รีเซต

ผลการค้นหา “#BABYDIZZY” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
“บี มาติกา” เฉลยเพศลูกคนที่ 3 นับถอยหลังรอวันคลอด
อ่าน

“บี มาติกา” เฉลยเพศลูกคนที่ 3 นับถอยหลังรอวันคลอด

บี มาติกา เฉลยเพศลูกคนที่ 3 นับถอยหลังรอวันคลอดเรียกว่าเป็นอีกหนึ่งคุณแม่ยังสวยสำหรับ บี มาติกา ที่ล่าสุดได้จัดงานปาร์ตี้เล็กๆ ฉลองเฉลยเพศลูกคนที่สาม โดยเธอยังได้รวมเอาโมเมนต์น่ารัก ครอบครัวพร้อมหน้า พร้อมทั้งสามี ไฮโซกร กรกฤช ซึ่ง "บี" เองยังได้โพสต์คลิปพร้อมกับแคปชั่นว่า"Three little hearts, one big love Baby No.3 is a ______. #pregnant #bkorntinued #mynumber3 #momtobe" ซึ่งแปลว่า "สามหัวใจดวงน้อย หนึ่งความรักอันยิ่งใหญ่ ลูกคนที่ 3 คือ" ซึ่งหลังจากที่เธอโพสต์ลงไปก็มีแฟนคลับเข้ามาร่วมแสดงความยินดี พร้อมทั้งคาดเดาว่าลูกคนที่สามของเธอจะเพศอะไร อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ลูกสาวมาแล้ว! บี มาติกา อวดภาพแรกน้อง "Viola" หลังคลอดทายาทแสนล้านโดยหลายคนเดาว่าเป็นลูกชาย พร้อมทั้งยังคอมเมนต์อวยพรให้ทั้งคุณแม่และคุณลูกมีสุขภาพที่แข็งแรง สำหรับ "บี" เธอมีทายาทคนแรก "น้องวินเซนต์" ลูกชาย พร้อมทั้งลูกคนที่สอง "น้องวีโอล่า" ลูกสาว โดยหลังจากนี้คงได้เห็นโมเมนต์น่ารักของครอบครัวนี้อย่างต่อเนื่องแน่นอน ภาพประกอบจาก bb_matika ภาพประกอบจาก bb_matika ภาพประกอบจาก bb_matika ภาพประกอบจาก bb_matika ภาพประกอบจาก bb_matika

"SHERRY" ลุยอัลบั้ม 2 ส่งเพลงแรก "ปลายเส้นขอบฟ้า" สไตล์ Gothic Dark Romantic
อ่าน

"SHERRY" ลุยอัลบั้ม 2 ส่งเพลงแรก "ปลายเส้นขอบฟ้า" สไตล์ Gothic Dark Romantic

เรียกได้ว่าหลังจากที่ประสบความสำเร็จจากการปล่อยอัลบั้มแรก "Human Certificate" ล่าสุดศิลปินวงอินดี้มากฝีมือ อย่าง "SHERRY (เชอร์รี่)" เดินหน้าปล่อยซิงเกิลใหม่ในอัลบั้มที่ 2 กับเพลง "ปลายเส้นขอบฟ้า" โดยเนื้อหาที่เล่าถึงความรู้สึกอยากออกเดินทางไปยังที่ไกล ๆ เพื่อทิ้งความวุ่นวายไว้ข้างหลัง แล้วใช้เวลาช้า ๆ ไปกับคนที่เรารัก เพราะบางครั้งความสุขไม่ต้องการอะไรมากไปกว่า การมีใครสักคนพร้อมจับมือกันและอยู่เคียงข้างกันแบบนี้ตลอดไป สำหรับเพลงนี้เขียนโดย "แจ็ค อรรถพล ละมูล (นักร้องนำ)" และ "เบนซ์" วง Dept ยังคงมาเป็นโปรดิวเชอร์ให้อีกครั้ง ผ่านดนตรีแนวเพลงอัลเทอร์เนทีฟ (Alternative) ที่มีกลิ่นความโรแมนติกในแบบ Gothic จนสัมผัสถึงปลายยุค 80s ถึงต้นยุค 90s ในแบบของ "SHERRY" มาพร้อมไลน์โซโล่กีต้าร์เท่ ๆ ของ "จีน พันธุ์กวี สัมมาชีวานันท์ (กีตาร์)" ช่วยถ่ายทอดความรู้สึกของเพลงออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ สามารถฟังเพลงนี้ได้ทุกสตรีมมิ่งรวมถึงชมได้ที่มิวสิกวิดีโอทาง YouTube Channel : SPICYDISC โดย "แจ็ค" ได้เล่าให้ฟังว่า "อัลบั้มใหม่ชุดนี้เริ่มต้นจากการที่พวกเราวางคอนเซ็ปต์ดนตรีไว้เป็น Vintage Digital โดยยังคงความอินกับแนว Post-punk Revival ที่พวกเราชอบ สำหรับเพลง ปลายเส้นขอบฟ้า ซึ่งเป็นเพลงเปิดของอัลบั้มที่ตั้งใจให้มีกลิ่นอาย Alternative Rock ผสมกับความหม่นและโรแมนติกในแบบ Gothic โดยหยิบซาวด์ในช่วงปลายยุค 80s ถึงต้นยุค 90s มาตีความในแบบของพวกเราครับ ในส่วนของเนื้อหา เบนซ์ ซึ่งมารับหน้าที่โปรดิวเซอร์ให้กับพวกเรา ได้ตั้งคำถามง่าย ๆ ว่า เวลาไปเที่ยว เราทำอะไร ? ซึ่งคำตอบก็คือ ไม่ทำอะไร ก็หายใจทิ้ง ประโยคธรรมดา ๆ นี้จึงถูกนำมาต่อยอดจนกลายเป็นท่อน แค่ได้หายใจทิ้งไป กับแสงตะวันที่เตรียมจะลาลับไป ก่อนจะค่อย ๆ แต่งต่อจนกลายเป็นเพลงที่ทุกคนได้ฟังกัน เชื่อว่าแฟนเพลงของพวกเราฟังแล้วจะรู้สึกถึงความใหม่ในอัลบั้มใหม่ที่จะปล่อยออกมาต่อจากนี้อย่างแน่นอนครับ ขอฝากด้วยนะครับ" ส่วนใครที่อยากพาตัวเองหลบความวุ่นวายต่าง ๆ ที่เผชิญอยู่สามารถฟังเพลงใหม่ "ปลายเส้นขอบฟ้า" จาก "SHERRY" เหมือนได้ตกภวังค์อยู่กับคนรักสองต่อสอง โดยฟังได้ในทุกสตรีมมิง และชมมิวสิกวิดีโอเพลงนี้ได้ทาง YouTube Channel : SPICYDISC พร้อมอัปเดตข่าวสารอื่น ๆ ของวงได้ที่ https://www.facebook.com/sherryyband และ https://www.facebook.com/Spicydiscrecord

ADÉLA ส่งมิวสิกวิดีโอเพลงใหม่ “Nicole Kidman” พร้อมเปิดตัวอัลบั้มเดบิวต์ PRIMA เผยพลังของป๊อปสตาร์ยุคใหม่
อ่าน

ADÉLA ส่งมิวสิกวิดีโอเพลงใหม่ “Nicole Kidman” พร้อมเปิดตัวอัลบั้มเดบิวต์ PRIMA เผยพลังของป๊อปสตาร์ยุคใหม่

หลังจากสร้างกระแสไปทั่วโลกด้วยเพลงไวรัลAint In LAและกลายเป็นหนึ่งในศิลปินป๊อปดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดในเวลานี้ADLAพร้อมพาทุกคนเข้าสู่โลกของเธออย่างเต็มรูปแบบกับอัลบั้มเดบิวต์PRIMAผลงานที่รวบรวมทุกด้านของหญิงสาววัย22ปี ตั้งแต่ความมั่นใจ ความทะเยอทะยาน ความอ่อนโยน ไปจนถึงช่วงเวลาที่เปราะบาง พร้อมประกาศอย่างชัดเจนว่าเธอกำลังมุ่งหน้าสู่ความฝันในการเป็นป๊อปสตาร์ในแบบของตัวเอง PRIMAมาพร้อมเพลงทั้งหมด11เพลง รวมซิงเกิลที่ปล่อยออกมาก่อนหน้านี้อย่างRed BottomsและAint In LAรวมถึงเพลงใหม่Nicole Kidmanซึ่งADLAเลือกปล่อยมิวสิกวิดีโอออกมาพร้อมกับอัลบั้ม โดยได้Hannah Lux Davisมารับหน้าที่กำกับ และหยิบแรงบันดาลใจจากบทบาทอันเป็นไอคอนิกของNicole Kidmanมาตีความใหม่ ตั้งแต่Eyes Wide Shut, Moulin Rouge, BirthและBabygirlไปจนถึงโฆษณาAMC Theatresที่กลายเป็นอีกหนึ่งภาพจำของนักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ ฟังอัลบั้มPRIMAของADLAhttps://ADELATH.lnk.to/PRIMAPR พูดถึงจุดเริ่มต้นของ Nicole Kidman กับ W Magazine, ADLA เล่าว่าไม่รู้เหมือนกันว่าฉันได้รับเชิญไปงานGolden Globesได้ยังไง ฉันไม่เคยแสดงหนังเลยสักเรื่อง แต่วันนั้นฉันแต่งตัวเต็มยศ ใส่เดรส ทำผม และฉันดูดีมาก ๆ ผมของฉันเด้งสวยสุด ๆ ส่วนคอร์เซตก็รัดแน่นมากจนฉันคิดขึ้นมาว่าตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนNicole Kidmanเลยจริง ๆ แล้วฉันได้ดูEyes Wide Shutและหลังจากนั้นก็หลงใหลในตัวเธอมาก สำหรับฉันแล้ว เธอคือthe movie starตัวจริง หากEPแรกThe Provocateurคือการที่ADLAเปิดประตูเข้าสู่วงการดนตรีด้วยเพลงอินดัสเทรียลป๊อปหนักหน่วง อัลบั้มPRIMAก็เป็นผลงานที่ทำให้เราได้เห็นตัวตนทางศิลปะของเธอแบบรอบด้านยิ่งกว่าเดิม โดยมีBlake SlatkinและDylan Bradyรับหน้าที่เป็นCo-Executive Producerและเปิดพื้นที่ให้ทั้งด้านที่แข็งแกร่ง อ่อนโยน เปราะบาง สนุก และมั่นใจของเธอได้อยู่ร่วมกัน ADLA อธิบายถึงภาพที่เธอต้องการสร้างผ่านอัลบั้มชุดนี้ว่าฉันอยากให้อัลบั้มนี้ฟังแล้วรู้สึกเหมือนเด็กสาวอายุ22ปีจริง ๆ ตอนนี้มีเรื่องบ้า ๆ เกิดขึ้นในชีวิตฉันเยอะมาก ซึ่งมันก็เป็นธรรมชาติของการเป็นหญิงสาวในวัยนี้ ตอนอายุเท่าฉัน คนมักจะพูดกับคุณไม่ว่าเธอเป็นคนลึกซึ้งมากก็เธอตลกและไม่เคยจริงจังกับอะไรเลยฉันพยายามแสดงทั้งสองด้านออกมา ฉันผสมความแข็งแกร่งเข้ากับความอ่อนโยน ความเปราะบางเข้ากับความมั่นใจทั้งหมดนั้น บีตที่ทรงพลังเข้ากับพลังความเป็นผู้หญิง ฉันทำทุกอย่างในแบบที่ตัวเองต้องการ ตลอดทั้งPRIMAเธอยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างเอกลักษณ์ของตัวเอง ขณะเดียวกันก็แสดงความเคารพต่อศิลปินที่ทำให้เธอตกหลุมรักโลกของเพลงป๊อปตั้งแต่แรก ไม่ว่าจะเป็นIm The Manโปรดิวซ์โดยCashmere Catซึ่งมีกลิ่นอายของงานโปรดักชันยุคแรกของAriana Grandeก่อนที่ADLAจะใช้เนื้อเพลงพลิกมุมมองต่อกรอบทางเพศและความสัมพันธ์แบบเดิม ๆ สำหรับแนวคิดเบื้องหลังเพลงนี้ เธอเผยว่ายิ่งฉันประสบความสำเร็จมากเท่าไหร่ การหาผู้ชายที่รู้สึกสบายใจกับความสำเร็จของฉันก็ยิ่งยากขึ้นเท่านั้นก่อนขยายความว่าต้องเป็นผู้ชายที่เข้าใจตัวเองดีและมีความมั่นใจจริง ๆ ถึงจะยอมให้ผู้หญิงเป็นคนคุมเกมได้ ขณะที่Fantasizeเธอหยิบเสียงกระซิบอันเป็นเอกลักษณ์ที่ชวนให้นึกถึงผลงานของBritney Spearsมาใช้กับเพลงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ และมุมมองเชิงบวกต่อเรื่องเซ็กซ์ แต่ท่ามกลางเพลงที่ADLAแสดงความมั่นใจและควบคุมเกมด้วยตัวเองPRIMAก็ยังเปิดพื้นที่ให้กับช่วงเวลาที่อ่อนโยนและเป็นส่วนตัว ผ่านทั้งRed Bottoms, HitachiและโดยเฉพาะTherapyหนึ่งในเพลงที่เปราะบางที่สุดของอัลบั้ม Therapyถูกเขียนและบันทึกเสียงในช่วงที่ADLAกำลังป่วยอย่างหนัก ท่ามกลางตารางชีวิตที่ต้องสลับไปมาระหว่างการทัวร์ ห้องอัด และภารกิจอีกมากมาย เธอเลือกใช้เสียงร้องที่ผ่านAuto-Tuneอย่างหนักวางอยู่เหนือเสียงคีย์ที่เรียบง่าย ก่อนระบายความรู้สึกในลักษณะคล้ายบันทึกส่วนตัว ตั้งแต่ประสบการณ์ที่มีต่อผู้บริหารในอุตสาหกรรมดนตรี ไปจนถึงความผูกพันระหว่างพี่สาวและน้องสาว แม้ทั้งคู่จะอยู่ห่างกันกว่า6,000ไมล์ อีกหนึ่งเพลงสำคัญในอัลบั้มคือAint In LAซิงเกิลที่เพิ่งสร้างสถิติสำคัญให้ADLAด้วยการพาเธอเข้าสู่Billboard Hot 100เป็นครั้งแรกหลังเปิดตัวในอันดับ85ก่อนทะยานขึ้นสู่อันดับที่61ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน เพลงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากป๊อปยุคBangerzนี้พูดแทนผู้คนอีกนับร้อยล้านคนทั่วโลกที่อาจรู้สึกว่าความฝันอยู่ไกลเกินเอื้อม เพียงเพราะสถานที่ที่พวกเขาเกิดและเติบโตขึ้นมา ตั้งแต่เสียงรองเท้าส้นสูง จังหวะของการหมุนตัวแบบนักบัลเลต์ คีย์ที่เหมือนผ่านค่ำคืนแห่งการเต้นรำ ไปจนถึงเนื้อเพลงที่เป็นส่วนตัวราวกับข้อความที่ส่งหากันตอนตีสาม ทุกองค์ประกอบกลายเป็นส่วนหนึ่งของซาวด์เฉพาะตัวที่ADLAใช้สร้างPRIMAขึ้นมา และเบื้องหลังชื่ออัลบั้มก็ยังเชื่อมโยงโดยตรงกับทั้งจุดเริ่มต้นและความทะเยอทะยานของเธอ ADLA อธิบายว่าPRIMAแปลว่าคนแรกซึ่งเหมาะมากเพราะนี่คืออัลบั้มเดบิวต์ของฉัน การเป็นprima ballerinaหมายความว่าคุณคือคนที่อยู่บนจุดสูงสุด หรือนักบัลเลต์ที่เก่งที่สุดของคณะ และยังเป็นคำที่ใช้เรียกกันด้วยความรักในชุมชนนักบัลเลต์อีกด้วย ฉันกำลังพยายามที่จะเป็นprima ballerinaแห่งวงการป๊อป และนี่คือก้าวแรกของฉันในการไปให้ถึงจุดนั้น จากศิลปินสาวที่ออกเดินทางจากสโลวาเกียเพื่อไล่ตามความฝัน วันนี้ADLAกำลังพิสูจน์ให้เห็นทีละก้าวว่าเธอมีทั้งวิสัยทัศน์ ความกล้า และตัวตนที่ชัดเจนพอจะสร้างพื้นที่ของตัวเองในวงการป๊อป อัลบั้มPRIMAจึงเป็นเหมือนคำประกาศการมาถึงของป๊อปสตาร์รุ่นใหม่ ที่พร้อมยอมรับทุกด้านของตัวเอง และเดินหน้าสู่เป้าหมายในการเป็นprima ballerina of popอย่างเต็มตัว แฟน ๆ ชาวไทยที่อยากติดตามADLAอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามแฟนเพจในไทยของเธอได้ที่Instagram @adela.thaifans

FLO ชวน Honey Dijon ส่ง THERAPY AT THE CLUB: Club Therapy with Honey Dijon รีมิกซ์ 8 เพลงจากอัลบั้มฮิต
อ่าน

FLO ชวน Honey Dijon ส่ง THERAPY AT THE CLUB: Club Therapy with Honey Dijon รีมิกซ์ 8 เพลงจากอัลบั้มฮิต

หลังจบทัวร์เอเชียในฐานะเฮดไลน์เป็นครั้งแรก FLO สามสาวบริติช RB ประกอบด้วย Rene Downer, Stella Quaresma และ Jorja Douglas เดินหน้าต่อยอดอัลบั้มชุดที่สอง Therapy At The Club ด้วยโปรเจกต์รีมิกซ์ THERAPY AT THE CLUB: Club Therapy with Honey Dijon พร้อมชวนดีเจและโปรดิวเซอร์เจ้าของรางวัลแกรมมีอย่าง Honey Dijon มาปรับโฉม 8 เพลงจากอัลบั้มนี้ ด้วยซาวด์ดนตรีเฮาส์และคลับในแบบฉบับของเธอ ฟังอัลบั้ม THERAPY AT THE CLUB: Club Therapy with Honey Dijon ของ FLO และ Honey Dijonhttps://FLOTH.lnk.to/TATCwithHoneyDijonPR รีมิกซ์ Club Therapy with Honey Dijon นำ 8 เพลงจาก Therapy At The Club มาตีความใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Dont Break Her Heart และ Therapy At The Club รวมถึงเพลงเด่นอย่าง Pose, Small Doses, Call Me, Haterbooth, Miss u Missing me และ Touch โดย Honey Dijon เติมกลิ่นอายดนตรีเฮาส์และคลับ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอเข้าไปในเพลงแนว RB ของ FLO ทำให้เพลงจากอัลบั้มชุดนี้พร้อมขยับเข้าสู่พื้นที่ของฟลอร์เต้นรำอย่างเต็มตัว FLO กล่าวถึงการร่วมงานครั้งนี้ว่า Honey Dijon คือไอคอนตัวจริง และเป็นคนที่พวกเราชื่นชมมานานมาก พวกเรารักเพลงแดนซ์ และไม่นานมานี้ก็ได้ไปเจอกับ Honey ที่ Ibiza พร้อมสัมผัสโชว์สดอันยอดเยี่ยมของเธอ พอถึงเวลาที่เราคิดจะรีมิกซ์ Therapy At The Club เรารู้เลยว่าต้องโทรหา Queen คนนี้! พวกเรารู้สึกขอบคุณมาก และเธอก็ทำออกมาได้สุดยอดจริง ๆ! ด้าน Honey Dijon เล่าถึงจุดเริ่มต้นของโปรเจกต์ว่า ฉันเจอสาว ๆ ครั้งแรกตอนที่พวกเธอมาดูโชว์ของฉัน แล้วเราก็เข้ากันได้ทันที หลังจากนั้นไม่ว่าเราจะบังเอิญเจอกันเมื่อไร เราก็มีเคมีที่ดีต่อกันเสมอ เพราะฉะนั้นตอนที่พวกเธอติดต่อมา พร้อมไอเดียสุดบ้าที่อยากให้ฉันรีมิกซ์ทั้งอัลบั้ม ฉันชอบไอเดียนี้มาก ฉันคิดว่ามันเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการเชื่อมโลกทางศิลปะของเราเข้าด้วยกันอย่างจริงจัง พวกเธอเก่งมาก ทั้งเพลงและเสียงร้องก็ยอดเยี่ยม และฉันสนุกมากที่ได้ทำงานกับเพลงเหล่านี้ พร้อมเติมกลิ่นอายแบบคลับและเฮาส์ของฉันลงไปในโปรเจกต์ทั้งหมด อัลบั้ม Therapy At The Club พา FLO คว้าอัลบั้ม Top 5 บนชาร์ตสหราชอาณาจักรได้เป็นชุดที่สองติดต่อกัน หลังอัลบั้มเดบิวต์ Access All Areas เปิดตัวที่อันดับ 3 เมื่อปี 2024 พร้อมสร้างสถิติให้ FLO เป็นเกิร์ลกรุ๊ป RB จากสหราชอาณาจักรวงแรก ที่ส่งสองอัลบั้มแรกเข้าสู่ Top 5 ได้สำเร็จ ขณะเดียวกันอัลบั้มนี้ยังทำยอดขายสัปดาห์แรกสูงที่สุดของวง และทำอันดับบนชาร์ตกับยอดขายเปิดตัวสูงสุดตั้งแต่เดบิวต์ ทั้งในสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส และเบลเยียม รวมถึงเข้าสู่ชาร์ตในออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก THERAPY AT THE CLUB: Club Therapy with Honey Dijon จึงเป็นอีกอัลบั้มที่ขยายโลกดนตรีของ FLO ให้กว้างขึ้น ด้วยการนำ RB ที่เป็นหัวใจสำคัญของวง มาเชื่อมเข้ากับวัฒนธรรมดนตรีเฮาส์และคลับ ผ่านฝีมือของ Honey Dijon หนึ่งในดีเจและโปรดิวเซอร์ระดับแนวหน้าของวงการเพลงแดนซ์ อีกรสชาติใหม่ที่อยากให้แฟน ๆ ได้สนุกกันต่อตลอดทั้งปี

"BOWKYLION" ส่งซิงเกิล "นาฬิกาทราย" ถ่ายทอดความสัมพันธ์ที่รอวันหมดเวลา
อ่าน

"BOWKYLION" ส่งซิงเกิล "นาฬิกาทราย" ถ่ายทอดความสัมพันธ์ที่รอวันหมดเวลา

"BOWKYLION" หรือ "โบกี้ ณิชชาฎา วีระสุทธิมาศ" ศิลปินหญิงแห่งยุคจากค่ายเพลง What The Duck (วอท เดอะ ดัก) ดีกรีเจ้าของซิงเกิลไวรัลที่ทุกคนร้องตามกันได้ ไม่ว่าจะเป็น ลงใจ, บานปลาย, วาดไว้, วิงวอน, ที่คั่นหนังสือ และ ลามปาม รวมถึงในช่วงต้นปีที่ผ่านมา เธอยังได้เซอร์ไพร์สแฟน ๆ ด้วยการประกาศจัด "KARAWA CONCERT" คอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งที่ 2 ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ซึ่งได้กระแสตอบรับดีเกินคาดจนบัตร Sold Out อย่างรวดเร็วภายในวันเดียว ไม่เพียงแต่พาร์ทของศิลปินเท่านั้น เธอยังได้รับโอกาสแสดงนำในภาพยนตร์เรื่อง "ข้างบ้าน" ที่กวาดรายได้ไปกว่า 100 ล้านบาท เป็นตัวตอกย้ำภาพความสำเร็จในอีกบทบาทที่แฟน ๆ คาดไม่ถึง อีกหนึ่งผลงานล่าสุดที่กระแสมาแรงตั้งแต่ปล่อยสปอยออกมา กับการร่วมแต่งและร้องเพลง "ดั่งใจฝัน (daydream)" เพลงประกอบซีรีส์บอยเลิฟแนวพีเรียดแฟนตาซีเรื่อง "ภพเธอ Love Upon a Time Series" จากค่าย DOMUNDI (ดูมันดิ) ที่มีการหยิบเอาคำร้องและดนตรีไทยมาประยุกต์เพิ่มเสน่ห์ในแบบใหม่ ๆ จนกลายเป็นอีกซิงเกิลไวรัลในช่วงที่ผ่านมา "BOWKYLION" ขอสานต่อกลิ่นอายความเป็นไทยกันต่อ ผ่านซิงเกิลใหม่อย่าง "นาฬิกาทราย (sign)" ซึ่งการันตีได้เลยว่าทุกผลงานที่ผ่านปลายปากกาของ "BOWKYLION" ล้วนสอดแทรกไปด้วยความหมาย และสำบัดสำนวนที่สละสลวย คงลายเส้นเฉพาะตัวที่ใครเห็นเป็นต้องจำได้ โดยในซิงเกิลนี้เธอได้หยิบเอา นาฬิกาทราย มาใช้เป็นสัญญะเพื่อพูดถึงความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ เดินทางมาถึงจุดจบ เป็นการนำเอาคุณสมบัติพิเศษของนาฬิกาทรายที่ต่างจากนาฬิกาทั่วไป เพราะเมื่อหมดเวลาก็สามารถพลิกด้าน แล้ววนกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้อยู่เสมอ เปรียบเทียบกับในมุมมองความรัก ทุกครั้งที่ทรายกำลังจะไหลจนหมด เหมือนกับคนที่ใกล้จะหมดใจ แต่ก็กลับมาเริ่มต้นใหม่ได้ทุกครั้ง "รักฉันเป็นดั่งนาฬิกาทราย ทุ่มเทเท่าไหร่ก็คงสลายไป" การให้อภัย ถูกนำมาใช้เป็นเกราะป้องกันตัวเองจากความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น และเป็นเครื่องมือเพื่อยื้อเวลาให้ความสัมพันธ์ยังคงดำเนินต่อไป แต่ปมในใจกลับไม่เคยได้รับการรักษาเลยสักครั้ง นำไปสู่ความสัมพันธ์ที่นับถอยหลังไปเรื่อย ๆ จนสลายตัวลงในท้ายที่สุด สะท้อนว่าความรักที่พังทลายลง ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่ค่อย ๆ ร่วงหล่นลงเหมือนกับเม็ดทรายที่สลายไปตามลม การจบความสัมพันธ์จึงไม่ใช่เพียงเพราะการหมดรัก แต่อาจเป็นทางรอดเดียวที่จะช่วยเยียวยาความรู้สึกที่เสียไปได้ สำหรับพาร์ทดนตรีถูกนำเสนอด้วยแนวป็อป พร้อมเพิ่มกลิ่นอายความเป็นไทยแบบร่วมสมัยขึ้นผ่านเมโลดี้ เรียกได้ว่าเป็นดนตรีแนวใหม่ ๆ ที่เธอยังไม่เคยทำ และเมื่อผสานเข้ากับภาษาสละสลวยตามกิมมิกเฉพาะตัว ทำให้ซิงเกิลนี้ส่งอารมณ์ได้อย่างลึกซึ้งขึ้นกว่าที่เคย ก่อนเพิ่มความอินขึ้นอีกสเต็ปผ่านมิวสิกวิดีโอที่ได้สาวมากเสน่ห์อย่าง "เจนิส เจณิสตา" มาร่วมถ่ายทอดความรักฉบับเกิร์ลเลิฟในเส้นเรื่องที่ชวนเรียกน้ำตา ถือเป็นอีกหนึ่งเคมีใหม่ ๆ ที่อยากชวนให้ทุกคนมาลองติดตาม สามารถฟังเพลงและรับชมมิวสิกวิดีโอ "นาฬิกาทราย (sign)" ได้แล้วที่นี่ และติดตามการเคลื่อนไหวของ "BOWKYLION" ได้ทาง https://www.facebook.com/whattheduckmusic และ https://www.instagram.com/bowkylion

เมื่อของเล่นต้องรับมือเทคโนโลยี เปิดโผตัวละครใหม่สุดล้ำใน "Toy Story 5" เข้าฉายแล้ววันนี้
อ่าน

เมื่อของเล่นต้องรับมือเทคโนโลยี เปิดโผตัวละครใหม่สุดล้ำใน "Toy Story 5" เข้าฉายแล้ววันนี้

เพียงแค่เปิดประเด็นToy Vs. Techของเล่นปะทะเทคโนโลยี ก็ทำเอาแฟน ๆToy StoryอยากจะดูDisney and Pixar's Toy Story 5ทอยสตอรี่5กันแล้ว เพราะทั้งร่วมสมัยและเข้าถึงชีวิตผู้คนในยุคนี้มาก ๆ ซึ่งแน่นอนว่านอกจากการกลับมาของWoody, Buzz, Jessieและแก๊งของเล่นที่ทั่วโลกรัก สีสันที่หลายคนจับตามองในภาคต่อภาพยนตร์แอนิเมชันแห่งปี คือการเปิดตัวเหล่าตัวละครใหม่ที่มาพร้อมเทคโนโลยี ซึ่งจะเปลี่ยนโฉมการผจญภัยครั้งนี้ให้สนุกและลุ้นยิ่งกว่าเคย อีกทั้งยังสะท้อนวิถีชีวิตของเด็กยุคดิจิทัลได้อย่างน่าสนใจอีกด้วย Andrew Stantonผู้กำกับ เผยว่า นอกจากจะตั้งใจมอบความบันเทิงอย่างแท้จริงให้กับผู้ชม ทีมผู้สร้างยังต้องการให้เรื่องราวในDisney and Pixar's Toy Story 5ทอยสตอรี่5มีความเชื่อมโยงกับชีวิตในปัจจุบันด้วย นั่นจึงนำไปสู่การนำอุปกรณ์เทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโลกในToy Storyเพื่อสร้างความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติพวกเราพูดคุยกันมานานกว่าสิบปีแล้วว่า ของเล่นกำลังมีบทบาทในชีวิตเด็กน้อยลงเรื่อย ๆ ทุกวันนี้การมีห้องเด็กที่เต็มไปด้วยของเล่น แต่ไม่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้ามามีบทบาทสำคัญ ดูจะเป็นภาพที่ล้าสมัยไปแล้ว เราเห็นสิ่งนี้ทั้งจากในบ้านของตัวเองและจากสังคมรอบตัว จึงเริ่มตั้งคำถามว่า หากเรื่องนี้เกิดขึ้นกับตัวละครในToy Storyพวกเขาจะรู้สึกอย่างไร ซึ่งเราพยายามอย่างเต็มที่ที่จะทำให้เรื่องราวนี้รู้สึกราวกับเป็นมุมหนึ่งของจักรวาลToy Storyที่ควรถูกสำรวจมาตั้งนานแล้ว และอาจเป็นเรื่องที่ยังไม่สามารถเล่าได้เร็วกว่านี้ด้วยซ้ำโดยในภาพยนตร์ เทคโนโลยีถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบของตัวละครอุปกรณ์ไฮเทคหลายตัว ไม่ว่าจะเป็นLilypad, Hi-Tech Edition Buzz Lightyear, Smarty Pants, AtlasและSnappyที่ล้วนแล้วแต่มีจุดเด่นและเสน่ห์เฉพาะตัว LILYPAD สำหรับเหล่าของเล่นตัวจริงของBonnieแล้ว การมาถึงของLilypadสร้างความไม่พอใจไม่น้อย เพราะแท็บเล็ตอัจฉริยะรูปกบตัวนี้ได้กลายเป็นของเล่นชิ้นโปรดชิ้นใหม่ของBonnieในทันที แต่ตัวLilypadเองไม่ได้รู้สึกกังวลแม้แต่น้อยว่าการปรากฏตัวของเธอจะทำให้Jessieและของเล่นตัวอื่น ๆ รู้สึกไม่สบายใจ ตรงกันข้าม เธอมักจะก้าวนำหน้าของเล่นแบบดั้งเดิมอยู่หลายก้าวเสมอ และยังมีวิธีการของตัวเองในการช่วยให้Bonnieเชื่อมต่อกับเพื่อน ๆ นั่นคือการชวนพวกเขาพูดคุยกันผ่านแพลตฟอร์มที่ชื่อว่าThe Pondถึงแม้Lilypadผู้ล้ำสมัยและJessieผู้เป็นตัวแทนของการเล่นแบบดั้งเดิมจะดูเหมือนอยู่คนละขั้ว แต่ทั้งคู่กลับมีสิ่งสำคัญร่วมกันอยู่หนึ่งอย่าง นั่นคือ พวกเธอพร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือเด็กน้อยที่พวกเธอรัก HI-TECH EDITION BUZZ LIGHTYEAR พวกเขาคือแอ็กชันฟิกเกอร์Buzz Lightyearรุ่นใหม่ล่าสุดกว่า50ตัว ที่ยังคงติดอยู่ในโหมดSpace Rangerจึงทุ่มเทให้กับภารกิจอย่างเต็มที่ และต้องพยายามใช้ชีวิตอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงภายใต้ความเชื่อว่า พวกเขาจำเป็นต้องร่วมมือกันเพื่อหาทางกลับไปยังStar Commandแต่ปัญหาก็คือ...Star Commandคืออะไรกันแน่?หรือใครกันแน่ที่ชื่อStar Command? SMARTY PANTS หนึ่งในสามเกลอของเล่นเทคโนโลยีรุ่นเก่าของBlazeเด็กหญิงวัย9ขวบครึ่ง เขาคือของเล่นฝึกการเข้าห้องน้ำฝีปากกล้าที่มีเสน่ห์พอ ๆ กับกระดาษชำระหนึ่งม้วน ซึ่งหลังจากที่Blazeผ่านช่วงวัยฝึกเข้าห้องน้ำมานานแล้วSmarty Pantsก็ถูกลืมและติดอยู่ในโหมดพักเครื่องภายในโรงเก็บของเล่นเก่าเป็นเวลาหลายปี แต่เมื่อเขาถูกดึงตัวเข้าร่วมภารกิจสำคัญอย่างไม่คาดคิด ของเล่นจอมกวนตัวนี้ก็ได้รับแบตเตอรี่ชุดใหม่ พร้อมโอกาสครั้งใหม่ที่จะพิสูจน์ความสามารถของตัวเอง...จริง ๆ นะ ATLAS อีกหนึ่งของเล่นเทคโนโลยีรุ่นเก่าของBlazeคือAtlasฮิปโปของเล่นพูดได้ผู้ร่าเริง มาพร้อมระบบGPSในตัว จึงรู้เส้นทางไปทุกแห่ง และจะอยู่เคียงข้างคุณจนกว่าจะถึงจุดหมาย หลังจากถูกลืมอยู่ในลิ้นชักเก็บอุปกรณ์เทคโนโลยีเก่าของBlazeมานาน สิ่งเดียวที่ของเล่นแผนที่ดิจิทัลตัวนี้ต้องการก็คือแบตเตอรี่ชุดใหม่ และเมื่อได้พลังงานกลับคืนมา เขาก็พร้อมเต็มที่ที่จะนำทางทุกคนสู่การผจญภัยครั้งใหม่ SNAPPY กล้องถ่ายรูปของเล่นตัวน้อยผู้ร่าเริง สมาชิกชิ้นสุดท้ายในกลุ่มของเล่นเทคโนโลยีรุ่นเก่าของBlazeเธอพร้อมกระโจนเข้าช่วยแก้ปัญหาทุกสถานการณ์ด้วยความกระตือรือร้น และด้วยความที่เธอเป็นของเล่นที่เก็บบันทึกความทรงจำมาตลอดSnappyจึงค่อนข้างโหยหาช่วงเวลาเก่า ๆ และหวงแหนความทรงจำอันสมบูรณ์แบบที่ได้ใช้ร่วมกับเพื่อน ๆ รวมถึงเด็กน้อยของเธอ เรียกว่าไม่ใช่แค่ความความล้ำสมัย แต่ตัวละครน้องใหม่เหล่านี้ยังมีคาแรกเตอร์สุดโดดเด่น ทั้งความมั่นใจ ความฮา ความกวน และเสน่ห์เฉพาะตัว ที่จะสร้างสีสันและความวุ่นวายให้กับการผจญภัยครั้งใหม่ของWoody, Buzz, Jessieและผองเพื่อน ถ้าอยากรู้ว่าพวกเขาจะป่วนโลกของเล่นแค่ไหน ไปสนุกกับ"Disney and Pixar's Toy Story 5ทอยสตอรี่5"ได้ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

Katy Perry จะไม่ทน! ส่งเพลงใหม่ “Watch It Burn” จุดไฟเผาอดีตสุดเจ็บปวดทิ้งไปแล้วเดินหน้าต่อ
อ่าน

Katy Perry จะไม่ทน! ส่งเพลงใหม่ “Watch It Burn” จุดไฟเผาอดีตสุดเจ็บปวดทิ้งไปแล้วเดินหน้าต่อ

Katy Perryกลับมาอีกครั้งกับซิงเกิลใหม่Watch It Burnที่แฟนเพลงทั่วโลกรอคอย พร้อมปล่อยมิวสิกวิดีโอที่สานต่อเรื่องราวจากเพลงbandaidsได้อย่างสมบูรณ์แบบ ถ่ายทอดอีกด้านหนึ่งของKaty Perryผ่านเพลงป๊อปที่เต็มไปด้วยพลัง และอารมณ์อันดิบตรงไปตรงมา เล่าเรื่องของคนที่อดทนกับความเจ็บปวด การเก็บกดความรู้สึก และการพยายามเป็นคนที่ดีเพื่อทุกคนมาอย่างยาวนาน ก่อนตัดสินใจปลดปล่อยทุกอารมณ์ที่ถูกซ่อนไว้ พร้อมเลือกเห็นคุณค่าของตัวเองเป็นครั้งแรก เปรียบเสมือนการเผาทุกอย่างในอดีตเพื่อก้าวเดินต่อไป ชมมิวสิควิดีโอเพลงWatch It BurnของKaty Perryที่นี่https://KatyPerryTH.lnk.to/WatchItBurnPR/youtube Watch It Burnเพลงนี้ได้ทีมโปรดิวเซอร์มากฝีมืออย่างJustin Tranter (Lady Gaga, Dua Lipa), Jason Gill (KATSEYE, Zara Larsson), Eren Cannata (Teddy Swims, Demi Lovato)และDaniel Creanร่วมสร้างสรรค์ โดยKaty Perryยังร่วมเขียนเนื้อเพลงกับJustin Tranter, Amanda Kiddo Ibanez, Eren Cannata, Jason Gill, Skyler StonestreetและDaniel Creanถ่ายทอดทั้งพลังเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ และอารมณ์ที่เข้มข้นที่สุดครั้งหนึ่งในเส้นทางดนตรีของเธอ มิวสิกวิดีโอWatch It BurnกำกับโดยChristian Breslauer(Ariana Grande, SZA, Lizzo)ยังทำหน้าที่เป็นบทสรุปของเรื่องราวที่เริ่มต้นในbandaidsเมื่อปีที่ผ่านมา โดยสองเพลงเปรียบเสมือนเรื่องราวสองบทที่เชื่อมต่อกัน จากบาดแผลในอดีตสู่การปลดปล่อยตัวเองจากความเจ็บปวด ซึ่งแฟนเพลงต่างเฝ้าติดตามมาตั้งแต่Katy Perryแอบซ่อนEaster EggของWatch It Burnไว้ในมิวสิกวิดีโอbandaidsจนกลายเป็นหนึ่งในเพลงที่ถูกเรียกร้องให้ปล่อยมากที่สุดของเธอ ตลอดเส้นทางอาชีพKaty Perryยังคงเป็นหนึ่งในศิลปินหญิงที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการเพลง ด้วยยอดสตรีมรวมกว่า125พันล้านครั้ง ทั่วโลก ยอดขายอัลบั้มมากกว่า70ล้านชุด พร้อมผลงานระดับDiamondถึง6ซิงเกิล และ1อัลบั้ม รวมถึงเพลงฮิตตลอดกาลอย่างFirework, Roar, Dark HorseและTeenage Dreamที่ตอกย้ำสถานะของเธอในฐานะไอคอนแห่งวงการเพลงป๊อป ในฐานะหนึ่งในศิลปินหญิงผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของวงการเพลงป๊อปKaty Perryยังคงพิสูจน์ว่าทุกการกลับมาของเธอคือโมเมนต์ที่แฟนเพลงทั่วโลกรอคอยWatch It Burnไม่เพียงแสดงให้เห็นอีกแง่มุมของการเล่าเรื่องผ่านบทเพลง แต่ยังตอกย้ำว่าพลังของKaty Perryยังคงร้อนแรงไม่เคยเปลี่ยน ไม่ว่าจะผ่านไปอีกกี่ยุคกี่สมัยก็ตาม

เปิดประตูสู่โลกแม่มดใน "Hexed มหัศจรรย์เวทมนตร์อลเวง" เสิร์ฟโฉมแรกให้ได้ดื่มด่ำมนตราใหม่
อ่าน

เปิดประตูสู่โลกแม่มดใน "Hexed มหัศจรรย์เวทมนตร์อลเวง" เสิร์ฟโฉมแรกให้ได้ดื่มด่ำมนตราใหม่

ทำเอาแฟนภาพยนตร์ตื่นเต้นกันทั่วโลก เมื่อ Disneys Hexed มหัศจรรย์เวทมนตร์อลเวง ภาพยนตร์แอนิเมชันผจญภัยแฟนตาซีฟอร์มยักษ์เรื่องใหม่ล่าสุดจากดิสนีย์ สตูดิโอผู้สร้าง Frozen และ Zootopia ส่งตัวอย่างภาพยนตร์และโปสเตอร์แรกออกมาให้ทึ่งกับโลกแห่งแม่มดและความอินดี้ของไอคอนคนใหม่แห่งวงการเวทมนตร์ ก่อนชวนออกผจญภัยไปค้นพบพลังสุดมหัศจรรย์ในโรงภาพยนตร์ 26 พฤศจิกายนนี้ ตัวอย่างภาพยนตร์ที่เผยออกมา พาผู้ชมไปรู้จักกับ บิลลี่ (Billie: ให้เสียงโดย Hailee Steinfeld) เด็กสาววัยรุ่นผู้หุนหันพลันแล่นและไม่ยึดติดกับกรอบเดิม ๆ และ อลิซ (Alice: ให้เสียงโดย Rashida Jones) คุณแม่ผู้รอบคอบและระมัดระวัง เมื่อบิลลี่เผลอปลดปล่อยพลังเวทมนตร์ลับที่ซ่อนอยู่โดยไม่ตั้งใจ ชีวิตของเธอก็ถูกเหวี่ยงออกจากย่านชานเมืองอันคุ้นเคย สู่ดินแดนมหัศจรรย์ที่มีชื่อว่า Hexe และได้พบกับ Ms. Quill ปากกาขนนกวิเศษ รวมถึงสมุดบันทึกเวทมนตร์ Elias Quire โดยระหว่างการผจญภัยสุดตระการตาที่เต็มไปด้วยเรื่องเหนือความคาดหมาย บิลลี่ก็ค่อย ๆ ค้นพบความลับของครอบครัวที่อาจเปลี่ยนแปลงโลกแห่งเวทมนตร์และเหล่าแม่มดไปตลอดกาล Disneys Hexed มหัศจรรย์เวทมนตร์อลเวง คือภาพยนตร์แอนิเมชันแฟนตาซีเรื่องใหม่แนว Coming-of-Age ซึ่งนับเป็นภาพยนตร์ต้นฉบับแอนิเมชันขนาดยาวลำดับที่ 65 ของ Walt Disney Animation Studios ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ประกาศรายชื่อนักพากย์ออกมาทั้ง Hailee Steinfeld ผู้พากย์เสียงเป็นบิลลี่ รวมถึง Rashida Jones ผู้พากย์เสียงเป็นอลิซ และล่าสุดยังได้ Tracey Ullman เจ้าของรางวัล Emmy Award ถึง 7 สมัย จากผลงาน The Tracey Ullman Show, Tracey Takes On..., Bullets Over Broadway และ Robin Hood: Men in Tights มาร่วมพากย์เสียงเป็น Ms. Quill ปากกาขนนกวิเศษผู้เปี่ยมมนตร์ขลัง และ Stephen Fry จาก The Interrogator, ไตรภาค The Hobbit, Gosford Park, Jeeves and Wooster และ V for Vendetta มาพากย์เสียงเป็น Elias Quire สมุดบันทึกเวทมนตร์ลึกลับ ทั้งนี้ Disneys Hexed มหัศจรรย์เวทมนตร์อลเวง กำกับโดยผู้กำกับภาพยนตร์คนไทย ฝน วีระสุนทร และ Jason Hand ร่วมกำกับโดย Josie Trinidad อำนวยการสร้างโดย Roy Conli และ Yvett Merino คุณฝน วีระสุนทร ผู้กำกับภาพยนตร์คนไทย กล่าวถึงตัวเอกของเรื่องว่า มีปรากฏการณ์ประหลาดที่ทั้งน่าพิศวงและยากจะอธิบายเกิดขึ้นรอบตัวบิลลี่อยู่ตลอดเวลา เธอเป็นคนที่รู้สึกเหมือนตัวเองไม่เคยเข้ากับบทบาทที่ได้รับในชีวิต การได้ก้าวออกจากโลกเดิม ๆ ของตัวเองไปสู่โลกลับที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์สุดแปลกประหลาดและไร้ขอบเขต จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอได้เรียนรู้และเข้าใจตัวเองอย่างแท้จริง ด้าน Jason Hand ผู้กำกับร่วม กล่าวเสริมว่า Hexed คือสถานที่ที่ทำให้บิลลี่รู้สึกว่าเธอถูกมองเห็นและได้รับการยอมรับเป็นครั้งแรกในชีวิต ที่นั่นเธอได้ออกเดินทางเพื่อค้นหาตัวตนของตัวเอง และได้ค้นพบสายสัมพันธ์อันทรงพลังที่เชื่อมโยงเธอเข้ากับเวทมนตร์ ขณะเดียวกันก็ได้เปิดเผยความลับที่ครอบครัวเก็บงำมายาวนาน เตรียมเปิดประตูสู่โลกแห่งแม่มดสุดตื่นตาใน Disneys Hexed มหัศจรรย์เวทมนตร์อลเวง รับประกันความสนุกจากสตูดิโอผู้สร้าง Frozen และ Zootopia ไปค้นพบพลังสุดมหัศจรรย์พร้อมกัน 26 พฤศจิกายน 2026 ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

Disney’s Moana ชวนออกเดินทางสู่ท้องทะเลอีกครั้ง พร้อมเพลง “Along The Way” ออกค้นหาความหมายของการเดินทาง
อ่าน

Disney’s Moana ชวนออกเดินทางสู่ท้องทะเลอีกครั้ง พร้อมเพลง “Along The Way” ออกค้นหาความหมายของการเดินทาง

แฟน ๆ ดิสนีย์เตรียมออกเดินทางสู่มหาสมุทรอันกว้างใหญ่อีกครั้งกับDisneys Moanaฉบับไลฟ์แอ็กชัน ที่ครั้งนี้มาพร้อมบทเพลงใหม่สุดไพเราะอย่างAlong The Wayผลงานการประพันธ์ของLin-Manuel Mirandaนักแต่งเพลงเจ้าของรางวัลGrammy, EmmyและTony Awardที่แฟน ๆ คุ้นเคยกันดีจากภาพยนตร์Moanaโดยเพลงนี้ได้Catherine Lagaaiaผู้รับบทMoanaในภาพยนตร์เวอร์ชันใหม่,Dwayne Johnsonที่กลับมารับบทMauiอีกครั้ง และAulii Cravalhoเจ้าของเสียงพากย์Moanaจากภาพยนตร์แอนิเมชัน ร่วมถ่ายทอดบทเพลงแห่งการผจญภัยและการเติบโตที่อบอุ่นหัวใจอย่างที่ทุกคนเคยประทับใจมาทุกครั้ง ฟังเพลงAlong The Wayจากภาพยนตร์เรื่องMoanaของDisneyที่นี่Apple Music:https://music.apple.com/us/album/moana-original-motion-picture-soundtrack/6779424259 Spotify: https://open.spotify.com/album/2ZaaAHqCBhZKCQiPz3LBEY นอกจากนี้Disneyยังปล่อยมิวสิกวิดีโอ พร้อมเบื้องหลังการสร้างสรรค์บทเพลงนี้ออกมาให้แฟน ๆ ได้ชมกันอีกด้วย โดยเผยให้เห็นกระบวนการทำงานของLin-Manuel Mirandaพร้อมบทสัมภาษณ์จากทีมนักแสดงและผู้สร้าง ที่ร่วมกันถ่ายทอดเรื่องราวและจิตวิญญาณของโลกแห่งMoanaผ่านเสียงเพลงได้อย่างงดงาม Lin-Manuel Mirandaกล่าวว่าผมมีความสุขมากที่ได้กลับมาเขียนเพลงให้กับโลกของMoanaอีกครั้ง เสียงร้องของAuliiและCatherineเข้ากันได้อย่างสวยงาม และการได้เขียนเพลงให้DwayneในบทMauiก็เป็นเรื่องสนุกเสมอ ผมรู้สึกขอบคุณที่พวกเรามีโอกาสสร้างสิ่งพิเศษสำหรับเรื่องราวการเดินทางครั้งใหม่ของMoana อัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์Disneys Moana (Original Soundtrack)พร้อมให้แฟน ๆ ได้ฟังพร้อมกันทั่วโลกวันที่26มิถุนายนนี้ โดยรวบรวมบทเพลงจากLin-Manuel Miranda, Opetaia FoaiและMark Mancinaรวมถึงเพลงใหม่Along The Wayที่แฟน ๆ กำลังพูดถึง พร้อมเปิดให้ฟังในระบบเสียงDolby Atmosเพื่อมอบประสบการณ์ที่สมจริงยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ในวันที่31กรกฎาคม ดิสนีย์ยังเตรียมปล่อยอัลบั้มพิเศษMoana: Voices Across The Oceanที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องราวของMoanaและวัฒนธรรมแห่งหมู่เกาะแปซิฟิก โดยมีDwayne Johnson, Lauren Hashian, Tiana Nonosina LiufauและKayla Faamaligiรับหน้าที่Executive Producersอัลบั้มนี้ประกอบด้วย15บทเพลงจากศิลปินชาวแปซิฟิกที่เป็นตัวแทนของ7เกาะ อาทิStan Walker, Dinah Jane, Iam Tongi, Paula Fuga, MaoliและCommon Kingsเพื่อถ่ายทอดวัฒนธรรม เสียงดนตรี และเรื่องราวจากมหาสมุทรอันกว้างใหญ่สู่ผู้ฟังทั่วโลก ภาพยนตร์เรื่องDisneys Moanaมีกำหนดเข้าฉายเฉพาะในโรงภาพยนตร์ไทย วันที่9กรกฎาคมนี้

"JOJI" ปล่อยอัลบั้มเซอร์ไพรส์ "PISS IN THE WIND (DELUXE)" พร้อมทัวร์คอนเสิร์ตทั่วโลกระดับอารีนา
อ่าน

"JOJI" ปล่อยอัลบั้มเซอร์ไพรส์ "PISS IN THE WIND (DELUXE)" พร้อมทัวร์คอนเสิร์ตทั่วโลกระดับอารีนา

"JOJI" ปล่อยอัลบั้มเซอร์ไพรส์ "PISS IN THE WIND (DELUXE)" ประกอบไปด้วย 9 เพลงที่เพิ่มเข้ามา รวมถึงการร่วมงานกับ THE KID LAROI, YEAT, ANYMA และ CORBIN ทัวร์คอนเสิร์ตทั่วโลกระดับอารีนา "SOLARIS" พร้อมเปิดฉาก 16 มิถุนายน นี้ ที่ PRUDENTIAL CENTER ในนิวเจอร์ซี โดย "PISS IN THE WIND" เปิดตัวด้วยการขึ้นอันดับ 5 บนชาร์ต TOP 200 ของ BILLBOARD "จากการครองกระแสดนตรีแทร็ปโทนโลไฟและฮิปฮอปในช่วงปลายยุค 2010 สู่การพิสูจน์ตัวเองในฐานะศิลปินแนวอัลเทอร์เนทีฟป๊อป Joji สร้างตัวตนของตัวเองขึ้นใหม่ พร้อมพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาคือหนึ่งในศิลปินที่น่าสนใจที่สุดในแนวดนตรีป๊อปทางเลือกที่ท้าทายขนบของดนตรีป๊อปกระแสหลัก" - CLASH "จากเสียงเบสที่แตกพร่าในเพลง PIXELATED KISSES ไปจนเนื้อสัมผัสที่ละเอียดอ่อนของ If It Only Gets Better อัลบั้ม Piss in the Wind ถือเป็นผลงานที่ความซับซ้อนในทุกมิติ" - Hypebeast Magazine นักร้องและโปรดิวเซอร์ขวัญใจนักวิจารณ์ "Joji" สร้างเซอร์ไพรส์กับการปล่อยสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 4 "Piss In The Wind" เวอร์ชัน Deluxe ภายใต้สังกัด Palace Creek โดยเวอร์ชัน Deluxe นี้ ได้ขยายโลกแห่งดนตรีของอัลบั้มให้กว้างขึ้น กับ 9 เพลงที่เพิ่มเติมเข้ามา เป็นการร่วมงานกับศิลปินอย่าง The Kid LAROI, Yeat, Anyma และ Corbin สำหรับแฟนเพลงที่ติดตามมานาน เวอร์ชัน Deluxe นี้ ยังมีเพลงเดโมซึ่งไม่เคยเผยแพร่มาก่อน 2 เพลง ได้แก่ "DYKILY (2017 Demo Version)" และ "FTC" อีกด้วย ไฮไลต์สำคัญของเวอร์ชั่น Deluxe คือ Bluffin ที่ฟีเจอริงกับ The Kid LAROI โดยเป็นการจับคู่กันของนักร้องแร็ปเปอร์ชาวออสเตรเลีย กับเสียงร้องสไตล์แตกพร่าอันเป็นเอกลักษณ์ของ Joji บนดนตรีที่สดใสและจังหวะเร้าใจ ซึ่งโปรดิวซ์โดย Sam Homaee, BNYX เเละ 1SRAEL นอกจากนี้ อัลบั้มเวอร์ชัน Deluxe ยังรวบรวมเพลงที่ได้ร่วมงานกับ Yeat ("Back Home") และ Anyma ("Beautiful") ซึ่งยิ่งแสดงให้เห็นถึงความกว้างขวางในแนวดนตรีของ Joji ได้เป็นอย่างดี ช่วงปลายเดือนนี้ "Joji" พร้อมเปิดฉากการทัวร์คอนเสิร์ตระดับนานาชาติ SOLARIS TOUR ที่ครอบคลุมการแสดงทั้งในแถบอเมริกาเหนือ, ยุโรป, เอเชีย,ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ "Joji" เตรียมขึ้นโชว์บนเวทีระดับอารีน่าไปทั่วโลก ซึ่งก็รวมถึง Prudential Center, Barclays Center, Intuit Dome, The O2 และอีกมากมายกับทัวร์ที่จัดโดย Live Nation ซึ่ง SOLARIS TOUR ถือเป็นการทัวร์คอนเสิร์ตที่ทะเยอทะยานที่สุดของ "Joji" จนถึงปัจจุบัน ทั้งยังอัดแน่นด้วยรายชื่อเพลงที่รวมเพลงฮิตที่สุดของเขา ตั้งแต่ "Glimpse of Us" ไปจนถึง "SLOW DANCING IN THE DARK" ทัวร์ครั้งนี้ ยังถือเป็นการหยิบเพลงในอัลบั้ม "Piss In The Wind" มาแสดงสดให้ชมกันเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นการปลุกเรื่องราวในบทต่อไปของเขาให้มาโลดแล่นบนเวทีเป็นครั้งแรก การทัวร์คอนเสิร์ต SOLARIS TOUR ในแถบอเมริกาเหนือ ยังได้ Nate Sib เเละ Corbin มาร่วมแสดงด้วย ขณะที่การทัวร์ในแถบยุโรป, ออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์ ได้ Tommy Richman มาร่วมแจม รายละเอียดการจองบัตรและข่าวสารล่าสุด แฟนเพลงสามารถติดตามได้ทางเว็บไซต์ของ "Joji" อัลบั้ม "Piss In The Wind" ที่ปล่อยออกมาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ภายใต้สังกัด Palace Creek ถือเป็นผลงานที่เชื่อมโยงอดีตและปัจจุบันทางดนตรีของ "Joji" เข้าด้วยกัน โดยสร้างสมดุลระหว่างการเขียนเพลงที่หม่นหมองและครุ่นคิด กับโปรดักชั่นที่หยาบกร้าน แต่แฝงด้วยบรรยากาศได้อย่างลงตัว ด้วยงานเพลงที่หลากหลายถึง 21 เพลง พร้อมทิศทางการสร้างสรรค์ที่ชัดเจน นี่ถือเป็นผลงานศิลปะที่สมบูรณ์แบบในทุกมิติ และปล่อยให้ดนตรีได้บอกเล่าเรื่องราวด้วยตัวของมันเอง อัลบั้มนี้ยังเป็นการร่วมงานกับ Giveon, 4batz, Yeat และ Don Toliver อีกด้วย ทันทีที่วางจำหน่าย "Piss In The Wind" ก็เปิดตัวทะยานขึ้นอันดับ 5 บนชาร์ต Billboard 200, อันดับ 1 บนชาร์ต Indie Store Album Sales รวมถึง อันดับ 1 บนชาร์ต Current Alternative Albums และ Current Pop Albums ในสหรัฐอเมริกา อัลบั้มนี้ยังสร้างสถิติใหม่บนชาร์ตเพลงทั่วโลก ด้วยการเปิดตัวใน อันดับ Top 10 ของหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ออสเตรเลีย (อันดับ 3), สหราชอาณาจักร (อันดับ 6 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดใหม่), เยอรมนี (อันดับ 4 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดใหม่) และ เนเธอร์แลนด์ (อันดับ 9 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดใหม่) รวมไปถึงยังเปิดตัวในอันดับสูงสุดในบรรดาผลงานเพลงที่ผ่านมาของเขา ที่ฝรั่งเศส, เบลเยียม, อิตาลี และประเทศอื่น ๆ อีกด้วย Connect with Joji :Instagram | Facebook | Twitter | YouTube

"JONAS BLUE" หวนคืนค่าย DEFECTED พร้อมเพลงฮิตแนวซัมเมอร์เฮาส์ "GIRL"
อ่าน

"JONAS BLUE" หวนคืนค่าย DEFECTED พร้อมเพลงฮิตแนวซัมเมอร์เฮาส์ "GIRL"

"Girl" ผลงานเพลงที่ทุกคนตั้งตารอ ซึ่งต่อเนื่องจากเพลงฮิตระดับโลกเมื่อปี 2025 อย่าง "Edge Of Desire" ที่ทำร่วมกับ Malive แสดงได้เห็นว่า "Jonas Blue" โชว์ความเหนือชั้นในการสร้างสรรค์แนวดนตรีฤดูร้อนที่สดใสในแบบฉบับของตัวเองภายใต้สังกัด Defected Records "Jonas Blue (โจนัส บลู)" หวนคืนอ้อมอก Defected Records ด้วยเพลง "Girl" ผลงานที่ทุกคนตั้งตารอต่อจากเพลงฮิตถล่มทลายเมื่อปี 2025 "Edge Of Desire" โดยนับตั้งแต่ปล่อยเพลง "Edge of Desire" ที่ทำร่วมกับ Malive (มาลีฟ) ในช่วงกลางฤดูร้อนเมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 เพลงเฮาส์สุดร้อนแรงนี้ก็มียอดสตรีมทั่วโลกถึง 200 ล้านครั้ง ซึ่งต้องยกความดีความชอบให้กับกระแสที่พุ่งทะยานบนชาร์ต Shazam อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสนับสนุนให้อยู่บนเพลย์ลิสต์ของสถานีวิทยุยักษ์ใหญ่ของโลก ทั้งใน สหราชอาณาจักร, สหรัฐอเมริกา, ฝรั่งเศส, สเปน, อิตาลี, เนเธอร์แลนด์, ออสเตรเลีย และล่าสุดในอเมริกาใต้ ผลงานเพลงนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากเวอร์ชันรีมิกซ์จากศิลปินหลากหลายแนวในแวดวงดนตรีเฮาส์ ไม่ว่าจะเป็น Franky Rizardo, Jazz-N-Groove และ Serve Cold Grigor รวมไปถึงเวอร์ชัน Sunrise ที่มาพร้อมกับ DJ mix ส่งตรงจากอิบิซา ตอนนี้ ซึ่งผ่านมาเกือบหนึ่งปีเต็ม เขาได้หวนคืนสู่สถาบันเพลงเฮาส์แห่งลอนดอนอีกครั้งด้วยเพลง "Girl" เพลงสดใสและให้ความรู้สึกถึงฤดูร้อน ที่แสดงให้เห็นว่า Jonas ได้นำพลังแห่งความสำเร็จระดับโลกของเขาเข้าสู่โลกของ Defected ได้อย่างลงตัว ด้วยท่อนฮุคเสียงร้องที่ติดหูยากปฏิเสธได้ ผสานกับรูปแบบเสียงกีตาร์ชวนฟังและจังหวะกลอง four-on-the-floor สุดลื่นไหล เตรียมตัวที่จะได้ยินเพลง "Girl" เปิดกระหึ่มไปทั่วโลก ตั้งแต่ปาร์ตี้กลางแจ้ง ไปจนถึงค่ำคืนในคลับอันยาวนานตลอดปี 2026 และยาวไปหลังจากนั้นแน่นอน "Jonas Blue" เผยว่า "เพลงนี้มาจากความรู้สึกโหยหาอดีตที่แสนบริสุทธิ์จริง ๆ ผมรักเพลงแนวเฟรนช์เฮาส์ และดนตรีเฮาส์ยุคต้นปี 2000 มาโดยตลอด กับสไตล์เพลงเรียบง่าย ติดหู และทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นมาทันที ผมรู้สึกว่าในระหว่างทางที่ผ่านมา เราสูญเสียพลังงานที่แสนขี้เล่นแบบนั้นไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพูดถึงท่อนฮุคที่ผู้คนสามารถร้องตามออกมาได้ทันทีโดยไม่ต้องคิดด้วยซ้ำ Girl คือวิธีที่ผมใช้เพื่อกลับไปสู่ความรู้สึกนั้นอีกครั้ง มันเป็นหนึ่งในเพลงที่ลื่นไหลไปเองตามธรรมชาติ ไม่ต้องคิดมาก แค่ไล่ตามความรู้สึกไปเท่านั้น ผมรู้สึกตื่นเต้นที่ทุกคนจะได้ฟังมัน โดยเฉพาะผ่านค่าย Defected ผมรู้สึกว่าเป็นบ้านที่สมบูรณ์แบบสำหรับแนวเพลงแบบนี้" ปีต่อจากนี้ เรายังจะได้เห็น Jonas สะกดสายตาผู้คนทั่วโลก ด้วยทัวร์คอนเสิร์ตในสหรัฐอเมริการวม 14 วันที่บัตรขายบัตรหมดเกลี้ยง ทั้งในลอสแองเจลิส, นิวยอร์ก และโตรอนโต รวมถึงการเป็นศิลปินประจำคนใหม่ที่ H Ibiza และลาสเวกัส พร้อมกับผลงานเพลงใหม่ ๆ อีกมากมายที่จ่อคิวเตรียมปล่อยออกมา

"MellaMay" ส่งเพลง "Legally Dumb" ต้อนรับ Pride Month ให้เหล่าตัวแม่เดินสับรันเวย์ทั้งวงการ
อ่าน

"MellaMay" ส่งเพลง "Legally Dumb" ต้อนรับ Pride Month ให้เหล่าตัวแม่เดินสับรันเวย์ทั้งวงการ

การกลับมาของ "MellaMay (เมลล่าเม)" หรือ ที่ทุกคนรู้จักกันดี จากผู้เข้าแข่งขันรายการ The Face Thailand Season 6 หลังจากสร้างกระแสด้วยซิงเกิลสุดแซ่บอย่าง "BOSH (นี่แหละ)" ที่เผยภาพของศิลปินหญิงสาย performance เต็มตัว ผ่านซาวด์ป๊อปกลิ่นอาย UK Club และ visual aesthetic สุดจัดจ้าน ล่าสุด "MellaMay" กลับมาพร้อมซิงเกิลใหม่ "Legally Dumb" เพลงที่พร้อมปลุกทุก dancefloor และถูกจับตามองว่าอาจกลายเป็นอีกหนึ่ง anthem ประจำ Pride Month ปีนี้ "Legally Dumb" คือเพลงแนว electro-pop / dark pop ที่โดดเด่นด้วยจังหวะ beat หนักแน่น ซาวด์ electronic ที่มีความ fashion runway และกลิ่นอาย queer club culture แบบชัดเจน ผสมความ theatrical และ seductive energy ในแบบที่ชวนให้นึกถึงทั้งแฟชั่นโชว์ underground, ballroom scene และ nightlife culture ของชุมชน LGBTQ+ ทั่วโลก ตัวเพลงเล่าเรื่องของคนที่ "รู้ว่าความสัมพันธ์นี้อาจไม่ดีต่อใจ แต่ก็ยังเลือกจะรักอยู่ดี" เป็นความย้อนแย้งของคนที่พร้อมยอมโง่เพื่อความรู้สึกของตัวเอง หรือที่เพลงนิยามไว้ว่า "Legally Dumb" ถ่ายทอดผ่านเนื้อเพลงที่ทั้ง playful, sarcastic และเต็มไปด้วย attitude ของคนที่เลือก embrace ความ imperfect ของตัวเองอย่างไม่แคร์สายตาใคร ในพาร์ทดนตรี ได้ Producer ชื่อดังอย่าง Jackson Dimiglio-Wood ที่เคยร่วมงานกับศิลปินระดับโลก อย่าง Shawn Mendes มาร่วม produce เพลงนี้ให้ด้วย เพลงนี้โดดเด่นด้วย groove ที่ชัดเจน เบสหนักแน่น จังหวะที่เหมาะกับการเดิน runway และ hook ที่ติดหู ทำให้ "Legally Dumb" ไม่ได้เป็นแค่เพลงป๊อป แต่ยังเป็นเพลงที่มีพลังของ movement และ self-expression สูงมาก เหมาะทั้งสำหรับเปิดในคลับ งานแฟชั่นโชว์ รวมถึงเทศกาล Pride ที่เฉลิมฉลองความหลากหลาย ความมั่นใจ และการเป็นตัวเองอย่างอิสระ ด้วยภาพลักษณ์และแนวดนตรีที่มีความ international pop มากขึ้น "Legally Dumb" ยังตอกย้ำตัวตนของ "MellaMay" ในฐานะศิลปินหญิงยุคใหม่ที่กล้าผสมผสานทั้งดนตรี แฟชั่น และ performance art เข้าไว้ด้วยกันอย่างมีเอกลักษณ์ พร้อมส่งต่อพลังของ confidence, freedom และ unapologetic self-love ไปยังผู้ฟังทุกคน สามารถฟังและดาวน์โหลด เพลง "Legally Dumb" ได้แล้ววันนี้

"VVV" คัมแบ็กส่ง "เจ้าชายของแก" ซิงเกิลสุดโรแมนติก รับประกันความขี้อ้อนถึงขีดสุด
อ่าน

"VVV" คัมแบ็กส่ง "เจ้าชายของแก" ซิงเกิลสุดโรแมนติก รับประกันความขี้อ้อนถึงขีดสุด

"VVV (ทริปเปิ้ลวี)" บอยกรุ๊ปน้องใหม่ภายใต้การปลุกปั้นของ "THE TOYS" จาก Whoop Music (วูป มิวสิค) สังกัดในเครือค่ายเพลง What The Duck (วอท เดอะ ดัก) ประกอบด้วย 3 หนุ่ม 3 คาแรกเตอร์ นำโดย จูเนียร์ ปริยะ จิยางกูร, จีวัท จีรวัฒน์ ชอบการกิจ, เจนัส ศิระ วิจิตรธนารักษ์ หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการ พวกเขาได้เดินหน้าผลิตผลงานออกมาให้แฟนเพลงติดตามกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น "ตัวปัญหา (Envy)" ซิงเกิลพรีเดบิวต์กับแนวเพลงป็อปกลิ่นอายยุค 2000 ก่อนพลิกคาแรกเตอร์กลายเป็นหนุ่มเนิร์ดที่จริงใจกับซิงเกิล "เนิร์ดดี (Nerdy)" ที่มาพร้อมท่าเต้นสุดกวนพร้อมกระชากใจพี่สาวได้อย่างอยู่หมัด และล่าสุดกับการคว้ารางวัล Rookie Artist Award จากเวที KAZZ AWARD 2026 ตอกย้ำภาพความสำเร็จก้าวแรกในเส้นทางศิลปินได้อย่างน่าจดจำ ไปกันต่อ! "VVV" กลับมาเสิร์ฟคาแรกเตอร์แนวใหม่ให้แฟนเพลงได้ลิ้มลองกันอีกครั้ง กับซิงเกิล "เจ้าชายของแก (My Queen)" เพลงฟีลกู๊ดเนื้อหาชวนละมุนใจ ซึ่งเปรียบเปรยความสัมพันธ์เหมือนกับนิทานที่เคยได้ยินตอนเด็ก ๆ เรื่องราวความรักสุดแสนโรแมนติกฉบับเจ้าหญิง และเจ้าชาย แต่ก็ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้ตัวเองจะมีโอกาสได้พบกับความรักแบบที่วาดฝันเอาไว้ จนเมื่อได้มาเจอกับเธอคนนี้ เลยทำให้รู้ว่าเจ้าหญิงของฉันคงหน้าตาคล้าย ๆ แก แล้วเกิดคำถามต่อไปว่าเจ้าชายของแก หน้าตาประมาณไหน โดยผลงานครั้งนี้ยังคงได้เจ้าพ่อโปรดิวเซอร์แห่งวงการ T-POP อย่าง "THE TOYS" เข้ามาช่วยเสกความกลมกล่อมตั้งแต่ต้นจนจบ ส่วนพาร์ทดนตรีมาในแนวป๊อป ฟังสบาย กับท่อนฮุคติดหูที่สามารถร้องตามกันได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฟัง และอีกหนึ่งความพิเศษที่ขาดไม่ได้สำหรับมิวสิกวิดีโอ ทุกคนจะได้เห็นทั้ง 3 หนุ่มแปลงโฉมกลายเป็นเจ้าชายสุดหล่อ ขี้อ้อน รับประกันความฟินถึงขีดสุดที่ทุกคนไม่ควรพลาด สามารถเข้าไปฟังเพลง "เจ้าชายของแก (My Queen)" ได้แล้วที่นี่ พร้อมอัปเดตข่าวสารต่าง ๆ ของ "VVV" เพิ่มเติมได้ทาง https://www.instagram.com/vvv_theofficial และ https://www.facebook.com/WHOOPmusicofficial

Jenevieve คว้า JIHYO วง TWICE ร่วมฟีทใน “Hvnly” เพลง R&B สุดนุ่มถูกใจวัยรุ่นเทสดี ก่อนเจอตัวจริงที่ไทย
อ่าน

Jenevieve คว้า JIHYO วง TWICE ร่วมฟีทใน “Hvnly” เพลง R&B สุดนุ่มถูกใจวัยรุ่นเทสดี ก่อนเจอตัวจริงที่ไทย

Jenevieveศิลปินโมเดิร์นRBสายนุ่มขวัญใจวัยรุ่น สานต่อความสำเร็จอย่างงดงามของอัลบั้มCRYSALISด้วยการปล่อยCRYSALIS (CODA)อัลบั้มเวอร์ชั่นDeluxeพร้อมแทร็กใหม่Hvnlyที่เป็นเวอร์ชั่นรีมิกซ์ของเพลงHvn Highพร้อมชวนJIHYOเมนโวคอลและลีดเดอร์ของTWICEเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังจากเกาหลีใต้ มาร่วมฟีทเจอริ่งเพิ่มความละมุนให้เพลงนี้อีกเท่าตัว ในอัลบั้มCRYSALIS (CODA)นอกจากHvnlyที่ร่วมทำกับJIHYOแล้ว ยังมีเพลงWaiting Room (feat. Jordan Ward)และFlight Risqu (feat. Freddie Gibbs SALIMATA)รวมถึงผลงานที่ทำร่วมกับTkay MaidzaและLous and The Yakuzaอีกด้วย ชมมิวสิควิดีโอเพลงHvnly (feat. JIHYO)ของJenevieveที่นี่https://JenevieveTH.lnk.to/HvnlyftJIHYOPR/youtube Jenevieveเพิ่งปิดฉากช่วงการทัวร์ยุโรปของThe CRYSALIS Tour Worldwideอย่างงดงาม พร้อมการตอบรับอย่างล้มหลามจากแฟน ๆ ด้วยบัตรเข้าชมที่จำหน่ายหมดเกลี้ยง เธอได้ขึ้นแสดงในหลายเมืองสำคัญอย่างปารีส ลอนดอน และอัมสเตอร์ดัม ก่อนจะเดินหน้าต่อในวันที่14พฤษภาคม กับตารางการแสดงทั่วเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นที่เซี่ยงไฮ้ โซล โตเกียว มะนิลา และกรุงเทพฯ ประเทศไทย ก่อนเตรียมปิดท้ายทัวร์ด้วยการขึ้นแสดงในฐานะเฮดไลเนอร์ครั้งแรกที่ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ อัลบั้มCRYSALISถือเป็นก้าวสำคัญที่พาJenevieveก้าวสู่ความสำเร็จในวงการเพลงระดับโลกอีกระดับ เธอได้รับเสียงชื่นชมจากสื่อชั้นนำมากมาย อาทิNPR, Billboard, VIBEและThe FADERขณะที่เพลงเด่นอย่างHead Over Heelsสามารถทะยานขึ้นอันดับ1บนคลื่นวิทยุRBนับเป็นเพลงแรกของเธอที่ครองอันดับสูงสุด พร้อมทั้งติดTop 5ในชาร์ตAdult RB Airplayอีกด้วย นอกจากนี้ เธอยังได้รับเลือกเป็นศิลปินOn The VergeจากเวทีiHeartRadio Music Awardsประจำปีนี้ และคว้าการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลBest New Artist (RB)อีกหนึ่งสาขา ความสำเร็จทั้งหมดนี้ต่อยอดจากผลงานสุดฮิตก่อนหน้าอย่างBaby Powderที่มียอดสตรีมทั่วโลกทะลุ175ล้านครั้งได้อย่างสวยงาม เคลิบเคลิ้มไปกับเพลงใหม่ของเธอกันเรียบร้อยแล้ว ก็อย่าลืมแวะมาฟังเสียงสด พร้อมเพอร์ฟอร์มานซ์สด ๆ ของเธอกันได้ในคอนเสิร์ตJENEVIEVE THE CRYSALIS TOUR - WORLDWIDE in Bangkokวันที่2มิถุนายนนี้ ที่ สามย่าน มิตรทาวน์ ฮอลล์

Coming Soon
ดู

Coming Soon

"อาจไม่ถึงคราว" ซิงเกิลใหม่จาก "Newery" เพลง Self-love ที่อยากเตือนใจว่าเรื่องความรักไม่จำเป็นต้องรีบร้อน
อ่าน

"อาจไม่ถึงคราว" ซิงเกิลใหม่จาก "Newery" เพลง Self-love ที่อยากเตือนใจว่าเรื่องความรักไม่จำเป็นต้องรีบร้อน

"Newery" หรือ "นิว วิศรุต ณ นคร" เจ้าของเสียงร้องนุ่มลึกอันเป็นเอกลักษณ์ ตัวแทนศิลปินมากฝีมือจากค่ายเพลง What The Duck (วอท เดอะ ดัก) ดีกรีเจ้าของผลงานสุดไวรัลที่เชื่อว่าทุกคนต้องเคยได้ยินอย่าง "กลิ่นดอกไม้" รวมถึง "ต่อจากคืนนี้ (ฉันจะไม่มีเธออีกแล้ว) I gloomy" ที่กวาดยอดวิวบนยูทูบและสตรีมมิ่งไปอย่างถล่มทลาย ตลอดจนซิงเกิลความหมายดีอีกมาก ไม่ว่าจะเป็น หลงรัก, ใครก็ดีกว่าฉัน (not me), รอเธอจนหายเปียกปอน (dry my tears), ปลายสัปดาห์ (last weekend) และซิงเกิลล่าสุดที่ชวนคนฟังให้ซับน้ำตาไปพร้อมกันอย่าง "กลับมาไม่มีเธอให้กอด" กลับมาอีกครั้งพร้อมผลงานใหม่ "อาจไม่ถึงคราว (right ?)" ซิงเกิลที่พูดถึงการรอคอยความรักจากใครสักคน จนในบางความสัมพันธ์อาจเร่งรัดมากเกินไป แต่คนที่เข้ามากลับไม่ใช่คนที่ใจต้องการ เพลงนี้จึงเป็นเหมือนเครื่องมือเตือนใจให้เราค่อยเป็นค่อยไป และถ้าหากจะเริ่มต้นความสัมพันธ์ครั้งใหม่ก็อยากให้มั่นใจว่าเป็น "ความรัก" ไม่ใช่แค่ "ความเหงา" ลองหันกลับมาเอ็นจอยกับการใช้ชีวิตของตัวเองให้ดี เพราะเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม คนที่เราเฝ้ารอจะเดินทางมาหาเราเอง จุดเริ่มต้นของเพลงนี้ "นิว" เผยว่ามีที่มาจากซิงเกิล "คราวนี้" ที่เคยปล่อยออกมา จึงปิ๊งไอเดียแล้วต่อยอดมาเป็นคอนเซปต์ของเพลงนี้ แต่ตั้งใจนำเสนอด้วยมุมมองตรงกันข้ามที่ให้ความ Positive มากกว่า ส่วนในพาร์ทดนตรียังคงสไตล์ Indie-pop ตามเอกลักษณ์ของเจ้าตัว พร้อมเพิ่มความขี้เล่นด้วยการผสมผสานแนว Bedroom Pop แบบร่วมสมัยเข้ามาเติมแต่งสีสีน อีกทั้งงานนี้ยังได้โปรดิวเซอร์มือดีอย่าง "Billypopoza" เข้ามาช่วยเสริมทัพความสนุก รับรองได้เลยว่าแฟนเพลงของ "Newery" จะไม่ผิดหวังกับผลงานชิ้นนี้อย่างแน่นอน สามารถฟังเพลง "อาจไม่ถึงคราว (right ?)" ได้แล้ววันนี้ทุกช่องทาง และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของศิลปินได้ทาง https://www.facebook.com/whattheduckmusic และ https://www.facebook.com/new.newery

“โบว์” อึ้ง! อเมซิ่งบอดี้ มีมดลูก 2 ข้าง แนะปวดท้องประจำเดือนให้ตรวจ
อ่าน

“โบว์” อึ้ง! อเมซิ่งบอดี้ มีมดลูก 2 ข้าง แนะปวดท้องประจำเดือนให้ตรวจ

โบว์ อึ้ง! อเมซิ่งบอดี้ มีมดลูก 2 ข้าง แนะปวดท้องประจำเดือนให้ตรวจ ทำเอาหลายคนตกใจเมื่อรู้ว่านางเอกสาว โบว์ เมลดา เป็นผู้หญิงมหัศจรรย์ มีมดลูก 2 ข้าง มีไตข้างเดียวแต่มีขนาดใหญ่เท่ากับไต 2 ข้างรวมกัน เมื่อถามเรื่องนี้กับเจ้าตัวก็เผยว่า. มดลูกแฝด เป็นอเมซิ่งบอดี้ โบว์รู้ตัวตอนอายุ 20 ต้นๆ ช่วงนั้นประจำเดือนมาเยอะมากๆ รู้สึกว่ามันผิดปกติ ตัดสินใจไปตรวจตรวจก็เจอว่าเป็นช็อกโกแลตซีสต์อยู่ที่มดลูกข้างซ้าย คุณหมอส่องกล้องเข้าไปแล้วกลายเป็นมีปากมดลูก 2 อันแยกออกมาเป็น 2 ช่อง มีรังไข่ 1 อันคุณหมอทำการขยายปากมดลูกข้างที่มันเล็ก ที่ทำให้เกิดช็อกโกแลตซีสต์ คือเลือดไม่สามารถออกมาได้จากปากมดลูกช่องนั้น เลือดเลยคั่งอยู่ข้างใน จากที่ดูในกล้อง 4K หลังจากที่ผ่าเสร็จแล้วว่าในร่างกายของเรามีอวัยวะอะไรบ้าง ปรากฏมีไตข้างเดียว แต่ดีมาก ไม่มีด่างขาว สมบูรณ์ทุกอย่าง แล้วใหญ่เท่าสองอันรวมกัน ตับ ไส้ ปอดปกติ มดลูกยังมี 2 อันเหมือนเดิมไม่ได้ตัดออก สามารถมีลูกได้ปกติ แต่อาจจะเสี่ยงคลอดก่อนกำหนด หรือไม่ก็มดลูกอาจจะเบียดกัน เขาบอกให้เลือกทีละข้างก็พอ หลายคนก็เพิ่งมารู้ตอนคลอดลูกว่าตัวเองมีมดลูกแฝด อยากแนะนำผู้หญิงที่เป็นประจำเดือนแล้วปวดท้องมากๆ ให้ไปหาหมอ คุณหมอก็อยากให้โบว์ออกมาพูดว่ามันมีภาวะนี้นะ เพราะเป็นผู้มีความเสี่ยงที่จะเป็นช็อกโกแลตซีสต์ได้มากกว่าคนอื่นๆ เมื่อก่อนเราไม่รู้ เราก็อดทนกับการใช้ชีวิตไปมากๆ ปวดท้องเราก็ยืนทำงาน ออกกองร้อนแค่ไหนก็ทน จะไหลเยอะแค่ไหนเราก็อดทน จนมันกลายเป็นเราเอาแต่อดทนมากๆ คนถามว่ามีไตเดียวจะเหนื่อยง่ายไหม ไม่น่า โบว์ไม่รู้สึกว่าเหนื่อยง่ายขนาดนั้น คือตอนนี้ถ้าเป็นอะไรจะพูดเลย ไม่งั้นร่างกายมันจะทรุดเร็ว อาหารการกิน กินได้ตามปกติ แต่ก็มีกังวลนะ เป็นบางโมเมนต์ถ้ากินแซบเกิน วันนี้กินเค็มเยอะ จะเป็นอะไรหรือเปล่า ก็กินน้ำๆ ไม่รู้ช่วยหรือเปล่าแต่อย่างน้อยได้ขับถ่ายออก เจือจางโซเดียมหน่อย หมอนัดตรวจทุกๆ 6 เดือนแต่ไม่ค่อยว่าง เราก็กินยาฮอร์โมนปรับเอา อยากให้ไปตรวจกันค่ะ หากมีประจำเดือนแล้วปวดท้อง ผู้หญิงหลายคนอาจจะกังวลลูกฉันยังไม่ได้โน่นนี่นั่นแต่คุณต้องระวังว่ามันก็เป็นอะไรที่มันอันตรายมากๆ เหมือนกัน คุณหมอจะถามว่าเคยมีเพศสัมพันธ์ไหม เคยมีอุบัติเหตุ เคยผ่าตัดอะไรหรือเปล่า เขาจะคอยระวังให้เราอยู่แล้ว บางคนกังวลว่าลูกจะเส้นพรหมจรรย์ขาด ไม่กล้าพาไปตรวจผลออกมาก็รับไป แล้วคนคอมเมนต์ก็ตลกมามีมดลูกแฝดงั้นมันก็ต้องมี 2 อันสิ บ้าเปล่าเนี่ย คิดอะไรกัน มีอันเดียวแค่มดลูกมันแบ่งเป็น 2 เป็นรูปหัวใจ รังไข่ก็มีแค่ 2 ไม่มี 4 นะ น้องมีอันเดียวนะคะ ไม่ใช่ผู้ชายจะได้มีไข่ 2 อัน

ประวัติ โชกุน PROXIE หรือ โชกุน ปวริศร์ ศรีชัยชนะ นักแสดง ที่ที่มีเธอ Where I Wanna Be
อ่าน

ประวัติ โชกุน PROXIE หรือ โชกุน ปวริศร์ ศรีชัยชนะ นักแสดง ที่ที่มีเธอ Where I Wanna Be

ประวัติ โชกุน PROXIE หรือ โชกุน ปวริศร์ ศรีชัยชนะ โชกุน PROXIE หรือ โชกุน ปวริศร์ ศรีชัยชนะ หรือ หนุ่มน้อยแสนซนขนความขี้เล่น ทะเล้นมาหยอดแฟน ๆ ให้โดนมัดใจไปกับความน่ารักของเขา พร้อมด้วยความสามารถครบครัน เดินตามเส้นทางความฝันของตัวเองอย่างพยายาม และตั้งใจในทุกผลงาน สื่อสารออกมาให้แฟน ๆ ได้รับความรู้สึกอย่างท่วมท้น จนขโมยหัวใจแฟน ๆ ไปมากมาย ปัจจุบันมีผลงานซีรีส์ล่าสุดเรื่อง ที่ที่มีเธอ Where I Wanna Be ทาง TrueVisions NOW ประวัติ โชกุน PROXIE หรือ โชกุน ปวริศร์ ศรีชัยชนะ โชกุน PROXIE เกิดเมื่อวันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2546 ด้านการศึกษา ศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โชกุนเป็นอีกหนึ่งคนที่มีความใฝ่ฝันในการเป็นศิลปินมาตั้งแต่ยังเด็ก เขาเป็นคนที่มีพรสวรรค์ทางด้านดนตรี ไม่ว่าจะการร้อง เต้น หรือเล่นดนตรี (เปียโน) อีกทั้งยังคงมีพรแสวงในการฝึกฝนทักษะต่าง ๆ จนก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของผู้ร่วมรายการ The Brothers Thailand พร้อมฝึกฝนตัวเองผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ในรายการ และเขาก็ประสบความสำเร็จในความพยายาม เมื่อได้เป็น 6 คนสุดท้าย และได้เดบิวต์เป็นสมาชิกวง PROXIE อย่างในปัจจุบัน ผลงานเพลง Crazy Love (รักบ้าบอ) คนไม่คุย ที่ไม่รัก สถานะเบลอ เจ็บอยู่ ผลงานละครโทรทัศน์ / ซีรีส์ ที่ที่มีเธอ Where I Wanna Be ผลงานภาพยนตร์ น้องพี่ ดนตรี+เพื่อน ไอจี โชกุน PROXIE @chokun.proxie https://www.instagram.com/chokun.proxie/ ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม chokun.proxie

“ป๊อด Moderndog” ยิ้มเด็กเจนใหม่ร้อง “บุษบา” ได้ แย้มคอนเสิร์ตใหญ่กลางปีเตรียมโดด
อ่าน

“ป๊อด Moderndog” ยิ้มเด็กเจนใหม่ร้อง “บุษบา” ได้ แย้มคอนเสิร์ตใหญ่กลางปีเตรียมโดด

ป๊อด Moderndog ยิ้มเด็กเจนใหม่ร้อง บุษบา ได้ แย้มคอน เสิร์ตใหญ่กลางปีเตรียมโดด ยังคงครองตำแหน่งเด็กแนวตลอดกาล ป๊อด Moderndog ศิลปินระดับตำนานที่ยังคงสร้างสีสันให้วงการเพลงไทยได้อย่างน่าประทับใจ ล่าสุดเจ้าตัวคว้ารางวัล Best Music Video of the Year มาครอง ท่ามกลางเสียงชื่นชมจากแฟนเพลงทุกเจน... รับรางวัล Best Music Video of the year จาก Toty Music Award ก็ดีใจมากเพราะว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่พวกเราตั้งใจมาก ทั้งตัวเพลงเอง และทางผู้กำกับกับครีเอทีฟ คือคุณพีท ทสร เขาก็ตั้งใจที่จะ Create โดยการนำภาพยนตร์เรื่อง เพื่อนสนิท กลับมาอีกครั้งหนึ่ง โดยเอาตัวละครเอกคือคุณซันนี่และคุณนุ่นกลับมาให้ทุกคนได้พบกันอีกครั้งในมิวสิกวิดีโอนี้ ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างดีมาก จำได้ว่าตอนที่มิวสิกออกเนี่ยเต็มฟีด Facebook เหมือนกัน ทุกคนร่วมแชร์ความทรงจำในเพลงนี้ รู้สึกประทับใจและดีใจที่ทุกคน Enjoy และมีชีวิตไปกับเพลงนี้ มันได้แรงบันดาลใจจนทำให้วันที่ 18 มี.ค) 18:00 น. เราก็จะปล่อยมิวสิกวิดีโอตัวใหม่กัน หลังรับรางวัลนี้ พรุ่งนี้เรามาเริ่มตัวใหม่กันเลย เป็นแอนิเมชันเพลงชื่อ The Oath ของ Boyd-Pod (บอย-ป๊อด) จะออกมาให้ชมกัน คือพี่บอย (บอย โกสิยพงษ์) จะไม่หยุด ยังสนุกและทำไปเรื่อยๆ เหมือนจะไม่ยอมให้จบโปรเจ็คท์ การกลับมาคราวนี้หายคิดถึงแน่นอน เพราะจะรันกันต่อยาวๆ เหมือนอายุเยอะก็ไม่ต้องไปรีบไปลิมิตอะไร ให้มันเป็นความต่อเนื่องดีกว่า ช่วงหลังมีเด็กๆ เจนอัลฟ่ามายืนดูด้วยนะ อันนี้ไม่ได้โม้ มีหลักฐานอยู่ในมือถือเลย ผมขึ้นไปเล่นบนเวทีแล้วเห็นน้องๆ น่าจะประถม 5-6 คน มาเป็นแก๊ง ยืนร้องเพลง บุษบา ได้หมดเลย เราเห็นตอนนั้นเราว้าวมากจนต้องบอกทีมงานว่าขอมือถือมาถ่ายเก็บไว้เป็นที่ระลึก เพราะน้องเขาร้องได้หมดเลยจริงๆ ผมคิดว่ายุคนี้วัตถุดิบทุกอย่างมันอยู่ในโลกอินเทอร์เน็ตแล้ว เด็กๆ เลยเข้าถึงเพลงได้ทุกยุค รู้สึกดีที่เพลงเรามัน Timeless (ไร้กาลเวลา) มันเหมือนได้ตกเด็กๆ เข้ามาในแก๊งด้วย ทำให้เรารู้สึกเฟรชและมีกำลังใจ บางทีเราเล่นเพลงเดิมซ้ำๆ มา 32 ปีแล้วนะ แต่การเห็นน้องๆ เจนใหม่มานั่งดู เราจะรู้เลยว่านี่คือครั้งแรกของเขาที่จะได้ดูการแสดงสดเพลงนั้นๆ เราก็ต้องทำมันให้เหมือนเป็นครั้งแรก เพื่อให้เขาได้ฟังอย่างมีความสุข อันนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องดูแลตัวเองเพราะงานเราพาให้เราไปอยู่ในที่ที่ต้องพร้อม จะปล่อยตัวไม่ได้ เป็นข้อดีที่งานมันเชพเราให้ต้องรักษาตัวเอง จะกินอะไรก็คิดเยอะขึ้น นอนให้พอ และออกกำลังกายเท่าที่มีแรง เพราะไปเล่นคอนเสิร์ตก็เหนื่อยแล้ว คอนเสิร์ตใหญ่มีเดี๋ยวกลางปีนี้จะมีนะ เดือนพฤษภาคม ชื่อประมาณว่า Moderndog Something แต่อันนี้จะเป็นแบบ Full Show แน่นอนว่าต้องมีกระโดด เตรียมตัวได้เลยวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ เดี๋ยวรอติดตามรายละเอียดกันอีกที ตอนนี้คนจัดยังไม่ให้บอกเยอะ เดี๋ยวโดนปรับ

"jeffy" ดึง "SEXSKI" ร่วมแจมใน "Show It" ซิงเกิลใหม่ที่อยากชวนให้เธอลองเปิดใจ
อ่าน

"jeffy" ดึง "SEXSKI" ร่วมแจมใน "Show It" ซิงเกิลใหม่ที่อยากชวนให้เธอลองเปิดใจ

"jeffy" หรือ "เจฟฟี่ จักษวัชร ทรงเพ็ชรมงคล" ศิลปินหนุ่มเจนซีมากความสามารถ จากบ้าน SAUCE BKK (ซอส บีเคเค) ยูนิตพิเศษที่อยู่ภายใต้ค่ายเพลง What The Duck (วอท เดอะ ดัก) หลังจากปล่อยผลงานออกมาให้แฟน ๆ ได้ติดตามกัน ไม่ว่าจะเป็นเพลงเดบิวต์จังหวะชวนเหงาอย่าง "เพลงเธอ" หรือจะเป็น hairband, No.2 และล่าสุดกับซิงเกิล "2 phones" ที่พูดถึงการเริ่มต้นความสัมพันธ์แบบงง ๆ ของวัยรุ่นใจโลเล รวมไปถึงอีกหนึ่งผลงานที่หลายคนอาจคุ้นหูกันเป็นอย่างดีกับ "Merry Kiss Me" โปรเจกต์สุดพิเศษที่มัดรวม 3 หนุ่ม 3 สไตล์ในค่ายได้แก่ Jeffy, kakagosebackhome และ 2Ectasy ที่มีทั้งแฟนเพลงและบรรดาเซเลปคนดังต่างเข้ามาเล่นแผ่นเสียงกันจนกลายเป็นไวรัลในช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา ครั้งนี้ "jeffy" กลับมาพร้อมซิงเกิลใหม่อย่าง "Show It" ที่ต้องการบอกว่าในความสัมพันธ์ครั้งนี้ เธอไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น เพราะสิ่งที่เป็นเธอมันดีที่สุดแล้ว ขอแค่ลองเปิดใจให้กับความสัมพันธ์ก็พอ เพลงนี้เป็นอีกหนึ่ง Side Story จาก EP Album "Sathorn Angels" อัลบั้มแทนใจความสัมพันธ์ท็อกซิกฉบับ Gen Z ในพาร์ทดนตรียังคงลายเซ็น Hiphop ของ "jeffy" ไว้อย่างชัดเจนที่มาพร้อมกับบีทหนัก ๆ อันเป็นเอกลักษณ์ ช่วยเสริมเติมแต่งให้เพลงทวีความเท่และคูลมากยิ่งขึ้น และพิเศษสุด ๆ ที่งานนี้เจฟฟี่ได้ชวนแร็ปเปอร์ดาวรุ่งหน้าใหม่อย่าง "SEXSKI (เซ็ก-ซะ-กี)" หนึ่งในสมาชิกจากกลุ่ม DIEOUT เข้ามาสาดสีสันให้คาแรกเตอร์ของเพลงสมบูรณ์แบบมากขึ้น พร้อมกระแทกอารมณ์มันส์เพิ่มขึ้นถึงขีดสุด สามารถติดตามเพลง "Show it" ได้แล้วทุกสตรีมมิ่งแพลตฟอร์ม และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของ "jeffy" ได้ทาง : https://www.instagram.com/jeffyjsjs/ และ https://www.instagram.com/saucebangkok/

TOMMY TEE ชวน TEE JETS ส่งสารรักสุดหอมหวานผ่านเอ็มวี “แพ้เธอ (My Trigonelline)” เสิร์ฟความฟินเอาใจคนฟัง
อ่าน

TOMMY TEE ชวน TEE JETS ส่งสารรักสุดหอมหวานผ่านเอ็มวี “แพ้เธอ (My Trigonelline)” เสิร์ฟความฟินเอาใจคนฟัง

ทุ่มสุดตัวทุกโปรเจกต์จริงๆ สำหรับ TOMMY TEE ศิลปินและยูทูบเบอร์ชาวไทยในนิวยอร์กซิตี้ที่เพิ่งฉลองความสำเร็จล้านวิวกับเพลง อาจจะยังน้าาา (not YET!) และในฤดูแห่งความรักปีนี้ เขาก็ขอเสิร์ฟ แพ้เธอ (My Trigonelline, Cant Resist Your Scent) รสชาติความหวานลึกในคราบบทเพลงที่มาพร้อมความพิเศษรับเดือนแห่งความรัก คอนเซ็ปต์เพลง แพ้เธอ (My Trigonelline) มาจากคีย์เวิร์ดคำว่า สารในกาแฟ อย่าง Trigonelline ที่ถูกนำมาใช้อุปมาของความรักหวานซ่อนลึก ที่ซ่อนอยู่ในสิ่งที่เราอาจเคยมองข้าม เหมือนคนที่ อาจจะไม่ชอบดื่มกาแฟ เพราะคิดว่ากาแฟมันขม ไม่อยากจะลิ้มรสคาคาเฟ่อีน เลยปิดกั้นตัวเอง แต่วันหนึ่งกลับตกหลุมรัก ใครบางคนที่ไม่ได้โดดเด่นเหมือนคาเฟอีน แต่กลับน่าค้นหา เธอต่างออกไป เธอคล้ายกับ ทริโกเนลลีน สารให้กลิ่นหอมที่ซ่อนอยู่ในกาแฟนั้น จนวันนี้ตกหลุมรักกาแฟได้ ก็เพราะเธอ You are my Trigonelline เรื่องราวในเพลง แพ้เธอ (My Trigonelline) ได้ถูกร้อยเรียงผ่านฝีมือของ Babepoom นักร้องวง One analog, JC JANEZ นักแต่งเพลงเจนใหม่ที่ทำผลงานได้โดนใจ Gen-Z สุดๆ และ TOMMY TEE ก็มีส่วนร่วมแต่งเนื้อด้วย ที่พิเศษสุด ๆ เพื่อเติมมิติความรักให้ลึกซึ้ง TOMMY TEE ก็ได้พา TEE JETS ตัวพ่อเพลงรักโรแมนติก นักร้องนำวง Jetseter มาร่วมเสริมความหวานละมุนให้กับเพลง จนผลงานนี้เป็นสารสุดฟินที่คนฟังต้องกดฟังซ้ำๆ ทุกวัน และเสียงของทั้งคู่เข้ากันอย่างลงตัวสุดๆ เรียกได้ว่าเป็นการร่วมงานกันของศิลปินรุ่นเดอะกับศิลปินรุ่นใหม่ ใน PROJECTS TEE TEE ของ 2 นักร้องชื่อเหมือนกัน นอกจากเพลงที่พาเคลิ้มแล้ว เรื่องราวชวนฟินของเพลงก็ถูกเล่าผ่าน ฟลุ๊คภูสิษฐ์ ดิษฐพิสิษฐ์ และ แสงเหนือจิตบุณย์ งามบุณยรักษ์ 2 นักแสดงจากซีรีส์ที่หลายคนเฝ้ารอ เรียกแด๊ดสิธาร (Your Dear Daddy) โดยความสัมพันธ์ระหว่างบาริสต้าหนุ่มหล่อ และเด็กหนุ่มจบใหม่ ผู้ที่อยากลองสัมผัสความรักที่ต่างออกไปผ่านกลิ่นของกาแฟ จะเป็นอย่างไร ติดตามชมในมิวสิควิดีโอพร้อมกันได้ที่ YouTube TOMMY TEE พร้อมสานต่ออารมณ์ความฟินของเพลงได้ทางทุกช่องทางสตรีมมิ่ง

“ลิซ่า” หวนร่วมงานทีมผู้สร้าง The White Lotus เตรียมแสดงนำในหนังรักตลก ลงจอสตรีมมิงดัง
อ่าน

“ลิซ่า” หวนร่วมงานทีมผู้สร้าง The White Lotus เตรียมแสดงนำในหนังรักตลก ลงจอสตรีมมิงดัง

ดูเหมือนว่าจะเป็นซุปตาร์ระดับโลกที่งานเข้าแบบชุกชุม ตารางคิวน่ายาวต่อเนื่องไป 3 ปีล่วงหน้าได้แล้ว สำหรับไอดอลสาวชาวไทย ลิซ่า BLACKPINK หรือ ลิซ่า ลลิษา มโนบาล ที่หลังจากได้เดบิวต์ทำการแสดงในซีรีส์ดัง The White Lotus ซีซัน 3 ไปเมื่อปี 2025 เธอก็น่าจะติดใจการแสดงไปเสียแล้ว เพราะล่าสุดมีข่าวว่าโปรเจกต์ใหม่มาจ่อรอแล้ว คราวนี้จะเป็นหนังโรแมนติกคอมเมดี้ Deadline รายงานว่า ลิซ่า เตรียมจะกลับมาร่วมงานกับ เดวิด เบอร์นาร์ด โปรดิวเซอร์ผู้สร้างซีรีส์ The White Lotus ซีซัน 3 อีกครั้ง ในหนังรักตลกที่ยังไม่มีชื่อเรื่องในตอนนี้ โดยจะเป็นหนังที่สร้างเพื่อลงจอฉายผ่านสตรีมมิง เน็ตฟลิกซ์ ไปทั่วโลกโดยเฉพาะ พร้อมกับได้ว่าจ้างให้ เคที ซิลเบอร์แมน จาก Booksmart และ Dont Worry Darling มารับหน้าที่ปั้นบทหนังเรื่องนี้ให้อยู่ เบื้องต้นรายละเอียดเกี่ยวกับหนังเรื่องยังคงถูกเก็บเอาไว้เป็นความลับ แต่แหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้ระบุว่า โครงการหนังเรื่องนี้เป็นการคุยกันและพัฒนาสร้างมาตั้งแต่ตอนที่ ลิซ่า กับ เดวิด ได้ทำงานด้วยกันในกองถ่าย The White Lotus โดยพวกเขาทั้งคู่ต่างชอบหนังรักคลาสสิก Noting Hill เหมือนกัน จึงทำให้ผู้สร้างคนดังได้มอบเห็นแนวทาง และทำการลุยสร้างแบบเงียบ ๆ มาสักพักแล้ว แน่นอนว่า เดวิด เบอร์นาร์ด รับหน้าที่อำนวยการสร้างหนังเรื่องนี้ ภายใต้บริษัทของเขา Middle Child Productions โดยที่ ลิซ่า จะเกี่ยวข้องในฐานะผู้อำนวยการสร้างพิเศษด้วย ทั้งนี้ยังไม่แน่ชัดว่าโปรเจกต์หนังเรื่องนี้จะเริ่มต้นถ่ายทำเมื่อไหร่ เนื่องจากต้องพิจารณาคิวนักแสดงและทำการแคสติ้งนักแสดงอย่างเข้มข้นอีก ในขณะนี้ลิซ่าก็กำลังติดพันแสดงนำในการแสดงนำหนังเรื่องแรกของเธอ อย่าง TYGO ภาคแยกจากเฟรนไชส์หนังบู๊ Extraction ของเน็ตฟลิกซ์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

ปอนด์ ณราวิชญ์ โชว์สกิลพากย์ครั้งแรก ในแอนิเมชันว่าที่ขโมยใจคนดู "Hoppers เด้งโดด เปลี่ยนโหมดเป็นบีเวอร์"
อ่าน

ปอนด์ ณราวิชญ์ โชว์สกิลพากย์ครั้งแรก ในแอนิเมชันว่าที่ขโมยใจคนดู "Hoppers เด้งโดด เปลี่ยนโหมดเป็นบีเวอร์"

คนดื้อทั้งหลายเตรียมตัวให้พร้อม กับผลงานใหม่ของนักแสดงหนุ่มสุดฮอตปอนด์-ณราวิชญ์ เลิศรัตน์โกสุมภ์ที่คราวนี้มาแบบเหนือความคาดหมาย กระโดดรับบทบาทใหม่สุดท้าทายในการพากย์เสียงภาษาไทยให้กับภาพยนตร์แอนิเมชันฟอร์มยักษ์เรื่องใหม่ล่าสุดจากดิสนีย์และพิกซาร์Hoppersเด้งโดด เปลี่ยนโหมดเป็นบีเวอร์สตูดิโอผู้สร้างเดียวกับInside OutและToy Storyงานนี้บอกเลยว่าหนุ่มปอนด์ตื่นเต้นสุด ๆ พร้อมชวนแฟน ๆ มาลุ้นกันว่าเสียงหล่อของเขาจะได้พากย์เป็นตัวละครไหนหลังจากปล่อยตัวอย่างสุดฮามาดึงดูดแฟน ๆ ล่าสุดDisney Pixars Hoppersเด้งโดด เปลี่ยนโหมดเป็นบีเวอร์ก็เซอร์ไพรส์แฟน ๆ ชาวไทย ด้วยการประกาศเปิดตัวปอนด์ ณราวิชญ์ในฐานะนักพากย์คนดังที่จะมาร่วมสร้างสีสันให้กับเวอร์ชั่นพากย์ไทย โดยหนุ่มปอนด์เผยความรู้สึกว่า ทั้งดีใจและตื่นเต้นมากที่ได้รับโอกาสครั้งสำคัญนี้ เพราะไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะได้เป็นส่วนหนึ่งของแอนิเมชันฟอร์มยักษ์ระดับโลก งานนี้ผมถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมากที่ได้ลองท้าทายความสามารถของตัวเองในอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งจริง ๆ แค่เห็นตัวอย่างของเรื่องนี้ผมก็อยากดูมาก ๆ แล้ว เพราะรู้สึกว่าคอนเซปท์ของเรื่องนี้มีความสดใหม่ แตกต่าง และน่าสนใจ เพราะเราจะได้เห็นการสลับร่างแบบหนังAvatarแต่เป็นการสวมร่างไปเป็นหุ่นยนต์บีเวอร์แทน พอรวมเข้ากับเรื่องราวป่วน ๆ ของมนุษย์ที่ต้องกลายร่างเป็นสัตว์สายลับ เลยทำให้Hoppersเป็นแอนิเมชันที่มีเอกลักษณ์สุด ๆ และน่าจะโดนใจผู้ชมทุกเพศทุกวัยตามสไตล์พิกซาร์แน่นอนปอนด์เล่าสำหรับใครที่อยากรู้ว่าปอนด์พากย์เสียงเป็นตัวละครไหน เจ้าตัวยังขออุบไว้เป็นความลับ บอกแต่เพียงผมว่าตัวละครที่ผมพากย์น่าจะขโมยใจทุกคนได้อยู่นะในเมื่อเขาว่ามาแบบนี้ แฟน ๆ คงต้องลองทายกันดูแล้วล่ะว่า เสียงนี้ บุคลิกนี้ น่าจะเหมาะกับคาแรกเตอร์ไหนที่สุด ทั้งนี้Disney Pixar's Hoppersเด้งโดดเปลี่ยนโหมดเป็นบีเวอร์เล่าเรื่องราวสุดอลเวง เมื่อกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ค้นพบวิธีกระโดด (Hop)จิตสำนึกของมนุษย์เข้าไปอยู่ในร่างของหุ่นยนต์สัตว์สมจริง จนสามารถพูดคุยสื่อสารกับสัตว์อื่น ๆ ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ทำให้Mabelเด็กสาวรักสัตว์ผู้มีโอกาสได้ทดลองเทคโนโลยีล้ำสมัยนี้ กระโดดไปอยู่ในหุ่นยนต์บีเวอร์ และค้นพบความลับมากมายในโลกของสัตว์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยจินตนาการมาก่อนDisney Pixar's Hoppersเป็นภาพยนตร์ที่ทั้งสนุก ตลก ดูง่าย มีเหล่าสัตว์น่ารัก ๆ เยอะมาก และที่สำคัญคือผมพากย์ไทยเป็นตัวละครในเรื่องด้วย ซึ่งจะโผล่มาแย่งซีนขนาดไหน ต้องไปดูในโรงภาพยนตร์เท่านั้นนะครับ อย่าลืมไปดูกันเยอะ ๆ นะครับ วันที่5มีนาคมนี้ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศหนุ่มปอนด์ทิ้งท้าย พร้อมย้ำว่า หนังสนุกแบบนี้ จะชวนแก๊งเพื่อนไปดูด้วยกันก็ได้ หรือยกบ้านไปดูทั้งครอบครัวก็ดี เพราะดูได้ทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะชวนใครไปดูก็สนุก Disney Pixars Hoppersเด้งโดดเปลี่ยนโหมดเป็นบีเวอร์เข้าฉายในโรงภาพยนตร์5มีนาคมนี้ ถ้าไม่อยากพลาดความป่วนและความฮาอารมณ์ใหม่ แล้วไปให้กำลังใจในบทบาทล่าสุดของปอนด์ ณราวิชญ์ด้วยกัน ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

"บิวกิ้น" ทำงานหนักจนต้องฉีดยาเข้าเส้นเสียง ย้อนเล่าวีรกรรมวัยเด็กเอาแต่ใจขั้นสุด
อ่าน

"บิวกิ้น" ทำงานหนักจนต้องฉีดยาเข้าเส้นเสียง ย้อนเล่าวีรกรรมวัยเด็กเอาแต่ใจขั้นสุด

รายการ "PrimeCast WITH PUNPUN" เปิดใจ "บิวกิ้น พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล" แบบไม่กั๊ก ย้อนเล่าวัยเด็กที่เคยติดพี่เลี้ยง ไปจนถึงวีรกรรมเป็นเด็กเอาแต่ใจขั้นสุด รวมถึงประสบการณ์ทำงานหนักจนเคยต้องฉีดยาเข้าที่เส้นเสียง การรับมือกับภาวะ Burnout การดูแลตัวเองทั้งกายและใจ พร้อมเผย Safe zone และวิธีรีชาร์จใจในวันเหนื่อย "บิวกิ้น" ทำงานหนักจนต้องฉีดยาเข้าเส้นเสียง ชื่อ อียอ มาจากไหน ?บิวกิ้น : เป็นชื่อที่เขาตั้งให้ก่อนเกิดครับ คือหมายถึงว่าที่บ้านผมเขาจะเป็นชื่อแบบธีมดิสนีย์กันหมด คือพี่คนโตผมชื่อมิกกี้ คนที่ 2 ชื่อวินนี่ แล้วก็ก่อนผมเกิดตอนแรกจะชื่อว่า อียอ แต่ว่าพอดีเขามาเปลี่ยนตอนเกิดเป็น บิวกิ้น ครับติดพี่เลี้ยงตั้งแต่เด็ก ?บิวกิ้น : ใช่ครับ ตอนเด็กเราก็อยู่กับพี่เลี้ยงแบบทุกวันแล้วก็ทั้งวัน เลยเหมือนเราเจอพ่อแม่แบบเช้าเย็น ๆ ช่วงอนุบาลประถมจะติดพี่เลี้ยงมากเด็ก ๆ ชีวิตเป็นยังไงบ้าง ?บิวกิ้น : กินข้าว 3 มื้อทั่วไป ก็โตมาแบบไม่ได้พิสดารอะไรมาก ก็อยู่ที่บ้านอยู่กับพี่เลี้ยง แล้วพ่อแม่ก็จะเหมือนกับว่าจะมาใช้เวลากับเราช่วงเย็น ๆ ถึงกลางคืน แล้วก็ปะป๊า ม๊าเขาชอบส่งไปเรียนนั่นเรียนนี่ เหมือนกับว่าให้ไปลองเรียนอะไรที่หลากหลาย ทั้งกีฬาทั้งดนตรีทั้งเรียนพิเศษตลอด เทควันโด้ ปั้นดินน้ำมัน เรียนคอมพิวเตอร์ เรียนภาษาอังกฤษ กีฬาฟุตบอล ตีแบต ปิงปอง โบว์ลิ่ง ว่ายน้ำเรียนร้องเพลงไหมตอนเด็ก ?บิวกิ้น : เรียนครับ ชอบร้องเพลง ผมว่าคือมันเป็นกิจกรรมแบบไม่กี่อย่างเลยจริง ๆ แล้วอันเดียวเลยที่เหมือนกับว่าไปเรียนแล้วเรารู้สึกว่าอยากไปเรียนเรื่อย ๆ อันอื่นมันจะมีความฝืนนิดหนึ่ง ไปเรียนแล้วอยากอยู่บ้านมากกว่า แต่อันนี้มันเหมือนกับว่ามันมีช่วงที่หยุดไปจากการเรียนร้องเพลง แล้วก็รู้สึกว่าคิดถึงการเรียนร้องเพลงแล้วก็กลับไปเรียนร้องเพลงเป็นคนญาติเยอะมาก พาญาติไปดูหนังทีต้องปิดโรงหนัง ?บิวกิ้น : ใช่ เรื่องจริง เป็นแบบญาติหลายทางไง มันจะมีฝั่งปะป๊า ฝั่งหม่าม๊า ฝั่งปะป๊าก็จะแตกสายเป็นฝั่งอากงอาม่าฝั่งปะป๊าอีก แล้วก็แบบ Top-down ลงมา ฝั่งอากงอาม่า ฝั่งหม่าม๊าแล้วก็ลงมาอีก มันก็หลายภาคส่วน ถ้าเป็นกิจกรรมใหญ่ ๆ ป๊าผมก็จะเป็นพวกมนุษย์สังคม ชอบไปชวนคนนั้นคนนี้ ชวนญาติทั่วสารทิศมาพอเริ่มเยอะเขาก็จะชอบปิดโรงหนังเวลาถ้ามีหนังเล่นทำไมไม่ตัดผม ?บิวกิ้น : ไม่รู้เหมือนกันนะ ไม่ได้คิดว่าจะไว้แบบจริงจังด้วย แต่ว่าจริง ๆ แล้วแค่ตอนนั้นไปเรียนต่อแล้วก็เหมือนไม่ได้ตัด 3-4 เดือน แล้วก็รู้สึกว่ามันเริ่มมันจะยาวกว่าที่เราเคยไว้มาแล้ว แล้วก็รู้สึกว่าเวลาเราไว้ผมยาวมันจะมีช่วงที่มันมีความไม่พอดี จะสั้นก็ไม่สั้น จะยาวก็ไม่ยาว แล้วมันเป็นช่วงที่เราจะต้องก้าวข้ามผ่านในการที่จะไว้ผมยาว แล้วเราก็ไม่ได้ทำงานด้วยช่วงนั้น มันเลยเหมือนพอกลับมา มันเริ่มจะเข้าทรงก็เลยรู้สึกว่าเกิดมาไม่เคยไว้ผมยาวเลย เรียนโรงเรียนชายล้วนเรียน รด. เข้ามหาลัยฯ ก็ไม่เคยไว้ผมยาว รู้สึกว่าสักครั้งหนึ่งอยากลองมีผมประบ่าซะหน่อย จริง ๆ มันก็เกือบ ๆ แล้ว มันเคยไปข้างหลังเคยเลยไปแล้ว แล้วก็ตัดขึ้นมาไล่กับข้าง ๆ ก็ดีนะผมว่ามันก็เปลี่ยนลุค แล้วก็เหมือนไดร์นานดี เวลาว่าง ๆ ก็แบบสางผมตัวเองก็รู้สึกสวยทุกวันนี้ดูแลตัวเองไงบ้าง ?บิวกิ้น : กินดีครับเหมือนว่ากินโปรตีนที่ถึง แล้วก็ดูเรื่องการกินแล้วกัน อาจจะไม่ได้คุม 100% แต่ก็พยายามไม่กินของที่มันแย่ ๆ ไม่กินหวาน ไม่กินมัน กินโปรตีนที่ถึง แป้งก็กินในปริมาณที่โอเค แล้วก็นอน ออกกำลังกายจริง ๆ แค่นี้เอง แล้วก็สุขภาพจิตดีก็โอเคแล้วทุกวันนี้ออกกำลังกายอะไรบ้าง ?บิวกิ้น : ถ้าเป็น routine เลยก็จะมีเวทกับคาร์ดิโอแล้วก็เสริม ๆ ก็จะเป็นเพื่อนชวนไปตีแบตก็ไป เขาชวนไปเตะบอลก็ไปบ้าง แต่นาน ๆ ทีปกติเป็นคนหุ่นทรงนี้อยู่แล้ว ?บิวกิ้น : ประมาณนี้ครับประมาณนี้ จริง ๆ จะเป็นหุ่นแบบนี้หมายถึงว่าแขนขาจะไม่ได้ใหญ่มาก แต่เด็ก ๆ อ้วนก็จะพุงโล้ น้ำหนักผมเท่านี้มาตั้งแต่ประมาณ ม.2 ม.3 อยู่ประมาณ 60 ต้นถึง 60 กลางอยู่ประมาณนี้ น้ำหนักไม่ขึ้น ไม่เพิ่มไม่ลดเลย ถ้าขึ้นลงมันจะอยู่ในช่วง 60 ไม่เกิน 70 แล้วก็จะลงไปไม่ต่ำกว่า 60 จริง ๆ ผมว่าประมาณนี้แต่ว่าสุขภาพดีก็โอเคแล้ว เรื่องของสุขภาพใจดูแลตัวเองยังไงบ้าง ?บิวกิ้น : พอโตมาผมรู้สึกว่าผมค่อนข้างติดคนที่บ้าน แล้วก็ติดเพื่อน เพื่อนกลุ่มที่เราโตมาด้วยกัน จริง ๆ ก็แค่เหมือนกับได้มีช่วงเวลาพักไปใช้เวลากับคนที่บ้านกับเพื่อน อย่างตอนนี้ก็มีเพื่อนเพิ่งมีหมาเข้ามาใหม่ที่บ้าน เพิ่งเลี้ยงหมาประมาณ 6 เดือน 7 เดือน ก็กลับไปก็ไปอยู่กับมัน คือแค่ไปอยู่ในบ้านไปอยู่ในบรรยากาศญาติเยอะ ๆ แล้วก็ไปเจอเพื่อนบ้างผมว่าแค่ได้หยุดสักพักหนึ่งมันก็ recover ได้เร็วเป็น introvert ไหม ?บิวกิ้น : เพิ่งมาเป็นตอนโต ตอนเด็ก ๆ เป็นคนชอบออกไปเจอคนมาก ชอบวันหยุด ชอบหากิจกรรมออกไปทำต้องนัดไปทำนั่นทำนี่ แต่ว่าช่วงประมาณปี 2 ปีมา รู้สึกว่าชอบอยู่บ้านมากเจอคนเวลาทำงานเยอะเกี่ยวไหม ?บิวกิ้น : ก็เยอะแต่มันก็ไม่ได้เยอะกว่าช่วงที่ผ่านมา มีความสุขกับการอยู่บ้านมากขึ้นวันว่างเลือกที่จะทำอะไร ?บิวกิ้น : ถ้าว่างทั้งวันก็ไปออกกำลังกาย แล้วก็ถ้าว่างหน่อยก็ไปคลินิก ไปดูแลผิวนิดหนึ่งแล้วก็กลับบ้านแค่นี้เป็นคนรีชาร์จพลังวันว่างโดยการอยู่บ้าน อยู่คนเดียว ?บิวกิ้น : อยู่บ้านก็ไม่ได้อยู่คนเดียวหรอก ก็จะมีพี่เลี้ยง ที่เขาเลี้ยงมาตั้งแต่เกิด อยู่กับเขา ลงไปนั่งคุยกับเขาบ้าง ลงไปอยู่กับหมาบ้าง ตอนเย็นก็ลงมากินข้าวกับอากงอาม่าอะไรอย่างนี้ กลางคืนก็ไปนั่งคุยกับป๊าม๊าสักชั่วโมง 2 ชั่วโมง กลางวันก็มาดูหนังก็รู้สึกว่าอยู่บ้านก็แฮปปี้แล้วบิวกิ้นเป็นเด็กเอาแต่ใจไหม ?บิวกิ้น : ตอนเด็ก ๆ นี่สุด ๆ เลย ก็ค่อนข้างเป็นน้องคนเล็กมีวีรกรรมความแสบอะไรที่จะไม่มีวันลืมเลยไหม ?บิวกิ้น : ถ้าเป็นพาร์ทงานไม่ค่อยนะ ไม่ค่อยจริง ๆ แล้วตั้งแต่อยู่นาดาวก็รู้สึกว่าค่อนข้างทำตามกฎอยู่ประมาณหนึ่ง เขาให้ทำอะไรก็จะค่อนข้างไปตามนั้น เป็นเด็กดีถ้าตอนเด็ก ?บิวกิ้น : ผมว่าก็เอาแต่ใจแหละเอาแต่ใจมาก หมายถึงว่างี่เง่า สมมติเรารู้สึกว่าวันนี้เราอยากจะกินขนมที่มันต้องไปซื้อที่หน้าโรงเรียนเท่านั้น แต่มันเป็นวันอาทิตย์ แม่ก็ต้องพาไปหา ร้านมันก็ปิดไงต้องหาเอาให้ได้ ร้องไห้ได้แบบ 4-5 ชั่วโมง 6 ชั่วโมง เอาแต่ใจ เมื่อก่อนนี้อารมณ์ร้อนด้วย ตอนเด็ก ๆ ตอนอนุบาลจำได้เลย กวาดของลงจากโต๊ะ ล้มโต๊ะ คือเอาแต่ใจมากตอนเด็ก ๆจุดไหนที่ทำให้เราเย็นลงได้ ?บิวกิ้น : ผมจำได้มีวันหนึ่งเขาไม่ตีเรา แต่เขาเรียกเราไปคุย แล้วเขาบอกว่ารู้ไหมว่าทำผิด รู้ไหมว่าทำไม่ดียังไง แล้วเหมือนเราคุยกัน เราคุยแล้วสุดท้ายก็บอกโอเคถ้างั้นหลังจากนี้อย่าทำอีกนะ หลังจากนั้นมันเหมือนโดนกระตุ้นด้วยวิธีคิดอะไรสักอย่างหนึ่ง มันเลยทำให้หลังจากนั้นเราไม่ค่อยทำอะไรเอาแต่ใจมาก เหมือนกับว่ามันมีเหตุการณ์นี้หลาย ๆ ครั้งซ้ำไปซ้ำมา พอเขาเปลี่ยนวิธีการจากการบังคับเราเป็นการสอนให้เราคิด แล้วก็ใช้เหตุผลมากขึ้น หลังจากนั้นรู้สึกว่าผมไม่ค่อยทำอะไรที่มันไม่ค่อย make sense ขนาดนั้นแล้ว พอเวลาเริ่มผ่านมาในหนังเรื่องหลานม่า ลดน้ำหนักไปเท่าไหร่เพื่อรับบท ?บิวกิ้น : 8-9 กก. ครับประมาณ ก็เยอะครับ ตอนนั้นประมาณ 3-4 เดือน ก็รู้สึกว่าไม่ได้ทรมานมากนะ เริ่มจากคาร์ดิโอก่อน เพราะช่วงนั้นขี้เกียจคาร์ดิโอมาก ก็เริ่มคาร์ดิโอ แล้วพอมันลงมาถึงจุดหนึ่งมันเริ่มไม่ค่อยลงแล้ว ก็เพิ่มคาร์ดิโอเข้าไปอีก หลัง ๆ ก็เริ่มตัดแป้งออกไป กินโปรตีนกับผัก แล้วก็คาร์ดิโอเสริม ๆ ไป พอเริ่มทำอย่างหนึ่งมันจะลงมาถึงจุดหนึ่งที่สักพักมันจะไม่ลงแล้ว แล้วเหมือนกับว่าเปลี่ยนระดับความเข้มข้นแล้วมันก็ค่อย ๆ ลงส่งผลกับอารมณ์ไหม ?บิวกิ้น : ไม่ค่อยนะแค่หิว ก็ไม่ได้โมโหแต่มันจะมึน ๆ นิดหนึ่ง เพราะว่าไม่กินน้ำตาลเลยช่วงนั้น แล้วก็แป้งกินน้อยมาก กินวันหนึ่งกินแค่ข้าวถ้วยเดียวมีคนคุมให้ไหม ?บิวกิ้น : ตอนนั้นมีคุยเทรนเนอร์บ้าง แต่เขาไม่อยากได้ผอมแบบมีกล้าม เขาก็เลยให้หยุดเวทไปเลยคาร์ดิโออย่างเดียว มันก็จะมีความแบบซูบ ๆ นิดหนึ่ง เคยมีเรื่องที่เข้าใจผิดกับสุขภาพไหม ?บิวกิ้น : มีเยอะเลย มีช่วงหนึ่งพยายามลดน้ำหนักเร็ว ๆ คือทั้งวันไม่กินเลย กินแต่สลัดถ้วยเดียวตอนมัธยม แล้วมันลงเร็วจริง ๆ วันละกิโลเลย 2 อาทิตย์ลงไปเกือบ 7-8 กก. ได้ แล้วก็ทรมานมากเลย พอกลับมากินประมาณอาทิตย์เดียวมันเด้งคืนมา 2 เท่าเลย แล้วก็พยายามจะลงอย่างนี้ แล้วก็ไม่ขึ้นสักที จำได้เลยเคยไปดูสัมภาษณ์ของดาราท่านหนึ่ง เขาบอกว่าถ้าช่วงไหนเขาจะมีงานที่ต้องลดน้ำหนัก เขากินแค่กรีกโยเกิร์ตวันละถ้วย แล้วก็มีช่วงหนึ่งเคยไปทำตามเขาเหมือนกัน ทำ ๆ ก็ลง ๆ แต่ทรมานมากเลย มึนหัวไปหมด พอเสร็จมันก็เด้งกลับขึ้นมาอีกแล้วเลยช็อตเดิมไปอีก โยโย่เคยแบบประมาณ 2-3 รอบหลายลูปเลย แต่ตอนนี้ก็ให้เทรนเนอร์ช่วยเป็นนักร้องเราดูแลเสียงตัวเองยังไงบ้าง ?บิวกิ้น : ผมว่าสำคัญที่สุดเลยก็คือนอน คือถ้าวันไหนนอนน้อยมันจะรู้เลยว่าเหมือนกับมันไม่มีเสียง เหมือนเราซัพพอร์ตลมขึ้นมา มันจะร้องแต่ไม่มีเสียง เสียงมันออกแต่อยู่ดี ๆ มันจะปลิ้นหรือมันจะแหบ หรือมันจะอะไรอย่างนี้ โทนมันจะไม่เพราะด้วย แล้วก็เหมือนกับว่าเราต้องใช้แรงเยอะกว่าเดิม แต่ถ้าได้นอนสัก 8 ชม. 10 ชม. ตื่นมาเสียงมันก็จะค่อนข้างดี Routine การนอนเป็นยังไงบ้าง ?บิวกิ้น : มันก็จะมีช่วงที่เรานอนน้อยมาก ๆ 3-4 ชั่วโมงต่อกันหลาย ๆ วัน ซึ่งเมื่อก่อนเราไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นปัญหาขนาดนั้น ตอนที่เรา 20 ต้น ๆ เราก็จะรู้สึกเหมือนสมมตินอนน้อยมาสัก 5 วัน เรามานอนเยอะวันเดียวมันฟื้นเลย แต่ตอนนี้มันเหมือนมันกลับกัน ถ้านอนน้อยวันเดียว 3 วันฟื้น 3 วันแบบนอนเต็ม ๆ ถึงจะฟื้น ทุกวันนี้ถ้าผมวางแผนได้ก็จะนอนให้ได้อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงเคยมีเหตุการณ์ที่คออักเสบเสียงหายก่อนที่จะต้องใช้เสียงขึ้นคอนเสิร์ตหรือขึ้นงานใหญ่ ๆ ไหม ?บิวกิ้น : ประจำเลยครับ ช่วงที่พักผ่อนไม่พอ แล้วร้องต่อเนื่อง เอาง่ายสุดหรือว่านาน ๆ จะทำสักทีหนึ่งก็คือไปหาหมอ แล้วก็ฉีดยาเลย อ้าปากแล้วก็ฉีดเข้าไปที่เส้นเสียงเลย ประมาณสัก 6-7 ชม. มันก็จะเริ่มคืนมาสักประมาณ 50% ก็จะเหมือนพอประคองผ่านวันนั้นไปได้ แต่เขาบอกว่าปีหนึ่งหรือ 2 ปีควรจะทำแค่ครั้งเดียวเราทำไปกี่รอบปีหนึ่ง ?บิวกิ้น : ปีหนึ่งก็คืออันนี้รอบหนึ่งแต่ที่เหลือเขาบอกว่าฉีดเข้าก้นยังได้ แต่หมายถึงว่าถ้าเข้าไปตรงเส้นเสียงเลยไม่ควรทำบ่อย แต่ก็บางทีก็ฉีดก้นบ้างฉีดอะไรบ้าง แต่ก็ถ้าไม่ได้รีบมากก็กินยาเอา แต่หลัง ๆ ก็ไม่ค่อยแล้ว เพราะว่ารับงานน้อยไม่ค่อยรับงานเยอะแล้วนาน ๆ ร้องทีถ้าเกิดให้เลือกร้องเพลงกับการแสดงเลือกอะไร ?บิวกิ้น : เลือกไม่ได้ชอบหมด ชอบทั้งคู่มันสนุกคนละแบบ เหมือนเตะบอลกับตีแบดมันคนละอย่างกัน ไม่รู้สิรู้สึกว่ามันเปรียบเทียบยากแล้วก็รู้สึกว่า ผมว่าไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม จะร้องเพลงหรือแสดงมันจะมีช่วงหนึ่งที่เรารู้สึกว่าเราทำไปมันจะเริ่ม burnout แต่มันไม่ได้ burnout แบบอยากพักนะ แต่มันเหมือนอยากไปทำอย่างอื่น คือพอเราแสดงเยอะ ๆ เราจะรู้สึกว่าเบื่อ routine นี้จังเลย เริ่มเบื่อกับการทำแพทเทิร์น ๆ แบบนี้ อยากออกไปเจอคนบ้าง อยากออกไปนั่งแคมป์เพลงบ้าง อยากออกไปอัดเสียงบ้าง มาทำเพลง พอทำเพลงเริ่มคิดเพลง ทำเพลง สร้างเพลง ออกไปร้อง ออกไปโปรโมท พอมาถึงจุดหนึ่งก็จะรู้สึกว่าเริ่มเบื่อแพทเทิร์นแบบนี้ อยากกลับไปออกกองบ้าง หรือบางทีอยากกลับไปนั่งคิดงานอื่น ๆ บ้าง มันเหมือนกับว่าผมอยู่กับการทำงานแบบรูปแบบเดียวนาน ๆ ไม่ได้ เพราะมันจะคิดไม่ออก จะเริ่มหมดแพชชันเป็นเหตุผลที่ทำให้ไปเรียนต่ออังกฤษ ?บิวกิ้น : ส่วนหนึ่งอยากพักด้วย อยากเบรก แล้วก็มันก็เหมือนเป็นอีกอย่างหนึ่งที่เราอยากจะทำด้วย เหมือนว่าการไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศสักปีหนึ่ง มันเป็นเหมือน 1 งานที่เรารู้สึกว่าเรายังไม่เคยทำ ก่อนหน้านี้เราเรียนอยู่ที่นี่ อยู่กับที่บ้าน ทำอะไรมาตลอด ไม่เคยใช้ชีวิตด้วยตัวเอง ไม่เคยออกไปรับผิดชอบชีวิตตัวเอง ออกไปอยู่ชิล ๆ ก็รู้สึกว่าถ้าเราไม่ไปในช่วงนี้ มันก็เหมือนเป็นโอกาสสุดท้ายแล้ว เพราะว่าถ้าเราจะไปเรียนโทตอนใกล้ ๆ 30 เพื่อนเราก็ไม่มีใครไปด้วยแล้ว เราไปตอนนี้ก็มีเพื่อนไปด้วย 2-3 คน เราก็รู้สึกว่าน่าจะโอเค น่าจะไม่เหงา แล้วก็ไม่เคยไปใช้ชีวิตด้วยตัวเอง แล้วก็งานตรงนี้คือปีก่อนผมมีคอนเสิร์ตเดี่ยวไปแล้ว แล้วก็เพิ่งเล่นหลานม่าเสร็จ มันเหมือนกับว่าในพาร์ทอื่น ๆ รู้สึกว่าเราได้เติมเต็มมันแล้วในช่วงระยะเวลานี้ มันเป็นเหมือนอีกอย่างหนึ่งที่เราอยากทำ แล้วก็ประจวบเหมาะกับการที่เพื่อนไปด้วย ก็เลยไปเรียนที่อังกฤษเลยอยู่อังกฤษมา 1 ปี เป็นยังไงบ้าง ?บิวกิ้น : ปีหนึ่งแต่ก็กลับบ่อย กลับบ่อยมาก ก็ดีนะผมว่ามันเป็นรสชาติเหมือนเราไปเปลี่ยน Pacingการใช้ชีวิต อยู่ที่นู่นนอนวันละ 10 ชั่วโมงขึ้นทุกวัน นอนเที่ยงคืน ตื่นเที่ยง ตื่น 13:00 น. แล้วก็จริง ๆ วัน ๆ ก็ไม่ได้ทำอะไรมาก ก็แค่ไปเรียนแล้วก็กลับบ้านมาก็ทำงานมหาลัย ทำ Assignment ทำ Report ส่ง แล้วก็ประชุมภาระต่าง ๆ ที่อยู่ที่นี่บ้าง ไปเดินเล่น ไปทำนั่นทำนี่ ทำข้าวกิน ไปช้อปปิ้งบ้าง ไม่ได้รู้สึกว่ามันเร่งรีบ หรือว่ามีอะไรที่ทำให้เราต้องคิดต่อ ๆ กันขนาดนั้น มีเวลาปล่อยสมองมากขึ้นเหมือนแบบได้พัก แต่ต้องเรียนหนัก ?บิวกิ้น : ก็ต้องเรียน แต่ช่วงเรียนมันก็จะมีช่วงเวลาของมัน เหมือนกลางเทอมมันก็จะเริ่มเป็นช่วงที่ต้องมานั่งง่วนทำ assignment 2 อาทิตย์ 3 อาทิตย์ก่อนที่จะถึง deadline พอเราไม่ต้องทำอย่างอื่นเยอะขนาดนั้นแล้วเรามาทำอันนี้อย่างเดียว มันก็มีเวลาโฟกัส งานหนึ่งก็ทำทั้งวันเลย ทำแล้วก็ไปกินกาแฟ ทำกับข้าว คิดไปด้วย แล้วกลับมาทำต่อ มันเหมือนมันสบาย ๆ มันไม่ได้มีความกดดันอะไรขนาดนั้น จริง ๆ ผมก็มีประชุมอาทิตย์หนึ่ง 2-3 ครั้งแค่นั้นเอง แล้วก็นอกนั้นก็จะแค่ตอบไลน์ ที่เหลือก็ชิล ๆ ใช้ชีวิตแบบสบาย ๆจบโทแล้วตอนนี้ต่อเอกอีกไหม ?บิวกิ้น : ไม่เอาแล้วบิวกิ้นเป็นคน sensitive ไหม ?บิวกิ้น : มากเมื่อก่อนนะเมื่อก่อน ถ้าเมื่อก่อนมีคนมาตะคอกใส่หน้าผมนี่ผมร้องไห้เลยนะ หมายถึงว่าร้องไห้แบบไม่ได้กลัวแต่หมายถึงว่ามันเหมือนมันร้องออกมาเอง เป็นเรื่องครอบครัว เรื่องแบบคนรัก เรื่องสัตว์ รู้สึกว่ามัน connect มากเป็นคน emotional ?บิวกิ้น : ประมาณหนึ่งกับบางมุมถ้าเกิดว่ามีใครมาแตะประเด็น sensitive ในชีวิตพูดอะไรกับเรา สามารถร้องไห้ได้เลยไหม ?บิวกิ้น : อยู่ที่เรื่องแล้วอยู่ที่คนพูดด้วยเวลาขึ้นคอนเสิร์ตร้องไห้ไหม ?บิวกิ้น : ก็มีบ้างอารมณ์มันออกมาเป็นยังไงบ้าง ?บิวกิ้น : บางครั้งมันเป็นเรื่องของขึ้นคอนเสิร์ตแล้ว เหมือนเราเห็นภาพนี้แล้วเรารู้สึกว่าเหลือเชื่อเหมือนกันนะ หมายถึงว่าอยู่ดี ๆ เราเดินมาถึงจุดที่มีคนอยากมาฟังเราร้องเพลงเยอะขนาดนี้ได้ยังไง หรือร้องเพลงที่มันมีความหมายต่อความรู้สึกเรา บางทีมันก็รู้สึกเหมือนร้องเพลงนี้แล้วมันก็มีความรู้สึกอะไรบางอย่างที่มันตีขึ้นมา มันมีหลายหลายบริบทของการร้องไห้ขึ้นมาเองมีใครที่เป็น safe zone ของตัวเองไหมที่รู้สึกว่าเราต้องการกำลังใจจะโทรหาคนนี้ ?บิวกิ้น : มีหลายคนเลย แต่ผมว่ามันอยู่ที่เรื่องด้วย อยู่ที่ว่าเรื่องแบบนี้เราจะคุยกับใคร ถ้าเป็นเรื่องแบบหนึ่งเราก็จะมีครอบครัวอยู่แล้วแน่ ๆ เราก็จะมีเพื่อนที่เราสนิทมาก ๆ อยู่แล้วแน่ ๆ เราจะมีคนที่บริษัท ทีมผู้จัดการหรือคนที่บริษัทที่เรารู้อยู่แล้วว่าเวลาเรามาคุยกับเขา ก็จะเป็น safe zone ของเราในบางมุมเลย ชีวิตเรามันมีหลายมุม เราจะเลือกคุยกับใครในเรื่องไหน มันเหมือนกับว่ามันต้องเป็นเรื่องที่เขาเข้าใจจริง ๆการทำงานในวงการบันเทิง ให้เราเป็นทุกวันนี้ยังไงบ้าง ?บิวกิ้น : ก็เติบโตขึ้นเยอะนะ ผมว่ามันทุกแง่มุมเลย รับผิดชอบมากขึ้น รู้จักตัวเองมากขึ้น แล้วก็ใจเย็นลงไหม อันนี้ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับงานหรือเกี่ยวกับวัย หรือว่าไปเกี่ยวกับไปเปลี่ยน Pacing ชีวิตมา ก็รู้สึกว่ามีสติขึ้น ผมว่าในทุก ๆ แง่มุมของการเติบโตไม่ว่าจะเป็นการทำงาน หรือว่าการใช้ชีวิต ภาพรวมก็รู้สึกว่าโตขึ้นเห็นอนาคตตัวเองในวงการบันเทิงเป็นยังไงบ้าง ?บิวกิ้น : ก็แค่อยากจะทำไปแบบนี้ ให้มันอยู่ในโมเมนตัมที่เรารู้สึกว่าเรามีความสุขกับมัน ได้ทำสิ่งที่อยากทำ ในแบบที่อยากทำ ทำงานที่อยากทำกับคนที่อยากทำด้วย ก็แค่นี้แหละมั้ง ไม่ได้รู้สึกว่าเรามองว่าเราจะต้องประสบความสำเร็จไปถึงตรงไหน คือผมรู้สึกว่าจุดนี้ของผมมันเกินฝันมาไกลแล้ว และก็หลังจากนี้กำไรล้วน ๆได้ร้องเพลงกับพี่เบิร์ดมาล่าสุดเป็นไงบ้าง ?บิวกิ้น : ก็ดีครับ เพราะว่ามันเหมือนเราฟังเพลงเขามาตั้งแต่เด็ก ๆ ตั้งแต่เกิด แล้วเราก็รู้สึกว่าไม่คิดว่าวันหนึ่งจะได้มาเป็น main guest ของเขา ได้ร้องเพลงกับเขาเกือบ 10 เพลง แล้วก็ได้ซ้อมกับเขา เหมือนได้เห็นทัศนคติเขา ก็รู้สึกว่าเหมือนมันก็เป็นแรงบันดาลใจเรา แล้วก็ผมว่ามันเป็นประสบการณ์ที่ดีทั้งในเชิงของการทำงาน แล้วก็ในเชิงของความฟินส่วนบุคคลด้วย สามารถติดตาม "PrimeCast" ได้ที่ช่องทาง Facebook: Alive Dot, Youtube : Alive Dot วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. และสามารถรับชมย้อนหลัง ได้ที่นี่ สามารถติดตามและอัปเดตข่าวสารได้ที่ช่องทางFacebook : Alive Dot, Youtube : Alive Dot, IG : alivedotlife, TikTok : alivedotlife อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : สรุปสุดยอดการแสดงในหนังไทยแห่งปี 2568 ใครมีลุ้นตัวเต็งรางวัล..เช็กที่นี่! พีพี รู้จัก บิวกิ้น 10 ปีรับลิ้นกับฟันงอนกันปกติ ยันยังมีงานคู่ บิวกิ้น ถึง พี่เบิร์ด ธงไชย แรงบันดาลใจในวัยเด็ก ไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสได้ขึ้นเวทีกับพี่จริงๆ

"หนุ่ม ศรราม" จูงมือลูกสาว "น้องวีจิ" อวดความน่ารัก เผยซื้อบ้าน 20 ล้าน เพราะเหตุนี้
อ่าน

"หนุ่ม ศรราม" จูงมือลูกสาว "น้องวีจิ" อวดความน่ารัก เผยซื้อบ้าน 20 ล้าน เพราะเหตุนี้

ออกมาเปิดใจทุกประเด็นในรายการสำหรับพระเอกรุ่นเก๋า "หนุ่ม ศรราม เทพพิทักษ์" แถมครั้งนี้พาลูกสาวสุดเลิฟ "น้องวีจิ" วัยใกล้ 7 ขวบ กลางรายการ "คุยแซ่บShow" ทางช่องวัน31 ที่มีดีเจหนุ่มรูปหล่อ "พุฒ พุฒิชัย เกษตรสิน" และนางเอกสาวสวย "เบนซ์ พรชิตา ณ สงขลา" เป็นผู้ดำเนินรายการ "หนุ่ม ศรราม" เผยซื้อบ้าน 20 ล้าน เพราะเหตุนี้ ดูทีวีออนไลน์ ช่องวัน31 เริ่มจากสุดปลื้ม "น้องวีจิ" เต้นบัลเล่ต์หน้าห้างดัง ?หนุ่ม : จริง ๆ เค้าทำกิจกรรมเต้นบัลเล่ต์ ตั้งแต่ไปเริ่มเรียนแล้วและก็เต้นทุกวันคริสต์มาสที่สถาบันที่สอนบัลเล่ต์ ได้จัดกิจกรรมหน้าเซ็นทรัลเวิร์ดอยู่แล้ว ปีนี้จะเหนื่อยหน่อยมีงานที่โรงเรียนด้วย ตอนเช้ามีเลี้ยงจับของขวัญกันของโรงเรียนและรีบมูฟมาตอนเย็น คือเริ่มต้นเค้าอยากเต้นแบบแจ๊สแดนซ์ เวลาที่ขึ้นรถทุกครั้งจะเปิดวิทยุ วีจิชอบอยู่กับดนตรี เรารู้ปุ๊บว่าเค้าชอบ เรามีความรู้มาว่าการเต้นบัลเล่ต์คือการเต้นพื้นฐานของทุกอย่างเราเลยส่งไปเรียน เพื่อสักวันในอนาคตถ้าเค้าเลือกในรูปแบบอื่น ก็จะได้เลือกได้เพราะมีบัลเล่ต์เป็นพื้นฐานวีจิ : สนุก ไม่ยากค่ะ วิธีการเลี้ยง "น้องวีจิ" เหตุการณ์พาลูกไปดิสนีย์แลนด์ ?หนุ่ม : ต้องเรียนแบบนี้ว่าปกติวีจิ ถ้าไปโรงเรียนทำการบ้านเสร็จทุ่มหนึ่งไม่เกินทุ่มครึ่งพร้อมหลับเพราะตีห้าต้องตื่น ตีห้าครึ่งต้องทานข้าวเช้าไปรร. สิ่งที่เขาขอร้องเอาไว้ตอนป.1 ปิดเทอมอยากไปดิสนีย์แลนด์อยากดูพลุ ตามสัญญาปิดเทอมพาไปดิสนีย์แลนด์ แต่พลุจุดสองทุ่มครึ่งซึ่งวีจินอนทุ่มครึ่งเป็นประจำเราก็เตรียมการไว้มันถูกใจแน่นอนแต่วีจิบอกป๊าไปเถอะ เพราะเห็นคนมารอเยอะ เขาเป็นคนที่ชัดเจนเหมือนเรา คุณพ่อรับลูกสาวเริ่มดื้อมีพฤติกรรมเลียนแบบ ?หนุ่ม : ดื้อคือยังไง! วีจิไม่ดื้อนะ ด้วยสาเหตุที่เขาไม่ดื้อจะเห็นพฤติกรรมอย่างชัดเจนเวลามีอะไรผิดปกติมาอาทิเช่น วันนี้ไปโรงเรียนกลับมามาถอดถุงเท้า ไม่เอามือถอดไม่นั่งถอด เรารู้ล่ะอันนี้ผิดปกติ เราไม่เคยสอน เราสอนให้นั่งใส่อาจจะติดมาจากโรงเรียน ติดมาจากเพื่อนคนไหนก็ตาม ก็บอกวีจิอย่าทำแบบนี้ไม่ดีเห็นเพื่อนมาใช่ไหมแต่พูดด้วยความระมัดระวัง เขาเป็นเด็กเซ็นซิทิฟ บางทีเขาน้ำตาไหลเลยเขานึกว่าเขาผิดแต่เขาไม่มีเจตนา คิดว่าตัวเองดื้อมั้ย ?วีจิ : ไม่ดื้อค่ะ แล้วคิดว่าปะป๊าดื้อรึเปล่า ?วีจิ : ไม่ดื้อค่ะ "วีจิ" ว่าปะป๊าดุไหม ?วีจิ : ไม่ดุค่ะหนุ่ม : ไม่ดุครับตามใจ จะอธิบายอาจจะเป็นเพราะด้วยตัวเราเองมีความเป็นพ่อ เราเองก็โตมากขึ้นมีวุฒิความเป็นพ่อมากขึ้น รู้จักวิธิปฎิบัติลงตัวกับลูกสาว และลูกเป็นผู้หญิงด้วย เปิดใจเรื่องชาวเน็ตออกมาแสดงความคิดเห็นช่วยเลี้ยงกันลูก ?หนุ่ม : อันนี้ผมเล่าให้ฟังตรงไปตรงมาชัดเจน อย่างที่ลงคลิปเต้นน่ารัก ๆ มันจะมีคอมเมนต์น้องวิจิน่ารักนะหนูเป็นดีนะลูก หลากหลายคนเมนต์ บางทีผมก็จะไปกดหัวใจ แต่มันจะเริ่มมีแบบเต้นเก่งเหมือนแม่เลย ไปอยู่กับพ่อปลอดภัยกว่า อันนี้คือเกรียนทั้งหลายชอบทำให้คลิปที่น่ารัก ๆ เต็มไปด้วยคอมเมนต์กาก คอมเมนต์ที่มาช่วยเลี้ยง เช่นผมถ่ายรูปกับลูกน่ารัก ๆ ปุ๊บคอมเมนต์มาเลย เอ่อ..อุ้มทำไมขาจะลากพื้นอยู่แล้ว ซึ่งคลิปนั้นอุ้มให้ดูว่าข้าวแกงมีอะไรไปเดินซื้อของตลาดเช้ากัน คือถ้าพูดตามตรง ถ้าเขาจะโตแค่ไหน ผมก็อยากอุ้มลูกผม ผมเลยตอบคอมเมนต์ไปสั้น ๆ ด้วยความจริงใจว่า เผือก มีคนมา+1ทั้งคืน ผมไม่เข้าใจว่าบวก 1 คืออะไร ผมก็พิมพ์ไปว่า ตกลงบวกได้เท่าไหร่แล้ว คือผมไม่รู้ และก็ถูกพิมพ์ ค กลับมาอีก "หนุ่ม" สุดงงเจอคอมเมนต์ดราม่า "น้องวีจิ" เรียก รปภ. ว่ายาม ?หนุ่ม : คลิปที่เค้าเอาของไปให้ยาม มีพิมพ์เข้ามาพูดว่าพี่ยามคะทานข้าวนะค่ะเค้าพิมพ์เข้ามาว่าเค้าเป็นรปภ. คะไม่ใช่ยาม แต่คอมเมนต์นี้ทำให้ตกผลึกเรื่องคอมเมนต์ดราม่าทุกอันเลย รู้สึกว่าแค่เด็กยังไม่เว้นยังมีคนแบบนี้อยู่ในสังคม ใครที่อยากจะพูดถึงเรื่องเราปล่อยให้เขาเล่าไป เราจะใช้ชีวิตยังไงก็ส่วนของเรา แต่เรื่องของคุณแม่ขอเล่าต่อให้จบ เราสอนให้รักแม่ตลอด บางทีลูกลงคลิปกับเราคอมเมนต์มาอันหนึ่ง สงสารนะไม่มีแม่ ผมเลยตอบไปด้วยความสงสารด้วยความเคารพรัก ก็ดีกว่าพ่อแม่มีแต่ไม่สั่งสอน บางทีสังคมสอนให้เราตอบโต้ เปิดใจครั้งแรกคลิปไวรัล "น้องวีจิ" ไม่ให้ "กุ้งพลอย" จีบ ?วีจิ : ไม่ได้ค่ะ เพราะว่าห่วงค่ะ สมมุติว่า "วีจิ" โตขึ้น ต้องมีแฟนจะมีแฟนรึเปล่า ?วีจิ : ไม่มีค่ะ ทำไมคิดว่าถึงไม่มีแฟน ?วีจิ : เก็บเงินดูแลป๊า (พ่อหนุ่มจุ๊บกลางรายการ) หวงปะป๊าขนาดไหน ?วีจิ : หวงที่สุดค่ะ ถ้าป๊ามีคนมาจีบล่ะ ?วีจิ : ไม่ได้ค่ะ รักปะป๊าแค่ไหน ?วีจิ : รักที่สุดในโลกหนุ่ม : ก็รักเค้ามากที่สุดในโลก พูดทุกวัน พูดทุกเช้า พูดก่อนนอน และสิ่งที่ทำทุกเช้าก่อนนอน คือขอบคุณลูก ที่ลูกเป็นเด็กดีน่ารัก หลังจากสวนมนต์ตอนเช้าก็บอกว่าพ่อสวนมนต์ให้หนูนะลูก แย้มสถานะสี่ห้องหัวใจล่าสุดพระเอกรุ่นเก๋า ?หนุ่ม : ไม่มีคนเข้ามา 100 % ถามวรากี่ปีที่ไม่มีแฟนก็เท่าอายุลูก ระหว่าทางถามว่ามีไหม ก็ชอบเค้าแต่ไม่มีลั่นไปกดไลก์ เสียงในหัวดังไม่พอ ไมได้คุยกับใครเลย ไม่ได้คิดเรื่องนี้มานานแล้วไม่คิดเลย อาจจะเป็นเพราะว่าอยู่กับลูกมีความสุขแล้วมันเป็นรักแท้สำหรับผม ผมโอเคแฮปปี้ จัดหนักจัดเต็มซื้อบ้าน 20 ล้านให้ "น้องวีจิ" แล้ว ?หนุ่ม : เรื่องราคาไม่จริงครับ คือวันนี้เราเองต้องยอมรับรุ่นสู่รุ่นมันผานไปแล้ว ตอนนี้เราไม่ใช่พระเอกวัยรุ่นเหมือนแต่ก่อน เราเปลี่ยนเป็นพ่อหรือเป็นบทเอกที่เรารับงานแสดงเราเป็นนักแสดง วันนี้กำลังเรายังมีอยู่กับสิ่งที่เราวางแผนไว้ และถูกพ่อแม่สอนมาเหมือนกันว่าเราไม่จำเป็นต้องอวดรวยทำอะไรที่มันแพง ๆ พอกินพอใช้และก็ทำที่เราทำได้ตามกำลัง จะย้ายไปอยู่ต้นกุมภาพันธ์วีจิ : ตื่นเต้นค่ะ มีห้องตัวเองแล้ว อัปเดตผลงาน ?หนุ่ม : มีงานพรีเซนเตอร์งานรีวิวลงติ๊กต๊อกไอจีเฟซบุ๊คยังรับเรื่อย ๆ งานเพลงก็ยังทำอยู่มีคอนเสิร์ตยุค 90บ้างงานพิธีกรกำลังคิดรูปแบบรายการออนไลน์ กำลังคิดคอนเซ็ปต์อยู่ ติดตามชมรายการ "คุยแซ่บShow" วันและเวลาใหม่ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : รวม 5 พ่อหม้ายหน้าหล่อตัวตึง ลูก 1 ยังโสด โหมดเลี้ยงลูกเก่ง "หนุ่ม ศรราม" เผยเหตุอดีตหุ่นพังหน้าเปลี่ยน หมดราศีพระเอกตัวพ่อ "หนุ่ม ศรราม" เล่าบทบาทความเป็นพ่อ ไม่ขอใช้คำว่า คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว