รีเซต

ผลการค้นหา “#ASUSTH” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
จี

จี

FiveM

เล่น ARK ASCENDED ROG ALLY ไหวไหม

เล่น ARK ASCENDED ROG ALLY ไหวไหม

rog ally

“ASW”คว้า 2 รางวัลใหญ่ เวที LivingInsider Thailand Developer Awards 2026
อ่าน

“ASW”คว้า 2 รางวัลใหญ่ เวที LivingInsider Thailand Developer Awards 2026

#ทันหุ้น-“แอสเซทไวส์” ประกาศความสำเร็จกับ 2 รางวัลเกียรติยศจากเวที LivingInsider Thailand Developer Awards 2026 การันตีศักยภาพผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ส่งมอบคุณภาพทั้งมิติการอยู่อาศัยและการลงทุน ครองแชมป์ “Best Investment Award” ต่อเนื่อง 4  ปีซ้อนจากความโดดเด่นของโครงการ Modiz Vault เกษตร–ศรีปทุม พร้อมรางวัลพิเศษ “Thailand Best High-Value Investment Award” สะท้อนความมุ่งมั่นของแอสเซทไวส์ในการสร้างสรรค์โครงการที่อยู่อาศัยที่สร้างผลตอบแทนให้ลูกค้าอย่างยั่งยืนบริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW มุ่งพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยโดยให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าในระยะยาว ตั้งแต่การคัดสรรทำเลศักยภาพที่มีดีมานด์รองรับ การศึกษาความต้องการของผู้อยู่อาศัยในแต่ละพื้นที่ ไปจนถึงการออกแบบสถาปัตยกรรมและฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริง เพื่อให้แต่ละโครงการสามารถสร้างคุณค่าได้ทั้งสำหรับผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยและผู้ที่มองหาโอกาสในการลงทุน การได้รับ 2 รางวัลจากเวที LivingInsider Thailand Developer Awards 2026 ในครั้งนี้ จึงเป็นการตอกย้ำถึงความเชี่ยวชาญของแอสเซทไวส์ ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ตอบโจทย์ทั้งไลฟ์สไตล์และการสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืน โดยมี คุณอรุณี ปรีชาวณิชวงศ์ รองประธานเจ้าหน้าที่สายงานอาวุโส กลุ่มธุรกิจคอนโด 2 บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับมอบรางวัลสำหรับรางวัล “Best Investment Award” ในปีนี้ เป็นของ โมดิซ วอลท์ เกษตร–ศรีปทุม (MODIZ Vault Kaset-Sripatum) โครงการคอนโดมิเนียม Pet-Friendly สร้างเสร็จใหม่ บนทำเลศักยภาพติดรั้ว ม.เกษตรศาสตร์ ใกล้ ม.ศรีปทุม และ BTS สถานีบางบัว ซึ่งเป็นย่านที่มีอัตราผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า (Rental Yield) สูงถึง 7% ต่อปี* โดยความสำเร็จครั้งนี้ส่งให้แอสเซทไวส์ได้รับรางวัล Best Investment Award ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 จากเวทีเดียวกัน ต่อจากโครงการ Modiz Launch รังสิต, Kave Island รังสิต และ Atmoz Kanaal รังสิต สะท้อนผลงานการพัฒนาโครงการที่สอดรับกับดีมานด์และไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายในแต่ละพื้นที่ขณะเดียวกัน แอสเซทไวส์ยังได้รับรางวัล “Thailand Best High-Value Investment Award” รางวัลพิเศษที่สะท้อนภาพรวมผลงานการพัฒนาคอนโดมิเนียมที่มีศักยภาพด้านการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ผ่าน 3 แบรนด์หลัก ได้แก่ KAVE, ATMOZ และ MODIZ โดยแต่ละแบรนด์ได้รับการพัฒนาให้สอดรับกับศักยภาพของทำเลและดีมานด์ของกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่แคมปัสคอนโดใกล้มหาวิทยาลัยชั้นนำ ไปจนถึงคอนโดบนทำเลศักยภาพในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยบางโครงการสามารถสร้างผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า (Rental Yield) ได้สูงถึง 8%* สะท้อนประสบการณ์ของแอสเซทไวส์ในการคัดเลือกทำเล วิเคราะห์ดีมานด์ และพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยและการลงทุนในระยะยาว

InnovestX ดัน “DR23” ทะลุ 100 หลักทรัพย์ เสิร์ฟ 19 ตัวใหม่ 6 ธีมอนาคต
อ่าน

InnovestX ดัน “DR23” ทะลุ 100 หลักทรัพย์ เสิร์ฟ 19 ตัวใหม่ 6 ธีมอนาคต

#ทันหุ้น - บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) เรือธงด้านการลงทุนภายใต้กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ (SCBX Group) เดินหน้าขยายโอกาสการลงทุนระดับโลกให้กับนักลงทุนไทยอย่างต่อเนื่อง สร้างอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ DR23 (Depositary Receipt) ด้วยการขยายทางเลือกการลงทุนก้าวข้าม 100 หลักทรัพย์ พร้อมเปิดตัว DR23 ชุดใหม่ จำนวน 19 หลักทรัพย์ ครอบคลุม 6 ธีมการลงทุน จากบริษัทชั้นนำในสหรัฐฯ และเอเชีย โดยเฉพาะโอกาสจาก AI Ecosystem ตั้งแต่เซมิคอนดักเตอร์ การเชื่อมต่อ AI Server และ Cloud ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน พร้อมเปิดทางสู่เทคโนโลยีแห่งอนาคตทั้ง Space Industry และ Quantum Computing เปิดซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปนายพยนต์ พงศาวรีChief Digital Products and Operating Officerบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX)กล่าวว่า “การที่DR23ก้าวข้าม100หลักทรัพย์ ถือเป็นอีกหนึ่งMilestoneสำคัญที่สะท้อนความมุ่งมั่นของInnovestXแต่สิ่งที่สำคัญกว่าจำนวน คือการเพิ่มโอกาสและขยายInvestment Universeให้นักลงทุนไทยมีทางเลือกมากขึ้น ทั้งในแง่ประเทศ อุตสาหกรรม และInvestment Themeที่น่าสนใจจากตลาดชั้นนำทั่วโลกผ่านตลาดหลักทรัพย์ไทยได้สะดวกยิ่งขึ้นDR23ชุดใหม่นี้สะท้อนแนวทางของInnovestXที่ต้องการคัดสรรบริษัทที่มีบทบาทในMegatrendสำคัญของโลก และเติมเต็มโอกาสการลงทุนในส่วนต่าง ๆ ของGlobal Investment Landscapeเพื่อให้นักลงทุนสามารถเลือกธีมที่สอดคล้องกับมุมมองและระดับความเสี่ยงของตนเองได้มากขึ้น”สำหรับDR23ชุดใหม่ จำนวน19หลักทรัพย์InnovestXคัดสรรภายใต้6ธีมการลงทุน โดยมีหนึ่งในแกนสำคัญคือโอกาสจากการเติบโตของAI Ecosystemซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงบริษัทผู้ผลิตชิป แต่ครอบคลุมValue Chainตั้งแต่Semiconductor, Advanced Packaging, Connectivity, AI Server, CloudและEnterprise AIไปจนถึงพลังงานที่รองรับData Centerรวมถึงเทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่างSpace IndustryและQuantum Computingนายศรัณย์ โพธิวิรัตนานนท์Head of Proprietary Tradingบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX)กล่าวว่า “การเติบโตของAIกำลังสร้างโอกาสการลงทุนที่กระจายไปตลอดทั้งEcosystemตั้งแต่Semiconductor, Advanced PackagingและConnectivityไปจนถึงComputing, AI Server, Cloud, Data Infrastructureและพลังงานที่จำเป็นต่อการขยายตัวของData CenterเราจึงคัดสรรDR23ชุดใหม่นี้ให้ครอบคลุมผู้เล่นในหลายส่วนของEcosystemควบคู่กับเทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่างQuantum ComputingและSpace IndustryรวมถึงขยายโอกาสไปยังSupply Chainฝั่งเอเชีย เพื่อเพิ่มทางเลือกในการลงทุนในธีมที่มีปัจจัยขับเคลื่อนและระดับความเสี่ยงที่แตกต่างกัน”DR23ชุดใหม่ เริ่มซื้อขายในวันที่18สิงหาคม2569ประกอบด้วย19หลักทรัพย์ ภายใต้6ธีมการลงทุน ได้แก่กลุ่มUS – AI Semiconductor• DELL23 (Dell Technologies Inc.)–ผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์อันดับหนึ่งของโลก ที่นำชิปNVIDIAและAMDมาประกอบเป็นแร็กเซิร์ฟเวอร์AIรายได้เซิร์ฟเวอร์AIโตเกินเท่าตัว• ORCL23 (Oracle Corporation)–บริษัทซอฟต์แวร์และฐานข้อมูลองค์กรระดับโลกที่ขยายธุรกิจสู่Cloud Infrastructureผ่านOracle Cloud Infrastructure (OCI)โดยธุรกิจCloudมีบทบาทสำคัญมากขึ้นจากความต้องการโครงสร้างพื้นฐานสำหรับAI• IBM23 (International Business Machines Corporation)–บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่ปรับโครงสร้างธุรกิจสู่Hybrid CloudและAIโดยมีธุรกิจซอฟต์แวร์เป็นสัดส่วนหลัก พร้อมแพลตฟอร์มAIสำหรับองค์กรอย่างwatsonx• CRWV23 (CoreWeave, Inc.)–ผู้ให้บริการให้เช่าGPUสำหรับงานAIโดยเฉพาะ หรือNeocloudช่วยให้องค์กรเข้าถึงพลังประมวลผลสำหรับAIโดยไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อและบริหารจัดการGPUด้วยตนเอง• NOW23 (ServiceNow, Inc.)–เจ้าของแพลตฟอร์มWorkflowสำหรับบริหารจัดการงานITและกระบวนการทำงานขององค์กร ซึ่งกำลังต่อยอดAIผ่านNow Assistบนฐานลูกค้าองค์กรกว่า8,700แห่ง• QCOM23 (QUALCOMM Incorporated)–ผู้นำด้านชิปประมวลผลภายใต้แบรนด์Snapdragonและชิปโมเด็มสำหรับการเชื่อมต่อ5Gพร้อมขยายธุรกิจจากMobileสู่Edge AI, AI PCและยานยนต์• ALAB23 (Astera Labs, Inc.)–ผู้ออกแบบชิปConnectivityความเร็วสูง ช่วยให้ชิปAIจำนวนมากภายในData Centerสามารถรับส่งข้อมูลระหว่างกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการขยายตัวของAI Clusterขนาดใหญ่• AAOI23 (Applied Optoelectronics, Inc.)–ผู้ผลิตOptical Transceiverสำหรับแปลงสัญญาณไฟฟ้าเป็นแสงเพื่อรับส่งข้อมูลความเร็วสูง รองรับการยกระดับการเชื่อมต่อภายในAI Data Centerสู่มาตรฐาน800Gและ1.6T• AMKR23 (Amkor Technology, Inc.)–ผู้ให้บริการประกอบและทดสอบชิป (OSAT)มีความเชี่ยวชาญด้านAdvanced Packagingซึ่งเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญของห่วงโซ่การผลิตชิปสำหรับAIกลุ่มUS -Alternative Energy AI Power• SMR23 (NuScale Power Corporation)–ผู้พัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูล (Small Modular Reactor: SMR)ที่ได้รับการอนุมัติแบบมาตรฐานจากคณะกรรมการกำกับดูแลนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ (NRC)โดยมุ่งรองรับความต้องการพลังงานที่มีเสถียรภาพสำหรับData CenterและAI• EOSE23 (Eos Energy Enterprises, Inc.)–ผู้ผลิตระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานชนิดสังกะสี (Zinc)ซึ่งเป็นทางเลือกนอกเหนือจากแบตเตอรี่ลิเทียม มีจุดเด่นด้านความปลอดภัย และเหมาะกับการกักเก็บพลังงานสำหรับโครงสร้างพื้นฐานและData Centerกลุ่มUS – Space Industry• ASTS23 (AST SpaceMobile, Inc.)–ผู้พัฒนาเครือข่ายบรอดแบนด์ผ่านดาวเทียมที่สามารถเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือทั่วไปได้โดยตรงโดยไม่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ มีข้อตกลงเชิงพาณิชย์กับATT, VerizonและVodafoneและตั้งเป้าเปิดบริการเชิงพาณิชย์ในช่วงครึ่งแรกของปี2570กลุ่มUS – Quantum Computing• RGTI23 (Rigetti Computing, Inc.)–ผู้พัฒนาQuantum ComputingแบบFull-stackด้วยเทคโนโลยีชิปตัวนำยิ่งยวด (Superconducting)ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบระบบไปจนถึงการผลิตชิปภายในโรงงานFabของบริษัทเองกลุ่มAsia – AI Semiconductor• SCREEN23 (SCREEN Holdings Co., Ltd.)–ผู้นำด้านเครื่องล้างทำความสะอาดแผ่นWaferซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในกระบวนการผลิตชิป และครองส่วนแบ่งอันดับ1ของโลกในขั้นตอนดังกล่าวตามข้อมูลProduct Sheet• IBIDEN23 (IBIDEN Co., Ltd.)–ผู้ผลิตIC Package Substrateประสิทธิภาพสูง หรือแผ่นฐานรองที่อยู่ใต้ชิปCPUและGPUโดยมีNVIDIAและIntelเป็นลูกค้ารายสำคัญ เปิดโอกาสเข้าถึงSupply ChainของAI Semiconductorฝั่งญี่ปุ่น• TONGFU23 (Tongfu Microelectronics Co., Ltd.)–ผู้ให้บริการประกอบและทดสอบชิป (OSAT)รายใหญ่ของจีน มีบทบาทในAdvanced Packagingและเชื่อมโยงกับSupply ChainของAMDผ่านการประกอบและทดสอบชิป• YOFC23 (Yangtze Optical Fibre and Cable Joint Stock Limited Company)–ผู้ผลิตOptical Fibreและสายเคเบิลแบบครบวงจร ตั้งแต่วัตถุดิบต้นทางจนถึงเส้นใยนำแสง รองรับความต้องการรับส่งข้อมูลความเร็วสูงจากData Center, AIและระบบโทรคมนาคม• MURATA23 (Murata Manufacturing Co., Ltd.)–ผู้นำด้านตัวเก็บประจุขนาดเล็กMLCCซึ่งเป็นชิ้นส่วนพื้นฐานในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยAI Serverต้องใช้MLCCจำนวนมาก จึงเป็นอีกหนึ่งส่วนของSupply Chainโครงสร้างพื้นฐานAIกลุ่มAsia – Lifestyle Consumer• AJINO23 (Ajinomoto Co., Inc.)–บริษัทอาหารและเครื่องปรุงรสระดับโลกที่มีธุรกิจอาหารเป็นรายได้หลัก ขณะเดียวกันยังเป็นเจ้าของเทคโนโลยีAjinomoto Build-up Film (ABF)ซึ่งเป็นวัสดุสำคัญที่ใช้ในแผ่นฐานรองชิปCPUและGPUประสิทธิภาพสูง ทำให้บริษัทมีความเชื่อมโยงกับSemiconductor Supply ChainนอกเหนือจากธุรกิจConsumerนายศรัณย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “จุดเด่นของDR23ชุดใหม่นี้ คือการเปิดมุมมองให้นักลงทุนเห็นว่าโอกาสจากAI Ecosystemได้ครบขึ้น ตั้งแต่ผู้ผลิตอุปกรณ์และชิ้นส่วน ผู้ประกอบและทดสอบชิป ระบบเชื่อมต่อและรับส่งข้อมูลCloudและAI Serverไปจนถึงพลังงานที่ต้องรองรับData Centerขนาดใหญ่ ขณะเดียวกัน เรายังเพิ่มทางเลือกในSpace Industry, Quantum ComputingและLifestyle Consumerและทางเลือกทั้งในสหรัฐ และเอเชีย เพื่อให้นักลงทุนมีInvestment Choiceที่หลากหลายมากขึ้น”DR23ชุดใหม่ทั้ง19หลักทรัพย์ เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตั้งแต่วันที่18สิงหาคม2569นักลงทุนสามารถซื้อขายผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ไทย โดยผู้ลงทุนควรศึกษาลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งความผันผวนของราคาหลักทรัพย์ต่างประเทศอ้างอิง อัตราแลกเปลี่ยน ความเสี่ยงจากผู้ออก และสภาพคล่อง โดยหลักทรัพย์บางบริษัทในชุดนี้ยังอยู่ในช่วงก่อนสร้างรายได้เชิงพาณิชย์หรือมีความเสี่ยงเฉพาะตัวสูง