รีเซต

ผลการค้นหา “#โอ่กะจู๋” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
รีวิว YOLK x โอ้กะจู๋ เมนูพิเศษ ทาร์ตไข่ซุปทรัฟเฟิลชีสน้ำผึ้ง อร่อยนัว!
อ่าน

รีวิว YOLK x โอ้กะจู๋ เมนูพิเศษ ทาร์ตไข่ซุปทรัฟเฟิลชีสน้ำผึ้ง อร่อยนัว!

รีวิว YOLK x โอ้กะจู๋ บอกเลยว่าไอเดียอาหารไม่มีที่สิ้นสุดสำหรับคนไทย และวันนี้ YOLK (โยล์ค) ร้านทาร์ตไข่เจ้าดังจากย่านบรรทัดทอง เค้าได้ทำการ Collab ร่วมกับร้าน โอ้กะจู๋ ออกเมนูสุดพิเศษ Truffle Honey Cheese ทาร์ตไข่ซุปทรัฟเฟิลชีสน้ำผึ้ง เมนูแรกในโปรเจ็ก PROUDLY, MADE IN THAILAND ทาร์ตไข่ฝีมือแบรนด์ไทย รีวิวทาร์ตไข่ YOLK x โอ้กะจู๋ สำหรับทาร์ตไข่ YOLK x โอ้กะจู๋ จะมาในรสชาติ Truffle Honey Cheese ทาร์ตไข่ซุปทรัฟเฟิลชีสน้ำผึ้งเป็นการผสมผสานกันระหว่างทาร์ตไข่ YOLK เนื้อเนียน หอมนุ่ม แป้งทาร์ตกรอบฟู และซุปเห็ดทรัฟเฟิล เมนูดังจากร้าน โอ้กะจู๋ ออกมาเป็นทาร์ตไข่หน้าตาโดดเด่น ด้านบนท็อปด้วยชึสขูดมาแบบฟูๆ สะดุดตาแค่เห็นก็ถึงกับกลืนน้ำลาย รีวิวทาร์ตไข่ YOLK x โอ้กะจู๋ รสชาติ ราคา สำหรับรสชาติบอกเลยว่าใครที่ไม่ชอบทานหวานต้องกดเลิฟ เพราะเมนู ทาร์ตไข่ซุปทรัฟเฟิลชีสน้ำผึ้ง เป็นทาร์ตไข่ที่รสชาติหวานน้อย เพราะด้านล่างของทาร์ตจะเป็นซุปครีมทรัฟเฟิลแบบเข้มข้นของโอ้กะจู๋ รสชาติออกเค็มๆ นัวๆ กัดคำแรกหอมกลิ่นทรัฟเฟิลมาเต็มๆ ในส่วนของตัวคัสตาร์ดไข่จะผสมกับชีสและน้ำผึ้งป่า เพื่อบาลานซ์รสให้นัวพอดี หอมน้ำผึ้งแบบเบาๆ มีความหวานแทรกมานิดๆ เหมือนกำลังกินชีสบอร์ดอร่อยๆในทาร์ตไข่ครัวซองต์ยังไงยังงั้น สำหรับเมนู collaboration นี้ ราคาชิ้นละ 135 บาท หาซื้อได้ที่ร้าน YOLK ทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม - 31 ตุลาคม 2568 (จำนวนจำกัด) นี่ไม่ใช่แค่ความอร่อย แต่คือความภูมิใจว่า แบรนด์ไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก ทาร์ตไข่ YOLK x 4 แบรนด์ไทย รสชาติ Truffle Honey Cheese x โอ้กะจู๋ 🧀ทาร์ตไข่ซุปทรัฟเฟิลชีสน้ำผึ้งเริ่มขาย 18 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป Dirty Coffee Fresh Mochi x SCR (Songwat Coffee Roasters)☕️ทาร์ตไข่กาแฟเดอร์ตี้โมจินมสดเริ่มขาย 25 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป Pandan Custard Palm Sugar Caramel x แก้ว Boutique💚ทาร์ตไข่สังขยาใบเตยน้ำตาลโตนดเริ่มขาย 1 กันยายน 2568 เป็นต้นไป Grape Cream Cheese x Jiancha 🍇ทาร์ตไข่เจลลี่องุ่นเคียวโฮครีมชีสเริ่มขาย 8 กันยายน 2568 เป็นต้นไป โปรเจค PROUDLY, MADE IN THAILAND จะเป็นการคอลแลปกันของ YOLKกับ 4 แบรนด์ไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก โอ้กะจู๋, SCR (Songwat Coffee Roasters), แก้ว Boutique และ Jiancha ออกเป็นทาร์ตไข่รสชาติแปลกใหม่ ที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน! ข้อมูลร้าน YOLK เซ็นทรัลเวิลด์ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/DUjW1mKTw3rNtQ27A ที่อยู่ : ชั้น 7 เซ็นทรัลเวิลด์ โซน Central Court ร้านเปิดบริการ : 10.00 - 22.00 น. ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/Yolk Thailand สั่งเดลิเวอรี่ 🛵 : Grab Delivery บทความที่คุณอาจสนใจ 15 คาเฟ่ ร้านกาแฟ เซ็นทรัลเวิลด์ นั่งทำงาน หรือนั่งชิลก็ฟีลกู้ด 60 ร้านอาหาร เซ็นทรัลเวิลด์ centralwOrld 2025 อัปเดตร้านอร่อยโดนใจ 12 ร้านบุฟเฟ่ต์ เซ็นทรัลเวิลด์ centralwOrld สายกินจดลิสต์อร่อย

แจกส่วนลด Oh Juice โอ้ จู๊ซ ร้านสมูทตี้จากโอ้กะจู๋ ลด 20 บาท สุดคุ้ม!
อ่าน

แจกส่วนลด Oh Juice โอ้ จู๊ซ ร้านสมูทตี้จากโอ้กะจู๋ ลด 20 บาท สุดคุ้ม!

แจกส่วนลด โปรโมชั่น Oh! Juice (โอ้ จู๊ซ) ร้านสมูทตี้สุดฮิต จากแบรนด์ โอ้กะจู๋ ที่ไม่ว่าจะสาขาไหนก็มักจะมีคิวยาวอยู่ตลอดเวลา และตอนนี้เค้ามีส่วนลดสุดคุ้ม สำหรับลูกค้าทรู เพียงใช้ 49 ทรูพอยท์ แลกรับส่วนลด 20 บาท ที่ร้าน Oh! Juice สาขาในศูนย์การค้าเซ็นทรัล บอกเลยว่าลูกค้าทรูห้ามพลาด เพราะแต่ละเมนูของเค้าคือเด็ดจริง อร่อยแถมยังได้สุขภาพ ถ้าพร้อมแล้วก็รีบพุ่งตัวไปที่ร้านแล้วกดแลกทรูพอยท์เพื่อรับส่วนลดกันเลย! ส่วนลด Oh Juice ราคา สุดคุ้ม สิทธิประโยชน์ ลูกค้าทรู TRUE ทรูแบล็ค ทรูเรด ทรูบลู ทรูกรีน ทรูไวท์ แลกรับส่วนลด 20.- ใช้ 49 ทรูพอยท์ ระยะเวลาโปรโมชั่น :วันนี้ - 5 มกราคม 2568 บทความที่คุณอาจสนใจ 10 โปรโมชั่นชานมไข่มุก 1 แถม 1 พร้อมส่วนลด 2024 สดชื่นเคี้ยวหนึบ! แจกคูปองแม็คโคร Makro ส่วนลด 30 บาท ลูกค้าทรูสายช้อปฟินชัวร์ คูปองเซเว่น วันนี้ 2024 โปรโมชั่น ส่วนลดของกินเซเว่น อิ่มคุ้มถูกใจ 15 โปรเครื่องดื่ม รับหน้าร้อน ปี 2024 ลูกค้าทรู รับส่วนลดพิเศษจนใจฟู

เปิดโผ 10 อันดับนลท.ได้รับจัดสรรหุ้น IPO "โอ้กะจู๋"มากสุด
อ่าน

เปิดโผ 10 อันดับนลท.ได้รับจัดสรรหุ้น IPO "โอ้กะจู๋"มากสุด

#OKJ #ทันหุ้น-บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด(มหาชน) หรือ OKJ ซึ่งธุรกิจให้บริการและจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพแบรนด์ โอ้กะจู๋ ได้รายผลการเสนอขายหุ้น IPO ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือก.ล.ต. ซึ่งพบว่า 10 อันดับแรก ส่วนใหญ่จะเป็นนักลงทุนสถาบันเกือบทั้งหมด โดยอันดับแรกได้แก่ UOB Kay Hian PTE LTD A CClient ได้รับการจัดสรรสูงสุดที่ 12,500,000 หุ้น หรือ 7.86% ของการเสนอขายทั้งหมด รองลงมาได้แก่ LGT BANK AG ได้รับการจัดสรรจำนวน 8,000,000 หุ้น หรือ 5.03%, เค Mid Small Cap หุ้นทุนเพื่อการเลี้ยงชีพได้รับการจัดสรร 6,817,200 หุ้น หรือ 4.29% บัวหลวงหุ้นระยะยาว ได้รับการจัดสรร 3,037,100 หุ้น หรือ 1.91%, สำนักงานประกันสังคม โดยบลจ.เอ็มเอฟซี จำกัด(มหาชน) ได้รับการจัดสรร 2,171,200 หุ้นหรือ 1.37% , พนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ซึ่งจดทะเบียนแล้ว ได้รับการจัดสรร จำนวน 1,940,800 หุ้น หรือ 1.22% เค MID SMALL CAP หุ้นระยะยาว ได้รับการจัดสรรจำนวน 1,729,900 หุ้น หรือ 1.09% , ไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวปันผล 70.30 ได้รับการจัดสรรจำนวน 1,705,100 หุ้น หรือ 1.07% เอไอเอ เอ็นแฮนช์เซท 50 ได้รับการจัดสรรจำนวน 1,465,100 หุ้น หรือ 0.92% และนายวัฒนา สุวจนกร ได้รับการจัดสรรจำนวน 1,315,600 หุ้น หรือ 0.83% ทั้งนี้หุ้น OKJ ได้เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรกระหว่างวันที่ 23 25 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา ในราคาหุ้นละ 6.70 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุนรวม 1,065.30 ล้านบาท และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO เท่ากับ 4,080.30 ล้านบาท โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นสามัญ

ตลท.ไฟเขียวหุ้น"โอ้กะจู๋" เข้าเทรดพรุ่งนี้ ราคา IPO ที่ 6.70 บาท
อ่าน

ตลท.ไฟเขียวหุ้น"โอ้กะจู๋" เข้าเทรดพรุ่งนี้ ราคา IPO ที่ 6.70 บาท

#OKJ #ทันหุ้น-ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ประกาศรับหุ้นบริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด(มหาชน) ซึ่งธุรกิจให้บริการและจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพแบรนด์ โอ้กะจู๋ พร้อมเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 4 ต.ค. นี้ ด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 4,080.30 ล้านบาท โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า OKJ นายอำนวย จิรมหาโภคา ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้ากลุ่มงานผู้ออกหลักทรัพย์ 1 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ ตลท. เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยินดีต้อนรับ บมจ. ปลูกผักเพราะรักแม่ เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร หมวดอาหารและเครื่องดื่ม โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า OKJ ในวันที่ 4 ตุลาคม 2567 บริษัทประกอบธุรกิจให้บริการและจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพภายใต้คอนเซ็ปท์ Be Organic from Farm to Table รวมถึงบริการด้านอาหารและเครื่องดื่มอื่นๆ โดยเน้นการปลูกผัก แบบเกษตรอินทรีย์ (Organic) และนำเสนออาหารและเครื่องดื่มจากวัตถุดิบหลักที่เป็นอินทรีย์ที่มีคุณภาพ โดยมีธุรกิจหลักคือธุรกิจบริการและจำหน่ายอาหารภายใต้แบรนด์ โอ้กะจู๋ ซึ่งมีช่องทางจำหน่ายทั้งในรูปแบบร้านอาหาร Full-service การจำหน่ายอาหารเพื่อสุขภาพผ่าน Delivery and Kiosk การจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารว่างและอาหารเพื่อสุขภาพผ่าน Caf Amazon และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประเภทผัก ผลไม้ สลัดพร้อมทานในซุปเปอร์มาร์เก็ต นอกจากนี้ บริษัทยังมีธุรกิจอาหารจานด่วนภายใต้แบรนด์ Ohkajhu Wrap Roll และ ธุรกิจร้านน้ำผักผลไม้เพื่อสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ Oh! Juice อีกด้วย OKJ มีทุนชำระแล้วหลังการเสนอขาย IPO 304.50 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท บริษัทเสนอขายหุ้น IPO จำนวนรวม 159 ล้านหุ้น โดยได้เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรกระหว่างวันที่ 23 25 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา ในราคาหุ้นละ 6.70 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุนรวม 1,065.30 ล้านบาท และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO เท่ากับ 4,080.30 ล้านบาท ทั้งนี้ ราคาเสนอขายหุ้น IPO คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E ratio) เท่ากับ 24.13 เท่า พิจารณาจากกำไรสุทธิในช่วง 12 เดือนย้อนหลังซึ่งมีกำไรสุทธิเท่ากับ 169.08 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญหลังเสนอขายซึ่งเท่ากับ 609 ล้านหุ้น คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น (Fully Diluted EPS) เท่ากับ 0.28 บาท โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นสามัญ นายชลากร เอกชัยพัฒนกุล ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ปลูกผักเพราะรักแม่ (OKJ) เปิดเผยว่า บริษัทมุ่งมั่นสร้างการเติบโตในฐานะ King of Organic Salad ในประเทศไทย ภายใต้วิสัยทัศน์ เรามุ่งมั่นเดินบนวิถีอินทรีย์ที่ดีต่อตัวเรา และสังคม ผ่านการส่งมอบผักออร์แกนิคจากฟาร์ม คัดสรรวัตถุดิบปราศจากสารเคมี นำเสนอผ่านประสบการณ์มื้ออาหารเพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคน ซึ่งการระดมทุนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางด้านเงินทุนของบริษัท และช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเพื่อรองรับโอกาสการเติบโตทางธุรกิจในอนาคตอย่างยั่งยืนต่อไป OKJ มีผู้ถือหุ้นหลักภายหลัง IPO ได้แก่ กลุ่มผู้ก่อตั้งคือ 1) กลุ่มครอบครัวเอกชัยพัฒนกุล ร้อยละ 34.3 2) นายจิรายุทธ ภูวพูนผล ร้อยละ 16.6 3) ครอบครัวสุชัยบุญศิริ ร้อยละ 8.3 รวมร้อยละ 59.1 และ บริษัท มอดูลัส เวนเจอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บมจ. ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR) ร้อยละ 14.8 ทั้งนี้ ณ วันแรกที่หุ้น OKJ เริ่มทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ บริษัท มอดูลัส เวนเจอร์ จำกัด จะซื้อหุ้นจากกลุ่มผู้ก่อตั้ง 3 ท่าน ได้แก่ นายชลากร เอกชัยพัฒนกุล นายจิรายุทธ ภูวพูนผล และ นายวรเดช สุชัยบุญศิริ บนกระดานรายใหญ่ (Big Lot Board) จำนวนรวม 31.8 ล้านหุ้น หรือร้อยละ 5.2 เพื่อให้กลุ่ม OR รักษาสัดส่วนการถือหุ้นที่ร้อยละ 20 ภายหลังการ IPO โดยภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO และการซื้อขายหุ้น Big Lot ดังกล่าว กลุ่มผู้ก่อตั้งจะถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 53.9 ทั้งนี้ OKJ มีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิจากงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัทฯ ภายหลังจากหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและการจัดสรรทุนสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามที่ได้กำหนดไว้ในกฎหมายและข้อบังคับของบริษัทฯ การจ่ายเงินปันผลอาจน้อยกว่าอัตราข้างต้น โดยคำนึงถึงปัจจัยและความเหมาะสมอื่น ๆ

"โอ้กะจู๋"ปิดขาย IPO เผยสถาบันจองล้น 11 เท่า-เข้าเทรด SET 4 ต.ค.นี้
อ่าน

"โอ้กะจู๋"ปิดขาย IPO เผยสถาบันจองล้น 11 เท่า-เข้าเทรด SET 4 ต.ค.นี้

#OKJ #ทันหุ้น-บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด(มหาชน) หรือ OKJ ผู้นำธุรกิจให้บริการและจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์โอ้กะจู๋ ปิดดีลการจองซื้อหุ้น IPO มีนักลงทุนสถาบันสนใจจองซื้อล้น 11 เท่า หุ้นเตรียมเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ SET ในวันที่ 4 ต.ค. นี้ นายชลากร เอกชัยพัฒนกุล ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน) หรือ OKJ เปิดเผยว่า บริษัทฯ พร้อมนำหุ้นเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในวันที่ 4 ตุลาคมนี้ โดยใช้ชื่อย่อ OKJ ในการซื้อขายหลักทรัพย์ ภายหลังประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 159 ล้านหุ้น ที่ราคาเสนอขาย 6.70 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้นของบริษัทฯ (P/E) ที่ประมาณ 24.13 เท่า ซึ่งภายหลังจากเปิดจองซื้อหุ้น ระหว่างวันที่ 23 25 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา โดยหุ้น OKJ ได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างมาก สะท้อนพื้นฐานธุรกิจในการเป็นผู้นำธุรกิจให้บริการและจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Be Organic from Farm to Table เน้นวิถีเกษตรอินทรีย์ (Organic) ภายใต้แบรนด์ โอ้กะจู๋ Oh! Juice และ Ohkajhu Wrap Roll และศักยภาพในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่มีการเติบโตสูง ยิ่งจะช่วยสนับสนุนให้ OKJ เป็นหนึ่งในหุ้นที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนภายหลังจากเข้าเทรดอย่างแน่นอน **เตรียมขยายสาขาเพิ่ม ทั้งนี้ ภายหลังจากเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ บริษัทฯ ได้วางแผนขยายการลงทุนเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในปี 2567-2571 ซึ่งจะใช้เงิน IPO ในการขยายสาขาร้านโอ้กะจู๋ Oh! Juice และ Ohkajhu Wrap Roll รวมถึงการขยายธุรกิจหรือแบรนด์ใหม่ ๆ การก่อสร้างครัวกลางแห่งใหม่เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและประสิทธิภาพในการผลิต พัฒนา อุปกรณ์ และระบบสาธารณูปโภค เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเพาะปลูก และอาจนำเงินส่วนที่เหลือไปชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทฯ มีการเติบโตอย่างยั่งยืน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร OKJ กล่าวเพิ่มว่า แบรนด์โอ้กะจู๋ถือเป็นแบรนด์ชั้นนำและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ในฐานะผู้นำธุรกิจให้บริการและจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ บริษัทฯ จึงได้เดินหน้าต่อยอดข้อได้เปรียบดังกล่าว ผ่านการพัฒนาเมนูและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่จำหน่ายในร้านอาหารปัจจุบัน รวมถึงใช้จุดแข็งในการทำเกษตรอินทรีย์ มาพัฒนาเป็นธุรกิจใหม่ ๆ ซึ่งยังคงคอนเซ็ปต์อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ สำหรับขายในร้าน Caf Amazon เบเกอรี่เพื่อสุขภาพ และสินค้าสำหรับซื้อกลับบ้าน (Take away) รวมถึงในปีนี้ บริษัทฯ ได้เริ่มธุรกิจใหม่ภายใต้แบรนด์ Ohkajhu Wrap Roll และ Oh! Juice ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2567 ซึ่งนับว่าประสบความสำเร็จภายหลังเปิดตัวไป โดยมีแผนจะขยายสาขาร้านใหม่ทั้ง 2 แบรนด์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล หรือเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ๆ โดยตั้งเป้าหมายการขยายสาขาร้าน Ohkajhu Wrap Roll ให้ครบจำนวนประมาณ 20 สาขา และขยายสาขาร้าน Oh! Juice ให้ครบจำนวนประมาณ 70 สาขา ภายในปี 2571 รวมถึงมีแผนพัฒนาแบรนด์อื่น ๆ เพิ่มเติม นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนในการเพิ่มบริการด้านอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอื่น ๆ เพื่อตอบโจทย์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลง และความนิยมของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญการดูแลสุขภาพมากขึ้น **สถาบันจองล้น 11 เท่า นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า หลังจากบริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ ได้เปิดขายหุ้น IPO จำนวน 159 ล้านหุ้น มีมูลค่าหลักทรัพย์ (Market cap) ณ ราคา IPO เท่ากับ 4,080.30 ล้านบาท ได้รับความสนใจจากนักลงทุนจำนวนมาก โดยมียอดจองซื้อจากนักลงทุนสถาบันกว่า 11 เท่า สะท้อนความมั่นใจในปัจจัยพื้นฐานที่ดีและมีศักยภาพการเติบโตสูง ประกอบกับธุรกิจของบริษัทฯ ยังเป็นอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่สำคัญ (Megatrends) ที่เกิดจากเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคของประชากรทั่วไป หันมาสนใจและให้ความสำคัญกับการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น นอกจากนี้ สัดส่วนประชากรในประเทศไทยที่มีแนวโน้มเข้าสู่สังคมสูงอายุ (Aging society) มากขึ้น ส่งผลให้อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพมีแนวโน้มการเติบโตสูง โดยเชื่อว่า OKJ มีความพร้อมในด้านผลิตภัณฑ์ ความเชี่ยวชาญ บุคลากร และอยู่ในสถานะที่จะสามารถใช้ประโยชน์จากการเติบโตดังกล่าวได้เป็นอย่างดี อีกทั้ง ด้วยความมุ่งมั่นสร้างการเติบโตในฐานะ King of Organic Salad ในประเทศไทย เป็นสิ่งช่วยผลักดันที่ทำให้กระแสความสนใจหุ้นของ OKJ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี นอกจากนี้ ด้วยความมั่นใจในศักยภาพการเติบโตของ OKJ ทำให้บริษัท มอดูลัส เวนเจอร์ จำกัด (Modulus) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บมจ. ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR) ตกลงจะซื้อหุ้นจากกลุ่มผู้ก่อตั้ง 3 ท่านบนกระดานรายใหญ่ (Big Lot Board) จำนวน 31.8 ล้านหุ้น หรือร้อยละ 5.22 ของจำนวนหุ้นทั้งหมดภายหลัง IPO ในวันแรกที่หุ้น OKJ เริ่มทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อให้กลุ่ม OR รักษาสัดส่วนการถือหุ้นที่ร้อยละ 20 ภายหลังการ IPO

"โอ้กะจู๋"เคาะราคา IPO หุ้นละ 6.70 บาท ขาย 23-25 ก.ย.
อ่าน

"โอ้กะจู๋"เคาะราคา IPO หุ้นละ 6.70 บาท ขาย 23-25 ก.ย.

#ทันหุ้น-บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด(มหาชน)หรือ OKJ ระบุในแบบไฟลิ่งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) ได้กำหนดราคาหุ้น IPO ที่หุ้นละ 6.70 บาท โดยจะเสนอขายหุ้นในวันที่ 23-25 ก.ย. 2567 โดยหุ้นจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหรือ SET โดยมีบล.บัวหลวงเป็นที่ปรึกษาทางการเงินและเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ ประกอบธุรกิจให้บริการและจำ หน่ายอาหาร เครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพโดยมีแบรนด์โอ้กะจู๋ จะเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 159 ล้านหุ้น คิดเป็น 26.10% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมด ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทในครั้งนี้ การกำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญของบริษัทฯ ที่เสนอขายในครั้งนี้ ได้มีการพิจารณาจากการสำรวจความต้องการซื้อหลักทรัพย์ (Book Building) ซึ่งเป็นวิธีการสอบถามปริมาณความต้องการซื้อหุ้นสามัญของนักลงทุนสถาบันในแต่ละระดับราคา โดยการตั้งช่วงราคา (Price Range) ในระดับต่างๆ กัน แล้วเปิดโอกาสให้นักลงทุนสถาบันแจ้งราคาและจำนวนหุ้นที่ประสงค์จะจองซื้อมายังผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย ทั้งนี้ บริษัทฯ ร่วมกับผู้จัดการการจัดจำ หน่ายและรับประกันการจำ หน่ายได้กำ หนดราคาหุ้นสามัญที่จะเสนอขายในครั้งนี้ที่ราคา 6.70 บาทต่อหุ้น โดยได้พิจารณาจากราคาและจำนวนหุ้นที่นักลงทุนสถาบันเสนอความต้องการซื้อเข้ามา โดยเป็นราคาที่จะทำ ให้บริษัทฯ ได้รับเงินตามจำ นวนที่ต้องการ และยังมีความต้องการซื้อหุ้นเหลืออยู่มากพอในระดับที่คาดว่าจะทำ ให้ราคาหุ้นมีเสถียรภาพในตลาดรอง การเสนอขายหุ้นสามัญของบริษัทฯ ในครั้งนี้ที่ราคา 6.70 บาทต่อหุ้น หากพิจารณากำ ไรสุทธิของบริษัทฯ ในช่วง 12 เดือนย้อนหลัง (วันที่ 1 กรกฎาคม 2566 - วันที่ 30 มิถุนายน 2567) ซึ่งเท่ากับ 169.08 ล้านบาทหารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัทฯ หลังจากการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ (Fully Diluted) ซึ่งเท่ากับ 609 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50บาท จะได้กำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.28 บาทต่อหุ้น จะคิดเป็นอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำ ไรสุทธิต่อหุ้น (Price to Earnings Ratio: P/E) ประมาณ 24.13 เท่า สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุน บริษัทมีแผนขยายธุรกิจ โดยจะใช้เงินประมาณ 753.9-758.9 ล้านบาท, ใช้ลงทุนในการก่อสร้างครัวกลางแห่งใหม่ จำนวน 190-230 ล้านบาท, ลงทุนและพัฒนาเครื่องจักร อุปกรณ์และระบบสาธารณูปโภค จำนวน 30-35 ล้านบาท และชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน 0.0-50.0 ล้านบาท

บัวหลวง ประเมินราคาพื้นฐาน"โอ้กะจู๋" ที่ 7.90-8.10 บาท/หุ้น
อ่าน

บัวหลวง ประเมินราคาพื้นฐาน"โอ้กะจู๋" ที่ 7.90-8.10 บาท/หุ้น

#OKJ #ทันหุ้น-บล.บัวหลวง ออกบทวิเคราะห์หุ้นบริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด(มหาชน) หรือ OKJ ซึ่งทำธุรกิจให้บริการและจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ โอ้กะจู๋ โดยประเมินมูลค่าพื้นฐานปี 2568 ที่ 4,824-4,934 ล้านบาท หรือเทียบเป็นราคาที่ 7.90-8.10 บาทต่อหุ้น โดย OKJ แบรนด์ชั้นนำด้านร้านอาหารเพื่อสุขภาพ ด้วยผักออร์แกนิคจากสวนและวัตถุดิบที่สดใหม่ระดับพรีเมียม OKJ โดยแบรนด์โอ้กะจู๋ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค สะท้อนได้จากความสำเร็จในการขยายฐานลูกค้าจากเชียงใหม่ จำนวน 1 สาขาในปี 2556 มายังกรุงเทพฯ ชลบุรี และระยอง เป็น 36 สาขา ณ 15 ส.ค. 22567 (รวมร้านรูปแบบ Fullservice restaurant และ Delivery Kiosk) นอกจากนี้ OKJ ยังได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ในการร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์และนำสินค้าไปจำหน่ายในร้าน Caf Amazon จำนวนประมาณ 450 สาขา ซึ่งทำให้ผลิตภัณฑ์สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทั่วถึงและกว้างขวางขึ้น เพิ่มความถี่ในการซื้อซ้ำ รวมถึงช่วยเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนในการสร้าง และตกแต่งร้านอาหาร **คาดรายได้ 3 ปี(67-69) โตต่อเนื่อง ทั้งนี้ OKJ มีอัตราการเติบโตของรายได้สูงเฉลี่ย 47% ในปี 2564-2566 และฝ่ายวิจัยบัวหลวง คาดการณ์รายได้โตต่อเนื่องเฉลี่ย CAGR 23% ในปี 2567-2569 จากปัจจัยที่สำคัญคือ แบรนด์ที่แข็งแกร่งและเป็นที่นิยมของผู้บริโภค การเติบโตของอุตสาหกรรมร้านอาหารเพื่อสุขภาพ วิสัยทัศน์และความรู้ความสามารถของผู้บริหาร กลยุทธ์การขยายสาขาต่อเนื่อง การให้ความสำคัญในการคิดค้นพัฒนาเมนูใหม่ๆ และกลยุทธ์ในการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าในหลายรูปแบบ ซึ่งทำให้มีจำนวนลูกค้าใช้บริการเพิ่มข้ึน 2 เท่าตัวจากปี 2564 มายัง 2566 และรายได้จากสมาชิกคิดเป็น 20% ของรายได้รวมปี 2566 ขณะเดียวกัน OKJ ต่อยอดไปสู่แบรนด์ใหม่ Oh! Juice และ Ohkajhu Wrap Roll ซึ่งเพิ่งเริ่มเปิดในช่วงไตรมาส 2/67 โดย ณ 15 ส.ค. 2567 มีร้าน Oh! Juice จำนวน 4 สาขา และ Ohkajhu Wrap Roll จำนวน 1 สาขา โดยฝ่ายวิจัยบัวหลวง คาดการณ์ว่ารายได้จากการเปิดสาขาใหม่จากทั้งแบรนด์โอ้กะจู๋และแบรนด์ใหม่จะเป็นปัจจัยผลักดันการเติบโตของบริษัท พิจารณาจากศักยภาพของแบรนด์โอ้กะจู๋ ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีโอกาสขยายตัวได้เร็ว การเติบโตของตลาดอาหารและเครื่องดื่ม และช่องว่างและโอกาสทางการแข่งขัน ฝ่ายวิจัยบัวหลวงคาดกำไรสุทธิปี 2567ของ OKJ อยู่ที่ 208 ล้านบาท (+48% YoY) และปี 2568 ที่ 271 ล้านบาท (+30% YoY) การเติบโตของกำไรมาจากรายได้และอัตราการทำกำไรขั้นต้น (GM) ขยายตัว โดยฝ่ายวิจัยคาดรายได้เติบโต 42% YoY ในปี 2567 และในปี 2568 เติบโต 29% YoY ซึ่งมาจากการเติบโตของรายได้ แบรนด์หลักอย่างโอ้กะจู๋(94% ของรายได้ปี 2567) จากยอดขายต่อสาขาเดิมเติบโต (SSSG) และ การขยายสาขาใหม่ นอกจากนี้ ปี 2567 บริษัทมีการเปิดตัว 2 แบรนด์ใหม่ คือ ร้านเครื่องดื่ม Oh! Juice และร้าน Ohkajhu Wrap Roll โดยจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประเภท สลัด แร๊พสลัด (grab go) ซึ่งทำให้ฝ่ายวิจัยคาดการณ์รายได้เติบโตเฉลี่ย CAGR 26% ต่อปี ในปี 2567-2569 อีกทั้งคาดอัตรากำไรขั้นต้นจะค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้นจาก 45.2% ในปี 2567 เป็น 45.8% ในปี 2569 ทั้งนี้ประมาณการกำไรมี Upside หากการเปิดสาขาใหม่เป็นไปตามเป้าของบริษัท เนื่องจากฝ่ายวิจัยบัวหลวงคาดว่า การเปิดำนวนสาขาใหม่ โดยเฉพาะแบรนด์ใหม่ Oh! Juice จะน้อยกว่าเป้าของบริษัท เนื่องจากการ แข่งขันที่สูง การเพิ่มขึ้นของแบรนด์เครื่องดื่มจำนวนมาก ประกอบกับเทรนด์การบริโภคที่มีการเปลี่ยน อย่างรวดเร็ว โดยฝ่ายวิจัยบัวหลวงคาดจำนวนสาขาเปิดใหม่ของทั้ง 3 แบรนด์หลัก ในปี 2567 จำนวน 25 สาขา เท่ากับเป้าหมายของบริษัท เนื่องจากบริษัทได้มีการเจรจาการเช่าพื้นที่ไว้แล้ว และสาขาใหม่ปี 2568-2569 จำนวน 30 สาขา และ 20 สาขา ตามลำดับ ทำให้ณ สิ้นปี 2571 ฝ่ายวิจัยคาดการณ์จำนวนสาขาของทั้ง 3 แบรนด์รวมที่ 132 สาขา เทียบกับเป้าหมายของบริษัทที่ 157 สาขา (ไม่รวมสาขา Delivery Kiosk จำนวน 4 สาขา) ทั้งนี้ OKJ จะเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 159 ล้านหุ้น คิดเป็นไม่เกิน 26.1% ราคาพาร์หุ้นละ 0.50 บาท ซึ่งหุ้นจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET) สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุน บริษัทมีแผนที่จะนำไปใช้ 1) ขยายธุรกิจของบริษัท ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การขยายสาขาร้านโอ้กะจู๋ การขยายสาขาสำหรับธุรกิจหรือแบรนด์ใหม่ๆ การปรับปรุงสาขา และขยายช่องทางการจำหน่าย 2) ลงทุนก่อสร้างครัวกลางแห่งใหม่ และการพัฒนาเครื่องจักร อุปกรณ์ และเทคโนโลยีสารสนเทศต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต ระบบการบริหารจัดการวัตถุดิบสินค้าคงเหลือ ระบบการขนส่ง และสำนักงาน เป็นต้น 3) ลงทุนและพัฒนาเครื่องจักร อุปกรณ์และระบบสาธารณูปโภค เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเพาะปลูก รวมถึงการสร้างสถานที่ตรวจสอบคุณภาพผลผลิต (In-house lab) เป็นต้น 4) ชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน

OR โบรกฯ มองหลังเตรียมส่ง"โอ้กะจู๋"เข้าตลาดหุ้น
อ่าน

OR โบรกฯ มองหลังเตรียมส่ง"โอ้กะจู๋"เข้าตลาดหุ้น

#OR #ทันหุ้น-บล.ดาโอ(ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์หุ้นบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR โดยมีมุมมองเป็นกลางต่อกรณีที่บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด(มหาชน) หรือ OKJ ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการและจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์"โอ้กะจู๋" ได้ยื่นแบบไฟลิ่งต่อสำนักงานก.ล.ต. เพื่อจะนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดย OR เป็นผู้ถือหุ้นใน OKJ ด้วย ฝ่ายวิจัยดาโอ ระบุว่า มองว่าการทำ IPO ดังกล่าวจะช่วยปลดล็อกมูลค่าให้กับ OKJ ได้ แต่ผลกระทบต่อกำไรของ OR นั้นน่าจะมีจำกัด(น้อยกว่า 1.0% ของประมาณการกำไรทั้งปี 2567 ของฝ่ายวิจัยที่คาดไว้ที่ 1.10 หมื่นล้านบาท) โดยมองภาพรวมธุรกิจของ OR ในระยะสั้นเชื่อว่าบริษัทน่าจะได้รับผลกระทบจากแนวโน้มค่าการตลาดที่อ่อนตัวในไตรมาส 1/67 และอาจจะไม่ สามารถส่งผ่านต้นทุนส่วนเพิ่มจากการขายน้ำมันมาตรฐาน Euro V ได้ทั้งหมด ดังนั้นยังคงแนะนำถือหุ้น OR ให้ราคาเป้าหมายที่ 20.00 บาท

‘โอ้กะจู๋’ ยื่นไฟลิ่งระดมทุนเข้า SET รุกขยายธุรกิจร้านอาหารเพื่อสุขภาพ
อ่าน

‘โอ้กะจู๋’ ยื่นไฟลิ่งระดมทุนเข้า SET รุกขยายธุรกิจร้านอาหารเพื่อสุขภาพ

#ทันหุ้น - บมจ.ปลูกผักเพราะรักแม่ ผู้นำธุรกิจให้บริการและจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Be Organic from Farm to Tableเน้นวิถีเกษตรอินทรีย์ (Organic)ตั้งแต่เพาะปลูกจนถึงเก็บผลผลิต ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (Filing)ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 159 ล้านหุ้น เตรียมพร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) แต่งตั้ง บล. บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน รุกขยายธุรกิจร้านอาหารเพื่อสุขภาพแบรนด์ โอ้กะจู๋ พร้อมตอกย้ำการเป็น The King of Organic Salad ด้วยการเตรียมเปิดตัวแบรนด์ใหม่ Ohkajhu Wrap Roll และ Oh Juice นายชลากร เอกชัยพัฒนกุล (อู๋)ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน)(บริษัทฯ หรือ OKJ) เปิดเผยว่า บริษัทฯ เป็นผู้ประกอบธุรกิจให้บริการและจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Be Organic from Farm to Tableโดยเริ่มต้นทำธุรกิจจากแรงบันดาลใจ (Passion) ร่วมกับนายจิรายุทธ ภูวพูนผล (โจ้) และนายวรเดช สุชัยบุญศิริ (ต้อง) ซึ่งเป็นเพื่อนผู้ร่วมก่อตั้ง ที่ต้องการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคจากการปลูกผักสวนครัวทั่วไปและผักสลัดบางชนิดเพื่อรับประทานในครอบครัว ภายใต้สโลแกน ปลูกผักเพราะรักแม่ ก่อนต่อยอดไปสู่การดำเนินธุรกิจเพาะปลูกผักแบบเกษตรอินทรีย์ เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ปลอดสารพิษและสารเคมีตกค้าง ทั้งนี้ บริษัทฯ จึงยึดมั่นในอุดมการณ์หลักที่จะปลูกผักแบบเกษตรอินทรีย์ วิถีธรรมชาติ โดยการออกแบบและจัดการฟาร์มที่ไม่พึ่งพาสารเคมีใด ๆ พร้อมคำนึงถึงผืนดิน ผลผลิต ระบบนิเวศ ครอบครัวและชุมชน ผ่านการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค 100% เพื่อให้ทุกคนได้รับประทานอาหารที่ปลอดสารพิษและดีต่อสุขภาพ และจับมือกับพันธมิตร บมจ. ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (OR) โดยการเข้ามาถือหุ้น 20% ช่วยให้บริษัทฯ สามารถสร้างโอกาสการเติบโตและก้าวไปอีกขั้น พร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในปี 2556 บริษัทฯ ได้เปิดบริการร้านอาหารเพื่อสุขภาพสาขาแรกที่อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้แบรนด์ โอ้กะจู๋ ซึ่งมาจากชื่อของ นายชลากร เอกชัยพัฒนกุล (อู๋) ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการตลาด การบริหารธุรกิจ รวมถึงมีความชื่นชอบในการทำอาหาร และนายจิรายุทธ ภูวพูนผล (โจ้) ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการเกษตร และกระบวนการเกษตรอินทรีย์แบบบูรณาการ รวมถึงนายวรเดช สุชัยบุญศิริ (ต้อง) ที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม นำความรู้ด้านเครื่องจักรทางการเกษตร การสร้างโรงเรือน และวิธีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์มาพัฒนา ให้สามารถสร้างผลผลิตได้ในปริมาณที่มากขึ้น และมีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยผู้ร่วมก่อตั้งทั้ง 3 ท่าน ใช้ความเชี่ยวชาญที่หลากหลาย มาผสมผสานและร่วมกันสร้างธุรกิจตั้งแต่เริ่มต้น ขยายธุรกิจให้เติบโต ปรับตัวผ่านวิกฤตต่าง ๆ และยังคงมุ่งมั่นพัฒนาบริษัทฯ อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน รวมถึงมีวิสัยทัศน์ที่จะผลักดันให้บริษัทฯ เติบโตอย่างยั่งยืน เรายึดมั่นในวิถีเกษตรอินทรีย์มาตลอดโดยไม่ได้ทำตามกระแส และสามารถสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง โดยพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่งและใช้ชีวิตตามวิถียั่งยืน พร้อมสนับสนุนชุมชน ครอบครัว เกษตรกร พนักงานและลูกค้า ให้มีชีวิตที่ยืนยาว สุขภาพดี มีความสุขร่วมกันอย่างยาวนาน ซึ่งได้ถูกปลูกฝังในทุกสิ่งที่บริษัทฯ ทำ เพื่อสร้างการเติบโตและเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้โลกนี้ยั่งยืนมากขึ้น นายชลากร กล่าว ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจด้วยวิสัยทัศน์ เรามุ่งมั่นเดินบนวิถีอินทรีย์ที่ดีต่อตัวเราและสังคมตอกย้ำการเป็น The King of Organic Salad ของประเทศไทย ภายใต้ 3ธุรกิจ ได้แก่ (1) ธุรกิจบริการและจำหน่ายอาหาร ภายใต้แบรนด์ โอ้กะจู๋จัดจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพประเภทต่าง ๆ เช่น สลัด สเต็ก สปาเก็ตตี้ อาหารจานเดียว ขนมหวาน น้ำผักผลไม้ เบเกอรี่ รวมถึงนำผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์โอ้กะจู๋ เช่น ผัก ผลไม้สด แซนวิช แร็พ เป็นต้น วางจำหน่ายในช่องทางต่าง ๆ โดยมีช่องทางจำหน่าย 4ช่องทางหลัก คือ 1.1 Full-service Restaurant ร้านอาหารที่ให้บริการเต็มรูปแบบ เน้นให้บริการและจำหน่ายอาหารมื้อหลักที่ปรุงสดใหม่ รวมถึงการให้บริการแบบ Drive Thru บริการอาหารว่าง (Snack box) และการสั่งอาหารทางออนไลน์ Food Delivery Platform ต่าง ๆ โดยปัจจุบัน บริษัทฯ เปิดดำเนินการร้านโอ้กะจู๋ ในรูปแบบ Full-service Restaurant จำนวนรวม 30สาขา ในเชียงใหม่ กรุงเทพฯ ปริมณฑล ระยอง และชลบุรี 1.2 Delivery and Kiosk ร้านจำหน่ายอาหารเพื่อสุขภาพ เน้น Delivery และ Grab Go ปัจจุบัน บริษัทฯ เปิดดำเนินการร้านโอ้กะจู๋ ในรูปแบบ Delivery and Kiosk จำนวนรวม 4สาขา ในกรุงเทพฯ 1.3 Caf Amazon จำหน่ายอาหารว่างและอาหารเพื่อสุขภาพ เช่น แซนวิช สลัดผัก แร็พ สลัด ผ่านร้าน Caf Amazonกว่า 300สาขาในกรุงเทพฯ ปริมณฑล ภาคกลางและภาคตะวันออก และ 1.4 Supermarket ซึ่งเป็นการวางจำหน่ายผลผลิตการเกษตรอินทรีย์ ภายใต้แบรนด์ โอ้กะจู๋ เช่น ผัก ผลไม้ สลัดพร้อมทาน เป็นต้น ผ่าน Rimping Supermarket และ Gourmet Market จำนวน 9 สาขา ในเชียงใหม่ และกรุงเทพฯ (2) ธุรกิจร้านอาหารประเภทจานด่วน (Quick Service Restaurant: QSR) ภายใต้แบรนด์ Ohkajhu Wrap Rollจำหน่ายสลัด แร๊พสลัด แซนวิช เบอร์เกอร์ และเมนูสุขภาพพร้อมหยิบ (Grab Go) ซึ่งเป็นการต่อยอดเมนูของร้านโอ้กะจู๋ เพื่อให้ตอบโจทย์ชีวิตที่เร่งรีบ และ (3) ธุรกิจร้านน้ำผักผลไม้เพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์ Oh Juiceได้แก่ น้ำผักออร์แกนิคและผลไม้ที่จำหน่ายในร้านโอ้กะจู๋ มาพัฒนาสูตรเป็นเมนูสุขภาพและเสริมคุณค่าโภชนาการเหมาะกับคนทุกวัย ซึ่งบริษัทฯ คาดว่าจะเปิดร้าน Ohkajhu Wrap Rollและร้าน Oh Juiceสาขาแรกไตรมาส 2ปีนี้ นายจิรายุทธ ภูวพูนผล ประธานเจ้าหน้าที่สายงานเกษตรอัจฉริยะ บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า บริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญในกระบวนการทำเกษตรอินทรีย์เชิงลึกแบบบูรณาการทุกกระบวนการ ตั้งแต่เพาะเมล็ด เตรียมดิน การดูแลระหว่างเพาะปลูก และเก็บเกี่ยว สามารถรักษาปริมาณและคุณภาพของผักผลไม้ โดยได้รับการรับรองมาตรฐาน International Federation of Organic Agriculture Movements(IFOAM) จากสมาพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ, มาตรฐาน USDA Organic ซึ่งเป็นมาตรฐานรับรองอาหารและผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ของสหรัฐอเมริกา และมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สหภาพยุโรป (EU Organic Certification) ปัจจุบัน บริษัทฯ ปลูกผักสลัด ผลไม้ และดอกไม้ทานได้ ด้วยกระบวนการเกษตรอินทรีย์จากสวน 5แห่งในจังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่รวมประมาณ 380ไร่ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการรับซื้อผักผลไม้ออร์แกนิคจากเกษตรกรในเครือข่ายเพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบและจำหน่ายในร้านโอ้กะจู๋ ภายใต้แบรนด์ โอ้กาด โดยแบรนด์ดังกล่าวเป็นมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของบริษัทฯ (Ohkajhus Certified)ที่ใช้รับรองผักผลไม้สดออร์แกนิคจากเกษตรกร นับเป็นการสนับสนุนการทำเกษตรอินทรีย์ให้ได้มาตรฐานตามเกณฑ์ที่กำหนด รวมถึงยังสร้างรายได้และอาชีพแก่ชุมชน นายวรเดช สุชัยบุญศิริ ประธานเจ้าหน้าที่ซัพพลายเชน บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า บริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญการบริหารห่วงโซ่คุณค่าตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ หรือ From Farm To Table เพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพและประสิทธิภาพในแต่ละกระบวนการ เริ่มต้นตั้งแต่กระบวนการวางแผนเพาะปลูก ผลิตและจัดหาวัตถุดิบ ขนส่งและจัดเก็บวัตถุดิบที่สดใหม่ ตลอดจนการบริหารจัดการครัวกลาง บริหารจัดการสาขา และการกระจายสินค้า โดยเฉพาะผักที่เป็นวัตถุดิบสำคัญ ซึ่งบริษัทฯ สามารถจัดส่งผลผลิตที่สดใหม่จากสวนถึงหน้าร้านภายใน 28 ชั่วโมง ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงพันธกิจ เราส่งมอบผักออร์แกนิคจากฟาร์มของเรา คัดสรรวัตถุดิบปราศจากสารเคมี นำเสนอผ่านประสบการณ์มื้ออาหารเพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคน และให้การดูแลต้อนรับเสมือนคนในครอบครัว พร้อมทั้งยังคงมุ่งมั่นสนับสนุนเพื่อร่วมอุดมการณ์ในวิถีอินทรีย์ นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินกล่าวว่า บมจ. ปลูกผักเพราะรักแม่ ได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และร่างแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (แบบไฟลิ่ง) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อออกและเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 159 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นไม่เกินร้อยละ 26.1ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งนี้ โดยจะนำเงินจากการระดมทุนในครั้งนี้ ไปใช้ขยายสาขา เพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจและขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อต่อยอดการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

โอ้กะจู๋ EmQuartier ร้านอาหารครอบครัว พร้อมเมนูพิเศษ เอาใจสายกิน
อ่าน

โอ้กะจู๋ EmQuartier ร้านอาหารครอบครัว พร้อมเมนูพิเศษ เอาใจสายกิน

เย็นนี้กินอะไรดี ที่มีประโยชน์และอร่อย เหมาะกับทุกคนในครอบครัว วันนี้เราขอพาทุกคนมาเช็คอินกันที่ร้าน โอ้กะจู๋ สาขาแรกในย่านสุขุมวิท ที่ The EmQuartier ร้านอาหารบรรยากาศดี ที่มีเมนูให้เลือกเยอะมาก ไม่ว่าจะมาทานมื้ออร่อยกับครอบครัว หรือมาแฮงค์เอาท์กับเพื่อนๆ ก็เหมาะ โดยเฉพาะที่ร้าน โอ้กะจู๋ สาขา ดิ เอ็มควอเทียร์ บอกเลยว่าฟีลได้ มานั่งชิลในมุมด้านนอกช่วงเย็นๆ คือชิลสุดๆ โอ้กะจู๋ เป็นร้านอาหารเพื่อคนรักสุขภาพที่คัดสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุดมารังสรรค์เป็นเมนูที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น สลัด สเต็ก สปาเก็ตตี้ และอาหารจานเดียว ที่เสิร์ฟคู่กับผักสลัดออแกนิคสดๆ ในคอนเซ็ปต์ From Farm To Table สดจากฟาร์มส่งตรงถึงโต๊ะอาหาร ให้ทุกคนได้อิ่มอร่อยและสุขภาพดีไปพร้อมกัน โดยสาขาใหม่นี้ โอ้กะจู๋ ยังคงกลิ่นอายของความอบอุ่นด้วยโทนสี ขาว ครีม และเขียว ผ่านการใช้วัสดุธรรมชาติ อย่างไม้มาเป็นองค์ประกอบหลักในการตกแต่งร้าน ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในฟาร์ม และเติมความโมเดิร์นลักชูรีด้วย โครงเหล็กสีทอง ให้ทุกคนได้สัมผัสถึงความอบอุ่นแบบลักชูรีเมื่อก้าวเข้ามาภายในร้าน นอกจากนี้ ยังมีไฮไลท์ ได้แก่ โซน Outdoor ให้คุณได้อิ่มอร่อยกับอาหารพร้อมบรรยากาศของย่านสุขุมวิททั้งในกลางวันและยามค่ำคืน และเพื่อเป็นการฉลองเปิดสาขาใหม่ โอ้กะจู๋ เสิร์ฟความอร่อยด้วย Exclusive Set เซ็ต 4 เมนูสุดพิเศษ เริ่มต้นด้วยเมนูเรียกน้ำย่อยอย่าง ซุปเห็ดทรัฟเฟิล เสิร์ฟคู่ขนมปังเกลือนุ่มๆ ต่อด้วยจาน สเต็กเนื้อริบอายแองกัส เสิร์ฟคู่มันบดทรัฟเฟิล ตัวเนื้ออร่อยมาก เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำไขมันแทรกเล็กน้อยราดด้วยบีฟจูล สามารถเลือกระดับความสุก 2 ระดับ Medium Rare และ Well Done ทานพร้อม พาสต้าเส้นสดรีกานีเต้ ผักโขมออร์แกนิกหอยโอตาเตะย่าง ตัดเลี่ยนด้วย สลัดสาหร่ายคอมบุอะโวคาโด้เต้าหู้เย็นสด เข้ากันได้เป็นอย่างดี พิเศษเฉพาะสาขานี้ยังมีเครื่องดื่มออแกนิคชั้นดีรสชาติเยี่ยมไว้บริการแห่งเดียวในกรุงเทพฯ กินคู่สลัดเคล้าบรรยากาศสวนสวย กลางใจเมือง ไม่ว่าจะมากินกับครอบครัวหรือ Hang Out กับกลุ่มเพื่อนอิ่มอร่อยกับอาหารเพื่อสุขภาพจาก โอ้กะจู๋ ได้ทั้งแบบ Dine-In, Takeaway และ Delivery กับหลากหลายเมนูอาหาร ทั้งสลัดผัก สปาเก็ตตี้ สเต็ก และอาหารจานเดียว ห้ามพลาด! Set menu Premium สำหรับลูกค้า ดิ เอ็มควอเทียร์โดยเฉพาะ ในราคา 1,690 บาท (เฉพาะสมาชิกโอ้กะจู๋เท่านั้น) พร้อมชวนทุกคนมาสนุกกับกิจกรรม Lucky Draw เพื่อลุ้นรับส่วนลดสูงสุด 500 บาท หรือเมนูพิเศษจากร้านโอ้กะจู๋ ระหว่างวันที่ 24 ส.ค. - 31 ต.ค. 66 นอกจากนี้ ยังเอาใจชาวออฟฟิศด้วยโปรโมชันพิเศษ เพียงโชว์บัตรพนักงานสามารถซื้อ สลัดแร็พโอ้กะจู๋ (เฉพาะที่ร่วมรายการ) ในราคาพิเศษลด 50% เฉพาะวันจันทร์ วันศุกร์ ตั้งแต่วันนี้ - 30 กันยายน 2566 (จำนวน 300 สิทธิ์ตลอดรายการ ) เฉพาะที่ชั้น 7 Helix Sky Dining ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ (The EmQuartier) เท่านั้น ข้อมูลร้าน โอ้กะจู๋ ดิ เอ็มควอเทียร์ (The EmQuartier) พิกัด : https://goo.gl/maps/ga2XEGCGrSfhkdTY6 ที่อยู่ : ชั้น 7 Helix Sky Dining ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ (The EmQuartier) ร้านเปิดบริการ : 10.00 - 22.00 น. โทร : 08-2735-1227 ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/ohkajhuorganic บทความที่คุณอาจสนใจ 33 ร้านอาหาร เอ็มควอเทียร์ EmQuartier รวมร้านดัง อัปเดต 2023 30 ร้านอาหาร เซ็นทรัลเวิลด์ centralwOrld 2022 ร้านอร่อยโดนใจ ต้องไปเช็คอิน กินอะไรดีที่พารากอน ? 25 ร้านอาหาร Siam Paragon อัพเดท 2022 ครบจบในที่เดียว!

ORมีดีลซื้อกิจการ ดันโอ้กะจู๋ไอพีโอ
อ่าน

ORมีดีลซื้อกิจการ ดันโอ้กะจู๋ไอพีโอ

OR เตรียมผลักดันบริษัทลูกเข้าตลาดหุ้น ยก โอ้กะจู๋ นำร่องขายไอพีโอเร็วๆ นี้ เดินหน้าเจรจาดีล ซื้อกิจการหลายดีล ทั้ง เครื่องดื่มอาหาร สนใจ Health and Wellnes มั่นใจงบครึ่งปีหลังสดใส มีรัฐบาลเอกชนมั่นใจลงทุน ท่องเที่ยวดีขึ้น กระตุ้นใช้น้ำมัน พร้อมขยายสาขาปั๊ม และ Caf Amazon โบรกชูราคาถูกเป้า 28.25 บาท นางสาววิไลวรรณ กาญจนกันติ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านบริหารการเงิน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า การที่ประเทศไทยมีความชัดเจนมากขึ้นในเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล ช่วยกระตุ้นทางบวกต่อความเชื่อมั่นของภาคการผลิตและภาคการลงทุน เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มการขยายตัวในครึ่งปีหลังจากการท่องเที่ยว ทั้งปีคาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยว 25-28 ล้านคน คาดว่าปีนี้เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 2.5-3% ปัจจัยบวกดังกล่าว จะสนับสนุนผลประกอบการให้โตต่อเนื่อง รวมไปถึงการเดินหน้าผลักดัน การขยายธุรกิจ ซึ่งปีนี้ยังคงเดินหน้าขยายสถานีบริการน้ำมัน รวมไปถึงการเปิดสาขาร้าน Caf Amazon อีกกว่า 400 สาขา จากไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ประมาณ 4,000 สาขา โดยร้าน Caf Amazon อาจจะไม่ได้มุุ่งเน้นจำนวนสาขาอย่างเดียว ต้องมีการพิจารณาในทำเลที่เหมาะสม ส่วนการขยายสถานีอัดประจุอีวีปีนี้จะเพิ่มอีก 500 แห่ง เพิ่มเป็น 800 แห่ง @มีดีลซื้อกิจการ พร้อมกันนี้ยังอยู่ระหว่างเจรจาดีลซื้อกิจการ (MA) หลายดีล ทั้งดีลขนาดเล็กและดีลขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นดีล Food and Beverage หรือ FB มีการพิจารณาต่อเนื่อง และยังสนใจส่วนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Health and Wellnes หรือธุรกิจความงาม ส่วนมูลค่าอาจจะยังไม่สามารถเปิดเผยได้ชัดเจน อีกทั้งล่าสุดได้มีการตัวแอปพลิเคชัน เอ็กซ์พลอร์ (xplORe) จะช่วยอำนวยความสะดวก การใช้จ่าย การใช้แต้ม ในกลุ่มของบริษัท และการ JV กับพาร์ตเนอร์ต่างๆ ซึ่งมีนอกเครือของ OR ด้วย สามารถเชื่อมออนไลน์ไปออฟไลน์ เป็นต้น เพื่อตอบโจทย์ชีวิตของคนปัจจุบันมากขึ้น @โอ้กะจู๋เข้าตลาด พร้อมกันนี้จะเดินหน้าผลักดันบริษัทลูกเข้าตลาดจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) โดยประเมินว่า มี 1-2 บริษัทที่จะเข้าระดมทุนในตลาดหุ้นเร็วๆ นี้ อย่างร้านโอ้กะจู๋ มีแผนที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นเร็วสุด อีกทั้งยังมีบริษัทอื่นๆ ที่มีศักยภาพ แต่พิจารณาความพร้อมในการเติบโตและความสามารถในการทำกำไรประกอบด้วย ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด ระบุถึง OR ว่า ประเมินกำไรสุทธิปี 2566 และปี 2567 เท่ากับ 14,667 ล้านบาท (+41%YoY) และ 17,466 ล้านบาท (+19.1%YoY) โดยมองว่าปริมาณขายน้ำมันเร่งตัวกลับสู่ระดับค่าเฉลี่ยก่อนช่วงโรคระบาดได้ดี ถึงแม้ว่าต้นทุนขายใน ครึ่งปีหลัง 2566 ยังสูงอยู่ คาดบริษัทจะสามารถควบคุม EBITDA Margin ได้ดีขึ้นหลังแนวโน้มทิศทางราคาน้ำมันโลกเริ่มมีความเสถียรภาพมากขึ้น โดยต้นทุนขายที่ OR ทำได้ช่วงก่อนวิกฤติพลังงานอยู่ที่ 92-93% เทียบกับช่วง 2565 ที่ 94.6%, ครึ่งปีหลัง 2565 ที่ 96%, และครึ่งปีแรก 2566 ที่ 94.2% และมี EBITDA Margin เฉลี่ยช่วงน้ำมัน ที่ราว 4% เทียบไตรมาสก่อน ดังนั้นทิศทางราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในช่วงไตรมาส 3/2566 น่าจะส่งบวกค่าการตลาด อย่างไรก็ตาม OR ถือว่าได้รับผลกระทบอย่างมากต่อความไม่แน่นอนของนโยบายการปรับลดราคาน้ำมัน ซึ่งเกี่ยวพันถึงการตั้งรัฐบาลด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ ธุรกิจกลุ่ม Lifestyle และ Global มีแนวโน้มขยายตัวตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งในไทยและอาเซียน โดยยอดขายธุรกิจกลุ่ม Lifestyle น่าจะโตเด่นในไตรมาส 4/2566 ซึ่งเป็นช่วง High Season *ราคาหุ้นมีอัพไซด์ คงแนะนำ ซื้อ ที่ราคาเป้าหมาย 28.25 บาท อิง P/E 23 เท่า (ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย SD-0.5 ย้อนหลัง 1 ปี) EPS ปี 2566 เท่ากับ 1.22 บาท และจากราคาปัจจุบันมี Upside 37.8% อีกทั้ง ยังมีปันผลอีก 2.8% ปัจจุบัน OR ซื้อขายที่ Forward P/E Ratio เพียง 16.8 เท่า หรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ย SD-2.0 คาดว่าผลประกอบการของ OR ฟื้นตัวต่อเนื่องและฟื้นตัวแรงในไตรมาสสุดท้ายที่เป็นฤดูท่องเที่ยว

OR เปิดตัว โอ้กะจู๋ Drive-Thru สาขาแรก เพิ่มทางเลือกอาหารสุขภาพแบบสะดวกรวดเร็ว
อ่าน

OR เปิดตัว โอ้กะจู๋ Drive-Thru สาขาแรก เพิ่มทางเลือกอาหารสุขภาพแบบสะดวกรวดเร็ว

นายสุชาติ ระมาศ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือOR พร้อมด้วย นายสมยศ คงประเวช รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจไลฟ์สไตล์ และนายพิมาน พูลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน OR ร่วมเปิดตัว ร้านสวนผักโอ้กะจู๋ในรูปแบบ Drive Thru สาขาแรก โดย บจ.ปลูกผักเพราะรักแม่ ในสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น สาขา บจ.เอส.วาย.ที.พี.กรุ๊ป (PTT Station เวสต์วิลเลจ บางใหญ่) จากกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจเพื่อมุ่งเน้นการเติบโตร่วมกันภายใต้แนวคิด Inclusive Growth จึงเกิดการร่วมลงทุนกันระหว่าง OR และบริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจร้านอาหารเพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์ โอ้กะจู๋ เมื่อปีที่ผ่านมา ทั้งนี้พันธมิตรทางธุรกิจจะเข้ามามีส่วนช่วยในการต่อยอดให้ พีทีที สเตชั่น ก้าวเดินตามแผนพัฒนา Physical Platform จากเดิมที่เป็นสถานีบริการน้ำมันไปสู่การเป็น Commercial Space ผลักดันสู่การเดินทางที่ไร้รอยต่อ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกรูปแบบการใช้ชีวิต ทั้งด้านความสะดวกรวดเร็ว และไลฟ์สไตล์ที่ให้ความสำคัญต่อสุขภาพ อีกทั้งยังส่งผลให้ OR สามารถเข้าไปสนับสนุนพันธมิตร ผู้ประกอบการ SME และเกษตรกรผู้ปลูกผักแบบเกษตรอินทรีย์ให้มีรายได้เพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่ง นายสุชาติกล่าว โอ้กะจู๋ ให้บริการรูปแบบ From Farm To Table เริ่มต้นจากการปลูกผักในฟาร์มที่จังหวัดเชียงใหม่ และส่งตรงถึงหน้าร้าน เพื่อรักษาไว้ซึ่งคุณภาพและความสดใหม่ พร้อมให้บริการทั้งแบบ Dine-In, Takeaway และ Delivery มีเมนูอาหารที่หลากหลาย ทั้งผักสลัด สปาเก็ตตี้ และอาหารจานเดียว ด้วยรสชาติที่ถูกปากผู้บริโภค ในราคาเข้าถึงได้ โดยปัจจุบันมีร้าน โอ้กะจู๋ ที่เปิดสาขานำร่องใน พีทีที สเตชั่น สาขาเมืองทองธานี และจำหน่ายอาหารเพื่อสุขภาพแบบ Grab Go ผ่านร้าน Caf Amazon แล้วกว่า 45 สาขา ล่าสุด โอ้กะจู๋ จะเปิดให้บริการในรูปแบบ Drive Thru ใน พีทีที สเตชั่น เวสต์วิลเลจ บางใหญ่ พร้อมเสิร์ฟเมนูพิเศษเฉพาะสาขา Drive Thru ไม่ว่าจะเป็น ชิกเก้นชีสบอล สลัดแรพส์แม็กซิกันชิกเก้น และสลัด/ข้าวโบล์วแซลมอนกุ้งอะโวคาโด ให้ลูกค้าสะดวก และอร่อยได้ตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นต้นไป นอกจากนี้ ภายในไตรมาสแรก ปี 2566 ร้านโอ้กะจู๋ จะขยายสาขาไปภาคตะวันออกที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี และ จ.ระยอง รวมทั้งจะเปิดสาขาใน พีทีที สเตชั่น สาขา บจ.อ่างหินพลังงาน (PTT Station อ่างศิลา) ในเดือนกรกฎาคม 2566 ส่วนการจำหน่ายอาหารแบบ Grab Go ผ่านร้าน Caf Amazon มีแผนจะขยายรวมเป็น 100 สาขาภายในปี 2566 อีกด้วย

OR เปิดตัว “โอ้กะจู๋” แบบDrive-Thru จ่อขยายสาขาใน พีทีที สเตชั่น เพิ่ม!
อ่าน

OR เปิดตัว “โอ้กะจู๋” แบบDrive-Thru จ่อขยายสาขาใน พีทีที สเตชั่น เพิ่ม!

นายสุชาติ ระมาศ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือOR พร้อมด้วย นายสมยศ คงประเวช รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจไลฟ์สไตล์ และ นายพิมาน พูลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน OR ร่วมเปิดตัวร้านสวนผักโอ้กะจู๋ในรูปแบบ Drive Thru สาขาแรก โดย บจ.ปลูกผักเพราะรักแม่ ในสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น สาขา บจ.เอส.วาย.ที.พี.กรุ๊ป (PTT Station เวสต์วิลเลจ บางใหญ่) จากกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจเพื่อมุ่งเน้นการเติบโตร่วมกันภายใต้แนวคิด Inclusive Growthจึงเกิดการร่วมลงทุนกันระหว่าง OR และบริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจร้านอาหารเพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์ โอ้กะจู๋ เมื่อปีที่ผ่านมา ทั้งนี้พันธมิตรทางธุรกิจจะเข้ามามีส่วนช่วยในการต่อยอดให้ พีทีที สเตชั่น ก้าวเดินตามแผนพัฒนา Physical Platform จากเดิมที่เป็นสถานีบริการน้ำมันไปสู่การเป็น Commercial Space ผลักดันสู่การเดินทางที่ไร้รอยต่อ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกรูปแบบการใช้ชีวิต ทั้งด้านความสะดวกรวดเร็ว และไลฟ์สไตล์ที่ให้ความสำคัญต่อสุขภาพ อีกทั้งยังส่งผลให้ OR สามารถเข้าไปสนับสนุนพันธมิตร ผู้ประกอบการ SME และเกษตรกรผู้ปลูกผักแบบเกษตรอินทรีย์ให้มีรายได้เพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่ง นายสุชาติกล่าว โอ้กะจู๋ ให้บริการรูปแบบ From Farm To Table เริ่มต้นจากการปลูกผักในฟาร์มที่จังหวัดเชียงใหม่ และส่งตรงถึงหน้าร้าน เพื่อรักษาไว้ซึ่งคุณภาพและความสดใหม่ พร้อมให้บริการทั้งแบบ Dine-In, Takeaway และ Delivery มีเมนูอาหารที่หลากหลาย ทั้งผักสลัด สปาเก็ตตี้ และอาหารจานเดียว ด้วยรสชาติที่ถูกปากผู้บริโภค ในราคาเข้าถึงได้ โดยปัจจุบันมีร้าน โอ้กะจู๋ ที่เปิดสาขานำร่องใน พีทีที สเตชั่น สาขาเมืองทองธานี และจำหน่ายอาหารเพื่อสุขภาพแบบ Grab Go ผ่านร้าน Caf Amazonแล้วกว่า 45 สาขา ล่าสุด โอ้กะจู๋ จะเปิดให้บริการในรูปแบบ Drive Thru ใน พีทีที สเตชั่น เวสต์วิลเลจ บางใหญ่ พร้อมเสิร์ฟเมนูพิเศษเฉพาะสาขา Drive Thru ไม่ว่าจะเป็น ชิกเก้นชีสบอล สลัดแรพส์แม็กซิกันชิกเก้น และสลัด/ข้าวโบล์วแซลมอนกุ้งอะโวคาโด ให้ลูกค้าสะดวก และอร่อยได้ตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นต้นไป นอกจากนี้ ภายในไตรมาสแรก ปี 2566 ร้านโอ้กะจู๋ จะขยายสาขาไปภาคตะวันออกที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี และ จ.ระยอง รวมทั้งจะเปิดสาขาใน พีทีที สเตชั่น สาขา บจ.อ่างหินพลังงาน (PTT Station อ่างศิลา) ในเดือนกรกฎาคม 2566 ส่วนการจำหน่ายอาหารแบบ Grab Go ผ่านร้าน Caf Amazon มีแผนจะขยายรวมเป็น 100 สาขาภายในปี 2566 อีกด้วย

โอ้กะจู๋ สยามสแควร์วัน ร้านอร่อย เจ้าดังจากเชียงใหม่ สู่สาขาใหม่ในกรุงเทพ คนรักเมนูผักห้ามพลาด (มีคลิป)
อ่าน

โอ้กะจู๋ สยามสแควร์วัน ร้านอร่อย เจ้าดังจากเชียงใหม่ สู่สาขาใหม่ในกรุงเทพ คนรักเมนูผักห้ามพลาด (มีคลิป)

อีกหนึ่งร้านอร่อย ชื่อดังจาก เชียงใหม่ สู่ สาขาล่าสุดในกรุงเทพฯ สำหรับร้าน โอ้กะจู๋ นั่นเองครับ ครั้งนี้เราจะพาทุกคนไปบุกสาขาใหม่ กันที่สยามสแควร์วัน ไปดูกันว่าสาขานี้มาเมนูอะไรใหม่ และน่าสนใจกันบ้าง โอ้กะจู๋ สยามสแควร์วัน ตั้งอยู่บริเวณชั้น 3 ตรงกันข้ามกับร้านชานมไข่มุก KOI ทุกคนสามารถเดินทางโดยรถไฟฟ้า BTS มาลงที่สถานีสยาม ทางออกสยามสแควร์วัน ได้เลย เห็นป่ะ ? ว่าสะดวกมาก ต้องบอกก่อนว่าเมนูส่วนใหญ่ของร้านนี้จะเน้นเสิร์ฟสลัดผักออร์แกนิกควบคู่มาในจานหลักด้วยแทบทุกจาน ด้วยความตั้งใจของเจ้าของร้าน ทั้งสามคน ร่วมกันก่อตั้งฟาร์มผักออร์แกนิกขึ้นมาที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อหวังให้คนหันมาเลือกทานผักปลอดสารพิษ และดูแลสุขภาพกันมากขึ้น และนั่นแหละครับ ทำให้ตอนนี้ร้าน โอ้กะจู๋ เป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวจำนวนมาก จนปัจจุบันได้ขยับขยายมาตีตลาดเปิดสาขาในกรุงเทพฯ ซึ่งร้านนี้มีคอนเซ็ปต์ว่า "อาหารที่ปลูกด้วยความรัก สดจากฟาร์มส่งถึงคุณ" ดังนั้นการตกแต่งก็จะออกมาในบรรยากาศสวนผัก หรือฟาร์มเพาะปลูก เพียงแค่เปิดประตูเข้ามาภายในร้านก็ฟีลสีเขียวเต็มๆ แหมม รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาทันที เนอะ ฮ่าๆ แถมตามฝาผนังจากมีดีเทลพิเศษจากเจ้าของร้าน ซึ่งพยายามประดับตกแต่งรูปภาพ และความรู้ ขั้นตอนการปลูกผักออร์แกนิก อีกด้วย ไม่รอช้าเรามาเริ่มสั่งอาหารทานกันเลยดีกว่าครับ เริ่มต้นกันที่อาหารประเภท Appetizer เรียกน้ำย่อยกันก่อนเนอะ กับเมนู ขนมปังกระเทียม (65.-) ขนมปังฝรั่งเศส ชิ้นขนาดยาว อบกรอบ ตอนเสิร์ฟมา มีความหอมกลิ่นเนยอ่อนๆ อีกทั้งทานคู่กับซัลซ่ารสจัดจ้านไปด้วยล่ะก็ หื้มมม ฟิน จนอยากกินจานหลักเลยล่ะครับ เมื่อทานอาหารเรียกน้ำย่อย จนรู้สึกเริ่มหิวแล้ว เราก็ไปกันต่อที่เมนูประเภท Healthy Soup อย่างเมนู ซุปเห็ดสามอย่าง (65.-) ภายในชามนี้จะถูกประกอบไปด้วย เห็ดชิตาเกะ เห็ดเข็มทอง และเห็ดออรินจิ นั่นเองครับ แถมเจ้าของร้านยังบอกเราอีกว่า เมนูนี้ไม่มีส่วนผสมของครีม และนม ใครที่เป็นสายสุขภาพล่ะก็ ห้ามพลาดเมนูนี้เด็ดขาด มาถึงเมนูประเภท Organic Salad ซึ่งถือเป็นหมวดซิกเนเจอร์ของทางร้าน เราได้ลองสั่งเมนู สลัดเต้าหู้แซลมอนสาหร่ายสามชนิด (245.-) มาทานกัน บอกเลยว่าเรารู้สึกชอบเมนูนี้มาก ภายในจานจะประกอบไปด้วยผักรวมมากกว่า 12 ชนิด ทานคู่กับเต้าหู้ถั่วเหลือง และแซลมอนซาชิมิสด เพิ่มรสชาติโดยการราดน้ำสลัดญี่ปุ่นลงไปอีกด้วย อีกทั้งยังโรยสาหร่ายคอมบุ ยำสาหร่าย และสาหร่ายอบแห้ง ด้านบน เพื่อความสวยงาม อีกหนึ่งเมนูสลัด ที่เราได้สั่งมาลองกัน ก็คือเมนู สลัดปูอโวคาโด (240.-) เอาใจคนชอบเมนูจัดจ้านกันบ้าง บอกเลยว่าเมนูนี้ซ่อนประโยชน์ไว้แน่นมากๆ เริ่มจากตัวอโวคาโดมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นตัวช่วยปกป้องเซลล์ต่างๆ ภายในร่างกายไม่ให้ ถูกทำลายอีกทั้งยังช่วยลดน้ำหนักได้ดีอีกด้วย เมื่อนำมาคลุกกับผัก และเนื้อปูทะเลแล้ว มันช่างเข้ากันสุดๆ แถมมีรสชาติเผ็ดเล็กน้อย เรียกได้ว่าตัดความเลี่ยนได้เป็นอย่างดี มาถึงเมนูจานหลัก ซึ่งเป็นไฮไลท์ประจำที่นี่ อย่างเมนู เลดี้ซี่โครงอ่อนซอสเชียงใหม่ เมนูนี้ถือเป็นเมนูซิกเนเจอร์ประจำสาขาในกรุงเทพฯ และไม่มีขายใน จ.เชียงใหม่ ทางร้านได้นำซี่โครงอ่อนไปหมักกับเครื่องเทศชาวเหนือ นานกว่า 8 ชั่วโมง เสิร์ฟคู่กับซอสเชียงใหม่ที่มีกลิ่นหอมขมิ้น ตะไคร้ รวมไปถึงยังมีสลัดผักออร์แกนิกแทรกมาข้างจานอีกด้วย อิ่มกับเมนูของคาวกันไปแล้ว ก็ต้องล้างปากกันด้วยเมนูเครื่องดื่มสุดพิเศษของทางร้านกันบ้าง โดยเริ่มกันที่เมนูประเภท Smoothies อย่างเมนู Green Apple Kiwi (95.-) รสชาติของเครื่องดื่มตัวนี้จะออกไปทางรสเปรี้ยวนิดๆ จากกีวี่ และหวานหน่อยๆ จากแอปเปิ้ลเขียว แถมยังมีกลิ่นของน้ำผึ้งเจืออยู่อีกด้วย อีกหนึ่งเมนูที่เจ้าของร้านแนะนำเราเป็นอย่างมาก อย่างเมนู Anti Inflammatory (90.-) เมนูนี้เป็นเครื่องดื่มสกัดเย็น 100% มีส่วนผสมของแครอท แอปเปิ้ล ผักชีฝรั่ง สัปปะรด ขิง และมะนาว นั่นเอง แถมเมนูนี้ยังช่วยในเรื่องของการต่อต้านภูมิแพ้อีกด้วย บอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่มที่เราชอบมากๆ ครับ หรือถ้าใครอยากจิบเครื่องดื่มประเภทกาแฟล่ะก็ ที่นี่ก็มีนะครับ เราได้ลองสั่งเมนู Caffee Latte (115.-) มาลองดูสักหน่อย บอกเลยว่าทางร้านเลือกใช้เมล็ดกาแฟที่มาจากฟาร์ม จ.เชียงใหม่ เชียวนะ รสชาติก็เข้มข้น หอมกลิ่นการคั่วกาแฟชัดเจน ยิ่งมาผสมรวมกับนมสดร้อนแล้ว ยิ่งทานง่ายขึ้นอีกด้วย อิ่มกันไปแล้วสำหรับมือนี้ ที่ร้านโอ้กะจู๋ สาขาสยามสแควร์วัน ใครที่อยากมาอร่อย และฟินแบบเราล่ะก็ แนะนำให้มาต่อคิวตั้งแต่เช้า เพราะที่นี่ลูกค้าจะแน่นตลอดทั้งวัน แต่ถึงแม้ว่าลูกค้าจะแน่น หรือต่อคิวนานแค่ไหน เมื่อได้เข้าไปทานแล้ว รับรองจะติดใจ จนต้องกลับมาใหม่อย่างแน่นอนครับ โอ้กะจู๋ สาขาสยามสแควร์วันพิกัด : ชั้น 3 ศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯเปิดบริการ : 10.00 - 22.00 น.โทร : 08-2444-2251เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/ohkajhu ร้านอาหารกรุงเทพ อื่นๆ ที่น่าสนใจ Garaku Thailand สุดยอดซุปแกงกะหรี่ เปิดใหม่ ร้านอาหารญี่ปุ่น กรุงเทพ 10 คาเฟ่ ร้านกาแฟ ท่าเตียน กรุงเทพ นั่งชิลวันหยุด อัพเดทที่พักสุดชิลล์ ที่เที่ยวสุดมันส์ ที่กินสุดฮิป ติดตาม travel.trueid.net ได้ที่ FACEBOOK LINE TWITTER EMAIL TrueID Application

เปิดแล้ว! โอ้กะจู๋ สาขาแรกในปั๊ม ที่ พีทีที สเตชั่น Active Park เมืองทองธานี
อ่าน

เปิดแล้ว! โอ้กะจู๋ สาขาแรกในปั๊ม ที่ พีทีที สเตชั่น Active Park เมืองทองธานี

ข่าววันนี้ น.ส.จิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR และ นายสมยศ คงประเวช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจตลาดขายปลีก OR พร้อมด้วย นายชัดชาญ เอกชัยพัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่นวัตกรรมและความยั่งยืน นายชลากร เอกชัยพัฒนกุล นายจิรายุทธ ภูวพูนผล และนายวรเดช สุชัยบุญศิริ ผู้ถือหุ้นและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด รวมทำพิธีเปิดร้านโอ้กะจู๋สาขาแรกในสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น บริษัท เคซีซี ปิโตรเลียม จำกัด (Active Park) อย่างเป็นทางการ การเปิดร้านโอ้กะจู๋ในสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น Active Park เมืองทองธานี นับเป็นอีกก้าวสำคัญของทั้งโอ้กะจู๋และ OR ในการขยายสาขาร้านโอ้กะจู๋ในสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น นอกเหนือจากที่ได้เริ่มจำหน่ายอาหารเพื่อสุขภาพแบบ Grab Go เช่น สลัดและแซนด์วิชผ่านร้าน Caf Amazon ซึ่งถือเป็นการเพิ่มความหลากหลาย และเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่มีไลฟ์สไตล์ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ และสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ OR ในการพัฒนา พีทีที สเตชั่น ให้เป็นมากกว่าสถานีบริการน้ำมัน แต่เป็น Living Community ที่จะมีสินค้าและบริการที่จะเติมเต็มทุกความสุข ตอบโจทย์ทุกความต้องการของทั้งคนเดินทางและผู้คนในชุมชน เป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้บริโภค อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการแบรนด์โอ้กะจู๋ที่ OR ได้เข้าลงทุนในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจ เพื่อที่จะเติบโตไปด้วยกัน พร้อมทั้งสร้างประโยชน์ให้สังคมและชุมชนอย่างยั่งยืน พิเศษ! ฉลองเปิดร้านใหม่ เพียงเติมน้ำมันที่ พีทีที สเตชั่น Active Park เมืองทองธานี ครบ 800 บาท รับฟรี Gift Voucher มูลค่า 100 บาท สำหรับใช้ที่ร้านโอ้กะจู๋ เฉพาะที่สาขา พีทีที สเตชั่น เมืองทอง เมื่อมียอดชำระขั้นต่ำ 1,000 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2564 28 กุมภาพันธ์ 2565 และโปรโมชั่น Signature Set ราคาพิเศษ 890 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/ohkajhu/ หรือ call center 052-080-744 นอกจากนี้ พิเศษสำหรับสมาชิกบลูการ์ด ยังสามารถใช้ 220 คะแนน แลกรับข้าวโพดหวานฮอกไกโดสีม่วงน้ำนม 1 ชุด มูลค่า 85 บาท ที่ ร้านโอ้กะจู๋ทุกสาขา ระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม 2564 15 มีนาคม 2565 สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 1365 Contact Center หรือ www.pttbluecard.com

ORดึง”โอ้กะจู๋”เข้าปั๊ม จ่อปิดดีลF&Bอีกบาน
อ่าน

ORดึง”โอ้กะจู๋”เข้าปั๊ม จ่อปิดดีลF&Bอีกบาน

ทันหุ้น- OR ลงทุน 20% ใน โอ้กะจู๋ ต่อยอดธุรกิจ FBคาดได้รับการตอบรับดีจากผู้บริโภค สอดคล้องเทรนด์รักสุขภาพ สิ้นไตรมาส 1/64 ได้ข้อสรุปนำขายในปั๊ม แย้มเจรจาดีลFB ใน-นอก อีกหลายดีล ผลักดันสัดส่วน EBITDA จาก non-oil เป็น 33% มองกระแส OR ยังดี เข้า MSCI-SET50-SET100 สปอร์ตไลท์ส่อง นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)หรือ ORเปิดเผยว่า ได้มีการลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นและสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น ระหว่าง บริษัท มอดูลัส เวนเจอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ OR กับ บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด ซึ่งดำเนินกิจการร้านอาหารเพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์ โอ้กะจู๋ เป็นไปตามกยุทธ์ OR ที่ดำเนินกลยุทธ์โดยมุ่งเน้นการเติบโตจากภายนอก (Inorganic Growth) เพื่อเพิ่มผลกำไรในระยะยาว โดยเน้นการดำเนินธุรกิจในรูปแบบการร่วมทุนกับบริษัทที่มีศักยภาพ และได้แสวงหาโอกาสและช่องทางในการพัฒนาธุรกิจค้าปลีกในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม (Food Beverage : FB) *เข้าลงทุนโอ้กะจู๋ ดังนั้น จึงได้ตัดสินใจเข้าลงทุนใน บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด ผู้ดำเนินกิจการร้านอาหารเพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์ โอ้กะจู๋ ซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องความสดใหม่ของผักที่ปลูกด้วยระบบเกษตรอินทรีย์ และส่งตรงจากฟาร์มผักขนาดใหญ่ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดย OR เข้าลงทุนในสัดส่วน 20%ตั้งเป้าขยายสาขาร้านโอ้กะจู๋เพิ่มเติมในสถานีบริการน้ำมัน PTT Station รวมถึงการจำหน่ายอาหารแบบ Grab Go ผ่านร้าน Caf Amazon ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล และภาคเหนือ ซึ่งถือเป็นการเพิ่มความหลากหลาย และเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ซึ่งมีไลฟ์สไตล์ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ นอกจากนี้ การเข้าลงทุนใน บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด ยังเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการ SME และเกษตรกรผู้ปลูกผักในรูปแบบเกษตรอินทรีย์ให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการที่มีโอกาสเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าผ่านทางสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ซึ่งมีจำนวนกว่า 1,900 สาขาทั่วประเทศ และ ร้าน Caf Amazon ซึ่งมีจำนวนสาขาถึงกว่า 3,000 สาขา สอดคล้องกับนโยบายการดำเนินธุรกิจของ OR ที่มุ่งสร้างคุณค่าร่วมให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างสมดุลและยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าและบริการเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้ผู้บริโภค พร้อมทั้งช่วยสนับสนุนและสร้างผู้ประกอบการรายย่อย (SME) ในการดำเนินธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ (Non-Oil) ตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจชุมชนในทุกพื้นที่ที่ OR เข้าไปดำเนินธุรกิจ สำหรับ บริษัท มอดูลัส เวนเจอร์ จำกัด เป็นบริษัทที่ OR จัดตั้งขึ้นเพื่อลงทุนในธุรกิจใหม่ในประเทศไทยที่มีศักยภาพการเติบโตและสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ OR *ลงทุนอาหารเครื่องดื่มต่อ ด้านนายพิจินต์ อภิวันทนาพร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารการเงิน OR เปิดเผยว่า การเข้าลงทุนในโอ้กะจู๋ เป็นการต่อยอดในธุรกิจ non-oil ในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเชื่อว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า เพราะโอ้กะจู๋ ก็เป็นอาหารเทรนสุขภาพด้วย สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในขณะนี้ ส่วนแผนการขยายโอ้กะจู๋ ในสถานีบริการน้ำมัน PTT Station นั้นยังอยู่ระหว่างการจัดทำแผน คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในแผนงานช่วงสิ้นไตรมาส 1/25564 นอกจากนี้ OR ก็จะรับรู้กำไรจากการถือหุ้น โอ้กะจู๋ เข้ามาช่วงไตรมาส 1/2564 เลย ทั้งนี้ปี 2562 โอ้กะจู๋ มีรายได้ราว 600 ล้านบาท และมีอัตรากำไรสุทธิประมาณ 13-14% พร้อมกันนี้ยังมีการเจรจากับพันธมิตรในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม อีกหลายราย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่ในระยะอันใกล้อาจจะเห็นความชัดเจนในประเทศก่อน ซึ่งการเข้าลงทุนในอาหารและเครื่องดื่ม เป็นส่วนผลักดันช่วยสัดส่วนEBITDA ของบริษัทที่จะมาจากธุรกิจ No-oil เพิ่มเป็น 32-33% จากปัจจุบันที่ 25% อย่างไรก็ดีบริษัทยังเชื่อว่าOR จะยังได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่อเนื่อง จากทั้ง MSCI Rebalance ได้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนใน OR และได้เข้าคำนวณในดัชนี SET50 และ SET100 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา อยากลงทุนสำเร็จ เป็นเพื่อนกับเรา พร้อมรับข่าวสารได้ทุกช่องทางที่APP ทันหุ้น ANDROID คลิก https://qrgo.page.link/US6SAAPP ทันหุ้น IOS คลิก https://qrgo.page.link/QJKT7LINE@ คลิก https://lin.ee/uFms4n5FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNATELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_newsTwitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1

‘โออาร์’ ซื้อหุ้น ‘โอ้กะจู๋’ 20% ต่อยอดธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ตั้งเป้าขยายร้านในปั๊มปตท.
อ่าน

‘โออาร์’ ซื้อหุ้น ‘โอ้กะจู๋’ 20% ต่อยอดธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ตั้งเป้าขยายร้านในปั๊มปตท.

น.ส.จิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ OR เปิดเผยว่า โออาร์ได้ลงนามสัญญาซื้อขายหุ้นและสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นในนามบริษัท มอดูลัส เวนเจอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของโออาร์ กับบริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด ซึ่งดำเนินกิจการร้านอาหารเพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์ โอ้กะจู๋ น.ส.ราชสุดา รังสิยากูล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลยุทธ์องค์กร นวัตกรรมและความยั่งยืน ในฐานะกรรมการ บริษัท มอดูลัส เวนเจอร์ จำกัด กล่าวว่า โออาร์เข้าลงทุนในกิจการบริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด สัดส่วน 20% ตั้งเป้าขยายสาขาร้านโอ้กะจู๋เพิ่มเติมในสถานีบริการน้ำมันพีทีที สเตชั่น รวมถึงจำหน่ายอาหารแบบแกร๊บแอนด์โก (GrabGo) ผ่านร้านคาเฟ่ อเมซอน ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล และภาคเหนือ ปัจจุบันสถานีบริการน้ำมันพีทีที สเตชั่น มีจำนวนกว่า 1,900 สาขา และร้านคาเฟ่ อเมซอน มีจำนวนสาขาถึงกว่า 3,000 สาขาทั่วประเทศ ทั้งนี้ ด้วยจุดเด่นเรื่องความสดใหม่ของผักที่ปลูกด้วยระบบเกษตรอินทรีย์ และส่งตรงจากฟาร์มผักขนาดใหญ่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและเกษตรกรผู้ปลูกผักในรูปแบบเกษตรอินทรีย์ให้มีรายได้ ทั้งยังเพิ่มความหลากหลายและเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ และเพิ่มช่องทางในการพัฒนาธุรกิจค้าปลีกในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ด้านนายชลากร เอกชัยพัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด กล่าวว่า การร่วมทุนกันครั้งนี้ บริษัทจะนำไปรองรับการขยายธุรกิจ เช่น การนำเทคโนโลยีสมาร์ต ฟาร์ม มาใช้ เพื่อทำให้ได้ผลผลิตที่สม่ำเสมอและมีคุณภาพ รวมถึงการสร้างครัวกลางที่จังหวัดเชียงใหม่ การสร้างศูนย์กระจายสินค้า รองรับการขยายสาขาไปยังภูมิภาคต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ จากปัจจุบันมีทั้งสิ้น 14 สาขา ในส่วนของการส่งเสริมและพัฒนาชุมชนนั้น บริษัทมีโครงการที่จะทำศูนย์การเรียนรู้การปลูกผักแบบวิถีเกษตรอินทรีย์ ให้นักเรียน นักศึกษาและผู้ที่สนใจ รวมถึงมีแผนช่วยเหลือเกษตรกรโดยเป็นตัวกลางเชื่อมระหว่างเกษตรกรที่ไม่มีช่องทางขายกับผู้บริโภคที่ต้องการผักอินทรีย์ ผ่านทางแอพพลิเคชั่นที่อยู่ระหว่างการพัฒนา

'โออาร์' ฮุบหุ้น 'โอ้กะจู๋' 20% ผุดร้านในปั๊ม-ขายผ่านคาเฟ่ อเมซอน
อ่าน

'โออาร์' ฮุบหุ้น 'โอ้กะจู๋' 20% ผุดร้านในปั๊ม-ขายผ่านคาเฟ่ อเมซอน

น.ส.จิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เป็นประธานในพิธีลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นและสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น ระหว่าง บริษัท มอดูลัส เวนเจอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ OR กับ บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด ซึ่งดำเนินกิจการร้านอาหารเพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์ โอ้กะจู๋ อ่านข่าว สุพัฒนพงษ์ ยก โออาร์ ต้นแบบกระจายหุ้นกิจการของรัฐในอนาคต น.ส.ราชสุดา รังสิยากูล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลยุทธ์องค์กร นวัตกรรมและความยั่งยืน ในฐานะกรรมการ บริษัท มอดูลัส เวนเจอร์ จำกัด กล่าวว่า OR ดำเนินกลยุทธ์โดยมุ่งเน้นการเติบโตจากภายนอก (Inorganic Growth) เพื่อเพิ่มผลกำไรในระยะยาว โดยเน้นการดำเนินธุรกิจในรูปแบบการร่วมทุนกับบริษัทที่มีศักยภาพ และได้แสวงหาโอกาสและช่องทางในการพัฒนาธุรกิจค้าปลีกในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม (Food Beverage : FB) จึงได้ตัดสินใจเข้าลงทุนใน บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด ผู้ดำเนินกิจการร้านอาหารเพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์ โอ้กะจู๋ ซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องความสดใหม่ของผักที่ปลูกด้วยระบบเกษตรอินทรีย์ และส่งตรงจากฟาร์มผักขนาดใหญ่ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดย OR เข้าลงทุนในสัดส่วนร้อยละ 20 ตั้งเป้าขยายสาขาร้านโอ้กะจู๋เพิ่มเติมในสถานีบริการน้ำมัน PTT Station รวมถึงการจำหน่ายอาหารแบบ Grab Go ผ่านร้าน Caf Amazon ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล และภาคเหนือ ซึ่งถือเป็นการเพิ่มความหลากหลาย และเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ซึ่งมีไลฟ์สไตล์ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ รวมถึงมีวิถีชีวิตที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและหันมาเลือกซื้ออาหารที่ปรุงสำเร็จพร้อมรับประทานหรืออาหารสำเร็จรูปเพื่อนำกลับไปรับประทานที่อื่น แทนที่นั่งรับประทานอาหารในร้านมากขึ้น นอกจากนี้ การเข้าลงทุนใน บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด ยังเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการ SME และเกษตรกรผู้ปลูกผักในรูปแบบเกษตรอินทรีย์ให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการที่มีโอกาสเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าผ่านทางสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ซึ่งมีจำนวนกว่า 1,900 สาขาทั่วประเทศ และ ร้าน Caf Amazon ซึ่งมีจำนวนสาขาถึงกว่า 3,000 สาขา สอดคล้องกับนโยบายการดำเนินธุรกิจของ OR ที่มุ่งสร้างคุณค่าร่วมให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างสมดุลและยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าและบริการเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้ผู้บริโภค พร้อมทั้งช่วยสนับสนุนและสร้างผู้ประกอบการรายย่อย (SME) ในการดำเนินธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ (Non-Oil) ตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจชุมชนในทุกพื้นที่ที่ OR เข้าไปดำเนินธุรกิจ สำหรับ บริษัท มอดูลัส เวนเจอร์ จำกัด เป็นบริษัทที่ OR จัดตั้งขึ้นเพื่อลงทุนในธุรกิจใหม่ในประเทศไทยที่มีศักยภาพการเติบโตและสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ OR นายชลากร เอกชัยพัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ ได้เล็งเห็นถึงวิสัยทัศน์ของ OR ที่มุ่งมั่นที่จะสร้างคุณค่าให้กับสังคมชุมชน ผ่านการดำเนินธุรกิจต่าง ๆ ซึ่งสอดคล้องกับแนวความคิดการดำเนินธุรกิจของแบรนด์โอ้กะจู๋ ที่ให้ความสำคัญกับสังคมและสิ่งแวดล้อม มีการช่วยเหลือเกษตรกรและชุมชนให้มีรายได้ที่มั่นคงและมีสุขภาพที่ดี โดยเปลี่ยนจากเกษตรเคมีมาสู่เกษตรอินทรีย์อย่างมั่งคงและยั่งยืน โดยโอ้กะจู๋ได้เริ่มจากกลุ่มผู้ก่อตั้งได้ริเริ่มธุรกิจปลูกผักสวนครัว ในปี 2553 และจากนั้นจึงได้ขยายธุรกิจมาสู่ร้านอาหารโอ้กะจู๋ ในปี 2556 ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมาความตั้งใจและมุ่งมั่นของผู้ก่อตั้งในการดูแลสุขภาพของผู้บริโภคผ่านการบริหารงานตั้งแต่ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ คือการเริ่มต้นจากการปลูกผักในฟาร์มของตนเองที่และส่งตรงถึงหน้าร้านเพื่อรักษาคุณภาพและความสดใหม่ โดยสาขาแรกอยู่ที่ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ จากนั้นในปี 2560 จึงเริ่มขยายสาขามายังกรุงเทพฯ ที่สยามสแควร์ ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างมากจนปัจจุบันมีจำนวนสาขารวมทั้งสิ้น 14 สาขา ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้นำร้านอาหารเพื่อสุขภาพของประเทศ สำหรับเงินทุนที่ได้รับในครั้งนี้ บริษัทฯ จะนำไปใช้เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ อาทิ การนำเทคโนโลยี Smart Farm มาใช้ เพื่อทำให้ได้ผลผลิตที่สม่ำเสมอและมีคุณภาพ รวมถึงการสร้างครัวกลางที่จังหวัดเชียงใหม่ การสร้างศูนย์กระจายสินค้า เพื่อรองรับการขยายสาขาไปยังภูมิภาคต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ในส่วนของการส่งเสริมและพัฒนาชุมชนนั้น ทางบริษัทฯมีโครงการที่จะทำศูนย์การเรียนรู้การปลูกผักแบบวิถีเกษตรอินทรีย์ ให้แก่นักเรียน นักศึกษาและผู้ที่สนใจ รวมถึงมีแผนการที่จะช่วยเหลือเกษตรกรโดยเป็นตัวกลางที่เชื่อมระหว่างเกษตรกรที่ไม่มีช่องทางขายกับผู้บริโภคที่ต้องการผักอินทรีย์ ผ่านทางแอพพลิเคชั่นที่อยู่ระหว่างการพัฒนา

ABIGAiL ต้อนรับเทศกาล Halloween ออกซิงเกิลแรก กุ๊กกู๋ (Kook Kooo!)
อ่าน

ABIGAiL ต้อนรับเทศกาล Halloween ออกซิงเกิลแรก กุ๊กกู๋ (Kook Kooo!)

เพียง แม่ชม ชมพู่ อารายา โพสต์ภาพสุดคิวท์ในความน่ารัก ของ KV บางส่วนก็เป็นที่สนใจของเหล่าพี่เลี้ยงออนไลน์ที่รอลุ้นความเคลื่อนไหวของสาวตัวน้อยที่จะเสิร์ฟความน่ารักต้อนรับเทศกาลฮาโลวีนนี้ ที่เหล่าพี่ๆ เตรียมพบกับความน่ารักเกินต้านของศิลปินสาวตัวน้อยวัย 4 ขวบ น้องแอบิเกล (ด.ญ.แอบิเกล รังษีสิงห์พิพัฒน์) ที่พร้อมเดบิวท์ออกมาอาละวาดความสดใสให้ทุกคนตกหลุมรัก กับซิงเกิลแรกอย่างเพลง กุ๊กกู๋ (Kook Kooo!) เพลงน่ารักที่ถ่ายทอดเรื่องราวของเด็กน้อยที่กำลังเติบโต และอยากพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า หนูเก่งขึ้นแล้วนะ ไม่ใช่เด็กตัวเล็ก ๆ ที่ต้องคอยให้ใครเป็นห่วงอีกต่อไป! เพลง กุ๊กกู๋ (Kook Kooo!) ถ่ายทอดมุมมองของเด็กน้อยที่อยากทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง ตั้งแต่การนอนคนเดียว ปิดไฟนอน ไปจนถึงการออกไปผจญภัยในโลกกว้าง ไม่ว่าจะเจอผีหรือสถานการณ์ไหนๆ ก็พร้อมประกาศความมั่นใจว่า I can do it! เพราะสำหรับหนูแล้ว การเติบโตคือการได้ลองทำสิ่งใหม่ ๆ ด้วยตัวเอง และอยากให้คนรอบข้างเปิดโอกาสให้หนูได้เรียนรู้ในแบบของตัวเอง ด้วยเนื้อหาที่เต็มไปด้วยความขี้เล่นที่ทั้งน่าเอ็นดูและชวนอมยิ้ม ทำให้ กุ๊กกู๋ (Kook Kooo!)เป็นเพลงที่สะท้อนความรู้สึกของเด็กๆ ที่อยากเติบโต ขณะเดียวกันก็ชวนให้ผู้ใหญ่ย้อนกลับไปนึกถึงช่วงเวลาที่ตัวเองเคยอยากเก่ง อยากทำอะไรด้วยตัวเอง และอยากให้คนที่รักเชื่อมั่นในตัวเราบ้าง ซิงเกิ้ลแรกนี้ได้ HYE (ฮาย ธันวา เกตุสุวรรณ) มารับหน้าที่ Producer ร่วมถ่ายทอดเสน่ห์ของศิลปินตัวน้อยผ่านบทเพลงที่เต็มไปด้วยความสดใสและความน่ารัก พร้อมส่งต่อพลังบวกให้ผู้ฟังทุกวัยได้ยิ้มตามไปกับความกล้าหาญในแบบฉบับของเด็กวัย 4 ขวบ เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาพิสูจน์ไปด้วยกันว่า ถึงจะตัวเล็ก แต่ก็เก่งได้เหมือนกัน! กับเพลง กุ๊กกู๋ (Kook Kooo!) ซิงเกิ้ลแรกที่จะทำให้ทุกคนต้องยอมใจในความน่ารัก พร้อมเสียงประกาศยืนยันอย่างหนักแน่นว่า...ก็หนูโตแล้ว แม่ไม่ต้องห่วงน้า อย่าห้ามไม่ให้หนูโต! ปักหมุดรอฟังเพลง กุ๊กกู๋ (Kook Kooo!) ได้ในวันที่ 23 ตุลาคมนี้ ทุกสตรีมมิ่ง แพลตฟอร์ม และปักหมุดรอชมมิวสิควีดีโอ ความน่ารักได้ในวันที่ 24 ตุลาคม นี้ ทาง YouTube : She Serve

OKJ พุ่งแรง +14.11% แตะ 3.88 บาท +0.48 บาท ปรับใหญ่รอบ 13 ปี เมนูใหม่ – ราคาเข้าถึงลูกค้า
อ่าน

OKJ พุ่งแรง +14.11% แตะ 3.88 บาท +0.48 บาท ปรับใหญ่รอบ 13 ปี เมนูใหม่ – ราคาเข้าถึงลูกค้า

#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #ตลาดหุ้น #SET #OKJ พุ่งแรง +14.11% แตะ 3.88 บาท +0.48 บาท ปรับใหญ่รอบ 13 ปี เมนูใหม่ - ราคาเข้าถึงลูกค้า โอ้กะจู๋ (Ohkajhu) แบรนด์ร้านอาหารสุขภาพชั้นนำของไทย ภายใต้ บมจ. ปลูกผักเพราะรักแม่ (OKJ) ประกาศทรานส์ฟอร์มธุรกิจครั้งสำคัญ (Big Revamp) ปรับโครงสร้างเมนู ขนาดจาน ราคา และประสบการณ์ในร้านครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 13 ปี นับตั้งแต่เปิดสาขาแรกที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อปี 2556 หลังบริษัทเก็บข้อมูลพฤติกรรมและเสียงสะท้อนของผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง โดยผู้บริโภคจะสามารถสัมผัสประสบการณ์ใหม่พร้อมกันในทุกสาขาทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคมนี้เป็นต้น การปรับครั้งใหญ่นี้เพื่อตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ซึ่งเน้นความคุ้มค่า ความหลากหลาย และยืดหยุ่นขึ้นรองรับตั้งแต่การรับประทานคนเดียวไปจนถึงกลุ่มครอบครัว จากเดิมที่แบรนด์เป็นที่รู้จักในฐานะร้านสลัดออร์แกนิกจานใหญ่สำหรับแบ่งกันกิน จึงเป็นโจทย์สำคัญไปสู่ New Moves ครั้งนี้ เพื่อให้โอ้กะจู๋เข้าถึงง่ายและตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น นายชลากร อู๋ เอกชัยพัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ปลูกผักเพราะรักแม่ กล่าวว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราเติบโตมาพร้อมกับลูกค้า เมื่อพฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยนไป แบรนด์ก็พร้อมเปลี่ยนตาม การปรับครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเปิดตัวเมนูใหม่ แต่เป็นการสะท้อนว่าเสียงของลูกค้าสำคัญกับเราจริง ๆ ฟังสิ่งที่ลูกค้าต้องการจากเรา แล้วนำสิ่งนั้นมาปรับให้เกิดขึ้นจริง ทั้งเรื่องเมนู ขนาด ราคา และประสบการณ์ ดังนั้น Big Revamp ครั้งนี้คือ การรักษาดีเอ็นเอของโอ้กะจู๋ไว้ พร้อมกับปรับวิธีนำเสนอคุณค่าของเราให้เหมาะกับผู้บริโภคในวันนี้มากที่สุด ท่ามกลางตลาดร้านอาหารไทยที่มีมูลค่ากว่า 5.72 แสนล้านบาทในปี 2568 และเติบโต 4.8% จากปีก่อนหน้า ตามข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ขณะเดียวกันพฤติกรรมผู้บริโภคไทยกำลังให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันมากขึ้น โอ้กะจู๋จึงเดินหน้า New Moves ควบคู่กับการรักษา Roots ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ ในการบริหารจัดการวัตถุดิบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ (Vertical Integration) ผ่านฟาร์มเกษตรอินทรีย์ของบริษัทในจังหวัดเชียงใหม่ ส่งตรงผักสลัดออร์แกนิกชูความสด สะอาด ไร้สารเคมีถึงร้านตามแนวคิด Farm-to-Table พร้อมระบบควบคุมคุณภาพและตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อรักษามาตรฐานของวัตถุดิบแก่ผู้บริโภคในทุกมื้อ ถอดรหัส Same Roots New Moves เปลี่ยน Voice of Customer สู่ 4 การทรานส์ฟอร์มธุรกิจของโอ้กะจู๋ 01 เพิ่มทางเลือกที่ใช่ในแบบที่ต้องการ (More Ways to Choose) เพิ่มความหลากหลายด้วยเมนูใหม่ เพิ่มตัวเลือกไซซ์เล็ก ราคา ปริมาณ และ Side Dish / Add-on ที่เลือกได้มากขึ้น เหมาะทั้งทานคนเดียว มากับเพื่อน หรือในโอกาสไหน ๆ 02 ยกระดับบริการและให้ทุกครั้งที่กลับมามีความหมาย (New Reasons to Return) เพิ่มความใส่ใจใน Customer Journey พร้อมนำเสนอเมนูสเต๊กรูปแบบใหม่ และการเติมเต็มบรรยากาศในวันพิเศษเพื่อสร้างความทรงจำดี ๆ ในทุกครั้งที่กลับมา 03 ประสบการณ์ทานง่าย สบายใจ (A Smoother Experience) ปรับราคาเป็นแบบ All-Inclusive รวม VAT และไม่มีค่าบริการ (No Service Charge) เพื่อให้ราคาที่เห็นคือราคาที่จ่ายจริง พร้อมปรับขั้นตอนการสั่งและบริการให้รวดเร็วยิ่งขึ้น 04 สิ่งที่ยึดมั่นไม่เคยเปลี่ยน (The Roots We Keep) ถึงแม้จะปรับก้าวใหม่ครั้งใหญ่ แต่โอ้กะจู๋ยังคงรักษาคุณภาพวัตถุดิบ ความสดจากฟาร์ม และความตั้งใจในทุกจานไว้อย่างเต็มเปี่ยม หมุดหมายของ Big Revamp ไม่ได้อยู่ที่การสร้างกระแสจากเมนูใหม่ แต่มุ่งสร้าง Repeat Rate และ Customer Lifetime Value ด้วยทางเลือกที่หลากหลายขึ้น ราคาเข้าใจง่ายขึ้น และประสบการณ์ที่ตอบโจทย์เสียงของลูกค้าอย่างแท้จริง เพื่อให้โอ้กะจู๋เป็นหนึ่งในมื้ออาหารที่ลูกค้าเลือกกลับมาซ้ำในทุก ๆ สัปดาห์ ขณะเดียวกัน OKJ Group ยังเดินหน้าพัฒนาความสัมพันธ์กับลูกค้าผ่าน OKJ TOGETHER ONE MEMBERSHIP. ALL OUR BRANDS. เพื่อรองรับการเติบโตและอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า ด้วยระบบสมาชิกที่เชื่อมทั้ง 5 แบรนด์ในเครือ ได้แก่ โอ้กะจู๋, โอ้ จู๊ซ, โจ วิงส์, โอ้กะจู๋ แรปแอนด์โรล และ กริลล์ แอนด์ กราวด์ ที่มีมากกว่า 85 สาขาทั่วประเทศ (ณ เดือนกันยายน 2569) ภายในสิ้นปีนี้คาดว่า รวมทุกแบรนด์จะมีมากกว่า 90 สาขา ซึ่ง OKJ TOGETHER นับเป็นการรวมสมาชิกไว้ในระบบเดียวเป็นครั้งแรก ผ่านแนวคิด 1 เบอร์ = 1 Member ปัจจุบัน OKJ มีสมาชิกรวมกว่า 452,000 ราย โดยได้ปรับเงื่อนไขการสะสมแต้มใหม่ให้คุ้มค่าและรวดเร็วขึ้น 6 เท่า โดยคำนวณจากทุกการใช้จ่ายเพียง 80 บาท รับทันที 1 คะแนน + 1 ดาว (จากเดิมที่ต้องใช้จ่าย 500 บาทต่อ 1 คะแนน) เพื่อมอบสิทธิประโยชน์ที่จับต้องได้ง่ายยิ่งขึ้น และช่วยกระตุ้นความถี่ในการกลับมาใช้บริการรวมถึงเพิ่มโอกาสในการใช้จ่ายข้ามแบรนด์ นายชลากร กล่าวสรุปว่า การเปลี่ยนแปลงที่ดีที่สุด คือการเปลี่ยนเพื่อทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับลูกค้าดีขึ้น โอ้กะจู๋เติบโตมาพร้อมกับลูกค้า และเราจะยังคงรับฟังและเติบโตเคียงข้างกับลูกค้าต่อไปในทุก ๆ วัน

OKJ ปรับใหญ่รอบ 13 ปี เมนู-ราคา-ประสบการณ์
อ่าน

OKJ ปรับใหญ่รอบ 13 ปี เมนู-ราคา-ประสบการณ์

โอ้กะจู๋ (Ohkajhu) แบรนด์ร้านอาหารสุขภาพชั้นนำของไทย ภายใต้ บมจ. ปลูกผักเพราะรักแม่ (OKJ) ประกาศทรานส์ฟอร์มธุรกิจครั้งสำคัญ (Big Revamp) ปรับโครงสร้างเมนู ขนาดจาน ราคา และประสบการณ์ในร้านครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 13 ปี นับตั้งแต่เปิดสาขาแรกที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อปี 2556 หลังบริษัทเก็บข้อมูลพฤติกรรมและเสียงสะท้อนของผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง โดยผู้บริโภคจะสามารถสัมผัสประสบการณ์ใหม่พร้อมกันในทุกสาขาทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคมนี้เป็นต้นการปรับครั้งใหญ่นี้เพื่อตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ซึ่งเน้นความคุ้มค่า ความหลากหลาย และยืดหยุ่นขึ้นรองรับตั้งแต่การรับประทานคนเดียวไปจนถึงกลุ่มครอบครัว จากเดิมที่แบรนด์เป็นที่รู้จักในฐานะร้านสลัดออร์แกนิกจานใหญ่สำหรับแบ่งกันกิน จึงเป็นโจทย์สำคัญไปสู่ “New Moves” ครั้งนี้ เพื่อให้โอ้กะจู๋เข้าถึงง่ายและตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น นายชลากร “อู๋” เอกชัยพัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ปลูกผักเพราะรักแม่ หรือ OKJ กล่าวว่า “ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราเติบโตมาพร้อมกับลูกค้า เมื่อพฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยนไป แบรนด์ก็พร้อมเปลี่ยนตาม การปรับครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเปิดตัวเมนูใหม่ แต่เป็นการสะท้อนว่าเสียงของลูกค้าสำคัญกับเราจริง ๆ ฟังสิ่งที่ลูกค้าต้องการจากเรา แล้วนำสิ่งนั้นมาปรับให้เกิดขึ้นจริง ทั้งเรื่องเมนู ขนาด ราคา และประสบการณ์ ดังนั้น Big Revamp ครั้งนี้คือ การรักษาดีเอ็นเอของโอ้กะจู๋ไว้ พร้อมกับปรับวิธีนำเสนอคุณค่าของเราให้เหมาะกับผู้บริโภคในวันนี้มากที่สุด”ท่ามกลางตลาดร้านอาหารไทยที่มีมูลค่ากว่า 5.72 แสนล้านบาทในปี 2568 และเติบโต 4.8% จากปีก่อนหน้า ตามข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ขณะเดียวกันพฤติกรรมผู้บริโภคไทยกำลังให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันมากขึ้น โอ้กะจู๋จึงเดินหน้า “New Moves” ควบคู่กับการรักษา “Roots” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ ในการบริหารจัดการวัตถุดิบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ (Vertical Integration) ผ่านฟาร์มเกษตรอินทรีย์ของบริษัทในจังหวัดเชียงใหม่ ส่งตรงผักสลัดออร์แกนิกชูความสด สะอาด ไร้สารเคมีถึงร้านตามแนวคิด “Farm-to-Table” พร้อมระบบควบคุมคุณภาพและตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อรักษามาตรฐานของวัตถุดิบแก่ผู้บริโภคในทุกมื้อถอดรหัส ‘Same Roots New Moves’ เปลี่ยน Voice of Customer สู่ 4 การทรานส์ฟอร์มธุรกิจของโอ้กะจู๋01 — เพิ่มทางเลือกที่ใช่ในแบบที่ต้องการ (More Ways to Choose) เพิ่มความหลากหลายด้วยเมนูใหม่ เพิ่มตัวเลือกไซซ์เล็ก ราคา ปริมาณ และ Side Dish / Add-on ที่เลือกได้มากขึ้น เหมาะทั้งทานคนเดียว มากับเพื่อน หรือในโอกาสไหน ๆ02 — ยกระดับบริการและให้ทุกครั้งที่กลับมามีความหมาย (New Reasons to Return) เพิ่มความใส่ใจใน Customer Journey พร้อมนำเสนอเมนูสเต๊กรูปแบบใหม่ และการเติมเต็มบรรยากาศในวันพิเศษเพื่อสร้างความทรงจำดี ๆ ในทุกครั้งที่กลับมา03 — ประสบการณ์ทานง่าย สบายใจ (A Smoother Experience) ปรับราคาเป็นแบบ All-Inclusive รวม VAT และไม่มีค่าบริการ (No Service Charge) เพื่อให้ราคาที่เห็นคือราคาที่จ่ายจริง พร้อมปรับขั้นตอนการสั่งและบริการให้รวดเร็วยิ่งขึ้น04 — สิ่งที่ยึดมั่นไม่เคยเปลี่ยน (The Roots We Keep) ถึงแม้จะปรับก้าวใหม่ครั้งใหญ่ แต่โอ้กะจู๋ยังคงรักษาคุณภาพวัตถุดิบ ความสดจากฟาร์ม และความตั้งใจในทุกจานไว้อย่างเต็มเปี่ยมหมุดหมายของ Big Revamp ไม่ได้อยู่ที่การสร้างกระแสจากเมนูใหม่ แต่มุ่งสร้าง Repeat Rate และ Customer Lifetime Value ด้วยทางเลือกที่หลากหลายขึ้น ราคาเข้าใจง่ายขึ้น และประสบการณ์ที่ตอบโจทย์เสียงของลูกค้าอย่างแท้จริง เพื่อให้โอ้กะจู๋เป็นหนึ่งในมื้ออาหารที่ลูกค้าเลือกกลับมาซ้ำในทุก ๆ สัปดาห์ขณะเดียวกัน OKJ Group ยังเดินหน้าพัฒนาความสัมพันธ์กับลูกค้าผ่าน “OKJ TOGETHER — ONE MEMBERSHIP. ALL OUR BRANDS.” เพื่อรองรับการเติบโตและอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า ด้วยระบบสมาชิกที่เชื่อมทั้ง 5 แบรนด์ในเครือ ได้แก่ โอ้กะจู๋, โอ้ จู๊ซ, โจ วิงส์, โอ้กะจู๋ แรปแอนด์โรล และ กริลล์ แอนด์ กราวด์ ที่มีมากกว่า 85 สาขาทั่วประเทศ (ณ เดือนกันยายน 2569) ภายในสิ้นปีนี้คาดว่า รวมทุกแบรนด์จะมีมากกว่า 90 สาขา ซึ่ง OKJ TOGETHER นับเป็นการรวมสมาชิกไว้ในระบบเดียวเป็นครั้งแรก ผ่านแนวคิด “1 เบอร์ = 1 Member”ปัจจุบัน OKJ มีสมาชิกรวมกว่า 452,000 ราย โดยได้ปรับเงื่อนไขการสะสมแต้มใหม่ให้คุ้มค่าและรวดเร็วขึ้น 6 เท่า โดยคำนวณจากทุกการใช้จ่ายเพียง 80 บาท รับทันที 1 คะแนน + 1 ดาว (จากเดิมที่ต้องใช้จ่าย 500 บาทต่อ 1 คะแนน) เพื่อมอบสิทธิประโยชน์ที่จับต้องได้ง่ายยิ่งขึ้น และช่วยกระตุ้นความถี่ในการกลับมาใช้บริการรวมถึงเพิ่มโอกาสในการใช้จ่ายข้ามแบรนด์นายชลากร กล่าวสรุปว่า “การเปลี่ยนแปลงที่ดีที่สุด คือการเปลี่ยนเพื่อทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับลูกค้าดีขึ้น โอ้กะจู๋เติบโตมาพร้อมกับลูกค้า และเราจะยังคงรับฟังและเติบโตเคียงข้างกับลูกค้าต่อไปในทุก ๆ วัน”

แบดบอยส์ คู่หูตลอดกาล
ดู

แบดบอยส์ คู่หูตลอดกาล

GTAV พี่ซี๊ด

GTAV พี่ซี๊ด

gta5

ประวัติ โอม ธนาภัค จงใจพระ นักแสดงซีรีส์ VIVANT ตายไม่ได้
อ่าน

ประวัติ โอม ธนาภัค จงใจพระ นักแสดงซีรีส์ VIVANT ตายไม่ได้

ประวัติ โอม ธนาภัค จงใจพระ โอม ธนาภัค จงใจพระ นักแสดงและนักร้องหนุ่มไทยมากความสามารถ ผู้มีเส้นทางในวงการบันเทิงที่น่าสนใจอย่างมาก เขาเริ่มต้นก้าวเข้าสู่วงการเพลงจากการประกวดร้องเพลงมาตั้งแต่ยังเด็ก โดยคุณแม่ให้การสนับสนุนในการรับงานแสดงและงานร้องเพลงเล็ก ๆ มาโดยตลอด ซึ่งโอมเคยให้สัมภาษณ์ว่า เขาคือเจ้าของเสียงแร็ปในเพลงประกอบรายการเด็กระดับตำนานอย่าง เจ้าขุนทอง อีกด้วย ประวัติ โอม ธนาภัค จงใจพระ หลังจากนั้นเขาได้ห่างหายจากหน้าจอไปพักใหญ่เพื่อมุ่งมั่นกับการเรียน จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงมหาวิทยาลัย เขาก็จุดประกายความฝันอีกครั้งด้วยการกลับมาร้องเพลงตามร้าน และทำเพลงของตัวเองในนาม YELLOWSKRT หลังจากทำเพลงได้สักระยะ โอมก็มีโอกาสหวนคืนสู่เส้นทางการแสดงอีกครั้ง และผลงานที่แจ้งเกิดทำให้ชื่อของเขาเป็นที่รู้จักในวงกว้างอย่างถล่มทลายก็คือซีรีส์เรื่อง พี่จะตีนะเนย ในบทบาท "ทิว วัดพลุ" ก่อนจะได้รับโอกาสโชว์ฝีมือสั่งสมประสบการณ์เพิ่มขึ้นในผลงานถัดมาอย่างซีรีส์ สงคราม ส่งด่วน นับจากนั้นเป็นต้นมาเส้นทางการแสดงของเขาก็เติบโตและโลดแล่นอย่างต่อเนื่องผ่านบทบาทสมทบที่สร้างคาแรกเตอร์ได้อย่างโดดเด่นและมีเอกลักษณ์ จนในที่สุดความสามารถอันจัดจ้านก็ส่งผลให้เขาสามารถผ่านการออดิชัน คว้าบทบาทสำคัญอย่าง "ช็อคกี้" ในซีรีส์ญี่ปุ่นฟอร์มยักษ์ VIVANT ตายไม่ได้ มาถ่ายทอดให้แฟน ๆ ได้รับชมและภาคภูมิใจกันแบบเต็มอิ่ม ผลงานการแสดง ซีรีส์ พี่จะตีนะเนย (2022) สงคราม ส่งด่วน (2025) VIVANT ตายไม่ได้ (2026) ภาพยนตร์ RedLife รัก ละ เลย (2023) แต่ง...Monk (2025) ผลงานเพลง กระเป๋าใบโปรด - YELLOWSKRT เเค่จินตนาการ - Yellowskrt, TARA ครั้งก่อน - YELLOWSKRT x TARA x thaowanz เธอขา - YELLOWSKRT x TARA จีบได้ไหมค้าบ - YELLOWSKRT ถอยนะ - YELLOWSKRT x TARA ไอจี โอม ธนาภัค @yelloww.sk https://www.instagram.com/yelloww.sk/ ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม yelloww.sk

เสียงที่คุ้นเคยกลับมาอีกครั้ง! "BLUELOCK ขังดวลแข้ง" ผนึกกำลังทีมพากย์อนิเมะ ฟาดความมันส์ เสียงไทยสุดเดือด
อ่าน

เสียงที่คุ้นเคยกลับมาอีกครั้ง! "BLUELOCK ขังดวลแข้ง" ผนึกกำลังทีมพากย์อนิเมะ ฟาดความมันส์ เสียงไทยสุดเดือด

เมื่อ300ศูนย์หน้าถูกโยนเข้าสู่สนามเดียวกัน ทุกประตูอาจหมายถึงโอกาสรอด และอีโก้คืออาวุธที่อันตรายที่สุด ใครจะถูกเขี่ยทิ้ง และใครจะก้าวขึ้นเป็นสุดยอดศูนย์หน้าเพียงหนึ่งเดียว! แฟนๆ ชาวไทยเตรียมรับแรงกระแทกครั้งใหม่ที่ใส่เต็มทุกเป้าหมาย เมื่อเกมลูกหนังธรรมดากำลังจะถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นสมรภูมิแห่งอีโก้และศักดิ์ศรีในBLUELOCKขังดวลแข้งภาพยนตร์ไลฟ์แอ็กชันสุดเดือด ดัดแปลงจากมังงะระดับเมกะฮิต ที่ล่าสุดสร้างปรากฏการณ์ถล่มรายได้ทะลุ1,000ล้านเยนทั่วญี่ปุ่นไปแล้ว ความดุเดือดของศึกขังดวลแข้งครั้งนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่บนสนามเท่านั้น เพราะมงคลซีนีม่าพร้อมจัดเต็มผนึกกำลังเหล่านักพากย์ตัวตึงมาให้เสียงไทยสุดมันส์สวมบทเป็นทีมนักเตะแข้งทองที่จะพุ่งชนทุกสถานการณ์และทุกคนที่ขวางหน้า พร้อมแบ่งทีมปะทะอีโก้กันแบบไม่มีใครยอมใคร คิกออฟด้วยตัวตึงแห่งทีมZอย่างโอเว่น-ภาคภูมิ วันทองให้เสียงเป็นอิซางิ โยอิจิศูนย์หน้ามัธยมปลายโนเนมที่ใฝ่ฝันจะพาทีมญี่ปุ่นคว้าชัยเหนือใครกับความสามารถในการอ่านเกมอันเฉียบขาด เสริมทัพด้วยติณห์-เตชินห์ ศรีเบญจโชติพากย์เป็นบาจิระ เมรุงุศูนย์หน้าผู้มีบุคลิกคาดเดาได้ยาก เล่นบอลตามสัญชาตญาณและความรู้สึก,สมาย-รัฐศักดิ์ สิงหกุลพากย์เป็นอิมามูระ ยูไดและ ไบค์-มนัสวินท์ มลิวงศ์พากย์เป็นนารุฮายะ อาซาฮิและเฮียวมะ จิกิริหนุ่มอัจฉริยะฝีเท้าไวแห่งทีมZ ขณะที่เตอร์-ขจรภพ อินทร์ชินให้เสียงพากย์อิรากาชิ กุริมุจากทีมZและนางิ เซย์ชิโร่อัจฉริยะศูนย์หน้าผู้มีเซนส์เหนือชั้นแห่งทีมVส่วน แบงก์-รุจิระ ขจีเจริญพากย์เป็นคุนิงามิ เร็นสุเกะกองหน้าดาวรุ่งผู้ร้อนแรงและกระตือรือร้นแห่งทีมZและซันเท็ตสิ สึรุงิจากทีมV ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะงานนี้ยังได้จับมือกับสองอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังโดนใจสายอนิเมะอย่างอ้น-ชิตวร นามเสถียรจากช่องRaAon_ละอ่อนและนิฟตี้-นุชวรา คำนึงวุฒิจากช่องniftyotaniiมาร่วมผนึกกำลังทวีคูณความพีกกับการให้เสียงภาษาไทยในโปรเจกต์ขังดวลแข้งครั้งนี้ด้วย นอกจากเหล่าศูนย์หน้าแข้งเทพแล้ว ยังได้ปลาย-พิพัฒน์ บุญสิทธิเลิศมาพากย์เป็นเอโกะ จินปาจิผู้ริเริ่มและผู้อำนวยการโปรเจกต์BLUELOCKชายผู้เชื่อว่ากุญแจสู่ชัยชนะของฟุตบอลญี่ปุ่นคือการสร้างกองหน้าที่เห็นแก่ตัวที่สุดและพร้อมผลักผู้เล่นทุกคนเข้าสู่เกมที่ไม่มีที่ว่างสำหรับคนอ่อนแอ ร่วมด้วยหลายบาท(Laibath Channel)ให้เสียงเป็นอันริ เทอิเอริพันธมิตรผู้ร่วมผลักดันโปรเจกต์สุดอันตรายนี้ และปิง-พัฒน์เตชินท์ ศศิพัฒนธาดาที่รับหลายบทบาททั้งคุอง วาตารุและกากามารุ กินจากทีมZรวมถึงฮิโรโตชิ บุราสึตะประธานสหพันธ์ฟุตบอลญี่ปุ่น ผู้มองเกมนี้ในมุมที่ต่างออกไปและดูเหมือนจะไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าอนาคตของวงการฟุตบอลญี่ปุ่นจะลงเอยอย่างไร พร้อมด้วยทีมนักพากย์คุณภาพขั้นสุดอีกมากมายที่จะร่วมปล่อยพลังเสียงพากย์เข้าถึงบทบาทให้ทุกคนได้อินไปตลอดทั้งเรื่อง เตรียมเชียร์กันให้สนั่นโรง เปิดศึกปะทะอีโก้มันส์หยุดโลก พร้อมสุดยอดทีมพากย์เสียงไทยกับโปรเจกต์โคตรเดือดทะลุจอBLUELOCKขังดวลแข้ง10กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa