รีเซต

ผลการค้นหา “#368g2026” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
SET เปิดที่ 1,612.37 จุด -4.51 จุด (-0.28%)
อ่าน

SET เปิดที่ 1,612.37 จุด -4.51 จุด (-0.28%)

#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #SET #SET เปิดที่ 1,612.37 จุด -4.51 จุด (-0.28%)CGSI • SET Index: เรามองกรอบ SET Index 1,610-1,630 จุด โดยได้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งรวมถึงหุ้นบริษัทผลิตชิปรายใหญ่อย่าง Broadcom ท่ามกลางความหวังที่ว่าธุรกิจด้าน AI จะเป็นแรงขับเคลื่อนผลประกอบการของบริษัทเหล่านี้ เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ SET Index หลังสามารถยืน 1,600 จุดได้อย่างแข็งแกร่ง จับตาผลประกอบการณ์ 2Q26 และ แนวต้าน 1,615 และ 1,630 จุดหุ้นแนะนำDELTA: เราเชื่อว่ารายได้และมาร์จินใน 2Q26 อาจต่ำกว่าเป้าก่อนหน้านี้ของผู้บริหารเนื่องจากอุปทานมีจำกัดและราคาชิ้นส่วนเพิ่มสูงขึ้น แนะนำ “Trading” Delta ตามจิตวิทยาของตลาดหุ้นตปท. (SP500 NASDAQ Nikkei KOSPI) เท่านั้น (Take profit: 323.00 / Stop loss: 315.00)GULF: เราคาดว่า GULF จะมีกำไรสุทธิ ใน 2Q26F เพิ่มขึ้น 51% yoy และ 19% qoq เป็น 1.07 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะเป็นสถิติใหม่ต่อเนื่องกันเป็นไตรมาสที่หกติดต่อกัน เราปรับเพิ่มประมาณการ core EPS ในปี FY26-28F ขึ้น เพื่อสะท้อนรายได้ที่คาดจะสูงกว่าสมมติฐานก่อนหน้าและการควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่าย (Take profit: 65.25 / Stop loss: 63.50)

UFC 2026
ดู

UFC 2026

คิดว่าของแค่นั้นจะเอาชนะใจฉันได้เหรอ...ฝันไปเถอะ !!! | I'm on Observation Duty 6 [ด่านโรงแรม]

คิดว่าของแค่นั้นจะเอาชนะใจฉันได้เหรอ...ฝันไปเถอะ !!! | I'm on Observation Duty 6 [ด่านโรงแรม]

I'm on Observation Duty 6 | https://store.steampowered.com/app/2137700/Im_on_Observation_Duty_6/ สมัครเป็น "แฟนตัวกลม" | https://www.youtube.com/channel/UC705OZcYT8ysriJ93eiQVeg/join โดเนทให้นายน็อตตัวกลม | https://tipme.in.th/notto-nbk สนับสนุนค่าโกโก้ป๋าน็อต | Super Thanks , Super Chat , Super Stickers ช่องทางการติดต่อ ติ๊กต็อก | https://www.tiktok.com/@nottonbk แฟนเพจ | https://www.facebook.com/NottoNBK/ กลุ่ม ดินแดนของป๋าน็อต | https://www.facebook.com/groups/2059358350800958 อีเมล | nanobreakch@gmail.com ::: สนใจติดต่อโฆษณาหรือสปอนเซอร์ ::: ⭐ ติดต่อทีมงาน Online Station ⭐ Email | os.influencer@truedigital.com ใครที่ทำช่อง Youtube และสนใจเข้าสังกัด Online Station สมัครได้ที่นี่ : https://caster.online-station.net/​​​ Online Station ช่วยให้ช่องคุณเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีรายได้เพิ่มมากขึ้น มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว OS Caster กันนะครับ 🖥️ Notty's Machine Specification Mainboard | ROG Strix Z790-F Gaming WIFI CPU | Intel i9 13900K GPU | Nvidia RTX 4090 RAM | Corsair Vengeance DDR5 Bus 5600 Mhz SSD | Samsung 980 Pro 1TB PSU | Thermaltake Toughpower GF3 1350W Gold AIO | NZXT Kraken X73 RGB CASE | NZXT H7 Flow Black

KGI เจาะ 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน
อ่าน

KGI เจาะ 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน

#ทันหุ้น - บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) เจาะ 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน ได้แก่ MINT ให้เป้าพื้นฐาน 28.5 บาท โดย 1) ประเมินแนวโน้มราคา Sideway รอสัญญาณการ Break แนวต้านปิดแก๊ปราคา ประเมินแนวรับ 24.0 บาท / แนวต้าน 24.9 – 26.0 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/-27 บาท (Trailing stop 23.7 บาท) 2) ประเมินสถานการณ์สงครามผ่อนคลายหนุน Sentiment ช่วง High season ยุโรป เราประเมินสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่ผ่อนคลายลง จะหนุน Sentiment การท่องเที่ยวโดยเฉพาะในช่วง High season 2Q-3Q ที่ยุโรป (รายได้>70% ของ MINT*) ให้โตดีต่อเนื่อง และจะส่งผลให้การท่องเที่ยวไทย+มัลดีฟส์ ฟื้นตัว 3) Valuation ยังมี Upside PBV 1.51 เท่า (-1 SD) Dividend yield 3% ขณะที่คาดกำไร 2Q โตเด่น YoY แม้มีสงครามฯหุ้น KBANK ให้เป้าพื้นฐาน 245 บาท โดย 1) ประเมินแนวโน้มราคา Sideway up ทำจุดสูงใหม่ ประเมินแนวรับ 208 บาท / แนวต้าน 217 - 221 บาท กรณีแกว่งตัวขึ้น Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 230 บาท (Stop loss 203 บาท) 2) ประเมินที่ประชุม กนง. สัปดาห์นี้คงอัตราดอกเบี้ย + ปรับประมาณการ GDP ขึ้น เราประเมินที่ปะชุม กนง. สัปดาห์นี้จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้(NIM ทรงตัว) ขณะที่มีโอกาสปรับประมาณการ GDP ขึ้น หลังสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางผ่อนคลายลง ล่าสุดในงบดุลธนาคารพาณิชย์เดือน พ.ค. เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของการปล่อยสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง คาดหวังการเร่งผลักดัน Thailand FastPass หนุนการเติบโตของสินเชื่อต่อเนื่องใน 1-2 ปีนี้(การปล่อยสินเชื่อฟื้น) 3) Valuation ยังมี Upside Dividend yield ยังสูง 5.7% ต่อปีหุ้น ADVICE ให้เป้า Consensus 7.2 บาท โดย 1) ประเมินราคาหุ้นเริ่มฟื้นตัวจากแนวรับในกรอบ Sideway up ประเมินแนวรับ 6.35 บาท / แนวต้าน 6.5 – 6.85 บาท กรณีแกว่งตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 7.15 บาท (Stop loss 6.1 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มกำไร 2Q69 ทำจุดสูงใหม่ต่อเนื่องคาดอัตรากำไร 2Q69 จะยืนสูงต่อเนื่องจาก 1Q69 จากการปรับราคาขายสินค้าไอทีขึ้น (ผลจากสินค้าไอที่ขาดแคลน) ขณะที่อุสงส์แข็งแกร่ง ผู้บริโภคจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนอุปกรณ์ไอทีเพื่อรองรบัเทรนด์ AI และเศรษฐกิจดิจิทัล … แผนการเร่งยอดขายกลุ่ม Commercial (ลูกค้าองค์กร) เป็น Upside ใน 2H69 3) Valuation ไม่แพง Forward PE 11.5 เท่า (เท่ากับ -1SD) Dividend yield +7.9% ขณะที่ Consensus คาดกำไรปีนี้โต +31% YoY

SET เปิดที่ 1,600.98 จุด +9.74 จุด (+0.61%)
อ่าน

SET เปิดที่ 1,600.98 จุด +9.74 จุด (+0.61%)

#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #SET #SET เปิดที่ 1,600.98 จุด +9.74 จุด (+0.61%)CGSI • SET Index: เรามองกรอบ SET Index 1,580-1,600 จุด ทดสอบ 1,600 จุด อีกครั้ง โดยได้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่นักลงทุนจับตาการเจรจาทางอ้อมครั้งใหม่ระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์หุ้นแนะนำTRUE: เราประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 2/2026 ของ True Corp ที่ 6.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 232% yoy และ 1% qoq เราคาดว่าต้นทุนการให้บริการในไตรมาส 2/2026 จะลดลง 47% yoy จากค่าใช้จ่ายโครงข่าย (network opex) ที่ลดลง (Take profit: 13.40 / Stop loss: 12.70)GULF: เราคาดว่า GULF จะมีกำไรสุทธิ ใน 2Q26F เพิ่มขึ้น 51% yoy และ 19% qoq เป็น 1.07 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะเป็นสถิติใหม่ต่อเนื่องกันเป็นไตรมาสที่หกติดต่อกัน เราปรับเพิ่มประมาณการ core EPS ในปี FY26-28F ขึ้น เพื่อสะท้อนรายได้ที่คาดจะสูงกว่าสมมติฐานก่อนหน้าและการควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่าย (Take profit: 62.75 / Stop loss: 60.75)

จำไว้ให้ดี...ถ้าเห็นแสงสีแดง "อ ย่ า ข ยั บ" | 10 Minutes Down

จำไว้ให้ดี...ถ้าเห็นแสงสีแดง "อ ย่ า ข ยั บ" | 10 Minutes Down

10 Minutes Down | https://anoverthinker.itch.io/10minutesdown สมัครเป็น "แฟนตัวกลม" | https://www.youtube.com/channel/UC705OZcYT8ysriJ93eiQVeg/join โดเนทให้นายน็อตตัวกลม | https://tipme.in.th/notto-nbk สนับสนุนค่าโกโก้ป๋าน็อต | Super Thanks , Super Chat , Super Stickers ช่องทางการติดต่อ ติ๊กต็อก | https://www.tiktok.com/@nottonbk แฟนเพจ | https://www.facebook.com/NottoNBK/ กลุ่ม ดินแดนของป๋าน็อต | https://www.facebook.com/groups/2059358350800958 อีเมล | nanobreakch@gmail.com ::: สนใจติดต่อโฆษณาหรือสปอนเซอร์ ::: ⭐ ติดต่อทีมงาน Online Station ⭐ Email | os.influencer@truedigital.com ใครที่ทำช่อง Youtube และสนใจเข้าสังกัด Online Station สมัครได้ที่นี่ : https://caster.online-station.net/​​​ Online Station ช่วยให้ช่องคุณเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีรายได้เพิ่มมากขึ้น มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว OS Caster กันนะครับ 🖥️ Notty's Machine Specification Mainboard | ROG Strix Z790-F Gaming WIFI CPU | Intel i9 13900K GPU | Nvidia RTX 4090 RAM | Corsair Vengeance DDR5 Bus 5600 Mhz SSD | Samsung 980 Pro 1TB PSU | Thermaltake Toughpower GF3 1350W Gold AIO | NZXT Kraken X73 RGB CASE | NZXT H7 Flow Black #NottoNBK #10MinutesDown #แสงแดงแห่งความตาย

เปิดตำนาน "ผีปอบญี่ปุ่น" | Hollow Cocoon [DEMO]

เปิดตำนาน "ผีปอบญี่ปุ่น" | Hollow Cocoon [DEMO]

Hollow Cocoon | https://store.steampowered.com/app/2414630/Hollow_Cocoon/ สมัครเป็น "แฟนตัวกลม" | https://www.youtube.com/channel/UC705OZcYT8ysriJ93eiQVeg/join โดเนทให้นายน็อตตัวกลม | https://tipme.in.th/notto-nbk สนับสนุนค่าโกโก้ป๋าน็อต | Super Thanks , Super Chat , Super Stickers ช่องทางการติดต่อ ติ๊กต็อก | https://www.tiktok.com/@nottonbk แฟนเพจ | https://www.facebook.com/NottoNBK/ กลุ่ม ดินแดนของป๋าน็อต | https://www.facebook.com/groups/2059358350800958 อีเมล | nanobreakch@gmail.com ::: สนใจติดต่อโฆษณาหรือสปอนเซอร์ ::: ⭐ ติดต่อทีมงาน Online Station ⭐ Email | os.influencer@truedigital.com ใครที่ทำช่อง Youtube และสนใจเข้าสังกัด Online Station สมัครได้ที่นี่ : https://caster.online-station.net/​​​ Online Station ช่วยให้ช่องคุณเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีรายได้เพิ่มมากขึ้น มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว OS Caster กันนะครับ 🖥️ Notty's Machine Specification Mainboard | ROG Strix Z790-F Gaming WIFI CPU | Intel i9 13900K GPU | Nvidia RTX 4090 RAM | Corsair Vengeance DDR5 Bus 5600 Mhz SSD | Samsung 980 Pro 1TB PSU | Thermaltake Toughpower GF3 1350W Gold AIO | NZXT Kraken X73 RGB CASE | NZXT H7 Flow Black

KGI เจาะ 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน
อ่าน

KGI เจาะ 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน

#ทันหุ้น - บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) เจาะ 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน ได้แก่ BH ให้เป้าพื้นฐาน 210 บาท โดย 1) ประเมินรูปแบบราคาเริ่มฟื้นตัวหลังสร้างฐานบริเวณค่าเฉลี่ย 200 วัน ประเมินแนวรับ 183 บาท / แนวต้าน 186 – 195 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 205 บาท (Stop loss 176.5 บาท) 2) ประเมินสถานการณ์ตะวันออกกลางผ่อนคลายปลดล๊อคการเดินทางของผู้ป่วยต่างชาติ เราประเมินแนวโน้มผู้ป่วยต่างชาติโดยเฉพาะจากตะวันออกกลางจะฟื้นตัวเด่นใน 3Q69 หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางเริ่มผ่อนคลายลง ทั้งนี้ผลกระทบของสงครามใน 2Q69 ฝ่ายวิจัยฯประเมินว่ามีผลกระทบที่จำกัด (ใน 2Q69 ผู้ป่วยต่างชาติยังคงมีการเดินทางมารับการตรวจรักษา แม้จะชะลอลง) แต่ราคาหุ้นซึบซับข่าวลบไปพอสมควรแล้ว 3) Valuation ยังมี Upside Forward PE +/-20 เท่า (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี ที่ 24 เท่า / ใกล้เคียง -1SD ที่ 18 เท่า)หุ้น ADVICE ให้เป้า Consensus 7.2 บาท โดย 1) ประเมินราคาหุ้น เริ่มฟื้นตัวหลังพักฐานในกรอบ Sideway up ประเมินแนวรับ 6.35 บาท / แนวต้าน 6.6 – 6.85 บาท กรณีแกว่งตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 7.15 บาท (Stop loss 6.1 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มกำไร 2Q69 ทำจุดสูงใหม่ต่อเนื่อง คาดอัตรากำไร 2Q69 จะยืนสูงต่อเนื่องจาก 1Q69 จากการปรับราคาขายสินค้าไอทีขึ้น (ผลจากสินค้าไอทีขาดแคลน) ขณะที่อุปสงส์แข็งแกร่ง ผู้บริโภคจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนอุปกรณ์ไอที เพื่อรองรับเทรนด์ AI และเศรษฐกิจดิจิทัล … แผนการเร่งยอดขายกลุ่ม Commercial (ลูกค้าองค์กร) เป็น Upside ใน 2H69 3) Valuation ไม่แพง Forward PE 11.4 เท่า (เท่ากับ -1SD) ขณะที่ Consensus คาดกำไรปีนี้โต +31% YoYหุ้น NTF ให้เป้าพื้นฐาน 20.8 บาท โดย 1) ประเมินราคาหุ้นพักฐานแรง Oversold มีโอกาส Rebound ประเมินแนวรับ 13.3 บาท และ 13.1 บาท / แนวต้าน 13.8 – 14.4 บาท กรณี Rebound ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 15.5 บาท (Stop loss 12.6 บาท) 2) ประเมิน Sentiment บวก หลังที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติออกหุ้นกู้เตรียม Working cap เพิ่มยอดส่งออกทุเรียน เราประเมินแนวโน้มกำไร 2Q69 จะโตเด่น YoY QoQ เนื่องจากเป็น High season ทุเรียนภาคตะวันออก และเงินทุนหมุนเวียนที่มากขึ้นจากการ IPO ขณะที่ผู้ถือหุ้นอนุมัติออกหุ้นกู้วงเงิน ≤ 900 ล้านบาท เพื่อเสริมเงินทุนหมุนเวียนสำหรับช่วง High season ทุเรียนภาคใต้ 3Q และเตรียมสะสมทุเรียนตกเกรด (ไม่สวย/แต่เนื้อดี) เพื่อทำทุเรียนแช่แข็งเตรียมไว้ส่งออกช่วง Low season (4Q - 1Q) 3) Valuation ถูก ราคาหุ้นพักฐานแรงจน Forward PE ต่ำเพียง 6.5 เท่า ขณะที่คาดกำไร 2Q69 จะทำจุดสูงใหม่ และ 3Q69 คาดจะโตเด่น YoY

เอเชียน ฮุนได คัพ ไฮไลท์ 2026
ดู

เอเชียน ฮุนได คัพ ไฮไลท์ 2026

XO ตลาดยุโรปดันยอด เร่งขยายฐานต่างแดน
อ่าน

XO ตลาดยุโรปดันยอด เร่งขยายฐานต่างแดน

#XO #ทันหุ้น – XO ตลาดยุโรปดันออเดอร์คึกคัก โชว์ Q1/69 ปริมาณขายรวม 5,565 ตัน โดดรับอานิสงส์ BOI ลดภาษี หนุนมาร์จิ้นแกร่ง เดินหน้าขยายฐานลูกค้าต่างประเทศเต็มสูบ เตรียมบุกงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 ปั้นโอกาสโตรอบใหม่นายจิตติพร จันทรัชประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ XO ผู้ผลิตและส่งออกซอสพริก ซอสปรุงรส และอาหารไทยสำเร็จรูป เปิดเผยถึง ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 เติบโตแข็งแกร่ง โดยมีรายได้จากการขาย 516.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.83% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 128.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.71% สะท้อนศักยภาพการเติบโตของธุรกิจส่งออกอาหารไทยในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดยุโรปที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง รวมถึงการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการรับรู้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากบัตรส่งเสริมการลงทุน (BOI) สำหรับสายการผลิตใหม่ที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ไตรมาส 2/2568 ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลง 57.78%@ยุโรปดันยอด                ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตในไตรมาสนี้ มาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายในทวีปยุโรป ซึ่งยังคงเป็นตลาดหลักของบริษัท โดยปริมาณการขายรวมอยู่ที่ 5,565 ตัน เพิ่มขึ้น 6.75% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความนิยมของผลิตภัณฑ์อาหารไทยและซอสเอเชียในตลาดโลกที่ยังเติบโตต่อเนื่อง                ด้านกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 133.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้อัตรากำไรขั้นต้นจะปรับลดลงเล็กน้อย ในไตรมาส 1/2569 เทียบกับไตรมาส 1/2568 อยู่ที่ 45.37% และ 46.48% ตามลำดับ จากการตั้งค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือในกลุ่มวัตถุดิบทางการเกษตรแปรรูป (พริกดอง) หลังการฟื้นตัวของอุปสงค์ในตลาดสหรัฐ ชะลอกว่าที่บริษัทคาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ดี บริษัทยังคงรักษาระดับความสามารถในการทำกำไรได้ในระดับสูง เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอาหารส่งออก                นอกจากนี้ XO ยังเดินหน้าขยายศักยภาพการผลิตและบริหารจัดการวัตถุดิบอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการของตลาดต่างประเทศที่เติบโต โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 2,190.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 ขณะที่ยังคงมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง และมีส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,833.55 ล้านบาท                ภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาสแรก สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ XO ในตลาดโลก รวมถึงศักยภาพการเติบโตของธุรกิจอาหารไทยและซอสปรุงรสในตลาดส่งออก ท่ามกลางแนวโน้มความต้องการสินค้าอาหารเอเชียที่ยังขยายตัวต่อเนื่องในหลายภูมิภาคทั่วโลก ขณะที่บริษัทได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางค่อนข้างจำกัด เนื่องจากลูกค้าได้มีการวางแผนระยะเวลาการสั่งซื้อและขนส่งสินค้าล่วงหน้ามาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา โดยระยะเวลาขนส่งปรับจากประมาณ 3 – 4 สัปดาห์ เป็น 5 – 6 สัปดาห์ อีกทั้ง ลูกค้าของบริษัทมีสัดส่วนการส่งออกไปยังตะวันออกกลางในระดับไม่สูงมากนัก@ขยายฐานลูกค้า                นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าขยายฐานลูกค้าในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ผ่านทีมขายและการทำการตลาด รวมถึงการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในหลายประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสในการขยายฐานลูกค้ารายใหม่ ควบคู่กับการเพิ่มคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายเดิม โดยบริษัทเตรียมเข้าร่วมงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย ซึ่งจะจัดขึ้นในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 26 – 30 พฤษภาคม 2569 เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและต่อยอดการเติบโตของผลิตภัณฑ์ซอสพริกและซอสปรุงรสไทยในตลาดโลกเพิ่มเติมต่อไป

SET Index เปิดที่ 1,513.73 จุด -4.01จุด (-0.26 %)
อ่าน

SET Index เปิดที่ 1,513.73 จุด -4.01จุด (-0.26 %)

#ทันหุ้น #SET Index เปิดที่ 1,513.73 จุด -4.01จุด (-0.26 %)CGSI มองกรอบ SET Index 1,500-1,530 ตลาดกังวล “Bond Vigilantes” หรือ การแห่ขายพันธบัตรส่งผลให้ Bond yields พุ่งสูงขึ้น และ ราคาน้ำมันยังทำให้นักลงทุนวิตกกังวลว่าเงินเฟ้อและต้นทุนการกู้ยืมอาจจะอยู่ในระดับสูงต่อไปอีก แนะนำ BDMS KKP• SET Index: เรามองกรอบ SET Index 1,500-1,530 ตลาดกังวล “Bond Vigilantes” หรือ การแห่ขายพันธบัตรส่งผลให้ Bond yields พุ่งสูงขึ้น และ ราคาน้ำมันยังทำให้นักลงทุนวิตกกังวลว่าเงินเฟ้อและต้นทุนการกู้ยืมอาจจะอยู่ในระดับสูงต่อไปอีกหุ้นแนะนำBDMS:เรามองว่าความกังวลของนักลงทุนต่อผลกระทบจากสงครามสหรัฐ–อิหร่านต่อ BDMS นั้นเกินจริง เนื่องจากผู้ป่วยจากตะวันออกกลางมีสัดส่วนเพียง 4% ของรายได้ 2025(Take profit: 18.60 / Stop loss: 18.00)KKP:กำไรสุทธิไตรมาส 1 ของธนาคารอยู่ที่ 1.96 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นแรงถึง 84% yoy และ 10.4% qoq สูงกว่าประมาณการของเรา 10%เราปรับประมาณการ EPS ปี 2026–2028 ขึ้น 7.9–16.2% เพื่อสะท้อนการเติบโตสินเชื่อที่สูงขึ้น, net interest margin ที่กว้างขึ้น และ cost-to-income ratio ที่ลดลง(Take profit: 82.25 / Stop loss: 80.75)

SNNP มีสัญญาณฟื้นตัวQ2ทุ่ม100ล้านรีโนเวตไลน์ผลิต
อ่าน

SNNP มีสัญญาณฟื้นตัวQ2ทุ่ม100ล้านรีโนเวตไลน์ผลิต

#SNNP #ทันหุ้น - SNNP ไตรมาส 2/2569 มีสัญญาณฟื้น เร่งปรับกลยุทธ์หมุนเวียนรสชาติใหม่กระตุ้นดีมานด์ พร้อมจับมือพันธมิตรคลอดแคมเปญใหม่กระตุ้นยอดขาย เล็งควักงบลงทุน 100 ล้านบาท รีโนเวตเครื่องจักร อัพศักยภาพการผลิต พร้อมขยายช่องทางออนไลน์ ฟากโบรกชี้กำไรไตรมาส 2/69 ฟื้นตัวนายวิโรจน์ วชิรเดชกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานธุรกิจภายในประเทศ บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน)  หรือ SNNP เปิดเผยว่า เบื้องต้นคาดแนวโน้มธุรกิจในไตรมาส 2/2569 มีโอกาสปรับตัวดีขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาส 1/2569 เพราะเริ่มเห็นสัญญาณของยอดขายในประเทศช่วงเดือนเมษายน 2569 ที่ขึ้นจากเดือนมีนาคม 2569 และดีต่อเนื่องจนถึงช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้ ขณะที่ช่องทางในตลาดต่างประเทศภาพรวมมีแนวโน้มที่ปรับตัวดีขึ้น@ เล็งรุกตลาดออนไลน์ทั้งนี้บริษัทได้มีการปรับกลยุทธ์ใหม่ ท่ามกลางสภาวะกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัว โดย SNNP วางกลยุทธ์เน้นการทำ "Flavor Rotation Strategy" หรือการหมุนเวียนรสชาติใหม่ๆ เพื่อกระตุ้นความต้องการ(ดีมานด์) นี้ ในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้าพร้อมกันนี้ยังเตรียมจะได้เห็นการทำ Collaboration ร่วมกับแบรนด์อื่นเพื่อออก สินค้าในลักษณะ Seasonal ตลอดจนแคมเปญ ใหม่ๆ ในช่วงไตรมาส 3/2559  เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นการบริโภคในช่วงฤดูฝนที่เป็นช่วง Low Season ของธุรกิจ หวังสนับสนุนดีมานด์อีกทางหนึ่ง รวมทั้งมองหาโอกาสในการขยายช่องทางขายในรูปแบบออนไลน์ เพื่อกระตุ้นยอดขายเพิ่มเติมด้วยส่วนตลาดต่างประเทศนั้นทางบริษัทคงมุ่งให้ความสำคัญกับในแง่ของการบริหารจัดการต้นทุน โดย SNNP มุ่งเน้นการทำ Project Saving และการบริหารจัดการวัตถุดิบ (Raw Material) อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการสำรองวัตถุดิบในส่วนต่างๆ ล่วงหน้าสำหรับการดำเนินงาน  เพื่อลดผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้นและรักษาอัตรากำไร (Margin) ให้ฟื้นตัว นอกจากนี้ บริษัทได้วางงบลงทุนไว้ราว 100 ล้านบาท เพื่อรองรับการปรับปรุง (รีโนเวต) เครื่องจักรในส่วนต่างๆ เพื่อเสริมศักยภาพการผลิตให้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งบริษัทยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจตามกรอบความยั่งยืน (ESG) โดยมีโครงการรองรับที่ครอบคลุมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวต่อไป@ แววกำไร Q2 ฟื้นด้านนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด กล่าวว่า ฝ่ายวิเคราะห์มีมุมมองเป็นบวกต่อหุ้น SNNP เพราะคาดแนวโน้มกำไรในไตรมาส 2/2569 จะฟื้นตัวจากไตรมาส 1/2569 ผลมาจากภาพรวมยอดขายที่ดีขึ้น โดยฝ่ายวิเคราะห์มองอัตราการทําไรขั้นต้นไตรมาสนี้อยู่ราว  26.9% อย่างไรก็ดี ในช่วงที่ผ่านมา ทาง SNNP อยู่ใน SET ESG Ratings ปี 2568 ที่ระดับ AA ratings โดย ด้านสิ่งแวดล้อมบริษัทมุ่งเน้น ด้านการลดก๊าซเรือนกระจก เน้นใช้บรรจุภัณฑ์ที่น่ากลับมาใช้ใหม่หรือย่อยสลายได้ตามธรรมชาติด้านสังคมเน้นเรื่องสิทธิมนุษยชนและสุขภาพของผู้บริโภคดังนั้น จากปัจจัยดังกล่าว ประกอบกับพื้นฐานของธุรกิจที่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี อีกทั้งบริษัทยังมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง จึงทำให้ฝ่ายวิเคราห์ประเมินราคาเป้าหมายหุ้น SNNP ไว้ระดับ 6.90 บาท รวมทั้งมองเป็นโอกาสในการเข้าลงทุนเมื่ออ่อนตัว

STA กสิกรไทย คาดกำไร Q2/69 ปรับตัวดีขึ้น ทบทวนราคาเป้าหมายใหม่
อ่าน

STA กสิกรไทย คาดกำไร Q2/69 ปรับตัวดีขึ้น ทบทวนราคาเป้าหมายใหม่

#STA #ทันหุ้น-บล.กสิกรไทย ออกบทวิเคราะห์หุ้นบริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA โดยคาดว่ากำไรไตรมาส 2/69 จะปรับตัวดีขึ้นทั้ง YoY และ QoQ โดยมีปัจจัยหนุนจากราคาขายเฉลี่ย(ASP) ที่สูงขึ้น ทั้งในธุรกิจยางธรรมชาติและธุรกิจถุงมือยาง ฝ่ายวิจัยคาดว่าราคายางจะมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตลอดทั้งปี จากราคายางสังเคราะห์ที่อยู่ในระดับสูง และอุปทานยางธรรมชาติที่ตึงตัว ส่งผลให้มองว่าประมาณการกำไรปี 2569 ของ STA มี Upsideส่วนผลดำเนินงานไตรมาส 1/69 ที่ STA รายงานกำไรสุทธิที่ 645 ล้านบาท ลดลง 6% YoY จาก ASP ที่ลดลงทั้งในธุรกิจยางธรรมชาติและธุรกิจถุงมือยาง แต่หากเทียบ QoQ กำไรฟื้นตัว โดยมีปัจจัยหนุนจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของทั้งสองธุรกิจ รวมถึงรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นจากค่าสินไหมชดเชยน้ำท่วม ทั้งนี้หากไม่รวมรายการพิเศษ จะมีกำไรปกติไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 474 ล้านบาท ลดลง 35% YoY แต่เพิ่มขึ้น 78% QoQฝ่ายวิจัยกสิกรไทย ยังคงคำแนะนำซื้อหุ้น STA เนื่องจากคาดว่ากำไรในปี 2569 จะกลับมาเป็นบวก และอยู่ระหว่างทบทวนราคาเป้าหมาย โดยคาดว่าบริษัทจะจัดการประชุมหลังประกาศผลดำเนินการในวันที่ 25 พ.ค.นี้ราคาหุ้น STA เช้านี้เคลื่อนไหวอยู่ที่ 19.00 บาท บวก 0.10 บาท หรือ 0.53% มีมูลค่าการซื้อขาย 30.91 ล้านบาท

Announcement AF2026 Online Audition
ดู

Announcement AF2026 Online Audition

SET Index เช้า 1,498.27 จุด +4.58 จุด (+0.31%)
อ่าน

SET Index เช้า 1,498.27 จุด +4.58 จุด (+0.31%)

#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET Index เช้า 1,498.27 จุด +4.58 จุด (+0.31%)CGSI มองกรอบ SET Index 1,480-1,500 วันนี้จับตา DELTA พ้น Cash Balance และ สถานการณ์ตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง หลังจากมีรายงานว่าอิหร่านได้โจมตีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งความวิตกกังวลดังกล่าวได้บดบังแนวโน้มผลประกอบการไตรมาสแรกที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน เรายังเชื่อว่า SET Index (Value play) จะแข็งแกร่งและทนทานกว่าตลาดหุ้นโลก แนะนำ PTTEP MRDIYT• SET Index: เรามองกรอบ SET Index 1,480-1,500 วันนี้จับตา DELTA พ้น Cash Balance และ สถานการณ์ตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง หลังจากมีรายงานว่าอิหร่านได้โจมตีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งความวิตกกังวลดังกล่าวได้บดบังแนวโน้มผลประกอบการไตรมาสแรกที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน เรายังเชื่อว่า SET Index (Value play) จะแข็งแกร่งและทนทานกว่าตลาดหุ้นโลกหุ้นแนะนำPTTEP: รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2026 ที่ 11,835 ล้านบาท สูงกว่าที่คาด โดยได้แรงหนุนจาก ยอดขายที่แข็งแกร่ง, ราคาน้ำมันเหลวที่สูง และต้นทุนต่อหน่วยที่ต่ำเราคาดว่าในไตรมาส 2/2026F PTTEP จะสามารถส่งมอบ ยอดขายและราคาก๊าซที่สูงขึ้นเล็กน้อย (Take profit: 156.50 / Stop loss: 152.00)MRDIYT: รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2026 ที่ 689 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% yoy โดยได้แรงหนุนจาก ยอดขายที่แข็งแกร่งและการขยาย gross marginแนวโน้มกำไรปี 2026F ยังคงแข็งแกร่ง จาก การขยายสาขาเชิงรุก, การเติบโตของธุรกรรมที่ยืดหยุ่น และความเสี่ยง margin ที่บริหารจัดการได้ (Take profit: 8.95 / Stop loss: 8.45)

SCGP วางกลยุทธ์เชิงรุกใน Q2/69 รับมือศก.โลกผันผวน
อ่าน

SCGP วางกลยุทธ์เชิงรุกใน Q2/69 รับมือศก.โลกผันผวน

#SCGP #ทันหุ้น-SCGP วางกลยุทธ์เชิงรุกต่อเนื่องในไตรมาสที่ 2/69 รับมือความผันผวนของเศรษฐกิจโลก เดินหน้าบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการปรับการใช้พลังงานอย่างเหมาะสม รวมถึงการนำเสนอโซลูชันเพื่อตอบโจทย์ลูกค้า (Customer Centricity) ขณะที่ผลดำเนินงานไตรมาส 1/69 เติบโต จากธุรกิจในอินโดนีเซียที่ฟื้นตัวจากการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดต้นทุน และจากแรงหนุนของการอุปโภคบริโภคในประเทศกลุ่มอาเซียนนายวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP เปิดเผยว่า ภาพรวมในไตรมาสที่ 2/69 เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่จะส่งผลกระทบต่อการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน ความผันผวนของตลาดพลังงาน และนโยบายการค้า อย่างไรก็ตาม ภูมิภาคอาเซียนคาดว่าจะยังเติบโตได้ โดยมีแรงหนุนจากการบริโภคภายในประเทศ ขณะที่ความต้องการในกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวันยังมีแนวโน้มอยู่ในระดับที่ดี ส่วนความต้องการบรรจุภัณฑ์ในกลุ่มสินค้าคงทนคาดว่าจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ยังระมัดระวังและภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง อีกทั้งตลาดยังได้รับแรงสนับสนุนจากการเคลื่อนย้ายฐานการผลิตมายังอาเซียนบริษัทฯ ได้ติดตามสถานการณ์วัตถุดิบอย่างใกล้ชิด และเดินหน้าวางกลยุทธ์เชิงรุกในการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรับมือกับความผันผวนของตลาด โดยมีการบริหารจัดการการใช้พลังงานทดแทนเพื่อลดผลกระทบด้านต้นทุนในระยะยาว และการขยายแหล่งจัดหาวัตถุดิบเรซินจากหลายประเทศ เช่น จีน ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา เพื่อกระจายความเสี่ยงและเสริมความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานพร้อมกันนี้ SCGP มีการปรับแนวทางการดำเนินธุรกิจโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centricity) และการปรับพอร์ตธุรกิจด้วยการพัฒนาโซลูชันบรรจุภัณฑ์ที่จะช่วยทดแทนวัตถุดิบ ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของตลาดและเพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจของลูกค้า อาทิ บรรจุภัณฑ์แบบไฮบริด หรือกระดาษเคลือบพอลิเมอร์ พร้อมทั้งสร้างความร่วมมือระยะยาวกับลูกค้า ยกระดับห่วงโซ่การผลิต และมองหาโอกาสขยายสู่ตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ เพื่อรองรับการเติบโตในอาเซียนและตลาดโลก**ผลดำเนินงาน Q1/69สำหรับผลดำเนินงานไตรมาส 1/69 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 29,295 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลงร้อยละ 3 จากไตรมาสก่อน ส่วน EBITDA เท่ากับ 4,641 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 จากไตรมาสก่อน และกำไรสำหรับงวด 1,566 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 74 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 30 จากไตรมาสก่อนภาพรวมอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคในอาเซียนและการส่งออกยังคงดีต่อเนื่อง โดย SCGP ได้ดำเนินกลยุทธ์มุ่งเพิ่มสัดส่วนรายได้บรรจุภัณฑ์เพื่อผู้บริโภคในอาเซียนซึ่งเป็นตลาดหลักและยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centricity) จึงสามารถขยายโอกาสทางธุรกิจและขับเคลื่อนการเติบโตได้ตามแผนงานที่สอดคล้องกับแนวทางของบริษัทฯขณะเดียวกัน ผลการดำเนินงานในอินโดนีเซียฟื้นตัวอย่างชัดเจน จากการบริหารต้นทุนทางการเงิน การปรับโครงสร้างการใช้พลังงาน และการบูรณาการห่วงโซ่การผลิตของธุรกิจกระดาษบรรจุภัณฑ์ภายหลังการเข้าถือหุ้นร้อยละ 100 ใน PT Prokemas Adhikari Kreasi (MYPAK) ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษคุณภาพในอินโดนีเซีย รวมถึงมีการนำเทคโนโลยี ระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และ Machine Learning มาประยุกต์ใช้ในการผลิตบริษัทฯ ยังคงพัฒนาองค์กรให้มีความคล่องตัวและขับเคลื่อนด้วยบุคลากรคุณภาพ ผ่านการเสริมสร้างธรรมาภิบาล การพัฒนาศักยภาพ และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจและการดำเนินงาน ไปพร้อมกับการใช้ระบบอัตโนมัติ ข้อมูล และ AI เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและควบคุมต้นทุนตลอดห่วงโซ่อุปทาน ขณะเดียวกัน บริษัทฯ บูรณาการแนวทางความยั่งยืนเข้ากับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาสที่ 1 มีสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงทางเลือกอยู่ที่ร้อยละ 35 ควบคู่กับเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 25 ภายในปี 2573 และมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2593 ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้รับการคงอันดับ MSCI ESG ระดับ A และได้รับรางวัล Gallup Exceptional Workplace Award (GEWA) 2569 ประเภท Engagement Winner ที่แสดงถึงความมุ่งมั่นในการสร้างองค์กรที่พนักงานมีความผูกพันอย่างโดดเด่น เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน

SET Index เปิดที่ 1,486.23 จุด +7.10 จุด (+0.48%)
อ่าน

SET Index เปิดที่ 1,486.23 จุด +7.10 จุด (+0.48%)

#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET Index เปิดที่ 1,486.23 จุด +7.10 จุด (+0.48%)CGSI มองกรอบ SET Index 1,460-1,500 จุด โดย เราเชื่อว่า SET Index วันนี้มีโอกาสปรับตัวขึ้นตามผลประกอบการณ์ 1Q26 ของ DELTA ซึ่งออกมาสูงกว่าคาดการณ์ ติดตามการประกาศผลประกอบการณ์ 1Q26 อื่นๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ Trading DELTA (งบดีกว่าคาด 10%) KBANKInvestment Strategy• SET Index: เรามองกรอบ SET Index 1,460-1,500 จุด โดย เราเชื่อว่า SET Index วันนี้มีโอกาสปรับตัวขึ้นตามผลประกอบการณ์ 1Q26 ของ DELTA ซึ่งออกมาสูงกว่าคาดการณ์ ติดตามการประกาศผลประกอบการณ์ 1Q26 อื่นๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศหุ้นแนะนำDELTA: รายงานกำไรสุทธิหลักไตรมาส 1/2026 ที่ 8.84 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นแรง 77% yoy และ 23% qoq สูงกว่าประมาณการของเรา 9% และเหนือ Bloomberg consensus 13% ยอดขายอยู่ที่ 61.4 พันล้านบาท (+44% yoy, +6% qoq) สอดคล้องกับคาดการณ์ขณะที่ OPM สูงกว่าที่เราคาด 140bp จาก gross margin ที่แข็งแกร่งกว่าคาดvแม้ผลประกอบการออกมาแข็งแกร่ง แต่เรามองว่า valuation ปัจจุบันสะท้อนปัจจัยบวกไปแล้ว จึงยังคงคำแนะนำ ลดน้ำหนัก (Reduce) พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 253 บาท (Take profit: 320.00 / Stop loss: 305.00)KBANK:ทำกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 6.4% yoy และ 42.7% qoq เป็น 1.47 หมื่นล้านบาทใน 1Q26 ซึ่งสูงกว่าประมาณการของเรา 27% เราปรับประมาณการ EPS ในปี FY26-28 ขึ้น 3.4-8.7% หลังปรับเพิ่มอัตราการเติบโตของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยและปรับลดอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Take profit: 193.00 / Stop loss: 189.00)

SCGD กำไร Q1/69 ที่ 246.34 ลบ. โต 13.69% จากปีก่อน
อ่าน

SCGD กำไร Q1/69 ที่ 246.34 ลบ. โต 13.69% จากปีก่อน

#SCGD #ทันหุ้น-บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGD แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า ไตรมาส 1/69 มีกำไร 246.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.69% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไร 216.67 ล้านบาท ซึ่งในไตรมาส 1/69 บริษัทมีความสามารถในการทำกำไรแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยมี EBITDA อยู่ที่ 780 ล้านบาท ลดลง 3% จากโรงงานในเวียดนามมีการหยุดเดินเครื่องเพื่อซ่อมบำรุงตามแผนในช่วงเทศกาลตรุษญวน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงเพิ่มขึ้นส่วนรายได้จากการขายในไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 5,552 ล้านบาท ลดลง 7% จากปีก่อนหน้า จากความต้องการในประเทศไทยชะลอตัว ชดเชยด้วยปริมาณการขายที่สูงขึ้นในประเทศเวียดนามอัตราการทำกำไรขั้นต้นไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 26.4% ลดลงจากไตรมาสก่อนที่ 26.7% และจากปีก่อนที่ 26.5% สอดคล้องกับปริมาณการขายที่ลดลง ผลกระทบของค่าเงินบาทแข็งค่า และจากค่าใช้จ่ายด้านซ่อมบำรุงเพิ่มขึ้นระหว่างที่โรงงานหยุดเดินเครื่องในช่วงเทศกาลตรุษญวนบริษัทมีสัดส่วนการส่งออกไปยังประเทศในตะวันออกกลางน้อยกว่า 1% ของยอดขายส่งออกรวมทั้งหมด อย่างไรก็ตาม บริษัทได้วางแผนรองรับผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันโลก ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาพลังงานหลักที่ใช้ในการผลิตกระเบื้อง ได้แก่ ราคาก๊าซธรรมชาติและราคาถ่านหิน รวมถึงผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ทำให้ค่าขนส่งภายในประเทศปรับตัวสูงขึ้น ดังนี้-พิจารณาปรับราคาขายสินค้าให้สะท้อนต้นทุนการผลิตที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างเหมาะสม-พิจารณาการใช้พลังงานทางเลือก เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานที่มีต้นทุนสูงขึ้น-เพิ่มระดับสินค้าคงคลังสำรอง (Safety Stock) สำหรับวัตถุดิบที่มีความสำคัญ ควบคู่กับการเจรจากับซัพพลายเออร์รายหลัก เพื่อประกันความต่อเนื่องของวัตถุดิบ เช่น ถ่านหินและวัตถุดิบอื่น ๆ เพื่อลดความเสี่ยงด้านการขนส่งและความผันผวนของราคา-เจรจากับพันธมิตรผู้ให้บริการขนส่ง เพื่อบริหารจัดการและลดความผันผวนของต้นทุนพลังงานที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่ง-เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และบริหารฐานการผลิตแบบองค์รวม รวมถึงควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานให้สอดคล้องกับระดับยอดขาย-ทบทวนและจัดลำดับความสำคัญของงบลงทุน (CAPEX) รวมถึงการยกเลิกหรือชะลอโครงการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนในระดับจำกัด

UAC อนุมัติจ่ายเงินปันผล 0.20 บ. ลุยขยายพลังงาน-ต่อยอด New S-Curve
อ่าน

UAC อนุมัติจ่ายเงินปันผล 0.20 บ. ลุยขยายพลังงาน-ต่อยอด New S-Curve

#ทันหุ้น - เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ UAC ได้จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 โดยที่ประชุมมีมติอนุมัติการรับรองงบการเงินประจำปี 2568 และการจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.20 บาทต่อหุ้นสำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 1,672.97 ล้านบาท และยังคงรักษาระดับ EBITDA ที่ 237.15 ล้านบาท สะท้อนความสามารถในการบริหารต้นทุนและโครงสร้างธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องภายใต้ 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจเทรดดิ้ง ธุรกิจพลังงาน และธุรกิจปิโตรเลียม โดยตั้งเป้ารายได้เติบโตประมาณ 15% และยกระดับ EBITDA ให้มีสัดส่วนมากกว่า 20% ของรายได้ ในเป้าหมายระยะยาวพร้อมกันนี้ บริษัทมุ่งยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานควบคู่กับการขยายกำลังการผลิต โดยเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์และการบริหารต้นทุน เพื่อผลักดันการเติบโตของรายได้และความสามารถในการทำกำไรในระยะยาวนางสาว อลิสา ชีวะเกตุ General Manager - Strategic Investment กล่าวว่า “UAC มุ่งสร้างการเติบโตผ่านการยกระดับประสิทธิภาพของธุรกิจหลัก ควบคู่กับการพัฒนาโครงการนวัตกรรม (innovation center) ภายใต้ UAC SYNOVA ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการสร้าง New S-Curve และต่อยอดการเติบโตในอนาคต”บริษัทอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการภายใต้ UAC SYNOVA ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ชีวภาพ เช่น สารชีวเคมีและวัสดุชีวภาพ โดยปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการศึกษาความเป็นไปได้และการพัฒนาความร่วมมือกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ และคาดว่าจะเริ่มเห็นความคืบหน้าในระดับโครงการนำร่องภายในไตรมาส 3 นี้นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG โดยมุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และพัฒนาโครงการพลังงานสะอาด เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 อีกทั้งบริษัทยังเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นมีส่วนร่วมในการเสนอวาระการประชุมและชื่อกรรมการล่วงหน้า เพื่อส่งเสริมความโปร่งใสและความเท่าเทียม

เปิดตัวกล่องสุ่มโมเดลชิ้นส่วนโรงงานจาก Arknights: Endfield เตรียมวางขายปลายปีนี้ โรงงานจิ๋วมาแล้ว!
อ่าน

เปิดตัวกล่องสุ่มโมเดลชิ้นส่วนโรงงานจาก Arknights: Endfield เตรียมวางขายปลายปีนี้ โรงงานจิ๋วมาแล้ว!

หนึ่งในระบบเด่นที่ผู้เล่นทุกคนต้องเจอเมื่อได้สัมผัสกับเกม Arknights: Endfield ก็คือระบบสร้างฐาน "AIC" ซึ่งระบบนี้ได้เปิดโอกาสให้ผู้เล่นหัวครีเอทหลายคนได้งัดเอาไอเดียมาประชันกันอย่างเต็มที่ เพื่อรีดเค้นประสิทธิภาพของโรงงานในการผลิตไอเทมและทรัพยากรต่าง ๆ ให้ออกมาคุ้มค่าที่สุดแต่คราวนี้เหล่า Endmin เตรียมตัวเสียทรัพย์ในชีวิตจริงกันได้เลย! เพราะล่าสุดทางค่าย Hypergryph ได้ประกาศจับมือกับ Planet Ring Industry เปิดตัวสินค้าใหม่สุดครีเอท "Integrated Industry Equipment Collection Box" ซึ่งเป็นกล่องสุ่มโมเดล "ชิ้นส่วนโรงงาน" จากภายในเกม ที่ให้แฟน ๆ ได้นำมาต่อเติมและจัดวางเพื่อจำลองการสร้างโรงงานขนาดย่อส่วนกันในโลกจริงแบบฟิน ๆ โดยมีกำหนดวางจำหน่ายในช่วงเดือนธันวาคม 2026 นี้สำหรับโมเดลชุดนี้จะแบ่งการจำหน่ายออกเป็นหลายรูปแบบ ดังนี้:แบบ A: ยูนิตขนาดเล็ก สนนราคา 49 หยวน/กล่อง (ประมาณ 230 บาท)แบบ B: ยูนิตขนาดใหญ่ สนนราคา 79 หยวน/กล่อง (ประมาณ 370 บาท)แพ็กชิ้นส่วนเสริม: สนนราคา 29 หยวน (ประมาณ 135 บาท)(หมายเหตุ: ทุกกล่องจะแถมสายพานที่ทำจากวัสดุอะคริลิกมาให้ด้วย)นอกจากนี้ สำหรับชิ้นส่วนสำคัญอย่าง "เสาพลังงานหลัก" จะถูกแยกวางจำหน่ายต่างหาก โดยมีให้เลือก 2 แบบ คือ:แบบประกอบสำเร็จรูป: สนนราคา 498 หยวน (ประมาณ 2,400 บาท) ซึ่งมาพร้อมกับลูกเล่นไฟ LED และสามารถหมุนได้แบบแยกชิ้นส่วนไปประกอบเอง: สนนราคา 198 หยวน (ประมาณ 940 บาท) มีลูกเล่นไฟ LED เหมือนกัน แต่จะไม่สามารถหมุนได้งานนี้เหล่า Endmin คนไหนที่อยากสานฝันเป็นเจ้าของโรงงานย่อส่วน ลองไปสอบถามหรือสั่งพรีออเดอร์กับร้านขายของสะสมเจ้าประจำกันดูได้เลยครับว่าจะมีนำเข้ามาขายหรือไม่!ข้อมูลอ้างอิงจากFigsoku

NERปันผลสุดเร้าใจ เจาะสินค้าไฮมาร์จิ้น
อ่าน

NERปันผลสุดเร้าใจ เจาะสินค้าไฮมาร์จิ้น

#NER #ทันหุ้น – NER เคาะปันผลปี 68 อีก 0.26 บาทต่อหุ้น รับทรัพย์ 7 พ.ค.นี้ พร้อมเร่งเกมรุกปี 69 ปักธงยอดขาย 3.2 หมื่นล้านบาท เดินหน้าขยายตลาดอินเดีย ลุยสร้างโรงงานแห่งที่ 3 ดันกำลังผลิตทะยานเกิน 8.35 แสนตันต่อปี เสริมแกร่งธุรกิจยางครบวงจร แถมต่อยอดสินค้ามาร์จิ้นสูง-เกาะเมกะเทรนด์ EV นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER เปิดเผยว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสด สำหรับผลการดำเนินงานงวดปี 2568 (1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2568) ในอัตราหุ้นละ 0.31 บาท โดยบริษัทได้จ่ายปันผลระหว่างกาลแล้ว 0.05 บาทต่อหุ้น คงเหลือจ่ายอีก 0.26 บาทต่อหุ้น กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 23 เมษายน 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 7 พฤษภาคม 2569สำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 30,510.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.96% และมีกำไรสุทธิ 1,884.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.04% จากปีก่อน โดยมีปริมาณการขายรวม 475,430 ตัน เพิ่มขึ้น 8.25% สะท้อนความต้องการใช้ยางธรรมชาติที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ*ดันกำลังผลิตสำหรับทิศทางธุรกิจในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยกำลังการผลิตที่ 500,000 ตันต่อปี และยอดขายประมาณ 32,000 ล้านบาท ผ่านกลยุทธ์ขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะอินเดีย ควบคู่กับการทำสัญญาระยะยาวกับผู้ผลิตยางรถยนต์ และการเพิ่มลูกค้าใหม่อีกอย่างน้อย 2 รายปัจจุบัน บริษัทอยู่ระหว่างก่อสร้างโรงงานผลิตยางแท่งและยางผสมแห่งที่ 3 คาดว่าจะเปิดดำเนินการในไตรมาส 1 ปี 2570 ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตอีก 320,000 ตันต่อปี ดันกำลังการผลิตรวมแตะกว่า 835,600 ตันต่อปี รองรับคำสั่งซื้อล่วงหน้าที่มีอยู่ต่อเนื่องถึงกลางปี 2569 รวมถึงความร่วมมือกับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ในการบริหารจัดการวัตถุดิบระยะยาวในด้านการบริหาร บริษัทเน้นควบคุมต้นทุนและบริหารความเสี่ยง ผ่านกลยุทธ์ Matching และ Hedging ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ขณะเดียวกันยังยกระดับการดำเนินงานตามแนวทาง ESG เพื่อเสริมความเชื่อมั่นในระยะยาว*สินค้ามูลค่าสูงขณะเดียวกัน บริษัทได้ขยายธุรกิจไปสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูง โดยเฉพาะ “แผ่นปูรองปศุสัตว์จากยางพารา” ซึ่งเป็นสินค้าคุณภาพสูง ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม และสามารถทำอัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิ้น) สูง โดยมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้การเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลกยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนความต้องการใช้ยางธรรมชาติในระยะยาวบริษัทประเมินสถานการณ์ราคายางธรรมชาติ ปี 2569 ยังคงอยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพ โดยราคาเฉลี่ยในภูมิภาคเอเชียเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบประมาณ 60–80 บาทต่อกิโลกรัม โดยได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการใช้ยางในภาคยานยนต์และอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทสามารถต่อยอดการผลิตและรองรับความต้องการใช้ยางธรรมชาติที่เพิ่มขึ้น พร้อมขับเคลื่อนเป้าหมายการเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยางระดับโลกในระยะยาว

KTC กำไรไตรมาส 1/2569 แตะ 2,171 ล้านบาท โต 16.7%
อ่าน

KTC กำไรไตรมาส 1/2569 แตะ 2,171 ล้านบาท โต 16.7%

#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #KTC กำไรไตรมาส 1/2569 แตะ 2,171 ล้านบาท โต 16.7%บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTC) รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 2,171 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่งบเฉพาะกิจการมีกำไรสุทธิ 2,164 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.3% สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนและการควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ แม้รายได้รวมเติบโตในระดับจำกัดรายได้รวมของกลุ่มบริษัทอยู่ที่ 6,889 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.8% จากปีก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 6.0% เหลือ 4,169 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่ลดลง 13.0% ตามคุณภาพพอร์ตที่ดีขึ้น และค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลง 16.1% จากต้นทุนเงินกู้ที่ปรับตัวลดลงในสภาวะดอกเบี้ยขาลงค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย 0.5% ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) อยู่ที่ 35.0% ปรับลดลงจาก 35.1% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพด้านพอร์ตสินเชื่อรวม ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 107,841 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7% จากปีก่อน โดยพอร์ตบัตรเครดิตเติบโต 0.2% จากการควบคุมคุณภาพลูกหนี้และพฤติกรรมการชำระเงินที่ดีขึ้น ขณะที่ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรขยายตัว 3.7% ส่วนพอร์ตสินเชื่อบุคคลเติบโต 3.3%คุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง โดยอัตราส่วน NPL ของงบเฉพาะกิจการอยู่ที่ 1.57% ทรงตัวจากสิ้นปี 2568 ขณะที่ NPL Coverage Ratio เพิ่มขึ้นเป็น 469.7% สะท้อนระดับการตั้งสำรองที่สูง สำหรับงบรวม NPL อยู่ที่ 1.93% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1.79% ขณะที่ Coverage Ratio อยู่ที่ 408.3%Credit Cost ของกลุ่มบริษัทลดลงมาอยู่ที่ 5.1% จาก 6.0% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความสามารถในการบริหารความเสี่ยงด้านเครดิตได้ดีขึ้นในเชิงกลยุทธ์ บริษัทได้เริ่มรุกธุรกิจนายหน้าประกันภัยตั้งแต่ปลายปี 2568 โดยมุ่งสร้างฐานรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยในระยะยาว ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัย พร้อมเดินหน้าพัฒนา Digital Insurance อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการลูกค้าแบบเฉพาะบุคคลสำหรับเป้าหมายปี 2569 บริษัทตั้งเป้ากำไรสุทธิมากกว่า 7,782 ล้านบาท โดยตั้งเป้าการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อรวมที่ 1–2% และการเติบโตของการใช้จ่ายผ่านบัตรที่ 5% พร้อมรักษาระดับ NPL ไม่เกิน 2% ซึ่งผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกยังอยู่ในกรอบเป้าหมายดังกล่าวท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ยังมีความผันผวนจากปัจจัยภายนอกและกำลังซื้อภาคครัวเรือนที่เปราะบาง KTC ยังคงเน้นกลยุทธ์การเติบโตอย่างระมัดระวัง ควบคู่กับการรักษาคุณภาพพอร์ตสินเชื่อ และการขยายฐานลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว