รีเซต

ผลการค้นหา “#RefinedPerformance” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ซีพี บะหมี่เกี๊ยวกุ้งขี้เมา 235 กรัม x 3 ถ้วย ลดจัดหนัก ใช้ 1 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

ซีพี บะหมี่เกี๊ยวกุ้งขี้เมา 235 กรัม x 3 ถ้วย ลดจัดหนัก ใช้ 1 ทรูพอยท์

ประหยัด ฿10ที่ ลดจัดหนักสุขจัดเต็ม@แม็คโคร ประหยัด 10.- ซีพี บะหมี่เกี๊ยวกุ้งขี้เมา 235 กรัม x 3 ถ้วย (141545) เพียง 89.- ปกติ 99.- ใช้ทรูพอยท์ 1 คะแนน เงื่อนไขกิจกรรม1) ระยะเวลาร่วมกิจกรรม ตั้งแต่วันที่ 2-29 กันยายน 25692) ในแต่ละรอบของสินค้า ลูกค้า 1 ท่าน [บัญชีทรูไอดี] จะสามารถใช้สิทธิ์ทรูพอยท์ 1 คะแนน แลกรับคูปองส่วนลดสินค้าที่ร่วมรายการได้ สูงสุด 5 ชิ้น ต่อวัน ต่อสินค้า (แลกได้ทุกสินค้าที่ร่วมรายการในรอบที่กำหนด)3) กรุณาแสดงคูปองที่ได้จากการกดรับสิทธิ์ที่แคชเชียร์ก่อนชำระเงินทุกครั้ง4) สิทธิพิเศษนี้ สามารถใช้ได้ที่แม็คโคร สาขาที่ร่วมรายการเท่านั้น5) ผู้ใช้บริการใช้คูปองส่วนลด บวกเงินเพื่อชำระค่าสินค้า ณ เคาน์เตอร์ชำระเงินแม็คโครสาขาที่ร่วมรายการ6) สินค้ามีจำนวนจำกัด และมีจำนวนแตกต่างไปตามแต่ละสาขา7) คูปองใช้ได้ในระยะเวลาที่กำหนด หากเกินกำหนดไม่สามารถขอคืนทรูพอยท์หรือเปลี่ยนเป็นเงินได้ทุกกรณี8) บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการส่งเสริมการขายโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าในกรณีเกิดความผิดพลาดจากระบบทางเทคนิค สินค้าขาด หรือสินค้าหมดก่อนกำหนด9) หากลูกค้ากดแลกสิทธิ์แล้ว ขอสงวนสิทธิ์การคืนทรูพอยท์ทุกกรณี10) บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการจัด ดำเนินการ ปรับ เปลี่ยน กำหนดการแผนการใด ๆ ภายใต้รายละเอียดข้างต้น ได้ตามที่บริษัทเห็นสมควรโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า11) การตัดสินของบริษัทถือเป็นที่สิ้นสุดและยุติ12) หมดเขตแลก และใช้คูปองบนมือถือ 29 กันยายน 2569 เท่านั้น

นูเทลล่า เฟอร์เรโร่ บีเรดดี้ เวเฟอร์สอดไส้ช็อกโกแลตฮาเซลนัท 132 กรัม ลดจัดหนัก ใช้ 1 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

นูเทลล่า เฟอร์เรโร่ บีเรดดี้ เวเฟอร์สอดไส้ช็อกโกแลตฮาเซลนัท 132 กรัม ลดจัดหนัก ใช้ 1 ทรูพอยท์

ประหยัด ฿5ที่ ลดจัดหนักสุขจัดเต็ม@แม็คโคร ประหยัด 5.- นูเทลล่า เฟอร์เรโร่ บีเรดดี้ เวเฟอร์สอดไส้ช็อกโกแลตฮาเซลนัท 132 กรัม (910565) เพียง 157.- ปกติ 162.- ใช้ทรูพอยท์ 1 คะแนน เงื่อนไขกิจกรรม1) ระยะเวลาร่วมกิจกรรม ตั้งแต่วันที่ 2-29 กันยายน 25692) ในแต่ละรอบของสินค้า ลูกค้า 1 ท่าน [บัญชีทรูไอดี] จะสามารถใช้สิทธิ์ทรูพอยท์ 1 คะแนน แลกรับคูปองส่วนลดสินค้าที่ร่วมรายการได้ สูงสุด 5 ชิ้น ต่อวัน ต่อสินค้า (แลกได้ทุกสินค้าที่ร่วมรายการในรอบที่กำหนด)3) กรุณาแสดงคูปองที่ได้จากการกดรับสิทธิ์ที่แคชเชียร์ก่อนชำระเงินทุกครั้ง4) สิทธิพิเศษนี้ สามารถใช้ได้ที่แม็คโคร สาขาที่ร่วมรายการเท่านั้น5) ผู้ใช้บริการใช้คูปองส่วนลด บวกเงินเพื่อชำระค่าสินค้า ณ เคาน์เตอร์ชำระเงินแม็คโครสาขาที่ร่วมรายการ6) สินค้ามีจำนวนจำกัด และมีจำนวนแตกต่างไปตามแต่ละสาขา7) คูปองใช้ได้ในระยะเวลาที่กำหนด หากเกินกำหนดไม่สามารถขอคืนทรูพอยท์หรือเปลี่ยนเป็นเงินได้ทุกกรณี8) บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการส่งเสริมการขายโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าในกรณีเกิดความผิดพลาดจากระบบทางเทคนิค สินค้าขาด หรือสินค้าหมดก่อนกำหนด9) หากลูกค้ากดแลกสิทธิ์แล้ว ขอสงวนสิทธิ์การคืนทรูพอยท์ทุกกรณี10) บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการจัด ดำเนินการ ปรับ เปลี่ยน กำหนดการแผนการใด ๆ ภายใต้รายละเอียดข้างต้น ได้ตามที่บริษัทเห็นสมควรโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า11) การตัดสินของบริษัทถือเป็นที่สิ้นสุดและยุติ12) หมดเขตแลก และใช้คูปองบนมือถือ 29 กันยายน 2569 เท่านั้น

SPRC โบรกแนะนำ “ซื้อ” ปรับเป้า 13.5 บาท Top Pick รับวงจร Supply โรงกลั่นตึงตัว
อ่าน

SPRC โบรกแนะนำ “ซื้อ” ปรับเป้า 13.5 บาท Top Pick รับวงจร Supply โรงกลั่นตึงตัว

#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #SET #SPRC โบรกแนะนำ “ซื้อ” ปรับเป้า 13.5 บาท Top Pick รับวงจร Supply โรงกลั่นตึงตัวบล.กรุงศรีคงคำแนะนำ Buy หุ้นบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) SPRC และจัดเป็นหนึ่งใน Top Pick พร้อมปรับราคาเป้าหมายปี 2570 เป็น 13.5 บาท/หุ้น จากแนวโน้มบริษัทได้ประโยชน์จากวงจร Supply โรงกลั่นที่ตึงตัวในระยะยาว ขณะที่กำลังการผลิตใหม่เข้ามาจำกัด รวมถึง SPRC ไม่ได้ทำ Hedging และมีประสิทธิภาพการผลิตดีขึ้นหลังปิดซ่อมใหญ่และอัปเกรดโรงกลั่น ทำให้สามารถเลือกใช้น้ำมันดิบได้หลากหลายขึ้นและเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่มี Margin สูง ส่งผลให้ค่าการกลั่นในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 23.7 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 362% YoY และ 85% QoQ สูงสุดในกลุ่ม หนุนกำไรปกติราว 7.1 พันล้านบาท ขณะที่แนวโน้มกำไรในช่วงครึ่งหลังปี 2569 คาดว่าจะยังอยู่ในระดับสูงและเติบโต YoY ตาม Supply ที่ยังตึงตัว พร้อมมองว่าการจ่ายเงินปันผลทั้งปีที่ให้ Yield ราว 13% มีความเป็นไปได้SPRC รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 ที่ 6,981 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 812 ล้านบาทในไตรมาส 2/2568 และลดลง 5% QoQ โดยหากไม่รวมรายการพิเศษ ได้แก่ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 105 ล้านบาท และขาดทุนจากสต็อกน้ำมันหลังภาษี 258 ล้านบาท จะมีกำไรปกติราว 7,134 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,608% YoY และ 340% QoQ สูงกว่าที่ บล.กรุงศรีและตลาดคาด 6% จากค่าการกลั่นที่สูงกว่าคาดโดยการเติบโตของกำไรทั้ง YoY และ QoQ ได้แรงหนุนจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งทำให้โรงกลั่นทั่วโลกขาดแคลนน้ำมันดิบและต้องลดการผลิต ส่งผลให้ Supply น้ำมันตึงตัวมากขึ้น ขณะที่ Petroleum Spread เพิ่มขึ้น 151-341% YoY และ 71-200% QoQ ช่วยชดเชย Crude Premium ที่เพิ่มขึ้นจากภาวะ Supply น้ำมันดิบตึงตัว รวมถึงส่วนลดดีเซลที่ภาครัฐขอจำนวน 28.9 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ค่าการกลั่นฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ที่ 23.7 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 362% YoY และ 85% QoQสำหรับแนวโน้มครึ่งหลังปี 2569 บล.กรุงศรีคาดว่ากำไรจะยังอยู่ในระดับสูงและเติบโต YoY โดยได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2569-2570 ขึ้น 7-13% เพื่อสะท้อนสัดส่วนการผลิต Jet ซึ่งมี Margin สูงขึ้น และการลดการผลิต Fuel Oil หลังผ่านการปิดซ่อมใหญ่เพื่ออัปเกรดโรงกลั่น โดยคาดค่าการกลั่นในช่วงครึ่งหลังปี 2569 จะฟื้นตัวมาอยู่ที่ราว 10.9 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 49% YoY จาก Supply ที่ยังตึงตัวต่อเนื่อง เนื่องจากทั่วโลกต้องทยอย Restock น้ำมันหลังเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่บริษัทจะประหยัดค่า Ship-to-Ship ได้หลัง SPM กลับมาเปิดใช้งานตามปกติในเดือนมิถุนายน 2569ด้านเงินปันผล บล.กรุงศรีระบุว่า SPRC จะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.50 บาท/หุ้น คิดเป็น Dividend Yield ราว 4.4% และขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 28 สิงหาคม 2569 โดยคิดเป็น Payout Ratio เพียง 15% ของ EPS ในช่วงครึ่งแรกปี 2569 ขณะที่ประมาณการเงินปันผลทั้งปีของ บล.กรุงศรีมีโอกาสเป็นไปได้ โดยคาด Dividend Yield อยู่ที่ราว 13%บล.กรุงศรียังคงคำแนะนำ Buy และปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 13.5 บาท/หุ้น พร้อมจัด SPRC เป็นหนึ่งใน Top Pick เนื่องจากมีความโดดเด่นในช่วงที่ Supply โรงกลั่นตึงตัวจากความไม่แน่นอนของการปิดช่องแคบฮอร์มุซและกำลังการผลิตใหม่ที่เข้ามาจำกัด ขณะที่บริษัทไม่ได้ทำ Hedging ผลิตภัณฑ์ไว้ และมีประสิทธิภาพดีขึ้นหลังปิดซ่อมใหญ่และอัปเกรดหอกลั่น ทำให้เลือกน้ำมันดิบและเพิ่มการผลิตผลิตภัณฑ์ที่มี Margin สูงได้มากขึ้น โดยมองว่ากำไรปี 2569 จะฟื้นตัวสูง แม้มีการปิดซ่อมใหญ่ ซึ่งมีกำไรเทียบเท่ากับช่วงปี 2564-2568 รวมกัน

FLE ชูระบบน้ำครบวงจรจับเทรนด์ดาต้าเซ็นเตอร์
อ่าน

FLE ชูระบบน้ำครบวงจรจับเทรนด์ดาต้าเซ็นเตอร์

#FLE #ทันหุ้น - FLE ชูจุดแข็งผู้เชี่ยวชาญ ระบบสูบน้ำ-บริหารจัดการน้ำครบวงจรกว่า 20 ปี ต่อยอดเงิน IPO ปั้นธุรกิจ เช่าเครื่องสูบน้ำ สร้าง Recurring Income หลังคว้าสัญญาแล้วกว่า 7 ฉบับ จับเมกะเทรนด์ Data Center-Cloud-AI เปิดประตูงานระบบน้ำและ Cooling System บิ๊กโปรเจ็กต์ มองดีมานด์บริหารจัดการน้ำไทยโตต่อ รับลงทุนโครงสร้างพื้นฐานนายภาณุ โชคอภิรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FLE เปิดเผยว่า ในวันที่ 1 กันยายน 2569 หุ้น FLE จะเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เป็นวันแรก ในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม โดยบริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจระบบสูบน้ำขนาดใหญ่และระบบบริหารจัดการน้ำแบบครบวงจรมาอย่างยาวนาน มีองค์ความรู้ด้านวิศวกรรม บุคลากรที่มีประสบการณ์ รวมถึงความสามารถในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชันให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละโครงการ ทำให้สามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างครบวงจรซึ่งการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ถือเป็นก้าวสำคัญของบริษัท ในการยกระดับศักยภาพทางธุรกิจและเสริมความแข็งแกร่งของฐานเงินทุน เพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต@ธุรกิจครบวงจร“FLE ไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงผู้จัดจำหน่ายเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ แต่เราเป็นผู้ให้บริการด้านการบริหารจัดการระบบน้ำแบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ การเลือกเทคโนโลยีและอุปกรณ์ การติดตั้ง ไปจนถึงการให้บริการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญที่บริษัท สะสมมาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี และตัวผมอยู่ในธุรกิจบริหารจัดการน้ำกว่า 30 ปี ทำให้เรามีความเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตและโอกาสในอนาคต เราเชื่อว่าการเข้าตลาดหลักทรัพย์ ในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และเปิดโอกาสให้ FLE สามารถต่อยอดไปสู่ตลาดที่มีขนาดใหญ่ได้มากยิ่งขึ้นในอนาคต” นายภาณุ กล่าวสำหรับเงินที่ได้รับจากการระดมทุน FLE มีแผนนำไปใช้เพื่อสนับสนุนการขยายธุรกิจ โดยหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือ การต่อยอดธุรกิจให้เช่าเครื่องสูบน้ำ ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ชองบริษัทฯ ที่เริ่มดำเนินการในไตรมาส 4/2568 โดยเป็นธุรกิจที่บริษัทมองว่ามีโอกาสเติบโตและสร้างรายได้แบบ Recurring Income โดยปัจจุบันบริษัทได้รับสัญญามาแล้วกว่า 7 ฉบับ ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นโอกาสในการเพิ่มรูปแบบการให้บริการแก่ลูกค้า และสร้างรายได้ที่มีความต่อเนื่องมากขึ้น ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีแผนขยายฐานลูกค้าภาคเอกชน เพิ่มเติมจากฐานลูกค้าและโครงการที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญอยู่เดิม เพื่อสร้างความหลากหลายของแหล่งรายได้และเพิ่มโอกาสการเติบโตในระยะยาว@Data Center หนุนFLE ยังมองเห็นโอกาสจากการขยายตัวของ Data Center ในประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับแรงสนับสนุนจากการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล Cloud และ AI โครงสร้างพื้นฐานของ Data Center มีความต้องการระบบสนับสนุนที่มีประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือสูง รวมถึงระบบที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำและ Cooling System ซึ่ง FLE สามารถนำองค์ความรู้ด้านระบบสูบน้ำและงานวิศวกรรมที่มีอยู่มาต่อยอด เพื่อเข้าถึงโครงการภาคเอกชนขนาดใหญ่และอุตสาหกรรมในอนาคตนอกจากนี้ ความต้องการด้านการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทยยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาเมืองและพื้นที่อุตสาหกรรม รวมถึงความจำเป็นในการรับมือกับปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง และการบริหารทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสนับสนุนโอกาสทางธุรกิจของ FLE ในระยะยาวด้านนายเสกสรรค์ ธโนปจัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟิน พลัส แอดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า มั่นใจว่า FLE จะเป็นหุ้นน้องใหม่ในตลาดหลักทรัพย์ ที่มีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ด้วยประสบการณ์การดำเนินธุรกิจของผู้บริหารมายาวนานกว่า 30 ปี และด้วยจุดแข็งสำคัญของ FLE คือความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านบริหารจัดการน้ำแบบครบวงจร ซึ่งเป็นธุรกิจที่ต้องอาศัยทั้งองค์ความรู้ทางวิศวกรรม ประสบการณ์ บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ ตลอดจนความเข้าใจในการออกแบบและเลือกใช้อุปกรณ์ให้เหมาะสมกับลักษณะของแต่ละโครงการปัจจัยดังกล่าวถือเป็น Barrier to Entry ในธุรกิจ เพราะการแข่งขันของธุรกิจไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับประสบการณ์ ความน่าเชื่อถือ และความสามารถในการส่งมอบโซลูชันที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้จริงโดยภายหลังการระดมทุน FLE เตรียมเดินหน้าต่อยอดความเชี่ยวชาญเดิมไปสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ ทั้งธุรกิจให้เช่าเครื่องสูบน้ำ การขยายฐานลูกค้าภาคเอกชน โครงการบริหารจัดการน้ำ และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับ Data Center

ธ.กรุงเทพ ปลื้มความสำเร็จกรีนอะคาเดมี่ หนุนผู้นำสีเขียวลงมือทำจริง
อ่าน

ธ.กรุงเทพ ปลื้มความสำเร็จกรีนอะคาเดมี่ หนุนผู้นำสีเขียวลงมือทำจริง

#ทันหุ้น - นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในพิธีปิดการอบรมหลักสูตร “Green Transition Academy รุ่นที่ 2” พร้อมมอบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้สำเร็จการอบรมทั้ง 50 ราย และรางวัลการประกวดแนวทางพัฒนาธุรกิจที่แสดงถึงกลยุทธ์การลดการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม ในหัวข้อ “Beyond Net-Zero : From Energy Transition to Energy Carbon Roadmap Project” โดยมี ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ กรรมการธนาคาร ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่และเลขานุการบริษัท พร้อมคณะผู้บริหารธนาคารเข้าร่วมในพิธีปิดหลักสูตรฯ และร่วมแสดงความยินดี สำหรับการประกวดแนวทางการพัฒนาธุรกิจ หัวข้อ “Beyond Net-Zero: From Energy Transition to Energy Carbon Roadmap Project” กลุ่มผู้ชนะเลิศ ได้แก่ ผู้เข้าอบรม กลุ่ม “REAL REAL” ซึ่งนำเสนอการลดการใช้พลังงาน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านเทคโนโลยีการทำความเย็นที่สามารถควบคุมในแต่ละส่วน และการแปรรูปขยะให้สามารถกลับมาใช้ใหม่อย่างมีมูลค่า พร้อมเพิ่มประสบการณ์ให้กับลูกค้าในกลุ่มโรงแรมผ่านการใช้วัตถุดิบปรุงอาหารจากภายในโรงแรมและพื้นที่ใกล้เคียง รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ กลุ่ม “Carbon Credit” นำเสนอการลดก๊าซเรือนกระจกและการใช้พลังงานตลอดห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมยานยนต์ ตั้งแต่วัตถุดิบขั้นต้น เทคโนโลยีการผลิต การประกอบ ตลอดจนการจำหน่ายและขนส่งให้กับลูกค้าแบบ low-carbon และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ กลุ่ม “๑G” นำเสนออุตสาหกรรมอาหารทะเลซึ่งสามารถลดการใช้พลังงานและก๊าซเรือนกระจกผ่านการใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน  Marine Stewardship Council และการบริหารจัดการชิ้นส่วนเหลือใช้ให้เกิดมูลค่า เช่น เบอร์เกอร์จากส่วนเนื้อปลาติดก้างธนาคารกรุงเทพ ดำเนินการจัดหลักสูตร “Green Transition Academy” มาแล้ว 2 รุ่น โดยมีผู้บริหาร เจ้าของธุรกิจ และทายาทธุรกิจรุ่นใหม่จากหลากหลายอุตสาหกรรม ที่ผ่านการอบรมรวม 97 คน โดยผู้ผ่านการอบรมนอกจากได้รับองค์ความรู้เชิงลึก และแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ยังสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจ ที่นำไปสู่การพัฒนาแผนในทางปฏิบัติที่สามารถใช้ได้จริงในแต่ละองค์กร ธนาคารกรุงเทพ ในฐานะ “เพื่อนคู่คิดมิตรคู่บ้าน” พร้อมเคียงข้างลูกค้าในทุกก้าวของการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน ทั้งการส่งเสริมองค์ความรู้ และการเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ รวมถึงการสนับสนุนด้านสินเชื่อ บริการทางการเงิน และโซลูชันที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียว และสร้างการเติบโตให้ธุรกิจได้อย่างยั่งยืน

UNIX พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่  เจาะเทรนด์แพ็กเกจจิ้งโลก
อ่าน

UNIX พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เจาะเทรนด์แพ็กเกจจิ้งโลก

#UNIX #Thunhoon - UNIX เปิดเกมครึ่งหลังปี 69 รับการเติบโตต่อเนื่อง เครื่องจักรใหม่เสริมทัพ – รับดีมานด์แกร่ง  ชูนวัตกรรมฟิล์ม MDO PFAS Free สอดรับเมกะเทรนด์โลกบมจ.ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี (UNIX) เดินหน้าครึ่งหลังปี 2569 มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและสัดส่วนสินค้ามูลค่าเพิ่ม รองรับความต้องการจากกลุ่มลูกค้าหลักที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง พร้อมเครื่องจักรใหม่เริ่มทยอยติดตั้ง เสริมศักยภาพการผลิต ช่วยลดต้นทุนและการใช้พลังงาน ยกระดับคุณภาพสินค้า ฟากซีอีโอ “โสฬส ยอดมงคล” เดินหน้าต่อยอด 2 ธุรกิจหลัก Heavy Duty Sack และ Film for Flexible Packaging ควบคู่พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่  เปิดโอกาสขยายตลาด พร้อมรุกบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนผ่านนวัตกรรมฟิล์ม MDO PFAS Free รับเมกะเทรนด์โลก ปูทางการเติบโตระยะยาวนายโสฬส ยอดมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ UNIX เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทฯ มุ่งต่อยอดความแข็งแกร่งจากผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรก โดยให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนและวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ รักษาฐานลูกค้าหลัก เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและรองรับโอกาสทางธุรกิจในระยะต่อไปหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของครึ่งปีหลัง คือ เครื่องจักรใหม่ที่บริษัทฯ ลงทุนไว้ตั้งแต่ก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งเริ่มทยอยติดตั้งเพื่อเสริมศักยภาพและเพิ่มกำลังการผลิตจากฐานเดิม โดยการติดตั้งเครื่องจักรดังกล่าวไม่กระทบต่อการผลิตและการส่งมอบสินค้า ขณะเดียวกันเทคโนโลยีของเครื่องจักรรุ่นใหม่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า และควบคุมต้นทุนการผลิต ควบคู่กับการปรับปรุงกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่องผ่านแนวทาง Continuous Improvement และ Lean Processบริษัทฯ ยังมุ่งต่อยอด 2 ธุรกิจหลัก ได้แก่ Heavy Duty Sack และ Film for Flexible Packaging หลังสร้างการเติบโตโดดเด่นในไตรมาส 2/2569 โดย Heavy Duty Sack เติบโต 32.5% จากไตรมาสก่อน และ 33.4% จากปีก่อน ขณะที่ Film for Flexible Packaging เติบโต 22.1% จากไตรมาสก่อน และ 15.3% จากปีก่อน โดยทั้งสองกลุ่มเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อการเติบโตของบริษัทในไตรมาสที่ผ่านมาสำหรับแนวโน้มไตรมาส 3 ความต้องการใน 2 กลุ่มดังกล่าวยังไม่พบการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้สินค้าบางประเภทจะมีปัจจัยด้านฤดูกาล บริษัทฯ จึงยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าหลัก เพิ่มประสิทธิภาพการบริการ และเตรียมความพร้อมด้านการผลิตเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า“ในช่วงครึ่งหลังของปี UNIX ยังคงยึดแนวทางการบริหารที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการบริหารวัตถุดิบ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การรักษาฐานลูกค้า และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ขณะที่เครื่องจักรใหม่จะเข้ามาเสริมศักยภาพการผลิต และเพิ่มความพร้อมในการรองรับโอกาสทางธุรกิจในระยะต่อไป โดยเรายังคงติดตามราคาวัตถุดิบและภาวะเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถบริหารจัดการและปรับตัวได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์” นายโสฬสกล่าวพร้อมกันนี้ UNIX ยังเสริมความพร้อมภายในองค์กร โดยปรับโครงสร้างองค์กรและตำแหน่งผู้บริหารให้สอดรับกับทิศทางและกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนแผนงานของบริษัทฯ ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นสำหรับก้าวต่อไป บริษัทยังคงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และเพิ่มสัดส่วนสินค้ามูลค่าเพิ่ม โดยเฉพาะกลุ่ม Film for Flexible Packaging พร้อมต่อยอดศักยภาพด้านการผลิตและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาด ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า และสร้างฐานการเติบโตในระยะยาวด้านบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน UNIX เดินหน้าพัฒนานวัตกรรมผ่าน RD เพื่อรองรับแนวโน้มด้านสิ่งแวดล้อมและกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น โดยบริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการพัฒนาสูตรการผลิตฟิล์ม MDO แบบ PFAS Free ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใช้ PCR และบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้ โดยยังคงให้ความสำคัญกับความแข็งแรงและประสิทธิภาพในการปกป้องสินค้า เพื่อเพิ่มความพร้อมในการตอบสนองความต้องการของตลาดในอนาคตปัจจุบัน บริษัทฯ มีความพร้อมในการผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ และผ่านช่วงการทดสอบตลาดแล้ว ซึ่งถือเป็นการวางรากฐานสำหรับโอกาสทางธุรกิจในอนาคตท่ามกลางการปรับตัวของตลาดตามกฎระเบียบและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องอนึ่ง ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 UNIX มีกำไรสุทธิ 117.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 244.43% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 34.18 ล้านบาท ขณะที่มีรายได้จากการขาย 883.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.52% จาก 764.55 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนผลการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจนส่วนผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 180.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 117.28% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 83.19 ล้านบาท และมีรายได้จากการขาย 1,662.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.77% จาก 1,571.38 ล้านบาท สะท้อนความแข็งแกร่งของผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกUNIX พร้อมเดินหน้าต่อยอดความแข็งแกร่งจากครึ่งปีแรก ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การเสริมศักยภาพด้วยเครื่องจักรใหม่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม และนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน ควบคู่กับการเสริมความพร้อมขององค์กร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและวางรากฐานรองรับการเติบโตในระยะยาว

SYNEX เปิดบ้านพานักลงทุนสัมผัสระบบ ฉายภาพโอกาสเติบโตในโลก AI
อ่าน

SYNEX เปิดบ้านพานักลงทุนสัมผัสระบบ ฉายภาพโอกาสเติบโตในโลก AI

#ทันหุ้น - นางสาวสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX เปิดสำนักงานใหญ่ต้อนรับคณะนักลงทุนเข้าเยี่ยมชมกิจการและรับฟังทิศทางธุรกิจ พร้อมสัมผัส SYNNEX Technology Showcase พื้นที่จัดแสดงสินค้าและโซลูชันเทคโนโลยีจากแบรนด์ชั้นนำ และ Smart Warehouse ที่นำ Robotics และ Automation มาใช้ในกระบวนการทำงานจริง สะท้อนความพร้อมของ SYNEX ในการนำเทคโนโลยีมาขับเคลื่อนทั้งธุรกิจและประสิทธิภาพการดำเนินงานสำหรับทิศทาง “The Next Chapter of SYNEX” บริษัทจะเดินหน้าสร้างมูลค่าเพิ่มภายใต้แนวคิด “From Distribution to Value Creation” โดยต่อยอดจุดแข็งด้านผลิตภัณฑ์ แบรนด์พันธมิตร และเครือข่ายช่องทางจำหน่าย สู่การนำเสนอโซลูชัน บริการ และแพลตฟอร์มที่ครอบคลุมมากขึ้น พร้อมขยายความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ยกระดับบทบาทจาก IT Distributor สู่ AI Cloud Enabler ขณะเดียวกันจะเพิ่มสัดส่วน Recurring Revenue ผ่านธุรกิจ Solutions Cloud, Renewable Energy, Service, Financing, Insurance และ Trade-in เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่และวางรากฐานการเติบโตในระยะยาว

ห้างเซ็นทรัล จัดใหญ่ CENTRAL BEAUTY AWARDS 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5
อ่าน

ห้างเซ็นทรัล จัดใหญ่ CENTRAL BEAUTY AWARDS 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5

ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลตอกย้ำความเป็นเดสติเนชันด้านความงามอันดับหนึ่ง ร่วมกับบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน จัดงาน CENTRAL BEAUTY AWARDS 2026 งานประกาศรางวัลสุดยิ่งใหญ่ประจำปี เพื่อมอบรางวัลให้แก่สุดยอดแบรนด์บิวตี้ไอเทมรวม 33 รางวัล ครอบคลุม 5 หมวดหมู่หลัก ที่การันตีด้วยผลโหวตจากผู้ใช้จริงทั่วประเทศตลอดเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาผ่านช่องทางออนไลน์ พร้อมร่วมผลักดันและสร้างแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ให้กับวงการบิวตี้อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ณ Beauty Galerie ชั้น G ห้างเซ็นทรัลชิดลม ภายในงานคับคั่งไปด้วยเหล่าเซเลบริตี้ ดารานักแสดง และอินฟลูเอนเซอร์วงการบิวตี้ เข้าร่วมงานและแนะนำเคล็ดลับดูแลความงามในแบบฉบับของตัวเอง อาทิ หมิว-ณัชชา เตชะมงคลาภิวัฒน์ (Central), ออม-กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์ (Decort), ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร (Shiseido Group), ต้าห์อู๋-พิทยา แซ่ฉั่ว, ออฟโรด-กันตภณ จินดาทวีผล (Kanebo), กวิน แคสกี้ (Kilian Paris), ริว-วชิรวิชญ์ วัฒนภักดีไพศาล (Dior), จิงจิง-ปริยพิชญ์ ยู (Este Lauder), กระทิง-ขุนณรงค์ ประเทศรัตน์ (YSL Beauty), แอปเปิ้ล-ลาภิสรา อินทรสูต (Bobbi Brown), เจสซี่-กิระนา จัสมิน ชูว์เทอร์ (Tom Ford Beauty), ป่าน-ปทิตตา พรจำเริญรัตน์ (Parfums de Marly), พรีม-รนิดา เตชสิทธิ์ (Clarins), จินนี่-ณัฐณิชา ประทีปนาฏศิริ (CHLO), แป้งจี่-ปภาวรินท์ สวัสดิเวช (Clinique), 3 หนุ่มจากวง DICE อาโป-วชิรากร รักษาสุวรรณ, แมดดอค รีส์ เดวีส์, มิน-ธนกฤต ยิ่งวัฒนกุล (Elemis), พลอย-คารีสา สปริงเก็ตต์ (JO MALONE LONDON), ยิหวา-ปรียากานต์ ใจกันทะ (LA MER), พาย-รินรดา แก้วบัวสาย (SK-II), หญิง-อาณดา ประกอบกิจ (M.A.C), เพลงขวัญ-นัตยา ทองเสน (Loccitane), เซกิ-กฤษณะ (BSC Cosmetology), Seungho Choi (L'Oreal Luxe) และ โม-จิรัชยา ศิริมงคลนาวิน (Balmain Hair) ที่มาร่วมงานประกาศรางวัลสุดยิ่งใหญ่แห่งปี พร้อมโชว์สุดพิเศษจากศิลปินชั้นนำอย่าง มินิคอนเสิร์ตจากนักร้องหนุ่มสุดฮอต นนท์-ธนนท์ จำเริญ ปิดท้ายด้วยปาร์ตี้สุดมันส์จาก DJ TIITO โดยภายในงานได้สามพิธีกรมากความสามารถ โอปอล์-ปาณิสรา อารยะสกุล , โมเม-นภัสสร บุรณศิริ และ เอ็ม-พิรศุษม์ ปลื้มปิติชัยกุล เจ้าของเพจ pmbeautyguide รับหน้าที่ดำเนินงาน คุณธาพิดา นรพัลลภ กรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารสินค้าออมนิชาแนล เซ็นทรัล รีเทล ดีพาร์ทเมนท์ สโตร์ กล่าวว่า Central Beauty Awards 2026 คือ รางวัลอันทรงเกียรติที่ตอกย้ำความสำเร็จของผลิตภัณฑ์บิวตี้ที่ถูกคัดเลือกจากผู้ใช้จริง ปีนี้เราได้เสียงโหวตที่โตกว่า 50% จากปีที่ผ่านมา โดยมาจากลูกค้าเซ็นทรัลและบิวตี้เลิฟเวอร์ผ่านการจัดกิจกรรมในที่ต่างๆ ทำให้เรามั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่ชนะในทุกหมวดหมู่เป็นสุดยอดบิวตี้ไอเทมที่ได้รับการยอมรับ ในครึ่งปีที่ผ่านมา เราเห็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสกินแคร์, กลุ่มน้ำหอม รวมถึงสินค้า limited edition collection ที่ช่วยกระตุ้นการช้อปและสร้างความตื่นเต้นให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ที่ห้างเซ็นทรัลเรามี First Launch จากแบรนด์ต่างๆ ให้ลูกค้าได้สัมผัสก่อนใคร ไม่ว่าจะเป็นการ Pre-launch ครั้งแรกในโลก ในเอเชีย ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้เพราะความร่วมมือกับแบรนด์พันธมิตรที่ต้องการมอบความพิเศษให้ลูกค้าคนไทยได้สัมผัสกับนวัตกรรมความงามก่อนใครเฉพาะที่เซ็นทรัลเท่านั้น เราเห็นพฤติกรรมของลูกค้าที่เปิดรับช่องทางในการช้อปผลิตภัณฑ์บิวตี้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทางออนไลน์, Social Media และบริการ Chat Shop ซึ่งเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำเป้าหมายของห้างเซ็นทรัล ที่ตั้งใจจะบริการลูกค้าในทุกช่องทางแบบออมนิชาแนลไร้รอยต่อ ในทุกช่องทางที่ลูกค้าเลือกช้อป เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดเสมอ คุณชีวิน ปราชญานุพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด (บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน) กล่าวว่า ในฐานะพันธมิตรคนสำคัญ บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Central Beauty Awards อย่างต่อเนื่อง รวมถึงเป็นบัตรเครดิตที่มอบสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้าที่มีความสนใจและชื่นชอบในหมวดบิวตี้ตลอดทั้งปี โดยเป้าหมายสำคัญของเราไม่เพียงแต่เป็นการมอบเอกสิทธิ์และสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับเหล่าบิวตี้เลิฟเวอร์ แต่คือการมุ่งมั่นสร้างสรรค์ Beauty Lifestyle Ecosystem ที่ตอบโจทย์ดิจิทัลไลฟ์สไตล์ของลูกค้ายุคใหม่ได้อย่างไร้รอยต่อ สำหรับปีนี้ ความพิเศษยิ่งกว่าคือการร่วมมอบรางวัล The Best Fragrance of the Year Presented by บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน เพื่อสะท้อนถึงรสนิยมอันโดดเด่นของลูกค้า และเราตั้งใจที่จะพัฒนาความร่วมมือกับห้างเซ็นทรัลอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานบริการและไลฟ์สไตล์ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความงามที่พิเศษและน่าจดจำที่สุดในทุก ๆ การช้อป พร้อมสร้างแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ให้กับลูกค้า นอกจากนี้ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก Kotao Tomozawa (โคตาโอะ โทโมซาว่า) นักสร้างสรรค์ผลงานร่วมสมัยสัญชาติญี่ปุ่น-ฝรั่งเศสรุ่นใหม่ที่กำลังมาแรงในระดับสากล มาร่วมงานครั้งสำคัญพร้อมภาพผลงานที่ถ่ายทอดมุมมองความงามผ่านแคมเปญ BEAUTY BONUS เพื่อสร้างภาพจำใหม่และสะท้อนแนวคิดของห้างสรรพสินค้ายุคใหม่ ที่ไม่ได้เพียงตอบโจทย์การซื้อสินค้า แต่สร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงความงาม รสนิยม และคุณค่าทางศิลปะและวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกัน เปิดกิจกรรมไฮไลท์สุดเอ็กซ์คลูซีฟในงานCENTRAL BEAUTY AWARDS 2026 ห้างเซ็นทรัลพร้อมยกระดับความสนุกและสร้างสรรค์ประสบการณ์บิวตี้ให้แปลกใหม่และน่าจดจำยิ่งขึ้น ด้วยจุดเช็กอินกิจกรรมร่วม สนุก และการรวมตัวของเหล่าบิวตี้สเปเชียลิสต์ระดับประเทศ อาทิ Photo Booth by CT1 บูธถ่ายภาพบิวตี้โดยบัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน อีกหนึ่งในไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือ GALAXY BEAUTY LOCKER Photo Booth จาก Samsung Galaxy มุมถ่ายภาพสุดชิคที่ชวนทุกคนมาเปิดล็อกเกอร์แล้วปล่อยไอเดียสร้างสรรค์ไปกับการถ่ายภาพและวิดีโอ พร้อมครีเอตคอนเทนต์ในสไตล์ของตัวเองด้วย Samsung Galaxy Z Fold8 สมาร์ทโฟนจอพับไซซ์ใหม่ที่เบาที่สุดเท่าที่เคยมีมา ให้ทุกช็อตคมชัด สวยโดดเด่นในทุกมุม พร้อมเก็บทุก Beauty Moment ให้เป็นคอนเทนต์ที่พร้อมแชร์ ก่อนส่งต่อภาพและวิดีโอผ่าน Quick Share ไปยังสมาร์ทโฟนของคุณได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว แล้วแชร์โมเมนต์โปรดลงโซเชียลได้ทันที และยังเพลิดเพลินกับ Beauty Board Game บอร์ดเกมบิวตี้สุดสนุก และ Beauty Grid เกมสำหรับบิวตี้กูรูตัวจริง นอกจากนี้ยังเสิร์ฟความสนุกยิ่งขึ้นภายในงานด้วยอาหารและเครื่องดื่มในธีมบิวตี้ตลอดงานจาก Pernod, Vinca และจากแบรนด์ดังอย่าง Bobbi Brown, BSC Cosmetology, Clinique, Este Lauder, Giorgio Armani, Hera, Jo Malone London, La Mer, M.A.C, Sulwhasoo และYSL Beauty ผลรางวัล CENTRAL BEAUTY AWARDS 2026 รางวัลประเภท SPECIAL PRIZES ประจำปี 2026 - THE BEST ECO LOVER 2026 - L'OCCITANE ALMOND SHOWER OIL REFILL - THE BEST POPULAR VOTE BA 2026 - DIOR - BEST IN CLASS BEAUTY SERVICE 2026 - LA MER - THE BEST FRAGRANCE OF THE YEAR 2026 PRESENTED BY CENTRAL THE 1 CREDIT CARD - MISS DIOR BLOOMING BOUQUET EDT - THE MOST SEARCHED BEAUTY ITEM - DIOR SAUVAGE - RISING STAR FRAGRANCE PRESENTED BY TRUE - YSL BEAUTY MYSLF EAU DE TOILETTE INTENSE รางวัลประเภท MAKEUP 9 ผลิตภัณฑ์เมคอัพประจำปี 2026 - THE BEST LIP MOISTURIZER 2026 - CLARINS LIP COMFORT OIL - THE BEST EVERYDAY LIPSTICK 2026 - DIOR ROUGE DIOR ON STAGE LIPSTICK - THE BEST FOUNDATION 2026 - ESTEE LAUDER NEW DOUBLE WEAR STAY-IN-PLACE MAKEUP SPF 10/PA++ - THE BEST COSMETICS POWDER 2026 - KANEBO MELTY FEEL WEAR II - THE BEST CUSHION 2026 - TOM FORD ARCHITECTURE RADIANCE HYDRATING CUSHION SPF 50/PA+++ - THE BEST MAKEUP BASE 2026 - BOBBI BROWN VITAMIN ENRICHED FACE BASE+ - THE BEST EYE SHADOW 2026 - CHANEL LES BEIGES EYESHADOW PALETTE - THE BEST BLUSH ON 2026 - HOURGLASS UNREAL LIQUID HIGHLIGHTER - THE BEST SETTING SPRAY 2026 - M.A.C FIX+ ORIGINAL รางวัลประเภท HAIR ที่สุดของ 2 ผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผมประจำปี 2026 - THE BEST HAIR CARE 2026 - L'OCCITANE ANTI-HAIR LOSS SERUM - THE BEST HAIR MIST 2026 - AVEDA SCALP SOLUTIONS REFRESHING PROTECTIVE MIST รางวัลประเภท SKINCARE ที่สุดของ 8 ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ประจำปี 2026 - THE BEST SERUM 2026 - SHISEIDO ULTIMUNE POWER INFUSING SERUM - THE BEST EYE CREAM 2026 - DECORT LIPOSOME ADVANCED REPAIR EYE SERUM - THE BEST MOISTURIZER 2026 - CLINIQUE MOISTURE SURGE 100H AUTO-REPLENISHING HYDRATOR - THE BEST SUNSCREEN 2026 - ELIXIR DAY CARE REVOLUTION ANTI-AGING SPF50+ PA++++ - THE BEST ESSENCE 2026 - LA MER THE TREATMENT LOTION - THE BEST MENS SKINCARE 2026 - SK-II MEN FACIAL TREATMENT ESSENCE - THE BEST LUXURY SKINCARE 2026 - CL DE PEAU BEAUT SYNACTIF CREAM - THE BEST CLEANSER 2026 - ELEMIS PRO-COLLAGEN BLACK CHERRY CLEANSING BALM รางวัลประเภท FRAGRANCES ที่สุดของ 8 ผลิตภัณฑ์น้ำหอมประจำปี 2026 - THE BEST FRESH CITRUS FRAGRANCE 2026 - DIOR SAUVAGE EAU DE TOILETTE - THE BEST FLORAL FRAGRANCE 2026 - NARCISO RODRIGUEZ FOR HER PURE MUSC BLANC EDP INTENSE - THE BEST WOODY FRAGRANCE 2026 - CHLO ATELIER DES FLEURS SOUS LES PINS EDP - THE BEST AMBER ORIENTAL FRAGRANCE 2026 - DIOR AMBRE NUIT, LA COLLECTION PRIVEE - THE BEST MARINE AQUATIC FRAGRANCE - JO MALONE LONDON WOOD SAGE SEA SALT COLOGNE - THE BEST LEATHER FRAGRANCE 2026 - CHANEL BLEU DE CHANEL L'EXCLUSIF - THE BEST LONG-LASTING FRAGRANCE 2026 - KILIAN PARIS ANGELS' SHARE ON THE ROCKS EDP - THE BEST NICHE FRAGRANCE 2026 - PARFUMS DE MARLY VALAYA EXCLUSIF EDP สัมผัส Beauty Experience อย่างต่อเนื่องหลังงานประกาศรางวัล ห้างเซ็นทรัลยังคงมุ่งมั่นตอกย้ำบทบาทการเป็นจุดหมายสำคัญของคนรักความงาม ด้วยการสร้าง Beauty Experience ที่เชื่อมต่อโลกออนไลน์และหน้าร้านเข้าด้วยกัน (Omni Channel) ล่าสุดจับมือพาร์ทเนอร์ระดับโลกอย่าง Meta จัดงาน House of Instagram ครีเอตพื้นที่ในห้างเซ็นทรัลชิดลม เพื่อเชื่อมโยงบิวตี้แบรนด์กับผู้บริโภคตลอดทุกช่วงของเส้นทางการช้อปปิ้ง ตั้งแต่การสร้างแรงบันดาลใจ การค้นพบสินค้า ไปจนถึงการตัดสินใจซื้อ พร้อมต่อยอดคอนเทนต์ เจาะลึกทุกเรื่อง Instagram พร้อมทริคทำ Reels จากครีเอเตอร์ตัวจริง และทดลอง สัมผัส รีวิวบิวตี้ไอเทมที่ได้รับรางวัล Central Beauty Awards ได้ภายในงาน และยังได้ร่วมเวิร์คชอปกับบิวตี้แบรนด์ดังอย่าง Burberry Beauty, Elixir, Este Lauder, Giorgio Armani, Sulwhasoo และ YSL นอกจากนี้เซ็นทรัลยังขยายการรับรู้ให้กว้างขึ้นนอกเหนือจากฐานผู้ติดตามเดิมด้วยการนำจุดเด่นของ Meta Partnership Ads ร่วมกับการวางกลุ่มเป้าหมายที่แม่นยำ ผสานความน่าเชื่อถือและความเป็นธรรมชาติของคอนเทนต์ทำให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่มีความสนใจด้าน Beauty สร้างการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคบนโลกออนไลน์ และต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจและการเติบโตของยอดขายที่วัดผลได้จริง คุณแพร ดำรงค์มงคลกุล Country Director ประจำ Facebook ประเทศไทย จาก Meta กล่าวว่า สินค้าความงามเป็นหมวดสินค้าที่การค้นพบผลิตภัณฑ์และการตัดสินใจซื้อไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน ผู้บริโภคอาจเริ่มสนใจสินค้าจากการรับชม Reels จากนั้นค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมผ่านครีเอเตอร์ที่พวกเขาไว้วางใจ และท้ายที่สุดอาจต้องการทดลองสินค้าด้วยตัวเองก่อนตัดสินใจซื้อ ปัจจุบันผู้คนใช้เวลากว่า 50% บน Instagram ไปกับการรับชม Reels ทำให้วิดีโอสั้นกลายเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของเส้นทางการค้นพบและตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า ขณะเดียวกัน ข้อมูลของเรายังพบว่า ผู้ใช้ Instagram มีแนวโน้มติดตามผู้เชี่ยวชาญด้านความงามมากกว่าผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วไปถึง 29% สะท้อนให้เห็นว่าบทสนทนาและการแลกเปลี่ยนในหัวข้อเกี่ยวกับความงามกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องบนแพลตฟอร์ม ความร่วมมือระหว่าง Instagram และห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลในครั้งนี้ช่วยเข้ามาเติมเต็มเส้นทางดังกล่าวให้ครบวงจร ผ่านงาน House of Instagram ที่นำแรงบันดาลใจและประสบการณ์จากโลกออนไลน์มาต่อยอดสู่พื้นที่จริง เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้สัมผัส ทดลอง และเลือกซื้อสินค้าได้ด้วยตัวเอง นอกจากนี้ Partnership Ads ยังช่วยให้นักโฆษณาสามารถขยายคอนเทนต์ที่สร้างสรรค์โดยครีเอเตอร์ไปสู่กลุ่มเป้าหมายที่ใช่ ช่วยให้แบรนด์เปลี่ยนการมีส่วนร่วมบนแพลตฟอร์มไปสู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่เป็นรูปธรรมและวัดผลได้ มาร่วมอัปสกิลและสนุกทุกโมเมนต์ไปกับงาน House of Instagram และรับสิทธิ์เล่นกิจกรรมพิเศษ BEAUTY ROLLING EVENT รับคะแนนพร้อมของรางวัลจากแบรนด์ความงามชั้นนำ สำหรับผู้ถือบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน เพียงช้อปตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป/เซลล์สลิป ตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค. 2569 1 ก.ย. 2569 ที่ Beauty Galerie ชั้น G ห้างเซ็นทรัลชิดลม ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Instagram.com/centraldepartmentstore หรือ Facebook: Central Department Store ไม่พลาดทุกเทรนด์บิวตี้ ที่ Facebook: Central Beauty Club พร้อมช้อปสนุกกับหลากหลายช่องทางการช้อปปิ้งสุดสะดวกของห้างเซ็นทรัล ทั้งทางเว็บไซต์ www.central.co.th หรือช้อปผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์และอินบ๊อกซ์ของห้างเซ็นทรัล Facebook Page : Central Department Store คลิก www.facebook.com/CentralDepartmentStore, Central Tiktok Shop หรือบริการ Chat Shop สอบถามและช้อปปิ้งกับ CENNI เพื่อนรู้ใจสายช้อป ผ่านทาง LINE Official Account ของห้างเซ็นทรัล และ Central App

JUBILE เดินเกมครึ่งปีหลัง เจาะไฮเอนด์กำลังซื้อสูง
อ่าน

JUBILE เดินเกมครึ่งปีหลัง เจาะไฮเอนด์กำลังซื้อสูง

#JUBILE #ทันหุ้น – JUBILE โชว์แกร่งสวนกำลังซื้อ! ไตรมาส 2/2569 กวาดรายได้ 279.99 ล้านบาท โต 2.76% ฟากกำไรสุทธิ 20.69 ล้านบาท พุ่ง 16.04% พร้อมคุมมาร์จิ้นแกร่ง 48.24% ด้านครึ่งปีหลังเดินเกมรุกเต็มสูบ อัดแคมเปญใหญ่-เปิดคอลเล็กชันใหม่ เจาะลูกค้ากำลังซื้อสูง ปูทางสร้างการเติบโตนางสาวอัญรัตน์  พรประกฤต  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ  JUBILE เปิดเผยว่า สำหรับผลการดำเนินงาน ไตรมาส 2/2569 บริษัทมีรายได้จากการขาย 279.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.76% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 20.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.04% ขณะที่บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ที่ระดับ 48.24% จากการบริหาร Product Mix ต้นทุนสินค้า และค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนแนวทางการบริหารที่ให้ความสำคัญกับ Quality of Growth ควบคู่กับการสร้างรายได้@โชว์แผนครึ่งหลังสำหรับช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทจะเดินหน้ารักษาโมเมนตัมการดำเนินงาน ผ่าน  Seasonal and Anniversary Campaign การเปิดตัวคอลเล็กชันใหม่ที่ครอบคลุมทั้งเครื่องประดับสำหรับโอกาสสำคัญและเครื่องประดับสำหรับสวมใส่ในชีวิตประจำวัน ตลอดจนการพัฒนาสิทธิประโยชน์ร่วมกับพันธมิตรบัตรเครดิตและสมาชิก The Sparkling Clubขณะเดียวกัน บริษัทจะเดินหน้าเชื่อมโยงช่องทางออนไลน์และเครือข่ายสาขาผ่านกลยุทธ์ Omni-channel เพื่อสร้าง Customer Journey ที่ต่อเนื่อง ตั้งแต่การค้นหาและเลือกชมสินค้า การนัดหมาย ไปจนถึงการรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงและให้บริการลูกค้าในทุก Touchpointนอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนยกระดับกิจกรรมในหัวเมืองหลักทั่วประเทศสู่ Luxury Experience สำหรับกลุ่มลูกค้าศักยภาพสูง พร้อมต่อยอด Strategic Partnership กับพันธมิตรในกลุ่ม Wealth Management, Hospitality, Wellness และ Luxury Lifestyle ภายใต้แนวคิด Luxury Experience Economy ควบคู่กับการปรับโฉมสาขาในทำเลเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเครือข่ายสาขาและศักยภาพในการสร้างยอดขายในระยะยาว@บริหารความเสี่ยง“ภาพรวมตลาดเครื่องประดับเพชรแท้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ยังคงมีความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อ บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงควบคู่กับการเดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุก ทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่แตกต่าง การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการขยายความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ โดยมุ่งรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตของรายได้ ความสามารถในการทำกำไร และผลตอบแทนจากการลงทุน เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว” นางสาวอัญรัตน์ กล่าว

PTTGC พุ่งแรง 42.00 บาท +3.00 บาท (+7.69%) โบรกแนะนำ “ซื้อ” เป้า 45 บาท
อ่าน

PTTGC พุ่งแรง 42.00 บาท +3.00 บาท (+7.69%) โบรกแนะนำ “ซื้อ” เป้า 45 บาท

#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #ตลาดหุ้น #SET #PTTGC พุ่งแรง 42.00 บาท +3.00 บาท (+7.69%) โบรกแนะนำ “ซื้อ” เป้า 45 บาทบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้นบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC และคงราคาเหมาะสมที่ 45 บาท จากราคาปิดวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ที่ 37.25 บาท คิดเป็น Upside 20.8% หลังผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ออกมาโดดเด่นกว่าคาด โดยมีกำไรสุทธิ 12,208 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 277.7% จากไตรมาสก่อน และพลิกจากขาดทุนในช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำสถิติเป็นไตรมาสที่มีกำไรสูงสุดในรอบ 20 ไตรมาส และสูงกว่าที่ บล.หยวนต้าและ Bloomberg Consensus คาดไว้เฉลี่ย 30%กำไรที่โดดเด่นมาจากธุรกิจปิโตรเคมีชนิดพิเศษ ปิโตรเคมีขั้นกลาง และส่วนแบ่งกำไรที่สูงกว่าคาด ขณะที่หากไม่นับรายการพิเศษ บริษัทมีกำไรปกติ 16,606 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 164% จากไตรมาสก่อน และพลิกจากขาดทุนในปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของธุรกิจปิโตรเคมี โดยเฉพาะโอเลฟินส์ที่ได้ประโยชน์จากอุปทานตึงตัว และปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นหลังผ่านช่วงปิดซ่อมบำรุงด้านธุรกิจปิโตรเคมีขั้นต้นมี Adj. EBITDA เพิ่มขึ้น 18% จากไตรมาสก่อน แม้ธุรกิจการกลั่นชะลอตัวจากนโยบายห้ามส่งออกน้ำมัน ส่งผลให้อัตราการผลิตลดเหลือ 96% จาก 103% และค่าการกลั่นลดลง 7% เหลือ 15.6 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของธุรกิจอะโรมาติกส์และโอเลฟินส์ขั้นต้นช่วยชดเชยผลกระทบดังกล่าว โดยอัตราการผลิตโอเลฟินส์เพิ่มขึ้นเป็น 94% จาก 79% หลังโรงงาน OLE#4 ผ่านช่วงหยุดซ่อมบำรุงส่วนธุรกิจปิโตรเคมีขั้นกลาง แม้อยู่ในช่วงปิดซ่อมบำรุงโรงงาน PTA แต่ Adj. EBITDA พลิกเป็นบวกจากไตรมาสก่อน ตามส่วนต่างราคา BPA และ Phenol ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ธุรกิจ Polymer พลิกจากขาดทุนเป็นกำไรจากราคาผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ HDPE ซึ่งเพิ่มขึ้น 35% สู่ระดับ 1,470 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน จากภาวะอุปทานตึงตัว ขณะที่ธุรกิจปิโตรเคมีชนิดพิเศษมี Adj. EBITDA เพิ่มขึ้น 69% จากไตรมาสก่อน จากผลการดำเนินงานของ Allnex ที่ดีขึ้นหลังปรับกลยุทธ์การขายและควบคุมค่าใช้จ่ายบล.หยวนต้ามองว่า กำไรปกติไตรมาส 3/2569 มีแนวโน้มชะลอตัวจากไตรมาสก่อนตามฐานที่สูงและการปรับตัวลงของส่วนต่างราคาปิโตรเคมี แต่ยังเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากการปรับโครงสร้างธุรกิจและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ซึ่งช่วยลดต้นทุน รวมถึงอัตราการผลิตที่สูงขึ้นหลังผ่านการปิดซ่อมใหญ่ และปริมาณวัตถุดิบอีเทนที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การกลับรายการขาดทุน NRV ที่เกิดขึ้นในไตรมาส 2/2569 จะช่วยจำกัดความเสี่ยงจากการขาดทุนสต็อกน้ำมันบล.หยวนต้าคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 13,081 ล้านบาท โดยรวมโอกาสขาดทุนสต็อกในช่วงครึ่งหลังของปีเข้ามาบางส่วนแล้ว และยังคงราคาเหมาะสมที่ 45 บาท พร้อมมองว่า PTTGC มีความโดดเด่นกว่าคู่แข่งภายใต้ภาวะตลาดน้ำมันปัจจุบัน จากโครงสร้างการผลิตแบบ Gas-based ซึ่งช่วยให้ Margin ประคองตัวได้ดีกว่าผู้ผลิตแบบ Naphtha-basedสำหรับระยะสั้น บล.หยวนต้าคาดว่าหุ้น PTTGC จะตอบรับเชิงบวกต่อผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ที่สูงกว่าคาด และสามารถคาดหวังเงินปันผลระหว่างกาลในระดับสูง โดยเบื้องต้นคาดเงินปันผลต่อหุ้น (DPS) สำหรับครึ่งแรกของปี 2569 ที่ 1.00 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield 2.7% และมอง PTTGC เป็นหนึ่งในตัวเลือกสำหรับ Hedging สถานการณ์สงครามได้ดี

TTBตั้งเป้าเพิ่มลูกค้าเวลธ์ INGขายหุ้นไม่กระทบธุรกิจ
อ่าน

TTBตั้งเป้าเพิ่มลูกค้าเวลธ์ INGขายหุ้นไม่กระทบธุรกิจ

#TTB #ทันหุ้น –  ING BANK ขายบิ๊กล็อตหุ้น  TTB จำนวน 6.99 พันล้านหุ้น มูลค่า1.84 หมื่นล้านบาท  ให้นักลงทุนสถาบัน   “ปิติ  ตัณฑเกษม” ยันไม่กระทบต่อการดำเนินธุรกิจ-บริหาร  เดินหน้ารักษาจ่ายเงินปันผลระดับเหมาะสม-คงซื้อหุ้นคืนด้าน “ฐากร ปิยะพันธ์”  แจงรายได้ค่าฟี 7เดือนแรกโต 12-13% หนุน ROE ในปี 2569 เป็นไปตามแผนโตไม่ต่ำกว่า 9% ลุยขยายลูกค้า Wealth ตั้งเป้าหมายภายในปี 2571 สัดส่วนรายได้เพิ่มเป็น 30% วานนี้  (19 ส.ค.69) มีรายการขายบนกระดานรายใหญ่ (บิ๊กล็อต)หุ้นธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB รวม 77 รายการ  จำนวน  6,991.04 ล้านหุ้น ราคาเฉลี่ย 2.64 บาท รวมมูลค่า 18,470.35 ล้านบาท ซึ่งเป็นการขายของ ING Bank N.V.  (ING) ให้กับนักลงทุนสถาบัน โดย ING ระบุว่า เป็นการบริหารเงินทุนในเชิงรุกอย่างต่อเนื่องและเป็นแนวทางการจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพอร์ตการลงทุน  ซึ่งคาดว่าING จะถือหุ้น TTB ลดลงจาก 19.5% มาอยู่ที่ 11.6% ของจำนวนหุ้นที่ไม่รวมหุ้นซื้อคืน (Treasury Shares) ที่ทีทีบี ถืออยู่@ไม่กระทบธุรกิจทั้งนี้ TTB ยืนยันว่า  ING ลดสัดส่วนถือหุ้น ไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการบริหาร การดำเนินงาน กรอบการกำกับดูแลกิจการ และการดำเนินกลยุทธ์หลักของทีทีบีแต่อย่างใด เนื่องจากที่ผ่านมาทีทีบีมีการขับเคลื่อนการปรับเปลี่ยนองค์กร (Transformation) อย่างต่อเนื่องและมีการเตรียมความพร้อมที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลงทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกโดยทาง ING เป็นคณะกรรมการธนาคาร (Board of Directors) จึงไม่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจและการบริหารงาน แต่มีผลดีจากทำให้การกระจายการถือหุ้น (Free Float) เพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อสภาพคล่องในการซื้อขายหุ้น TTB ในระยะยาวนายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีทีบี กล่าวว่า ทีทีบียังคงมุ่งมั่นดำเนินงานตามเป้าหมายในการสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นให้กับคนไทย พร้อมทั้งสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้น ผ่านการรักษาอัตราการจ่ายเงินปันผลในระดับที่เหมาะสมและยั่งยืน รวมถึงการดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน ภายใต้วงเงินรวม 35,000 ล้านบาท ระยะเวลา 4 ปี (ปี 2568 ถึงปี 2571)โดย ณ ปัจจุบัน ทีทีบีได้ดำเนินการซื้อหุ้นคืนสะสมแล้วเป็นมูลค่า 21,000 ล้านบาท และยังมีวงเงินคงเหลืออีก 14,000 ล้านบาท ซึ่งจากการที่ทีทีบีสามารถดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนได้เร็วกว่าแผนที่กำหนดไว้ จึงทำให้มีความยืดหยุ่นในแง่ของกรอบเวลาสำหรับการดำเนินโครงการถัดไป ซึ่งธนาคารจะพิจารณากำหนดรูปแบบและวิธีการซื้อหุ้นคืนให้เหมาะสมโดยพิจารณาปัจจัยที่เกี่ยวข้องรวมทั้งแนวโน้มภาวะตลาดทุน เพื่อให้การซื้อหุ้นคืนในแต่ละครั้งก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้นของธนาคาร@ROE ตามเป้านายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่  TTB  กล่าวว่า ในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา รายได้ค่าธรรมเนียมของธนาคารเติบโตในระดับ Double Digit ประมาณ 12-13% โดยเฉพาะรายได้จากการลงทุนในกองทุนรวมที่เติบโตเกือบ 20% รวมถึงยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรของธนาคารเติบโตถึง 10% ซึ่งโดดเด่นมากเมื่อเทียบกับภาพรวมของตลาดที่เติบโตเพียง 1% ทำให้ธนาคารมั่นใจว่าจะสามารถทำรายได้ค่าธรรมเนียมได้ตามเป้าหมายหรือเกินเป้าในปีนี้ ซึ่งจะสนับสนุนให้ ROE ในปี 2569 เติบโตได้ตามแผนไม่ต่ำกว่า 9% ซึ่งครึ่งปีแรกทำได้อยู่ในที่ระดับ 9%@เพิ่มกลุ่ม Wealthโดยมีแรงสนับสนุนสำคัญมาจากรายได้ค่าธรรมเนียมของกลุ่มลูกค้า Wealth ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้ประมาณ 14% และตั้งเป้าหมายว่าจะเพิ่มเป็น 30% ภายในปี 2571 ที่ถึงแม้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจะทยอยสิ้นสุดลงภายในปี 2571 โดยธนาคารวาง 3 แกนหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ ได้แก่ การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมเพื่อชดเชยส่วนต่างภาษี, การลงทุนในระบบดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านเอกสารและเพิ่มประสิทธิภาพของพนักงาน และเน้นการปล่อยสินเชื่อคุณภาพสูง เช่น บ้าน รถ และบัตรเครดิต โดยใช้หลัก Risk Based Pricing เพื่อลดภาระการตั้งสำรองหนี้เสียทั้งนี้ปัจจัยที่จะทำให้กลุ่มลูกค้า Wealth เติบโตขึ้นจะมาจากลูกค้ากลุ่มเริ่มสร้างความมั่งคั่ง Mass Affluent (MAF) ที่มีสินทรัพย์ไม่ถึง 1 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมีฐานอยู่ประมาณ 6,000 ราย มีสินทรัพย์ภายใต้การดูแล (AUM) รวมกว่า 280,000 ล้านบาท โดยปกติการดูแลลูกค้ากลุ่ม MAF มักเริ่มต้นดูแลลูกค้าที่มี AUM ตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป@เป้า AUM 1.3 ล้านลบ.ดังนั้นทีทีบีจึงได้เปิดตัว “ttb superior” เอกสิทธิ์และประสบการณ์ทางการเงินรูปแบบใหม่สำหรับลูกค้ากลุ่ม MAF ที่มีผลิตภัณฑ์ทางการเงินรวมกับธนาคารตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป เพื่อยกระดับความมั่งคั่งสู่กลุ่ม Wealth ที่มี AUM ตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป โดยตั้งเป้าหมายภายในปี 2571 จะเพิ่มฐานลูกค้ากลุ่ม MAF มีสินทรัพย์เกิน 1 ล้านบาท ให้เพิ่มเป็น 160,000 - 180,000 ราย ส่งผลให้ AUM ในกลุ่มนี้เพิ่มเป็น 360,000 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้ AUM ของกลุ่มลูกค้ารายย่อย (Retail Banking) เพิ่มเป็น 1.3 ล้านล้านบาท ภายในปี 2571 จากปัจจุบันที่มี 1.1 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่ม Wealth ประมาณ 700,000-800,000 ล้านบาท และกลุ่ม MAF ประมาณ 280,000 ล้านบาท

ORI คว้า 100 คะแนนดีเยี่ยม ระดับ 5 เหรียญ AGM Checklist 2569
อ่าน

ORI คว้า 100 คะแนนดีเยี่ยม ระดับ 5 เหรียญ AGM Checklist 2569

#ทันหุ้น-ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ หรือ ORI คว้าเต็ม 100 คะแนนระดับดีเยี่ยม 5 เหรียญ จากการประเมิน AGM Checklist ประจำปี 2569 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียอย่างเท่าเทียม ยึดตามมาตรฐานธรรมาภิบาล และการกำกับดูแลกิจการที่ดี ตลอดจนยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างยั่งยืนนายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือORIผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรกล่าวว่า บริษัทฯได้รับคะแนน100คะแนน ระดับดีเยี่ยม5เหรียญ จากโครงการการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น (AGM Checklist)ประจำปี2569ของสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)ได้จัดการประเมินคุณภาพขึ้นระหว่างวันที่1มกราคม –30เมษายน2569ระดับ5เหรียญ100คะแนนเต็ม ที่ได้ในครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่าย ทั้งคณะผู้บริหาร พนักงานทุกคนที่รวมมือกันด้วยความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียอย่างเท่าเทียม ยึดหลักธรรมาภิบาล และการกำกับดูแลกิจการที่ดี ตลอดจนยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างยั่งยืน

HANA กำไรไตรมาส 2 ที่ 326 ล้านบาท โต 831% ยอดขายเซมิคอนดักเตอ -บาทแข็งหนุน
อ่าน

HANA กำไรไตรมาส 2 ที่ 326 ล้านบาท โต 831% ยอดขายเซมิคอนดักเตอ -บาทแข็งหนุน

#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #SET #HANA กำไรไตรมาส 2 ที่ 326 ล้านบาท โต 831% ยอดขายเซมิคอนดักเตอ -บาทแข็งหนุนบริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) HANA รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 326 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 35 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันปีก่อน หลังยอดขายกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์เติบโตแข็งแกร่ง อัตรากำไรขั้นต้นปรับดีขึ้น และบริษัทมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ขณะที่ปีก่อนขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนรายได้จากการขายไตรมาส 2 อยู่ที่ 5,365 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อน ส่วนรายได้ในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้น 5% เป็น 165 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก 157 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้เงินบาทเฉลี่ยในไตรมาสนี้แข็งค่าขึ้นประมาณ 2% มาอยู่ที่ 32.6 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐกำไรจากการดำเนินงานปกติ (Normalised Profit) เพิ่มขึ้น 84% เป็น 278 ล้านบาท จาก 151 ล้านบาท ในปีก่อน สะท้อนการฟื้นตัวของธุรกิจหลัก โดยเฉพาะกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และธุรกิจ Power Master Semiconductor (PMS)โครงสร้างรายได้เปลี่ยนไปในทิศทางที่เอื้อต่อมาร์จิ้นมากขึ้น โดยรายได้จากหน่วยผลิต IC ที่พระนครศรีอยุธยาเพิ่มขึ้น 14% เป็น 1,513 ล้านบาท ขณะที่หน่วยผลิต IC ในจีนเพิ่มขึ้น 14% และธุรกิจ PMS ในเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นถึง 80% ส่วนธุรกิจ HTI ในสหรัฐเพิ่มขึ้น 50% เป็น 458 ล้านบาท ตรงกันข้ามกับธุรกิจ PCBA ในลำพูนและจีนที่รายได้ลดลง 9-10%อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 10.7% จาก 9.4% ในปีก่อน จากสัดส่วนยอดขายเซมิคอนดักเตอร์ที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรจากการดำเนินงานปกติเพิ่มขึ้นเป็น 5.2% จาก 2.9% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 1% จากการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกปี 2569 ยอดขายในรูปดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้น 5% โดยหน่วยผลิต IC ที่อยุธยาเติบโต 18% และธุรกิจ PMS ในเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น 73% สะท้อนอุปสงค์เซมิคอนดักเตอร์ที่ฟื้นตัวต่อเนื่องด้านฐานะการเงิน บริษัทมีเงินสดสำรองและเงินลงทุนในสถาบันการเงิน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 อยู่ที่ 11,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 9,800 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันปีก่อน สะท้อนสภาพคล่องที่แข็งแกร่งบริษัทระบุว่าในไตรมาส 2 ปี 2569 ได้จ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายจากผลประกอบการปี 2568 จำนวน 664 ล้านบาท ในอัตรา 0.75 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่จ่าย 0.50 บาทต่อหุ้น รวม 443 ล้านบาท

GGC ไตรมาส 2 ฟอร์มเจ๋งกำไรพุ่ง เดินหน้าสู่ผู้นำความยั่งยืนโลก
อ่าน

GGC ไตรมาส 2 ฟอร์มเจ๋งกำไรพุ่ง เดินหน้าสู่ผู้นำความยั่งยืนโลก

#ทันหุ้น - บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC ผู้นำในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 ทำกำไรสุทธิ 351 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายรวม 5,566 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หนุนภาพรวมผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 เติบโตอย่างโดดเด่นด้วยกำไรสุทธิรวม 448 ล้านบาท สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และกลยุทธ์การตลาดเชิงรุกที่แม่นยำดร.กฤษฎา ประเสริฐสุโข กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้ เป็นผลจากการบริหารจัดการและกลยุทธ์ของบริษัทฯ ที่สอดรับกับนโยบายภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะนโยบายการปรับสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลเกรดหลักจาก B5 เป็น B7 ตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปัจจัยเร่งสำคัญที่ส่งผลให้ความต้องการเมทิลเอสเทอร์ (Methyl Ester: ME) หรือ B100 ในประเทศเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 28ในไตรมาส 2 ปี 2569 กลุ่มธุรกิจ ME มีรายได้จากการขาย เพิ่มขึ้นตาม Demand ที่ปรับตัวดีขึ้นจากอานิสงค์นโยบาย B7 จากภาครัฐ แม้ว่าจะยังคงเผชิญความท้าทายจากราคาวัตถุดิบ (Feedstock) ที่ผันผวน ซึ่งบริษัทฯ ได้บริหารจัดการและวางแผนด้านวัตถุดิบอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันความเสี่ยงไว้แล้วด้านการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจแฟตตี้แอลกอฮอล์ (Fatty Alcohols: FA) บริษัทฯ ได้ยกระดับประสิทธิภาพการผลิตผ่านการปรับเปลี่ยนสารเร่งปฏิกิริยา (Catalyst) ที่ช่วยเพิ่มกำลังการผลิต และยังช่วยลดจำนวนชั่วโมงการหยุดซ่อมบำรุง ควบคู่ไปกับการดำเนินมาตรการบริหารต้นทุน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้วัตถุดิบและสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในระยะยาวณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 GGC มีสินทรัพย์รวม 11,086 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากสิ้นปี 2568) โดยมีสภาพคล่องระดับสูงจากเงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และเงินลงทุนระยะสั้นรวมกันกว่า 2,332 ล้านบาท สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของโครงสร้างทางการเงินที่พร้อมรองรับโอกาสการเติบโตและการลงทุนใหม่ๆ ในอนาคต“ผลการดำเนินงานในครึ่งแรกของปีที่ปิดกำไร 448 ล้านบาทนี้สะท้อนถึงศักยภาพของ GGC ในการรับมือกับความท้าทายของตลาดได้อย่างมีทิศทางเรายังคงมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานการบริหารจัดการต้นทุนอย่างเข้มงวดและการสร้างมูลค่าสูงสุดจากสินทรัพย์ที่มีอยู่ควบคู่กับการรักษาความแข็งแกร่งทางการเงินเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว” ดร.กฤษฎากล่าวนอกเหนือจากผลการดำเนินงานทางการเงิน GGC ยังตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในระดับสากล โดยได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน Top 5% ของบริษัทในอุตสาหกรรมเคมีทั่วโลก จาก SP Global Sustainability Yearbook 2026 พร้อมทั้งได้รับมอบประกาศนียบัตรคาร์บอนเครดิตชุดแรกการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว เป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของ GGC ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) การลดก๊าซเรือนกระจก และการร่วมมือกับภาคีเครือข่ายเพื่อพัฒนานวัตกรรมชีวภาพคาร์บอนต่ำ อันเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างคุณค่าและการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน

ทรูแบล็ค ทรูเรด ลด 5% สำหรับค่าสมาชิกรายเดือน ใช้ 1 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

ทรูแบล็ค ทรูเรด ลด 5% สำหรับค่าสมาชิกรายเดือน ใช้ 1 ทรูพอยท์

ลูกค้าทรูแบล็ค ทรูเรดใช้ทรูพอยท์ 1 คะแนนรับส่วนลด 5% สำหรับค่าสมาชิกรายเดือน + โปรโมชั่นพิเศษประจำเดือนพิเศษ!! สำหรับคนในครอบครัว (ตามทะเบียนบ้าน) รับเพิ่ม 1 สิทธิ์ โค้ดมีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ ทาง บริษัทฯ จะไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี เงื่อนไข1. สามารถใช้สิทธิ์ภายในเดือนที่กดรับรหัสแล้วเท่านั้น ไม่สามารถใช้ข้ามเดือนได้2. ในกรณีที่มีการกดรหัสแล้วไม่ได้นำไปใช้ภายในระยะเวลา ไม่ว่ากรณีใดๆ ทาง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี3. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้4. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้5. 1 ท่าน /1 สิทธิ์ /ตลอดแคมเปญ

หุ้น HANA ดีดขึ้น โบรกคาดกำไร Q2/69 โต ตามรายได้-GPM ฟื้นตัว
อ่าน

หุ้น HANA ดีดขึ้น โบรกคาดกำไร Q2/69 โต ตามรายได้-GPM ฟื้นตัว

#HANA #ทันหุ้น-หุ้นบริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA บวก 4.93% โบรกเกอร์คาดกำไรไตรมาส 2/69 เติบโต ตามรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่ฟื้นตัว จากอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่เติบโต รวมถึงค่าเงินบาทที่อ่อนค่า แนะนำ"ซื้อ" ให้ราคาเป้าหมายที่ 42 บาทความเคลื่อนไหวราคาหุ้น HANA อยู่ที่ 37.25 บาท บวก 1.75 บาท หรือ 4.93% ระหว่างวันราคาปรับขึ้นมาสูงสุดที่ 37.50 บาท โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 779.43 ล้านบาทบล.กสิกรไทย คาดว่า HANA จะมีกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 ที่ 200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน หรือ YoY และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน หรือ QoQ สาเหตุที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น YoY จากการรับรู้กำไรอัตราแลกเปลี่ยนราว 30 ล้านบาทเทียบกับไตรมาส 2/68 ที่ขาดทุน 118 ล้านบาท ส่วนกำไรที่เพิ่มขึ้น QoQ จากการฟื้นตัวของการดำเนินงานปกติ แม้คาดว่ากำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจะลดลงจากไตรมาส 1/69ส่วนกำไรปกติงวดไตรมาส 2/69 คาดว่าอยู่ที่ 170 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% YoY และเพิ่มขึ้น 16 เท่า เมื่อเทียบ QoQ เนื่องจากฐานที่ต่ำ ซึ่งกำไรปกติที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นมาจากอัตรากำไรขั้นต้นหรือ GPM ที่แข็งแกร่งขึ้น ส่วนกำไรที่เพิ่มขึ้น QoQ เพราะรายได้เพิ่มขึ้นจากการเร่งคำสั่้งซื้อในธุรกิจประกอบแผงวงจรพิมพ์ หรือ PCBA และประกอบและทดสอบเซมิคอนดักเตอร์แบบเอาท์ซอร์ส (OSAT) รวมถึงการตั้งสำรองสต๊อกสินค้าและมูลค่าสุทธิที่คาดว่าจะได้รับที่ลดลง และผลบวกจากการอ่อนค่าของเงินบาทโดยคาดว่ารายได้จากการขายในไตรมาส 2/69 อยู่ี่ 162 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 3% YoY และเพิ่มขึ้น 4% QoQ โดยได้แรงหนุนจากกลุ่มอุตสาหกรรมและยานยนต์ รวมถึงการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของความต้องการเซมิคอนดักเตอร์แบบดั้งเดิม ส่วน GPM คาดอยู่ที่ 10.1% เพิ่มขึ้น 0.7ppt YoY และ 2ppt QoQกลยุทธ์การลงทุน แนะนำ"ซื้อ"หุ้น HANA ให้ราคาเป้าหมายที่ 42 บาท จากแนวโน้มการเติบโตของกำไรที่เป็นบวกในช่วงครึ่งปีหลัง

88TH เร่งเกมโตสามเด้ง  ปั้น New S-Curve ทำเงิน
อ่าน

88TH เร่งเกมโตสามเด้ง  ปั้น New S-Curve ทำเงิน

#88TH #ทันหุ้น - 88TH เร่งเครื่องครึ่งปีหลังเต็มสูบ รับเทรนด์ Selective Spending ดันดีมานด์ Beauty–Health–Pet Care พุ่ง ชูพอร์ตสินค้าซื้อซ้ำสูง พร้อมปล่อย “LYO MY LUMI HAIR OIL” เสริมทัพ Haircare ขยายฐานจีน–CLMV แตกไลน์ Pet Food ปั้น New S-Curve ดันรายได้โตแรง นางสาวนพรัตน์  มาลัยวงค์ ผู้ก่อตั้งและรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท 88(ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ 88TH  เปิดเผยถึงทิศทางอุตสาหกรรมในครึ่งปีหลังว่า ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง แต่จะเป็นการเติบโตในรูปแบบ “Selective Spending” โดยผู้บริโภคจะระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น แต่พร้อมจะซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงเห็นผลจริง และคุ้มค่าอย่างแท้จริง โดยเฉพาะ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มความงาม (Beauty), การดูแลสุขภาพ (Health) และสินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง (Pet Care) ซึ่งถือเป็นเซ็กเมนต์ที่มีศักยภาพการเติบโตโดดเด่นและมีดีมานด์รองรับสูง@พอร์ตสินค้า“พอร์ตโฟลิโอของ 88TH ในปัจจุบัน มุ่งเน้นกลุ่มสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน และมีอัตราการซื้อซ้ำสูง ซึ่งเปรียบเสมือน “เกราะคุ้มกัน” ให้บริษัทมีความแข็งแกร่งต่อความผันผวนทางเศรษฐกิจมากกว่าสินค้าฟุ่มเฟือยทั่วไป ประกอบกับกระแสความนิยมที่ผู้บริโภคหันมาเชื่อมั่นและเลือกซื้อแบรนด์ไทยที่มีมาตรฐานระดับสากลมากขึ้น ทำให้ 88TH มีความพร้อมสูงในการเข้าถึงและครองใจผู้บริโภคยุคใหม่” นางสาวนพรัตน์ กล่าวทั้งนี้ นอกจากปัจจัยหนุนด้านพฤติกรรมผู้บริโภคแล้ว 88TH ยังได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนในการเติมเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ และกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศให้ฟื้นตัว โดยสินค้าของ 88TH ครอบคลุมหลากหลายระดับราคา และตอบโจทย์ผู้บริโภคในวงกว้าง ทำให้เข้าถึงทุกกลุ่มกำลังซื้อได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการดันยอดขายช่วงครึ่งปีหลังให้เติบโตอย่างโดดเด่น สำหรับทิศทางธุรกิจในครึ่งปีหลัง บริษัทพร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านการกระจายความเสี่ยง ควบคู่กับการดึงศักยภาพของกลุ่มผลิตภัณฑ์Haircare, SkincareและCosmeticsออกมาอย่างเต็มสูบ ผ่านการขับเคลื่อนช่องทางSocial CommerceและLive Commerceซึ่งเป็นจุดแข็งหลักในการสร้างEngagementและขยายฐานผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็วพร้อมทั้งยังมีแผนเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ๆ สู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการทำแคมเปญร่วมกับพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ เพื่อขยาย Market Share และเร่งอัตราการเติบโตของยอดขาย นอกจากนี้ บริษัทเร่งตอกย้ำความแข็งแกร่งของพอร์ต Haircare ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ Flagship ของ 88TH หลังจากประสบความสำเร็จจากการเปิดตัว “LYO MY COLOR SHAMPOO” ที่ตอบโจทย์เทรนด์ DIY Haircare และสร้างฐานลูกค้าใหม่อย่างมีนัยสำคัญ ล่าสุดได้เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ “LYO MY LUMI HAIR OIL”  ซึ่งชูจุดเด่นบำรุงผมเงางาม ลดผมชี้ฟู เจาะกลุ่มผู้ใช้จริงในชีวิตประจำวัน และเชื่อว่าจะเป็น "Hero Product" ตัวใหม่ที่จะเข้ามาเพิ่มยอดขายและหนุนพอร์ต Haircare ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดขณะเดียวกัน 88TH พร้อมเดินหน้าขยายตลาดสู่ประเทศจีน และ กลุ่มประเทศ CLMV ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูง โดยที่ผ่านมาได้ผนึกกำลังพันธมิตรวางโครงสร้างพื้นฐานและระบบแพลตฟอร์มการจำหน่ายอย่างรัดกุม เพื่อรองรับการรุกตลาดเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งคาดว่าจะเห็นความชัดเจนตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป ทั้งนี้บริษัทชูกลยุทธ์ 'Digital-First'  เต็มรูปแบบ ลุยเจาะตลาดผ่าน E-Commerce, Social Commerce และ Live Commerce โดยโปรโมทผ่าน KOLs ของจีน    เพื่อสร้าง Brand Awareness ในวงกว้าง โดยเน้นย้ำจุดแข็งด้านคุณภาพสินค้ามาตรฐานสูง และชูเอกลักษณ์ความเป็นแบรนด์ไทยที่โดดเด่น เหนือกว่าคู่แข่งในตลาด@ลุยอาหารสัตว์นอกจากนี้88THได้แตกไลน์เข้าสู่ ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง (Pet Food)ซึ่งเป็นNew S-Curveสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาวซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ วิจัยและพัฒนาสินค้า(RD)รวมถึงการวางระบบการตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยใช้ความรู้ ความเชี่ยวชาญที่ประสบความสำเร็จจากการสร้างแบรนด์ การทำตลาดที่แม่นยำในกลุ่มความงาม การดูแลสุขภาพ และการพัฒนานวัตกรรม มาต่อยอดสู่ธุรกิจPet Foodเพื่อให้เกิดความสำเร็จเช่นเดียวกันกับที่ผ่านมา“88TH เราเดินหน้ายกระดับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ควบคู่กับการเร่งเครื่องสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน เพราะเป้าหมายของเราคือ การนำนวัตกรรม แบรนด์ของตนเอง และศักยภาพองค์กร ผลักดันให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนบนเวทีโลก” นางสาวนพรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย

MMM อวดกำไร Q2 โต19%  ปันผลต่อเนื่องไตรมาสที่ 10
อ่าน

MMM อวดกำไร Q2 โต19%  ปันผลต่อเนื่องไตรมาสที่ 10

#MMM #ทันหุ้น - MMM โชว์ผลงานไตรมาส 2/2569 กวาดรายได้ 239.96 ล้านบาท โต 30.14% กำไรสุทธิแตะ 37.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.59% พร้อมใจดีเคาะปันผล 0.06 บาทต่อหุ้น เดินหน้าจ่ายต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 10 มั่นใจครึ่งปีหลังอานิสงส์มาตรการรัฐหนุนตลาดอสังหาฟื้น ดันผลงานโตต่อนางสาวณิชา โรจน์วัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MMM เปิดเผยถึงภาพรวมผลการดำเนินงานว่า บริษัทยังคงรักษาการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและน่าประทับใจท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทายในปัจจุบัน ส่งผลให้ไตรมาสที่ 2/2569 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการรวม 239.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.57 ล้านบาท หรือร้อยละ 30.14 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน@โชว์ผลงาน Q2และมีกำไรสุทธิ37.52ล้านบาท เพิ่มขึ้น6.15ล้านบาท หรือร้อยละ19.59ซึ่งเป็นการเติบโตที่โดดเด่นทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)ซึ่งเป็นแรงหนุนสำคัญให้ผลการดำเนินงานในงวด6เดือนแรกของปี2569มีรายได้จากการขายและบริการรวม446.14ล้านบาท เพิ่มขึ้น31.45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิ70.06ล้านบาท เพิ่มขึ้น10.68% จากกลยุทธ์การขยายธุรกิจในกลุ่มธุรกิจBU2 ส่งผลให้มีการรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญสำหรับภาพรวมตลาดอสังหาครึ่งปีแรก ถูกกดดันจากกำลังซื้อที่ลดลง โดยเฉพาะกลุ่มระดับกลาง-ล่าง ที่เผชิญปัญหาหนี้ครัวเรือนและดอกเบี้ยสูง ทำให้ผู้พัฒนาโครงการมีการแข่งขันทั้งราคา และการตลาดค่อนข้างมาก ประกอบกับธุรกิจนายหน้าทั่วไปเข้าสู่ตลาดได้ง่าย (Low Barrier to Entry)ทำให้คู่แข่งหน้าใหม่ล้นตลาดแต่MMMสามารถก้าวข้ามปัจจัยลบเหล่านี้ และสร้างผลกำไรได้อย่างโดดเด่น ผ่านการขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้วยโมเดลPre-AMCซึ่งมีศักยภาพในการเข้าถึงสินทรัพย์ในราคาที่เหมาะสม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาอัตรากำไร (Margin)ระดับสูง โมเดลนี้ต้องอาศัยเครดิตความน่าเชื่อถือ ประสบการณ์ และฐานทุนแข็งแกร่ง ทำให้มีผู้เล่นในตลาดนี้น้อยมากอีกทั้ง MMM ยังมีทีมเครือข่ายนายหน้าอิสระ (Broker Network) ซึ่งเป็นเครือข่ายนายหน้าขนาดใหญ่ที่ช่วยทำการตลาด ทำให้ปิดการขายได้รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญคือ MMM  ไม่มีหนี้ (Asset-Light) ไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงจากการลงทุนซื้อที่ดินหรือก่อสร้าง ไม่มีภาระหนี้สินทางการเงิน   ทำให้ MMM มีความยืดหยุ่นสูง ซึ่งจุดนนี้ถือเป็นข้อเปรียบเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเดียวกัน"คนอื่นมองสต๊อกอสังหาล้นคือวิกฤติ แต่สำหรับ MMM นี่คือ “โอกาสทอง” โมเดล Pre-AMC ของเราถูกออกแบบมาให้ Asset-Light ไม่ต้องแบกรับภาระการถือครองสินทรัพย์ มีความยืดหยุ่นสูง และสามารถเข้าไปช่วยผู้ประกอบการระบายสินค้าได้ทันที ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้ MMM มีการเติบโตและสามารถสร้างกำไรได้แข็งแกร่งในทุกสภาวะตลาด"@ใจดีปันผล 0.06 บ.ทั้งนี้เพื่อตอกย้ำความแข็งแกร่งของกระแสเงินสดและตอบแทนความไว้วางใจของนักลงทุนที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลงวดไตรมาส2/2569ในอัตรา0.06บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า21.78ล้านบาทตอกย้ำสถานะหุ้นปันผลคุณภาพสูง ที่สร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอ โดยสามารถจ่ายเงินปันผลต่อเนื่องยาวนานเป็นไตรมาสที่10ติดต่อกันโดยบริษัทกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date)ในวันที่14สิงหาคม โดยจะขึ้นเครื่องหมายXDในวันที่13สิงหาคมนี้ และกำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่นักลงทุนในวันที่28สิงหาคม2569อย่างไรก็ตาม สำหรับแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569  MMM ประเมินว่า ภาพรวมตลาดมีสัญญาณฟื้นตัวในทิศทางที่ดีขึ้น โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและอสังหาฯ จากภาครัฐ" ที่ทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นตัวเร่งการฟื้นความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ปลดล็อกกำลังซื้อในระบบให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ซึ่งปัจจัยบวกดังกล่าว จะเพิ่มโอกาสทองให้ถึงโมเดลธุรกิจของ MMM ได้อย่างมีนัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนสามารถขยายผลการดำเนินงานได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

ทรูเรด ฟรี ทดลองเล่น 7 วัน และ ฟรี Personal Trainer 1 ครั้ง มูลค่ารวม 8,500.- ใช้ 1 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

ทรูเรด ฟรี ทดลองเล่น 7 วัน และ ฟรี Personal Trainer 1 ครั้ง มูลค่ารวม 8,500.- ใช้ 1 ทรูพอยท์

ประหยัด ฿8500 ที่ ฟิตเนส เฟิรส์ท ลูกค้าทรูเรดใช้ทรูพอยท์ 1 คะแนนรับฟรี ทดลองเล่น 7 วัน และ ฟรี Personal Trainer 1 ครั้ง มูลค่ารวม 8,500.-(Unlimited group classes ภายใน 7 วัน)รายละเอียดการใช้บริการ- สามารถเลือกเข้าใช้บริการได้เพียง 1 สาขา จากทั้งหมด 34 สาขา ตลอดระยะเวลาที่ได้รับสิทธิ์ 7 วันต่อเนื่อง นับจากวันที่เริ่มเข้าใช้บริการครั้งแรก- ได้รับบริการ Personal Trainer (ครูฝึกส่วนบุคคล) ฟรี 1 ครั้ง มูลค่า 1,500 บาท โดยต้องทำการจองล่วงหน้ากับทีมงานที่สาขา ในวันที่เข้าใช้บริการวันแรกเงื่อนไขการลงทะเบียนและเข้าใช้บริการ- ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และไม่เป็นสมาชิกปัจจุบันของ Fitness First หรือ Celebrity Fitness- ต้องไม่เป็นผู้ที่เคยถูกระงับสิทธิ์การเข้าใช้บริการ หรือเป็นผู้มียอดค้างชำระกับ Fitness First หรือ Celebrity Fitness- ผู้รับสิทธิ์ต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อยืนยันตัวตน ณ จุดให้บริการ (ไม่มีการถ่ายภาพหรือจัดเก็บสำเนาบัตร)- ผู้รับสิทธิ์ต้องลงทะเบียนในระบบของ Fitness First ก่อนเข้าใช้บริการ โดยใช้ข้อมูล ชื่อ-นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์ และอีเมล เพื่อออกหมายเลขสมาชิก (Membership Number) และต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันของ Fitness First ลงทะเบียนด้วยอีเมลที่ใช้สมัคร เพื่อใช้สำหรับการสแกนเข้าใช้บริการและใช้ในการจองคลาสออกกำลังกาย โค้ดมีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ ทาง บริษัทฯ จะไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี เงื่อนไข1. สามารถใช้สิทธิ์ภายในเดือนที่กดรับรหัสแล้วเท่านั้น ไม่สามารถใช้ข้ามเดือนได้2. ในกรณีที่มีการกดรหัสแล้วไม่ได้นำไปใช้ภายในระยะเวลา ไม่ว่ากรณีใดๆ ทาง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี3. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้4. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้5. สิทธิพิเศษมีจำนวนจำกัด6. 1 ท่าน /1 สิทธิ์ /ตลอดแคมเปญ

SME D Bank ครึ่งปี 69 โตทุกมิติ ปล่อยกู้ทะลุ 4 หมื่นล้าน NPL 7.56%
อ่าน

SME D Bank ครึ่งปี 69 โตทุกมิติ ปล่อยกู้ทะลุ 4 หมื่นล้าน NPL 7.56%

#ทันหุ้น SME D Bankเผยผลงานครึ่งปี 69โตทุกมิติเติมทุนเอสเอ็มอีทะลุ4หมื่นล้านสร้างเงินหมุนในระบบเศรษฐกิจ1.87แสนล้านรักษาการจ้างงานกว่า5.4แสนรายNPLsเหลือ7.56%ครึ่งปีหลังลุยช่วยต่อเนื่องนายพิชิตมิทราวงศ์กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย(ธพว.)หรือSME D Bankเปิดเผยว่าในช่วง6เดือนแรก(มกราคม-มิถุนายน)ของปี2569ท่ามกลางปัจจัยท้าทายทางเศรษฐกิจทั้งแนวโน้มราคาพลังงานผันผวนต้นทุนของผู้ประกอบธุรกิจยังอยู่ในระดับสูงภัยธรรมชาติและสงครามยังไม่มีความแน่นอนทว่าSME D Bankยังสามารถสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนกว่า40,936ล้านบาทสูงขึ้นประมาณ12.42%เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว(2568)ส่วนใหญ่เป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการรายเล็กวงเงินกู้ไม่เกิน15ล้านบาทต่อรายช่วยสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า187,486ล้านบาทช่วยรักษาการจ้างงานกว่า544,593รายอีกทั้งสามารถผลักดันยอดสินเชื่อคงค้าง(Outstanding)อยู่ที่ประมาณ101,028ล้านบาทสูงขึ้นกว่า4.48%เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนผลการดำเนินงานของ SME D Bank ในครึ่งแรกของปี 2569  เติบโตสวนทางภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังอยู่ในภาวะชะลอตัว รวมถึง สูงกว่าสินเชื่อเอสเอ็มอีในระบบสถาบันการเงินทั่วไป เนื่องจาก SME D Bank มีนโยบายชัดเจนที่่จะเป็น "ร่มที่กางแล้วไม่มีวันหุบ" คอยเคียงข้างเป็นลมใต้ปีกช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต่อเนื่องในทุกสถานการณ์ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการดูแลเอสเอ็มอีอย่างใกล้ชิด อีกทั้ง มีการสื่อสารชัดเจนตั้งแต่ระดับบริหารจนถึงระดับปฏิบัติการ ช่วยให้การทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน นอกจากนั้น ยังปรับปรุง ระเบียบ คำสั่ง ที่เป็นอุปสรรค ควบคู่กับผ่อนปรน คุณสมบัติผู้กู้และหลักประกัน ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงสินเชื่อได้มากยิ่งขึ้น  ขณะที่ด้าน“การพัฒนา”ช่วยยกระดับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกว่า5,243รายเน้นด้านสนับสนุนการตลาดยุคใหม่ส่งเสริมใช้เทคโนโลยีนวัตกรรม- AIเพิ่มรายได้บัญชีการเงินรวมถึงลดต้นทุนส่งเสริมใช้พลังงานสะอาดสร้างการเติบโตยั่งยืนผ่านกิจกรรมOnsiteควบคู่Onlineเช่นจัดงาน“TikTok Live Commerce EXPO 2026”นำInfluencerและKOLมารีวิวและขายสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจัดตลาดSME D Marketให้ผู้ประกอบการออกบูธฟรีรวมถึงมีกระบวนการพัฒนาทักษะUpskill-Reskillด้วยแพลตฟอร์มDX(dx.smebank.co.th)ใช้บริการสะดวกสบายทุกที่ตลอด24ชม.เน้นหลักสูตรสำคัญเช่นการทำตลาดด้วยAIการบริหารต้นทุนการเงินและเตรียมพร้อมสู่แหล่งทุนเป็นต้นโดยมีผู้ประกอบการสมัครสมาชิกและใช้บริการแพลตฟอร์มDXแล้วกว่า11,165รายสูงขึ้นกว่า15.47%เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนและมียอดสมาชิกสะสมรวมกว่า56,538รายอีกทั้งให้ความช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มเปราะบางประคับประคองและพลิกฟื้นปรับปรุงกิจการกว่า11,697รายคิดเป็นวงเงินกว่า23,649ล้านบาทส่งผลให้ภาพรวมบริหารจัดการสินเชื่อไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPLs)มีประสิทธิภาพลดลงเหลือณสิ้นเดือนมิ.ย. 2569อยู่ที่ประมาณ7.56%โดยแบ่งเป็นNPLsก่อนปี2558อยู่ที่ประมาณ5.08%และเป็นNPLsหลังปี2558อยู่ที่ประมาณ2.48%อีกทั้งให้ความสำคัญด้านบริหารความเสี่ยงด้วยการตั้งสำรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอย่างต่อเนื่องทำให้สถานะNCR (NPL Coverage Ratio)หรืออัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพสูงถึงประมาณ166.69%สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและมีเสถียรภาพทางการเงินของธนาคารนายพิชิตกล่าวต่อว่าสำหรับแนวทางการทำงานของSME D Bankในครึ่งปีหลังมุ่งสานต่อความช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างต่อเนื่องเน้นใน3อุตสาหกรรมหลักที่เป็นอนาคตของเศรษฐกิจไทยได้แก่อาหารเกษตรแปรรูปและWellnessสอดคล้องนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการยกระดับเศรษฐกิจใหม่ตามแนวทางสีเขียวสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านการทำงานใน3มิติสำคัญได้แก่“1.มิติเข้าถึงแหล่งทุน”สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนผ่านโครงการสินเชื่อนโยบายรัฐ(Public Service Account : PSA)อัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง3%ต่อปีคงที่3ปีแรกผ่อนชำระนานสูงสุดถึง10ปีวงเงินกู้สูงสุด30ล้านบาทประกอบด้วยสินเชื่อSME Green Productivity,สินเชื่อปลุกพลังSMEและสินเชื่อBeyondติดปีกSMEช่วยเสริมสภาพคล่องยกระดับธุรกิจและปรับเปลี่ยนใช้พลังงานสะอาด“2.มิติยกระดับเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ” Upskill-Reskillผ่านกิจกรรมทั้งOnsiteควบคู่Onlineเน้นยกระดับเสริมศักยภาพเพิ่มรายได้ลดต้นทุนและปรับสู่ธุรกิจสีเขียวอย่างยั่งยืนและ“3.มิติช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเปราะบาง”ผ่านแนวทาง3ลดได้แก่1.ลดเงินต้น2.ลดอัตราดอกเบี้ยและ3.ลดค่างวดโดยธนาคารจะพิจารณาตามความสามารถของกิจการช่วยให้ผู้ประกอบการลดภาระการเงินรักษาการจ้างงานธุรกิจอยู่รอดและเดินหน้าต่อได้

PTTGC สุดล้ำ AI ดันกำไร อัพอีบิทดา 300 ล้านดอลล์
อ่าน

PTTGC สุดล้ำ AI ดันกำไร อัพอีบิทดา 300 ล้านดอลล์

#PTTGC #ทันหุ้น - PTTGC โชว์แผนสุดไฮเทค นำเทคโนโลยีดิจิทัลยกประสิทธิภาพครบสูตรทั้งซัพพลายเชน มั่นใจอัพอีบิทดาเพิ่ม 300 ล้านดอลลาร์ โชว์เบื้องต้นใช้ AI โรงไฮโดรเจนเพิ่มอีบิทดาได้ถึง 2 หลัก เดินหน้าขยายสู่ผลิตภัณฑ์อื่น ปรับแผนใช้เอไอแบบไม่รู้จบ มองซัพพลายตะวันออกกลางลดลง ส่วนจีนเชื่อไม่เพิ่มไปกว่านี้ นายพรศักดิ์  มงคลตรีรัตน์  ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจเพื่อความเป็นเลิศ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC บริษัทที่มุ่งเน้นการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล อาทิเช่น AI, Robot , Cloud Computing, IoT เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การวางแผน การผลิต ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการทำตลาด รวมถึงปรับกระบวนการทำงาน  เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระดับโลก ซึ่งเป็นการดำเนินแนวทาง Holistic Optimization ซึ่งเป็นการยกระดับประสิทธิภาพแบบองค์รวมของ GC  เทคโนโลยีดิจิทัล  โดยมีเป้าหมายการสร้างการเติบโตกำไร EBITDA (กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย) เพิ่มขึ้นสะสมให้ได้ถึง 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573 เมื่อเทียบกับปีฐาน 2568 โดยมีหลักการ 3 Smart ประกอบด้วย 1. Smart Operations การใช้ดิจิทัลเพิ่มขีดความสามารถโรงงานให้ทำงานได้แบบ Real-Time ตลอดเวลา 2. Smart Sales and Marketing การยกระดับการขายทั้งในมิติด้านราคาและปริมาณ และ 3. Smart Office การปรับปรุงกระบวนการทำงานหรือ Work Process ให้กระชับ ฉับไว และมีประสิทธิภาพสูงสุด@สุดล้ำนำเทคเพิ่มกำไรในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดหาวัตถุดิบ โดยมีการวิเคราะห์ข้อมูลความต้องการของตลาดและสภาพของโรงงาน เพื่อคัดเลือกวัตถุดิบหรือน้ำมันดิบที่มีความเหมาะสมที่สุดจากที่มีอยู่หลายร้อยประเภททั่วโลก นอกจากนี้บริษัทยังนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้สำหรับการซ่อมบำรุงอัจฉริยะ โดยใช้ข้อมูลการเดินเครื่องจักรที่สะสมมากว่า 30 ปี มาสอน AI ให้เรียนรู้สภาวะของเครื่องจักร ทำให้บริษัทช่วยวิเคราะห์การซ่อมบำรุงได้แม่นยำว่าควรซ่อมจุดไหนและเมื่อใด ช่วยลดค่าใช้จ่ายและลดเวลาการหยุดเดินเครื่องรวมถึงการใช้ AI Vision เป็น "ดวงตาอัจฉริยะ" ตรวจสอบความสะอาดของเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาดที่เกินความจำเป็น ตลอดจนการนำหุ่นยนต์และโดรนมาใช้ตรวจสภาพท่อในที่สูง เพื่อลดการตั้งนั่งร้าน ลดการใช้แรงงานคน และเพิ่มความปลอดภัยให้กับพนักงานไม่เพียงเท่านั้นยังนำ AI มาช่วยวิเคราะห์ความต้องการของตลาด ว่าลูกค้าต้องการสินค้าประเภทใด และข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งต่อไปยังระบบวิเคราะห์เพื่อคัดเลือกวัตถุดิบและวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกัน เพื่อสร้างสรรค์สินค้าชนิดใหม่ๆ ที่ตรงใจลูกค้าและตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้"บริษัทประสบความสำเร็จในการนำระบบ Intelligent Hydrogen Network มาใช้บริหารจัดการโรงงานผลิตไฮโดรเจน โดยระบบจะสั่งการให้โรงงานที่มีต้นทุนต่ำที่สุดผลิตไฮโดรเจนให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า เพื่อลดการสูญเสียและไม่มีไฮโดรเจนเหลือทิ้ง  และบริษัทมีแผนจะนำแนวคิด Plant Wide Optimization นี้ไปขยายผลต่อในกลุ่มผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์ เช่น เอทิลีน และโพรพิลีน ในลำดับถัดไป"ทั้งนี้ในช่วงปีที่ผ่านมาซึ่งเป็นการเริ่มต้นดำเนินโครงการบริษัทประสบความสำเร็จในการเพิ่มอิบิทด้าในรูปเงินดอลลาร์ได้เป็นตัวเลข 2 หลัก และจะมีการเติบโตเพิ่มมากขึ้นนายพรศักดิ์ ยอมรับว่า แผนในการลงทุนด้านเอไอนั้นจะเป็นการลงทุนอย่างต่อเนื่อง และจะมีการปรับแผนเพื่อให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีตลอดเวลา@ดีมานด์และแผนร่วมทุนสำหรับสถานการณ์ดีมานด์และซัพพลายของตลาดสินค้าเคมีภัณฑ์ยอมรับว่ามีปริมาณสินค้า (Supply) ไหลเข้ามาในตลาด แต่เชื่อว่าปริมาณสินค้าจากจีนจะไม่เพิ่มสูงไปกว่านี้ ส่วนตะวันออกกลางกลับลดลง ขณะที่ปริมาณความต้องการก็เริ่มขยับตัวสูงขึ้นแล้วเช่นกัน ซึ่ง PTTGC วางแผนรับมือแล้ว ส่วนความคืบหน้าโครงการร่วมทุน (JV) กับ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC  ซึ่งเมื่อปลายเดือนเมษายน 2569 มีการลงนามบันทึกข้อตกลงเบื้องต้นระหว่างกันไปแล้ว ปัจจุบันยังอยู่ในระหว่างการศึกษา โดยมีความเป็นไปได้ที่จะนำเทคโนโลยี AI และแนวคิดการเพิ่มประสิทธิภาพเหล่านี้ไปปรับใช้ร่วมกัน โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนภายในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้

Trendy Wash by Urbanway ฉลองครบรอบ 17 ปีตอกย้ำวิสัยทัศน์ “Thailand’s Leading Smart Laundry Platform”
อ่าน

Trendy Wash by Urbanway ฉลองครบรอบ 17 ปีตอกย้ำวิสัยทัศน์ “Thailand’s Leading Smart Laundry Platform”

#ทันหุ้น - ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ธุรกิจร้านสะดวกซักของไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการขยายตัวของสังคมเมือง ไลฟ์สไตล์ที่ให้ความสำคัญกับความสะดวก รวดเร็ว และการนำเทคโนโลยีมายกระดับประสบการณ์ของผู้บริโภค ท่ามกลางการแข่งขันที่กำลังเปลี่ยนจากการขยายสาขา สู่การแข่งขันด้านระบบและเทคโนโลยีในโอกาสฉลองครบรอบ 17 ปี Trendy Wash by Urbanway ได้สั่งสมประสบการณ์และองค์ความรู้จากการดำเนินธุรกิจมายาวนาน ตั้งแต่การบริหารสาขา การพัฒนาเทคโนโลยี ไปจนถึงความเข้าใจในพฤติกรรมของผู้ใช้งานจริง จนกลายเป็นรากฐานสำคัญในการต่อยอดธุรกิจสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำตลาด “Thailand's Leading Smart Laundry Platform” และเป็นความภาคภูมิใจที่ได้เติบโตเคียงข้างอุตสาหกรรมร้านสะดวกซักไทย พร้อมยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมให้เติบโตอย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัลนายนิมิต ตั้งวรารัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เออเบิ้นเวย์ จำกัด ผู้นำแพลตฟอร์มร้านสะดวกซัก Trendy Wash by Urbanway กล่าวว่า ธุรกิจร้านสะดวกซักกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะการแข่งขันไม่ได้อยู่ที่การเปิดสาขาเพิ่มหรือการเลือกทำเลเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการแข่งขันด้านระบบบริหารจัดการ เทคโนโลยี และความสามารถในการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าแนวคิดดังกล่าวสะท้อนผ่านผลการดำเนินงานของ Trendy Wash ในปี 2568 ที่รายได้จากการขายและการให้บริการเติบโตกว่า 119% เมื่อเทียบกับปี 2567 พร้อมได้รับรางวัลด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และการบริหารธุรกิจรวม 9 รางวัลภายในปีเดียว สะท้อนศักยภาพขององค์กรในการพัฒนาแพลตฟอร์ม วางรากฐานการเติบโตระยะยาวบริษัทยังเตรียมเดินหน้าต่อยอดธุรกิจ เพื่อรองรับการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (IPO) ในอนาคต พร้อมยกระดับ Trendy Wash สู่ Thailand's Leading Smart Laundry Platform ที่เชื่อมโยงเจ้าของสาขา ลูกค้า ระบบชำระเงิน การตลาด และบริการหลังการขายไว้บนแพลตฟอร์มเดียวปัจจุบัน Trendy Wash by Urbanway มีเครือข่ายมากกว่า 600 สาขา ครอบคลุม 60 จังหวัดทั่วประเทศ และแพลตฟอร์มมีศักยภาพรองรับผู้ใช้งานได้มากกว่าหลายแสนรายต่อปี ช่วยให้ทั้งสาขาของบริษัทและผู้ประกอบการสามารถบริหารธุรกิจด้วยข้อมูล เทคโนโลยี และระบบที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาวหัวใจสำคัญของโมเดลนี้ คือ ความเร็ว ง่าย และทันสมัย การใช้ข้อมูลเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น ตั้งแต่การเลือกทำเล การกำหนดประเภทเครื่องซักผ้า การออกโปรโมชั่นตามพฤติกรรมลูกค้า ไปจนถึงการติดตามรายได้และสถานะการใช้งานแบบ Real-Time ผ่านแพลตฟอร์มกลางขณะเดียวกัน ลูกค้าสามารถค้นหาสาขา ชำระเงิน รับโปรโมชั่น สะสมสิทธิประโยชน์ และติดตามสถานะการซักผ่านแอปพลิเคชันเดียว ทำให้ทุกการใช้งานกลายเป็นข้อมูลที่ช่วยพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง รวมทั้ง ระบบสนับสนุนที่ครอบคลุมตั้งแต่ Call Center ทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ การแจ้งปัญหาผ่านระบบออนไลน์ ไปจนถึงการเข้าดำเนินการซ่อมหน้างานได้อย่างรวดเร็ว เพื่อช่วยลด Downtime และรักษาประสบการณ์ของลูกค้าให้ดีที่สุด“บนเส้นทางตลอด 17 ปี จากจุดเริ่มต้นของธุรกิจร้านสะดวกซัก วันนี้ Trendy Wash by Urbanway ได้เข้าสู่การเติบโตบทใหม่ สู่การเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงเทคโนโลยี ข้อมูล และบริการครบวงจร เพื่อยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมร้านสะดวกซักไทย ช่วยให้ลูกค้า เจ้าของสาขาแฟรนไชส์ พันธมิตรทางธุรกิจ และพนักงานทุกคน เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน” นายนิมิต กล่าวทิ้งท้าย

BRI คืนหุ้นกู้เต็มจำนวน พร้อม Sold Out 2 โครงการ 3,250 ลบ.
อ่าน

BRI คืนหุ้นกู้เต็มจำนวน พร้อม Sold Out 2 โครงการ 3,250 ลบ.

#ทันหุ้น - บริทาเนีย โชว์วินัยการเงินแข็งแกร่ง ชำระคืนเงินหุ้นกู้รุ่น BRI267A ที่ครบกำหนดไถ่ถอนเต็มจำนวน 567.60 ล้านบาท ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 พร้อมลุยตลาดอสังหาฯครึ่งหลังปี’69 ครอบคลุม 4 ด้าน ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัย การลงทุน และคุณภาพชีวิตในระยะยาว มั่นใจสิ้นปียอดขาย-รายได้ตามเป้านายกฤษณ์ เตชะสัมมา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI ผู้นำการพัฒนาโครงการบ้านจัดสรร ภายใต้แนวคิด Crafted for Better Living ใส่ใจเพื่อชีวิตที่ดีกว่า กล่าวว่า บริษัทฯได้ชำระคืนหุ้นกู้ที่ครบกำหนด(Rollover) รุ่น BRI267A จำนวน 567.60 ล้านบาท ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 เต็มจำนวนตามกำหนดไถ่ถอน โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 บริษัทฯได้ดำเนินการชำระคืนหุ้นกู้ที่ครบกำหนดรุ่น  BRI265A จำนวน 1,083.80 ล้านบาท ตอกย้ำวินัยทางการเงินแกร่ง ที่สามารถชำระคืนหุ้นกู้ได้ครบตามกำหนดทุกรุ่น“บริษัทฯ ให้ความสำคัญเรื่องการบริหารจัดการสภาพคล่องที่มีประสิทธิภาพและวินัยทางการเงินที่เข้มแข็ง เราได้มีการชำระคืนหุ้นกู้ และเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินตามกำหนดอย่างต่อเนื่อง” นายกฤษณ์ กล่าวพร้อมให้ความเห็นว่า ในสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนและภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวอย่างที่เป็นในปัจจุบัน การบริหาร Cash Flow นั้นสำคัญสูงสุดโดยปี 2569 บริทาเนีย มีการเปิดตัวโครงการใหม่ 3 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 3,200 ล้านบาท เน้นทำเลศักยภาพในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด พร้อมทั้งประกาศความสำเร็จในการปิดการขาย (Sold Out) 2 โครงการ ได้แก่ แกรนด์ บริทาเนีย วงแหวน-รามอินทรา มูลค่าโครงการ 2,300 ล้านบาท และแกรนด์ บริทาเนีย กรุงเทพกรีฑา มูลค่าโครงการ 950 ล้านบาท สะท้อนถึงการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคและความเชื่อมั่นในคุณภาพของโครงการ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าจัดกิจกรรมการตลาดอย่างต่อเนื่องตามกลยุทธ์หลักเพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจและสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ครบวงจร ครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่ Britania Investment Property, Britania Wellness Residence, Britania Community และ Britania Care Service ในการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัย การลงทุน และคุณภาพชีวิตในระยะยาว โดยตั้งเป้ายอดขาย (Presale) 5,000 ล้านบาท ยอดโอนกรรมสิทธิ์ (Transfer) 4,000 ล้านบาท และรายได้รวม (Revenue) 3,400 ล้านบาท บริษัทฯ มั่นใจว่าจะสามารถดำเนินงานได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

IROYAL ติดปีก! กำไรทะยานแรง โปรเจ็กต์ใหม่วิ่งชน
อ่าน

IROYAL ติดปีก! กำไรทะยานแรง โปรเจ็กต์ใหม่วิ่งชน

#IROYAL #mai - 2 บิ๊กบอสแห่ง บริษัท อินเตอร์รอแยล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ IROYAL "ภณภัทร เมฆาสุวรรณดำรง" และ "ประภาพรรณ ประภัทรโพธิพงศ์" แทบไม่มีเวลาให้หายใจ เพราะตารางงานแน่นเอี๊ยด เดินสายประชุม เจรจาพันธมิตร และติดตามโครงการกันตั้งแต่เช้าจรดเย็น แว่วมาว่างานในมือยังรอส่งมอบอีกเพียบ ขณะที่โปรเจกต์ใหม่ก็ทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม เทคโนโลยีสื่อสาร และโซลูชันอัจฉริยะแบบครบวงจรของบริษัทที่น่าจับตาไม่แพ้กันคือ "คุณภาพกำไร" ของ IROYAL เพราะนอกจากจะมีฐานะการเงินแข็งแกร่งแล้ว ยังมีภาระหนี้ต่ำมาก โดยมีอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) เพียง 0.08 เท่า ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ก็ทำผลงานโดดเด่น ด้วยอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) สูงถึง 30.87% ติด Top 10 ของบริษัทจดทะเบียนในตลาด mai อีกทั้งปัจจุบันหุ้นยังซื้อขายที่ P/E เพียง 6 เท่ากว่า ๆ ซึ่งสะท้อนว่ามูลค่าหุ้นยังอยู่ในระดับที่น่าจับตาเมื่อเทียบกับศักยภาพของธุรกิจเมื่อทั้งงานในมือยังแน่น โอกาสรับงานใหม่ยังมีเข้ามาไม่ขาดสาย และฐานะการเงินยังแข็งแกร่งแบบนี้ ก็ไม่แปลกที่ชื่อของ IROYAL จะเริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นในหมู่นักลงทุน งานนี้แฟนคลับหุ้น IROYAL คงต้องจับตากันแบบใกล้ชิด เพราะดูแล้วโมเมนตัมธุรกิจยังเดินหน้าแบบไม่มีแผ่ว!

KGEN ทรีนีตี้คาดปี 69 พลิก Turnaround มีกำไร ประเมินปี 70 โตต่อเนื่อง
อ่าน

KGEN ทรีนีตี้คาดปี 69 พลิก Turnaround มีกำไร ประเมินปี 70 โตต่อเนื่อง

#KGEN #ทันหุ้น-บล.ทรีนีตี้ แนะนำ"ซื้อ"หุ้นบริษัท คิง เจน จำกัด (มหาชน) หรือ KGEN ให้ราคาเป้าหมายที่ 2.90 บาท มองว่าบริษัทอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการ Turnaround และกำไรยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในปี 2570 อย่างไรก็ตาม หากมีการแปลง Warrant เต็มจำนวน จำนวนหุ้นจะเพิ่มเป็น 2,541 ล้านหุ้น ทำให้ราคาเหมาะสมแบบ Fully Diluted ลดลงเหลือ 2.38 บาทฝ่ายวิจัยทรีนีตี้ มองว่า KGEN กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญของธุรกิจ จากเดิมที่มีฐานรายได้หลักอยู่ในธุรกิจขนส่ง และยังมีผลขาดทุนต่อเนื่อง ไปสู่การเป็นผู้เล่นใน EV Ecosystem โดยมีโรงงานประกอบรถยนต์ไฟฟ้า OMODA JAECOO หรือ OJMT เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก โรงงานเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบในปี 2569 และอยู่ระหว่างเร่งกำลังการผลิต โดยสมมติฐานยอดขาย OJMT อยู่ที่ 4 หมื่นคันในปี 2569 เพิ่มเป็น 5 หมื่นคันในปี 2570 และเพิ่มเป็น 6 หมื่นคันในปีถัดไป ในขณะที่ FARIZON ซึ่งเป็นรถตู้และรถเพื่อการพาณิชย์ EV จะเป็น New S-Curve เสริม โดยตั้งเป้ายอดขาย 2 พันคัน, 3 พันคัน และ 4 พันคันตามลำดับฝ่ายวิจัยคาดผลดำเนินงานของ KGEN ในปี 2569 จะมีรายได้เพิ่มเป็น 24,960 ล้านบาท จาก 718 ล้านบาทในปี 2568 ก่อนจะเติบโตต่อเนื่องในปี 2570 มาอยู่ที่ 33,063 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นราว 32% YoY ส่วนกำไรในปี 2569 คาดว่าอยู่ที่ 504 ล้านบาท พลิกจากปี 2568 ที่ขาดทุน 136 ล้านบาท ส่วนในปี 2570 กำไรเติบโตต่อเนื่องอยู่ที่ 692 ล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 37% YoYซึ่งมีปัจจัยหนุนจากการรับรู้รายได้จาก OJMT เต็มปีมากขึ้น การขยายยอดขาย FARIZON และ operating leverage หลังรายได้เปลี่ยนระดับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

รับส่วนลด 200 บาท  (เฉพาะบริการ Deep cleaning) เมื่อใช้บริการผ่าน bTaskee ใช้ 0 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

รับส่วนลด 200 บาท (เฉพาะบริการ Deep cleaning) เมื่อใช้บริการผ่าน bTaskee ใช้ 0 ทรูพอยท์

ประหยัด ฿200ที่ bTaskee ลูกค้าทรู รับส่วนลด 200 บาท สำหรับเฉพาะบริการ Deep cleaning เมื่อใช้บริการผ่าน bTaskee ใช้ 0 Pointสิทธิพิเศษสำหรับคนรักบ้าน! กับส่วนลดทำความสะอาด Deep Cleaning มูลค่า 200฿ จาก bTaskee กดรับส่วนลดตอนนี้ และดาวน์โหลดแอปจองบริการได้ที่ https://bit.ly/BTKxTrueDtac เงื่อนไข 1. กรอกส่วนลดในขั้นตอนการจองผ่านแอปพลิเคชันของ bTaskee2. รหัสใช้เป็นส่วนลดได้สำหรับบริการ Deep Cleaning ภายในแอปพลิเคชัน bTaskee เท่านั้น3. ส่วนลดสามารถใช้ในเขตพื้นที่บริการของ bTaskee เท่านั้น ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ (สามารถตรวจสอบพื้นที่ให้บริการผ่านแอปฯ bTaskee)4. สิทธิพิเศษนี้มีจำนวนจำกัด 100 สิทธิ์ ตลอดแคมเปญ5.สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถใช้ร่วมกับโปรโมชันอื่นได้ และไม่สามารถโอน เปลี่ยนแปลง และแลกเป็นเงินสดได้6. สิทธิพิเศษนี้ใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 31 ธันวาคม 25697.การใช้สิทธิ์ต้องเป็นไปตามข้อตกลงและนโยบายของบริษัท สามารถดูข้อกำหนดและนโยบายของ bTaskee เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.btaskee.com/th8. สอบถามรายละเอียดของบริการ หรือแจ้งปัญหาในการใช้งานโค้ดส่วนลด กรุณาติดต่อ bTaskee โทร. 02-113-1345 หรือผ่าน LINE Official @btaskeeth

ตรวจ DNA Premium รายงานผลมากกว่า 500+ รายการ พิเศษ เพียง 7,000.- (ปกติ 11,900.-) ใช้ 0 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

ตรวจ DNA Premium รายงานผลมากกว่า 500+ รายการ พิเศษ เพียง 7,000.- (ปกติ 11,900.-) ใช้ 0 ทรูพอยท์

ประหยัด ฿4900 ที่ GeneusDNA ลูกค้าทรูใช้ทรูพอยท์ 0 คะแนน ตรวจ DNA Premium รายงานผลมากกว่า 500+ รายการ พิเศษ เพียง 7,000.- (ปกติ 11,900.-)ไขความลับสุขภาพเชิงลึกจากผลตรวจ DNA การรายงานผลกว่า 500+ รายการ ผ่านการวิเคราะห์เซลล์เม็ดเลือดขาว โดยนวัตกรรมจาก Geneus DNA ให้ผลตรวจสุขภาพ ครอบคลุมทั้งการตรวจโรคทางพันธุกรรม การตรวจพรสวรรค์ การตรวจความถนัด การวางแผนลดน้ำหนัก อาหาร และวิตามิน เพื่อให้คุณเข้าใจพันธุกรรมของตัวเอง และดูแลสุขภาพได้อย่างตรงจุดถึงระดับ DNA ด้วยขั้นตอนง่ายๆ แค่ใช้น้ำลายเท่านั้น- Siam Square One, 2nd floor- Seacon Square Srinagaridra, G floor - Central Eastville, 1st floor- Park Silom, L floor เงื่อนไข 1. โค้ดมีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ ทาง บริษัทฯ จะไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี2. กดรับสิทธิ์ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์เท่านั้น งดรับสิทธิ์จากภาพถ่าย/ภาพบันทึกหน้าจอ (Screenshot)3. สงวนสิทธิ์งดให้บริการหากลูกค้าทำการกดตัดสิทธิ์ หรือไม่มีโค้ดเพื่อใช้สแกนรับสิทธิ์4. ในกรณีที่โค้ดถูกขโมย ทำลาย หรือนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของโค้ด บริษัทฯจะไม่ทำการคืนเงินในทุกกรณี5. หากโค้ดชำรุดหรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ ทางร้านมีสิทธิ์ปฏิเสธงดให้บริการ6. โค้ดส่วนลดนี้ ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือคืนเป็นเงินสดได้7. บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ตามช่องทางที่กำหนด และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้ การพิจารณาและการตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สิ้นสุดข้อกำหนดและเงื่อนไข8. 1 ท่าน /1 สิทธิ์ /ตลอดแคมเปญ