รีเซต

ผลการค้นหา “#โซล่าเซลล์” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
“เกรท วรินทร” ตกใจค่าไฟแพงขึ้นตกใจค่าไฟแพงขึ้น ทั้งที่ติดโซล่าเซลล์
อ่าน

“เกรท วรินทร” ตกใจค่าไฟแพงขึ้นตกใจค่าไฟแพงขึ้น ทั้งที่ติดโซล่าเซลล์

เกรท วรินทร ตกใจค่าไฟแพงขึ้นตกใจค่าไฟแพงขึ้น ทั้งที่ติดโซล่าเซลล์ ต้องบอกเลยว่าอากาศร้อนๆ แบบนี้ค่าไฟพุ่งขึ้นสูงแทบจะทุกบ้านเช่นเดียวกับพระเอกหนุ่ม เกรท วรินทร รับที่บ้านค่าไฟแพงขึ้นทั้งที่ติดโซลาร์เซลล์ โดยหนุ่ม เกรท เผยว่า... ค่าไฟแพงขึ้น บ้านผมติดโซลาร์เซลล์แล้ว ติดมานานแล้วด้วย แต่ก็เพิ่งสังเกตเหมือนกันช่วงสองถึงสามเดือนที่ผ่านมา รู้สึกว่าค่าไฟแพง คือผมได้ติดตามข่าวด้วยใช่ไหมว่าค่าไฟแพงขึ้น แล้วผมก็มาดูบิลเหมือนกัน ก็รู้สึกว่าค่าไฟแพงขึ้น การอยู่บ้านก็อาจจะมากกว่าเดิมหน่อย เพราะการติดโซลาร์เซลล์มันดีตรงที่ว่าถ้าเกิดกลางวันมีแดดเราก็ใช้ไฟได้อย่างสบายใจ แต่มันก็แพงขึ้นเลยรู้สึกว่าเอาเรื่องแล้วตอนนี้ อากาศร้อนอาจต้องเปิดแอร์ ซึ่งการใช้ไฟก็ต้องมากขึ้น เครื่องปรับอากาศก็น่าจะทำงานหนักขึ้นด้วย ไม่ได้เปิดให้แมว น้องอยู่ได้ น้องออกจะขี้หนาวด้วย ของบ้านผมเป็นแมวไทย น้องโอเคมีความสุข ถามว่าค่าไฟขึ้นปกติไหม ตามความรู้สึกผมคือแพงขึ้นแบบตกใจเหมือนกัน อันนี้ของบ้านผมนะ แต่ผมก็คิดว่ามันหลายปัจจัยแหละ แต่ผมก็ดูข่าวด้วยก็เห็นคนพูดกันเยอะ แต่ตั้งแต่ติดโซลาร์เซลล์มาพูดตรงๆ เลยว่าประหยัดไปเยอะ ตอนนี้ก็ถือว่ายังประหยัดอยู่แต่ก็รู้สึกว่าแพงขึ้นกว่าปกติ ผมติดโซลาร์เซลล์ประมาณสองปีแล้ว ถ้าในมุมผมระยะยาวและถ้าเรามีทุนทรัพย์ ผมเห็นว่าตอนนี้มีหลายที่แล้วที่เปิดโอกาสให้เราเข้าถึงโซลาร์เซลล์ได้ง่ายขึ้น ผมว่าสำคัญที่วางแผนนะ ถ้าเกิดว่าวางแผนดีๆ ส่วนตัวผมถ้าใครสู้ไหวผมแนะนำให้ติด เพราะผมรู้สึกว่าในอนาคตประเทศเรายังไงก็น่าจะร้อน อันนี้คิดแบบนั้น ผมคิดว่าอย่างแรกเลยถ้าติดโซลาร์เซลล์เมื่อไหร่ คนที่น่าจะแฮปปี้เป็นคนแรกน่าจะเป็นเรา เพราะถ้าเราติดแล้วและมันใช้งานได้อย่างเต็มที่ อย่างน้อยที่สุดตอนกลางวันที่อยู่บ้าน มันก็จะสบายใจเนอะ แต่มันก็จะมีค่าใช้จ่ายที่ต้องผ่อนหรือว่าจ่ายค่าโซลาร์เซลล์อยู่แล้ว ผมถือว่าเป็นระยะยาวแล้วกันคิดแบบนั้น

ALT ตั้งบริษัทย่อยทำธุรกิจ โซล่าเซลล์ชุมชน
อ่าน

ALT ตั้งบริษัทย่อยทำธุรกิจ โซล่าเซลล์ชุมชน

ALT ตั้งบริษัทย่อยทำธุรกิจ โซล่าเซลล์ชุมชน#ทันหุ้น #SET #ALT บริษัท เอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน) ขอแจ้งให้ทราบว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 7/2568 เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 ได้มีมติอนุมัติการจัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ โดยมีรายละเอียดดังนี้ บริษัท กรีนเนอไรส์ จำกัด คาดว่าจะจดทะเบียนจัดตั้งในวันที่ 29 ธันวาคม 2568 มีทุนจดทะเบียน 30 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 3,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาทโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับชุมชน ทั้งนี้ บริษัท เอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน) จะถือหุ้นในสัดส่วน 2,999,999 หุ้น หรือคิดเป็น 99.99% ของทุนจดทะเบียน และใช้เงินทุนหมุนเวียนของบริษัทเป็นแหล่งที่มาของเงินลงทุนการทำธุรกรรมดังกล่าวไม่เข้าข่ายเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกันตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ.21/2551 และเป็นรายการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ.20/2551 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2551 รวมถึงประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่องการเปิดเผยข้อมูลและการปฏิบัติการของบริษัทจดทะเบียนในการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ พ.ศ. 2547 ลงวันที่ 29 ตุลาคม 2547โดยเมื่อคำนวณขนาดรายการของธุรกรรมดังกล่าว อ้างอิงจากงบการเงินของบริษัทสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2568 ตามเกณฑ์มูลค่ารวมของสิ่งตอบแทน ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่มีขนาดรายการสูงสุด พบว่ามีขนาดรายการเท่ากับ 0.71% และเมื่อรวมกับขนาดรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ในช่วง 6 เดือนก่อนหน้า ซึ่งมีขนาดรายการเท่ากับ 36.87% ทำให้ขนาดรายการรวมเท่ากับ 37.58% จึงเข้าข่ายเป็นรายการประเภทที่ 2 ซึ่งเป็นรายการที่มีขนาดมากกว่า 15% แต่ไม่เกิน 50%ทั้งนี้ บริษัทมีหน้าที่ต้องเปิดเผยสารสนเทศต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและจัดทำหนังสือเวียนแจ้งผู้ถือหุ้นภายใน 21 วันนับแต่วันที่แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากบริษัทได้จัดส่งหนังสือเวียนถึงผู้ถือหุ้นไปแล้วสำหรับการได้มาซึ่งสินทรัพย์ในรอบ 6 เดือนก่อนหน้านี้ บริษัทจึงไม่จัดส่งหนังสือเวียนซ้ำสำหรับการทำธุรกรรมในครั้งนี้ด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริษัท บริษัทขอรับรองว่าสารสนเทศฉบับนี้ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นความจริงทุกประการ โดยได้จัดทำขึ้นด้วยความรอบคอบและระมัดระวัง ภายใต้การคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้นเป็นสำคัญ

ครม. ไฟเขียวติดโซลาเซลล์หนักไม่เกิน 20 กิโลกรัม ไม่ถือเป็นการดัดแปลงอาคาร
อ่าน

ครม. ไฟเขียวติดโซลาเซลล์หนักไม่เกิน 20 กิโลกรัม ไม่ถือเป็นการดัดแปลงอาคาร

วันนี้ (6 พฤษภาคม 2568) นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. ....) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ตามที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) เสนอและให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา โดยให้รับความเห็นของกระทรวงพลังงานและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย รวมทั้งให้กระทรวงมหาดไทยรับความเห็นของกระทรวงพลังงานไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วยนายคารม กล่าวว่า ร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. ....) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ที่กระทรวงมหาดไทยเสนอมีสาระสำคัญ เป็นการปรับปรุงกฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2528) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และยกเลิกกฎกระทรวง ฉบับที่ 65 (พ.ศ. 2558) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ซึ่งกำหนดให้การติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคาของอาคารที่มีน้ำหนักรวมในบริเวณหนึ่งบริเวณใดไม่เกิน 20 กิโลกรัมต่อตารางเมตรไม่ถือเป็นการดัดแปลงอาคาร (เดิมกำหนดให้การติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคาอาคารอยู่อาศัยที่มีขนาดพื้นที่ติดตั้งไม่เกิน 160 ตารางเมตร และมีน้ำหนักรวมไม่เกิน 20 กิโลกรัม ต่อตารางเมตร ต้องมีผลการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงที่กระทำและรับรองโดยวิศวกรโยธาตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกรว่าสามารถติดตั้งได้อย่างปลอดภัย และแจ้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบ ก่อนดำเนินการ) เนื่องจากปัจจุบันรัฐบาลได้มีการส่งเสริมให้มีการใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานทดแทนมากขึ้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศโดยในปัจจุบันอาคารที่ไม่ใช่อาคารอยู่อาศัย เช่น โรงงานอุตสาหกรรม ห้างสรรพสินค้า มีการใช้ไฟฟ้าในปริมาณมากซึ่งการแก้ไขกฎกระทรวงดังกล่าวจะส่งผลให้อาคารที่ไม่ใช่อาคารอยู่อาศัยสามารถติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ได้และไม่ต้องมีผลการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงหากแผงเซลล์แสงอาทิตย์มีน้ำหนักรวมไม่เกิน 20 กิโลกรัมต่อตารางเมตร เนื่องจากการแก้ไขให้สามารถติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ได้ไม่เกิน 20 กิโลกรัมต่อตารางเมตร จะไม่เป็นการเพิ่มน้ำหนักหรือส่งผลกระทบกับโครงสร้างของหลังคา ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนปฏิบัติที่อาจสร้างภาระเกินความจำเป็นให้แก่เจ้าของอาคารอีกทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายการส่งเสริมให้มีการใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานทดแทนตามมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมอาคาร ครั้งที่ 1550 – 5/2567 เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2567 และครั้งที่ 1551 – 6/2567 เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการต่อไปได้ ทั้งนี้ กระทรวงพลังงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรม และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเห็นชอบในหลักการโดยกระทรวงพลังงานเห็นว่า ควรมีการกำหนดแนวทางสำหรับการติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ของระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาให้มีความชัดเจน เพื่อป้องกันการตีความ ที่คลาดเคลื่อน และควรมีมาตรการการบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อลดการสร้างมลพิษ สู่สิ่งแวดล้อมกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีข้อสังเกตว่า ร่างกฎกระทรวงดังกล่าวมีการตัดข้อความ “โดยต้องมีผลการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงที่กระทำและรับรองโดยวิศวกรโยธาตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกรว่าสามารถติดตั้งได้อย่างปลอดภัยและแจ้งให้พนักงานท้องถิ่นทราบก่อนดำเนินการ” ออก จากกฎกระทรวง ฉบับที่ 65 (พ.ศ. 2558) ซึ่งความปลอดภัยในการติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์บนอาคารเป็นสิ่งสำคัญ จึงควรให้มีการตรวจสอบความแข็งแรงหรือต้องติดตั้งโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้หรือผ่านการอบรมแล้ว รวมทั้งควรคำนึงถึงการติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่อาจส่งผลกระทบกับอาคารข้างเคียง เช่น แสงอาทิตย์ ความร้อน เป็นต้น

"ไทย-กัมพูชา-มาเลเซีย-เวียดนาม" จ่อเจอภาษีแผงโซล่าเซลล์ สูงสุด 3,521%
อ่าน

"ไทย-กัมพูชา-มาเลเซีย-เวียดนาม" จ่อเจอภาษีแผงโซล่าเซลล์ สูงสุด 3,521%

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ประกาศแผนการใหม่ที่จะเพิ่มภาษี “แผงโซล่าเซลล์” จาก 4 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ ไทย-กัมพูชา-มาเลเซีย-เวียดนาม เป็น 3,521%มาตรการนี้มีขึ้น หลังจากที่มีการสอบสวนตั้งแต่ปีที่แล้ว ที่เหล่าผู้ผลิตอุปกรณ์โซล่ารายใหญ่ หลายรายเรียกร้องให้ประธานาธิบดีโจ ไบเดนในเวลานั้น ให้ปกป้องการดำเนินธุรกิจของสหรัฐฯ การตอบโต้ด้วยภาษีนี้ พุ่งเป้าไปที่บริษัทต่าง ๆ ทั้งในประเทศไทย, กัมพูชา, มาเลเซีย และเวียดนาม เพื่อตอบสนองต่อข้อกล่าวหา เรื่องเงินอุดหนุนจากจีน และการทุ่มตลาดสินค้าราคาถูกอย่างไม่เป็นธรรมในตลาดสหรัฐฯ โดยคณะกรรมาธิการการค้าระหว่างประเทศ หน่วยงานรัฐบาลกลางสหรัฐฯ มีกำหนดตัดสินใจเรื่องภาษีนี้ขั้นสุดท้ายในเดือนมิถุนายนนี้“นี่คือชัยชนะของอุตสาหกรรมโซล่าของสหรัฐฯ เพราะที่ผ่านมา บริษัทจีนเข้ามาโกงระบบของเราอย่างหนัก” คณะกรรมการการค้าพันธมิตรโซล่าในสหรัฐฯ ยินดีอย่างยิ่งต่อความเคลื่อนไหวนี้ ภาษีจะมากน้อยแตกต่างกันไปตามบริษัทและประเทศผู้ผลิตสินค้า โดยผู้ส่งออกอุปกรณ์โซล่าบางแห่งจากกัมพูชา อาจเจอภาษีสูงสุดที่ 3,521% เนื่องจากสหรัฐฯ อ้างว่า ไม่ได้ให้ความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯในการสอบสวนส่วนสินค้าที่ผลิตจากมาเลเซีย โดยบริษัท Jinko Solar ซึ่งเป็นของจีน เสี่ยงเจอภาษีในระดับต่ำที่สุด คือเพียง 41% เท่านั้น ขณะที่สินค้าที่ผลิตจากประเทศไทย โดยบริษัทของจีน Trina Solar เสี่ยงเจอภาษี 375%อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีบริษัทใดออกมาแสดงความเห็นในเรื่องนี้หลายปีที่ผ่านมา บริษัทจีนได้เข้ามาเปิดโรงงานในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อหวังหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้า นับตั้งแต่สมัยแรกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์สำหรับภาษีแผงโซล่าเซลล์ จะอยู่นอกเหนือจากภาษีที่ทรัมป์ประกาศไปก่อนหน้านี้

หลวงพ่อจ่ายไม่ไหว ลองทำโซล่าเซลล์ใช้เอง ลดค่าไฟได้เกือบครึ่ง
อ่าน

หลวงพ่อจ่ายไม่ไหว ลองทำโซล่าเซลล์ใช้เอง ลดค่าไฟได้เกือบครึ่ง

ข่าววันนี้ 6 พ.ค. 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระครูสุธีธรรมวงศ์ เจ้าอาวาสวัดหลวง ต.วังเย็น อ.บางแพ จ.ราชบุรี ได้ทดลองติดตั้งระบบแผงโซล่าเซลล์ด้วยตัวเอง เพื่อลดภาระค่าไฟที่เพิ่มมากขึ้นเป็น 4 บาทต่อหน่วย ด้วยความรู้เกี่ยวกับไฟฟ้ามาเล็กน้อยสมัยตอนเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 พระครูสุธีธรรมวงศ์ เปิดเผยว่า ทุกเดือนวัดต้องจ่ายเงินค่าไฟค่อนข้างมาก ก่อนหน้านี้ได้ลองศึกษาหาความรู้มาหลายปีแต่ยังไม่กล้าที่จะทดลอง แต่ทุกวันนี้ทางวัดมีอุปกรณ์ระบบไฮบริดออฟกิต มีระบบชาร์จเจอร์ และอินเวอร์เตอร์ ในตัวเดียวกัน พึ่งพาตนเอง มีไฟฟ้าใช้งานได้ทั้งกลางวัน กลางคืน ประหยัดค่าไฟฟ้า จากการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ รองรับการใช้งานระบบไฟฟ้าภายในได้เป็นอย่างดี สำหรับการทดลองติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ได้ทดลองติดตั้งใช้ในวัดมาประมาณ 1 ปี แล้ว สรุปค่าไฟฟ้าที่วัดต้องจ่ายแต่ละเดือนประมาณ 9,000-10,000 บาท ล่าสุดก่อนที่ค่าไฟจะปรับขึ้นได้ลดลงเหลืออยู่ประมาณ 7,000 บาท ถือว่าประสบผลสำเร็จ เนื่องจากแผงโซล่าเซลล์ที่ทดสอบนั้นเป็นแผงมือสอง ค่าติดตั้งขนาด 250 วัตต์ ประมาณ 60,000 บาท จึงอาจจะทำงานได้ไม่เต็มที่ อนาคตกำลังจะเริ่มติดตั้งแผงใหม่เพิ่มอีก 30 แผง แผงละ 455 วัตต์ น่าจะได้ผลมากกว่า ถือว่าลดค่าไฟฟ้าได้เป็นที่น่าพอใจ สามารถใช้แสงสว่างในวัดได้มาก การประกาศปรับค่าไฟ ทั้งค่าแผงและอุปกรณ์ก็ปรับขึ้นราคาด้วย ซึ่งวัดจะไม่เหมือนสถานที่ทั่วไป เนื่องจากจะมีชาวบ้านมาจัดงานพิธีต่าง ๆ จึงควบคุมการใช้ไฟไม่ได้ หากวัดไหนสนใจ อยากศึกษาเรียนรู้วิธีการประหยัดค่าไฟฟ้าที่ทดสอบแล้วเห็นผลสำเร็จแล้ว สามารถโทรศัพท์ติดต่อสอบถามได้ที่เจ้าอาวาสวัดหลวง อ.บางแพ จ.ราชบุรี เบอร์ 081-7365100

‘สนธิรัตน์’ ประกาศดันนโยบาย ปชช. ติดตั้งโซล่าเซลล์ ผลิตไฟฟ้าใช้เองทั่วประเทศ
อ่าน

‘สนธิรัตน์’ ประกาศดันนโยบาย ปชช. ติดตั้งโซล่าเซลล์ ผลิตไฟฟ้าใช้เองทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 29 เมษายน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก ว่าเป็นเรื่องเดียวกับปากท้องและเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งตกผลึกจากการลงพื้นที่ ที่ศูนย์การเรียนรู้พลังงานทดแทนโรงเรียนเชตวัน อ.ลอง จ.แพร่ เมื่อสัปดาห์ก่อน ได้พิสูจน์ในข้อนี้ โดยได้ผลสรุป จากการลงพื้นที่ ดังนี้ 1.พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในครัวเรือน 2.การส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งพลังงานจะช่วยต่อยอดให้เกิดรายได้ที่ชุมชนและฐานราก และ 3.การเชื่อมการเข้าถึงพลังงานและการพัฒนาอาชีพท้องถิ่น จะนำมาซึ่งความเข้มแข็งทั้งในส่วนของชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากของประเทศได้ในที่สุด นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ดังนั้น การเดินหน้ากับนโยบายพลังงานเพื่อทุกคน (Energy for All) ที่ทำได้จริง และเห็นผลจริง จะถูกสานต่อในแนวนโยบายของพรรคสร้างอนาคตไทย เพื่อสร้างอนาคตเศรษฐกิจฐานรากไทยไปด้วยกัน ซึ่งพรรคพร้อมเปิดนโยบายใหม่ๆ เช่น การให้ประชาชนสามารถติดตั้งโซล่าเซลล์ผลิตไฟฟ้าใช้เองทั่วประเทศ และขายคืนส่วนเกินให้กับรัฐบาลจะผลักดันให้มีการแก้หลักเกณฑ์และกฎหมายให้ประชาชนเข้าถึงพลังงาน และเป็นเจ้าของพลังงานเพื่อสร้างรายได้และลดค่าใช้จ่ายของประชาชน ทั้งในเรื่อง Net Metering และ Smart Meter และพร้อมเปิดรับข้อเสนอเชิงนโยบายจากประชาชนทั่วประเทศ

"PowerHYDE" บ้านโซล่าเซลล์คนจน ทางออกของผู้ยากไร้
อ่าน

"PowerHYDE" บ้านโซล่าเซลล์คนจน ทางออกของผู้ยากไร้

อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างรูปแบบ Net-zero คือนวัตกรรมยุคใหม่ ที่จะช่วยให้โลกลดการปล่อยมลพิษจากอุตสาหกรรมการก่อสร้างในวงกว้างลงได้PowerHYDE คือบ้าน Net-zero ถูกสร้างและออกแบบโดย Prasoon Kumar กับ Robert Verrijt แห่ง Billion Bricksที่มีฐานอยู่ในอินเดียและสิงคโปร์ ถูกออกแบบขึ้นโดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาด้านความยั่งยืน พร้อมส่งเสริมและอำนวยความสะดวกในด้านการเติบโตให้กับผู้คนที่ไม่มีที่อยู่อาศัยทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งถือเป็นภูมิภาคที่มีประชากรในชนบทจำนวนมากอีกทั้งยังมีรายได้ที่น้อย บ้านเหล่านี้ไม่ได้แค่ใช้เป็นที่พักพิงเท่านั้น แต่ยังเป็นโมดูลพลังงาน ที่สามารถช่วยขยายชุมชนที่ยั่งยืนและช่วยเจ้าของบ้านให้ออกจากความยากจนได้ใน 1 ชั่วอายุคยตัวบ้านสามารถปรับขนาดได้อย่างอิสระ สามารถสร้างพลังงานออกมาใช้เองได้ เก็บน้ำฝนได้ 100% ชะล้างสิ่งปฏิกูลได้เอง และยังสามารถปลูกอาหารเพื่อรับประทานเองได้อีกด้วยPowerHYDE เป็นโครงสร้างโมดูลาร์แบบ Plug-and-Play ไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับบริการใด ๆ สามารถใช้อยู่อาศัยได้ทันทีตั้งแต่วันที่ก่อสร้างเสร็จ ตัวบ้านสร้างขึ้นโดยใช้เทคนิคสำเร็จรูปของชนพื้นเมือง นั่นทำให้ง่ายต่อการประกอบในสถานที่ที่ห่างไกล แต่จะพิเศษหน่อย ตรงที่ต้องติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา ตัวเจ้าของบ้านยังสามารถขายพลังงานส่วนเกินที่ผลิตได้คืนกลับให้บริษัทผู้ผลิตไฟฟ้า กลายเป็นรายได้เสริมง่าย ๆ ที่นำมาใช้จ่ายต่อได้ความเจ๋งของ PowerHYDEการันตีด้วยรางวัล Holcim Award ในหมวดการก่อสร้างที่ยั่งยืน โดยมีบ้านตัวอย่างที่สร้างขึ้นในหมู่บ้านมัทจาลกอนในอินเดียและในฟิลิปปินส์ ซึ่งในอนาคต ทาง BillionBricks มีแผนจะสร้างชุมชนบ้าน 500 หลังใกล้กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ตัวชุมชุนสามารถที่จะผลิตไฟฟ้าได้มากถึง 10 เมกะวัตต์ขอบคุณภาพจาก : yankodesign.comชุมชน BillionBricksBillionBricks เป็นชุมชนบ้านพลังงานแสงอาทิตย์แบบไม่สร้างคาร์บอนแห่งแรกของโลก สามารถช่วยครอบครัวหนึ่งให้หลุดจากความยากจนได้ในหนึ่งชั่วอายุคน ไม่เพียงแต่จะลดการปล่อยมลพิษจากอุตสาหกรรมการก่อสร้างเท่านั้น มันยังช่วยให้ผู้คนจำนวนมากได้กลายเป็นเจ้าของบ้านที่มีพลังงานหมุนเวียน ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนออกมาเฉพาะส่วนบุคคลได้ขอบคุณภาพจาก : yankodesign.comแหล่งที่มาyankodesign.com

ลูกสาวคาใจ! ปมไฟฉายโซล่าเซลล์ ไฟไหม้บ้านไม่มีไฟฟ้าใช้ คลอกแม่ 66 ดับ
อ่าน

ลูกสาวคาใจ! ปมไฟฉายโซล่าเซลล์ ไฟไหม้บ้านไม่มีไฟฟ้าใช้ คลอกแม่ 66 ดับ

ลูกสาวเศร้า รับศพแม่ 66 ไปวัด ไฟไหม้บ้านคลอกดับสลด รับคาใจบ้านไม่มีไฟฟ้าใช้เกิดเหตุได้อย่างไร เคยจะต่อให้แต่แม่ไม่ยอม กลัวไฟชอร์ตไหม้บ้าน เลยซื้อไฟฉายโซล่าเซลล์ให้ 4 อัน ฝันฟันร่วงหมดปาก ไม่คิดจะเป็นลางร้าย วันที่ 23 ต.ค.2564 จากกรณีเกิดเหตุสลดไฟไหม้บ้านเลขที่ 3 หมู่ 3 บ้านโนนสวรรค์ ต.ทุ่งกระเต็น อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ไฟคลอกนางไอเง็ก บุญนอก อายุ 66 ปีเสียชีวิต ส่วนนายบัว บุญนอก อายุ 86 ปีสามี ไม่ได้อยู่ในบ้าน พร้อมระบุ ยังงงกับเหตุการณ์ไฟไหม้บ้านจนภรรยาเสียชีวิต เนื่องจากที่บ้านไม่มีไฟฟ้าใช้ และยังไม่ได้จุดตะเกียง และธูป เทียน แต่อย่างไร ล่าสุดเรื่องนี้ น.ส.ทัศนีย์ บุญนอก อายุ 42 ปี ลูกสาว เดินทางไปรับศพมารดา ก่อนนำศพไปตั้งสวดอภิธรรมศพ ที่วัดหนองจะบก อ.เมือง จ.นครราชสีมา พร้อมเปิดเผยว่า ตนเคยจะต่อไฟฟ้าที่บ้านพ่อ-แม่ แต่แม่ไม่ยอมเนื่องจากกลัวเรื่องไฟฟ้าลัดวงจรไฟจะไหม้บ้าน "เราจึงสั่งซื้อซื้อไฟฉายโซล่าเซลล์ทางออนไลน์ 4 อันมาให้พ่อกับแม่ไว้ใช้ภายในบ้าน ยอมรับว่ายังติดใจสาเหตุเพลิงไหม้ทำให้แม่ต้องเสียชวิต ก่อนหน้านี้เคยฝันว่าฟันร่วงหมดปาก เหมือนที่เคยฝันมาก่อนแล้วต่อมาปรากฎว่าสามีเสียชีวิต แต่ก็ไม่คิดว่าแม่จะมาเสียชีวิตไปอีกคน "

ลูกสาวคาใจไฟไหม้บ้านได้ไง ใช้แค่ไฟโซล่าเซลล์ เผยลางสังหรณ์ ฝันว่าฟันร่วงหมดปาก ก่อนเสียสามี-แม่
อ่าน

ลูกสาวคาใจไฟไหม้บ้านได้ไง ใช้แค่ไฟโซล่าเซลล์ เผยลางสังหรณ์ ฝันว่าฟันร่วงหมดปาก ก่อนเสียสามี-แม่

สืบเนื่องจากกรณีบ้านชั้นเดียว ก่ออิฐบล็อก ในหมู่ที่ 3 บ้านโนนสวรรค์ ต.ทุ่งกระเต็น อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ เกิดเพลิงลุกไหม้เกือบหมดทั้งหลัง มีชาวบ้านบริเวณใกล้เคียง คอยให้ความช่วยเหลือ จากการสอบถามชาวบ้านทราบว่าบ้านหลังดังกล่าว มีสองตายายอยู่ด้วยกันเพียงสองคน เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ต่อมาพบ นายบัว บุญนอก อายุ 86 ปี เจ้าของบ้านออกมาพบเจ้าหน้าที่ แล้วแจ้งว่า นางไอเง็ก บุญนอก อายุ 66 ปี ภรรยายังหาตัวไม่พบ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเกาะ 12 ได้เข้าไประดมค้นหา พบร่างถูกไฟคลอกเสียชีวิตภายในห้องนอน เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าว่า ล่าสุดนายบัว ยังงงกับเหตุการณ์ ที่ไฟไหม้ทั้งที่บ้านตนเองไม่ได้ใช้ไฟฟ้า และยืนยันว่าไม่ได้จุดตะเกียง และธูป เทียน แต่อย่างไร โดยขณะเกิดเหตุตนอยู่นอกบ้าน ยอมรับว่าไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็วจนคลอกภรรยาจนเสียชีวิต นางสาวทัศนีย์ บุญนอก อายุ 42 ปี ชาวจ.นครราชสีมา ลูกสาวนายบัว เล่าว่าตนเองเคยจะต่อไฟฟ้าให้ใช้ แต่แม่ไม่ยอมเนื่องจากกลัวเรื่องไฟฟ้าลัดวงจร จะไหม้บ้าน จึงตัดสินใจสั่งซื้อไฟฉายโซลาร์เซลล์ จากทางออนไลน์ ให้พ่อกับแม่ใช้ภายในบ้านจำนวน 4 อันมาให้ใช้ ทั้งนี้ยังติดใจสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยฝันว่าฟันร่วงหมดปาก เหมือนกับเคยฝันมาก่อนแล้วสามีตาย แต่ก็ไม่คิดว่าแม่จะมาเสียชีวิตจากการถูกไฟคลอก ส่วนศพจะนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดหนองจะบก อ.เมือง จ.นครราชสีมา

ชาวบ้านร้อง เสาไฟโซล่าเซลล์ เฉลี่ยต้นละ6.3หมื่น ใช้งานไม่ได้ รอแก้ไขนานนับปี
อ่าน

ชาวบ้านร้อง เสาไฟโซล่าเซลล์ เฉลี่ยต้นละ6.3หมื่น ใช้งานไม่ได้ รอแก้ไขนานนับปี

ชาวบ้านเอือม เสาไฟโซล่าเซลล์ เฉลี่ยต้นละ 6.3 หมื่น ใช้งานไม่ได้นับปี เผยที่ผ่านมา ช่วงกลางคืนถนนมืด น่ากลัว รอแก้ไขนานนับปี วันที่ 15 ก.ค.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีชาวบ้านในพื้นที่บ้านเหนือ ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา จ.ยะลาร้องเรียนว่าเสาไฟโซล่าเซลล์ 6 ต้น ชำรุดเสียหาย ใช้การไม่ได้มานานกว่า 1 ปี บางจุดมีปัญหาหลอดไฟติดๆดับๆ เสาไฟฟ้าโซลาร์เซลล์บางต้น ถูกใช้เป็นจุดติดตั้งลำโพงเสียงตามสายของหมู่บ้าน ปัญหาดังกล่าวทำให้ชาวบ้านลำบากมากโดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืน หรือช่วงเช้ามืดที่จะต้องออกไปกรีดยาง เนื่องจากถนนมืดมากและน่ากลัวเกรงจะได้รับอันตราย ที่ผ่านมาไม่เคยมีหน่วยงานไหนมาซ่อม จึงอยากวอนไปถึงผู้เกี่ยวข้องให้มาดูแล และซ่อมแซมให้ใช้งานได้ตามปกติเพราะรอมานานกว่า 1 ปีแล้ว สำหรับโครงการติดตั้งเสาไฟและโคมไฟส่องสว่างพลังงานแสงอาทิตย์ พบดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 57 จนถึงปี 59 จัดซื้อจัดจ้างไปแล้ว 6 สัญญา งบประมาณรวม 1,011 ล้านบาท ติดตั้งเสาไฟไปทั้งสิ้น 14,849 จุด เฉลี่ยจุดละ 63,000 บาท แต่ปรากฏว่ามีปัญหาชำรุดเสียหายจำนวนมาก ชาวบ้านเคยร้องเรียน จนมีการเปิดสายด่วนรับแจ้งเหตุเสาไฟมีปัญหา กระทั่งปี60ทาง ศอ.บต.ได้ตั้งงบไปซ่อมแซม และตั้งคณะกรรมการตรวจสอบก่อนพบว่าชำรุดเสียหาย ใช้การไม่ได้มากกว่า 70%

'รสนา' ชี้เบื้องหลัง ระเบียบราชการ ต้นเหตุพลังงานโซล่าเซลล์ภาคประชาชนไม่เติบโต
อ่าน

'รสนา' ชี้เบื้องหลัง ระเบียบราชการ ต้นเหตุพลังงานโซล่าเซลล์ภาคประชาชนไม่เติบโต

เมื่อวันที่ 15 มกราคม น.ส.รสนา โตสิตระกูล ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่ากทม. โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก แสดงความเห็น ปัญหาด้านพลังงานของไทย ระบุว่า รัฐบาลอย่ายืนบังแดด เพื่อกระจายอำนาจด้านพลังงานคืนสู่ประชาชน !! เมื่อเดือนมกราคม 2558 สมัยที่ดิฉันยังเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เคยมีข้อเสนอ Quick win ต่อรัฐบาลคสช.ให้สนับสนุนประชาชนติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านเรือน โดยใช้ระบบหักลบกลบหน่วย ( Net Metering ) สมัยนั้นท่านนายกรัฐมนตรีอ้างว่ายังไม่สามารถเปิดให้ประชาชนติดตั้งโซล่าบนหลังคาอย่างเสรี และไม่สามารถใช้ระบบหักลบกลบหน่วยได้ทันที ต้องให้เวลาการไฟฟ้าปรับปรุงระบบก่อน จากวันนั้นจนถึงวันนี้ เวลาผ่านมาแล้ว 6ปีเต็ม จากรัฐบาลคสช.มาเป็นรัฐบาลเลือกตั้งของนายกรัฐมนตรีคนเดิม แต่การเปิดให้ประชาชนติดโซล่าบนหลังคายังไม่มีความสะดวก และไม่จูงใจให้ประชาชนติดตั้ง ยิ่งข้อเสนอเรื่องให้ใช้ระบบหักลบกลบหน่วย ก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่รัฐบาลจะมีนโยบายในประเด็นนี้กระมัง !? รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานประกาศนโยบายโซล่าประชาชน ว่าจะรับซื้อไฟฟ้าที่ผลิตจากแสงอาทิตย์บนหลังคา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 เป็นต้นไปโดยจะรับซื้อในจำนวน 50 เมกกะวัตต์ และได้ปรับเพิ่มราคารับซื้อที่หน่วยละ 2.20 บาท จากเดิมที่เคยกำหนดที่หน่วยละ 1.68 บาท โดยจะรับซื้อเป็นเวลา 10ปี ทั้งที่โซล่าบนหลังคามีอายุผลิตไฟฟ้าได้ 25 ปี นโยบายโซล่าประชาชนนี้ไม่ได้จูงใจ และส่งเสริมให้ครัวเรือนอยากติดตั้ง เพราะมีภาระค่าใช้จ่ายหลายเรื่องที่ทำให้การลงทุนนี้ไม่คุ้มทุน เริ่มตั้งแต่กระบวนการขออนุญาตซึ่งเป็นเรื่องของกระทรวงมหาดไทย ที่ได้ออกกฎกระทรวงฉบับที่ 65 ประกาศใช้เมื่อ 1ตุลาคม 2558 ระบุให้ยกเว้นการติดตั้งโซล่าเซลล์บนหลังคาอาคารที่พักอาศัย ที่มีพื้นที่ไม่เกิน160 ตารางเมตร และน้ำหนักไม่เกิน20 กิโลกรัม ไม่ถือเป็นการดัดแปลงอาคาร ซึ่งฟังดูเผินๆเหมือนเป็นการส่งเสริมให้เกิดการติดตั้งโซล่าบนหลังคาได้ง่าย แต่มีการพ่วงข้อความต่อท้ายว่า โดยต้องมีการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงที่กระทำและรับรองโดยวิศวกรโยธาว่าสามารถติดตั้งได้อย่างปลอดภัยและแจ้งเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อนดำเนินการ ข้อความพ่วงทำให้การติดตั้งโซล่าบนหลังคากลายเป็นเรื่องยาก และมีค่าใช้จ่ายมากขึ้นโดยไม่จำเป็น การติดตั้งโซล่าของบ้านเรือนส่วนใหญ่เพื่อลดค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้า น้อยรายที่คิดจะติดตั้งเพื่อขายไฟ บ้านเรือนส่วนใหญ่ติดตั้งในระดับ 1.5 -3 กิโลวัตต์ ซึ่งใช้พื้นที่เพียง 10 -20 ตารางเมตร เท่านั้น จึงไม่ควรต้องให้มีภาระจ้างวิศวกรวุฒิมารับรองตามกฎกระทรวงดังกล่าว ที่ผ่านมาบ้านที่ติดตั้งโซล่าบนหลังคา เมื่อมีค่าไฟลดลง การไฟฟ้าจะมาเปลี่ยนมิเตอร์บ้านนั้นให้เป็นมิเตอร์ดิจิทัล เพื่อไม่ให้ตัวเลขมิเตอร์ย้อนกลับ (แต่จะรับแค่ไฟฟ้าที่ไหลไปให้การไฟฟ้าเท่านั้น) จึงน่าจะเป็นสาเหตุของการคิดระบบรับซื้อ 2.20บาท/หน่วย ส่วนไฟที่การไฟฟ้าขายให้บ้านเรือนคิดที่ราคา 4บาท/หน่วย ซึ่งการคิดเล็กคิดน้อยแบบนี้ ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นทั้ง2ฝ่าย ข้อเสนอการใช้ระบบ Net Metering คือการยอมให้ไฟฟ้าที่ประชาชนผลิตได้อยู่ในสายส่งโดยการไฟฟ้าไม่ต้องมาเปลี่ยนมิเตอร์กันตัวเลขหมุนกลับ ซึ่งรัฐบาลควรสนับสนุนประชาชนมากกว่าปิดกั้น ในหลายประเทศ รัฐบาลออกเงิน ให้ประชาชนติดตั้ง 40-50% ด้วยซ้ำไป แต่ประเทศไทยนอกจากรัฐบาลไม่สนับสนุนประชาชนอย่างจริงใจแล้ว ยังสร้างอุปสรรคจนไม่มีใครกล้าลงทุนติดตั้ง ต้องยอมซื้อไฟฟ้า ทั้งที่แดดเป็นของฟรีที่ธรรมชาติมอบให้ทุกคน รัฐบาลไทยเอื้อแต่โรงไฟฟ้าเอกชน เช่นการรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าขยะ จากโรงไฟฟ้าความร้อนร่วมของเอกชน รัฐบาลยอมรับซื้อไฟฟ้าในราคา3-5บาทต่อหน่วย ทั้งที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตซื้อแพง และขายไฟต่อให้การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ในราคาหน่วยละประมาณ 3บาทเท่านั้น เท่ากับ กฟผ.ซื้อเอกชนแพง แต่ขายให้กฟน.และกฟภ.ในราคาถูกกว่า ซึ่งราคาส่วนต่างที่ซื้อแพงก็ถูกผลักมาโปะไว้ในค่า Ft ที่เป็นภาระของประชาชนทั้งประเทศต้องจ่ายแทน ด้วยเหตุนี้ แม้มีไฟฟ้าสำรองเกินอยู่ 40% แต่ก็ยังมีข่าวการประกาศรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าเอกชนอยู่เสมอ เพราะอะไร จึงมีการอนุมัติเอกชนผลิตไฟฟ้าขายให้กฟผ.ทั้งที่มีไฟสำรองเกินความจำเป็นแล้ว และยังมีการรับซื้อในราคาแพงได้ โดยมีอายุรับซื้อถึง 25ปี ทำให้สังคมเกิดข้อสงสัยข่าวร่ำลือที่ว่า มีเงินค่าอนุมัติเมกกะวัตต์ละล้าน ใช่หรือไม่ และนโยบายผลิตไฟเกินความจำเป็นดังกล่าว เอื้อประโยชน์การผูกขาดให้แก่ใคร?! จึงมีคำถามต่อมาว่า เพราะเหตุนี้หรือไม่ ที่ทำให้การรับซื้อไฟฟ้าจากการผลิตของประชาชนรายเล็ก รายน้อยในราคาที่เป็นธรรม ที่ช่วยเพิ่มรายได้จากการลดรายจ่ายของประชาชน และลดความเหลื่อมล้ำจึงเกิดขึ้นได้ยาก ใช่หรือไม่ ข้อเสนอต่อนโยบายโซล่าประชาชนของรัฐบาล 1) นายกรัฐมนตรีควรเจรจากับรัฐมนตรีมหาดไทยให้แก้ไขกฎกระทรวงฉบับที่65 ให้การตรวจสอบรับรองความมั่นคงแข็งแรงของอาคารโดยวิศวกรโยธาเมื่อมีการติดตั้งโซล่าบนหลังคาเกิน 180 ตารางเมตรขึ้นไป ส่วนที่ใช้พื้นที่น้อยกว่านั้นให้ติดตั้งได้เลยโดยไม่ต้องขออนุญาต 2)นายกรัฐมนตรีควรมีบัญชาให้ใช้นโยบายหักลบกลบหน่วยค่าไฟในระบบ Net Meteringได้แล้ว หลังจากขอเวลาพิจารณามา 6ปีแล้ว วิธีหักลบกลบหน่วยเป็นวิธีที่ง่าย ไม่ซับซ้อน และตรงไปตรงมาเช่นสมมติว่าครัวเรือนใดที่ผลิตไฟจากโซล่าได้เดือนละ 200 หน่วย ใช้ ไฟฟ้าเดือนนั้น 250 หน่วย ก็จ่ายให้การไฟฟ้า 50หน่วยในราคาหน่วยละ 4บาท ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่อารยประเทศต่างๆเขาใช้กันอยู่แล้ว เพื่อช่วยลดภาวะโลกร้อน ลดมลพิษที่เกิดจากการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังฟอสซิล และเชื้อเพลิงสกปรก ในช่วงการระบาดของ โควิด-19รอบใหม่ ที่ทำให้คนตกงาน และมีรายได้น้อยลง การลดรายจ่ายจึงเป็นสาระสำคัญที่รัฐบาลควรพิจารณา นอกเหนือจากการมีนโยบายลดค่าไฟ ค่าน้ำให้ประชาชนแล้ว การสนับสนุนให้ประชาชนที่พอมีเงินสามารถติดตั้งโซล่าบนหลังคาเพื่อลดรายจ่าย ซึ่งจะทำได้โดยง่าย แค่รัฐบาลหยุดยืนบังแดด ด้วยการหยุดสร้างอุปสรรคในการใช้แสงแดดของประชาชนอย่างจริงใจ รัฐบาลก็สามารถช่วยเพิ่มรายได้ของประชาชนจากการลดรายจ่ายได้แล้ว และยังเป็นการสร้างงานใหม่ในยุคนิวนอร์มอล ที่ช่วยให้คุณภาพของอากาศดีขึ้น คุณภาพอากาศที่ดีขึ้น ส่งผลให้ลดการแพร่ระบาดของ โควิด-19 ได้ ตามผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเมื่อเร็วๆนี้ ขอให้รัฐบาลหยุดบังแดด และเปิดทางสว่างให้ประชาชน ได้พึ่งตนเองจากพลังงานแสงอาทิตย์

เปิดราคาเทียบ! 'โซล่าเซลล์' ต่อกิโลวัตต์ พิมรี่พาย VS กอ.รมน. 'พี่ศรี' บุกร้องสอบ
อ่าน

เปิดราคาเทียบ! 'โซล่าเซลล์' ต่อกิโลวัตต์ พิมรี่พาย VS กอ.รมน. 'พี่ศรี' บุกร้องสอบ

ศรีสุวรรณ ร้อง สตง.สอบ กอ.รมน. ทำไมโซล่าเซลล์แพงกว่า "พิมรี่พาย" เปิดราคาเทียบเฉลี่ยกิโลวัตต์ ห่างกันเป็น 4 เท่าตัว ราคาแตกต่างกันมาก เมื่อวันที่ 13 ม.ค.นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่สื่อมวลชนและโซเชียลมีเดียได้มีการแชร์เอกสาร จากเว็บไซต์ของ กอ.รมน. เกี่ยวกับเอกสารสรุปราคากลางงานก่อสร้างอาคาร โครงการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ของกองดำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 โดยมีการเบิกงบค่าก่อสร้างระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซล์แสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) ขนาดกำลังติดตั้งไม่น้อยกว่า 210 กิโลวัตต์ พร้อมระบบกักเก็บเก็บพลังงานรวม 45,205,109.91 บาทนั้น กรณีดังกล่าวโฆษก กอ.รมน. ได้ออกมาชี้แจงว่า เอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารฉบับจริง และเป็นเอกสารที่ใช้ในการเผยแพร่ราคากลางของโครงการฯ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้าง มาตรา 56 วรรค 1 ของภาครัฐฯ ด้วยวิธีการประมูลราคากลางผ่านระบบ อิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลาง (e Bidding) ซึ่งได้ผ่านการรับรองราคาจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งเป็นการดำเนินการจำนวน 5 พื้นที่ใน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ แต่มีระบบกักเก็บพลังงาน (แบตเตอรี่ลิเทียม) จำนวน 998.40 กิโลวัตต์ และได้ดำเนินการจัดทำโครงข่ายไฟฟ้าชุมชน โดยมีการลากสายไฟฟ้าเข้าไปในพื้นที่หมู่บ้าน จำนวน 5,409 เมตร และติดตั้งเสาไฟฟ้า แต่ถึงอย่างไรก็ตามมูลค่าของโครงการดังกล่าวเมื่อเทียบกับกรณี "พิมรี่พาย" ใช้เงินกว่า 5 แสนบาท เพื่อทำโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้า ติดตั้งทีวีที่หมู่บ้านแม่เกิบโดยเฉลี่ยกิโลวัตต์ละ 57,692 บาท ส่วนของ กอ.รมน.เฉลี่ยกิโลวัตต์ละ 215,262 บาท แล้วมีความแตกต่างกันมาก ที่สำคัญเมื่อดูรายละเอียดตามเอกสาร BOQ ก็จะพบว่าหลายรายการมีราคาแพงกว่าปกติ เช่น แบตเตอรี่ลิเทียมขนาด 200 กิโลวัตต์-ชั่วโมงมีราคาถึงชุดละ 5,000,000 บาท แต่ถ้าเป็นขนาด 120 กิโลวัตต์-ชั่วโมงมีราคาถึง 3,000,000 บาทต่อชุด เครื่องควบคุมประจุแบตเตอรี่และเครื่องแปลงกระแสขนาด 30 กิโลวัตต์ราคาถึง 600,000 บาทต่อชุด แค่ค่าประตูสำเร็จรูปยังราคาถึง 15,000 บาทต่อบานเลย ฯลฯ ทั้งนี้แม้ในรายละเอียดโครงการของ กอ.รมน.จะมีการลากสายไฟฟ้าและติดตั้งเสาไฟฟ้าด้วยก็ตาม ก็น่าที่จะเป็นราคาที่สูงเกินไปมาก นอกจากนั้นยังเป็นที่สงสัยว่าบริษัทที่เสนอราคาต่ำที่สุดจำนวน 44,707,745 บาท เหตุใดจึงไม่เป็นผู้ชนะการประมูล จึงสงสัยว่าเป็นการประมูลที่โปร่งใส เป็นไปตามระเบียบหรือไม่ด้วย ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความไปร้องเรียนต่อสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ในวันพุธที่ 13 ม.ค.64 นี้ เวลา 13.00 น. ที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ซ.อารีย์ ถ.พระราม 6 เขตพญาไท กทม. เพื่อให้ใช้อำนาจตาม พรป.ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน 2561 ดำเนินการตรวจสอบไต่สวนและวินิจฉัยว่าโครงการติดตั้งโซล่าเชลล์ของ กอ.รมน.ทั้ง 5 พื้นที่มีความคุ้มค่า มีผลสัมฤทธิ์ มีประสิทธิภาพตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ หรือมีการกระทำการอันอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน และหรือกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ หรือการใช้จ่ายเงินแผ่นดินของ กกต. มีพฤติการณ์อันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ จงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อํานาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายหรือไม่ อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง สะเทือนใจ! 'พิมรี่พาย' ควักเงินครึ่งล้าน ช่วยเด็กบนดอยไร้ไฟฟ้า-ไม่มีแม้แต่ความฝัน ชาวเน็ตเผยความจริงอีกมุม หลัง พิมพี่พาย บุกดอยทำซึ้ง ขุดหลักฐานมีทั้งไฟและรร. "พิมรี่พาย" ไลฟ์แจงดราม่า จุดเริ่มคอนเทนต์ทำดี ผิดอะไรที่กตัญญู ไม่ใช่เครื่องมือความสนุกใคร กอ.รมน. โร่แจงยิบ เอกสาร "โซล่าเซลล์ 45 ล้าน" ที่อมก๋อย เป็นของจริง

โซล่าเซลล์ยุคใหม่ สามารถเก็บพลังแสงอาทิตย์จากในที่ร่มได้
อ่าน

โซล่าเซลล์ยุคใหม่ สามารถเก็บพลังแสงอาทิตย์จากในที่ร่มได้

Perovskite คือแผงโซล่าเซลล์ยุคใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในแวดวงการวิจัย เนื่องจาก Perovskite มีความสามารถสุดพิเศษที่สามารถนำไปใช้เก็บพลังงานแสงอาทิตย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและใช้ต้นทุนที่ต่ำกว่าแผงโซล่าเซลล์ทั่วไป ปัญหาเดียวของ Perovskite ก็คือ การมีสารตะกั่วที่เป็นพิษอันตรายอยู่ภายใน ล่าสุดนักวิจัยของประเทศจีนร่วมกับสหราชอาณาจักรได้โฟกัสไปกับการสร้างวัสดุที่ได้ไอเดียมากจาก Perovskite แต่โดดเด่นกว่าตรงที่ไม่มีสารตะกั่วที่เป็นพิษอันตรายอยู่ภายใน ถูกเรียกด้วยชื่อย่อ ๆ ว่า PIM (perovskite-inspired materials) และกำลังถูกพัฒนาให้กลายเป็นแผงโซล่าเซลล์ในอนาคต เพราะ PIM มีคุณสมบัติที่สามารถดูดพลังงานแสงมาเก็บได้อย่างปลอดภัย เป็นมิตรกับธรรมชาติ และสามารถเก็บพลังงานได้แม้จะอยู่ในที่ร่มภายในตัวอาคารก็ตาม PIMมีโครงสร้างคล้ายกับตะกั่วแต่ไม่มีพิษ ข้อเสียคือ PIM ไม่สามารถดูดแสงได้เทียบเท่า Perovskite PIM เก็บพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพประมาณ 1%ภายใต้แสงแดด แต่เพิ่มขึ้นเป็น 4 - 5% ภายใต้แสงในร่ม แม้ประสิทธิภาพจะห่างไกลจาก Perovskite แต่นี่คือก้าวแรกของการสร้างแผงโซล่าเซลล์เก็บพลังงานแสงจากในที่ร่ม ซึ่งสามารถดูดซับแสงจากหลอดไฟที่อยู่ในบ้านหรืออาคารทั่วไป นั่นแปลว่า PIM อาจกลายเป็นส่วนสำคัญของอุปกรณ์ที่ไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ในอนาคต รวมสิทธิส่งเสริมคุณภาพชีวิต เกาะติดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ทันเรื่องราวกระแสสังคม สัมผัสประสบการณ์ข่าวได้ที่ แอปพลิเคชัน ทรูไอดี (ดาวน์โหลดเลยที่นี่!!) website:www.TNNTHAILAND.comfacebook :TNNONLINEfacebook live :TNN Livetwitter :TNNONLINELine :@TNNONLINEYoutube Official :TNNONLINEInstagram :TNN_ONLINETIKTOK :@TNNONLINE แหล่งที่มาnewatlas.com

ธรรมนัส เล็งของบเงินกู้ 1.56 หมื่นล้าน ลุยทำแหล่งเก็บน้ำ-บ่อบาดาลโซล่าเซลล์
อ่าน

ธรรมนัส เล็งของบเงินกู้ 1.56 หมื่นล้าน ลุยทำแหล่งเก็บน้ำ-บ่อบาดาลโซล่าเซลล์

ธรรมนัส เล็งเสนอโครงการของบเงินกู้ 1.56 หมื่นล้าน ลุยทำแหล่งเก็บน้ำ-บ่อบาดาลโซล่าเซลล์ ช่วยเหลือเกษตรกรทั้งประเทศ เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำแผนโครงการของบภายใต้กรอบการใช้จ่ายเงินกู้ 4 แสนล้านบาท เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ภายใต้ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ทั้งนี้ มีหน่วยงานที่ตนกำกับดูแล 4 กรม อาทิ กรมพัฒนาที่ดิน สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) กรมฝนหลวงและการบินเกษตร องค์การตลาดเพื่อการเกษตร (อตก.) เบื้องต้น คาดว่าจะเสนอโครงการผ่านงบดังกล่าว ประมาณ 1 หมื่นกว่าล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรทั้งประเทศ โดยแบ่งเป็น กรมพัฒนาที่ดิน โครงการพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำขนาดเล็ก มากกว่า 2 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) นอกเขตชลประทาน เบื้องต้นพื้นที่ 200 ไร่ บ่อละ 80 ล้าน งบประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท มุ่งเน้นเพิ่มพื้นที่บ่อเพื่อกักเก็บน้ำให้มีขนาดใหญ่ขึ้นซึ่งต้องผ่านการแก้ไขกฎระเบียบราชการให้สามารถเพิ่มพื้นที่ขนาดแหล่งน้ำเทียบเท่ากับแหล่งน้ำขนาดใหญ่พื้นที่ชลประทาน นำมาพัฒนาเป็นเกษตรแปลงใหญ่ มีนวัตกรรม รักษาดูแลคุณภาพดิน ร่วมมือกับกรมส่งเสริมการเกษตร ให้มีการจ้างงานเกษตรกรที่ตกงาน และเกษตรกรมีน้ำเพียงพอทำการเกษตร 2.สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกร (สปก.) โครงการขุดบ่อบาดาลโซล่าเซลล์ในเขตปฏิรูปที่ดิน โดยการขุดบ่อบาดาล เพื่อเพิ่มแหล่งน้ำทำการเกษตร จำนวน 6,000 บ่อ งบประมาณ 2,600 ล้านบาทในการเพิ่มประสิทธิภาพของแหล่งน้ำในเขตปฏิรูปที่ดิน 3.องค์การตลาดเพื่อการเกษตร (อตก.) โครงการแพลทฟอร์มตลาดออนไลน์ โดยจะพัฒนารูปแบบเดิมที่ไม่มีประสิทธิภาพให้ตรงกลุ่มเป้าหมายและเพื่อให้เกษตรกรสามารถนำสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพมาจำหน่าย เป็นการสร้างช่องทางการตลาดให้กับสินค้าเกษตรคุณภาพและตรงตามความต้องการของผู้บริโภค ประชาสัมพันธ์สินค้าที่ผลิตภายใต้แบรนด์ อ.ต.ก. รวมถึงเพิ่มพื้นที่ตลาดอ.ต.ก. ให้ครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศ อยู่ระหว่างหารือแผนโครงการ และ 4.กรมฝนหลวงและการบินเกษตร โครงการสร้างกำลังพล จัดซื้ออากาศยานเข้ามาทดแทนที่เสื่อมสภาพ อยู่ระหว่างทำแผนโครงการเช่นกัน

A5 ผนึก GUNKUL ติดโซลาร์ลูกบ้าน ขานรับนโยบายพลังงานภาครัฐ
อ่าน

A5 ผนึก GUNKUL ติดโซลาร์ลูกบ้าน ขานรับนโยบายพลังงานภาครัฐ

#GUNKU #ทันหุ้น - อัพเพอร์ คลาส โซลูชัน ในเครือ A5 จับมือ GUNKUL หนึ่งในพันธมิตรพลังงานสะอาด ติดตั้งระบบ Solar Rooftop ให้ลูกบ้าน A5 ขานรับนโยบาย “โซลาร์ภาคประชาชน” ส่งเสริมลูกบ้านเข้าถึงพลังงานสะอาดได้สะดวก ปลอดภัย และเหมาะสมกับบ้านแต่ละหลังนายณัฐวัฒน์ หลวงวิเศษHead of Business Unitบริษัท อัพเพอร์ คลาส โซลูชัน จำกัด หรือUpper Class Solutionธุรกิจด้านการบริหารจัดการที่อยู่อาศัยและบริการดูแลลูกบ้านแบบครบวงจร ในเครือ บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ A5 เปิดเผยว่าบริษัทร่วมมือกับ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)หรือGUNKULผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานและระบบไฟฟ้า เดินหน้าโครงการสนับสนุนการติดตั้งระบบSolar Rooftopสำหรับลูกบ้านA5และลูกค้าที่สนใจ สนับสนุนการเข้าถึงพลังงานสะอาดและยังเป็นการตอบรับนโยบาย “โซลาร์ภาคประชาชน” ของภาครัฐ เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้ภายในครัวเรือน ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และเปิดโอกาสให้จำหน่ายไฟฟ้าส่วนเกินกลับเข้าสู่ระบบได้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการส่งเสริมให้ภาคครัวเรือนมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และผลักดันประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ*ผสานจุดแข็งความร่วมมือครั้งนี้เกิดจากการผสานจุดแข็งของทั้ง 2 บริษัท โดยGUNKULนำความเชี่ยวชาญด้านพลังงานสะอาดและระบบSolar Rooftopมาร่วมพัฒนาโซลูชันที่มีประสิทธิภาพและได้มาตรฐาน ขณะที่Upper Class Solutionมีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการและดูแลที่อยู่อาศัย รวมถึงเข้าใจในรายละเอียดแต่ละโครงการของA5ทั้งรูปแบบบ้าน โครงสร้าง ระบบภายใน ตลอดจนพฤติกรรมและความต้องการของผู้อยู่อาศัย จึงสามารถประสานงานและดูแลกระบวนการติดตั้งให้เหมาะสมกับบ้านแต่ละหลังได้อย่างตรงจุด ด้านนางสาววรินทิพย์ โรซาร์พิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจพลังงานและกลยุทธ์การลงทุน บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือGUNKULกล่าวว่าด้วยมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐในการติดตั้งSolar Rooftopทำให้นี่คือจังหวะที่การลงทุนด้านพลังงานสะอาดตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยมากขึ้นกว่าที่เคยGUNKULพร้อมนำประสบการณ์กว่า40ปีในธุรกิจพลังงานสะอาดมาออกแบบระบบให้เหมาะสมกับลักษณะบ้านและรูปแบบการใช้พลังงานของลูกบ้านA5โดยเฉพาะแต่ละหลัง การดูแลจึงต้องละเอียดและยืดหยุ่นพอที่จะรองรับได้ทุกรูปแบบ ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การติดตั้งที่ได้มาตรฐาน ตลอดจนบริการหลังการขาย เพราะโซลาร์รูฟไม่ได้เป็นเพียงการประหยัดค่าไฟ แต่คือการสร้างเสถียรภาพด้านพลังงานให้ครอบครัวในระยะยาว ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์พลังงานโลกที่ไม่อาจคาดเดาได้*ดูแลแบบครบวงจรทั้งนี้ ลูกบ้านA5 และลูกค้าที่ติดตั้งระบบSolar Rooftopผ่านUpper Class Solutionในโครงการที่ร่วมรายการ จะได้รับบริการดูแลแบบครบวงจร ตั้งแต่การให้คำปรึกษาและประสานงานด้านพลังงานสะอาด การออกแบบและประเมินขนาดระบบให้เหมาะสมกับพื้นที่และรูปแบบการใช้พลังงาน การวิเคราะห์ความคุ้มค่าและแนวทางลดค่าใช้จ่าย ตลอดจนการสนับสนุนด้านเอกสารสำหรับเข้าร่วมมาตรการของภาครัฐสำหรับสิทธิพิเศษจากUpper Class Solutionผู้ติดตั้งสามารถแบ่งชำระค่าระบบสูงสุด3งวดโดยไม่มีดอกเบี้ย ได้แก่ งวดยืนยันการสั่งซื้อ งวดติดตั้ง และงวดสุดท้ายภายใน1เดือนหลังติดตั้ง พร้อมรับการรับประกันแผงโซลาร์เซลล์สูงสุด25ปี และประกันอัคคีภัย1ปี วงเงินคุ้มครองสูงสุด1ล้านบาท โดยระบบมีระยะเวลาคืนทุนประมาณ5–7ปี*นอกจากนี้ บุคคลธรรมดาที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ สามารถนำค่าอุปกรณ์และค่าติดตั้งSolar Rooftopที่จ่ายจริงมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้สูงสุด200,000บาท สำหรับระบบOn-Gridที่เชื่อมต่อกับการไฟฟ้านครหลวงหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และมีe-Tax Invoiceทั้งนี้ มาตรการมีผลถึงวันที่31ธันวาคม2571ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกรมสรรพากรโครงการมีกำหนดดำเนินการระหว่างวันที่1สิงหาคม–31ธันวาคม2569สำหรับลูกบ้านและลูกค้าที่ซื้อบ้านในโครงการที่ร่วมรายการ โดยขนาดระบบ รูปแบบการติดตั้ง และเงื่อนไขต่างๆ จะพิจารณาตามลักษณะบ้าน โครงสร้าง พฤติกรรมการใช้พลังงาน และผลการสำรวจพื้นที่จริง เพื่อให้สามารถนำเสนอโซลูชันที่เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละครอบครัว

คลังกางแผนใช้เงินกู้ 2 แสนล้าน เน้นภาคขนส่งลดนำเข้าน้ำมัน
อ่าน

คลังกางแผนใช้เงินกู้ 2 แสนล้าน เน้นภาคขนส่งลดนำเข้าน้ำมัน

#ทันหุ้น คลังกางแผนใช้เงินกู้ 2 แสนล้าน ปฏิรูปพลังงานสะอาด ลดพึ่งพานำเข้าน้ำมัน เน้นเปลี่ยนผ่านพลังงานไฟฟ้าในภาคขนส่ง เล็งอัดฉีดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำหนุนประชาชนติดโซลาร์เซลล์ ปลัดคลังยันพิจารณาโครงการตามเจตนารมณ์ของกฎหมายกู้เงินนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่ากระทรวงการคลังเปิดเผยความคืบหน้าของการพิจารณาโครงการการใช้เงินกู้ภายใต้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) วงเงิน 2 แสนล้านบาท ที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่ยุคพลังงานสะอาด (Green Energy Transition)ว่า ขณะนี้ คณะกรรมการกลั่นกรองโครงการที่มีนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานอยู่ระหว่างการพิจารณาโครงการ โดยเน้นย้ำถึงความโปร่งใสในการกลั่นกรอง เพื่อให้เม็ดเงินถึงมือประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด“เพื่อให้การใช้เงินกู้เป็นไปอย่างคุ้มค่า รัฐบาลได้จัดตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองที่มีผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อคัดกรองโครงการในรอบแรก ก่อนจะส่งต่อให้คณะกรรมการชุดที่มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานพิจารณาอีกครั้ง โดยจะมีการดึงภาคเอกชนและ กปร. เข้ามาร่วมตรวจสอบ เพื่อให้มั่นใจว่าการลงทุนครั้งนี้จะช่วยลดความเปราะบางของเศรษฐกิจไทยและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง”ทั้งนี้ หัวใจสำคัญของพระราชกำหนดก็คือการช่วยดูแลประชาชน โดยขณะนี้ จะเห็นว่า สงครามก็ยังมีอยู่ ราคาน้ำมันในตลาดโลกก็ยังแพง เพราะฉะนั้น เราต้องลดความเปราะบางของเศรษฐกิจไทยและประชาชนไทย ก็คิดว่าจะเป็นเรื่องการสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดปฏิรูปภาคขนส่ง ลดการนำเข้าดีเซลทั้งนี้ นอกจากการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดแล้ว เม็ดเงินกู้ดังกล่าวยังมุ่งเป้าไปที่การปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยต้องนำเข้าน้ำมันฟอสซิลและดีเซลในปริมาณมหาศาล มาตรการที่จะเกิดขึ้นประกอบด้วย การเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า โดยจะสนับสนุนรถขนส่งสาธารณะ รถบัส และรถรับจ้างให้เปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้าสำหรับรถกระบะและภาคขนส่งที่ยังต้องใช้เครื่องยนต์สันดาป รัฐจะส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน เช่น ไบโอดีเซล (B20) ซึ่งเป็นการนำน้ำมันปาล์มที่ผลิตได้เองในประเทศมาผสม เพื่อลดสัดส่วนการนำเข้าน้ำมันดีเซลจากต่างประเทศสำหรับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดสำหรับภาคครัวเรือน รัฐบาลจะเข้าไปสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ โดยกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างหารือกับธนาคารออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เพื่อจัดทำแพ็กเกจสินเชื่อพิเศษให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์เซลล์ในที่พักอาศัย โดยเบื้องต้น ธอส. มีมาตรการนำร่องอัตราดอกเบี้ย 1% ในช่วง 3 ปีแรก เพื่อช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าในระยะยาวนอกจากนี้ รัฐบาลมีแผนบูรณาการร่วมกับ BOI และกระทรวงมหาดไทย เพื่อส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดในประเทศ พร้อมทั้งเร่งพัฒนาทักษะแรงงานให้รองรับกับการติดตั้งและดูแลระบบโซลาร์เซลล์ ซึ่งจะกลายเป็นทักษะสำคัญในอนาคตยึดหลักโครงการสอดคล้องเจตนาเงินกู้ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการการใช้เงินจากพ.ร.ก.เงินกู้เพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดกล่าวว่า คณะกรรมการจะยึดหลักการพิจารณาโครงการตามเจตนารมณ์กฎหมายเป็นที่ตั้ง ไม่ใช่ใครมาก่อนได้ก่อน โดยมีเกณฑ์การพิจารณาตัดสิน 3 ด้านหลัก คือ ต้องเป็นไปตามระเบียบและข้อกฎหมาย ต้องตรงกับวัตถุประสงค์ของการเปลี่ยนผ่านพลังงานและต้องสร้างผลกระทบเชิงบวกที่ชัดเจนต่อส่วนรวมทั้งนี้ ในการกลั่นกรองช่วงแรก คณะกรรมการฯให้ความสำคัญสูงสุดกับภาคการขนส่งสาธารณะ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีการใช้งานสูงในแต่ละวัน โดยโครงการที่เสนอเข้ามาจะต้องมุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในกลุ่มต่างๆ ประกอบด้วย ดังนี้ รถจักรยานยนต์รับจ้าง รถตุ๊กตุ๊ก รถแท็กซี่ รถเมล์ (BMTA) และรถบัสวิ่งระหว่างจังหวัด และรถบรรทุกไฟฟ้า“ในเบื้องต้น เราจะเน้นในกลุ่มขนส่งสาธารณะก่อน ส่วนในกลุ่มประชาชนทั่วไปนั้น ขณะนี้ เนื่องจากปัจจุบันมีมาตรการสนับสนุนอย่าง EV 3.5 รองรับอยู่แล้ว คณะกรรมการจึงต้องการใช้ทรัพยากรไปที่การวางรากฐานรถรับจ้างสาธารณะให้แข็งแกร่งก่อน”สำหรับแนวทางการอุดหนุนจากรัฐบาลนั้น กระบวนการพิจารณาจะคำนึงถึงความแตกต่างของแต่ละกลุ่มเป้าหมาย เนื่องจากความต้องการไม่เหมือนกัน ดังนั้น เกณฑ์การให้ความช่วยเหลือจึงถูกออกแบบมาให้หลากหลาย เช่น เงินอุดหนุน สำหรับโครงการที่ต้องการการกระตุ้นในช่วงต้น สินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการสภาพคล่อง หรือ เงินดาวน์เพื่อลดภาระการเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่

GUNKUL แนะนำ “ซื้อ” ปรับราคาเป้าหมายขึ้น 54% เป็น 8.70 บาท
อ่าน

GUNKUL แนะนำ “ซื้อ” ปรับราคาเป้าหมายขึ้น 54% เป็น 8.70 บาท

#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #SET #GUNKUL แนะนำ “ซื้อ” ปรับราคาเป้าหมายขึ้น 54% เป็น 8.70 บาทบริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) ได้รับการปรับเพิ่มราคาเป้าหมายจากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) เป็น 8.70 บาท จากเดิม 5.65 บาท พร้อมคงคำแนะนำ "ซื้อ" หลังบริษัทประกาศลงทุนในโครงการ Floating Solar ในประเทศฟิลิปปินส์ กำลังการผลิต 784 MWe ซึ่งคาดว่าจะสร้างส่วนแบ่งกำไรเฉลี่ยประมาณ 1.2 พันล้านบาทต่อปี และยังเปิดโอกาสต่อยอดสู่โครงการเฟส 2 กำลังการผลิต 224 MWe ในอนาคตฝ่ายวิจัยระบุว่า ได้ปรับเพิ่มประมาณการผลประกอบการปี 2570 เพื่อสะท้อนการลงทุนดังกล่าว ส่งผลให้ราคาเป้าหมายใหม่เพิ่มขึ้นจากศักยภาพการสร้างกำไรระยะยาวที่แข็งแกร่งมากขึ้นในมุมมองของฝ่ายวิจัย การลงทุนในรูปแบบ Joint Venture (JV) จะช่วยให้ GUNKUL สามารถขยายกำลังการผลิตได้โดยไม่เพิ่มภาระหนี้ในงบดุลมากนัก ขณะที่บริษัทยังมีโครงการพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทยและงานรับเหมาก่อสร้าง (EPC) ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่องแม้ราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้นตอบรับข่าวแล้วบางส่วนแต่ฝ่ายวิจัยยังมองว่าโครงการเฟส 2 ยังไม่ได้สะท้อนอยู่ในมูลค่าพื้นฐานทั้งหมด จึงยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" และมองว่า GUNKUL เป็นหนึ่งในหุ้นเด่นของกลุ่ม Renewable Energy และ Power Infrastructure ที่ยังมีโอกาสสร้างการเติบโตในระยะยาว.

กกพ. ไฟเขียว “โซลาร์ประชาชน” รับซื้อ 500 MW เปิดรับคำขอ 1 ก.ค. นี้
อ่าน

กกพ. ไฟเขียว “โซลาร์ประชาชน” รับซื้อ 500 MW เปิดรับคำขอ 1 ก.ค. นี้

#ทันหุ้น-ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า กกพ. ในการประชุมครั้งที่ 25/2569 (ครั้งที่ 1,015) เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 มีมติเห็นชอบประกาศ กกพ. เรื่อง ประกาศเชิญชวนการรับซื้อไฟฟ้าโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา สำหรับภาคประชาชน ประเภทบ้านอยู่อาศัย พ.ศ. 2569 เพื่อเปิดรับคำขอเข้าร่วมโครงการโซลาร์ภาคประชาชนรอบใหม่ โดยการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จะเปิดรับคำขอตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีปริมาณรับซื้อครบตามเป้าหมายของโครงการสำหรับโครงการครั้งนี้ กำหนดเป้าหมายรับซื้อไฟฟ้าไม่เกิน 500 เมกะวัตต์ กำหนดปริมาณพลังไฟฟ้าเสนอขายไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์รับซื้อไฟฟ้า อัตรารับซื้อไฟฟ้า 2.20 บาทต่อหน่วย ระยะเวลารับซื้อไฟฟ้า 10 ปี โดยผู้เข้าร่วมโครงการต้องสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ภายในปี 2570 และการพิจารณาคำขอจะใช้หลัก First Come First Served ตามลำดับวันและเวลาที่ได้รับคำขอพร้อมเอกสารครบถ้วนทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการยังสามารถติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีกำลังผลิตติดตั้งมากกว่า 5 กิโลวัตต์เพื่อใช้ไฟฟ้าภายในบ้านได้ โดยสามารถจำหน่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบได้ไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ตามหลักเกณฑ์ของโครงการ และไม่มีข้อห้ามในการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Energy Storage System: BESS) เพื่อใช้งานร่วมกับระบบผลิตไฟฟ้าด้วยการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ในการประชุมครั้งที่ 1/2569 (ครั้งที่ 175) เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ซึ่งเห็นชอบแนวทางส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาสำหรับภาคประชาชน และมอบหมายให้ กกพ. ออกระเบียบและประกาศรับซื้อไฟฟ้าตามแนวทางดังกล่าว เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองและจำหน่ายไฟฟ้าส่วนเกินเข้าสู่ระบบไฟฟ้า สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศดร.พูลพัฒน์ กล่าวว่า โครงการโซลาร์ภาคประชาชนรอบใหม่นี้ เป็นการสานต่อนโยบายที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2562 โดยมุ่งส่งเสริมให้ประชาชนมีบทบาทเป็น Prosumer หรือผู้ใช้ไฟฟ้าที่สามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองและจำหน่ายไฟฟ้าส่วนเกินเข้าสู่ระบบ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของครัวเรือน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของประเทศ และสนับสนุนการกระจายศูนย์การผลิตไฟฟ้าให้มีความมั่นคงและยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น"สำนักงาน กกพ. ขอเชิญชวนประชาชนที่สนใจศึกษาหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการให้ครบถ้วนก่อนยื่นคำขอ โครงการนี้นอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของครัวเรือนแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนพลังงานสะอาดของประเทศ และร่วมสร้างความมั่นคงทางพลังงานอย่างยั่งยืน" ดร.พูลพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติม

COM7 โบรกหั่นคำแนะนำ-ราคาเป้าหมายลง คาดกำไร Q2/69 อ่อนตัวลง
อ่าน

COM7 โบรกหั่นคำแนะนำ-ราคาเป้าหมายลง คาดกำไร Q2/69 อ่อนตัวลง

#COM7 #ทันหุ้น-บล.เอเซีย พลัส ได้ปรับลดคำแนะนำในหุ้นบริษัท คอมเซเว่น จำกัด(มหาชน) หรือ COM7 เป็น"เก็งกำไร" จากเดิมแนะนำ"ซื้อ" พร้อมทั้งปรับราคาเป้าหมายลงมาอยู่ที่ 25.50 บาท จากเดิมอยู่ที่ 30.50 บาท เพื่อสะท้อนธุรกิจค้าปลีกที่เข้าสู่ช่วง low season และน่าจะส่งผลให้กำไรอ่อนตัวลง QoQ ในไตรมาส 2 และ 3 ของปี 2569 รวมถึงความไม่แน่นอนของผลกระทบจากราคาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตามยังคงประมาณการกำไรทั้งปี 2569 แบบอนุรักษ์นิยมที่ 4.3 พันล้านบาท เติบโต 3% YoYฝ่ายวิจัยเอเซีย พลัส ประเมินกำไรปกติเบื้องต้นในงวดไตรมาส 2/69 หดตัว ตามรายได้ที่คาดลดลง อย่างไรก็ดีทั้งรายได้และกำไรน่าจะยังเติบโตได้ต่อเนื่อง YoY จากธุรกิจใหม่ที่มีแนวโน้มดีขึ้นซึ่งจะเป็นปัจจัยช่วยผลักดันการเติบโตในอนาคต โดยธุรกิจใหม่ที่มีการเติบโตดี ได้แก่ธุรกิจสินเชื่อ (UFUND) ธุรกิจประกันภัย (iCare Insurance) ธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า(Gold Integrate) และธุรกิจ Solar rooftop(BaNANA Solar)ในส่วนของรายได้ไตรมาส 2/69 คาดว่าชะลอตัว QoQ จากผลของฤดูกาล เนื่องจากผ่านพ้นช่วงเปิดตัวสินค้าใหม่ทั้งจากค่าย Apple และ Samsungไปแล้ว ประกอบกับคาดว่าค่าครองชีพที่สูงขึ้นจะส่งผลกดดันต่อกำลังซื้อของประชาชน แม้ว่ามีแรงหนุนระยะสั้นช่วงลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทยพลัส กระตุ้นให้ประชาชนบางส่วนซื้อโทรศัพท์มือถือใหม่แต่ส่วนมากเป็นการซื้อเครื่องที่ราคาต่ำจึงไม่น่าช่วยกระตุ้นยอดขายได้มากนักแนวโน้มราคาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ปรับตัวสูงขึ้น จากภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำทั่วโลก น่าจะส่งผลด้านลบต่ออุปสงค์สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งคาดจะเริ่มเห็นผลชัดเจนขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2/69 เป็นต้นไป ทั้งนี้International Data Corporation (IDC)ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลตลาดสมาร์ทโฟนที่ได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรม ได้คาดการณ์ยอดขายสมาร์ทโฟนทั่วโลก ในปีนี้ว่าจะหดตัวแรงถึง 13.9% (จำนวนเครื่อง) และยังหดตัวอีกเล็กน้อย 1.1% ในปี 2570 ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยมองว่าความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นต่อแนวโน้มยอดขายในอนาคตน่าจะเป็นสาเหตุหลักที่ผู้บริหาร COM7 มีมุมมองค่อนข้างระมัดระวังและยังคงเป้าหมายการเติบโตกำไรทั้งปี 2569 ไว้ที่ 10%-15% แม้ว่าในไตรมาส 1/69 บริษัทมีกำไรสุทธิเติบโตดีที่ 25% YoY ก็ตาม

“ศุภมาส” สั่ง สคบ. เร่งสอบข้อเท็จจริง “ติดตั้งโซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐาน” เสี่ยงไฟไหม้-สูญเงิน
อ่าน

“ศุภมาส” สั่ง สคบ. เร่งสอบข้อเท็จจริง “ติดตั้งโซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐาน” เสี่ยงไฟไหม้-สูญเงิน

14 พฤษภาคม 2569 - นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า จากกรณีกระแสข่าวผู้ให้บริการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐาน จนเกิดเหตุอุปกรณ์ละลาย มีกลิ่นไหม้ เสี่ยงไฟไหม้ และค่าไฟไม่ลด สร้างความเสียหายให้ผู้บริโภคกว่า 500,000 บาท ตนได้สั่งการให้นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมตรวจการแสดงฉลากสินค้ากลุ่มอุปกรณ์โซลาร์เซลล์ ทั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ อินเวอร์เตอร์ และแบตเตอรี่ ที่จำหน่ายในท้องตลาดทั่วประเทศนางสาวศุภมาส กล่าวว่า ฉลากคือเครื่องมือแรกที่ผู้บริโภคใช้ตรวจสอบข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะอุปกรณ์ไฟฟ้าที่กระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยตรง แผงเซลล์แสงอาทิตย์ อินเวอร์เตอร์ และแบตเตอรี่ ถือเป็นสินค้าควบคุมฉลากตามมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ผู้ประกอบการต้องแสดงฉลากให้ครบถ้วนถูกต้อง หากฝ่าฝืน มีความผิดตามมาตรา 52 กรณีผู้จำหน่าย จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้เป็นไปตามนโยบายที่รัฐบาล โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคทำงานเชิงรุกสำหรับกรณีร้องเรียนดังกล่าวพบว่าผู้ติดตั้งใช้อุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน ดัดแปลงระบบไฟฟ้าจากสามเฟสเป็นหนึ่งเฟส และใช้สายไฟอะลูมิเนียมแทนสายทองแดง ทำให้ไฟตก ไฟดับ อุปกรณ์ละลาย เสี่ยงไฟไหม้ ปัจจุบันผู้เสียหายได้แจ้งความตามคดีอาญาที่ 743/2568 สถานีตำรวจนครบาลท่าพระ ซึ่งพนักงานสอบสวนสรุปสำนวนพร้อมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานอัยการแล้วนางสาวศุภมาสกล่าวอีกว่า ในวันนี้ สคบ. ได้ติดต่อทางโทรศัพท์ไปยังผู้ร้องเรียนเพื่อขอข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เบื้องต้นพบว่าผู้ประกอบธุรกิจมีพฤติการณ์ใช้ช่องทางออนไลน์เสนอบริการติดตั้ง และข้อสัญญาไม่ระบุรายละเอียดคุณสมบัติของอุปกรณ์ ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่ทำให้ผู้บริโภคไม่สามารถตรวจสอบมาตรฐานอุปกรณ์ก่อนติดตั้งได้ สคบ. จึงนัดหมายสอบถามข้อเท็จจริงกับผู้ร้องเพิ่มเติม ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เพื่อพิจารณาการดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจรายดังกล่าวต่อไป นอกจากนี้ สคบ. จะพิจารณายกระดับให้ธุรกิจรับจ้างติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เป็น “ธุรกิจที่ควบคุมสัญญา” และให้อุปกรณ์โซลาร์เซลล์เป็น “สินค้าควบคุมฉลาก” เป็นการเฉพาะ พร้อมประสานความร่วมมือกับ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) สภาวิศวกร และสภาองค์กรของผู้บริโภคในฐานะตัวแทนภาคประชาชน เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ครอบคลุมทุกมิติ“ดิฉันขอเตือนพี่น้องประชาชนที่จะติดตั้งโซลาร์เซลล์ ขอให้ตรวจสอบฉลากอุปกรณ์ทุกชิ้นก่อนซื้อ ดูชื่อผู้ผลิต ผู้นำเข้า แหล่งกำเนิด เครื่องหมาย มอก. และเก็บหลักฐานสัญญาทุกฉบับไว้เรียกร้องสิทธิเมื่อเกิดปัญหา อย่าหลงเชื่อราคาถูกผิดปกติหรือคำโฆษณาผ่านช่องทางออนไลน์ที่ไม่มีเอกสารรับรอง เพราะอาจต้องเสียทั้งเงิน ทั้งทรัพย์สิน และเสี่ยงต่อความปลอดภัยในชีวิต ส่วนผู้ประกอบการ หาก สคบ. ตรวจพบสินค้าไม่ติดฉลาก แสดงฉลากไม่ถูกต้อง หรือใช้ข้อความฉลากอันเป็นเท็จ จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด” นางสาวศุภมาส กล่าวผู้บริโภคที่ประสบปัญหาจากการซื้อสินค้าหรือใช้บริการที่ไม่เป็นธรรม สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ www.ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัด

BCPGเดินหน้าขยายพอร์ต ศึกษาลงทุนโรงไฟฟ้าSMR
อ่าน

BCPGเดินหน้าขยายพอร์ต ศึกษาลงทุนโรงไฟฟ้าSMR

#BCPG #ทันหุ้น - BCPG เผย ปีนี้มุ่งขยายพอร์ตการลงทุนกว้างขึ้น เน้นโครงสร้างพื้นฐาน แย้มสนใจโรงไฟฟ้า SMR พร้อมศึกษารูปแบบลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ร่วมกับลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์กับทาง คาดผลดำเนินงานโรงไฟฟ้าในก๊าซในสหรัฐตั้งแต่ไตรมาส 2-4 โตเด่นรับผลดีค่าความพร้อมจ่ายสูงขึ้น เริ่มก่อสร้างโซลาร์ไต้หวันได้ไตรมาส 3/2569นางสาวพนิตศนี ตั๊นสวัสดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและบัญชี บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทมีเป้าหมายที่จะขยายขอบเขตการลงทุนให้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยจะเน้นขยายไปยังโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ มากขึ้น@รับสนใจโรงไฟฟ้า SMRโดยปัจจุบันบริษัทให้ความสนใจโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ซึ่งอยู่ในช่วงของการศึกษา แต่มองว่าจะยังไม่เห็นการลงทุนในช่วง 1-2 ปีนี้ เพราะต้องใช้เวลาในการศึกษา ส่วนความคืบหน้าในการลงทุนโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ ร่วมกับ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษารูปแบบการลงทุนสำหรับปัจจุบันพอร์ตสินทรัพย์ของบริษัทประกอบด้วย โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ โรงไฟฟ้าพลังงานลม โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ คลังเก็บน้ำมัน โครงการระบบผลิตความเย็นจากส่วนกลาง (District cooling) โดยจะเน้นโครและในช่วงไตรมาส 1/2569 บริษัทปิดดีลซื้อ บริษัท สแกน แอดวานซ์ เพาเวอร์ จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจโครงการไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา กำลังผลิตรวม 17.48 เมกะวัตต์@โรงไฟฟ้าก๊าซสหรัฐแจ่มนางสาวพนิตศนี กล่าวว่า แนวโน้มผลการดำเนินงาน โรงไฟฟ้าก๊าซในสหรัฐในช่วง 3 ไตรมาสที่เหลือของปีนี้จะเติบโตที่ดีมาก จากความพร้อมจ่ายปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งในไตรมาสที่ 3 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 300 ดอลลาร์ต่อเมกะวัตต์ต่อวัน จาก 270 ดอลลาร์ต่อเมกะวัตต์ต่อวัน นอกจากนี้ ทางหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐ ยังได้อนุมัติราคาค่าความพร้อมจ่ายสำหรับรอบปี 2571-2573 ในระดับเดิมที่ประมาณ 550 ดอลลาร์ต่อเมกะวัตต์ต่อวัน ซึ่งถือเป็นข่าวดีต่อบริษัทขณะที่โรงไฟฟ้าพลังงานลม และโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำในช่วงที่เหลือของปีนี้จะมีความผันผวน  เพราะขึ้นอยู่สภาพภูมิอากาศ โดยปกติในไตรมาส 2 จะเป็นช่วงโลว์ซีซันของโรงไฟฟ้าพลังงานลม และโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ และ โรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์@ตั้งงบลงทุนปีนี้ 3 พันลบ.สำหรับปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตในมือ 1,961.2 เมกะวัตต์ ซึ่งจ่ายไฟเชิงพาณิชย์แล้ว 1,475.8 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น พลังงานก๊าซธรรมชาติ (Natural Gas) 857.3 เมกะวัตต์ (คิดเป็น 58%) , พลังงานลม (Wind) 298.5 เมกะวัตต์ (คิดเป็น 20%), พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar) 206 เมกะวัตต์ (คิดเป็น 14%), พลังงานน้ำ (Hydro) 114 เมกะวัตต์ (คิดเป็น 8%) รวมถึงบริษัทมีกําลังการผลิตที่อยู่ระหว่างพัฒนา 250.4 เมกะวัตต์  และรอการพัฒนาอีก 235 เมกะวัตต์สำหรับปีนี้บริษัทคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 2,500-3,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่จะใช้ในการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์ที่ประเทศไต้หวัน 200 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในไตรมาส 3 ปีนี้ และที่เหลือใช้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพ

GUNKUL ไตรมาส 1/2569 รายได้รวม 2,587 ล้านบาท โต 25.1%
อ่าน

GUNKUL ไตรมาส 1/2569 รายได้รวม 2,587 ล้านบาท โต 25.1%

GUNKUL โชว์ผลงาน! ไตรมาส 1/2569 รายได้รวม 2,587 ล้านบาท โต 25.1% มุ่งสู่เป้ารายได้ 10,000 ล้านบาทสิ้นปี เคาะปันผล Yield สูง 3.1%● ไตรมาส 1/2569 รายได้โตแกร่ง 25.1% YoY ปัจจัยหนุนหลักมาจากกลุ่มธุรกิจก่อสร้างเติบโตก้าวกระโดดประกอบกับการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ เตรียมทยอยรับรู้รายได้ภายในปี 2569 กว่าอีก 4,600 ล้านบาท● แข็งแกร่งทุกกลุ่มธุรกิจ ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 New High 10,000 ล้านบาท และพอร์ตพลังงานสีเขียว 2,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2027 พร้อมเข้าร่วมทุกมาตรการภาครัฐผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด● จ่ายปันผลระหว่างกาล หุ้นละ 0.10 บาท เทียบเท่า Dividend Yield 3.1%* เตรียมรับปันผล 10 มิถุนายนนี้บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 เติบโตทุกมิติตามเป้า มีรายได้รวม 2,586.5 ล้านบาท เติบโต 25.1% โดยกำไรสุทธิโต 24.0% เป็นจำนวน 455.8 ล้านบาท ภายใต้โครงสร้างการเงินและโครงสร้างการประกอบธุรกิจพลังงานแบบครบวงจรที่แข็งแกร่งพร้อมเข้าร่วมทุกมาตรการภาครัฐ หนุนการเติบโตทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจหลัก จ่อเซ็น PPA เพิ่มอีก 319 เมกะวัตต์ พร้อมแย้มข่าวดีคว้าพอร์ตพลังงานสะอาดต่างประเทศกลางปีนี้ มุ่งสู่เป้า 2,000 เมกะวัตต์ ภายใต้วิสัยทัศน์ใหม่ของการเป็นพาร์ตเนอร์ที่ได้รับการยอมรับสูงสุดด้านพลังงานสีเขียวและโครงสร้างพื้นฐานของภูมิภาคเอเชียนางสาวนฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) เผยว่า “ผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาสแรก บริษัทฯ มีรายได้รวมอยู่ที่ 2,586.5 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตเพิ่มขึ้น 25.1% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันปีก่อน โดยปัจจัยหนุนหลักมาจากรายได้ฝั่งธุรกิจก่อสร้างที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด สามารถบันทึกรายได้เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว ถึงแม้ในไตรมาส 1 แรงลมจะอ่อนตัว ส่งผลให้ Profit Sharing ลดลงจากการลดลงของกำไรขายไฟโครงการพลังงานลม แต่บริษัทฯ ยังสามารถสร้างการเติบโตของกำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2569 อยู่ที่ 455.8 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 24% ได้ โดยแรงลมได้กลับมาแรงขึ้นในเดือน เมษายน ส่งผลให้หน่วยไฟในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 65% จากภาวะมรสุมเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว ทำให้ภาพรวมรายได้จากการขายไฟสดใสในไตรมาส 2 ผนวกกับรายได้ Backlog ที่ทยอยรับรู้ในปี 2569 กว่าอีก 4,600 ล้านบาท คาดผลการดำเนินงานจะเติบโตอย่างโตต่อเนื่องในไตรมาส 2/2569ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทจึงได้มีมติเห็นชอบให้จ่ายปันผลระหว่างกาล จากกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการและผลการดำเนินงานของบริษัทงวด 1 ม.ค. - 31 มี.ค. 2569 เป็นเงินสดในอัตรา 0.10 บาทต่อหุ้น โดยขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569สำหรับช่วงกลางปีนี้ บริษัทฯ มีแผนเพิ่มเมกะวัตต์ทั้งในและต่างประเทศ โดยจ่อลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) 319 เมกะวัตต์ และพอร์ตโฟลิโอพลังงานสะอาดในต่างประเทศที่เตรียมจะประกาศข่าวดี ผลักดันการเติบโตในเนื้อกำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) อย่างต่อเนื่องในระยะยาว นอกจากนี้ ในปี 2569 บริษัทฯ เตรียมรับรู้รายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน (Solar farm) ใหม่เพิ่มอีก 3 โครงการรวม 176.6 เมกะวัตต์ ที่มีแผนเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ในไตรมาส 4 ปีนี้นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังมองปัจจัยหนุนการเติบโตเพิ่มเติม สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐซึ่งล่าสุดมีการประกาศงบอัดฉีด 200,000 ล้านบาทในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานสะอาดของประเทศ รวมถึงแนวโน้มแผน PDP 2026 ฉบับใหม่ที่จะออกมา เน้นการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นจากอุตสาหกรรม Data Center และ Semiconductor รวมถึงโครงการที่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอื่น ๆ ที่บริษัทฯ สามารถเข้าร่วมได้ในทุกมิติ ตั้งแต่การเชื่อมต่อ Direct PPA เพื่อปลดล็อกการจัดหาพลังงานสะอาดให้กับภาคอุตสาหกรรม ระบบกักเก็บพลังงานแบบ Battery ระดับโครงข่ายช่วยยกระดับเสถียรภาพของพลังงานสะอาด และมาตรการกระตุ้นการเติบโตของโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชนหลังจากนโยบายลดหย่อนภาษีโซลาร์รูฟท็อป 200,000 บาทและโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งตอนนี้มีลูกค้าระดับครัวเรือนและธุรกิจ SME ให้ความสนใจติดต่อเข้ามาเป็นจำนวนมากทั้งนี้ หากปริมาณไฟฟ้าในระบบมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะต้องมีการลงทุนเพิ่มเติมในระบบสายส่งไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าของประเทศ เพื่อให้เกิดความมั่นคงทางด้านพลังงานสะอาดและรองรับเปลี่ยนผ่านไปสู่ตลาดไฟฟ้าเสรี ตอบสนองต่อดีมานด์ที่เพิ่มสูงขึ้นจากภาคอุตสาหกรรมดิจิทัลใหม่ ๆ ที่เข้ามา โดยเฉพาะจาก Data Center ที่ในช่วง 2568 – 2569 มีมูลค่าการลงทุนรวมแล้วกว่า 1.5 ล้านล้านบาท และ Semiconductor 500,000 ล้านบาท ภายในปี 2569 ทั้งนี้ ด้วยจุดเด่นของ GUNKUL ที่พร้อมให้บริการครอบคลุมทั้ง Value Chain สามารถซัพพลายอุปกรณ์และดูแลการก่อสร้างทั้งระบบสายส่งและระบบจำหน่ายไฟฟ้าทุกแรงดัน ประกอบกับกลุ่มธุรกิจพลังงานสะอาดที่แข็งแกร่ง จึงมีศักยภาพที่จะรองรับโอกาสใหม่ ๆ ของโครงการทั้งภาครัฐและภาคเอกชนนี้เพื่อเป็นการรองรับการขยายตัวทางธุรกิจสู่การเติบโตใน Curve ต่อไปของบริษัทฯ จากปัจจัยลมหนุนต่าง ๆ ข้างต้น รวมถึงในช่วงที่ผ่านมานักลงทุนให้ความสนใจต่อเส้นทางการเติบโตของ GUNKUL บริษัทฯ จึงเล็งเห็นถึงประโยชน์ในระยะยาวผ่านการระดมทุนกลับจากหุ้นที่บริษัทฯ มีการซื้อคืน (Treasury share) ก่อนหน้านี้ เพื่อการบริหารโครงสร้างเงินทุน ขยายขีดความสามารถในการลงทุนโครงการใหม่ (Headroom) และลดต้นทุนดอกเบี้ยได้ราว 35 ล้านบาทต่อปี บริษัทฯ มองว่าจังหวะ 2-3 ปีนี้เป็นช่วงสำคัญของประเทศไทยที่จะคว้าโอกาสในการเป็น Green Digital Hub ของภูมิภาค ซึ่ง GUNKUL ในฐานะบริษัทที่มีศักยภาพในด้านพลังงานครบวงจร พร้อมเดินหน้าในทุกกลุ่มธุรกิจ ทุกสเกลงาน เพื่อส่งมอบพลังงานสีเขียวที่มีประสิทธิภาพและเสถียรภาพ ส่งเสริมภาพพลังงานไทยให้กลายเป็นมูลค่าเพิ่ม เป็นแต้มต่อของประเทศต่อไป

โบรกมองหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า หลังรัฐเตรียมปรับโครงสร้างค่าไฟภาคครัวเรือน
อ่าน

โบรกมองหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า หลังรัฐเตรียมปรับโครงสร้างค่าไฟภาคครัวเรือน

#ทันหุ้น-ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส ระบุว่ากระทรวงพลังงานเตรียมเสนอปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าในที่ประชุม ครม. (28 เม.ย. 2569) เพื่อลดค่าไฟในกลุ่มภาคครัวเรือนที่ใช้ไฟน้อย โดยจะเตรียมหาข้อสรุปเพื่อให้มีผลใช้ได้ทันใช้ในรอบบิล มิ.ย.2569 ฝ่ายวิจัยมองว่าการปรับโครงสร้างดังกล่าว ประเด็นดังกล่าวเป็นเป็นประเด็นระหว่างภาครัฐผ่าน EGAT กับประชาชน ในการช่วยเหลือประชาชนที่ใช้ไฟน้อย โดยใช้กลไกเงินอุดหนุนมาจากงบประมาณของภาครัฐเป็นหลัก ดังนั้นเบื้อต้นคาดจะไม่กระทบโดยตรงต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP (เช่น BGRIM, GPSC) ที่ขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรม (IU)ในส่วนของผู้ประกอบการกลุ่ม Solar Rooftop / EPC (เช่น GUNKUL) คาดจะได้อานิสงส์เชิงบวก จากการเร่งขั้นตอนอนุญาต (One stop service)ควบคู่กับแรงจูงใจในการติดตั้งที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มครัวเรือนและ SMEฝ่ายวิจัยคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มโรงไฟฟ้า เท่าตลาด โดยมองว่าการปรับโครงสร้างค่าไฟในรอบนี้ ยังไม่กระทบกำไรของกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP ขณะที่ประเด็นการปรับลดราคารับซื้อไฟฟ้าระบบส่วนเพิ่มยังอยู่ระหว่างการพิจารณา จึงต้องติดตามความชัดเจนต่อไป ในระยะสั้น อาจเน้นหาจังหวะเข้า trading ในหุ้น GPSC (FV@45B) และ BGRIM (FV@18.8B) ตามรอบผลประกอบการงวดไตรมาส 1/69 ที่คาดฟื้นตัว QoQรวมถึง กลุ่มติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคา ที่ได้ประโยชน์ตามกระแสเชิงนโยบาย แนะนำ GUNKUL (FV@2.8B)

ธอส. ขานนโยบายรัฐให้กู้ Solar Roof ดอกเบี้ย 1.00%
อ่าน

ธอส. ขานนโยบายรัฐให้กู้ Solar Roof ดอกเบี้ย 1.00%

#ทันหุ้น ธอส.ขานรับนโยบายรัฐบาลให้กู้เพิ่มติดตั้งSolar Roofอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น1.00%ต่อปีช่วยลูกค้าลดภาระค่าไฟฟ้าอย่างยั่งยืนดร.มหัทธนะอัมพรพิสิฏฐ์กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.)เปิดเผยว่าธอส.เดินหน้าสนับสนุนนโยบายรัฐบาลตามมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางให้กู้เพิ่มสำหรับลูกค้าปัจจุบันที่ต้องการติดตั้งSolar Roofหรือปรับปรุงที่อยู่อาศัยเพื่อประหยัดพลังงานช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าและค่าครองชีพในระยะยาววงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน300,000บาทต่อรายโดยวงเงิน100,000บาทแรกอัตราดอกเบี้ย1.00%ต่อปีผ่อนชำระเงินงวดเพียง2,900บาทวงเงิน200,000บาทถัดมาอัตราดอกเบี้ย1.99%ต่อปีระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน5ปีผ่อนชำระเงินงวดเริ่มต้นเพียงเดือนละ3,600บาท(หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการให้สินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนดในผลิตภัณฑ์สินเชื่อซ่อม–แต่งและสินเชื่อซ่อม-แต่งPlus)“ธอส.มุ่งพัฒนาที่อยู่อาศัยประหยัดพลังงานสนับสนุนให้ประชาชนติดตั้งSolar Roofซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้กับประชาชนในระยะยาวพร้อมสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรมโดยออกแบบผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ง่ายด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำและเงินงวดผ่อนชำระต่ำสอดรับกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมของประเทศ”ดร.มหัทธนะกล่าวผู้สนใจสามารถยื่นคำขอกู้ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปณธอส.ทุกสาขาทั่วประเทศสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่G H BANK Call Centerโทร. 0-2645-9000หรือFacebook Fanpageธนาคารอาคารสงเคราะห์และติดตามข่าวสารของธนาคารได้ที่G H BANK Social Mediaทุกช่องทาง

SSP รับทรัพย์ขายโซลาร์ฟาร์มยามากะญี่ปุ่นกว่า 1,000 ลบ. บอร์ดเคาะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.12 บ./หุ้น
อ่าน

SSP รับทรัพย์ขายโซลาร์ฟาร์มยามากะญี่ปุ่นกว่า 1,000 ลบ. บอร์ดเคาะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.12 บ./หุ้น

#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #SSP รับทรัพย์ขายโซลาร์ฟาร์มยามากะญี่ปุ่นกว่า 1,000 ลบ. บอร์ดเคาะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.12 บ./หุ้นSSP รับทรัพย์ขายโซลาร์ฟาร์มยามากะญี่ปุ่นกว่า 1,000 ล้านบาท บุ๊กกำไรพิเศษเสริมฐานทุนแกร่ง-ลุยขยายโรงไฟฟ้าทั้งในและตปท. เต็มสปีด บอร์ดใจดีเคาะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.12 บ./หุ้นบมจ.เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น (SSP) ประกาศปิดดีลขายโรงไฟฟ้ายามากะในประเทศญี่ปุ่น กำลังการผลิตติดตั้ง 34.5 เมกะวัตต์ มูลค่า 1,001 ล้านบาท เตรียมบุ๊กกำไรเข้าไตรมาส 2/69 ขณะที่บอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาลเป็นเงินสดอัตรา 0.12 บาทต่อหุ้น จ่อ XD วันที่ 22 เมษายนนี้ ซีเอฟโอ “ชยุตม์ หลีหเจริญกุล” ประกาศพร้อมขยายการลงทุนโรงไฟฟ้า Renewable ตามแผนในมือต่อเนื่องอีกกว่า 420 เมกะวัตต์นายชยุตม์ หลีหเจริญกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานบัญชีและการเงิน บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SSP) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ได้มีมติอนุมัติการจำหน่ายโครงการยามากะ ซึ่งเป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น มีกำลังการผลิตติดตั้ง 34.5 เมกะวัตต์ มูลค่า 4,976,142,536 เยน หรือเทียบเท่ากับ 1,001,304,377 บาท (อ้างอิงจากอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 7 เมษายน 2569 ของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งเท่ากับ 20.1221 บาทต่อ 100 เยน) ทั้งนี้การเข้าทำรายการดังกล่าวคาดว่าจะแล้วเสร็จ ภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569สำหรับการทำธุรกรรมในครั้งนี้ส่งผลให้ SSP สามารถรับรู้กระแสเงินสดกลับเข้ามาทันทีราว 1 พันล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังประเมินว่าผลตอบแทนที่ได้รับจากการเข้าทำรายการดังกล่าว จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางด้านการเงิน ทำให้มีเงินทุนหมุนเวียนที่เพียงพอสำหรับการต่อยอดและพัฒนาโครงการใหม่ ๆ ซึ่งสอดรับกับแผนการขยายธุรกิจของบริษัทฯ พร้อมทั้งทำให้หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยลดลง เพิ่มสภาพคล่องทางการเงินโดยรวมให้ดียิ่งขึ้น นำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นพร้อมกันนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลให้กับผู้ถือหุ้นเป็นเงินสด ในอัตราหุ้นละ 0.12 บาท/หุ้น วันขึ้นเครื่องหมาย XD 22 เมษายน 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 และเมื่อรวมกับเงินปันผลประจำปี 2568 ที่คณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น (AGM) พิจารณาอนุมัติ ในวันที่ 27 เมษายน 2569 อีก 0.205 บาทต่อหุ้น วันขึ้นเครื่องหมาย XD 5 พฤษภาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ทำให้ SSP มีปันผลสำหรับรอบผลประกอบการปี 2568 รวมทั้งสิ้น 0.325 บาทต่อหุ้นทั้งนี้ ภายหลังจากการขายโครงการยามากะ SSP ยังมีโครงการโซลาร์ฟาร์มที่ดำเนินการในประเทศญี่ปุ่นอีก 3 โครงการ รวมกำลังการผลิตติดตั้ง 56.0 เมกะวัตต์ ซึ่งมีสัญญา PPA 36 Yen/kWh เช่นเดียวกัน และเมื่อรวมกับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ อีก 276.8 เมกะวัตต์ ในประเทศไทย เวียดนาม มองโกเลีย และอินโดนีเซีย SSP จะมีกำลังการผลิตติดตั้งที่ 332.8 เมกะวัตต์โดยในไตรมาส 4 ปีนี้ บริษัทยังตั้งเป้า COD โรงไฟฟ้าขยะชุมชน 2 โครงการ ขนาด 19.8 เมกะวัตต์ พร้อมทั้งเตรียม COD โซลาร์ฟาร์มในประเทศไทยอีก 3 โครงการ 108.6 เมกะวัตต์ และวินด์ฟาร์ม “บาโก” ประเทศฟิลิปปินส์ ขนาด 150 เมกะวัตต์ ในปี 2570 และยังมีแผนการ COD โครงการอื่น ๆ ต่อเนื่องจนถึงปี 2573 อีกกว่า 146.2 เมกะวัตต์ ซึ่งทั้งหมดจะเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตพลังงานหมุนเวียนของบริษัทฯ ในอนาคตอนึ่งปัจจุบัน บริษัทฯ มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดราว 4,000 ล้านบาท ในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่น่าสนใจจากวิกฤตพลังงานที่ขาดแคลน และภาวะสงครามที่ส่งผลกระทบให้ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น และเพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ ยังมองหาโอกาสขยายการลงทุนในพลังงานหมุนเวียน ทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการสร้างความพร้อมทั้งด้านแหล่งเงินทุน ตลอดจนการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน โดยคำนึงถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล

TPIPP ดีลดาต้าเซ็นเตอร์ รุกใหญ่ไฟฟ้าโซลาร์-ขยะ
อ่าน

TPIPP ดีลดาต้าเซ็นเตอร์ รุกใหญ่ไฟฟ้าโซลาร์-ขยะ

#TPIPP #ทันหุ้น – TPIPP แย้มกำลังศึกษาขายไฟฟ้าให้กลุ่มนักลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ ชี้เป็นโอกาสอนาคต เดินหน้าขยายพลังงานสะอาดเต็มพอร์ต รับ PDP ใหม่ โซลาร์ฟาร์ม 1.2 หมื่นเมก พร้อมคุมต้นทุน–ดัน IRR ต่อโครงการในระดับเหมาะสมกับความเสี่ยง ด้านโรงไฟฟ้าขยะโดดเด่น ชูเทคโนโลยี RDF พร้อมโกย PPAนายภัคพล เลี่ยวไพรัตน์  รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีพีพี โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPP เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาและเจรจากับกลุ่มนักลงทุนจากฮ่องกงและสหรัฐอเมริกา ที่แสดงความสนใจเข้ามาจัดตั้ง Data Center ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี และต้องการซื้อไฟฟ้าจากบริษัท อย่างไรก็ดีขณะนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเจรจา นอกจากพื้นที่สระบุรีแล้ว บริษัทยังมองเห็นโอกาสในสวนอุตสาหกรรม สงขลา ซึ่งมีแผนจะตั้งโรงไฟฟ้าเพื่อป้อนไฟให้กับ Data Center เช่นกัน โดยพื้นที่สงขลานับเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่น่าสนใจสำหรับธุรกิจ Data Center เนื่องจากมีโครงข่ายเคเบิลที่สำคัญ@ โอกาสโรงไฟฟ้าโซลาร์นอกจากนี้บริษัทยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจพลังงานสะอาดเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์และโรงไฟฟ้าขยะ สอดรับทิศทางแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ที่เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับธุรกิจโซลาร์ บริษัทมองโอกาสเติบโตจากแผน PDP ฉบับใหม่ที่จะเพิ่มกำลังผลิตโซลาร์เป็น 12,000 เมกะวัตต์ จากเดิม 3,000 เมกะวัตต์ ซึ่งถือเป็นโอกาสมหาศาลที่บริษัทจะเข้าไปชิงส่วนแบ่งเค้กในตลาดนี้ปัจจุบันบริษัทได้มีการเตรียมความพร้อมโดยการสร้างโซลาร์ฟาร์มขึ้นมาเพื่อเรียนรู้ระบบ ศึกษาจุดแข็งจุดอ่อน และทำความเข้าใจตลาดโซลาร์อย่างถ่องแท้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเมื่อภาครัฐเปิดประมูลโครงการใหม่ๆแม้ราคาค่าไฟฟ้าที่ภาครัฐรับซื้อในโครงการโซลาร์อาจจะปรับลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 2 บาทกว่าต่อหน่วย แต่บริษัทยังมองว่ามีความคุ้มค่า โดยบริษัทวางเป้าหมาย Project IRR ไว้ที่ประมาณ 9-10% สำหรับโครงการโซลาร์ที่ขายไฟฟ้าให้ภาครัฐ เนื่องจากมองว่าเป็นโครงการที่มีความเสี่ยงต่ำ ใช้สัดส่วนทุน 33% เงินกู้ราว 66% ทำให้ต้นทุนแข่งขันได้ โดยมีความสามารถในการออกหุ้นกู้ ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับที่ดีขายหมดทุกครั้ง@ ลุยคว้า PPA โรงไฟฟ้าขยะด้านโรงไฟฟ้าขยะ ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก ปัจจุบันมีกำลังการผลิตรวม 400 เมกะวัตต์ และทำสัญญาขายไฟให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ราว 163 เมกะวัตต์ ทั้งนี้บริษัทพร้อมที่จะเข้าประมูลโครงการใหม่ตาม PDP ต่อเนื่องทั้งโควตาตามแผน PDP ปี 2558 จำนวน 500 เมกะวัตต์ แผน PDP ปี 2561 จำนวน 400 เมกะวัตต์ และแผน PDP ใหม่ที่กำลังจะออกมาอีกราว 400 เมกะวัตต์โดยบริษัทมีจุดแข็งด้านเทคโนโลยีจัดการขยะชุมชนมีโรงผลิต RDF ขนาดใหญ่รองรับขยะ 14,000 ตันต่อวัน ซึ่งนับเป็นจุดรับขยะจุดเดียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก สามารถผลิต RDF ได้ราว 7,000 ตันต่อวัน โดยบริษัทใช้กำลังผลิตเต็มอยู่แล้วเพื่อรองรับกับโรงไฟฟ้าและการผลิตปูนในกลุ่ม TPIPL ซึ่งการรุกขยะชุมชนจะมีต้นทุนที่ต่ำกว่าขยะอุตสาหกรรม ทั้งนี้จากการบริหารจัดการขยะที่ผ่านมายอมรับว่าได้รับ Project IRR ที่สูง ทั้งๆ ที่ความเสี่ยงต่ำ ดังนั้นจึงพร้อมที่จะแข่งขัน ล่าสุดบริษัทได้เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) โครงการโรงกำจัดขยะชุมชน กำลังการผลิตติดตั้ง 8 เมกะวัตต์ ที่อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา โดยมีสัญญาจำหน่ายกระแสไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคประมาณ 7.92 เมกะวัตต์ ในราคา 5.78 บาทต่อหน่วยในช่วง 8 ปีแรก และราคา 5.08 บาทต่อหน่วยในช่วง 12 ปีถัดไป ไม่รวมค่า Ft ตลอดระยะเวลาขายไฟฟ้า 20 ปี พร้อมกันนี้บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าขยะมุกดาหาร เบื้องต้นคาดว่าจะเริ่ม COD ได้ราวปลายปี 2569 นี้

ติดโซลาร์เซลล์แล้วหลังคารั่ว ไฟไหม้ ผ่า 3 ความเชื่อผิดๆ ที่ทำให้เจ้าของโรงงานกลัว
อ่าน

ติดโซลาร์เซลล์แล้วหลังคารั่ว ไฟไหม้ ผ่า 3 ความเชื่อผิดๆ ที่ทำให้เจ้าของโรงงานกลัว

#ทันหุ้น-ท่านเคยได้ยินเพื่อนเจ้าของโรงงานบ่นให้ฟังไหมคะว่า อย่าไปติดเลยโซลาร์เซลล์ เดี๋ยวหลังคารั่วซ่อมไม่จบไม่สิ้น หรือ หน้าฝนก็ผลิตไฟไม่ได้ ไม่คุ้มหรอก คำถามคือ เรื่องเล่าเหล่านั้นคือ ความจริงของเทคโนโลยี หรือเป็นแค่ความล้มเหลวของการติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐานสวัสดีท่านผู้อ่านทันหุ้นทุกท่านค่ะ ในสัปดาห์นี้ ดิฉันขออนุญาตสวมบทบาท นักทำลายความเชื่อ สักหนึ่งสัปดาห์นะคะจากการที่ดิฉันได้เข้าไป Audit โครงการ Green Tech มาหลายแห่ง ดิฉันพบความจริงที่น่าเสียดายว่า มีผู้บริหารจำนวนมาก ทิ้งเงินก้อนโต ซึ่งเป็นโอกาสลดต้นทุนไปเพียงเพราะความกลัวที่เกิดจากข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน หรือไปเห็นตัวอย่างที่ไม่ดีมา วันนี้ดิฉันจะขอหยิบ 3 ความเชื่อผิดๆ ยอดฮิต ที่ทำให้เจ้าของโรงงานหลายคนกลัวมาผ่าให้เห็นไส้ในกันค่ะ ว่าความจริงคืออะไร และจะป้องกันอย่างไร1: ติดแล้วหลังคารั่ว ซ่อมไม่จบไม่สิ้นความจริง: โซลาร์เซลล์ไม่ได้ทำให้หลังคารั่วค่ะ แต่ ช่างที่ไม่มีฝีมือต่างหากที่ทำให้รั่ว ปัญหานี้มักเกิดจาก 2 สาเหตุหลัก การเหยียบกระเบื้องแตก: ช่างติดตั้งราคาถูก มักไม่มีอุปกรณ์เซฟตี้ เดินเหยียบหลังคาโดยตรงจนเกิดรอยร้าวตามลอนกระเบื้อง อุปกรณ์ยึดจับผิดประเภท: การเจาะหลังคาโดยไม่ใช้อุปกรณ์กันซึมที่ได้มาตรฐานวิธีแก้แบบมืออาชีพ: ทีมติดตั้งที่มีมาตรฐานจะมีทางเดินบนหลังคาเพื่อไม่ให้น้ำหนักคนกดทับกระเบื้อง และใช้อุปกรณ์ยึดจับสำหรับหลังคาที่ ไม่ต้องเจาะรู แม้แต่รูเดียว ถ้าเลือกถูกเจ้า ปัญหานี้เป็นศูนย์2: กลัวไฟไหม้โรงงาน ได้ไม่คุ้มเสียความจริง: ไฟไหม้จากโซลาร์เซลล์เกิดขึ้นได้จริงค่ะ ถ้าท่านประหยัดค่าสายไฟแบบผิดๆสาเหตุหลักของไฟไหม้เกิดจากจุดเชื่อมต่อที่หลวม หรือการใช้สายไฟ DC เกรดต่ำที่ไม่ทนแดดทนฝน พอใช้ไป 3-5 ปี ฉนวนเปื่อยจนเกิดการลัดวงจรวิธีแก้แบบมืออาชีพ: ระบุในสัญญาเลยว่าต้องใช้สายไฟเกรด Solar (PV1-F) ที่ได้มาตรฐานระดับโลกเท่านั้น ติดตั้งระบบ Rapid Shutdown หรือตัวตัดไฟฉุกเฉิน ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ของ วสท. (วิศวกรรมสถาน) ที่บังคับใช้แล้ว ส่องกล้องความร้อนประจำปี เพื่อหาจุดร้อนผิดปกติ แค่นี้ก็นอนหลับสบายไร้กังวลแล้วค่ะ3: เมืองไทยฝนตกบ่อย หน้าฝนก็เจ๊งสิความจริง: โซลาร์เซลล์ทำงานด้วยแสง ไม่ใช่ความร้อนค่ะ จริงอยู่ที่หน้าฝนเมฆเยอะ ผลิตไฟได้น้อยลง แต่จากสถิติข้อมูลพยากรณ์อากาศ ย้อนหลัง 10 ปี เมืองไทยมีแดดเฉลี่ยปีละ 1,400-1,500 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าสูงติดอันดับโลก แม้จะหักลบหน้าฝนไปแล้ว ผลตอบแทนการลงทุน (IRR) ของโครงการโซลาร์ ในไทยก็ยังสูงถึง 15-20% อยู่ดี (คืนทุน 4-5 ปี)อย่าให้เมฆฝนไม่กี่วัน มาบังตาจนมองไม่เห็นกำไรมหาศาลตลอด 25 ปีเลยค่ะบทสรุป: ความเสี่ยงจัดการได้ด้วยความรู้ท่านผู้บริหารคะ ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง แต่ความเสี่ยงของ Green Tech เป็นความเสี่ยงทางเทคนิคที่จัดการได้ 100% หากท่านเลือกเทคโนโลยีที่ถูกต้องและทีมงานที่มีคุณภาพอย่าปล่อยให้ความเชื่อผิดๆ มาปิดโอกาสในการลดต้นทุนของท่านอีกเลยค่ะ เพราะในขณะที่ท่านกำลังกลัว คู่แข่งของท่านเขาติดตั้งเสร็จและเริ่มนับเงินคืนทุนไปแล้วนะคะสัปดาห์หน้า เราจะมาคุยเรื่อง "การสื่อสาร" กันบ้าง ว่าทำแล้วจะบอกลูกค้า ยังไงให้ดูดี ไม่ดูเป็นการ ฟอกเขียว แล้วพบกันนะคะ

บสย. ดัน SMEs สู่ธุรกิจสีเขียว สู้วิกฤตพลังงาน ฟรีค่าธรรมเนียม 3 ปี
อ่าน

บสย. ดัน SMEs สู่ธุรกิจสีเขียว สู้วิกฤตพลังงาน ฟรีค่าธรรมเนียม 3 ปี

#ทันหุ้น -บสย. ลุยช่วย SMEs ยกระดับสู่ “ธุรกิจสีเขียว” รับมือ “วิกฤตพลังงาน”ฟรี! ค่าธรรมเนียม 3 ปีแรก มุ่งช่วย SMEs ลดภาระทางการเงิน ดร.สิทธิกรดิเรกสุนทรกรรมการและผู้จัดการทั่วไปบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(บสย.)กล่าวว่าจากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์โดยเฉพาะในตะวันออกกลางซึ่งเป็นแหล่งผลิตและเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญของโลกส่งผลให้ราคาน้ำมันและพลังงานในตลาดโลกมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่องซึ่งกระทบต่อต้นทุนการดำเนินธุรกิจการบริหารสภาพคล่องและเงินทุนหมุนเวียนของSMEsทั้งในปัจจุบันและระยะยาวทั้งนี้เพื่อให้ความช่วยเหลือSMEsฝ่าวิกฤตพลังงานบสย.พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการที่ต้องการขอสินเชื่อเพื่อปรับปรุงเครื่องจักรและปรับเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดหรือปรับปรุงระบบพลังงานเพื่อประหยัดพลังงานอาทิการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์(Solar Cell)หรือลงทุนในธุรกิจเครื่องชาร์จไฟฟ้าEV (EV Charger)ฯลฯโดยขยายโอกาสให้SMEsสามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบด้วยต้นทุนทางการเงินที่เหมาะสมผ่านกลไกการค้ำประกันของบสย.ภายใต้มาตรการค้ำประกันสินเชื่อ“บสย. Quick Big Win”ในโครงการค้ำประกันสินเชื่อSMEs Go Bigวงเงินค้ำประกัน35,000ล้านบาทโดยมุ่งให้ความช่วยเหลือSMEsที่ดำเนินธุรกิจเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมีการนำแนวคิดเรื่องBCGและESGมาปรับใช้ในกิจการและพร้อมปรับตัวเข้าสู่สังคมCarbonต่ำภายใต้เงื่อนไขโครงการที่มุ่งช่วยผู้ประกอบการประหยัดต้นทุนมากยิ่งขึ้นโดยบสย.ค้ำประกันต่อราย2แสนบาท– 40ล้านบาทฟรี!ค่าธรรมเนียมค้ำประกัน3ปีแรกปีต่อไปเพียง1.5%ตอบโจทย์SMEsที่ต้องการสินเชื่อมากกว่า1ล้านบาทตลอดเวลาที่ผ่านมาบสย.ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมผู้ประกอบการSMEsที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียวโดยตลอด3ปี(ปี2566 - 2568)บสย.ให้ความช่วยเหลือSMEsที่ดำเนินธุรกิจตามแนวทางการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการค้ำประกันสินเชื่อกว่า6,700ล้านบาทสามารถช่วยเหลือSMEsเข้าถึงสินเชื่อได้กว่า1,570รายโดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ประกอบการที่ติดตั้งSolar Cellกว่า30%ตามด้วยกลุ่มที่ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่าเพื่อลดการเกิดของเสียจากกระบวนการผลิตตามBCG Modelและกลุ่มที่เปลี่ยนเครื่องจักรหรืออุปกรณ์เครื่องใช้ในการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นหรือลดการใช้พลังงานโดยปี2569ตั้งเป้าค้ำประกันสินเชื่อSMEsในกลุ่มนี้อีกกว่า3,300ล้านบาทคาดว่าสามารถช่วยSMEsได้รับสินเชื่อ770รายรักษาการจ้างงานได้กว่า26,444ตำแหน่งและสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากถึง13,629ล้านบาท“การลงทุนในพลังงานสะอาดนอกจากช่วยยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานแก่ภาคธุรกิจช่วยลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมยังช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการพร้อมช่วยลดต้นทุนทางธุรกิจและกระจายความเสี่ยงเพื่อรับมือกับสถานการณ์ราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นในขณะนี้พร้อมสร้างโอกาสทางธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคตอีกด้วย”ดร.สิทธิกรกล่าวทั้งนี้การปรับตัวของผู้ประกอบการในการก้าวสู่พลังงานสะอาดยังตอบโจทย์เทรนด์ธุรกิจทั่วโลกที่กำลังให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้นซึ่งสอดคล้องกับนโยบายภาครัฐที่รณรงค์การประหยัดพลังงานและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดอุณหภูมิโลกตามเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปีค.ศ. 2050และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปีค.ศ. 2065ทั้งนี้เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการSMEsอย่างครบวงจรบสย.พร้อมให้คำปรึกษาและคำแนะนำSMEsในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนการแก้ปัญหาหนี้และให้ความรู้ทางการเงินผ่านศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงินบสย.โดยไม่มีค่าใช้จ่ายนอกจากนี้ยังเพิ่มความสะดวกให้ผู้ประกอบการSMEsสามารถเข้ามาตรวจสุขภาพทางการเงินพร้อมจองคิวขอรับคำปรึกษาทางการเงินฟรี!ได้ที่LINE OA : @tcgfirst

SSP เร่งขยายโรงไฟฟ้าใน–นอกจ่อ COD โครงการใหม่ต่อเนื่อง
อ่าน

SSP เร่งขยายโรงไฟฟ้าใน–นอกจ่อ COD โครงการใหม่ต่อเนื่อง

#SSP #ทันหุ้น - นายชยุตม์ หลีหเจริญกุล (กลาง) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานบัญชีและการเงิน, นางสาวลินดา เอนกรัชดาพร (ที่ 1 จากขวา) ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์และนักลงทุนสัมพันธ์ และนางสาวฐิติรัตน์ พุทธิวงศาสุนทร (ที่ 1 จากซ้าย) ผู้จัดการแผนกนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SSP) นำเสนอข้อมูลในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Opportunity Day) โดยภาพรวมในปี 2568 การรับรู้ปริมาณการผลิตไฟฟ้าเต็มปี รวมไปถึงค่าความเร็วลมในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนทำให้โครงการร่มเกล้าวินฟาร์มมีปริมาณการผลิตไฟฟ้าเติบโตเพิ่มขึ้น ขณะที่โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น มีค่าความเข้มแสงที่เพิ่มขึ้น  และการ Repowering โครงการ SPN เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้ปริมาณการผลิตไฟฟ้ารวมฟื้นตัวกลับมาดีขึ้น และคาดว่าจะเห็นปริมาณขายไฟของ SPN ที่เพิ่มขึ้นได้ตลอดทั้งปี 2569สำหรับในปี 2569  SSP จะสามารถรับรู้รายได้จากโซลาร์ฟาร์ม LEO 2 ในประเทศญี่ปุ่นได้เต็มปี นอกจากนั้น บริษัทฯ อยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะชุมชนอีก 2 โครงการ ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งรวม 19.8 เมกะวัตต์ คาดว่าจะสามารถขายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ภายในไตรมาส 4 ปี 2569  และในปี 2570 เตรียม COD โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยอีก 3 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 108.6 เมกะวัตต์ รวมถึงโรงไฟฟ้าพลังงานลม “บาโก” ในประเทศฟิลิปปินส์ ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 150 เมกะวัตต์ ซึ่งจะมาช่วยสนับสนุนพอร์ตโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนเติบโตก้าวกระโดด และสร้างรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว