้า ก็แต่งได้ขนาดนี้แล้วนะ เยี่ยมไปเลย!""นี่แหละคือตัวเอกชาย (ของเรา)""การแต่งตัวเอกชายให้เป็นผู้หญิงนี่มันสนุกเกินไปแล้ว!"ที่มา : otakomu.jp

กสทช. บังคับใช้ระบบ Liveness Detection เปิดซิมการ์ดใหม่ คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร
อ่าน

กสทช. บังคับใช้ระบบ Liveness Detection เปิดซิมการ์ดใหม่ คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร

จากข่าวที่ว่าเหล่ามิจฉาชีพหันมาใช้ "ซิมม้า" และ "บัญชีม้า" เป็นช่องทางก่ออาชญากรรม ทำให้ กสทช. ต้องยกระดับความปลอดภัยขึ้นอีกขั้น ด้วยการบังคับใช้เทคโนโลยี Liveness Detection สำหรับการลงทะเบียนซิมการ์ดใหม่ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่อาจดูน่าสับสนสำหรับหลายคน บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเทคโนโลยีนี้ให้มากขึ้นครับ Liveness Detection คืออะไร? Liveness Detection เป็นเทคโนโลยีสุดล้ำที่ออกแบบมาเพื่อ "ตรวจจับความมีชีวิต" ของบุคคลที่กำลังทำการยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้า โดยระบบจะทำงานแบบเรียลไทม์เพื่อวิเคราะห์การเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ ที่บ่งบอกว่าบุคคลนั้นๆ มีตัวตนอยู่จริง ไม่ใช่ภาพปลอมแปลง ลองนึกภาพว่าคุณกำลังใช้สมาร์ทโฟนสแกนใบหน้าเพื่อลงทะเบียนซิม ระบบนี้จะสั่งให้คุณกระพริบตา ขยับศีรษะ หรืออ้าปาก เพื่อดูว่าใบหน้าบนหน้าจอมีการตอบสนองแบบเดียวกับมนุษย์จริงหรือไม่ ซึ่งนี่คือความฉลาดของระบบที่จะช่วยป้องกันการสวมรอยจากภาพถ่าย, วิดีโอ, หน้ากาก หรือแม้แต่รูปปั้นที่ทำขึ้นมาอย่างแนบเนียน ทำไมต้องใช้ Liveness Detection? และจะช่วยอะไรได้บ้าง? เหตุผลหลักก็คือการ "ป้องกันการสวมรอย" และ "สร้างความปลอดภัยทางไซเบอร์" ให้แข็งแกร่งขึ้น จากเดิมที่การลงทะเบียนซิมต้องใช้เพียงแค่เอกสารอย่างบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต ซึ่งมีโอกาสที่มิจฉาชีพจะนำเอกสารปลอมแปลงหรือเอกสารของผู้อื่นมาใช้ได้ แต่เมื่อมีการใช้ Liveness Detection เข้ามาเสริม ผู้ที่ต้องการลงทะเบียนจะต้องเป็นบุคคลที่มีชีวิตจริงเท่านั้น ซึ่งเป็นการปิดประตูการใช้ "ซิมม้า" ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ประโยชน์ของมันยังไม่จำกัดแค่การลงทะเบียนซิมเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะนำไปใช้ในวงการอื่นๆ ที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูง เช่น: การทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์: ช่วยยืนยันตัวตนก่อนการโอนเงินหรือเปิดบัญชี การเข้าถึงข้อมูลสำคัญ: ใช้ยืนยันตัวตนเพื่อเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลในหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชน ใครบ้างที่ต้องลงทะเบียน? และไปที่ไหน? การบังคับใช้เทคโนโลยีนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป และทุกคนที่มีความประสงค์จะ "ลงทะเบียนซิมการ์ดใหม่ทุกประเภท" ไม่ว่าจะเป็นซิมแบบเติมเงินหรือแบบรายเดือน จะต้องเข้ารับการยืนยันตัวตนด้วยระบบ Liveness Detection นี้ ส่วนสถานที่ในการลงทะเบียนก็ไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก คุณสามารถไปได้ที่ ศูนย์บริการของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกค่าย ไม่ว่าจะเป็น AIS, True, NT หรือผู้ให้บริการอื่นๆ รวมถึง ร้านค้าตัวแทน ที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากผู้ให้บริการด้วยเช่นกัน นับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ กสทช. และผู้ให้บริการเครือข่ายในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อปกป้องประชาชนทุกคนจากภัยร้ายทางไซเบอร์ครับ Credit : กสทช.

ซอสพริกศรีราชาพานิช คอลแลปส์ Guss Damn Good เปิดตัว “ช็อคโกแลตชิลลี่” ไอศกรีมรสชาติจึ้ง
อ่าน

ซอสพริกศรีราชาพานิช คอลแลปส์ Guss Damn Good เปิดตัว “ช็อคโกแลตชิลลี่” ไอศกรีมรสชาติจึ้ง

เมื่อความเผ็ดร้อนและความดาร์คมาเจอกัน! ซอสพริกศรีราชาพานิช แบรนด์ต้นตำรับรายแรกอายุ 90 ปี วาดลวดลายความเก๋าในวงการอาหารอีกครั้ง ด้วยโปรเจกต์ความร่วมมือกับ Guss Damn Good แบรนด์ไอศกรีมสายแนวสุดฮิต เปิดตัวไอศกรีมรสชาติใหม่ "ช็อคโกแลตชิลลี่" ชูความเผ็ดหวานเข้มเต็มรสอย่างลงตัว! คุณวรัญญา วิญญรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "ในยุคที่ผู้บริโภคที่โหยหาประสบการณ์ของหวานที่ไม่ซ้ำเดิม ซอสพริกศรีราชาพานิช จึงท้าทายทุกขอบเขตความคิดสร้างสรรค์อีกครั้ง ด้วยโปรเจกต์ความร่วมมือกับ Guss Damn Good แนะนำไอศกรีม 'ช็อคโกแลตชิลลี่' ผสานรสชาติเข้มข้นดาร์คช็อคโกแลตหวานน้อยแทรกด้วยรสเผ็ดติดปลายลิ้นชัดเจนจากซอสพริกศรีราชาพานิชเผ็ดมาก พร้อมด้วยช็อคโกแลตบาร์คจากซอสพริกศรีราชาพานิชเผ็ดกลาง สร้างรสชาติและเนื้อสัมผัสได้อย่างน่าสนใจ นับเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์การตลาดมุ่งสร้างประสบการณ์ร่วมกับผู้บริโภคทุกช่วงวัย ถ่ายทอดเรื่องราวแบรนด์อย่างสดใหม่และน่าตื่นเต้นทุกคำที่ได้ลอง นอกจากแคมเปญนี้จะฉีกกรอบความคาดหวังผ่านรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์แล้ว ในทุกการสั่งซื้อแบบเซ็ต (รวมทุก 10 รสชาติ) ยังได้รับผลิตภัณฑ์ซอสพริกศรีราชาพานิชขนาดซอง 10 กรัม จำนวน 4 ซอง ซึ่งบรรจุอยู่ในแพ็คเกจสุดน่ารักออกแบบด้วยแรงบันดาลใจจากเสื้อยืดคอลเลคชั่นพิเศษ โดยผู้บริโภคจะได้รับคูปองส่วนลด 100บาท สำหรับสั่งซื้อเสื้อยืดดังกล่าวผ่านช่องทางออนไลน์ โดยรายได้ทั้งหมด 100% นำมาสมทบทุนเพื่อบริจาคให้กับมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ต่อไป ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงกิจกรรม Brands Week ระหว่างวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 ถึง 22 กรกฎาคม 2568 เมื่อซื้อไอศกรีม 'ช็อคโกแลตชิลลี่' จำนวน 5 ถ้วย ในราคาถ้วยละ 129 บาท แถมฟรีซอสพริกศรีราชาพานิชเผ็ดกลางขนาด 230 กรัม จำนวน 3 ขวด บรรจุมาใน Box Set ดีไซน์สุดเก๋ สำหรับไอศกรีมรสชาติพิเศษนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ Guss Damn Good Grocery ที่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคอย่างล้นหลามตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปีที่ผ่านมา โดยมีหัวใจหลัก คือ การเฟ้นหาแบรนด์ไทยที่คนไทยคุ้นเคย บอกเล่าเรื่องราววัตถุดิบชูโรงอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์นั้นๆ ผ่านรสชาติไอศกรีมที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร โดยปีนี้มี 10 แบรนด์ไทยที่เข้าร่วมแคมเปญดังกล่าว ซึ่ง บริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน) นำผลิตภัณฑ์ซอสพริกศรีราชาพานิชร่วมเป็นส่วนหนึ่งในความพิเศษนี้อีกครั้ง หลังเคยสร้างความประทับใจผ่านรสชาติซอสภูเขาทองฝาเขียว คัสตาร์ด บริตเติล เมื่อปีที่แล้ว นับเป็นการกลับมาสร้างโมเม้นต์แห่งรอยยิ้มแก่ผู้บริโภคสมกับที่ตั้งตารอ เตรียมรับมือความเผ็ดแปลกใหม่แต่เข้มข้นถึงใจ ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2568 ณ หน้าร้าน Guss Damn Good ทุกสาขา หรือ ช่องทางออนไลน์ ผ่านเดลิเวอรี่แอปพลิเคชั่นอย่าง Grab, Lineman, Robinhood หรือช้อปปิ้งแอปพลิเคชั่นอย่าง Shopee, TikTok Shop และ Lazada สามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวและกิจกรรมพิเศษจากทั้งสองแบรนด์ได้ที่ https://www.facebook.com/SrirajaPanich/ และ https://www.facebook.com/gussdamngood

พาราไดซ์ พาร์ค มุ่งยกระดับประสบการณ์ใหม่ สู่การเป็น Health & Wellness Destination
อ่าน

พาราไดซ์ พาร์ค มุ่งยกระดับประสบการณ์ใหม่ สู่การเป็น Health & Wellness Destination

พาราไดซ์ พาร์ค มุ่งยกระดับประสบการณ์ใหม่ที่ยิ่งใหญ่จากเดิม สู่การเป็น Health Wellness Destination เติมเต็มทุกความต้องการด้านสุขภาพและทุกไลฟ์สไตล์เพื่อชีวิตที่ดีของทุกคนพาราไดซ์ พาร์ค ยืนหนึ่งในเรื่องการให้บริการสุขภาพครบวงจร เดินหน้าขยายพันธมิตรด้านสุขภาพชื่อดังหลากหลายอย่างต่อเนื่อง พร้อมมุ่งสู่การเป็นจุดหมายปลายทางเป็น “สถานีสุขภาพดี” ที่ครบในด้านสุขภาพและการใช้ชีวิตดี ๆ Health Wellness Destination เพื่อยกระดับประสบการณ์ใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิมให้กับลูกค้าทุกคน เชื่อตอบโจทย์และต่อยอดไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้าเดิม และเพิ่มฐานลูกค้าใหม่หลังจากที่ เอ็ม บี เค ประกาศปรับโฉมใหม่ ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค พร้อมทั้งปรับกลยุทธ์และแนวคิดใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Living in Harmony ใส่ใจการใช้ชีวิต กินดี อยู่ดี สุขภาพดี” เพื่อยกระดับประสบการณ์ใหม่ ที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ปัจจุบันที่ดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น ด้วยการให้บริการด้านสุขภาพแบบองค์รวม ที่ไม่เพียงแต่เน้นการรักษาแต่ยังรวมถึงการสร้างเสริม ป้องกัน ดูแล รักษา บำบัดและฟื้นฟู แบบครบวงจรในย่านศรีนครินทร์นางสาวพุทธชาด ศรีนิศากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการตลาด บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ก่อนที่จะปรับโฉมใหม่และปรับแนวคิดคอนเซ็ปต์ใหม่ ได้มีการศึกษาพฤติกรรมไลฟ์สไตล์และความต้องการของลูกค้าตลอดจนประชาชนพื้นที่โดยรอบ แม้ว่าแต่ละกลุ่มจะมีไลฟ์สไตล์หรือความต้องการที่แตกต่างกันไป แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทุกคนให้ความสนใจเหมือนกันและมีแนวโน้มว่าจะสนใจเพิ่มมากขึ้น คือ “การดูแลสุขภาพดีไม่ต้องรอ” เพราะเรารวมคลินิคมากมายครบถ้วน ให้คุณเข้าถึงการรักษาได้อย่างสะดวกสบาย มาดูแลสุขภาพไปพร้อมกับการใช้ชีวิตประจำวันตอนนี้มีพันธมิตรด้านสุขภาพ ทั้งคลินิกแพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์ทางเลือก ศูนย์ความงามแบบครบวงจร ตลอดจนร้านเพื่อสุขภาพต่าง ๆ กว่า 50 ร้านค้า โดยเฉพาะชั้น 3 มีพื้นที่ 17,014 ตารางเมตร และกว่า 60% ของพื้นที่ ทำเป็น โซน Health Wellness ลูกค้าจะพบกับคลินิกชั้นนำมาเปิดให้บริการ อย่าง คลินิกพรีเมียม รามาธิบดี เฮลธ์ สเปซ@ พาราไดซ์ พาร์ค ที่ถือเป็นการร่วมมือครั้งสำคัญกับ โรงพยาบาลรามาธิบดี ในการเปิดศูนย์ดูแลสุขภาพครบวงจรนอกพื้นที่โรงพยาบาล ให้ประชาชนเข้าถึงการดูแลสุขภาพและการบริการที่ครบวงจร โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา อาทิ อายุกรรม กุมารเวช กระดูกและข้อ สูติ-นรีเวช เวชศาสตร์ฟื้นฟู แพทย์ทางเลือก คลินิกการนอนหลับ จากโรงพยาบาลรามาธิบดี และการให้บริการพื้นฐานทางหัตถการที่สะดวก รวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องเดินทางเข้าเมืองหรือเข้าสู่ระบบการรักษาในโรงพยาบาล สามารถรองรับผู้ป่วยได้ไม่ต่ำกว่า 300 คนต่อวัน ซึ่งหลังจากเปิดให้บริการมากว่า 1 ปี ได้รับการตอบรับที่ดีมากจากลูกค้าและประชาชนในพื้นที่ทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้ารับบริการต่อเนื่องรวมทั้งมีคลินิกของคุณหมอที่เก่งและเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านต่าง ๆ มาเปิดให้บริการ อาทิ คลินิกกายภาพบำบัด Rehabz By Chersery Home ที่เหมือนยกแผนกกายภาพบำบัดระดับโรงพยาบาลมาไว้ที่นี่ เพื่อดูแลฟื้นฟูสุขภาพด้านกายภาพ โดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ พร้อมอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการรักษา โสฬสคลินิก (SOROT CLINIC) รักษาไมเกรนและโรคปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง ด้วยวิธี "กดจุดลึกปรับโครงสร้างกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น (Deep Acupressure and Muscle Restructuring)" ผสมผสานกับ "การบำบัดจุดกดเจ็บ” อีกหนึ่งทางเลือกในการรักษาที่มีประสิทธิภาพ สหคลินิก เวลเนสแคร์ ใช้การรักษาด้วยวิถีธรรมชาติบำบัดร่วมกับแผนปัจจุบัน (Integrative Therapy/Integrative Medicine) พร้อมให้ความรู้ในการปรับเปลี่ยนอาหารให้เป็นยานอกจากนี้ยังมีศูนย์ดูแลสุขภาพและความงามชั้นนำที่นำนวัตกรรมทันสมัย พร้อมด้วยทีมแพทย์ที่เชี่ยวชาญทั้งด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย เวชศาสตร์ป้องกัน เวชศาสตร์ฟื้นฟู คอยดูแลและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด อาทิ Aestheta Wellness Aesthetic พบกับการให้บริการที่หลากหลาย อาทิ การปรับสมดุลร่างกายด้วยการคลีนลำไส้ให้สะอาดกับ Colon Hydrotherapy หรือการดูแลหัวใจด้วย EECP เครื่องมือที่ช่วยเพิ่มปริมาณเลือดไปเลี้ยงหัวใจให้เพิ่มขึ้น ส่วน S’RENE by SLC คลินิกดูแลสุขภาพแบบองค์รวมเพื่อคนเมือง ด้วยเทคโนโลยีทันสมัย อย่าง Smart Focus Shockwave ที่ใช้คลื่นกระแทกที่มีความแม่นยำสูง มารักษาอาการปวดกล้ามเนื้อ กระตุ้นการฟื้นฟูเนื้อเยื่อ และเพิ่มการไหลเวียนเลือด หรือการรักษาข้อเข่าเสื่อมด้วยการฉีดเกล็ดเลือดด้วยเครื่อง PRP เป็นต้น รวมทั้งยังมีคลินิกแพทย์แผนจีน คลินิกสุขภาพจิต คลิกนิกเฉพาะทางเรื่องการได้ยิน คลินิกทันตกรรม ตลอดจนร้านสินค้าเพื่อสุขภาพและอุปกรณ์ของใช้ผู้สูงอายุ และโซน ตลาดสมุนไพรพรีเมียม นำสินค้าและผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ได้รับการรับรองหรือผลิตภัณฑ์ที่ได้รางวัลจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลสุขภาพ และในไตรมาส 2 นี้จะเปิด ศูนย์ไตเทียม ให้บริการฟอกไต ซึ่งพาราไดซ์ พาร์ค ถือเป็นศูนย์การค้าแห่งแรกในประเทศไทยที่มีบริการฟอกไต โดยสามารถรองรับผู้มาใช้บริการได้ถึง 16 เตียง ใช้สิทธิ์ประกันสังคม และสิทธิ์ 30 บาท ได้อีกด้วย นางสาวพุทธชาด กล่าวเพิ่มเติม ไม่เพียงแค่การเติมเต็มพันธมิตรสุขภาพชั้นนำ หรือผนึกร้านค้าชั้นนำ ร้านอาหารชื่อดังต่าง ๆ ภายในศูนย์การค้าให้มีความหลากหลายยิ่งขึ้น เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้าและสร้างทราฟฟฟิกให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น การจัด “อีเว้นท์” เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเพิ่มทราฟฟิก และช่วยกระตุ้นกำลังซื้อร้านค้าต่าง ๆ เพิ่มขึ้นจากช่วงปกติได้อีกเช่นกันปัจจุบันทราฟฟิกลูกค้าพาราไดซ์ พาร์ค เฉลี่ยประมาณวันละ 40,000-50,000 คนต่อวัน ในช่วงวันหยุดหรือในวันที่มีการจัดกิจกรรมอีเว้นท์ จะเพิ่มขึ้น 15% โดยกลุ่มลูกค้าของพาราไดซ์ พาร์ค จะเป็นกลุ่มครอบครัว และผู้สูงวัย ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง พบว่ามีเฉลี่ยการใช้จ่ายปกติอยู่ที่ 3,000 บาทต่อบิล แต่เมื่อมีการจัดอีเว้นท์ จะมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นประมาณ 10%เมื่ออีเว้นท์มีส่วนสำคัญในการดึงดูดคนเข้าศูนย์การค้าฯ และช่วยเพิ่มการจับจ่ายใช้สอยให้กับร้านค้า จึงต้องออกแบบที่มีความโดดเด่น น่าสนใจ และน่าประทับใจ ตลอดจนนำเทรนด์คนดังที่กำลังเป็นกระแสมาเป็นส่วนหนึ่งของการจัดกิจกรรม เพื่อมอบความสุขและความผ่อนคลายสำหรับทุกคนในครอบครัว รวมทั้งการจัดกิจกรรมที่รองรับกลุ่มผู้สูงอายุโดยอีเว้นท์ที่ครองใจที่ได้รับความสนใจจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง อย่าง กิจกรรม “ยังก์ ไหว คลับ” เป็นเหมือนเป็นอีกหนึ่งคอมมูนิตี้ที่กลุ่มผู้สูงวัย ที่ได้ออกมาพบปะพูดคุย เพลิดเพลินกับการใช้เวลาว่างหลังเกษียณ ทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน ทั้งการเต้นลีลาศ และร้องเพลง กิจกรรม PARADISE PARK KHON THE THEATER การแสดงโขน ให้ชมฟรีในทุกเดือน ซึ่งนอกจากร่วมอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของไทยให้คงอยู่แล้ว ยังได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าเป็นอย่างมากทุกคนชื่นชอบและรอคอยเพื่อที่จะมาชื่นชมการแสดง หรือแม้แต่การนำเรื่องเทรนด์การดูแลสุขภาพมาต่อยอดกับ กิจกรรม Paradise Park Health Wellness ที่จะมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ จากพันธมิตรคลินิกในศูนย์การค้าฯ อาทิ Rehabz By Chersery Home สหคลินิก เวลเนสแคร์ มาให้ความรู้ควบคู่การทำเวิร์คช็อปที่เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ ขณะเดียวกันผนึกพันธมิตรกับสถาบันการศึกษาและมหาวิทยาลัยชั้นนำ ในการจัดการแข่งขันเชิงวิชาการที่สนุกอย่างสร้างสรรค์ทั้งการแข่งขันหุ่นยนต์ การแข่งขันหมากรุกสากล การแข่งขัน Crossword การแข่งขันการ์ดเกม เป็นต้น “การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ครั้งนี้ของพาราไดซ์ พาร์ค ไม่เพียงแต่ปรับกลยุทธ์และแนวคิดใหม่ แต่ยังยกระดับประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้แก่ลูกค้า ในการมุ่งสู่การเป็น Health Wellness Destination จุดหมายปลายทางที่ครบครันในเรื่องการดูแลสุขภาพและการมาใช้ชีวิตดี ๆ ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นการ กินดี อิ่มอร่อยร้านอาหารมากมาย อยู่ดี เพลิดเพลินกับสินค้าคุณภาพที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล รวมทั้งกิจกรรมดี ๆ มากมายสำหรับทุกคนในครอบครัว และ สุขภาพดี กับหลากหลายบริการด้านสุขภาพแบบองค์รวมที่พร้อมดูแลคุณทั้งร่างกายและจิตใจ เชื่อว่าจะตอบโจทย์และต่อยอดไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้าเดิมและยังช่วยเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ได้อีกเช่นกัน” นางสาวพุทธชาด กล่าวทิ้งท้าย

etcha Borderless Dining ความอร่อยที่ไร้ขอบเขต Fine Dining ในคอนเซ็ปต์ไม่ซ้ำใคร
อ่าน

etcha Borderless Dining ความอร่อยที่ไร้ขอบเขต Fine Dining ในคอนเซ็ปต์ไม่ซ้ำใคร

สำหรับใครที่กำลังมองหาร้านอาหาร Fine Dining สำหรับพาคนรู้ใจไปฉลองในโอกาสพิเศษ วันนี้เราจะพาทุกคนมารู้จักกับ etcha ห้องอาหาร Fine Dining นำเสนออาหารยุโรปสไตล์โมเดิร์น พร้อมกลิ่นอายความเป็นไทย ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์สุดเท่ Borderless Dining ประสบการณ์ความอร่อยที่ไร้ขอบเขต หรือสัญชาติมาเป็นกรอบ เพื่อให้คุณได้สัมผัสกับอีกหนึ่งประสบการณ์ของการรับประทานอาหารที่ผสมผสานวัฒนธรรมอันหลากหลาย การเลือกใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นมาผสมผสานกับรสชาติอาหารระดับโลก โดย Chef Giacomo Primante เชฟที่พร้อมจะพาทุกคนมาสัมผัสกับประสบการณ์การทำอาหารระดับโลกของเขาไปสู่การสร้างสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัด etcha Borderless Dining ห้องอาหารไฟน์ไดนิ่ง etcha (เอ๊ดช่า) ห้องอาหาร Fine Dining ตั้งอยู่ที่บริเวณชั้น 7 ภายในโรงแรม Chatrium Grand Bangkok พร้อมมอบบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการมาทานมื้อพิเศษวันสำคัญต่างๆ การออกแบบเป็นสไตล์ Quiet Luxury ให้บรรยากาศความหรูหรา แต่แฝงไปด้วยความอบอุ่น และเป็นส่วนตัว ช่วยให้คุณสร้างความทรงจำที่สวยงาม รีวิว etcha Borderless Dining เมนู 360 Tasting Menu คอร์สอาหารยุโรปสไตล์โมเดิร์น ที่ทาง etcha (เอ๊ดช่า) พร้อมมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ครอบคลุมด้วยคอร์สที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถัน นำเสนอรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์จากวัตถุดิบท้องถิ่นจากทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะในประเทศไทย เริ่มกันที่คอร์สเรียกน้ำย่อย กับ Small Delicacies ที่เน้นการชูวัตถุดิบท้องถิ่นจากประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น มังคุด ราดน้ำยำรสกลมกล่อมเสริมความหอมด้วยใบมะกรูด ตามมาด้วย ทาร์ตปลาฮามาจิ รสชาติอร่อยนัว มะละกอกวน เนื้อหนึบรสหวาน สอดไส้ด้วยล็อบสเตอร์เนื้อเด้งจากภูเก็ต และเมนูเด็ดที่คาดไม่ถึงอย่าง หัวปลาซาดีนกรอบ สอดไส้ด้วยครีมรสต้มยำ รสชาติเค็มๆ มันๆ เข้ากันสุดๆ คอร์สต่อมา Grey Pomfret , mint, pomegranate กรานิต้าน้ำทับทิมสีแดงสวยงาม ด้านล่างเนื้อเป็นปลาเต๋าเต้ยสดจากทะเลไทย ดรายเอจ 2 วัน ให้รสชาติรสเปรี้ยวหวาน หอมกลิ่นใบมินต์ เรียกความสดชื่นแบบสุดๆ ตามมาด้วยอีกหนึ่งคอร์สที่สร้างความประทับใจให้หลายๆ คน อย่าง Squid, Basil, Caviar 3 องค์ประกอบที่เข้ากันได้ดีสุดๆ นำทีมด้วยหมึกสดเนื้อใส จากท้องทะเลไทย สไลซ์มาบางจนเหมือนเป็นเส้นพาสต้า ราดซอสครีมเพสโต้รสนุ่มนวลหอมเตะจมูก และเสริมรสชาติความฟินด้วยคาเวียร์ จากทะเลสาบแคสเบียน Lobster, Curry, Maxican Marigold การผสมผสานที่ลงตัวของล็อบสเตอร์และซอสแกงกะหรี่ เนื้อล็อบสเตอร์จากเกาะภูเก็ต ย่างเตาถ่านหอมๆ จนด้านนอกสุกแต่ด้านในเนื้อยังสดเด้งชุ่มฉ่ำ เสิร์ฟคู่ซุปล็อบสเตอร์ กับแตงกวาเย็นๆ ชื่นใจ อร่อยแปลกใหม่และลงตัว Small Beans, Mango, Apple ทาร์ตมะม่วงน้ำดอกไม้สุก ด้านล่างเป็นถั่วลันเตาหวานย่าง และท็อปด้านบนด้วยรสเปรี้ยวเล็กๆ ของโฟมแอปเปิ้ล ตามมาด้วย Ravioli, Quark, Tarragon ราวีโอลีขนาดพอดีคำ สอดไส้ด้วยครีมชีสหอมมันจากเชียงใหม่ ตัดรสชาติอย่างลงตัวด้วยซอสต้มข่าหอมๆ นุ่มๆ และ Chilli Oil Monkfish, Zucchini Flower, Passion Fruit นำทีมด้วยเนื้อปลาอังโกะและดอกซูกินี ปลาเนื้อจากประเทศญี่ปุ่น เสิร์ฟพร้อมดอกซูกินีสอดไส้เนื้อปลาอังโกะบด ทานพร้อมซอสเสาวรสที่ให้รสเปรี้ยว เสริมความกลมกล่อมด้วยมูสกาแฟรสละมุน ควงคู่มากับ ขนมปังบริยอช เนื้อฉ่ำ หอมเนย ทานพร้อมเนย และครีมชีส อร่อยสุดๆ Duck, Carrot, Water cress สเต๊กเนื้อเป็ด ที่ถูกย่างมาจนหนังกรอบ เนื้อด้านในยังนุ่มชุ่มฉ่ำ ทานพร้อมแครอทดองสอดไส้ซอสสูตรพิเศษ ท็อปด้วยซอสจูไวน์แดงที่หอมกลิ่นกะวานแบบไทยๆ เรียกได้ว่าเป็น Main Course ที่ดีอีกหนึ่งจาน มาต่อเนื่องความฟินในช่วงปลายคอร์สกันด้วยเมนูของหวาน ที่รวมขนมหวานแสนอร่อยจากวัตถุดิบท้องถิ่นประเทศไทย เริ่มที่ Mint, Coconut, Laronda ไอศกรีมมะม่วงหาวมะนาวโห่ รสเปรี้ยว ตัดรสชาติด้วยมูสมะพร้ามเนื้อนุ่มละมุน หวานมัน ตามมาด้วย Black Sourdough, Lotus, Rosemary จานเดียวแต่องค์ประกอบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็น มูสวานิลลาสุดละมุนหอมกลิ่นดอกบัวอ่อนๆ ตัดรสชาติเพิ่มความเข้มด้วยช็อกโกแลต และไอศกรีมวานิลลา ที่ด้านล่างเป็นคริสปี้เพิ่มมิติกรุบกรอบ พร้อมซอสวานิลลาและกลิ่นหอมๆ ของ Rosemary Oil Mignardises เมนูของหวานปิดท้าย ที่มาด้วยกัน 4 ชนิด ทางร้านจะแนะนำให้ทานตามลำดับความเข้มข้นของรสชาติ เรียกได้ว่าเป็นการปิดท้ายมื้อพิเศษแบบลงตัว และในทุกๆ คอร์สทางร้านก็จะมีบริการเครื่องดื่มที่สามารถ Pairing เข้ากันได้ดีกับแต่ละเมนู ใครอยากมาสัมผัสประสลการณ์การทานไฟน์ไดนิ่งแบบ Borderless Dining ก็สามารถมาที่ห้องอาหาร etcha ได้เลย ข้อมูลร้าน etcha Borderless Dining พิกัด : https://maps.app.goo.gl/6PrsBjMjFjDjijUcA ที่อยู่ : ชั้น 7 โรงแรม Chatrium Grand Bangkok แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : วันอังคาร - วันเสาร์ 18.00 น. เป็นต้นไป ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://etchabkk.com/ บทความที่คุณอาจสนใจ อร่อยอย่างมีระดับ ! การทานอาหาร แบบ Fine Dining คืออะไร เข้าใจแน่นอน 10 ร้านอาหาร สไตล์ Chef's Table อร่อยตามใจเชฟ ต้องลองสักครั้งในชีวิต ตามกาล Time Kaan ร้านอาหารไทยโบราณ Fine Dining ย่านสุขุมวิท

โปรโมชั่น Guss Damn Good สาขาเซ็นทรัล ส่วนลดลูกค้าทรู
อ่าน

โปรโมชั่น Guss Damn Good สาขาเซ็นทรัล ส่วนลดลูกค้าทรู

ลูกค้าทรูสดชื่น อร่อยฟิน! ใครกำลังหา โปรโมชั่นไอศครีม กดรับด่วน! แจกส่วนลด Guss Damn Good ลูกค้าทรู กับร้านไอศครีมสุดฟิน มีให้เลือกอร่อยหลากหลายรสชาติ แปลกใหม่กว่าที่เคย รับรองว่าถูกใจสายหวานแน่นอน มาพร้อมกับ โปรโมชั่นดีๆ เงื่อนไขการใช้โปรโมชั่นจะมีอะไรบ้าง มาดูกันเลย โปรโมชั่น บอนชอน@ศูนย์​การค้าเซ็นทรัล ลูกค้าทรูแบล็ค และทรูเรด ใช้ 49 ทรูพอยท์ รับส่วนลด 20 บาท ลูกค้าทรูบลู ทรูกรีน ทรูไวท์ ใช้ 49 ทรูพอยท์ รับส่วนลด 20 บาท ระยะเวลาโปรโมชั่น : ใช้ได้ถึง 5 มีนาคม 2568 บทความที่คุณอาจสนใจ 10 โปรโมชั่นชานมไข่มุก 1 แถม 1 พร้อมส่วนลด 2025 สดชื่นเคี้ยวหนึบ! แจกคูปองแม็คโคร Makro ส่วนลด 30 บาท ลูกค้าทรูสายช้อปฟินชัวร์ คูปองเซเว่น วันนี้ 2025 โปรโมชั่น ส่วนลดของกินเซเว่น อิ่มคุ้มถูกใจ 15 โปรเครื่องดื่ม รับหน้าร้อน ปี 2025 ลูกค้าทรู รับส่วนลดพิเศษจนใจฟู

คริส ไพน์ มีเงินติดลบ 400 เหรียญในบัญชี ก่อนชีวิตเปลี่ยนด้วยการรับบทใน "Princess Diaries 2"
อ่าน

คริส ไพน์ มีเงินติดลบ 400 เหรียญในบัญชี ก่อนชีวิตเปลี่ยนด้วยการรับบทใน "Princess Diaries 2"

จริงอยู่ที่ คริส ไพน์ (Chris Pine) นักแสดงหนุ่มหล่อชาวอเมริกันวัย 43 ปี ที่เราคุ้นหน้ากันจากการรับบทเป็น สตีฟ เทรเวอร์ แห่งจักรวาล DCEU จะเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ในการเป็นนักแสดงก็จริง เพราะเขามีทั้งพ่อ แม่ รวมทั้งย่าที่เคยเป็นนักแสดงมาก่อนทั้งสิ้น แต่ชีวิตของเขาในด้านการแสดงก็ไม่ต่างจากนักแสดงคนอื่น ๆ ที่ต้องปากกัดตีนถีบ จนกระทั่งพบกับผลงานที่แจ้งเกิดให้เขากลายเป็นที่รู้จักของผู้ชมเป็นครั้งแรก ซึ่งถ้าหาก The Princess Diaries (2001) หนังรอมคอมเจ้าหญิง จะเป็นอีก 1 ผลงานแจ้งเกิดของนักแสดงสาววัยรุ่นเจ้าของบท มีอา อย่างแอนน์ แฮททาเวย์ (Anne Hathaway)ภาคต่อมาอย่าง The Princess Diaries 2: Royal Engagement (2004) ซึ่งบทบาท ลอร์ด นิโคลัส เดเวอโรซ์ ขุนนางสุดหล่อผู้ปฏิเสธมงกุฏและพิชิตใจเจ้าหญิง ก็เป็นที่ที่แจ้งเกิดให้ไพน์เป็นที่รู้จักของผู้ชมเป็นครั้งแรกด้วยเช่นกัน แต่ชีวิตของไพน์ไม่ได้หรูหราเหมือนในหนัง เพราะตอนนั้นเขาต้องเผชิญกับปัญหาที่ไม่ต่างจากนักแสดงหลาย ๆ คน ไพน์ได้มีโอกาสเปิดเผยเรื่องราวนี้ในตอนล่าสุดของรายการ Sunday Today with Willie Geist ของสถานีโทรทัศน์ NBC ที่เขาได้มีโอกาสเล่าว่า นี่ไม่ใช่แค่หนังที่ทำให้ผู้ชมได้เห็นหน้าของเขา แต่หนังเรื่องนี้ยังช่วยชีวิตจากวิกฤติทางการเงินที่เข้าขั้นติดลบในเวลานั้นด้วย ตอนนั้นถือเป็นช่วงฤดูร้อนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเลยครับ อยู่ดี ๆ โชคดีก็เข้ามาหาผม ตอนนั้นผมใช้โทรศัพท์ฝาพับเครื่องเล็ก ๆ สีเงินของ Verizon แล้วผมก็ได้รับโทรศัพท์จากตัวแทนของผมว่า มีคนติดต่องานผมเข้ามา ผมขับรถไปบนทางด่วน แล้วเขาก็บอกผมว่า นายจะได้รับค่าตัว 65,000 นะ มันเหมือนกับว่าเขากำลังบอกว่าผมจะได้รับเงิน 50 ล้านเหรียญอะไรทำนองนั้นเลย มันทำให้ผมตื่นเต้นมาก ๆ ครับ หลังจากที่ มีอา เทอร์โมโพลิส ได้ขึ้นบัลลังก์เป็น เจ้าหญิงอะมีเลีย แห่งประเทศเจโนเวีย ใน The Princess Diaries ภาคแรก มาในภาคนี้ มีอาได้รับการเสนอให้เป็นรัชทายาทเพื่อรับตำแหน่งราชินีแห่งเจโนเวีย แต่ตามกฎมนเทียรบาลระบุว่า รัชทายาทที่จะรับตำแหน่งเจ้าหญิงจะต้องผ่านพิธีเสกสมรส จึงจะสามารถเข้าพิธีราชาภิเษกได้ ท่ามกลางความไม่เห็นด้วยของหลาย ๆ ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยในการเสนอให้เจ้าหญิงอะมีเลียขึ้นเป็นราชินี รวมทั้งฝ่ายขุนนางที่ส่ง ลอร์ดนิโคลัส เดเวอโรซ์ มาเสนอตัวเป็นรัชทายาทและขึ้นบัลลังก์แทน หากเจ้าหญิงจึงเข้ารับการดูตัวเพื่อหาเจ้าชายมาเสกสมรสให้ได้ภายใน 30 วัน แต่สุดท้ายความรักก็ทำให้ทั้งคู่ไขว้เขว และนำไปสู่การเปลี่ยนกฏระเบียบโบร่ำโบราณที่เคยมีมาไปตลอดกาล ตัวหนังอาจไม่ได้สำเร็จในเชิงคำวิจารณ์เท่าภาคแรก แต่ก็ยังทำรายได้พอสมควรที่ 134 ล้านเหรียญ และบทเปลี่ยนชีวิตนั้นก็ส่งให้ไพน์มีบทบาทการแสดงทั้งในหนังและทีวีซีรีส์ออกมาอีกมากมาย ในปี 2003 เขาได้ไปเป็นนักแสดงรับเชิญในซีรีส์ดัง ๆ 3 เรื่อง ทั้ง ER,The Guardian และ CSI: Miami และได้รับบทนำ ด้วยการรับบทเป็นกัปตันเจมส์ เคิร์ก เป็นครั้งแรกใน Star Trek (2009) และรับบทเป็น สตีฟ เทรเวอร์ สามีของไดอานา พรินซ์ หรือ Wonder Woman แห่งจักรวาล DCEU เป็นครั้งแรกใน Wonder Woman (2017) แม้ว่าไพน์จะได้รับค่าตัวจากการแสดงในคราวนั้นถึง 65,000 เหรียญ ที่อาจจะไม่มากมาย แต่ก็นับว่าสมน้ำสมเนื้อกับนักแสดงหน้าใหม่ที่เพิ่งมีผลงานหนังยาวเรื่องแรก แต่สุดท้ายเขาก็ต้องเจอกับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีกมากมาย ตอนนั้นผมได้ค่าตัว 65,000 เหรียญครับ แล้วผมจำได้แม่นเลยว่าตอนนั้นชีวิตผมเปลี่ยนไปเลยแหละ แม้ว่าสุดท้าย 65,000 เหรียญในตอนท้ายจะเหลืออยู่แค่ประมาณ 15,000 เหรียญเอง (หัวเราะ) ตอนนั้นผมมีเงินที่เบิกเกินมัญชีธนาคารอยู่ประมาณ 400 เหรียญ ผมเลยต้องคอยขอยืมเงินพ่อแม่ตลอด แล้วพอผมได้เงิน 65,000 เหรียญก้อนนั้นมา ผมจำได้ชัดเจนเลยว่า ชีวิตของผมมันก็เปลี่ยนไปในระดับหนึ่งเลยทีเดียว คือมันคงไม่ได้เป็นช่วงเวลาที่นานอะไรขนาดนั้นนะครับ แต่ผมเองก็ติดหนี้พ่อแม่ด้วย และนั่นก็เป็นความรู้สึกที่โหดร้ายมาก ผมจะไม่มีวันลืมสิ่งเหล่านี้เป็นอันขาด ที่มา :Variety Insider

แอนน์ แฮทธาเวย์ อัปเดตความคืบหน้า “The Princess Diaries 3” ที่ยังไม่มีอะไรมาก
อ่าน

แอนน์ แฮทธาเวย์ อัปเดตความคืบหน้า “The Princess Diaries 3” ที่ยังไม่มีอะไรมาก

นับว่าเวลาผ่านไปปีเศษ ๆ แล้ว ตั้งแต่ที่เราได้ข่าวคราวว่าหนังโรแมนติกเจ้าหญิงในตำนานของดิสนีย์ กำลังจะเดินหน้าต่อใน The Princess Diaries 3 โดยที่ แอนน์ แฮทธาเวย์ ดาราสาวที่แจ้งเกิดมาจากบทบาทในหนังเรื่องนี้จะกลับมามีส่วนเกี่ยวข้องด้วยอีกครั้ง แต่ดูเหมือนว่าเวลาที่ผ่านเลยไปสักระยะ แต่ก็ยังไม่ได้เห็นอะไรเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเท่าไหร่นัก ล่าสุด แอนน์ แฮทธาเวย์ ที่อยู่ระหว่างเดินสายโปรโมตหนังใหม่ของเธอ อย่าง The Idea of You กับนิตยสาร V Magazine ที่ยืนยันว่าโครงการหนังยังคงอยู่ แต่ยังไม่มีข้อมูลอะไรให้อัปเดตสักเท่าไหร่ในตอนนี้ เราก็ทำงานกันไปในทิศทางที่ดีอยู่ค่ะ นั่นเป็นทั้งหมดที่ฉันน่าจะบอกได้ เพราะเอาจริง ๆ ตอนนี้ก็ยังไม่มีเรื่องสำคัญอะไรที่จะป่าวประกาศได้สักเท่าไหร่ แต่เราก็ยังลุยหน้ากันไปในทิศทางที่น่าพอใจดีอยู่ค่ะ แอนน์ เล่าให้ฟัง แอนน์ น่าจะกลับมารับบทเป็น มีอา เจ้าหญิงแห่งเธอร์มอโพลิส หลังจากที่เธอเคยร่วมแสดงในหนัง 2 ภาคแรกที่ผ่านมา และนับว่าเป็นหนึ่งในงานมาสเตอร์พีชประจำอาชีพนักแสดงของเธอ ย้อนกลับไปเมื่อปลายปี 2022 มีแหล่งข่าวระบุว่า ภาค 3 ของ The Princess Diaries อยู่ในขั้นตอนงานสร้าง แต่ไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ โดยมอบหมายให้ แอดริต้า มูเกอร์จิ จากซีรีส์ Supergirl มารับหน้าที่ร่างบทหนังให้ โดยหนังชุดนี้เคยทำรายได้ทั่วโลกรวมกันได้ถึง 300 ล้านเหรียญ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

สำรองข้อมูลด่วน! พบปัญหา SanDisk Portable SSD ข้อมูลสูญหายในผู้ใช้งานหลายราย
อ่าน

สำรองข้อมูลด่วน! พบปัญหา SanDisk Portable SSD ข้อมูลสูญหายในผู้ใช้งานหลายราย

ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลไม่ว่าจะแบรนด์ใดก็ตามแต่ก็ต้องเป็นเรื่องข้อมูลสูญหายนี่ละครับ และดูเหมือนปีนี้ก็จะเป็นปีที่ลำบากของชื่อแบรนด์ SanDisk พอสมควร หลังมีผู้ใช้ SanDisk Portable SSD หลายรายเจอปัญหาข้อมูลสูญหายไปแบบดื้อ ๆ แม้ปกติแล้ว SSD มีโอกาสที่จะทำงานผิดพลาดน้อยกว่า HDD พอสมควร แต่ที่กลายเป็นประเด็นขึ้นมาก็เป็นเพราะผู้ใช้งาน SanDisk Portable SSD หลายรายรวมถึงเหล่าเว็บไซต์ดัง ทั้ง The Verge, Ars Technica และผู้ใช้ใน Reddit ต่างเจอปัญหาข้อมูลสูญหายในลักษณะเดียวกัน https://twitter.com/vjeranpavic/status/1646224103173681154 ซึ่งในตอนแรกมีรายงานว่าพบปัญหานี้ในซีรีส์ SanDisk Extreme Portable รุ่น 4TB เป็นส่วนใหญ่ แต่กลายเป็นว่ามีรายงานว่าพบปัญหาในรุ่นความจุอื่น ๆ อีกด้วย ทำให้อีก 1 เว็บไซต์ดัง PetaPixel ถึงกับจั่วหัวว่าไม่สามารถแนะนำ SanDisk Portable SSD ได้อีกต่อไปเนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นวงกว้างนี้ หน้ารีวิวสินค้า SanDisk Portable SSD ที่มีผู้ใช้มารายงานปัญหาข้อมูลสูญหาย ในเวลาต่อมาทาง Western Digital ที่ดูแลแบรนด์ SanDisk อยู่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจได้ออกเฟิร์มแวร์มาเพื่อแก้ปัญหาแล้วครับ ที่แปลกคือไม่ได้ระบุว่าออกมาเพื่อแก้ปัญหาข้อมูลสูญหาย แต่เป็นแก้ปัญหาไดร์ฟตัดการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์แทน (หรืออาจไม่อยากเอ่ยถึงปัญหานี้ตรง ๆ?) โดยผู้ที่ใช้งาน SanDisk Extreme Portable SSD V2, SanDisk Extreme Pro Portable SSD V2 และ WD My Passport SSD สามารถนำเลขซีเรียลไปเช็กเพื่อดาวน์โหลดเฟิร์มแวร์กันได้แล้วที่นี้ – คลิก อย่างไรก็ตามปัญหาข้อมูลสูญหายสามารถเกิดขึ้นได้กับอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลทุกประเภท หลายคนอาจไม่ค่อยได้ใส่ใจสำรองข้อมูลเก็บไว้หลาย ๆ ที่เพราะตั้งแต่ใช้มาก็ไม่เคยมีปัญหา ถ้าคิดแบบนี้บอกเลยว่าถ้าเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นมาจริง ๆ แม้อาจจะกู้คืนข้อมูลกลับมาได้แต่สุดท้ายก็ต้องเสียทั้งเงินทั้งเวลาหรือเลวร้ายที่สุดก็อาจกู้กลับมาไม่ได้เลย ทางที่ดีควรหมั่นสำรองข้อมูลไว้เพื่อความปลอดภัยกันดีกว่าครับ แม้จะอัปเฟิร์มแวร์ไปแล้วหรือขึ้นว่าเป็นเฟิร์มแวร์ล่าสุดก็อย่าเพิ่งชะล่าใจ! ที่มา: PetaPixel

SSD ขนาดเท่าบัตรเครดิต กันน้ำและฝุ่นจาก Samsung
อ่าน

SSD ขนาดเท่าบัตรเครดิต กันน้ำและฝุ่นจาก Samsung

บริษัทอิเล็กทรอนิกส์จากเกาหลีอย่างซัมซุง (Samsung) เปิดตัว ที7 ชิลด์ (T7 Shield) ซึ่งเป็นเอสเอสดี (SSD) หรืออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลชนิดหนึ่ง ที่มีความโดดเด่นในเรื่องของดีไซน์ จนได้คว้ารางวัล Red Dot Design Award ประจำปี 2023 ซึ่งเป็นงานแข่งขันการออกแบบระดับนานาชาติประจำปีสำหรับการออกแบบผลิตภัณฑ์SSD ขนาดเท่าบัตรเครดิตโดยเอสเอสดีรุ่นนี้มีความยาว 8.8 เซนติเมตร , ยาว 5.9 เซนติเมตร, หนา 1.3 เซนติเมตร และหนักเพียง 98 กรัม มีขนาดเท่ากับบัตรเครดิตแต่ดูหนากว่า ภายนอกหุ้มด้วยซิลิโคนที่มีค่าการนำความร้อนต่ำกันน้ำ, กันฝุ่นและแรงกระแทกสำหรับเอสเอสดีรุ่นนี้เป็นรุ่นแรกของบริษัท ซัมซุงที่ได้รับการรับรองมาตรฐานไอพี65 (IP65) ซึ่งบ่งชี้ว่าอุปกรณ์ดังกล่าวสามารถกันน้ำและฝุ่นได้ ไม่เพียงเท่านั้น ทางบริษัทยังอ้างด้วยว่าอุปกรณ์มีความสามารถในการรองรับแรงกระแทกจากการตกที่สูงถึง 3 เมตรในแง่ของประสิทธิภาพ T7 Shield ให้ความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลที่รวดเร็วด้วยความเร็วในการอ่าน 1,050 เมกะไบต์ต่อวินาที และความเร็วในการเขียน 1,000 เมกะไบต์ต่อวินาที ทำให้เร็วกว่ารุ่นก่อนอย่างที5 (T5) ประมาณ 2 เท่า และเร็วกว่าฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ภายนอก (HDD) แบบเดิมถึง 9.5 เท่าT7 Shield สามารถเข้ากันได้กับอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น พีซี (PC), แมก (Mac), สมาร์ตโฟน แอนดรอยด์ (Android Smartphone) และเกมคอนโซล เพื่อให้ผู้ใช้สามารถจัดเก็บภาพถ่าย, เกม และวิดีโอ 4K / 8K จำนวนมากได้ นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูล โดยมีการเข้ารหัสฮาร์ดแวร์มาตรฐานการเข้ารหัสลับขั้นสูง (Advanced Encryption Standard หรือ AES) 256 บิต เพื่อปกป้องข้อมูลผู้ใช้ในกรณีที่ไดรฟ์สูญหายโดย T7 Shield มีให้เลือก 3 สี ขนาด คือ สีดำ, สีน้ำเงินและสีเบจ และมีความจุมาให้เลือก 3 ขนาด คือ 1 เทระไบต์, 2 เทระไบต์ และ 4 เทระไบต์ ซึ่งมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 6,999 บาท - 17,000 บาทข้อมูลและภาพจากSamsung

[รีวิว] Hasselblad X2D 100C กล้องมีเดียมฟอร์แมต 100MP มี SSD 1 TB ในตัว ราคาเกือบครึ่งล้าน!
อ่าน

[รีวิว] Hasselblad X2D 100C กล้องมีเดียมฟอร์แมต 100MP มี SSD 1 TB ในตัว ราคาเกือบครึ่งล้าน!

ถ้าพูดถึงกล้องระดับโปรที่เหนือขึ้นไปกว่าฟูลเฟรมเชื่อว่าทุกคนจะต้องนึกถึง ‘กล้องมีเดียมฟอร์แมต’ กันอย่างแน่นอน ซึ่ง 1 ในค่ายกล้องมีเดียมฟอร์แมตที่ขึ้นชื่อเป็นที่รู้จักในวงการช่างภาพมืออาชีพอย่างยาวนานก็คงจะไม่พ้นชื่อนี้ครับ กับ ‘Hasselblad’ แบรนด์กล้องสัญชาติสวีเดนที่มีประวัติยาวนานตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2! ที่เกริ่นมายาวขนาดนี้ต้องบอกว่ากล้องแบรนด์นี้เขาไม่ธรรมดาจริง ๆ กล้องที่ NASA เอาไปถ่ายบนดวงจันทร์เป็นครั้งแรกของโลกก็มาจากแบรนด์นี้นี่ล่ะครับ และในที่สุดเราก็ได้มีโอกาสได้รีวิวกับเขาบ้าง กับ ‘Hasselblad X2D 100C‘ กล้องมิเรอร์เลสมีเดียมฟอร์แมตรุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมกับสเปกอัดแน่น เซนเซอร์ระดับ 100 ล้านพิกเซล ระบบโฟกัสที่ไวกว่าเดิม กันสั่น 5 แกนก็มีมาให้ พร้อมกับ SSD 1 TB ในตัว ไม่ต้องเสียบเมมก็ใช้งานได้ทันที ในราคาเฉพาะบอดี้ 329,800 บาท อะไรมันจะล้ำขนาดนั้น ทั้งสเปกทั้งราคา 😂 แถมเราก็ได้ชุดใหญ่มาเลย X2D 100C Body + XCD 2.5/V38 + XCD 2.5/V55 + XCD 2.8/135 สเปกหลัก Hasselblad X2D 100C เซนเซอร์มีเดียมฟอร์แมต 100 ล้านพิกเซล BSI CMOS (43.8 × 32.9 mm)  Hasselblad X Mount กันสั่น 5 แกน 7 สต็อป RAW 16-bit Leaf / Electronic Shutter ISO 64-25,600 PDAF 294 Zones ถ่ายภาพต่อเนื่องสูงสุด 3.3fps ชัตเตอร์สปีดสูงสุด 1/4000s จอ LCD 3.6 นิ้ว ระบบสัมผัส tilt ได้ 2.36 ล้านจุด OLED EVF 5.76 ล้านจุด กำลังขยาย 1.00x Top LCD 1.08 นิ้ว 158,400 จุด 1 TB internal SSD + CFexpress Type B (สูงสุด 512 GB) Wi-Fi, Bluetooth X Battery ใช้รุ่นเดียวกับรุ่น X1D II และ 907x 50c ขนาด 148.5 x 106 x 74.5mm น้ำหนัก 895 กรัม บอดี้และการจับถือ สำหรับรูปร่างหน้าตาของเจ้า X2D 100C นั้นยังคงมาในทรงเดียวกับรุ่นก่อนหน้าอย่าง X1D II 50C เลยครับ วัสดุตัวกล้องทำจาก Machined aluminium ดูพรีเมียมแข็งแรงน่าใช้งานมาก ๆ แต่ก็มาพร้อมน้ำหนักตัวเฉพาะบอดี้เกือบ 900 กรัม กับเอกลักษณ์อย่างหนึ่งที่เห็นแล้วรู้ทันทีว่าเป็นกล้อง Hass แน่นอนก็ปุ่มชัตเตอร์สีส้มดูเด่นสะดุดตาตัดกับบอดี้สีดำดุดันนี่ล่ะครับ รุ่นนี้ยังมี Top LCD ด้านบนบอดี้กล้องมาให้ด้วย และไม่ใช่จอขาวดำธรรมดานะแต่เป็นจอสีขนาด 1.08 นิ้ว เอาไว้บอกตั้งค่ากล้องต่าง ๆ หรือสถานะแบตเตอรี่ ปุ่มชัตเตอร์สีส้มพร้อมโลโก้ตัว H พร้อมจอ Top LCD จอ LCD หลังกล้อง 3.6 นิ้วใหญ่สะใจมากกกกกก ตัวกริปเองต้องบอกว่าออกแบบมาได้จับถนัดมือดีมาก ๆ มาพร้อมจอ LCD 3.6 นิ้ว ระบบสัมผัสที่งัดออกมาปรับองศา Tilt (เฉพาะมุมงัด) ได้แล้ว ความละเอียด 2.36 ล้านจุด ซึ่งถือว่าใหญ่กว่าจอ LCD กล้องทั่ว ๆ ไปพอสมควรเลยครับ ส่วนเรื่องสีสันความคมชัด และระบบสัมผัสก็ทำงานได้ดีสมกับราคากล้องจริง ๆ ถ้าให้อธิบายความรู้สึกคือมันเหนือกว่าจอกล้องทั่ว ๆ ไปหลายขุมเลยทีเดียว ในขณะที่ปุ่มบนตัวกล้องก็มีเพียงไม่กี่ปุ่มเท่านั้น เน้นจิ้มหน้าจอเอาแทนเช่นการเลื่อนจุดโฟกัสเป็นต้น (แต่ไดอัลหน้าหลังหรือปุ่ม Mode, WB, ISO, AF-L, AF-D ยังมีอยู่นะ) ทั้งเมนูทั้งการวางปุ่มตัวกล้องดู Minimal สุด ๆ คล้ายเวลาใช้สมาร์ตโฟนเลย ช่องมองภาพตัวนี้เป็นแบบ OLED EVF 5.76 ล้านจุด ที่มาพร้อมกับกำลังขยายถึง 1.00x ที่ต้องบอกว่าทั้งละเอียด และขนาดใหญ่เต็มตามาก ๆ ถ้าได้ลองสักครั้งก็ยากที่จะลืมประสบการณ์ที่ได้สัมผัสลงได้ ส่วนพอร์ตต่าง ๆ ของรุ่นนี้มีเพียงแค่ Type-C (รองรับการชาร์จ Power Delivery) กับช่องเสียบ CFexpress Type-B เพียงเท่านั้นครับ โดยที่แบตเตอรี่ยังเป็น X Battery รุ่นเดียวกับ X1D II และ 907x 50C เสียบลงไปกลมกลืนกับฐานตัวกล้องได้เลยไม่ต้องมีฝาปิดแบตอะไรให้ยุ่งยาก เซนเซอร์มีเดียมฟอร์แมตระดับ 100 ล้านพิกเซล! ถ้าเป็นเรื่องกล้องหัวใจสำคัญก็ต้องเซนเซอร์รับภาพนี่ละครับ X2D 100C ใช้เซนเซอร์ขนาดมีเดียมฟอร์แมต 100 ล้านพิกเซลแบบ BSI CMOS ซึ่งใหญ่กว่าฟูลเฟรมพอสมควร (คูณ 0.79x ของเซนเซอร์ฟูลเฟรม) และด้วยความที่เซนเซอร์ใหญ่นี่ล่ะทำให้สามารถอัดความละเอียดถึง 100 ล้านพิกเซล เรียกว่าเก็บดีเทลได้ทุกเม็ด เอาไปถ่าย Portrait เห็นกระทั้งคนถ่ายสะท้อนในตาของแบบ ขณะที่เนื้อไฟล์ก็ยังฉ่ำ ให้ไฟล์ RAW ระดับ 16-bit กันเลยทีเดียว (กล้องทั่ว ๆ ไปตันที่ 14-bit) ถ้าคิดว่าฟูลเฟรมคือสุดแล้ว มีเดียมฟอร์แมคคือสุดกว่า Color Science ของค่ายนี้จะเรียกว่า Hasselblad Natural Colour Solution หรือ HNCS ที่ให้โทนค่อนข้างเป็นธรรมชาติเลยครับ อ่านรีวิวนี้แล้วน่าจะสัมผัสเอกลักษณ์ไฟล์ของเจ้า X2Dได้ อ้อ ในรุ่นนี้ไม่มีชุดชัตเตอร์ในตัวกล้องนะครับ ใช้ Leaf Shutter ในตัวเลนส์หรือ Electronic Shutter เท่านั้น ลองครอปความโหดของ X2D 100C มาให้ดูดีเทล 100 ล้านพิกเซลว่าทำได้ดีขนาดไหน!//XCD 3,5-4,5/35-75 @35mm 1/200s F7.1 ISO64 XCD 2,8/135: 1/350s F2.8 ISO 200 Tips 1: Leaf Shutter คือระบบชัตเตอร์ในเลนส์คล้ายกลีบรูรับแสง ข้อดีของกล้องที่ใช้ระบบนี้คือชัตเตอร์นิ่มนวลมาก และซิงก์แฟลชได้ทุกความเร็วชัตเตอร์ไม่ต้องพึ่งระบบ High Speed Sync ระบบโฟกัส PDAF+CDAF โฟกัสได้ไวกว่าเดิมถึง 3 เท่า ต้องบอกก่อนว่าผู้เขียนเคยจับ ๆ ลอง ๆ รุ่นก่อนอย่าง X1D II 50C มาบ้างแล้วครับ พอมาจับ X2D คือว้าวเลยทั้งระบบตัวกล้องหรือโฟกัสนั้นไวขึ้นมาก ๆ โดยระบบโฟกัสเป็นแบบ PDAF+CDAF (294 PDAF) ที่ครอบคลุม 97% ชองเฟรมภาพ โฟกัสไวขึ้น 3 เท่า โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับเลนส์ใหม่ ๆ อย่างเซต XCD 2,5/38V, XCD 2,5/55V และ XCD 2,5/90V  แต่ถ้าคิดว่ามันจะใช้งานเหมือนกล้องฟูลเฟรมยุคปัจจุบันอันนี้ก็ต้องบอกว่าไม่เชิงซะทีเดียวครับ ด้วยความที่เซนเซอร์มันใหญ่มาก ระบบโฟกัสก็อาจไม่ได้ไวเท่ากล้องที่เซนเซอร์เล็กกว่าเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว ยิ่งไม่มี Joystick มาให้ด้วยอีก (รุ่นก่อนก็ไม่มี) ถ้าไม่ใช้วิธีโฟกัสแล้ว Recompose หรือใช้นิ้วจิ้มจุดโฟกัสใหม่ก็แนะนำว่าเอาตาส่องช่องมองแล้วใช้นิ้วเลื่อนจุดโฟกัสกับจอหลังกล้องเป็น Trackpad จะสะดวกกว่าครับ กล้องไม่ใช่ตัวเล็ก ๆ ถ้าต้องจิ้มจอทุกครั้งแขนก็รับไม่ไหว โดยเฉพาะติดเลนส์หนัก ๆ อย่าง XCD 2,8/110V เอาไปถ่าย Portrait อีกอย่างคือรุ่นนี้มีระบบ AF-C ด้วย แต่ถ้าอยากได้ Face-Detection หรือ Eye-AF อันนี้ไม่มีให้ใช้เนอะต้องโฟกัสเอง เน้นสกิลช่างภาพระดับหนึ่งเลย โหมด Crop สุดหลากหลาย มี XPan แนว Cinematic! X2D 100C เป็นกล้องที่มีโหมด Crop ให้ใช้งานกันหลากหลายมากที่สุดเท่าที่เคยจับมาเลยล่ะครับ นอกจาก 16:9, 3:2 อะไรพวกนี้แล้ว สเกล A4, A3, 2:1, 5:4, 11:85 ยกมาหมด รวมถึงโหมด XPan ให้ภาพอัตราส่วน 65:24 แนว Cinematic เหมือนกล้องฟิล์ม Hasselblad XPan สุดโด่งดังในอดีตที่ราคาดีดไปหลักแสนบาทแล้วในปัจจุบัน กันสั่น 5 แกน 7 สต็อป ถ้าใครที่เคยใช้กล้องความละเอียดสูงคงรู้กันดีครับว่าการสั่นไหวเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้ภาพของเราเบลอได้ง่ายกว่าเซนเซอร์พิกเซลต่ำ ๆ X2D 100C ยังยัดระบบกันสั่น 5 แกนมาให้เสร็จสรรพ แถมเคลมว่าชดเชยชัตเตอร์สปีดได้ถึง 7 สต็อป จากที่ลองมากก็ช่วยได้เยอะครับ แม้ว่าผู้เขียนเองจะมือไม่นิ่งจนถือ 7 สต็อปได้ แต่ใช้งานจริง 2-3 สต็อปก็ไหวอยู่! Hasselblad X2D 100C + XCD 2.5/38V: 1/8s, F3.4, ISO 1600 Hasselblad X2D 100C + XCD 3,5-4,5/35-75 @35mm 0.4s F6.3 ISO 100 SSD 1 TB ในตัวกล้องไม่ต้องเสียบเมมก็ใช้ได้! สิ่งที่ชอบมากของ X2D 100C คือ SSD 1 TB ในตัวนี่ล่ะครับ นอกจากทำให้ตัวกล้องทำงานได้ไวเช็กรูปหลังกล้อง 100 ล้านพิกเซลได้ลื่นไหลแล้ว ก็ยังสามารถใช้งานได้เลยไม่ต้องเสียการ์ดเพิ่มก็ได้ ถ่าย RAW ได้ประมาณ 3,000 – 4,000 ใบก็เหลือเฝือแล้ว! ความเร็วเขียนอ่านก็ไม่ใช่เล่น ๆ อยู่ที่ 2370MB/s และ 2850MB/ ตามลำดับ จากความรู้สึกคือนอกจากบันทึกหรือดูรูปได้ไวมากแล้ว เรื่อง Blackout หรือ Shutter lag ก็ทำได้ดีกว่ารุ่นก่อนพอสมควรครับ ไม่รู้สึกหงุดหงิดเรื่องช้าตามสไตล์มีเดียมฟอร์แมตแล้ว รวมถึงเรื่องระบายความร้อนที่พัฒนาขึ้นกว่ารุ่นก่อนพอสมควร หน้าเมนู Storage วิดีโอ… แม้จะจั่วหัวเรื่องวิดีโอมา แต่ทาง Hasselblad บอกว่ารุ่นก่อนใส่มาก็ไม่มีใครใช้ งั้นเราถอดออกเลยละกัน เพราะเหตุนี้ X2D จึงไม่มีฟีเจอร์วิดีโอใส่มาด้วยครับ… สำหรับสายภาพนิ่งที่เน้นคุณภาพแบบสุดติ่ง เรื่องอื่นเราไม่สน อะไรไม่ใช้ก็ตัดออก ชมภาพจาก Hasselblad X2D 100C เริ่มด้วยภาพ Portrait จาก X2D 100C กับเลนส์ XCD 2.8/135 (ระยะเทียบเท่าเลนส์ 105mm เป็นกล้องฟูลเฟรมแต่มิติยังคงเป็น 135mm) โทน JPG หลังกล้องไม่ได้ตบแต่งอะไรเพิ่ม อาจมีรีทัชบางจุดให้นางแบบบ้างเล็ก ๆ… อยากให้เห็นว่า Hasselblad Natural Colour Solution (HNCS) ให้โทนเป็นอย่างไรบ้าง XCD 2,8/135: 1/60s F2.8 ISO 64 XCD 2,8/135: 1/125s F2.8 ISO 100 XCD 2,8/135: 1/250s F2.8 ISO 64 แถมด้วย XPan กับเลนส์ XCD 2,5/V55: 1/160s F2.5 ISO 64 สารภาพว่าจริง ๆ ตอนต้นปี 2023 ผู้เขียนแอบได้เอา X2D 100C ไปเล่นที่ญี่ปุ่นมาแล้วแหละ แต่ตอนนั้นเวลาจำกัดมาก 2-3 วันเก็บเกี่ยวประสบการณ์ได้ไม่ครบ รอบนี้ได้เล่นเต็มที่ละมารีวิวได้ (ฮา) XCD 3,5-4,5/35-75 @35mm 1/200s F7.1 ISO64 XCD 3,5-4,5/35-75 @35mm 1/200s F7.1 ISO64 XCD 3,5-4,5/35-75 @75mm 1/200s F7.1 ISO64 XCD 3,5-4,5/35-75 XCD 3,5-4,5/35-75 XCD 3,5-4,5/35-75 XCD 3,5-4,5/35-75 XCD 3,5-4,5/35-75 XCD 2,5/V55: 1/4s F2.5 ISO 400 สรุป Hasselblad X2D 100C เรียกว่าเป็นกล้องที่สเปกกับราคาคุ้มค่าตัวมาก ๆ เมื่อเทียบกับประสิทธิภาพที่ได้ ประสิทธิภาพโดยรวมถือว่าอัปเกรดขึ้นจาก X1D II 50C อย่างชัดเจน ทั้งด้านความเร็ว และการใช้งานที่ลื่นไหลคล่องตัวมากขึ้น กันสั่น 5 แกนที่ช่วยให้ภาพคมชัดง่ายกว่าเดิมเยอะ ถ้ามีงบซักครึ่งล้านแล้วอยากได้กล้องบ้าพลัง มิติแบบมีเดียมฟอร์แมต มีคอมแรง ๆ ไว้แต่งภาพ 100 ล้านพิกเซลอยู่แล้วคือจัดได้เลยครับ คุ้มค่าแน่นอน แต่ความคิดเห็นส่วนตัวโทนสีรวมถึง Skin tone ของ Hass ค่อนข้างดีงามอยู่แล้ว จะกด JPEG จบหลังกล้องก็สบายครับ (เพราะผู้เขียนก็ทำ ไฟล์ RAW มันใหญ่จัด 200MB+ แค่ JPG ก็หลัก 40MB แล้ว 😂) ทำให้รู้สึกอยากพกออกไปถ่ายรูปได้ทุกวันแม้จะค่อนข้างมีน้ำหนักก็ตาม แต่ข้อสังเกตก็มีอยู่เหมือนกันครับ ถึงไม่นับเรื่องราคาแน่นอนว่ามันไม่ใช่กล้องสำหรับทุกคนล่ะ ทั้งระบบโฟกัสที่เราจะต้องเลื่อนจุดโฟกัสเอาเองไม่มีตัวช่วยอย่าง Face Detection หรือ Eye AF มาให้ ฟีเจอร์วิดีโอที่ถูกตัดทิ้งไปเลย หรือเรื่องน้ำหนักที่มากกว่ากล้องฟูลเฟรมทั่ว ๆ ไป รวมถึงต้องใช้ทรัพยากรสูงกว่าทั้งคอมพิวเตอร์ และหน่วยเก็บความจำ กับอีกสิ่งหนึ่งที่รู้สึกเสียดายมาก ๆ คือไฟล์ RAW ของ Hass ไม่สามารถเปิดกับโปรแกรมอย่าง Capture One Pro ได้ครับ แต่ถ้า Lightroom ยังได้ปกติ X2D 100C มีราคาเฉพาะบอดี้ – 329,800 บาท และตอนนี้มีชุดสำหรับสายถ่ายภาพบุคคล ‘Lightweight Portrait Kit’ ประกอบด้วยเลนส์อีก 2 ตัว XCD 4/45P + XCD 1.9/80 (ระยะเทียบเท่าประมาณ 36mm และ 63mm บนกล้องฟูลเฟรม) ในราคาสุดคุ้ม 527,200 บาท (จากราคาปกติ 568,800 บาท) สุดท้ายต้องขอบคุณทาง Srishti Digilife (Thailand) และ Hasselblad Thailand ที่ให้ยืมเซตกล้องรวม ๆ แล้วราคาเกือบล้านมารีวิวให้ครั้งนี้ด้วยครับ 🙏

กั๊กตามคาด MacBook Air 15 รุ่น 256GB มีความเร็ว SSD ที่ช้ามาก
อ่าน

กั๊กตามคาด MacBook Air 15 รุ่น 256GB มีความเร็ว SSD ที่ช้ามาก

ไม่ได้เกินคาดเท่าไหร่นักสำหรับ MacBook Air 15 ความจุเริ่มต้น 256GB ที่มีความเร็ว SSD ที่ช้ามาก หากต้องการความเร็วเพิ่มขึ้นจะต้องอัปเกรดไปรุ่นความจุ 512GB ขึ้นไป ชิป NAND ความจะ 256GB ที่ถูกใช้ใน Mac ​M2 ได้แก่ Mac mini, MacBook Air ทั้ง 13 และ 15 และ MacBook Pro 13 นิ้ว เป็นชิปแบบเดียวกันคือมี NAND เพียงตัวเดียว ทำให้ผลการทดสอบความเร็วนั้นลดลงมากถึง 30-50% เมื่อเทียบกับแบบ 2 ตัวในรุ่น M1 แบ่งเป็น 128GB 2 ตัวนั่นเองครับ แน่นอนว่าความเร็วของ SSD ที่ช้าจะส่งผลต่อการใช้งานทั่วไปด้วย เช่น การโอนถ่ายไฟล์ทั้งในตัวเครื่องและไปอุปกรณ์ที่ต่อเข้ามา เช่น External Drive เป็นต้น นอกจากนี้ Mac มีการใช้พื้นที่ SSD เพื่อนำมาจำลองแรม หากมีการใช้พื้นที่ SSD มากก็จะทำให้ประสิทธิภาพการใช้งานโดยรวมลดลง หากอยากได้ความเร็วที่เพิ่มขึ้น การแก้ปัญหาด้วยเงินคือทางออกครับ ที่มา MacRumors

[Review] Kingston FURY Renegade SSD ตัวแรงที่มาพร้อมชุดระบายความร้อนสำหรับ PS5
อ่าน

[Review] Kingston FURY Renegade SSD ตัวแรงที่มาพร้อมชุดระบายความร้อนสำหรับ PS5

อีกหนึ่งปัจจัยพื้นฐานสำหรับคอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะเป็นทั้ง Desktop หรือ Laptop เองก็ตามแต่ SSD เป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมากเลย และในยุคนี้สำหรับ Console อย่าง PlayStation 5 เอง SSD ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้ เพราะความจุของเครื่องที่ให้มาไม่เพียงพอสำหรับเกมในยุคนี้สักเท่าไร และวันนี้ทางเราเองก็ได้รับอีกหนึ่ง SSD รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Kingston มาทดสอบกัน Kingston FURY Renegade SSD เป็น SSD NVME M.2 ที่มาพร้อมกับ Heatsink สำหรับใช้กับ PS5 โดยเฉพาะ Kingston FURY Renegade SSD Kingston FURY Renegade SSD เป็น SSD ประสิทธิภาพสูง ที่มีปล่อยออกมาทั้ง 2 แบบด้วยกันก็คือรุ่นที่ไม่มี Heatsink และรุ่นที่มี Heatsink และเด็ดสุดเลยก็คือตัว SSD นั้นมีความจุสูงสุดถึง 4TB ในรุ่นสูงสุด พร้อมกับความเร็วการอ่านเขียนที่ 7,300/7,000MB/s นับว่าเป็นอะไรที่สุดยอดมาก ๆ ตัวที่เราได้รับมารีวิวในวันนี้เป็น Kingston FURY Renegade SSD รุ่น Heatsink มาพร้อมเทคโนโลยี PCIe 4.0 NVMe M.2 ที่ออกแบบมาสำหรับ PC และ Console อย่าง PlayStation 5 มอบความเร็วและระบบจัดการความร้อนขั้นสูง ที่วางใจได้เลยว่าจะไม่มีปัญหาเรื่องความร้อนแน่นอน ด้วยความสามารถของ PCIe 4.0 ทำให้ Kingston FURY Renegade SSD มีความเร็วในการอ่าน/เขียนข้อมูลสูงสุดถึง 7,300/7,000MB/s และมีค่า IOPS สูงสุดถึง 1,000,000 ลดเวลาในการโหลดเกมและโปรแกรมต่าง ๆ ไปจนถึงการสตรีมมิ่งและการบันทึกข้อมูลที่รวดเร็ว และที่สำคัญเลย คือมันมาพร้อมกับ Heatsink ที่ช่วยระบายความร้อนตัว SSD อีกด้วย สำหรับเหล่าผู้ใช้ PC ทั้งหลายอาจจะมองว่ามันไม่สำคัญสักเท่าไร เพราะใน Mainboard รุ่นใหม่ ๆ ส่วนมากก็จะมีแผ่นระบายความร้อนมาให้ในตัวอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม มันเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ สำหรับ PS5 เพราะตัวเครื่องไม่ได้มีแผ่นระบายความร้อนมาให้ นี่จึงทำให้เป็นตัวเลือกแรก ๆ เลยสำหรับใครก็ตามที่กำลังมองหา SSD สำหรับ PS5 อยู่ครับ Kingston FURY Renegade PCIe 4.0 NVMe M.2 SSD รุ่น Heatsink ฟอร์มแฟคเตอร์: M.2 2280 อินเตอร์เฟซ: PCIe 4.0 x4 NVMe MTBF: 1,800,000 ชั่วโมง ความเร็วในการอ่าน/เขียนแบบต่อเนื่อง: 500GB – 7,300/3,900MB/s 1TB – 7,300/6,000MB/s 2TB – 7,300/7,000MB/s 4TB – 7,300/7,000MB/s ค่าการอ่าน/เขียน 4K แบบสุ่ม: 500GB – up to 450,000/900,000 IOPS 1TB – up to 900,000/1,000,000 IOPS 2TB – up to 1,000,000/1,000,000 IOPS 4TB – up to 1,000,000/1,000,000 IOPS ความทนทาน (จำนวนไบต์ที่เขียนทั้งหมด): 500GB – 500TB 1TB – 1.0PB 2TB – 2.0PB 4TB – 4.0PB อัตราสิ้นเปลืองพลังงาน: 500GB – 5mW Idle / 0.34W เฉลี่ย / 2.7W (MAX) อ่าน / 4.1W (MAX) เขียน 1TB – 5mW Idle / 0.33W เฉลี่ย / 2.8W (MAX) อ่าน / 6.3W (MAX) เขียน 2TB – 5mW Idle / 0.36W เฉลี่ย / 2.8W (MAX) อ่าน / 9.9W (MAX) เขียน 4TB – 5mW Idle / 0.36W เฉลี่ย / 2.7W (MAX) อ่าน / 10.2W (MAX) เขียน อุณหภูมิการจัดเก็บ: -40°C~85°C อุณหภูมิการทำงาน: 0°C~70°C เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เรามาทดสอบกันเลยดีกว่าครับ Kingston FURY Renegade SSD นั้นเป็น SSD ที่มอง ๆ ดูแล้วในด้านประสิทธิภาพอาจจะไม่สู้กับรุ่นอื่น ๆ สักเท่าไร แต่ด้วยความจุที่มีมาให้สูงถึง 4TB ก็อาจจะเป็นตัวเลือกสำหรับใครที่ต้องการความคุ้มค่าในราคาที่ไม่แรงมาก และสำหรับรุ่น Heatsink เองก็ระบายความร้อนได้ค่อนข้างดี เหมาะสำหรับใครก็ตามที่กำลังมองหา SSD สำหรับ PlayStation 5 อยู่ครับ จากผลการทดสอบ ถึงแม้ว่า Kingston FURY Renegade นั้นจะแพ้ WD Black SN850 หรือ Samsung SSD 990 Pro แต่ก็ต้องยอมรับนะครับว่าตัว Kingston นั้นคุ้มค่าที่จะลอง และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับใครที่กำลังมองหา SSD สำหรับ PS5 อยู่ครับ ราคาค่าตัว KINGSTON FURY RENEGADE 1TB 4,090 บาท KINGSTON FURY RENEGADE 2TB 8,090 บาท KINGSTON FURY RENEGADE 4TB 25,900 บาท Kingston FURY Renegade SSD นั้นวางจำหน่ายแล้ววันนี้ สามารถหาชื้อได้จากร้านค้าทั่วประเทศ

รวม 10 น้ำหอมตระกูล Miss Dior กลิ่นไหนหอม ขวดไหนเหมาะกับเรา
อ่าน

รวม 10 น้ำหอมตระกูล Miss Dior กลิ่นไหนหอม ขวดไหนเหมาะกับเรา

น้ำหอม สามารถทำให้เราดูดีขึ้นได้ค่ะ ยิ่งถ้าเป็นผู้หญิงด้วยแล้ว การที่เรามีกลิ่นตัวหอมๆ ยิ่งช่วยให้เราดูดีมากขึ้น โดยปกติแล้วเวลาที่เราเลือกน้ำหอมนั้นก็อาจจะเลือกจากแบรนด์ที่ได้รับความนิยม น้ำหอมผู้หญิงจาก Dior นั้นก็ถือเป็นน้ำหอมที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลกเช่นกันค่ะ โดยน้ำหอมที่ได้รับความนิยมมากๆ ในแบรนด์นี้นั่นก็คือ Miss Dior นั่นเองค่ะ แต่ในไลน์น้ำหอมมิสดิออร์นั้นมีมากมายหลายขวดหลายกลิ่น และแต่ละกลิ่นจะเป็นแบบไหนบ้างนั้น วันนี้เรามีมาบอกกันแล้วค่ะ 10 น้ำหอม Miss Dior กลิ่นไหนหอม 1. Miss Dior - Cherie เริ่มกันที่ขวดแรกค่ะ ซึ่งจะถือว่าเป็นต้นแบบของจักรวาลน้ำหอมมิสดิออร์ก็ว่าได้ นั่นก็คือ Miss Dior - Cherie สำหรับขวดนี้ดั้งเดิมจะเป็นน้ำหอมสีออกส้มๆ ค่ะ ซึ่งเลิกผลิตไปนานแล้วตั้งแต่ปี 2011 แต่ทาง Dior เองก็ยังไม่ได้ทิ้งไปค่ะ เพราะยังคงใช้กลิ่นของขวดนี้มาเป็นต้นแบบในการผลิตขวดอื่นต่อมา ซึ่งขวดที่ผลิตต่อมาก็คือ Miss Dior - Le Parfum ที่ออกมาเมื่อตอนปี 2012 นั่นเอง ส่วนในปัจจุบัน Miss Dior - Cherie นั้นถือเป็นที่ต้องการของคนที่ชอบสะสมน้ำหอมแถมราคาก็พุ่งแรงไปกว่าเท่าตัวเลยค่ะ 2. Miss Dior - Le Parfum สำหรับขวดนี้ก็เป็นกลิ่นที่พัฒนามาจาก Miss Dior - Cherie ค่ะ โดยขวดนี้จะให้กลิ่นที่เหมาะกับการออกงานกลางคืนมากกว่า ตัวกลิ่นให้ความรู้สึกนุ่มลึกน่าค้นหา โดยโน๊ตของขวดนี้จะมีทั้งส้มแมนดาริน กุหลาบตุรกี และกุหลาบบัลเกเรีย รวมถึงยังมีกลิ่นของพิมเสนและวานิลลาอีกด้วยค่ะ 3. Miss Dior - Eau de Parfum ขายดีมากๆ และยังหาซื้อกันได้อยู่นะคะขวดนี้ รวมถึงยังถือเป็นหนึ่งในกลิ่นยอดนิยมของน้ำหอมตระกูลมิสดิออร์ด้วย กับ Miss Dior Eau de Parfum 2017 กลิ่นนี้สาวๆ หลายคนให้ความห็นว่าหอมถูกใจ มาในแนวของ Chypre Floral ซึ่งประกอบไปด้วยกลิ่นของดอกกุหลาบ Damascus Rose ผสานเข้ากับกลิ่นซิตรัสจากมะกรูด Calabrian Bergamot แถมยังมีกลิ่นของพริกไทยสีชมพูแทรกมาเบาๆ ด้วย เหมาะกับสาวๆ ที่ชอบน้ำหอมกลิ่นดอกไม้ ให้ความรู้สึกว่าเป็นสาวหวาน บอบบาง เป็นหญฺิงสาววัยแรกรุ่นที่ยังอ่อนเยาว์ค่ะ 4. Miss Dior - Eau de Toilette น้ำหอมสีชมพูอ่อน ขวดน้ำหอมติดโบว์ ซึ่งถือว่ายังคงความเป็นเอกลักษณ์ของ Miss Dior ไว้ค่ะ แต่ขวดนี้เป็น Eau de Toilette ซึ่งถ้าเทียบกับ Eau de Parfum จะให้กลิ่นที่บางเบากว่า แต่ยังคงความสดชื่นไว้ด้วยกลิ่นของ Blood Orange และ Tunisian Neroli Oil ให้ความรู้สึกว่าเป็นหญิงสาวที่อ่อนหวานและอ่อนโยนค่ะ 5. Miss Dior - Original Extrait de Parfum ออกมาเมื่อช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2014 ซึ่งขวดนี้เป็นหนึ่งในคอลเลคชั่น Dior Les Extraits ค่ะ โดยทางแบรนด์เองก็ใส่ใจตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบเพื่อนำมาสกัดเป็นน้ำหอม และพิถีพิถันเรื่อยไปจนถึงขั้นตอนการบรรจุขวด ส่วนในด้านของกลิ่นนั้น ขวดนี้ภาพรวมเป็นกลิ่นแบบ chypre-green ซึ่งเป็นกลิ่นออกแนวธรรมชาติ ติดกลิ่นเขียวๆ สะอาดๆ และยังมีกลิ่นแทรกทั้งกุหลาบ มะลิ พิมเสน โอ๊คและหญ้ามอสค่ะ 6. Miss Dior - Blooming Bouquet ถือเป็นอีกกลิ่นที่ได้รับความนิยมให้กลุ่มสาวๆ บ้านเราค่ะ เพราะเป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกผู้หญิงมากๆ ทั้งอ่อนหวาน อ่อนโยน แต่ในขณะเดียวกันก็แอบเซ็กซี่เบาๆ ได้ด้วย เปิดขวดมาด้วยกลิ่นของส้มผสมกับกลิ่นดอกไม้อ่อนๆ เน้นไปที่ความหวาน ความสดใส ตามมาด้วยกลิ่นกุหลาบ พีชและแอปริคอต ให้ความรู้สึกเป็นฟรุ๊ตตี้ฟลอรัล สาวๆ ที่ฉีดกลิ่นนี้ก็จะให้ความรู้สึกว่าเป็นคนที่ร่าเริง สดใสและมองโลกในแง่ดีค่ะ ซื้อ Miss Dior Blooming Bouquet Gift Set ราคาพิเศษ กดที่นี่เลย! 7. Miss Dior - Absolutely Blooming ขายดีไม่แพ้ขวดอื่นค่ะ สำหรับ Absolutely Blooming กลิ่นนี้ก็เป็นกลิ่นที่สาวๆ ให้ความนิยมเช่นกัน โดยขวดนี้จะมีกลิ่นของผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ค่ะ ทั้งราสเบอร์รี่ แบล็คเคอร์แรนท์ ทับทิม ตามมาด้วยพิโอนี่และกุหลาบ ให้ความรู้สึกหอมหวานตามสไตล์ของ Miss Dior ค่ะ ขวดนี้เหมาะกับสาวๆ ที่เป็นสาวหวานและนุ่มนวลค่ะ 8. Miss Dior - Cherie L'Eau สำหรับ Miss Dior - Cherie L'Eau ขวดนี้เป็นน้ำหอมสีเขียวค่ะ โดยขวดนี้จะเป็นน้ำหอมกลิ่นฟลอรัลแบบดอกไม้ขาวชัดเจน โดยโน๊ตของขวดนี้จะมีดอกพุด ส้มและมัสก์ เป็นกลิ่นดอกไม้ที่แทรกมาด้วยกลิ่นเปรี้ยวแบบซิตรัส ให้ความรู้สึกเป็นสาวน้อยที่อ่อนโยน สดใส มีเสน่ห์น่าค้นหา และยังให้ความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าอีกด้วยค่ะ 9. Miss Dior - Rose N' Roses ออกมาเมื่อปี 2020 นั่นก็คือ Rose N' Roses ค่ะ ขวดนี้ติดผิวได้ดีมากถึงประมาณ 8 ชั่วโมงด้วยกัน โดยมีกลิ่นของส้ม เจอเรเนียม กุหลาบและตามมาด้วยมัสก์ค่ะ มีความเปรี้ยวๆ หวานๆ ติดกลิ่นแป้งนิดๆ ค่ะ กลิ่นค่อนข้างแตกต่างไปจากน้ำหอมตระกูล Miss Dior ขวดก่อนหน้า ใครที่กำลังมองหากลิ่นที่แปลกใหม่ก็สามารถมาลองขวดนี้ได้ค่ะ 10. Miss Dior - Eau de Parfum (2021) กลับมาทำใหม่อีกครั้งให้สาว ๆ สาวกน้ำหอมมิสดิออร์ได้ชุ่มชื่นหัวใจค่ะ กับ Miss Dior Eau de Parfum (2021) ซึ่งขวดนี้ออกมาเมื่อเดือนกันยายน 2021 ลักษณะของโทนกลิ่นจะเป็นแบบ Amber Floral ซึ่งมีโน๊ตของ Lily of the Valley ดอกพีโอนี่ ดอกไอริส ก่อนจะตามมาด้วยกุหลาบ พีช แอปพลิคอต ก่อนจะปิดท้ายด้วยวานิลลา ตองก้าบีน มัสก์และ Sandalwood ซึ่งถ้าลองเปรียบเทียบกับ Miss Dior Eau de Parfum (2017) ที่เป็นแนวกลิ่นแบบ Chypre Floral ทำให้ขวด 2021 นี้มีความหวานกว่าและให้ความรู้สึกถึงผลไม้ชัดเจนกว่า รวมถึงยังมีกลิ่นที่ฟุ้งกระจายตัวมากกว่าค่ะ ซึ่งทำให้ภาพรวมค่อนข้างแตกต่างจากตัว 2017 อย่างชัดเจน เพราะกลิ่นค่อนข้างให้ความรู้สึกเป็นผู้ใหญ่มากกว่า ขวดนี้เหมาะกับสาวหวานวัยทำงานหรือจะฉีดไปออกงานตอนกลางคืนก็ได้ค่ะ บทความที่คุณอาจสนใจ Top 5 น้ำหอม Dior ผู้หญิง ตัวเด็ดตัวดัง กลิ่นหอมมาก ฟีลลูกคุณหนู กลิ่นผู้ดีทุกขวด! กลิ่นไหนหอม! 5 น้ำหอม Burberry กลิ่นยอดฮิต หอมละมุน หอมแพง สายหวานต้องเลิฟ

เผยผลทดสอบ Mac พบ รุ่นชิป Apple M2 ยิ่งมี SSD ความจุเยอะ ยิ่งอ่าน/เขียนแรง
อ่าน

เผยผลทดสอบ Mac พบ รุ่นชิป Apple M2 ยิ่งมี SSD ความจุเยอะ ยิ่งอ่าน/เขียนแรง

เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าตั้งแต่ Apple M2 เป็นต้นมา Apple มีการกั๊กสเปกการเขียน/อ่าน (Read/Write) ของ SSD เนื่องจากจำนวนของชิปที่แตกต่างกัน ซึ่งรุ่นเริ่มต้นจะมีความเร็วของ SSD ที่ช้ากว่า หากใครอยากได้ความเร็วที่เพิ่มขึ้นจะต้องอัปเกรดความจุ SSD อย่างน้อยไป 1 ความจุ ยกตัวอย่าง Apple M2 ใน MacBook Air 2 รุ่นใหม่ รุ่นเริ่มต้น 256GB มี SSD ความเร็วที่แตกต่างกันดังนี้ Macbook Air M2 ความจุ 256 GB อ่าน/เขียนที่ความเร็วราว 1.5 GB/s Macbook Air M2 ความจุ 512 GB อ่านที่ความเร็วราว 2.8 GB/s เขียนที่ความเร็วราว 2.1 GB/s Macbook Air M1 ความจุ 256 GB อ่านที่ความเร็วราว 2.7 GB/s เขียนที่ความเร็วราว 2.1 GB/s แต่ผลการทดสอบจากทาง Reddit พบว่า ยิ่งเราเพิ่มความจุมากขึ้นเท่าไหร่ ความเร็วในการอ่านเขียนของ SSD จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้นด้วย ตามผลการทดสอบด้านล่างนี้ ทดสอบความเร็ว SSD ของ Mac mini M2 ผลการทดสอบก็ชัดเจนว่าความเร็วระหว่าง 256GB, 512GB และ 1TB นั้นแตกต่างกัน แต่จะแตกต่างกันไม่มากระหว่าง 1TB และ 4TB ครับ ใครที่ต้องการความเร็วมาก ๆ งานนี้ก็ต้องอัปเกรด SSD ตามขึ้นไปด้วย ที่มา Reddit

เผยผลทดสอบความเร็ว SSD ของ MacBook ที่ใช้ชิป Apple M2 Pro จะเร็วขึ้นหรือไม่?
อ่าน

เผยผลทดสอบความเร็ว SSD ของ MacBook ที่ใช้ชิป Apple M2 Pro จะเร็วขึ้นหรือไม่?

Apple เปิดตัว MacBook Pro หน้าจอ 14 และ 16 นิ้วใหม่ ใช้ชิป Apple M2 Pro และ Apple M2 Max ซึ่งผ่านการทดสอบแล้วว่าแรงขึ้นกว่าเดิมมากทั้ง CPU และ GPU แต่ไม่ใช่เพียงแค่นั้น เพราะความเร็ว SSD เองก็มีการเปลี่ยนแปลงด้วยเหมือนกัน การทดสอบจากทาง MacWorld ได้ทดสอบ SSD ของ MacBook Pro 16 นิ้วที่ใช้ชิป Apple M2 Pro โดยปรับความจุเป็น 2TB ได้ความเร็วการอ่านอยู่ที่ 5,372 MB/s และความเร็วการเขียนอยู่ที่ 6,491 MB/s ในขณะที่ MacBook Pro 14 นิ้วที่ใช้ชิป Apple M1 Pro มีความเร็ว SSD ในการอ่านอยู่ที่ 5,797 MB/s ส่วนความเร็วการเขียนอยู่ที่ 5,321 MB/s จากตัวเลขของ MacWorld จะเห็นว่าความเร็วในการอ่านจะน้อยกว่าเล็กน้อย แต่ความเร็วในการเขียนจะมากกว่าเยอะพอสมควร และมีอีกหนึ่งการทดสอบจาก Tom’s Guide ก็ได้ลักษณะเดียวกันคือความเร็วในการอ่านลดลง แต่ความเร็วในการเขียนนั้นเพิ่มขึ้นกว่าเดิมมาก แม้ว่าคะแนนจะลดลงจากรุ่นเก่าเพียงน้อย แต่ในแง่ของการใช้งานจริงก็ไม่น่าจะชัดเจนอะไรมากนักว่าช้าลง แต่ในส่วนของความเร็วในการเขียนน่าจะเร็วขึ้นกว่าเดิมจนรู้สึกได้ครับ ที่มา MacRumors

ไม่น่ารักเลย MacBook Pro รุ่นใหม่ ชิป Apple M2 Pro ก็มี SSD ที่ช้าลงในรุ่นเริ่มต้น
อ่าน

ไม่น่ารักเลย MacBook Pro รุ่นใหม่ ชิป Apple M2 Pro ก็มี SSD ที่ช้าลงในรุ่นเริ่มต้น

ดูเหมือนว่าตอนนี้ Apple จะพยายามลกสเปกของ Mac รุ่นเริ่มต้นใหม่ โดยเฉพาะ SSD ที๋โดนกันมาตั้งแต่ MacBook Air และ MacBook Pro M2 เมื่อปีที่แล้ว และปีนี้ Mac รุ่นเริ่มต้นที่ใช้ Apple M2 Pro ก็โดนลดสเปกของ SSD เช่นเดียวกัน MacBook Pro ที่ใช้ชิป Apple M1 Pro และ Apple M1 Max รุ่นความจุ 512GB เริ่มต้น ใช้ SSD ทั้งหมด 4 ชิ้น ความจุ 128GB ทำให้มีความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลทั้งการอ่าน และ การเขียนที่ค่อนข้างสูง แต่เมื่อเป็น Apple M2 Pro นั้น Apple ได้ปรับการออกแบบใหม่ ลักษณะเดียวกันกับ MacBook Air M2 โดยการลดจำนวน SSD ลงเป็น 2 ชิ้น ชิ้นละ 256GB ผลที่ได้ก็คือประสิทธิภาพลดลงไปด้วยนั่นเอง ภาพซ้ายคือผลทดสอบ SSD ของ MacBook Pro – Apple M1 Pro ส่วนภาพขวาคือผลการทดสอบ SSD ของ MacBook Pro – Apple M2 Pro จะเห็นได้ว่าประสิทธิภาพตกลงมามาก ผู้ใช้งานระดับโปรย่อมเห็นความแตกต่างอย่างแน่นอน จริง ๆ ก็ถือว่าไม่น่ารักกับผู้บริโภคเอาเสียเลยครับ ถ้าใครต้องการความเร็วที่มากขึ้นก็ต้องอัปเกรด SSD ไปที่ระดับ 1TB เป็นอย่างน้อยเท่านั้น ที่มา 9to5Mac

หมดยุคซื้อรุ่นเริ่มต้น Mac mini Apple M2 มีความเร็ว SSD ที่ช้าลงกว่าเดิมมาก
อ่าน

หมดยุคซื้อรุ่นเริ่มต้น Mac mini Apple M2 มีความเร็ว SSD ที่ช้าลงกว่าเดิมมาก

ปีที่แล้ว Apple เปิดตัว MacBook Air และ MacBook Pro M2 โดยมี SSD ที่ช้าลงกว่าเดิมในรุ่นเริ่มต้น หากต้องการ SSD ที่มีความเร็วสูงจะต้องปรับให้มากกว่า 256GB ซึ่งปีนี้ก็มาแบบเดิมคือ Mac ที่ใช้ Apple M2 Pro รุ่นเริ่มต้นมี SSD ที่ช้าลงกว่าเดิมเช่นกัน ช่องบน YouTube – Brandon Geekabit ได้ทดสอบแกะเครื่อง Mac mini รุ่นใหม่พบว่ามีการใช้ SSD 256GB เพียงชิ้นเดียวเหมือนกับ MacBook Air M2 ในขณะที่ Mac mini Apple M1 ใช้ SSD แบบ 128GB ทั้งหมด 2 ชิ้น ทำให้ความเร็วของ SSD ลดลงจากรุ่นแรกมากพอสมควร หากใครต้องการ SSD ที่มีความเร็วสูงขึ้น ก็จำเป็นที่จะต้องอัปเกรด SSD อย่างน้อย 512GB เท่านั้นเลย เพราะความเร็วที่ลดลงในระดับ 30-50% นั้น ย่อมสงผลในการใช้งานจริงอย่างแน่นอน แม้ว่า Apple จะบอกว่ามันนจะไม่แตกต่างในการใช้งานจริงก็ตาม ที่มา MacRumors

จูลี แอนดรูส์ ไม่คิดว่า "The Princess Diaries 3" จะเกิดขึ้นและเป็นไปได้
อ่าน

จูลี แอนดรูส์ ไม่คิดว่า "The Princess Diaries 3" จะเกิดขึ้นและเป็นไปได้

ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อน อยู่ ๆ ก็มีข่าวว่า วอลต์ ดิสนีย์ ได้เห็นชอบที่จะพัฒนาโครงสร้างภาคต่อ "The Princess Diaries 3" หนังโรแมนติกเจ้าหญิงชื่อดังในช่วงต้นยุคปี 2000s ที่ถือว่าเป็นการประกาศสร้างที่ค่อนข้างเซอร์ไพรส์แฟน ๆ อยู่ไม่น้อย แม้ว่าจะยังไม่แน่ชัดว่า "แอนน์ แฮทธาเวย์" จะกลับมาเป็นเจ้าหญิงอีกหรือไม่ แต่โครงการหนังเรื่องนี้ก็อยู่ระหว่างปลุกปั้นอยู่ และแน่นอนว่าอีกคนที่ลืมไปไม่ได้ก็คือ "จูลี แอนดรูส์" นักแสดงอาวุโสที่เป็นหน้าเป็นตาให้กับหนังชุดนี้ ในฐานะราชินีแห่งเจนีเวีย ที่ล่าสุดเธอได้ออกมาเคลื่อนไหวและพูดถึงกระแสข่าวหนังภาคใหม่ดังกล่าวกับ Access Hollywood ซึ่งก็ดูเหมือนว่าดารารุ่นใหญ่ผู้นี้ยังไม่แน่ใจเช่นเดียวกันว่าเธอควรจะกลับไปสานต่อบทเดิมในหนังเรื่องนี้หรือไม่ เพราะเธอเชื่อว่าหนังภาค 3 ไม่น่าจะมีความเป็นไปที่จะเกิดขึ้นได้ "ฉันคิดว่าเราต่างน่าจะรู้กันดีนะคะว่ามันไม่น่าจะเป็นไปได้เลย คือใช่อยู่ที่เมื่อก่อนเราเคยพูดคุยกันถึงเรื่องนี้กันเล็ก ๆ น้อย ๆ ในช่วงหลังจากที่หนังภาค 2 ออกาย แต่จนถึงวันนี้แล้วมันผ่านไปกี่ปีแล้วเนี่ย? แล้วคือฉันก็แก่ขึ้นทุกวัน ๆ ค่ะ แอนน์ก็เติบใหญ่เกินกว่าที่จะมาเป็นเจ้าหญิง หรือเธออาจจะเป็นราชินี ฉันเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันควรจะดึงลากฝืนไปต่ออีกหรือเปล่า" จูลี แอนดรูส์ กล่าวไว้ในบทสัมภาษณ์ ซึ่งการออกมาพูดครึ่งนี้ของดารารุ่นใหญ่ผู้นี้ก็ยังคงมีแนวคิดที่ไม่ต่างจากครั้งก่อน ๆ ที่เธอเล็งเห็นว่าสายไปที่จะสานต่อเรื่องราวเรื่องนี้ เหมือนกับที่เธอเคยบอกไว้กับ The Hollywood Reporter เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมาว่า "ฉันว่ามันค่อนข้างสายไปที่จะทำต่อแล้วค่ะ มันผ่านไปหลายปีแล้ว อีกทั้ง แกรี่ มาร์แชลล์ ก็จากพวกเราไปแล้วด้วย สำหรับฉันแล้วมันค่อนข้างเดินออกไปไกลเกินกว่าที่จะเลี้ยวกลับไปแล้วค่ะ ถึงมันจะเป็นแนวคิดที่คงจะดี แต่ฉันไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นได้ค่ะ" ก็คงจะต้องติดตามต่อไปว่า The Princess Diaries 3 จะกลายเป็นโครงการฝันสลายหรือไม่ ในเมื่อทีมนักแสดงดั้งเดิมต่างก็ไม่ค่อยมีใจที่จะหวนกลับมาสักเท่าไหร่ และหากว่าจะทำภาคต่อก็อาจจะต้องเป็นเชิงรีบูตเรื่องราวใหม่ เพราะก็ยังไม่แน่ชัดว่า แอนน์ แฮทธาเวย์ จะยอมกลับมาเป็นราชินีมีอาหรือไม่ และเผลอ ๆ ไปโครงการหนังเรื่องนี้อาจจะมีปลายทางเป็นแค่เพียงหนังทางสตรีมมิ่งที่ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรสักเท่าไหร่นัก ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

[Review] Kingston NV2 สุดยอด SSD ที่คุ้มค่าที่สุด ณ เวลานี้
อ่าน

[Review] Kingston NV2 สุดยอด SSD ที่คุ้มค่าที่สุด ณ เวลานี้

อีกหนึ่งปัจจัยพื้นฐานสำหรับคอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะเป็นทั้ง Desktop หรือ Laptop เองก็ตามแต่ SSD เป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมากเลย และสำคัญเกมเมอร์เอง SSD ถือว่าเป็นอะไรที่สำคัญมาก ๆ เพราะขนาดของตัวเกมที่เยอะมากขึ้น ย่อมใช้เนื้อที่เยอะขึ้น ทำให้ไม่มีที่จะเก็บไฟล์กันแล้ว ไหนจะโปรแกรมและไฟล์งานอื่น ๆ อีกมากมาย และวันนี้ทางเราเองก็ได้รับอีกหนึ่ง SSD รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Kingston มาทดสอบกัน Kingston NV2 เป็น SSD NVME M.2 ราคาประหยัด ที่เน้นถูกและใช้งานได้ดีและมีความเร็วในการอ่านเขียนอยู่ในระดับมาตรฐานครับ Kingston NV2 Kingston NV2 เป็น SSD แบบ PCIe 4.0 NVME M.2 ตามมาตรฐานทั่วไป โดยมันเป็นรุ่นที่พัฒนามาจาก Kingston NV1 เพื่อรองรับกลุ่มผู้ใช้ระดับเริ่มต้นที่กำลังมองหา SSD ในราคาที่ไม่สูงมาก เช่นเดียวกับ Kingston A400 SSD แบบ SATA ที่ราคาถูก และมีประสิทธิภาพที่ดีมากเลยทีเดียว Kingston NV2 นั้นมีสเปกตามนี้เลยครับ ฟอร์มแฟคเตอร์ M.2 2280  อินเตอร์เฟซ PCIe 4.0 x4 NVMe  ความจุ 250GB, 500GB, 1TB, 2TB  อ่าน/เขียนต่อเนื่อง 250GB – 3,000/1,300MB/s  500GB – 3,500/2,100MB/s   1TB – 3,500/2,100MB/s  2TB – 3,500/2,800MB/s  ความทนทาน (TBW) 250GB – 80TB  500GB – 160TB  1TB – 320TB  2TB – 640TB โดยรุ่นที่เราได้รับมาทดสอบ เป็นรุ่น 2TB ที่มีความเร็วการอ่านเขียนอยู่ที่ 3,500/2,800MB/s ครับ วางเทียบกันทั้งหมด 3 รุ่น 3 ยุค ผลการทดสอบ MiniTool Parition Wizard CrystalDiskMark 8 AS SSD ผลทดสอบทั้งหมดออกมาอยู่ในระดับมาตรฐานครับ มาพร้อมกับความจุที่หลากหลาย และราคาที่เป็นมิตรสำหรับคนที่กำลังมองหา SSD ที่ดีมีประสิทธิภาพ และราคาไม่สูง นอกจากพิเศษสำหรับลูกค้า Kingston เขายังมีโปรแกรมอย่าง Kingston SSD Manager โปรแกรมที่เอาไว้ตรวจสอบคุณภาพของ SSD รวมไปถึงความร้อนและดูได้ด้วยว่าเปิดใช้งานมานานแค่ไหนแล้วได้ด้วย Kingston NV2 วางจำหน่ายแล้ววันนี้ 250GB ราคา 1,390 บาท 500GB ราคา 1,990 บาท 1TB ราคา 3,490 บาท 2TB ราคา 5,890 บาท สามารถหาชื้อได้ตามร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ !!

WhatsApp เพิ่มฟีเจอร์ Business Directory สำหรับค้นหาธุรกิจในหลายประเทศ
อ่าน

WhatsApp เพิ่มฟีเจอร์ Business Directory สำหรับค้นหาธุรกิจในหลายประเทศ

Meta บริษัทผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ได้เพิ่มฟีเจอร์รายชื่อทางธุรกิจ (Business Directory) สำหรับผู้ใช้งาน WhatsApp ในบราซิล อินโดนีเซีย เม็กซิโก โคลอมเบีย และสหราชอาณาจักร ฟีเจอร์ใหม่นี้จะทำให้ผู้ใช้ WhatsApp สามารถค้นหาธุรกิจบนแอปที่แยกเป็นรายประเภท อาทิ ธุรกิจการท่องเที่ยว และการธนาคาร ผู้ใช้งานสามารถค้นหาด้วยการใส่ชื่อธุรกิจลงไป ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนที่ต้องมาคอยนั่งหาเบอร์โทรศัพท์หรือช่องทางติดต่ออื่น ๆ โดยสำหรับในบราซิล ผู้ใช้จะสามารถใช้ฟีเจอร์นี้ค้นหาธุรกิจรายเล็กได้ด้วย ขณะเดียวกัน WhatsApp ยังอยู่ระหว่างการทดสอบระบบการจ่ายเงินแบบ Secure Payment ในแชตสำหรับบราซิลเป็นการเฉพาะด้วย ซึ่งก็ต้องรอการอนุมัติจากธนาคารกลางบราซิล และหุ้นส่วนทางธุรกิจที่สำคัญรายอื่น ๆ ทั้งนี้ ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา WhatsApp เพิ่งจะได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลอินเดียให้ขยายระบบบริการทำธุรกรรมสำหรับผู้ใช้งานมากกว่า 100 ล้านคน จากเดิมที่มีผู้ใช้อยู่แล้วราว 400 ล้านคน ที่มา TechRadar

ดิสนีย์ไฟเขียวสร้าง "The Princess Diaries 3" แต่ไม่คอนเฟิร์มทีมนักแสดงนำ
อ่าน

ดิสนีย์ไฟเขียวสร้าง "The Princess Diaries 3" แต่ไม่คอนเฟิร์มทีมนักแสดงนำ

ดูเหมือนว่าดินแดนในฝันอย่าง เจโนเวีย จะกลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง เพราะหนังโรแมนติกคอมเมดี้สไตล์เจ้าหญิง ๆ แบบฉบับดิสนีย์จะกลับมาโลดแล่นอีกครั้ง "The Princess Diaries 3" อาจจะได้มีโอกาสกลับมาสร้างความบันเทิงให้กับคนดูอีกครั้ง หลังจากมีข่าวว่าสตูดิโอหนังได้อนุมัติให้ไฟเขียวพัฒนาสร้างภาคใหม่เรียบร้อยแล้ว The Hollywood Reporter รายงานข่าวนี้โดยอ้างอิงจากแหล่งข่าววงใน โดยระบุว่า ดิสนีย์ เพิ่งจะจ้างนักเขียนสาว "แอดริดต้า มูเคอร์จิ" จากซีรีส์ดัง Reacher และ Quantum Leap มาช่วยร่างเขียนบทหนังให้ The Princess Diaries 3 ในโครงการพัฒนาสร้างในระยะเริ่มแรก โดยที่มีการย้ำว่าภาคนี้จะยังไม่ใช่การรีบูตใหม่ และเบื้องบนก็เล็กงว่า "แอนน์ แอทธาเวย์" ที่เคยแสดงนำในหนังชุดนี้ ควรจะกลับมาอีกครั้ง แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดว่า แอนน์ แอทธาเวย์ จะกลับมาร่วมงานและร่วมแสดงในภาค 3 ของที่เคยแจ้งเกิดให้กับเธอเรื่องนี้หรือไม่ โดยก่อนหน้านี้เคยให้สัมภาษณ์กับรายการข่าวบันเทิง Entertainment Tonight ที่มีสิทธิ์เป็นไปได้ที่เธออาจจะกลับ เพียงแต่มีเงื่อนไขเดียวที่ว่า "ถ้าหากมีวิธีไหนที่ทำให้ จูเลี่ แอนดรูว์ส กลับมามีส่วนร่วมได้ ฉันก็คิดว่าเป็นไงเป็นกัน พวกเขาน่าจะทำให้เวิร์กได้อยู่ค่ะ" ดิสนีย์ ยังคงดึงตัว "เดบร้า มาร์ติน เชส" โปรดิวเซอร์หญิงที่เคยอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ The Princess Diaries ทั้ง 2 ภาคก่อนหน้านี้ กลับมาดูแลงานสร้างให้กับภาคใหม่ โดยหนังชุดนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความปังของดิสนีย์ ในช่วงต้นยุคปี 2000s โดยภาคแรกฉายในปี 2001 กวาดรายได้ทั่วโลกไปได้กว่ 165 ล้านเหรียญ พร้อมกับแจ้งเกิดให้กับ แอนน์ แฮทธาเวย์ ในวงการบันเทิง ก่อนที่จะมีภาคต่อตามออกมาในปี 2004 กับ The Princess Diaries 2: Royal Engagement ที่มี คริส ไพน์ มาร่วมแสดงด้วย โดยภาคนี้ก็ยังกวาดเงินทั่วโลกได้ค่อนข้างดีที่ 135 ล้านเหรียญ โดยผลงานหนังทั้ง 2 ภาคนั้น ได้ผู้กำกับชื่อดังผู้ล่วงลับ "แกร์รี่ มาร์แชลล์" รับหน้าที่รับผิดชอบในงานสร้าง และถือว่าเป็นหนึ่งในผลงานชิ้นมาสเตอร์พีชระดับตำนานในอาชีพผู้กำกับของเขาเลยทีเดียว เอาเป็นว่า The Princess Diaries 3 ยังคงอยู่ในขั้นตอนพัฒนาสร้างระยะเริ่มต้นมาก ๆ จึงแทบจะยังไม่มีอะไรเป็นที่ยืนยันแน่ชัดมากนัก และหนังก็ยังมีโอกาสที่จะล้มลุกคลุกคลานได้ในตอนนี้ แต่อย่าง ๆ น้อยก็ได้แต่งเติมแฟนหนังที่เติบโตมาทันกับหนังชุดนี้ได้อีกครั้ง และอาจจะได้มีโอกาสได้ดูหนังเรื่องโปรดเรื่องนี้ภาคใหม่กันในเร็ว ๆ นี้ก็เป็นไปได้ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

Huawei เปิดตัว MateStation X 2023 ขุมพลัง Intel Core i9, แรม 16 GB, สตอเรจ SSD สูงสุด 1 TB
อ่าน

Huawei เปิดตัว MateStation X 2023 ขุมพลัง Intel Core i9, แรม 16 GB, สตอเรจ SSD สูงสุด 1 TB

Huawei ได้เปิดตัวเดสก์ทอปพีซีแบบ AIO (All in One) รุ่นล่าสุด นั่นคือ MateStation X เวอร์ชันปี 2023 ที่อัปเกรดมาติดตั้งขุมพลังซีพียู Intel Core i9-12900H, แรมสูงสุด 16 GB (8 GB 2 ตัว) และสตอเรจ SSD ขนาด 512 GB/ 1 TB Intel Core i9-12900H เป็นซีพียู Core i เจนเนอเรชั่นที่ 12 ของ Intel ที่ได้รับการพัฒนาบนสถานปัตยกรรม Alder Lake โดยได้รับการผลิตด้วยเทคโนโลยี 10 นาโนเมตร ซึ่งมาพร้อมแกนซีพียูประสิทธิภาพสูง จำนวน 6 แกน และแกนประหยัดพลังงานอีก 8 แกน Huawei MateStation X 2023 ยังมาพร้อมหน้าจอแบบ LCD ทัชสกรีนแบบ IPS ขนาด 28.2 นิ้ว สัดส่วน 3:2 ความละเอียด 3,840 x 2,560 พิกเซล, รีเฟรชเรต 60 Hz และรองรับ HDR 400 โดยรองรับการเชื่อมต่อผ่านพอร์ต Thunderbolt 4 ในของบอดีนั้นได้รับการผลิตด้วยโลหะทั้งแผ่น โดยมาพร้อลำโพง 3 ตัว ที่ได้รับการปรับแต่งศักยภาพร่วมกับ Devialet ซึ่งเป็นแบรนด์เครื่องเสียงชื่อดังจากฝรั่งเศส Huawei ได้เปิดให้จอง MateStation X 2023 ที่ประเทศจีน ในราคาดังนี้ 16 GB/ 512 GB : 11,699 หยวน (ประมาณ 60,500 บาท)16 GB/ 1 TB : 11,999 หยวน (ประมาณ 62,100 บาท) ทั้งนี้ Huawei กล่าวว่าจะจำหน่าย MateStation X 2023 ที่ประเทศอื่นด้วย อ้างอิง(1), อ้างอิง(2) พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส