TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “#เรื่องมากสุดๆกว่าจะจับได้!!!” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
เรื่องมากสุดๆกว่าจะจับได้!!! ARK PREHISTORIC MONSTER EP#8
เรื่องมากสุดๆกว่าจะจับได้!!! ARK PREHISTORIC MONSTER EP#8
BONGAMERZ • 11 ส.ค. 69
BGZ - ARK PRIMAL GENESIS EP#29 จับตัวเทพได้เเล้วมันโหดมาก!!!!!
GAME
BONGAMERZ • 19 ก.ย. 69
BGZ - ARK PRIMAL GENESIS EP#31 จับยักษ์ใหญ่นำขุดเหล็ก!!!!!
game
BONGAMERZ • 22 ก.ย. 69
Pokemon Radical Red Nuzlocke - ทางเลือกแห่งความสิ้นหวัง !! Ep.32
โปเกมอนที่ยากที่สุด
OverBoot • 24 ก.ย. 69
ผมจับฆาตกร KK ได้ เพราะมันพูดแค่คำเดียว !! - Among Us
นี่ใจร้าวเอง ฝากกดติดตามด้วยนะะ
JAIRAW • 8 ก.ย. 69
อ่าน
“ขวัญ อุษามณี” ผวา ชายปริศนาบุกประชิดตัว ขู่ทิ้งทาย อีก 3 เดือนรู้กันก่อนเข้าแจ้งความ สน.
ขวัญ อุษามณี ผวา ชายปริศนาบุกประชิดตัว ขู่ทิ้งทาย อีก 3 เดือนรู้กันก่อนเข้าแจ้งความ สน. เกิดเหตุระทึกกลางงานวิ่งการกุศล ทำเอานางเอกสาว ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์ ถึงกับผวาหนัก ต้องรีบเดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน. ท้องที่เกิดเหตุทันที หลังถูกชายปริศนาพยายามบุกเข้าประชิดตัวในระยะใกล้จนรู้สึกไม่ปลอดภัย เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับการเปิดเผยจากเพื่อนสนิทอย่าง บูม เทยกะทะ ที่อยู่ในเหตุการณ์ ได้ออกมาไลฟ์สดเล่านาทีระทึกว่า ระหว่างที่บรรยากาศในงานวิ่งกำลังดำเนินไปอย่างเรียบร้อย จังหวะที่ขวัญวิ่งนำหน้าออกไปเล็กน้อย ได้มีชายปริศนาสวมเสื้อสีน้ำเงินและใส่แว่นตา วิ่งเข้ามาประชิดตัวนางเอกสาวอย่างกะทันหัน โดยมีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงและมีพิรุธ ทั้งพยายามวิ่งตามและวิ่งหนีสลับกันไปมา นอกจากนี้ยังพบข้อสงสัยเพิ่มเติมเมื่อชายคนดังกล่าวทิ้งโทรศัพท์มือถือไว้ในที่เกิดเหตุ ซึ่งเมื่อตรวจสอบกลับไม่พบข้อมูลใดๆ ในเครื่อง คล้ายเตรียมการมาเพื่อเข้าถึงตัวโดยเฉพาะ โดยชายปริศนาดังกล่าวได้ทิ้งคำพูดข่มขู่ไว้ก่อนแยกย้ายว่า สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือเขาบอกว่าอีก 3 เดือนเดี๋ยวรู้ สร้างความกังวลใจเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับสาวขวัญและทีมงานเป็นอย่างมาก เบื้องต้น ขวัญ อุษามณี พร้อมด้วย บูม เทยกะทะ ได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้เร่งติดตามตัวชายคนดังกล่าวมาสอบสวนและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ดาราเดลี่บันเทิง • 13 ก.ย. 69
ขโมยไข่หายากสัตว์ยักษ์ดุร้าย 2,900,000,000 ล้าน!!! | Steal An Egg
ขโมยไข่หายากสัตว์ยักษ์ดุร้าย 2,900,000,000 ล้าน!!! | Steal An Egg
ZBINGZ • 10 ก.ย. 69
ฝากถึงกายหงิดน้องรัก พี่แซงแล้วนะ !! - Steal An Egg Roblox
นี่ใจร้าวเอง ฝากกดติดตามด้วยนะะ
JAIRAW • 8 ก.ย. 69
เรื่องเล่าผี แก๊งค์เกรียน ปราบผีโพง เรื่องสยอง โคตรหักมุม สนุกมากก!! | EP.237 |
เมื่อพวกเขาต้องเข้าไปยุ่งกับเรื่องราวความสยองของหมู่บ้านแห่งนี้ การปราบผีโพงมันไม่ง่ายแบบที่คิด ความ
กรุผี3D • 10 ก.ย. 69
BGZ - ARK PRIMAL GENESIS EP#16 จับตัวโหดตูมตามเเน่นอน!!!!!
ไปดู
BONGAMERZ • 27 ส.ค. 69
BGZ - ARK PRIMAL GENESIS EP#12 เกือบได้เป็นตัวตึงดันโดนขึงซะก่อน!!!!!
BGZ - ARK PRIMAL GENESIS EP#12 เกือบได้เป็นตัวตึงดันโดนขึงซะก่อน!!!!!
BONGAMERZ • 13 ส.ค. 69
จับเเพ็คคาพิลั่ม!!! ARK PREHISTORIC MONSTER EP#3
ARK PREHISTORIC MONSTER
BONGAMERZ • 18 ก.ค. 69
ARK ร้อนนักต้องดับร้อน EP#16 จับกิก้าอีโวเท่โหดจับยากมากๆ!!!!!
จับกิก้าอีโวเท่โหดจับยากมากๆ
095******* • 8 ก.ค. 69
ARK ร้อนนักต้องดับร้อน EP#15 ตามล่าเกราะที่โหดที่สุด!!!!!
เกมเอาชีวิตรอดเเละจับไดโนเสาร์สุดมัน
095******* • 8 ก.ค. 69
อ่าน
“ติวเตอร์ - ยิม” เจอซาแซงตามติดประชิดตัว เผยหนักสุดในชีวิต วอนเจอตามงาน
ติวเตอร์ - ยิม เจอซาแซงตามติดประชิดตัว เผยหนักสุดในชีวิต วอนเจอตามงาน ทำเอาแฟนคลับต่างตกใจและเป็นห่วงเพราะก่อนหน้านี้นักแสดงวัยรุ่น ติวเตอร์ กรภัทร์ และ ยิม ปริญญากรณ์ ขณะเดินทางไปร่วมงานที่ประเทศจีน ได้ถูกซาแซงติดตามตั้งแต่สนามบินจนถึงที่พัก ล่าสุดทั้งคู่เผยว่า... ยิม เผยว่า... เหตุการณ์ที่เจอก็ถือว่าหนัก เพราะรอใต้โรง แรมตั้งแต่เช้ากับตอนกลางคืน ตามตั้งแต่ร้านอาหาร แล้วก็มีที่โรงแรมที่หนัก ต้องไปฟิตเนสกันด้วย ทำให้เราไม่กล้าไปทานข้าวตอนเช้า และไม่กล้าไปฟิตเนส ตกใจในส่วนสนามบินก็พอเข้าใจได้บ้าง บางคนเขามาต้อนรับแบบห่างๆ แต่บางคนเข้ามาใกล้ ปกติผมก็ไม่ติดที่จะมีคนมาต้อนรับ แค่ออกมาทักทายก็จบ แต่บางคนปรี่เข้ามาอยู่ใกล้ หรืออะไรที่มันดูอันตราย อันนี้เกินไปมากจริงๆ เข้าใจในมุมที่คิดถึงอยากเจอ ส่วนใหญ่อยากให้ไปตามที่งานมากกว่า เราเองก็พยายามที่จะเซฟตัวเอง มีคนพยายามคอยกัน คอยอยู่ข้างๆ ก็ฝากทุกคนด้วยสำหรับคนที่เข้ามาใหม่ๆ เพราะส่วนมากคนที่มาตามจะเป็นคนที่มาใหม่ น่าจะมาจากด้อมอื่น เพิ่งมาพอดี ปกติก็ไม่เคยเจอ อยากให้มาเจอกันที่งานดีกว่า อยากให้มาซัพพอร์ตที่งาน เพราะแฟนคลับพวกเราติวเตอร์ยิมส่วนมากก็จะรู้เนเจอร์ต่างๆ อยู่แล้ว ก็จะรู้อยู่ในขอบเขตอยู่แล้ว แต่จะมีแฟนคลับที่เพิ่งเข้ามาก็ฝากเอ็นดูพวกเราด้วย และก็ฝากให้ตามเราในกฎระเบียบดีกว่า ด้าน ติวเตอร์ เผยว่า ที่ผ่านมาก็มีมาตลอด ตอนเราไปทำงานต่างประเทศก็มีรอที่ล็อบบี้บ้าง ตามไปที่สถานีถ่ายทำบ้าง ครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งที่หนักที่สุดอยู่แล้ว ตั้งแต่สนามบินเขาเข้ามาใกล้ชิดเรามากๆ จนพี่เออาร์กันเขาออกไป พอมาถึงโรงแรมเขาก็ยังตามมาอยู่ ขับรถตาม ค่อนข้างที่จะน่ากลัว คือเหตุการณ์ครั้งนี้เราเดินแทบไม่ได้เลย เดินปุ๊บเหมือนขาชนกัน เท้าชนกันตลอด จะล้มหลายที อยากให้เจอกันที่งานมากกว่า แฟนๆ ผมคิดว่าจะรู้อยู่แล้วว่าควรจะทำอย่าง ไร แต่ก็จะมีแค่บางกลุ่มเล็กๆ ที่เขาอยากมาดูเราใช้ชีวิตประจำวัน เราเองก็พยายามที่จะเซฟ เหตุการณ์แบบนี้ที่เกิดขึ้น เราก็ไม่ได้คาดคิดเหมือนกันว่าแต่ละครั้งจะมีคนมาตามเรามากแค่ไหน กระทบตรงๆ เลย เรากลัวไหมก็มีกลัว
ดาราเดลี่บันเทิง • 21 พ.ค. 69
ดู
Coming Soon
23 ก.พ. 68
อ่าน
“แน็ก ชาลี” ยื่นหลักฐานคดีถูกขโมยทรัพย์กว่า 10 ล้าน ลั่นคดี 9 เดือนไม่คืบ ขอพึ่งสื่อตามต่อ
แน็ก ชาลี ยื่นหลักฐานคดีถูกขโมยทรัพย์กว่า 10 ล้าน ลั่นคดี 9 เดือนไม่คืบ ขอพึ่งสื่อตามต่อ เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา แน็ก ชาลี ไตรรัตน์ ได้นำหลักฐาน เกี่ยวกับคดีที่คนร้ายขโมยของในบ้านตนเองหายไป เช่น ปืน ปืนโบราณ จำนวน 65 กระบอก เครื่องดนตรีโบราณ เงินสด ทองคำรูปพรรณ มูลค่ากว่า 10 ล้าน ที่หายไปตั้งแต่ช่วงเดือน พฤษภาคม 2568 โดย แน็ก ชาลี ได้เปิดใจว่า วันนี้ตนเองนำหลักฐานที่ตนเองหามาได้มาให้ พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ไปแจ้งความไว้ที่ สน.โชคชัย แต่ไม่มีความคืบหน้า ทั้งที่เหตุการณ์จะครบ 1 ปีแล้ว ไม่ได้อยากจะเป็นคู่ขัดแย้งกับใคร แต่ในเมื่อผมให้โอกาสแล้ว ให้มานานแล้ว หลังจากนี้ก็จะเป็นกระบวนการของตำรวจ เพราะที่ผ่านมา ที่ผมไปติดตามของเอง สังคมก็มองว่าผมเป็นเด็กเลี้ยงแกะ สร้างกระแส มองเป็นเด็กแรงๆ แต่พอ ในช่วง 10 วันที่ผ่าน มันมีกระแสกขึ้นมา หลายคนก็ออกมากระตือรือร้น ผมเองก็ขอบคุณ แต่ที่ผ่านมา ที่ผมพยายามติดตามของคืน ผมเชื่อว่า กลุ่มคนร้าย ที่เคยเป็นคนที่ผมเลี้ยงดูให้ข้าวให้น้ำ แต่กลุ่มคนร้าย จะต้องรู้จักกับตำรวจแน่นอน เพราะตอนที่ตนเองไปตามเรื่อง ไปชี้เป้า ให้ตำรวจ แต่ก็ไม่ดำเนินการให้ ผมเชื่อเขาต้องรู้จักกันแน่นอน ผมรู้สึกเสียดายมาก ถ้าตำรวจตามของกลางให้ตั้งแต่แรก ปืนทั้ง 65 กรถบอก ผมจะกลับคืนมาในสภาพที่ดี ไม่เป็นแบบนี้ ผมไม่อยากจะนึกเลยว่า ปืนของผมจะสภาพเป็นอย่างไร ผมดูแลปืนมาอย่างดี ปืนโบราณที่ผมไปซื้อ ไปตามหามาทั้งประเทศไทย และต่างประเทศ ทุกอย่างมันมีทะเบียนถูกต้องทั้งหมด ผมสะสมด้วยความชื่นชอบ ไม่เคยเอาออกมาโชว์ใคร ผมดูแลของผมอย่างดี แต่ถ้าได้คืนมาสภาพมันต้องไม่เหมือนเดิม มันต้องเน่ แน่นอน และในตู้เซฟมันมีทั้งเงิน ทอง แต่ผมหวังจะได้ปืนคืนกลับมา เพราะมันเป็นคุณค่าทางใจมากที่สุด บางกระบอกได้มาจากต่าฃประเทศ ราคาสูง ชุดอุปกรณ์ดูแลอีก มูลค่ามันประเมินไม่ได้ ผมเสียดายจริงๆ ถ้าตามให้ผมตั้งแต่แรก เราคงได้ปืนกลับมาทั้งหมดให้สภาพที่ยังรับได้ แน็ก ยังบอกอีกว่า ตลอด 9 เดือน ที่ผ่านมา ยืนยันว่า ไม่มีผู้ใหญ่คนไหนม่คุย มาช่วยทำคดี แต่พอมีประเด็นขึ้นมา ก็มีผู้ใหญ่หลายคนจะเข้ามาคุยกับผม แต่ผมไม่ขอคุย ทำไมก่แนหน้านี้ไม่มาคุย ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า มีผู้ใหญ่ไม่ให้ตามคดี ผมมองว่า ผมไม่ได้อยากไปมีปัญหาอะไรกับใคร เพราะก็มีคนมาบอกว่า ตำรวจตามให้สุดๆแล้ว ผมก็มองออกแล้วว่าอะไรยังไง ส่วนถ้าปืนผมไปอยู่กับใคร คนเหล่านั้นก็ต้องรับผิด เพราะเป็นปืนเถื่อน คุณรับของโจร พวกคุณก็ต้องถูกดำเนินคดี และผมเชื่อว่า คนร้ายมีมากกว่าที่ตำรวจจับกุมได้แน่นอนพลตำรวจตรี จรูญเกียรติ บอกว่า ตนเองได้คุยกับผู้กำกับสน.โชคชัย คุยกับพนักงานสอบสวนและชุดสืบสวนของตำรวจนครบาล4 แล้ว ถึงรายละเอียดเบื้องต้นแต่เมื่อผู้เสียหายยังมีความกังวลและนำหลักฐานมาร้องที่เราผมจะให้ตำรวจกองปราบลงไปช่วยในการสืบสวนและติดตามของกลางกลับคืนมา ให้ได้มากที่สุดเบื้องต้นจากที่คุยกับตำรวจชุดทำคดี บอกว่า ตัวผู้ต้องหา ทั้ง 3 นายอ้น นายตี๋ นายอาร์ต ทั้งหมดยังให้การภาคเสธ ยังปากแข็ง ซึ่งตำรวจจะส่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 3 ในวันที่ 25 เมษายนนี้ส่วนของกลางหากผู้ต้องหานำไปขายก็คงเป็นเรื่องที่ลำบากเพราะปืนมีเอกลักษณ์มีเลขเฉพาะของแต่ละกระบอก หากนำไปขายก็คงสามารถติดตามได้ไม่ยากซึ่งจะให้ตำรวจกองปราบเร่งดำเนินการในประเด็นนี้ให้เร็วที่สุดยืนยันว่า คดีไม่ซับซ้อน เพราะตามตัวผู้ต้องหาได้แล้วส่วนของการก็ต้องไปตรวจสอบว่าคนร้ายเอาไปไว้ที่ไหน ส่วนจะอยู่กับใคร หรืออยู่กับผู้ใหญ่ ก็ไม่ยาก ขอไปตรวจสอบก่อน ยืนยันอยู่ที่ใครก็จะตามมาทั้งหมด.
ดาราเดลี่บันเทิง • 8 เม.ย. 69
อ่าน
เงินหายไปไหน หลักหลายล้าน!! “มีนตรา อินทิรา” เปิดหมดเปลือก วินาทีรู้ตัวว่าถูกคนที่ไว้ใจที่สุดหักหลัง!
เงินหายไปไหน หลักหลายล้าน!! มีนตรา อินทิรา เปิดหมดเปลือก วินาทีรู้ตัวว่าถูกคนที่ไว้ใจที่สุดหักหลัง! กลายเป็นประเด็นที่แฟนเพลงให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อนักร้องสาว มีนตรา อินทิรา พร้อมด้วย "ทนายเจมส์" ได้ออกมาให้ข้อมูลถึงสถานการณ์ภายในที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการจัดการส่วนตัว โดยระบุถึงการตรวจพบ "ความไม่โปร่งใส" และรายละเอียดทางการเงินที่หายไป ซึ่งประเมินเบื้องต้นในส่วนที่ทราบข้อมูลแล้วพบว่ามียอดสูงถึง 4.5 ล้านบาท และอาจมีส่วนอื่นๆ ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบเพิ่มเติม บทเรียนความไว้ใจ 10 ปี ที่กลายเป็นบทเรียนราคาแพง มีนตรา เปิดเผยความในใจว่า ตนเองมีความสัมพันธ์อันดีกับอดีตผู้จัดการคนนี้มานานกว่า 10 ปี รักและเคารพเหมือนพี่สาวแท้ๆ จึงให้ความไว้วางใจในการดูแลงานทุกอย่างแบบเต็มที่ จนกระทั่งเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างในช่วงต้นปีที่ผ่านมา และพยายามสอบถามเพื่อขอคำชี้แจงมาโดยตลอด แต่กลับไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน จนกระทั่งถูกปิดช่องทางการสื่อสารไปในที่สุด "เสียใจมากค่ะ เพราะมีนเป็นคนที่มีกำแพง ไม่ค่อยสนิทกับใคร พอเขาเข้ามาแล้วเราก็เปิดใจเต็มที่ รักมากแบบไม่คิดร้าย แต่พอสิ่งที่เกิดขึ้นมันสวนทางกับความเชื่อใจ มันทำให้เราเคว้งมาก" มีนตรากล่าว ทนายเจมส์กางประเด็นข้อสงสัย 3 จุดหลัก ในส่วนของข้อเท็จจริงที่นำไปสู่การรวบรวมพยานหลักฐาน ทนายเจมส์ได้สรุปประเด็นที่มีการตรวจพบความผิดปกติไว้ดังนี้: 1. ประเด็นเรื่องลายมือชื่อ: พบการดำเนินการในเอกสารบางส่วนที่เจ้าตัวไม่ได้เป็นผู้ลงนามด้วยตนเอง 2. เส้นทางการเงินที่ผิดวัตถุประสงค์: มีข้อมูลว่ามีการให้ผู้จ้างงานโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว แทนที่จะเป็นบัญชีบริษัท หรือบัญชีของมีนตรา ตามข้อตกลง 3. ภาระค่าใช้จ่ายค้างชำระ: มีส่วนที่ได้รับมอบหมายให้นำไปจัดการกับต้นสังกัด แต่พบว่ายังไม่มีการดำเนินการตามนั้น นอกจากนี้ ยังพบปัญหาเรื่องความพยายามเข้าถึงระบบโซเชียลมีเดียส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งทนายเจมส์ได้กล่าวไว้ว่า อันนี้เป็นความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ ครับ การพยายามเข้าสู่ระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต ถึงจะเคยได้รับอนุญาตในอดีต แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้อนุญาตแล้ว เราจะไปที่ สอท. เพื่อขอเช็ค IP Address ว่าใช้เครื่องอะไร พยายามเข้าเครื่องเราจากที่ไหน อยู่เมืองไทยหรือเมืองนอก สปิริตศิลปิน! รับผิดชอบงานแม้เงินเหลือไม่ถึงครึ่ง หนึ่งในข้อมูลที่บีบคั้นหัวใจที่สุดคือผลกระทบต่องานโชว์ โดยทนายเจมส์เผยว่า มีการรับเงินค่าจ้างล่วงหน้าจากเจ้าภาพไปแล้ว แต่เงินเหล่านั้นไม่ได้ส่งถึงมือศิลปินตามสัดส่วนที่ควรจะเป็น ทำให้มีนตราต้องควักเงินส่วนตัวเพื่อจ่ายค่าทีมงานและค่าวง เพื่อเดินทางไปทำการแสดงให้ครบตามสัญญาที่มีไว้กับเจ้าภาพทุกคน ย้ำชัด! เปลี่ยนตัวผู้จัดการเพื่อความถูกต้อง ปัจจุบัน มีนตราได้ประกาศชัดเจนว่ามีผู้จัดการส่วนตัวเพียงคนเดียวคือ "คุณบี" เท่านั้น พร้อมฝากถึงเจ้าภาพและผู้จ้างงานให้ตรวจสอบชื่อและช่องทางการติดต่อให้ถี่ถ้วนก่อนโอนเงิน เพื่อป้องกันความสับสนที่อาจเกิดขึ้นจากการอ้างสิทธิ์ในสัญญาเดิม
ดาราเดลี่บันเทิง • 16 มี.ค. 69
อ่าน
เลดี้ทุ่งกระบือบาล EP.27 : "สา อนิสา" ถึงกับสิ้นฤทธิ์ หนีไม่รอดถูกจับ!
เลดี้ทุ่งกระบือบาล EP.27 ทำเอาแฟนละครปรับอารมณ์ไม่ถูก สำหรับเรื่องราวสุดเข้มข้นของละคร เลดี้ทุ่งกระบือบาล ที่เดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายแล้ว ปมต่าง ๆ ค่อย ๆ ถูกคลี่คาย แถมผลของกรรมเริ่มทำงาน ทำให้ แพรว สา อนิสา โดนเล่นงานซะแล้ว ล่าสุดคิดจะถอนตัวจากขบวนการของ ปีเตอร์ พอล เดอบ๊อด แต่ไม่สำเร็จ เลยถูกทำร้ายร่างกายและจับขังทั้งสงสารทั้งสะใจแฟนละคร เมื่อคุณหนูขี้วีนอย่าง แพรว (สา-อนิสา) คิดถอนตัวจากขบวนการของ ปีเตอร์ (พอล เดอบ๊อด) เพราะถูกช็อตฟิลเรื่องสถานะ แถมฝ่ายชายเจ้าชู้ควงสาวเป็นว่าเล่น จนทั้งคู่มีปากเสียงกันรุนแรงถึงขั้นลงไม้ลงมือ ทำให้ แพรว ขู่จะแฉเรื่องที่ปีเตอร์ฆ่า เสี่ยย้ง (ปริยะ วิมลโนช) เป็นเหตุให้ปีเตอร์โมโหตบหน้าแพรวเข้าอย่างจัง ก่อนสั่งให้ลูกน้องจับตัวแพรวไปขังบนบ้าน ซีนนี้เป็นเหตุการณ์หลังปะทะคารมกันของทั้งคู่ โดยแพรวถูกจับขังบนห้องและเจ้าตัวคิดหนี แต่ไม่สำเร็จถูกลูกน้องของปีเตอร์รวบตัวไว้ทัน เลดี้ทุ่งกระบือบาล EP.27 ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 7HD เบื้องหลังซ้อมคิวกันหลายรอบ เพราะมีฉากฉุดกระชากและทำร้ายร่างกาย เพื่อลดอาการบาดเจ็บและผิดคิวของนักแสดง งานนี้ สา-อนิสา ทุ่มสุดตัวเล่นจริงเจ็บจริง มืออาชีพสุด ๆ เรียกว่าทำถึง! สะใจแฟนละครแถมเรียกคะแนนสงสารในเวลาเดียวกัน ว่าแต่ แพรว จะรอดพ้นจาก ปีเตอร์ ไหม จะได้รับความช่วยเหลือจากใครหรือไม่ ติดตามได้ในละคร เลดี้ทุ่งกระบือบาล EP.27 วันอังคารที่ 17 มีนาคมนี้ เวลา 19.00 ทางช่อง 7HD กด 35 และรับชมย้อนหลังบนแอป TrueVisions NOW อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : เรื่องย่อ เลดี้ทุ่งกระบือบาล ช่อง7HD (ตอนล่าสุด) ละครโรแมนติกคอเมดี น้ำดี ชวนยิ้ม
ข่าวละคร • 17 มี.ค. 69
อ่าน
“เบ็คกี้” เผยคดีค่ายเก่าค้างค่าตัว 20 ล้าน ยังเงียบ!! ได้บทเรียนอย่าใจดีเกินไป
เบ็คกี้ เผยคดีค่ายเก่าค้างค่าตัว 20 ล้าน ยังเงียบ!! ได้บทเรียนอย่าใจดีเกินไป เป็นการทวงคืนความยุติธรรมที่แฟนคลับเอาใจช่วย นักแสดงสาวสุดฮอต เบ็คกี้ รีเบคก้า ที่ก่อนหน้านี้มีประเด็นฉาวเรื่องอดีตต้นสังกัดค้างชำระค่าตัวเป็นจำนวนเงินมหาศาล งานนี้เจอเจ้าตัวเลยถามถึงเรื่องนี้.... ก็ยังอยู่ในโพรเซสเหมือนเดิมเลย ยังได้ความเงียบกลับมา ก็ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาอยู่ตรงไหน แต่ก็ฟ้องแล้ว กำลังอยู่ในคดี ซึ่งไม่ได้เป็นแค่เบ็ค หลายๆ คนเหมือนกัน ก็ขอให้ไม่มีใครต้องเจอแบบนี้ มันหนักจริงๆ เราไม่อยากต้องมาเจออะไรแบบนี้แล้ว จะมีทนายทางฝั่งเบ็คคอยตามเรื่องตลอดเวลา แต่ฝั่งนั้นก็เงียบมากๆ เลย เราก็ฟอลโลว์อัพตลอดเวลา เพราะว่าเงินก็ไม่ได้น้อยเลย คือเราหาใหม่ได้ไหม มันก็หาใหม่ได้ แต่ว่ามันก็ต้องตั้งใจทำงานมากๆ เหมือนกัน ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของเขา ปล่อยให้เป็นเรื่องของทนายจัดการไปเลย ส่วนตัวเบ็คก็ตั้งใจทำงานตรงนี้เอ็นจอยกับทุกๆ วัน ไม่ให้มามีผลกระทบต่อความรู้สึกดีกว่า ไม่งั้นสุขภาพจิตไม่ไหวจริงๆ ก็คงกลับมาคิดว่าแบบทำไมเราเจออะไรแบบนั้นนะ เราต้องระวังตัวขึ้นไหมหรือเปล่า คนรอบตัว ความไว้ใจอะไรอย่างนี้ บทเรียนบางทีเราไม่ควรไนซ์กับทุกคนเกินไป บางทีมันอาจจะโดนเอาเปรียบ
ดาราเดลี่บันเทิง • 6 มี.ค. 69
อ่าน
ศุลกากรจับกุมสินค้าผิดกฎหมายรอบ3เดือนมูลค่ากว่า 1.6 พันล้าน
#ทันหุ้น ศุลกากรจับกุมสินค้าผิดกฎหมายที่สำคัญในรอบสามเดือนปีงบ69มูลค่ากว่า1.65 พันล้าน เผยคดีสำคัญจับกุมได้เพิ่มขึ้น3เท่าของในปีที่ผ่านมาและมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น6เท่าโดยประมาณนายพันธ์ทองลอยกุลนันท์อธิบดีกรมศุลกากรเปิดเผยผลการจับกุมสินค้าผิดกฎหมายและคดียาเสพติดในรอบสามเดือนปีงบประมาณพ.ศ. 2569รวมทั้งสิ้น510คดีคิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า1,650ล้านบาทโดยเมื่อเปรียบเทียบข้อมูลในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา(ต.ค. -ธ.ค. 2567)พบว่าสามารถจับกุมคดีสำคัญได้จำนวนเพิ่มขึ้น3เท่าของในปีที่ผ่านมาและมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น6เท่าโดยประมาณสำหรับข้อมูลการจับกุมด้านยาเสพติดมีการจับกุมจำนวน69คดีมูลค่ารวมกว่า184ล้านบาทซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา48%ทั้งนี้การจับกุมสามารถแบ่งออกได้เป็น4มิติและ1กลุ่มโดยมีรายละเอียดในแต่ละมิติดังนี้1.มิติความปลอดภัยต่อผู้บริโภคการป้องกันและปราบปรามสินค้าที่ไม่มีใบรับรองมาตรฐานสินค้าสินค้าไม่มีใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าและลิขสิทธิ์กรมศุลกากรได้กำหนดเป้าหมายในการปฏิบัติงานโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนในประเทศเป็นสำคัญซึ่งหากปล่อยให้มีการนำสินค้าดังกล่าวเข้ามาจำหน่ายในประเทศอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกายและทรัพย์สินได้ทั้งนี้ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมามีการตรวจพบและจับกุมคดีสำคัญจำนวน55คดีมูลค่ารวมกว่า740ล้านบาทแบ่งเป็นสินค้าที่ละเมิดเครื่องหมายการค้าได้แก่นาฬิการองเท้ากระเป๋าคละยี่ห้อรวมถึงน้ำหอมและเครื่องสำอางต่างๆจำนวนรวม23คดีปริมาณกว่า80,000ชิ้นโดยมีมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า700ล้านบาทโดยส่วนใหญ่เป็นการซุกซ่อนและลักลอบนำเข้ามาทางด่านศุลกากรในภาคอีสานภาคตะวันออกและท่าเรือแหลมฉบังนอกจากนี้ยังมีการจับกุมสินค้าที่ไม่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมจำนวน9คดีปริมาณรวมกว่า150,000ชิ้นมูลค่ารวมกว่า36ล้านบาท2.มิติการปกป้องสังคมการป้องกันและปราบปรามสินค้าจำพวกบุหรี่บุหรี่ไฟฟ้าเหล้าไวน์ทองคำธนบัตรและการฟอกเงินโดยมีการตรวจพบและจับกุมคดีที่สำคัญสำหรับสินค้าในมิตินี้จำนวนรวม238คดีมูลค่ากว่า520ล้านบาทสินค้าดังกล่าวสามารถส่งผลกระทบเชิงลบต่อสุขภาพสวัสดิภาพรวมถึงความปลอดภัยของประชาชนในสังคมเป็นอย่างมากโดยกรมศุลกากรได้บูรณาการการดำเนินงานร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางในการเข้าตรวจค้นบ้านในพื้นที่อำเภอกระทุ่มแบนจังหวัดสมุทรสาครจนสามารถจับกุมบุหรี่ไฟฟ้าหัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าและอื่นๆจำนวนกว่า180,000ชิ้นมูลค่ากว่า41ล้านบาทได้เป็นผลสำเร็จในช่วง3เดือนที่ผ่านมาสามารถจับกุมบุหรี่ไฟฟ้าได้แล้วเป็นจำนวน414,974ชิ้นมูลค่า65ล้านบาทรวมถึงสามารถจับกุมบุหรี่มวนได้ถึง49คดีมูลค่ารวม41ล้านบาทจำนวนรวม5.3ล้านมวนนอกจากนี้ยังได้มีการตรวจพบและจับกุมก๊าซไนตรัสออกไซด์หรือที่รู้จักกันในชื่อก๊าซหัวเราะ(Happy Gas)บรรจุในกระบอกอัดแรงดันสูงปริมาณ5,184กระบอก(กระบอกละ5กิโลกรัม)มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า85ล้านบาทซึ่งนำเข้ามาทางท่าเรือกรุงเทพและท่าเรือแหลมฉบังโดยไม่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งนี้หากมีการนำก๊าซไนตรัสออกไซด์ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์อาจจะทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิตได้สำหรับการตรวจสอบผู้เดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักรในช่วง3เดือนที่ผ่านมาได้มีการตรวจยึดจับกุมวัตถุคล้ายทองคำจำนวน5คดีน้ำหนักรวมกว่า9กิโลกรัมมูลค่ารวมประมาณ39ล้านบาท3.มิติการปกป้องเศรษฐกิจในประเทศการป้องกันและปราบปรามสินค้าหลีกเลี่ยงอากรสินค้าที่แสดงถิ่นกำเนิดเป็นเท็จสินค้าที่หลีกเลี่ยงอากรทุ่มตลาดสินค้าเกษตรซึ่งหากปล่อยให้สินค้าเหล่านี้เข้ามาจำหน่ายในประเทศจะส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตสินค้าและผู้ประกอบการในไทยเป็นอย่างมากเนื่องจากสินค้าเหล่านี้จะมีต้นทุนที่ต่ำลงและสามารถเข้ามาแข่งขันกับสินค้าของไทยได้ทั้งนี้กรมศุลกากรได้มีการตรวจพบและจับกุมคดีที่สำคัญสำหรับสินค้าในมิตินี้จำนวนรวมถึง139คดีมูลค่า196.04ล้านบาทแบ่งเป็นสินค้าที่แสดงถิ่นกำเนิดเป็นเท็จจำนวน9คดีมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจรวมกว่า97ล้านบาทจำนวนรวม185,373ชิ้นโดยสินค้าที่ถูกจับกุมได้แก่พรมผ้าม้วนกระดาษทิชชู่หม้อทอดไร้น้ำมันไฟแช็กภาชนะกระดาษชานอ้อยถาดเตาอบกึ่งสำเร็จรูปโช้คอัพถ้วยกระดาษพร้อมฝาและสินค้าที่หลีกเลี่ยงอากรทุ่มตลาดคดีสำคัญจำนวน7คดีปริมาณกว่า97ตันมูลค่าสินค้ารวมถึง4.4ล้านบาทสามารถจัดเก็บอากรทุ่มตลาดได้กว่า7.6ล้านบาท4.มิติการปกป้องสิ่งแวดล้อมการป้องกันและปราบปรามขยะข้ามพรมแดนสิ่งมีชีวิตที่ใกล้สูญพันธุ์และวัตถุอันตรายกรมศุลกากรได้มีการตรวจพบและจับกุมคดีที่สำคัญสำหรับสินค้าในมิตินี้จำนวน9คดีมูลค่า5.11ล้านบาทโดยมีกรณีจับกุมที่สำคัญได้แก่สารกำจัดวัชพืช(CyclosinoneหรือCycloazine)นำเข้ามาทางท่าเรือแหลมฉบังปริมาณ12,000ถุงน้ำหนัก6,000กิโลกรัมมูลค่า600,000บาทซึ่งยังไม่มีการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตรในประเทศไทยและมีการจับกุมขยะอิเล็กทรอนิกส์ปริมาณ430,000กิโลกรัมซึ่งอยู่ในกระบวนการผลักดันกลับไปยังประเทศต้นทางนอกจากนี้ยังมีการจับกุมซากจระเข้กระเพาะปลาแห้งค่าง5สีและอิกัวนาอีกด้วย5.กลุ่มยาเสพติดการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดทุกประเภทเช่นยาบ้าเมทแอมเฟตามีน(ไอซ์)เฮโรอีนMDMAโคคาอีนเมฟิโดรนเคตามีนเป็นต้นกรมศุลกากรได้มีการตรวจพบและจับกุมคดียาเสพติดที่สำคัญรวมเป็นมูลค่า184ล้านบาทแบ่งเป็นการจับกุมยาบ้าปริมาณรวม300,000เม็ดมูลค่ารวม46ล้านบาทโซพิโคลน(ZOPICLONE)จำนวน300,000เม็ดมูลค่า42ล้านบาทเมทแอมเฟตามีน(ไอซ์)ปริมาณรวม459,275กรัมมูลค่ารวม30ล้านบาทโดยมีกรณีจับกุมที่สำคัญได้แก่การจับกุมหญิงชาวอินเดียซุกซ่อนเฮโรอีนไว้ในสัมภาระน้ำหนักรวม15,640กรัมณสนามบินสุวรรณภูมิปลายทางประเทศไนจีเรียมูลค่ากว่า4ล้านบาทการตรวจยึดเฮโรอีนส่งออกจำนวน1,520กรัมมูลค่า4แสนบาทปลายทางออสเตรเลียและได้บูรณาการร่วมกับกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(บช.ปส.)คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ปปส.)และศูนย์รักษาความปลอดภัยกองบัญชาการกองทัพไทย(ศรภ.)ขยายผลจับกุมชาวเวียดนามอีก5รายและสามารถตรวจยึดไอซ์MDMAยาอีโคคาอีนคีตามีนไนเมตาซีแพมได้เพิ่มเติมอีกด้วยอธิบดีกรมศุลกากรกล่าวเพิ่มเติมว่าสำหรับความสำเร็จในการจับกุมสินค้าผิดกฎหมายในครั้งนี้เกิดขึ้นจากการบูรณาการร่วมกันของทุกหน่วยงานกรมศุลกากรและทุกหน่วยงานจะร่วมกันปฏิบัติงานเพื่อปกป้องประชาชนและสังคมให้ปลอดภัยอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป
ทันหุ้น • 29 ธ.ค. 68
อ่าน
อัปเดตคดี “นานา ไรบีนา” ทนายชี้ผู้ต้องหาเข้ามอบตัวแล้วแต่ไม่รับมอบตัว เตรียมยื่นประกัน 5 แสนบาท
ภายหลังกรณีเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เข้าจับกุม นานา ไรบีนา ภายในบ้านพักย่านพระโขนงในช่วงเช้าวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ล่าสุด ทนายสายหยุด เพ็งบุญชู ผู้ดูแลคดีของนานา ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลสำคัญที่สร้างความสนใจแก่สาธารณชนและอาจมีนัยต่อรูปคดี ล่าสุดทนายสายหยุด ทนายความของ นานา ไรบีนา เคลื่อนไหว เฟซบุ๊ก โพสต์ภาพคู่ และ จดหมาย พร้อมข้อความที่ระบุว่า เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 นานาได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อ ขอเข้ามอบตัวตามหมายจับ แต่ในวันดังกล่าว ตำรวจไม่รับมอบตัว ทำให้กระบวนการทางกฎหมายไม่ดำเนินไปในขั้นตอนที่ควรจะเป็น ทนายระบุว่า ตามหลักแล้ว เมื่อผู้ต้องหามีเจตนามอบตัว ถือว่าให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ และควรได้รับการดำเนินการตามขั้นตอน โดยไม่จำเป็นต้องใช้วิธีบุกจับถึงบ้าน ในวันที่ 3 ธ.ค. อีกครั้ง ทนายสายหยุดยืนยันว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นานาไม่ได้มีพฤติการณ์หลบหนีหรือขัดขวางกระบวนการแต่อย่างใด โดยมีการติดต่อกับเจ้าหน้าที่สม่ำเสมอ พร้อมแสดงตัวเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ต้น ภายหลังการจับกุมวันนี้ ฝ่ายทนายเตรียมนำหลักทรัพย์จำนวน 500,000 บาท เพื่อยื่นขอประกันตัวต่อศาล โดยคาดว่าจะดำเนินการในวันถัดไป พร้อมระบุว่า ผู้ต้องหามีที่อยู่เป็นหลักแหล่งและไม่มีเหตุให้กังวลว่าหลบหนี จึงเชื่อว่าศาลจะพิจารณาให้ประกันตัว ความเคลื่อนไหวของทีมทนายในครั้งนี้ทำให้คดีของนานา ไรบีนา ยังเป็นประเด็นที่สังคมต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการมอบตัวก่อนถูกจับกุม ซึ่งอาจส่งผลต่อการพิจารณาทางกฎหมายในระยะต่อไป
TNN ช่อง16 • 3 ธ.ค. 68
อ่าน
ทนาย “สายหยุด เพ็งบุญชู” โพสต์จะพา “นานา” มอบตัวแต่ก็ไม่ยอมมารับมอบตัว...
ทนาย สายหยุด เพ็งบุญชู โพสต์จะพา นานา มอบตัวแต่ก็ไม่ยอมมารับมอบตัว... จากกรณี พ.ต.อ.กริช วรทัต ผกก.4.บก.ปอศ. นำกำลังจับกุม นานา ไรบีนา ตามหมายจับข้อหาฉ้อโกง และ พ.ร.ก.การกู้ยืมเงิน อันเป็นการฉ้อโกงประขาชน โดยจับกุมได้ที่บ้านพักย่านพระโขนง หลังมีกลุ่มผู้เสียหายหลายรายแจ้งความ กก.4.บก.ปอศ.ให้ดำเนินคดี ล่าสุดทนาย สายหยุด เพ็งบุญชู โพสต์ ผมก็ไม่อยากให้ตำรวจ ปอศ.กก.4 ต้องเหนื่อยไปขอออกหมายค้น..และขอออกหมายจับ..พาเข้ามอบตัวไปนั่งรออยู่ตั้งนาน....ก็ไม่ยอมมารับมอบตัว... อย่างไรก็ตามทั้งนี้นานากำลังถูกควบคุมตัวใน กองปราบแล้วโดยมีสื่อมวลชนรอคอยทำข่าวเป็นจำนวนมาก
ดาราเดลี่บันเทิง • 3 ธ.ค. 68
อ่าน
ด่วน!! “บูม เทยกระทะ” โดนขโมยนาฬิกาหรู ประกาศตามหาตัวคนเอาไป
ด่วน!! บูม เทยกระทะ โดนขโมยนาฬิกาหรู ประกาศตามหาตัวคนเอาไป ทำเอาแฟนๆ ของอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังอย่าง บูม เทยกระทะ ตกใจกันมากมาย เมื่อเจ้าตัวได้ออกมาโพสต์ภาพผู้ชายที่นำนาฬิกาปาเต๊ะมูลค่า 1 ล้านบาทไปแล้วไม่จ่ายเงิน ทั้งนี้ บูม เทยกระทะ โพสต์ภาพพร้อมประกาศตามหาบุคคลที่นำนาฬิกาไป ระบุว่า... ฝากให้แม่ทุกคนเห็นโพสต์นี้แชร์ให้บูมหน่อยนะคะ ประกาศตามหาคนที่อยู่ในรูป ได้นำนาฬิกาปาเต๊ะมูลค่า 1 ล้านบาทบูมไปแล้วยังไม่ได้ชำระเงิน ขอให้นำสินค้ามาคืน ใครรู้จักพบเห็นให้ติดต่อบูมด้วย ถ้าเอาของมาคืนภายใน 24 ชั่วโมงจะไม่มีการดำเนินคดี ติดต่อ Line:boom21139 งานนี้ทำเอาแฟนๆ รวมไปถึงชาวเน็ตต่างช่วยกันแชร์โพสต์ของอินฟลูชื่อดัง และยังบอกขอให้ได้ของคืนไวไว
ดาราเดลี่บันเทิง • 2 ก.ย. 68
อ่าน
ผบ.ตร. คาดหวังกัมพูชาร่วมมือ ส่งตัวผู้ต้องหาคดีก๊กอาน
คดีเครือข่าย “ก๊กอาน” สู่การประสานข้ามแดนหนึ่งในคดีที่สร้างแรงสั่นสะเทือนเชิงอาชญากรรมข้ามชาติในช่วงนี้ คือคดี “ก๊กอาน” ซึ่งเชื่อมโยงกับขบวนการหลอกลวงออนไลน์ข้ามพรมแดน ที่มีการจับกุมและดำเนินคดีในหลายประเทศ โดยตำรวจไทย โดยเฉพาะกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้เดินหน้าสอบสวนอย่างต่อเนื่องล่าสุด พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่ามีการออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้รวมทั้งหมด 7 ราย โดยแบ่งเป็นผู้ต้องหาสัญชาติไทย 5 ราย และสัญชาติกัมพูชาอีก 2 ราย ตรวจสอบ “สัญชาติไทย” กับความเป็นมาประเด็นที่น่าจับตาคือ การตรวจสอบสถานะผู้ต้องหาสัญชาติไทยทั้ง 5 ราย ว่าได้สัญชาติมาอย่างไร และมีข้อสงสัยเกี่ยวกับที่มาของบัตรประจำตัวประชาชนของบุคคลเหล่านี้อยู่ในระหว่างการพิสูจน์ข้อเท็จจริงตำรวจอยู่ระหว่างการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยืนยันว่าการได้รับสถานะเป็นคนไทยของผู้ต้องหาเหล่านี้เป็นไปโดยชอบหรือไม่ ซึ่งหากพบว่ามีการปลอมแปลงเอกสาร หรือการได้สัญชาติโดยมิชอบ ก็อาจเป็นอีกหนึ่งคดีที่ถูกแยกดำเนินการในอนาคตขั้นตอน “หมายแดง” และการประสานอินเตอร์โพลในกรณีที่ผู้ต้องหาหลบหนีอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งเป็นอำนาจนอกเขตประเทศไทย ขั้นตอนต่อไปคือการให้อัยการมีความเห็นในการเสนอออก “หมายแดง” ผ่านองค์การตำรวจสากล (Interpol) เพื่อขอให้ประเทศที่เกี่ยวข้องร่วมติดตามจับกุมพล.ต.อ.กิตติ์รัฐระบุว่า นี่เป็นขั้นตอนที่จำเป็นในทุกคดีข้ามชาติ โดยเฉพาะคดีที่มีการกระทำผิดนอกราชอาณาจักร เพราะตำรวจไทยไม่สามารถบุกเข้าประเทศอื่นเพื่อจับกุมได้เอง ความหวังจาก “กัมพูชา” และทางเลือกที่เหลืออยู่แม้ยังไม่มีคำตอบชัดเจนจากทางกัมพูชา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติก็แสดงความคาดหวังว่าจะได้รับความร่วมมือในการส่งผู้ต้องหาในคดีนี้กลับมาดำเนินคดีในไทย“หากทางการกัมพูชาไม่ส่งตัวผู้ต้องหา ก็ถือเป็นเอกสิทธิ์ของประเทศนั้น แต่เราจะใช้ทุกช่องทางที่มีเพื่อให้ผู้ต้องหาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของไทย” ผบ.ตร. กล่าวการประสานงานในลักษณะนี้ แม้ต้องใช้เวลา แต่ถือเป็นสิ่งที่ตำรวจไทยยืนยันว่าจะเดินหน้าต่อ ไม่เพียงเพื่อดำเนินคดีเฉพาะราย แต่เพื่อส่งสัญญาณถึงเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติทั้งหมดว่า ประเทศไทยไม่ใช่จุดอ่อนทางกฎหมาย
TNN ช่อง16 • 17 ก.ค. 68
อ่าน
บุกห้องเย็นเชียงราย ยึดซากเนื้อสัตว์นำเข้ากว่า 4,000 กิโลกรัม
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ร่วมกับกรมปศุสัตว์ และ กรมศุลกากรด่านเชียงแสน จังหวัดเชียงราย นำกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจค้นห้องเย็นแห่งหนึ่งใน อ.เวียงชัย จ.เชียงราย พฤติการณ์ เมื่อวันที่ 8 ก.ค.68 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก. 2 บก.ปคบ. ร่วมกับชุดพญาไท กรมปศุสัตว์,ตำรวจน้ำ และกรมศุลกากร ปูพรมลงพื้นที่ตรวจค้นห้องเย็นต้องสงสัย 7 แห่งในจังหวัดเชียงราย หลังสืบทราบว่ามีการลักลอบเก็บซากสัตว์นำเข้าจากต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตจากการเข้าตรวจสอบห้องเย็นหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่พบซากเนื้อสัตว์นำเข้าจากต่างประเทศหลายรายการ ได้แก่1. ถุงน้ำดีกระบือจากอินเดีย 1,860 กก.2. เนื้อกระบือจากอินเดีย 640 กก.3. เนื้อโคจากอาร์เจนตินา 520 กก.4. เอ็นไก่จากจีน 4.7 กก.5. ราวนมโคจากอินเดีย 220 กก.6. ราวนมสุกรจากจีน 390 กก.7. ขาไก่จากตุรกี 528 กก.รวมของกลางทั้งสิ้นกว่า 4,162.7 กิโลกรัม หรือ กว่า 4 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 748,220.50 บาท โดยซากเนื้อสัตว์ทั้งหมดถูกเก็บรักษาในห้องเย็นดังกล่าว และจากการตรวจสอบไม่มีเอกสารแสดงแหล่งที่มา หรือใบอนุญาตเคลื่อนย้ายซากสัตว์อย่างถูกต้องตามกฎหมายจากการตรวจค้นพบว่ามีซากหมูบางส่วนมีลักษณะแพ็กเกจเหมือนกับของกลางที่เคยตรวจยึดได้ในพื้นที่ด่านเชียงของ จังหวัดเชียงราย เมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งกรณีนั้นพบว่ามีการลักลอบนำเข้าซากหมูและเนื้อสัตว์ผิดกฎหมายจากประเทศเพื่อนบ้าน และขายในราคาต่ำกว่าท้องตลาดทั่วไป อีกทั้งในพื้นที่ชายแดนดังกล่าวมีการลักลอบนำเข้าในลักษณะล็อตย่อยเรื่อยๆ เป็นระยะ ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่อาจเชื่อมโยงถึงขบวนการลักลอบนำเข้าสัตว์ผิดกฎหมายข้ามชาติเจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการอายัดของกลางทั้งหมดไว้ พร้อมแจ้งให้ผู้ครอบครองนำเอกสารแสดงความถูกต้องภายใน 15 วัน หากไม่สามารถแสดงได้จะดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาดเตือนภัยขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวังในการเลือกซื้อเนื้อสัตว์ โดยควรเลือกจากร้านที่ได้รับการรับรองและมีฉลากชัดเจน เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเดินหน้าตรวจสอบและปราบปรามการลักลอบนำเข้าสัตว์อย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชนและความมั่นคงด้านอาหารของประเทศช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.อ.ธนาทัศน์ ศรีพิพัฒน์ ผกก.(สอบสวน)ฯ รรท.ผกก.2 บก.ปคบ. โทร. 098-515-8969
TNN ช่อง16 • 9 ก.ค. 68
อ่าน
CIB รวบสาวบัญชีม้า เครือข่ายคอลเซ็นเตอร์หนีจากปอยเปต เสียหายกว่า 22 ล้านบาท
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บก.ปอท. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมทีมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้ร่วมกันจับกุมตัว นางสาวเบ็ญจมาศฯ อายุ 23 ปี สัญชาติไทย ผู้ต้องหาเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่สร้างความเสียหายต่อประชาชนกว่า 22.4 ล้านบาทการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหารายนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลอกเหยื่อผ่าน เฟซบุ๊กปลอม โดยแอบอ้างชักชวนให้ลงทุนผ่านแอปปลอมชื่อ “Tidex” ซึ่งเหยื่อหลงเชื่อและโอนเงินเข้าบัญชีม้าหลายบัญชี หนึ่งในนั้นคือบัญชีที่ผู้ต้องหาเป็นเจ้าของหลังร่วมขบวนการ ผู้ต้องหาเคยถูกล่อลวงให้ข้ามไปทำงานฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน และอ้างว่าถูกบังคับ แต่จากข้อมูลการสืบสวนพบว่าภายหลังยังสมัครใจกลับไปทำงานกับหลายแก๊งอีกหลายครั้ง จนกระทั่งล่าสุด หลบหนีมาอยู่ในประเทศไทย โดยเจ้าหน้าที่ตามรอยจับกุมได้ที่ จังหวัดนครราชสีมาผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีในข้อหา ร้ายแรงหลายกระทง ได้แก่ ร่วมกันเป็นอั้งยี่ มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น นำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และ สมคบและร่วมกันกระทำความผิดฐานฟอกเงินตามกฎหมาย ความผิดฐานฟอกเงิน มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะที่ผู้ที่รับจ้างเปิดบัญชี หรือให้ผู้อื่นใช้บัญชี อาจถูกดำเนินคดีเช่นกัน มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาทตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จึงฝากเตือนประชาชนว่า อย่าหลงเชื่อคำชวนเปิดบัญชี หรือโฆษณาลงทุนผ่านโซเชียลที่ดูดีเกินจริง เพราะนอกจากจะเสียเงินแล้ว ยังอาจต้องติดคุกโดยไม่รู้ตัวทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะเร่งขยายผลเพื่อจับกุมผู้ร่วมขบวนการรายอื่นต่อไป โดยขอให้ประชาชนแจ้งเบาะแสผ่านช่องทางของสำนักงานตำรวจแห่งชาติหากพบข้อมูลต้องสงสัย
TNN ช่อง16 • 4 ก.ค. 68
อ่าน
จับบิ๊กล็อตอยุธยา! ยึดยา 8.7 ล้านเม็ด เชื่อมยุทธศาสตร์ปิดทางเมืองพักยา
ตำรวจภูธรภาค 1 ยึดยาบ้า 8.7 ล้านเม็ด ไอซ์ 720 กก. ในอยุธยา ขยายผลจากคดีเทรลเลอร์นครสวรรค์ เชื่อมโยงแผนยุทธศาสตร์รัฐตัดวงจรพักยาปราบยาเสพติดเชิงรุกกลางภาค 1 เมื่อสถิติจับจริงเชื่อมโยงนโยบายรัฐภายใต้บริบทที่การลำเลียงยาเสพติดในประเทศไทยเปลี่ยนรูปแบบอยู่ตลอดเวลา ตำรวจภูธรภาค 1 ได้ดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลในการ “กัดไม่ปล่อย” ต่อเครือข่ายค้ายา ด้วยการใช้กลไกการสืบสวนเชิงพื้นที่ ร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง นำไปสู่การตรวจยึดของกลางล็อตใหญ่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2568 การจับกุมในครั้งนี้เริ่มต้นจากปฏิบัติการสืบสวนหลังจากตำรวจตรวจพบบรรทุกยาเสพติดบนรถเทรลเลอร์ในพื้นที่อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2568 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันขยายผล จนพบว่ากลุ่มลูกค้ารับยาจากรถคันดังกล่าวได้นำยาเสพติดมาซุกซ่อนไว้ในบ้านพักแห่งหนึ่งในอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยาหลังจากเฝ้าติดตามพฤติกรรมมาอย่างต่อเนื่อง ตำรวจจึงสนธิกำลังเข้าตรวจค้นในเวลา 06.10 น. ของวันที่ 7 พฤษภาคม 2568 และพบของกลางเป็นยาบ้าจำนวน 8,732,000 เม็ด บรรจุใน 40 กระสอบ และไอซ์น้ำหนักรวม 720 กิโลกรัม บรรจุใน 18 กระสอบ พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหา 1 ราย อายุ 32 ปีตัวเลขสถิติชัดเจน บ่งชี้ขอบเขตการปฏิบัติที่ครอบคลุมผลการดำเนินงานของตำรวจภูธรภาค 1 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 7 พฤษภาคม 2568 แสดงให้เห็นถึงความเข้มข้นของการปราบปรามเชิงรุก โดยมีคดีเกี่ยวกับยาเสพติดทั้งสิ้น 7,961 คดี มีผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีรวม 8,100 ราย ตรวจยึดยาบ้ารวมกว่า 96 ล้านเม็ด ไอซ์กว่า 3,496 กิโลกรัม เคตามีน 42 กิโลกรัม พร้อมของกลางอื่นๆ อีกหลายรายการนอกจากนี้ ยังสามารถตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 389 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญของการลดแรงจูงใจในเครือข่าย เชื่อมกลยุทธ์ภาครัฐ กับการปิดทางพักยาในพื้นที่ตอนในพื้นที่ภาคกลาง โดยเฉพาะจังหวัดที่มีระบบคมนาคมสะดวก เช่น พระนครศรีอยุธยา เริ่มมีความสำคัญในฐานะจุดพักยา ก่อนลำเลียงลงสู่ภาคใต้ ซึ่งรัฐบาลได้วางยุทธศาสตร์ควบคุมพื้นที่ลักษณะนี้อย่างจริงจัง โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการและอนุกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมาดูแลโดยตรงพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการพักคอยยาเสพติดในพื้นที่ตอนในและสกัดกั้นการลำเลียงลงภาคใต้ ขณะที่ พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รับผิดชอบในระดับอนุกรรมการแนวทางนี้สนับสนุนเป้าหมายของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้การปราบปรามยาเสพติดก้าวข้ามจากการไล่จับรายวัน ไปสู่การทำลายโครงสร้างเครือข่ายอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านคน เงิน และเส้นทางข้อพิจารณาเพิ่มเติม ขยายผลและเสถียรภาพการข่าวแม้ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา แต่การสืบสวนยังไม่จบเพียงเท่านี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการ ซึ่งอาจมีหลายระดับ ตั้งแต่ผู้สั่งการในพื้นที่ ไปจนถึงเครือข่ายที่ลำเลียงมาจากภาคเหนืออีกประเด็นที่ต้องจับตา คือความสามารถในการผนึกกำลังกับหน่วยงานด้านข่าวกรองการเงิน เพื่อติดตามเส้นทางการฟอกเงินที่อาจมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติด โดยเฉพาะในพื้นที่เศรษฐกิจแฝง ที่มีการอำพรางธุรกิจผิดกฎหมายไว้ภายใต้โครงสร้างทางการค้าถูกต้องการจับกุมครั้งนี้ไม่ใช่เหตุการณ์เฉพาะหน้า แต่เกิดขึ้นภายใต้การขับเคลื่อนตามแผนปราบปรามยาเสพติดเชิงรุกของรัฐบาล ซึ่งเน้นผลลัพธ์ในระยะยาว ทั้งการลดการแพร่ระบาดของยาเสพติด การยึดทรัพย์เครือข่าย และการจำกัดเส้นทางพักยาในภาคกลางบทบาทของตำรวจภูธรภาค 1 ในการเชื่อมรอยต่อระหว่างพื้นที่ภาคเหนือกับตอนกลาง กลายเป็นกลไกสำคัญที่จะตัดวงจรการลำเลียง ก่อนที่ยาเสพติดจะทะลุลงสู่ภาคใต้ ซึ่งยังเป็นเป้าหมายการกระจายรายใหญ่ของประเทศ
TNN ช่อง16 • 9 พ.ค. 68
อ่าน
หวังปาฏิหาริย์! สแกนพบสัญญาณชีพ 70 คนในตึกถล่ม กทม.
หวังปาฏิหาริย์! สแกนพบสัญญาณชีพ 70 คน ติดในตึกถล่มกลางกรุงนายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ อาสากู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ร่วมปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม จากเหตุแผ่นดินไหวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตรวจพบ “สัญญาณชีพ” ประมาณ 70 คน บริเวณโถงกลางของอาคาร ระหว่างชั้นที่ 17 ถึง 21 ซึ่งเป็นจุดที่มีเจ้าหน้าที่ทำงานอยู่ในช่วงเวลาเกิดเหตุโครงสร้างตึกสูง-ไม่มีแบบแปลน อุปสรรคใหญ่ต่อการเข้าช่วยเหลือจากการประเมินโครงสร้างเบื้องต้น อาคารดังกล่าวมีความสูงถึง 30 ชั้น และไม่มีแปลนก่อสร้างอย่างเป็นทางการ ขณะที่พื้นและผนังของอาคารมีความหนากว่า 1 เมตร ทำให้ไม่สามารถเจาะเข้าไปถึงจุดที่ตรวจพบสัญญาณชีพได้ในทันที เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องใช้เครื่องจักรหนักในการยกซากจากด้านบนลงมาอย่างระมัดระวังภารกิจเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตจากสัญญาณชีพต้องแข่งกับเวลาเจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติการแบบไล่ระดับจากยอดอาคารลงมาด้านล่าง โดยหากพบร่างผู้เสียชีวิตจะดำเนินการนำออกทันที พร้อมบันทึกรายละเอียดเบื้องต้น เช่น เสื้อผ้า และลักษณะร่างกาย เพื่อเปรียบเทียบกับรายชื่อผู้สูญหายและประสานตรวจอัตลักษณ์กับนิติเวชนายบิณฑ์ย้ำว่า การดำเนินงานทุกขั้นตอนให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นหลัก โดยเฉพาะในกรณีที่มีสัญญาณชีพยังปรากฏ จึงต้องใช้ความละเอียดรอบคอบสูง เพื่อหลีกเลี่ยงการถล่มซ้ำไทย-ต่างชาติร่วมมือเต็มที่ เครื่องมือทันสมัยช่วยระบุพิกัดแม่นยำแม้เครื่องมือค้นหาของทีมต่างชาติจะมีความทันสมัยมากกว่า แต่ทีมเจ้าหน้าที่ไทยที่ผ่านการฝึกมาอย่างเข้มข้นก็สามารถใช้งานได้ดี โดยเฉพาะการสแกนตรวจจับสัญญาณชีพในพื้นที่แคบและอับอากาศ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดตำแหน่งการเข้าช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ทุกนายเร่งปฏิบัติภารกิจแข่งกับเวลา เพื่อให้สามารถเข้าถึงผู้ติดค้างได้โดยเร็วที่สุด พร้อมภาวนาให้มี “ปาฏิหาริย์แห่งชีวิต” เกิดขึ้นอีกครั้ง
TNN ช่อง16 • 1 เม.ย. 68
อ่าน
รวบชาวจีน 10 รายลอบเข้าไทย ค้นเจอมือถือนับ 100 เครื่อง คาดโยงแก๊งคอล
วันนี้ (25 มี.ค. 68) เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยตำรวจทางหลวงจังหวัดตาก ได้ออกตรวจพื้นที่บนถนนหลวงหมายเลข 1 ในเขต ต.ประดาง อ.วังเจ้า จ.ตาก ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ พบรถกระบะอีซูซุสีบรอนซ์ขับด้วยความเร็วสูง จึงทำการติดตาม ก่อนที่รถคันดังกล่าวจะเลี้ยวเข้าถนนลูกรังและมุ่งหน้าเข้าป่าเมื่อเข้าตรวจสอบบริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบรถยนต์ 7 คัน และกลุ่มบุคคลชาวจีนประมาณ 20 คน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเพื่อเข้าตรวจสอบ แต่ในระหว่างนั้นมีรถยนต์ 3 คันขับหลบหนีไป และชาวจีนบางส่วนวิ่งหนีเข้าป่า อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาที่เหลือได้ พร้อมตรวจยึดรถยนต์ 4 คัน โดยสามารถควบคุมตัวชาวจีน 5 ราย และคนขับชาวไทย 1 ราย ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้ประสานกำลังร่วมกับตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ เพื่อออกติดตามผู้ต้องหาที่หลบหนี และสามารถจับกุมเพิ่มเติมได้อีก 4 ราย รวมจำนวนผู้ต้องหาทั้งหมด 10 ราย แบ่งเป็นชาวจีน 9 ราย (ชาย 8 ราย หญิง 1 ราย) และคนขับชาวไทย 1 รายฃจากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบของกลาง โทรศัพท์มือถือจำนวน 110 เครื่อง และซิมการ์ด 200 ซิม โดยคนขับรถให้การว่าได้รับคำสั่งให้นำตัวชาวจีนทั้งหมดไปส่งที่จังหวัดกำแพงเพชร แต่ไม่ทราบรายละเอียดเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม จากแนวทางการสืบสวน เจ้าหน้าที่เชื่อว่าขบวนการนี้อาจเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่กำลังระบาดและหลอกลวงประชาชนขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงร่วมกับ ตชด. และตำรวจพื้นที่ กำลังเร่งขยายผลติดตามจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องให้ครบทั้งขบวนการ พร้อมเดินหน้าสอบสวนหาความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องต่อไป.
TNN ช่อง16 • 25 มี.ค. 68
ดูเพิ่มเติม