รีเซต

ผลการค้นหา “#แม่น้ำร้อยสาย” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ฮิปโป ราชาแห่งแม่น้ำ
ดู

ฮิปโป ราชาแห่งแม่น้ำ

เปิดปมคดีสะเทือนขวัญ “วารี๑๐๐ศพ” ปล่อยตัวอย่างเต็ม ไล่ล่าค่าหัว 10 ล้าน พร้อมสตรีม 28 สิงหาคมนี้
อ่าน

เปิดปมคดีสะเทือนขวัญ “วารี๑๐๐ศพ” ปล่อยตัวอย่างเต็ม ไล่ล่าค่าหัว 10 ล้าน พร้อมสตรีม 28 สิงหาคมนี้

"วารี๑๐๐ศพ (Still Water)"หลังจากสร้างความสนใจด้วยทีเซอร์ปริศนา ล่าสุดDisney+เดินหน้าปล่อยตัวอย่างเต็มความยาว2นาทีของวารี๑๐๐ศพ (Still Water)ซีรีส์แนวฆาตกรรมสืบสวน นำโดยปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์,ชิปปี้ ศิริน ปรีดียานนท์เสริมทัพด้วยนักแสดงที่ล้วนมีเอกลักษณ์และพลังการแสดงเฉพาะตัว ทั้งน้ำฝน กุลณัฐ,แป้ง อรจิรา แหลมวิไล,แบงค์ อาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์,จูเนียร์ กาจบัณฑิต ใจดี และ แพรว เฌอมาวีร์ สุวรรณภาณุโชคพร้อมด้วยแจ๊บ เพ็ญเพ็ชร เพ็ญกุล และ ต๊อบ สหัสชัย ชุมรุมที่โคจรมาร่วมสร้างความเข้มข้นให้กับเรื่องราวซึ่งเต็มไปด้วยปริศนา ความลับ และความสัมพันธ์อันซับซ้อน ตัวอย่างล่าสุดพาผู้ชมดำดิ่งสู่บรรยากาศของ"อำเภอวารีปะศพ"เมืองเล็กอันเงียบสงบที่กำลังถูกปกคลุมด้วยเงามืดของคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง เมื่อ"ปิ่น"(ปันปัน สุทัตตา)หญิงสาวผู้ไม่เคยละทิ้งความหวังในการตามหาพี่สาวที่หายตัวไป ต้องเผชิญกับเหตุการณ์สะเทือนขวัญ หลังพบศพปริศนาที่ถูกแขวนไว้กลางป่า สภาพศพอันโหดเหี้ยมกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดโปงความลับที่ถูกซ่อนไว้ในหมู่บ้านแห่งนี้ ตัวอย่างยังเผยให้เห็นการเข้ามาของตำรวจผู้รับหน้าที่คลี่คลายคดี การเปิดตัวตัวละครสำคัญครบทุกคน พร้อมปมความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกันอย่างซับซ้อน โดยเฉพาะการพบกันระหว่าง"ปิ่น"และ"ยีนส์"สองหญิงสาวที่ตัดสินใจร่วมมือกันออกตามหาฆาตกร หวังไขคดีและคว้าเงินรางวัล10ล้านบาทที่ชวิน(แจ๊บ เพ็ญเพ็ชร)ประกาศไว้สำหรับผู้ที่สามารถจับตัวคนร้ายได้ ตลอดความยาว2นาที ผู้ชมจะได้สัมผัสทั้งบรรยากาศการสืบสวนที่กดดัน ฉากการไล่ล่า เบาะแสที่ชวนสงสัย รวมถึงภาพเหตุฆาตกรรมอันน่าสะพรึงกลัว ซึ่งค่อย ๆ เผยให้เห็นว่า การตายของผู้คนในหมู่บ้านอาจไม่ใช่เหตุบังเอิญ และทุกคนต่างมีความลับที่พร้อมจะเปลี่ยนทิศทางของคดีได้ทุกเมื่อ เมื่อความจริงถูกฝังไว้ใต้ผืนน้ำอันเงียบสงบ และทุกคนต่างตกเป็นผู้ต้องสงสัย คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า"ใครคือฆาตกร"แต่คือ"ใครกำลังปกปิดความจริง" ร่วมไขปริศนาและตามล่าความจริงไปพร้อมกันในวารี๑๐๐ศพ (Still Water)ซีรีส์ แนวฆาตกรรมสืบสวน เตรียมสตรีม4ตอนแรกวันที่28สิงหาคมนี้ และ3ตอนสุดท้ายในวันที่4กันยายนบนDisney+ที่นี่ที่เดียว

วงการบันเทิงอาลัย “น้ำเงิน บุญหนัก” นักแสดงอาวุโสระดับตำนาน เสียชีวิตในวัย 86 ปี
อ่าน

วงการบันเทิงอาลัย “น้ำเงิน บุญหนัก” นักแสดงอาวุโสระดับตำนาน เสียชีวิตในวัย 86 ปี

วงการบันเทิงอาลัย น้ำเงิน บุญหนัก นักแสดงอาวุโสระดับตำนาน เสียชีวิตในวัย 86 ปี นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการบันเทิงไทย เมื่อ คุณยายเปี๊ยก น้ำเงิน บุญหนัก นักแสดงและนักพากย์อาวุโสผู้เป็นที่รักของคนในวงการและแฟนละคร ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 สิริอายุได้ 86 ปี ปิดฉากเส้นทางผู้สร้างความสุขในวงการมายาวนานกว่า 70 ปี ด้านคนใกล้ชิดเผยเสียชีวิตเมื่อเช้านี้ ด้วยสาเหตุหลับไปเฉยๆ โดยทางครอบครัวจะจัดพิธีรดน้ำศพวันนี้ เวลา 16.00 น. ที่วัดนวลจันทร์ ศาลา 11 หากย้อนเส้นทางชีวิตและผลงานระดับตำนาน คุณยายน้ำเงิน บุญหนัก เริ่มก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงตั้งแต่อายุเพียง 17 ปี (พ.ศ. 2498) และมีผลงานชิ้นแรกคือภาพยนตร์เรื่อง สาปสวรรค์ (พ.ศ. 2499) ตลอดเวลาเจ็ดทศวรรษในวงการ คุณยายฝากฝีมือการแสดงไว้ในภาพยนตร์และละครโทรทัศน์หลายร้อยเรื่อง และเคยได้รับเกียรติยศสูงสุดคือ รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี (ตุ๊กตาทอง) นักแสดงประกอบหญิงยอดเยี่ยมติดต่อกันถึง 2 ปีซ้อน บทบาทที่เป็นภาพจำและสร้างความประทับใจให้แก่คนไทยตลอดกาล ได้แก่ ยายสาย จากละครสยองขวัญระดับตำนานเรื่อง กระสือ (2537) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในบทบาทที่น่าจดจำที่สุดของวงการละครไทย และ แม่คอน จากละครเรื่อง มนต์รักลูกทุ่ง (2538) ผลงานภาพยนตร์ยุคคลาสสิก อาทิ ชาติเสือ (ร่วมแสดงในฐานะนางเอกร่วมของ มิตร ชัยบัญชา) และ นางสาวโพระดก หลังจากที่แฟนละคร รวมไปถึงคนในวงการที่ทราบข่าวก็เข้ามาร่วมแสดงความเสียใจ และร่วมอาลัยกันอย่างมากมาย ทางดาราเดลี่ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวยายเปี๊ยกด้วยนะคะ

ลอยกระทงสาย ไหลประทีป 1,000 ดวง จังหวัดตาก 2568 ประวัติลอยกระทงสาย ริมแม่น้ำปิง
อ่าน

ลอยกระทงสาย ไหลประทีป 1,000 ดวง จังหวัดตาก 2568 ประวัติลอยกระทงสาย ริมแม่น้ำปิง

ลอยกระทงสาย ไหลประทีป 1,000 ดวง จังหวัดตาก 2568 ในปีนี้ จัดงานขึ้นในระหว่างวันที่ 2-5 พฤศจิกายน 2568 โดยปรับรูปแบบเนื้อหาของกิจกรรมต่างๆ ให้เหมาะสมสอดคล้องกับช่วงเวลา เทิดพระเกียรติและถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง งานลอยกระทงสาย เป็นหนึ่งในงานลอยกระทงประจำท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงของจังหวัดตาก และปฎิบัติสืบเนื่องกันมาอย่างยาวนาน ภาพของกระทงที่ไหลตามแม่น้ำยาวเป็นสายอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับแสงไฟระยิบระยับสร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวเสมอเป็นประจำทุกปี เรามาทำความรู้จักกับ ที่มา ประวัติประเพณีลอยกระทงสาย ว่ามีเอกลักษณ์ และความพิเศษที่แตกต่างจากงานลองกระทงที่อื่นอย่างไรบ้าง รวมพิกัด ที่ลอยกระทง งานลอยกระทง 2568 ทั่วไทย ลอยกระทง ที่ไหนดี ประวัติวันลอยกระทง ที่มาลอยกระทงในประเทศไทย CGN089 / Shutterstock.com ลอยกระทงสาย ไหลประทีป 1,000 ดวง 2565 ชวนเที่ยว งานลอยกระทง 2568 กับ งานประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป 1,000 ดวง จังหวัดตาก โดยปรับรูปแบบเนื้อหาของกิจกรรมต่างๆ ให้เหมาะสมสอดคล้องกับช่วงเวลาเทิดพระเกียรติและถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ของคนไทยทั้งประเทศ เพื่อแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยงานจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในระหว่างวันที่ 2-5 พฤศจิกายน 2568ริมสายธารลานกระทงสาย เชิง สะพานสมโภชน์ กรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี มาร่วมกัน สืบสานประเพณีไทย - อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม - ภูมิใจในผลงานชุมชนกับ "กระทงกะลา" หนึ่งในกิจกรรมไฮไลต์ของงานปีนี้! กิจกรรมภายในงาน ขบวนแห่อัญเชิญพระประทีปพระราชทาน ขบวนแห่อัญเชิญพระประทีปพระราชทาน ขบวนแห่สายกระทงทั้ง 8 สาย ขบวนเห่เรือ พิธีอัญเชิญพระประทีปประดิษฐ์ฐานบนเวทีกลางน้ำปิง พิธีเปิดงานประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป ๑๐๐๐ ดวง ชมการแสดงการลอยกระทงสายไหลประทีป ๑๐๐๐ ดวง แสดงฟ้อนศรีเวียงระแหง บริเวณด้านหน้าอาคารกิตติคุณ พิธีขอขมาพระแม่คงคา (ถวายผ้าป่าน้ำ) พิธีอัญเชิญพระประทีปพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งพระบรมวงศานุวงศ์ รวม 9 พระองค์ ลงลอย เป็นสิริมงคล กิจกรรมลานภูมิปัญญากระทงสาย (ท่าลอยกระทงสาย) จำหน่ายกระทงกะลาของนักเรียน กิจกรรมทางศาสนา ได้แก่ สักการะบูชาพระแม่คงคา วัดวาสะเดาะเคราะห์ กาดกระทงสาย (ผู้ค้าตลาดวินเทจ) ณ บริเวณสนามเด็กเล่น หน้าทางลงลานกระทงสายฯ ลานครัวกระทงสาย ณ บริเวณด้านเหนืออาคารกิตติคุณ กิจกรรมลานเยาวชนคนสร้างสรรค์ พื้นที่สร้างสรรค์ พื้นที่สร้างสุข ณ บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติ ด้านเหนืออาคารกิตติคุณ yaipearn / Shutterstock.com รายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.facebook.com/Tak'sLoiKrathongSaiFestival ตำนาน ประวัติลอยกระทงสาย จังหวัดตาก yaipearn / Shutterstock.com มีตำนานเล่าขานสืบต่อกันมาว่า ในอดีตกาลมีสามเณรที่ชอบเที่ยวเล่นซุกซนอยู่รูปหนึ่ง มีนิสัยชอบล่าสัตว์ ยิงนก ตกปลาเป็นประจำ วันหนึ่งเณรน้อยได้ยิงไก่ วัว เต่า และพญานาคตาย แล้วเกิดสำนึกในบาปที่ตนได้กระทำมาตลอด จึงได้อธิษฐานกับพวกไก่ วัว เต่า และพญานาค นั้นว่า ถ้าได้เกิดมาในชาติหน้าขอให้เป็นพี่น้องท้องเดียวกัน ณ ริมฝั่งแม่น้ำคงคา มีต้นไทรอยู่ต้นหนึ่งเป็นที่อาศัยของกาเผือกสองตัวผัวเมีย ซึ่งได้ออกไข่มา 5 ฟอง อยู่มาวันหนึ่ง ขณะที่กาเผือกสองตัวผัวเมียออกเที่ยวหาอาหารอยู่นั้น ท้องฟ้ามืดครึ้ม มีลมพัดแรง ได้พัดเอาไข่ทั้ง 5 ฟองตกลงในแม่น้ำ แล้วลอยไปติดชายหาดแห่งหนึ่ง และไข่ทั้งหมดก็แตกออกมาเป็นเด็กทารกทั้ง 5 ได้แก่ เณรน้อย ไก่ เต่า วัว และพญานาคที่มาเกิดนั้นเอง ทารกทั้ง 5 คน ก็พากันตั้งจิตอธิษฐานว่า ถ้าตนทั้ง 5 เป็นพี่น้องร่วมท้องเดียวกัน ก็ขอให้มีโอกาสพบพ่อแม่ด้วยเถิด yaipearn / Shutterstock.com ส่วนกาเผือกสองตัวผัวเมีย เมื่อตายลงไปเกิดเป็นเทวดาอยู่บนสวรรค์ จึงมาเข้าฝันทารกทั้ง 5 ว่า "หากเจ้าทั้งหมดอยากพบหน้า และระลึกถึงพ่อแม่ ก็จงฟั่นด้ายเป็น รูปตีนกา แล้วลอยแม่น้ำคงคาไป" ต่อมาทารกทั้ง 5 ก็ได้สำเร็จอรหันต์เป็นพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ ด้วยเหตุนี้การลอยกระทงสายทุกครั้ง จึงมีการฟั่นด้ายเป็นรูปตีนกา เพื่อบูชาแม่กาเผือกของพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ ซึ่งเป็นงานประเพณีการลอยกระทงสายของจังหวัดตากไหลประทีป 1,000 ดวง สืบมาจนถึงปัจจุบัน เอกลักษณ์ งานประเพณีลอยกระทงสาย ด้วยความที่ชาวเมืองตากอาศัยอยู่ริมแม่น้ำปิงกันมาอย่างยาวนาน วิถีชีวิตจึงมีความผูกพันกับสายน้ำค่อนข้างมาก งานประเพณีลอยกระทงสายจึงถือเป็นงานสำคัญที่ชาวเมืองตากจะได้แสดงความเคารพต่อสายน้ำ สร้างจิตสำนึก และความหวงแหนแม่น้ำให้ลูกหลาน และยังเป็นความร่วมมือร่วมใจของชาวบ้านในหมู่บ้านด้วย ส่วนที่แตกต่างจากงานลอยกระทงที่อื่น ก็คือ ส่วนประกอบของกระทงจะมีการนำ กะลามะพร้าว มาใช้เป็นส่วนใหญ่ เพราะชาวเมืองตาก มีการนำเอามะพร้าวมาแปรรูปเพื่อทำเมี่ยง ทำให้ส่วนกะลามะพร้าวจะถูกเหลือทิ้งเป็นจำนวนมาก งานลอยกระทงจึงเป็นการนำกะลามาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่นั่นเอง Pisit Rapitpunt / Shutterstock.com เมื่อถึง วันลอยกระทง (วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินทางจันทรคติ) ชาวเมืองตากก็จะนำกระทงกะลามาขัดจนสะอาด ตกแต่งลวดลายสวยงาม ภายในกะลาใส่ด้ายดิบที่ฟั่นเป็น รูปตีนกา ไว้ด้วยตามตำนานเรื่องพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ แล้วนำไปลอยในแม่น้ำปิง ประกอบกับแม่น้ำปิงที่ไหลผ่านจังหวัดตากจะเกิดสันทรายใต้น้ำ ทำให้เกิดเป็นร่องน้ำที่สวยงามเป็นธรรมชาติ เมื่อกระทงกะลาไหลไปตามร่องน้ำจะทำให้ดูเป็นสายอย่างต่อเนื่องจนสุดสายตา ส่องแสงระยิบระยับเต็มท้องน้ำ อ้างอิง http://web.tak.go.th/page/tourist https://tak.mots.go.th/news_view https://www.m-culture.go.th/tak

อัปเดต งานลอยกระทง 2568 ทั่วไทย ลอยกระทงที่ไหนดี เที่ยวที่ไหนดี
อ่าน

อัปเดต งานลอยกระทง 2568 ทั่วไทย ลอยกระทงที่ไหนดี เที่ยวที่ไหนดี

ลอย ลอย กระทงสำหรับ วันลอยกระทง 2568 นี้ ตรงกับวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ค่ะ ตามเรามาเช็กลิสต์กันเลยกับพิกัด ที่ลอยกระทง ใน งานลอยกระทง 2568 นี้ มาฝากกันค่ะ ที่ปรับรูปแบบให้เหมาะสมกับช่วงเวลาถวายความอาลัย ดูกิจกรรมภายในงานกันได้ ปักหมุดพิกัด งานลอยกระทง 2568 ทั่วไทย กันตามนี้ได้เลย ลอยกระทง ที่ไหนดี มาดูกัน รวม 17 ที่ ลอยกระทง ยอดฮิตในกรุงเทพ ลอยกระทง กรุงเทพ ที่ไหนดี ? ประวัติวันลอยกระทง ที่มาประเพณีลอยกระทงในไทย Songsak Pandet / Shutterstock.com งานลอยกระทง 2568 ทั่วไทยลอยกระทง ที่ไหนดี ? 1. งานประเพณีลอยกระทง เผาเทียนเล่นไฟ สุโขทัย ประเพณีเผาเทียนเล่นไฟ 2568 งานลอยกระทง สุโขทัย จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม - 5 พฤศจิกายน 2568 ที่ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย รวม 10 วัน 10 คืน ภายในมีมติจัดงานประเพณี ลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ โดยปรับรูปแบบให้เหมาะสมกับช่วงเวลาถวายความอาลัย งดกิจกรรม และการแสดงบันเทิง และจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรม ประเพณีได้ เช่น ขบวนแห่กระทงใหญ่ กระทงเล็ก โคมชัก โคมแขวน พนมหมาก พนมดอกไม้ ขบวนแห่วัฒนธรรมประเพณีและวิถีชีวิตของชาวท้องถิ่นและวันเพ็ญเดือน 12 พิธีเผาเทียน การจัดนิทรรศการ การจัดตลาดจำหน่ายสินค้า และการจัดจำหน่ายกระทง กิจกรรม ลานเทศน์ ลานธรรม การแสดง แสง เสียง Light Soundและอื่นๆ อีกมากมาย ดูรายละเอียดงานเพิ่มเติมที่ ลอยกระทง 2568 สุโขทัย ประเพณีเผาเทียนเล่นไฟ เที่ยวงานลอยกระทง แสง สี เสียง 📍 สถานที่จัดงาน : อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ⏰ วันจัดงาน : 27 ตุลาคม - 5 พฤศจิกายน 2568 ✨ ค่าเข้าชมงาน : - 🔗 รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/sukhothailoykrathong ============== 2. งานประเพณียี่เป็ง ลอยกระทง 2568 เชียงใหม่ ลอยกระทง ปีนี้ พลาดไม่ได้เลยที่จะขึ้นเหนือ ไปสัมผัสอากาศเย็นๆ ในช่วงหน้าหนาว และไปเที่ยวกันใน งานลอยกระทง เชียงใหม่ หรือ งานประเพณียี่เป็ง เชียงใหม่ 2568 ภายใต้แนวคิด "สายธารแห่งพระเมตตา ไหว้สาพระพันปีหลวง ทวยราษฎร์ทั้งปวงล้วนสดุดี ภักดีสถิตในใจนิรันดร์ เพื่อถวายพระเกียรติ และถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง" ซึ่งปีนี้จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 4-6 พฤศจิกายน 2568นี้ ณ ข่วงประตูท่าแพ, ถนนท่าแพ - สนง.เทศบาลนครเชียงใหม่, คลองแม่ข่า, ท่าน้ำศรีโขง สำหรับกิจกรรมภายในงานก็คือ การประกวดกระทงใหญ่ ชิงถ้วยพระราชทานฯ การประกวดการจัดซุ้มประตูป่า การประกวดประดิษฐ์สะเปาล้านนา พิธีขอขมาแม่น้ำปิง การประกวดโคมยี่เป็งล้านนา การปล่อยกระทงสาย พิธีตั้งธรรมหลวง การประกวดกระทงฝีมือใบตอง-ดอกไม้สด พิธีเปิดงานประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ 📍 สถานที่จัดงาน : จังหวัดเชียงใหม่ ⏰ วันจัดงาน : 4-6 พฤศจิกายน 2568 ✨ ค่าเข้าชมงาน : - 🔗 รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/YiPengchiangmaifestival ============== 3. เทศกาลสายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย 2568Bangkok River Festival 2025 เที่ยวงานลอยกระทง กรุงเทพฯ Bangkok River Festival 2025 เทศกาลสายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย ปีที่ 11 "ลอยกระทงกตัญญูแม่พระคงคา บูชาแม่แห่งแผ่นดิน" มาร่วมสืบสาน ประเพณีลอยกระทง ขอเชิญร่วมถวายความอาลัย และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในเทศกาลแห่งศรัทธาและความงดงามของสายน้ำ ในวันที่ 3-5 พฤศจิกายน 2568 ขณะเดียวกันก็ร่วมรักษ์โลกไปด้วยกัน ชวนทุกคนลอยกระทงใน "บ่อรักษ์โลก" ลดขยะในแม่น้ำลำคลอง 100% ณ 9 ท่าน้ำร่วมสมัย วัดโพธิ์, วัดอรุณฯ, วัดระฆังฯ, วัดกัลยาฯ, วัดประยูรฯ, ท่ามหาราช, เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น, สุขสยาม ณ ไอคอนสยาม และคลองเปรมประชากร บริการเรือรับส่งฟรี (Free Shuttle Boat) ดูรายละเอียดงานเพิ่มเติมที่ งานลอยกระทง 2568 กรุงเทพ Bangkok River Festival 2025 เข้าฟรี 📍 สถานที่จัดงาน : 9 ท่าน้ำร่วมสมัย กรุงเทพฯ ⏰ วันจัดงาน : 3-5 พฤศจิกายน 2568 ✨ ค่าเข้าชมงาน : - 🔗 รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/riverfestivalthailand ============== 4. ประเพณีลอยกระทงกาบกล้วย เมืองแม่กลอง สมุทรสงคราม ชวนเที่ยวเทศกาลลอยกระทง ประเพณีลอยกระทงกาบกล้วย เมืองแม่กลอง 2568 ในวันที่ 4-6 พฤศจิกายน 2568ณ วัดภุมรินทร์กุฎีทอง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ภายในงานชม ภูมิปัญญาท้องถิ่นลอยกระทงกาบกล้วยกว่า 50,000 ใบ ชวนครอบครัวและเพื่อนซี้มาเที่ยวใกล้ๆ กรุงกัน นุ่งโจงห่มสไบ มาเที่ยวงานกันได้เลยค่ะ กิจกรรมไฮไลท์ในวันลอยกระทงตรงกับวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ประกอบด้วย ขบวนแห่และพิธีลอยกระทงพระประทีปพระราชทาน การประกวดนางนพมาศ การจุดพลุเฉลิมฉลองกลางแม่น้ำแม่กลอง และการลอยกระทงกาบกล้วย จำนวน 50,000 ใบ ซึ่งจะเริ่มจากหน้าวัดท้องคุ้ง ล่องไปตามคุ้งน้ำที่ไหลผ่านหน้าวัดภุมรินทร์กุฏีทอง ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สวยงามที่สุดอีกแห่งหนึ่งของจังหวัด โดยเปลวไฟจากกระทงจะสะท้อนผิวน้ำเป็นภาพที่สวยงามน่าประทับใจ 📍 สถานที่จัดงาน : วัดภุมรินทร์กุฎีทอง จังหวัดสมุทรสงคราม ⏰ วันจัดงาน : 4-6 พฤศจิกายน 2568 ✨ ค่าเข้าชมงาน : - 🔗 รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ - ============== 5. งานเทศกาลโคมแสนดวง 2568 ลำพูน ชวนกันมาชวนร่วมบูชา ถวายโคม แขวนโคม แด่องค์พระธาตุหริภุญชัย ในงานเทศกาล โคมแสนดวงที่เมืองลำพูน 2568 ใน เทศกาลเดือนยี่เป็ง โดงานจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 2-10 พฤศจิกายน 2568 ณ วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร และ 2.ลานอนุสาวรีย์พระนางจามเทวีค่ะ เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน เป็นส่วนหนึ่งของงานประเพณีลอยกระทง หรือ ประเพณียี่เป็ง ที่ปฏิบัติสืบทอดมายาวนาน เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา พระธาตุหริภุญชัย และถวายสักการะ พระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์แห่งเมืองลำพูน ซึ่งเป็นประเพณีที่เดียวในโลกที่จัดขึ้นประจำทุกปีในช่วงเทศกาลลอยกระทง โดยจะประดับตกแต่งด้วยโคมล้านนาทั่วทั้งเมือง 📍 สถานที่จัดงาน : วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร ⏰ วันจัดงาน : 2-10 พฤศจิกายน 2568 ✨ ค่าเข้าชมงาน : - 🔗 รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/lampang.tourism ============== 6. งานประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป 1000 ดวง 2568งานลอยกระทง จังหวัดตาก ลอยกระทง 2568 นี้ ชวนกันไปร่วมงาน ประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป 1000 ดวง 2568 เอกลักษณ์และเป็นมรดกสืบทอดจากภูมิปัญญาท้องถิ่นแห่งความภาคภูมิใจของชาวจังหวัดตาก ซึ่งจะจัดงานขึ้นในวันที่ 2-5 พฤศจิกายน 2568นี้ ณ ริมสายธารลานกระทงสาย เชิงสะพานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี ค่ะ โดยภายในงาน ปรับรูปแบบเนื้อหาของกิจกรรมต่างๆให้เหมาะสม ภายใต้รูปแบบเทิดพระเกียรติ และถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 📍 สถานที่จัดงาน : เชิงสะพานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี จังหวัดตาก ⏰ วันจัดงาน : 2-5 พฤศจิกายน 2568 ✨ ค่าเข้าชมงาน : - 🔗 รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/taktravel ============== 7. ลอยกระทง ธารประทีป กำแพงเพชร 2568 เที่ยว งานลอยกระทง ธารประทีป จังหวัดกำแพงเพชร 2568 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 28 ตุลาคม - 5 พฤศจิกายน 2568 ณ ลานอนุรักษ์วัฒนธรรมสิริจิตอุทยาน ริมแม่น้ำปิง ภายในงานพบกับกิจกรรมดีๆ ทุกค่ำคืน ร้านค้าร้านอาหารที่หลากหลาย เรือไฟกลางน้ำ กระทงใหญ่ กระทงไฟ น้ำพุกลางน้ำ ลอยกระทงสาย 📍 สถานที่จัดงาน : ลานอนุรักษ์วัฒนธรรมสิรจิตอุทยานริมแม่น้ำปิง จังหวัดกำแพงเพชร ⏰ วันจัดงาน : 28 ตุลาคม - 5 พฤศจิกายน 2568 ✨ ค่าเข้าชมงาน : - 🔗 รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/KamphaengphetTourismsports ============== ลอยกระทง 2568 ที่น่าสนใจอื่นๆ 30 ร้านอาหาร ลอยกระทง บรรยากาศดีริมน้ำ จูงมือคนพิเศษไปชมจันทร์ อัปเดต 19 สถานที่ลอยกระทงใกล้ MRT รถไฟฟ้า ไปง่าย ไม่ต้องสายเพราะรถติด 14 ที่ลอยกระทง 2568 ใกล้ รถไฟฟ้า BTS เดินทางง่าย ไม่ต้องห่วงรถติด

รวม สถานที่ลอยกระทง ยี่เป็งเชียงใหม่ 2568 มนต์เสน่ห์แสงโคมและสายน้ำ เมืองล้านนา
อ่าน

รวม สถานที่ลอยกระทง ยี่เป็งเชียงใหม่ 2568 มนต์เสน่ห์แสงโคมและสายน้ำ เมืองล้านนา

ใกล้ถึงเวลาแห่งความงดงามของ ประเพณียี่เป็ง และเทศกาลลอยกระทง จังหวัดเชียงใหม่ กันอีกครั้ง! เราจะพามาปักหมุดจุดชมเทศกาลลอยกระทง ยี่เป็งเชียงใหม่ 2568 งานใหญ่ที่ชาวเชียงใหม่รอคอยในคืนวันเพ็ญเดือนสิบสอง ที่ผู้คนจะพากันออกมาลอยกระทงเพื่อขอขมาพระแม่คงคา และร่วมปล่อยโคมยี่เป็งให้ส่องแสงระยิบทั่วท้องฟ้าเหนือเมืองเชียงใหม่ ประเพณีนี้ไม่เพียงงดงาม แต่ยังสะท้อนหัวใจของวัฒนธรรมล้านนา ที่เปี่ยมด้วยความศรัทธา ความอบอุ่น และรอยยิ้มของผู้คนทั่วเมือง โดยปีนี้หลายๆ งานจะจัดในช่วงวันที่ 5-6 พฤศจิกายน 2568 โดยมีจุดชมงานมากมายที่ผู้คนนิยมไปเที่ยวกัน ดังต่อไปนี้ จุดลอยกระทงและชมโคมสุดฮิตในเชียงใหม่ 1. ประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ ประจำปี 2568 Chiang Mai Yeepeng Festival 2025 เทศบาลนครเชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ สัมผัสบรรยากาศความงดงาม สืบสานงานประเพณีและวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ จัดเป็นประจำทุกปี ภายในงานมีกิจกรรมทางวัฒนธรรม การประกวด และการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่นมากมาย ✨ ที่อยู่ : 1 ถนนวังสิงห์คำ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/wbLWpvb7xSnuTA4QA 2. ประตูท่าแพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ ศูนย์กลางความคึกคักของงานยี่เป็งทุกปี! มีทั้งขบวนแห่โคมยี่เป็ง การแสดงศิลปวัฒนธรรม และไฟประดับรอบคูเมืองสุดงดงาม เหมาะกับสายถ่ายรูปและสายเที่ยวกลางคืนแบบจัดเต็ม ✨ ที่อยู่ : ถนนคชสาร ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/fANFe8CjnKfEu6hV8 3. สะพานนวรัฐ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ หนึ่งในจุดยอดนิยมริมน้ำปิง ที่ผู้คนจะมาลอยกระทงและชมโคมไฟสะท้อนผืนน้ำ บรรยากาศโรแมนติกและอบอวลด้วยกลิ่นไอวัฒนธรรมล้านนาแท้ๆ ✨ ที่อยู่ : ถนนเจริญเมือง ตำบลวัดเกต อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/ECK3ecFdDZccmUrH7 4. ขัวเหล็ก (สะพานเหล็ก) อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ จุดถ่ายรูปสุดคลาสสิกของเชียงใหม่ ที่ประดับไฟและโคมแขวนเรียงรายสวยงามทุกปี ยิ่งตอนกลางคืนยิ่งโรแมนติกสุดๆ ✨ ที่อยู่ : ถนนลอยเคราะห์ ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/CuYPdQhHuwn5UHWW9 5. อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ หัวใจของเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยมนต์ขลัง มักเป็นจุดจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรม และยังเป็นจุดที่เหมาะสำหรับคนที่ชอบบรรยากาศชิลๆ ชมความสวยงามของโคมไฟยี่เป็ง และมากราบไหว้อนุสาวรีย์ ✨ ที่อยู่ : ถนนอินทวโรรส ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/e8bnPYgsFD2tBMDN9 Jula Store / Shutterstock.com 6. วัดโลกโมฬี อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ วัดเก่าแก่ที่งดงามด้วยแสงโคมยี่เป็งทุกปี บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับผู้ที่อยากลอยกระทงในความสงบ และได้รูปสวยๆ กับโคมไฟล้านนา ✨ ที่อยู่ : ถนนมณีนพรัตน์ ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/UnZKZG5vowBQfqP28 7. สะพานจันทร์สม (ชุมชนย่านวัดเกต) อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ ชุมชมวัดเกตุจะมีการจัดงานประเพณีลอยกระทงเป็นกระจำทุกปี ใครที่อยากลองสัมผัสบรรยากาศของล้านนาที่แท้จริง สามารถมาร่วมกิจกรรมที่นี่ได้ ✨ ที่อยู่ : ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/qAoShErkjjXZB3R3A 8. ริมแม่น้ำปิงฝั่งฟ้าฮ่าม - ป่าตัน อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ อีกหนึ่งโซนยอดนิยมของชาวเชียงใหม่สำหรับการลอยกระทง ชมวิวแม่น้ำปิงระยิบระยับ และเพลิดเพลินกับอาหารพื้นเมืองหลากหลาย ✨ ที่อยู่ : ด้านหลังวัดขะจาว ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/1X7JiGRPQMwW2rRX9 9. วัดชัยมงคล อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ ใครชอบความสงบ แนะนำให้มาที่นี่ สามารถเดินข้ามไปที่ท่าน้ำเพื่อลอยกระทง ตั้งจิตอธิฐานได้อย่างสงบ ✨ ที่อยู่ : ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/xLM4PkRBJxcENbah8

เส้นทางร้อยเส้นทางสายรัก
ดู

เส้นทางร้อยเส้นทางสายรัก

ตลาดน้ำใกล้กรุง ตลาดน้ำดอนหวาย นครปฐม เที่ยวใกล้กรุงเทพ ของดี ของอร่อย ราคาถูกแบบจัดเต็ม
อ่าน

ตลาดน้ำใกล้กรุง ตลาดน้ำดอนหวาย นครปฐม เที่ยวใกล้กรุงเทพ ของดี ของอร่อย ราคาถูกแบบจัดเต็ม

ตั้งแต่เด็กจนโตมา ไม่ว่าใครก็คงได้ยินชื่อ ตลาดน้ำดอนหวาย กันมานานมากๆ แล้ว เพราะที่นี่คือ ตลาดน้ำใกล้กรุงเทพ ที่เราไปเที่ยวกันได้อย่างง่ายๆ ที่ จังหวัดนครปฐม ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มาก เป็นอีกที่เที่ยว ตลาดน้ำใกล้กรุงเทพ ที่วันนี้เราจะพาไปเดินเที่ยว เสาะหาของกินอร่อยๆ และราคาถูกมากๆ โดยเฉพาะ เป็ดพะโล้ ดอนหวาย ที่เป็นของขึ้นชื่อของที่นี่ ใครมาแล้วไม่ได้ชิม ถือว่ามาไม่ถึงตลาดน้ำดอนหวายเลยล่ะค่ะ เอาล่ะ ตามมาเที่ยวกันได้เลย! ตลาดน้ำดอนหวาย ตลาดน้ำนครปฐมเที่ยวใกล้กรุงเทพ ของกิน ของอร่อย จัดเต็ม ตลาดน้ำดอนหวาย ตั้งอยู่ใน วัดดอนหวาย ค่ะ ที่ ตำบลบางกระทึก อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เป็นตลาดชื่อดังประจำจังหวัด และมีความเป็นมายาวนานเก่าแก่มากๆ ตั้งแต่ในอดีตสมัยรัชกาลที่ 6 มาจนถึงปัจจุบันนี้เลยทีเดียว ทำให้บ้านเรือนบางหลังในบริเวณตลาดนั้นจะยังคงเป็นบ้านไม้เก่า ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำท่าจีน ที่หาดูได้ยากเต็มทีในสมัยนี้ ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสุดคลาสสิค ที่นิยมมาเดินเที่ยวถ่ายรูปบรรยากาศของตลาดที่ยังคงอดีคในเราได้เห็นกัน รวมถึงเป็นแหล่งรวมของอร่อย ของกินขึ้นชื่อ สำหรับสายกิน สายช้อป โดยเฉพาะ เราจะได้เจอกับอาหารท้องถิ่นต่างๆ มากมาย ขนมโบราณ ที่หาชิมได้ยาก หรือจะเดินเล่นชมวิวแม่น้ำ ให้อาหารปลา ก็บรรยากาศดีมากๆ ค่ะ อีกทั้งยังเป็นได้แวะทำบุญที่ วัดดอนหวาย ได้อีกด้วย บรรยากาศรอบๆ ของ ตลาดน้ำดอนหวาย นั้น ค่อนข้างร่มรื่นมากๆ ค่ะ เราสามารถเดินผ่านวัดเข้าไปที่ด้านใน ก็จะเจอกับตลาดที่ตั้งติดริมแม่น้ำ สามารถจอดรถไว้ที่ด้านหน้าของวัดได้เลย มีที่จอดรถบริการค่ะ ภายในตลาด ทำให้เราหวนนึกถึงวัยเด็กเมื่อสัก 20 ปี ที่แล้ว ที่ได้ไปเดินเที่ยวจูงมือซื้อของในตลาดกับคุณแม่ ร้านรวงต่างๆ ตั้งเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ พ่อค้าแม่ค้าขายของอย่างขะมักเขม้น เราจะได้ยินเสียงเรียกลูกค้า เสียงพูดคุยซื้อขาย สอบถามราคา เสียงหัวเราะกันอยู่เนืองๆ เป็นเหมือนได้แวะมาเจอเพื่อน มาเจอญาติ ด้วยมิตรไมตรี ทำให้เราอดยิ้มออกมาไม่ได้เลยค่ะ เพราะบรรยากาศแบบนี้หาไม่ได้จากในกรุงสักเท่าไหร่ ต่างจากซุปเปอร์มาร์เก็ตที่เราหาซื้อของกันในทุกวัน ของอร่อย เมนูเด็ด ตลาดดอนหวาย นอกจากบรรยากาศที่ชวนเราให้นึกถึงวัยเด็กจนเดินถ่ายรูปไปเพลินๆ แบบนี้แล้ว ตลาดน้ำดอนหวาย ยังเป็นแหล่งของอร่อยขึ้นชื่อ โดยเฉพาะเมนูต้องห้ามพลาดเลยก็คือ เป็ดพะโล้ ค่ะ ที่นี่มีร้านขายเป็ดพะโล้ ตั้งเรียงรายกันอยู่หลายร้านเลย ทั้ง เป็ดพะโล้ นายหนับ เจ้าแรกนานกว่า 80 ปี เป็ดพะโล้นายโอ และอื่นๆ บอกเลยว่า มาดอนหวายทั้งที ต้องขอลองชิมกันดูสักหน่อย ใครจะซื้อกลับบ้านแบบเราก็ได้ หรือ ใครจะแวะนั่งกินเลย ก็สามารถค่ะ มูฟออนจากเป็ดพะโล้ยากจริงๆ แต่ ตลาดน้ำดอนหวายก็มีอีกหลากหลายเมนูที่ขึ้นชื่อต้องลองทั้ง ต้มเค็มปลาทู ต้มเค็มปลาตะเพียน ขนมจีนน้ำยากะทิ น้ำยาป่า ห่อหมกปลาช่อน ทอดมันปลากรายแท้ รวมไปถึง ขนมไทยโบราณ เรียกว่าที่นี่เป็นสวรรค์ของนักกินเลยทีเดียวค่ะ มาทั้งที ยังไงก็ลองชิมอย่างละนิดอย่างละหน่อยกันได้ หิ้วเป็นของฝากกลับบ้านไปได้อีก นอกจากนั้น ก็ยังมีผักและผลไม้ที่ส่งตรงมาจากสวนชาวบ้านให้เลือกซื้อกันอีกด้วยค่ะ ได้กินอาหารอร่อยแล้ว ก็ยังได้ช่วยอุดหนุนผลผลิตจากชุมชนอีกด้วยน้าาา ล่องเรือเที่ยวแม่น้ำ ตลาดน้ำดอนหวาย สำหรับ กิจกรรมล่องเรือ นั้น เส้นทางคือ ล่องเรือจากตลาดน้ำดอนหวายไป วัดไร่ขิง ค่ะ ราคาไปกลับ 60 บาท โดยเราจะได้นั่งเรือชมวิวสวยๆ ของสองฝากฝั่งแม่น้ำท่าจีน และสัมผัสวิถีชุมชนริมฝั่งแม่น้ำ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาที่ ตลาดดอนหวาย เลยค่ะ เพราะชิลมากจริงๆ และได้ถ่ายรูปเพลินๆ สวยๆ อีกด้วย สำหรับใครที่อยากมา เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ แบบชิลๆ ไม่รีบร้อน รวมถึงได้ของอร่อยติดไม้ติดมือกลับบ้านด้วยแล้วล่ะก็ เราอยากชวนรำลึกวัยเด็กกันที่ ตลาดน้ำดอนหวาย ดูค่ะ จะชวนเพื่อนๆ มาเที่ยวกัน หาของอร่อยราคาถูก หรือ ชวนครอบครัวมาชิลกับบรรยากาศ และเมนูเด็ด ก็ดีต่อใจเหมือนกัน หลังจากที่เราเพิ่งผ่านสถานการณ์โควิด-19 กันมาได้ ทุกๆ อย่างค่อยดีขึ้น แต่ยังพูดได้ว่า นักท่องเที่ยวที่มาตลาดดอนหวายยังน้อยอยู่มาก แม้จะเงียบเหงา แต่แม่ค้าพ่อค้าทุกคนก็ยังมีรอยยิ้ม และยังขายของตามปกติในแบบ New Normal ใส่หน้ากากอนามัยกันแน่นๆ ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์กันทั้งวัน เราอยากเป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ อยากเห็นตลาดแห่งนี้ กลับฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาใหม่อีกครั้ง เป็นแรงใจให้พ่อค้าแม่ค้าที่ยังคงอนุรักษ์ตลาดเก่าแก่แห่งนี้ไว้ในเราได้มาเดินเที่ยว มีของอร่อยๆ ให้เราได้ชิมกัน ใครที่คิดถึงบรรยากาศดีๆ แบบนี้ ก็อย่าลืมแวะมาเที่ยวกันเยอะๆ นะคะ! ข้อมูล ตลาดน้ำดอนหวาย นครปฐม ที่อยู่ : ภายในวัดดอนหวาย ตำบลบางกระทึก อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม พิกัด : https://goo.gl/maps/Y4NSjN7jEaHBWiaN7 เปิดให้เข้าชม : 08.00-17.00 น. เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/ตลาดน้ำดอนหวาย ที่เที่ยวนครปฐม ที่น่าสนใจอื่นๆ อัพเดท 20 ที่เที่ยวนครปฐม เที่ยวใกล้กรุงเทพ แค่นี้ ทำไมจะไม่แวะเที่ยว ? ไหว้พระ 9 วัดสวย นครปฐม เที่ยววันเดียวใกล้กรุงเทพ ไหว้พระ ถ่ายรูปสวย อิ่มใจ ได้บุญ

“แม่สาย” เตรียมรับน้ำระลอกใหญ่  หลังน้ำทะลักท่วมพื้นที่
อ่าน

“แม่สาย” เตรียมรับน้ำระลอกใหญ่ หลังน้ำทะลักท่วมพื้นที่

สถานการณ์น้ำในพื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เข้าสู่ภาวะวิกฤตอีกครั้ง ตั้งแต่ช่วงช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาหลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ตอนบนโดยเฉพาะบริเวณรัฐฉานตะวันออกของประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำของแม่น้ำสาย ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนทะลักผ่านแนวป้องกันที่จัดทำโดยกรมการทหารช่างโดยเฉพาะในบริเวณที่เป็นอาคารก่อสร้างชั่วคราวริมฝั่งแม่น้ำ ทำให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนหลายแห่งในเขตเทศบาลตำบลแม่สาย น้ำได้ไหลผ่านตัวอาคารที่ยังไม่ได้รื้อถอนในย่านชุมชนสายลมจอย และชุมชนเกาะทราย ก่อนจะทะลักเข้าสู่ตลาดสายลมจอยอย่างรวดเร็ว รวมถึงพื้นที่ฝั่งตะวันออกของสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 1 ก็มีน้ำไหลบ่าไปจนถึงตลาดไม้ลุงขน ชาวบ้านจำนวนมากต่างพากันเร่งขนย้ายทรัพย์สินหนีน้ำอย่างโกลาหล นายอำเภอแม่สาย เผยว่า น้ำที่ทะลักเข้าท่วมพื้นที่รอบนี้ ไม่ได้ล้นแนวพนังโดยตรง แต่เกิดจากน้ำไหลทะลุช่องใต้ตึก อีกทั้งยังมีปริมาณขยะ เศษไม้ และท่อนซุงที่ลอยมากับน้ำไปติดค้างตามสะพาน ทำให้น้ำไม่สามารถระบายได้ตามปกติ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งเคลียร์สิ่งกีดขวาง พร้อมกับเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่เสี่ยง และอพยพกลุ่มเปราะบาง ประเมินว่าอีก 4 ชั่วโมง มวลน้ำระลอกใหญ่จากบ้านโจตาดา เมียนมา จะไหลมาถึงพื้นที่อำเภอแม่สาย จึงเตรียมปิดสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 เพื่อให้รถแบคโฮดำเนินการเคลียร์เส้นทางน้ำอย่างเร่งด่วน

จับตา ฝนหนักทั่วไทย เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่ม 20–24 ก.ค.นี้
อ่าน

จับตา ฝนหนักทั่วไทย เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่ม 20–24 ก.ค.นี้

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกประกาศเตือนภัย ฉบับที่ 12/2568 หลังประเมินสภาพอากาศร่วมกับหลายหน่วยงาน พบว่าในช่วง วันที่ 20–24 กรกฎาคม 2568 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในหลายภาคของประเทศ ทำให้ต้องเฝ้าระวัง น้ำหลาก น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขัง และน้ำล้นตลิ่ง หลายพื้นที่เสี่ยงได้รับผลกระทบพื้นที่เสี่ยงครอบคลุม 5 ภูมิภาค ได้แก่ภาคเหนือ: เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน น่าน แพร่ พะเยา แม่ฮ่องสอน ตาก ฯลฯภาคอีสาน: เลย หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม อุบลราชธานี ฯลฯภาคตะวันออก: ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราดภาคตะวันตก: กาญจนบุรีภาคใต้: ระนอง พังงา ภูเก็ต สุราษฎร์ธานีระดับน้ำแม่น้ำสายหลักเสี่ยงเพิ่มสูง โดยเฉพาะแม่น้ำอิง สาย ปิง ยม น่าน และแม่น้ำโขง รวมถึงแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งจะมีการปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา จาก 490 เป็น 500–700 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำใน อ่างทองและพระนครศรีอยุธยา ต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมขังนอกจากนี้ ยังพบว่าอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและเล็กในหลายจังหวัด มีปริมาณน้ำมากกว่า 80% ของความจุ ต้องเร่งบริหารจัดการน้ำอย่างเหมาะสม เพื่อรองรับฝนที่กำลังจะตกเพิ่มคำแนะนำสำหรับประชาชน ติดตามพยากรณ์อากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ,หลีกเลี่ยงอยู่ใกล้ทางน้ำเชี่ยว หรือเชิงเขาในช่วงฝนตกหนัก,เตรียมขนของขึ้นที่สูงและวางแผนอพยพหากอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ,ติดตามประกาศจากทางราชการและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ทั้งนี้ หน่วยงานท้องถิ่น ได้รับคำสั่งให้เร่งตรวจสอบคันกั้นน้ำ ทางระบายน้ำ และเตรียมเครื่องมือ-บุคลากรพร้อมช่วยเหลือฉุกเฉิน

สทนช.เตือน 28 จังหวัด 20-24 ก.ค. ระวังน้ำท่วม-น้ำป่าหลาก
อ่าน

สทนช.เตือน 28 จังหวัด 20-24 ก.ค. ระวังน้ำท่วม-น้ำป่าหลาก

สทนช. ออกประกาศเตือน 28 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขัง และระดับน้ำโขงเปลี่ยนแปลง 20-24 กรกฎาคมนี้วันที่ 20 - 24 กรกฎาคม 2568 ดังนี้1. พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขัง ดังนี้1.1 ภาคเหนือ -จังหวัดเชียงราย (อำเภอเมืองเชียงราย แม่สาย แม่จัน แม่ฟ้าหลวง พญาเม็งราย เวียงชัย เทิง ป่าแดด ขุนตาล เชียงของ เวียงแก่น เวียงเชียงรุ้ง ดอยหลวง และเชียงแสน)-จังหวัดแม่ฮ่องสอน (อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ปางมะผ้า ปาย และสบเมย)-จังหวัดเชียงใหม่ (อำเภอเชียงดาว แม่แตง แม่ริม แม่แจ่ม แม่อาย พร้าว จอมทอง และอมก๋อย)-จังหวัดลำพูน (อำเภอเมืองลำพูน และบ้านโฮ่ง)-จังหวัดลำปาง (อำเภอเมืองลำปาง งาว แจ้ห่ม และเมืองปาน)-จังหวัดพะเยา (อำเภอเมืองพะเยา ดอกคำใต้ ปง เชียงคำ ภูซาง และเชียงม่วน)-จังหวัดแพร่ (อำเภอสอง ร้องกวาง และวังชิ้น)-จังหวัดน่าน (อำเภอเมืองน่าน บ่อเกลือ ปัว ทุ่งช้าง ภูเพียง สองแคว เฉลิมพระเกียรติ เชียงกลาง สันติสุข แม่จริม ท่าวังผา และเวียงสา)-จังหวัดตาก (อำเภอท่าสองยาง แม่ระมาด แม่สอด พบพระ และอุ้มผาง)-จังหวัดอุตรดิตถ์ (อำเภอฟากท่า ท่าปลา และน้ำปาด)-จังหวัดพิษณุโลก (อำเภอนครไทย และวังทอง)1.2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ -จังหวัดเลย (อำเภอเมืองเลย ท่าลี่ นาด้วง ด่านซ้าย นาแห้ว และปากชม)-จังหวัดหนองคาย (อำเภอเมืองหนองคาย โพนพิสัย และรัตนวาปี)-จังหวัดบึงกาฬ (อำเภอเมืองบึงกาฬ เซกา บึงโขงหลง บุ่งคล้า และปากคาด)-จังหวัดอุดรธานี (อำเภอเมืองอุดรธานี วังสามหมอ เพ็ญ สร้างคอม บ้านดุง และหนองหาน)-จังหวัดสกลนคร (อำเภออากาศอำนวย พรรณานิคม บ้านม่วง และสว่างแดนดิน)-จังหวัดนครพนม (อำเภอศรีสงคราม วังยาง ท่าอุเทน บ้านแพง และนาทม)-จังหวัดยโสธร (อำเภอเมืองยโสธร และมหาชนะชัย)-จังหวัดอุบลราชธานี (อำเภอโขงเจียม นาตาล สิรินธร พิบูลมังสาหาร เขื่องใน และศรีเมืองใหม่)1.3 ภาคตะวันออก-จังหวัดชลบุรี (อำเภอบางละมุง และศรีราชา)-จังหวัดระยอง (อำเภอเมืองระยอง บ้านค่าย ปลวกแดง และนิคมพัฒนา)-จังหวัดจันทบุรี (อำเภอเมืองจันทบุรี ขลุง ท่าใหม่ โป่งน้ำร้อน แก่งหางแมว เขาคิชฌกูฏ นายายอาม มะขาม และแหลมสิงห์)-จังหวัดตราด (อำเภอเมืองตราด เขาสมิง คลองใหญ่ และบ่อไร่)1.4 ภาคตะวันตก -จังหวัดกาญจนบุรี (อำเภอสังขละบุรี และทองผาภูมิ)1.5 ภาคใต้ -จังหวัดระนอง (อำเภอเมืองระนอง สุขสำราญ กะเปอร์ ละอุ่น และกระบุรี)-จังหวัดพังงา (อำเภอเมืองพังงา คุระบุรี ตะกั่วป่า กะปง และท้ายเหมือง)-จังหวัดภูเก็ต (อำเภอเมืองภูเก็ต กะทู้ และถลาง)- จังหวัดสุราษฎร์ธานี (อำเภอชัยบุรี บ้านตาขุน พระแสง และบ้านนาสาร) 2.เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและเล็กอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ80ของความจุเก็บกักบริเวณ จังหวัดตาก ลำปาง ลำพูน พะเยา น่าน แพร่ สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เลย หนองคาย สกลนคร อุดรธานี กาฬสินธุ์ นครพนม มุกดาหาร นครราชสีมา ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด สุราษฎร์ธานี และกระบี่ และขอให้พิจารณาบริหารจัดการน้ำเขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ กว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา หนองหาร จังหวัดสกลนคร ให้เหมาะสม ไม่ให้เกิดผลกระทบหรือเกิดผลกระทบน้อยที่สุด3.เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและระดับน้ำล้นตลิ่งและท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาของ“แม่น้ำอิง”บริเวณอำเภอเชียงคำ เทิง พญาเม็งราย ขุนตาล และเชียงของ จังหวัดเชียงราย“แม่น้ำสาย”บริเวณอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย แม่น้ำปิง บริเวณอำเภอเชียงดาว แม่แตง แม่ริม และสันทราย จังหวัดเชียงใหม่“แม่น้ำยม”บริเวณอำเภอสอง จังหวัดแพร่“แม่น้ำน่าน”บริเวณอำเภอเมืองน่าน ท่าวังผา ภูเพียง และเวียงสา จังหวัดน่าน“ห้วยหลวง”บริเวณอำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี“ลำน้ำก่ำ” บริเวณอำเภอวังยาง จังหวัดนครพนม“ลำน้ำยัง” บริเวณอำเภอเสลภูมิ และโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร“ลำเซบาย” บริเวณอำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร 4.เฝ้าระวังกิจกรรมการใช้น้ำและการสัญจรทางน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา บริเวณ จังหวัดอ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา เนื่องจากการปรับแผนการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา ในอัตรา490ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น500 - 700ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที5.เฝ้าระวังผลกระทบจากระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลง เนื่องจากมีปริมาณฝนตกสะสม บริเวณสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ส่งผลให้ระดับน้ำล้นตลิ่ง บริเวณพื้นที่จังหวัดริมแม่น้ำโขง ได้แก่ จังหวัดเชียงราย เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

“เชียงราย” เฝ้าระวัง  แม่น้ำสายเพิ่มสูงขึ้น
อ่าน

“เชียงราย” เฝ้าระวัง แม่น้ำสายเพิ่มสูงขึ้น

พื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และบริเวณชายแดน ที่ติดกับเมืองท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในแม่น้ำสายอย่างใกล้ชิด หลังมีมวลน้ำหลากจากต้นน้ำบ้านโจตาดา ซึ่งอยู่เหนือแม่น้ำสายไหลลงมาสะสมอย่างต่อเนื่อง เมื่อเวลา 07.00 น. ระดับน้ำในแม่น้ำสายอยู่ที่ร้อยละ 77.26 ขณะที่ระดับน้ำที่บ้านโจตาดา ลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 59 แม้จะต่ำลงเล็กน้อย แต่ยังต้องจับตาเนื่องจากในพื้นที่แม่สายมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องตลอดหลายวันที่ผ่านมา ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายเพิ่มสูงขึ้น แม้ยังไม่ถึงระดับล้นตลิ่งก็ตามฝนที่ตกหนักเป็นช่วงๆ ยังส่งผลกระทบต่อการก่อสร้างพนังกั้นน้ำชั่วคราว–กึ่งถาวร ของกรมการทหารช่าง บริเวณริมฝั่งแม่น้ำสายใกล้สะพานพรมแดนแห่งที่ 1 ซึ่งต้องหยุดชะงักชั่วคราว เนื่องจากพื้นที่ก่อสร้างมีน้ำท่วมขังและรับมวลน้ำจากต้นน้ำฝั่งเมียนมาเพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา ขณะเดียวกันพบว่า น้ำยังคงเพิ่มขึ้นช้า ๆ มีลักษณะสีขุ่นและมีเศษไม้หรือขอนไม้ลอยมากับกระแสน้ำ ซึ่งเป็นสัญญาณของการชะล้างหน้าดิน หรือ การไหลแรงของน้ำจากภูเขาทางฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ปภ.เชียงราย ได้เตรียมความพร้อมรับมือ และเน้นย้ำให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ระมัดระวังอันตรายจากน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน และติดตามข่าวสารจากทางการอย่างใกล้ชิด

“เชียงราย” ฝนตกหนัก  สทนช. เตือน 8 อำเภอเสี่ยงน้ำหลาก
อ่าน

“เชียงราย” ฝนตกหนัก สทนช. เตือน 8 อำเภอเสี่ยงน้ำหลาก

ที่จังหวัดเชียงราย มีฝนตกต่อเนื่อง โดยที่ได้รับผลกระทบมาก คือ อำเภอเวียงชัย และ อำเภอเมืองเชียงราย โดยเฉพาะถนนที่เกิดน้ำท่วมขังซ้ำซาก รวมทั้งชุมชนในพื้นที่ลุ่มต่ำ แต่หลังจากฝนหยุดตก ระดับน้ำลดลงเกือบหมดแล้วส่วนในพื้นที่ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ยังคงมีฝนตกโปรยปรายลงมาเป็นช่วง ๆ ขณะที่สภาพท้องฟ้าทั่วไปยังคงมืดครึ้มไปด้วยเมฆฝน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องคอยเฝ้าระวังพร้อมติดตามสถานการณ์น้ำจากส่วนราชการอย่างใกล้ชิด ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำสายมีปริมาณมาก อยู่ที่ร้อยละ 71.84 คาดว่า อาจเป็นมวลน้ำที่ไหลลงมาจากบ้านโจตาดา และบ้านดอยต่อคำ ประเทศเมียนมาที่อยู่ทางตอนเหนือของแม่น้ำสาย สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกประกาศเตือนภัยจังหวัดเชียงรายมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำหลาก ดินถล่ม น้ำท่วมขังและระดับน้ำในแม่น้ำสายต่างๆ ที่อาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากฝนตกสะสม ในช่วงวันที่ 6–12 กรกฎาคมนี้ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยง 8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแม่สาย, เทิง, พญาเม็งราย, เวียงชัย, เชียงของ,เวียงแก่น,เชียงแสนและอำเภอเมือง

เตือน! แม่น้ำสายระดับน้ำสูงขึ้นต่อเนื่อง เตือน 4 ชุมชนพื้นที่เสี่ยงภัยให้เฝ้าระวัง
อ่าน

เตือน! แม่น้ำสายระดับน้ำสูงขึ้นต่อเนื่อง เตือน 4 ชุมชนพื้นที่เสี่ยงภัยให้เฝ้าระวัง

วันที่ 4 ก.ค. 68 เวลา 06.00 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติได้ประชุมติดตามสถานการณ์น้ำแม่สาย พบว่า สถานีโจตาดา สหภาพเมียนมา และสถานีสะพานมิตรแห่งที่ 1 มีระดับน้ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งข้อความแจ้งเตือนภัยประชาชนในพื้นที่ 4 ชุมชน ในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ผ่านระบบ Cell Broadcast และ SMS ให้เฝ้าระวัง เตรียมรับมือแม่น้ำสายล้นตลิ่ง และให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ได้ร่วมกับ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย และอำเภอแม่สาย ประชุมติดตามสถานการณ์น้ำแม่สายผ่านระบบประชุมทางไกลพบว่า ระดับน้ำที่สถานีตรวจวัดที่บ้านโจตาดา สหภาพเมียนมา และสถานีสะพานมิตรภาพแห่งที่ 1 มีระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจทำให้แม่น้ำสายล้นตลิ่ง โดยมีพื้นที่เสี่ยง จำนวน 4 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนสายลมจอย ม.1 ต.เวียงพางคำ ชุมชนเกาะทราย ม.7 ต.แม่สาย ชุมชนไม้ลุงขน ต.แม่สาย และชุมชนเหมืองแดง ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย ที่ประชุมวอร์รูมจึงมีมติร่วมกัน ให้ทำการแจ้งเตือนประชาชนใน 4 ชุมชนที่เป็นพื้นที่เสี่ยง โดย กรม ปภ. ได้ดำเนินการส่งข้อความแจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast และส่งข้อความสั้น SMS เพื่อให้ประชาชนเพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนอาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำสาย เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่ง ดูแลกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และให้ติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด โดยสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” โดยเพิ่มเพื่อนที่ Line ID @1784DDPM หรือโทรสายด่วนนิรภัย (ปภ.) 1784 ตลอด 24 ชั่วโมงภาพจาก ที่ทำการปกครองอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

การแสดงศิลปะโคมไฟ ไอคอนสยาม Yuyuan Lantern Festival 2025 ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
อ่าน

การแสดงศิลปะโคมไฟ ไอคอนสยาม Yuyuan Lantern Festival 2025 ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ชวนกันไปชมความยิ่งใหญ่อลังการ กับ การแสดงศิลปะโคมไฟ Yuyuan Lantern Festival 2025 ที่ ไอคอนสยาม จุดถ่ายรูปริมแม่น้ำเจ้าพระยา สุดปัง สายคอนเทนต์ห้ามพลาดเลย ในวันที่ 27 มิถุนายน - 15 สิงหาคม 2568 นี้ แลนด์มาร์คต้องเช็กอิน! งานโคมไฟ ไอคอนสยาม ถ่ายรูปสวยๆ ริมน้ำYuyuan Lantern Festival 2025 มหกรรมการแสดงศิลปะโคมไฟ Yuyuan Lantern Festival 2025 นี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองในวาระประวัติศาสตร์ ครบรอบ 50 ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูตไทย - จีน โดย บริษัทเซี่ยงไฮ้ อวี้หยวน ทัวริสต์มาร์ท กรุ๊ป (Shanghai Yuyuan Tourist Mart Group Co., Ltd.) ผู้จัดเทศกาลโคมไฟที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศจีน ออกเดินทางสู่ประเทศไทยอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก ตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายน - 15 สิงหาคม 2568 ที่ ไอคอนสยาม ตลอด 50 วัน นัดรวมตัวแล้วไปถ่ายรูปสวยๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยากันได้เลยค่ะ โดย มหกรรมการแสดงศิลปะโคมไฟ Yuyuan Lantern Festival 2025 จะจัดแสดงในธีม "จิตวิญญาณแห่งภูผาและมหาสมุทร" (Spirit of Mountains and Seas) ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากคัมภีร์โบราณ "ซานไห่จิง" หรือ "คัมภีร์ขุนเขาและท้องทะเล" ผ่านศิลปะโคมไฟร่วมสมัย ผสานเทคนิคแสง เงา และอินเตอร์แอคทีฟ โดยการนำเสนอในรูปแบบ Immersive Art ศิลปะแบบเสมือนจริง ที่จะทำให้ผู้ชมได้สัมผัสเสน่ห์แห่งความงามของศิลปะวัฒนธรรมจีน ที่ผสานระหว่างความงดงามแบบดั้งเดิมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว สำหรับการออกแบบพื้นที่จัดงานการแสดงศิลปะโคมไฟในครั้งนี้ จะใช้ "เกาะ" เป็นแนวคิดหลัก โดยการจำลองให้เป็น ดินแดนมหัศจรรย์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ดูราวกับเกาะลอยน้ำประดับแสงสีหลากหลายตระการตา โคมไฟแต่ละกลุ่มจะเปรียบเสมือนเกาะลึกลับที่กระจายตัวอยู่ทั่วบริเวณบน "เกาะแห่งเจ้าพระยา" เหล่านี้ จะมีสิ่งมีชีวิตจากคัมภีร์ขุนเขาและท้องทะเลอาศัยอยู่ รอคอยให้ทุกคนได้ออกสำรวจและค้นพบทีละจุดในบรรยากาศที่แสนมหัศจรรย์ และในส่วนของการออกแบบชุดโคมไฟนั้นได้มีการผสมผสานดอกไม้ชื่อดังจาก จีน - ไทย อย่างลงตัว เช่น ดอกโบตั๋น ดอกราชพฤกษ์ เพื่อถ่ายทอดความหมายอันงดงามของมิตรภาพระหว่างจีนกับไทยที่เบ่งบานดั่งมวลดอกไม้ ส่องประกายงดงามเคียงข้างกัน ผ่านงานฝีมือโคมไฟที่วิจิตรปราณีตงดงาม และยังผสมผสานระหว่าง 2 วัฒนธรรมไทย - จีน ได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมทางวัฒนธรรมอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การแสดงศิลปะวัฒนธรรม ตลาดสินค้าท้องถิ่น สัปดาห์วัฒนธรรมในธีมต่างๆ รวมถึงนิทรรศการศิลปะและแสงสี ซึ่งจะส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนระหว่างศิลปะ วัฒนธรรม และธุรกิจของทั้งสองประเทศอย่างลึกซึ้ง รวมถึงการแสดงนิทรรศการ "สำรวจตำนานคัมภีร์ขุนเขาและท้องทะเล" ซึ่งจะถ่ายทอด โลกแห่งเทพเจ้าจีน จากคัมภีร์ขุนเขาและท้องทะเลให้มีชีวิตขึ้นมา ผ่านงานจิตรกรรม ประติมากรรม และเทคโนโลยีแสงสีดิจิทัลแบบอินเตอร์แอคทีฟ ทำให้ผู้เข้าชมสามารถมีส่วนร่วมและเข้าใจความงดงามอันน่าอัศจรรย์ของตำนานจีนโบราณนี้ได้อย่างสมจริง อีกสิ่งหนึ่งห้ามพลาดก็คือ "สัปดาห์วัฒนธรรมจีนสมัยใหม่" ซึ่งจะจัดขึ้นในสัปดาห์แรกของงาน โดยจะเน้นการสะท้อนวัฒนธรรม วิถีชีวิตของชาวตะวันออกเป็นหลัก รวบรวมด้านวัฒนธรรมและแบรนด์จีนสมัยใหม่ชั้นนำมานำเสนอในรูปแบบที่ร่วมสมัย อาทิ สัญลักษณ์มงคลจีน เทคโนโลยีดิจิทัล และนวัตกรรมงานฝีมือมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ เพื่อเชื่อมโยงความงามของศิลปะดั้งเดิมเข้ากับวิถีชีวิตสมัยใหม่อย่างลึกซึ้ง กับผลิตภัณฑ์ "ภูมิปัญญาจีน" ที่พร้อมจะก้าวออกสู่ตลาดโลกและแบรนด์จีนแนว "China-Chic" ที่จะได้เข้าถึงชาวไทยมากยิ่งขึ้น 📍 รายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.facebook.com/ICONSIAM

“ดร.สนธิ” เปิด 5 สาเหตุ ทำไมน้ำท่วม จ.เชียงราย ทุกปี
อ่าน

“ดร.สนธิ” เปิด 5 สาเหตุ ทำไมน้ำท่วม จ.เชียงราย ทุกปี

ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง จังหวัดเชียงรายจะถูกน้ำท่วมทุกปีมาจากหลายสาเหตุ1. เรื่องของ “ภูมิประเทศ” จังหวัดเชียงรายมีลักษณะเป็นพื้นที่ภูเขาและที่ราบลุ่ม ทำให้เมื่อเกิดฝนตกหนักน้ำจะไหลลงสู่ที่ราบลุ่มได้อย่างรวดเร็วและรุนแรง พื้นที่ราบถูกรายล้อมด้วยเทือกเขา ผืนป่าและแม่น้ำหลายสาย เช่น แม่น้ำโขง แม่น้ำกก แม่น้ำสาย จึงมีโอกาสเกิดน้ำล้นตลิ่งหรือน้ำป่าไหลมาท่วมเมืองเป็นไปได้มาก2. คือ ต้นน้ำ: บริเวณต้นน้ำของแม่น้ำสาย เป็นพื้นที่ภูเขา ซึ่งเมื่อเกิดฝนตกหนักน้ำจะไหลลงมารวดเร็วและรุนแรง จะพัดพาดินตะกอนจากพื้นที่สูงในประเทศเมียนมา ที่เกิดจากการเปิดหน้าดินทำเกษตร ทำเหมืองแร่ต่างๆ ไหลลงมาสู่แม่น้ำสาย ไหลเข้าสู่จังหวัดเชียงราย เกิดดินตะกอนทับถมทั้งสองฝั่ง ทำให้แม่น้ำแม่สายฝั่งไทยตื้นเขินและมีความกว้างแคบลง3. การเปลี่ยนแปลงสภาพการใช้ที่ดินริมแม่น้ำแม่สายและบริเวณท่าขี้เหล็ก เมียนมา ซึ่งมีการก่อสร้างบ้านเรือนและอาคารรุกล้ำแม่น้ำแม่สายทั้งสองฝั่งจำนวนมาก ทำให้จากเดิมที่แม่น้ำแม่สาย เคยมีความกว้างมากกว่า 100 เมตร ในบางจุดเหลือไม่ถึง 50 เมตร เมื่อลำน้ำแคบลงก็เกิดปัญหาน้ำล้นตลิ่ง 4.ฝนตกหนัก: ปริมาณฝนที่ตกหนักและต่อเนื่อง เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้น้ำท่วมในเชียงราย ในช่วงเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมของทุกปีจะมีร่องมรสุม รวมทั้งกรณีที่โลกร้อนขึ้น ทำให้ปริมาณน้ำฝนเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ถึง 10 ต่อปี นอกจากนี้ ในช่วงเดือนสิงหาคมและเดือนกันยายน มักจะมีพายุหมุนพัดเข้ามาทางทะเลจีนใต้พัดผ่านประเทศเวียดนามและประเทศลาวเข้ามาด้วย ซึ่งจะทำให้เกิดฝนตกหนักได้เช่นกัน5.สาเหตุสุดท้าย ปลายน้ำของแม่น้ำสายอยู่ที่ ตำบลสบรวก โดยจะไหลมาบรรจบกับแม่น้ำรวกและไหลลงสู่แม่น้ำโขง ส่วนแม่น้ำกกไหลลงแม่น้ำโขงที่บ้านสบกก อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย หากเป็นช่วงเวลาที่ประเทศจีนต้องปล่อยน้ำจากเขื่อนผลิตไฟฟ้าซึ่งเป็นเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงไว้ จะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงสูงขึ้นมาก เป็นสาเหตุให้แม่น้ำสายและแม่น้ำรวกและแม่น้ำกกไหลลงสู่แม่น้ำโขงได้ยากยิ่งขึ้น เกิดน้ำล้นตลิ่งและท่วมบ้านเรือนที่อยู่ 2 ฝั่งของแม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำกกและริมแม่น้ำโขงได้

“ค่าสารหนู” ในแม่น้ำกก-สาย-โขง เพิ่มขึ้นทุกจุด  เตือนปชช. เลี่ยงกินปลาจากแม่น้ำ
อ่าน

“ค่าสารหนู” ในแม่น้ำกก-สาย-โขง เพิ่มขึ้นทุกจุด เตือนปชช. เลี่ยงกินปลาจากแม่น้ำ

กรมควบคุมมลพิษพบ “สารหนู” ในแม่น้ำกก-สาย-โขง เพิ่มขึ้นทุกจุด นางปรีญาพร สุวรรณเกษ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เผยถึง เปิดเผยผลการคุณภาพน้ำในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย และแม่น้ำโขง 4 ครั้ง ที่เก็บตัวอย่างน้ำมาในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม พบว่าผลการตรวจทั้ง 24 จุด มีพบค่าสารหนูเกินมาตรฐาน และ เพิ่มสูงขึ้นกว่าในครั้งที่ 3 สาเหตุของการเพิ่มปริมาณของสารพิษในแม่น้ำทั้ง 3 สาย ทั้งนี้ สาเหตุหลักสำคัญมาจากปริมาณฝนที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้พัดพาตะกอนดินลงมามากกว่าปกติ จึงทำให้ตรวจเจอสารหนูได้มากขึ้นซึ่งล่าสุด กรมควบคุมมลพิษได้มีการเพิ่มจุดตรวจวัดอีก 2 แห่งที่บริเวณแม่น้ำรวก ซึ่งเชื่อมต่อกับแม่น้ำสาย เนื่องจากขณะนี้ปริมาณสารหนูในแม่น้ำสายค่อนข้างมาก และเพิ่มจุดตรวจวัดอีก 1 จุด บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ จุดบรรจบของแม่น้ำรวก ซึ่งเป็นข้อเสนอจากทางภาคประชาชน เพื่อเพิ่มการเฝ้าระวังได้อย่างเต็มที่เตือนปชช. เลี่ยงการบริโภคปลาจากแม่น้ำ - ฝนตกมากพัดตะกอนสารปนเปื้อนเพิ่ม กรมควบคุมมลพิษ แนะนำไปยังประชาชน ที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้กับแม่น้ำกก-แม่น้ำสาย-แม่น้ำโขง ไม่ควรสัมผัสหรืออยู่ในน้ำนานเกินไป เลี่ยงการบริโภคปลาจากแม่น้ำ ขณะที่พืชผลทางการเกษตรจากการตรวจหาสารหนู ยังไม่พบสารตกค้างเกินค่ามาตรฐานอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากนี้กังวลปริมาณฝนที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่ง พัดพาตะกอนปนเปื้อนสารพิษอันตรายจากเหมืองต้นทางในเพื่อนบ้านลงมามากขึ้น และส่งผลกระทบต่อน้ำที่ใช้ในการอุปโภคบริโภคกับประชาชนในเชียงรายและเชียงใหม่ ซึ่งขณะนี้ทั้ง 2 จังหวัดได้ร่วมกับหน่วยงานส่วนกลาง กำลังเร่งหาแหล่งน้ำสำรองให้กับประชาชน ตั้งศูนย์เฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อม แก้ปัญหาเชิงรุก ทั้งนี้ เพื่อเป็นการดำเนินงานเชิงรุก นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้จัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่ 4 จุด ประกอบด้วยจุดที่ 1สะพานท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ จุดที่ 2 สวนสาธารณะน้ำกก ศาลากลางจังหวัดเชียงรายจุดที่ 3 ด่านพรมแดนแม่สายแห่งที่ 1 จ.เชียงราย และจุดที่ 4 สามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย โดยเจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯ จะทำการตรวจวัดคุณภาพน้ำในพื้นที่พร้อมป้ายแสดงผลเพื่อสร้างความมั่นใจกับประชาชน รวมทั้งรับเรื่องเดือดร้อนที่เกี่ยวกับการปนเปื้อนในพื้นที่แม่น้ำกกและแม่น้ำสายจากชุมชน ให้ความรู้การป้องกันตัวเอง

"แม่น้ำสาย" กลายเป็นสีชาเข้ม หวั่นพิษเหมืองแร่
อ่าน

"แม่น้ำสาย" กลายเป็นสีชาเข้ม หวั่นพิษเหมืองแร่

เกิดปรากฏการณ์น่าแปลกใจในพื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เมื่อแม่น้ำสายที่ไหลมาจากฝั่งเมียนมา กลับกลายเป็นสีส้มเข้มคล้ายชาเย็น ทั้งที่ในพื้นที่และต้นน้ำฝั่งเมียนมาไม่มีฝนตกแม้แต่นิดเดียว สถานีโทรมาตรอัตโนมัติทั้ง 3 จุดในจังหวัดท่าขี้เหล็ก รวมถึงฝั่งไทยยืนยันว่า ปริมาณฝนในช่วงนี้คือ 0 มิลลิเมตร ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามว่า อะไรกันแน่ที่ทำให้น้ำกลายเป็นสีชาเช่นนี้ข้อมูลย้อนหลังพบว่า สภาพน้ำแม่น้ำสายเริ่มขุ่นผิดปกติมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2567 ก่อนเกิดน้ำท่วมใหญ่ และล่าสุดต้นปี 2568 มีรายงานตรวจพบสารหนูและตะกั่วเกินค่ามาตรฐานในแม่น้ำอย่างต่อเนื่อง ความเปลี่ยนแปลงของสีน้ำครั้งนี้จึงยิ่งเพิ่มความวิตกให้กับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีข้อสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับการทำเหมืองแร่ทองคำ แมงกานีส หรือแม้แต่แร่หายากในฝั่งเมียนมา ขณะเดียวกัน เครือข่ายภาคประชาชนได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งรัฐบาลเมียนมา จีน และกลุ่มกองทัพว้า เรียกร้องให้ยุติการทำเหมืองเหนือแม่น้ำสายและแม่น้ำกก หลังภาพถ่ายดาวเทียมพบมีการเปิดเหมืองกว่า 40 แห่ง บางจุดอยู่ห่างแม่น้ำเพียง 2 กิโลเมตรเท่านั้น สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษตรวจพบสารหนูเกินมาตรฐานในทุกครั้งที่มีการเก็บตัวอย่างน้ำจากแม่น้ำสายหลักในภาคเหนือ ตอกย้ำความเสี่ยงต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่อาจรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หากไม่มีการแก้ไขอย่างจริงจังแม่น้ำสายเปลี่ยนสีอย่างน่ากังวล ภาพที่น่าตกใจไม่ต่างกันก็ปรากฏในแม่น้ำโขงที่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักที่ไหลหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนในหลายจังหวัดของประเทศไทย พบว่าสีของน้ำในแม่น้ำโขงมีลักษณะขุ่นแดงผิดปกติเช่นกัน โดยเฉพาะในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ ชาวบ้าน ชาวประมง รวมถึงเกษตรกรที่ใช้น้ำจากแม่น้ำโขงเพื่อดำรงชีพเริ่มเผชิญกับความยากลำบาก น้ำที่เคยใช้สำหรับดื่ม อุปโภค และเพาะปลูก กลับไม่แน่ใจได้อีกต่อไปว่า “ปลอดภัยหรือไม่” เพราะแม่น้ำที่เคยใสกลับกลายเป็นขุ่นแดงคล้ำเกินกว่าที่จะนิ่งนอนใจ หลายฝ่ายเตือนว่า หากสถานการณ์ยังไม่ถูกตรวจสอบและแก้ไขอย่างเร่งด่วน ผลกระทบจากต้นน้ำในเมียนมาอาจลุกลามเป็นวิกฤตสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนที่กระทบต่อชีวิตของผู้คนในภาคเหนือและลุ่มแม่น้ำโขงทั้งหมด ทั้งในด้านสุขภาพ ความมั่นคงทางอาหาร และเศรษฐกิจท้องถิ่น ซึ่งยืนอยู่บนฐานของแม่น้ำสายสำคัญที่เคยหล่อเลี้ยงชีวิตคนทั้งภูมิภาคมาอย่างยาวนาน

"เชียงใหม่" เตรียมรับมือน้ำท่วม ทุ่มงบกว่า 27 ล้าน สร้างระบบระบายน้ำ
อ่าน

"เชียงใหม่" เตรียมรับมือน้ำท่วม ทุ่มงบกว่า 27 ล้าน สร้างระบบระบายน้ำ

ชุมชนตลาดประตูก้อม (กาดก้อม) และชุมชนศรีปิงเมือง ตำบลหายยา อำเภอเมืองเชียงใหม่ ถือเป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังซ้ำซากในช่วงที่มีฝนตกเพราะเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ที่ผ่านมาเกิดปัญหาน้ำท่วมเพราะระบายไม่ทันในช่วงฝนตกเป็นประจำต่อเนื่องยาวนานกว่า 30 ปี สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะปีนี้ที่ฝนมาเร็วกว่าทุกปี เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา จังหวัดเชียงใหม่มีฝนตกในพื้นที่ถึง 21 วัน มากกว่าค่าเฉลี่ยถึง 6 วัน และมีปริมาณฝนสะสมสูงถึง 349.6 มิลลิเมตร สูงกว่าค่าปกติถึงร้อยละ 108 ล่าสุดนายดุสิต พงศาพิพัฒน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จังหวัดเชียงใหม่เตรียมผลักดันโครงการ “พัฒนาคลองแม่ข่าอย่างยั่งยืน”ภายใต้งบประมาณ 27 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงระบบระบายน้ำในพื้นที่เศรษฐกิจและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ โครงการนี้ประกอบด้วยการก่อสร้างระบบสูบน้ำที่มีความสามารถไม่น้อยกว่า 100,000 ลิตรต่อนาที พร้อมติดตั้งท่อส่งน้ำ ขนาด 1,000 มิลลิเมตร ระยะทางกว่า 150 เมตร เพื่อเชื่อมต่อจากชุมชนศรีปิงเมืองสู่คลองแม่ข่าน้อย และระบายลงสู่แม่น้ำปิง หลังก่อสร้างเสร็จเทศบาลนครเชียงใหม่จะเป็นผู้รับผิดชอบดูแล ส่วนในระยะเร่งด่วน เทศบาลฯได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำชั่วคราวในจุดเสี่ยงต่าง ๆ เพื่อรับมือฝนตกหนักในฤดูฝนนี้ คาดว่าจะช่วยลดผลกระทบจากน้ำท่วมขังได้ด้านศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ แจ้งว่า ในเดือนมิถุนายนนี้ ช่วงครึ่งแรกของเดือนมีฝนตกชุกร้อยละ 40–60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนช่วงครึ่งหลังของเดือนมิถุนายน คาดว่าปริมาณฝนจะลดลง และอาจเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงนาน 1–2 สัปดาห์ คาดว่าค่าฝนเฉลี่ยทั้งเดือนจะอยู่ที่ 140–180 มิลลิเมตร สูงกว่าค่าปกติร้อยละ 5

“แม่สาย” ทหารช่างเร่งสร้างพนังกั้นน้ำ  หวั่นฝนตกหนักน้ำท่วมซ้ำ
อ่าน

“แม่สาย” ทหารช่างเร่งสร้างพนังกั้นน้ำ หวั่นฝนตกหนักน้ำท่วมซ้ำ

กรมการทหารช่างเร่งก่อสร้างพนังกั้นน้ำริมแม่น้ำสาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในเขตเมืองแม่สาย ล่าสุดงานก่อสร้างมีความคืบหน้าไปมาก และสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ซึ่งโครงการนี้มีระยะทางรวมประมาณ 3 กิโลเมตร ตั้งแต่บริเวณชุมชนหัวฝายไปจนถึง สะพานมิตรภาพไทย–เมียนมาแห่งที่ 2 ซึ่งที่ผ่านมา หน่วยงานฝ่ายปกครองอำเภอแม่สายร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เจรจากับประชาชนที่มีสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลงไปในแม่น้ำสาย จนสามารถขอความร่วมมือให้ รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากแนวก่อสร้างได้เกือบทั้งหมดแล้วในส่วนของแนวก่อสร้างที่ยังไม่ได้ตอกเสาเข็ม กรมการทหารช่างได้วางแนว กระสอบทรายบิ๊กแบ็ก (Big Bag) สูงกว่า 4 เมตร เป็นแนวกั้นน้ำชั่วคราวตลอดแนว จนถึงบริเวณ สะพานพรมแดนแม่สาย–ท่าขี้เหล็กแห่งที่ 1 พร้อมทั้งติดตั้ง เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น ด้านนายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย เปิดเผยว่า ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจและยินยอมรื้อถอนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ซึ่งจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการ ตอกเสาเข็มและสร้างพนังกั้นน้ำได้อย่างต่อเนื่องตลอดแนว อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันพื้นที่แม่สายยังคงเผชิญกับ สภาพอากาศที่แปรปรวน บางช่วงมีแสงแดดร้อนจัด สลับกับฝนตกโปรยปราย ซึ่งส่งผลกระทบบ้างต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ต้องเร่งมือแข่งกับเวลาเพื่อให้แล้วเสร็จทันตามกำหนดในเดือนมิถุนายนนี้ก่อนฝนจะตกหนักอีกรอบ

เตรียมประสานเมียนมา แก้ปัญหาสารหนูปนเปื้อนแม่น้ำกกเกินมาตรฐาน
อ่าน

เตรียมประสานเมียนมา แก้ปัญหาสารหนูปนเปื้อนแม่น้ำกกเกินมาตรฐาน

นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า วันนี้นายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้รับรายงานความคืบหน้าการดำเนินงาน จากนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำในแม่น้ำกก ซึ่งพบสารปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐานในบางพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตของประชาชน รัฐบาลจึงได้เร่งขับเคลื่อนแผนงานในทุกมิติ ทั้งด้านการควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษ การฟื้นฟูแหล่งน้ำ และการติดตามผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนอย่างต่อเนื่องในด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ประสานงานกับทางการสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เพื่อร่วมกันหารือ แลกเปลี่ยนข้อมูล และกำหนดแนวทางการจัดการปัญหาในลักษณะข้ามพรมแดนอย่างยั่งยืน ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมร่วมกัน ขณะเดียวกัน หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ กรมควบคุมมลพิษ กรมทรัพยากรน้ำ และศูนย์เทคโนโลยีดิจิทัลและอากาศยาน ได้ร่วมกันดำเนินการบินสำรวจพื้นที่ โดยใช้เทคโนโลยีภาพถ่ายทางอากาศ เพื่อจัดทำฐานข้อมูลพื้นที่เป้าหมายอย่างละเอียด ครอบคลุมจุดก่อสร้างฝ่ายดักตะกอน10จุด และพื้นที่แก้มลิง14จุด ในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วระหว่างวันที่5–13พฤษภาคมที่ผ่านมาด้านการติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมและประเมินผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน กรมควบคุมมลพิษได้เก็บตัวอย่างน้ำและตะกอนดินจากแม่น้ำกก รวมถึงลำน้ำสาขาในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย รวมทั้งสิ้น 24 จุด ระหว่างวันที่ 26–30 พฤษภาคม 2568 พร้อมเตรียมขยายการตรวจสอบเพิ่มเติมไปยังแม่น้ำรวก เพื่อให้การประเมินผลเป็นไปอย่างรอบด้านและครอบคลุมยิ่งขึ้น นอกจากนี้ รัฐบาลยังอยู่ระหว่างจัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานเฉพาะด้าน เพื่อประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ ตลอดจนติดตามสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมและผลกระทบต่อสุขภาพในพื้นที่ลุ่มน้ำกกและแม่น้ำสาย โดยมีกำหนดเสนอรายชื่อเพื่อพิจารณาในวันที่4มิถุนายนนี้ ควบคู่กับการวางแผนจัดตั้ง“ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำ (ส่วนหน้า)” และกลุ่มประสานงานเฉพาะกิจ เพื่อเสริมประสิทธิภาพการทำงานในระดับพื้นที่ให้เป็นรูปธรรมยืนยันว่า ปัญหาคุณภาพน้ำในแม่น้ำกกและแม่น้ำสาย ได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิดและจริงจังจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเดินหน้าแก้ไขปัญหาอย่างรอบคอบและเป็นระบบ เพื่อให้แหล่งน้ำธรรมชาติกลับคืนสู่สมดุล และเป็นต้นทางของคุณภาพชีวิตที่มั่นคงและยั่งยืนของประชาชนในพื้นที่ต่อไป

น้ำเหนือหลากลงสู่ลุ่มเจ้าพระยา กรมชลฯ แจ้งเตือน 11 จังหวัดเฝ้าระวังด่วน
อ่าน

น้ำเหนือหลากลงสู่ลุ่มเจ้าพระยา กรมชลฯ แจ้งเตือน 11 จังหวัดเฝ้าระวังด่วน

ปริมาณน้ำพุ่งสูงเกินคาด เขื่อนเจ้าพระยาเตรียมเพิ่มการระบายข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 แสดงให้เห็นว่าปริมาณน้ำเหนือที่ไหลผ่านสถานีวัดน้ำ C2 อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ อยู่ที่ประมาณ 1,000-1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เมื่อรวมกับน้ำจากลำน้ำสาขาอีก 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้บริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณน้ำไหลผ่านสูงถึง 1,100-1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีสถานการณ์ดังกล่าวบังคับให้กรมชลประทานต้องเร่งเพิ่มการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 700-1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และคาดว่าจะต้องเพิ่มขึ้นเป็น 1,000-1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีในช่วง 1-3 วันข้างหน้า เพื่อลดแรงกดดันต่อพื้นที่เหนือเขื่อนและป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังในบริเวณดังกล่าว พื้นที่ลุ่มต่ำเตรียมรับผลกระทบ น้ำอาจสูงขึ้นกว่า 1 เมตรการเพิ่มปริมาณการระบายน้ำครั้งนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อพื้นที่ท้ายเขื่อนในบริเวณลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ โดยเฉพาะคลองโผงเผงในจังหวัดอ่างทอง คลองบางบาลในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และแม่น้ำน้อยในอำเภอเสนาและอำเภอผักไห่ ซึ่งจะมีระดับน้ำสูงขึ้นจากปัจจุบันอีก 50 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร 30 เซนติเมตรสถานีวัดระดับน้ำท้ายเขื่อนที่อำเภอสรรพยาวัดค่าได้ล่าสุดที่ 9.78 เมตร และมีแนวโน้มจะสูงขึ้นต่อเนื่อง สถานการณ์นี้เป็นผลมาจากการที่กรมชลประทานต้องเลือกระหว่างการปล่อยให้น้ำท่วมพื้นที่เหนือเขื่อนหรือควบคุมสถานการณ์ด้วยการระบายน้ำลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อน11 จังหวัดเข้าสู่ภาวะเฝ้าระวัง หน่วยงานเร่งเตรียมความพร้อมกรมชลประทานได้ส่งหนังสือแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 11 แห่ง ประกอบด้วย อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร ให้เตรียมแผนรับมือและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดการแจ้งเตือนครั้งนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากหากปริมาณน้ำเหนือเพิ่มขึ้นจนอัตราการไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเกิน 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะมีการแจ้งเตือนระดับสูงขึ้นทันที ซึ่งอาจส่งผลกระทบรุนแรงมากขึ้นต่อพื้นที่ท้ายเขื่อนประชาชนพื้นที่เสี่ยงเตรียมรับมือ หน่วยงานเร่งติดตามสถานการณ์ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ ต้องเตรียมความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำที่อาจเกิดขึ้นในช่วง 3-5 วันข้างหน้า การติดตามข่าวสารและการเตรียมแผนอพยพชั่วคราวจึงเป็นสิ่งจำเป็นสถานการณ์น้ำลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาในปัจจุบันแสดงให้เห็นถึงความท้าทายในการบริหารจัดการน้ำของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนักในพื้นที่ต้นน้ำ การตัดสินใจของกรมชลประทานในการเพิ่มการระบายน้ำจึงเป็นมาตรการป้องกันที่จำเป็น แม้จะส่งผลกระทบต่อชุมชนท้ายเขื่อนในระยะสั้น สถานการณ์น้ำเขื่อนทั่วประเทศยังอยู่ในเกณฑ์ปกติแม้จะเผชิญกับสถานการณ์ตึงเครียดในลุ่มน้ำเจ้าพระยา แต่ภาพรวมสถานการณ์น้ำในเขื่อนทั่วประเทศยังคงอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ ข้อมูลจากกรมชลประทานระบุว่า ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศมีน้ำรวม 42,902 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 56% ของความจุอ่างทั้งหมดจากจำนวนดังกล่าว ปริมาณน้ำที่สามารถนำมาใช้ได้จริงมีอยู่ 18,958 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 36% ของความจุอ่าง ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับปานกลางและยังสามารถรองรับน้ำฝนในฤดูฝนปีนี้ได้อย่างเพียงพอภาคใต้เก็บกักน้ำได้ดี เขื่อนหลักเต็มกว่า 60%เมื่อพิจารณาตามภูมิภาค พบว่าภาคใต้มีสถานการณ์น้ำที่ดีที่สุด โดยมีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ 4,987 ล้านลูกบาศก์เมตร จากความจุรวม 8,194 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 61% ของความจุ เขื่อนสำคัญในภาคใต้ เช่น เขื่อนรัชชประภามีน้ำในอ่าง 3,646 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 62% ของความจุ ขณะที่เขื่อนบางลางมีน้ำในอ่าง 991 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 78% ของความจุปริมาณน้ำในระดับดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าเขื่อนในภาคใต้สามารถรองรับน้ำฝนเพิ่มเติมได้อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งจะช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งปีหน้าความท้าทายในการบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูฝนแม้ว่าสถานการณ์โดยรวมจะอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่การที่ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ ส่งผลให้น้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องปรับแผนการระบายน้ำอย่างรวดเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่เสี่ยงสถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมและการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากแม้ว่าระดับน้ำในเขื่อนจะอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่การกระจายตัวของน้ำฝนที่ไม่สม่ำเสมออาจสร้างปัญหาเฉพาะพื้นที่ได้การเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและการเตรียมความพร้อมของทุกฝ่ายจะเป็นกุญแจสำคัญในการลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์น้ำที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในครั้งนี้

“แม่สาย” ต้องย้ายหนี? เมื่อน้ำป่าข้ามพรมแดน-การรุกล้ำลำน้ำ เป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก
อ่าน

“แม่สาย” ต้องย้ายหนี? เมื่อน้ำป่าข้ามพรมแดน-การรุกล้ำลำน้ำ เป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก

แม่สายในภาวะเสี่ยง บทเรียนที่ต้องเร่งจัดการประเทศไทยเพิ่งย่างเข้าสู่ฤดูฝน แต่สำหรับอำเภอแม่สาย จ.เชียงราย กลับเผชิญกับน้ำท่วมหนักถึง 2 ครั้งในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทั้งที่ยังไม่เข้าสู่ช่วงน้ำหลากจริงตามฤดูกาล ซึ่งโดยปกติจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมของทุกปีแม้สถานการณ์น้ำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย จะกลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติและอยู่ในช่วงฟื้นฟู แต่ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญเห็นตรงกันว่ายังไม่อาจวางใจ เพราะพื้นที่ อ.แม่สาย ในจุดที่อยู่ริมน้ำแม่สาย โดยเฉพาะตลาดสายลมจอย และชุมชนโดยรอบ กลายเป็นจุดเปราะบาง เสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติรุนแรง“น้ำท่วมและดินโคลนถล่มในแม่สายจะเกิดอีกหลายระลอก ความถี่และความรุนแรงของการเกิดภัยพิบัติจะมากยิ่งขึ้น ไม่น้อยกว่าปี 2567”คือคำยืนยันของ ดร.ธนพล พิมาน หัวหน้าฝ่ายบริหารจัดการน้ำจากสถาบันสิ่งแวดล้อมสตอกโฮล์ม (Stockholm Environment Institute – SEI) หนึ่งในนักวิชาการที่ติดตามเหตุการณ์น้ำท่วมบริเวณพื้นที่แม่สาย–ท่าขี้เหล็ก มาตั้งแต่ปี 2562 ดร.ธนพลชี้ว่า ปีนี้ฝนมาเร็วและมาในปริมาณมากผิดปกติ ซึ่งในอดีตคนแม่สายเคยรับมือกับน้ำท่วมที่สูงแค่ตาตุ่มและไม่มีโคลน แต่วันนี้น้ำที่ไหลบ่าเข้าสู่พื้นที่แม่สายไม่ได้มากเฉพาะปริมาณ หากแต่ยังพ่วงเอาตะกอนและดินโคลนจำนวนมากจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งไม่เพียงสร้างความเสียหายกับทรัพย์สินและสุขภาพของชุมชน แต่ยังทำให้พื้นที่ใช้การไม่ได้ในระยะยาวนักวิชาการจาก SEI มองว่าน้ำท่วมแม่สายไม่ใช่แค่ปัญหาเฉพาะหน้า หากแต่กำลังกลายเป็น “ต้นทุนซ่อนเร้น” ที่เพิ่มขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญอย่าง “ตลาดแม่สาย” ซึ่งต้องใช้งบประมาณมหาศาลในการล้างโคลน ฟื้นฟูร้านค้า และกู้ภาพลักษณ์เศรษฐกิจชายแดนแม้จะมีความพยายามสร้างกำแพงกันน้ำในจุดเสี่ยงหลายจุดในแม่สาย แต่ ดร.ธนพล ชี้ว่า มาตรการนี้ “ช่วยลดผลกระทบได้บางส่วนเท่านั้น” เพราะน้ำในพื้นที่แม่สายสามารถหลากมาได้หลายทิศทาง หากป้องกันไม่ทัน น้ำอาจทะลักเข้าพื้นที่โดยไม่คาดคิด“หากวันหนึ่งน้ำมามากกว่าระดับกำแพง อาจเกิดการไหลบ่าที่รุนแรงกว่าเดิม เนื่องจากแรงดันน้ำที่สะสมไว้ด้านนอก”การสร้างกำแพงกันน้ำ มุมหนึ่งคือการบรรเทาปัญหา แต่ก็อาจกลายเป็น “ดาบสองคม” หากไม่มีการออกแบบเชิงระบบและทบทวนทั้งภาพใหญ่สัญญาณอันตราย เมืองขยาย-แม่น้ำแคบลง รองศาสตราจารย์ชูโชค อายุพงศ์ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้สัมภาษณ์กับ TNN ONLINE โดยมองว่าปัญหาหลักของพื้นที่คือ ความสามารถในการรับน้ำที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากที่เคยรับได้ระดับหนึ่ง ตอนนี้ลำน้ำแม่สายเหลือเพียง 40% เท่านั้นปัจจัยสำคัญคือการกีดขวางทางน้ำ เช่น การรุกล้ำลำน้ำ การสร้างบ้านเรือนในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งพบการรุกล้ำลำน้ำเข้าไปทั้งสองฝั่งแม่น้ำ ส่งผลให้ลำน้ำเดิมที่กว้างราว 150 เมตร ปัจจุบันความกว้างของลำน้ำเหลือเพียง 20–30 เมตรเท่านั้น“กรณีแม่สายถือว่าเป็นตัวอย่างชัดเจน เพราะมีการตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ลำน้ำโดยตรง เช่น ตลาดสายลมจอย ซึ่งพบสิ่งปลูกสร้างจำนวนมากอยู่ในแม่น้ำ ไม่ได้อยู่ริมตลิ่ง”“เราทำนายได้เลยว่า ปีนี้แม่สายจะท่วมอย่างน้อย 5–6 ครั้ง เหมือนกับมีคนไปนั่งอยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา และบอกว่าไม่อยากเปียกน้ำ” รศ.ชูโชค กล่าวทางรอดแม่สาย : สู้ต่อ หรือ ย้ายหนี?หนึ่งในประเด็นร้อนของแม่สายขณะนี้คือแนวคิด “ย้ายตลาด” ออกจากแนวน้ำท่วมซ้ำซาก เพื่อแก้ปัญหาระยะยาว มากกว่าการป้องกันและฟื้นฟูทุกฤดูกาลน้ำหลากรศ.ชูโชค ยืนยันว่าปัญหาเรื้อรังของพื้นที่แม่สายไม่มีทางแก้หากไม่ยอม “เอาคนออก” จากพื้นที่รุกล้ำ พร้อมทั้งจัดการพื้นที่โดยรอบอย่างจริงจัง เพราะทุกวันนี้ แม่สายกลายเป็นพื้นที่เปราะบางและล่อแหลมมาก เพียงแค่เกิดฝนตกหนัก ไม่ถึงขั้นมรสุมในลุ่มน้ำสายที่อยู่ฝั่งเขตเมียนมา ก็มีความเสี่ยงต่อพื้นที่ทันทีขณะที่ ดร.ธนพล สนับสนุนว่า ควรย้ายชุมชนออก 70% ของพื้นที่ตลาด โดยเปลี่ยนให้เป็น "พื้นที่กันชน" (Buffer Zone) หรือพื้นที่สีเขียวที่รับน้ำหลากได้ในช่วงฤดูฝน และสามารถใช้เป็นพื้นที่ค้าขายในฤดูแล้งแทน ซึ่งถือเป็นแนวคิดแบบ “การอยู่ร่วมกับน้ำ” มากกว่าการ “ต่อสู้กับน้ำ” ซึ่งสอดคล้องกับบริบทของการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศในปัจจุบัน การแก้ปัญหาภัยพิบัติไร้พรมแดนหัวหน้าฝ่ายบริหารจัดการน้ำจากสถาบันสิ่งแวดล้อมสตอกโฮล์ม ย้ำว่าสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้โคลนตะกอนที่เข้าโจมตีแม่สายในระยะหลัง คือ “ต้นตอปัญหาข้ามพรมแดน” ที่ไทยแทบไม่มีอำนาจควบคุม เช่น เหมืองแร่ในฝั่งพม่า หรือการปล่อยน้ำจากเขื่อนเหนือแม่น้ำโขงแม้จะมีกรอบความร่วมมืออย่างคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC)ความร่วมมือล้านช้าง–แม่โขง (LMC)ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี–เจ้าพระยา–แม่โขง (ACMECS)แต่การผลักดันให้เกิด “กลไกตัดสินใจร่วม” ยังล่าช้า และขาดอำนาจบังคับใช้ความเปราะบางต่อการเกิดอุทกภัยของ “แม่สาย” ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือ “สัญญาณเตือน” ของการเปลี่ยนแปลงทางสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคมที่ซับซ้อนขึ้นทุกปีแม้การย้ายเมืองจะเป็นหนึ่งในข้อเสนอเพื่อลดความเสี่ยงของคนในพื้นที่ แต่สิ่งที่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืนมากกว่า คือ การออกแบบระบบให้พร้อมรับมือกับธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงมากขึ้นวางผังเมืองแบบยืดหยุ่นลงทุนในระบบเตือนภัย–อพยพที่ทำงานจริงสร้างกลไกภูมิภาคที่มีพลังต่อรองเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเป็น “ผู้มีส่วนร่วม” ไม่ใช่ “เหยื่อของสถานการณ์”บทเรียนจากแม่สาย อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการจัดการภัยพิบัติของไทยในยุคที่ "น้ำ" ไม่ใช่เรื่องของธรรมชาติอย่างเดียวอีกต่อไป

ฝนตกชุกน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้น กรมชลฯ ทยอยปรับการระบายลดผลกระทบ
อ่าน

ฝนตกชุกน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้น กรมชลฯ ทยอยปรับการระบายลดผลกระทบ

กรมชลประทาน โดยศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เช้าวันนี้ (27 พ.ค. 68) เวลา 06.00 น. ที่สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,053 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วินาที แนวโน้มเพิ่มขึ้น ระดับน้ำยังต่ำกว่าตลิ่ง 5.65 เมตร ควบคุมการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาที่สถานี C.13 อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ในอัตรา 600 ลบ.ม./วินาทีทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำฝน น้ำท่า กรมชลประทานจำเป็นต้องทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา เริ่มเวลา 09.00 น. จากอัตรา 600 ลบ.ม./วินาที เป็นอัตรา 700 ลบ.ม./วินาที ก่อนจะคงอัตราดังกล่าวต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อน ที่อยู่บริเวณนอกคันกั้นน้ำ ได้แก่ คลองโผงเผง จ.อ่างทอง คลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ชุมชนแม่น้ำน้อย (ต.หัวเวียง อ.เสนา) , ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา เพิ่มสูงขึ้นสำหรับปริมาณน้ำ เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน 12,789 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 51 ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ รวมกันประมาณ 91.39 ล้าน ลบ.ม. รับน้ำได้อีกกว่า 12,082 ล้าน ลบ.ม. ทั้งนี้ กรมชลประทาน จะติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการบริหารจัดการน้ำ ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม สอดคล้องกับปริมาณน้ำฝนที่ตกในพื้นที่ตอนบนอย่างเต็มศักยภาพ หากมีแนวโน้มปริมาณน้ำจะเพิ่มขึ้นอีก จะแจ้งให้ทราบต่อไป จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

“น้ำท่วมแม่สาย 2568” ระดับน้ำแม่น้ำสายจ่อทะลัก เทศบาลเตือนปชช. ยกของขึ้นที่สูง
อ่าน

“น้ำท่วมแม่สาย 2568” ระดับน้ำแม่น้ำสายจ่อทะลัก เทศบาลเตือนปชช. ยกของขึ้นที่สูง

“น้ำท่วมแม่สาย 2568” ระดับน้ำแม่น้ำสายเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจ่อทะลัก เทศบาลเตือนยกของขึ้นที่สูงวันนี้ ( 26 ต.ค. 68 )เวลา 11.30 น. มีรายงานจากบ้านโจตาดา ประเทศเมียนมา ว่าระดับน้ำอยู่ที่ 513.61 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) และยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สถานการณ์น้ำในพื้นที่ชายแดนไทย โดยเฉพาะบริเวณแม่น้ำสาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย เข้าสู่ภาวะเฝ้าระวัง อัปเดตล่าสุด เวลา 14.40 น. ระดับน้ำที่สถานีสะพานมิตรภาพแม่น้ำสายแห่งที่ 1 เพิ่มขึ้น 6 เซนติเมตรทุก 10 นาที เหลืออีกเพียง 25.1 เซนติเมตรจะถึงระดับล้นตลิ่ง สร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่เทศบาลตำบลแม่สายได้ประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด พร้อมแนะนำมาตรการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วม ได้แก่- เก็บของมีค่าและเอกสารสำคัญไว้ในที่สูง- ขนย้ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและของใช้ที่เสียหายจากน้ำได้ง่าย- ย้ายยานพาหนะไปยังพื้นที่ปลอดภัย- เตรียมกระเป๋าฉุกเฉิน เช่น ยา น้ำดื่ม อาหารแห้ง ไฟฉาย และแบตสำรอง- แจ้งเตือนผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษให้เตรียมพร้อมอพยพหากจำเป็น ประชาชนที่พบเหตุผิดปกติหรือต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน สามารถติดต่อเทศบาลตำบลแม่สายได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 199 ตลอด 24 ชั่วโมงทางเทศบาลย้ำว่า การติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ประชาชนสามารถรับมือและลดความเสียหายได้อย่างทันท่วงที.

น้ำทะลักแม่สาย! ระดับน้ำเมียนมาพุ่งทะลุ 513 ม.รทก. เสี่ยงท่วมฉับพลัน
อ่าน

น้ำทะลักแม่สาย! ระดับน้ำเมียนมาพุ่งทะลุ 513 ม.รทก. เสี่ยงท่วมฉับพลัน

เทศบาลแม่สายประกาศเตือนภัยน้ำท่วม 26 พ.ค. 2568 ระดับน้ำจากเมียนมาเพิ่มสูงเกิน 513 ม.รทก. เร่งเตรียมอพยพและเก็บของขึ้นที่สูงเตือนน้ำท่วมแม่สาย น้ำจากเมียนมาทะลัก สูงเกิน 513 ม.รทก.เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 26 พฤษภาคม 2568 เทศบาลตำบลแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ออกประกาศแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำท่วมฉุกเฉิน หลังระดับน้ำจากฝั่งประเทศเมียนมา บริเวณบ้านโจตาดา วัดได้ที่ 513.61 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) และยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องระดับน้ำที่สูงผิดปกติครั้งนี้อาจไหลทะลักเข้าสู่เขตชุมชนฝั่งไทยในหลายตำบล โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำในเขตเทศบาลแม่สาย ซึ่งมักประสบปัญหาน้ำหลากทุกปี พื้นที่เสี่ยงควรเตรียมรับมือเทศบาลตำบลแม่สายได้ออกคำแนะนำเร่งด่วนให้ประชาชนในเขตเสี่ยงภัยเตรียมความพร้อมดังนี้:• เก็บของมีค่าและเอกสารสำคัญ ไว้ในที่สูง• ขนย้ายเครื่องใช้ไฟฟ้า ออกจากระดับพื้นที่ต่ำ• นำรถยนต์และจักรยานยนต์ ไปไว้ในที่ปลอดภัย• เตรียมกระเป๋าฉุกเฉิน บรรจุยาสามัญ น้ำดื่ม อาหารแห้ง ไฟฉาย และแบตเตอรี่สำรอง• แจ้งเตือนผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ช่วยเหลือตัวเองได้น้อย ให้พร้อมอพยพเมื่อจำเป็นติดต่อด่วนเมื่อเกิดเหตุหากพบสถานการณ์ผิดปกติ หรือมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ประชาชนสามารถแจ้งได้โดยตรงที่เทศบาลตำบลแม่สาย หมายเลขโทรศัพท์ 199ทั้งนี้ การติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิดจะช่วยให้สามารถตัดสินใจและอพยพได้ทันท่วงที ลดความเสียหายและความเสี่ยงในระดับครัวเรือน สภาพภูมิอากาศยังคงน่ากังวลแม้จะยังไม่มีฝนตกหนักเพิ่มเติมในฝั่งไทย แต่การที่ระดับน้ำจากฝั่งเมียนมาเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่องสะท้อนถึงปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำสาย ซึ่งเป็นเส้นทางไหลสำคัญ หากไม่มีการระบายออกทัน อาจส่งผลให้พื้นที่เขตเศรษฐกิจของแม่สายเผชิญน้ำท่วมฉับพลันภายใน 24–48 ชั่วโมง

ทำไมน้ำท่วมแม่สายทุกปี? เจาะลึกต้นเหตุ-โคลนถล่มชายแดน
อ่าน

ทำไมน้ำท่วมแม่สายทุกปี? เจาะลึกต้นเหตุ-โคลนถล่มชายแดน

น้ำท่วมแม่สายเกิดขึ้นแทบทุกปี ไม่ใช่แค่เพราะฝนตกหนัก แต่เกี่ยวพันทั้งป่าไม้ฝั่งเมียนมา การถมเมือง โคลนตะกอน และภูมิประเทศที่รับน้ำจากหุบเขาโดยตรงวิกฤตน้ำท่วมแม่สายปี 2568 ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่รุนแรงขึ้นในปี 2568 อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ต้องเผชิญกับเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ติดต่อกันถึง 2 ครั้งภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน โดยเริ่มจากฝนตกหนักในปลายเดือนเมษายนที่ทำให้เกิดน้ำหลากจากฝั่งเมียนมา ก่อนจะมีน้ำท่วมซ้ำอีกครั้งในปลายเดือนพฤษภาคม จนนำมาสู่คำถามที่หลายคนเริ่มตั้งอย่างจริงจังว่า “ทำไมน้ำท่วมแม่สายทุกปี?” ลักษณะภูมิประเทศที่เปิดทางให้น้ำหลากคำตอบเริ่มจากแผนที่ แม่สายตั้งอยู่ในพื้นที่ราบระหว่างหุบเขา โดยมีแม่น้ำสายไหลผ่านกลางเมือง แม่น้ำสายนี้มีต้นน้ำอยู่ในประเทศเมียนมาถึง 80% ซึ่งหมายความว่าทุกครั้งที่ฝั่งเมียนมามีฝนตกหนัก พื้นที่ชายแดนไทยจะเป็นจุดรับน้ำสายแรกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แม่น้ำสายยังเชื่อมกับแม่น้ำรวก ก่อนจะไหลลงสู่แม่น้ำโขง หากระดับน้ำในแม่น้ำโขงสูงขึ้นในช่วงฤดูฝน ก็จะส่งผลให้แม่น้ำสายระบายน้ำได้ช้าลง เกิดน้ำเอ่อล้นและท่วมขังในเขตเมืองแม่สายฝนตกหนักไม่ใช่ปัญหาเดียว ต้นน้ำเปลี่ยนสภาพต่างหากที่น่ากังวลสิ่งที่ทำให้ฝนธรรมดากลายเป็นน้ำท่วมฉับพลัน ก็คือการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ต้นน้ำในฝั่งเมียนมา โดยเฉพาะบริเวณภูเขาทางตอนเหนือของแม่น้ำสาย ซึ่งเดิมเคยเป็นป่าไม้ธรรมชาติ แต่ถูกแปรสภาพเป็นพื้นที่เกษตรกรรมและเหมืองแร่เมื่อป่าไม้หายไป ความสามารถในการซับน้ำของดินก็ลดลงทันที ฝนที่ตกหนักจึงไม่ถูกดูดซึมแต่กลายเป็นน้ำไหลบ่า หน้าดินที่ไร้รากไม้ค้ำยันถูกชะล้างอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดโคลนถล่มและตะกอนดินปริมาณมหาศาลที่ไหลลงสู่แม่น้ำสายจากภาพถ่ายดาวเทียมของ GISTDA พบร่องรอยการพังทลายของหน้าดินขนาดใหญ่ ความกว้างหลายสิบเมตรในภูเขาฝั่งเมียนมา บ่งชี้ถึงความรุนแรงของกระบวนการนี้ตะกอนโคลน-ขอนไม้-ขยะ ทำให้แม่น้ำตื้นและไหลไม่ทันเมื่อหน้าดินไหลลงแม่น้ำสายจำนวนมาก จะทำให้แม่น้ำตื้นเขินขึ้นทุกปี และไม่สามารถระบายน้ำได้ทัน โดยเฉพาะในช่วงพีกของฝนฤดูมรสุม ที่สำคัญคือโคลน น้ำ และเศษซากไม้ยังไหลทะลักเข้าพื้นที่ชุมชนอย่างรุนแรง สร้างความเสียหายต่อทั้งบ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐานหลายชุมชนในแม่สาย เช่น ชุมชนเกาะทราย และไม้ลุงขน เผชิญกับตะกอนโคลนท่วมสูงกว่าหนึ่งเมตรในบางจุด ต้องใช้เวลาหลายวันในการฟื้นฟูและเปิดเส้นทางสัญจรอีกครั้ง เมืองขยาย ทางน้ำแคบ ระบบระบายน้ำรับไม่ไหวอีกหนึ่งเงื่อนไขที่ทำให้น้ำท่วมรุนแรงขึ้น คือการขยายตัวของเมืองแม่สายและท่าขี้เหล็ก พื้นที่รับน้ำตามธรรมชาติจำนวนมากถูกแทนที่ด้วยถนน อาคารพาณิชย์ และสิ่งปลูกสร้างตลอดแนวชายแดน แม้การพัฒนาเศรษฐกิจจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่หากไม่มีแผนผังเมืองที่รองรับการระบายน้ำ ผลที่ตามมาคือเมืองจะกลายเป็นอ่างรับน้ำที่ระบายไม่ทันในทุกฤดูฝนความพยายามของรัฐ กับโจทย์ที่ใหญ่กว่าทรายถมหน่วยงานท้องถิ่นพยายามแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการขุดลอกแม่น้ำสาย เสริมพนังกั้นน้ำ และเตรียมแผนอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยง แต่ความท้าทายหลักยังคงอยู่ที่ต้นน้ำฝั่งเมียนมา ซึ่งไทยไม่สามารถควบคุมโดยตรงได้นักวิชาการบางรายเสนอว่า ควรมีระบบความร่วมมือระดับชายแดน เช่น การแจ้งเตือนฝนตกหนักล่วงหน้า การจำกัดการถางป่า และมาตรการควบคุมเหมืองแร่ที่ต้นน้ำ เพื่อชะลอกระแสน้ำตั้งแต่ต้นทาง ไม่ใช่รอแก้ปัญหาเฉพาะปลายน้ำที่แม่สายเพียงอย่างเดียว

นายกฯ ขอประชาชนติดตามสถานการณ์น้ำ ประกาศแจ้งเตือนจากภาครัฐอย่างใกล้ชิด
อ่าน

นายกฯ ขอประชาชนติดตามสถานการณ์น้ำ ประกาศแจ้งเตือนจากภาครัฐอย่างใกล้ชิด

วันนี้ (25 พฤษภาคม 2568) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าภายหลังนางสาว แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะ ประธานคณะกรรมการบรรเทาสาธารณภัย เข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วนจากกรณีสถานการณ์น้ำจากแม่น้ำสายไหลทะลักเข้าท่วมชุมชนริมแม่น้ำสาย ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพ แห่งที่ 1 อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงรายนั้น จากรายงานพบว่า สถานการณ์พื้นที่ อำเภอแม่สาย มีพื้นที่ถนนบางส่วนได้รับความเสียหาย โดยหน่วยงานทหาร และฝ่ายปกครอง ได้ระดมบิ๊กแบ็คเข้าควบคุมสถานการณ์แล้วขณะที่ ทหารกรมการทหารช่าง ได้เร่งดำเนินการก่อสร้างคันระบายน้ำพื้นที่ชุมชนอำเภอแม่สาย คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2568 นี้ จึงทำให้การระบายน้ำยังทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ แต่เมื่อคันระบายน้ำที่กำลังก่อสร้างแล้วเสร็จจะทำให้การระบายน้ำในพื้นที่อำเภอแม่สายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนอกจากนี้ เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้ระดมกำลังเร่งแก้สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงรายแล้ว ดังนี้(1) ปิดจุดน้ำเข้า บริเวณสะพานมิตรภาพ ที่ 1 และ บริเวณสวนสาธารณะไม้ลุงขน เรียบร้อยแล้ว และปิดจุดรั่วที่บริเวณตามสายลมจอย( 2) ระดับน้ำในชุมชนลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยหน่วยทหาร และสมาชิก อส. ได้ช่วยทำความสะอาดบ้านเรือนประชาชน และขนย้ายสิ่งของ(3) ทางจังหวัดได้จัดเตรียมชี้แจง จุดอพยพ หากมีมวลน้ำรอบต่อไป (4) เสริมเครื่องสูบน้ำ เพิ่มเติม (ปัจจุบันติดตั้งแล้ว 6 เครื่อง) กรณีเตรียมพร้อมสำหรับมวลน้ำใหม่ และ (5) กรมการทหารช่างเสริมแนวป้องกันน้ำ ในจุดอ่อนแอเพื่อเตรียมรับมวลน้ำรอบใหม่ "ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารสถานการณ์น้ำและการประกาศแจ้งเตือนจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมในการขนของขึ้นสู่ที่สูงหรืออพยพได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์ ซึ่งขณะนี้มีพื้นที่จังหวัดเชียงราย รวมถึงอีก 51 จังหวัดทั่วประเทศ มีฝนตกต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 27 พฤษภาคมนี้ นายกรัฐมนตรีกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดที่มีปริมาณน้ำฝนจำนวนมาก ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากเกิดสถานการณ์ ต้องเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนเป็นการด่วน" นายจิรายุ ระบุ