TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “#ไม้สัก” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
บ้านหลังนี้!! สุขภัณฑ์ครึ่งล้าน กับไม้สักพม่า...
Dan Station มาถึงห้องน้ำกันบ้าง ที่ต้องเลือกพื้นไม้ และ สุขภัณฑ์ แต่ราคาบานปลายอีกแล้ว!!??
DANNERAMIT • 4 วันที่แล้ว
อ่าน
ไฟไหม้บ้านเรือนไทยไม้สัก 2 ชั้น นครนายก เสียหาย 5 ล้าน
เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 20 พ.ค. 2567 เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนไทย 2 ชั้น ในพื้นที่หมู่ 4 บ้านดงแขวน ต.เกาะหวาย อ.ปากพลี จ.นครนายก โดยกู้ภัยร่วมกตัญญูเกาะหวายเข้าระงับเหตุ พร้อมประสานกู้ภัยจากจุดใกล้เคียงนำรถดับเพลิงมาสนับสนุนอีกหลายคัน ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงจึงควบคุมเพลิงไว้ได้ เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่ตัวบ้านถูกเพลิงเผาวอดทั้งหลัง คาดมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาทนายฉันท์ อายุ 72 ปี ญาติเจ้าของบ้าน เปิดเผยว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นเรือนไทยไม้สักทั้งหลัง สร้างมาได้ราว 3-4 ปี โดยเจ้าของบ้านจะไม่ได้อยู่ประจำ เพิ่งมีการเดินสายไฟ 3 เฟสเข้าบ้านได้ 3 วัน จึงสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร โดยก่อนจะพบเพลิงไหม้ ชาวบ้านได้ยินเสียงระเบิดดังถึง 3-4 ครั้ง ก่อนที่ไฟจะลุกลามอย่างรวดเร็ว ขณะที่เมื่อช่วงกลางวันยังเกิดไฟไหม้หญ้าบริเวณข้างบ้านหลังนี้ด้วยด้าน นายสุรชาติ อินทรสุนทร อายุ 26 ปี กู้ชีพร่วมกตัญญู จุดเกาะหวาย ระบุว่า เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุพบเพลิงกำลังลุกไหม้รุนแรง มีเสียงระเบิดดังถึง 4-5 รอบ จึงรีบประสานรถน้ำจากหน่วยงานใกล้เคียงมาช่วยดับเพลิง ซึ่งโชคดีที่ขณะเกิดเหตุไม่มีใครอยู่ในบ้าน แต่เมื่อตรวจสอบรอบๆ ตัวบ้านก็ไม่พบร่องรอยการลงมือวางเพลิงแต่อย่างใดทั้งนี้ ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ สภ.ปากพลี ได้ลงพื้นที่สอบถามข้อมูลจากญาติเจ้าของบ้านและพยานแล้ว ก่อนจะส่งกองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้อีกครั้ง โดยเบื้องต้นประเมินความเสียหายเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท เนื่องจากบ้านใช้ไม้สักในการสร้างทั้งหลังภาพ : ผู้สื่อข่าว จ.นครนายก
TNN ช่อง16 • 21 พ.ค. 67
อ่าน
วัดพันเตา วัดสวย เชียงใหม่ ชมพระวิหารหลวงไม้สักทอง ศิลปะเชียงแสน
วัดพันเตา หนึ่งในวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในตัวเมือง เชียงใหม่ ที่มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นอย่างมาก บ่งบอกถึงความเป็นล้านนาได้อย่างดี ยิ่งถ้าใครได้ไปในช่วงเวลากลางคืน ที่มีการเปิดไฟสว่างสวยงามแล้วนั้น จะยิ่งอยากไปสักการะกันแน่นอนค่ะ 35 ที่เที่ยวเชียงใหม่ ทริปไหนๆ ก็ต้องไม่พลาดไปเช็กอิน ที่เที่ยวเชียงใหม่ เยือน วัดสวย วัดพันเตา รับเน็ตชมความบันเทิงได้ที่นี่ วัดพันเตา อยู่ใน ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเมื่อก่อนนั้นคนเชียงใหม่จะเรียกกันว่า "วัดปันเต้า" (พันเท่า) โดยมีความหมายว่า การทำบุญเพียงหนึ่งที่จะได้บุญกลับไปพันเท่า แต่ภายหลังได้เพี้ยนมาเป็นคำว่า "พันเตา" นั่นเองค่ะ ประวัติความเป็นมาของวัดนี้จะสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 21 ช่วงเดียวกับการสร้างพระเจดีย์หลวงเลย หรือเมื่อประมาณ 500 ปีมาแล้ว โดยมีไฮไลท์ของ วัดพันเตา อยู่ที่วิหารไม้สักทอง หรือ พระวิหารหอคำหลวง ค่ะ สร้างจากไม้สักทั้งหลังตามศิลปะแบบเชียงแสน สลักลวดลายวิจิตรบรรจงอย่างมาก ว่ากันว่าเป็นวิหารที่สร้างจากหอคำหรือคุ้มเจ้าหลวงที่ยังหลงเหลืออยู่ และนับว่าสมบูรณ์และสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในล้านนาเลยทีเดียวค่ะ มองจากภายนอกก็จะเห็นได้ว่าเป็นศิลปะแบบเก่าแก่จริงๆ ซึ่งเมื่อก่อนที่นี่ใช้เป็นที่ประทับของพระเจ้ามโหตรประเทศ เจ้านครเชียงใหม่องค์ที่ 5 ต่อมาพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้านครเชียงใหม่องค์ที่ 7 จึงได้รื้อใหม่ แล้วถวายให้เป็นพระวิหารของวัดพันเตาค่ะ นอกจากนี้ยังมีธรรมมาสน์ยกพื้นสูงแบบโบราณอายุกว่าร้อยปีให้ได้ชมอีกด้วย และบริเวณด้านหลังของพระวิหารหอคำหลวง นั้นก็ยังเป็นที่ตั้งของ เจดีย์องค์ประธาน ของ วัดพันเตา โดยเป็นทรงระฆังบนฐานแปดเหลี่ยม รายล้อมด้วยเหล่าเจดีย์รายงดงาม นอกจากนี้ยังมีพระเจดีย์ทราย 7 ชั้น ความสูง 10 เมตร ที่ทางวัดทำไว้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อที่ชาวเชียงใหม่จะได้มาร่วมกัน ปักตุงล้านนา เสริมความเป็นสิริมงคลในช่วงปีใหม่ไทยค่ะ อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ห้ามพลาดของ วัดพันเตา ก็คือจะมีการ ทำพิธีจุดผางประทีป ใน 1 ปีนั้น จะมีการทำพิธีแค่ 4 ครั้งเท่านั้น ซึ่งจะทำในวันพระใหญ่ ได้แก่ วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา และวันลอยกระทง ซึ่ง ผางประทีป นั้นก็คือภาชนะดินเผา ที่ตรงกลางมีลักษณะเป็นหลุมลงไปไม่ลึกมาก เอาไว้ในการใส่ไส้เทียนที่ทำมาจากฝ้ายและขี้ผึ้งนั่นเองค่ะ เป็นอีก วัดสวย ที่อยากให้ลองแวะมาชมความสวยงามกันดูค่ะ ข้อมูล วัดพันเตา เชียงใหม่ ที่ตั้ง : 127/7 ถนนพระปกเกล้า ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/ViqdeV2gPYdhq2TU8 เปิดให้เข้าชม : 06.00-18.00 น. เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/watpantao
ที่เที่ยวดัง • 31 ธ.ค. 66
อ่าน
ไฟไหม้ศาลาไม้สักวัดดังกำแพงเพชร วอดทั้งหลังมูลค่าเสียหายหลายล้าน
เมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 20 ธันวาคม ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกำแพงเพชร ได้รับรายงานเกิดเหตุไฟไหม้ศาลากลางเปรียญไม้สักทอง อายุกว่า 50 ปี ที่ใช้สำหรับประกอบพิธีงานในด้านต่างๆ ของศาสนา ภายในวัดศรีสุทธาวาส (วัดวังน้ำขาว) หมู่ที่ 13 ต.ไตรตรึงษ์ อ.เมือง กำแพงเพชร ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจึงได้ประสานหน่วยงานท้องถิ่นที่ใกล้เคียงเข้าระงับเหตุเบื้องต้น พร้อมกับแจ้งทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรับทราบพร้อมรีบเข้าที่เกิดเหตุเพื่อระงับเหตุ ที่เกิดเหตุเปลวเพลิงโหมลุกไหม้อย่างรวดเร็ว เพราะเป็นศาลาไม้เก่าแก่ที่เป็นเชื้อไฟอย่างดี ประกอบกับเพลิงได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็วจึงทำให้ไม่สามารถระงับเหตุได้ทันที่ จึงทำให้ศาลาไม้สักถูกไฟไหม้ทั้งหลัง เสียหายไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท ผู้สื่อข่าวรายงานเบื้องต้น จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไรก็ตามเหตุการณ์ในครั้งนี้ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต แต่ได้สร้างความตกใจให้กับพระเณรภายในวัด ขณะที่ศรัทธาชาวบ้านต่างเสียใจที่สูญเสียศาลาการเปรียญเก่าแก่ ที่สร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลังมาตั้งแต่ประมาณปี 2518 อายุประมาณ 50-70 ปี ส่วนสาเหตุไฟไหม้ในครั้งนี้ คาดว่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร แต่ต้องรอเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดกำแพงเพชร เข้ามาตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงอย่างละเอียดอีกครั้ง
มติชน • 20 ธ.ค. 65
อ่าน
คนร้ายย่องขโมยประตูไม้สักโบราณศาลเจ้า ระวังเจอสิ่งไม่ดีกับชีวิต วอนให้นำมาคืน
วันที่ 14 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดเหตุคนร้ายขโมยบานประตูไม้สักโบราณศาลเจ้าเก่าแก่อายุนับร้อยปีสูงกว่า 2 เมตร ของอำเภอท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ภายหลังจากที่ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 3 เมตรเปิดทิ้งไว้ยังอยู่ดี พอน้ำลดพากันทำความสะอาดล้างศาลเจ้า บานประตูหายไป 1 บาน เหลือทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า 1 บาน ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบ เกิดเหตุบริเวณศาลเจ้าตั้งอยู่ภายในซอยเทศบาล 1 ตำบลท่าเรือ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา พบว่าประตถทางเข้าศาลเจ้าบานประตูไม้สักหายไป1 บาน ลักษณะของประตูเป็นไม้สักทอง มีขนาดหนา 3 นิ้ว กว้าง 60 เซ็นติเมตร สูง 2 เมตร น้ำหนักกว่า 80 กิโลกรัม หน้าบานประตูแกะสลักเป็นรูปเทพทวาลบาลเฝ้าประตู บานประตูติดตั้งแบบสลักยึดกับพื้้นและวงกลบด้านบน หายไป1 บานเหลือทิ้งไว้ 1บาน สอบถาม นายณัฐไวทย์ กุลวงษ์วาณิชย์ อายุ 44 ปี คณะกรรมการศาลเจ้า บอกว่าศาลเจ้าถูกน้ำท่วมจึง ได้เก็บพระพุทธรูป เจ้าพ่อ โต๊ะเครื่องตั้งไปไว้บนที่สูงพ้นน้ำและเปิดประตูศาลเจ้าทั้งสองบานทิ้งไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดแรงกดดันของน้ำเมื่อสองอาทิตย์ที่ผ่านมาระดับน้ำลดลง ทางสำนักงานเทศบาลตำบลท่าเรือได้นำคนงาน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้ามาฉีดน้ำล้างทำความสะอาดรอบบริเวณศาลเจ้า ยังพบว่าบานประตูศาลเจ้าทั้งสองบานยังอยู่โดยเปิดทิ้งไว้ จนกระทั้งเมื่อวาน คณะกรรมการศาลเจ้า จะอัญเชิญ เจ้าพ่อปุงเถ่ากง ปุงเถ่าม่า มาตั้งประดิษฐ์ยังที่เดิมภายในศาลเจ้า ได้เข้ามาเก็บทำความสะอาดภายในศาลเจ้า พบประตูศาลเจ้าบาน ด้านซ้ายหายไป สอบถามทุกคนแล้วยืนยันว่าช่วงศาลเจ้าถูกน้ำท่วม คณะกรรมการโรงเจได้พายเรือเข้ามาตรวจสอบศาลเจ้าพบว่าประตู หลายครั้ง ยังอยู่ทั้งสองบานแต่เปิดทิ้งไว้ และตอนน้ำแห้งเมื่อสองอาทิตย์ก่อนก็พบว่าประตูยังอยู่ น่าจะหายช่วงวันลอยกระทง และเชื่อว่าคนร้ายต้องมีความชำนาญในการถอดและติดตั้งประตูไม้สักแบบโบราณบานขนาดใหญ่น้ำหนักมาลักษณะอย่างนี้ เนื่องจากในที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยของการงัดแงะแต่อย่างไร คนที่จะถอดต้องมีความชำนาญสูง และตนเองเชื่อว่าหากใครขโมยไปก็จะเจอสิ่งไม่ดีในชีวิต เบื้องต้น ได้แจ้งความไว้ที่โรงพักท่าเรือ เพื่อให้ตำรวจเข้ามาตรวจสอบเก็บหลักฐาน ติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีและติดตามนำเอาบานประตูกลับคืนมา เนื่องจากศาลเจ้าแห่งนี้ถือว่าเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยเชื้อสายจีนในอำเภอท่าเรือเป็นอย่างมาก สำหรับมูลค่าหากตกไปอยู่ในตลาดมืดก็จะได้ราคาสูงเป็นที่นิยมของพวกนักสะสมของโบราณเก่าแก่ หากตำรวจยังติดตามบานประตูกลับคืนมาได้หรือยังจับคนร้ายไม่ได้ ก็เกรงว่ากลุ่มคนร้ายจะหวนกลับมาขโมยบานประตูที่เหลืออีก 1 บานไปอีก เนื่องจากโรงเจแห่งนี้ไม่มีคนเฝ้ามานานแล้วหลังจากคนเฝ้าเดิมเสียชีวิตภายในศาลเจ้าแห่งนี้ไปแล้ว ที่สำคัญที่ผ่านมาไม่เคยปรากฏมีทรัพย์สินของโรงเจของศาลเจ้าหายแต่อย่างไร จึงไม่ได้ติดตั้งระบบป้องกัน ตั้งแต่กุญแจล็อค กล้องวงจรปิด เห็นว่าอยู่ใกล้สำนักงานเทศบาลเปิดไฟส่องแสงสว่างตลอดคืน จากนี้ไปคณะกรรมโรงเจจะต้องทบทวนหามาตรการป้องกันเพิ่มขึ้นอีกเพื่อป้องกันทรัพย์สินหาย ด้าน พ.ต.อ ธีรวุฒิ แสงมณี ผกก.สภ.ท่าเรือ เปิดเผย ว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวน ตรวจสอบกล้องวงจรใกล้เคียง และตรวจสอบหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม ตรวจสอบตามร้านรับซื้อของเก่าซึ่งเชื่อว่าหากขโมยไปอาจจะนำไปขายตามร้านของเก่าหรืออาจจะเป็นการขโมยตามใบสั่งซื้อซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบและติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
มติชน • 14 พ.ย. 65
อ่าน
วัดดอนสัก วัดดัง อุตรดิตถ์ ชมบานประตูไม้สัก หนึ่งในบานที่สวยที่สุด
ใครได้มาเที่ยวที่ อุตรดิตถ์ นี้ น่าจะเคยได้ยินชื่อเสียงของ วัดสวย วัดดัง กันมาบ้างแล้ว ซึ่งที่ วัดดอนสัก ที่เราจะพาทุกคนไปสักการะไหว้พระนั้น จัดว่าเป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมอันงดงาม ที่หาชมได้ยากมากๆ อีกด้วยนะคะ ตามเราไปดูดีกว่า สิ่งที่สวยงดงามของวัดแห่งนี้จะเป็นอะไรกัน 20 ที่เที่ยวอุตรดิตถ์ เมืองลับแล ที่น่าไปแลแบบไม่ลับ ที่เที่ยวอุตรดิตถ์ วัดดัง งดงามด้วยบานประตูไม้สัก ณ วัดดอนสัก ไฮไลท์ ของ วัดดอนสัก วัดดอนสัก ตั้งอยู่ใน ตำบลฝายหลวง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็น วัดดัง ของที่นี่เลย ซึ่งก็ได้ชื่อคำว่า ดอนสัก นั้น มาจากการที่สร้างวิหารด้วยไม้สักเพียงต้นเดียวที่ขึ้นอยู่บนเนินสูงตามธรรมชาตินั่นเองค่ะ โดยวิหารนี้จะที่มีบานประตูไม้สักที่สวยงามเรียกได้ว่าเป็น 1 ใน 3 คู่ของจังหวัดอุตรดิตถ์เลย ซึ่งทั้งหมดจะมี บานประตูวิหารของวัดพระฝาง บานประตูพระวิหารของวัดพระแท่นศิลาอาสน์ และที่นี่ บานประตูวิหารวัดดอนสัก โดยประตูแห่งนี้เป็น 1 ใน 2 คู่ บานประตูสำคัญของจังหวัด ที่ยังคงหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบันค่ะ สันนิษฐานกันว่าน่าจะสร้างมาตั้งแต่ในสมัยอยุธยาตอนปลายแล้ว เพราะบานประตูนั้นมีลวดลายที่สวยงามในลักษณะรูปแบบสถาปัตยกรรมเชียงแสนปนสุโขทัยนั่นเองค่ะ โดยตัวเสาประตูเป็นลายกนกใบเทศ สลับลายกนกก้ามปู ส่วนที่บานประตูเป็นไม้แกะสลักทั้งบาน รูปลายกนกก้านขด และก็มีรูปสัตว์หิมพานต์แทรกอยู่ในลวดลายกนกต่างๆ ด้วยค่ะ สวยงาม มีความอ่อนช้อยแบบหาที่ติไม่ได้เลยจริงๆ รวมถึงลายของบานประตูทั้งของบานซ้ายและขวานั้นจะไม่เหมือนกันเลยค่ะ แต่ถ้าบานประตูปิดลง เราก็จะเห็นลวดลายที่มีความลงตัวและเข้ากันได้อย่างสวยงามเลยทีเดียว เป็นการแสดงฝีมือของช่างโบราณที่หาชมได้ยาก อีกทั้งยังได้รับการยกย่องว่าเป็นบานประตูไม้จำหลักโบราณของ อุตรดิตถ์ ที่สวยงดงามและเป็นของโบราณคู่จังหวัดนี้นั่นเอง ถ้ามาเที่ยวที่นี่ ก็อย่าลืมมาชมกันนะคะ เพราะทรงคุณค่าและหาชมได้ยากมากจริงๆ ค่า ข้อมูล วัดดอนสัก อุตรดิตถ์ ที่อยู่ : ตำบลฝายหลวง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ พิกัด : https://goo.gl/maps/ZxM9R5UF1qGndYpe8 เปิดให้เข้าชม : 08.00-18.00 น. โทร : - เว็บไซต์ : -
ที่เที่ยวดัง • 31 ต.ค. 65
อ่าน
ไฟไหม้ บ้านไม้สัก อายุกว่า 80 ปี วอดทั้งหลัง เจ้าของยืนมอง สุดชอกช้ำ
ไฟไหม้ บ้านไม้สัก อายุกว่า 80 ปี วอดวายทั้งหลัง เหลือแต่เสา เจ้าของยืนมอง ด้วยความเจ็บปวด เสียใจ ภรรยาเผย ไฟชอร์ต ก่อนประกายเพลิงแล่บ ลุกโหม วันที่ 24 เม.ย.2565 ตำรวจสภ.เมืองตาก รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านบ่อไม้หว้า หมู่ 3 ต.น้ำรึม อ.เมือง จึงนำกำลังไปตรวจสอบ พบเพลิงลุกไหม้บ้านไม้สักอายุกว่า 80 ปี เสียหายทั้งหลัง ใช้เวลา 1 ชั่วโมงจึงคุมเพลิงไว้ได้ ทางนายรวย จันทร์ชร อายุ 75 ปี เจ้าของบ้านเผยว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนนอนในไร่ห่างจากบ้านประมาณ 5 กิโลเมตร ให้ภรรยากับน้องสาวที่ป่วย อยู่กันสองคน จนมีคนวิ่งมาบอกว่าไฟไหม้ จึงรีบกลับมาเห็นเพลิงวอดบ้านไม้ทั้งหลัง ก็รู้สึกเสียใจมาก ด้านภรรยานายรวยเผยว่า ก่อนเกิดเหตุมีไฟฟ้าลัดวงจร บริเวณสวิตช์ไฟติดกับเสาบ้าน ทำให้เกิดประกาย จนเพลิงลุกอย่างรวดเร็ว ตนได้เรียกเพื่อนบ้านมาช่วยกันตักน้ำไปดับไฟแล้ว แต่ไม่ทันการณ์ จนเหลือแต่เสาในขณะนี้ ซึ่งทางตำรวจจะประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบหาสาเหตุต่อไป
ข่าวสด • 24 เม.ย. 65
อ่าน
วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง วัดสวย เลย ชมความงามโบสถ์ไม้สัก สวยสง่ากลางขุนเขา
คงจะดีไม่น้อยหากเราได้ไปทำบุญไหว้พระ สัมผัสธรรมชาติ และชมวิวสวยๆ ไปพร้อมๆ กัน วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง เป็น วัดสวย เลย ที่มาพร้อมกับสถาปัตยกรรมสุดวิจิตรงดงามของโบสถ์ไม้สักแกะสลักทั้งหลัง ตั้งโดดเด่นท่ามกลางขุนเขาและสายหมอก อีกทั้งยังเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธเจ้าไภสัชยาคุรุไวฑูรยประภา จอมแพทย์ บรรจุองค์พระบรมสารีริกธาตุ ให้พวกเราได้ไปกราบไหว้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย สายบุญ สายเที่ยวธรรมชาติไม่ควรพลาดเลยค่ะ ไหว้พระ 9 วัด เลย เที่ยววัดสวย สุดสโลว์ไลฟ์ เอาใจสายบุญ 21 ที่เที่ยวเลย ห้ามพลาด เมืองทะเลภูเขา สุดหนาวในไทย วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง ที่เที่ยวเลย ชมความงาม โบสถ์ไม้สักสุดวิจิตร ประวัติ วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง เป็นวัดสวยตั้งอยู่ท่ามกลางทะเลแห่งขุนเขาใน ตำบลหนองบัว อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย เดิมมีชื่อว่า วัดพระกริ่งปวเรศ เป็นพระอารามที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงพระราชทานเงินซื้อที่ดินสำหรับสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นมา มีสถาปัตยกรรมแบบล้านช้างประยุกต์ แต่ยังคงความวิจิตรงดงาม และเข้ากับธรรมชาติโดยรอบได้เป็นอย่างดี ตอบโจทย์สำหรับสายบุญแสวงหาความเงียบสงบ และกลิ่นอายธรรมชาติอันบริสุทธิ์ค่ะ ไฮไลท์ วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง ไฮไลท์แรกที่อยากแนะนำคือ โบสถ์วิหาร วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง สถาปัตยกรรมล้านช้างที่สร้างขึ้นจากไม้สัก มุมหลังคาด้วยไม้สนซีดาร์ ผสมผสานกับไฟเบอร์ซีเมนต์ นวัตกรรมขั้นสูงที่ทำให้มีน้ำหนักเบา แต่ยังคงความงดงามเอาไว้ได้เป็นอย่างดี ด้านในเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธเจ้าไภสัชยาคุรุไวฑูรยประภา จอมแพทย์ (พระกริ่งปวเรศ) ซึ่งเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ด้านใน kwanchai / Shutterstock.com ด้านในโบสถ์ยังมีแผ่นไม้แกะสลักประดับอยู่ตามฝาผนัง เป็นลวดลายที่สะท้อนให้เห็นถึงศิลปะอันประณีตอ่อนช้อยอย่างชัดเจน นอกจากนี้ภายในวัดยังเป็นที่ประดิษฐาน พระนอน ที่แกะสลักจากหินหยกจากเมียนมา รวมถึง รูปปั้นพญานาค ที่หัวบันไดหน้าโบสถ์ที่แกะสลักจากหินแม่น้ำโขงด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะมองไปที่มุมไหนก็มีแต่ความงดงาม ที่สำคัญยังออกแบบออกมาให้เข้ากับป่าเขารอบๆ ได้เป็นอย่างดี ใครที่มีโอกาสมาเที่ยวเลยแล้ว ก็อย่าลืมแวะมาทำบุญ และชมสถาปัตยกรรมอันงดงามของวัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมืองด้วยนะคะ การเดินทาง วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง Suchart Boonyavech / Shutterstock.com การเดินทางไป วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง สามารถไปได้ 2 ทางคือ ใช้เส้นทาง ถนนเลย-ด่านซ้าย เมื่อถึงโรงพยาบาลภูเรือแล้ว ข้างๆ จะมีทางให้เลี้ยวขวาเข้าไปก็จะถึงตัววัดค่ะ ส่วนอีกทางให้เข้าทาง อุทยานแห่งชาติภูเรือ และเลี้ยวซ้ายช่วงก่อนถึงวรัญญารีสอร์ทก็จะถึง วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง ข้อมูล วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง เลย ที่อยู่ : ตำบลหนองบัว อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย พิกัด : https://goo.gl/maps/N51dRDEGF1wpMwEL9 เปิดให้เข้าชม : 09.00-17.00 น. โทร : - เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/watpragring/
ที่เที่ยวดัง • 11 เม.ย. 65
อ่าน
เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ตรวจยึดไม้สักท่อน-แปรรูป เกลื่อน กลางที่ดิน สปก.จ.พิษณุโลก
ข่าววันนี้ 3 มีนาคม นายปรีชา พรมมะกุล หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พล.8 (น้ำยาง) นายธีรพล กาญจนโกมล หัวหน้าสายตรวจ สบอ.11 ร่วมกันทำบันทึกตรวจยึดไม้สัก ได้ที่หมู่บ้านน้อยม่วงหอม ม.11 ต.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลกนำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแก่งโสภา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ตาม ปจว.ข้อ 1 คดีที่ 20/65 ยึดทรัพย์ที่ 11/65 ลว.3 มี.ค.65 โดยของกลาง คือ ไม้สักท่อน 54 ท่อน ปริมาตร 13.31 ลบ.ม. ไม้สักแปรรูป 29 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 3.59 ลบ.ม. องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.)ใช้รถจอหนังชักลากไว้ที่หน่วยฯ พล.8 (น้ำยาง) สืบเนื่องจาก นายศักดิ์ปรินทร์ สุรารักษ์ หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พล.1(วังทอง) และ สายตรวจฯ สบอ.11 สายที่ 1 กรมอุทยานแห่งชาติฯ ร่วมกับหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พล.8 (น้ำยาง) กรมป่าไม้ ได้รับแจ้งว่า มีผู้ลักลอบการตัดไม้ จึงเดินทางเข้าไปตรวจสอบจุดเหตุเกิดบริเวณป่าด้านทิศตะวันตก หมู่บ้านน้อยม่วงหอม ม.11 ต.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก แต่ไม่พบตัวผู้กระทำผิด ตรวจสอบพบ อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และ ทราบชื่อว่านาง ร. เป็นเจ้าของไม้ จึงได้ตรวจยึดไม้สักท่อน 54 ท่อน และไม้สักแปรรูป 29 แผ่น เพราะ แม้ว่าจะมีประกาศกระทรวงทรัพยากรฯ เรื่อง กำหนดที่ดินที่ได้รับอนุญาตให้ทำประโยชน์ตามประเภทหนังสือแสดงสิทธิเพื่อให้ไม้ที่ปลูกขึ้นในที่ดินไม่เป็นไม้หวงห้าม พ.ศ.2563 ตามข้อ 2. ให้ที่ดินที่ได้รับ สปก.4-01 เป็นที่ดินซึ่งไม้ที่ปลูกขึ้นในที่ดินดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นไม้หวงห้ามฯ ประกาศ ณ วันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ.2563 แต่พฤติการณ์แห่งคดี มีพยานบุคคลยืนยันว่าไม้สักที่ตรวจยึดเป็นไม้ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และใช้ข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลัง แสดงพื้นที่ชั้นปี พ.ศ.2539-2543 แสดงให้เห็นว่าพิกัดตอไม้สักที่ถูกตัด 21 ตอ เป็นไม้สักที่มีและเกิดขึ้นตามธรรมชาติ มีขนาดความโต เกิน 100 เซ็นติเมตรขึ้นไป และไม้สักเกิดขึ้นก่อนที่จะมีบุคคลใดเข้าไปจับจองและเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ จึงทำบันทึกตรวจยึดส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแก่งโสภา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ข้อหา พรบ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 11 ฐาน ทำไม้ เจาะ หรือสับ กระทำการใดๆ แก่ไม้หวงห้าม โดยไม่ได้รับอนุญาต มาตรา 48 มีไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต มาตรา 69 มีไม้หวงห้าม ยังไม่ได้แปรรูป โดยไม่มีรูปรอยดาวตรารัฐบาลขายโดยไม่ได้รับอนุญาต
มติชน • 3 มี.ค. 65
อ่าน
วัดท่าไทร วัดสวย ริมทะเล พังงา สักการะอุโบสถไม้สักอันงดงาม ชมวิวทะเลสุดชิล
วัดสวย ริมทะเล พังงา ที่งดงามด้วยอุโบสถไม้สักทั้งหลัง สามารถไปสักการะขอพรองค์พระด้านใน หรือจะชมวิวสวยๆ ของทะเลก็ได้เช่นกัน ไหนใครเคยคุ้นๆ หรือว่าเคยไปเยือนกันมาบ้างคะ ถ้ายังไม่เคย งั้นลองตามเรามาที่ วัดท่าไทร แห่งนี้กันเลยค่า 19 จุดเช็คอิน ที่เที่ยวพังงา เอาให้ฟินสุดๆ ที่เที่ยวพังงา วัดท่าไทร วัดสวย วิวงาม ริมทะเล ประวัติ วัดท่าไทร วัดท่าไทร หรือ วัดเทสก์ธรรมนาวา ตั้งอยู่ที่ อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา เป็นวัดริมทะเลที่อยู่บริเวณหาดชายทะเลท่าไทร ซึ่งในอดีตนั้นพื้นที่นี้เคยเป็นป่า มีชื่อเรียกว่า ป่าท่าไทร และเคยเป็นบริเวณของป่าช้ามาก่อน เพราะในอดีตชาวบ้านในพื้นที่และละแวกใกล้เคียงนี้ เมื่อมีคนตายเสียชีวิตลง ก็จะนำศพล่องเรือมาเผา หรือที่ป่าท่าไทรแห่งนี้ ซึ่งชาวบ้านเรียกกันว่า อ่าวเหรว หรือ แอ่งน้ำในป่าช้า โดยคำว่า อ่าว คือ น้ำไหล เข้ามาเป็นแอ่งกว้าง เหรว ก็หมายถึง ป่าช้า ค่ะ ไฮไลท์ วัดท่าไทร วัดนี้จะโดดเด่นด้วยอุโบสถ ที่เป็นไม้สักสวยงาม อาคารทรงไทย รวมถึงยังมีการแกะสลักอย่างอ่อนช้อย งดงามมากอีกด้วย อีกทั้งยังสามารถเห็นวิวฝั่งทะเลได้ ส่วนแรงบันดาลใจในการตกแต่งนั้นก็ได้มาจากพระอุโบสถของ พระอรัญวาสี ที่ หนองคาย ส่วนบริเวณของช่อฟ้านั้นก็ได้ช่างแกะสลัก ชาวเชียงใหม่ มาทำให้ค่ะ ภายในโบสถ์นั้น ก็จะไม้สักที่มีผนังเป็นฝาปะกน ประดิษฐานพระพุทธรูปปางปฐมเทศนา ที่แกะสลักขึ้นมาจากหินหยกขาว เป็นศิลปะที่ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะอินเดียอีกที ขนาดหน้าตักจะกว้าง 55 นิ้ว สูง 2 เมตร มองแล้วสวยงามอย่างหาที่ติไม่ได้เลยจริงๆ ค่ะ วัดท่าไทร นอกจากจะเป็นวัดสวยริมทะเลที่เหมาะแก่การไปไหว้สักการะขอพรแล้ว ยังมีวิวสวยๆ ของริมทะเลให้ได้เดินชมวิวกันอีกด้วยค่ะ ยิ่งในช่วงเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงเดือนเมษายน จะมีเต่าทะเลต่างๆ ขึ้นมาวางไข่ที่หาดใกล้ๆ นี้อยู่เป็นประจำอีกด้วยนะคะ ข้อมูล วัดท่าไทร พังงา ที่อยู่ : อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา พิกัด : https://goo.gl/maps/4n2vMCW5HYtjAdwA7 เปิดให้เข้าชม : สามารถเข้าชมได้ตามเวลาเปิดปิดจองสถานที่ โทร : - เว็บไซต์ : - ตามติดเทรนด์เที่ยว อัพเดทที่พักสวยแชร์ทริปสุดชิล โพสต์ภาพสุดปังของคุณได้แล้วที่แอปทรูไอดีคลิกเลย TrueID Travel Community
ที่เที่ยวดัง • 19 ม.ค. 65
อ่าน
คุ้มวงศ์บุรี ที่เที่ยวแพร่ เรือนไม้สักทองสีชมพู เก่าแก่กว่าร้อยปี ที่ยังคงสวยงาม
ไหนใครรู้จักกับ บ้านสีชมพู อายุกว่าร้อยปี ที่อยู่ใน จังหวัดแพร่ กันบ้างคะ อาคารเก่าแก่แต่ยังคงสภาพสมบูรณ์แบบสุดๆ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่งดงาม จนภาพยนต์ย้อนยุคในหลายๆ เรื่องต่างก็ต้องมาถ่ายทำกันที่นี่เลยค่ะ บ้านแห่งนี้มีชื่อว่า คุ้มวงศ์บุรี นั่นเองค่ะ 10 ที่เที่ยว แพร่ เสน่ห์แห่งล้านนา ที่ไปเช็คอินแล้วต้องหลงรักแน่ๆ KobchaiMa / Shutterstock.com เช็คอิน คุ้มวงศ์บุรี บ้านสีชมพู สไตล์ขนมปังขิง จากสมัยรัชกาลที่ 5 ประวัติ คุ้มวงศ์บุรี คุ้มวงศ์บุรี หรือ บ้านวงศ์บุรี หรือที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันดีในนามของ บ้านสีชมพู เป็นความสวยงามของอาคารสีชมพู ที่มีอายุกว่า 100 ปี ตั้งอยู่บน ถนนคำลือ อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ ประดับตกตกแต่งด้วยลวดลายไม้ฉลุ ที่เรียกว่าลายขนมปังขิง ตามความนิยมในสมัยรัชกาลที่ 5 นั่นเองค่ะซึ่งที่นี่เป็นคุ้มของเจ้านายเมืองแพร่ในอดีตค่ะ ที่สืบเชื้อสายมาจากเจ้าชายสาม จุฬามณีศิริเมฆภูมินทร์ แห่งเชียงตุง สร้างขึ้นมาตามดำริของเจ้าแม่บัวถา ชายาองค์แรกของเจ้าหลวงพิริยะเทพวงศ์ เจ้าหลวงองค์สุดท้ายของเมืองแพร่ โดยโทนสีชมพูที่ใช้นั้น เป็นสีโปรดของ แม่เจ้าบัวถา นั่นเองค่ะ Q.Queen / Shutterstock.com ไฮไลท์ ของ คุ้มวงศ์บุรี คุ้มวงศ์บุรี แห่งนี้ เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ.2440 โดยนายช่างชาวจีนจากกวางตุ้ง เป็นเรือนของไม้สักทองขนาดใหญ่ 2 ชั้น ทรงแบบไทยที่ผสมผสานสไตล์ยุโรปเข้าด้วยกันค่ะ ใช้สีชมพูอ่อนเป็นสีพื้น ประดับด้วยลายไม้ฉลุที่เรียกว่า ขนมปังขิง หรือ Ginger Bread นั่นเองค่ะ โดยตกแต่งไว้ทั่วทั้งตัวอาคารเลย ตั้งแต่ หน้าจั่ว ชายน้ำ ช่องลม กรอบเช็ดหน้าเหนือประตู หน้าต่าง ระเบียง และภายในอาคาร จะเป็นลายของพรรณพฤกษาและเครือเถาว์ ส่วนของฐานรากอาคารจะเป็นท่อนไม้ซุงขนาดใหญ่วางเรียงกัน ก่อนจะก่ออิฐเทปูนทับลงไป เพื่อสร้างความมั่นคงค่ะ ซึ่งอาคารแห่งนี้ ใช้เทคนิคการในการสร้างแบบเข้าลิ้นสลักไม้ ไม่ตอกตะปู แต่เป็นการตอกลิ่มไม้แทนค่ะ ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของเรือนเครื่องสับตามแบบงานช่างไทยโบราณเลยค่ะ หลังคาก็จะมุงด้วยไม้แป้นเกล็ด และตัวเชื่อมระหว่างอาคารส่วนหน้าและส่วนหลังก็จะต่อด้วยชานค่ะ และมีการยกระดับของพื้นขึ้นที่เรียกว่า เติ๋น เพื่อใช้เป็นห้องนั่งเล่นพักผ่อนและห้องรับประทานอาหารค่ะ คุ้มวงศ์บุรีพิพิธภัณฑ์ แพร่ สุดคลาสสิค สีชมพู โดยในปัจจุบันที่ คุ้มวงศ์บุรี ยังคงอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มาก เลยได้รับรางวัลอนุรักษ์ดีเด่น ปี พ.ศ. 2536 ของ สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ด้วยค่ะ และยังใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์มากมายหลายเรื่องด้วย ตัวอย่างเช่น เรื่องรอยไหม นั่นเองค่ะ รวมไปถึงยังถูกตีพิมพ์ในหนังสือต่างๆ อีกด้วยค่ะ ซึ่งก็เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมด้วย เป็นพิพิธภัณฑ์ส่วนบุคคลสามารถถ่ายรูปได้ในบางห้อง และจัดแสดงประวัติความเป็นมาของบ้าน รวมไปถึงวิถีชีวิตของเจ้านายในอดีต นอกจากนี้ก็มีข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ทั้ง เครื่องเรือน เครื่องเงิน เครื่องปั้นดินเผา แม้กระทั่งเอกสารที่สำคัญ เช่น เอกสารการซื้อขายทาส เป็นต้นค่ะ ใครยังไม่เคยมาเยือนบ้านสีชมพูแห่งนี้ ลองมาสักครั้งค่ะ และจะรู้สึกเหมือนกำลังได้ย้อนอดีตอย่างงั้นเลยแหละค่ะ KobchaiMa / Shutterstock.com การเดินทาง มายัง คุ้มวงศ์บุรี ถ้ามาจากถนนยันตริกจโกศล ให้ใช้เส้นทางถนนเจริญเมืองไปประมาณ 1 กิโลเมตร จากนั้นจะผ่านวงเวียน ก็ให้ขับตรงไปแล้วเลี้ยวซ้าย เข้าถนนคำลือ ขับไปราวๆ 400 เมตร ก็จะเห็นบ้านวงศ์บุรีอยู่ทางขวามือค่ะ ด้านในบริเวณตัวบ้านจะมีที่จอดรถจอดให้บริการค่ะ โดยไม่เสียค่าจอดรถเพิ่มค่ะ ข้อมูล คุ้มวงศ์บุรี แพร่ ที่อยู่ : ถนนคำลือ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ พิกัด : https://goo.gl/maps/9YniCWzrNdY4oU1j8 เปิดให้เข้าชม : 09.00-17.00 น. ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 30 บาท , เด็ก 10 บาท โทร : - เว็บไซต์ : -
ที่เที่ยวดัง • 13 ก.พ. 64
อ่าน
แฉทัพพม่าเลี่ยงแซงก์ชั่น! ลอบค้าไม้สักกับบริษัทอเมริกันผ่านประเทศที่ 3
แฉทัพพม่าเลี่ยงแซงก์ชั่นแซงก์ชั่น- วันที่ 11 ม.ค. เอเอฟพีรายงานว่า จัสติสฟอร์เมียนมา กลุ่มนักเคลื่อนไหวรณรงค์เพื่อความยุติธรรมของประชาชนชาวเมียนมา เปิดเผยว่า ไม้สักจากเมียนมาเกือบ 1,600 ตันถูกส่งออกไปยังบริษัทอเมริกันหลายแห่งเมื่อปีที่ผ่านมา ทั้งที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกามีมาตรการแซงก์ชั่นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกองทัพเมียนมา (FILES) In this file photo taken December 30, 2010, logs of teak wood are gathered near Thazi in central Myanmar. - Nearly 1,600 tonnes of teak from Myanmar was exported to American companies in 2021, circumventing US sanctions imposed to block multimillion-dollar profits to the junta, said an activist group on January 11, 2022. (Photo by VOISHMEL / AFP) มาตรการลงโทษทางธุรกิจของสหรัฐบังคับใช้รวมถึงบริษัท เมียนมา ทิมเบอร์ เอ็นเตอร์ไพรซ์ บริษัทจำหน่ายไม้สัก หลังจากกองทัพเมียนมาก่อรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลพลเรือนภายใต้การนำของนางออง ซาน ซู จี เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564 และยังคงปราบปรามประชาชนที่ต่อต้านอย่างต่อเนื่องจนมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1,400 ราย กลุ่มเคลื่อนไหวจัสติสฟอร์เมียนมาระบุว่า มีการส่งออกไม้สักไปยังบริษัทอเมริกันในช่วงเดือนก.พ. จนถึงสิ้นเดือนพ.ย.2564 บรรทุกมาในเรือ 82 เที่ยว ส่วนใหญ่เป็นแผ่นกระดานไม้สัก ไม้สำหรับสร้างเรือ ไม้ที่ใช้ในการสร้างระเบียงกลางแจ้ง และไม้ทำเฟอร์นิเจอร์ ทางกลุ่มได้เรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐสั่งห้ามการนำเข้าไม้สักจากเมียนมาทั้งหมด เนื่องจากมีแนวโน้มว่าอาจมีการส่งออกไม้สักมายังสหรัฐเพิ่มมากขึ้นผ่านทางประเทศที่ 3 อาทิ จีน จากสถิติของกลุ่มสังเกตการณ์ระบุว่า เมียนมามีได้รายได้เกือบ 3,000 ล้านบาทจากภาษีการค้าไม้สักในปีงบประมาณ 2560-2561 โดยไม้สักเป็นไม้ที่ผู้ผลิตเรือและช่างทำเฟอร์นิเจอร์นิยมใช้ เพราะมีคุณสมบัติทนทานในสภาพแวดล้อมที่ชื้น ขณะที่รายได้รวมจากอุตสาหกรรมป่าไม้ของเมียนมามีมากกว่า 10,000 ล้านบาท .
ข่าวสด • 11 ม.ค. 65
อ่าน
ลุงวัย 70 เศร้า บ้านไม้สัก 2 ชั้น ถูกไฟไหม้ 30 นาที วอดเกลี้ยงทั้งหลัง
เหตุเพลิงไหม้ บ้านไม้สัก 2 ชั้น ที่ม.3 ต.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ไฟไหม้เพียง 30 นาที แต่เสียหายทั้งหลัง โชคดีเจ้าของบ้าน ลุงวัย 70 ปี ปลอดภัย เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 5 ต.ค. 2564 พ.ต.ท.เชาว์ เดชะ รองผกก.(สอบสวน)สภ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้าน ในพื้นที่ ม.3 ต.สันกำแพง อ.สันกําแพง จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมนายชัยณรงค์ นันตาสาย นายอำเภอสันกำแพง ว่าที่ร้อยตรีปัญญา อุ่นประดิษฐ์ นายกเทศมนตรีตำบลสันกำแพง และรถดับเพลิงหลายคัน ที่เกิดเหตุคือบ้านเลขที่ 51 บ้านของนายขจร จันทร์หอม อายุ 70 ปี ลักษณะเป็นบ้านไม้สัก 2 ชั้น พบเพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงระดมฉีดน้ำสกัด ใช้เวลาประมาณ 30 นาที เพลิงจึงสงบ แต่บ้านก็เสียหายทั้งหลัง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าสาเหตุเกิดเหตุเกิดไฟฟ้าลัดวงจร ส่วนเจ้าของบ้านปลอดภัย ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต ส่วนค่าเสียหายประมาณประมาณหลักแสนบาท เพราะเพลิงไหม้เสียหายทั้งหมด ส่วนสาเหตุที่แท้จริงอยู่ระหว่างการสอบสวน
ข่าวสด • 6 ต.ค. 64
อ่าน
แม่ฮ่องสอน ตรวจยึดไม้สักทองแปรรูปลอบส่งขายอื้อ
เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม เวลา 12.30 น. ที่ผ่านมา ร.ต.อ.คงเดช แปงจันทร์เขียว รองสารวัตรสอบสวน สภ.ห้วยโป่ง พร้อมด้วย นายสมบูรณ์ พุทธวงศ์ เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญการ ปฏิบัติหน้าที่ หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ที่ 1 สำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามพื้นที่ 3 (ภาคเหนือ) สำนักป้องกันและควบคุมไฟป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช นำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 248 หมู่ 1 ต.ห้วยโป่ง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นบ้านของนายกฤตภาส ปาระมี พบของกลางไม้สักทองแปรรูปซุกซ่อนไว้ในห้องเก็บของหลังบ้าน จำนวน 78 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 0.49 ลูกบาศก์เมตร จึงรวบรวมขนย้ายไปดำเนินคดีที่ สภ.ห้วยโป่ง ต.ห้วยโป่ง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ทั้งนี้ที่ผ่านมาเมื่อ 30 กรกฎาคม นายไพโรจน์ อินทมาตร์ นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการ ทำหน้าที่หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ ได้จับกุม นายอัครพงษ์ หรือเบนซ์ วงศ์สกุลไพร อายุ 20 ปี ที่อยู่ 4 บ้านแม่จ๋า หมู่ที่ 12 ตำบลห้วยโป่ง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน พร้อมของกลาง ไม้สักทองแปรรูป และรถยนต์กับรถจักรยานยนต์ โดยผู้ต้องหาได้ซัดทอดว่า ไม้ของกลางมีนายกฤตภาส ปาระมี เป็นผู้บงการให้ตัดและนำส่งเพื่อประกอบเป็นเฟอร์นิเจอร์ จำหน่าย ในพื้นที่อำเภอเมือง และอำเภอขุนยวม จึงได้มีการขอหมายศาลและนำไปสู่การค้นและพบไม้ของกลาง สำหรับนายกฤตภาส ปาระมี ผู้ต้องหาได้เคยถูกเจ้าหน้าที่หน่วยอุทยานและป่าไม้ จับกุมมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อปีที่ผ่านมา
มติชน • 1 ส.ค. 64
อ่าน
เดือดฮือไล่ตัดไม้สักขาย เจ้าอาวาสแจงพิษโควิดต้องหาเงินใช้จ่ายในวัด
ชาวบ้านฮือไล่เจ้าอาวาสพ้นวัด เดือดตัดไม้สักอายุเก่าแก่ 24 ต้น ส่งขายโรงเลื่อย 3 แสน เผยอดีตสมภารรูปเก่า และชาวบ้านช่วยกันปลูกมาตั้งแต่ปี2499 ขณะที่เจ้าอาวาสแจง วัดแทบไม่มีเงินจากพิษโควิด ต้องตัดขายเอาเงินมาใช้จ่าย สร้างกำแพงวัด วันที่ 19 เม.ย.2564 ที่วัดกระต่ายเต้น ต.ท่าไม้ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี นายจรัญ ผ่องใส ประธานคณะกรรมการวัดกระต่ายเต้น พร้อม นายมานพ ปิ่นวงษ์งาม ที่ปรึกษาด้านกฏหมาย และชาวบ้านกระต่ายเต้นกว่า 100 คน เดินทางมารวมตัวกันเนื่องจากไม่พอใจเจ้าอาวาสวัด โดยระบุว่า เจ้าอาวาสวัดพร้อมพรรคพวก แอบตัดต้นสักอายุกว่า 70 ปี รวม 24 ต้นส่งขายให้กับโรงเลื่อยโดยไม่ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการวัดและชาวบ้าน ชาวบ้าน บอกว่า ต้นสักที่ถูกตัดอดีตเจ้าอาวาสวัดกระต่ายเต้น พร้อมพระลูกวัดและชาวบ้านในพื้นที่ ร่วมกันปลูกในพื้นที่ของวัดเพื่อเป็นการแสดงอาณาเขตและสร้างความร่มรื่นให้วัดมาตั้งแต่ปี 2499 ผ่านการดูแลโดยอดีตเจ้าอาวาสมาหลายรูป ก็ไม่เคยมีการคิดที่จะตัดมาก่อน มีแต่ช่วยกันดูแลให้แข็งแรงสวยงามเคียงคู่วัดตลอดไป แต่เมื่อเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันเข้ามาเมื่อปี 2546 ได้นำโฉนดที่ดินของวัด เนื้อที่ 74 ไร่ 3 งาน 20 ตารางวา ไปขึ้นทะเบียนเป็นสวนป่าเพื่อการพาณิชย์ "ทั้งที่จริงแล้ว ที่ดินทั้งหมดเป็นที่ดินที่มีการสร้างวัด ศาลาการเปรียญ อุโบสถและโรงเรียนของวัดกระต่ายเต้น และมีการปลูกไม้สักจำนวนกว่า 400 ต้นเพื่อสร้างความร่มรื่นให้วัด ไม่ได้เป็นที่ดินสวนป่าเพื่อการพาณิชย์แต่อย่างใด ช่วงต้นเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ชาวบ้านพบว่าเจ้าอาวาสพร้อมพรรคพวกแอบตัดต้นสักขนาดใหญ่อายุกว่า 70 ปี ที่อยู่ในบริเวณวัดส่งขายให้กับโรงเลื่อยที่นครปฐม เมื่อคณะกรรมการวัดและชาวบ้านเข้าไปสอบถาม ก็ได้รับคำชี้แจงเพียงว่าได้ทำเรื่องขออนุญาติตัดไม้จากทางราชการแล้ว และทำสัญญาส่งขายให้กับโรงเลื่อยทั้งสิ้น 30 ต้น ราคา 300,000 บาท แต่ชาวบ้านมาทราบเรื่องขณะที่มีการตัดไปได้แล้ว 24 ต้น " ชาวบ้าน บอกด้วยว่า จึงเข้าขัดขวางไม่ให้มีการตัดไม้สักเพิ่ม ก่อนจะไปเจรจากับโรงเลื่อยเพื่อขอซื้อไม้สักที่ถูกตัดไปกลับคืนมาในราคาถึง 6 แสนบาท โดยชาวบ้านเงินคืนมาจากเจ้าอาวาส 3 แสน และรวบรวมเงินกันเองอีก 3 แสนไปซื้อไม้สักกลับมาไว้ที่วัดตามเดิม การกระทำของเจ้าอาวาสครั้งนี้ สร้างความไม่พอใจให้ชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก จึงรวมตัวกันทำหนังสือร้องเรียนถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาญจนบุรี และเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี ขอให้มีการสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมร้องขอให้ปลดออกจากการเป็นเจ้าอาวาสวัดกระต่ายเต้นด้วยเนื่องจากมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายเรื่อง จนไม่เป็นที่ยอมรับของชาวบ้าน กระทั่งมามีเรื่องลอบตัดไม้สักเก่าแก่ภายในวัดเกิดขึ้นอีก ขณะที่เจ้าอาวาส ได้ชี้แจงว่า สาเหตุที่ต้องตัดไม้สักเก่าแก่อายุกว่า 70 ปีส่งขายให้โรงเลื่อย เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดตอนนี้ ทำให้วัดแทบจะไม่มีเงินค่าใช้จ่ายในวัดจำเป็นต้องตัดไม้ไปขายเพื่อหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ และนำไปใช้สร้างกำแพงวัด ส่วนเรื่องที่ไม่ได้แจ้งหรือขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการวัดนั้น ความจริงได้แจ้งคณะกรรมการไปบางส่วนแล้ว แต่ไม่ได้แจ้งทั้งหมด ในส่วนที่ชาวบ้านเกิดความไม่พอใจครั้งนี้ ยอมรับว่าเป็นความผิดของตนจริงและยินดีที่จะรับผิดชอบ โดยการลดบทบาท ไม่ขอเป็นเจ้าอาวาสวัดกระต่ายเต้นเป็นเวลา 2 ปี โดยจะให้รักษาการณ์เจ้าอาวาสขึ้นมาทำหน้าที่แทน เมื่อเจ้าอาวาสชี้แจงเสร็จ ชาวบ้านยังไม่พอใจ และต้องการไล่ให้ออกจากวัดไป เพื่อให้ชาวบ้านสามารถเข้ามาทำบุญและทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาที่วัดได้ตามปกติ แต่เจ้าอาวาสยืนยันว่า ตนเองไม่ได้ทำผิดถึงขั้นที่จะต้องขาดจากความเป็นพระ จึงไม่สามารถที่จะออกจากวัดไปตามที่ชาวบ้านเรียกร้องได้ ทำให้ชาวบ้านเกิดความไม่พอใจและตะโกนขับไล่ก่อนจะยอมสลายตัวไป พร้อมนัดหมายรวมตัวกันอีกครั้งวันพรุ่งนี้ โดยเจ้าคณะตำบลท่าไม้ เจ้าคณะอำเภอท่ามะกา รวมถึงฝ่ายปกครองอำเภอท่ามะกา จะเข้ามาร่วมเจรจาหาทางออก ร่วมกับชาวบ้านและเจ้าอาวาสด้วย
ข่าวสด • 20 เม.ย. 64
อ่าน
ยึดไม้สัก-ประดู่ ถูกตัดโค่นในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าโป่งแค
เมื่อวันที่ 5 มีนาคม นายอิทธิพล ประเทือง หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่พล.5 (ปากพาน-น้ำโจน) พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ออกตรวจพื้นที่ป่า ในหมู่ที่ 6 ต.คันโช้ง อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก กระทั่งรับแจ้งจากผู้หวังดีไม่ประสงค์ออกนามว่าบริเวณป่าหมู่บ้านโป่งแค หมู่10 ต.คันโช้ง มีการลักลอบทำไม้ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าโปงแค โดยทำการแปรูปไม้ ต่อมาเจ้าหน้าที่ป่าไม้จึงเดินเท้าเพื่อทำการพิสูจน์ทราบ กระทั่งพบการตัดไม้และแปรรูปกระจัดกระจายทั่ว เจ้าหน้าที่ป่าไม้จึงได้ตรวจยึด พร้อมคำนวณปริมาตรไม้แยกเป็น 1 ไม้พฤกษ์จำนวน 3 แผ่น .ปริมาตร 1.39 ลบม. 2.ไม้ประดู่จำนวนท่อน 10 ท่อนปริมาตร 2.00 ลบ.ม. 3. ไม้สักท่อนจำนวน 6 ท่อนปริมาตร 1.55 ลบ.ม.4..ไม้สักแปรรูปจำนวน 9 แผ่นปริมาตร 0.11 5. สะเดาจำนวน 3 แผ่นปริมาตร 0.05ลบ.ม. 5 ไม้มะยมหินจำนวน 3 แผ่นปริมาตร.04 ลบ.ม.รวมปริมาตรไม้ทั้งหมด 4.14 ลบ.ม.คิดเป็นค่าเสียหายของรัฐทั้งสิ้น 46,850 บาท นอกจากนี้ ทราบว่า บริเวณพื้นที่ดังกล่าวมีรั้วลวดหนามล้อมรอบและมีกระท่อมปลูกไว้จำนวน 1 หลัง แต่ขณะที่คณะเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจยึดไม่พบผู้หนึ่งผู้ใดอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ในเขตบำาสงวนแห่งชาติบำโป่งแค โดยได้ตรวจสอบหน้าตัดของตอไม้ ไม่พบรูปรอยดวงตราค่าภาคหลวงของพนักงานเจ้าหน้าที่ตีตรา ยึด พร้อมตรวจยึดพื้นที่และวัดรอบตอโดยใช้เครื่องมือค่าพิกัดทางภูมิศาสตร์จากระบบสัญญาณดาวเทียม (GPS) วัดรอบตอไม้ จำนวน 12 ตอ เหตุเกิดบริเวณป้าบ้านโป้งแค หมู่ที่ 10 บ้านโป่งแค ตำบลคันโช้ง อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าโป่งแค ถือว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ 2484 มาตรา 11ฐาน ผู้ใดทำไม้ หรือเจาะ หรือสับ หรือเผา โดยไม่ได้รับอนุญาต และมาตรา 29 ห้ามมีให้ผู้ใดแปรรูปไม้ ตั้งโรงงานแปรรูปหรือมีไม้แปรรูปชนิดอื่นเป็นจำนวนกิน 0.20 ลูกบาศเมตร และมาตรา 48 ฐาน ทำไม้ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ โตยไม่ได้รับอนุญาตจาก นอกจากนี้ ผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา14 จึงจัดทำบันทึกการตรวจยึดส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธวัดโบสถ์ อำเภอวัดโบสถ์ จังห วัดพิษณุโลก เพื่อดำเนินดีตามกฎหมายต่อไป
มติชน • 5 มี.ค. 64
อ่าน
เหลือแต่ซาก! ไฟไหม้วัดห้วยโผ เผาวอดอาคารปฏิบัติธรรมไม้สักทั้งหลัง
เหลือแต่ซาก! ไฟไหม้วัดห้วยโผ จ.แม่ฮ่องสอน เผาวอดอาคารปฏิบัติธรรมไม้สักทั้งหลัง คาดสะเก็ดไฟป่าปลิวไปตกลงบนหลังคาไม้ของวัด ทำให้ลุกลาม เมื่อวันที่ 27 ก.พ.64 นายสังคม คัดเชียงแสน นายอำเภอแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน รับแจ้งเหตุไฟไหม้ วัดบ้านห้วยโผ หรือวัดสุวรรณโคมคำ หรือ สถาบันสติปัฏฐาน ปฏิสัมภิทามรรค รัตตัญญูศาสตร์ ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน จึงประสานไปยังหน่วยดับเพลิงของพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง และอำเภอสบเมย โดยเจ้าหน้าที่ต่างระดมรถน้ำดับเพลิง จาก 2 อำเภอทั้งอำเภอแม่สะเรียง และอำเภอสบเมย ประกอบไปด้วย เทศบาลแม่ยวม เทศบาลแม่สะเรียง เทศบาลเมืองยวมใต้ อบต.แม่คง อบต.บ้านกาศ อบต.แม่คะตวน และ หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 36 ฝ่ายปกครองแม่สะเรียง แต่ด้วยสภาพเส้นทางขึ้นไปยังจุดเกิดเหตุสูงชันกว่า 500 เมตร รถบรรทุกน้ำขนาดใหญ่ไม่สามารถขึ้นไปดับไฟที่ลุกโหมหนักได้ มีเพียงรถน้ำขนาดเล็ก 1 คันเท่านั้น ที่สามารถขึ้นไปถึงจุดเกิดเหตุอาคารปฏิบัติธรรมไม้สักที่ไฟไหม้ แต่ก็ไม่ทันการเนื่องจากไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว และกระจายไปในพื้นที่ป่าโดยรอบของวัด ทำให้ชาวบ้านต้องช่วยกันสกัดไฟป่าด้วยความยากลำบาก ส่วนรถน้ำทั้งหมดก็เฝ้าระวังและฉีดน้ำสกัดบริเวณด้านล่าง เพื่อไม่ให้เพลิงลุกลามลงมาถึงบ้านเรือนราษฎร โดยใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมงในการสกัดดับไฟบริเวณตัวอาคารและไฟป่ารอบๆที่ลุกลามกระจายเป็นบริเวณกว้าง จากการสอบถาม พระที่จำอยู่วัดสุวรรณโคมคำ กล่าวว่า ช่วงหัวค่ำเกิดไฟป่าขึ้นบริเวณเขาด้านหลังที่ตั้งของอาคารดังกล่าว แล้วจู่ๆ เกิดสะเก็ดไฟป่าปลิวตกลงบนหลังคาซึ่งเป็นไม้ ทำให้ไฟลุกลาม ไม่สามารถดับได้ ประกอบกับ อาคารดังกล่าวเป็นครึ่งปูนครึ่งไม้ ตัวอาคารส่วนใหญ่บริเวณชั้น 2 เป็นไม้สักทั้งหลัง ทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็วยากแก่การควบคุม ทั้งนี้ขณะเกิดเหตุเกิดกระแสลมแรง และรถดับเพลิงที่สามารถขึ้นไปสกัดไฟได้ ต้องเป็นรถดับเพลิงขนาดเล็กไม่สามารถสกัดไฟได้ทันท่วงที ทำให้เพลิงลุกโหมหนัก ส่งผลให้อาคารดังกล่าววอดทั้งหลัง อย่างไรก็ตาม ขณะเกิดเหตุไฟไหม้อาคารปฏิบัติธรรมหลังใหญ่จนวอด โดยรอบพื้นที่ยังคงมีไฟป่าลุกลามกระจายไปทั่วทำให้เจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าแม่สะเรียง และชาวบ้านต้องคอยเฝ้าระวังและดับไฟที่กระจายไปพื้นที่บริเวณโดยรอบของอาคารปฏิบัติธรรมดังกล่าว หวั่นลุกลามเข้าหมู่บ้าน สำหรับวัดสุวรรณโคมคำ หรือสถาบันสติปัฏฐาน ปฏิสัมภิทามรรค รัตตัญญูศาสตร์ บ้านห้วยโผ จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่ศึกษาปฏิบัติ สติปัฎฐาน-ปฏิสัมภิทามรรค แก่พุทธบริษัท
ข่าวสด • 27 ก.พ. 64
อ่าน
เสียงดังเปรี๊ยะๆ! แม่เฒ่าหนีตายวุ่น ไฟไหม้บ้าน เผาวอดไม้สัก สูญ5ล้าน
ระทึก ไฟไหม้บ้าน กำนัน ต.สูงเม่น จ.แพร่ เผาวอดไม้สักเก่าเหลือแต่ซาก เสียหายเกือบ 5 ล้านบาท แม่เฒ่านอนอยู่บ้านคนเดียว เล่านาทีหนีตาย เมื่อเวลา 03.50 น. วันที่ 16 ก.พ.2564 พ.ต.ท.พุทธิวัฒน์ วงศ์ศิริธนดล สารวัตร(สอบสวน) สภ.สูงเม่น รับแจ้งเหตุเหตุไฟไหม้บ้านเลขที่ 39 ม.4 ต.สูงเม่น อ.สูงเม่น จ.แพร่ หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.สุชาติ สิงห์ขรณ์ ผกกสภ.สูงเม่น, นายพรพิษณุ จันสวัสดิ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง รักษาราชการแทน นายอำเภอสูงเม่น, รถดับเพลิงจากเทศบสลตำบลสูงเม่น และอบต.สูงเม่น, น้ำชำ, หัวฝาย, ร่องอากาศ, ดอนมูล และพระหลวง รวม 10 คัน ไฟไหม้บ้าน กำนัน ต.สูงเม่น จ.แพร่ เผาวอดไม้สักเก่าเหลือแต่ซาก เสียหายกว่า 5 ล้านบาท ที่เกิดเหตุพบเพลิงกำลังลุกไหม้บ้านไม้สักครึ่งปูน เป็นไม้สักเก่า เจ้าหน้าที่เร่งเข้าทำการควบคุมเพลิง โดยใช้เวลานานกว่า 50 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่ไฟได้ไหม้บ้านหมดทั้งแล้ว ทราบชื่อเจ้าของบ้านคือ นางศรีนวล ก่อกอง อายุ 80 ปี ซึ่งเป็นแม่ของ นายเพ็ญ ก่อกอง กำนัน ต.สูงเม่น รวมหวย เลขมงคล ปู่นาคราช หวยไอ้ไข่ เลขเปิดถ้ำจระเข้ หวยคนดัง แม่เสี่ยโป้ เดือด! ซัดตร.2มาตรฐาน เผยเหตุผลไม่มอบตัว ลั่นขอสู้แบบนี้ สภาพอากาศวันนี้ กรมอุตุฯ เตือนพรุ่งนี้หนัก ฝนถล่ม-ลมแรง ก่อนเจอหนาว จากการสอบสวน นางศรีนวล ให้การว่า ระหว่างเกิดเหตุนอนอยู่บนบ้านคนเดียว ตอนกำลังหลับอยู่ได้ยินเสียงคล้ายไฟฟ้าชอร์ตดังเปรี๊ยะ ๆ เห็นเปลวไฟลุกไหม้อยู่ที่ชั้นบน จึงรีบออกจากบ้าน จากนั้น ไฟได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว เดชะบุญที่วิ่งออกมาจากบ้านได้ทัน จากกตรวจสอบและการประเมินค่าเสียหลังเพลิงสงบ พบว่าไฟได้ไหม้บ้านวอดทั้งหลัง พร้อมเฟอร์นิเจอร์ไม้สักโบราณอย่างดีจำนวนมากในบ้าน รวมมูลค่าเกือบ 5 ล้านบาท ทั้งนี้ สันนิษฐานว่าสาเหตุไฟไหม้บ้านน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งจะได้แจ้งตำรวจพิสูจน์หลักฐาน จ.แพร่ เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุในช่วงสายของวันนี้ ระหว่างเกิดเหตุมีญาติ ๆ ที่รู้ว่า ยายศรีนวลนอนอยู่บ้านคนเดียว ต่างวิ่งมาที่เกิดเหตุร่ำไห้ ถามว่า ยายศรีนวลออกมาจากบ้านหรือยังด้วยความเป็นห่วง
ข่าวสด • 16 ก.พ. 64
อ่าน
ไฟไหม้กุฏิไม้สักทอง วอดไป 3 หลัง เสียหายกว่า 10 ล้านบาท
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 31 มกราคม ร.ต.อ.วีทวัฒน์ วรรณทวี รอง.สว.(สอบสวน) สภ.ลาดบัวหลวง จ. พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเกิดเหตุไฟไหม้กุฏิพระไม้สักทอง ภายในวัดปทุมวัน หมู่ที่ 5 ต.หลักชัย อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมประสาน รถดับเพลิง จากองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นที่ใกล้เคียง กว่า 10 คัน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ไปควบคุมเพลิง พบเพลิงลุกไหม้กุฏิทรงไทยไม่สักยกพื้นสูง กุฏิที่ทำด้วยไม้สักทองประกอบกับมีลมกระโชกแรงทำให้เพลิงลุกโหมอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ต้องระดมฉีดน้ำเพื่อควบคุมเพลิง ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ พบว่ามีกุฏิถูกเพลิงไหม้เสียหายไปจำนวน 3 หลัง มีเจ้าหน้าดับเพลิงของ เทศบาลตำบลลาดบัวหลวง ตกลงมาจากุฏิขณะกำลังฉีดน้ำเพื่อควบคุมเพลิง ได้รับบาดเจ็บช่วยนำส่งโรงพยาบาลลาดบัวหลวงทราบชื่อต่อมา นายขวัญชัย พานแก้ว อายุ 29 ปี สอบถามพระครูวิศาลพัฒนกิจ เจ้าอาวาสวัดปทุมวัน เจ้าคณะตำบลคู้สลอด ทราบว่า ช่วงเวลาเกิดเหตุ พระสงฆ์และสามเณร สวดมนต์อยู่ที่ศาลการเปรียญ มีชาวบ้านมาทำบุญครบรอบวันเสียชีวิตของบิดา ขณะกำลังสวดมนต์ให้พรได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิด มาจากกุฏิพระหลังที่ 1 จากนั้นเพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว พระสงฆ์สามเณรชาวบ้าน ต่างช่วยกันหาถังดับเพลิง ตักน้ำเพื่อไปช่วยกันดับไฟ พร้อมกับแจ้งรถดับเพลิง แต่เพลิงไหม้รุนแรงมากไม่สามารถดับได้ กุฏิทั้ง 3 หลังดังกล่าว เป็นไม้สักทองทุกหลัง สร้างมาแล้วประมาณ 15 ปี คาดว่า ความเสียหายครั้งนี้ มากกว่า 10 ล้านบาท ตนในฐานะเจ้าอาวาส รู้สึกเสียใจกับความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งไม่สามารถช่วยดับไฟไว้ทัน ต่อจากนี้ไปก็คงเก็บของที่พอใช้ได้มาบูรณะเพื่อสร้างกุฏิให้กลับมาใช้ได้ดังเดิมต่อไป สอบถามนางสาวขวัญฟ้า จะละ อายุ 45 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าให้ฟังว่า วันนี้ตนพร้อมกับคนในครอบครัว มาทำบุญเลี้ยงพระเพล อุทิศกุศลให้กับพ่อที่เสียชีวิตไปแล้ว3 ปี ขณะที่กำลังรับพรจากพระ ได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิดบริเวณคัทเอาท์ไฟ หน้ากุฏิพระ จึงลุกขึ้นไปดู พบบริเวณคัทเอาท์ไฟ มีเปลวไฟลุกไหม้ ลามไปไหม้สายไฟสีดำหน้ากุฏิพระ ทำให้มีหยดของเปลวไฟ หยดใส่จีวรพระที่กองอยู่และหยดติดไม้พื้นกระดาน ไม้ฝาผนังห้องที่เป็นไม้สัก ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว ตนเองและคนในครอบครัว เจ้าอาวาส คณะสงฆ์ จึงรีบวิ่งไปช่วยดับไฟและขนย้ายสิ่งของ แต่ก็ไม่สามารถดับไฟได้ ร.ต.อ.วีทวัฒน์ วรรณทวี รอง.สว.(สอบสวน) สภ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าของคดีได้ให้ข้อมูลเบื้องต้นว่า จากการได้ไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุไฟไหม้กุฏิพระไม้สักทอง ทั้ง 3 หลัง เบื้องต้นได้สอบถามเจ้าอาวาสวัดปทุมวัน และผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ได้ให้ข้อมูลตรงกัน คาดว่า เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากอุปกรณ์ไฟชำรุด ในวันนี้ได้ทำการล้อมปิดกั้นจุดที่เกิดเหตุไว้ก่อน ไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุเด็ดขาด โดยวันพรุ่งนี้กองพิสูจน์หลักฐาน จ.พระนครศรีอยุธยา จะเข้ามาหาสาเหตุการเกิดไฟไหม้ในครั้งนี้ต่อไป
มติชน • 31 ม.ค. 64
อ่าน
บ้านเสานัก ที่เที่ยวลำปาง บ้านไม้สักเก่าแก่ ในอดีตกว่า 100 ปี
ถ้าพูดถึง บ้านไม้สักเก่าแก่โบราณ อายุนานนับหลายปี ของ จังหวัดลำปาง จะนึกถึงสถานที่ไหนกันคะ ถ้าใครเป็นแฟนที่เที่ยวลำปาง จะต้องตอบว่า บ้านเสานัก กันอย่างแน่นอนค่ะ เพระาที่นี่ถือว่าเป็นบ้านเก่าแก่ที่ยังคงโดดเด่นสวยงาม และรอให้เราได้ไปย้อนอดีตชมกันอยู่ค่ะ ตามมาดูกันเลยว่าที่นี่ยังคงสวยขนาดไหนกัน เที่ยวลำปาง One Day Trip 1 วัน เที่ยวไหนได้บ้าง ที่ลำปาง ปักหมุดเลย! ก้าวช้าๆ 9 ที่เที่ยวลำปาง ไม่ลำพัง ที่เที่ยวถ่ายรูปสวยปังๆ เพียบ ! ชมพิพิธภัณฑ์ ย้อนดูอดีต เมือง ลำปาง ที่ บ้านเสานัก ไฮไลท์ ของ บ้านเสานัก บ้านเสานัก จะตั้งอยู่ใน ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง เป็นบ้านเก่าแก่ที่มีสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นของลำปาง เป็นบ้านไม้ มีเสาไม้สักมากกว่า 116 ต้น เลยเป็นที่มาของชื่อ บ้านเสานัก นั่นเองค่ะ เพราะภาษาพื้นเมือง นัก หมายถึง มาก ค่ะ โดยบ้านหลังนี้สร้างด้วยศิลปะผสมผสานระหว่างเมียนมาผสมกับล้านนาค่ะ Radiokafka / Shutterstock.com ส่วนของระเบียงบ้านนั้น จะได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมแบบเมียนมา ในขณะที่หลังคาและโครงสร้างทั่วไปๆ นั้นจะเป็นแบบล้านนาค่ะ ซึ่งเมื่อก่อน บ้านเสานัก จะเป็นสถานที่ไว้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง และใช้เป็นสถานที่จัดขันโตกและงานพิธีมงคลต่างๆ ค่ะ Gray Kotze / Shutterstock.com บ้านเสานัก มีเนื้อที่มากกว่า 3 ไร่ ประกอบด้วยเรือนใหญ่ มีเรือนนอนสองหลังที่เชื่อมต่อกันด้วยหลังคา เป็นแบบเรือนหมู่ รวมไปถึง โรงรถ ยุ้งข้าว บ่อน้ำหน้าบ้านถึง 2 บ่อ ด้านหลังบ้านอีก 1 บ่อด้วยกัน และมีไม้ยืนต้นอายุกว่า 130 ปี นั่นก็คือ ต้นสารภีหลวง ที่จะตั้งอยู่ตรงทางเข้าค่ะ KobchaiMa / Shutterstock.com ซึ่งรูปแบบการตกแต่งและความเก่าของ บ้านเสานัก สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิต รสนิยม และ ประเพณีพื้นเมืองของชาวลำปาง ได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ ทำให้บ้านเสานักแห่งนี้ เลยเป็นงานสถาปัตยกรรมที่ทรงคุณค่าอย่างมากและหาไม่ได้ง่ายๆ อย่างแน่นอนค่ะ โดยในปัจจุบันนั้นจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ด้านศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดลำปาง ไว้เก็บรวบรวมเครื่องใช้โบราณ รูปภาพต่างๆ รวมไปถึงของเก่าแก่อีกมากมายเลยค่ะ KobchaiMa / Shutterstock.com อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวเก่าแก่โบราณ แต่ยังคงความสวยงามในสไตล์คลาสสิค ณ บ้านเสานัก แห่งนี้ใครที่อยากย้อนอดีตกลับไปเดินดูความงามในสมัยยุคขาวดำ เมื่อครั้งในอดีตนั้น จะต้องถูกใจที่อย่างแน่นอนค่ะ อย่าลืมตามเรามาเที่ยว ลำปาง กันที่นี่นะคะ การเดินทาง ไป บ้านเสานัก ถ้ามาจากตัวเมืองลำปาง ให้ข้ามสะพานรัษฎาภิเศกไปค่ะ จากนั้นให้เลี้ยวขวาที่สี่แยกบริเวณตลาดรัษฎาฯ จะผ่านวัดประตูป่อง จากนั้นก็ตรงไปจนถึงแยกซ้ายเข้าถนนราษฎร์วัฒนา ตรงนี้สามารถไปตามป้ายบอกทางไป บ้านเสานัก ได้เลยค่ะ ตรงไปแล้วเลี้ยวซ้ายที่สี่แยก ก็จะพบทางเข้าบ้านเสานักอยู่ฝั่งซ้ายเลยค่ะ ข้อมูล บ้านเสานัก ลำปาง ที่อยู่ : 6 ถนนราษฎร์วัฒนา ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง พิกัด : https://goo.gl/maps/X3KFrJx2JyH8FbDH7 เปิดให้เข้าชม : 10.00-17.00 น. โทร : - เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/BaanSaoNak/
ที่เที่ยวถ่ายรูป • 17 ม.ค. 64
อ่าน
เพลิงไหม้ศาลาการเปรียญไม้สักอายุกว่า 100 ปี ตร.เร่งสืบสวนหาสาเหตุ
เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 1 ธันวาคม พ.ต.ท.เสรี สุขกสิกร สว.สอบสวน สภ.มารวิชัย อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งมีเหตุเพลิงศาลาการเปรียญภายในวัดสามตุ่ม ม.4 ต.สามตุ่ม อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมประสานรถดับเพลิง จากองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นที่ใกล้เคียง และ ของสมาคมอยุธยารวมใจ กว่า 20 คัน ไปควบคุมเพลิง พบเพลิงกำลังลุกไหม้ศาลาการเปรียญไม้สักโบราณ อายุกว่า 100 ปี ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีประกับมีลมหนาวกระโชกแรงทำให้เพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ต้องเร่งระดมฉีดน้ำ ใช้เวลา 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ สำรวจความเสียหายในเบื้องต้นพบว่า ศาลการเปรียญถูกเพลิงไหม้เสียหายทั้งหลัง ถามสอบ นายชัยศิริ พิศเลขา อายุ 36 ปี ชาวบ้านที่พบเหตุ เล่าว่า ช่วงพักผ่อนอยู่นั้นได้ยินเสียงสุนัขเห่าเป็นเวลานาน จึงลุกออกมาดู พบว่ามีชายรายหนึ่งวิ่งออกมาจากทางศาลาการเปรียญวัดที่ถูกไฟไหม้ จึงตะโกนถามว่า วิ่งไปไหน มาทำอะไร ชายคนดังกล่าวได้ตะโกนกับมาว่า มาเก็บขยะ จากนั้นไม่นานมีแสงเพลิงเกิดขึ้นที่ศาลาวัด จึงรีบวิ่งไปดูพบว่าถูกเพลิงไหม้แล้ว ตะโกนเรียกให้คนช่วยแต่ไม่มีใครได้ยิน วิ่งขึ้นไปที่หอระฆัง ตีระฆังกับกลอง จนมีพระและชาวบ้านออกมาช่วยกันดับเพลิงแต่ไม่สามารถดับได้ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาควบคุมเพลิง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถระบุได้ว่าสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้เกิดจากอะไร จากคำให้การของผู้พบเหตุนั้นเป็นเพียงคำพูด ให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข้อมูล ตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามตัวผู้ต้องสงสัยมาตรวจสอบ ส่วนมูลค่าความเสียหายนั้นยังไม่สามารถประเมินค่าได้เช่นกัน ปิดกั้นที่เกิดเหตุห้ามบุคคลภายนอกเข้า รอ พิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบในที่เกิดเหตุ
มติชน • 1 ธ.ค. 63
อ่าน
สะกดรอย! ยึดไม้สัก ถูกชักลากจากสวนป่า ออป.ลุ่มน้ำวังทองฝั่งขวา
วันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 นายสำรวย ชุมบุญ หัวหน้าสายตรวจสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 นายปรีชา พรมมกุล หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พล.8 (น้ำยาง), นายธีรพล กาญจนโกมล หัวหน้าสายตรวจสำนักอนุรักษ์ฯ 11 นายศักดิ์ปรินทร์ สุรารักษ์ ชุดปฏิบัติการพิเศษสำนักอนุรักษ์ที่ 11 พ.ต.ท.ชัย ถิ่นน้ำใส สารวัตรสืบสวนภูธรจังหวัดพิษณุโลก พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้สนธิกำลังกว่า 20 นายลงพื้นที่หมู่ 6 บ้านวังตาด ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง หลังเจ้าหน้าที่สะกดรอยติดตามการชักลากไม้จากสวนป่า ออป.ไปยังแหล่งแปรรูปไม้เถื่อน ในเขตป่าสงวนแห่งชาติลุ่มน้ำวังทองฝั่งขวาจุดเกิดเหตุอยู่ท้ายบ้าน หมู่ 6 ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง พิษณุโลก ทำให้สามารถจับกุมนายอำนวย พร้อมรถไถกำลังลากไม้สักยาวไม่ต่ำกว่า 5 เมตร ไปยังใต้สวนมะม่วง เพื่อทำการแปรรูป นอกจากนี้ยังพบไม้แดง ไม้ประดู่ ไม้สัก ถูกตัดโค่นและแปรรูปเป็นแผ่นจำนวนมากนับร้อยแผ่น มีร่องรอยขี้เลื่อยสดๆ พร้อมกับแท่นเครื่องเลื่อยยนต์ซึ่งสามารถใช้การได้ห่างออกไป 20 เมตร ยังพบว่า มีไม้ชนิดต่างๆ ถูกแปรรูปเป็นแผ่นยาวไม่ต่ำกว่า 6-8 เมตร ไปตีแปะเป็นฝาบ้านจำนวน 1 หลัง ไปตีเป็นฝาบ้านจำนวน 2-3 ชั้น เพื่ออำพรางว่า เป็นการอยู่อาศัย ลักษณะนำไม้เถื่อนไปประกอบเป็นบ้านชั่วคราว และผู้ต้องหายังพาไปยังจุดซุกซ่อนเลื่อยยนต์ซึ่งเป็นอุปกรณ์กระทำความผิด ที่ได้แปรรูปไม้เป็นท่อนและเป็นแผ่น ที่อยู่กลางไร่มะม่วง ขนาด 2 นิ้วขึ้นไป อยู่ข้างบ้านหรูหลังใหญ่ที่ใช้ไม้สักจำนวนมากกำลังก่อสร้าง แต่ยังไม่สามารถพิสูจน์แน่ชัดว่า ใช้ไม้เถื่อนที่ยึดได้ครั้งนี้ ไปสร้างเป็นบ้านหรูหรือไม่ อยู่ระหว่าง จนท.ตรวจสอบนายสำรวย ชุมบุญ หัวหน้าสายตรวจสำนักฯ 4 กรมป่าไม้ กล่าวว่า จับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย ถูกแจ้งข้อหาตาม พรบ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 48 มีไม้หวงห้ามแปรรูปเกิน 0.20 โดยไม่ได้รับอนุญาต, มาตรา 11 ฐานทำไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต และมาตรา 69 มีไม้ไว้ในครอบครอง มาตรา 54 ประกอบมาตรา 55 แผ้วถางและทำลายทรัพยากรป่าไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 มาตรา 14 ฐาน ทำไม้ในเขตป่าสงวนโดยไม่ได้รับอนุญาต และตั้งโรงงานแปรรูปโดยไม่ได้รับอนุญาต นับรวมไม้ท่อนและแปรรูปได้ประมาณ 200 แผ่น/ท่อน ส่วนใหญ่เป็นไม้ขนาดความหนา 2 นิ้ว หน้ากว้าง 6-8 นิ้ว และยังไม้สักท่อนขนาดกว่า 10 เมตร คาดว่า ถูกลักลอบตัดไม้จากแปลงปลูกไม้สักของ ออป.ลุ่มน้ำวังทองฝั่งขวาต่อมาเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้พาตัวผู้ต้องหาไปทำบันทึกตรวจยึดและชักลากไม้ของกลางขึ้นรถจอหนัง พร้อมนำรถไถของผู้กระทำความผิดไปยัง หน่วยป้องกันฯ พล.8 น้ำยาง เพื่อเตรียมทำบันทึกส่งสำนวน คดีพนักงานสวบสวนต่อไปเกาะติดข่าวที่นี่website:www.TNNTHAILAND.comfacebook :TNNONLINEfacebook live :TNN Livetwitter :TNNONLINELine :@TNNONLINEYoutube Official :TNNONLINEInstagram :TNN_ONLINETIKTOK :@TNNONLINE
TNN ช่อง16 • 17 พ.ย. 63
อ่าน
โสมแดง ชี้ไต้ฝุ่นไมสัก ทำลายสะพาน 60 แห่ง บ้านพัก 2,000 หลัง
สำนักข่าวกลางเคซีเอ็นเอ สื่อกระบอกเสียงของรัฐบาลเกาหลีเหนือ รายงานเมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมาว่า พายุไต้ฝุ่น 2 ลูกที่เคลื่อนตัวเข้าสู่เกาหลีเหนือส่งผลให้สะพานเกือบ 60 แห่งได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ยังมีบ้านเรือนกว่า 2,000 หลังคาเรือนได้รับความเสียหาย รายงานระบุว่าไต้ฝุ่นไมสัก ส่งผลให้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักบริเวณชายฝั่งของประเทศนับตั้งแต่สัปดาห์ก่อน ขณะที่เกาหลีเหนือยังคงประสบภัยน้ำท่วมและความเสียหายจากไต้ฝุ่น ไต้ฝุ่นไห่เฉิน ก็ได้พัดเข้าถล่มซ้ำในสัปดาห์นี้ เคซีเอ็นเอ รายงานว่า ไต้ฝุ่นไมสัก ส่งผลให้บ้านเรือนจำนวนกว่า 2,000 หลังและอาคารสาธารณะอีกกว่า 10 หลังได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ยังส่งผลให้ถนนความยาว 60 กิโลเมตร และสะพานอีก 59 สะพานพังถล่ม ขณะที่ทางรถไฟกว่า 3.5 กิโลเมตรถูกน้ำพัดพังเสียหาย ทั้งนี้ประเทศเกาหลีเหนือถูกมองว่าเป็นประเทศที่จะได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติได้มากกว่าประเทศอื่นๆเนื่องจากระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่ได้มาตรฐานเพียงพอ นอกจากนี้ประเทศเกาหลีเหนือยังเสี่ยงต่อการเกิดดินถล่มเนื่องจากการตัดไม้ทำลายป่าบนภูเขาจำนวนมา
มติชน • 9 ก.ย. 63
อ่าน
เกาหลีเหนือสั่งฟันจนท.หลังมีปชช.ดับจากไต้ฝุ่นไมสัก
วันนี้(6 ก.ย. 63)เกาหลีเหนือได้ลงโทษเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่ไม่สามารถปกป้องบ้านเรือนของประชาชนจากไต้ฝุ่นไมสัก จนเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบคนหนังสือพิมพ์โรดอง ซินมุน ของทางการเกาหลีเหนือ รายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับผู้นำหลายรายไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพรรคแรงงานเกาหลี และไม่ดำเนินมาตรการอย่างเต็มที่ในการอพยพประชาชนไต้ฝุ่นไมสักซึ่งมีความรุนแรงได้พัดผ่านคาบสมุทรเกาหลีตั้งแต่วันพุธถึงวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ส่งผลให้มีฝนตกหนัก และทำให้เกาหลีเหนือเผชิญกับอุทกภัยครั้งใหญ่มาตั้งแต่เดือนส.ค.สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า นับเป็นครั้งแรกที่สื่อของเกาหลีเหนือรายงานเกี่ยวกับการเสียชีวิตจากไต้ฝุ่นเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เกาหลีเหนือได้เริ่มดำเนินมาตรการฉุกเฉินเพื่อรับมือกับไต้ฝุ่น โดยมีการนำป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่ลง และมีการติดตั้งเสาค้ำยันต้นไม้ตามริมถนนในกรุงเปียงยาง เมืองหลวงสำหรับผู้เสียชีวิตนั้นได้รับการรายงานในเมืองท่าทางตะวันออกของประเทศอย่างเมืองวอนซาน และจังหวัดกังวอน โดยเจ้าหน้าที่ถูกตำหนิที่ไม่สามารถตรวจพบว่าอาคารแห่งใดมีความเสี่ยงต่อภัยพิบัติเกาะติดข่าวที่นี่ website: www.TNNThailand.com facebook : TNNThailand facebook live : TNN Live twitter : @TNNThailand Line : @TNNONLINE Youtube Official : TNNThailand Instagram : @tnn_online TIKTOK : @tnnonline
TNN ช่อง16 • 6 ก.ย. 63
อ่าน
ไต้ฝุ่นไมสัก ทำเรือปศุสัตว์กีวีล่ม ลูกเรือสูญหาย 41 คน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สำนักงานหน่วยยามฝั่งของญี่ปุ่นแถลงเมื่อวันที่ 4 กันยายนนี้ว่า เรือกัลฟ์ไลฟ์สต็อก1 ซึ่งเป็นเรือสำหรับขนปศุสัตว์โดยเฉพาะเผชิญพายุไต้ฝุ่นไมสักล่มลงบริเวณทะเลจีนตะวันออกหลังจากส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือเมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมาระหว่างขนปศุสัตว์ราว 6,000 ตัวจากนิวซีแลนด์มุ่งหน้าไปยังจีน โดยทางการญี่ปุ่นส่งเรือ 3 ลำ เครื่องบิน 1 ลำ นักประดาน้ำอีก 2 นายเข้าไปค้นหาและช่วยชีวิตลูกเรือได้ 1 ราย ต่อมาพบชายอีกคนในสภาพหมดสติบริเวณห่างจากเกาะอมามิ โอชิมาของญี่ปุ่นราว 120 กิโลเมตร เชื่อว่าเป็นลูกเรือรายที่ 2 ที่รอดชีวิต ในขณะที่อีก 41 คนยังหายไปพร้อมกับอุบัติเหตุครั้งนี้ ทั้งนี้เรือลำดังกล่าวเป็นของบริษัท กัลฟ์ นาวิเกชัน ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จดทะเบียนในประเทศปานามา
มติชน • 4 ก.ย. 63
อ่าน
2 เกาหลีอ่วม! ไต้ฝุ่น "ไมสัก" ถล่มหนัก เสียชีวิตแล้ว 1 ราย
วันนี้( 3 ก.ย.63) ไต้ฝุ่นไมสัก พัดถล่มเกาหลีเหนือทำให้เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมหลายพื้นที่ โดย KRT สถานีโทรทัศน์เกาหลีเหนือ รายงานว่า เกิดฝนตกหนักทั่วประเทศและความเสียหายจากพายุไต้ฝุ่นครั้งก่อนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วยังอยู่ระหว่างฟื้นฟูและยังไม่กลับสู่ปกติ ไมสักนั้นจะส่งผลกระทบกับเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้หนักที่สุดท่ามกลางความกังวลถึงผลกระทบต่อภาคการเกษตร ในเกาหลีเหนือทั้งนี้ อิทธิพลพายุไต้ฝุ่นไมสัก ยังทำให้ฝนตกหนักในเมืองปูซานซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเกาหลีใต้ ซึ่งปูซานเองเพิ่งจะได้รับผลกระทบตากพายุลูกที่แล้วเช่นกัน และกำลังเร่งฟื้นฟูความเสียหายเจ้าหน้าที่รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 คน เป็นผู้หญิง หลังลมกระโชกแรงซัดบานหน้าต่างอพาร์ทเมนต์ของเธอแตกกระจัดกระจาย นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าชายคนหนึ่งอายุ ประมาณ 60 ปีได้รับบาดเจ็บเพราะลมแรงซัดตู้กดน้ำกลางแจ้งล้มลงมาทับมีประชาชนมากกว่า 2,200 คนที่ต้องอพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวต่างๆ และบ้านเรือนราว 120,000 ครัวเตือนต้องอยู่โดยไม่มีไฟฟ้าใช้ตลอดคืนที่ผ่านมา หลังเกิดไฟดับทั่วพื้นที่ทางใต้ของประเทศและบนเกาะเจจูนอย่างไรก็ตามนี่เป็นพายุไต้ฝุ่นลูกที่ 9 ของฤดูกาลและลูกที่ 4 ที่พัดถล่มคาบสมุทรเกาหลีในปีนี้ ส่งผลกระทบต่อทั้งเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ โดยปกติคาบสมุทรเกาหลีจะเห็นพายุไต้ฝุ่นเพียงครั้งเดียวต่อปีแต่ได้รับผลกระทบจากฝนและพายุตลอดฤดูร้อนเป็นประวัติการณ์เกาะติดข่าวที่นี่website: www.TNNTHAILAND.comfacebook : TNNONLINEfacebook live : TNN Livetwitter : TNNONLINELine : @TNNONLINEYoutube Official : TNNONLINEInstagram : TNN_ONLINETIKTOK : @TNNONLINE
TNN ช่อง16 • 3 ก.ย. 63
อ่าน
สองโสมเตรียมรับมือไต้ฝุ่น "ไมสัก" แผลงฤทธิ์ถล่มคาบสมุทรเกาหลี
เมื่อวันที่ 2 กันยายน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เกาหลีใต้และเกาหลีเหนือต่างเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ในการเตรียมรับมือไต้ฝุ่นไมสัก (Maysak) ที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าถล่มบริเวณคาบสมุทรเกาหลีในช่วงค่ำวันเดียวกันนี้ ซึ่งอาจจะเป็นหนึ่งในพายุไต้ฝุ่นลูกรุนแรงที่สุดในรอบหลายปีที่พัดถล่มพื้นที่ดังกล่าว ที่เกาหลีใต้ได้มีการยกเลิกเที่ยวบินภายในประเทศไปแล้วมากกว่า 300 เที่ยวบิน ขณะไต้ฝุ่นไมสักซึ่งมีกำลังลม 162 กม./ชม. กำลังเคลื่อนตัวพัดผ่านน่านน้ำทางตอนใต้ของเกาะเจจู นายชอง เซ คยอน นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้กล่าวเตือนว่า มีการคาดการณ์ว่าพายุไต้ฝุ่นลูกนี้อาจมีฤทธิ์รุนแรงคล้ายกับไต้ฝุ่น Maemi ที่พัดถล่มเกาหลีใต้ในช่วงปี 2003 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 131 รายและสร้างความเสียหายให้แก่เกาหลีใต้เป็นมูลค่ามากกว่า 4 ล้านล้านวอน (ราว 93,000 ล้านบาท) คาดว่าไต้ฝุ่นไมสักจะพัดขึ้นฝั่งเมืองปูซาน ชายฝั่งตอนใต้ของเกาหลีใต้ ในช่วงค่ำวันพุธ(2 ก.ย.)นี้ ก่อนมุ่งหน้าสู่ทะเลญี่ปุ่น และคาดว่าจะพัดขึ้นฝั่งอีกครั้งใกล้กับเมืองชองจินของเกาหลีเหนือในช่วงวันพฤหัส(3 ก.ย.)นี้ ด้านสำนักข่าวกลางเกาหลี(เคซีเอ็นเอ)ของเกาหลีเหนือรายงานว่า ทางการได้ดำเนินมาตรการเร่งด่วนเพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งคาดว่าจะมีฝนตกหนักและลมพัดกระโชกแรงเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของเกาหลีเหนือ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้สำรวจพื้นที่อันตรายและตรวจตราระบบโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ รวมถึงอุโมงค์ทางเดินรถไฟและถนนสายต่างๆด้วยแล้ว
มติชน • 2 ก.ย. 63
อ่าน
ซูเปอร์ไต้ฝุ่น "ไมสัก" ลูกใหญ่ที่สุดของปี จ่อถล่มเกาหลีใต้คืนนี้
วันนี้ (2 ก.ย.63) ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “ไมสัก” รุนแรงยิ่งกว่าไต้ฝุ่น “บาวี” ที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้ “ไมสัก” กลายเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่นลูกแรกของปีนี้ และเป็นพายุไต้ฝุ่นที่รุนแรงที่สุดของปีนี้ด้วย ด้วยความเร็วลม 176 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในขณะที่ “บาวี” มีความเร็วลมคงที่สูงสุด 161 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยเจ้าหน้าที่รัฐบาลและอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นรายงานว่า ไมสักมีกำลังแรงเทียบเท่าเฮอร์ริเคนระดับ 3 แต่ทางศูนย์เตือนภัยไต้ฝุ่นของสหรัฐ ระบุว่า ไมสักมีความแรงระดับ 4ส่วนสถานการณ์ในญี่ปุ่น หลังถูกไมสักพัดถล่มเกาะโอกินาวาเมื่อวานนี้ ด้วยความเร็วลม 196 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผู้บาดเจ็บเพิ่มเป็น 8 คนบนเกาะโอกินาวา จากเดิม 4 คน บ้านเรือนกว่า 33,000 หลังเกิดไฟฟ้าดับ ยกเลิกเที่ยวบินกว่า 240 เที่ยว รถเมล์หยุดวิ่งตลอดทั้งวันเมื่อวานนี้ ทำให้เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วม และเกิดคลื่นทะเลซัดฝั่ง หรือสตอร์มเซิร์จ ทั้งนี้ โอกินาวาเป็นที่ตั้งของฐานทัพอากาศคาเดนะด้วยเกาะคูเมจิมะ เกาะเล็กๆ ใกล้กับโอกินาวา เป็นพื้นที่เสียหายหนักที่สุดจากไมสักและเป็นจุดแรกที่ไมสักขึ้นฝั่ง โดยเกิดฝนตกหนักวัดปริมาณฝนได้เกือบ 9 นิ้วบนเกาะนี้นอกจากนี้ "ไมสัก" ยังสร้างความเสียหายบนหมู่เกาะริวกิวของญี่ปุ่นด้วย แม้ว่าไม่ได้พัดถล่มหมู่เกาะริวกิวโดยตรงต่อจากนี้ ไมสักเตรียมถล่มภาคตะวันตกของญี่ปุ่น และคาบสมุทรเกาหลี โดยเมื่อเวลา 5 ทุ่มคืนวันอังคารที่ผ่านมา ไมสักอยู่นอกชายฝั่งโอกินาวาแล้ว และภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดเช้าวันนี้ (พุธ) พบว่าไมสักกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้เกาหลีใต้ส่วนเกาหลีใต้ อาจถูกถล่มด้วยซูเปอร์ไต้ฝุ่น 2 ลูกซ้อน เริ่มด้วย “ไมสัก” และต่อด้วย “ไห่เสิน” โดยคาดว่า ไมสักจะถล่มเกาหลีใต้ในคืนวันนี้ (พุธ) ตามเวลาท้องถิ่น โดยอาจขึ้นฝั่งใกล้กับเมืองปูซาน เมืองใหญ่อันดับ 2 ของเกาหลีใต้ ต่อด้วยการถล่มเกาหลีเหนือในวันพรุ่งนี้ (พฤหัส) จากนั้น ไมสักจะเคลื่อนตัวต่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ทำให้จีนเริ่มประกาศเตือนภัยไต้ฝุ่นระดับสีฟ้า ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดแล้วส่วน “ไห่เสิน” ซึ่งขณะนี้ยังเป็นพายุโซนร้อน แต่คาดว่าจะทวีกำลังแรงเป็นไต้ฝุ่นลูกที่ 10 ของปีนี้ภายในสัปดาห์นี้ และอาจทวีกำลังแรงขึ้นอีก จนกลายเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่นลูกที่ 2 ของปีนี้ คาดว่าจะถล่มญี่ปุ่นก่อนในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ จากนั้นจะเคลื่อนตัวไปยังคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งประกอบด้วยเกาหลีใต้กับเกาหลีเหนือ ในช่วงต้นสัปดาห์หน้าเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทั้งเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้เพิ่งถูกถล่มด้วยพายุไต้ฝุ่น “บาวี” ลูกที่ 8 ของปีนี้ แต่สร้างความเสียหายไม่มากนักข่าวที่เกี่ยวข้องเตือน! คนไทยในเกาหลีใต้ ระวังฝนตกหนักจากพายุไต้ฝุ่นไมสักคาด "ไต้ฝุ่นไมสัก" จะขึ้นฝั่งที่เมืองปูซานพฤหัสบดีนี้ไต้ฝุ่นไมสัก จ่อถล่มเกาหลีใต้ แรงขนาดคว่ำรถได้เกาะติดข่าวที่นี่website: www.TNNTHAILAND.comfacebook : TNNONLINEfacebook live : TNN Livetwitter : TNNONLINELine : @TNNONLINEYoutube Official : TNNONLINEInstagram : TNN_ONLINETIKTOK : @TNNONLINE
TNN ช่อง16 • 2 ก.ย. 63
อ่าน
เตือน! คนไทยในเกาหลีใต้ ระวังฝนตกหนักจากพายุไต้ฝุ่นไมสัก
วันนี้ (2ก.ย.63) สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล ประกาศเตือนเรื่อง ระบุว่า พายุไต้ฝุ่นไมสัก (MAYSAK) กรมอุตุนิยมวิทยาสาธารณรัฐเกาหลีรายงานเกี่ยวกับพายุไต้ฝุ่นไมสัก ซึ่งเป็นพายุไต้ฝุ่นลูกที่ 9 ของฤดูกาล กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่คาบสมุทรเกาหลี โดยคาดว่าจะพัดผ่านชายฝั่งทางใต้ของเกาะเชจูในช่วงเย็นวันพุธที่ 2 กันยายน 2563 และ จะเคลื่อนตัวเข้าชายฝั่งทางใต้ของจังหวัดคยองซังใต้ช่วงเช้ามืดวันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน 2563 และต่อไปยังนครอุลซาน จังหวัดคยองซังเหนือ และเข้าสู่ทะเลตะวันออก ในช่วงเช้าของวันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน 2563ทางการสาธารณรัฐเกาหลีคาดว่าตั้งแต่วันอังคารที่ 1 กันยายน 2563 จะเริ่มมีฝนตกบริเวณเกาะเชจู และจังหวัดชอนลาใต้ และมีลมกรรโชกแรงในเวลาต่อมา และคาดว่าจะมีฝนตกทั่วประเทศจนถึงวันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน 2563 ทั้งนี้ คาดว่าพายุไต้ฝุ่นไมสักจะมีกำลังแรงมากและอาจสร้างความเสียหายมากกว่าพายุไต้ฝุ่นบาวีเมื่อสัปดาห์ที่แล้วสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล ขอให้คนไทยในสาธารณรัฐเกาหลี โดยเฉพาะผู้ที่พำนักอยู่ในบริเวณเกาะเชจู และภาคตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดจนนักท่องเที่ยวไทยและผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวในวันที่ 1 - 3 กันยายน 2563 โปรดติดตามสถานการณ์สภาพอากาศอย่างใกล้ชิด เพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรไปมาหรือใช้เวลาอยู่นอกอาคารสถานที่ในช่วงวันดังกล่าว และขอให้เตรียมความพร้อมในการป้องกันภัยต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นด้วย ทั้งนี้ หากประสบภัย ต้องการความช่วยเหลือขอให้ติดต่อหมายเลขฉุกเฉินของทางการสาธารณรัฐเกาหลี ได้แก่ 119 (สายฉุกเฉิน/รถพยาบาล/ตำรวจดับเพลิง) 112 และ 182 (ตำรวจ)เกาะติดข่าวที่นี่website:www.TNNTHAILAND.comfacebook :TNNONLINEfacebook live :TNN Livetwitter :TNNONLINELine :@TNNONLINEYoutube Official :TNNONLINEInstagram :TNN_ONLINETIKTOK :@TNNONLINE
TNN ช่อง16 • 2 ก.ย. 63
อ่าน
คาด "ไต้ฝุ่นไมสัก" จะขึ้นฝั่งที่เมืองปูซานพฤหัสบดีนี้
วันนี้( 1 ก.ย.63) สำนักอุตุนิยมวิทยาเกาหลีใต้ รายงานว่า พายุไต้ฝุ่นไมสัก เคลื่อนตัวผ่านน่านน้ำห่างจากเกาะโอกินาวาของญี่ปุ่นไปทางใต้เมื่อช่วงเช้าวานนี้ (จันท31 ส.ค.ร์) คาดว่าจะทวีกำลังแรงขึ้นจึงประกาศเตือนให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือเพราะมีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดฝนตกหนักและคลื่นพายุซัดฝั่งหรือสตอร์มเซิร์จตามพื้นที่ชายฝั่งแต่อย่างไรก็ตาม สำนักอุตุนิยมวิทยาเกาหลีใต้ รายงานว่า เส้นทางพายุลูกนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ แต่ในเวลานี้พยากรณ์ว่าจะเคลื่อนตัวห่างจากเกาะเชจูไปทางใต้ 320 กิโลเมตรในเช้าวันพุธจากนั้นจะขึ้นฝั่งทางใต้ของเกาะนัมแฮและพัดเข้าไปพื้นที่ไม่ห่างจากเมืองปูซานในเช้าวันพฤหัสบดีก่อนเคลื่อนตัวผ่านเมืองต่าง ๆ ทางตะวันออกเฉียงใต้แล้วออกสู่ทะเลตะวันออกหรือทะเลญี่ปุ่นต่อไปคาดว่าไต้ฝุ่นจะทำให้เกาหลีใต้มีฝนตกตั้งแต่บ่ายวันพุธไปจนถึงเช้าวันพฤหัสบดี จนอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันเป็นบริเวณกว้าง"ไมสัก" เป็นภาษาเขมร และเป็นชื่อของต้นไม้ชนิดหนึ่ง โดยเป็นพายุไต้ฝุ่นลูกที่ 9 ในฤดูกาลนี้ และพบว่า ฤดูมรสุมของเกาหลีใต้ในปีนี้ ยาวนานผิดปกติหลังจากเริ่มตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายนจนถึงปลายเดือนนี้ ลบสถิติปี 2530 ที่กินเวลาถึงวันที่ 10 สิงหาคม ฝนที่ตกหนักในฤดูนี้ทำให้ภาคกลางของเกาหลีใต้น้ำท่วมมีผู้เสียชีวิตและสูญหายเกือบ 50 ราย สิ่งก่อสร้างเสียหายกว่า 14,000 แห่ง ประชาชนไร้ที่อยู่อาศัยราว 8,000 คนเกาะติดข่าวที่นี่website: www.TNNTHAILAND.comfacebook : TNNONLINEfacebook live : TNN Livetwitter : TNNONLINELine : @TNNONLINEYoutube Official : TNNONLINEInstagram : TNN_ONLINETIKTOK : @TNNONLINE
TNN ช่อง16 • 1 ก.ย. 63
ดูเพิ่มเติม