รีเซต

ผลการค้นหา “#เนื้อย่าง” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
แจกสูตร ยำเนื้อย่างซอสพอนสึ ทำเองง่ายๆ  ใช้เวลาแค่ 15 นาที อร่อยระดับพรีเมียม
อ่าน

แจกสูตร ยำเนื้อย่างซอสพอนสึ ทำเองง่ายๆ ใช้เวลาแค่ 15 นาที อร่อยระดับพรีเมียม

สายเนื้อห้ามพลาด แจกสูตร ยำเนื้อย่าง ซอสพอนสึสุดพรีเมียมที่ ทำง่ายได้ที่บ้าน จุดเด่นคือการใช้หม้อทอดไร้น้ำมัน ช่วยเนรมิตเนื้อให้สุกนุ่มฉ่ำ ใช้เวลาทำทั้งหมดเวลาเพียง 15 นาที คลุกเคล้ากับน้ำยำรสจัดจ้านสไตล์ญี่ปุ่น หอมน้ำมันงาและสดชื่นจากมะนาวสด จะทำทานเป็นมื้อหลักหรือเป็น กับแกล้ม สุดฟินคู่กับเครื่องดื่มเย็นๆ ก็ลงตัว เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นร้านอาหารหรูได้ง่ายๆ พร้อมแล้วมาดูวิธีทำกันเลย แจกสูตร ยำเนื้อย่างซอสพอนสึ ทำเองง่ายๆใช้เวลาแค่ 15 นาที อร่อยระดับพรีเมียม ยำเนื้อย่างซอสพอนสึ เมนูเรียกน้ำย่อยรสจัดจ้าน สดชื่นด้วยกลิ่นมะนาวและซอสพอนสึ รสชาติเปรี้ยวหวานสดชื่นสไตล์ญี่ปุ่น ผสานความเผ็ดแซ่บแบบไทย เนื้อนุ่มฉ่ำเข้ากันดีกับผักกรอบแช่เย็นพร้อมความหอมจากน้ำมันงาและหอมเจียวส่วนผสม เนื้อสันส่วนที่ชอบเช่น ริบอาย หรือ สันนอก 200 กรัม แตงกวาญี่ปุ่น ตามชอบ ต้นกระเทียมสด หรือ ต้นหอมญี่ปุ่น ตามชอบ มะเขือเทศเชอร์รี่ ตามชอบ ซอสพอนสึ 4 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนชา น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ พริกป่น 3 ช้อนโต๊ะ (ปรับลดได้ตามระดับความเผ็ด) น้ำมะนาวสด 2 ช้อนชา หอมเจียว (สำหรับโรยหน้า) ขั้นตอนการทำ หั่นแตงกวาญี่ปุ่น ต้นหอมญี่ปุ่น และมะเขือเทศเชอร์รี่ นำไปแช่เย็นจัดเพื่อให้ผักกรอบสดชื่นเวลาทาน ผสมซอสพอนสึ, ซีอิ๊วขาว, น้ำตาลทรายแดง, น้ำมันงา, พริกป่น และน้ำมะนาว คนให้เข้ากันจนน้ำตาลละลาย พักไว้ นำเนื้อวางบนกระดาษไขรองอบในหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้ไฟ 200C อบด้านละ 5 นาที (สำหรับความสุกระดับ Medium) เมื่อสุกแล้วให้นำมาหั่นสไลด์เป็นชิ้นพอดีคำทันที เพื่อให้น้ำในตัวเนื้อผสมกับน้ำยำได้ดียิ่งขึ้น นำเนื้อที่หั่นเสร็จแล้วมาคลุกกับน้ำยำที่เตรียมไว้ให้ทั่ว จากนั้นใส่ผักสดที่แช่เย็นลงไปเคล้าเบาๆ ตักใส่จาน โรยหน้าด้วยหอมเจียวกรอบๆ พร้อมเสิร์ฟทันทีขณะที่เนื้อยังอุ่นและผักยังกรอบ เคล็ดลับเพิ่มเติม การเลือกเนื้อ: หากชอบความนุ่มเป็นพิเศษ แนะนำให้ใช้เนื้อที่มีไขมันแทรกเล็กน้อย เพราะเมื่อเจอกับความเปรี้ยวของพอนสึจะช่วยตัดเลี่ยนได้ดีมาก เพิ่มกลิ่นหอม: หากมีงาขาวคั่ว สามารถโรยเพิ่มพร้อมหอมเจียวเพื่อเพิ่มเลเยอร์ของกลิ่นอายญี่ปุ่นให้ชัดเจนยิ่งขึ้น บทความที่คุณอาจสนใจ แจกสูตรอาหาร 45 เมนูอาหารเย็น อร่อยทำง่าย อิ่มได้ทั้งครอบครัว มื้อเช้าสำคัญ ! แจกสูตร 45 เมนูอาหารเช้า ทำง่ายที่บ้าน อร่อยจัดเต็ม แถมได้ประโยชน์ 20 สูตร ไข่ตุ๋น เนื้อเนียน เด้งๆ ดึ๋งๆ เมนูไข่ ทำง่ายอร่อยมาก 5 เมนูทำง่าย ส่วนผสมแค่ 3 อย่าง วัตถุดิบน้อยแต่อร่อยมาก สไตล์เด็กหอ

Yakiniku Jumbo ร้านเนื้อย่าง ทองหล่อ ตำนานความอร่อยพรีเมียมจากญี่ปุ่น
อ่าน

Yakiniku Jumbo ร้านเนื้อย่าง ทองหล่อ ตำนานความอร่อยพรีเมียมจากญี่ปุ่น

ร้านอาหารใกล้ฉัน ย่าน ทองหล่อ ร้านเนื้อย่าง Yakiniku วันนี้เราขอพาสายเนื้อพรีเมียมลิ้นเคลือบทองมา รีวิวร้าน Yakiniku Jumbo Bangkok ร้านเนื้อย่างญี่ปุ่นสุดพรีเมียม สุดยอดยากินิคุระดับตำนานจากโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ส่งตรงสู่สาขาแรกในไทย ที่ The Taste Thonglor ซอยทองหล่อ 11 โดยทางร้านได้คงเอกลักษณ์และมาตรฐานระดับตำนานของแบรนด์ไว้ได้แบบเป๊ะๆ รับรองว่าจะเป็นอีกหนึ่งร้านเนื้อย่างที่ครองใจสายเนื้อ และกลายเป็นร้านประจำของใครหลายๆ คนได้อย่างแน่นอน ร้านอาหารใกล้ฉัน Yakiniku Jumbo ทองหล่อ Yakiniku Jumbo ทองหล่อ เป็นร้านเนื้อย่างที่เปี่ยมไปด้วยความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน โดยเชฟ โนริมิซุ นันบาระ (Norimitsu Nanbara) เชฟผู้ก่อตั้งจากประเทศญี่ปุ่น พร้อมแนวคิด Premium Authentic Yakiniku Experience เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสรสชาติและบรรยากาศของยากินิคุแท้ต้นตำรับญี่ปุ่น โดยหัวใจสำคัญของร้านคือ เนื้อคุโรเกะวากิวเกรด A5 ที่คัดสรรจากผู้ผลิตชั้นนำในญี่ปุ่น ส่งตรงมายังกรุงเทพฯ โดยผ่านกระบวนการแช่เย็นโดยไม่แช่แข็ง เพื่อคงความสดและรสชาติดั้งเดิมไว้อย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ที่ร้านยังใช้ ซอสทาเระสูตรพิเศษนำเข้าจากญี่ปุ่น ที่ช่วยเติมเต็มรสชาติให้กลมกล่อมตามแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ทุกคำ การันตีความอร่อยด้วยรางวัล Tabelog Silver Award ซึ่งเป็นรางวัลที่น่าเชื่อถือที่สุดในญี่ปุ่นติดต่อกันถึง 8 ปีซ้อน รีวิว Yakiniku Jumbo เมนู เมนูซิกเนเจอร์ที่ไม่ควรพลาด โนฮาระยากิ (Noharayaki) เนื้อสันนอกชิ้นใหญ่หั่นบาง หมักด้วยซอสทาเระสูตรลับของที่ร้าน ย่างจนหอมละมุนได้ความสุกแบบ Medium Rare หอมกลิ่นไฟ เสิร์ฟคู่ไข่แดงสด ได้รสชาติลงตัว ทั้งความเข้มข้นของซอส ความนุ่มหอมของเนื้อ พร้อมความนัวและหอมของไข่แดง บอกเลยว่าคำนี้บาลานซ์สุดๆ วากิวซูชิ (Wagyu Sushi) ที่เนื้อวากิวที่นุ่มละลายในปากอย่างลงตัว ย่างไฟด้านเดียวทำให้ได้ความสุกที่ค่อนข้าง Rare บนข้าวซูชิชาเก็นไมฉะ รสชาติละมุน กำลังดีเลย ชาโตบรีย็อง (Chateaubriand) เนื้อส่วนกลางที่หายากของสันใน มีความลีนมากกว่าส่วนอื่นๆ ตัวเนื้อคือสุดนุ่มและชุ่มฉ่ำ ข้าวอบเนื้อสันในสูตรพิเศษของทางร้าน (Ushigohan) ซึ่งเป็นเมนูลับที่จะต้องจองล่วงหน้าก่อนเท่านั้นจึงจะได้ทาน ใช้ข้าวเกรดคุณภาพสูงที่ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ในประเทศญี่ปุ่น อบพร้อมกับเนื้อส่วนฟิเลต์ (Fillet) ซึ่งเป็นส่วนที่นุ่มที่สุดของวัวและวัตถุดิบนำเข้าอีกหลายหลายชนิดจนได้ที่ ทำให้หอมกรุ่นและได้ความอร่อยในทุกคำ นอกจากนี้ที่ร้านยังมี เนื้อใบพาย (Chuck-eye) ที่หมักเกลือจนได้รสชาติที่พอดี นำมาจิ้มแค่ซอส Yuzu ให้ได้รสเปรี้ยวและหอม ช่วยตัดเลี่ยนและเข้ากับรสของเนื้อได้อย่างดีเยี่ยม และพลาดไม่ได้กับ ลิ้นวัว (Gyu Tan) ทางร้านใช้ส่วนโคนลิ้นวัวพรีเมียมชิ้นโต นำมาย่างจนด้านนอกมีความกรอบ แต่ข้างในยังนุ่มฉ่ำ ลิ้นหนานุ่มคงเสน่ห์ของลิ้นวัวได้อย่างดี เคี้ยวสนุกสุดๆ เมนูทุกจานของ Yakiniku Jumbo ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์ยากินิคุระดับพรีเมียมให้ผู้ที่หลงใหลในรสชาติของเนื้ออย่างแท้จริง รับรองว่าสายเนื้อจะต้องถูกใจ และกลับมาซ้ำได้อีกไม่รู้จบ ข้อมูลร้าน Yakiniku Jumbo Bangkok พิกัด : https://maps.app.goo.gl/ByKgbaxjcu83gMDU7 ที่อยู่ : The Taste Thonglor ซอยทองหล่อ 11 ชั้น 1 ร้านเปิดบริการ :อังคาร-ศุกร์ 17.00 - 22.00 น. (หยุดวันจันทร์)เสาร์-อาทิตย์ 11.30 - 14.30 / 17.00 - 22.00 น. LINE : @yakinikujumbo.bkk ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/Yakiniku Jumbo Bangkok บทความที่คุณอาจสนใจ 20 ร้านอาหาร ทองหล่อ รวมทุกร้านเด็ด บนถนนชื่อดัง ต้องไปโดน! 26 ร้านบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง เนื้อวากิว กรุงเทพ ฟินเนื้อย่างแบบไม่มีอั้น

26 ร้านบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง เนื้อวากิว กรุงเทพ ฟินเนื้อย่างแบบไม่มีอั้น
อ่าน

26 ร้านบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง เนื้อวากิว กรุงเทพ ฟินเนื้อย่างแบบไม่มีอั้น

บุฟเฟ่ต์เนื้อย่าง ใกล้ฉัน เอาใจสายกินเนื้อที่ชอบทาน บุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง บุฟเฟ่ต์เนื้อย่างคุ้มๆ ตามมาดูเลย ! ครั้งนี้เราจะพาทุกคนไปอิ่มจนพุงกาง กับ 26 ร้านบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง เนื้อวากิว ในกรุงเทพ อัปเดต 2025 ฟินกับเนื้อคุณภาพดี อร่อยที่สุด แถมราคาสมเหตุสมผล ใครกำลังมองหาร้านบุฟเฟ่ต์เนื้อย่างพรีเมี่ยมอยู่ละก็ ตามเรามาดูกันเลยว่าจะมีร้านไหนกันบ้างค่ะ ร้านบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง พรีเมี่ยม เนื้ออร่อย กรุงเทพ 1. Oranjii - Japanese yakiniku shabu ราคาเริ่มต้น 399 บาท / คน ภาพจาก : คุณFight_Rainazo Oranjii - Japanese yakiniku shabu เมนูไม้เด็ดอยู่ที่ เนื้อวากิว เช่นเดียวกัน เนื้อสไลด์ไม่บาง และไม่หนาจนเกินไป ทำให้เมื่อสัมผัสเข้าไปในปาก จะรู้สึกถึงความนุ่ม ละมุนลิ้น นั่นเองค่ะ แถมพร้อมเสิร์ฟกันแบบไม่อั้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีเมนูซาชิมิ และซูชิมาตัดเลี่ยนให้ฟินกันแบบจุกๆ บอกเลยว่าเริ่ด ! อ่านบทความรีวิวเพิ่มเติม ที่ :รีวิว Oranjii - Japanese yakiniku shabu ร้านเนื้อคุณภาพดีที่คุณไม่ควรพลาด!! ภาพจาก : คุณFight_Rainazo พิกัด :https://maps.app.goo.gl/RSXSZteZiURA4dTU6 ที่อยู่ : ซอย พหลโยธิน 11 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 11.00 - 14.00 น. / 17.00 - 22.00 น. (เสาร์-อาทิตย์ 11.00 - 21.00 น.) โทร : 09-7110-0029 ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/oranjiibangkok/ 2. MaxBeef Buffet ราคาเริ่มต้น 389 บาท / คน อีกหนึ่งร้านบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง เนื้อวากิว ที่ถูกพูดถึงมากที่สุด อย่าง Max Beef ที่นี่มีเนื้อวากิว ที่อร่อยเอามากๆ และดีมากๆ แถมขนาดชิ้นก็ไม่ใหญ่จนเกินไป ทำให้เคี้ยวง่าย ไม่เหนียวจนเกินไป รวมถึงราคาบุฟเฟ่ต์ที่เอาใจมนุษย์เงินเดือน อย่างพวกเรา เย้ ! พิกัด :https://maps.app.goo.gl/Npj5j9SWUWgdX41YA ที่อยู่ : ชั้น 4 ซีคอนบางแค บางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 11.00 - 21.00 น. โทร : 09-9608-6242 ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/buffetmaxbeef/ คลิกรับส่วนลด LINE MAN ได้ที่นี่ 3. IN THE MIDDLE By KAIZEN ราคาเริ่มต้น 589++ บาท / คน เปิดลิสต์ร้านแรกกันที่ร้าน In The Middle by Kaizen ร้านบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง เนื้อเกรดพรีเมี่ยม ที่เรากล้าพูดได้เลยว่า Beef Lover และ Sushi Lover ห้ามพลาด! เพราะที่นี่เค้าจัดเต็มด้วยเนื้อคุณภาพดี ละลายในปาก กินได้ไม่อั้น ฟินเนื้ออย่างเดียวอาจจะยังไม่จุใจ ในส่วนของ อาหารญี่ปุ่น ก็มาแบบจัดเต็มทั้ง ซูชิ และ ซาชิมิ โอ้ยย! ไปเถอะรับรองว่าฟิน ดูริวิวเต็มๆ ที่นี่ :บุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง เนื้อพรีเมี่ยมไม่อั้น In The Middle by Kaizen บอกได้คำเดียวว่าฟิน! พิกัด :https://maps.app.goo.gl/6XxjTppfhkxPuDJg8 ที่อยู่ : ลาดพร้าว ซอย 4 ถ.ลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 11.00 - 23.00 น. โทร : 09-8831-3905 ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ :www.facebook.com/InTheMiddleByKaizen 4. WaQ Yakiniku ราคาเริ่มต้น 499+ บาท / คน ร้านปิ้งย่างบุฟเฟ่ต์ เนื้อวากิว ร้านต่อมาที่เราอยากให้ทุกคนได้ไปลองกัน คือร้าน WaQ Yakiniku ทางร้านได้สั่งเนื้อทั้งหมด ส่งตรงมาจากออสเตรเลีย ที่เด็ดไปกว่านั้นก็คือ สไตล์การปิ้งย่างที่ต่างจากที่อื่น แถมยังมีน้ำจิ้มรสเด็ด ส่งเสริมรสชาติของเนื้อวากิวโดยเฉพาะ มาให้เลือกอีกมากมายหลายแบบอีกด้วย พิกัด :https://maps.app.goo.gl/druEKBa9ELMvX4918 ที่อยู่ : The Garden คลองเตย ถนน พระรามที่ 3 เขตคลองเตย กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 10.00 - 22.00 น. โทร : 0-2249-3723 , 08-5486-9222 ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/WaQYakiniku/ 5. Guru Gyuu กูรูกิว ราคา หมู 399 บาท / คน (ราคานี้เฉพาะวันอังคาร-ศุกร์ ก่อน 15.00 น.) Guru Gyuu บุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างขั้นเทพกูรูกิว ร้านบุฟเฟ่ต์เนื้อย่าง ที่ราคาเริ่มต้นเบามาก ที่คนละ 399 บาท อิ่มอร่อยแบบไม่อั้นกว่า 27 เมนู แต่เราอยากบอกว่าสำหรับใครที่เป็นสายเนื้อตัวจริง และมีกินมีใช้ไม่ขาดมือ อยากให้ก้าวกระโดดไปที่บุฟเฟ่ต์ตัวแพงได้เลย เพราะจะได้ฟินกับเนื้อพรีเมียม อิ่มได้ไม่อั้นกว่า 80 เมนู บอกเลยว้าคุ้มแน่นอน และไฮไลท์ของที่ร้านคือเค้ามี Happy Hour บุฟเฟ่ต์เนื้อย่างราคาพิเศษ 399 และ 599 ต่อคน เฉพาะวันอังคาร -วันศุกร์ 2 ช่วงเวลา คือ มาก่อนบ่าย3 และ มาหลัง2ทุ่มครึ่ง นะคะ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/zXLmN9TngPX3qr7f7 ที่อยู่ : ถน พหลโยธิน แขวง สามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 11.30 - 23.00 น. (หยุดวันจันทร์) โทร : 0-2279-9086 (สาขาสะพานควาย) ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/GuruGyuu 6. SALANG Korean BBQ Buffet Restaurant (ร้านซาลัง) ราคา 350 บาท / คน ร้านต่อมา SALANG Korean BBQ Buffet Restaurant (ร้านซาลัง) ร้านบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างราคาดี ในคุณภาพที่ต้องโดน! มาดูเรื่องเนื้อวากิวของเรากันก่อน ที่นี่ ส่งตรงเนื้อวากิวมาจากทั้งออสเตรเลีย และญี่ปุ่น ดังนั้นหายห่วงได้เลยค่ะ ส่วนรสชาตินี่เหมือนเหาะขึ้นไปกินอยู่บนสวรรค์ มันดี และนุ่มละมุนลิ้นมากๆ ! อีกทั้งยังมีให้สั่งทั้งแบบบุฟเฟ่ต์ และอาลาคาร์ทอีกด้วย พิกัด :https://maps.app.goo.gl/3LT9yqLayE6dpX2j8 ที่อยู่ : คอนโดปทุมวันรีสอร์ท ถนนถ.พญาไท แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 11.30 - 22.00 น. โทร : 09-3426-4669 ที่จอดรถ : มี ในซอยคอนโด เว็บไซต์ :www.facebook.com/salangbuffet 7. GYUMA ราคาเริ่มต้น 319++ บาท / คน ภาพจาก : คุณสายลมที่หวังดี ใครที่กำลังมองหา ร้านบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง เนื้อวากิว ราคาไม่แพง แต่เนื้อนุ่มอร่อย ต้องมาที่นี่เลยค่ะ GYUMA เราขอบอกเลยว่า เนื้อร้านนี้ อร่อยมาก เจ้าของร้านกระซิบเราว่า เขาได้เดินทางไปเลือกเนื้อด้วยตัวเองถึงถิ่น โอวมายก็อต ! นอกจากเนื้อวากิวแล้ว ก็ยังมีซีฟู้ดมาให้เลือกกันอีกด้วยนะจ๊ะ อ่านบทความรีวิวเพิ่มเติม ที่ :ร้านปิ้งย่าง Gyuma ThongLhor ภาพจาก : คุณสายลมที่หวังดี พิกัด :https://maps.app.goo.gl/h6um7XvmcRQrYw7A6 ที่อยู่ : ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : ทุกวัน 11.30-23.00 น. โทร : 0-2714-0518 / 09-4394-9055 ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ :https://web.facebook.com/GYUMABBQ/ 8. Tenjo Sushi Yakiniku Premium Buffet ราคาเริ่มต้น 399++ บาท / คน มาร้านนี้มีแต่คุ้มกับคุ้ม ! เพราะที่ Tenjo Sushi Yakiniku Premium Buffet นอกจากทุกคนจะได้ลิ้มลองเนื้อวากิว ที่ส่งตรงมาจากออสเตรเลีย และญี่ปุ่น แล้ว ยังได้กินแซลมอนพรีเมี่ยม กันแบบไม่อั้นอีกด้วย แถมราคาบุฟเฟ่ต์ต่อหัวที่นี่ ก็ไม่แรง เอาเป็นว่า ห้ามพลาดกันนะคะ พิกัด :https://maps.app.goo.gl/vn8suVmY8vxBP19z8 ที่อยู่ : Sena Fest ชั้น 2 ถนนเจริญนคร แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 11.00 - 22.00 น. โทร : 0-2108-9824 ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ :https://web.facebook.com/TenjoSushiYakiniku/ 9. TORA Yakiniku x Caf ราคาเริ่มต้น 799++ บาท / คน ใครที่กำลังมองหา ร้านปิ้งย่าง เนื้อวากิว ที่กินจบในร้านเดียว ต้องมาที่นี่เลยค่ะTORA Yakiniku x Caf เพราะนอกจากทุกคนจะได้ลิ้มลองเนื้อวากิว ที่หมักซอสสูตรพิเศษแล้ว ยังจะได้กินของหวาน ขนม ที่พร้อมเสิร์ฟกันแบบไม่อั้น หื้มมม..คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว ฮ่าๆ ดูรีวิวเพิ่มเติม ที่ :TORA Yakiniku x Caf รีวิวละเอียด ร้านบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างแบบ Social Distancing ! พิกัด :https://maps.app.goo.gl/FXn3DkpZoUTQXBVK8 ที่อยู่ : The City Connect ถนน กัลปพฤกษ์ แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 11.00 - 23.00 น. โทร : 09-0986-2996 ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/ToraYakinikuCafe 10. Ichiro Yakiniku ราคา 489 บาท / คน Ichiro Yakiniku อิจิโร่ บุฟเฟ่ต์เนื้อย่างเตาถ่าน จ่ายไม่เกินคนละ 500 บาท ก็ได้อิ่มฟินกับเนื้อย่างคุณภาพดี ทานได้ไม่อั้นในเวลา 90 นาที รสชาติเนื้อวากิว หวาน นุ่ม ละมุนลิ้น หอมกลิ่นย่างถ่าน ฉะนั้นทุกคนอย่าคิดเยอะ ออกไปกันเลยดีกว่าเนอะ พิกัด :https://maps.app.goo.gl/BiHwFnkh1jqsAPfk7 ที่อยู่ : 14 ซอย นาคนิวาส 16 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ :จันทร์-ศุกร์ 16.00 - 23.00 น.เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนัตขัตฤกษ์ 12.00 - 23.00 น. โทร : 0-2932-4885 , 08-6600-4088 ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/Ichiro.yakiniku 11. Yakiniku Rising ราคาเริ่มต้น 699 บาท / คน มาต่อที่ร้าน Yakiniku Risingร้านบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง เอาใจสายเนื้อ Beef Lover ที่ร้านมีเมนูจัดเต็มทั้งเนื้อวากิวA5 ลายสวยๆ ปูทาราบะ กุ้งแม่น้ำตัวโตๆ หอยเชลล์ญี่ปุ่นและยังน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บ ทานได้ไม่จำกัดในเวลา 90 นาที พิกัด : https://maps.app.goo.gl/8zdE43KS9uRReeCA9 ที่อยู่ : Nihonmachi Mall, ซอย อรรถกระวี แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ :จันทร์ - ศุกร์ 17.00 - 23.00เสาร์ - อาทิตย์ 12.00 - 24.00 โทร : 0-2260-4420 / 09-3756-9329 ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/YakinikuRising 12. BEST BEEF ราคาเริ่มต้น 319+ บาท / คน ใครที่อยู่ย่านอ่อนนุชล่ะก็ เราขอแนะนำร้าน Best Beef ที่นี่ถือว่าเป็นร้านดังประจำย่านอ่อนนุชเลยก็ว่าได้ เพราะ คุณภาพของเนื้อวัว และเนื้อหมู ที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี แถมราคาสบายกระเป๋า เลยไม่แปลกที่จะทำให้ทุกช่วงเวลาเย็นของร้านจะมีคิวลูกค้ารออย่างต่ำกว่าร้อยคิว โหหหห ! พิกัด :https://maps.app.goo.gl/VjRJvrSzBA3c3eyb7 ที่อยู่ : ถนนสุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ :จันทร์-ศุกร์ 15.00 - 24.00 น.เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนัตขัตฤกษ์ 11.00 - 24.00 น. โทร : 0-2742-9416 ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/BestBeefSukhumvit/ 13.Gyu-Ya Yakiniku (กิวย่า ยากินิคุ) ราคาเริ่มต้น 499+ บาท / คน อีกหนึ่งร้านเอาใจสายเนื้อย่าง กุ้งย่าง ที่ร้าน Gyu-Ya Yakiniku (กิวย่า ยากินิคุ) เนื้อย่างคุณภาพดีเกรดพรีเมี่ยม ทางร้านคัดสรรมาอย่างดี เต็มอิ่ม 2 ชั่วโมงแบบฟินๆทั้งเนื้อวากิว ซีฟู้ด กุ้งแม่น้ำสดๆ (มีบริการผ่าให้) หอยเชลล์ แซลมอนซาชิมิ ซูชิปลาไหล ไอศกรีม homemad โอ้ยยย ลงตัวสุดๆ ! พิกัด :https://maps.app.goo.gl/fzEkeH6ZBvQfxWm1A ที่อยู่ : The Street รัชดา ถนนรัชดาภิเษก แขวง/เขต ดินแดง กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 11.00 - 22.00 น. โทร : 08-3028-8368 ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/Gyuya/ 14. SINSA Korean BBQ Bar ราคาเริ่มต้น 399++ บาท / คน ภาพจากทรูไอดีครีเอเตอร์ : เป็ดน้อยพากิน SINSA Korean BBQ Bar ร้านบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง สไตล์เกาหลี ย่าน พุทธมณฑลสาย 2 ศาลาธรรมสพน์ การบริการรวดเร็วทันใจอาหารเสิร์ฟไว เมนูอาหารมีให้เลือกค่อนข้าวหลากหลาย ในส่วนของปิ้งย่างก็มีทั้งหมู และเนื้อคุณภาพดี ราคาเริ่มต้นที่ 399++ สำหรับคนที่ไม่ทานเนื้อ แต่ใครที่เป็นสายเนื้อก็จัดเต็มได้เลยในเซ็ตบุฟเฟ่ต์ 499++ ดูบทความรีวิว ที่ : บุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างเกาหลี SINSA Korean BBQ Bar พุทธมณฑลสาย 2 ของกินเพียบ รสชาติแท้ๆ คนเกาหลีคอนเฟิร์มเอง! ภาพจากทรูไอดีครีเอเตอร์ : เป็ดน้อยพากิน พิกัด :https://maps.app.goo.gl/Y9LxWjP3SPEhntAE9 ที่อยู่ : ถนนศาลาธรรมสพน์ แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ :จันทร์-ศุกร์ 17.00 - 24.00 น.เสาร์-อาทิตย์ 11.00 - 24.00 น. โทร : 08-3479-6518 ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/sinsakoreanbbq 15. Gyu-Kaku (กิวคาขุ) ราคาเริ่มต้น 599++ บาท / คน ร้าน Gyu-Kaku (กิวคาขุ)ไม่ว่าคุณจะเป็นสายไหนก็ฟินได้หมด! ทั้งสายเนื้อ สายหมู รวมไปถึงสายซีฟู้ด ที่ร้านมีเนื้อวัวเกรดพรีเมี่ยมชิ้นโต ที่รสชาติและรสสัมผัสีอดีมาก ในส่วนของซีฟู้ดก็จัดเต็มกับกุ้งแม่น้ำ, หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ และแซลมอน วัตถุดิบสดใหม่ในราคาที่จับต้องได้ บอกเลยว่าดีย์! พิกัด :https://maps.app.goo.gl/7WEoYgy9sHUBahqL8 ที่อยู่ : สยามสแควร์วัน ถนน พระรามที่ 1 แขวง/เขต ปทุมวัน กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 11.00 - 22.00 น. โทร : 0-2252-2831 ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/GyukakuTH/ 16. RENA Yakiniku บุฟเฟ่ต์ 990.- บาท / คน Rena Yakiniku (เรนะ ยากินิกุ) ร้านบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง เนื้อย่างสไตล์ญี่ปุ่น ร้านดังบนถนนนราธิวาสราชนครินทร์ที่ร้านพร้อมเสริฟเนื้อชั้นดีราคาในราคาเดียว คือ บุฟเฟ่ต์เนื้อ 990 บาท Net ต่อคน เมนูอาหารมีให้เลือกทานเยอะ เนื้อคุณภาพดีจัดเต็ม ใครเป็นสายเนื้อ สายกินแหลก บอกเลยว่าคุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม พิกัด : https://maps.app.goo.gl/Wp5FSBBkvKc34hYD8 ที่อยู่ : ถนน นราธิวาสราชนครินทร์ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 16.00 - 24.00 น. Line: @renayakiniku ที่จอดรถ : ลานจอดรถ (ถนนจันทน์) เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/RenaYakiniku 17. Niku Taro ราคาเริ่มต้น 498.- บาท / คน Niku Taro ร้านเนื้อย่างสไตล์ญี่ปุ่น ที่ร้านมีทั้ง A La Carte และ Buffet สำหรับใครที่เป็นสายกินดุ เราขอแนะนำให้ทานบุฟเฟ่ต์ตุกๆ ไปเลยจ้าาา ในราคาแค่ 498 บาท(Net) สามารถทานได้ทั้ง สั่งเนื้อส่วนต่างๆ คุณภาพดี มีเบิ้ล ! และหมูสามชั้น สันคอ คอหมู ไส้กรอก และเมนูเครื่องเคียงต่างๆ อีกเพียบเลยจ้าา พิกัด : https://maps.app.goo.gl/daaB8C6Qg4PfTGDu7 ที่อยู่ : ตำบลเทพารักษ์ อำเภอเมือง สมุทรปราการ ร้านเปิดบริการ : 12.00 - 20.00 น. (หยุดวันจันทร์) โทร : 0-2063-0938 ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/NikuTaroo 18. The Garden Grill Yakiniku ราคาเริ่มต้น 760.- บาท / คน The Garden Grill Yakiniku ร้านบุฟเฟ่ต์ ปิ้งย่าง เนื้อวากิว สุดพรีเมียม ย่านติวานนท์ ราคา บุฟเฟ่ต์ ของที่ร้านมีด้วยกัน 3 เรทราคา (760/1,280/2,000/2,800) บอกเลยว่าร้านนี้เหมาะสำหรับนักล่าเนื้อ Bbeef Lover โดยเฉพาะ ยิ่งใครที่เป็นสายเนื้อเทพๆ ต้องทานบุฟเฟ่ต์แบบ 2,000 บาท รับรองว่าฟินแบบน้ำตาไหลเลยจ้า พิกัด : https://maps.app.goo.gl/zfNNiAEZ8kysmZKe9 ที่อยู่ : ซอยติวานนท์ 40 ถนนติวานนท์ ตำบลท่าทราย อำเภอเมือง นนทบุรี ร้านเปิดบริการ : จันทร์-ศุกร์ 16.30 - 22.00 น. (ไม่มีรอบ)เสาร์-อาทิตย์ 11.00 - 22.00 น. Line : @gardengrill ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/GardenGrillYakiniku 19. AKA Yakiniku ราคาเริ่มต้น 439+ บาท / คน AKA Japanese Restaurantอีกหนึ่งร้านปิ้งย่างสุดฮิต ที่บอกเลยว่าในหลายๆ สาขาคือหน้าร้านคิวยาวตลอดเวลา ด้วยความที่ราคาสมเหตุสมผล รสชาติของเนื้อหมู เนื้อวัวที่อร่อยมากก และมีเครื่องเคียงให้เลือกทานเยอะมากกก คือถ้านึกถึงร้านปิ้งย่างที่ทั้งอิ่ม อร่อย และสุดคุ้ม ต้องคิดถึงร้านนี้เลยค่ะ พิกัด :https://maps.app.goo.gl/GDo9v9XiWg5nMsfG7 ที่อยู่ :CentralwOrld ชั้น 7 ถนน พระรามที่ 1 เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เปิดบริการ : 10.00 - 21.00 น. โทร : 09-5372-6986 ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/akarestaurant 20. Koyama Yakiniku ราคาเริ่มต้น 499 บาท / คน สายปิ้งย่างมาทางนี้จ้า ประเดิมลิสต์ร้านบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างแรกกันที่ร้านKoyama Yakiniku โคยาม่า ยากินิคุสาขา วัน โอ วัน ทรู ดิจิตอล พาร์ค บอกเลยว่าร้านนี้อร่อย คุณภาพโอเค มีอาหารให้เลือกทานหลากหลาย ในราคาที่จับต้องได้ ใครที่ชอบทานปิ้งย่างสไตล์ยากินิขุ มาร้านนี้รับรองไม่ผิดหวัง พิกัด :https://maps.app.goo.gl/RGzPk3keMyqsbG1cA ที่อยู่ : ซีคอนสแควร์ ชั้น 4 ถ. ศรีนครินทร์ เขตประเวศ กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 11.00 - 21.00 น. โทร : 0-2720-2700 ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/KOYAMA101/ 21. Seiniku-ten เซนิกุเทน ราคาเริ่มต้น 699+ บาท / คน Seiniku-ten เซนิกุเทน ร้านบุฟเฟ่ต์เนื้อย่าง สูตรโอซาก้า ที่ร้านมีเนื้อหลายหลายเมนู หลากหลายชนิด ทั้งเนื้อนิวซีแลนด์ เนื้อสันพิเศษ เนื้อฮารามิ รวมไปถึง หมู ไก่ และซีฟู้ด ที่คัดสรรคุณภาพมาแบบเน้นๆ นอกจากนี้ยังซูชิแบบจัดเต็มอีก 12 เมนู บอกเลยว่าปังมากๆ พิกัด :https://maps.app.goo.gl/xgvFcFu1sBWz88eS8 ที่อยู่ : เอกมัย 6 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 12.00 - 22.00 น. โทร : 08-1925-6663 ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/seinikuten.thailand 22. Shoutaian 2nd Rich ราคา 1,741 บาท / คน Shoutaian 2nd Rich ตัวจริงเรื่องเนื้อวากิว ร้านบุฟเฟ่ต์เนื้อย่างพรีเมี่ยม ที่ร้านมีเนื้อให้เลือกทานได้หลายส่วน ไฮไลท์คือ เนื้อย่าง 5วิ แล้วไหนจะมีเนื้อติดมันอย่างโจคารูบิ และที่ขาดไม่ได้คือเนื้อวากิว บอกเลยว่าราคาอาจจะแรงกว่าที่อื่น แต่คุณภาพมาแบบจัดเต็มแน่นอน พิกัด :https://maps.app.goo.gl/uT2oF9a1U6k2FtVG7 ที่อยู่ : ซอย สุขุมวิท 57 (ทองหล่อ 9) แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 16.00 - 22.00 น. โทร : 09-3584-4129 ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/shoutaian2nd 23. NitenGyu Yakiniku Sushi Buffet ราคาเริ่มต้น 399+ บาท / คน NitenGyu Yakiniku Sushi Buffet นิเท็นกิว ยากินิคุ ร้านปิ้งย่าง บุฟเฟ่ต์เนื้อย่าสไตล์ญี่ปุ่น ทานไม่อั้น2ชั่วโมงเต็ม บุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง และซูชิ มาครบทุกวัตถุดิบพรีเมี่ยม ไข่ปลาหมึกแซ่บๆ หอยหวาน กุ้งแม่น้ำผ่าหลังมันเยิ้มๆ ซาชิมิแซลมอนนอร์เวย์จากปลาสด เนื้อวัวนำเข้ามากกว่า 10 ชนิด สายเนื้อห้ามพลาดเลย พิกัด :https://goo.gl/maps/aYwxWgj4A2Qbctgp6 ที่อยู่ : ถนนลาดปลาเค้า แขวง จรเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 11.20 - 22.00 น. โทร : 09-5908-7778 ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/nitengyu 24. ติดเนื้อ ปิ้งย่างกระทะร้อน Meat addict ราคาบุฟเฟ่ต์เนื้อ เริ่มต้น 399 บาท / คน ติดเนื้อ ปิ้งย่างกระทะร้อน Meat addict อีกหนึ่งร้านบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างกระทะร้อน ที่สานเนื้อต้องมาโดน ไม่ว่าจะเป็นออสเตรเลี่ยนวากิวเบคอน ยกขบวนมาพร้อม ไทยวากิว ไทยเฟรนช์ แองกัส หอยเชลล์ และเมนูเกาเหลาน้ำตกวากิวแบบแซ่บๆ กินได้ไม่อั้นทั้งร้าน ในราคาไม่ถึง 500 บาทเองงง พิกัด :https://goo.gl/maps/aYwxWgj4A2Qbctgp6 ที่อยู่ : โชคชัยสี่ ถนนลาดพร้าว แขวง สะพานสอง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 12.00 - 22.00 น. โทร : 08-2004-0038 ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/ติดเนื้อ ปิ้งย่างกระทะร้อน Meat addict 25. Tajimaya Yakiniku ราคาเริ่มต้น 699++ บาท / คน แค่ชื่อก็การันตีความอร่อยแล้ว สำหรับร้าน Tajimaya Yakiniku ร้านบุฟเฟ่ต์เนื้อย่างพรีเมี่ยม สไตล์ญี่ปุ่น ใครอยากทานเนื้อวากิวดีๆ ต้องมาที่นี่เลย แค่ราคา Starter ก็ปังไม่ไหวแล้ว แต่ใครอยากบินได้ก็ต้องเซ็ทสูงสุดเลย เพราะฟินเหมือนได้ไปกินบุฟเฟ่ต์เนื้อย่างที่ญี่ปุ่นเป๊ะ แอบกระซิบว่าที่ร้านมีราคา Happy Hour บุฟเฟ่ต์ 399++ ในวันธรรมดา 11.00 - 15.00 น. ด้วยน้า พิกัด :https://maps.app.goo.gl/TD4YNNvkMFfRyDwa9 ที่อยู่ : ชั้น 7 Central World เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 11.00 - 22.00 น. โทร : 0-2252-0544 ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/TajimayayakinikuTH 26. Red Panda Yakiniku ราคาเริ่มต้น 448++ บาท / คน Red Panda Yakiniku ร้านบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง เนื้อย่างสไตล์ญี่ปุ่น รสชาติและบรรยากาศจัดเต็ม เนื้อดีมีความพรีเมี่ยม เมนูอาหารหลากหลาย กว่า 160 เมนู ในราคาที่สมเหตุสมผล พิกัด :https://maps.app.goo.gl/MNKpnMcC6jNnSEz89 ที่อยู่ : ชั้น 3 เดอะมอลล์ บางแค ถ.เพชรเกษม เขตบางแค กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 10.00 - 21.00 น. ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/RedPandaYakiniku/ บทความที่คุณอาจสนใจ 10 ร้านบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง กระทะร้อน หอมเนย กินไม่อั้น 300 มีทอน! 15 ร้านบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง เกาหลี ในกรุงเทพ งบไม่เกิน 350 บาท ถูกและดี มีอยู่จริง

รีวิว KAZAMA YAKINIKU ร้านเนื้อย่างพรีเมียม สาขาแรกในไทย CentralWorld
อ่าน

รีวิว KAZAMA YAKINIKU ร้านเนื้อย่างพรีเมียม สาขาแรกในไทย CentralWorld

ร้านอาหาร CentralWorld เปิดใหม่ ปี 2025 วันนี้เราขอพาสายเนื้อทุกคนมาฟินกับร้านปิ้งย่าง เนื้อย่างพรีเมียม กับร้าน KAZAMA YAKINIKU (คาซามะ ยากินิกุ) ร้านเนื้อย่างคุณภาพพรีเมี่ยม สไตล์คันไซ ส่งตรงจากประเทศไต้หวัน สาขาแรกในไทย ปักหมุดกันที่ ชั้น 3 เซ็นทรัลเวิลด์ (CentralWorld) ทางร้านคัดสรรเนื้อวัวที่ดีที่สุด โดยใช้เทคนิคการตัดเนื้อเฉพาะ "Kazama Cutting Technique" ซึ่งเป็นการตัดเนื้อที่ช่วยให้เนื้อมีความสมบูรณ์แบบในทุกคำที่เสิร์ฟ ใครเริ่มหิวแล้วก็อย่ารอช้า ตามเรามาส่องความฟินกันเลย! KAZAMA Yakiniku ร้านเนื้อย่างพรีเมียม เซ็นทรัลเวิลด์ KAZAMA Yakiniku เป็นร้านปิ้งย่าง เนื้อย่างพรีเมี่ยม ที่ส่งตรงความอร่อยมาจากประเทศไต้หวันโดยชื่อร้านได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรม คันไซ (Kansai) ที่มีความอบอุ่นและเป็นกันเอง พร้อมทั้งนำเสนอเมนูอาหารสไตล์คันไซฟิวชั่น เป็นการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมการกินของตะวันตกและตะวันออกให้เกิดเป็นรสชาติและประสบการณ์ใหม่ที่น่าตื่นเต้น การย่างเนื้อที่นี่จึงไม่เพียงแค่การย่างตามแบบดั้งเดิม ใช้เทคนิคการตัดเนื้อเฉพาะ "Kazama Cutting Technique" เป็นการตัดเนื้อที่ช่วยให้เนื้อมีความสมบูรณ์แบบในทุกคำที่เสิร์ฟ โดยคอนเซ็ปต์ของร้าน คือ NO MEAT NO LIFE ไม่เพียงแค่การนำเสนอเนื้อที่ดีที่สุดเท่านั้น แต่ยังมุ่งมั่นในการดูแลเอาใจใส่ทุกขั้นตอนเพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ดีที่สุด ทุกครั้งที่คุณมาที่ร้าน Kazama จะเป็นการส่งผ่านความหลงใหลในชีวิตและอาหารที่เต็มไปด้วยความรักและความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด รีวิว KAZAMA Yakiniku ร้านอาหาร CentralWorld บอกเลยว่าใครที่เป็นสายเนื้อต้องกดว้าวรัวๆ เพราะเค้ายกทัพเนื้อพรีเมียมส่วนต่างๆ มาแบบจัดเต็ม Master Set บอกเลยว่ารวมตัวท็อปมาให้แล้วไม่ว่าจะเป็น Japanese Wagyu Karubi, Australian Wagyu Finger Meat, Australian Wagyu | Kazama Cut, Premium Marbled Australian Wagyu และยังมีลิ้นวิวหนานุ่มสู้ฟันบอกเลยว่าเลิศแบบไม่มีที่ติ นอกจากนี้ที่ร้านยังมีเนื้อไก่ เนื้อหมู อาหารทะเล รวมไปถึงเมนูเครื่องเคียง ของทานเล่นอีกเพียบ เนื้อวากิวลายสวย หินอ่อนแบบจัดเต็ม ย่างไฟจนได้ความสุกที่ต้องการ ตัวเนื้อคือเอาเข้าปากไขมันละลายชุ่มฉ่ำ จิ้มกับเกลือพริกไทย หรือน้ำจิ้มของที่ร้านบอกเลยว่าเข้ากันได้ดีมาก และเราสามารถเลือกได้ว่าจะให้น้องพนักงานมาย่างให้ หรือต้องการย่างเอง สำหรับเมนูเครื่องดื่มที่ร้านก็มีครบทั้ง Soft Drink และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ Butter Beer เมนูเครื่องดื่ม Signature ของที่ร้าน มีทั้งแบบ Non-Alcoholic และ Alchohalic สามารถเลือกได้ตามต้องการ และห้ามพลาดที่จะปิดท้ายมื้อฟินๆ ด้วย ทิรามิสุ สูตรพิเศษ อร่อยละมุน บอกเลยว่าใครที่เป็นสายเนื้อ ชาวปิ้งย่างเลิฟเวอร์ ต้องมาลองลิ้มรสความอร่อยแบบพรีเมียมของเนื้อย่างสไตล์ คันไซฟิวชั่น กันที่ร้าน KAZAMA YAKINIKU รับรองว่าไม่ผิดหวัง ที่ร้านจะเป็นร้านอาหารแบบ a la carte ไม่ใช่บุฟเฟ่ต์ สามารถเลือกได้แบบจานเดี่ยวและแบบเซ็ตเลย ข้อมูลร้าน KAZAMA YAKINIKU พิกัด : https://maps.app.goo.gl/8UjbunSbywQBGnLm6 ที่อยู่ : ชั้น 3 โซน Nippon Avenue ศูนย์การค้า centralwOrld ร้านเปิดบริการ : 10.00 - 22.00น. โทร : 06-1398-3080 ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/Kazama.Yakiniku.TH บทความที่คุณอาจสนใจ 60 ร้านอาหาร เซ็นทรัลเวิลด์ centralwOrld 2025 ร้านอร่อยโดนใจ ต้องไปโดน 12 ร้านบุฟเฟ่ต์ เซ็นทรัลเวิลด์ centralwOrld 2025 สายกินจดลิสต์อร่อย 15 ร้านนั่งชิล Groove Centralworld แฮงค์เอาท์หลังเลิกงาน ใกล้รถไฟฟ้า เดินทางสะดวก

พบกับธีมใหม่อาหารบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำ EPIC สุดอลังการด้วยขบวนอาหารทะเลสดและบาร์บีคิวเนื้อย่าง
อ่าน

พบกับธีมใหม่อาหารบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำ EPIC สุดอลังการด้วยขบวนอาหารทะเลสดและบาร์บีคิวเนื้อย่าง

โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ เอาใจคนรักอาหารทะเลและเหล่าคนรักอาหารปิ้งย่าง ด้วยมุมอาหารทะเลที่ยกทัพนำมาเสิร์ฟจากแหล่งวัตถุดิบชั้นเยี่ยม พร้อมกับบาร์บีคิวเนื้อย่าง สเตชั่นอาหารใหม่มากมาย นำมาเสิร์ฟให้คุณอย่างคับคั่ง พร้อมปรุงสดเสิร์ฟถึงโต๊ะของท่าน เฉพาะในบุฟเฟต์มื้อค่ำ EPIC ทุกคืนวันศุกร์ และวันเสาร์ ที่ห้องอาหารวูว์ของโรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ ให้บริการตลอดเดือนกรกฎาคม จนถึงสิงหาคม 2567 นี้เท่านั้น เพลิดเพลินกับอาหารทะเลคุณภาพดีให้เลือกสรรอย่างไม่จำกัด อาทิ กุ้งแม่น้ำ กุ้งลายเสือ เนื้อปลากะพงขาว เนื้อปลาอินทรี หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ หอยหวาน ปลาหมึก หอยเชลล์ และหอยนางรมสดจากหลายแหล่งอย่าง หอยนางรมฟิน เดอ แคลร์ หอยนางรมฟิน เดอ นอร์มังดีร์ และหอยนางรมไอร์ริช ให้เชฟทำเป็นแบบย่าง หรือนึ่งได้ตามใจชอบ เพิ่มรสชาติความอร่อยด้วยน้ำจิ้มหลากชนิด ไม่ว่าจะเป็น น้ำจิ้มแจ่ว น้ำจิ้มซีฟู้ด ซอสบาร์บีคิว ซอสโรสแมรี ซอสเนยเลมอน ซอสครีมไวน์ขาวชาร์ดอนเน่ และมัสตาร์ด อีกทั้งทุกท่านจะได้รับล็อบสเตอร์บอสตันท่านละ 1 ตัว ที่สามารถเลือกปรุงได้ 2 แบบ คือล็อบสเตอร์เทอร์มิดอร์ หรือล็อบสเตอร์ย่าง โดยทุกเมนูจะถูกนำมาเสิร์ฟให้ถึงที่โต๊ะของท่าน นอกจากนี้ยังมีสเตชั่นอาหารพิเศษมากมายที่เชฟปรุงสดใหม่จานต่อจาน อาทิ สเตชั่นทาร์ทาร์เสิร์ฟปลาแซลมอน ปลาทูน่า และปลาฮามาจิ สเตชั่นพาสต้าโฮมเมดอย่าง เฟตตูชินีซอสเห็ดทรัฟเฟิล (Fettuccine Truffle) ราวีโอลีเป็ดและฟักทอง (Ravioli Duck with Pumpkin) สเตชั่นซุปที่เสิร์ฟหมุนเวียนเปลี่ยนไปตามสัปดาห์ เช่น ซุปข้นล็อบสเตอร์ (Lobster Bisque) ซุปครีมเห็ดทรัฟเฟิลดำ (Black Truffle Cream Soup) รวมถึงเมนูอาหารทะเลเพิ่มเติมอย่าง ยำหอยนางรมรสเด็ด สลัดปลาหมึกยักษ์ (Alla Mediterranea) และหอยนางรมอบเสิร์ฟคู่กับไข่ปลาคาเวียร์แสนอร่อย ต่อด้วยสเตชั่นเนื้อสัตว์ที่เสิร์ฟเมนูหมูสามชั้นอบสไตล์อิตาเลียนทานคู่กับซอสแอปเปิลสูตรพิเศษ (Porchetta with Apple Sauce) สเตชั่นอาหารย่าง อาทิ และเมนูขาแกะย่าง ซึ่งจะหมุนเวียนเปลี่ยนไปตามสัปดาห์เช่นเดียวกัน จัดเต็มกับเมนูเนื้อวากิวออสเตรเลีย ไก่ย่างยากิโทริสไตล์ญี่ปุ่น และซี่โครงหมูบาร์บีคิว พร้อมกับสลัดเต็มรูปแบบและโคลด์คัทกับชีสนานาชนิดทั้งจากท้องถิ่นและนำเข้า รวมถึงอาหารไทยและเอเชียรสดั้งเดิม ปิดท้ายมื้ออาหารของทุกท่านด้วยของหวานหลากชนิด อาทิ เค้กมะพร้าว ข้าวเหนียวมะม่วง เค้กบาบารัม (Tropical Baba au Rhum) ไอศกรีมรสชาติต่าง ๆ ขนมไทยแบบดั้งเดิม และอื่น ๆ อีกมากมาย เต็มอิ่มกับบุฟเฟต์มื้อค่ำ EPIC มุมอาหารทะเล และบาร์บีคิวเนื้อย่างพรีเมียมแบบไม่จำกัด ทุกเย็นวันศุกร์และเสาร์ตลอดทั้งเดือนกรกฎาคม และสิงหาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 18:00 น. ถึง 22:00 น. ราคา 2,500++ บาท ต่อท่าน รวมชาหรือกาแฟ พร้อมดื่มด่ำวิวอันงดงามของราชกรีฑาสโมสร และทัศนียภาพของกรุงเทพมหานครในยามค่ำคืนห้องอาหารวูว์บนชั้น 12 ของโรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และสำรองที่นั่งล่วงหน้า ได้ที่ โทร 02 207 7777 อีเมล fb.bangkok@stregis.com หรือลิงก์ http://bit.ly/VIUReservations.ติดต่อผ่านช่องทางออนไลน์ Website : www.stregisbangkok.com Facebook : https://www.facebook.com/TheStRegisBangkok Instagram @stregisbangkok Line @stregisbangkok

หวาน 1 กรุบ! “แพทตี้” นั่งทานเนื้อย่าง แต่แคปชั่นอ่ะเนื้อคู่
อ่าน

หวาน 1 กรุบ! “แพทตี้” นั่งทานเนื้อย่าง แต่แคปชั่นอ่ะเนื้อคู่

หวาน 1 กรุบ! แพทตี้ นั่งทานเนื้อย่าง แต่แคปชั่นอ่ะเนื้อคู่ เพิ่งจะฉลองวันเกิดครบรอบ 31 ปีไปหมาดๆ สำหรับนักแสดงสาวหน้าเด็ก แพทตี้ อังศุมาลิน ที่งานนี้แฟนหนุ่ม แดน วรเวช พาไปดินเนอร์สุดหรูท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติก ล่าสุดสาว แพทตี้ ได้โพสต์ภาพชิวๆในวันหยุดสบายๆแบบนี้ด้วยการนั่งกินเนื้อย่างเกาหลีที่ร้านอาหารแห่งนึง พร้อมแคปชั่นว่า ข้างหน้าอ่ะเนื้อย่างแต่คนถ่ายอ่ะเนื้อคู่ ใครที่อ่านแคปชั่นนี้ก็อดคิดไม่ได้ว่าคนถ่ายรูปนี้ให้ แพทตี้ น่าจะเป็นหวานใจอย่างหนุ่ม แดน แน่ๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีแฟนคลับหนุ่มๆเข้ามาแซวและถือโอกาสมโนชั่วคราวแสดงตัวว่าตนเองเป็นคนถ่ายรูปนี้กันด้วยเช่น ขอโทษที่ปล่อยให้ไปกินเนื้อย่างกับคนขับรถ,ขอบคุณน้า ที่ลงรูปเค้าถ่ายให้,ผมไม่ได้ไปถ่ายนะครับ เป็นต้น

สูตรทำ เนื้อเสียบไม้ เนื้อย่าง พร้อมวิธีหมักเนื้อนุ่ม ทำขายตลาดนัด กำไรดี!
อ่าน

สูตรทำ เนื้อเสียบไม้ เนื้อย่าง พร้อมวิธีหมักเนื้อนุ่ม ทำขายตลาดนัด กำไรดี!

ใครสายเนื้อ มาทางนี้ เพราะเราจะพาไปทำเมนูเนื้อทำง่าย สูตรอาหาร วิธีทำ เนื้อเสียบไม้ เนื้อย่าง พร้อมวิธีหมักเนื้อนุ่ม ทำขายตลาดนัด กำไรดี! เนื้อเสียบไม้ เป็นเมนูที่ใช้เนื้อส่วนราคาถูก นำมาหมักให้นุ่ม ด้วยวิธีง่ายๆ บอกเลยว่าเป็นเมนูที่ต้นทุนต่ำ กำไรงาม สามารถนำสูตรไปเป็น สูตรทำขายตลาดนัด รับรองขายดี ขายง่าย ใครเป็นสายเนื้อ ตามมาทำเมนูกันเลย วิธีทำ เนื้อเสียบไม้ เนื้อย่าง สูตรทำขาย ดูคลิปขั้นตอนและวิธีทำ ด้านล่าง ▼ ส่วนผสม เนื้อเสียบไม้ เศษเนื้อวัว 350 กรัม น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว ช้อนโต๊ะ พริกไทยเม็ด ช้อนโต๊ะ เม็ดผักชี ช้อนโต๊ะ กระเทียม 2 ช้อนโต๊ะ รากผักชี 1 ช้อนโต๊ะ สัปปะรด 1 ช้อน น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ ซอสรุงรสฝาเขียว 2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ เนื้อเสียบไม้ นำกระเทียม รากผักชี พริกไทย ลูกผักชี้ น้ำตาลปี๊ป ซอสปรุงรสฝาเขียว ซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย คนผสมกันจนละลายเข้ากันดี ใส่น้ำมันพืชลงไป นำเศษเนื้อหั่นชิ้นเล็กๆ ลงไป นวดจนเข้ากัน ประมาณ 8-10 นาที หมักทิ้งไว้ในตู้เย็น 1 ชั่วโมง จากนั้นนำออกมา บีบน้ำสับปะรดลงไป หมักต่ออีก 10 นาที นำเนื้อมาเสียบไม้ พยายามให้ขนาดเท่ากัน เกลี่ยให้ห่างกัน นำไปย่างบนเตา ไฟแรง จนสุกตามชอบ เป็นอันเสร็จ 🙏ขอบคุณคลิปและข้อมูลจากYoutube :TomJoke FoodTV บทความที่คุณอาจสนใจ 15 เมนูเสียบไม้ ทำขายสร้างอาชีพ เมนูทำขาย ตลาดนัด ต้นทุนต่ำ กำไรงาม ! 20 สูตรอาหาร เมนูเนื้อ หลากหลายไอเดีย ทำง่าย เอาใจคนรักเนื้อวัว 🐂 50 สูตร เมนูทำขาย ตลาดนัด สร้างอาชีพได้ กำไรดีงาม

สูตร เสือร้องไห้ สูตรหมักเนื้อย่างรสเด็ด อาหารอีสานจานอร่อย 🥩
อ่าน

สูตร เสือร้องไห้ สูตรหมักเนื้อย่างรสเด็ด อาหารอีสานจานอร่อย 🥩

ของไทยแน่นอน !! วันนี้เรามี สูตรอาหาร เมนูอาหารอีสานยอดนิยม ที่ทุกร้านต้องมีเมนูนี้ กับ สูตรเสือร้องไห้ เนื้อย่างโคขุน สูตรหมักเนื้อย่างสูตรอร่อย ซึ่งวิธีทำก็ทำง่ายๆ และมาพร้อมกับ สูตรน้ำจิ้มแจ่ว แซ่บๆ กินตอนร้อนๆ คู่กับข้าวเหนียว ผักาด โอ้ยยย ฟินแน่นอน ฟินแบบไม่ต้องสืบเลยค่ะ แซ่บอยู่นะ! สูตรก้อยเนื้อ ก้อยขม อาหารอีสาน รสเด็ด อร่อยนัวถึงเครื่อง วิธีทำ เนื้อแดดเดียว อร่อยนุ่มเคี้ยวเพลิน กินเล่นก็ได้ เป็นกับแกล้มก็ดี สูตรเสือร้องไห้ สูตรหมักเนื้อย่าง สูตรเด็ด ดูคลิปขั้นตอนและวิธีทำด้านล่าง ▼ ส่วนผสม เสือร้องไห้ ส่วนผสม เนื้อย่าง เสือร้องไห้ เนื้อวัวติดมัน ( เสือร้องไห้​ ) 500 กรัม กระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ พริกไทย 1/2 ช้อนชา เบกกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ ซอสปรุงรส 2 ช้อนชา ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนชา ส่วนผสม น้ำจิ้มแจ่ว พริกป่น 1 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 1.5 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ ข้าวคั่ว 2 ช้อนชา น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา พริกขี้หนู 1 ช้อนโต๊ะ ผักชีฝรั่ง 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ เสือร้องไห้ 1. เริ่มจากการหมักเนื้อก่อนค่ะ เตรียมชามผสมใส่เนื้อลงไป ใส่เบกกิ้งโซดาขยำให้เข้ากันดีเนื้อจะได้นุ่มขึ้น 2. ใส่กระเทียม พริกไทย ซอสปรุงรส ซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย นวดให้ข้ากันดี ใส่กล่องปิดฝาใส่ตู้เย็น พักไว้อย่างน้อย 30 นาที หรือถ้ามีเวลาก็ 1-2 ชั่วโมงก็จะเข้าเนื้อดีค่ะ 3. เตรียมกระทะที่จะนำมาย่างเนื้อ พอกระทะร้อนได้ที่เอาเนื้อลงไปวาง 4. ย่างไฟอ่อนๆ ให้พอสุกแต่ไม่แห้ง ให้เนื้อข้างในฉ่ำๆ จะอร่อยค่ะ 5. เสร็จแล้วก็เอามาหั่นใส่จาน เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มแจ่วที่เตรียมไว้ และผักสดด้วย ไว้กินคู่กัน เนื้อย่างเสือร้องไห้โคขุนต้องกินร้อนๆ นะคะถึงจะอร่อย ** การย่างเนื้อโคขุน วันนี้เราจะใช้กระทะปิ้งย่าง ถ้าใครสะดวกใช้เตาถ่านยิ่งหอมอร่อยเลยค่ะ การทำน้ำจิ้มแจ่ว เตรียมถ้วยใส่น้ำตาล น้ำปลา น้ำมะนาว พริกป่น ข้าวคั่ว พริกขี้หนูซอย ใบผักชีฝรั่งซอยลงไป ผสมให้เข้ากัน ชิมรสให้ออกเผ็ด เปรี้ยว หวาน เค็ม หรือตามชอบ พักไว้ก่อนค่ะ 🙏ขอบคุณคลิปและข้อมูลจาก Facebook :ครัวพิศพิไล Youtube :ครัวพิศพิไล

จับสึก เจ้าอาวาส ปิดกุฏิก๊งเหล้า กินเนื้อย่าง ชาวบ้านฮือไล่ แฉ ร้านไม่ขายน้ำเมาให้ ก็เบิ้ลรถใส่
อ่าน

จับสึก เจ้าอาวาส ปิดกุฏิก๊งเหล้า กินเนื้อย่าง ชาวบ้านฮือไล่ แฉ ร้านไม่ขายน้ำเมาให้ ก็เบิ้ลรถใส่

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 27 ธันวาคม ที่ผ่านมา ร.อ.พงษ์ศักดิ์ สุขรมณ์ ผบ.ร้อย ทหารพราน 2104 พร้อมเจ้าหน้าที่กองร้อยทหารพรานที่ 2104 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ต.บ้านม่วง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นางิ้ว ได้ร่วมกันปิดล้อมกุฏิเจ้าอาวาสวัดแก้วเสด็จชัยมงคล หมู่ 2 ตำบลบ้านม่วง อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย ก่อนที่จะร่วมกันบุกเข้าไปในกุฏิและพบภาพอุจาดตาคือ พระประเสริฐ พลท่ากลาง อายุ 59 ปี เจ้าอาวาสวัดแก้วเสด็จชัยมงคล กำลังนั่งกินเนื้อย่างพร้อมดื่มเหล้าอย่างอารมณ์ดี โดยทันทีที่เห็นชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ พระประเสริฐถึงกับหน้าถอดสี และขอร้องให้ทุกคนใจเย็นๆ แต่ชาวบ้านไม่ยอมเพราะทนดูพฤติกรรมมานานแล้ว เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัว พระประเสริฐ พร้อมยึดของกลางเหล้า 2 ขวด ไปพบ พระเลิศชัย ชัยธรรมโม เจ้าอาวาสวัดท่าสองคอน (เจ้าคณะตำบลบ้านม่วง) ต.บ้านม่วง อ.สังคม ทำการสึก ก่อนที่จะล้อมกุฏิเจ้าอาวาสครั้งนี้ เนื่องจากในช่วงเย็น (27 ธันวาคม ) พระประเสริฐ ได้ขับรถจักรยานยนต์ผ่านชุมชนไปซื้อเนื้อย่าง และเหล้ามากินแต่ทางร้านไม่ขายให้ ทำให้พระประเสริฐ ไม่พอใจเบิ้ลรถเสียงดังใส่ ก่อนขับรถหนีไปหาซื้อเนื้อย่างที่อื่น โดยไม่ได้สนใจสายตาชาวบ้านที่ยืนดูแต่อย่างใด โดยพฤติกรรมแบบนี้ชาวบ้านทนดูมานานแล้ว แต่เห็นว่าเป็นพระน่าจะกลับตัวอยู่ในพระธรรมคำสอน แต่นับวันยิ่งสร้างความหม่นหมองให้พระพุทธศาสนา เมื่อ พระประเสริฐ กลับมาถึงวัดชาวบ้านจึงได้ไปแจ้งให้ ร.อ.พงษ์ศักดิ์ สุขรมณ์ ผบ.ร้อย ทหารพราน 2104 ทราบพร้อมเล่าข้อเท็จจริงให้ฟัง ต่อมาได้มีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบและพบพระประเสริฐ นั่งกินเหล้าอยู่ในกุฏิ เบื้องต้น พระเลิศชัย ชัยธรรมโม เจ้าอาวาสวัดท่าสองคอน (เจ้าคณะตำบลบ้านม่วง) ต.บ้านม่วง อ.สังคม ได้ทำการสึกพระประเสริฐตามความต้องการของชาวบ้าน และพระประเสริฐก็ยินยอมสึกแต่โดยดีด้วยสภาพเมามาย

นร.นายสิบตำรวจจอหอ ผวา! แห่ตรวจหาโควิด คลัสเตอร์ “น้ำหวานเนื้อย่าง”
อ่าน

นร.นายสิบตำรวจจอหอ ผวา! แห่ตรวจหาโควิด คลัสเตอร์ “น้ำหวานเนื้อย่าง”

เมื่อเวลา 13.30 น. ข่าววันนี้ 16 เมษายน ที่บริเวณหน้าอาคารผู้ป่วยนอก คลินิกโรคระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการภารกิจด้านอำนวยการ (ความรับผิดชอบต่อสังคมและสื่อสารภาพลักษณ์องค์กร) พร้อมบุคลากรทางการแพทย์ได้ตรวจคัดกรองค้นหาเชิงรุกโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้นักเรียนนายสิบตำรวจและครูฝึกสังกัดค่ายสุรนารายณ์ ต.จอหอ อ.เมือง เนื่องจากเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสสัมผัสกับผู้ป่วยรายที่ 175 ชาย อายุ 27 ปี นักเรียนนายสิบตำรวจซึ่งมีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยและประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่มีไทม์ไลน์เชื่อมโยงผู้ป่วยและเคยเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงประกอบด้วยร้านบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง น้ำหวานเนื้อย่าง ถ.30 กันยา สถานบันเทิง โรงเหล้ามิตรภาพ ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ตลาดสด ร้านอาหาร ร้านกาแฟ สถานบันเทิงอื่นๆ ฯลฯ ได้ทยอยเดินทางมาจองคิวขอเข้ารับการตรวจหาเชื้อกันอย่างต่อเนื่อง นพ.เจษฏ์ เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (15 เม.ย) มีจำนวนผู้ตรวจหาเชื้อทั้งสิ้น 950 คน ต้องผ่านขั้นตอนการซักประวัติ เพื่อคัดกรองตามหลักระบาดวิทยา เฉลี่ยประมาณ 10 % ไม่ได้ตรวจหาเชื้อ เนื่องจากประเมินเป็นกลุ่มเสี่ยงต่ำ เจ้าหน้าที่จึงได้ชี้แจงสร้างการรับรู้ทำความเข้าใจการดูแลและป้องกันตนเอง เน้นให้สวมหน้ากากอนามัยและหมั่นล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์หรือน้ำสบู่รวมทั้งงดการเดินทางไปร่วมกิจกรรมที่มีคนพลุกพล่าน หากมีอาการผิดปกติให้รีบมาพบแพทย์ทันทีและโทรศัพท์สอบถามที่หมายเลข 0968796942 ส่วนคลัสเตอร์ น้ำหวานเนื้อย่าง มีผู้เข้าตรวจทั้งสิ้น 875 ราย พบผู้ป่วยเจ้าของร้านซึ่งเป็นผู้ป่วยรายที่ 94 พร้อมพนักงานรวม 14 ราย ติดเชื้อ ภาพรวมมีจำนวนผู้มาตรวจประมาณ 30 % เท่านั้น ประเมินส่วนหนึ่งเป็นนักศึกษาได้เดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงเทศกาลสงกรานต์และคลัสเตอร์โรงเหล้ามิตรภาพ เชื่อมโยงพบผู้ป่วย 5 ราย ขอให้ผู้ที่มีไทม์ไลน์เกี่ยวข้องให้มาตรวจที่โรงพยาบาลในพื้นที่ด่วน ทั้งนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่รับผิดชอบ32 อำเภอ มีผู้ป่วยระลอกใหม่ 23 ราย สอบสวนโรคสัมผัสกับผู้ป่วย 22 ราย และเกี่ยวข้องสถานบันเทิงในกรุงเทพ 1 ราย แยกเป็น อ.เมือง 8 ราย อ.ปากช่อง 9 ราย อ.เสิงสาง 5 ราย และ อ.หนองบุญมาก 1 ราย รวมผู้ป่วยสะสมทั้งสิ้น 195 ราย กระจายอยู่ในพื้นที่ 16 อำเภอ

โคราชเปิดผลตรวจโควิด คลัสเตอร์เนื้อย่าง กลุ่มเสี่ยง 1,130 ราย แจ้งเตือนลูกค้ามารับประทาน
อ่าน

โคราชเปิดผลตรวจโควิด คลัสเตอร์เนื้อย่าง กลุ่มเสี่ยง 1,130 ราย แจ้งเตือนลูกค้ามารับประทาน

โคราชเปิดผลตรวจหาเชื้อโควิด คลัสเตอร์เนื้อย่าง กลุ่มเสี่ยง 1,130 ราย แจ้งเตือนลูกค้ามารับประทานวันที่ 5-11 เม.ย. ให้มาตรวจที่โรงพยาบาลในพื้นที่ด้วย เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 เม.ย.64 ที่ห้องประชุมสำนักงานการกีฬาและท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ตอบโต้โรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จ.นครราชสีมา นายศักดิ์สิทธิ์ สกุลลิขเรศสีมา รองผวจ.นครราชสีมา ในฐานะรองประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา พร้อมพญ.อารีย์ เชื้อเดช รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) นครราชสีมา และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในฐานะคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา ร่วมประชุมครั้งที่ 48/2564 ในระเบียบวาระการดำเนินมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมการแพร่ระบาดโรคติดต่อในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา การติดตามผลการดำเนินงานตามมาตรการและข้อสั่งการของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ พญ.อารีย์ ชี้แจงสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ 32 อำเภอว่า พบผู้ป่วยระลอกใหม่ 21 ราย เชื่อมโยงสัมผัสกับผู้ป่วย 19 ราย และเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง 3 ราย แยกเป็นผู้ป่วยพื้นที่ อ.เมือง 13 ราย อ.ปากช่อง 5 ราย อ.เฉลิมพระเกียรติ 1 ราย อ.โนนแดง 1 ราย และ อ.โนนสูง 1 ราย ขณะนี้พบผู้ป่วย 14 อำเภอ ทั้งหมดอยู่ระหว่างสอบสวนโรค รวมผู้ป่วยสะสมทั้งสิ้น 144 ราย โดยมี 57 ราย รักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา จำแนกอาการ 9 ราย มีภาระปอดอักเสบและกลุ่มต้องเฝ้าระวัง 3 ราย ส่วนคลัสเตอร์ร้านบุฟเฟ่ต์เนื้อย่าง 99 บาท น้ำหวาน ตรวจพบผู้ป่วยรายที่ 94 ซึ่งเป็นเจ้าของร้าน พร้อมพนักงานรวม 14 ราย ยืนยันพบเชื้อ การค้นหาเชิงรุกต้องระดมเจ้าหน้าที่ดำเนินการให้ครอบคลุม แนวทางการสอบสวนโรคผู้ป่วยรายที่ 32 มารับประทานอาหารปิ้งย่าง วันที่ 5 เม.ย จนกระทั่งวันที่ 11 เม.ย ทางร้านทราบข่าวมีผู้ติดเชื้อมาใช้บริการ จึงปิดร้าน เป็นเวลา 5 วัน มีลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักศึกษาและวัยทำงานใช้บริการหมุนเวียน 1,500-2,000 คน แต่เจ้าหน้าที่งานระบาดวิทยาไม่มีข้อมูลลูกค้า ทั้งจำนวนและจำแนกเป็นกลุ่มได้ ล่าสุดมีกลุ่มเสี่ยงตรวจหาเชื้อ 1,130 ราย ไม่มีการติดเชื้อแต่อย่างใด ขอให้ผู้ที่มาใช้บริการ น้ำหวานบุตเฟ่ต์ ในช่วงวันที่ 5-11 เม.ย. ให้มาตรวจที่โรงพยาบาลในพื้นที่ด้วย

ฮืฮฮา จระเข้ยักษ์โผล่ร้านเนื้อย่าง แม่ค้ากลัวจะหิวโยนโครงไก่ให้กิน คาดในคลองมีเป็นร้อยตัว
อ่าน

ฮืฮฮา จระเข้ยักษ์โผล่ร้านเนื้อย่าง แม่ค้ากลัวจะหิวโยนโครงไก่ให้กิน คาดในคลองมีเป็นร้อยตัว

ฮืฮฮา จระเข้ยักษ์โผล่ร้านเนื้อย่าง แม่ค้ากลัวจะหิวโยนโครงไก่ให้กิน คาดในคลองมีเป็นร้อยตัว ขณะที่ทางประมงตังหวัด เตรียมเสนอให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 4 ก.พ.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ร้านเนื้อย่าง "ตันหยง ติดหนองน้ำลำรางหนองหินตั้ง และหนองปลาแขยง ถนนสายสุวรรณศร ม. 8 ต.เมืองเก่า อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี พบจระเข้ยักษ์ออกมาสร้างความฮือฮาอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้าเคยปรากฏตัวออกมาแล้วรอบหนึ่ง แต่ครั้งนี้จระเข้ตัวดังกล่าว มีท่าทางค่อนข้างจะเชื่องว่ายน้ำออกมาโชว์ตัว โดยขณะที่คนงานร้านเนื้อย่างกำลังเตรียมเปิดร้าน สังเกตเห็นผักตบชวาเคลื่อนไหวเหมือนมีตัวอะไรซ่อนอยู่ เมื่อมองดูก็พบจระเข้ยักษ์ น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 100 กก. คนงานจึงโยนโครงไก่ลงไปให้กิน เนื่องจากคาดว่าจระเข้ตัวนี้จะหิวและได้กลิ่นอาหาร ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หนองน้ำลำรางหนองหินตั้งแห่งนี้ กลายเป็นแหล่งเพราะพันธุ์ของจระเข้เองโดยธรรมชาติไปแล้ว ไม่แตกต่างอะไรกับบึงบอระเพ็ด คาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 100 ตัว ทางด้านประมงจังหวัดเตรียมเสนอให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เพราะจระเข้ที่พบบริเวณนี้มีจำนวนมากอยากแก่การจับ และไม่ทำร้ายประชาชน นางสุบัน สกุลสุขประสาตร์ อายุ 54 ปี อาชีพแม่ค้า กล่าวว่า ขณะที่ตนกำลังเตรียมของที่จะเปิดร้าน เห็นสิ่งผิดปกติที่กอผักตบชวา ทีแรกคิดว่าเป็นสุนัข พอดูใกล้ๆก็พบว่าเป็นจระเข้ตัวขนาดใหญ่ คาดว่าเขาคงจะหิวมาขอกินจึงโยนโครงไก่ให้กินจนะเข้ตัวนี้โผล่มาโชว์ตัวให้เห็น ตนดูแล้วก็น่ารัก รู้สึกไม่กลัว เห็นคนพูดกันเยอะว่าตรงนี้มีจระเข้ และตนก็เพิ่งจะมาเจอวันนี้ ส่วนตอนกลางคืน จระเข้มักจะโผล่หัวลอยน้ำให้เห็น ต่อไปนี้จะแนะนำให้ลูกค้าดูว่าตรงเป็นสถานที่ดูจระเข้ต่อไป อ่าน : ไม่ผิดหวัง! เจอตัวเป็นๆ จระเข้ยักษ์ ว่ายโชว์นักข่าวกว่าชั่วโมง แถมโผล่อีกหลายตัว

ดรามาสนั่น! สั่งเนื้อย่างได้มันย่าง แค่มองคอเลสเตอรอลก็ขึ้น
อ่าน

ดรามาสนั่น! สั่งเนื้อย่างได้มันย่าง แค่มองคอเลสเตอรอลก็ขึ้น

วันนี้ ( 1 ธ.ค. 63 )ใครที่ชอบกินอาหารอีสาน คงรู้จักเนื้อวัวย่างทาด้วยซอส กับแกล้มชั้นดีเครื่องเคียงกับส้มตำ ซึ่งบางร้านจะเพิ่มความอร่อยด้วยการเอาส่วนที่เป็นเนื้อติดหนังมาให้ทาน แต่บางคนก็ไม่ชอบ เพราะห่วงเรื่องไขมันล่าสุดเฟซบุ๊กRed Skull:The Finaleออกมาเปิดประเด็นที่กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก กับการที่สาวคนหนึ่ง โทร.ไปสั่งเนื้อย่างกับแม่ค้า แต่เนื่องจากแม่ค้ายุ่งเรื่องงานศพ จากเนื้อย่างราคา 90 บาท เลยกลายเป็นมันย่าง และมีเนื้อติดมาแค่ชิ้นเดียว จนลูกค้ากินไม่ได้ สาวเลยไม่พอใจ ออกมารีวิวร้านอาหารนี้แบบให้ 1 ดาว และตำหนิแม่ค้าว่า ลูกค้าสั่งอาหารยังไม่ทันจบก็ตัดสายทิ้ง เสียมารยาท จนเป็นเหตุให้แม่ค้าทำเมนูออกมาผิดทางลูกค้าเผยว่า เธอเองเคยสั่งเมนูนี้กับแม่ค้าแล้ว 2 ครั้ง แต่สิ่งที่ได้ไม่ใช่แบบนี้ ทางร้านควรรักษามาตรฐานของร้านด้วย ถ้ามีเนื้อติดมันมาเลยจะไม่ว่า แต่นี่คือมันล้วน ๆ เป็นสิ่งที่รับไม่ได้ด้านแม่ค้า บอกว่า ต้องขอโทษลูกค้าด้วย ร้านเราเน้นขายเนื้อติดมัน และขอโทษที่มันเยอะไปหน่อย "ถ้าไม่พอใจ ก็ไปหากินร้านอื่น" และมีคอมเมนต์ต่อว่า แม่ค้าพลาดแค่ครั้งเดียวเอง ถ้าวันหลังเข้ามาที่ร้าน จะเอาเงิน 90 บาทคืนแล้วแถมเนื้อย่างให้ด้วยถุงหนึ่ง จะได้คุ้มการตอบคอมเมนต์แบบนี้ เลยสร้างความเดือดดาลใหญ่หลวงให้ลูกค้า ลูกค้าถึงกับบอกว่า เธอคงไม่ไปกินที่ร้านนี้อีกแล้ว ถ้าเป็นเนื้อติดมันจะเข้าใจได้ แต่นี่คือมันล้วนๆ และถ้าจะขอโทษก็ควรขอโทษดีๆ ไม่ใช่ขอโทษจบแล้วไล่ไปกินร้านอื่น อีกอย่าง เธอไม่ต้องการเงินคืน ไม่ต้องการของแถมจากนั้น ได้มีคนเข้ามาคอมเมนต์กันแบบเสียงแตกสุด ๆ บางส่วนตำหนิลูกค้า บอกว่าราคานี้ถือว่าสมราคาแล้ว เพราะตอนนี้เนื้อกิโลกรัมละ 300 บาท และทางเจ้าของร้านก็บอกแล้วว่า เนื้อในตลาดไม่สวย ซึ่งก็ต้องเห็นใจแม่ค้าด้วยที่อยากคัดสรรของดี ๆ มาให้ถ้าอยากกินเนื้อสวยๆ ดีๆ แนะนำไปทานที่ภัตตาคาร หากอยากทานร้านนี้ ก็ลองทานเมนูอื่นบ้าง ร้านนี้ขายถูกแล้ว ร้านเปิดมา 7-8 ปี เพิ่งเจอลูกค้าตำหนิแบบนี้คนแรกอีกฝ่ายมองว่า แทนที่ร้านจะพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส บอกว่าทางร้านขออภัย หากคราวหน้ามาสั่งใหม่จะให้ทานเมนูนี้ 1 จาน แต่กลับไล่ลูกค้าไปทานร้านอื่น และคนอื่นก็ร่วมผสมโรงปกป้องร้านค้าจนร้านดูแย่อีกอย่างคือการเอามันมาย่างแบบนี้ ไม่ต่างกับเอาเศษเนื้อมาให้ลูกค้ากิน ซึ่งราคาเศษเนื้อ กิโลกรัมละไม่ถึง 200 บาทแน่นอน หากรู้ว่าร้านไม่มีเนื้อสวย ๆ ก็ไม่ควรเอามาขาย เหมือนกับเป็นการลดคุณภาพร้านตัวเองไปเกาะติดข่าวที่นี่ website: www.TNNThailand.com facebook : TNNThailand facebook live : TNN Live twitter : @TNNThailand Line : @TNNONLINE Youtube Official : TNNThailand Instagram : @tnn_online TIKTOK : @tnnonline

BUTCHER BEEF & BEER อารีย์ เนื้อย่าง เจ้าดังในกรุงเทพ สวรรค์คนรักเนื้อ ราคาสบายกระเป๋า (มีคลิป)
อ่าน

BUTCHER BEEF & BEER อารีย์ เนื้อย่าง เจ้าดังในกรุงเทพ สวรรค์คนรักเนื้อ ราคาสบายกระเป๋า (มีคลิป)

ขอเอาใจคนรักเมนูเนื้อ กันหน่อยดีกว่า ไหนใครชอบทาน เนื้อย่าง กันบ้าง ยกมือขึ้น ! แหนะ บอกเลยว่า ครั้งนี้เราจะพาทุกคนไปฟินกับร้านเนื้อย่าง เจ้าดัง ในซอยราชครู (หรืออารีย์สัมพันธ์) อย่างร้าน BUTCHER BEEF BEER นั่นเอง ถ้าอยากรู้เนื้อที่นี่จะพรีเมี่ยมแค่ไหน ตามเราไปดูกันเลย BUTCHER BEEF BEER สาขาซอยราชครู เดินทางมาไม่อยากเลยครับ ถ้าหากใครสะดวกรถไฟฟ้า BTS ล่ะก็ สามารถนั่งมาลงที่สถานีอารีย์ ลงทางออกซอยพหลโยธิน 6 ได้เลย หรือถ้าหากใครนำรถยนต์ส่วนตัวมาล่ะก็ ทางร้านเค้าก็มีบริการที่จอดรถนะจ๊ะ อีกเรื่องนึงที่อยากจะบอกตั้งแต่เนิ่นๆ เลยก็คือ ร้านนี้ เป็นร้านเนื้อย่าง รูปแบบ a la carte เด้อ ! ไม่ใช่บุฟเฟ่ต์ (อย่าเข้าใจผิดกันล่ะ ฮ่าๆ) ดูคลิป ตัวร้านตกแต่งออกมาเรียบง่าย สไตล์ loft ฟีล Out Door บวกกับมีการนำตู้คอนเทนเนอร์มาปรับเปลี่ยนใหม่ ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น กระทะที่เจ้าของร้านเลือกใช้ จะเป็นกระทะทองเหลืองคุณภาพดี ย่างเนื้อลงไปนี่ ไม่ติดกระทะแน่นอน รวมไปถึงร้าน BUTCHER BEEF BEER ไม่ได้มีแค่ที่สาขาซอยราชครูเท่านั้น เพราะเค้ามีถึง 5 สาขาเชียวนะ ดังนั้นใครสะดวกตรงไหน ก็ไปตรงนั้นได้เลยครับ จุดขายของที่นี่ คือการพิถีพิถันในการคัดเนื้อชั้นดี ตั้งแต่ระดับพรีเมี่ยม ไปจนถึงโคตรพรีเมี่ยม มาเสิร์ฟให้กับลูกค้าทุกโต๊ะ ดังนั้นคนรักเนื้อทุกคนจงมั่นใจได้เลยว่า เนื้อดีทุกจานแน่นอน ! ส่วนเรื่องราคาก็ แหม น่าทึ่งจนแทบตกจากเก้าอี้เลยล่ะ เพราะมันเริ่มต้นเพียงจานล่ะ 89 บาท เท่านั้น (เมนูเนื้อหมูสไลด์จะเริ่มต้น 79 บาท) พูดมากจนเจ็บคอกันไปแล้ว เรามาเริ่มสั่งเนื้อปิ้งกันเลยดีกว่า เมนูแรกที่เจ้าของร้านภูมิใจนำเสนอเรามากๆ ก็คือ ลิ้นวัว (99.-) เพียงแค่มาจานนี้ถูกเสิร์ฟวางลงที่โต๊ะ ก็เข้าใจเลย เพราะลิ้นวัวที่นี่ หน้าตาดูดีมาก ชิ้นโต แถมถูกสไลด์มาไม่บาง และหนาจนเกินไปอีกด้วย ยิ่งได้ปิ้งด้วยไฟระดับปานกลางในกระทะแล้วนะ อื้อหื้มมมมม กรุบกริบสุดๆ ไปเลยจ๊ะ เมนูต่อมาที่ดีงามไม่แพ้กัน ก็คือ เนื้อใบพาย (99.-) เพียงแค่เห็นเนื้อภายในจาน ก็รู้เลยว่า มันพรีเมี่ยมแค่ไหน จุดเด่นอีกอย่างที่เราต้องชมทางร้านเลยก็ การสไลด์เนื้อออกมาได้พอดิบพอดี ไม่บางจนเกินไป แถมยังคงความเห็นลวดลายที่สวยงามอีกด้วย เมนูยอดฮิตอย่าง เนื้อหนอกลาย (99.-) ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ด้วยลวดลายสวย ยั่วยวนใจของจานนี้ ทำให้เราฟินถึงขั้นหนักเลยทีเดียว เพียงแค่สัมผัสเข้าไปในปาก ก็แทบจะละลาย โดยไม่ต้องเคี้ยวเลยครับ เอาเป็นว่าไม่แปลกใจเลยว่าทำไมทุกคนถึงยกเมนูนี้ ให้กลายเป็น เมนูยอดนิยม ประจำร้าน และครั้งนี้เราใจดีเว่อร์ๆ ! จะมาบอกเคล็ดลับการปิ้งเนื้อ ให้อร่อย ตามสูตรฉบับของร้าน BUTCHER BEEF BEER อันดับคือวางกระทะลงเตาก่อน แล้วก็เปิดไฟระดับปานกลางก็พอ นะครับ เพราะถ้าหากใช้ไฟแรง จะทำให้กระทะไหม้เร็วนั้นเอง จากนั้นก็นำเนยมาทาให้ทั่วเตาอย่างพิถีพิถัน แล้วค่อยๆ วางเนื้อลงในกระทะอย่างช้าๆ พร้อม กะหล่ำปลีซอย (29.-) และเห็ดออรินจิ (29.-) รวมไปถึงถ้าใครอยากเพิ่มความฟินอีกขั้น เราแนะนำว่าให้ราดน้ำจิ้มแจ่วลงไปด้วย โอ๊ยยยย รับรองว่าอร่อยแน่นอน ส่วนใครที่อยากได้เมนูเนื้ออื่นๆ ทานควบคู่ไปด้วยล่ะก็ ทางร้านก็ยังเมนูประเภทหมู ไก่ และซีฟู้ด ให้ได้สั่งกันเพลินๆ ในราคาจับต้องได้ อีกด้วยนะครับ ไม่รอช้าเราขอสั่งเพิ่มมาปิ้งต่อ เลยล่ะกันเนอะ เบคอน (79.-) ถือเป็นอีกหนึ่งเมนูยอดฮิตที่เจ้าของร้านแนะนำ แถมยังถูกบรรจุเป็นเมนูยอดฮิตประจำร้านอีกด้วย ! เนื้อเบคอนที่นี่ถูกสไลด์มาชิ้นโต กำลังดี มีชั้นไขมัน และเนื้อแดงตัดกับอย่างสวยงาม ยิ่งได้นำลงไปวางปิ้งในกระทะทองเหลือให้ไขมันกรอบนิดๆ แล้วล่ะก็ ดีงามสุดๆ ไปเลยครับ เมนูต่อมาที่เราได้ลองสั่งมาลองก็คือ สันคอหมู (79.-) และ สันนอก (79.-) ยังคงมีจุดเด่นในเรื่องลวดลาย และเน้นคุณภาพอยู่อีกเช่นกัน ส่วนใครที่อยากเห็นเมนูซีฟู้ดล่ะก็ เราก็ได้สั่งเมนู กุ้ง (89.-) มาลองอีกด้วยนะ บอกเลยว่ากุ้งที่นี่ตัวใหญ่มาก แถมราคาก็จับต้องได้อีกด้วย งานนี้คุ้มจริงไรจริง มานั่งชิล กินปิ้งย่างทั้งที จะขาดน้ำจิ้มไปไม่ได้ ! ที่นี่ จะเสิร์ฟน้ำจิ้ม มาด้วยกัน 3 แบบ 3 สไตล์ ตั้งแต่ น้ำจิ้มแจ่วรสละมุน / น้ำจิ้มซีฟู้ดจัดจ้าน และ น้ำจิ้มแดงรสหวานกลมกล่อม และอีกหนึ่งไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้เลย ก็ ข้าวผัดกระเทียม (39.-) ฟังดูแล้วอาจจะมองว่าธรรมดา แต่ถ้าหากได้มาลองเมนูนี้ ที่ร้าน BUTCHER BEEF BEER แล้วล่ะก็ ทุกคนจะต้องเปลี่ยนใจ เพราะข้าวผัดกระเทียมที่นี่หอมติดกระทะ แถมยังมีรสชาติอีกด้วย ยิ่งได้คู่กับพวกเนื้อย่างด้วยแล้วล่ะก็ ต้องตกหลุมรักฉับพลัน จนอยากกลับมาสั่งอีกอย่างแน่นอน ฮ่าๆ จบกันไปอีกหนึ่งมื้อปิ้งย่าง เอาใจคนรักเนื้อที่แท้ทรู ! ใครที่อยากมาฟิน แถมยังสบายกระเป๋าแบบเราล่ะก็ เย็นนี้ให้รีบไลน์ชวนเพื่อนเลย แถมนอกจากทุกคนจะได้อิ่มกับเมนูเนื้อย่างพรีเมี่ยมแล้ว ใครที่เป็นสายแฮงค์เอาท์ตัวแม่ จะต้องปลื้มอีกด้วย เพราะทางร้านมีเมนูเบียร์หลากหลายสัญชาติให้เราได้สั่งมาจิบคู่กับเนื้อย่างอีกด้วย โหยยย ไปเหอะ เชื่อเรา ฮ่าๆ BUTCHER BEEF BEERพิกัด : ถ.พหลโยธิน ซ.6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ เปิดบริการ : 17.30 - 24.00 น.โทร : 08-6511-0094เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/butcherbeefandbeer ร้านอาหารกรุงเทพ อื่นๆ ที่น่าสนใจ Oh Vacoda Caf คาเฟ่ เปิดใหม่ ซอยอารีย์ 10 ร้านอร่อย บางลำพู ย่านเก่า กรุงเทพ วันหยุดนี้ ตะลุยกินร้านดัง อัพเดทที่พักสุดชิลล์ ที่เที่ยวสุดมันส์ ที่กินสุดฮิป ติดตาม travel.trueid.net ได้ที่ FACEBOOK LINE TWITTER EMAIL TrueID Application

รูทกิน 1 วัน ซอยอารีย์ กับ 7 ร้านอร่อย คาเฟ่ ร้านกาแฟ เนื้อย่าง ไปจนถึงร้านแฮงค์เอาท์ ชิลๆ
อ่าน

รูทกิน 1 วัน ซอยอารีย์ กับ 7 ร้านอร่อย คาเฟ่ ร้านกาแฟ เนื้อย่าง ไปจนถึงร้านแฮงค์เอาท์ ชิลๆ

วันหยุดนี้ชวนเพื่อนซี้ออกไปชิลหา คาเฟ่ ร้านกาแฟ หรือ ร้านอร่อย ทั้งรูปแบบปกติ หรือ สไตล์ ร้านแฮงค์เอาท์ นั่งฟินกันดีกว่าครับ ซึ่งแน่นอนว่าครั้งนี้เราได้จัดรูทกิน 1 วัน ในย่าน อารีย์ มาให้ทุกคนได้ตามปักหมุดกัน บอกเลยว่า ทั้ง 7 ร้านอร่อย ซอยอารีย์ ที่เราเสิร์ฟมาในครั้งนี้ เด็ดทุกร้าน ถ้าพร้อมแล้ว ก็ตามเราไปดูกันเลยครับ 01Kid Mai Death Cafeอารีย์ ซอย 1 เริ่มต้นวันดีๆ กันที่ร้าน Kid Mai Death Cafe กันเลยก็ล่ะกันครับ เพราะเปิดบริการตั้งแต่ 09.00 น. เป็นต้นไป บอกเลยว่ามานั่งชิลคาเฟ่ร้านนี้ จะต้องตกใจ และทึ่งไปกับธีมร้านอย่างแน่นอนครับ เพราะด้านในได้จำลองบรรยากาศงานศพ และความตายหลากหลายรูปแบบเอาไว้เพียบ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจ และสัมผัสชีวิตของความตายอย่างคร่าวๆ นั่นเอง รวมไปถึงเครื่องดื่มเมนู ก็ชื่อเก๋ไม่เหมือนร้านอื่นอีกด้วย อาทิ เมนู เกิด / แก่ / เจ็บ / ตาย ! เป็นไงล่ะ บอกแล้วว่าเก๋ ฮ่าๆ อ่านรีวิวเพิ่มเติม : คาเฟ่ความตาย Kid Mai Death Cafe ฉุกคิดถึงความตาย วันสุดท้ายของชีวิต พิกัด : ติดกับ BTS อารีย์ อารีย์ ซอย 1 กรุงเทพฯเปิดบริการ : 09.00 - 19.00 น.โทร : 06-5095-6959เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/KidMaiDeathAwarenessCafe 02Wraptorอารีย์สัมพันธ์ ซอย 2 หลังจากไปสัมผัสชีวิตความตาย และอุ่นเครื่องด้วยเมนูเครื่องดื่มชื่อเก๋ๆ กันไปแล้ว เราก็ขอพาทุกคนไปอิ่มท้องกับอาหารมื้อแรกของวันนี้กันต่อ ที่ร้าน Wraptor ที่นี่ถูกตกแต่งมาในสไตล์เรียบง่าย เน้นโทนสีขาว ตัดกับสีเขียว ดูสะอาด สบายตา และให้ความรู้สึกฟีลร้านแฮงค์เอาท์ สัญชาติเม็กซิกัน-อเมริกัน โดยเมนูส่วนใหญ่ของที่นี่จะเน้นไปทาง อาหารเม็กซิกัน และอาหารอเมริกัน ! แม้คนไทยอย่างเรา อาจจะไม่ค่อยคุ้นชินกับอาหารประเภทนี้สักเท่าไหร่ แต่บอกเลยว่าต้องไปลิ้มลองกันดูสักครั้ง รับรองจะต้องติดใจอย่างแน่นอนครับ อ่านรีวิวเพิ่มเติม : Wraptor อารีย์ ร้านแฮงค์เอาท์ อาหารเม็กซิกัน น่านั่งชิล คนรักเมนู wrap ต้องมาลอง พิกัด : ซอยอารีย์สัมพันธ์ 2 (ซอยพหลโยธิน 5) สามเสนใน กรุงเทพฯ เปิดบริการ : 10.30 - 24.00 น.โทร : 08-5660-8880เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/wraptor2018 03Oh Vacoda Cafอารีย์สัมพันธ์ ซอย 4 อย่างเพิ่งรีบฟินกับเมนูอาหารเม็กซิกัน และอาหารอเมริกัน จนแน่นท้องนะครับ ! เราควรเผื่อท้องกันไว้สักนิด เพื่อไปกันต่อที่ร้าน Oh Vacoda Caf คาเฟ่สไตล์ Miami Beach สุดชิค เปิดใหม่ในอารีย์สัมพันธ์ ซอย 4 บอกเลยว่าวงการอะโวคาโดจะต้องเปลี่ยนไป ! เพราะความแปลก และน่าสนใจของคาเฟ่ที่นี่ คือเจ้าของร้านได้พยายามคิดค้น ทำสูตรเมนูเบเกอรี่ เครื่องดื่ม และอาหารประเภทคาว โดยใช้ส่วนผสมหลัก ก็คืออะโวคาโดแทบจะทุกเมนู นั่นเอง แนะนำว่าให้มาลองกันเอง จะได้รู้ว่ามันดีแค่ไหน ฮ่าๆ อ่านรีวิวเพิ่มเติม : Oh Vacoda Caf คาเฟ่ เปิดใหม่ อารีย์ สวรรค์คนรักอะโวคาโด ที่ต้องมาลอง พิกัด : ซอยอารีย์สัมพันธ์ 4 (ซอยพหลโยธิน 5) สามเสนใน กรุงเทพฯ เปิดบริการ : 10.00 - 22.00 น.โทร : 09-0986-4779เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/ohvacodabkk 04ทองย้อยอารีย์สัมพันธ์ ซอย 7 เปลี่ยนบรรยากาศไปนั่งทานขนมหวาน สไตล์ไทย ล้างปาก สุดน่ารักกันต่อ ที่ร้านทองย้อย ครับ คาเฟ่แห่งนี้จะมามัดใจทุกคนด้วยสไตล์การตกแต่งแบบทรอปิคอล ผนังสีอิฐๆ ชมพูๆ มีมุมต้นไม้ฟีลประมาณเม็กซิโก และมาดากัสการ์ และมีบรรยากาศฟีลๆ อาหรับ ให้ความรู้สึกเหมือนมานั่งจิบชาในอีกมุมหนึ่งของโลกเลยล่ะครับ หากมีโอกาสได้แวะเวียนมาที่นี่ อย่าพลาดที่จะสั่งเมนู เค้กบัวลอยไข่หวาน เพราะถือเป็นเมนูซิกเนเจอร์ประจำทองย้อยเลยก็ว่าได้ นั่นเองครับ อ่านรีวิวเพิ่มเติม : ทองย้อย คาเฟ่ อารีย์ ร้านขนมไทย ฟิวชั่น จูงมือเพื่อนสาวไปนั่งชิลกัน มุมถ่ายรูปสวยเพียบ ที่อยู่ : 88/2 ซ.อารีย์สัมพันธ์ 7 (ตรงข้ามธนาคารไทยพาณิชย์และกรมประชาสัมพันธ์) แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯเปิดบริการ : 11.30 - 23.30 น.โทร : 08-4110-9865เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/thongyoyofficial 05BUTCHER BEEF BEER อารีย์ซอยราชครู เริ่มกลับมาหิวของคาวกันอีกแล้วล่ะซิ ? เพื่อไม่ให้เป็นการเสียหน้าในเรื่องการกิน เราเลยจัดหนัก กันด้วยร้านเนื้อย่าง BUTCHER BEEF BEER สาขาอารีย์ กันไปเลย ! ที่นี่เป็นร้านเนื้อย่าง รูปแบบ a la carte เด้อ ! ไม่ใช่บุฟเฟ่ต์ (อย่าเข้าใจผิดกันล่ะ ฮ่าๆ) ซึ่งภายในร้านจะตกแต่งออกมาเรียบง่าย สไตล์ loft ฟีล Out Door บวกกับมีการนำตู้คอนเทนเนอร์มาปรับเปลี่ยนใหม่ ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น กระทะที่เจ้าของร้านเลือกใช้ จะเป็นกระทะทองเหลืองคุณภาพดี ย่างเนื้อลงไปนี่ ไม่ติดกระทะแน่นอน จุดขายของที่นี่ คือการพิถีพิถันในการคัดเนื้อชั้นดี ตั้งแต่ระดับพรีเมี่ยม ไปจนถึงโคตรพรีเมี่ยม มาเสิร์ฟให้กับลูกค้าทุกโต๊ะ ดังนั้นคนรักเนื้อทุกคนจงมั่นใจได้เลยว่า เนื้อดีทุกจานแน่นอน ! ส่วนเรื่องราคาก็ แหม น่าทึ่งจนแทบตกจากเก้าอี้เลยล่ะ เพราะมันเริ่มต้นเพียงจานล่ะ 89 บาท เท่านั้นครับ โอ๊ยยย ไปโดนเลย ! เชื่อเรา อ่านรีวิวเพิ่มเติม : BUTCHER BEEF BEER อารีย์ เนื้อย่าง เจ้าดังในกรุงเทพ สวรรค์คนรักเนื้อ ราคาสบายกระเป๋า พิกัด : ถ.พหลโยธิน ซ.6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ เปิดบริการ : 17.30 - 24.00 น.โทร : 08-6511-0094เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/butcherbeefandbeer 06วันดีคาเฟ่อารีย์ ซอย 1 เมื่อเรากินเนื้อย่างกันจนฟิน คาวปากกันไปแล้ว ขอคั่นด้วยเมนู ไอศกรีมรสตาลโตนด จากร้านวันดีคาเฟ่ กันสักหน่อยล่ะกันเนอะ ! ใครที่ชื่นชอบเมนูขนมหวาน สไตล์ไทยๆ ล่ะก็ มาร้านนี้ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน เพราะทางร้านนำความอร่อยจากขนมไทยหลากหลายชนิด เข้ามาฟิวชั่นรวมกับเบเกอรี่ และเครื่องดื่มต่างๆ ได้อย่างลงตัว เอาเป็นว่า เป้นอีกหนึ่งคาเฟ่ ในซอยอารีย์ที่ห้ามพลาดเชียวนะ พิกัด : อารีย์ ซ.1 ถ.พหลโยธิน กรุงเทพฯเปิดบริการ : 10.00 22.30 น.โทร : 09-4146-4049 เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/onedeecafe 07Cast Iron Burgerhausใต้คอนโด Noble Reform อารีย์ รูทกิน ในซอยอารีย์วันนี้เราขอปิดท้ายกันไปด้วยร้าน Cast Iron Burgerhaus ถือว่าเป็นอีกหนึ่งร้านที่ห้ามพลาดอีกเช่นเดียวกัน เพราะที่นี่มีเบียร์สด คู่กับ เบอร์เกอร์เนื้อฉ่ำๆ สไตล์อเมริกัน ชิ้นโตให้ได้ฟินนั่นเองครับ แถมตัวร้านก็ตกแต่งง่ายๆ ในสไตล์ลอฟต์ ผนังปูนเปลือย เหมาะมากสำหรับใครที่กำลังมองหาร้านแฮงค์เอาท์ชิลๆ เม้าท์มอยกับเพื่อนหลังเลิกงาน อ่านรีวิวเพิ่มเติม : Cast Iron Burgerhaus ร้านอร่อย ซอยอารีย์ เบอร์เกอร์เนื้อฉ่ำๆ เบียร์สด สไตล์อเมริกัน ต้องพากันไปโดน ที่อยู่ : ซ.อารีย์ (พหลโยธิน ซอย 7) ใต้คอนโด Noble Reform แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯเปิดบริการ : 11.00-15.00 น. และ 17.00-23.00 น.โทร : 06-2920-0300เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/castironburgerhaus ร้านอาหารกรุงเทพ อื่นๆ ที่น่าสนใจ 9 ร้านขนมปังปิ้ง โบราณ เจ้าดัง ในกรุงเทพ กรอบนอกนุ่มใน 10 ร้านอร่อย สามย่าน กรุงเทพ ฟินทุกร้าน ราคาสบายกระเป๋า อัพเดทที่พักสุดชิลล์ ที่เที่ยวสุดมันส์ ที่กินสุดฮิป ติดตาม travel.trueid.net ได้ที่ FACEBOOK LINE TWITTER EMAIL TrueID Application

ยโสธรปิดเพิ่ม ‘ร้านเกมส์-เน็ต-คาราโอแกะ’ ส่วน 'ร้านอาหาร-เนื้อย่างเกาหลี-รถเข็น-แผงลอย' จัดที่นั่งห่างเกิน 1 ม.
อ่าน

ยโสธรปิดเพิ่ม ‘ร้านเกมส์-เน็ต-คาราโอแกะ’ ส่วน 'ร้านอาหาร-เนื้อย่างเกาหลี-รถเข็น-แผงลอย' จัดที่นั่งห่างเกิน 1 ม.

เมื่อวันที่ 24 มี.ค. นายประเสริฐ ลือชาธนานนท์ ผวจ.ยโสธร ได้ออกประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดยโสธร เรื่อง มาตรการการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVD-19) จังหวัดยโสธร เพิ่มเติม ใจความว่า ตามที่ได้มีประกาศคุณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดยโสธร เรื่อง มาตรการการเฝ้าระวังป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVD-19) จังหวัดยโสธร ลงวันที่ 18 มีนาคม 2563 โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดยโสธรให้ใช้มาตรการยับยั้งการแพร่ระบาดภายในจังหวัด นั้น เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในพื้นที่จังหวัดยโสธรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดยโสธร จึงให้ใช้มาตรการการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19) เพิ่มเติม ดังต่อไปนี้ 1.ให้ปิดร้านเกมส์ ร้านอินเตอร์เน็ต และร้านคาราโอเกะ เป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 23-31 มีนาคม 2563 2.ให้ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านเนื้อย่างเกาหลี ในคูหา รถเข็น และแผงลอย มีมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อสำหรับผู้บริโภคที่นั่งรับประทาน ด้วยการจัดที่นั่งให้ห่างจากกันมากกว่า 1 เมตร จัดให้มีจาน ชาม ช้อน ตะเกียบ ช้อนกลาง แยกเป็นรายบุคคล และให้มีการทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัส ห้องสุขา การดูแลสุขภาพ และป้องกันการติตเชื้อของพนักงาน เช่น ใช้หน้ากากอนามัย การวางเจลล้างมือในจุดที่มีการใช้ร่วมกัน การกำจัดขยะให้ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล 3. ให้เลื่อนการจัดกิจกรรมของวัด โรงเรียน เช่น ผ้าป่า งานเลี้ยงรุ่น หรือ งานอื่นๆ ที่รวมคนจำนวนมากกว่า 100 คนออกไป ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 30 เมษายน 2563

แจกฟรี สูตรหมักไก่ย่างเสียบไม้ นุ่มฉ่ำไม่แห้ง พร้อมตารางคำนวณต้นทุนต่อไม้
อ่าน

แจกฟรี สูตรหมักไก่ย่างเสียบไม้ นุ่มฉ่ำไม่แห้ง พร้อมตารางคำนวณต้นทุนต่อไม้

อยากทำไก่ย่างขายแต่กลัวเนื้อแห้งแข็ง แจกฟรีสูตรหมักไก่ย่างเสียบไม้ สูตรเด็ดเนื้อนุ่มฉ่ำ ไร้กลิ่นคาวย่างขายกำไรงาม เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหา สูตรไก่ย่างทำขาย เพื่อสร้างอาชีพเสริมพิเศษสุด แจกพร้อมคำนวณต้นทุนต่อไม้ ช่วยพ่อค้าแม่ขายป้ายแดงคิดราคาง่าย ได้กำไรเน้นๆ ไม่ขาดทุนแน่นอน แจกฟรี สูตรหมักไก่ย่างเสียบไม้ นุ่มฉ่ำไม่แห้ง พร้อมตารางคำนวณต้นทุนต่อไม้ ไก่ย่างซอสแบงแบง ไก่หอมสมุนไพรและเครื่องเทศปาปริก้า คลุกเคล้าซอสรสเข้มข้น รสชาติกลมกล่อม เผ็ดหวานอมเปรี้ยว และมันนัวจากมายองเนส วัตถุดิบและส่วนผสม (สำหรับเนื้อไก่ 1 กิโลกรัม) ส่วนของไก่และเครื่องหมัก สะโพกไก่หรืออกไก่ (หั่นชิ้นเต๋าพอดีคำ) 1 กิโลกรัม กระเทียมสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ ผงปาปริก้า 1 ช้อนโต๊ะ ผงกระเทียม 1 ช้อนชา เกลือป่น 1 ช้อนชา พริกไทยป่น 1 ช้อนชา น้ำมันพืชหรือน้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ ส่วนของซอสแบงแบง (สำหรับหมักครึ่งหนึ่ง และเก็บไว้ราดตอนย่างเสร็จครึ่งหนึ่ง) มายองเนส 1 ถ้วยตวง ซอสพริก 4 ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้งหรือน้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ พริกชี้ฟ้าแดงหรือพริกขี้หนูสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ ต้นหอมซอย 2 ต้น วิธีทำ นำเนื้อไก่ที่หั่นแล้วใส่ชามผสม จากนั้นใส่กระเทียมสับ, ผงปาปริก้า, ผงกระเทียม, เกลือ, พริกไทย และน้ำมันพืชลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากันดี แล้วนำไปแช่ตู้เย็นพักไว้อย่างน้อย 30 นาทีเพื่อให้เครื่องปรุงซึมเข้าเนื้อ นำมายองเนส, ซอสพริก, น้ำผึ้ง และพริกสับมาผสมกันในถ้วยอีกใบ คนจนเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วแบ่งซอสออกเป็น 2 ส่วนเท่าๆ กัน ส่วนที่ 1 เอาไว้คลุกกับไก่ก่อนย่างส่วนที่ 2 แยกเก็บไว้ราดตอนท้าย นำไก่ที่หมักได้ที่แล้วมาคลุกกับซอสส่วนที่ 1 ให้ทั่วจากนั้นนำไปเสียบไม้ ไม้ละประมาณ 4-5 ชิ้นให้แน่นกำลังดี แนะนำให้เอาไม้เสียบไปแช่น้ำก่อนสัก 15-20 นาที เวลาเอาไปย่างไม้จะได้ไม่ไหม้ และเนื้อไก่จะไม่ติดไม้ ตั้งเตาย่างหรือเตาถ่านให้ร้อน นำไก่ลงไปย่างโดยใช้ไฟกลาง คอยพลิกกลับด้านเรื่อยๆ จนไก่สุกทั่วและเริ่มมีรอยเกรียมสวยงาม ต้องระวังอย่าใช้ไฟแรงเกินไป เพราะซอสมีส่วนผสมของมายองเนสและน้ำผึ้งทำให้ไหม้ง่ายมาก นำไก่ย่างจัดใส่จานให้สวยงาม แล้วนำซอสส่วนที่ 2 ที่แบ่งไว้มาราดลงบนไม้ไก่ย่างให้ฉ่ำทั่วกัน ปิดท้ายด้วยการโรยต้นหอมซอยและพริกสับตามชอบ พร้อมเสิร์ฟร้อนๆ ทานฟินๆ ได้เลย การประมาณการต้นทุนในปี 2569 (สำหรับไก่ 1 กิโลกรัม) เนื้อสะโพกไก่/อกไก่ (1 กิโลกรัม) : ประมาณ 85 - 110 บาท มายองเนส และซอสพริก : ประมาณ 30 - 40 บาท เครื่องปรุงอื่นๆ (กระเทียม, พริก, ต้นหอม, น้ำผึ้ง, เครื่องเทศ) : ประมาณ 20 - 25 บาท ไม้เสียบและแก๊ส/ถ่านในการทำ : ประมาณ 10 บาท รวมต้นทุนวัตถุดิบทั้งหมดต่อ 1 กิโลกรัม : ประมาณ 145 - 185 บาท (ถ้าทำเสียบไม้ขนาดกลางๆ จะได้ประมาณ 20-25 ไม้ ตกต้นทุนวัตถุดิบประมาณไม้ละ 6-8 บาท) หนังไก่ย่างสไตล์ฮากาตะ หนังไก่เค็มบางเบา ชุ่มซอสทาเระรสหวานเค็มกลมกล่อม หอมกลิ่นเหล้าสาเก มิริน ขิง และกระเทียมย่างถ่าน ส่วนผสมและอัตราส่วน (สำหรับหนังไก่ 1 กิโลกรัม) หนังไก่สด (ขูดไขมันส่วนเกินออกแล้ว) 1 กิโลกรัม เกลือป่น 1 ช้อนชา เหล้าสาเก 2 ช้อนโต๊ะ ส่วนผสมซอสทาเระ (ซอสเคลือบย่าง) โชยุ 1/2 ถ้วยตวง มิริน 1/2 ถ้วยตวง สาเก 1/4 ถ้วยตวง น้ำตาลทรายแดง 3 ช้อนโต๊ะ ขิงแก่หั่นแว่น 2-3 แว่น กระเทียมทุบ 2 กลีบ วิธีทำ นำหนังไก่มาขยำกับเกลือและสาเกเพื่อล้างกลิ่นคาว จากนั้นล้างน้ำสะอาดให้หมดจด แล้วนำไปต้มในน้ำเดือดประมาณ 5-7 นาที เพื่อให้หนังไก่ตึงตัวและช่วยรีดน้ำมันออกไปบางส่วน เสร็จแล้วตักขึ้นมาน็อกในน้ำเย็นทันทีซับน้ำให้แห้งสนิท ใช้มีดขูดไขมันสีขาวใต้ผิวหนังไก่ออกให้ได้มากที่สุด ขั้นตอนนี้สำคัญมากเพราะจะช่วยให้หนังไก่กรอบนานและไม่เลี่ยน จากนั้นหั่นหนังไก่เป็นเส้นยาว ความกว้างประมาณ 1.5 - 2 เซนติเมตร ผสมโชยุ มิริน สาเก น้ำตาลทรายแดง ขิง และกระเทียมลงในหม้อใบเล็ก นำไปตั้งไฟอ่อน คอยเคี่ยวเรื่อยๆ จนน้ำตาลละลายและซอสเริ่มงวดข้นขึ้นเล็กน้อย จากนั้นปิดไฟแล้วตักขิงกับกระเทียมออก พักซอสทิ้งไว้ นำหนังไก่ที่หั่นไว้มาเสียบไม้ โดยใช้วิธีแทงสลับไปมาพร้อมกับม้วนพันรอบไม้ให้แน่นหนา ดันเนื้อหนังไก่ให้เบียดกันจนเต็มไม้ การพันแน่นๆ แบบนี้จะช่วยให้เวลาทำการย่าง ด้านนอกจะกรอบส่วนด้านในยังคงความหนึบเคี้ยวสนุก นำไปย่างบนเตาถ่านหรือเตาย่างโดยใช้ไฟอ่อนถึงกลาง คอยพลิกกลับด้านเรื่อยๆ เพื่อรีดน้ำมันออก พอหนังไก่เริ่มสุกและเกรียมได้ที่ ให้เอาไปจุ่มซอสทาเระหรือใช้แปรงทาซอสให้ทั่ว แล้วนำกลับไปย่างต่อ ทำซ้ำแบบเดิม 2-3 รอบจนซอสเคลือบหนังไก่เป็นสีน้ำตาลเข้มสวยงามและส่งกลิ่นหอม พร้อมจัดเสิร์ฟ การประมาณการต้นทุน ในปี 2569 (สำหรับวัตถุดิบ 1 กิโลกรัม) หนังไก่สด (1 กิโลกรัม) ประมาณ 50 - 70 บาท เครื่องปรุงซอสญี่ปุ่น (โชยุ, มิริน, สาเก) ประมาณ 40 - 50 บาท น้ำตาล, ขิง, กระเทียม, เกลือ ประมาณ 10 บาท ไม้เสียบและค่าแก๊ส/ถ่านในการย่าง ประมาณ 15 บาท รวมต้นทุนวัตถุดิบทั้งหมดต่อ 1 กิโลกรัม ประมาณ 115 - 145 บาท (หนังไก่ 1 กิโลกรัมเมื่อต้มและขูดไขมันออกจะเหลือน้ำหนักลดลง นำมาเสียบไม้แน่นๆ จะได้ประมาณ 25 - 30 ไม้ เฉลี่ยต้นทุนวัตถุดิบประมาณไม้ละ 4.5 - 5 บาท) ไก่ย่างซอสเทริยากิ เนื้อไก่นุ่มกลมกล่อม ชุ่มซอสเทริยากิรสหวานเค็มเข้มข้น หอมกลิ่นเหล้าญี่ปุ่น ขิง และงาขาวคั่วลงตัว ส่วนผสมและอัตราส่วน (สำหรับเนื้อไก่ 1 กิโลกรัม) ส่วนของไก่และเครื่องหมัก เนื้อสะโพกไก่ (หั่นชิ้นเต๋าหนาพอดีคำ) 1 กิโลกรัม สาเก 2 ช้อนโต๊ะ (ช่วยดับคาวและทำให้ไก่นุ่ม) เกลือป่น 1/2 ช้อนชา พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา ส่วนผสมซอสเทริยากิ (สำหรับทาและเคลือบไก่) โชยุ (ซีอิ๊วญี่ปุ่น) 1/2 ถ้วยตวง มิริน (เหล้าหวานญี่ปุ่น) 1/2 ถ้วยตวง สาเก 1/4 ถ้วยตวง น้ำตาลทรายแดง 4 ช้อนโต๊ะ ขิงแก่บุบพอแตก 1 แว่น งาขาวคั่ว (สำหรับโรยหน้า) 1-2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ นำเนื้อสะโพกไก่ที่หั่นแล้วมาผสมกับสาเก เกลือ และพริกไทยป่น คลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นนำไปแช่ตู้เย็นพักไว้ประมาณ 15-20 นาที เพื่อให้เครื่องปรุงซึมเข้าเนื้อและช่วยลดกลิ่นคาวไก่ เทโชยุ มิริน สาเก น้ำตาลทรายแดง และขิงแก่ลงในหม้อใบเล็ก นำไปตั้งไฟอ่อน คอยเคี่ยวไปเรื่อยๆ จนน้ำตาลละลายหมดและซอสเริ่มงวดข้น มีความเหนียวเงาเล็กน้อย เสร็จแล้วตักขิงออกแล้วยกลงพักไว้ นำเนื้อไก่ที่หมักได้ที่มาเสียบไม้ โดยจะใช้ไม้เสียบแบบแบนหรือไม้เสียบลูกชิ้นทั่วไปก็ได้ เสียบให้ชิ้นไก่เรียงชิดติดกันพอดีๆ เพื่อช่วยกักเก็บความฉ่ำของเนื้อไก่ด้านในไว้ไม่ให้แห้งเวลาย่าง นำไก่ไปย่างบนเตาถ่าน เตาย่าง หรือเตาไฟฟ้า โดยใช้ไฟกลางค่อนไปทางอ่อน ย่างจนเนื้อไก่เริ่มสุกและผิวตึงทั้งสองด้าน จากนั้นใช้แปรงจุ่มซอสเทริยากิที่เคี่ยวไว้มาทาให้ทั่วตัวไก่ แล้วย่างต่อ คอยพลิกด้านและทาซอสซ้ำอีก 2-3 รอบ จนซอสเคลือบเนื้อไก่เป็นสีน้ำตาลเข้ม เงางาม และส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ยกไก่ย่างออกจากเตาจัดใส่จาน นำซอสเทริยากิที่เหลือมาราดเคลือบซ้ำอีกครั้งเพื่อเพิ่มความเยิ้มฉ่ำ ปิดท้ายด้วยการโรยงาขาวคั่วให้ทั่วพร้อมเสิร์ฟทันที การประมาณการต้นทุนในปี 2569 (สำหรับเนื้อไก่ 1 กิโลกรัม) เนื้อสะโพกไก่ (1 กิโลกรัม) ประมาณ 85 - 110 บาท เครื่องปรุงซอส (โชยุ, มิริน, สาเก, น้ำตาลทรายแดง) ประมาณ 40 - 50 บาท ขิง, เกลือ, พริกไทย, งาขาวคั่ว ประมาณ 10 บาท ไม้เสียบและค่าแก๊ส/ถ่านในการทำ ประมาณ 15 บาท รวมต้นทุนวัตถุดิบทั้งหมดต่อ 1 กิโลกรัม ประมาณ 150 - 185 บาท (เนื้อไก่ 1 กิโลกรัมเสียบไม้หนาๆ แน่นๆ จะได้ประมาณ 12 - 15 ไม้ใหญ่ เฉลี่ยต้นทุนวัตถุดิบตกประมาณไม้ละ 10 - 15 บาท) บาร์บีคิวไก่ย่างสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน รสเค็มกลมกล่อม อมเปรี้ยวสดชื่นจากเลมอน หอมกลิ่นกระเทียม ออริกาโน และเครื่องเทศยี่หร่าปาปริก้าชัดเจน ส่วนผสมและอัตราส่วน (สำหรับเนื้อไก่ 1 กิโลกรัม) เนื้อสะโพกไก่หรืออกไก่ (หั่นชิ้นลูกเต๋าใหญ่หนาประมาณ 1.5 - 2 นิ้ว) 1 กิโลกรัม น้ำมันมะกอก (หรือน้ำมันพืชทั่วไป) 4 ช้อนโต๊ะ น้ำเลมอนคั้นสด (หรือน้ำมะนาว) 2 ช้อนโต๊ะ กระเทียมสับละเอียด 1.5 ช้อนโต๊ะ ออริกาโนแห้ง 1 ช้อนโต๊ะ ผงปาปริก้า 1 ช้อนชา ผงยี่หร่า 1/2 ช้อนชา เกลือป่น 1.5 ช้อนชา พริกไทยดำบดหยาบ 1 ช้อนชา วิธีทำ นำน้ำมันมะกอก น้ำเลมอน กระเทียมสับ ออริกาโน ผงปาปริก้า ผงยี่หร่า เกลือป่น และพริกไทยดำ ใส่ลงในชามผสมขนาดใหญ่ จากนั้นคนให้ส่วนผสมทั้งหมดละลายเข้ากันดี ใส่เนื้อไก่ชิ้นโตที่หั่นเตรียมไว้ลงไปในชามน้ำหมัก ใช้มือนวดคลุกเคล้าเบาๆ ให้เครื่องหมักเคลือบผิวเนื้อไก่ทั่วทุกชิ้น จากนั้นปิดฝาหรือคลุมด้วยพลาสติกแรป นำไปแช่เย็นหมักทิ้งไว้ 1-2 ชั่วโมง หากมีเวลาหมักข้ามคืน เนื้อไก่จะยิ่งนุ่มและเข้าเนื้อมากยิ่งขึ้น นำไม้เสียบไปแช่น้ำทิ้งไว้ 15-20 นาทีเพื่อป้องกันไม่ให้ไม้ไหม้เวลาย่าง จากนั้นนำเนื้อไก่ที่หมักได้ที่มาเสียบไม้ ไม้ละประมาณ 4-5 ชิ้นหนาๆ โดยเสียบให้ชิ้นเนื้อเบียดชิดติดกันพอดี เพื่อช่วยกักเก็บความฉ่ำของเนื้อไก่เอาไว้ ตั้งเตาย่างหรือเตาถ่านให้ร้อนจัด ทาน้ำมันบางๆ บนตะแกรงเพื่อกันติด นำไก่ลงไปย่างโดยใช้ไฟกลาง คอยพลิกด้านทุกๆ 2-3 นาที เพื่อให้ไก่สุกเท่ากันทั้งชิ้น ย่างจนผิวภายนอกกลายเป็นสีเหลืองทองและมีรอยเกรียมเล็กน้อยตามขอบ ใช้เวลาประมาณ 10-12 นาที เมื่อสุกแล้วให้ยกลงจากเตา พักเนื้อทิ้งไว้ประมาณ 2 นาทีก่อนจัดเสิร์ฟ เพื่อให้เนื้อไก่คงความฉ่ำนุ่ม การประมาณการต้นทุนในปี 2569 (สำหรับเนื้อไก่ 1 กิโลกรัม) เนื้อสะโพกไก่หรืออกไก่ (1 กิโลกรัม) ประมาณ 85 - 110 บาท น้ำมันมะกอก และน้ำเลมอน ประมาณ 25 - 35 บาท เครื่องเทศและสมุนไพร (ออริกาโน, ปาปริก้า, ยี่หร่า, กระเทียม, เกลือ, พริกไทย) ประมาณ 20 บาท ไม้เสียบและค่าแก๊สหรือถ่านในการย่าง ประมาณ 15 บาท รวมต้นทุนวัตถุดิบทั้งหมดต่อ 1 กิโลกรัม ประมาณ 145 - 180 บาท (เนื่องจากเมนูนี้หั่นชิ้นเนื้อค่อนข้างใหญ่หนา ไก่ 1 กิโลกรัมจะเสียบได้ประมาณ 10 - 12 ไม้ใหญ่ เฉลี่ยต้นทุนวัตถุดิบตกประมาณไม้ละ 12 - 15 บาท) ไก่ย่างแดง หวานนำเค็มตามแบบกลมกล่อม เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำรสหัวกะทิ หอมกลิ่นรากผักชี กระเทียม และพริกไทยไทยแท้ๆ ส่วนผสมและอัตราส่วน (สำหรับเนื้อไก่ 1 กิโลกรัม) เนื้อสะโพกไก่หรือเนื้อส่วนน่องติดสะโพก (หั่นเป็นชิ้นยาวหนาพอดีคำสำหรับเสียบไม้) 1 กิโลกรัม รากผักชีสับละเอียด 4-5 ราก กระเทียมไทย 1.5 หัว พริกไทยเม็ดขาวหรือดำ 1 ช้อนชา กะทิกล่อง (หัวกะทิ) 1/2 ถ้วยตวง น้ำตาลปี๊บหรือน้ำตาลมะพร้าว 6 ช้อนโต๊ะ ซอสปรุงรสฝาเขียว 2 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วดำหวาน 1 ช้อนชา สีผสมอาหารสีส้มแดง 1/2 ช้อนชา (ละลายน้ำเล็กน้อย) หรือจะใช้ผงปาปริก้าผสมน้ำมันพืชแทนถ้าไม่ชอบสีผสมอาหาร วิธีทำ นำรากผักชี กระเทียม และพริกไทยเม็ดมาโขลกรวมกันให้ละเอียดจนเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน เตรียมชามผสมขนาดใหญ่ ใส่น้ำตาลปี๊บลงไป ตามด้วยกะทิ ซอสปรุงรสฝาเขียว ซีอิ๊วขาว ซอสหอยนางรม ซีอิ๊วดำหวาน และสามเกลือที่โขลกไว้ คนส่วนผสมทั้งหมดให้น้ำตาลปี๊บละลายดี จากนั้นหยดสีผสมอาหารสีส้มแดงลงไป แล้วคนให้เข้ากันจนได้สีแดงสว่างตามต้องการ ใส่เนื้อไก่ที่หั่นเตรียมไว้ลงไปในน้ำหมัก คลุกเคล้าและใช้นวดด้วยมือประมาณ 5 นาที เพื่อช่วยให้ซอสซึมเข้าเนื้อได้ดีขึ้น จากนั้นปิดฝาหรือคลุมด้วยพลาสติกแรป นำไปแช่ตู้เย็นหมักทิ้งไว้สี่งน้อย 2-3 ชั่วโมง ถ้าหมักข้ามคืน เนื้อจะนุ่มและสีจะเนียนสม่ำเสมอที่สุด นำไม้ที่จะใช้เสียบไก่ไปแช่น้ำก่อน 15 นาทีเพื่อป้องกันไม่ให้ไม้ไหม้เวลาย่าง จากนั้นนำเนื้อไก่มาเสียบเรียงตามความยาวของไม้ ดึงชิ้นเนื้อให้ตึงและดันให้ชิดกันพอดีๆ เพื่อช่วยกักเก็บความฉ่ำ ไม่ให้เนื้อไก่แห้งเกินไปเวลาย่าง นำไก่ขึ้นย่างบนเตาถ่านโดยใช้ไฟกลางค่อนไปทางอ่อน เพราะน้ำหมักมีส่วนผสมของน้ำตาลปี๊บและกะทิจึงไหม้ได้ง่ายมาก คอยพลิกกลับด้านบ่อยๆ ทุก 1-2 นาที ระหว่างย่างให้ใช้แปรงจุ่มน้ำซอสหมักที่เหลือมาทาเคลือบบนตัวไก่เพื่อเพิ่มความฉ่ำ ย่างจนไก่สุกทั่ว ผิวตึงเงาสวยและมีรอยเกรียมเล็กน้อย ยกลงจัดเสิร์ฟคู่กับข้าวเหนียวร้อนๆ ได้เลย การประมาณการต้นทุนในปี 2569 (สำหรับเนื้อไก่ 1 กิโลกรัม) เนื้อสะโพกไก่/น่องติดสะโพก (1 กิโลกรัม) ประมาณ 85 - 110 บาท กะทิ น้ำตาลปี๊บ และเครื่องปรุงรสทั้งหมด ประมาณ 20 - 30 บาท เครื่องเทศสามเกลือ (รากผักชี, กระเทียม, พริกไทย) และสีผสมอาหาร ประมาณ 15 บาท ไม้เสียบและค่าถ่าน/แก๊สสำหรับย่าง ประมาณ 15 บาท รวมต้นทุนวัตถุดิบทั้งหมดต่อ 1 กิโลกรัม ประมาณ 135 - 170 บาท (เนื้อไก่ 1 กิโลกรัมเมื่อนำมาเสียบไม้ขนาดกลางๆ แบบที่ขายตามตลาดทั่วไป จะเสียบได้ประมาณ 25 - 30 ไม้ เฉลี่ยต้นทุนวัตถุดิบตกประมาณไม้ละ 4.5 - 6 บาท) ไก่หมักซอสบาร์บีคิวขมิ้น หวานเค็มกลมกล่อมอมเปรี้ยวบาร์บีคิว เนื้อนุ่มมันนัวนม หอมอบอวลด้วยขมิ้น กระเทียม พริกไทย และปาปริก้า ส่วนผสมและอัตราส่วน (สำหรับเนื้อไก่ 1 กิโลกรัม) เนื้อสะโพกไก่ (หั่นชิ้นหนาพอดีคำขนาดยาวประมาณ 1.5 นิ้ว) 1 กิโลกรัม กระเทียมจีนแกะเปลือก 10 กลีบ พริกไทยเม็ดขาวหรือดำ 1 ช้อนชา ผงขมิ้น 1/2 ช้อนชา ผงปาปริก้า 1 ช้อนชา ซอสมะเขือเทศ 3 ช้อนโต๊ะ ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว 1.5 ช้อนโต๊ะ ซอสปรุงรสฝาเขียว 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บหรือน้ำตาลมะพร้าว 3 ช้อนโต๊ะ นมข้นจืดหรือกะทิ 3 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ นำกระเทียมและพริกไทยเม็ดมาโขลกรวมกันให้ละเอียด จากนั้นตักใส่ชามผสมขนาดใหญ่เตรียมไว้ ใส่น้ำตาลปี๊บลงในชามผสมที่มีกระเทียมพริกไทย บี้ให้น้ำตาลละลายดี ตามด้วยซอสมะเขือเทศ ซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส นมข้นจืด ผงขมิ้น ผงปาปริก้า และน้ำมันพืชคนส่วนผสมทั้งหมดจนเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน ใส่เนื้อสะโพกไก่ที่หั่นเตรียมไว้ลงไป นวดคลุกเคล้าด้วยมือประมาณ 5 นาทีเพื่อให้ซอสซึมเข้าเนื้อไก่ได้ดี จากนั้นปิดฝาหรือคลุมด้วยพลาสติกแรป นำไปแช่ตู้เย็นหมักทิ้งไว้อย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง นำไม้เสียบลูกชิ้นไปแช่น้ำทิ้งไว้ 15 นาทีก่อนนำมาใช้งาน จากนั้นนำเนื้อไก่ที่หมักจนเข้าเนื้อดีแล้วมาเสียบไม้ ไม้ละประมาณ 4-5 ชิ้น โดยเสียบให้ชิ้นเนื้อเบียดชิดติดกันพอดี เพื่อช่วยกักเก็บความฉ่ำของเนื้อไก่เอาไว้ ไม่ให้แห้งกระด้างเวลาย่าง ตั้งเตาย่างหรือเตาถ่านให้ร้อน โดยใช้ไฟกลางค่อนไปทางอ่อน นำไก่ลงไปย่างและคอยพลิกกลับด้านทุกๆ 1-2 นาทีเพื่อป้องกันไม่ให้ซอสไหม้ ระหว่างย่างให้ใช้แปรงจุ่มน้ำซอสหมักที่เหลือในชามมาทาเคลือบบนตัวไก่ซ้ำอีก 1-2 รอบ ย่างจนไก่สุกทั่ว ผิวตึงเงาฉ่ำ และมีรอยเกรียมเล็กน้อยตามขอบ ยกลงจากเตาพร้อมจัดเสิร์ฟ การประมาณการต้นทุน ในปี 2569 (สำหรับเนื้อไก่ 1 กิโลกรัม) เนื้อสะโพกไก่ (1 กิโลกรัม) ประมาณ 85 - 110 บาท เครื่องปรุงรสและซอสต่างๆ (ซอสมะเขือเทศ, ซอสหอย, ซีอิ๊ว, น้ำตาลปี๊บ, นมข้นจืด) ประมาณ 25 - 30 บาท เครื่องเทศ (กระเทียม, พริกไทย, ผงขมิ้น, ผงปาปริก้า) ประมาณ 15 บาท ไม้เสียบและค่าแก๊ส/ถ่านในการย่าง ประมาณ 15 บาท รวมต้นทุนวัตถุดิบทั้งหมดต่อ 1 กิโลกรัม ประมาณ 140 - 170 บาท (เนื้อไก่ 1 กิโลกรัมเมื่อนำมาเสียบไม้ขนาดกลางค่อนไปทางใหญ่แบบในรูป จะเสียบได้ประมาณ 18 - 22 ไม้ เฉลี่ยต้นทุนวัตถุดิบตกประมาณไม้ละ 7 - 9 บาท) บทความที่คุณอาจสนใจ แจกสูตรอาหาร 45 เมนูอาหารเย็น อร่อยทำง่าย อิ่มได้ทั้งครอบครัว มื้อเช้าสำคัญ ! แจกสูตร 45 เมนูอาหารเช้า ทำง่ายที่บ้าน อร่อยจัดเต็ม แถมได้ประโยชน์ 20 สูตร ไข่ตุ๋น เนื้อเนียน เด้งๆ ดึ๋งๆ เมนูไข่ ทำง่ายอร่อยมาก 5 เมนูทำง่าย ส่วนผสมแค่ 3 อย่าง วัตถุดิบน้อยแต่อร่อยมาก สไตล์เด็กหอ

รีวิว HANAM BBQ ร้านปิ้งย่าง จากเกาหลี สาขาแรกในไทย เซ็นทรัลเวิลด์
อ่าน

รีวิว HANAM BBQ ร้านปิ้งย่าง จากเกาหลี สาขาแรกในไทย เซ็นทรัลเวิลด์

เช็กอิน ร้านอาหารใกล้ฉัน เซ็นทรัลเวิลด์ ร้านปิ้งย่างเกาหลีอันดับหนึ่งจากเกาหลี รีวิว HANAM BBQ (ฮานัม บาร์บีคิว) ร้านหมูย่างเกาหลี ที่อยู่ในซีรีส์เกาหลีดังๆ มาแล้วหลายต่อหลายเรื่อง และนี่คือสาขาแรกของประเทศไทย ที่ชั้น 6 CentralWorld (เซ็นทรัลเวิลด์) การันตีความอร่อยเพราะเค้ามีสาขามากกว่า 200 สาขาทั่วประเทศเกาหลีใต้ ในชื่อ HANAM PIG HANAM BBQ ร้านหมูย่างเกาหลี เซ็นทรัลเวิลด์ HANAM BBQ สาขาแรกในไทย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ อย่างที่บอกว่าร้านนี้คือร้านปิ้งย่างในแบบต้นตำรับเกาหลีแท้ๆ ที่สาย K-series ต้องรู้จัก ความพิเศษของหมูย่างที่นี่คือ ทางร้านจะใช้เนื้อหมูสดไม่ผ่านการแช่แข็ง เพราะจะช่วยรักษารสชาติของเนื้อให้ได้มากที่สุด และมอบสัมผัสที่นุ่มฉ่ำอย่างแท้จริง นำมา Pre -Grilled บนเตาถ่าน เพื่อให้เนื้อมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว แล้วจึงนำมาย่างต่อที่โต๊ะ โดยพนักงานผู้เชี่ยวชาญแบบครบขั้นตอน ทำให้เราได้ทานหมูย่าง เนื้อย่าง ที่ Perfect ในทุกคำ HANAM BBQ เซ็นทรัลเวิลด์ เมนู ราคา Signature Assortment Set (875 THB) เมนูซิกเนอเจอร์ รวมทั้งหมูสามชั้น (ซัมกยอบซัล), คอหมู (ฮังจองซัล) และสันคอหมูหมักซอส (ยางนยอมมกซัล) เนื้อหมูแต่ละส่วนจะมีเอกลักษณ์ความอร่อยแบบเฉพาะตัว ทานพร้อมใบกระเทียมดอง หรือเครื่องเคียงต่างๆ ของที่ร้านได้แบบฟินๆ เซ็ตใหญ่ที่ทานได้ 2-3 คนแบบสบายๆ Five Layers Belly Pork (335 THB) หมูห้าชั้น (โอคยอบซัล) เมนู Signature ของ HANAM BBQ เป็นขั้นกว่าของหมูสามชั้น เพราะเนื้อหมูส่วนนี้จะมีชั้นไขมันสลับกับเนื้อแบบฉ่ำๆ แล้วย่างด้วยความสุขที่กำลังดี ผิวด้านนอกกรอบแต่เนื้อด้านในยังชุ่มฉ่ำ เป็นเมนูที่เรียกได้ว่าถ้าไม่ได้ลองเหมือนมาไม่ถึง มาในหมวดของเนื้อวัวกันบ้าง กับเมนู Wagyu Diced (950 THB) เนื้อวากิวหั่นเต๋า (วากยูคิวบ์คัต) เนื้อวากิวคัดสรรคุณภาพ ลายไขมันละเอียดแทรกทั่วชิ้น หั่นพอดีคำ ให้สัมผัสนุ่ม ละลายในปาก อร่อยเต็มคำ Bone -in Short Rib (1,050 THB) เนื้อซี่โครงติดกระดูก (โบยอกัลบี) หนึ่งในชิ้นเนื้อที่สะท้อนเสน่ห์ของปิ้งย่างสไตล์เกาหลี คงกระดูกไว้เพื่อช่วยรักษาความชุ่มฉ่ำและเพิ่มมิติของรสชาติระหว่างการย่าง ให้สัมผัสนุ่ม และเข้มข้นกว่าเนื้อทั่วไป พร้อมกลิ่นหอมที่โดดเด่น และถ้าพูดถึงเมนูเครื่องเคียง ที่ร้านก็มีให้ได้ทานแบบจัดเต็ม เริ่มที่ มันฝรั่งชีส (85 THB) มันฝรั่งบดคลุกชีส นำมาอุ่นให้ร้อนบนเตา แล้วทานพร้อมหมูย่าง จะช่วยเพิ่มมิติในการทานไปอีกแบบ ความพิเศษคือเมนูนี้มีขายที่ประเทศไทยเท่านั้น และยังมี ไข่ตุ๋นชีส (190 THB) ไข่ตุ๋นสไตล์เกาหลี มาแบบร้อนๆ พร้อมชีสยืดๆ ด้านในแบบฉ่ำๆ และอีกหนึ่งเมนูที่ต้องสั่งก็คือ ซุปกิมจิ (265 THB) ซุปกิมจอรสชาติเข้มข้น เสิร์ฟมาแบบเดือดๆ ทานเคียงกับหมูย่างคือฟิน ปิดท้ายด้วยเมนูของหวานล้างปาก อย่าง ไอศกรีมวานิลลา กับข้าวพองกรอบ (75 THB) ไอศกรีมวานิลลาเนื้อเนียน หวานกำลังดี ท็อปด้วยคินาโกะ เสิร์ฟคู่ข้าวพองกรอบเพิ่มความหอมมันและกรุบกรอบ สำหรับใครที่เป็นสายดริ๊งค์ ที่ร้านก็มีเซ็ต Makgeolli Honey -comb Set เซ็ตมักกอลลีรวงผึ้ง (450 THB) มักกอลลีสูตรดั้งเดิมจากเกาหลี ที่จะมาช่วยเพิ่มอรรถรส และความสนุกให้กับมื้ออาหารอีกด้วย บอกเลยว่านี่คือร้านอาหารเซ็นทรัลเวิลด์ ที่สายอาหารเกาหลี คนรักเมนูปิ้งย่าง หรือคนที่เป็นแฟนซีรีส์เกาหลีไม่ควรพลาด เตรีมตัวมาเช็กอินได้เลย ร้านพร้อมเปิดบริการในวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 นี้ค่ะ ข้อมูลร้าน HANAM BBQ เซ็นทรัลเวิลด์ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/ZAX2QsCVtrGVAnhM9 ที่อยู่ : เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 6 โซน Atrium ร้านเปิดบริการ : 10.00 - 22.00 น. ที่จอดรถ : มี บทความที่คุณอาจสนใจ 60 ร้านอาหาร เซ็นทรัลเวิลด์ centralwOrld อัปเดตร้านอร่อยโดนใจ อัปเดต 15 ร้านอาหาร Groove @ centralwOrld ปี 2026 มีร้านอะไรบ้าง

Lawry's The Prime Rib
สิทธิพิเศษ

Lawry's The Prime Rib

The USA Best Prime Rib

นิตยาไก่ย่าง
สิทธิพิเศษ

นิตยาไก่ย่าง

-

แจกสูตรสปาเก็ตตี้ทำง่าย ฉบับคนขี้เกียจ อร่อยเข้มข้นสไตล์โฮมเมด
อ่าน

แจกสูตรสปาเก็ตตี้ทำง่าย ฉบับคนขี้เกียจ อร่อยเข้มข้นสไตล์โฮมเมด

อยากกินสปาเก็ตตี้ทำเองง่ายๆ แต่มีเวลาไม่มากใช่ไหม ไม่ต้องห่วง เพราะสปาเก็ตตี้รสชาติกลมกล่อม ไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานเสมอไป TrueID Food ขอเอาใจสายรักความสบายด้วยการ แจกสูตรสปาเก็ตตี้ทำง่าย ฉบับคนขี้เกียจ ที่รวบรวมตั้งแต่เมนูคลาสสิกอย่างสปาเก็ตตี้คาโบนาร่ารสละมุน ไปจนถึงสปาเก็ตตี้รสจัดจ้าน เข้มข้นสะใจ แต่อุปกรณ์น้อยชิ้น เตรียมจดสูตรแล้วเปลี่ยนห้องครัวของคุณให้เป็นร้านพาสต้าสุดชิคกันได้เลย แจกสูตรสปาเก็ตตี้ทำง่าย ฉบับคนขี้เกียจ อร่อยเข้มข้นสไตล์โฮมเมด สปาเก็ตตี้คาโบนาร่า (Carbonara) คาโบนาร่าสูตรดั้งเดิม ทำง่ายในกระทะเดียว ได้ซอสไข่กับชีสสุดครีมมี่ เคลือบเส้นหนึบพร้อมเบคอนกรอบหอมฟิน ส่วนผสม เส้นสปาเก็ตตี้ 1 กำมือเล็กๆ เบคอน หรือแฮม ไข่ไก่ 2 ฟอง (ไข่แดง 1 ฟอง + ไข่เต็มใบ 1 ฟอง) ชีสพาร์เมซานป่น พริกไทยดำ เกลือ วิธีทำ ตั้งหม้อต้มน้ำแล้วใส่เกลือเล็กน้อย เมื่อน้ำเดือดจัดให้ใส่เส้นสปาเก็ตตี้ลงไปต้ม แนะนำให้ลดเวลาต้มจากที่ระบุบนซองลงประมาณ 1-2 นาที เพื่อให้ได้เส้นที่เหนียวนุ่มและกรุบกำลังดี ระหว่างรอเส้นสุก ให้ตั้งกระทะอีกใบแล้วนำเบคอนลงไปผัดโดยไม่ต้องใส่น้ำมัน ผัดจนเบคอนกรอบและน้ำมันจากเบคอนเริ่มออกมา จากนั้นจึงยกกระทะลงจากเตาพักไว้ เตรียมถ้วยผสม ตอกไข่ไก่ลงไป (ใช้ไข่แดง 1 ฟอง และไข่เต็มใบ 1 ฟอง) โรยชีสพาร์เมซานในปริมาณตามชอบ ตามด้วยพริกไทยดำ จากนั้นใช้ส้อมตีส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเนียน เมื่อเส้นสุกได้ที่ ให้คีบเส้นจากหม้อต้มใส่ลงในกระทะเบคอนทันที (ไม่จำเป็นต้องสะเด็ดน้ำจนแห้งสนิท เพื่อให้น้ำต้มเส้นช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น) จากนั้นคลุกเคล้าให้เส้นเคลือบน้ำมันเบคอนให้ทั่ว ขั้นตอนนี้ต้องปิดเตาแก๊ส หรือยกกระทะออกจากความร้อนก่อน เพราะหากกระทะร้อนเกินไป ไข่จะสุกจนกลายเป็นไข่เจียวและจับตัวเป็นก้อน เทซอสไข่และชีสที่เตรียมไว้ลงในกระทะ แล้วรีบใช้ทัพพีหรือตะเกียบคนอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ซอสข้น ครีมมี่ และเคลือบไปกับตัวเส้นอย่างสม่ำเสมอ หากเนื้อสัมผัสดูแห้งเกินไป สามารถตักน้ำต้มเส้นเติมลงไปทีละน้อยได้ ตักสปาเก็ตตี้ใส่จาน เพิ่มความสวยงามและรสชาติด้วยการโรยชีสพาร์เมซานและพริกไทยดำปิดท้าย พร้อมจัดเสิร์ฟขณะร้อน สปาเก็ตตี้คาโบนาร่าสูตรครีมมี่ (Cream-based Carbonara) คาโบนาร่าสูตรครีมมี่เข้มข้น หอมละมุนด้วยครีมและไข่แดง ทำง่ายในกระทะเดียว อร่อยฟินเสร็จไว ส่วนผสม เส้นสปาเก็ตตี้ ปริมาณ 1 กำมือเล็กๆ เบคอน หรือ แฮม วิปปิ้งครีม หรือ นมจืด ไข่ไก่ 1 ฟอง (ใช้เฉพาะไข่แดง) ชีสพาร์เมซานป่น เกลือและพริกไทยดำ วิธีทำ ตั้งหม้อหรือกระทะใส่น้ำสะอาด เมื่อน้ำเดือดจัดให้ใส่เกลือลงไปเล็กน้อย จากนั้นนำเส้นสปาเก็ตตี้ลงไปต้ม โดยแนะนำให้ลดเวลาต้มจากที่ระบุบนซองลงประมาณ 1-2 นาที เพื่อไม่ให้เส้นนิ่มจนเกินไป เมื่อเส้นได้ที่แล้วให้ตักขึ้นพักไว้ โดยเก็บน้ำต้มเส้นแยกไว้สำหรับปรับความข้นของซอสในภายหลัง ใช้กระทะใบเดิม (เทน้ำต้มเส้นออกก่อน) ตั้งไฟกลาง นำเบคอนลงไปผัดจนเริ่มกรอบและมีน้ำมันเจใหม่ออกมา เทวิปปิ้งครีมหรือนมจืดลงในกระทะ ปริมาณประมาณครึ่งแก้ว ตามด้วยชีสพาร์เมซานป่น คนให้ชีสละลายและเคี่ยวจนซอสเริ่มเดือดเป็นฟองเล็กๆ นำเส้นสปาเก็ตตี้ที่พักไว้ลงไปคลุกเคล้ากับครีมซอสในกระทะให้ทั่ว ปรุงรสเพิ่มเติมด้วยเกลือเล็กน้อยและพริกไทยดำตามความชอบ กจากนั้นใส่ไข่แดงลงไปแล้วรีบคนอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ไข่แดงละลายเนียนเป็นเนื้อเดียวกับครีมซอส (ข้อควรระวัง: หากไม่ปิดเตา ความร้อนที่สูงเกินไปจะทำให้ไข่สุกและจับตัวเป็นก้อน) หากรู้สึกว่าน้ำซอสข้นเหนียวจนเกินไป ให้ตักน้ำต้มเส้นที่เก็บไว้เติมลงไปทีละน้อย แล้วคนให้เข้ากันจนได้ความข้นตามต้องการ ตักสปาเก็ตตี้ใส่จาน โรยพริกไทยดำปิดท้ายเพื่อเพิ่มความหอมและน่ารับประทาน เมนูนี้ทำง่าย ใช้อุปกรณ์น้อย และให้รสชาติที่เข้มข้นกลมกล่อมพร้อมรับประทาน พาสต้าซอสอัลเฟรโดใส่ซูชินี่ (Creamy Zucchini Alfredo) พาสต้าครีมซอสเนยกระเทียมหอมละมุน ผสานซูชินี่เนื้อนุ่ม ทำง่ายในกระทะเดียว อร่อยนุ่มลึกชวนทาน ส่วนผสม เส้นพาสต้า ปริมาณ 1 กำมือเล็กๆ ซูชินี่ (Zucchini) กระเทียมสับ 2-3 กลีบ เนยเค็ม 1 ช้อนโต๊ะ วิปปิ้งครีม หรือ นมจืด ประมาณครึ่งถ้วย ชีสพาร์เมซานป่น เกลือ, พริกไทยดำ และ ผงปาปริก้า วิธีทำ ตั้งกระทะใส่น้ำสะอาด รอจนน้ำเดือดจัด จากนั้นใส่เกลือลงไปเล็กน้อยแล้วนำเส้นลงไปต้มจนสุกตามเวลาที่ระบุไว้ข้างซอง เมื่อเส้นสุกได้ที่ให้คีบเส้นขึ้นมาพักไว้ในจาน โดยตักน้ำต้มเส้นแยกเก็บไว้ประมาณครึ่งทัพพี จากนั้นใช้กระดาษอเนกประสงค์เช็ดกระทะให้แห้งเบาๆ โดยไม่จำเป็นต้องล้าง เพื่อความสะดวกรวดเร็ว ใส่เนยเค็มลงในกระทะ เมื่อเนยเริ่มละลายให้ใส่กระเทียมสับลงไปผัดจนส่งกลิ่นหอม จากนั้นใส่ซูชินี่ที่หั่นเตรียมไว้ลงไปผัดจนเริ่มนิ่มและผิวมีสีเกรียมสวยงาม เทวิปปิ้งครีมหรือนมจืดลงไป ตามด้วยชีสพาร์เมซานป่นในปริมาณตามชอบ คนให้ชีสละลายเข้ากันดีกับครีม และเคี่ยวต่อจนซอสเริ่มเดือดและมีความข้นขึ้น นำเส้นสปาเก็ตตี้ที่พักไว้ใส่กลับลงไปในกระทะ คลุกเคล้าให้ซอสครีมเคลือบเส้นจนทั่ว หากเนื้อซอสแห้งจนเกินไป สามารถเติมน้ำต้มเส้นที่เก็บไว้ลงไปเล็กน้อยเพื่อปรับความข้น ชิมรสชาติตามชอบ หากต้องการรสชาติที่เข้มข้นขึ้น สามารถปรุงรสเพิ่มเติมด้วยเกลือและพริกไทยดำได้ตามความเหมาะสม ตักสปาเก็ตตี้ใส่ชามจัดแต่งให้สวยงาม โรยหน้าด้วยผงปาปริก้าและชีสพาร์เมซานป่นปิดท้าย เพื่อเพิ่มสีสันและกลิ่นหอมชวนรับประทาน เมนูนี้พร้อมเสิร์ฟความอร่อยในสไตล์ครีมมี่ที่นุ่มลึกชวนลิ้มลอง สปาเก็ตตี้ผัดไข่ปลาคอด (Mentaiko / Tarako Pasta) พาสต้าไข่ปลาคอดสไตล์คาเฟ่ญี่ปุ่น ซอสเนยโชยุกลมกล่อม คลุกเส้นร้อนๆ อร่อยนัวฟิน ล้างจานใบเดียวส่วนผสม เส้นสปาเก็ตตี้ 1 กำมือ ไข่ปลาคอดปรุงรส (Mentaiko หรือ Tarako) 1 แท่ง เนยเค็ม 1 ช้อนโต๊ะ นมจืด หรือ วิปปิ้งครีม 1 ช้อนโต๊ะ โชยุ (ซีอิ๊วญี่ปุ่น) แค่ 2-3 หยด สาหร่ายเส้นสำหรับโรยหน้า วิธีทำ ตั้งหม้อต้มน้ำให้เดือด ใส่เกลือลงไปเล็กน้อย จากนั้นนำเส้นสปาเก็ตตี้ลงไปต้มตามเวลาที่ระบุไว้ข้างซอง ระหว่างรอเส้นสุก ให้เตรียมชามสำหรับจัดเสิร์ฟที่จะใช้รับประทาน เพื่อความสะดวกและลดขั้นตอนในการทำความสะอาดภาชนะ ใช้มีดหรือช้อนขูดแยกเฉพาะเนื้อไข่ปลาคอดออกจากเปลือกหุ้ม จากนั้นใส่ลงในชามผสมที่เตรียมไว้ ใส่เนยเค็ม นมจืด หรือวิปปิ้งครีม และเหยาะโชยุลงไปเล็กน้อยในชามผสมที่มีไข่ปลาคอด คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันเบาๆ แล้วพักไว้ เมื่อเส้นสปาเก็ตตี้สุกได้ที่ ให้คีบเส้นร้อนๆ จากหม้อต้มใส่ลงในชามซอสไข่ปลาทันที ซึ่งความร้อนจากตัวเส้นจะช่วยละลายเนย และทำให้ไข่ปลาคอดสุกในระดับที่พอดีกึ่งดิบกึ่งสุก ให้เนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่ม รีบคลุกเคล้าเส้นสปาเก็ตตี้และน้ำซอสให้เข้ากันอย่างรวดเร็ว หากเนื้อสัมผัสดูแห้งเกินไป สามารถตักน้ำต้มเส้นเติมลงไปประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น จัดแต่งเส้นในชามให้สวยงาม แล้วโรยหน้าด้วยสาหร่ายเส้นในปริมาณตามชอบ เพียงเท่านี้ก็จะได้พาสต้าไข่ปลารสชาติกลมกล่อมสไตล์คาเฟ่ญี่ปุ่นพร้อมรับประทาน สปาเก็ตตี้ซอสมะเขือเทศหมูสับ (Spaghetti Bolognese) สปาเก็ตตี้ซอสหมูสับมะเขือเทศเข้มข้น ทำง่ายด้วยซอสสำเร็จรูป โรยพริกเพิ่มความจัดจ้าน อร่อยกลมกล่อม ส่วนผสม เส้นสปาเก็ตตี้ 1 กำมือ หมูสับ หรือเนื้อบด ซอสพาสต้าสำเร็จรูปสูตรมะเขือเทศ หอมใหญ่สับ ครึ่งลูก เนยสด หรือน้ำมันพืช เล็กน้อย พริกชี้ฟ้าแดง หรือพริกขี้หนู พาร์สลีย์สับ หรือผักชี วิธีทำ ตั้งกระทะหรือหม้อใส่น้ำ รอน้ำเดือดแล้วใส่เกลือลงไปนิดหน่อย นำเส้นสปาเก็ตตี้ลงไปต้มจนสุกตามเวลาที่ระบุไว้ข้างซอง จากนั้นตักเส้นขึ้นมาใส่จานใบที่จะใช้กินรอไว้ได้เลย ใช้กระทะใบเดิม เปิดไฟกลาง ใส่เนยหรือน้ำมันพืชลงไปเล็กน้อย ใส่หอมใหญ่สับลงไปผัดจนเริ่มสุกใส จากนั้นใส่หมูสับลงไปผัดตามจนหมูสุกกระจายตัวดี เทซอสพาสต้าสำเร็จรูปลงไปคลุกเคล้ากับหมูสับ ผัดให้เข้ากันจนซอสเริ่มเดือดปุดๆ ชิมรสชาติถ้าชอบเข้มข้นแอบเหยาะพริกไทยดำหรือเกลือเพิ่มได้เล็กน้อย เสร็จแล้วปิดเตาได้เลย ตักซอสมะเขือเทศหมูสับเข้มข้นราดลงไปตรงกลางจานเส้นสปาเก็ตตี้ที่เราเตรียมไว้ ขั้นตอนสุดท้าย เพิ่มความสวยงามให้เหมือนรูปเป๊ะๆ ด้วยการหยิบพริกแดงหั่นแฉลบและพาร์สลีย์สับมาโรยหน้าด้านบน เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อยพร้อมเสิร์ฟ สปาเก็ตตี้คาโบนาร่ากุ้ง (Spaghetti Carbonara with Prawns) คาโบนาร่าซอสไข่ชีสเนื้อเนียน ผสานกุ้งเนื้อเด้งหวานฉ่ำ ทำง่ายในกระทะเดียว อร่อยครีมมี่หอมพริกไทยดำ ส่วนผสม สปาเก็ตตี้ 1 กำมือ กุ้งสด ไข่ไก่ 2 ฟอง (ใช้ไข่แดง 2 ฟอง หรือจะใช้ไข่แดง 1 + ไข่เต็มใบ 1 ฟองก็ได้) ชีสพาร์เมซานป่น น้ำมันมะกอก หรือ เนยสด นิดหน่อย เกลือและพริกไทยดำบด วิธีทำ ตั้งกระทะหรือหม้อใส่น้ำสะอาด เมื่อน้ำเดือดจัดให้ใส่เกลือลงไปเล็กน้อย นำเส้นสปาเก็ตตี้ลงไปต้ม โดยแนะนำให้ลดเวลาจากที่ระบุบนซองลงประมาณ 1-2 นาที เมื่อเส้นสุกได้ที่ให้ตักขึ้นพักไว้ในจานที่จะใช้จัดเสิร์ฟ และตักน้ำต้มเส้นแยกเก็บไว้ประมาณครึ่งทัพพีสำหรับปรับความข้นของซอส ระหว่างรอเส้นสุก ให้เตรียมถ้วยผสมขนาดเล็ก ตอกไข่ไก่ใส่ลงไป ตามด้วยชีสพาร์เมซานป่นในปริมาณตามชอบและพริกไทยดำ จากนั้นใช้ส้อมตีส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันแล้วพักไว้ เทน้ำต้มเส้นออกจากกระทะ (โดยไม่จำเป็นต้องล้างกระทะ) ตั้งไฟกลาง ใส่น้ำมันมะกอกหรือเนยสดลงไปเล็กน้อย จากนั้นนำกุ้งที่หั่นชิ้นเตรียมไว้ลงไปผัดจนสุกและเปลี่ยนเป็นสีชมพูสวยงาม ปิดเตาแก๊สทันที หรือยกกระทะออกจากความร้อน เพื่อป้องกันไม่ให้ไข่สุกจนเกินไปจนจับตัวเป็นก้อน จากนั้นนำเส้นสปาเก็ตตี้ที่พักไว้ใส่กลับลงไปในกระทะกุ้ง ตามด้วยซอสไข่และชีสที่ผสมเตรียมไว้ รีบคนและคลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันอย่างรวดเร็ว ความร้อนที่คงเหลืออยู่บนกระทะและเส้นจะช่วยให้ชีสละลาย และทำให้ไข่ค่อยๆ ข้นจนกลายเป็นเนื้อครีมเนียนเคลือบเส้นสปาเก็ตตี้อย่างทั่วถึง หากเนื้อสัมผัสดูแห้งจนเกินไป สามารถเติมน้ำต้มเส้นที่เก็บไว้ลงไปทีละน้อยได้ ตักสปาเก็ตตี้ใส่ชามให้สวยงาม โรยพริกไทยดำบดด้านบนปิดท้ายเพื่อเพิ่มความหอมและช่วยตัดเลี่ยน พร้อมรับประทานขณะร้อน สปาเก็ตตี้ซอสมะเขือเทศใส่ไส้กรอกและมะกอก (Spaghetti Tomato Sauce with Sausage and Olives) สปาเก็ตตี้ซอสมะเขือเทศเข้มข้น หอมสมุนไพร อร่อยลงตัวกับไส้กรอกและมะกอก ทำง่ายเสร็จไวในกระทะเดียว ส่วนผสม เส้นสปาเก็ตตี้ 1 กำมือเล็กๆ ไส้กรอก มะกอกดำและมะกอกเขียวในน้ำเกลือ 4-5 ลูก ซอสมะเขือเทศสำเร็จรูปสำหรับพาสต้า ครึ่งถ้วย น้ำมันพืช หรือ เนยสด 1 ช้อนชา โรสแมรี่สด หรือ ใบออริกาโน่แห้ง วิธีทำ ตั้งกระทะใส่น้ำสะอาด เมื่อน้ำเดือดจัดให้ใส่เกลือลงไปเล็กน้อย จากนั้นนำเส้นสปาเก็ตตี้ลงไปต้มจนสุก สามารถทดลองชิมเพื่อให้ได้ความนุ่มของเส้นตามความชอบ เมื่อเส้นสุกได้ที่แล้ว ให้ตักขึ้นมาพักไว้ในจานหรือชามที่จะใช้จัดเสิร์ฟ จากนั้นเทน้ำต้มเส้นออกจากกระทะ โดยไม่จำเป็นต้องล้างกระทะ เพื่อความสะดวกในการนำไปผัดขั้นตอนต่อไป ตั้งกระทะใบเดิมด้วยไฟกลาง ใส่น้ำมันพืชหรือเนยสดลงไปเล็กน้อย จากนั้นใส่ไส้กรอกและมะกอกหั่นแว่นลงไปผัดพอให้ร้อนและส่งกลิ่นหอม เทซอสมะเขือเทศสำเร็จรูปลงในกระทะ คลุกเคล้าให้เข้ากันกับไส้กรอกและมะกอก เคี่ยวต่อจนซอสเริ่มเดือดเล็กน้อย ในขั้นตอนนี้สามารถโรยพริกไทยดำบดเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความหอมได้ตามชอบ ปิดเตาแก๊ส จากนั้นตักซอสมะเขือเทศราดลงบนเส้นสปาเก็ตตี้ที่พักเตรียมไว้ในจาน หรือสามารถนำเส้นสปาเก็ตตี้ใส่กลับลงไปคลุกเคล้ากับซอสในกระทะให้เคลือบเส้นจนทั่วก่อนตักใส่จานตามความสะดวก ขั้นตอนสุดท้ายเพื่อความสวยงามและน่ารับประทาน สามารถโรยหน้าเพิ่มเติมด้วยชีสพาร์เมซานป่นหรือใบพาสเลย์สับเล็กน้อย พร้อมจัดเสิร์ฟขณะร้อนได้ทันที สปาเก็ตตี้ซอสครีมเห็ด (Spaghetti with Mushroom Cream Sauce) สปาเก็ตตี้ครีมเห็ดข้นนวล ทำง่ายทางลัดด้วยซุปกระป๋อง ผัดเนยหอมละมุน โรยชีสเน้นๆ อร่อยฟินชวนทาน ส่วนผสม เส้นสปาเก็ตตี้ 1 กำมือเล็กๆ ซุปครีมเห็ดเข้มข้นสำเร็จรูปชนิดกระป๋อง ครึ่งกระป๋อง เห็ดสด 1 กำมือ นมจืด ประมาณ 3-4 ช้อนโต๊ะ เนยสด 1 ช้อนชา ชีสพาร์เมซานป่น เกลือและพริกไทยดำ วิธีทำ ตั้งกระทะใส่น้ำสะอาด เมื่อน้ำเดือดจัดให้ใส่เกลือลงไปเล็กน้อย จากนั้นนำเส้นสปาเก็ตตี้ลงไปต้มจนได้ความนุ่มตามความชอบ เมื่อเส้นสุกได้ที่แล้ว ให้คีบเส้นขึ้นมาพักไว้ในจานหรือชามที่จะใช้จัดเสิร์ฟ จากนั้นเทน้ำต้มเส้นออกจากกระทะ โดยไม่จำเป็นต้องล้างกระทะเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการปรุงซอสต่อ ตั้งกระทะใบเดิมด้วยไฟอ่อนถึงปานกลาง ใส่เนยสดลงไป เมื่อเนยละลายดีแล้ว ให้ใส่เห็ดสดลงไปผัดจนเริ่มสุกและส่งกลิ่นหอม ใส่ซุปครีมเห็ดสำเร็จรูปชนิดกระป๋องลงไป ตามด้วยนมจืด จากนั้นคนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันจนเนื้อซอสเนียนเป็นเนื้อเดียวและเริ่มเดือดเล็กน้อย ชิมรสชาติตามชอบ เนื่องจากซุปกระป๋องมักมีรสชาติกลมกล่อมอยู่แล้ว หากต้องการเพิ่มความเข้มข้น สามารถปรุงรสเพิ่มเติมด้วยเกลือหรือพริกไทยดำบดได้ตามความเหมาะสม นำเส้นสปาเก็ตตี้ที่พักเตรียมไว้ใส่กลับลงไปในกระทะ คลุกเคล้าอย่างรวดเร็วเพื่อให้ครีมซอสเคลือบเส้นจนทั่วและฉ่ำนวล ตักสปาเก็ตตี้ใส่ชามให้สวยงาม แล้วโรยหน้าด้วยชีสพาร์เมซานป่นในปริมาณตามชอบ เพื่อเพิ่มความหอมมันและทำให้น่ารับประทานยิ่งขึ้น พร้อมจัดเสิร์ฟขณะร้อน สปาเก็ตตี้ซอสโรเซ่ (Rose Sauce Pasta) พาสต้าซอสโรเซ่สีส้มพาสเทล รสละมุนเปรี้ยวหวานมันลงตัว ทำง่ายในกระทะเดียว อร่อยเข้มข้นฉ่ำเส้น ส่วนผสม เส้นสปาเก็ตตี้ 1 กำมือ เบคอน แฮม หรือกุ้งสับชิ้นเล็กๆ ซอสมะเขือเทศเข้มข้น 3 ช้อนโต๊ะ นมจืด หรือ นมข้นจืด ประมาณครึ่งแก้ว เนยสด 1 ช้อนชา เกลือและพริกไทยดำ วิธีทำ ตั้งกระทะหรือหม้อใส่น้ำสะอาด เมื่อน้ำเดือดจัดให้ใส่เกลือลงไปเล็กน้อย จากนั้นนำเส้นสปาเก็ตตี้ลงไปต้มจนสุกตามเวลาที่ระบุไว้ข้างซอง เมื่อเส้นสุกได้ที่แล้ว ให้ตักขึ้นมาพักไว้ในจานหรือชามที่จะใช้จัดเสิร์ฟ จากนั้นเทน้ำต้มเส้นออกจากกระทะ โดยไม่จำเป็นต้องล้างกระทะเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการปรุงซอสขั้นตอนต่อไป ระหว่างรอเส้นสุก ให้เตรียมถ้วยผสมขนาดเล็ก เทซอสมะเขือเทศและนมจืดลงไปผสมรวมกัน คนให้ส่วนผสมเข้ากันจนกลายเป็นซอสสีส้มพาสเทลแล้วพักไว้ ตั้งกระทะใบเดิมด้วยไฟอ่อนถึงปานกลาง ใส่เนยสดลงไปตามด้วยเนื้อสัตว์ที่ต้องการ จากนั้นผัดจนเนื้อสัตว์เริ่มสุกได้ที่ เทน้ำซอสสีส้มที่ผสมเตรียมไว้ลงในกระทะ คนให้ส่วนผสมเข้ากันและเคี่ยวต่อจนซอสเริ่มเดือดและมีความข้นขึ้นเล็กน้อย จากนั้นชิมรสชาติแล้วปรุงแต่งเพิ่มเติมด้วยเกลือและพริกไทยดำบดได้ตามความชอบ ปิดเตาแก๊ส นำเส้นสปาเก็ตตี้ที่พักเตรียมไว้ใส่กลับลงไปในกระทะ คลุกเคล้าอย่างรวดเร็วเพื่อให้ซอสโรเซ่เคลือบเส้นจนทั่วและฉ่ำนวล พร้อมตักจัดเสิร์ฟขณะร้อนได้ทันที บทความที่คุณอาจสนใจ แจกสูตรอาหาร 45 เมนูอาหารเย็น อร่อยทำง่าย อิ่มได้ทั้งครอบครัว มื้อเช้าสำคัญ ! แจกสูตร 45 เมนูอาหารเช้า ทำง่ายที่บ้าน อร่อยจัดเต็ม แถมได้ประโยชน์ 20 สูตร ไข่ตุ๋น เนื้อเนียน เด้งๆ ดึ๋งๆ เมนูไข่ ทำง่ายอร่อยมาก 5 เมนูทำง่าย ส่วนผสมแค่ 3 อย่าง วัตถุดิบน้อยแต่อร่อยมาก สไตล์เด็กหอ

สูตรเนื้อแดดเดียวทำขาย พร้อมคำนวณต้นทุนละเอียด มือใหม่ทำตามง่าย กำไรปัง
อ่าน

สูตรเนื้อแดดเดียวทำขาย พร้อมคำนวณต้นทุนละเอียด มือใหม่ทำตามง่าย กำไรปัง

แจกสูตรเนื้อแดดเดียวทำขาย บอกครบทุกขั้นตอน มือใหม่ทำตามง่าย กำไรปัง พร้อมคำนวณต้นทุน วิธีทำเนื้อแดดเดียวให้นุ่ม อร่อย กลมกล่อม เนื้อไม่เหนียว ไม่แข็งกระด้าง เผยเคล็ดลับการหมักเนื้อแดดเดียว สร้างรายได้เสริมหรือทำกินเองก็อร่อย TrueID Food รวมเทคนิคการเลือกเนื้อวัว การตากแดด และการทอดให้สีสวยน่ากิน พร้อมแจกสูตรฟรีไว้ที่นี่แล้ว สูตรเนื้อแดดเดียวทำขาย พร้อมคำนวณต้นทุนละเอียด มือใหม่ทำตามง่าย กำไรปัง เนื้อแดดเดียวสูตรฉ่ำ รสเข้มข้นกลมกล่อม หอมสามเกลือ เนื้อนุ่มฉ่ำไม่เหนียว ส่วนผสมและอัตราส่วน (สำหรับได้เนื้อแห้ง 1 กิโลกรัม) เนื้อวัวสด (แนะนำส่วนสะโพก หรือใบบัว ที่มีมันแทรกเล็กน้อย) 1.5 กิโลกรัม กระเทียมไทยแกะเปลือก (โขลกละเอียด) 3 ช้อนโต๊ะ รากผักชี (โขลกละเอียด) 3-4 ราก พริกไทยขาวเม็ด (โขลกละเอียด) 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลมะพร้าวหรือน้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ ซอสหอยนางรม 4 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ น้ำปลาแท้อย่างดี 2 ช้อนโต๊ะ ผงปรุงรสเนื้อหรือผงนัว 1 ช้อนชา (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ตามชอบ) น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืชสำหรับทอด วิธีทำเนื้อแดดเดียว (สูตรทำขาย 1 กิโลกรัม) ล้างเนื้อวัว ซับให้แห้งสนิท หั่นตามลายเส้นยาวหนา 1 ซม. ช่วยให้เนื้อไม่เหนียว โขลกกระเทียม รากผักชี พริกไทย ผสมกับน้ำตาลมะพร้าว ซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว น้ำปลา ผงปรุงรส และน้ำมันพืช คนให้ละลาย ใส่เนื้อลงไปนวด 10-15 นาที แล้วแช่ตู้เย็นช่องธรรมดาอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง เรียงเนื้อบนตะแกรงไม่ให้ซ้อนกัน ตากแดดจัด 3-4 ชั่วโมง กลับด้านตรงกลางเวลา ให้ผิวตึงแห้งหมาด แต่ด้านในยังนุ่ม พักให้เย็น แบ่งแพ็กใส่ถุงสูญญากาศ ได้น้ำหนักรวมประมาณ 1 กก. วิธีทอดใช้ไฟกลางค่อนอ่อน น้ำมันท่วม ทอดพอสุกผิวตึงสีเข้มฉ่ำ ประมาณ 3-5 นาที ไม่ทอดนานเพราะเนื้อจะแห้งเหนียว สรุปประมาณการต้นทุน (ได้เนื้อแห้ง 1 กิโลกรัม | อ้างอิงต้นทุนปี 2569) ต้นทุนวัตถุดิบ (ใช้เนื้อสด 1.5 กก.): 352.50 บาท (เนื้อสะโพก กก.ละ 235 บาท) เครื่องปรุงและน้ำมันทอด: 40 บาท ต้นทุนแฝง (ค่าแก๊ส ไฟ แพ็กเกจจิ้ง) : 30 บาท ต้นทุนรวมทั้งหมด = 422.50 บาท / เนื้อแห้ง 1 กิโลกรัม เนื้อแดดเดียวสูตรสมุนไพร หอมสมุนไพรตะไคร้ใบมะกรูด เนื้อนุ่มไม่เหนียว รสเข้มข้นกลมกล่อม ส่วนผสมและอัตราส่วน (สำหรับได้เนื้อแห้ง 1 กิโลกรัม) เนื้อวัวสด (แนะนำส่วนสะโพกหรือลูกมะพร้าวนุ่มๆ) 1.5 กิโลกรัม ตะไคร้ (สับละเอียดหรือโขลกให้เป็นเส้นฝอย) 4 ต้น ใบมะกรูดฉีก (ใส่ตอนทอดเพิ่มความหอม) 7-8 ใบ กระเทียมไทยแกะเปลือก 3 ช้อนโต๊ะ รากผักชี 4 ราก พริกไทยเม็ด 1 ช้อนโต๊ะ เม็ดผักชี (โขลกหยาบ เพิ่มมิติกลิ่นหอม) 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลมะพร้าวหรือน้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ ซอสหอยนางรม 4 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ น้ำปลาแท้ 2 ช้อนโต๊ะ ผงปรุงรสเนื้อหรือผงนัว 1 ช้อนชา น้ำมันพืชสำหรับหมัก 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืชสำหรับทอด วิธีทำเนื้อแดดเดียว (สูตรทำขาย 1 กิโลกรัม) ล้างเนื้อ ซับให้แห้ง หั่นตามลายยาวหนา 1 ซม. เพื่อไม่ให้เนื้อเหนียว โขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทย เม็ดผักชีให้ละเอียด แล้วใส่ตะไคร้สับลงไปโขลกเบาๆ ให้แตกเป็นเส้นใย ผสมสมุนไพรโขลกกับน้ำตาลมะพร้าว ซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว น้ำปลา ผงปรุงรส และน้ำมันพืช นำเนื้อลงไปนวด 10-15 นาที แล้วแช่ตู้เย็น 1-2 ชั่วโมง เรียงเนื้อบนตะแกรงเกลี่ยตะไคร้ให้เกาะทั่วชิ้น ตากแดดจัด 3-4 ชั่วโมง กลับด้านตรงกลางเวลา ให้ผิวตึงหมาด ด้านในนุ่ม พักให้เย็น แบ่งแพ็กใส่ถุงสูญญากาศ ได้น้ำหนักแห้งประมาณ 1 กก. แช่ฟรีซเพื่อขายหรือนำไปทอด ใช้ไฟกลางค่อนอ่อน น้ำมันท่วม ใส่ใบมะกรูดฉีกลงทอดพร้อมเนื้อ 3-5 นาที จนเนื้อสีน้ำตาลแดงและสมุนไพรเหลืองกรอบ สรุปประมาณการต้นทุน (ได้เนื้อแห้ง 1 กิโลกรัม | อ้างอิงต้นทุนปี 2569) ต้นทุนวัตถุดิบ (เนื้อสด 1.5 กก.): 352.50 บาท (เนื้อสะโพก กก.ละ 235 บาท) เครื่องปรุง สมุนไพร และน้ำมันทอด: 50 บาท ต้นทุนแฝง (ค่าแก๊ส ไฟ แพ็กเกจจิ้ง) : 30 บาท ต้นทุนรวมทั้งหมด = 432.50 บาท / เนื้อแห้ง 1 กิโลกรัม (สูงกว่าสูตรปกติเล็กน้อยจากค่าสมุนไพร) เนื้อแดดเดียวสูตรงาขาว หอมงาขาวคั่วทั่วชิ้น สามเกลือเข้มข้น เนื้อนุ่มฉ่ำไม่แข็งกระด้าง ส่วนผสมและอัตราส่วน (สำหรับได้เนื้อแห้ง 1 กิโลกรัม) เนื้อวัวสด (แนะนำส่วนสะโพก หรือเนื้อน่องแต่งเอ็นออก) 1.5 กิโลกรัม งาขาวดิบ 4-5 ช้อนโต๊ะ กระเทียมไทยแกะเปลือก 3 ช้อนโต๊ะ รากผักชี 3 ราก พริกไทยขาวเม็ด 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลมะพร้าวหรือน้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ ซอสหอยนางรม 4 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ น้ำปลาแท้ 2 ช้อนโต๊ะ ผงปรุงรสเนื้อหรือผงนัว 1 ช้อนชา น้ำมันพืชสำหรับใส่ตอนหมัก 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืชสำหรับทอด วิธีทำเนื้อแดดเดียว (สูตรทำขาย 1 กิโลกรัม) ล้างเนื้อ ซับให้แห้ง หั่นตามลายยาวหนา 1 ซม. โขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทย ผสมกับน้ำตาลมะพร้าว ซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว น้ำปลา ผงปรุงรส และน้ำมันพืช คนให้ละลาย นำเนื้อลงไปนวด 10-15 นาที โรยงาขาวดิบลงไปคลุกเคล้าเบาๆ ให้เกาะทั่วชิ้นเนื้อ แช่ตู้เย็นหมักไว้ 1-2 ชั่วโมง เรียงเนื้อบนตะแกรงไม่ให้ซ้อนกัน ตากแดดจัด 3-4 ชั่วโมง กลับด้านตรงกลางเวลา ตากแค่ผิวตึงหมาด หากแห้งเกินไปงาจะไหม้ง่ายและเนื้อจะแข็ง พักให้เย็น แบ่งแพ็กใส่ถุงสูญญากาศ ได้น้ำหนักแห้งรวมงาประมาณ 1 กก. แช่แข็งเพื่อขายหรือนำไปทอด วิธีทอดทอด ใส่น้ำมันท่วม ใช้ไฟกลางค่อนอ่อน ต้องระวังไฟเป็นพิเศษเพราะงาไหม้ง่าย ทอด 3-4 นาที จนเนื้อสีแดงเข้มและงาเป็นสีเหลืองทองอ่อน พักให้สะเด็ดน้ำมัน เสิร์ฟพร้อมซอสพริก สรุปประมาณการต้นทุน (ได้เนื้อแห้ง 1 กิโลกรัม | อ้างอิงต้นทุนปี 2569) ต้นทุนวัตถุดิบ (เนื้อสด 1.5 กก.): 352.50 บาท (เนื้อสะโพก กก.ละ 235 บาท) งาขาว เครื่องปรุง และน้ำมันทอด: 50 บาท ต้นทุนแฝง (ค่าแก๊ส ไฟ แพ็กเกจจิ้ง): 30 บาท ต้นทุนรวมทั้งหมด = 432.50 บาท / เนื้อแห้ง 1 กิโลกรัม เนื้อแดดเดียวติดมัน เนื้อเสือร้องไห้ติดมันฉ่ำ หอมสามเกลือเข้มข้น มันเหลืองกรอบเนื้อนุ่ม ส่วนผสมและอัตราส่วน (สำหรับได้เนื้อแห้ง 1 กิโลกรัม) เนื้อเสือร้องไห้ หรือเนื้อส่วนสะโพกติดมันติดพังผืดอ่อน 1.45 กิโลกรัม กระเทียมไทยแกะเปลือก 3 ช้อนโต๊ะ พริกไทยขาวเม็ด 1 ช้อนโต๊ะ รากผักชี 3 ราก ซอสหอยนางรม 4 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว 2.5 ช้อนโต๊ะ น้ำปลาแท้อย่างดี 1.5 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลมะพร้าวหรือน้ำตาลปี๊บ 2.5 ช้อนโต๊ะ ผงปรุงรสเนื้อหรือผงนัว 1 ช้อนชา น้ำมันพืชสำหรับทอด วิธีทำเนื้อแดดเดียว (สูตรทำขาย 1 กิโลกรัม) ล้างเนื้อ ซับให้แห้ง หั่นตามลายยาวหนา 1-1.5 ซม. ให้ทุกชิ้นมีทั้งส่วนเนื้อแดงและมันติดอยู่ด้วยกัน โขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทย ผสมกับน้ำตาลมะพร้าว ซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว น้ำปลา และผงปรุงรสคนให้ละลาย นำเนื้อลงไปนวด 10-15 นาที เน้นนวดตรงเนื้อแดง สูตรนี้ไม่ต้องใส่น้ำมันพืชตอนหมัก เพราะมีน้ำมันจากมันวัวอยู่แล้ว จากนั้นแช่ตู้เย็น 1-2 ชั่วโมง เรียงบนตะแกรง แผ่ส่วนมันออกให้โดนแดดดีๆ ตากแดดจัด 3 ชั่วโมง กลับด้านตรงกลางเวลา ตากจนมันเริ่มเซ็ตตัวใสและเนื้อแดงแห้งหมาด ไม่ตากนานเกินไปเพราะมันจะไม่ฉ่ำเวลานำไปทอด พักให้เย็น แบ่งแพ็กใส่ถุงสูญญากาศ ได้น้ำหนักแห้งประมาณ 1 กก. แช่แข็งเพื่อขายหรือนำไปทอด การทอดใช้น้ำมันท่วม ใช้ไฟกลาง พอน้ำมันร้อนจัดนำเนื้อลงทอด 3-4 นาที จนมันเริ่มเหลืองกรอบและเนื้อแดงสีน้ำตาลเข้มฉ่ำ ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน สรุปประมาณการต้นทุน (ได้เนื้อแห้ง 1 กิโลกรัม | อ้างอิงต้นทุนปี 2569) ต้นทุนวัตถุดิบ (เนื้อสดติดมัน 1.45 กก.): 319 บาท (เนื้อเสือร้องไห้/เนื้อติดมัน กก.ละ 220 บาท) เครื่องปรุงและน้ำมันทอด: 35 บาท ต้นทุนแฝง (ค่าแก๊ส ไฟ แพ็กเกจจิ้ง): 30 บาท ต้นทุนรวมทั้งหมด = 384 บาท / เนื้อแห้ง 1 กิโลกรัม (ต้นทุนต่ำกว่าสูตรเนื้อแดงล้วน เพราะราคาเนื้อติดมันถูกกว่า) เนื้อแดดเดียวสูตรเต็มคำ เนื้อโคขุนแผ่นใหญ่หมักนุ่มพิเศษ หอมสามเกลือ รสเข้มข้นฉ่ำวาว ส่วนผสมและอัตราส่วน (สำหรับได้เนื้อแห้ง 1 กิโลกรัม) เนื้อวัวสด (แนะนำส่วนลูกมะพร้าว หรือเนื้อโคขุนส่วนนุ่ม) 1.45 กิโลกรัม กระเทียมไทยแกะเปลือก 3 ช้อนโต๊ะ พริกไทยขาวเม็ด 1 ช้อนโต๊ะ รากผักชี 3 ราก น้ำตาลมะพร้าวหรือน้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ (ประมาณ 60 กรัม) ซอสหอยนางรม 4 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว 2.5 ช้อนโต๊ะ น้ำปลาแท้อย่างดี 1.5 ช้อนโต๊ะ ผงเบกกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา น้ำมันพืชสำหรับใส่ตอนหมัก 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืชสำหรับทอด วิธีทำเนื้อแดดเดียว (สูตรทำขาย 1 กิโลกรัม) ล้างเนื้อซับให้แห้ง แล่ตามขวาง (ตัดสลับลายเส้น) ให้เป็นแผ่นใหญ่ หนา 1 ซม. เพื่อให้เนื้อนุ่ม ไม่เหนียว เคี้ยวง่าย โขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทย ผสมน้ำตาลมะพร้าว ซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว น้ำปลา เบกกิ้งโซดา (เคล็ดลับความนุ่ม) และน้ำมันพืช คนให้ละลาย ใส่เนื้อลงไปนวดเบาๆ 15 นาทีให้น้ำซอสซึมเข้าเนื้อ ปิดฝาแช่ตู้เย็นหมักไว้ 2 ชั่วโมง เรียงเนื้อแผ่นใหญ่บนตะแกรง ตากแดดจัดแค่ 2-3 ชั่วโมง พอให้ผิวตึงหมาดสีเข้มขึ้น แต่เนื้อยังนุ่มหยุ่นไม่แห้งมาก พักให้เย็น แบ่งแพ็กใส่ถุงสูญญากาศ ได้น้ำหนักหมาดรวมประมาณ 1 กก. แช่ฟรีซเพื่อขายหรือนำไปทอด วิธีทอดใส่น้ำมันท่วม ใช้ไฟกลาง พอน้ำมันร้อนจัด นำเนื้อลงทอดทีละน้อยเพื่อไม่ให้น้ำมันเย็นลงเร็ว ทอดแค่ 2-3 นาที พอผิวสีน้ำตาลทองฉ่ำวาว ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน สรุปประมาณการต้นทุน (ได้เนื้อแห้ง 1 กิโลกรัม | อ้างอิงต้นทุนปี 2569) ต้นทุนวัตถุดิบ (เนื้อสดเกรดนุ่ม 1.45 กก.): 348 บาท (กก.ละ 240 บาท) เครื่องปรุงและน้ำมันทอด: 40 บาท ต้นทุนแฝง (ค่าแก๊ส ไฟ แพ็กเกจจิ้ง) : 30 บาท ต้นทุนรวมทั้งหมด = 418 บาท / เนื้อแห้ง 1 กิโลกรัม บทความที่คุณอาจสนใจ แจกสูตรอาหาร 45 เมนูอาหารเย็น อร่อยทำง่าย อิ่มได้ทั้งครอบครัว มื้อเช้าสำคัญ ! แจกสูตร 45 เมนูอาหารเช้า ทำง่ายที่บ้าน อร่อยจัดเต็ม แถมได้ประโยชน์ 20 สูตร ไข่ตุ๋น เนื้อเนียน เด้งๆ ดึ๋งๆ เมนูไข่ ทำง่ายอร่อยมาก 5 เมนูทำง่าย ส่วนผสมแค่ 3 อย่าง วัตถุดิบน้อยแต่อร่อยมาก สไตล์เด็กหอ

รีวิว Hidden Taste Thailand EP.5 ประลองศึกแบบทีม กับโจทย์ปิ้งย่าง-เบเกอรี่ พร้อมคัดชื่อออกระนาว!
อ่าน

รีวิว Hidden Taste Thailand EP.5 ประลองศึกแบบทีม กับโจทย์ปิ้งย่าง-เบเกอรี่ พร้อมคัดชื่อออกระนาว!

การแข่งขันเในรายการ "Hidden Taste Thailand EP.5" ได้จุดไฟความดุเดือดและยกระดับความร้อนแรงในการชิงชัยเพิ่มขึ้นอีก เพราะผ่านเข้ามาสู่รอบ 30 คนสุดท้าย ที่จะต้องมาประลองฝีมือในรอบการแข่งขันแบบทีม ทั้งหมด 10 ทีม ทีมละ 3 ผู้เข้าแข่ง ตามที่ได้เลือกกันเอาไว้เมื่อตอนที่แล้ว กับโจทย์หลักที่ดูเหมือนจะง่าย แต่ก็ไม่ธรรมดจริง ๆ พร้อมกับตำแหน่งที่ว่างที่จะรออยู่เหลือน้อยลงทุกที รีวิว Hidden Taste Thailand EP.5 โดยตอนที่ 5 ของ Hidden Taste Thailand ที่ดำเนินรายการและเทสต์รสชาติอาหารโดย "นุ้ย สุจิรา อรุณพิพัฒน์" และ "เชฟนิค-ณัฏฐพล ภวไพบูลย์" ในรอบการแข่งขันนี้ได้เชื้อเชิญ "เชฟหนุ่ม-ธนินธร จันทรวรรณ" เชฟระดับมิชลินสตาร์ 1 ดาว ผู้ที่เคยตัดสายสะดือผู้เข้าแข่งขันทุกคนจากการคัดเลือกรอบแรก ได้หวนกลับมาร่วมลิ้มลองรสชาติอาหารของผู้เข้าแข่งขันในรอบแข่งประเภททีมครั้งนี้อีกครั้ง ร่วมด้วยแขกรับเชิญสุดพิเศษ ดารานักแสดงหนุ่มคู่ซี้ "ต้าห์อู๋ พิทยา" กับ "ออฟโรด กันตภณ" และ "วิว ชนัญญา" จากช่อง Point of View ร่วมกันเฟ้นหารสชาติที่ใช้ในตอนนี้ สำหรับโจทย์ในรอบนี้ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องรังสรรค์เมนูประเภท "ปิ้ง-ย่าง" ออกมาให้ได้ 3 เมนู พร้อมกับอาหารประเภท "เบเกอรี่" อีก 1 เมนู ในการแข่งขันประเภททีม 3 คน ที่กำหนดเวลาประกอบอาหารไว้ที่ 75 นาที โดยคณะกรรมการจะตัดสินเลือกทีมที่ทำผลงานได้ดีที่สุดแค่เพียง 2 ทีม หรือเท่ากับ 6 คนเท่านั้น เพื่อผ่านเข้าไปสู่รอบถัดไปในทันที โดยที่จะมีอีก 3 ทีม ยังมีโอกาสได้เข้าไปสู้ต่อในรอบแก้ไข และทีมที่เหลือที่ไม่ได้รับการขานชื่อ เท่ากับว่าตกรอบไปโดยปริยาย เริ่มต้นที่ "ทีมอ๋อง" ที่ประกอบด้วย อ๋อง, ปิ๊ก, โอ๊ต สมาชิกที่ไม่เข้ากันเลยแต่ลงตัวร่วมทีมได้อย่างน่าทึ่ง ถัดมาก็คือ "ทีมมิ้ม" ที่มีสมาชิกอย่าง มิ้ม, ธันวา, โจว เป็นอีกหนึ่งดรีมทีมที่พกพาสกิลมาเต็ม ส่วนที่ประมาทไม่ได้ก็คือ หยา, เบน, ท็อป รวมตัวเป็น "ทีมหยา" ที่เป็นทีมโดดเด่นทั้งเมนูของคาวและเมนูของหวานสุดท้าย เหลียวมาดูทีมที่ใคร ๆ ก็แอบหวั่นเกรง อย่าง "ทีมเอก" ที่ได้เปิดไพ่ดูลักษณะของลูกทีม อย่าง เอก, ฮั่ง, อาร์ท ต่างคนต่างคาแรกเตอร์แต่ให้ผลลัพธ์ที่น่าจับตามอง ส่วนทีมนี้ก็งัดลูกเล่นด้วยเมนูที่หลากหลายไม่น้อย ก็คือ "ทีมนุช" ได้แก่ นุช, ติว, โจ้ ที่มาพร้อมกับความลงตัวในความสร้างสรรค์หลากหลายสัญชาติ ถัดมาก็คือทีมที่โดดเด่นด้วยอัตลักษณ์พื้นเมือง อย่าง "ทีมมี๊เปลว" ที่ประกอบด้วย มี๊เปลว, เจมส์, ว้าล เป็นการรวมตัวสุดท้าทายกับทักษะที่ชวนเซอร์ไพรส์กับโจทย์นี้ ทางด้าน "ทีมอ้น" ก็ไม่ธรรมดา เพราะถือว่าได้เชฟตัวท็อปมาร่วมกัน อย่าง อ้น, แอ้, แมน ที่การันตีคุณภาพและรสชาติของเมนู "ทีมภู" ก็พกเอาลูกเล่นและเทคนิคจากประสบการณ์มาใส่เอาไว้ในเมนูพวกเขา เป็นการร่วมงานกันอย่างเข้าขากันดี ระหว่าง ภู, อ๊อฟ และ อัณณ์ ที่จะสร้างความว้าวในรสชาติกับต่อมรับรสของกรรมกา ตามมาด้วย "ทีมเป้" เชฟยอดฝีมือมาเป็นผู้นำทีมในการรังสรรค์เมนูปิ้งย่าง ที่การร่วมงานระหว่าง เป้, เป๊า, อิ๊ง เป็นความลงตัวอย่างสร้างสรรค์ และปิดท้ายด้วย "ทีมแมว" ที่มาพร้อมกับการแบกรับแรงกดดันมหาศาล ที่ทำให้ แมว, แจน, ตี๋ ต้องใส่ฝีมือแบบไม่ยั้งกับเมนูธรรมดา ๆ ที่ยกระดับออกมาสุดปัง แต่ในท้ายที่สุดแล้ว ก็จะมีแค่เพียง 2 ทีมเท่านั้น ที่ได้ผ่านเข้าไปสู่รอบถัดไป ด้วยเมนูที่มีรสชาติโดดเด่นผ่านเกณฑ์ที่คณะกรรมการเฟ้นหา ตรงกับนิยาม "จากจอสู่จาน" เหมือนกับ 2 เมนูประทับใจประจำสัปดาห์ อย่าง "หมูอบสไตล์อีสานอินเตอร์" กับ "ปีกบนไก่อบข้าวเหนียว ซอสมะแขว่น" ที่ได้เนรมิตความอร่อยจากหน้าจอ พร้อมให้ทุกคนได้ไปตามรอยพิสูจน์ความอร่อยของจริงแล้ววันนี้ ที่ Lotuss สาขาใกล้บ้านคุณ มาร่วมลุ้นและติดตามชมรายการ "Hidden Taste Thailand Presented by Lotuss" จากจอสู่จาน ได้ทุกวันอาทิตย์ เวลา 17:00 น. ทางช่อง True4U, TrueID และ Youtube ช่อง Lotuss อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : Hidden Taste Thailand EP.5 : เดือดทะลุเปลวไฟ! 30 ผู้เข้าแข่งขัน สู้ศึกทีมสุดโหด Hidden Taste Thailand EP.4 : ศึกอาหารภาคอีสานรอบตัดสิน ใครจะคว้าตั๋วไปต่อ รีวิว Hidden Taste Thailand EP.1 : เปิดครัวอย่างเดือด เลือกเหลือ 40 คน พร้อมส่องเมนูเด็ด จากจอสู่จาน พร้อมเปิดเตา! Hidden Taste Thailand Presented by Lotuss จากจอสู่จาน Food Content ของจริง 10 พ.ค.นี้ ดูฟรีบน TrueID เปิดวาร์ป 2 โฮสต์หลัก "นุ้ย สุจิรา - เชฟนิค ณัฏฐพล" จากรายการ Hidden Taste Thailand เริ่ม 10 พ.ค.นี้ ดูฟรีบน TrueID เปิดวิธีรับชม Hidden Taste Thailand รายการแข่งทำอาหาร ดูได้ที่ไหน ตรงนี้มีคำตอบ Hidden Taste Thailand ปล่อยโปสเตอร์แรก พร้อมคว้า นุ้ย สุจิรา - เชฟนิค ณัฏฐพล นั่งแท่นโฮสต์ Hidden Taste Thailand พร้อมเปิดประสบการณ์ จากจอสู่จาน ครั้งแรกในไทย! ขอบคุณข้อมูลและภาพจากเฟซบุ๊ก Lotus's - โลตัส

บาร์บีคิวพลาซ่า พลิกโฉมเมนูครั้งใหญ่ในรอบ 39 ปี ยกระดับความอร่อยใหม่พร้อมกันกว่า 160 สาขาทั่วประเทศ
อ่าน

บาร์บีคิวพลาซ่า พลิกโฉมเมนูครั้งใหญ่ในรอบ 39 ปี ยกระดับความอร่อยใหม่พร้อมกันกว่า 160 สาขาทั่วประเทศ

บาร์บีคิวพลาซ่า ชวนเปิดประสบการณ์มื้อใหม่ที่ตั้งใจคิดมาเพื่อทุกโมเมนต์การกินร่วมกัน กับการปรับเมนูครั้งใหญ่ในรอบ 39 ปี ยกระดับทั้งคุณภาพวัตถุดิบและความหลากหลายของเมนู พร้อมเสิร์ฟพร้อมกันกว่า 160 สาขาทั่วประเทศ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การกินของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาร้านอาหารที่มากกว่าความอร่อย แต่เป็นพื้นที่ของการใช้เวลาดี ๆ ร่วมกันในทุกโอกาส ครั้งนี้ บาร์บีคิวพลาซ่า คัดสรรเมนูใหม่เพื่อเติมเต็มความอร่อยให้ครบในทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมเมนูใหม่อีกมากมายที่พี่ GON ตั้งใจเลือกมาเพื่อให้ทุกคนบนโต๊ะได้มีเมนูโปรดในแบบของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นมื้อสังสรรค์กับเพื่อนหลังเลิกงาน มื้อพิเศษในวันหยุด หรือช่วงเวลาอบอุ่นของครอบครัว เปิดตัวด้วยเมนูที่มีเฉพาะร้านบาร์บีคิวพลาซ่า (Exclusive) ทั้ง 48 สาขา เอาใจสายเนื้อด้วยการคัดเลือกเนื้อวากิว 3 ส่วน ได้แก่ เนื้อใบพายวากิว, เนื้อคารูบิวากิว และเนื้อสันคอวากิว ทานคู่กับน้ำจิ้มเนื้อย่างยากินิกุสูตรแอปเปิ้ลสด ที่ช่วยดึงรสชาติของเนื้อให้อร่อยกลมกล่อมยิ่งขึ้น ผ่านเมนู ชุดพรีมียมวากิว และ ชุดทรีโอวากิว ที่ให้สัมผัสความนุ่ม ฉ่ำ และละลายในทุกคำ สำหรับคนรักหมู บาร์บีคิวพลาซ่านำวัตถุดิบพิเศษอย่าง คอหมูทงโทโระ มาเป็นไฮไลต์ของเมนูพรีเมียม ด้วยเนื้อสัมผัสนุ่ม เด้ง และชุ่มฉ่ำเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเป็นส่วนหายากที่มีเพียงประมาณ 1.5 กิโลกรัมต่อหมูหนึ่งตัว เสิร์ฟมาใน ชุดพรีเมียมหมู ที่จัดเต็มทั้งคอหมูทงโทโระราดซอสต้นหอม หมูสามชั้นสไลซ์ เยอรมันเบคอน หมูสันคอสไลซ์ หมูสันคอชาบู และจานผักรวม GON กระทะ หรือเลือกอิ่มแบบพอดีกับ ชุดทรีโอพรีเมียมหมู ที่รวมเมนูเด่นไว้ในชุดเดียว ทานคู่กับน้ำจิ้มซอสบาร์บีคิวสูตรต้นตำรับ หรือน้ำจิ้ม GON กระทะ ได้อย่างลงตัว เติมความสดใหม่ให้มื้อปิ้งย่างด้วยเมนูสำหรับคนรักปลาดิบอย่าง แซลมอนซาชิมิ, ยำแซลมอน และแซลมอนแซ่บ ที่ใช้แซลมอนเกรดซาชิมิ สดฉ่ำเต็มคำ ก่อนปิดท้ายด้วยของหวานใหม่อย่าง พุดดิ้งนมสไตล์ฮอกไกโด เนื้อเนียนนุ่ม หอมกลิ่นนม เสิร์ฟพร้อมซอสเลือกได้ 1 รสชาติ ได้แก่ ซอสคาราเมล ซอสสตรอว์เบอรี่ และซอสบราวน์ชูการ์ เติมเต็มความฟินได้ตั้งแต่คำแรกจนคำสุดท้าย นอกจากนี้ยังเสริมทัพเมนูใหม่พร้อมขึ้นเป็นไฮไลต์ประจำร้านบาร์บีคิวพลาซ่า ทุกสาขา (ยกเว้นสาขาเซ็นทรัลพาร์ค) กับ ชุดซูเปอร์เนื้อ และ ชุดทรีโอเนื้อ ที่รวมวัตถุดิบคุณภาพไว้ครบ ทั้งเนื้อสันคอวากิวชิ้นใหญ่ที่มีมันแทรกทั่วแผ่น เนื้อบริสเก็ตออสเตรเลีย และเนื้อสันคอชาบูนำเข้า ให้ครบทั้งความนุ่ม ความหอม และความฉ่ำในชุดเดียว ฝั่งหมูจัดเต็มไม่แพ้กันกับ ชุดซูเปอร์หมู ที่รวมตัวท็อปไว้ครบ ไม่ว่าจะเป็นหมูสามชั้นหั่นหนาราดน้ำมันงาต้นหอม, เบคอนรมควันหั่นหนา และหมูพระจันทร์ สันคอหมูหั่นชิ้นหนาทรงพระจันทร์เสี้ยวที่ให้สัมผัสนุ่มฉ่ำกำลังดี พร้อมหมูสันคอสไลซ์ หมูสันคอชาบู คามะจัง และจานผักรวม GON กระทะ ส่วนใครอยากชิมแบบพอดี แนะนำ ชุดทรีโอหมู หรือสายคุ้มต้องไม่พลาด ชุดประหยัดหมูแฮปปี้ ที่รวมหมูสามชั้นสไลซ์ หมูหมักนุ่ม เบคอน และหมูสันคอสไลซ์ไว้แบบครบเครื่อง เอาใจคนรักซีฟู้ดด้วย ชุดซูเปอร์ซีฟู้ดกุ้งจัมโบ้ และ ชุดทรีโอซีฟู้ด ที่อัปเกรดความสดแบบพรีเมียมด้วยกุ้งจัมโบ้เนื้อแน่นเด้งและปลาหมึกหอมพรีเมียมสดใหม่ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดที่ร้านปั่นสดทุกวัน ให้รสชาติจัดจ้าน และเติมรสชาติความสดของซีฟู้ดได้อย่างเต็มคำ ขณะที่เมนูยอดนิยมที่แฟนบาร์บีคิวพลาซ่าคุ้นเคยยังคงมีให้เลือกครบเหมือนเดิม พร้อมเพิ่มปริมาณในราคาเดิมทั้ง ชุดเต็มเตาหมูกระทะ, ชุดเต็มเตาหมู, ชุดครอบครัวหมู, ชุดประหยัดหมู, ชุดประหยัดหมูมิโสะ, ชุดเต็มเตาเนื้อกระทะ, ชุดเต็มเตาเนื้อ, ชุดครอบครัวเนื้อ, ชุดประหยัดเนื้อ และชุดประหยัดเนื้อมิโสะ ให้ลูกค้ากลับมาอิ่มอร่อยกับเมนูโปรดได้เช่นเคย เติมสีสันให้มื้ออาหารด้วยของทานเล่นใหม่หลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็น กุ้งแช่น้ำปลา, ยำหม่าม้าหมูสามชั้นทอด, เบคอนชีสโรล, เบคอนคอร์นชีส และหนวดหมึกคาราเกะ รวมถึงอาหารจานเดียวที่ยกเมนูยอดนิยมจากเดลิเวอรี่มาเสิร์ฟถึงหน้าร้านอย่าง หม่าม้าผัดระเบิด, สุกี้แห้งหมู และสุกี้แห้งเนื้อ พร้อมเมนูอาหารจานเดียวอื่น ๆ อีกมากมาย ด้านเมนูของหวานยังเพิ่มความสนุกด้วย เจลลี่กาแฟบาร์บีกอน และไอศกรีม ให้ลูกค้าได้ปิดท้ายมื้ออย่างสดชื่นในแบบฉบับบาร์บีคิวพลาซ่า พิเศษตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2569 26 กรกฎาคม 2569 สำหรับคนรักเนื้อ กับโปรโมชัน จริงจังเพื่อคนรักเนื้อ รับส่วนลดพิเศษ 50 บาท สำหรับเมนู ชุดซูเปอร์เนื้อ และ ชุดทรีโอเนื้อ ที่ร้านบาร์บีคิวพลาซ่าทุกสาขา รวมถึงเมนู ชุดพรีมียมวากิว และ ชุดทรีโอวากิว เฉพาะร้านบาร์บีคิวพลาซ่า (Exclusive) ทั้ง 45 สาขาเท่านั้น หมายเหตุ: Menu Vision 2026 พร้อมเสิร์ฟที่ร้านบาร์บีคิวพลาซ่าทั่วประเทศ (ยกเว้นสาขาเซ็นทรัลพาร์ค)มาร่วมกันทำมื้อนี้ให้ดีที่สุด กับ Bar B Q Plaza ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่Facebook: https://www.facebook.com/BarBQPlazaThailandInstagram: https://www.instagram.com/barbqplaza_th TikTok: https://www.tiktok.com/@barbqplaza_official Twitter: https://twitter.com/barbqplazathai

แจกสูตร วิธีทำ น้ำปลาพริกป่น ง่ายๆ แค่ 3 ขั้นตอน แซ่บนัวครบรส!
อ่าน

แจกสูตร วิธีทำ น้ำปลาพริกป่น ง่ายๆ แค่ 3 ขั้นตอน แซ่บนัวครบรส!

อาหารไทยขึ้นชื่อเรื่องอร่อยจัดจ้าน แต่หลายๆ เมนูจะอร่อยขึ้นอีกหลายเท่า ถ้าได้น้ำปลาพริกป่นมาช่วยชูรส ใครทำไม่เป็นเราพร้อมแจก! สูตร และวิธีทำ น้ำปลาพริกป่น เมนูน้ำจิ้มสามัญประจำบ้านที่ทำง่ายแสนง่าย มีความเปรี้ยวหอมของมะนาวแท้ รสชาติแซ่บนัวจนต้องเบิ้ลข้าวไม่รู้ตัว วิธีทำน้ำปลาพริกป่นที่ว่านี้บอกเลยว่าง่ายแสนง่าย ใช้วัตถุดิบน้อย แค่ 3 ขั้นตอนเท่านั้นก็พร้อมอร่อยแล้ว มาจดสูตรแล้วลองทำตามกันนะคะ แจกสูตร วิธีทำ น้ำปลาพริกป่น 3 ขั้นตอน แบบร้านอาหาร เริ่มต้นด้วยสูตรคลาสสิกที่ใช้เวลาน้อยมาก เหมาะสำหรับคนรีบๆ หรือเด็กหอที่อุปกรณ์ไม่เยอะ แต่รับรองความแซ่บซี้ดสะใจเหมือนไปกินตามร้านอาหารเลยค่ะ ส่วนผสมหลัก น้ำปลาพริกป่น น้ำปลาแท้อย่างดี 4 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาวคั้นสด 3 ช้อนโต๊ะ พริกป่น 1-2 ช้อนโต๊ะ (ปรับลด-เพิ่มตามระดับความเผ็ดที่ชอบ) น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา (เพื่อตัดรสให้กลมกล่อม ไม่เค็มโดด ใครไม่กินหวานเลยตัดออกได้ค่ะ) ขั้นตอนการทำ น้ำปลาพริกป่น 1. ละลายเครื่องปรุง เทน้ำปลา น้ำมะนาวสด และน้ำตาลทรายลงในถ้วย ใช้ช้อนคนจนน้ำตาลทรายละลายดี ไม่เหลือตกค้างเป็นเม็ด 2. เติมความเผ็ด ใส่พริกป่นตามลงไป คนให้เข้ากันอย่างเบามือ พริกป่นจะเริ่มดูดน้ำและปล่อยความเผ็ดหอมออกมา 3. จัดเสิร์ฟ ชิมรสชาติให้ได้ 3 รสคือ เปรี้ยว เค็ม เผ็ด มีหวานปลายลิ้นเล็กน้อย เพียงเท่านี้ก็ได้น้ำปลาพริกแบบง่ายๆ ไปจิ้มกับอะไรก็อร่อยแล้วค่ะ อัปเกรดความแซ่บ! สูตรและวิธีทำน้ำปลาพริกป่นแบบต่างๆ หากสูตรเบสิกยังไม่สะใจ เรามีสูตรประยุกต์อีก 2 สไตล์มาให้เลือกทำตามกัน รับรองว่าหอมอร่อยนัวลึกยิ่งกว่าเดิม 1. สูตรน้ำปลาพริกป่นโบราณ (ใส่หอมแดงและกระเทียม) สูตรนี้จะคล้ายกับน้ำจิ้มตามร้านอาหารตามสั่งชื่อดัง เพิ่มเนื้อสัมผัสให้เคี้ยวสนุกและมีความหอมสมุนไพร ส่วนผสมเพิ่มเติม หอมแดงซอย 2 หัว กระเทียมจีนสับหยาบ 2 กลีบ วิธีทำ ทำตามสูตรเบสิกก่อน จากนั้นใส่หอมแดงซอยและกระเทียมสับลงไปเป็นขั้นตอนสุดท้าย ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีก่อนทาน เพื่อให้ความหวานจากหอมแดงซึมออกมาผสมกับน้ำปลา 2. สูตรน้ำปลาพริกป่นสายคลีน สายลดโซเดียม สำหรับคนรักสุขภาพที่อยากแซ่บแต่ไม่อยากบวมน้ำ ส่วนผสมเพิ่มเติม เปลี่ยนเป็นน้ำปลาสูตรลดโซเดียม 4 ช้อนโต๊ะ และใช้น้ำตาลหล่อฮังก๊วย หรือสารให้ความหวานแทนน้ำตาล 1/4 ช้อนชา วิธีทำ ผสมทุกอย่างให้เข้ากัน รสชาติยังคงแซ่บจี๊ดจ๊าดจากมะนาวและพริกป่นเหมือนเดิม แต่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น 3. สูตรน้ำปลาพริกป่นใส่มะกอก แซ่บนัวคักๆ สไตล์อีสาน สูตรเด็ดสำหรับคนชอบความนัว รสชาติของมะกอกจะมีความเปรี้ยวอมฝาดและกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่เป็นเอกลักษณ์ เมื่อรวมกับน้ำปลาและพริกป่นแล้วจะให้รสเปรี้ยวที่มีมิติกว่าการใช้มะนาวเดี่ยวๆ และยังช่วยตัดเลี่ยนได้ดีอีกด้วย เช่น ปลาดุกย่าง ปลาทอด และหมูสามชั้นทอดน้ำปลา เป็นต้นค่ะ ส่วนผสมหลัก น้ำปลาแท้อย่างดี 4 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาวคั้นสด 1-2 ช้อนโต๊ะ พริกป่น 1-2 ช้อนโต๊ะ (ปรับเพิ่ม-ลดได้ตามระดับความเผ็ดที่ชอบ) ผลมะกอกสุก (มะกอกป่าหรือมะกอกส้มตำ) 1 ลูก วิธีทำ นำผลมะกอกสุกมาล้างให้สะอาด จากนั้นใช้มีดฝานเปลือกออก ส่วนแกนกลางเอามายีๆ ให้เนื้อหลุดออกมาจากเม็ด นำน้ำปลาและน้ำมะนาวใส่ตามลงไป ใช้ช้อนบดๆ บี้ๆ ให้มะกอกผสมเข้ากับน้ำปลาและมะนาว โรยพริกป่น คนให้เข้ากัน ทิ้งไว้ 2-3 นาทีค่อยรับประทาน น้ำปลาพริกป่น กินกับอะไรดี เมื่อได้ น้ำจิ้มพริกป่น รสเด็ดมาแล้ว ลองจับคู่กับอาหารเหล่านี้ดูนะคะ บอกเลยว่าเข้ากันมาก ไข่ต้ม ไข่เจียวฟูๆ และ ไข่ดาวกรอบๆ เมนูคลาสสิกขวัญใจคนทุกวัย ข้าวสวยร้อนๆ โปะไข่เจียวฟูกรอบ แล้วราดน้ำปลาพริกป่นชุ่มๆ ความมันของไข่ตัดกับความเปรี้ยวเผ็ดได้ลงตัวสุดๆ เลย หมูทอด ไม่ว่าจะเป็นหมูสามชั้นทอดน้ำปลา หรือหมูกรอบเนื้อฉ่ำๆ การจิ้มน้ำปลาพริกป่นจะช่วยตัดเลี่ยนความมันของหมู ทำให้ทานได้เรื่อยๆ แบบไม่มีเบื่อ คอหมูย่างและไก่ย่าง เนื้อย่างหอมๆ จิ้มกับพริกป่นน้ำปลารสจัดจ้าน เคี้ยวคู่กับกระเทียมในน้ำจิ้ม ช่วยชูรสชาติได้ดีเลย ข้าวผัดใครที่ชอบทานข้าวผัดปู ข้าวผัดหมู หรือข้าวผัดรถไฟ ลองเหยาะน้ำปลาพริกป่นลงไปคลุกกับข้าวผัดดูค่ะ ความเปรี้ยวของมะนาวจะช่วยชูรสชาติของข้าวผัดให้กลมกล่อมขึ้นอย่างมาก ปลาดุกย่างหรือปลานิลเผา เนื้อปลารสหวานธรรมชาติ เมื่อเจอกับน้ำปลาพริกป่นสูตรใส่หอมแดงซอย จะช่วยดับคาวปลาและเพิ่มรสชาติจัดจ้านได้อย่างลงตัว ต้มจืด เช่น แกงจืด ต้มเลือดหมู ต้มเครื่องใน เวลากินให้เอาเนื้อสัตว์หรือเครื่องในจิ้มน้ำปลาพริกป่นกินก่อน ซดตามด้วยซุปร้อนๆ บอกเลยว่าฟินสุดๆ! เคล็ดลับการทำ น้ำปลาพริกป่น ให้อร่อยเหาะ เคล็ดลับอยู่ที่ "ความสด" ค่ะ ควรใช้น้ำมะนาวคั้นสดจากลูกแทนมะนาวขวด เพราะจะได้ความหอมสดชื่นที่ไม่เหมือนใคร และควรเลือกใช้พริกป่นที่คั่วใหม่ๆ เม็ดพริกจะยังมีความกรอบและส่งกลิ่นหอมฟุ้งชวนน้ำลายสอ หากคั่วเองได้ยิ่งดีเลยค่ะ เพราะมั่นใจได้ว่าไม่มีเชื้อรา และไม่ผสมขั้วพริกมาด้วย ทำให้ได้ความเผ็ดหอมแบบเต็มๆ ค่ะ เลือกซื้อวัตถุดิบ ไปทำเมนูอร่อยหลากหลาย ได้ที่ Makro แม็คโครทุกสาขาพร้อมรับส่วนลดพิเศษสำหรับลูกค้าทรู กดรับสิทธิ์ ที่นี่ บทความที่คุณอาจสนใจ แจกสูตรอาหาร 45 เมนูอาหารเย็น อร่อยทำง่าย อิ่มได้ทั้งครอบครัว มื้อเช้าสำคัญ ! แจกสูตร 45 เมนูอาหารเช้า ทำง่ายที่บ้าน อร่อยจัดเต็ม แถมได้ประโยชน์ 20 สูตร ไข่ตุ๋น เนื้อเนียน เด้งๆ ดึ๋งๆ เมนูไข่ ทำง่ายอร่อยมาก 5 เมนูทำง่าย ส่วนผสมแค่ 3 อย่าง วัตถุดิบน้อยแต่อร่อยมาก สไตล์เด็กหอ