รีเซต

ผลการค้นหา “#Legion” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
Rust Mobile ประกาศเริ่มต้นการทดสอบ Regional Test ที่ฮ่องกง และ มาเก๊า แล้วอย่างเป็นทางการ!
อ่าน

Rust Mobile ประกาศเริ่มต้นการทดสอบ Regional Test ที่ฮ่องกง และ มาเก๊า แล้วอย่างเป็นทางการ!

แม้จะยังไม่มีข่าวในฝั่งไทย แต่ก็มีอัปเดตมาบอกต่อ หลังจากการประกาศไปก่อนหน้านี้ ล่าสุดนั้นทาง Level Infinite ก็ได้ประกาศเริ่มต้นการทดสอบ Regional Test ที่ฮ่องกง และ มาเก๊า ของเกม Rust Mobile เกมมือถือที่สร้างและดัดแปลงจากเกม Survival สุดโด่งดังบน PC แล้วอย่างเป็นทางการ โดยการทดสอบในครั้งนี้นั้นได้เปิดให้ทดสอบเฉพาะบน Androidโดยสามารถรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทดสอบกันได้ที่ : https://www.facebook.com/photo?fbid=122217838478575274&set=a.122168976338575274ในส่วนของฝั่ง iOS หรือข่าวสารของตัวเกมในประเทศอื่นนั้นยังไม่มีการเปิดเผยหรืออัปเดตออกมาในตอนนี้Rust Mobile Rust Mobile นั้นจะมานำเสนอทุกสิ่งที่คุณรักจากเวอร์ชัน PC บนมือถือ! ตั้งแต่การออกสำรวจ Open-World การต่อสู้ PVP สุดเดือด การสร้างฐาน และความรู้สึกของการ "ห้ามไว้ใจใคร" ทุกอย่างล้วนอยู่ที่นี่พร้อมได้รับการปรับแต่งให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์บนมือถือตัวเกมนั้นจะมาพร้อมโลก Sandbox ที่จะเปิดให้สามารถออกสำรวจได้อย่างเต็มที่ สภาพอากาศแบบไดนามิค ไบโอมที่มีหลากหลาย และระบบกลางวัน-กลางคืนแบบ Real time แกนหลัก ๆ ของ Rust จะยังคงอยู่อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการ เก็บรวบรวม การคราฟต์ การ raid และรวมไปถึงระบบ permadeathติดตามข่าวสารและอัปเดตต่าง ๆ ของตัวเกมเพิ่มเติมได้ที่ช่องทางด้านล่างเว็บไซต์ทางการ : https://www.rustmobile.com/en/X :  https://x.com/play_rustmobileFacebook Fanpage : https://www.facebook.com/playrustmobile/

Rust Mobile ประกาศเตรียมเปิดทดสอบ Regional Test ที่ฮ่องกง และ มาเก๊า ในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ !
อ่าน

Rust Mobile ประกาศเตรียมเปิดทดสอบ Regional Test ที่ฮ่องกง และ มาเก๊า ในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ !

หลังจากที่ได้มีการเปิด CBT ครั้งแรกกันไปในช่วงเดือนธันวาคม 2025 ที่ผ่านมา ล่าสุดนั้นก็มีข่าวคราวมาอัปเดตสำหรับตัวเกม  Rust Mobile เกมมือถือที่สร้างและดัดแปลงจากเกม Survival สุดโด่งดังบน PC มาบอกต่อกันแล้ว! เมื่อล่าสุดนั้นทาง Level Infinite ก็ได้ประกาศเตรียมเปิดทดสอบ Regional Test ที่ฮ่องกง และ มาเก๊า ในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ ! ในส่วนของกำหนดการอื่น ๆ อาทิ กำหนดการเปิดให้บริการ นั้นยังไม่มีการเผยออกมาในขณะนี้โดยอ้างอิงจากหน้า Faq ของการทดสอบ Regional Test นี้นั้น ก็จะมีรายละเอียดคร่าว ๆ ดังนี้การทดสอบจะเป็นรูปแบบของ Open Beta โดยจะเปิดให้ทดสอบในวันที่ 9 กรกฎาคม 2026 ที่มาเก๊าและฮ่องกงบน Android ผ่านทาง Google Play และ TapTap และจะลบข้อมูลหลังสิ้นสุดการทดสอบ ซึ่งการทดสอบในครั้งนี้นั้นจะรองรับภาษาอังกฤษ จีนตัวเต็ม และจีนตัวย่อด้วยกันสเปกสำหรับอุปกรณ์ Androidสเปกขั้นต่ำOperating System: Android 10 หรือสูงกว่าProcessor: Snapdragon 710 / Dimensity 700 / Kirin 970 หรือเทียบเท่าMemory: 6GB RAMStorage: ประมาณ15GB สเปกแนะนำOperating System: Android 10 หรือสูงกว่าProcessor: Snapdragon 8 Gen 2 / Dimensity 9200 หรือเทียบเท่าMemory: 8GB RAMStorage: ขั้นต่ำ 20GBRust Mobile Rust Mobile นั้นจะมานำเสนอทุกสิ่งที่คุณรักจากเวอร์ชัน PC บนมือถือ! ตั้งแต่การออกสำรวจ Open-World การต่อสู้ PVP สุดเดือด การสร้างฐาน และความรู้สึกของการ "ห้ามไว้ใจใคร" ทุกอย่างล้วนอยู่ที่นี่พร้อมได้รับการปรับแต่งให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์บนมือถือตัวเกมนั้นจะมาพร้อมโลก Sandbox ที่จะเปิดให้สามารถออกสำรวจได้อย่างเต็มที่ สภาพอากาศแบบไดนามิค ไบโอมที่มีหลากหลาย และระบบกลางวัน-กลางคืนแบบ Real time แกนหลัก ๆ ของ Rust จะยังคงอยู่อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการ เก็บรวบรวม การคราฟต์ การ raid และรวมไปถึงระบบ permadeathติดตามข่าวสารและอัปเดตต่าง ๆ ของตัวเกมเพิ่มเติมได้ที่ช่องทางด้านล่างเว็บไซต์ทางการ : https://www.rustmobile.com/en/X :  https://x.com/play_rustmobileFacebook Fanpage : https://www.facebook.com/playrustmobile/

ปังแล้วปังอีก! “วิน เมธวิน” ขึ้นแท่น Regional Ambassador ของ Prada Beauty
อ่าน

ปังแล้วปังอีก! “วิน เมธวิน” ขึ้นแท่น Regional Ambassador ของ Prada Beauty

ปังแล้วปังอีก! วิน เมธวิน ขึ้นแท่น Regional Ambassador ของ Prada Beauty หล่อด้วย เก่งด้วย เรียกว่าครบเครื่องอีกหนึ่งคน สำหรับ วิน เมธวิน เพราะไม่โดดเด่นแค่ในเรื่องการแสดง ,ร้องเพลง และการทำธุรกิจเท่านั้น ด้านวงการแฟชั่นก็จัดจ้านไม่แพ้กันระดับตัวท็อปของเมืองไทยเจ้าของตำแหน่งแบรนด์แอมบาสเดอร์ Prada ที่ไปมิลานแฟชั่นวีคมาแล้วนับไม่ถ้วน ล่าสุด วิน ขึ้นแท่น Regional Ambassador ของ Prada Beauty อย่างเป็นทางการ สำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มน้ำหอมและลิปสติก โดยเปิดตัวครั้งแรกกับน้ำหอมสุภาพบุรุษกลิ่นใหม่ล่าสุด Prada Paradigme กลิ่นที่นิยามความ มั่นใจของผู้ชายยุคใหม่ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งก้าวที่สำคัญของ วิน ในโลกแฟชั่นและความงามของ Prada ที่เผยให้เห็นเสน่ห์น่าค้นหาของหนุ่มหล่อคนนี้ จนได้ตำแหน่งสำคัญที่แบรนด์หรูไว้วางใจในการเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่

AWS เตรียมเปิด Region Server ในประเทศไทย พร้อมประกาศแผนอื่น ๆ ในปี 2024 !
อ่าน

AWS เตรียมเปิด Region Server ในประเทศไทย พร้อมประกาศแผนอื่น ๆ ในปี 2024 !

Amazon Web Services (AWS) เตรียมเปิด AWS Asia Pacific (Bangkok) Region หรือเซิร์ฟเวอร์สำหรับบริการ Cloud และ เซิร์ฟเวอร์สาธารณะในกรุงเทพฯ ประเทศไทย ! พร้อมประกาศทิศทางของ AWS Thailand ในปี 2567 ด้วย นายวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ Country Manager ของ AWS Thailand กล่าวว่า ตลาดคลาวด์สาธารณะในประเทศไทยคาดว่าจะเติบโตถึง 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2570 ด้วย CAGR 5 ปีอยู่ที่ 18.6% ตามข้อมูล Semiannual Public Cloud Services Tracker เมื่อช่วงครึ่งแรกของปี 2566 จาก IDC ทำให้ตอนนี้ ทาง AWS ได้เพิ่มการลงทุนใน ASEAN และมีแผนที่จะเปิดราย AWS Regions อีก 4 แห่ง ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในนั้นด้วย โดย AWS มีแผนที่จะลงทุนมากกว่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือประมาณ 1.9 แสนล้านบาท) ในประเทศไทยภายในระยะยเวลา 15 ปี ด้วยการเปิด AWS Asia Pacific (Bangkok) Region เป็นโซนในประเทศไทยโดยเฉพาะ นอกจากนี้ในประเทศไทย ทาง AWS มีแผนสำหรับปี 2567 ประกอบไปด้วย 8 อุตสาหกรรมที่ AWS มุ่งเน้นในปีนี้ ได้แก่ อุตสาหกรรมบริการการเงิน (FSI), การค้าปลีก, ยานยนต์, ดิจิทัล, พลังงาน, การผลิต, ด้านสุขภาพ และ TMEG (โทรคมนาคม, สื่อ, ความบันเทิง, เกม) เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการที่มีความเฉพาะเจาะจงของภาคอุตสาหกรรมเหล่านี้ โดยให้คำแนะนำการใช้บริการคลาวด์ที่ช่วยกระตุ้นนวัตกรรมและสร้างประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เตรียมเปิดตัว AWS Bangkok Region โดย AWS เตรียมการขยายพาร์ตเนอร์เพิ่มเติม รวมไปถึงการจัดงาน AWS Summit ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในเดือนพฤษภาคม 2567 การพัฒนาทักษะด้านคลาวด์ ด้วยโครงการต่าง ๆ ที่จะเพิ่มทักษะด้านคลาวด์ให้แก่ผู้เชี่ยวชาญและนักเรียนโดยเท่าเทียมกัน เตรียมความพร้อมให้แต่ละคนมีความเชี่ยวชาญด้านคลาวด์มากขึ้น ทั้งนี้ ดร. เวอร์เนอร์ โวเกลส์ (Dr. Werner Vogels) Chief Technology Officer ของ Amazon ได้คาดการณ์เทรนด์เทคโนโลยีของปี 2567 ไว้ดังนี้ การเทรน Generative AI ตอนนี้กำลังมี Bias ด้วยวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ทำให้ GenAI ตอนนี้ กำลังเข้าสู่ยุคที่ผนวกวัฒนธรรมที่หลากหลาย ภาษาที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นไปด้วย ซึ่งความหลากหลายของวัฒนธรรม จะทำให้ AI สามารถ Generate ผลลัพธ์ที่ถูกต้องในเชิงวัฒนธรรมมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้ Generative AI เป็นที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นจากคนทั่วโลก (เหมือนกับ Botnoi Voice ที่ใช้ Generative AI สร้างเสียงภาษาไทย เป็นต้น) AI จะเข้ามาเป็นผู้ช่วย ซึ่งจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ในการพัฒนาซอฟต์แวร์ โดย AIจะสร้างรหัสพื้นฐานให้เป็นนักบินผู้ช่วย พัฒนาซอฟต์แวร์ไปพร้อมกับนักพัฒนาเดิม และ AI จะอธิบายระบบที่ซับซ้อนด้วยภาษาง่าย ๆ และคอยช่วยนักพัฒนาสร้างซอฟต์แวร์ในทุกขั้นตอน FemTech – เทคโนโลยีด้านสุขภาพ (HealthTech) สำหรับเพศหญิงจะเริ่มได้ใช้งานจริง และให้ความสำคัญมากยิ่งขึ้น จากการวิจัย วิเคราะห์ผลสมัยก่อน ไม่สามารถใช้การวิเคราะห์แบบไม่มีเพศมากำกับได้แล้ว ต้องวิจัยแยกกัน เพราะผลลัพธ์ต่างกัน ซึ่งไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อผู้หญิงอย่างเดียว แต่ยังช่วยยกระดับระบบการดูแลสุขภาพทั้งหมดอีกด้วย การเรียนการสอนด้านเทคโนโลยีต้องก้าวหน้ามากกว่าเดิม เพราะการเรียนการสอนเทคโนโลยีแบบเดิม ไม่สามารถตามการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีได้ทัน ทำให้เกิดการพัฒนาทักษะเฉพาะมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมด้วย

สื่อออนไลน์อาเซียน ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางการอยู่รอด งาน Regional Seminar 2023
อ่าน

สื่อออนไลน์อาเซียน ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางการอยู่รอด งาน Regional Seminar 2023

สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ (SONP) ร่วมกับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดการประชุมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความเห็นระดับภูมิภาค (Regional Seminar) ในหัวข้อ ความอยู่รอดของสื่อออนไลน์ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง หรือ Survival of Online News Providers in the Changing World เป็นการรวมตัวกันของตัวแทนผู้ผลิตสื่อออนไลน์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มาร่วมแลกเปลี่ยน หารือเกี่ยวกับปัญหา สถานการณ์และแนวทางการทำธุรกิจสื่อออนไลน์ในภูมิภาคนี้ โดยได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2566 ณ โรงแรม ปทุมวัน ปริ๊นเซส และถ่ายทอดสดออนไลน์ทางเฟซบุ๊กสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ www.fb.com/SONPThai และไทยพีบีเอส www.fb.com/ThaiPBSนายระวี ตะวันธรงค์ นายกสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยเน้นย้ำว่า ภูมิทัศน์สื่อในภูมิภาคอาเซียนปรับเปลี่ยนไปอย่างมากโดยเฉพาะพฤติกรรมผู้รับสารที่ปรับเปลี่ยนไปโดยเปิดรับข้อมูลข่าวสารผ่านทาง Key Opinion Leader หรืออินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งมีอิทธิพลต่อการรับข่าวสารเป็นอย่างมาก ดังนั้นสื่อมวลชนในภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งผู้ที่เข้าร่วมงานจะสามารถแลกเปลี่ยนแนวคิด พร้อมทั้งเสนอแนวทางต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนาการผลิตสื่อที่เน้นถึงคุณภาพของคอนเทนต์ ตลอดจนร่วมกันหาแนวทางในการสร้างโมเดลธุรกิจ สำหรับหารายได้ให้องค์กรสื่อมีความยั่งยืนทางธุรกิจ โดยในงานนี้ได้สรุปถึงที่มาและภาพรวมของพัฒนาการของอุตสาหกรรมสื่อออนไลน์ในภูมิภาคอาเซียน โดยนายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ที่ปรึกษาและผู้ก่อตั้งสมาคมฯ อีกด้วยการสัมมนาดังกล่าว ได้เชิญตัวแทนจากสื่อออนไลน์ชื่อดังในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน ได้แก่ ประเทศไทย เมียนมาร์ เวียดนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย กัมพูชา และลาว ร่วมหารือใน 3 หัวข้อหลัก คือ หัวข้อที่ 1 กลยุทธ์ด้านเนื้อหา (Content Strategy) นำเสนอการพัฒนาการนำเสนอเนื้อหาและกลยุทธ์ในมุมมองใหม่เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่นให้กับสาธารณชน โดย Min Thaw Htut, Executive Director of Eleven Media Group เมียนมาร์, Thong Sovan Raingsey, General Director of Koh Santepheap Media จากกัมพูชา และ Somsack Pongkhao, News Editor of Vientiane Times จากลาว หัวข้อที่ 2 โมเดลธุรกิจ (Business Model) ศึกษาสื่อออนไลน์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถึงการออกแบบโมเดลธุรกิจใหม่อย่างไร เพื่อดึงดูดผู้อ่านและผู้ชมมากขึ้น ในขณะที่แพลตฟอร์มทั่วโลกกำลังเปลี่ยนแปลง ร่วมเสวนาโดย Do Min Thu Executive, VietnamPlus Online News จากเวียดนาม , Rosette Santillan Adel, Online Writer/Editor of Philstar.com จากฟิลิปปินส์ และ Adek Media Roza Ph.D .Director of Katadata Insight Center จากอินโดนีเซีย โดยทั้งสองหัวข้อ ร่วมดำเนินรายการเสวนาโดย น.ส.ณัฎฐา โกมลวาทิน ผู้อำนวนการ Thai PBS World จาก Thai PBS และหัวข้อที่ 3 โอกาสการสร้างรายได้ (Monetization Opportunity) โอกาสใหม่ ๆ และการพัฒนารูปแบบใหม่ ๆ ของการหารายได้ที่แต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน โดย Chia Ting Ting, Chief Commercial Officer Malaysiakini จากมาเลเซีย และนายระวี ตะวันธรงค์ นายกสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ดำเนินรายการโดย น.ส.ธันย์ชนก จงยศยิ่ง บรรณาธิการ TNN Worldตัวแทนสื่อจากมาเลเซียกล่าวว่า สื่อ ผลิตภัณฑ์ และการโฆษณาเกิดขึ้นอย่างก้าวกระโดด การกำหนดจุดยืนของแบรนด์ในระดับโลกเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะสื่อจำนวนมากลงไปแข่งขันในระดับนานาชาติ นอกจากนั้น สื่ออาจต้องเน้นให้บริการลูกค้าในด้านการบริหารชื่อเสียง การให้คำแนะนำด้านการสื่อสาร การมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า รวมทั้งการให้ความรู้กับสาธารณชนด้วย การจำแนกฐานลูกค้า การเข้าใจลูกค้าแบบลึกซึ้ง การเข้ากันได้แบรนด์ลูกค้ากับสื่อของเราก็เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงเช่นเดียวกันขณะที่ตัวแทนจากประเทศไทยได้ให้ความเห็นว่า สื่อต้องหากลุ่มเฉพาะของตัวเองให้เจอ ส่วนเนื้อหาที่ Google ต้องการในปัจจุบัน คือเรื่องเกี่ยวกับการให้ความหวัง สุขภาพจิต สิ่งแวดล้อม และการข่มขู่คุกคามจะได้รับการผลักดันมากกว่าเรื่องอื่น ๆตัวแทนสื่อจากลาว กล่าวว่า ภายหลังสถานการณ์โควิด-19 สื่อมวลชนลาวต้องปรับตัวอย่างมากเพื่อความอยู่รอด แต่เดิมหารายได้จากการขายพื้นที่โฆษณาบนสื่อสิ่งพิมพ์ ต้องปรับตัวหารายได้จากออนไลน์ โดยผู้บริโภคข่าวสารในลาวที่รับข่าวสารผ่านระบบออนไลน์มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมากตัวแทนจากเมียนมาร์ กล่าวว่า ภายในประเทศยังคงมีการควบคุมสื่ออย่างเข้มงวด จนทำให้สื่อหลาย ๆ รายต้องปิดตัวลง เป็นเรื่องธรรมดาที่ชาวพม่าต้องใช้ VPN ในการเข้าถึงเนื้อหาที่ถูกปิดกั้น สื่อมวลชนพม่าจำนวนมากถูกฟ้องร้องดำเนินคดี และกักขังจากการเสนอเนื้อหาหรือความจริงที่ไม่ถูกใจรัฐ แม้จะยากลำบากในการทำสื่อขนาดไหน ทางตัวแทนพม่าได้ให้ข้อคิดไว้ว่า ถึงแม้คุณจะถูกห้ามไม่ให้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง แต่นั้นไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องทำเรื่องไม่ดีแทนด้านตัวแทนจากกัมพูชา ให้คำแนะนำว่า การแบ่งกลุ่มชุดเนื้อหาให้เหมาะกับกลุ่มเฉพาะ (Niche) เป็นสิ่งที่ควรทำ การทำข่าวในปัจจุบันเป็นเรื่องที่เน้นความเร็ว และควรมีความครอบคลุมหลากหลายกลุ่มผู้ชม และเห็นว่า COVID-19 ได้กระตุ้นให้สื่อต้องปรับกลยุทธ์อย่างมากเพื่อความอยู่รอดตัวแทนจากฟิลลิปปินส์ กล่าวว่า สื่อมวลชนนำเสนอคอนเทนต์ครอบคลุมทุกด้าน ไม่ว่าการเมือง สังคม กีฬา ในช่วงนี้สื่อจะผลิตเนื้อหาที่สั้นลงให้เข้ากับพฤติกรรมผู้รับสาร และเน้นไปที่การนำเสนอแบบไลฟ์สด หรือ Real Time โดยเนื้อหาที่ครองใจคนได้ คือเนื้อหาที่มีทั้งภาพและเสียง ( Visualization) พร้อนแนะนำว่า การทำคอนเทนต์ให้ตรงใจกับผู้รับสารจะเป็นประโยชน์กับตัวสำนักข่าวเอง ส่วนการที่จะไปต่อสู้กับโซเชียลมีเดีย หรือเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ องค์กรสื่อเองต้องมีความน่าเชื่อถือและทำหน้าที่เป็นสุนัขเฝ้ายามของสังคม รักษาผลประโยชน์ให้ประชาชนตัวแทนจากอินโดนีเซียได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับโมเดลธุรกิจว่า การหาทุนในการทำข่าวเชิงลึกเป็นเรื่องที่ยาก สื่อต้องมีความคล่องตัวในการปรับเปลี่ยน อีกทั้งสื่อยังต้องมีการคิดกลยุทธ์ทางธุรกิจก่อนการผลิตเนื้อหา ไม่เช่นนั้นการหารายได้จะลำบากอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังได้จัดการสนทนาแบบ Roundtable ในหัวข้อ The Future of News Website in ASEAN โดยเปิดโอกาสให้วิทยากรทั้งหมด ได้แสดงความคิดเห็นและถาม-ตอบร่วมกับผู้เข้าร่วมงานกว่า 40 คนผู้ร่วมสนับสนุนการจัดงานครั้งนี้ประกอบด้วย บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน), โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส, ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), มูลนิธิเอสซีจี, สายการบินไทยแอร์เอเชีย, บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด, บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ทั้งนี้สามารถติดตามชมบรรยากาศและเนื้อหาตลอดการประชุมย้อนหลังได้ทาง www.facebook.com/SONPThai และ YouTube Thai PBS : ช่วงที่ 1 http://youtu.be/9jpqD9eFJok , ช่วงที่ 2 https://youtu.be/ylM3Ql03LBY

AWS เปิด Region ในไทย กางแผนลงทุน 190,000 ล้านบาทใน 15 ปี
อ่าน

AWS เปิด Region ในไทย กางแผนลงทุน 190,000 ล้านบาทใน 15 ปี

18 ต.ค. 2565 – แอมะซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (Amazon Web Service) หรือ AWS บริษัทในเครือ Amazon.com ประกาศแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ ด้วยการเปิดตัว Region ในประเทศไทย ที่จะมีชื่อว่า AWS Asia Pacific (Bangkok) ซึ่งจะมี Available Zone 3 แห่ง เพิ่มเติมจากเดิมที่มีอยู่แล้ว 87 แห่งใน 27 ภูมิภาคทั่วโลก และเตรียมที่จะสร้าง Available Zone ทั่วโลกอีก 24 แห่ง และ AWS Region รวม 8 แห่ง ในออสเตรเลีย แคนาดา อินเดีย อิสราเอล นิวซีแลนด์ สเปน และสวิตเซอร์แลนด์ Cornor McNamara Regional Managing Director in ASEAN และ Eric Conrad Regional Managing Director for Worldwide Public Sector in ASEAN กล่าวว่า AWS Asia Pacific (Bangkok) นอกจากการ Available Zone แล้ว ยังมีศูนย์ข้อมูล AWS ที่จะช่วยให้องค์กรต่าง ๆ นักพัฒนา สตาร์ตอัป รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและการศึกษา สามารถเรียกใช้เรียกใช้แอปพลิเคชันของตนและให้บริการผู้ใช้ปลายทางได้รวดเร็ว และยังช่วงให้สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมขึ้นมาได้ด้วยการใช้ประโยชน์จาก AWS เช่น Machine Learning , iot และ การวิเคราะห์ต่าง ๆ ทั้งนี้ AWS วางแผนที่จะลงทุนในประเทศไทยมากกว่า 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 190,000 ล้านบาทในระยะเวลา 15 ปีขณะเดียวกัน การเปิดตัว  AWS Asia Pacific (Bangkok) มีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐของไทยเข้าร่วมด้วย ได้แก่ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน , นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) , เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ซึ่งมีความยินดี และเชื่อว่า AWS จะช่วยนำบริการประมวลผลบนระบบคลาวด์ขั้นสูงเข้ามาสู่องค์กรในไทยมากขึ้น ช่วยให้ไทยบรรลุเป้าหมาย Thailand 4.0  สำหรับ Available Zone ภายใน AWS Asia Pacific (Bangkok) มีการวางโครงสร้างพื้นฐานในที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่แยกจากกันและแตกต่างกัน มีระยะห่างเพียงพอที่จะลดความเสี่ยงหากเกิดเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อการใช้งานต่อเนื่องของลูกค้า แต่ก็ใกล้พอที่จะให้เวลาแฝงต่ำสำหรับแอพพลิเคชั่นที่มีความพร้อมในการใช้งานสูง ทั้งนี้แต่ละแห่งมีพลังงานระบายความร้อนและการรักษาความปลอดภัยที่แยกจากกัน ทั้งนี้ AWS ได้เริ่มทำการสำรวจพื้นที่ในการตั้ง Available Zone แล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยสถานที่ และช่วงเวลาที่จะเปิดให้บริการได้ ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในลูกค้าหลายล้านรายที่ใช้งาน AWS ในกว่า 190 ประเทศทั่วโลก เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและประหยัดต้นทุน ไม่ว่าจะเป็น บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ใช้รันแอปพลิเคชันให้บริการต่าง ๆ รวมถึง E-Wallet , บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PPTGC) ที่ใช้เพิ่มความเร็วในการป้อนข้อมูลวิเคราะห์สภาพแวดล้อม , บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (โออาร์) ใช้ AWS เพื่อเก็บข้อมูล Loyalty Management System นอกจากนี้ยังมีบริษัทและหน่วยงานอื่น ๆ เช่น SCG , มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช , เอ็นเรส (ENRES) และ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นต้น ขณะเดียวกัน AWS ยังมีพันธมิตรในประเทศไทย ที่เป็นส่วนหนึ่งของ AWS Partner Network (APN) ที่รวมผู้จำหน่ายซอฟต์แวร์อิสระ (ISV) และผู้รวมระบบ (SI) กว่า 100,000 รายทั่วโลก ช่วยกันสร้างโซลูชันและบริการที่เป็นนวัตกรรมใหม่ และให้การสนับสนุนด้านธุรกิจ เทคนิค การตลาดต่าง ๆ เช่น เดลิเทค (Dailitech) , G-Able , บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (NTT) , ทรู อินเทอร์เน็ต ดาต้า เซ็นเตอร์ (ทรูไอดีซี) , 2C2P และ เอมิตี้ (Amity)  อย่างไรก็ตามก่อนหน้าที่จะมีการเปิดตัว AWS Asia Pacific (Bangkok) AWS ได้เริ่มลงทุนในไทยมาแล้วหลายครั้ง โดยในปี 2563 ได้เปิดตัว Amazon Cloudfront edge ทั้งหมด 10 แห่งในกรุงเทพฯ ซึ่งสามารถช่วยเร่งการส่งข้อมูล วิดีโอ แอปพลิเคชัน และ API และในปีเดียวกัน ได้เปิดตัว AWS Outposts เป็นบริการที่มีการจัดการเต็มรูปแบบ ส่งมอบโครงสร้างพื้นฐานและบริการของ AWS ไปยังตำแหน่งที่ตั้งในองค์กร หรือ Edge Location แทบทุกแห่ง เพื่อการทำงานที่ง่ายขึ้น ต่อมาในช่วงต้นปี 2564 AWS ได้ประกาศวางแผนการลงทุนด้วยการเปิดตัว AWS Local Zone ในกรุงเทพฯ ซึ่ง เป็นบริการปรับใช้โครงสร้างพื้นฐานของ AWS จัดวางการประมวลผล พื้นที่จัดเก็บ ฐานข้อมูล และบริการอื่น ๆ โดยปัจจุบันยังอยู่ระหว่างดำเนินการ นอกจากนี้ยังลงทุนในการพัฒนาทักษะให้กับนักพัฒนาไทย นักเรียน และผู้นำด้านไอทีทุกรุ่นผ่านโปรแกรมต่าง ๆ เช่น AWS re/Start , AWS Academy และ AWS Educate ซึ่งปัจจุบันสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาของไทย 8 แห่ง ได้รวมบรรจุ AWS Academy ไว้ในหลักสูตรสถาบันแล้ว และยังวางแผนจะให้การสนับสนุน ฝึกอบรมบุคลากรให้ได้มากกว่า 1200 คน ขณะเดียวกัน ยังได้สนับสนุนสตาร์ตอัปไทยในระยะเริ่มต้น ผ่านโปรแกรม AWS Activate ให้การเข้าถึงคำแนะนำและปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญแบบตัวต่อตัว และให้โอกาสในการเข้าถึงเครดิตบริการของ AWS สูงสุด 100,000 เหรียญสหรัฐฯ นอกจากนี้ ยังได้ขยายโปรแกรม Startup Ramp มายังอาเซียน สนับสนุนสตาร์ตอัป ช่วยตรวจสอบออกแบบทางเทคนิค สถาปัตยกรรม การให้คำปรึกษา การสนับสนุนด้วยแผนออกสู่ตลาด และจะช่วยในเรื่องข้อกำหนดด้านกฎระเบียบและความปลอดภัยที่ซับซ้อนด้วย อย่างก็ตาม เพื่อบรรลุคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ในการดำเนินงานภายในปี 2583 ซึ่งเร็วกว่าข้อตกลงปารีสถึง 10 ปี Amazon ได้ร่วมก่อตั้ง The Climate Pledge ขับเคลื่อนการดําเนินงานด้วยพลังงานหมุนเวียน 100% ภายในปี 2568 ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายเดิม (ปี 2573) ถึง 5 ปี Amazon โดย ณ สิ้นปี 2564 บริษัทมีพลังงานหมุนเวียนถึง 85% ทั่วทั้งธุรกิจ องค์กรที่ย้ายปริมาณงานการประมวลผลไปยัง AWS Cloud สามารถได้รับประโยชน์จากความพยายามด้านความยั่งยืนของ Amazon ในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ปตท.-กฟผ. เซ็นร่วมทุนโครงการ LMPT2 ดันไทยเป็นศูนย์กลางซื้อขาย LNG Regional Hub
อ่าน

ปตท.-กฟผ. เซ็นร่วมทุนโครงการ LMPT2 ดันไทยเป็นศูนย์กลางซื้อขาย LNG Regional Hub

#ปตท. #ทันหุ้น -ปตท. - กฟผ. ลงนามบันทึกสาระสำคัญของสัญญาร่วมทุนโครงการก่อสร้างคลังจัดเก็บและแปรสภาพก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG Receiving Terminal) แห่งที่ 2 ต.หนองแฟบ จ.ระยอง สร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศในระยะยาว ดันไทยเป็นศูนย์กลางซื้อขายก๊าซธรรมชาติเหลวในอาเซียน นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเปิดเผยว่า ภาครัฐเล็งเห็นถึงโอกาสในการปรับรูปแบบการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการจัดหาและจัดส่งก๊าซธรรมชาติของประเทศ จึงได้มอบหมายให้สองรัฐวิสาหกิจหลักของประเทศ ได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมลงทุนในโครงการก่อสร้างคลังจัดเก็บและแปรสภาพก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG Receiving Terminal แห่งที่ 2 หรือ LMPT2 ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองแฟบ จังหวัดระยอง ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการแข่งขันในกิจการก๊าซธรรมชาติของประเทศ ตามแนวทางการเปิดเสรีก๊าซธรรมชาติในประเทศไทย รองรับการนำเข้า LNG ให้สอดคล้องกับความต้องการใช้ เสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศในระยะยาว และเสริมให้ประเทศไทยก้าวเป็นศูนย์กลางการซื้อขายก๊าซธรรมชาติเหลวในภูมิภาคอาเซียน (LNG Regional Hub) ต่อไป นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้นับว่าเป็นความร่วมมือครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ระหว่างสองรัฐวิสาหกิจหลักของประเทศ ที่มีพันธกิจในการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพลังงาน ที่ได้รับมอบหมายให้ผนึกกำลังร่วมกันดำเนินโครงการ LNG Receiving Terminal แห่งใหม่ ซึ่งจะช่วยให้การใช้งานโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเกิดประโยชน์สูงสุด อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมนโยบายและยุทธศาสตร์ของรัฐบาลให้ชัดเจน สนับสนุนการยกระดับความรู้ ความสามารถของบุคลากร ตลอดจนร่วมกันพัฒนานวัตกรรมทางด้านพลังงาน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันให้แก่ประเทศ นอกจากนี้ ทั้งสององค์กรได้แสวงหาโอกาสความร่วมมือและการลงทุนร่วมกันในอนาคตอันใกล้ รวมถึงโครงการ LNG Receiving Facilities ภาคใต้ เพื่อรองรับการจัดส่งก๊าซธรรมชาติให้โรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานี ซึ่งถือเป็นการสานต่อความร่วมมือในการปฏิบัติงานที่มีอยู่ในปัจจุบันให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สำหรับโครงการ LNG Receiving Terminal LMPT2 เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ กฟผ. ได้รับมติจากภาครัฐ ให้ดำเนินการเข้าร่วมลงทุนกับ ปตท. โดยภายหลังจากที่ กฟผ. และ ปตท. ลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกันในปี 2564 ทั้งสองหน่วยงานได้ดำเนินการสอบทานทางธุรกิจ (Due Diligence) ในการประเมินมูลค่าโครงการ ตลอดจนศึกษารายละเอียดต่าง ๆ ในวันนี้ กฟผ. และ ปตท. ได้ข้อตกลงร่วมกันในประเด็นเงื่อนไขสำคัญ และรายละเอียดเบื้องต้นของการร่วมลงทุนในโครงการฯ โดยได้จัดทำข้อตกลงดังกล่าวในลักษณะบันทึกสาระสำคัญของสัญญาร่วมทุน แล้วเสร็จ เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของระบบก๊าซธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเป็นการเพิ่มผู้ให้บริการในคลังกักเก็บก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) อันจะช่วยส่งเสริมการแข่งขันในธุรกิจเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ และเป็นไปตามแนวทางการเปิดเสรีก๊าซธรรมชาติของประเทศไทย ที่จะส่งผลในการพัฒนาตลาดก๊าซธรรมชาติของประเทศไทยให้มีศักยภาพและมีความมั่นคงต่อไป การลงนามบันทึกสาระสำคัญของการร่วมทุนโครงการ LNG Map Ta Phut Terminal 2 (LMPT2) ของ ปตท. และ กฟผ. ในครั้งนี้ เป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับความร่วมมือของทั้งสองหน่วยงานให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และสร้างความเชื่อมั่นความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ รวมทั้งมีการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนไทยมีพลังงานใช้อย่างต่อเนื่อง และมีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้นต่อไป

กระทิง พูนผล กับภารกิจ Regional Digital Bank
อ่าน

กระทิง พูนผล กับภารกิจ Regional Digital Bank

เรืองโรจน์ พูนผล ประธาน กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป หรือ KBTG เปิดเผยว่า เมื่อต้นปี 2563 ที่ผ่านมา บริษัทต่าง ๆ ได้รับผลกระทบจากการแพร่กระจายไวรัสโควิด – 19 ทำให้ต้องมีการปรับตัว เช่น การทำงานจากบ้าน ในช่วงแรกอาจจะมีการชะงัก แต่เมื่อปรับตัวได้สามารถทำงานได้ประสิทธิภาพดีมาก มากกว่าการทำงานที่ผ่านมา โดยตั้งเป้า เป็น ธนาคารดิจิทัลระดับภูมิภาค (Regional Digital Bank) KBTGในการจะทำเป็นธนาคารระดับโลกได้ ต้องโฟกัส 4 เรื่องหลัก1.       นวัตกรรม (Innovation) แบ่งเป็น 2 เรื่อง Innovation runway เป็นการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ปัจจุบันทำเสร็จ 20%  และ  AI factory เป็นท่อที่ให้พนักงานได้ทดลองโมเดลใหม่ ๆ ซึ่งนวัตกรรมเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง ในการที่จะนำเสนอบริการใหม่ ๆ ด้วยนวัตกรรม ให้กับลูกค้า2.       การขยายตัวสู่ภูมิภาค (Regional Expansion) โดยมีเป้าหมายขยายไปที่เมืองเซินเจิ้น ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยตั้งบริษัทด้วยเงินทุนจดทะเบียน 1500 ล้านบาท เพื่อนำเสนอบริการต่าง ๆ เพราะตลาดจีนเป็นตลาดใหญ่มาก  อีกส่วนคือภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เริ่มที่ประเทศเวียดนาม ปัจจุบันมีการตั้ง Development Center มีพนักงานทำงานประมาณ  100 คน3.       การปรับเปลี่ยน (Transformation) การปรับโครงสร้างและเปลี่ยนระบบการทำงาน ให้สามารถ พัฒนาสินค้าและบริการใหม่ แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว วางเป้าหมายเป็นธนาคารที่มีเทคโนโลยีเหนือกว่า4.       ทรัพยากรมนุษย์ (People) ปัจจุบันมีพนักงานประจำ 1,400 คน ถ้ารวมพาร์ทไทม์ และ เอาซอส อีก1000 กว่าคน ตั้งเป้าว่าสิ้นปีนี้จะมีพนักงานประมาณ 3,000 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็กรุ่นใหม่ ที่มีแนวคิดใหม่ ๆ โดยพยายามผลักดันให้คนไทยได้เติบโตในต่างประเทศ

การคอลแลป Zenless Zone Zero × KOI Thé เผยข้อมูล! เตรียมมาเสิร์ฟความสดชื่นให้ Proxy ชาวไทย 30 กรกฎาคม นี้!
อ่าน

การคอลแลป Zenless Zone Zero × KOI Thé เผยข้อมูล! เตรียมมาเสิร์ฟความสดชื่นให้ Proxy ชาวไทย 30 กรกฎาคม นี้!

เหล่า Proxy เตรียมตัวและเตรียมเงินกันให้พร้อม! ความอร่อยสุดพิเศษกำลังจะมาเสิร์ฟให้แฟน ๆ และผู้เล่นชาวไทยแล้ว! กับการ คอลแลป "ศึกประชันความอร่อย" (Operation Yum) ของปี 2026 ระหว่าง Zenless Zone Zero และ KOI Thé ที่กำลังจะเริ่มขึ้นในวันที่ 30 กรกฎาคม 2026 ที่จะถึงนี้! ซึ่งล่าสุดนั้นก็ได้มีการเผยข้อมูลออกมาแล้ว!ข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับการคอลแลป Zenless Zone Zero "ศึกประชันความอร่อย" (Operation Yum) ของปี 2026เวลากิจกรรม30 กรกฎาคม - 8 กันยายน 2026ร้านสาขาที่เข้าร่วมการคอลแลปส์กรุงเทพฯเซ็นทรัลบางนาเซ็นทรัลพระราม 9เซ็นทรัล Eastvilleเซ็นทรัลพระราม 3เซ็นทรัลปิ่นเกล้าสีลม คอมเพลกซ์Central Worldวัน แบงค็อกไอคอนสยามอเวนิว รัชโยธินซีคอน แสควร์ ศรีนครินทร์เอ็มควอเทียร์เซ็นทรัลลาดพร้าวเซ็นทรัล ศาลายาเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะเดอะมอลล์ ท่าพระอารีย์Susco พุทธบูชาแฟชั่น ไอส์แลนด์ต่างจังหวัดเมกะบางนาฟิวเจอร์ พาร์ก รังสิตเซ็นทรัล Westgateเดอะมอลล์ งามวงศ์วานเซ็นทรัล พัทยาเซ็นทรัล ชลบุรีเซ็นทรัล ระยองMaya เชียงใหม่เซ็นทรัล เชียงใหม่เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัสโลตัส สระบุรีเซ็นทรัล นครศรีเซ็นทรัล สุราษฎร์ธานีเดอะมอลล์ โคราชเซ็นทรัล นครปฐมเซ็นทรัล อยุธยาเซ็นทรัล จันทบุรีเซ็นทรัล นครสวรรค์เซ็นทรัล พิษณุโลกเซ็นทรัล อุบลเซ็นทรัล อุดรเซ็นทรัล ศรีราชาเซ็นทรัล ภูเก็ตเซ็นทรัล หาดใหญ่ร้านที่มีการตกแต่งธีมSiam Square Oneเดอะมอลล์บางกะปิเดอะมอลล์บางแคเซ็นทรัลลาดพร้าวเซ็ตเมนูคอลแลปเซ็ต A (285 บาท)เครื่องดื่ม x 1ซองสุ่มเข็มกลัด (สุ่มลาย)การ์ตัวละครฟอยล์ (สุ่มลาย)บัตรไอเทมลิมิเต็ด (สุ่มลาย)เซ็ต B (495 บาท)เครื่องดื่ม x 1ถุงกระดาษแสตนดี้อะคริลิคตัวละคร (เลือกลายได้)การ์ตัวละครฟอยล์ (สุ่มลาย)บัตรไอเทมลิมิเต็ด (สุ่มลาย)เซ็ต D (675 บาท)เครื่องดื่ม x 1ถุงกระดาษแสตนดี้อะคริลิคตัวละคร (เลือกลายได้)ซองสุ่มเข็มกลัด (สุ่มลาย)การ์ตัวละครฟอยล์ (สุ่มลาย)บัตรไอเทมลิมิเต็ด (สุ่มลาย)HoYo FEST ชุดพิเศษลิมิเต็ด (595 บาท)เครื่องดื่ม x 1ถุงกระดาษแก้วเปลี่ยนสี (เลือกลายได้)การ์ตัวละครฟอยล์ (สุ่มลาย)บัตรไอเทมลิมิเต็ด (สุ่มลาย)ของรางวัลที่ได้รับจากบัตรไอเทมแพ็ก "อร่อยเต็มคำ"รูปโปรไฟล์ที่ระลึกลิมิเต็ดคอลแลป นามบัตรไอเทมพลังกาย30k Denny3 บันทึกนักสำรวจชำนาญการแพ็ก "อร่อยตามใจ"20k Denny2 บันทึกนักสำรวจชำนาญการ1 W-Engine Energy Moduleในส่วนของรายละเอียดเพิ่มเติมนั้นก็สามารถเข้าไปดูกันได้ ที่นี่ หรือติดตามกันได้ที่https://www.facebook.com/koithethailandhttps://www.facebook.com/ZZZ.Official.TH

ททท.ทรูชวนชิม
สิทธิพิเศษ

ททท.ทรูชวนชิม

-

PANEL บุกภาคใต้ เปิดโชว์รูมภูเก็ต  ดันผลงานโตโดด
อ่าน

PANEL บุกภาคใต้ เปิดโชว์รูมภูเก็ต  ดันผลงานโตโดด

#PANEL #ทันหุ้น – PANEL บุกใต้เต็มสปีด เตรียมเปิดโชว์รูมใหม่ใจกลางภูเก็ต ปั้นเป็นฮับจัดแสดง จำหน่ายผลิตภัณฑ์ระบบประตูห้องผ่าตัด ประตูอัตโนมัติ ผนังบานเลื่อนกันเสียง ห้องเก็บเสียงเคลื่อนที่ รับแรงหนุนอสังหาภูเก็ต ดันผลงานโตก้าวกระโดดนางจูเลีย เพ็ชญไพศิษฎ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพเนเล่ส์มาติก โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PANEL ผู้นำระบบประตูห้องผ่าตัด ระบบประตูอัตโนมัติ ผนังบานเลื่อนกันเสียง และห้องเก็บเสียงเคลื่อนที่ เปิดเผยว่า บริษัทฯพร้อมเปิดโชว์รูมใหม่ในใจกลางเมือง จังหวัดภูเก็ต  เพื่อเป็นศูนย์กลางจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์และการให้บริการในพื้นที่ภาคใต้ รองรับการขยายตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ภูเก็ต และจังหวัดใกล้เคียง ที่มีการขยายตัวสูงอย่างต่อเนื่อง ทั้งโครงการที่อยู่อาศัย โรงแรม รีสอร์ต รวมถึงตลาด DIY ซึ่งได้รับความนิยมมากในกลุ่มชาวต่างชาติอย่างคึกคักโชว์รูมใหม่โดยโชว์รูมแห่งนี้ สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้า ที่มองหาสินค้าคุณภาพสูงและดีไซน์ทันสมัย พร้อมจุดเด่นด้านการให้บริการครบวงจร ตั้งแต่การให้คำปรึกษาด้านการใช้งาน ไปจนถึงบริการจัดส่งและติดตั้งถึงสถานที่ลูกค้า“การเปิดโชว์รูมครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การขยายตลาดในปี 2569 ซึ่งเมืองภูเก็ต และจังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้ มีแนวโน้มเติบโตสูงในภาคอสังหาริมทรัพย์ ตามความนิยมของนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่เข้ามาพักอาศัยเพิ่มมากขึ้น จึงมั่นใจว่าจะสนับสนุนให้ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ เติบโตอย่างก้าวกระโดด” นางจูเลีย กล่าวเพิ่มสัดส่วน ปัจจุบัน PANEL มีรายได้มาจากธุรกิจการจำหน่ายประตูและผนัง ตามด้วยธุรกิจรับเหมางานระบบและอื่นๆ โดยในปีนี้มีแผนเพิ่มสัดส่วนรายได้จากงานรับเหมา ทั้งในส่วนงานระบบห้องผ่าตัด และรับเหมาตกแต่งภายใน เช่น งานรับเหมาตกแต่งภายในของอาคารสำนักงานและร้านกาแฟพันธุ์ไทย รวมถึงการมองหาโอกาสและพันธมิตรทางธุรกิจใหม่ๆ ที่จะช่วยต่อยอดในธุรกิจเดิม หรือกระจายความเสี่ยงไปยังธุรกิจใหม่ เพื่อผลักดันการเติบโตในอนาคตได้อย่างยั่งยืน

วันเด็ก 2569 พาลูกเที่ยว Central Kid’s Day 2026 เซ็นทรัล ทั่วไทย
อ่าน

วันเด็ก 2569 พาลูกเที่ยว Central Kid’s Day 2026 เซ็นทรัล ทั่วไทย

วันเด็ก 2569 นี้ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ชวนคุณพ่อคุณแม่พาน้องๆ ออกเดินทางสู่โลกแห่งการเรียนรู้ และจินตนาการกับแบบสนุกสุดล้ำ ปลุกพลังอนาคต กับงาน "Central Kids Day 2026" ภายใต้แนวคิด Future Kids : Play today. Lead tomorrow เนรมิตศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วไทยให้กลายเป็น Future Skills Playgrounds สนามเด็กเล่นแห่งอนาคตที่รวมทุกความมันส์ไว้ในที่เดียว สนุกพร้อมกันวันที่ 5-11 มกราคม 2569 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ ตั้งแต่ฐานผจญภัยสุดล้ำ เกมอัปสกิลดิจิทัล เวิร์กช็อปสร้างสรรค์ โลกอวกาศ โลกใต้ทะเล ไปจนถึงภารกิจฮีโร่รักษ์โลก ให้เด็กๆ ได้ เล่น เรียนรู้ และค้นพบศักยภาพของตัวเองผ่านประสบการณ์จริง ผ่านกิจกรรม 3Cs : Curiosity-Creativity-Courage ผนึกกำลังพันธมิตรชั้นนำ ให้เด็กๆ พิชิตภารกิจ Eat-Play-Shop ครบจบในที่เดียว อิ่มอร่อยกว่า 500 เมนูสำหรับเด็ก ที่ทั้งอร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการ จากร้านดังมากมาย Play : สนุกกับ Playland Attraction ระดับโลก รวมแบรนด์มากที่สุดในไทย เสริมทักษะและปลดล็อกศักยภาพเด็กทุกวัย Shop : ช้อปแฟชั่นและไอเทมสุดคิ้วท์จากแบรนด์ชั้นนำ พิกัด ที่เที่ยววันเด็ก กรุงเทพฯ และ ปริมณฑล: สนุกล้ำ อัพสกิลดิจิทัล 1. เซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลเวิลด์ ร่วมกับ ซูเปอร์จิ๋ว ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ในงาน Super Kidlympic: ชวนปลดล็อกความสนุกกับเกมทักษะแห่งโลกอนาคต กับภารกิจพิชิต 6 ฐานทักษะสุดมันส์ แล้วแลกรับ "ของขวัญสุดพิเศษ" จากกาชาปองยักษ์กว่า 10,000 ชิ้น พร้อมรับเหรียญแห่งความภาคภูมิใจ วันที่ 10-11 มกราคม 2569 2. เซ็นทรัล พระราม 2 ทะยานสู่โลกอนาคตกับ "CYCBER KIDS" อัพสกิลการเป็น Creator กับ "ครูนกเล็ก" และโชว์พลังจิ๋วบนเวที Education Zone วันที่ 10-11 มกราคม 2569 3. เซ็นทรัล พระราม 3 ตะลุย 15 ฐานความสนุกกับแคมป์พี่ Peko สุดน่ารัก ชมโชว์มายากล, Bubble Show และการแสดงจาก Yamaha Music School, Star Maker วันที่ 9-11 มกราคม 2569 4. เซ็นทรัล พระราม 9 เปิดโลกจินตนาการในโหมดอนาคตที่ Kiddyverse วันที่ 10-11 มกราคม 2569 5. เซ็นทรัล บางนา Space Adventure ปลดล็อคพลังคิดส์ วันที่ 10-11 มกราคม 2569 6. เซ็นทรัล วิลเลจ เปิดพื้นที่จินตนาการโชว์ Street Art วันละ 3 รอบ วันที่ 10-11 มกราคม 2569 7. เซ็นทรัล เวสต์เกต Westgate Big Family Town เมืองแห่งทุกเจน! สนุกกับ Snow Town บ้านลมยักษ์, แข่งขัน Beyblade Arena และ Workshop จาก Studio7 วันที่ 9-11 มกราคม 2569 8. เซ็นทรัล เวสต์วิลล์ ผจญภัยซาฟารีใน WESTVILLE MADAGASCAR วันที่ 8-12 มกราคม 2569 9. เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ร่วมกับ Major, Kidzooona, Funcity, FF, สถาบัน Aqua Tos สนุกกับ Kids Carnival ตะลุย Walk Rally สะสมสแตมป์ลุ้นรางวัลกว่า 5,000 ชิ้น และ ตะลุยบ่อบอลยักษ์ วันที่ 9-11 มกราคม 2569 10. เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ตื่นตากับ Art Playground Projection Mapping ครั้งแรกในนนทบุรี และ Kids Market สุดน่ารัก วันที่ 8-11 มกราคม 2569 11. เซ็นทรัล รามอินทรา อาณาจักรชนเผ่าอินเดียนแดง วันที่ 9-15 มกราคม 2569 12. เซ็นทรัล ลาดพร้าว กระโดดให้สุดเหวี่ยงกับ Jumping Jungle บ้านลมยักษ์ วันที่ 8-13 มกราคม 2569 13. เซ็นทรัล อีสต์วิลล์ สายสปอร์ตต้องมา! Lets Move Play Sports จำลองโบว์ลิ่งและกอล์ฟ พร้อมตะลุยสไลเดอร์หิมะยักษ์ Polar Playland by Play Mondo วันที่ 9-11 มกราคม 2569 14. เซ็นทรัล อยุธยา Astronaut Kids บุกอวกาศ พิชิตดวงดาว พร้อมหุ่นยนต์สุดไฮเทค วันที่ 7-11 มกราคม 2569 15. เซ็นทรัล นครปฐม สนุกในพื้นที่เรียนรู้ของ Poonsuk Adventure และ Kids Contest วันที่ 10-11 มกราคม 2569 16. เซ็นทรัล ศาลายา รับบทเป็น แจ็คผู้กล้าหาญ ผจญภัยที่ 5 ฐานเกมส์ วันที่ 10-11 มกราคม 2569 17. เซ็นทรัล มหาชัย Jungle Kids Camp สนุกไปกับการผจญภัยในป่าและช่วยเหล่าสัตว์ วันที่ 9-15 มกราคม 2569 พิกัดภาคเหนือ ที่เที่ยววันเด็ก 2569 : ตะลุยอวกาศและโลกใต้ทะเล 1. เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ชวนเจนอัลฟ่า สวมบท Omega Hero ในเกมจำลอง 4 ธาตุ ลุ้นรับ iPad และรางวัลเพียบ! วันที่ 9-13 มกราคม 2569 2. เซ็นทรัล เชียงใหม่ ดับเบิ้ลความสนุกวันเด็กที่ Jumptopia บ้านลมยักษ์กลางแจ้ง วันที่ 8-11 มกราคม 2569 3. เซ็นทรัล เชียงราย ชมโชว์ Mermaid Lagoon และสนุกกับการเรียนรู้ Coding วันที่ 10-11 มกราคม 2569 4. เซ็นทรัล ลำปาง ครั้งแรกในลำปาง! กับโชว์ "เงือกสาวโดนัท ฟอริดา" สนุกกับบ่อบอลยักษ์ วันที่ 9-11 มกราคม 2569 5. เซ็นทรัล พิษณุโลก COLORVERSE โลกสีสันแห่งจินตนาการ สนุกแบบไร้ขีดจำกัด วันที่ 8-11 มกราคม 2569 6. เซ็นทรัล นครสวรรค์ ครั้งแรกของ Roborider มัลติเวิร์สขับหุ่นยนต์ วันที่ 8-11 มกราคม 2569 พิกัด ภาคอีสาน ที่เที่ยววันเด็ก 2569: ผจญภัยแมลงยักษ์ ความมันส์แบบแอดเวนเจอร์ 1. เซ็นทรัล โคราช สะสมแสตมป์แลกของเล่น 10,000 ชิ้น! สนุกกับโกคาร์ท, บ้านลมยักษ์, เวิร์กชอป Little Chef, ระบายสี, คอสเพลย์, บอร์ดเกม และประกวดอาชีพในฝันชิงเงินรางวัล 10,000 บาท วันที่ 10-11 มกราคม 2569 2. เซ็นทรัล นครศรีฯ สนุกกับบ้านลมยักษ์ Toy Story Carnival / การแสดงยุทโธปกรณ์จากกองทัพภาค 4 และสาธิตการดับเพลิงเบื้องต้นจากนักดับเพลิง เทศบาลตำบลนาสาร / ร้อง-เล่น-เต้น- จากสถาบันดนตรี และโรงเรียนในเครือศึกษาธิการ วันที่ 5-11 มกราคม 2569 3. เซ็นทรัล ขอนแก่น บุกโลก The Bug Society ตื่นตากับแมลงยักษ์และโดมผีเสื้อ วันที่ 7-11 มกราคม 2569 4. เซ็นทรัล อุดร ผจญภัย Bugtopia และบ้านลม Jumptopia พร้อมเรียนรู้วิธีดับเพลิงและสาธิตการเก็บกู้สุดตื่นเต้นกับ EOD Knowledge Zone วันที่ 8-14 มกราคม 2569 5. เซ็นทรัล อุบล ฐานกิจกรรมสนุกไม่มีขีดจำกัด Fun Adventure สนุกชุ่มฉ่ำกับสวนน้ำเป่าลม และจำลองอาชีพในฝันกับพี่ๆ ทหารและพยาบาล วันที่ 30 ธันวาคม 2568 - 12 มกราคม 2569 พิกัด ภาคตะวันออก และ ภาคใต้ ที่เที่ยววันเด็ก 2569: ชวนหนูๆ สวมบทฮีโร่ตัวจิ๋วรักษ์โลก 1. เซ็นทรัล พัทยา ภารกิจ Save The Whale เรียนรู้การดูแลทะเล แยกขยะพลาสติก และ Workshop กำไลข้อมือจากขยะทะเล วันที่ 6-12 มกราคม 2569 2. เซ็นทรัล ชลบุรี ตะลุยฐานไดโนเสาร์สุดระทึกที่ Jurassic World วันที่ 7-11 มกราคม 2569 3. เซ็นทรัล มารีนา เอาต์เล็ต สนุกกับกีฬามันส์ๆ Mini Sport Challenge วันที่ 10 มกราคม 2569 4. เซ็นทรัล ศรีราชา ผจญภัยใน Jungle Quest ชมการแสดงจาก Little Campus วันที่ 7-16 มกราคม 2569 5. เซ็นทรัล ระยอง สัมผัสธรรมชาติที่ Hug Farm Camping ป้อนอาหารสัตว์และทำเครื่องดื่มจากโกโก้ วันที่ 8-13 มกราคม 2569 6. เซ็นทรัล จันทบุรี Moonbeam Wonder Kids มหัศจันท์ วันเด็กที่เซ็นจันท์ พาเด็กจันท์ไปสัมผัส ดวงดาว ใกล้กว่าที่เคยฝันไว้ที่ฐานบัญชาการอวกาศ เซ็นทรัล จันทบุรี วันที่ 5-11 มกราคม 2569 7. เซ็นทรัล สุราษฎร์ สนุกกับบ้านบอลและสไลเดอร์ยักษ์ ชมการแสดงยุทโธปกรณ์จากกรมทหารราบที่ 25 สนุกกับเพลงฮิต ที่นำมารีมิกซ์ใหม่สุดมันส์ แจกของขวัญฟรี 2026 ชิ้น วันที่ 10-11 มกราคม 2569 8. เซ็นทรัล หาดใหญ่ Earth Saver Kids ฝึกทักษะเอาตัวรอดจากภัยพิบัติ เรียนรู้จุดอพยพและส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ วันที่ 10-11 มกราคม 2569 9. เซ็นทรัล ภูเก็ต สนุกสุดล้ำกับนวัตกรรมเด็กแห่งยุค AI วันที่ 9-11 มกราคม 2569 10. เซ็นทรัล กระบี่ Little Explorers, Big Planet ปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม ควบคู่กับโชว์แสนสนุก การประกวดสุดเพลิดเพลิน และของขวัญที่รอเด็กๆ อีกมากมาย วันที่ 10 มกราคม 2569

รับฟรี แพ็กเกจ Flow Sparkling Wine ใช้ 0 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

รับฟรี แพ็กเกจ Flow Sparkling Wine ใช้ 0 ทรูพอยท์

ลูกค้าทรู ใช้ 0 ทรูพอยท์ รับฟรีแพ็กเกจ Flow Sparkling Wine สำหรับ 1 ท่าน Reservation detail: Call 02 232 8888 เงื่อนไข 1. ลูกค้าต้องทำการจองล่วงหน้าและแจ้งรหัสที่ได้รับเพื่อใช้สิทธิ์โปรโมชั่นกับทางห้องอาหาร Rolling Ribs Brew Bar BBQ (Le Meridien Bangkok)2. ในกรณีที่มีการกดรหัสแล้วไม่ได้นำไปใช้ภายในระยะเวลา ไม่ว่ากรณีใดๆ ทาง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี3. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้4. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้5. ส่วนลดเฉพาะค่าอาหารเท่านั้น6. ลูกค้าสามารถทำการจองได้ที่ 02 232 8888 หรือไลน์@lemeridienbangkok

MELAND สวนสนุกในร่ม สยามพารากอน ปักหมุด ที่เที่ยวเด็กๆ ต้องเลิฟ!
อ่าน

MELAND สวนสนุกในร่ม สยามพารากอน ปักหมุด ที่เที่ยวเด็กๆ ต้องเลิฟ!

ปักหมุดแลนด์มาร์คใหม่ ใจกลางกรุงเทพฯ ที่ สยามพารากอน กับ MELAND สวนสนุกในร่ม ชั้นนำระดับโลก World-Leading Indoor Theme Park ครั้งแรกของแฟล็กชิปโกลบอลนอกประเทศจีน ที่เที่ยวสำหรับเด็ก และครอบครัว สนุกสนานกันได้ทั้งบ้าน! MELAND สยามพารากอน สวนสนุกในร่มที่เที่ยวสำหรับเด็กๆ กรุงเทพ มาสัมผัสประสบการณ์ความสนุกระดับเวิลด์คลาสกันที่ MELAND สยามพารากอน ที่เติมเต็มพื้นที่ World-Class Attraction แห่งเดียวในประเทศไทย แลนด์มาร์คใหม่สำหรับครอบครัว ยกระดับมาตรฐานความพรีเมี่ยมของสวนสนุกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ MELAND ตั้งอยู่ที่ ชั้น 5สยามพารากอน เป็นผลงานการออกแบบจาก X+ Living ทีมดีไซน์ระดับนานาชาติ ที่โดดเด่นด้วยการผสมผสานเสน่ห์วัฒนธรรมท้องถิ่น เข้ากับวิสัยทัศน์ระดับโลก คงความเป็นเอกลักษณ์ของดีไซน์ที่เสมือนเมืองแห่งเทพนิยาย อัดแน่นไปด้วยเครื่องเล่น และกิจกรรมด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย มอบประสบการณ์ความสนุก และความเสมือนจริงให้กับทุกคน เนรมิตที่นี่ให้เป็นอาณาจักรแห่งการเรียนรู้ครบวงจร "เอ็ดดูเทนเมนต์" ด้วย 7 โซน ธีมสุดตระการตา และ กว่า 500 กิจกรรม เสมือนจริง ที่ออกแบบมาเพื่อให้เด็กๆ ได้ เรียนรู้ ค้นหา และสนุกสนานไปพร้อมกัน ตามนี้เลย! 1. เครื่องเล่นลิขสิทธิ์เฉพาะของ MELAND MELAND ได้สร้างสรรค์ เครื่องเล่นในร่ม ที่มีความแปลกใหม่และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อมอบความสนุกเหนือจินตนาการแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ไฮไลต์สุดตื่นตาตื่นใจ เช่น Sea-Merry-Go-Round ม้าหมุนแฟนตาซีที่จะพาผู้เล่นดำดิ่งสู่โลกใต้ทะเลอันน่าหลงใหล Fiship Tour การเดินทางสุดวิจิตรบนเรือปลาที่จะพาเด็กๆ และผู้ปกครองออกผจญภัยจากท้องทะเลลึกลับสู่ก้อนเมฆหลากสีสัน สร้างความตื่นเต้นและความประทับใจในทุกช่วงเวลา 2. สัมผัสประสบการณ์ศิลปะ Immersive Art MELAND ได้ร่วมกับ D'strict บริษัทออกแบบสื่อดิจิทัลระดับโลก นำโปรเจกต์ สุดสร้างสรรค์ Light Interaction จาก Arte Kids Park ที่ เกาะเชจู มาสู่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นการผสานเทคโนโลยีเข้ากับศิลปะได้อย่างสมบูรณ์แบบ มอบประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา และการมีส่วนร่วมให้กับผู้เข้าชม 3. งานเฉลิมฉลองครบวงจร MELAND พร้อมเนรมิตสวนสนุกให้กลายเป็นสถานที่พิเศษสำหรับทุกโมเมนต์ล้ำค่าของครอบครัว ไม่ว่าจะเป็น งานวันเกิด งานรับปริญญา หรือเทศกาลเฉลิมฉลองต่างๆ อีกทั้งยังมีบริการปาร์ตี้ธีมสุดสร้างสรรค์ที่ปรับแต่งได้ตามความต้องการ เพื่อมอบประสบการณ์แสนสนุกที่ช่วยกระชับสายสัมพันธ์ในครอบครัวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น 4. กิจกรรมอินเทอร์แอคทีฟสุดตื่นตาตื่นใจ MELAND จัดเต็มประสบการณ์สุดพิเศษอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น ขบวนพาเหรดเทพนิยาย และ การแสดงบนเวทีแบบอินเทอร์แอคทีฟ ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังมีหลากหลายกิจกรรมจำลองสถานการณ์ ที่ช่วยให้เด็กๆ ได้ เรียนรู้ พัฒนา และสนุกสนานไปพร้อมกัน สร้างความประทับใจที่เหนือกว่าการเที่ยวสวนสนุกแบบเดิม 5. อิสระแห่งการเล่น และการเรียนรู้ในทุกช่วงวัยโซนกิจกรรมที่ออกแบบอย่างเหมาะสม MELAND มอบพื้นที่เฉพาะสำหรับทุกวัย ไม่ว่าจะเป็น โซนสำหรับทารก โซนจำลองบทบาทสมมติสุดสร้างสรรค์สำหรับเด็กเล็ก ไปจนถึง โซนปีนป่ายขนาดใหญ่ที่ท้าทายสำหรับเด็กโต ครอบคลุมพื้นที่กว่า 550 ตารางเมตร และสูงถึง 5 ชั้น เพื่อให้เด็กๆ ทุกวัยได้สนุกอย่างปลอดภัย พร้อมอิสระในการสำรวจและเรียนรู้แบบไร้ขีดจำกัด มาตรฐานบริการ พร้อมความปลอดภัยสูงสุดเพื่อความสุขไร้กังวลของทุกครอบครัว สำหรับด้านความปลอดภัย และการบริการ MELAND มีระบบสนับสนุนการดำเนินงานแบบครบวงจรและได้มาตรฐานสากล ดังนี้ ระบบติดตามตำแหน่งแบบเรียลไทม์ : เด็กทุกคนที่เข้าใช้บริการจะได้รับสายรัดข้อมืออัจฉริยะที่มีระบบติดตามตำแหน่ง เพื่อให้ผู้ปกครองตรวจสอบตำแหน่งของบุตรหลานผ่านอุปกรณ์ได้ทันทีผ่านอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ สร้างความมั่นใจในความปลอดภัยตลอดเวลา มาตรฐานสุขอนามัย 3 ระดับ : MELAND ปฏิบัติตามมาตรการสุขอนามัยเข้มงวด 3 ขั้นตอน ได้แก่ การฆ่าเชื้อทั่วทั้งสวนสนุกก่อนเปิดให้บริการทุกวัน, การทำความสะอาดเฉพาะจุดอย่างต่อเนื่องระหว่างช่วงการเปิดให้บริการ และ การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อครั้งใหญ่ประจำสัปดาห์ เพื่อให้มั่นใจว่าสภาพแวดล้อมสะอาดและปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ การบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกที่จัดเตรียมไว้แบบมืออาชีพ : ภายในสวนสนุกมีทีมแพทย์และพยาบาลมืออาชีพ รวมถึงเจ้าหน้าบริการที่สื่อสารได้หลายภาษา อีกทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับครอบครัวครบครัน เช่น ห้องแม่และเด็ก, ห้องน้ำสำหรับเด็กและผู้ปกครอง, และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของครอบครัวอย่างสมบูรณ์แบบ ค่าเข้าสวนสนุก MELAND บัตรเข้าใช้บริการแบบครั้งเดียว สำหรับเด็ก : 1,150-1,730 บาท มีทั้ง บัตรแบบเข้าได้หลายครั้ง และ บัตรแบบไม่จำกัดจำนวนครั้ง ราคาสามารถตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ บัตรสำหรับผู้ปกครอง (อายุมากกว่า หรือเท่ากับ 18 ปี) 3 ชั่วโมง 230 บาท / All-Day Ticket 330 บาท MELAND สยามพารากอน กรุงเทพ ✨ ที่อยู่ : ชั้น 5 สยามพารากอน กรุงเทพฯ 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/SbcgFiPTfr7dcR428 ⏰ เปิดให้เข้าชม : 10.00-22.00 น. 🔗 เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/meland.th

ส่วนลด 200.- ใช้ 0 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

ส่วนลด 200.- ใช้ 0 ทรูพอยท์

ลูกค้าทรูใช้ทรูพอยท์ 0 คะแนนรับส่วนลดเงินสด มูลค่า 200.- ใช้เป็นส่วนลดได้ 15% ต่อครั้ง ของแต่ละรายการDownload Maxim app ที่ https://taxs.ee/ezTสำหรับบริการเรียกรถ-ส่งของ: กรุงเทพ และปริมณฑล, เชียงใหม่, เชียงราย, ลำปาง, ลำพูน, ขอนแก่น, อุดรธานี, นครราชสีมา, หาดใหญ่, พัทยา, ชลบุรี, ระยอง, พิษณุโลก, อยุธยา, ภูเก็ต, หัวหิน, สุราษธาณี, อุบลราชธานี, บุรีรัมย์ และเกาะสมุย- เปิดแท็บ โปรโมชั่น ที่เมนู- เปิดใช้งานโค้ดโปรโมชั่นที่ได้รับ พร้อมออกเดินทางแล้วหรือยัง? เรียกรถเลย Maxim เป็นแอปพลิเคชั่นสำหรับเรียกรถแท็กซี่และรถยนต์ส่วนบุคคล- ข้อตกลงและเงื่อนไข: taximaxim.com/app- เงินจะถูกโอนเข้าไปในกระเป๋าสตางค์ในแอพ Maxim ในการเดินทางแต่ละครั้งจะหัก 15% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด- โปรโมชั่นสำหรับผู้ใช้ใหม่และผู้ใช้ที่ไม่ได้สั่งซื้อออเดอร์ในแอพ Maxim ภายใน 15 วันก่อนใช้โค้ดโปรโมชั่น เงื่อนไข 1. สามารถใช้สิทธิ์ได้ที่ maxim app2. ในกรณีที่มีการกดรหัสแล้วไม่ได้นำไปใช้ภายในระยะเวลา ไม่ว่ากรณีใดๆ ทาง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี3. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้4. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้5. สิทธิพิเศษมีจำนวนจำกัด หรือจนกว่าสิทธิ์เต็ม

งานเทศกาลเมือง(ต้อง)รอง 5 Hidden Gems เมืองรองของไทย ที่ทุกคน "ต้องลอง"!
อ่าน

งานเทศกาลเมือง(ต้อง)รอง 5 Hidden Gems เมืองรองของไทย ที่ทุกคน "ต้องลอง"!

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับ ภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน ชวนทุกคนมาร่วมเปิดประสบการณ์ 5 HIDDEN GEMS พื้นที่เมืองรองของไทย ที่ทุกคน "ต้องลอง"! ใน งานเทศกาลเมือง(ต้อง)รอง วันที่ 28-30 พฤศจิกายน 2568 ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น. ที่ ฮอลล์ 11-12 อิมแพ็ค เมืองทองธานี เตรียมออกเดินทางสู่เสน่ห์ "เมืองรอง" แบบจัดเต็ม! กับงาน เทศกาลเมือง (ต้อง) รอง ที่ยกมนต์เสน่ห์ วิถีชีวิต วัฒนธรรม และของดีจาก 5 ภูมิภาค มาไว้ในที่เดียว เปิดแผนที่ Hidden Gems ของไทย พร้อมกิจกรรมสุดพิเศษที่ทำให้คุณอยากออกเดินทางมากกว่าเดิม เมืองรองเมืองที่หลายคนอาจมองข้าม แต่เต็มไปด้วยประสบการณ์ที่ "ต้องลอง"ถึงเวลาเปิดมุมมองใหม่ และค้นพบ 5 Hidden Gems จากทั่วไทยในงานนี้! 🧭 ไฮไลต์งานที่ห้ามพลาด 6 โซนกิจกรรมจากทั่วทุกภูมิภาคพบสถานที่ท่องเที่ยว สินค้าท้องถิ่น วิถีชีวิต และกิจกรรมดังของแต่ละพื้นที่ พร้อม workshop ที่ ต้องลองด้วยตัวเอง นิทรรศการมีชีวิต Interactive "ท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ"จำลองประสบการณ์ท่องเที่ยวผ่านตัวละคร 3 มิติ ที่จะพาคุณเรียนรู้การเที่ยวอย่างมีสำนึกและรักษ์โลก นิทรรศการ "เที่ยวเมืองรองรักษ์โลก"รู้จักแนวคิดการท่องเที่ยวแบบ Low Waste พร้อมกิจกรรมใจดีกับโลก อย่าง Carbon Explorer Game และ Waste Sorting Game การแสดงศิลปวัฒนธรรมทุกวันเต็มอิ่มกับการแสดงจากเหนืออีสานกลางตะวันออกใต้ แบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นระบำชาวเขา หนังใหญ่ลิเกฮูลู ผีตาโขน รวมถึงการแสดงจากวงโปงลางสุนทรออนซอนศิลป์ ที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างแท้จริง ช้อปสนุก ลุ้นสนั่น!ช้อปสินค้าภายในงาน ลุ้นรับของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 200,000 บาทต่อวัน และสามารถใช้สิทธิ์ "คนละครึ่ง" และลดหย่อนภาษีโครงการ "เที่ยวดีมีคืน 2568" อีกด้วย 6 โซนกิจกรรมสุดยิ่งใหญ่ ครบทุกภูมิภาค โซนภาคเหนือ สัมผัสเสน่ห์ชนเผ่า ม้ง อาข่า ปกาเกอะญอ ผ่าน Standee ถ่ายรูป ชุดชนเผ่าจริง และ ฟอร์มูล่าม้ง สุดโด่งดังชมผลผลิตขึ้นชื่อทั้งใบชา กาแฟ เครื่องดริปไม้ไผ่ พร้อมกลิ่นอายแคมป์ปิ้งแบบเหนือแท้ๆ Workshop เครื่องประดับอาข่า เพ้นท์ลูกสะบ้า โซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พาเข้าสู่อารยธรรมอีสาน ผ่านโต๊ะหมอนขิดสีสด งานทอพื้นถิ่น และความงดงามของผ้าย้อมคราม Workshop Eco Print ผ้าเช็ดหน้า (สกลนคร) ธงใยแมงมุม งานประดิษฐ์จากผ้าย้อมคราม (สกลนคร) โซนภาคกลาง พบวิถีเรียบง่าย แต่สดใสด้วยทุ่งดอกทานตะวัน งานผ้าขาวม้าทอมือ และของดีจากหลายจังหวัด ที่พร้อมนำเสนอต่อทุกสายตา Workshop ตุ๊กตาชาววัง (อ่างทอง) พวงกุญแจผ้า (สิงห์บุรี) โซนภาคตะวันออก ดินแดนแห่งผลไม้ โดยเฉพาะ "ทุเรียน" King of Fruit พร้อมโซนพักผ่อนด้วยผ้าขาวม้า และเบาะนั่งลายภาคตะวันออก Workshop พวงมาลัยผ้าขาวม้า (สระแก้ว) พวงกุญแจ/ที่รองสบู่จากกะลามะพร้าว (ตราด) โซนภาคใต้ ชวนสัมผัสบรรยากาศทะเลสีคราม ผ้าบาติก และกิจกรรมสายลุยที่ดังทั่วโลก Workshop ประดิษฐ์สิ่งของจากขยะทะเล (นครศรีธรรมราช) ที่คั่นหนังสือจากหนังตะลุง (พัทลุง) โซนภาคีเครือข่าย (จุดเช็คอินไฮไลต์!) เปิดประตูสู่ 5 Hidden Gems ทั้ง 5 ภูมิภาค ผ่าน Digital Art สุดตระการตา เช่น ไร่ชาฉุยฟง (เชียงราย) เขางู (ราชบุรี) ทะเลบัวแดง (อุดรธานี) เกาะยักษ์เล็ก (ตราด) ภูเรือ (เลย) แกรนด์แคนยอน (จันทบุรี) พร้อม VR 10 เส้นทาง Hidden Gems เมืองรอง ให้ทดลองเที่ยวจริงแบบ Immersive ไม่ว่าจะเป็นพะเยาอุทัยธานี หนองคาย บึงกาฬ สระแก้ว พัทลุง ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเสวนาพิเศษ "เที่ยวให้ยั่งยืน อยู่ให้ยั่งยืน : Green Lifestyle x Local Living" โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรหลากหลายภาคส่วน เศกสันฐ์ ง้าวสุวรรณ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) ศิราณี อนันตเมฆ คณะกรรมการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนสู่สากล จังหวัดสุราษฎร์ธานี และรองประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จังหวัดสุราษฎร์ธานี ชณัฐ วุฒิวิกัยการ หรือ "ก้อง GreenGreen" Content Creator ช่อง "KongGreenGreen" พร้อมพบกับศิลปินดังทุกวัน 28 พฤศจิกายน 2568 13.00 น. : แก้ม วิชญาณี เปียกลิ่น 19.00 น. : ตั้ม วราวุธ โพธิ์ยิ้ม 29 พฤศจิกายน 2568 12.00 น. : บาส หัสณัฐ พินิวัตร์ 17.25 น. : ปอ อรรณพ ทองบริสุทธิ์ 30 พฤศจิกายน 2568 13.30 น. : กัน นภัทร อินทร์ใจเอื้อ 17.00 น.: ซานิ นิภาภรณ์ ฐิติธนการ 🎉 อย่าพลาด! งานใหญ่แห่งปี ที่รวมทุกเสน่ห์ "เมืองรองของประเทศไทย" ไว้ในที่เดียว 🗓 28-30 พฤศจิกายน 2568 🕙 10.00-21.00 น. 📍 ฮอลล์ 1112 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ติดตามข้อมูลได้ที่ FB : เทศกาลเมือง (ต้อง) รอง https://www.facebook.com/ThailandHiddenGemsTourismFestival จัดโดย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชนแล้วพาครอบครัว คนรัก หรือแก๊งเพื่อนมา "ลอง" เมืองรองให้หลงไปด้วยกัน

Loro Piana เปิดตัว Holiday Gifting Pop-up 2025 ณ ห้าง Pacific Place ฮ่องกง
อ่าน

Loro Piana เปิดตัว Holiday Gifting Pop-up 2025 ณ ห้าง Pacific Place ฮ่องกง

เพื่อต้อนรับช่วงเวลาแห่งความเบิกบาน สนุกสนาน และบรรยากาศการเฉลิมฉลองในเทศกาลฮอลิเดย์ที่กำลังจะมาถึง Loro Piana เปิดตัว Holiday Gifting Pop-up 2025 ภายในห้างสรรพสินค้า Pacific Place ฮ่องกง ระหว่างวันที่ 523 พฤศจิกายน ค.ศ. 2025 ภายในพรั่งพร้อมไปด้วยผลงานชิ้นพิเศษที่ถ่ายทอดรากฐานแห่งงานสร้างสรรค์ของเมซง พร้อมมอบแรงบันดาลใจในการเลือกสรรของขวัญทั้งสำหรับคนสำคัญและเพื่อตัวคุณเอง สะท้อนทุกแง่มุมแห่งความเป็นเลิศของครอบครัว Loro Piana ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งทออย่างงดงาม เนื่องในโอกาสสุดพิเศษนี้ มาริโอ้ เมาเร่อ (Mario Maurer) นักแสดงชื่อดังแถวหน้าของประเทศไทย ได้รับเกียรติร่วมงานเปิดตัวพื้นที่บูติกชั่วคราวครั้งนี้ ร่วมกับชาร์ลีน ชอย (Charlene Choi) นักร้องและนักแสดงผู้มากความสามารถจากฮ่องกง, เซซิเลีย ชอย (Cecilia Choi) นักแสดงมากเสน่ห์จากฮ่องกง รวมถึงอินฟลูเอ็นเซอร์ชื่อดังอย่าง เอ็ลวา หนี่ (Elva Ni) และ เฟย์ ฉุ่ย (Faye Tsui) พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติอีกมากมาย ซึ่งมาร่วมสัมผัสคอลเล็กชันใหม่เป็นครั้งแรก ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความเบิกบาน สนุกสนานของงานเลี้ยงฉลอง หลากผลงานดาวเด่น ซึ่งล้วนได้รับการคัดสรรมาเป็นพิเศษสำหรับคอลเล็กชั่นของขวัญสุดพิเศษปีนี้ ยังรวมถึงผ้าพันคอคลุมไหล่ Unito (อูนิโต) และผ้าพันคอ Grande Unita (กรานด ยูนิตา) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ สำเร็จรูป ชิ้นแรกที่ Loro Piana เปิดตัวในช่วงต้นทศวรรษ 1980 และได้รับการยกย่องในฐานะสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จของการพัฒนาเส้นใยแคชเมียร์ให้เล็กละเอียดเป็นพิเศษ พร้อมผสานความเชี่ยวชาญด้านหัตถศิลป์ด้วยเทคนิคขัดผิวยกขน frisson (ฟริซซอง) เพื่อสร้างสัมผัสนุ่มละมุนดุจเนย พร้อมประกายเงางามเมื่อกระทบแสง ทั้งสองผลิตภัณฑ์มาพร้อมเฉดสีอันหลากหลาย ตั้งแต่โทนสีกลางและเอิร์ธโทน เช่น สีครีม เบจ และน้ำตาล ไปจนถึงโทนสีโทนสดใสอย่างชมพูพาสเทล เขียว และน้ำเงิน รวมถึงลายตารางหมากรุกสีแดงสดอันเป็นเอกลักษณ์ เพื่อมอบความพิเศษแก่ผ้าพันคอทั้งสองรุ่นให้เป็นของขวัญอันทรงเอกลักษณ์เพียงหนึ่งเดียว มีคุณค่า และสะท้อนความหมายแทนใจของผู้ให้ Loro Piana จึงเชิญทีมช่างศิลป์ผู้เชี่ยวชาญของเมซงประจำมุมส่วนตัวภายในพื้นที่ป๊อป-อัพ เพื่อให้บริการตกแต่งรายละเอียดเฉพาะบุคคลผ่านการปักอักษรย่ออย่างพิถีพิถัน ถ่ายทอดความตั้งใจในการรังสรรค์ผลงานชิ้นเดียวในโลกที่เปี่ยมความทรงจำ และคุณค่าทางจิตใจ อีกหนึ่งไฮไลต์สำหรับผู้หลงใหลศิลปะแห่งการอยู่อาศัยอย่างมีรสนิยม คือคอลเล็กชั่นเครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร Punti a Maglia (ปุนเตีย มาเญีย) ผลงานใหม่ล่าสุดในโลกของการตกแต่งบ้าน และถือเป็นคอลเล็กชั่นเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารชุดแรกของเมซงที่ผสานความเชี่ยวชาญด้านเครื่องเคลือบสไตล์ฝรั่งเศสเข้ากับความชำนาญเชิงศิลป์ด้านสิ่งทอได้อย่างงดงาม โดยรังสรรค์ขึ้นในเมืองลิโมจส์ (Limoges) ซึ่งเป็นศูนย์กลางงานเครื่องปั้นดินเผาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ผ่านฝีมือช่างผู้ชำนาญที่บรรจงสร้างแต่ละชิ้นให้ประดับด้วยลวดลายเส้นใย และเทคนิคถักนิตติ้งอันเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนความประณีตและจิตวิญญาณของ Loro Piana อย่างแท้จริง ภายในบูติก Loro Piana ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ชั้นสองถึงชั้นสามของ Pacific Place บรรยากาศถูกจัดสรรอย่างประณีตให้รองรับผลิตภัณฑ์สุภาพสตรี และสุภาพบุรุษอย่างเป็นสัดส่วน มาริโอ้ ชาร์ลีน เซซิเลีย และแขกผู้ทรงเกียรติ ได้ร่วมดื่มด่ำกับบรรยากาศอันงดงาม และประสบการณ์เรียบหรูเหนือระดับ ด้านหน้าบูติกโดดเด่นด้วยงานออกแบบที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากผิวสัมผัสอ่อนละมุนของสิ่งทออันเป็นเอกลักษณ์ของ Loro Piana ผ่านหัตถศิลป์เซรามิกเคลือบเงาเฉดกัมเมล (Kummel) สีแดงอมน้ำตาลซึ่งเป็นโทนสีประจำของเมซง จัดเรียงอย่างประณีตเป็นชั้นเชิงสถาปัตยกรรม สะท้อนถึงความพิถีพิถันในการเลือกสรรวัสดุคุณภาพสูงและความซื่อตรงต่อหัตถศิลป์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของครอบครัว Loro Piana มาโดยตลอด ภายในบูติก การตกแต่งสองชั้นเผยความเรียบง่ายงามละเมียด ด้วยวัสดุธรรมชาติและโทนสีอุ่นที่สร้างบรรยากาศสงบงามอย่างเหนือกาลเวลา รายละเอียดไม้โอ๊คและงานไม้ Carabottino อันเป็นสัญลักษณ์ของเมซงยิ่งตอกย้ำจิตวิญญาณแห่งความประณีต และสื่อถึงแก่นแท้ของ ความเป็น Loro Piana อย่างชัดเจน ทุกองค์ประกอบถ่ายทอดมรดกความคิดสร้างสรรค์ของ เซร์คิโอ ลอโร่ เพียน่า (Sergio Loro Piana) ผ่านมุมมองร่วมสมัย ผสานความคลาสสิกและความสมัยใหม่อย่างลงตัว เกิดเป็นบรรยากาศสง่างามแบบลำลอง โดยมีเฉดสีอุ่นอย่าง Kummel สีเบจ และแดงเบอร์กันดีช่วยเติมความสว่างอบอุ่นและเสน่ห์เปี่ยมเอกลักษณ์ให้พื้นที่บูติกอย่างงดงาม เพราะสำหรับ Loro Piana เทศกาลฮอลิเดย์คือช่วงเวลาแห่งความสุขในการมอบสิ่งงดงามให้กันและกัน โดยผสานความเป็นเลิศเหนือระดับเข้ากับความงามอันเรียบหรูอย่างแยบคาย ภายใต้ความเรียบง่ายคือแก่นแท้ของงานฝีมืออันประณีต และความปรารถนาที่จะเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อส่งต่อความอบอุ่นและความความงดงามอันละเมียดละไมให้แก่คนที่คุณรักอย่างแท้จริง

LOXLEY จัดกิจกรรม “Pay the Love forward” ครั้งที่ 4
อ่าน

LOXLEY จัดกิจกรรม “Pay the Love forward” ครั้งที่ 4

บมจ.ล็อกซเล่ย์ นำโดย รัตนา วัชรเสถียร ผู้อำนวยการฝ่าย และ บจก.รักษาความปลอดภัย เอเอสเอ็ม แมเนจเมนท์  (ASM) จัดกิจกรรม “Pay the Love forward” ครั้งที่ 4 ชวนทีมโค้ชจิตอาสาจาก สมาพันธ์โค้ชนานาชาติ กรุงเทพฯ (ICF Bangkok Chapter) พร้อมด้วย นักกีฬาฟุตบอลคนตาบอดทีมชาติไทย สังกัดโครงการ "ล็อกซเล่ย์-เอเอสเอ็ม สปอร์ต ฮีโร่" ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจ เพิ่มพลังบวกให้กับน้องๆ เยาวชนชายจาก ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านมุทิตา สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จ.ปทุมธานี และสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จ.นครปฐม

อิทธิพล “พายุวิภา” เปิดภาพถ่ายดาวเทียม 5 จังหวัดภาคอีสานโดนผลกระทบหนัก
อ่าน

อิทธิพล “พายุวิภา” เปิดภาพถ่ายดาวเทียม 5 จังหวัดภาคอีสานโดนผลกระทบหนัก

5 จังหวัดภาคอีสานได้รับผลกระทบ “พายุวิภา”กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย GISTDA ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขังจากอิทธิพลของพายุ "วิภา" ด้วยข้อมูลจากดาวเทียม Sentinel-1A ของวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 เวลา 05.59 น. พบว่า ขณะนี้มีพื้นที่บางส่วนของ 5 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้รับผลกระทบทั้งสิ้น 148,001 ไร่ ประกอบด้วย นครพนม สกลนคร ร้อยเอ็ด ยโสธร และบึงกาฬ ซึ่งพื้นที่ที่พบส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่การเกษตร พื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำสายหลักและสายรอง รวมถึงชุมชนที่อยู่อาศัยและเส้นทางคมนาคมบางส่วนทั้งนี้ ระดับน้ำท่วมขังจะมีความลึกแตกต่างกันไปตามลักษณะของแต่ละพื้นที่ ประเมินพื้นที่น้ำท่วมขังจากการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมทั้งนี้ การประเมินพื้นที่น้ำท่วมขังได้จาก การวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมโดยประมาณ ยังไม่ได้ผ่านการตรวจสอบสภาพพื้นที่จริงสถานการณ์ดังกล่าว GISTDA ได้ส่งข้อมูลภาพจากดาวเทียมดังกล่าวให้กับหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ เพื่อนำไปใช้สนับสนุนในการบริหารจัดการตามภารกิจ ทั้งด้านการวางแผน และการติดตาม เพื่อประเมินสถานการณ์ต่อไปสำหรับการติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขัง GISTDA ได้วางแผนและปรับแผนรับสัญญาณดาวเทียม เพื่อวิเคราะห์ ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง โดยท่านสามารถตรวจสอบพื้นที่อื่น ๆ พร้อมรายงานสรุปพื้นที่น้ำท่วมแต่ละจังหวัด เพิ่มเติมได้ที่ https://disaster.gistda.or.thอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องอัปเดต “พายุวิภา” เตือนภาคเหนือ-อีสานฝนตกหนัก ต้องเฝ้าระวังถึง 24 ก.ค. 2568อิทธิพลจาก “พายุวิภา” เปิดรายชื่อจังหวัด 22 กรกฎาคม 2568 ฝนตกหนักถึงหนักมากเตือนเฝ้าระวังขั้นสูงสุด “พายุวิภา” ฝนตกหนัก-เสี่ยงน้ำหลาก น้ำท่วมฉับพลัน 22-24 ก.ค.เตือนสัปดาห์อันตราย 21-28 กรกฎาคมนี้ เตรียมรับมือฝนตกหนัก-ชุมชนหลายพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม

ททท. เปิดแผน “The New Thailand” ปี 2569 ดันท่องเที่ยวไทยสู่สมดุล–ยั่งยืน
อ่าน

ททท. เปิดแผน “The New Thailand” ปี 2569 ดันท่องเที่ยวไทยสู่สมดุล–ยั่งยืน

ขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทยด้วยคุณค่า ประสบการณ์ และความยั่งยืนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เตรียมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในปี 2569 ด้วยนโยบายใหม่ “The New Thailand” เปลี่ยนผ่านจากแนวคิด “Volume” สู่ “Value” มุ่งเน้นคุณค่ามากกว่าปริมาณ พร้อมปรับกระบวนทัศน์สู่การท่องเที่ยวที่สร้างสมดุลทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนน.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เปิดเผยว่า ปี 2569 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ภายใต้แนวคิดหลัก “Stay Focus” ขับเคลื่อนด้วย 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การยกระดับสู่การท่องเที่ยวคุณภาพ การกระจายโอกาสสู่ท้องถิ่น การสร้างประสบการณ์เฉพาะกลุ่ม และการจับมือภาคีเพื่อความยั่งยืน โดยตั้งเป้าให้ไทยติด 1 ใน 10 ประเทศที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวสูงสุดของโลกรุกตลาดต่างประเทศ สร้างภาพลักษณ์ใหม่ประเทศไทยแบ่งตลาดเป้าหมาย 3 กลุ่มหลัก เพิ่มศักยภาพการเชื่อมต่อททท. เดินหน้ารุกตลาดต่างประเทศ ด้วยการแบ่งเป้าหมายออกเป็น 3 กลุ่ม คือ1. Priority Market เน้นตลาดหลัก เช่น จีน ฮ่องกง มาเลเซีย ญี่ปุ่น อินเดีย รัสเซีย และสหรัฐฯ เจาะกลุ่ม High Value นักท่องเที่ยวคุณภาพ2. ตลาดขนาดกลาง–เล็ก เช่น ไต้หวัน เวียดนาม ออสเตรเลีย สเปน สร้างภาพลักษณ์ Green Destination3. High Value Market อย่างตะวันออกกลาง มุ่งสู่ Premium Leisure และ Health Wellnessขณะเดียวกัน ททท. ยังเดินหน้าสร้างเครือข่ายสายการบินพันธมิตร เพื่อเพิ่มที่นั่งและความถี่เที่ยวบิน เชื่อมต่อเมืองหลักสู่เมืองรอง รวมถึงขยายเส้นทางทางบก ทางน้ำ และทางอากาศอย่างครบวงจร ชูกลยุทธ์เชิงพื้นที่ ประสบการณ์เฉพาะกลุ่มสำหรับตลาดในประเทศ ททท. ยังคงให้ความสำคัญกับ“ไทยเที่ยวไทย” โดยใช้กลยุทธ์ Area-Based Marketing ผนวกกับการออกแบบสินค้าท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม เพื่อจับกลุ่ม Millennials, Ultra Wealth และครอบครัวหลายเจนกิจกรรมไฮไลต์ในแต่ละภูมิภาค เช่นภาคกลาง “เที่ยวกลาง เที่ยวใกล้ เที่ยวได้เลย”ภาคเหนือ “Season of North”อีสาน “ISAN Muaniverse”ภาคใต้ “Go South”ภาคตะวันออก “สีสันตะวันออก”นอกจากนี้ ททท. ยังร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เช่น กระทรวงวัฒนธรรม และ อพท. ส่งเสริมเมืองสร้างสรรค์ UNESCO อย่างสุโขทัย เพชรบุรี และสุพรรณบุรี พร้อมสานต่อแคมเปญ “Grand Moment” เพื่อสร้างความทรงจำที่ยั่งยืนทุกทริปดันสินค้า บริการท่องเที่ยวสร้างสรรค์เน้น UNSEEN, มูเตลู, สุขภาพ และ Soft Powerททท. เตรียมนำเสนอ Highlight Products ปี 2569 ด้วยแนวคิด “Creative Products Focus” ได้แก่แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติแบบ UNSEENเส้นทางสายสุขภาพและสมาธิท่องเที่ยวสายมู ความเชื่อเส้นทางเฉพาะกลุ่ม เช่น LGBTQ, คนโสด, ตามรอยซีรีส์Soft Power ไทยสู่ 5 Must Do in Thailandรวมถึงการขยาย “Transport Connectivity Focus” ร่วมมือกับสายการบินในประเทศและต่างประเทศ พร้อมยกระดับมาตรฐานไทยผ่านโครงการ“Trusted Thailand” และ “Thailand Tourism Awards” อีเวนต์ระดับโลกจ่อคิวเต็มปีTomorrowland, มหาสงกรานต์, Loy Krathong และเทศกาลเฉลิมฉลองปี 2569 เตรียมพบกับอีเวนต์นานาชาติหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นWorld Events Maha Loy Krathong, VIJIT Chao Phraya, Maha Songkran World Water FestivalInternational Events SEA Games, Rolling Loud Thailand, Wonderfruit, Big MountainSports Tourism Thailand Marathon, Honda LPGAเทศกาลไทยระดับโลก แห่เทียนพรรษา จ.อุบลฯ, แห่ดาวคริสต์มาส จ.นครพนม และไหลเรือไฟขับเคลื่อน “ประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืม” สู่ทศวรรษใหม่ของท่องเที่ยวไทยททท. วางตำแหน่งประเทศไทยเป็น “จุดหมายปลายทางแห่งประสบการณ์ที่ทรงคุณค่า” ภายใต้แนวคิด“Unforgettable Experience”และ key message ระดับโลก “Healing is the New Luxury” เพื่อสื่อสารบทบาทของไทยในฐานะดินแดนแห่งการเยียวยา สร้างแรงบันดาลใจเชิงคุณค่าแก่ผู้เดินทาง

ปภ.เตือน 57 จังหวัด เฝ้าระวังฝนตกหนัก-น้ำท่วมจากอิทธิพล "พายุวิภา" ถึง 24 ก.ค.นี้
อ่าน

ปภ.เตือน 57 จังหวัด เฝ้าระวังฝนตกหนัก-น้ำท่วมจากอิทธิพล "พายุวิภา" ถึง 24 ก.ค.นี้

นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยงมาอย่างต่อเนื่องประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศฉบับที่ 1 (187/2568) ประกาศ ณ วันที่ 19 กรกฎาคม 2568 เรื่อง พายุ “วิภา” และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย โดยได้ระบุว่า ในช่วงวันที่ 20 - 24 กรกฎาคม 2568 พายุ “วิภา” จะส่งผลกระทบบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ รวม 57 จังหวัดกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) จึงขอแจ้งพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่ม แยกเป็น พื้นที่เฝ้าระวังในวันที่ 20 กรกฏาคม 2568-ภาคเหนือ จำนวน 10 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงราย ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก พิษณุโลก พิจิตร และจังหวัดเพชรบูรณ์-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 10 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ และจังหวัดอุบลราชธานี-ภาคกลาง จำนวน 14 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ นครปฐม สมุทรสาคร และจังหวัดสมุทรสงคราม-ภาคใต้ จำนวน 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชุมพร ระนอง พังงา และจังหวัดภูเก็ตพื้นที่เฝ้าระวังในวันที่ 21 กรกฏาคม 2568-ภาคเหนือ จำนวน 17 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และจังหวัดอุทัยธานี-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม และจังหวัดมุกดาหาร-ภาคกลาง จำนวน 21 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และจังหวัดสมุทรปราการ-ภาคใต้ จำนวน 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชุมพร ระนอง และจังหวัดพังงาพื้นที่เฝ้าระวังในวันที่ 22 - 24 กรกฏาคม 2568-ภาคเหนือ จำนวน 17 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และจังหวัดอุทัยธานี-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 14 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา และจังหวัดอุบลราชธานี-ภาคกลาง จำนวน 16 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์-ภาคใต้ จำนวน 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดระนอง และจังหวัดพังงา กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้ประสานแจ้ง 57 จังหวัด และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยให้เตรียมพร้อมรับมือกับปริมาณฝนที่ตกหนักซึ่งอาจทำให้เกิดอุทกภัยได้ โดยได้กำชับให้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน และสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิดพร้อมกำชับให้จัดทีมปฏิบัติการพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยง เพื่อเข้าเผชิญเหตุและให้การช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะในบริเวณพื้นที่เสี่ยงและบริเวณที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ใน 24 ชั่วโมง พื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมบ่อยครั้ง และพื้นที่ที่ยังมีสถานการณ์น้ำท่วมอยู่ ให้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อลดผลกระทบจากเหตุอุทกภัยให้ได้มากที่สุด สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติโดยเฉพาะถ้ำน้ำตก ถ้ำลอด หากมีความเสี่ยงเกิดสถานการณ์ภัยให้ประกาศแจ้งเตือนและปิดกั้นพื้นที่ไม่ให้บุคคลใดเข้าพื้นที่ พร้อมนี้ให้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัย และพร้อมเข้าเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีหากเกิดสถานการณ์ขึ้น ตลอด 24 ชั่วโมง และขอให้จังหวัดประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนติดตามข้อมูลสภาวะอากาศและข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้าเพื่อให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์โดยปฏิบัติตามคำแนะนำจากทางราชการอย่างเคร่งครัดข่าวที่เกี่ยวข้อง- เส้นทางพายุวิภา ล่าสุด! เปิดรายชื่อ 42 จังหวัด วันนี้ "ฝนตกหนักถึงหนักมาก"- 40 จังหวัดเช็กด่วน! วันนี้ฝนตกหนักจากอิทธิพล "พายุวิภา" อัปเดตเส้นทางล่าสุด- กรมชลประทาน เตือน "ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา" เตรียมรับน้ำเหนือเพิ่ม 20-80 ซม.

ทำไมคนกัมพูชาในโซเชียลเรียกคนไทยว่า “เสียม”? เปิดที่มา และ ความหมาย
อ่าน

ทำไมคนกัมพูชาในโซเชียลเรียกคนไทยว่า “เสียม”? เปิดที่มา และ ความหมาย

เปิดที่มาและความหมายของคำว่า “เสียม” ทำไมคนกัมพูชาใช้เรียกคนไทยในโซเชียล ในโลกโซเชียลทุกวันนี้ เราอาจพบว่าชาวกัมพูชาบางกลุ่มใช้คำว่า “เสียม” เพื่อเรียกคนไทย โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดกระแสโต้เถียงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ หรือประเด็นอ่อนไหวทางวัฒนธรรม คำว่า “เสียม” นี้มีรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ ที่ย้อนกลับไปหลายศตวรรษ และไม่ใช่คำใหม่ที่เพิ่งปรากฏในยุคดิจิทัล ความหมายดั้งเดิมของ “เสียม”คำว่า “เสียม” ปรากฏในพจนานุกรมเขมร ฉบับพุทธศาสนบัณฑิตย์ ว่าเป็น “ชื่อประเทศหนึ่งมีพรมแดนติดกับประเทศกัมพูชาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ” และ “คนที่อยู่ในประเทศนี้ก็เรียกว่าเสียมด้วย” นักวิชาการ คาดว่าคำนี้อาจมาจากคำว่า “สยำ” (Siam) ภาษาเขมรโบราณที่ใช้เรียกชนชาติหนึ่ง ปรากฏอยู่ในภาพสลักระเบียงพระนครวัด ซึ่งนักวิชาการส่วนหนึ่งเชื่อว่าเป็นชาวสยาม แต่ไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจนในเรื่องนี้ การกลายความหมายในยุคโซเชียลมีเดียในยุคสมัยใหม่ โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดข้อขัดแย้งทางประวัติศาสตร์ คำว่า “เสียม” ถูกใช้ในเชิงประชดประชันหรือเสียดสี โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงประเด็นที่ชาวกัมพูชามองว่าไทยละเมิดวัฒนธรรม เช่น ชุดไทย อาหาร หรือมรดกทางประวัติศาสตร์บางอย่างอย่างไรก็ตาม การใช้คำว่า “เสียม” นั้นยังคงแตกต่างกันตามบริบทและผู้พูด ไม่ใช่ทุกคนจะใช้ในเชิงลบ บางคนอาจใช้ในเชิงกลาง ๆ เพื่อระบุเชื้อชาติ ซึ่งเรียกได้ว่า คำว่า “เสียม” นั้น สะท้อนถึงประวัติศาสตร์ร่วมที่ยาวนานระหว่างสองประเทศ ทั้งในแง่ของความร่วมมือและความขัดแย้งในอดีต การเข้าใจที่มาของคำนี้อย่างลึกซึ้งจะช่วยให้เราตระหนักถึงความซับซ้อนของอัตลักษณ์ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อหลีกเลี่ยงการตอบโต้ด้วยอารมณ์หรืออคติ

บูมท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลสาบสงขลา ทช. เร่งสร้างถนนสาย พท.4004  พัทลุง คาดเปิดใช้ปลายปี 68
อ่าน

บูมท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลสาบสงขลา ทช. เร่งสร้างถนนสาย พท.4004 พัทลุง คาดเปิดใช้ปลายปี 68

นายมนตรี เดชาสกุลสม อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้ดำเนินโครงการก่อสร้างถนนทางหลวงชนบทสาย พท.4004 แยก ทล.4081 – บ้านฝาละมี อำเภอเขาชัยสน, บางแก้ว, ปากพะยูน จังหวัดพัทลุง ระยะทางกว่า 25 กิโลเมตร ขณะนี้เดินหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 83 เร็วกว่าแผน คาดว่าในปลายปี 2568 นี้ จะสามารถเปิดให้ประชาชนใช้ในการสัญจรอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งนับเป็นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมสู่แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ทะเลสาบแห่งเดียวของประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพอธิบดีกรมทางหลวงชนบท ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า โครงการก่อสร้างถนนทางหลวงชนบทสาย พท.4004 แยก ทล.4081 – บ้านฝาละมี อำเภอเขาชัยสน, บางแก้ว, ปากพะยูน จังหวัดพัทลุง มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ กม.ที่ 0+000 บริเวณตำบลจองถนน อำเภอเขาชัยสน ผ่านอำเภอบางแก้ว เลียบทะเลสาบสงขลา ไปสิ้นสุด กม.ที่ 25+616 บริเวณตำบลฝาละมี อำเภอปากพะยูน ระยะทาง 25.616 กิโลเมตร โดยก่อสร้างด้วยผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีต ขนาด 2 ช่องจราจร กว้าง 7 เมตร ไหล่ทางข้างละ 1 – 2.50 เมตร พร้อมขยายความกว้างสะพานเดิม ติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่าง เครื่องหมายจราจร และสิ่งอำนวยความปลอดภัย โดยใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้น 429.500 ล้านบาท ทั้งนี้ เมื่อดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จถนนสายดังกล่าวจะมีส่วนสำคัญที่ช่วยผลักดันยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ยั่งยืน เพิ่มขีดความสามารถในการเชื่อมโยงระบบโครงข่ายการขนส่งและระบบโลจิสติกส์สู่ท่าเรือน้ำลึกจังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูลในอนาคตให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น บรรเทาปริมาณการจราจรบนถนนสายหลัก รองรับการเดินทางที่เพิ่มขึ้นให้ตลอดการเดินทางเป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย พร้อมส่งเสริมเศรษฐกิจการค้า ธุรกิจการท่องเที่ยวสร้างรายให้ชุมชนอย่างยั่งยืน

Cell Broadcast ทดสอบระบบเตือนภัยครั้งที่ 2 "7 พ.ค.68" พื้นที่ไหนบ้าง?
อ่าน

Cell Broadcast ทดสอบระบบเตือนภัยครั้งที่ 2 "7 พ.ค.68" พื้นที่ไหนบ้าง?

รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมสังเกตการณ์การทดสอบระบบแจ้งเตือนภัยผ่านสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Cell Broadcast) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กรมประชาสัมพันธ์ และผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ AIS TRUE และ NT ร่วมทดสอบ ณ ห้องกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขตดุสิต โดยวันนี้ เป็นการทดสอบระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินผ่านเทคโนโลยี Cell Broadcast (CB) เป็นครั้งแรก โดยเป็นการทดสอบในระดับเล็ก ครอบคลุมพื้นที่นำร่อง 5 แห่ง ได้แก่ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี ศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี ศาลากลางจังหวัดสงขลา และอาคารศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ (อาคาร A และ B) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร ซึ่งผลการทดสอบประสบความสำเร็จ ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่บริเวณการทดสอบ 5 พื้นที่ดังกล่าว ได้รับข้อความแจ้งเตือนทั้งข้อความและเสียงการทดสอบนี้ ระบบจะส่งสัญญาณเตือนภัยตรงไปยังโทรศัพท์มือถือทุกเครื่องที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งลักษณะพิเศษของระบบ Cell Broadcast คือ จะมีเสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นพร้อมการสั่น แม้ว่าผู้ใช้จะตั้งค่าปิดเสียงโทรศัพท์ไว้ก็ตาม และเป็นการส่งข้อความแจ้งเตือนไปยังโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกเครื่องในพื้นที่ที่กำหนดพร้อมกันในระยะเวลาสั้นโดยไม่ต้องทราบหมายเลขโทรศัพท์ และผู้รับไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า ซึ่งแตกต่างจากการส่ง SMS ทั่วไป ระบบนี้ถือเป็นมาตรฐานสากลที่ทั่วโลกใช้ในการแจ้งเตือนภัยพิบัติหรืออุบัติภัยร้ายแรง เพื่อให้ประชาชนรับทราบข้อมูลและเตรียมพร้อมรับมือได้อย่างทันท่วงที สำหรับการทดสอบระบบ Cell Broadcast ทั้งหมดมีกำหนด 3 ครั้ง- ครั้งแรก 2 พฤษภาคม 2568 ครอบคลุมพื้นที่นำร่อง 5 แห่ง ได้แก่ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี ศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี ศาลากลางจังหวัดสงขลา และอาคารศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ (อาคาร A และ B) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร- ครั้งที่ 2 จะเป็นการทดสอบระดับกลาง ในวันพุธที่ 7 พ.ค.68 เวลา 13.00 น. ครอบคลุม 5 พื้นที่ ได้แก่ อำเภอเมืองลำปาง อำเภอเมืองนครราชสีมา อำเภอเมืองนครสวรรค์ อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี และเขตดินแดง กรุงเทพมหานคร- ครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นการทดสอบระดับใหญ่ จะมีขึ้นในวันอังคารที่ 13 พ.ค.68 เวลา 13.00 น. โดยจะส่งสัญญาณเตือนครอบคลุมพื้นที่ระดับจังหวัด 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดอุดรธานี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดนครศรีธรรมราช และกรุงเทพมหานครทั้งนี้ หลังจากเสร็จสิ้นการทดสอบทั้ง 3 ครั้งแล้ว กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจะมีการประเมินผลเพื่อเตรียมการทดสอบระบบในระดับประเทศครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดต่อไปข่าวที่เกี่ยวข้อง- ย้ำไม่ต้องตกใจ! 2 พฤษภาคม ทดสอบระบบ Cell Broadcast ตอนบ่ายโมง ใน 5 พื้นที่- ทดสอบระบบแจ้งเตือนภัย Cell Broadcast เสียงจะดังอัตโนมัติ 8 วินาที พร้อมข้อความ- รู้จัก “Cell Broadcast” ระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติ ไทยเตรียมใช้งานก.ค.นี้

นายกฯนำประชุมครม.สัญจรนครพนม ติงบริหารน้ำงบปี63 ล่าช้า
อ่าน

นายกฯนำประชุมครม.สัญจรนครพนม ติงบริหารน้ำงบปี63 ล่าช้า

แพทองธาร ชินวัตร นำประชุม ครม.สัญจรนครพนม ติงโครงการบริหารจัดการน้ำล่าช้า พร้อมผลักดันความร่วมมือไทย-กัมพูชา แก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์และยาเสพติดวันที่ 29 เมษายน 2568 เวลา 09.30 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางถึงหอประชุมอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง มหาวิทยาลัยนครพนม จังหวัดนครพนม เพื่อเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 2/2568 (ครม.สัญจร) ท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเอง โดยมีการจัดเตรียมเสื้อผ้าไหมศรีโคตรบูร กระเป๋ากกสานลายเกล็ดพญานาค และลิ้นจี่นครพนมพันธุ์ นพ.1 เป็นของที่ระลึก ก่อนการประชุม นายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมนิทรรศการสินค้า OTOP ของท้องถิ่น อุดหนุนผลิตภัณฑ์ผ้าไหมและกระเป๋ากกสาน พร้อมรับชมการแสดงและรับมอบแคนจากหมอแคนท้องถิ่นเป็นที่ระลึก ทั้งยังติดตามการสาธิตทำเรือไฟจากกาบกล้วย และรับฟังความคืบหน้าโครงการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม โดยมีนักศึกษาเข้ามามอบดอกกุหลาบให้กำลังใจในการเปิดการประชุม นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงผลการเยือนกัมพูชา ซึ่งครบรอบ 75 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต ระบุได้หารือความร่วมมือด้านการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และยาเสพติด พร้อมกำชับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน และหน่วยงานความมั่นคง บูรณาการความร่วมมือเพื่อยกระดับความปลอดภัยของประชาชนนายกฯ ยังเน้นการใช้กรอบความร่วมมืออาเซียนเพื่อสร้างอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางสถานการณ์แข่งขันและนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ที่กระทบการส่งออก โดยขอให้กระทรวงต่างๆ รวบรวมจุดแข็งของไทยและอาเซียน เพื่อเตรียมใช้ในการเจรจาต่อรองในเวทีระหว่างประเทศ พร้อมแจ้งแผนจัดการประชุม Joint Cabinet Retreat (JCR) ไทย-กัมพูชา ที่จังหวัดสระแก้วในเดือนกรกฎาคม 2568 เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนร่วมกัน สำหรับประเด็นการบริหารจัดการน้ำ นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า แม้หลายโครงการจะได้รับงบประมาณตั้งแต่ปี 2563 แต่ความคืบหน้ากลับน้อยมาก โดยตัวเลขความก้าวหน้าเพียง 5% ในหลายโครงการ ถือว่าน่ากังวลอย่างยิ่ง จึงสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งรัดดำเนินงาน และหากติดขัดประการใดให้ประสานมายังเลขานายกรัฐมนตรีโดยตรง เพื่อคลี่คลายปัญหานายกรัฐมนตรีระบุว่า หากเร่งการดำเนินการได้ จะสามารถเห็นผลการแก้ไขปัญหาน้ำแล้งและน้ำท่วมในพื้นที่ได้ชัดเจน และเน้นย้ำว่าทุกกระทรวงต้องร่วมมือกันตรวจสอบความล่าช้า เพื่อให้ประชาชนในภาคอีสานได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้านบรรยากาศการจัดเลี้ยงภายในงาน มีการคัดสรรเมนูอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อ เช่น ต้มส้มไก่บ้านใบมะขาม ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน ก๋วยเตี๋ยวหมู-เนื้อ ลาบปลาคัง ตำลาว และข้าวเหนียวไก่ย่าง รวมถึงขนมเทียนสลัดงา กาละแม พุดดิ้งหม้อแกง และผลไม้ขึ้นชื่ออย่างลิ้นจี่นครพนมทั้งนี้ มีรัฐมนตรี 6 คนที่ลาประชุม ครม.สัญจรในครั้งนี้ ได้แก่ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค นายพิชัย ชุณหวชิร นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ นายวราวุธ ศิลปอาชา นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ และนายนภินทร ศรีสรรพางค์ ขณะที่รัฐมนตรีรายอื่นที่มีข่าวลือปรับออก ยังคงเข้าร่วมประชุมตามปกติ

"สมศักดิ์" วางแนวทางลดการฟ้องร้องบุคลากรทางการแพทย์
อ่าน

"สมศักดิ์" วางแนวทางลดการฟ้องร้องบุคลากรทางการแพทย์

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม.2568 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มอบหมาย นายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข ให้เป็นประธานเปิดโครงการขับเคลื่อนภารกิจด้านการจัดการความขัดแย้งในระบบสาธารณสุข ตามพ.ร.บ.การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ.2562 ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมี นพ.ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต นายชัยยุทธ ชัชลิตวพงษ์ อนุกรรมการไกล่เกลี่ย สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค น.ส.ตรีชฎา ศรีชาดา โฆษกกระทรวงสาธารณสุขฝ่ายการเมือง ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ผู้บริหารหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมโครงการโดยนายกองตรีธนกฤต กล่าวว่า โครงการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทมีที่มาโดยนายสมศักดิ์ ดำริมาตั้งแต่สมัยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ช่วงที่มีโควิด - 19 พี่น้องประชาชนเองมีความเดือดร้อน มีหนี้สินที่เกิดขึ้นในฐานะเจ้ากระทรวงท่านจึงเล็งเห็นว่า เราควรทำพ.ร.บ.ไกล่เกลี่ยให้เกิดขึ้นเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ไกล่เกลี่ยที่เป็นไปตามพ.ร.บ.สร้างความมั่นใจให้กับคู่ความที่เข้ามาใช้บริการ และทำให้สะดวกในเรื่องของกระบวนการยุติธรรมทั้งหลาย จึงระดมผู้ที่มีความรู้ด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ตลอดจนบุคคลในแวดวงสังคม มาร่วมกันคิดมาร่วมกันจัดทำจึงได้เกิดเป็นโครงการ และบังคับใช้ออกมาเป็นกฎหมาย พ.ร.บ.ดังกล่าวจึงเกิดในยุคที่นายสมศักดิ์เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ทำโครงการไกล่เกลี่ยหนี้สินประชาชนทั่วประเทศ แก้ปัญหาประชาชนในขณะนั้น ไม่น้อยกว่า 1 แสนล้านบาท โดยนายกองตรีธนกฤต กล่าวว่า เมื่อมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พบปัญหาต่อเนื่องกันมาโดยตลอดก็คือปัญหาภายในโรงพยาบาลคือบุคลากรทางการแพทย์ เช่น ปัญหาเรื่องการดูแลผู้ป่วยไม่ทั่วถึง หรือดูแลผู้ป่วยแล้วเกิดข้อผิดพลาด หรือบกพร่องเกิดขึ้น ก่อให้เกิดปัญหาขึ้น ก็มีการร้องเรียนฟ้องร้อง เกิดเป็นคดีความต่างๆ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จึงได้สั่งการให้เปิดศูนย์ไกล่เกลี่ยฯขึ้น จึงเป็นที่มาของการทำเอ็มโอยูร่วมกันระหว่างกระทรวงยุติธรรมโดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กับกระทรวงสาธารณสุข สามารถนำพ.ร.บ.ไกล่เกลี่ยมาใช้ในกระทรวงสาธารณสุข และใช้ในการเปิดฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้อง ประโยชน์ของการไกล่เกลี่ยนั้นจะทำให้ลดภาระเรื่องบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ในระบบสาธารณสุข ไม่ต้องมากังวลกับคดีความที่ต้องถูกฟ้องร้อง เพราะเรามีศูนย์ไกลเกลี่ยฯ คอยเป็นผู้ช่วยเหลือ เวลาที่เราปฏิบัติหน้าที่เวลา จะได้ไม่ต้องกังวลถึงว่าเวลามีเหตุเกิดขึ้นจะไม่มีบุคคลคอยช่วยเหลือ จากนี้ต่อไปในยุคท่านสมศักดิ์เทพสุทิน ศูนย์ไกล่เกลี่ยฯจะทำให้ท่านไม่เป็นผู้เดียวดาย ผมเชื่อว่าท่านสมศักดิ์ยังมีไอเดีย อีกหลายหลายอย่างที่จะก่อให้เกิดประโยชน์กับกระทรวงอีกมากมาย นี่ก็เป็นอีกหนึ่งบทตัวอย่างในการทำงานให้เป็นสาธารณสุขเชิงรุกสร้างสุขให้ประชาชน“นายสมศักดิ์วางไว้อีกเรื่องหนึ่งก็คือวันนี้จะเห็นได้ว่าพยาบาลของเราไม่ถูกตบฟรีแล้ว ใครตบพยาบาลก็ต้องจ่าย 35,000 กว่าบาท เพราะเป็นคำพิพากษาที่ศาลมีข้อกำหนดเอาไว้แล้วว่าคดีดังกล่าวนั้นมีอัตราโทษจำคุก เป็นบรรทัดฐานที่จะป้องกันในอนาคตว่าท่านจะไม่ถูกรังแกอีกต่อไป การใช้ความรุนแรงในสถานพยาบาลไม่ควรเกิดขึ้น ตลอดจนเรื่องเจ้าหน้าที่ในสถานพยาบาลเองก็ต้องละมุนละม่อมกับผู้รับบริการด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้นเราอยากให้ทุกอย่างนั้นเป็นเหมือนคนในครอบครัว สิ่งสำคัญหากสามารถบริหารจัดการได้ดี จะช่วยลดปัญหาความขัดแย้งรวมถึงเหตุการณ์ความรุนแรงได้”นายกองตรีธนกฤต กล่าว

สรรพากรออกมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ
อ่าน

สรรพากรออกมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ

สรรพากรออกมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยลดภาษีภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลือ 10%ของกำไรสุทธิ 10 รอบระยะเวลาบัญชีต่อเนื่องกัน #ทันหุ้น นายปิ่นสาย สุรัสวดี อธิบดีกรมสรรพากรเปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 13 มกราคม2568 อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ กระทรวงการคลังโดยกรมสรรพากรมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) อย่างต่อเนื่อง จึงได้เสนอร่างพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร(ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อปรับปรุงมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนใน SEZ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เขากล่าวว่า มาตรการใหม่นี้ เป็นการลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลือ 10%ของกำไรสุทธิให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการเป้าหมายตามที่คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษกำหนด ซึ่งมีสถานประกอบกิจการตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ไม่ว่าจะมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ ที่ใด สำหรับรายได้ ที่เกิดขึ้นจากการผลิตสินค้าในเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือรายได้ที่เกิดจากการให้บริการ และมีการใช้บริการนั้นในเขตเศรษฐกิจพิเศษ เป็นเวลา 10 รอบระยะเวลาบัญชีต่อเนื่องกัน มาตรการนี้จะทำให้การผลิตสินค้า การให้บริการ และการจ้างงานในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มขึ้นส่งเสริมให้การผลิตสินค้าและการให้บริการในพื้นที่ เขตเศรษฐกิจพิเศษสามารถเชื่อมโยงกับพื้นที่เศรษฐกิจหลักและประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ปัจจุบันมีเขตเศรษฐกิจพิเศษ 10 แห่งในพื้นที่ชายแดน ได้แก่ ตาก มุกดาหาร สระแก้ว สงขลา ตราดหนองคาย นราธิวาส เชียงราย นครพนม และกาญจนบุรี

น้ำป่าตัดขาด ชุมชนเทือกเขา อ.สิชล เดือดร้อนหนัก
อ่าน

น้ำป่าตัดขาด ชุมชนเทือกเขา อ.สิชล เดือดร้อนหนัก

เส้นทางเข้าบ้านห้วยแก้ว หมู่ที่ 3 ตำบลเขาน้อย อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช ถูกตัดขาดอย่างสิ้นเชิง ชาวบ้านในพื้นที่กว่า 100 คนเดือดร้อนอย่างมาก หลังเกิดฝนตกหนักช่วงวันที่ 14-15 ธันวาคมที่ผ่านมา บริเวณนี้ถูกกระแสน้ำป่าจากเทือกเขาหลวง หลากเข้าท่วมสูง ทำให้การสื่อสารถูกตัดขาด บ้านเรือนพังเสียหายหลายหลัง ทรัพย์สินในบ้านสูญหายไปกับกระแสน้ำพื้นที่ใกล้กัน บริเวณโรงเรียนตำรวจตระเวนบ้านห้วยตง ตำบลกรุงชิง อำเภอนบพิตำ ชาวชุมชนรอบโรงเรียน ทั้งนักเรียนและผู้ปกครอง ขาดแคลนอาหาร ภายหลังน้ำลด เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือชาวบ้านบริเวณนี้อย่างเร่งด่วน แต่การเข้าถึงยังค่อนข้างยากลำบาก เนื่องจากถนนถูกกระแสน้ำซัดเสียหายหลายจุด ต้องใช้รถยกสูงลำเลียงอาหารเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยส่วนพื้นที่ย่านเศรษฐกิจในเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ระดับน้ำลงต่อเนื่อง ถนนสายหลักกลับมาใช้การได้ตามปกติ เว้นแต่ในชุมชุนต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มและติดกับลำคลองยังมีน้ำท่วมขังค่อนข้างสูงในส่วนของพื้นที่รับมวลน้ำ ที่ตำบลอินคีรี อำเภอพรหมคีรี ยังน่าห่วงน้ำท่วมสูง ส่งผลต่อการใช้ชีวิตของประชาชนที่ค่อนข้างลำบาก ต้องใช้เรือในการเดินทางเข้าออกหมู่บ้าน ส่วนบ้านที่ถูกน้ำท่วมจนมิดหลังคา ต้องอพยพมาอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ที่ทางเทศบาลฯ เตรียมรองรับไว้ให้ ขณะนี้ภาคส่วนต่างๆ ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง