รีเซต

ผลการค้นหา “#เนื้อย่างญี่ปุ่น” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
แจกฟรี สูตรหมักไก่ย่างเสียบไม้ นุ่มฉ่ำไม่แห้ง พร้อมตารางคำนวณต้นทุนต่อไม้
อ่าน

แจกฟรี สูตรหมักไก่ย่างเสียบไม้ นุ่มฉ่ำไม่แห้ง พร้อมตารางคำนวณต้นทุนต่อไม้

อยากทำไก่ย่างขายแต่กลัวเนื้อแห้งแข็ง แจกฟรีสูตรหมักไก่ย่างเสียบไม้ สูตรเด็ดเนื้อนุ่มฉ่ำ ไร้กลิ่นคาวย่างขายกำไรงาม เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหา สูตรไก่ย่างทำขาย เพื่อสร้างอาชีพเสริมพิเศษสุด แจกพร้อมคำนวณต้นทุนต่อไม้ ช่วยพ่อค้าแม่ขายป้ายแดงคิดราคาง่าย ได้กำไรเน้นๆ ไม่ขาดทุนแน่นอน แจกฟรี สูตรหมักไก่ย่างเสียบไม้ นุ่มฉ่ำไม่แห้ง พร้อมตารางคำนวณต้นทุนต่อไม้ ไก่ย่างซอสแบงแบง ไก่หอมสมุนไพรและเครื่องเทศปาปริก้า คลุกเคล้าซอสรสเข้มข้น รสชาติกลมกล่อม เผ็ดหวานอมเปรี้ยว และมันนัวจากมายองเนส วัตถุดิบและส่วนผสม (สำหรับเนื้อไก่ 1 กิโลกรัม) ส่วนของไก่และเครื่องหมัก สะโพกไก่หรืออกไก่ (หั่นชิ้นเต๋าพอดีคำ) 1 กิโลกรัม กระเทียมสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ ผงปาปริก้า 1 ช้อนโต๊ะ ผงกระเทียม 1 ช้อนชา เกลือป่น 1 ช้อนชา พริกไทยป่น 1 ช้อนชา น้ำมันพืชหรือน้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ ส่วนของซอสแบงแบง (สำหรับหมักครึ่งหนึ่ง และเก็บไว้ราดตอนย่างเสร็จครึ่งหนึ่ง) มายองเนส 1 ถ้วยตวง ซอสพริก 4 ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้งหรือน้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ พริกชี้ฟ้าแดงหรือพริกขี้หนูสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ ต้นหอมซอย 2 ต้น วิธีทำ นำเนื้อไก่ที่หั่นแล้วใส่ชามผสม จากนั้นใส่กระเทียมสับ, ผงปาปริก้า, ผงกระเทียม, เกลือ, พริกไทย และน้ำมันพืชลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากันดี แล้วนำไปแช่ตู้เย็นพักไว้อย่างน้อย 30 นาทีเพื่อให้เครื่องปรุงซึมเข้าเนื้อ นำมายองเนส, ซอสพริก, น้ำผึ้ง และพริกสับมาผสมกันในถ้วยอีกใบ คนจนเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วแบ่งซอสออกเป็น 2 ส่วนเท่าๆ กัน ส่วนที่ 1 เอาไว้คลุกกับไก่ก่อนย่างส่วนที่ 2 แยกเก็บไว้ราดตอนท้าย นำไก่ที่หมักได้ที่แล้วมาคลุกกับซอสส่วนที่ 1 ให้ทั่วจากนั้นนำไปเสียบไม้ ไม้ละประมาณ 4-5 ชิ้นให้แน่นกำลังดี แนะนำให้เอาไม้เสียบไปแช่น้ำก่อนสัก 15-20 นาที เวลาเอาไปย่างไม้จะได้ไม่ไหม้ และเนื้อไก่จะไม่ติดไม้ ตั้งเตาย่างหรือเตาถ่านให้ร้อน นำไก่ลงไปย่างโดยใช้ไฟกลาง คอยพลิกกลับด้านเรื่อยๆ จนไก่สุกทั่วและเริ่มมีรอยเกรียมสวยงาม ต้องระวังอย่าใช้ไฟแรงเกินไป เพราะซอสมีส่วนผสมของมายองเนสและน้ำผึ้งทำให้ไหม้ง่ายมาก นำไก่ย่างจัดใส่จานให้สวยงาม แล้วนำซอสส่วนที่ 2 ที่แบ่งไว้มาราดลงบนไม้ไก่ย่างให้ฉ่ำทั่วกัน ปิดท้ายด้วยการโรยต้นหอมซอยและพริกสับตามชอบ พร้อมเสิร์ฟร้อนๆ ทานฟินๆ ได้เลย การประมาณการต้นทุนในปี 2569 (สำหรับไก่ 1 กิโลกรัม) เนื้อสะโพกไก่/อกไก่ (1 กิโลกรัม) : ประมาณ 85 - 110 บาท มายองเนส และซอสพริก : ประมาณ 30 - 40 บาท เครื่องปรุงอื่นๆ (กระเทียม, พริก, ต้นหอม, น้ำผึ้ง, เครื่องเทศ) : ประมาณ 20 - 25 บาท ไม้เสียบและแก๊ส/ถ่านในการทำ : ประมาณ 10 บาท รวมต้นทุนวัตถุดิบทั้งหมดต่อ 1 กิโลกรัม : ประมาณ 145 - 185 บาท (ถ้าทำเสียบไม้ขนาดกลางๆ จะได้ประมาณ 20-25 ไม้ ตกต้นทุนวัตถุดิบประมาณไม้ละ 6-8 บาท) หนังไก่ย่างสไตล์ฮากาตะ หนังไก่เค็มบางเบา ชุ่มซอสทาเระรสหวานเค็มกลมกล่อม หอมกลิ่นเหล้าสาเก มิริน ขิง และกระเทียมย่างถ่าน ส่วนผสมและอัตราส่วน (สำหรับหนังไก่ 1 กิโลกรัม) หนังไก่สด (ขูดไขมันส่วนเกินออกแล้ว) 1 กิโลกรัม เกลือป่น 1 ช้อนชา เหล้าสาเก 2 ช้อนโต๊ะ ส่วนผสมซอสทาเระ (ซอสเคลือบย่าง) โชยุ 1/2 ถ้วยตวง มิริน 1/2 ถ้วยตวง สาเก 1/4 ถ้วยตวง น้ำตาลทรายแดง 3 ช้อนโต๊ะ ขิงแก่หั่นแว่น 2-3 แว่น กระเทียมทุบ 2 กลีบ วิธีทำ นำหนังไก่มาขยำกับเกลือและสาเกเพื่อล้างกลิ่นคาว จากนั้นล้างน้ำสะอาดให้หมดจด แล้วนำไปต้มในน้ำเดือดประมาณ 5-7 นาที เพื่อให้หนังไก่ตึงตัวและช่วยรีดน้ำมันออกไปบางส่วน เสร็จแล้วตักขึ้นมาน็อกในน้ำเย็นทันทีซับน้ำให้แห้งสนิท ใช้มีดขูดไขมันสีขาวใต้ผิวหนังไก่ออกให้ได้มากที่สุด ขั้นตอนนี้สำคัญมากเพราะจะช่วยให้หนังไก่กรอบนานและไม่เลี่ยน จากนั้นหั่นหนังไก่เป็นเส้นยาว ความกว้างประมาณ 1.5 - 2 เซนติเมตร ผสมโชยุ มิริน สาเก น้ำตาลทรายแดง ขิง และกระเทียมลงในหม้อใบเล็ก นำไปตั้งไฟอ่อน คอยเคี่ยวเรื่อยๆ จนน้ำตาลละลายและซอสเริ่มงวดข้นขึ้นเล็กน้อย จากนั้นปิดไฟแล้วตักขิงกับกระเทียมออก พักซอสทิ้งไว้ นำหนังไก่ที่หั่นไว้มาเสียบไม้ โดยใช้วิธีแทงสลับไปมาพร้อมกับม้วนพันรอบไม้ให้แน่นหนา ดันเนื้อหนังไก่ให้เบียดกันจนเต็มไม้ การพันแน่นๆ แบบนี้จะช่วยให้เวลาทำการย่าง ด้านนอกจะกรอบส่วนด้านในยังคงความหนึบเคี้ยวสนุก นำไปย่างบนเตาถ่านหรือเตาย่างโดยใช้ไฟอ่อนถึงกลาง คอยพลิกกลับด้านเรื่อยๆ เพื่อรีดน้ำมันออก พอหนังไก่เริ่มสุกและเกรียมได้ที่ ให้เอาไปจุ่มซอสทาเระหรือใช้แปรงทาซอสให้ทั่ว แล้วนำกลับไปย่างต่อ ทำซ้ำแบบเดิม 2-3 รอบจนซอสเคลือบหนังไก่เป็นสีน้ำตาลเข้มสวยงามและส่งกลิ่นหอม พร้อมจัดเสิร์ฟ การประมาณการต้นทุน ในปี 2569 (สำหรับวัตถุดิบ 1 กิโลกรัม) หนังไก่สด (1 กิโลกรัม) ประมาณ 50 - 70 บาท เครื่องปรุงซอสญี่ปุ่น (โชยุ, มิริน, สาเก) ประมาณ 40 - 50 บาท น้ำตาล, ขิง, กระเทียม, เกลือ ประมาณ 10 บาท ไม้เสียบและค่าแก๊ส/ถ่านในการย่าง ประมาณ 15 บาท รวมต้นทุนวัตถุดิบทั้งหมดต่อ 1 กิโลกรัม ประมาณ 115 - 145 บาท (หนังไก่ 1 กิโลกรัมเมื่อต้มและขูดไขมันออกจะเหลือน้ำหนักลดลง นำมาเสียบไม้แน่นๆ จะได้ประมาณ 25 - 30 ไม้ เฉลี่ยต้นทุนวัตถุดิบประมาณไม้ละ 4.5 - 5 บาท) ไก่ย่างซอสเทริยากิ เนื้อไก่นุ่มกลมกล่อม ชุ่มซอสเทริยากิรสหวานเค็มเข้มข้น หอมกลิ่นเหล้าญี่ปุ่น ขิง และงาขาวคั่วลงตัว ส่วนผสมและอัตราส่วน (สำหรับเนื้อไก่ 1 กิโลกรัม) ส่วนของไก่และเครื่องหมัก เนื้อสะโพกไก่ (หั่นชิ้นเต๋าหนาพอดีคำ) 1 กิโลกรัม สาเก 2 ช้อนโต๊ะ (ช่วยดับคาวและทำให้ไก่นุ่ม) เกลือป่น 1/2 ช้อนชา พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา ส่วนผสมซอสเทริยากิ (สำหรับทาและเคลือบไก่) โชยุ (ซีอิ๊วญี่ปุ่น) 1/2 ถ้วยตวง มิริน (เหล้าหวานญี่ปุ่น) 1/2 ถ้วยตวง สาเก 1/4 ถ้วยตวง น้ำตาลทรายแดง 4 ช้อนโต๊ะ ขิงแก่บุบพอแตก 1 แว่น งาขาวคั่ว (สำหรับโรยหน้า) 1-2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ นำเนื้อสะโพกไก่ที่หั่นแล้วมาผสมกับสาเก เกลือ และพริกไทยป่น คลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นนำไปแช่ตู้เย็นพักไว้ประมาณ 15-20 นาที เพื่อให้เครื่องปรุงซึมเข้าเนื้อและช่วยลดกลิ่นคาวไก่ เทโชยุ มิริน สาเก น้ำตาลทรายแดง และขิงแก่ลงในหม้อใบเล็ก นำไปตั้งไฟอ่อน คอยเคี่ยวไปเรื่อยๆ จนน้ำตาลละลายหมดและซอสเริ่มงวดข้น มีความเหนียวเงาเล็กน้อย เสร็จแล้วตักขิงออกแล้วยกลงพักไว้ นำเนื้อไก่ที่หมักได้ที่มาเสียบไม้ โดยจะใช้ไม้เสียบแบบแบนหรือไม้เสียบลูกชิ้นทั่วไปก็ได้ เสียบให้ชิ้นไก่เรียงชิดติดกันพอดีๆ เพื่อช่วยกักเก็บความฉ่ำของเนื้อไก่ด้านในไว้ไม่ให้แห้งเวลาย่าง นำไก่ไปย่างบนเตาถ่าน เตาย่าง หรือเตาไฟฟ้า โดยใช้ไฟกลางค่อนไปทางอ่อน ย่างจนเนื้อไก่เริ่มสุกและผิวตึงทั้งสองด้าน จากนั้นใช้แปรงจุ่มซอสเทริยากิที่เคี่ยวไว้มาทาให้ทั่วตัวไก่ แล้วย่างต่อ คอยพลิกด้านและทาซอสซ้ำอีก 2-3 รอบ จนซอสเคลือบเนื้อไก่เป็นสีน้ำตาลเข้ม เงางาม และส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ยกไก่ย่างออกจากเตาจัดใส่จาน นำซอสเทริยากิที่เหลือมาราดเคลือบซ้ำอีกครั้งเพื่อเพิ่มความเยิ้มฉ่ำ ปิดท้ายด้วยการโรยงาขาวคั่วให้ทั่วพร้อมเสิร์ฟทันที การประมาณการต้นทุนในปี 2569 (สำหรับเนื้อไก่ 1 กิโลกรัม) เนื้อสะโพกไก่ (1 กิโลกรัม) ประมาณ 85 - 110 บาท เครื่องปรุงซอส (โชยุ, มิริน, สาเก, น้ำตาลทรายแดง) ประมาณ 40 - 50 บาท ขิง, เกลือ, พริกไทย, งาขาวคั่ว ประมาณ 10 บาท ไม้เสียบและค่าแก๊ส/ถ่านในการทำ ประมาณ 15 บาท รวมต้นทุนวัตถุดิบทั้งหมดต่อ 1 กิโลกรัม ประมาณ 150 - 185 บาท (เนื้อไก่ 1 กิโลกรัมเสียบไม้หนาๆ แน่นๆ จะได้ประมาณ 12 - 15 ไม้ใหญ่ เฉลี่ยต้นทุนวัตถุดิบตกประมาณไม้ละ 10 - 15 บาท) บาร์บีคิวไก่ย่างสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน รสเค็มกลมกล่อม อมเปรี้ยวสดชื่นจากเลมอน หอมกลิ่นกระเทียม ออริกาโน และเครื่องเทศยี่หร่าปาปริก้าชัดเจน ส่วนผสมและอัตราส่วน (สำหรับเนื้อไก่ 1 กิโลกรัม) เนื้อสะโพกไก่หรืออกไก่ (หั่นชิ้นลูกเต๋าใหญ่หนาประมาณ 1.5 - 2 นิ้ว) 1 กิโลกรัม น้ำมันมะกอก (หรือน้ำมันพืชทั่วไป) 4 ช้อนโต๊ะ น้ำเลมอนคั้นสด (หรือน้ำมะนาว) 2 ช้อนโต๊ะ กระเทียมสับละเอียด 1.5 ช้อนโต๊ะ ออริกาโนแห้ง 1 ช้อนโต๊ะ ผงปาปริก้า 1 ช้อนชา ผงยี่หร่า 1/2 ช้อนชา เกลือป่น 1.5 ช้อนชา พริกไทยดำบดหยาบ 1 ช้อนชา วิธีทำ นำน้ำมันมะกอก น้ำเลมอน กระเทียมสับ ออริกาโน ผงปาปริก้า ผงยี่หร่า เกลือป่น และพริกไทยดำ ใส่ลงในชามผสมขนาดใหญ่ จากนั้นคนให้ส่วนผสมทั้งหมดละลายเข้ากันดี ใส่เนื้อไก่ชิ้นโตที่หั่นเตรียมไว้ลงไปในชามน้ำหมัก ใช้มือนวดคลุกเคล้าเบาๆ ให้เครื่องหมักเคลือบผิวเนื้อไก่ทั่วทุกชิ้น จากนั้นปิดฝาหรือคลุมด้วยพลาสติกแรป นำไปแช่เย็นหมักทิ้งไว้ 1-2 ชั่วโมง หากมีเวลาหมักข้ามคืน เนื้อไก่จะยิ่งนุ่มและเข้าเนื้อมากยิ่งขึ้น นำไม้เสียบไปแช่น้ำทิ้งไว้ 15-20 นาทีเพื่อป้องกันไม่ให้ไม้ไหม้เวลาย่าง จากนั้นนำเนื้อไก่ที่หมักได้ที่มาเสียบไม้ ไม้ละประมาณ 4-5 ชิ้นหนาๆ โดยเสียบให้ชิ้นเนื้อเบียดชิดติดกันพอดี เพื่อช่วยกักเก็บความฉ่ำของเนื้อไก่เอาไว้ ตั้งเตาย่างหรือเตาถ่านให้ร้อนจัด ทาน้ำมันบางๆ บนตะแกรงเพื่อกันติด นำไก่ลงไปย่างโดยใช้ไฟกลาง คอยพลิกด้านทุกๆ 2-3 นาที เพื่อให้ไก่สุกเท่ากันทั้งชิ้น ย่างจนผิวภายนอกกลายเป็นสีเหลืองทองและมีรอยเกรียมเล็กน้อยตามขอบ ใช้เวลาประมาณ 10-12 นาที เมื่อสุกแล้วให้ยกลงจากเตา พักเนื้อทิ้งไว้ประมาณ 2 นาทีก่อนจัดเสิร์ฟ เพื่อให้เนื้อไก่คงความฉ่ำนุ่ม การประมาณการต้นทุนในปี 2569 (สำหรับเนื้อไก่ 1 กิโลกรัม) เนื้อสะโพกไก่หรืออกไก่ (1 กิโลกรัม) ประมาณ 85 - 110 บาท น้ำมันมะกอก และน้ำเลมอน ประมาณ 25 - 35 บาท เครื่องเทศและสมุนไพร (ออริกาโน, ปาปริก้า, ยี่หร่า, กระเทียม, เกลือ, พริกไทย) ประมาณ 20 บาท ไม้เสียบและค่าแก๊สหรือถ่านในการย่าง ประมาณ 15 บาท รวมต้นทุนวัตถุดิบทั้งหมดต่อ 1 กิโลกรัม ประมาณ 145 - 180 บาท (เนื่องจากเมนูนี้หั่นชิ้นเนื้อค่อนข้างใหญ่หนา ไก่ 1 กิโลกรัมจะเสียบได้ประมาณ 10 - 12 ไม้ใหญ่ เฉลี่ยต้นทุนวัตถุดิบตกประมาณไม้ละ 12 - 15 บาท) ไก่ย่างแดง หวานนำเค็มตามแบบกลมกล่อม เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำรสหัวกะทิ หอมกลิ่นรากผักชี กระเทียม และพริกไทยไทยแท้ๆ ส่วนผสมและอัตราส่วน (สำหรับเนื้อไก่ 1 กิโลกรัม) เนื้อสะโพกไก่หรือเนื้อส่วนน่องติดสะโพก (หั่นเป็นชิ้นยาวหนาพอดีคำสำหรับเสียบไม้) 1 กิโลกรัม รากผักชีสับละเอียด 4-5 ราก กระเทียมไทย 1.5 หัว พริกไทยเม็ดขาวหรือดำ 1 ช้อนชา กะทิกล่อง (หัวกะทิ) 1/2 ถ้วยตวง น้ำตาลปี๊บหรือน้ำตาลมะพร้าว 6 ช้อนโต๊ะ ซอสปรุงรสฝาเขียว 2 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วดำหวาน 1 ช้อนชา สีผสมอาหารสีส้มแดง 1/2 ช้อนชา (ละลายน้ำเล็กน้อย) หรือจะใช้ผงปาปริก้าผสมน้ำมันพืชแทนถ้าไม่ชอบสีผสมอาหาร วิธีทำ นำรากผักชี กระเทียม และพริกไทยเม็ดมาโขลกรวมกันให้ละเอียดจนเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน เตรียมชามผสมขนาดใหญ่ ใส่น้ำตาลปี๊บลงไป ตามด้วยกะทิ ซอสปรุงรสฝาเขียว ซีอิ๊วขาว ซอสหอยนางรม ซีอิ๊วดำหวาน และสามเกลือที่โขลกไว้ คนส่วนผสมทั้งหมดให้น้ำตาลปี๊บละลายดี จากนั้นหยดสีผสมอาหารสีส้มแดงลงไป แล้วคนให้เข้ากันจนได้สีแดงสว่างตามต้องการ ใส่เนื้อไก่ที่หั่นเตรียมไว้ลงไปในน้ำหมัก คลุกเคล้าและใช้นวดด้วยมือประมาณ 5 นาที เพื่อช่วยให้ซอสซึมเข้าเนื้อได้ดีขึ้น จากนั้นปิดฝาหรือคลุมด้วยพลาสติกแรป นำไปแช่ตู้เย็นหมักทิ้งไว้สี่งน้อย 2-3 ชั่วโมง ถ้าหมักข้ามคืน เนื้อจะนุ่มและสีจะเนียนสม่ำเสมอที่สุด นำไม้ที่จะใช้เสียบไก่ไปแช่น้ำก่อน 15 นาทีเพื่อป้องกันไม่ให้ไม้ไหม้เวลาย่าง จากนั้นนำเนื้อไก่มาเสียบเรียงตามความยาวของไม้ ดึงชิ้นเนื้อให้ตึงและดันให้ชิดกันพอดีๆ เพื่อช่วยกักเก็บความฉ่ำ ไม่ให้เนื้อไก่แห้งเกินไปเวลาย่าง นำไก่ขึ้นย่างบนเตาถ่านโดยใช้ไฟกลางค่อนไปทางอ่อน เพราะน้ำหมักมีส่วนผสมของน้ำตาลปี๊บและกะทิจึงไหม้ได้ง่ายมาก คอยพลิกกลับด้านบ่อยๆ ทุก 1-2 นาที ระหว่างย่างให้ใช้แปรงจุ่มน้ำซอสหมักที่เหลือมาทาเคลือบบนตัวไก่เพื่อเพิ่มความฉ่ำ ย่างจนไก่สุกทั่ว ผิวตึงเงาสวยและมีรอยเกรียมเล็กน้อย ยกลงจัดเสิร์ฟคู่กับข้าวเหนียวร้อนๆ ได้เลย การประมาณการต้นทุนในปี 2569 (สำหรับเนื้อไก่ 1 กิโลกรัม) เนื้อสะโพกไก่/น่องติดสะโพก (1 กิโลกรัม) ประมาณ 85 - 110 บาท กะทิ น้ำตาลปี๊บ และเครื่องปรุงรสทั้งหมด ประมาณ 20 - 30 บาท เครื่องเทศสามเกลือ (รากผักชี, กระเทียม, พริกไทย) และสีผสมอาหาร ประมาณ 15 บาท ไม้เสียบและค่าถ่าน/แก๊สสำหรับย่าง ประมาณ 15 บาท รวมต้นทุนวัตถุดิบทั้งหมดต่อ 1 กิโลกรัม ประมาณ 135 - 170 บาท (เนื้อไก่ 1 กิโลกรัมเมื่อนำมาเสียบไม้ขนาดกลางๆ แบบที่ขายตามตลาดทั่วไป จะเสียบได้ประมาณ 25 - 30 ไม้ เฉลี่ยต้นทุนวัตถุดิบตกประมาณไม้ละ 4.5 - 6 บาท) ไก่หมักซอสบาร์บีคิวขมิ้น หวานเค็มกลมกล่อมอมเปรี้ยวบาร์บีคิว เนื้อนุ่มมันนัวนม หอมอบอวลด้วยขมิ้น กระเทียม พริกไทย และปาปริก้า ส่วนผสมและอัตราส่วน (สำหรับเนื้อไก่ 1 กิโลกรัม) เนื้อสะโพกไก่ (หั่นชิ้นหนาพอดีคำขนาดยาวประมาณ 1.5 นิ้ว) 1 กิโลกรัม กระเทียมจีนแกะเปลือก 10 กลีบ พริกไทยเม็ดขาวหรือดำ 1 ช้อนชา ผงขมิ้น 1/2 ช้อนชา ผงปาปริก้า 1 ช้อนชา ซอสมะเขือเทศ 3 ช้อนโต๊ะ ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว 1.5 ช้อนโต๊ะ ซอสปรุงรสฝาเขียว 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บหรือน้ำตาลมะพร้าว 3 ช้อนโต๊ะ นมข้นจืดหรือกะทิ 3 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ นำกระเทียมและพริกไทยเม็ดมาโขลกรวมกันให้ละเอียด จากนั้นตักใส่ชามผสมขนาดใหญ่เตรียมไว้ ใส่น้ำตาลปี๊บลงในชามผสมที่มีกระเทียมพริกไทย บี้ให้น้ำตาลละลายดี ตามด้วยซอสมะเขือเทศ ซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส นมข้นจืด ผงขมิ้น ผงปาปริก้า และน้ำมันพืชคนส่วนผสมทั้งหมดจนเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน ใส่เนื้อสะโพกไก่ที่หั่นเตรียมไว้ลงไป นวดคลุกเคล้าด้วยมือประมาณ 5 นาทีเพื่อให้ซอสซึมเข้าเนื้อไก่ได้ดี จากนั้นปิดฝาหรือคลุมด้วยพลาสติกแรป นำไปแช่ตู้เย็นหมักทิ้งไว้อย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง นำไม้เสียบลูกชิ้นไปแช่น้ำทิ้งไว้ 15 นาทีก่อนนำมาใช้งาน จากนั้นนำเนื้อไก่ที่หมักจนเข้าเนื้อดีแล้วมาเสียบไม้ ไม้ละประมาณ 4-5 ชิ้น โดยเสียบให้ชิ้นเนื้อเบียดชิดติดกันพอดี เพื่อช่วยกักเก็บความฉ่ำของเนื้อไก่เอาไว้ ไม่ให้แห้งกระด้างเวลาย่าง ตั้งเตาย่างหรือเตาถ่านให้ร้อน โดยใช้ไฟกลางค่อนไปทางอ่อน นำไก่ลงไปย่างและคอยพลิกกลับด้านทุกๆ 1-2 นาทีเพื่อป้องกันไม่ให้ซอสไหม้ ระหว่างย่างให้ใช้แปรงจุ่มน้ำซอสหมักที่เหลือในชามมาทาเคลือบบนตัวไก่ซ้ำอีก 1-2 รอบ ย่างจนไก่สุกทั่ว ผิวตึงเงาฉ่ำ และมีรอยเกรียมเล็กน้อยตามขอบ ยกลงจากเตาพร้อมจัดเสิร์ฟ การประมาณการต้นทุน ในปี 2569 (สำหรับเนื้อไก่ 1 กิโลกรัม) เนื้อสะโพกไก่ (1 กิโลกรัม) ประมาณ 85 - 110 บาท เครื่องปรุงรสและซอสต่างๆ (ซอสมะเขือเทศ, ซอสหอย, ซีอิ๊ว, น้ำตาลปี๊บ, นมข้นจืด) ประมาณ 25 - 30 บาท เครื่องเทศ (กระเทียม, พริกไทย, ผงขมิ้น, ผงปาปริก้า) ประมาณ 15 บาท ไม้เสียบและค่าแก๊ส/ถ่านในการย่าง ประมาณ 15 บาท รวมต้นทุนวัตถุดิบทั้งหมดต่อ 1 กิโลกรัม ประมาณ 140 - 170 บาท (เนื้อไก่ 1 กิโลกรัมเมื่อนำมาเสียบไม้ขนาดกลางค่อนไปทางใหญ่แบบในรูป จะเสียบได้ประมาณ 18 - 22 ไม้ เฉลี่ยต้นทุนวัตถุดิบตกประมาณไม้ละ 7 - 9 บาท) บทความที่คุณอาจสนใจ แจกสูตรอาหาร 45 เมนูอาหารเย็น อร่อยทำง่าย อิ่มได้ทั้งครอบครัว มื้อเช้าสำคัญ ! แจกสูตร 45 เมนูอาหารเช้า ทำง่ายที่บ้าน อร่อยจัดเต็ม แถมได้ประโยชน์ 20 สูตร ไข่ตุ๋น เนื้อเนียน เด้งๆ ดึ๋งๆ เมนูไข่ ทำง่ายอร่อยมาก 5 เมนูทำง่าย ส่วนผสมแค่ 3 อย่าง วัตถุดิบน้อยแต่อร่อยมาก สไตล์เด็กหอ

เมนูหมวด Don + Coke Original ในราคาปกติ แถมฟรี โค้ก จำนวน 2 กระป๋อง มูลค่า 90 บาท (เฉพาะสาขากรุงเทพ)
สิทธิพิเศษ

เมนูหมวด Don + Coke Original ในราคาปกติ แถมฟรี โค้ก จำนวน 2 กระป๋อง มูลค่า 90 บาท (เฉพาะสาขากรุงเทพ)

ประหยัด ฿90.00 ที่ เซ็น เจแปนนิส เรสเตอร์รอง [เฉพาะสาขากรุงเทพ] เมนูหมวด Don + Coke Original ในราคาปกติ แถมฟรี โค้ก จำนวน 2 กระป๋อง มูลค่า 90 บาท (Coke Original หรือ Coke Light) โค้ดมีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ ทาง บริษัทฯ จะไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี เงื่อนไข1. สามารถใช้สิทธิ์ภายในเดือนที่กดรับรหัสแล้วเท่านั้น ไม่สามารถใช้ข้ามเดือนได้2. ในกรณีที่มีการกดรหัสแล้วไม่ได้นำไปใช้ภายในระยะเวลา ไม่ว่ากรณีใดๆ ทาง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี3. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้4. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้

กูเม่ต์ พาร์ค มาเนกิ ที่ สยาม ทาคาชิมายะ
สิทธิพิเศษ

กูเม่ต์ พาร์ค มาเนกิ ที่ สยาม ทาคาชิมายะ

ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์คันไซ ในเครือ Maneki เจ้าตำรับผู้คิดค้นเบนโตะของญี่ปุ่นที่มีถึง 48 สาขาในเฮียวโกะ โอซาก้า นารา เกียวโต และโตเกียว เมนูแนะนำ ได้แก่ คุชิคัตสึ (KUSHIKATSU - 串カツ) ของทอดเสียบไม้สไตล์ญี่ปุ่นที่มีให้เลือกทั้งเนื้อวากิว, หมู, ซีฟู้ด และผัก จัดเสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้ม 3 แบบ คือ น้ำจิ้มสูตรต้นตำรับให้คุณได้ทานเหมือนที่ญี่ปุ่น ผงวาซาบิผสมเกลือ และซอสเมนไทโกะมายองเนส เลือกจับคู่น้ำจิ้มเพื่อสัมผัสรสชาติใหม่ๆ, เอกิโซบะ (EKISOBA - えきそば) บะหมี่จีนในน้ำซุปดาชิสไตล์ญี่ปุ่น

รีวิว Tonkatsu HAJIME ทงคัตสึคิวยาวจากโตเกียว สาขาแรก เซ็นทรัลเวิลด์
อ่าน

รีวิว Tonkatsu HAJIME ทงคัตสึคิวยาวจากโตเกียว สาขาแรก เซ็นทรัลเวิลด์

กินอะไรดี ที่ centralwOrld วันนี้เราขอพาทุกคนมาปักหมุด ร้านอาหารญี่ปุ่นใกล้ฉัน รีวิว Tonkatsu HAJIME (ทงคัตสึ ฮาจิเมะ) เซ็นทรัลเวิลด์ ร้านทงคัตสึคิวยาวจากโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เปิดสาขาแรกในไทย ที่ ชั้น 7 เซ็นทรัลเวิลด์ บอกเลยว่าความอร่อยของเค้าไม่เป็นสองรองใคร ด้วยความนุ่ม ชุ่มฉ่ำ จากเทคนิคการทอดอุณหภูมิต่ำ และที่นี่ยังมีเมนูพิเศษที่หาทานยากด้วย ใครหิวแล้วก็ตามเรามาดูรีวิวจัดเต็ม ทั้งเมนู และ ราคากันเลย! Tonkatsu HAJIME เมนู ราคา ถ้าพูดถึง ร้านทงคัตสึ เซ็นทรัลเวิลด์ เปิดใหม่ล่าสุด ในเดือนกรกฎาคม 2569 ใครๆ ก็ต้องคิดถึงร้าน Tonkatsu HAJIME ทงคัตสึ ฮาจิเมะ ร้านนี้คือร้านทงคัตสึระดับพรีเมียมร้านดัง ที่ต้องยืนต่อแถวเป็นชั่วโมงที่ญี่ปุ่น ด้วยความพิเศษของเนื้อหมู ที่มีทั้งส่วนริบอาย และส่วนสันในชาโตบริยองด์ ที่มีจำนวนจำกัดต่อวัน และเมนูที่เราอยากแนะนำคือ ยากิคัตสึด้ง เป็นข้าวด้งหน้าไข่เยิ้มๆ โปะด้วยหมูทอดทงคัตสึ ที่ทอดมาอยากพิถีพิถัน แล้วราดด้วยซอสสูตรพิเศษ การันตีความอร่อยด้วยคะแนนรีวิวจากคนญี่ปุ่นในเว็บไซต์ Tabelog สูงถึง 3.53 (ระดับ Top Tier ของญี่ปุ่น) ยากิคัตสึด้งริบอายหมู (170 g : ราคา 450.- / 340 g : ราคา 580.-) นี่คือเมนูซิกเนเจอร์อันดับ 1 ของทงคัตสึฮาจิเมะ เป็นเนื้อหมูส่วนที่มีไขมันแทรกตลอดทั้งชิ้นอย่างสมดุล ทำให้เนื้อหมูมีความนุ่มชุ่มฉ่ำ พร้อมการทอดแบบพิเศษ ทำให้มีความกรอบนอกฉ่ำใน อร่อยได้ในทุกๆ คำ ต่อด้วย ยากิคัตสึด้งชาโตบริยองด์หมู(150 g : ราคา 380.- / 300 g : ราคา 590.-) อีกหนึ่งเมนูซิกเนเจอร์ ที่มีจำนวนจำกัดต่อวัน เพราะนี่คือหมูทอดทงคัตสึ ที่ใช้ส่วนชาโตบริยองด์หมู เป็นสันในส่วนที่มีน้อยมากๆ ในหมู 1 ตัว ลักษณะเนื้อคือจะนุ่มมากๆ เรียกได้ว่ากัดเข้าไปแล้วเนื้อนุ่มจนตกใจ เป็นเมนูที่เราไม่อยากให้ทุกคนพลาดเลย ทางร้านแนะนำให้จิ้มกับเกลือ มีให้เลือก 3 แบบ ทั้งเกลือซีซอลท์, เกลือวาซาบิ และเกลือบ๊วยญี่ปุ่น ซึ่งจะช่วยชูรสชาติของทงคัตสึได้ดีมากๆ ยากิคัตสึด้งกุ้งทอดจัมโบ้ พร้อมซอสทาร์ทาร์โฮมเมดและไข่ต้ม(ราคา 680.-) ใครที่ชอบทานคัตสึกุ้งบอกเลยว่าห้ามพลาด เพราะกุ้งของที่ร้านคือมาใหญ่จนตกใจ เพราะเค้ามัดรวมกุ้ง 3 ตัวไว้ใน 1 ชิ้น อร่อยได้แบบเต็มปากเต็มคำ และในเมนูที่มีคัตสึกุ้งทอดจัมโบ้ ทางร้านจะเสิร์ฟพร้อม ซอสทาร์ทาร์โฮมเมดและไข่ต้ม ช่วยเพิ่มรสชาติและความอร่อยเข้าไปอีกขั้น ปิดท้ายด้วยเมนูที่คุ้มแบบสุดๆ เพราะจะได้ทานทั้งหมูและกุ้งในชามเดียว สำหรับเมนู ยากิคัตสึชาโตบริยองด์หมูและด้งกุ้งทอดจัมโบ้ พร้อมซอสทาร์ทาร์โฮมเมดและไข่ต้ม (ราคา 650.-) อีกหนึ่งเมนูซิกเนอเจอร์ที่เป็นการรวมกันของที่สุดของความอร่อย ในทุกเซ็ตจะเสิร์ฟพร้อมกะหล่ำปลีฝอย ซุป และผักดอง (ข้าวและกะหล่ำปลีสามารถเติมได้ฟรี) สำหรับเมนูเครื่องดื่มที่ร้านก็มีให้เลือกทั้งชาแบบรีฟิล และที่ไม่ควรพลาดคือ มัทฉะ ที่ทางร้านใช้เป็นเกรดพิธีการ เราเลือกมัทฉะยูซุ ซึ่งรสชาติดีมาก ไม่ขมเลย และยังช่วยตัดเลี่ยนได้ดีมากๆ อีกด้วย บอกเลยว่าใครที่ชอบทานหมูทอดทงคัตสึ ไม่ควรพลาด Tonkatsu HAJIME เป็นอย่างยิ่ง เพราะเราจะได้ทานหมูทอดอร่อยๆ ระดับพรีเมัยม ในราคาที่สมเหตุสมผล และที่สำคัญคือรสชาติเหทือนกินที่ญี่ปุ่นไม่มีผิด ข้อมูลร้าน Tonkatsu HAJIME เซ็นทรัลเวิลด์ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/QN6ND4KEYvoeiB2z8 ที่อยู่ : CentralWorld ชั้น 7 ร้านเปิดบริการ : 10.00 - 22.00 น. บทความที่คุณอาจสนใจ 60 ร้านอาหาร เซ็นทรัลเวิลด์ centralwOrld อัปเดตร้านอร่อยโดนใจ อัปเดต 15 ร้านอาหาร Groove @ centralwOrld ปี 2026 มีร้านอะไรบ้าง

รวมสูตรเมนูเมนไทโกะ ทำเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน อร่อยฟินเหมือนกินที่ญี่ปุ่น
อ่าน

รวมสูตรเมนูเมนไทโกะ ทำเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน อร่อยฟินเหมือนกินที่ญี่ปุ่น

อยากกินเมนไทโกะอร่อยๆ แต่ไม่อยากออกไปกินที่ร้านใช่ไหม วันนี้ TrueID Food ขอมาแจกสูตรเมนูเมนไทโกะ ทำเองได้ง่ายๆ ที่บ้านรวมไอเดียเมนูยอดฮิตอย่างสปาเก็ตตี้เมนไทโกะ ข้าวหน้าเมนไทโกะ และของทานเล่นสุดฟิน ให้รสชาติอร่อย หอม มัน นัว เหมือนวาร์ปไปกินที่ร้านดัง วัตถุดิบหาซื้อง่าย ขั้นตอนไม่ซับซ้อน ทำตามได้ทันที ไข่ปลาเมนไทโกะ (Mentaiko) มีต้นกำเนิดจากประเทศเกาหลี ก่อนที่ชาวญี่ปุ่นจะนำมาพัฒนาสูตรจนกลายเป็นของฝากขึ้นชื่อประจำเมืองฟุกุโอกะ (ฮากาตะ) จุดเด่นอยู่ที่การนำไข่ปลาไปหมักกับเกลือ พริก สาหร่ายคอมบุ และเหล้าสาเก จนได้รสชาติเค็มนำ เผ็ดตามกำลังดี เข้มข้นไปด้วยรสอูมามิ มาพร้อมกลิ่นอายทะเลและรสสัมผัสที่เนียนนุ่มละเอียดอ่อน ถ้าพร้อมแล้ว มาเปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นมื้อพิเศษกันได้เลย รวมสูตรเมนูเมนไทโกะ ทำเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน อร่อยฟินเหมือนกินที่ญี่ปุ่น 1.อุด้งครีมเมนไทโกะ รสชาติหอมนัวกลมกล่อมจากครีม นม และเนย ผสานความเค็มมันอูมามิจากไข่ปลาเมนไทโกะและดาชิ ตัดเลี่ยนด้วยความหอมของใบชิโซะ ส่วนผสม เส้นอุด้ง (สดหรือแช่แข็ง) 1 ก้อน (ประมาณ 200 กรัม) ไข่ปลาเมนไทโกะ (ลอกหนังออกเอาเฉพาะไข่) 3040 กรัม ครีมสด 100 มิลลิลิตร นมสดรสจืด 50 มิลลิลิตร เนยสดจืด 10 กรัม โชยุ 1 ช้อนชา ผงซุปปลาดาชิ 1/2 ช้อนชา ใบชิโซะซอย ตามชอบสำหรับตกแต่ง สาหร่ายโนริหั่นเส้น ตามชอบสำหรับตกแต่ง วิธีทำ ต้มน้ำให้เดือด ใส่เส้นอุด้งลงไปต้มตามเวลาที่ระบุบนแพ็กเกจ พอเส้นสุกได้ที่ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำเตรียมไว้ ตั้งกระทะไฟอ่อน ใส่เนย วิปปิ้งครีม นมสด โชยุ และผงซุปปลาดาชิ คนให้เนยละลายและเข้ากันดีจนเริ่มร้อน (ระวังอย่าให้เดือดปุดๆ จนครีมแตกมัน) ปิดเตาใส่ไข่ปลาเมนไทโกะครึ่งหนึ่งลงในซอสครีมแล้วคนให้เข้ากัน จากนั้นนำเส้นอุด้งที่พักไว้ลงไปคลุกให้ซอสเคลือบเส้นจนทั่ว ตักอุด้งพร้อมซอสใส่ชาม แต่งหน้าด้วยไข่ปลาเมนไทโกะส่วนที่เหลือ ใบชิโซะซอย และสาหร่ายโนริหั่นเส้น พร้อมเสิร์ฟ เคล็ดลับ การปิดไฟก่อนใส่ไข่ปลาเมนไทโกะจะช่วยรักษาเนื้อสัมผัสของไข่ปลาไม่ให้สุกแข็งจนเกินไป และทำให้ได้ซอสครีมที่เนียนนุ่ม 2.สลัดมักกะโรนีเมนไทโกะ รสชาติเค็มมันนัวละมุนจากมายองเนสและไข่ต้ม ผสานความหอมอูมามิของเมนไทโกะ พร้อมความสดชื่นกรุบกรอบจากแตงกวาและแครอทส่วนผสม มักกะโรนี 100 กรัม ไข่ปลาเมนไทโกะ (แกะเอาเฉพาะเนื้อด้านใน) 40 กรัม (แบ่งไว้ท็อปปิ้งเล็กน้อย) แตงกวาญี่ปุ่น (หั่นสไลซ์บาง) 1/2 ลูก แครอท (หั่นซอยเส้นบาง) 1/4 หัว ไข่ต้ม (ต้มสุกหั่นชิ้นเล็ก) 1 ฟอง มายองเนส 34 ช้อนโต๊ะ นมสดรสจืด 1 ช้อนชา โชยุ1/2 ช้อนชา น้ำมันพืช หรือ น้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา เกลือและพริกไทยปอน เล็กน้อย วิธีทำ 1ต้มมักกะโรนีในน้ำเดือดใส่เกลือเล็กน้อยตามเวลาบนแพ็กเกจ ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ แล้วคลุกน้ำมันพืชทันทีเพื่อไม่ให้เส้นติดกัน วางพักไว้ให้เย็น โรยเกลือป่นเล็กน้อยบนแตงกวาและแครอทหั่น ทิ้งไว้ 5 นาที แล้วใช้มือบีบน้ำออกจากผักให้แห้งที่สุด สลัดจะได้ไม่แฉะ ผสมมายองเนส นมสด โชยุ และไข่ปลาเมนไทโกะ (แบ่งไว้แต่งหน้าเล็กน้อย) ในชามผสม คนให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว ใส่เส้นมักกะโรนี แตงกวา แครอท และไข่ต้มลงในชามซอส คลุกเบาๆ ให้เข้ากัน ชิมรสแล้วปรุงเกลือหรือพริกไทยเพิ่มได้ตามชอบ ตักใส่จานแล้วโรยด้วยไข่ปลาเมนไทโกะที่แบ่งไว้ เคล็ดลับ การบีบน้ำออกจากแตงกวา และการใส่นมสดผสมในมายองเนส จะช่วยให้สลัดมีเนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม ซอสเกาะเส้นได้ดี และเก็บไว้ทานเย็นๆ โดยซอสไม่แยกชั้น 3.สลัดมันฝรั่งเมนไทโกะ รสชาติเค็มมันหอมนัวจากมายองเนส เนย และเมนไทโกะ กลมกล่อมเข้ากับมันฝรั่ง ตัดเลี่ยนด้วยความอมเปรี้ยวสดชื่นจากน้ำส้มสายชูหมัก ส่วนผสม มันฝรั่ง 2 หัวใหญ่ (ประมาณ 300 กรัม) ไข่ปลาเมนไทโกะ (แกะเอาเฉพาะเนื้อด้านใน) 3040 กรัม มายองเนสญี่ปุ่น 3 ช้อนโต๊ะ เนยจืด) 10 กรัม นมสดรสจืด 1 ช้อนชา โชยุ 1/2 ช้อนชา น้ำส้มสายชูหมักจากข้าว (หรือน้ำส้มสายชูทั่วไป) 1/2 ช้อนชา เกลือและพริกไทยปอน เล็กน้อยสำหรับปรุงส ผักสลัด สำหรับรองชามเสิร์ฟ วิธีทำ ปอกเปลือกมันฝรั่ง หั่นชิ้นให้เท่าๆ กัน แล้วนำไปต้มในน้ำใส่เกลือเล็กน้อยจนสุกนุ่ม (ลองใช้ไม้จิ้มฟันแทงได้ง่าย) จากนั้นตักขึ้นสะเด็ดน้ำ นำมันฝรั่งใส่ชาม บดให้ละเอียดหรือพอมีเนื้อตามชอบตอนกำลังร้อน ใส่เนยสดและน้ำส้มสายชูลงไปคนให้เนยละลายเข้ากัน (น้ำส้มสายชูจะช่วยตัดเลี่ยนและช่วยให้รสหวานของมันฝรั่งชัดขึ้น) พอมันฝรั่งเริ่มคลายร้อน ใส่ไข่ปลาเมนไทโกะ มายองเนส นมสด และโชยุลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากันดี ชิมรสแล้วปรุงเกลือหรือพริกไทยเพิ่มได้ตามชอบ จัดผักสลัดรองชาม แล้วตักสลัดมันฝรั่งเมนไทโกะวางลงไป จะทานตอนอุ่นๆ เลย หรือแช่เย็นก่อนทานเพื่อเพิ่มความสดชื่นก็อร่อย เคล็ดลับ อย่าใส่มายองเนสและไข่ปลาเมนไทโกะตอนมันฝรั่งยังร้อนจัด เพราะจะทำให้มายองเนสแยกตัวเป็นน้ำมันและไข่ปลาจะสุกแข็งจนเสียรสสัมผัส 4.ข้าวหน้าไข่ปลาเมนไทโกะสด รสชาติเข้มข้นเค็มมันอูมามิติดเผ็ดนิดๆ จากเมนไทโกะสด ตัดกับข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ เพิ่มความหอมละมุนจากงา สาหร่าย และใบชิโซะ ส่วนผสม ข้าวสวยญี่ปุ่นร้อนๆ 1 ถ้วย (ประมาณ 150200 กรัม) ไข่ปลาเมนไทโกะสด 1 ฝัก (ประมาณ 3040 กรัม) งาขาวคั่ว 1/2 ช้อนชา (ตามชอบ) สาหร่ายโนริหั่นเส้น เล็กน้อย ( ตามชอบ) ใบชิโซะสด 12 ใบ ( ตามชอบ) วิธีทำ หุงข้าวญี่ปุ่นให้สุกนุ่ม พักไว้ในหม้อประมาณ 10 นาที แล้วใช้ทัพพีซุยข้าวให้ร่วน ตักใส่ชามตอนกำลังร้อน หั่นไข่ปลาเมนไทโกะสดเป็นชิ้นพอดีคำ ขนาดประมาณ 1.52 ซม. (เหลือเยื่อหุ้มไข่ไว้ ชิ้นจะได้สวยงาม ไม่เละ) วางใบชิโซะข้างชาม (ถ้ามี) แล้ววางไข่ปลาเมนไทโกะลงบนข้าวสวยร้อนๆ โรยงาขาวคั่วกับสาหร่ายโนริหั่นเส้น พร้อมทานได้ทันที เคล็ดลับ หากชอบความหอมมันเพิ่มเติม สามารถวางเนยสดก้อนเล็กๆ (ประมาณ 5 กรัม) หรือหยดโชยุคุณภาพดีลงบนข้าวร้อนๆ ก่อนวางไข่ปลาเมนไทโกะลงไปได้ ความร้อนจากข้าวจะทำให้เนยละลายเข้ากับไข่ปลาได้อย่างลงตัว 5. สปาเกตตี้ครีมซุปเมนไทโกะ รสชาติหอมนัวกลมกล่อมจากครีม นม และเนย ผสานความเค็มมันอูมามิของเมนไทโกะและดาชิ ตัดเลี่ยนลงตัวด้วยความหอมสดชื่นของชิโซะ ส่วนผสม เส้นสปาเกตตี้ 80100 กรัม ไข่ปลาเมนไทโกะ (ลอกเยื่อออกเอาเฉพาะไข่) 3040 กรัม (แบ่งไว้ตกแต่งหน้าเล็กน้อย) ครีมสด 80 มิลลิลิตร นมสดรสจืด 60 มิลลิลิตร น้ำซุปผงดาชิผสมน้ำอุ่น 50 มิลลิลิตร เนยจืด 10 กรัม โชยุ 1 ช้อนชา ใบชิโซะซอย 35 ใบ สาหร่ายโนริหั่นเส้น ตามชอบ วิธีทำ ต้มเส้นสปาเกตตี้ในน้ำเดือดใส่เกลือเล็กน้อย ต้มน้อยกว่าเวลาบนแพ็กเกจประมาณ 1 นาที (ได้เส้นแบบ Al Dente) แล้วตักขึ้นสะเด็ดน้ำพักไว้ ตั้งกระทะไฟอ่อน ใส่เนย วิปปิ้งครีม นมสด น้ำซุปดาชิ และโชยุ คนให้เนยละลายและซอสอุ่นร้อน (ระวังอย่าให้เดือดปุดๆ) ปิดเตา ใส่ไข่ปลาเมนไทโกะส่วนแยกลงในซอสครีม คนให้เข้ากัน แล้วนำเส้นสปาเกตตี้ลงไปคลุกให้ซอสซึมเข้าเส้น ตักเส้นสปาเกตตี้ใส่ชามแล้วราดซอสครีม แต่งหน้าด้วยไข่ปลาเมนไทโกะส่วนที่เหลือ ใบชิโซะซอย และสาหร่ายโนริหั่นเส้น พร้อมทานได้เลย เคล็ดลับ การผสมน้ำซุปดาชิลงในครีมซอสจะช่วยลดความเลี่ยนของครีม และทำให้ได้รสชาติกลมกล่อมสไตล์สปาเกตตี้ญี่ปุ่นอย่างแท้จริง 6.ปลาซาบะย่างไส้เมนไทโกะ รสชาติมันเข้มข้นจากปลาซาบะ ผสานความเค็มเผ็ดอูมามิของเมนไทโกะ ตัดเลี่ยนได้อย่างลงตัวด้วยความสดชื่น เปรี้ยวอมหวานจากเลมอนและหัวไชเท้าส่วนผสม เนื้อปลาซาบะแล่เอาแต่ก้างออก 2 ชิ้น ไข่ปลาเมนไทโกะสด (ทั้งฝัก) 2 ฝักใหญ่ สาเกปรุงอาหาร 1 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น เล็กน้อย หัวไชเท้าขูด 2 ช้อนโต๊ะ เลมอนหั่นชิ้น 12 ชิ้น วิธีทำ นำเนื้อปลาซาบะมาซับน้ำให้แห้ง พรมด้วยสาเกปรุงอาหารเพื่อดับกลิ่นคาว แล้วใช้มีดผ่าเปิดกรีดตรงกลางเนื้อปลาซาบะให้เป็นกระเป๋าช่องว่างสำหรับยัดไส้ นำฝักไข่ปลาเมนไทโกะยัดเข้าไปในช่องเนื้อปลาที่กรีดไว้ จัดทรงให้สวยงาม โรยเกลือป่นบางๆ บนผิวหนังปลาซาบะเล็กน้อย นำไปย่างบนเตาย่างไฟฟ้า เตาไร้ควัน หรือหม้อทอดไร้น้ำมัน (ความร้อน 180C) ด้านละประมาณ 56 นาที จนหนังปลาเกรียมกรอบสวยงามและเนื้อปลาด้านในสุกทั่ว ตักปลาซาบะย่างสอดไส้เมนไทโกะใส่จาน วางเคียงด้วยหัวไชเท้าขูดและเลมอนหั่นชิ้น บีบเลมอนลงบนเนื้อปลาก่อนรับประทาน เคล็ดลับ หากไม่มีฝักเมนไทโกะแบบสมบูรณ์ สามารถใช้ไข่ปลาเมนไทโกะแบบแกะผสมกับเนยละลายเล็กน้อย แล้วบีบสอดไส้ตรงกลางแทนได้ จะได้ความหอมมันยิ่งขึ้น 7.ข้าวต้มน้ำชาดาชิหน้าเมนไทโกะและสาหร่ายเมคาบุ รสชาติกลมกล่อมเค็มมันอูมามิจากเมนไทโกะและซุปดาชิ หอมละมุนเข้ากับข้าวญี่ปุ่น ผสานสัมผัสกรุบกรอบลื่นคอสดชื่นจากสาหร่ายเมคาบุ ส่วนผสม ข้าวสวยญี่ปุ่นร้อนๆ 1 ถ้วย ไข่ปลาเมนไทโกะ 2030 กรัม สาหร่ายเมคาบุ 30 กรัม น้ำซุปดาชิ 150200 มิลลิลิตร โชยุ 1/2 ช้อนชา มิริน 1/2 ช้อนชา เกลือป่น ปลายช้อนชา สาหร่ายโนริหั่นเส้น ตามชอบสำหรับตกแต่ง วิธีทำ ต้มน้ำซุปดาชิในหม้อด้วยไฟอ่อน ปรุงรสด้วยโชยุ มิริน และเกลือป่นเล็กน้อย คนให้เข้ากันแล้วชิมรสให้อ่อนๆ กลมกล่อม พอน้ำซุปเริ่มร้อนจัดให้ปิดไฟพักไว้ ตักข้าวสวยญี่ปุ่นร้อนๆ ใส่ชามเสิร์ฟ วางสาหร่ายเมคาบุด้านบนข้างหนึ่ง และวางไข่ปลาเมนไทโกะไว้อีกข้างหนึ่ง ค่อยๆ ค่อยเทน้ำซุปดาชิร้อนๆ ลงไปรอบๆ ขอบชามข้าว โรยหน้าด้วยสาหร่ายโนริหั่นเส้น พร้อมรับประทานทันทีขณะยังร้อน เคล็ดลับ การใช้สาหร่ายเมคาบุที่มีเนื้อสัมผัสเหนียวยืด ลื่นคอ จะช่วยเพิ่มความอูมามิและตัดความเผ็ดเค็มของไข่ปลาเมนไทโกะได้อย่างลงตัว 8.สปาเกตตี้เมนไทโกะผัดถั่วหวาน รสชาติหอมมันเค็มกลมกล่อมจากเนยและเมนไทโกะ ผสานความเค็มอูมามิของโชยุ พร้อมความหวานกรอบสดชื่นจากถั่วหวานอย่างลงตัว ส่วนผสม เส้นสปาเกตตี้ 80100 กรัม ไข่ปลาเมนไทโกะ (แกะเอาเฉพาะเนื้อ) 4050 กรัม ถั่วหวาน 68 ฝัก เนยจืด 15 กรัม น้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา โชยุ 1 ช้อนชา น้ำจากการต้มเส้นสปาเกตตี้ 2 ช้อนโต๊ะ พริกไทยดำบดหยาบ เล็กน้อยสำหรับโรยหน้า วิธีทำ ต้มเส้นสปาเกตตี้ในน้ำเดือดใส่เกลือเล็กน้อย พอเหลือเวลาต้มอีก 1.52 นาที ให้ใส่ถั่วหวานลงไปต้มในหม้อเดียวกัน จากนั้นตักเส้นและถั่วหวานขึ้นสะเด็ดน้ำ ตักน้ำต้มเส้นเก็บไว้ 2 ช้อนโต๊ะ ใส่เนยสด (อุณหภูมิห้อง) น้ำมันมะกอก โชยุ น้ำต้มเส้น และไข่ปลาเมนไทโกะส่วนใหญ่ลงในชามผสม คนให้เข้ากันจนเนยละลาย นำเส้นสปาเกตตี้และถั่วหวานที่ยังร้อนอยู่ลงไปคลุกกับซอสในชามผสม คนให้ซอสเนยเมนไทโกะเคลือบเส้นและถั่วทั่วถึง ม้วนเส้นสปาเกตตี้และถั่วหวานใส่จาน ปล่อยให้ถั่วหวานกระจายอยู่รอบๆ วางท็อปปิ้งด้วยไข่ปลาเมนไทโกะส่วนที่แบ่งไว้ด้านบน แล้วโรยพริกไทยดำบดหยาบพร้อมเสิร์ฟ เคล็ดลับ การต้มถั่วหวานในหม้อสปาเกตตี้ช่วงท้ายจะทำให้ถั่วสุกกำลังดี มีสีเขียวสดและคงความกรอบหวาน ส่วนการผสมซอสในชามอุ่นนอกเตาจะช่วยให้เนยละลายเนียนโดยไม่ทำให้ไข่ปลาเมนไทโกะจับตัวเป็นก้อนสุกแข็ง 9.ไข่ม้วนญี่ปุ่นสอดไส้เมนไทโกะ รสชาติหวานนัวละมุนหอมซุปดาชิจากไข่ม้วน ผสานความเค็มมันเผ็ดอูมามิของเมนไทโกะและมายองเนส ตัดเลี่ยนด้วยความสดชื่นของกะหล่ำปลี ส่วนผสม ไข่ไก่ 34 ฟอง ไข่ปลาเมนไทโกะ 12 ฝัก (ประมาณ 5060 กรัม) น้ำซุปดาชิ 3 ช้อนโต๊ะ โชยุ 1/2 ช้อนชา มิริน 1 ช้อนชา น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ (สำหรับทากระทะ) กะหล่ำปลีฝอย สำหรับแกล้ม ต้นหอมซอย สำหรับแกล้ม มายองเนสญี่ปุ่น สำหรับเสิร์ฟคู่ วิธีทำ ตอกไข่ไก่ใส่ชาม เติมน้ำซุปดาชิ โชยุ มิริน และน้ำตาลทราย ตีให้ส่วนผสมเข้ากันเบาๆ (ระวังอย่าให้เกิดฟองอากาศมากเกินไป) ตั้งกระทะทำไข่ม้วน (กระทะสี่เหลี่ยม) ใช้ไฟอ่อนถึงปานกลาง ทาน้ำมันบางๆ ให้ทั่ว เทไข่ลงไปประมาณ 1/3 ของชาม เอียงกระทะให้ไข่แผ่ทั่ว พอม้วนเริ่มเซตตัวแต่ยังสุกไม่หมด ให้วางฝักไข่ปลาเมนไทโกะลงทางขอบฝั่งหนึ่ง แล้วค่อยๆ ม้วนไข่หุ้มฝักเมนไทโกะไปอีกฝั่ง ดันไข่ที่ม้วนเสร็จแล้วไปไว้ขอบกระทะ ทาน้ำมันเพิ่มเล็กน้อย แล้วเทส่วนผสมไข่ที่เหลือลงไป (ชูม้วนไข่ขึ้นเล็กน้อยให้ไข่ใหม่ไหลไปใต้ชิ้นเดิม) พอไข่เริ่มสุก ให้ม้วนทับกลับมา ทำซ้ำจนไข่หมด นำไข่ม้วนขึ้นมาพักบนเสื่อม้วนซูชิหรือเขียง พักไว้ 12 นาทีเพื่อให้ไข่อยู่ทรง จากนั้นใช้มีดคมๆ หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ จัดใส่จานคู่กับกะหล่ำปลีฝอย ต้นหอมซอย และมายองเนสญี่ปุ่น เคล็ดลับ หากต้องการให้ไส้ไข่ปลาเมนไทโกะตรงกลางเยิ้มสวยงามและไม่สุกเกินไป ควรใช้ไข่ปลาที่เพิ่งนำออกจากตู้เย็น และม้วนไข่ด้วยความรวดเร็วโดยใช้ไฟอ่อน 10. เทมปุระเมนไทโกะ รสชาติเค็มมันเผ็ดอูมามิฉ่ำๆ จากเมนไทโกะ ผสานความกรอบหอมสดชื่นของแป้งทอดและใบชิโซะ ตัดรสด้วยความเปรี้ยวเค็มละมุนจากเลมอนและเกลือชาเขียวส่วนผสม ไข่ปลาเมนไทโกะสด (ทั้งฝัก) 2 ฝัก ใบชิโซะสด ตามชอบ แป้งสาลีเอนกประสงค์ (สำหรับคลุกแห้ง) 1-2 ช้อนโต๊ะ แป้งเทมปุระสำเร็จรูป 50 กรัม น้ำเย็นจัด 75-80 มิลลิลิตร น้ำมันพืชสำหรับทอด ปริมาณพอทอดท่วม เกลือชาเขียว หรือเลมอน สำหรับแกล้มตอนเสิร์ฟ วิธีทำ ซับน้ำบนผิวไข่ปลาเมนไทโกะให้แห้งสนิท (สามารถห่อด้วยใบชิโซะรอบฝักเมนไทโกะก่อนทอดเพื่อเพิ่มกลิ่นหอมได้) นำไปคลุกแป้งสาลีบางๆ ให้ทั่ว แล้วเคาะแป้งส่วนเกินออก ผสมแป้งเทมปุระกับน้ำเย็นจัด คนเบาๆ พอให้เข้ากัน (ไม่ต้องคนจนเนียน ละลายแป้งพอเห็นเป็นก้อนเล็กๆ ได้ เพื่อให้แป้งกรอบฟู) ตั้งน้ำมันให้ร้อนอุณหภูมิประมาณ 180C นำเมนไทโกะชุบลงในแป้งเทมปุระแล้วนำลงทอดทันที ทอดเพียงด้านละ 3045 วินาที จนแป้งด้านนอกเหลืองกรอบสวยงาม จากนั้นตักขึ้นพักบนตะแกรงสะเด็ดน้ำมัน ใช้มีดคมๆ หั่นเฉียงครึ่งฝักเมนไทโกะอย่างเบามือ เพื่อโชว์เนื้อไข่ปลาสีส้มฉ่ำด้านใน จัดวางบนตะแกรง เสิร์ฟคู่กับเกลือชาเขียวหรือเลมอนสด เคล็ดลับ หัวใจสำคัญคือห้ามทอดนาน เพราะหากทอดนานเกินไป ไข่ปลาด้านในจะสุกแห้งแข็ง และสูญเสียรสชาติฉ่ำนุ่มกลมกล่อมไป 11. หนวดปลาหมึกยักษ์คลุกซอสเมนไทโกะมายองเนส รสชาติเค็มมันนัวละมุนจากมายองเนสและเมนไทโกะ ตัดเลี่ยนด้วยความเปรี้ยวสดชื่น หอมกลิ่นน้ำมันงา ใบชิโซะ และเคี้ยวหนึบอูมามิจากหมึกยักษ์ ส่วนผสม หนวดปลาหมึกยักษ์ยักษ์ต้มสุก 150 กรัม ไข่ปลาเมนไทโกะ (แกะเอาเฉพาะเนื้อ) 3040 กรัม มายองเนสญี่ปุ่น 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันงา 1/2 ช้อนชา โชยุ 1/2 ช้อนชา น้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชูหมัก 1/2 ช้อนชา พริกไทยดำบดหยาบ เล็กน้อย ใบชิโซะซอย 23 ใบ วิธีทำ นำหนวดปลาหมึกยักษ์ต้มสุกมาหั่นเป็นชิ้นเฉียงๆ หนาพอดีคำ ใช้กระดาษทิชชูอเนกประสงค์ซับน้ำบนเนื้อปลาหมึกให้แห้งสนิท เพื่อให้ซอสเคลือบติดเนื้อได้ดี ใส่ไข่ปลาเมนไทโกะ มายองเนสญี่ปุ่น น้ำมันงา โชยุ และน้ำมะนาวลงในชามผสม คนให้ส่วนผสมเนียนเข้ากันดี ใส่ชิ้นปลาหมึกยักษ์ลงในชามซอส คลุกเคล้าเบาๆ ให้ซอสเคลือบชิ้นปลาหมึกจนทั่ว ตักปลาหมึกยักษ์คลุกซอสใส่จาน โรยพริกไทยดำบดหยาบและใบชิโซะซอยด้านบน พร้อมรับประทานเป็นเครื่องแกล้มหรือจานเรียกน้ำย่อย เคล็ดลับ การซับน้ำออกจากชิ้นปลาหมึกให้แห้งสนิทก่อนคลุก และการหยดน้ำมันงาเพียงเล็กน้อย จะช่วยดึงกลิ่นหอมชวนทานโดยไม่กลบรสชาติเผ็ดเค็มกลมกล่อมของไข่ปลาเมนไทโกะ 12.ยำไข่ปลาเมนไทโกะสไตล์เกาหลี รสเค็มเผ็ดอูมามิจัดจ้านจากเมนไทโกะและพริก หอมเข้มข้นกลิ่นน้ำมันงา กระเทียม และงาคั่ว รสชาติเผ็ดมันลงตัวสไตล์เกาหลี ส่วนผสม (สำหรับ 2 เสิร์ฟ) ไข่ปลาเมนไทโกะ (แกะเอาเฉพาะเนื้อ) 80100 กรัม ต้นหอมญี่ปุ่น (สับละเอียด) 1-2 ช้อนโต๊ะ พริกชี้ฟ้าแดงและเขียว อย่างละ 1 เม็ด กระเทียมสับละเอียด 1/2 ช้อนชา น้ำมันงา 1 ช้อนชา งาขาวคั่ว 1 ช้อนชา พริกป่นเกาหลี 1/2 ช้อนชา วิธีทำ ผ่าเยื่อหุ้มไข่ปลาเมนไทโกะแล้วใช้ช้อนขูดเอาเฉพาะเนื้อไข่ปลาใส่ชามผสม หั่นซอยต้นหอม กระเทียม และพริกชี้ฟ้าเป็นแว่นบางๆ ใส่กระเทียมสับ ต้นหอมซอย พริกชี้ฟ้า พริกป่นเกาหลี น้ำมันงา และงาขาวคั่วลงในชามเนื้อไข่ปลา ใช้ช้อนหรือตะเกียบคลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดอย่างเบามือให้เข้ากันทั่วถึง ตักใส่จานทรงสูงทรงดอกไม้พูนๆ โรยงาขาวคั่วและพริกซอยแต่งหน้าเพิ่มเติม เสิร์ฟเป็นเครื่องเคียงทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ หรือสาหร่ายอบกรอบ เคล็ดลับ น้ำมันงาและกระเทียมสับจะช่วยดับกลิ่นคาวและดึงความหอมมันของไข่ปลาออกมาได้ดี เมนูนี้สามารถทำเก็บใส่กล่องสุญญากาศแช่เย็นไว้ทานเป็นเครื่องเคียงได้ 35 วัน บทความที่คุณอาจสนใจ แจกสูตรอาหาร 45 เมนูอาหารเย็น อร่อยทำง่าย อิ่มได้ทั้งครอบครัว มื้อเช้าสำคัญ ! แจกสูตร 45 เมนูอาหารเช้า ทำง่ายที่บ้าน อร่อยจัดเต็ม แถมได้ประโยชน์ 20 สูตร ไข่ตุ๋น เนื้อเนียน เด้งๆ ดึ๋งๆ เมนูไข่ ทำง่ายอร่อยมาก 5 เมนูทำง่าย ส่วนผสมแค่ 3 อย่าง วัตถุดิบน้อยแต่อร่อยมาก สไตล์เด็กหอ

รับฟรี เมนูตำแตงคอหมูย่าง 1 จาน เมื่อทานครบ 500 บาท ที่ ดีโอดีคาเฟ่แอนด์บริสโตร ใช้ 0 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

รับฟรี เมนูตำแตงคอหมูย่าง 1 จาน เมื่อทานครบ 500 บาท ที่ ดีโอดีคาเฟ่แอนด์บริสโตร ใช้ 0 ทรูพอยท์

ลูกค้าทรู ใช้ 0 ทรูพอยท์ รับฟรี เมนูตำแตงคอหมูย่าง 1 จาน เมื่อทานครบ 500 บาท ที่ ดีโอดีคาเฟ่แอนด์บริสโตร โค้ดมีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ ทาง บริษัทฯ จะไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี เงื่อนไข 1. กดรับสิทธิ์ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์เท่านั้น งดรับสิทธิ์จากภาพถ่าย/ภาพบันทึกหน้าจอ (Screenshot)2. สงวนสิทธิ์งดให้บริการหากลูกค้าทำการกดตัดสิทธิ์ หรือไม่มีโค้ดเพื่อใช้สแกนรับสิทธิ์3. จำกัด 1 สิทธิ์/หมายเลข/วัน4. ระยะเวลาการร่วมรายการ ตั้งแต่ 15 กรกฎาคม 2569 - 30 มิถุนายน 25705. ในกรณีที่โค้ดถูกขโมย ทำลาย หรือนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของโค้ด บริษัทฯจะไม่ทำการคืนเงินในทุกกรณี6. หากโค้ดชำรุดหรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ ทางร้านมีสิทธิ์ปฏิเสธงดให้บริการ7. โค้ดส่วนลดนี้ ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือคืนเป็นเงินสดได้8. บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ตามช่องทางที่กำหนด และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้ การพิจารณาและการตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สิ้นสุดข้อกำหนดและเงื่อนไข

รีวิว HANAM BBQ ร้านปิ้งย่าง จากเกาหลี สาขาแรกในไทย เซ็นทรัลเวิลด์
อ่าน

รีวิว HANAM BBQ ร้านปิ้งย่าง จากเกาหลี สาขาแรกในไทย เซ็นทรัลเวิลด์

เช็กอิน ร้านอาหารใกล้ฉัน เซ็นทรัลเวิลด์ ร้านปิ้งย่างเกาหลีอันดับหนึ่งจากเกาหลี รีวิว HANAM BBQ (ฮานัม บาร์บีคิว) ร้านหมูย่างเกาหลี ที่อยู่ในซีรีส์เกาหลีดังๆ มาแล้วหลายต่อหลายเรื่อง และนี่คือสาขาแรกของประเทศไทย ที่ชั้น 6 CentralWorld (เซ็นทรัลเวิลด์) การันตีความอร่อยเพราะเค้ามีสาขามากกว่า 200 สาขาทั่วประเทศเกาหลีใต้ ในชื่อ HANAM PIG HANAM BBQ ร้านหมูย่างเกาหลี เซ็นทรัลเวิลด์ HANAM BBQ สาขาแรกในไทย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ อย่างที่บอกว่าร้านนี้คือร้านปิ้งย่างในแบบต้นตำรับเกาหลีแท้ๆ ที่สาย K-series ต้องรู้จัก ความพิเศษของหมูย่างที่นี่คือ ทางร้านจะใช้เนื้อหมูสดไม่ผ่านการแช่แข็ง เพราะจะช่วยรักษารสชาติของเนื้อให้ได้มากที่สุด และมอบสัมผัสที่นุ่มฉ่ำอย่างแท้จริง นำมา Pre -Grilled บนเตาถ่าน เพื่อให้เนื้อมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว แล้วจึงนำมาย่างต่อที่โต๊ะ โดยพนักงานผู้เชี่ยวชาญแบบครบขั้นตอน ทำให้เราได้ทานหมูย่าง เนื้อย่าง ที่ Perfect ในทุกคำ HANAM BBQ เซ็นทรัลเวิลด์ เมนู ราคา Signature Assortment Set (875 THB) เมนูซิกเนอเจอร์ รวมทั้งหมูสามชั้น (ซัมกยอบซัล), คอหมู (ฮังจองซัล) และสันคอหมูหมักซอส (ยางนยอมมกซัล) เนื้อหมูแต่ละส่วนจะมีเอกลักษณ์ความอร่อยแบบเฉพาะตัว ทานพร้อมใบกระเทียมดอง หรือเครื่องเคียงต่างๆ ของที่ร้านได้แบบฟินๆ เซ็ตใหญ่ที่ทานได้ 2-3 คนแบบสบายๆ Five Layers Belly Pork (335 THB) หมูห้าชั้น (โอคยอบซัล) เมนู Signature ของ HANAM BBQ เป็นขั้นกว่าของหมูสามชั้น เพราะเนื้อหมูส่วนนี้จะมีชั้นไขมันสลับกับเนื้อแบบฉ่ำๆ แล้วย่างด้วยความสุขที่กำลังดี ผิวด้านนอกกรอบแต่เนื้อด้านในยังชุ่มฉ่ำ เป็นเมนูที่เรียกได้ว่าถ้าไม่ได้ลองเหมือนมาไม่ถึง มาในหมวดของเนื้อวัวกันบ้าง กับเมนู Wagyu Diced (950 THB) เนื้อวากิวหั่นเต๋า (วากยูคิวบ์คัต) เนื้อวากิวคัดสรรคุณภาพ ลายไขมันละเอียดแทรกทั่วชิ้น หั่นพอดีคำ ให้สัมผัสนุ่ม ละลายในปาก อร่อยเต็มคำ Bone -in Short Rib (1,050 THB) เนื้อซี่โครงติดกระดูก (โบยอกัลบี) หนึ่งในชิ้นเนื้อที่สะท้อนเสน่ห์ของปิ้งย่างสไตล์เกาหลี คงกระดูกไว้เพื่อช่วยรักษาความชุ่มฉ่ำและเพิ่มมิติของรสชาติระหว่างการย่าง ให้สัมผัสนุ่ม และเข้มข้นกว่าเนื้อทั่วไป พร้อมกลิ่นหอมที่โดดเด่น และถ้าพูดถึงเมนูเครื่องเคียง ที่ร้านก็มีให้ได้ทานแบบจัดเต็ม เริ่มที่ มันฝรั่งชีส (85 THB) มันฝรั่งบดคลุกชีส นำมาอุ่นให้ร้อนบนเตา แล้วทานพร้อมหมูย่าง จะช่วยเพิ่มมิติในการทานไปอีกแบบ ความพิเศษคือเมนูนี้มีขายที่ประเทศไทยเท่านั้น และยังมี ไข่ตุ๋นชีส (190 THB) ไข่ตุ๋นสไตล์เกาหลี มาแบบร้อนๆ พร้อมชีสยืดๆ ด้านในแบบฉ่ำๆ และอีกหนึ่งเมนูที่ต้องสั่งก็คือ ซุปกิมจิ (265 THB) ซุปกิมจอรสชาติเข้มข้น เสิร์ฟมาแบบเดือดๆ ทานเคียงกับหมูย่างคือฟิน ปิดท้ายด้วยเมนูของหวานล้างปาก อย่าง ไอศกรีมวานิลลา กับข้าวพองกรอบ (75 THB) ไอศกรีมวานิลลาเนื้อเนียน หวานกำลังดี ท็อปด้วยคินาโกะ เสิร์ฟคู่ข้าวพองกรอบเพิ่มความหอมมันและกรุบกรอบ สำหรับใครที่เป็นสายดริ๊งค์ ที่ร้านก็มีเซ็ต Makgeolli Honey -comb Set เซ็ตมักกอลลีรวงผึ้ง (450 THB) มักกอลลีสูตรดั้งเดิมจากเกาหลี ที่จะมาช่วยเพิ่มอรรถรส และความสนุกให้กับมื้ออาหารอีกด้วย บอกเลยว่านี่คือร้านอาหารเซ็นทรัลเวิลด์ ที่สายอาหารเกาหลี คนรักเมนูปิ้งย่าง หรือคนที่เป็นแฟนซีรีส์เกาหลีไม่ควรพลาด เตรีมตัวมาเช็กอินได้เลย ร้านพร้อมเปิดบริการในวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 นี้ค่ะ ข้อมูลร้าน HANAM BBQ เซ็นทรัลเวิลด์ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/ZAX2QsCVtrGVAnhM9 ที่อยู่ : เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 6 โซน Atrium ร้านเปิดบริการ : 10.00 - 22.00 น. ที่จอดรถ : มี บทความที่คุณอาจสนใจ 60 ร้านอาหาร เซ็นทรัลเวิลด์ centralwOrld อัปเดตร้านอร่อยโดนใจ อัปเดต 15 ร้านอาหาร Groove @ centralwOrld ปี 2026 มีร้านอะไรบ้าง

แจกสูตรสปาเก็ตตี้ทำง่าย ฉบับคนขี้เกียจ อร่อยเข้มข้นสไตล์โฮมเมด
อ่าน

แจกสูตรสปาเก็ตตี้ทำง่าย ฉบับคนขี้เกียจ อร่อยเข้มข้นสไตล์โฮมเมด

อยากกินสปาเก็ตตี้ทำเองง่ายๆ แต่มีเวลาไม่มากใช่ไหม ไม่ต้องห่วง เพราะสปาเก็ตตี้รสชาติกลมกล่อม ไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานเสมอไป TrueID Food ขอเอาใจสายรักความสบายด้วยการ แจกสูตรสปาเก็ตตี้ทำง่าย ฉบับคนขี้เกียจ ที่รวบรวมตั้งแต่เมนูคลาสสิกอย่างสปาเก็ตตี้คาโบนาร่ารสละมุน ไปจนถึงสปาเก็ตตี้รสจัดจ้าน เข้มข้นสะใจ แต่อุปกรณ์น้อยชิ้น เตรียมจดสูตรแล้วเปลี่ยนห้องครัวของคุณให้เป็นร้านพาสต้าสุดชิคกันได้เลย แจกสูตรสปาเก็ตตี้ทำง่าย ฉบับคนขี้เกียจ อร่อยเข้มข้นสไตล์โฮมเมด สปาเก็ตตี้คาโบนาร่า (Carbonara) คาโบนาร่าสูตรดั้งเดิม ทำง่ายในกระทะเดียว ได้ซอสไข่กับชีสสุดครีมมี่ เคลือบเส้นหนึบพร้อมเบคอนกรอบหอมฟิน ส่วนผสม เส้นสปาเก็ตตี้ 1 กำมือเล็กๆ เบคอน หรือแฮม ไข่ไก่ 2 ฟอง (ไข่แดง 1 ฟอง + ไข่เต็มใบ 1 ฟอง) ชีสพาร์เมซานป่น พริกไทยดำ เกลือ วิธีทำ ตั้งหม้อต้มน้ำแล้วใส่เกลือเล็กน้อย เมื่อน้ำเดือดจัดให้ใส่เส้นสปาเก็ตตี้ลงไปต้ม แนะนำให้ลดเวลาต้มจากที่ระบุบนซองลงประมาณ 1-2 นาที เพื่อให้ได้เส้นที่เหนียวนุ่มและกรุบกำลังดี ระหว่างรอเส้นสุก ให้ตั้งกระทะอีกใบแล้วนำเบคอนลงไปผัดโดยไม่ต้องใส่น้ำมัน ผัดจนเบคอนกรอบและน้ำมันจากเบคอนเริ่มออกมา จากนั้นจึงยกกระทะลงจากเตาพักไว้ เตรียมถ้วยผสม ตอกไข่ไก่ลงไป (ใช้ไข่แดง 1 ฟอง และไข่เต็มใบ 1 ฟอง) โรยชีสพาร์เมซานในปริมาณตามชอบ ตามด้วยพริกไทยดำ จากนั้นใช้ส้อมตีส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเนียน เมื่อเส้นสุกได้ที่ ให้คีบเส้นจากหม้อต้มใส่ลงในกระทะเบคอนทันที (ไม่จำเป็นต้องสะเด็ดน้ำจนแห้งสนิท เพื่อให้น้ำต้มเส้นช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น) จากนั้นคลุกเคล้าให้เส้นเคลือบน้ำมันเบคอนให้ทั่ว ขั้นตอนนี้ต้องปิดเตาแก๊ส หรือยกกระทะออกจากความร้อนก่อน เพราะหากกระทะร้อนเกินไป ไข่จะสุกจนกลายเป็นไข่เจียวและจับตัวเป็นก้อน เทซอสไข่และชีสที่เตรียมไว้ลงในกระทะ แล้วรีบใช้ทัพพีหรือตะเกียบคนอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ซอสข้น ครีมมี่ และเคลือบไปกับตัวเส้นอย่างสม่ำเสมอ หากเนื้อสัมผัสดูแห้งเกินไป สามารถตักน้ำต้มเส้นเติมลงไปทีละน้อยได้ ตักสปาเก็ตตี้ใส่จาน เพิ่มความสวยงามและรสชาติด้วยการโรยชีสพาร์เมซานและพริกไทยดำปิดท้าย พร้อมจัดเสิร์ฟขณะร้อน สปาเก็ตตี้คาโบนาร่าสูตรครีมมี่ (Cream-based Carbonara) คาโบนาร่าสูตรครีมมี่เข้มข้น หอมละมุนด้วยครีมและไข่แดง ทำง่ายในกระทะเดียว อร่อยฟินเสร็จไว ส่วนผสม เส้นสปาเก็ตตี้ ปริมาณ 1 กำมือเล็กๆ เบคอน หรือ แฮม วิปปิ้งครีม หรือ นมจืด ไข่ไก่ 1 ฟอง (ใช้เฉพาะไข่แดง) ชีสพาร์เมซานป่น เกลือและพริกไทยดำ วิธีทำ ตั้งหม้อหรือกระทะใส่น้ำสะอาด เมื่อน้ำเดือดจัดให้ใส่เกลือลงไปเล็กน้อย จากนั้นนำเส้นสปาเก็ตตี้ลงไปต้ม โดยแนะนำให้ลดเวลาต้มจากที่ระบุบนซองลงประมาณ 1-2 นาที เพื่อไม่ให้เส้นนิ่มจนเกินไป เมื่อเส้นได้ที่แล้วให้ตักขึ้นพักไว้ โดยเก็บน้ำต้มเส้นแยกไว้สำหรับปรับความข้นของซอสในภายหลัง ใช้กระทะใบเดิม (เทน้ำต้มเส้นออกก่อน) ตั้งไฟกลาง นำเบคอนลงไปผัดจนเริ่มกรอบและมีน้ำมันเจใหม่ออกมา เทวิปปิ้งครีมหรือนมจืดลงในกระทะ ปริมาณประมาณครึ่งแก้ว ตามด้วยชีสพาร์เมซานป่น คนให้ชีสละลายและเคี่ยวจนซอสเริ่มเดือดเป็นฟองเล็กๆ นำเส้นสปาเก็ตตี้ที่พักไว้ลงไปคลุกเคล้ากับครีมซอสในกระทะให้ทั่ว ปรุงรสเพิ่มเติมด้วยเกลือเล็กน้อยและพริกไทยดำตามความชอบ กจากนั้นใส่ไข่แดงลงไปแล้วรีบคนอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ไข่แดงละลายเนียนเป็นเนื้อเดียวกับครีมซอส (ข้อควรระวัง: หากไม่ปิดเตา ความร้อนที่สูงเกินไปจะทำให้ไข่สุกและจับตัวเป็นก้อน) หากรู้สึกว่าน้ำซอสข้นเหนียวจนเกินไป ให้ตักน้ำต้มเส้นที่เก็บไว้เติมลงไปทีละน้อย แล้วคนให้เข้ากันจนได้ความข้นตามต้องการ ตักสปาเก็ตตี้ใส่จาน โรยพริกไทยดำปิดท้ายเพื่อเพิ่มความหอมและน่ารับประทาน เมนูนี้ทำง่าย ใช้อุปกรณ์น้อย และให้รสชาติที่เข้มข้นกลมกล่อมพร้อมรับประทาน พาสต้าซอสอัลเฟรโดใส่ซูชินี่ (Creamy Zucchini Alfredo) พาสต้าครีมซอสเนยกระเทียมหอมละมุน ผสานซูชินี่เนื้อนุ่ม ทำง่ายในกระทะเดียว อร่อยนุ่มลึกชวนทาน ส่วนผสม เส้นพาสต้า ปริมาณ 1 กำมือเล็กๆ ซูชินี่ (Zucchini) กระเทียมสับ 2-3 กลีบ เนยเค็ม 1 ช้อนโต๊ะ วิปปิ้งครีม หรือ นมจืด ประมาณครึ่งถ้วย ชีสพาร์เมซานป่น เกลือ, พริกไทยดำ และ ผงปาปริก้า วิธีทำ ตั้งกระทะใส่น้ำสะอาด รอจนน้ำเดือดจัด จากนั้นใส่เกลือลงไปเล็กน้อยแล้วนำเส้นลงไปต้มจนสุกตามเวลาที่ระบุไว้ข้างซอง เมื่อเส้นสุกได้ที่ให้คีบเส้นขึ้นมาพักไว้ในจาน โดยตักน้ำต้มเส้นแยกเก็บไว้ประมาณครึ่งทัพพี จากนั้นใช้กระดาษอเนกประสงค์เช็ดกระทะให้แห้งเบาๆ โดยไม่จำเป็นต้องล้าง เพื่อความสะดวกรวดเร็ว ใส่เนยเค็มลงในกระทะ เมื่อเนยเริ่มละลายให้ใส่กระเทียมสับลงไปผัดจนส่งกลิ่นหอม จากนั้นใส่ซูชินี่ที่หั่นเตรียมไว้ลงไปผัดจนเริ่มนิ่มและผิวมีสีเกรียมสวยงาม เทวิปปิ้งครีมหรือนมจืดลงไป ตามด้วยชีสพาร์เมซานป่นในปริมาณตามชอบ คนให้ชีสละลายเข้ากันดีกับครีม และเคี่ยวต่อจนซอสเริ่มเดือดและมีความข้นขึ้น นำเส้นสปาเก็ตตี้ที่พักไว้ใส่กลับลงไปในกระทะ คลุกเคล้าให้ซอสครีมเคลือบเส้นจนทั่ว หากเนื้อซอสแห้งจนเกินไป สามารถเติมน้ำต้มเส้นที่เก็บไว้ลงไปเล็กน้อยเพื่อปรับความข้น ชิมรสชาติตามชอบ หากต้องการรสชาติที่เข้มข้นขึ้น สามารถปรุงรสเพิ่มเติมด้วยเกลือและพริกไทยดำได้ตามความเหมาะสม ตักสปาเก็ตตี้ใส่ชามจัดแต่งให้สวยงาม โรยหน้าด้วยผงปาปริก้าและชีสพาร์เมซานป่นปิดท้าย เพื่อเพิ่มสีสันและกลิ่นหอมชวนรับประทาน เมนูนี้พร้อมเสิร์ฟความอร่อยในสไตล์ครีมมี่ที่นุ่มลึกชวนลิ้มลอง สปาเก็ตตี้ผัดไข่ปลาคอด (Mentaiko / Tarako Pasta) พาสต้าไข่ปลาคอดสไตล์คาเฟ่ญี่ปุ่น ซอสเนยโชยุกลมกล่อม คลุกเส้นร้อนๆ อร่อยนัวฟิน ล้างจานใบเดียวส่วนผสม เส้นสปาเก็ตตี้ 1 กำมือ ไข่ปลาคอดปรุงรส (Mentaiko หรือ Tarako) 1 แท่ง เนยเค็ม 1 ช้อนโต๊ะ นมจืด หรือ วิปปิ้งครีม 1 ช้อนโต๊ะ โชยุ (ซีอิ๊วญี่ปุ่น) แค่ 2-3 หยด สาหร่ายเส้นสำหรับโรยหน้า วิธีทำ ตั้งหม้อต้มน้ำให้เดือด ใส่เกลือลงไปเล็กน้อย จากนั้นนำเส้นสปาเก็ตตี้ลงไปต้มตามเวลาที่ระบุไว้ข้างซอง ระหว่างรอเส้นสุก ให้เตรียมชามสำหรับจัดเสิร์ฟที่จะใช้รับประทาน เพื่อความสะดวกและลดขั้นตอนในการทำความสะอาดภาชนะ ใช้มีดหรือช้อนขูดแยกเฉพาะเนื้อไข่ปลาคอดออกจากเปลือกหุ้ม จากนั้นใส่ลงในชามผสมที่เตรียมไว้ ใส่เนยเค็ม นมจืด หรือวิปปิ้งครีม และเหยาะโชยุลงไปเล็กน้อยในชามผสมที่มีไข่ปลาคอด คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันเบาๆ แล้วพักไว้ เมื่อเส้นสปาเก็ตตี้สุกได้ที่ ให้คีบเส้นร้อนๆ จากหม้อต้มใส่ลงในชามซอสไข่ปลาทันที ซึ่งความร้อนจากตัวเส้นจะช่วยละลายเนย และทำให้ไข่ปลาคอดสุกในระดับที่พอดีกึ่งดิบกึ่งสุก ให้เนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่ม รีบคลุกเคล้าเส้นสปาเก็ตตี้และน้ำซอสให้เข้ากันอย่างรวดเร็ว หากเนื้อสัมผัสดูแห้งเกินไป สามารถตักน้ำต้มเส้นเติมลงไปประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น จัดแต่งเส้นในชามให้สวยงาม แล้วโรยหน้าด้วยสาหร่ายเส้นในปริมาณตามชอบ เพียงเท่านี้ก็จะได้พาสต้าไข่ปลารสชาติกลมกล่อมสไตล์คาเฟ่ญี่ปุ่นพร้อมรับประทาน สปาเก็ตตี้ซอสมะเขือเทศหมูสับ (Spaghetti Bolognese) สปาเก็ตตี้ซอสหมูสับมะเขือเทศเข้มข้น ทำง่ายด้วยซอสสำเร็จรูป โรยพริกเพิ่มความจัดจ้าน อร่อยกลมกล่อม ส่วนผสม เส้นสปาเก็ตตี้ 1 กำมือ หมูสับ หรือเนื้อบด ซอสพาสต้าสำเร็จรูปสูตรมะเขือเทศ หอมใหญ่สับ ครึ่งลูก เนยสด หรือน้ำมันพืช เล็กน้อย พริกชี้ฟ้าแดง หรือพริกขี้หนู พาร์สลีย์สับ หรือผักชี วิธีทำ ตั้งกระทะหรือหม้อใส่น้ำ รอน้ำเดือดแล้วใส่เกลือลงไปนิดหน่อย นำเส้นสปาเก็ตตี้ลงไปต้มจนสุกตามเวลาที่ระบุไว้ข้างซอง จากนั้นตักเส้นขึ้นมาใส่จานใบที่จะใช้กินรอไว้ได้เลย ใช้กระทะใบเดิม เปิดไฟกลาง ใส่เนยหรือน้ำมันพืชลงไปเล็กน้อย ใส่หอมใหญ่สับลงไปผัดจนเริ่มสุกใส จากนั้นใส่หมูสับลงไปผัดตามจนหมูสุกกระจายตัวดี เทซอสพาสต้าสำเร็จรูปลงไปคลุกเคล้ากับหมูสับ ผัดให้เข้ากันจนซอสเริ่มเดือดปุดๆ ชิมรสชาติถ้าชอบเข้มข้นแอบเหยาะพริกไทยดำหรือเกลือเพิ่มได้เล็กน้อย เสร็จแล้วปิดเตาได้เลย ตักซอสมะเขือเทศหมูสับเข้มข้นราดลงไปตรงกลางจานเส้นสปาเก็ตตี้ที่เราเตรียมไว้ ขั้นตอนสุดท้าย เพิ่มความสวยงามให้เหมือนรูปเป๊ะๆ ด้วยการหยิบพริกแดงหั่นแฉลบและพาร์สลีย์สับมาโรยหน้าด้านบน เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อยพร้อมเสิร์ฟ สปาเก็ตตี้คาโบนาร่ากุ้ง (Spaghetti Carbonara with Prawns) คาโบนาร่าซอสไข่ชีสเนื้อเนียน ผสานกุ้งเนื้อเด้งหวานฉ่ำ ทำง่ายในกระทะเดียว อร่อยครีมมี่หอมพริกไทยดำ ส่วนผสม สปาเก็ตตี้ 1 กำมือ กุ้งสด ไข่ไก่ 2 ฟอง (ใช้ไข่แดง 2 ฟอง หรือจะใช้ไข่แดง 1 + ไข่เต็มใบ 1 ฟองก็ได้) ชีสพาร์เมซานป่น น้ำมันมะกอก หรือ เนยสด นิดหน่อย เกลือและพริกไทยดำบด วิธีทำ ตั้งกระทะหรือหม้อใส่น้ำสะอาด เมื่อน้ำเดือดจัดให้ใส่เกลือลงไปเล็กน้อย นำเส้นสปาเก็ตตี้ลงไปต้ม โดยแนะนำให้ลดเวลาจากที่ระบุบนซองลงประมาณ 1-2 นาที เมื่อเส้นสุกได้ที่ให้ตักขึ้นพักไว้ในจานที่จะใช้จัดเสิร์ฟ และตักน้ำต้มเส้นแยกเก็บไว้ประมาณครึ่งทัพพีสำหรับปรับความข้นของซอส ระหว่างรอเส้นสุก ให้เตรียมถ้วยผสมขนาดเล็ก ตอกไข่ไก่ใส่ลงไป ตามด้วยชีสพาร์เมซานป่นในปริมาณตามชอบและพริกไทยดำ จากนั้นใช้ส้อมตีส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันแล้วพักไว้ เทน้ำต้มเส้นออกจากกระทะ (โดยไม่จำเป็นต้องล้างกระทะ) ตั้งไฟกลาง ใส่น้ำมันมะกอกหรือเนยสดลงไปเล็กน้อย จากนั้นนำกุ้งที่หั่นชิ้นเตรียมไว้ลงไปผัดจนสุกและเปลี่ยนเป็นสีชมพูสวยงาม ปิดเตาแก๊สทันที หรือยกกระทะออกจากความร้อน เพื่อป้องกันไม่ให้ไข่สุกจนเกินไปจนจับตัวเป็นก้อน จากนั้นนำเส้นสปาเก็ตตี้ที่พักไว้ใส่กลับลงไปในกระทะกุ้ง ตามด้วยซอสไข่และชีสที่ผสมเตรียมไว้ รีบคนและคลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันอย่างรวดเร็ว ความร้อนที่คงเหลืออยู่บนกระทะและเส้นจะช่วยให้ชีสละลาย และทำให้ไข่ค่อยๆ ข้นจนกลายเป็นเนื้อครีมเนียนเคลือบเส้นสปาเก็ตตี้อย่างทั่วถึง หากเนื้อสัมผัสดูแห้งจนเกินไป สามารถเติมน้ำต้มเส้นที่เก็บไว้ลงไปทีละน้อยได้ ตักสปาเก็ตตี้ใส่ชามให้สวยงาม โรยพริกไทยดำบดด้านบนปิดท้ายเพื่อเพิ่มความหอมและช่วยตัดเลี่ยน พร้อมรับประทานขณะร้อน สปาเก็ตตี้ซอสมะเขือเทศใส่ไส้กรอกและมะกอก (Spaghetti Tomato Sauce with Sausage and Olives) สปาเก็ตตี้ซอสมะเขือเทศเข้มข้น หอมสมุนไพร อร่อยลงตัวกับไส้กรอกและมะกอก ทำง่ายเสร็จไวในกระทะเดียว ส่วนผสม เส้นสปาเก็ตตี้ 1 กำมือเล็กๆ ไส้กรอก มะกอกดำและมะกอกเขียวในน้ำเกลือ 4-5 ลูก ซอสมะเขือเทศสำเร็จรูปสำหรับพาสต้า ครึ่งถ้วย น้ำมันพืช หรือ เนยสด 1 ช้อนชา โรสแมรี่สด หรือ ใบออริกาโน่แห้ง วิธีทำ ตั้งกระทะใส่น้ำสะอาด เมื่อน้ำเดือดจัดให้ใส่เกลือลงไปเล็กน้อย จากนั้นนำเส้นสปาเก็ตตี้ลงไปต้มจนสุก สามารถทดลองชิมเพื่อให้ได้ความนุ่มของเส้นตามความชอบ เมื่อเส้นสุกได้ที่แล้ว ให้ตักขึ้นมาพักไว้ในจานหรือชามที่จะใช้จัดเสิร์ฟ จากนั้นเทน้ำต้มเส้นออกจากกระทะ โดยไม่จำเป็นต้องล้างกระทะ เพื่อความสะดวกในการนำไปผัดขั้นตอนต่อไป ตั้งกระทะใบเดิมด้วยไฟกลาง ใส่น้ำมันพืชหรือเนยสดลงไปเล็กน้อย จากนั้นใส่ไส้กรอกและมะกอกหั่นแว่นลงไปผัดพอให้ร้อนและส่งกลิ่นหอม เทซอสมะเขือเทศสำเร็จรูปลงในกระทะ คลุกเคล้าให้เข้ากันกับไส้กรอกและมะกอก เคี่ยวต่อจนซอสเริ่มเดือดเล็กน้อย ในขั้นตอนนี้สามารถโรยพริกไทยดำบดเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความหอมได้ตามชอบ ปิดเตาแก๊ส จากนั้นตักซอสมะเขือเทศราดลงบนเส้นสปาเก็ตตี้ที่พักเตรียมไว้ในจาน หรือสามารถนำเส้นสปาเก็ตตี้ใส่กลับลงไปคลุกเคล้ากับซอสในกระทะให้เคลือบเส้นจนทั่วก่อนตักใส่จานตามความสะดวก ขั้นตอนสุดท้ายเพื่อความสวยงามและน่ารับประทาน สามารถโรยหน้าเพิ่มเติมด้วยชีสพาร์เมซานป่นหรือใบพาสเลย์สับเล็กน้อย พร้อมจัดเสิร์ฟขณะร้อนได้ทันที สปาเก็ตตี้ซอสครีมเห็ด (Spaghetti with Mushroom Cream Sauce) สปาเก็ตตี้ครีมเห็ดข้นนวล ทำง่ายทางลัดด้วยซุปกระป๋อง ผัดเนยหอมละมุน โรยชีสเน้นๆ อร่อยฟินชวนทาน ส่วนผสม เส้นสปาเก็ตตี้ 1 กำมือเล็กๆ ซุปครีมเห็ดเข้มข้นสำเร็จรูปชนิดกระป๋อง ครึ่งกระป๋อง เห็ดสด 1 กำมือ นมจืด ประมาณ 3-4 ช้อนโต๊ะ เนยสด 1 ช้อนชา ชีสพาร์เมซานป่น เกลือและพริกไทยดำ วิธีทำ ตั้งกระทะใส่น้ำสะอาด เมื่อน้ำเดือดจัดให้ใส่เกลือลงไปเล็กน้อย จากนั้นนำเส้นสปาเก็ตตี้ลงไปต้มจนได้ความนุ่มตามความชอบ เมื่อเส้นสุกได้ที่แล้ว ให้คีบเส้นขึ้นมาพักไว้ในจานหรือชามที่จะใช้จัดเสิร์ฟ จากนั้นเทน้ำต้มเส้นออกจากกระทะ โดยไม่จำเป็นต้องล้างกระทะเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการปรุงซอสต่อ ตั้งกระทะใบเดิมด้วยไฟอ่อนถึงปานกลาง ใส่เนยสดลงไป เมื่อเนยละลายดีแล้ว ให้ใส่เห็ดสดลงไปผัดจนเริ่มสุกและส่งกลิ่นหอม ใส่ซุปครีมเห็ดสำเร็จรูปชนิดกระป๋องลงไป ตามด้วยนมจืด จากนั้นคนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันจนเนื้อซอสเนียนเป็นเนื้อเดียวและเริ่มเดือดเล็กน้อย ชิมรสชาติตามชอบ เนื่องจากซุปกระป๋องมักมีรสชาติกลมกล่อมอยู่แล้ว หากต้องการเพิ่มความเข้มข้น สามารถปรุงรสเพิ่มเติมด้วยเกลือหรือพริกไทยดำบดได้ตามความเหมาะสม นำเส้นสปาเก็ตตี้ที่พักเตรียมไว้ใส่กลับลงไปในกระทะ คลุกเคล้าอย่างรวดเร็วเพื่อให้ครีมซอสเคลือบเส้นจนทั่วและฉ่ำนวล ตักสปาเก็ตตี้ใส่ชามให้สวยงาม แล้วโรยหน้าด้วยชีสพาร์เมซานป่นในปริมาณตามชอบ เพื่อเพิ่มความหอมมันและทำให้น่ารับประทานยิ่งขึ้น พร้อมจัดเสิร์ฟขณะร้อน สปาเก็ตตี้ซอสโรเซ่ (Rose Sauce Pasta) พาสต้าซอสโรเซ่สีส้มพาสเทล รสละมุนเปรี้ยวหวานมันลงตัว ทำง่ายในกระทะเดียว อร่อยเข้มข้นฉ่ำเส้น ส่วนผสม เส้นสปาเก็ตตี้ 1 กำมือ เบคอน แฮม หรือกุ้งสับชิ้นเล็กๆ ซอสมะเขือเทศเข้มข้น 3 ช้อนโต๊ะ นมจืด หรือ นมข้นจืด ประมาณครึ่งแก้ว เนยสด 1 ช้อนชา เกลือและพริกไทยดำ วิธีทำ ตั้งกระทะหรือหม้อใส่น้ำสะอาด เมื่อน้ำเดือดจัดให้ใส่เกลือลงไปเล็กน้อย จากนั้นนำเส้นสปาเก็ตตี้ลงไปต้มจนสุกตามเวลาที่ระบุไว้ข้างซอง เมื่อเส้นสุกได้ที่แล้ว ให้ตักขึ้นมาพักไว้ในจานหรือชามที่จะใช้จัดเสิร์ฟ จากนั้นเทน้ำต้มเส้นออกจากกระทะ โดยไม่จำเป็นต้องล้างกระทะเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการปรุงซอสขั้นตอนต่อไป ระหว่างรอเส้นสุก ให้เตรียมถ้วยผสมขนาดเล็ก เทซอสมะเขือเทศและนมจืดลงไปผสมรวมกัน คนให้ส่วนผสมเข้ากันจนกลายเป็นซอสสีส้มพาสเทลแล้วพักไว้ ตั้งกระทะใบเดิมด้วยไฟอ่อนถึงปานกลาง ใส่เนยสดลงไปตามด้วยเนื้อสัตว์ที่ต้องการ จากนั้นผัดจนเนื้อสัตว์เริ่มสุกได้ที่ เทน้ำซอสสีส้มที่ผสมเตรียมไว้ลงในกระทะ คนให้ส่วนผสมเข้ากันและเคี่ยวต่อจนซอสเริ่มเดือดและมีความข้นขึ้นเล็กน้อย จากนั้นชิมรสชาติแล้วปรุงแต่งเพิ่มเติมด้วยเกลือและพริกไทยดำบดได้ตามความชอบ ปิดเตาแก๊ส นำเส้นสปาเก็ตตี้ที่พักเตรียมไว้ใส่กลับลงไปในกระทะ คลุกเคล้าอย่างรวดเร็วเพื่อให้ซอสโรเซ่เคลือบเส้นจนทั่วและฉ่ำนวล พร้อมตักจัดเสิร์ฟขณะร้อนได้ทันที บทความที่คุณอาจสนใจ แจกสูตรอาหาร 45 เมนูอาหารเย็น อร่อยทำง่าย อิ่มได้ทั้งครอบครัว มื้อเช้าสำคัญ ! แจกสูตร 45 เมนูอาหารเช้า ทำง่ายที่บ้าน อร่อยจัดเต็ม แถมได้ประโยชน์ 20 สูตร ไข่ตุ๋น เนื้อเนียน เด้งๆ ดึ๋งๆ เมนูไข่ ทำง่ายอร่อยมาก 5 เมนูทำง่าย ส่วนผสมแค่ 3 อย่าง วัตถุดิบน้อยแต่อร่อยมาก สไตล์เด็กหอ

16 ร้านอร่อย ในกรุงเทพ ติดรถไฟฟ้า BTS เดินทางสะดวก อร่อยทุกร้าน
อ่าน

16 ร้านอร่อย ในกรุงเทพ ติดรถไฟฟ้า BTS เดินทางสะดวก อร่อยทุกร้าน

ร้านอาหารใกล้ฉัน ติดรถไฟฟ้า 2026มีให้เลือกเพียบ วันนี้เราขอยกพิกัด 16 ร้านอร่อย กรุงเทพ ใกล้รถไฟฟ้า BTS มาฝากกัน รับรองว่ามีหลากหลาย ทั้งอาหารญี่ปุ่น อาหารไทย ชาบู ปิ้งย่างบุฟเฟ่ต์ แบบที่ถึงสถานีปุ๊บ กินได้เลยปั๊บ! จะมีร้านไหนน่าตามไปชิมกันบ้าง ตามเราไปดูกันเลย ร้านอาหารใกล้ฉัน ติดรถไฟฟ้า 2026 1. Savoey Seafood Mercury Ville Chidlom BTS ชิดลม เริ่มกันที่ร้านแรก Savoey Seafood (เสวย ซีฟู้ด) ใครที่กำลังมองหาร้านอาหารไทยซีฟู้ดใจกลางเมือง เดินทางสะดวก ติดรถไฟฟ้า BTS ต้องลองที่นี่เลย ร้านอาหารไทยซีฟู้ดระดับตำนานที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1972 และล่าสุดได้รีโนเวทสาขา The Mercury Ville @ Chidlom ใหม่ในคอนเซ็ปต์ Journey Behind The Flavours ทางร้านตั้งใจที่จะพาทุกคนได้สัมผัสเสน่ห์ของอาหารไทย ซีฟู้ด ส่งตรงจากแหล่งวัตถุดิบ ไปจนถึงวิธีการปรุงแบบครัวไทยดั้งเดิม บรรยากาศภายในร้านอบอุ่น นั่งสบาย เหมาะทั้งมื้อครอบครัว นัดสังสรรค์ หรือพาเพื่อนต่างชาติมาทานอาหารไทย อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ทำให้สาขานี้โดดเด่น คือการยก เตาอั้งโล่ เผาถ่านมาไว้หน้าร้าน เราจะได้เห็นทั้งไฟจริง ควันจริง และเสน่ห์ของการย่างถ่านแบบไทยแท้ๆ ที่ช่วยเพิ่มกลิ่นหอมและรสชาติให้เมนูซีฟู้ดได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะ กุ้งแม่น้ำเผาเตาถ่าน ที่มันกุ้งเยิ้ม เนื้อเด้ง หอมกลิ่นถ่านกำลังดี รวมถึง กุ้งมังกร 7 สีเผา ที่ให้รสชาติแบบย่างถ่านแท้ๆ ส่วนเมนู ปูผัดผงกะหรี่ ก็โดดเด่นด้วยปูทองหลางตัวโต เนื้อแน่นหวานฉ่ำ คลุกเคล้าซอสผงกะหรี่รสกลมกล่อม และยังมี ปลากะพงทอดน้ำปลา เมนูคลาสสิกที่กินเมื่อไรก็อร่อยถูกใจทุกครั้ง นอกจากเรื่องรสชาติอาหารที่การันตีด้วยตราสัญลักษณ์ Thai SELECT แล้ว ตัวร้านยังบรรยากาศดี กว้างขวาง มีห้องส่วนตัว สามารถรองรับลูกค้าได้หลายกลุ่ม ทั้งครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือการนัดคุยงานได้อย่างสะดวก ที่สำคัญคือเดินทางง่ายมาก เพราะร้านตั้งอยู่ติด BTS ชิดลม ทางออก 4 เข้าห้าง The Mercury Ville ลงมาชั้น 2 ก็ถึงเลย ใครที่กำลังมองหาร้านซีฟู้ดบรรยากาศดี ใจกลางเมือง ครบรสทั้งความสด ความอร่อย และความสะดวกสบาย ร้านนี้ถือเป็นอีกหนึ่งพิกัดที่ไม่ควรพลาดเลยจริงๆ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/E6Mmkm1iAH3oFce67 ที่อยู่ : Mercury Tower 540 ถนน เพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 ร้านเปิดบริการ : 10.00 - 22.00 น. ที่จอดรถ : จอดในห้าง The Mercury Ville @Chidlom เว็บไซต์ : https://www.savoey.co.th/ 2. Mookratoei หมูกระเทย BTS สยาม หมูกระเทย แบรนด์หมูกระทะจากร้าน ตำกระเทยสาเกต เป็นบุฟเฟ่ต์หมูกระทะติดแอร์ ราคามิตรภาพ ไลน์อาหารคุ้มจุใจสุดๆ เพราะนอกจากเมนูปิ้งย่างแล้ว ยังมีเมนูอาหารอีสาน อาหารพร้อมทาน ของทานเล่นให้กินแบบไม่อั้น คุ้มไม่ไหว! แถมรสชาติคืออร่อยนัวของจริง! สายกินต้องห้ามพลาด ดูรีวิวเพิ่มเติม : หมูกระเทย ร้านบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างของ ตำกระเทยสาเกต พิกัด : https://maps.app.goo.gl/Vmov7xAAbCjgWbVx6 ที่อยู่ : สาขาสยามสเเควร์วัน ชั้น 4 979 ถ. พระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 10.00 - 24.00 น. ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/mookratoei/ 3. Akiyoshi (อากิโยชิ) BTS สยาม Akiyoshiร้านบุฟเฟ่ต์ชาบูชาบูและสุกี้ยากี้ สูตรต้นตำรับจากประเทศญี่ปุ่น คัดเนื้อคุณภาพดีลายสวยมาให้ลิ้มลอง สำหรับน้ำซุปมีให้เลือกเป็นชาบูชาบู ซุปใส น้ำจิ้มเป็นซอสงาและพอนซึ และสุกี้ยากี้น้ำดำ รสชาติเข้มข้น อร่อยเพลินกับน้ำซุปหอมกรุ่นและเนื้อสไลด์นุ่มๆ ละลายในปาก เรียกได้ว่าเป็นมื้อที่ดีต่อใจ ซึ่งร้านี้มีหลายสาขามาก ใครใกล้ที่ไหนก็นัดเพื่อนแล้วไปกันได้เลยจ้าา พิกัด :https://maps.app.goo.gl/8ZqA4i5XDGEjmdCQA ที่อยู่ : สยามสแควร์วัน ชั้น 5 ถ.พระรามที่ 1 แขวง/เขต ปทุมวัน กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 11.00-22.00 น. ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/Akiyoshiofficial/ 4. เกศเตี๋ยว BTS สยาม เกศเตี๋ยว ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ ที่มีทีเด็ดคือการรีฟิลกากหมู สามารถเติมได้ไม่มีอั้น! อร่อยกรุบ เอามากินคู่กับก๋วยเตี๋ยวเรือสุดเข้มข้น แล้วเข้ากันดีมาก น้ำซุปหอม กลมกล่อม เส้นเหนียวนุ่มกำลังดี เครื่องแน่นแบบไม่หวง อีกหนึ่งทีเด็ดคือพริกกับเครื่องปรุงเข้ากันมาก ใครสายก๋วยเตี๋ยวเรือต้องลองสักครั้ง พิกัด :https://maps.app.goo.gl/WCKL1bGiBLqkU2RY9 ที่อยู่ : สยามสแควร์ ซอย 3 แขวง/เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เปิดบริการ : 11.30 - 22.30 น. ที่จอดรถ : มี (เสียค่าจอด) เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/kateteawboatnoodles 5. Kogoro Katsu BTS สยาม ภาพจาก ทรูไอดีครีเอเตอร์ : เป็ดน้อยพากิน KOGORO Katsu ร้านหมูทอดทงคัตสึสูตรพิเศษจากประเทศญี่ปุ่น ความพิเศษของที่นี่คือ การันตีว่าเป็นร้านทงคัตสึเจ้าเดียวในไทยที่ใช้ลูกแพร์จากนิงาดะเป็นส่วนผสมหลักของเมนู ซึ่งบอกเลยว่ารสชาติดีต่อใจ ได้กลิ่นอายสไตล์ญี่ปุ่นสุดๆ ทงคัตสึเสิร์ฟมาแบบร้อนๆ กรอบนอกฉ่ำใน ละลายในปากเต็มคำ! ใครที่เป็นทาสรักทงคัตสึต้องห้ามพลาดเด็ดขาดเลยค่า ดูบทความรีวิว ที่ : Kogoro Katsu ร้านทงคัตสึ สยามสแควร์ ซอย 7 ร้านหมูทอดทงคัตสึจากญี่ปุ่น ภาพจาก ทรูไอดีครีเอเตอร์ : เป็ดน้อยพากิน พิกัด :https://maps.app.goo.gl/B3DUCmirnmjoC2Wk7 ที่อยู่ : สยามสแควร์ ซอย 7 ถนนพระรามที่ 1 เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เปิดบริการ : 10.30 - 22.00 น. ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/kogorokatsu 6. Nabezo Premium (นาเบโซ พรีเมียม) BTS สยาม คนรักสุกี้ยากี้ญี่ปุ่นและชาบูชาบู ห้ามพลาด Nabezo Premium (นาเบโซ พรีเมียม) ร้านชาบูชาบูสุดพรีเมี่ยมจากประเทศญี่ปุ่น มาสัมผัสกับรสชาติอาหารอันเป็นเอกลักษณ์ และการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม ที่มาพร้อมการให้บริการที่เหนือระดับ จัดเสิร์ฟวัตถุดิบระดับท็อป อย่างเนื้อโอมิกิว เกรด A5 เนื้อ Top 3 จากจังหวัดชิงะ ประเทศญี่ปุ่น, เนื้อ X-Wagyu (Japanese F1 Beef) สุดยอดเนื้อพรีเมียมจากประเทศญี่ปุ่น ที่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีท่ามกลางธรรมชาติ อันอุดมสมบูรณ์ของเกาะคิวซู, ปลาบุริ สุดยอดปลาญี่ปุ่นกับรสชาติที่หวานมันเป็นเอกลักษณ์ อีกทั้งยังมีเนื้อหมู คุโรบูตะ หมูขนดำสายพันธุ์ญี่ปุ่น เนื้อนุ่ม ที่นำมาให้เลือกรับประทานกัน สำหรับ Nabezo Premium เสิร์ฟมาในรูปแบบคอร์ส เริ่มต้นด้วยเมนูเรียกน้ำย่อย ต่อด้วยเนื้อและซุป พร้อมชุดผักต่างๆ และเต้าหู้โฮมเมดที่สามารถเลือกเติมได้ตลอดเวลา ดูรีวิว ที่ : Nabezo Premium Buffet สยามพารากอน บุฟเฟ่ต์ชาบูเนื้อวากิว ปูยักษ์ไม่อั้น พิกัด : https://maps.app.goo.gl/vN5f3Vwi4B4KW1ir5 ที่อยู่ : โซนกูร์เมต์ การ์เด้น ชั้น G สยามพารากอน ร้านเปิดบริการ : 10.00 - 22.00 น. ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/NabezoPremium/ 7. SHU DAXIA สู่ต้าเสีย BTS สนามกีฬาแห่งชาติ Shu Daxia สู่ต้าเสียร้านอาหารปิดดึกย่านสยาม เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00 - 03.00 น. ภายในพื้นที่สุดกว้างใหญ่ รองรับลูกค้าได้ถึง 728 ท่าน หม้อชาบูหัวมังกร หนึ่งหม้อสามารถเลือกน้ำซุปได้สูงสุด 3 ซุป ล้อมไปด้วยเนื้อหมูคูโรบูตะ และเนื้อวากิวสุดพรีเมียม สามารถเลือก Combination ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสายหมู หรือสายเนื้อ ก็ตอบโจทย์ได้ทุกคน น้ำซุปของที่ร้านมีให้เลือกหลากหลายสไตล์ รสชาติเข้มข้น กลมกล่อม ไม่ว่าจะเป็น น้ำซุปหม่าล่า ก็อร่อย หอม เผ็ดชากำลังดี หรือจะเป็น น้ำซุปกระดูกหมูคอลลาเจน ก็เข้มข้น อร่อยนัวๆ และน้ำซุปใหม่ล่าสุดอย่าง น้ำซุปเล้งแซ่บ ก็บอกเลยว่าทำถึง ดูรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ : SHU DAXIA สู่ต้าเสีย หม่าล่าหม้อไฟ สาขาใหม่ใจกลางเมือง ที่ MBK Center พิกัด : https://maps.app.goo.gl/vqYGSHKrBWnwhsbd8 ที่อยู่ : ชั้น 6 MBK Center ร้านเปิดบริการ : 10.00 - 01.00 น. ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/ShuDaxiaTH/ 8. Wingstop (วิงสต๊อป) BTS สนามกีฬาแห่งชาติ Wingstop (วิงสต๊อป) ไก่จุ่มซอสเจ้าดังจากอเมริกา ร้านอาหารระดับโลกที่มีกว่า 3,000 สาขาใน 18 ประเทศทั่วโลกแต่วันนี้เราไม่ต้องบินไปกินที่ไหนไกล ใครที่ชอบกินไก่จุ่มซอสอยู่แล้ว ขอให้มาลองชิมได้ใจกลางกรุงเทพฯ บอกเลยว่าน่าอีทจะสุดๆ ดูรีวิว ที่ : รีวิว Wingstop ร้านไก่ทอดจากอเมริกา สาขาแรกในไทย MBK Center พิกัด : https://maps.app.goo.gl/vxrbLMpt3zBqknG38 ที่อยู่ : MBK Center โซน A ชั้น 2 ติด Skywalk ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 10.00 - 02.00 น. ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/wingstopth/ 9. สุกี้ตี๋น้อย BTS สนามกีฬาแห่งชาติ ภาพจากทรูไอดีครีเอเตอร์ : Intrend Creator สุกี้ตี๋น้อย เอาใจสายบุฟเฟต์ด้วยร้ายบุฟเฟ่ต์สุกี้ เจ้าเด็ด เจ้าดัง ที่มีสาขามากมายให้เลือกฟิน บอกเลยว่าดีต่อใจไม่ไหวกับเมนูอร่อยหลากหลาย ในบรรยากาศภายในร้านกว้างขวาง วัตถุดิบของร้านทั้งสดใหม่ ได้คุณภาพ แถมยังเป็นร้านบุฟเฟ่ต์ที่หิวเมื่อไหร่ก็เช็คอินได้เสมอ เพราะเค้าเปิดกันยาวๆ ถึงตี 5 เลยทีเดียวค่ะ อร่อยไม่อั้น เที่ยงวันยันเช้า แบบนี้ ไม่ต้องห่วงแล้วว่าหิวดึกจะมีร้านบุฟเฟ่ต์ไหมน้าาา ดูบทความรีวิวเต็มๆ ที่ :สุกี้ ตี๋น้อย แค่หัวละ 199 สายกินต้องลอง บุฟเฟ่ต์พรีเมียมในราคามิตรภาพ ภาพจากทรูไอดีครีเอเตอร์ : Intrend Creator พิกัด : https://maps.app.goo.gl/GDCArHY5qACQLSSC8 ที่อยู่ : MBK Center โซน C ชั้น 2 444 ถนน พญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 10.00 - 02.00 น. ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/sukiteenoithailand 10. BestBeef เบสบีฟ BTS อ่อนนุช ภาพจาก ทรูไอดีครีเอเตอร์ : Zeenan Waraporn สายปิ้งย่างบุฟเฟ่ต์ราคาประหยัด ย่านอ่อนนุช ต้องคุ้นเคยร้าน Best Beef เป็นอย่างดี เพราะทั้งถูก และดี เมนูแนะนำของที่นี่อย่างเมนูเนื้อวัวเกรดพรีเมี่ยม และหอยแมลงภู่ ก็ทำให้ลูกค้าติดใจกันจนต้องกลับมากินอีกรอบ วันหยุดเสาร์อาทิตย์นี้ ถ้ามีเวลาว่าง ก็อย่าลืมนั่งรถไฟฟ้าไปโดนกันดูนะครับ ดูบทความรีวิว ที่ : Best Beef บุฟเฟ่สายเนื้อต้องโดน ! ภาพจาก ทรูไอดีครีเอเตอร์ : Zeenan Waraporn พิกัด : https://maps.app.goo.gl/kf8sZ9evFGHkczvr9 ที่อยู่ ถ.สุขุมวิท (อยู่ระหว่างสถานี BTS พระโขนง และอ่อนนุช) เปิดบริการ : 15.00 - 01.00 น. ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/BestBeefsukhumvit 11. Kwang Han Roo B.B.Q Buffet BTS อโศก ร้านบุฟเฟ่ต์ ปิ้งย่างเกาหลี ร้านต่อมา เราขอพาทุกคนไปบุกร้านKwang Han Roo (ควัง ฮัน รู)กันค่า ที่นี่มีเมนูหมูให้เลือกเยอะมาก ! ตั้งแต่หมูสามชั้น หมูราดซอส ไปจนถึงหมูหมักเกาหลี โอ๊ย เยอะ รวมไปถึงเครื่องเคียงต่างๆ ที่เราเลิฟร้านนี้สุดๆ แนะนำว่าถ้าพลาดกิมจิล่ะก็ ถือว่าไปไม่ถึงนะจ๊ะ อิอิ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/qA77nhcpRAYR6jYy7 ที่อยู่ : 3 ถ. สุขุมวิท แขวง คลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร เปิดบริการ : 11.00 - 22.00 น. ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/Kwang-Han-Roo-BBQ-Buffet 12. Kin Buffet BTS เอกมัย ภาพจาก ทรูไอดี ครีเอเตอร์ : Chimmy ใครที่ชื่นชอบบุฟเฟ่ต์แซลมอน ฟีลแนวฟิวชั่น เราแนะนำร้านKin Buffetมีเมนูอาหารญี่ปุ่นให้เลือกรับประทานหลากหลาย โดยเฉพาะสายปลาดิบ เพราะมีทั้งแซลมอน ทูน่า ซาบะ หมึกยักษ์ ปูอัด จะกินแบบสดๆ หวานๆ หรือจะสั่งเป็นยำก็แซ่บลืม ดูบทความรีวิว ที่ : kin บุฟเฟต์แซลมอนที่ต้องไปซ้ำ ภาพจาก ทรูไอดี ครีเอเตอร์ : Chimmy พิกัด :https://maps.app.goo.gl/QSNEovTjgouEFQxE7 ที่อยู่ : เกตเวย์ เอกมัย ถนน สุขุมวิท เเขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ เปิดบริการ : 11.00 - 20.00 น. ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/Kin-Buffet 13. Hungry Nerd BTS ราชเทวี ภาพจาก ทรูไอดี ครีเอเตอร์ : จิ้งจอกหิมะ สายเนื้อ สายสเต็ก ต้องไปโดน กับร้านชื่อเก๋ สไตล์เด็กเรียน อย่าง Hungry Nerd ที่นี่ตั้งอยู่ในโครงการ Cocowalk เมนูในร้านก็มีพวกของทานเล่น และพวกสเต็กต่างๆ ทั้งหมู เนื้อ ไก่ และไส้กรอก หรือจะทานพวกสปาเก็ตตี้ก็มีให้เลือกอีกด้วยครับ ดูบทความรีวิว ที่ : Hungry Nerd สเต็กอร่อย ราคาถูก ไม่บอกใครจะเชื่อว่าหากินได้ในตัวเมือง ภาพจาก ทรูไอดี ครีเอเตอร์ : จิ้งจอกหิมะ พิกัด :https://maps.app.goo.gl/PTT3xUeRwSP8cUiL8 ที่อยู่ : ถ.พญาไท แขวงเพชรบุรี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ เปิดบริการ : 11.00 - 21.00 น. ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/hungrynerdbangkok 14. ข้าน้อยขอชาบู BTS ห้าแยกลาดพร้าว ภาพจาก ทรูไอดี ครีเอเตอร์ :Loli ❤ ข้าน้อยขอชาบูร้านชาบูบุฟเฟ่ต์ที่คัดสรรเฉพาะวัตถุดิบคุณภาพดีมาให้อร่อยในราคาสบายกระเป๋า ใครที่เป็นแฟนตัวยงของชาบูต้องไปลองค่ะ เนื้อสันคอหมูสไลด์ เนื้อสันนอกหมูสไลด์ เนื้อวัวพรีเมี่ยม อิ่มกันได้แบบไม่มีอั้น ! พร้อมกับน้ำจิ้มรสเด็ดสูตรพิเศษของทางร้าน รวมถึงมีเมนูซูชิหลากหลายหน้าให้ได้อร่อยกันอีกเพียบ ! ดูบทความรีวิว ที่ :ร้าน 'ข้าน้อยขอชาบู' ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ดีๆ ร้านหนึ่งที่ใครไม่เคยไปกินก็ต้องลองซะแล้ว!!! ภาพจาก ทรูไอดี ครีเอเตอร์ :Loli ❤ พิกัด :https://maps.app.goo.gl/VKrWgirXJtrEHNKA6 ที่อยู่ : ยูเนี่ยนมอล ลาดพร้าว ชั้น 1/115 ถ.ลาดพร้าว แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 11.00- 21.00 น. ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ :www.facebook.com/khanoykorshabu 15. ขาหมูเจริญแสง BTS ศาลาแดง ไปกันต่อที่ร้านขาหมูเจริญแสง หรือที่เราเรียกกันว่า ขาหมูเที่ยงวัน นั่นเอง จุดเด่นของที่นี่ก็คือความเปื่อยกำลังดีของขาหมู รวมไปถึงน้ำพะโล้หอมกลิ่นเครื่องเทศชัดเจน แนะนำให้สั่งพิเศษปนหนังมาด้วย หื้มมม คือดี! พิกัด : https://maps.app.goo.gl/q7NGq5NmbnDUGHww6 ที่อยู่ : 492/6 ซ.เจริญกรุง 49 ถ.เจริญกรุง เขตบางรัก กรุงเทพฯ เปิดบริการ : 07.30 - 13.30 น. 16. Cast Iron Burgerhaus BTS อารีย์ ปิดท้ายคอนเทนต์นี้ไปด้วยร้าน Cast Iron Burgerhaus ร้านแฮงค์เอาท์น่านั่งชิล เดินเท้าไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้า BTS อารีย์ เราแนะนำว่าให้ชวนเพื่อนๆ มานั่งหลังเลิกงาน เพราะมันดีเหลือเกิน! ที่นี่มีเบียร์สด คู่กับ เบอร์เกอร์เนื้อฉ่ำๆ สไตล์อเมริกัน ชิ้นโตให้ได้ฟินนั่นเองครับ ดูรีวิว : Cast Iron Burgerhaus ร้านอร่อย ซอยอารีย์ เบอร์เกอร์เนื้อฉ่ำๆ เบียร์สด สไตล์อเมริกัน ต้องพากันไปโดน ! พิกัด : https://maps.app.goo.gl/CGZPAAx82fNrzb1k6 ที่อยู่ : ซอยอารีย์ (พหลโยธิน ซอย 7) ใต้คอนโด Noble Reform แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ เปิดบริการ : 11.00-15.00 น. และ 17.00-23.00 น. ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/castironburgerhaus บทความที่คุณอาจสนใจ ใหม่ล่าสุด 100 แคปชั่นร้านนั่งชิล แคปชั่นกินดื่ม เมาไม่เมา ก็เอาใจเราไป 20 Rooftop Bar บาร์ดาดฟ้า ราคาหลักร้อย ในกรุงเทพ 2026 ชิลได้สิ้นเดือน 40 ร้านนั่งชิล ฟีลดนตรีสด กรุงเทพ อัปเดต 2026 คลายเครียดหลังเลิกงาน!

บาร์บีคิวพลาซ่า พลิกโฉมเมนูครั้งใหญ่ในรอบ 39 ปี ยกระดับความอร่อยใหม่พร้อมกันกว่า 160 สาขาทั่วประเทศ
อ่าน

บาร์บีคิวพลาซ่า พลิกโฉมเมนูครั้งใหญ่ในรอบ 39 ปี ยกระดับความอร่อยใหม่พร้อมกันกว่า 160 สาขาทั่วประเทศ

บาร์บีคิวพลาซ่า ชวนเปิดประสบการณ์มื้อใหม่ที่ตั้งใจคิดมาเพื่อทุกโมเมนต์การกินร่วมกัน กับการปรับเมนูครั้งใหญ่ในรอบ 39 ปี ยกระดับทั้งคุณภาพวัตถุดิบและความหลากหลายของเมนู พร้อมเสิร์ฟพร้อมกันกว่า 160 สาขาทั่วประเทศ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การกินของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาร้านอาหารที่มากกว่าความอร่อย แต่เป็นพื้นที่ของการใช้เวลาดี ๆ ร่วมกันในทุกโอกาส ครั้งนี้ บาร์บีคิวพลาซ่า คัดสรรเมนูใหม่เพื่อเติมเต็มความอร่อยให้ครบในทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมเมนูใหม่อีกมากมายที่พี่ GON ตั้งใจเลือกมาเพื่อให้ทุกคนบนโต๊ะได้มีเมนูโปรดในแบบของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นมื้อสังสรรค์กับเพื่อนหลังเลิกงาน มื้อพิเศษในวันหยุด หรือช่วงเวลาอบอุ่นของครอบครัว เปิดตัวด้วยเมนูที่มีเฉพาะร้านบาร์บีคิวพลาซ่า (Exclusive) ทั้ง 48 สาขา เอาใจสายเนื้อด้วยการคัดเลือกเนื้อวากิว 3 ส่วน ได้แก่ เนื้อใบพายวากิว, เนื้อคารูบิวากิว และเนื้อสันคอวากิว ทานคู่กับน้ำจิ้มเนื้อย่างยากินิกุสูตรแอปเปิ้ลสด ที่ช่วยดึงรสชาติของเนื้อให้อร่อยกลมกล่อมยิ่งขึ้น ผ่านเมนู ชุดพรีมียมวากิว และ ชุดทรีโอวากิว ที่ให้สัมผัสความนุ่ม ฉ่ำ และละลายในทุกคำ สำหรับคนรักหมู บาร์บีคิวพลาซ่านำวัตถุดิบพิเศษอย่าง คอหมูทงโทโระ มาเป็นไฮไลต์ของเมนูพรีเมียม ด้วยเนื้อสัมผัสนุ่ม เด้ง และชุ่มฉ่ำเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเป็นส่วนหายากที่มีเพียงประมาณ 1.5 กิโลกรัมต่อหมูหนึ่งตัว เสิร์ฟมาใน ชุดพรีเมียมหมู ที่จัดเต็มทั้งคอหมูทงโทโระราดซอสต้นหอม หมูสามชั้นสไลซ์ เยอรมันเบคอน หมูสันคอสไลซ์ หมูสันคอชาบู และจานผักรวม GON กระทะ หรือเลือกอิ่มแบบพอดีกับ ชุดทรีโอพรีเมียมหมู ที่รวมเมนูเด่นไว้ในชุดเดียว ทานคู่กับน้ำจิ้มซอสบาร์บีคิวสูตรต้นตำรับ หรือน้ำจิ้ม GON กระทะ ได้อย่างลงตัว เติมความสดใหม่ให้มื้อปิ้งย่างด้วยเมนูสำหรับคนรักปลาดิบอย่าง แซลมอนซาชิมิ, ยำแซลมอน และแซลมอนแซ่บ ที่ใช้แซลมอนเกรดซาชิมิ สดฉ่ำเต็มคำ ก่อนปิดท้ายด้วยของหวานใหม่อย่าง พุดดิ้งนมสไตล์ฮอกไกโด เนื้อเนียนนุ่ม หอมกลิ่นนม เสิร์ฟพร้อมซอสเลือกได้ 1 รสชาติ ได้แก่ ซอสคาราเมล ซอสสตรอว์เบอรี่ และซอสบราวน์ชูการ์ เติมเต็มความฟินได้ตั้งแต่คำแรกจนคำสุดท้าย นอกจากนี้ยังเสริมทัพเมนูใหม่พร้อมขึ้นเป็นไฮไลต์ประจำร้านบาร์บีคิวพลาซ่า ทุกสาขา (ยกเว้นสาขาเซ็นทรัลพาร์ค) กับ ชุดซูเปอร์เนื้อ และ ชุดทรีโอเนื้อ ที่รวมวัตถุดิบคุณภาพไว้ครบ ทั้งเนื้อสันคอวากิวชิ้นใหญ่ที่มีมันแทรกทั่วแผ่น เนื้อบริสเก็ตออสเตรเลีย และเนื้อสันคอชาบูนำเข้า ให้ครบทั้งความนุ่ม ความหอม และความฉ่ำในชุดเดียว ฝั่งหมูจัดเต็มไม่แพ้กันกับ ชุดซูเปอร์หมู ที่รวมตัวท็อปไว้ครบ ไม่ว่าจะเป็นหมูสามชั้นหั่นหนาราดน้ำมันงาต้นหอม, เบคอนรมควันหั่นหนา และหมูพระจันทร์ สันคอหมูหั่นชิ้นหนาทรงพระจันทร์เสี้ยวที่ให้สัมผัสนุ่มฉ่ำกำลังดี พร้อมหมูสันคอสไลซ์ หมูสันคอชาบู คามะจัง และจานผักรวม GON กระทะ ส่วนใครอยากชิมแบบพอดี แนะนำ ชุดทรีโอหมู หรือสายคุ้มต้องไม่พลาด ชุดประหยัดหมูแฮปปี้ ที่รวมหมูสามชั้นสไลซ์ หมูหมักนุ่ม เบคอน และหมูสันคอสไลซ์ไว้แบบครบเครื่อง เอาใจคนรักซีฟู้ดด้วย ชุดซูเปอร์ซีฟู้ดกุ้งจัมโบ้ และ ชุดทรีโอซีฟู้ด ที่อัปเกรดความสดแบบพรีเมียมด้วยกุ้งจัมโบ้เนื้อแน่นเด้งและปลาหมึกหอมพรีเมียมสดใหม่ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดที่ร้านปั่นสดทุกวัน ให้รสชาติจัดจ้าน และเติมรสชาติความสดของซีฟู้ดได้อย่างเต็มคำ ขณะที่เมนูยอดนิยมที่แฟนบาร์บีคิวพลาซ่าคุ้นเคยยังคงมีให้เลือกครบเหมือนเดิม พร้อมเพิ่มปริมาณในราคาเดิมทั้ง ชุดเต็มเตาหมูกระทะ, ชุดเต็มเตาหมู, ชุดครอบครัวหมู, ชุดประหยัดหมู, ชุดประหยัดหมูมิโสะ, ชุดเต็มเตาเนื้อกระทะ, ชุดเต็มเตาเนื้อ, ชุดครอบครัวเนื้อ, ชุดประหยัดเนื้อ และชุดประหยัดเนื้อมิโสะ ให้ลูกค้ากลับมาอิ่มอร่อยกับเมนูโปรดได้เช่นเคย เติมสีสันให้มื้ออาหารด้วยของทานเล่นใหม่หลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็น กุ้งแช่น้ำปลา, ยำหม่าม้าหมูสามชั้นทอด, เบคอนชีสโรล, เบคอนคอร์นชีส และหนวดหมึกคาราเกะ รวมถึงอาหารจานเดียวที่ยกเมนูยอดนิยมจากเดลิเวอรี่มาเสิร์ฟถึงหน้าร้านอย่าง หม่าม้าผัดระเบิด, สุกี้แห้งหมู และสุกี้แห้งเนื้อ พร้อมเมนูอาหารจานเดียวอื่น ๆ อีกมากมาย ด้านเมนูของหวานยังเพิ่มความสนุกด้วย เจลลี่กาแฟบาร์บีกอน และไอศกรีม ให้ลูกค้าได้ปิดท้ายมื้ออย่างสดชื่นในแบบฉบับบาร์บีคิวพลาซ่า พิเศษตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2569 26 กรกฎาคม 2569 สำหรับคนรักเนื้อ กับโปรโมชัน จริงจังเพื่อคนรักเนื้อ รับส่วนลดพิเศษ 50 บาท สำหรับเมนู ชุดซูเปอร์เนื้อ และ ชุดทรีโอเนื้อ ที่ร้านบาร์บีคิวพลาซ่าทุกสาขา รวมถึงเมนู ชุดพรีมียมวากิว และ ชุดทรีโอวากิว เฉพาะร้านบาร์บีคิวพลาซ่า (Exclusive) ทั้ง 45 สาขาเท่านั้น หมายเหตุ: Menu Vision 2026 พร้อมเสิร์ฟที่ร้านบาร์บีคิวพลาซ่าทั่วประเทศ (ยกเว้นสาขาเซ็นทรัลพาร์ค)มาร่วมกันทำมื้อนี้ให้ดีที่สุด กับ Bar B Q Plaza ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่Facebook: https://www.facebook.com/BarBQPlazaThailandInstagram: https://www.instagram.com/barbqplaza_th TikTok: https://www.tiktok.com/@barbqplaza_official Twitter: https://twitter.com/barbqplazathai

รับส่วนลด 120.- เมื่อจอง JW Marriott Hotel Bangkok ใช้ 0 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

รับส่วนลด 120.- เมื่อจอง JW Marriott Hotel Bangkok ใช้ 0 ทรูพอยท์

ลูกค้าทรู ใช้ 0 ทรูพอยท์ รับส่วนลด 120.- เมื่อจองร้าน JW Marriott Hotel Bangkokราคาพิเศษ เพียง 5,880 .- (ราคาปกติ 6,000.- )ช่องทางการจอง (Reservation channel): Line OA @blacktieconcierge (มี @ ด้วย)สำรองล่วงหน้า 7 วัน-ยกเลิกล่วงหน้า 3 วันRestaurant : JW Caf, Tsu Japanese Restaurant, Nami Teppanyaki Steakhouse, Man Ho Chinese Restaurant, New York Steakhouse เงื่อนไข 1.ระยะเวลาแคมเปญ 13 เมษายน 2569 -31 ธันวาคม 25692.ลูกค้า True แลกรับ Promotion Code ผ่าน Application True ID3.สำรองล่วงหน้า 7 วัน /หรือ ถ้า ต้องการยกเลิกล่วงหน้า 3 วัน ผ่านช่องทางLine OA @blacktieconcierge 4.สิทธิประโยชน์นี้ไม่สามารถคืน ทอน แลกเป็นเงินสด หรือเก็บไว้ใช้ในครั้งถัดไป5.ไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการลดราคาและ/หรือส่งเสริมการขายอื่น ๆ ได้

รีวิว CURRY UP BANGKOK ข้าวแกงกะหรี่ร้านดังจากญี่ปุ่น สาขาแรกใน SEA
อ่าน

รีวิว CURRY UP BANGKOK ข้าวแกงกะหรี่ร้านดังจากญี่ปุ่น สาขาแรกใน SEA

กินอะไรดีที่ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ (Central Embassy) วันนี้เราขอพาสายกินสายสตรีทแฟชั่น มาเช็กอิน ร้านอาหารใกล้ฉัน รีวิว CURRY UP BANGKOK ร้านข้าวแกงกะหรี่จากประเทศญี่ปุ่น สาขาแรกในไทยและในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร้านในเครือเดียวกับ HUMAN MADE สตรีทแวร์สุดฮิตจากญี่ปุ่น ยกระดับศิลปะแห่งแกงกะหรี่ญี่ปุ่นด้วยรสชาติระดับพรีเมียมส่งตรงถึงคนไทย พร้อมเมนูซิกเนเจอร์ และเมนูที่เต็มไปด้วยศาสตร์แห่งการผสมผสานระหว่างความเป็นแกงกะหรี่แบบอินเดียและรสชาติของอาหารสไตล์ญี่ปุ่น รีวิว CURRY UP BANGKOKข้าวแกงกะหรี่ ในเครือ HUMAN MADE CURRY UP BANGKOK ตัวร้านจะตั้งอยู่ติดกับช็อป HUMAN MADE BANGKOK โดดเด่นเตะตาด้วยการใช้โทนสีเหลือง ภายในร้านมีที่นั่งทั้งแบบเคาน์เตอร์บาร์ และแบบโต๊ะ สำหรับเมนูอาหารของที่ร้านราคาจะเริ่มต้นอยู่ที่ 245 บาท เมนูเครื่องดื่มจะเริ่มต้นอยู่ที่ 130 บาท 4 เมนูแกงกะหรี่ซิกเนเจอร์CURRY UP BANGKOK 1. BUTTER CHICKEN CURRY REGULAR (แกงกะหรี่บัตเตอร์ชิกเก้น) เมนูยอดนิยมอันดับหนึ่งของ CURRY UP ที่มีรสชาติเข้มข้น ทานคำแรกจะได้กลิ่นหอมมันจากเนยแบบเตะจมูก แต่ยังมีความเปรี้ยวเล็กๆ ตัดรสอย่างพอดี ช่วยดึงความอูมามิของไก่เนื้อนุ่ม และความหวานของผักออกมาได้อย่างลงตัว ทานพร้อมผักดองที่เป็นเครื่องเคียงรสชาติเข้ากันได้ดี 2. CHICKEN KEEMA CURRY REGULAR (แกงกะหรี่ชิกเก้นคีม่า) เมนูที่ครองใจลูกค้าประจำมาอย่างยาวนาน สูตรของ CURRY UP จะใช้เนื้อไก่เป็นหลัก รสชาติเข้มข้น กลมกล่อม ผสมผสานกลิ่นหอมของเครื่องเทศ และความหวานจากผักช่วยชูรสอูมามิได้อย่างลงตัว 3. GYUSUJI CURRY REGULAR (แกงกะหรี่เอ็นเนื้อตุ๋นกิวสึจิ) ใครที่เป็นสายเนื้อห้ามพลาด แกงกะหรี่ให้รสชาติเข้มข้นหวานปนเผ็ด พร้อมเอ็นเนื้อที่ถูกเคี่ยวจนนุ่ม กับผักและเครื่องเทศสูตรพิเศษของ CURRY UP อย่างยาวนาน จนได้รสชาติกลมลึกคล้าย Beef Stew เอ็นเนื้อนุ่มละลายในปาก ทำให้ซึมซับรสชาติของแกงกะหรี่ได้อย่างเต็มคำ 4. EGGPLANT CURRY REGULAR (แกงกะหรี่ผักรวมมะเขือม่วง) เคี่ยวมะเขือยาวจำนวนมากกับเครื่องเทศหลากชนิดจนได้รสชาติเข้มข้น กลิ่นหอม อร่อยแบบเรียบง่ายแต่ลงตัว 3 เมนู COMBINATIONสำหรับคนที่ชอบความหลากหลาย 1. COMBINATION 1 - (GYUSUJI CURRY + BUTTER CHICKEN CURRY) แกงกะหรี่เอ็นเนื้อตุ๋นกิวสึจิ x แกงกะหรี่บัตเตอร์ชิกเก้น เมนูคลาสสิคที่เสิร์ฟข้าวพร้อมแกงกะหรี่ 2 รสชาติในจานเดียว สามารถทานแบบแยกทีละฝั่งหรือมิกซ์รวมกันก็อร่อยลงตัว รสชาติของแกงกะหรี่ทั้งสองชนิดเข้ากันได้อย่างลงตัว 2. COMBINATION 2 - (BUTTER CHICKEN CURRY + CHICKEN KEEMA CURRY) แกงกะหรี่บัตเตอร์ชิกเก้น x แกงกะหรี่ชิกเก้นคีม่า เมนูคลาสสิคที่เสิร์ฟข้าวพร้อมแกงกะหรี่ 2 รสชาติในจานเดียว สามารถทานแบบแยกทีละฝั่งหรือมิกซ์รวมกันก็อร่อยลงตัว BUTTER CHICKEN CURRY + CHICKEN KEEMA CURRY 3. COMBINATION 3 - (CHICKEN KEEMA CURRY + EGGPLANT CURRY) แกงกะหรี่ชิกเก้นคีม่า x แกงกะหรี่ผักรวมมะเขือม่วง เมนูคลาสสิคที่เสิร์ฟข้าวพร้อมแกงกะหรี่ 2 รสชาติในจานเดียว สามารถทานแบบแยกทีละฝั่งหรือมิกซ์รวมกันก็อร่อยลงตัว เมนูเครื่องเคียง / TOPPING 1. SAAG TANDOORI FRIED CHICKEN ไก่ทอดตันดูรีซอสผักโขม ไก่ทอดชิ้นโต ทอดมาแบบความสุกกำลังดีกรอบนอกนุ่มใน พร้อมซอสผักโขมให้รสชาติมันๆ ทานพร้อมข้าวแกงกะหรี่จะได้รสชาติที่ลงตัวในอีกมิติ 2. TONKATSU ทงคัตสึหมูสันนอก หมูชุบเกล็ดขนมปังทอดกรอบ เมนู TOPPING สำหรับข้างแกงกะหรี่ ที่หลายๆ คนขาดไม่ได้ ในส่วนของเมนูเครื่องดื่ม ที่ร้านมีเครื่องดื่มที่คงความเป็นซิกเนเจอร์ไม่ต่างกับเมนูหลัก คือ LASSI หรือ โยเกิร์ตลาซซี เมนูเครื่องดื่มที่ทำจากโยเกิร์ตสไตล์อินเดีย รสชาติหวานสดชื่น มีกลิ่นหอมละมุน เข้ากันได้ดีกับอาหารรสเผ็ดหลากหลายชนิด เรียกว่าเป็นเมนูเครื่องดื่มที่แนะนำจาก CURRY UP BANGKOK ข้อมูลร้าน CURRY UP BANGKOK พิกัด : https://maps.app.goo.gl/Ys3D19UFmfQMRYr2A ที่อยู่ : Central Embassy ชั้น 2 ติดกับร้าน HUMAN MADE ร้านเปิดบริการ : 10.00 - 21.00 น. ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://www.instagram.com/curryuphurryup_th บทความที่คุณอาจสนใจ รีวิว KANORI แฮนด์โรลบาร์ เซ็ต Premium Five สุดพรีเมียม ที่ Central Embassy 8 ร้านอาหาร เซ็นทรัลชิดลม โซน PUBLIC LANE รวมร้านดังในที่เดียว

50 ร้านอาหาร Central Park รวมร้านอร่อย ร้านใหม่สาขาแรกในไทย เซฟเลย
อ่าน

50 ร้านอาหาร Central Park รวมร้านอร่อย ร้านใหม่สาขาแรกในไทย เซฟเลย

กินอะไรดี ที่ Central Park อัปเดตใหม่ล่าสุด กับ 50 ร้านอาหารใกล้ฉัน ร้านอาหาร Central Park ร้านดัง ร้านอร่อย ร้านเปิดสาขาแรกในไทย ที่ยกขบวนกันมาปักหมุดแลนด์ดิ้ง ณ ศูนย์การค้าเปิดใหม่ ที่ตั้งอยู่ในโครงการ Dusit Central Park (ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค) บนทำเลในกลางเมือง ที่หัวมุมถนนสีลม - พระราม 4 ซึ่งเค้าการันตีว่าได้รวมร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านดังคิวยาว ร้านมิชลินไกด์ และสตรีทฟู้ดไว้มากที่สุดในกรุงเทพฯ จะมีร้านไหนน่าสนใจบ้าง ตามเรามาดูกันเลย! ร้านอาหารใกล้ฉัน Central Park สาขาแรกในไทย 1. KIWAMIYA (คิวามิยะ) KIWAMIYA (คิวามิยะ) ร้านแฮมเบิร์กและสเต็กเนื้อวากิว ต้นตำรับจากญี่ปุ่น เดินทางมาเปิดสาขาแรกในประเทศไทยแล้ว ที่ Central Park พร้อมเสิร์ฟเมนูแฮมเบิร์กและสเต็กวากิว ในสไตล์ต้นตำรับ จากประเทศญี่ปุ่น ที่ทุกคนสามารถ ย่าง ปรุง และควบคุมความสุกได้ตามใจ พร้อมข้าวผัดสูตรต้นตำรับ 2 เมนูในตำนาน ได้แก่ ข้าวผัดกระเทียมห่อไข่ และข้าวผัดทรัฟเฟิลท็อปปิ้งไข่ดอง พร้อมเสิร์ฟเฉพาะที่ประเทศไทยเท่านั้น ดูรีวิวเต็ม ที่ : รีวิว KIWAMIYA ร้านแฮมเบิร์กคิวยาว สาขาแรกในไทย ที่ Central Park พิกัด : Central Park ชั้น 5 โซน Parkside Eatery 2. TSUJIHAN (กำหนดเปิดบริการ เดือน พฤษภาคม 2569) TSUJIHAN ร้านข้าวหน้าปลาดิบรวม (Zeitaku Don) ร้านดังจากย่านกินซ่า โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ร้านดังคิวยาว ที่กำลังจะมาเปิดสาขาแรกในไทยกันที่ Central Park ใครเป็นสายอาหารญี่ปุ่นห้ามพลาดเลย วิธีทานจะมี 2 แบบคือ ทานแบบปกติ แล้วต่อด้วยการเติมน้ำซุปร้อนๆ ลงไป เพื่อให้ได้รสสัมผัสอีกแบบนึง พิกัด : Central Park ชั้น 5 3. Long Jing อาหารจีนฟิวชันจากหางโจว LONGJING อาหารจีนร้านดังจากเมืองหางโจว ประเทศจีน ร้านดังที่เปิดมากว่า 16 ปี เมนูอาหารของที่ร้านเป็นอาหารจีนร่วมสมัย ในบรรยากาศจีนคลาสสิก เหมือนได้เที่ยวหางโจวในมื้อเดียว ​คนรักอาหารจีนห้ามพลาดเลย ดูรีวิวเต็มๆ ที่ : รีวิว LONGJING ร้านอาหารจีน จากเมืองหางโจว สาขาแรกในไทย Central Park พิกัด : Central Park ชั้น 5 โซน Parkside Eatery 4. Super Matcha Super Matcha ร้านมัทฉะ ชาเขียว ร้านดังสุดฮิตจากประเทศเกาหลีใต้ เป็นอีกหนึ่งร้านที่จะเดินทางมาเปิดสาขาแรกในประเทศไทย ที่ Central Park ขนเมนูมัทฉะ และผงมัทฉะเกรดพรีเมียม เกรดพิธีการมาไว้แบบฉ่ำๆ คำว่า SUPER สื่อความหมายว่า Sugar-free, Ultra nutritious, Purely Organic, Energy Booster และ Rich Antioxidants บอกเลยว่าชาวมัทฉะเลิฟเวอร์ห้ามพลาด ดูรีวิวเต็มๆ ที่ : รีวิว SUPER MATCHA มัทฉะร้านดังจากเกาหลี สาขาแรกในไทย Central Park พิกัด : Central Park ชั้น G 5. CHEONGDAM CHEONGDAM ร้านปิ้งย่างเกาหลี สไตล์พรีเมียม ทางร้านเลือกใช้วัตถุดิบชั้นดี ผ่านการปรุงแบบดั้งเดิม เพื่อให้ได้รสชาติที่แท้จริงจากประเทศเกาหลี พิกัด : Central Park ชั้น 5 โซน Parkside Eatery 6. Kaubai โควไบ พรีเมียมชาบู ภาพจาก Facebook : Central Park Bangkok KOUBAI (โควไบ) Kumamoto Aka Gyu Shabu Shabu Kobai ร้านชาบู Premium ในเครือ Umenohana ร้านอร่อยที่คนรักเนื้อห้ามพลาด ชาบูเนื้อ A5 พร้อมวัตถุดิบสุดพรีเมียม จากกินซ่า ประเทศญี่ปุ่น มาสร้างแลนด์มาร์คครั้งแรกที่ประเทศไทยแล้วจ้า (Coming Soon) พิกัด : Central Park ชั้น 5 โซน Parkside Eatery ร้านอาหารใกล้ฉัน Central Park ร้านดังคิวยาว 7. HIKINIKU TO COME HIKINIKU TO COME (ฮิคินิคุ โตะ โคเมะ) ร้านแฮมเบิร์กคิวยาวข้ามปี จากประเทศญี่ปุ่น ตอนนี้เค้าขยับขยายมาเปิดสาขาที่ 2 กันที่ Central park บอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งร้านที่คนรักเนื้อห้ามพลาด เพราะถึงจะมีแค่เมนูเดียว แต่เอาอยู่จริงๆ พิกัด : Central Park ชั้น 5 โซน Parkside Eatery 8. SOLSOT (솔솥) Solsot (โซลสท) อีกหนึ่งร้านข้าวอบเกาหลีคิวยาว ที่บอกเลยว่าใครได้กินก็ติดใจ เรียกได้ว่าอร่อยได้ทั้งครอบครัว เป็นอีกหนึ่งร้าน Comfort Food ที่ไม่ควรพลาด พิกัด : Central Park ชั้น G 9. KATSU MIDORI Katsu Midori Sushi ร้านซูชิสายพาน คิวยาวสุดปัง สาขา 2 ที่ Dusit Central Park ราคาดีเริ่มต้นเพียง 40 บาท ทางร้านเลือกใช้วัตถุดิบที่สดใหม่ และทุกคนจะสามารถชมเชฟปั้นซูชิกันได้เแบบสดๆ พิกัด : Central Park ชั้น 5 โซน Parkside Eatery 10. SHABU BARU Mini Shabu Baru ร้านชาบูหม้อเดี่ยว สุดพรีเมียม สำหรับเมนูชาบู-ชาบู ของที่ร้าน Shabu Baru จะเสิร์ฟมาในรูปแบบเซ็ทที่มีครบถ้วนทั้ง เซ็ทเนื้อหลัก เซ็ทผักสด และของหวาน น้ำซุปจะเป็นน้ำซุปแบบใส พร้อมน้ำจิ้มสุดพรีเมียม (Coming Soon) พิกัด : Central Park ชั้น G 11. KATSUKURA Katsukura (คัตสึคุระ) ร้านหมูทอดทงคัตสึ เจ้าดังจากประเทศญี่ปุ่น "คุโระบุตะ ทงคัตสึ" หมูสันนอก หรือ หมูสันในชุบเกร็ดขนมปัง ทอดมาอย่างดีไม่อมน้ำมัน กรอบนอกฉ่ำใน พร้อมกะหล่ำ ซุป และ ข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ ที่เติมได้ไม่อั้นบอกเลยว่าใครเป็นสายกรุบต้องห้ามพลาด! (Coming Soon) พิกัด : Central Park ชั้น 5 โซน Parkside Eatery 12. HITORI SHABU HITORI SHABU เป็นร้านชาบูหม้อเดี่ยว สไตล์พรีเมี่ยม สำหรับตัวชาบูชาบูของที่ร้านจะเป็น สไตล์คันไซ ที่ใครได้ทานก็ติดใจ และสำหรับใครที่หลงใหลในความนุ่ม ชุ่มฉ่ำของเนื้อพรีเมียม เค้าก็มีให้เลือกครบ พิกัด : Central Park ชั้น 5 โซน Parkside Eatery 13. ทองสมิทธ์ ลูกค้าแน่นๆ กันทั้งวัน สำหรับร้านก๋วยเตี๋ยวเรือพรีเมียม ทองสมิทธ์ สำหรับเมนูอาหารก็มีให้เลือกหลากหลาย โดยไฮไลท์จะเน้นไปที่เมนูก๋วยเตี๋ยวเรือ บอกเลยว่าอร่อยเข้มข้นมากๆ อร่อยแบบไม่ต้องปรุงเลยจ้า พิกัด : Central Park ชั้น G ร้านอาหาร Central Park ร้านดัง ร้านอร่อย 14. SLAY YUAN SLAY YUAN ร้านอาหารอีสาน-เวียดนาม อีกหนึ่งร้านอร่อยในเครือ iberry Group บอกเลยว่าใครเป็นสายแซ่บต้องห้ามพลาด เมนูอาหารมีหลากหลายไม่ว่าจะเป็น หม้อไฟ Slay Yuan ซุปเฝอ แจ่วฮ้อน และอาหารเวียดนามสไตล์อีสานหลากหลายเมนู ดูรีวิวเพิ่มเติม ที่ : รีวิว Slay Yuan สเลญวน สาขาแรก Central Park อาหารเวียดนาม อีสานรสแซ่บ พิกัด : Central Park ชั้น 5 โซน Parkside Eatery 15. MENSHO Tonkotsu MENSHO Tonkotsu ร้านราเมงในเครือ MENSHO Tokyo ร้านดังจากประเทศญี่ปุ่น สำหรับร้านนี้จะเป็นการชูเมนู Tonkotsu Ramen ซุปกระดูกหมูต้นตำรับ ซึ่งถือว่าเป็นสาขาแรกในโลกเลยก็ว่าได้ ราเมงเครื่องแน่น พร้อมน้ำซุปเข้มข้น อร่อยบอกต่อ พิกัด : Central Park ชั้น G 16. XIAN YUAN Xian Yuan (เซียนหยวน) ร้านอาหารจีนกวางตุ้งสไตล์โมเดิร์น เมนูอาหารจีนกวางตุ้งต้นตำรับในรูปแบบโมเดิร์นเข้าถึงง่าย อาหารแต่ละจานสะท้อนเอกลักษณ์ของรสชาติที่อ่อนโยน และพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ตัวร้านบรรยากาศดี มีห้องส่วนตัว นั่งทานอาหารได้แบบเพลินๆ พิกัด : Central Park ชั้น 5 17. MAGURO KAPPOU MAGURO Kappou ร้าน Maguro ที่มาในคอนเซ็ปต์ใหม่ เน้นการชูศิลปะการปรุงอาหารญี่ปุ่น ที่เชฟและลูกค้าได้ใกล้ชิดกันมากที่สุด ทุกจังหวะของการหั่นและการปรุงคือการเล่าเรื่อง และทุกคำที่ลิ้มลองคือประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร ทุกขั้นตอนตั้งแต่วัตถุดิบ การปรุง ไปจนถึงการเสิร์ฟ ไม่ว่าจะต้ม นึ่ง หรือย่าง ล้วนเต็มไปด้วยความประณีต เพื่อรสชาติที่กลมกล่อมและงดงามอย่างแท้จริง พิกัด : Central Park ชั้น 5 โซน Parkside Eatery 18. โต๊ะคิม โต๊ะคิม ร้านข้าวมันไก่ พรีเมียม อีกหนึ่งร้านเด็ดในเครือ iberry Group ข้าวมันไก่ต้นตำรับไหหนาน ปรุงจัดจ้านแบบไทย ข้าวมันที่ร้าน มีให้เลือก 2 แบบ คือข้าวมันปกติ และข้าวมันมะพร้าวไรซ์เบอร์รี่ ที่หุงด้วยน้ำมันมะพร้าว สายกินต้องมาลอง! พิกัด : Central Park ชั้น G 19. GRILL YAMAYA GRILL YAMAYA ร้านอาหารญี่ปุ่น ที่พร้อมเสิร์ฟเมนูย่างที่คัดสรรวัตถุดิบระดับพรีเมียม ในรสชาติแบบต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ๆ ร้านนี้เป็น New Concept จาก Tempura Yamaya ที่ยังคงกลิ่นอายความเป็นแบรนด์แต่เปลี่ยนสไตล์มาในแบบเมนูย่าง พร้อมคอนเซปต์ เติมเมนไทโกะและเครื่องเคียงไม่อั้น เหมือนเดิม พิกัด : Central Park ชั้น G ใกล้ Tops 20. BAR B Q PLAZA Bar B Q Plaza บาร์บีคิวพลาซ่า ร้านปิ้งย่างอีกหนึ่งร้านอาหารที่คิวยาวไม่แพ้ใคร ด้วยเมนูอาหารที่อร่อยที่ถูกใจคนทุกเพศทุกวัย และที่สำคัญคือราคาจับต้องได้ สำหรับสาขา Central Park จะมาในคอนเซ็ปต์ใหม่ คือ เป็นเตาเดี่ยว มาคนเดียวก็อิ่มฟินใจฟูได้ พิกัด : Central Park ชั้น LG ใกล้ประตูลานจอดรถ 21. KAO SOY PRIN (ข้าวซอยปริญญ์) KAO SOY PRIN (ข้าวซอยปริญญ์) ร้านข้าวซอยโดย เชฟปริญญ์ ผลสุข ที่ซึมซับรสมือของคุณยายและคุณแม่ ท่ามกลางความอบอุ่นในครัว และความผูกพันกับอาหารเหนือที่ฝังลึกในความทรงจำ เมนูอาหารจะถ่ายทอดข้าวซอยในหลายรูปแบบ สะท้อนวิถีการกินที่แตกต่าง และเปิดมุมมองใหม่ต่อวัฒนธรรม ผ่านรสชาติที่ซื่อตรงและเคารพรสนิยมของแต่ละคน พิกัด : Central Park ชั้น 5 โซน Parkside Eatery 22. บุรามาลี ร้านอาหารไทยในโรงน้ำชา BURA MARIE (บุรามาลี) ร้านอาหารไทย และโรงน้ำชา ในเครือ iberry Group ทางร้านเน้นนำเสนอเมนูอาหารไทย เมนูโบราณหาทานยาก รสชาติไว้ใจได้เข้มข้น จัดจ้าน ถึงเครื่อง รวมไปถึงเมนูเครื่องดื่ม และของหวาน ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน พิกัด : Central Park ชั้น G 23. MOZZA BY COCOTTE ภาพจากทรูไอดีครีเอเตอร์ : เจื้อยแจ้ว Mozza By Cocotte ร้านอาหารอิตาเลียนสุดเท่อย่างร้านนี้ ซึ่งที่นี้นำเสนอความเป็นร้านอาหารอิตาเลียนแบบดั้งเดิม รสชาติอาหารจะเป็นสไตล์อิตาเลียนแบบโฮมเมด มีคอนเซ็ปต์ที่แตกต่างจากร้านอื่นคือการ เลือกใช้วัตถุดิบชั้นดีและเน้นการแบ่งกันทานเป็นหลัก เพื่อเป็นการสร้างช่วงเวลาแห่งความทรงจำร่วมกันนั้นเอง เป็นอีกร้านอาหารอิตาเลียนแท้ที่ไม่ควรพลาด ดูบทความรีวิวเพิ่มเติม :แนะนำ ร้านอาหารสไตล์อิตาเลียน ณ EmQuartier ภาพจากทรูไอดีครีเอเตอร์ : คุณ เจื้อยแจ้ว พิกัด : Central Park ชั้น G 24. ฟ้าปลาทาน ฟ้าปลาทาน (F Plā Tahń) เมนูของที่ร้านจะเน้นไปที่ก๋วยเตี๋ยวปลา และข้าวต้มปลา ซึ่งสามารถให้เลือกทานได้ตามความต้องการ สามารถเลือกเครื่องก๋วยเตี๋ยว และเลือกรสชาติได้เอง ไม่ว่าจะเป็นก๋วยเตี๋ยวน้ำใส ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ รวมไปถึงเย็นตาโฟรสเด็ด พิกัด : Central Park ชั้น G 25. MAISON RORU Maison Roru ร้านอาหารญี่ปุ่น ที่ชูเมนูแฮนโรล ให้ลูกค้าได้ทานอาหารในบรรยากาศฟีลโอมากาเสะ ในราคาที่จับต้องได้ง่ายขึ้น แฮนโรลชิ้นใหญ่เต็มคำ เสิร์ฟแบบคำต่อคำทำให้ได้ทานข้าวในอุณหภูมิอุ่นๆ พร้อมสาหร่ายกรอบๆ และวัตถุดิบแบบพรีเมียม ดูรีวิวเต็มๆ ที่ : รีวิว Maison Roru ร้านอาหาร Cetral Park เมนูพิเศษ Supreme Kazan Don พิกัด : Central Park ชั้น 5 26. SAEMAEUL EXPRESS Saemaeul Express (แซมาอึล เอ็กซ์เพรส) โฉมใหม่ กำลังจะเปิดให้สัมผัสความอร่อยครั้งแรกที่ Central Park อิ่มฟินกับเมนูซิกเนเจอร์แบบเกาหลีแท้ๆ ในบรรยากาศที่อบอุ่น และสนุกกว่าเดิม เพิ่มเติมคือความคุ้มค่า พิกัด : Central Park ชั้น 5 27. BHC CHICKEN ใครเป็นสายไก่ทอดเกาหลี ตามเรามาอร่อยที่ร้าน BHC Chicken เลย ไก่ทอดของที่นี่มีความพิเศษคือที่ร้านจะใช้น้ำมันดอกทานตะวันในการทอดไก่ ไก่ทอดออกมาได้หนังกรอบมาก แต่เนื้อด้านในยังเด้ง นุ่ม ชุ่มฉ่ำ และยังมีผง และซอสสูตรพิเศษให้เลือกทานอีกหลากหลายมากๆ พิกัด : Central Park ชั้น LG 28. KAMS ROAST KAMS ROASTร้านห่านย่าง ร้านดังจากฮ่องกง ที่รับประกันความอร่อยด้วยดีกรีมิชลิน 1 ดาว เมนูอาหารจีนพรีเมียมมาแบบหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ห่านย่าง หมูย่างของที่นี่อร่อยแบบมีเอกลักษณ์ คออาหารจีนต้องห้ามพลาดเลยค่ะ พิกัด : Central Park ชั้น G 29. BEAUTY IN THE POT Beauty in The Pot ร้านชาบูเจ้าดังจากสิงคโปร์ น้ำซุปที่ถูกปรุงขึ้นอย่างพิถีพิถัน น้ำซุปหม่าล่าของที่นี่รสชาติเข้มข้นจัดจ้าน ซดได้กรุบๆ ทางร้านใช้วัตถุดิบสดใหม่ ทุกเมนูถูกคัดสรรอย่างดี (Coming Soon) พิกัด : Central Park ชั้น 5 30. อี_กา อี_กา ร้านอาหารไทย ในบรรยากาศสุดชิล สุดชิค เมนูอาหาร Local สไตล์ไทย แบบบ้านๆ จากหลากหลายอำเภอ อร่อยเรียบง่าย กินได้บ่อยๆ ปิดท้ายด้วยขนมไทยเข้มข้นทำถึง และเค้ก a Pink Rabbit and Bob ที่หลายคนเลิฟ พิกัด : Central Park ชั้น 5 31. UNATOTO ใครชอบเมนู ข้าวหน้าปลาไหล ที่ร้าน Unatoto วัตถุดิบทุกตัวที่นำเข้าตั้งแต่ ปลาไหล เครื่องปรุง รวมไปถึงการย่างด้วยเตาถ่าน ที่ทางร้านก็ยังคงนำเข้าถ่านจากญี่ปุ่น ปลาไหลน้ำจืดคัดพิเศษ ย่างด้วยไฟและซอสสูตรลับที่เข้ากับข้าวญี่ปุ่นโดยเฉพาะ พิกัด : Central Park ชั้น G 32. SALADSTOP! เอาใจสายสุขภาพ ที่ร้าน SALADSTOP! เมนูอาหารหลากหลาย ทั้งสลัด แร็ป โรล รวมไปถึงสมูทตี้ สายเฮลตี้ต้องห้ามพลาด พิกัด : Central Park ชั้น G 33. คำพูน คำพูน ร้านอาหารอีสาน ที่มีเมนูอาหารหลากหลายรายการ ใครเป็นสายแซ่บห้ามพลาดเลย พิกัด : Central Park ชั้น 5 34. สมานฉันท์ สมานฉันท์ ร้านอาหารไทยในสไตล์ที่เข้าถึงง่าย เมนูอาหารเน้นไปที่อาหารจานด่วน เป็นการยกระดับสตรีทฟู้ดอาหารไทย ให้มีอะไรที่แปลกใหม่มากขึ้น พิกัด : Central Park ชั้น G 35. OMAKASE DON Omakase Don ร้านอาหารญี่ปุ่น ที่คนรักปลาดิบ และข้าวด้งไม่ควรพลาด เพราะที่นี่มีหลากหลายเมนูอร่อยสุดพรีเมียม ที่ทั้งคุณภาพและรสชาติบอกเลยว่าเลิศ พิกัด : Central Park ชั้น G 36. Dusit Gourmet Dusit Gourmet ร้านอาหารจากแบรนด์ Dusit Thani พร้อมเสิร์ฟเมนูอาหารสุดพรีเมียมในบรรยากาศดีๆ ไม่ว่าจะเป็นเมนูเบเกอรี่ Bruch รวมไปถึงเมนูกาแฟ และเครื่องดื่มต่างๆ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งร้าน All Day Dining ที่ไม่ควรพลาด พิกัด : Central Park ชั้น G คาเฟ่ใกล้ฉัน ร้านกาแฟ Central Park 36. % ARABICA พิกัด : Central Park ชั้น 1 38. BEANS COFFEE ROASTER พิกัด : Central Park ชั้น G 39. BOTTOMLESS COFFEE ROASTERS พิกัด : Central Park ชั้น 5 40. gapple พิกัด : Central Park ชั้น G 41. BRASSICA DOUGHNUTS พิกัด : Central Park ชั้น G 42. BRIOCHE FROM HEAVEN พิกัด : Central Park ชั้น G 43. SOURI COSIE พิกัด : Central Park ชั้น G 44. CHAGEE พิกัด : Central Park ชั้น LG 45. NOSE TEA พิกัด : Central Park ชั้น G 46. CIOCCOLATITALIANI พิกัด : Central Park ชั้น G 47. KSANA MATCHA พิกัด : Central Park ชั้น 4 48. PRALET พิกัด : Central Park ชั้น 5 49. RISE COFFEE พิกัด : Central Park ชั้น G 50. THE SUMMER COFFEE พิกัด : Central Park ชั้น 2 ร้านอาหาร Central Park โซน Parkside Market นอกจากนี้ ที่ Central Park ยังรวบรวมร้านอาหาร ร้านดัง ร้านมิชลินไกด์ไว้มากมายถึง 17 ร้าน Michelin Guide พร้อมสตรีทฟู้ดระดับตำนานกว่า 1,000 เมนู ใน โซน Parkside Market อาทิ เบญจรงค์ปาย ก๋วยเตี๋ยวอัญชัน ขาหมูโบราณกะทู้ ภูเก็ต ก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีกคุณประนอม ก๋วยเตี๋ยวเรือเนื้อตุ๋น - หมูตุ๋น ราชารส นายอ้วนเย็นตาโฟบะเต็งเสาชิงช้า ราดหน้ายอดผักสูตร 40ปี (ศาลเจ้าพ่อเสือ) ข้าวมันไก่โกยี สุกี้เมาเวอริค หมี่บ้านเองby บ้านนอกเข้ากรุง คนชง คนปรุง เกตุโอชา เปลว ก๋วยเตี๋ยวต้มยำโบราณนครปฐม แอน ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ อองตอง ข้าวซอย กล้วยทอดพระราม5 ขนมเบื้องหวานผึ้งน้อย เป็นต้น การเดินทางมา Dusit Central Park 1. โดยรถยนต์ส่วนตัว สามารถเข้าได้จากทั้งฝั่งถนนพระราม 4 และถนนสีลม 2. เดินทางด้วยรถไฟฟ้า ​ รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีสีลม รถไฟฟ้า BTS สถานีศาลาแดง​ 3. เดินทางด้วยรถประจำทาง สาย 15, 3-45 (77), 3-52R, 3-9E (45), 4, 4-68, 77, 141, 113, 115, 162, 514 บทควาที่คุณอาจสนใจ 25 คาเฟ่ Central Park ร้าน กาแฟ ชา ขนม เบเกอรี่ มาครบ ร้านดังเพียบ 3 ร้านอาหารญี่ปุ่น Central Park อร่อยฟิน 3 สไตล์ แบบไม่ต้องบินไปกิน! 50 ร้านอาหาร One Bangkok รวมร้านดัง ร้านอร่อย ในทำเลใจกลางเมือง 60 ร้านอาหาร เซ็นทรัลเวิลด์ centralwOrld อัปเดตร้านอร่อยโดนใจ

แจกสูตร ยำเนื้อย่างซอสพอนสึ ทำเองง่ายๆ  ใช้เวลาแค่ 15 นาที อร่อยระดับพรีเมียม
อ่าน

แจกสูตร ยำเนื้อย่างซอสพอนสึ ทำเองง่ายๆ ใช้เวลาแค่ 15 นาที อร่อยระดับพรีเมียม

สายเนื้อห้ามพลาด แจกสูตร ยำเนื้อย่าง ซอสพอนสึสุดพรีเมียมที่ ทำง่ายได้ที่บ้าน จุดเด่นคือการใช้หม้อทอดไร้น้ำมัน ช่วยเนรมิตเนื้อให้สุกนุ่มฉ่ำ ใช้เวลาทำทั้งหมดเวลาเพียง 15 นาที คลุกเคล้ากับน้ำยำรสจัดจ้านสไตล์ญี่ปุ่น หอมน้ำมันงาและสดชื่นจากมะนาวสด จะทำทานเป็นมื้อหลักหรือเป็น กับแกล้ม สุดฟินคู่กับเครื่องดื่มเย็นๆ ก็ลงตัว เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นร้านอาหารหรูได้ง่ายๆ พร้อมแล้วมาดูวิธีทำกันเลย แจกสูตร ยำเนื้อย่างซอสพอนสึ ทำเองง่ายๆใช้เวลาแค่ 15 นาที อร่อยระดับพรีเมียม ยำเนื้อย่างซอสพอนสึ เมนูเรียกน้ำย่อยรสจัดจ้าน สดชื่นด้วยกลิ่นมะนาวและซอสพอนสึ รสชาติเปรี้ยวหวานสดชื่นสไตล์ญี่ปุ่น ผสานความเผ็ดแซ่บแบบไทย เนื้อนุ่มฉ่ำเข้ากันดีกับผักกรอบแช่เย็นพร้อมความหอมจากน้ำมันงาและหอมเจียวส่วนผสม เนื้อสันส่วนที่ชอบเช่น ริบอาย หรือ สันนอก 200 กรัม แตงกวาญี่ปุ่น ตามชอบ ต้นกระเทียมสด หรือ ต้นหอมญี่ปุ่น ตามชอบ มะเขือเทศเชอร์รี่ ตามชอบ ซอสพอนสึ 4 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนชา น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ พริกป่น 3 ช้อนโต๊ะ (ปรับลดได้ตามระดับความเผ็ด) น้ำมะนาวสด 2 ช้อนชา หอมเจียว (สำหรับโรยหน้า) ขั้นตอนการทำ หั่นแตงกวาญี่ปุ่น ต้นหอมญี่ปุ่น และมะเขือเทศเชอร์รี่ นำไปแช่เย็นจัดเพื่อให้ผักกรอบสดชื่นเวลาทาน ผสมซอสพอนสึ, ซีอิ๊วขาว, น้ำตาลทรายแดง, น้ำมันงา, พริกป่น และน้ำมะนาว คนให้เข้ากันจนน้ำตาลละลาย พักไว้ นำเนื้อวางบนกระดาษไขรองอบในหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้ไฟ 200C อบด้านละ 5 นาที (สำหรับความสุกระดับ Medium) เมื่อสุกแล้วให้นำมาหั่นสไลด์เป็นชิ้นพอดีคำทันที เพื่อให้น้ำในตัวเนื้อผสมกับน้ำยำได้ดียิ่งขึ้น นำเนื้อที่หั่นเสร็จแล้วมาคลุกกับน้ำยำที่เตรียมไว้ให้ทั่ว จากนั้นใส่ผักสดที่แช่เย็นลงไปเคล้าเบาๆ ตักใส่จาน โรยหน้าด้วยหอมเจียวกรอบๆ พร้อมเสิร์ฟทันทีขณะที่เนื้อยังอุ่นและผักยังกรอบ เคล็ดลับเพิ่มเติม การเลือกเนื้อ: หากชอบความนุ่มเป็นพิเศษ แนะนำให้ใช้เนื้อที่มีไขมันแทรกเล็กน้อย เพราะเมื่อเจอกับความเปรี้ยวของพอนสึจะช่วยตัดเลี่ยนได้ดีมาก เพิ่มกลิ่นหอม: หากมีงาขาวคั่ว สามารถโรยเพิ่มพร้อมหอมเจียวเพื่อเพิ่มเลเยอร์ของกลิ่นอายญี่ปุ่นให้ชัดเจนยิ่งขึ้น บทความที่คุณอาจสนใจ แจกสูตรอาหาร 45 เมนูอาหารเย็น อร่อยทำง่าย อิ่มได้ทั้งครอบครัว มื้อเช้าสำคัญ ! แจกสูตร 45 เมนูอาหารเช้า ทำง่ายที่บ้าน อร่อยจัดเต็ม แถมได้ประโยชน์ 20 สูตร ไข่ตุ๋น เนื้อเนียน เด้งๆ ดึ๋งๆ เมนูไข่ ทำง่ายอร่อยมาก 5 เมนูทำง่าย ส่วนผสมแค่ 3 อย่าง วัตถุดิบน้อยแต่อร่อยมาก สไตล์เด็กหอ

JOSEON หม้อไฟเกาหลีต้นตำรับจากยุคโชซอน ที่ สยามเซ็นเตอร์
อ่าน

JOSEON หม้อไฟเกาหลีต้นตำรับจากยุคโชซอน ที่ สยามเซ็นเตอร์

กินอะไรดีที่ สยามเซ็นเตอร์ ร้านอาหารใกล้ฉัน รีวิว JOSEON (โชซอน) หม้อไฟเกาหลี รสชาติต้นตำรับจากยุคโชซอน สาขาแรก ที่ Siam Center มาพร้อมเมนูอาหารเกาหลีสุดเดือด Volcano Mul Galbi หม้อไฟ ภูเขาไฟเดือด อร่อยกลมกล่อม แบบฉุดไม่อยู่ ในราคาเริ่มต้นที่ใครก็เข้าถึงได้ ร้านอาหารใกล้ฉัน JOSEON สยามเซ็นเตอร์ JOSEON (โชซอน) The Origin of Korean Flavor หม้อไฟรสชาติต้นตำรับจากยุคโชซอน สาขาแรกในไทย! ที่มีการพัฒนาสูตรจากทีมเชฟชาวเกาหลี เมนูอาหารของที่ร้าน มีหลักการและหัวใจสำคัญของการปรุงอาหารประกอบด้วย "เตาไฟ" ที่ให้กำเนิดความร้อน, "หม้อไฟ" ที่ช่วยเก็บรักษาอุณหภูมิ และ "เวลา" ที่เหมาะสม ซึ่งช่วยผสานรสชาติให้กลายเป็นหนึ่งเดียว โดยการนำความ Original มาถ่ายทอดใหม่ในสไตล์ที่เข้ากับยุคปัจจุบัน เมนูไฮไลต์คือ Volcano Mul Galbi หม้อไฟรูปทรงภูเขาไฟที่เสิร์ฟแบบเดือดพล่านถึงใจ รีวิว JOSEON หม้อไฟเกาหลี เมนู ราคา เมนูแรกที่เราไม่อยากให้ทุกคนพลาด Volcano Mul Galbi Set เซตหม้อไฟโวลคาโน มุลคาลบี (ราคาเริ่มต้น 239+ บาท) หม้อไฟรสชาติต้นตำรับจากยุคโชซอน โดดเด่นด้วยการจัดวางเนื้อซ้อนกันให้สูงเป็นรูปทรงภูเขาไฟ และเสิร์ฟแบบเดือดพล่าน เป็นอาหารที่นิยมในท้องถิ่นของเกาหลี ด้วยความเข้มข้นจากน้ำซุปและเนื้อสัตว์ ผสมผสานกับความสดกรอบของถั่วงอก ช่วยส่งเสริมให้น้ำซุปมีรสชาติที่ลึกและกลมกล่อม เมื่อจิ้มกับ "โชคันจัง" ซอสสูตรเฉพาะ จะได้รสชาติที่พิเศษยิ่งขึ้น หากเพิ่มเส้นรามยอนกินตบท้าย ก็จะได้รสชาติตามแบบฉบับดั้งเดิมที่เกาหลีเลยทีเดียว Jjukumi Set เซตจุกุมิ ปลาหมึกสายผัดเผ็ดเมนูยอดนิยมของเกาหลีใต้ เมนูนี้จะมีรสชาติเผ็ดร้อนนำ ตามมาด้วยความหวานเค็มกลมกล่อมจากซอสปรุงรสสูตรลับบนกระทะร้อน ผัดคู่กับเนื้อหรือหมูส่วนท้อง เมื่อน้ำจากวัตถุดิบเริ่มงวด รสชาติจะยิ่งเข้มข้นและกลมกล่อมมากขึ้น แนะนำให้ทานคู่กับ มอสซาเรลล่าชีส เพื่อเพิ่มความอร่อยให้ฟินยิ่งขึ้น Galbi Set (เซตเนื้อย่างคาลบี) เมนูเนื้อหรือหมูย่างสีน้ำตาลทอง ที่ผ่านการหมักด้วยซอสสูตรลับเฉพาะของโชซอน ให้คุณสัมผัสได้ถึงหัวใจสำคัญของการย่างแบบเกาหลีแท้ๆ ทานคู่กับผักสด ซอสซัมจัง และกิมจิ คือความอร่อยที่ลงตัวที่สุด ทุกเซตสามารถเติมเครื่องเคียง กิมจิ และ ไชเท้าดอง ได้ตลอด และสามารถเลือกได้ทั้งเนื้อหมูและเนื้อวัว ใครเป็นสายอาหารเกาหลีบอกเลยว่า JOSEON (โชซอน) เป็นอีกหนึ่งร้านที่ไม่ควรพลาด บทความที่คุณอาจสนใจ JOSEON (โชซอน) พิกัด : https://maps.app.goo.gl/1AsVmmRyoedCD9gd9 ที่อยู่ : Siam Center ชั้น 2 ร้านเปิดบริการ : 10.00 - 22.00 น. ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/Joseon Korean Restaurant บทความที่คุณอาจสนใจ 20 ร้านอาหาร สยามเซ็นเตอร์ 2026 รวมของอร่อย ติดรถไฟฟ้า ใจกลางเมือง กินอะไรดีที่พารากอน 35 ร้านอาหาร Siam Paragon 2026 รวมร้านอร่อยหลากสไตล์

Kobe Beef, Ramen, And More! Introducing Hyogo's Signature Cuisine!
ดู

Kobe Beef, Ramen, And More! Introducing Hyogo's Signature Cuisine!

รีวิว Gyukatsu Kyoto Katsugyu เนื้อชุบเกล็ดขนมปังทอด จากเกียวโต
อ่าน

รีวิว Gyukatsu Kyoto Katsugyu เนื้อชุบเกล็ดขนมปังทอด จากเกียวโต

วันนี้กินอะไรดี ร้านอาหารใกล้ฉัน สยามเซ็นเตอร์ (Siam Center) เราขอพาสายเนื้อมาฟินเต็มอิ่มกับ รีวิว กิวคัตสึ เกียวโต คัตสึกิว (Gyukatsu Kyoto Katsugyu) ตำนานร้านเนื้อชุบเกล็ดขนมปังทอดอันดับหนึ่งจากเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ที่มาให้คนไทยได้ลิ้มลองความอร่อยกันถึงใจกลางเมือง บอกเลยว่าใครเป็นสายเนื้อต้องห้ามพลาด Gyukatsu (กิวคัตสึ) คืออะไร กิวคัตสึ (Gyukatsu) คือ เนื้อวัวชุบเกล็ดขนมปังทอด ( "กิว" แปลว่าเนื้อวัว และ "คัตสึ" มาจาก คัตสึเร็ตสึ ที่แปลว่าเนื้อทอด) กิวคัตสึจะเป็นการใช้เนื้อวัวคุณภาพดี ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวดังนี้ ความพิเศษของกิวคัตสึ : เนื้อวัวคุณภาพ ชุบเกล็ดขนมปังทอดสไตล์ญี่ปุ่น พร้อมเทคนิคการทอดอย่างพิถีพิถัน เนื้อจะถูกทอดด้วยความร้อนสูงในระยะเวลาสั้นๆ ทำให้เกล็ดขนมปังด้านนอกมีสีเหลืองทอง บางกรอบ แต่เนื้อด้านในยังเป็นสีชมพูสวยและชุ่มฉ่ำแบบ Medium Rare ย่างบนเตาหินส่วนตัว : จุดเด่นของร้าน Gyukatsu Kyoto Katsugyu คือ เราจะสามารถเลือกระดับความสุกของเนื้อได้เอง ด้วยการนำเนื้อมาย่างต่อ บนเตาหินขนาดเล็กที่มีประจำอยู่ทุกโต๊ะ ทำให้เราสามารถเลือกความสุกของเนื้อได้เองตามระดับความสุกที่ชอบ และยังได้มิติของกลิ่นเนื้อย่างหอมๆ เข้ามาเพิ่มอรรถรสในการทานอีกด้วย รสชาติที่หลากหลาย : มักเสิร์ฟพร้อมกับซอสหลายแบบ เช่น กิวคัตสึซอส, ดาชิโชยุ, วาซาบิ, พริกไทยซันโช, ซอสแกงกะหรี่, ซอสปอนสึ รวมไปถึงไข่ลวก เพื่อดึงรสชาติเนื้อออกมาให้ได้มากที่สุด รีวิว Gyukatsu Kyoto Katsugyu เมนู ราคา ชุดคุโรฮานะวากิว A5 (คุโรเกะวากิว)KUROHANA WAGYU (A5) GYUKATSU ZEN ชุดคุโรฮานะวากิว A5 (1,390++ บาท) คุโรฮานะวากิว A5 (Kurohana Wagyu A5) การันตีความอร่อยด้วยรางวัลชนะเลิศเหรียญทอง Grand Championship at The 55th Kyushu Beef จากภูมิภาคคิวชู ประเทศญี่ปุ่น ตัวเนื้อจะมีความละเอียดของกล้ามเนื้อและสัดส่วนไขมันที่พอดีกันอย่างลงตัว เนื้อนุ่มละลายในปาก รสชาติเข้มข้น เมื่อวัตถุดิบระดับพรีเมียมผสานกับเทคนิคการทอดสูตรลับของ Gyukatsu Kyoto Katsugyu จึงเกิดเป็นประสบการณ์ความอร่อยระดับพรีเมียมในทุกคำที่สัมผัส ชุดกิวคัตสึเนื้อสันนอกและเนื้อสันใน(Sirloin Tenderloin GYUKATSU ZEN) ชุดกิวคัตสึเนื้อสันนอกและเนื้อสันใน (620++ บาท) ชุดนี้จะประกอบด้วยเนื้อ 2 ส่วน คือ เนื้อสันนอก (Sirloin) และ สันใน (Tenderloin) ซึ่งจะมีเอกลักษณ์ที่ต่างกัน เนื้อสันนอก ผสมผสานของเนื้อแดงและไขมันในสัดส่วนที่ลงตัว เป็นส่วนที่นุ่มและมีความชุ่มฉ่ำ ได้รสชาติความเป็นเนื้อวัวมากที่สุด เนื้อสันใน เป็นส่วนของเนื้อแดงที่มีปริมาณไขมันน้อยที่สุด แต่มีรสสัมผัสของเนื้อที่ละเอียด มีความนุ่มละมุนลิ้น ชุดกิวคัตสึเนื้อสันไหล่และเมนจิคัตสึChuck Tail Flap Menchikatsu GYUKATSU ZEN ชุดกิวคัตสึเนื้อสันไหล่และเมนจิคัตสึ (445++ บาท) เนื้อสันไหล่ Angus Beef เป็นส่วนที่เนื้อแดงมีไขมันแทรกในทุกอณูของกล้ามเนื้อ จะได้สัมผัสถึงรสชาติความอร่อยในส่วนเนื้อแดงของ Angus Beef ได้อย่างเต็มที่ เสิร์ฟคู่ เมนจิคัตสึ เนื้อบดสไตล์ญี่ปุ่น รสชาติเข้มข้น เนื้อนุ่ม ชุ่มฉ่ำ มีกลิ่นหอม ด้วยเทคนิคการทอดสูตรเฉพาะของ Gyukatsu Kyoto Katsugyu ทุกชุดเมนูของ Gyukatsu Kyoto Katsugyu จะเสิร์ฟพร้อม ข้าวญี่ปุ่น กะหล่ำปลี และซุป รวมถึงซอส 3 ช่อง ซึ่งสามารถเติมได้เรื่อยๆ (ยกเว้น ไข่ลวก, เกียวคาเร่ซอส และปอนสึ) นอกจากนี้ที่ร้านยังมีส่วนของเนื้อให้เลือกอีกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Sirloin (เซอร์ลอยน์) เนื้อสันนอก : เป็นส่วนที่มีการผสมผสานของสัดส่วนระหว่างเนื้อแดงและไขมันที่พอดี จึงเป็นส่วนที่นุ่มและมีความชุ่มฉ่ำ เป็นเมนูแนะนำของทางร้าน Chuck Tail Flap (ชัคเทลแฟล็บ) เนื้อสันไหล่ : เป็นส่วนเนื้อแดงที่มีไขมันแทรกไปทุกอณูของกล้ามเนื้อ ถือเป็นส่วนที่หาได้ยาก เพราะในวัวหนึ่งตัวจะมีเนื้อส่วนนี้น้อยมาก ให้รสชาติเนื้อที่เข้มข้นและชัดเจนตามแบบฉบับดั้งเดิมของเรา Tenderloin (เทนเดอร์ลอยน์) เนื้อสันใน : เป็นส่วนเนื้อแดงที่มีไขมันน้อยที่สุด แต่มีสัมผัสของเนื้อที่ละเอียด ให้รสสัมผัสนุ่มละมุนลิ้นที่สุด Tongue (ลิ้นวัว) กิวตัน : เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการทานลิ้นวัว เราเลือกใช้เฉพาะ "บริเวณโคนลิ้น" หั่นชิ้นหนา ให้รสสัมผัสนุ่มเด้งในทุกคำ ถือเป็นส่วนที่หาทานได้ยาก Lamb (เนื้อแกะ) เนื้อแกะพรีเมียมส่วนสะโพก : เราเลือกใช้แกะอายุไม่เกิน 1 ปี ทำให้เนื้อมีรสชาติอร่อยและกลิ่นไม่แรง แนะนำให้กริลล์ (Grill) บนเตาเพิ่ม เพื่อให้ได้กลิ่นที่หอมเย้ายวนยิ่งขึ้น Salmon + Ebi Katsu (แซลมอนและกุ้งลายเสือคัตสึ) แซลมอนคัตสึ : แซลมอนนอร์เวย์คุณภาพดี เสิร์ฟพร้อม "มิโซเระปอนซึ" สูตรโฮมเมด ให้รสชาติเปรี้ยวหวานสดชื่น กุ้งลายเสือคัตสึ : คัดสรรกุ้งลายเสือไซส์ใหญ่ เนื้อเด้งแน่น เสิร์ฟพร้อม "ชิบะสึเกะทาร์ทาร์ซอส" ซอสสูตรต้นตำรับผสมกับผักดองชิบะสึเกะ ของขึ้นชื่อจากเมืองเกียวโต บอกเลยว่าใครที่เคยฟินกับความอร่อยของกิวคัตสึที่ประเทศญีุ่่ปุ่น สามารถตามมาอร่อยกันได้ที่ร้าน กิวคัตสึ เกียวโต คัตสึกิว (Gyukatsu Kyoto Katsugyu)เพราะความฟินและรสชาติคือแทบจะไม่ต่างกันเลย นอกจากนี้ใครที่เป็นสายเนื้อก็ไม่ควรพลาดเช่นกัน เพราะเนื้อของที่นี่เค้าดีสมคำร่ำลือจริงๆ ข้อมูลร้าน กิวคัตสึ เกียวโต คัตสึกิว สยามเซ็นเตอร์ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/nvuSN7B1Jar6zqyt7 ที่อยู่ : Siam Center ชั้น 2 , เอ็มควอเทียร์ ชั้น 6 (Helix Sky Dining) และไอคอนสยาม ชั้น 6 ร้านเปิดบริการ : 11.00 - 22.00 น. ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/GyukatsuKyotoKatsugyuThailand/ บทความที่คุณอาจสนใจ 20 ร้านอาหาร สยามเซ็นเตอร์ 2026 รวมของอร่อย ติดรถไฟฟ้า ใจกลางเมือง กินอะไรดีที่พารากอน 35 ร้านอาหาร Siam Paragon 2026 รวมร้านอร่อยหลากสไตล์ 5 ร้านบุฟเฟ่ต์ สยามสแควร์ 2026 กินอะไรดี ที่สยาม แบบไม่อั้น อิ่มจุกๆ