รีเซต

ผลการค้นหา “#ASUSTH” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
Dr.Ashura
ดู

Dr.Ashura

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ร่วมกับ กรมกิจการผู้สูงอายุ“โครงการ 60 ยังแจ๋ว”
อ่าน

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ร่วมกับ กรมกิจการผู้สูงอายุ“โครงการ 60 ยังแจ๋ว”

#ทันหุ้น-นายปราโมทย์ พวงสำลีผู้อํานวยการ ฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคล (ธุรกิจค้าปลีก)บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจแม็คโคร-โลตัสร่วมกับนายโชคชัย วิเชียรชัยยะ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จัดพิธีลงนามความร่วมมือ (MOU)โครงการ 60 ยังแจ๋วเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุทำงานที่ แม็คโคร และ โลตัส ส่งเสริมการมีรายได้และมีงานทำพร้อมส่งเสริมคุณภาพชีวิตของกลุ่มผู้สูงอายุ โดยมีนายกันตพงศ์ รังษีสว่างปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วยนายชัยวัฒน์ จุฑากรณ์,นายอัตถสิทธิ์ เจียมฉวีและนางวรรณภา สุขคงพร้อมคณะผู้บริหารร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชาบดี อาคารกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำหรับโครงการ โครงการ 60 ยังแจ๋ว เป็นโครงการที่ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ดำเนินการมาต่อเนื่องมากว่า 3 ปี เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงวัยทั้งด้านการการจ้างงานสร้างรายได้ รวมไปถึงการสร้างพื้นที่แห่งการมีส่วนร่วม ที่ช่วยเติมเต็มทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และความสัมพันธ์ทางสังคม ของผู้สูงวัยผ่าน 60 ยังแจ๋ว คลับ คอมมูนิตี้สำหรับActive Seniorsภายใต้ 3 กลุ่มกิจกรรมหลัก ได้แก่ Fit, Food, Funเพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงวัยได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข มีคุณค่า และมีความหมายในทุกวัน ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกลุ่มเพื่อติดตามข่าวสารของโครงการ 60 ยังแจ๋ว ได้ผ่านLine OA: @60plusclub (60 ยังแจ๋ว คลับ) และสามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่https://www.facebook.com/makroHQหรือhttps://www.facebook.com/lotussth

Audition PC x ROG ประกาศความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี 2026 เปิดตัว Official Equipment Partner พร้อมโปรโมชั่นไอเทมสุดลิมิเต็ด!
อ่าน

Audition PC x ROG ประกาศความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี 2026 เปิดตัว Official Equipment Partner พร้อมโปรโมชั่นไอเทมสุดลิมิเต็ด!

Audition PC เกมแดนซ์สุดฮิตระดับตำนานจาก PlayPark ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญร่วมกับ ROG (Republic Of Gamers | ASUS ประเทศไทย) ในฐานะ Official Partner อย่างเป็นทางการของเกม Audition PC ในปีนี้ โดยความร่วมมือสุดยิ่งใหญ่ครั้งนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ไฮไลท์หลักที่ขาแดนซ์และเกมเมอร์ไม่ควรพลาด!อุปกรณ์หลักในการแข่งขัน Audition PC ตลอดปี 2026ในปี 2026 นี้ ROG ได้เข้าร่วมมาเป็น Official Equipment Partner อย่างเป็นทางการในการจัดการแข่งขันของเกม Audition PC เพื่อยกระดับประสบการณ์การแข่งขันให้ได้มาตรฐานสูงสุด โดยผู้เข้าแข่งขันจะได้ใช้งานเกมมิ่งเกียร์ระดับ Pro ที่ถูกนำมาใช้จริงบนเวทีแข่งขัน เพื่อความแม่นยำในทุกจังหวะ ได้แก่:● ROG Strix Scope II RXMechanical Gaming Keyboard สุดยอดคีย์บอร์ดที่พร้อมตอบสนองรวดเร็วและแม่นยำที่สุด● ROG Delta S CoreGaming Headset หูฟังเกมมิ่งที่มอบเสียงคมชัด เก็บครบทุกรายละเอียดเสียงเพลงโปรโมชั่นพิเศษ! ช้อปสินค้า ROG รับไอเทมสุดลิมิเต็ด ฟรี!เอาใจขาแดนซ์สายแฟชั่นกับโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เพียงซื้อสินค้าแบรนด์ ROG รุ่นที่ร่วมรายการ รับสิทธิ์แลกรับไอเทมสุดแรร์จำนวนจำกัดไปเลยฟรี ๆ โดยเซ็ตไอเทมสุดพิเศษที่คุณจะได้รับ ประกอบไปด้วย:● ROG Icon ประดับบนชื่อตัวละครสุดเท่● เซ็ตของแต่งตัว ROG Character Set ดีไซน์สุดล้ำที่ออกแบบมาเฉพาะแคมเปญนี้เท่านั้น📌 อ่านรายละเอียดสินค้าที่ร่วมรายการและเงื่อนไขโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่: https://audition.playpark.com/th-th/au-x-rog/สามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมของ Audition PC เพิ่มเติมได้ที่:● ดาวน์โหลดเกม: https://audition.playpark.com/th-th/PRAU19● Facebook Page: https://www.facebook.com/PlayPark.Audition.TH● Youtube: https://www.youtube.com/PlayParkAuditionTH● เว็บไซต์หลัก: https://audition.playpark.comนอกจากนี้ ยังสามารถติดตามอัปเดตข่าวสารเกมในเครือ PlayParkพร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมรับไอเทมฟรีได้ง่ายๆ ทาง LINE Official คลิกเลย https://maac.io/2rToZ[ข่าวประชาสัมพันธ์]

ทิสโก้มองหุ้นไทย 2H69 ฟื้น ชูธีมหุ้นดั้งเดิม-ปันผลสูง
อ่าน

ทิสโก้มองหุ้นไทย 2H69 ฟื้น ชูธีมหุ้นดั้งเดิม-ปันผลสูง

#ทันหุ้น - บล.ทิสโก้คาดดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสปรับขึ้นช่วงครึ่งปีหลัง โดยจะปรับขึ้นแบบกระจายตัว เพราะอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ที่ปรับเพิ่มขึ้น คาดจะทำให้นักลงทุนเปลี่ยนกลุ่มลงทุนจากหุ้นเทคโนโลยีมาลงทุนในหุ้นดั้งเดิม และหุ้นปันผลสูง ซึ่งตลาดหุ้นไทยจะได้อานิสงส์ดังกล่าว นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า ผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ในช่วงกลางเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา มีมติเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50-3.75% ตามคาด แต่โทนการสื่อสาร “เข้มงวดขึ้น” (Hawkish) อย่างชัดเจนเทียบกับครั้งก่อน โดยนาย Kevin Warsh ประธาน FED คนใหม่กล่าวย้ำ “การสร้างเสถียรภาพด้านราคา” หลายครั้ง ทำให้ตลาดปรับเปลี่ยนมุมมองโดยให้น้ำหนักว่า FED จะกลับมาขึ้นดอกเบี้ยประมาณ 25-50 bps ภายในปี 2569 นี้ และ FED อาจต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงเป็นเวลานาน (Higher for Longer)ด้วยท่าทีของ FED ที่เข้มงวดขึ้นในการดำเนินโนบายการเงินเพื่อคุมเงินเฟ้อ คาดจะกระตุ้นให้เกิดการโยกเงินออกหุ้นเทคที่มูลค่าค่อนข้างแพงและขึ้นนำตลาดในช่วงสงครามผ่อนคลายมาสู่หุ้นคุณค่าหรือหุ้นเชิงรับที่อ่อนไหวต่อแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยน้อยกว่า ซึ่งบล.ทิสโก้มองหุ้นไทยน่าจะได้รับอานิสงส์เชิงบวกนี้ เนื่องจากเป็นตลาดที่เน้นกลุ่มดั้งเดิมและมีเงินปันผลที่ค่อนข้างสูง ทำให้มีความเสี่ยงต่ำกว่าหุ้นเทค แถมกลุ่มดั้งเดิมส่วนใหญ่ อาทิ กลุ่ม ENERG, BANK, COMM, FOOD และ HELTH เป็นต้น ยังช่วยป้องกันความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและทนทานกับภาวะเศรษฐกิจอีกด้วยหากนำแนวทางลงทุนข้างต้นมามาเชื่อมโยงกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มอุตสาหกรรมในช่วงครึ่งปีแรก บล.ทิสโก้เชื่อว่าจะเห็นการสลับกลุ่มลงทุน (Sector Rotation) ทำให้การขึ้นของ SET Index ในช่วงครึ่งปีหลังจะกระจายตัวและมีคุณภาพมากขึ้นแม้ภาพรวม SET Index อาจไม่ได้ไปไหนไกลก็ตาม (บล.ทิสโก้มีเป้าหมาย SET Index สิ้นปีนี้ที่ 1,600 จุด) เพราะหุ้นกลุ่ม ETRON หลัก ๆ คือ DELTA อาจเป็นตัวถ่วง สำหรับกลุ่มที่น่าสนใจในครึ่งปีหลัง บล.ทิสโก้มองหุ้นกลุ่ม Laggards ที่เกี่ยวข้องกับธีม Domestic Recovery Plays แนะนำ HELTH , TOURISM , COMM และ ICT เป็นต้น ส่วนกลุ่ม Leading ที่บล.ทิสโก้ยังชอบอยู่ในช่วงครึ่งปีหลัง คือ BANK และ TRANSสำหรับช่วงเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม นี้ บล.ทิสโก้มองมีโอกาสเห็น “Mid-year rally” อิงจากสถิติทั้งช่วง 5 ปี และ 10 ปีย้อนหลัง พบว่า SET Index มีโอกาสในการปรับตัวขึ้นสูงถึง 70-80% และมักให้ผลตอบแทนเป็นบวกเฉลี่ยเดือนละ 2.1-3.1% ซึ่งบล.ทิสโก้เชื่อว่าปรากฎการณ์นี้ส่วนหนึ่งอาจมีแรงซื้อเก็งกำไรเข้ามาในช่วงกลางปีเพื่อหวังผลตอบแทนเงินปันผลระหว่างกาล และแนวโน้มเงินบาทที่มักแข็งค่าขึ้นจากการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลส่งออกของไทยในครึ่งปีหลัง ในเชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้แนะนำ Selective BUY หุ้นบลูชิพขนาดใหญ่ที่คาดงบ Q2 จะออกมาดี (อย่างน้อยเติบโต YoY) และมีปันผลจ่ายระหว่างกาล ชอบ BDMS, HMPRO, PTT, TRUE ผสานกับหุ้นที่แนวโน้มกำไรครึ่งปีหลังคาดว่าจะฟื้นตัวหรือดีกว่าครึ่งปีแรกรับอานิสงส์แนวโน้มการลงทุนที่สดใสและสงครามคลี่คลาย แนะนำ AMATA, CRC, ERW  สรุปหุ้นเด่นแนะนำในเดือนกรกฎาคม คือ AMATA, BDMS, CRC, ERW, HMPRO, PTT และ TRUE ด้านแนวรับสำคัญของ SET Index เดือนนี้อยู่ที่ 1,535-1,540 จุด และ 1,500-1,520 จุด ตามลำดับ แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 1,600-1,610 จุด และ 1,650-1,660 จุด ตามลำดับด้านทางเลือกการลงทุนหุ้นต่างประเทศโดยผ่าน DR เดือนกรกฎาคมนี้ MSFT80 และ SPHLTH80 โดยบล.ทิสโก้เลือกที่จะกระจายความเสี่ยงจากกลุ่มของ AI และ Semiconductor มายังกลุ่ม Healthcare ผ่าน SPHLTH80 ที่ลงทุนใน STATE STREET HEALTH CARE SELECT SECTOR SPDR ETF หรือ XLV ที่บล.ทิสโก้มองว่าเป็น 1 ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เงินทุนจะไหลเข้าหากมีแรงขายในกลุ่ม AI  ในขณะที่ MSFT80 เป็นกลุ่มเทคที่มีราคายัง Laggard และมีงานในมือสูง ประกอบกับการเปิดตัว Copilot Cowork อย่างเป็นทางการจะเป็นปัจจัยหนุนรายได้ในอนาคต

สตาร์ทอัพ
ดู

สตาร์ทอัพ

INETREIT กำไร Q1/69 พุ่ง 57.14% เคาะปันผล 0.0675 บ./หน่วย
อ่าน

INETREIT กำไร Q1/69 พุ่ง 57.14% เคาะปันผล 0.0675 บ./หน่วย

#ทันหุ้น - ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไอเน็ต หรือ INETREIT ทรัสต์กองแรกและกองเดียวในประเทศไทยที่เข้าลงทุนตรงในทรัพย์สินเกี่ยวกับเมกะเทรนด์ด้านเทคโนโลยี Data Center ทั้งหมด ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 มีรายได้ 241.53 ล้านบาท เติบโต 43.70% ขณะที่กำไรจากการลงทุนสุทธิทำได้ 203.07 ล้านบาท เติบโต 57.14 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) บอร์ดเคาะจ่ายปันผลรายเดือนสำหรับงวดเดือนมีนาคม 2569 ในอัตรา 0.0675 บาทต่อหน่วย เตรียมจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนในวันที่ 8 มิถุนายน 2569 สะท้อนศักยภาพในการบริหารสินทรัพย์ และความสามารถในการสร้างผลตอบแทนอย่างต่อเนื่องนายสุตกานต์ แน่นหนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอเน็ต รีท แมเนจเม้นท์ จํากัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 (มกราคม – มีนาคม) บริษัทฯ มีผลการดำเนินงานเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้รวมกว่า 241.53 ล้านบาท เติบโต 43.70% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ขณะที่กำไรจากการลงทุนสุทธิทำได้ 203.07 ล้านบาท เติบโตกว่า 57.14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีปัจจัยจากการส่งเสริมการเติบโตจากการลงทุนเพิ่มเติมในโครงการ INET-IDC3 เฟส 2 ส่วนขยาย ซึ่งแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการผ่านตู้ Rack จำนวน 246 Rack พร้อมอุปกรณ์การเชื่อมต่ออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้มูลค่าการระดมทุนในครั้งนี้อยู่ที่ 2,415 ล้านบาท และดันมูลค่าการระดมทุนรวมของ INETREIT กว่า 9,250 ล้านบาท ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับศูนย์ปฏิบัติการข้อมูล (Data Center) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและการพัฒนาดิจิทัลของประเทศอีกหนึ่งความสำเร็จสำคัญของ INETREIT คือการได้รับ Best REIT Deal in Thailand 2025 จากการโหวตของกลุ่มนักลงทุนสถาบัน ซึ่งรวบรวมและจัดอันดับโดยนิตยสาร Alpha Southeast Asia สื่อชั้นนำด้านการลงทุน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนและคุณภาพของสินทรัพย์ดิจิทัลที่กองทรัสต์เข้าลงทุน ตอกย้ำความโดดเด่นในฐานะผู้นำกองทรัสต์ด้าน Data Center และ Digital Infrastructure ชั้นนำของประเทศไทยทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 มีมติอนุมัติจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนรายเดือน สำหรับผลการดำเนินงานประจำเดือนมีนาคม 2569 ในอัตรา 0.0675 บาทต่อหน่วย กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 และกำหนดจ่ายให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ในวันที่ 8 มิถุนายน 2569 โดยหากรวมการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนในครั้งนี้จะพบว่ากองทรัสต์มีการจ่ายผลประโยชน์ไปแล้วทั้งสิ้น จำนวน 29 ครั้ง รวมเป็นการจ่ายผลประกอบการที่ 3.82 บาทต่อหน่วย หรือ คิดเป็นจำนวนเงินรวมประมาณ 1,665.60 ล้านบาท สะท้อนถึงความมั่นคงของกระแสรายได้และศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนระยะยาวให้กับผู้ถือหน่วยทรัสต์นายสุตกานต์ แน่นหนา กล่าวเพิ่มเติมว่า ศูนย์ปฏิบัติการข้อมูล INET-IDC3 มุ่งสู่การเป็นผู้นำในการตอบสนองความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในประเทศไทย โดยเน้นการให้บริการ Cloud, Co-location และ AI ที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของตลาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ข้อมูลล่าสุดระบุว่า มูลค่าตลาดของ Data Center ในประเทศไทยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสม 4.8% โดยมูลค่าในปี 2027 สูงถึง 91,787 ล้านบาท ขณะที่ตลาด Public Cloud มีอัตราการเติบโตที่สูงกว่าที่ 20.56% ต่อปี ปัจจัยหลักมาจากความต้องการใช้งานดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น รวมถึงองค์กรหรือหน่วยงานต่าง ๆ ต้องการยกระดับด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสู่ 4.0 อีกทั้งยังได้รับแรงสนับสนุนสำคัญมาจากทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะนโยบาย Cloud First ของรัฐบาลที่ผลักดันให้หน่วยงานภาครัฐปรับใช้เทคโนโลยี Cloud มากขึ้น แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงโอกาสทางธุรกิจที่ยังคงเปิดกว้างสำหรับผู้ให้บริการดิจิทัล ในการรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยในระยะยาว“INETREIT มุ่งมั่นสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนให้แก่นักลงทุนทุกราย โดยนโยบายการจ่ายปันผลรายเดือน ไม่เพียงช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้กับนักลงทุน แต่ยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการบริหารพอร์ตการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตของกองทรัสต์ในระยะยาว และคาดว่าจะช่วยเสริมความโดดเด่นให้กับ INETREIT พร้อมสร้างความน่าสนใจให้แก่นักลงทุนทั้งกลุ่มเดิมและกลุ่มใหม่ ให้เข้ามาร่วมเติบโตไปด้วยกัน” นายสุตกานต์ กล่าว

“ณัฐพิสิษฐ์ ครุฑครองชัย” ขึ้นแท่น CEO เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต
อ่าน

“ณัฐพิสิษฐ์ ครุฑครองชัย” ขึ้นแท่น CEO เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต

เอฟดับบลิวดี กรุ๊ป (FWD Group) ประกาศแต่งตั้ง นายณัฐพิสิษฐ์ ครุฑครองชัย ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Chief Executive Officer) บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ประเทศไทย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อเข้ารับตำแหน่งต่อจาก นายเดวิด โครูนิช ซึ่งจะเกษียณอายุในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 โดยจะมีช่วงเวลาการส่งมอบงานเพื่อให้การบริหารงานเป็นไปอย่างต่อเนื่องการแต่งตั้งครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของFWDประกันชีวิต ในการเสริมความแข็งแกร่งระดับผู้นำองค์กร พร้อมเดินหน้าพัฒนาประสบการณ์ลูกค้าให้เข้าใจง่าย เข้าถึงได้ และสอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้คนในทุกช่วงชีวิต สอดคล้องกับพันธกิจของFWDในการ“เปลี่ยนมุมมองของผู้คนที่มีต่อการประกันชีวิต”(Changing the way people feel about insurance)นายณัฐพิสิษฐ์เป็นผู้บริหารที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมประกันชีวิตเกือบ30ปี ครอบคลุมทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยมีความเชี่ยวชาญด้านการขับเคลื่อนการเติบโต การบริหารช่องทางตัวแทน และการตลาด เคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในองค์กรชั้นนำของอุตสาหกรรม ได้แก่ ตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) รวมถึงตำแหน่งสำคัญด้านการบริหารงานตัวแทนและการตลาดกับเอไอเอทั้งในประเทศไทยและฮ่องกง โดยมีประสบการณ์การทำงานในฮ่องกงกว่า17ปี และในประเทศไทยกว่า13ปีนายฮวิน ทัน ฟง (Huynh Thanh Phong)ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการบริหารของFWD Groupกล่าวว่า“FWD Groupมีความเชื่อมั่นว่า คุณณัฐพิสิษฐ์ เป็นผู้นำที่มีมุมมองรอบด้านต่อธุรกิจประกันชีวิต เข้าใจความเปลี่ยนแปลงของตลาด และให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าอย่างแท้จริง ในช่วงเวลาที่ตลาดประกันชีวิตไทยยังมีศักยภาพเติบโต การแต่งตั้งครั้งนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับFWDประกันชีวิต ประเทศไทย พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมีคุณภาพ และทำให้ประกันชีวิตเป็นเรื่องที่เข้าถึงง่าย สอดคล้องกับพันธกิจของเรา”นายณัฐพิสิษฐ์ ครุฑครองชัยกล่าวว่า“การได้เข้ามาร่วมขับเคลื่อนFWDประกันชีวิต ประเทศไทย ในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว ถือเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดแนวคิดที่ทำให้ประกันชีวิตเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตของผู้คนอย่างแท้จริง เรามีรากฐานที่แข็งแกร่งทั้งในด้านทีมงาน แนวทางการดำเนินธุรกิจที่ยึดความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก การนำเทคโนโลยีมาเสริมศักยภาพในทุกมิติขององค์กร ตลอดจนความร่วมมือกับพันธมิตร ซึ่งจะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตในระยะต่อไป”ด้านการศึกษา นายณัฐพิสิษฐ์สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท หลักสูตรวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาการเงินระหว่างประเทศ (Global Finance)โครงการความร่วมมือระหว่างHKUST Business SchoolและNYU Stern School of Businessและสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาการตลาด จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC)รวมถึงผ่านหลักสูตรผู้บริหารจากSingularity Universityรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

SHRลุยอัพพอร์ตดันโตยั่งยืน มุ่งลงทุนสินทรัพย์คุณภาพสูง
อ่าน

SHRลุยอัพพอร์ตดันโตยั่งยืน มุ่งลงทุนสินทรัพย์คุณภาพสูง

#SHR #ทันหุ้น-SHR พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ยกระดับพอร์ตสู่การเติบโตยั่งยืน  ปี 2569 เน้นลงทุนในสินทรัพย์คุณภาพสูง-ปรับปรุงโรงแรมในอังกฤษ 2 แห่ง ดันอัตราค่าห้องพักเฉลี่ย  -อัตราการเข้าพัก   ด้านที่ประชุมผู้ถือหุ้น เคาะจ่ายปันผลปี 2568 ที่ 0.07 บาทต่อหุ้น  หลังทำกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นายไมเคิล เดวิท มาร์แชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน)  หรือ SHR  ผู้นำด้านการบริหารงานโรงแรมและรีสอร์ตระดับนานาชาติในเครือ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S กล่าวภายหลังการประชุมผู้ถือหุ้นว่า   ในปี 2569 บริษัทเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจโดยมุ่งยกระดับพอร์ตการลงทุน ควบคู่กับการหมุนเวียนสินทรัพย์ (Asset Rotation) *มุ่งสินทรัพย์คุณภาพสูงโดยมุ่งเน้นการลงทุนในสินทรัพย์คุณภาพสูงมากกว่าการขยายเชิงปริมาณ พร้อมแผนปรับปรุงโรงแรมในสหราชอาณาจักร 2 แห่งในเมือง Manchester และ Glasgow เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการภายใต้แบรนด์ lyf ของ The Ascott Limited พร้อมกันนี้ บริษัท มุ่งเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ (Asset Enhancement) ผ่านการปรับปรุงโรงแรม เพื่อเสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับอัตราค่าห้องพักเฉลี่ย (ADR) และอัตราการเข้าพักทั้งนี้ บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า ผ่านการพัฒนาอาหารและเครื่องดื่ม บริการสปา และกิจกรรมที่หลากหลาย ควบคู่กับการต่อยอดเอกลักษณ์ของแบรนด์ SAii Hotels Resorts พร้อมขยายศักยภาพการให้บริการเพื่อรองรับตลาด MICE และการจัดงานแบบครบวงจร เพื่อผลักดันรายได้จากธุรกิจที่ไม่ใช่ห้องพัก ตลอดจนยกระดับมาตรฐานด้านความยั่งยืน ผ่านการรับรอง EIC Certificate ในโรงแรมและรีสอร์ตในเครือสำหรับการประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทได้มีการรายงานผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2568 ซึ่งเป็นปีที่บริษัท ประสบความสำเร็จในหลายด้าน โดยสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพิ่มอัตราการทำกำไร และลดค่าใช้จ่ายทางการเงินได้อย่างต่อเนื่อง เป็นผลให้บริษัท สามารถรายงานกำไรปกติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ที่จำนวน 615 ล้านบาท ปรับตัวสูงขึ้นกว่าปีก่อนเกือบ 3 เท่า*ไฟเขียวปันผลดังนั้นจึงส่งผลให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้น มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.07 บาท รวมเป็นเงินจ่ายทั้งสิ้น 251,554,800 บาท คิดเป็นร้อยละ 46.67 ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการหลังหักเงินสำรองตามกฎหมาย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัท โดยในจำนวนนี้ บริษัท ได้ดำเนินการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ในอัตราหุ้นละ 0.015 บาท เป็นที่เรียบร้อยแล้วในวันที่ 10 กันยายน 2568 ดังนั้นส่วนที่เหลือในอัตราหุ้นละ 0.055 บาท บริษัทจะดำเนินการจ่าย โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 12 มีนาคม 2569 และจะจ่ายเงินปันผลในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ต่อไป”“ผลประกอบการในปี 2568 ตอกย้ำแนวทางการบริหารงานที่มุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ในปี 2568 สามารถเพิ่มจำนวนเงินปันผลจ่ายได้สูงขึ้นกว่าปีก่อนกว่าเท่าตัว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่บริษัท เคยประกาศจ่ายเงินปันผลมา สำหรับปี 2569 บริษัทยังคงเดินหน้ารักษามาตรฐานการดำเนินงานในระดับสูง พร้อมเร่งขยายการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการดำเนินงานอย่างโปร่งใส่ และและคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน” นายไมเคิลกล่าว

กระทรวง พม. มูลนิธิออทิสติกไทย และ ทรู คอร์ปอเรชั่น โดยทรูปลูกปัญญา ผนึกพลังขับเคลื่อน “วันรณรงค์ตระหนักรู้ออทิสติกโลก 2569”
อ่าน

กระทรวง พม. มูลนิธิออทิสติกไทย และ ทรู คอร์ปอเรชั่น โดยทรูปลูกปัญญา ผนึกพลังขับเคลื่อน “วันรณรงค์ตระหนักรู้ออทิสติกโลก 2569”

15 ปีที่ยืนหยัดเพื่อความเท่าเทียม...กระทรวง พม. มูลนิธิออทิสติกไทย และทรู คอร์ปอเรชั่น โดยทรูปลูกปัญญา ผนึกพลังขับเคลื่อน วันรณรงค์ตระหนักรู้ออทิสติกโลก 2569 ภายใต้แนวคิด A World for All Life วันที่ 4-12 เม.ย.นี้ ณ Nextopia ชั้น 5 สยามพารากอน กรุงเทพฯ 4 เมษายน 2569 เนื่องในวันรณรงค์ตระหนักรู้ออทิสติกโลก ประจำปี 2569 กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มูลนิธิออทิสติกไทย ทรู คอร์ปอเรชั่น โดยทรูปลูกปัญญา และภาคีเครือข่าย เดินหน้าขับเคลื่อนสังคมแห่งความเข้าใจและการยอมรับความแตกต่าง เพื่อขยายโอกาสทางการเรียนรู้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่บุคคลออทิสติกและครอบครัว ภายใต้แนวคิด A World for All Life ที่เชื่อมโยง Eco Spectrum และ Wellness โดยมีเทคโนโลยีเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมผู้คน ครอบครัว และสังคมเข้าด้วยกันอย่างมีความหมาย ต่อยอดความร่วมมือตลอด 15 ปีแห่งระหว่างทรูและมูลนิธิออทิสติกไทย ที่ทั้งสององค์กรได้ร่วมสร้างโอกาสทางการเรียนรู้และยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสำหรับบุคคลออทิสติกและครอบครัวมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านการพัฒนา ศูนย์เรียนรู้ดิจิทัลเพื่อบุคคลออทิสติกและครอบครัว หรือ Autism Digital Learning Center สู่ต้นแบบการเรียนรู้ที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาศักยภาพ เสริมทักษะชีวิต และต่อยอดสู่การพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ งานวันรณรงค์ตระหนักรู้ออทิสติกโลก ปี 2569 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 412 เมษายน 2569 ณ Nextopia ชั้น 5 สยามพารากอน เพื่อเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมของสังคมในวงกว้างอย่างแท้จริง ภายในพิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก นางสาวสนธยา บุณยภูษิต อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นประธานกล่าวเปิดงานและมอบโล่แก่หน่วยงานที่สนับสนุนงานด้านบุคคลออทิสติกในประเทศไทย ประจำปี 2569 ร่วมด้วย นายชูศักดิ์ จันทยานนท์ นายกสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม (ไทย) ดร.รุ่งอรุณ ไสยโสภณ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ และ ดร.เนตรชนก วิภาตะศิลปิน หัวหน้าคณะผู้บริหารสายงานด้านความยั่งยืนองค์กร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เข้าร่วมแสดงพลังความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนสังคมที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงานคือการได้รับเกียรติจาก โอปอล สุชาตา ช่วงศรี Miss World 2025 ร่วมเป็นพลังเสียงแห่งความหวังในฐานะตัวแทนประเทศไทยบนเวทีมิสเวิลด์ ส่งต่อสารแห่งความเข้าใจ ความเท่าเทียม และการยอมรับความแตกต่าง ไปยังบุคคลออทิสติกและครอบครัวทั่วประเทศ ณ Nextopia ชั้น 5 สยามพารากอน นางสาวสนธยา บุณยภูษิต อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กล่าวว่า เนื่องในโอกาสวันรณรงค์ตระหนักรู้ออทิสติกโลก รัฐบาลและกระทรวงฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการสร้างโอกาส และ การยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะบุคคลออทิสติก เน้นการเข้าถึงสิทธิสวัสดิการ การฝึกทักษะอาชีพ และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้ชีวิต เรามุ่งหวังที่จะเปลี่ยนคำว่า 'กลุ่มเปราะบาง' ให้กลายเป็นพลังสำคัญของสังคม โดยนำเทคโนโลยี AI และนวัตกรรมดิจิทัลมาลดช่องว่างการเรียนรู้ เพื่อให้บุคคลออทิสติกสามารถพึ่งพาตนเองได้และมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียม" นายชูศักดิ์ จันทยานนท์ นายกสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม (ไทย) และประธานมูลนิธิออทิสติกไทย กล่าวว่า "ขณะนี้สถิติบุคคลออทิสติกในไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1 ใน 100 คนของเด็กไทย และที่สำคัญผู้ปกครองจำนวนมาก ไม่สามารถเข้าถึงระบบการคัดกรองภาวะออทิสซึ่ม ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพบุตรหลานตัวเองได้ มูลนิธิฯ จึงร่วมกับภาคีเครือข่าย นำเทคโนโลยี เข้ามาเป็นเครื่องมือตั้งแต่การคัดกรองในเบื้องต้น การพัฒนาสื่อ และเทคโนโลยี AI มาช่วยในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ ผ่าน Autism Digital Learning Center ผลจากการนำร่องใน 5 ศูนย์ ฯ เราพบว่า เทคโนโลยี และกระบวนการของผู้สอน มีส่วนช่วยในการพัฒนาศักยภาพบุคคลออทิสติกได้อย่างก้าวกระโดด ยกระดับคุณภาพชีวิตที่เป็นรูปธรรม ทำให้มูลนิธิฯ ตั้งเป้าหมายที่จะขยายศูนย์เรียนรู้ฯ เพิ่มใน 40 แห่งทั่วประเทศ และขอเชิญชวนทุกภาคีเครือข่ายมาร่วมสนับสนุนสมทบทุนในการขยายศูนย์เรียนรู้ดังกล่าวผ่านแอปทรูมันนี่ โดยความร่วมมือไตรภาคีในครั้งนี้ ถือเป็นโมเดลต้นแบบในการผสานพลังระหว่าง นโยบายรัฐ , องค์กรผู้เชี่ยวชาญ และ นวัตกรรมจากภาคเอกชน เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้และการใช้ชีวิตที่ยั่งยืนให้กับบุคคลออทิสติกในประเทศไทยต่อไป ดร.เนตรชนก วิภาตะศิลปิน หัวหน้าสายงานด้านความยั่งยืนองค์กร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ในโอกาสครบรอบ 15 ปีแห่งความร่วมมือกับมูลนิธิออทิสติกไทย ทรูยังคงมุ่งมั่นนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาเป็นพลังสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตของบุคคลออทิสติกอย่างยั่งยืน โดยขับเคลื่อนการดำเนินงานผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ อาทิ Autistic Application ระบบ STS และการจัดตั้ง Autism Digital Learning Center เพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึงสื่อดิจิทัลและอุปกรณ์ที่ทันสมัย การส่งเสริมทักษะอาชีพและการสร้างรายได้ ผ่านศูนย์ฝึกอบรมเพื่อการทำงานบุคคลออทิสติก CP-True Autistic Thai Foundation Vocational Training Center และหลักสูตรที่ตอบโจทย์ศักยภาพรายบุคคล เช่น หลักสูตรบาริสต้าร่วมกับ True Coffee รวมถึงการสนับสนุนการจ้างงานตามมาตรา 33 และ 35 ตลอดจนการรณรงค์สร้างความรับรู้ เพื่อผลักดันให้สังคมเปิดใจ ยอมรับ และเห็นคุณค่าของศักยภาพบุคคลออทิสติกอย่างแท้จริง ตลอดระยะเวลาความร่วมมือที่ผ่านมา มูลนิธิออทิสติกไทย ทรู คอร์ปอเรชั่น โดยทรูปลูกปัญญา โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ และภาคีเครือข่าย ได้ร่วมกันขับเคลื่อนการจัดตั้ง Autism Digital Learning Center นำร่องแล้วรวม 5 แห่ง ในกรุงเทพมหานคร ราชบุรี และระยอง เพื่อสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่ออกแบบอย่างเข้าใจความแตกต่างของพัฒนาการรายบุคคล ครอบคลุมทั้งการเรียนรู้ ทักษะชีวิต ทักษะดิจิทัล และการเตรียมความพร้อมสู่การมีอาชีพในอนาคต พร้อมกันนี้ ศูนย์ดังกล่าวยังทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ในการร่วมพัฒนาโซลูชันและนวัตกรรมเพื่อบุคคลออทิสติกอย่างต่อเนื่อง อาทิ ตาราง 9 ช่องอัจฉริยะ ที่ได้พัฒนาร่วมกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ศูนย์นวัตกรรมโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เพื่อเสริมพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว หลักสูตรการเรียนรู้การเข้าสังคมผ่านเทคโนโลยี VR, Commu Plus Application, ระบบ AI for Assessment System, สื่อการเรียนรู้ True Click Life เพื่อพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ ตลอดจน Workbox System Digital ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ทาง www.autisticthai.net นอกจากนี้ ยังได้ต่อยอดองค์ความรู้สู่ Autism Digital Learning Corner เพื่อส่งมอบแก่ห้องเรียนการศึกษาพิเศษกว่า 131 แห่ง ครอบคลุม 77 จังหวัด ช่วยให้บุคคลออทิสติกและครอบครัวกว่า 27,000 คนทั่วประเทศ เข้าถึงสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เท่าเทียม และสอดรับกับศักยภาพของแต่ละบุคคลอย่างแท้จริง สำหรับการจัดงาน วันรณรงค์ตระหนักรู้ออทิสติกโลก ปี 2569 จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 412 เมษายน 2569 ณ Nextopia ชั้น 5 สยามพารากอน ภายใต้แนวคิด A World for All Life ที่เชื่อมโยง Eco Spectrum Wellness เปิดพื้นที่ให้ประชาชนร่วมเรียนรู้และทำความเข้าใจบุคคลออทิสติกผ่านกิจกรรมหลากหลาย อาทิ โซน Autism Digital Learning Center ที่นำเสนอหลักสูตรดิจิทัลและประสบการณ์ใช้งานเทคโนโลยี VR และ AI เพื่อยกระดับศักยภาพของบุคคลออทิสติกและครอบครัว พร้อมเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมสมทบทุนผ่านแอป TrueMoney เพื่อขยายศูนย์เรียนรู้เพิ่มอีก 40 แห่งทั่วประเทศ ภายในงานยังมี บูธทรูคอฟฟี่ เมนูพิเศษจากแรงบันดาลใจของบาริสต้าบุคคลออทิสติก และ Merchandise Collection Donate Back จากศิลปิน Artstory by Autistic Thai รวมถึงกิจกรรมศิลปะและเวิร์กช็อปที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้สัมผัสพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ และการเรียนรู้ร่วมกันในสังคมที่เปิดกว้าง ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ หากคือการวางรากฐานของระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เปิดกว้างและเท่าเทียม เพื่อให้บุคคลออทิสติกและครอบครัวเข้าถึงโอกาสในการพัฒนา เติบโต และใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจในสังคมที่พร้อมยอมรับความแตกต่างอย่างแท้จริง

สปาร์ตาคัส: ตระกูลอัชเชอร์
ดู

สปาร์ตาคัส: ตระกูลอัชเชอร์

ASAPยอดจองรถอีวีพุ่ง เป้ามอเตอร์โชว์4พันคัน
อ่าน

ASAPยอดจองรถอีวีพุ่ง เป้ามอเตอร์โชว์4พันคัน

#ASAP #ทันหุ้น - ASAP ปลื้มยอดจองรถอีวีพุ่งเฉียด 1 เท่าตัว หลังเกิดสงครามอิหร่าน เตรียมเปิดตัว “Deepal Q05” บุกตลาด SUV ไซซ์เล็ก พฤษภาคมนี้ พร้อมตั้งเป้างานมอเตอร์โชว์ 25 มีนาคม–5 เมษายน 2569 กวาดยอดจอง 4 พันคัน ส่วนธุรกิจรถเช่าปีนี้คาดส่งมอบ 3 พันคันนายทรงวิทย์  ฐิติปุญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASAP เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ภาพรวมตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยปี 2569 ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง  โดยในช่วงตั้งแต่เริ่มเกิดสงครามตะวันออกกลาง (อิหร่านกับสหรัฐ) จนถึงปัจจุบัน บริษัทมียอดจองรถ EV ปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 100% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สวนทางกับตลาดรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปที่เริ่มชะลอตัวลงอย่างชัดเจน และมีบางส่วนเกิดการปฏิเสธรับรถ สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านพฤติกรรมผู้บริโภคไทยที่หันมาให้ความสนใจพลังงานทางเลือกมากขึ้น@น้ำมันแพงหนุนใช้รถ EVทั้งนี้ปัจจัยสำคัญที่หนุนความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าในช่วงนี้ มาจากราคาพลังงานเชื้อเพลิงน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ต้นทุนการใช้รถยนต์แบบเดิมเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ผู้บริโภคหันมามองรถ EV ซึ่งมีต้นทุนพลังงานต่อการใช้งานต่ำกว่าในระยะยาวมากขึ้น ประกอบกับความเข้าใจของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับเทคโนโลยี EV รวมถึงการขยายตัวของสถานีชาร์จไฟฟ้าที่ครอบคลุมมากขึ้น ยิ่งช่วยลดข้อกังวลในการใช้งานและเร่งการตัดสินใจซื้อสำหรับแผนธุรกิจปี 2569 บริษัทเดินหน้าขยายพอร์ต EV อย่างต่อเนื่อง โดยนอกจากรุ่น S05 ที่เป็นตัวหลักแล้ว ล่าสุดเตรียมเปิดตัว “Deepal Q05” รถ SUV ขนาดเล็กลงมา เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้า Mass ที่ต้องการรถไฟฟ้าในราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น  ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้เริ่มเปิดรับจองล่วงหน้าแล้ว และคาดว่าจะประกาศราคาอย่างเป็นทางการในช่วงปลายเดือนนี้ พร้อมตั้งเป้าเริ่มทยอยส่งมอบรถได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งมองว่าจะเป็นอีกหนึ่งรุ่นสำคัญที่ช่วยขยายฐานลูกค้าและผลักดันยอดขายในตลาด EV ของประเทศ@ตั้งเป้าขาย 3-4 พันคันนายทรงวิทย์  กล่าวว่า บริษัทเตรียมเข้าร่วมงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 มีนาคม–5 เมษายน 2569 โดยมองว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญในการกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยบริษัทตั้งเป้ายอดจองรถยนต์แบรนด์ Deepal ภายในงานดังกล่าวไว้ที่ประมาณ 3,000–4,000 คัน จากกระแสตอบรับที่ดีของผู้บริโภคต่อรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงความสนใจในรุ่นใหม่ที่เตรียมเปิดตัว ซึ่งจะเป็นแรงหนุนสำคัญต่อยอดขายในช่วงครึ่งแรกของปีสำหรับสถานการณ์การแข่งขันในตลาด EV ที่ก่อนหน้านี้มีความรุนแรงด้านราคา นายทรงวิทย์ ระบุว่า ปัจจุบันเริ่มเห็นสัญญาณการคลี่คลาย โดยค่ายรถต่างๆ ปรับกลยุทธ์เข้าสู่จุดสมดุลมากขึ้น ประกอบกับความชัดเจนของนโยบายภาครัฐ ทั้งมาตรการ EV 3.0 และ EV 3.5 รวมถึงเงื่อนไขการผลิตเพื่อชดเชย ทำให้การแข่งขันด้านราคามีเสถียรภาพมากขึ้น@ธุรกิจรถเช่าโตในส่วนของธุรกิจรถเช่า บริษัทตั้งเป้าหมายการส่งมอบรถในปี 2569 ไว้ที่ประมาณ 3,000 คัน เติบโตต่อเนื่องจากปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการของลูกค้าองค์กรที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพื่อลดต้นทุนด้านพลังงานในระยะยาวอย่างไรก็ดี บริษัทเชื่อว่าการเติบโตของตลาด EV ที่ยังอยู่ในช่วงขาขึ้น ประกอบกับปัจจัยด้านต้นทุนพลังงานที่เอื้อต่อ EV การเปิดตัวรถรุ่นใหม่ และการขยายธุรกิจรถเช่า จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยผลักดันผลการดำเนินงานของ ASAP ในปี 2569 ให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่องและแข็งแกร่ง

S เสริมแกร่งรายได้ประจำชู 70% ขยายพันธมิตร เน้นกำไรคุณภาพ
อ่าน

S เสริมแกร่งรายได้ประจำชู 70% ขยายพันธมิตร เน้นกำไรคุณภาพ

#S #ทันหุ้น - บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S ผู้พัฒนาและลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ระดับสากล ประกาศแผนธุรกิจปี 2569 “STRONG FOUNDATION, SCALING THE FUTURE” ชูรากฐาน 4 ธุรกิจแกร่ง ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน เดินหน้าเสริมฐานกำไรจากธุรกิจรายได้ประจำ ขยายการเติบโตผ่านพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ และรักษาวินัยทางการเงิน เตรียมพัฒนาและรีแบรนด์สินทรัพย์เดิมเพื่อยกระดับมูลค่า ตั้งเป้ารักษาสัดส่วนรายได้ประจำ 70% ของพอร์ต หนุนรายได้รวมทั้งปีทะลุ 14,000 ล้านบาท มุ่งสร้างฐานกำไรเชิงคุณภาพนายชัยรัตน์ ศิวะพรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S เปิดเผยว่า ความท้าทายของสถานการณ์เศรษฐกิจไทย และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ส่งผลต่อภูมิทัศน์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างมีนัยสำคัญ บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างรากฐานกำไรที่แข็งแกร่งผ่านการตีโจทย์ “การทำธุรกิจเชิงคุณภาพ” และการเข้าถึง “ความต้องการของลูกค้า” ในแต่ละธุรกิจ นับเป็นหัวใจของการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในยุคนี้ ในปี 2569 บริษัทจึงเตรียมเดินหน้าแผนธุรกิจ ภายใต้แนวคิด “STRONG FOUNDATION, SCALING THE FUTURE” เพื่อขับเคลื่อน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ 1.ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัย (Residential) 2.ธุรกิจโรงแรม (Hospitality) 3.ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า (Commercial) และ 4.ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน (Industrial Estate) ให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในปี 2569 บริษัทวาง 3 กลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ โดย กลยุทธ์แรก “STRENGTHEN THE PROFIT ENGINE” มุ่งเสริมความแข็งแกร่งของฐานกำไรจากธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ได้แก่ ธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า ซึ่งสร้างรายได้รวมกันราว 70% ของพอร์ตโฟลิโอ โดยธุรกิจโรงแรมที่บริหารงานผ่านบริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ “SHR” ในปี 2568 ทำกำไรสุทธิปรับปรุงจากการดำเนินงาน (Normalised Net Profit) 615 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ภายหลังจากโรงแรมที่บริษัท ปรับปรุงในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาในประเทศไทยและสาธารณรัฐฟิจิ เปิดดำเนินการเต็มรูปแบบและได้รับการตอบรับอย่างดี โดยบริษัทใช้จุดแข็งในการทำธุรกิจโรงแรมเชิง “คุณภาพ” ของพอร์ตโฟลิโอที่เป็นรีสอร์ทเชิงพักผ่อน ปรับรูปแบบบริการให้ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่มองหาประสบการณ์เชิงคุณภาพ ใส่ใจสุขภาวะและเน้นความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โดยคาดการณ์ว่าธุรกิจโรงแรมจะสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรในระดับนี้เพื่อเป็นฐานกำไรใหม่ของบริษัท พร้อมเตรียมเดินหน้าเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ (Asset Enhancement) อื่นๆ เช่น โรงแรมในประเทศมัลดีฟส์และสหราชอาณาจักร เพื่อยกระดับราคาค่าห้องพักและเสริมฐานกำไรจากธุรกิจรายได้ประจำให้บริษัทต่อไปขณะเดียวกันในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าซึ่งเป็นกลจักรสำคัญอีกตัวหนึ่งที่สร้างฐานกำไรจากรายได้ประจำให้บริษัท ในปีนี้บริษัทวางกลยุทธ์เพิ่มศักยภาพอาคารสำนักงานสู่การเป็น “Seamless Work-Life Destination” รองรับรูปแบบการทำงานยุคใหม่ที่ผสานพื้นที่ทำงานกับคุณภาพชีวิตเข้าด้วยกัน ปัจจุบันบริษัทให้ความสำคัญกับการรักษาอัตราการเช่าให้อยู่ในระดับสูง โดยมุ่งทั้งการขยายฐานผู้เช่ารายใหม่ควบคู่กับการรักษาผู้เช่าหลักอย่างต่อเนื่อง โดยอาคารสิงห์ คอมเพล็กซ์ และเอส เมโทร มีอัตราการเช่าสูงถึงกว่า 90% ส่วนอาคารเอส โอเอซิส มีอัตราการเช่าอยู่ที่ 56% และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 70% ภายในสิ้นปี ท่ามกลางสภาพตลาดที่มีการแข่งขันสูง การตีโจทย์ “ความต้องการลูกค้า” เรื่องการใช้ชีวิตในที่ทำงานจึงมีความสำคัญ ไม่เพียงพัฒนาอาคารให้โดดเด่นด้านดีไซน์ การบริหารประสิทธิภาพการใช้พลังงานต่อขนาดพื้นที่ที่มีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังต้องสร้างความแตกต่างผ่านการพัฒนาคอมมูนิตี้รอบพื้นที่ทำงาน โดยวางสัดส่วนพื้นที่เช่าทำงานต่อสิ่งอำนวยความสะดวกไว้ที่ 80:20 เพื่อให้อาคารสำนักงานมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เช่น ร้านค้า ร้านอาหาร คลินิค สถาบันเสริมความงาม รวมทั้งสร้างกิจกรรมต่างๆ นอกเวลางานเป็นแม่เหล็กดึงดูดให้ผู้เช่าใช้ชีวิตมากกว่าครึ่งวันอยู่ในที่ทำงานได้อย่างเป็นสุขตามคอนเซปต์ “Work well, Live well, Stay well”นอกจากฐานกำไรที่แข็งแกร่งของธุรกิจรายได้ประจำของบริษัทแล้ว หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะสร้างการเติบโตของกำไรในปี 2569 ให้เติบโตขึ้นแบบมีนัยสำคัญคือการขายที่ดินของธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมที่มุ่งเน้น “ลูกค้าเชิงคุณภาพ” โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ ลูกค้ากลุ่ม Hyperscale Data Centres ซึ่งเติบโตตามความต้องการคลาวด์ AI และบริการดิจิทัลในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก โดยศูนย์ข้อมูลประเภทนี้ต้องการพื้นที่ขนาดใหญ่ ระบบไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพสูง ระบบน้ำประปาที่เพียงพอและมีคุณภาพ โครงสร้างพื้นฐาน Fiber Optic และแหล่งพลังงานทางเลือกในการจำหน่ายไฟฟ้า ซึ่งนิคมอุตสาหกรรม เอส อ่างทอง ตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวได้ทั้งหมด บริษัทตั้งเป้าจำหน่ายพื้นที่กว่า 200-400 ไร่ เพื่อดึงดูดผู้พัฒนา Data Centre ระดับโลก และต่อยอดศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศ ซึ่งนอกจากผลดีของการขายพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมแล้ว บริษัทยังสามารถเพิ่มรายได้จากการจำหน่ายสาธารณูปโภคเช่นไฟฟ้าและน้ำประปาให้กับลูกค้ากลุ่มนี้ได้กว่าเท่าตัว เป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ฐานกำไรจากรายได้ประจำขึ้นอีกทางหนึ่งด้วยกลยุทธ์ที่สอง “SCALING THROUGH PARTNERSHIPS” บริษัทมุ่งขยายการเติบโตผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ลดความเสี่ยงด้านการลงทุน และต่อยอดความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในแต่ละธุรกิจ สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันที่การเติบโตของเศรษฐกิจมีจำกัด การพัฒนาโครงการต้องมุ่งเน้นคุณภาพ เข้าถึงความต้องการของลูกค้า“ตัวอย่างของความสำเร็จในการร่วมมือกับพันธมิตรที่ผ่านมามีให้เห็นเชิงประจักษ์ ในปี 2568 แม้เป็นช่วงที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์เผชิญแรงกดดันหลายด้าน บริษัทประสบความสำเร็จจากการร่วมทุนกับบริษัท วัน เรียลเอสเตท จำกัด พัฒนาโครงการ “วัน ริเวอร์ พระราม 3” มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท สามารถทำยอดขายได้แล้วกว่า 98% และพร้อมรับรู้รายได้ในปี 2570 สะท้อน synergy ที่เกิดจากความร่วมมือที่แข็งแกร่ง หรือโครงการดิ เอส สุขุมวิท 36 ที่มีมูลค่า 6,000 ล้านบาท โดยบริษัทร่วมพัฒนากับ Hong Kong Land ยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับสากล สามารถโอนปิดโครงการได้แล้วทั้งหมดในปีที่ผ่านมา บริษัทจึงมีความเชื่อมั่นว่าการต่อยอดธุรกิจผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเพิ่มมูลค่าให้พอร์ตโฟลิโอของสิงห์ เอสเตท ในระยะยาว โดยมองหาพันธมิตรในหลากหลายรูปแบบ เช่น การพัฒนาโครงการ Flagship อย่าง THE ESSE หรือ SIRANINN การสร้างโครงการเพิ่มเติมกับบริษัท วัน เรียลเอสเตท การทำ Branded Residence กับโรงแรมของกลุ่มบริษัท หรือแม้กระทั่งการลงทุนในธุรกิจเกี่ยวเนื่องอื่นๆ เช่น โกดังสินค้าหรือโรงงานให้เช่ากับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญเช่นกัน” นายชัยรัตน์ กล่าวกลยุทธ์ที่ 3 “STRONG FUNDING CAPABILITY” บริษัทมุ่งรักษาความแข็งแกร่งทางการเงินควบคู่กับการสร้างวินัยทางการเงิน โดยบริหารเงินลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคุมระดับหนี้สินและรักษาสภาพคล่องให้อยู่ในกรอบที่เหมาะสม เพื่อรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจและเปิดโอกาสการลงทุนใหม่ๆ ทั้งนี้ บริษัทคงสัดส่วนแหล่งเงินทุนระหว่างสินเชื่อจากสถาบันการเงินประมาณ 70% และหุ้นกู้ 30% เพื่อสร้างสมดุลด้านต้นทุนทางการเงินและความยืดหยุ่นในการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ยืม ความสามารถในการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ระดับ 3,000-4,000 ล้านบาทต่อปี และเงินกู้ที่ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารกว่า 2 หมื่นล้านบาท เป็นเครื่องยืนยันอย่างดีถึงความเชื่อมั่นที่นักลงทุนและสถาบันการเงินมีให้ต่อบริษัท ความแข็งแกร่งทางด้านการเงินนี้ยังเป็นส่วนเสริมสำคัญต่อ 2 กลยุทธ์แรกทั้งการนำมาซึ่งฐานกำไรที่แข็งแกร่งและความเชื่อมั่นของพันธมิตรที่มีต่อบริษัทอีกด้วยนอกเหนือจาก 3 กลยุทธ์หลักที่กล่าวมาแล้ว บริษัทมีมุมมองต่อการเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรตามแนวทาง ESG ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ท้าทายในปัจจุบันว่า แนวทางผลักดันให้กิจกรรม ESG เกิดขึ้นแบบยั่งยืน ต้องเป็นกิจกรรมที่เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกันในภาคธุรกิจด้วย หรือเราเรียกว่า “ESG in Practice” ยกตัวอย่างเช่น แผน ESG ของบริษัทที่นำไปสู่การได้รับการประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ในปี 2025 ในระดับ AAA ซึ่งเป็นระดับสูงสุด จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สามารถนำมาสู่การลดดอกเบี้ยของวงเงิน Sustainability Linked Loan ที่บริษัทมีกับสถาบันการเงินบนวงเงินกว่า 3,000 ล้านบาท หรือโครงการ CROSSROADS Maldives ในกลุ่มธุรกิจโรงแรมของสิงห์ เอสเตท ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่อนุรักษ์อื่นๆ ที่ไม่ใช่พื้นที่คุ้มครอง หรือ OECMs ซึ่งเป็นกลไกการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระดับสากล ปัจจัยนี้ช่วยเพิ่มโอกาสการขายห้องพักในโรงแรมให้กับลูกค้าในภูมิภาคยุโรปที่ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ถือเป็นการทำกิจกรรม ESG ควบคู่กับการเข้าใจความต้องการของลูกค้าเป้าหมายที่เป็นกลุ่ม High Spending ของบริษัท เช่นกัน“สถานการณ์เศรษฐกิจและบริบททางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายรายเริ่มขยายการลงทุนเข้าสู่ธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำมากขึ้น แต่สำหรับสิงห์ เอสเตท มีรากฐานแข็งแกร่งในธุรกิจรายได้ประจำอยู่แล้ว จากธุรกิจโรงแรมที่มีสินทรัพย์ 18 แห่ง ใน 5 ประเทศ และอาคารสำนักงานเช่าและค้าปลีกรวม 5 โครงการ ดังนั้นการสร้างรากฐานกำไรให้แข็งแกร่งในธุรกิจนี้ จึงเปรียบเสมือนกันชนให้บริษัทพร้อมรับสภาวการณ์ต่างๆ และการสร้างพอร์ทโฟลิโอที่เป็นรายได้ไม่ประจำจาก ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัยทั้งหมด 9 โครงการ และนิคมอุตสาหกรรม เอส อ่างทอง ที่เป็นส่วนสำคัญในการสร้างการเติบโตของกำไรในสภาวการณ์ที่เหมาะสม ทั้งนี้ 4 ธุรกิจหลักของบริษัทมีส่วนที่เหมือนกันคือมีขนาดกำลังเหมาะสม และมีลักษณะเด่นเฉพาะตัว ถูกวางไว้เป็น “พอร์ตโฟลิโอเชิงคุณภาพ” โจทย์สำคัญที่ทุกธุรกิจต้องตอบตอนนี้จึงเป็นการเชื่อมโยงธุรกิจให้เข้าถึง “ความต้องการที่แท้จริง” ของลูกค้า เดินตามแนวคิด สร้างคุณค่าให้ชีวิตคุณ หรือ Enriching Your Life นั่นเอง

TU ปลื้มได้ปรับคะแนน ESG เพิ่มตอกย้ำความยั่งยืน-เชื่อมั่นนลท.
อ่าน

TU ปลื้มได้ปรับคะแนน ESG เพิ่มตอกย้ำความยั่งยืน-เชื่อมั่นนลท.

#TU #ทันหุ้น - บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU  ได้รับการปรับเพิ่มคะแนน ESG จาก FTSE Russell ในการประเมินรอบล่าสุด สะท้อนความก้าวหน้าต่อเนื่องในการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ภายใต้กลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® 2030 พร้อมตอกย้ำบทบาทของบริษัทในการร่วมยกระดับความโปร่งใสและการดำเนินงานอย่างมีความรับผิดชอบในห่วงโซ่อุปทานอาหารทะเลทั่วโลกคะแนน ESG รวมของไทยยูเนี่ยนปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4.3 คะแนน จาก 4.1 คะแนนในปีก่อนหน้า อยู่ในเปอร์เซ็นไทล์ที่ 92 เพิ่มขึ้นจาก 89 อันเป็นผลมาจากการปรับปรุงกระบวนการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนให้มีความโปร่งใสและครอบคลุมยิ่งขึ้น รวมทั้งความก้าวหน้าในประเด็น ESG หลายมิติ โดยบริษัทได้รับคะแนนสูงสุดในหมวด Environmental Supply Chain และ Social Supply Chain เช่นเดียวกับคะแนนด้านธรรมาภิบาลที่ปรับตัวดีขึ้น โดยบริษัทได้รับคะแนนสูงสุดในหมวด Anti-Corruption, Corporate Governance และ Risk Managementนายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ผลการประเมินครั้งนี้สะท้อนถึงความก้าวหน้าของกลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® 2030 ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจของไทยยูเนี่ยน เรายังคงมุ่งยกระดับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานอาหารทะเล เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ควบคู่ไปกับการทำธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ และการสร้างคุณค่าในระยะยาว”FTSE4Good เป็นดัชนีด้านความยั่งยืนที่นักลงทุนใช้อ้างอิงเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบ โดยคะแนน ESG จาก FTSE Russell จะพิจารณาจากการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ครอบคลุมประเด็นด้านความยั่งยืนที่สำคัญต่างๆ นอกจากนี้ คะแนนดังกล่าวยังใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงสำหรับนักลงทุนในการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานระหว่างอุตสาหกรรมและประเทศต่างๆ โดยผลการประเมินครั้งนี้สะท้อนความสามารถของไทยยูเนี่ยนในการผลักดันพันธกิจด้านความยั่งยืนให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและวัดผลได้จริงตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่าของบริษัทภายใต้กลยุทธ์ SeaChange® 2030 ไทยยูเนี่ยนยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ผ่านกรอบการทำงานภายใต้ 11 พันธกิจหลัก ครอบคลุมประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน การอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล การบริหารจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชนในห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก โดยนับเป็นการสานต่อการดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ SeaChange® ซึ่งริเริ่มขึ้นในปี 2559 สอดคล้องกับแนวทางด้านความยั่งยืนในระดับสากลและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ และเจตนารมณ์ของไทยยูเนี่ยนในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับผู้คนและสิ่งแวดล้อม เพื่อขับเคลื่อนอนาคตของอุตสาหกรรมอาหารทะเลทั่วโลกให้เติบโตอย่างยั่งยืน

Wuthering Waves เผยโฉมและข้อมูล Resonator ล่าสุด "Aemeath" และ "Luuk Herssen"
อ่าน

Wuthering Waves เผยโฉมและข้อมูล Resonator ล่าสุด "Aemeath" และ "Luuk Herssen"

คงจะเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งอัปเดตที่เหล่าผู้พเนจรทั้งหลายต่างรอคอยเลยก็ว่าได้ หลังจากที่ได้เห็นพวกเขาไปบ้างนับตั้งแต่ที่ Wuthering Waves ได้เดินทางเข้าสู่เวอร์ชัน 3.0 และพื้นที่ใหม่อย่างลาไฮรอยกันไป ล่าสุดนั้นทาง Kuro Games ก็ได้ออกมาประกาศเผยโฉมและข้อมูลของ  "Aemeath" และ "Luuk Herssen" 2 Resonator ที่จะมาร่วมตัวเกมในอนาคตให้ได้รับชมและทำความรู้จักกันแล้วAemeath"ขอแค่ฉันได้ทำให้คุณภูมิใจ ขอแค่ฉันไม่ทำให้คุณผิดหวัง" Aemeath เคยเป็นซิงโครนิสต์ควบคุม Exostrider ประจำสถาบันสตาร์ทอร์ช แต่ตอนนี้เธอได้กลายเป็น "ภูตดิจิตอล" ที่ผู้คนมองไม่เห็น เธอมีความสดใสร่าเริง เป็นมิตรกับผู้อื่น สนุกไปกับชีวิตในรั้วโรงเรียนและสะสมงานอดิเรกมากมาย ทั้งยังชอบแบ่งปันพลังบวกให้แก่คนรอบตัวด้วยพลังเรโซแนนซ์ Aemeath [ดาราจรัสแสงนำทาง]เมื่อ Aemeath ใช้พลังเรโซแนนซ์ จะปรากฏ "ชุดรบ Exostrider" และหลอมรวมเข้ากับร่าง แปรสภาพเป็นหุ่นรบ เธอกลายเป็นดวงดาวที่เปล่งประกายได้อย่างพลิ้วไหว เปล่งท่วงทำนองให้โบยบินในม่านราตรี แล้วจุดประกายหมู่ดาวท่ามกลางความมืดมิดให้สว่างไสวLuuk Herssen"หวังว่าสีทองประกายนี้จะเป็นคมดาบที่เหมาะมือคุณที่สุด"จิตแพทย์และแพทย์ประจำสถาบันสตาร์ทอร์ชที่จิตใจอ่อนโยน และอบอุ่นดั่งแสงตะวัน แม้อดีตจะเต็มไปด้วยเลือดและคำโกหก เขายังคงเลือกที่จะกรีดด้านมืดเพื่อปลดเปลื้องมันออก และเผชิญหน้ากับความจริงพลังเรโซแนนซ์ Luuk Herssen [แปรสภาพสสาร]เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้นภายในระยะเวลาอันสั้นและเจ็บปวดจากความร้อนที่แผดเผา กระแสพลังงานที่ผิดปกติจะแปรสภาพภายใต้จิตใจที่ขับเคลื่อนอย่างแน่วแน่ของเขา เลือดบนฝ่ามือเขาจะกลายเป็นใบมีดแหลมคม พุ่งโจมตีศัตรูตรงหน้าอย่างแม่นยำ

Regulus -The Advent- อัปเดตแพตช์ส่งท้ายปี ปล่อย NEW CHARACTER เซนิธ
อ่าน

Regulus -The Advent- อัปเดตแพตช์ส่งท้ายปี ปล่อย NEW CHARACTER เซนิธ

Reglus -The Advent- การันตีความมันส์ระดับ Game of the Year (BIDC Awards 2025) ดำดิ่งสู่โลก Anime RPG ภาพสวย เนื้อเรื่องเข้มข้นสไตล์ Visual Novel ไขปริศนาและกู้วิกฤตโลกปีศาจไปพร้อมกับตัวละครสุด Waifu!ปล่อยอัปเดตแพทซ์ส่งท้ายปี ปล่อย New Character และกิจกรรมเพียบตัวละครใหม่: เซนิธ เอเบอร์ฮาร์ทลิมิเต็ด SSR “เซนิธ” นักล่าไร้รูป ดาเมจดีลเลอร์ระยะใกล้ ผู้ล่าที่สะสมสแต็ค [เป้าสุญภาพ] จากการโจมตีต่อเนื่อง เพื่อปลดปล่อย ดาเมจหมู่อันรุนแรง ทำลายศัตรูได้ในชั่วพริบตาบทบาท: โอเปอร์เรทีฟ | ธาตุ: วอยด์เข้าสู่ตู้กาชาแบบจำกัดเวลาแล้ววันนี้ ถึงวันที่ 21 มกราคม 2569 นี้รีรัน – ลิมิเต็ด SSR ออสวอลด์ออสวอลด์​ เกรฟ ปราชญ์แห่งห้วงฝัน ตัวละครระดับ Limited SSR ดาเมจดีลเลอร์ [อาร์ทิลเลอรี]/ธาตุ ซิน ผู้สร้างความปั่นป่วนด้วยสกิลหมู่แห่งห้วงฝัน ทำดาเมจรุนแรงพร้อมติดสถานะ [มึนงง]พิเศษฉลองช่วงคริสต์มาส จัด 2 กิจกรรมเด็ด ส่งท้ายปี! ลุ้นรับ ผ้าห่มลายตัวละครสุดลิมิเต็ดกิจกรรมที่ 1: SSR Star Upgrade Limited Eventลุ้นรับ ผ้าห่มลายตัวละครสุดลิมิเต็ด จากเกม Regulus – The Advent – ลายตัวละคร “ลูซิล”ผู้เล่นที่มีตัวละครระดับ SSR หรือ LIMITED และทำการอัปเกรดดาวตั้งแต่ 6 – 10 ดาว จะได้รับสิทธิ์ในการสุ่มลุ้นรับ ผ้าห่มสุดลิมิเต็ดจากเกม Regulus – The Advent1 ไอดี หากมีตัวละคร 6 – 10 ดาวหลายตัว จะได้รับสิทธิ์สะสมตามจำนวนตัวละครที่มีจำนวนสิทธิ์การสุ่ม6 ดาว = 1 สิทธิ์7 ดาว = 2 สิทธิ์8 ดาว = 3 สิทธิ์9 ดาว = 4 สิทธิ์10 ดาว = 5 สิทธิ์ระยะเวลากิจกรรม25 ธันวาคม 2025 – 4 มกราคม 2026 เวลา 23.59 น.การประกาศผลจะมีการ สุ่มจับรางวัลผ่าน Live วันที่ 6 มกราคม 2026 เวลา 14.00 น.หลังจากประกาศผล ผู้เล่นที่ได้รับรางวัลจะต้อง ติดต่อ Inbox เพจ Regulus เพื่อยืนยันสิทธิ์ ภายในวันที่ 16 มกราคม 2026 หากไม่ยืนยันภายในเวลาที่กำหนด ขอสงวนสิทธิ์ถือว่าสละสิทธิ์กิจกรรมที่ 2 พิเศษฉลองคริสต์มาสยอดเติมเงินสะสมรวมสูงสุด 5 อันดับแรก รับของรางวัลสุดพิเศษ ผ้าห่มสุดลิมิเต็ดจาก Regulus พร้อม โบนัสโครมาต้าผู้เล่นที่มียอดสะสมการเติมเงิน ทุกช่องทางทั้ง ภายในเกม และเว็บไซต์ (TrueID Gaming Nation) ระบบจะทำการรวมยอดเติมเงินทั้งหมดเพื่อนำมาจัดอันดับระยะเวลากิจกรรม25 ธันวาคม 2025 – 4 มกราคม 2026 เวลา 23.59 น.การประกาศผลวันที่ 6 มกราคม 2026หลังจากประกาศผล ผู้เล่นที่ได้รับรางวัลจะต้อง ติดต่อ Inbox เพจ Regulus เพื่อยืนยันสิทธิ์ ภายในวันที่ 16 มกราคม 2026 หากไม่ยืนยันภายในเวลาที่กำหนด ขอสงวนสิทธิ์ถือว่าสละสิทธิ์ของรางวัลอันดับที่ 1 รับ ผ้าห่มสุดลิมิเต็ดจากเกม Regulus – The Advent- ลายตัวละคร “โมมิจิ” (มูลค่า 1,299บาท) พร้อม โครมาต้าโบนัส 4,000อันดับที่ 2 รับ โครมาต้าโบนัส 4,000อันดับที่ 3 รับ โครมาต้าโบนัส 2,000อันดับที่ 4 รับ โครมาต้าโบนัส 1,000อันดับที่ 5 รับ โครมาต้าโบนัส 1,000อีเวนต์ต้อนรับเทศกาลคริสต์มาส “พรศักดิ์สิทธิ์ฤดูหนาว” แจกหนัก รับตั๋วกาชาฟรีรวมกว่า 140 ใบ!ระยะเวลา: วันนี้ — ถึงวันที่ 7 มกราคมนี้รายละเอียดกิจกรรม1. ล็อกอินเข้าเกมทุกวันต่อเนื่อง 14 วัน ในกิจกรรมฉลองคริสต์มาสสุดพิเศษ!ของรางวัลรวม:– ตั๋วกาชาทั่วไป 70 ใบ– ตั๋วกาชารุ้ง (ลิมิเต็ด) 70 ใบ2. สุ่มรางวัลฟรีทุกวัน! เพียงเข้าเกมและกด “รับพร” ในหน้ากิจกรรมของรางวัล:– ลุ้นรับ กล่องสุ่มตัวละคร SSR ฟรี !– พร้อมของรางวัลอื่นอีกมากมาย! โคมาต้า, ตั๋วกาชารุ้ง(ลิมิเต็ด), ตั๋วกาชาทั่วไป, พลังงานอนิม่า และอื่นๆเพียงเข้าเล่นเกม กดไปที่หน้า กิจกรรม ภายในเกมก็รับรางวัลได้ดาวน์โหลดเกม Regulus -The Advent-iOS: https://apps.apple.com/us/app/regulus-the-advent/id6739992769Android: https://play.google.com/store/apps/details?id=com.jj.regulus.androidเกี่ยวกับ Jumbo JumpsJumbo Jumps เป็นสตูดิโอเกมสัญชาติไทยที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ มีทีมงานกว่า 50 คน มุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ IP ของตัวเอง และมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่น่าประทับใจให้กับผู้เล่นทั่วโลก[ข่าวประชาสัมพันธ์]

โอสถสภาคว้า “AAA” หุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings 2025
อ่าน

โอสถสภาคว้า “AAA” หุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings 2025

#ทันหุ้น - บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) (OSP) ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญบนเส้นทางความยั่งยืน ได้รับการประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ประจำปี 2025 ที่ระดับสูงสุด “AAA” ในกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรักษาตำแหน่งในรายชื่อหุ้นยั่งยืนต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 สะท้อนถึงมาตรฐานการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยมในทุกมิติทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)ความสำเร็จในปีนี้ถือเป็น “พัฒนาการแบบก้าวกระโดด” ของโอสถสภา โดยภายในระยะเวลาเพียง 5 ปี บริษัทฯสามารถยกระดับคะแนนประเมินได้สูงถึง 29.6% จากระดับ “A” ในปี 2564 สู่ระดับ “AAA” ซึ่งเป็นผลจากการขับเคลื่อนภายใต้ 3 กลยุทธ์ทรงพลังประกอบด้วย1. Empowering Ownership สร้างการมีส่วนร่วมและปลูกฝัง DNA ด้านความยั่งยืนให้แก่พนักงานทุกระดับ2. ESG Integration บูรณาการมิติด้านความยั่งยืนเข้าเป็นเนื้อเดียวกับกลยุทธ์ธุรกิจ เพื่อส่งมอบคุณค่าที่มากกว่ากำไร (Value Beyond Profit)3. Macro-Alignment ดำเนินงานสอดรับกับทิศทางนโยบายภาครัฐและมาตรฐานอุตสาหกรรม เพื่อสร้างผลลัพธ์เชิงบวกที่จับต้องได้ในระดับมหภาคคุณมุกดา ไพรัชเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ผลการประเมินในระดับ AAA ที่โอสถสภาได้รับในปีนี้ ไม่ใช่เพียงความสำเร็จในเชิงตัวเลขแต่คือหมุดหมายสำคัญที่พิสูจน์ถึงผลสัมฤทธิ์ของการบูรณาการ ESG ให้เป็นเนื้อเดียวกับกลยุทธ์สร้างการเติบโต เพื่อสร้างคุณค่าร่วม (Shared Value) ตลอดห่วงโซ่คุณค่าตั้งแต่ต้นน้ำสู่มือผู้บริโภค ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการเสริมสร้างความยืดหยุ่น (Resilience) และยกระดับการส่งต่อคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่สังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างไร้ขีดจำกัด”นอกจากนี้โอสถสภายังได้รับคะแนนเต็ม 100 ในมิติสิ่งแวดล้อม จากการขับเคลื่อนแผน Net Zero 2050 ผ่านการยกระดับเทคโนโลยีการผลิต การใช้พลังงานหมุนเวียน และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการเสริมความแข็งแกร่งด้านธรรมาภิบาลและเศรษฐกิจ ด้วยการยกระดับความโปร่งใส การบริหารความเสี่ยง และการสนับสนุนคู่ค้า SME และเกษตรกรในห่วงโซ่อุปทาน ขณะที่มิติสังคม โอสถสภายังคงรักษาคะแนนเต็ม 100 ด้านสิทธิมนุษยชนต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 สะท้อนการเติบโตอย่างรับผิดชอบและยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งนี้ผลการประเมินระดับ AAA จะเป็นเกณฑ์สำคัญสำหรับดัชนี SET ESG และเป็นพื้นฐานการลงทุนหลักของกองทุน Thai ESG จนถึงปี 2569 ก่อนที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะก้าวสู่มาตรฐานใหม่ด้วย FTSE Russell ESG Scores ซึ่งโอสถสภาพร้อมเดินหน้าเป็นองค์กรต้นแบบความยั่งยืนในระดับสากลต่อไป

Amaze Super App ช้อปครั้งแรก ได้พอยท์คืนสูงสุด 100 บาท สั่งเซเว่น-โลตัสแบบส่งทันที
อ่าน

Amaze Super App ช้อปครั้งแรก ได้พอยท์คืนสูงสุด 100 บาท สั่งเซเว่น-โลตัสแบบส่งทันที

Amaze Super App เปิดตัวแคมเปญพิเศษส่งท้ายปี 2568 มอบสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้าใหม่ที่สั่งซื้อสินค้าครั้งแรกบนแพลตฟอร์ม กับแคมเปญ ช้อปครั้งแรก ได้พอยท์คืนสูงสุด 100 บาท เมื่อเลือกสั่งซื้อสินค้าจากร้าน เซเว่นหรือโลตัสแบบจัดส่งทันทีภายใน 13 ชั่วโมง รับอเมซพอยท์คืน 25% จากยอดสุทธิแบบไม่มีขั้นต่ำ สูงสุด 10,000 อเมซพอยท์ คิดเป็นมูลค่า 100 บาท ตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 31 ธันวาคม 2568 สามารถดาวน์โหลด Amaze Super App ได้เลยที่นี่ แคมเปญดังกล่าวเปิดให้เฉพาะสมาชิก Amaze Super App ที่ไม่เคยมีประวัติการสั่งซื้อสินค้าบนแพลตฟอร์มมาก่อน โดยลูกค้าจะได้รับอเมซพอยท์พิเศษจากยอดคำสั่งซื้อสุทธิหลังหักส่วนลดทุกประเภท อาทิ โปรโมชั่นสินค้า คูปองร้านค้า คูปองแพลตฟอร์ม และการชำระด้วยอเมซพอยท์ ทั้งนี้ พอยท์พิเศษที่ได้รับจะถูกจำกัดสูงสุดไม่เกิน 10,000 พอยท์ต่อแคมเปญ ระยะเวลาแคมเปญ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 - 31 ธันวาคม 2568 เงื่อนไขโปรโมชัน ลูกค้าต้องเป็นสมาชิกอเมซ ที่ซื้อสินค้าบนอเมซครั้งแรกเท่านั้น ลูกค้าต้องทำการสั่งซื้อสินค้าเซเว่นหรือโลตัสส่งทันที ลูกค้าจะได้อเมซพอยท์พิเศษคิดเป็น 25% จากยอดคำสั่งซื้อหลังหักส่วนลดทั้งหมดโดยไม่มีขั้นต่ำ จำกัดการให้อเมซพอยท์พิเศษสูงสุด 10,000 พอยท์ คิดเป็นมูลค่า 100 บาท ยอดคำสั่งซื้อคำนวณจากยอดสุทธิหลังหักส่วนลดทั้งหมดประกอบด้วย (1) ส่วนลดจากราคาโปรโมชันของสินค้า (2) ส่วนลดจากคูปองร้านค้า (3) ส่วนลดจากคูปองแพลตฟอร์ม (4) การจ่ายด้วยอเมซพอยท์ ตัวอย่างการคำนวณแจกพอยท์พิเศษ เมื่อซื้อสินค้าครบ 50 บาท จะได้รับพอยท์พิเศษเป็นมูลค่า 12.5 บาท (1,250 อเมซพอยท์) เมื่อซื้อสินค้าครบ 100 บาท จะได้รับพอยท์พิเศษเป็นมูลค่า 25 บาท (2,500 อเมซพอยท์) เมื่อซื้อสินค้าครบ 400 บาท จะได้รับพอยท์พิเศษเป็นมูลค่า 100 บาท (10,000 อเมซพอยท์) เมื่อซื้อสินค้าครบ 600 บาท จะได้รับพอยท์พิเศษเป็นมูลค่า 100 บาท (10,000 อเมซพอยท์) จำกัดสิทธิ์ 1 สิทธิ์ / 1 การสั่งซื้อครั้งในอเมซ / บัญชีผู้ใช้ (username) / เครื่อง (device) ตลอดรายการแคมเปญ (หากลูกค้ามีการสั่งซื้อสินค้าทั้งเซเว่นและโลตัส จะได้เพียง 1 สิทธิ์เท่านั้น) ลูกค้าจะได้รับพอยท์พิเศษสำหรับออเดอร์ที่ดำเนินการสำเร็จสมบูรณ์ภายในช่วงระยะเวลาแคมเปญ เวลา 00.00 - 23:59 น เท่านั้น อเมซพอยท์พิเศษสามารถใช้เป็นส่วนลดสำหรับซื้อสินค้าบนอเมซเท่านั้น ไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดหรือสิ่งอื่นได้ และไม่สามารถโอนออกไปใช้บนแอปพลิเคชันหรือแพลตฟอร์มอื่นได้ หากมีการคืนสินค้าหลังคำสั่งซื้อสำเร็จ อเมซพอยท์พิเศษจะถูกหักคืนตามจำนวนจริง เมื่อคืนเงิน/คืนสินค้าสำเร็จ สิทธิพิเศษจำกัดจำนวนที่ 20,000 สิทธิ์และจะสิ้นสุดทันทีเมื่อมีการใช้สิทธิ์ครบตามจำนวนที่กำหนด การรับอเมซพอยท์คืน อเมซพอยท์พิเศษจะได้รับคืนใน 3 วันทำการ ภายหลังสถานะคำสั่งซื้อสินค้าสำเร็จ ยกเว้นคำสั่งซื้อที่มีสถานะสำเร็จภายในวันศุกร์, วันหยุดและวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะได้รับอเมซพอยท์พิเศษในวันทำการถัดไปภายในเวลา 18.00 น. เงื่อนไขอื่น ๆ การเข้าร่วมแคมเปญนี้ถือว่าผู้เข้าร่วมได้ยอมรับและตกลงปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขทั้งหมดนี้ บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกแคมเปญโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับแคมเปญ สามารถติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าผ่านช่องทางดังนี้: Email: support@amaze.shop เบอร์โทรศัพท์: 02-018-7399 แชทบนแอป Amaze