TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “#Ferrari” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ลุยร้านเด็ดโปรตุเกส กับ Ferrari คันใหม่
บินด่วนไปโปรตุเกส เปิดตัวFerrari คันใหม่ครั้งแรกของโลก พร้อมหมุดร้านเด็ด Lisbon
DANNERAMIT • 2 วันที่แล้ว
อ่าน
“เก่ง หฤษฎ์” เตรียมเข้าร่วมงาน “FERRARI MILAN FASHION WEEK 2026” ที่มิลาน ประเทศอิตาลี
เก่ง หฤษฎ์ เตรียมเข้าร่วมงาน FERRARI MILAN FASHION WEEK 2026 ที่มิลาน ประเทศอิตาลี ตอกย้ำความฮอตหลังเดบิวต์ซีรีส์คู่เรื่องแรก เขมจิราต้องรอด สำหรับ เก่ง-น้ำปิง ที่บอกเลยว่าไม่เพียงแค่ซีรีส์เท่านั้นที่กระแสแรง เพราะไม่ว่าจะเป็นนักแสดงหรือเพลงประกอบซีรีส์ก็กระแสแรงไม่ต่างกัน ส่งผลให้ทั้งคู่มีงานแทบทุกวัน ทั้งงานอีเวนต์และงานสายแฟชั่น ก่อนหน้านี้ต้นสังกัดเพิ่งประกาศทั้งคู่เตรียมโกอินเตอร์ไปงานแฟชั่นวีค เก่ง-น้ำปิง จะไปร่วมงาน MOSCHINO MILAN FASHION WEEK 2026 ในวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2026 ที่จะถึงนี้ เวลา 17.00 น. ตามเวลามิลาน หรือเวลา 23.00 น. ตามเวลาไทย ล่าสุดมาต่ออีกหนึ่งแบรนด์สมกับที่ พี่ป่าน ณิชาภัทร ได้บอกไว้ก่อนหน้านี้ว่า น้องเก่งได้ไปดูอีก 1 โชว์ วันที่ 28 ก.พ. อย่าลืมไปเชียร์กันนะคะ DOMUNDI ได้ประกาศออกมาแล้ว เก่ง ได้รับเกียรติจาก Ferrari ให้เข้าร่วมงาน FERRARI MILAN FASHION WEEK 2026 ในวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 เวลา 9.30 น. ตามเวลามิลาน หรือ 15.30 น. ตามเวลาประเทศไทย รอติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวและให้กำลังใจ เก่ง ในโอกาสที่น่าตื่นเต้นนี้ที่มิลานได้เลยจ้า
ดาราเดลี่บันเทิง • 18 ก.พ. 69
อ่าน
ประวัติทีม Scuderia Ferrari ม้าลำพองแห่ง Formula1 เคยได้แชมป์กี่สมัยนักขับระดับตำนานมีใครบ้าง
หนึ่งในทีมแถวหน้าของ Formula1 ย่อมไม่มีใครปฏิเสธทีม Scuderia Ferrari อย่างแน่นอน Ferrari เป็นหนึ่งในทีมที่มีประวัติศาสตร์ในกีฬา Formula1 มาอย่างยาวนาน มีทั้งเรื่องราวความอุตสาหะของผู้ก่อตั้ง รวมถึงนักแข่งระดับตำนาน ในท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทั้งกฎกติกา ความก้าวหน้าทางวิศวกรรมยานยนต์ แต่ทีม Scuderia Ferrari ก็ยังเป็นตำนานที่มีลมหายใจและยังเป็นทีมแถวหน้าในวงการ Formula1จนถึงปัจจุบัน แล้วทีม Scuderia Ferrari ที่ประวัติความเป็นมาอย่างไร เคยได้แชมป์กี่สมัยนักขับระดับตำนานมีใครบ้าง TrueID Sport จะพาทุกคนไปดื่มด่ำความแรงนี้กัน shutterstock / Jay Hirano ประวัติทีม Scuderia Ferrari ม้าลำพองแห่ง Formula1 เคยได้แชมป์กี่สมัยนักขับระดับตำนานมีใครบ้าง Gettyimages / Bernard Cahier ประวัติเริ่มต้นผู้ก่อตั้ง Ferrari Enzo Anselmo Ferrari (เอนโซ อันเซลโม เฟอร์รารี) หรือที่รู้จักกันในนามเอนโซ เฟอร์รารี เกิดเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1898 ณ เมืองโมเดนา ประเทศอิตาลี ในฐานะบุตรคนที่สองของอัลเฟรโดและอาดัลกีซา เฟอร์รารี บิดาของเขามีอาชีพทำธุรกิจเกี่ยวกับงานโลหะเล็กๆ การได้ไปชมการแข่งขันรถยนต์ที่เมืองโบโลญญาได้จุดประกายขึ้นเมื่อได้ไปชมการแข่งขันรถยนต์ที่เมืองโบโลญญาในตอนอายุเพียง 10 ขวบ ถึงแม้พื้นฐานทางบ้านจะมีธุรกิจเป็นของตัวเองแต่ชีวิตของเอนโซก็ถูกหล่อหลอมด้วยความยากลำบากตั้งแต่เยาว์วัย เมื่อทั้งพ่อและพี่ชายคนโตของเขาเสียชีวิตด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ในปี ค.ศ. 1916 ซึ่งในขณะนั้น เอนโซ มีอายุเพียง 18 ปี และตัวเอนโซเองก็ต้องต่อสู้กับอาการป่วยอย่างรุนแรงขณะรับราชการทหารในกองทัพอิตาลีช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ภายหลังสงครามต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจ และการว่างงาน เอนโซ ได้เคยไปสมัครงานที่บริษัทเฟียต (Fiat Automobile) ค่ายรถยนต์สัญชาติอิตาลีแต่ได้รับการปฏิเสธกลับมา แต่ถึงกระนั้นในเวลาต่อมา เอนโซได้งานเป็นนักทดสอบรถยนต์ให้กับบริษัทรถยนต์เล็กๆ แห่งหนึ่งในมิลาน ชื่อ Costruzioni Meccaniche Nazionali (CMN) และในปี ค.ศ. 1919 เอนโซก็ได้ประเดิมสนามแข่งครั้งแรกในการแข่งขันไต่เขา Parma-Poggio di Berceto ยุคอัลฟ่า โรเมโอ (Alfa Romeo) และกำเนิดสกูเดเรีย เฟอร์รารี ในปี 1920 เอนโซ เฟอร์รารี ได้เข้าร่วมทีมอัลฟ่า โรเมโอ ในฐานะนักแข่ง เขาประสบความสำเร็จในสนามแข่งอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคว้าชัยชนะในการแข่งขัน Circuito del Savio ในปี 1923 หลังจากนั้นเขาได้รับแรงบันดาลใจจากพ่อแม่ของฟรานเชสโก บารักกา (Francesco Baracca) วีรบุรุษนักบินแห่งสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ใช้สัญลักษณ์ม้าลำพองตรงด้านข้างของเครื่องบินรบเพื่อเป็นสัญลักษณ์นำโชค ซึ่งสัญลักษณ์นี้ต่อมาได้กลายเป็นเครื่องหมายการค้าของเฟอร์รารีมาอย่างยาวนาน ต่อมาเอนโซ เฟอร์รารี ได้ผันตัวเองมาเป็นเจ้าของกิจการและผู้บริหารในปี 1929 เขาได้ก่อตั้ง สกูเดเรีย เฟอร์รารี (Scuderia Ferrari) ขึ้นที่เมืองโมเดนา ในระยะแรกมีจุด ประสงค์เพื่อให้เจ้าของรถยนต์สามารถนำรถอัลฟ่า โรเมโอของตนเองไปแข่งขันได้ ทว่ามันกลับพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว และภายในปี 1933 สกูเดเรีย เฟอร์รารีก็กลายเป็นแผนกแข่งรถอย่างเป็นทางการของอัลฟ่า โรเมโอ โดยมีนักขับและช่างเครื่องฝีมือดีมากมาย เฟอร์รารีเองได้เลิกขับรถแข่งอย่างจริงจังในปี 1931 หลังจากที่บุตรชายของเขา อัลเฟรโด หรือ "ดิโน่" เกิดในปี 1932 การแยกทางจาก Alfa Romeo และการกำเนิดของ Ferrari S.p.A เมื่อดำเนินกิจการมาได้ซักระยะ ด้วยนโยบายและวิสัยทัศน์ที่ไม่ตรงกันในปี 1937 สกูเดเรีย เฟอร์รารีถูกยุบ และผนวกรวมเข้ากับอัลฟ่า โรเมโออีกครั้ง เอนโซ ลาออกจากอัลฟ่า โรเมโอในปี 1939 ภายใต้ข้อตกลงห้ามแข่งขันที่ทำให้เขาไม่สามารถใช้ชื่อ "เฟอร์รารี" ในการแข่งขันหรือกับรถแข่งได้เป็นเวลาอย่างน้อยสี่ปี แต่สิ่งนี้ก็ไม่อาจหยุดยั้ง เอนโซ เขาก่อตั้ง Auto Avio Costruzioni (AAC) ขึ้นทันทีที่เมืองโมเดนา ในช่วงแรก บริษัทนี้มุ่งเน้นการผลิตชิ้นส่วนเครื่องบิน และเครื่องมือเครื่องจักรให้กับรัฐบาลอิตาลีในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง แม้จะมีข้อห้ามอยู่ แต่ AAC ก็ได้ผลิตรถยนต์คันแรกของตนเอง คือรุ่น Tipo 815 ในปี 1940 หลังสงคราม เมื่อข้อห้ามถูกยกเลิก และความต้องการชิ้นส่วนเครื่องบินลดลง เอนโซก็หันมาทุ่มเทความสนใจทั้งหมดให้กับการสร้างรถสปอร์ตสมรรถนะสูงของตัวเอง และในปี 1947 Ferrari S.p.A. ก็ถือกำเนิดขึ้น รถยนต์คันแรกที่ใช้ชื่อเฟอร์รารีอันเป็นสัญลักษณ์ รุ่น 125 S ก็ได้เปิดตัว โดยมีจุดมุ่งหมายของบริษัทชัดเจน คือการสร้างรถแข่งที่สามารถคว้าชัยชนะ ประวัติชีวิตช่วงท้ายของ Enzo Anselmo Ferrari ช่วงทศวรรษ 1950 เป็นต้นมา เฟอร์รารี สร้างชื่อเสียงเป็นมหาอำนาจในวงการมอเตอร์สปอร์ต โดยเฉพาะ ฟอร์มูล่าวัน และการแข่งรถทางไกลคว้าแชมป์นับไม่ถ้วน ตอกย้ำคุณภาพและความเร็ว อย่างไรก็ตาม เอนโซต้องเผชิญโศกนาฏกรรมส่วนตัวครั้งใหญ่ คือการเสียชีวิตของ ดิโน่ บุตรชายสุดที่รักในปี 1956 ด้วยวัยเพียง 24 ปี การสูญเสียนี้ทำให้เขาเป็นคนสันโดษมากขึ้น ต่อมาเอนโซ ได้มอบหมายให้ Piero Ferrari ลูกชายกับภรรยาอีกคนของเอนโซเข้ามารับบทบาทการบริหารบริษัทจนถึงปัจจุบัน โดยถือหุ้น 10% และดำรงตำแหน่งรองประธาน ในปี 1969 เฟอร์รารีได้ขายหุ้น 50% ในบริษัทให้กับ Fiat SpA และในที่สุดสัดส่วนการถือหุ้นของ Fiat ก็เพิ่มขึ้นเป็น 90% เมื่อถึงแก่กรรมของเขา แม้กระนั้น เอนโซก็ยังคงรักษาสิทธิในการควบคุมสกูเดเรีย เฟอร์รารีไว้อย่างมาก เอนโซ เฟอร์รารีเสียชีวิตเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ค.ศ.1988 ด้วยวัย 90 ปี ที่เมืองโมเดนา ประเทศอิตาลี สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากภาวะไตวาย การเสียชีวิตของเขาถูกประกาศหลังพิธีศพส่วนตัวหนึ่งวัน ซึ่งสะท้อนถึงความปรารถนาในความเป็นส่วนตัวของเขา มรดกที่เขาทิ้งไว้นั้นยิ่งใหญ่มากเขาไม่ได้สร้างแค่บริษัทรถยนต์ แต่ได้สร้างตำนานแบรนด์ที่พ้องกับความหลงใหล ประสิทธิภาพ และเกียรติยศแห่งการแข่งรถของชาวอิตาลี นักขับคนแรกของทีม Scuderia Ferrari ในช่วงแรก เมื่อสกูเดเรีย เฟอร์รารีกลายเป็นแผนกแข่งรถอย่างเป็นทางการของอัลฟ่า โรเมโอในทศวรรษ 1930 มีนักขับจำนวนมากที่ลงแข่งภายใต้ชื่อสกูเดเรีย เฟอร์รารี โดยใช้รถยนต์อัลฟ่า โรเมโอ นักขับที่มีชื่อเสียงในช่วงนั้นได้แก่ Tazio Nuvolari (ทาซิโอ นูโวลารี) นักแข่งชาวอิตาลี Giuseppe Campari (เซปเป้ คัมปารี) Achille Varzi (อาคิล วาร์ซี) Louis Chiron (หลุยส์ ชีรอน) ยุคเริ่มต้นของ Scuderia Ferrari (ก่อนการแข่งขันชิงแชมป์โลก F1) เปิดตัวครั้งแรกที่โมนาโกกรังด์ปรีซ์เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม ค.ศ.1950 ในการแข่งขันครั้งประวัติศาสตร์นี้ เอนโซ เฟอร์รารีส่งรถ F1 125 ซูเปอร์ชาร์จลงสนาม 3 คัน และนักขับมีดังนี้ Alberto Ascari (อัลแบร์โต อัสคารี) Luigi Villoresi (ลุยจิ วิลโลเรซี) Raymond Sommer (เรย์มอนด์ ซอมเมอร์) การเปิดตัวในครั้งนี้ Alberto Ascari (อัลแบร์โต อัสคารี) ได้ความชัยมาในอันดับที่ 2 ของการแข่งขันในครั้งแรกนับว่าเป็นการเปิดตัวได้อย่างยิ่งใหญ่ของทีม Scuderia Ferrari ชัยชนะครั้งแรกของทีม Scuderia Ferrari ใน Formula1 ชัยชนะครั้งแรกของทีมสกูเดเรีย เฟอร์รารี ใน Formula1 คือที่บริติช กรังด์ปรีซ์ ปี 1951 ณ สนามซิลเวอร์สโตน รถที่คว้าชัยคือ เฟอร์รารี 375 F1 ซึ่งขับโดย โฮเซ่ ฟรอยลาน กอนซาเลซ (Jos Froiln Gonzlez) ซึ่งชัยชนะครั้งนี้มีความหมายอย่างยิ่ง เพราะเป็นครั้งแรกที่เฟอร์รารีสามารถเอาชนะทีมอัลฟ่า โรเมโอที่เคยเป็นเจ้าสนามในการแข่งขันฟอร์มูล่าวันชิงแชมป์โลกที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น ยุคทองของ Scuderia Ferrari สคูเดเรีย เฟอร์รารี่ทีมที่เก่าแก่ที่สุด และประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟอร์มูล่าวัน มีช่วงเวลาแห่งความรุ่งโรจน์หลายครั้งที่อาจถือได้ว่าเป็น "ยุคทอง" มีอยู่ช่วงหนึ่งที่โดดเด่นดังนี้ Gettyimages / Bernard Cahierฮวน มานูเอล ฟานจิโอ (Juan Manuel Fangio) ยุคแรกเริ่ม (ทศวรรษ 1950 - 1960) เฟอร์รารี่ทำผลงานได้ดีในช่วงแรกของฟอร์มูล่าวัน โดยมีนักแข่งอย่าง อัลแบร์โต้ อัสคารี (Alberto Ascari) ที่สามารถคว้าแชมป์ติดต่อกันในปี 1952 และ 1953 ส่วน ฮวน มานูเอล ฟานจิโอ (Juan Manuel Fangio)ได้แชมป์ในปี 1956 นอกจากนี้ยังมี ฟิล ฮิลล์ (Phil Hill) แชมป์ในปี 1961 และ จอห์น เซอร์ทีส (John Surtees) แชมป์ในปี 1964 shutterstock / ZRyznerนิกิ เลาดา (Niki Lauda) ยุคของยุคนิกิ เลาดา (ทศวรรษ 1970) หลังจากที่ห่างหายจากการคว้าแชมป์มาซักระยะ สกูเดเรีย เฟอร์รารีได้กลับมาผงาดอย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้การนำของ นิกิ เลาดา (Niki Lauda) นักขับมือหนึ่งโดยคว้าแชมป์โลกนักขับในปี 1975 และ 1977 พร้อมกับคว้าแชมป์โลกทีมผู้สร้างในปี 1975, 1976, 1977 และ 1979 (ซึ่งในปี 1979 โจดี้ เชคเตอร์ Jody Scheckter คว้าแชมป์โลกนักขับ) shutterstock / cristiano barni ยุคของมิชาเอล ชูมัคเกอร์ 1999-2004 มิคาเอล ชูมัคเกอร์ (Michael Schumacher) นักขับชาวเยอรมันผู้เป็นตำนาน ซึ่งหลายคนยกย่องให้เป็นสุดยอดนักแข่งตลอดกาล เขาอยู่ในช่วงที่รุ่งโรจน์ที่สุดในอาชีพการงาน และสามารถคว้าแชมป์โลกนักขับกับเฟอร์รารี่ได้ถึง 5 สมัยติดต่อกัน ตั้งแต่ปี 2000 ถึง 2004 ภายใต้การบริหารจัดการทีมที่แข็งแกร่งทีมนำโดย ฌอง ท็อดต์ ในตำแหน่งหัวหน้าทีม, รอสส์ บรอว์น ผู้อำนวยการด้านเทคนิค และ รอรี่ เบิร์น หัวหน้าฝ่ายออกแบบทีมชุดนี้มอบความมั่นคง การวางกลยุทธ์ที่ยอดเยี่ยม และการพัฒนารถแข่งที่เหนือชั้นอย่างต่อเนื่อง เฟอร์รารี่สร้างสรรค์รถแข่งที่ทั้งเร็วและเชื่อถือได้อย่างไม่น่าเชื่อในช่วงเวลานั้น โดยเฉพาะรุ่น F2002 และ F2004 ซึ่งจัดเป็นรถ F1 ที่ครองความยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา นักขับในยุคปัจจุบันของทีม Scuderia Ferrari และ Team Principal ในปี 2025 นี้ภายใต้การนำทีมของ Frdric Vasseur (เฟรเดอริก วาสเซอร์) หนุ่มใหญ่ผู้มากด้วยประสบการณ์ในมอเตอร์สปอร์ต เคยเป็นผู้ก่อตั้งทีม ASM คว้าแชมป์ F3 หลายรายการ รวมถึงแชมป์ยุโรป 4 สมัย (2004-2007) โดยมี ลูอิส แฮมิลตัน เป็นหนึ่งในนักขับ และก่อตั้ง ART Grand Prix คว้าแชมป์ทีมใน GP2/GP3 ถึง 8 สมัย และแชมป์นักขับ 11 สมัย รวมถึงแชมป์ GP3 ปี 2016 กับ ชาร์ลส์ เลอแคลร์ ก่อนที่จะเข้าสู่วงการ Formula1 ในปี 2016 ด้วยการเป็นหัวหน้าทีม Renault ก่อนจะย้ายไปเป็นกรรมการผู้จัดการ Sauber Group ในปี 2017 และหัวหน้าทีม Alfa Romeo Sauber F1 Team (ภายหลังเปลี่ยนเป็น Alfa Romeo Racing) ก่อนที่จะเข้ารับตำเหน่งหัวหน้าทีม Scuderia Ferrari ในปลายปี 2022 แทนที่ Mattia Binotto (มัตเทีย บินอตโต) ทีมนักขับในปี 2025 นี้ประกอบด้วย shutterstock / Jay Hirano ชาร์ลส์ เลอแคลร์ (Charles Leclerc) นักขับชาวโมนาโก โดยเป็นชาร์ลส์ เลอแคลร์ เป็นนักขับจากโครงการ Ferrari Driver Academy และอยู่กับทีม Scuderia Ferrari ชุดใหญ่มาตั้งแต่ปี 2019 เขาขึ้นชื่อเรื่องความเร็วจัดจ้านในการควอลิฟาย มักจะรีดสมรรถนะสูงสุดจากรถได้ในการวิ่งเพียงรอบเดียว ซึ่งเห็นได้จากจำนวนโพลโพซิชั่นที่เขาทำได้มากมาย เลอแคลร์คว้าชัยชนะในการแข่งขันกรังด์ปรีซ์มาแล้วหลายสนาม และยังเป็นรองแชมป์โลกนักขับในปี 2022 เลอแคลร์ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่เจิดจรัสที่สุดของวงการ ด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้าต่อเฟอร์รารี่ และความปรารถนาที่จะนำแชมป์โลกกลับสู่ Scuderia Ferrari เลอแคลร์นับเป็นนักแข่งที่ดุดันในสนามแข่ง ถึงแม้ในปี 2025 จะเป็นปีที่ทีมจะยังมีผลงานไม่เป็นไปตามที่แฟนทีมม้าลำพองคาดหวังนัก แต่เลอแคลร์ก็ยังสามารถคว้าคะแนนสะสมอยู่ที่อันดับที่ 5 ของตาราง shutterstock / Michael Potts F1 ลูอิส แฮมิลตัน (Lewis Hamilton) แชมป์โลกฟอร์มูล่าวัน 7 สมัยที่เกิดเมื่อเดือนมกราคมปี 1985 ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ด้วยการย้ายค่ายมาอยู่กับทีมเฟอร์รารี่ในฤดูกาล 2025 หลังจากที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงามกับเมอร์เซเดสมาอย่างยาวนาน แฮมิลตันเป็นหนึ่งในนักขับที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ F1 โดยครองสถิติสูงสุดทั้งในด้านจำนวนครั้งที่ชนะ ตำแหน่งโพลโพซิชั่น และการขึ้นโพเดียม เขานำประสบการณ์อันมหาศาล ความสามารถเชิงกลยุทธ์ และความสามารถที่ไม่มีใครเทียบได้ในการทำผลงานในระดับสูงสุดอย่างสม่ำเสมอ การมาถึงของเขาที่เฟอร์รารี่ถือเป็นการพลิกเกมครั้งสำคัญ โดยมีเป้าหมายที่จะรวมเอาความสามารถในการคว้าแชมป์ของเขากับมรดกอันยาวนานของเฟอร์รารี่ รวมถึงการพัฒนารถที่แข็งแกร่งในช่วงที่ผ่านมา เพื่อไล่ล่าตำแหน่งแชมป์โลกสมัยที่ 8 ในทีม Scuderia Ferrari ปีที่ได้แชมป์ประเภททีมผู้ผลิต 1961, 1964, 1975, 1976, 1977, 1979, 1982, 1983, 1999, 2000, 2001,2002, 2003, 2004, 2007, 2008, ปีที่ได้แชมป์นักขับ Alberto Ascari อัลแบร์โต อัสคารี ปี 1952, 1953 แชมป์โลก 2 สมัยชาวอิตาลีคนแรกของเฟอร์รารี Juan Manuel Fangio ฮวน มานูเอล ฟางจิโอ ปี 1956 แชมป์โลก 5 สมัย ที่คว้าแชมป์ในปี 1956 ให้กับทีมเฟอร์รารี Mike Hawthorn ไมค์ ฮอว์ธอร์น นักแข่งชาวอังกฤษคนแรกที่ชนะเลิศการแข่งขันในปี 1958 Phil Hill ฟิล ฮิล นักแข่งชาวสัญชาติอเมริกันคนแรกที่คว้าแชมป์ฟอร์มูล่าวันใน ปี 1961 ให้กับทีมสคูเดอเรีย เฟอร์รารี John Surtees จอห์น เซอร์ทีส คว้าแชมป์โลกกับทีมเฟอร์รารีในปี 1964 และนอกจากนั้นเขายังเป็นแชมป์ Motorcycle Grand Prix world champion ถึง 7 สมัยอีกด้วย Niki Lauda นิกิ เลาดา คว้าแชมป์โลกครั้งแรกในปี 1975 ครองความโดดเด่นตลอดฤดูกาล คว้าชัยชนะ 5 สนาม และคว้าตำแหน่งแชมป์มาครองได้อย่างขาดลอย และยังเป็นแชมป์โลกประเภทนักขับครั้งแรกของเฟอร์รารี่ในรอบ 11 ปี เลาดาตอกย้ำตำนานของเขาด้วยการคว้าแชมป์โลกสมัยที่สองกับเฟอร์รารี่ในปี 1977 ถึงแม้จะเพิ่งผ่านอุบัติเหตุใหญ่ที่นูร์เบอร์กริงเมื่อปี 1976 Jody Scheckter โจดี้ เชคเตอร์ นักแข่งรถฟอร์มูล่าวันชาวแอฟริกาใต้ผู้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้า แชมป์โลก ในปี 1979 กับทีม Scuderia Ferrari Michael Schumacher มิชาเอล ชูมัคเกอร์ ช่วงเวลานี้คือยุคทองของเฟอร์รารี่ ชูมัคเกอร์คว้าแชมป์โลกประเภทนักขับได้ถึง 5 สมัยติดต่อกัน 2000-2004 ตลอดระยะเวลาที่อยู่กับเฟอร์รารี่ ชูมัคเกอร์ได้ทำลายสถิติมากมายทั้งการคว้าชัยชนะมากที่สุดในหนึ่งฤดูกาล 13 ครั้งในปี 2004 และยังคงเป็นเจ้าของสถิติชนะมากที่สุดกับเฟอร์รารี่ถึง 72 ครั้ง ชูมัคเกอร์ประกาศอำลาวงการฟอร์มูล่าวันครั้งแรกเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2006 Kimi Rikknen คิมิ ไรค์โคเนน ในฤดูกาลแรกกับเฟอร์รารี่ ไรโคเนนสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าแชมป์โลก Formula 1ในปี 2007 ได้อย่างน่าจดจำ ทำเนียบนักขับ Alberto Ascari - อัลแบร์โต อัสการี Luigi Villoresi - ลุยจิ วิลโลเรซี Dorino Serafini - โดริโน เซราฟีนี Peter Whitehead - ปีเตอร์ ไวต์เฮด Raymond Sommer - เรย์มอนด์ ซอมเมอร์ Jos Froiln Gonzlez - โฮเซ่ ฟรอยลัน กอนซาเลซ Giuseppe "Nino" Farina - จูเซปเป้ "นีโน่" ฟารีนา Piero Taruffi - ปิเอโร ทารุฟฟี Mike Hawthorn - ไมค์ ฮอว์ธอร์น Maurice Trintignant - มอริซ ตรินติญองต์ Umberto Maglioli - อุมแบร์โต มากลิโอลี Robert Manzon - โรแบร์ มานซง Eugenio Castellotti - ยูจีนิโอ คาสเตลล็อตติ Paul Frre - พอล แฟรร์ Juan Manuel Fangio - ฮวน มานูเอล ฟางจิโอ Luigi Musso - ลุยจิ มุสโซ Peter Collins - ปีเตอร์ คอลลินส์ Wolfgang von Trips - โวล์ฟกัง ฟอน ทริปส์ Alfonso de Portago - อัลฟองโซ เด ปอร์ตาโก Olivier Gendebien - โอลิวิเยร์ เจนเดอเบียน Cesare Perdisa - เซซาเร เพอร์ดิซา Tony Brooks - โทนี่ บรูคส์ Cliff Allison - คลิฟ อัลลิสัน Jean Behra - ฌอง เบห์รา Phil Hill - ฟิล ฮิลล์ Richie Ginther - ริชชี กินเทอร์ Willy Mairesse - วิลลี่ ไมเรสส์ Giancarlo Baghetti - จานคาร์โล บาเก็ตติ Ricardo Rodrguez - ริคาร์โด โรดริเกซ Lorenzo Bandini - ลอเรนโซ บันดินี John Surtees - จอห์น เซอร์ทีส Ludovico Scarfiotti - ลูโดวิโค สคาร์ฟิออตติ Mike Parkes - ไมค์ พาร์คส Chris Amon - คริส อามอน Jacky Ickx - แจ็คกี้ อิกซ์ Andrea de Adamich - อันเดรีย เด อาดามิช Derek Bell - เดเรก เบลล์ Pedro Rodrguez - เปโดร โรดริเกซ Ignazio Giunti - อิกนาซิโอ จุนติ Clay Regazzoni - เคลย์ เรกาซโซนี Mario Andretti - มาริโอ อันเดรตติ Arturo Merzario - อาร์ตูโร เมอร์ซาริโอ Niki Lauda - นิกิ เลาดา Carlos Reutemann - คาร์ลอส รอยเตมันน์ Gilles Villeneuve - จิลส์ วิลเนิฟ Jody Scheckter - โจดี้ เชคเตอร์ Didier Pironi - ดิดิเยร์ ปิโรนี Patrick Tambay - แพทริค แทมเบย์ Ren Arnoux - เรอเน อาร์นูซ์ Michele Alboreto - มิเคเล อัลโบเรโต Stefan Johansson - สเตฟาน โยฮันส์สัน Gerhard Berger - แกร์ฮาร์ด แบร์เกอร์ Nigel Mansell - ไนเจล แมนเซลล์ Alain Prost - อแลง พรอสต์ Jean Alesi - ฌอง อเลซี Ivan Capelli - อีวาน คาเปลลี Nicola Larini - นิโคลา ลารินี Michael Schumacher - มิคาเอล ชูมัคเกอร์ Eddie Irvine - เอ็ดดี้ เออร์ไวน์ Mika Salo - มิกา ซาโล Rubens Barrichello - รูเบนส์ บาร์ริเคโล Felipe Massa - เฟลิเป้ มาสซ่า Kimi Rikknen - คิมิ ไรโคเนน Luca Badoer - ลูก้า บาโดเออร์ Giancarlo Fisichella - จานคาร์โล ฟิซิเคลล่า Fernando Alonso - เฟอร์นันโด อลอนโซ่ Sebastian Vettel - เซบาสเตียน เฟทเทล Charles Leclerc - ชาร์ล เลอแคลร์ Carlos Sainz Jr. - คาร์ลอส ไซนซ์ จูเนียร์ Lewis Hamilton - ลูอิส แฮมิลตัน บทความที่คุณอาจสนใจ สนามแข่ง Formula 1 มีกี่สนามอยู่ประเทศอะไร ระยะทางเท่าไหร่ มีโค้งกี่จุด แรง G คืออะไร ทำไมสำคัญกับการแข่ง F1 นักขับต้องฝึกฝนร่างกายอย่างไร รวมเรื่องน่ารู้ formula 1 รู้แล้วดูสนุก! กติกาและศัพท์การแข่งขัน formula 1
กีฬาอื่นๆ TrueID • 26 มิ.ย. 68
อ่าน
เปิดตัว Ferrari SF-26 สีแดง Gloss สุดดุดัน จัดเต็มระบบไฮบริด 350 kW สู้ศึก F1 ฤดูกาล 2026
เปิดตัว Ferrari SF-26 รถสูตรหนึ่งยุคใหม่ที่จะเปลี่ยนประวัติศาสตร์ค่ายม้าลำพองใน F1 ฤดูกาล 2026 มาพร้อมดีไซน์ สีแดง Gloss สุดคลาสสิกที่กลับมาทวงความยิ่งใหญ่ ด้วยการเตรียมตัวที่ยาวนานกว่าใครและเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ นี่คือโอกาสที่ดีที่สุดในรอบทศวรรษที่ "ม้าลำพอง" จะกลับมาผงาดอย่างเต็มตัว เปิดตัว Ferrari SF-26 สีแดง Gloss สุดดุดันจัดเต็มระบบไฮบริด 350 kW สู้ศึก F1 ฤดูกาล 2026 การเปิดตัวของ SF-26 ไม่ใช่แค่การเผยโฉมรถแข่งคันใหม่ แต่คือการประกาศสงครามในยุคเทคนิคใหม่ของ Formula 1 ที่ Ferrari เดิมพันหมดหน้าตักเพื่อกลับมาเป็นเบอร์หนึ่งอีกครั้ง 1. งานดีไซน์และอากาศพลศาสตร์: การกลับมาของ "สีแดงเงา" และระบบอัจฉริยะ Ferrari SF-26 ถูกออกแบบภายใต้คอนเซปต์ "Nimble Car" หรือรถที่เน้นความคล่องตัว เพื่อสอดรับกับกฎใหม่ปี 2026: Livery: กลับมาใช้ "สีแดงเงา" (Gloss Paint) อันเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิม หลังจากใช้สีด้านมานานถึง 7 ปี เพื่อสื่อถึงการเชื่อมโยงความสำเร็จในอดีตสู่ยุคใหม่ Active Aerodynamics: หัวใจสำคัญคือระบบปีกปรับระดับได้อัตโนมัติ 2 โหมด Z-Mode: เพิ่มแรงกด (Downforce) สูงสุดเพื่อการเข้าโค้งที่รวดเร็ว X-Mode: ลดแรงต้านอากาศ (Drag) ในทางตรงเพื่อทำความเร็วสูงสุด (มาแทนที่ระบบ DRS เดิม) Chassis Bodywork: ตัวรถมีขนาดสั้นลง แคบลง และน้ำหนักเบาขึ้น รวมถึงโครงสร้างที่ยืดหยุ่นสูง รองรับการอัพเกรดใหญ่ระหว่างฤดูกาล 2. ขุมพลังใหม่ V6 Hybrid: พลังไฟฟ้าที่ดุดันกว่าเดิม ภายใต้ฝาครอบเครื่องยนต์คือขุมพลังที่ถูกรื้อดีไซน์ใหม่ทั้งหมดเพื่อให้รองรับ Sustainable Fuel 100%: Engine Specs: เครื่องยนต์ V6 ขนาด 1,600 cc จ่ายน้ำมันด้วยระบบ Direct Injection แรงดันสูง 350 bar The Power of Electricity: ระบบ MGU-K ถูกอัพเกรดให้มีพละกำลังสูงถึง 350 kW (เพิ่มขึ้นจากเดิมอย่างมาก) โดยมีบทบาทเทียบเท่ากับเครื่องยนต์สันดาป รอบเครื่องยนต์: เร่งได้สูงสุด 15,000 rpm (MGU-K สูงสุด 6,000 rpm) ส่งผลให้การบริหารจัดการพลังงาน (Energy Management) กลายเป็นกุญแจสำคัญสู่ชัยชนะ 3. รายละเอียดวิศวกรรม: ปรับช่วงล่างเพื่อ Hamilton Leclerc การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งคือการปรับระบบ Suspension: Push-rod Front Suspension: มีรายงานว่า Ferrari เปลี่ยนมาใช้ช่วงล่างด้านหน้าแบบ Push-rod เพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการเบรกตามสไตล์ของ Lewis Hamilton และความแม่นยำในการเข้าโค้งของ Charles Leclerc Integration: การผสานการทำงานระหว่างแชสซีใหม่และระบบไฮบริดถูกดูแลโดย Loc Serra ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคที่ย้ายตรงมาจาก Mercedes เพื่อนำความสดใหม่มาสู่ Maranello 4. เป้าหมายและเบื้องหลัง: การเดิมพันที่ต้องแลกด้วยฤดูกาล 2025 Ferrari ยอมรับว่าพวกเขา "ทิ้ง" การพัฒนาในปี 2025 เพื่อทุ่มเททรัพยากรทั้งหมดให้กับ SF-26 คันนี้: เป้าหมายสูงสุด: ยุติการรอคอยแชมป์โลกที่ยาวนานตั้งแต่ปี 2007 (นักขับ) และ 2008 (ทีมผู้ผลิต) กลยุทธ์ทีม: ภายใต้การนำของ Fred Vasseur ทีมมีการพัฒนาแบบดุดัน (Aggressive Development) รถคันนี้ถูกประกอบเสร็จเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนวิ่งโชว์ที่สนาม Fiorano Next Steps: หลังจาก Shakedown ที่อิตาลี ทีมจะมุ่งหน้าสู่ Barcelona เพื่อทดสอบความทนทาน และต่อด้วย Bahrain เพื่อรีดสมรรถนะที่แท้จริงออกมา บทความที่คุณอาจสนใจ สนามแข่ง Formula 1 มีกี่สนามอยู่ประเทศอะไร ระยะทางเท่าไหร่ มีโค้งกี่จุด แรง G คืออะไร ทำไมสำคัญกับการแข่ง F1 นักขับต้องฝึกฝนร่างกายอย่างไร
กีฬาอื่นๆ TrueID • 23 ม.ค. 69
อ่าน
เท่กร้าวใจ!! “กลัฟ คณาวุฒิ” หนึ่งเดียวจากเมืองไทย ร่วมชมแฟชั่นโชว์ Ferrari ณ กรุงมิลาน
เท่กร้าวใจ!! กลัฟ คณาวุฒิหนึ่งเดียวจากเมืองไทย ร่วมชมแฟชั่นโชว์ Ferrari ณ กรุงมิลาน สตาร์ทความหล่อไม่มีเบรก! พระเอกหนุ่มสุดฮอต กลัฟ คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ เดินหน้าโกอินเตอร์ต่อเนื่อง ล่าสุดบินลัดฟ้าสู่เมืองแห่งแฟชั่น เพื่อร่วมงาน Milan Fashion Week กับแบรนด์ระดับโลก FERRARI ในโชว์คอลเลกชัน Spring-Summer 2026 ณ Teatro Alcione, Piazza Vetra 7 เมื่อวันเสาร์ที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา โดยกลัฟเป็นนักแสดงไทยเพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับเชิญเข้าร่วมงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้ ไฮไลต์สำคัญที่เรียกเสียงฮือฮาจากแฟนคลับทั่วโลก คือการปรากฏตัวนั่งมากับรถหรูจาก FERRARI รุ่น 12cilindri พร้อมลุคหล่อคูลใน FERRARI ที่เข้ากับตัวตนของหนุ่มกลัฟกับลุค Effortless ลงตัวเข้ากับแบรนด์ทุกมิติ ท่ามกลางสื่อและช่างภาพสาดแสงแฟลชรัวๆ เดินเข้างานแบบเท่สะเทือนมิลาน!!
ดาราเดลี่บันเทิง • 28 ก.ย. 68
อ่าน
ขับด้วยแพชชั่น!! แม็กซ์ พร้อมซิ่ง Ferrari 296 GT3 ลุยศึก GT3
GT3 คือประเภทการแข่งขันรถสปอร์ต (Grand Touring) ที่ได้รับความนิยมและมีการแข่งขันสูงที่สุดในโลก รถที่ใช้ในการแข่งขัน GT3 จะเป็นรถที่ผลิตจากโรงงาน (Production-based cars) ของผู้ผลิตชั้นนำทั่วโลก เช่น Ferrari, Porsche, Mercedes-AMG, BMW, Audi, และ Lamborghini โดยรถเหล่านี้จะถูกปรับแต่งให้เป็นไปตามกฎระเบียบของ FIA (Federation Internationale de l'Automobile) เพื่อให้มีสมรรถนะใกล้เคียงกัน (Balance of Performance - BoP) ทำให้การแข่งขันมีความสูสีและตื่นเต้น เวอร์สเตปเปน จะขับ Ferrari 296 GT3 ทีม อีมิล เฟรย์ ผลัดกันขับกับ คริส ลัลแฮม คนละ 4 ชม. โดยก่อนหน้านี้ แชมป์โลก F1 ชาวดัตช์เคยร่วมรายการ Porsche Cayman GT4 มาก่อน เพื่อทำใบอนุญาตมาแข่งขัน GT3 เวอร์สเตปเปน กล่าวว่า "ผมหลงใหลในการแข่งรถ รวมถึงการแข่งนอกเหนือจาก Formula 1 ทุกรอบที่สนามนอร์ดชไลเฟอ คือประสบการณ์ที่แตกต่างออกไป บรรยากาศที่นั่นดีมากจริง ๆ และมีแฟน ๆ กีฬา Endurance เข้าชมจำนวนมาก การแข่งในประเภทอื่นนอกเหนือจาก Formula 1 คืองานอดิเรกของผม ความฝันของผมคือการได้เข้าร่วมการแข่งขัน เนิร์เบิร์กริง นอร์ดชไลเฟอ 24 ชั่วโมง ในที่สุด" สมัครและดูได้แล้ววันนี้ NOW Sports 699 บาท/เดือน (2 จอ ดูได้ทุกอุปกรณ์) สมัครเลยคลิก : https://truevisions-now.onelink.me/RQwi/e8d0blcf ข่าวที่เกี่ยวข้อง โปรแกรมฟอร์มูล่าวัน 2025 ลิ้งก์ดูสด เอฟวัน 2025 ถ่ายทอดสด F1 ผลเอฟวัน โปรแกรม โมโตจีพี 2025 ลิ้งก์ดูสด MotoGP 2025 ผลโมโต จีพี
ทรู วิชั่นส์ • 26 ก.ย. 68
อ่าน
“Ferrari” เผยโฉม “เรือยอช์ต” แข่งขันล้ำยุค ทำงานได้ไม่ต้องใช้เครื่องยนต์
เฟอร์รารี (Ferrari) แบรนด์ผู้ผลิตยานยนต์หรูสัญชาติอิตาลี เปิดตัวเรือยอช์ตรุ่นใหม่ ที่ออกแบบโดยผสมผสานระหว่างลักษณะเรือใบที่ใช้ในการแข่งขัน กับนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่ทำให้เรือแล่นได้ด้วยพลังงานในตัวเอง เรือลำนี้มีชื่อว่า เฟอร์รารี ไฮเปอร์เซลล์ (Ferrari Hypersail) ออกแบบโดยสถาปนิกฝรั่งเศส กีโยม แวร์ดิเยร์ (Guillaume Verdier) เพื่อให้เป็นต้นแบบเรือแข่งขัน โครงสร้างของเรือเป็นแบบโมโนฮอล (monohull) หรือเรือที่มีตัวเรือแบบลำเดียว ขนาดประมาณ 30 เมตร มีความสูงของใบเรืออยู่ที่ประมาณ 40 เมตร และความกว้างของใบเรืออยู่ที่ประมาณ 20 เมตรบริษัทเผยว่าตัวเรือจะไม่มีการติดตั้งเครื่องยนต์สันดาปภายใน และพลังงานทั้งหมดที่จำเป็นในการใช้ควบคุมระบบการเคลื่อนที่ของเรือ คอมพิวเตอร์รวมถึงเครื่องมือต่าง ๆ จะเป็นพลังงานที่สร้างขึ้นในขณะที่เรือแล่นอยู่ โดยใช้พลังงานหมุนเวียนทั้งหมด ทั้งจากระบบพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมนอกจากเรื่องพลังงานแล้ว ในแง่ของการขับเคลื่อน เรือยอช์ตจะแล่นโดยใช้ระบบควบคุมที่พัฒนาจากความเชี่ยวชาญขอบริษัทในภาคยานยนต์ โดยใช้กระบวนการคำนวณอากาศพลศาสตร์ และโครงสร้างที่ออกแบบมาเพื่อให้แล่นข้ามมหาสมุทรเป็นเวลานานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย โดยไม่ต้องแวะพักระหว่างทาง และไม่ต้องได้รับการสนับสนุนจากภายนอก นอกจากนี้เรือ เฟอร์รารี ไฮเปอร์เซลล์ (Ferrari Hypersail) ยังจะกลายเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการทดสอบเทคโนโลยีใหม่ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากการพัฒนาไฮเปอร์คาร์ (Hypercar) ของบริษัท เพื่อให้เป็นเรือยอช์ตสำหรับการแข่งนอกชายฝั่ง ที่แสดงให้เห็นถึงความอึดและความทนทานสูงสุดเรือลำนี้ แสดงถึงวิสัยทัศน์ของเฟอร์รารีในการนำเสนอประสิทธิภาพสูงสุดควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยปัจจุบันเรือยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างในอิตาลี มีกำหนดเปิดตัวในปี 2026 ก่อนเข้าสู่การทดสอบในทะเลครั้งแรก">
TNN ช่อง16 • 1 ก.ค. 68
อ่าน
ยอดจองไม่มา! "Ferrari" ชะลอ EV รุ่นใหม่ถึงปี 2028 l การตลาดเงินล้าน
Ferrari บริษัทผลิตรถยนต์หรูจากอิตาลี ตัดสินใจเลื่อนแผนการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่ 2 ออกไปอย่างน้อยจนถึงปี 2028 จากแผนเดิมที่จะเปิดตัวในช่วงปลายปี 2026 เนื่องจากความต้องการในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงยังอยู่ในระดับต่ำมาก ทั้งในแง่ของจำนวนและความมั่นคงข้อมูลจากแหล่งข่าวใกล้ชิดระบุว่า Ferrari มองว่าดีมานด์สำหรับรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้าในตลาดยังไม่เกิดขึ้นจริงอย่างยั่งยืน และการชะลอแผนดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้บริษัทพัฒนาเทคโนโลยีภายในเพิ่มเติม ก่อนเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ในอนาคตแม้ Ferrari ยังไม่ให้ความเห็นอย่างเป็นทางการในเรื่องนี้ แต่ในอดีตบริษัทเคยประกาศแผนเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกในเดือนตุลาคมปีนี้ โดยจะเปิดตัวแบบเป็นขั้นตอน และมีเป้าหมายส่งมอบคันแรกให้ลูกค้าในเดือนตุลาคม 2026 ทั้งนี้ รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของ Ferrari ซึ่งออกแบบร่วมกับอดีตหัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Apple อย่าง Jony Ive จะมีราคาสูงกว่า 500,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และถูกมองว่าเป็นการเปิดตัวเชิงสัญลักษณ์มากกว่าการทำตลาดในวงกว้าง โดยรุ่นที่สองจะเป็นตัวกำหนดทิศทางจริงของกลยุทธ์ EV ในระยะยาวของบริษัทแหล่งข่าวยังระบุเพิ่มเติมว่า Ferrari ตั้งเป้าให้รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่สองสามารถผลิตและจำหน่ายได้ราว 5,000–6,000 คัน ภายในระยะเวลา 5 ปี ซึ่งเป็นมาตรฐานทั่วไปของรถ Ferrari แต่ในปัจจุบันยังไม่สามารถทำได้จริง เนื่องจากความสนใจจากผู้บริโภคยังไม่เพียงพอแนวโน้มชะลอแผนรถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับ Ferrari เท่านั้น คู่แข่งอย่าง Lamborghini ก็เลื่อนแผนเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกออกไปเป็นปี 2029 ขณะที่ Porsche ก็ลดขนาดแผนผลิตรถยนต์ไฟฟ้าลง หลังยอดขายของรุ่น Taycan และ Macan EV อยู่ในระดับที่ไม่เป็นไปตามเป้า ส่วน Maserati ก็เพิ่งยกเลิกแผนผลิตรุ่น EV ของรถสปอร์ต MC20 ไปเมื่อต้นปีนี้เช่นกันทั้งนี้ Ferrari มีกำหนดการนำเสนอกลยุทธ์ระยะยาวฉบับใหม่แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 9 ตุลาคม ซึ่งคาดว่าจะให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับทิศทางของเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัทในอนาคต
TNN ช่อง16 • 18 มิ.ย. 68
อ่าน
ยลโฉมนาฬิกา Richard Mille RM 43-01 Ferrari Tourbillon สวยขนาดไหนผลิตกี่เรือน
Richard Mille ได้รังสรรค์ผลงานผ่าน Richard Mille RM 43-01 ร่วมกับ Ferrari เมื่อสุดยอดผู้ผลิตนาฬิการะดับโลก กับสุดยอดผู้ผลิตยนตกรรมระดับโลก มาร่วมมือกันจึงก่อเกิดสุดยอดนาฬิกาที่สะท้อน DNA ของความแข็งเกร่งที่ผสานกลไกอันน่าทึ่ง จึงออกมาเป็น Richard Mille RM 43-01 Ferrari Tourbillon ที่ถ่ายทอดภาพลักษณ์ของทีม Scuderia Ferrari ทีมชั้นนำอันเป็นตำนานใน Formula1 ผ่านสองรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนผ่านสองนักแข่งทั้ง ลูอิส แฮมิลตัน แชมป์โลก 7 สมัย และ ชาร์ล เลอแคลร์ นักขับมากฝีมือดาวรุ่ง แล้วนาฬิกา Richard Mille RM 43-01 Ferrari Tourbillon มีรูปโฉมอย่างไรผลิตออกมากี่เรือนสนนราคาอยู่ที่เท่าไหร่ ยลโฉมนาฬิกา Richard Mille RM 43-01 Ferrari Tourbillon สวยขนาดไหนผลิตกี่เรือน Richard Mille RM 43-01 ตูร์บิญอง โครโนกราฟจับเวลาสองเข็มวินาที เฟอร์รารี่ คือผลงานร่วมมือระหว่างสองยักษ์ใหญ่ที่เน้นประสิทธิภาพและนวัตกรรม ต่อเนื่องจาก RM UP-01 นาฬิกาเรือนนี้ผสานกลไกซับซ้อนเข้ากับการออกแบบยานยนต์ของเฟอร์รารี่ มีสองรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นที่แตกต่างกัน โดย Centro Stile Ferrari มีส่วนร่วมในการออกแบบรายละเอียดต่างๆ กลไกที่พัฒนาร่วมกับ Audemars Piguet Le Locle ใช้เวลาสร้างสามปี มีฐานไทเทเนียมเกรด 5 แบบเปลือย สะพานจักรไทเทเนียมและ Carbon TPT พลังงานสำรอง 70 ชั่วโมง พร้อมนวัตกรรมต่างๆ กลไกโครโนกราฟได้รับการปรับปรุงเพื่อประสิทธิภาพและความทนทาน นาฬิกาเรือนนี้เป็นการคารวะมรดกของเฟอร์รารี่และแรงผลักดันของ Richard Mille สู่ความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการผลิตนาฬิกา โดยทุกองค์ประกอบเน้นที่ประสิทธิภาพ นาฬิกาจักรกลไขลานเรือนนี้ ประกอบด้วยชิ้นส่วนที่ได้รับการประดิษฐ์อย่างพิถีพิถันถึง 514 ชิ้น แสดงถึงความเชี่ยวชาญอันเหนือชั้น ผลงานชิ้นเอกอันซับซ้อนนี้ผสานผสานกลไกตูร์บิญองเข้ากับโครโนกราฟจับเวลาสองเข็มวินาที พร้อมทั้งแสดงความเคารพอย่างสง่างามต่อประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์ของม้าลำพองผ่านการออกแบบทั้งหมด การผสานรวมแห่งพรสวรรค์ RM 43-01 คือการคารวะอย่างแท้จริงต่อมรดกอันล้ำค่าของเฟอร์รารี่ ผสานรวมการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ ประสิทธิภาพที่ไร้คู่แข่ง และความพิเศษเฉพาะตัวไว้ในนาฬิกาเรือนเดียวที่รวบรวมความเป็นเลิศไว้อย่างสมบูรณ์ RM 43-01 ตูร์บิญองไขลาน โครโนกราฟจับเวลาสองเข็มวินาที กลไก RM43-01 กลไกตูร์บิญองไขลานพร้อมแสดงชั่วโมง นาที โครโนกราฟจับเวลาสองเข็มวินาที ตัวนับ 30 นาที และตัวแสดงพลังงานสำรอง แรงบิด และฟังก์ชัน ผลิตจำนวนจำกัด 75 เรือนในวัสดุ Carbon TPT และ 75 เรือนในวัสดุไทเทเนียมขัดทรายและ Carbon TPT พลังงานสำรอง ประมาณ 70 ชั่วโมง ( 10%) แผ่นฐานไทเทเนียมเกรด 5 แบบเปลือย แผ่นฐานได้รับการตกแต่งด้วยไทเทเนียมเกรด 5 ซึ่งเป็นโลหะผสมที่เข้ากันได้ดีกับร่างกาย ทนทานต่อการกัดกร่อนสูง และมีความแข็งแกร่งเป็นพิเศษ ทำให้ชุดเฟืองสามารถทำงานได้อย่างราบรื่น โลหะผสมนี้ประกอบด้วยไทเทเนียมเกรด 5 90% อะลูมิเนียม 6% และวาเนเดียม 4% ซึ่งวัสดุนี้ถูกนำมาใช้งานบ่อยครั้งในอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ การบิน และยานยนต์ สะพานจักรในไทเทเนียมเกรด 5 และ Carbon TPT สะพานจักรใน RM 43-01 ทำจากไทเทเนียมเกรด 5 และ Carbon TPT ออกแบบตามห้องข้อเหวี่ยเครื่องยนต์เฟอร์รารี่ลายตัว X เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและรูปลักษณ์ดุดัน โครงสร้างแบบเปลือยและใช้วัสดุ Carbon TPT ช่วยลดน้ำหนักกลไกโดยรวม สุดยอดแห่งความทนทาน ด้วยโซลูชันทางเทคนิคเหล่านี้ ทำให้กลไกอันซับซ้อน มีอัตราส่วนน้ำหนักต่อความทนทานที่โดดเด่น มีความสามารถในการทนทานต่อแรงกระแทก โดยผ่านการทดสอบในโรงงานของเราที่แรงกระแทกกว่า 5,000 g's ซึ่งเป็นความสามารถอันน่าทึ่งสำหรับนาฬิกาที่ผสานรวมกลไกตูร์บิญองและกลไกโครโนกราฟจับเวลาสองเข็มวินาทีอันซับซ้อน สกรูแบบ Spline อันเป็นเอกลักษณ์ของ Richard Mille ทำงานควบคู่ไปกับสกรูหัวจมหกเหลี่ยมที่พบในฝาครอบเครื่องยนต์ของเฟอร์รารี่ เพื่อยึดชิ้นส่วนต่างๆ ให้มั่นคง ระบบจับเวลาสองเข็มวินาที ระบบจับเวลาสองเข็มวินาทีใน RM 43-01 เปรียบเสมือนเครื่องยนต์ V12 อันประณีต ทีมพัฒนาได้ปรับปรุงกลไกนี้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีวงล้อควบคุมหกหลักสองชุด แคลมป์ PVD 3N โครงสร้างเบา ระบบการทำงานร่วมกันที่แม่นยำ และกลไกล็อกที่ปรับปรุง ลดแรงเสียดทานเพื่อเพิ่มความแม่นยำและเชื่อถือได้ในระยะยาว คุณสมบัติของกลไก ขนาดกลไก: 31.20 x 36.45 มิลลิเมตร ความหนา: 7.47 มิลลิเมตร เส้นผ่านศูนย์กลางตูร์บิญอง: 12.40 มิลลิเมตร เส้นผ่านศูนย์กลางจักรกรอกบาลานซ์: 10.00 มิลลิเมตร จำนวนทับทิม: 43 เม็ด จักรกรอกบาลานซ์: Glucydur, 2 ก้าน, สกรูปรับตั้ง 4 ตัว, ค่าความเฉื่อย 10 mgcm, มุมยก 53 องศา ความถี่: 21,600 ครั้งต่อชั่วโมง (3 เฮิรตซ์) สปริงบาลานซ์: elinvar โดย Nivarox ระบบป้องกันแรงกระแทก: KIF Elastor KE 160 B28 แกนตลับลาน: Chronifer ปราศจากนิกเกิล (DIN x 46 Cr 13 + S) พร้อมคุณสมบัติ ป้องกันสนามแม่เหล็ก เหมาะสำหรับการอบชุบแข็ง CENTRO STILE Centro Stile Ferrari มีบทบาทสำคัญในการออกแบบ RM 43-01 ตั้งแต่รูปลักษณ์โดยรวมไปจนถึงรายละเอียด เช่น เม็ดมะยม เข็มนาฬิกา ขอบตัวเรือน (ได้แรงบันดาลใจจาก Ferrari Daytona SP3) ปุ่มกด (จาก SF90 Stradale) และสายยาง สะท้อนอิทธิพลทางสไตล์ของเฟอร์รารี่อย่างชัดเจน ตัวเรือน CARBON TPT Carbon TPT ใน RM 43-01 คือวัสดุพิเศษผิวสัมผัสโดดเด่น สร้างจากการซ้อนใยคาร์บอนบางเฉียบหลายชั้น จัดเรียงทิศทางสลับกัน อบภายใต้ความร้อนและแรงดันสูง คล้ายกระบวนการผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน ก่อนนำไปตัดเฉือนเป็นตัวเรือนและปุ่มกดของนาฬิกา การออกแบบและผลิต RM 43-01 เน้นความสอดคล้องกันของกลไก ตัวเรือน และหน้าปัด สร้างตามมาตรฐานเข้มงวด โดยกลไกติดตั้งบนยางรองรับ ยึดด้วยสกรูไทเทเนียม ขอบตัวเรือนและฝาหลังเป็นไทเทเนียมเกรด 5 ส่วนกลางและปุ่มกดเป็น Carbon TPT ตัวเรือนสามส่วนกันน้ำ 50 เมตร ประกอบด้วยสกรู Spline ไทเทเนียมและแหวนรองสแตนเลส ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิค Richard Mille RM 43-01 Ferrari Tourbillon วัสดุตัวเรือน: คาร์บอน ไททาเนียม ขนาดตัวเรือน: 31.2 x 36.45 มม. ฝาหลัง: แบบเห็นกลไกภายใน การตกแต่งหน้าปัด: Skeleton วัสดุสาย: ยาง สีของสาย:ดำ ประเภทหัวเข็มขัด:ตัวล็อคแบบพับ กลไก: RM43-01 พลังงานสำรอง: 70 ชั่วโมง การกันน้ำ: 5 ATM / 50 เมตร ฟังก์ชัน: ชั่วโมง นาที โครโนกราฟ ผลิตจำนวน : 75 เรือน ราคาประมาณ 50,873,000 บาท บทความที่คุณอาจสนใจ ส่องนาฬิกา Richard Mille RM 17-02 Tourbillon Titanium สุดสปอร์ต นาฬิกา Richard Mille รุ่นไหนน่าสะสม รุ่นไหนดังระดับตำนานราคาเท่าไหร่
ไลฟ์สไตล์ • 23 เม.ย. 68
อ่าน
หนังซิ่งสุดมันส์ที่ต้องดูสักครั้งในชีวิต Ford v Ferrari (ใหญ่ชนยักษ์ ซิ่งทะลุไมล์)
หนังเล่าเรื่องของ Henry Ford II (Tracy Letts) ที่ต้องการล้างแค้น Ferrari ที่หักหน้าเขา จึงสั่งให้พัฒนารถแข่งที่สามารถโค่นบัลลังก์ Ferrari ในสนาม Le Mans ได้ นั่นทำให้ Carroll Shelby (Matt Damon) นักออกแบบรถแข่งชื่อดัง และ Ken Miles (Christian Bale) นักแข่งรถผู้มีพรสวรรค์ ต้องร่วมมือกันสร้าง Ford GT40 เพื่อทำสิ่งที่หลายคนคิดว่าเป็นไปไม่ได้ จุดเด่นของหนัง คือการแสดงระดับมาสเตอร์พีซ ของสองนักแสดง Matt Damon และ Christian Bale ถ่ายทอดบทบาทของ Shelby และ Miles ได้ยอดเยี่ยมมาก โดยเฉพาะ Bale ที่ทำให้เรารู้สึกถึงแพสชันและความคลั่งไคล้ในการแข่งรถของ Miles ได้อย่างลึกซึ้ง ภาพยนตร์ใช้การถ่ายทำแบบ practical effects ทำให้ฉากแข่งรถในสนาม Le Mans ตื่นเต้นและสมจริงจนผู้ชมรู้สึกเหมือนอยู่ในรถด้วย แม้จะเป็นหนังแข่งรถ แต่ Ford v Ferrari ไม่ได้มีดีแค่ความเร็ว เพราะหนังยังพูดถึงความสัมพันธ์ของเพื่อนร่วมงาน ความกดดันจากองค์กร และการเสียสละเพื่อความฝัน ด้วยเสียงเครื่องยนต์ที่กระหึ่มผสานกับดนตรีประกอบ ทำให้ฉากการแข่งขันเต็มไปด้วยความระทึกใจ เรืองนี้มีการปรับแต่งประวัติศาสตร์เล็กน้อยเพื่อความเป็นภาพยนตร์ แต่ยังคงเคารพเหตุการณ์จริง Ford v Ferrari หนังแข่งรถที่ทั้งเร้าใจและเต็มไปด้วยอารมณ์ เป็นมากกว่าภาพยนตร์เกี่ยวกับความเร็ว แต่มันคือเรื่องราวของมิตรภาพ ความทะเยอทะยาน และการไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา ถ้าคุณชอบหนังแนวแข่งรถหรือภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องจริง Ford v Ferrari คือหนึ่งในเรื่องที่คุณต้องดู เพราะคอหนังสายซิ่งรับประกันว่าเป็นหนังแข่งรถที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว รับชม Ford v Ferrari ใหญ่ชนยักษ์ ซิ่งทะลุไมล์ ศุกร์ที่ 28 มี.ค. 68 ทางช่อง True Film 1 (222) เวลา 20:00 น. 📢 สมัครและดูได้แล้ววันนี้ คลิก https://truevisions-now.onelink.me/RQwi/ssyfs619 #TrueVisions #Movie #TrueFilm1 #FordvFerrari #ใหญ่ชนยักษ์ซิ่งทะลุไมล์
ทรู วิชั่นส์ • 28 มี.ค. 68
อ่าน
ห้ามพลาด! รอชม Universo Ferrari ครั้งแรกในประเทศไทย 21-25 พ.ย.นี้
เคาท์ดาวน์รอชม Universo Ferrari ครั้งแรก! ในประเทศไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ Ferrari เตรียมระดมม้าลำพองระดับสุดยอดนวัตกรรมและความงามเหนือกาลเวลามูลค่าอันประเมินมิได้ มาให้ชื่นชมอย่างตื่นตาตื่นใจชนิดห้ามพลาด 21-25 พ.ย.นี้ ที่ Emsphere Universo Ferrari จะถูกจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ UOB Live, Emsphere ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 21 ถึง 25 พฤศจิกายน 2567 ดื่มด่ำไปกับโลก Ferrari กับงานที่รวบรวมสุดยอดยนตรกรรมระดับตำนาน จากอดีตจนถึงปัจจุบันมาจัดแสดงอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีเพียงหนึ่งประเทศเท่านั้นที่จะได้รับเลือกในแต่ละปีให้เป็นผู้จัดงาน ซึ่งงานสุดพิเศษในครั้งนี้จะสร้างปรากฏการณ์สำคัญ ที่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมด้วย Ferrari 12Cilindri ที่จะเผยโฉมให้เหล่า Ferrarista ในประเทศไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดก่อนใครเป็นครั้งแรก บุคคลทั่วไปสามารถซื้อบัตร และเข้าชมระหว่างวันที่ 23 ถึง 25 พฤศจิกายน 2567 บริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ จำกัด ในฐานะผู้แทนจำหน่ายและซ่อมบำรุงรถยนต์ Ferrari อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย นำประสบการณ์สุดพิเศษให้ผู้ที่รักในความเร็วและแฟนพันธุ์แท้ม้าลำพอง อย่างเหล่า Ferrarista ได้สัมผัสรถยนต์และไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับ Ferrari อย่างใกล้ชิดที่งาน Universo Ferrari ระหว่างวันที่ 21 ถึง 25 พฤศจิกายน นี้ ณ UOB Live, Emsphere ประเทศไทย งานสุดพิเศษในครั้งนี้ถือเป็นประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ส่งตรงจากเมืองมาราเนลโล ประเทศอิตาลีสู่ประเทศไทย เพื่อร่วมเดินทางสู่โลกแห่งความเร็วของม้าลำพอง พร้อมสำรวจเรื่องราวอันยิ่งใหญ่ทั้งในอดีตจนถึงปัจจุบันของ Ferrari โดย คาวาลลิโน มอเตอร์ ได้รับเกียรติให้เป็นผู้จัดงาน Universo Ferrari นี้ เป็นครั้งแรกในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความพิเศษของงานนี้ไม่ใช่เป็นเพียงการจัดงานแสดงรถยนต์ ทว่าเป็นการพาเข้าสู่โลกของ Ferrari ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ในทุกมิติ ทุกประสบการณ์ สะท้อนถึงประวัติศาสตร์อันยาวนาน และได้สัมผัสถึงศิลปะที่เคลื่อนที่ได้ของ Ferrari ในทุกแง่มุม พื้นที่จัดงานแต่ละโซนถูกออกแบบมาอย่างประณีต เพื่อนำเสนอในทุกองค์ประกอบของ Ferrari ตั้งแต่รถสปอร์ตไปจนถึงรถแข่งระดับโลก ไลฟ์สไตล์อันมีเอกลักษณ์ และประสบการณ์สุดพิเศษที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับเหล่า Ferrarista รวมถึงการจัดแสดง Ferrari 12Cilindri ม้าลำพองเครื่องยนต์ V12 รุ่นใหม่ล่าสุด ที่จะเผยโฉมในประเทศไทยเป็นครั้งแรกในงานนี้ งาน Universo Ferrari จะนำคุณเข้าสู่การเดินทางที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น โดยเริ่มต้นจากโซน Racing ที่เปรียบเสมือนหัวใจหลักของแบรนด์ อันเป็นจิตวิญญาณของ Enzo Ferrari ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งแบรนด์ม้าลำพอง พร้อมร่วมสัมผัสแก่นแท้ Ferrari DNA โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกของ Scuderia Ferrari หนึ่งในทีมแข่งที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของการแข่งขัน Formula 1 และ Motorsport รายการต่างๆ เมื่อเข้าสู่โซน Sport Cars ผู้เข้าชมจะได้ยลโฉมรถ Ferrari รุ่นล่าสุดที่เป็นสุดยอดของนวัตกรรมและความงามที่เหนือกาลเวลา ไม่ว่าจะเป็น Ferrari Daytona SP3 ที่เป็น Icona Series, SF90 XX Stradale, Purosangue, 296 GTB, Roma Spider และ Ferrari 12Cilindri ม้าลำพองคันใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมเครื่องยนต์ V12 อันทรงพลังที่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการถ่ายทอด DNA ในเครื่องยนต์ V12 ที่เป็นจุดเริ่มต้นอันยิ่งใหญ่ของ Ferrari อีกหนึ่งโซนไฮไลท์คือ Ferrari Lifestyle โซนนี้คือการเข้าสู่โลกแห่งความหรูหราอันมีสไตล์ พร้อมการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนถึงรสนิยมอันไร้ที่ติในแบบฉบับของ Ferrari Universo Ferrari ไม่ใช่เพียงแค่การจัดแสดงรถยนต์ แต่เป็นการเฉลิมฉลองถึงจิตวิญญาณ ประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า และนวัตกรรมที่ไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ชื่นชอบ Ferrari มายาวนาน หลงรักในความเร็วบนสนามแข่ง หรือเพิ่งเริ่มต้นการเดินทางไปบนเส้นถนนของม้าลำพอง นี่คืองานที่คุณไม่ควรพลาด งานระดับโลกของ Ferrari ที่อาจจะถูกจัดขึ้นเพียงครั้งเดียวในประเทศ งานที่จะเติมเต็มความหลงใหลไปกับหนึ่งในยนตรกรรมที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดในโลก คาวาลลิโน มอเตอร์ ขอเชิญคุณมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์สุดพิเศษนี้บนหน้าประวัติศาสตร์ยานยนต์เมืองไทย สำหรับประสบการณ์ Universo Ferrari ที่ UOB Live, Emsphere จะเปิดให้สื่อมวลชนและแขกที่ได้รับเชิญ จาก คาวาลลิโน มอเตอร์ เข้าชมระหว่างวันที่ 21 ถึง 22 พฤศจิกายน 2567 และจะเปิดให้ลูกค้าและบุคคลทั่วไปได้เข้าชมในวันที่ 23 ถึง 25 พฤศจิกายน 2567 โดยสามารถซื้อบัตรเข้าร่วมงานได้ที่ Thaiticketmajor ตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คาวาลลิโน มอเตอร์ โทร.02 319 6109 หรือติดตามข่าวสารผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ Official Website: www.bangkok.ferraridealers.com, Official Facebook page: Ferrari Cavallino Motors และ Line OA : @cavallinomotors Thaiticketmajor link: https://www.thaiticketmajor.com/universo-ferrari/ ข่าวที่เกี่ยวข้อง โปรแกรมพรีเมียร์ลีก 2024/25 ลิ้งก์ดูบอลสด ตารางบอลพรีเมียร์ลีก 2024/25 ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก 2024/25 อัปเดตล่าสุด สรุปอันดับพรีเมียร์ลีก อันดับดาวซัลโวศึกพรีเมียร์ลีก 2024/25 แอสซิสต์-คลีนชีท อัปเดตล่าสุด แพ็กเกจดูบอลสด พรีเมียร์ลีก EPL Season Pass 2024/25 ชมสะใจครบ 380 นัด ตลาดซื้อขายนักเตะ พรีเมียร์ลีก 2024/25 การย้ายทีม อัปเดตล่าสุด
ไลฟ์สไตล์ • 7 ต.ค. 67
อ่าน
Ferrari เผยโฉมโรงงานผลิตรถสปอร์ต EV ขับเคลื่อนด้วยพลังงานหมุนเวียนทั้งตึก
เฟอร์รารี (Ferrari) ผู้ผลิตรถสปอร์ตหรูสัญชาติอิตาลี เผยโฉมโรงงาน อี-บิลด์ดิง (E-Building) โรงงานแห่งใหม่ซึ่งใช้พลังงานหมุนเวียนทั่วทั้งตึก และเตรียมใช้เป็นสถานที่ผลิตรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าคันแรกของแบรนด์ภาพจาก Ferrariโรงงานแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมือง มาราเนลโล (Maranello) และเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันศุกร์ที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา ตัวโรงงานมีพื้นที่โดยรอบรวม 110,000 ตารางเมตร ส่วนตัวอาคารสูง 25 เมตร แบ่งออกเป็นทั้งหมด 4 ชั้น โดยมีพื้นที่ใช้สอยในอาคารรวมแล้วประมาณ 42,500 ตารางเมตรภาพจาก Ferrariเบเนเดตโต้ วีญญา (Benedetto Vigna) ซีอีโอของบริษัทเฟอร์รารี กล่าวว่า โรงงานแห่งนี้ นอกจากจะใช้ผลิตรถสปอร์ต EV คันแรกของแบรนด์ ควบคู่ไปกับรถยนต์ไฮบริดเจเนอเรชั่นถัดไปแล้ว ยังจะใช้เป็นที่ผลิตแบตเตอรี่ มอเตอร์ไฟฟ้า และอินเวอร์เตอร์สำหรับ EV ของเฟอร์รารีอีกด้วยภาพจาก Ferrariโดยเฟอร์รารีได้ลงทุนประมาณ 214 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 7,850 ล้านบาทในการก่อสร้างโรงงานที่จะใช้พลังงานหมุนเวียนทั้งหมด โดยติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคากว่า 3,000 แผง ซึ่งผลิตพลังงานได้ถึง 1.3 เมกะวัตต์นอกจากนี้ตัวอาคาร ยังเน้นการออกแบบเรื่องความยั่งยืน มีระบบปรับอากาศที่ใช้พลังงานหมุนเวียน มีระบบการนำน้ำฝนหมุนเวียนกลับมาใช้และร้อยละ 60 ของพลังงานที่ใช้สำหรับการทดสอบแบตเตอรี่และมอเตอร์ จะถูกนำกลับมาใช้ใหม่ในอาคารด้วยเช่นเดียวกันภาพจาก Ferrariส่วนภายในโรงงาน นอกจากจะใช้คนงานที่เป็นมนุษย์แล้ว เฟอร์รารียังจะใช้ หุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ ทำหน้าที่ในสายการผลิตใหม่ และมีการปรับพื้นที่ให้มีส่วนพื้นที่สันทนาการและศูนย์การศึกษา ในขณะที่ร้อยละ 30 ของพื้นที่ทั้งหมด จะเป็นพื้นที่ว่างสำหรับการพัฒนาในอนาคต สำหรับการเปิดตัวโรงงานนี้ เกิดขึ้นหลังจากสำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า บริษัทกำลังเตรียมผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบคันแรก โดยคาดว่าจะมีราคาไม่ต่ำกว่า 535,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 19 ล้านบาท และคาดว่าจะเปิดตัวภายในสิ้นปี 2025 นี้ข้อมูลจากelectrek,carscoops,ferrari,autoevolution
TNN ช่อง16 • 26 มิ.ย. 67
อ่าน
[รีวิวหนัง] "Ferrari" สนามชีวิตของม้าลำพอง
ชื่อของ Ferrari คงไม่มีอะไรที่ผิดเพี้ยนไปจากคำนิยามว่า หรูหรา แรงจัด และอันตราย ซึ่งสิ่งเหล่านี้นอกจากถ่ายทอดออกมาผ่าน Products อย่างรถสปอร์ตราคาแพงที่น้อยคนจะเอื้อมถึงแล้ว มันยังเป็นที่รู้กันดีว่าชีวิตของเอนโซ เฟอร์รารี (Enzo Ferrari) อดีตนักแข่งรถสูตรหนึ่งที่อาศัยความทะเยอทะยานมาก่อตั้งบริษัทยานยนต์ชื่อเดียวกับนามสกุลตัวเองที่เขาภูมิใจยิ่งสิ่งใด ก็ทั้งฟุ้งเฟ้อ และใช้ชีวิตแบบกล้าได้กล้าเสีย จนถีบให้ชื่อของเขาเป็นที่รู้จักแม้กับคนที่ไม่ได้อยู่ในโลกของยนตรกรรมเอง สำหรับหนัง Ferrari ที่เรากำลังพูดถึงนี้จะหยิบยกเอาช่วงซัมเมอร์ปี ค.ศ. 1957 (ตรงกับ พ.ศ. 2500) ในเวลานั้นชีวิตของเอนโซ เฟอร์รารี (รับบทโดย อดัม ไดร์ฟเวอร์, Adam Driver) พุ่งความสนใจของเขาไปที่ชัยชนะในการแข่งรถฟอร์มูลาวัน สนามมิลลิ มิเกลีย (Mille Miglia) ซึ่งเขาวางเดิมพันมันด้วยอนาคตของบริษัทเฟอร์รารี ในขณะที่ลอรา (รับบทโดย เพเนโลปี ครูซ, Penlope Cruz) ภรรยาของเฟอร์รารีเองก็ยังทำใจกับการสูญเสียลูกชายคนเดียวไปไม่ได้ และสถานการณ์ก็ยิ่งเลวร้ายลงเมื่อเธอเริ่มระแคะระคายว่าสามีตัวเองกำลังนอกใจและสร้างครอบครัวลับ ๆ กับลีนา ลาร์ดี (รับบทโดยเชลีน วูดลีย์, Shailene Woodley) ซึ่งเป็นสิ่งที่เอนโซ เฟอร์รารีพยายามรักษาเป็นความลับมาตลอด แต่ในเมื่อผู้กุมชะตากรรมของบริษัทเฟอร์รารีครึ่งหนึ่งคือลอรา เอนโซจำต้องทำทุกทางเพื่อกอบกู้สถานการณ์บริษัทที่กำลังดิ่งเหว และประคองชีวิตครอบครัวที่เริ่มระหองระแหงก่อนที่รถสปอร์ตม้าลำพองเฟอร์รารีจะเหลือแต่ชื่อ อันที่จริง Ferrari ไม่ใช่หนังเรื่องแรกที่พูดถึงชีวิตของเอนโซ เฟอร์รารี แต่ก่อนหน้านี้มีทั้ง Enzo Ferrari หนังปี ค.ศ. 2003 ที่อิตาลีสร้างเอง หรือ Ferrari: Race to Immortality หนังสารคดีปี ค.ศ. 2017 ที่มีเหตุการณ์คาบเกี่ยวกันทั้งในแง่ชีวประวัติและเรื่องราวความหลงใหลในโลกแห่งความเร็วของเอนโซ แต่สิ่งที่น่าจะทำให้ Ferrari ลอยตัวเหนือหนังเรื่องอื่นก็คงเป็นสไตล์การเล่าแบบไมเคิล แมนน์ (Michael Mann) ผู้กำกับที่ขึ้นชื่อในการนำชีวประวัติหรือเสี้ยวชีวิตคนดังมาเล่าได้อย่างมีสีสัน ดังที่เคยพิสูจน์มาแล้วกับ Ali หนังปี ค.ศ. 2001 ที่เคยไปเยือนเวทีออสการ์มาแล้ว โดยในครั้งนี้บทหนังของทรอย เคนเนดี้ มาร์ติน (Troy Kennedy Martin) และบร็อค เยตส์ (Brock Yates) ได้จับเอาผลของการสูญเสียลูกชายของเอนโซกับลอรา เฟอร์รารี และการสร้างครอบครัวอีกครั้งกับลีนา ลาร์ดี เป็นปมที่เอนโซต้องก้าวข้ามและสะสาง คู่ขนานไปกับแผนการคว้าชัยชนะบนสนามมิลลิ มิเกรีย ที่มีอุปสรรคนานัปการ โดยเฉพาะปมเรื่องความปลอดภัยของรถสูตร 1 ของเฟอร์รารี ที่มักจะเกิดอุบัติเหตุในระหว่างแข่งขัน จนสื่อตั้งฉายาว่าเป็น ยานยนต์สังหารลูกชาย ซึ่งปมความปลอดภัยของรถก็ดันไปชนกับปมสูญเสียลูกชายของเอนโซ และไม่ต่างกับสิ่งที่เอนโซรักสุดชีวิตอีกอย่างก็คือบริษัทนั่นเอง ดังนั้นเป้าหมายตัวละครอย่าง เอนโซ เฟอร์รารี แม้จะไม่ได้ต่างจากหนังเรื่องอื่นคือการคว้าชัยในสนามแข่งรถ แต่สิ่งสำคัญที่มาร์ตินกับเยตส์ได้เลือกเป็นกระดูกสันหลังในการปรุงบทหนังให้ออกมาพิเศษแบบนี้ได้ คงเป็นการให้ค่ากับเรื่องเล่าของ เฟอร์รารี ทั้งในฐานะนามสกุลหรือครอบครัว และชื่อทางธุรกิจที่แสดงออกถึงความทะเยอทะยานของเอนโซ โดยบทหนังก็ทำให้เห็นว่า การแข่งขันไม่ได้มีแค่สนามแข่งรถ แต่ยังรวมถึงสนามชีวิตของเอนโซ เฟอร์รารี 2 ฝั่ง ทั้งด้านลอรา เฟอร์รารี ที่ต้องการยื้อยุดนามสกุลเฟอร์รารี โดยยังไม่ต้องการให้ความสัมพันธ์ของเอนโซกับลีนา ลาร์ดี อยู่ในนามสกุลเฟอร์รารีที่เธอเป็นหุ้นส่วนสร้างมากับสามีแต่แรก และในขณะเดียวกันก็คือฝั่งการแข่งรถที่เขาหลงใหลและหมายปักธงเฟอร์รารีให้ยิ่งใหญ่ในโลกยนตรกรรม อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่า หากจะหาความเซอร์ไพรส์จากบทหนังคงยาก เพราะมันได้ทับรอยทั้งประวัติศาสตร์จากสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้ว และจากภาพที่ผู้ชมผ่านตาจากหนังมากมาย แต่พอบทหนังถูกหยิบใส่มือของไมเคิล แมนน์ เราก็ได้เห็นการตีความบทหนังที่ดีอยู่แล้วด้วยวิสัยทัศน์เฉพาะตัว โดยเฉพาะกับ Ferrari แมนน์ยังคงไว้ลายการเป็นนักเล่าเรื่องที่นำเสนอชีวิตตัวละครได้รอบด้าน โดยเฉพาะการกำกับอดัม ไดร์ฟเวอร์ ที่ไม่ได้แค่เน้นเมกอัป แต่งตัวทำผมให้เหมือนเท่านั้น แต่การให้ไดร์ฟเวอร์ได้แสดงด้านที่เป็นมนุษย์ของเฟอร์รารี ที่มีทั้งด้านที่น่ายกย่องและน่าขยะแขยงของชายผู้อยู่เบื้องหลังรถสปอร์ตโลโก้อาชาลำพอง แมนน์ให้โอกาสไดร์ฟเวอร์ในการปล่อยของไว้หลายช่วงมาก ไม่ว่าจะเป็นด้านดราม่าหนักหน่วงน้ำตาแตก อย่างฉากไปเยี่ยมหลุมศพลูกชายตอนต้นเรื่อง หรือตอนที่เขาต้องรับมือกับเมียทั้งสองคนที่มีทั้งความภักดีและนับถือต่อลอรา และรักแบบสุดหัวใจกับลีนา ลาร์ดี และลูกชายของเขาที่เกิดกับเธอ ดังนั้นสิ่งที่ Ferrari ได้พิสูจน์และประทับตราให้อดัม ไดร์ฟเวอร์ในฐานะนักแสดงคุณภาพยุคใหม่ที่การผ่านหนัง Star Wars ไม่ได้บดบังแสงแห่งนักแสดงของเขาเหมือนคนอื่น แต่ที่เซอร์ไพรส์ที่สุดคือ เพเนโลปี ครูซ ที่ถ่ายทอดบทบาทแม่ผู้แหลกสลายผ่านสายตาและมูฟเมนต์แบบที่แทบไม่ต้องพึ่งพาคำพูด โดยเฉพาะซีนในสุสานที่ถูกเรียงต่อจากซีนของอดัม ไดร์ฟเวอร์ ในขณะที่ฝ่ายชายได้โอกาสระบายทุกอย่างเป็นคำพูด แต่ครูซกลับไม่ได้บทพูดสักไลน์ แต่แมนน์เลือกแช่กล้องที่ใบหน้าของเธอ เพื่อให้ถ่ายทอดความเจ็บปวดของลอรา เฟอร์รารี แบบไม่มีคำบรรยายใดจะสมกับความรู้สึกที่เธอมอบให้คนดูอีกแล้ว และมันก็เป็นเหตุผลว่าทำไมเธอถึงหวงนามสกุลเฟอร์รารียิ่งนัก เพราะมันไม่ใช่เรื่องของนามสกุลมหาเศรษฐีหรือชื่อบริษัทที่ดูอลังการ แต่มันคือนามสกุลสุดท้ายที่อยู่บนหลุมศพลูกชายที่เธอรักสุดหัวใจนั่นเอง ส่วนเชลีน วูดลีย์ ที่ห่างหายจากภาพยนตร์ไปนาน กลับมาคราวนี้แม้บทลีนา ลาร์ดี จะสุ่มเสี่ยงกับการแสดงภาพเมียน้อยคอยรัก แต่ด้วยบทให้แสงและแอร์ไทม์เธอมากพอ เลยทำให้วูดลีย์ได้ฉายเสน่ห์และสร้างความอบอุ่น พื้นที่ปลอดภัยให้เอนโซ เฟอร์รารี และทำให้ผู้ชมพอจะเห็นอกเห็นใจสถานะเมียนอกกฎหมายของเธออยู่บ้าง โดยเฉพาะซีนที่เธอเริ่มทวงนามสกุลจากเอนโซให้กับลูกชายของเธอกับเขา และนอกจากฝั่งครอบครัวและชู้รักของเอนโซแล้ว หนังยังมีตัวละครอีกหนึ่งตัวที่น่าสนใจคือ อัลฟองโซ เดอ ปอร์ติโก นักแข่งในทีมเฟอร์รารีรายใหม่ ที่มาพร้อมรูปโฉมหล่อเหลาและข่าวกุ๊กกิ๊กกับดาราสาวฮอลลีวูด ซึ่งได้แกเบรียล ลีโอน (Gabriel Leone) นักแสดงหนุ่มที่กำลังจะรับบทนักแข่งฟอร์มูลาวันอีกเรื่องในมินิซีรีส์ Senna ทางเน็ตฟลิกซ์ในปีนี้ ซึ่งสำหรับลีโอนก็อาจจะต้องใช้คำว่าน่าเสียดายไปหน่อยที่หนังให้เวลาตัวละครนี้น้อยเกินไป เพราะแม้จะไม่ได้เป็นสมการหลักในชีวิตของเฟอร์รารี แต่กลับมีบทบาทในหนังอย่างยิ่งในช่วงไคลแม็กซ์สุดช็อกที่อาจทำให้หลายคนอ้าปากค้างด้วยความสยดสยอง โดยรวมต้องบอกว่า Ferrari นับเป็นหนังคุณภาพดูสนุกอีกเรื่องที่ไม่อยากให้พลาดในปีนี้ ด้วยบทที่เขียนมาอย่างดีถ่ายทอดโดยยอดผู้กำกับอย่างไมเคิล แมนน์ ก็ทำให้ได้หนังไบโอพิกคุณภาพอีกเรื่อง ซึ่งสมควรอย่างยิ่งที่ต้องชมในโรงภาพยนตร์ รีวิวโดย มโน วนเวฬุสิต
แบไต๋ • 2 มิ.ย. 67
อ่าน
Ferrari สปีดทวงบัลลังก์
เรื่องย่อ Ferrari สปีดทวงบัลลังก์ ชื่อเรื่อง Ferrari สปีดทวงบัลลังก์ประเภท ดรามานำแสดงโดย อดัม ไดรเวอร์, เซย์ลีน วูดลีย์, เปเนโลเป ครูซกำกับโดย ไมเคิล มานน์กำหนดฉาย 30 พฤษภาคม 2024ความยาว 130 นาที
เรื่องย่อหนัง • 5 พ.ค. 67
อ่าน
ออกสตาร์ท “Ferrari สปีดทวงบัลลังก์” เซเลบลงสนาม ยกรถแข่งเฟอร์รารีคันจริงไว้กลางงาน
N8 สตูดิโอ(N8 Studios) และเอาท์ ออฟ เดอะ บ็อกซ์ บาย จีดีเอช(Out Of The Box By GDH) ร่วมกับคาวาลลิโน มอเตอร์ เฟอร์รารี ประเทศไทย(Cavallino Motors Ferrari Thailand) ออกสตาร์ทประเดิมความเข้มข้นกับภาพยนตร์ดรามา-ทริลเลอร์ ล้วงลึกบัลลังก์เจ้าพ่อฟอร์มูล่าวันFerrari สปีดทวงบัลลังก์จัดงาน Ferrari Thailand Premiere ขึ้นให้สื่อสายภาพยนตร์ รวมทั้งเซเลบคนดังในแวดวงบันเทิงและยานยนตร์ ได้มาร่วมชมภาพยนตร์คุณภาพเรื่อง Ferrari ผลงานกำกับของไมเคิล มานน์ รอบแรกของประเทศไทย เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา ณ โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า โดยภายในงาน ได้มีการนำเอารถแข่งเฟอร์รารีคันจริง Ferrari 296 GT3 มาไว้ใจกลางงาน สร้างความตื่นเต้นให้กับแขกและสื่อมวลชนที่มาร่วมงาน ก่อนจะเข้าสู่การพูดคุยเจาะลึกภาพยนตร์เรื่อง Ferrari สปีดทวงบัลลังก์อย่างเข้มข้นก่อนชมกับผู้กำกับชื่อดังกอล์ฟ ปวีณ ภูริจิตปัญญาและ 2 อินฟลูเอนเซอร์ภาพยนตร์อย่าง เจอร์รี่ ฉัตรชัย อาสนจินดาหรือ JerryHT และกรัณย์ จิตธารารักษ์เจ้าของเพจ Hollywood by Gossipgun ตามมาด้วยการพูดคุยเกี่ยวกับแบรนด์เฟอร์รารีที่หลายคนไม่เคยทราบมาก่อนกับคุณนันทมาลี ภิรมย์ภักดีกรรมการผู้จัดการบริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ เฟอร์รารี ประเทศไทย และนักแสดงแฟนตัวจริงซูเปอร์คาร์อย่างเซ้นต์ ศุภพงษ์ อุดมแก้วกาญจนาเรียกได้ว่ายิ่งเพิ่มความน่าติดตามให้กับการเจาะลึกเรื่องราวชีวิตของ เอ็นโซ เฟอร์รารี และการแข่งขันครั้งสำคัญของทีมเฟอร์รารี ในภาพยนตร์อีกด้วย ปิดท้ายกับการถ่ายภาพของผู้ร่วมสนับสนุนการจัดงานครั้งนี้ ประกอบด้วย (จากซ้ายไปขวา)เซ้นต์ ศุภพงษ์ อุดมแก้วกาญจนานักแสดงแฟนเฟอร์รารีพิมสิริ ทองร่มโพธิ์ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)จินา โอสถศิลป์ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัดเรเชล วูCo Founder และ Chief Operating Officer บริษัท N8 Studios และนันทมาลี ภิรมย์ภักดีกรรมการผู้จัดการบริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ เฟอร์รารี ประเทศไทย เตรียมตัวเหยียบให้มิดไมล์ ออกทะยานสู่การแข่งขันเดิมพันพลิกอนาคตอาณาจักรเฟอร์รารี นำแสดงโดย อดัม ไดรเวอร์ เพเนโลเป ครูซ และเชลีน วูดลีย์ ในFerrari สปีดทวงบัลลังก์ เข้าฉาย 30 พฤษภาคม 2567 ในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 28 พ.ค. 67
อ่าน
ทะยานเต็มสูบ "Ferrari เฟอร์รารี" ปล่อยตัวอย่างเต็ม สู่การแข่งรถครั้งประวัติศาสตร์!
หลังจากปล่อยทีเซอร์และโปสเตอร์แรกออกมาให้คอหนังเมืองไทยได้ตื่นเต้นที่จะได้ชมภาพยนตร์เรื่องFerrariสปีดทวงบัลลังก์บนจอภาพยนตร์ ล่าสุดทางOut Of The Box by GDHร่วมกับN8 Filmsได้เปิดตัวโปสเตอร์ใบล่าสุดที่ปรากฏภาพของสองนักแสดงนำอย่างอดัม ไดเวอร์ในบทของ เอ็นโซเฟอร์รารี และเพเนโลเป ครูซในบทของ ลอรา เฟอร์รารี ถือเป็นสัญญาณปล่อยตัวภาพยนตร์ดรามา-ทริลเลอร์ เรื่องเข้มข้นที่กวาดเสียงชื่นชมคับคั่งก่อนที่แฟนหนังเมืองไทยจะได้ออกทะยานไปด้วยกัน30พฤษภาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ ไม่เพียงเท่านั้น คอหนังยังได้ชมตัวอย่างเต็ม ของFerrariสปีดทวงบัลลังก์ที่เผยเรื่องราวของ เอ็นโซ เฟอร์รารี ตำนานแห่งวงการฟอร์มูล่าวัน อดีตนักแข่งที่ผันตัวมาเป็นผู้ผลิตที่กำลังเผชิญวิกฤตชีวิต เมื่อบริษัทที่เขาและภรรยา ลอร่า ปั้นมากับมือเมื่อ10ปีก่อนกำลังจะล้มละลาย ในขณะที่ชีวิตคู่ก็สั่นคลอนหลังจากเสีย ดิโน ลูกชายไป แต่ด้วยแพสชันอันแรงกล้าในการแข่งรถ เขาจึงขอท้าทายขีดจำกัดด้วยการตัดสินใจพาทีมเฟอร์รารีลงแข่งขันรายการแข่งรถที่ทรหดที่สุดในประวัติศาสตร์มิลเล มิเลีย(Mille Miglia) ที่กินระยะทางกว่า1,000ไมล์ทั่วอิตาลีและเส้นชัยครั้งนี้จะเป็นความหวังสุดท้ายตัดสินอนาคตทั้งชีวิตของอาณาจักรเฟอร์รารี ภาพยนตร์เรื่องFerrariสปีดทวงบัลลังก์เป็นผลงานกำกับในรอบ8ปีของผู้กำกับชั้นครูอย่าง ไมเคิล มานน์ เจ้าของผลงานระดับขึ้นหิ้งอย่างHeat, The Last of The MohicansและCollateralและนอกจากสองนักแสดงนำอย่าง อดัม ไดรเวอร์ และ เพเนโลเป ครูซ แล้วยังได้นักแสดงสาวที่เข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำอย่างเชลีน วูดลีย์และนักแสดงที่เป็นนักแข่งรถในชีวิตจริงอย่างแพทริก เดมซีย์มาร่วมเสริมขบวนความเข้มข้นกับเส้นทางชีวิตสุดพลิกผันของผู้ชายที่ชื่อ เอ็นโซ เฟอร์รารี เตรียมตัวเหยียบให้มิดไมล์ ออกทะยานสู่การแข่งขันเดิมพันพลิกชีวิตใน Ferrariสปีดทวงบัลลังก์ เข้าฉาย30พฤษภาคม2567ในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 15 พ.ค. 67
อ่าน
Ferrari ยืนยันไม่จ่ายค่าไถ่ หลังถูกแฮกข้อมูลลูกค้า
Ferrari ผู้ผลิตรถแข่งและรถสปอร์ตจากอิตาลีเผยว่าเว็บไซต์ของบริษัทถูกแฮกเกอร์ปริศนาโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ บริษัทยังบอกด้วยว่าแฮกเกอร์รายนี้ติดต่อมาเรียกค่าไถ่แลกกับข้อมูลลูกค้าที่ขโมยไปได้ Ferrari ยืนยันจะไม่จ่ายเงินค่าไถ่ เพราะหากจ่ายค่าไถ่จะเป็นการ ‘สมทบทุนให้กับอาชญากรรมและทำให้แฮกเกอร์ก่อเหตุต่อไปได้’ และเชื่อว่าทางที่ดีที่สุดในตอนนี้คือแจ้งลูกค้าเพื่อแจ้งเตือนเกี่ยวกับเหตุที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ Ferrari เผยว่าได้เริ่มการตรวจสอบทันทีเมื่อแฮกเกอร์ติดต่อเข้ามา โดยร่วมกับบริษัทด้านไซเบอร์ชั้นนำของโลก และได้ติดต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว บริษัทยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่กระทบระบบการทำงานของ Ferrari และย้ำว่าตระหนักถึงความสำคัญของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยจะมีการปรับปรุงมาตรการป้องกันต่อไป นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Ferrari ถูกแฮก ครั้งก่อนคือเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วที่เคยถูกโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ จนเสียข้อมูลถึง 7 กิกะไบต์ ที่มา Cybernews
แบไต๋ • 21 มี.ค. 66
อ่าน
Ferrari จับมือ Richard Mille เปิดตัวนาฬิกาบางที่สุดในโลกเรือนใหม่
เฟอร์รารี (Ferrari) ผู้ผลิตยานยนต์สุดหรูจากอิตาลี ได้หันมาจับมือ ริชาร์ด มิลล์ (Richard Mille) แบรนด์นาฬิกาไฮเอนด์จากสวิตเซอร์แลนด์ พัฒนานาฬิการุ่น RM UP-01 Ferrari (อาร์เอ็ม ยูพี-01 เฟอร์รารี) ที่บางเพียง 1.75 มิลลิเมตร เท่านั้น ทุบสถิติของบุลการี่ที่เคยทำไว้ 1.8 มิลลิเมตร ก่อนหน้านี้เป็นที่เรียบร้อย จนได้ชื่อว่าเป็นนาฬิกาที่บางที่สุดในโลก ณ เวลานี้โดยผลงานชิ้นนี้ต้องใช้เวลาพัฒนาและสร้างสรรค์อยู่ในห้องปฏิบัติการนานกว่า 6,000 ชั่วโมง และได้ผลิตเรือนต้นแบบมาหลายสิบเรือน กว่าจะออกมาเป็นเรือนจริง โดยนาฬิกาเรือนนี้เป็นกลไกแบบไขลานด้วยมือ มีขนาดหน้าปัด 51 x 39 มิลลิเมตร และถูกออกแบบมาให้ขยายกลไกไปทางด้านข้าง จึงมีความหนาเพียง 1.75 มิลลิเมตร เท่านั้น มาพร้อมกับสายยางสีดำ และคุณสมบัติกันน้ำลึก 10 เมตร และมีการเคลือบแซฟไฟร์ คริสตัลกันสะท้อนแสงทั้งด้านหน้าและด้านหลังในส่วนของหน้าปัด วางตำแหน่งการบอกเวลาตรงกลาง ใช้หลักชั่วโมงแบบขีด และตัวเลขอารบิก เจ้าของนาฬิกา สามารถเลือกฟังก์ชันการไขลานหรือตั้งค่าด้วยมือ ได้ตรงฟังก์ชันที่อยู่ตรงมุมซ้ายบนบริเวณขอบหน้าปัด ส่วนการตั้งเวลาทำได้โดยหมุนเม็ดมะยมตรงมุมซ้ายล่าง ส่วนมุมขวาล่าง สลักเลเซอร์โลโก้ของเฟอร์รารีไว้เป็นเอกลักษณ์ที่มาของรูปภาพ Richard Milleสำหรับฐานและตัวเรือน สร้างขึ้นจากไทเทเนียมเกรด 5 90% อะลูมิเนียม 6% และวาเนเดียม 4% ซึ่งเป็นส่วนผสมที่มักใช้ในงานอุตสาหกรรมการบิน อวกาศ และยานยนต์ระดับสูง สำหรับการสร้างนาฬิกาเรือนนี้ ทีมผู้สร้างบอกว่า ต้องทิ้งความรู้และฉีกกรอบเดิม ๆ ถึงจะออกมาเป็นผลงานที่คงความเป็นแบรนด์รถซูเปอร์คาร์ และมีเอกลักษณ์ มีจิตวิญญาณ ตามสไตล์ของแบรนด์นาฬิกาชั้นนำได้อย่างลงตัวนาฬิการุ่นนี้ ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 150 เรือน เท่านั้น สนนราคาที่เรือนละ 1.888 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว ๆ 68 ล้านบาท)ที่มาของข้อมูล carscoops.comที่มาของรูปภาพrichardmille.com/
TNN ช่อง16 • 11 ก.ค. 65
อ่าน
"Ford v Ferrari" เปิดตำนานการชิงความเป็นหนึ่ง ของสองยักษ์ใหญ่แห่งวงการรถยนต์
ตัวอย่างหนัง Ford v Ferrari จากเรื่องจริงสุดเหลือเชื่อ! สู่ภาพยนตร์แอคชั่น-ชีวประวัติ "Ford v Ferrari" เรื่องจริงของการแข่งขันเพื่อชิงความเป็นที่หนึ่งของสองยักษ์ใหญ่แห่งวงการรถยนต์อย่าง ฟอร์ด (Ford) และเฟอร์รารี่ (Ferrari) ในการแข่งขันรถซิ่งระดับโลก เลอม็องส์ (Le Mans) เมื่อปี 1966 Ford v Ferrari "Ford v Ferrari" กำกับฯโดย เจมส์ แมนโกลด์ ที่นอกจากนี้ยังได้ร่วมเขียนบทภาพยนตร์กับ เจสัน เคลเลอร์, เจส บัตเตอร์เวิร์ธ และจอห์น-เฮนรี่ บัตเตอร์เวิร์ธ โดยได้ คริสเตียน เบล และแมตต์ เดมอน มารับบทนำ พร้อมด้วยนักแสดงอีกคับคั่ง อาทิ จอน เบิร์นธัล, ไคทริโอน่า เบลฟ์, เทรซี่ เลตต์, จอช ลูคัส เป็นต้น Ford v Ferrari และล่าสุดก็ได้ปล่อยตัวอย่างแรกซับไทย พร้อมด้วยภาพสุดเอ็กซ์คูลซีฟชุดแรกออกมาให้ชมกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเผยให้เห็นลุคแรกและความสัมพันธ์ของ 2 ตัวละครนำอย่างนักแข่งชาวอังกฤษผู้ไร้ซึ่งความกลัว "เคน ไมล์ส" (คริสเตียน เบล) และนักออกแบบรถ "แคร์โรล เชลบี้" (แมตต์ เดมอน) ผู้อยู่เบื้องหลังงรถฟอร์ดสุดคลาสสิค ซึ่งพวกเขาพยายามสร้างเครื่องยนต์เพื่อที่จะสามารถเอาชนะเฟอร์รารี่ในการแข่งขันระดับโลกให้ได้ Ford v Ferrari Ford v Ferrari Ford v Ferrari เตรียมเปิดตำนานในอดีตไปพร้อมกันใน "Ford v Ferrari - ใหญ่ชนยักษ์ ซิ่งทะลุไมล์" เข้าฉาย 14 พฤศจิกายน ทุกโรงภาพยนตร์
หนังต่างประเทศ • 7 มิ.ย. 62
อ่าน
FERRARI BR20 : อวดโฉมเป็นครั้งแรก ผลงานสุดพิเศษหนึ่งเดียวจากมาราเนลโล
FERRARI BR20 : เผยโฉมผลงานสุดพิเศษเพียงหนึ่งเดียวจากมาราเนลโล ยนตรกรรมที่มีดีไซน์ไม่ซ้ำใคร จากฝีมือนักออกแบบของเฟอร์รารี่เพื่อความต้องการของลูกค้าโดยเฉพาะ BR20 คือรถคูเป้ 2 ที่นั่ง ขุมพลัง V12 ที่ใช้พื้นฐานจากแพลตฟอร์มของ GTC4Lussoการผสมผสานที่ลงตัวแห่งรูปลักษณ์อันโฉบเฉี่ยว, ทันสมัย และมีสไตล์ ได้แรงบันดาลใจมาจากเฟอร์รารี่ในช่วงทศวรรษ 1950 และ 60 มาราเนลโล, 11 พฤศจิกายน 2564 เฟอร์รารี่ BR20 ม้าลำพอง One-Off รุ่นล่าสุด อวดโฉมเป็นครั้งแรก และกลายเป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มยนตรกรรมสุดพิเศษแห่งมาราเนลโล: รถยนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวซึ่งสร้างขึ้นตามข้อกำหนดของลูกค้า และออกแบบให้สะท้อนถึงตัวตนของผู้เป็นเจ้าของได้อย่างเด่นชัด BR20 เป็นยนตรกรรมคูเป้ 2 ที่นั่ง เครื่องยนต์ V12 ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์มของ GTC4Lusso โดยใช้ปรัชญาการออกแบบและสไตล์ที่อ้างอิงมาจากรถคูเป้อันงดงามแห่งยุค 1950 และ 60 ของเฟอร์รารี่ ทว่าไร้ซึ่งความล้าสมัยโดยสิ้นเชิง ในทางกลับกันรถคันนี้นำมาซึ่งโจทย์ที่ท้าทายในการหลอมรวมเอาความสง่างามเหนือกาลเวลาเข้ากับความกำยำสไตล์สปอร์ต ผสานด้วยธีมสไตล์รถเฟอร์รารี่ 12 สูบ ที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์รุ่นต่างๆ ซึ่งรวมไปถึงรุ่น 410 SA และ 500 Superfast เบาะคู่หลังทั้งสองตัวของ GTC4Lusso ถูกนำออกไปเพื่อเพิ่มไดนามิกให้กับเส้นสายแบบรถ Fastback ที่เพรียวบางเป็นพิเศษของ BR20 รถคันนี้มีความยาวมากขึ้น 3 นิ้ว จากโอเวอร์แฮงที่ออกแบบขึ้นโดยเฉพาะเพื่อสร้างภาพเงาที่ขับสัดส่วนของรถให้สวยงามยิ่งขึ้น หนึ่งในรากฐานสำคัญของกระบวนการดีไซน์แบบ One-Off ในครั้งนี้คือการปรับปรุงครั้งใหญ่ให้กับห้องโดยสาร ทำให้ทีมออกแบบซึ่งนำโดย Flavio Manzoni มีอิสระในการเลือกสรรนวัตกรรมต่างๆ ได้ตามจินตนาการ จนท้ายที่สุดก็ได้มาซึ่งรูปโฉมอันทรงพลัง ทว่ายังคงเข้ากันได้ดีกับธีมของงานดีไซน์ตัวถังภายนอก บริเวณห้องโดยสารที่ออกแบบใหม่นี้ กำเนิดเป็นส่วนโค้งคู่ที่พาดยาวต่อเนื่องจากเสา A ไปสู่สปอยเลอร์หลัง ส่วนปลายของโค้งถูกทำให้เป็นปล่องสำหรับทางเดินอากาศตามหลักแอโรไดนามิก พร้อมช่องระบายอากาศใต้สปอยเลอร์หลังที่พรางตาไว้ด้วยแผงสีดำอย่างแนบเนียน ธีมเสาหลังคา Flying Buttress เชื่อมโยงรถเข้ากับเอกลักษณ์เฉพาะตัวสไตล์ม้าลำพอง ทว่าไม่เพียงแค่ความเป็น GT ตามแบบฉบับของเฟอร์รารี่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงรถสไตล์สปอร์ตอย่าง 599 GTB Fiorano อีกด้วย ใช้หลังคาสีดำเพื่อขับให้ภายในห้องโดยสารดูสว่างไสวโดดเด่นออกมา และเกิดเป็นมุมมองที่ต่อเนื่องจากกระจกหน้าสู่กระจกหลังที่อยู่เหนือฝาท้ายเพื่อแบ่งทิศทางการไหลของอากาศ กันชนหลังที่บึกบึนผสานเข้ากับภาพลักษณ์โดยรวมอันดุดันของรถได้อย่างสวยงาม: รูปทรงของชุดไฟท้ายกลมคู่ สอดประสานกับปลายท่อไอเสียที่ปรับให้อยู่ในตำแหน่งต่ำลง และติดตั้งไว้กับดิฟฟิวเซอร์ที่มาพร้อมกับแผ่นปรับทิศทางอากาศแบบแอคทีฟใต้ท้องรถ แม้กระทั่งปลายท่อทรงกลมคู่ก็ได้รับการออกแบบขึ้นเป็นพิเศษสำหรับ BR20 โดยเฉพาะเท่านั้น ชิ้นส่วนจำนวนมากของ BR20 ที่ผลิตขึ้นจากคาร์บอนไฟเบอร์ช่วยเน้นย้ำถึงสมรรถนะอันเฉียบขาดและความทรงพลังของรถขับเคลื่อนสี่ล้อที่ไม่ธรรมดาคันนี้ สเกิร์ตข้างทรงสูงและเปี่ยมด้วยลูกเล่นส่งให้ส่วนล่างของรถดูโฉบเฉี่ยวมากขึ้น ทั้งยังขับให้ช่องระบายอากาศที่ซุ้มล้อโดดเด่นกว่าเดิมอีกด้วย ส่วนบนของกระจังหน้าขนาดใหญ่ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ คงรูปแบบของความเป็น One-Off เหมือนคันอื่นที่ผ่านมา ขณะที่การตกแต่งส่วนข้างกระจังด้วยโครเมี่ยมที่ไม่มีให้เห็นบ่อยนัก ก็ช่วยตอกย้ำความปราดเปรียวของส่วนหน้ารถเป็นอย่างดี เอกลักษณ์เฉพาะตัวของ BR20 เป็นที่ประจักษ์ยิ่งขึ้นจากการใช้ครีบกระจังหน้าแนวนอนแบบสามมิติ ที่ให้ความรู้สึกทรงพลัง องค์ประกอบนับไม่ถ้วนของ BR20 ถูกออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมด ไม่เว้นแม้กระทั่งไฟหน้าที่ต่ำลงเมื่อเทียบกับ GTC4Lusso ด้วยไฟ DRL ที่เพรียวบางยิ่งขึ้น ช่วยส่งให้ฝากระโปรงหน้าดูทอดยาวและโฉบเฉี่ยวกว่าเดิม ล้อขนาด 20 นิ้ว แบบ Daimond-finish สองเฉดสี ถูกสร้างขึ้นมาเฉพาะสำหรับรถยนต์คันนี้เช่นกัน ห้องโดยสารของ BR20 ก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ตกแต่งอย่างลงตัวด้วยหนังแท้เฉดน้ำตาล 2 สี และคาร์บอนไฟเบอร์ผสานด้วยความประณีตตามความต้องการของลูกค้า เบาะนั่งเป็นสีน้ำตาลเข้ม Heritage Testa di Moro ตัดเย็บในแพทเทิร์นพิเศษและเดินตะเข็บแบบไขว้ด้วยด้ายสีเงิน เส้นสายภายในห้องโดยสารเชื่อมโยงต่อเนื่องจากกระจกหน้าถึงพื้นที่เก็บสัมภาระส่วนท้าย กลายเป็นสัมผัสสุดพิเศษที่เบาสบายและโปร่งโล่งสำหรับผู้โดยสาร เสริมการตกแต่งด้วยลายไม้โอ๊คและคาร์บอนไฟเบอร์บริเวณเบาะหลังและที่เก็บของมีความลึกมากยิ่งขึ้นเมื่อพับเบาะเก็บ ทั้งยังตกแต่งด้วยวัสดุเดียวกันที่มือเปิดประตูอีกด้วย เฟอร์รารี่ BR20 ที่ได้รับการออกแบบขึ้นเพื่อลูกค้าเก่าแก่ซึ่งร่วมรังสรรค์รถคันนี้ในทุกขั้นตอน เผยให้เห็นศิลปะที่แท้จริงแห่งการสร้างยนตรกรรมสุดพิเศษขึ้นตามแบบฉบับดั้งเดิม จนบรรลุเป้าประสงค์ในการนำแรงบันดาลใจจากรถที่มีอยู่ในปัจจุบันมาพลิกโฉมด้วยวิธีที่เชี่ยวชาญและเฉพาะตัว ทว่ายังคงเปี่ยมด้วยคุณค่าแห่งนวัตกรรมและความน่าหลงใหลอันเป็นแก่นแท้ของเฟอร์รารี่ไว้อย่างครบถ้วน SPECIAL PROJECTS โปรแกรม Special Projects มุ่งรังสรรค์รถยนต์เฟอร์รารี่ที่ไม่เหมือนใคร (ในชื่อที่เรียกว่า One-Offs) โดยมีการออกแบบขึ้นพิเศษเฉพาะตามความต้องการของลูกค้า จนได้มาซึ่งยนตรกรรมที่มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น แต่ละโปรเจกต์เกิดขึ้นจากไอเดียที่ลูกค้านำเสนอและนำไปสู่การพัฒนาร่วมกับทีมออกแบบจาก Ferrari Styling Centre หลังจากกำหนดสัดส่วนและรูปแบบของรถแล้ว จึงนำรายละเอียดต่างๆ ของการออกแบบมาทำเป็นพิมพ์เขียวก่อนที่จะเริ่มกระบวนการผลิตแบบ One-Off ขึ้น กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาโดยเฉลี่ยมากกว่าหนึ่งปี ในระหว่างนั้น ลูกค้าจะได้มีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดในการประเมินขั้นตอนการออกแบบและตรวจสอบความถูกต้อง ผลลัพธ์ที่ได้คือเฟอร์รารี่ที่ไม่ซ้ำใคร ซึ่งยังคงมาพร้อมกับตราสัญลักษณ์ม้าลำพองและถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยมาตรฐานสูงสุดเช่นเดียวกับรถรุ่นอื่นๆ ที่ผลิตขึ้นในมาราเนลโล
มติชน • 18 พ.ย. 64
อ่าน
ลองขับ Ferrari F8 Spider เครื่อง V8 ทรงพลังสุดในประวัติศาสตร์ : โดย อาร์ม สามย่าน
คาวาลลิโนมอเตอร์ ผู้จัดจำหน่ายเฟอร์รารี่ อย่างเป็นทางการประจำประเทศไทย เชิญมติชน ร่วมทดสอบเฟอร์รารี่ F8 Spider รถสปอร์ตเปิดประทุนเครื่องยนต์วางกลาง ขับเคลื่อนด้วยเครื่อง V8 ที่ Ferrari ถึงกับระบุว่า เป็นเครื่องยนต์ V8 ที่ประสบความสำเร็จสูงสุด ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์เฟอร์รารี่ สมาชิกใหม่คันนี้ สืบทอดมาจาก 308 GTS รถสปอร์ต V8 เปิดประทุนรุ่นแรกที่ผลิตขึ้นในปี ค.ศ.1977 อาจไม่สุดขั้วเหมือนกับ 488 Pista Spider แต่ว่ามีความสปอร์ตกว่า 488 Spider ซึ่งเป็นรุ่นที่ F8 Spider เข้ามาแทนที่ สำหรับ เฟอร์รารี่ F8 จะมี 2 เวอร์ชั่น ซึ่งเปิดตัวไปก่อนหน้านี้คือ เฟอร์รารี่ F8 tributo คือเวอร์ชั่นหลังคาแข็ง และล่าสุดที่เรากำลังจะทดสอบกันคือ F8 Spider หรือเวอร์ชั่นเปิดประทุน สำหรับหน้าตาภายนอกของมันนั้น ความรู้สึกแรกที่เห็นมันคือลักษณะการดีไซน์ที่เปลี่ยนรูปแบบวัฒนธรรมเดิมไปมาก มันมีความเป็นสมัยใหม่ แหลมคม ลวดลายที่งดงามสอดรับกับหลักอากาศพลศาสตร์ มีช่องดักอากาศจากด้านหน้าไปออกช่วงบริเวณกึ่งกลางของฝากระโปรงรถ เพื่อให้อากาศถ่ายเทตามหลักการลดแรงต้าน เพิ่มแรงช่วยกดรถให้เกาะถนนมากขึ้นในช่วงความเร็วสูง ขณะที่รอบตัวรถ เราจะได้เห็นกับอัตลักษณ์ของเฟอร์รารี่ หลายอย่าง ที่เฟอร์รารี่ยังคงรักษาไว้ ไม่ว่าจะเป็นไฟเลี้ยวด้านข้างแบบกลม รูเสียบกุญแจ ช่องดักอากาศขนาดใหญ่ด้านข้างตัวรถที่รีดเอาอากาศเข้าไประบายความร้อนเครื่องยนต์ V8 วางกลางของเขา ขยับมาที่ไฟหน้า ก็สวยงามไม่เบา กรอบไฟหน้ายังคงเรียวยาว ส่วนไฟท้ายจะเป็นลักษณะวงกลม 4 ดวง ดีไซน์ด้านท้ายมีการออกแบบสปอยเลอร์ติดกับตัวรถ ออกแบบตัวถังด้านหลังตามหลักอากาศพลศาสตร์ มีช่องตรงกลางที่รีดอากาศผ่านคล้ายกับด้านหน้า ขณะที่ล้อก็จะได้วงล้อขนาด 20 นิ้ว เมื่อเข้ามานั่งในห้องโดยสาร จะพบว่าตำแหน่งการนั่งค่อนข้างต่ำตามสไตล์ซุปเปอร์คาร์ เบาะนั่งที่สวยงามและแสนสบาย ขณะที่การควบคุมทุกอย่าง จะถูกออกแบบให้มาอยู่ที่พวงมาลัยตามหลักของเฟอร์รารี่ ที่ต้องการให้ผู้ขับขี่ สนุกไปกับการขับ สายตาจ้องที่ถนน ทุกอย่างควบคุมได้แม้มือจะอยู่บนพวงมาลัยโดยด้านหลังพวงมาลัยจะมีแป้นกดเปลี่ยนเกียร์ หรือ Paddle Shift ขนาดใหญ่ เอกลักษณ์ของเฟอร์รารี่ ถัดมาที่ เบาะนั่งของฝั่งผู้โดยสาร ด้านหน้าจะมีจอขนาดเล็ก บอกข้อมูลบางอย่าง เช่น ตำแหน่งเกียร์ อัตราเร่งและความเร็วของรถ เพื่อให้คนนั่งก็ได้รับอรรถรสการขับขี่ด้วย จะสนุกแต่คนขับอย่างเดียวไม่ได้ ทั้งนี้ ถ้าจะถามหาความกว้างขวางเรื่องห้องโดยสาร หรือช่องเก็บของต่างๆ ก็ต้องทำใจว่ามันมีน้อย เราจะพบแค่ช่องวางแก้วเล็กๆ พร้อมกับช่องวางกุญแจ ที่ทำมาเพื่อวางกุญแจเฟอร์รารี่ เท่านั้น ขณะที่อีกหนึ่ง ไฮไลต์ภายในห้องโดยสาร คือกระจกกั้นระหว่างห้องโดยสารกับเครื่องยนต์ ที่สามารถเพิ่มลดความสูงของกระจกได้ ทำขึ้นมาเพื่อ ให้ผู้ขับขี่ได้ฟังเสียงเครื่อง V8 ที่ เฟอร์รารี่ ยืนยันว่าเป็นเครื่องที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์การผลิตของเขา ขณะที่การเปิดปิดประทุน แค่กดปุ่ม บริเวณคอนโซลกลางค้างไว้ ระบบการพับชุดยกหลังคาทั้งหมด ทำงานอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาราวสิบกว่าวินาทีเท่านั้น มาดูกันที่หัวใจของรถยนต์คันนี้ มันเป็นเครื่องยนต์ V8 วางกลาง เทอร์โบคู่ ขนาด 3.9 ลิตร รีดพละกำลังได้สูงสุดถึง 710 แรงม้า ที่รอบเครื่องราว 8,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดที่ 775 นิวตันเมตร นับว่าเป็นรถยนต์ที่มีเครื่องยนต์มีพละกำลังมหาศาล ถ้าเปรียบเทียบกับ รุ่นพี่ เฟอร์รารี่ 488 ที่ใช้เครื่อง 3.9 ลิตรเทอร์โบคู่ ที่มีแรงม้า 661 แรงม้า และมีแรงบิด 760 นิวตันเมตร จะเห็นได้ว่า เฟอร์รารี่ F8 Spider มีแรงม้ามากกว่าถึง 50 แรงม้า เครื่องยนต์มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นมาก แต่มีน้ำหนักเบาลงถึง 20 กิโลกรัม การทดสอบความเร็วจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ได้ในเวลา 2.9 วินาที เมื่อรู้ข้อมูลของรถเบื้องต้น จากนั้นเราก็มีโอกาสได้ลองขับจริงในสนาม ปทุมธานีสปีดเวย์ โดยทาง เฟอร์รารี่ จัดให้ จั้ม กรัณฑ์ ศุภพงษ์ นักขับดีกรีแชมป์ ผู้เคยลงแข่งในสนามที่นูร์เบอร์กริง เยอรมนี ในรายการ มาราธอน 24 ชั่วโมง มาเป็นผู้ให้คำแนะนำ รอบแรกเป็นการขับสบายๆ เป็นการพาดูลักษณะสนาม ข้อควรระวัง ปัญหาเชิงกายภาพของพื้นที่ รวมถึงข้อควรระวังเกี่ยวกับรถ การบังคับเมื่อต้องลงสนามจริง รอบที่สอง เป็นรอบ Hot Lap เราขอให้ จั้ม กรัณฑ์ ศุภพงษ์ ซัดให้เต็มที่ โดยผู้เขียนนั่งเป็นผู้โดยสาร รอบนี้บอกได้คำเดียวถ้าไม่รักการขับรถจริง อาจจะไม่ชอบความเร็วไปอีกนาน เพราะท่านจะได้เจอกับความเร็ว แรงดึงมหาศาลที่กระทำกับตำแหน่งนั่งผู้โดยสาร แรงเหวี่ยงไปมาจากการเข้าโค้ง จากนั้นผู้เขียนจึงเปลี่ยนที่นั่ง เป็นผู้ควบคุมรถ กระทืบคันเร่งเอง ทันทีที่กดคันเร่ง รู้ได้ทันทีว่านี่คือรถที่เร็วที่สุดที่ผู้เขียนได้มีโอกาสทดสอบในรอบหลายปีที่ผ่านมา เสียงของเครื่องยนต์คำรามดุดันอย่างยิ่งตามสไตล์เฟอร์รารี่ หลังกดคันเร่ง เสี้ยววินาทีแรกมันจะหน่วงเล็กน้อย แต่หลังจากนั้นเรียกว่าแรงไหลมาเทมาต่อเนื่องมาก อัตราเร่ง 0 ถึง 100 กม.ต่อ ชม. แทบจะไม่สามารถจับเวลาได้ ถ้าใช้คำของ แพน พันธ์สวัสดิ์ ไพฑูรย์พงษ์ นักทดสอบรถชื่อดังแห่ง headlightmag.com ที่ถึงกับอุทานว่า เขวี้ยงนาฬิกาจับเวลาทิ้งเถอะ! แรงฉุดมันนุ่มนวลแต่มหาศาลมาก หากจะบรรยายว่าหลังติดเบาะคงน้อยไป ที่จริงอัตราเร่ง 0 ถึง 200 กม.ต่อ ชม. ไม่ถึง 10 วินาทีด้วยซ้ำ แม้ทางตรงสนามปทุมธานีสปีดเวย์จะไม่ยาวมาก แต่รถคันนี้สามารถทำความเร็วได้เกือบ 200 กม.ต่อ ชม. ด้วยระยะทางแค่ไม่กี่ร้อยเมตร ก่อนที่จะต้องถอนคันเร่งเพราะต้องเข้าโค้ง ทั้งนี้ เฟอร์รารี่ F8 Spider มีระบบช่วยออกตัว Adaptive Performance Launch มันจะทำงานโดยวิเคราะห์การยึดเกาะของยางขณะที่รถกำลังเร่งความเร็ว จากนั้นระบบอิเล็กทรอนิกส์จะควบคุมแรงบิดให้เหมาะสมกับระดับการยึดเกาะถนน ช่วยลดการลื่นไถลของล้อให้น้อยที่สุด เพื่อให้ได้อัตราเร่งที่ดีที่สุด เวลาเข้าโค้ง และกระทืบคันเร่งหลังออกโค้งจึงเป็นอะไรที่สนุกมาก เพราะตัวรถควบคุมอาการได้อยู่หมัด รถตั้งตัวได้ไวพร้อมทะยานไปข้างหน้าเสมอ ยิ่งรวมเข้ากับการออกแบบภายนอกใหม่ทั้งหมดของรถที่พัฒนาตามหลักอากาศพลศาสตร์ ทำให้การเข้าโค้งในย่านความเร็วสูงยึดเกาะมากขึ้น ส่วนการทำงานของเกียร์และแป้นเปลี่ยนเกียร์ทำได้รวดเร็วดีมาก กดปุ๊บมาปั๊บ ไม่มีรีรอ เฟอร์รารี่ F8 Spider จัดเป็นซุปเปอร์คาร์ที่ใครก็เป็นเจ้าของได้ ไม่จำกัดเฉพาะนักแข่ง หรือผู้ที่ชื่นชอบความเร็วเท่านั้น เพราะถ้าจะขับแบบสบาย น่ารักๆ มันก็เป็นให้เราได้ สามารถใช้ได้จริงในทุกวัน คนขับรถคันนี้ได้ ไม่จำเป็นต้องมีสกิลความสามารถในการขับขี่ระดับนักแข่งเลย การใช้งานการควบคุมต่างๆ ไม่ได้ยาก มันมีโหมดการขับขี่ที่รองรับความต้องการของเราได้ทุกแบบ เฟอร์รารี่ใส่ออปชั่นช่วยเหลือเรื่องการขับขี่ การควบคุมการทรงตัวของรถ มาเต็มที่ หรือถ้าวันไหนอยากซิ่ง รถคันนี้จะมอบประสบการณ์ ความเร็ว ในระดับที่ถนนประเทศไทยไม่เพียงพอกับพละกำลังของมันเลยทีเดียว สรุปจากการทดลองขับ บอกได้คำเดียวว่าสนุก มันแรงจนเกร็งไปทั้งตัว สำหรับผู้อ่านที่สนใจ คาวาลลิโนมอเตอร์ประเทศไทย นำเข้ามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว ในราคาเริ่มต้นที่ 26,350,000 บาท สามารถเพิ่มออปชั่นต่างๆ ได้ตามใจชอบ อาร์ม สามย่าน
มติชน • 24 ส.ค. 63
อ่าน
"ฮิวจ์ แจ็คแมน" แปลงโฉมเป็นนักแข่งรถระดับตำนาน ในหนังชีวประวัติ "Enzo Ferrari"
ข่าวสารวงการหนังEnzoFerrari โครงการหนังเรื่องต่อไปของผู้กำกับลายคราม "ไมเคิล แมนน์" น่าจะออกมาเป็นที่มีสไตล์การเล่าเรื่องที่น่าสนใจไม่เบาเลยทีเดียว เพราะเขากำลังจะหยิบจับนำเอาตำนานเจ้าพ่อวงการรถยนต์ระดับโลกอย่าง "เอ็นโซ เฟอร์รารี" มาขึ้นจอใหญ่ โดยจะเป็นการเปิดปฐมบทหนึ่งในชายที่ทรงอิทธิพลของโลกจวบจนถึงในปัจจุบัน ตามรายงานจาก Deadline เปิดเผยว่า โครงการหนังเรื่อง "Enzo Ferrari" ผลงานชิ้นใหม่ของผู้กำกับ ไมเคิล แมนน์ ถูกนำไปเปิดตัวและเสนอขายต่อนายหน้าลงทุนในเทศกาลหนังเมืองคานส์ที่จัดเพิ่งขึ้น โดยเบื้องต้นดูเหมือนว่าจะมีค่ายหนังหลายสนใจในโครงการนี้ ทั้งค่ายหนังเมนสตรีมและสตรีมมิงออนไลน์ มีการแย่งกันประมูลซื้อกันเบาๆ แต่ในท้ายที่สุด ค่ายหนัง STX ก็ได้คว้าสิทธิ์เป็นผู้จัดจำหน่ายหนังเรื่องนี้ทั่วโลก ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการประกาศชื่อนักแสดงนำที่จะมารับบทเป็นตำนานเจ้าพ่อรถเฟอร์รารีออกมาด้วย นั่นก็คือ "ฮิวจ์ แจ็คแมน" ที่ยังอยู่ระหว่างเจรจารับบทนี้ โดยมีเปอร์เซ็นต์สูงที่เขาจะตอบตกลงเช่นเดียวกัน ขณะนี้หนังยังอยู่ระหว่างปลุกปั้นบทหนังออกมา ไมเคิล แมนน์ เป็นผู้เข้าไปดัดแปลงขัดเกลาบทหนังที่เคยร่างเอาไว้โดย "ทรอย เคนนาดี มาร์ติน" นักเขียนชื่อดังจาก The Italian Job ที่ล่วงลับไปแล้ว สำหรับหนังตำนานนักแข่งรถและเจ้าของแบรนด์รถชื่อดัง Ferrari เรื่องนี้ จะโฟกัสที่เรื่องราวชีวิตของ เอ็นโซ เฟอร์รารี ในช่วงปลายยุค 50s ที่เกิดการแข่งขันกันอย่างสูงในวงการยานยนต์ระดับโลก นับเป็นช่วงชีวิตที่สำคัญของเขาที่เกิดการเปลี่ยนแปลงและโศกนาฏกรรมขึ้นในหลายๆ อย่างกับชีวิตของเขา คาดว่าหนังจะเริ่มเปิดกล้องถ่ายทำได้ในช่วงต้นปี 2021 ที่จะถึงนี้ ---------------------------------------------------- ดูหนังดูซีรีส์ออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID
หนังต่างประเทศ • 3 ส.ค. 63
อ่าน
Ford v Ferrari - แด่ชัยชนะและความพ่ายแพ้ by Kanin The Movie
ดูหนังออนไลน์ Ford v Ferrari ท่ามกลางภาพยนตร์คุณภาพมากมายที่เข้าฉายในปี 2019 ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Ford v Ferrari ของ เจมส์ แมนโกลด์ คือหนึ่งในหนังที่เรารักที่สุดเป็นอันดับต้นๆ (เช่นเดียวกับผู้เข้าชิงออสการ์ในปี 2020 ด้วย) หน้าหนังมันคือภาพยนตร์แอคชั่นแข่งรถมันส์ๆ เรื่องของการต่อสู้ระหว่างสองแบรนด์รถระดับโลกที่มีเส้นชัยเป็นเป้าหมาย และมีความยิ่งใหญ่เป็นเดิมพัน แต่เนื้อในมีประเด็นมากไปกว่านั้น มันคือภาพยนตร์ดราม่าที่พาเราไปสำรวจเรื่องของวัฒนธรรมองค์กร การทำงานภายใน และความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเพราะมนุษย์ทุกคนมี ชัยชนะ ในแบบฉบับของตัวเอง ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจมาก ๆ เมื่อหนังวางเส้นชัยให้กับตัวละครทุกคนในทิศทางที่ต่างกันออกไป บนการแข่งขันเดียวกัน เต็มไปด้วยเป้าหมายนับพันที่ต่างคนต่างขีดเส้นเอาไว้ ชัยชนะสำหรับบางคนอาจหมายถึงความพ่ายแพ้ และความพ่ายแพ้ของใครบางคนก็กลายเป็นชัยชนะได้เช่นกัน หนังเล่าเรื่องของ แครอล เชลบี้ นักออกแบบรถ อดีตผู้พิชิตสนามเลอมังส์ 24 ชั่วโมง แต่ต้องวางมือเพราะสุขภาพของตนเอง และ เคน ไมลส์ นักแข่งรถสุดเก๋าแต่เข้าสังคมไม่เป็น จับพลัดจับผลูเข้ามามีส่วนสำคัญในการต่อสู้ทางธุรกิจรถยนต์เมื่อ ฟอร์ด ได้ยื่นข้อเสนอให้ เชลบี้ ออกแบบรถแข่งเพื่อเอาชนะ เฟอร์รารี่ ในการแข่งขันเลอมังส์ 24 ชั่วโมงประจำปี 1966 หลังจากล้มเหลวในการเข้าซื้อกิจการ (และถูกหยามใส่เป็นการซ้ำเติม) เชลบี้ และ ไมลส์ ทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้รถของตนเดินทางไปสู่เส้นชัย แต่ก็ต้องพบว่ามันไม่ง่าย เมื่อพวกเขาอาศัยอยู่ในองค์กรขนาดยักษ์ การขับเคี่ยวของคนในบริษัทเกิดขึ้นพร้อม ๆ กับการแข่งขันบนสนามแข่ง เต็มไปด้วยปัจจัย สถานการณ์ และอุปสรรคที่เข้าถาโถมจุดมุ่งหมายของทั้งคู่ การแข่งขันเลอมังส์ 24 ชั่วโมงจึงเป็นหนึ่งในการแข่งขันที่เกิดขึ้นใน Ford v Ferrari หาใช่สนามแข่งเดียวทื่มนุษย์โลดแล่นอยู่ในเรื่อง หากแต่รวมถึงออฟฟิศ อู่ซ่อมรถ บ้าน สนามซ้อม และอีกมากมายที่พวกเขาพยายามแสวงหาชัยชนะชองตัวเอง ประเด็นที่น่าสนใจคือคำว่า ชัยชนะ ที่ถูกนำเสนอทั้งในแบบของรูปธรรม และนามธรรม กล่าวคือเราทุกคนล้วนเข้าใจว่าการเข้าถึงเส้นชัยก่อนคือผู้ชนะ แต่สิ่งที่ Ford v Ferrari เล่านั้นไปไกลกว่านั้น เพราะหนังค่อย ๆ พาเราไปสำรวจถึงความคิด จิตใจ และเป้าหมายที่แต่ละคนมี จนถึงจุดเริ่มต้นของแข่งขัน สงครามการแข่งขันระหว่าง ฟอร์ด และ เฟอร์รารี่ อาจดูเป็นเรื่องของธุรกิจ เรื่องของการช่วงชิงเจ้าแห่งความเร็ว แต่ใครจะไปคิดว่าการตัดสินใจจริงๆ ในการแข่งขันนี้ มาจากเรื่องของศักดิ์ศรี และการโดนดูถูกของ เฮนรี่ ฟอร์ด ที่ 2 ที่ทำให้เขากระโดดลงสงครามนี้แบบเทหมดหน้าตักเพื่อทวงคืนชัยชนะทางจิตใจของตัวเองกลับมาคืนมาให้ได้ ตลอด 140 นาทีกว่าๆ ผู้ชมจึงได้เห็นชัยชนะที่พ่ายแพ้ และความพ่ายแพ้ที่ดูชนะ มันเกิดมาจากความขัดแย้งและมุมมองที่เรามีต่อแข่งขันนั้นๆ ว่าสุดท้ายแล้วจุดมุ่งหมายคืออะไร การชนะอาจไม่ใช่แค่เรื่องต้องชนะ แต่กลายเป็นเรื่องที่ว่า เราต้องชนะอย่างไร ซึ่งเป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงผ่านการทำงานขององค์กร วิธีคิดในฐานะนักการตลาดที่ปะทะกับผู้เชี่ยวชาญการแข่งรถ ทุกคนล้วนอยากได้รับชัยชนะ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่อยากชนะด้วยวิธีเดียวกัน ความสนุกของหนังอยู่ตรงนี้ และมันระห่ำไม่แพ้ช่วงเวลาที่อยู่ในสนามแข่งเลย เราชอบตัวละคร เคน ไมลส์ มากๆ เริ่มมาเขาดูจะมีบทบาทกับเรื่องไม่มาก ดูเป็นตัวละครเก๋า ๆ เข้าสังคมไม่เก่ง มีทริคมีเทคนิคการขับรถ และความรู้เฉพาะทางที่ทำให้ เชลบี้ สามารถพัฒนารถได้ แต่คำถามคือชัยชนะของ ไมลส์ คืออะไร? เส้นชัยอันดับแรกหรือเปล่า? นี่เป็นเรื่องที่เราชอบมาก ๆ เมื่อท้ายที่สุดอุปสรรคสำคัญที่สุดที่ ไมลส์ ต้องเผชิญไม่ใช่การแซงคู่แข่ง แต่เป็นการทำงานร่วมกับคนอื่น การเปิดใจ การลดอีโก้ เพื่อให้ตนสามารถขับเคลื่อนไปพร้อมกับคนอื่นให้ได้ มันกลายเป็นหนังแข่งรถ ที่ขับเคลื่อนดราม่าได้งดงามไม่แพ้กัน สิ่งที่ดีคือหนังสามารถนำทั้งสองส่วนนี้มาเล่าพร้อมๆ กันได้ โดยที่เราไม่รู้สึกว่ามันเล่าตรงไหนน้อยเกินไป ฉากที่ชอบมากๆ คือซีนหนึ่งที่ ไมลส์ อยู่โดดเดี่ยวบนสนามแข่ง มันไม่มีไดอะล็อก ไม่มีบทสนทนา มีเพียงการสื่อสารระหว่างความคิดและจิตวิญญาณภายในตนเอง เป็นซีนที่ชอบมากๆ เพราะมันนำไปสู่การตัดสินใจสำคัญในท้ายเรื่อง และเรารู้สึกว่าฉากนี้คือฉากที่เราได้เห็นชัยชนะของเขา ใน Ford v Ferrari เราจะได้เห็นชัยชนะเกิดขึ้นเต็มไปด้วย และเช่นกัน ความพ่ายแพ้ก็มีแง่งามอยู่ในนั้นด้วย อีกอย่างที่ชอบคือมันพูดถึงความเร็ว ถ้าคุณอยากจะชนะในสนามแข่งคุณต้องรู้จักการผ่อน การเบรค การรู้ว่าจังหวะไหนควรพุ่งไปข้างหน้า และจังหวะที่ควรชะลอรถเอาไว้ ซึ่งทำไปทำมาเรื่องความเร็วมันไปสอดคล้องกับชีวิตมนุษย์ในเรื่อง สนามเลอมังส์ 24 ชั่วโมงกลายเป็นสนามชีวิตสำหรับ เคน ไมลส์ และเราก็จะได้เห็นเทคนิคการขับรถ ที่บางครั้งก็ไม่ได้เกี่ยวกับความเร็ว แต่เป็นเรื่องของความมั่นคง เป็นเรื่องของการยืนหยัดอยู่ให้ได้นานที่สุด ซึ่งถูกเล่าผ่านทั้งการสร้างสรรค์รถ และศักยภาพของนักแข่ง ซึ่งพอมาอยู่ในรูปแบบหนังแอคชั่นที่จังหวะแม่นยำมาก ๆ เราจะได้เห็นการทะยานไปข้างหน้าของชีวิตที่สนุก รถคือคน คนคือรถ จนไม่แปลกใจที่หนังชนะสาขาตัดต่อยอดเยี่ยมจากออสการ์ปีล่าสุดไป เราว่าเขาลำดับเรื่อง และลำดับภาพในแต่ละซีเควนซ์ดีมากๆ Ford v Ferrari คือหนึ่งในภาพยนตร์แข่งรถที่เราชอบมาก ๆ ซึ่งหลัง ๆ ก็ไม่ค่อยมีให้ดูแล้วด้วย (เรื่องสุดท้ายที่ชอบคือ Rush ซึ่งเราชอบ Ford v Ferrari มากกว่า) เป็นภาพยนตร์ที่ดูสนุก มันส์ มีอารมณ์ขัน แต่ก็เปี่ยมไปด้วยดราม่าที่แข็งแรง และ execution ที่เราดูแล้วเราตาย (ขนาดดูอีกรอบก็ยังไม่รอด มันพูดถึงชัยชนะและความพ่ายแพ้ได้ดีมากๆ การเป็นคนตัวเล็กๆ กับองค์กรใหญ่ๆ) นอกเหนือจากบทภาพยนตร์ นี่เป็นหนังที่ถ่ายสวย ดีไซน์ฉากแข่งรถโคตรมันส์ เช่นเดียวกับสกอร์ที่ดีทุกอารมณ์ จนถึงการแสดงอขง คริสเตียน เบล และ แมตต์ เดมอน ที่งดงาม ใครที่ยังไม่ได้ดู หรือใครที่ดูแล้วอยากชมซ้ำ ตอนนี้หนังเข้าแล้วทาง TrueID ครับ อยากให้ดูกันมากๆ จากใจจริง ดูหนังออนไลน์Ford v Ferrari เต็มเรื่องบน TrueID ---------------------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID
หนังต่างประเทศ • 3 เม.ย. 63
อ่าน
ได้เวลาซิ่ง! "Ford v Ferrari" เชิดชูบุรุษผู้พาฝันมากับความเร็ว หนึ่งในหนังดีแห่งปีที่ TrueID
ดูหนังออนไลน์ Ford v Ferrari ที่หลายสถาบันนักวิจารณ์ต่างยกให้ขึ้นหึ้ง พร้อมกับการคว้ารางวัลออสการ์ 2 สาขา แบบที่คาดไม่ถึง เรื่องราวตำนานความฝันเหล่าบุรุษผู้รักความรัก การชิงชัยครั้งประวัติศาสตร์ของ 2 ค่ายรถยักษ์ใหญ่ของอเมริกาและอิตาลี กลายมาเป็นเรื่องเล่าขานสู่รุ่นลูกรุ่นหลานใน "Ford v Ferrari" ผลงานล่าสุดของผู้กำกับ "เจมส์ แมนโกลด์" (จาก Logan และ The Wolverine) ตีแผ่หน้าประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในสนามแข่ง 24 ชั่วโมง เลอม็องส์ (Le Mans) ประเทศฝรั่งเศส เมื่อปี 1966 ที่ในปีนั้นเป็นการแข่งขันที่ศักดิ์ศรีระหว่างธุรกิจและประเทศชาติมาเป็นเดิมพัน กับการแสดงมืออาชีพของ "คริสเตียน เบล" และ "แมตต์ เดมอน" Ford v Ferrari เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในการแข่งขันในการชิงความเป็นหนึ่งด้านความเร็วและยานยนต์ทรงอิทธิพลแห่งยุค ระหว่าง ฟอร์ด (Ford) ยักษ์ใหญ่จากอเมริกา และ เฟอร์รารี (Ferrari) เจ้าพ่อวงการรถแห่งอิตาลี โดยพวกเขาได้ผลิตยานยนต์สุดพิเศษเพื่อชิงชัยในสนามแข่งระดับโลกที่เลอม็องส์ แคร์โรล เชลบี้ และนักซิ่งหัวขบภ เคน ไมล์ส ได้ร่วมมือกันฝ่าฟันอุปสรรค ทั้งการแทรกแซงขององค์กรใหญ่และกฏของฟิสิกส์ เพื่อหวังจะปฏิวัติวงการเจ้าความเร็วกับสนามแข่งสุดหฤโหดต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ความโดดเด่นในด้านการแสดงของนักแสดงนำแล้ว หนังยังดีงามในเรื่องเทคนิคการสร้าง โดยเฉพาะเทคนิคด้านภาพและเสียง การันตีด้วยรางวัลออสการ์ปีล่าสุด สาขาตัดต่อภาพยอดเยี่ยม และ สาขาตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม นอกจากจะให้ผู้คนได้นั่งลุ้นตัวโก่ง ประหนึ่งกับเป็นหนึ่งในผู้แข่งขันบนรถแข่งแล้ว หนังยังมอบประสบการณ์วิเศษกับงานด้านเสียงที่ทรงพลัง หากใครมีเครื่องเสียงดีๆ โฮมเธียเตอร์เจ๋งๆ แนะนำให้เปิดหนังเรื่องนี้ดูกับเครื่องเสียงของคุณ...จะฟินถึงกึ๋นมาก และในช่วงเวลาที่หลายคนยังต้องเก็บตัว เลี่ยงเชื้อไวรัสอยู่แต่ในบ้าน อาจจะไม่ค่อยได้ขับรถออกไปเที่ยวไหนไกลๆ ในช่วงนี้ แนะนำให้ดูหนังเรื่องนี้เป็นเครื่องช่วยบรรเทาความกระหายการเดินทาง เพราะความเร็วที่หนังมอบมาให้นั้นคือที่สุด Ford v Ferrari จึงเป็นหนึ่งในหนังที่ดีที่สุดในปี 2019 ที่ผ่านมา จึงไม่อยากให้คุณพลาดดูวีรกรรมของชายกลุ่มนี้ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ยานยนต์ของโลกมาแล้ว ร่วมประลองความเร็วเต็มอรรถรสกับ Ford v Ferrari โดยคุณสามารถชมหนังฉบับเต็มได้แล้ว วันนี้ทาง TrueID ทั้งแอปพลิเคชั่นและเว็บไซต์ คลิกดูหนัง Ford v Ferrari ใหญ่ชนยักษ์ ซิ่งทะลุไมล์ เต็มเรื่องได้ที่นี่ วิธีสมัคร TrueID 1. สร้างบัญชีทรูไอดี หรือล็อกอินด้วยบัญชีทรูไอดี โดยการกด เข้าสู่ระบบ 2. หากท่านยังไม่มีบัญชีทรูไอดี ให้ทำการสมัครโดยกด สร้างบัญชีทรูไอดี กรอก เบอร์โทรศัพท์ (เครือข่ายใดก็ได้) พร้อมตั้งรหัสผ่าน 3. เมื่อใส่ข้อมูลครบถ้วนแล้ว ให้กด สร้างบัญชีทรูไอดี รอรับรหัส OTP นำรหัส OTP ที่ได้รับจาก SMS มากรอกแล้วกด Next ก็จะสามารถใช้งานทรูไอดีได้ อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : TrueID BoxOffice ดู 10 หนังออนไลน์ฮิตจากแอป TrueID Movie.TrueID ชวนดู 5 หนังดีช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ---------------------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID
หนังต่างประเทศ • 1 เม.ย. 63
อ่าน
[Review] "Ford v Ferrari" ใหญ่ชนยักษ์ ซิ่งทะลุไมล์
รีวิวหนัง Ford v Ferrari Ford v Ferrari ภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องจริงเมื่อFord Motor Company ต้องการจะขยายและสร้างความยิ่งใหญ่ด้วยการเข้าซื้อกิจการจากFerrari แต่ดูเหมือนว่าทางFerrari จะอาศัยการเจรจาในครั้งนี้อัพมูลค่าของบริษัทและไปขายหุ้นให้กับ Fiat แทน ทำให้ทาง Ford เหมือนโดนลูบคม เลยต้องการลงแข่งในรายการ Le Mans (เลอม็องส์) การแข่งรถสุดหฤโหดที่ต้องแข่งขันอย่างต่อเนื่อง 24ชั่วโมง โดยทาง Ford ก็ได้ แคร์โรล เชลบี้(แม็ตต์ เดม่อน) อดีตนักแข่งอเมริกาคนเดียวที่เคยชนะในรายการนี้และ เคน ไมลส์ (คริสเตียน เบล) อดีตทหารผ่านศึกที่ชื่นชอบการแข่งรถ มาร่วมมือกันสร้างรถที่สามารถชนะในการแข่งขันในครั้งนี้... Ford v Ferrari - Official Trailer (ซับไทย) ด้านเนื้อเรื่อง Ford v Ferrari ใช้การเล่าเรื่องสลับกันระหว่างชีวิตส่วนตัวและการแข่งขันรถยนต์ หนังทำให้เราได้รู้จักถึงตัว เชลบี้ ที่เป็นอดีตนักแข่งแต่มีปัญหาด้านหัวใจทำให้ไม่สามารถลงแข่งได้อีก และ เคน ไมลส์ ทหารผ่านศึกที่รักครอบครัวและการแข่งรถ แต่กิจการอู่ซ่อมรถที่เขาเปิดได้ถูกยึด ทำให้ผู้ชมได้รู้จักและทำความเข้าใจตัวละครได้ดีขึ้น ส่วนด้านการแข่งรถทำออกมาได้เร้าใจทั้งเสียงเครื่องยนต์ เสียงเบรค เสียงยางบดกับพื้นถนน ที่ทำให้รู้สึกได้ถึงความเร็วจริงๆ แต่น่าเสียดายที่หนังไม่ค่อยได้แสดงให้ผู้ชมได้เห็นถึงการแข่งขันด้านการพัฒนารถยนต์ของทั้งสองบริษัท และกลายเป็นหนังมุ่งเน้นที่จะเล่าเรื่องของ เชลบี้ และ เคน ไมลส์ มากกว่า ไม่สมกับชื่อหนัง Ford v Ferrari รีวิว Ford v Ferrari ด้านนักแสดงต้องบอกเลยว่า Ford v Ferrari ได้เห็นถึงการแสดงที่ยอดเยี่ยมของ คริสเตียน เบล ที่แสดงให้จนผมเชื่อว่าเขาคือ เคน ไมลส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ กระหายในการแข่งและชัยชนะ จริงๆ ส่วน แม็ตต์ เดม่อน อดีตนักแข่งที่ต้องมาต่อกรกับการเมืองภายในบริษัท Ford ก็เป็นการฟาดฟันบทบาทที่สร้างสีสันให้หนังน่าสนใจมากยิ่งขึ้น รีวิว Ford v Ferrari สรุป Ford v Ferrari เป็นหนังที่บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ มาหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ทั้งบท ทั้งนักแสดง และฉากแข่งรถที่ตื่นเต้นเร้าใจ ยิ่งถ้าคุณเป็นแฟนกีฬาแนวมอเตอร์สปอร์ตเรื่องนี้ไม่ควรพลาด ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้คะแนนจากเราไป 9/10 รีวิว Ford v Ferrari รีวิว Ford v Ferrari รีวิว Ford v Ferrari รีวิว Ford v Ferrari **อย่าเชื่อจนกว่าจะได้สัมผัสด้วยตาของคุณเอง** "Ford v Ferrari" เข้าฉายวันที่5 ธันวาคมนี้ และเปิดรอบสนีค พรีวิว ชมก่อนใครในวันที่ 28 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : [Review] "THE CAVE นางนอน" ภาพยนตร์เจาะลึก "ภารกิจถ้ำหลวง" ที่คนไทยควรดู [Review] Gemini Man โดดเด่นในงานภาพและฉากแอ็คชั่นแบบจัดเต็ม [Review] "Doctor Sleep ลางนรก" สานต่อ "The Shining" ได้อย่างสมศักดิ์ศรี [Review] MIDWAY จุดเปลี่ยนสงครามโลกบนคาบสมุทรแปซิฟิก [Review] Honey Boy เรื่องจริงของ "ไชอา เลอบัฟ" กับการก้าวข้ามความเจ็บปวดในวัยเด็ก [Review] Zombieland: Double Tap แก๊งซ่าล่าซอมบี้กลับมาแล้ว!! [Review] "ดิว ไปด้วยกันนะ" หนังรักที่ก้าวข้ามผ่านความแตกต่าง [Review] Terminator: Dark Fate แอ็คชั่นสุดเดือดบนเรื่องราวที่จำเจ [Review] Liam Gallagher: As It Was ชีวิตที่ตกต่ำแต่ COME BACK กลับมายิ่งใหญ่ราวปาฏิหาริย์ ---------------------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID
หนังต่างประเทศ • 26 พ.ย. 62
เกม
Asphalt 9
Asphalt 9: Legends มีสุดยอดรถไฮเปอร์คาร์ของจริงมากมายให้คุณได้เลือกขับ ทั้งจากผู้ผลิตรถยนต์ชื่อดังอย่าง Ferrari, Porsche, Lamborghini และ W Motors คุณสามารถเลือกรถในฝันได้ตามใจและแข่งกับเครื่องจักรความเร็วของคู่แข่งในสนามสุดตระการตารอบโลก ลงสนามวันนี้และซิ่งทะลุขีดจำกัดเพื่อก้าวขึ้นเป็นตำนานบทใหม่ของ Asphalt Legend เลย!
Blacknut • 21 ก.ค. 69
อ่าน
โปรแกรมฟอร์มูล่าวัน 2026 ลิ้งก์ดูสด เอฟวัน 2026 ถ่ายทอดสด F1 ผลเอฟวัน
โปรแกรมฟอร์มูล่าวัน 2026 ตารางถ่ายทอดสด ฟอร์มูล่าวัน 2026 ลิ้งก์ดูสด เอฟวัน 2026 สรุปผลฟอร์มูล่าวัน 2026 ผลเอฟวัน ดูสดฟอร์มูล่าวัน 2026 formula 1 2026 ดูสด F1 ถ่ายทอดสด F1 ทางช่อง beIN SPORTS 1 (617) โปรแกรมฟอร์มูล่าวัน ฤดูกาล 2026 ดูสดเอฟวัน สนามที่ 11 : ฮังกาเรียน กรังด์ปรีซ์ 2026 ถ่ายทอดสดทางช่องbeIN SPORTS 1 (617) สนาม : ฮังกาโรริง ประเทศฮังการี วันแข่งขัน : วันที่ 24-26 กรกฎาคม 2569 สวมบทเป็นนักแข่งคนโปรดของคุณ สัมผัสความเร้าใจในการแข่งขันที่สมจริงบิดคัดเร่งไปกับเกม MotoGP25 คลิกเลย!!! ผลการแข่งขัน ลันโด นอร์ริส (แมคลาเรน) เวลา 1:39:56.180 แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน (เรด บูล เรซซิ่ง) +15.08 คิมี่ อันโตเนลลี่ (เมอร์เซเดส) +18.728 ชาร์ล เลอแคลร์ (เฟอรารี่) +23.84 ลูอิส แฮมิลตัน (เฟอรารี่) +24.54 อันดับคะแนนสะสมของนักแข่ง คิมี่ อันโตเนลลี่ (เมอร์เซเดส) : 219 คะแนน ลูอิส แฮมิลตัน (เฟอรารี่) : 169 คะแนน จอร์จ รัซเซลล์ (เมอร์เซเดส) : 160 คะแนน ชาร์ล เลอแคลร์ (เฟอรารี่) : 138 คะแนน ลันโด นอร์ริส (แมคลาเรน) : 128 คะแนน ========================= สนามที่ 10 : เบลเยียม กรังด์ปรีซ์ 2026 ถ่ายทอดสดทางช่องbeIN SPORTS 1 (617) สนาม : สปา-ฟรองโกชองส์ เซอร์กิต ประเทศเบลเยียม วันแข่งขัน : วันที่ 17-19 กรกฎาคม 2569 ผลการแข่งขัน คิมี่ อันโตเนลลี่ (เมอร์เซเดส) เวลา 1:24:42.479 ชาร์ล เลอแคลร์ (เฟอรารี่) +1.952 แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน (เรด บูล เรซซิ่ง) +11.586 ลูอิส แฮมิลตัน (เฟอรารี่) +17.245 ออสการ์ ปิอาสตรี (แมคลาเรน) +18.988 อันดับคะแนนสะสมของนักแข่ง คิมี่ อันโตเนลลี่ (เมอร์เซเดส) : 204 คะแนน ลูอิส แฮมิลตัน (เฟอรารี่) : 159 คะแนน จอร์จ รัซเซลล์ (เมอร์เซเดส) : 154 คะแนน ชาร์ล เลอแคลร์ (เฟอรารี่) : 126 คะแนน ลันโด นอร์ริส (แมคลาเรน) : 103 คะแนน ========================= สนามที่ 9 : บริติช กรังด์ปรีซ์ 2026 ถ่ายทอดสดทางช่องbeIN SPORTS 1 (617) สนาม : ซิลเวอร์สโตน เซอร์กิต สหราชอาณาจักร วันแข่งขัน : วันที่ 3-5 กรกฎาคม 2569 ผลการแข่งขัน ชาร์ล เลอแคลร์ (เฟอรารี่) เวลา 1:27:11.335 จอร์จ รัซเซลล์ (เมอร์เซเดส) +0.427 ลูอิส แฮมิลตัน (เฟอรารี่) +0.772 ลันโด นอร์ริส (แมคลาเรน) +1.149 ไอแซ็ค ฮัดจาร์ (เรด บูล เรซซิ่ง) +1.598 อันดับคะแนนสะสมของนักแข่ง คิมี่ อันโตเนลลี่ (เมอร์เซเดส) : 179 คะแนน จอร์จ รัซเซลล์ (เมอร์เซเดส) : 154 คะแนน ลูอิส แฮมิลตัน (เฟอรารี่) : 147 คะแนน ชาร์ล เลอแคลร์ (เฟอรารี่) : 108 คะแนน ลันโด นอร์ริส (แมคลาเรน) : 97 คะแนน ========================= สนามที่ 8 : ออสเตรียน กรังด์ปรีซ์ 2026 ถ่ายทอดสดทางช่องbeIN SPORTS 1 (617) สนาม : เรด บลู ริง ประเทศออสเตรีย วันแข่งขัน : วันที่ 26-28 มิถุนายน 2569 ผลการแข่งขัน จอร์จ รัซเซลล์ (เมอร์เซเดส) เวลา 1:26:37.979 แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน (เรด บูล เรซซิ่ง) +1.611 คิมี่ อันโตเนลลี่ (เมอร์เซเดส) +1.986 ออสการ์ ปิอาสตรี (แมคลาเรน) +21.809 ลูอิส แฮมิลตัน (เฟอรารี่) +26.393 อันดับคะแนนสะสมของนักแข่ง คิมี่ อันโตเนลลี่ (เมอร์เซเดส) : 171 คะแนน จอร์จ รัซเซลล์ (เมอร์เซเดส) : 131 คะแนน ลูอิส แฮมิลตัน (เฟอรารี่) : 125 คะแนน ออสการ์ ปิอาสตรี (แมคลาเรน) : 80 คะแนน ลันโด นอร์ริส (แมคลาเรน) : 79 คะแนน ========================= สนามที่ 7 : บาร์เซโลน่า-กาตาลุญญ่า กรังด์ปรีซ์ ถ่ายทอดสดทางช่องbeIN SPORTS 1 (617) สนาม : เซอร์กิต เดอ บาร์เซโลน่า-กาตาลุญญ่า ประเทศสเปน วันแข่งขัน : วันที่ 12-14 มิถุนายน 2569 ผลการแข่งขัน ลูอิส แฮมิลตัน (เฟอรารี่) เวลา 1:32:28.105 จอร์จ รัซเซลล์ (เมอร์เซเดส) +19.561 ลันโด นอร์ริส (แมคลาเรน) +23.719 แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน (เรด บูล เรซซิ่ง) +40.497 ออสการ์ ปิอาสตรี (แมคลาเรน) +58.661 อันดับคะแนนสะสมของนักแข่ง คิมี่ อันโตเนลลี่ (เมอร์เซเดส) : 156 คะแนน ลูอิส แฮมิลตัน (เฟอรารี่) : 115 คะแนน จอร์จ รัซเซลล์ (เมอร์เซเดส) : 106 คะแนน ชาร์ล เลอแคลร์ (เฟอรารี่) : 75 คะแนน ลันโด นอร์ริส (แมคลาเรน) : 73 คะแนน ========================= สนามที่ 6 : โมนาโก กรังด์ปรีซ์ 2026 ถ่ายทอดสดทางช่องbeIN SPORTS 1 (617) สนาม : โมนาโก เซอร์กิต ประเทศโมนาโก วันแข่งขัน : วันที่ 5-7 มิถุนายน 2569 ผลการแข่งขัน คิมี่ อันโตเนลลี่ (เมอร์เซเดส) เวลา 2:23:31.243 ลูอิส แฮมิลตัน (เฟอรารี่) +6.271 ไอแซ็ค ฮัดจาร์ (เรด บูล เรซซิ่ง) +23.394 ออสการ์ ปิอาสตรี (แมคลาเรน) +24.261 เลียม ลอว์สัน (เรซซิ่ง บูลส์) +26.553 อันดับคะแนนสะสมของนักแข่ง คิมี่ อันโตเนลลี่ (เมอร์เซเดส) : 156 คะแนน ลูอิส แฮมิลตัน (เฟอรารี่) : 90 คะแนน จอร์จ รัซเซลล์ (เมอร์เซเดส) : 88 คะแนน ชาร์ล เลอแคลร์ (เฟอรารี่) : 75 คะแนน ออสการ์ ปิอาสตรี (แมคลาเรน) : 60 คะแนน ========================= สนามที่ 5 : แคนาดา กรังด์ปรีซ์ 2026 ถ่ายทอดสดทางช่องbeIN SPORTS 1 (617) สนาม : จิลส์ วิลเนิฟ เซอร์กิต เมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา วันแข่งขัน : วันที่ 22-25 พฤษภาคม 2569 ผลการแข่งขัน คิมี่ อันโตเนลลี่ (เมอร์เซเดส) เวลา 1:28:15.758 ลูอิส แฮมิลตัน (เฟอรารี่) +10.768 แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน (เรด บูล เรซซิ่ง) +11.276 ชาร์ล เลอแคลร์ (เฟอรารี่) +44.151 ไอแซ็ค ฮัดจาร์ (เรด บูล เรซซิ่ง) +1 Lap อันดับคะแนนสะสมของนักแข่ง คิมี่ อันโตเนลลี่ (เมอร์เซเดส) : 131 คะแนน จอร์จ รัซเซลล์ (เมอร์เซเดส) : 88 คะแนน ชาร์ล เลอแคลร์ (เฟอรารี่) : 75 คะแนน ลูอิส แฮมิลตัน (เฟอรารี่) : 72 คะแนน ลันโด นอร์ริส (แมคลาเรน) : 58 คะแนน ========================= สนามที่ 4 : ไมอามี่ กรังด์ปรีซ์ 2026 ถ่ายทอดสดทางช่องbeIN SPORTS 1 (617) สนาม : ไมอามี่ อินเตอร์เนชั่นแนล ออโต้โดรม ประเทศสหรัฐอเมริกา วันแข่งขัน : วันที่ 1-4 พฤษภาคม 2569 ผลการแข่งขัน คิมี่ อันโตเนลลี่ (เมอร์เซเดส) เวลา 1:33:19.273 ลันโด นอร์ริส (แมคลาเรน) +3.264 ออสการ์ ปิอาสตรี (แมคลาเรน) +27.092 จอร์จ รัซเซลล์ (เมอร์เซเดส) +43.051 แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน (เรด บูล เรซซิ่ง) +43.949 อันดับคะแนนสะสมของนักแข่ง คิมี่ อันโตเนลลี่ (เมอร์เซเดส) : 100 คะแนน จอร์จ รัซเซลล์ (เมอร์เซเดส) : 80 คะแนน ชาร์ล เลอแคลร์ (เฟอรารี่) : 59 คะแนน ลันโด นอร์ริส (แมคลาเรน) : 51 คะแนน ลูอิส แฮมิลตัน (เฟอรารี่) : 51 คะแนน ========================= สนามที่ 3 : เจแปนนิส กรังด์ปรีซ์ 2026 ถ่ายทอดสดทางช่องbeIN SPORTS 1 (617) สนาม : ซูซูกะ เซอร์กิต จังหวัดมิเอะ ประเทศญี่ปุ่น วันแข่งขัน : วันที่ 27-29 มีนาคม 2569 ผลการแข่งขัน คิมี่ อันโตเนลลี่ (เมอร์เซเดส) เวลา 1:28:03.403 ออสการ์ ปิอาสตรี (แมคลาเรน) +13.722 ชาร์ล เลอแคลร์ (เฟอรารี่) +15.27 จอร์จ รัซเซลล์ (เมอร์เซเดส) +15.754 ลันโด นอร์ริส (แมคลาเรน) +23.479 อันดับคะแนนสะสมของนักแข่ง จอร์จ รัซเซลล์ (เมอร์เซเดส) : 51 คะแนน คิมี่ อันโตเนลลี่ (เมอร์เซเดส) : 47 คะแนน ชาร์ล เลอแคลร์ (เฟอรารี่) : 34 คะแนน ลูอิส แฮมิลตัน (เฟอรารี่) : 33 คะแนน โอลิเวอร์ แบร์แมน (ฮาส) : 17 คะแนน ========================= สนามที่ 2 : ไชนีส กรังด์ปรีซ์ 2026 ถ่ายทอดสดทางช่องbeIN SPORTS 1 (617) สนาม : เซี่ยงไฮ้ ออดี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศจีน วันแข่งขัน : วันที่ 13-15 มีนาคม 2569 ผลการแข่งขัน คิมี่ อันโตเนลลี่ (เมอร์เซเดส) เวลา 1:33:15.607 จอร์จ รัซเซลล์ (เมอร์เซเดส) +5.515 ลูอิส แฮมิลตัน (เฟอรารี่) +25.267 ชาร์ล เลอแคลร์ (เฟอรารี่) +28.894 โอลิเวอร์ แบร์แมน (ฮาส) +57.268 อันดับคะแนนสะสมของนักแข่ง จอร์จ รัซเซลล์ (เมอร์เซเดส) : 33 คะแนน คิมี่ อันโตเนลลี่ (เมอร์เซเดส) : 22 คะแนน ชาร์ล เลอแคลร์ (เฟอรารี่) : 22 คะแนน ลูอิส แฮมิลตัน (เฟอรารี่) : 18 คะแนน ลันโด นอร์ริส (แมคลาเรน) : 15 คะแนน ========================= สนามที่ 1 : ออสเตรเลียน กรังด์ปรีซ์ ถ่ายทอดสดทางช่องbeIN SPORTS 1 (617) สนาม : อัลเบิร์ตพาร์ค กรังด์ปรีซ์ เซอร์กิต ประเทศออสเตรเลีย วันแข่งขัน : วันที่ 6-8 มีนาคม 2569 ผลการแข่งขัน จอร์จ รัซเซลล์ (เมอร์เซเดส) เวลา 1:23:06.801 คิมี่ อันโตเนลลี่ (เมอร์เซเดส) +2.974 ชาร์ล เลอแคลร์ (เฟอรารี่) +15.519 ลูอิส แฮมิลตัน (เฟอรารี่) +16.143 ลันโด นอร์ริส (แมคลาเรน) +51.741 อันดับคะแนนสะสมของนักแข่ง จอร์จ รัซเซลล์ (เมอร์เซเดส) : 25 คะแนน คิมี่ อันโตเนลลี่ (เมอร์เซเดส) : 18 คะแนน ชาร์ล เลอแคลร์ (เฟอรารี่) : 15 คะแนน ลูอิส แฮมิลตัน (เฟอรารี่) : 12 คะแนน ลันโด นอร์ริส (แมคลาเรน) : 10 คะแนน ==============================
กีฬาต่างประเทศ • 5 วันที่แล้ว
อ่าน
จัดหนัก!! เรอัล มาดริด ปิดดีลคว้า กูกูเรย่า เสริมเกมรับยุค มูรินโญ่
ฟาบริซิโอ โรมาโน่ นักข่าวฟุตบอลคนดัง รายงานว่า "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ทีมบิ๊กเนมแห่ง ลา ลีกา สเปน บรรลุข้อตกลงคว้าตัว มาร์ก กูกูเรย่า แบ็กซ้ายดีกรีทีมชาติสเปนของ เชลซี สโมสรดังจากแดนผู้ดี มาร่วมทีมเป็นที่เรียบร้อย รายงานระบุว่า เรอัล มาดริด สามารถเจรจาเงื่อนไขกับทาง เชลซี ได้ลงตัวอย่างรวดเร็ว โดยค่าตัวในการย้ายทีมครั้งนี้ของ กองหลังวัย 27 ปีชาวสเปน จะอยู่ประมาณ 50 ล้านยูโร หรือราวๆ 1,950 ล้านบาท รวมทั้งล่าสุด มาดริด ยังตกลงรายละเอียดส่วนตัวกับ กูกูเรย่า ได้แล้วเป็นที่เรียบร้อย ดีลนี้นับเป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนเนื่องจากก่อนหน้านี้ไม่เคยมีข่าวลือหลุดออกมาเลยว่า มาดริด กำลังเปิดเจรจากับ เชลซี โดยการเซ็นสัญญาคว้าตัว กูกูเรย่า มาร่วมทีมได้สำเร็จ ส่งผลให้ มาดริด ยุคใหม่ของ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมจอมเก๋าชาวโปรตุเกส น่าจะมีแนวรับที่แข็งแกร่งขึ้นพอสมควร ก่อนหน้านี้ กูกูเรย่า ตกเป็นข่าวมาโดยตลอดว่าอยากย้ายกลับ บาร์เซโลนา เพราะว่า เจ้าตัว เติบโตขึ้นมาจากอะคาเดมี่ของ "เจ้าบุญทุ่ม" แต่ว่าสุดท้ายกลายเป็นคู่ปรับตลอดกาล "ราชันชุดขาว" ที่สร้างเซอร์ไพรส์ปิดดีลคว้าตัว แนวรับทีมชาติสเปน ไปร่วมทีม
TNN ช่อง16 • 15 มิ.ย. 69
อ่าน
ปาร์ม่าว่าไง?! วิลล่า เล็งคว้า 'ซูซูกิ' นายประตูทีมชาติญี่ปุ่นเฝ้าเสา
มีรายงานว่า แอสตัน วิลล่า ได้ใส่ชื่อของ ไซออน ซูซูกิ ผู้รักษาประตูทีมชาติญี่ปุ่น ไว้ในรายชื่อนักเตะเป้าหมายเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ หาก เอมิเลียโน มาร์ติเนซ ย้ายออกไป เอมิเลียโน มาร์ติเนซ นายประตูวัย 33 ปี มีข่าวเชื่อมโยงอย่างหนักกับการย้ายออกจากถิ่น วิลล่า พาร์ค ในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยมีรายงานว่า ยูเวนตุส ยักษ์ใหญ่แห่งลีกอิตาลี กำลังอยู่ในระหว่างการเจรจาคว้าตัวเขามาร่วมทีม ฟาบริซิโอ โรมาโน่ นักข่าวชาวอิตาลี ระบุว่า แอสตัน วิลล่า กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตที่ไม่มี เอมิเลียโน มาร์ติเนซ จอมหนึบดีกรีแชมป์โลก และกำลังมองหาตัวเลือกใหม่ในตำแหน่งผู้รักษาประตู ไซออน ซูซูกิ นายทวารทีมชาติญี่ปุ่นของ ปาร์ม่า เป็นหนึ่งในสามรายชื่อที่ แอสตัน วิลล่า เล็งคว้าตัว หาก มาร์ติเนซ ตัดสินใจย้ายออกจากสโมสรในท้ายที่สุด โรมาโน่ เสริมอีกว่า แอสตัน วิลล่า ได้ส่งแมวมองติดตามดูฟอร์มของ ไซออน ซูซูกิ มานานหลายเดือนแล้ว ในขณะที่ผู้รักษาประตูวัย 23 ปีรายนี้กำลังเตรียมตัวที่จะลุยศึกฟุตบอลโลกครั้งแรกของเขากับทีมชาติญี่ปุ่น ข่าวที่เกี่ยวข้อง โปรแกรมบอลวันนี้ ตารางบอลวันนี้ พร้อมลิ้งก์ดูบอลสด สรุปผลบอล ผลบอลเมื่อคืน เช็กผลบอล ผลบอลสดวันนี้
กัลโช่ เซเรีย อา • 11 มิ.ย. 69
อ่าน
ปิดดีลเรียบร้อย! ‘เปเรซ’ ยืนยัน ราชันชุดขาว คว้าตัว ‘ดุมฟรีส์’ ร่วมทัพ
ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสร เรอัล มาดริด ได้ออกมายืนยันว่า ทีม ราชันชุดขาว ได้เสร็จสิ้นขั้นตอนการเซ็นสัญญาคว้าตัว เดนเซล ดุมฟรีส์ กองหลังชาวดัตช์มาร่วมทีมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดย ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการHorizonteโดยกล่าวว่า "เราได้เซ็นสัญญากับ เดนเซล ดุมฟรีส์ แล้ว" "ดีลคว้าตัว ดุมฟรีส์ เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ทีมได้เซ็นสัญญากับ โคนาเต้ และ มูรินโญ่ เรอัล มาดริด จ่ายค่าฉีกสัญญา 20 ล้านยูโร เพื่อดึงตัว เดนเซล ดุมฟรีส์ มาจาก อินเตอร์ มิลาน ซึ่งดาวเตะชาวดัตช์รายนี้มีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมกับทีม งูใหญ่ ด้วยการคว้าแชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา ฤดูกาล 2025/26 ข่าวที่เกี่ยวข้อง โปรแกรมบอลวันนี้ ตารางบอลวันนี้ พร้อมลิ้งก์ดูบอลสด สรุปผลบอล ผลบอลเมื่อคืน เช็กผลบอล ผลบอลสดวันนี้
ลาลีก้า • 5 มิ.ย. 69
ดูเพิ่มเติม