TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “#HuaweiSolarCell” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ไม่มีแดด ติดโซล่าเซลล์ ก็ผลิตไฟได้ ?
หลายคนสงสัยว่า "หน้าฝน" แดดน้อยแบบนี้ ติดโซลาร์เซลล์จะคุ้มไหม? ผลิตไฟได้จริงหรือเปล่า?
ExtremeIT • 1 วันที่แล้ว
อ่าน
Yulgang W: โลกโยกังใหม่ เปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้า พร้อมคอนเฟิร์มเตรียมเปิดทดสอบ CBT!
เหล่าจอมยุทธ์เตรียมมารวมพลในยุทธภพ! ต้อนรับการมาถึงของ Yulgang W: โลกโยกังใหม่ ที่ล่าสุดผู้ให้บริการอย่าง EFUN COMPANY LIMITED ก็ได้มีการประกาศเปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าตัวเกมแล้วอย่างเป็นทางการ! โดยสามารถลงทะเบียนได้ผ่านทั้งเว็บไซต์ของตัวเกม หรือ จะลงทะเบียนผ่านบนสโตร์ Google Play และ App Store ก็ได้ด้วยเช่นกันนอกจากการเปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าแล้วนั้นในตอนนี้ทางทีมงานก็ยังได้มีการประกาศเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมการทดสอบ CBT ด้วย ! ซึ่งการทดสอบ CBT นี้นั้นจะเปิดให้สามารถลงทะเบียนไดัตั้งแต่วันนี้ - 13 สิงหาคม 2026 โดยจะเป็นการทดสอบแบบจำกัดจำนวนคน และจะเริ่มเปิดให้ทดสอบตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม - 18 สิงหาคม นี้ และจะเปิดให้ทดสอบบน PC และ Android ด้วยกัน นอกจากนั้นหลังจากสิ้นสุดการทดสอบข้อมูลทั้งหมดจะถูกลบ สเปกอุปกรณ์สำหรับเข้าทดสอบ CBT (อ้างอิงจากเว็บไซต์)PCระบบ WIN7 ขึ้นไป cpu i5 7600 พื้นที่จัดเก็บ 8gมือถือกำหนดขั้นต่ำ: ระบบ Android6.0 หน่วยความจำ 4G ขึ้นไป พื้นที่จัดเก็บ: 6Gสำหรับผู้ที่สนใจก็สามารถเข้าไปลงทะเบียนและดูรายละเอียดอื่น ๆ เกี่ยวกับการทดสอบกันได้ที่ลิงก์ด้านล่าง!https://yulgangw.efunen.com/event/cbt/Yulgang W: โลกโยกังใหม่ศึกเดือดทั่วหล้า ดวลเดือดธรรมะ-อธรรมยุทธภพที่แท้จริงไม่มีวันสงบสุข มีเพียงความแข็งแกร่งเท่านั้นที่จะตัดสินทุกสิ่ง! เปิดศึกฝ่ายธรรมะ vs อธรรมอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าคุณจะยึดมั่นในวิถีธรรม หรือเลือกเดินบนเส้นทางอธรรม ก็ต้องมาดวลเดือดขีดสุดในยุทธภพแห่งนี้ พร้อมเปิดโหมด PVP เต็มสูบ ทั้งเปิดฟรี PK ในแผนที่ทั่วไป, ศึกสำนัก ศึกข้ามเซิร์ฟ และบอสโลก ร่วมท้าดวลสุดเดือดกับผู้เล่นนับแสน พิสูจน์ความแกร่งเพื่อคว้าเกียรติยศ และก้าวสู่ความเป็นที่หนึ่งในใต้หล้า!เล่นได้ทั้ง PC & มือถือ ซัดมันส์ข้ามเซิร์ฟลิงก์ข้อมูลไร้รอยต่อระหว่าง PC และมือถือ สลับเครื่องเล่นได้อิสระทุกที่ทุกเวลา เข้าสู่สมรภูมิรบได้ทันที! เปิดศึกชิงความเป็นใหญ่ข้ามเซิร์ฟ ดวลเดือดขีดสุดกับยอดฝีมือจากทั่วทุกสารทิศ จัดเต็มโหมด PVP ทั้งมหาศึก GVG ขนาดใหญ่ ศึกสำนัก และสงครามร้อยคนนัวยับบนจอเดียว ด้วยเทคโนโลยีการปรับแต่งกราฟิกยุคใหม่ มอบประสบการณ์การต่อสู้ที่ลื่นไหล เสถียร ซัดกันหมื่นคนบนจอก็ไม่มีกระตุก โค่นศัตรูด้วยความแกร่ง ทะยานสู่ท็อปติดอันดับ และขึ้นเป็นจ้าวแห่งยุทธภพที่แท้จริง!ลิขสิทธิ์แท้ระดับตำนาน สู่ยุทธภพบทใหม่ได้รับลิขสิทธิ์แท้จาก IP《Yulgang โยกัง》 พลิกโฉมโลกยุทธภพสุดคลาสสิกด้วยเทคโนโลยีเหนือชั้น รวมพล 5 อาชีพหลักในตำนานอีกครั้ง ณ พรรคฮอนบัล คืนชีพแผนที่ในความทรงจำให้ตระการตาด้วยเอนจิ้นยุคใหม่ ทั้งซากุระร่วงโรยที่พรรคฮอนบัล และวังเย็นทะเลเหนือ ฮันกวาง และ ฮาริน พร้อมชวนคุณจับศาสตราวุธคู่ใจ ออกเดินทางเปิดตำนานบทใหม่ของตัวเองอีกครั้ง!ล่าบอสล่าสมบัติ ซื้อขายอิสระข้ามเซิร์ฟท้าทายศัตรูสุดแกร่ง สำรวจดินแดนลี้ลับ อาวุธแรร์และวัตถุดิบหายากดรอปกระจายจากการต่อสู้! จัดเต็มระบบฟาร์มของ ตีบวก และเสริมแกร่งครบครัน อุปกรณ์สีแดงระดับ +15 ไม่ใช่แค่ฝัน สร้างอาวุธเทพขั้นสุดยอดของคุณเองได้เลย! พร้อมระบบตั้งแผงซื้อขายอิสระ ค้าขายโปร่งใส ปลอดภัยด้วยระบบ AI อัจฉริยะที่ช่วยดูแลความเรียบร้อยของตลาด ทุกไอเทมแรร์ที่ดรอปสามารถเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์สุดล้ำค่า ให้ความแข็งแกร่งและคลังเงินของคุณเติบโตไปพร้อมๆ กัน!ปลุกพลังสัตว์เลี้ยง เลื่อนขั้นอัปพลังรบพุ่งกระฉูดออกตามหาสัตว์มงคลและสัตว์ร้ายในตำนานที่ซ่อนอยู่ทั่วยุทธภพ มาฝึกฝนคูหูสุดแกร่งของคุณเอง! สัตว์เลี้ยงแต่ละตัวมีสกิลเฉพาะและหน้าที่ในการต่อสู้ที่ต่างกัน มิกซ์แอนด์แมตช์สายฮีล สายควบคุม หรือสายดาเมจได้ตามใจ พร้อมซัพพอร์ตคุณในจังหวะสำคัญ ทั้งการแข่ง PVP การต่อสู้แบบทีม และการลงดันเจี้ยนท้าทาย ยกระดับกลยุทธ์การต่อสู้ให้หลากหลายยิ่งขึ้นด้วยระบบปลุกพลัง และระบบเลี้ยงดูสัตว์เลี้ยงยุทธภพกว้างใหญ่ วาสนารักนิรันดร์การท่องยุทธภพไม่ได้มีเพียงแค่การห้ำหั่นอย่างดุเดือด แต่ยังมีมิตรสหายร่วมทาง คุณสามารถก่อตั้งสำนัก ผูกมิตรแท้ และตามหาคู่แท้ในยุทธภพ เคียงข้างคนรู้ใจร่วมเดินทางไปด้วยกัน สร้างความผูกพันอันลึกซึ้งผ่านการต่อสู้และการผจญภัย ไม่ว่าคลื่นลมในยุทธภพจะแปรปรวนเพียงใด ก็ยังมีสหายที่อุดมการณ์เดียวกันพร้อมยืนหยัดสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ ร่วมสร้างตำนานยุทธภพไปด้วยกันลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์https://yulgangw.efunen.com/event/pre/th.htmlลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านสโตร์
Online Station • 29 ก.ค. 69
รีวิว HUAWEI MatePad Pro Max จอ 3K OLED PaperMatte พร้อม AI ช่วยทำงาน 💻✨
ในที่สุด Huawei ก็ทำถึง กับแท็บเล็ตระดับเรือธงที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ExtremeIT • 16 ก.ค. 69
อ่าน
6 กันแดดเนื้อเซรั่ม ไม่เหนียวเหนอะหนะ 2026 ซึมไว หน้าไม่เยิ้ม คุมมันดีเยี่ยม!
แดดเมืองไทยก็ยังรักษามาตรฐานความร้อนแรงไว้ไม่มีแผ่วเลยนะคะ การเลือก กันแดดเนื้อเซรั่มไม่เหนียวเหนอะหนะ จึงกลายเป็นไอเทมกู้ชีพที่ขาดไม่ได้เลยค่ะ เพราะนอกจากจะต้องปกป้องผิวจากรังสี UV ได้อยู่หมัดแล้ว เนื้อสัมผัสต้องเบาสบายผิว ไม่ทำให้อึดอัดระหว่างวัน ใครที่กำลังมองหา กันแดดเนื้อเซรั่มยี่ห้อไหนดีที่ซึมไวและหน้าไม่เยิ้ม วันนี้เราคัดตัวเด็ดที่ตอบโจทย์สาวไทยมาให้แล้วค่ะ สำหรับใครที่มีไลฟ์สไตล์ต้องออกไปเผชิญแสงแดดบ่อย ๆ หรือต้องแต่งหน้าทุกวัน การใช้ กันแดดเนื้อเซรั่มไม่เหนียวเหนอะหนะ จะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ เพราะเนื้อผลิตภัณฑ์ที่บางเบาจะช่วยลดโอกาสการเกิดสิวอุดตันและไม่ทำให้เมคอัพเป็นคราบ ซึ่งถ้าคุณกำลังตามหา รีวิวกระแสกันแดดเนื้อเซรั่มคุมมันที่ใช้ดีจนต้องบอกต่อ วันนี้เราได้รวบรวม 6 ครีมกันแดดสุดปัง ทั้งสำหรับผิวหน้าและผิวกายมาฝากกันแบบเน้น ๆ รับรองว่าถูกใจสายงานผิวแน่นอนค่ะ 6 กันแดดเนื้อเซรั่ม ซึมไว ไม่หนักผิว 1. Eucerin SUN SERUM OIL CONTROL SPF50+ PA++++ กันแดดเซรั่มที่โดดเด่นเรื่องเนื้อบางเบา พร้อมปกป้องผิวและช่วยคุมมันได้ดี ยกให้ Eucerin ตัวนี้เลยค่ะ ซึ่งนอกจากจะช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA, UVB และ HEVIS Light แล้ว ยังช่วยบำรุงผิวในขั้นตอนเดียว ด้วยเทคโนโลยี Triple Action 3 ประสิทธิภาพการปกป้องในหนึ่งเดียว ที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด ปลอบประโลมผิวจากการโดนแสงแดดทำร้ายลึก ช่วยเสริมสร้างเกราะปกป้องผิวให้แข็งแรง ไม่ไวต่อแสงแดดและมลภาวะ รวมทั้งพร้อมช่วยคุมมันนาน 16 ชั่วโมง แต่ที่น่าสนใจที่สุดคือเนื้อของกันแดดเป็นเซรั่มบางเบา ซึมไว เกลี่ยง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ ทาแล้วไม่เป็นขุย และไม่รบกวนเมคอัพ เหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวัน ส่วนผสมเด่น: AOX Shield Technology ที่มี Licochalcone A สารแอนตี้ออกซิเดนซ์ประสิทธิภาพสูง ช่วยปลอบประโลมผิวและลดการระคายเคืองจากแสงแดด และ Glycyrrhetinic Acid ฟื้นบำรุงผิวที่ถูกทำร้ายลึก Vitamin Booster (Vitamin Pro-B5, Vitamin C และ Vitamin E) ช่วยเสริมเกราะปกป้องผิวให้แข็งแรงจากแสงแดดและมลภาวะ พร้อมเติมความชุ่มชื้นและช่วยให้ผิวกระจ่างใสสุขภาพดี Oil Control Technology คุมมันนาน 16 ชม. ทำให้สบายผิวตลอดทั้งวัน ไม่เยิ้ม ไม่ดรอประหว่างวัน แล้วยิ่งใช้ต่อเนื่องยิ่งเห็นผลเพราะสาร active จะค่อยๆ เข้าไปปรับสมดุลน้ำมันบนผิวไม่ให้เยอะเกินด้วย L-carnitine และสารดูดซับความมันส่วนเกิน เหมาะกับใคร:เหมาะกับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะคนที่ผิวผสมหรือผิวมัน ผู้ที่ต้องการกันแดดเนื้อบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ ใช้ก่อนแต่งหน้าได้สบาย บอกเลยว่าเป็นกันแดดที่เก่งครบรอบด้าน ทั้งการปกป้องที่สูง บำรุงผิว และคุมมันนาน ราคาโดยประมาณ:1,290 บาท 2. L'Oreal Paris Invisible Serum Sunscreen SPF50+ PA++++ ที่สุดของความบางเบา เน้นงานผิวสวย ตัวนี้คือลูกรักคนใหม่ของสายงานผิวเลยค่ะ ด้วยเทคโนโลยีที่ทำให้เนื้อเซรั่มบางเบากว่าปกติมาก ทาแล้วกลืนไปกับผิวทันที (Invisible Finish) ส่วนผสมเด่น: มี Airlicium ที่ช่วยดูดซับความมันส่วนเกิน และ Hyaluronic Acid ช่วยให้ผิวดูอิ่มน้ำ ทำไมถึงต้องมี: เหมาะมากสำหรับวันรีบๆ ที่อยากทากันแดดแล้วแต่งหน้าต่อได้เลย ผิวจะดูโกลว์สุขภาพดีแต่ไม่มันวาว ราคาโดยประมาณ: 499 - 549 บาท 3. Gravich Acnelogy Physical Sunscreen SPF50+ PA+++ เนื้อกันแดดบางเบาเกลี่ยง่าย สไตล์เซรั่ม ไม่เหนียวเหนอะหนะหรือทิ้งคราบขาว คุมความมันส่วนเกินได้นานทั้งวัน เหมาะกับผิวมันและผิวแพ้ง่ายที่เป็นสิวง่าย ให้ฟินิชแมตต์โดยไม่ทำให้ผิวแห้งตึง สามารถใช้เป็นเบสเมคอัพได้ ส่วนผสมเด่น: ใช้ Zinc ในรูปแบบ physical filter เพื่อป้องกัน UV ทำไมถึงต้องมี: ตอบโจทย์ผิวสิวโดยตรงเพราะไม่ก่อให้เกิดการอุดตันเพิ่ม กันน้ำกันเหงื่อได้ดี ทาแล้วรู้สึกสบายผิว ไม่ต้องทาซ้ำบ่อย เหมาะสำหรับใช้ประจำวันทั้ง indoor และ outdoor ราคาโดยประมาณ: 290-350 บาท 4. NIVEA Sun Oil Control Face Serum SPF50+ PA++++ คุมมันดีเยี่ยม ในราคาที่คุ้มค่าที่สุด ไอเทมในตำนานที่ยังคงฮิตต่อเนื่องในปี 2025 เพราะประสิทธิภาพเรื่องการสยบความมันที่ไว้ใจได้เสมอ ส่วนผสมเด่น: L-Carnitine ที่ช่วยลดความมันสะสมในรูขุมขน และ Licorice Extract บำรุงผิว ทำไมถึงต้องมี: ใช้เป็นเมคอัพเบสได้ดีมาก ช่วยให้รองพื้นติดทน หน้าไม่ดรอประหว่างวัน ราคาน่ารักหาซื้อง่าย ราคาโดยประมาณ: 279 - 300 บาท 5. La Roche-Posay Anthelios UVMune 400 Invisible Fluid ปกป้องขั้นสุด กันน้ำ กันเหงื่อ ไม่ไหลเยิ้ม ถ้าต้องออกแดดแรงๆ หรือไปทะเล ตัวนี้คือคำตอบค่ะ แม้เนื้อจะเป็นฟลูอิดแต่ให้สัมผัสบางเบาแบบเซรั่มชั้นดี ส่วนผสมเด่น: Mexoryl 400 นวัตกรรมกรองรังสี UVA ช่วงยาวที่ทำร้ายผิวลึกที่สุด ทำไมถึงต้องมี: ประสิทธิภาพการกันแดดสูงมาก กันน้ำและเหงื่อได้ดีเยี่ยม (Very Water Resistant) ไม่แสบตาเวลาเหงื่อออก ราคาโดยประมาณ: 1,450 - 1,600 บาท 6. Biore UV Anti-Pollution Body Care Serum Intensive White เซรั่มกันแดดทาตัวที่บางเบาที่สุด ไม่ติดเสื้อผ้า อย่าดูแลแค่หน้าจนลืมผิวกายนะคะ! กันแดดตัวรุ่นนี้คือที่สุดของความซึมไว ไม่มีความเหนียวเหนอะหนะหลงเหลืออยู่เลย ส่วนผสมเด่น: Vitamin B3 และสารสกัดจากส้มยูซุ ช่วยให้ผิวดูสว่างใส พร้อมเกราะป้องกันฝุ่น PM 2.5 ทำไมถึงต้องมี: เหมาะกับอากาศเมืองไทยที่สุด ทาเสร็จใส่เสื้อผ้าได้เลย ไม่ทิ้งคราบขาวหรือความเหนียวไว้บนเบาะรถแน่นอน ราคาโดยประมาณ: 250 - 290 บาท บทความที่คุณอาจสนใจ 10 ครีมกันแดดทาหน้า ยี่ห้อไหนดี ไม่เหนียว สบายผิว ไม่เป็นคราบขาว หน้ามันใช้ดี! 7 ครีมกันแดดทาหน้าคุมมัน กันเหงื่อ แห้งไว ไม่เหนียว ร้อนแค่ไหน ก็ไม่เยิ้ม
ผิวพรรณ • 21 ก.ค. 69
เฮนชิน
เฮนชิน
OPZTV • 8 ก.ค. 69
ก็แดดมันร้อน
opztv
OPZTV • 1 พ.ค. 69
สิทธิพิเศษ
คลินิก หาดใหญ่ สูตินรีเวช
-
ความรู้ การศึกษา • 10 ก.ค. 69
จอ W-OLED ที่คุ้มที่สุด รีวิว GIGABYTE MO27Q28GR สเปกจัดเต็ม 2K 280Hz
จอ W-OLED ที่คุ้มที่สุด รีวิว GIGABYTE MO27Q28GR สเปกจัดเต็ม 2K 280Hz
087******* • 8 ก.ค. 69
อ่าน
ฮือฮา! PERSES เสิร์ฟโชว์สุดเดือด พร้อมชวนแฟน ๆ MOVE YOUR FIT ไปด้วยกัน
หลังจากที่ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) สร้างกระแสฮือฮาด้วยการประกาศดึง 5 หนุ่มบอยกรุ๊ป T-POP สุดฮอตอย่าง PERSES กลับมาร่วมงานอีกครั้งในฐานะเซเลบริตี้ของแคมเปญ HUAWEI WATCH FIT 5 Series จนได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากแฟน ๆ ล่าสุด หัวเว่ยได้ต่อยอดความสนุกด้วยการจัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ HUAWEI WATCH FIT 5 Series MOVE YOUR FIT WITH PERSES ชวนแฟน ๆ มาร่วมขยับร่างกาย ปลดปล่อยพลัง และสร้างโมเมนต์สุดประทับใจร่วมกับศิลปินคนโปรด ณ ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงเชียร์จากเหล่า PIECES (พีซเซส) แฟนคลับของ PERSES ที่มาร่วมงานกันอย่างเนืองแน่น เปิดเวทีระเบิดความมันส์สะกดสายตาด้วยการปรากฏตัวของ 5 หนุ่ม PERSES ท่ามกลางเสียงกรี๊ดต้อนรับดังกระหึ่ม ก่อนขนเพลงฮิตมาโชว์สเต็ปแดนซ์และพลังร้องแบบจัดเต็ม พร้อมร่วมแชร์เคล็ดลับการดูแลสุขภาพและไลฟ์สไตล์สุดแอ็กทีฟร่วมกับ HUAWEI WATCH FIT 5 Series จากนั้นทวีความเอ็กซ์คลูซีฟให้พุ่งทะยานกับกิจกรรม MOVE YOUR FIT Mission และไฮไลต์เด็ด HUAWEI WATCH FIT 5 Random Dance Challenge ที่ชวนแฟน ๆ มาร่วมชาเลนจ์สเต็ปแดนซ์ทำภารกิจสุดฟิตกับหนุ่ม ๆ บนเวทีอย่างใกล้ชิด ก่อนปิดท้ายค่ำคืนด้วยโมเมนต์สุดฟิน ทั้งการถ่ายภาพ Photo Benefit, Wefie Moment และ Hi-Bye Session แจกแฟนเซอร์วิสและรอยยิ้มอบอวล เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่อบอวลไปด้วยพลังบวก ความสุข และความทรงจำดี ๆ ที่ทั้ง PERSES และแฟน ๆ จะจดจำไปอีกนาน ภายในงาน ผู้ร่วมกิจกรรมยังได้สัมผัสประสบการณ์สมาร์ทวอทช์ HUAWEI WATCH FIT 5 Series ที่ออกแบบมาเพื่อคนรุ่นใหม่ที่รักการดูแลสุขภาพและการใช้ชีวิตอย่างแอ็กทีฟ โดดเด่นด้วยดีไซน์พรีเมียม น้ำหนักเบา สวมใส่สบาย พร้อมฟีเจอร์สุขภาพครบครัน อาทิ ระบบ HUAWEI TruSense System ที่ช่วยติดตามข้อมูลสุขภาพแบบรอบด้าน ทั้งอัตราการเต้นของหัวใจ การนอนหลับ และระดับความเครียด รวมถึงฟีเจอร์ตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) และการแจ้งเตือนภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้วโดยใช้คลื่นชีพจร (PWAP) นอกจากนี้ยังมาพร้อมฟีเจอร์ Emotional Wellbeing ที่ช่วยติดตามอารมณ์และความเครียดในแต่ละวัน รวมถึงโหมดออกกำลังกายที่หลากหลายและการออกกำลังกายสั้น ๆ ที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้ใช้งานขยับร่างกายได้ทุกวัน พร้อมฟีเจอร์การชำระเงินผ่าน QR Code บนสมาร์ทวอทช์ร่วมกับ 7-Eleven ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน HUAWEI WATCH FIT 5 Series พร้อมให้ทุกคน MOVE YOUR FIT และสนุกกับการดูแลสุขภาพแล้ววันนี้ โดย HUAWEI WATCH FIT 5 Pro วางจำหน่ายในราคา 7,490 บาท มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ สีส้ม และสีขาว ส่วน HUAWEI WATCH FIT 5 ราคา 4,990 บาท มาพร้อม 5 สี ได้แก่ สีดำ สีเขียว สีเงิน สีม่วง และสีขาว พิเศษ! เมื่อซื้อตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน 2569 30 มิถุนายน 2569 รับสิทธิพิเศษและของสมนาคุณรวมมูลค่าสูงสุด 2,024 บาท ได้แก่ HUAWEI FreeBuds SE 2 (จำนวนจำกัด), HUAWEI Health+ Membership ระยะเวลา 3 เดือน และสิทธิ์ซื้อ Watch Face Membership ระยะเวลา 1 เดือน ในราคาเพียง 1 บาท นอกจากนี้ ลูกค้าที่ซื้อภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 รับส่วนลดเพิ่มทันที 500 บาท สำหรับสินค้าทุกรุ่นในซีรีส์ (ยกเว้น HUAWEI WATCH FIT 5 สีเงิน) ผ่านหน้าร้านออฟไลน์และผ่านเว็บไซต์ HUAWEI Store เท่านั้น ตามเงื่อนไขที่กำหนด โดย HUAWEI WATCH FIT 5 Series วางจำหน่ายที่ HUAWEI Experience Store ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ รวมถึงช่องทางออนไลน์อย่าง HUAWEI Store, Lazada, Shopee และ TikTok Shop
ข่าวบันเทิง • 22 มิ.ย. 69
อ่าน
Wuthering Waves เผยโฉม 6 Resonator คนใหม่ เตรียมเข้าสู่ดินแดนแห่งใหม่
เหล่า Rover ทั้งหลายเตรียมเข้าสู่ดินแดนแห่งใหม่ที่มีกลิ่นอายเมืองจีน ล่าสุดทาง Kuro Games ได้เผยโฉม 6 Resonator คนใหม่ YangYang XuanLing, SuiSui, SuoMing, JingRan, QingXiao และ HSIN ที่จะเข้าเกม Wuthering Waves ในอนาคตให้รับชมแล้ว บอกเลยสวย หล่อ กันสุด ๆ ชอบใครก็อย่าลืมเก็บเพชรรอด้วยนะ!ทิวเขาซับซ้อนสูงชัน นครนั้นอยู่หนใด?คำกล่าวขานว่าไว้ ประตูขุนเขาจักไข รับผู้มีวาสนามาเยือน...#WutheringWavesTH pic.twitter.com/1rihVbn56A— Wuthering Waves TH (@WW_TH_Official) June 15, 2026 YangYang XuanLing"สดับเสียงปักษินคราม ข้ามขอบฟ้า"SuiSui"พัดพรายแสงรุ่งนภา เผยความนัย"SuoMing"โซ่ตรึงพันธะสัญญา จักยึดมั่น"JingRan"ท่องแดนเร้นฝ่าเขตกั้น ก้าวเดียวดาย"QingXiao"วาดกระบี่พิณสวรรค์ ป้องเมฆา"HSIN"แสงจันทร์กระจ่างพารา เปลี่ยวกมล"
Online Station • 15 มิ.ย. 69
อ่าน
WHA โบรกคาดกำไรปีนี้ทำ All time high ครึ่งปีหลังยอดโอนดีขึ้น
#WHA #ทันหุ้น-บล.ฟิลลิป(ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์หุ้นบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA คงคำแนะนำ"ซื้อ" ให้ราคาพื้นฐานที่ 5.40 บาท โดยคาดว่ายอดโอนที่ดินในไตรมาส 2/69 จะสูงขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/69 จากนิคมใหม่ WHA-ESIE5 เริ่มโอนได้ตั้งแต่ไตรมาส 2/69 แต่เบื้องต้นมองว่ากำไรไตรมาส 2/69 จะชะลอลง QoQ เนื่องจากไม่มีกำไรพิเศษเข้ามาเหมือนไตรมาสแรกปีนี้โดยนิคม WHA-ESIE5 เฟสแรก 3,400 ไร่เป็นนิคมหลักที่จะเข้ามาโอนในปีนี้ ซึ่งบริษัทตั้งเป้าโอนที่ดินจำนวนไร่ใกล้เคียงปีก่อนที่ 2,074 ไร่ แต่จะมีราคาขายเฉลี่ยต่อไร่ที่สูงขึ้น และด้วยมูลค่าที่สูงขึ้นยังทำให้กำไรปีนี้สูงขึ้น YoY และคาดว่าจะสามารถทำ All time high ได้เป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน และคาดว่าแนวโน้มยอดโอนจะเข้ามาดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังขณะที่ในไตรมาส 1/69 WHA รายงานกำไรสุทธิที่ 1,508 ล้านบาทลดลง 27.3% YoY มียอดโอนรวม 296 ไร่ลดลงกว่าปีก่อนที่มีโอนบิ๊กล็อต แต่ในส่วนของรายได้คลังสินค้าให้เช่าและสาธารณูปโภคเติบโตได้ดี แต่ยังไม่สามารถชดเชยได้ โดยในปีนี้บริษัทยังมั่นใจว่ายังสามารถทำยอดขายในไทยได้ตามเป้าถึงมากกว่าที่ 2,300 ไร่ ส่วนเป้าเวียดนาม 200 ไร่ อาจไม่ถึงเป้าจากนิคมอยู่ระหว่างก่อสร้าง ซึ่งประเมินว่าแนวโน้มยอดขายและยอดโอนจะเข้ามาในช่วงครึ่งปีหลังมากกว่าครึ่งปีแรก ปัจจุบันได้เจรจาลูกค้าอยู่หลายกลุ่ม เช่น Battery EV, Data center, Electronics appliance supply chainราคาหุ้น WHA พักเที่ยงปิดที่ 4.80 บาท ลบ 0.04 บาท หรือ 0.83% มีมูลค่าการซื้อขาย 236.55 ล้านบาท
ทันหุ้น • 20 พ.ค. 69
อ่าน
SYNEXขึ้นราคาสินค้า20% ยอดขายกลุ่มโซลาร์มาแรง
#SYNEX #ทันหุ้น - SYNEX แจง ปรับราคาขายสินค้าขึ้นเฉลี่ย 10-20% หลังซัพพลายขาดตลาด-ต้นทุนพุ่ง พร้อมส่งซิกครึ่งแรกฟอร์มแจ่ม อานิสงส์ดีมานด์ทะลัก เผยจากวิกฤติพลังงาน หนุนยอดขายกลุ่มโซลาร์โตเด่น ตอกย้ำเป้ารายได้ปี 2569 รายได้แตะ 5.3 หมื่นล้านบาท รับกระแสไอที-โซลูชันฮอตฮิตนางสาวสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX เปิดเผยว่า จากที่สินค้าบางรายการขาดตลาด อาทิ หน่วยความจำ (Memory), ชิป ซึ่งสวนทางกับความต้องการ (ดีมานด์) สินค้าไอทีที่เติบโตค่อนข้างมาก ทำให้ล่าสุดบริษัทได้มีการปรับราคาขายเพิ่มอีกราว 10-20% เพื่อสะท้อนต้นทุนต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวยังดำเนินการในเรื่องดังกล่าวควบคู่ไปกับการนำเสนอโปรดักต์ที่มีสเป็กใกล้เคียงกันในส่วนของแบรนด์อื่นๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้มีประสิทธิภาพ*ครึ่งแรกงบแจ่มส่วนภาพรวมของแนวโน้มผลงานครึ่งแรกปี 2569 ทาง SYNEX คาดน่าจะเติบโตจากช่วงเดียวกันปีก่อน เพราะภาพรวมดีมานด์สินค้าสินค้าในกลุ่มต่างๆ เติบโตมากขึ้น ประกอบกับฐานลูกค้าขยายตัว รวมทั้งราคาขายเฉลี่ยสินค้าไอทีสูงขึ้น ทำให้ในปี 2569 บริษัทยังคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในปีนี้ไว้ที่ 10% จากปีก่อน หรือประมาณ 53,000 ล้านบาท เนื่องจากเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโต แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจจะมีความกังวลในหลายส่วนจะไม่ค่อยดีนอกจากนี้ บริษัทได้มีการดำเนินกลยุทธ์เจาะพอร์ตสินค้าดาวรุ่ง AI - Solar สำหรับกลุ่มสินค้าที่จะเป็นหัวเจาะสำคัญในปีนี้ เพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต โดยในกลุ่ม AI Server และ Component มองความต้องการสูงมากจากกลุ่ม Hyper Scaler โดยเฉพาะสินค้ากลุ่ม AI Server, GPU และ Flash Memory*โซลาร์มาแรงนางสาวสุธิดา กล่าวว่า กลุ่ม Solar นั้นดีมานด์เองก็เติบโตโดดเด่นเช่นกัน เนื่องจากผู้บริโภคต้องการประหยัดค่าไฟฟ้าและใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ซึ่งบริษัทมีโปรแกรมสนับสนุนทั้งในกลุ่มพนักงานบริษัทใหญ่และลูกค้าทั่วไปที่สนใจ โดยมีราคาเริ่มต้นกว่า 1 แสนบาท และกลุ่ม Cloud Subscription ได้ปรับโมเดลธุรกิจมุ่งเน้นการให้บริการแบบรายเดือน (Subscription) มากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายให้ยืดหยุ่นในยุคเศรษฐกิจปัจจุบัน“ไม่เพียงเท่านั้น SYNEX ได้ใช้กลยุทธ์การพยากรณ์ยอดขาย (Forecast) ให้แม่นยำยิ่งขึ้น และการนำเสนอสินค้าแบรนด์ทางเลือก เพื่อปิดช่องว่างในกลุ่มที่ขาดแคลน, ส่วนด้านต้นทุนค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นนั้น บริษัทยังสามารถบริหารจัดการได้เนื่องจากส่วนใหญ่ยังอยู่ภายใต้สัญญา (Contract) ระยะยาว”นอกจากนี้ยังมีการเสริมจุดแข็งบริการหลังการขายสร้างประสบการณ์ นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ร่วมกับลูกค้า (Experience) โดยชูจุดแข็งด้านบริการหลังการขาย (After Sales Service) ที่ไม่ยอมลดมาตรฐาน แม้ต้องเผชิญกับภาวะต้นทุนสูง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในระยะยาวสำหรับกระแสความบันเทิงอย่างภาพยนตร์ Mario ที่ช่วยกระตุ้นยอดขายสินค้ากลุ่ม Nintendo Switch และสินค้าที่เกี่ยวข้องนั้นได้ผลการตอบรับเป็นอย่างดี และน่าจะกลายเป็นอีกปัจจัยช่วยสนับสนุนยอดขายของทาง SYNEX ในอนาคตอีกทางหนึ่งด้วย
ทันหุ้น • 3 เม.ย. 69
อ่าน
ติดโซลาร์เซลล์แล้วหลังคารั่ว ไฟไหม้ ผ่า 3 ความเชื่อผิดๆ ที่ทำให้เจ้าของโรงงานกลัว
#ทันหุ้น-ท่านเคยได้ยินเพื่อนเจ้าของโรงงานบ่นให้ฟังไหมคะว่า อย่าไปติดเลยโซลาร์เซลล์ เดี๋ยวหลังคารั่วซ่อมไม่จบไม่สิ้น หรือ หน้าฝนก็ผลิตไฟไม่ได้ ไม่คุ้มหรอก คำถามคือ เรื่องเล่าเหล่านั้นคือ ความจริงของเทคโนโลยี หรือเป็นแค่ความล้มเหลวของการติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐานสวัสดีท่านผู้อ่านทันหุ้นทุกท่านค่ะ ในสัปดาห์นี้ ดิฉันขออนุญาตสวมบทบาท นักทำลายความเชื่อ สักหนึ่งสัปดาห์นะคะจากการที่ดิฉันได้เข้าไป Audit โครงการ Green Tech มาหลายแห่ง ดิฉันพบความจริงที่น่าเสียดายว่า มีผู้บริหารจำนวนมาก ทิ้งเงินก้อนโต ซึ่งเป็นโอกาสลดต้นทุนไปเพียงเพราะความกลัวที่เกิดจากข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน หรือไปเห็นตัวอย่างที่ไม่ดีมา วันนี้ดิฉันจะขอหยิบ 3 ความเชื่อผิดๆ ยอดฮิต ที่ทำให้เจ้าของโรงงานหลายคนกลัวมาผ่าให้เห็นไส้ในกันค่ะ ว่าความจริงคืออะไร และจะป้องกันอย่างไร1: ติดแล้วหลังคารั่ว ซ่อมไม่จบไม่สิ้นความจริง: โซลาร์เซลล์ไม่ได้ทำให้หลังคารั่วค่ะ แต่ ช่างที่ไม่มีฝีมือต่างหากที่ทำให้รั่ว ปัญหานี้มักเกิดจาก 2 สาเหตุหลัก การเหยียบกระเบื้องแตก: ช่างติดตั้งราคาถูก มักไม่มีอุปกรณ์เซฟตี้ เดินเหยียบหลังคาโดยตรงจนเกิดรอยร้าวตามลอนกระเบื้อง อุปกรณ์ยึดจับผิดประเภท: การเจาะหลังคาโดยไม่ใช้อุปกรณ์กันซึมที่ได้มาตรฐานวิธีแก้แบบมืออาชีพ: ทีมติดตั้งที่มีมาตรฐานจะมีทางเดินบนหลังคาเพื่อไม่ให้น้ำหนักคนกดทับกระเบื้อง และใช้อุปกรณ์ยึดจับสำหรับหลังคาที่ ไม่ต้องเจาะรู แม้แต่รูเดียว ถ้าเลือกถูกเจ้า ปัญหานี้เป็นศูนย์2: กลัวไฟไหม้โรงงาน ได้ไม่คุ้มเสียความจริง: ไฟไหม้จากโซลาร์เซลล์เกิดขึ้นได้จริงค่ะ ถ้าท่านประหยัดค่าสายไฟแบบผิดๆสาเหตุหลักของไฟไหม้เกิดจากจุดเชื่อมต่อที่หลวม หรือการใช้สายไฟ DC เกรดต่ำที่ไม่ทนแดดทนฝน พอใช้ไป 3-5 ปี ฉนวนเปื่อยจนเกิดการลัดวงจรวิธีแก้แบบมืออาชีพ: ระบุในสัญญาเลยว่าต้องใช้สายไฟเกรด Solar (PV1-F) ที่ได้มาตรฐานระดับโลกเท่านั้น ติดตั้งระบบ Rapid Shutdown หรือตัวตัดไฟฉุกเฉิน ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ของ วสท. (วิศวกรรมสถาน) ที่บังคับใช้แล้ว ส่องกล้องความร้อนประจำปี เพื่อหาจุดร้อนผิดปกติ แค่นี้ก็นอนหลับสบายไร้กังวลแล้วค่ะ3: เมืองไทยฝนตกบ่อย หน้าฝนก็เจ๊งสิความจริง: โซลาร์เซลล์ทำงานด้วยแสง ไม่ใช่ความร้อนค่ะ จริงอยู่ที่หน้าฝนเมฆเยอะ ผลิตไฟได้น้อยลง แต่จากสถิติข้อมูลพยากรณ์อากาศ ย้อนหลัง 10 ปี เมืองไทยมีแดดเฉลี่ยปีละ 1,400-1,500 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าสูงติดอันดับโลก แม้จะหักลบหน้าฝนไปแล้ว ผลตอบแทนการลงทุน (IRR) ของโครงการโซลาร์ ในไทยก็ยังสูงถึง 15-20% อยู่ดี (คืนทุน 4-5 ปี)อย่าให้เมฆฝนไม่กี่วัน มาบังตาจนมองไม่เห็นกำไรมหาศาลตลอด 25 ปีเลยค่ะบทสรุป: ความเสี่ยงจัดการได้ด้วยความรู้ท่านผู้บริหารคะ ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง แต่ความเสี่ยงของ Green Tech เป็นความเสี่ยงทางเทคนิคที่จัดการได้ 100% หากท่านเลือกเทคโนโลยีที่ถูกต้องและทีมงานที่มีคุณภาพอย่าปล่อยให้ความเชื่อผิดๆ มาปิดโอกาสในการลดต้นทุนของท่านอีกเลยค่ะ เพราะในขณะที่ท่านกำลังกลัว คู่แข่งของท่านเขาติดตั้งเสร็จและเริ่มนับเงินคืนทุนไปแล้วนะคะสัปดาห์หน้า เราจะมาคุยเรื่อง "การสื่อสาร" กันบ้าง ว่าทำแล้วจะบอกลูกค้า ยังไงให้ดูดี ไม่ดูเป็นการ ฟอกเขียว แล้วพบกันนะคะ
ทันหุ้น • 29 มี.ค. 69
สิทธิพิเศษ
Hippo Power
แบตเตอรี่แบบพกพาขณะเดินทาง ช่วยให้การ “เชื่อมต่อ” เป็นไปอย่างราบรื่นให้แก่ผู้ใช้งานทั่วประเทศไทย
อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า • 1 ก.ย. 68
อ่าน
WHAUP จับมือ APEX ศึกษา Direct PPA & TPA 17 MW
#ทันหุ้น #2026 #SET #WHAUP จับมือ APEX ศึกษา Direct PPA TPA 17 MW ปูทางปลดล็อกพลังงานสะอาด เพื่ออุตสาหกรรมบมจ.ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP) ลงนามบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับ บริษัท เอเพ็กซ์ เซอร์คิต (ไทยแลนด์) จำกัด สู่การยกระดับพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาดกำลังผลิต 17 เมกะวัตต์ ปั้นโมเดล “ซื้อขายไฟตรง” Direct Power Purchase Agreement (Direct PPA) และ Third Party Access (TPA)นายอัครินทร์ ประเทืองสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP เปิดเผยว่า บริษัทฯ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับ บริษัท เอเพ็กซ์ เซอร์คิต (ไทยแลนด์) จำกัด เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อจำหน่ายให้กับผู้ซื้อในรูปแบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้าตรง (Direct Power Purchas Agreement) และ/หรือการเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้แก่บุคคลที่สาม (Third Party Access Scheme) ขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้า 17 เมกะวัตต์ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนและสนับสนุนการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน สอดคล้องกับนโยบาย Net Zero ของทั้งสองบริษัทสำหรับ บริษัท เอเพ็กซ์ เซอร์คิต (ไทยแลนด์) จำกัด เป็นผู้ผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) ที่ใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ชั้นนำของประเทศไทย โดยโรงงานของ APEX มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง แต่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่ติดตั้งโซลาร์บนหลังคา จากปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้ WHAUP นำเสนอโครงการDirect PPA และ TPA เพื่อยกระดับโรงงานให้สามารถเข้าถึงไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดได้โดยไม่มีข้อจำกัด ด้านพื้นที่ โดย APEX ตั้งเป้าใช้พลังงานสะอาด 50% ภายในปี 2060 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) 5% ภายในปี 2027การศึกษาความเป็นไปได้ตามข้อตกลงนี้ จะเป็นการปลดล็อกข้อจำกัดด้านพื้นที่ติดตั้งโซลาร์ และเปิดโอกาสให้ลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมสามารถเข้าถึงพลังงานสะอาดได้มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานสะอาด โดยพลังงานจากโซลาร์ฟาร์มจะเป็นพลังงานทางเลือกที่เป็นส่วนเสริมจากระบบไฟฟ้าหลัก“ MOU ครั้งนี้เป็นจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทั้งสองบริษัทเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero / Carbon Neutrality อย่างเป็นรูปธรรม โดยการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งปัจจุบันนอกเหนือจากจะเป็นนโยบายภายในบริษัทของลูกค้าเองแล้ว ยังมีการขยายไปใช้กับคู่ค้าตั้งแต่ต้นน้ำไปจนปลายน้ำ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนทั้งกลุ่มอุตสาหกรรม ด้วยสาเหตุดังกล่าวการใช้พลังงานสะอาดจึงมีความสำคัญ ที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในกลุ่มอุตสาหกรรมและรักษาฐานลูกค้า โครงการนี้ถือเป็น Model ต้นแบบให้กับอุตสาหกรรมอื่นๆ เนื่องจากจะช่วยปลดล็อกข้อจำกัด ในด้านพื้นที่ติดตั้งโซลาร์ในโรงงาน ทำให้ลูกค้าเข้าถึงพลังงานสะอาดได้มากขึ้น”นายหวัง ซู่ มู่ (Mr. Woody Wang) ประธานกรรมการ บริษัท เอเพ็กซ์ เซอร์คิต (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า “บริษัทฯ ได้เลือก WHAUP ศึกษาโครงการร่วมกันเนื่องจากมีความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ และมีเทคโนโลยีที่พร้อมในการดำเนินโครงการพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถช่วยให้โครงการของบริษัท ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย เพื่อเป็นต้นแบบให้กับอุตสาหกรรมอื่น ๆ เนื่องจากการใช้พลังงานสะอาดในปัจจุบัน ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาฐานลูกค้าในระดับสากล เนื่องจากคู่ค้าในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย Net Zero ในอนาคต”ทั้งนี้โครงการดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาความเป็นไปได้ภายใต้กรอบบันทึกข้อตกลงโดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันพิจารณาด้านเทคนิค ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ และความเหมาะสมด้านกฎระเบียบ เพื่อกำหนดรูปแบบการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุดเบื้องต้น โครงการศึกษานี้มีแนวทางพัฒนาในรูปแบบ Solar Farm ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าได้มากกว่า Solar Rooftop เมื่อเทียบกับกำลังการติดตั้งที่เท่ากัน และมีศักยภาพในการช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมเข้าถึงพลังงานสะอาดได้โดยไม่ติดข้อจำกัดด้านพื้นที่ หากสามารถพัฒนาเชิงพาณิชย์ได้เต็มรูปแบบ คาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเฉลี่ยประมาณ 34 ล้านบาทต่อปี หรือกว่า850 ล้านบาทตลอดอายุสัญญา พร้อมลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 9,670 ตันต่อปี หรือรวมกว่า 241,700 ตันตลอดอายุสัญญาสำหรับความร่วมมือครั้งนี้จึงนับเป็น “ก้าวแรกเชิงกลยุทธ์” ในการพัฒนาโมเดล Direct PPA และ TPA นอกนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งมีศักยภาพในการปลดล็อกข้อจำกัดด้านพื้นที่ติดตั้งโซลาร์ของโรงงานและวางรากฐานแนวทางใหม่ในการเข้าถึงพลังงานสะอาดของภาคการผลิตไทย“WHAUP เชื่อว่า โมเดลดังกล่าวจะมีบทบาทสำคัญในการยกระดับโครงสร้างการใช้พลังงานสะอาดของประเทศ สนับสนุนภาคอุตสาหกรรมไทยให้แข่งขันได้ภายใต้บริบทเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ สอดคล้องกับพันธกิจของ WHA Group ภายใต้แนวคิด “WHA: Shape the Future for Thailand” ที่มุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่ยั่งยืนและสร้างโอกาสใหม่ให้กับเศรษฐกิจไทยในระยะยาว”
ทันหุ้น • 13 มี.ค. 69
อ่าน
JR บุกจีนดูงาน Haitai Solar เปิดมุมมองพลังงานหมุนเวียน–ระบบกักเก็บพลังงาน
#ทันหุ้น-นายนนทิกร กาญจนะจิตรา ประธานกรรมการ และนายจรัญ วิวัฒน์เจษฎาวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ.อาร์.ดับเบิ้ลยู. ยูทิลิตี้ จำกัด (มหาชน) (JR) พร้อมคณะกรรมการ เข้าศึกษาดูงาน บริษัท Haitai Solar ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมี Mr. Zheng Fang Yuan, Deputy CEO ของบริษัท Haitai Solar ให้การต้อนรับและให้ข้อมูลการดำเนินกิจการของบริษัทฯ ในการเยือนครั้งนี้คณะผู้บริหารได้เยี่ยมชมกระบวนการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงาน ระบบกักเก็บพลังงาน พลังงานไฮโดรเจน และนวัตกรรมพลังงานหมุนเวียน พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านแนวโน้มอุตสาหกรรมพลังงานและโอกาสทางธุรกิจในอนาคต การศึกษาดูงานดังกล่าวช่วยเปิดมุมมองด้านเทคโนโลยีพลังงานระดับสากล และเป็นประโยชน์ต่อการนำองค์ความรู้มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาโครงการพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศไทย พร้อมเสริมศักยภาพการเติบโตอย่างยั่งยืนของ JR ในอนาคต ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้
ทันหุ้น • 10 มี.ค. 69
สิทธิพิเศษ
ฮีลอัพ คลินิกเวชกรรม
-
โรงพยาบาล/คลินิก • 10 มี.ค. 69
อ่าน
CHOW จับมือ Huawei เร่งโซล่าร์ 100 MW
#CHOW#ทันหุ้น - บริษัท เชาว์ ไบรท์ เวนเจอร์ส โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ผ่านกลุ่มธุรกิจ เชาว์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (Chow Energy) ผู้นำที่ได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน จับมือกับบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ผ่านกลุ่มธุรกิจ Huawei Digital Power ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะ ผ่านการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนโครงการพลังงานสะอาดขนาดใหญ่ ภายใต้ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่มุ่งส่งมอบโครงการพลังงานแสงอาทิตย์รวมกำลังการติดตั้งมากกว่า 100 MW ภายในปี 2569 นับเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงการเริ่มต้นบทใหม่ของการพัฒนาพลังงานสะอาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และตอกย้ำความมุ่งมั่นของทั้งสององค์กรในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนอย่างยั่งยืนความร่วมมือดังกล่าวต่อยอดจากความสัมพันธ์อันยาวนานตั้งแต่ Chow Energy ก่อตั้งขึ้นในปี 2557 โดยตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษที่ผ่านมา Huawei Digital Power ได้ทำหน้าที่เป็นพันธมิตรหลักด้านเทคโนโลยีและโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับ Chow Energy ทั้งสองบริษัทได้ร่วมกันพัฒนาและนำโครงการเข้าสู่การใช้พลังงานแสงอาทิตย์แล้วมากกว่า 3,000 โครงการ สร้างรากฐานระบบนิเวศพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีความแข็งแกร่ง มั่นคง และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในประเทศไทยในขณะที่ประเทศไทยเร่งเดินหน้าสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ภาครัฐได้ออกนโยบายสำคัญเพื่อสนับสนุนการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นและมีต้นทุนที่แข่งขันได้มากขึ้น ท่ามกลางบริบทดังกล่าว Chow Energy ในฐานะผู้นำตลาดในอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ของประเทศ ยังคงให้ความสำคัญกับการเลือกใช้เทคโนโลยีอินเวอร์เตอร์และโซลูชันโซลาร์เซลล์ที่มีความล้ำสมัย ปลอดภัย และเชื่อถือได้สูงสุด โดยโซลูชันจาก Huawei Digital Power มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการขยายโครงการในระดับขนาดใหญ่ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า และเสริมความมั่นคงในการดำเนินงานในระยะยาวความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับเชิงกลยุทธ์จากการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์แบบดั้งเดิม สู่การพัฒนาการติดตั้งโซลาร์เซลล์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage Systems: BESS) ซึ่งเป็นภาคส่วนที่มีการเติบโตสูง เพื่อรองรับความต้องการด้านเสถียรภาพพลังงาน ความมั่นคงของระบบโครงข่ายไฟฟ้า และการจ่ายพลังงานสะอาดได้อย่างต่อเนื่องทั้งกลางวันและกลางคืนสำหรับแผนงานในระยะต่อไป ภายในปี 2569 Chow Energy และ Huawei Digital Power ตั้งเป้าส่งมอบโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีกำลังการติดตั้งรวมกว่า 100 MW ภายใต้สัญญา Solar Power Purchase Agreement (PPA) โดยจะมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ ผสานกับระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่รุ่นใหม่เพื่อยกระดับความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า และการสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรม ด้วยการจัดหาโซลูชันพลังงานสะอาดที่มีเสถียรภาพและยั่งยืนนายคริสโตบอล ชิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เชาว์ เอ็นเนอร์ยี่ (Chow Energy) กล่าวว่า “Huawei เป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยีที่ Chow Energy ให้ความไว้วางใจมาโดยตลอด ตั้งแต่เริ่มต้นเส้นทางการดำเนินธุรกิจของบริษัท ท่ามกลางทิศทางของประเทศไทยที่มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนอย่างจริงจัง ความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยให้เราสามารถขยายการดำเนินงานได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น บูรณาการเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานขั้นสูง และส่งมอบโซลูชันพลังงานสะอาดที่ตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของภาคอุตสาหกรรมและเชิงพาณิชย์ ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ของเชาว์ เอ็นเนอร์ยี่ในการสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนของประเทศไทย ผ่านการพัฒนาและส่งมอบโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีคุณภาพระดับแนวหน้า”นายแจ็ค เจิ้ง กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจพลังงานดิจิทัล (Digital Power) บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จํากัด ประธานกลุ่มธุรกิจ Huawei Digital Power บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในการต่อยอดความร่วมมืออันยาวนานกับ Chow Energy ในก้าวสำคัญของการพัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงานในระดับขนาดใหญ่ ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ร่วมกันในการเร่งการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมนำเสนอโซลูชันพลังงานที่ปลอดภัย เชื่อถือได้ และชาญฉลาด เพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว”ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้สะท้อนถึงพลังของความร่วมมือระยะยาว เทคโนโลยีขั้นสูง และวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนที่สอดคล้องกัน ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สู่อนาคตพลังงานที่สะอาด แข็งแกร่ง และยั่งยืนยิ่งขึ้น
ทันหุ้น • 13 ก.พ. 69
อ่าน
CHOW เกมเทกโซลาร์ เป้าพอร์ตรวม 300 เมก
#CHOW #ทันหุ้น – CHOW เทกโซลาร์เสริมพอร์ตพลังงาน ซื้อ TU6 จาก T Utilities รวม 5 โครงการ กำลังผลิต 4.05 เมกะวัตต์ ตั้งเป้าปี 2569 พัฒนาโครงการใหม่ไม่ต่ำกว่า 100 เมกะวัตต์ ดันพอร์ตรวมแตะ 300 เมกะวัตต์ เล็งโอกาสโซลาร์ชุมชน Private PPAนายอนาวิล จิรธรรมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เชาว์ ไบรท์ เวนเจอร์ส โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ CHOW เปิดเผยว่า บริษัทได้เข้าลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในบริษัท ทียู 6 จำกัด (TU6) จาก บริษัท ทียูทิลิตี้ส์ จำกัด (T Utilities) ทั้งหมด 5 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 4.05 เมกะวัตต์ จาก บริษัท ที ยูทิลิตี้ส์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโครงการพลังงานที่มีประสบการณ์และมาตรฐานการดำเนินงานที่ได้รับการยอมรับ การลงทุนดังกล่าวช่วยเสริมพอร์ตโครงการที่สามารถสร้างกระแสเงินสดได้ทันที พร้อมวางรากฐานความร่วมมือทางธุรกิจระหว่าง 2 องค์กรเทกโซลาร์การเข้าลงทุนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการเติบโตของกลุ่ม CHOW ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการเป็นแกนหลัก (Developer-Led Growth) ขณะเดียวกันการลงทุนหรือการเข้าซื้อสินทรัพย์ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการขยายพอร์ต และยกระดับคุณภาพของสินทรัพย์พลังงานด้าน นายปรมัตถ์ จุฬวนิช ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการเงิน บริษัท เชาว์ ไบรท์ เวนเจอร์ส โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ CHOW เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า แนวโน้มการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าพัฒนาโครงการใหม่ไม่น้อยกว่า 100 เมกะวัตต์ โดยปัจจุบันมีโครงการที่จ่ายไฟแล้วและอยู่ระหว่างก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จรวมประมาณ 200 เมกะวัตต์ ส่งผลให้พอร์ตโครงการรวมอยู่ที่ราว 300 เมกะวัตต์ อย่างไรก็ดีบางโครงการอาจยังไม่สามารถจ่ายไฟเข้าระบบได้ทั้งหมด เนื่องจากต้องใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างและขอใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องบริษัทมุ่งเน้นการลงทุนในโซลาร์ฟาร์มเป็นหลัก ควบคู่กับการขยายไปยังโซลาร์รูฟท็อป กลุ่ม Commercial Industrial (CI) ซึ่งเป็นลูกค้าภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม รวมถึงเตรียมความพร้อมเข้าร่วมโครงการโซลาร์ชุมชน หากมีการประกาศจากภาครัฐ นอกจากนี้ยังครอบคลุมทั้งโครงการขนาดใหญ่ (Utility Scale) ที่จำหน่ายไฟให้ภาครัฐ และโครงการในรูปแบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเอกชน (Private PPA)ในตลาดโซลาร์รูฟท็อปที่มีการแข่งขันสูงขึ้น บริษัทมองว่าเป็นทั้งโอกาสและข้อจำกัด เนื่องจากการแข่งขันทำให้ต้องเสนอส่วนลดค่าไฟมากขึ้น ส่งผลให้ผู้พัฒนาโครงการรายย่อยบางรายอาจเผชิญความท้าทายในการเติบโตและเลือกถอนตัวจากธุรกิจ ซึ่ง CHOW มีความพร้อมทั้งด้านแพลตฟอร์มและฐานะการเงินในการเติบโตทั้งแบบ Organic และการควบรวมกิจการ (MA) เพื่อสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เล็งลงทุนนอกจากนี้ บริษัทยังมองหาโอกาสลงทุนในธุรกิจ Data Center จากปัจจัยสนับสนุนด้านเกณฑ์การใช้พลังงานสะอาด ซึ่งผลักดันความต้องการพลังงานทดแทนให้เพิ่มสูงขึ้น โดย CHOW จะเข้าไปเป็นผู้จัดหาและให้บริการพลังงานสะอาดแก่ผู้ประกอบการ Data Center ด้วยแพลตฟอร์มที่สามารถรองรับได้ทุกขนาด ตั้งแต่ขนาดเล็ก กลาง ไปจนถึงขนาดใหญ่ พร้อมคัดเลือกกลุ่มลูกค้าให้เหมาะสมกับศักยภาพของบริษัทขณะเดียวกัน บริษัทยังอยู่ระหว่างศึกษาธุรกิจ New S-Curve ที่เกี่ยวเนื่องกับพลังงาน อาทิ ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (ESS) และธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญใกล้เคียง เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตใหม่ในระยะยาวสำหรับธุรกิจเหล็ก บริษัทประเมินว่าภาพรวมปี 2569 จะทรงตัว โดยในช่วงกลางปีมีการปิดปรับปรุงสายการผลิต และกลับมาเปิดดำเนินงานอีกครั้งในเดือนกันยายน ส่งผลให้ผลประกอบการในช่วง 9 เดือนแรกปี 2568 อาจดูอ่อนตัว อย่างไรก็ตาม เมื่อโรงงานกลับมาดำเนินการเต็มที่และเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 4/2569 บริษัทมั่นใจว่าผลประกอบการรวมทั้งปีจะกลับมาเป็นบวก ปัจจุบันมีกำลังการผลิตรวมประมาณ 730,000 ตัน
ทันหุ้น • 6 ก.พ. 69
อ่าน
WHAUP ตั้งบริษัทย่อยในเวียดนาม ทำธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์
#WHAUP #ทันหุ้น-บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า WHAUP (SG) 3 PTE. LTD. (“WUPS3”) (บริษัทย่อยที่จัดตั้งขึ้นในประเทศสิงคโปร์ที่บริษัทถือหุ้นผ่านบริษัท ดับบลิวเอชเอยูพี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด) ได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ขึ้นในประเทศเวียดนามเสร็จสมบูรณ์เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569โดยบริษัทย่อยในเวียดนามที่จัดตั้ง ชื่อ WHA SOLAR VIETNAM COMPANY LIMITED โดยมีทุนจดทะเบียน 5,170,400,000 เวียดนามดอง โดยมี WUPS3 ถือหุ้นในสัดส่วน 100% การจัดตั้งบริษัทย่อยดังกล่าว เพื่อพัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์และธุรกิจเกี่ยวเนื่องในประเทศเวียดนาม
ทันหุ้น • 6 ม.ค. 69
อ่าน
แนะนำมือถือเปิดตัวใหม่น่าใช้ประจำเดือน มกราคม 2569
สวัสดีปีใหม่เพื่อนๆ ชาว True ID ทุกท่าน ปีใหม่ปีนี้ มาเริ่มต้นกันด้วยมือถือเปิดตัวใหม่ในช่วงเดือนที่ผ่านมากันครับ ซึ่งเริ่มต้นปีแบบนี้ ใครที่กำลังมองหามือถือเครื่องใหม่ไว้ประจำกาย บอกเลยว่ามีที่น่าสนใจมากมายหลายรุ่นกันเช่นเคย แต่จะมีรุ่นไหนน่าสนใจกันบ้างนั้น ไปติดตามกันเลยครับ Xiaomi 17 Ultra เริ่มกันที่ Xiaomi 17 Ultra ที่ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการถ่ายภาพบนมือถือด้วยการเปิดตัวชุดกล้องหลัง 3 ตัวที่ร่วมพัฒนากับ Leica ซึ่งเป็นจุดเด่นหลักที่ปฏิวัติวงการ โดยมีกล้อง Periscope Telephoto ความละเอียดสูงถึง 200MP (เซ็นเซอร์ Samsung HPE) ที่รองรับ การซูมแบบออปติคัลต่อเนื่อง (Continuous Optical Zoom) และกล้องหลัก 50MP เซ็นเซอร์ขนาด 1 นิ้ว Light Fusion 1050L ที่ใช้เทคโนโลยี LOFIC เพื่อเพิ่ม Dynamic Range อย่างมหาศาล ขณะที่ด้านประสิทธิภาพถูกขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตเรือธงแห่งปีอย่าง Snapdragon 8 Elite Gen 5 SoC และระบบปฏิบัติการ HyperOS 3.0 ที่มาพร้อมฟีเจอร์ AI ที่ฉลาดล้ำ นอกจากนี้ยังมาพร้อมแบตเตอรี่ซิลิคอน-คาร์บอนขนาดใหญ่ถึง 6,800mAh ซึ่งถือเป็นความจุที่ไม่เคยมีมาก่อนในรุ่น Ultra พร้อมรองรับการชาร์จเร็วแบบมีสาย 90W และไร้สาย 50W ทำให้มั่นใจได้ทั้งพลังงานและความเร็วในการประมวลผล นอกจากรุ่นมาตรฐานแล้ว Xiaomi 17 Ultra Leica Edition ยังสร้างความฮือฮาด้วยการเสริมฟีเจอร์ที่เน้นประสบการณ์การถ่ายภาพแบบคลาสสิกด้วย "วงแหวนซูมแบบกลไก" (Mechanical Zoom Ring) ติดตั้งอยู่รอบโมดูลกล้อง ทำให้ผู้ใช้สามารถปรับความยาวโฟกัส ค่าแสง และ White Balance ได้ด้วยการหมุนเหมือนกล้อง Leica M-series จริง ๆ พร้อมดีไซน์แบบทูโทนและโลโก้ Leica สีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ ด้านหน้าจอใช้ M10 AMOLED LTPO ขนาด 6.9 นิ้ว แบบจอเรียบ ที่โดดเด่นด้วยความสว่างสูงสุดถึง 3,500 nits และได้รับการปกป้องด้วยกระจก Xiaomis Dragon Crystal Glass 3.0 ที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ ปิดท้ายด้วยการรองรับการเชื่อมต่อที่สมบูรณ์แบบ ทั้ง Wi-Fi 7, Bluetooth 6.0, และฟีเจอร์สำคัญอย่าง การสื่อสารผ่านดาวเทียม (Satellite Communication) ทำให้ Xiaomi 17 Ultra เป็นมากกว่าสมาร์ทโฟน แต่เป็นอุปกรณ์ถ่ายภาพระดับมืออาชีพที่ครบวงจร อย่างไรก็ตาม รุ่นนี้ยังเพิ่งเปิดตัวในประเทศจีนครับ ดังนั้นอาจต้องลุ้นว่าจะมีเข้าไทยหรือไม่ และจะมีราคาเท่าไหร่ แต่ที่เปิดตัวในจีนจะเริ่มต้นอยู่ที่ 6,999 หยวน หรือราวๆ 33,xxx บาท Honor Win Series Honor Win Series (ประกอบด้วย Honor Win และ Honor Win RT) ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับสมาร์ทโฟนเกมมิ่งด้วยการรวมสเปกระดับ "ที่สุด" ไว้ในดีไซน์ที่พรีเมียม โดยเน้นที่ขุมพลังหลักและการระบายความร้อนที่เหนือชั้น ซึ่งรุ่น Honor Win ใช้ชิปเซ็ตเรือธง Snapdragon 8 Elite Gen 5 ในขณะที่รุ่น Win RT ใช้ Snapdragon 8 Elite พร้อม RAM LPDDR5X Ultra และหน่วยความจำ UFS 4.1 สูงสุด 1TB ทั้งสองรุ่นติดตั้ง ระบบระบายความร้อนแบบพัดลมแอคทีฟ (Active Cooling Fan) ที่โมดูลกล้องด้านหลัง ซึ่งสามารถทำความเร็วได้สูงสุด 25,000 RPM ในโหมด 'Rage Mode' เพื่อควบคุมความร้อนและป้องกันประสิทธิภาพตก (Thermal Throttling) ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด. จุดเด่นด้านการแสดงผลและพลังงานถูกอัดแน่นไม่แพ้กัน ทั้งสองรุ่นมาพร้อมหน้าจอ OLED ขนาด 6.83 นิ้ว ความละเอียด Full-HD+ ที่มีอัตรารีเฟรชเรทสูงถึง 185Hz และความสว่างสูงสุดที่พุ่งไปถึง 6,000 nits รวมถึงเทคโนโลยี PWM Dimming 5,920Hz เพื่อถนอมสายตาขณะเล่นเกมเป็นเวลานาน ที่สำคัญที่สุดคือการติดตั้งแบตเตอรี่ซิลิคอน-คาร์บอนขนาดใหญ่ถึง 10,000mAh ในทั้งสองรุ่น ทำให้เป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนเรือธงที่มีแบตเตอรี่อึดที่สุดในตลาด พร้อมรองรับการชาร์จเร็วแบบมีสาย 100W และชาร์จไร้สาย 80W ในรุ่น Honor Win นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังมาพร้อมมาตรฐานการกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68/IP69/IP69K และการเชื่อมต่อ Wi-Fi 7. แม้จะเน้นการเล่นเกม แต่ Honor Win ก็ไม่ทิ้งเรื่องกล้อง โดยรุ่น Win มาพร้อมชุดกล้องหลังสามตัว ประกอบด้วยกล้องหลัก 50MP, กล้อง Telephoto 50MP ที่ซูมได้ 3x และกล้อง Ultrawide 12MP พร้อมกล้องหน้า 50MP สำหรับรุ่น Win RT ที่มีราคาเริ่มต้นที่เข้าถึงง่ายกว่ามาก (เริ่มต้นราว 13,000 บาท) จะตัดกล้อง Telephoto ออกไป ซึ่งกลยุทธ์การตลาดนี้เป็นการสร้าง "Hyper-Performance Flagship" ที่เน้นความอึดของแบตเตอรี่ การควบคุมความร้อน และประสิทธิภาพสุดขั้ว เพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเทคโนโลยีระดับไฮเอนด์มาให้ผู้ใช้ที่คำนึงถึงงบประมาณได้สัมผัส ทั้งคู่เป็นอีกรุ่นที่เพิ่งเปิดตัวในจีนครับ ดังนั้นตอนนี้ยังต้องรอลุ้นราคาไทยต่อไป โดยราคาเปิดตัวในจีน Honor Win (รุ่นท็อป) เริ่มต้นที่ 3,999 หยวน (ประมาณ 19,300 บาท) และ Honor Win RT (รุ่นรอง) มีราคาเริ่มต้นที่ 2,699 หยวน (ประมาณ 13,000 บาท) OPPO A6 Series OPPO A6 Series ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะสมาร์ตโฟนที่มอบประสบการณ์ "สมูทเกินต้าน ทนทานทุกดาเมจ" โดยชูจุดเด่นด้านความทนทานและการใช้งานที่ยาวนานในราคาสุดคุ้มค่า เริ่มต้นเพียง 3,499 บาท เท่านั้น ซีรีส์นี้ประกอบด้วย 4 รุ่นย่อย ได้แก่ OPPO A6 5G, OPPO A6, OPPO A6x 5G และ OPPO A6x ซึ่งทั้งหมดถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานที่ครอบคลุมและทนทานต่อสถานการณ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะ. หัวใจหลักของความทนทานใน OPPO A6 Series คือ แบตเตอรี่ขนาดใหญ่สูงสุด 7,000mAh ที่ได้รับการออกแบบมาให้มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 5 ปี พร้อมเทคโนโลยีชาร์จไว 45W SUPERVOOC เพื่อให้ใช้งานได้ตลอดวันโดยไม่สะดุด นอกจากนี้ยังมาพร้อมมาตรฐานการทนน้ำทนฝุ่นสูงสุดถึงระดับ IP69 มอบความมั่นใจในการใช้งานในทุกสภาพแวดล้อม ด้านความบันเทิง หน้าจอให้ประสบการณ์ที่ลื่นไหลด้วยอัตรารีเฟรช 120Hz และมีความสว่างพิเศษคมชัดทุกการเคลื่อนไหว อีกทั้งยังมาพร้อมระบบระบายความร้อน SuperCool VC เพื่อรักษาเฟรมเรตให้คงที่เมื่อเล่นเกมหนัก ๆ แม้จะมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ตัวเครื่องก็ยังถูกออกแบบให้ น้ำหนักเบา บางเฉียบ และมีดีไซน์ที่ดูดีสไตล์แฟลกชิป. OPPO A6 Series มีการแบ่งรุ่นและความจุอย่างชัดเจนเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มในราคาที่แตกต่างกัน โดยรุ่น OPPO A6x ที่มาพร้อมตัวเลือกความจุเริ่มต้น 4+64GB มีราคาเริ่มต้นเพียง 3,499 บาท ในขณะที่รุ่นที่รองรับ 5G อย่าง OPPO A6x 5G เริ่มต้นที่ 4,999 บาท, OPPO A6 ราคาเริ่มต้น 5,999 บาท และรุ่น OPPO A6 5G (รุ่นท็อป) ราคา 6,999 บาท ด้วยสเปกที่เน้นความอึด ความสมูท และความทนทานในระดับราคาที่เข้าถึงได้ ทำให้ OPPO A6 Series เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหาสมาร์ตโฟนที่คุ้มค่า คุ้มราคา และพร้อมลุยในทุก ๆ วัน vivo Y31 5G vivo Y31 5G สมาชิกใหม่ล่าสุดที่เข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับสมาร์ตโฟน 5G ระดับกลางในประเทศไทย ด้วยการเน้นย้ำที่ ความทนทานรอบด้าน อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในซีรีส์นี้ ตัวเครื่องผ่านมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับท็อป IP68 และ IP69 ซึ่งหมายความว่าสามารถทนน้ำลึก 1.5 เมตร ได้นานถึง 30 นาที และยังผ่านการรับรองความทนทานในระดับทหาร (Military-Grade) รวมถึงได้รับคะแนนกันกระแทกระดับ 5 ดาวจาก SGS อีกด้วย ยกระดับการปกป้องขึ้นไปอีกขั้นด้วยการครอบทับหน้าจอด้วยกระจก Guardian ที่ช่วยป้องกันรอยขีดข่วนเป็นพิเศษ แม้จะเน้นความทนทาน แต่สเปกภายในก็ยังตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 4 Gen 2 รองรับ 5G บนระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 15 (บนพื้นฐาน Android 15) พร้อมตัวเลือก RAM 8GB ที่มาคู่กับ ROM 128GB หรือ 256GB นอกจากความอึดของตัวเครื่องแล้ว vivo Y31 5G ยังมาพร้อมกับพลังงานที่ยาวนาน ด้วยแบตเตอรี่ความจุขนาดใหญ่ถึง 6,500mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 44W ผ่านสาย ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่หมดระหว่างวัน ส่วนหน้าจอแสดงผลเป็นแบบ LCD กว้าง 6.68 นิ้ว ความละเอียด HD+ ที่ให้อัตรารีเฟรชเรทสูงถึง 120Hz และมีความสว่างสูงสุด 1,000nits พร้อมระบบเสียงลำโพงคู่สเตอริโอที่สามารถปรับความดังได้ถึง 400% ในด้านการถ่ายภาพ มาพร้อมกล้องหลัง 2 ตัว โดยกล้องหลักมีความละเอียด 50MP และกล้องหน้า 8MP vivo Y31 5G วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยแล้ว โดยมีให้เลือก 2 สีสวยงาม คือ Jade Green และ Pearl White ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 7,999 บาท สำหรับรุ่น (8GB+128GB) และ 8,999 บาท สำหรับรุ่น (8GB+256GB)
ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี • 28 ธ.ค. 68
อ่าน
WHAปี69ขายที่ดินนิวไฮ ‘เซมิคอนดักเตอร์’จ่อเข้า
#WHA #ทันหุ้น - WHA มองทิศทางธุรกิจปี 2569 เติบโตต่อเนื่อง ตั้งเป้ายอดขายที่ดินนิวไฮ จากกระแสย้ายฐานลงทุน ดาต้าเซ็นเตอร์ – คอนซูเมอร์โปรดักต์-อีวีซัพพลายเชน แถมส่งต่อความต้องการใช้น้ำ – พลังงานสะอาดไปยัง WHAUP มองอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เป็น Next Stop ใน 2–3 ปีข้างหน้านายณัฐพรรษ ตันบุญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงินกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ WHA เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ในปี 2569 บริษัทยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมตั้งเป้ายอดขายที่ดินจะสร้างสถิติสูงสุดใหม่ (New High) จากแรงหนุนของการย้ายฐานการผลิตและการลงทุนในประเทศไทย@ดาต้า-คลาวด์หนุนโดยยังคงประเมินว่าธุรกิจ Data Center และ Cloud Service ยังคงเป็นธุรกิจที่เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากประเทศไทยยังมีความพร้อมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ความมั่นคงของระบบไฟฟ้า และความสามารถในการจัดหาพลังงานสะอาดผ่านสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจลงทุนของลูกค้ากลุ่มเทคโนโลยี Hyperscale ระดับโลกโดยเฉพาะจากสหรัฐฯ และจีน ขณะเดียวกันลูกค้าในอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค (Community) ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากไทยยังได้เปรียบด้านวัตถุดิบและห่วงโซ่อุปทาน ดึงดูดผู้ประกอบการจากต่างประเทศเข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกไปยังตลาดเอเชียทั้งนี้ WHA จะยังคงชูจุดแข็งของไทยที่มีความได้เปรียบด้านห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่แข็งแกร่งโดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ในการดึงดูดผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ให้เข้ามาลงทุน หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการดึงกลุ่ม PCB (Printed Circuit Board) เข้ามาจนไทยเป็นอันดับต้นๆ ของโลกแล้ว ทั้งนี้จะมุ่งเจาะกลุ่มอุตสาหกรรมชิปสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ IoT ซึ่งมีความต้งอการสูง สามารถใช้ได้หลากหลายทั้งสุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน สมาร์ทโฟน ฯลฯ โดยจะมุ่งเน้นไปที่ผู้ผลิตจากไต้หวัน เกาหลี และจีน@โลจิสติกส์เด่น ขณะที่กลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 150,000 - 200,000 ตารางเมตร โดยในปี 2568 คาดว่าจะทำได้ถึง 200,000 ตารางเมตร ตามเป้าหมาย พร้อมกันนี้ บริษัทได้เริ่มขยายฐานลูกค้าเข้าสู่กลุ่มลูกค้าเฉพาะเจาะจง (High Value) ที่ต้องการคลังสินค้าที่มีสเปคสูงและมีสัญญาเช่าระยะยาวทั้งนี้จะช่วยเพิ่มมูลค่าสัญญา (Contract Value) ให้สูงกว่าปกติถึง 3-4 เท่า อาทิ 1.กลุ่มวัสดุก่อสร้าง: มีการเซ็นสัญญาเช่ายาวถึง 20 ปี เพื่อติดตั้งระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ (Automate) กลุ่มอุปกรณ์การแพทย์ : มีคลังสินค้าสเปกสูง เพื่อความพร้อมในการนำเสนอ - จัดส่งเครื่องมือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับสอดคล้องกับความต้องการของแทต่ละโรงพยาบาล และ กลุ่มปิโตรเคมี : เป็นกลุ่มที่มีสัญญาเช่าระยะยาวประมาณ 10 ปีขึ้นไปนอกจากนี้ การเข้ามาของอุตสาหกรรมขั้นสูง โดยเฉพาะ Data Center และเทคโนโลยี ส่งผลให้ความต้องการใช้สาธารณูปโภคในนิคมอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะการใช้น้ำที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นถึง 4-5 เท่า ควบคู่ไปกับความต้องการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้นในระดับสูง สะท้อนการเปลี่ยนโครงสร้างผู้เช่าไปสู่อุตสาหกรรมที่มีความซับซ้อนและใช้ทรัพยากรเข้มข้นมากขึ้น เป็นโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มภายในกลุ่มระหว่าง WHA และ WHAUP มีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะการรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าในระดับกิกะวัตต์จากลูกค้ากลุ่ม Data Center และการจัดหาพลังงานหมุนเวียนผ่าน Direct PPA ซึ่งถือเป็นจุดแข็งที่ช่วยดึงดูดนักลงทุนรายใหญ่ ขณะเดียวกัน WHAUP ยังได้ประโยชน์จากการเป็นผู้ให้บริการหลักด้าน “น้ำ ไฟ และโครงข่าย” ภายในนิคมฯ ที่มีข้อได้เปรียบเชิงโครงสร้างพื้นฐานเหนือคู่แข่ง
ทันหุ้น • 24 ธ.ค. 68
อ่าน
แนะนำมือถือเปิดตัวใหม่น่าใช้ประจำเดือน ธันวาคม 2568
ส่งท้ายปลายปี 2568 ที่ปีนี้ตลาดมือถือจัดว่าเดือดทะลุปรอท โดยเฉพาะสมาร์ตโฟนหน้าจอพับได้ที่ปีนี้เริ่มได้รับเสียงตอบรับมากขึ้นอย่างมาก ทำให้หลายแบรนด์หันมาพัฒนาอย่างจริงจังตามหลังค่ายจากเกาหลีที่ออกตัวแรง แซงไปหลายทางโค้งแล้ว จนมียอดขายนำหน้าไปไกลแล้ว แต่กลับมาที่เรื่องมือถือเปิดตัวใหม่ในเดือนธันวาคมของเรากันดีกว่า เดือนนี้ก็ถือว่ามีมือถือหลายรุ่นที่น่าสนใจเปิดตัวกันมาก แต่จะมีรุ่นไหนที่น่าสนใจบ้างนั้น ไปติดตามกันเลย vivo X300 Series รุ่นแรกไปดูกันที่สมาร์ตโฟนสายพันธุ์ "กล้องโทรได้" อย่าง vivo X300 Series ที่เปิดตัวพร้อมกันสองรุ่นคือ vivo X300 และ vivo X300 Pro ที่มาพร้อมเทคโนโลยีกล้องที่โดดเด่นจาก ZEISS และแต่ละรุ่นมีจุดที่น่าสนใจดังนี้ vivo X300 Pro มาดูกันที่รุ่นพี่ vivo X300 Pro กันก่อน ถ้ากำลังมองหามือถือที่มาพร้อมคำว่า "สุดจัด" ในด้านกล้องและสเปคแบบไม่เกรงใจใคร ต้องนี่เลย vivo X300 Pro ที่ยกขบวนชุดเลนส์ ZEISS ระดับโปรมาแบบครบเครื่อง เริ่มตั้งแต่กล้องหลักที่จัดเซนเซอร์ Sony LYT-828 ความละเอียด 50 ล้านพิกเซลมาให้แบบเต็มๆ ไม่นับรวมกล้องหน้าและกล้องอัลตราไวด์ที่ความละเอียด 50 ล้านพิกเซลเท่ากัน ซึ่งใช้เซนเซอร์ ISOCELL JN1 ตัวเทพอีกด้วย แต่ที่ต้องยกให้เป็นพระเอกตัวจริงของรุ่นนี้คือ กล้องเทเลโฟโต้พลังซูม 200 ล้านพิกเซล! ที่บ้าพลังใช้เซนเซอร์ ISOCELL HPB ขนาดใหญ่ถึง 1/1.4 นิ้ว รับประกันความคมชัดแบบทะลุโลก จับคู่กับระบบไฟแฟลชสว่างพิเศษเหมือนรุ่นพี่ X200 Ultra ให้ภาพถ่ายออกมาสวยมีมิติ ไม่ว่าจะซูมไกลแค่ไหนก็คมกริบ ไม่ต้องกลัวภาพแตก นอกจากนี้ยังมอบประสบการณ์ภาพและเสียงระดับพรีเมียมผ่านหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ที่มาพร้อมเทคโนโลยี 8T LTPO และวัสดุ Q10 Plus ให้สีสันสดใส ความละเอียดคมชัดถึง 1,260 x 2,800 พิกเซล พร้อมอัตรารีเฟรช 120Hz ที่โคตรลื่นไหล แถมยังรองรับมาตรฐาน HDR10+, HDR Vivid และ Dolby Vision เปลี่ยนมือถือของคุณให้เป็นโรงภาพยนตร์ส่วนตัวได้เลย ไม่เพียงแต่กล้องที่โหดจัด แต่เรื่องประสิทธิภาพภายในก็แรงแซงทางโค้ง ด้วยขุมพลังชิปเรือธง MediaTek Dimensity 9500 ที่ทำงานประสานกับ ชิปประมวลผลภาพ V3+ โดยเฉพาะ ทำให้การใช้งานแอปพลิเคชันหนักๆ การเล่นเกมกราฟิกโหด หรือการจัดการความร้อนเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีสะดุด และแน่นอนว่าช่วยให้การถ่ายภาพและวิดีโอมีคุณภาพสูงสุดแบบมืออาชีพสุดๆ ส่วนใครที่กังวลเรื่องแบตเตอรี่บอกเลยว่าลืมไปได้เลย เพราะ X300 Pro อัดแบตเตอรี่ความจุสะใจถึง 6,510mAh (เยอะกว่ารุ่นมาตรฐานอย่างเห็นได้ชัด) รองรับการชาร์จไวด้วยสาย 90W และชาร์จไร้สาย 40W เติมพลังได้ไวทันใจ ไม่ต้องกลัวแบตหมดระหว่างวัน ทั้งหมดนี้ถูกบีบอัดอยู่ในตัวเครื่องที่บางเฉียบเพียง 7.99 มม. น้ำหนักกำลังดีที่ 226 กรัม แถมยังทนทานสุดๆ ด้วยมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 และ IP69 เรียกได้ว่า สเปคเทพขนาดนี้ ใส่ความอึด ความแรง ความสวยงามมาครบแบบไม่กั๊กจริงๆ vivo X300 Pro มีราคาเปิดตัว 39,999 บาท แต่ถ้ากำลังเบื่อมือถือจอใหญ่ยักษ์ที่ต้องใช้สองมือจับแล้วล่ะก็ ต้องหันมามอง vivo X300 ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ "เล็กแต่แจ๋ว" โดยแท้จริง เพราะรุ่นนี้คือการพัฒนาต่อยอดมาจาก X200 Pro Mini ปีที่แล้ว ทำให้มันกลายเป็นสมาร์ทโฟนไซซ์กะทัดรัดที่อัดแน่นด้วยสเปคระดับโปรแบบไม่กั๊ก เริ่มตั้งแต่หน้าจอ AMOLED 8T LTPO ขนาด 6.31 นิ้ว ที่ใช้พาเนล Q10 Plus ของ BOE ให้ภาพคมชัดสะใจด้วยความละเอียด 2640 x 1216 พิกเซล แถมยังลื่นไหลสุดๆ ด้วยรีเฟรชเรท 120Hz สู้แดดได้สบายเพราะสว่างสูงสุดถึง 4,500 นิต! รองรับ HDR ครบเครื่อง พร้อมเซนเซอร์สแกนนิ้วมือแบบอัลตราโซนิคสุดล้ำใต้จอ นอกจากนี้ยังมาพร้อมขุมพลัง Dimensity 9500 ที่ถูกปรับจูนมาแบบก้าวกระโดด ทำให้ประสิทธิภาพ CPU แบบซิงเกิลคอร์ดีขึ้น 32% และจัดการพลังงานในงานหนักดีกว่าเดิมถึง 37% ผสานพลังกับ ชิปประมวลผลภาพ V3+ โดยเฉพาะ ทำให้การเล่นเกมและการใช้งานทั่วไปลื่นไหลไม่มีสะดุด แถมยังประหยัดพลังงานจากการใช้ NPU ได้ดีกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 56% เลยทีเดียว แต่ที่น่าทึ่งที่สุดคือกล้อง! ถึงจะตัวเล็กแต่ ชุดกล้องหลังกลับอัปเกรดความละเอียดกล้องหลักไปถึง 200 ล้านพิกเซล ใช้เซนเซอร์ ISOCELL HPB ขนาด 1/1.4 นิ้ว รูรับแสงกว้าง f/1.68 ให้ภาพคมชัดสุดๆ แถมยังมีกล้อง Telephoto ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล (เซนเซอร์ Sony LYT-602) และกล้อง Ultrawide 50 ล้านพิกเซล (เซนเซอร์ ISOCELL JN1) ที่ให้คุณภาพเดียวกับกล้องหน้า ทำให้การถ่ายภาพทุกรูปแบบออกมาเพอร์เฟกต์ ส่วนเรื่องความอึดก็หายห่วง เพราะรุ่นนี้ยัดแบตเตอรี่มาให้ถึง 6,040mAh พร้อมรองรับการชาร์จเร็วทั้งแบบมีสาย 90W และไร้สาย 40W พร้อมพอร์ต USB-C 3.2 Gen 1 ให้การโอนถ่ายข้อมูลเร็วปรื๋อ แถมยังมีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับท็อป IP68 + IP69 ลำโพงคู่เสียงกระหึ่ม และขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุด OriginOS 6 บนพื้นฐาน Android 16 เรียกว่า vivo X300 เป็นม้ามืดที่พิสูจน์ให้เห็นว่า "ขนาด" ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดในโลกสมาร์ทโฟนอีกต่อไป! vivo X300 มีราคาเปิดตัว 31,999 บาท iQOO 15 iQOO 15 นี่ไม่ได้มาเล่นๆ แต่มาเพื่อ "ทุบ" ทุกสถิติของวงการเกมมิ่งโฟน! พระเอกเบอร์หนึ่งคือหน้าจอ 2K Samsung Everest Display ขนาด 6.85 นิ้ว ที่ร่วมกันพัฒนากับ Samsung Display โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นจอ 2K LEAD OLED รุ่นแรกของโลกที่ใช้พาเนลวัสดุ M14 จุดที่ทำให้ต้องอ้าปากค้างคือความสว่างสูงสุด (HDR) ที่พุ่งทะลุไปถึง 6,000 นิต! เรียกว่าสว่างขนาดนี้ ดูคอนเทนต์ HDR10+ หรือ Dolby Vision กลางแดดเปรี้ยงก็ยังเห็นชัดแจ๋ว แถมยังฉลาดสุดๆ ด้วยระบบตรวจจับแสงสามทิศทางที่ปรับความสว่างอัตโนมัติได้แม่นยำแม้ในสภาพแสงซับซ้อน นอกจากนี้ยังเอาใจสายเกมเมอร์หนักมาก ด้วยรีเฟรชเรท 144Hz และอัตราการตอบสนองการสัมผัสสูงถึง 3200Hz ให้การตอบสนองรวดเร็วเหนือแสง พร้อมเทคโนโลยีถนอมสายตา Eye Comfort 2.0 และหน้าจอกันแสงสะท้อนพิเศษ ทำให้คุณเล่นเกมได้ยาวๆ โดยไม่ต้องกลัวตาเสียหรือพลาดทุกวินาทีสำคัญ แต่ความแรงที่แท้จริงอยู่ที่ขุมพลังภายใน เพราะ iQOO 15 จัดหนักด้วยชิปเซ็ตใหม่ล่าสุด Snapdragon 8 Elite Gen 5 ที่ผลิตบนสถาปัตยกรรม 3nm สูตร All Big Core (2+6) ความเร็วประมวลผลสูงสุด 4.6GHz ประกบคู่กับหน่วยความจำ LPDDR5X Ultra (9600 Mbps) และพื้นที่เก็บข้อมูล UFS 4.1 ทำให้คะแนน AnTuTu ทะยานไปถึง 4.38 ล้านคะแนน! ไม่เท่านั้น iQOO ยังเสริมทัพด้วยชิปกราฟิก Q3 ที่พัฒนาเอง พร้อมเทคโนโลยี Ray Tracing, Super Resolution และ Frame Boost ให้คุณรันเกม AAA ความละเอียด 2K ที่ 144fps ได้แบบเต็มสูบ ไม่ต้องกลัวร้อน เพราะมีระบบระบายความร้อน Ice Dome Cooling System ที่มาพร้อมแผ่น VC ขนาดใหญ่และกราไฟต์สองชั้น ครอบคลุมพื้นที่กว่า 14,000 ตร.มม. ซึ่งเคลมว่าเล่น Genshin Impact ต่อเนื่อง 1 ชั่วโมง เครื่องยังร้อนสูงสุดแค่ 39.3C เท่านั้น! แบตเตอรี่ก็อึดถึง 7,000mAh พร้อมชาร์จไว 100W (มีสาย) และ 40W (ไร้สาย) แถมยังมีโหมด Direct Power Supply ลดความร้อนขณะชาร์จไปเล่นเกมไปได้อีก นอกจากนี้ยังมาพร้อมกล้องหลังที่อัปเกรดแบบยกชุด ทั้งกล้องหลัก 50MP เซนเซอร์ Sony IMX921 พร้อม OIS และกล้อง Periscope Telephoto 50MP ที่ซูมดิจิทัลได้ถึง 100 เท่า โดยใช้ระบบเลนส์สามชั้น Prisma M-shaped และ Large Model AI Enhancement ช่วยให้ภาพถ่ายของคุณคมชัดและสวยสดแบบโปร บอกเลยว่า iQOO 15 เครื่องนี้คือ "สัตว์ประหลาด" ที่เกิดมาเพื่อครองบัลลังก์เกมมิ่งโฟนอย่างแท้จริง! iQOO 15 ราคาเปิดตัวเริ่มต้นที่ 29,900 บาท Poco F8 Series อีกหนึ่งซีรีส์ที่น่าสนใจซึ่งเปิดตัวในช่วงเดือนที่ผ่านมาคือ Poco F8 Series ที่ประกอบไปด้วย Poco F8 Ultra และ Poco F8 Pro ซึ่งเป็นตระกูลที่คนชอบความคุ้มต้องหลงรักเช่นเคยครับ เพราะเป็นรุ่นที่ไม่กั๊กสเปกในราคาสบายกระเป๋า โดยมีจุดที่น่าสนใจดังนี้เลย POCO F8 Pro มาแล้ว! POCO F8 Pro สมาร์ทโฟนที่เกิดมาเพื่อสายคุ้มค่าและสาย Performance โดยแท้จริง! ดีไซน์ภายนอกถือว่ากินขาด ด้วยหน้าจอ AMOLED ขอบแบนขนาด 6.59 นิ้ว อัตรารีเฟรช 120Hz ที่มาพร้อมความสว่างสูงสุดเฉพาะจุดถึง 3,500 นิต ใช้พาเนล M10 ระดับพรีเมียม ให้ภาพคมชัดสีสันจัดจ้านสะใจ พร้อมกับตัวเครื่องที่ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ด้วยฝาหลังกระจกขึ้นรูปชิ้นเดียว ผสานกับเฟรมตัวเครื่องที่มีมุมโค้งมนเล็กน้อย ทำให้สัมผัสในการจับถือดีกว่าเดิมมาก น้ำหนักเบาเพียง 199 กรัม และบางแค่ 8 มม. มีให้เลือกถึงสามสีสุดเท่ ทั้ง Titanium Silver, Blue และ Black แถมยังปลดล็อกได้รวดเร็วทันใจด้วยเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบอัลตราโซนิกใต้หน้าจอเลยทีเดียว ส่วนเรื่องความแรงนั้นไม่ต้องเป็นห่วง เพราะ POCO F8 Pro เลือกใช้ชิปเซ็ตเรือธงตัวแรงแห่งปีอย่าง Snapdragon 8 Elite ที่กวาดคะแนน AnTuTu ไปได้กว่า 3.2 ล้านคะแนน! ประสิทธิภาพระดับนี้เปิดเกม AAA ที่ความละเอียดสูงก็ทำได้สบายๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความร้อน เพราะมีระบบระบายความร้อนสุดล้ำ 3D Triple-layer IceLoop cooling system ที่เคลมว่าระบายความร้อนได้ดีกว่าเดิมถึง 40%! นอกจากจะแรงแล้วยังโคตรอึด ด้วยแบตเตอรี่ความจุ 6,210mAh ที่ POCO กล้าเคลมว่าสามารถใช้งานโทรสายสนทนาต่อเนื่องได้นานกว่า 56 ชั่วโมง และถ้าแบตหมดก็หายห่วง เพราะมีเทคโนโลยี 100W HyperCharge ที่ชาร์จจาก 1% ถึง 50% ได้ในเวลาเพียง 16 นาทีเท่านั้น! แถมยังใจดีให้ชาร์จย้อนกลับได้อีก 22.5W ปิดท้ายด้วยชุดกล้องหลัง 3 ตัว นำโดยกล้องหลัก 50MP (เซนเซอร์ Light Fusion 800 พร้อม OIS) กล้อง Telephoto 50MP ที่ซูมแบบ Lossless ได้ถึง 5 เท่า และกล้อง Ultrawide 8MP มุมมอง 120 องศา เรียกได้ว่า POCO F8 Pro เป็นมือถือที่ "ครบเครื่อง แรงเร็ว และแบตอึด" ที่สุดอีกรุ่นในตลาดตอนนี้! Poco F8 Pro เปิดตัวด้วยราคา 17,990 บาท POCO F8 Ultra บอกเลยว่า POCO F8 Ultra เกิดมาเพื่อเป็นราชาแห่งความแรงและพรีเมียมตัวจริง! ถึงแม้จะเป็นร่างที่รีแบรนด์มาจาก REDMI K90 Pro Max แต่สเปคที่ยกมาคือจัดเต็มแบบไม่มีกั๊ก ด้วยดีไซน์ใหม่ที่หรูหราสะดุดตา มีให้เลือกสองสีสุดคลาสสิกอย่าง Denim Blue และ Black ส่วนหน้าจอคือที่สุดของความฟิน ด้วยพาเนล AMOLED ขนาดใหญ่ถึง 6.9 นิ้ว อัตรารีเฟรช 120Hz เพื่อการเล่นเกมและเสพคอนเทนต์ที่ลื่นไหลระดับเทพ ความสว่างของหน้าจอก็สุดขั้ว โดยความสว่างสูงสุดเฉพาะจุดพุ่งไปถึง 3,500 นิต และสว่างทั่วทั้งจอที่ 2,000 นิต แถมยังรองรับมาตรฐาน HDR10+ และ Dolby Vision ครบเครื่อง ให้คุณดื่มด่ำกับสีสันที่สดใสและคอนทราสต์ที่สมจริงในทุกสภาพแสง หัวใจหลักที่ทำให้ F8 Ultra ลื่นไหลราวสายน้ำคือชิปเซ็ตเรือธงตัวใหม่ล่าสุด Snapdragon 8 Elite Gen 5 ที่มีความเร็วประมวลผลสูงถึง 4.6GHz ซึ่งเมื่อทำงานร่วมกับหน่วยความจำมาตรฐาน LPDDR5X และ UFS 4.1 ระดับท็อป ก็พร้อมชนกับทุกเกมและทุกแอปพลิเคชันที่ต้องใช้การเรนเดอร์หนักๆ ได้อย่างสบายๆ แถมยังเสริมทัพด้วยชิปประมวลผลภาพ VisionBoost D8 ที่ช่วยให้กราฟิกภายในเกมไหลลื่นและแสดงผลภาพแบบ HDR ได้ดียิ่งขึ้นไปอีกขั้น! ส่วนเรื่องกล้องก็ไม่น้อยหน้า จัดกล้องหลังมาให้ถึง 3 ตัว ความละเอียด 50MP ทั้งหมด นำโดยกล้องหลักเซนเซอร์ Light Fusion 950 พร้อม OIS และกล้อง Periscope Telephoto ที่ซูมออปติคัลได้ไกลถึง 5 เท่า ให้ภาพถ่ายคมชัดทุกระยะ ปิดท้ายด้วยแบตเตอรี่สุดอึด 6,500mAh พร้อมชาร์จเร็วสะใจทั้งแบบมีสาย 100W และไร้สาย 50W แถมยังมีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68 รองรับ Wi-Fi 7 และ Bluetooth 5.4 ครบถ้วนทุกการเชื่อมต่อ ไม่ว่าจะมองมุมไหน POCO F8 Ultra ก็คือสมาร์ทโฟนระดับ Ultra ที่เกิดมาเพื่อครองใจเกมเมอร์และสายพรีเมียมอย่างแท้จริง! POCO F8 Ultra เปิดตัวด้วยราคา 24,990 บาท HONOR X9d 5G HONOR X9d 5G มือถือที่ไม่ได้เน้นแค่ความสวย แต่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ "โคตรทน" ชนิดที่ว่าเครื่องอื่นทำไม่ได้! ดีไซน์ภายนอกยังคงเอกลักษณ์โมดูลกล้องทรงกลมอันโดดเด่น มีให้เลือกสามสีสุดยั่ว ทั้ง Reddish Brown, Sunrise Gold และ Midnight Black แต่ความลับที่แท้จริงอยู่ที่ความแกร่งระดับมหากาฬ ด้วยการออกแบบที่เน้นความทนทานเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นกระจกกันกระแทกแบบหลายชั้น (Multilayer Cushioning Design) ที่เสริมชั้นดูดซับแรงกระแทกเข้าไปอีก ทำให้เครื่องนี้ได้รับการรับรอง Triple-resistant จาก SGS พร้อมรับมือกับการตกจากที่สูงถึง 2.5 เมตร! แถมยังเป็นมือถือสายลุยที่แท้ทรู เพราะมาพร้อมมาตรฐาน IP6X ป้องกันฝุ่นละเอียดระดับทรายและฝุ่นก่อสร้างได้อย่างสมบูรณ์แบบ และที่พีคกว่าคือมาตรฐาน IPX9K ที่ทนต่อการกระเซ็นของน้ำ ฝน และน้ำแรงดันสูงได้สบายๆ ทำให้คุณพกพาไปลุยได้ทุกสถานการณ์โดยไม่ต้องกังวล นอกจากจะอึดถึกทนแล้ว สเปคภายในก็จัดเต็มแบบไม่ยอมใคร เริ่มจากหน้าจอ AMOLED ความละเอียด 1.5K ขนาด 6.79 นิ้ว ที่มีขอบบางเฉียบเพียง 1.3 มม. ให้พื้นที่การมองเห็นแบบเต็มตา ที่สำคัญคือความสว่างสูงสุดของหน้าจอที่พุ่งทะลุไปถึง 6,000 นิต! พร้อมเทคโนโลยี HONOR Eye Comfort Display ทำให้การใช้งานกลางแจ้งหรือดูคอนเทนต์ HDR เป็นไปอย่างคมชัด สดใส และสบายตา ส่วนขุมพลังมาจากชิปเซ็ตใหม่ล่าสุด Snapdragon 6 Gen 4 (4nm) ที่ทั้งแรงขึ้น 11% (CPU) และ 29% (GPU) แถมยังทำงานร่วมกับระบบระบายความร้อน VC Ice ของ HONOR ที่จัดการความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนแบตเตอรี่คือไฮไลท์ที่ต้องปรบมือให้ดังๆ เพราะให้ความจุมาถึง 8,300mAh! ที่ HONOR กล้าเคลมว่าสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องสูงสุดถึง 3 วัน โดยที่แบตเตอรี่จะไม่เสื่อมประสิทธิภาพในระยะเวลา 6 ปี พร้อมชาร์จเร็ว 66W HONOR Supercharge นอกจากนี้ชุดกล้องหลัง 108MP พร้อม OIS และฟีเจอร์ AI สุดล้ำ ไม่ว่าจะเป็น AI Eraser, AI Eyes Open และ AI Cutout ก็พร้อมเปลี่ยนคุณให้เป็นโปรด้านการถ่ายภาพได้อย่างง่ายดาย ทำให้ HONOR X9d 5G เป็นมือถือที่ครบเครื่องทั้งความทนทานสุดขั้ว ประสิทธิภาพที่ลื่นไหล และแบตเตอรี่ที่อึดระดับตำนาน! HONOR X9d 5G เปิดตัวด้วยราคา 11,990 บาท realme C85 5G อีกหนึ่งรุ่นที่เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหามือถือที่ไม่ได้แค่ "อึด" แต่คือ "โคตรอึดระดับตำนาน" แถมแบตเตอรี่ก็มหาศาลใช้ได้ข้ามวันข้ามคืน ต้องกรี๊ดให้กับ realme C85 5G ตัวนี้เลย! เริ่มกันที่หน้าจอ LCD ขนาด 6.8 นิ้ว ที่มาพร้อมรีเฟรชเรท 144Hz ลื่นไหลไม่แพ้ใคร แถมยังสู้แดดได้สบายเพราะความสว่างสูงสุดถึง 1,200 นิต พร้อมเทคโนโลยี DC Dimming ช่วยถนอมสายตาให้คุณเล่นได้ยาวๆ สิ่งที่ทำให้รุ่นนี้โดดเด่นแบบไร้คู่แข่งคือความทนทานสุดขั้ว เพราะมันผ่านมาตรฐานกันกระแทกระดับทหาร MIL-STD 810H! ไม่ว่าจะตกกระแทกก็รอด แถมยังกันน้ำกันฝุ่นจัดเต็มทั้ง IP69K, IP69, IP68 และ IP66 จะโดนฝน โดนละอองน้ำ หรือจะเผลอทำตกน้ำลึก 6 เมตรนาน 30 นาที ก็ยังใช้งานได้ต่อ! สำหรับแบตเตอรี่ก็จัดหนักด้วยความจุ 7,000mAh ที่ realme เคลมว่าถ้าใช้งานไปแล้ว 12 ชั่วโมง แบตเตอรี่ยังเหลือถึง 50% และรับประกันอายุการใช้งานยาวนานถึง 6 ปี! พร้อมรองรับชาร์จไว 45W และมีระบบ Bypass Charging ที่ช่วยลดความร้อนขณะเล่นเกมไปชาร์จไป และยังสามารถใช้ชาร์จย้อนกลับให้อุปกรณ์อื่นได้อีก 6.5W เรียกได้ว่าอึด แกร่ง และใจกว้างสุดๆ ไปเลย ส่วนประสิทธิภาพการทำงานนั้นหายห่วง ด้วยขุมพลังชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 6300 ที่พร้อมให้คุณใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆ ได้อย่างราบรื่น จับคู่กับ RAM 8GB และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลสูงสุด 256GB ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ realme UI 6.0 บนพื้นฐาน Android 15 ในส่วนของกล้องก็ไม่น้อยหน้า ถึงแม้จะมีกล้องหลังตัวเดียวความละเอียด 50MP เซนเซอร์ Sony IMX852 แต่ก็ให้ภาพที่คมชัดสวยงามเกินราคา พร้อมกล้องหน้า 8MP และรองรับการถ่ายวิดีโอ 1080p ที่ 30fps แถมยังมาพร้อมฟีเจอร์ AI สุดล้ำ AI Edit Genie เหมือนกับรุ่นพี่ ทำให้คุณสามารถแก้ไขรูปภาพด้วย AI ได้อย่างครบครัน จะลบวัตถุที่ไม่ต้องการ หรือปรับภาพให้ดูดีขึ้นก็ทำได้ง่ายๆ ในพริบตา นอกจากนี้ยังมาพร้อมลำโพงเดี่ยวที่รองรับการเพิ่มเสียงระดับ 400% และเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ปุ่มข้างตัวเครื่อง ทำให้ realme C85 5G เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการสมาร์ทโฟนที่ทั้งอึด ถึก ทน และแบตเตอรี่อยู่ได้นานจนลืมที่ชาร์จไปเลย! realme C85 5G เปิดตัวด้วยราคา 6,999 บาท HUAWEI nova 14 Series HUAWEI nova 14 Series ก็เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วเช่นกัน โดยเปิดตัวมาทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ HUAWEI nova 14 Ultra, nova 14 Pro และ nova 14 แต่สำหรับในไทยจะมีวางจำหน่ายเฉพาะ 2 รุ่นหลังเท่านั้น โดยมีจุดเด่นด้านดีไซน์ที่สวยหรูดูพรีเมียม และด้านการถ่ายภาพอันเป็นจุดเด่นของค่ายนี้อยู่แล้ว ซึ่งแต่ละรุ่นมีรายละเอียดดังนี้ HUAWEI nova 14 Pro HUAWEI nova 14 Pro รุ่นนี้กลับมาเขย่าวงการสมาร์ทโฟนอีกครั้งด้วยดีไซน์สุดล้ำและสเปคที่เน้นการถ่ายภาพและประสบการณ์พรีเมียม! ตัวเครื่องยังคงความบางเบาและโดดเด่นตามสไตล์ nova แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือหน้าจอ OLED ที่คมชัด สีสันสดใสจัดจ้านเต็มตา พร้อมอัตรารีเฟรชเรท 120Hz ที่ทำให้การปัดนิ้วหรือเล่นเกมไหลลื่นไม่มีสะดุด และแน่นอนว่ารุ่นนี้มักจะมาพร้อมเทคโนโลยี Kunlun Glass ที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทานต่อรอยขีดข่วนและการตกกระแทก ทำให้มือถือของคุณสวยทนทานนานกว่าใคร! ส่วนเรื่องพลังงานก็หายห่วง เพราะรุ่น Pro ย่อมมาพร้อมแบตเตอรี่ 5500mAh ที่อึดกว่าเดิมและเทคโนโลยี HUAWEI SuperCharge 100W ที่ชาร์จเร็วทันใจ ไม่ต้องรอนานให้เสียอารมณ์ และคาดว่ามาพร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นที่อัปเกรดขึ้น ให้คุณใช้งานได้อย่างมั่นใจในทุกสถานการณ์ แต่ทีเด็ดที่ทำให้สาวกโซเชียลต้องตาลุกวาวคือ ชุดกล้องหน้าที่ยกเครื่องใหม่ทั้งหมด! HUAWEI มักจะใส่กล้องหน้าแบบ Dual Camera มาในรุ่น Pro พร้อมฟีเจอร์ที่เรียกว่า "ซูมได้" ด้วยเลนส์ Ultra-wide และเทคโนโลยี Auto-Focus ที่ทำให้คุณเซลฟี่ได้อย่างคมชัดทุกระยะ 50MP+8MP แถมยังซูมภาพหมู่ได้แบบไม่ตกขอบ ส่วนกล้องหลังนั้นก็ไม่ยอมแพ้ คาดว่าจะมาพร้อมเซนเซอร์ความละเอียดสูงระดับ 50MP ขึ้นไป พร้อมระบบประมวลผลภาพ XMAGE ที่ช่วยให้ภาพถ่ายกลางคืนหรือภาพ Portrait สวยมีมิติยิ่งกว่าเดิม! ด้านขุมพลังก็คาดว่าจะใช้ชิปเซ็ต Kirin 8020 ที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดในซีรีส์นี้ ทำให้การเล่นเกมและการใช้งานแอปพลิเคชันหนักๆ เป็นไปได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ ระบบปฏิบัติการ HarmonyOS ก็ถูกพัฒนาให้ทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ได้อย่างเต็มที่ มอบประสบการณ์การใช้งานที่รวดเร็ว ฉลาด และเชื่อมต่อกับ Ecosystem ของ HUAWEI ได้อย่างไร้รอยต่อ ทำให้ HUAWEI nova 14 Pro ไม่ใช่แค่มือถือ แต่คืออุปกรณ์คู่ใจที่พร้อมให้คุณสร้างสรรค์คอนเทนต์และใช้ชีวิตในยุคดิจิทัลได้อย่างลงตัวที่สุด! HUAWEI nova 14 Pro เปิดตัวที่ราคา 18,990 บาท HUAWEI nova 14 HUAWEI nova 14 กลับมาพร้อมความลงตัวที่ทุกคนรักในซีรีส์ nova นั่นคือดีไซน์ที่ดูดีมีสไตล์ ตัวเครื่องบางเบาจับถนัดมือ และสีสันสดใสที่สะท้อนความเป็นแฟชั่นโฟนได้อย่างชัดเจน! รุ่นนี้มาพร้อมหน้าจอคุณภาพสูงแบบ OLED ที่ให้สีสันที่สดใสและความดำที่ลึกสมจริง ขนาดกำลังดีสำหรับการใช้งานทั่วไป พร้อมอัตรารีเฟรชเรท 120Hz ทำให้การไถฟีดโซเชียลหรือดูวิดีโอเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ติดขัด แถมยังมาพร้อมระบบปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือใต้หน้าจอเพื่อความปลอดภัยและความสะดวกสบาย ส่วนเรื่องพลังงานก็ไว้ใจได้ ด้วยแบตเตอรี่ความจุ 5500 mAh เพียงพอต่อการใช้งานตลอดวัน พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว HUAWEI SuperCharge 100W ที่จะช่วยเติมพลังกลับมาได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลามานั่งเฝ้าเครื่องชาร์จนานๆ ทำให้ HUAWEI nova 14 เป็นเพื่อนร่วมทางที่พร้อมไปกับคุณได้ทุกที่อย่างมีสไตล์และไม่ต้องกังวลเรื่องแบตหมด หัวใจสำคัญของ HUAWEI nova 14 อยู่ที่ประสิทธิภาพกล้องและการประมวลผลที่ฉลาดขึ้น! คาดการณ์ว่ารุ่นนี้จะมาพร้อมกับกล้องหลังหลักความละเอียดสูงถึง 50MP ที่ใช้เทคโนโลยีการประมวลผลภาพ XMAGE อันเป็นเอกลักษณ์ของหัวเว่ย ทำให้ภาพถ่ายของคุณไม่ว่าจะเป็นวิวทิวทัศน์หรือภาพอาหารก็สวยคมชัด มีมิติ และเก็บรายละเอียดในที่แสงน้อยได้ดีเยี่ยม ส่วนกล้องหน้าก็จัดความละเอียดมาให้สูงถึง 50MP ที่เน้นการถ่ายเซลฟี่ให้ผิวสวยเนียนและเป็นธรรมชาติที่สุด ส่วนเรื่องการประมวลผลก็หายห่วง เพราะรุ่นนี้จะถูกขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Kirin 8000 ที่มอบความเร็วและความเสถียรสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดแอปพลิเคชัน การเล่นเกมเบาๆ หรือการสลับไปมาระหว่างหลายแอปพลิเคชัน ก็ทำได้อย่างราบรื่นไม่มีสะดุด ด้วยระบบปฏิบัติการ HarmonyOS ที่ได้รับการปรับปรุงให้ใช้งานง่ายและปลอดภัย ทำให้ HUAWEI nova 14 เป็นสมาร์ทโฟนที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสมดุลระหว่างแฟชั่น ประสิทธิภาพกล้องที่เชื่อถือได้ และความคุ้มค่าอย่างลงตัว! HUAWEI nova 14 เปิดตัวที่ราคา 14,990 บาท Infinix HOT 60i 5G Infinix Hot 60i 5G เปิดตัวมาเขย่าตลาดด้วยราคาสุดเบาหวิว แต่สเปคที่ให้มานั้นเกินราคาไปมากโขเลยทีเดียว! หัวใจหลักคือการประมวลผลด้วยชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 6400 5G ที่ทำให้การใช้งานไหลลื่นไม่มีสะดุด รองรับสัญญาณ 5G ได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเล่นเกม ดูวิดีโอ หรือสลับแอปพลิเคชันก็ทำได้อย่างรวดเร็วทันใจ นอกจากความแรงแล้ว สิ่งที่ทำให้รุ่นนี้โดดเด่นคือ แบตเตอรี่ความจุ 6,000mAh ที่อึดแบบสุดๆ Infinix เคลมว่าสามารถโทรสนทนาได้นานกว่า 41 ชั่วโมงต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง! และแม้จะรองรับการชาร์จ 18W แต่อย่างน้อยก็มีฟีเจอร์ชาร์จย้อนกลับผ่านสายให้เพื่อนๆ ได้อีกด้วย ตัวเครื่องมาพร้อมดีไซน์ฝาหลังที่ดูพรีเมียมเกินราคา แถมยังมีความทนทานต่อฝุ่นและน้ำในระดับ IP64 ให้คุณใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องกลัวละอองน้ำหรือฝุ่นเข้า ส่วนประสบการณ์การใช้งานก็จัดเต็มไม่แพ้กัน ด้วยหน้าจอ IPS LCD ขนาด 6.75 นิ้ว ที่มาพร้อมอัตรารีเฟรชเรทสูงถึง 120Hz ทำให้ทุกการปัดและการสัมผัสเป็นไปอย่างสมูทและรวดเร็ว แม้ว่าความละเอียดจะเป็น HD+ แต่ก็ให้ความสว่างสูงสุดที่ 670 นิต ทำให้ใช้งานกลางแจ้งได้ในระดับที่น่าพอใจ ดีไซน์กล้องหน้าแบบติ่งหยดน้ำ พร้อมกล้องหน้า 5MP และกล้องหลังความละเอียด 50MP รูรับแสง f/1.6 ที่มีโหมดถ่ายภาพและฟีเจอร์ AI ช่วยแก้ไขรูปภาพให้สวยงามอย่างครบครัน ที่สำคัญคือให้หน่วยความจำมาถึง RAM 8GB และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลถึง 256GB ซึ่งสามารถเพิ่ม microSD Card ได้สูงสุดถึง 2TB เลยทีเดียว พร้อมพอร์ตหูฟัง 3.5 มม. ที่ยังคงมีมาให้ และระบบปฏิบัติการ XOS 15.1 บนพื้นฐาน Android 15 ทำให้ Infinix Hot 60i 5G เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆ สำหรับคนที่ต้องการมือถือ 5G สเปคดี แบตอึด และราคาคุ้มค่าที่สุดในงบประมาณห้าพันนิดๆ! Infinix Hot 60i 5G เปิดตัวที่ราคา 5,199 บาท Samsung Galaxy Tab A11+ 2025 และปิดท้ายด้วยแท็บเล็ตโทรได้อย่าง Samsung Galaxy Tab A11+ ที่บอกเลยว่านี่ไม่ใช่แค่แท็บเล็ตธรรมดา แต่เป็นมัลติฟังก์ชันสุดคล่องตัวที่สามารถ โทรออก รับ-ส่ง SMS และ OTP ได้ครบจบในเครื่องเดียว เหมือนเป็นมือถือจอใหญ่เลยทีเดียว! ดีไซน์ตัวเครื่องก็ทำออกมาได้พรีเมียมทันสมัย บางเบา พกพาสะดวก พร้อมหน้าจอใหญ่เต็มตาถึง 11 นิ้ว เพื่อการเรียน การทำงาน และความบันเทิงที่เต็มอิ่ม ส่วนเรื่องความอึดนั้นหายห่วง เพราะรุ่นนี้จัดแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 7,040mAh มาให้ใช้งานกันยาวๆ ต่อเนื่องไม่ต้องกังวลเรื่องแบตหมด แถมยังรองรับระบบชาร์จเร็ว 25W Fast Charging ที่ช่วยลดเวลาในการรอชาร์จไปได้เยอะมาก ที่สำคัญที่สุดคือ Samsung ใจป้ำสุดๆ ด้วยการ รับประกันอัปเดตซอฟต์แวร์ (OS) สูงสุดถึง 7 เวอร์ชัน และอัปเดตความปลอดภัยต่อเนื่องนานถึง 7 ปี! มั่นใจได้เลยว่าซื้อไปแล้วจะใช้งานได้ยาวนานหลายปีแบบไม่ตกเทรนด์แน่นอน Galaxy Tab A11+ ไม่ได้มีดีแค่ความอึดและอายุยืนยาวเท่านั้น แต่ยังอัดแน่นด้วยฟีเจอร์ระดับเรือธงที่พร้อมยกระดับประสบการณ์การใช้งานแท็บเล็ตของคุณไปอีกขั้น! ตัวเครื่องทำงานบน One UI 8 บนพื้นฐาน Android 16 ตั้งแต่แกะกล่อง พร้อมรองรับฟีเจอร์เด็ดอย่าง Samsung DeX รุ่นล่าสุด ที่เปลี่ยนแท็บเล็ตให้กลายเป็นหน้าจอเดสก์ท็อปเพื่อการทำงานแบบมัลติทาสก์ที่ง่ายและมีประสิทธิภาพกว่าเดิมหลายเท่า นอกจากนี้ยังตามเทรนด์ AI ได้ทัน ด้วยการใส่ฟีเจอร์สุดล้ำอย่าง Gemini และ Circle to Search with Google มาให้ใช้ได้ทันที เพิ่มความสะดวกสบายในการค้นหาและจัดการข้อมูลได้อย่างฉลาดขึ้นไปอีกขั้น! ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน หรือความบันเทิง รุ่นนี้ก็พร้อมจัดเต็มให้คุณแบบเต็มอรรถรส ด้วยอัตรารีเฟรชหน้าจอ 90Hz ที่ลื่นไหล และระบบลำโพงถึง 4 ตัว ให้เสียงรอบทิศทางเต็มอิ่มทุกการรับชมและเล่นเกม ด้วยสเปคที่ครบเครื่องขนาดนี้ พร้อมราคาที่คุ้มค่าและโปรโมชันเปิดตัวสุดพิเศษ บอกเลยว่านี่คือแท็บเล็ตที่ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว! Samsung Galaxy Tab A11+ เปิดตัวด้วยราคา 9,990 บาท (5G) และ 7,990 บาท (Wi-Fi) และย้ำอีกเช่นเคย ใครที่สนใจรุ่นไหน สามารถไปสัมผัสเครื่องจริงพร้อมส่วนลดโดนใจกันได้ที่ True Shop ทุกสาขาใกล้บ้านเลย สำหรับวันนี้ก็ต้องขอจบการแนะนำเพียงเท่านี้ จนกว่าจะพบกันใหม่ สวัสดีครับ :)
ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี • 19 ธ.ค. 68
อ่าน
WHAอัพงบซื้อที่3พันล. ยอดขายQ4เกินพันไร่
#WHA #ทันหุ้น - WHA เพิ่มงบซื้อที่ดิน 3 พันล้านบาท รองรับลูกค้าต่างชาติแห่ย้ายฐานผลิตมากไทยดีต่อเนื่อง “ดาต้าเซ็นเตอร์-เครื่องใช้ไฟฟ้า-อิเล็กทรอนิกส์-คอนซูเมอร์” มั่นใจยอดขายที่ดินไตรมาส 4 ปีนี้เกินพันไร่ จ่อเซ็นเดือนธันวาคมนี้ หนุนปีนี้ตามเป้า 2.35 พันไร่ “ครม.เศรษฐกิจ” ไฟเขียว Thailand Fast Pass 80 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 4.8 แสนล้านบาทนางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA เปิดเผยกับ "ทันหุ้น" ว่า จากที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัทล่าสุดได้อนุมัติเพิ่มวงเงินในการซื้อที่ดินเพิ่ม 3,000 ล้านบาท เพื่อซื้อที่ดินรองรับลูกค้าเข้ามาซื้อที่ดินกับทาง WHA มากขึ้นต่อเนื่องจากกระแสการย้ายฐานการผลิตมาที่ประเทศไทย โดยเฉพาะจากจีน ซึ่งกระแสการย้ายฐานการผลิตมาที่ประเทศไทยในปี 2569 ยังเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้บริษัทจะใช้งบซื้อที่ดินเป็นกว่า 10,000 ล้านบาท@Q4 ขายที่ดินเกินพันไร่ สำหรับยอดขายที่ดินในไตรมาส 4/2568 มั่นใจจะเกิน 1,000 ไร่ ซึ่งจะเป็นไตรมาสที่บริษัทมียอดขายที่ดินสูงสุด โดยในช่วงเดือนธันวาคมนี้ บริษัทจะมีการเซ็นสัญญาขายที่ดินจำนวนดังกล่าว โดยยังไม่สามารถเปิดเผยได้ขณะนี้ว่าเป็นลูกค้าในกลุ่มธุรกิจอะไร ซึ่งกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาเจรจาซื้อที่ดินกับ WHA มีหลายธุรกิจ ทั้งดาต้าเซ็นเตอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งเป็นอีก อุตสาหกรรมที่ยังคงมาแรงอยู่ จากที่บริษัทต่างๆ ย้ายมาทำให้ซัพพลายเชนที่เกี่ยวข้องก็ตามมา เหมือนกับธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า (EV)ที่ยังเข้ามาต่อเนื่อง ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ และธุรกิจอุตสาหกรรมด้านสินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer) ก็เข้ามาต่อเนื่องโดยบริษัทหนังสือแสดงความจำนงซื้อที่ดิน (LOI) 1,806 ไร่ ที่จะทยอยเซ็นสัญญาในปลายปีนี้และต่อเนื่องปีหน้า ทำให้มั่นใจว่ายอดขายที่ดินรวมปีนี้จะทำได้ตามเป้าหมายที่ 2,350 ไร่ แม้ 9 เดือนปี 2568 บริษัทขายที่ดินได้ 1,258 ไร่ ขณะที่ยอดโอนที่ดินก็จะได้ทำได้ตามเป้าหมายเช่นกันที่ 2,300 ไร่ โดย 9 เดือนปีนี้มี ยอดการโอนที่ดิน 1,363 ไร่@รายได้ Q4 โดดเด่นด้านบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า คาด WHA มี ยอดขายที่ดินไตรมาส 4/2568 จะสูงในระดับ 1,000-1,100 ไร่ รองรับด้วยกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ 3 รายที่สนใจที่ดินขนาดใหญ่ คือ กลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ และผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ รวมกันราว 1,000 ไร่ รวมถึงยังมีลูกค้ากลุ่ม Data Centre ที่ต้องการซื้อที่ดินขนาด 1,000 ไร่ โดยบริษัทเปิดเผยจะมีการเซ็นสัญญาซื้อขายที่ดินกว่า 900 ไร่ (จากลูกค้ารายใหญ่) ช่วงต้นเดือนธันวาคมนี้สำหรับผลดำเนินงานไตรมาส 4/2568 จะฟื้นตัวโดดเด่นจากไตรมาส 3/2568 ขับเคลื่อนจากธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมที่มียอดขายที่ดินแข็งแกร่งขึ้น ส่วนยอดโอนจะเพิ่มขึ้นตามฤดูปัจจัยกาล และรองรับด้วยยอดขายรอโอน(แบ็กล็อก) จำนวน 1.4 พันไร่ มูลค่า 7.46 พันล้านบาท ด้านธุรกิจโลจิสติกส์ นอกจากมีการเพิ่มพื้นที่เช่าอีกกว่า 4 หมื่นตร.ม. ในการสร้างรายได้ค่าเช่าเพิ่มเติม ยังมีการขายสินทรัพย์ให้แก่ WHART มูลค่า 769 ล้านบาท ในการขับเคลื่อนต่อกำไรเพิ่มเติม จึงคงน้ำหนักลงทุน Outperform ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 4.36 บาท โดยผลประกอบการที่จะแข็งแกร่งขึ้นในไตรมาส 4/2568 น่าจะช่วยกระตุ้นความน่าสนใจของนักลงทุนอีกครั้ง@ไฟเขียว Thailand Fast Passนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจวันนี้ (24พ.ย.) ว่า ที่ประชุมอนุมัติโครงการ Thailand FastPass ทางด่วนการลงทุน ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบาย Quick Big Win เสาที่ 5 ของรัฐบาล เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดการลงทุนขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าเกิน 1 พันล้านบาท ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) มูลค่าสูงถึง 480,000 ล้านบาท พร้อมทั้งเร่งรัดการแก้ปัญหาระยะยาวทั้งการลงทุนด้านพลังงานสะอาดและการยกระดับทักษะแรงงานไทย“BOI มีโครงการลงทุนที่ได้รับอนุมัติไว้แล้วค่อนข้างมาก ประมาณ 2 ล้านล้านบาท แต่หลายโครงการยังไม่เกิดการลงทุนจริง ครม.เศรษฐกิจจึงเห็นชอบโครงการ “Thailand Fast Plus” เพื่อแก้ไขปัญหานี้ โดยจะเริ่มจากโครงการขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาท ซึ่งมีอยู่ 80 โครงการ คิดเป็นเม็ดเงิน 4.8 แสนล้านบาท”โดยการปลดล็อกข้อจำกัดและลดขั้นตอนในกระบวนการขออนุญาตต่างๆ เช่น การขอวีซ่าทำงาน การขอระบบน้ำ และระบบไฟฟ้า โดย BOI จะทำงานร่วมกับหน่วยราชการต่างๆ เพื่อกำหนดกรอบเวลาอนุมัติที่ชัดเจน คาดว่า จะลดขั้นตอนดังกล่าวได้ราว 20-50% คาดว่า ใน 3 ปีแรกจะมีมูลค่าการลงทุน 3.9 แสนล้านบาท
ทันหุ้น • 25 พ.ย. 68
สิทธิพิเศษ
หัวหินเฟอร์ทิลลิตี้คลินิก
-
โรงพยาบาล/คลินิก • 20 พ.ย. 68
อ่าน
TOA คว้ารางวัลใหญ่ ‘Well-being Editor’s Choice’ที่สุดแห่งการปกป้องหลังคาเมทัลชีท ‘ลดร้อน-ลดเสียง-กันซึม ทนนาน 10 ปี’
#TOA # ทันหุ้น - บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ผู้นำนวัตกรรมสีและเคมีภัณฑ์ก่อสร้างของไทย ตอกย้ำเจ้าตลาดเบอร์ 1 และผู้นำนวัตกรรมรักษ์โลก ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในงานบ้านและสวนแฟร์ Living Festival 2025 โดยสามารถคว้ารางวัลใหญ่มาถึง 2 รางวัล ได้แก่ รางวัลบ้านและสวน’s Choice ในหมวด Well-being Product ตอบโจทย์ที่อยู่อาศัยและเป็นที่ไว้วางใจของคนรักบ้าน และรางวัล ‘Editor’s Choice’ จาก ‘สีทาหลังคา SuperShield Metal Sheet Shield’ ที่สุดแห่งการปกป้องหลังคาบ้านเมทัลชีท ทั้งจากแสงอาทิตย์ ลดเสียงรบกวน และปกป้องหลังคาเมทัลชีท ทนทาน 10 ปี ถือเป็นบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของ TOA ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจสุขภาวะที่ดีของผู้บริโภค (Well-being) อย่างแท้จริงนายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 60 ปี TOA ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนาและสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความใส่ใจในสุขภาพผู้อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อม ทำให้เรากลายเป็นผู้นำนวัตกรรมใหม่ๆ อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมสีทับหน้ารวมรองพื้น สูตร 2in1 ทั้งผลิตภัณฑ์ TOA 4 Seasons 2in1 และ TOA Expert Series 2in1 รวมถึงนวัตกรรมสีเคลือบรวมรองพื้น สูตรน้ำ สำหรับทาเหล็กและพื้นผิวอื่นๆ TOA AquaShield 2in1 Multi Surface และนวัตกรรมสีทาภายใน ปลอดภัยสูงสุด TOA Organic Care เป็นต้นสำหรับนวัตกรรมใหม่ สีทาหลังคาเมทัลชีท ‘ซุปเปอร์ชิลด์ เมทัลชีท ชิลด์’ (SuperShield Metal Sheet Shield) ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นด้วยเทคโนโลยี 3X Triple Tech Protection พลังปกป้องเหนือระดับ เพื่อยกระดับมาตรฐานการปกป้องหลังคาโลหะให้ทนทาน เย็นสบาย และเงียบสงบกว่าที่เคย ด้วยคุณสมบัติเด่น 3 ประการ ไม่ว่าจะเป็น 1.Solar Reflection สะท้อนแสงอาทิตย์สูงสุด 96% สะท้อนได้ดีกว่าเมทัลชีทที่ไม่เคลือบสี มากกว่า 2 เท่า และยังสามารถลดอุณหภูมิที่พื้นผิวได้มากกว่าเมทัลชีทที่ไม่ได้เคลือบสีมากถึง 14 องศาเซลเซียส* 2.Noise Reduction ลดเสียงได้มากกว่าถึง 16% เมื่อเทียบกับเมทัลชีทเปลือย และสามารถช่วยลดเสียงได้มากกว่าเมทัลชีทที่บุด้วยพียูโฟมถึงเท่าตัว* 3.High Elongation เนื้อฟิล์มหนา ยืดหยุ่นมากกว่าสีน้ำทั่วไป ช่วยปกป้องและยืดอายุหลังคา *หมายเหตุ: ค่าผลทดสอบเป็นผลความแตกต่างของอุณหภูมิสูงสุดเปรียบเทียบกัน และร้อยละ (%) ผลต่างของเสียง ซึ่งเป็นการทดสอบจากบ้านจำลองนายจตุภัทร์ เสริมว่า นวัตกรรมล่าสุดนี้เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ TOA ในฐานะผู้นำนวัตกรรม โดยปัจจุบันเรามีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ครอบคลุมทุกเซกเมนต์การใช้งาน และมีโซลูชั่นต่างๆ แบบครบระบบ ทั้งสีทาอาคาร สีตกแต่งพิเศษ สีงานไม้ สีงานเหล็ก สีอุตสาหกรรม สีทาหลังคา สีทาพื้นถนน สินค้ากลุ่มฮาร์ดแวร์ สเปรย์ กาว กระดาษทราย เคมีภัณฑ์ก่อสร้างป้องกันรอยแตกร้าวและรั่วซึม ปูนกาวซีเมนต์ ปูนมอร์ตาร์สำเร็จรูป กระเบื้องเซรามิกสำหรับปูพื้นและผนัง แผ่นฝ้ายิปซัม (ปัจจุบันเราเป็นเบอร์ 2 ในตลาด) จนถึงการขยายธุรกิจสู่กลุ่ม Smart Bathroom Solution ร่วมกับ JOMOO แบรนด์สุขภัณฑ์ระดับโลก ซึ่งทั้งหมดนี้ตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งของ TOA ที่ได้รับความไว้วางใจจนเป็นเจ้าตลาดเบอร์หนึ่ง และผู้นำนวัตกรรมรักษ์โลกของไทยตัวจริง“ด้วยคุณสมบัติที่ครบถ้วนของ SuperShield Metal Sheet Shield จึงเป็นคำตอบของการปกป้องหลังคาเมทัลชีทที่ทั้งสวย ทน และเย็นสบาย พร้อมทั้งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนทั้งด้านการใช้งานและสิ่งแวดล้อม มีจำหน่ายด้วยกัน 6 เฉดสี และยังสามารถเลือกใช้คู่กับสีทับหน้าซุปเปอร์ชิลด์ ที่ให้ความทนทานยาวนาน 15 ปีและมีเฉดสีให้เลือกกว่า 3,700 เฉดสี มีวางจำหน่ายแล้วที่ร้านตัวแทนจำหน่ายชั้นนำทั่วประเทศ นวัตกรรม ‘Supershield Metal Sheet Shield’ สะท้อนความมุ่งมั่นของทีโอเอในการพัฒนาเทคโนโลยีสีที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง” นายจตุภัทร์กล่าวปิดท้าย
ทันหุ้น • 11 พ.ย. 68
อ่าน
GUNKUL ผนึก SCN เสริมแกร่งธุรกิจโซลาร์ ขยายตลาดอินเวอร์เตอร์-แบตฯ
#ทันหุ้น - บริษัท กันกุล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL ผู้นำด้านพลังงานสีเขียวและโครงสร้างพื้นฐาน ต่อยอดสร้างการเติบโตของกลุ่มธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า (Manufacturing) ขยายเครือข่ายพาร์ตเนอร์จัดจำหน่ายอินเวอร์เตอร์และแบตเตอรี่โซลูชั่นระดับโลกแบรนด์ SUNGROW ตั้งเป้ากระจายสินค้าเข้าถึงทุกขนาดกำลังการติดตั้งครบคลุมบ้านเรือน ชุมชน และอุตสาหกรรมทั่วประเทศ โดยจับมือบริษัท สแกน เอิร์ธ พาวเวอร์ จำกัด หรือ SEP ผู้เชี่ยวชาญด้านโซลาร์เซลล์และระบบพลังงานแสงอาทิตย์ บริษัทภายในเครือของบริษัท สแกน อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCN ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจก๊าซธรรมชาติ พลังงานทดแทน และขนส่งแบบครบวงจร มุ่งเน้นสนับสนุนโครงการโซลาร์และพลังงานสีเขียว ที่กำลังเติบโต อย่างต่อเนื่องจากมาตรการสนับสนุนภาครัฐ พร้อมเดินหน้าเติมจำนวนพาร์ตเนอร์ปี 2569 เตรียมขานรับมาตรการโซลาร์ฟาร์มชุมชน และนโยบายลดหย่อนภาษีโซลาร์เซลล์คุณวรินทิพย์ โรซาร์พิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจพลังงานและกลยุทธ์การลงทุน บริษัท กันกุล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า "การร่วมมือเป็นพันธมิตรในครั้งนี้ เกิดจากการมีวิสัยทัศน์ร่วมกันระหว่าง บริษัท ฟิวเจอร์ เอ็นเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด บริษัทลูกภายในเครือ GUNKUL และ บริษัท สแกน เอิร์ธ พาวเวอร์ จำกัด ในกลุ่มของ SCN หรือ บมจ. สแกน อินเตอร์ หนึ่งในผู้นำด้านพลังงานที่มีเครือข่ายธุรกิจที่หลากหลาย ไม่จำกัดแค่พลังงานหมุนเวียนและก๊าซธรรมชาติ แต่ยังครอบคลุมไปถึงกลุ่มสถานีบริการน้ำมัน ธุรกิจยานยนต์และโลจิสติกส์ ซึ่งนับเป็น ความสำเร็จในกลยุทธ์การสร้างเครือข่ายผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีพลังงานสะอาดเชิงรุกของปี 2569 ต่อยอดหลังจากที่ทาง GUNKUL ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดจำหน่าย (Tier 1 Distributor) อย่างเป็นทางการของ SUNGROW เมื่อช่วงกลางปี 2568 ที่ผ่านมา โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากมาตรการ Quick Big Win และนโยบายภาครัฐที่ประกาศเดินหน้าโครงการ “โซลาร์ฟาร์มชุมชน” เป้าหมายกำลังผลิตกว่า 1,500 เมกะวัตต์ รวมถึงนโยบายลดหย่อนภาษีโซลาร์เซลล์ที่คาดว่าจะชัดเจนในไม่ช้า บริษัทฯ เล็งเห็นถึงโอกาสในการเติบโตตามแนวโน้มของตลาดที่ขยายตัวมากขึ้น ซึ่งความแข็งแกร่งของ SCN จะเป็นอีกช่องทางที่สำคัญในการกระจายสินค้าต่อไปในอนาคต สอดคล้องกับ สแกน เอิร์ธ พาวเวอร์ ที่กำลังก้าวสู่ตลาดพลังงานโซลาร์เซลล์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยวางกลยุทธ์เข้าครอบคลุมลูกค้าในทุกกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นไปจนถึงภูมิภาคไม่ว่าจะเป็นโครงการระบบผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ไปจนถึงโครงการบ้านอยู่อาศัยขนาดเล็กผ่านความร่วมมือกับ GUNKUL เพื่อสร้างรากฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งและการเติบโตที่ยั่งยืนในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด สแกน เอิร์ธ เป็นพาร์ตเนอร์ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในตลาดระบบผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงเป็นหนึ่งในพาร์ตเนอร์ที่มีความสัมพันธ์อันดียาวนานกับ GUNKUL”ความร่วมมือเป็นพันธมิตรระหว่างGUNKULและสแกน เอิร์ธในครั้งนี้ นับเป็นหนึ่งในพันธกิจที่GUNKULให้ความสำคัญในการเชื่อมโยงระหว่างผู้นำด้านเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ระดับโลกอย่างSUNGROWและบริษัทฯ ชั้นนำในไทยที่มีศักยภาพในการดำเนินการทางธุรกิจในหลากหลายมิติเพื่อสร้างEcosystem ของพลังงานสีเขียวในกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ๆ ควบคู่ไปกับการจับเทรนด์ด้านการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานของประเทศสำหรับแผนการขยายเครือข่ายในปี2569บริษัทฯ จะมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายหลักประกอบด้วย Modern Trade ร้านค้าประจำจังหวัด ผู้รับเหมาและบริษัทชั้นนำด้านธุรกิจพลังงานให้ครอบคลุม ทุกจังหวัดทั่วประเทศตั้งเป้า100เมกะวัตต์ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างการเติบโตของกลุ่มธุรกิจ ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า (Manufacturing)ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ของกลุ่มธุรกิจหลัก ของ GUNKULประกอบด้วย 1.ธุรกิจผลิตไฟฟ้าสีเขียว(GreenEnergy)2. ธุรกิจรับเหมาไฟฟ้า (EPC) 3. ธุรกิจผลิต และจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า (Manufacturing)อีกทั้งบริษัทฯ ได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมที่จะช่วย เปิดตลาดใหม่ สำหรับกลุ่มอุปกรณ์ไฟฟ้าในระดับแรงดันกลางจนถึงแรงดันสูงเพิ่มเติม และเข้าประมูล โครงการของทั้งภาครัฐและเอกชนในปี 2568 ที่เติบโต สอดคล้องกับแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (แผน PDP) ฉบับล่าสุด ที่มีแนวโน้มจะการทบทวนเพิ่มสัดส่วนของพลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาด ระบบผลิตไฟฟ้ามากขึ้นเพื่อให้สอดรับกับเป้าหมาย Net Zero
ทันหุ้น • 7 พ.ย. 68
อ่าน
บ้านปู เน็กซ์ ผนึก อมตะ วีเอ็น พร้อมโซลาร์บีเค ร่วมมือพัฒนาโซลาร์รูฟท็อป 227 MW
#ทันหุ้น-บ้านปู เน็กซ์ ผนึก อมตะ วีเอ็น และโซลาร์บีเค (SolarBK) ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนาโครงการโซลาร์รูฟท็อป กำลังการผลิตรวม 227 เมกะวัตต์ ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะในประเทศเวียดนาม 2 แห่ง ได้แก่ อมตะซิตี้ ฮาลอง และอมตะซิตี้ ลองถั่น โดยเริ่มดำเนินการในช่วงต้นปี 2569 ความร่วมมือครั้งนี้จะเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดสำหรับลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมอมตะ พร้อมสะท้อนความมุ่งมั่นของทั้งสามบริษัทในการลดการปล่อยคาร์บอน และสนับสนุนเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2593 ของเวียดนามจากความสำเร็จในความร่วมมือระหว่างบ้านปู เน็กซ์และโซลาร์บีเค ที่จะให้บริการระบบโซลาร์สำหรับกลุ่มธุรกิจเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมในประเทศเวียดนาม ทั้งสองบริษัทได้ขยายพอร์ตโฟลิโอด้วยการต่อยอดความร่วมมือกับนิคมอุตสาหกรรมอมตะ ดำเนินโครงการติดตั้งระบบโซลาร์ที่ อมตะซิตี้ ฮาลอง (686 เฮกตาร์) และอมตะซิตี้ ลองถั่น (410 เฮกตาร์) เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และแก้ปัญหาการขาดแคลนไฟฟ้าในเวียดนาม* พร้อมทั้งสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศและแผนพัฒนาพลังงานแห่งชาติฉบับที่ 8 ที่มุ่งส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืน และความมั่งคงด้านพลังงาน โดยระบบโซลาร์จะช่วยเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับนิคมอุตสาหกรรมอมตะ และสร้างประโยชน์ให้ผู้เช่าในด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ครบวงจร ตอบโจทย์ทั้งการดำเนินธุรกิจและความยั่งยืน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตที่มีเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอน และการลดต้นทุนระยะยาวโดยมองหาพลังงานทางเลือกที่ทันสมัย คุ้มค่า และรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมนายสมิทธิพร เศรษฐปราโมทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับอมตะ วีเอ็น เป็นก้าวสำคัญในการขยายพอร์ตฟอลิโอของเราในเวียดนาม และถือเป็นการบรรลุเป้าหมายระยะแรกของการร่วมทุนกับโซลาร์บีเค เราตอกย้ำการเป็นผู้ให้บริการ Net Zero Solutions ชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยนำความเชี่ยวชาญของเราผสานกับจุดแข็งของพันธมิตร เพื่อตอบโจทย์ความมั่นคงทางพลังงานและความต้องการพลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้นในภาคอุตสาหกรรมเวียดนามด้วยการนำเสนอทางเลือกที่ยั่งยืน โครงการโซลาร์รูฟท็อปนี้จะช่วยเสริมแกร่งให้ธุรกิจพลังงานหมุนเวียนของเรา และแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือที่ช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดได้เร็วขึ้นในตลาดที่เติบโตแข็งแกร่งที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”นางสมหะทัย พานิชชีวะ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ วีเอ็น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในฐานะผู้บุกเบิกการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมผ่านการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment หรือ FDI) ที่มีประสบการณ์กว่าสามทศวรรษในเวียดนาม ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะนำพาเราไปสู่วิสัยทัศน์ความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2583 การบูรณาการโซลาร์รูฟท็อปเข้ากับนิคมอุตสาหกรรมของเราที่กำลังดำเนินการและอยู่ระหว่างพัฒนา จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ผลิตระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและการประหยัดต้นทุนพลังงานมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยในการเลือกทำเลที่ตั้งโรงงาน อีกทั้งยังช่วยพลิกโฉมนิคมอุตสาหกรรมของเราให้เป็นศูนย์กลางการผลิตสีเขียวที่สร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม”นายเหวียน เยือง ต๋วน กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มโซลาร์บีเค กล่าวว่า “การผนึกกำลังระหว่างสามบริษัทไม่เพียงต่อยอดความร่วมมือของเรากับบ้านปู เน็กซ์ แต่ยังเป็นการนำประสบการณ์เกือบ 20 ปีของเราในวงการโซลาร์ของเวียดนามมาสร้างประโยชน์ให้แก่ลูกค้าภาคอุตสาหกรรมของอมตะ เมื่อนำระบบโซลาร์แบบครบวงจรผนวกกับโครงสร้างพื้นฐานของนิคมฯ จะสามารถสร้างโมเดลพลังงานยั่งยืนที่ตอบสนองความต้องการทั้งทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ความร่วมมือนี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับการดำเนินธุรกิจของเรา และเป็นหมุดหมายสำคัญในภารกิจขับเคลื่อนการใช้พลังงานหมุนเวียนในอุตสาหกรรมและเปลี่ยนผ่านเวียดนามสู่การเป็นประเทศเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ”ในอนาคต ทั้งสามบริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนของเวียดนามต่อไป โดยมีแนวคิดที่จะนำเทคโนโลยีและบริการด้านพลังงานสะอาดอื่นๆ มาใช้ อาทิ ระบบกักเก็บพลังงาน ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะหรือสมาร์ทกริด และระบบจัดการพลังงาน ทั้งยังมุ่งหวังที่จะมีส่วนสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการลดคาร์บอนให้กับลูกค้าอุตสาหกรรม รวมถึงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน การเติบโตทางเศรษฐกิจ และอนาคตที่ยั่งยืนของเวียดนาม
ทันหุ้น • 3 พ.ย. 68
อ่าน
SAIC H5 รถยนต์ SUV ไฟฟ้าที่ถูกที่สุดจาก Huawei แต่เทคโนโลยีจัดเต็ม!
SAIC H5 (ในภาษาจีนคือ Shangjie H5) คือรถยนต์รุ่นแรกภายใต้ความร่วมมือระหว่างค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่อย่าง SAIC Motor และยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี Huawei ภายใต้พันธมิตร Harmony Intelligent Mobility Alliance (HIMA) โดยรถรุ่นนี้ได้รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2025 ในประเทศจีน ด้วยจุดเด่นที่ทำให้ทุกคนต้องจับตามอง นั่นคือการเป็นรถยนต์ที่มีราคาเริ่มต้นที่เข้าถึงง่ายที่สุดในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ Huawei HIMA แต่กลับอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะล้ำสมัย ข้อมูลรถและสเปกหลัก SAIC H5 ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Mid-size SUV มีมิติและสเปกที่น่าสนใจ ดังนี้: พื้นฐาน: พัฒนาต่อยอดมาจากแพลตฟอร์ม Roewe ES39 ของ SAIC มิติรถ: ยาว: 4,780 มม. กว้าง: 1,910 มม. สูง: 1,664 มม. ฐานล้อ: 2,840 มม. (ถือว่ากว้างขวางมากในรถ SUV ขนาดกลาง) ตัวเลือกขุมพลัง (มีให้เลือกทั้ง 2 แบบ): EREV (Extended Range Electric Vehicle): ระบบไฟฟ้าขยายระยะทาง BEV (Battery Electric Vehicle): รถยนต์ไฟฟ้าล้วน สรุปขุมพลังและระยะทางวิ่ง EREV (รุ่นเริ่มต้น) : เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร (Range Extender) 97 แรงม้า + มอเตอร์ไฟฟ้า 201 แรงม้า, แบตเตอรี่ 32.6 kWh, ระยะทางวิ่ง (CLTC) ไฟฟ้าล้วน 235 กม. / รวม 1,360 กม. BEV (รุ่นเริ่มต้น) : มอเตอร์ไฟฟ้า 201 แรงม้า, แบตเตอรี่ 64.6 kWh, ระยะทางวิ่ง (CLTC) 535 กม. BEV (รุ่น Long Range) : มอเตอร์ไฟฟ้า 241 แรงม้า, แบตเตอรี่ 80 kWh, ระยะทางวิ่ง (CLTC) 655 กม. เทคโนโลยีอัจฉริยะ Saic H5 นำเสนอเทคโนโลยีอัจฉริยะที่โดดเด่น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของพันธมิตร Huawei HIMA ไม่ว่าจะเป็น: HarmonyOS Cockpit: ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะจาก Huawei ที่มอบประสบการณ์ใช้งานภายในรถที่ราบรื่นและเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Huawei อื่น ๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ Qiankun ADS (Advanced Driving System): ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะขั้นสูงของ Huawei ที่ถูกติดตั้งมาในรุ่นท็อป โดยมีฮาร์ดแวร์ล้ำสมัย ได้แก่: LiDAR 192-line ติดตั้งบนหลังคา (เป็นมาตรฐานสำหรับทุกรุ่น) เรดาร์คลื่นมิลลิเมตร 4D จำนวน 3 ตัว กล้องความละเอียดสูง 11 ตัว ความปลอดภัยขั้นสูง: ระบบขับขี่อัจฉริยะนี้มาพร้อมกับฟังก์ชันช่วยนำทางแบบครบวงจร (End-to-end navigation assistance) และระบบหลีกเลี่ยงการชนทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้าง ราคาจำหน่ายในประเทศจีน Pro EREV (เริ่มต้น) ราคาในประเทศจีน 159,800 หยวน (ประมาณ 718,000 บาท) Pro EV (เริ่มต้น) ราคาในประเทศจีน 165,800 หยวน (ประมาณ 745,000 บาท) Max EREV ราคาในประเทศจีน 179,800 หยวน (ประมาณ 808,000 บาท) Max Long Range EV ราคาในประเทศจีน 199,800 หยวน (ประมาณ 897,000 บาท) Saic H5 จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า/ขยายระยะทาง ด้วยการรวมกันอย่างลงตัวระหว่างราคาที่เข้าถึงง่ายของ SAIC และเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับสูงของ Huawei ทำให้รุ่นนี้เป็นรถที่ "คุ้มค่าที่สุด" ในแง่ของเทคโนโลยีที่ผู้บริโภคจะได้รับในราคาต่ำกว่า 200,000 หยวน ถ้าเข้าไทยรับรองว่าตลาด EV ในบ้านเราน่าจะเดือดกันแน่นอน Credit : SAIC
ข่าวยานยนต์ • 19 ต.ค. 68
อ่าน
13 แท็บเล็ตน่าใช้ ในงาน Thailand Mobile Expo 2025
เตรียมตัวให้พร้อม! มหกรรมมือถือที่ใหญ่ที่สุดแห่งปี Thailand Mobile Expo 2025 กำลังจะกลับมาเขย่าวงการอีกครั้ง พบกับกองทัพสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตรุ่นใหม่ล่าสุดเกือบ 100 รุ่นจากทุกแบรนด์ชั้นนำ ที่ยกขบวนมาให้เลือกสรรครบทุกความต้องการ พร้อมจัดหนักด้วย โปรโมชั่นสุดพิเศษ ดีลสุดคุ้ม และสำหรับใครที่กำลังมองหาแท็บเล็ตเครื่องใหม่ วันนี้ TrueID เรารวบรวมรุ่นที่น่าสนใจที่จะเจอได้ในงานนี้มาให้แล้วครับ ลองมาดูกันว่ารุ่นไหนจะโดนใจเพื่อน ๆ มากที่สุด iPad รุ่น 11 นิ้ว 2025 (ชิป A16) iPad รุ่น 11 นิ้ว 2025 (ชิป A16) เป็นแท็บเล็ตที่โดดเด่นในฐานะแท็บเล็ตที่ คุ้มค่าและมากความสามารถ ด้วยขุมพลัง ชิป A16 ที่เร็วและทรงประสิทธิภาพ ทำให้การสร้างสรรค์หรือการทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นบน จอภาพ Liquid Retina ขนาด 11 นิ้ว ที่สดใส พร้อมยกระดับการประชุมออนไลน์ด้วย กล้องหน้า 12MP พร้อม Center Stage ในแนวนอน และรองรับการเชื่อมต่อที่รวดเร็วผ่าน Wi-Fi 6 อีกทั้งยังรองรับการใช้งานร่วมกับ Apple Pencil (USB-C) และ Apple Pencil (รุ่นที่ 1) ทำให้เป็นอุปกรณ์ที่ครบเครื่องทั้งด้านขนาด ประสิทธิภาพ และคุณสมบัติพื้นฐาน ในราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้ง่าย **iPad A16 มีราคาเปิดตัวเริ่มต้น 12,900 บาท Samsung Galaxy Tab S11 Ultra (14.6 นิ้ว) Samsung Galaxy Tab S11 Ultra (14.6 นิ้ว) ได้รับการออกแบบให้เป็นแท็บเล็ตระดับ Ultra-Premium ที่ บางเฉียบเพียง 5.1 มม. แต่ทรงพลังเหนือระดับ ด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ 14.6 นิ้ว Dynamic AMOLED 2X ที่สว่างและคมชัดยิ่งขึ้น (สูงสุด 1,600 นิต) พร้อม Galaxy AI อันทรงพลังที่ช่วยสรุปเนื้อหาที่ซับซ้อนและสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างง่ายดาย ตอบโจทย์การทำงานแบบมืออาชีพด้วย Samsung DeX และ S Pen ทรงหกเหลี่ยม รุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์การจดบันทึกและการจัดการแอปที่รวดเร็ว ทำให้เป็นอุปกรณ์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับทั้งการทำงาน การสร้างสรรค์ และความบันเทิงระดับสูงสุด **Samsung Galaxy Tab S11 Ultra (14.6 นิ้ว) ราคาเปิดตัว 46,900 บาท Samsung Galaxy Tab S10 Lite 5G Samsung Galaxy Tab S10 Lite 5G ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นแท็บเล็ตที่ คุ้มค่าและรองรับการเชื่อมต่ออนาคต โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ หน้าจอ TFT ขนาด 10.9 นิ้ว ที่ให้มุมมองกว้างสำหรับการรับชมสื่อและทำงาน, ขับเคลื่อนด้วยชิป Octa-Core ที่ความเร็วสูงสุด 2.4GHz พร้อม RAM 6GB และความจุ 128GB, โดดเด่นด้วยการรองรับ S Pen สำหรับการจดบันทึกและสเก็ตช์ภาพได้อย่างเป็นระเบียบ, และที่สำคัญคือรองรับการเชื่อมต่อ 5G ทำให้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้รวดเร็วทันใจ, ทั้งหมดนี้มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 8000mAh ที่ใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน **Samsung Galaxy Tab S10 Lite 5G ราคาเปิดตัว 15,990 บาท Xiaomi Pad Mini Xiaomi Pad Mini คือแท็บเล็ตที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ กะทัดรัดขนาด 8.8 นิ้ว ถือมือเดียวได้ง่าย ทำให้พกพาสะดวก แต่ยังคงอัดแน่นด้วยประสิทธิภาพระดับสูงจากชิป MediaTek Dimensity 9400+ กระบวนการผลิต 3nm และขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ Xiaomi HyperOS เสริมด้วย หน้าจอความละเอียด 3K อัตรารีเฟรชสูงสุด 165Hz ที่ให้ภาพลื่นไหลคมชัด พร้อมรองรับ Xiaomi Focus Pen ที่ให้ความหน่วงต่ำ และมีฟีเจอร์ AI ที่ล้ำสมัยมากมาย เช่น Google Gemini และ AI Writing เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ทั้งหมดนี้มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 7500mAh และระบบชาร์จเร็ว 67W HyperCharge ทำให้เป็นอุปกรณ์ที่ครบเครื่องทั้งความแรงและความสะดวกในการพกพา **Xiaomi Pad Mini ราคาเปิดตัว 12,990 บาท Xiaomi Pad 7 Xiaomi Pad 7 เป็นแท็บเล็ตที่เน้นมอบ ประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับทั้งความบันเทิงและการทำงาน ด้วยขุมพลัง ชิปเซ็ต Snapdragon 7+ Gen 3 ที่รวดเร็วทันใจ, มาพร้อม หน้าจอคมชัด 3.2K อัตรารีเฟรชสูงถึง 144Hz และรองรับ HDR ความสว่างสูงสุด 800 nits มอบประสบการณ์ภาพที่สวยงามดื่มด่ำ, เสริมด้วย ลำโพงสี่ตัว รองรับ Dolby Atmos เพื่อเสียงรอบทิศทาง, ทั้งยังขับเคลื่อนด้วย Xiaomi HyperOS ที่มาพร้อมฟีเจอร์ Xiaomi HyperAI สำหรับการทำงานอย่างชาญฉลาดในโหมด Workstation, และมี แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 8850mAh พร้อมระบบ 45W เทอร์โบชาร์จ ที่ชาร์จได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เป็นแท็บเล็ตที่ครบเครื่องสำหรับทุกกิจกรรม **Xiaomi Pad 7 ราคาเปิดตัว 10,990 บาท Redmi Pad 2 Redmi Pad 2 เป็นแท็บเล็ตที่มอบประสบการณ์ความบันเทิงได้อย่าง คุ้มค่าและจัดเต็ม ด้วย หน้าจอ 11 นิ้ว ความละเอียด 2.5K ที่คมชัดระดับคริสตัล พร้อมอัตรารีเฟรช 90Hz AdaptiveSync ที่ลื่นไหลและมีฟีเจอร์ จอถนอมสายตา ที่ผ่านการรับรองจาก TV Rheinland ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต MediaTek Helio G100-Ultra ที่ให้ประสิทธิภาพที่ทรงพลังสำหรับการใช้งานประจำวันและการเล่นเกม, รองรับ ลำโพงสี่ตัว พร้อม Dolby Atmos เพื่อเสียงที่ดื่มด่ำสมจริง, ทั้งยังมาพร้อมกับ แบตเตอรี่ความจุสูง 9000mAh ที่ใช้งานได้ยาวนาน และดีไซน์ตัวเครื่อง โลหะแบบชิ้นเดียว ที่ให้สัมผัสหรูหราเกินราคา **Redmi Pad 2 ราคาเปิดตัว 4,999 บาท OPPO Pad SE OPPO Pad SE ถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์ความบันเทิงและการใช้งานในครอบครัวที่ สบายตาและยาวนาน โดดเด่นด้วย หน้าจอขนาด 11 นิ้ว ความละเอียด 1920x1200 อัตรารีเฟรช 90Hz ที่ให้ภาพคมชัดลื่นไหล และมีฟีเจอร์ หน้าจอถนอมสายตา ที่ผ่านการรับรองจาก TV Rheinland, มาพร้อม ลำโพง 4 ตัวขนาดใหญ่ พร้อมเทคโนโลยี Omnibearing Sound Field เพื่อเสียงที่ดื่มด่ำ, ขับเคลื่อนด้วย แบตเตอรี่ความจุสูง 9340mAh และรองรับชาร์จไว 33W SUPERVOOC ทำให้ใช้งานต่อเนื่องได้นานถึง 11 ชั่วโมง, อีกทั้งยังรวม Google Gemini ผู้ช่วย AI อัจฉริยะ และ โหมดจัดแต่งพิเศษสำหรับเด็ก พร้อมความสามารถในการเชื่อมต่อและแชร์ข้อมูลกับอุปกรณ์อื่นได้อย่างง่ายดาย **OPPO Pad SE ราคาเปิดตัว 5,999 บาท HUAWEI MatePad SE 11" HUAWEI MatePad SE 11" เป็นแท็บเล็ตที่โดดเด่นด้วย ดีไซน์โลหะแบบยูนิบอดี้ ที่บางเพียง 6.9 มม. และเบา 475 กรัม ทำให้พกพาสะดวกและทนทาน, มาพร้อม หน้าจอถนอมดวงตา 11 นิ้ว HUAWEI FullView Display ความละเอียด FHD+ ที่ผ่านการรับรองจาก TV Rheinland ว่าลดแสงสีฟ้าและไม่มีการกระพริบของหน้าจอ, ให้ประสบการณ์ด้านเสียงที่ดื่มด่ำด้วย ลำโพงสี่ตัว ที่ปรับแต่งโดยเทคโนโลยี HUAWEI Histen 9.0, รองรับการใช้งานต่อเนื่องยาวนานด้วย แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 7,700 mAh และชาร์จเร็ว 22.5 W, อีกทั้งยังมีฟีเจอร์อัจฉริยะสำหรับการทำงานแบบมัลติทาสกิ้ง เช่น Multi-Window และ การทำงานร่วมกันหลายหน้าจอ กับ PC, รวมถึงรองรับ HUAWEI M-Pen lite และมี Kids Corner สำหรับเด็กอีกด้วย **HUAWEI MatePad SE 11" ราคาเปิดตัว 5,490 บาท HUAWEI MatePad Pro 12.2 HUAWEI MatePad Pro 12.2 เป็นแท็บเล็ตเรือธงที่เน้นการ ปลดปล่อยประสิทธิภาพและการสร้างสรรค์ระดับมืออาชีพ ด้วย จอแสดงผล Tandem OLED PaperMatte ขนาด 12.2 นิ้ว ที่มีความสว่างสูงสุดถึง 2,000 nits ความละเอียดสูง และให้สัมผัสการเขียนเหมือนกระดาษ พร้อมการป้องกันแสงสะท้อน, ตัวเครื่องมีดีไซน์ที่ บางเพียง 5.5 มม. และมีน้ำหนักเบา, มอบประสบการณ์การทํางานระดับเดสก์ท็อปด้วยแอป PC-level WPS Office 3 และฟีเจอร์มัลติทาสก์อย่าง Live-Multitask ที่สามารถเปิดหน้าต่างได้สามบาน, รองรับการใช้งานร่วมกับ HUAWEI M-Pen lite และ HUAWEI Glide Keyboard ได้อย่างลงตัว, และมาพร้อมแอป GoPaint ที่มีแปรงวาดภาพสีน้ำมัน 3 มิติใหม่ล่าสุด ช่วยให้เข้าถึงความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างง่ายดาย **HUAWEI MatePad Pro 12.2 ราคาเปิดตัว 27,990 บาท HONOR Pad X9a HONOR Pad X9a เป็นแท็บเล็ตที่โดดเด่นด้านประสบการณ์ความบันเทิงและดีไซน์ โดยมาพร้อม หน้าจอ HONOR Fullview Display ขนาดใหญ่ 11.5 นิ้ว ที่มีขอบจอบาง, ความละเอียด 2.5K และ อัตรารีเฟรชสูง 120Hz เพื่อภาพที่คมชัดและลื่นไหล, ตัวเครื่องมีดีไซน์แบบ โลหะบางเบา และขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Qualcomm 6nm Snapdragon 685 พร้อมระบบปฏิบัติการ MagicOS 9.0, มี ลำโพง 4 ตัว เพื่อประสบการณ์เสียงที่ดื่มด่ำ, และรองรับการใช้งานยาวนานด้วย แบตเตอรี่ 8300mAh พร้อมชาร์จเร็ว 35 วัตต์ อีกทั้งยังมีคุณสมบัติ ได้รับการรับรองแสงสีฟ้าต่ำและ Flicker-free จาก TV Rheinland เพื่อการใช้งานที่สบายตา **HONOR Pad X9a ราคา 8,499 บาท HONOR Pad 10 HONOR Pad 10 เป็นแท็บเล็ตที่เน้น ประสบการณ์ภาพและเสียงระดับพรีเมียม ด้วย หน้าจอถนอมสายตาขนาด 12.1 นิ้ว ความละเอียด 2.5K ที่มีอัตรารีเฟรช 120Hz พร้อมเทคโนโลยีปกป้องสายตาที่ได้รับการรับรองจาก TV Rheinland และมี ลำโพง 6 ตัว พร้อม HONOR Spatial Audio เพื่อประสบการณ์เสียงรอบทิศทางที่ดื่มด่ำ, ขับเคลื่อนด้วย ชิปเซ็ต Snapdragon 7 Gen 3 ที่เร็วแรง, มี แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 10100mAh พร้อมชาร์จเร็ว 35W ที่ใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน, และมาพร้อมกับดีไซน์แบบ Steller Ring บน ตัวเครื่องโลหะที่เบาบาง 6.29 มม. ทำให้เป็นแท็บเล็ตที่สมบูรณ์แบบสำหรับการทำงานและความบันเทิง **HONOR Pad 10 ราคา 12,490 บาท Infinix XPAD 20 Pro Infinix XPAD 20 Pro เป็นแท็บเล็ตพรีเมียมที่เน้นประสบการณ์การใช้งานที่ครบเครื่อง โดยมีจุดเด่นหลักคือ หน้าจอ IPS LCD ขนาดใหญ่ 12 นิ้ว ความละเอียด 2K (1200 x 2000 พิกเซล) พร้อมอัตรารีเฟรช 90Hz ที่ให้ภาพคมชัดและลื่นไหล และได้รับการรับรองจาก TV Rheinland ในการถนอมสายตา, ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต MediaTek Helio G100 Ultimate ที่เน้นประสิทธิภาพและประหยัดพลังงาน, มาพร้อม ลำโพง 4 ตัว รอบทิศทางพร้อมเทคโนโลยี DTS Audio เพื่อคุณภาพเสียงระดับโรงภาพยนตร์, ตัวเครื่องดีไซน์แบบ Unibody โลหะที่บางเฉียบเพียง 6.58 มม., รองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ทุกที่ด้วยการเชื่อมต่อ 4G LTE และ Dual SIM, และมีแบตเตอรี่ความจุ 8,000 mAh พร้อมรองรับชาร์จไว 18W, นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ Infinix AI เพื่อช่วยในการทำงานอย่างชาญฉลาด เช่น AI Note-Taking และผู้ช่วยเสียงอัจฉริยะ **Infinix XPAD 20 Pro ราคา 6,499 บาท TCL NXTPAPER 14 TCL NXTPAPER 14 มีจุดเด่นอยู่ที่ หน้าจอ 2.4K ขนาด 14.3 นิ้ว ซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยี NXTPAPER 3.0 ที่ออกแบบมาเพื่อสุขภาพดวงตาโดยเฉพาะ ด้วยการให้ประสบการณ์เหมือนหน้ากระดาษจริง (E-Paper) ที่มีฟิลเตอร์กรองแสงสีฟ้าต่ำและพื้นผิวแบบแมตต์ช่วยลดแสงสะท้อน, สามารถสลับไปมาระหว่าง 3-in-1 VersaView (โหมด Ink Paper, Color Paper และ Regular) เพื่อการอ่านที่สบายตา, ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล MediaTek Helio G99 (6 นาโนเมตร), มี RAM 8GB พร้อมการขยายเพิ่ม 8GB (รวมเป็น 16GB) และ ROM 256GB, และมาพร้อมกับ แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 10,000mAh รองรับระบบ PD ชาร์จเร็ว 33W ที่สามารถใช้งานได้ยาวนานและรองรับการชาร์จย้อนกลับให้กับอุปกรณ์อื่นได้ **TCL NXTPAPER 14 ราคา 12,990 บาท นี้เป็นเพียงบางส่วนของแท็บเล็ตที่จะมาร่วมจัดดีลจัดโปรในงานนี้ และราคาที่เห็น เป็นราคาเปิดตัวเท่านั้นครับ ในงานจะมีส่วนลดพร้อมของแถมอีกมากมายแน่นอน และอย่าลืมว่า นี่คืองานใหญ่ครั้งสุดท้ายของปีที่คุณไม่ควรพลาดเด็ดขาด! มาเจอกันได้ตั้งแต่วันที่ 23-26 ตุลาคมนี้ ที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์ เดินทางก็ง่ายแสนง่ายด้วยรถไฟฟ้า MRT ใครที่กำลังหาแท็บเล็ตเครื่องใหม่ มากันได้จ้า
ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี • 17 ต.ค. 68
ดูเพิ่มเติม