TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “#ใจร้าว” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
อ่าน
"jeffy" ส่งซิงเกิลตัดพ้อ "Karma (ท่องไว้ในใจ)" เพลงของคนใจร้ายที่อยากกลับใจในวันที่สาย
"jeffy" หรือ "เจฟฟี่ จักษวัชร ทรงเพ็ชรมงคล" ศิลปินรุ่นใหม่ไฟแรงจาก SAUCE BKK (ซอส บีเคเค) ยูนิตเจนซีภายใต้ค่ายเพลง What The Duck (วอท เดอะ ดัก) เจ้าของผลงานชื่อคุ้นอย่าง รักกันมาตั้งนาน (RGMTN), No.2, last summer และ hairband รวมถึงอีกหนึ่งผลงานล่าสุดจากอัลบั้ม "Sathorn Angels" กับเพลงที่มีชื่อว่า "Show It" ซิงเกิลแทนใจความสัมพันธ์ Toxic ที่ได้แร็ปเปอร์ตัวตึงแห่งยุคอย่าง "SEXSKI" มาร่วมแจมสาดสีสันใหม่ ๆ ให้ชัดกว่าที่เคย นอกจากในพาร์ทศิลปินเจ้าของผลงานสุดไอคอนิกแล้ว "jeffy" ยังสวมบทบาทเป็นนักแต่งเพลง ผู้อยู่เบื้องหลังซิงเกิลไวรัลที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในตอนนี้กับ "ขี้แง (Boys Dont Cry)" ผลงานล่าสุดจากวง T-POP สุดแมสแห่งยุคอย่าง "PROXIE" ซึ่งเขาและชาวแก๊งสมาชิกบ้าน SAUCE BKK ร่วมกันรังสรรค์ พร้อม represent ตัวตนและ DNA ตามแบบฉบับของตัวเองลงไปแบบไม่มีกั๊ก ทำให้ชื่อของพวกเขาถูกพูดถึงในวงกว้าง และมีแฟน ๆ ตามรอยไปติดตามผลงานอื่น ๆ กันอย่างต่อเนื่อง มากันต่อที่ซิงเกิลล่าสุด "Karma (ท่องไว้ในใจ)" หรือแปลตรงตัวในความหมายภาษาไทยว่า "กรรมตามสนอง" เพลงของคนใจร้ายที่อยากกลับตัวกลับใจในวันที่สาย โดยเพลงนี้ถูกสื่อสารด้วยความรู้สึกตัดพ้อ เป็นความรู้สึกผิด และอยากขอโทษในสิ่งที่ได้เคยทำผิดไปกับคนรัก กว่าจะรู้ตัวอีกทีความสัมพันธ์ก็ถูกทำลายไปแล้ว ทำได้เพียงภาวนาขอให้อีกฝ่ายกลับมารักกันอีกครั้งแม้จะไม่มีหวังก็ตาม โดยความพิเศษของซิงเกิลนี้ คือจะได้เห็นถึงพัฒนาการของการใช้คำที่มีลูกเล่นมากขึ้นกว่าซิงเกิลที่ผ่านมา ทั้งการเล่นสัมผัสคล้องจอง รวมถึงคำเปรียบเปรยที่ลึกซึ้ง ชวนให้แฟนเพลงสามารถตีความกันได้อย่างอิสระ ส่วนในพาร์ทดนตรีถูกเรียบเรียงผ่านสไตล์ RB และ Hiphop ก่อนเพิ่มเลเยอร์ความป็อปด้วยเสียง Synth ที่ช่วยเพิ่มมิติให้เพลงน่าหลงใหลมากยิ่งขึ้น สามารถติดตามเพลง "Karma (ท่องไว้ในใจ)" ได้แล้วทุกสตรีมมิงแพลตฟอร์ม และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของ "jeffy" ได้ทาง : https://www.instagram.com/jeffyjsjs/ และ https://www.instagram.com/saucebangkok/
ข่าวเพลงไทย • 12 ก.ค. 69
อ่าน
GCAP ควงน้องเนยลุยออมทอง ดันทองคำฮีลใจรายแรกในไทย
ทันหุ้น - จีแคป โกลด์ เปิดเกมรุกขยายฐานตลาด ผสาน “มูลค่าที่มั่นคง” ของทองคำแท้ ระดับตำนาน เข้ากับ “มูลค่าทางจิตใจ” ในมิติใหม่เขย่าวงการทองคำประกาศ คอลแลป “น้องเนย” ‘GCAP GOLD x Butterbear’ พลิกแนวคิดการลงทุน สู่สัญลักษณ์แห่งความสุข ที่เข้าถึงทุกเจเนอเรชัน ยกระดับการสะสมสินทรัพย์ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่นายธนพิศาล คูหาเปรมกิจ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD ผู้นำด้านทองคำรายใหญ่ของไทย ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการนำเข้าส่งออกทองคำแท่งของไทยกว่า 80 ปี เปิดเผยว่า วันนี้ GCAP GOLD ประกาศพลิกโฉมธุรกิจทองคำตอกย้ำภาพลักษณ์ใหม่ ของ GCAP GOLD ที่พร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งในทุกจังหวะความสุขของคนทุกเจนเนอเรชัน ล่าสุดสร้าง เซอร์ไพรส์ เปิดตัวโปรเจกต์ Collaboration สุดคิวท์ ระหว่าง “GCAP GOLD x Butterbear” ครั้งแรก ของประเทศไทย ที่พร้อมพลิกคอนเซปต์ “เปลี่ยนสินทรัพย์ทองคำ ให้เป็นความสุขที่สะสมได้” ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่าง “มูลค่าของทองคำแท้” เข้ากับ “ความน่ารักระดับปรากฏการณ์” ของน้องเนย เพื่อสร้างสรรค์คอลเลกชันทองคำสุดพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และเติมเต็มความสุขให้กับเหล่านักสะสม และแฟนคลับโดยเฉพาะ หลังเปิดตัวและจัดจำหน่าย คอลเลกชันพิเศษ “GCAP GOLD x Butterbear” ช่วงระยะเวลา กว่า1 เดือนที่ผ่านมา ที่ผสานความน่ารักใจฟูของน้องเนย กับทองคำแท้ระดับตำนานของ GCAP GOLD ได้รับกระแสตอบรับจากนักลงทุนรุ่นใหม่ มัมหมี-ด้อมน้องเนยอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความสำเร็จ ที่สามารถตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของทุกเจนเนอเรชัน ซึ่งความสำเร็จส่วนหนึ่งมาจากแผนกลยุทธ์ การจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ที่ครอบคลุมและเข้าถึงง่ายในทุกแพลตฟอร์ม ตอบโจทย์พฤติกรรม การซื้อของผู้บริโภคอย่างทั่วถึง ภายใต้ดีไซน์ที่มี เอกลักษณ์และมีมูลค่าเพิ่มในอนาคต การ์ดทองคำแท่ง GCAP GOLD x Butterbear : ดีไซน์ลวดลายน้องเนยในท่าทางสุดคิวท์ ที่มีหลากหลายขนาดให้เลือกสะสม จะซื้อเก็บเองหรือซื้อเป็นของขวัญแก่คนพิเศษที่ใครได้รับ ก็ต้องประทับใจเหรียญทองคำแท่ง GCAP GOLD x Butterbear : ครั้งแรกของ GCAP GOLD กับเหรียญทองคำ Butterbear ความน่ารักที่ออกแบบมาเฉพาะโปรเจกต์นี้ Sweet Moments Collection Box Set: เซตพรีเมียมที่รวบรวมโมเมนต์ความเลอค่า และ ความน่ารักของน้องเนยไว้ในกล่องเดียว ออกแบบมาเพื่อเป็นไอเทมฮีลใจให้มัมหมีได้รับความสุขแบบจัดเต็ม Jewelry Collection: คอลเลกชันเครื่องประดับทองคำ GCAP GOLD x Butterbear ที่ออกแบบมาให้สวมใส่ได้อย่างน่ารักสดใสในทุกวัน โดดเด่นด้วยรายละเอียดการผลิตที่ประณีต สีสันสวยงาม และการตกแต่งลงสีอย่างบรรจงในทุกชิ้นงาน เพื่อให้ทุกชิ้นเปล่งประกาย ทั้งความน่ารักและคุณค่าได้อย่างลงตัวสามารถพบกับ “สัญลักษณ์แห่งความสุข” ในหลากหลายรูปแบบของคอลเลกชัน GCAP GOLD x Butterbear ได้แล้วที่แอปพลิเคชัน ME GOLD by GCAP GOLD และ www.gcap.co.th และช่องทางออนไลน์ชั้นนำทั้ง LINE Shopping, Shopee, Lazada, Tiktok, และ All Online (7-Eleven) โดยท่านใดอยากรับด้วยตัวเอง สามารถรับได้ที่สำนักงานใหญ่ เฉพาะ สั่งผ่านแอปพลิเคชัน ME GOLD by GCAP GOLD เท่านั้น รวมทั้งยังสามารถเลือกชมสินค้าได้ที่ร้านทองชั้นนำทั่วประเทศอีกด้วยด้าน นายชัยวัฒน์ สามัคคีนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GCAP GOLD เปิดมุมมองต่อภาพรวมการลงทุนในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันว่า ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีคุณสมบัติเคลื่อนไหวสวนทางกับสินทรัพย์ประเภทอื่น โดยเฉพาะค่าเงินดอลลาร์ในระยะสั้น การมีทองคำในพอร์ตการลงทุนจึงช่วยลดความผันผวนโดยรวมได้ และถือเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ขาดไม่ได้เมื่อพูดถึงการกระจายความเสี่ยง สำหรับผู้เริ่มต้น ทองคำมีข้อได้เปรียบหลายด้าน ทั้งสภาพคล่องสูง และมีประวัติผลตอบแทนระยะยาวที่น่าประทับใจ เป็นที่คุ้นเคยในวงกว้างสำหรับคนไทย รวมถึงสามารถเริ่มต้นลงทุนได้ด้วยเงินเพียงหลักร้อยบาท แม้ว่าราคาทองจะปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่องจากระดับ 20,000 บาท สู่ 40,000–60,000 บาท และมักมีคำถามว่า "ยังซื้อได้อยู่ไหม" ก็ยังคงเกิดขึ้นในทุกระดับราคา จากประวัติศาสตร์ของทองคำการลงทุนในระยะยาวถึงแม้ว่าจะอยู่ในระดับราคาปัจจุบันก็ยังคงมีเหตุผลรองรับ “ปัจจุบัน GCAP GOLD มีแอปพลิเคชัน ME GOLD by GCAP GOLD ที่เริ่มต้นออมทองได้ตั้งแต่ 100 บาท และสามารถถอนทองคำจริงได้ สำหรับผู้ที่ไม่เคยลงทุนมาก่อน แนะนำให้เริ่มจากจำนวนเล็กน้อย เช่น เทียบเท่าค่าอาหารนอกบ้านเพียง 1 มื้อ”ด้านทิศทางราคา GCAP GOLD มองว่าทองคำยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นในระยะยาว โดยมีการสะสมของธนาคารกลางทั่วโลกเป็นปัจจัยหนุนสำคัญ ขณะที่ในระยะสั้นยังมีแรงกดดันจากการคาดการณ์ อัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ อยู่บ้าง
ทันหุ้น • 25 พ.ค. 69
อ่าน
"ไอซ์ ศรัณยู" ยอมรับไม่มีใครดังตลอดไป เผยเคยใจร้ายกับตัวเองมาก่อน
เบื้องหลังเพลงฮิตมากมาย ภาพจำรอยยิ้มและความสดใส กลับเต็มไปด้วยความกดดันที่ไม่มีใครเห็น "ไอซ์ ศรัณยู วินัยพานิช" ยอมรับผ่าน Let's Talk เปิดแผลในใจ 20 ปีในวงการไม่เคยรู้สึกดีพอ แม้เพลงฮิตทั่วประเทศ ยอมรับชีวิตไม่มีใครดังตลอดไป ตอนนี้เติบโตทางความคิด เลือกที่จะบาลานซ์ชีวิตใหม่ "ไอซ์ ศรัณยู" ยอมรับไม่มีใครดังตลอดไป เผยเคยใจร้ายกับตัวเองมาก่อน ย้อนกลับไปตอนเด็ก ๆ มีความฝันอยากเป็นนักร้องเพราะอะไร ?ไอซ์ ศรัณยู : เพราะว่าชอบเสียงเพลงมาตั้งแต่เด็กเลย จำความฝันอื่นไม่ได้เลย คือจริง ๆ ชัดเจนที่สุดคืออยากเป็นนักร้อง แล้วก็พอโตขึ้นมา เริ่มรู้สึกว่าต้องอยู่ในโลกความจริงแล้วด้วย ก็เริ่มอยากเป็นสจ๊วต เริ่มอยากเป็นกัปตันขับเครื่องบิน เพราะว่ารู้สึกว่ามันจะพาเราไปสู่ต่างประเทศ โลกกว้างได้ แต่นักร้องดูจะเป็นความฝันเดียวแล้วเป็นแกนเดียวในชีวิต เวลาครูถามตอนเด็ก ใครอยากเป็นอะไร เพื่อน ๆ ก็จะตอบหลากหลายอาชีพมาก แต่ผมก็จะตอบอย่างเดียวว่าอยากเป็นนักร้อง ชอบร้องเพลง ตอนอายุเท่าไหร่ที่ชอบร้องเพลง ?ไอซ์ ศรัณยู : จำได้ว่าตอน ป.2 ออกไปหน้าห้องแล้วร้องเพลง คือเป็นภาพเลือนลาง ๆ มาก เป็นความเลือนลางที่มันยังอยู่ที่ลึกสุดที่จำได้ ออกไปร้องเพลงค่าน้ำนม จาก ป.2 เป็นต้นมา ก็คือจำได้ว่าเสนอตัวทุกครั้งกับกิจกรรมหน้าเสาธง หน้าห้อง หน้าโรงเรียน งานวันคริสต์มาส งานวันสุนทรภู่ งานอะไรก็ตาม เสนอตัวแล้วเป็นกิจกรรมเกี่ยวกับการร้องเพลงหมดเลยถ้าย้อนกลับไปตอนเด็ก ๆ เราร้องเพลง ณ ฟีลตรงนั้นให้อะไรกับเรา ?ไอซ์ ศรัณยู : มันให้ทุกอารมณ์เลย เพราะว่าจำได้ว่าแม้กระทั่งแบบเสียใจ ทำผิดโดนพ่อตี หรือว่าอะไรก็ตาม มันก็จะมีเพลงป๊อปอัพขึ้นมาในหัวตลอดเวลา เป็นเพลงเศร้าบ้าง เป็นเพลงสนุกบ้าง เป็นเพลงอะไรบ้าง ก็แบบหลากหลายแบบ category ของเพลงมาก เพราะว่าคุณยายก็ฟังเพลงแบบออกลูกกรุงหน่อย แถวบ้านด้วยความที่เติบโตที่ชัยนาท คุณลุงข้าง ๆ บ้านแกก็จะฟังลูกทุ่ง ในขณะที่คุณพ่อคุณแม่เราเอง คุณแม่ชอบแบบ Yesterday once more มาก ก็เลยเหมือนได้ฟังเพลงหลากหลายมาก แล้วภาพการเป็นศิลปินในวัยเด็ก กับตอนที่เราได้มาเป็นจริง ๆ เหมือนหรือต่างกันยังไงบ้าง ?ไอซ์ ศรัณยู : มีทั้งเหมือนและมีทั้งต่าง ที่เหมือนเพราะว่าตอนเด็ก ๆ เรามีความทรงจำว่าศิลปินยืนอยู่บนเวที แล้วก็สามารถที่จะเอนเตอร์เทนผู้คน ทำให้คนแบบร้องเพลงตาม เต้นตาม ยกมือตาม แต่ว่าเด็ก ๆ เราไม่ได้มองลึกเข้าไปในตัวอาชีพหรอกว่ามันมีแบบ 1 2 3 มีความกดดันใด ๆ หรือว่ามีความคาดหวังใด ๆ หรือว่าแบบมีสิ่งที่เราต้องทำใด ๆ มันก็จะเป็นสิ่งที่ไม่เหมือนแต่ว่าไม่ได้คาดคิดไว้ หมายถึงว่ามันก็มีต่าง ๆ ออกมา แต่ภาพที่เหมือน ก็คือเราได้เห็นตัวเองยืนอยู่บนเวทีอย่างที่เราอยากเห็นจริง ๆ เราได้เห็นเราเองแบบเอนเตอร์เทนคนจริง ๆ ความกดดัน 1 2 3 ไม่ได้คิดมาก่อน หน้างานจริง ๆ เป็นยังไง ?ไอซ์ ศรัณยู : การอยู่ในวงการนี้มันไม่ใช่แค่ตัวของเรา มันมีความคาดหวัง เราอยู่บนพื้นฐานของการเอนเตอร์เทนให้ความสุขกับผู้คน มีแฟนเพลง มีอะไรก็ตาม แต่ว่างานเบื้องหลังกว่าจะออกมา 1 ชิ้น ออกมาแล้วจะประสบความสำเร็จหรือเปล่า ความคาดหวังจากผู้คน ความคาดหวังจากตัวเรา หรือว่าชิ้นงานมันได้ดั่งใจไม่ได้ดั่งใจ จะต้องออนวันนี้ เกิดเหตุการณ์ออนไม่ได้ขึ้นมา หรือปล่อยออกมาแล้ว ถูกบล็อกช่องทางการเห็นขึ้นมา หลายอย่างมากหรือแม้กระทั่ง เคยมีชิ้นงานแบบนี้แล้วมันประสบความสำเร็จในความรู้สึกเรา พอชิ้นงานใหม่ออกมาไม่ประสบความสำเร็จเท่าเดิม มันมีทั้งจุดที่เราใจแข็งและจุดที่เราใจบาง บางช่วงของชีวิตแค่คนเดินมาทักว่า ช่วงนี้ทำอะไรอยู่ ไม่เห็นหน้าเลย ใจบางแล้ว เพราะเราก็ทำอยู่ตลอด แปลว่าเราไม่ success เหรอ หรือบางช่วงคนทักอาจจะไม่รู้สึกอะไรเลยก็ได้ เพราะว่าใจเราไม่ได้โฟกัสอยู่ตรงนั้น คิดเห็นยังไงบ้างในการเป็นศิลปินตรงนี้ ?ไอซ์ ศรัณยู : วันที่เราประสบความสำเร็จ ถามว่ายากไหม ยากมาก กว่าที่จะประสบความสำเร็จ แต่วันที่เราประสบความสำเร็จแล้วจะรักษาพื้นที่ตรงนี้ไว้ ยากมาก แล้วก็ไอซ์เชื่อว่ามันไม่มีคำว่าตลอดไป ไม่มีใครเป็นซูเปอร์สตาร์ตลอดกาล ไม่มีใครประสบความสำเร็จตลอดกาล ถึงแม้ว่าไอซ์นั่งบอกตัวเองอยู่แบบนี้ รู้อยู่ในทุกขณะจิตว่ามันเป็นไปไม่ได้ แต่เมื่อมันเป็นจริง เมื่อมันไม่ประสบความสำเร็จจริง ๆ เชื่อว่าก็ไม่มีใครที่แบบว่า ฉันโอเค ไม่รู้สึกอะไรเลย เป็นไปไม่ได้ มันต้องรู้สึกนิดหนึ่ง แต่ว่ารู้สึกแล้วประคับประคองตัวเองให้ได้ รู้สึกแล้วรู้สติด้วย รู้สึกพี่เป็นคน present กับตัวเองมากเลย ดีใจที่ได้สัมผัสในมุมนี้ไอซ์ ศรัณยู : ดีเหรอ พี่ว่าแบบในมุมที่เป็นคนแบบยิ้มสนุกสนาน แต่จริง ๆ มีความกดดันกับตัวเองค่อนข้างสูง แล้วตอนที่คนทั้งประเทศ คนใจง่าย, คนมันรัก อยู่ทุกพื้นที่ ณ จุดนั้น ความรู้สึกวันนั้นเป็นไงบ้าง ?ไอซ์ ศรัณยู : ย้อนกลับไปตอนนั้น มันเหมือนค่อย ๆ ซึม ๆ มันไม่ป้างเดียว แต่ว่าพอย้อนกลับมาตอนนี้รู้สึกภาพมันใหญ่มากเลย แต่ ณ อารมณ์ตอนนั้น รู้สึกเหมือนมันก็ค่อย ๆ ซึม ๆ ค่อย ๆ มา คนมันรักดังเหรอ แบบว่าคนมันรักเป็นเพลงแรกในชีวิตพี่ไอซ์ ออกมาตอนแรกตอนนั้นอายุ 19 เอง แล้วยังนั่งเรือจากท่าวัดศรีบุญเรือง มาเรียนที่ มศว. ประสานมิตร เพลงดังแล้วก็ยังทำแบบนั้นอยู่ตลอด จนมันเริ่มแบบว่าเดินถนนไม่ได้แล้วตอน จั๊ดจาดา เพราะว่าคือระหว่างนั้นก็จะมีคนทัก คนขอถ่ายรูป อะไรเรื่อย ๆ มาเรื่อย ๆ รู้สึกยังไงบ้างตอนนั้น ?ไอซ์ ศรัณยู : คือคนมันรักมาถึงคนใจง่าย เกือบ 2 ปี ก็เลยเหมือนมีเวลาซึมซับมาเรื่อย ๆ แล้วมันพลิกชีวิตจริง ๆ เลยก็คือ คนใจง่าย เริ่มรู้สึกว่าไม่ได้แล้วนี่คือมันกลายเป็นใช้ชีวิต ในชีวิตปกติที่เราเคยใช้ แล้วมันได้รับความสนใจมากกว่าปกติ สร้างความแบบวุ่นวายให้กับพื้นที่ ณ ตรงนั้น ก็เลยทำให้ศิลปินดาราต้องอยู่ในพื้นที่จำกัดพอสมควร รู้สึกก็แปลกดีนะ เป็นชีวิตที่ไม่คาดคิดว่าจะมี ทั้ง ๆ ที่อยากเป็นนักร้องมาตั้งแต่เด็ก แต่ว่าภาพไม่ได้วางไว้ใหญ่ขนาดนั้น วันที่เริ่มมีประสบการณ์ว่าทุกพื้นที่ๆ เราเคยทำอะไรก็ได้ ตอนนี้มันเริ่มทำไม่ได้ วันนั้นรู้สึกยังไง ?ไอซ์ ศรัณยู : มันดีใจ สำหรับไอซ์ แต่ว่าแค่มันรู้สึกว่าบางอย่างมันก็ต้องเปลี่ยนไป อย่างแบบว่าพี่เป็นคนชอบกินก๋วยเตี๋ยวเจ้าดังข้างทางมากเลย แต่พอวันที่ต้องย้อนกลับไปตอนนั้น มันยังไม่ใช่โลกยุคอินเทอร์เน็ตที่คนจะเห็นเราได้บ่อยขนาดนี้ เพราะฉะนั้นเวลาเขาเห็นตัวเราปุ๊บ ก็คือคำต่อคำเลย หมายถึงว่าจะตักอาหารเข้าปากคนก็ขอถ่ายรูปหน่อยได้ไหม คือแล้วเขาก็จะมีเหตุผลของเขา ซึ่งเราก็เข้าใจนะว่าเขาก็ต้องไปทำธุระอย่างอื่นต่อเหมือนกัน แต่เขาเจอเราแล้วเขาก็อยากถ่ายรูป คือมันยังไม่ใช่ยุคที่คนเห็นผ่านโซเชียล เห็นอะไรเยอะขนาดนี้ เดี๋ยวนี้บางทีเขาเห็นก็แบบก็เห็นอยู่แล้วเป็นปกติ แต่สมัยก่อนมันจะเป็นขอสัมผัสได้ไหมอะไรแบบนั้น คือมันดีใจ แต่ว่าอาชีพในวงการบันเทิงก็เหมือนต้องแลกเหมือนกัน ถึงว่าได้ความรัก ได้ความชื่นชอบ แต่ว่ามุมชีวิตที่เป็นส่วนตัวก็อาจจะต้องหายไป มีช่วงที่คนรักเรามาก ๆ หลั่งไหลเข้ามา จนเรารู้สึกหลงไปกับชื่อเสียงตัวเองมีมุมนี้บ้างไหม ?ไอซ์ ศรัณยู : ไม่ได้หลงกับชื่อเสียง เพราะว่าเหมือนเราค่อนข้างอยู่ติดกับครอบครัว กับคุณพ่อคุณแม่ ก็เลยทำให้มีคนคอยสะกิดพี่ตลอดเวลา แต่ถามว่าพี่ไม่ใช้คำว่าหลงกับชื่อเสียง แต่พี่หลงกับภาวะการที่คนเอาใจ เพราะว่าต้องยอมรับตรง ๆ ว่าวันใดก็ตามที่เราเป็นที่รู้จักของสังคมขึ้นมา หรือว่าประสบความสำเร็จขึ้นมา คนรอบตัวเขาก็จะอยากที่จะทำให้ดีที่สุดเพื่อเรา แต่ความอยากที่จะทำให้ดีที่สุดให้เพื่อเรา บางทีมันก็จะมีความตามใจอยู่ในนั้น พอตามใจมาก ๆ บางทีคนเรามันคุ้น เราไม่รู้ว่าอันนี้ได้เหรอ ไม่ได้เหรอ มันเหมือนคนนี้มันโดนสปอยล์มากเลย มันก็มี 2 ทาง คือถ้าแบบโดนสปอยล์มาก ๆ แล้วหลุดไปเลยกับสิ่งเหล่านั้น มันก็จะดึงตัวเองกลับมาแบบลำบากมาก ทั้งภาวะอารมณ์ การใช้ชีวิต หรืออะไรก็ตาม มันต้องมีคนที่แบบคอยบอกเราเหมือนกัน ซึ่งพี่โชคดีมาก มีเพื่อนสนิทที่มหาวิทยาลัยที่สนิทกันมาก คือด้วยความที่อาจจะแบบว่าโตมาด้วยกันตั้งแต่ก่อนที่พี่จะเข้าวงการบันเทิง และอยู่กับเราในวันที่ประสบความสำเร็จมาก ๆ แล้วคำพูดของเรามันมีอิทธิพลมาก หมายถึงว่ากับคนทำงานตรงนั้น บางทีเราไม่รู้ตัวหรอก แต่รู้สึกว่าต้องการสิ่งนี้ พูดออกไปอย่างงี้ ไม่รู้เลยว่าเขาต้องเหน็ดเหนื่อยตรากตรำคร่ำเครียดกับคำพูดของเราเพื่อให้คำพูดของเราสำเร็จ มันมีภาวะนั้น ไม่ได้หลงกับชื่อเสียง แต่ว่าเหมือนคุ้นชินกับการถูกเอาใจ อยู่ในวงการมา 20 ปีมีเพื่อนแท้ในวงการหรือคนที่ไว้ใจบ้างไหมในวงการ ?ไอซ์ ศรัณยู : พี่ยังไม่เคยเปิดใจที่จะไว้ใจคนในวงการจนหมดใจมากกว่า แต่ไม่ได้หมายถึงเขาไม่ดี แต่ว่ามันเหมือนเราใช้ชีวิตอยู่ในวงการกับคนในวงการแบบเป็นเพื่อนในการทำงาน มีเพื่อนในการทำงานเยอะมากเลย คนจะเข้าใจว่าแบบกับ พี่เป๊ก พี่ออฟ เติบโตมาด้วยกันเป็นเพื่อนสนิทกันจริง ๆ คุยกันเรื่อย ๆ แต่ว่าก็จะคุยกันด้วยเรื่องของการทำงานส่วนใหญ่ แต่ว่ามันจะไม่ได้ลึกซึ้งขนาดเพื่อนที่โตมาด้วยกันจริง ๆ เพื่อนที่สนิทมาก ๆ คือเพื่อนมหาวิทยาลัย ซึ่งจะมีอยู่ประมาณ 4-5 คน คุยกันทุกวัน คุยแชทกันทุกวันด้วยเรื่องไร้สาระหรืออะไรก็ตามคุยกันได้หมดเลย เศรษฐกิจ สังคม นางงาม ทุกอย่างเลย ซึ่งกลุ่มนี้ก็จะเป็นกลุ่มที่คอยเตือนกันตลอดเวลา เป็นคนเพื่อนไม่เยอะ แต่ว่าเพื่อนสนิทมากคุยทุกเรื่องจริง ๆ คนส่วนใหญ่จะมอง ไอซ์ ศรัณยู เป็น Prince of Smile ตัวจริงเป็นแบบนั้นไหมเหมือนหรือต่างกัน ?ไอซ์ ศรัณยู : เหมือนแต่ไม่ทั้งหมด เป็นคนร่าเริงจริง เป็นคนยิ้มให้กับทุกคนจริง ๆ เพราะว่าเหมือนใน mindset เรา รู้สึกว่าอยากที่จะเอาพลังงานที่ดีให้กับคนที่เราเจอ คนที่เราสนทนาด้วย คนที่เราอยู่ด้วย แต่ที่บอกว่าเหมือนแต่ไม่ทั้งหมด เพราะว่าในอีกร่างหนึ่งเป็นคนจริงจังมาก ทำอะไรจริงจังมากทั้งการทำงาน ทั้งการดำเนินชีวิต มีโฟกัสที่ชัดเจน แล้วสิ่งที่จะทำให้โฟกัสของเรามันประสบความสำเร็จ คือความจริงจังของตัวเราในความรู้สึก เพราะฉะนั้นก็จะมีอยู่ 2 ร่าง คือร่างที่ร่าเริงสดใสมากเสิร์ฟความสุขให้กับทุกคน เคยได้ยินคำนี้ไหมยิ้มให้คนทั้งโลกแต่ร้องไห้กับตัวเอง เคยเป็นสมัยก่อน เลือกที่จะเธอมีความสุขเลย เอาความสุขจากฉันไปได้เต็มที่เลย แล้วกลับมานั่งอยู่ที่บ้านแล้ววันนี้รู้สึกพลังงานหมดมากเลย แต่เดี๋ยวนี้จริงใจกับตัวเองมากขึ้นด้วยการที่แบบว่า ไม่ได้อยากที่จะทำให้ใครมีความทุกข์จากตัวพี่อยู่แล้ว แต่ว่าเราก็จะไม่เสิร์ฟขนาดนั้น คือถ้าสมัยก่อนเสิร์ฟมาเลย ทุกคนแฮปปี้ เดี๋ยวนี้เหมือนเราโตขึ้น ก็จะนิ่งขึ้นด้วยนิดหน่อย มีเหตุการณ์ไหนในอดีตไหมที่ยังเป็นแผลอยู่ รู้สึกว่าถ้าย้อนกลับไปได้อยากกลับไปแก้ที่สุด ?ไอซ์ ศรัณยู : อยากใจดีกับตัวเองมากขึ้นในหลายเรื่องเลย คือเหมือนเราเป็นคนกดดันตัวเองมากพอสมควร ในทุก ๆ ขั้นตอนของการใช้ชีวิตและการทำงาน จะมีโกลอยู่ว่ามันจะต้องสำเร็จ ๆ แล้วใจร้ายกับตัวเองมากในการที่บอกว่าจะต้องสำเร็จ เรามีความตั้งใจ ความพยายามก็จริง แต่ว่าไม่มีคำปลอบใจให้กับตัวเอง ว่าเก่งแล้วนะ ดีแล้วนะ มันสำเร็จแล้วนะน้อยมากสมัยก่อน ย้อนกลับไปตอนเพลง อยากโดนเป็นเจ้าของ, แพ้แล้วพาล หรือแม้กระทั่ง น่ารักเกิน ที่ทุกวันนี้คนบอกว่าเพลงเหล่านี้มันดัง ในวันเหล่านั้นย้อนกลับไป เราไม่เคยบอกตัวเองเลยนะว่าเพลงเหล่านั้นมันประสบความสำเร็จ เรายังรู้สึกว่ามันไม่เท่า คนมันรัก, คนใจง่าย มันต้องได้มากกว่านี้สิ แล้วรู้สึกว่ามันยังไม่พอหรอก ทำไมเราไม่รู้สึกขอบคุณตัวเอง ทำไมไม่รู้สึกว่าภูมิใจกับสิ่งเหล่านั้นที่ แต่เราขอบคุณคนทำงานทุกคนนะ รู้ว่าคนทำงานทุกคนเต็มที่ พูดตลอดเวลาว่าคนทำงานทุกคนที่ทำงานให้เรา เต็มที่กับพี่มาก ขอบคุณมาก ๆ เพราะว่าเราไม่ใช่มนุษย์คนเดียวที่สามารถทำทุกชิ้นงานให้มันเกิดบนโลกใบนี้ได้ คือคนทำงานเขาทำเต็มที่หมดแล้ว แต่ว่าเราจะหันกลับมาโทษตัวเองเสมอว่าหรือมันเป็นเพราะเรานี่แหละ มันไม่พอที่จะทำให้ชิ้นงานนี้ไปได้มากกว่านี้ รู้สึกว่าใจร้ายกับตัวเอง ย้อนกลับไป 16-17 ปีก่อน เห็นตัวเองในวัยรุ่นตรงนั้นน้องคนนั้นนั่งอยู่หน้าเราตอนนี้ อยากขอโทษอะไรเขาไหม ?ไอซ์ ศรัณยู : จริง ๆ ก็ทำเต็มที่แล้ว มันคือฟังก์ชั่นที่เราควบคุมไม่ได้ ถ้าถามตัวเองก็อยากบอกว่าก็เต็มที่แล้ว เก่งแล้ว บางทีมันเป็นปัจจัยที่มันไม่ได้อยู่ที่ตัวเราคนเดียว แต่ถ้าย้อนกลับไปที่ความตั้งใจ ก็ไม่มีจุดไหนที่ไม่ตั้งใจเลย รักเขา เก่งแล้ว ภูมิใจในตัวเอง มันไม่มีอะไรสำเร็จไปหมดทุกอย่างหรอก ตอนนี้หัวใจเป็นยังไงมุมมองความรักเปลี่ยนไปไหมจากอดีตถึงปัจจุบัน ?ไอซ์ ศรัณยู : ก็อาจจะเปลี่ยน แต่ว่ามันเปลี่ยนมานานมากแล้วเกือบ 10 ปีแล้ว จากที่ไอซ์รู้สึกว่าความรักเป็นเรื่องส่วนตัวมาก ไม่สามารถพูดออกไปได้เลย คน ๆ นี้จะต้องอยู่ในมุมมืดมุมหนึ่งเท่านั้น ไอซ์กลับรู้สึกว่าไอซ์ใช้ชีวิตปกติมากในตอนนี้มีความรักที่ดีบ้างไม่ดีบ้าง แต่ว่าโดยส่วนใหญ่แล้วดี เขาก็เป็นคนที่ดูแลหัวจิตหัวใจเราได้ดี แล้วก็ดูแลซึ่งกันและกันได้ดี มีพื้นที่ให้กันและกัน ใช้ชีวิตปกติ เพียงแต่ว่าเขาไม่ได้อยากที่จะเป็นบุคคลสาธารณะ ไม่ได้อยากเดินไปแล้วถูกมองว่าคือคนนี้ ไม่ได้อยากมีสถานะในสังคมแต่มีสถานะสำหรับเรา ครอบครัวเรา คนรอบตัวเรา เพื่อนฝูง เขา exist แต่เขาไม่ได้อยาก exist ในแสงไฟ ความรักแบบไหนที่ทำให้ ไอซ์ ศรัณยู เป็นตัวเองที่สุด ?ไอซ์ ศรัณยู : ความรักที่พร้อมที่จะประคับประคองไปด้วยกัน พร้อมที่จะเตือนสติไปด้วยกัน เหมือนพี่ชอบเพลง ๆ หนึ่งมาก มันชื่อ "Wind Beneath My Wings" คือรู้สึกว่าความรัก มันเป็นแบบนั้น คือเหมือนลมที่อยู่ใต้ปีกเรา พร้อมที่จะพยุงเราให้ขึ้น พร้อมที่จะโอบกอดเรา พร้อมที่จะเมื่อใดก็ตามที่เราต้องลง ก็ขอให้เรา landing ให้มันนิ่มที่สุดด้วยด้วยลมนี้ เพราะเราไม่สามารถ flying high แบบ higher ไปเรื่อย ๆ มันมีวันหนึ่งที่เราต้อง landing ลงพื้น เพราะฉะนั้น Win beneath my wings มันก็จะเป็นลมที่คอยประคองให้เรา อย่างน้อย ๆ เราลงแล้วเราแตะพื้น ก็ให้เราแตะให้เจ็บน้อยที่สุด มันก็เป็นความรักที่แบบนี้ เป็นความรักที่ดูแลซึ่งกันและกัน แล้วปัจจุบันคิดว่าตัวเองเป็น best version ของตัวเองดีที่สุดแล้วหรือยัง ?ไอซ์ ศรัณยู : เกือบแล้วนะ ไม่กล้าตอบว่ามันดีที่สุด เพราะว่าก็รู้สึกว่ายังมีความคาดหวังให้ดีมากกว่านั้น ยังมีความคาดหวังอยู่ดี ถึงแม้ว่าจะมีระบบกลไกในการปลอบใจตัวเองอยู่ แต่ก็คาดหวังว่ามันจะดีขึ้น แต่ถามว่า best หรือยังก็ best แต่มันอาจจะแบบมีขั้นกว่าของ best ไปอีก แต่ว่า ณ ตอนนี้สำหรับความคิดในแง่ของตัวเอง แง่ของความสำเร็จ แง่ของผู้คนรอบข้าง อยู่ในเกณฑ์ดีทั้งหมด สามารถติดตาม Let's Talk ได้ที่ช่องทาง Podcast : Life Dot , Facebook: Life Dot , Youtube : Life Dot เวลา 18.00 น. คลิกชมรายการย้อนหลัง : https://www.youtube.com/watch?v=1UMHWhj7g38 สามารถติดตามและอัปเดตข่าวสารได้ที่ช่องทางPodcast : Life Dot , Facebook: Life Dot , Youtube : Life Dot , IG : lifedot.official ,TikTok : lifedot_official , Spotify : Lifedot_official
ข่าวบันเทิง • 6 พ.ค. 69
อ่าน
ICHIงัดกลยุทธ์สู้วิกฤติ มั่นใจรายได้ปีนี้โต12%
#ICH I#ทันหุ้น - ICHI เปิดแผนรับมือความผันผวน เน้นบริหารจัดการต้นทุน อัพประสิทธิภาพการผลิต เพื่อความสามารถทำกำไร รับอานิสงส์อากาศร้อนเร็ว ชูกลยุทธ์พรีเซ็นเตอร์ คนรุ่นใหม่–นิวโปรดักต์ ดันรายได้ปีนี้ตามเป้าโต 12% “ตัน ภาสกรนที” แสดงสปิริตลดเงินเดือนตัวเอง 50% เป็นเวลา 3 เดือน ด้านที่ประชุมผู้ถือหุ้นไฟเขียวปันผลครึ่งปีหลัง 2568 ที่ 0.55 บาทต่อหุ้น กำหนดจ่าย 21 พฤษภาคม 2569ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังของปี 2568 ในอัตรา 0.55 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดจ่ายในวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ส่งผลให้ภาพรวมทั้งปีมีการจ่ายเงินปันผลรวม 1.10 บาทต่อหุ้น ตอกย้ำภาพลักษณ์หุ้นปันผลที่สร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอ ภายหลังการรายงานผลประกอบการปี 2568 ด้วยรายได้รวม 8,086.2 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,327.6 ล้านบาท@แสดงสปิริตลดเงินเดือนสำหรับการดำเนินงานในปี 2569 คณะผู้บริหารมุ่งเน้นการบริหารจัดการความผันผวนของสถานการณ์โลกอย่างมืออาชีพ ด้วยระบบซัพพลายเชนที่แข็งแกร่งจากพันธมิตรคู่ค้าชั้นนำที่ร่วมเติบโตกันมาอย่างยาวนาน ซึ่งมีส่วนสำคัญในการช่วยลดผลกระทบจากการจัดหาวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ให้เพียงพอสำหรับการผลิต ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการประสิทธิภาพการผลิตภายในโรงงานอย่างเต็มกำลัง (Production Efficiency) เพื่อรักษาขีดความสามารถในการทำกำไรพร้อมกันนี้ อิชิตัน กรุ๊ป ยกระดับการบริหารจัดการภายในด้วยมาตรการ Cost Saving ทุกมิติ เพื่อรับมือความผันผวนของต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด แม้แนวโน้มภาพรวมการดำเนินงานเป็นไปตามที่วางไว้ แต่เพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้ตระหนักถึงสถานการณ์ ตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ ICHI แสดงสปิริตลดเงินเดือนตัวเอง 50% เป็นเวลา 3 เดือนโดยเน้นย้ำแนวคิด “เราให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการภายในให้เฉียบคมที่สุดในทุกจุด เพื่อรักษาความแข็งแกร่งขององค์กร ทุกวิกฤติมีโอกาสสำหรับคนที่เตรียมพร้อมและไม่ประมาท อิชิตันจะใช้สติและความเชี่ยวชาญขับเคลื่อนธุรกิจท่ามกลางความผันผวนและเติบโตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้” ซึ่งปัจจุบันบริษัทยังคงมุ่งมั่นดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ด้วยความรอบคอบและมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อสร้างการเติบโตต่อเนื่อง@แผนดันรายได้โต 12% ด้านกลยุทธ์สินค้า อิชิตัน กรุ๊ป มุ่งสร้างความคล่องตัวของพอร์ตสินค้า เพื่อตอบโจทย์ความหลากหลายและความคุ้มค่า (Value for Money) โดยไฮไลต์สำคัญคือการฉลองครบรอบ 15 ปี ด้วยการต้อนรับ 4 นักแสดงนำจากซีรีส์ "เขมจิราต้องรอด" ได้แก่ เก่ง-หฤษฎ์ บัวย้อย, น้ำปิง-นภัสกร ปิงเมือง, เติ้ล-มติมันท์ ศรีบุญเรือง และเฟิร์สวัน-วรรณกร เรืองรัตน์ สู่ครอบครัวพรีเซ็นเตอร์ เพื่อสร้างพลังขับเคลื่อนของคนรุ่นใหม่ให้กับอิชิตัน และสินค้าใหม่ "อิชิตัน ไอซ์ที เลมอน โคลด์บรูว์" นุ่ม..เข้ม เต็มรสชาติ พร้อมเป็นฟันเฟืองสำคัญในการผลักดันเป้าหมายรายได้ให้เติบโต 12%นอกจากนี้ ยังเสริมทัพด้วย "ตันซันซู" น้ำอัดลมสไตล์เกาหลี ที่เปิดตัวสมาชิกใหม่ของแก๊งซ่า "ตันซันซู องุ่นเคียวโฮโซดา" รวมถึงการขยายฐานสินค้ากลุ่มบรรจุภัณฑ์ขนาดใหญ่ (Big Size) เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง ควบคู่ไปกับการใช้สิทธิประโยชน์จาก BOI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการเงินอย่างเต็มที่นายธนพันธุ์ คงนันทะ กรรมการบริหาร และรองกรรมการผู้จัดการสายงานธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI กล่าวกับ “ทันหุ้น” ว่า จากปีนี้อากาศร้อนเร็ว และร้อนมาก ทำให้ส่งผลดีต่อธุรกิจเครื่องดื่ม ทำให้มียอดขายมากขึ้น ส่วนกรณีที่บริษัทรับจ้างผลิต (OEM) น้ำมะพร้าวแบรนด์ IF ขณะนี้ยอดคำสั่งซื้อใกล้เคียงเดิม
ทันหุ้น • 27 เม.ย. 69
อ่าน
ใจร้ายมาก! “น้องวันใหม่” ออกกำลังกาย แต่เจอ “บอย” กินของหวานยั่วความอร่อย
ใจร้ายมาก! น้องวันใหม่ ออกกำลังกาย แต่เจอ บอย กินของหวานยั่วความอร่อย เป็นคู่พี่น้องที่น่ารักมากๆ สำหรับ บอย ปกรณ์ กับ น้องวันใหม่ เพราะมีจังหวะไม่ได้ จะคอยแกล้งน้องสาวด้วยความเอ็นดูตลอด ล่าสุดดูเหมือนว่า น้องวันใหม่ จะเริ่มเข้าสู่โหมดเป็นสาวรักสุขภาพ เพราะเริ่มหัดมาออกกำลังกาย ดูแลรูปร่างมากขึ้น บอย ได้ลงคลิปในไอจีช่วงที่ น้องวันใหม่ กำลังวิ่งอยู่เป็นลู่วิ่งไฟฟ้า แต่งานนี้พี่ชายดันแกล้งน้องสาวด้วยการกินของหวานให้เห็น คอยเรียก คอยบอกน้องว่าหวานอร่อยมากแค่ไหน แล้วเขียนแคปชั่นว่า โคตรโหด โคตรอำมหิต ชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์กันมากมาย เช่น วันใหม่บอก พี่ชายใหม่ใกล้ฉัน,เฮีย....แกงน้องอ่ะ,ใจร้ายยยยยย,น้องจะสวยก้อขัดขวางน้อง,เลือดเย็นมาก ฯลฯ
ดาราเดลี่บันเทิง • 6 มี.ค. 69
อ่าน
GUNKULปั้นROEแตะ16% มั่นใจรายได้ปีนี้‘หมื่นล้าน’
#GUNKUL #ทันหุ้น - GUNKULเปิดกลยุทธ์ปี 2569 มุ่งเติบโต 3 ธุรกิจหลักอย่างแข็งแกร่ง-ขยายสู่นิวเอสเคิร์ฟ “ดาต้าเซ็นเตอร์” แย้มเจรจารับงานก่อสร้าง-ร่วมลงทุนชัดเจนครึ่งปีแรก คาด EPC คว้างานใหม่ 3 พันล้านบาท ขยายพอร์ตโรงไฟฟ้าแตะ 2 พันเมกะวัตต์ ในปีหน้า จ่อ COD ปีนี้ 176 เมกะวัตต์ มั่นใจรายได้ปีนี้กว่า “หมื่นล้านบาท” – กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 10-15% พร้อมวางเป้าภายใน 2-3 ปี ดัน ROE แตะ 15-16% ตั้งงบลงทุน 3ปี 3.9 หมื่นล้านบาทนางสาวนฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL เปิดเผยว่า บริษัทวางกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในปี 2569 ในการเป็นพาร์ตเนอร์ด้านพลังงานสีเขียวและ AI เน้นสร้างการเติบโตของ 3 ธุรกิจหลักอย่างเข็งแกร่ง คือ ธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานสีเขียว ธุรกิจรับเหมาไฟฟ้า (EPC) ธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า รวมถึงขยายธุรกิจไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ (New S-Curve)ที่มีแนวโน้มการเติบโต เช่น โครงสร้างพื้นฐานด้านเอไอ และดาต้าเซ็นเตอร์@รุกธุรกิจใหม่โดยอุตสาหกรรมใหม่ ในส่วนของดาต้าเซ็นเตอร์นั้นมีแนวโน้มเติบโตที่สูงในอนาคต เพราะมีโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ขอส่งเสริมการลงทุนสูงถึงกว่า 800,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทมีศักยภาพในการรับงานก่อสร้างดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจารับงานก่อสร้าง และบริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาร่วมลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนในช่วงครึ่งปีแรก 2569 ในทั้ง 2 ส่วน โดยหากมีความชัดเจนเรื่องการร่วมลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ บริษัทคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาทสำหรับธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานสีเขียวบริษัทยังคงเป้าหมายที่จะมีกำลังการผลิตแตะ 2,000 เมกะวัตต์ ในปี 2570 โดยบริษัทมีโครงการในมือประมาณ 1,600 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น โรงไฟฟ้าที่มีการเซ็น PPA แล้ว 832 เมกะวัตต์ และเตรียมที่จะเซ็น PPA ในไตรมาส 1 ปีนี้อีก 319 เมกะวัตต์ และมีการทยอยเซ็น PPA ต่อเนื่อง โดยโครงการที่อยู่ในมือดังกล่าวบริษัทมีการรับรู้รายได้แล้วประมาณ 600 เมกะวัตต์ และในปลายปีนี้บริษัทจะมีการCOD โรงไฟฟ้าอีก 3 โครงการ กำลังผลิตรวม 176 เมกะวัตต์ ส่วนที่เหลือทยอย COD ใน 5 ปี@ขยายพอร์ตโรงไฟฟ้ารวมถึงบริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาลงทุนโครงการใหม่ๆ เช่น โรงไฟฟ้าโซลาร์ชุมชน 1,500 เมกะวัตต์ โครงการ Direct PPA และการลงทุนต่างประเทศ เช่นประเทศฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น และไต้หวัน ฯลฯ โดยคาดว่าที่ฟิลิปปินส์ จะมีการชัดเจนก่อนในครึ่งปีแรก เพราะปัจจุบันมีความคืบหน้าไปมากแล้ว โดยจะเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์หลัก 100 เมกะวัตต์ รวมถึงบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาขายเงินลงทุนโรงไฟฟ้าที่มาเลเซีย เพราะผลตอบแทนน้อยและโอกาสขยายได้ยากนางสาวนฤชล กล่าวว่า ธุรกิจEPC ปีนี้มีการเติบโตที่ดีคาดว่าหน่วยงานภาครัฐจะมีงานออกมาประมูลกว่า 30,000 ล้านบาท โดยบริษัทมั่นใจว่าจะได้งานใหม่เข้ามาประมาณ 3,000 ล้านบาท เข้ามาเติมงานในมือ (แบ็กล็อก) และ งานภาคเอกชนก็หวังที่จะงานเข้ามาเพิ่มเติม และธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าปีนี้ก็จะมียอดขายเติบโตเป็นเท่าตัวจากปีที่ผ่านมา@กำไรดำเนินงานโต 15%ดังนั้นบริษัทมองว่าปีนี้จะเป็นปีที่บริษัทมีการเติบโตที่ดี โดยคาดว่าจะมีรายได้กว่า 10,000 ล้านบาท แบ่งเป็นจากการรับรู้รายได้จากงานในมือ (แบ็กล็อก) ธุรกิจ EPC ประมาณ 5,000 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมาที่มีจำนวน 8,000 ล้านบาท และที่เหลือมาจากรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้า และธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า ขณะที่บริษัทคาดว่ากำไรจากการดำเนินงานปีนี้โตแข็งแกร่งในระดับ 10-15% เพราะบริษัทมีโครงการร่วมทุนที่รับรู้เข้ามาเป็นกำไรและผลจากที่บริษัทมีการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ทำให้มีต้นทุนการดำเนินที่ลดลง@ตั้งงบลงทุน 3 ปีสำหรับงบลงทุนใน 3 ปี บริษัทตั้งไว้ 39,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นในปีนี้ประมาณ 12,000-13,000 ล้านบาท ซึ่งในส่วนของการจัดหาแหล่งเงินทุนนั้นบริษัทได้จัดเตรียมพร้อมหมดแล้ว โดยมีสถาบันการเงินถึง 12 แห่ง พร้อมให้เงินทุนหมุนเวียนกับบริษัทถึง 7,800 ล้านบาท แม้บริษัทจะมีการลงทุนเพิ่มปีนี้ก็จะทำให้อัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิสิ้นปีนี้เพิ่มอยู่ที่ 1.3-1.4 เท่า จากสิ้นปี 2568 อยู่ที่ 0.91 เท่าทั้งนี้ GUNKUL มีเป้าหมายที่สร้างการเติบโตต่อเนื่อง และมีการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถืออย่างเหมาะสม และมีเป้าหมายที่เพิ่มอัตราผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE)เพิ่มเป็น 15-16% ภายใน 2-3 ปี จากสิ้นปี 2568 อยู่ที่ 13.21%
ทันหุ้น • 12 ก.พ. 69
อ่าน
PCEมั่นใจรายได้ปีนี้โต15% พุ่งเป้าขายสินค้ากลุ่มอาหาร
#PCE #ทันหุ้น - PCE มั่นใจผลงานปี 2569 รายได้เติบโต 10-15% โดยมี 3 ธุรกิจหลักที่เป็นตัวขับเคลื่อน ทั้งการขยายส่วนของโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม มุ่งขยายเข้าไปในอุตสาหกรรมอาหาร -รวมถึงสินค้าอุปโภค บริโภค เพื่อกระจายความเสี่ยงจากธุรกิจพลังงาน พร้อมจับตาในเรื่องนโยบายการปรับสูตรผสมน้ำมัน B100 ขณะที่ยังคงสามารถควบคุมประสิทธิภาพการผลิตได้ดีนายพรพิพัฒน์ ประสิทธิ์ศุภผล รองกรรมการผู้จัดการสายงานกลยุทธ์และพัฒนาองค์กร บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PCE ผู้นำอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มแบบครบวงจร ที่มีความพร้อมการจัดการระบบซัพพลายเชน เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า บริษัทยังคงตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในปี 2569 ไว้ที่ 10-15% โดยมี 3 ธุรกิจหลักที่เป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตทั้งการขยายส่วนของโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มเฟสที่ 2 ซึ่งจะทำให้มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นประมาณ 3,200 ตันต่อวัน ซึ่งได้เริ่มดำเนินการในช่วงเดือนมกราคม 2569 สำหรับโครงการเฟสที่ 3 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้าง และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วง ปี 2570@กระจายความเสี่ยงธุรกิจขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร จะเน้นการผลิตน้ำมันที่มีคุณสมบัติเฉพาะ (Qualification) และได้รับมาตรฐานสากล เช่น RSPO เพื่อส่งเข้าสู่อุตสาหกรรมของทอดต่างๆ เช่น นักเก็ต ซึ่งกลุ่มนี้จะมี Margin ที่ดีกว่า น้ำมันทั่วไปเนื่องจากต้องการสเปคและใบรับรองคุณภาพสูงโดยล่าสุดการร่วมทุน (JV) กับทาง “The Nisshin OiliO Group” จากญี่ปุ่น เพื่อขยายไปสู่ผลิตภัณฑ์ High Margin อื่นๆ เช่น กลุ่มเบเกอรี่, ไขมันโกโก้, เครื่องสำอาง และสินค้ากลุ่ม Oleochemical หรือ สารเคมีที่ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ โดยมีแผนจะสร้างโรงงานแยกออกมาต่างหาก เพื่อผลิตสินค้าเฉพาะทางเหล่านี้ภายในกรอบระยะเวลา 3 ปีนอกจากนี้ยังจะขยายกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค น้ำมันบรรจุขวดภายใต้แบรนด์ "รินทิพย์" เข้าสู่ช่องทางโมเดิร์นเทรดมากขึ้น เพื่อเจาะกลุ่มผู้ใช้ในครัวเรือน โดยบริษัทพยายามลดการพึ่งพิงธุรกิจพลังงาน Biodiesel เพียงอย่างเดียว และขยายไปสู่อุตสาหกรรมอาหาร, สินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่ม Oleochemical@จับตาสูตรผสมน้ำมัน B100ทั้งนี้ในส่วนนโยบายรัฐหลังจากการเลือกตั้ง บริษัทให้ความสำคัญกับการติดตามนโยบายของรัฐบาลในเรื่องการปรับสูตรผสมน้ำมัน B100 ว่าจะมีแนวทางการขับเคลื่อนต่อไปอย่างไร เนื่องจากนโยบายนี้มีผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพราคาปาล์มในประเทศโดยเฉพาะในช่วงที่มีผลผลิตปาล์มออกมาเป็นจำนวนมากจนทำให้ราคาปาล์มตกต่ำ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อรายได้และสวัสดิภาพของกลุ่มเกษตรกรในระดับหนึ่ง ด้านทิศทางค่าเงินบาท แม้ว่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจะกระทบการส่งออก แต่ถูกชดเชยด้วยราคาปาล์มในตลาดโลกที่สูงขึ้น เนื่องจากผลผลิตในมาเลเซียและอินโดนีเซียหดตัวลงในส่วนของการบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิต บริษัทยังคงสามารถคุม Yield ของโรงงานได้ในระดับที่ดี ให้ไม่ต่ำกว่า 18% โดยเน้นการคัดเลือกซื้อผลปาล์มที่มีคุณภาพสูง การจัดการกระบวนการผลิตอย่างเป็นระบบ และการลดการสูญเสียในกระบวนการผลิต (Oil Loss) ให้เหลือน้อยที่สุด
ทันหุ้น • 9 ก.พ. 69
อ่าน
MENA สัญญาณดี! Q3/68 โตแรง มั่นใจรายได้แตะ All Time High
MENA สัญญาณดี! Q3/68 โตแรง รับอุตสาหกรรมโลจิสติกส์-ก่อสร้างฟื้น TDM เสริมทัพ เร่งขยาย Fleet มั่นใจรายได้ปี 68 แตะ All Time High#ทันหุ้น #MENA บมจ.มีนาทรานสปอร์ต (MENA) คาดผลงานไตรมาส 3/68 ฉายแววสดใส รับแรงหนุนอุตสาหกรรมก่อสร้างและโลจิสติกส์เติบโต ขณะ TDM เดินหน้าขยาย Fleet รองรับดีมานด์จากการขยายสาขาของ CJ ฟากซีอีโอ "สุวรรณา ขจรวุฒิเดช"มั่นใจรายได้ปีนี้ All Time High ตามแผน พร้อมศึกษาใช้รถ EV เสริมศักยภาพ และลดต้นทุน หนุนอนาคตเติบโตมั่นคงนางสุวรรณา ขจรวุฒิเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มีนาทรานสปอร์ต จำกัด (มหาชน) (MENA) ผู้นำธุรกิจให้บริการขนส่งคอนกรีตผสมเสร็จด้วยรถมิกเซอร์ (Mixer) และรถเทรลเลอร์ (Trailer) รายใหญ่ของประเทศ เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2568 คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมก่อสร้าง ที่ได้รับปัจจัยหนุนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงและทางหลวงพิเศษ ที่ช่วยกระตุ้นการใช้คอนกรีต และส่งผลดีโดยตรงต่อธุรกิจการให้บริการขนส่งคอนกรีตผสมเสร็จด้วยรถมิกซ์เซอร์ ขณะที่แนวโน้มการย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทยจากผลกระทบนโยบายภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ยังช่วยผลักดันการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมและความต้องการใช้วัสดุก่อสร้าง โดยเฉพาะคอนกรีตผสมเสร็จนอกจากนี้ การบริโภคภายในประเทศที่คาดว่าจะฟื้นตัวจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เช่น โครงการกระตุ้นการท่องเที่ยว จะส่งผลให้ธุรกิจขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภคเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลดีกับ บริษัท ทีดี เอ็มลอจิสติกส์ จำกัด (TDM) โดย TDM มีแผนขยาย Fleet รถเป็นจำนวนมากเพื่อรองรับปริมาณงานที่จะเพิ่มขึ้นการขยายสาขาของบริษัท ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป (CJ) ทำให้มั่นใจรายได้ปีนี้จะเติบโตสร้างสถิติสูงเป็นประวัติการณ์ (All Time High)“เชื่อว่าผลการดำเนินงานของ MENA ในไตรมาส 3/2568 จะมีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดต่อเนื่องจากครึ่งปีแรกที่มีกำไรสุทธิกว่า 29 ล้านบาท จากธุรกิจโลจิสติกส์ขยายตัวอยู่ในทิศทางที่ดี และในส่วนของ TDM ยังมีแผนจะขยาย Fleet รถ เพื่อรองรับปริมาณงานที่จะเพิ่มขึ้นจากการขยายสาขาของ CJ ส่งผลให้แนวโน้มรายได้ทั้งปีเติบโตอย่างแข็งแกร่ง” นางสุวรรณากล่าวประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MENA กล่าวอีกว่า เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน บริษัทฯ ยังคงมองหาโอกาสในการขยาย Fleet เพิ่มเติมผ่านการมองหาพันธมิตรใหม่ๆ เพื่อขยายตลาดร่วมกัน โดยเฉพาะการขนส่งด้วยรถ EV ควบคู่ไปกับการบริหาร Fleet รถที่มีอยู่แล้วให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งจะใช้ความชำนาญและประสบการณ์ในการบริหารจัดการธุรกิจโลจิสติกส์ในการบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ เพื่อทำให้กำไรเติบโตไปพร้อมๆ กับการเติบโตของรายได้ ที่สำคัญการให้บริการสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุดและรักษามาตรฐานการให้บริการที่ดีที่สุด
ทันหุ้น • 3 ก.ย. 68
อ่าน
"PRETZELLE" บอกลา Twist ด้วยซิงเกิล "ต่อให้โลกใจร้าย" พร้อมชวนมีตติ้งครั้งสุดท้าย 14 มิ.ย.นี้
"ต่อให้โลกใจร้ายเท่าไหร่ ฉันก็ผ่านไปได้เพราะเธอ ไม่ว่ากี่เรื่องที่เจอ มีเธอก็ไม่เป็นไร" หนึ่งในท่อนฮุคจากซิงเกิลใหม่ของ 3 สาว "PRETZELLE" อย่าง "อิ๊น มาธวี รัตนวิจิตร, เกรซ อภิศรา ชมภูศรี, อุ๋มอิ๋ม อัญรินทร์ ชัยอนันต์โสภณ" จาก 54 Entertainment กับจดหมายฉบับสุดท้ายถึง Twist และทุกคนที่ร่วมทางกันมาตั้งแต่ "ไหวมั้ย (Never Give up)" เพลงเดบิวต์ของวง เดินทางผ่านเรื่องราวล้ำค่ามากมายร่วมกันมาจนครบ 5 ปี พร้อมปักหมุดพบกันในงาน "Letter From Pretzelle Fancon" ในวันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน 2568 นี้ "PRETZELLE" เผยว่า "อยากขอบคุณทุกคนจากใจสำหรับกำลังใจและทุกสิ่งที่มอบให้แก่กัน ด้วยสิ่งที่ถนัดที่สุดคือเพลง ต่อให้โลกใจร้าย (Letter for my dear) นั่นเอง และเมื่อไรก็ตามที่คิดถึงกัน ขอแค่หยิบเพลงของเรามาฟัง แล้วจะรู้ว่า PRETZELLE รักทุกคนแค่ไหน และยังอยู่ข้าง ๆ ทุกคนเสมอ ขอบคุณที่ได้มาพบกัน ส่วนใครที่อยากมาร่วมจดจำช่วงเวลาดี ๆ ครั้งสุดท้ายด้วยกันกับพวกเราในงาน Letter From Pretzelle Fancon เตรียมมาเพลิดเพลินไปกับบทเพลง พร้อมจัดเต็มด้วยดนตรีสด ที่จะสร้างความทรงจำครั้งนี้ให้น่าจดจำยิ่งขึ้น และยังมีความพิเศษอีกมากมาย ห้ามพลาดแล้วนะ ปักหมุดกันไว้ได้เลย วันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน 2568 นี้ เวลา 18.00น. ณ Cinema 15, SF World Cinema Central World Bangkok, Thailand ซื้อบัตรได้แล้ว ทาง Eventpop" จดหมายฉบับนี้ รอถูกเขียนให้สมบูรณ์ไปพร้อมกับทุกคน ผ่านเรื่องราวและความทรงจำอันแสนอบอุ่น แล้วเก็บมันไว้ในจดหมายฉบับนี้ รับชม MV เพลง "ต่อให้โลกใจร้าย (Letter for my dear)" ได้ที่นี่ Social Media PRETZELLE : YouTube : https://www.youtube.com/@PRETZELLE Facebook : https://www.facebook.com/mypretzelle Instagram : https://www.instagram.com/mypretzelle/ X : https://twitter.com/mypretzelle TikTok : https://www.tiktok.com/@mypretzelle INC : Facebook : https://www.facebook.com/incmtww Instagram : https://www.instagram.com/incmtw/ X : https://twitter.com/incmtw TikTok : https://www.tiktok.com/@incmtw AUMAIM : Facebook : https://www.facebook.com/aumaimayr Instagram : https://www.instagram.com/aumaim5.6/ X : https://twitter.com/aumaimaunyarin TikTok : https://www.tiktok.com/@aumaimayr GRACE : Facebook : https://www.facebook.com/ggraceday Instagram : https://www.instagram.com/ggraceday/ X : https://twitter.com/ggracedaytwit TikTok : https://www.tiktok.com/@ggraceday
ข่าวเพลงไทย • 2 มิ.ย. 68
อ่าน
“กานต์” ไลฟ์ “เสก” น้ำตาคลอตอนจะกลับ...ขออย่าใจร้ายกับเขาเลย
กานต์ไลฟ์เสก น้ำตาคลอตอนจะกลับ...ขออย่าใจร้ายกับเขาเลย เป็นครั้งแรกที่ กานต์ เมีย เสก โลโซ ออกมาไลฟ์ชี้แจงเรื่องคดีของ เสก เผยในไลฟ์ว่าเสกเป็นไบโพล่าร์ ไม่ได้เป็นอาชญากร เขาเป็นคนดี ขอให้เบื้องบนต้องเมตตา เผยซื้ออาหารและเครื่องใช้ไว้ให้แล้วเขาชอบอาหารอิตาลีและหูฉลาม วอนเห็นใจสงสารลูกทั้งสามคน เธอไลฟ์ว่า ฝากถึงเจ้าภาพงานต่างๆ กานต์แจ้งให้ทราบว่าเคลียร์อะไรต่อไปแบบไหน เสร็จจะดำเนินการให้เรื่องงานที่มีอยู่ ตอนนี้ไม่ได้คุยกันใครเลย ไม่รู้เวลาอะไรเลยตอนนี้เรานอนตลอด พี่เสกก็รู้ดี ถ้ากานต์นอนก็จะเอาขนมมาตั้งไว้ให้ ตื่นมาก็เห็นขนมเต็มมือเลย ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ ขอโทษพี่เสก ที่กานต์ช่วยไม่ได้ ขอโทษพี่เสกมากๆ กานต์ทำเต็มที่แล้ว พี่เสกไม่ได้เป็นคนไม่ดีอะไรเลย กานต์เองขอร้องอย่าใจร้ายกับเขาเลย วันแรกคืนก่อน เราก็กินยานอนหลับไปเลย ก็ฝันเห็นเขาตลอดทั้งคืน จำไม่ได้ว่ามีเรื่อง เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พอคิดได้ ก็ร้องไห้ แล้วก็หลับไป วนเวียนอยู่นี้ เมื่อวานไปเยี่ยมเขา ตอนสายๆ ตอนแรกเกือบไม่ได้เยี่ยมเพราะใส่กระโปรงสั้นไปแต่ตอนหลังก็เปลี่ยนเป็นกางเกงเห็นเขา เขาน่าสงสารมากๆ เขานอนกินแล้วก็ร้องไห้ ในโซเชียลเขาให้กำลังใจพี่เสกมากๆ ขอบคุณทุกคน เขาเป็นไบโพล่าร์ไม่ได้เป็นอาชญากร คนบ้าก็คือคนบ้า แต่ไบโพล่าร์ สามารถฆ่าคนตายได้ เมื่อวานไปทำธุระให้เขา เขาอยากได้อะไรก็ไปจัดการให้ สัญญาจะไปเยี่ยมทุกวัน เขาก็ยิ้ม ทุกคนในโซเชียลเขาชื่นชมเธอ เขาหน้าตาสดใส พอจะกลับ เขาน้ำตาคลอ จากนี้กานต์จะไม่ได้ไลฟ์อีก จะติดต่อเจ้าภาพไป ไม่ต้องกังวล กานต์ขอพักนิดนึง รู้ว่าเยี่ยมเขาได้ จันทร์ พุธ ศุกร์ เท่านั้น วันนี้สั่งอาหารและเครื่องใช้ไว้ให้หมดแล้ว พรุ่งนี้จะซื้อเพิ่ม ของที่ขาด เงินก็ฝากได้เดือนละ 1.5 หมื่น เมื่อวานก็ฝากไปแล้ว พี่เสกชอบกินอาหารอิตาลี หูฉลาม เพื่อนๆ ไม่ต้องห่วง เขาเป็นคนดี เบื้องบนคงเมตตา กานต์ไม่สบาย ลูกก็ไม่สบาย ขอให้เขาออกมาใส่อีเอ็มอยู่ในบ้านก็ได้ จะอยู่ยังไง อยู่คนเดียวในบ้านหลังใหญ่กับหมาตัวนึง ลูกๆ ก็คงร้องไห้เหมือนกัน
ดาราเดลี่บันเทิง • 22 พ.ค. 68
อ่าน
MOSHI โชว์ Q1 กำไรพุ่ง 24.4% มั่นใจรายได้ปี 68 โต 15-20%
#ทันหุ้น - บมจ. โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น หรือ MOSHI ประกาศผลงานไตรมาส 1/2568 ทำรายได้จากการขาย 838.88ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.3% และมีกำไรสุทธิ 156.01ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.4% ทุบสถิติใหม่ ฟาก SSSGเติบโตโดดเด่น 7.9% พร้อมมั่นใจรายได้ปี 2568 เติบโต 15-20% ตามเป้าหมาย เตรียมพร้อมรับมือคู่แข่งจากต่างประเทศตีตลาดไทย ชูความเป็นแบรนด์คนไทย 100%ประสบการณ์กว่า 30 ปี ด้วยจุดแข็ง ดีไซน์โดดเด่น คุณภาพดี ราคาเข้าถึงได้ ย้ำภาพผู้นำค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์ นางสาวศุภรดา โรจน์วัฒนะ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน บริษัท โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) หรือ MOSHI ผู้นำในธุรกิจร้านค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์รายใหญ่ของประเทศไทย เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2568บริษัทฯ มีรายได้จากการดำเนินงาน 838.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีสัดส่วนรายได้จากกลุ่มค้าปลีก 84% กลุ่มค้าส่ง 13%และช่องทางการจัดจำหน่ายอื่น 3% ขณะที่กำไรสุทธิทำได้ 156.01ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน นับเป็นการทำรายได้และกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (New High)ต่อเนื่อง โดยเป็นผลเติบโตจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1.) การออกสินค้าคอลเลกชันลิขสิทธิ์ใหม่ๆเพื่อเพิ่มสีสันให้แก่ผู้บริโภค อาทิ Moshi Moshi x DREAM( )SCAPEออกสินค้าใหม่ หมอนไดคัทลายปัก, คอลเลกชัน Moo Deng และ คอลเลกชันลวดลายลิขสิทธิ์ค่าย Disney เช่น Toy Story, Chipn Dale เป็นต้น ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าเป็นอย่างมาก รวมทั้งนำเสนอไอเทมของใช้ต่างๆ ในราคาที่จับต้องได้ 2.) สินค้าใหม่ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ทั้งในกลุ่มสินค้าLicense และNon-License เพื่อมอบทางเลือกที่ครอบคลุมให้กับลูกค้าในทุกมิติ ทั้งด้านดีไซน์ ราคา และรูปแบบสินค้าที่เหมาะกับทุกเทศกาลสำคัญตลอดปี อาทิ เทศกาลปีใหม่ วันเด็ก วันวาเลนไทน์ ด้วยผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท ตั้งแต่ชุดGift Set คอลเลกชันเครื่องเขียนครบวงจร และสินค้าไอเทมพิเศษสำหรับมอบให้คนพิเศษในวันวาเลนไทน์ และ 3.) ตกแต่งภายในร้านให้ดึงดูดกลุ่มลูกค้ามากขึ้น เพื่อสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งที่น่าประทับใจ ถือเป็นการเพิ่มอัตราการกลับมาซื้อซ้ำของกลุ่มลูกค้า ด้านยอดขายจากสาขาเดิม (SSSG) ในไตรมาส 1/2568 มีอัตราเติบโตที่ดีถึง 7.9% และคาดว่าทั้งปี 2568 จะรักษา SSSG เฉลี่ยที่ 3-5%ประกอบกับในไตรมาสแรก บริษัทฯ ได้เปิดสาขาร้าน Moshi Moshi ใหม่ทั้งสิ้น6สาขา ซึ่งในจำนวนนี้มีสาขา Standalone Pilot ในรูปแบบ Big Size จำนวน 1สาขาอีกด้วย นายสง่า บุญสงเคราะห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MOSHIกล่าวเพิ่มเติมว่า ธุรกิจค้าปลีกในปี 2568 เผชิญความท้าทายจากหนี้ครัวเรือนที่กดดันการใช้จ่าย ต้นทุนธุรกิจที่สูงขึ้นทั้งด้านพลังงาน ดอกเบี้ย และค่าแรง รวมถึงการแข่งขันในตลาดที่เริ่มท้าทายมากขึ้นจากผู้ประกอบการรายใหม่ ในขณะที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าและศึกษาข้อมูลก่อนซื้อมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลและการฟื้นตัวของการบริโภคภายในประเทศ โดยเฉพาะการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวคุณภาพจากยุโรป อเมริกา และตะวันออกกลางที่สูงขึ้น ท่ามกลางสภาวะตลาดดังกล่าว บริษัทฯ มองว่านี่คือโอกาสในการพิสูจน์จุดแข็งที่สั่งสมมาตลอดกว่า 30 ปี โดยเฉพาะความเข้าใจผู้บริโภคชาวไทยอย่างลึกซึ้ง และยังคงรักษาจุดยืนที่ชัดเจนในการนำเสนอสินค้าที่มี "ดีไซน์โดดเด่น คุณภาพดี ราคาเข้าถึงได้" โดยมุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยออกแบบและพัฒนาขึ้นใหม่ทั้งหมดกว่า 90% ของสินค้า พร้อมปรับตัวอย่างรวดเร็วต่อเทรนด์ตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง บริษัทฯ ยังคงมั่นใจในเป้าหมายรายได้ปี 2568 ที่คาดว่าจะเติบโต 15-20% ตามแผนที่วางไว้ ด้วยปัจจัยสนับสนุนจากการผลักดันสินค้าใหม่ การนำเสนอความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ รวมถึงการปรับปรุงการจัดแสดงสินค้า และการเติบโตของกลุ่มสินค้าของใช้ในบ้าน ของเล่น และ สินค้าแฟชั่น ขณะเดียวกัน ยังมุ่งดำเนินกลยุทธ์พัฒนาสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความประทับใจและเพิ่มประสบการณ์ในการเลือกซื้อสินค้าให้แก่ผู้บริโภค ควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยให้ MOSHI สามารถรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์ของไทยได้อย่างแข็งแกร่งต่อไป สำหรับปี 2568 บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่ทั้งสิ้น 40 สาขา โดยในไตรมาส 1 ได้เปิดให้บริการแล้ว 6 สาขา และในไตรมาส 2 ได้เปิดเพิ่มไปแล้ว 5 สาขา ประกอบด้วยสาขา สาขา Big C จ.เพชรบุรี, สาขา Big C หัวหมาก, สาขา Market Village คลอง 4, สาขา Lotus คลอง 7 และ สาขา Standalone ในรูปแบบ Big Size อ.วังสะพุง จ.เลย ส่งผลให้ปัจจุบัน บริษัทฯ มีสาขาค้าปลีกและค้าส่งที่เปิดดำเนินการแล้วทั้งสิ้น 175 สาขา ครอบคลุม 63จังหวัดทั่วประเทศ แบ่งเป็น ร้านค้าปลีกแบรนด์ Moshi Moshi จำนวน 168 สาขา โดยเป็น รูปแบบ Standalone จำนวน 7สาขา, ร้านค้าส่งแบรนด์ Moshi Moshi จำนวน 2 สาขา, ร้าน Garlic 3 สาขา, ร้านค้าส่ง Giant 1 สาขา และร้านค้าส่ง The OK Station 1 สาขา
ทันหุ้น • 13 พ.ค. 68
ดู
ททท.มั่นใจรายได้ท่องเที่ยวตลาดยุโรป-แอฟริกาถึง 3 แสนลบ. | ย่อโลกเศรษฐกิจ 11 ต.ค.65
TNN ช่อง16 • 11 ต.ค. 65
อ่าน
"มิวสิค แพรวา" เล่าบทบีบี เอาแต่ใจ ร้ายแต่มีคนร้ายกว่า ใน ซีรีส์ HOMEROOM 29 ตัวประกัน
"มิวสิค แพรวา สุธรรมพงษ์" นักแสดงจาก ซีรีส์ HOMEROOM 29 ตัวประกัน เล่าถึงคาแรกเตอร์ ของ "บีบี" ตัวละครสำคัญ ที่บทแซ่บแรง แต่เจ้าตัวบอกว่าไม่แรงสุดเพราะมีคนที่รับบทแรงกว่า ยอมรับบทบีบี รักตัวเองไม่สนใจใคร แถมติด พี่ลีโอ (เจเจ รัชพล พรพินิต) แฟนในเรื่องอย่างมากอีกด้วย "มิวสิค แพรวา" เล่าบทบีบี เอาแต่ใจ ร้ายแต่มีคนร้ายกว่า ใน ซีรีส์ HOMEROOM 29 ตัวประกัน มิวสิค เล่าว่า เรื่องนี้สะท้อนสังคมในหลายเรื่อง และฝากชมซีรีส์ "HOMEROOM 29 ตัวประกัน" โดยเจ้าตัวบอกว่าเรื่องนี้บทบีบี ร้ายไม่เบา และเอาแต่ใจตัวเองสุด ๆ เรียกว่าทำเอาทีมนักแสดงถึงกับออกอาการหมั่น (ไส้) ในกองเลยทีเดียว ร้ายกาจแค่ไหนต้องติดตามในซีรีส์ ติดตามชมซีรีส์ "HOMEROOM 29 ตัวประกัน" รับชม Part 1 ได้แล้ววันนี้โดยออนแอร์ 5 EP รวด และรับชม Part 2 (EP.6-16) ออนแอร์วันที่ 18 เมษายน นี้ ดูฟรีที่เดียวที่ ทรูไอดี สมัครแพ็กเกจ TrueID+ ผ่านแอป TrueID หรือ กล่อง TrueID TV สมัครเลย https://ttid.co/D7LM/h28h8u08 อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : "เจน-เจนนิษฐ์-มิวสิค-คิ้ว" เปิดใจกว่าจะเป็น "HOMEROOM 29 ตัวประกัน" สะท้อนพิษร้ายบูลลี่ 5 เหตุผลควรดูซีรีส์ "HOMEROOM 29 ตัวประกัน" สนุกลุ้นทุกนาที "มิว ศุภศิษฏ์" ทุ่มสุดตัวชวนดู Part 1 "HOMEROOM 29 ตัวประกัน" จัดเต็ม 5 ตอนรวด "เจนนิษฐ์" เล่าถึงบท "นิทาน" หัวหน้าผู้แสนดีใน "HOMEROOM 29 ตัวประกัน" ทั้งยากทั้งหนัก "มิว ศุภศิษฏ์" เปิดใจบท ครูวิณณ์ ในซีรีส์ "HOMEROOM 29 ตัวประกัน" หินสุดในชีวิตนักแสดง น่ารักจัง! เจน กุลจิราณัฐ นักแสดงจากซีรีส์ HOMEROOM 29 ตัวประกัน รีวิว HOMEROOM 29 ตัวประกัน EP.4-5 : อัปเดตจำนวนตัวประกันที่เหลือ "พีค" ช็อกเพื่อนสนิทแอบชอบแฟนตัวเอง รีวิว HOMEROOM 29 ตัวประกัน EP.1-2-3 : "มิว" เค้น "เจนนิษฐ์" และแก๊งนักเรียนแสบ ไขปม "เจน" ตาย! เรื่องย่อ HOMEROOM 29 ตัวประกัน (ตอนแรก) ดูฟรีทาง ทรูไอดีที่เดียว ดูฟรี HOMEROOM 29 ตัวประกัน ทุกตอนทาง TrueID มิว ศุภศิษฏ์ จัดเต็มการแสดง ผลงานขึ้นหิ้งจากฝีมือผู้กำกับฝีมือเยี่ยม "ก้องเกียรติ โขมศิริ" หาดูได้ที่ TrueID HOMEROOM 29 ตัวประกัน EP.1 - EP.5 : มิว ศุภศิษฏ์ คุมเกมส์ จับนร.29 คน เค้นความจริง ทำความรู้จักคาแรคเตอร์นักแสดง ซีรีส์ "HOMEROOM 29 ตัวประกัน" เวอร์ชั่นไทย เปิด 3 วิธีการรับชมซีรีส์ "Homeroom 29 ตัวประกัน" ออนวันไหน ดูได้ที่ไหน ตรงนี้มีคำตอบ "มิว ศุภศิษฏ์" นำทัพนักแสดงวัยรุ่นกว่า 30 ชีวิต เปิดเทอมสอนบทเรียนสุดโหดใน "HOMEROOM 29 ตัวประกัน" 28 มี.ค.นี้ เปิดวาร์ปนักแสดงวัยรุ่น ในซีรีส์ "HOMEROOM 29 ตัวประกัน" รับบทเป็นเพื่อนร่วมชั้น ม.6/1 เปิดวาร์ปนักแสดง ซีรีส์ "Homeroom 29 ตัวประกัน" ใครเล่นบ้าง ไปดูกัน! ส่องเทรลเลอร์ตัวแรก พร้อมเปิดผังนักแสดงซีรีส์ "Homeroom 29 ตัวประกัน" ซีรีส์ "HOMEROOM 29 ตัวประกัน" ปล่อยโปสเตอร์อย่างเป็นทางการ เริ่ม 28 มี.ค.นี้ HOMEROOM 29 ตัวประกัน : มิว ศุภศิษฏ์ นำทีมเผยโฉมนักเรียนจึ้งยกห้อง ปิดกล้องอีกหนึ่งโปรเจ็กต์รีเมก มิว ศุภศิษฏ์ ได้ลองบทท้าทายและแปลกใหม่ น่ารัก! "มิว ศุภศิษฏ์" ยกเค้กเซอร์ไพรส์วันเกิดย้อนหลัง "เจนนิษฐ์"กลางกองซีรีส์ TrueID เปิดตัว "มิว ศุภศิษฏ์" นำทีมฟิตติ้ง ซีรีส์ดราม่าระทึกขวัญ "HOMEROOM 29 ตัวประกัน" หนัง-ซีรีส์ จ่อออนแอร์เพียบ! คนที่ฮอตขนาดนี้ก็ "มิว ศุภศิษฏ์" สินะ
ข่าวละคร • 17 เม.ย. 68
อ่าน
สุดห่วง! เบิร์ด เทคนิค แฟน แตงโม นิดา พบข่าวร้าย! ตัดพ้อ โลกนี้ช่างใจร้ายกับผมจัง
ลุ้นปาฏิหาริย์! เบิร์ด เทคนิค แฟนหนุ่ม แตงโม นิดา พบข่าวร้ายกะทันหัน โพสต์ข้อความตัดพ้อ โลกนี้ช่างใจร้ายกับผมจัง จะไม่เหลือคนที่ผมรักไว้ให้ผมเลยหรือ? ทำเอาแฟนๆอดเป็นห่วงไม่ได้ หลังหนุ่มเซอร์ เบิร์ด เทคนิค แฟนของนักแสดงสาว แตงโม นิดา ผู้ล่วงลับ จู่ๆ ออกมาโพสต์สตอรี่อินสตาแกรมส่วนตัว โดยมีข้อความว่า.. "ปาฏิหาริย์ มีจริงมั้ยไม่รู้ แต่โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน มีจริงๆ เมื่อวานยังใช้ชีวิตปกติแข็งแรงดีอยู่เลย ทั้งๆที่ไม่ได้มีโรคหรือป่วยอะไรเลย ตื่นมาวันนี้ต้องมาป่วยหนัก หมอบอกวิกฤติอาการหนักต้องทำใจไว้นะ โลกนี้มันไม่มีอะไรแน่นอนจริงๆ อย่า..ลืมแสดงความรัก บอกรัก..กับคนที่คุณรัก เพราะพรุ่งนี้อาจจะไม่ได้มีโอกาสได้บอก (โลกนี้ช่างใจร้ายกับผมจัง จะไม่เหลือคนที่ผมรักไว้ให้ผมเลยเหรอ)" ภาพจาก : stonerbkk ทำเอาแฟนๆ เป็นห่วงหนักมาก อยากรู้ว่าหนุ่มเบิร์ดกำลังตกอยู่ในสถานะการณ์อะไร แห่ส่งกำลังใจกันอย่างต่อเนื่อง ข่าวที่เกี่ยวข้อง- เดือด! เบิร์ด เทคนิค ฟาดแรงทำตัวเป็นเห็บหมา แตงโม นิดา เลิกคบไปนานแล้ว สื่อถึงใคร?- โม อมีนา เฉลยให้แล้ว เบิร์ด เทคนิค ฟาดแรง!ทำตัวเหมือน "เห็บหมา" หมายถึงใคร?- เบิร์ด เทคนิค เข้าให้ข้อมูลคดี แตงโม นิดา กับ DSI เผยเหตุผลที่นิ่งเงียบมา3ปี- เบิร์ด เทคนิค ยืนยันยินดีให้ความร่วมมือ DSI คดี แตงโม นิดา หลังทนายดังถามหา ภาพจาก : stonerbkk ภาพจาก : stonerbkk
TNN ช่อง16 • 15 เม.ย. 68
อ่าน
“แอลลี่ อชิรญา” เจอประโยคจากคนใจร้าย ทำอาชีพนี้มานาน แต่คนอื่นนำไปไกลแล้ว!
แอลลี่ อชิรญา เจอประโยคจากคนใจร้าย ทำอาชีพนี้มานาน แต่คนอื่นนำไปไกลแล้ว! สวยด้วย เก่งด้วย สำหรับ แอลลี่ อชิรญา ที่เข้าวงการบันเทิงมานาน ลุยสายศิลปินนักร้องมานานหลายปี ส่วนงานการแสดงอาจจะไม่ได้มีมาให้เห็นบ่อยๆ แต่ฝีมือธรรมดาเลยทีเดียว ล่าสุด แอลลี่ได้เผยความรู้สึกของตัวเอง ที่เจอประโยคจากคนใจร้ายที่เธอได้ยินหรือเห็นมารู้สึกบั่นทอนจิตใจ โดยได้นำประโยคเหล่านั้นมาโพสต์ลงในTiktok ส่วนตัว เช่น รู้สึกยังไงที่เริ่มต้นทำอาชีพนี้มานาน แต่คนอื่นนำไปไกลแล้ว , ถ้าทำได้แค่นี้ ก็กลับประเทศไปเถอะ , ก็เก่งนะ แต่ทำไมทำอะไร ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งก็มีชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจ แอลลี่ กันมากมาย เช่น เบบี๋คะ หนูน่ะเติบโตมาได้อย่างงดงามจริงๆ แต่ในการเติบโตบางทีอาจจะมีอะไรที่ทำให้หนูสะดุดบ้าง จงเป็นแอลลี่ที่เป็นตัวของตัวเอง งดงามและเติบโตขึ้นไปเรื่อยๆ มีความสุขในทุกๆวัน ยิ้มให้กว้างๆนะคะ รักหนูนะคะ,ไม่ต้องอ่านทุกอันก็ได้นะคะแอลลี่เอ้ย สลับแอคเค้าท์ไปดูไปเสพคอนเท้นท์อื่นๆบ้าง คนเราเทียบกับคนอื่นตลอดเวลาไม่ได้นะคะ พี่อายุจะ 40 แล้วพี่ยังเทียบเงิน เทียบชื่อเสียง เทียบความสำเร็จกับหนูไม่ได้เลย,จากที่พี่เห็นหนูในจอตั้งแต่เด็กพี่อยากบอกกับแอลลี่ว่า หนูเก่งขึ้นมากๆและพัฒนาทุกอย่างออกมาในแบบที่ดีมากๆ ในทุกๆด้านเลย ไม่ว่าจะเป็นด้านมารยาท สังคม การวางตัว ด้านอาชีพการงาน หนูก็ทำออกมาได้ดีมาก,แต่ทุกวันนี้หนูสำเร็จในสายตาพี่นะคะ เติบโตมาอย่างสวยงามมาก คนเรามีเส้นทางความสำเร็จไม่เหมือนกันนะ เอาไป 100000000/10 อิอิ อนาคตอยากฟังเพลงน้องแอลลี่อีกสักพันกว่าเพลง ร้องเพลงต่อไปเรื่อยๆน้า เป็นต้น.
ดาราเดลี่บันเทิง • 3 เม.ย. 68
อ่าน
เตรียมทิชชู่ให้พร้อม "แอลลี่" ปล่อยเพลงใหม่ "ขอร้องอย่าใจร้าย (0%)"
เตรียมทิชชู่ให้พร้อม เมื่อ "ALLY (แอลลี่ อชิรญา นิติพน)" ปล่อยซิงเกิลใหม่ล่าสุดและเศร้าที่สุดชื่อเพลงว่า "ขอร้องอย่าใจร้าย (0%)" เพลงเนื้อหาเศร้า เหงา กับความรักไม่ชัดเจน ที่จะทัชใจใครหลาย ๆ คน โดยได้ "อะตอม ชนกันต์ รัตนอุดม" นักร้อง-นักแต่งเพลงสุดฮอตมาเป็นโปรดิวเซอร์ แต่งเนื้อร้อง ทำนอง และเรียบเรียง บอกเล่าเรื่องราวความเจ็บปวดของความรักอีกมุมที่ไม่เคยเห็นแอลลี่ถ่ายทอดมาก่อน โดยเพลง "ขอร้องอย่าใจร้าย (0%)" เป็นเรื่องราวความรักความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจนในสถานะว่าเป็น คนรัก คนเคยสนิท หรือแค่เพื่อนกัน ทุกการกระทำห่วงใยใส่ใจทำให้ทั้งรู้สึกดีพร้อมกับความเจ็บปวด เพราะสุดท้ายก็รู้ดีว่าคนสำคัญของเขาก็คืออีกคนที่ไม่ใช่ฉัน ทำให้เพลงนี้มีท่อนฮุคเข้าถึงอารมณ์ที่กำลังขอร้อง ปนความน้อยใจ ผิดหวัง และกำลังห้ามใจตัวเองอย่าทำดีเกินกว่าเพื่อนกันอีกเลย บวกกับดนตรีมีความป๊อบและกลิ่นอายยุค 90 ทำให้เพลงนี้ดูเศร้าและเข้าถึงง่าย เข้าใจความรู้สึกของเพลงได้ดี มิวสิกวีดีโอนี้ "แอลลี่" ได้อ้างอิงกับตำนานกรีกกับเรื่องหญิงสาวคนหนึ่งชื่อว่าไคลที เทพผู้งดงาม เธอตกหลุมรักเทพอพอลโล่ เทพเจ้าแห่งพระอาทิตย์ ไคลทีเฝ้ามองดวงตะวันเป็นเวลา 9 วัน 9 คืนแต่ก็ไม่อาจได้รับความรักจากดวงตะวันจนนางตรอมใจตาย เหล่าเทพและเทพีต่างสงสารจึงเนรมิตนางเป็นดอกไม้ที่หันหน้าหาดวงตะวันตลอดเวลา ดอกไม้นั้นคือดอกทานตะวัน ซึ่งนำมาเป็นสัญลักษณ์ในมิวสิควีดีโอนี้ตลอดทั้งเพลง รับชมเอ็มวีเพลง "ขอร้องอย่าใจร้าย (0%)" ได้ที่นี่
ข่าวเพลงไทย • 30 มี.ค. 68
อ่าน
“นัท มีเรีย” ภูมิใจพากย์เสียงราชินีใจร้าย แชร์เคล็ดลับสวยโกงอายุ
นัท มีเรีย ภูมิใจพากย์เสียงราชินีใจร้าย แชร์เคล็ดลับสวยโกงอายุ เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่มีแฟนๆ รอคอยมานาน Disneys Snow White สโนว์ไวท์ กับเรื่องราวของเจ้าหญิงสโนว์ไวท์ในรูปแบบของภาพยนตร์ไลฟ์แอ็คชั่นที่มีกำหนดเข้าฉายในเดือนมีนาคมนี้ ซึ่งงานนี้ได้นักร้องสาวเสียงดี นัท มีเรีย เบนเนเดดตี้ รับหน้าที่ให้เสียงพากย์เป็นราชินีใจร้ายอีกด้วย ขอบคุณมากๆ ที่ให้เกียรติรู้สึกภูมิใจเพราะมีทั้งการพากย์เสียงและร้องเพลงด้วย มันเป็นตัวละครตัวนึงที่สำคัญมากๆ ในเรื่อง การได้เป็นหนึ่งในโปรเจ็คท์นี้มีความสุขมากๆ อย่างที่บอกการพากย์มันไม่ใช่ตัวเรา เราต้องไปเป็นตัวละครที่ตัวละครตัวนั้น เค้าเล่น เค้าสื่อ สารยังไง น้ำเสียง ความรู้สึกหนักเบาอะไรแบบนี้ มันต้องไปเป็นตามที่เค้าเล่นเอาไว้ ส่วนการร้องก็คล้ายๆ กับมิวสิคัลเหมือนกัน แต่อันนี้ก็ต้องให้เครดิตคนแต่งเพลงด้วยที่เป็นเวอร์ชั่นภาษาไทย คือเค้าแต่งได้ไพเราะมากๆ ต้นฉบับเพราะยังไงของไทยเราไม่แพ้กันเลย มันก็เลยมีความต่างที่เราต้องไปเป็นเสียงคนอื่นที่ไม่ใช่เสียงเรา ต้องปรับเสียงตัวเองให้ต่ำลง และวิธีการพากย์เค้าบอกว่าเสียงจะต้องกดลงให้ต่ำ ก็ค่อนข้างจะปรับตัวเหมือนกัน แต่ก็สนุกดี มันชาเลนจ์ตัวเรา ในเรื่องเค้าสวยมาก เพราะฉะนั้นเราก็ขอรับไว้ โชคดีที่โครงหน้าก็เป็นทรงลูกครึ่ง พอดีมันก็เข้ากันด้วย ถือว่าเป็นความโชคดีที่เราได้โปรเจ็กต์นี้ ทำอย่างดีที่สุด ขอรับไว้หมดเลยอะไรดีๆ สุขภาพก็สำคัญเราก็ต้องรักษาเสียงตัวเอง มีสมาธิโฟกัสกับงานเพราะว่างานนี้ใช้สมาธิสูง เพราะทั้งร้องทั้งพากย์ การดูแลก็อย่างที่บอกในภาพรวมทั้งหมดเราก็ดูแลเหมือนที่เราเคยดูแลตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ถือว่ายังพอไปได้อยู่ ขอบคุณสำหรับคำชมจริงๆ แล้ว นัทจะบอกว่าอย่าไปมองเรื่องของอายุ ทุกคนมีอายุขึ้นทุกวัน แต่ว่าอยู่ที่ความสุข อยู่ที่ใจ อยู่ที่ความคิดของเรา ถ้าเราคิดว่ามันเยอะมันดูแก่จัง วัยมันเป็นอุปสรรคมันก็จะกลายเป็นแบบนั้น แต่เราต้องปรับทัศนคติเราให้เรามีความสุขกับทุกวัน เราคิดดีทำดีพูดดี เรามีความสุขกับสิ่งเล็กๆ ที่เรามีอะไรก็ตาม แล้วเราก็ขอบคุณกับสิ่งที่เรามี นัทว่าทุกคนสวยในแบบของตัวเอง เรารักตัวเองมากๆ เรารู้แล้วว่าเรามีคุณค่า เรามีข้อดีอะไรเราก็เอามาใช้ แล้วเราก็ปรับอะไรที่เราคิดว่าเราบกพร่อง เดี๋ยวสุดท้ายคุณจะมีพลังอะไรบางอย่างที่เป็นพลังงานบวกๆ ความสวยงามจะอยู่ตรงนั้นเอง เราแค่มีความสุขในทุกๆ วัน สุดท้ายก็อยู่กับแค่ปัจจุบันให้ดีๆ ไม่ต้องคิดอะไรเยอะ เราต้องจอยๆ กับชีวิต ที่เคยป่วยดีขึ้นก็เหมือนเป็นช่วงที่เราปรับการทาน พักผ่อน แล้วก็ดูแลสุขภาพ แล้วก็มีทางเลือกอื่นๆ การทานอาหารที่ดี ทานสมุนไพร ทานอะไรที่เกี่ยวกับธรรมชาติมากขึ้น เน้นเรื่องการอยู่การกินความคิด มันส่งผลหมดเลย ถ้าเกิดเรามีทัศนคติดีๆ มันก็ช่วยอะไรได้หลายอย่าง ความเครียดความวิตกกังวลก็นำมาซึ่งอะไรหลายอย่างที่มันส่งผลต่อการต่อใจ ทุกอย่างมันทำงานไปด้วยกัน แต่เราก็ไม่ต้องไปปฏิเสธมัน ถ้าเรามีเรื่องเครียด มีความทุกข์เราก็ปล่อยมันไป เดี๋ยวก็ผ่านไป เดี๋ยวเราก็ต้องมีเรื่องดีๆ คนเรามันมีทั้งดีแล้วก็ทั้งไม่ดีมันสลับกันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นถ้าเรารู้สึกไม่ดีเรารู้ว่าเดี๋ยวสิ่งดีๆ ก็จะเข้ามา
ดาราเดลี่บันเทิง • 18 มี.ค. 68
อ่าน
"เวฟ สาริน-บุ้ง ใบหยก" เผยเหตุการณ์เจอพี่เลี้ยงใจร้าย จนลูกชายเกือบเป็นซึมเศร้า
สดใสกันทั้งรายการ เมื่อครอบครัว เวฟ สาริน ควงคู่ภรรยาคนเก่ง บุ้ง ใบหยก และลูกชายสุดหล่อฉายาแววดารา ทั้ง น้องบุญ อายุ 5 ขวบครึ่ง และ น้องเบญจ์ อายุ 1 ขวบ 8 เดือน โดยครอบครัวนี้เคยมาออกรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง One31 แล้วครั้งนึง เมื่อ น้องบุญ อายุ 1 เดือน ซึ่งถือว่าเป็นแขกรับเชิญที่อายุน้อยที่สุดเลยก็ว่าได้ และการมาเยือนอีกครั้ง ก็มาโต้คำครหาว่าเลี้ยงลูกเวอร์ไปไหม? เพราะใช้พี่เลี้ยงตั้ง 5 คน พร้อมเผยเรื่องสะเทือนใจ เมื่อลูกชายคนโตต้องเหตุการณ์ที่เกือบจะทำให้เป็นซึมเศร้า "เวฟ สาริน-บุ้ง ใบหยก" เผยเหตุการณ์เจอพี่เลี้ยงใจร้าย จนลูกชายเกือบเป็นซึมเศร้า ดูทีวีออนไลน์ ช่องวัน31 ตอนนี้ คือลูกไปโรงเรียน และร้องไห้ทุกวัน เพราะติดแม่มาก? บุ้ง : คือเราก็เครียด เราก็ไปปรึกษาคุณหมอ นักจิตบำบัด วิธีการของคุณหมอ เค้าก็ให้ความคิดเรามาว่า เด็กเขาสามารถสื่อกับเราได้ ซึ่งถ้าเรากังวลก่อนที่เค้าจะไปโรงเรียน เค้าก็จะกังวลเหมือนเรา เราก็เลยต้องมองเป็นเรื่องตลกในชีวิตของเรา มันก็ดีขึ้น จากที่ร้องไห้ทุกวัน ตอนนี้หนูเก่งขึ้นแล้วใช่ไหมลูก (หันไปถามลูก) น้องบุญ : ร้องแค่ตอนเช้าอย่างเดียว ร้องไห้ตั้งแต่เช้ายัน 9 โมง (แต่ทำไมถึงไม่ให้ชอบให้พ่อไปรับ?) พ่อดุ พ่ออยากให้แข็งแรง พ่อไม่อยากให้อ่อนแอ อย่างเวลาพ่อดุ พ่อจะเสียงดังนิดหนึ่ง เวฟ : ผมเป็นคนเสียงดัง ผมเป็นคนให้เวลาลูก นับหนึ่งถึงสาม ถ้าสามแล้วไม่มา ก็ค่อยว่ากัน เพราะถ้าเค้าใช้เวลาอยู่กับ iPad หรือการพับกระดาษ เขาจะไม่สนใจอะไร และถ้าเป็นเสียงที่สี่ เราก็ถือไม้เรียว แต่เราไม่เคยตีเขา มีอยู่ครั้งนึงเค้าขอลอง เค้าพูดว่ามาลองหน่อย ซึ่งผมโตมากับเวลา โตมากับระเบียบ ซึ่งการเลี้ยงของเรากับบุ้ง ตรงกันข้าม อย่างบุ้ง เพียงแค่ลูกบอกว่าอยากได้ หรือบางทีเค้าก็คิดเอง ไม่ได้มาแค่ชิ้นเดียว แต่มาเป็นโหล ลูกสองคน ใครแสบกว่ากัน? เวฟ : ตัวเล็กแสบกว่า สายว้าก เวลาเค้าไม่พอใจ เค้าจะจ้อง บางทีมีชี้หน้าด้วย เค้าชอบแกล้งพี่ น้องบุญ : ที่ยอมเพราะว่าน้องเค้าน่ารัก เวฟ : อย่างคนเล็กนี่คือจะไม่ยอม แต่คนโตเค้าเป็นอ่อนไหวง่าย เวลาพูดอะไรก็จะเป็นสไตล์ผู้ใหญ่ แต่ไปปรึกษาหมอแล้ว เค้าก็บอกว่าเป็นแค่ช่วงวัยนี้ หมอบอกว่าอย่าไปสติ๊กมาก ทำไมอยู่ดีๆ ลูกชายถึงพูดว่า ชีวิตใคร ชีวิตมัน เวฟ : เหตุการณ์วันนั้นที่มันเกิดขึ้น คือเค้าจะเป็นคนเปลี่ยนใจไปเรื่อย บางทีก็จะไป บางทีก็จะไม่ไป คือเราชวนเขาไปกางเต็นท์เพื่อไปรอแม่ ตอนกำลังจะออก อยู่ดีๆก็ไม่ไป เราก็ถามว่าทำไมไม่ไป เค้าก็ตอบกลับมาว่า ก็ชีวิตใครชีวิตมัน ซึ่งคุณแม่ วางแผนไว้แล้วว่าจะให้ลูกชายคนเล็กคุมตลาดประตูน้ำ? บุ้ง : ได้แน่นอน เพราะขนาดอยู่ที่หมู่บ้าน เค้าจะมีแก๊งเด็ก กับลูกคุณบุ๋มปนัดดา ส่วนลูกชายคนโต ตอนอายุสี่ขวบครึ่ง อยู่ดีๆ อารมณ์ก็เปลี่ยนไป? เวฟ : อยู่ดีๆ เค้าก็กรี๊ด เค้าต่อต้าน หลายๆ อย่างรวมกัน แต่ปัจจุบันนี้ก็โอเคแล้ว ว่านอนสอนง่าย เชื่อฟัง แล้วก็มีความคิดที่โตขึ้น ซึ่งพฤติกรรมที่เค้าเปลี่ยนไป อาจจะเกิดขึ้นหลายๆ อย่าง ซึ่งวิธีแก้ของเราก็คือ ถ้าเค้าอยากอยู่กับแม่ก็ให้เค้าอยู่กับแม่ ถ้าแม่ไม่อยู่ เค้าก็อยู่กับผมได้ ทำเองได้ทุกอย่างปกติ อีกส่วนหนึ่งติดมาจากพฤติกรรมของพี่เลี้ยงในอดีต ? บุ้ง : เราแอบเห็นพฤติกรรมพี่เลี้ยง ที่ก้าวร้าว โดยท่าของพี่เลี้ยง กับน้องบุญ คือท่าเดียวกัน อาทิ การตะโกน ก็จะยืนเหมือนกัน พี่เลี้ยงเค้าอาจจะควบคุมตัวเอง เค้าก็เลยอาจจะก๊อปปี้พฤติกรรมพี่เลี้ยงออกมา ซึ่งมันอยู่ในช่วงที่อายุเขากำลังจำ และเราไปดูกล้องวงจรปิด เราเห็นเค้ายืนกระทืบเท้าต่อหน้าลูกเรา เวลาเราไม่อยู่ และใช้คำพูดรุนแรง และบ้านเราอยู่กันหลายคน ก็มีคนมาเล่าให้ฟังว่าพฤติกรรมเหมือนก๊อปปี้กันมา และมีการแอบเตะลูกด้วย ? เวฟ : ใช้คำว่าเขี่ยแล้วกัน บุ้ง : ถามว่าเราจัดการยังไง คือบ้านบุ้ง และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ค่อนข้างศักดิ์สิทธิ์เลย แต่ก่อนน้องบุญอาจจะไม่ได้เป็นเยอะ แต่พี่เลี้ยง เค้าอาจจะมีปัญหาทางครอบครัว ความเครียดสะสมอะไรมา แล้วมาระเบิดช่วงนั้น เป็นช่วงที่เค้ามาขอลาพักพอดี พอเค้าขอพักไปสองเดือน ตอนแรกเค้าจะกลับมา แต่คนที่บ้านเค้ารักลูกเราเหมือนกัน เค้าก็เลยมากระซิบว่าอย่าเอากลับมานะ เราก็เลยไปย้อนดูคลิปต่างๆ เวฟ : ก่อนหน้านี้ผมก็บอกกับภรรยาว่า อย่าไปยึดติดกับพี่เลี้ยง เด็กมันต้องโต เด็กมันต้องเจอกับใครหลายๆ คน เพราะฉะนั้นถ้าเห็นว่าลูกเราติดเขา เราจะเปลี่ยนไม่ได้ มันคือไม่ใช่ เราเอาความสบายใจของเรา เพราะสุดท้ายแล้วเด็กจะปรับด้วยตัวของเค้าเอง ตอนแรกเค้านอยด์มาก จะเอาคนเดิมกลับมา บุ้ง : ด้วยความที่ไว้ใจ เพราะเค้าอยู่มาเกือบ 2-3 ปี เวฟ : ถามว่าโกรธไหม คือเรื่องนี้ผมปล่อยให้ภรรยาตัดสินใจ แล้วถ้าเราตัดสินใจ และถ้าเค้าไม่แฮปปี้ มันก็อาจจะมีปากเสียงกัน ก็เลยให้เค้าตัดสินใจไปเลย บุ้ง : เอาจริงๆนะเวลาเลือกพี่เลี้ยง ส่งดวงให้ ซินแส ดูโหงวเฮ้ง แต่คนที่เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น เราไม่ได้ส่งให้ดู เห็นว่าเราก็เอาเหตุการณ์ตรงนี้ไปปรึกษากับนักจิตแพทย์ ? บุ้ง : เราก็เอาไปเล่าให้เค้าฟัง ซึ่งก็มีนักจิตของบุ้งเอง และน้องบุญก็มีของตัวเอง ที่ต้องมีเพราะว่าเค้ามีช่วงที่เขาพีค เป็นเด็กวิตกจริต เป็นเด็กที่ไม่กล้าจะทำอะไรเลย เกือบซึมเศร้า ก่อนนอนเค้าร้องไห้ทุกคืน ตอนนี้ก็คือใช้นักบำบัด 3 คน เจอทุกอาทิตย์ และก็เพิ่มจิตแพทย์เพิ่มอีกหนึ่งคน ตอนนี้โอเคขึ้นเยอะแล้ว เวฟ : ซึ่งมันไม่ได้อยู่ที่ดวง มันอยู่ที่เรานี่แหละ เราต้องดูแลเองเพราะเขาเป็นลูกเรา ส่วนใหญ่ที่เราไม่ว่าง หรือว่าเราต้องการกำลังเสริม ก็เอาเขาเข้ามาเสริม อย่างคนเล็กได้พี่เลี้ยงดี ได้ทั้งพี่เลี้ยง เป็นทั้งแม่ครัว ทำสวนด้วย และเป็นคนนั่งดริ้งค์เป็นเพื่อน (ยิ้ม) บุ้ง : ตามความคิดของบุ้ง บุ้งคิดว่าไม่ควรใช้เขาทำงานหนักเกินไป ไม่งั้นเค้าจะมีความเครียด หลายคนอาจจะมองว่าทำไมเราใช้พี่เลี้ยงเยอะ ซึ่งจริงๆมี 3 คน แล้วก็มีพี่เลี้ยงที่เป็นกึ่งแม่ครัว แล้วก็มีคนรถ ที่ต้องดูแลพี่บุญ ทั้งหมด 5 คน ชาวเน็ตบอกบ้านนี้เลี้ยงลูกเวอร์ไปไหม ? บุ้ง : บุ้งไม่ค่อยได้แคร์เรื่องนี้ การที่เรามีพี่เลี้ยงเยอะขนาดนี้ ไม่ใช่ว่าเราไม่มีเวลาดูลูกนะ เรามีเวลาดูลูกได้เต็มเวลา ไปส่งไปรับตลอด การที่เราใช้พี่เลี้ยง แล้วเวลาเราไปงาน เราจะได้ไว้ใจพี่เลี้ยง ว่าเค้าเลี้ยงลูกเราดี 100% อย่างก่อนหน้านี้ ไม่อยากให้ลูกไปออกแคมป์กับพ่อ? บุ้ง : ตั้งแต่เราไปพบกับนักจิตบำบัด เราก็ให้เค้าพาไปได้ แล้วเราได้ดูพฤติกรรมลูกของเรา เราก็อยากให้เขาเพิ่มความแข็งแกร่ง ลุยขึ้นมาหน่อย เวฟ : อย่าใช้คำว่าปล่อย ผมขโมยไปดีกว่า อย่างตอนที่ภรรยาไปกับลูกคนโตไปต่างประเทศ และเราก็ต้องเลี้ยงลูกคนเล็ก เราก็เลยบอกแม่บ้านว่าไปตั้งแคมป์กันดีกว่า ตัวเล็กอยู่ง่าย ชอบธรรมชาติ ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama
ข่าวบันเทิง • 12 มี.ค. 68
อ่าน
“มินนี่ (G)I-DLE” หลั่งน้ำตา! เคยรู้สึกใจร้ายกับตัวเอง จนเกิดภาวะซึมเศร้าและแพนิค
เปิดใจ มินนี่ (G)I-DLE ในรายการ WOODY FM เล่าถึงการค้นหาตัวตนช่วงแรกของการเป็นศิลปิน การเอาชนะความไม่มั่นใจบนเวที หลั่งน้ำตา! เผยเรื่องที่ไม่เคยพูดที่ไหนมาก่อน เคยใจร้ายกับตัวเองจนเป็นสาเหตุที่ต้องเผชิญกับภาวะซึมเศร้า แพนิค และการก้าวข้ามช่วงเวลาที่แสนยากลำบาก ใบหน้าคุณดูมีความสุข ?มินนี่ : แฮปปี้ค่ะ (หัวเราะ) เพราะว่าเพิ่งปล่อยอัลบั้มเดี่ยวค่ะ เป็นอัลบั้มแรกในชีวิตเลย วันนี้เอามาให้พี่วู้ดดี้ด้วย ความจริงจะมี 2 เวอร์ชั่น แต่ว่าเอาเป็นเวอร์ชั่นสีชมพูมาค่ะ นี่คือฝันของมินนี่เป็น First mini albumมินนี่ : เป็น First mini album ใช่ค่ะ ชื่อว่า Her ทำไมถึงชื่อว่า Herมินนี่ : ตอนแรกคิดไว้หลายชื่อมาก คือเพลง Title track ก็ชื่อว่า Her ค่ะ เรารู้สึกว่ามันเป็นเพลงที่บ่งบอกความเป็นตัวเราสูงมาก ก็เลยเอามาเป็นชื่ออัลบั้มด้วย เพราะว่าอัลบั้มนี้มีความเป็นมินนี่เยอะมาก หนูอยากจะเล่าเรื่องตัวเองผ่านสายตาของคนอื่นค่ะ คือเราจะใช้ชื่อว่า My Story แบบ Mind หรืออะไรอย่างงี้ก็ได้ แต่ว่าเรื่องนี้คือพยายามเอาตัวเองออกมา แล้วมองมินนี่ในฐานะบุคคลที่ 3 ว่านี่คือเรื่องราวของผู้หญิงคนนี้ เหมือนเล่าเรื่องชีวิตคนอื่น มีหลายเพลงเลย มีเพลงสุดท้ายที่ชื่อ Obsession ได้พี่เตนล์มา Featuring ให้ด้วยค่ะ หนูโทรไปหาพี่เตนล์ว่ามาฟีทให้ได้ไหมมีเพลงหนึ่งทำไว้นานแล้ว เก็บไว้อยากปล่อยตอนโซโล่อัลบั้ม แล้วนึกถึงพี่เตนล์ก็เลยติดต่อหา แล้วพี่เตนล์ก็โอเค พี่ทำด้วย ณ ปัจจุบัน MV Her ยอดวิวหลายสิบล้าน คนติดตามและคอมเมนต์เยอะมาก ส่วนใหญ่แล้วมีคนดีใจกับมินนี่เยอะสุดๆ อยากรู้ว่าพอได้ออกโซโล่อัลบั้มแล้วเป็นแบบที่คิดไว้ไหม เพราะทราบว่ารอคอยมานานมาก ?มินนี่ : รอคอยมาหลายปีค่ะ ตอนแรกประมาณว่ามีแพลนว่าจะโซโล่แล้วก็เลื่อนไปก่อน เราก็คาดหวังว่าจะได้ปล่อยโซโล่แล้วมันก็ไม่ได้ปล่อยสักที ก็เป็นสิ่งที่เราคาใจประมาณหนึ่ง แล้วพอมันได้ออกมาจริงๆ ก็แบบน้ำตาไหล เพราะว่าตอนที่ทำอัลบั้มนี้คือหนูทำตั้งแต่แบบเริ่มจริงๆ แบบตั้งแต่ process ทำเพลง เขียนเนื้อ คอนเซ็ปต์ แล้วก็ภาพลักษณ์อยากให้เป็นยังไง แบบสีหรือหรือรูปภาพทุกอย่างคือหนูเลือกเองหมดเลย มันก็เลยเหมือนเป็นลูกของเราค่ะ แล้วพอมันออกมาเป็นอัลบั้มจริงๆ ที่จับต้องได้ ตอนแรกหนูเห็นแล้วน้ำตาไหลเลย โอเคตายตาหลับแล้ว รู้สึกยังไง ?มินนี่ : ภูมิใจกับตัวเอง ทำได้แล้ว เหมือนมันเป็นเป้าหมายอย่างหนึ่งของหนูที่ฝันไว้ แล้วแบบพอได้ปล่อยออกมาจริงๆ ก็เหมือนเป็นอีกสเต็ปหนึ่งที่เราทำได้แล้วนะ แต่กลับกันอยากจะถามว่าเวลาอยู่ในวงการนี้เป็นส่วนหนึ่งแล้วที่ต้องทำให้ทุกๆคนชอบเรา อยากรู้ว่าการเดินทางของมินนี่กับเรื่องนี้เป็นยังไงบ้าง แล้วมันเปลี่ยนไปยังไง ?มินนี่ : ตั้งแต่ตอนเดบิวต์ครั้งแรก ด้วยความที่เราก็ไม่รู้ว่าวงการนี้จะเป็นยังไงใช่ไหมคะ หนูก็จะมีความรู้สึกว่าหาตัวเองไม่เจอ งงๆอยู่ช่วงหนึ่งแรกๆ ว่าเรามีฟิลเตอร์ พอเราอยู่ต่อหน้ากล้องปุ๊บ หนูจะเหมือนมีฟิลเตอร์บางอย่างที่รู้สึกว่าเราต้องทำตัวอย่างนี้นะหรือบางทีเราระวัง เหมือนหนูคิดเยอะเกินค่ะ แล้วรู้สึกว่าบางทีเราไม่ได้เป็นตัวเอง 100% ขนาดนั้น แต่ว่าพอเวลาผ่านไปเรื่อยๆ เราก็มอนิเตอร์ตัวเองแล้วก็รู้สึกว่าเราเกร็งเกินไป ไม่รู้หนูคิดอะไรอยู่บางทีพอเห็นกล้องแล้วหนูจะแบบไม่ได้เราต้องปิดบังอะไรบางอย่างนิดหนึ่ง ไม่ได้เป็นตัวเอง 100% ขนาดนั้น แต่ว่าพอเดบิวต์มาประมาณเข้าปีที่ 7 ก็เริ่ม Whatever ก็เลยแบบชิลล์ พออยู่ต่อหน้ากล้องก็ชิลล์มากขึ้น รู้สึกเหมือนเรารีแลกซ์มากขึ้นค่ะ เราก็จะเป็นตัวเองแบบไม่มีฟิลเตอร์แล้ว ช่วงที่เปลี่ยนผ่านระหว่างรู้สึกเกร็งๆ ไม่เป็นตัวของตัวเอง ดูแล้วอาจจะไม่ชอบตัวเอง ?มินนี่ : ช่วงแรกๆ หนูไม่ชอบ จนหนูแบบเลิกดูไปเลยช่วงนั้น แล้วกลายเป็นว่าไม่ได้อ่ะ มันก็ต้องดู เราก็เพิ่งมารู้ว่าเราก็ควรจะปรับ เราควรจะมอนิเตอร์ว่าไม่ชอบอะไรตัวเองตรงไหน หรือรู้สึกว่ามันไม่เป็นตัวเราตรงไหนนะควรจะแก้ แต่ช่วงแรกๆ หนูไม่เอาไม่ดูเลย เลิกดูไปเลย ไม่อยากมานั่งอ่านคอมเมนต์หรืออะไรเพราะบางทีเราคิดเยอะ เอาเก็บมาคิดแล้วก็มันยิ่งกลายเป็นว่ายิ่งเกร็งกว่าเดิม หลังๆก็เลยโอเคดูตัวเองแล้วก็เปลี่ยน Mindset ถ้าไม่ชอบ ก็เปลี่ยนได้ ค่อยๆปรับ แล้วหนูก็ค่อยๆ เริ่มเปิดใจให้ตัวเองว่าโอเคไม่เป็นไรนะ คือก็เราไม่รู้ สิ่งไหนที่ไม่ชอบก็ค่อยๆเปลี่ยน แล้วมันก็ค่อยๆดีขึ้น พอเรามอนิเตอร์ตัวเองก็เห็นเลยว่ามันดีขึ้นจริงๆ นอกจากลุค ท่าทาง ซึ่งมันก็เปลี่ยนไปตามกาลเวลา อะไรที่เป็นพลังงานในตัวเราที่มองว่าได้เปลี่ยนแปลงจริงๆ จากวันนั้นที่อาจจะไม่มีพลังงานแบบนั้น ?มินนี่ : ตอนแรกรู้สึกว่าเวลาอยู่บนเวที มองไปในตาตัวเองแล้วรู้เลยว่ามีความกังวลอยู่ตลอดเวลา เราไม่มั่นใจอะไรก็ไม่รู้ ทั้งๆที่ก็ซ้อมมาเยอะแล้ว แต่พอเราหาตัวเองเจอแล้ว เรามั่นใจปุ๊บสายตามันเปลี่ยน ถ้าเกิดย้อนไปดูคลิปเก่าๆ จะรู้เลยว่าตอนนี้เหมือนดูกังวล แล้วหลังๆ มารู้สึกว่าดูมั่นใจขึ้น หนูว่าสายตามันดูออก ทุกวันนี้ก็มีนะคะ แต่รู้สึกว่าก็ถ้ามั่นใจว่าเราชอบที่เป็นแบบนี้ก็โอเค คนอื่นจะคิดยังไงอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าเราโอเคกับที่เราเป็นแบบนี้ก็ถือว่าโอเคแล้ว หลายปีเลยกับความไม่มั่นใจตรงนั้น ?มินนี่ : หลายปีค่ะ เพิ่งมาปรับปรุงความคิดได้ไม่นานมากเท่าไหร่ค่ะ คือแฟนๆจะรู้ว่าหนูเป็นคนที่ตื่นเวทีมากตลอดเวลา ทุกครั้งที่ขึ้นเวที ยิ่งเวทีใหญ่ๆ หรือเป็นที่ใหม่ๆหนูจะตื่นมาก แต่คือแฟนคลับบอกว่าดูไม่ออก เพราะว่าพอเราขึ้นเวทีจริงๆ ต้องเปลี่ยนเป็นอีกคนหนึ่ง คือหนูจะใส่หน้ากาก มีสิ่งที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นไหม ?มินนี่ : หนูจะจับมือตัวเอง แล้วก็บอกตัวเองว่า เธอทำได้ๆ ในการร้องเดี่ยวจากเดิมที่ฉันจะร้องถูกไหมจะเพี้ยนไหมมันอาจจะยังมีบ้าง แต่ตอนนี้มีความมั่นใจขึ้น ?มินนี่ : รู้สึกว่าแค่สนุกกับมัน เริ่มเปิดใจยอมรับตัวเองได้ว่าโอเคถึงแม้คุณจะทำพลาดก็ไม่เป็นไร ถ้าแต่ก่อนคือหนูจะไม่ได้ยูห้ามผิดยูต้องเป๊ะ ค่อนข้างเป็นคนที่มีความเป็น Perfectionist มากประมาณหนึ่งเวลาทำงานค่ะ แต่แบบหลังๆก็เพิ่งมาเริ่มใจดีกับตัวเองขึ้นว่าไม่เป็นไร บางทีมันก็ผิดได้แต่แบบ คุณสนุกกับโมเมนต์นั้นให้ได้มากที่สุด แล้วตอนที่ใจร้ายกับตัวเอง ?มินนี่ : บางที monitor ตัวเองแล้วก็แบบได้แค่นี้เองเหรอ คุณควรทำได้ดีกว่านี้ ชอบเป็นอย่างนี้ ชอบแบบกดดันตัวเองแล้วก็แบบโอเคไม่ได้รอบหน้าต้องดีกว่านี้ ทุกครั้งที่โชว์คือรู้สึกว่าต้องดีกว่ารอบที่แล้ว ไม่จบสิ้น คือรู้สึกว่าโอเคมันดีที่เราต้องพัฒนาตัวเองตลอดเวลา แต่ว่าบางทีเราก็ไม่ใช่ Robot เพราะบางทีเราอาจจะมีวันที่แบบอาจจะเหนื่อย หรือบางทีเราอาจจะอ่อนแอ เราก็ต้องใจดีกับตัวเองว่าแบบโอเควันนี้เราเป็นแบบนี้แต่ว่าเราทำดีที่สุดแล้ว ณ ตอนนั้น ถือว่าโอเค เรื่องที่คุยในวันนี้เป็นเรื่องที่พี่เพิ่งทราบมาเมื่อไม่นาน เป็นเรื่องที่ทุกคนจะสามารถ Relate ได้และจะเป็นประโยชน์ต่อหลายคนมาก ต้องขอบคุณที่พร้อมจะเปิดใจแชร์เรื่องนี้ ?มินนี่ : ค่ะ หนูไม่เคยพูดให้คนอื่นฟัง มีคนรู้บ้างค่ะเป็นเพื่อนคนที่สนิท หนูไม่แน่ใจว่ามันเริ่มจริงๆตอนไหน แต่ว่าตั้งแต่ตอนเป็นเด็กฝึก คือเราจะมีรูทีนต้องซ้อม แล้วเราก็ไม่ได้ไปไหนก็จะซ้อมทุกวัน แล้วเขาจะมีจิตแพทย์มาเช็คทุกๆ 6 เดือนหรืออะไรหนูไม่แน่ใจ เขาจะคอยมาเช็คว่าเราโอเคหรือเปล่าเป็นยังไง แล้วเขาจะอัปเดตทางค่าย แต่ว่าหลังจากเดบิวต์แล้วก็คือไม่ได้มี จะไม่ได้มาเช็ค คือถ้าเรารู้สึกว่าอยากปรึกษาต้องไปหาเอง ซึ่งหนูก็รู้สึกว่าเราโอเคก็ไม่ได้คิดอะไร แต่ก็รู้สึกว่ามันก็มีหลายๆ ครั้งที่เริ่มรู้สึกว่าเรามีความ Negative มันดาวน์มากๆ แต่คิดว่าไม่เป็นไรเราอาจจะ Sensitive ไม่เป็นไร แต่ว่ามันมีครั้งหนึ่งที่รู้สึกว่าไม่ปกติจริงๆ คือตอนที่หลังจากโควิดค่ะ เหมือนช่วงโควิดเป็นปีเลยที่เวลาเราไปแสดงที่ไหนก็คือส่วนใหญ่แฟนคลับจะมาดูไม่ได้ ก็คือเราอยู่บนเวทีแล้วก็ถ่ายกับกล้อง เพราะฉะนั้นจะไม่ได้เจอคนเลยมาเป็นปี แล้วหลังจากโควิดคือหนูมีทัวร์ครั้งแรก แล้วอยู่ดีๆ เราก็ได้เจอคนเยอะมากๆ หนูไม่แน่ใจว่าอาจจะปรับตัวไม่ได้หรือเปล่า แต่ว่าเราเริ่มเป็นแพนิคตอนทัวร์ครั้งแรก จำได้ไหมว่าครั้งแรกอาการเป็นยังไง แล้วมันมายังไง ?มินนี่ : หนูตกใจมาก ตอนนั้นอยู่บนเวที อยู่ดีๆ ก็รู้สึกไปเองว่าสายตาที่มองมา เรารู้สึกว่ามองทำไม เค้ามองอะไร ทั้งๆที่เค้าคือแฟนๆ ที่เขาชื่นชอบมาดูเรา แล้วมันเป็นฝันของเราที่อยากมี World Tour ทำไมรู้สึกแบบนี้ สมมุติว่ามีคนยกกล้องขึ้นมาถ่ายหนู รู้สึกว่าเค้าถ่ายอะไร เราทำอะไรผิดเหรอ ทำไมเขาต้องถ่ายเราด้วย หนูตีกับตัวเองว่าทำไมถึงมีความคิดนี้ขึ้นมาในหัวแล้วก็จะมีเสียงพูดขึ้นมาว่า Get out of here you shouldn't be here ที่นี่ไม่ใช่ที่ของคุณนะ หนูแบบเหมือนตีกับตัวเองค่ะ คือถ้าคนดูคือดูไม่ออกอยู่แล้ว หนูก็ยืนแล้วแบบเกิดอะไรขึ้น เหมือนเป็นความรู้สึกแบบเหมือนมี Devil กับ Angel อยู่ในหัว มี Devil พูดว่าคุณไม่ควรอยู่ตรงนี้ที่นี้เค้าไม่ต้อนรับคุณหรอก แล้วก็มี Angel พูดว่าไม่ คือเค้ามาดูเรา ทำไมคุณถึงคิดแบบนี้ แต่เหมือนช่วงนั้นหนูว่า Devil มันตัวใหญ่มาก เราจะได้ยินเสียงแต่ Devil เราจะได้ยินแต่เสียง Devil ว่าไม่คุณต้องออกไปจากนี้ คือรู้แค่ว่าต้องออกไปจากตรงนี้ แล้วหนูรู้สึกแบบ Oh my God ต้องออก ต้องออกจากตรงนี้แล้ว แล้วเสร็จหนูก็ตีกับตัวเองแล้วพอจบโชว์ก็คือร้องไห้ ร้องไห้หนักมาก คือมันเป็นอย่างนี้อยู่ประมาณหลายๆวันติด หนูว่าเพราะว่าคือด้วยความที่เราโชว์วันเว้นวันเลย หนูโชว์เสร็จปุ๊บวันรุ่งขึ้นบิน คือทุกครั้งที่หนูลืมตามาคือบางทีงงว่าอยู่ที่ไหน มันขนาดที่ว่าเราอยู่ที่ไหนอะไรงี้ ไม่ได้บอกใคร ?มินนี่ : ตอนแรกไม่ได้บอกใคร หนูพยายามฮึบไว้ ไม่อยากให้คนอื่นเป็นห่วง เพราะรู้ว่าตอนนั้นทุกคนก็เหนื่อยแล้วไม่อยากจะไปเพิ่มความเครียดหรืออะไรให้เขา พอถึงห้องปุ๊บหนูปิดประตูร้องไห้หนักมากทำไมรู้สึกอย่างงี้ (ร้องไห้) มันเกิดอะไรขึ้น พอเข้ามาในห้องจำได้เลยว่าโรงแรมตอนนั้นเราสามารถเห็นห้องฝั่งตรงข้ามได้ เรานั่งอยู่บนเตียงแล้วตรงนี้เป็นหน้าต่างคือหนูปิดม่านแล้วแต่รู้สึกเหมือนมีคนมองเราตลอดเวลา แล้วหนูไม่สามารถนอนได้ เหมือนรู้สึกไปเองว่ามีคนจ้องเราตลอดเลย หนูก็บอกโอเค แบบนี้ไม่ปกติ ตอนแรกหนูบอกแค่พี่ผู้จัดการว่านอนไม่ได้จริงๆ รู้สึกไม่ปลอดภัยมากๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นไรอะไร พี่เขาก็แบบโอเคกลับไปเกาหลีเดี๋ยวไปหาหมอ มันเป็นๆหายๆ ช่วงนั้นสมมุติว่าออกไปข้างนอกแล้วมันเป็นที่ๆคนเยอะๆ หนูจะไม่โอเค ทั้งๆที่เราชอบเจอคนมาก แต่ช่วงนั้นเจอคนแล้วเหมือนชอบมาคิดว่าถ้าเค้ามองเราคือมองทำไม ทำไมต้องมอง แล้วหนูจะมองพื้นตลอดเลย แบบไม่โอเค ก็เลยไปปรึกษา สภาพจิตใจตอนก่อนไปปรึกษา มันดาวน์ขนาดไหน ที่สุดของชีวิตไหมในแง่ของจิตเวช ?มินนี่ : คือไม่อยากให้ใครเห็นเราในสภาพนี้ด้วย แล้วก็เหมือนเราตกใจมั้งค่ะไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรกันแน่หนูไม่อยากให้แฟนคลับรู้อยู่แล้ว เพราะรู้สึกเดี๋ยวเค้าเป็นห่วง หนูไม่กล้าบอกคุณพ่อแม่ด้วยตอนแรกเพราะว่ากลัวเป็นห่วง เพราะว่าเราก็ไม่ได้อยู่ด้วยกัน จำได้ว่าโทรหาเพื่อนสนิทที่ไทยก็เล่าให้ฟัง หนูแค่พูดว่าฉันไมโอเคแล้วก็ร้องไห้ แล้วเพื่อนก็ปล่อยให้หนูร้องไห้เป็นอะไรค่อยๆพูดมา หนูก็เล่าให้เขาฟังว่ารู้สึกแปลกมากเลย ทำไมถึงรู้สึกอย่างงี้ไม่รู้ รู้สึกแย่มาก มันไม่ควรจะเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นตอนนี้เลย ก็เลยไปหาคุณหมอ หนูงงมากคุณหมอพูดว่าทำไมเพิ่งมาตอนนี้ ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีสัญญาณอะไรเลยเหรอ แต่หนูคิดว่าคือมันก็มีสัญญาณมาตลอดแต่แค่เรามองข้าม ไม่เป็นไรหรอกใครๆ ก็รู้สึกแบบนี้ มันรู้สึกกันได้ บางทีกลับมาบ้านแล้วก็ไม่อยากทำอะไรเลย ไม่อยากเจอใคร ทั้งที่เราปกติจะเป็นคนชอบเจอเพื่อนมากๆ มันมีช่วงหนึ่งที่แบบไม่อยากออกไปไหน ไม่อยากทำอะไร รู้สึกแบบหมดไฟนิดหนึ่ง ทำไมก็ไม่รู้ เหมือนมันมาไกลเหมือนกันนะกว่าจะมาถึงจุดนี้ แล้วเขาบอกว่ามันคืออะไร ?มินนี่ : เค้าบอกว่าเป็นภาวะซึมเศร้า กับ แพนิค แล้วขั้นตอนต่อไปสำหรับคุณ หลังจากที่ทราบ ?มินนี่ : เขาบอกว่าควรจะมาหาคุณหมอบ่อยๆ อย่างน้อยมาเล่าหรือมาคุยกับเขา ซึ่งเราก็ไม่มีเวลา คือหนูรู้สึกว่าสิ่งที่อยากพูดคือบางทีเราไม่มีเวลา เราชอบมองข้ามสิ่งนี้ ทั้งๆ ที่ความจริงมันสำคัญมากๆ เหมือนเวลาเราไม่สบายเราก็ต้องไปหาหมอ สมมุติเราไอไม่ไหวเราก็ต้องไปหาหมอกินยา สภาพจิตใจเหมือนกันสำคัญมากๆ คุณต้องหาเวลาให้ตรงไม่งั้นมันมีผลกระทบทุกอย่างทำอะไรไม่ได้เลย สุดท้ายดูแลจัดการกับมันยังไง ?มินนี่ : ตอนแรกคุณหมออยากให้ยาค่ะ แต่ว่าพอพูดว่าจะให้ยาหนูร้องไห้ ไม่เอา ยังไม่อยากกินยาได้ไหม เขาก็บอกโอเคถ้างั้นก็ต้องไปหาคุณหมอ แล้วก็ไปคุยกับเขาบ่อยๆ จนเรารู้สึกดีขึ้นหรือถ้าไม่ไหวจริงๆก็ต้องกินยานะ เลยไปหาหมอปรึกษาโน่นนี่นั่นก็ดีขึ้น แต่หนูรู้สึกว่าทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับตัวเรา ตัวกระตุ้นแพนิคคือเรื่องอะไร ?มินนี่ : หนึ่งคือตอนนั้นเราปรับตัวไม่ทัน คุณหมอพูดว่าอาจจะเป็นเพราะเราเดินทางตลอด เราไม่ได้อยู่เป็นที่ เป็นหลักเป็นแหล่งค่ะ เราไม่ได้อยู่บ้านหรือที่ๆ เรารู้สึกว่ามันปลอดภัยพอที่จะเป็นบ้านเรา มันเลยรู้สึกไม่ปลอดภัย อันนี้มีสิทธิ์ว่าเป็นสิ่งที่กระตุ้น สองคือก็น่าจะคนเยอะ เหมือนโชว์ปีแรกเรายังโชว์ที่เวทีเล็กๆ ซึ่งมันแออัดมากไม่มีพื้นที่ระหว่างเรากับคนดู คือค่อนข้างอยู่ไกลมากๆ ค่ะ แล้วเราอาจจะแบบรู้สึกว่ามันใกล้เกินไป ความเป็น Perfectionist เกี่ยวไหม ?มินนี่ : เกี่ยวมากค่ะ คุณหมอพูดว่าคุณต้องใจดีกับตัวเอง เพราะว่าเหมือนคุณกดดันตัวเองมากเกินไป ก็น่าจะเป็นตัวกระตุ้นที่เยอะค่ะ มันไม่มีใครช่วยเราได้นอกจากตัวเอง (ร้องไห้) คือหนูโชคดีที่ว่าคนรอบข้าง มีเพื่อนที่ดี มีทีมงานที่ดีที่เขาพร้อมจะสนับสนุนเรา มีเมมเบอร์ที่ดีพร้อมจะสนับสนุนเรา แต่ว่าท้ายที่สุดเวลาเรากลับบ้านนอน เราก็อยู่กับตัวเองไง มันคือตัวเราเองที่ต้องดึงตัวเองขึ้นมา ดังนั้นหนูรู้สึกว่าต้องใจดีกับตัวเองเยอะๆ อันนี้สำคัญมากๆ มีอะไรที่เราดูแลจัดการกับตัวเอง คุณได้เรียนรู้อะไร ?มินนี่ : หนูว่าความคิดสำคัญมาก ๆ ค่ะ คือถ้าเราเปลี่ยนความคิดของตัวเองได้ หรือยอมรับความเป็นตัวเองได้ มันดีขึ้นจริงๆ รู้สึกเลยว่าบางทีเราต้องยอมรับ สมมุติวันนี้คุณทำผิดไม่โอเคก็ยอมรับว่าใช่ ก็มันเกิดขึ้นแล้ว ไม่เป็นไร ครั้งหน้า พรุ่งนี้เอาใหม่ ยอมรับแล้วก็พร้อมที่จะ Move On ให้ได้ ต้องเรียนรู้ที่จะปล่อยมันไปเรากลับไปแก้ไขไม่ได้ แล้วก็สนุกกับโมเมนต์ต่างๆ ได้มากขึ้น ดีใจที่ก้าวผ่านมันมาได้รู้สึกเลยว่าข้างในเราโตขึ้นเยอะมาก รู้สึกว่าเราเห็นคุณค่าสิ่งต่างๆ หรือสิ่งที่มีอยู่ได้มากขึ้น เพราะที่ผ่านมามัวแต่กังวลโน้นนี่จนลืมไปว่าสิ่งที่มีอยู่ ณ ตอนนี้เรามาไกลมากแล้วนะ คุณทำมันได้ดีแล้วนะตอนนี้คุณมีแฟนๆที่สนับสนุนขนาดนี้ ทั้งๆที่วันแรกเริ่มจากศูนย์ ยังมีเพื่อนๆ ยังมีเมมเบอร์ที่ดี มีครอบครัวที่คอยสนับสนุนแค่นี้คุณควรจะเห็นคุณค่าและรู้สึกดีกับมันได้แล้ว หนูรู้สึกเสียดายเวลาที่ผ่านมาที่จิตไม่อยู่กับตัว กลับมาอยู่กับปัจจุบันให้มากขึ้น สามารถติดตาม Woody FM ได้ที่ช่องทาง Podcast : WOODY FM , Facebook: Woody, Youtube: Woody ทุกวันพุธ เวลา 19.00 น.
ข่าวบันเทิง • 7 มี.ค. 68
อ่าน
PCC คว้า 3 โครงการส่งท้ายปี มูลค่า 273.67 ลบ. มั่นใจรายได้ปีนี้โต 10%
#PCC #ทันหุ้น-PCC ลงนามคว้างานใหม่ 3 โครงการ มูลค่ารวม 273.67 ล้านบาท ได้แก่ 1. สัญญางานจ้างเหมาปรับปรุงยกระดับสายส่งรองรับโครงการก่อสร้างรถไฟทางคูู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ กับ กฟผ. , 2. งานก่อสร้างระบบ จําหน่าย 22kV Underground และ 3. สัญญาซื้อขาย TOU Meter กับ กฟน. ด้านผู้บริหารมั่นใจรายได้ปีนี้โต 10% จากปีก่อนตามเป้า มองภาพรวมอุตสาหกรรมไฟฟ้ามีศักยภาพเติบโต ย้ำความพร้อมพัฒนาธุรกิจและพลังงานให้มีความมั่นคงอย่างยั่งยืน นายกิตติ สัมฤทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) หรือ PCC ผู้ให้บริการโซลูชั่นนวัตกรรมด้านดิจิทัลกริดอัจฉริยะ (Smart GridDigitalization) เปิดเผยว่า บริษัท พรีไซซ ซิสเท็ม แอนด์ โปรเจ็ค จํากัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้น ร้อยละ 99.96 ได้ลงนามคว้างานใหม่ จำนวน 3 โครงการ มูลค่า รวม 273.67 ล้านบาท ดังนี้ 1. สัญญางานจ้างเหมาปรับปรุงยกระดับสายส่งรองรับโครงการก่อสร้างรถไฟทางคูู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ตามแผนหลัก จํานวน 8 จุด รวม 6 สายส่ง กับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567 มูลค่าสัญญารวม 56,745,786.15 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ) ทั้งนี้ มีกําหนดการส่งมอบภายใน 210 วัน นับถัดจากวันที่ผู้ว่าจ้างกําหนดให้เริ่มดําเนินงาน 2. สัญญางานจัดหาและก่อสร้างระบบ จําหน่าย 22kV Underground และ งานระบบ Low Voltage สําหรับจ่ายให้บ้านในโครงการ Reignwood กับ บริษัทอาร์ดับบลิว กรีนแลนด์ จํากัด เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2567 มูลค่าสัญญารวม 197,161,422.33 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) 3. สัญญาซื้อขาย TOU Meter with RS232port, 50(150) A, 230/400 V 3 Phase 4 Wire จํานวน 3,300 เครื่อง ด้วยวิธีคัดเลือกกับ การไฟฟ้านครหลวง เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2567 มูลค่าสัญญารวม 19,773,600.00 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ทั้งนี้ มีกําหนดการส่งมอบเป็น 2 งวด ภายใน 180 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เรามีความยินดีจะแจ้งให้ทราบว่า บริษัทฯ ได้รับงานใหม่ เพิ่มอีก 3 โครงการ ซึ่งทำให้มูลค่างานในมือของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้และสร้างการเติบโตของบริษัทฯ ในอนาคตอย่างยั่งยืนนายกิตติ กล่าว **มั่นใจรายได้ปีนี้โต 10% นายกิตติ กล่าวเพิ่มว่า บริษัทฯมั่นใจว่ารายได้ในปีนี้เติบโต 10% จากปีก่อน สะท้อนจากผลประกอบการงวด 9 เดือนปี 2567 ของกลุ่มบริษัทฯ มีรายได้รวมเท่ากับ 4,307.95 ล้านบาท คิดเป็นเพิ่มขึ้น28.49% เทียบช่วงปีก่อนมีรายได้ 3,352.84 ล้านบาท พร้อมกันนี้ มองว่าภาพรวมอุตสาหกรรมไฟฟ้ายังมีศักยภาพในการเติบโต โดยเฉพาะสมาร์ทกริด (Smart Grid) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไฟฟ้าให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการระบบไฟฟ้า เพื่อรองรับการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการบูรณาการพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) เข้ากับโครงข่ายไฟฟ้าได้อย่างเสถียร ซึ่ง Smart Grid จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายไฟฟ้า ลดการสูญเสียพลังงานในระบบ สามารถตรวจสอบและแก้ไขปัญหาไฟฟ้าขัดข้องได้เร็วขึ้น ซึ่งบริษัทฯมีความพร้อมจะพัฒนาธุรกิจและพลังงานให้มีความมั่นคงอย่างยั่งยืน จากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีแพลตฟอร์มครอบคลุมอุตสาหกรรมสมาร์ทกริดของประเทศไทย
ทันหุ้น • 19 ธ.ค. 67
อ่าน
เกิดอะไรขึ้น? บัญชีเอ็กซ์ ใหม่ ดาวิกา ปลิว! เต๋อ ฉันทวิชช์ ถาม ทำไมโซเชียลใจร้ายจัง
ทำเอางงไปตามๆกัน เมื่อจู่ๆ บัญชีเอ็กซ์(ทวิตเตอร์) @DavikaH ของนักแสดงสาว แม่หยัว อย่าง ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ ก็ปลิวหายวับไป!!ภาพจาก : @DavikaHงานนี้ทำเอาแฟนหนุ่มอย่าง เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี ต้องรีบออกมาให้กำลังใจ พร้อมโพสต์ตั้งคำถามว่า.. ทำไมโซเชี่ยลใจร้ายกับเค้าจังภาพจาก : @terchantwistซึ่งหลังจากนั้นก็มีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตหลายรายเรามาร่วมแสดงความคิดเห็น เช่น ต้นเรื่องเขาทวิตแซะใหม่ก่อน พอใหม่ออกมาปกป้องตัวเองชาวเน็ตก็บอกว่าไม่สมควรไม่เอ่ยถึงมาร้อนตัวรับทำไม ชาวเน็ตบางคนไม่รู้คีย์เวิร์ดแต่อีกหลายคนทราบจ้า ใหม่เป็นเสตท ใหม่มีแฟนเป็นผู้ชาย ใหม่มีคู่จิ้นเป็นผู้หญิง(การทำงาน) ใหม่กับแฟนคุยกันเรื่องการทำงานแล้วแฟนโอเค ใหม่คุยกับคู่จิ้นแล้วเขาโอเค ถามว่าสมการนี้มันผิดอะไรนักหนาจนเป็นสนามอารมณ์ให้ชาวเน็ตด่ามันทุกวันชาวXบางตัว(แต่ส่วนใหญ่) เป็นพวกประเภทตัวเองแซะใครก็ได้ แต่เราห้ามแซะเขากลับค่ะ อีโก้มันสูง ยอมไม่ได้เป็นประเภทพวกที่ต้องการสนามอารมณ์ที่ไม่มีปากไม่มีเสียงค่ะ เป็นประเภทที่รู้ตัวว่าตัวเองแซะใคร แต่พอเขารู้ตัวก็แถว่าไม่ได้เอ่ยชื่อ อันนี้ลอยๆ ส่วนตัวคิดว่าดาราก็คนมีสิทธิ์เสียใจ มีสิทธิ์ออกความเห็น มิสิทธิ์โควทXตอบกลับ อย่างที่คนส่วนใหญ่กำลังโควทด่าเขากันอย่างสนุกปากในตอนนี้ไงคะบางคนบอกแค่วิจารณ์ตามความจริง ถามนะ วิจารณ์ตามคนมีความคิด หรือแซะตามประสาคนไม่มีเหตุผลเพราะอคติเขา เราสามารถเฟียซได้ ตัวแรงตัวมารด่าได้ โดยที่ไม่ต้องไปพูดอะไรแย่ๆใส่เขานะคะและอีกหลายคนก็เข้ามาคอมเมนต์ส่งกำลังใจให้ เช่น ลุงโอบกอดพี่ใหม่แน่นๆให้เราด้วย, จริง งงมาก ฝากส่งกำลังใจให้น้องใหม่ด้วยนะ, ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คนที่รักใหม่จะอยู่ตรงนี้เสมอนะ , เหตุใดจึงเกลียดชังบนโซเชียลมีเดีย, เป็นกำลังใจให้นะคะ ฯลฯภาพจาก : davikahภาพจาก : davikahภาพจาก :อินสตาแกรม davikahเอ็กซ์(ทวิตเตอร์) @DavikaH / @terchantwist
TNN ช่อง16 • 15 ธ.ค. 67
อ่าน
CHAYO มั่นใจรายได้ปีนี้โตไม่ต่ำกว่า 20% เดินหน้าซื้อหนี้เข้าพอร์ต
#CHAYO #ทันหุ้น-CHAYO มั่นใจรายได้ปีนี้โตไม่ต่ำกว่า 20% พร้อมเดินหน้าซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ และตั้งเป้าซื้อหนี้เสียเพิ่มอีก 1 หมื่นล้านบาท ด้วยเงินลงทุน 500-1,000 ล้านบาท ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 3/67 กำไรโต 59.27% และรายได้โต 39.83% จากดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อแก่สินทรัพย์ด้อยคุณภาพและดอกเบี้ยจากเงินให้กู้ยืมเพิ่มขึ้น นายสุขสันต์ ยศะสินธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CHAYO ผู้ดำเนินธุรกิจบริหารสินทรัพย์ ทั้งที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน ธุรกิจเจรจาติดตามเร่งรัดหนี้สิน ธุรกิจปล่อยสินเชื่อ และกิจการศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า เปิดเผยว่า บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้ปี 2567 โตไม่ต่ำกว่า 20% จากปีก่อนที่ทำได้ 1,527.07 ล้านบาท จากแผนเดินหน้าซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPLNPA) มาบริหารอย่างต่อเนื่อง และตั้งเป้าซื้อหนี้เสียเพิ่มอีก 10,000 ล้านบาท ด้วยเงินลงทุน 500 - 1,000 ล้านบาท โดย ณ สิ้นเดือนกันยายน บริษัทฯ มีสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (หนี้เสีย) ที่บริหารอยู่ในมือจำนวน 103,528 ล้านบาท แบ่งเป็นหนี้เสียที่มีหลักประกันจำนวน 20,812 ล้านบาท และหนี้ที่ไม่มีหลักประกันจำนวน 82,716 ล้านบาท (โดยไม่รวมทรัพย์ที่รอการขาย หรือ NPA อีกจำนวน 566.79 ล้านบาท) ขณะที่สถานะทางการเงินปัจจุบันของบริษัทถือว่ายังมีความแข็งแกร่ง มีอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 1.07 เท่า ปกติช่วงไตรมาส 3 - 4 จะเป็นฤดูกาลไฮซีซั่นของธุรกิจ เพราะจะมีมูลหนี้ที่ทางสถาบันการเงินเปิดประมูลออกมาจำนวนมากกว่าครึ่งปีแรก ทำให้ราคาไม่สูงนัก และสิ่งที่บริษัทฯ ยังเน้นเสมอในการซื้อหนี้ใหม่เพื่อเติมพอร์ต คือต้องมีช่วงระดับราคาที่มีความเหมาะสมและไม่แพงเกินไป เพราะไม่อยากให้กลุ่มลูกหนี้มีภาระทางการเงินเพิ่ม ซึ่งถือเป็นการช่วยเหลือในอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งบริษัทฯ ประเมินว่าจะมีจำนวนหนี้ด้อยคุณภาพที่เปิดประมูลลดลงหรือใกล้เคียงกับปีก่อนที่ระดับ 400,000 ล้านบาท นายสุขสันต์ กล่าว นอกจากนี้ บริษัทฯ พร้อมเดินหน้านโยบายการปรับโครงสร้างหนี้เพื่อช่วยเหลือประชาชน ตามนโยบายภาครัฐในการช่วยแก้ปัญหาหนี้ของประเทศเพื่อบรรเทาภาระการชำระหนี้ครัวเรือน โดยมุ่งเน้นการวางแผนผ่อนชำระให้สอดคล้องกับความสามารถของลูกหนี้แต่ละราย เช่นเดียวกับธุรกิจการบริการเร่งรัดติดตามหนี้สินเพื่อเข้าสู่การเจรจา ปรับโครงสร้างหนี้และช่วยเหลือลูกหนี้เป็นรายกรณี โดยกำหนดวงเงินผ่อนชำระขั้นต่ำให้สอดคล้องกับความสามารถในการผ่อนชำระของลูกหนี้เป็นหลัก **ผลประกอบการ Q3/67 สำหรับผลดำเนินงานไตรมาส 3/67 ผลการดำเนินงานบริษัทฯ ไตรมาส 3/67 มีรายได้รวม 526.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.83% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ 376.43 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ทั้ง 2 ประเภทคือ ดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อแก่สินทรัพย์ด้อยคุณภาพจำนวน 139.36 ล้านบาท และจากดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมที่มีรายได้ 38.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.03% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 10.39 ล้านบาท โดยเป็นผลจากการปล่อยสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้จากการบริการเร่งรัดหนี้สินมีจำนวน 7.26 ล้านบาท ลดลง 15.12% ซึ่งมีสาเหตุจากที่บริษัทฯ มอบหมายพนักงานให้ติดตามทวงถามหนี้เสียที่กลุ่มบริษัทซื้อมาเพิ่มขึ้น ส่งผลให้รายได้การติดตามทวงถามหนี้ของผู้ว่าจ้างภายนอกลดลง ส่วนรายได้จากการให้บริการจัดหาคนไตรมาส 3/2567 มีรายได้ 6.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น จากช่วงเดียวกันของปีก่อนจำนวน 1.47 ล้านบาท เนื่องจากไตรมาส 3 นี้ บริษัทฯ ได้รับงานจากผู้ว่าจ้างเพิ่มขึ้นส่งผลให้รายได้ธุรกิจนี้เพิ่มขึ้น ด้านกำไรสุทธิไตรมาส 3/2567 อยู่ที่ 138.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.24% จากงวดเดียวกันปีก่อนที่ 87.08 ล้านบาท เพราะสามารถทำอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นได้ สำหรับผลประกอบการงวด 9 เดือน บริษัทมีรายได้ 1,498.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.85% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 1,079.32 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นโดยหลักทั้งจากดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อแก่สินทรัพย์ด้อยคุณภาพ และจากดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งบริษัทมียอดจัดเก็บจากหนี้ที่ไม่มีหลักประกันและยอดรายได้จากการขายหลักประกันของหนี้ด้อยคุณภาพ จำนวน 572.01 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 89.10% จากงวดเดียวกันปีก่อนที่ทำได้ 302.49 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ มีการซื้อพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพชนิดมาบริหารเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ส่วนรายได้ดอกเบี้ยจากเงินกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นตามการปล่อยสินเชื่อ จำนวน 113.81 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 50.22% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 75.76 ล้านบาท และ ณ สิ้น 30 กันยายน 2567 มียอดลูกหนี้เงินให้กู้ยืมอยู่ที่ 1,051.89 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ระดับ 861.66 ล้านบาท ส่วนรายได้จากการบริการเร่งรัดหนี้อยู่ที่ 21.14 ล้านบาท ลดลง 22.85% จากช่วงเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ 27.4 ล้านบาท เนื่องจากให้พนักงานติดตามทวงถามหนี้เสียที่กลุ่มบริษัทซื้อมากขึ้น จึงส่งผลให้รายได้การติดตามทวงถามหนี้ของผู้ว่าจ้างภายนอก ขณะที่รายได้การให้บริการจัดหาคนอยู่ที่ 15.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.09% จากงวดเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ 12.61 ล้านบาท เพราะบริษัทรับงานมากขึ้นหลังเปิดดำเนินการมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2566
ทันหุ้น • 14 พ.ย. 67
อ่าน
COCOCO คาดช่วงที่เหลือปีนี้โตแข็งแกร่ง มั่นใจรายได้ปี 67 เพิ่มขึ้น 30-40%
#COCOCO #ทันหุ้น-COCOCO ตั้งเป้าช่วงที่เหลือปีนี้เติบโตแข็งแกร่ง มั่นใจรายได้ปี 67 โตกว่า 30-40% วางกลยุทธ์ขยายตลาดต่างประเทศและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 3/67 กำไรโต 13% ส่วน 9 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 72% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ดร.วรวัฒน์ ชิ้นปิ่นเกลียว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) หรือ COCOCO ผู้ผลิตจำหน่าย และส่งออกผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าวรายใหญ่ของไทย เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในช่วงที่เหลือของปีนี้ โดยคาดว่ารายได้ทั้งปีจะเติบโตกว่า 30-40% จากปีก่อนตามเป้าหมายที่คาดไว้ โดยบริษัทฯ มุ่งเน้นการขยายตลาดต่างประเทศและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าวและกะทิที่ได้รับความนิยมสูงในต่างประเทศ รวมถึงธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงที่บริษัทเริ่มขยายสู่ตลาดสากล นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเพิ่มกำลังการผลิต รองรับ Demand ที่เพิ่มขึ้น ดร.วรวัฒน์ เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัทและบริษัทย่อย ตามงบการเงินรวมไตรมาส 3/67 มีรายได้รวม 1,929 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) อยู่ที่ 1,298 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 21% เทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) อยู่ที่ 1,588 ล้านบาท โดยเป็นการเพิ่มขึ้นจากรายได้จากการขายและบริการของการจำหน่ายผลิตภัณฑ์กลุ่มน้ำมะพร้าวเป็นหลัก สำหรับงวด 9 เดือนปี 2567 บริษัทฯ มีรายได้รวม 4,886 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ทำได้ 3,271 ล้านบาท โดยการเพิ่มขึ้นมาจากรายได้จากการขายและบริการที่เติบโตของกลุ่มตลาดเครื่องดื่ม และการขยายช่องทางการจัดจำหน่าย ทำให้รายได้จากการขายและบริการของผลิตภัณฑ์ทุกประเภทเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าว ผลิตภัณฑ์กะทิ รวมถึงการผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงด้วย ดร.วรวัฒน์ กล่าวด้วยว่า บริษัทฯ มีกำไรสุทธิไตรมาส 3/67 เท่ากับ 172 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) อยู่ที่ 153 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาส 2/67 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 227 ล้านบาท เนื่องจากปัจจัยความผันผวนของตลาดการเงินโลกจากความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศ และแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน ส่งผลให้ตลาดเงินและค่าเงินบาทมีความผันผวน อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนปี 2567 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิเท่ากับ 603 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 72% เทียบกับช่วงเดียวกันปีอยู่ที่ 351 ล้านบาท เนื่องจากความต้องการในสินค้าและปริมาณคำสั่งซื้อจะยังคงเพิ่มขึ้นทั้งจากกลุ่มลูกค้าปัจจุบันและลูกค้ารายใหม่ โดยบริษัทฯ ได้มีการวางแผนการขายและเพิ่มกลยุทธ์การตลาด มีการออกงานแสดงสินค้าและสำรวจตลาดเครื่องดื่มต่างประเทศ เพื่อขยายช่องทางการจัดจำหน่ายและขยายฐานลูกค้ารายใหม่เพิ่มขึ้น รวมถึงให้ความสำคัญกับการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าเดิม เพื่อสร้างยอดขายให้เติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต ในไตรมาส 3/67มีการซื้อวัตถุดิบสำหรับผลิตกะทิส่วนเพิ่มโดยเฉลี่ยสูงขึ้น โดยมีการบริหารจัดการด้านราคาและปริมาณวัตถุดิบหลัก รวมถึงบริหารจัดการกระบวนการผลิต การสต๊อกสินค้าและวัตถุดิบ และในไตรมาสนี้ บริษัทฯ มีการบริหารจัดการ สามารถควบคุมด้านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดร.วรวัฒน์ กล่าว
ทันหุ้น • 11 พ.ย. 67
อ่าน
AIT ผลงาน 9 เดือนปี 67 กำไรโต 24% ตุน Backlog 5.2 พันล. มั่นใจรายได้ปีนี้แตะ 6.8 พันล.
#ทันหุ้น - AIT ประกาศผลงานการดำเนินงานในไตรมาส 3/67 ทำรายได้จากงบเฉพาะกิจการ 1,926 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 152 ล้านบาท ผลักดันผลงานในงวด 9 เดือนแรกปี 67 ทำรายได้จากงบเฉพาะกิจการ 5,478 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% และมีกำไรสุทธิ 423 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% ตุน Backlog 5,200 ล้านบาท มั่นใจรายได้ปี 67 แตะ 6,800 ล้านบาท ตามเป้าหมาย นางศศิเนตร พหลโยธิน รักษาการประธานคณะกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอ็ดวานซ์อินฟอร์เมชั่นเทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2567 (กรกฎาคม-กันยายน) บริษัทฯ มีรายได้จากงบเฉพาะกิจการอยู่ที่ 1,926 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 1,705 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 152 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 122 ล้านบาท ขณะที่ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2567 (มกราคม-กันยายน) มีรายได้จากงบเฉพาะกิจการ 5,478 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 4,705 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 423 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 342 ล้านบาท โดยปัจจุบัน AIT มีมูลค่างานในมือ (Backlog) ณ วันที่ 4 พฤศจิกายน 2567อยู่ที่ประมาณ 5,200 ล้านบาท รวมถึงจำนวนมูลค่างานที่อยู่ระหว่างรอคำสั่งซื้อจากลูกค้า (Waiting for P/O) อีกจำนวน 70 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้ผลการดำเนินงานในปี 2567 ทำรายได้ไม่ต่ำกว่า6,800 ล้านบาท ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
ทันหุ้น • 8 พ.ย. 67
อ่าน
“เชน” เสียงสั่น! พ้อโลกใจร้ายเกิน พราก “อ๋อม” ไป เชื่อเพื่อนดูแลครอบครัวดีที่สุด
เชน เสียงสั่น! พ้อโลกใจร้ายเกิน พราก อ๋อม ไป เชื่อเพื่อนดูแลครอบครัวดีที่สุด อีกหนึ่งเพื่อนซี้ของพระเอกหนุ่ม อ๋อม อรรคพันธ์ นักแสดงหนุ่ม เชน ณัฐวัฒน์ ที่มาร่วมงานไว้อาลัยเพื่อน ล่าสุดเจ้าตัวก็ได้เปิดใจว่า... ตื่นมาก็ยังคิดว่าไม่ใช่เรื่องจริง เไปทำรายการเรื่องประเด็นมะเร็งกล้ามเนื้อหัวใจก็ถูกหยิบยกขึ้นมาพูด เพราะมันเป็นอะไรที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่ามันอันตรายแค่ไหน มันเหมือนฝันตั้งแต่ตอนที่อ๋อมเป็นแล้ว ทำไมเพื่อนเราโชคร้ายจัง จนวันนึงมันผ่านกระบวน การรักษามาเรื่อยๆ เป็นกำลังใจให้กันมาเรื่อยๆ ก็ต้องบอกว่ามันมีความหวัง และพวกเราก็อยู่ด้วยความหวัง ตัวอ๋อมเองก็อยู่ด้วยความหวัง ซึ่งความหวังที่อ๋อมมี ผมอายุ 40 แล้ว แต่ผมยังไม่เคยเจอใครมีความหวังในการมีชีวิตอยู่ขนาดนี้มาก่อน วันที่ผมไปพบเพื่อนครั้งแรกเมื่อตอนผ่าตัดรอบแรกเสร็จ ผมเตรียมใจไว้ว่าสภาพมันต้องเป็นยังไง คิดภาพไว้ในหัวเยอะมาก แต่ปรากฏว่าภาพผู้ชายคนนึงที่เหมือนเดิมเลย เพียงแต่เขาอาจจะดูโทรมไปหน่อย แต่เขามีแต่รอยยิ้มที่อยากมีชีวิต มันก็เลยทำให้เราหวัง คือคิดเลยแหละว่าผ่านไปด้วยดีแน่นอน จนกระทั่งมาถึงวันเสาร์ที่ผ่านมา ก็เลยรู้สึกเหมือนว่ามันไม่จริง พอคิดอย่างนี้มันก็มาคิดถึงความเป็นจริงที่เราต้องมางานศพเพื่อน ที่ผ่านมาอ๋อมกำลังใจดีมาก ผมว่าใครไม่เห็นไม่มีทางรู้เลยว่ากำลังใจในความหมายของผม คือกำลังใจในการมีชีวิตอยู่ของอ๋อมมันเยอะขนาดไหน มันต้องสัมผัสจริงๆ อ๋อมเป็นคนสนุก เป็นคนที่ชอบแอดเวนเจอร์ ชอบแอ็คทิวิตี้เยอะๆ แต่วันนั้นเขาทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง เขาได้แต่อยู่กับบ้านกับโรงพยาบาล 2 ที่ แต่เขามีแต่รอยยิ้ม มีแต่คำว่า เชนโคตรเจ็บเลย แต่กูสู้โว้ย ในรอยยิ้มเขาพูดคำว่า กูไม่อยากตายว่ะเชน มันก็เลยทำให้เห็นว่ากำลังใจมันสูง และที่ผ่านมาเราจะได้ยินเสมอว่าโรคมะเร็งมันสามารถหายได้ด้วยกำลังใจ ผมก็เลยคิดว่าเพื่อนผมต้องรอด แต่โลกมันก็ใจร้ายเกินไปหน่อย ช่วงที่อยู่ด้วยกันจริงๆ ก็เป็นการให้กำลังใจที่ลำบากมากเลย เพราะเราไม่รู้เลยว่าเขาเจ็บขนาดไหน เขาได้แต่พูดว่าเขาเจ็บมาก ก็ได้แต่บอกว่ามึงต้องสู้นะ หายกลับมาทำงาน กลับมาสนุกกันใหม่ อาจจะใช้ชีวิตได้ไม่โลดโผนเท่าเดิม แต่ด้วยอายุพวกเรามันก็คงโลด โผนขนาดนั้นไม่ไหวแล้ว แต่กลับมามีชีวิตปกติ ทำงาน สร้างผลงานดีๆ ให้กับแฟนละคร แค่นั้นผมว่ามันก็มีความสุขแล้ว มันก็เป็นการให้กำลังใจในรูปแบบนั้น แต่ที่ผมเสียใจมากๆ ก็คือเมื่อไม่กี่วันก่อนที่เขาจะไป แพรภรรยาผมเขาบอกว่าอยู่ๆ เขาก็พูดขึ้นมาว่าโทร.หาอ๋อมหรือยัง ผมก็บอกว่าเดี๋ยวโทร. แต่ตอนนั้นขับรถ และคิดงานอยู่ ก็เลยไม่ได้โทร. ก็เลยโคตรเสียใจเลย ไม่น่าเดี๋ยวเลยว่ะ แต่มันก็ผ่านไปแล้ว วันนี้ก็ได้มาบอกเพื่อนแล้วว่ากูสัญญาว่ากูจะมาทุกวันที่กูมาได้ (เสียงสั่น) คือมันก็ติดใจครับ ไม่อย่างนั้นก็ได้คุยกัน แต่มันก็ทำอะไรไม่ได้ มันผ่านไปแล้ว ถามว่าอ๋อมยังห่วงอะไรไหม ผมว่าไม่น่ามีห่วงอะไร เพราะอ๋อมทำหน้าที่ของตัวเองในการดูแลครอบครัว ผมเชื่อมั่นเต็มๆ เลยจากล่า สุดที่ได้คุยกันว่าอ๋อมทำทุกอย่างดีที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการดูแลพ่อแม่ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลน้อง และสิ่งที่เขาสร้างเอาไว้ผมเชื่อมั่นว่ามันสามารถดูแลครอบครัวได้อีกยาว วันนี้ผมไม่อยากให้เพื่อนห่วงอะไรเลยสักอย่างเดียว ถ้าอ๋อมมองลงมา (เสียงสั่น) วันนี้ผมว่าเขาน่าจะยิ้ม เพราะเขาชอบพูดเสมอว่าพวกมึงรำคาญกู เพราะเขาเป็นอาจจะดูเงียบๆ มีมุมส่วนตัวสูงนะ แต่เวลาเขาอยู่กับเพื่อนเขาจริงๆ เขาพูด มากๆ พูดไม่หยุด พูดได้ทั้งคืน บางทีถึง 6 โมงเช้ายังพูดอยู่เลย เขาก็จะชอบพูดเสมอว่าพวกมึงรำคาญกูใช่ไหม พวกมึงไม่รักกูใช่ไหม วันนี้ถ้าเขามองลงมา เขาเห็นแล้ว ไม่ใช่แค่พวกผมหรือพี่ๆ ที่รักเขามากๆ จาก 3 วันที่ผ่านมาเขาจะเห็นเลยว่าคนรักมึงโคตรเยอะเลยอ๋อม ดีใจที่ได้เห็นคนรักมึงเยอะขนาดนี้ กูว่ามึงดีใจ เรื่องเป้าหมายชีวิตถ้าเขาหาย จริงๆ เราไม่เคยได้พูดเรื่องนั้น แต่พูดแค่ว่าสิ่งที่ผมได้ยินจากอ๋อมคืออ๋อมเขาห่วงเรื่องงาน ต่อให้เขาจะสร้างทุกอย่างมา สมบัติมีเหลือ สร้างบ้านให้พ่อให้แม่แล้วก็ตาม แต่เขาห่วงว่ากลับมาคนจะยังรักเขาอยู่ไหม ผมได้ถ่ายภาพกับเพื่อน แต่ก็ไม่ได้อะไร เพราะไม่อยากให้ใครเห็นเขาในสภาพที่เขาโทรม เขากลัวว่าเดี๋ยวโทรมแล้วจะไม่มีใครจ้างเขา ผมว่าอ๋อมห่วงแค่งาน อาชีพอ๋อมคือนักแสดง อ๋อมชอบอยู่ในกองถ่ายละคร ชอบเล่นละคร ชอบอยู่กับทีมงาน อยู่กับผู้กำกับ อยู่กับเพื่อนนักแสดง เขาอยากกลับมาเล่นละคร ที่เขาชอบถามเพื่อนๆ ว่ารักเขาไหม เพราะเขาเป็นคนขี้น้อยใจ แซวนิดแซวหน่อยก็น้อยใจ มันก็เลยจะชอบถามว่ามึงรักกูหรือเปล่า แค่นั้นแหละไม่มีอะไร มันเป็นคนขี้น้อยใจ มันเหมือนเป็นการแซวกันเล่นมากกว่า ตอนอยู่ต่อหน้าผมก็เคยบอกรักเขานะ ตอนที่มันถามนี่แหละ ก็บอกว่าเออ กูรักมึง ก็รักมันจริงๆ ไม่อยากให้มันไปเร็วขนาดนี้ น่าจะอยู่มีเวลาร่วมกันอีกหน่อยก็ยังดี แต่ไม่เป็นไรวันนี้ขอให้เพื่อนขึ้นไปอยู่บนฟ้าและคอยมองลงมาแล้วกัน ชีวิตเราก็โตมาด้วยกันตั้งแต่เข้าวงการ ผ่านทุกข์ ผ่านสุข สนุกสนานกันมาเรียกว่าเต็มที่แล้ว วันนี้ต่างคนต่างมีชีวิต แต่คำว่าเพื่อนมันก็คือเพื่อน ยังไงก็รักมันมากๆ และพยายามจะมาหามันทุกวัน พยายามจะคิดถึงตลอด ความรักที่ทุกคนมีให้อ๋อมและครอบครัวใน 4 วันที่ผ่านมานั่นเป็นเรื่องดีมากๆ พ่อกับแม่และภรรยาเขาและน้องสาว วันนี้เขาได้เห็นแล้วว่าคนรักอ๋อมเยอะมากๆ จริงๆ นั่นทำให้เขายิ้มได้ว่าคนรักลูกเขาเยอะขนาดนี้ ที่โพสต์ภาพไปกินข้าวกับอ๋อมและกันต์ คือผมกับกันต์ แม้กระทั่งกับอ๋อมอาจจะได้เจอมากกว่ากันต์ด้วยซ้ำ เพราะกันต์เขางานยุ่งพอสมควร แต่เวลาเราเจอกันมันไม่เหมือนคนโตๆ แล้วมาคุยกัน มันเหมือนเด็กคนนึงที่เพิ่งเข้าวงการ แล้วมีพี่ปลาผู้กำกับคนแรกในชีวิตผมมานั่งอยู่ด้วย ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุยกันมันเหมือนย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว และเราก็เลยอยากให้อ๋อมเขาอยู่ด้วย ณ ตอนนั้น เราไม่รู้หรอกว่าเขาอยู่หรือไม่อยู่ แต่เราอยากให้เขามานั่งอยู่ข้างๆ เรา ฟังเรื่องที่คุยเรื่องเขา เราคุยเรื่องสมัยเด็กที่พบเจอกันมา ถามว่าฝันถึงบ้างไหม ผมไม่ได้เป็นคนมีเซ้นส์อะไรเรื่องพวกนี้ แต่ก็มีคนถามว่ากลัวไหม ก็มาได้เลย แต่อย่ามาแบบน่ากลัว ขอมาแบบดีๆ เคาะบอกมันไปแล้ว
ดาราเดลี่บันเทิง • 26 ก.ย. 67
อ่าน
PCC ลงนามคว้างานกฟน. 603.17 ลบ. มั่นใจรายได้ปีนี้โต 10%
#ทันหุ้น - PCC เผยบริษัท พรีไซซ อีเลคตริค แมนูแฟคเจอริ่ง จํากัด(PEM) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้ลงนามสัญญาซื้อขายหม้อแปลงจําหน่าย กับ กฟน. มูลค่าสัญญารวม 603.17 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ด้านซีอีโอ กิตติ สัมฤทธิ์ พร้อมลุยเดินหน้าประมูลเข้างานใหม่ มั่นใจรายได้ปีนี้เติบโต 10% จากปีก่อน นายกิตติ สัมฤทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) หรือ PCC เปิดเผยว่า บริษัท พรีไซซ อีเลคตริค แมนูแฟคเจอริ่ง จํากัด(PEM) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ที่ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99.99 ได้ลงนามสัญญาซื้อขายหม้อแปลงจําหน่าย ชนิด ซีเอสพี (Completely Self-Protected Type) แรงดัน 24 กิโลโวลต์ 3 เฟส 4 สาย 225 กิโลโวลต์แอมแปร์จํานวน 659 ชุด กับ การไฟฟ้านครหลวง เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2567 มูลค่าสัญญารวม 603,168,202.00 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ทั้งนี้ มีกําหนดการส่งมอบผลิตภัณฑ์ภายใน 330 วัน นับจากวันที่ลงนามในสัญญาซื้อขาย นอกจากนี้ บริษัทฯยังมีงานที่ร่วมเข้าประมูลอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการเติบโตของบริษัทอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยบริษัทคงเป้ารายได้ปีนี้เติบโต 10% จากปีก่อน จากโอกาสในการเติบโตของธุรกิจจากการพัฒนาเทคโนโลยีระบบสมาร์ทกริดเพื่อรองรับการบูรณาการพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น ทำให้ระบบไฟฟ้ามีความมั่นคงและมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมดำเนินธุรกิจ ภายใต้พันธกิจ ในการเป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นนวัตกรรมด้านดิจิทัลกริดอัจฉริยะ (Smart Grid Digitalization), ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่ทำจำกไผ่ (Bamboo-based Innovative Products), โซลูชั่นดิจิทัลและระบบอัตโนมัติ (Digitalization and Automation Solutions) โดยร่วมกับกลุ่มนวัตกรรมเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตที่รุ่งเรืองร่วมกันกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ด้วยการสร้างความเป็นไปได้และนวัตกรรมใหม่ๆ
ทันหุ้น • 23 ก.ย. 67
อ่าน
COCOCO รันเครื่องจักรขวด PET ตามแผน มั่นใจรายได้ปีนี้โต 30-40%
#ทันหุ้น - COCOCO เริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ (Commercial Run) เครื่องจักรใหม่สำหรับผลิตน้ำมะพร้าวบรรจุขวดพลาสติก (PET) ตามแผน สอดคล้องคำสั่งซื้อจากจีนเข้าทะลัก มั่นใจรายได้ปีนี้โต 30-40% ตามตลาดเครื่องดื่ม (Beverage)-เทรนด์สุขภาพทั่วโลกที่มีศักยภาพเติบโต ดร.วรวัฒน์ ชิ้นปิ่นเกลียว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) หรือ COCOCO ผู้ผลิตจำหน่าย และส่งออกผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าวรายใหญ่ของไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทฯ เริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ (Commercial Run) เครื่องจักรใหม่สำหรับผลิตน้ำมะพร้าวบรรจุขวดพลาสติก (PET) ตั้งแต่ช่วงต้นเดือน สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา สอดคล้องกับความต้องการและยอดคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น จากการจำหน่ายสินค้าประเภทน้ำมะพร้าวไปยังประเทศจีน ทั้งนี้ ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่า COCOCO เป็น ผู้นำ ด้านกะทิ และน้ำมะพร้าวรายใหญ่ของเมืองไทย "ยอดคำสั่งซื้อจากจีน สำหรับออเดอร์น้ำมะพร้าวบรรจุขวดพลาสติก (PET) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนภาพของโรงงงาน COCOCO ที่จังหวัดราชบุรี มีความพร้อมรองรับความต้องการสินค้าจากจีนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขณะที่เครื่องจักรใหม่ที่ลงใหม่ (PET) เริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ (Commercial Run) แล้วช่วงต้นสิงหาคม ที่ผ่านมา สะท้อนว่าขวด PET จะช่วยต่อยอดเรื่องการขยายตลาดเพิ่มขึ้นในต่างประเทศ และธุรกิจอยู่เมกะเทรนด์สุขภาพทั่วโลกที่มีศักยภาพการเติบโตในอนาคต" ดร.วรวัฒน์ กล่าว ดร.วรวัฒน์ กล่าวเสริมว่า COCOCO ถือว่าเป็นหนึ่งในผู้ผลิตผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าวรายใหญ่รายหนึ่งในประเทศไทย ซึ่งน้ำมะพร้าว ถือเป็นเครื่องดื่มจากธรรมชาติที่อุดมไปด้วยสารอาหารวิตามินและแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ประกอบกับความโดดเด่น ด้วยน้ำมะพร้าวของไทยมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก จากรสชาติความอร่อยและหอมหวานเป็นเอกลักษณ์ ไม่เหมือนมะพร้าวพันธุ์ใดในโลก นางสาวพัฒรา ทัศจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินและสารสนเทศ COCOCO กล่าวว่า บริษัทฯ คาดปีนี้ (2567) รายได้เติบโต 30-40% เนื่องจากแนวโน้มของตลาดเครื่องดื่ม (Beverage) มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นไปตามทิศทางของคำสั่งซื้อที่เพิ่มเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทุกผลิตภัณฑ์ นำโดย กะทิกระป๋อง กะทิพาสเจอร์ไรซ์ น้ำมะพร้าว น้ำมะพร้าวบรรจุกระป๋อง น้ำมะพร้าวพาสเจอร์ไรซ์ ขนมมะพร้าว และอาหารสำเร็จรูป ภายใต้ตราสินค้า Thaicoco และ Cocoburi สำหรับฐานลูกค้าของ COCOCO มาจากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ซึ่งมองว่าความต้องการบริโภคน้ำมะพร้าวยังคงมีอยู่มาก และค่อนข้างเป็นที่นิยมทั้งคนไทยและต่างชาติ ทำให้ที่ผ่านมาการเข้าไปทำการตลาดได้รับการตอบรับที่ค่อนข้างดี และภายในปี 2569 จะมีการขยายตลาดเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 130 ประเทศทั่วโลก นอกเหนือจากธุรกิจกลุ่มน้ำมะพร้าวที่เติบโตทิศทางที่ดีแล้วนั้น COCOCO ยังได้รับแรงสนับสนุนจากธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงที่เติบโตได้ต่อเนื่อง จากการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายในต่างประเทศมากขึ้น ขณะที่การจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงภายใต้แบรนด์ Moochie และการขายสินค้าภายใต้ตราสินค้าของลูกค้า (OEM) เติบโตเพิ่มขึ้น นางสาวพัฒรา กล่าวทิ้งท้ายว่า COCOCO ยังได้แรงเสริมจากการเริ่มรับรู้รายได้จากการส่งออกไอศกรีม Plant-based ไปจีน ซึ่งบริษัทฯ ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ ไอศกรีมผลไม้ภายใต้แบรนด์ Sala เมื่อเดือน พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา และปัจจุบันกระแสตอบรับที่ดีมาก เนื่องจากเป็นตลาดมีศักยภาพในการเติบโต
ทันหุ้น • 9 ก.ย. 67
อ่าน
TACC มั่นใจรายได้ปี 67 โตเข้าเป้า 10% ลุยพัฒนาสินค้าใหม่ร่วมกับ 7-Eleven
#ทันหุ้น - TACC มั่นใจรายได้ปี 67 เติบโตเข้าเป้า 10% ตามแผนควบคู่การพัฒนาสินค้าใหม่ออกสู่ตลาดร่วมกับ 7-Eleven ในฐานะ Key Strategic Partner ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รองรับความต้องการตอบโจทย์ผู้บริโภค พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุน เพื่อการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และยั่งยืน นายชัชชวี วัฒนสุข ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) (TACC) เปิดเผยถึงแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังปี 2567 ว่า มีทิศทางที่สดใส และมั่นใจว่าภาพรวมธุรกิจในปีนี้จะเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ ซึ่งตั้งเป้ารายได้เติบโต 10% เทียบปีที่ผ่านมาที่มีรายได้รวม 1,727 ล้านบาท โดยยังคงเดินหน้านโยบายการสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจหลักพร้อมพัฒนาสินค้าใหม่ ทั้งในกลุ่ม B2B B2C ให้เติบโตต่อเนื่องอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน อีกทั้งยังคงเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุนทั้งทางตรงและทางอ้อมให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญสูงสุดในด้านการพัฒนาสินค้าใหม่ออกสู่ตลาดร่วมกับ 7-Eleven ในฐานะ Key Strategic Partner ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อช่วยผลักดันยอดขายเพิ่มขึ้น รวมไปถึงการขยายฐานลูกค้าใหม่ทั้งในส่วนของ B2B และ B2C เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภค รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนทั้งทางตรงและทางอ้อม ที่เป็นปัจจัยหลักทำให้ผลการดำเนินงานโดยรวมของบริษัทฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2567 บริษัทฯ มีรายได้รวม 497.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50 ล้านบาท คิดเป็น 11.18% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้รวม 447.23 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 73.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.32 ล้านบาท หรือ 18.14% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 62.41 ล้านบาท ส่วนงวด 6 เดือนแรกปี 2567 บริษัทฯ มีรายได้รวม 952.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 125.98 ล้านบาท คิดเป็น 15.24% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 826.54 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 139.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.53 ล้านบาท หรือ 28.05% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 108.84 ล้านบาท และที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 4/2567 ได้มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลให้กับผู้ถือหุ้นเป็นเงินสด ในอัตราหุ้นละ 0.20 บาท รวมเป็นเงินปันผลทั้งสิ้น 120 ล้านบาท และกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 23 สิงหาคม 2567 และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 6 กันยายน 2567
ทันหุ้น • 28 ส.ค. 67
อ่าน
MASTER มั่นใจรายได้ปีนี้โตเกิน 20% ไฮซีซันหนุนครึ่งปีหลังสวย
#ทันหุ้น - MASTER มองผลงานครึ่งปีหลังสวยเด่นกว่าครึ่งปีแรก เหตุช่วงไฮซีซันคาดรายได้ปีนี้โตไม่ต่ำกว่า 20% พร้อมเติบโตทั้ง Organic และ Inorganic ด้วยกลยุทธ์แบบ Merger and Partnership (MP) หวังขับเคลื่อนธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดความงามที่มีศักยภาพสูง ด้าน ลภัสรดา เลิศภานุโรจ CEO คาดรายได้จากต่างชาติเป็นหนึ่งใน Key growth ในระยะยาว หวังสัดส่วนเพิ่มเป็น 25-30% ใน 2-3 ปีข้างหน้า นางสาวลภัสรดา เลิศภานุโรจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) หรือ MASTER เปิดเผยว่า บริษัทฯ คาดผลงานครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งปีแรก ตามแนวโน้มรายได้เดือน ก.ค. โดดเด่นเมื่อเทียบปีก่อน โดยรายได้ทำสถิติสูงสุดใหม่ ตอบรับเชิงบวกจากแผนการลงโฆษณาเป็นไปตามปกติที่จะเน้นลงโฆษณาในไตรมาส 2 เช่นในปี2566 เนื่องจากผู้ใช้บริการจะใช้เวลาในการตัดสินใจทำศัลยกรรมหลังเห็นโฆษณาประมาณ 3-6 เดือน และคาดว่าจะเห็นผลชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลัง สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจของ MASTER ในช่วงครึ่งปีหลังยังมีมุมมองเชิงบวกและน่าจะเติบโตต่อเนื่อง เนื่องจากธุรกิจจะเริ่มเข้าสู่ช่วงไฮซีซัน โดยเฉพาะไตรมาส 3/2567 จะมีอัตราการเติบโตมากขึ้น และปกติจะเติบโตสูงสุดของปี ดังนั้นบริษัทฯ มั่นใจรายได้ปีนี้โตไม่ต่ำกว่า 20% จากปีก่อน ซึ่งการเติบโตมาจากทั้งส่วนของ Organic และ Inorganic รวมถึง MASTER ยังมองการเติบโตด้วยกลยุทธ์แบบ Merger and Partnership (MP) นางสาวลภัสรดา กล่าวต่อว่า ทิศทางของลูกค้าต่างชาติเติบโตดีต่อเนื่อง ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 24% โดยเป็นกลุ่มลูกค้าจากประเทศจีนและอินโดนีเซีย ซึ่งรายได้จากต่างชาติเป็นหนึ่งใน Key growth ในระยะยาว ทำให้ MASTER คาดว่าสัดส่วนรายได้ต่างประเทศจะเพิ่มเป็น 25-30% ใน 2-3 ปีข้างหน้า สำหรับปัจจุบันกลุ่ม MASTER มีจำนวนแพทย์ให้บริการ 47 ท่าน และหากรวมกับพาร์ทเนอร์ที่ร่วมลงทุนจะทำให้บริษัทฯ มีแพทย์ 149 ท่าน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้บริการทุกช่วงวัย ขับเคลื่อนธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดความงามที่มีศักยภาพสูง ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของบริษัทฯ และสนับสนุนต่อศักยภาพการขยายตัวของธุรกิจ "MASTER มีการปรับกลยุทธ์การทำการตลาดทุกๆ 3 วัน เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วช่วยหนุนการเติบโตของรายได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งประเมินว่าทิศทางการเติบโตต่อเนื่องไปยังแนวโน้มไตรมาส 4/2567 โดยสอดคล้องกับการขยายห้องผ่าตัดใหม่ และลูกค้าที่เข้ามาทำหัตถการอย่างต่อเนื่อง ผ่านการทำการตลาดของบริษัท ขณะที่ความสามารถในการทำกำไรดีขึ้น จากการบริหาร ค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ"
ทันหุ้น • 21 ส.ค. 67
อ่าน
COCOCO มั่นใจรายได้ปีนี้โต 30-40% ตามเป้า ดีมานด์น้ำมะพร้าวสูงขึ้น
#COCOCO #ทันหุ้น-COCOCO มั่นใจปีนี้โกยรายได้โต 30-40% ตามเป้า เหตุความต้องการเครื่องดื่มน้ำมะพร้าวจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากแนวโน้มการบริโภคของผู้บริโภคที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น ดร.วรวัฒน์ ชิ้นปิ่นเกลียว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) หรือ COCOCO ผู้ผลิตจำหน่าย และส่งออกผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าวรายใหญ่ของไทย เปิดเผยว่า มั่นใจรายได้ปีนี้เติบโต 30-40% จากปีก่อน โดยบริษัทเป็นผู้ส่งออกน้ำมะพร้าวอันดับ 1 ในไทย ทำให้เป็นข้อได้เปรียบในด้านอำนาจการต่อรองในการจัดหาวัตถุดิบ และ COCOCO สามารถบริหารจัดการด้านวัตถุดิบมะพร้าวได้ดีในช่วงที่มะพร้าวขาดตลาดได้ ส่งผลให้คู่ค้ามีความมั่นใจต่อการดำเนินธุรกิจ สำหรับผลดำเนินงานไตรมาส 2/67 มีกำไรอยู่ที่ 227.15 ล้านบาท เติบโต 73.44% เทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน และรายได้อยู่ที่ 1,588.06 ล้านบาท เติบโต 40.48% เทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน โดยการเพิ่มขึ้นมาจากรายได้จากการขายและบริการที่เติบโตของกลุ่มตลาดเครื่องดื่ม และเนื่องจากบริษัทฯ สามารถขยายช่องทางการจัดจำหน่าย ทำให้รายได้จากการขายและบริการของผลิตภัณฑ์ทุกประเภทเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าว ผลิตภัณฑ์กะทิ รวมถึงการเติบโตจากผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงด้วย โดยไตรมาส 2/67 ยอดขายน้ำมะพร้าวโดดเด่น จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นตามกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น และร่วมถึงการออกงานแสดงสินค้าในต่างประเทศอย่างต่อเนื่องเพื่อศึกษาตลาดนำร่องสู่การสร้างแบรนด์ในอนาคต นอกจากนี้ ยังได้รับแรงสนับสนุนจากยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงที่ส่งสัญญาณเชิงบวก จากการขยายตัวตามภาคอุตสาหกรรมที่เติบโต ซึ่งมาจากทั้งยอดขาย สินค้าภายใต้แบรนด์ Moochie ที่มากขึ้นและสินค้าภายใต้ตราสินค้าของลูกค้า หรือ OEM
ทันหุ้น • 19 ส.ค. 67
ดูเพิ่มเติม