TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “#BMW” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ดู
BMW Millennium Auto ทุ่ม 350 ล้าน เปิดโชว์รูมใหม่ | ย่อโลกเศรษฐกิจ 4 ต.ค. 65
TNN ช่อง16 • 5 ต.ค. 65
ขับ BMW M4 G82 สนามช้างครั้งแรกในชีวิต มาพร้อมกับ "บทเรียนราคาแพง"
ขับ BMW M4 G82 สนามช้างครั้งแรกในชีวิต มาพร้อมกับ "บทเรียนราคาแพง" ที่มือใหม่หัดลงสนามทุกคนต้องรู้
ExtremeIT • 13 ก.ค. 69
ขับ BMW M4 G82 สนามช้างครั้งแรกในชีวิต มาพร้อมกับ "บทเรียนราคาแพง"
ขับ BMW M4 G82 สนามช้างครั้งแรกในชีวิต มาพร้อมกับ "บทเรียนราคาแพง" ที่มือใหม่หัดลงสนามทุกคนต้องรู้
ExtremeIT • 7 วันที่แล้ว
อ่าน
SCL ขายอะไหล่พรีเมียม ขึ้นแท่นฮับ BMW-MINI
#SCL #ทันหุ้น – SCL ติดปีกธุรกิจอะไหล่พรีเมียม รับแต่งตั้งเป็นศูนย์กลางจัดจำหน่ายอะไหล่แท้ BMW และ MINI ตอกย้ำศักยภาพการบริหารจัดการระดับมาตรฐานโลก ชูความแข็งแกร่งพอร์ตสินค้ากว่า 190,000 รายการ พร้อมเดินหน้าต่อยอดพันธมิตรนายสกล ตั้งก่อสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.เอส.ซี.แอล. มอเตอร์ พาร์ท (SCL) เปิดเผยว่า การได้รับแต่งตั้งในครั้งนี้สะท้อนถึงศักยภาพของบริษัทในการดำเนินงานตามมาตรฐานของ BMW Group ทั้งในด้านประสิทธิภาพการดำเนินงาน ระบบบริหารจัดการสินค้า และเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ โดย SCL มีความพร้อมในการทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางจัดจำหน่ายอะไหล่แท้ (Genuine Parts) สำหรับ BMW และ MINI เพื่อรองรับความต้องการของตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมที่ยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องสำหรับตลาดอะไหล่รถยนต์ในประเทศไทยยังมีศักยภาพเติบโตจากฐานรถยนต์สะสมที่อยู่ในระบบจำนวนมากกว่า 20 ล้านคัน โดยกลุ่มรถยุโรประดับพรีเมียมที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย และมาตรฐานของอะไหล่แท้ ส่งผลให้ความต้องการสินค้าในกลุ่ม Genuine Parts มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญของบริษัทในการขยายธุรกิจในระยะยาวทั้งนี้ SCL ดำเนินธุรกิจเป็นศูนย์รวมการจัดจำหน่ายอะไหล่รถยนต์แบบครบวงจร ครอบคลุมสินค้ามากกว่า 190,000 รายการ ทั้งอะไหล่แท้ (Genuine Parts) และอะไหล่ทดแทน (Replacement Parts) พร้อมระบบโลจิสติกส์และการบริหารคลังสินค้าที่มีประสิทธิภาพ รองรับการให้บริการลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุมทั่วประเทศ บริษัทพร้อมต่อยอดจุดแข็งผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก เพื่อขยายตลาดอะไหล่รถยนต์และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจในระยะยาว พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอะไหล่ยานยนต์ของประเทศไทย
ทันหุ้น • 3 เม.ย. 69
อ่าน
ชเนตตี ประเดิมอันดับ 4 ร่วม! เซยัง คิม นำเดี่ยวรอบแรก กอล์ฟ BMW เลดีส์
ชเนตตี วรรณแสน โปรจากไทยประเดิมรอบแรก บีเอ็มดับเบิลยู เลดีส์ แชมเปียนชิพ เมื่อ 16 ตุลาคม ที่ผ่านมา ในอันดับ 4ร่วม ส่วนผู้นำเป็นของ เซยัง คิม นักหวดเจ้าถิ่นที่โชว์ฟอร์มดี ไม่มีโบกี้เลย แอลพีจีเอ ทัวร์ บีเอ็มดับเบิลยู เลดีส์ แชมเปียนชิพ แข่งขันที่สนามไพน์ บีช กอล์ฟ ลิงค์ส ในแฮนัม-กุน, จอลลานัม-โด สาธารณรัฐเกาหลี วันที่ 16-19 ตุลาคม 2568 ชิงเงินรางวัลรวม 2.30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 75.4 ล้านบาท) เป็นรายการที่สองของเอเชีย สวิง ช่วงปลายฤดูกาล แข่งขันแบบสโตรกเพลย์ 72 หลุม ไม่มีตัดตัว มีนักกอล์ฟเข้าร่วมแข่งขัน 78คนสัปดาห์นี้ มีนักกอล์ฟไทยร่วมแข่งขันเพียงคนเดียว คือ พราว ชเนตตี วรรณแสน รายการนี้มีโปรจากไทย โปรพราว ชเนตตี ที่เริ่มรอบแรกด้วยการทำ9 เบอร์ดี้2 โบกี้ สกอร์รวม7 อันเดอร์พาร์65 เป็นอันดับ4 ร่วมเท่ากับ บรู๊ค แมทธิวส์ และ ริโอะ ทาเคดะ ตามหลัง เซยัง คิม ผู้นำ4 สโตรก โดยผู้เล่นเจ้าถิ่นทำ1 อีเกิ้ล8 เบอร์ดี้ สกอร์รวม10 อันเดอร์พาร์62 ถัดมาในอันดับ2 ฮโยจู คิม สกอร์รวม9 อันเดอร์พาร์63 และอันดับ3 ลินดี้ ดันแคน สกอร์รวม8 อันเดอร์พาร์64 ทั้งนี้ ชเนตตี วรรณแสน วัย 21 ปี มืออันดับ 43 ของโลกเจ้าของแชมป์อาชีพแอลพีจีเอ ทัวร์ 2 รายการ ลงเล่นรายการนี้เป็นครั้งที่ 3 โดยผลงานสองครั้งที่ผ่านมา จบเป็นอันดับ 73 เมื่อปี 2023 และอันดับ 3เมื่อปีที่แล้ว 📲สมัครและดูได้แล้ววันนี้NOW Sports 699 บาท/เดือน(2 จอ ดูได้ทุกอุปกรณ์) 📌สมัครเลยคลิก: https://truevisions-now.onelink.me/RQwi/3b0tcksx
ทรู วิชั่นส์ • 16 ต.ค. 68
อ่าน
BMW iX1 L SUV ไฟฟ้า 100% เปิดราคาไทย 2.499 ลบ. พร้อม New 2 Gran Coupé โฉมใหม่ 2.199 ลบ.
บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เปิดตัวรถยนต์ใหม่ 2 รุ่นที่พร้อมตอบสนองจังหวะชีวิตที่หลากหลาย ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู iX1 eDrive20L M Sport รถยนต์ประเภท SUV พลังงานไฟฟ้ารุ่นฐานล้อยาว และบีเอ็มดับเบิลยู 220 Gran Coupé M Sport Pro รุ่นล่าสุดของตระกูลซีรีส์ 2 ซึ่งเพิ่มสมรรถนะและเทคโนโลยีแบบรอบคัน BMW iX1 eDrive20L M Sport ใหม่ ราคา 2,499,000 บาทการปรับโฉมภายนอกและมิติตัวรถBMW iX1 eDrive20L M Sport ใหม่ ปรับแต่งการออกแบบภายนอกต่างจากบีเอ็มดับเบิลยู X1 ในรุ่นมาตรฐาน ได้กระจังหน้าแบบปิดโฉมใหม่ในทรงสามมิติ และไฟหน้า Adaptive LED ที่ทอดยาวไปยังด้านข้างของตัวรถ พร้อมชุดแต่ง M Sport ที่รวมถึงส่วนกรอบหน้าต่าง high-gloss Shadowline และล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้วในดีไซน์ Double-spoke Bicolourและเพิ่มพื้นที่ภายในตัวรถให้กว้างขึ้น ด้วยตัวรถที่ยาวขึ้นเป็น 4,616 มิลลิเมตร และฐานล้อยาว 2,800 มิลลิเมตร หรือเท่ากับตัวรถยาวกว่า X1 รุ่นมาตรฐาน 116 มิลลิเมตร และฐานล้อยาวขึ้น 110 มิลลิเมตร ส่งผลให้มีพื้นที่ภายในกว้างขึ้น 81 มิลลิเมตรสำหรับการวางขา และ 107 มิลลิเมตรที่ระดับเข่า สำหรับผู้โดยสารเบาะหลัง แบ่งสัดส่วนเป็น 3 ตอนแบบ 40:20:40 เช่นเดิม และสามารถพับลงได้เพื่อขยายพื้นที่เก็บสัมภาระจาก 490 ลิตรเป็น 1,600 ลิตรพละกำลังของรถระบบส่งกำลังแบบไฟฟ้าล้วน หรือเทคโนโลยี BMW eDrive เจเนอเรชันที่ 5 ให้มอเตอร์ไฟฟ้ากำลัง 150 กิโลวัตต์ / 204 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร เร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลา 8.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมงตัวรถติดตั้งแบตเตอรี่แรงดันสูงขนาด 66.5 kWh ระยะทางสูงสุด 402-433 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP รองรับการชาร์จระบบไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ที่กำลังไฟสูงสุด 130 กิโลวัตต์ ชาร์จแบตเตอรี่จาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลา 32 นาที และชาร์จไฟในระบบกระแสสลับ (AC) กำลังไฟสูงสุด 11 กิโลวัตต์ ให้สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 0% ถึง 100% ได้ในเวลา 6 ชั่วโมง 45 นาทีระบบและเทคโนโลยีภายในรถBMW iX1 L ยังคงระบบ Comfort Access 2.0 หรือการปลดล็อกรถเมื่อเจ้าของรถเดินเข้ามาใกล้ และล็อกรถอัตโนมัติเมื่อเดินออกห่างตัวรถ เช่นเดียวกับระบบ BMW Digital Key Plus ที่เปิดโอกาสให้เจ้าของรถใช้สมาร์ตโฟนแทนกุญแจรถ และปลดล็อกรถอัตโนมัติได้เพียงนำสมาร์ตโฟนเข้ามาใกล้ห้องโดยสารของบีเอ็มดับเบิลยู iX1 eDrive20L M Sport ใหม่ ปรับระบบเกียร์เป็นแบบแป้น ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ Driving Assistant Plus และ Parking Assistant Plus (รวมระบบกล้องมองรอบคัน Surround View) รองรับการอัปเกรดสู่ Parking Assistant Professional ที่เพิ่มความสามารถในการควบคุมการจอดรถได้ผ่านโทรศัพท์มือถือสมาร์ตโฟน และสามารถจดจำรูปแบบการจอดรถอัตโนมัติได้ถึง 10 แบบ รวมระยะทาง 600 เมตร และฟังก์ชั่นอื่นๆ ที่เลือกซื่อเพิ่มเติมได้ผ่าน BMW Connected Drive Storeนอกจากนี้ iX1 eDrive20L M Sport ยังมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ BMW Operating System 9 รุ่นล่าสุด ติดตั้งมาให้เป็นมาตรฐานควบคุมได้ผ่านหน้าจอ Control Display ขนาด 10.7 นิ้ว พร้อมด้วยแผงหน้าปัดดิจิทัลขนาด 10.25 นิ้ว และ BMW Head-Up Display พร้อมป้อนข้อมูลสำคัญให้ผู้ขับขี่ได้รับทราบโดยไม่ต้องละสายตาจากเส้นทางข้างหน้า ชุดเครื่องเสียงจาก Harman Kardonสีและวัสดุเบาะรถบีเอ็มดับเบิลยู iX1 eDrive20L M Sport ใหม่ เปิดขายในสีดำ Carbon Black Metallic, ขาว Mineral White Metallic และเทา Skyscraper Grey Metallic โดยทั้งสามสีมาพร้อมกับห้องโดยสารที่หุ้มเบาะด้วยวัสดุ Veganza แบบเจาะรูระบายอากาศในสีน้ำตาล Mocha โดยราคาที่ได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจ BSI Standard แล้ว BMW 220 Gran Coupé M Sport Pro ใหม่ ราคา 2,199,000 บาทการปรับเปลี่ยนโฉมและขุมกำลังรถBMW 220 Gran Coupé M Sport Pro รูปลักษณ์ใหม่ล่าสุด ยกระดับทั้งสมรรถนะและเทคโนโลยี กระจังหน้าที่กว้างขึ้น และยังติดตั้งระบบไฟ BMW Iconic Glow มาเป็นครั้งแรกในซีรีส์ 2 ไฟหน้าแบบ Adaptive LED มาในทรงทอดยาวออกด้านข้าง ห้องโดยสารแบบ 4 ประตูในแบบรถซีดาน ชุดแต่ง M Sport Pro กับชุดโคมไฟหน้า M Lights Shadowline และกรอบหน้าต่าง M high-gloss Shadowline ล้ออัลลอย M ขนาด 19 นิ้ว ดีไซน์ Y-spoke Bicolour พร้อมคาลิเปอร์เบรก M Sport สีแดงเงาแบบ 4 ลูกสูบห้องโดยสารของบีเอ็มดับเบิลยู 220 Gran Coupé M Sport Pro ใหม่ ยังให้หลังคากระจก Panorama Glass Roof เช่นเดียวกับโฉมก่อนหน้า ส่วนเบาะนั่งแบบสปอร์ตหุ้มด้วยวัสดุ Veganza ชุดแต่งภายในแบบ Illuminated ในโทนสีเทา-ดำ Aluminium Graphite ที่มาพร้อมไฟแต่งห้องโดยสารในตัว และตะเข็บบนพื้นผิวต่างๆ ในห้องโดยสารที่ใช้ด้ายสีแดง น้ำเงิน ขาว อันเป็นสีประจำตัวของบีเอ็มดับเบิลยู MBMW 220 Gran Coupé M Sport Pro ให้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo กำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์ / 204 แรงม้า ที่ 5,000-6,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตรที่รอบเครื่อง 1,450-4,500 รอบต่อนาที ทำงานผสานกับเกียร์ Steptronic คลัตช์คู่แบบ 7 สปีดอย่างลงตัว เร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลา 7.3 วินาที รองรับการเรียกใช้ฟังก์ชัน M Sport Boost ได้จากแป้นเปลี่ยนเกียร์บริเวณพวงมาลัย เพื่อเพิ่มแรงบิดสูงสุดแบบชั่วคราวได้ ช่วงล่างถุงลมแบบ Adaptive M ปรับตัวรับแรงกระแทกที่แตกต่างกันตามความถี่การสั่นสะเทือนของตัวรถภายในและสีรถผู้ขับขี่สามารถใช้งานฟังก์ชันต่างๆ ของตัวรถได้ครบครัน ผ่านชุดอุปกรณ์ BMW Live Cockpit Professional ที่รวมถึงการแสดงข้อมูลสำคัญบนหน้าจอ BMW Head-Up Display ติดตั้งระบบปฏิบัติการ BMW Operating System 9 รุ่นล่าสุด เป็นมาตรฐาน รองรับการเรียกใช้ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูงอย่าง Driving Assistant Plus และ Parking Assistant Plus รองรับฟังก์ชัน BMW Digital Key Plus อำนวยความสะดวกด้วยการเปลี่ยนสมาร์จโฟนให้เป็นกุญแจรถ หรือเลือกซื้ออัปเกรดความสามารถเพิ่มเติมผ่านทางระบบ BMW ConnectedDrive Storeบีเอ็มดับเบิลยู 220 Gran Coupé M Sport Pro ใหม่ มี 4 สี ได้แก่ ดำ Black Sapphire Metallic, ขาว Alpine White Solid, เทา Brooklyn Grey Metallic (จับคู่กับเบาะหุ้มวัสดุ Veganza แบบเจาะรูระบายอากาศ สีแดง Coral Red ตัดดำ) และน้ำเงิน Portimao Blue Metallic (พร้อมเบาะหุ้มวัสดุ Veganza แบบเจาะรูระบายอากาศ สีดำล้วน)
TNN ช่อง16 • 5 ก.ค. 68
อ่าน
BMW เปิดตัว Concept RR ซูเปอร์ไบค์เจเนอเรชันที่ 6 โฉมใหม่แห่งอนาคต
บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด (BMW Motorrad) สร้างความตื่นตะลึงในงานคอนคอร์โซ เดเลกานซา วิลลา เดสเต (Concorso d'Eleganza Villa d’Este) ด้วยการเปิดตัวคอนเซปต์ อาร์อาร์ (Concept RR) ซูเปอร์ไบค์แนวคิดเจเนอเรชันที่ 6 ที่แสดงวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของตระกูล M1000RR ซึ่งเคยพาท็อปรัค ราซกัตลิโอกลู (Toprak Razgatlıoğlu) คว้าแชมป์ WSBK ปี 2024แม้จะยังอยู่ในขั้นแนวคิด แต่คอนเซปต์ อาร์อาร์ (Concept RR) มาพร้อมดีไซน์ล้ำยุค โครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์สุดเฉียบ และใช้เครื่องยนต์ 4 สูบ เรียงที่ให้กำลังมากกว่า 230 แรงม้า ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแบบเดียวกับที่ใช้ใน M1000RR และ S1000RR รุ่นก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็นระบบควบคุมการยึดเกาะ, ควบคุมการยกล้อ, เบรกเครื่องยนต์ หรือโหมดขับขี่หลากหลายในด้านความเร็วคาดว่าคอนเซปต์ อาร์อาร์ (Concept RR) ทำความเร็วสูงสุดได้ 314 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเป็นไปได้ว่า คอนเซปต์ อาร์อาร์ จะสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ มากกว่า 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หากเข้าสู่สายการผลิตด้วยสเปกใกล้เคียงกับแนวคิดนี้ อย่างไรก็ตามตัวเลขดังกล่าวยังไม่ใช่ตัวเลขความเร็วสูงสุดอย่างเป็นทางการจุดเด่นที่แตกต่าง คือ การออกแบบที่ผสมผสานวัสดุอลูมิเนียมและคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมท้ายรถดีไซน์ใหม่ที่มีช่องระบายอากาศคล้ายกับ Yamaha R1 และ R6 ช่วยลดน้ำหนักและเพิ่มประสิทธิภาพแอโรไดนามิก โดยแม้ BMW จะยังไม่เปิดเผยน้ำหนักอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่ารุ่นนี้จะเบากว่ารุ่นปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ราว 193.5–197.3 กิโลกรัม บีเอ็มดับเบิลยู (BMW) ให้ความสำคัญกับแอโรไดนามิกเป็นพิเศษ โดยเน้นเสถียรภาพที่ความเร็วสูง, ความเร็วเข้าโค้งสูงสุด และแรงต้านอากาศต่ำสุด ภายใต้การพัฒนาในอุโมงค์ลม แนวคิดนี้มีการลดขนาดปีกหน้าให้ดูเรียบง่ายขึ้นกว่ารุ่น M1000RR ปัจจุบันที่มีปีกขนาดใหญ่เหมือนหนวดในแง่เครื่องยนต์ รุ่น M มีความได้เปรียบกว่าด้วยแรงม้า 214 แรงม้า อัตราส่วนกำลังอัดสูงถึง 14.5:1 คันเร่งใหญ่ขึ้น และวาล์วไทเทเนียม พร้อมยางหลังขนาด 200 มม. ต่างจากรุ่น S ที่ให้ 206 แรงม้า, อัตราส่วนอัด 13.3:1 และยางขนาด 190 มม.อย่างไรก็ตาม ทั้งสองรุ่นต่างใช้เบรกหน้า 4 ลูกสูบ, ระบบกันสะเทือนปรับได้เต็มรูปแบบ และมีเพียงความสูงเบาะที่ต่างกัน รุ่น M ยังมีตัวเลือกใช้ล้อคาร์บอน M Carbon ซึ่งช่วยลดน้ำหนักได้มาก ขณะที่รุ่น S ใช้ล้ออะลูมิเนียมหล่อ โดยสามารถอัปเกรดได้หากเพิ่มเงินราว 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 65,400 บาท“นี่คือครั้งแรกที่ BMW Motorrad เปิดเผยวิสัยทัศน์อนาคตของตระกูล RR อย่างชัดเจนที่สุด” มาร์คัส ฟลาช (Markus Flasch) หัวหน้า BMW Motorrad กล่าวในการแถลงข่าวแม้จะยังไม่มีรายละเอียดสเปกเชิงลึก แต่การเปิดตัวคอนเซปต์ อาร์อาร์ (Concept RR) คือ สัญญาณที่ชัดเจนว่า BMW กำลังยกระดับซูเปอร์ไบค์ของตนอีกขั้น และแฟน ๆ ต่างตั้งตารอว่าเมื่อใดแนวคิดนี้จะกลายเป็นรุ่นโปรดักชันจริงบนท้องถนน">
TNN ช่อง16 • 27 พ.ค. 68
ดู
ตลาดรถหรูไม่สะเทือน ยอดรถ BMW ป้ายแดง 8 เดือนพุ่ง l การตลาดเงินล้าน l 06-10-65
TNN ช่อง16 • 6 ต.ค. 65
ดู
ตลาดรถหรูไม่สะเทือน ยอดรถ BMW ป้ายแดง 8 เดือนพุ่ง-หมดปัญหารถติด! Lilium ทดสอบแท็กซี่บินพลังงานไฟฟ้า
TNN ช่อง16 • 6 ต.ค. 65
ดู
ตลาดรถหรูไม่สะเทือน ยอดรถ BMW ป้ายแดง 8 เดือนพุ่ง l การตลาดเงินล้าน l 06-10-65
TNN ช่อง16 • 6 ต.ค. 65
อ่าน
สรุปดรามา BMW พีช ชนลุงป้า “กัน จอมพลัง” ปะทะ “สป.สายไหม”
เหตุชนสะเทือนสังคม BMW พีชชนลุงป้าเจ็บสาหัสต้นเรื่องเกิดเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2568 ที่ถนนในพื้นที่ลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี นายสมิทธิพัฒน์ หลีนวรัตน์ หรือ “พีช” อายุ 28 ปี บุตรชายนายกฤษฎา หลีนวรัตน์หรือ “นายกเบี้ยว” อดีตนายกเทศมนตรีตำบลธัญบุรี ขับรถยนต์ BMW ป้ายแดงเฉี่ยวชนรถกระบะของนายประจักษ์ อายุ 65 ปี และนางสมศรี อายุ 64 ปีแรงปะทะทำให้รถกระบะเสียหลักพุ่งชนแบริเออร์ข้างทาง ส่งผลให้คุณลุงซี่โครงหัก 6 ซี่ กระดูกหน้าอกแตก และปอดช้ำ ต้องเข้ารักษาในห้อง ICU ขณะที่คุณป้ามีอาการช็อกทางจิตใจ นอนไม่หลับจากเหตุการณ์รุนแรงพีช ถูกแจ้งข้อหา ทั้งหมดจำนวน 4 ข้อหา ประกอบด้วยทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสทำให้เสียทรัพย์และ ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย กัน จอมพลัง ลงพื้นที่ เยี่ยมเหยื่อ-เรียกร้องความยุติธรรมหลังเกิดเหตุไม่นาน “กัน จอมพลัง” หรือ นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล พร้อมโพสต์ภาพและข้อมูลผ่านเฟซบุ๊กอย่างต่อเนื่องกันระบุว่าได้รับมอบอำนาจจากครอบครัวให้ติดตามคดีและเรียกร้องความยุติธรรมให้กับลุงป้า พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความเร็วในการดำเนินคดีและบทบาทของผู้มีอำนาจที่อาจแทรกแซงกระบวนการ“พีช” ยื่นขอโทษแต่ถูกปฏิเสธ ความไม่จริงใจคือประเด็นวันที่ 20 เมษายน 2568 “พีช” พร้อมบิดา “นายกเบี้ยว” และทีมงานเดินทางไปยังโรงพยาบาลบางปะกอก-รังสิต 2 พร้อมเงินสด 200,000 บาท และพวงมาลัย 2 พวง เพื่อขอโทษและแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไรก็ตาม ครอบครัวผู้บาดเจ็บ โดยเฉพาะลูกสาวของลุงป้า ปฏิเสธการเยี่ยมและการรับเงิน พร้อมระบุว่า “ไม่ได้รู้สึกถึงความจริงใจ” ในคำขอโทษ อีกทั้งยังมีการตั้งคำถามว่าทำไมเพิ่งมาเยี่ยมหลังเกิดเหตุหลายวันกัน จอมพลัง ถอยคนละก้าว หวังหาทางออกคดี BMWล่าสุด “กัน จอมพลัง” เปิดเผยหลังเข้าเยี่ยมลุงป้าที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถ BMW ชน ว่าตนพร้อมถอยคนละก้าว เพื่อเปิดโอกาสให้คู่กรณีแสดงความรับผิดชอบอย่างจริงใจและเป็นรูปธรรม โดยย้ำว่าตนไม่ต้องการสร้างความขัดแย้ง เพียงต้องการให้เรื่องนี้มีบทสรุปที่เป็นธรรมกับผู้บาดเจ็บ สป.สายไหม โพสต์เดือด! โต้ “กัน จอมพลัง” ปมอิทธิพลหลัง “กัน จอมพลัง” ลงพื้นที่ติดตามคดีลูกชาย “นายกเบี้ยว” ขับ BMW ชนลุงป้าบาดเจ็บ และเรียกร้องความยุติธรรมให้เหยื่อ ล่าสุดเพจ “สป.สายไหม” ออกมาโพสต์โต้กลับอย่างดุเดือด โดยกล่าวหาว่ากัน จอมพลัง แสดงบทบาทชี้นำการทำงานของตำรวจ พร้อมท้าให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของทั้งสองฝ่าย ชี้ “คนรอบข้างคุณก็ทำเว็บ ฟอกเงินทั้งนั้น”โดยฝ่ายสป.สายไหมย้ำว่าความยุติธรรมต้องมีให้ทั้งสองฝั่ง ไม่ใช่เลือกข้างหรือชี้นำสังคมเพียงด้านเดียว ขณะที่ฝ่าย “กัน จอมพลัง” ยังยืนยันความบริสุทธิ์ใจในการเรียกร้องสิทธิให้ผู้เสียหาย จุดนี้ทำให้คดี BMW กลายเป็นทั้งคดีความและสมรภูมิทางการเมืองบนโซเชียลพร้อมกัน.
TNN ช่อง16 • 20 เม.ย. 68
อ่าน
“นายกเบี้ยว” แจงลูกชายยังตกใจ ปม BMW ชนกระบะ ลั่นไม่คิดหนี
นายกเบี้ยว โฟนอิน “โหนกระแส” ยืนยันลูกชายไม่ได้หนี แต่ยังตกใจไม่กล้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บ ปมขับ BMW ชนกระบะ เผยเตรียมรับผิดทุกอย่างวันที่ 17 เมษายน 2568 นายกฤษฎา หลีนวรัตน์ หรือ “นายกเบี้ยว” นายกเทศมนตรีตำบลธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี โทรศัพท์ชี้แจงผ่านรายการ “โหนกระแส” ถึงกรณีลูกชาย นายสมิทธิพัฒน์ หลีนวรัตน์ หรือ “น้องพีช” ขับรถยนต์ BMW ป้ายแดงชนกับรถกระบะ บริเวณมอเตอร์เวย์ช่วงรังสิต-นครนายก จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ นายกเบี้ยวเปิดเผยว่า ลูกชายยังอยู่ในอาการตกใจกลัวอย่างหนัก จึงยังไม่กล้าเดินทางไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บ แต่แสดงความห่วงใยอย่างมาก พร้อมฝากให้พ่อดูแล “คุณลุง-คุณป้า” ซึ่งเป็นผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ ขออย่าให้มีใครเป็นอะไร เพราะลูกชายรู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นนายกเบี้ยว ยืนยันว่า เป็นการกระทำโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพราะลูกชายยังอายุไม่มาก และไม่มีเจตนาคุกคามจริงจัง พร้อมขอโทษสื่อมวลชนและสังคมแทนลูกชายด้วย สำหรับข้อสงสัยเรื่องการหลบหนี นายกเบี้ยวระบุว่า หลังเกิดเหตุลูกชายอยู่ในอาการสับสนและตัดสินใจปิดโทรศัพท์หนีข่าว แต่ไม่ได้มีเจตนาหลบหนีหรือทำลายหลักฐานแต่อย่างใด โดยเพิ่งตามตัวพบเมื่อคืนก่อนและพากลับบ้านแล้วด้านความคืบหน้าทางคดี ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยตำรวจทางหลวงเปิดเผยว่าป้ายแดงของรถ BMW ที่พีชใช้ขับขี่ไม่พบในระบบทะเบียน ขณะที่ใบอนุญาตขับขี่ของพีชหมดอายุไปตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งอาจมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในเร็ว ๆ นี้
TNN ช่อง16 • 18 เม.ย. 68
อ่าน
สรุปดรามา BMW ปาดหน้ากระบะเดือดกลางถนน สังคมออนไลน์ลุกเป็นไฟ!
ดรามา BMW ปาดหน้ากระบะ ลุงป้าวัยเกษียณเจอพฤติกรรมกร่าง ลูกผู้เสียหายวอนขอความเป็นธรรมกลายเป็นเหตุการณ์ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้ดซเชียลพสต์คลิปเหตุการณ์ "ขับรถปาดหน้ากันบนมอเตอร์เวย์" ซึ่งเกิดขึ้นบริเวณถนนกาญจนาภิเษก (ทล.พ.9) กม.23 + 400 มุ่งหน้าบางปะอิน ต.รังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี"> เหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับรถ 2 คัน ได้แก่- รถกระบะอีซูซุ สีดำ ขับโดย ชายวัยเกษียณอายุ 65 ปี มีภรรยา อายุ 64 ปี โดยสารมาด้วย- รถเก๋ง BMW สีขาว ป้ายแดง เป็นชายหนุ่มอายุ 28 ปี ซึ่งมีข้อมูลว่าเป็นลูกชายนักการเมืองชื่อดังBMW อ้างกระบะขับปาดก่อนจนชนแบริเออร์- ฝ่ายรถเก๋ง BMW อ้างว่า เรื่องดังกล่าวเริ่มต้นจากการที่รถกระบะสีดำ ขับปาดหน้ารถ BMW ทำให้รถ BMW ต้องหักหลบไปชนแบริเออร์- หลังจากนั้นรถ BMW ได้ขับจี้ท้ายกระบะจนเสียหลักพุ่งชน ซึ่งชายหนุ่มได้ลงจากรถและยืนชี้หน้าด่าทอคู่กรณี โดยไม่สนใจว่าฝ่ายผู้สูงอายุจะได้รับบาดเจ็บซี่โครงหัก ตามคลิปที่ปรากฏบนโซเชียล"> อีกมุมจากลูกสาวผู้บาดเจ็บ พ่อลดกระจกไหว้ขอโทษแล้ว- ลูกสาวของผู้เสียหาย ออกมาเปิดใจในภายหลังว่า พ่อของเธอไม่เห็นว่าตนเองขับปาดหน้า และไม่ได้ใช้ความเร็ว เป็นเพียงการขับปกติ หลังเกิดเหตุพ่อแม่มีอาการตกใจ และเนื่องจากเป็นผู้สูงวัย จึงไม่กล้าลงจากรถ ได้แต่ลดกระจกพร้อมยกมือไหว้ขอโทษเธอแสดงความกังวลใจอย่างมาก เนื่องจากคู่กรณีเป็นลูกนักการเมืองชื่อดัง จึงเกรงว่าจะไม่ได้รับความยุติธรรม พร้อมวิงวอนให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติช่วยดูแลคดีนี้อย่างเป็นกลาง ขณะที่ ลูกชายของผู้เสียหาย เดินทางมาจากลำปางทันทีเมื่อทราบข่าว และระบุว่า ทางฝั่งพ่อของคู่กรณีได้กล่าวว่าจะเยียวยา หากลูกชายตนผิดจริง แต่ยังไม่มีการตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรกัน จอมพลัง ต้องยื่นมือช่วยเหลือ- ด้านเพจดัง กัน จอมพลัง เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีที่อยู่ในเหตุการณ์ ไม่ใช่จากครอบครัวผู้เสียหายโดยตรง จึงประสานตำรวจเพื่อเร่งหาข้อเท็จจริง และเตรียมพาครอบครัวผู้เสียหายไปแจ้งความที่ สภ.ลำลูกกา เพื่อดำเนินการตามกฎหมายสรุปเสียงโซเชียลคิดอย่างไร BMW ปาดหน้ากระบะเหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นอุบัติเหตุบนท้องถนน แต่ยังสะท้อนปัญหาการใช้อำนาจ ความเหลื่อมล้ำ และความรู้สึกไม่ปลอดภัยของประชาชนทั่วไปที่ต้องเผชิญกับพฤติกรรมของผู้มีอิทธิพลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้.
TNN ช่อง16 • 18 เม.ย. 68
อ่าน
วิเคราะห์เหตุ BMW-กระบะบนทางด่วน บทเรียนมารยาทจราจรและวัฒนธรรมร่วมถนน
อุบัติเหตุ BMW ป้ายแดงชนกระบะ กลายเป็นบทเรียนสังคมเรื่องวัฒนธรรมขับรถ ความเคารพกันบนถนน และสติในภาวะอารมณ์ร้อนที่อาจนำสู่เหตุไม่คาดคิดถนนไม่ใช่สนามอารมณ์ ขับรถอย่างไรให้ไม่ชนใจคนอื่นจากเหตุการณ์ที่กลายเป็นกระแสสังคม กรณีรถยนต์ BMW ป้ายแดงเฉี่ยวชนกับรถกระบะบนทางหลวงกาญจนาภิเษก เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2568 แม้ตำรวจจะอยู่ระหว่างการสอบสวนอย่างเป็นทางการ แต่ในเชิงสังคม เหตุการณ์นี้ได้เปิดบทสนทนาว่า เราอยู่ร่วมกันบนถนนด้วยความเคารพกันเพียงพอหรือยัง? อุบัติเหตุที่เริ่มต้นจาก "อารมณ์"จากคลิปเหตุการณ์และคำให้การเบื้องต้น พบว่าทั้งสองฝ่ายมีจังหวะขับขี่ที่นำไปสู่การปะทะ ทั้งการเบรกกะทันหัน การขับประกบ และการเฉี่ยวชน แม้ไม่ได้ชัดเจนว่าฝ่ายใดเริ่มก่อน แต่สิ่งที่เห็นชัดคือ “อารมณ์” เข้ามามีบทบาทเกินกว่าความปลอดภัยในระบบขนส่งที่เร่งรีบของเมืองใหญ่ การปล่อยให้อารมณ์นำทางแทนสติ คือช่องว่างที่นำไปสู่อุบัติเหตุโดยไม่จำเป็น การ “ขับตามไปคุย” หรือ “แสดงความไม่พอใจบนถนน” ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นพฤติกรรมที่สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของการเรียนรู้เรื่องมารยาทและวินัยจราจรในสังคมไทยความรับผิดชอบร่วม จุดเริ่มของการลดอุบัติเหตุแม้การสอบสวนจะยังไม่สิ้นสุด แต่ท่าทีของครอบครัวผู้ขับรถ BMW ที่เดินทางมาเยี่ยมผู้บาดเจ็บในโรงพยาบาล เป็นสิ่งที่สังคมควรให้ความสำคัญ เพราะเป็นการแสดงความรับผิดชอบในฐานะเพื่อนร่วมถนน ไม่ว่าผลสอบจะชี้ไปในทางใดก็ตามนี่คือสิ่งที่ควรเกิดกับทุกเหตุการณ์ ไม่ว่าจะเป็นรถหรูหรือรถธรรมดา เพราะหัวใจของการอยู่ร่วมกันในสังคม ไม่ได้อยู่ที่ว่า “ใครถูกตามกฎหมาย” เท่านั้น แต่อยู่ที่ “ใครมีความเป็นมนุษย์” พอจะเห็นใจผู้ร่วมถนนด้วยกัน สังคมที่ต้องการ 'วีรบุรุษบนถนน'ในบางครั้ง ความเร็ว ความกล้า หรือความมั่นใจหลังพวงมาลัย อาจทำให้ผู้ขับรู้สึกควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมด แต่ในความเป็นจริง ถนนไม่ใช่พื้นที่ของใครคนใดคนหนึ่ง หากคือพื้นที่ส่วนรวมที่ทุกชีวิตต้องใช้ร่วมกันเมื่อเหตุไม่คาดคิดเกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาที สิ่งที่ช่วยป้องกันไม่ใช่เทคนิคการขับขั้นสูง หรือรถยนต์สมรรถนะดี แต่คือ “สติ” และ “การยอมถอย” ในจังหวะที่ไม่ควรผลักให้สถานการณ์ร้อนแรงยิ่งขึ้นเพราะบนถนน เราต่างมีจุดหมายที่ไม่ต่างกัน — ไม่ใช่เพื่อแสดงตัวตน แต่เพื่อไปให้ถึงอย่างปลอดภัย และกลับบ้านได้ครบถ้วนดังนั้น การสร้างวัฒนธรรมแห่งความอดทนและมารยาทจราจร จึงไม่ใช่ภารกิจของตำรวจจราจรหรือโรงเรียนสอนขับรถเท่านั้น แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคน ที่ควรเริ่มต้นตั้งแต่ในครอบครัว ขยายไปยังโรงเรียน ชุมชน และถนนทุกสายที่เราใช้ร่วมกันเมื่อเราเคารพกันมากขึ้น ท้องถนนก็จะอุ่นใจมากขึ้น — ไม่ใช่แค่ปลอดภัย แต่เป็นพื้นที่ที่มนุษย์เห็นค่าของกันและกัน
TNN ช่อง16 • 18 เม.ย. 68
อ่าน
BMW เปิดตัวระบบ iDrive หน้าจอสัมผัสแบบพาโนรามาพร้อมระบบช่วยเหลือ AI
ในงาน CES 2025 ที่จัดขึ้นในเมืองลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา บริษัท BMW ได้เผยโฉมระบบ iDrive แบบพาโนรามาแสดงผลรอบทิศทาง ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีภายในรถยนต์จากค่าย BMWระบบนี้มาพร้อมหน้าจอสัมผัสดีไซน์ใหม่ หน้าจอแสดงผลแบบเฮดอัพที่ครอบคลุมกระจกบังลม และระบบช่วยเหลือปัญญาประดิษฐ์ AI ที่ขับเคลื่อนด้วยโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) โดยบริษัท BMW ยืนยันว่าเทคโนโลยีนี้จะกลายเป็นมาตรฐานสำหรับรถยนต์ BMW รุ่นใหม่ทั้งหมดในอนาคตหน้าจอสัมผัสถูกออกแบบให้มีดีไซน์แปลกตา ด้วยรูปทรงสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนที่ดูโดดเด่น หน้าจอเอียงเล็กน้อยเข้าหาผู้ขับขี่ เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน ซอฟต์แวร์ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบ BMW Operating System X ผสานคำสั่งด้วยเสียงและหน้าจอสัมผัสเข้าไว้ด้วยกัน สร้างอินเทอร์เฟซที่ทั้งทันสมัย และรองรับการใช้งานที่ง่าย พร้อมรับยังรองรับ Android Auto และ Apple CarPlay ฟีเจอร์ใหม่ Panorama Visionจุดเด่นของระบบหน้าจอแสดงผลแบบพาโนรามา (Panorama Vision) ครอบคลุมความกว้างของกระจกบังลมส่วนล่าง โดยสามารถแสดงข้อมูลสำคัญ เช่น ความเร็ว คำเตือน และวิดเจ็ตแบบปรับแต่งได้ถึง 6 ชุด แสดงสภาพอากาศและการนำทางแบบเรียลไทม์ สำหรับการใช้งานในแสงแดดจ้า BMW ใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ที่เพิ่มความคมชัด ทำให้มองเห็นได้อย่างชัดเจนนอกจากนี้ ระบบเฮดอัพดิสเพลย์ (HUD) รุ่นใหม่ยังช่วยแสดงข้อมูลนำทางแบบ 3 มิติ ให้ผู้ขับขี่ได้รับข้อมูลจากทั้งหน้าจอสัมผัส จอพาโนรามา (Panorama Vision) และเฮดอัพดิสเพลย์ (HUD) ได้พร้อมกันปัญญาประดิษฐ์ AI อัจฉริยะ และการนำทางสุดล้ำระบบปัญญาประดิษฐ์ AI ในรถยนต์รุ่นใหม่ช่วยเพิ่มประสบการณ์ผู้ใช้งานได้อย่างน่าประทับใจ แม้จะอยู่ในช่วงการสาธิต แต่ระบบก็สามารถค้นหาข้อมูลเชิงลึก เช่น ชายหาดที่ดีที่สุด พร้อมนำทางไปยังจุดหมายได้ทันที อีกทั้งยังมีฟีเจอร์อัตโนมัติ เช่น การแนะนำโหมดการขับขี่สปอร์ตเมื่อออกนอกเมืองบริษัท BMW ประกาศว่าระบบ iDrive แบบพาโนรามาจะเปิดตัวพร้อมกับรถยนต์รุ่น Neue Klasse ในปลายปีนี้ และจะกลายเป็นมาตรฐานในรถยนต์ BMW รุ่นใหม่ทั้งหมด การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ยังส่งสัญญาณถึงจุดจบของตัวควบคุมแบบหมุน iDrive อันเป็นเอกลักษณ์เดิมที่ถูกลดบทบาทลงอย่างเห็นได้ชัดข้อมูลการใช้งานแสดงให้เห็นว่าผู้ขับขี่แทบไม่แตะต้องตัวควบคุมแบบเดิมเลย สเตฟาน ดูรัค (Stephan Durach) รองประธานอาวุโสฝ่ายปฏิบัติการเทคนิคกล่าว พร้อมเสริมว่า ถึงเวลาแล้วที่เราจะเดินหน้าสู่อนาคตระบบ iDrive แบบพาโนรามาของ BMW ไม่เพียงแต่เพิ่มความสะดวกสบาย แต่ยังมอบประสบการณ์ดิจิทัลที่ไร้รอยต่อ เป็นการปูทางสู่ยุคใหม่ของนวัตกรรมภายในรถยนต์ที่ยากจะหาใครเทียบได้ที่มาของข้อมูลEngadgetที่มาของรูปภาพ BMW Groupที่มาของข้อมูล https://www.engadget.com/transportation/ces-2025-bmws-vision-spanning-panoramic-idrive-will-make-sure-you-never-miss-another-navigation-prompt-192022046.html
TNN ช่อง16 • 12 ม.ค. 68
อ่าน
BMW ทดสอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ทำงานในสายการผลิต
บริษัทผู้ผลิตยานยนต์ชื่อดัง บีเอ็มดับเบิลยู (BMW) กำลังทดสอบการใช้งานหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ หรือหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ เพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิต โดยพบว่าสามารถใช้ประกอบชิ้นส่วนโลหะสำหรับโครงรถได้สำเร็จบริษัทได้ทดสอบการใช้งานหุ่นยนต์ ที่โรงงานในเมือง สปาร์ตันเบิร์ก (Spartanburg) รัฐเซาท์แคโรไลนา ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยหุ่นยนต์ที่นำไปใช้ทำงานมีชื่อว่า ฟิกเกอร์ ศูนย์สอง (Figure 02) พัฒนาโดยบริษัทด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ฟิกเกอร์ (Figure) จากรัฐแคลิฟอร์เนียฟิกเกอร์ ศูนย์สอง (Figure 02) เป็นหนึ่งในหุ่นยนต์ที่ทันสมัยที่สุดในตลาด ซึ่งออกแบบมาเพื่อทำงานที่ซับซ้อนด้วยความแม่นยำ โดยมีลักษณะการเคลื่อนที่ด้วยสองเท้า มีมือหุ่นยนต์ ที่เลียนแบบความแข็งแกร่งของมือมนุษย์ ติดตั้งกล้องและเซ็นเซอร์ พร้อมแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงสำหรับความสูงอยู่ที่ 167.6 เซนติเมตร น้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 70 กิโลกรัม เดินได้ด้วยความเร็ว 1.2 เมตร ต่อวินาที พร้อมด้วยระบบการทรงตัวที่ยอดเยี่ยม รักษาสมดุลของตัวเองได้แบบอัตโนมัติ รองรับการยกสิ่งของน้ำหนัก 20 กิโลกรัม ทำงานต่อเนื่องได้ 5 ชั่วโมง ต่อการชาร์จพลังงานไฟฟ้า 1 ครั้งส่วนจุดเด่นของหุ่นยนต์ อยู่ตรงบริเวณส่วนเท้าที่รองรับการเคลื่อนไหวได้อิสระ 16 องศา ซึ่งยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการเคลื่อนที่ได้ดียิ่งขึ้น ปัจจุบันคาดว่าหุ่นยนต์ฟิกเกอร์ 02 ถูกพัฒนาขึ้นมาแล้วอย่างน้อย 7 - 8 ตัวด้วยกันทั้งนี้บริษัทผู้พัฒนาหุ่นยนต์กล่าวว่า ปัจจุบันได้มีการใช้งานหุ่นยนต์ในการทำหน้าที่ต่าง ๆ มากกว่า 1,000 ตำแหน่งต่อวัน เพื่อทำให้หุ่นยนต์สามารถรวบรวมข้อมูล และปรับปรุงโมเดล AI เพื่อใช้ในการทำงานได้ดียิ่งขึ้นโดยบริษัทผู้พัฒนาหุ่นยนต์หวังว่าในอนาคต หุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ตัวนี้ จะค่อย ๆ เพิ่มความสามารถที่ชาญฉลาด เพื่อขยายการใช้งานจากอุตสาหกรรมต่าง ๆ ไปสู่การใช้งานในครัวเรือนที่ใกล้ชิดกับมนุษย์มากยิ่งขึ้นที่มาข้อมูล Marca, Analyticsindiamagที่มารูปภาพ Marca
TNN ช่อง16 • 27 พ.ย. 67
อ่าน
WHAUP ปิดดีล“Solar Rooftop” ขนาด 1.5 MW กับ BMW
#WHAUP #ทันหุ้น-WHAUP ประกาศปิดดีล บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ระดับชั้นนำของโลก ล่าสุดคว้างานติดตั้ง Solar Rooftop ในรูปแบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว (PPA) ขนาดพื้นที่หลังคา 12,000 ตร.ม. หรือคิดเป็นกำลังการผลิตไฟฟ้า 1.5 MW นายสมเกียรติ เมสันธสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP เปิดเผยว่า ล่าสุด WHAUP ร่วมลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ระดับชั้นนำของโลก เพื่อดำเนินการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้า พลังงานจากแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) โดยมีขนาดการผลิตไฟฟ้า 1.5 MW บนพื้นที่หลังคา 12,000 ตารางเมตร ภายใต้เม็ดเงินลงทุน 40 ล้านบาท สำหรับโครงการดังกล่าวเป็นการดำเนินการด้านพลังงานหมุนเวียนที่อยู่ภายนอกนิคมอุตสาหกรรมของ WHA Group อีกหนึ่งโปรเจกต์ที่ตอกย้ำความเชี่ยวชาญของ WHAUP ในธุรกิจพลังงานสะอาดผ่านการพัฒนานวัตกรรมและโซลูชันด้านพลังงานใหม่ ๆ สอดคล้องกับพันธกิจของ WHA Group หรือ WHA: WE SHAPE THE FUTURE เพื่อสร้างโอกาสสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน นายสมเกียรติกล่าวเพิ่มเติมว่า WHAUP มีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเลือกจาก BMW ซึ่งเป็นบริษัทที่มีมาตรฐานการคัดเลือกคุณภาพและการติดตั้งที่สูงมาก ที่ได้รับความไว้วางใจในครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำว่าระบบการติดตั้งของ WHAUP อยู่ในระดับมาตรฐานโลก ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจของต่อไปในอนาคต ความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นการต่อยอดธุรกิจด้านพลังงานทางเลือกและพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถตอบโจทย์การเพิ่มคุณค่าทางธุรกิจ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของ WHA GROUP ที่จะช่วยส่งเสริมและขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผ่านการใช้เทคโนโลยีของ WHAUP ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ดังนั้นด้วยทีมงานที่มีประสบการณ์ยาวนานจะช่วยเพิ่มศักยภาพ และยกระดับภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่ระดับสากลมากขึ้น ด้าน มร. เอริค รูเก้ กรรมการผู้จัดการ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เปิดเผยว่า โดยส่วนตัวรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) มีขนาดการผลิตไฟฟ้า 1.5 MW บนพื้นที่หลังคา 12,000 ตารางเมตร ตอบสนองต่อนโยบายของบริษัทในการพัฒนาการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนให้ต่ำลง ทั้งนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เล็งเห็นถึงความสำคัญของการติดตั้ง Solar Rooftop นอกจากจะช่วยลดต้นทุนด้านการใช้พลังงานไฟฟ้าของบริษัทตลอดอายุการใช้งานแล้ว ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2 Offset) สู่ชั้นบรรยากาศได้มากกว่า 12,000 ตัน ตามนโยบายรักษ์โลก ลดโลกร้อน และลดการเกิดภาวะเรือนกระจกได้อีกด้วย
ทันหุ้น • 27 ก.ย. 67
อ่าน
BMW ทดสอบติดตั้งกังหันลมไร้ใบพัด ผลิตไฟฟ้าเป็นครั้งแรกในอังกฤษ
บีเอ็มดับเบิลยู (BMW หรือ เบย์เอ็มเวย์ ตามการออกเสียงแบบภาษาเยอรมัน) ผู้ผลิตรถยนต์ชื่อดัง ทดสอบติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากกังหันลมแบบไร้ใบพัดเป็นครั้งแรกในโรงงานของ มินิ (MINI) แบรนด์รถยนต์ในเครือของ BMW ที่เมืองออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ โดยเลือกใช้ระบบจากบริษัท เอโรไมน์ (Aeromine) สตาร์ตอัปด้านพลังงานลมจากสหรัฐอเมริกาข้อมูลกังหันลมไร้ใบพัดที่จะใช้กับโรงงาน BMWระบบดังกล่าวจะติดตั้งบนดาดฟ้าของโรงงานของมินิ ในเมืองออกซ์ฟอร์ด ตัวกังหันลมมีความสูงประมาณ 3 เมตร มีส่วนแกนกลางที่ซ่อนใบพัดด้านใน ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 91 เซนติเมตร รับลมผ่านช่องที่มีแผ่นรับลมขนาดใหญ่ คล้ายสปอยเลอร์ (Spoiler)ที่ติดส่วนหลังของรถยนต์จำนวน 3 แผ่น เรียงตัวในแนวตั้งตามแนวช่องลมโดยการทำงานของกังหันลมแบบไร้ใบพัด จะใช้แผ่นรับลม สร้างความแตกต่างของแรงกดอากาศระหว่างอากาศที่ไหลผ่านระบบกังหันลมกับอากาศภายนอก จนเกิดเป็นกระแสลมเพื่อหมุนผ่านภายในแกนที่เป็นใบพัดด้านในอีกชั้น และหมุนปั่นแกนจนเกิดเป็นกระแสไฟฟ้าป้อนเข้าสู่ระบบต่อไปทั้งนี้ Aeromine มีจุดเด่นที่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ต่อเนื่อง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างกระแสลมซึ่งมีส่วนช่วยในการระบายอากาศทางอ้อม และยังมีต้นทุนการบำรุงรักษาที่ต่ำเมื่อเทียบกับกังหันลมทั่วไป รวมถึงมีความเรียบง่าย สามารถติดตั้งกับดาดฟ้า หรือหลังคาของอาคาร พร้อมจ่ายกระแสไฟฟ้าร่วมกับระบบไฟฟ้าภายในอาคาร และระบบผลิตพลังงานหมุนเวียนที่มีอยู่เดิมได้ด้วยเช่นกันเป้าหมายของ BMW ในการติดตั้งกังหันลมไร้ใบพัดจากข้อมูลในปี 2022 ตามการรายงานของ TNN Tech ทาง Aeormine ระบุว่ากังหันลมแบบใหม่นี้ มีประสิทธิภาพมากกว่าการผลิตกระแสไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ร้อยละ 50 หรืออยู่ที่ประมาณ 5 กิโลวัตต์ ต่อ 1 เครื่อง ซึ่งคิดเป็น แผงโซลาร์เซลล์ 21 แผง หากต้องการผลิตกระแสไฟฟ้าในปริมาณที่เท่ากันอย่างไรก็ตาม การติดตั้งทดสอบดังกล่าวทาง BMW Group ไม่ได้ระบุจำนวนกังหันลมที่ติดตั้งทดสอบไว้ แต่เป้าหมายหลักคือการเสริมสัดส่วนการผลิตพลังงานหมุนเวียนในโรงงานที่ออกซ์ฟอร์ด เนื่องจากในปัจจุบันโรงงานแห่งนี้มีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์รวมกว่า 11,000 แผง หรือคิดเป็นพื้นที่ 5 สนามฟุตบอลมาตรฐานด้วยเหตุนี้ การทดสอบระบบใหม่ร่วมกับ Aeromine จึงเน้นไปที่การเสริมกำลังการผลิตไฟฟ้าในช่วงกลางคืนและฤดูหนาวของอังกฤษที่มีแสงน้อย เพื่อให้ BMW สามารถบรรลุเป้าหมายของบริษัทในการลดการปล่อยคาร์บอนในปี 2030 ได้ดียิ่งขึ้นข้อมูลจาก Interesting Engineeringภาพจาก BMW Group
TNN ช่อง16 • 6 ก.ย. 67
อ่าน
หุ่นยนต์ “Figure 01” โชว์ฝึกประกอบชิ้นส่วนรถ เตรียมเข้าโรงงาน BMW
อนาคตของแรงงานหุ่นยนต์ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป อย่างที่เห็นอยู่นี้คือคลิปความสามารถล่าสุดของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ หรือหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ ฟิกเกอร์ ศูนย์หนึ่ง (Figure 01) ที่ตอนนี้โชว์ความสามารถในการฝึกประกอบชิ้นส่วนรถยนตร์ เตรียมทำงานจริงในโรงงานผลิตของแบรนด์รถยนต์ชื่อดังอย่าง BMWภาพจาก Figureโดยจากคลิปวิดีโอจะแสดงให้เห็นการสาธิตการทำงานองหุ่นยนต์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น เช่น การหยิบจับสิ่งของที่ทำมากกว่าแค่การยกแล้ววาง แต่ยังต้องใช้การจัดเรียง เพื่อให้ชิ้นส่วนนั้นวางเชื่อมต่อกันได้คล้ายกับการต่อจิ๊กซอว์ ซึ่งจากภาพก็จะเห็นได้ว่าหุ่นยนต์สามารถทำได้เป็นอย่างดีอย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าวิดีโอนี้จะระบุชื่อของโรงงานผลิตของ BMW ในรัฐเซาท์แคโรไลนา ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ก็ยังไม่ได้มีการเปิดเผยออกมาว่าทางแบรนด์รถยนต์จะใช้หุ่นยนต์ทำงานเต็มรูปแบบเมื่อใด รวมถึงหุ่นยนต์จะถูกนำไปใช้งานจำนวนเท่าใด หรือทำงานแบบใดบ้างภาพจาก Figureสำหรับหุ่นยนต์ ฟิกเกอร์ ศูนย์หนึ่ง (Figure 01) เป็นหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ที่มีความสูงราว 170 เซนติเมตร หนัก 60 กิโลกรัม สามารถรับน้ำหนักสิ่งของสูงสุดที่ 20 กิโลกรัม ใช้พลังงานไฟฟ้า ทำงานต่อเนื่องได้ 5 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุดเกือบ 5 กิโลเมตรต่อชั่วโมงตัวหุ่นยนต์ใช้การขับเคลื่อนด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI โดยใช้โปรแกรมเสียงและโมเดลภาษาจากบริษัทด้านปัญญาประดิษฐ์ชื่อดัง อย่าง โอเพนเอไอ (OpenAI) เพื่อช่วยให้หุ่นยนต์สามารถเรียนรู้งาน ท่าทางการเคลื่อนไหว เพื่อทำงานตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายได้อัตโนมัติทั้งนี้ทางบริษัทหวังว่าในอนาคต หุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ที่พัฒนาขึ้น จะค่อย ๆ ทยอยเพิ่มความสามารถที่ชาญฉลาด เพื่อขยายการใช้งานจากอุตสาหกรรมโรงงานต่าง ๆ ไปสู่การใช้งานในครัวเรือนที่ใกล้ชิดกับมนุษย์มากยิ่งขึ้นข้อมูลจากnewatlas,therobotreport
TNN ช่อง16 • 4 ก.ค. 67
อ่าน
BMW CE 02 - มอเตอร์ไซค์ EV สุดเท่จาก BMW ในราคาไม่ถึง 5 แสนบาท
หนึ่งในกระแสที่ได้รับความนิยมจากการแถลงข่าวประจำปีของ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย (BMW Group) คือ รถสกู๊ตเตอร์พลังงานไฟฟ้า BMW CE 02 จากบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด (BMW Motorad) ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกของโลกตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมาตามที่ TNN Tech รายงาน โดยการเปิดตัวในประเทศไทยได้เปิดเผยราคาจำหน่ายอยู่ที่ 479,000 บาท ข้อมูล BMW CE 02BMW Motorad ประเทศไทยให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวรถว่ามีความกว้าง 876 มิลลิเมตร ความสูง 1,140 มิลลิเมตร ความสูงเบาะ 750 มิลลิเมตร น้ำหนักตัวรถ 132 กิโลกรัม กำลังมอเตอร์สูงสุด 11 กิโลวัตต์ (kW) แรงบิด 55 นิวตันเมตร (Nm) ระยะทางต่อรอบการชาร์จตามมาตรฐาน WMTC อยู่ที่ 95 กิโลเมตร ความจุแบตเตอรี 3.92 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ความเร็วสูงสุด 95 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระยะเวลาชาร์จจากร้อยละ 0 - 100 อยู่ที่ 210 นาทีBMW CE 02 ให้แผงหน้าปัดควบคุมแบบจอภาพสี TFT แสดงข้อมูลการขับขี่ อาทิ ความเร็วในการขับขี่และสถานะการชาร์จแบตเตอรี่ พร้อมช่องชาร์จ USB-C สำหรับชาร์จสมาร์ตโฟน รองรับการเชื่อมต่อแอปพลิเคชัน BMW Motorrad Connected เพื่อแสดงข้อมูลเพิ่มเติม เช่น การแสดงระยะเวลาที่คาดว่าการชาร์จ และข้อมูลอื่น ๆ ของตัวรถด้วยการตลาดและราคาของ BMW CE 02การเปิดตัวในประเทศไทยของ BMW CE 02 เกิดขึ้นหลังจากที่BMW Motorad สำนักงานใหญ่ในเยอรมนีเปิดตัวไปเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมปี 2023 ที่ผ่านมาโดยกลุ่มลูกค้า BMW CE 02 คือผู้ใช้เน้นการขับขี่ในเมืองเป็นหลัก ซึ่งได้รับความสนใจในยุโรป รวมถึงในประเทศไทยในปัจจุบันนี้เช่นกันทั้งนี้ BMW Motorrad ประเทศไทย นำเข้า BMW CE 02 มาและทำราคาที่ 479,000 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาในฝั่งยุโรปที่เริ่มต้น 7,599 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 270,000 บาท แต่ทั้งนี้ก็เป็นไปตามกลยุทธ์การตลาดในประเทศไทยของ BMW Motorad ที่มองว่าความต้องการใช้งานยานพาหนะพลังงานไฟฟ้าของลูกค้าในไทยนั้นเพิ่มสูงขึ้นข้อมูลจาก BMW ประเทศไทยภาพจากBMW Group
TNN ช่อง16 • 6 มี.ค. 67
อ่าน
BMW Group Thailand เปิดตัวยานยนต์ 10 รุ่นต้อนรับต้นปี 2024 พร้อมตอกย้ำเบอร์ 1 กลุ่มพรีเมียม
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย (BMW Group Thailand) ประกาศความสำเร็จยอดขายยานยนต์ 4 ปีซ้อนในกลุ่มพรีเมียม พร้อมเปิดตัวยานยนต์รุ่นใหม่ทั้งหมด 10 รุ่นตอนรับต้นปี 2024 27 กุมภาพันธ์ 2567 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย (BMW Group Thailand) ประกาศยอดขายยานยนต์ประจำปี 2567 จากยอดจดทะเบียน BMW และ MINI รวมทั้งหมด 15,477 คันเพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อนหน้า และรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% มีอัตราเติบโตพุ่งขึ้นกว่า 348% จากยอดจดทะเบียนทั้งหมด 1,399 คัน พร้อมกับรถยนต์ในกลุ่ม Luxury Class เติบโตขึ้น 46% มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้กล่าวว่า “บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย มีความตั้งใจที่จะพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ บริการที่มีคุณภาพ และการดำเนินธุรกิจให้แก่ลูกค้า โดยพวกเรารู้สึกยินดีอย่างยิ่ง และภูมิใจที่เป็นผู้นำเบอร์ 1 กลุ่มยานยนต์พรีเมียม” “สำหรับตลาดประเทศไทย บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ให้ความสำคัญกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% เป็นอย่างมาก และในวันนี้เราได้เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ทั้งหมด 10 รุ่นจากแบรนด์ BMW, MINI และ BMW Motorrad” BMW iX2 xDrive 30 M Sport รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% แบบคูเป้ โดดเด่นด้วยกระจังหน้าทรงไตคู่พร้อมไฟส่องสว่าง ‘Iconic Glow’ และมาพร้อมชุดแต่ง M Sport ล้ออัลลอย M ขนาด 20 นิ้วลาย V-spoke แบตเตอรี่ขนาด 66.5kWh มีระยะขับขี่ได้สูงสุด 449 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP ชาร์จไวกระแสตรง (DC) สูงสุด 130kW สามารถชาร์จ 0-80% ได้ภายใน 29 นาที และชาร์จแบบกระแสสลับ (AC) สูงสุด 22kW สามารถชาร์จจาก 0-100% ใช้เวลาทั้งหมด 3 ชั่วโมง 29 นาที BMW iX2 xDrive 30 M Sport มีให้เลือก 5 สีตัวถังได้แก่ สีเทา Brooklyn Grey, สีดำ Black Sapphire, สีขาว Alpine White, สีเขียว Cape York Green และสีแดง Fire Red วางจำหน่ายในราคา 3,399,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมแพ็คเกจบำรุงรักษา BSI Standard) BMW 520d M Sport Pro BMW Series 5 ขุมพลังดีเซลมาพร้อมกับชุดแต่ง M Sport Pro, ชุดแต่ง M Aerodynamics, ชุดแต่งกรอบหน้าต่างสีดำเงา BMW Individual high-gloss Shadow Line และชุดแต่งระบบไฟหน้า M Lights Shadow Line โดยกระจังหน้าของรถโดดเด่นด้วยกระจังหน้าไตคู่ ‘Iconic Glow’ ที่สามารถส่องสว่างขณะขับขี่บนท้องถนน BMW 520d M Sport Pro มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ระบบเกียร์ Steptronic 8 จังหวะ กำลังสูงสุด 197 แรงม้า พร้อมแรงบิด 400 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 7.3 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 233 กิโลเมตรต่อชั่วโมง BMW 520d M Sport Pro มีให้เลือก 5 สีตัวถัง ได้แก่ สีดำ Black Sapphire metallic, สีขาว Mineral White metallic, สีเทา Brooklyn Grey metallic, สีน้ำเงิน Phytonic Blue metallic และ สีเขียว Cape York Green metallic พร้อมเบาะ Veganza สีดำหรือน้ำตาล Espresso Brown วางจำหน่ายในราคา 3,779,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมแพ็คเกจบำรุงรักษา BSI Standard) BMW 530e M Sport Pro BMW 530e M Sport Pro ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดที่มีชุดแต่งแบบเดียวกันจากรุ่น BMW 520d M Sport Pro ทั้งชุดแต่ง M Sport Pro, ชุดแต่ง M Aerodynamics, ชุดแต่งกรอบหน้าต่างสีดำเงา BMW Individual high-gloss Shadow Line และชุดแต่งระบบไฟหน้า M Lights Shadow Line โดยกระจังหน้าของรถโดดเด่นด้วยกระจังหน้าไตคู่ ‘Iconic Glow’ ที่สามารถส่องสว่างขณะขับขี่บนท้องถนน BMW 530e M Sport Pro มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร 299 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ในโหมด Sport Boost ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 6.3 วินาที ทำความเร็วได้สูงสุด 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และแบตเตอรี่ขนาด 22.1kWh วิ่งได้ระยะทาง 108 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC รองรับชาร์จกระแสสลับ (AC) 7.4kW BMW 530e M Sport Pro มีให้เลือก 5 สีตัวถัง ได้แก่ สีดำ Black Sapphire metallic, สีขาว Mineral White metallic, สีเทา Brooklyn Grey metallic, สีน้ำเงิน Phytonic Blue metallic และสีเขียว Cape York Green metallic พร้อมเบาะ BMW Individual Merino สีดำ/เทา Atlas หรือสีน้ำตาล Copper/เทา Atlas วางจำหน่ายในราคา 3,949,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมแพ็คเกจบำรุงรักษา BSI Standard) BMW 220i Gran Coupe M Sport BMW Thailand มอบข้อเสนอพิเศษ BMW 220i Gran Coupe M Sport วางจำหน่ายในราคา 1,999,000 บาท (รวมแพ็คเกจ BSI Standard มอบการบำรุงรักษา 3 ปี หรือ 60,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) และการรับประกัน 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง) สำหรับลูกค้าที่ทำการจอง และส่งมอบรถภายในวันที่ 30 เมษายน 2567 และทำสัญญาการเงินกับ บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย รับประกันชั้น 1 BMW Protect นานสูงสุด 2 ปี พร้อมเลือกข้อเสนอพิเศษ ผ่อนเริ่มต้น 19,999 บาท/เดือน หรือ ดาวน์เริ่มต้น 199,999 บาท MINI COOPER HATCH 3-DOOR CLASSIC มินิ คูเปอร์ เอส แฮทช์ 3 ประตู คลาสสิก รุ่นใหม่ล่าสุดรำลึกถึง มินิ คูเปอร์ ที่เคยปรากฏตัวในหนังโจรกรรม ‘The Italian Job’ ฉายครั้งแรกในปี พ.ศ. 2546 มินิ คูเปอร์ เอส แฮทช์ 3 ประตู คลาสสิก มีให้เลือก 8 สีตัวถังได้แก่ สีน้ำเงิน Island Blue, สีแดง Chili Red, สีขาว Nanuq White, สีเขียว British Racing Green, สีเทา Rooftop Grey, สีเหลือง Zesty Yellow, สีเงิน Melting Silver, และสีดำ Midnight Black วางจำหน่ายในราคา 2,599,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมแพ็คเกจบำรุงรักษา MSI Standard) MINI COOPER S CLUBMAN MULTITONE มินิ คูเปอร์ เอส คลับแมน ดีไซน์หลังคาแบบ Multitone Roof สีแดง และตัวเลือกใหม่สีน้ำเงิน Soul Blue วางจำหน่ายในราคา 2,999,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมแพ็คเกจบำรุงรักษา MSI Standard) MINI COOPER S COUNTRYMAN HIGHLANDS EDITION MINI COOPER S COUNTRYMAN HIGHLANDS EDITION มาพร้อมกับดีไซน์ใหม่ทีได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติของเทือกเขาประเทศสกอตแลนด์ และชุดแต่ง MINI ALL4 ที่มีสัญลักษณ์ไฮแลนด์ด้านข้างรถ MINI COOPER S COUNTRYMAN HIGHLANDS EDITION มีให้เลือก 4 สีตัวถังได้แก่ สีเขียว Sage Green, สีขาว Nanuq White, สีเงิน Melting Silver, และสีเทา Rooftop Grey วางจำหน่ายในราคา 2,299,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมแพ็คเกจบำรุงรักษา MSI Standard) BMW R 1300 GS BMW R 1300 GS มอเตอร์ไซต์ทัวริ่ง เอนดูโร จากตระกูล GS ที่มีการปรับโฉมใหม่ทั้งหมดลดน้ำหนักตัวถังลง 12 กิโลกรัม มาพร้อมกับเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 2 สูบวางเรียง 1,300 cc กำลังสูงสุด 145 แรงม้า แรงบิด 149 นิวตันเมตร BMW R 1300 GS มีให้เลือก 3 สีได้แก่ สีดำ Black Storm Metallic, สีน้ำเงิน Racing Blue Metallic และ สีเขียว-ทอง Option 719 Aurelius Green Metallic วางจำหน่ายในราคา 1,125,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม BMW CE 02 BMW CE 02 มอเตอร์ไซต์พลังงานไฟฟ้า 100% จากบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด มาพร้อมกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 48V ขนาด 1.96kWh จำนวน 2 ก้อน กำลังสูงสุด 11kW (15 แรงม้า) แรงบิด 55 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-50 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใช้เวลาเพียง 3 วินาที ความเร็วสูงสุด 95 กิโลเมตรต่อชั่วโมง วิ่งได้ไกล 95 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และชาร์จ 0-100% ใช้เวลา 3 ชั่วโมง 30 นาที และชาร์จ 20-80% ภายใน 102 นาที โดย BMW CE 02 วางจำหน่ายในราคา 479,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) BMW S 1000 RR BMW S 1000 RR รุ่นใหม่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 4 สูบแถวเรียง 999 ซีซี กำลังสูงสุด 210 แรงม้า สามารถทำความเร็วสูงสุด 303 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในส่วนของงานดีไซน์มาพร้อมกับโฉมด้านหน้า และด้านท้ายใหม่มีความสปอร์ตโฉบเฉี่ยว BMW S 1000 RR มีให้เลือก 2 สีได้แก่ สี Light white และ M Motorsport วางจำหน่ายในราคา 1,005,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) BMW K1600 GT มอเตอร์ไซต์ที่ตอบโจทย์สำหรับการเดินทางไกล และขับขี่สบาย มาพร้อมกับเครื่องยนต์แบบ 6 สูบเรียง กำลังสูงสุด 160 แรงม้า แรงบิด 180 นิวตันเมตร ในทุกรุ่นย่อยมาพร้อมกับระบบป้องกันการไถลล้อหลังหมุนฟรีขณะเข้าเกียร์ว่าง หรือขณะเปลี่ยนเกียร์ลดความเร็ว BMW K1600 GT มีทั้งหมด 4 รุ่นย่อยได้แก่ BMW K1600 GT ราคาเริ่มต้น 1,695,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) BMW K1600 GTL ราคาเริ่มต้น 1,775,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) BMW K1600 B ราคาเริ่มต้น 1,695,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) BMW K1600 Grand America ราคาเริ่มต้น 1,775,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) นอกจากการประกาศยอดขาย และเปิดตัวรถรุ่นใหม่ต้นปี 2567 ทาง BMW Group Thailand ยังได้ประกาศว่าในปีที่ผ่านมาได้คะแนนการประเมินความพึงพอใจของผู้บริโภค หรือ Net Promoter Score – NPS สูงมากที่สุดตั้งแต่ประกอบการในส่วนของยอดขาย และบริการหลังการขายด้วยคะแนน 94 คะแนน และ 90 คะแนนตามลำดับ บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ยังได้บอกว่าในปีที่ผ่านมาเป็นปีที่ยากลำบากมาพร้อมกับความท้าทายจากผลกระทบอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น แต่ บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทยยังสามารถเพิ่มยอดสินเชื่อเพิ่มขึ้น 2% จากปีก่อนหน้า และในปี 2566 ยังได้เปิดตัวระบบ BMW Thailand Web Online Shop ที่ทำให้ลูกค้าสามารถยืนยันตัวเองผ่านรูปแบบดิจิทัล (National Digital ID – NDID) เพิ่มความสะดวกสบายทั้งการเซ็นต์เอกสารดิจิทัล ลดกระบวนการสแกนเอกสาร หรืออัปโหลดส่งเอกสารช่วยลดการทำสัญญาการซื้อขายใช้เวลาไม่กี่นาที ในท้ายที่สุดในปี 2567 ยังมีการเปิดตัวธุรกิจประกันภัยที่มาพร้อมกับการประกันความคุ้มครองวงเงินสินเชื่อภายใต้ชื่อ “บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ (ประเทศไทย) จำกัด”
แบไต๋ • 28 ก.พ. 67
อ่าน
ยอดขาย EV ของ BMW พุ่ง 348% ครองแชมป์ยอดขายรวม 4 ปีซ้อน พร้อมเปิดตัว BMW iX2 ไลน์อัปใหม่
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย แถลงผลประกอบการประจำปี 2024 ฉลองความสำเร็จ 4 ปีซ้อน ในตลาดกลุ่มรถยนต์พรีเมียมไทย จากยอดจดทะเบียนบีเอ็มดับเบิลยู และมินิ รวม 15,477 คัน ในปี 2023 เติบโตขึ้นร้อยละ 3 จากปีก่อนหน้า ในขณะที่กลุ่มยานยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% (BEV) ของบีเอ็มดับเบิลยูมีอัตราการเติบโตสูงกว่าร้อยละ 348 จากยอดจดทะเบียนรวมทั้งสิ้น 1,399 คัน พร้อมแถลงเปิดตัวรถยนต์ที่เข้ามาทำตลาดเพิ่มเติมอีก 10 รุ่น รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าบีเอ็มดับเบิลยู iX2ตลาดรถ EV ในมุมมองของ BMWบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป สามารถทำยอดขายรถยนต์ในกลุ่มพลังงานไฟฟ้า 100% ทั่วโลกในปี 2023 รวม 376,183 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 74.4 จากปี 2022 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้า สอดรับกับกระแสการใช้พลังงานสะอาดที่ยังคงเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในระดับโลกและในประเทศไทยทั้งนี้ ทางบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มองว่าเทรนด์ความต้องการรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% จะยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อไป และคาดการณ์ว่าจะทำยอดขายได้กว่า 500,000 คัน ในปี 2024 นี้BMW ประเทศไทย นำ BMW iX2 มาจำหน่ายแล้วโดยหนึ่งในจุดเด่นสำคัญของงานคือการประกาศจำหน่าย บีเอ็มดับเบิลยู iX2 xDrive30 M Sport ใหม่ รถยนต์อเนกประสงค์แบบคูเป้ (Sports Activity Coup: SAC) ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนรุ่นแรกของบีเอ็มดับเบิลยู ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าสองตัว กำลังรวม 225 กิโลวัตต์ (kW) หรือ 306 แรงม้า เร่งความเร็วจากหยุดนิ่งถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลา 5.6 วินาที ตัวรถแบตเตอรี่ความจุ 66.5 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ระยะการขับขี่สูงสุด 449 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP รองรับการชาร์จแบบกระแสตรง (DC) สูงสุด 130 กิโลวัตต์ ใช้เวลาชาร์จจากร้อยละ 0-80 ในเวลา 29 นาที ในรองรับการชาร์จแบบกระแสสลับ (AC) สูงสุด 22 กิโลวัตต์ ใช้เวลาชาร์จจากร้อยละ 0-100 ในเวลา 3 ชั่วโมง 45 นาทีBMW iX2 ติดตั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติพร้อมฟังก์ชั่น Stop Go พร้อมกับระบบ Digital Key Plus ช่วยให้ผู้ใช้ iPhone สามารถล็อก หรือปลดล็อกหรือสตาร์ตรถได้โดยไม่ต้องหยิบโทรศัพท์ออกมา พร้อมด้วยระบบปลดล็อกประตูอัจฉริยะ (Comfort Access System) ให้ผู้ขับขี่สามารถปลดล็อกและสตาร์ทรถได้โดยไม่ต้องใช้กุญแจ โดยประกาศราคาจำหน่ายที่ 3,399,000 บาท พร้อมแพ็กเกจบำรุงรักษา BSI StandardBMW ดันเทคโนโลยีดิจิทัลสู่บริการทางการเงินให้ผู้ซื้อรถนอกจากการแถลงผลประกอบการของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แล้ว ยังมีการแถลงผลงานของบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ที่ได้นำระบบดิจิทัลเข้ามาเสริมการให้บริการ เช่น การเปิดตัว BMW Thailand Web Online Shop ซึ่งช่วยให้ลูกค้ายืนยันตัวตนรูปแบบดิจิทัล (National Digital ID - NDID)รวมทั้งการรองรับลายเซ็นดิจิทัลในการให้บริการ เพื่อให้ลูกค้าสามารถสมัครบริการทางการเงินได้อย่างสะดวกสบาย ลดกระบวนการสแกนหรืออัพโหลดเอกสาร รวมถึงช่วยลดระยะเวลา การยืนยันรายละเอียดของสัญญาให้เหลือเพียงไม่กี่คลิก และเปิดตัวบริการ MyBMW Finance และ MyMINI Finance ให้ลูกค้าเข้าถึงสัญญาทางการเงินและบริการอื่น ๆ ได้ตลอดเวลาอีกด้วยข้อมูลจาก BMW ประเทศไทย
TNN ช่อง16 • 28 ก.พ. 67
อ่าน
BMW สอนขับ EV ให้สนุกและปลอดภัย กับ BMW Driving Experience 2024 มีรถ EV - BMW i5 M60 xDrive ให้ขับด้วย
รถ EV หรือรถพลังงานไฟฟ้าแม้ว่าจะไม่ได้เป็นนวัตกรรมใหม่ในไทย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าความต้องการใช้งานรถ EV ก็ยังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสิ่งที่ตามมา นอกเหนือจากการพัฒนาระบบนิเวศของรถ EV แล้ว ก็ยังรวมไปถึงการพัฒนาทักษะการขับรถ EV ให้สามารถขับได้อย่างปลอดภัยแม้อยู่ในสถานการณ์คับขัน ด้วยเหตุนี้ บีเอ็มดับเบิลยู (BMW) หนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าชื่อดังจากเยอรมนี จึงจัดโครงการ BMW Driving Experience 2024 เพื่อเสริมทักษะการขับขี่ของผู้ใช้รถยนต์และรถ EV ขึ้นมาที่มาโครงการ BMW Driving Experienceโครงการ BMW Driving Experience เป็นการฝึกอบรมการขับขี่รถยนต์อย่างถูกต้องและปลอดภัย เพื่อให้ผู้ขับสามารถประเมินสถานการณ์และรับมือได้อย่างเหมาะสม โดยโปรแกรมดังกล่าวเริ่มขึ้นครั้งแรก เมื่อวันที่ 22 เมษายน 1977 ในประเทศเยอรมนี โดยมีเป้าหมายเป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ใช้สำหรับการฝึกอบรมนักแข่ง มาให้แก่ผู้ใช้ยานพาหนะทั่วไป เพื่อยกระดับศักยภาพระหว่างคนกับรถยนต์ ให้ได้ทักษะการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับในประเทศไทย ทางบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้จัดฝึกอบรม BMW Driving Experience ครั้งแรกในเดือนกันยายน 2004 โดยปี 2024 นี้นับเป็นปีที่ 20 ของกิจกรรมดังกล่าว ซึ่งรองรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ถึง 30 คน ภายใต้ความร่วมมือของผู้สนับสนุน 3 ราย ได้แก่ อีโวลท์ เทคโนโลยี จำกัด, มิชลิน ประเทศไทย และบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย โดยเน้นให้ผู้เข้าร่วมได้เสริมความสามารถในการขับขี่ ผ่านการเรียนรู้ทักษะการขับขี่ที่ท้าทาย และสนุกสนาน เน้นย้ำการขับขี่อย่างปลอดภัย ช่วยปรับปรุงทักษะการขับขี่ทั่วไปและการตอบสนองในกรณีฉุกเฉิน เช่น การหักหลบสิ่งกีดขวางระยะประชิด รวมไปถึงการรับมือในช่วงที่รถมีการหลุดโค้ง ที่ดำเนินการโดยทีมผู้ฝึกสอนที่ผ่านการรับรองตามมาตรฐานของบีเอ็มดับเบิลยูรูปแบบการฝึก BMW Driving Experienceโดยแผนการฝึกของ BMW Driving Experience แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่1. ระดับพื้นฐาน (Basic)เหมาะกับผู้ที่มีทักษะการขับขี่ทุกระดับ เน้นการเสริมทักษะที่จำเป็นในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินและขับขี่ได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น2. ระดับขั้นสูง (Advanced)ที่มีความเข้มข้นและท้าทายยิ่งขึ้นด้วยการฝึกฝนเทคนิคการขับขี่ขั้นสูง เพื่อใช้แก้สถานการณ์คับขันบนท้องถนนในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงเทคนิคการขับขี่แบบพิเศษ และ3. ระดับการฝึกกับบีเอ็มดับเบิลยู เอ็ม (BMW M Driving Experience) โปรแกรมฝึกฝนทักษะการขับขี่เพื่อดึงความสามารถของทั้งผู้ขับขี่และรถยนต์ออกมาใช้ในสนามแข่งได้อย่างเต็มที่ด้วยการใช้รถตระกูล M ของ BMWโดยผู้เข้าร่วมการฝึกในระดับพื้นฐาน (Basic) จะได้ฝึกฝนทักษะด้วยรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป BMW M340i xDrive รถยนต์ระบบขับเคลื่อนปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) BMW 330e M Sport และรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (BEV) BMW i5 M60 xDrive โดยจะครอบคลุมการฝึกฝนทักษะต่าง ๆ ได้แก่ การปรับท่านั่งและการหมุนพวงมาลัยที่ถูกต้อง การเบรกฉุกเฉินที่ความเร็วไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การเปลี่ยนช่องทางกะทันหันที่ความเร็วไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การเบรกฉุกเฉินพร้อมเปลี่ยนช่องทางกะทันหันที่ความเร็วไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การแก้อาการรถเสียหลักหลุดโค้ง การแก้อาการรถหมุน และการฝึกขับแบบสลาลมจับเวลาทั้งนี้ ผู้เข้าฝึกอบรมจะได้รับประกาศนียบัตรจากบีเอ็มดับเบิลยูเมื่อเสร็จสิ้นการฝึกอบรวม ซึ่งสามารถนำไปใช้ต่อยอดในการเรียนทักษะการขับขี่ขั้นสูงของบีเอ็มดับเบิลยูในระดับสากล ทั้งระดับขั้นสูง ที่เพิ่มระดับทักษะสู่การรับมือสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ความเร็วไม่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมทักษะการเข้าโค้งแบบดริฟต์ (Drift) หรือการเข้าโค้ง โดยทำให้รถหลุดโค้ง (Oversteer) โดยตั้งใจและควบคุมเพื่อให้ผ่านโค้งอย่างปลอดภัย รวมถึงการกลับรถฉุกเฉินและอื่น ๆ ตลอดจนโครงการ BMW M Driving Experience เพื่อฝึกทักษะการขับรถเพื่อใช้ในสนามแข่งโดยการเรียนและฝึกทักษะกับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูในตระกูล Mได้อีกด้วยโดยสื่อมวลชนจำนวนหนึ่งรวมถึง TNN Tech ได้รับเชิญให้เข้าร่วมเรียนในระดับพื้นฐาน ณ สนามแข่งรถปทุมธานี สปีดเวย์ (Pathumthani Speedway) เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเป็นลักษณะการฝึกอบรมที่มีการปฏิบัติจริงตลอด 1 วัน ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมและจองการฝึกอบรมได้ที่เว็บไซต์ของ BMW Thailandข้อมูลจากBMW Thailand
TNN ช่อง16 • 14 ก.พ. 67
อ่าน
เปิดตัว BMW i5 Touring รถ EV หรูหราสไตล์ Wagon สำหรับสายครอบครัว ขายมิถุนายนนี้ แล้วประเทศไทยจะมีด้วยหรือไม่ ?
บีเอ็มดับเบิลยู (BMW) หนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) รายใหญ่จากเยอรมนี เปิดตัว บีเอ็มดับเบิลยู ไอไฟว์ ทัวร์ริง (BMW i5 Touring) รถยนต์แบบวากอน (Wagon) ที่เน้นความหรูหราภายในห้องโดยสาร พร้อมระยะทางต่อรอบการชาร์จกว่า 560 กิโลเมตร ตามเกณฑ์แบบ WLTPข้อมูลสมรรถนะของรถยนต์ BMW i5 TouringBMW i5 Touring ประกอบด้วยกัน 2 รุ่นย่อย ได้แก่ i5 eDrive40 ที่ใช้มอเตอร์เดี่ยวที่ล้อคู่หลัง พละกำลัง 340 แรงม้า แรงบิด 430 นิวตันเมตร และรุ่นประสิทธิภาพสูงอย่าง M60 xDrive ที่ใช้มอเตอร์คู่ ให้พละกำลังรวมอยู่ที่ 442 แรงม้า แรงบิด 820 นิวตันเมตร ทำความเร็วจาก 0 - 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในระยะเวลา 3.9 วินาทีทั้ง 2 รุ่นจะใช้แบตเตอรี่ชนาด 81.2 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ให้ระยะทางต่อรอบการชาร์จที่ 560 กิโลเมตร ในรุ่น eDrive 40 และ 506 กิโลเมตร ในรุ่น M60 xDrive ตามมาตรฐาน WLTP รองรับการชาร์จด่วน (Fast charging) ด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC) 205 กิโลวัตต์ (kW) และสำหรับไฟฟ้าแบบกระแสสลับ (AC) ตามบ้านเรือนสูงสุดที่ 22 กิโลวัตต์ข้อมูลตัวถังและภายในรถยนต์ BMW i5 Touringตัวรถ BMW i5 Touring มีความยาวฐานล้อ (Wheelbase) อยู่ที่ 2,995 มิลลิเมตร จัดว่ายาวที่สุดในกลุ่มรถ Wagon ซึ่งเพิ่มความยาวฐานล้ออีก 97 มิลลิเมตร และเพิ่มความกว้างตัวถังอีก 32 มิลลิเมตร รวมถึงเพิ่มความสูงรถอีก 17 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับ i5 Touring ในเจเนอเรชันก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ห้องโดยสารนั้นมีขนาดใหญ่มากขึ้น พร้อมปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายในให้หรูหราและทันสมัยมากยิ่งขึ้นภายในรถติดตั้งระบบปฏิบัติการ BMW OS 8.5 ที่รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนทั้งตามมาตรฐาน Apple CarPlay และ Android Auto โดยปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานในหลายส่วน รวมถึงหน้าโฮม (Home) ของหน้าจออินโฟเทนเมนต์ (Infotainment display) ภายในรถด้วยการตลาดของ BMW i5 Touringสำหรับ BMW i5 Touring จะวางจำหน่ายพร้อมรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน ดีเซล และรุ่นที่เป็นปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ด้วยเช่นกัน โดย BMW ปัจจุบันยังไม่ได้ประกาศราคาขาย ซึ่งคาดว่าภายในเดือนพฤษภาคมนี้จะเริ่มการวางจำหน่ายในเยอรมนีและญี่ปุ่นเป็นสองประเทศแรก ก่อนที่จะวางจำหน่ายในตลาดอื่น ๆ ช่วงเดือนมิถุนายน และในสหรัฐอเมริกาช่วงเดือนตุลาคมของปีนี้ทั้งนี้ TNN Tech ตั้งข้อสังเกตว่า BMW ประเทศไทยไม่ได้มีการทำการตลาดสำหรับรถยนต์ประเภท Wagon เท่าใดนัก โดยอ้างอิงจากเว็บไซต์ BMW ในประเทศไทยมีเพียง BMW M3 Competition Touring รุ่นเดียวเท่านั้นที่เป็นรถยนต์กลุ่ม Wagon/Touring ที่มีข้อมูลและเปิดให้สั่งจองในประเทศไทย แต่การมาถึงของ BMW i5 Touring อาจจะกลายเป็นรถกลุ่ม Touring รุ่นที่สองในตลาดประเทศไทยก็ได้เช่นกัน ใครเป็นแฟนตัวจริงของ BMW ก็อดใจรออีกสักนิดข้อมูลจากElectrekภาพจากBMW
TNN ช่อง16 • 10 ก.พ. 67
อ่าน
BMW โชว์ระบบจอดรถด้วยรีโมทคอนโทรลพร้อมผู้ช่วย AI ในงาน CES 2024
บีเอ็มดับเบิลยู (BMW) ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติเยอรมัน ขนทัพนวัตกรรมสุดล้ำมาจัดแสดงในงานแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลก CES 2024 ทั้งระบบจอดรถด้วยรีโมทคอนโทรล ระบบเกมในรถยนต์ และระบบผู้ช่วยอัจฉริยะขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งสามารถสื่อสารกับคนขับและผู้โดยสารเพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับรถได้อย่างชาญฉลาดภาพจาก BMWสำหรับระบบจอดรถด้วยรีโมทคอนโทรลควบคุมระยะไกล เป็นระบบที่ออกแบบมาเพื่อช่วยจอดรถในสถานการณ์ที่คนขับกำลังเร่งรีบ และและไม่มีเวลาขับหาที่จอดรถ โดยระบบจะช่วยให้ผู้ขับขี่รถบีเอ็มดับเบิลยู สามารถจอดรถทิ้งไว้นอกลานจอดห้างสรรพสินค้า หรือสนามบินได้จากนั้น ผู้ใช้งานสามารถใช้แอพพลิเคชัน มาย บีเอ็มดับเบิลยู (My BMW) มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ทำการควบคุมรถไปจอดให้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะประจำอยู่ที่ศูนย์ คอยทำการขับรถและจอดรถให้จากระยะไกล ช่วยประหยัดเวลาและหลีกเลี่ยงความยุ่งยากในการหาที่จอดรถด้วยตนเองภายในงานเดียวกันนี้ บีเอ็มดับเบิลยู (BMW) ยังได้สาธิตระบบผู้ช่วยส่วนตัวสั่งงานด้วยเสียงในรถยนต์ ที่ใช้โมเดลภาษาตัวใหม่ของ แอมะซอน (Amazon) เพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับรถยนต์ซึ่งระบบนี้ใช้ความสามารถของปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ หรือ generative AI ทำให้สามารถให้คำแนะนำและให้คำตอบได้อย่างรวดเร็ว เกี่ยวกับฟังก์ชันต่าง ๆ ของรถยนต์ ในลักษณะเดียวกับการสนทนาของมนุษย์ และช่วยควบคุมฟังก์ชันบางอย่างของรถยนต์ได้อีกด้วยภาพจาก BMWนอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู (BMW) ยังได้เปิดตัวระบบเกมมิ่งในรถยนต์ เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า สามารถเล่นเกมฆ่าเวลาขณะที่รอรถชาร์จแบตเตอรี่ได้ โดยเกมดังกล่าว จะปรากฏบนแผงหน้าปัดส่วนกลางของรถและสามารถเล่นได้โดยใช้ระบบสัมผัส หรือโดยการเชื่อมต่อตัวควบคุมเกมแบบดั้งเดิม เข้ากับระบบความบันเทิงในรถยนต์ผ่านทางบลูทูธและทั้งหมดนี้ก็คือตัวอย่างนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ทาง บีเอ็มดับเบิลยู (BMW) ได้นำเสนอภายในงาน CES 2024 ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองลาสเวกัส รัฐเนวาดา ประเทศสหรัฐอเมริกา ในช่วงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมาข้อมูลจากreutersconnect
TNN ช่อง16 • 17 ม.ค. 67
อ่าน
BMW เผยยอดจำหน่าย 'ยานยนต์ไฟฟ้า' ในจีนโตแกร่ง
(แฟ้มภาพซินหัว : รถยนต์ไฟฟ้าบีเอ็มดับเบิลยู ไอ3 ที่โรงงานของบริษัท บีเอ็มดับเบิลยู บริลเลียนซ์ ออโตโมทีฟ จำกัด ในเขตเถี่ยซี นครเสิ่นหยาง มณฑลเหลียวหนิงทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน วันที่ 23 มิ.ย. 2022) เสิ่นหยาง, 15 ม.ค. (ซินหัว) -- บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป (BMW Group) เปิดเผยว่าบริษัทฯ ส่งมอบยานยนต์ไฟฟ้าสู่ตลาดจีน 99,972 คัน ในปี 2023 เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 138 เมื่อเทียบปีต่อปี ยอดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าพลังงานใหม่ในจีนที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เพิ่มความต้องการอุปกรณ์ชาร์จและอุปกรณ์เสริมพลังงาน โดยเมื่อนับถึงสิ้นปี 2023 เครือข่ายการชาร์จสาธารณะของบริษัทฯ เข้าถึงเสาชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าสาธารณะมากกว่า 580,000 ต้นทั่วจีน ครอบคลุมกว่า 320 เมืองเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา บีเอ็มดับเบิลยูเปิดตัวโครงการสถานีซูเปอร์ชาร์จพร้อมเสาชาร์จกำลังสูง ซึ่งมีกำลังชาร์จสูงถึง 600 กิโลวัตต์ โดยมีการสร้างสถานีชาร์จดังกล่าวในจีนแล้ว 50 แห่ง ครอบคลุม 17 เมืองระดับหนึ่งและระดับสอง เมื่อนับถึงสิ้นปีก่อน อนึ่ง ในปี 2023 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ส่งมอบยานยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิรวมมากกว่า 820,000 คันในตลาดจีน
Xinhua • 15 ม.ค. 67
อ่าน
BMW โดดร่วมวงพัฒนาเรือยอชต์ลอยเหนือน้ำพลังงานไฟฟ้า 100% ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
แม้ว่าบีเอ็มดับเบิลยู (BMW) จะเป็นที่รู้จักในฐานะผู้พัฒนารถยนต์และรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) แต่สิ่งที่ BMW ทำนั้นมีมากกว่ายานยนต์ เพราะว่ายังมีการพัฒนาเรือยอชต์พลังงานไฟฟ้า (Electric Yacht) ร่วมกับไทด์ (TYDE) บริษัทผู้พัฒนาเรือยอชต์พลังงานไฟฟ้าสุดหรู แบรนด์ชาติเดียวกันอีกด้วยBMW ร่วมสร้างเรือยอชต์ลอยเหนือน้ำพลังงานไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกเรือดังกล่าวมีชื่อว่า ดิ โอเพ่น (The OPEN) เรือยอชต์พลังงานไฟฟ้าที่มีลำเรือแบบไฮโดรฟอยล์ (Hydrofoil) หรือเรือที่สามารถล่องเรือในลักษณะคล้ายกับลอยเหนือน้ำได้ มีข้อได้เปรียบในแง่ความเงียบและการประหยัดพลังงาน รวมถึงการทำความเร็วที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นจากการลดแรงต้านที่เกิดจากแรงผิวน้ำ โดยเรือยอชต์ The OPEN มีความยาว 15 เมตร กว้าง 4.6 เมตรซึ่งทางบริษัทเคลมว่าเป็นเรือยอชต์ประเภทไฮโดรฟอยล์พลังงานไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกตัวเรือได้ใช้ศักยภาพของ BMW ในการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์กำลัง 100 กิโลวัตต์ ที่ให้ความเร็วเดินเรือสูงสุด 30 นอต หรือประมาณ 56 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ติดตั้งแบตเตอรี่ขนาด 400 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ซึ่งเป็นโมดูลเดียวกับที่ใช้ใน BMW i3 รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ของ BMW พร้อมกับติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนส่วนหลังคาเรือด้วยข้อมูลอื่น ๆ ของเรือยอชต์ลอยเหนือน้ำพลังงานไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกในขณะที่ตัวเรือจะสามารถร่อนเหนือน้ำ (Gliding) ได้เมื่อมีความเร็วมากกว่า 18 นอต หรือประมาณ 33 กิโลเมตรต่อโมง โดยมีระยะเดินเรือที่ไม่เกิน 50 ไมล์ทะเล หรือประมาณ 93 กิโลเมตร ซึ่งเป็นผลมาจากการออกแบบเรือให้มีทรงแบบไฮโดรฟอยล์ โดยเรือสามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 8 คน พร้อมหน้าต่างกันลมล้อมรอบส่วนห้องโดยสารพร้อมภายในที่หรูหราอลังการ เพื่อให้ดื่มด่ำกับบรรยากาศรอบตัวเรือในขณะที่ภายในตัวเรือจะประกอบไปด้วยพื้นที่รับประทานอาหาร พร้อมห้องน้ำที่สามารถอาบน้ำได้ ห้องทำงาน โทรทัศน์ เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์การใช้งานที่มีเอกลักษณ์และเหนือระดับอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ทางไทด์ (TYDE) จะเป็นผู้ประกอบและส่งมอบเรือดิ โอเพ่นให้กับลูกค้า โดยคาดว่าจะเริ่มกระบวนการพร้อมกับการทำการตลาดได้ภายในปี 2024 นี้ที่มาข้อมูลYanko Designที่มารูปภาพTYDE
TNN ช่อง16 • 3 ม.ค. 67
อ่าน
BMW iX ติดตั้งแบตเตอรี่ ONE ทำสถิติชาร์จครั้งเดียววิ่งได้ไกล 978 กิโลเมตร
Our Next Energy (ONE) บริษัทด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่และการกักเก็บพลังงานจากรัฐมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา ประกาศความสำเร็จในการทดสอบความสามารถของแบตเตอรี่เคมีคู่ เจมิไน (Gemini) ที่ใช้ทดสอบกับรุ่น บีเอ็มดับเบิลยู ไอเอกซ์ (BMW iX) พบว่าให้ระยะทางขับขี่ไกลถึง 608.1 ไมล์ หรือ 978 กิโลเมตร จากการชาร์จเพียงครั้งเดียวภาพจาก Our Next Energyโครงการทดสอบนี้เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตยานยนต์สัญชาติเยอรมัน BMW Group โดยได้ประกาศโครงการมาตั้งแต่กลางปี 2022 และได้ดำเนินการทดสอบมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยเป้าหมายคือการขยายระยะทางในการวิ่งของรถยนต์ไฟฟ้า BMW iX ให้ถึง 600 ไมล์ หรือ 966 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง จากเดิมที่ทำได้ประมาณ 425-630 กิโลเมตรซึ่งจากรายละเอียดการทดสอบล่าสุดที่บริษัทเผยแพร่ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา พบว่าบริษัทสามารถบรรลุเป้าหมายได้สำเร็จ ทั้งนี้การทดสอบยังเป็นไปตามมาตรฐานการวัดระยะทางของยุโรป หรือ WLTP - Worldwide Harmonized Light Vehicle Test Procedure อีกด้วยสำหรับแบตเตอรี่เคมีคู่ Gemini เป็นแบตเตอรี่ที่ประกอบด้วยเซลล์สองประเภทที่แตกต่างกัน ได้แก่ เซลล์ลิเทียมไอออนฟอสเฟต (LFP) สำหรับให้พละกำลังในการขับขี่ทั่วไปในแต่ละวัน อยู่ที่ 241 กิโลเมตร และ เซลล์ที่ไม่มีขั้วบวก หรือ Anode-free cells สำหรับให้พละกำลังในการเดินทางระยะไกลเพิ่มอีก 724 กิโลเมตรความพิเศษของแบตเตอรี่ที่บริษัทพัฒนาขึ้นนี้ คือจะมีตัวแปลงกำลังไฟฟ้ากระแสตรงเป็นกระแสตรง หรือ DC to DC คอยส่งผ่านพลังงานระหว่างเซลล์ทั้งสองได้แบบไร้รอยต่อ และยังมีการออกแบบสถาปัตยกรรมการจัดเรียงเซลล์แบตเตอรี่ ที่ได้รับการจดสิทธิบัตรเฉพาะ ซึ่งบริษัทระบุว่าช่วยลดความเสี่ยงที่เซลล์แบตเตอรี่จะเกิดความร้อนมากเกินไปนอกจากนี้บริษัทยังระบุว่า แบตเตอรี่เจมิไน ยังช่วยลดการใช้แร่โลหะหายากและมีราคาแพง ที่ใช้ในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์พลังงานไฟฟ้าทั่วไป โดยลดการใช้นิกเกิลลงถึงร้อยละ 75 ลดการใช้กราไฟต์ลงร้อยละ 60 และลดการใช้ลิเทียมลงถึงร้อยละ 20 อีกด้วยความสำเร็จในการทดสอบแบตเตอรี่นี้ จึงอาจเป็นการพิสูจน์ความสามารถในการเพิ่มระยะทางขับขี่ให้กับรถยนต์ไฟฟ้า และอาจทำให้การใช้รถยนต์ไฟฟ้าได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางมากขึ้น โดยทลายข้อจำกัดด้านระยะทางและพลังงานแบบเดิม ๆ โดยหลังจากนี้บริษัทมีแผนที่จะปรับแต่งระบบเพิ่มเติม เพื่อเตรียมพร้อมออกสู่ตลาดต่อไปข้อมูลจากinsideevs, newatlas,bmw,one.ai
TNN ช่อง16 • 13 ธ.ค. 66
อ่าน
รีวิว BMW i5 ทดสอบในสนาม 601 แรงม้า แรงจริง แต่รถเอาอยู่
แบไต๋พรีวิว BMW i5 ไปแล้วครั้งหนึ่ง รอบนี้มีโอกาสได้ไปทดสอบสมรรถนะของรถยนต์ไฟฟ้าในสนามแข่งจริง ๆ ที่สนามปทุมธานี สปีดเวย์ ทั้งทดสอบอัตราเร่ง ช่วงล่าง การเข้าโค้ง ไปจนถึงระบบช่วยเหลือการขับขี่ และไม่ได้มีแค่ BMW i5 เพียงอย่างเดียว แต่ทาง BMW ยังขนขบวนรถยนต์ไฟฟ้ามาให้ลองกันรวดเดียวเลย ก่อนอื่นขอย้อนความหลังสั้น ๆ กับ BMW i5 ผลิตขึ้นในโรงงานเดียวกับที่ผลิต BMW ซีรีส์ 5 มีให้เลือก 2 รุ่นย่อยด้วยกันคือ BMW i5 eDRIVE40 M Sport ขับขี่ประมาณ 500 580 กม. และรุ่นท็อปBMW i5 M60 xDriveขับขี่ประมาณ 480 500 กม. ทั้งสองรุ่นมาพร้อมกำลังแบต 81.2 kWh ต่างกันที่กำลังของมอเตอร์เดี่ยวและมอเตอร์คู่ ซึ่งรุ่นท็อปให้กำลังสูงสุด 601 แรงม้าเลยทีเดียว การทดสอบ BMW i5 จะเริ่มตั้งการสลาล่อมเพื่อทดสอบระบบช่วงล่างและพวงมาลัย รวมถึงอัตราเร่งและการเข้าโค้งในสนามแทร็ก ได้ทดสอบพละกำลังของขุมพลัง 601 แรงม้า เหยียบหลังติดเบาะ แต่ช่วงล่างยังเอาอยู่ แม้จะเติมคันเร่งในโค้งก็ยังช่วยดึงกลับได้เป็นอย่างดี ต่อด้วยการทดสอบอัตราเร่งด้วยการ kick down ทดสอบพละกำลังแรงบิด 820 นิวตันเมตร และอัตราเร่ง 0 100 ภายใน 3.8 วินาที เสริมด้วยโหมด launch control ที่เป็นการล็อกรอบออกตัวด้วยการเหยียบคันเร่งแบะเบรกค้างไว้ ทำให้การออกตัวพุ่งไปข้างเสมือนยานออกตัวเลย ถึงแม้เราจะไม่ได้มีโอกาสใช้อัตราเร่งขนาดนี้บนถนนก็ตาม แต่ก็ได้อารมณ์และประสบการณ์การขับขี่ไปอีกแบบ BMW i5 ยังให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องการใช้งานในชีวิตประจำวัน ทั้งความประหยัด การชาร์จ ไปจนถึงความยั่งยืน เห็นได้จากการออกแบบภายนอกที่ช่วยในเรื่องแอโรไดนามิกให้รถลู่ลมได้ดีขึ้น ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงานได้กว่า 6.5 Wh/km หรือการใช้วัสดุหนังจากวีแกนเพื่อตอบรับกับความยั่งยืน ซึ่งใครยังชอบฟิลลิ่งของหนังแท้ก็มีออปชันเพิ่มได้ สุดท้ายคือฟีเจอร์ที่มาช่วยอำนวยความสะดวกสบายในการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์ Trainer ที่ช่วยบอกระยะที่เหลือว่าขับขี่ได้อีกกี่กม. หรือฟีเจอร์ Max range ช่วยเพิ่มระยะทางได้อีก 25% ในยามฉุกเฉิน แลกมากับการลดความเร็วไม่เกิน 90 กม./ชม. ไปจนถึงการใช้ฟีเจอร์ Thermal ชาร์จกำลังไฟเต็มที่ 205 kW ทำให้ได้การชาร์จใกล้เคียงกับ 800V แม้กำลังชาร์จ 400V ก็ตาม และขาดไม่ได้กับออปชันช่วยจอดรถอัตโนมัติที่จดจำระยะ 200 เมตรสุดท้าย เวลาถอยจอดเข้าบ้าน ผู้ขับขี่สามารถลงจากตัวรถได้เลย แต่ต้องเดินตามรถไปด้วยนะ นอกจากนี้ BMW i5 ยังมาพร้อมระบบปฏิบัติการณ์ OS 8.5 ปรับแต่งไอคอน ฟังก์ชันต่าง ๆ ที่ใช้งานเป็นประจำมาไว้หน้าจอหลักได้ อีกทั้งผู้ขับขี่สามารถอัปเดตซอฟต์แวร์ได้แบบ OTA โดยไม่ต้องนำรถไปเข้าศูนย์บริการ รวมถึงฟีเจอร์น่ารัก ๆ อย่าง Game AirConsole ให้ผู้โดยสารเล่นเกมในรถระหว่างรอชาร์จไฟ แค่สแกน QR code และใช้สมาร์ตโฟนเป็นดังจอยสติ๊กได้เลย เล่นได้สูงสุด 7 คนด้วยนะ แม้รถจะนั่งได้ 5 ที่นั่งก็ตาม
แบไต๋ • 9 พ.ย. 66
อ่าน
Apple ยอมรับ iPhone 15 มีปัญหากับชาร์จไร้สายของ BMW พร้อมแก้ไขภายในปีนี้
ไม่นานมานี้มีรายงานปัญหาผู้ใช้งานนำ iPhone 15 ไปชาร์จไร้สายในรถ BMW ปรากฏว่า NFC ของเครื่องจะหยุดทำงานซึ่งส่งผลต่อบางฟีเจอร์เช่น Apple Pay วันนี้ Apple ออกมายอมรับปัญหานี้แล้ว พร้อมรับปากว่าจะแก้ไขภายในปีนี้ จากเอกสารภายในที่ Apple ได้ส่งให้ตัวแทนบริการหลังการขายหรือ Apple Authorize Service Providers ระบุว่า iPhone 15, iPhone 15 Plus, iPhone 15 Pro หรือ iPhone 15 Pro Max จำนวนเล็กน้อยที่ชาร์จไร้สายในรถ BMW และ Toyota Supra จะมีปัญหากับเครื่องทำให้ระบบ NFC ปิดการทำงานไปชั่วคราว และส่งผลให้ไม่สามาถตั้งค่าการใช้งาน Apple Pay ได้ ทั้งนี้ เอกสารที่ถูกส่งให้กับตัวแทนบริการหลังการขายไม่ได้ระบุถึงสาเหตุแน่ชัดว่าเกิดจากอะไรกันแน่ ปัญหาเรื่องการชาร์จกับรถ BMW ถูกรายงานครั้งแรกในช่วงต้นเดือนนี้ สื่อต่างประเทศระบุว่า Apple จะปล่อยอัปเดตซอฟต์แวร์ออกมาแก้ไขปัญหาดังกล่าวภายในปีนี้ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นอัปเดตแก้ไขใน iOS 17.1.1 หรือ iOS 17.1.2 ครับ ที่มา MacRumors
แบไต๋ • 26 ต.ค. 66
ดูเพิ่มเติม