TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “#Keychron” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
รีวิว Keychron C75 TMR คียบอร์ดสวิตช์เร็วสุดในโลก
คียบอร์ดของดีอีกตัว ที่เน้นความเร็วในการตอบสนอง การกด Keychron C75 TMR 8K Edition Wired Magnetic
ExtremeIT • 31 ก.ค. 69
อ่าน
Keychron ลงตลาดคีย์บอร์ดราคาย่อมเยา กับ Keychron C3 Pro ค่าตัวแค่พันต้น ๆ
แบรนด์ Keychron ประกาศเปิดตัวคีย์บอร์ดรุ่นใหม่ ‘Keychron C3 Pro‘ ซึ่งเป็น Mechanical Keyboard แบบมีสาย ลงตลาดราคาย่อมเยาด้วยค่าตัวเพียง 34.99 เหรียญ (หรือประมาณ 1,200 บาท) เท่านั้น! แม้จะเป็นรุ่นราคาประหยัดบอดี้พลาสติกแต่ตัว C3 Pro ได้รับการออกแบบโดยให้ความสำคัญในเรื่องเสียงเหมือนคีย์บอร์ดราคาแพงเลยครับ ทั้ง Gasket-mount 4 จุด, แผ่นโฟมซับเสียงระหว่าง PCB และตัว Plate โดยที่ด้านใต้ยังใส่ Case Foam มาให้ เพิ่มความแน่นเข้าไปอีกแก้ปัญหาเสียง Hollow ในตัวเคส แค่นั้นยังไม่พอ เจ้า C3 Pro ยังสามารถทำ keymap ด้วยโปรแกรม QMK และ Via ได้อีกด้วย โดยจะมีสวิตช์ให้เลือก 2 แบบด้วยกัน คือ Red และ Brown ในสีบอดี้สีดำตัดแดง พร้อมไฟ Red Backlight ออกแนวเกมมิง Keychron C3 Pro มีวางขายแบบ Exclusive ผ่านเว็บไซต์ Amazon เท่านั้นครับ ที่มา: Ars Technica
แบไต๋ • 11 ก.ย. 66
อ่าน
OnePlus เปิดตัว Keyboard 81 Pro แมคคานิคอลคีย์บอร์ดจากการร่วมมือกับ Keychron
นอกจากการเปิดตัวสินค้าพระเอกอย่าง OnePlus 11 แล้ว ทาง OnePlus ก็ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ด้วย เช่น OnePlus Pad และยังมี Keyboard 81 Pro ซึ่งเป็นแมคคานิคอลคีย์บอร์ดจากการร่วมมือระหว่าง OnePlus และ Keychron Keyboard 81 Pro เป็นคีย์บอร์ดรุ่นแรกของ OnePlus ที่นับว่าเป็นการร่วมมือผลิตสินค้ากับแบรนด์ผู้ผลิตคีย์บอร์ดยอดนิยมอย่าง Keychron โดยดีไซน์คล้ายกับ Keychron Q1 Pro เพียงแต่มีส่วนที่เปลี่ยนไปคือ ปุ่ม Knob บริเวณขวาบนจากวัสดุพลาสติกสีทึบเป็นปุ่มใสแบบคริสตัล นอกจากนี้ที่ปุ่ม Esc ก็มีการใส่โลโก้ของ OnePlus ลงไปด้วย คีย์บอร์ดรุ่นนี้สามารถใช้ได้ทั้งแบบมีสาย (USB-C) และไร้สาย (Bluetooth 5.1) พร้อมแบตเตอรี่ 4,000 mAh สามารถใช้งานได้นาน 100 ชั่วโมง และไฟ RGB โดยบริเวณด้านหลังของคีย์บอร์ดจะมีปุ่ม Alert Slider เพื่อควบคุมว่าผู้ใช้ต้องการใช้งานคีย์บอร์ดแบบใด และมีบาร์สำหรับปรับมุมองศาของตัวคีย์บอร์ด สาเหตุที่คีย์บอร์ดรุ่นนี้ใช้ตัวเลข 81 เป็นเพราะมีปุ่มทั้งหมด 81 ปุ่ม โดยจะสังเกตว่า สีสันของปุ่มจะมีสีขาว เทา และแดง ซึ่งเป็นสีประจำแบรนด์ของ OnePlus นั่นเอง ผู้ใช้สามารถเลือกซื้อ Keyboard 81 Pro ได้ 2 ประเภท ตามชนิดของปุ่มกด ได้แก่ Linear Switch (Summer Breeze) ที่กดได้รวดเร็ว รื่นไหล เงียบ จาก Marble-mallow ที่เป็นวัสดุเทอร์โมพลาสติก และ Tactile Switch (Winter Bonfire) ที่ใช้แรงกดสองจังหวะ และมีเสียงที่ดังเล็กน้อย จากวัสดุ PBT OnePlus Keyboard 81 Pro จะเริ่มต้นวางขายในเดือนเมษายน โดยยังไม่มีการประกาศราคา แต่ Keychron Q1 Pro นั้นมีราคาอยู่ที่ประมาณ 6,500 บาท
แบไต๋ • 8 ก.พ. 66
ร้านโรตียามดึก
#OSXTRUEID
OPZTV • 14 ส.ค. 69
อ่าน
COCOCO ยกระดับโรงงานสีเขียว ลุยพลังงานสะอาด หนุนโตยั่งยืน
#ทันหุ้น - บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) หรือ COCOCO เดินหน้าส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ผ่านการลงทุนในระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานภายในโรงงาน ลดต้นทุนการดำเนินงาน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับนโยบายด้าน ESG และการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัทดร.วรวัฒน์ ชิ้นปิ่นเกลียว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) หรือ COCOCO กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานสะอาดในกระบวนการผลิต โดยเริ่มติดตั้งระบบ Solar Rooftop ระยะแรก (Phase 1) ตั้งแต่ปี 2562 ด้วยกำลังการผลิตติดตั้ง 979.20 กิโลวัตต์พีก (kWp) และต่อยอดสู่ Phase 2 ซึ่งเริ่มใช้งานในปี 2567 ด้วยกำลังการผลิต 2,000.735 กิโลวัตต์พีก (kWp)การพัฒนาระยะที่ 2 ยังได้นำแผงโซลาร์เซลล์ Mono Half-Cell ขนาด 605 วัตต์ มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า พร้อมติดตั้งระบบ Rapid Shutdown (PROJOY) ซึ่งช่วยยกระดับความปลอดภัยของระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลปัจจุบัน ระบบ Solar Rooftop ของบริษัทสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ประมาณ 2.5 ล้านหน่วยต่อปี และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 1,660.32 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี (tCO₂e/ปี) สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน ควบคู่กับการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพดร.วรวัฒน์ กล่าวว่า “การลงทุนด้านพลังงานสะอาดเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การพัฒนาธุรกิจในระยะยาว นอกจากช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและบริหารต้นทุนแล้ว ยังเป็นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนของ COCOCO”บริษัทจะยังคงเดินหน้าพัฒนากระบวนการผลิตและนำนวัตกรรมด้านพลังงานมาใช้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมสร้างการเติบโตอย่างสมดุลในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
ทันหุ้น • 3 ส.ค. 69
ผูกสัญญาตาย คุณฝน ดำเนินสะดวก
พื้นที่ที่เสียงทุกเสียง...คือความจริงในอีกด้าน ที่คุณอาจไม่เคยรู้
TheShockRadio • 23 ก.ค. 69
ผมโดน GM ลดแรงค์เหลือ Bronze เพราะคุกกี้รัน...
ผมโดน GM ลดแรงค์เหลือ Bronze เพราะคุกกี้รัน...
JAIRAW • 10 ส.ค. 69
ดู
ฉลอง เรี่ยวแรง' ไม่ใส่กุญแจมือ สะท้อนสองมาตรฐานหลักการไร้ความหมาย
News1 • 2 วันที่แล้ว
อ่าน
CPN ฟอร์มแกร่ง 2 โบรกมองกำไรโตต่อ เคาะเป้า 79.50–80 บ.
ทันหุ้น - CPN โชว์กำไร Q2/69 ที่ 4.75 พันล้านบาท โต 10% YoY ดีกว่าคาด หนุนจากรายได้ศูนย์การค้าและมาร์จิ้นแข็งแกร่ง 2 โบรกมองแนวโน้มกำไรยังเติบโตต่อ รับแรงหนุนโครงการใหม่ การปรับขึ้นค่าเช่า และไฮซีซันโอนคอนโดปลายปี คงคำแนะนำ “ซื้อ” เคาะราคาเป้าหมาย 79.50–80.00 บาท ชูรายได้มั่นคงและกำไรมีโอกาสทำ New High ต่อเนื่องบล.กรุงศรี ส่องหุ้น บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN มุมมอง slightly positive ต่อกำไรสุทธิ Q2/69 ที่ 4.75 พันลบ. (+10% y-y, -4%q-q) ใกล้เคียงตลาดคาด แต่สูงกว่าฝ่ายวิจัยคาด 6% จากรายได้อื่นมากกว่าคาดและภาษีจ่ายต่ำกว่าคาดทั้งนี้การเติบโตของกำไร y-y มาจากกลุ่ม shopping mall ที่รายได้โต ตามพื้นที่เช่าที่เพิ่มขึ้น y-y และ % GPM ยังดี ทั้งนี้กำไรปกติ 1H69 อยู่ที่ 9.6 พันลบ. (+13% y-y) คิดเป็น 50% ของประมาณการกำไรปกติ 2569F ที่ 19.2 พันลบ. (+8% y-y)แนวโน้มกำไรสุทธิ Q3/69F คาดเพิ่มขึ้น y-y เพราะมี shopping mall และโรงแรมเปิดใหม่ ฝ่ายวิจัยปรับมาใช้ TP70F ที่ 80.0 บาท คงคำแนะนำ BUY จากจุดเด่นในเรื่องการเติบโตของกำไรปกติปี 2569-71F เฉลี่ย 8% CAGR และทำ new high ต่อเนื่อง รวมถึงมีโอกาส upside ในขณะที่กำไรมี uncertainty ต่ำกว่ากลุ่มฯ เพราะรายได้ส่วนใหญ่เป็นค่าเช่าบล.กสิกรไทย ชี้หุ้น CPN กําไรไตรมาส 2/69 เติบโตขึ้น YOY แต่ลดลง QoQ ตามคาด ที่ 4.75 พันลบ. เพิ่มขึ้น 10.3% YOY แต่ลดลง 4.4% QQQ สูงกว่าประมาณการของฝ่ายวิจัยและตลาดที่ 4.6 พันลบ. อยู่ 3.0% หนุนจาก GPM ของธุรกิจศูนย์การค้าที่ดีกว่าคาด (60.7% เทียบกับ 60.2%) และรายได้อื่นที่มากกว่าคาด การเติบโต YOY ได้รับแรงหนุนจากโครงการใหม่ การปรับขึ้นค่าเช่า การประหยัดต้นทุน และการปรับปรุงโครงการ รายได้เพิ่มขึ้มขึ้น 8.3% GPM เพิ่มขึ้น 1.2ppt สัดส่วนค่าใช้จ่าย SGA/ยอดขายดีขึ้น 0.03ppt และส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้น 46.1%ในเชิง QoQ ปัจจัจจัยฤดูกาลส่งผลให้ GPM ลดลง 1.4ppt และส่วนแบ่งกำไรลดลง 6.6% ทั้งนี้รายได้จากค่าเช่าและบริการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกันกำไรครึ่งแรกปี 2569 เป็นครึ่งหนึ่งของประมาณการปี 2569 ของฝ่ายวิจัย กำไรครึ่งแรกปี 2569 เพิ่มขึ้น 13.9% YOY คิดเป็น 49.6% ของประมาณการกำไรทั้งปีของฝ่ายวิจัย แม้จะไม่มีการเปิดโครงการใหม่ในช่วงที่เหลือของปี 2569 แต่คาดกำไรจะทรงตัวในระดับใกล้เคียงกับครึ่งปีแรก หนุนจากการเพิ่มขึ้นของผลการดำเนินงานของโครงการที่เปิดตัวดังแต่ครึ่งหลังปี 2568 ซึ่งรวมถึงเซ็นทรัล พาร์ค, เซ็นทรัล กระบี่, เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัสและเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ รวมถึงการปรับปรุงโครงการ เช่น เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า และช่วงไฮซีซันของการโอนคอนโดในไตรมาส 4/2569 ซึ่งจะช่วยชดเชยค่าใช้จ่ายด้านเทศกาลที่มักเพิ่มขึ้นในไตรมาส 4แนะนำ "ซื้อ" CPN และราคาเป้าหมายกลางปี 2570 ที่ 79.5 บาท กระแสรายได้ที่มีเสถียรภาพหนุนจากพอร์ตธุรกิจศูนย์การค้าที่แข็งแกร่ง และแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากโครงการใหม่หลายโครงการที่อยู่ในแผนพัฒนาและการปรับปรุงโครงการอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ CPN โดดเด่นกว่าหุ้นอื่นท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน ความคืบหน้าของธุรกรรมการขายสินทรัพย์และการขยายธุรกิจเข้าสู่เวียดนามจะมีบทบาทสำคัญในการผลักดันราคาหุ้นให้ปรับขึ้นไปสู่ระดับถัดไป
ทันหุ้น • 10 ส.ค. 69
อ่าน
กสิกรไทยเปิดตัว K Virtual Account รองรับธุรกิจคู่ค้า-สาขาจำนวนมาก
#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #SET #กสิกรไทยเปิดตัว K Virtual Account รองรับธุรกิจคู่ค้า-สาขาจำนวนมากกสิกรไทยเปิดตัว “K Virtual Account” ช่วยธุรกิจรับเงินได้หลายบัญชีภายใต้ Master Account เดียว พร้อมกระทบยอดลูกหนี้อัตโนมัติธนาคารกสิกรไทยเปิดตัว K Virtual Account บริการบัญชีเสมือนสำหรับลูกค้าธุรกิจ ที่ช่วยให้องค์กรบริหารจัดการเงินรับได้อย่างเป็นระบบภายใต้บัญชีหลัก (Master Account) เพียงบัญชีเดียว เพิ่มความชัดเจนในการระบุที่มาของเงินขารับจากคู่ค้า ลูกค้า สาขา โครงการ หรือรายการเรียกเก็บเงิน พร้อมวางรากฐานสู่การต่อยอดบริการด้านการตรวจสอบและกระทบยอดลูกหนี้การค้าอัตโนมัติ (A/R Matching Solution) ในปลายปีนี้ เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจยุคดิจิทัลด้วยการบริหารข้อมูลทางการเงินที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นดร. พิพัฒน์พงศ์ โปษยานนท์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ในปัจจุบันการทำธุรกิจมีความท้าทายมากขึ้น การบริหารจัดการธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะการจัดการด้านการเงินซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ ธนาคารจึงมุ่งพัฒนาโซลูชันเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจ เพิ่มประสิทธิภาพ และช่วยลดต้นทุนให้กับลูกค้า สำหรับบริการ K Virtual Account เป็นบริการบัญชีเสมือนสำหรับธุรกิจ ที่จะทำให้ธุรกิจเห็นยอดเงินที่คู่ค้าแต่ละรายโอนเข้ามา จึงช่วยลดภาระการตรวจสอบ เพิ่มความแม่นยำในการจัดการเงิน และลดค่าใข้จ่ายขององค์กรK Virtual Account เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีคู่ค้าหรือสาขาจำนวนมาก เช่น ธุรกิจให้เช่าพื้นที่ ธุรกิจที่มีหน้าร้านหลายสาขา และต้องนำเงินฝากเข้าบัญชีหลักของบริษัท มีการรับเงินผ่านหลายช่องทาง ทั้งการโอนเงิน ฝากเงินสด ฝากเช็ค มีความยุ่งยากในการตรวจสอบว่าเงินที่เข้ามาเป็นของลูกค้าหรือร้านสาขาไหน ทำให้ธุรกิจต้องใช้พนักงานด้านการเงินและบัญชีในการตรวจสอบรายการรับเงินกับใบแจ้งหนี้ หรือยอดขายแต่ละสาขาเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นกระบวนการที่ใช้เวลาและมีต้นทุนในการดำเนินงานสูง รวมถึงทำให้การตัดบัญชีลูกหนี้ หรือการติดตามสถานะการรับเงินล่าช้ากว่าที่ธุรกิจต้องการK Virtual Account ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้องค์กรสามารถระบุที่มาของเงินรับได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น โดยสามารถกำหนดเลขบัญชีเสมือน (Virtual Account Number) ให้กับลูกค้า คู่ค้า ผู้เช่า สาขา โครงการ หรือรายการเรียกเก็บเงินแต่ละรายการได้อย่างยืดหยุ่น ภายใต้บัญชีหลักเพียงบัญชีเดียว เมื่อมีการโอนเงินเข้ามา บริษัทจะสามารถทราบได้ทันทีว่าเงินดังกล่าวมาจากผู้โอนรายใด ช่วยลดความซับซ้อนในการติดตามและตรวจสอบรายการรับเงิน พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารเงินรับของธุรกิจจากรายงานข้อมูลการรับเงินที่ธนาคารจะจัดทำให้นอกจากนี้ จากการศึกษาความต้องการของลูกค้านิติบุคคลในหลากหลายอุตสาหกรรม พบว่าปัญหาสำคัญของธุรกิจ คือ การบริหารข้อมูลการรับเงินและการกระทบยอดที่ต้องอาศัยการตรวจสอบจากหลายแหล่งข้อมูล ธนาคารจึงมีแผนต่อยอด K Virtual Account ไปสู่บริการที่จะช่วยเชื่อมโยงข้อมูลลูกหนี้การค้า ใบแจ้งหนี้ และข้อมูลการรับเงินขององค์กร เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการกระทบยอด ลดรายการค้าง และลดภาระงานด้านปฏิบัติการขององค์กรอย่างมีนัยสำคัญดังนั้นเพื่อช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวให้กับลูกค้า ธนาคารอยู่ระหว่างการพัฒนาบริการ A/R Matching Solution ซึ่งจะต่อยอดจาก K Virtual Account โดยมีเป้าหมายในการเชื่อมโยงข้อมูลการรับเงิน ข้อมูล Payment Advice และข้อมูลลูกหนี้การค้าขององค์กรเข้าด้วยกัน เพื่อสนับสนุนการตรวจสอบและกระทบยอดรายการรับเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ช่วยลดภาระงานด้านปฏิบัติการ เพิ่มความรวดเร็วในการตัดบัญชีลูกหนี้ และเสริมศักยภาพการบริหารข้อมูลการเงินขององค์กรในยุคดิจิทัล ซึ่งจะเปิดให้ลูกค้าใช้บริการได้ภายในปลายปีนี้ทั้งนี้ ธนาคารได้เริ่มเปิดให้บริการ K Virtual Account แล้ว สำหรับลูกค้าธุรกิจที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ผู้ดูแลความสัมพันธ์ลูกค้า (Relationship Manager) ของท่าน
ทันหุ้น • 4 วันที่แล้ว
ไอ้กล่อง คุณฝน ดำเนินสะดวก
พื้นที่ที่เสียงทุกเสียง...คือความจริงในอีกด้าน ที่คุณอาจไม่เคยรู้
TheShockRadio • 3 วันที่แล้ว
ไกด์หมากรุกเซน่า กดวันละกี่ช่อง? | Seven Knights RE:BIRTH
ข้อมูลไกด์เกมส์ SEVEN KNIGHTS RE:BIRTH
AdKong • 5 ส.ค. 69
อ่าน
PTTGC สุดล้ำ AI ดันกำไร อัพอีบิทดา 300 ล้านดอลล์
#PTTGC #ทันหุ้น - PTTGC โชว์แผนสุดไฮเทค นำเทคโนโลยีดิจิทัลยกประสิทธิภาพครบสูตรทั้งซัพพลายเชน มั่นใจอัพอีบิทดาเพิ่ม 300 ล้านดอลลาร์ โชว์เบื้องต้นใช้ AI โรงไฮโดรเจนเพิ่มอีบิทดาได้ถึง 2 หลัก เดินหน้าขยายสู่ผลิตภัณฑ์อื่น ปรับแผนใช้เอไอแบบไม่รู้จบ มองซัพพลายตะวันออกกลางลดลง ส่วนจีนเชื่อไม่เพิ่มไปกว่านี้ นายพรศักดิ์ มงคลตรีรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจเพื่อความเป็นเลิศ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC บริษัทที่มุ่งเน้นการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล อาทิเช่น AI, Robot , Cloud Computing, IoT เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การวางแผน การผลิต ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการทำตลาด รวมถึงปรับกระบวนการทำงาน เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระดับโลก ซึ่งเป็นการดำเนินแนวทาง Holistic Optimization ซึ่งเป็นการยกระดับประสิทธิภาพแบบองค์รวมของ GC เทคโนโลยีดิจิทัล โดยมีเป้าหมายการสร้างการเติบโตกำไร EBITDA (กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย) เพิ่มขึ้นสะสมให้ได้ถึง 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573 เมื่อเทียบกับปีฐาน 2568 โดยมีหลักการ 3 Smart ประกอบด้วย 1. Smart Operations การใช้ดิจิทัลเพิ่มขีดความสามารถโรงงานให้ทำงานได้แบบ Real-Time ตลอดเวลา 2. Smart Sales and Marketing การยกระดับการขายทั้งในมิติด้านราคาและปริมาณ และ 3. Smart Office การปรับปรุงกระบวนการทำงานหรือ Work Process ให้กระชับ ฉับไว และมีประสิทธิภาพสูงสุด@สุดล้ำนำเทคเพิ่มกำไรในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดหาวัตถุดิบ โดยมีการวิเคราะห์ข้อมูลความต้องการของตลาดและสภาพของโรงงาน เพื่อคัดเลือกวัตถุดิบหรือน้ำมันดิบที่มีความเหมาะสมที่สุดจากที่มีอยู่หลายร้อยประเภททั่วโลก นอกจากนี้บริษัทยังนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้สำหรับการซ่อมบำรุงอัจฉริยะ โดยใช้ข้อมูลการเดินเครื่องจักรที่สะสมมากว่า 30 ปี มาสอน AI ให้เรียนรู้สภาวะของเครื่องจักร ทำให้บริษัทช่วยวิเคราะห์การซ่อมบำรุงได้แม่นยำว่าควรซ่อมจุดไหนและเมื่อใด ช่วยลดค่าใช้จ่ายและลดเวลาการหยุดเดินเครื่องรวมถึงการใช้ AI Vision เป็น "ดวงตาอัจฉริยะ" ตรวจสอบความสะอาดของเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาดที่เกินความจำเป็น ตลอดจนการนำหุ่นยนต์และโดรนมาใช้ตรวจสภาพท่อในที่สูง เพื่อลดการตั้งนั่งร้าน ลดการใช้แรงงานคน และเพิ่มความปลอดภัยให้กับพนักงานไม่เพียงเท่านั้นยังนำ AI มาช่วยวิเคราะห์ความต้องการของตลาด ว่าลูกค้าต้องการสินค้าประเภทใด และข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งต่อไปยังระบบวิเคราะห์เพื่อคัดเลือกวัตถุดิบและวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกัน เพื่อสร้างสรรค์สินค้าชนิดใหม่ๆ ที่ตรงใจลูกค้าและตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้"บริษัทประสบความสำเร็จในการนำระบบ Intelligent Hydrogen Network มาใช้บริหารจัดการโรงงานผลิตไฮโดรเจน โดยระบบจะสั่งการให้โรงงานที่มีต้นทุนต่ำที่สุดผลิตไฮโดรเจนให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า เพื่อลดการสูญเสียและไม่มีไฮโดรเจนเหลือทิ้ง และบริษัทมีแผนจะนำแนวคิด Plant Wide Optimization นี้ไปขยายผลต่อในกลุ่มผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์ เช่น เอทิลีน และโพรพิลีน ในลำดับถัดไป"ทั้งนี้ในช่วงปีที่ผ่านมาซึ่งเป็นการเริ่มต้นดำเนินโครงการบริษัทประสบความสำเร็จในการเพิ่มอิบิทด้าในรูปเงินดอลลาร์ได้เป็นตัวเลข 2 หลัก และจะมีการเติบโตเพิ่มมากขึ้นนายพรศักดิ์ ยอมรับว่า แผนในการลงทุนด้านเอไอนั้นจะเป็นการลงทุนอย่างต่อเนื่อง และจะมีการปรับแผนเพื่อให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีตลอดเวลา@ดีมานด์และแผนร่วมทุนสำหรับสถานการณ์ดีมานด์และซัพพลายของตลาดสินค้าเคมีภัณฑ์ยอมรับว่ามีปริมาณสินค้า (Supply) ไหลเข้ามาในตลาด แต่เชื่อว่าปริมาณสินค้าจากจีนจะไม่เพิ่มสูงไปกว่านี้ ส่วนตะวันออกกลางกลับลดลง ขณะที่ปริมาณความต้องการก็เริ่มขยับตัวสูงขึ้นแล้วเช่นกัน ซึ่ง PTTGC วางแผนรับมือแล้ว ส่วนความคืบหน้าโครงการร่วมทุน (JV) กับ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC ซึ่งเมื่อปลายเดือนเมษายน 2569 มีการลงนามบันทึกข้อตกลงเบื้องต้นระหว่างกันไปแล้ว ปัจจุบันยังอยู่ในระหว่างการศึกษา โดยมีความเป็นไปได้ที่จะนำเทคโนโลยี AI และแนวคิดการเพิ่มประสิทธิภาพเหล่านี้ไปปรับใช้ร่วมกัน โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนภายในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้
ทันหุ้น • 17 ก.ค. 69
เกม
Crime O'Clock
เข้าสู่การผจญภัยสืบสวนที่สามารถควบคุมเวลาได้ ซึ่งคุณต้องไขคดีในยุคต่างๆ ใช้ความสามารถเฉพาะตัวในการควบคุมเวลา ค้นหาหลักฐานที่ซ่อนอยู่ และรวบรวมความจริงก่อนที่มันจะหลุดมือไป ด้วยปริศนาอันชวนติดตามและเรื่องราวเข้มข้น ทุกคดีจะท้าทายไหวพริบและทักษะการสืบสวนของคุณ
Blacknut • 21 ก.ค. 69
อ่าน
Murder Report รายงานฆาตกร - ดูหนังเต็มเรื่องที่ทรูไอดี (Movie of the Day)
มาพบกันเป็นประจำในทุกๆ เช้ากับการแนะนำหนังน่าดูประจำวันที่ TrueID และ TrueID+ หลากหลายอรรถรสความบันเทิงไร้ขีดจำกัดกับ Movie of the Day นี่คือหนังเกาหลีฟอร์มเล็ก ๆ ที่อยากจะให้ค้นพบกับหนังระทึกขวัญอาชญากรรมสุดจัดจ้าน "Murder Report รายงานฆาตกร" ที่นำพาคนดูไปดื่มด่ำซอกแซกสู่คำสารภาพของฆาตกร ที่ชวนสะพรึงและขนลุกชนิดที่แทบจะละสายตาไปไม่ได้เลย จนอยากจะแนะนำให้ดู แพคชอนจู นักข่าวสาวที่กำลังกระหายประเด็นใหญ่ ๆ มาเป็นข่าวได้รับการติดต่อจาก อียองฮุน จิตแพทย์หนุ่มที่กล่าวอ้างว่าเขาคือฆาตกรต่อเนื่อง เขาอยากจะให้เธอมาสัมภาษณ์พิเศษกับเขา หลังจากคิดไม่ตกอยู่นาน เธอก็ตัดสินใจไปที่ห้องสวีทโรงแรมและเริ่มต้นการสัมภาษณ์ ที่พบว่าคำสารภาพของเขาเต็มไปด้วยข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อว่าแรงจูงใจในการก่อเหตุของเขา เริ่มต้นมาจากการรักษาคนไข้รายหนึ่ง แต่ขณะที่กำลังการพูดคุยดำเนินไป เธอเริ่มรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติจนอยากจะลุกหนีออกไปจากที่นั่น แต่อียองฮุนได้เปรยปากขึ้นมาว่า ถ้าหากเธอหยุดการสัมภาษณ์ตอนนี้ จะมีเหยื่อถูกฆาตกรรมรายใหม่เกิดขึ้น ผลงานล่าสุดของผู้กำกับ "โชยองจุน" ที่ถือว่าพลิกขั้วการสร้างหนังจากแนวฟีลกู้ดสู่หนังอาชญากรรมฆาตกรรมเข้มข้น พร้อมกับได้ 2 นักแสดงยอดฝีมือมาเชือดเฉือนกัน อย่าง "โชยอจอง" และ "จองซองอิล" ที่จะทำให้เวลาชั่วโมงเศษ ๆ ของหนังเรื่องนี้ จะทำให้ผู้ชมต้องถลำลึกไปกับข้อมูลต่าง ๆ และกระตุ้นความกลัวกับอีกด้านเล่ห์เหลี่ยมของฆาตกร ว่าแต่ข้อมูลเหล่านี้จะน่าเชื่อถือและมีข้อเท็จจริงสักแค่ไหน | คลิกที่นี่! ดูหนัง Murder Report เต็มเรื่องที่ทรูไอดี ประเภท: ดรามา / ระทึกขวัญ นำแสดงโดย: โชยอจอง, จองซองอิล กำกับโดย: โชยองจุน ความยาว: 107 นาที เข้าฉายครั้งแรก: 5 กันยายน 2025 ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังเอเชีย • 19 ก.ค. 69
จะเป็นอย่างไร? ถ้าผมต้องเอาชีวิตรอด 24 ชั่วโมง เป็น มุอิจิโร่!!! 🔥 (DemonSlayer) | Minecraft
จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อผมต้องกลายเป็น "Muichiro" ในมายคราฟ? กลับมาแล้วจ้า สำหรับ 24 ชั่วโมง บอกเลยว่านัวจัด 555 ไม่ได้ทำอนิเมะมาสักพักเลย หวังว่าทุกๆคนจะชอบกันนะครับ #Minecraft #มายคราฟ #การ์ตูน ------------------------------------------------------------------ ฝากกด Like & Subcribe ไว้ด้วยนะครับ จะได้ไม่พลาดคลิปใหม่ๆจากพวกเรา =w= Music by Epidemic Sound https://www.epidemicsound.com Discord : https://discord.gg/Btc97ty Email Contact : koontangch2@gmail.com --------------------------------------------------------------------- **** ขอบคุณที่ติดตามชม สำหรับวันนี้.....สวัสดีครับ w ***
Online Station • 13 มิ.ย. 66
อ่าน
PROEN เกาะเมกะเทรนด์ ปักธงสมาร์ทซิตี้เต็มสูบ
#PROEN #ทันหุ้น - PROEN รับเมกะเทรนด์ Cloud - Data Center บูม ดันรายได้ธุรกิจคลาวด์ทะยานแตะ 100 ล้านบาท พร้อมเดินเกมปรับพอร์ตครั้งใหญ่ ลดน้ำหนักธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง หันโฟกัส Cloud, Data Center, ICT Smart City เต็มสูบ ปักหมุดลุยพื้นที่ EEC รับงบลงทุนภาครัฐขยายตัวนายกิตติพันธ์ ศรีบัวเอี่ยม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โปรเอ็น คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ PROEN หนึ่งในบริษัทชั้นนำของประเทศ ด้านธุรกิจเทคโนโลยีและการสื่อสาร เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 กลุ่มธุรกิจให้บริการคลาวด์ภาครัฐมีแนวโน้มเติบโตที่ดี คาดว่าปีนี้กลุ่มธุรกิจดังกล่าวจะมีรายได้รวมประมาณ 100 ล้านบาท ซึ่งถือว่าโตแรงมากเมื่อเทียบกับฐานปีก่อนที่มีรายได้แค่ 5 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ยังโตต่อเนื่อง@ธุรกิจคลาวด์โตทั้งนี้ประเมินว่าในปีหน้า (ปี 2570) ธุรกิจการให้บริการคลาวด์ภาครัฐของ PROEN ยังจะเติบโตต่อเนื่อง เพราะในปีงบประมาณ 2570 ภาครัฐได้ปรับเพิ่มงบบริการคลาวด์ภาครัฐเป็น 8,480 ล้านบาท และ PROEN ก็เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการคลาวด์ภาครัฐที่ลูกค้าให้ความเชื่อมั่นในศักยภาพการให้บริการ ประกอบกับเราก็เป็นพันธมิตรกับบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด หรือ NT ในการขับเคลื่อนโครงการคลาวด์กลางภาครัฐ หรือ GDCCนายกิตติพันธ์ กล่าวต่อว่า ปีนี้ถือเป็นปีที่กลุ่ม PROEN ปรับโครงสร้างธุรกิจในกลุ่มให้มีความแข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืน โดยโครงสร้างรายได้หลัก 35% จะมาจากกลุ่มธุรกิจให้บริการคลาวด์ (Cloud Service) และดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ขณะที่กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีและการสื่อสาร (ICT) มีสัดส่วน 30% และกลุ่มธุรกิจเมืองอัจฉริยะ ( Smart City) 35%ในส่วนของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ที่ดำเนินธุรกิจโดยบริษัทลูกคือ บริษัท โปรเอ็น เทเลบิซ จำกัด บริษัทมีนโยบายที่จะลดสัดส่วนงานรับเหมาก่อสร้างลง มุ่งไปรับงานด้าน Smart City ซึ่งประกอบด้วย กล้องวงจรปิด (CCTV) โปรแกรมการบริหารจัดการเมือง ให้บริการระบบความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม ระบบการจัดการขยะ รวมทั้ง ระบบกักเก็บพลังงานส่วนเกินที่ผลิตได้จากโซลาร์เซลล์ (Solar BESS) และระบบ EV Charging Station โดยจะเน้นกลุ่มเมืองขนาดใหญ่ ที่มีงบประมาณมากพอในการยกระดับเมืองให้เป็นเมืองอัจฉริยะ รวมทั้งพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC@เจาะธุรกิจ“ปีนี้กลุ่ม PROEN มีเป้าหมายชัดเจนในการรุกธุรกิจ 3 ส่วน ทั้งธุรกิจให้บริการคลาด์และดาต้าเซ็นเตอร์ และกลุ่ม ICT กลุ่ม Smart City เพราะเป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตสูง ขณะเดียวกันเราก็เดินหน้าลดสัดส่วนงานธุรกิจรับเหมาก่อสร้างลง เพราะประเมินแล้วว่าเป็นกลุ่มที่มีการแข่งขันสูง ความสามารถในการทำกำไรต่ำ” นายกิตติพันธ์ กล่าว
ทันหุ้น • 3 ก.ค. 69
CookieRun OvenBreak [พาชมหอแห่งประวัติศาสตร์] แกรนด์แชมเปี่ยนลีก ครั้งที่ 1 ~ 20
CookieRun OvenBreak [พาชมหอแห่งประวัติศาสตร์] แกรนด์แชมเปี่ยนลีก ครั้งที่ 1 ~ 20 Facebook ส่วนตัว : https://www.facebook.com/garnjung555 โค้ดแอดเพื่อน : CMJBT5163 ============= Youtube : ติดตามคลิปเกม CookieRun OvenBreak ได้ที่เพลย์ลิสต์นี้น่ะครับ: https://www.youtube.com/playlist?list=PLJ1c60hZ8rEpKPsS2J_svBFy6YFSj-Yi8 #CookieRun #คุกกี้รัน #เนื้อเรื่อง #แกรนด์แชมเปี่ยนลีก #หอแห่งประวัติศาสตร์
Online Station • 9 ส.ค. 68
CookieRun: Tower of Adventures [เนื้อเรื่อง] สร้างหอคอยเค้กฉลองครบรอบ 1ปี
CookieRun: Tower of Adventures [เนื้อเรื่อง] สร้างหอคอยเค้กฉลองครบรอบ 1ปี Facebook ส่วนตัว : https://www.facebook.com/garnjung555 โค้ดแอดเพื่อน : KTTPS7747 ============= Youtube : ติดตามคลิปเกม CookieRun OvenBreak ได้ที่เพลย์ลิสต์นี้น่ะครับ: https://www.youtube.com/playlist?list=PLJ1c60hZ8rEpKPsS2J_svBFy6YFSj-Yi8 #CookieRun #คุกกี้รัน #เนื้อเรื่อง #ชูการ์แลนด์ #สร้างหอคอยเค้กฉลองครบรอบ1ปี #TowerOfAdventures
Online Station • 27 ส.ค. 68
อ่าน
EURO ปักหมุด เจาะทองหล่อ ลักซ์ชัวรีลิฟวิ่ง
#EURO #ทันหุ้น – EURO ปักหมุดทองหล่อสู่ Luxury Design District เตรียมเปิด Showroom T3 ปลายปี 2569 เสริมทัพ T7 และ T5 ดันเครือข่ายโชว์รูมใจกลางย่านพรีเมียมครบ 3 แห่ง รวมแบรนด์ลักซ์ชัวรีระดับโลก เสริมภาพลักษณ์ผู้นำ Luxury Lifestyle and Wellness Livingนายเควิน กัมบีร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูโร ครีเอชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ EURO ผู้เชี่ยวชาญธุรกิจ "Luxury Lifestyle and Wellness Living Solutions" ที่สร้างสรรค์ทุกพื้นที่การใช้ชีวิตผ่านแบรนด์ระดับโลก เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเปิดตัว Showroom T3 ใจกลางย่านทองหล่อในช่วงปลายปี 2569 ส่งผลให้ EURO มี Showroom หลักในย่านทองหล่อรวม 3 แห่ง ได้แก่ ShowroomT7, Showroom T5 และ Showroom T3 ซึ่งถือเป็นการวางยุทธศาสตร์สำคัญในการสร้าง Luxury Design District ของ EURO บนทำเลทองหล่อ หนึ่งในย่านที่อยู่อาศัย และไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมของกรุงเทพฯ@ชูแบรนด์ดังปัจจุบัน T7 เป็นหนึ่งใน Showroom สำคัญของ EURO ที่นำเสนอแบรนด์ลักซ์ชัวรีและโซลูชันการอยู่อาศัยระดับไฮเอนด์ ขณะที่ Showroom T5 ซึ่งเปิดอย่างเต็มรูปแบบแล้วในปีที่ผ่านมา เป็นพื้นที่สำคัญของแบรนด์ระดับโลกอย่าง MolteniC และ Poltrona Frau 2 แบรนด์ที่มีความโดดเด่นด้านดีไซน์ งานฝีมือ และภาพลักษณ์ลักซ์ชัวรีระดับสากล สำหรับ Showroom T3 จะถูกวางบทบาทให้เป็นมากกว่าโชว์รูมแห่งใหม่ แต่เป็น Growth Platform สำคัญของ EURO ในระยะต่อไป ภายใต้แนวคิด Integrated Luxury Wellness Destination ที่รวบรวมแบรนด์และโซลูชันสำคัญไว้ในพื้นที่เดียว ไม่ว่าจะเป็น Cassina, BB Italia, Maxalto, Giorgetti, GallottiRadice, RODA, Natuzzi Italia, Gessi, Frette, Vispring, Technogym, Bang Olufsen, Lutron และ Crestronการที่ EURO เพิ่มแบรนด์สำคัญอย่าง BB Italia และ Maxalto เข้ามาในพอร์ต จึงเป็นมากกว่าการขยายสินค้า แต่เป็นการยกระดับความครบถ้วนของ Luxury Furniture Portfolio ให้แข็งแรงยิ่งขึ้น เมื่อรวมกับ Cassina, Giorgetti, GallottiRadice, Natuzzi Italia, MolteniC และ Poltrona Frau ทำให้ EURO มีพอร์ตแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ระดับโลกที่ครอบคลุมทั้งดีไซน์ร่วมสมัย งานฝีมือคลาสสิก และชิ้นงานไอคอนิกสำหรับบ้านระดับลักซ์ชัวรีหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของ Showroom T3 คือการต่อยอดกลุ่มระบบเสียงของ Bang Olufsen (BO) ไปสู่ประสบการณ์ Performance Lifestyle Home Theater ที่ผสานระบบภาพ เสียง แสงสว่าง และสมาร์ทโฮมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว พร้อมเชื่อมโยงกับระบบควบคุมแสง ม่าน และระบบบ้านอัจฉริยะจาก Lutron และ Crestron เพื่อยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยให้ครบมิติมากขึ้นนอกจากนี้ Showroom T3 ยังจะเป็นพื้นที่สำคัญในการนำเสนอ Outdoor Living แบบ Full Range ผ่านแบรนด์อย่าง RODA รองรับเทรนด์บ้านและคอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรีที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่ภายนอกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระเบียง เพนต์เฮาส์ บ้านพักตากอากาศ หรือพื้นที่พักผ่อนส่วนตัว ซึ่งช่วยเติมเต็มประสบการณ์การอยู่อาศัยทั้งภายในและภายนอกบ้าน@เจาะเวลเนสด้าน Wellness Living บริษัทจะนำเสนอแบรนด์อย่าง Vispring, Frette และ Technogym เพื่อเติมเต็มการใช้ชีวิตในมิติของการพักผ่อน สุขภาพ และคุณภาพชีวิต โดย Vispring และ Frette ช่วยยกระดับประสบการณ์การนอนและเครื่องนอนระดับลักซ์ชัวรี ขณะที่ Technogym ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ด้านสุขภาพและการออกกำลังกายในบ้านระดับพรีเมียมการมี 3 Showrooms ในทองหล่อจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มพื้นที่ขาย แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศของแบรนด์ลักซ์ชัวรีและประสบการณ์การอยู่อาศัยที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นรูปธรรม ช่วยสนับสนุนการขายข้ามหมวดสินค้า เพิ่มมูลค่าการขายต่อหนึ่งลูกค้า และเสริมภาพลักษณ์ของ EURO ในฐานะแพลตฟอร์ม Luxury Lifestyle and Wellness Living ที่ครบวงจรมากยิ่งขึ้นความคืบหน้าของ Showroom T3 จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ EURO ในการต่อยอดจากพอร์ตแบรนด์ระดับโลก ฐานลูกค้าระดับบน และทำเลทองหล่อที่มีศักยภาพสูง สู่การสร้างจุดหมายใหม่ของวงการลักซ์ชัวรีลิฟวิ่งในกรุงเทพฯ พร้อมสนับสนุนการเติบโตของบริษัทในระยะยาว
ทันหุ้น • 10 มิ.ย. 69
อ่าน
IIG โชว์วิชั่น Jump+ เกม M&A เสริมฐาน
#IIG #ทันหุ้น – IIG โชว์เกม “iiG Jump+” พลิกโฉมธุรกิจจาก System Integrator สู่ Technology Platform และ AI Business เต็มสูบ เดินหน้าปั้น AI-CRM Platform ตั้งเป้าโตยั่งยืน 5-10% เปิดทาง MA-Joint Venture เล็งขยายฐานสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้นางสาวชนกนันท์ เทียมรัตน์ นักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ไอแอนด์ไอ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ IIG เปิดเผยว่า บริษัทเริ่มเข้าสู่ช่วงเวลาที่ท้าทายท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรม Digital Transformation โดยเปิดแผน "iiG Jump+" เพื่อวางรากฐานการเติบโตในระยะยาวอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนบทบาทจากผู้พัฒนาระบบ (System Integrator) ไปสู่การเป็นผู้ให้บริการด้าน Technology Platform และ AI Business อย่างเต็มตัว@กางแผนโตสำหรับเป้าหมายการสร้างการเติบโตยั่งยืน ครอบคลุม 3 มิติสำคัญ ได้แก่ มิติด้านธุรกิจ บริษัทเดินหน้าธุรกิจใหม่เพื่อการขับเคลื่อนผ่าน AI-CRM Platform ซึ่งเป็นการยกระดับจาก CRM เดิมไปสู่ยุคที่ขับเคลื่อนด้วย Generative AI และ Predictive Analytics เพื่อสร้าง Personalised Customer Journey ให้กับลูกค้าได้อย่างแม่นยำ โดย IIG มีความได้เปรียบจากการมีฐานลูกค้าเดิมและประสบการณ์ยาวนานกว่า 20 ปี คาดว่าโครงการนี้จะเริ่มสร้างรายได้อย่างชัดเจนในช่วงปลายปี 2569 นี้ส่วนมิติด้านธรรมาภิบาล เน้นการยกระดับการกำกับดูแล โดยเฉพาะการใช้ AI อย่างมีจริยธรรมและการพัฒนาคณะกรรมการเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และสุดท้ายมิติด้านสภาพภูมิอากาศ บริษัทให้ความสำคัญกับความยั่งยืนผ่านการทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกและการลดการปล่อยคาร์บอน ซึ่งจะช่วยให้การเติบโตในอนาคตเป็นไปอย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมทั้งนี้เป้าหมายใหญ่ภายใต้แผน Jump+ ภายในปี 2571 โดยตั้งเป้าการเติบโตของรายได้และผลประกอบการอย่างน้อย 5-10% ต่อปี นอกจากการเติบโตจากภายในแล้ว บริษัทยังเปิดกว้างสำหรับโอกาส MA หรือ Joint Venture เพื่อหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และสร้าง Synergy ในระยะยาว โดยเฉพาะการขยายฐานธุรกิจ AI-CRM Platform ไปยังตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพ@โชว์พอร์ตธุรกิจปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Income) สูงถึง 64% มาจากบริการดูแลรักษาระบบ (Maintenance) และการใช้ซอฟต์แวร์ในรูปแบบ Subscription โดยไตรมาสนี้มีรายได้ประจำลดลง เกิดจากการลดขนาดการใช้งานของลูกค้าบางรายตามภาวะเศรษฐกิจ เช่น การลดจำนวน User จาก 100 เหลือ 90 User แต่ในภาพรวมลูกค้าทุกรายยังคงใช้บริการต่อเนื่องและไม่มีรายใดยกเลิกสัญญาสำหรับรายได้แยกตามประเภทธุรกิจ บริการด้าน CRM/CXM (Customer Relationship Management) เป็นธุรกิจหลักที่สร้างรายได้กว่า 84 ล้านบาท เติบโตขึ้น 7.6% จากปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นว่าตลาด CRM ยังมีศักยภาพในการเติบโตสูง และลูกค้ายังคงให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านเทคโนโลยีเพื่อบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีประเด็นเรื่องสงครามหรือสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ทำให้การตัดสินใจลงทุนอาจมีความระมัดระวังมากขึ้นก็ตาม
ทันหุ้น • 9 มิ.ย. 69
อ่าน
I2 คว้างานใหญ่ 158 ล. ปักธงรายได้โต 20%
#I2 #ทันหุ้น – I2 คว้างานตำรวจท่องเที่ยว 158 ล้านบาท ยกระดับความปลอดภัย Tourist Police First Responders ด้วยระบบ Drone ตรวจการณ์ พ่วงแพลตฟอร์มบริหารจัดการ ปักธงรายได้ปี 69 โต 20%นายอธิพร ลิ่มเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอ ทู เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ I2 เปิดเผยว่า บริษัทฯชนะการประมูลโครงการยกระดับความปลอดภัยพื้นที่ควบคุม Tourist Police First Responders ของกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (บช.ทท.) มูลค่าโครงการ 158 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ด้วยระบบ Drone ตรวจการณ์และแพลตฟอร์มบริหารจัดการแบบบูรณาการ รองรับการปฏิบัติการ Tourist Police First Responders โดยมีระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนเมษายน – กันยายน 2569ความสำเร็จดังกล่าวต่อยอดจากโครงการDroneสำรวจที่I2เพิ่งดำเนินการให้กับ กรมชลประทาน มูลค่า44ล้านบาท ด้วยการจัดหาDroneติดตั้งเทคโนโลยีLiDARและกล้องความร้อน จำนวน9ชุด เพื่อตรวจสภาพเขื่อนและโครงสร้างพื้นฐานทางน้ำ นำนวัตกรรมการสำรวจระยะไกลมาเสริมประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ“การได้รับความไว้วางใจจากหน่วยงานภาครัฐทั้งสองแห่งในโครงการ Drone ที่แตกต่างกัน สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถของ I2 ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอากาศยานได้หลากหลาย ทั้งงานรักษาความปลอดภัยสาธารณะและงานสำรวจเชิงวิศวกรรม” นายอธิพร กล่าวสำหรับปี2569บริษัทฯตั้งเป้ารายได้เติบโต20%เทียบปีที่ผ่านมาโดยมุ่งขยายPortfolioทั้งด้านDrone, Infrastructure, CybersecurityและAIอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับผู้ถือหุ้น
ทันหุ้น • 23 พ.ค. 69
อ่าน
Anderson .Paak x DEAN ส่งเพลงใหม่สุดเท่ “Aftertaste” รสชาติที่ทุกคนเฝ้ารอ ประกอบหนัง K-POPS!
เมื่อAnderson .Paakศิลปิน นักร้อง นักแต่งเพลงระดับโลกจากอเมริกา เจ้าของ9รางวัลแกรมมี มาเจอกับDEANศิลปินอัลเทอร์เนทีฟRBตัวท็อปจากเกาหลี จึงออกมาเป็นAftertasteเพลงโมเดิร์นRBแสนเท่ที่ทุกคนจะหลงรักตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ยิน และติดหูฟังวนไปทั้งวันจนหยุดไม่ได้ เหมือนกับรสชาติที่ยังกรุ่นอยู่ในปากหลังได้ลิ้มลองอาหารจานเด็ดที่ไม่คิดว่าชีวิตนี้จะได้ชิมมาก่อน เป็นงานคอลแลปต์สุดเซอร์ไพรส์ที่เพิ่มรสชาติใหม่ ๆ ให้กับเพลย์ลิสต์เพลงโปรดของคุณในช่วงนี้ได้สบาย ๆ Aftertasteได้Dem Jointzโปรดิวเซอร์ชื่อดังที่เคยทำเพลงให้Jennie, Eminemและศิลปินชื่อดังมากมาย มาช่วยขับเน้นความคิดสร้างสรรค์และเพิ่มเคมีในการทำเพลงด้วยกันของAnderson .PaakและDEANออกมาได้อย่างเต็มที่ เพลงนี้เป็นผลงานที่ทั้งคู่กลับมาร่วมงานด้วยกันอีกครั้งในรอบ10ปี หลังจากที่ พวกเขาเคยทำเพลงด้วยกันในเพลงPut My Hands On Youจากอัลบั้มMalibuของAnderson .Paakเมื่อปี2015ที่ผ่านมา สำหรับAftertasteเป็นหนึ่งในแทร็กโฟกัสจากK-POPS!อัลบั้มรวมเพลงที่ได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ชื่อเดียวกันK-POPS!ที่Anderson .Paakเปิดตัวทำหน้าที่ผู้กำกับครั้งแรก โดยภาพยนตร์เรื่องนี้จะสามารถรับชมผ่านNetflixทั่วโลกได้ในวันที่30พฤษภาคมนี้ ก่อนหน้านี้Anderson .Paakสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับแฟน ๆ ทั่วโลกด้วยการปล่อยเพลงKeychainที่ทำร่วมกับaespaผลงานการผสมผสานดนตรีK-Popเข้ากับอเมริกันฮิปฮอป และดนตรีฟังก์สุดเท่ เพลงนี้ได้การตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟน ๆ ของทั้งคู่ จนทำให้แฟน ๆ ทั้งฝั่งตะวันตก และแฟนเพลงK-Popต่างก็พากันตื่นเต้นและเฝ้ารอที่จะได้ฟังเพลงอื่น ๆ จากอัลบั้มเพลงที่ได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์เรื่องK-POPS!กันอย่างใจจดใจจ่อ ฟังเพลงAftertasteของAnderson .Paak, DEANที่นี่https://andersonpaakth.lnk.to/AftertastewithDEANPR ภาพยนตร์เรื่องK-POPS!เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ สายใยระหว่างคนต่างรุ่นและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมผ่านเสียงดนตรี โดยติดตามชีวิตของพ่อและลูกชาย (ที่นำแสดงโดยAnderson .Paakและลูกชายของเขา) ที่เส้นทางชีวิตมาบรรจบกันอย่างไม่คาดคิด โดยมีฉากหลังเป็นรายการแข่งขันK-Popที่จัดขึ้นในกรุงโซล Anderson .Paakยังคงติดท็อปลิสต์ศิลปินที่มีผลงานอย่างต่อเนื่อง และฝีมือการแต่งเพลงเป็นที่ประจักษ์ในวงการเพลงระดับโลกมาตลอดหลายปี ล่าสุดเขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมีเป็นครั้งที่15ในสาขาBest Dance/Electronic RecordingจากเพลงNo Capร่วมกับDisclosureอีกทั้งยังได้เดินพรมแดงงานแฟชั่นระดับโลกอย่างMet GalaและติดโผTIME 100 Most Influential People 2026ในหมวดArtistsโดยNatasha Lyonneเขียนชื่นชมว่าเขาคือศิลปินมัลติทาเลนต์ตัวจริง ด้านผลงานเพลงAnderson .Paakยังคงเป็นสายคอลแลปส์ตัวยง ล่าสุดร่วมงานกับCA7RIEL Paco AmorosoในเพลงAy Ay AyและTAEYONGจากNCTกับเพลงRock Solidขณะเดียวกันก็กำลังทัวร์คอนเสิร์ตร่วมกับBruno MarsในThe Romantic Tourทั่วยุโรปและอเมริกาเหนือ นับว่าเป็นหนึ่งในทัวร์ใหญ่ที่สุดของเขา ที่เป็นการกลับมารวมตัวของSilk Sonicบนเวทีอีกครั้งด้วย รอฟังเพลงอื่น ๆ ในอัลบั้มK-POPS!กันได้เลยว่าAnderson .Paakจะชวนศิลปินคนไหนมาคอลแลปส์ด้วยกันอีกบ้าง ขึ้นชื่อว่าเป็นเพลงของAnderson .Paakแล้ว รับประกันคุณภาพกันล่วงหน้าได้เลย
ข่าวเพลงต่างประเทศ • 12 พ.ค. 69
อ่าน
BE8 เกมรุก AI กาง 3 เสาหลัก เจาะฐานรัฐ
#BE8 #ทันหุ้น – BE8 ปรับเกมใหญ่สู่ AI Transformation เต็มสูบ! กาง 3 เสาหลักยุทธศาสตร์ใหม่ ปักธงเชื่อมแพลตฟอร์ม AI ระดับโลกสู่องค์กรภาครัฐ และอาเซียน หลังคว้า Exclusive Thailand Partnership ปั้น New S-Curve ผ่าน JV-พันธมิตรเอ็กซ์คลูซีฟ นายอภิเษก เทวินทรภักติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบริล 8 พลัส จำกัด (มหาชน) หรือ BE8 เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาส 1/2569 บริษัทได้ทำการปรับทิศทางเชิงกลยุทธ์ เพื่อมุ่งสู่บทบาทการเป็นผู้นำในการให้บริการเชื่อมแพลตฟอร์ม AI ชั้นนำระดับโลกสู่องค์กรไทยและอาเซียน และได้ทำการกำหนดทิศทางธุรกิจระยะต่อไปเพื่อฟื้นฟูความสามารถในการทำกำไรในระยะสั้น และวางรากฐานการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวกางแผนงานทั้งนี้บริษัทได้กำหนดการดำเนินงานผ่าน 3 เสาหลักเชิงกลยุทธ์ประกอบด้วย 1. การก้าวสู่ผู้นำด้าน AI Transformation ผ่านระบบนิเวศพันธมิตรระดับโลก โดยปรับยุทธศาสตร์จากการพัฒนาเทคโนโลยี AI ด้วยตนเอง ไปสู่การร่วมมือ กับผู้ให้บริการ AI ชั้นนำ ในฐานะพันธมิตรแห่งเดียวในประเทศไทย เพื่อเร่งการนำบริการเข้าสู่ตลาด และลดความเสี่ยง ด้านการพัฒนาที่ต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก โดยในไตรมาส 1/2569 BE8 ได้ลงนามความร่วมมือ Exclusive Thailand Partnership ระยะ 3 ปี กับ Lyzr ผู้พัฒนา Enterprise AI Agent Platform จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับการจัดอันดับเป็น 1 ใน 100 บริษัท AI ที่มีนวัตกรรมสูงสุดของโลกประจำปี 2026 โดย CB Insights และมีฐานลูกค้าองค์กรกว่า 400 ราย อาทิ Accenture, AWS, Hitachi Energy, Publicis, AirAsia รวมถึงหน่วยงานภาครัฐของสหรัฐฯนายอภิเษก กล่าวต่อว่า ความร่วมมือดังกล่าวทำให้ BE8 มีแพลตฟอร์ม AI หลักครบ 3 ราย ครอบคลุมการนำ AI ไปใช้ในองค์กร ได้แก่ Salesforce ที่เป็น AI สำหรับ ด้านบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าบนระบบ CRM, Google Gemini ในด้าน AI โมเดลที่เป็นรากฐาน และ Lyzr ที่มี AI สำหรับองค์กรที่ไม่ได้ใช้ Salesforce เป็นแกนหลัก เช่น กลุ่มธนาคาร โทรคมนาคม โลจิสติกส์ ภาครัฐ และธุรกิจที่ต้องการจัดเก็บข้อมูลภายในประเทศขณะเดียวกัน บริษัทยังคงเดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์ม PRISM AI ของตนเอง ในฐานะ Centralized Intelligence Layer เพื่อช่วยให้องค์กรเลือกใช้ AI Model ที่เหมาะสมกับแต่ละงาน พร้อมบริหารต้นทุนการใช้ AI ให้สอดคล้องกับงบประมาณของลูกค้าเสาหลักที่ 2. คือ การขยายฐานในตลาดไอทีภาครัฐ โดยในช่วง 5 ปีข้างหน้าจะเติบโตต่อเนื่อง และเป็นโอกาสสร้างรายได้เชิงโครงสร้างของกลุ่ม BE8 โดยเบื้องต้นจะมีโครงการ Postman Cloud เป็นโครงการเรือธง หลังจากเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา บริษัทได้รับคัดเลือกเป็นพันธมิตรพัฒนาแพลตฟอร์ม Postman Cloud ของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ภายใต้โมเดลแบ่งสรรรายได้ และคาดว่าจะเริ่มให้บริการเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 3/2569 และทยอยรับรู้รายได้ในระยะยาวเสาหลักสุดท้าย คือ การสร้างธุรกิจใหม่เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตระยะต่อไป หรือ New S-Curve ผ่านการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ และการเป็นพันธมิตรแบบเอ็กซ์คลูซีฟ โดยมุ่งปรับโครงสร้างรายได้จากงานโครงการแบบครั้งคราว ไปสู่รายได้ประจำจากค่าสมาชิก และรายได้ตามปริมาณการใช้งานผ่านการร่วมทุนและพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในอุตสาหกรรมสำคัญ เพื่อพัฒนาโซลูชันและทรัพย์สินทางปัญญาของตนเอง เพิ่มความชัดเจนของรายได้ และลดความผันผวนจากงานโครงการและในปีนี้บริษัทเดินหน้าต่อยอดกิจการร่วมค้า HoriXon T8 ร่วมกับบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เพื่อนำเสนอแพลตฟอร์มประกันภัยดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วย AIเจรจาพันธมิตรนอกจากนี้บริษัทยังอยู่ระหว่างเจรจา การร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ และการเป็นพันธมิตรแบบเอ็กซ์คลูซีฟ เพิ่มเติมกับบริษัท AI Platform ระดับโลกหลายราย เพื่อขยายบทบาทของ BE8 ในฐานะผู้ได้รับสิทธิ์จัดจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟในประเทศไทยและอาเซียนและคาดว่าจะมีรายละเอียดและพร้อมประกาศอย่างเป็นทางการต่อไปนายอภิเษก กล่าวอีกว่า จากการปรับเปลี่ยนทิศทางเชิงกลยุทธ์ในช่วงไตรมาส 1/2569 บริษัทได้บันทึกการตั้งสำรองรายการพิเศษ (One-Time Items) จำนวน 31 ล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 45 ของผลขาดทุนสุทธิ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว (Non-Recurring Charges) เพื่อรองรับการปรับโมเดลธุรกิจ และปลดล็อกการเติบโตในระยะยาว ส่งผลให้ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 บริษัทมีรายได้รวม 608.99 ล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อนหน้า เติบโตร้อยละ 1.66 (YoY) สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของฐานลูกค้าระยะยาว ขณะที่มีผลขาดทุนสุทธิ 68.91 ล้านบาทอย่างไรก็ตามหากหักรายการพิเศษออกจำนวน 31 ล้านบาท และหักค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตนที่เกิดจากการควบรวมกิจการอีกจำนวน 5.99 ล้านบาท ผลขาดทุนสำหรับงวดจะอยู่ที่ 31.66 ล้านบาท คิดเป็นอัตราขาดทุนสุทธิร้อยละ 5.19 ของรายได้ ซึ่งเป็นระดับที่บริษัทประเมินว่าบริหารจัดการได้ และจะทยอยฟื้นตัวเมื่อกลยุทธ์ใหม่จาก 3 เสาหลักเริ่มสร้างรายได้ในครึ่งหลังของปี
ทันหุ้น • 12 พ.ค. 69
อ่าน
ญี่ปุ่นขยับ! JSCC ผนึกยักษ์การเงินทดสอบ “พันธบัตรรัฐบาลบนบล็อกเชน” สู้ศึกโลก
#JSCC #ทันหุ้น - ข้อมูลจาก The Block ได้ระบุว่า Japan Securities Clearing Corporation (JSCC) ซึ่งเป็นสำนักหักบัญชีในเครือของ Japan Exchange Group ได้เปิดตัวโครงการทดสอบร่วมกับ Mizuho, Nomura และ Digital Asset เพื่อสำรวจการใช้พันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGBs) เป็นสินทรัพย์ค้ำประกันบนบล็อกเชน ในแถลงการณ์ร่วมที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา บริษัทต่างๆ ระบุว่าการทดสอบพิสูจน์แนวคิด (Proof-of-Concept: PoC) ครั้งนี้ จะทดสอบการโอนและการจัดการพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นแบบออนเชน โดยการบูรณาการระบบที่มีอยู่เข้ากับเครือข่าย Canton Network ของสถาบันหลายแห่งเข้าด้วยกัน การทดสอบจะประเมินความเป็นไปได้ของการทำธุรกรรมหลักประกันแบบเรียลไทม์ ในขณะเดียวกันก็รับประกันการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยเครื่องมือทางการเงินและการแลกเปลี่ยนที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้จะมีการตรวจสอบกรณีการใช้งานข้ามพรมแดนที่เกี่ยวข้องกับสำนักหักบัญชี นักลงทุนสถาบัน และผู้มีส่วนร่วมในตลาดรายอื่นๆ ด้วย บริษัทต่างๆ ระบุว่าการทดสอบนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการริเริ่มในวงกว้างของสำนักงานบริการทางการเงิน (FSA) ภายใต้โครงการ Payment Innovation Project ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเร่งนวัตกรรมการชำระเงินบนฐานบล็อกเชน นอกจากนี้ บรรดาบริษัทยังตั้งข้อสังเกตว่า การยกระดับการจัดการหลักประกันสำหรับพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นได้กลายเป็น "ลำดับความสำคัญเร่งด่วน" เนื่องจากตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา กำลังเร่งตัวในการทดสอบโครงสร้างพื้นฐานที่คล้ายคลึงกัน ในสหรัฐอเมริกา Depository Trust Clearing Corporation (DTCC) ได้เปิดตัวโครงการนำร่องในวงจำกัดเพื่อนำหลักทรัพย์คลังของสหรัฐฯ ที่ถือครองโดยบริษัทย่อยที่เป็นผู้รับฝากทรัพย์สินมาไว้บนบล็อกเชน ในขณะเดียวกัน ความพยายามที่คล้ายคลึงกันนี้กำลังเกิดขึ้นในเกาหลีใต้เช่นกัน โดย Ripple ได้ร่วมมือกับ Kyobo Life Insurance เพื่อเปิดใช้งานธุรกรรมพันธบัตรรัฐบาลในรูปแบบ Token (Tokenized government bond) นอกจากนี้ กระทรวงการคลังและเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ยังได้เปิดตัวโครงการนำร่องเพื่อทดสอบการใช้โทเคนเงินฝากบนบล็อกเชนสำหรับค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ ที่มา https://www.theblock.co/post/398228/japan-jscc-tests-blockchain-government-bonds
ทันหุ้น • 21 เม.ย. 69
อ่าน
MAJOR ประกาศศักดาบนเวทีโลก คว้าที่หนึ่ง “The Best Renovations”
#ทันหุ้น - เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป หรือ MAJOR สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้กับประเทศไทยอีกครั้ง หลังได้รับการประกาศรางวัลอันทรงเกียรติ “The Best Renovations” จาก Boxoffice Blue Ribbon ภายในงาน CinemaCon 2026 งานมหกรรมประจำปีของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ระดับโลก ซึ่งเป็น ที่ประชุมและรวมตัวกันของผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุด จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-16 เมษายน 2569 ณ ซีซาร์ พาเลส ลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ยกย่องให้ “ เมเจอร์ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ” เป็นโรงภาพยนตร์ที่มีการปรับปรุงใหม่ยอดเยี่ยมที่สุด เป็นต้นแบบความสำเร็จด้านดีไซน์และนวัตกรรมระดับเอเชียแปซิฟิก โดยผ่านเกณฑ์การตัดสินที่เข้มข้นทั้งด้านนวัตกรรม การออกแบบ และความพึงพอใจของลูกค้า รางวัล Boxoffice Blue Ribbon จัดโดยนิตยสาร Boxoffice สื่อชั้นนำด้านอุตสาหกรรมภาพยนตร์ระดับโลก เพื่อเชิดชูเกียรติโรงภาพยนตร์ที่มีความโดดเด่นในการปรับปรุง (Renovation) และการสร้างใหม่ (New build) ในช่วงปี 2020-2025 โดยมีโรงภาพยนตร์จาก 45 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วม สะท้อนถึงการแข่งขันและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ระดับนานาชาติ สำหรับประเทศไทย “เมเจอร์ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า” สามารถคว้าชัยชนะในหมวด The Best Renovations มาได้สำเร็จ โดยเป็นเพียงแบรนด์เดียวจากประเทศไทยที่ได้รับรางวัลนี้ ท่ามกลางประเทศ ชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อาทิ ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, อินโดนีเซีย และ มาเลเซีย คณะกรรมการได้มอบรางวัลโดยพิจารณาจากความเป็นเลิศใน 4 ด้าน ดังนี้ 1. Design : การพลิกโฉมงานดีไซน์ที่สวยงาม ทันสมัย และการจัดการพื้นที่ได้อย่างลงตัว 2. Technology : ความล้ำสมัยของการติดตั้งระบบภาพและเสียงที่ล้ำสมัยที่สุด 3. Hospitality : คุณภาพการให้บริการที่สร้างประสบการณ์น่าประทับใจระดับสากล 4. Community Engagement : การเป็นศูนย์กลางความบันเทิงที่เชื่อมโยงและตอบโจทย์วิถีชีวิตคน ในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง เมเจอร์ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ถือเป็น Landmark แห่งความบันเทิงที่อยู่คู่คนรักหนังย่านฝั่งธนบุรีมาอย่างยาวนาน โดยได้ทำการรีโนเวทครั้งใหญ่ในปี 2567-2568 ภายใต้คอนเซปต์ “Modern Luxury Cinema” และเปิดให้บริการโฉมใหม่เมื่อเดือนเมษายน 2568 ที่ผ่านมา ประกอบด้วย 6 โรงภาพยนตร์คุณภาพที่ใช้ระบบ Laser Projector ทั้งหมด พร้อมไฮไลท์การฉายภาพยนตร์ด้วยระบบพิเศษที่ดีที่สุด ได้แก่โรงภาพยนตร์ IMAX with Laser ที่สุดของความคมชัดและสีสันสมจริงที่สุดระดับ 4K Laser ด้วยเทคโนโลยีเฉพาะของ IMAX พร้อมระบบเสียงกระหึ่มรอบทิศทางโรงภาพยนตร์สำหรับเด็ก Kids Cinema โรงภาพยนตร์ที่ออกแบบมาเพื่อมอบความสุขและการเรียนรู้ในพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและครอบครัวโดยเฉพาะ รางวัล The Best Renovations ไม่เพียงสะท้อนความเป็นเลิศด้านการออกแบบและเทคโนโลยีแต่ยังตอกย้ำความมุ่งมั่นของ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ในการพัฒนาทุกองค์ประกอบของการชมภาพยนตร์ ตั้งแต่คุณภาพจอภาพ ระบบเสียง ไปจนถึงความสะดวกสบายของที่นั่ง เพื่อมอบประสบการณ์ความบันเทิงที่ดีที่สุดให้กับผู้ชม ความสำเร็จในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมโรงภาพยนตร์ไทยที่สามารถยืนหยัดในเวทีโลก โดย เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป พร้อมเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมและประสบการณ์การชมภาพยนตร์ใหม่ ๆ ที่ดีที่สุด เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ชมยุคใหม่อย่างต่อเนื่อง
ทันหุ้น • 20 เม.ย. 69
อ่าน
ปฎิวัติวงการ! 1109 Prime จับมือ JFIN Chain เปิดตัวระบบซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลบน LINE
#1109Prime #JFINChain #ทันหุ้น - บริษัท 1109 พรอสเปอร์ จำกัด โดยคุณสุเมธ ดำรงชัยธรรม Founder Executive Director of 1109x คุณกิตต์พงษ์ หิริโอตัปปะ Founder Non-Executive Director of 1109x และบริษัท เจเว็นเจอร์ จำกัด โดยคุณธนวินท์ รัฐเมธา ร่วมเปิดตัวระบบซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลผ่าน LINE Official Account (LINE OA) เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ภายในงาน "1109 Prime: The Trusted Dealer Powering JFIN Chain Transformation" เพื่อประกาศวิสัยทัศน์ และความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญ ระหว่างบริษัท 1109 พรอสเปอร์ จำกัด เป็น ผู้ให้บริการ Digital Asset Dealer ภายได้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งดำเนินธุรกิจด้วยโมเดลการให้บริการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยตรงกับลูกค้า พร้อมความสามารถในการออกแบบรูปแบบธุรกรรมให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละภาคธุรกิจ และการเชื่อมต่อการทำงานกับระบบของพันธมิตรในหลากหลายบริบท ภายใต้โครงสร้างการดำเนินงานที่มีการกำกับดูแลและควบคุมความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ และบริษัท เจเว็นเจอร์ส จำกัด บริษัทพัฒนาเทคโนโลยี และร่วมลงทุน (Technology Venture Arm) ในเครือ Jaymart Group มุ่งเน้นการพัฒนาดิจิทัลทรานฟอร์มเมชั่นและเทคโนโลยีต่าง ๆ รวมถึงการลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีเพื่อเสริมศักยภาพระบบนิเวศดิจิทัลของกลุ่ม Jaymart คุณกิตติพงษ์ หิริโอตัปปะ กล่าวว่า "ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้ที่เข้าถึงได้จริงยังคงจำกัดอยู่ในกลุ่ม First Adopter ที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี สำหรับคนอีกจำนวนมาก อุปสรรคยังคงมีอยู่ทุกขั้นตอน ตั้งแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างไร เทรดไม่เป็น อยากซื้อและเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลไว้ที่ตัวเองอย่างปลอดภัย ถ้าต้องการจะขายก็เอาไปขายได้ทันที ไปจนถึงกระบวนการ KYC ที่ยุ่งยาก และใช้เวลานาน เราจึงตั้งคำถามง่าย ๆ ว่าถ้าทำทุกอย่างได้จาก LINE ที่ทุกคนใช้อยู่แล้ว จะเป็นอย่างไร? วันนี้เราทำให้มันเกิดขึ้นจริงแล้ว" คุณกิตติพงษ์ กล่าวเสริมว่า "สิ่งที่ยากที่สุดคือการทำให้มันง่าย และนี่คือสิ่งที่เราภูมิใจมากที่สุด แม้ระบบจะใช้งานง่ายเพียงแค่แชทผ่าน LINE แต่เบื้องหลังคือสถาปัตยกรรมที่ซับซ้อนซึ่งถูกพัฒนาขึ้นโดยไม่จำกัดงบประมาณ และเป็นแบบ Non-Custodial เต็มรูปแบบ หมายความว่าผู้ใช้งานทุกคนเป็นเจ้าของสินทรัพย์ดิจิทัลของตัวเองอย่างแท้จริง นี่คือหัวใจของเทคโนโลยี Blockchain" คุณธนวินท์ รัฐเมธา กล่าวถึง การพัฒนาระบบยืนยันตัวตนว่า "ระบบ KYC ที่เคยเป็นอุปสรรคทั้งฝั่งผู้ใช้ และผู้ให้บริการ ทาง J Ventures ได้ร่วมมือกับ คุณกิตติพงษ์ หิริโอตัปปะ Founder Non-Executive Director of 1109x นำระบบ Olympus ที่เป็นผลิตภัณฑ์ KYC ของทาง J Ventures ซึ่งได้รวมกระบวนการยืนยันตัวตนเข้ากับการตรวจสอบความเสี่ยงด้าน AML ไปจนถึงความเหมาะสมด้านการเงินและการลงทุนของผู้ใช้งาน โดยออกแบบ Flow การทำงานให้มีความใช้งานง่ายและใช้เวลาน้อยในขั้นตอนการทำ KYC แต่ยังคงได้มาตรฐานที่มั่นใจได้ในภาคธุรกิจ จึงทำให้เกิดผลลัพธ์คือระบบที่ง่ายที่สุดสำหรับผู้ใช้และสำหรับบริษัทที่นำไปใช้" คุณสุเมธ ดำรงชัยธรรม กล่าวว่า "ในฐานะผู้ให้บริการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยตรงกับลูกค้า (Dealer) เราออกแบบ LINE OA ของ 1109 Prime ให้เป็นประตูบานใหม่สู่โลกสินทรัพย์ดิจิทัล ตั้งแต่การยืนยันตัวตน (eKYC) การซื้อขาย ไปจนถึงการติดตามพอร์ตการลงทุน ทุกอย่างสำเร็จได้ใน LINE โดยไม่ต้องติดตั้งแอปพลิเคชันเพิ่มเติมแม้แต่ตัวเดียว ขณะเดียวกัน สำหรับนักลงทุนที่ต้องการความยืดหยุ่นและการควบคุมชั้นสูง ที่สามารถทำให้ระบบพร้อมรองรับอย่างเต็มที่ เรามองว่าอนาคตของ Digital Asset จะเกิดขึ้นเมื่อมันไม่ต้องถูกอธิบายอีกต่อไป แต่กลายเป็นสิ่งที่ถูกใช้งานโดยธรรมชาติได้ในชีวิตประจำวัน และนั่นคือทิศทางที่เรากำลังมุ่งไป" ระบบ LINE OA by 1109 Prime ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับผู้ใช้งาน ทุกระดับในแพลตฟอร์มเดียว สำหรับนักลงทุนทั่วไปที่ไม่ถนัดเทคโนโลยี สามารถซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลผ่าน LINE ที่คุ้นเคย ด้วยขั้นตอนง่าย ๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอน พร้อมระบบ ekYC ที่ยืนยันตัวตนได้ภายในไม่กี่นาทีขณะที่นักลงทุนมืออาชีพที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยสูงสุดสามารถส่งสินทรัพย์ดิจิทัลไปยัง Wallet ของตนเองที่ถือครอง Private Key ด้วยตัวเอง รองรับ Hardware Wallet และตรวจสอบธุรกรรมทั้งหมดบน Bockchain ได้อย่างโปร่งใส ผ่านสถาปัตยกรรม Non-Custodial เต็มรูปแบบ ภายในงานยังมีการนำเสนอความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างบริษัท 1109 พรอสเปอร์ จำกัด ร่วมกับพันธมิตร J Ventures และ JFIN Chain ในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และการนำไปใช้งานจริงในธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เกี่ยวกับ 1109 Prime แพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลผ่าน LINE OA ภายใต้ 1109x ซึ่งเป็นผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัล (Dealer Platform) ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต. ให้บริการซื้อขาย Digital Asset ครอบคลุมทั้งคริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัล เกี่ยวกับการร่วมมือ 1109 Prime ผลิตภัณฑ์ ผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Dealer) ทั้งคริปโทเคอร์เรนซี และโทเคนดิจิทัล ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต. J Ventures บริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยี (Technology Arm) ในเครือ เจมาร์ท กรุ๊ป (Jaymart Group) มุ่งเน้นการทำ Digital Transformation JFIN Chain บล็อกเชน (Blockchain) สัญชาติไทยที่พัฒนาโดยบริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด (J Ventures) ในกลุ่ม Jaymart ผู้บริหาร คุณ สุเมธ ดำรงชัยธรรม Founder Executive Director of 1109x คุณ กิตติพงษ์ หิริโอตัปปะ Founder Non-Executive Director of 1109x คุณ ธนวินท์ รัฐเมธา Deputy Chief Executive Officer J Ventures Co., Ltd. คำเตือน คริปโทเคอร์เรนซี และโทเคนดิจิทัล มีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียการลงทุน ได้ทั้งจำนวนโปรดศึกษา และลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
ทันหุ้น • 10 เม.ย. 69
สิทธิพิเศษ
QUINN
ร้านแบรนด์แฟชั่นนำเทรน รองเท้า กระเป๋า แนวใหม่
เสื้อผ้า/แฟชั่นเครื่องแต่งกาย • 1 ม.ค. 68
อ่าน
JMT ทุ่ม JUMP+ ปั้น AI AMC ดันกำไรแตะ 1.8 พันล. ปี 71
#ทันหุ้น - “บมจ. เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT)” ประกาศทิศทางธุรกิจระยะ 3 ปี (2569–2571) ภายใต้โครงการ “JUMP+” ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยวางโรดแมปสู่การเป็น “AI Digital AMC Transformation” เต็มรูปแบบ ผ่านการนำเทคโนโลยี AI และระบบดิจิทัลเข้ามายกระดับการบริหารพอร์ตหนี้แบบ End-to-End เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บ (Collection Efficiency) ลดต้นทุน และเสริมความสามารถในการทำกำไรในระยะยาวนายสุทธิรักษ์ ตรัยชิรอาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT เปิดเผยว่า การเข้าร่วมโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับศักยภาพองค์กรและสร้างการเติบโตในระยะยาว พร้อมประกาศแผนธุรกิจสู่ปี 2571 ตั้งเป้าผลักดันกำไรสุทธิเติบโตสู่ระดับ 1,800 ล้านบาท จากระดับ 1,030 ล้านบาทในปี 2568 ผ่านการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและการบริหารพอร์ตสินทรัพย์ด้อยคุณภาพอย่างมีคุณภาพ ยกระดับและเปลี่ยนผ่านธุรกิจ (Transformation) สู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีเป็นศูนย์กลาง (Data-driven Organization) โดยวางโครงสร้างการเติบโตบน 3 แกนหลัก คือ “Growth, Profitability Efficiency และ Stability” พร้อมเน้นการเติบโตเชิงคุณภาพเป็นหัวใจสำคัญกลยุทธ์หลักของ JMT คือ การนำ AI เข้ามายกระดับการดำเนินงานธุรกิจบริหารหนี้ตลอดทั้ง Value Chain ตั้งแต่การวิเคราะห์และคัดเลือกพอร์ตหนี้ การจัดกลุ่มลูกหนี้ ไปจนถึงการติดตามและบริหารทรัพย์สิน (NPA) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บและลดต้นทุน โดยบริษัทตั้งเป้าเพิ่มอัตรากำไรธุรกิจ AMC (Asset Management Company) จาก 68.4% เป็นมากกว่า 69.5% และลดอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (ก่อนตั้งสำรอง ECL) จาก 16.2% เหลือต่ำกว่า 15.5% ภายในปี 2571 ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับวินัยทางการเงิน โดยกำหนดวงเงินซื้อพอร์ตหนี้เฉลี่ยไม่เกิน 2,000 ล้านบาทต่อปี และรักษาอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ให้อยู่ต่ำกว่า 1 เท่า จากปัจจุบันที่ระดับ 0.36 เท่า เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของฐานะการเงินในระยะยาว“ในภาพรวมอุตสาหกรรม ปริมาณหนี้ด้อยคุณภาพมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งสะท้อนทั้งความท้าทายและโอกาสในการเข้าถึงพอร์ตที่มีศักยภาพ JMT จึงให้ความสำคัญกับการคัดเลือกสินทรัพย์อย่างมีวินัย ควบคู่กับการใช้ข้อมูล และเทคโนโลยี AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บและสร้างผลตอบแทนในระยะยาว” นายสุทธิรักษ์ กล่าวนอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้ายกระดับมาตรฐานด้านธรรมาภิบาลและ ESG อย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาระบบต่อต้านการทุจริต การกำกับดูแลการใช้ AI และการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อเสริมความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งนี้ JMT ดำเนินธุรกิจหลัก 4 ประเภท ได้แก่ ธุรกิจติดตามเร่งรัดหนี้ ธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ ธุรกิจประกันภัย และธุรกิจนายหน้าประกันภัย โดยให้บริการครอบคลุมตั้งแต่การติดตามและจัดเก็บหนี้ ไปจนถึงกระบวนการทางกฎหมาย เพื่อรองรับความต้องการของสถาบันการเงินและองค์กรธุรกิจอย่างครบวงจร
ทันหุ้น • 27 มี.ค. 69
อ่าน
Bitcoin จะแพ้ควอนตัม? Nic Carter ชี้ Ethereum เตรียมตัวดีกว่าเห็นชัด
#Bitcoin #ทันหุ้น – ข้อมูลจาก Cointelegraph ได้ระบุว่า Nic Carter ผู้ประกอบการด้านคริปโต ได้กระตุ้นให้เหล่านักพัฒนา Bitcoin เร่งดำเนินการตามให้ทันในเรื่องการต้านทานควอนตัม มิฉะนั้นอาจเสี่ยงต่อการพ่ายแพ้ให้กับ Ethereum ซึ่งมีแผนงานสำหรับการรับมือยุคหลังควอนตัมอยู่แล้ววิทยาการรหัสลับแบบเส้นโค้งเอลลิปติก (ECC) คือคณิตศาสตร์ที่รักษาความปลอดภัยให้กับ Bitcoin โดยผู้ใช้จะเลือกตัวเลขลับ (คีย์ส่วนตัว) และใช้เส้นโค้งพิเศษพร้อมกฎการคูณที่เรียบง่ายบนเส้นนั้นเพื่อสร้างที่อยู่สาธารณะที่ทุกคนมองเห็นได้อย่างรวดเร็วมีความกังวลว่าคอมพิวเตอร์ควอนตัมจะมีความสามารถในการเจาะรหัสลับนี้ ชุมชน Bitcoin ยังคงมีความเห็นแตกแยกในการจัดการกับเรื่องนี้ โดยบางส่วนสนับสนุนให้มีการอัปเกรดรหัสลับ ในขณะที่บางส่วนกล่าวว่าการแทรกแซงจะละเมิดหลักการหลักของ Bitcoin“วิทยาการรหัสลับแบบเส้นโค้งเอลลิปติกกำลังจะล้าสมัย” หุ้นส่วนผู้ก่อตั้งของ Castle Island Ventures กล่าวผ่าน X เมื่อวันพฤหัสบดี “ไม่ว่าจะเป็น 3 หรือ 10 ปี มันจะสิ้นสุดลงและเราจำเป็นต้องยอมรับสิ่งนั้น สิ่งเดียวที่สำคัญคือเหล่านักพัฒนาบล็อกเชนจะตระหนักได้เร็วเพียงใดว่าพวกเขาจำเป็นต้องใส่ความสามารถในการปรับเปลี่ยนรหัสลับเข้าไปในเครือข่ายของพวกเขา”Carter โต้แย้งว่าจะต้องมีการ “จินตนาการใหม่ทั้งหมด” เกี่ยวกับวิธีการทำงานของระบบเหล่านี้ และในปัจจุบันรหัสลับได้ถูกฝังไว้ในตัวระบบ “นั่นจะต้องเปลี่ยนแปลง” เขากล่าวเสริม โดย ARK Invest ระบุในเอกสารเมื่อวันที่ 11 มีนาคมว่า ประมาณหนึ่งในสามของ Bitcoin ทั้งหมดมีความเสี่ยงจากภัยคุกคามควอนตัม แต่เสริมว่าเป็น “ความเสี่ยงในระยะยาว”Carter อ้างว่า Ethereum มีความได้เปรียบ โดยกล่าวว่าเหล่านักพัฒนา Ethereum กำลังทำงานในเรื่องนี้ด้วยทีมรักษาความปลอดภัยใหม่ พร้อมเชื่อมโยงไปยังรายละเอียดแผนงานหลังยุคควอนตัมภายในปี 2029 ซึ่งถูกกำหนดให้เป็น “ลำดับความสำคัญเชิงกลยุทธ์สูงสุด”“คนของ ETH ได้ทำความเข้าใจเรื่องนี้แล้ว ส่วนคนอื่นๆ ดูเหมือนจะหวาดกลัวจนตัวแข็ง หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงโดยเร็ว ETHBTC จะเริ่มสะท้อนถึงความแตกต่างในการจัดลำดับความสำคัญนี้”Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum กล่าวเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ว่า ลายเซ็นของผู้ตรวจสอบความถูกต้อง, การจัดเก็บข้อมูล, บัญชี และการพิสูจน์ จะต้องเปลี่ยนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับภัยคุกคามควอนตัม พร้อมเสนอแผนงานการต้านทานควอนตัม ในขณะเดียวกัน Carter เคยอ้างบน X ว่านักพัฒนา Bitcoin Core เพิ่งเพิกเฉยต่อข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับควอนตัม เช่น BIP-360Carter ตำหนินักพัฒนา Bitcoin อย่างหนักอีกครั้งในเธรดบน X ล่าสุด โดยอ้างว่าพวกเขามี “แนวทางที่แย่ที่สุดในระดับเดียวกัน” และ “ปฏิเสธ, ปั่นประสาท (Gaslight), กีดกัน, มุดหัวในทราย, พูดว่า ‘ชุมชนจะเป็นผู้ตัดสิน’ แล้วก็ปฏิเสธที่จะรับฟังความคิดเห็นจากชุมชนเมื่อมีการเสนอให้”Ethan Heilman ผู้ร่วมเขียน BIP-360 ตอบกลับในเดือนกุมภาพันธ์ว่า ผู้สนับสนุน Core ได้มีส่วนร่วมกับข้อเสนอการปรับปรุง Bitcoin และ BIP-360 ได้รับ “ความคิดเห็นมากกว่า BIP อื่นใดในประวัติศาสตร์ของ BIP”ในขณะเดียวกัน Google ได้ยกระดับความสำคัญขึ้นเมื่อวันพุธ โดยกำหนดเส้นตายปี 2029 สำหรับการย้ายไปสู่วิทยาการรหัสลับหลังยุคควอนตัม ยักษ์ใหญ่ด้านการค้นหาเตือนว่าคอมพิวเตอร์ควอนตัมจะ “เป็นภัยคุกคามที่สำคัญ” ต่อมาตรฐานรหัสลับในปัจจุบัน และ “โดยเฉพาะต่อการเข้ารหัสและลายเซ็นดิจิทัล” ที่มา https://cointelegraph.com/news/bitcoin-quantum-rigidity-becomes-ethereum-s-biggest-bull-case-nic-carter
ทันหุ้น • 26 มี.ค. 69
ดูเพิ่มเติม