รีเซต

ผลการค้นหา “#PariwatRoblox” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
เป็นไปได้ไหม ถ้าคอมเครื่องนี้ มี "บางสิ่ง" อยู่ข้างใน ? | NO PLAYER ONLINE [DEMO]

เป็นไปได้ไหม ถ้าคอมเครื่องนี้ มี "บางสิ่ง" อยู่ข้างใน ? | NO PLAYER ONLINE [DEMO]

NO PLAYER ONLINE | https://store.steampowered.com/app/2701800/No_Players_Online/ สมัครเป็น "แฟนตัวกลม" | https://www.youtube.com/channel/UC705OZcYT8ysriJ93eiQVeg/join โดเนทให้นายน็อตตัวกลม | https://tipme.in.th/notto-nbk สนับสนุนค่าโกโก้ป๋าน็อต | Super Thanks , Super Chat , Super Stickers ช่องทางการติดต่อ ติ๊กต็อก | https://www.tiktok.com/@nottonbk แฟนเพจ | https://www.facebook.com/NottoNBK/ กลุ่ม ดินแดนของป๋าน็อต | https://www.facebook.com/groups/2059358350800958 อีเมล | nanobreakch@gmail.com ::: สนใจติดต่อโฆษณาหรือสปอนเซอร์ ::: ⭐ ติดต่อทีมงาน Online Station ⭐ Email | os.influencer@truedigital.com ใครที่ทำช่อง Youtube และสนใจเข้าสังกัด Online Station สมัครได้ที่นี่ : https://caster.online-station.net/​​​ Online Station ช่วยให้ช่องคุณเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีรายได้เพิ่มมากขึ้น มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว OS Caster กันนะครับ 🖥️ Notty's Machine Specification Mainboard | ROG Strix Z790-F Gaming WIFI CPU | Intel i9 13900K GPU | Nvidia RTX 4090 RAM | Corsair Vengeance DDR5 Bus 5600 Mhz SSD | Samsung 980 Pro 1TB PSU | Thermaltake Toughpower GF3 1350W Gold AIO | NZXT Kraken X73 RGB CASE | NZXT H7 Flow Black

DITTO ได้ฤกษ์! เปิดจอง Blu Green Token 3-13 ก.ค. นี้ ชูผลตอบแทนเฉลี่ย 10.35%
อ่าน

DITTO ได้ฤกษ์! เปิดจอง Blu Green Token 3-13 ก.ค. นี้ ชูผลตอบแทนเฉลี่ย 10.35%

#DITTO #ทันหุ้น - บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (DITTO) ได้ฤกษ์ขาย Blu Green Token (BLU) ผนึก บริษัท โทเคน เอ็กซ์ จำกัด (Token X) เดินหน้ารับจองเริ่ม 3-13 กรกฎาคม 2569 นี้ รายย่อยวงเงิน ไม่เกิน 3 แสนบาท รายใหญ่ไม่จำกัด ราคา 1.20 บาทต่อโทเคน จำนวน 400 ล้านโทเคน ระดมทุนไม่เกิน 480 ล้านบาท เผยบริษัทหลักทรัพย์อินโนเวสท์ เอกซ์ (InnovestX) ร่วมบริษัทหลักทรัพย์รายใหญ่เป็นตัวแทนแนะนำโทเคนดิจิทัล สนใจจองผ่านแอปพลิเคชั่น Token Xนายฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DITTO และบริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด (STCT) เปิดเผยความคืบหน้าถึง โครงการระดมทุนผ่าน Blu Green Token ว่า ล่าสุดมีความคืบหน้าไปมากโดยจะเปิดให้ผู้ลงทุนจองซื้อ Blu Green Token ในวันที่ 3-13 กรกฎาคม 2569 โดยมี Token X ผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัลร่วมกับ InnovestX เป็นผู้ช่วยในการจัดจำหน่ายโทเคนดิจิทัลร่วมกับบริษัทหลักทรัพย์อื่น ๆ ในฐานะตัวแทนแนะนำโทเคนดิจิทัลความร่วมมือกับ Token X ครั้งนี้เป็นการเปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงการลงทุนคาร์บอนเครดิตและมีส่วนร่วมในโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ดำเนินการตามมาตรฐานสากล พร้อมรับผลตอบแทนจากการขายคาร์บอนเครดิต โดยมีอัตราผลตอบแทนประมาณการเฉลี่ยต่อปี (IRR) กรณีฐานร้อยละ 10.35 ตลอดอายุโครงการโทเคนดิจิทัลนอกจากนี้โครงการยังมีกลไกคุ้มครองผู้ถือโทเคนดิจิทัล โดย DITTO จะทำหน้าที่ผู้สนับสนุนทางการเงินที่จำเป็นสำหรับใช้ในการชำระผลตอบแทนทบต้นสะสมและเงินลงทุนเริ่มต้นของโทเคนดิจิทัล ในกรณีที่การจำหน่ายคาร์บอนเครดิตไม่เป็นไปตามแผน ซึ่งผู้ถือโทเคนดิจิทัลมีสิทธิได้รับผลตอบแทนสะสมในอัตราร้อยละ 3.0 ต่อปี ตามเงื่อนไขระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ลงทุน“โครงการ Blu Green Token เป็นการต่อยอดธุรกิจคาร์บอนเครดิต ที่ได้จากการปลูกป่าชายเลน ดำเนินการโดย STCT ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ DITTO โดยโครงการนี้ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาแล้ว 3 ปี มีพื้นที่ป่าชายเลนที่ใช้เป็นทรัพย์สินอ้างอิงครอบคลุมพื้นที่ 17,531.04 ไร่ และขึ้นทะเบียนโครงการภายใต้มาตรฐาน Standard T-VER และ Premium T-VER ขององค์การบริหารก๊าซเรือนกระจก (อบก.) อีกทั้งพื้นที่ป่าดังกล่าวสามารถดูดซับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงกว่าป่าฝนเขตร้อน 4-10 เท่า จึงถือว่าเป็นป่าที่มีศักยภาพ” นายฐกร กล่าวด้านนายวันรบ บุญธรรม ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน (Chief Investment Officer) Token X ผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) ที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า Token X ในฐานะผู้พัฒนาและผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัลได้ร่วมมือกับ STCT ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ DITTO เปิดให้นักลงทุนที่สนใจจองซื้อ Blu Green Token ผ่านแอปพลิเคชั่น Token X ตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เริ่มเวลา 9.00 น. ถึงวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 เวลา 15.30 น. ด้วยราคาเสนอขาย 1.20 บาทต่อโทเคน มูลค่าจองซื้อขั้นต่ำเพียง 1,200 บาท (1,000 โทเคน) โดยจำนวนโทเคนดิจิทัลที่เสนอขายไม่เกิน 400 ล้านโทเคน รวมมูลค่าทั้งสิ้นไม่เกิน 480 ล้านบาท อายุโครงการ 7 ปีข้อมูลสำหรับผู้ลงทุนสำหรับผู้ลงทุนรายย่อยสามารถจองซื้อโทเคนดิจิทัลได้ในวงเงิน ไม่เกิน 300,000 บาทต่อราย ในขณะที่ ผู้ลงทุนรายใหญ่ ผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ และผู้ลงทุนสถาบันไม่จำกัดวงเงินลงทุน โทเคนดิจิทัลเสนอขายในราคา1.20บาทต่อโทเคน โดยกำหนดจำนวนจองซื้อขั้นต่ำที่1,000โทเคน(1,200บาท)ทั้งนี้ นักลงทุนที่สนใจสามารถจองซื้อBlu Green Tokenในตลาดแรกผ่านแอปพลิเคชันToken Xตั้งแต่วันที่ 3กรกฎาคม พ.ศ. 2569เวลา 9.00 น. ถึงวันที่ 13กรกฎาคม พ.ศ. 2569เวลา 15.30 น. ผู้สนใจสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://blufinance.co/ หรือเว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต. market.sec.or.th/public/ipos/IPOSTD01.aspx?TransID=667397lang=thคำเตือน:ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

เกมนี้มันพยายามจะ "ฆ่าผม" งั้นเหรอ? | Is this Game Trying to Kill Me? Preface

เกมนี้มันพยายามจะ "ฆ่าผม" งั้นเหรอ? | Is this Game Trying to Kill Me? Preface

Is this Game Trying to Kill Me? | สมัครเป็น "แฟนตัวกลม" | https://www.youtube.com/channel/UC705OZcYT8ysriJ93eiQVeg/join โดเนทให้นายน็อตตัวกลม | https://tipme.in.th/notto-nbk สนับสนุนค่าโกโก้ป๋าน็อต | Super Thanks , Super Chat , Super Stickers ช่องทางการติดต่อ ติ๊กต็อก | https://www.tiktok.com/@nottonbk แฟนเพจ | https://www.facebook.com/NottoNBK/ กลุ่ม ดินแดนของป๋าน็อต | https://www.facebook.com/groups/2059358350800958 อีเมล | nanobreakch@gmail.com ::: สนใจติดต่อโฆษณาหรือสปอนเซอร์ ::: ⭐ ติดต่อทีมงาน Online Station ⭐ Email | os.influencer@truedigital.com ใครที่ทำช่อง Youtube และสนใจเข้าสังกัด Online Station สมัครได้ที่นี่ : https://caster.online-station.net/​​​ Online Station ช่วยให้ช่องคุณเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีรายได้เพิ่มมากขึ้น มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว OS Caster กันนะครับ 🖥️ Notty's Machine Specification Mainboard | ROG Strix Z790-F Gaming WIFI CPU | Intel i9 13900K GPU | Nvidia RTX 4090 RAM | Corsair Vengeance DDR5 Bus 5600 Mhz SSD | Samsung 980 Pro 1TB PSU | Thermaltake Toughpower GF3 1350W Gold AIO | NZXT Kraken X73 RGB CASE | NZXT H7 Flow Black Disclosure: I received a free review copy of this product from https://www.keymailer.co #NottoNBK #IsThisGameTryingToKillMePrefac #keymailer

จ่ายเพียง 890.- เมื่อซื้อ Laser Hair Removal Underarm + Pico White Underarm  ใช้ 0 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

จ่ายเพียง 890.- เมื่อซื้อ Laser Hair Removal Underarm + Pico White Underarm ใช้ 0 ทรูพอยท์

ลูกค้าทรู ใช้ทรูพอยท์ 0 คะแนนรับบริการ Laser Hair Removal Underarm + Pico White Underarmจำนวน 2 ครั้ง ราคา 890 บาทจากราคาปกติ 2,800 บาทสอบถาม และนัดรับบริการก่อนล่วงหน้า ก่อนเข้ารับ บริการ 1 วัน ที่หมายเลข : 098-098-0098 เงื่อนไข1. สามารถใช้สิทธิ์ภายในเดือนที่กดรับรหัสแล้วเท่านั้น ไม่สามารถใช้ข้ามเดือนได้ (นัดรับบริการก่อนล่วงหน้า 1 วันก่อนเข้ารับบริการ)2. ในกรณีที่มีการกดรหัสแล้วไม่ได้นำไปใช้ภายในระยะเวลา ไม่ว่ากรณีใดๆ ทาง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี3. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้4. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้5. สิทธิพิเศษมีจำนวนจำกัด6. สิทธิพิเศษสามารถใช้ได้ 27 สาขา/ เบอร์ติดต่อ เบอร์ 098-098-00987. 1 ท่าน /1 สิทธิ์ ตลอดระยะเวลาแคมเปญ

IRPCลั่นมาร์จิ้นไตรมาส2สูง เดินหน้าแผนกลยุทธ์ดันกำไร
อ่าน

IRPCลั่นมาร์จิ้นไตรมาส2สูง เดินหน้าแผนกลยุทธ์ดันกำไร

#IRPC  #ทันหุ้น - IRPC  คาดแนวโน้ม “มาร์จิ้น-สเปรด” ยังขยับสูงขึ้น แม้ต้นทุนบางตัวเช่นประกันถีบสูงเป็นร้อยเท่า ทว่าในภาพรวมยังติดตามความเสี่ยงขาดทุนสต๊อกหากสงครามอิหร่านคลี่คลายจริง เผยแผน 5 ปีลงทุนโครงการต่อเนื่องและซ่อมบำรุงรวม 1 หมื่นล้านบาท ไม่รวมโอกาสในโครงการใหม่ๆนางสาวทอแสง ไชยประวัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บัญชีและการเงิน บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC เปิดเผยว่า แนวโน้มไตรมาส 2/2569 คาดมาร์จิ้นและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ (Spread) ปิโตรเคมียังคงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2569 แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะปรับตัวสูงขึ้น ตามราคาน้ำมัน ขณะที่สถานการณ์ความไม่แน่นอนในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซได้ส่งผลให้อุปทานปิโตรเคมีในตลาดภูมิภาคและระดับโลกตึงตัว*เฝ้าระวังอย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงต้องเฝ้าระวังความเสี่ยงจากการขาดทุนสต๊อกน้ำมัน (Stock Loss) หากทิศทางราคาน้ำมันดิบเริ่มปรับตัวลดลงหลังจากสถานการณ์ความขัดแย้งคลี่คลาย โดยสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ คาดการณ์หากความไม่สงบในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย ราคาน้ำมันดิบอาจปรับตัวลดลงมาอยู่ในกรอบประมาณ 80-90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ยังถือว่าเป็นระดับที่สูงอยู่ดีเนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานบางส่วนได้รับความเสียหายจากสงครามและต้องใช้เวลาในการกลับมาดำเนินการผลิตให้ได้เท่าเดิมโดยที่ผ่านมาผลจากความไม่สงบยังทำให้ค่าประกันภัยเรือขนส่งน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 100 เท่า จากระดับหลักพันดอลลาร์ต่อ 1 ล้านบาร์เรล พุ่งสูงขึ้นเป็นระดับหลักแสนดอลลาร์ ซึ่งผลกระทบสุดท้ายโดยประมาณเป็นต้นทุนเพิ่มขึ้นประมาณ 5 เซ็นต์ต่อบาร์เรลส่วนการบริหารจัดการซับพลายน้ำมันดิบมั่นใจยังทำได้ดีตามแผน สำหรับในเดือนกรกฎาคม บริษัทสามารถจัดหาได้แล้วประมาณ 70% และกำลังทยอยมองหาซับพลายเพิ่มเติมในระดับราคาที่เหมาะสมเพื่อให้สอดคล้องกับแผนการผลิต*เร่งกำไรนางสาวสุจิตรา เผือกพิบูลย์ ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส การเงินและนักลงทุนสัมพันธ์ IRPC กล่าวว่า เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจพร้อมเพิ่มอัตรากำไร IRPC ได้เร่งดำเนินกลยุทธ์ 4R และ 3S ครอบคลุมทั้ง 1. Recapitalize 2. Reform 3. Revitalize 4. Reinvent และ 1. Smart Operations 2.Smart Materials 3.Smart Lifeโดยรวมถึงการทำ Asset Monetization โดยร่วมมือกับ PTT Tank เพื่อแสวงหาลูกค้าใหม่เข้ามาใช้บริการคลังและบรรจุภัณฑ์ รวมถึงการแสวงหาพันธมิตรมาร่วมลงทุนในพื้นที่ที่ดินของบริษัทที่มีอยู่จำนวนมาก ทั้งในเขตประกอบการจังหวัดระยอง และที่ดินนอกเขตประกอบการอย่างพื้นที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างพัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์มร่วมกับ IRPC Clean Power *แผนลงทุนนางสาวมนทกานติ์ นาราช ผู้จัดการอาวุโส นักลงทุนสัมพันธ์ IRPC กล่าวว่า บริษัทได้ตั้งงบลงทุนรวม 5 ปี (พ.ศ. 2569-2573) ไว้ที่ประมาณ 10,000 ล้านบาท แต่เฉพาะในปี 2569 นี้ กำหนดวงเงินลงทุนไว้ประมาณ 1,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่จะใช้สำหรับโครงการต่อเนื่องเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ รวมถึงการซ่อมบำรุงรักษาทั่วไปโดยงบลงทุนดังกล่าวยังไม่รวมโครงการใหม่ที่มีความน่าสนใจและมีโอกาสเติบโตสูง ซึ่งหากมีโครงการที่มีความชัดเจนและสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่า บริษัทพร้อมจะพิจารณาอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมเป็นรายโครงการในอนาคต

WHA โบรกคาดกำไรปีนี้ทำ All time high ครึ่งปีหลังยอดโอนดีขึ้น
อ่าน

WHA โบรกคาดกำไรปีนี้ทำ All time high ครึ่งปีหลังยอดโอนดีขึ้น

#WHA #ทันหุ้น-บล.ฟิลลิป(ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์หุ้นบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA คงคำแนะนำ"ซื้อ" ให้ราคาพื้นฐานที่ 5.40 บาท โดยคาดว่ายอดโอนที่ดินในไตรมาส 2/69 จะสูงขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/69 จากนิคมใหม่ WHA-ESIE5 เริ่มโอนได้ตั้งแต่ไตรมาส 2/69 แต่เบื้องต้นมองว่ากำไรไตรมาส 2/69 จะชะลอลง QoQ เนื่องจากไม่มีกำไรพิเศษเข้ามาเหมือนไตรมาสแรกปีนี้โดยนิคม WHA-ESIE5 เฟสแรก 3,400 ไร่เป็นนิคมหลักที่จะเข้ามาโอนในปีนี้ ซึ่งบริษัทตั้งเป้าโอนที่ดินจำนวนไร่ใกล้เคียงปีก่อนที่ 2,074 ไร่ แต่จะมีราคาขายเฉลี่ยต่อไร่ที่สูงขึ้น และด้วยมูลค่าที่สูงขึ้นยังทำให้กำไรปีนี้สูงขึ้น YoY และคาดว่าจะสามารถทำ All time high ได้เป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน และคาดว่าแนวโน้มยอดโอนจะเข้ามาดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังขณะที่ในไตรมาส 1/69 WHA รายงานกำไรสุทธิที่ 1,508 ล้านบาทลดลง 27.3% YoY มียอดโอนรวม 296 ไร่ลดลงกว่าปีก่อนที่มีโอนบิ๊กล็อต แต่ในส่วนของรายได้คลังสินค้าให้เช่าและสาธารณูปโภคเติบโตได้ดี แต่ยังไม่สามารถชดเชยได้ โดยในปีนี้บริษัทยังมั่นใจว่ายังสามารถทำยอดขายในไทยได้ตามเป้าถึงมากกว่าที่ 2,300 ไร่ ส่วนเป้าเวียดนาม 200 ไร่ อาจไม่ถึงเป้าจากนิคมอยู่ระหว่างก่อสร้าง ซึ่งประเมินว่าแนวโน้มยอดขายและยอดโอนจะเข้ามาในช่วงครึ่งปีหลังมากกว่าครึ่งปีแรก ปัจจุบันได้เจรจาลูกค้าอยู่หลายกลุ่ม เช่น Battery EV, Data center, Electronics appliance supply chainราคาหุ้น WHA พักเที่ยงปิดที่ 4.80 บาท ลบ 0.04 บาท หรือ 0.83% มีมูลค่าการซื้อขาย 236.55 ล้านบาท

Ethereum Foundation ปรับโครงสร้างระลอกใหม่ รับมือสมองไหล-เร่งสปีดขยายเครือข่าย
อ่าน

Ethereum Foundation ปรับโครงสร้างระลอกใหม่ รับมือสมองไหล-เร่งสปีดขยายเครือข่าย

#ETH #ทันหุ้น - ข้อมูลจาก The Block ได้ระบุว่า Ethereum Foundation หรือ EF กำลังดำเนินการปรับโครงสร้างทีมโปรโตคอล (Protocol team) ขนานใหญ่ เนื่องจากนักพัฒนาชื่อดังอย่าง บาร์นาเบ มอนโนต์ และ ทิม เบย์โก มีแผนจะลาออกจากองค์กร ขณะที่ อเล็กซ์ สโตกส์ อยู่ระหว่างการลาพักร้อนระยะยาว (sabbatical) ตามประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา วิลล์ คอร์คอรัน, เคฟ เว็ดเดอร์เบิร์น และ เฟรดริก จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้นำร่วมกลุ่มงาน (cluster co-leads) ชุดใหม่ โดย เฟรดริก เป็นผู้นำด้านความพยายามวิจัยความปลอดภัยของโปรโตคอล ซึ่งรวมถึงโครงการ Trillion Dollar Security ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ในขณะที่ เว็ดเดอร์เบิร์น เป็นผู้นำทีม zkEVM ซึ่งทาง คอร์คอรัน เองก็ได้มีส่วนร่วมในทีมนี้ควบคู่ไปกับการมุ่งเน้นในเรื่องความปลอดภัยหลังยุคควอนตัม (post-quantum security) รวมถึงความพยายามด้านการวิจัยและพัฒนา (RD) อื่นๆ บล็อกของ EF ระบุว่า นักวิจัยทั้งสามคนล้วนมีส่วนร่วมในความพยายามที่ครอบคลุมการทำงานข้ามทีมและข้ามกลุ่มงานมาโดยตลอด "บทใหม่สำหรับกลุ่มงานโปรโตคอลได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เรากำลังต้อนรับผู้นำและผู้ประสานงานชุดใหม่ พร้อมทั้งสานต่อการทำงานของเราไปสู่การอัปเกรด Glamsterdam, Hegot และ Strawmap" คอร์คอรัน เขียนข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X มูลนิธิ Ethereum ได้ผ่านช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงตามความพยายามในการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งสำคัญเมื่อปีที่แล้ว โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ Ethereum อยู่ในจุดที่สามารถแข่งขันได้มากขึ้น นอกจากการลงทุนมหาศาลในการขยายขนาด (scaling) เครือข่ายหลัก (mainnet) ของ Ethereum แล้ว มูลนิธิยังได้เพิ่มความสำคัญเป็นสองเท่าในด้านการวิจัย เช่น ความปลอดภัยทางควอนตัม, ความเป็นส่วนตัว และการสนับสนุนระบบนิเวศของแอปพลิเคชันที่สร้างบน Ethereum อย่างไรก็ตาม มูลนิธิยังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากชุมชน Ethereum ในวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้นปีนี้หลังจากมีข่าวลือสะพัดว่า พนักงานถูกขอให้ลงนามในข้อตกลงคำมั่นแห่งความจงรักภักดี (loyalty pledge) ที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ บุคคลสำคัญหลายคนในมูลนิธิ Ethereum ได้ลาออกไปแล้ว รวมถึง จอช สตาร์ค เมื่อเดือนที่แล้ว และ โทมัส เค สแตนแชก ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นเวลาไม่ถึงหนึ่งปีหลังจากเขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการบริหารร่วมของมูลนิธิที่ได้รับการปรับโครงสร้างใหม่ นอกจากนี้ นักพัฒนาที่โดดเด่นคนอื่นๆ ของ EF ยังถูกดึงตัวไปร่วมงานกับโปรเจกต์อื่นๆ รวมถึง Tempo อีกด้วย "ในช่วงปีที่ผ่านมา ลำดับความสำคัญด้านโปรโตคอลของเรา โดยเฉพาะงาน 'ปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้งาน' (Improve UX) ได้ดึงความสนใจของผมไปยังคำถามในระยะสั้นมากขึ้น" มอนโนต์ ซึ่งทำงานกับ EF มานานกว่า 6 ปี กล่าวบน X "ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผมรู้สึกตื่นเต้นที่ได้รับมุมมองที่ยึดผลิตภัณฑ์เป็นศูนย์กลางมากขึ้น การทำให้ฟีเจอร์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Ethereum พร้อมใช้งานสำหรับผู้ใช้ในปัจจุบันเป็นสิ่งที่ผมคำนึงถึง เช่นเดียวกับการมีส่วนร่วมในหลากหลายช่องทางที่ Ethereum ถูกสร้างขึ้น" ทีมโปรโตคอลของ EF ซึ่งเดิมคือทีมวิจัยและพัฒนาโปรโตคอล (Protocol RD) เป็นกลุ่มแกนหลักที่มูลนิธิ Ethereum รับผิดชอบในการออกแบบ, วิจัย, พัฒนา และประสานงานโปรโตคอลพื้นฐานของ Ethereum, การขยายขนาด L2 data blobs และการปรับปรุง UX นอกจากนี้ยังเป็นองค์กรแม่ที่ดูแลพื้นที่ส่วนอื่นๆ เช่น การประชุม AllCoreDevs, งานด้านรหัสวิทยา (Cryptography), การสร้างต้นแบบ (Prototyping), ความปลอดภัย (Security), zkEVM, P2P และส่วนงานอื่นๆ ตามผังองค์กรของ EF ปัจจุบันทีมโปรโตคอลกำลังทำงานเพื่อเปิดตัวการอัปเกรดการขยายขนาดครั้งสำคัญครั้งต่อไปของ Ethereum ที่ชื่อว่า Glamsterdam โดยบล็อกระบุว่า Glamsterdam จะมุ่งเพิ่มเพดานขั้นต่ำของค่าแก๊ส (gas limit floor) ใน Ethereum เป็น 200 ล้าน และเริ่มใช้ระบบ Enshrined Proposer-Builder Separation (ePBS) นอกจากนี้ ทีมยังคาดการณ์ว่าจะมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาไปที่การอัปเกรด Hegot ในภายหลัง ซึ่งจะเริ่มเปิดตัวต้นแบบ FOCIL เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับความสามารถในการต้านทานการเซ็นเซอร์ (censorship-resistance) ของ Ethereum ที่มา https://www.theblock.co/post/400835/ethereum-foundation-names-three-new-co-leads-major-protocol-cluster

PTTGC เปิดโรงงาน NatureWorks แห่งใหม่ ผลิต PLA ครบวงจร ในเอเซีย
อ่าน

PTTGC เปิดโรงงาน NatureWorks แห่งใหม่ ผลิต PLA ครบวงจร ในเอเซีย

#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #PTTGC เปิดโรงงาน NatureWorks แห่งใหม่ ผลิต PLA ครบวงจร ในเอเซียบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต เดินหน้าขยายธุรกิจคาร์บอนต่ำภายใต้กลยุทธ์การสร้างความสมดุลระหว่างธุรกิจและความยั่งยืน (Sustainable Portfolio) ผ่านการร่วมทุนใน NatureWorks ผู้ผลิตไบโอพลาสติก ประเภทโพลีแลคติกแอซิด (Polylactic Acid : PLA) ใหญ่ที่สุดในโลก โดยวันนี้โรงงานแห่งที่ 2 ได้เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการแล้ว ณ โครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมไบโอพลาสติกของไทย สามารถตอบสนองทิศทางของโลกเรื่องความยั่งยืนการเปิดดำเนินการโรงงานแห่งใหม่นี้ สะท้อนวิสัยทัศน์ของ GC ในการมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านนวัตกรรม ประสิทธิภาพการใช้งาน และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดย NatureWorks ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง GC และ Cargill นับเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ ตอบรับความต้องการของตลาดที่ให้ความสำคัญกับวัสดุทางเลือก และเพิ่มความยืดหยุ่นของซัพพลายเชนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงด้านความหลากหลายของวัตถุดิบ ท่ามกลางความผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์https://youtu.be/gdY2HSTR5Zk?si=3_NGGb0fFuWOQNFvโรงงานแห่งนี้เป็นโรงงานผลิตไบโอพลาสติก ประเภท PLA แห่งที่ 2 ของ NatureWorks ภายใต้ชื่อทางการค้า Ingeo™ โดยใช้เทคโนโลยีไบโอพลาสติกระดับโลก และใช้น้ำตาลจากอ้อยที่ปลูกในประเทศไทยเป็นวัตถุดิบ 100% จนได้ไบโอพลาสติก PLA ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 75,000 ตันต่อปี สะท้อนศักยภาพของการพัฒนาอุตสาหกรรมแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำในประเทศ ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับภาคเกษตรกรรมไทย และเชื่อมโยงสู่การใช้งานในอุตสาหกรรมอื่น ๆIngeo™ PLA ของ NatureWorks เป็นไบโอพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้ในสภาวะที่เหมาะสม มีคาร์บอนฟุตปริ้นท์ต่ำ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายประเภท เช่น นำไปผลิตเป็นถุงชา แคปซูลกาแฟ บรรจุภัณฑ์อาหาร อุปกรณ์และของใช้ภายในบ้าน เช่น ชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์สำนักงาน เคสโทรศัพท์ เคสเครื่องสำอาง ผ้าอ้อม ผ้าเช็ดทำความสะอาด หน้ากากอนามัย รวมถึงเส้นพลาสติกที่ใช้ในงานพิมพ์ชิ้นงานสามมิติ (3D Printing) ซึ่งเป็นจุดตั้งต้นของการคิดค้นนวัตกรรมต่าง ๆ เป็นต้น ทั้งนี้ Ingeo™ PLA ของ NatureWorks ได้รับการรับรองจากมาตรฐานสากลในหลายมิติ ทั้งด้านวัตถุดิบชีวภาพและคาร์บอนหมุนเวียน เช่น USDA BioPreferred รวมถึงด้านวัตถุดิบยั่งยืนผ่าน ISCC PLUS เป็นต้นนายสาโรจน์ พุทธธรรมวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีมูลค่าเพิ่ม GC กล่าวว่า “โรงงานแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ NatureWorks ที่สะท้อนทิศทางการเติบโตของวัสดุคาร์บอนต่ำในระดับโลก ท่ามกลางโลกที่มีความผันผวนสูง วัสดุชีวภาพเข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้นในฐานะอีกหนึ่งโซลูชั่นที่ช่วยเสริมความยืดหยุ่นให้ภาคอุตสาหกรรม GC เชื่อมั่นว่า NatureWorks จะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ Sustainable Portfolio พร้อมยกระดับศักยภาพของอุตสาหกรรมไบโอพลาสติกของไทยสู่ระดับภูมิภาคเอเซีย”ด้าน ดร. ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า “โรงงานผลิตไบโอพลาสติกแห่งนี้ถือเป็นการลงทุนที่มีความหมายต่อประเทศไทยอย่างยิ่ง เพราะเป็นการต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบทางการเกษตรของไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและเสริมความมั่นคงให้กับภาคการผลิตในระยะยาว ควบคู่กับการสร้างงาน กระจายรายได้สู่ภูมิภาค และพัฒนาให้พื้นที่แห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านไบโอเทคโนโลยีในอนาคต อีกทั้งยังสอดคล้องกับการขับเคลื่อน Bioeconomy และโมเดลเศรษฐกิจ BCG ของประเทศ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตไบโอพลาสติกที่สำคัญของโลก”ขณะที่ นายอิริค ริพเพิล (Mr. Erik Ripple) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ NatureWorks กล่าวว่า “การเปิดโรงงานที่นครสวรรค์ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายกำลังการผลิตไบโอพลาสติกประเภท PLA เพิ่มเติมจากฐานการผลิตแห่งแรกของเรา ตั้งอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา การมีฐานการผลิตแห่งใหม่ในประเทศไทยจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการตอบสนองความต้องการใช้ไบโอพลาสติก โดยเฉพาะอย่างยิ่งภูมิภาคเอเซีย พร้อมสามารถสนับสนุนลูกค้าในการใช้วัสดุที่ยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กร ควบคู่กับการผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่วัสดุหมุนเวียนที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำกว่า และเสริมความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทานของวัสดุยั่งยืนในภูมิภาคเอเชีย”โรงงานผลิตไบโอพลาสติกแห่งใหม่นี้ ได้รับการออกแบบให้สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ Ingeo™ ได้หลากหลายเกรด เพื่อตอบสนองการใช้งานในอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การเปิดดำเนินการของโรงงานดังกล่าว ยังตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตวัสดุชีวภาพมูลค่าสูงในภูมิภาค และสะท้อนศักยภาพของความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม และภาครัฐ ในการร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม

UAC ปิโตรรับเต็มน้ำมันขาขึ้น เร่งเครื่องผลิตปั๊มกำไรเกินเป้า
อ่าน

UAC ปิโตรรับเต็มน้ำมันขาขึ้น เร่งเครื่องผลิตปั๊มกำไรเกินเป้า

#UAC #ทันหุ้น - UAC ธุรกิจปิโตรเลียมรับอานิสงส์น้ำมันโตแรงตามราคาน้ำมัน เร่งเดินเครื่องผลิตเต็มกำลัง 300 บาร์เรลต่อวัน หนุนรายได้-กำไรดีเกินคาด เดินหน้าลงทุนสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในไทย เล็งขยายลงทุนภูมิภาคเอเซีย ด้านโรงไฟฟ้าชุมชนรับรู้รายได้เต็มปี นายชัชพล  ประสพโชค  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ UAC เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ปัจจุบันธุรกิจปิโตรเลียม (Petroleum) ได้รับประโยชน์อย่างมากจากราคาในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นจากราว 60 - 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 100 - 110 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยปัจจุบันบริษัทมุ่งรักษากำลังการผลิตเต็มที่ ที่ราว 300 บาร์เรลต่อวัน ตามนโยบายของกระทรวงพลังงานที่เน้นการผลิตน้ำมันดิบภายในประเทศ เบื้องต้นคาดการณ์ผลการดำเนินงานของธุรกิจปิโตรเลียมจะเติบโตได้ดีกว่าที่ประมาณการไว้ช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมา  ** รายได้-กำไรเกินคาด“บริษัทเป็นผู้ได้รับสัมปทานการผลิตน้ำมันดิบ โดยมีแหล่งผลิตหลักอยู่ที่จังหวัดสุโขทัย กำลังผลิตที่ประมาณ 300 บาร์เรลต่อวัน เพื่อจำหน่ายให้กับกลุ่มปตท.ทั้งหมด ซึ่งในปีนี้ไม่มีแผนการปิดซ่อมบำรุงทั้ง Partial Overhaul และ Major Overhaul ทำให้สามารถผลิตได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีเพื่อใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ส่งผลให้ทั้ง รายได้และกำไรในส่วนนี้ดีกว่าที่คาดหมายไว้มาก” นายชัชพล กล่าวขณะเดียวกันบริษัทยังเดินหน้าลงทุนพัฒนาด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศไทย เพื่อขยายกำลังการผลิตใหม่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในส่วนของกำไรสุทธิ และมองหาโอกาสที่จะขยายลงทุนในภูมิภาคเอเชียในอนาคตด้านธุรกิจเทรดดิ้ง (Trading) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในธุรกิจหลักของ UAC ปัจจุบันบริษัทเน้นการขายสินค้าที่ให้มาร์จิ้น (Margin) สูงขึ้น ซึ่งส่งผลเชิงบวกต่อบริษัทในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 (1H/69) อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่งสินค้า โดยบริษัทได้เตรียมเจรจากับพันธมิตรในการจัดหารถบรรทุก EV เข้ามาบรรเทาผลกระทบดังกล่าว@ เชื้อเพลิงทดแทนทิศทางดีสำหรับธุรกิจผลิตเชื้อเพลิงขยะ (RDF) เริ่มเห็นความต้องการที่เร่งตัวขึ้นเนื่องจากเป็นเชื้อเพลิงทดแทนที่ระดับราคายังเข้าถึงได้ โดยปัจจุบันโครงการในประเทศอินโดนีเซีย ยังสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ขณะที่โครงการใน สปป.ลาว เริ่มประสบปัญหาการขนส่งและผลิต RDF เนื่องจากการจัดหาน้ำมันเริ่มมีข้อจำกัด       “สำหรับโรงงานที่อินโดนีเซีย ปัจจุบันมีการเดินเครื่องผลิตอย่างเต็มกำลัง เพื่อตอบสนองความต้องการของคู่ค้า แต่ใน สปป.ลาว แม้จะมีความต้องการใช้สูง แต่การดำเนินงานในสปป.ลาวต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญคือ วิกฤตการณ์ขาดแคลนน้ำมันภายในประเทศ บริษัทจึงต้องพยายาม ประคับประคองการดำเนินงานไปก่อน ในขณะที่รอให้สถานการณ์การขาดแคลนน้ำมันคลี่คลายลง”ด้านกลุ่มธุรกิจ Energy (พลังงานทดแทน) ซึ่งเป็นธุรกิจที่การสร้างรายได้ที่มั่นคง (Recuring Income) จากโรงไฟฟ้าชุมชนภูผาม่าน จะเป็นปีแรกที่รับรู้รายได้จากการเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิต 3 เมกะวัตต์ ตลอดทั้งปี 2569 เพื่อจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้
อ่าน

เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้

#ทันหุ้น - บล.ฟินันเซียไซรัส ประเมินแนวโน้มตลาดวันนี้ คาด SET Index จะฟื้นตัวตามตลาดหุ้นทั่วโลกเข้าหากรอบ 1,410-1,420 จุด จากบรรยากาศการลงทุนที่ผ่อนคลายขึ้นระยะสั้นหลังทรัมป์ระบุว่าเลื่อนการโจมตีโรงไฟฟ้าอิหร่านออกไป 5 วัน และกำลังทำการเจรจากับอิหร่านซึ่งมีแนวโน้มที่ดี ภายหลังอิหร่านจะออกมาปฏิเสธว่าไม่มีการเจรจาโดยตรง แต่ปัจจัยดังกล่าวสร้างความผ่อนคลายโดยราคาน้ำมันดิบ Brent ล่าสุดลงมายืนบริเวณ US$100 ต่อบาร์เรล ขณะที่ Bond Yield สหรัฐฯและ Dollar Index กลับมาย่อตัวลง ขณะที่ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นแรงอย่างไรก็ตามเราประเมินว่าสถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนและต้องติดตามพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง โดยตลาดคาดหวังมากขึ้นว่าสงครามอาจสามารถคลี่คลายได้ภายในเดือน เม.ย. ซึ่งหากเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ ต้องจับตาว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวลงเร็วในทันทีด้วยหรือไม่ ซึ่งจะมีผลต่อทิศทางเงินเฟ้อและผลกระทบทางเศรษฐกิจว่าจะรุนแรงมากน้อยและลากยาวเพียงใด (เบื้องต้นเราประเมินว่าจะกระทบชัดเจนขึ้นใน 2Q26) และต้องติดตามการปรับประมาณการเศรษฐกิจของสำนักต่างๆสำหรับปัจจัยในประเทศวันนี้ติดตามตัวเลขส่งออกเดือน ก.พ. (ตลาดคาด +17% y-y) ส่วนครม.ชุดใหม่คาดว่าจะตั้งแล้วเสร็จและเตรียมแถลงนโยบายต่อสภาฯช่วงวันที่ 7-9 เม.ย. โดยต้องจับตาช่วงหลังสงกรานต์ว่าจะเห็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในรูปแบบใดและเปลี่ยนแปลงจากแผนเดิมอย่างไรบ้างจากสถานการณ์พลังงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะ ยังเน้นเก็งกำไรในกลุ่มพลังงานต้นน้ำตามพัฒนาการของสงคราม และพักเงินในกลุ่ม Consumer Staple และ Defensive Play ที่ถูกกระทบจำกัดมากกว่าจากเงินเฟ้อและราคาพลังงานสูงกลยุทธ์ : เน้นลงทุนในหุ้นที่มีกระทบจำกัดต่อความเสี่ยงราคาน้ำมันและเงินเฟ้อจากผลของสงครามหุ้นเด่นเดือน มี.ค. : BDMS, CPALL, CPF, MTC, NSLFSSIA Portfolio : BA, BDMS, CPALL, CPF, ERW, KTB, MTC, OSP, WHAUPหุ้นเด่นวันนี้ : GULF• แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 67.50 บาท• ยังคงเป็นหุ้นที่แนวโน้มการเติบโตแข็งแกร่งและถูกกระทบจำกัดจากสงครามที่ส่งผลให้ราคาพลังงานปรับขึ้น เนื่องจากโรงไฟฟ้าส่วนใหญ่ของ GULF เป็น IPP สามารถส่งผ่านต้นทุนได้ รวมถึงมีส่วนแบ่งกำไรจากบ.ร่วมอย่าง ADVANC เป็นอีกฐานกำไรหลัก• ระยะสั้นกำไร 1Q26 คาดยังแข็งแกร่งต่อเนื่องจากกำลังการผลิตโซลาร์ใหม่ที่ COD ปลายปี 2025 ขณะที่กำไร ADVANC ยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง คาดกำไรปี 2026 +28% y-y หากสงครามคลี่คลายเราคาดว่า GULF ยังเป็นเป้าหมายในการซื้อของกระแสเงินทุนต่างชาติ ระยะยาวได้แรงหนุนจาก Theme Infra-Tech• แนวรับ 54//52 บาท แนวต้าน 57//58 บาทด้าน บล.ดาโอ คาดตลาดเอเซียเช้านี้ กลับมาบวกได้ หลังนักลงทุนกลับมามีความหวังจากฝั่งของสหรัฐฯ ที่ชะลอการโจมตีอิหร่าน ออกไป 5 วัน คาดตลาดหุ้นไทยจะมีการ rebound ด้วยเช่นกัน จากนี้ รอดูว่าสถานการณ์จะไปในทางใด ซึ่งจะมีผลต่อทิศทางตลาดมากกว่าปัจจัยอื่นปัจจัยในประเทศคุมเข้มการจัดหาน้ำมัน: รัฐบาลไทยเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลการจัดหาน้ำมันเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง สั่งการให้มีการตรวจสอบการแสดงราคาและป้องกันการกักตุนอย่างเคร่งครัดในทุกพื้นที่ ผู้กลั่นและผู้ค้ารายใหญ่ต้องรายงานข้อมูลการผลิตและปริมาณสำรองเป็นรายวันเพื่อให้รัฐสามารถควบคุมได้อย่างใกล้ชิดค่าไฟงวดใหม่: คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เตรียมพิจารณาปรับค่าไฟฟ้าสำหรับงวดเดือน พ.ค.- ส.ค. 69 ในวันที่ 25 มี.ค. นี้ โดยอยู่ในช่วง 3.95–4.59 บาท/หน่วย จากงวดปัจจุบันที่ 3.88 บาท/หน่วย หลังต้นทุนก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) พุ่งสูงขึ้น จากความขัดแย้งตะวันออกกลาง ทั้งนี้ภาครัฐยังคงมีแนวโน้มออกมาตรการพยุงค่าไฟฟ้า เพื่อลดผลกระทบค่าครองชีพประชาชน …. มาตรการตรึงค่าไฟฟ้าจะเป็นปัจจัยลบต่อหุ้นโรงไฟฟ้า จากการแบกรับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นค่าเงินบาท: ปิดตลาดที่ 32.92 บาท/ดอลลาร์ ค่าเงินบาทมีทิศทาง อ่อนค่าตามภูมิภาค ประกอบกับได้รับแรงกดดันจาก ราคาทองคำที่ร่วงลงมาแรง ในระหว่างวัน นอกจากนี้ ปัจจัยสำคัญที่ตลาดต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องกระแส Fund Flow: นักลงทุนต่างชาติ ในตลาดหุ้น ขายสุทธิ 6,253 ล้านบาท (รวมตลาด SET และ MAI) ในตลาดตราสารหนี้ นักลงทุนต่างชาติมี ยอดขายสุทธิ 1,867 ล้านบาทปัจจัยต่างประเทศทรัมป์เลื่อนเส้นตายโจมตี: ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเลื่อนแผนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและโรงไฟฟ้าของอิหร่านออกไป 5 วัน หลังทั้งสองฝ่ายเปิดโต๊ะเจรจาเพื่อยุติสงคราม โดยทรัมป์ระบุว่าการพูดคุยเป็นไปอย่าง "ดีเยี่ยมและสร้างสรรค์" แต่ด้านอิหร่าน ปฎิเสธว่าไม่มีการเจรจากับทางสหรัฐฯ …. ตลาดตอบรับในเชิงบวกกับข่าวนี้ เพราะอย่างน้อยก็เห็นท่าทีของทางสหรัฐฯ ที่ผ่อนคลายลงจากวันก่อนสินทรัพย์ถูกเทขายทั่วโลก: วานนี้สินทรัพย์หลายชนิด รวมถึงตลาดหุ้นหลายแห่งทั่งโลก ถูกเทขายจากความกังวลในในเส้นตาย 48 ชม. ที่ทรัมป์กำหนดให้กับอิหร่านตลาดพันธบัตร: มูลค่าพันธบัตรทั่วโลกหายไปกว่า 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนมี.ค. เพียงเดือนเดียว ซึ่งเป็นสถิติการร่วงลงรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 3 ปี โดย Bond Yield 10 ปี สหรัฐฯ พุ่งแตะระดับ 4.42% วานนี้ ซึ่งยังคงสะท้อนถึงความกังวลด้านเงินเฟ้อ ที่พุ่งสูงขึ้นจากวิกฤตพลังงาน และตลาดมองว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงยาวนานกว่าที่ตลาดเคยประเมินไว้หรือมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก็เป็นได้ หากสถานการณ์เงินเฟ้อพุ่งสูงกว่าที่คาดตัวเลขเศรษฐกิจและ EventTH - Customs Exports YoY; (คาดการณ์: 17.34%, ครั้งก่อน: 24.40%)Technical : BCH, KAMARTขณะ บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี 1,390 แนวต้าน 1,410 – 1,420 คาดดัชนีมีโอกาสฟื้นตัว หลังเริ่มมีสัญญาณการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐ – อิสราเอล กอปรกับราคาน้ำมันดิบเริ่มปรับลดลง แนะนำทยอยซื้อในกลุ่ม Value เช่น ADVANC,TRUE,SCB,KTB,GULF,CPF,CPAXT /เก็งกำไร THAI,AAV,BA,GPSC,BGRIM จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลงหุ้น IVL ให้ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 22.70 บาท โดยแนวโน้มราคาเม็ดพลาสติกปรับตัวขึ้นจากภาวะสงครามในตะวันออกกลางที่กระทบต่อ supply chain ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี โดย IVL ได้ประโยชน์จาก spread integrated PET ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งจากการขาดแคลน feedstock (MEG) ของผู้ผลิตทางฝั่งเอเชีย ส่งผลให้ภาวะอุปทานล้นตลาดก่อนหน้านี้ผ่อนคลายลง นอกจากนี้ IVL ยังมีข้อได้เปรียบจากการกระจายความเสี่ยงของโรงงานไปยังหลายภูมิภาคไม่ได้พึ่งพิงวัตถุติบจากตะวันออกกลางเป็นหลัก ส่วนผลประกอบการในปี 69 ตลาดคาดพลิกเป็นกำไรสุทธิ 4.1 พันล้านบาท จากปี 68 ที่ขาดทุน 7.3 พันล้านบาทหุ้น ADVANC แนะนำซื้อ / ราคาเป้าหมาย 380.0 บาท โดยมองเป็นหุ้นรับความผันผวนได้ดีจากประเภทของธุรกิจและการจ่ายปันผลที่สม่ำเสมอ(ไม่รวมปันผลพิเศษ) Dividend Payout Ratio ในโซน 80%/ Dividend Yield ในโซน 3-5% ด้านกำไร 4Q68 +YoY, +QoQ มีแรงหนุนทั้งในเชิงรายได้จาก การปลี่ยนอัพแพกเกจมือถือ, การให้บริการลูกค้าองกรณ์(EDS, Cloud), การขาย iPhone17 และ ปัจจัยตามฤดูกาล ขณะที่ฝั่ง Cost กดดันน้อยลงจากค่าใช้จ่ายโครงข่าย ทั้งนี้ ภาพปี69 เรายังมองการเติบโตได้ต่อ กำไร +6%YoY และ ระยะยาวมีมุมมองบวกต่อธุรกิจใหม่ร่วมกับพันธมิตรอย่าง Data Center, Cloud, Virtual Bank

"แม็คโคร–โลตัส" จับมือกรมการค้าภายใน ส่งต่อมะพร้าวน้ำหอมสด คุณภาพดี ช่วยเกษตรกรไทย
อ่าน

"แม็คโคร–โลตัส" จับมือกรมการค้าภายใน ส่งต่อมะพร้าวน้ำหอมสด คุณภาพดี ช่วยเกษตรกรไทย

แม็คโครโลตัส ภายใต้ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) เปิดพื้นที่ให้ชาวสวนมะพร้าวนำผลผลิตสดจากสวนมาจำหน่ายส่งตรงถึงผู้บริโภค โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาด ลดขั้นตอนคนกลาง และบรรเทาผลกระทบจากราคามะพร้าวที่ผันผวน โดยมี นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์, ศูนย์ประสานงานและประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรและอาหาร (AFC) หอการค้าไทย เข้าเยี่ยมชมการจำหน่าย พร้อมด้วย นางศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร และ นายสมนึก ยอดดำเนิน ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินค้าอาหารสด ซีพี แอ็กซ์ตร้า ให้การต้อนรับ ร่วมกับเกษตรกร ณ แม็คโคร สาขานครอินทร์ ตอกย้ำบทบาทของแม็คโครโลตัส เคียงข้างเกษตรกรไทยสร้างรายได้ที่ยั่งยืน ภายในงาน เกษตรกรนำมะพร้าวน้ำหอม และผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว มาจำหน่ายในราคาที่เข้าถึงได้ ได้แก่ มะพร้าวน้ำหอม ลูกละ 15 บาท (7 ลูก 100 บาท) น้ำมะพร้าวบรรจุขวด ขวดละ 20 บาท และวุ้นมะพร้าวถ้วยละ 20 บาท ช่วยเพิ่มรายได้และเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเลือกซื้อผลผลิตคุณภาพจากแหล่งผลิตโดยตรง ทั้งนี้ แม็คโคร และ โลตัส เปิดพื้นที่ให้เกษตรกรจำหน่ายระหว่างวันที่ 1831 มีนาคม 2569 ใน 10 สาขา ได้แก่ แม็คโคร ลาดพร้าว, ศรีนครินทร์, บางบอน, ศาลายา, นครอินทร์ และโลตัส สุขาภิบาล 1, บางนา, พัฒนาการ, รามอินทรา และบางกะปิ เพื่อเร่งระบายผลผลิตสู่ตลาด พร้อมตั้งเป้ารับซื้อและกระจายมะพร้าว 3 ล้านลูกภายในเดือนเมษายน และรวมกว่า 6 ล้านลูกตลอดปี 2569 เพื่อเสริมเสถียรภาพราคาและเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้เกษตรกรไทย

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ร่วมกับ มูลนิธิโครงการหลวง จัดงาน โครงการหลวง สินค้าคุณภาพ สู่ ซีพี แอ็กซ์ตร้า 2569
อ่าน

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ร่วมกับ มูลนิธิโครงการหลวง จัดงาน โครงการหลวง สินค้าคุณภาพ สู่ ซีพี แอ็กซ์ตร้า 2569

แม็คโคร-โลตัสภายใต้ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)เดินหน้าสนับสนุนเกษตรกรชาวเขา จับมือ มูลนิธิโครงการหลวง เปิดงานโครงการหลวง สินค้าคุณภาพ สู่ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ประจำปี2569สานต่อความร่วมมือในการรับซื้อผลผลิตจากมูลนิธิโครงการหลวง คัดสรรผลผลิตคุณภาพสูง ได้มาตรฐาน ในราคาคุ้มค่า เพื่อให้ผู้บริโภคได้เลือกสรร พร้อมช่วยสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ผ่านการส่งเสริมการปลูกพืชผักและผลไม้ที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับพันธกิจร่วมกันของโครงการหลวงและซีพี แอ็กซ์ตร้า ในการผลักดันเกษตรกรและชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยได้รับเกียรติจากนายนาวิน สุขเลิศ หัวหน้าฝ่ายบริหารผลิตผลและผลิตภัณฑ์โครงการหลวงเป็นประธานในพิธีเปิดงาน ร่วมด้วยคณะผู้บริหารจาก ซีพี แอ็กซ์ตร้า พร้อมชมบูธกิจกรรม และจุดจำหน่ายสินค้าโครงการหลวง ณ โลตัส สาขาบางนา โครงการหลวง สินค้าคุณภาพ สู่ ซีพี แอ็กซ์ตร้า 2569 นางศิริพร เดชสิงห์ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่างาน โครงการหลวง สินค้าคุณภาพ สู่ ซีพี แอ็กซ์ตร้า เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง ซีพี แอ็กซ์ตร้า และ มูลนิธิโครงการหลวง โดยมีเป้าหมายในการส่งมอบสินค้าคุณภาพดี ปลอดภัย และได้มาตรฐาน ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงมือผู้บริโภค ผ่านการรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรชาวเขาในเครือข่ายโครงการหลวง พร้อมขยายช่องทางการจำหน่ายผ่านสาขาของแม็คโครและโลตัสทั่วประเทศ ซึ่งช่วยสนับสนุนให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและมีรายได้ที่มั่นคง ตอกย้ำพันธกิจขององค์กรในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน งาน "โครงการหลวง สินค้าคุณภาพ สู่ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ประจำปี2569" จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ - วันที่30เมษายน2569ที่ แม็คโครและโลตัส เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ โดยสามารถเลือกซื้อสินค้าคุณภาพส่งตรงจากเกษตรกรชาวเขา พร้อมพบกับโปรโมชันและราคาพิเศษมากมาย อาทิ คาร์เวียร์โครงการหลวงหนึ่งในวัตถุดิบเลอค่าจากโครงการหลวง มีต้นกำเนิดจากปลาเมืองหนาว ปลาไซบีเรียน สเตอร์เจียน ที่ใช้ระยะเวลาเพาะเลี้ยงยาวนานถึง8ปี บนพื้นที่สูงบนดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีอากาศหนาวเย็น จึงทำให้คุณภาพและรสชาติได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่15มีนาคม2569เฉพาะที่โลตัส สาขาบางนาเท่านั้น สินค้าโครงการหลวงในราคาพิเศษหลากหลายรายการ ทั้ง ผัก ผลไม้ และผลผลิตคุณภาพจากดอย อาทิ ผักกาดหอมห่อ, มะเขือเทศ, สตอเบอรี่, ฟักทองญี่ปุ่น พิเศษ เบบี้คอส และ เบบี้ฮ่องเต้ ซื้อ1แถม1ตั้งแต่วันนี้จนถึง30เมษายน2569ที่โลตัสสาขาที่ร่วมรายการ พิเศษ สำหรับสมาชิกมายโลตัส เมื่อซื้อสินค้าโครงการหลวงครบ599บาท สามารถนำใบเสร็จมาแลกรับฟรี กระเป๋าดอยตุง มูลค่า299บาท (1สิทธิ์/1ใบเสร็จ) ที่จุดบริการลูกค้า ตั้งแต่วันนี้จนถึง30เมษายน2569ที่โลตัสสาขาที่ร่วมรายการ ซีพี แอ็กซ์ตร้า มุ่งดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตามหลักESGครอบคลุมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ โดยการรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงช่วยสร้างความมั่นคงทางรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร โดยเฉพาะเกษตรกรในเครือข่ายโครงการหลวง แต่ยังส่งเสริมมาตรฐานสินค้าเกษตรคุณภาพ ต่อยอดศักยภาพของชุมชน และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

TSS The Super Series เปิดศักราชใหม่ 2026 อย่างทรงพลัง
อ่าน

TSS The Super Series เปิดศักราชใหม่ 2026 อย่างทรงพลัง

TSS The Super Series เปิดศักราชใหม่ 2026 อย่างทรงพลัง! ฉลอง 20 ปี บางแสน กรังด์ปรีซ์ ปูพรมแดงรับทัพรถแข่งระดับโลก ยกระดับมอเตอร์สปอร์ตไทยสู่ Digital Era เต็มตัว กรุงเทพมหานคร (4 มีนาคม 2569) วงการความเร็วในอาเซียนต้องสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อ บริษัท เรซซิ่ง สปิริต จำกัด ผู้จัดการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบระดับนานาชาติ เนรมิตพื้นที่ G Floor, Parade Square ณ One Bangkok จัดงานแถลงข่าวเปิดฤดูกาล TSS The Super Series by B-Quik / B-Quik Thailand Super Series และ Bangsaen Grand Prix 2026 อย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางบรรยากาศสุดล้ำที่ผสมผสานทั้งเสียงเครื่องยนต์และพลังความบันเทิงไว้อย่างลงตัว ก้าวข้ามขีดจำกัด สู่มาตรฐานความเร็วระดับสากล คุณสนธยา คุณปลื้ม ประธานจัดการแข่งขันฯ และ คุณปรีดา ตันเต็มทรัพย์ รองประธานจัดการแข่งขันฯ ร่วมเผยวิสัยทัศน์ที่ทำให้ปี 2026 เป็นมากกว่าแค่การแข่งขันรถยนต์ แต่คือการยกระดับ "ระบบนิเวศมอเตอร์สปอร์ต" ของไทยให้เทียบชั้นสากล โดยในปีนี้ TSS ยังคงได้รับการรับรองจาก ร.ย.ส.ท. ภายใต้กฎเกณฑ์ของ FIA อย่างเข้มงวด ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การนำเทคโนโลยี PSG Ride Height Laser จากเยอรมนีมาใช้ในการตรวจสภาพรถเพื่อความยุติธรรมสูงสุด พร้อมผนึกกำลังกับ onGRID Digital Ecosystem เปลี่ยนผ่านข้อมูลจากสนามแข่งสู่ปลายนิ้วสัมผัสของแฟนๆ และทีมแข่งแบบ Real-time ตอกย้ำภาพลักษณ์ยุค Data-Driven มอเตอร์สปอร์ต เข้มข้นทุกรุ่นการแข่งขัน พร้อมแคมเปญสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ในปีนี้ รุ่นเรือธงอย่าง Super Car GT3 / GTM / GT4 ยังคงเป็นหัวใจหลัก โดยมีการทำงานร่วมกับ SRO ในการกำหนดค่า BOP (Balance of Performance) เพื่อให้การขับเคี่ยวสูสีและเร้าใจที่สุด GTM Campaign: สิทธิพิเศษสำหรับทีมที่ใช้ Porsche 992.1 GT3 Cup รับ Parts Voucher 5,000 ยูโร พร้อมโอกาสทองสำหรับแชมป์ปี 2026 ที่จะได้รับสิทธิ์ Free Entry ในรายการ PCCA 2027 Endurance Cup The Special Guest: พบกับการปรากฏตัวของ DXM NP01 รถแข่งสายพันธุ์ดุจากฝรั่งเศสที่จะมาสร้างสีสันใหม่บนแทร็กไทย Pickup Power: รุ่น Thailand Super Pickup ปรับโฉมใหม่ยกเลิกการแบ่งคลาส D1/D2 เพื่อปลดล็อกความแรงให้แฟนๆ ได้ลุ้นกันแบบไม่มีเบรก 2 ทศวรรษแห่งความภูมิใจ: Bangsaen Grand Prix 20th Anniversary ช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอยคือการฉลอง 20 ปี บางแสน กรังด์ปรีซ์ โดยได้รับเกียรติจาก คุณทัชชภณ ปิ่นทอง รองนายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข ร่วมย้อนรอยความสำเร็จจากสนามแข่งริมหาดเล็กๆ สู่สนาม FIA Grade 3 ที่สร้างเม็ดเงินสะพัดจากการท่องเที่ยวกว่า 3 ล้านคนต่อปี เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษนี้ สนามบางแสน สตรีท เซอร์กิต ได้มีการอัปเกรดความปลอดภัยและทัศนียภาพครั้งใหญ่ พร้อมรับทัพ Support Race ระดับโลก อาทิ Formula 4 SEA, Porsche Carrera Cup Asia และรายการน้องใหม่อย่าง Eighty Six Challenge by Racewerks นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวหนังสือที่ระลึก "20 ปี Bangsaen Grand Prix" ที่รวบรวมทุกความทรงจำอันทรงคุณค่าไว้ในเล่มเดียว เมื่อ "ดนตรี" บรรจบกับ "มอเตอร์สปอร์ต" อีกหนึ่งเซอร์ไพรส์ที่สร้างสีสันให้กับงานคือโชว์สุดพลังจากวง Alters ศิลปิน T-POP จากค่าย XEBIS ENTERTAINMENT ที่มาปลุกอะดรีนาลีนให้คนในงาน พร้อมประกาศความร่วมมือในการถ่ายทำ Music Video ณ สนามบางแสน เพื่อสื่อสารภาพลักษณ์ Sport Tourism ของไทยไปสู่สายตาคนรุ่นใหม่ทั่วโลก แฟนความเร็วเตรียมตัวให้พร้อมกับตารางการแข่งขันตลอดทั้งฤดูกาลที่อัดแน่นไปด้วยความท้าทาย ปฏิทินการแข่งขัน TSS 2026 Test Days: 2223 เมษายน 2569 | Chang International Circuit, Buriram สนามที่ 1: 2124 พฤษภาคม | Chang International Circuit, Buriram สนามที่ 2: 15 กรกฎาคม | Bangsaen Street Circuit, Chonburi (Bangsaen Grand Prix 20th Anniversary) สนามที่ 3: 2123 สิงหาคม | Petronas Sepang International Circuit, Malaysia สนามที่ 4: 1820 กันยายน | Petronas Sepang International Circuit, Malaysia สนามที่ 5: 30 ตุลาคม 1 พฤศจิกายน | Chang International Circuit, Buriram พันธมิตรผู้ร่วมขับเคลื่อนความสำเร็จ ความยิ่งใหญ่ในปีนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างเหนียวแน่นจาก B-Quik / Toyota / เครื่องดื่มเอสโคล่า / Idemitsu / / Bangkok Airways ในปีนี้ Bangkok Airways ร่วมอัดฉีดรางวัลตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ ให้แชมป์ประจำปี 2026รวมถึง Amerasian Fragrance Research ที่เข้ามามอบความสดชื่นให้กับทีมงานและแฟนรายการตลอดทั้งปี 2026 ติดตามข่าวสารแบบเกาะขอบสนามได้ที่: Facebook / YouTube: Thailand Super Series Website: www.thailandsuperseries.net TikTok / Instagram : @thailandsuperseries ===========================

Morgan Stanley รุกเปิดธนาคารคริปโท มั่นใจอนาคตสินทรัพย์ดิจิทัล
อ่าน

Morgan Stanley รุกเปิดธนาคารคริปโท มั่นใจอนาคตสินทรัพย์ดิจิทัล

#คริปโทเคอร์เรนซี #ทันหุ้น - ข้อมูลจาก The Block ได้ระบุว่า Morgan Stanley ยังไม่หยุดเพียงเท่านี้กับโลกคริปโต ยักษ์ใหญ่แห่งวอลล์สตรีทได้ยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งธนาคารทรัสต์ระดับชาติใหม่ (de novo national trust bank charter) ซึ่งจะอนุญาตให้บริษัทสามารถรับฝาก (Custody) สินทรัพย์ดิจิทัลได้ ตามรายงานจาก Bloomberg เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ระบุว่า จะใช้ใบอนุญาตดังกล่าวในการให้บริการวางค้ำประกันเหรียญ (Staking) และการซื้อขายสำหรับลูกค้ากลุ่มการลงทุนด้วยเช่นกัน ตามรายงานของ Bloomberg ทั้งนี้ คำขอจาก "Morgan Stanley Digital Trust" สำหรับใบอนุญาตธนาคารระดับชาติใหม่ได้ถูกยื่นเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ตามข้อมูลบนเว็บไซต์ของสำนักงานผู้ตรวจการเงินแผ่นดินสหรัฐฯ (OCC) แม้ว่ารายการที่ปรากฏต่อสาธารณะจะยังไม่ได้รวมรายละเอียดเพิ่มเติมไว้ก็ตามความเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนและต่อเนื่องในจุดยืนด้านคริปโตของ Morgan Stanley โดยในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ธนาคารได้เปลี่ยนจากแนวทางที่ระมัดระวังไปสู่การเปิดรับสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างมั่นใจมากขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มในวงกว้างของเหล่าสถาบันการเงินดั้งเดิมเมื่อเดือนที่แล้ว ธนาคารได้แต่งตั้ง เอมี โอลเดนเบิร์ก (Amy Oldenburg) ผู้บริหารระดับวุฒิสภา ให้ก้าวขึ้นมานำกลยุทธ์สินทรัพย์ดิจิทัลในตำแหน่งที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ และเมื่อต้นปีที่ผ่านมา Morgan Stanley ได้ยื่นขอจดทะเบียนกองทุน Spot Bitcoin และ Solana ETFs พร้อมทั้งประกาศแผนที่จะเปิดตัวกระเป๋าเงินดิจิทัล (Digital wallet) ของตนเองภายในปลายปีนี้การยื่นคำขอต่อ OCC ของ Morgan Stanley เกิดขึ้นหลังจากที่บริษัทสายคริปโตโดยกำเนิดได้รับอนุมัติแบบมีเงื่อนไข ซึ่งรวมถึงบริษัทล่าสุดอย่าง Crypto.com และ Bridge ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Stripe นอกจากนี้ ในความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ก่อนหน้า OCC ยังได้อนุมัติแบบมีเงื่อนไขให้แก่ Ripple, Circle, BitGo, Fidelity Digital Assets และ Paxos ไปเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาที่มา https://www.theblock.co/post/391641/morgan-stanley-doubles-down-on-crypto-files-for-bank-charter-to-custody-digital-assets-and-offer-staking-bloomberg

WHA ปักธงแตะ 2 หมื่นล้าน นิคม 2.5 พันไร่-ดีลใหญ่อื้อ
อ่าน

WHA ปักธงแตะ 2 หมื่นล้าน นิคม 2.5 พันไร่-ดีลใหญ่อื้อ

#WHA #ทันหุ้น - WHA ได้ตั้งเป้าหมายผลงานปี 2569 รายได้แตะ 20,000 ล้านบาท อีบิทดามาร์จิ้นสูงเกิน 45% วางเป้ายอดขายที่ดินรวม 2,500 ไร่ แย้มเซ็นขายรายใหญ่ 900 ไร่ อีก 400 ไร่จ่อ พร้อมขยายธุรกิจโลจิสติกส์และโมบิลิตี้ รวมถึงเพิ่มการบริหารจัดการน้ำ-พอร์ตพลังงานไฟฟ้า โชว์กำไรนิวไฮ 5,135 ล้านบาท ปันผล 0.2107 บาท นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA เปิดเผยว่า แนวโน้มผลประกอบปี 2569 บริษัทได้ตั้งเป้าหมายรายได้และส่วนแบ่งกำไรปกติ 20,000 ล้านบาท อัตราความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานจริง (EBITDA Margin)มากกว่า 45% จาก 5 ธุรกิจหลัก โดยปีนี้เป็นปีแห่งความท้าทายรอบด้าน ซึ่งมองเป็นโอกาสของไทยในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานสะอาด และระบบนิเวศอุตสาหกรรมครบวงจร เพื่อรองรับเศรษฐกิจใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม EV,เซมิคอนดักเตอร์,ดาต้าเซ็นเตอร์,คลาวด์ และพลังงานหมุนเวียน@ นิคมเป้า 2,500 ไร่สำหรับธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม บริษัทตั้งเป้ายอดขายที่ดินปี 2569 รวม 2,500 ไร่ แบ่งเป็นไทย 2,300 ไร่ และเวียดนาม 200 ไร่ ซึ่งบริษัทบริหารนิคมอุตสาหกรรม 17 แห่งในประเทศไทยและเวียดนาม บนพื้นที่รวม 88,900 ไร่ ในปี 2568 มียอดขายที่ดิน 1,340 ไร่ ยอดโอน 2,074 ไร่ปัจจุบันมียอดขายรอโอน (Backlog) ประมาณ 1,000 ไร่ พร้อมยอดการแสดงเจตจำนงที่จะซื้อ (LOI/MOU) รอเซ็นสัญญา 1,700 ไร่ และล่าสุด ในไตรมาส 1/2569 สัญญา LOI/MOU ได้แปลงเป็นสัญญาซื้อขายเรียบร้อยแล้วกับลูกค้ารายหนึ่ง พื้นที่กว่า 900 ไร่ นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้า 1 ราย อีก 400 ไร่ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าประเภทชิ้นส่วนสำคัญของยานยนต์โดยในปี 2569 บริษัทจะเดินหน้าพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอัจฉริยะ โดยเฉพาะ WHA Eastern Seaboard Industrial Estate 5 (WHA ESIES) พื้นที่ 6,490 ไร่ ซึ่งคาดว่าเริ่มโอนได้ในไตรมาส 1/2569 ด้านประเทศเวียดนาม บริษัทมุ่งขยายเขตอุตสาหกรรมเพิ่มในจังหวัดเหงะอาน และทัญชว้า โดยเฉพาะ WHA Smart Technology Industrial Zone 1 and 2 - Thanh Hoa พื้นที่ 2,210 ไร่ รวมถึงจังหวัดใหม่อย่างรึงเอียนและดานังเพื่อรองรับการย้ายฐานการผลิต@ ขยายโลจิสติกส์-โมบิลิกส์ธุรกิจโลจิสติกส์ ในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าหมายเพิ่มสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการเป็นประมาณ 3,437,000 ตารางเมตร จากปี 2568 ที่มีพื้นที่คลังสินค้าและโรงงานรวม 3,241,949 ตารางเมตร โดยมีโครงการให้เช่า พื้นที่ใหม่ประมาณ 200,000 ตารางเมตร ผ่านการพัฒนาเฟสใหม่ของ WHA Mega Logistics Center เทพารักษ์ กม.21 (เฟส 3) และชลหาร พิจิตร กม.4 โครงการ 2 รวมถึงเปิดโครงการใหม่ในทำเลยุทธศาสตร์อย่าง WHA Manufacturing Park 331 พร้อมกันนี้ มีแผนขายทรัพย์สินหรือสิทธิการเช่าเข้ากองทรัสต์ WHART และ WHAIR รวม 193,000 ตารางเมตร มูลค่าราว 4,700 ล้านบาทธุรกิจโมบิลิตี้ ภายใต้แบรนด์โมบิลิกส์ ในปี 2569 บริษัทจะเน้นสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมการให้บริการแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่ การให้เช่ารถยนต์ไฟฟ้า บริการเครือข่ายสถานีชาร์จ และ Mobilix Software Solution ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลกรีนโลจิสติกส์อัจฉริยะสำหรับจัดการยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี โดยบริษัทตั้งเป้าหมายจะให้บริการเช่ารถ EV สะสม 637 คัน จากปี 2568 ที่ให้บริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้าสะสมรวม 387 คัน@ธุรกิจน้ำ-ไฟฟ้าขยับเพิ่มธุรกิจสาธารณูปโภคตั้งเป้าหมายว่า WHAUP ในปี 2569 จะมียอดจำหน่ายและบริหารจัดการน้ำรวมเพิ่มเป็น 170 ล้านลูกบาศก์เมตร จากปี 2568 ที่มี 160 ล้านลูกบาศก์เมตร แบ่งเป็นประเทศไทย 122 ล้านลูกบาศก์เมตร และเวียดนาม 38 ล้านลูกบาศก์เมตร พร้อมขับเคลื่อนแพลตฟอร์ม Smart Water เพื่อยกระดับการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการขยายระบบสาธารณูปโภคและพัฒนาแหล่งน้ำสำรอง เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำของกลุ่มลูกค้าดาต้าเซ็นเตอร์ที่สูงกว่าปกติถึง 12-16 เท่า อีกทั้งยังผลักดันโซลูชัน Water Reclamation การหมุนเวียนน้ำกลับมาใช้ใหม่ รวมถึงการฟื้นฟูและการพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำ เสริมความยั่งยืนของทรัพยากรน้ำในระยะยาวส่วนธุรกิจไฟฟ้า ในปี 2569 บริษัทจะเดินหน้าขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนในไทยและเวียดนาม รองรับความต้องการพลังงานสีเขียวของภาคอุตสาหกรรมและแรงกดดันด้าน Decarbonization ตั้งเป้าสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ลงนามสะสม 1,124 เมกะวัตต์ จากปี 2568 ที่มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมตามสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 1,026 เมกะวัตต์ ซึ่งดำเนินการแล้ว 715 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 311 เมกะวัตต์ พร้อมพัฒนาโครงการ Solar Private PPA, Feed-in-Tarif และ Direct PPA ควบคู่ การพัฒนาโซลูชันพลังงานหมุนเวียนธุรกิจดิจิทัล ในปี 2569 WHA Digital ยังมุ่งเน้นการพัฒนา Mobilix Software Solution ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับจัดการยานพาหนะไฟฟ้า (EV) และแบตเตอรี เพื่อสนับสนุนธุรกิจโมบิลิตี้ และการพัฒนา WHASApp แอพพลิเคชันการ สื่อสารระหว่างลูกค้าและทีมงาน WHA ที่พร้อมด้วยฟีเจอร์ครบครัน ตั้งแต่แพลตฟอร์ม CO2ZERO ช่วยบริหาร จัดการคาร์บอนฟุตพรินต์ ตลอดจนการจัดการขยะรีไซเคิลผ่านโครงการ WeCYCLEบริษัทตั้งงบลงทุนรวมไว้ที่ 16,500 ล้านบาท ในปีนี้ แบ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรม 9,000 ล้านบาท โลจิสติกส์ 3,700 ล้านบาท สาธารณูปโภคและพลังงาน 2,900 ล้านบาท โมบิลิตี้ 600 ล้านบาท และดิจิทัล 300 ล้านบาท ตั้งเป้าอัตราหนี้สินสุทธิต่อทุนต่ำกว่า 1.2 เท่า สะท้อนความแข็งแกร่งทางการเงินและการเติบโตอย่างยั่งยืน@ ปันผล 0.2107 บ. สำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 มีรายได้และส่วนแบ่งกำไร 18,232 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 5,135 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติ 18,108 ล้านบาท ขณะที่กำไรปกติ 5,261 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% เทียบปีก่อน ทุบสถิติรอบใหม่ สร้าง New Record High ต่อเนื่องติดต่อกันเป็นปีที่ 4 โดยล่าสุดบอร์ดเคาะจ่ายปันผลรวมทั้งปี หุ้นละ 0.2107 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 10.5% YoY จ่อขึ้น XD วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 กำหนดจ่ายเงิน ปันผล 28 พฤษภาคม 2569

SFLEX ส่งต่อโอกาสทางการศึกษา รร.บ้านโป่งยอ จ.ลพบุรี
อ่าน

SFLEX ส่งต่อโอกาสทางการศึกษา รร.บ้านโป่งยอ จ.ลพบุรี

คุณสมโภชน์ วัลยะเสวี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ที่5จากซ้าย) บริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SFLEX พร้อมด้วย คุณอภิชาติ การุณกรสกุล (ที่4จากซ้าย) ประธานมูลนิธินวัตกรรมทางสังคม ร่วมกับ บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) และมูลนิธิกระจกเงา เดินหน้าส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทย ผ่านโครงการสนับสนุนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ จำนวน 12 เครื่อง ให้แก่โรงเรียนบ้านโป่งยอ จังหวัดลพบุรี เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ การศึกษา ทั้งในด้านดิจิทัล สื่อออนไลน์ รวมไปถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนสามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ

มิตรภาพคือเวทมนตร์ที่ทำให้หัวใจเต้น Heartopia × My Little Pony การคอลแลปส์สุดพิเศษพร้อมกันทั่วโลก 14 กุมภาพันธ์นี้
อ่าน

มิตรภาพคือเวทมนตร์ที่ทำให้หัวใจเต้น Heartopia × My Little Pony การคอลแลปส์สุดพิเศษพร้อมกันทั่วโลก 14 กุมภาพันธ์นี้

Ba~ba~สวัสดีนักพัฒนาทุกคน! กิจกรรมคอลแลปส์สุดพิเศษที่ทุกคนรอคอย Heartopia × My Little Pony เปิดตัวทั่วโลกแล้ววันนี้!ร่วมสนุกในกิจกรรมเพื่อปลดล็อกไอเทมหายาก ฟื้นคืนชีพต้นไม้แห่งความปรองดอง สะสมเหรียญที่ระลึก และอื่นๆ อีกมากมาย!มิตรภาพคือเวทมนตร์ที่ทรงพลังที่สุด!ลิ้งค์ดาวน์โหลดสำหรับเวอร์ชันมือถือ👉🏻https://tap.io/4p1tPsaลิ้งค์ดาวน์โหลดสำหรับเวอร์ชัน PC👉🏻https://heartopia.xd.com/thติดตามโซเชียลมีเดีย เพื่อรับข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม~Youtube: https://www.youtube.com/@Heartopia-THFacebook: https://www.facebook.com/HeartopiaTH/Tiktok: https://www.tiktok.com/@heartopia_thInstagram: https://www.instagram.com/heartopia_th/Discord: https://discord.gg/heartopia1. วิดีโอโปรโมทการคอลแลปส์ไม่อยากจะเชื่อเลย...ต้นไม้แห่งความปรองดองเดินทางข้ามประตูมิติมาปรากฏตัวใกล้ๆ กับเกาะวาฬแล้วเหล่า Little Pony ต่างรอคอยความช่วยเหลือจากนักพัฒนาทุกท่าน มาร่วมสัมผัสธาตุที่เป็นมิตร รดน้ำและฟื้นฟูต้นไม้ลึกลับนี้ เพื่อช่วยให้พวกมันได้กลับบ้านเกิดของตัวเองกันเถอะ2. ภาพรวมกิจกรรมคอลแลปส์เวลากิจกรรม: 7/2/2026 6:00 - 25/3/2026 5:59 (ตามเวลา SVT)[เชื่อมต่อกับโลก My Little Pony]ข้อมูลกิจกรรม: ในช่วงกิจกรรม ล็อกอินทุกวันเพื่อเปิดจิ๊กซอว์ คลิกที่ชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ไหนก็ได้ด้ที่หน้าจอ เพื่อเปิดจิ๊กซอว์และรับรางวัลความคืบหน้า เปิดจิ๊กซอว์ทั้ง 7 ชิ้นให้ครบ รับฟรีรางวัลบัตรงานแสดงจำกัดเวลา*12 และชุดมาสคอตสไปค์[คืนชีพต้นไม้แห่งความปรองดอง]เวลากิจกรรม: 14/2/2026 6:00 - 25/3/2026 5:59 (ตามเวลา SVT)ข้อมูลกิจกรรม: คืนชีพต้นไม้แห่งความปรองดอง รับฟรีรางวัลบัตรงานแสดงจำกัดเวลา*30 คริสตัลแสงจันทร์*600 อัญมณีพลังงานสามัคคี และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย(1) สัมผัสขึ้นบันไดสายรุ้ง เพื่อไปที่ต้นไม้แห่งความปรองดอง ทุกวันแค่สัมผัสต้นไม้แห่งความปรองดอง จะสุ่มได้รับธาตุ 3 ชนิดจากทั้งหมด 6 ชนิด เช่น เวทมนตร์ ซื่อสัตย์ ใจกว้าง ภักดี เมตตา และเสียงหัวเราะ และรับอัญมณีพลังงานสามัคคี*3(2) สั่นพ้องแชร์ธาตุให้นักพัฒนาคนอื่นผ่านการสั่นพ้อง และการสั่นพ้องจะไม่ใช้ธาตุที่ตัวเองมี หลังจากสั่นพ้องแล้ว ทนักพัฒนาและเป้าหมายที่สั่นพ้องด้วยจะได้รับธาตุทั้งหมดที่อีกฝ่ายมี (ทุกวันสามารถสั่นพ้องได้สูงสุด 20 ครั้ง)(3) รดน้ำเมื่อมีธาตุอย่างน้อย 1 ชนิดแล้ว จะรดน้ำต้นไม้แห่งความปรองดองได้ ทุกวันหลังรดน้ำธาตุแต่ละชนิด จะได้รับความคืบหน้าอุทิศพลังงาน 1 แต้ม (ทุกวันรับความคืบหน้าอุทิศพลังงานสูงสุด 6 แต้ม) ทุกวันรดน้ำครั้งแรก จะได้รับอัญมณีพลังงานสามัคคี*2 เพิ่ม เมื่อสะสมความคืบหน้าอุทิศพลังงานถึงเป้าหมาย จะได้รับรางวัลตามกำหนดสำคัญ: ใช้อัญมณีพลังงานสามัคคี เพื่อสุ่มกาชาเหรียญที่ระลึก My Little Pony ในกิจกรรม [ของที่ระลึก] ได้สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หน้ากิจกรรมในเกม[ของที่ระลึก]ข้อมูลกิจกรรม: สะสมเหรียญที่ระลึกของธีม รับฟรีบัตรงานแสดงจำกัดเวลา*30 และเหรียญที่ระลึกพิเศษเพิ่มเติม(1) ใช้อัญมณีพลังงานสามัคคี เพื่อสุ่มกาชาเหรียญที่ระลึกจาก 3 ธีมที่แตกต่างกัน ได้แก่ "ส่องประกาย", "ดวงดาว", "ดอกสายรุ้ง"เหรียญที่ระลึกของธีมทั้ง 3 ชุด จะมีเหรียญที่ระลึกรุ่นหายากเซทละ 1 แบบ รับได้จากการทำกิจกรรม [คืนชีพต้นไม้แห่งความปรองดอง] ครบตามกำหนด หรือรับจากการสุ่มกาชาได้(2) เหรียญที่ระลึกใช้จัดแสดงในบ้านได้ เหรียญที่ระลึกที่ซ้ำ สามารถมอบให้นักพัฒนาคนอื่นได้ที่หน้ากิจกรรม (ทุกวันมอบเหรียญให้นักพัฒนาแต่ละคนได้สูงสุด 5 ชิ้น)(3) เมื่อสะสมเหรียญที่ระลึกจากธีม "ส่องประกาย", "ดวงดาว", "ดอกสายรุ้ง" ครบตามธีม จะได้รับรางวัลสะสมบัตรงานแสดงจำกัดเวลา*30 สะสมเหรียญครบ 3 ธีม จะได้รับเหรียญที่ระลึกชุด [รถแข่งหมู่บ้าน], [โชคชะตาหมู่บ้าน] เพิ่ม(4) สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หน้ากิจกรรมในเกม[งานแสดงลูกโอ๊กทองคำ ของดีหายาก Rainbow Power]เวลากิจกรรม: 14/2/2026 6:00 - 25/3/2026 5:59 (ตามเวลา SVT)ข้อมูลกิจกรรม: นักพัฒนาใช้บัตรแสดงเพื่อสุ่มนิทรรศการหลักของดีหายากใหม่ "Rainbow Power ทไวไลท์ สปาร์คเคิล", "Rainbow Power แอปเปิลแจ็ค", "Rainbow Power ฟลัทเทอร์ชาย", "Rainbow Power เรนโบว์ แดช","Rainbow Power แรร์ริตี้", "Rainbow Power พิงกี้พาย" เมื่อสุ่มมีโอกาสได้รับชุดแฟชั่น Rainbow Power และพาหนะลิมิเต็ด สมบัติที่สุ่มได้ในช่วง กิจกรรมจะไม่ซ้ำกัน และการันตีจะได้รับสมบัติครบทั้งหมดในงานแสดงนี้ภายใน 6 ครั้ง เมื่อสุ่มได้ของดีหายาก (รางวัลใหญ่) จะได้รับรางวัลที่เหลือทั้งหมดทันทีสำคัญ: โปรดทราบ ทรงผมลิมิเต็ดที่ได้จากงานคอลแลปส์นี้ ไม่สามารถเปลี่ยนสีได้[สะสมพาหนะพลังรุ้ง]ข้อมูลกิจกรรม: สะสมพาหนะพลังรุ้ง เพื่อรับรางวัลบัตรงานแสดง; สะสมพาหนะพลังรุ้ง ครบทั้ง 6 รุ่น เพื่อรับรถรุ่นพิเศษ [แก่นแท้แห่งมิตรภาพ] เพิ่มอีก 1 คัน!แนะนำเกมเว็บไซต์เกม: https://heartopia.xd.com/thภายใต้การนำของดวงดาวลึกลับ ผู้เล่นที่นี่จะรับบทเป็น "นักพัฒนา" พร้อมสุ่มผู้เล่น 11 คน จะถูกพาผ่านโกลาหลของมิติเวลาและอวกาศ สู่เกาะที่เต็มไปด้วยความสุขและความมีชีวิตชีวา เหตุการณ์ลึกลับ และสีสันอันสดใสนักพัฒนาจะมีพื้นที่ส่วนตัวของตัวเอง สถานที่ที่เป็นที่ดินแดนในฝันสามารถสร้างบ้านได้อย่างอิสระในเมืองที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ โดยจะเริ่มจากการรวบรวมวัสดุก่อสร้างและอิฐด้วยตัวเอง ไปจนถึงการค่อยๆ สร้างบ้าน การทาสีภายในและภายนอกด้วยสีที่ชอบ จัดโต๊ะ เก้าอี้ เตียง ของตกแต่งภายใน โคมไฟ และเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างพิถีพิถันด้วยตัวเอง พร้อมกับประสบการณ์อันน่าอัศจรรย์ ที่จะช่วยให้คุณเริ่มต้นชีวิตในเมืองที่สมบูรณ์แบบนอกจากอิสระในการสร้างและดีไซน์แล้ว นักพัฒนายังสามารถปลดล็อกภารกิจ งานอดิเรกต่างๆ ได้ไม่ว่าจะเป็น เลี้ยงแมว ทำสวน ทำอาหาร จับแมลง ดูนกและตกปลา แถมยังสามารถจัดปาร์ตี้ใหญ่ๆ ในคฤหาสน์ส่วนตัว ไปเยี่ยมเพื่อน ปลดล็อกและค้นพบเรื่องราวลึกลับที่น่าติดตามมากมายที่ซ่อนอยู่ในเมืองแห่งความสุขนี้ แมทซ์ชุดตามใจ มาประชันความงามกับเพื่อนๆ และเพื่อนบ้าน หรือว่าจะมาผ่อนคลาย เพลิดเพลินกับทิวทัศน์สวยงาม ใช้เวลาว่างเล่นกับสัตว์เลี้ยงแสนรัก!MY LITTLE PONY and all related characters are trademarks of Hasbro and are used with permission. © 2026 Hasbro.All Rights Reserved. Licensed by Hasbro.[ข่าวประชาสัมพันธ์]

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ส่งสุข รับตรุษจีน ปีม้าทอง 2026 จับจ่ายตรุษจีนคึกคัก คุ้มค่า คุ้มราคา ที่แม็คโคร-โลตัส
อ่าน

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ส่งสุข รับตรุษจีน ปีม้าทอง 2026 จับจ่ายตรุษจีนคึกคัก คุ้มค่า คุ้มราคา ที่แม็คโคร-โลตัส

ตรุษจีน 2026 : บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีกแม็คโคร-โลตัสให้การต้อนรับนายฉันทพัทธ์ ปัญจมานนท์รองอธิบดีกรมการค้าภายใน ในโอกาสลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์การจับจ่ายใช้สอยสินค้าอุปโภคบริโภคช่วงเทศกาลตรุษจีน ภายใต้โครงการส่งสุข รับตรุษจีน ปีม้าทอง 2026กระตุ้นเศรษฐกิจคึกคัก การลงพื้นที่ครั้งนี้ มุ่งเน้นตรวจสอบราคาสินค้าจำเป็น ทั้งอาหารสด ของไหว้ ผลไม้ เครื่องปรุง และสินค้าอุปโภคบริโภคต่าง ๆ ให้มีปริมาณเพียงพอ ราคาชัดเจน เป็นธรรม และสอดคล้องกับนโยบายดูแลค่าครองชีพของภาครัฐ โดยบรรยากาศภายในสาขาคึกคักไปด้วยประชาชนที่มาจับจ่ายเลือกซื้ออาหารสด หมู เป็ด ไก่ เตรียมของไหว้และของมงคลต้อนรับเทศกาลตรุษจีน ซีพี แอ็กซ์ตร้าตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นค้าปลีกที่อยู่เคียงข้างสังคมไทย ร่วมมือกับภาครัฐ จัดเตรียมสินค้าโปรโมชั่นและสินค้าคุณภาพในราคาคุ้มค่า เพื่อให้ลูกค้าทุกครอบครัวสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ครบครันในที่เดียว เติมเต็มบรรยากาศแห่งความสุข ความเฮง และความอุดมสมบูรณ์ต้อนรับปีม้าทอง 2026 อย่างอุ่นใจ

PTTGC เริ่มฟื้นเผยปี 68 ขาดทุนที่ 1.46 หมื่นลบ.ดีขึ้นจากปีก่อน
อ่าน

PTTGC เริ่มฟื้นเผยปี 68 ขาดทุนที่ 1.46 หมื่นลบ.ดีขึ้นจากปีก่อน

#PTTGC #ทันหุ้น- บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปี 2568 ขาดทุน 14,600.39 ล้านบาท ซึ่งดีขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2567 ที่ขาดทุน 29,810.55 ล้านบาท โดยผลดำเนินงานดีขึ้น 51% ซึ่งในไตรมาส 4/68 มีรายได้จากการขายรวม 484,907 ล้านบาท ลดลง 20% สาเหตุจากราคาผลิตภัณฑ์ของกลุ่มผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมสำเร็จรูปและกลุ่มผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ปรับตัวลดลง รวมถึงปริมาณการขายผลิตภัณฑ์โดยรวมลดลง เนื่องจากในปี 2568 มีการหยุดซ่อมบำรุงตามแผนของโรง MEG ในช่วงครึ่งปีแรก โรงกลั่นและโรงอะโรเมติกส์หน่วยที่ 2 ในช่วงไตรมาส 4/68ประกอบกับความไม่แน่นอนจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์และเหตุการณ์ความไม่สงบในแต่ละภูมิภาคตลอดทั้งปี ซึ่งรวมถึงผลจากมาตรการทางภาษีตอบโต้ของประเทศสหรัฐอเมริกาที่สร้างความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศ ส่งผลให้ราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมค่อนข้างผันผวนและกดดันส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีให้ยังคงอ่อนตัวโดยภาพรวมปี 2568 บริษัทฯ มี Adjusted EBITDA อยู่ที่ 20,846 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 34%จากปีก่อนหน้าเนื่องจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีโดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์และกลุ่มผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์และโพลิเมอร์ยังมีปัจจัยกดดันจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทำให้อุปสงค์ฟื้นตัวอย่างจำกัด ร่วมกับอุปทานของภาคปิโตรเคมีที่เข้ามาเพิ่มขึ้นระหว่างปีในขณะธุรกิจโรงกลั่นทรงตัวแม้ว่ามีการหยุดซ่อมบำรุงตามแผนโดยที่ Market GRM ของบริษัทฯปรับตัวดีขึ้นจากส่วนต่างผลิตภัณฑ์น้ำมันดีเซล ซึ่งได้แรงหนุนจากสถานการณ์ความตึงเครียดในแถบตะวันออกกลางและการหยุดกำลังผลิตของโรงกลั่นขนาดใหญ่ในทวีปยุโรป กลุ่มผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีขั้นกลางมีผลประกอบการปรับตัวลดลงจากปีก่อนหน้า โดยหลักจากปริมาณขายรวมที่ลดลงเนื่องจากมีการหยุดซ่อมบำรุงโรงงาน MEG ในช่วงครึ่งปีแรกทั้งนี้การดำเนินการตามแนวทางยุทธศาสตร์การบริหารจัดการ Portfolio ของธุรกิจให้เข้มแข็ง (Portfolio transformation) ส่งผลให้กลุ่มผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษมีผลประกอบการที่ดีขึ้นจากปีก่อนหน้า โดยหลักจากการปรับโครงสร้างของกลุ่มบริษัท Vencorexอย่างไรก็ตาม บริษัทฯ รับรู้รายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการดำเนินงานปกติ ได้แก่ ผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน (Stock loss) และรายการขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือให้เท่ากับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (NRV) รวม 3,519 ล้านบาท กำไรจากตราสารอนุพันธ์เพื่อประกันความเสี่ยงด้านราคาสินค้าโภคภัณฑ์1,115 ล้านบาท และกำไรทางบัญชีจากอัตราแลกเปลี่ยนและกำไรจากตราสารอนุพันธ์ทางการเงินรวม 1,968 ล้านบาท และการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนจำนวน 1,272 ล้านบาทอนึ่ง ในปี 2568 บริษัทฯ รับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ของบริษัท GCP และการด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัท PTTMCC รวมทั้งสิ้น 2,854 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ผลกระทบดังกล่าวถูกหักกลบด้วยการกลับรายการประมาณการหนี้สินจากค่าใช้จ่ายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 2,035 ล้านบาทของบริษัท PTTAC ที่บริษัทฯ ได้บันทึกประมาณการไว้ในปี 2567 และจากการกลับรายการการด้อยค่าสินทรัพย์ของกลุ่มบริษัท Vencorex**ไตรมาส 4/68 ขาดทุน 5,502 ลบ.PTTGC ในไตรมาส 4/68 มีผลขาดทุนสุทธิรวม 5,502 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายรวม 92,143 ล้านบาท ลดลง 27% และ 30% จากไตรมาส 3/2568 และช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามลำดับ โดยหลักจากปริมาณขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีขั้นต้นลดลงเนื่องจากการปิดซ่อมบำรุงตามแผนของโรงกลั่นน้ำมันและโรงอะโรเมติกส์หน่วยที่ 2 กอปรกับราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีปรับตัวลดลงจากราคาน้ำมันดิบที่ลดลง สภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนตัวและความไม่แน่นอนจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์กดดันอุปสงค์ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีให้ฟื้นตัวอย่างจำกัดสำหรับไตรมาสนี้บริษัทฯ รายงาน Adjusted EBITDA อยู่ที่ 4,239 ล้านบาทปรับลดลงจากไตรมาส 3/68 ร้อยละ 18 สาเหตุหลักมาจากผลประกอบการธุรกิจโรงกลั่นที่ปรับลดลงจากปริมาณขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมสำเร็จรูปลดลงเนื่องจากมีการปิดซ่อมบำรุงตามแผนบริษัทฯ รับรู้รายการพิเศษจากปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้จากการเปลี่ยนแปลงราคาตามสภาวะตลาด ได้แก่ขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน (Stock loss) และการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือให้เท่ากับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (NRV) สุทธิรวม 1,464 ล้านบาท กำไรจากตราสารอนุพันธ์เพื่อประกันความเสี่ยงด้านราคาสินค้าโภคภัณฑ์146 ล้านบาท และกำไรสุทธิจากอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์ทางการเงินรวม 1,148 ล้านบาท

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ร่วมเวที Asia EnwastExpo 2026 โชว์ศักยภาพการบริหารจัดการขยะอาหารระดับภูมิภาค
อ่าน

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ร่วมเวที Asia EnwastExpo 2026 โชว์ศักยภาพการบริหารจัดการขยะอาหารระดับภูมิภาค

บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก แม็คโครโลตัส ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านการบริหารจัดการขยะอาหาร เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ล่าสุด เข้าร่วมงานAsia Environmental and Waste Management Expo(Asia EnwastExpo)2026งานแสดงสินค้า บริการและสัมมนาด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการของเสียแห่งเอเชียภายใต้แนวคิดEmpowering Asias Green Futureหรือ ขับเคลื่อนเอเชีย สู่เศรษฐกิจสีเขียวซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นวัตกรรม และแนวทางการจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรับมือความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมของภูมิภาคเอเชีย ในโอกาสนี้นางศิริพร เดชสิงห์ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)ได้ร่วมเวทีสัมมนาในหัวข้อจากขยะอาหาร สู่โอกาสของประเทศ: บทบาทรัฐค้าปลีก ในการเปลี่ยนระบบอาหารไทยโดยแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์ขยะอาหารของประเทศไทย ซึ่งยังคงเป็นความท้าทายสำคัญทั้งในมิติสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยภาคค้าปลีก ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญของระบบ เนื่องจากอยู่ในจุดเชื่อมระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค พร้อมนำเสนอกรณีศึกษาการดำเนินงานด้านการลดขยะอาหารอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ การคัดแยกและบริหารจัดการอาหารส่วนเกินอย่างเป็นระบบ การส่งต่ออาหารที่ยังมีคุณภาพสู่ชุมชนและผู้ขาดแคลนผ่านเครือข่ายพันธมิตร ตลอดจนการนำ การเข้าร่วมงานAsia EnwastExpoครั้งนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นของซีพี แอ็กซ์ตร้าในการเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวของเอเชีย พร้อมเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างบูรณาการ เพื่อเปลี่ยน ขยะอาหาร ให้เป็น โอกาสของประเทศ และร่วมสร้างระบบการบริหารจัดการอาหารที่สมดุล เป็นธรรม เพื่อความยั่งยืนในระยะยาว

ซีพี แอ็กซ์ตร้า สนับสนุนเกษตรกรไทย เสริมความมั่นใจผู้บริโภคด้วยระบบ i-Trace
อ่าน

ซีพี แอ็กซ์ตร้า สนับสนุนเกษตรกรไทย เสริมความมั่นใจผู้บริโภคด้วยระบบ i-Trace

บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีกแม็คโครโลตัสเดินหน้าสนับสนุนเกษตรกรไทย ขยายช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าผ่านแม็คโครและโลตัสทุกสาขาทั่วประเทศ ล่าสุดเพื่อตอบรับฤดูกาลแตงโม ซึ่งจะมีผลผลิตมากในช่วงเดือน พฤศจิกายน เมษายน จึงได้นำร่องสนับสนุนเกษตรกรจากฟาร์มแตงโมจังหวัดชลบุรี ช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาด สร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรอย่างยั่งยืน โดยคัดคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อให้ได้ "แตงโม" ที่สด สะอาด ปลอดภัย และมีมาตรฐาน ก่อนถึงมือผู้บริโภค พร้อมกันนี้ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ยังเสริมสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคด้านคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า ผ่านระบบi-Trace (Traceability System)ระบบตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจรของบริษัท ที่ช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร โดยผู้บริโภคสามารถ สแกนQR Codeบนสินค้า เพื่อตรวจสอบข้อมูลสำคัญตั้งแต่แหล่งที่มา สายพันธุ์ มาตรฐานการผลิต สถานที่ปลูก ไปจนถึงข้อมูลโภชนาการ ทั้งนี้ ระบบi-Trace(ไอ-เทรซ) ได้ถูกนำมาใช้กับสินค้าประเภทผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ ไม่เพียงช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าได้อย่างมั่นใจ แต่ยังเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสนับสนุนเกษตรกรไทย และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารปลอดภัยอย่างยั่งยืนตลอดห่วงโซ่คุณค่า

MMM แจกข่าวดีผถห. เคาะปันผลสองเด้ง ติดสปีดธุรกิจโตแรง
อ่าน

MMM แจกข่าวดีผถห. เคาะปันผลสองเด้ง ติดสปีดธุรกิจโตแรง

#MMM #ทันหุ้น – MMM แจกข่าวดี เตรียมชงผู้ถือหุ้นเคาะจ่ายปันผล 0.10 บาท ควบปันผลหุ้น 10:1 (พาร์ 0.50 บาท) พร้อมขึ้น XD 25 ธันวาคมนี้ จ่ายจริง 6 กุมภาพันธ์ 2569 ขณะที่เกมรุกหลังย้ายเข้า mai ยังเดินหน้าไม่หยุด ล่าสุดลงนามจับมือ ทรัพย์พล กรุ๊ป รับบริหารงานขายโครงการมูลค่ารวม 1,195 ล้านบาท หนุนพอร์ตแกร่ง            นางสาวณิชา  โรจน์วัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MMM  ผู้นำด้านตัวแทนการขายอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้การให้บริการที่ปรึกษาด้านการขายและการตลาดแก่ผู้ประกอบการพัฒนาอสังหา และซื้อขายอสังหา แบบครบวงจร เปิดเผยว่า เตรียมเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับงวดปี 2568 โดยแบ่งเป็น เงินปันผลเป็นเงินสด 0.10 บาทต่อหุ้น และ ปันผลเป็นหุ้น ในอัตรา หุ้นเดิม 10 หุ้นต่อ 1 หุ้นปันผล มูลค่าที่ตราไว้ 0.50 บาทต่อหุ้น พร้อมกำหนดวันขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 25 ธันวาคม 2568เล็งจ่ายปันผล ทั้งนี้ บริษัทจะนำเสนอเพื่อขออนุมัติในที่ประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 22 มกราคม 2569 และกำหนดจ่ายปันผลวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ขณะเดียวกัน บริษัทส่งสัญญาณการขยายงานต่อเนื่องหลังย้ายจาก LiVEx เข้าซื้อขายในตลาด mai โดยมีความคืบหน้าการรับงานบริหารการขายโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั้งแนวราบและแนวสูงจากผู้ประกอบการหลายราย รวม 4 ดีล ภายในระยะเวลาราว 1 เดือนที่ผ่านมา และตลาดจับตาผลประกอบการงวดปี 2568 ที่เตรียมประกาศ ซึ่งอาจสะท้อนการรับรู้รายได้จากงานใหม่ดังกล่าวเพิ่มเติม ล่าสุด บริษัทได้ลงนามสัญญาเพื่อบริหารงานขายโครงการ ร่วมกับ บริษัท ทรัพย์พล กรุ๊ป จำกัด เพื่อให้ MMM เข้าไปบริหารงานขายโครงการดังกล่าว ซึ่งมีมูลค่ารวม 1,195 ล้านบาท จำนวน 217 ยูนิต  แบ่งการดำเนินงานเป็น 5 เฟสเซ็นสัญญาใหม่ โดยบริษัท MMM จะทยอยเข้าทำสัญญาและวางหลักประกันเป็นรายเฟส โดยเริ่มจากเฟสแรก จำนวน 31 ยูนิต มูลค่าประมาณ 170 ล้านบาท หลังจากที่ MMM ประสบความสำเร็จในการเข้าบริหารโครงการให้กับ“ทรัพย์พล กรุ๊ป” ไปแล้ว 1 โครงการในช่วงก่อนหน้านี้ และจากความสำเร็จดังกล่าวส่งผลให้ทาง “ทรัพย์พล กรุ๊ป” ให้ความไว้วางใจต่อ MMM จึงทำให้เกิดความร่วมมือในการเซ็นสัญญาในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นโครงการที่ 2 ที่ MMM ได้เข้าไปบริหารการขาย ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างความร่วมมือทางธุรกิจและเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ตามกลยุทธ์ที่บริษัทวางไว้ 

IROYAL คว้าสัญญา “ระบบป้องกันโดรน” 70 ลบ. ดันแบ็คล็อค 680 ลบ.
อ่าน

IROYAL คว้าสัญญา “ระบบป้องกันโดรน” 70 ลบ. ดันแบ็คล็อค 680 ลบ.

#ทันหุ้น - กลุ่มบริษัท อินเตอร์รอแยล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ IROYAL ผู้นำด้านวิศวกรรม พลังงาน และเทคโนโลยีอัจฉริยะ เดินหน้ารุกธุรกิจโซลูชันอากาศยานไร้คนขับ (UAV/Drone) และระบบรักษาความปลอดภัยทางอากาศอย่างเต็มรูปแบบ ล่าสุดคว้าสัญญาให้บริการระบบ เฝ้าระวังและป้องกันอากาศยานไร้คนขับ (Anti-Drone System) ให้กับนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ มูลค่ารวม 70 ล้านบาท สะสมมูลค่า backlog อย่างแข็งแกร่ง คาดรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2569 พร้อมบุกขยายกลุ่มลูกค้าธุรกิจ New S-curve ต่อเนื่อง ตอกย้ำความสำเร็จสู่การขยายตัวในตลาด เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงของประเทศนายภณภัทร เมฆาสุวรรณดำรง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเตอร์รอแยล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ IROYAL เปิดเผยว่า ตามแผนการดำเนินธุรกิจของปี 2568 ที่ได้มีวางไว้ ซึ่งหนึ่งในแผนงาน นั้นคือ การสร้างรายได้จากกลุ่มธุรกิจใหม่ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูง โดยต่อยอดจากจุดแข็ง และความเชี่ยวชาญเดิมสู่การเป็น One-stop service พร้อมนำเสนอโซลูชันเฉพาะตามความต้องการของ ลูกค้า (Customization)  โดยล่าสุดกลุ่มบริษัทฯ ได้ต่อยอดขยายฐานกลุ่มลูกค้าสู่อุตสาหกรรมธุรกิจโซลูชัน อากาศยานไร้คนขับ (UAV/Drone) และระบบรักษาความปลอดภัยทางอากาศอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งได้มีการลงนามสัญญาให้บริการระบบเฝ้าระวังและป้องกันอากาศยานไร้คนขับ (Anti-Drone System) ในพื้นที่นิคม อุตสาหกรรมขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในจังหวัดระยองมูลค่ารวม 70 ล้านบาท นับว่าเป็นอีกก้าวสำคัญสู่การ ขยายตัวในตลาดเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงของประเทศโครงการระบบเฝ้าระวังและป้องกันอากาศยานไร้คนขับ (Anti-Drone System) ดังกล่าว มีระยะเวลา โครงการ 60 เดือน โดยกลุ่มบริษัทฯทำงานร่วมกับพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบ ติดตั้ง และให้บริการ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเสริมความปลอดภัยในพื้นที่อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ ด้วยการทำหน้าที่ตรวจจับ–ป้องกัน–ตอบโต้ภัยคุกคามจากโดรนที่ไม่ได้รับอนุญาตอย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้เริ่มดำเนินการติดตั้ง และคาดว่าจะส่งมอบงานภายในไตรมาส 1 ปี 2569 ซึ่งจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2569 เป็นต้นไป โดยเป็นไปตามกรอบการดำเนินงานของโครงการที่กำหนดไว้นางสาวประภาพรรณ ประภัทรโพธิพงศ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเตอร์รอแยล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ IROYAL เปิดเผยว่า “เรารู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้รับ ความไว้วางใจจากลูกค้า โครงการนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงความเชี่ยวชาญของ IROYAL และกลุ่มบริษัทฯ ในด้าน โซลูชันเทคโนโลยีอัจฉริยะอากาศยานไร้คนขับ (UAV/Drone) และระบบรักษาความปลอดภัย ทางอากาศ เท่านั้น แต่ยังตอกย้ำถึงความจำเป็นของระบบรักษาความปลอดภัยทางอากาศที่ทันสมัย เพื่อปกป้องทรัพย์สิน และขั้นตอนการผลิตที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ อีกทั้งรายได้จากโครงการ ระยะยาวนี้จะช่วยเสริมความมั่นคงให้พอร์ตธุรกิจของ IROYAL อย่างต่อเนื่องนอกจากนี้ ยังเป็นการสะท้อนถึง ศักยภาพของกลุ่มบริษัทฯที่มีความพร้อมในการทรานฟอร์มสู่อุตสาหกรรม New S-curve และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยแห่งอนาคต ตอกย้ำความสำเร็จของแผนธุรกิจที่มีทิศทาง และสร้างการ เติบโตอย่างเป็นรูปธรรม เป็นไปตามโรคแมพ ที่ได้วางเอาไว้ที่มุ่งสู่ New S-curve โดยนับว่าเป็นการขยายฐาน กลุ่มลูกค้าเข้าสู่ธุรกิจโซลูชันอากาศยานไร้คนขับ (UAV/Drone) และระบบรักษาความปลอดภัยทางอากาศ ได้สำเร็จต่อยอดจากที่ได้ขยายฐานกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมสำรวจขุดเจาะปิโตรเลียม และธุรกิจโครงสร้าง พื้นฐานด้านการสื่อสารและเทคโนโลยีโทรคมนาคม ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี”

EPG ลุยครึ่งปีหลัง ยกระดับทุกมิติ ใช้นโยบาย USE ดันผลงานแกร่ง
อ่าน

EPG ลุยครึ่งปีหลัง ยกระดับทุกมิติ ใช้นโยบาย USE ดันผลงานแกร่ง

#ทันหุ้น - EPG เผยทิศทางธุรกิจช่วงครึ่งปีหลัง พร้อมยกระดับประสิทธิภาพทุกมิติ ภายใต้นโยบาย ‘USE’ หนุนผลประกอบการแข็งแกร่ง เตรียมจ่ายเงินปันผล 7 สตางค์ 9 ธ.ค.นี้ดร.เฉลียว วิทูรปกรณ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โพลีเมอร์และพลาสติกแปรรูปชั้นนำของโลก เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือน ปีบัญชี 68/69 (เม.ย. - ก.ย.68) บริษัทมียอดขาย 6,771 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มียอดขาย 7,182 ล้านบาท ลดลง 6% มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 33.2% เป็นไปตามเป้าหมาย มีกำไรสุทธิ 587 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการตั้งสำรองผลขาดทุนทางเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ลดลง สำหรับทิศทางธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง คาดว่าปีบัญชี 68/69 (เม.ย.68 – มี.ค. 69) จะสามารถรักษาระดับยอดขายที่ 13,800 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นที่ 30 - 33% ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ จากการควบคุมต้นทุนที่มีวินัย การยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการจัดสรรเงินลงทุนอย่างรอบคอบ สำหรับการดำเนินงานของธุรกิจหลัก มีดังนี้ธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็น ภายใต้แบรนด์ Aeroflex ตั้งเป้าหมายยอดขายเติบโตไม่น้อยกว่า 5% จากการขยายตัวทั้งตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศ โดยในสหรัฐอเมริกามีความต้องการใช้ฉนวนกันความร้อน/เย็น เกรดพรีเมี่ยม และสินค้าเพื่อใช้ในกลุ่มอุตสาหกรรม Ultra Low Temperature Insulation และ Air Ducting system เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลุ่มลูกค้าโครงการหลักในสหรัฐอเมริกา ได้แก่ กลุ่ม Semi-Conductor/ Data center/ และ โรงงานผลิตยานยนต์ไฟฟ้า เป็นต้นAeroflex มีข้อได้เปรียบจากกระแสการย้ายฐานการผลิตกลับประเทศ (Reshoring) และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐในสหรัฐอเมริกา โดย Aeroflex USA Inc. สหรัฐอเมริกา ได้ซื้อที่ดินและอาคารโรงงานบริเวณข้างเคียงโรงงานเดิมเพื่อเตรียมขยายกำลังการผลิต รองรับดีมานด์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในปีหน้า อีกทั้งช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาการนำเข้าสินค้าในสหรัฐอเมริกาในอนาคต สำหรับตลาดญี่ปุ่นนอกเหนือจากความต้องการใช้ฉนวนเกรดพรีเมี่ยมแล้ว สินค้ากลุ่ม Air Ducting system มีโอกาสเติบโตสูงเช่นกัน ขณะที่ตลาดในประเทศยังคงมีความต้องการใช้ฉนวนกันความร้อน/เย็น อย่างต่อเนื่องธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์และตกแต่งยานยนต์ ภายใต้แบรนด์ Aeroklas คาดว่ายอดขายลดลงราว 5% สะท้อนภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ชะลอการเติบโตจากยอดการผลิตที่ปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม Aeroklas ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโต ด้วยความเชี่ยวชาญด้านการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์จากโพลีเมอร์และพลาสติกเพื่อให้มีน้ำหนักเบา มีความทนทาน สามารถใช้ทดแทนวัสดุประเภทโลหะได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้รถกระบะมีน้ำหนักเบาลง ลดการใช้พลังงาน และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ Aeroklas ต่อยอดการพัฒนานวัตกรรมเพื่อรองรับทั้งยานยนต์สันดาปและรถยนต์ไฟฟ้า (EV) พร้อมกันนี้ Aeroklas ได้ควบคุมต้นทุนการผลิตอย่างเข้มงวด ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดหาวัตถุดิบ เสริมความสามารถการแข่งขันในระยะยาวสำหรับธุรกิจในออสเตรเลียภายใต้ Aeroklas Asia Pacific Group (AAPG) ดำเนินการตามแผน Turnaround โดยการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และปรับปรุงช่องทางการขายให้ดีขึ้น ขณะเดียวกัน 4 Way Suspension Products Pty. Ltd แบรนด์ Tough Dog เป็นธุรกิจที่เติบโตได้ดี โดยจะเดินหน้ารุกตลาด Suspension ทั้งตลาดในออสเตรเลีย และส่งออกทั่วโลกส่วนการดำเนินงานในแอฟริกาใต้ ATD Alliance (Pty) Ltd สามารถควบคุมต้นทุนได้ดี บริษัทมีสภาพคล่อง อยู่ระหว่างเดินหน้าสู่การปรับโครงสร้างต้นทุนในการดำเนินงาน เพื่อให้เกิดผลกำไรในระยะยาว Aeroklas มองเห็นโอกาสการเติบโตในแอฟริกาใต้ เนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนต์ในกลุ่มรถกระบะกำลังเติบโต รองรับทั้งตลาดในทวีปแอฟริกาและส่งออกไปยังยุโรป เห็นได้จากการลงทุนสร้างโรงงานผลิตแห่งใหม่ของผู้ผลิตยานยนต์ธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกภายใต้แบรนด์ EPP ตั้งเป้าหมายยอดขายเติบโต 5% มีปัจจัยสนับสนุนจากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง ประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น และการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ EPP ยังคงใช้จุดแข็งจากเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการผลิต และมาตรฐานต่าง ๆ เช่น มอก./ GMP/ HACCP/ BRC และ FSC เพื่อขยายฐานลูกค้าให้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมสำหรับธุรกิจร่วมทุนกลุ่มธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็น และธุรกิจชิ้นส่วนและอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์ ทั้งในไทย อินเดีย และ จีน ยังคงเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว*เคาะปันผล 0.07 บ./หุ้น นอกจากนี้ประชุมคณะกรรมการบริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 12 พ.ย. 68 มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานสิ้นสุด 30 ก.ย. 68 ในอัตราหุ้นละ 0.07 บาท (เจ็ดสตางค์) รวมเป็นจำนวนเงิน ทั้งสิ้น 196 ล้านบาท โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่จะมีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 28 พ.ย.68 และ กำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 9 ธ.ค.68“บริษัทเชื่อมั่นว่า ความแข็งแกร่งด้านนวัตกรรมและการปรับตัวเชิงกลยุทธ์ ภายใต้นโยบาย “USE” ( U: Utilization การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า, S: Save การประหยัดค่าใช้จ่าย, และ E: Efficiency การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน) ผสานกับการรักษาสภาพคล่อง การบริหารกระแสเงินสด และการควบคุมต้นทุนอย่างมีวินัย จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ทั้งสามกลุ่มธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคงในปีบัญชี 68/69 แม้ยังมีความท้าทายทางเศรษฐกิจมหภาคก็ตาม” ดร.เฉลียว กล่าว

ELLE FASHION WEEK 2025 ปักหมุดรันเวย์ประวัติศาสตร์ ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม
อ่าน

ELLE FASHION WEEK 2025 ปักหมุดรันเวย์ประวัติศาสตร์ ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม

เริ่มแล้วอย่างเป็นทางการ ELLE Fashion Week 2025 สัปดาห์แฟชั่นทรงอิทธิพลและเก่าแก่ที่สุดของประเทศ สร้างปรากฏการณ์ความยิ่งใหญ่สมศักดิ์ศรีการกลับมาภายใต้การบริหารงานโดย อาลี ซีอานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมส ดิจิทัล จำกัด ผู้ถือครองลิขสิทธิ์ ELLE Thailand และ ELLE MEN Thailand สื่อแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ชั้นนำระดับโลกจากประเทศฝรั่งเศสที่ครองใจผู้อ่านมาอย่างยาวนาน พร้อมวาระแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบการก่อตั้ง 80 ปี ของ ELLE โดย ELLE Fashion Week 2025 ได้ปักหมุด ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม ระหว่างวันที่ 13-16 พฤศจิกายน 2568 จุดหมายเดิมเป็นปีที่สอง เพื่อสานต่อพันธกิจในการเป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจอันไร้ขีดจำกัด และผลักดันศักยภาพของดีไซเนอร์ไทยให้ก้าวไกลสู่เวทีสากล ภายใต้คอนเซปต์ LIFE - A Seed of Creativity, The Future of Fashion เพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความคิดสร้างสรรค์ให้เติบโตสู่อนาคต สะท้อนภาพความเชื่อมั่นในพลังแห่งความหลากหลาย เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ และการตีความนิยามอีกมิติของแฟชั่นซึ่งขับเคลื่อนด้วยชีวิตและจิตวิญญาณของผู้คน ไม่ใช่เพียงเสื้อผ้าที่สวมใส่ แต่คือเรื่องราวและตัวตนที่ถูกปลุกให้มีชีวิตชีวาบนรันเวย์ ความยิ่งใหญ่ตระการตาครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรชั้นนำที่มาร่วมผนึกกำลังสร้างสรรค์โมเมนต์อันน่าประทับใจ นำโดยพันธมิตรหลักอย่าง ICONSIAM แลนด์มาร์กระดับโลกซึ่งถือเป็นเดสติเนชั่นแห่งการช้อปปิ้งและไลฟ์สไตล์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตอกย้ำการเป็นศูนย์กลางแห่งแรงบันดาลใจระดับเวิลด์คลาสอย่างแท้จริง ร่วมด้วย Bobbi Brown แบรนด์เครื่องสำอางระดับโลกที่เชื่อมั่นเรื่องความสวยเรียบง่ายอย่างเป็นธรรมชาติ ให้คุณมั่นใจขึ้นในแบบที่คุณเป็น, Don Julio (ดอนฮูลิโอ) ลักชัวรี่เตกีล่าอันดับหนึ่งของโลกสำหรับทุกการเฉลิมฉลอง, Madame Fin น้ำหอมสัญชาติไทยที่รังสรรค์กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ นึกถึงความหอม นึกถึงมาดามฟิน, SLC Clinic Hospital สถานเสริมความงามอันดับหนึ่งของไทยที่ได้รับการยอมรับ ด้วยประสบการณ์ของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมากกว่า 21 ปี และ XPENG Thailand (เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียม-ไฮเทค ที่จะมาร่วมกันเนรมิตรันเวย์ให้สมบูรณ์แบบและผลักดันผลงานของเหล่าดีไซเนอร์แถวหน้าของประเทศ ที่มาร่วมกันเนรมิตรรันเวย์ในครั้งนี้ให้สมบูรณ์แบบและผลักดันผลงานของเหล่าดีไซเนอร์แถวหน้าของประเทศอย่างเต็มภาคภูมิ การสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งวงการในคราวนี้ประกอบด้วย 12 โชว์ จาก 26 แบรนด์และดีไซเนอร์ไทยที่อัดแน่นด้วยพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ ได้แก่ THEATRE, Hooks by Prapakas, LA BOUTIQUE, ICONCRAFT x WISHARAWISH, TandT Presented by Madame Fin, NICHp, STUDIO UNKNOWN, EVERYWEEK.OUTFIT, HEIDIS SECRET X LOPTEL, SILHOUETTE, MERGE, RENIM PROJECT, BLACKSUGAR และ Boy Scouts ELLE MEN Presented by XPENG ซึ่งแต่ละแบรนด์ต่างนำเสนอผลงานที่ตีความคอนเซปต์ LIFE - A Seed of Creativity, The Future of Fashion ออกมาได้อย่างน่าทึ่ง ในปีแห่งการเฉลิมฉลองนี้มาพร้อมกับเซอร์ไพรส์ที่ทุกคนรอคอย กับโชว์พิเศษ Social Buzz รันเวย์ที่จะสร้างกระแสไปทั่วโซเชียลมีเดีย ซึ่งถือเป็นการปรากฏตัวครั้งแรกบนรันเวย์ ELLE FASHION WEEK ของ 3 ดีไซเนอร์ไฟแรง ได้แก่ MERGE แบรนด์ขวัญใจเจนซีที่มีดีไซน์เอกลักษณ์เฉพาะตัว, RENIM PROJECT แบรนด์ที่สร้างนิยามใหม่ให้เสื้อผ้า Utility Wear ด้วยกระบวนการรักษ์โลก และ BLACKSUGAR แบรนด์สไตล์ avant-garde ร่วมสมัย และอีกหนึ่งโชว์สำคัญคือ Boy Scouts ELLE MEN Presented by XPENG การรวมพลังครั้งประวัติศาสตร์ของ 12 แบรนด์เสื้อผ้าบุรุษชั้นนำของไทย ประกอบด้วย MOO Bangkok, ISSUE Thailand, VVON SUGUNNASIL, Sretsis, ANURUQ, Dry Clean Only, INTIRA, 37c Thirty-seven degrees, Good Mixer, House of UPA-IN, Atelier Pichita และ TAKARA WONGมาร่วมกันรังสรรค์กว่า 50 ลุค 13 พฤศจิกายน 2568 เวลา 16.00 น. HEIDIS SECRET X LOPTEL กับคอลเล็กชั่น Time after Time - the 80s Rave reborn ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมปาร์ตี้ใต้ดิน (Underground Rave Party) ยุค 80s ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งความกล้า อิสระ ไร้กรอบ นำเสนอผ่านแฟชั่นยั่งยืนที่ไม่กำหนดเพศซึ่งสะท้อนแนวคิด Sustainable Fashion ในทุกมิติ ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งหนังวีแกนที่ทำจากพืชและใยสับปะรด, ผ้าและหนังรีไซเคิล รวมถึง ผ้าไหมไทย, ผ้า Deadstock ไปจนถึงกระบวนการผลิตที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อลดเศษวัสดุ (Zero Waste) ตีความภายใต้แนวคิด 'Reb-Ponsible' ปรัชญาของ Loptel ที่ผสมผสาน ความกล้าท้าทาย เข้ากับ ความรับผิดชอบ เพื่อสร้างสรรค์แฟชั่นที่กล้ากบฏอย่างมีจิตสำนึก เวลา 18.00 น. EVERYWEEK.OUTFIT คอลเล็กชั่น Soul in Stardust ที่สะท้อนประกายของแสงในตัวตน ผ่านเสน่ห์ของกลิตเตอร์อันเป็นลายเซ็นของ Everyweek.outfit เน้นการดีไซน์ที่ผสมผสานความสง่างามเหนือกาลเวลาภายใต้แนวคิด Glitter is Forever Fashion อีกทั้งยังให้ความสำคัญเรื่องของ Sustainable Fashion หรือวิถีแฟชั่นยั่งยืนอย่างจริงจัง พร้อมสร้างสรรค์ผลงานที่ยังคงเอกลักษณ์ด้วยลวดลายปักเฉพาะตัว เพื่อให้แต่ละชุดกลายเป็น Timeless Piece ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการนำแนวคิดความยั่งยืนมาผสานเข้ากับดีไซน์ของแบรนด์ เวลา 20.00 น. THEATRE กับโชว์คอลเล็กชั่น Starman 1984 เพื่อเฉลิมฉลองวาระ 4 ทศวรรษแห่งความสำเร็จของแบรนด์ พูดถึงบทสรุปจากจินตนาการในการสร้างแบรนด์ THEATRE ตั้งแต่ปี 1984 จากความรักในการผสมผสานเนื้อผ้า ความต่างทางวัฒนธรรม งานฝีมือ และความลื่นไหลทางเพศอันเป็นแกนหลัก โดยในคอลเล็กชั่นนี้ยังตอกย้ำแนวคิด Sustainable Fashion ที่แบรนด์ให้ความสำคัญมาตลอด ทั้งการใช้ผ้าทอสีย้อมธรรมชาติ, การนำเส้นด้าย Deadstock มาทอใหม่, การนำเศษผ้าจากการตัดเย็บมาสร้างสรรค์เป็นผืนผ้าใหม่ ไปจนถึงการตั้งคำถามต่อสังคมไทยผ่านผลงานในคอนเซปต์ Made in Theatre Made in Thailand 14 พฤศจิกายน 2568 เวลา 16.00 น. Social Buzz นำเสนอ 3 โชว์ที่น่าจับตาจาก 3 แบรนด์ ประกอบด้วย MERGE, RENIM PROJECT และ BLACKSUGAR MERGE มาพร้อมกับโชว์คอลเล็กชั่น Urban Edge ได้รับแรงบันดาลใจจากความดิบแต่มีเสน่ห์ของเมือง ทั้งพื้นผิวถนนขรุขระ หรืออาคารที่ไม่สมบูรณ์แต่เปี่ยมไปด้วยคาแรกเตอร์ ถูกนำมาตีความใหม่ลงบนคอลเล็กชั่นเสื้อผ้า Ready to wear ถ่ายทอดเสน่ห์ของสาวยุคใหม่ที่มีความขบถ มั่นใจในความไม่สมบูรณ์แบบ และ พร้อมประกาศว่า แฟชั่นคือเครื่องมือที่ขับเคลื่อนความหลากหลาย ความมั่นใจ และพลังของมนุษย์ RENIM PROJECT มาพร้อมกับโชว์คอลเล็กชั่น Cloud Breaker ได้รับแรงบันดาลใจจากสภาวะโลกร้อนและสภาพอากาศสุดขั้วที่ทำให้เกิดพายุฝนรุนแรง โดยแบรนด์ได้นำยีนส์เก่าและวัสดุเหลือใช้อื่นๆ มาทำการอัปไซคลิง สร้างสรรค์เป็นผลงาน Sustainable Fashion สไตล์ Hybrid Utility ผสมผสานเทรนด์ Longevity และ Wellness เข้ากับแฟชั่น เพื่อสะท้อนไลฟ์สไตล์ที่ใส่ใจสุขภาพและความยั่งยืน BLACKSUGAR มาพร้อมกับโชว์คอลเล็กชั่น Living Curve ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมล้ำยุค สะท้อนผ่านเส้นสายและรูปทรงโมเดิร์นในสไตล์ avant-garde พร้อมถ่ายทอดแนวคิด Sustainable Fashion ผ่านการออกแบบที่คำนึงถึงความทนทานสร้างสรรค์ผลงานที่เหนือกาลเวลา ไม่ยึดติดกับเทรนด์ที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เพื่อเสนอแนวทางการแต่งกายที่ ตระหนักรู้ มากขึ้น เวลา 18.00 น.STUDIO UNKNOWN กับคอลเล็กชั่น The Known Unknown ถ่ายทอดพลังของผู้หญิงที่มั่นใจ เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยสไตล์ เธอคือภาพแทนของผู้หญิงในเมืองใหญ่ที่ใช้ชีวิตในแบบของตัวเองอย่างแท้จริง คอลเล็กชั่นนี้นำเสนอโครงสร้างที่เฉียบคมและดีเทลที่เรียบเท่ ในโทนสีธรรมชาติและ Muted Tones สะท้อนความสงบ มั่นใจ และอิสระในแบบของผู้หญิง Studio Unknown เวลา 20.00 น. NICHp กับคอลเล็กชั่น The Silent Flow มีจุดเริ่มจากคำถามที่ว่า ทำไมเราถึงมีเศษผ้าเหลือจากการตัดเย็บ? ความรู้สึกเสียดายต่อเศษแพรพรรณที่ถูกทิ้ง กลายเป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดการทดลองนำเศษผ้าชิ้นเล็กชิ้นน้อยกลับมาสร้างสรรค์ใหม่ และนำมาต่อยอดเป็นดีเทลที่มีเอกลักษณ์ โดยมุ่งใช้ผ้าให้หมดโดยไม่เหลือเศษ (Zero Waste) เพื่อให้ผ้าทุกผืนได้ถูกใช้ประโยชน์สูงสุดในคอลเล็กชั่นที่เปรียบเหมือนการพาท่องไปในโลกธรรมชาติเหนือจริง 15 พฤศจิกายน 2568 เวลา 16.00 น. SILHOUETTE กับคอลเล็กชั่น Pulse of Existence ได้รับแรงบันดาลใจจาก ชีวิต จังหวะการเต้นของหัวใจ และการไหลของลมหายใจ สะท้อนถึงพลังแห่งการฟื้นคืนและความเข้มแข็งของผู้หญิงยุคใหม่ โชว์นี้จะพาทุกคนดื่มด่ำไปกับ จังหวะชีพจรของชีวิต ผ่านโชว์อันน่าตื่นเต้นและประทับใจด้วยจังหวะของเสียงดนตรี และแสงสีที่มีชีวิต นอกจากนี้ แบรนด์ยังคงให้ความสำคัญกับ Sustainable Fashion อย่างต่อเนื่อง ผ่านการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ผ้า Modal นำมาใช้ทดแทนคอตตอน และเส้นใยโพลีเอสเตอร์รีไซเคิลที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เวลา 18.00 น. ICONCRAFT x WISHARAWISH กับคอลเล็กชั่น Spring/Summer 2026 ร่วมสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระพันปีหลวง ในการขับเคลื่อนเอกลักษณ์ผ้าไทยจาก 9 ชุมชน ถ่ายทอดความงามล้ำค่าและแนวคิด Sustainable Fashion ผ่านโปรเจกต์ ICONCRAFT x WISHARAWISH โดยดีไซเนอร์ดัง วิชระวิชญ์ อัครสันติสุข นำเสนอคุณค่าของผืนผ้าไทยผ่านคอลเล็กชั่น Spring/Summer 2026 โดยคอลเล็กชั่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก นักล่าพลัดถิ่น ถ่ายทอดผ่านผ้าไทยที่สะท้อนทั้งศิลปะและจิตวิญญาณแห่งภูมิปัญญาไทย เพื่อสนับสนุนช่างฝีมือท้องถิ่นและอนุรักษ์มรดกผ้าไทยให้คงอยู่อย่างยั่งยืน เวลา 20.00 น. TandT Presented by Madame Fin กับคอลเล็กชั่น Last But Not Least ที่ตีความแฟชั่นร่วมสมัยในมุมมองของ TandT ถ่ายทอดความมั่นใจและความไม่สมบูรณ์แบบให้กลายเป็นความสมบูรณ์แบบ ในบรรยากาศของพิธีจบการศึกษาและงานพรอม สะท้อนผ่านคาแรกเตอร์นักเรียน 4 กลุ่ม Nerd, Sporty, Naughty, Outcast โดดเด่นด้วยซิลูเอตที่ได้แรงบันดาลใจจากชุดรับปริญญาพร้อมดีเทลอย่างริบบิ้นพาดบ่า และลายปักจากใบประกาศนียบัตร 16 พฤศจิกายน 2568 เวลา 16.00 น. Boy Scouts ELLE MEN Presented by XPENG นำเสนอแฟชั่นโชว์พิเศษภายใต้คอนเซปต์ Boy Scouts กับการตีความที่ไม่ถูกจำกัดอยู่ในกรอบเดิม ร่วมสะท้อนภาพชายหนุ่มยุคใหม่ ผู้รักการผจญภัย กล้าลอง มีความคิดสร้างสรรค์ และใส่ใจในความยั่งยืน (Sustainability) ผ่านผลงานที่เป็นการรวมพลังครั้งประวัติศาสตร์ของ 12 แบรนด์เสื้อผ้าบุรุษชั้นนำของไทย ได้แก่ MOO Bangkok, ISSUE Thailand, VVON SUGUNNASIL, Sretsis, ANURUQ, Dry Clean Only, INTIRA, 37c Thirty-seven degrees, Good Mixer, House of UPA-IN, Atelier Pichita และ TAKARA WONG มาร่วมกันรังสรรค์กว่า 50 ลุค เวลา 18.00 น. LA BOUTIQUE กับคอลเล็กชั่น The Architectural Body Atelier 2026 ที่สะท้อนมุมมองใหม่ของ ร่างกายมนุษย์ในฐานะสถาปัตยกรรม ผ่านโครงสร้างเสื้อผ้าที่เปี่ยมด้วยความละเอียด ประณีต และจิตวิญญาณของงานฝีมือระดับสูง นำแรงบันดาลใจจาก ยุควิกตอเรียน (Victorian Era) ยุคแห่งความหรูหราที่แฟชั่นเล่นกับรูปร่างของร่างกายมนุษย์อย่างสุดขั้ว ทั้งเอวคอด กระโปรงสุ่ม และโครงสร้างเสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยพลัง โดดเด่นด้วย Craftsmanship ที่ซับซ้อน และ การทดลองวัสดุที่แปลกใหม่ เช่น ผ้าแคนวาส (Canvas) ถูกนำมาปั้นโครงสร้างเสื้อผ้าที่มีความคมชัด แข็งแรง แต่ยังคงความอ่อนโยนในสัมผัสและการเคลื่อนไหว นอกจากนี้ยังนำเสนอแนวคิด Sustainable Fashion ผ่านคอนเซปต์ Sustainability through Craftsmanship เลือกใช้ผ้าที่มีเส้นใยรีไซเคิล และวัสดุบางส่วนที่นำกลับมาใช้ใหม่ (Reuse) จากอาร์ไคฟ์ เพื่อถ่ายทอดแนวคิด Reborn Beauty โดยเน้น คุณภาพของแต่ละชิ้น และ อายุของงานฝีมือ แทนการผลิตในปริมาณมาก เวลา 20.00 น. Hooks by Prapakas กับคอลเล็กชั่น HOOKKA HOOKKA THE RUBBER DOLLS เป็นครั้งแรก ที่ Hooks นำแรงบันดาลใจจากโลกของ Art Toy มาถ่ายทอดสู่รันเวย์ ผลงานชุดนี้คือภาพสะท้อนความฝันที่ต้องการสร้าง Art Toy ในแบบฉบับของตนเอง จนเกิดเป็นคาแรกเตอร์เฉพาะตัวที่โดดเด่น พร้อมเผยโฉมคาแรกเตอร์ชิ้นแรกอย่าง PIKA POKA ที่จะเข้ามาเติมเต็มความสนุก สีสัน และพลังขับเคลื่อนอารมณ์บนรันเวย์ พร้อมนำเสนอโชว์ที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์อันชัดเจนของ Hooks ไว้อย่างครบถ้วน พบกับโชว์ของสุดยอดผลงานการสร้างสรรค์โดยเหล่านักออกแบบไทยในงาน ELLE Fashion Week 2025 ตลอดทั้งสัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 13 ถึง 16 พฤศจิกายน 2568 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการจารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่อัปเดตทุกความเคลื่อนไหวในโลกแห่งแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ไปกับ ELLE Fashion Week 2025 พร้อมติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดได้ทุกช่องทางของ ELLE Thailand ช่องทางออนไลน์ ellethailand.com, Instagram: @ellethailandofficial, Facebook: ellethailandmagazine, X: ELLEThailand, TikTok: @ellethailandและ ELLE MEN Thailand ช่องทางออนไลน์ ellementhailand.com, Instagram: @ellementhailand, Facebook: ellementhailand, X: ellementhailand, TikTok: @ellementhailand

BGRIM พุ่ง 5.56% บล.กรุงศรี แนะนำ “ซื้อ” เป้า 19 บาท
อ่าน

BGRIM พุ่ง 5.56% บล.กรุงศรี แนะนำ “ซื้อ” เป้า 19 บาท

BGRIM พุ่ง 5.56% บล.กรุงศรี แนะนำ “ซื้อ” เป้า 19 บาททันหุ้น #SET #BGRIM บล.กรุงศรี : บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) กำไรดีตามคาด เรามองเชิงบวกต่อกำไรปกติไตรมาส 3/พ.ศ. 2568 หลังตัดผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนในส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนที่ 554 ล้านบาท (-31% y-y, +101% q-q) ซึ่งใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาดการณ์ โดยกำไรปกติลดลง y-y จากฐานที่สูงของธุรกิจไอน้ำในไตรมาส 3/พ.ศ. 2567 ขณะที่เพิ่มขึ้น q-q จากอัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่ม SPP ที่ปรับตัวดีขึ้นตาม IU Sparkspread ที่ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 1.28 บาทต่อหน่วย (เทียบกับไตรมาส 3/พ.ศ. 2568 ที่ 1.23 บาทต่อหน่วย และไตรมาส 2/พ.ศ. 2568 ที่ 0.81 บาทต่อหน่วย)อีกทั้งไม่มีผลกระทบจากการเรียกเก็บค่าก๊าซย้อนหลังของ ปตท. เหมือนในไตรมาส 2/พ.ศ. 2568 และค่าใช้จ่าย SGA เกี่ยวกับการทำดีลต่างประเทศลดลงทั้ง y-y และ q-q คาดว่ากำไรปกติไตรมาส 4/พ.ศ. 2568 จะเพิ่มขึ้น y-y จาก IU Sparkspread ที่ทรงตัวในระดับสูงใกล้เคียงไตรมาส 3/พ.ศ. 2568 แต่อาจลดลงเล็กน้อย q-q จากราคา Pool gas ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะปรับขึ้นมาเฉลี่ย 289 บาทต่อ MMBtu ในช่วงไตรมาส 4/พ.ศ. 2568 ตามผลของฤดูหนาวก่อนจะลดลงในระยะยาวช่วงปี พ.ศ. 2569–2571 ทั้งนี้คงประมาณการและคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมายปี พ.ศ. 2569 เดิมที่ 19.0 บาท อิงวิธีประเมิน SOTPกำไรปกติไตรมาส 3/พ.ศ. 2568 ที่ 554 ล้านบาท (-31% y-y, +101% q-q) BGRIM รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/พ.ศ. 2568 ที่ 521 ล้านบาท (+220% y-y, +6,886% q-q) ซึ่งหากรวมรายการพิเศษ ได้แก่ i) ตัดกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (Unrealized FX gain) ในงบการเงินรวมที่ 124 ล้านบาท ii) บวกกลับผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนในส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนอีก 140 ล้านบาท จะทำให้กำไรปกติอยู่ที่ 554 ล้านบาท (-31% y-y, +101% q-q) โดยลดลง y-y ตามฐานที่สูงเป็นพิเศษของธุรกิจไอน้ำในไตรมาส 3/พ.ศ. 2567ขณะที่กำไรเพิ่มขึ้น q-q จากอัตรากำไรขั้นต้นกลุ่ม SPP ที่ปรับตัวดีขึ้นจาก IU Sparkspread เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.28 บาทต่อหน่วย (เทียบกับไตรมาส 3/พ.ศ. 2568 ที่ 1.23 บาทต่อหน่วย และไตรมาส 2/พ.ศ. 2568 ที่ 0.81 บาทต่อหน่วย) บนราคาก๊าซไตรมาส 3/พ.ศ. 2568 ที่ 299 บาทต่อ MMBtu (-11% y-y, -9% q-q) หลังไม่มีผลจากการเรียกเก็บค่าก๊าซย้อนหลังของ ปตท. (จากช่วงปี พ.ศ. 2566 ที่มีการตรึงค่าไฟฟ้าไว้ที่ 3.99 บาทต่อหน่วย) เหมือนไตรมาส 2/พ.ศ. 2568 และค่าใช้จ่าย SGA ลดลงทั้ง y-y และ q-q จากค่าใช้จ่ายการทำดีลในต่างประเทศที่ลดลง โดยกำไรปกติ 9M/พ.ศ. 2568 อยู่ที่ 74% ของประมาณการปี พ.ศ. 2568 ของเราคาดแนวโน้มกำไรปกติไตรมาส 4/พ.ศ. 2568 เพิ่มขึ้น y-y แต่ลดลงเล็กน้อย q-q จาก IU Sparkspread ที่ทรงตัวในระดับสูงใกล้เคียงไตรมาส 3/พ.ศ. 2568 ที่ 1.28 บาทต่อหน่วย บนราคา Pool gas ซึ่งคาดว่าจะปรับขึ้นมาเฉลี่ย 289 บาทต่อ MMBtu ในช่วงไตรมาส 4/พ.ศ. 2568 จากผลฤดูหนาว ก่อนจะลดลงในระยะยาวช่วงปี พ.ศ. 2569–2571คงประมาณการและคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมายปี พ.ศ. 2569 เดิมที่ 19.0 บาท อิงวิธีประเมิน SOTP

ซีพี แอ็กซ์ตร้า สานต่อความร่วมมือ กรมอุทยานฯ ส่งต่ออาหารส่วนเกิน เสริมสวัสดิภาพ พร้อมสร้างความมั่นคงทางอาหารให้สัตว์ป่าอย่างยั่งยืน
อ่าน

ซีพี แอ็กซ์ตร้า สานต่อความร่วมมือ กรมอุทยานฯ ส่งต่ออาหารส่วนเกิน เสริมสวัสดิภาพ พร้อมสร้างความมั่นคงทางอาหารให้สัตว์ป่าอย่างยั่งยืน

ชลบุรี 13 พฤศจิกายน 2568 - บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก แม็คโครโลตัส เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน ภายใต้โครงการ ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste และแนวคิด ขยะเป็นศูนย์ ประโยชน์เป็นแสน From Waste to Wealth ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านการบริหารจัดการอาหารส่วนเกินและขยะอาหารอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ล่าสุด ซีพี แอ็กซ์ตร้า ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ต่อเนื่องอีกครั้ง เพื่อสานต่อโครงการสนับสนุนอาหารส่วนเกินที่ยังบริโภคได้จากแม็คโครและโลตัส มอบให้แก่สัตว์ป่าภายใต้การดูแลของกรมอุทยานฯ ทั่วประเทศ กว่า 20,000 ตัว ครอบคลุมทั้งสัตว์พ่อแม่พันธุ์ สัตว์บาดเจ็บที่ต้องฟื้นฟู และสัตว์ป่าของกลางจากการลักลอบค้าผิดกฎหมาย ที่ไม่สามารถปล่อยคืนสู่ธรรมชาติได้ เนื่องจากขาดความสามารถในการเอาตัวรอด หรือพื้นที่ป่าบางแห่งมีสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของสัตว์บางชนิด ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างสวัสดิภาพและความมั่นคงทางอาหารให้แก่สัตว์ป่า พร้อมช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านอาหารของกรมอุทยานฯ และร่วมขับเคลื่อนการอนุรักษ์ธรรมชาติไทยให้ยั่งยืนต่อไป นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างกรมอุทยานฯ และ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ถือเป็นแบบอย่างของการขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติจริงในระดับพื้นที่ โดยการนำอาหารส่วนเกินที่ยังสามารถบริโภคได้ มาบริจาคเพื่อเป็นอาหารให้แก่สัตว์ป่าในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า และศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่า นับเป็นการเปลี่ยนของเหลือทิ้งให้กลายเป็นทรัพยากร สามารถช่วยแก้ปัญหาทั้งขยะอาหารและการดูแลสัตว์ป่าไปพร้อมกัน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกรมอุทยานฯ ที่ไม่เพียงมองปัญหาขยะในมิติของความสะอาดเท่านั้น แต่ยังมองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างการจัดการขยะ การลดก๊าซเรือนกระจก และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับนโยบาย ประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และเป้าหมาย Net Zero Emissions ที่รัฐบาลกำหนดไว้ นางศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ซีพี แอ็กซ์ตร้า ได้ส่งมอบอาหารส่วนเกินที่ยังมีคุณภาพจาก แม็คโคร และ โลตัส ให้แก่ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าและสวนสัตว์ในสังกัดกรมอุทยานฯ รวม 27 แห่งทั่วประเทศ ปริมาณกว่า 2 ล้านกิโลกรัม หรือกว่า 15 ล้านมื้อ เพื่อใช้เป็นอาหารให้สัตว์ป่า ซึ่งถือว่าบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้อย่างน่าภาคภูมิใจ ความร่วมมือนี้ไม่เพียงสร้างความมั่นคงทางอาหารให้สัตว์ป่า แต่ยังช่วยลดปัญหาอาหารสูญเปล่า ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และแบ่งเบาภาระงบประมาณของกรมอุทยานฯ ให้สามารถนำทรัพยากรไปใช้ด้านอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สำหรับการลงนาม MOU ในครั้งนี้ จะเป็นการ สานต่อความร่วมมือระหว่างปี 2569-2570 โดยซีพี แอ็กซ์ตร้าจะยังคงสนับสนุนอาหารส่วนเกินจากแม็คโครและโลตัสอย่างต่อเนื่องให้แก่ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า 22 แห่ง ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่า 4 แห่ง และศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก รวม 27 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเสริมสวัสดิภาพสัตว์ป่าและขับเคลื่อนการอนุรักษ์อย่างยั่งยืนต่อไป โดยในอนาคตเรายังตั้งเป้าต่อยอดความร่วมมือนี้ไปยังองค์กรสวนสัตว์ ปางช้าง รวมถึงหน่วยงานที่ดูแลสัตว์ถูกทอดทิ้ง เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับสัตว์ทั่วประเทศอีกด้วย นายวีระ ขุนไชยรักษ์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า ตลอดความร่วมมือกับ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า ที่ผ่านมา ถือเป็นโครงการที่ช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหารให้สัตว์ป่าได้อย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ เนื่องจากกรมอุทยานฯ มีภารกิจในการดูแลสัตว์ป่ามากกว่า 20,000 ตัว ทั้งสัตว์พ่อแม่พันธุ์ สัตว์ป่าของกลางจากการลักลอบค้าผิดกฎหมาย รวมถึงสัตว์บาดเจ็บที่ต้องได้รับการดูแลฟื้นฟู ซึ่งต้องการอาหารที่เพียงพอและสม่ำเสมอในทุกวัน ความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านอาหารสัตว์ พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด อีกทั้งยังเป็นการต่อยอดแนวทางการอนุรักษ์สัตว์ป่าอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายของกรมอุทยานฯ ในการดูแล รักษา และฟื้นฟูสัตว์ป่าให้คงอยู่คู่ธรรมชาติไทยต่อไป ความร่วมมือระหว่าง ซีพี แอ็กซ์ตร้า และ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในโครงการส่งต่ออาหารส่วนเกินครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้สัตว์ป่า ยังเป็นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด และยังสามารถลดขยะอาหารและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ตามนโยบายของ ซีพี แอ็กซ์ตร้า การบริหารจัดการอาหารส่วนเกินอย่างเป็นระบบ มุ่งสู่การลดปริมาณขยะอาหารสู่หลุมฝังกลบเป็นศูนย์ ภายในปี 2573