รีเซต

ผลการค้นหา “#NVIDIA” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ทรัมป์ต่อสายง้อซีอีโอ Nvidia ดึงร่วมทีมบุกปักกิ่งถก ‘สี จิ้นผิง’
อ่าน

ทรัมป์ต่อสายง้อซีอีโอ Nvidia ดึงร่วมทีมบุกปักกิ่งถก ‘สี จิ้นผิง’

#ทรัมป์ #ทันหุ้น - สำนักข่าว CNNBC รายงานว่า เจนเซน ฮวง ซีอีโอของ Nvidia กำลังเข้าร่วมคณะเดินทางเยือนประเทศจีนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในสัปดาห์นี้ โดยทางบริษัทผู้ผลิตชิปได้ยืนยันกับสำนักข่าว CNBC หลังจากที่มีข้อบ่งชี้ในตอนแรกว่าผู้บริหารรายนี้ไม่ได้รับเชิญ แหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับสถานการณ์เปิดเผยกับ CNBC ว่า หลังจากที่ทรัมป์ได้เห็นการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนเกี่ยวกับการขาดหายไปของฮวงในคณะผู้แทน เขาจึงได้โทรศัพท์ไปหาผู้บริหารของ Nvidia และเอ่ยปากชวนให้เข้าร่วมด้วยตัวเอง แหล่งข่าวระบุเพิ่มเติมว่า ฮวงได้บินไปยังรัฐอลาสก้าเพื่อขึ้นเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน (Air Force One) ในสัปดาห์นี้ ทรัมป์นำผู้บริหารจากสหรัฐฯ มากกว่าสิบรายมายังกรุงปักกิ่ง โดยเขามีกำหนดการเข้าพบประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีนในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์นี้ เจนเซนกำลังเข้าร่วมการประชุมสุดยอดตามคำเชิญของประธานาธิบดีทรัมป์ เพื่อสนับสนุนอเมริกาและเป้าหมายของรัฐบาล โฆษกของบริษัทชิปยักษ์ใหญ่กล่าวในแถลงการณ์ ทั้งนี้ Nvidia ได้อ้างถึงความเห็นเดียวกันนี้เมื่อถูกถามเกี่ยวกับการที่ฮวงเข้าร่วมขบวนระหว่างทางที่รัฐอลาสก้า แต่ไม่ได้ระบุเหตุผลอื่นเพิ่มเติม ทางด้านทำเนียบขาวยังไม่ได้ตอบกลับคำร้องขอความคิดเห็นในทันที ชิปที่ล้ำสมัยที่สุดของ Nvidia ซึ่งถูกใช้อย่างแพร่หลายในการฝึกฝนโมเดล AI ต้องเผชิญกับข้อจำกัดที่เข้มงวดขึ้นจากรัฐบาลสหรัฐฯ ในการจำหน่ายให้แก่จีนตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมา โดยบริษัทระบุเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ว่า ชิปเวอร์ชันที่ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลสหรัฐฯ นั้นยังไม่ได้รับอนุญาตให้ส่งเข้าไปยังประเทศจีน ผมยังคงเชื่อว่าเรายังห่างไกลจากการบรรลุข้อตกลงเรื่องการควบคุมการส่งออก ... แต่มันเป็นเรื่องบวกที่เขาอยู่ที่นั่นและเป็นส่วนหนึ่งของคณะผู้แทนของประธานาธิบดี ซึ่งนั่นเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเขาและเป็นเรื่องสำคัญสำหรับประธานาธิบดีด้วยเช่นกัน คาร์ลอส กูตีเอเรซ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ กล่าวในรายการ Squawk Box Asia ที่มา https://www.cnbc.com/2026/05/13/nvidia-says-ceo-jensen-huang-is-joining-trumps-china-trip.html

หุ้นควอนตัมพุ่งแรง! IonQ นำทัพ บวกแรง 20% Nvidia ส่ง AI ช่วยเสริมทัพ
อ่าน

หุ้นควอนตัมพุ่งแรง! IonQ นำทัพ บวกแรง 20% Nvidia ส่ง AI ช่วยเสริมทัพ

#หุ้นควอนตัม #ทันหุ้น – ข้อมูลจาก To The Moon ได้ระบุว่า วันควอนตัมโลก (World Quantum Day) ถูกก่อตั้งขึ้นโดยกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ในปี 2021 เมื่อครั้งที่เทคโนโลยียังอยู่ในระยะเริ่มต้น แต่ในวันนี้ วันดังกล่าวได้รับการเฉลิมฉลองไปทั่วโลกเพื่อส่งเสริมความก้าวหน้าในชุมชน อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยที่ส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มควอนตัมเมื่อวันอังคารมากกว่าแค่ความกระตือรือร้นทั่วไปหนึ่งในแรงผลักดันสำคัญคือการประกาศจากบริษัท IonQ ซึ่งทางบริษัทระบุว่าเป็น "หลักชัยทางเทคนิคขั้นพื้นฐาน" บริษัทซึ่งมีฐานที่ตั้งในคอลเลจพาร์ค รัฐแมริแลนด์ แห่งนี้กล่าวว่า พวกเขาประสบความสำเร็จในการเชื่อมต่อระบบควอนตัมแบบ Trapped-ion สองระบบที่อยู่ห่างกันด้วยอนุภาคแสง (Photonic) หรือพูดอีกนัยหนึ่งคือ การเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ควอนตัมสองเครื่องที่แยกจากกันทางกายภาพเข้าด้วยกันคอมพิวเตอร์แบบคลาสสิกส่วนใหญ่ดำรงอยู่บนเครือข่าย แต่เครือข่ายควอนตัมนั้นยังไม่มีอยู่จริงในปัจจุบัน ซึ่งหมายความว่าคอมพิวเตอร์ควอนตัมแต่ละเครื่องต้องทำงานด้วยตัวของมันเอง แนวคิดเรื่องเครือข่ายควอนตัมที่จะช่วยให้ระบบแต่ละระบบสามารถสื่อสารกันได้นั้น อาจเป็นการปูทางไปสู่อินเทอร์เน็ตควอนตัมในอนาคตการประกาศเมื่อวันอังคารแสดงให้เห็นว่าความก้าวหน้าไปสู่คอมพิวเตอร์ควอนตัมที่ใช้งานได้จริงนั้นเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดย IonQ มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการรุกคืบครั้งนี้ Niccolo de Masi ซีอีโอของบริษัทเคยกล่าวกับ Barron’s เมื่อต้นปีนี้ว่า เขามองว่าบริษัทเป็นผู้นำในเทคโนโลยีควอนตัมประเภทต่างๆ รวมถึงด้านการสร้างเครือข่าย"เรากำลังทำทุกส่วนของควอนตัม" de Masi กล่าวในช่วงที่มีการรายงานผลประกอบการล่าสุดของ IonQ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ "เรายังคงตั้งเป้าที่จะขยายความเป็นผู้นำในทุกๆ ด้าน และทุกด้านดูเหมือนจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ (Inflecting) พร้อมกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมาก"IonQ ระบุว่า งานด้านการเชื่อมต่อด้วยอนุภาคแสงนี้ได้รับทุนสนับสนุนผ่านข้อตกลงกับห้องปฏิบัติการวิจัยกองทัพอากาศ (Air Force Research Laboratory) นอกจากนี้บริษัทยังประกาศแยกต่างหากว่าได้รับเลือกให้เข้าร่วมในโปรแกรม Heterogeneous Architectures for Quantum ของสำนักงานโครงการวิจัยขั้นสูงด้านกลาโหม (Darpa)การได้เข้าร่วมในอีกหนึ่งโปรแกรมของ Darpa ถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับบริษัท ซึ่งก่อนหน้านี้เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์หลังจากกลุ่มนักลงทุนขายชอร์ต (Short sellers) กล่าวหาว่า IonQ จะไม่สามารถก้าวไปสู่ระยะที่สอง (Stage B) ของโครงการ Quantum Benchmarking Initiative ของ Darpa ได้หากปราศจากการเข้าซื้อกิจการ Oxford Ionicsการประกาศเมื่อวันอังคารส่งผลให้หุ้นพุ่งขึ้น 20% ซึ่งเป็นการทะยานขึ้นรายวันที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่บริษัทรายงานผลประกอบการ ขณะที่หุ้นในกลุ่มเดียวกันอย่าง SEALSQ Corp, D-Wave Quantum และ Rigetti Computing ต่างได้รับอานิสงส์ โดยพุ่งขึ้น 21%, 16% และ 12% ตามลำดับ โดยเมื่อต้นเดือนนี้ Rigetti ได้ประกาศเปิดตัวคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่ทรงพลังที่สุดของบริษัทอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นการยุติความไม่แน่นอนที่ดำเนินมาหลายเดือนหลังจากการเลื่อนเปิดตัวในช่วงแรกผู้เล่นรายอื่นๆ ได้ใช้โอกาสจากความตื่นเต้นรอบวันควอนตัมโลกในการแบ่งปันพัฒนาการของตนเองเช่นกัน โดยท่ามกลางช่วงเวลาที่หุ้นพุ่งแรง Nvidia ได้เปิดตัวสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าเป็นตระกูลโมเดลโอเพนซอร์สรายแรกของโลกที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้นักวิจัยสร้างหน่วยประมวลผลควอนตัมโมเดลตระกูล Ising ซึ่งตั้งชื่อตามโมเดลทางคณิตศาสตร์ที่เป็นหมุดหมายสำคัญ "จะทำหน้าที่ปรับจูนหน่วยประมวลผลควอนตัมที่ดีที่สุดในโลก และช่วยให้นักวิจัยสามารถจัดการกับปัญหาที่ใหญ่และซับซ้อนมากขึ้นได้" Nvidia กล่าว โดยบริษัทสัญญาว่า Ising จะให้ความแม่นยำสูงขึ้นถึงสามเท่าในกระบวนการถอดรหัส (Decoding) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการแก้ไขข้อผิดพลาดในระบบควอนตัม (Quantum error correction)Nvidia อาจเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) แต่การประกาศเมื่อวันอังคารไม่ได้ถือเป็นการก้าวเข้าสู่โลกควอนตัมเป็นครั้งแรกของบริษัท นอกเหนือจากการทำงานร่วมกับพันธมิตรอย่าง International Business Machines (IBM) แล้ว Nvidia ยังเป็นผู้พัฒนา CUDA-Q ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการเขียนโปรแกรมแบบไฮบริดที่ออกแบบมาเพื่อรวมหน่วยประมวลผลควอนตัมเข้ากับ GPU และ CPUที่มา https://ttmgoal.com/news/2627224429

Nvidia จนมุม! ศาลเปิดทางคดีแบบกลุ่ม แฉซ่อนตัวเลขขุดคริปโทลวง นลท.โลก
อ่าน

Nvidia จนมุม! ศาลเปิดทางคดีแบบกลุ่ม แฉซ่อนตัวเลขขุดคริปโทลวง นลท.โลก

#Nvidia #ทันหุ้น - ข้อมูลจาก Coinpedia ได้ระบุว่า ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ได้อนุญาตให้การฟ้องร้องแบบกลุ่มต่อ Nvidia และซีอีโอ Jensen Huang ดำเนินต่อไปได้ ในข้อหาที่ว่าบริษัทได้ปกปิดยอดขาย GPU ที่เกี่ยวข้องกับการขุดคริปโต นักลงทุนกล่าวว่ารายได้มากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ที่เชื่อมโยงกับนักขุดคริปโตไม่ได้ถูกเปิดเผยอย่างชัดเจนศาลอนุญาตให้คดีรายได้คริปโตของ Nvidia ดำเนินการต่อไป ตามคำตัดสินของศาล คดีนี้ครอบคลุมนักลงทุนระหว่างวันที่ 10 สิงหาคม 2017 ถึง 15 พฤศจิกายน 2018 โดยโจทก์อ้างว่า Nvidia ได้รับรายได้มหาศาลจากนักขุดคริปโต แต่กลับบันทึกรายได้ส่วนใหญ่ไว้ภายใต้ธุรกิจเกมของบริษัทเอกสารที่ยื่นต่อศาลระบุว่า Nvidia สร้างรายได้ประมาณ 1.7 พันล้านดอลลาร์จากการขาย GPU สำหรับการขุดคริปโตในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งในจำนวนนี้มีรายงานว่าประมาณ 1.13 พันล้านดอลลาร์ไม่ได้ถูกเปิดเผยอย่างชัดเจน นักลงทุนโต้แย้งว่าสิ่งนี้ทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่เข้าใจผิดว่าความต้องการในกลุ่มธุรกิจเกมนั้นมีความมั่นคงเอกสารยังระบุอีกว่า มากกว่า 65% ของความต้องการที่เกี่ยวข้องกับคริปโตมาจาก GPU ตระกูล GeForce สำหรับการเล่นเกมของ Nvidia ซึ่งหมายความว่าการเติบโตในกลุ่มธุรกิจเกมอาจถูกผลักดันโดยนักขุดมากกว่าเหล่านักเล่นเกม นอกจากนี้ ความต้องการจากฝั่งคริปโตอาจคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 83% ของการเติบโตของ GPU ของ Nvidia ในช่วงเวลาที่ครอบคลุมโดยการฟ้องร้องครั้งนี้ราคาหุ้นดิ่งลงหลังจากความต้องการคริปโตชะลอตัว ประเด็นดังกล่าวเริ่มชัดเจนในปี 2018 โดยในเดือนสิงหาคม 2018 Nvidia ได้ปรับลดคาดการณ์แนวโน้มและกล่าวว่าความต้องการคริปโตได้ชะลอตัวลง จากนั้นในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2018 บริษัทออกมายอมรับว่ารายได้จากกลุ่มเกมพลาดเป้าเนื่องจากมีสินค้าคงเหลือค้างสต็อกหลังจากกระแสคริปโตลดลงภายหลังการเปิดเผยข้อมูลนี้ หุ้นของ Nvidia ร่วงลงประมาณ 28.5% ภายในสองเซสชันการซื้อขาย นักลงทุนกล่าวว่าการร่วงลงนี้สะท้อนถึงปฏิกิริยาของตลาดต่อการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับคริปโตก่อนหน้านี้ของบริษัท โดยผู้พิพากษากล่าวว่า Nvidia ล้มเหลวในการพิสูจน์ว่าถ้อยแถลงของบริษัทไม่ได้ส่งผลกระทบต่อราคาหุ้น ด้วยเหตุนี้ ศาลจึงอนุญาตให้การฟ้องร้องดำเนินต่อไปในรูปแบบคดีแบบกลุ่ม โดยมีการกำหนดวันพิจารณาคดีในวันที่ 21 เมษายนนี้SEC เคยสั่งปรับ Nvidia เป็นเงิน 5.5 ล้านดอลลาร์ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Nvidia เผชิญกับการตรวจสอบ โดยในปี 2022 คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) ได้สั่งปรับบริษัทเป็นเงิน 5.5 ล้านดอลลาร์ ฐานล้มเหลวในการเปิดเผยอย่างชัดเจนว่าการขุดคริปโตส่งผลกระทบต่อรายได้จากกลุ่มเกมอย่างไรหน่วยงานกำกับดูแลกล่าวว่านักลงทุนควรได้รับแจ้งว่าส่วนแบ่งที่สำคัญของความต้องการ GPU นั้นมาจากนักขุดคริปโต ซึ่งภายหลังเหตุการณ์นี้ หุ้นของ Nvidia ได้ปรับตัวลดลงประมาณ 9% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา โดยขณะนี้ซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 178.68 ดอลลาร์ ในขณะที่นักลงทุนเฝ้าติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิดที่มา https://coinpedia.org/news/nvidia-faces-class-action-over-alleged-hidden-crypto-mining-revenue/

ขาใหญ่ Nvidia ออกมาตอบโต้กระแสวิจารณ์เทคโนโลยี DLSS 5 ที่กำลังเป็นประเด็นดราม่าอยู่ในขณะนี้!
อ่าน

ขาใหญ่ Nvidia ออกมาตอบโต้กระแสวิจารณ์เทคโนโลยี DLSS 5 ที่กำลังเป็นประเด็นดราม่าอยู่ในขณะนี้!

ภายในงาน GTC 2026 คุณ Jensen Huang ตำแหน่ง CEO ของทาง Nvidia ได้ออกมาตอบโต้กระแสวิจารณ์เทคโนโลยี DLSS 5 ที่กำลังเป็นประเด็นดราม่าอยู่ในขณะนี้! โดยกล่าวว่า นักเล่นเกม "เข้าใจผิดอย่างสิ้นเชิง"นับตั้งแต่การเปิดตัว DLSS 5 เกมเมอร์และเหล่านักวิจารณ์บางส่วนได้ออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจนบนโซเชียลมีเดีย โดยลงความเห็นว่าเทคโนโลยีนี้ทำให้ภาพในเกมดูแย่ลง โดยคำวิจารณ์ส่วนใหญ่มุ่งไปที่รูปลักษณ์ที่ถูกปรับใหม่ของ Grace Ashcroft และ Leon Kennedy จากเกม Resident Evil Requiem คุณ Jensen Huang เผยว่า"เอาล่ะ อย่างแรกเลย พวกเขาเข้าใจผิดอย่างสิ้นเชิง เหตุผลก็เพราะ DLSS 5 เป็นการผสานการทำงานระหว่าง Generative AI เข้ากับการควบคุมในส่วน Geometry และ Texture ของเกม ทั้งนี้ทางฝั่งผู้พัฒนาจะยังคงสามารถควบคุมทิศทางงานศิลป์ได้ทั้งหมด เทคโนโลยีนี้ไม่ได้เข้าไปทำลายเอกลักษณ์ของเกมอย่างที่ใครหลายคนรู้สึกกังวล นักพัฒนาสามารถใช้เครื่องมือนี้ปรับแต่งระบบกราฟิกได้ตามต้องการ ตัดสินใจเองว่าต้องการนำไปใช้อย่างไร เพราะนี่คือ Neural Rendering เพื่อใช้ควบคุมคอนเทนต์ได้อย่างต้องการ"สำหรับ เทคโนโลยี DLSS 5 มีกำหนดเปิดตัวในช่วงฤดูใบไม้ร่วง และคาดว่าจะมีเดโมออกมาให้ได้ชมกันก่อนที่ปลอยออกมาใช้งานจริงแปลและเรียบเรียงจากhttps://www.tomshardware.com

หุ้น Nvidia จะพุ่งต่อหรือพอแค่นี้? เปิด 6 ไฮไลท์ที่นักลงทุนต้องอ่าน!
อ่าน

หุ้น Nvidia จะพุ่งต่อหรือพอแค่นี้? เปิด 6 ไฮไลท์ที่นักลงทุนต้องอ่าน!

#Nvidia #ทันหุ้น - ข้อมูลจาก Investing.com ได้ระบุว่า เหล่านักลงทุนต่างคาดหวังที่จะมุ่งเน้นไปที่ประเด็นสำคัญหลายประการในงานประชุม GTC ของ Nvidia ที่กำลังจะมาถึง ในขณะที่บริษัทเตรียมเปิดเผยแผนงานระยะถัดไปสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และดาต้าเซ็นเตอร์งานประชุม GTC ของ Nvidia เป็นเหตุการณ์ที่นักลงทุนเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากบริษัทมักจะใช้โอกาสนี้ในการเปิดตัวชิป AI รุ่นใหม่, เทคโนโลยีดาต้าเซ็นเตอร์ และการอัปเดตแผนงานผลิตภัณฑ์ (Product Roadmap)ตามรายงานวิเคราะห์ล่วงหน้าจาก Mizuho ระบุว่า งานนี้อาจมีการอัปเดตที่สำคัญเกี่ยวกับเทคโนโลยีเจเนอเรชันถัดไปของ Nvidia และกลยุทธ์ในการรองรับความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่กำลังเติบโต โดยมี 6 ประเด็นหลักที่นักลงทุนต้องจับตา ดังนี้:แพลตฟอร์ม Rubin: นักลงทุนจะรอคอยการอัปเดตเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมดาต้าเซ็นเตอร์รุ่นถัดไปอย่าง "Rubin" ซึ่งถูกคาดหมายว่าจะมาสืบทอดต่อจากระบบ Blackwell ที่กำลังถูกนำไปใช้ในคลัสเตอร์ AI อยู่ในขณะนี้ชิปประมวลผลการอนุมาน (Inference Chip) รุ่นใหม่: งานนี้อาจรวมถึงรายละเอียดของชิปตัวใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีของ Groq ซึ่งนักวิเคราะห์กล่าวว่าสถาปัตยกรรมนี้จะช่วยลดความหน่วง (Latency) ได้อย่างมหาศาล และเพิ่มประสิทธิภาพในการรันโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) รวมถึงงานด้าน AI อื่นๆแผนงานด้านระบบเครือข่าย (Networking): คาดว่าจะเป็นจุดโฟกัสหลัก โดยบริษัทอาจให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเทคโนโลยี Co-packaged optics และระบบเครือข่ายความเร็วสูงที่ออกแบบมาเพื่อรองรับคลัสเตอร์ AI ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลและหน่วยความจำ: นักวิเคราะห์คาดหวังการหารือเกี่ยวกับเทคโนโลยีหน่วยความจำที่ใช้ในระบบ AI รวมถึงแนวทางใหม่ๆ ในการจัดการกับความต้องการข้อมูลมหาศาลของโมเดลยุคปัจจุบันระบบ AI ระดับแร็ค (Rack-scale): นักลงทุนจะมองหาการอัปเดตเกี่ยวกับระบบอย่างแพลตฟอร์ม Kyber และสถาปัตยกรรมพลังงานใหม่ๆ ที่สามารถรองรับความต้องการพลังงานไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นของดาต้าเซ็นเตอร์ AIการประมวลผลควอนตัม (Quantum Computing): งานนี้อาจเน้นย้ำถึงความพยายามของ Nvidia ในการผสมผสาน GPU เข้ากับระบบควอนตัมคอมพิวเตอร์ผ่านเทคโนโลยีอย่าง NVQLink และ CUDA Q ซึ่งอาจนำไปสู่การสร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์แบบไฮบริด "Quantum AI" ในอนาคตการประกาศต่างๆ ในงาน GTC ครั้งนี้จะช่วยสร้างความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับแผนงานผลิตภัณฑ์ของ Nvidia และห่วงโซ่อุปทาน AI ในวงกว้าง ในขณะที่บริษัทต่างๆ กำลังเร่งการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อรองรับภาระงานของปัญญาประดิษฐ์ที่มา https://www.investing.com/news/analyst-ratings/nvidia-gtc-investors-will-focus-on-these-6-things-4548630

AI ดัน Nvidia พุ่งไม่หยุด! รายได้โต 73% กำไรเบิ้ล 2 เท่า ทุบสถิติวอลล์สตรีท
อ่าน

AI ดัน Nvidia พุ่งไม่หยุด! รายได้โต 73% กำไรเบิ้ล 2 เท่า ทุบสถิติวอลล์สตรีท

#Nvidia #ทันหุ้น - สำนักข่าว CNBC ได้ระบุว่า Nvidia รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ตามปีงบประมาณเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของรายได้ถึง 75% ในธุรกิจหลักอย่าง Data Center ส่งผลให้ราคาหุ้นดีดตัวขึ้นในช่วงการซื้อขายนอกเวลาทำการก่อนจะลดช่วงบวกลงในภายหลังนี่คือผลการดำเนินงานของบริษัทเมื่อเทียบกับตัวเลขคาดการณ์จากนักวิเคราะห์ที่สำรวจโดย LSEG:กำไรต่อหุ้น (EPS): ปรับปรุงแล้วอยู่ที่ $1.62 (เทียบกับคาดการณ์ $1.53)รายได้: 6.813 หมื่นล้านดอลลาร์ (เทียบกับคาดการณ์ 6.621 หมื่นล้านดอลลาร์)รายได้รวมของ Nvidia ในไตรมาสนี้เพิ่มขึ้น 73% จาก 3.93 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนยอดขายกว่า 91% มาจากหน่วยธุรกิจ Data Center ซึ่งเป็นที่ตั้งของชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เป็นผู้นำตลาดรายได้จากธุรกิจ Data Center อยู่ที่ 6.23 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาสนี้ สูงกว่าความคาดหมายที่ 6.069 หมื่นล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลของ StreetAccount ส่วนกำไรสุทธิพุ่งขึ้นเกือบสองเท่าเป็น 4.3 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ $1.76 ต่อหุ้น จากเดิม 2.21 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ 89 เซนต์ต่อหุ้นในไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้วสำหรับการคาดการณ์ในอนาคต (Guidance) ก็ออกมาดีกว่าที่คาดเช่นกัน โดย Nvidia ระบุว่ารายได้ในไตรมาสแรกของปีงบประมาณจะอยู่ที่ 7.8 หมื่นล้านดอลลาร์ (บวกลบ 2%) ขณะที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 7.26 หมื่นล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ Nvidia ระบุว่าการพยากรณ์ดังกล่าวไม่ได้รวมรายได้ธุรกิจ Data Center จากประเทศจีนเข้าไปด้วยหุ้นของ Nvidia ยังคงทำผลงานได้ดีกว่าบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Megacap) ทุกแห่งในปีนี้ เนื่องจากบริษัทยังคงเป็นผู้ได้รับประโยชน์หลักจากกระแส AI โดย ณ ปิดตลาดวันพุธ หุ้น Nvidia ปรับตัวขึ้นแล้ว 5% ในปี 2026 ขณะที่ดัชนี Nasdaq ลดลง 0.4% ทั้งนี้มีเพียง Apple เท่านั้นในกลุ่มบริษัทมูลค่าล้านล้านดอลลาร์ที่มีราคาหุ้นเป็นบวกในปีนี้ (เพิ่มขึ้นไม่ถึง 1%)วอลล์สตรีทได้รับสัญญาณที่ดีก่อนหน้านี้เมื่อบริษัทผู้ให้บริการคลาวด์ยักษ์ใหญ่ทั้ง 4 แห่ง (Hyperscalers) ได้แก่ Alphabet, Amazon, Meta และ Microsoft รายงานผลประกอบการเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน ซึ่งจากคาดการณ์การใช้จ่ายด้านทุน (Capex) ของพวกเขาและตัวเลขจากนักวิเคราะห์ พบว่ายอด Capex รวมในปีนี้อาจพุ่งสูงถึง 7 แสนล้านดอลลาร์ เนื่องจากยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีเหล่านี้กำลังเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AIในบทวิเคราะห์จาก CFO ของ Nvidia ระบุว่า กลุ่ม Hyperscalers "ยังคงเป็นกลุ่มลูกค้าที่ใหญ่ที่สุดของเรา" โดยคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 50% ของรายได้ Data Centerภายในธุรกิจ Data Center นั้น Nvidia รายงานยอดขายชิ้นส่วนอุปกรณ์เครือข่าย (Networking parts) อยู่ที่ 1.098 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งใช้สำหรับเชื่อมต่อหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) นับร้อยตัวเข้าด้วยกัน ยอดขายส่วนนี้เพิ่มขึ้นถึง 263% เมื่อเทียบเป็นรายปี สะท้อนถึงการนำเทคโนโลยีเครือข่าย NVLink ของบริษัทมาใช้กันอย่างแพร่หลาย รวมถึงสวิตช์ Ethernet ตระกูล Spectrum-X ที่ได้รับดีลใหม่จากยักษ์ใหญ่อย่าง Metaทางด้านหน่วยธุรกิจเกม (Gaming) ซึ่งเคยเป็นธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดของบริษัท มีรายได้เติบโต 47% จากปีที่แล้วแตะ 3.7 พันล้านดอลลาร์ แต่ลดลง 13% จากไตรมาสก่อนหน้า นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า Nvidia อาจงดการเปิดตัว GPU เกมรุ่นใหม่ในปีนี้ เนื่องจากข้อจำกัดด้านหน่วยความจำ (Memory constraints) บีบให้ผู้ผลิตชิปต้องจัดลำดับความสำคัญให้กับโปรเซสเซอร์ AI ก่อน ซึ่งสำหรับ Nvidia นั่นหมายถึงตัวเร่งความเร็ว AI ที่ขายในระบบระดับแร็ค (Rack-scale) เช่น Grace Blackwell ที่บรรจุ GPU ถึง 72 ตัวเรื่องหน่วยความจำยังคงเป็นประเด็นที่นักลงทุนกังวลเนื่องจากการขาดแคลนทั่วโลก บริษัทคาดว่าข้อจำกัดด้านซัพพลายจะเป็นปัจจัยลบ (Headwind) ต่อธุรกิจเกมของ Nvidia "ในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2027 และหลังจากนั้น" โคเล็ตต์ เครส (Colette Kress) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินเขียนในบทวิเคราะห์ของเธอนอกจากนี้ ตลาดยังมีความตื่นเต้นเพิ่มขึ้นต่อการเปิดตัวระบบระดับแร็ครุ่นถัดไปที่มีชื่อว่า Vera Rubin ซึ่งเป็นรุ่นสืบทอดจาก Grace Blackwell ในช่วงปลายปีนี้ โดยเครสกล่าวในการแถลงผลประกอบการว่า "เราได้ส่งมอบตัวอย่าง Vera Rubin ชุดแรกให้กับลูกค้าเมื่อต้นสัปดาห์นี้ และเรายังคงดำเนินการตามแผนที่จะเริ่มสายการผลิตเพื่อส่งมอบในช่วงครึ่งหลังของปี"ทั้งนี้ Vera Rubin ถูกคาดหวังว่าจะให้ประสิทธิภาพต่อวัตต์เพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า ซึ่งจะช่วยประหยัดพลังงานในเวลาที่ Data Center กำลังเผชิญกับข้อจำกัดด้านพลังงานอย่างหนักบริษัทยังระบุว่ากำลังขยายห่วงโซ่อุปทานออกไปนอกเอเชีย โดยมุ่งเน้นไปที่สหรัฐฯ และลาตินอเมริกา ปัจจุบัน Nvidia กำลังผลิต Blackwell GPU ที่โรงงานใหม่ของ TSMC ในรัฐแอริโซนา และระบบระดับแร็คบางส่วนถูกประกอบขึ้นที่โรงงานแห่งใหม่ขนาดใหญ่ของ Foxconn ในเม็กซิโก"ความเคลื่อนไหวเหล่านี้คาดว่าจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทานของเรา เพิ่มความยืดหยุ่นและการทำงานทดแทนกันได้ (Redundancy) เพื่อตอบสนองความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เพิ่มขึ้น" Nvidia ระบุในเอกสารรายงานทางการเงินในส่วนของธุรกิจยานยนต์ (Automotive) ซึ่งรวมถึงชิปสำหรับรถยนต์และหุ่นยนต์ Nvidia รายงานยอดขายที่ 604 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสนี้ เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน แต่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 654.8 ล้านดอลลาร์ ส่วนธุรกิจ Professional Visualization รายงานรายได้ 1.32 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 159% และสูงกว่าคาดการณ์ที่ 755.4 ล้านดอลลาร์Nvidia ได้ทุ่มเงินลงทุนมหาศาลในแล็บ AI ขนาดใหญ่และบริษัทอื่นๆ ในอุตสาหกรรม รวมถึงการเข้าถือหุ้นใหญ่ใน Intel โดยบริษัทระบุในรายงานประจำปีว่าได้ลงทุนไปแล้ว 1.75 หมื่นล้านดอลลาร์ในบริษัทเอกชนและกองทุนโครงสร้างพื้นฐานในช่วงปีที่ผ่านมา "เพื่อสนับสนุนสตาร์ทอัพในระยะเริ่มต้นเป็นหลัก" อย่างไรก็ตาม Nvidia ยอมรับว่าการลงทุนเหล่านี้ "อาจไม่สร้างกำไรในระยะสั้น หรืออาจไม่กำไรเลย และไม่มีหลักประกันว่าเราจะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุน"สุดท้าย เจนเซ่น หวง (Jensen Huang) ซีอีโอ ได้กล่าวกับนักวิเคราะห์เมื่อวันพุธว่า Nvidia ยังคง "ทำงานร่วมกับ OpenAI เพื่อมุ่งสู่ข้อตกลงพันธมิตรและเชื่อว่าเราใกล้จะสำเร็จแล้ว" ทั้งสองบริษัทได้ประกาศดีลมูลค่า 1 แสนล้านดอลลาร์ไปเมื่อเดือนกันยายน แต่ข้อตกลงดังกล่าวยังไม่มีการลงนามขั้นสุดท้าย ซึ่งในรายงานประจำปี Nvidia ก็ย้ำเตือนว่าไม่มีหลักประกันว่า "ธุรกรรมนี้จะเสร็จสมบูรณ์"ที่มา https://www.cnbc.com/2026/02/25/nvidia-nvda-earnings-report-q4-2026.html

Crimson Desert กำลังมาเยือน NVIDIA GeForce NOW โดยเปิดเผยในงาน CES 2026
อ่าน

Crimson Desert กำลังมาเยือน NVIDIA GeForce NOW โดยเปิดเผยในงาน CES 2026

Pearl Abyss ได้เปิดเผยในวันนี้ว่าเกม Crimson Desert เกมแนวแอคชั่นผจญภัย Open-World จะให้บริการบนคลาวด์เกมมิ่ง GeForce NOW ของ NVIDIA เมื่อเกมมีการเปิดตัวบน PC โดยได้มีการประกาศในงาน CES 2026 งานแสดงสินค้าและเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่จัดขึ้น ณ ลาสเวกัสCrimson Desert สำหรับ GeForce NOW ได้มีการนำเสนอในงานประจำปีซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของไลน์อัพคลาวด์เกมมิ่งของแพลตฟอร์มที่กำลังขยายตัวGeForce NOW จะช่วยให้สมาชิกสามารถสตรีมเกมที่มีประสิทธิภาพสูงได้ในทันทีโดยไม่ต้องมีการดาวน์โหลดหรือใช้ฮาร์ดแวร์ขั้นสูง ซึ่งจะเป็นการมอบประสบการณ์การเล่นเกมสุดพรีเมียมบนอุปกรณ์หลายประเภทCrimson Desert มีการดำเนินเรื่องราวบนทวีปไพเวลอันกว้างใหญ่ โดยจะติดตามการเดินทางอันยิ่งใหญ่ของคลิฟฟ์และกลุ่มเกรย์เมนน์ของเขาที่จะเต็มไปด้วยการต่อสู้ขนาดใหญ่ การสำรวจ และรูปแบบการเล่นที่เน้นในการเล่าเรื่องCrimson Desert มีกำหนดการวางจำหน่ายทั่วโลกในวันที่ 20 มีนาคม 2569 และสามารถพรีออเดอร์ได้แล้วตอนนี้ทาง เว็บไซต์ทางการ โดย Crimson Desert จะให้บริการบน PlayStation (PS) 5, Xbox Series X|S, Steam และ Apple Mac[ข่าวประชาสัมพันธ์]

DELTA บล.บัวหลวง มอง “Neutral to Positive” NVIDIA ชิปใหม่ไม่พึ่งระบบ Chiller
อ่าน

DELTA บล.บัวหลวง มอง “Neutral to Positive” NVIDIA ชิปใหม่ไม่พึ่งระบบ Chiller

#ทันหุ้น #2026 #SET #DELTA บล.บัวหลวง มอง "Neutral to Positive" NVIDIA ชิปใหม่ไม่พึ่งระบบ Chiller แบบเดิมบล.บัวหลวง ระบุ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (DELTA) ประเด็นจากงาน CES ที่เกี่ยวข้องกับแนวโน้มการลดการใช้งานระบบทำความเย็นแบบ traditional water chiller โดยในคืนที่ผ่านมา ราคาหุ้นในกลุ่มธุรกิจ Data Center Cooling ปรับตัวลดลงในหลายบริษัท อาทิ Johnson Controls, Modine Manufacturing, Trane และ Carrier Global ภายหลังนาย Jensen Huang ให้ข้อมูลในงาน CES ว่า ชิป AI รุ่นใหม่ เช่น Rubin จะถูกออกแบบให้สามารถทำงานได้ที่อุณหภูมิน้ำสูงขึ้นประมาณ 45°C ส่งผลให้ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาระบบ traditional water chiller และระบบ HVAC แบบเดิมที่ใช้คอมเพรสเซอร์และใช้พลังงานสูงประเด็นดังกล่าวอาจส่งผลกระทบเชิง Sentiment ต่อหุ้นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ Cooling รวมถึง DELTA แม้ปัจจุบัน DELTA จะยังไม่ได้จำหน่ายระบบ Cooling system โดยตรง แต่ในช่วงปลายปีนี้มีแผนทำตลาดสินค้า Cooling ซึ่งนำมาจาก DELTA Taiwan เพื่อทำตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ควบคู่กับการรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม กลุ่ม DELTA ยังมีส่วนแบ่งตลาดหลักในความต้องการด้าน White space ของระบบ Liquid cooling ประเภท side-car CDU ซึ่งมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น และ DELTA มีความได้เปรียบด้านเทคโนโลยี AALCทั้งนี้ ระบบ Liquid cooling สามารถทำงานได้ที่อุณหภูมิสูงระดับ 45°C มาโดยตลอด และไม่สามารถใช้ระบบ air cooling ที่อุณหภูมิ 45°C เพื่อระบายความร้อนให้กับชิป AI ระดับสูงได้ สะท้อนจากราคาหุ้นที่เกี่ยวข้องซึ่งปรับตัวฟื้นกลับขึ้นหลังจากแรงขายในช่วงแรก เช่น Vertiv และ nVent Electricในมุมมองปัจจัยพื้นฐาน BLS Research ประเมินว่าประเด็นดังกล่าวมีผลเป็นกลางถึงเชิงบวกต่อ DELTA จากโอกาสในการขยายเข้าสู่ตลาด Liquid cooling ในอนาคต อย่างไรก็ดี การเติบโตของธุรกิจ Cooling อาจไม่โดดเด่นเท่าธุรกิจ Power เนื่องจากเป็นสินค้าที่พัฒนาจากฝั่งไต้หวัน และคาดว่าอัตรากำไรสุทธิจะอยู่ในระดับต่ำกว่า จากภาระค่า Royalty fee

ซีอีโอ Nvidia ยอมรับ บริษัทเคยรอดมาได้ด้วยเงินลงทุนจาก Sega ในยุค 90
อ่าน

ซีอีโอ Nvidia ยอมรับ บริษัทเคยรอดมาได้ด้วยเงินลงทุนจาก Sega ในยุค 90

ทุกวันนี้ Nvidia ถือเป็นบริษัทที่มีมูลค่าในตลาดสูงถึงกว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือราว 128 ล้านล้านบาท) แต่เพื่อน ๆ เชื่อมั้ยครับว่ากว่าพวกเขาจะมาถึงจุดนี้ได้ บริษัทเองก็เกือบจะไม่รอดอยู่แล้ว ซึ่งคุณ Jensen Huang ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Nvidia ได้เล่าความหลังในรายการพอดแคสต์ในช่อง Joe Rogan Experience บน YouTube ว่า ช่วงทศวรรษ 1990 ตัวเขาเองกับผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทอีกสองคนได้พยายามหารายได้เข้ามายังบริษัทที่ตอนนั้นยังเพิ่งเป็นแค่ระดับสตาร์ทอัป โดยมีการเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นและนำเสนอโปรเจกต์ต่อผู้บริหารของ Sega ด้วยแนวคิดที่ว่า Nvidia สามารถสร้างเครื่องคอนโซล Dreamcast ให้กับ Sega ได้(ล่าง) รายการพอดแคสต์ของ Joe Rogan Experienceแต่สุดท้ายแล้ว Nvidia ก็ไม่สามารถทำงานนี้ได้สำเร็จ เพราะทางบริษัท ณ เวลานั้นยังไม่มีความสามารถด้านเทคนิคมากเพียงพอที่จะทำตามสิ่งที่ Sega ต้องการได้ และนั่นทำให้ Sega เลือกไปจับมือกับ VideoLogic ในการสร้างเครื่อง Dreamcast แทน หลังจากนั้น คุณ Jensen ก็ยังหวังที่จะได้เงิน 5 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 160 ล้านบาท) ที่เป็นเงินค่าจ้างก้อนสุดท้ายสำหรับการทำงานตามสัญญา และกล่าวกับผู้บริหารของ Sega ว่าพวกเขาสามารถให้เงินก้อนนี้เป็นเงินลงทุนกับ Nvidia ได้นะ แต่ก็ยอมรับไปตรง ๆ ว่า Nvidia เองก็แทบไม่มีโอกาสทางธุรกิจเลย ดังนั้นก็มีความเป็นไปได้สูงว่าเงินนี้อาจจะสูญไปเปล่า ๆ เหมือนกัน ทว่ามีผู้บริหารระดับสูงรายหนึ่งของ Sega ที่รู้สึกชื่นชอบคุณ Jensen และตัดสินใจมอบเงินก้อนนี้ไปให้ Nvidia ลงทุน ด้วยเหตุผลเพียงแค่ว่าคุณ Jensen เป็นคนที่ซีอีโอของ Sega ชื่นชอบเท่านั้นต่อมา Nvidia ก็นำเงินก้อนนั้นมาใช้สร้างและขยายธุรกิจในวงการเกม และพอพวกเขานำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี 1999 ด้วยมูลค่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ Sega จึงได้ถอนการลงทุนไป ซึ่งคุณ Jensen กล่าวว่าถ้า Sega ไม่ได้ถอนตัวออกไปในวันนั้น เงิน 5 ล้านดอลลาร์ก็น่าจะเพิ่มมูลค่ากลายเป็น 1 ล้านล้านดอลลาร์ในวันนี้ไปแล้วแปลและเรียบเรียงจากhttps://www.youtube.com/watch?v=3hptKYix4X8t=5567shttps://www.gamespot.com/articles/a-5-million-gift-from-sega-saved-nvidia/1100-6536736/

สะเทือนบัลลังก์! Nvidia ร่วง หลังลือ Meta หันใช้ชิป AI จาก Google
อ่าน

สะเทือนบัลลังก์! Nvidia ร่วง หลังลือ Meta หันใช้ชิป AI จาก Google

#Nvidia #ทันหุ้น สำนักข่าว CNBC รายงานว่า หุ้น Nvidia ปรับตัวลดลงในวันอังคาร หลังจากที่ The Information รายงานว่า Meta กำลังพิจารณาใช้ชิปที่ออกแบบโดย Google หุ้น Nvidia ลดลง 3% ในการซื้อขายก่อนเปิดตลาด ในขณะที่ Alphabet บริษัทแม่ของ Google ซื้อขายสูงขึ้น 2.1% เมื่อวันจันทร์ The Information รายงานว่า Meta กำลังพิจารณาใช้ Tensor Processing Units (TPUs) ของ Google ในศูนย์ข้อมูลของตนในปี 2027 นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า Meta อาจเช่า TPUs จากหน่วย Cloud ของ Google ในปีหน้า Google เปิดตัว TPU รุ่นแรกในปี 2018 และเดิมทีถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานภายในของตัวเองสำหรับธุรกิจ Cloud Computing นับตั้งแต่นั้นมา Google ได้เปิดตัวชิปรุ่นที่ล้ำหน้ายิ่งขึ้น ซึ่งออกแบบมาเพื่อจัดการภาระงานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเฉพาะ TPUs เป็นชิปที่ปรับแต่งเอง และผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าสิ่งนี้ทำให้ Google ได้เปรียบคู่แข่ง เนื่องจากสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับ AI ให้กับลูกค้าได้ หาก Meta เลือกใช้ TPUs จะถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่สำหรับ Google และเป็นการพิสูจน์เทคโนโลยีที่อาจเกิดขึ้นได้ Nvidia ยังคงเป็นผู้นำตลาดด้วย Graphics Processing Units (GPUs) ซึ่งได้กลายเป็นฮาร์ดแวร์หลักที่รองรับการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดใหญ่ แม้ว่าการครอบงำของ Nvidia ไม่น่าจะถูกสั่นคลอนในระยะใกล้ แต่ TPUs ของ Google ก็เข้ามาเพิ่มการแข่งขันในตลาดเซมิคอนดักเตอร์ AI ให้มากขึ้น บริษัทที่สร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ต่างกำลังมองหาแหล่งชิปที่หลากหลายมากขึ้นเพื่อลดการพึ่งพา Nvidia Meta เป็นหนึ่งในผู้ที่ใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI มากที่สุด โดยบริษัทคาดการณ์ว่าค่าใช้จ่ายลงทุนจะอยู่ที่ระหว่าง 70,000 ล้านดอลลาร์ ถึง 72,000 ล้านดอลลาร์ ในปีนี้ ที่มา https://www.cnbc.com/2025/11/25/nvidia-shares-today-google-meta-ai-chip-report.html

NVIDIA งบทะลุฟ้า! ทั่วโลก Risk-On รับแรงหนุนหุ้นเทค
อ่าน

NVIDIA งบทะลุฟ้า! ทั่วโลก Risk-On รับแรงหนุนหุ้นเทค

#NVIDIA #ทันหุ้น - ดัชนี Dow Jones เมื่อคืนปรับขึ้นเล็กน้อย 47 จุด (+0.1%) หลังจากตลาดปิดไม่นาน NVIDIA ได้รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปีงบประมาณ 2026 ออกมาดีกว่าคาด ทั้งกำไรสุทธิ 3.17 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินราว 3% และเมื่อเทียบกับปีก่อนยังเติบโตสูงถึง 60% ด้านรายได้แตะ 5.7 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นทั้งปีต่อปี (+62% YoY) และไตรมาสต่อไตรมาส (+22% QoQ) อัตรากำไรขั้นต้นออกมาโดดเด่นที่ 73.6% หนุนโดยธุรกิจ Data Center ที่ยังขยายตัวแรงถึง +66% (YoY) สะท้อนความต้องการด้าน Cloud และโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ยังแข็งแกร่ง ซึ่งช่วยลดความกังวลเรื่องมูลค่าฟองสบู่ในหุ้นกลุ่ม AI และเป็นแรงเสริมเชิงบวกต่อหุ้นเทคโนโลยีรายใหญ่ที่เกี่ยวข้องอย่าง TSMC, Alphabet และ Microsoft ขณะที่ คืนนี้ตลาดยังรอติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ โดยเฉพาะการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราว่างงาน โดย Bloomberg Consensus คาดไว้ที่ 53,000 ราย และ 4.3% ตามลำดับ หากออกมาต่ำกว่าที่คาด มีโอกาสสร้าง Sentiment เชิงบวกต่อตลาดหุ้นได้ทางด้านตลาดหุ้นยุโรปปิดใกล้ระดับเดิม โดยแรงกดดันหลักมาจากหุ้นในหมวดอากาศยานและป้องกันประเทศที่อ่อนตัวลงราว 2.3% ลงไปที่ระดับต่ำสุดตั้งแต่ต้นเดือนก.ย. สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากรายงานว่ารัฐบาลสหรัฐ เดินหน้าเจรจาเพื่อผลักดันให้เกิดการยุติความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย–ยูเครนอีกครั้ง ส่งผลให้หุ้นกลุ่มผู้ผลิตอาวุธรายใหญ่ในยุโรป เช่น หุ้น RHM (Rheinmetall), Renk, BAE, LDO (Leonardo) และ SAAB ร่วงแรงระหว่าง 4.5% – 7.7% ภายในดัชนี STOXXขณะเดียวกันวันนี้ตลาดหุ้นฝั่งเคลื่อนไหวในแดนบวก โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่ดีดตัวขึ้นถ้วนหน้า หลัง NVIDIA รายงานงบไตรมาส 3 ปีงบประมาณ 2569 แข็งแกร่งทั้งรายได้–กำไร และคาดการณ์ไตรมาสถัดไปออกมาเหนือคาดการณ์นักวิเคราะห์อีกด้วย โดยหุ้น SoftBank (9984), Tokyo Electron (8035), Lasertec (6920), SK Hynix (000660) และ Samsung Electronics (005930) เป็นต้น ต่างยืนในแดนบวกส่งแรงซื้อกระจายในบริษัทผลิตชิปทั่วภูมิภาคเช่นเดียวกับดัชนีหุ้นไทยวันนี้มีโอกาสขยับขึ้นตามทิศทางตลาดโลก หลังงบ NVIDIA ที่ออกมาทรงพลังช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นต่อหุ้นเทคโนโลยี พร้อมสร้างภาวะ Risk-On ให้กลับมาในตลาดภูมิภาคที่ต่างเปิดบวกกันถ้วนหน้า สำหรับปัจจัยภายในประเทศมีประเด็นสำคัญอย่างความคืบหน้าโครงการ “คนละครึ่งพลัส เฟส 2” ที่รัฐบาลมีแผนเริ่มต้นในเดือน ม.ค. 2569 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างกลั่นกรองรายละเอียด โดยมีแนวโน้มว่าจะใช้วงเงินใกล้เคียงเฟสแรกประมาณ 4 หมื่นล้านบาท ประเมินจากงบประมาณกลางปี 2569 ที่ยังเหลือราว 7 หมื่นล้านบาท และเงินเหลือจากเฟสแรกอีกประมาณ 6 พันล้านบาท ทำให้โครงการเฟสใหม่มีความเป็นไปได้สูง หากอนุมัติจริงจะเป็นแรงหนุนต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยอย่างมีนัยสำคัญสำหรับมุมมอง SET50 Index indicators 3 ตัวระบุดังนี้ Comfirm Up/Down (ภาพหมายเลข 2) แสดงถึงแนวโน้มตลาดว่ามีโอกาสขึ้นหรือลง วันนี้มีทิศทางขาลงต่อเนื่อง และ Trend (ภาพหมายเลข 3) แสดงยอดซื้อขายใน S50 วันนี้มีทิศทางลดลงต่อเนื่อง ขณะที่ Mid Trend (ภาพหมายเลข 4) แสดงการซื้อขายหุ้นของตลาด SET วันนี้มีทิศทางเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งสรุปจากทั้ง 3 อินดิเคเตอร์ของเราในวันนี้มองว่า มีทิศทาง Sideway Down 

AI ไม่ชะลอ! ผลประกอบการ Nvidia แรง ดันชิปยักษ์เอเชียทะยานรับกระแสลงทุน
อ่าน

AI ไม่ชะลอ! ผลประกอบการ Nvidia แรง ดันชิปยักษ์เอเชียทะยานรับกระแสลงทุน

#Nvidia #ทันหุ้น - สำนักช่าว CNBC ได้ระบุว่า หุ้นชิปในเอเชียปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในการซื้อขายช่วงเช้าวันพฤหัสบดี หลังจากที่ Nvidia ผู้ผลิตชิป AI รายสำคัญของอเมริกา รายงานผลประกอบการไตรมาสสามที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าความกังวลเรื่องฟองสบู่ AI ไม่ได้ทำให้การเติบโตของอุตสาหกรรม AI ชะลอตัวลงSK Hynix ของเกาหลีใต้ลดกำไรที่ทำได้ลงเล็กน้อย แต่ยังคงเพิ่มขึ้นเกือบ 2% ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายนี้เป็นซัพพลายเออร์หลักของ Nvidia ในการจัดหาหน่วยความจำแบนด์วิดธ์สูง (High-Bandwidth Memory) ที่ใช้ในแอปพลิเคชัน AISamsung Electronics ซึ่งเป็นผู้จัดหาหน่วยความจำให้กับ Nvidia เช่นกัน เพิ่มขึ้นมากกว่า 5% บริษัทกำลังเร่งตาม SK Hynix ในด้านหน่วยความจำแบนด์วิดธ์สูงเพื่อรับสัญญากับ Nvidia เพิ่มขึ้นTaiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปตามสัญญารายใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นผู้ผลิตการออกแบบชิปส่วนใหญ่ของ Nvidia เพิ่มขึ้นกว่า 4% ในไทเปHon Hai Precision Industry หรือที่รู้จักกันในชื่อ Foxconn และเป็นผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์แร็คที่ออกแบบมาสำหรับงาน AI ปรับขึ้น 3.28%การปรับขึ้นของบริษัทชิปยักษ์ใหญ่ในเอเชียเกิดขึ้นหลังจากที่ผลประกอบการของ Nvidia ทำได้ดีกว่าที่ Wall Street คาดการณ์ไว้เมื่อวันพุธ พร้อมทั้งให้แนวโน้มยอดขายสำหรับไตรมาสที่สี่ที่แข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ไว้ยอดขายและแนวโน้มของ Nvidia ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดโดยอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในฐานะสัญญาณของสุขภาพการเติบโตของ AI และผลประกอบการของบริษัทเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลของตลาดเมื่อเร็ว ๆ นี้เกี่ยวกับฟองสบู่ AIอย่างไรก็ตาม Rolf Bulk นักวิเคราะห์วิจัยตราสารทุนจาก New Street Research บอกกับ CNBC ว่า ผลลัพธ์และการคาดการณ์ที่แข็งแกร่งของบริษัทควรจะช่วยบรรเทาความกังวลเรื่องฟองสบู่ AI ได้ในทันทีBulk กล่าวว่า "ความต้องการมีความหลากหลาย โดยมีบริษัท AI-native ติดตั้งโซลูชัน AI แบบ agentic และองค์กรต่าง ๆ ก็เริ่มนำ AI มาใช้กับผลิตภัณฑ์และบริการที่มีอยู่ของตนมากขึ้น""เราคาดว่าผลประกอบการของ Nvidia จะขับเคลื่อนการประเมินกำไรที่สูงขึ้นทั่วทั้งภาคส่วน รวมถึง TSMC ซัพพลายเออร์ GPU หลัก, SK Hynix และ Samsung ผู้จำหน่ายหน่วยความจำ, และห่วงโซ่คุณค่าของส่วนประกอบและประกอบย่อยในเอเชียในวงกว้าง" เขากล่าวเสริมในโตเกียว Renesas Electronics ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์หลักของ Nvidia ลดกำไรที่ทำได้ลงเล็กน้อย แต่ยังเพิ่มขึ้น 1.51% Tokyo Electron ซึ่งเป็นผู้จัดหาอุปกรณ์สำคัญในการผลิตชิปให้กับโรงหล่อที่ผลิตชิปของ Nvidia เพิ่มขึ้น 5.67% Lasertec ผู้ผลิตอุปกรณ์ชิปสัญชาติญี่ปุ่นอีกราย เพิ่มขึ้นมากกว่า 6%SoftBank กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีของญี่ปุ่น พุ่งขึ้นเกือบ 7% เมื่อเปิดตลาด และล่าสุดซื้อขายเพิ่มขึ้น 2.66% แม้ว่าบริษัทจะเพิ่งขายหุ้น Nvidia ออกไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ Softbank ถือหุ้นส่วนใหญ่ของ Arm บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ของอังกฤษ ซึ่งเป็นผู้จัดหาสถาปัตยกรรมและการออกแบบชิปให้กับ NvidiaSoftBank ยังมีส่วนเกี่ยวข้องในโครงการ AI จำนวนหนึ่งที่ใช้เทคโนโลยีของ Nvidia รวมถึงโครงการ Stargate มูลค่า 5 แสนล้านดอลลาร์สำหรับศูนย์ข้อมูลในสหรัฐฯ“มีการพูดถึงฟองสบู่ AI มากมาย” Jensen Huang ซีอีโอของ Nvidia กล่าวกับนักลงทุนในการประชุมรายงานผลประกอบการ “จากมุมมองของเรา เราเห็นสิ่งที่แตกต่างออกไปมาก”ที่มา https://www.cnbc.com/2025/11/20/asian-chipmakers-rally-after-nvidia-beats-forecasts-and-paints-a-hotter-sales-outlook.html

หวั่นฟองสบู่ AI! หุ้นดิ่งทั่วโลก นักลงทุนหั่นเสี่ยงก่อนงบ Nvidia
อ่าน

หวั่นฟองสบู่ AI! หุ้นดิ่งทั่วโลก นักลงทุนหั่นเสี่ยงก่อนงบ Nvidia

#หุ้นต่างประเทศ #ทันหุ้น สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ตลาดหุ้นทั่วโลก ร่วงลง เมื่อวันอังคาร เนื่องจากความกังวลเรื่อง มูลค่าที่สูงเกินจริง และ สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจมหภาคที่ไม่แน่นอน เข้าครอบงำนักลงทุนก่อนการเปิดเผยผลประกอบการของ Nvidia ในสัปดาห์นี้ ดัชนี Stoxx 600 ทั่วยุโรปเปิดในแดนลบเมื่อวันอังคาร โดยมีหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการขุดเหมืองและธนาคารเป็นผู้นำการขาดทุนของยุโรป ดัชนี Stoxx Europe 600 Technology Index ร่วงลง 1.4% ตามรอยหุ้นสหรัฐฯ เนื่องจากความกลัวการเกิดฟองสบู่ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงมีอยู่ ดัชนีหลักสามตัวของสหรัฐฯ ได้แก่ Dow Jones Industrial Average, SP 500 และ Nasdaq Composite ที่เน้นกลุ่มเทคโนโลยี ต่างปิดตลาดในแดนลบในการซื้อขายครั้งก่อน ตลาดเอเชียแปซิฟิกก็ ปรับตัวลดลง ในวันอังคารเช่นกัน โดยมีดัชนีหลักของญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เป็นผู้นำการลดลง Mike Gallagher ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ Continuum Economics กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของตลาดบ่งชี้ว่าหุ้นอาจร่วงลงประมาณ 5% จากระดับสูงสุดล่าสุด หรือ "อาจมากกว่านั้นเล็กน้อย" เขาให้สัมภาษณ์กับรายการ Squawk Box Europe ของ CNBC ว่า การเทขายนี้เป็น "การทำกำไรตามธรรมชาติ" หลังจากการเติบโตที่แข็งแกร่งของตลาดมาตั้งแต่เดือนเมษายน ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกลัวฟองสบู่ AI และตลาดกำลังรอผลประกอบการไตรมาสสามของ Nvidia ซึ่งมีกำหนดจะเปิดเผยหลังตลาดปิดในวันพุธ Nvidia ถูกมองว่าเป็นดัชนีชี้วัดที่สำคัญ สำหรับอุตสาหกรรม AI เนื่องจากผู้เล่นรายใหญ่จำนวนมากต้องพึ่งพา GPU ของบริษัท Gallagher กล่าวว่า ฤดูกาลรายงานผลประกอบการล่าสุดแสดงให้เห็นว่าผู้ให้บริการ Hyperscalers รายใหญ่ยังคงมีรายได้จำนวนมากเข้ามาจนถึงปี 2026-27 และเสริมว่านักลงทุนกำลังจับตาดู Meta อย่างใกล้ชิด เพราะหากไม่มีธุรกิจเซิร์ฟเวอร์ จะทำหน้าที่เป็นตัวบ่งชี้ว่าคลื่นลูกถัดไปของแอปพลิเคชัน AI สามารถสร้างรายได้ได้หรือไม่ "นั่นบ่งชี้ว่านี่เป็นเพียงการปรับฐานที่ปกติและเป็นไปอย่างมีสุขภาพดี" เขากล่าว Yuri Khodjamirian ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Tema ETF ให้เหตุผลว่าการเทขายนี้มาจาก "ความไม่เชื่ออย่างมีสุขภาพดี" เมื่อตลาดตระหนักว่าข้อตกลงขนาดใหญ่ที่ประกาศในช่วงฤดูร้อนนั้นจำเป็นต้องมีการจัดหาเงินทุนอย่างจริงจัง เขาชี้ไปที่ "การประกาศการให้คำมั่นครั้งใหญ่" ของ OpenAI ในการใช้จ่ายกับ GPU และศูนย์ข้อมูลพลังงาน และกล่าวว่า "ตลาดกำลังเริ่มตระหนักว่าสิ่งนี้อาจเป็นกระบวนการที่ช้ากว่าที่พวกเขาคิดไว้ในฤดูร้อน" "มีการปรับสมดุลแบบนี้เกิดขึ้นในตลาด และนี่คือสิ่งที่คุณเห็นในหุ้นบางตัว ราคาหุ้นของ Oracle กลับไปสู่จุดที่เคยเป็นก่อนการประกาศของ OpenAI ดังนั้นเราจึงคิดว่ามันค่อนข้างมีสุขภาพดี พลวัตยังคงดำเนินต่อไป การสร้างศูนย์ข้อมูลเหล่านี้ ไม่ว่าคุณจะฟัง Microsoft, Meta, Nvidia, ฯลฯ พวกเขาทั้งหมดกำลังไปในทิศทางที่เพิ่มขึ้น ไม่มีอะไรหยุดลงจริง ๆ ดังนั้นสิ่งที่เราเห็นจึงเป็นการปรับฐานที่มีสุขภาพดีในตลาดไปในทางหนึ่ง" Khodjamirian บอกกับ Silvia Amaro ของ CNBC อย่างไรก็ตาม Gallagher ตั้งข้อสังเกตว่า มีองค์ประกอบของการ ลดความเสี่ยง ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจมหภาคที่ไม่แน่นอน นักลงทุนไม่แน่ใจเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ที่เคยคาดไว้ในเดือนธันวาคม เขากล่าว พร้อมเสริมว่าธนาคารกลาง "น่าจะ" หยุดชั่วคราวในไตรมาสแรกของปี 2026 "จากนั้นทันใดนั้น ตัวขับเคลื่อนที่ช่วยสินทรัพย์เสี่ยงก็หายไป เรายังต้องจับตาดูคำตัดสินของศาลฎีกาในสหรัฐฯ เกี่ยวกับการตัดสินเรื่องภาษีนำเข้าตอบโต้ (reciprocal tariffs) ของทรัมป์ ซึ่งเป็นเดิมพัน 50-50 ว่าครึ่งหนึ่งหรือทั้งหมดจะถูกยกเลิก และนั่นจะนำเรากลับเข้าสู่ความวุ่นวายของวัฏจักรเดือนเมษายนเกี่ยวกับภาษีประเภทใหม่ ๆ" Gallagher กล่าว "ดังนั้น มีบางสิ่งที่กำลังจะมาถึงซึ่งทำให้คุณต้องการลดความเสี่ยงออกจากตาราง ส่วนหนึ่งเป็นเพียงการทำกำไรตามธรรมชาติ ส่วนหนึ่งคือการคิดว่า 'เรื่องราวทางเศรษฐกิจมหภาคจะสมบูรณ์แบบหรือไม่? ไม่เลย' " เขากล่าวเสริม Gallagher กล่าวว่า "ในการที่จะเกิดการเทขายครั้งใหญ่ คุณอาจต้องมีข่าวร้ายครั้งใหญ่ ซึ่งเรายังไม่ถึงจุดนั้น" เขากล่าวเสริมว่า มีความ เกินจริง ในคริปโทเคอร์เรนซีเนื่องจากการใช้เลเวอเรจ Bitcoin ได้ลดลงประมาณ 25% นับตั้งแต่ระดับสูงสุดในเดือนตุลาคม และ Ether ลดลง 35% นับตั้งแต่ระดับสูงสุดในเดือนสิงหาคม ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมบอกกับ CNBC ว่า ภาคส่วนนี้กำลังเผชิญกับแรงกดดันจากการเทขายที่ขับเคลื่อนด้วยปัจจัยมหภาคในตอนแรก และการชำระบัญชีที่ถูกบังคับ Khodjamirian กำลังมองภาพในมุมมองหลายปี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนกล่าวว่า ปัญหาที่กำลังคุกคามคือ การเข้าถึงไฟฟ้า "ผู้บริหารในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลกตระหนักว่าคุณต้องจัดหาพลังงานให้กับศูนย์ข้อมูลเหล่านี้ นั่นจะเป็นปัญหาใหญ่มาก และอาจชะลอการสร้างศูนย์ข้อมูลลงเนื่องจากจำเป็นต้องสร้างพลังงานเพิ่มขึ้น" เขากล่าว "เราคิดว่ามันเป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุดและเป็นคอขวดที่ใหญ่ที่สุดสำหรับการสร้างการปฏิวัติ AI รวมถึงสิ่งอื่น ๆ เช่น การสร้างฐานอุตสาหกรรมใหม่ ทั้งในยุโรปและสหรัฐอเมริกา ยานยนต์ไฟฟ้า และสกุลเงินดิจิทัล" เขากล่าวเสริม ที่มา https://www.cnbc.com/2025/11/18/global-stocks-slide-as-valuation-fears-grow-ahead-of-nvidia-earnings.html

หุ้นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ บวกยกแผง รับข่าว Nvidia ทุ่มลงทุนใน Open AI
อ่าน

หุ้นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ บวกยกแผง รับข่าว Nvidia ทุ่มลงทุนใน Open AI

หุ้นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ บวกยกแผง รับข่าว Nvidia ทุ่มลงทุนใน Open AI#ทันหุ้น #DELTA #CCET #HANA #KCE กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ปรับตัวเพิ่มขึ้นรับข่าว NVIDIA ประกาศความร่วมมือ OpenAI เข้าลงทุนมูลค่ากว่า 100,000 ล้านดอลลาร์ ติดตั้งระบบกำลังการคำนวณเพิ่ม 10 กิกะวัตต์บล.กรุงศรี ประเมินจากการที่ NVIDIA ประกาศข้อตกลงกับ OpenAI เพื่อช่วยสามารถติดตั้งกำลังการคำนวณ 10 กิกะวัตต์ ซึ่ง NVIDIA จะลงทุนไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นปัจจัยหนุนต่อภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศไทยด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะบริษัทที่เกี่ยวข้องกับซัพพลายเชนในธุรกิจดังกล่าว เช่น DELTA, CCET, HANA และ KCE เป็นต้น

SK Hynix ผู้ผลิตชิปให้ Nvidia ยังครองตลาด แม้คู่แข่งพยายามไล่ตาม
อ่าน

SK Hynix ผู้ผลิตชิปให้ Nvidia ยังครองตลาด แม้คู่แข่งพยายามไล่ตาม

#SKHynix #ทันหุ้น - สำนักข่าว CNBC รายงานว่า บริษัทผลิตชิปหน่วยความจำสัญชาติเกาหลีใต้ SK Hynix กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า บริษัทพร้อมที่จะผลิตชิปหน่วยความจำ High-Bandwidth Memory (HBM) รุ่นใหม่จำนวนมากแล้ว ซึ่งเป็นการรักษาความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง และส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทพุ่งสูงขึ้น HBM คือหน่วยความจำชนิดหนึ่งที่ใช้ในชิปเซ็ตสำหรับการประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงในชิปของ Nvidia ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ด้าน AI ระดับโลก และเป็นลูกค้าหลักของ SK Hynix เมื่อต้นปีที่ผ่านมา SK Hynix กล่าวว่าได้จัดส่งตัวอย่างชิป HBM4 ให้กับลูกค้าแล้ว เพื่อพยายามเอาชนะคู่แข่งอย่าง Samsung Electronics และ Micron Technologies ตามประกาศเมื่อวันศุกร์ บริษัทได้เสร็จสิ้นกระบวนการตรวจสอบภายในและการรับรองคุณภาพสำหรับ HBM4 และพร้อมที่จะผลิตในปริมาณมาก การพัฒนา HBM4 ที่สำเร็จจะเป็นก้าวใหม่ที่สำคัญสำหรับอุตสาหกรรม Joohwan Cho หัวหน้าฝ่ายพัฒนา HBM ของ SK Hynix กล่าว HBM4 เป็นเทคโนโลยี HBM รุ่นที่หก ซึ่งเป็นหน่วยความจำชนิด Dynamic Random Access Memory (DRAM) DRAM สามารถพบได้ในคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล เวิร์คสเตชัน และเซิร์ฟเวอร์ และใช้สำหรับจัดเก็บข้อมูลและโค้ดโปรแกรม ผลิตภัณฑ์ HBM4 ล่าสุดของ SK Hynix ได้เพิ่มแบนด์วิดท์เป็นสองเท่าและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานขึ้น 40% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ตามข้อมูลของบริษัท ที่น่าสนใจคือ HBM4 คาดว่าจะเป็นชิปหน่วยความจำ AI หลักที่จำเป็นสำหรับสถาปัตยกรรม Rubin รุ่นใหม่ของ Nvidia ซึ่งเป็นชิป AI ที่ทรงพลังยิ่งขึ้นสำหรับศูนย์ข้อมูลทั่วโลก Dan Nystedt รองประธานของ TriOrient บริษัทลงทุนส่วนตัวในเอเชียที่เน้นด้านเซมิคอนดักเตอร์ กล่าว SK Hynix เป็นซัพพลายเออร์หลักของ Nvidia และการประกาศครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าพวกเขายังคงนำหน้าคู่แข่งไปไกล เขากล่าว Samsung Electronics และ Micron ต้องดิ้นรนเพื่อไล่ตาม SK Hynix ในตลาด HBM ในขณะที่ SK Hynix สร้างความเป็นผู้นำในตลาดและได้รับประโยชน์จากการเป็นซัพพลายเออร์ HBM หลักของ Nvidia Micron ได้จัดส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์ HBM4 ให้กับลูกค้าแล้วเช่นกัน ในขณะที่มีรายงานว่า Samsung กำลังทำงานเพื่อให้ชิป HBM4 ได้รับการรับรองจาก Nvidia อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์คาดว่าการครองตลาดของ SK Hynix จะยังคงดำเนินต่อไปจนถึงปีหน้า หุ้นของบริษัทเพิ่มขึ้นมากกว่า 7% ในวันศุกร์ แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2000 หลังจากประกาศเรื่องชิป ทำให้มีกำไรเกือบ 90% ตั้งแต่ต้นปี ราคาหุ้นของ Samsung Electronics และ Micron เพิ่มขึ้นมากกว่า 40% และเกือบ 80% ตามลำดับในปี 2025 SK Hynix รายงานกำไรจากการดำเนินงานและรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับไตรมาสเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา จากความต้องการ HBM ที่แข็งแกร่ง ซึ่งคิดเป็น 77% ของรายได้โดยรวม บริษัทคาดว่าจะเพิ่มยอดขาย HBM เป็นสองเท่าสำหรับทั้งปีเมื่อเทียบกับปี 2024 และความต้องการจาก AI จะยังคงเติบโตต่อเนื่องไปจนถึงปี 2026 ที่มาhttps://www.cnbc.com/2025/09/12/sk-hynix-hbm4-chips-nvidia-samsung-micron.html

"Huawei" ท้าชน "Nvidia" เปิดตัวระบบ AI อัจฉริยะ
อ่าน

"Huawei" ท้าชน "Nvidia" เปิดตัวระบบ AI อัจฉริยะ

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า บริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยีส์ เปิดตัว "CloudMatrix 384" ระบบประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ (AI) รุ่นใหม่ล่าสุด ภายในงาน World Artificial Intelligence Conference (WAIC) ที่นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน โดยได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก และกลายเป็นจุดสนใจของผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีจากทั่วโลกระบบ CloudMatrix 384 ได้รับการกล่าวถึงในวงการ AI ตั้งแต่มีการประกาศครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยนักวิเคราะห์อุตสาหกรรมมองว่า ระบบดังกล่าวถือเป็นคู่แข่งโดยตรงของ "GB200 NVL72" ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ระดับสูงสุดของ Nvidia บริษัทชิปจากสหรัฐอเมริกา CloudMatrix 384 ใช้ชิป 910C รุ่นใหม่ของหัวเว่ยจำนวน 384 ตัว ซึ่งมากกว่าจำนวน 72 ตัวที่ใช้ในระบบของ Nvidia โดยบริษัทวิจัย SemiAnalysis ระบุว่า ระบบของหัวเว่ยสามารถทำงานได้ดีกว่าในบางตัวชี้วัด และมีจุดเด่นอยู่ที่การออกแบบระดับระบบ ที่ช่วยชดเชยประสิทธิภาพรายชิปได้อย่างมีประสิทธิภาพเทคโนโลยีที่ใช้ในระบบใหม่นี้อิงกับสถาปัตยกรรมแบบ "ซูเปอร์โหนด" ซึ่งช่วยให้ชิปหลายร้อยตัวสามารถเชื่อมต่อกันได้ด้วยความเร็วสูงมาก นอกจากนี้ ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ผู้บริหารหัวเว่ย คลาวด์ ได้เปิดเผยว่า ระบบ CloudMatrix 384 ได้เริ่มใช้งานจริงบนแพลตฟอร์มคลาวด์ของบริษัทแล้วแม้จะเผชิญกับข้อจำกัดด้านการส่งออกจากสหรัฐอเมริกา แต่หัวเว่ยยังคงได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ผลิตชิปภายในประเทศที่มีศักยภาพสูงสุดของจีนในการพัฒนาเทคโนโลยี AI โดยซีอีโอของ Nvidia ยังเคยระบุว่า หัวเว่ยกำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และยกตัวอย่าง CloudMatrix เป็นหนึ่งในความสำเร็จที่ควรจับตาอย่างไรก็ตาม ตัวแทนของหัวเว่ยยังไม่ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ CloudMatrix 384 ในงานแสดงสินค้า ขณะที่บริษัทก็ยังไม่ออกแถลงการณ์ตอบคำถามจากสื่อ

ดีลใหม่! สหรัฐฯ ยอม "NVIDIA" ส่งชิป AI ให้จีน
อ่าน

ดีลใหม่! สหรัฐฯ ยอม "NVIDIA" ส่งชิป AI ให้จีน

สหรัฐอเมริกา เร่งนำเข้าแม่เหล็กถาวรชนิดหายากจากประเทศจีนเร่งด่วน ตามข้อมูลจากสำนักงานศุลกากรของจีน ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ปริมาณการนำเข้าสินค้าดังกล่าวเพิ่มขึ้นกว่า 6 เท่า หรือ 660% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นของบริษัทอเมริกัน หลังจีนเริ่มผ่อนคลายมาตรการควบคุมการส่งออกแม่เหล็กหายากบางประเภทภายใต้ข้อตกลงการค้าเบื้องต้นระหว่างสองประเทศก่อนหน้านี้ จีนได้ประกาศข้อจำกัดการส่งออกแม่เหล็กถาวร ซึ่งเป็นวัสดุสำคัญในเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ รถยนต์ไฟฟ้า กังหันลม และเครื่องตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า MRI โดยกำหนดให้ผู้ผลิตต้องยื่นขอใบอนุญาตก่อนการส่งออก มาตรการดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการตอบโต้ภาษีนำเข้าที่สหรัฐฯ ประกาศใช้ต่อสินค้าจีนภายใต้ยุคของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จีนมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมแม่เหล็กถาวร โดยครองส่วนแบ่งตลาดราวร้อยละ 90 ของโลก ทั้งด้านการผลิตและการกลั่นแร่หายากซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตแม่เหล็ก ส่งผลให้ประเทศต่าง ๆ ต้องพึ่งพาการนำเข้าอย่างมาก โดยเฉพาะในภาคยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และพลังงานหมุนเวียนของสหรัฐฯเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สหรัฐฯ นำเข้าแม่เหล็กหายากจากจีนประมาณ 353 เมตริกตัน แม้จะต่ำกว่าระดับของเดือนเดียวกันในปีก่อน แต่ก็ยังถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้สหรัฐฯ กลายเป็นประเทศผู้นำเข้าอันดับสองรองจากเยอรมนีนอกจากสหรัฐฯ แล้ว ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกก็นำเข้าแม่เหล็กจากจีนเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยรวมแล้ว จีนส่งออกแม่เหล็กถาวรจำนวน 3,188 เมตริกตันในเดือนเดียว เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า หรือ 160% จากเดือนก่อนหน้า แม้จะลดลงร้อยละ 38 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าการส่งออกที่เพิ่มขึ้นเกิดขึ้นหลังทั้งสองชาติตกลงกรอบความร่วมมือทางการค้าใหม่ในเดือนที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงการผ่อนคลายข้อจำกัดในการส่งออกสินค้าจากจีน และการลดข้อจำกัดของสหรัฐฯ ต่อเทคโนโลยีบางประเภท เช่น ชิป AI โดยบริษัท Nvidia ของสหรัฐฯ ได้ประกาศเตรียมกลับมาส่งออกชิป H20 ให้กับจีนอีกครั้ง ผู้ผลิตแม่เหล็กในจีนเริ่มได้รับใบอนุญาตส่งออกแล้วในเดือนที่ผ่านมา ทำให้ความล่าช้าในการขนส่งแม่เหล็กเริ่มคลี่คลาย ซึ่งนับเป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมทั่วโลกที่เคยได้รับผลกระทบจากปัญหาขาดแคลน อาทิ ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ในยุโรปบางรายต้องหยุดสายการผลิตไปชั่วคราว ขณะที่บริษัท Tesla เคยประกาศว่าการผลิตหุ่นยนต์ Optimus ได้รับผลกระทบเช่นกันนักวิเคราะห์จาก Z-ben Advisors ชี้ว่าการผ่อนคลายข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ เป็นสัญญาณสะท้อนอำนาจต่อรองที่จีนมีอยู่ในความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั่วโลกในอนาคต

ซีอีโอ "NVIDIA" ชื่นชมตลาด AI "จีน" ระดับโลก หลัง "สหรัฐฯ" ไฟเขียวส่งออกชิป H20
อ่าน

ซีอีโอ "NVIDIA" ชื่นชมตลาด AI "จีน" ระดับโลก หลัง "สหรัฐฯ" ไฟเขียวส่งออกชิป H20

เจนเซน หวง ซีอีโอของอินวิเดีย (Nvidia) บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ กล่าวยกย่องโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่พัฒนาโดยบริษัทจีนอย่างดีปซีค (Deepseek) อาลีบาบา (Alibaba) และเทนเซ็นต์ (Tencent) ว่ามีคุณภาพ “ระดับโลก” พร้อมทั้งระบุว่า AI กำลังเข้ามาปฏิวัติห่วงโซ่อุปทาน เจนเซน หวง ได้กล่าวสุนทรพจน์สั้น ๆ ในพิธีเปิดงานมหกรรมซัพพลายเชนระดับนานาชาติของจีน ณ กรุงปักกิ่งในวันนี้ (16 ก.ค.) ซึ่งเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่อินวิเดียประกาศว่าจะสามารถกลับมาจำหน่ายชิป AI รุ่น H20 ในตลาดจีนได้อีกครั้ง หลังจากถูกระงับไปก่อนหน้านี้ตามมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ การมาเยือนประเทศจีนครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 3 ในปีนี้ของเจนเซน หวง มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งอินวิเดีย โดยเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่เขาได้เข้าพบประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯโฮเวิร์ด ลุตนิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยในวันอังคาร (15 ก.ค.) ว่า การที่รัฐบาลเตรียมอนุญาตให้อินวิเดียกลับมาจำหน่ายชิป H20 ให้กับจีนได้อีกครั้งนั้น เป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาต่อรองกับรัฐบาลจีน เพื่อให้จีนกลับมาส่งออกแร่หายากให้แก่สหรัฐฯอย่างไรก็ดี เจนเซน หวง ได้ชี้แจงต่อสื่อมวลชนในเช้าวันนี้ว่า “ความเปลี่ยนแปลงล่าสุดนี้ แท้จริงแล้วเป็นผลมาจากการหารือที่เป็นไปในทางสร้างสรรค์และเชิงบวกระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯ กับรัฐบาลจีน เกี่ยวกับข้อบังคับในการควบคุมการส่งออก” พร้อมเสริมว่า “ผมได้รับการยืนยันว่าใบอนุญาตต่าง ๆ จะได้รับการอนุมัติอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ก็มีคำสั่งซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมากแล้ว”ทั้งนี้ ตามขั้นตอนแล้ว คำสั่งซื้อชิปจากบริษัทจีนที่ส่งมาถึงอินวิเดีย จะต้องถูกส่งต่อไปให้รัฐบาลสหรัฐฯ พิจารณาอนุมัติ โดยมีรายงานว่า บริษัทอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่อย่างไบต์แดนซ์ (ByteDance) และเทนเซ็นต์ กำลังอยู่ในกระบวนการยื่นคำขออนุมัตินอกจากนี้ เจนเซน หวง ยังได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ CCTV ของจีนเมื่อวันอังคารว่า ตลาดจีนนั้นใหญ่โตมโหฬาร เต็มไปด้วยพลวัต และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์สูง จึงสำคัญอย่างยิ่งที่บริษัทอเมริกันจะต้องเข้ามาลงหลักปักฐานในจีนขณะเดียวกัน อินวิเดียยังได้ประกาศว่ากำลังพัฒนาชิปรุ่นใหม่สำหรับตลาดจีนโดยเฉพาะในชื่อ RTX Pro GPU ซึ่งจะถูกออกแบบให้สอดคล้องกับกฎระเบียบการส่งออกของสหรัฐฯ เช่นเดียวกับชิป H20

"สหรัฐฯ"ไฟเขียวให้ "Nvidia" ขายชิป AI แก่จีน
อ่าน

"สหรัฐฯ"ไฟเขียวให้ "Nvidia" ขายชิป AI แก่จีน

โฮเวิร์ด ลุตนิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า การที่รัฐบาลเตรียมอนุญาตให้อินวิเดีย (Nvidia) กลับมาจำหน่ายชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) รุ่น H20 ให้กับจีนอีกครั้งนั้น เป็นส่วนหนึ่งของการเจรจา "แร่หายาก" กับรัฐบาลปักกิ่ง เพื่อให้จีนกลับมาส่งออกแร่ดังกล่าวซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงให้แก่สหรัฐฯความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นไม่กี่วันหลังจากที่เจนเซน หวง ซีอีโอของอินวิเดีย ได้เข้าพบประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจดังกล่าวได้จุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสภาคองเกรส โดยสมาชิกสภาจากทั้งสองพรรคต่างออกมาตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและความมั่นคงของชาติ ขณะที่จอห์น โมลีนาร์ ประธานคณะกรรมาธิการคัดเลือกพิเศษว่าด้วยเรื่องจีนของสภาผู้แทนราษฎรจากพรรครีพับลิกัน ระบุว่าจะขอคำชี้แจงจากกระทรวงพาณิชย์โดยด่วน พร้อมเตือนว่า "ชิป H20 ทรงพลังมาก และจากการตรวจสอบของเราทั้งสองพรรคพบว่า มันมีบทบาทสำคัญที่ทำให้บริษัท AI ของจีนอย่างดีปซีค (DeepSeek) เติบโตขึ้นมาได้ สหรัฐฯ ต้องรักษาความเป็นผู้นำและป้องกันไม่ให้เทคโนโลยี AI ขั้นสูงตกไปอยู่ในมือของพรรคคอมมิวนิสต์จีน"ด้านโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวถึงประเด็นนี้ว่า "จีนคัดค้านการนำประเด็นทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการค้า มาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง หรือใช้เป็นอาวุธเพื่อปิดล้อมและกดขี่จีน" ทั้งนี้ จีนได้ระงับการส่งออกแร่หายาก ซึ่งเป็นกลุ่มโลหะ 17 ชนิดที่ใช้ในการผลิตสินค้าหลากหลายตั้งแต่โทรศัพท์มือถือไปจนถึงอาวุธและรถยนต์ไฟฟ้า มาตั้งแต่เดือนมี.ค. หลังเกิดข้อพิพาททางการค้ากับปธน.ทรัมป์ขณะเดียวกัน บริษัทคู่แข่งอย่างเอเอ็มดี (AMD) ก็เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ จะทบทวนคำขอใบอนุญาตเพื่อส่งออกชิป AI รุ่น MI308 ไปยังประเทศจีนเช่นกัน และมีแผนจะกลับมาส่งออกทันทีที่ได้รับอนุมัติ ส่งผลให้ราคาหุ้นของ AMD พุ่งขึ้น 7% ในการซื้อขายวันอังคาร

NVIDIA จ่อกลับมาขายชิป H20 ให้จีนอีกครั้ง
อ่าน

NVIDIA จ่อกลับมาขายชิป H20 ให้จีนอีกครั้ง

Nvidia เตรียมกลับมาขายชิปประมวลผลปัญญาประดิษฐ์รุ่น H20 ให้กับจีนอีกครั้ง หลังจากได้รับการยืนยันจากรัฐบาลสหรัฐฯ ว่าจะอนุมัติใบอนุญาตส่งออกสำหรับผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างมีนัยสำคัญจากเดิมที่ทรัมป์เคยประกาศห้ามการส่งออกชิปดังกล่าวไปยังจีน ตามมาตรการควบคุมการส่งออกฮาร์ดแวร์ปัญญาประดิษฐ์ไปยังจีนตั้งแต่ปี 2022 และได้ขยายขอบเขตการควบคุมหลายครั้ง ครอบคลุมผลิตภัณฑ์สองรุ่นที่ Nvidia จ่อกลับมาขายชิปเอไอ H20 ให้จีนอีกครั้งผลิตสำหรับตลาดจีนโดยเฉพาะ ได้แก่ H800 และ H20 ตามลำดับ ทำให้ Nvidia ต้องหยุดการจำหน่ายหากไม่มีใบอนุญาตจากสหรัฐฯ จน Nvidia เปิดเผยล่าสุดว่า บริษัทได้ยื่นคำร้องต่อรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อขออนุญาตกลับมาจำหน่ายชิปประมวลผล H20 ให้แก่ลูกค้าในจีน ด้านทำเนียบขาวยังไม่ออกมาให้ความเห็นใดๆในประเด็นนี้แต่ที่ผ่านมารัฐบาลสหรัฐฯได้แสดงความกังวลว่ากองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนอาจจะนำชิปปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอเหล่านี้ไปใช้เพื่อพัฒนาอาวุธการประกาศเรื่องนี้ของ Nvidia เกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่ เจนเซน หวง ซีอีโอของ Nvidia อยู่ระหว่างเดินทางเยือนจีน และเดินสายพบเจ้าหน้าที่ภาครัฐในจีน รวมถึงมีกำหนดเปิดการแถลงข่าวที่กรุงปักกิ่งในวันพรุ่งนี้ (16 ก.ค.) ระหว่างเข้าร่วมงานแสดงสินค้า China International Supply Chain Expo (CISCE) ซึ่งถือเป็นการเดินทางเยือนจีนครั้งที่ 2 หลังจากที่ไปมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เพื่อตอกย้ำว่า Nvidia เล็งเห็นความสำคัญของตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ แม้การเดินทางเยือนจีนของซีอีโอ Nvidia ครั้งนี้ จะถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดทั้งจากจีนและสหรัฐฯ ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว วุฒิสมาชิกจากทั้ง 2 พรรคได้ส่งจดหมายถึง หวง เพื่อขอให้เขาเลี่ยงพบปะกับผู้แทนบริษัทต่าง ๆ ที่ทำงานให้กับกองทัพหรือหน่วยข่าวกรองจีน ทั้งนี้ แผนการส่งออกชิปประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ H20 ไปจีนอีกครั้งของ Nvidia มีขึ้นหลังจากที่ความตึงเครียดระหว่างจีนกับสหรัฐฯ เริ่มบรรเทาลงบ้าง โดยรัฐบาลจีนยอมผ่อนคลายส่งออกแร่ธาตหายาก หรือ Rare Earth ให้สหรัฐฯ ขณะที่สหรัฐฯ ก็อนุญาตให้ผู้ผลิตซอฟต์แวร์ออกแบบชิปส่งออกผลิตภัณฑ์และให้บริการแก่ลูกค้าในจีนได้

Nvidia เดินหน้ากลับมาขายชิป AI รุ่น H20 ในจีนอีกครั้ง ท่ามกลางสัญญาณคลี่คลายข้อพิพาทการค้า
อ่าน

Nvidia เดินหน้ากลับมาขายชิป AI รุ่น H20 ในจีนอีกครั้ง ท่ามกลางสัญญาณคลี่คลายข้อพิพาทการค้า

บริษัท Nvidia บริษัทเทคโนโลยีที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก เตรียมกลับมาจำหน่ายชิปปัญญาประดิษฐ์ AIรุ่น H20 ในตลาดจีนอีกครั้ง หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐฯ ออกข้อจำกัดการส่งออกเมื่อเดือนเมษายน ซึ่งทำให้บริษัทต้องระงับการจำหน่ายชิปดังกล่าวและปรับลดคาดการณ์รายได้ลงถึง 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 552,000 ล้านบาท เจนเซ่น หวง เดินทางไปยังกรุงปักกิ่งการขยับตัวครั้งใหม่นี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากเจนเซ่น หวง (Jensen Huang) ซีอีโอของ Nvidia เดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง และเตรียมจัดแถลงข่าวในวันพุธ ซึ่งถือเป็นการเดินทางมาเยือนจีนเป็นครั้งที่สองในปีนี้ โดยเขาได้ย้ำผ่านสื่อของรัฐว่า “ตลาดจีนมีขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยพลวัต และมีนักวิจัย AI ชั้นแนวหน้าอยู่มากมาย”ขออนุญาติสหรัฐฯ จำหน่ายชิป H20 ให้จีนในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ บริษัท Nvidia ยืนยันว่าได้ยื่นขอใบอนุญาตจากรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อจำหน่ายชิป H20ในจีนอีกครั้ง โดยคาดว่าจะได้รับการอนุมัติในเร็ว ๆ นี้ ทั้งนี้ สหรัฐฯ ได้แสดงความกังวลมาโดยตลอดว่าชิป AI ขั้นสูงอาจถูกใช้ในการพัฒนาอาวุธโดยกองทัพจีนการกลับมาครั้งนี้ยังสะท้อนความพยายามของบริษัท Nvidiaที่จะปรับตัวเข้ากับนโยบายส่งออกใหม่ บริษัทได้เปิดตัวชิปใหม่ที่เรียกว่า RTX Pro GPUซึ่งออกแบบมาให้เป็นไปตามข้อกำหนดการส่งออกของสหรัฐฯโดยระบุว่าเหมาะสำหรับการใช้งานในโรงงานอัจฉริยะและระบบโลจิสติกส์ ขณะที่แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมเผยว่าชิปรุ่นใหม่อย่าง RTX Pro 6000D ซึ่งมีสเปกลดลงจากชิป H20 และราคาถูกกว่ามาก ก็กำลังจะเปิดตัวในจีนเช่นกันแม้จะเผชิญการแข่งขันจากผู้เล่นท้องถิ่นอย่าง Huawei ที่พัฒนา GPU แข่งกับบริษัท Nvidia แต่บริษัทเทคโนโลยีจีนจำนวนมากยังคงต้องพึ่งพาแพลตฟอร์ม CUDA ของบริษัท Nvidia ในการฝึกฝนโมเดล AI ซึ่งถือเป็นจุดแข็งสำคัญที่คู่แข่งยังไล่ไม่ทันอย่างไรก็ตาม การเยือนของหวงครั้งนี้ได้รับการจับตาทั้งจากสื่อจีนและสหรัฐฯ โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา วุฒิสมาชิกอเมริกันทั้งสองพรรคได้ออกจดหมายเตือนให้เขาหลีกเลี่ยงการพบปะกับบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับกองทัพหรือหน่วยข่าวกรองของจีน สงครามการค้ายังคงดำเนินต่อไปแม้สถานการณ์ระหว่างวอชิงตันและปักกิ่งยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่ก็มีสัญญาณบวกบางประการ เช่น การที่จีนผ่อนคลายมาตรการควบคุมการส่งออกแร่ธาตุหายาก และฝั่งสหรัฐฯ ก็กลับมาอนุญาตให้ซอฟต์แวร์ออกแบบชิปบางรายการกลับมาทำธุรกิจในจีนได้อีกครั้งจีนยังคงเป็นตลาดสำคัญของบริษัท Nvidia โดยสร้างรายได้กว่า 17,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 625,600 ล้านบาท ในปีงบประมาณที่ผ่านมา หรือคิดเป็นราว 13% ของรายได้รวมทั้งบริษัท หวงกล่าวอย่างชัดเจนว่า “การสร้างรากฐานในจีนคือหัวใจของการเติบโตระยะยาวของเรา” และดูเหมือนว่า Nvidia จะเดินหน้ารักษาตลาดนี้ไว้ให้ได้ แม้จะต้องเดินบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยข้อจำกัดทางภูมิรัฐศาสตร์ก็ตาม

มูลค่า 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ของ “NVIDIA” เทียบกับสินทรัพย์อะไรได้บ้าง
อ่าน

มูลค่า 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ของ “NVIDIA” เทียบกับสินทรัพย์อะไรได้บ้าง

”NVIDIA” ขึ้นแท่นหุ้นที่มีมาร์เก็ตแคปสูงที่สุดในโลก ด้วยมูลค่าทะลุ 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นบริษัทแรก และบริษัทเดียว ณ ปัจจุบัน เป็นเวลามากกว่า 30 ปีที่ “NVIDIA” บริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีสัญชาติสหรัฐอเมริกา ได้ถูกก่อตั้งขึ้นที่ซานตาคลาร่า แคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 5 เมษายน 1993 โดย Jen-Hsun Huang ชาวไต้หวันที่เกิดในสหรัฐอเมริกา อดีตผู้อำนวยการฝ่าย Coreware ที่ LSI Logic และเคยเป็นนักออกแบบไมโครโปรเซสเซอร์ที่ AMD และ Chris Malachowsky รวมถึง Curtis Priem 2 อดีตวิศวกรไฟฟ้าที่ และอดีตเจ้าหน้าที่วิศวกรอาวุโส และนักออกแบบชิปกราฟิกที่ซันไมโครซิสเต็มส์ ซึ่งมูลค่าของ NVIDIA ที่ 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สามารถเปรียบเทียบกับสินทรัพย์ทั่วโลกอะไรได้บ้างมาร์เก็ตแคปตลาดหลักทรัพย์สหราชอาณาจักร 3.99 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 1 เท่ามาร์เก็ตแคปตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 3.29 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 12 เท่ามาร์เก็ตแคปบิทคอยน์ 2.35 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 1.7 เท่าทองคำสำรองสหรัฐอเมริกา 6.82 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 5.88 เท่าน้ำมันสำรองสหรัฐอเมริกา 2.78 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 1.43 เท่าทุนสำรองจีน (สกุลเงินต่างประเทศ) 3.68 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 1.11 เท่าGDP โลก 109.02 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 0.03 เท่าGDP สหรัฐอเมริกา 28.78 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 0.14 เท่าGDP ญี่ปุ่น 4.11 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 0.97 เท่ากองทุน IMF 1.00 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 4 เท่าซึ่งถ้าเราลงทุนในหุ้น NVDA ที่ IPO จำนวน 1 หุ้น ราคา 12 ดอลลาร์ ในปัจจุบันเราจะมีหุ้น NVDA ทั้งหมด 480 หุ้น คิดเป็นมูลค่า 78,720 ดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากราคา IPO มากกว่า 600,000% โดยไม่นับรวมผลตอบแทนในรูปแบบเงินปันผลที่ได้รับในแต่ละปี

เส้นทาง “NVIDIA” หุ้นมูลค่าสูงสุดในประวัติศาสตร์ 4 ล้านล้านดอลลาร์ เมื่อ “AI” เปลี่ยนโลก
อ่าน

เส้นทาง “NVIDIA” หุ้นมูลค่าสูงสุดในประวัติศาสตร์ 4 ล้านล้านดอลลาร์ เมื่อ “AI” เปลี่ยนโลก

”NVIDIA” ขึ้นแท่นหุ้นที่มีมาร์เก็ตแคปสูงที่สุดในโลก ด้วยมูลค่าทะลุ 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นบริษัทแรก และบริษัทเดียว ณ ปัจจุบัน อะไรทำให้ NVIDIA ประสบความสำเร็จเหนือทุกบริษัทในโลก และการก้าวต่อไปจะเป็นอย่างไรเมื่อ AI กำลังเปลี่ยนโลก เป็นเวลามากกว่า 30 ปีที่ “NVIDIA” บริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีสัญชาติสหรัฐอเมริกา ได้ถูกก่อตั้งขึ้น ที่ซานตาคลาร่า แคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 5 เมษายน 1993 โดย Jen-Hsun Huang ชาวไต้หวันที่เกิดในสหรัฐอเมริกา อดีตผู้อำนวยการฝ่าย Coreware ที่ LSI Logic และเคยเป็นนักออกแบบไมโครโปรเซสเซอร์ที่ AMD และ Chris Malachowsky รวมถึง Curtis Priem 2 อดีตวิศวกรไฟฟ้า และอดีตเจ้าหน้าที่วิศวกรอาวุโส และนักออกแบบชิปกราฟิกที่ซันไมโครซิสเต็มส์ ด้วยวิสัยทัศน์เริ่มแรกที่ต้องการนำกราฟิก 3 มิติสู่ตลาดเกม และมัลติมีเดีย และต่อมาในปี ต่อมาในปี 1999 ได้เริ่มคิดค้น GPU หรือหน่วยประมวลผลกราฟิกซึ่งวางรากฐานสำหรับการปฏิรูปอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ และในปี 2006 ได้พัฒนา CUDA แพลตฟอร์มการประมวลผลแบบขนาน และรูปแบบการเขียนโปรแกรมที่ช่วยให้นักพัฒนาสามารถใช้พลังของ GPU ขนาดใหญ่ ที่มีหน่วยประมวลหลักร้อยถึงหลักพันหน่วย เพื่อเร่งงานประมวลผลต่างๆ นอกเหนือจากการแสดงผลกราฟิกก่อนที่จะถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในปี 2012 ด้วยการเปลี่ยนโลก จากการจุดประกายยุค AI สมัยใหม่ด้วยนวัตกรรมการขับเคลื่อนเครือข่ายประสาทเทียม หรือ AlexNet ที่ล้ำสมัย และในปี 2018 NVIDIA ก็ปฏิวัติวงการกราฟิกคอมพิวเตอร์อีกครั้งด้วยเทค NVIDIA RTX™ GPU ตัวแรกของโลกที่สามารจำลองโลกเสมือนจริง ด้วยการปรับปรุงล่าสุดด้าน AI การติดตามรังสี และสามารถออกแบบ 3 มิติได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยความเร็วที่ไม่เคยมีมาก่อนและในปี 2022 NVDIA เข้ามามีบทบาทสำคัญในการสร้างเมตาเวิร์ส ด้วยแพลตฟอร์ม NVIDIA Omniverse™ แพลตฟอร์มที่ช่วยให้นักพัฒนาสามารถบูรณาการเทคโนโลยีการเรนเดอร์ NVIDIA RTX™ และ AI รวมถึงสร้างสรรค์นวัตกรรมเข้ากับเครื่องมือซอฟต์แวร์เพื่อพัฒนาการใช้งานทางอุตสาหกรรม และหุ่นยนต์แห่งอนาคตโดย NVIDIA เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อเมริกา ในวันที่ 22 มกราคม 1999 โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหุ้นว่า NVDA มีราคาเสนอขายที่หุ้นละ 12 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งหลังจากนั้นหุ้น NVIDIA มีการแตกพาร์รวมแล้วทั้งหมด 6 ครั้ง ซึ่งถ้าหากเราลงทุนในหุ้น NVDA ที่ราคา IPO จำนวน 1 หุ้น และยังไม่ขายออกไป ในปัจจุบันเราจะมีหุ้น NVDA ในมือทั้งหมด 480 หุ้น และเมื่อคำนวนเป็นมูลค่าหุ้นจะเท่ากับ 78,720 ดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากราคา IPO มากกว่า 600,000% โดยไม่นับรวมผลตอบแทนในรูปแบบเงินปันผลที่ได้รับในแต่ละปีโดยตลอดระยะเวลามากกว่า 30 ปีที่นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย นักพัฒนา และนักสร้างสรรค์ต่างใช้เทคโนโลยี NVIDIA เพื่อสร้างสิ่งมหัศจรรย์มากมาย โดยปัจจุบันมีนักพัฒนามากกว่า 3.8 ล้านคนสร้างแอปพลิเคชันสำหรับการประมวลผลแบบเร่งความเร็วมากกว่า 1,000 โปรแกรม มีบริษัทชั้นนำทั่วโลกมากกว่า 35,000 แห่งที่ใช้เทคโนโลยี AI ของ NVIDIA รวมถึงมีสตาร์ทอัพระดับโลกอีกมากกว่า 13,000 รายเข้าร่วมโครงการ NVIDIA Inceptionแต่กว่าที่ NVIDIA จะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทที่มีมาร์เก็ตแคปที่สูงที่สุดในโลก ด้วยมูลค่า 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นบริษัทแรก และบริษัทเดียวในโลก แซงหน้าทุกบริษัทในโลก และมีรายได้ในปี 2024 ที่มากกว่า 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีกำไรสุทธิเกือบ 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เส้นทางที่ผ่านมาก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบด้วยการแข่งขันด้านการพัฒนาเทคโนโลยีที่สูงมาก ไม่ใช่เพียงแค่ในสหรัฐอเมริกา แต่เกิดการแข่งขันด้านการพัฒนาเทคโนโลยีทั่วโลก เกิดความท้าทายใหม่ ๆ อยู่เสมอโดยเฉพาะในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา NVIDIA ต้องเผชิญกับสถานการณ์ตึงเครียดด้านการเมือง และสงครามด้านการกีดกันเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ กับจีนซึ่งหุ้น NVIDIA เคยผ่านสถานการณ์ที่มาร์เก็ตแคปลดลงเกือบ 6 แสนล้านดอลลาร์ภายในวันเดียวเมื่อวันจันทร์ที่ 27 มกราคม 2025 ซึ่งเป็นการปรับตัวลงในวันเดียวที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จากความวิตกกังวลในการเปิดตัวโมเดล AI ของบริษัทดีปซีค (DeepSeek) ซึ่งเป็นธุรกิจสตาร์ตอัพของจีน ที่ใช้เวลาในการพัฒนาเพียง 2 เดือน ใช้ต้นทุนไม่ถึง 6 ล้านดอลลาร์ และใช้ชิป H800s ซึ่งเป็นชิปประสิทธิภาพต่ำของ NVIDIA ส่งผลให้เกิดการแข่งขันเพิ่มขึ้นในตลาด AI ทั่วโลกแต่ NVIDIA ก็ยังคงสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยได้แรงหนุนจากความต้องการชิป AI ซึ่งใช้ในการสร้าง และใช้งานในแอปพลิเคชันต่าง ๆ เช่น แชตจีพีที (ChatGPT) ของบริษัทโอเพนเอไอ (OpenAI) รวมถึงบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี เช่น ไมโครซอฟท์, เมตา (Meta), กูเกิล (Google), อะเมซอน (Amazon), ออราเคิล (Oracle) และเอ็กซ์เอไอ (xAI) ต่างก็มีความต้องการซื้อชิปเร่งประมวลผล AI ของ NVIDIA เป็นจำนวนมาก เพื่อนำไปสร้างคลัสเตอร์คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ รองรับการพัฒนา AI ขั้นสูงสำหรับประเทศไทยเองก็มีโอกาสที่จะได้เปิดรับการลงทุนจาก NVIDIA ด้วยเช่นเดียวกัน จากการมาเยือนไทยของ Jen-Hsun Huang เพื่อร่วมงาน AI Vision for Thailand ซึ่งมีการพูดคุยถึงความเป็นไปได้ที่ NVIDIA จะประกาศความร่วมมือการลงทุนด้าน AI และ Cloud หลักแสนล้านบาท แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายที่ NVIDIA ได้ตัดสินใจในการลงทุนด้านศูนย์ออกแบบ และวิจัยพัฒนาในประเทศอื่นแทน ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจ และมันสมองของอุตสาหกรรมแห่งอนาคตแต่เราก็ได้แต่หวังว่าในอนาคตประเทศไทยจะได้รับโอกาสในการเป็นประเทศที่ผู้นำทางด้านเทคโนโลยีระดับโลกให้ความสำคัญในการลงทุนในประเทศไทย เพื่อยกระดับเทคโนโลยี และนวัตกรรม รวมถึงยกระดับเศรษฐกิจไทยให้กาวสู่ยุค AI อย่างแท้จริง

ทำไมบริษัท Nvidia จึงขึ้นแท่นบริษัทมูลค่าสูงสุดของโลก แม้ถูกสหรัฐฯ จำกัดการขายชิป AI ให้จีน?
อ่าน

ทำไมบริษัท Nvidia จึงขึ้นแท่นบริษัทมูลค่าสูงสุดของโลก แม้ถูกสหรัฐฯ จำกัดการขายชิป AI ให้จีน?

แม้จะเผชิญแรงกดดันจากมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ ที่ส่งผลให้ไม่สามารถขายชิป AI ให้กับจีนได้ แต่บริษัท Nvidia ยังคงสร้างปรากฏการณ์ในตลาดหุ้น ด้วยราคาหุ้นที่พุ่งขึ้นกว่า 4% เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ปิดที่ระดับ 154.31 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น หุ้นละ 5,610 บาทซึ่งเป็นราคาสถิติใหม่สูงสุด นับตั้งแต่ต้นปี ส่งผลให้มูลค่าตลาดรวมของ Nvidia แตะระดับ 3.77 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 138.78 ล้านล้านบาท แซงหน้า Microsoft และ Apple ขึ้นเป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดในโลกนักลงทุนยังคงเชื่อมั่น ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อบทบาทผู้นำของ Nvidia ในยุค AI โดยเฉพาะในตลาดหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการฝึกโมเดลภาษาขนาดใหญ่และระบบปัญญาประดิษฐ์ต่าง ๆ ทั่วโลกเทคโนโลยีของ Nvidia ยังไม่มีคู่แข่งใดในตลาดสามารถเทียบได้ โดยเฉพาะชิป H100 และ Blackwell ที่เป็นแกนหลักของการประมวลผล AI ขนาดใหญ่ ส่งผลให้บริษัทกลายเป็น “หัวใจของโครงสร้างพื้นฐาน AI” ในระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นศูนย์ข้อมูลของ Microsoft, Google, Amazon หรือ OpenAI ต่างต้องพึ่งพาฮาร์ดแวร์ของ Nvidia ซึ่งยิ่งตอกย้ำบทบาทผู้นำที่นักลงทุนเชื่อมั่นอย่างลึกซึ้ง บริษัทยังทำรายได้ดีแม้ Nvidia จะสูญเสียโอกาสทางการค้าในจีน มูลค่าประมาณ 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 293,000 ล้านบาท และต้องตัดสินค้าคงคลังลงกว่า 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 165,000 ล้านบาท จากข้อจำกัดของรัฐบาลสหรัฐฯ แต่บริษัทกลับสามารถขยายฐานรายได้จากตลาดอื่น ๆ ได้อย่างโดดเด่นโดยรายงานผลประกอบการล่าสุดระบุว่า รายได้ไตรมาสล่าสุดเพิ่มขึ้นถึง 69% จากปีก่อน และกลุ่มธุรกิจศูนย์ข้อมูล ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลัก เติบโตถึง 73% โดยนักวิเคราะห์คาดว่ารายได้รวมในปีงบประมาณนี้จะเพิ่มขึ้นกว่า 53% แตะเกือบ 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 7.32 ล้านล้านบาท เจนเซ่น หวง (Jensen Huang) ซีอีโอของ Nvidia กล่าวยอมรับว่า ตลาดจีนซึ่งมีมูลค่าถึง 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ “ถูกปิดกั้นอย่างแท้จริง” แต่บริษัทก็พร้อมเดินหน้าด้วยวิสัยทัศน์ใหม่ โดยชี้ว่า "หุ่นยนต์" คือโอกาสเติบโตถัดไปที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ AIแม้ข้อจำกัดทางการค้าจะเป็นอุปสรรคสำคัญ แต่การปรับกลยุทธ์และการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในตลาดอื่น คือ คำตอบว่าทำไม Nvidia จึงสามารถก้าวขึ้นเป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกได้ในวันนี้

Nvidia จับมือ Foxconn เตรียมนำหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์เข้าสู่สายการผลิตเซิร์ฟเวอร์ AI ที่โรงงานใหม่ในฮูสตัน
อ่าน

Nvidia จับมือ Foxconn เตรียมนำหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์เข้าสู่สายการผลิตเซิร์ฟเวอร์ AI ที่โรงงานใหม่ในฮูสตัน

20 มิถุนายนที่ผ่านมา สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานข้อมูลจากแหล่งข่าววงในเปิดเผยว่าบริษัท Nvidia ผู้ผลิตชิปยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ และบริษัท Foxconn ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่จากไต้หวัน กำลังเจรจาเพื่อนำหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์มาใช้งานในโรงงานแห่งใหม่ของ Foxconn ในนครฮูสตัน รัฐเท็กซัส เพื่อใช้ในกระบวนการผลิตเซิร์ฟเวอร์ AI ของ Nvidiaหากแผนนี้เดินหน้า จะนับเป็นครั้งแรกที่ผลิตภัณฑ์ของ Nvidia ถูกประกอบขึ้นโดยใช้หุ่นยนต์ที่มีรูปร่างเหมือนมนุษย์ และยังถือเป็นโรงงานแห่งแรกของ Foxconn ที่นำหุ่นยนต์ลักษณะนี้มาใช้งานจริงในสายการผลิตแหล่งข่าวระบุว่า หุ่นยนต์เหล่านี้อาจสามารถหยิบวางวัตถุ ประกอบชิ้นส่วน และเชื่อมต่อสายเคเบิลได้ โดยทาง Foxconn ได้เริ่มทดลองใช้งานร่วมกับหุ่นยนต์จากบริษัท UBTech ของจีน รวมถึงอยู่ระหว่างการพัฒนาหุ่นยนต์ของตนเองสองรุ่น หนึ่งรุ่นมีขาสำหรับเดิน และอีกรุ่นติดล้อเคลื่อนที่อัตโนมัติ (AMR) ซึ่งมีต้นทุนที่ถูกกว่า โดยคาดว่าจะมีการเปิดตัวในงานสัมมนาด้านเทคโนโลยีของบริษัทช่วงเดือนพฤศจิกายน สำหรับหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์จากบริษัท UBTech ของจีน มีด้วยกันหลายรุ่น แต่รุ่นล่าสุด คือ Walker S1 เปิดตัวในปี 2024 มีลักษณะเป็นหุ่นยนต์สองขาความสูงราว 1.7 เมตร ติดตั้งเซนเซอร์และระบบ AI สำหรับเดิน เคลื่อนไหว และหยิบจับวัตถุอย่างแม่นยำปัจจุบันหุ่นยนต์ Walker S1 กำลังเตรียมถูกนำไปทดสอบใช้งานจริงในโรงงานของ Foxconn และผู้ผลิตรถยนต์ในจีน เพื่อรองรับการทำงานอัตโนมัติในสายการผลิตอุตสาหกรรมยุคใหม่ อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่ชัดว่าหุ่นยนต์รุ่นที่จะถูกใช้งานในโรงงานที่สหรัฐอเมริกาจะเป็นหุ่นยนต์ Walker S1 หรือไม่โรงงานในฮูสตัน สหรัฐอเมริกากำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างโรงงานใกล้แล้วเสร็จภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการติดตั้งหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์โดยเฉพาะ ด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่และเป็นโรงงานใหม่ทั้งหมด จึงเหมาะกับการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ และมีแผนจะเริ่มเดินสายการผลิตเซิร์ฟเวอร์ AI รุ่น GB300 ของ Nvidia ภายในไตรมาสแรกของปี 2026ทั้ง Foxconn และ Nvidia ยังไม่ให้ความเห็นต่อประเด็นนี้อย่างเป็นทางการ การเคลื่อนไหวครั้งนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ เจนเซ่น หวง ซีอีโอของ Nvidia ที่เคยคาดการณ์ว่า หุ่นยนต์คล้ายมนุษย์จะถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมอย่างแพร่หลายภายใน 5 ปี โดย Nvidia เองก็ได้จัดหาแพลตฟอร์มให้กับบริษัทพัฒนาหุ่นยนต์ทั่วโลก เช่น Tesla ที่พัฒนาหุ่นยนต์ Optimus รวมถึง Mercedes-Benz และ BMW ที่เริ่มทดลองใช้งานในสายการผลิตแล้วขณะเดียวกัน จีนก็เร่งพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เช่นกัน โดยเชื่อว่าจะเข้ามาทดแทนแรงงานในโรงงานจำนวนมากในอนาคตอันใกล้

“อังกฤษ” ร่วม Nvidia เปิด Sandbox AI ต.ค.68
อ่าน

“อังกฤษ” ร่วม Nvidia เปิด Sandbox AI ต.ค.68

สำนักข่าว CNBC รายงานว่า หน่วยงานกำกับดูแลบริการทางการเงินของสหราชอาณาจักร (Financial Conduct Authority ) หรือ FCA ประกาศความร่วมมือใหม่กับ Nvidia บริษัทผู้ผลิตชิปจากสหรัฐ เพื่อเปิดทางให้ธนาคารสามารถทดลองใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้อย่างปลอดภัยทั้งนี้ FCA ระบุว่าจะเปิดตัว โครงการ “Supercharged Sandbox” ซึ่งจะเปิดโอกาสให้บริษัทต่าง ๆ เข้าถึงข้อมูลที่ดีขึ้น ความเชี่ยวชาญทางเทคนิค และการสนับสนุนด้านกฎระเบียบ เพื่อเร่งการพัฒนานวัตกรรม โดยเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้ สถาบันการเงินในสหราชอาณาจักรจะสามารถทดลองใช้ AI ด้วยเทคโนโลยี การประมวลผลขั้นสูง (accelerated computing) และซอฟต์แวร์ AI Enterprise ของ Nvidia ตามแถลงการณ์ของ FCAนอกจากนี้ โครงการนี้ออกแบบมาสำหรับบริษัทที่ยังอยู่ในระยะค้นคว้าและทดลองเกี่ยวกับ AI ส่วนบริษัทที่พัฒนา AI ไปไกลกว่านั้นจะมีบริการทดสอบในสภาพแวดล้อมจริง (live testing) แยกต่างหากให้ใช้ Jessica Rusu ประธานเจ้าหน้าที่ด้านข้อมูล สติปัญญา และข้อมูลข่าวสารของ FCA กล่าวว่า “ความร่วมมือนี้จะช่วยบริษัทที่อยากทดลองใช้ AI แต่ยังขาดความสามารถทางเทคนิค เราจะช่วยให้บริษัทเหล่านี้ใช้ AI ได้อย่างเหมาะสม เพื่อสร้างประโยชน์ต่อผู้บริโภคและเศรษฐกิจโดยรวม”FCA ระบุว่า sandbox ใหม่นี้ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาสำคัญของธนาคาร ซึ่งเผชิญความท้าทายในการนำ AI มาให้บริการลูกค้า เนื่องจากความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวและการฉ้อโกง แบบจำลองภาษา (LLM) ขนาดใหญ่ เช่นของ OpenAI และ Google มักส่งข้อมูลไปยังศูนย์ประมวลผลในต่างประเทศ ซึ่งหน่วยงานกำกับดูแลด้านความเป็นส่วนตัวในหลายประเทศได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับวิธีจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลเหล่านี้ ขณะเดียวกันก็เกิดเหตุการหลอกลวงผ่าน AI หลายกรณีทั่วโลกNvidia เป็นบริษัทผู้อยู่เบื้องหลังการผลิต GPU (หน่วยประมวลผลกราฟิก) ที่ใช้ฝึกและรันโมเดล AI ขนาดใหญ่ โดย เจนเซน หวง (Jensen Huang) ซีอีโอของ Nvidia มีกำหนดขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในงานประชุมเทคโนโลยีที่กรุงลอนดอนในเช้าวันเดียวกัน

หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 30 พฤษภาคม 2568 ปิดบวก 117.03 จุด รับผลประกอบการ Nvidia
อ่าน

หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 30 พฤษภาคม 2568 ปิดบวก 117.03 จุด รับผลประกอบการ Nvidia

ดาวโจนส์ปิดบวก รับแรงหนุนผลประกอบการ Nvidiaดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (29 พ.ค.) ส่วนดัชนี SP500 และ Nasdaq ปิดบวกเช่นกัน ขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่งเกินคาดของบริษัทอินวิเดีย (Nvidia) ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) รายใหญ่ของสหรัฐฯ ขณะที่นักลงทุนซึมซับรายงานข่าวที่ว่าศาลอุทธรณ์ของสหรัฐฯ ได้ระงับคำตัดสินของศาลการค้าสหรัฐฯ ที่สั่งให้มีการระงับใช้มาตรการภาษีศุลกากรของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 42,215.73 จุด เพิ่มขึ้น 117.03 จุด หรือ +0.28%, ดัชนี SP500 ปิดที่ 5,912.17 จุด เพิ่มขึ้น 23.62 จุด หรือ +0.40% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 19,175.87 จุด เพิ่มขึ้น 74.93 จุด หรือ +0.39% ศาลอุทธรณ์ระงับคำสั่งศาลการค้า – ภาษีทรัมป์ยังมีผลนักลงทุนซึมซับรายงานข่าวที่ว่า ศาลอุทธรณ์ของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ได้ระงับคำตัดสินของศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ เป็นการชั่วคราวในวันพฤหัสบดี โดยอนุมัติให้มาตรการภาษีศุลกากรของปธน.ทรัมป์ยังคงมีผลบังคับใช้ หลังจากที่ศาลการค้ามีคำสั่งให้ระงับการใช้มาตรการภาษีศุลกากรของปธน.ทรัมป์ เนื่องจากเห็นว่าปธน.ทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขตทั้งนี้ ศาลอุทธรณ์เขตแฟดเดอรัล เซอร์กิตในกรุงวอชิงตัน จะระงับคำตัดสินของศาลการค้าไว้ชั่วคราว เพื่อพิจารณาคำอุทธรณ์ของรัฐบาล และสั่งให้โจทก์ในคดีนี้ตอบสนองภายในวันที่ 5 มิ.ย. และสั่งให้รัฐบาลตอบสนองภายในวันที่ 9 มิ.ย.สำหรับเอกสารที่รัฐบาลทรัมป์ยื่นต่อศาลอุทธรณ์นั้น กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุว่า คำตัดสินของศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ เมื่อวันพุธได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินการทางการทูตของรัฐบาล และแทรกแซงอำนาจเฉพาะตัวของปธน.ทรัมป์ในการดำเนินนโยบายต่างประเทศ รัฐบาลจึงร้องขอให้ศาลอุทธรณ์ระงับคำตัดสินของศาลการค้าระหว่างประเทศเป็นการชั่วคราว ขณะที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอุทธรณ์อย่างเป็นทางการ หุ้นกลุ่มใหญ่เคลื่อนไหวเชิงบวก – Nvidia โดดเด่นหุ้น 10 ใน 11 กลุ่มในดัชนี SP500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มเฮลธ์แคร์ปรับตัวขึ้น 0.95% และ 0.74% ตามลำดับ ส่วนหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารปรับตัวลง 0.35%นักลงทุนขานรับผลประกอบการของบริษัทอินวิเดีย หลังจากเปิดเผยกำไรและรายได้ที่สูงกว่าคาดในไตรมาส 1 ปี โดยได้แรงหนุนจากธุรกิจศูนย์ข้อมูลที่เติบโตแข็งแกร่งถึง 73% เมื่อเทียบรายปี รวมทั้งความต้องการชิป AI ซึ่งใช้ในแอปพลิเคชันต่าง ๆ เช่น แชตจีพีที (ChatGPT) ของบริษัทโอเพนเอไอ (OpenAI)ทั้งนี้ หุ้นอินวิเดียปิดตลาดพุ่งขึ้น 3.2% และเป็นบริษัทแห่งสุดท้ายในกลุ่ม 7 บริษัทเทคโนโลยีที่มีมาร์เก็ตแคปสูง หรือ "Magnificent Seven" ที่รายงานผลประกอบการในฤดูกาลนี้Boeing ตั้งเป้าเพิ่มกำลังผลิตหุ้นโบอิ้ง (Boeing) พุ่งขึ้น 3.3% หลังจากซีอีโอของบริษัทเปิดเผยว่า โบอิ้งตั้งเป้าที่จะเพิ่มการผลิตเครื่องบินรุ่น 737 MAX ที่ขายดีที่สุด เป็น 42 ลำต่อเดือนในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า และเพิ่มการผลิตเป็น 47 ลำต่อเดือนในช่วงต้นปี 2569ข้อมูลเศรษฐกิจชี้สหรัฐฯ เริ่มชะลอตัวส่วนข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานล่าสุด กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 1/2568 โดยระบุว่า GDP หดตัว 0.2% ขณะที่ตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 ระบุว่าหดตัว 0.3% หลังจากมีการขยายตัว 2.4% ในไตรมาส 4/2567กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก เพิ่มขึ้น 14,000 ราย สู่ระดับ 240,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 226,000 รายทางด้านสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) ดิ่งลง 6.3% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 71.3 ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลงเพียง 1.0%

ทำไม Nvidia รายได้พุ่งเกือบ 70% เกินคาด แม้เจอข้อจำกัดส่งชิปไปจีน
อ่าน

ทำไม Nvidia รายได้พุ่งเกือบ 70% เกินคาด แม้เจอข้อจำกัดส่งชิปไปจีน

รายได้ Nvidia พุ่งเกือบ 70% สูงกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ แม้จะเผชิญข้อจำกัดส่งออกชิปไปจีนNvidia ทำได้อย่างไร เราไปดูกันNvidia ผู้ผลิตชิปชั้นนำจากสหรัฐฯ เผยรายงานทางการเงินล่าสุด รายได้ไตรมาสแรกปี 2025 อยู่ที่ 4.41 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 69% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วตัวเลขนี้ ถือว่า สูงเกินคาด เพราะเดิม เชื่อว่า Nvidia จะเจอผลกระทบจากกฎหมายชิปของสหรัฐฯ ที่จำกัดการส่งออกชิปขั้นสูงไปยังจีน ซึ่งถือว่า เป็นตลาดสำคัญ แต่ผลประกอบการนี้ แสดงให้เห็นว่า ความต้องการชิป AI ขั้นสูงของ Nvidia ทั่วโลกยังคงแข็งแกร่งนั่นทำให้ Nvidia คาดการณ์รายได้ไตรมาสถัดไปอยู่ที่ 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ บวกลบ 2%ถึงบริษัทจะกอบโกยรายได้สูง แต่ก็ต้องแลกมากับผลกระทบบางส่วน เช่น สูญเสียโอกาสสร้างรายได้จากจีน ต้องตัดค่าใช้จ่าย 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากสินค้าที่ขายไม่ออก และ สูญเสียโอกาสจากการขายที่คาดการณ์ไว้ประมาณ 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเพราะรายได้จากตลาดจีนจะลดลงถึง 8 พันล้านดอลลาร์ ในไตรมาสปัจจุบัน ทั้งนี้ เจนเซน หวง CEO บริษัท Nvidia เคยวิจารณ์ข้อกฎหมายจำกัดการส่งออกชิปของสหรัฐฯ ว่า กฎหมายนี้ จะยิ่งทำให้จีนกลายเป็นคู่แข่งผู้ผลิตชิปที่แข็งแกร่งบนเวทีระดับนานาชาติ และกฎหมายที่พยายามกีดกันจีนออกจากสนามการแข่งขัน จะส่งผลเสียต่อสหรัฐฯ ในภายหลังนอกจากนี้ หวง ยังปฏิเสธความเชื่อที่ว่า จีนจะไม่สามารถผลิตชิป AI ได้ และย้ำว่า ความคิดนี้ เป็นความเชื่อที่ผิดอย่างไรก็ตาม Nvidia กำลังปรับตัวในการดำเนินธุรกิจ บนข้อจำกัดที่มีอยู่ รวมถึงความพยายามในการเปิดตัวชิป Blackwell รุ่นใหม่ที่ปรับปรุงแล้วสำหรับตลาดจีนโดยเฉพาะ และเพื่อลดการพึ่งพาบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของอเมริกา CEO Nvidia ก็พยายามเดินสายไปยังประเทศต่าง ๆ อย่างซาอุดีอาระเบีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และไต้หวัน เพื่อทำข้อตกลงเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน AI ใหม่ ๆ กับรัฐบาลและสถาบันต่าง ๆแหล่งข้อมูลอ้างอิง:https://www.ft.com/content/5f2c318b-39e6-4ce9-bcd4-d950aa5525c8

หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 29 พฤษภาคม 2568 ปิดลบ 244.95 จุด นักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการ Nvidia
อ่าน

หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 29 พฤษภาคม 2568 ปิดลบ 244.95 จุด นักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการ Nvidia

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (28 พ.ค.) ส่วนดัชนี SP500 และ Nasdaq ปิดในแดนลบเช่นกัน หลังจากนักลงทุนซึมซับรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการของบริษัทอินวิเดีย (Nvidia) ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) รายใหญ่ของสหรัฐฯดาวโจนส์ปิดที่ 42,098.70 จุด ลดลง 244.95 จุดทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 42,098.70 จุด ลดลง 244.95 จุด หรือ -0.58%, ดัชนี SP500 ปิดที่ 5,888.55 จุด ลดลง 32.99 จุด หรือ -0.56% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 19,100.94 จุด ลดลง 98.23 จุด หรือ -0.51%หุ้นดาวโจนส์คืออะไร? ทำความเข้าใจดัชนีสำคัญของตลาดหุ้นโลก คณะกรรมการเฟดเปิดเผยรายงานการประชุมประจำวันที่ 6-7 พ.ค.โดยระบุว่า เฟดอาจเผชิญกับการตัดสินใจที่ยากลำบากในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ที่เงินเฟ้อปรับสูงขึ้นในเวลาเดียวกับที่อัตราการว่างงานก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ รายงานการประชุมยังสะท้อนให้เห็นว่ากรรมการเฟดมีความกังวลเกี่ยวกับนโยบายการคลังและความตึงเครียดด้านการค้านักวิเคราะห์จากบริษัท Spartan Capital Securities กล่าวว่า รายงานการประชุมเฟดไม่ได้เผยให้เห็นถึงสิ่งใหม่ และเมื่อดูในภาพรวมแล้ว เฟดยังคงใช้ท่าทีรอดูข้อมูลเพิ่มเติม รวมทั้งรอดูความชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายการค้าของสหรัฐฯ นักลงทุนรอดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ นักลงทุนรอดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ โดยในวันนี้จะมีการเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1/2568 (ประมาณการครั้งที่ 2) และยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (Pending Home Sales) ส่วนในวันศุกร์จะเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนทั้งนี้ ดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)ติดตามความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นดาวโจนส์ได้ทุกวันที่นี่

จับตา Nvidia เตรียมเผยรายได้อาจสะท้อนผลกระทบจากข้อจำกัดการส่งออกชิปไปจีน
อ่าน

จับตา Nvidia เตรียมเผยรายได้อาจสะท้อนผลกระทบจากข้อจำกัดการส่งออกชิปไปจีน

นักลงทุนจับตามองผลประกอบการของ Nvidia ที่จะประกาศในวันพุธที่ 28 พฤษภาคม 2025 หลังปิดตลาดสหรัฐฯ ซึ่งตรงกับเวลา 04:00 น. ของวันพฤหัสบดีที่ 29 พฤษภาคม 2025 ตามเวลาประเทศไทยท่ามกลางความกังวลว่าข้อจำกัดการส่งออกของสหรัฐฯ ต่อจีนอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทมากเพียงใด แม้ว่าการผ่อนคลายกฎระเบียบอื่น ๆ จะช่วยเปิดโอกาสในตลาดใหม่ๆ ก็ตามรัฐบาลสหรัฐฯ ออกมาตรการห้ามส่งออกชิป AI ให้จีนในช่วงเดือนที่ผ่านมารัฐบาลสหรัฐฯ ได้สั่งห้ามการส่งออกชิป AI รุ่น H20 ของ Nvidia ไปยังจีน ซึ่งอาจสร้างผลกระทบมูลค่าถึง 5.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 200,750 ล้านบาทโดยเจนเซ่น หวง (Jensen Huang) ซีอีโอของบริษัท ระบุว่า Nvidia ได้ถอนยอดขายมูลค่าราว 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 491,850 ล้านบาท ออกจากตลาดจีนแล้ว หลังจากมาตรการควบคุมมีผลบังคับใช้แม้ H20 จะเป็นชิปรุ่นเดียวที่ยังได้รับอนุญาตให้ขายในจีน ซึ่งปีที่แล้วคิดเป็น 13% ของรายได้ Nvidia แต่บริษัทก็ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดรายได้ของชิปรุ่นดังกล่าวอย่างชัดเจน มุมมองจากนักวิเคราะห์ด้านการเงินนักวิเคราะห์จาก Wedbush แนะนำให้จับตาว่าบริษัท Nvidia จะสามารถเพิ่มยอดขายจากที่อื่นมาทดแทนการสูญเสียรายได้ในจีนได้หรือไม่ และประเมินว่า ในช่วงที่เหลือของปี Nvidia อาจสูญเสียรายได้ถึง 3,000-4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อไตรมาส หรือ 98,370-131,160 ล้านบาท และอาจสูงสุดถึง 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 147,060 ล้านบาทแหล่งข่าวเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่าบริษัท Nvidia กำลังพัฒนาชิป AI รุ่นใหม่สำหรับตลาดจีน โดยใช้สถาปัตยกรรม Blackwell ล่าสุด แต่ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคตในตลาดจีนยังคงกดดันราคาหุ้นของบริษัท โดยในปีนี้ หุ้น Nvidia ลดลง 2% ซึ่งสวนทางกับการเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าในปีที่ผ่านมาจิล ลูเรีย (Gil Luria) นักวิเคราะห์จาก DA Davidson ชี้ว่า "จีนเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดต่อผลประกอบการไตรมาสนี้ของ Nvidia"โดยตามข้อมูลจาก LSEG คาดว่าบริษัท Nvidia รายงานรายได้ไตรมาสแรกเพิ่มขึ้น 66.2% อยู่ที่ 43.28 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.42 ล้านล้านบาทในขณะที่นักวิเคราะห์จาก Susquehanna ระบุว่า มาตรการจำกัดส่งผลกระทบต่อยอดขายในช่วงสามสัปดาห์สุดท้ายของไตรมาส คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 32,790 ล้านบาท ล่าสุดเจนเซ่น หวง (Jensen Huang) แสดงความเห็นต่อมาตรการควบคุมของสหรัฐฯ ว่าเป็น “ความล้มเหลว” โดยระบุว่าการกีดกันดังกล่าวเพียงเร่งให้บริษัทจีนอย่าง Huawei พัฒนาชิปในประเทศได้รวดเร็วขึ้นเท่านั้น