รีเซต

ผลการค้นหา “#เที่ยวต่างประเทศ” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
แนะนำ eSIM ใช้ท่องเที่ยวต่างประเทศ เล่นเน็ตแรง คุ้มค่า ไม่ต้องง้อโรมมิ่ง
อ่าน

แนะนำ eSIM ใช้ท่องเที่ยวต่างประเทศ เล่นเน็ตแรง คุ้มค่า ไม่ต้องง้อโรมมิ่ง

การเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ ในยุคนี้ เรื่องการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต กลายเป็นสิ่งจำเป็นอันดับหนึ่งที่ขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะเปิด Google Maps นำทาง เรียกรถผ่านแอปฯ แปลภาษา หรือโพสต์รูปลงโซเชียลมีเดีย แต่ปัญหาเดิมๆ อย่างการต้องต่อคิวซื้อซิมพลาสติกที่สนามบิน หรือเสี่ยงเจอบิลเรียกเก็บทีหลังจากการเปิดโรมมิ่งข้ามแดนกำลังจะหมดไป เมื่อหันมา เลือกใช้ eSIM เที่ยวต่างประเทศ ที่ช่วยให้ชีวิตการเดินทางง่ายขึ้นหลายเท่าตัว แต่หากไม่รู้จะเลือกอย่างไร วันนี้เรามีข้อมูลดีๆ มาฝากกัน ทำไมสายเที่ยวต่างประเทศยุคใหม่ ถึงนิยมเปลี่ยนมาใช้ eSIM eSIM (Embedded SIM) คือ ซิมการ์ดดิจิทัลที่ฝังอยู่ในสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ๆ โดยที่คุณไม่ต้องถอดถาดซิม หรือสลับซิมการ์ดพลาสติกเข้าออกให้เสี่ยงต่อการทำซิมหลักหล่นหาย อีกทั้งยังมีข้อดีอีกหลายอย่าง ได้แก่ สั่งซื้อและรับเน็ตได้ทันที : ชำระเงินผ่านออนไลน์ สแกน QR Code เพื่อติดตั้งโปรไฟล์เน็ตได้เลยตั้งแต่งอยู่บ้าน สแตนบายเบอร์ไทยไว้รับ SMS : สามารถเปิดใช้ eSIM สำหรับเล่นเน็ตอย่างเดียว โดยยังคงใช้เบอร์หลักจากไทยไว้รับสายสำคัญหรือรับรหัส OTP จากธนาคารได้ตามปกติ หมดปัญหาบิลเรียกเก็บทีหลัง : เป็นแพ็กเกจเน็ตแบบเติมเงิน รู้ราคาล่วงหน้าชัดเจน จ่ายครั้งเดียวจบ ไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม : ช่วยลดขยะพลาสติกและบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง วิธีเลือกซื้อ eSIM ให้เหมาะกับทริปเดินทางแต่ละแบบ ก่อนตัดสินใจซื้อ eSIM เที่ยวต่างประเทศ คุณควรพิจารณาปัจจัยเหล่านี้เพื่อให้ได้แพ็กเกจที่คุ้มค่า และตรงกับไลฟ์สไตล์ที่สุด ปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ต : หากเน้นเปิดแผนที่ และส่งข้อความทั่วไป แพ็กเกจ 1-3 GB ก็เพียงพอ แต่ถ้าเป็นสายโซเชียล ดูวิดีโอ หรือต้องแชร์ Hotspot ควรเลือก 5-20 GB ขึ้นไป หรือแบบ Unlimited ระยะเวลาของทริป : เลือกจำนวนวันใช้งานให้ครอบคลุมตั้งแต่วันเดินทางออกจากประเทศไทยจนถึงวันเดินทางกลับ การจับสัญญาณเครือข่าย : เช็กให้แน่ใจว่าผู้ให้บริการ eSIM จับมือกับค่ายมือถือชั้นนำในประเทศปลายทาง เพื่อให้ได้สัญญาณเน็ตที่แรงและเสถียรที่สุด พารู้จัก WonderConnect eSIM ทางเลือกเน็ตต่างประเทศที่สายเที่ยวเลิฟ หากคุณกำลังมองหาผู้ให้บริการที่ตอบโจทย์ และไว้วางใจได้ ขอแนะนำ WonderConnect แพลตฟอร์มผู้ให้บริการ eSIM ที่ออกแบบมาเพื่อนักเดินทางโดยเฉพาะ ชูจุดเด่นที่ช่วยให้การเชื่อมต่อต่างประเทศเป็นเรื่องง่ายดาย ครอบคลุมมากกว่า 200 จุดหมายปลายทางทั่วโลก : ไม่ว่าจะเป็นทริปประเทศเดียว ทริปภูมิภาคอย่างยุโรป หรือทริปตะลุยรอบโลก ก็มีแพ็กเกจรองรับ จัดส่งเร็วทันใจในไม่กี่วินาที : สั่งซื้อปุ๊บ รับโปรไฟล์ติดตั้งผ่านแอปหรืออีเมลได้ทันที พร้อมใช้งานทันทีที่เครื่องแลนดิ้ง ราคาสุดคุ้ม และโปร่งใส : นำเสนอแพ็กเกจราคาประหยัด ได้เน็ตเต็มสปีด ไม่ลดสปีดโดยไม่จำเป็น จัดการง่ายผ่านแอปเดียว : เช็กปริมาณเน็ตคงเหลือ หรือกดซื้อแพ็กเกจเติมเงิน (Top-up) เพิ่มได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องตั้งค่าใหม่ วิธีสั่งซื้อและตั้งค่า eSIM แบบง่ายๆ ที่ WonderConnect การเริ่มต้นใช้งาน eSIM เที่ยวต่างประเทศ ไม่ใช่เรื่องซับซ้อนอย่างที่คิด มือใหม่ก็สามารถทำตามขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้ เช็กความพร้อมของตัวเครื่อง : ตรวจสอบว่าสมาร์ตโฟนของคุณรองรับ eSIM และเป็นเครื่องปลดล็อกเครือข่ายเรียบร้อยแล้ว สั่งซื้อแพ็กเกจ : เข้าแอปฯหรือเว็บไซต์ WonderConnect เลือกประเทศ และเลือกขนาดความจุอินเทอร์เน็ตที่เหมาะสมกับทริปของคุณ (เช่น 1GB หรือ 10GB โดยแต่ละแพ็กเกจจะมีระยะเวลาใช้งานที่แตกต่างกัน) ติดตั้งโปรไฟล์ (ทำจากที่บ้าน) : ไปที่เมนู การตั้งค่า (Settings) เซลลูลาร์ (Cellular) เพิ่ม eSIM (Add eSIM) จากนั้นสแกน QR Code ที่ได้รับ เปิดใช้งานเมื่อถึงปลายทาง : เมื่อถึงประเทศปลายทาง เพียงเปิดใช้งาน eSIM เลือกเป็นการใช้งานข้อมูลมือถือ (Mobile Data) แล้วเปิด "โรมมิ่งข้อมูล" (Data Roaming) สัญญาณเน็ตก็จะพร้อมใช้งานทันที" eSIM จาก Wonder Connect ปักหมุดความคุ้มค่าในทุกการเดินทาง การเลือกใช้ eSIM เที่ยวต่างประเทศ คือทางเลือกยุคใหม่ที่ช่วยตัดความยุ่งยากของการเดินทางออกไป ทั้งประหยัดเวลา คุมงบประมาณได้ และมอบความสะดวกสบายขั้นสุด ให้คุณสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวได้อย่างไร้กังวล สำหรับทริปถัดไป อย่าลืมวางแผนการเชื่อมต่อล่วงหน้าและเลือกใช้บริการจาก WonderConnect เพื่อนคู่ใจที่จะช่วยให้คุณท่องโลกออนไลน์ได้ลื่นไหลทุกที่ทุกเวลา คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ eSIM สำหรับเดินทางต่างประเทศ eSIM ต่างจากโปรโมชันโรมมิ่งของค่ายมือถือเดิมอย่างไร eSIM มีราคาแบบเติมเงินที่ถูกกว่าการเปิดโรมมิ่งข้ามแดนจากค่ายเดิมหลายเท่า ช่วยคุมงบประมาณได้ โดยไม่มีค่าธรรมเนียมโผล่มาในบิลรายเดือน และยังให้คุณสแตนบายเบอร์เดิมไว้รับ SMS OTP หรือสายสำคัญได้ตามปกติ หากเน็ตหมดระหว่างเดินทาง สามารถซื้อแพ็กเกจเพิ่มได้ไหม สามารถกดซื้อแพ็กเกจเติมเงิน (Top-up) เพิ่มผ่านแอปพลิเคชัน WonderConnect ได้ทันที โดยไม่ต้องลบโปรไฟล์เดิมหรือสแกน QR Code ใหม่ ระบบจะต่ออายุเน็ตให้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่องแบบไม่สะดุด เดินทางหลายประเทศในทริปเดียว ต้องซื้อ eSIM แยกทุกประเทศหรือไม่ ไม่จำเป็น สามารถเลือกซื้อ eSIM แบบรายภูมิภาค (Regional eSIM) เช่น แพ็กเกจครอบคลุมทวีปยุโรป หรือเอเชีย ซึ่งจะช่วยให้ใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ต่อเนื่องทุกประเทศตลอดทริป โดยไม่ต้องเปลี่ยนซิมเมื่อเดินทางข้ามแดน

7 รองเท้าใส่เที่ยวต่างประเทศผู้ชาย 2026 ใส่สบาย เดินเยอะไม่หวั่น
อ่าน

7 รองเท้าใส่เที่ยวต่างประเทศผู้ชาย 2026 ใส่สบาย เดินเยอะไม่หวั่น

ใครกำลังมีแพลน เที่ยวต่างประเทศ 2026 แล้วกำลังมองหา รองเท้าผ้าใบผู้ชาย รองเท้าสนีกเกอร์แฟชั่นผู้ชาย หรือ รองเท้าใส่เที่ยวที่เดินสบาย บอกเลยว่ารองเท้าคู่เดียวที่ดีสามารถช่วยให้ทริปสนุกขึ้นได้เยอะ เพราะเที่ยวต่างประเทศแต่ละวันอาจต้องเดินเป็นหลักหมื่นก้าว ทั้งสนามบิน สถานีรถไฟ ถนนเมืองเก่า หรือช้อปปิ้งมอลล์ สำหรับ ปี 2026 เทรนด์รองเท้าผู้ชายยังคงมาในแนว Retro Running, Y2K, Dad Shoes และ Sporty Minimal ที่ใส่ได้ทั้งเที่ยว ถ่ายรูป และแต่งตัวในชีวิตประจำวัน สำหรับทริปที่ต้องเดินเยอะ รองเท้าผ้าใบเดินเยอะไม่ปวดเท้า จึงจำเป็นมาก เราเลยรวมมาให้ 7 รุ่นน่าสนใจ ตั้งแต่คู่ที่เน้นแฟชั่น ไปจนถึงคู่ที่เน้นความนุ่มสบายแบบจริงจังเลยตามนี้! รองเท้าใส่เที่ยวต่างประเทศผู้ชายรองเท้าผ้าใบเดินเยอะไม่ปวดเท้า 1. ASICS GEL - Kayano 14 สนีกเกอร์ Y2K ใส่เที่ยวก็เท่ เดินก็สบาย ASICS GEL - Kayano 14 เป็น รองเท้าใส่เที่ยว ที่เหมาะมากๆ ถ้าชอบรองเท้าทรง Y2K หรือ Retro Running ที่กำลังฮิต รองเท้าผู้ชายเดินเยอะ รุ่นนี้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก ดีไซน์มีเลเยอร์และรายละเอียดแบบรองเท้าวิ่งยุค 2000 ทำให้แมตช์กับกางเกงยีนส์ Cargo หรือกางเกงขากว้างได้ง่าย ✨ จุดเด่น ระบบ GEL ช่วยรองรับแรงกระแทก มี TRUSSTIC ช่วยเพิ่มความมั่นคง เหมาะกับทริปที่ต้องเดิน หรือยืนนาน ดีไซน์แฟชั่น ถ่ายรูปออกมาดูมีสไตล์ เหมาะกับลุค Street, Y2K และ Casual 🌟 ราคาโดยประมาณ : 5,700 บาท 📍 เหมาะกับ : เที่ยวญี่ปุ่น เกาหลี ยุโรป เดินเที่ยวเมืองทั้งวัน ============== 2. New Balance 1906R สนีกเกอร์สายแฟชั่นที่ยังเน้นความสบาย อีกหนึ่งรุ่นที่มาแรงสำหรับคนชอบรองเท้าแนว Techwear และ Y2K อย่าง New Balance 1906R ดีไซน์ดูสปอร์ต และมีรายละเอียดเยอะ แต่ยังสามารถใส่กับเสื้อผ้าท่องเที่ยวทั่วไปได้ง่าย เป็นอีกหนึ่ง รองเท้าผู้ชายใส่สบาย ที่น่าสนใจมากๆ เลยทีเดียว ✨ จุดเด่น ดีไซน์ Retro Running สไตล์ยุค 2000 ระบบซัพพอร์ต ช่วยรองรับแรงกระแทกบริเวณส้นเท้า พื้นรองเท้าที่ผสานความนุ่มสบายของ ABZORB เข้ากับเทคโนโลยี N-ergy ที่ช่วยดูดซับแรงสะเทือน พื้นรองเท้าให้ความรู้สึกมั่นคง ใส่เหมาะกับกางเกงยีนส์ Cargo หรือกางเกงขาสั้นได้ เหมาะกับสายถ่ายรูปที่อยากได้รองเท้าเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่น 🌟 ราคาโดยประมาณ : 5,700 บาท 📍 เหมาะกับ : เที่ยวเมือง คาเฟ่ฮอปปิ้ง และทริปที่เน้นถ่ายรูป ============== 3. New Balance 2002R คู่เดียวเอาอยู่ทั้งเที่ยว และแต่งตัว ถ้าต้องเลือก รองเท้าผู้ชายใส่เที่ยวต่างประเทศ ที่บาลานซ์ระหว่างความสบาย และแฟชั่นได้ดี New Balance 2002R ถือว่าน่าสนใจมาก รองเท้าสนีกเกอร์ผู้ชาย ที่ตัวรองเท้ามีทรง Chunky แบบกำลังดี พร้อมวัสดุ และเลเยอร์ที่ทำให้รองเท้าดูพรีเมียม สามารถใส่เที่ยวตั้งแต่เช้าจนเย็นได้โดยไม่หลุดจากลุคแฟชั่น ✨ จุดเด่น พื้นรองเท้าซัพพอร์ต และช่วยกระจายน้ำหนัก ดีไซน์ Dad Shoes มีความเป็น Retro Running สีส่วนใหญ่แมตช์กับเสื้อผ้าได้ง่าย ใส่เที่ยว เดินเมือง และใส่ในชีวิตประจำวันได้ เหมาะสำหรับคนที่อยากได้รองเท้าคู่เดียวใช้หลายโอกาส 🌟 ราคาโดยประมาณ : 5,500-6,000 บาท 📍 เหมาะกับ : คนที่อยากได้รองเท้าแฟชั่น 1 คู่ที่ใช้ได้หลายลุค ============== 4. Nike Zoom Vomero 5 สนีกเกอร์แฟชั่นทรง Dad Shoes สำหรับสาย Nike ต้องไม่พลาด Nike Zoom Vomero 5 ที่มีหน้าตาเป็นรองเท้าวิ่งยุคเก่า แต่ถูกนำกลับมาทำเป็นสนีกเกอร์แฟชั่นสุดฮิต รองเท้าผ้าใบผู้ชายใส่เที่ยว ที่ดีอีกหนึ่งตัวเลือกเลยทีเดียว ✨ จุดเด่น ทรง Chunky ใส่แล้วได้ลุคแฟชั่น มี Zoom Air ช่วยเพิ่มความนุ่ม และแรงส่ง เหมาะกับการเดินเที่ยวในเมือง แมตช์ง่ายกับกางเกงหลายทรง เหมาะกับคนที่อยากได้รองเท้าแฟชั่นแต่ยังต้องการความสบาย 🌟 ราคาโดยประมาณ : 6,000 บาท 📍 เหมาะกับ : เที่ยวเกาหลี ญี่ปุ่น ยุโรป หรือเมืองที่มีมุมถ่ายรูปเยอะๆ ============== 5. adidas Ultraboost รองเท้านุ่มสายสปอร์ต ใส่เดินเที่ยวได้ยาวๆ ถ้าโจทย์หลักคือ รองเท้าใส่สบาย เดินเยอะ adidas Ultraboost ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะขึ้นชื่อเรื่องพื้น Boost ที่ให้ความนุ่ม และช่วยคืนพลังงานขณะเดินด้วยนะ! ✨ จุดเด่น พื้น Boost ให้ความนุ่ม และคืนพลังงาน หน้าผ้ายืดหยุ่น และระบายอากาศได้ดี น้ำหนัก และความคล่องตัวเหมาะกับการเดิน ใส่วิ่ง ออกกำลังกาย และเที่ยวได้ ลุค Sporty Minimal แต่งง่าย 🌟 ราคาโดยประมาณ : 6,500-7,000 บาท 📍 เหมาะกับ : คนที่เน้นความสบายมากกว่าแฟชั่นจัดๆ และมีแพลนเดินทั้งวัน ============== 6. On Cloudmonster 3 รองเท้าพื้นหนา เด้ง ใส่เดินเที่ยวสนุก On Cloudmonster 3 เป็นอีกคู่ที่เหมาะกับสายเดินเยอะ โดยรุ่นปัจจุบันใช้ระบบ CloudTec แบบ Triple Layer และออกแบบให้มีฟีลการลงเท้า และส่งตัวไปด้านหน้าอย่างต่อเนื่อง ✨ จุดเด่น CloudTec ช่วยรองรับแรงกระแทก พื้นค่อนข้างหนา และให้ความรู้สึกเด้ง เหมาะกับการเดิน และวิ่งระยะไกล ดีไซน์โดดเด่น เหมาะกับลุค Sporty มีความเป็นแฟชั่นมากกว่ารองเท้าวิ่งทั่วไป 🌟 ราคาโดยประมาณ : 7,200 บาท 📍 เหมาะกับ : ทริปที่เดินเยอะมาก เช่น เที่ยวเมืองยุโรป หรือเดิน Disneyland ทั้งวัน ============== 7. New Balance 9060 สนีกเกอร์ Chunky สำหรับสายแฟชั่น ปิดท้ายด้วย New Balance 9060 รองเท้าเดินเที่ยวผู้ชาย สำหรับคนที่อยากได้รองเท้า แฟชั่นนำ แต่ยังใส่เที่ยวได้ ด้วยทรง Chunky ฐานรองเท้าดูกว้างและมีดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจจากรองเท้าวิ่งยุค 2000 ✨ จุดเด่น ทรง Chunky โดดเด่น ฐานรองเท้ากว้าง ให้ความรู้สึกมั่นคง โฟม ABZORB ช่วยรองรับแรงกระแทก แต่งตัวง่าย โดยเฉพาะลุค Street และ Casual ถ่ายรูปออกมาเด่น เหมาะกับสายแฟชั่น 🌟 ราคาโดยประมาณ : 5,400-6,500 บาท 📍 เหมาะกับ : คนที่ให้ความสำคัญกับแฟชั่น และอยากได้รองเท้าคู่เดียวสำหรับเที่ยว และใส่ในชีวิตประจำวัน ============== ตารางเปรียบเทียบ 7 รองเท้าผู้ชายใส่เที่ยวต่างประเทศ 2026 รุ่น จุดเด่น ราคาโดยประมาณ เหมาะกับ ASICS GEL-Kayano 14 ซัพพอร์ตดี + Y2K 5,700 บาท เดินเยอะ / สตรีท New Balance 1906R Retro + ซัพพอร์ต 5,700 บาท เที่ยวเมือง / ถ่ายรูป New Balance 2002R นุ่ม + แมตช์ง่าย 5,500-6,000 บาท All-around Nike Zoom Vomero 5 Dad Shoes + Zoom Air 6,000 บาท แฟชั่น / เดินเที่ยว adidas Ultraboost นุ่ม + คืนพลังงาน 6,500-7,000 บาท เดินทั้งวัน On Cloudmonster 3 เด้ง + รองรับแรงกระแทก 7,200 บาท เดินหนัก / เที่ยวเมือง New Balance 9060 Chunky + แฟชั่น 5,400-6,500 บาท สายแฟชั่น 👟 ถ้าเลือกตามสไตล์การเที่ยว เดินเยอะที่สุด : On Cloudmonster 3 / adidas Ultraboost แฟชั่นที่สุด : New Balance 9060 / Nike Vomero 5 Y2K มาแรง : ASICS GEL-Kayano 14 / New Balance 1906R คู่เดียวใช้ได้หลายชุด : New Balance 2002R สาย Sporty : adidas Ultraboost / On Cloudmonster 3 ทิปส์ก่อนเดินทาง : อย่าเพิ่งซื้อรองเท้าใหม่แล้วใส่เดินวันแรกตอนเที่ยวจริง ควรใส่เดิน และทดลองใช้งานก่อนเดินทาง เพื่อให้รองเท้าเข้ากับรูปเท้า และลดโอกาสเกิดรองเท้ากัด หรือแผลพุพองระหว่างทริป โดยเฉพาะทริปที่ต้องเดินวันละหลายหมื่นก้าว รองเท้าใส่เที่ยว ต่างประเทศ รองเท้าใส่สบาย ยี่ห้ออื่นๆ แนะนำ 5 รองเท้าใส่เที่ยว สไตล์มินิมอล เดินสบาย คู่เดียวจบ แมทช์ได้ทุกลุค อัปเดตเทรนด์ รองเท้าใส่เที่ยว 2026 สายสปอร์ต ยี่ห้อไหนดี เดินหมื่นก้าวไม่เมื่อย

6 รองเท้าใส่เที่ยวต่างประเทศ สนีกเกอร์ ผู้หญิง 2026 เดินสับ เดินเยอะ ยังชิล
อ่าน

6 รองเท้าใส่เที่ยวต่างประเทศ สนีกเกอร์ ผู้หญิง 2026 เดินสับ เดินเยอะ ยังชิล

สาวๆ ที่กำลังมีแพลนไปเที่ยว เดินทางต่างประเทศ ตามเราอัปเดตเลยค่ะกับ 6 รองเท้าใส่เที่ยวต่างประเทศ สำหรับผู้หญิง ในปี 2026 นี้ ที่เดินสับวันละ 20,000 ก้าวยังชิล ซัพพอร์ตเท้าดีเยี่ยม แถมแมตช์ได้ทุกลุค ถ่ายรูปปัง! ไปเที่ยวทั้งที ต้องไม่พลาดเลือก รองเท้าที่เดินสบาย ไม่เจ็บเท้า ไม่ปวดส้น และที่สำคัญต้องเข้าได้กับทุกชุดที่เตรียมไปด้วย รองเท้าใส่เที่ยวต่างประเทศผู้หญิง สนีกเกอร์แฟชั่นผู้หญิง เดินเยอะ ไม่เมื่อย ปี 2026 1. Skechers GOwalk 7 ✨ ราคาโดยประมาณ : 2,090 บาท แชมป์ตลอดกาลเรื่องความนุ่มสบายเท้า Skechers GOwalk 7 โดดเด่นด้วย เทคโนโลยี Hyper Pillars เวอร์ชันอัปเกรดที่ ช่วยซัพพอร์ตอุ้งเท้า และดูดซับแรงกระแทกได้สูงสุด เป็นอีกหนึ่ง รองเท้าผ้าใบผู้หญิง ใส่สบายเหมาะมากสำหรับทริปเน้น เดินชมเมืองยาวๆ นั่งเครื่องบินนานๆ ด้วยดีไซน์สวมง่าย (Slip-on) แถมระบายอากาศได้ดีไม่เหม็นอับ ============== 2. New Balance 1906R ✨ ราคาโดยประมาณ : 3,300 บาท New Balance 1906R ตัวตึงสายสตรีทแฟชั่น และสไตล์วินเทจ Y2K ที่ฮิตข้ามปี ใช้ระบบซัพพอร์ต N-ergy และ ABZORB กระจายน้ำหนักได้ดีเยี่ยม เดินเยอะไม่เมื่อยฝ่าเท้า มีออปชันหน้าเท้ากว้าง (Wide) สำหรับสาวเท้าแบนหรือเท้าอวบ แมตช์กับกางเกงคาร์โก้หรือยีนส์เท่ๆ ได้อย่างลงตัว เป็นตัวเลือก รองเท้าเดินต่างประเทศ เดินเยอะ ไม่เมื่อย ที่เหมาะมากๆ กับทุกทริป ============== 3. Nike Zoom Vomero ✨ ราคาโดยประมาณ : 3,170 บาท สนีกเกอร์แนวเรโทร - สปอร์ต สุดชิคที่กลายเป็นไอเทม "ของมันต้องมี" ของสาวๆ Nike Zoom Vomero ด้วยโครงสร้างผ้าตาข่ายระบายอากาศ และเทคโนโลยีพื้น Zoom Air ร่วมกับโฟม Cushlon รองรับแรงกระแทก และตอบสนองการก้าวเดินได้นุ่มนวลมาก ใส่เข้ากับเดรสสั้น ยีนส์ หรือเบลเซอร์ได้อย่างกลมกลืน ============== 4. Hoka Clifton 10 ✨ ราคาโดยประมาณ : 6,340 บาท Hoka Clifton 10 รองเท้าดีไซน์พื้นหนา (Max Cushioning) แต่มีน้ำหนักเบาราวกับขนนก ด้วยโครงสร้างพื้นโค้ง Rocker Geometry ช่วยผลัก และส่งแรงให้ก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ ลดภาระ อาการล้าของข้อเท้า และหัวเข่าได้ดีเยี่ยม ใส่เดินลุยถนนขรุขระหรือเดินขึ้นเนินในต่างประเทศได้สบาย ============== 5. FitFlop Rally ✨ ราคาโดยประมาณ : 4,760 บาท FitFlop Rally รองเท้าผ้าใบหนังสีขาวทรงเรียบคลีน ดีไซน์แฟชั่นที่ไม่ดูสปอร์ตจนเกินไป ใช้เทคโนโลยีพื้นรองเท้า Anatomicush กระจายน้ำหนักได้ดี ยืดหยุ่น และเบาสบาย ข้อดีของวัสดุที่เป็นหนังคือช่วยกันหนาวและกันละอองน้ำระว่างทริปได้ดีกว่าผ้าตาข่าย เป็นรองเท้าผ้าใบสีขาว แมชท์ง่าย ทุกลุค สนีกเกอร์แฟชั่นผู้หญิง 2026 ที่หยิบมาแมตช์เข้าได้กับทุกลุคตั้งแต่ชุดลำลองไปจนถึงเดรสยาว ============== 6. On Cloudtilt ✨ ราคาโดยประมาณ : 10,070 บาท On Cloudtilt รองเท้าใส่เที่ยว โมเดลสายมินิมอลจากแบรนด์ On ที่ออกแบบมาเพื่อการเคลื่อนไหวในเมืองโดยเฉพาะ พื้นรองเท้าเทคโนโลยี CloudTec Phase สานต่อ ความเบาสบาย และนุ่มเด้ง เหมือนเดินบนก้อนเมฆ เป็นตัวเลือกของ รองเท้าผ้าใบผู้หญิง ใส่สบาย เดินทั้งวัน แบบชิลๆ รูปทรงเรียบหรู คลีนๆ สวมง่ายไม่ต้องผูกเชือก แมตช์กับชุดกางเกงผ้าทรงสวยกระบอกใหญ่หรือมินิเดรสสไตล์มินิมอลได้ปังสุดๆ ============== รองเท้าใส่เที่ยว ต่างประเทศ รองเท้าใส่สบาย ยี่ห้ออื่นๆ แนะนำ 5 รองเท้าใส่เที่ยว สไตล์มินิมอล เดินสบาย คู่เดียวจบ แมทช์ได้ทุกลุค อัปเดตเทรนด์ รองเท้าใส่เที่ยว 2026 สายสปอร์ต ยี่ห้อไหนดี เดินหมื่นก้าวไม่เมื่อย

5 กฎหมายสุดแปลกทั่วโลก รู้ไว้ก่อนเที่ยวต่างประเทศ เสี่ยงโดนปรับไม่รู้ตัว
อ่าน

5 กฎหมายสุดแปลกทั่วโลก รู้ไว้ก่อนเที่ยวต่างประเทศ เสี่ยงโดนปรับไม่รู้ตัว

ใครกำลังมีแพลนบินไปท่องเที่ยว นอกจากจะต้องเตรียมพาสปอร์ต วางแพลนทริป และเตรียมร่างกายให้พร้อมแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การศึกษากฎหมายและข้อห้ามท้องถิ่น เพราะเรื่องธรรมดาที่เราทำกันจนชินในชีวิตประจำวัน อาจกลายเป็นเรื่องผิดกฎหมายและมีโทษปรับมหาศาลในบางประเทศ! เราจะพาทุกคนไปดู 5 กฎหมายสุดแปลกทั่วโลก ที่นักเดินทางควรรู้ไว้ จะได้เที่ยวสนุก สบายใจ และไม่เสี่ยงโดนปรับเงินออกจากกระเป๋าโดยไม่รู้ตัวครับ 5 กฎหมายสุดแปลกทั่วโลก รู้ไว้ก่อนเที่ยวต่างประเทศ 📌 สรุปสั้นๆ สำหรับนักเดินทาง ทำไมต้องรู้กฎหมายแปลกในต่างประเทศ? เพราะแต่ละประเทศมีกฎหมายที่ถูกออกแบบตามบริบททางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และการอนุรักษ์ เช่น สิงคโปร์ ห้ามเคี้ยวหมากฝรั่งเพื่อความสะอาด, กรีซ ห้ามใส่ส้นสูงเที่ยวโบราณสถานเพื่อป้องกันสิ่งปลูกสร้างเสียหาย หรือ เยอรมนี ห้ามน้ำมันหมดบนทางด่วน Autobahn เพื่อความปลอดภัย การรู้ข้อห้ามเหล่านี้จะช่วยให้คุณเลี่ยงการถูกปรับ และเที่ยวได้อย่างราบรื่น 1. สิงคโปร์: ห้ามพก และเคี้ยวหมากฝรั่ง (Singapore) เริ่มต้นกันที่ประเทศใกล้บ้านอย่าง สิงคโปร์ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสะอาดและระเบียบวินัยขั้นสุด หลายคนอาจพอรู้มาบ้างว่าสิงคโปร์มีกฎหมายห้ามนำเข้าและจำหน่ายหมากฝรั่งมาตั้งแต่ปี 1992 เพื่อป้องกันปัญหาคนคายหมากฝรั่งเลอะเทอะตามพื้นและประตูรถไฟฟ้า MRT ข้อควรระวัง: ห้ามพกหมากฝรั่งเข้าประเทศเพื่อการค้าหรือคายทิ้งในที่สาธารณะเด็ดขาด (ยกเว้นหมากฝรั่งทางการแพทย์ที่มีใบรับรองจากแพทย์) หากฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงถึงหลักแสนบาทเลยทีเดียว 2. กรีซ: ห้ามใส่ 'รองเท้าส้นสูง' เที่ยวโบราณสถาน (Greece) สำหรับสาวๆ สายแฟชั่นที่ชอบแต่งตัวจัดเต็มไปถ่ายรูปกับอารยธรรมโบราณ ต้องระวังให้ดี! ที่ประเทศกรีซ โดยเฉพาะตามสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น วิหารอะโครโพลิส (Acropolis) มีกฎหมายห้ามสวมใส่รองเท้าส้นสูงหรือส้นแหลมเข้าชมเด็ดขาด เหตุผล: น้ำหนักที่กดลงบนส้นแหลมสามารถทำลายพื้นหินหินอ่อนและโบราณสถานที่มีอายุหลายพันปีให้สึกหรอได้ แนะนำให้ใส่รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าพื้นราบไปถ่ายรูปจะปลอดภัยที่สุดครับ 3. เยอรมนี: ห้ามทำ 'น้ำมันหมด' บนทางด่วน Autobahn (Germany) สายขับรถเที่ยว (Road Trip) ในเยอรมนีต้องปักหมุดข้อนี้ไว้เลย! บนทางด่วน Autobahn ที่ขึ้นชื่อเรื่องการไม่จำกัดความเร็วในหลายช่วง การจอดรถบนไหล่ทางโดยไม่มีเหตุจำเป็นถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง และการ "น้ำมันหมด" ก็ไม่ถือเป็นเหตุจำเป็น แต่ถือเป็น ความประมาทของผู้ขับขี่ ข้อควรระวัง: การจอดรถเพราะน้ำมันหมดส่งผลต่อความปลอดภัยของการจราจรความเร็วสูง หากตำรวจตรวจพบ คุณจะโดนใบสั่งและโทษปรับทันที ดังนั้นอย่าลืมเช็กเกจน้ำมันให้เต็มถังก่อนขึ้น Autobahn เสมอ 4. อิตาลี (เวนิส): ห้ามให้อาหารนกพิราบที่จัตุรัสเซนต์มาร์ก (Venice, Italy) ภาพถ่ายคู่กับนกพิราบกลางจัตุรัสเซนต์มาร์ก (St. Mark's Square) อาจดูเป็นมุมมหาชนยอดฮิต แต่ปัจจุบันเมืองเวนิสได้ออกกฎหมาย ห้ามขายและห้ามให้อาหารนกพิราบ ในพื้นที่สาธารณะอย่างเด็ดขาด เหตุผล: มูลของนกพิราบมีฤทธิ์เป็นกรด ซึ่งส่งผลกัดกร่อนรูปปั้นและสถาปัตยกรรมเก่าแก่ รวมถึงเป็นพาหะนำโรค อีกทั้งยังควบคุมปริมาณนกได้ยาก หากใครเผลอโปรยเศษขนมปังให้นก อาจเจอโทษปรับเริ่มต้นที่ 50-500 ยูโรได้เลย 5. สเปน (บาร์เซโลนา/มายอร์กา): ห้ามแต่งชุดว่ายน้ำเดินกลางเมือง (Spain) แม้สเปนจะเป็นเมืองชายหาดสุดฮิตที่ผู้คนชอบมาอาบแดด แต่ถ้าคุณเดินออกจากชายหาดหรือสระว่ายน้ำแล้ว กฎหมายเมืองบาร์เซโลนาและเกาะมายอร์การะบุชัดเจนว่า ห้ามถอดเสื้อ หรือใส่ชุดบิกินี่/กางเกงว่ายน้ำตัวเดียวเดินตามถนนในเมือง ข้อควรระวัง: เมื่อไหร่ก็ตามที่สลัดทรายออกจากเท้าและเดินเข้าสู่เขตเมือง หรือเข้าไปในร้านค้า ต้องสวมเสื้อยืด กางเกง หรือชุดคลุมให้เรียบร้อย ไม่งั้นอาจโดนค่าปรับแบบไม่ทันตั้งตัว เช็กลิสต์ง่ายๆ ก่อนเดินทาง เที่ยวอย่างไรไม่ให้ผิดกฎหมาย? เช็กข้อมูลประเทศปลายทาง: เข้าเว็บไซต์สถานทูตหรือกระทรวงการต่างประเทศเพื่ออ่านข้อห้ามศุลกากร ตรวจสอบยารักษาโรค: สำแดงยาต่อเจ้าหน้าที่หากเป็นยาควบคุม หรือมีเอกสารกำกับภาษาอังกฤษ เคารพวัฒนธรรมและสถานที่: สังเกตป้ายเตือนรอบตัวเสมอ โดยเฉพาะตามโบราณสถาน สวนสาธารณะ และระบบขนส่งสาธารณะ การเดินทางท่องเที่ยวคือการเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ การรู้และปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศที่เราไปเยือน ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราปลอดภัยและประหยัดเงินในกระเป๋า แต่ยังเป็นการแสดงความเคารพต่อเจ้าบ้านอีกด้วยครับ ====================

5 รองเท้าเที่ยวต่างประเทศ เดินเยอะ เบาสบาย งบ 2,000 ยี่ห้อไหนดี
อ่าน

5 รองเท้าเที่ยวต่างประเทศ เดินเยอะ เบาสบาย งบ 2,000 ยี่ห้อไหนดี

สำหรับ ทริปเที่ยวต่างประเทศในปี 2026 ที่ต้อง "เดินเยอะ" แต่มีงบจำกัด การเลือกรองเท้าที่ "เบาสบาย ถูกและดี" คือหัวใจสำคัญเพื่อให้เที่ยวได้สนุกตลอดวันโดยไม่ปวดเท้าค่ะ เราจึงรวบรวม รองเท้าเที่ยวต่างประเทศ เดินเยอะ ไม่ปวดเท้า ยี่ห้อ และรุ่นที่น่าสนใจใน งบไม่เกิน 2,000 บาท (รวมรุ่นที่จัดโปรโมชั่นบ่อย) มาบอกกัน รองเท้าแนะนำ เที่ยวต่างประเทศ งบประหยัด 2026รองเท้าเดินเยอะ ไม่ปวดเท้า 1. Skechers รุ่น GOwalk Flex - New World ❓ ทำไมถึงน่าสนใจ : ยืนหนึ่งเรื่องความนุ่ม และน้ำหนักเบา โดยเฉพาะรุ่น GOwalk 7 หรือ GOwalk Max ที่มักมีโปรโมชั่นลดราคาลงมาเหลือในช่วง 1,500-1,900 บาท ✨ จุดเด่น : เทคโนโลยี Heel Pillow หมอนรองส้นเท้าพิเศษ ช่วยล็อกเท้าให้กระชับปลอดภัย และ พื้นรองเท้าด้านใน Air-Cooled Memory Foam นุ่มสบายเท้า ระบายอากาศได้ดี เหมาะกับทริปเดินเมืองหรือช้อปปิ้งทั้งวัน 🌟 Skechers GOwalk Flex - New World เป็นรองเท้าลำลอง และออกกำลังกาย ที่เน้นความสะดวกสบาย สวมง่ายแบบไม่ต้องก้มด้วยเทคโนโลยี Heel Pillow และ Hands-Free Slip-ins อัปเปอร์เป็นตาข่ายระบายอากาศได้ดี พื้นรองเท้าชั้นกลางรองรับแรงกระแทก ULTRA GO รองรับแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม น้ำหนักเบา เหมาะสำหรับการเดินนานๆ =============== 2. Decathlon Newfeel SW500.1 ❓ ทำไมถึงน่าสนใจ : เป็นตัวเลือกที่ "คุ้มค่าที่สุด" เพราะราคาปกติอยู่ในงบ 800-1,800 บาท โดยไม่ต้องรอลดราคา ✨ จุดเด่น : รุ่นสำหรับเดินเร็ว (Power Walking) ออกแบบมาให้ยืดหยุ่น และระบายอากาศได้ดีมาก น้ำหนักเบา เหมาะสำหรับพกพาใส่กระเป๋าเดินทาง 🌟 Newfeel เป็นแบรนด์เฉพาะทางของ Decathlon ที่ออกแบบมาสำหรับการเดิน (Sport Walking) โดยเฉพาะ รุ่น SW500.1 ที่ เบา สบาย ยืดหยุ่น และคุ้มค่า สวมใส่ได้ง่าย และให้การรองรับช่วงเท้าได้ดีเหมาะสำหรับใส่ไปในเมือง และเดินชมธรรมชาตินอกตัวเมือง หรือเดินทางท่องเที่ยว =============== 3. ANTA JOURNEY PG7 แบรนด์ยอดฮิตจากจีน ❓ ทำไมถึงน่าสนใจ : มาแรงมากในปี 2026 ด้วยดีไซน์ทันสมัย และวัสดุคุณภาพสูงในราคามิตรภาพ รุ่นอย่าง Anta PG7มักจัดโปรโมชั่นเหลือไม่ถึง 2,000 บาท ✨ จุดเด่น : พื้นรองเท้าทนทาน และนุ่มเด้ง (Energy Return) เหมาะกับทริปที่ต้องลุยเดินเยอะๆ 🌟 ANTA JOURNEY PG7 รองเท้าวิ่งที่ราคาประหยัด นุ่มสบายเท้า และก็ยังสามารถนำมาใส่ในชีวิตประจำวันได้ จะใส่เดิน หรือ ใส่วิ่ง ก็เกมาะ นุ่มสบาย ซัพพอร์ตเท้าดี =============== 4. Xiaomi แบรนด์ Youpin FREETIE ❓ ทำไมถึงน่าสนใจ : Xiaomi ไม่ได้มีดีแค่เครื่องใช้ไฟฟ้า แต่รองเท้าตระกูล Freetie หรือ Mijia Sneaker เป็นที่ยอมรับมากเรื่องความเบาและดีไซน์ที่มินิมอล ราคาปกติจะอยู่ที่ประมาณ 800-1,500 บาท เท่านั้น ✨ จุดเด่น : ใช้วิธีการผลิตแบบฉีดขึ้นรูป (Uni-molding) ทำให้รองเท้ามีความทนทานและยืดหยุ่นสูง พื้นรองเท้าเกาะถนนได้ดี และระบายอากาศยอดเยี่ยม เหมาะกับทริปที่อากาศร้อนหรือเดินในเมืองที่ถนนเรียบ 🌟 Xiaomi Youpin FREETIE รองเท้าผ้าใบ น้ำหนักเบา ระบายอากาศดี ใส่ลําลองได้ จะใส่เที่ยว หรือ โอกาสไหนๆ ก็แมชท์ได้หลายลุค =============== 5. Baoji x PEANUTS Shoes 002 Comic Court ❓ ทำไมถึงน่าสนใจ : เป็นแบรนด์ไทยที่คุณภาพเกินราคาไปมาก หาซื้อง่ายตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 800-1,400 บาท (เหลือเงินไปช้อปปิ้งที่ต่างประเทศได้อีกเยอะ) ✨ จุดเด่น : หลังๆ มานี้ Baoji พัฒนาดีไซน์ให้ทันสมัยมาก มีรุ่นที่เป็น Super Insole นุ่มสบายใกล้เคียงกับแบรนด์นอกราคาแพง น้ำหนักเบา และ หน้าเท้ากว้าง (Wide Fit) ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่มีลักษณะเท้าแบบนี้ ทำให้ใส่เดินนานๆ แล้วไม่บีบเท้า 🌟 BAOJI x PEANUTS Shoes 002 Comic Court รุ่นนี้มาพร้อมความคิวท์รองเท้ามีน้ำหนักเบา ใส่สบาย เหมาะกับทุกกิจกรรม ไม่ว่าจะใส่เที่ยว หรือใส่ไปทำงาน ก็น่ารัก =============== สรุปตารางเปรียบเทียบทั้ง 5 ยี่ห้อ ยี่ห้อ จุดเด่นหลัก ช่วงราคาโดยประมาณ Skechers นุ่มที่สุด เดินแล้วไม่เมื่อย 1,500-1,900 บาท (ตอนลดราคา) Decathlon Newfeel คุ้มค่า ทนทาน มีรับประกัน 800-1,800 บาท Anta ดีไซน์สปอร์ต พื้นนุ่มเด้ง 1,200-1,900 บาท (ตอนลดราคา) Xiaomi เบาหวิว ดีไซน์มินิมอล 800-1,500 บาท Baoji หน้าเท้ากว้าง ใส่สบาย ไม่แพง 800-1,400 บาท เทคนิคการเลือกซื้อรองเท้า ให้คุ้มค่า 📍 เช็กโปรโมชั่นออนไลน์ : แบรนด์ดังๆ อย่าง Adidas (รุ่น Questar) หรือ Nike (รุ่น Interact Run) มักลดราคาในช่วงแคมเปญ 5.5, 6.6 หรือใน Supersports Lazada หรือ Shopee ทำให้ราคาจาก 3,xxx เหลือไม่เกิน 2,000 บาทได้ 📍เลือกไซซ์เผื่อ : สำหรับทริปต่างประเทศที่ต้องเดินนานๆ เท้ามักจะขยายตัว ควรเลือกไซซ์ที่เหลือพื้นที่หัวเท้าประมาณ 0.5-1 ซม.

7 รองเท้า ใส่สบาย เดินนานๆ เที่ยวต่างประเทศ ไม่เมื่อยขา ยี่ห้อไหนดี
อ่าน

7 รองเท้า ใส่สบาย เดินนานๆ เที่ยวต่างประเทศ ไม่เมื่อยขา ยี่ห้อไหนดี

ปี 2026 นี้ เที่ยวต่างประเทศ ทั้งที ก็ต้องมี รองเท้าดีๆ ใส่สบาย เดินนานแล้วไม่เมื่อย สักคู่แล้วค่ะ ท่องไว้เลยว่า รองเท้าดีใส่แล้วแฮปปี้ตลอดทริป! หากใครยังลังเลใจเลือกไม่ได้ว่าจะสอย รองเท้า ใส่เดินนานๆ เที่ยวต่างประเทศ ยี่ห้อไหนดี และยังไม่มีรองเท้าคู่โปรดที่ช่วยรองรับสรีระเท้า นุ่มเด้ง น้ำหนักเบา เดิน 20,000 ก้าว ก็ไม่เมื่อยขา ไม่ปวดฝ่าเท้า แถมไม่กัดเท้าจนทริปกร่อยล่ะก็! 7 แบรนด์นี้ที่เราลิสต์มาฝาก รับรองใส่ดีสมคำร่ำลือค่ะ งานนี้เตรียมเสียทรัพย์ได้เลยจ้า! รองเท้า เดินเยอะ เที่ยวต่างประเทศ ยี่ห้อไหนดี 2026ใส่สบาย ทนทาน ซัพพอร์ตเท้า ไม่กัดเท้า 1. Sketchers Slip-ins : GOwalk Massage Fit คู่แรกเราขอประเดิมด้วย Sketchers Go walk 7 รองเท้าสลิปอินรุ่นฮิต ดีไซน์เท่ที่ยืนหนึ่งเรื่องการเดิน ซึ่งโดดเด่นด้วย Midsole แบบคลื่นที่ช่วยนวดเท้าอย่างนุ่มนวล เสริมพื้นรองเท้ากันกระแทกแบบ Hyper burst พร้อมหมอนรองส้นเท้าช่วยรองรับทุกย่างก้าวอย่างปลอดภัย ทำให้รองเท้าคู่นี้มีน้ำหนักเบา ให้สัมผัสนุ่มเด้ง ส่งแรงเดินได้ดี จะเดินเป็นหมื่นก้าวก็ไม่เหนื่อยค่ะ แถมตัวรองเท้าทำมาจากวัสดุสังเคราะห์และผ้าตาข่ายลวดลวยเป็นเอกลักษณ์ ช่วยระบายอากาศ ไม่เกิดกลิ่นอับง่าย ส่วนหน้าเท้ากว้าง ไม่บีบ ไม่กัด นับว่าเป็น Travel Shoes ที่น่าลงทุนคู่นึงเลย! ราคา 3,990 บาท ================ 2. New Balance 530 New Balance รองเท้าผ้าใบในตำนานรุ่นนี้จะไม่พูดถึงคงไม่ได้ค่ะ เพราะหลายเสียงโหวตให้เป็น Travel Shoes ดีไซน์สวยคลาสสิกเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายเรโทรที่จะหยิบมาแมตช์กับเสื้อผ้าออกทริปตัวไหนก็รอด! แถมใส่สบาย ไม่ปวดขา เหมาะกับการเดินเยอะยืนนาน รองเท้ารุ่นนี้เป็นรองเท้าวิ่งสายซัพพอร์ตหรือ Stability shoes มาด้วยอัปเปอร์หนังกลับที่จับคู่กับผ้าตาข่ายอย่างลงตัว และช่วยดูดซับแรงกระแทกทุกการเคลื่อนไหวด้วยแผ่นกันกระแทก ABZORB ที่มีความยืดหยุ่นแข็งแรง แต่ให้สัมผัสนุ่ม เบาสบายเท้า ทำให้เดินได้อย่างมั่นคง ราคา 3,900 บาท ================ 3. Asics Gel 1130 ขอเป็นอีกเสียงที่ยืนยันว่า Asics Gel 1130 ฝาแฝดรุ่นเรือธงอย่าง Gel Kayano 14 รุ่นนี้ ใส่ออกทริปแล้วไม่เคยทำให้ผิดหวังสักครั้ง เรื่องความนุ่ม แน่น เด้ง ต้องยกให้เลย! Asics Gel 1130 เป็นรองเท้าวิ่งสไตล์เรโทรอีกหนึ่งรุ่นที่น่าจับจองเป็นเจ้าของ ซึ่งถูกปรับรูปโฉมมาจากซีรีส์ GEL-1000 โดยมีการเติมแต่งวัสดุอย่างผ้าตาข่ายซ้อนทับกันหลายๆ ชั้นผสมผสานกับหนังเกรดพรีเมียม พร้อมดีเทลลายเส้นคาดสุดโฉบเฉี่ยว ส่วนตัวคิดว่า รองเท้ารุ่นนี้พื้นรองเท้าจะมีความนิ่มและเฟิร์มเด้งกว่าตัวบนนิดหน่อยค่ะ ซัพพอร์ตเท้าและรองรับแรงกระแทกได้ดีมากๆ เดินนานหลายชั่วโมงก็ไม่ปวดขา! ราคา 3,900 บาท ================ 4. Rockfish Weatherwear Cloudy Flatform Fur Slingback สาวๆ คนไหนชอบเที่ยวเมืองหนาวเป็นชีวิตจิตใจ อยากได้รองเท้าดีไซน์เก๋ ดูลำลองสบายๆ แต่ใส่แล้วอุ่นสบายเท้าสุดๆ เดินเยอะได้ไม่งอแง! ทั้งยังหยิบมาแมตช์กับเสื้อผ้าสไตล์ไหนก็ดูคิ้วท์ขึ้นมาทันที ต้องมีรองเท้าแพลตฟอร์มรัดส้นบุขนจากแบรนด์ Rockfish Weatherwear ในกรุค่ะ รองเท้ารุ่นนี้เค้ามาด้วยวัสดุหนังกลับสีน้ำตาลอมส้มหัวกลมมน ด้านในบุขนเฟอร์สีครีมอ่อนหนานุ่มดุจปุยเมฆ ซึ่งกันหนาว กันลมเย็นได้ดีงามมากๆ ส่วนสายรัดก็ทำมาจากขนเฟอร์เช่นเดียวกัน สามารถถอดเปลี่ยนได้ อีกทั้งเสริมส้นหนาที่น้ำหนักเบา ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเดินอีกด้วย ราคา 3,900 บาท ================ 5. TOPCOAT รองเท้ากันหนาวบุขนหนาพิเศษกันเปียก กันลื่น ลุยหิมะได้ ส่วนใครวางแพลนเที่ยวเมืองหิมะอากาศติดลบ เราก็ขอป้ายยารองเท้าบูทลุยหิมะราคาน่าคบไว้ในอ้อมอกอ้อมใจกันหน่อย รองเท้าแบรนด์ TOPCOAT นี้เป็นบูทหุ้มข้อที่เผยให้เห็นถึงความเรียบง่าย สวมใส่สบายด้วยวัสดุผ้าไนลอนผสมโพลีเอสเตอร์ ซึ่งเด่นด้านการกันน้ำ กันความชื้นได้ดี ด้านในบุขนเฟอร์สังเคราะห์ฟูๆ นุ่มๆ มีความหนาแบบพิเศษ จึงช่วยเพิ่มความอบอุ่นได้ดีมากเลยค่ะ ยิ่งไปกว่านั้นพื้นรองเท้าเป็นยางที่มีความยืดหยุ่นกระชับรับกับสรีระเท้า เดินเยอะแค่ไหนก็ไม่ทำให้เจ็บฝ่าเท้า แถมมีดอกยางกันลื่นล้มด้วยนะ ราคา 1,690 บาท ================ 6. Camper Pelotas Mars หนุ่มๆ คนไหนกระเป๋าหนักและกำลังมองหารองเท้าบูทหนังนิ่มๆ ยืดหยุ่นดี น้ำหนักเบา ซัพพอร์ตเท้าทุกการก้าวเดิน แนะนำให้ลงทุนกับรองเท้าคู่นี้ค่ะ เค้าเป็นรองเท้าบูทดีไซน์เรียบๆ แบบ Chelsea Boots แต่เปี่ยมด้วยความคูล ดูชิคแบบตัวพ่อแห่งวงการแฟชั่นทุกครั้งที่สวมใส่จากดีเทลส้นรองเท้าแบบ Sneaker ที่ทำด้วยยาง EVA ชนิดเบาพิเศษ ช่วยในการยึดเกาะ ทั้งเสริมพื้นรองเท้าแบบ Ortholite ซึ่งสามารถซับแรงกระแทก ส่งแรงเดินได้อย่างดีเยี่ยม กอปรกับตัวรองเท้าที่รังสรรค์ด้วยหนัง Pu คุณภาพพรีเมียม ใส่เดินนานๆ รับรองว่า ไม่บีบ ไม่กัดเท้าแน่นอนค่ะ ราคา 10,950 บาท ================ 7. Fitflop F-Luma Stretch Suede Demi-Wedge Mid-Calf Boots ถ้าพูดถึงความเรียบหรู ใส่สบาย เดินนานไหว ไม่เมื่อยขา MID-CALF BOOTS จากแบรนด์ Fitflop แบรนด์รองเท้าขึ้นชื่อเรื่องความสบายที่ครองใจคนไทยมาอย่างยาวนานคู่นี้ บอกเลยว่า สาวๆ จะพลาดไม่ได้เชียว! เค้าเป็นบูทครึ่งน่องทรงสลิมฟิต ดีไซน์หัวเหลี่ยมมน ส้นแพลตฟอร์มหนา 3 นิ้ว ซึ่งตัวรองเท้าตัดเย็บจากวัสดุหนังกลับสีชมพูเบจอย่างประณีต เพิ่มเติมด้วยดีเทลรอยต่อ ขับให้ผู้สวมใส่มีบุคลิกอ่อนหวานนุ่มนวล น้อยแต่มาก ดูมีระดับแบบ Quiet Luxury ยิ่งไปกว่านั้นพื้นรองเท้าด้านในเป็นแบบเวดจ์นุ่มๆ ผสานกับเทคโนโลยี Microwobbleboard มาช่วยลดแรงกระแทกขณะเดิน นับว่าเป็นอีกคู่ที่เหมาะกับเหล่านักเดินสายแฟเลย! ราคา 7,990 บาท ================ รองเท้าใส่เที่ยวต่างประเทศ ที่น่าสนใจอื่นๆ 6 รองเท้าผ้าใบ ใส่สบาย เดินเยอะ เที่ยวต่างประเทศ ไม่เมื่อยเท้า ไม่ปวดขา ยี่ห้อไหนดี มัดรวม 7 รองเท้าผ้าใบ สีขาว ใส่เที่ยว เดินนานๆ ทริปต่างประเทศ ก็ยังไหว! 5 รองเท้าแตะ นุ่มๆ กันน้ำ กันลื่น ยี่ห้อไหนดี เล่นน้ำสงกรานต์ เที่ยวทะเล ต้องจัด!

ขึ้นชัวร์! บินเที่ยวต่างประเทศจ่าย 1,120 บาท เริ่ม 20 มิ.ย.69 บินในประเทศ 130 เท่าเดิม
อ่าน

ขึ้นชัวร์! บินเที่ยวต่างประเทศจ่าย 1,120 บาท เริ่ม 20 มิ.ย.69 บินในประเทศ 130 เท่าเดิม

สายเที่ยวต่างประเทศเตรียมตัวจุก ท่าอากาศยานไทย หรือ AOT ประกาศปรับอัตราค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ (Passenger Service Charge: PSC) ใหม่ โดยจะปรับขึ้นเป็น 1,120 บาทต่อคน (เดิม 730 บาท บวกเพิ่มจากเดิม 390 บาท) มีผลอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป โดยสนามบินในไทยที่ขึ้นค่าบริการตามที่ประกาศ จะมีทั้งหมด 6 สนามบิน ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ แม่ฟ้าหลวง ภูเก็ต และหาดใหญ่ ค่าบริการผู้โดยสารขาออกโดยสารขาออก ระหว่างประเทศจ่ายเพิ่มเป็น 1,120 บาท มีผล 20 มิ.ย.69 📍 การปรับภาษีมีผลกับสนามบินไหนบ้าง? การปรับอัตราครั้งนี้ครอบคลุมท่าอากาศยานหลักทั้ง 6 แห่งภายใต้การดูแลของ AOT ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (BKK) ท่าอากาศยานดอนเมือง (DMK) ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (CNX) ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (CEI) ท่าอากาศยานภูเก็ต (HKT) ท่าอากาศยานหาดใหญ่ (HDY) ✈️ เที่ยวในไทยยังราคาเดิมไหม? สำหรับสายเที่ยวไทยไม่ต้องกังวล เพราะอัตราค่าบริการผู้โดยสารภายในประเทศยังคงเดิมที่ 130 บาทต่อคน เพื่อเป็นการช่วยส่งเสริม และสนับสนุนนโยบายการท่องเที่ยวภายในประเทศของภาครัฐให้คึกคักอย่างต่อเนื่อง ใครมีแพลนบินไปเที่ยวเหนือล่องใต้ในไทย ราคายังเหมือนเดิมแน่นอน 🔍 ทำไมต้องปรับราคาด้วย? เป็นค่าธรรมเนียมที่ทาง AOT จะต้องนำไปบริหารจัดการเพื่อยกระดับกิจการท่าอากาศยานให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) โดยเฉพาะ ต่อยอดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ทันสมัยและเพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้น นอกจากเรื่องของความสะดวกสบายแล้ว รายได้ส่วนนี้ยังถูกจัดสรรไปเพื่อการลงทุนในระบบความปลอดภัยระดับสากลที่เข้มงวดและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการบินระดับโลก เปลี่ยนโฉมท่าอากาศยานไทยให้กลายเป็นศูนย์กลางการบินที่พร้อมรองรับทุกย่างก้าวของนักเดินทางด้วยมาตรฐานความปลอดภัย และความประทับใจที่ยั่งยืน ใครมีแพลนจะบินไปเที่ยวต่างประเทศหลังวันที่ 20 มิถุนายน 2569 อย่าลืมคำนวณงบประมาณเพิ่มเติมในส่วนนี้กันไว้ด้วยนะครับ ==================== ข้อมูล : Facebook AOT Official

อัปเดต 5 Smart City เที่ยวต่างประเทศ 2026 บินใกล้ ใช้จ่ายสะดวกสไตล์ Cashless
อ่าน

อัปเดต 5 Smart City เที่ยวต่างประเทศ 2026 บินใกล้ ใช้จ่ายสะดวกสไตล์ Cashless

ไหนใครเป็นบ้าง! แค่ได้วางแผน ทริปต่างประเทศ ก็เริ่มรู้สึกตื่นเต้นแล้ว ยิ่งถ้าเป็น ประเทศใกล้ๆ ที่บินไม่นาน ลาพักร้อนแค่ไม่กี่วันก็ไปได้ ยิ่งทำให้การ เที่ยวต่างประเทศ กลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นทันที แถมการ เที่ยวต่างประเทศ 2026 ก็ยิ่งสนุกกว่าเดิม เพราะหลายเมืองในเอเชียก้าวเข้าสู่ยุค Smart City และสังคม Cashless อย่างเต็มตัวแล้ว เราเลยจะพาเพื่อนๆ ไปอัปเดต 5 Smart City เที่ยวต่างประเทศใกล้ไทย ที่บินใกล้ เดินทางง่าย ช้อปสะดวกแบบ Cashless ไม่ต้องพกเงินสดเยอะ ไม่ต้องนั่งคำนวณเรทแลกเงินให้วุ่นวาย แค่มีสมาร์ทโฟนกับบัตรเดบิตใบเดียว ก็พร้อมออกไปกิน เที่ยว ช้อป สนุกเต็มที่ตั้งแต่ก้าวแรกที่แลนด์ดิ้ง ให้ทริปในวันลาพักร้อนสั้นๆ สนุกกว่าที่เคย ตามมากันได้เลย! Smart City คืออะไรทำไมการจ่ายแบบ Cashless จึงช่วยให้การท่องเที่ยว ปี 2026 สะดวกยิ่งขึ้น ลองนึกภาพการเที่ยวเพลินๆ ในเมืองที่ทุกอย่างดีต่อใจแบบไม่มีเงื่อนไข อยากไปไหนก็เรียกรถได้ทันที มีแอปฯ เช็กรอบรถไฟฟ้าแบบเรียลไทม์ เดินทางต่อเนื่องแบบไม่ต้องลุ้น นั่นแหละคือ Smart City เมืองที่ถูกออกแบบมาให้ทุกอย่างเชื่อมต่อกันอย่างลื่นไหล ใช้ชีวิตได้ง่ายตั้งแต่ก้าวแรกที่ไปถึง Moment Capsule / Shutterstock.com และยิ่งในปี 2026 นี้ หลายเมืองในเอเชียก้าวเข้าสู่สังคม Cashless เต็มรูปแบบ ไม่ต้องพกเงินสดให้หนักกระเป๋า แค่มีสมาร์ทโฟนกับ บัตรเดบิต ก็จ่ายได้ครบ ทั้งแตะจ่ายหรือสแกน QR Code ทุกอย่างจบในไม่กี่วินาที แล้วเมืองไหนบ้างที่ทำให้การเที่ยวแบบนี้เกิดขึ้นได้จริง? มาดู 5 Smart City เที่ยวต่างประเทศ 2026 ที่พร้อมให้เพื่อนๆ ใช้วันลาพักร้อนได้แบบ Smart Trip ทุกการใช้จ่ายลื่นไหล ง่ายดายยิ่งขึ้นกันได้เลย! 5 Smart City เที่ยวต่างประเทศ 2026บินสั้น สแกนจ่ายง่าย รูดจอยๆ เรทดีต่อใจ 1.เที่ยวสิงคโปร์ เมืองแห่งการ Tap Go เที่ยว ช้อปเพลินตั้งแต่ก้าวแรก Richie Chan / Shutterstock.com สิงคโปร์ คือภาพสะท้อนของนิยาม Smart City Cashless ที่ชัดเจน เพราะทุกย่างก้าวในเมืองแห่งนี้ถูกออกแบบให้เชื่อมต่อกัน ตั้งแต่การเดินทางไปจนถึงการใช้จ่าย แค่มีสมาร์ทโฟนกับ บัตรเดบิต สักใบ ก็พร้อมใช้ชีวิตได้คล่องตัวสุดๆ ไม่ต้องแลกเงินสดเยอะ ไม่ต้องต่อคิวซื้อตั๋ว แค่แตะ-จ่ายก็ไปต่อได้ทั่วเมือง พิกัดเที่ยว กิน ช้อป (Cashless Friendly) Punggol Digital District (PDD) ย่าน Smart City แห่งใหม่ที่รวมมหาวิทยาลัย ธุรกิจ และไลฟ์สไตล์เก๋ๆ ไว้ในพื้นที่เดียว เหมาะกับการท่องเที่ยว ถ่ายรูป และตามรอยเมนูดัง ที่นี่มีร้านอาหารอัจฉริยะให้เลือกแวะเยอะมาก หลายร้านมีระบบสั่งอาหารแบบ Self-service ที่แตะบัตรก็จ่ายเงินได้ทันที monticello / Shutterstock.com Orchard Road สายช้อปตัวแม่ไม่มีใครไม่รู้จักถนนสายนี้ ลองแพลนเวลาสักหนึ่งวันสำหรับสำรวจสินค้าแบรนด์ดังในศูนย์การค้าขนาดใหญ่สองฝั่งถนน บรรยากาศร่มรื่น เดินสบาย บอกเลยว่าช้อปเพลินมาก แถมเดินเข้าร้านไหนก็รูดจ่ายได้สะดวกแบบไม่สะดุด Marina Bay Sands Gardens by the Bay พิกัดเที่ยวที่ถูกยกให้เป็นแลนด์มาร์กดังระดับโลก มาโซนนี้ทำกิจกรรมได้ครบมาก ทั้งเดินเล่น ปั่นจักรยาน ถ่ายรูป ดินเนอร์ หรือจะขึ้นไปเก็บช็อตปังๆ บน Marina Bay Sands SkyPark ก็แตะจ่ายได้เลย ไม่ต้องง้อเงินสด monticello / Shutterstock.com Newton Food Center, Tekka Center, Maxwell Food Center และ Lau Pa Sat ศูนย์อาหารท้องถิ่น 4 แห่ง ที่ผสมความคลาสสิกกับความทันสมัย มีร้านดังมากกว่า 100 ร้าน และเมนูชวนชิมให้เลือกเยอะมาก จุดเด่นคือ ราคาดี รสชาติระดับมิชลิน แถมหลายร้านก็สามารถสแกนจ่ายได้แล้ว ทำให้ทริปตระเวนชิมสตรีทฟู้ดนี้สนุกและสะดวกขึ้นเยอะ Smart Tips : เที่ยวสิงคโปร์ ให้คล่องตัวยิ่งขึ้น ด้วยการใช้บัตรเดบิตแบบ Contactless แตะขึ้น MRT และรถเมล์ได้เลย ไม่ต้องซื้อบัตรเพิ่ม ประหยัดเวลาได้มาก โดยเฉพาะช่วงชั่วโมงเร่งด่วน Reference :1. https://www.mas.gov.sg/news/media-releases/2021/singapore-and-thailand-launch-worlds-first-linkage-of-real-time-payment-systems2. https://simplygo.com.sg/faqs/cards-and-charms/simplygo/contactless-bank-cards/#bank-card-usage-contactless-bank-cards3. https://www.airwallex.com/sg/blog/payment-methods-guide ==================== 2.เที่ยวญี่ปุ่น สัมผัสเทคโนโลยีสุดล้ำของร้านค้าไร้พนักงาน และ ตู้อัตโนมัติที่รองรับบัตรเดบิต ญี่ปุ่น คืออีกหนึ่งประเทศที่ทำให้คำว่า Smart City ดูเป็นเรื่องใกล้ตัวมากกว่าที่คิด เพราะไม่ได้มีดีแค่เทคโนโลยีล้ำๆ แต่เป็นการนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้แนบเนียนจนแทบไม่รู้สึก เช่น ตู้กดอัตโนมัติที่มีอยู่แทบทุกมุมถนน หรือร้านค้าไร้พนักงานที่สามารถหยิบสินค้า และจ่ายเงินได้สะดวกผ่านระบบอัตโนมัติ สามารถแวะเข้ามาใช้บริการได้ในหลายพื้นที่ พิกัดเที่ยว กิน ช้อป (Cashless Friendly) Shibuya Shinjuku (โตเกียว) ย่านใจกลางเมืองที่รวมทุกความต้องการของนักท่องเที่ยวไว้ครบ ทั้งแหล่งช้อปปิ้ง คาเฟ่ และร้านอาหารดัง เดินไปทางไหนก็เจอร้านที่รองรับการจ่ายแบบ Cashless อยู่เยอะมาก ไฮไลต์คือ Vending Machine ที่สามารถแตะบัตรซื้อเครื่องดื่ม หรือของกินได้สะดวกรวดเร็ว พร้อมบริการตลอด 24 ชั่วโมง Sean Pavone / Shutterstock.com ร้านสะดวกซื้อ (7-Eleven, Lawson, FamilyMart) พิกัดที่นักท่องเที่ยวเลี้ยวเข้าไปแตะบัตรช้อปของกิน-ของใช้ได้แทบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอาหารพร้อมทาน ขนม หรือของใช้ส่วนตัว ก็จ่ายง่ายๆ ด้วยบัตรเดบิต หรือบัตรเครดิต จุดเด่นคือซื้อของได้รวดเร็ว และมีสาขาอยู่แทบทุกมุมเมือง ร้านค้าไร้พนักงาน (Cashierless Store) เทรนด์ใหม่ในเมืองใหญ่ของญี่ปุ่น ที่ให้คุณหยิบสินค้าแล้วจ่ายเงินผ่านระบบอัตโนมัติ ไม่ต้องต่อคิวให้เสียเวลา เหมาะมากกับสายเที่ยวและสายเทคโนโลยีที่อยากลองสัมผัสโลกแห่งอนาคต kuremo / Shutterstock.com Dotonbori (โอซาก้า) ถนนสายอาหารชื่อดังที่เต็มไปด้วยสตรีทฟู้ด และร้านอาหารยอดรีวิวฉ่ำๆ ที่นี่บรรยากาศคึกคักทั้งวันทั้งคืน หลายร้านรองรับการจ่ายแบบ Cashless มากขึ้น ทำให้เดินชิมเมนูดังได้เพลินๆ แบบไม่ต้องพกเงินสดเยอะ Smart Tips : เที่ยวเมืองใหญ่ๆ ในญี่ปุ่นให้คล่องตัวยิ่งขึ้น แค่ใช้บัตรเดบิตแตะจ่ายในร้านสะดวกซื้อ และ Vending Machine ก็ช่วยให้ใช้ชีวิตง่ายขึ้นมาก แต่ถ้าใครออกไปนอกเมือง แนะนำให้พกเงินสดไว้สักหน่อย เพราะร้านค้าท้องถิ่นบางแห่งยังไม่รองรับ Cashless Reference :1. https://www.meti.go.jp/policy/mono_info_service/cashless/index.html2. https://japantravel.navitime.com/th/area/jp/guide/NTJhowto0161-th ==================== 3. เที่ยวจีน ราชาแห่ง QR Payment สแกนจ่ายได้ทั้งเมือง หากพูดถึงประเทศที่การสแกนจ่ายกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง จีน คือหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด เที่ยวจีน 2026 แทบไม่ต้องพกเงินสด เพราะทุกที่ตั้งแต่ร้านหรูไปจนถึงรถเข็นริมทางรองรับระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ เพียงผูก บัตรเดบิต เข้ากับแอปพลิเคชัน Alipay, WeChat Pay หรือ TrueMoney อีกทางเลือกหนึ่งคือการเติมเงินเข้า Wallet เพื่อใช้จ่ายผ่านแอปฯ e-CNY (หยวนดิจิทัล) ก็สแกนจ่ายได้ลื่นไหลไม่มีสะดุด พิกัดเที่ยว กิน ช้อป (Cashless Friendly) สัมผัสไลฟ์สไตล์สุด Smart ย่าน Shougang Park หรือ Zhongguancun การเที่ยวในเมืองใหญ่ๆ ของจีนอย่าง เซี่ยงไฮ้ และ ปักกิ่ง จะมีโอกาสสัมผัสเทคโนโลยี AI ที่อยู่ในชีวิตจริง เริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยการแวะไปชมความล้ำ และจิบกาแฟฝีมือของ หุ่นยนต์บาริสต้าในร้าน COFE+ ที่สามารถชงกาแฟดริปได้อย่างประณีต แล้วปิดท้ายวัน ด้วยมื้อค่ำที่ Smart Restaurant กับระบบครัว AI และหุ่นยนต์เสิร์ฟอาหารอัจฉริยะ ทุกความล้ำเหล่านี้ชำระเงินผ่านการสแกนจ่ายทั้งสิ้น _Jo Panuwat D / Shutterstock.com Shanghai City Walk ย่านยอดฮิตที่รวมครบทั้งแลนด์มาร์กดัง อย่าง อู่คังแมนชัน (Wukang Mansion) จุดถ่ายภาพชิคๆ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางวิวเมือง สาย City Walk เดินเก็บภาพเท่ๆ ได้ไม่เบื่อ สายคาเฟ่ห้ามพลาดร้านไวบ์ดีๆ อย่าง Gathering ข้อดีคือแทบทุกร้านสามารถสแกนจ่ายได้แล้ว รถไฟความเร็วสูง (High-Speed Rail) อีกหนึ่งประสบการณ์ที่แนะนำว่าต้องลองใช้บริการ การซื้อตั๋วและชำระเงินทำได้ผ่านระบบดิจิทัล ทำได้ง่ายมาก ยิ่งใครผูกบัตรเดบิตไว้แล้วยิ่งสะดวก ใครมีแผนเดินทางข้ามเมือง รถไฟความเร็วสูง ถือเป็นตัวเลือกในการเดินทางที่รวดเร็วทันใจสุดๆ Wirestock Creators / Shutterstock.com ร้านอาหารท้องถิ่น Street Food นับเป็นเสน่ห์ของการมาเที่ยวเมืองจีน สิ่งที่ชวนประทับใจยิ่งไปกว่านั้นคือ แม้แต่ร้านเล็กๆ ข้างทางจำนวนมากก็รองรับการใช้จ่ายแบบ Cashless แล้ว โดยสามารถสแกน QR Payment ด้วยแอปพลิเคชัน Alipay หรือ WeChat ได้เลย Smart Tips : หากอยากเที่ยวจีนให้เพลินๆ ซื้อของง่ายไม่ต้องหาที่แลกเงิน แนะนำให้ผูกบัตรเดบิตกับแอปฯ Alipay, WeChat Pay, TrueMoney หรือเติมเงินใส่ Wallet เพื่อสแกนจ่ายผ่านแอปฯ e-CNY ซึ่งเป็นเงินหยวนดิจิทัลของรัฐบาลจีนไว้ให้เรียบร้อย เพียงเท่านี้ทุกการจับจ่ายก็จะราบรื่นไม่มีสะดุด Reference :1. https://wise.com/sg/blog/digital-yuan2. https://gotogethertravel.com/cashless-travel-in-china-20263. https://www.gother.com/th-th/travel-stories/payment-in-china ==================== 4. เที่ยวไต้หวัน เมืองที่ใช้ชีวิตง่าย ลื่นไหลแบบ Seamless Jujumin Chu / Shutterstock.com ถ้ามีทริปไหนที่ให้ฟีลไปง่าย พักได้เต็มที่ เที่ยวเพลินแบบไม่ต้องปรับตัวเยอะ ไต้หวัน คือคำตอบ แถมคนเมืองนี้มีไลฟ์สไตล์ที่ไม่เร่งรีบ แต่ก็ไม่เนิบช้าจนเกินไป เดินทางสะดวก อาหารอร่อยมาก มีกิจกรรมให้ทำเยอะ ไม่ว่าจะเดินเล่นรอบเมือง นั่งชิลในคาเฟ่ หรือปั่นจักรยานชมวิว ก็เลือกได้ตามชอบใจ แถมการใช้จ่ายในหลายๆ ที่ก็ปรับเปลี่ยนสู่ระบบ Cashless เรียบร้อยแล้ว พิกัดเที่ยว กิน ช้อป (Cashless Friendly) Taipei 101 Xinyi District แลนด์มาร์กระดับโลกที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองไทเป เป็นพิกัดรวม จุดชมวิว ห้างสรรพสินค้าหรู และร้านอาหารชื่อดัง ไว้ครบในโซนเดียว ช่วงเย็นแนะนำให้ขึ้นไปชมวิวเมืองจากชั้น Observation Deck แล้วต่อด้วยดินเนอร์ใน ย่าน Xinyi ที่มีทั้งร้านสไตล์ Fine Dining ระดับมิชลินไกด์ และคาเฟ่สวยๆ ให้เลือกเพียบ แน่นอนว่าร้านส่วนใหญ่รองรับการจ่ายด้วยบัตรเดบิต บัตรเครดิต และ Digital Payment leungchopan / Shutterstock.com YouBike 2.0 / 2.0E ชวนเที่ยวชมเมืองในมุมใหม่ๆ ด้วยการใช้บริการจักรยานอัจฉริยะ แค่สแกนเช่าจักรยานผ่านแอปพลิเคชัน YouBike หรือมีบัตร EasyCard ที่เป็นบัตรโดยสาร MRT ไทเป ก็สามารถปลดล็อกจักรยานได้ทันที เส้นทางยอดนิยมในการปั่นจักรยานในไทเป คือ เลียบแม่น้ำ Tamsui ส่วนใครอยากได้วิวธรรมชาติ ให้เลือกเส้นทางรอบ ทะเลสาบ Sun Moon Lake รับรองว่าสวยสะกดทุกองศา Ximending ย่านวัยรุ่นสุดฮิปที่ได้รับการขนานนามว่า Shibuya แห่งไทเป ย่านนี้เต็มไปด้วยร้านเสื้อผ้าสตรีทแบรนด์ คาเฟ่ดีไซน์เก๋ และร้านขนมที่มียอดรีวิวหลักแสน เช่น ชานมไข่มุกสูตรต้นตำรับ หรือไอศกรีมถั่วลิสงโรล ที่สำคัญหลายร้านรองรับ Cashless kitzcorner / Shutterstock.com Night Market (Shilin / Raohe) สายกินต้องหลงรักกับเมนูสตรีทฟู้ดอย่างไก่ทอด XXL บะหมี่เนื้อ เต้าหู้เหม็น และขนมหวานท้องถิ่น การตระเวนชิมในย่านนี้สนุกและสะดวกขึ้นมาก แม้บางร้านจะยังคงรับเงินสด แต่หลายร้านก็เริ่มมี QR Code ให้สแกนจ่ายได้แล้วเช่นกัน Smart Tips : ร้านดัง ห้างสรรพสินค้า และคาเฟ่ในเมืองยินดีรับบัตรเดบิต โดยเฉพาะในโซน Taipei 101 และ Ximending ส่วนใครจะมาเดินเที่ยว Night Market แนะนำให้เตรียมเงินสดไว้สักหน่อยจะดีที่สุด Reference :1. https://www.taipeitimes.com/News/taiwan/archives/2025/06/09/20038382982. https://en.youbike.com.tw/region/main3. https://thaibiztaiwan.thaiembassy.org/th/content/สังคมไร้เงินสดในไต้หวัน4. https://www.pelago.com/th/articles/taiwan-easycard-guide ==================== 5. เที่ยวเวียดนาม เมืองคาเฟ่สุดชิค สแกนจ่ายคล่องตลอดทริป Huy Thoai / Shutterstock.com เวียดนาม ในปี 2026 ไม่ต้องพกเงินสดเยอะก็ใช้ชีวิตสบายๆ ได้ครบทั้งวัน เพราะการจ่ายเงินของเวียดนามพัฒนาไปเร็วมาก หลายร้านในย่านเมืองท่องเที่ยวดังๆ รองรับ QR Payment มากขึ้น รวมไปถึงการใช้บริการต่างๆ ผ่านแอปพลิเคชัน Grab และ ShopeeFood ก็กลายเป็นเรื่องปกติที่ทำได้สะดวกเหมือนอยู่เมืองไทย พิกัดเที่ยว กิน ช้อป (Cashless Friendly) Da Nang (ดานัง) เมืองชายทะเลที่มีครบทั้งธรรมชาติและไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ อยากไป ชายหาด My Khe ต่อด้วยคาเฟ่วิวทะเล หรือขึ้นไปถ่ายรูปเก๋ๆ ที่ Golden Bridge ก็แค่เรียกแท็กซี่ผ่าน Grab ได้ง่ายๆ คล้ายเมืองไทย ที่เจ๋งกว่านั้นคือร้านอาหารและคาเฟ่ส่วนใหญ่รองรับการสแกนจ่าย Hoi An (ฮอยอัน) เมืองมรดกโลก ริมแม่น้ำ ที่โด่งดังเรื่องโคมไฟยามค่ำคืน มีแหล่งผลิตโคมโบราณมากกว่า 30 แห่ง ช่วงเย็นสามารถเดินเล่น ถ่ายรูป และแวะดินเนอร์ในร้านอาหารริมแม่น้ำ หรือถ้าเหนื่อยกับการเดินเที่ยวเมืองมาทั้งวัน ค่ำๆ แล้วอยากนั่งชิลยาวๆ ในโรงแรม ก็กดสั่งอาหารจากร้านดังผ่าน ShopeeFood ให้มาส่งถึงที่พักได้เลย Hanoi Old Quarter (ฮานอย) เมืองเก่าที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ข้ามศตวรรษ มีทั้งคาเฟ่ Hidden Gem และเมนูดังสไตล์สตรีทฟู้ด ร้านค้าส่วนใหญ่ในฮานอยเริ่มรองรับการจ่ายด้วย QR Payment มากขึ้น หากอยากทำภารกิจ Cafe Hopping แนะนำให้เรียก Grab นอกจากจะสะดวกแล้ว ยังเห็นราคาค่าโดยสารชัดเจน สบายใจ ไม่ต้องกลัวโดนชาร์จเพิ่ม Quang nguyen vinh / Shutterstock.com Cafe ทั่วเมืองใหญ่ เวียดนามขึ้นชื่อเรื่องคาเฟ่มากๆ โดยเฉพาะใครเป็นคอ Specialty Coffee จัดทริป Cafe Hopping ได้ทั้งวัน ส่วนใครไม่อยากรอต่อคิวนานๆ หรืออยากพักผ่อนเพลินๆ ในที่พักกับเครื่องดื่มเจ้าดังๆ ก็สามารถใช้ ShopeeFood สั่งเมนูที่สนใจมาลองได้ โดยชำระค่าใช้จ่ายผ่าน VietQR Smart Tips : ก่อนเดินทาง แนะนำให้เปิดใช้งานการใช้จ่ายต่างประเทศในแอปฯ ธนาคาร และตรวจสอบระบบยืนยันตัวตนให้พร้อม จากนั้นสามารถสแกนจ่ายผ่าน VietQR ในร้านค้ามากมายได้ทั่วเมือง โดยไม่ต้องถือเงินสดเยอะๆ ให้กังวล Reference :1. https://www.grab.com/vn/en/2. https://shopeefood.vn/da-nang/food3. https://www.bot.or.th/th/financial-innovation/digital-finance/digital-payment/cross-border-payment.html ==================== เที่ยวต่างประเทศให้ลื่นไหลเริ่มจาก บัญชีธนาคาร + บัตรเดบิต ใบเดียวก็พอ ถ้าการเลือกเที่ยวในประเทศที่เป็น Smart City ทำให้การใช้ชีวิตง่ายขึ้น สิ่งที่ช่วยให้ทริปราบรื่นแบบไม่สะดุด คือการเตรียมแผนการใช้จ่ายให้พร้อมตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง สำหรับสาย เที่ยวต่างประเทศ วันนี้ไม่จำเป็นต้องพกเงินสดเป็นปึก หรือวุ่นวายกับการแลกเงินไม่รู้จบอีกต่อไป แค่มี บัญชีเงินฝาก ttb all free ที่มาพร้อม บัตรเดบิต ttb all free ก็สามารถเที่ยวต่างประเทศได้สะดวก ใช้จ่ายง่ายดายตลอดทริป เลือกได้ทั้งแตะจ่าย สแกนจ่ายด้วยบัตรเดบิต หรือรูดซื้อของแบบต่อเนื่อง ช่วยให้สนุกกับการกิน ช้อป เที่ยวได้เต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะทำเงินหล่นหาย หรือพกเงินมากเกินจำเป็น ทำไม บัญชีเงินฝาก ttb all free และ บัตรเดบิต ttb all free ใบเดียวถึงตอบโจทย์ทริป Smart City เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด Smart Rate : ใช้จ่ายต่างประเทศได้คุ้มกว่า บัญชีเงินฝาก ttb all free ออกแบบมาเพื่อการใช้จ่ายที่คล่องตัวรองรับการใช้บัตรเครดิตในประเทศ พร้อมฟรีค่าธรรมเนียมแปลงสกุลเงินต่างประเทศ FX Rate 2.5% สำหรับรายการใช้จ่ายที่เข้าเงื่อนไข ช่วยลดค่าใช้จ่ายแฝงระหว่างทริปได้จริง เพิ่มความสบายใจในทุกมื้อ ทุกกิจกรรม Smart Safety : เที่ยวได้อุ่นใจ ไม่ต้องพกเงินสดเยอะ หมดกังวลเรื่องเงินสดสูญหาย เพราะสามารถใช้ บัตรเดบิตแทนเงินสด ในการใช้จ่ายได้ที่ร้านค้าจำนวนมากพร้อมควบคุมการใช้จ่ายผ่าน แอป ttb touch หากบัตรหายก็สามารถกดล็อกผ่านแอปฯ ได้ทันที อุ่นใจตลอดการเดินทาง ● Real-time Control : คุมงบง่าย เห็นยอดใช้จ่ายแบบ Real-time ไม่ว่าจะรูด แตะ หรือสแกนจ่าย ด้วยบัตรเดบิตก็สามารถตรวจสอบได้ทันที ผ่านแอปฯ ttb touch ทำให้บริหารงบได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะทริปสั้นๆ งบไม่บานปลาย หรือต้องการควบคุมค่าใช้จ่ายให้คุ้มค่า ttb all free เหมาะมาก Worry-Free Daily Life : อุ่นใจทุกไลฟ์สไตล์ รับสิทธิ์ประกันอุบัติเหตุ ไม่ต้องสำรองจ่าย อีกหนึ่งจุดเด่นของ บัญชีเงินฝาก ttb all free คือ ความคุ้มครองที่ช่วยดูแลคุณในชีวิตประจำวัน เมื่อเปิดบัญชีออนไลน์ ttb all free เพียงคงเงินฝากไว้ในบัญชีเงินฝาก ไม่ต่ำกว่า 5,000 บาท ทุกวันตลอดทั้งเดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ถึงวันสิ้นเดือน รับความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุในประเทศไทย ในเดือนถัดไปอัตโนมัติ ฟรี ไม่ต้องสมัครใหม่ เบิกค่ารักษาพยาบาลได้โดยไม่ต้องสำรองจ่าย 3,000 บาท/อุบัติเหตุ ครอบคลุมสถานพยาบาลในเครือธนชาตประกันภัยกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ รับประกันโดย บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทประกันกำหนด ความคุ้มครองเฉพาะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นภายในประเทศไทย ไม่ครอบคลุมอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ Seamless Application : เริ่มต้นง่ายๆ เพียงปลายนิ้ว ไม่ต้องไปเปิดบัญชีที่ธนาคาร ใครยังไม่มีบัญชีเงินฝาก ttb all free ไม่ต้องกังวล เพราะวันนี้สามารถ เปิดบัญชีออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชัน ttb touch ได้สะดวก ไม่ซับซ้อน ใช้เวลาไม่กี่ขั้นตอนก็พร้อมใช้งานได้ทันที เหมาะกับสายเที่ยวที่วางแผนทริปแบบรวดเร็ว ttb Smart Tips : เปิดใช้งานการใช้จ่ายต่างประเทศ ด้วยบัตรเดบิต ttb all free บนแอป ttb touch ให้เรียบร้อย ดังนี้ เข้าไปที่เมนู บัญชีเงินฝาก ttb all free เลือก "อื่นๆ" เลือก "บัตรเดบิต ttb all free ของคุณ" เลือก "กำหนดวงเงินและการใช้บัตร" ตั้งค่าการใช้จ่าย โดยกดเปิด "การใช้งานต่างประเทศ" หากคาดว่าจะมีการทำธุรกรรมมูลค่าสูง ควรตรวจสอบวงเงิน และระบบยืนยันตัวตน (Face Authentication) ก่อนออกเดินทาง การมีเครื่องมือทางการเงินที่พร้อมใช้ในทุกสถานการณ์ อย่างบัญชีเงินฝาก ttb all free และบัตรเดบิต ttb all free ช่วยให้ การเที่ยวต่างประเทศ ปี 2026 ในเมือง Smart City ไม่ใช่แค่เรื่องของเมืองที่ทันสมัย แต่คือการเลือกวิธีเดินทาง และการใช้ชีวิตให้คล่องตัวที่สุด ยิ่งเตรียมตัวเรื่องการใช้จ่ายระหว่างเดินทางได้ดีเท่าไร ทริปสั้นๆ ก็จะยิ่งเต็มไปด้วยความสนุก สะดวก สบายใจ และได้ใช้เวลาทุกนาทีไปกับประสบการณ์ตรงหน้ามากขึ้นนั่นเอง เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด- บัตรเครดิต : ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี- สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบัญชีเงินฝากและบัตรเดบิต ttb all free ได้ที่เว็บไซต์ ttb หรือติดต่อสอบถามได้ที่ ttb contact center 1428

10 ประเทศน่าเที่ยว ปี 2026 ตามเทรนด์อีเวนต์โลก พร้อมทริคเที่ยวต่างประเทศให้คุ้ม
อ่าน

10 ประเทศน่าเที่ยว ปี 2026 ตามเทรนด์อีเวนต์โลก พร้อมทริคเที่ยวต่างประเทศให้คุ้ม

ปี 2026 นี้ การท่องเที่ยวไม่ได้จบแค่เช็กอินแลนด์มาร์กดังๆ อีกต่อไป เพราะสายเที่ยวรุ่นใหม่กำลังอินกับ เทรนด์ Event Tourism กันสุดๆ วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปอัปเดต เทรนด์เที่ยว 2026 พร้อมลิสต์ 10 ประเทศน่าเที่ยว 2026 ปิดท้ายด้วย เทคนิคการบริหารงบแบบมือโปร ให้ใช้จ่ายได้เรทสุดคุ้มเทียบเท่า บัตรเครดิต Travel Card บอกเลยว่าเที่ยวต่างประเทศทริปเดียว ได้ทั้งความมันส์ ความฟิน จัดเต็มทุกโมเมนต์ คุ้มค่าทุกการใช้จ่าย ไม่ว่าจะบินไปเสพคอนเสิร์ต แข่งวิ่งมาราธอนรายการระดับโลก หรือไปเชียร์กีฬานัดสำคัญก็เอาหมด! เพราะจุดหมายสำคัญไม่ใช่แค่ไปให้ถึง แต่ต้อง "เที่ยวให้คุ้ม" ตลอดทริป เช็กลิสต์ 10 ประเทศน่าเที่ยว 2026อีเวนต์น่าไประดับโลก พร้อมทริค เที่ยวยังไงให้คุ้มสุดๆ Event Tourism คืออะไร ทำไมนักเดินทางทั่วโลกถึงอินหนักในปี 2026 เคยไหมแพลนทริปเที่ยวไม่ได้เริ่มจาก "อยากไปประเทศนี้" แต่เริ่มจาก "อยากไปงานนี้!" นี่แหละคือเสน่ห์ของ Event Tourism การเที่ยวที่มี อีเวนต์ เป็นพระเอก เทรนด์นี้กำลังมาแรงสุดๆ เพราะนักท่องเที่ยวทั่วโลกกว่า 60% บอกตรงกันว่า ในปี 2026 ไม่ได้อยากเที่ยวต่างประเทศแบบเดิมๆ แล้ว แต่ต้องการเติมโมเมนต์สุดพิเศษที่เล่าต่อได้ไม่ซ้ำใคร เจาะเทรนด์ Event Tourism 2026 มีอะไรน่าสนใจบ้าง? Music Festival Tourism : สัมผัสโมเมนต์บินไปมันส์กับเฟสติวัลระดับโลกอย่าง Waterbomb หรือ Fuji Rock ได้ทั้งความสนุกและแวะเที่ยวเมืองใหม่ๆ ในทริปเดียว Marathon Sports Tourism : สายสปอร์ตห้ามพลาด ล็อกเป้างานวิ่งมาราธอนระดับตำนาน หรือตีตั๋วเชียร์กีฬานัดสำคัญติดขอบสนาม เติมเอนเนอร์จี้ให้พร้อมแล้วลุยได้เลย Culture Experience Travel : อีเวนต์ของสายชิล เน้นอินกับวัฒนธรรม เที่ยวตามรอยอนิเมะ เช็กอินโลเคชันหนังดัง หรือร่วมเทศกาลท้องถิ่นที่จัดแค่ปีละครั้งแบบใกล้ชิด ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันว่า ประเทศน่าเที่ยว 2026 มีอีเวนต์ไหน ตรงใจเพื่อนๆ กันอยู่บ้าง! 1. ญี่ปุ่น ปักหมุดงานวิ่งระดับตำนาน เทศกาลดอกไม้ไฟ และพิกัดตามรอยอนิเมะ Tokyo Marathon (ช่วงต้นเดือนมีนาคม | โตเกียว) รายการงานวิ่งต่างประเทศระดับ World Marathon Majors ที่ Runners ทั่วโลกอยากพิชิต ไฮไลต์คือในปี 2027 เป็นการฉลองครบรอบ 20 ปี คาดว่าจะมีนักวิ่งเข้าร่วมกว่า 50,000 คน บรรยากาศ และกองเชียร์จะจัดเต็มตั้งแต่จุดสตาร์ตที่ Shinjuku จนถึงเส้นชัยที่ Tokyo Station nuryanamuhamad / Shutterstock.com Fuji Rock Festival (ช่วงเดือนกรกฎาคม | Naeba Ski Resort) เทศกาลดนตรีกลางหุบเขานาเอบะ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่สุดในโลก สัมผัสพลังดนตรีจากเวที Green Stage ที่โอบล้อมด้วยป่าไม้และสายหมอก เป็นประสบการณ์ซึ่งสายมิวสิคเฟสที่ชอบธรรมชาติต้องมาเยือนสักครั้ง Sumidagawa Fireworks (ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม | โตเกียว) เทศกาลดอกไม้ไฟเก่าแก่กว่า 200 ปี ริมแม่น้ำสุมิดะ สัมผัสความอลังการของพลุกว่า 20,000 นัด พร้อมภาพจำของหอคอย Tokyo Skytree ที่ถูกประดับไฟอย่างสวยงาม เที่ยวตามรอยอนิเมะ โลเคชั่นดัง (เที่ยวได้ทั้งปี) ญี่ปุ่นยังคงเป็นหมุดหมายของ สายเที่ยวตามรอยอนิเมะ และ เที่ยวตามรอยหนัง เที่ยวได้ตลอดทั้งปี เช่น Akihabara แหล่งรวมของสะสมสุดลิมิเต็ด หรือโลเคชันจริงจากอนิเมะชื่อดังอย่าง Your Name และ Demon Slayer ที่เปิดโอกาสให้แฟนๆ ได้ฟินกับซีนโปรดแบบใกล้ชิด Travel Hacks : โหลดแอปฯ Japan Transit Planner ไว้เช็กตารางรถไฟและทางออกสถานีที่ใกล้จุดจัดงานได้แม่นยำ ญี่ปุ่นปี 2026 แทบจะไร้เงินสด แนะนำให้ใช้บัตรเครดิตแตะจ่ายแบบ Contactless หรือผูกบัตรกับ Apple Pay / Google Pay เรทดีเหมือนแลกเงินสด ไม่ต้องถือเงินเยอะๆ ให้กลัวหายแล้ว ================= 2. จีน เทศกาลวิ่งระดับโลก อีเวนต์สุดยิ่งใหญ่ใน Smart City Beijing Marathon (ช่วงเดือนตุลาคม | ปักกิ่ง) ร่วมฉลองครบรอบ 45 ปี ของงานวิ่งที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเอเชีย เส้นทางวิ่งจะพาเหล่า Runners เพลิดเพลินไปกับพื้นที่ประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมระดับโลกอย่าง จัตุรัสเทียนอันเหมิน หรือ สนามกีฬารังนก (Bird's Nest) ที่สวยงามในช่วงฤดูใบไม้ร่วง mytruestorystudio / Shutterstock.com Shanghai International Light Festival (ช่วงเดือนกันยายนตุลาคม | เซี่ยงไฮ้) เปลี่ยน เซี่ยงไฮ้ ให้กลายเป็นเมืองแห่งอนาคต ด้วยแสงสีสุดล้ำจากการโชว์ Projection Mapping บนตึกระฟ้าฝั่ง Pudong และการประดับไฟแนวย้อนยุคฝั่ง The Bund ที่มีความแตกต่างแต่ลงตัวสุดๆ Harbin Ice Snow Festival (ช่วงปลายเดือนธันวาคมกุมภาพันธ์ | ฮาร์บิน) สัมผัส ปราสาทน้ำแข็ง ขนาดยักษ์ และ ประติมากรรมหิมะ ที่ถูกแกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง บนพื้นที่กว่า 600,000 ตารางเมตร พร้อมกิจกรรมสไลเดอร์น้ำแข็งยาวกว่า 500 เมตร ในอุณหภูมิ -20C kitzcorner / Shutterstock.com เที่ยวตามรอยหนัง เมืองโบราณ (เที่ยวได้ทั้งปี) จีนมีโลเคชันถ่ายทำหนัง และซีรีส์ระดับโลกเยอะมาก อาทิ เมืองโบราณในซีรีส์จีนกำลังภายใน หรือธรรมชาติสุดอลังการ Zhangjiajie ที่เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจของ Avatar ใครอยากหลุดเข้าไปในโลกแห่งภาพยนตร์ ต้องห้ามพลาด! Travel Hacks : จีนใช้จ่ายผ่าน Alipay เป็นหลัก แนะนำให้ผูกบัตรเครดิตที่ฟรีค่าธรรมเนียมไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ได้เรทที่สบายกระเป๋าที่สุด Google Maps ในจีนอาจจะไม่แม่นนัก แนะนำแอป Baidu Maps หรือ Amap จะช่วยให้เดินเข้าตรอกซอกซอยหาพิกัดลับได้เป๊ะกว่า ================= 3. เกาหลีใต้ Glow-Cations เทรนด์อัปความสวยสไตล์ K-Beauty และมิวสิคเฟสฯ สุดมันส์ Waterbomb Seoul (ช่วงเดือนกรกฎาคม | โซล) มิวสิคเฟสติวัล ที่ร้อนแรงที่สุด รวมศิลปิน K-Pop, Hip-hop และ DJ ตัวท็อปไว้แน่นเวที สนุกไปกับสงครามปืนฉีดน้ำท่ามกลางบีทดนตรีสุดมันส์ เป็นอีเวนต์ที่ดึงดูดวัยรุ่นทั่วโลกให้มารวมตัวกัน aminzxy / Shutterstock.com Seoul Jazz Festival (ช่วงเดือนพฤษภาคม | โซล) สัมผัสไวป์การปิกนิกฟังเพลงแจ๊สท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆ ใน Olympic Park พร้อมไลน์อัปศิลปินคุณภาพระดับโลกและศิลปิน K-Indie ที่จะทำให้วันพักผ่อนสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น Busan International Rock Festival (ช่วงเดือนสิงหาคม | ปูซาน) สายร็อก - สายโยกต้องมาให้ได้! งานนี้จัดริมทะเล บรรยากาศดีมาก! ครบทุกฟีลสายเสพคอนเสิร์ต มีทั้งโดด ทั้งนั่งชิลรับลมทะเลปูซาน ดื่มด่ำไลน์ดนตรีดีๆ ระดับอินเตอร์ Supavadee butradee / Shutterstock.com K-Beauty Wellness (ตลอดปี | โซล) 2026 คือปีแห่งการเที่ยวเพื่อบำบัดผิว (Skin Longevity) ชวนเปิดประสบการณ์ AI Skin Analysis วิเคราะห์ผิวเชิงลึกที่ศูนย์ K-Beauty ย่าน Gangnam พร้อมรับคำแนะนำการดูแลผิวแบบ Personalize เอ็กซ์คลูซีฟไปอีก Travel Hacks : ใช้แอป Naver Map แทน Google Maps ดูข้อมูลรถบัส และหาพิกัดร้านอาหารได้แม่นยำกว่า ช้อปปิ้งสกินแคร์ที่ Olive Young อย่าลืมใช้สิทธิ์ Immediate Tax Refund เพียงยื่นพาสปอร์ตตอนจ่ายเงินจะได้ส่วนลดคืนทันที ไม่ต้องไปรอคิวที่สนามบิน ================= 4. อังกฤษ เชียร์กีฬาลีกดังติดขอบสนาม สัมผัสไวป์ผู้ดีอังกฤษ Premier League (ช่วงเดือนสิงหาคมพฤษภาคม | ทั่วอังกฤษ) สัมผัสแรงศรัทธา และความดุดันของแฟนบอลในสนาม ไม่ว่าจะเป็น The Kop ที่ Anfield หรือความยิ่งใหญ่ของ Old Trafford ถือเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่แฟนบอลต้องไปเยือน MERCURY studio / Shutterstock.com Wimbledon (ช่วงปลายมิถุนายนต้นกรกฎาคม | ลอนดอน) สัมผัสเสน่ห์เทนนิสสุดคลาสสิกที่แฝงไปด้วยธรรมเนียมดั้งเดิม เช่น การแต่งกายชุดขาวล้วนของนักกีฬา และการทานสตรอว์เบอร์รีราดครีมที่เป็นซิกเนเจอร์ของงาน British Pub Culture (ตลอดปี | ลอนดอน) สัมผัสบรรยากาศการนั่งชิลในผับเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี จิบเครื่องดื่มท้องถิ่น ทาน Sunday Roast ท่ามกลางเสียงพูดคุยที่สนุกสนานของชาวลอนดอน Alla Tsyganova / Shutterstock.com Travel Hacks : การเดินทางในลอนดอน ใช้บัตรเครดิตแตะจ่าย (Contactless) เข้า-ออก Tube หรือ Bus ได้เลย ระบบจะคำนวณราคา Daily Cap ที่ถูกที่สุดให้โดยอัตโนมัติ จองตั๋วแบบ Hospitality ที่มักจะรวมมื้ออาหาร พร้อมที่นั่งทำเลดีๆ แม้ราคาจะสูงกว่า แต่จองง่ายและปลอดภัยกว่า ================= 5. กรีซ ต้นกำเนิดมาราธอน เทศกาลวัฒนธรรมสุดคลาสสิก Athens Authentic Marathon (ช่วงเดือนพฤศจิกายน | เอเธนส์) วิ่งบนเส้นทางประวัติศาสตร์จาก เมืองมาราธอน มุ่งสู่ เอเธนส์ เข้าเส้นชัยที่สนามกีฬาหินอ่อนโบราณ Panathenaic Stadium ท่ามกลางเสียงเชียร์ที่ดังกึกก้องตลอดทาง Zuyeu Uladzimir / Shutterstock.com Athens Epidaurus Festival (ช่วงเดือนมิถุนายนสิงหาคม | เอเธนส์ Epidaurus) รับชมการแสดงละครและดนตรีใน โรงละครโบราณอายุกว่า 2,000 ปี สร้างจากหิน ระบบเสียงเป็นธรรมชาติและกังวานที่สุดจนน่าอัศจรรย์ รู้สึกเหมือนได้นั่งไทม์แมชชีนกลับไปในยุคกรีกโบราณ Santorini Festival Summer Events (ช่วงเดือนมิถุนายนกันยายน | ซานโตรินี) ซัมเมอร์คือช่วงที่พีคที่สุดของซานโตรินี เพราะมีทั้งคอนเสิร์ต งานไวน์ และอีเวนต์ริมทะเล ท่ามกลางวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยติดอันดับ Top ของโลก Travel Hacks : ใช้แอป Ferryhopper จองตั๋วเรือเฟอร์รี่ล่วงหน้า ช่วยให้การเดินทางระหว่างเกาะราบรื่นยิ่งขึ้น เส้นทางวิ่งในเอเธนส์มีทางชันเยอะ ควรซ้อมวิ่งให้พร้อม และควรพกบัตรเครดิตที่มีประกันเดินทางครอบคลุมวงเงินสูง ไว้ให้อุ่นใจในกรณีเกิดอุบัติเหตุจากการแข่งขัน ================= 6. อิตาลี เทศกาลศิลปะ Venice Biennale แฟชั่นวีคบนรันเวย์มิลาน Venice Biennale (ช่วงเดือนเมษายนพฤศจิกายน | เวนิส) เทศกาลศิลปะและสถาปัตยกรรมระดับโลก ที่จัดขึ้นทุกๆ 2 ปี เปลี่ยนเกาะเวนิสให้กลายเป็นพื้นที่จัดแสดงงานศิลป์ที่สะท้อนประเด็นสังคมโลกผ่านไอเดียของศิลปินชั้นนำจากทั่วโลก Ilyas Kalimullin / Shutterstock.com Milan Fashion Week (ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ และกันยายน | มิลาน) ช่วงเวลาที่ทั้งเมืองมิลานคึกคักไปด้วยแสงแฟลชและคนดัง แบรนด์หรูจะจัด Pop-up Store และงานปาร์ตี้ทั่วเมือง ให้ทุกคนได้สัมผัสบรรยากาศแฟชั่นระดับไฮเอนด์อย่างใกล้ชิด Venice Carnival (ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ | เวนิส) สัมผัสความลึกลับ และสวยงามของ เทศกาลหน้ากาก สไตล์เรเนซองส์ ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดมาหลายร้อยปี ท่ามกลางบรรยากาศการล่องเรือกอนโดลาในคลองเวนิส Travel Hacks : จองรถไฟความเร็วสูง Italo ล่วงหน้า 2-3 เดือนผ่านแอปฯ จะได้ราคาที่ประหยัดไปได้เกินครึ่ง ช่วงอีเวนต์ใหญ่ที่พักในเวนิสหรือมิลานจะแพงมาก แนะนำให้พักเมืองรองใกล้ๆ อย่าง Mestre หรือ Bergamo แล้วนั่งรถไฟเข้าเมืองเพียง 30-40 นาที ================= 7. เนเธอร์แลนด์ มาราธอนริมคลองเก่าแก่ เทศกาลดนตรี EDM ระดับท็อป Kings Day (วันที่ 27 เมษายน | ทั่วประเทศ) ปาร์ตี้วันเกิดกษัตริย์ ที่คนทั้งประเทศใส่ชุดสีส้มออกมาร่วมปาร์ตี้บนเรือใน คลองอัมสเตอร์ดัม บรรยากาศสนุกสนานเป็นกันเองมากๆ Wut_Moppie / Shutterstock.com Amsterdam Marathon (ช่วงเดือนตุลาคม | อัมสเตอร์ดัม) มาราธอนที่จะพาวิ่งผ่านเส้นทางที่รายล้อมด้วยใบไม้เปลี่ยนสี ริมแม่น้ำ Amstel ผ่านสวนสาธารณะ Vondelpark และเข้าเส้นชัยใน Olympic Stadium ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่น Amsterdam Dance Event : ADE (ช่วงเดือนตุลาคม | อัมสเตอร์ดัม) มหกรรมดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก จัดเต็มถึง 5 วัน รวบรวม DJ ระดับโลกกว่า 3,000 ชีวิต มาแสดงในพิกัดต่างๆ ทั่วเมือง ทั้งคลับลับไปจนถึงโกดังร้างจะถูกเปลี่ยนให้เป็นเวทีสุดอลังการ Levas / Shutterstock.com Travel Hacks : แนะนำให้จองบัตรเทศกาล ADE แยกตามอีเวนต์ที่อยากเข้าร่วมจะคุ้มค่ากว่า เนเธอร์แลนด์ใช้ระบบแตะบัตรเครดิต ที่จ่ายค่ารถราง (Tram) และรถบัสได้ทันที ================= 8. ฝรั่งเศส เทศกาลหนังเมืองคานส์ ปารีสแฟชั่นวีค Cannes Film Festival (ช่วงเดือนพฤษภาคม | คานส์) มหกรรมภาพยนตร์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก สัมผัสบรรยากาศพรมแดงริมถนน La Croisette ที่คลาคล่ำไปด้วยซูเปอร์สตาร์ระดับโลก นอกจากจะได้ลุ้นผล รางวัลปาล์มทองคำ แล้ว เมืองคานส์ในช่วงนี้ยังเต็มไปด้วยปาร์ตี้บนเรือยอร์ช และนิทรรศการภาพยนตร์สุดอลังการ Denis Makarenko / Shutterstock.com Paris Fashion Week (ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ และกันยายน | ปารีส) ช่วงเวลาที่ปารีสทั้งเมืองกลายเป็นรันเวย์ขนาดใหญ่ แบรนด์ระดับไฮเอนด์ต่างๆ มีการจัดโชว์พิเศษตามแลนด์มาร์กสำคัญ เช่น Louvre หรือ Tuileries Garden ดึงดูดเหล่าดีไซเนอร์และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังจากทุกมุมโลกให้มาอัปเดตเทรนด์ตามฤดูกาลกันคับคั่ง Tour de France (ช่วงเดือนกรกฎาคม | ปารีส) ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของผู้ชมที่ยืนเรียงรายริมถนน ส่งเสียงเชียร์นักปั่นจักรยานระดับโลกที่ออกสตาร์ทมาจาก เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน และมุ่งหน้าเข้าเส้นชัยใน ปารีส ด้วยความมุ่งมั่น Radu Razvan / Shutterstock.com Travel Hacks : หากอยากได้ของที่ระลึกจาก Tour de France ฟรีๆ ให้ไปรอชมช่วง Caravane Publicitaire ขบวนรถโฆษณาจะวิ่งผ่านเส้นทางแข่งขัน และมีการแจกของรางวัลหรือหมวกเท่ๆ ตลอดทาง โหลดแอปฯ SNCF Connect เพื่อจองรถไฟรถไฟความเร็วสูง TGV ล่วงหน้า จะช่วยประหยัดงบได้เยอะมาก ================= 9. เยอรมนี เทศกาลเบียร์บาวาเรียน บรรยากาศฟุตบอลสุดมันส์ Oktoberfest (ช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม | มิวนิก) เทศกาลเบียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ดื่มด่ำเบียร์เยอรมันต้นตำรับอย่างเบียร์บาวาเรียนแท้ๆ ในเต็นท์ขนาดใหญ่ที่จุคนได้หลักหมื่น พร้อมขาหมูเยอรมัน และไก่ย่าง Hendl แบบดั้งเดิม FooTToo / Shutterstock.com Bundesliga (ช่วงเดือนสิงหาคม-พฤษภาคม | ทั่วเยอรมนี) สัมผัสบรรยากาศการเชียร์ฟุตบอลที่ขึ้นชื่อเรื่องความคลั่งไคล้ โดยเฉพาะใน สนาม Borussia Dortmund ตื่นตาตื่นใจกับเหล่า กำแพงเหลือง (Yellow Wall) กองเชียร์ที่เสียงดังที่สุดในยุโรป Rock am Ring (ช่วงเดือนมิถุนายน | Nrburgring) เทศกาลดนตรีร็อก และเฮฟวีเมทัล ในสนามแข่งรถ Nrburgring ความมันส์ในแบบดิบๆ ที่รวบรวมวงร็อกระดับโลกไว้แน่น Line up M. Volk / Shutterstock.com Travel Hacks : เพื่อความปลอดภัย ควรซื้อตั๋ว Bundesliga ผ่านเว็บไซต์สโมสร ใช้แอปฯ DB Navigator เพื่อซื้อตั๋วรถไฟล่วงหน้า และเช็กสถานะรถไฟแบบ Real-time ================= 10. แคนาดา - สหรัฐอเมริกา - เม็กซิโก มหกรรมฟุตบอลโลก 2026 FIFA World Cup 2026 (วันที่ 11 มิถุนายน 19 กรกฎาคม 2026 | แคนาดา - สหรัฐฯ - เม็กซิโก) มหกรรมฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด จัดร่วมกัน 3 ประเทศ เป็นทริปในฝันที่รวมความหลากหลายของวัฒนธรรมไว้ในแพลนเดียวกัน เดินทางเพลินๆ ตั้งแต่นิวยอร์ก โตรอนโต ไปจนถึงเม็กซิโกซิตี้ Paparacy / Shutterstock.com Music Festivals (ช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม) ในช่วงบอลโลก จะมีงานอย่าง Lollapalooza Chicago ในสหรัฐอเมริกา และ Osheaga Montreal ในประเทศแคนาดา เป็นอีเวนต์ที่จัดขึ้นขนานกัน ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ดูฟุตบอลและชมคอนเสิร์ตระดับโลกในทริปเดียวกัน gemnannerb / Shutterstock.com Travel Hacks : ซื้อ North America eSIM ใบเดียว รองรับทั้ง 3 ประเทศ ช่วยให้สื่อสารได้ราบรื่นตลอดทริป ================= วางแผนเที่ยวต่างประเทศ ปี 2026 ให้คุ้มรับสิทธิประโยชน์ตลอดทริปด้วย บัตรเครดิต ttb absolute ก่อนจะออกเดินทางไปพิชิต Bucket List ในปี 2026 นี้ การมีตัวช่วยในการบริหารจัดการงบได้อย่างคุ้มค่าจะช่วยให้ทริปในฝันพรีเมียมขึ้นอีกระดับ ซึ่งหนึ่งในตัวเลือกที่ตอบโจทย์นักเดินทางสาย Event Tourism ได้ตรงใจ คือ บัตรเครดิตเที่ยวต่างประเทศ ttb absolute ที่มาพร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในการเดินทาง ดังนี้ค่ะ ค่าธรรมเนียมแปลงสกุลเงินต่างประเทศ FX Rate เหลือเพียง 1% (จากปกติ 2.5%) : ใช้จ่ายได้ทุกประเทศทั่วโลก ด้วยค่าธรรมเนียมเพียง 1% จากการใช้จ่ายด้วยสกุลเงินต่างประเทศ (จากปกติ 2.5%) รับสิทธิ์ใช้บริการ Airport Lounge : พักผ่อนในห้องรับรองสุดพรีเมียมในสนามบินทั่วโลก 2 ครั้ง/ปีปฏิทิน ประกันเดินทางฟรี 16 ล้านบาท : เมื่อชำระค่าโดยสารยานพาหนะสาธารณะผ่านบัตรเครดิต รับคะแนน X2 : เมื่อช้อปออนไลน์ทั่วโลก ยกเว้น การใช้จ่ายหรือเติมเงินผ่าน e-wallet, Bill Payment รับ 1 คะแนน ผ่อนบัตรเครดิตด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน : รับสิทธิ์ทุกร้าน ทุกรายการ กับบริการ ttb so goood เมื่อมียอดใช้จ่าย 1,000 บาทขึ้นไป/เซลล์สลิป สามารถทำรายการได้เองบนแอป ttb touch * ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี** เงื่อนไขและการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบัตรเครดิต ttb สามารถดูรายละเอียดผ่านทางเว็บไซต์ ttb หรือติดต่อสอบถามได้ที่ ttb contact center 1428 หากคุณกำลังมองหา ประเทศน่าเที่ยว ปี 2026 ที่ตอบโจทย์ทั้งความสนุกและความคุ้มค่า การเลือกจุดหมายปลายทางตามอีเวนต์ที่สนใจ คือการให้รางวัลชีวิตที่ยอดเยี่ยมที่สุด เมื่อบวกกับการบริหารงบประมาณอย่างเหมาะสมด้วย บัตรเครดิต ทีทีบี แอปโซลูท จะช่วยให้ทริป เที่ยวต่างประเทศ ปี 2026 เต็มไปด้วยประสบการณ์ที่น่าจดจำ ราบรื่น และคุ้มค่าในทุกมุมโลกอย่างแท้จริง

40 แคปชั่นเที่ยวหิมะ แคปชั่นเที่ยวเมืองหนาว เที่ยวต่างประเทศ แบบมีโพสต์คูลๆ
อ่าน

40 แคปชั่นเที่ยวหิมะ แคปชั่นเที่ยวเมืองหนาว เที่ยวต่างประเทศ แบบมีโพสต์คูลๆ

ตอนนี้ หิมะ กำลังฟู ใครที่ไป เที่ยวเมืองนอก อยู่ตอนนี้ ไม่ว่าจะ ญี่ปุ่น จีน เกาหลี หรือ ยุโรป สายเที่ยวจดเลยค่ะกับ แคปชั่นเที่ยวหิมะ แคปชั่นเที่ยวเมืองหนาว ไปสัมผัสหิมะขาวโพลน เที่ยวต่างประเทศทั้งที ต้องมีโพสต์คูลๆ ท่ามกลางอากาศหนาวเย็นสุดฟิน ลงโซเชียลฉ่ำ ไม่ว่าจะสายถ่ายรูป สายชิล หรือสายโรแมนติก รับรองว่าโดนใจแน่นอน! แคปชั่นเที่ยวหิมะ แคปชั่นเที่ยวต่างประเทศแคปชั่นหิมะ เที่ยวหน้าหนาว เมืองนอก หิมะขาวๆ กับหัวใจที่เบากว่าปุยเมฆ หนาวแค่ไหนไม่รู้ แต่รู้ว่ารูปนี้ต้องลง ครั้งหนึ่งในชีวิต ได้มาเหยียบหิมะของจริง! หนาวกายแต่ใจฟู ความสุขสีขาว ที่เรียกว่า "หิมะ" อุณหภูมิติดลบ แต่ความสุขบวกๆ หิมะตกเบาๆ แต่ความรักตกแรงมาก เมืองหนาวไม่เหงา ถ้ามีหิมะเป็นเพื่อน หนาวนี้มีหิมะ แล้วเมื่อไหร่จะมีเธอ วิวขาวโพลน กับความทรงจำสีพิเศษ หน้าหนาวที่รอคอย กับหิมะที่ฝันถึง หิมะทำให้โลกดูใจดีขึ้น หนาวแบบนี้ เรียกว่ากำลังดี ความสุขตกจากฟ้า ในวันที่หิมะโปรย หนาวจนลืมร้อนเมืองไทย หิมะไม่ต้องเยอะ แค่พอให้ใจละลาย ยืนกลางหิมะ เหมือนได้หยุดเวลา หนาวแต่ไม่เดียวดาย เพราะมีหิมะรายล้อม สีขาวของหิมะ คือ ความสบายใจ หิมะตกเมื่อไหร่ ใจก็ฟูเมื่อนั้น หน้าหนาวแบบนี้ ขอเก็บไว้ในความทรงจำ หนาวกายแค่ไหน แต่ใจอบอุ่นเสมอ หิมะคือเหตุผลที่รักฤดูหนาว เมืองหนาวกับเรื่องราวดีๆ หิมะทำให้การเดินทางพิเศษขึ้น หนาวจนลืมคำว่าเหนื่อย วิวขาวๆ กับใจที่ละลาย ทุกก้าวบนหิมะ คือประสบการณ์ใหม่ วิวหนาวๆ กับมุมถ่ายรูปที่รอคอย ถ่ายรูปจนมือแข็ง แต่ใจยังไหว หนาวแค่ไหน ขอได้รูปดีก็พอ หิมะดี วิวโดน รูปต้องได้ หิมะอาจเย็น แต่เธอทำให้ใจอุ่น ถ้าหนาวให้ห่มผ้า ถ้าเหงาให้ห่มใจ หน้าหนาวมีหิมะ แต่ข้างๆ มีเธอ จับมือกันกลางหิมะ อุ่นกว่าที่คิด หนาวนี้ไม่เหงา เพราะมีเรา ท่ามกลางหิมะขาว หิมะโปรย แต่ใจลอยไปหาเธอ ความรักสีขาว ในเมืองหนาว หนาวแค่ไหน ถ้ามีเธอก็พอ แคปชั่นเที่ยว ที่น่าสนใจอื่นๆ แคปชั่นใหม่ๆ 140 แคปชั่นการเดินทาง คำคมการเดินทางเท่ๆ คนคูลต้องมี! 70 แคปชั่นเที่ยวกับแฟน พาแฟนเที่ยว เที่ยวกับใคร ไม่ดีต่อใจเท่าไปกับแฟน แจก 30 แคปชั่นขับรถเที่ยว แคปชั่นเที่ยวชิลๆ มีสไตล์ แคปชั่นระหว่างทาง

5 ที่เที่ยวต่างประเทศ ต้องไปในปี 2026 วิวสวยอลัง ไวป์ดีต่อใจสุดๆ
อ่าน

5 ที่เที่ยวต่างประเทศ ต้องไปในปี 2026 วิวสวยอลัง ไวป์ดีต่อใจสุดๆ

การได้ออกไปเปิดโลก เที่ยวต่างประเทศ เรียกได้ว่าเป็นความฝันของใครหลายๆ คน ปี 2026 นี้ ถ้ากำลังมองหาจุดหมายใหม่ๆ เอาไว้พักใจ ชมวิว หรือเก็บภาพสวยๆ กลับมาลงโซเชียล เรารวมมาให้แล้วกับ 5 ที่เที่ยวต่างประเทศ ต้องไปในปี 2026 มาให้เตรียมปักหมุดกันล่วงหน้า บอกเลยว่าวิวอลังการ ถ่ายรูปสวย และมีกิจกรรมให้เลือกทำเพียบจนอยากกดจองตั๋วทันที ไปดูกันเลยว่าปีหน้าที่ไหนคือทริปที่ต้องมีในเช็กลิสต์บ้าง! ที่เที่ยวต่างประเทศ ต้องไปในปี 2026วิวสวย ไวป์ดี สายเที่ยวห้ามพลาด 1. Jiuding Mountain จีน ที่เที่ยวต่างประเทศ ต้องไปในปี 2026 ต้องห้ามพลาดเลยที่แรกที่เราอยากแนะนำคือ Jiuding Mountain เลยค่ะ เพราะที่นี่รวมทุกเสน่ห์ของ เสฉวน ไว้ครบ ทั้งวิวธรรมชาติสุดอลัง กิจกรรมแน่น และมุมถ่ายรูปที่สวยอลังการสุดๆ บรรยากาศที่นี่ดีมาก มีทั้ง ทะเลหมอก ทุ่งดอกไม้ สีสันสดใสในช่วงหน้าร้อน และ ภูเขาเก้ายอด ที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมลำธารและน้ำตกใสที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับบรรยากาศรอบตัว ยิ่งถ้ามาช่วง เดือนมิถุนายน - กรกฎาคม จะฟินเป็นพิเศษ เพราะทุ่งดอกไม้จะบานสะพรั่งเต็มหุบเขา กลายเป็นภาพที่สวยมากๆ เลยค่ะ แถมที่นี่ก็มีกิจกรรมให้เลือกทำเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น เดินป่า ปีนเขา แคมป์ปิ้ง ชมดาว หรือแม้แต่เล่นสกีในฤดูหนาว และยังมีวัดเก่าแก่ จุดศักดิ์สิทธิ์ให้แวะไหว้ เผื่อใครอยากเติมความสบายใจระหว่างทริปด้วยค่ะ 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/jwrTuwDJGEpMHvvQA ============= 2. Happo Pond ญี่ปุ่น ใครอยากหนีความวุ่นวาย ไปหาธรรมชาติแบบเต็มๆ ต้องลองปักหมุดมาที่ Happo Pond จังหวัดนากาโนะ เลยค่ะ บรรยากาศคือดีมาก เหมาะทั้งสายเดินเทรลและสายถ่ายรูปสุดๆ ที่นี่อยู่สูงประมาณ 2,060 เมตร การเดินขึ้นอาจใช้แรงนิดหน่อยน้า แต่พอถึงสระน้ำแล้วคือหายเหนื่อยทันที เพราะจะเจอภาพเงาสะท้อนของ เทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น ด้านหลัง และ ยอดเขาฮาคุบะ อยู่ตรงหน้าบนน้ำที่ใสเหมือนกระจก มุมนี้คือซิกเนเจอร์ที่ต้องถ่ายรูปเก็บให้ได้เลยค่ะ แนะนำให้มาประมาณ เดือนกรกฎาคม - ตุลาคม อากาศดี ฟ้าเปิด เดินง่าย ใครมีแพลนมาเที่ยวญี่ปุ่นปี 2026 แนะนำให้ใส่ Happo Pond ไว้ในทริปเลยค่ะ อากาศดี วิวสวย ได้รูปกลับไปเพียบแน่นอน 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/93f4R3DsNjioxywdA ============= 3. Oryukdo Sunrise Park เกาหลีใต้ Oryukdo Sunrise Park เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวต่างประเทศ ต้องไปในปี 2026 นี้เลยค่ะ บอกเลยว่าไม่ควรพลาด เพราะที่นี่ตอบโจทย์ทั้งวิวทะเลและบรรยากาศชิลๆ จากมุมต่างๆ ของสวนจะมองเห็น หมู่เกาะ Oryukdo ได้แบบชัดเต็มตา เกาะหินที่บางวันมองเหมือนมี 5 เกาะ แต่บางวันกลับดูเหมือน 6 เกาะ เป็นวิวสุดยูนิกที่ถือว่าเป็นซิกเนเจอร์ของ ปูซาน เลยค่ะ Busan Oppa / Shutterstock.com ไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้ของที่นี่คือ Oryukdo Skywalk ทางเดินกระจกใส ที่ยื่นออกไปเหนือหน้าผา วิวที่ได้เห็นจากตรงนี้สวยสุดๆ ถ้ามาช่วง ปลายเดือนมีนาคม - เมษายน ทั้งสวนจะเต็มไปด้วย ดอกแดฟโฟดิล และเรพซีดสีเหลือง ตัดกับสีฟ้าของทะเล ถ่ายรูปสวยมากได้ฟีลทริปเกาหลีแบบหวานละมุนสุดๆ ค่ะ 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/8vwqwvvkFDAjusaK9 ============= 4. Lake Bled สโลวีเนีย Lake Bled สโลวีเนีย คือหนึ่งในที่เที่ยวยุโรป ที่โรแมนติกและสวยเกินต้าน ตั้งอยู่ เชิงเขา Julian Alps น้ำสีฟ้าใสเหมือนภาพวาด ไฮไลต์แรกที่ห้ามพลาดต้องยกให้ เกาะเบลด (Bled Island) เกาะเล็กๆ กลางทะเลสาบที่มีโบสถ์ตั้งอยู่ กลายเป็นภาพจำของที่นี่ การไปเกาะต้องนั่งเรือไม้ดั้งเดิมที่เรียกว่า Pletna ไป พอถึงแล้วก็อย่าลืมเดินไปตีระฆังอธิษฐานขอพรในโบสถ์กันนะคะ มีความเชื่อกันว่าหากตีระฆังนี้แล้วอธิษฐานพรจะสมหวัง trabantos / Shutterstock.com ส่วนกิจกรรม และจุดชมวิวฝั่งทะเลสาบ ที่ห้ามพลาดเลยก็คือ ปราสาทเบลด (Bled Castle) ปราสาทเก่าแก่ที่สุดของสโลวีเนีย ที่สร้างอยู่บนหน้าผาสูงชันเหนือทะเลสาบ เป็นจุดชมวิวสุดพีคที่เห็นทั้ง เกาะเบลด และ เทือกเขา Julian Alps แบบพาโนรามา ส่วนสายเดินป่าต้องลองขึ้นไปที่ จุดชมวิว Ojstrica และ Mala Osojnica ที่มองเห็นทะเลสาบจากมุมสูงแบบไอคอนิก รอบทะเลสาบยังมี เส้นทางเดิน และปั่นจักรยานยาวประมาณ 6 กิโลเมตร บรรยากาศดี เดินง่าย แวะถ่ายรูปได้ตลอดทาง หรือจะพายเรือ เล่นแพดเดิลบอร์ด หรือเล่นน้ำในช่วงหน้าร้อนก็ชิลสุดๆ เลยค่ะ 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/PegB2aM3np9q2Au9A ============= 5. Cappadocia ตรุกี / ทูร์เคีย ถ้าใครแพลนไป ตุรกี หรือ ทูร์เคีย ในปี 2026 อยู่แล้ว คัปปาโดเกีย คือประสบการณ์ที่ต้องลองให้ได้สักครั้งค่ะ คัปปาโดเกีย ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลก UNESCO ด้วยภูมิประเทศสุดยูนีคที่เกิดจากหินภูเขาไฟถูกกัดเซาะมานานนับพันปี จนกลายเป็นเสาหินรูปร่างแปลกตา หรือที่เรียกว่า Fairy Chimneys เรียงรายทั่วทั้งหุบเขา บอกเลยว่าที่นี่ความสวยไม่ธรรมดาวิวอลังการสุดๆ ไฮไลต์ของการมาที่นี่คือ การขึ้นบอลลูนลมร้อน ระดับพรีเมียม เรียกได้ว่าเป็นกิจกรรมที่เป็นสัญลักษณ์ของที่นี่เลยค่ะ ช่วงเช้าตรู่จะมีบอลลูนหลากสีลอยขึ้นพร้อมกันเต็มท้องฟ้า เป็นภาพที่ทั้งสวยและโรแมนติกมากๆ สายถ่ายรูป สายคอนเทนต์ถูกใจแน่นอน เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในที่เที่ยวที่ควรมาสักครั้งในชีวิตเลย 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/TwpB7prJPNjE6P6S9 =============

10 ที่เที่ยวต่างประเทศไม่ควรพลาด 2569 โดย Booking.com
อ่าน

10 ที่เที่ยวต่างประเทศไม่ควรพลาด 2569 โดย Booking.com

ปี 2026 นี้ เทรนด์การท่องเที่ยวแบบ "Be Yourself" มาแรงสุดๆ! ใครที่เบื่อที่เที่ยวเดิมๆ อยากออกไปค้นหาตัวเองในมุมมองใหม่ ไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้านชาวประมงสุดคูล หรือเมืองอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนเป็นแลนด์มาร์คสุดชิค วันนี้เราคัดเน้นๆ กับ 10 จุดหมายปลายทางที่ Booking.com คอนเฟิร์มว่ามาแน่! จะมีที่ไหนบ้าง เตรียมจดลิสต์แล้วจองตั๋วรอเลย 10 ที่เที่ยวต่างประเทศไม่ควรพลาด 2569 โดย Booking.com 1. มุยเน่, เวียดนาม (Mui Ne, Vietnam) เมืองชายทะเลบรรยากาศสบาย ๆ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเวียดนาม ที่ผสมผสานธรรมชาติ วัฒนธรรมท้องถิ่น และกิจกรรมเอ็กซ์ตรีมไว้ได้อย่างลงตัว จากหมู่บ้านชาวประมงเงียบสงบในอดีต มุยเน่กลายเป็นจุดหมายยอดฮิตของสายพักผ่อนและสายแอดเวนเจอร์ ด้วยชายหาดสีทอง สายลมแรงเหมาะกับการเล่นไคท์เซิร์ฟ รวมถึงอาหารทะเลสดใหม่ริมชายหาด ที่พักแนะนำ: รีสอร์ทที่ซ่อนตัวอยู่ริมชายหาดส่วนตัวSailing Club Resort Mũi Nจะมอบประสบการณ์การพักผ่อนในสไตล์บูทีค ท่ามกลางสวนป่าเขตร้อนชื้นและดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความเป็นเวียดนามอันงดงาม 2. บิลเบา, สเปน (Bilbao, Spain) จากเมืองอุตสาหกรรมสู่เมืองศิลปะและวัฒนธรรมสุดคูลแห่งแคว้นบาสก์ บิลเบาโดดเด่นด้วยพิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์อันเป็นไอคอน ย่านเมืองเก่า Casco Viejo ที่เต็มไปด้วยตรอกเล็ก ๆ ร้านพินโชส์ และบรรยากาศท้องถิ่นแท้ ๆ อีกทั้งยังใกล้ธรรมชาติทั้งภูเขาและชายฝั่งทะเล ที่พักแนะนำ : Bilder Boutique Hotelซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองจะมอบประสบการณ์การเข้าพักแบบอบอุ่นเป็นกันเองให้กับผู้เข้าพัก โดยมีโรงละครArriagaอยู่ห่างเพียงไม่กี่ก้าว และสถานีรถไฟAbandoเดินเพียง6นาที 3. บาร์รังกีญาประเทศโคลอมเบีย (Barranquilla, Colombia) เมืองสีสันสดใสบนชายฝั่งแคริบเบียน ที่ขึ้นชื่อเรื่องเทศกาลระดับโลกอย่าง Carnaval de Barranquilla เต็มไปด้วยดนตรี การเต้นรำ และวัฒนธรรมท้องถันอันมีชีวิตชีวา นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นริมแม่น้ำ ชมสตรีตอาร์ต และลิ้มลองอาหารโคลอมเบียนแท้ ๆ ที่พักแนะนำ : Hotel El Pradoโรงแรมระดับตำนานของเมือง ผสานสถาปัตยกรรมสเปนคลาสสิกกับบรรยากาศรีสอร์ตใจกลางเมือง 4. ฟิลาเดลเฟีย, สหรัฐอเมริกา (Philadelphia, USA) เมืองแห่งประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา ที่กำลังจะคึกคักเป็นพิเศษในปี 2569 เนื่องในวาระครบรอบ 250 ปีการประกาศอิสรภาพ พร้อมกิจกรรมเฉลิมฉลองและอีเวนต์กีฬาระดับโลกมากมาย เหมาะสำหรับสายประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และความบันเทิง ที่พักแนะนำ : Large 3BR Apts Studios, Gym, Game Roomในย่านFrancisville อพาร์ตเมนต์ขนาดใหญ่ เหมาะกับการพักเป็นกลุ่ม เดินทางเข้าเมืองสะดวก 5. กวางโจว, จีน (Guangzhou, China) มหานครทางตอนใต้ของจีนที่ผสมผสานอดีตและปัจจุบันได้อย่างลงตัว ตั้งแต่วัดเก่าแก่ โรงน้ำชาติ่มซำ ไปจนถึงสถาปัตยกรรมยุโรปบนเกาะซาเมี่ยน เป็นอีกหนึ่งเมืองที่เหมาะกับสายกิน สายวัฒนธรรม และนักเดินทางที่อยากเปิดประสบการณ์ใหม่ในจีน ที่พักแนะนำ: Langham Place โรงแรมหรูริมแม่น้ำเพิร์ล พร้อมสปาและห้องอาหารมิชลินสตาร์ มาตรฐานระดับโลก พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบ 6.ซัล, เคปเวิร์ด(Sal, Cape Verde) เกาะสวรรค์กลางมหาสมุทรแอตแลนติก ที่รวมวัฒนธรรมแอฟริกัน และโปรตุเกสไว้ด้วยกัน โดดเด่นด้วยชายหาดทรายขาว จุดเล่นวินด์เซิร์ฟระดับโลก และบรรยากาศเรียบง่าย เหมาะกับการพักผ่อนแบบ slow life ที่พักแนะนำ: ROBINSON Cabo Verdeในซานตามาเรีย เป็นรีสอร์ตริมชายหาดบนเกาะซัลซึ่งเป็นหาดทรายขาวมีความยาว8กิโลเมตร มีกิจกรรมกลางแจ้งครบครัน ทั้งโยคะ วินด์เซิร์ฟ และสปา 7.มาเนาส์ บราซิล (Manaus, Brazil) ประตูสู่ป่าฝนแอมะซอน เมืองที่ธรรมชาติ และวัฒนธรรมหลอมรวมกันอย่างน่าทึ่ง ไฮไลต์คือการล่องเรือชมปรากฏการณ์ Meeting of Waters ซึ่งแม่น้ำริโอเนโกรสีเข้มและแม่น้ำโซลิโมเอสสีน้ำทรายไหลเคียงข้างกันโดยไม่ผสมกัน และการสัมผัสวิถีชีวิตชนพื้นเมือง ที่พักแนะนำ : Hotel Villa Amazniaตั้งอยู่ในย่านใจกลางเมือง ผสานกับความสะดวกสบายสมัยใหม่เข้ากับเสน่ห์ทางประวัติศาสตร์ ใกล้โรงละคร Teatro Amazonas 8.มึนสเทอร์, เยอรมนี (Mnster, Germany) เมืองประวัติศาสตร์ที่เหมาะกับการเดินเที่ยวและปั่นจักรยาน โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมโกธิก ถนนหินโบราณ ประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า1,200ปี และบรรยากาศสงบแต่มีชีวิตชีวาจากนักศึกษา และคนรุ่นใหม่ ที่พักแนะนำ : Boardinghouse Mnster อพาร์ตเมนต์สไตล์โมเดิร์น ภายในมีครัวพร้อมอุปกรณ์ครบครัน เดินทางไปยังย่านเมืองเก่า และพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตชีวาของมึนสเทอร์ได้อย่างสะดวก 9. โคชิน อินเดีย (Cochin, India) เมืองริมน้ำแห่งอินเดียใต้ ที่เปี่ยมด้วยกลิ่นอายการค้า และวัฒนธรรมจากหลากหลายชาติ ย่าน Fort Kochi เต็มไปด้วยศิลปะ คาเฟ่เก๋ และอาหารท้องถิ่นรสจัดจ้าน นักเดินทางสามารถเดินเล่นไปตามตรอกซอกซอยที่เปี่ยมด้วยบรรยากาศเฉพาะตัวคลอไปกับคฤหาสน์สีสันสดใส คาเฟ่ที่ตกแต่งด้วยงานศิลปะสุดชิค รวมถึงอวนจับปลาอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวจีนที่ไหวเอนอยู่บนขอบฟ้าแห่งทะเลอาหรับ ที่พักแนะนำ: Forte Kochiโรงแรมมรดกทางประวัติศาสตร์ระดับ5ดาวบนถนนPrincess Streetผสานความสง่างามเหนือกาลเวลากับความสะดวกสบายสมัยใหม่เข้าไว้ด้วยกันบรรยากาศคลาสสิกและเงียบสงบ 10. พอร์ตดักกลาส, ออสเตรเลีย (Port Douglas, Australia) เมืองชายฝั่งที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ สะท้อนความงดงามของชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของออสเตรเลียและเป็นประตูสู่แหล่งมรดกโลกของยูเนสโกถึงสองแห่ง นั่นคือ แนวปะการัง Great Barrier Reef และป่าฝนเดนทรี ป่าฝนเขตร้อนที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เหมาะสำหรับสายธรรมชาติ ดำน้ำ เดินป่า และพักผ่อนริมทะเล ที่พักแนะนำ: Coconut Grove Port Douglas พักขนาดเล็กตกแต่งสไตล์อพาร์ตเมนต์ และศิลปะร่วมสมัย บรรยากาศเงียบสงบใจกลางเมืองพอร์ตดักกลาสภายในที่พักยังมีสระแช่ตัวส่วนตัว สวนสไตล์เขตร้อนอันร่มรื่น และพื้นที่สำหรับทำบาร์บีคิว ====================

8 รองเท้าบูท เที่ยวต่างประเทศ ยี่ห้อไหนดี ใส่เดินสบาย ไม่กลัวหนาว
อ่าน

8 รองเท้าบูท เที่ยวต่างประเทศ ยี่ห้อไหนดี ใส่เดินสบาย ไม่กลัวหนาว

ถ้าพูดถึงไอเทมที่ขาดไม่ได้เวลาไป เที่ยวต่างประเทศ โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาว รองเท้าบูท เรียกได้ว่าเป็นไอเทมที่ควรมีติดไปเลยค่ะ เพราะนอกจากช่วยกันหนาวและกันลื่นแล้ว ยังเพิ่มลุคให้ดูชิคและยังแมตช์กับเสื้อผ้าได้หลากหลาย ช่วยให้ลุคดูดี มีสไตล์ขึ้นอีกระดับ แต่ถ้ายังไม่รู้ว่าจะเลือก รองเท้าบูท เที่ยวต่างประเทศ ยี่ห้อไหนดี ที่ทั้ง ทน อุ่น ใส่สบาย และ พกพาง่าย เรารวมมาให้แล้ว ห้ามพลาดลิสต์นี้เลยค่ะ มัดรวม รองเท้าบูท เที่ยวต่างประเทศดีไซน์สวย รองเท้าใส่สบาย เดินไกลไม่เมื่อย 1. FitFlop TASSEL LEATHER SHORT BOOTS รองเท้าบูทหนัง รุ่น TASSEL LEATHER SHORT BOOTS จาก FitFlop เป็นรองเท้าที่ตอบโจทย์ทั้งความสวยและความสบาย เหมาะสุดๆ สำหรับ ใส่เที่ยวต่างประเทศ โดยเฉพาะทริปที่ต้องเดินเยอะ รองเท้าคู่นี้มาพร้อม เทคโนโลยี IQUSHION ที่ถูกออกแบบมาเพื่อกระจายแรงกดใต้ฝ่าเท้าได้อย่างสมดุล ใช้วัสดุเฉพาะที่ทั้ง เบา และทนทาน พร้อมมี Impact Pillows ช่วยซับแรงกระแทก ในทุกย่างก้าว ทำให้เดินได้สบายและนานขึ้นโดยไม่เมื่อยง่าย นอกจากนี้ ดีไซน์ของรองเท้ายังถูกออกแบบให้โค้งรับกับรูปเท้าอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยลดแรงที่นิ้วเท้าต้องเกร็งจับพื้นขณะเดิน ใส่แล้วให้ความรู้สึกนุ่ม เบา และมั่นคงในทุกก้าว เหมาะมากสำหรับคนที่อยากมีบูทสวยๆ ใส่เดินชิลได้ทั้งวันโดยไม่ต้องกลัวเมื่อยเท้าค่ะ ✨ ราคา 5,942 บาท ================ 2. CHARLES KEITH Leoi Heeled Ankle Boots รองเท้าบูทหุ้มข้อ CHARLES KEITH รุ่น Leoi สีคาเมลสุดคลาสสิก ที่ทั้งสวย เรียบ และใส่ง่าย เป็นรองเท้าอีกหนึ่งคู่ที่เหมาะสำหรับพกไป เที่ยวต่างประเทศ รุ่นนี้ผลิตจากหนังกลับสังเคราะห์คุณภาพดี ดีไซน์ปลายมน พื้นหนา พร้อมซิปด้านหลังที่ช่วยให้ สวมใส่สะดวก ทรงกระชับข้อเท้า เพิ่มความมั่นใจทุกย่างก้าว ผสานความนุ่มสบายเข้ากับสไตล์เรียบหรูได้อย่างลงตัว จะใส่แมตช์กับกางเกงยีนส์ เสื้อโค้ท หรือเดรสยาวก็สวยเก๋ ดูมีสไตล์แบบ effortless charm ทั้งเดินเที่ยว ทั้งถ่ายรูปก็รอดทุกมุมค่ะ ✨ ราคา 3,590 บาท ================ 3. COAT OVER WINTER HAVEN BOOT รองเท้าบูท COAT OVER WINTER HAVEN BOOT เป็นรองเท้าบูทหนังกลับ Suede เกรดพรีเมียม ดีไซน์เรียบหรูในสไตล์คลาสสิก ด้านในบุขนหนานุ่ม ให้สัมผัสอบอุ่นและสบายเท้า เหมาะสุดสำหรับใส่เที่ยวต่างประเทศในช่วงอากาศหนาวเย็น แถมงานตัดเย็บก็ประณีตด้วยตะเข็บละเอียด ด้านข้างสกรีนโลโก้ COATOVER ซิกเนเจอร์ของแบรนด์ ช่วยเติมความมีสไตล์ให้ลุคโดยรวม นอกจากนี้ยังมาพร้อม พื้นรองเท้าหนา ช่วยซัพพอร์ตเท้าได้ดี ในทุกการเดิน จะใส่ เดินสบายบนพื้นหิมะ หรือพื้นผิวไม่เรียบก็เอาอยู่ จะใส่กับโค้ทตัวยาวหรือกางเกงยีนส์ก็แมตช์ได้หมดเลยค่ะ ✨ ราคา 1,990 บาท ================ 4. TIMBERLAND Stone Street รองเท้าบูท TIMBERLAND รุ่น Stone Street เป็นรองเท้าที่ผสมผสานความแข็งแกร่งกับความมีสไตล์ได้อย่างลงตัว เหมาะมากสำหรับ ใส่เที่ยวต่างประเทศในช่วงอากาศหนาว ตัวรองเท้าทำจากหนังคุณภาพสูงของ Timberland ผสมกับผ้า ReBOTL ที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล ช่วยเพิ่มความทนทานและสวมใส่สบายได้ตลอดวัน ภายในบุด้วย ฉนวน PrimaLoft ECO หนา 200 กรัม ช่วยเก็บความอบอุ่นได้ดี แม้อยู่ท่ามกลางอุณหภูมิต่ำหรือหิมะตกก็ไม่ต้องกลัวเท้าเย็น พื้นรองเท้ายังช่วยรองรับแรงกระแทกได้ดี ทำให้เดินเที่ยวได้นาน ไม่เมื่อยเท้า เรียกได้ว่าเป็นรองเท้าบูทที่รวมทั้งความเท่ ทน และฟังก์ชันครบในคู่เดียว ใส่ได้ทั้งกับลุคแคชชวลยีนส์หรือโค้ทหนาๆ ในทริปต่างประเทศได้อย่างลงตัวเลยค่ะ ✨ ราคา 5,750 บาท ================ 5. Naked Wolfe Disturb Canvas NAKED WOLFE ส่งต่อความเท่ในแบบไม่ซ้ำใครกับ รุ่น Disturb รองเท้าบูท ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์หัวรองเท้าทรง Asymmetric Toe และทรงขากว้างที่ช่วยเสริมลุคให้ดูแฟชั่นขึ้น เหมาะสำหรับสายแฟชั่นที่ชอบความโดดเด่น รองเท้าทำจากวัสดุผ้าแคนวาสโทน Toffee ให้ความรู้สึกเท่แต่หรูในเวลาเดียวกัน ตกแต่งด้วยเครื่องรางหัวหมาป่า Wolfe Head Ball Charm ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ ส่วนหัวและส้นยางดีไซน์ใหม่ช่วยเพิ่มทั้งความทนทานและความโมเดิร์น รองเท้าผ่านการทำลายผิวแบบแฮนด์เมดอย่างประณีต เพื่อฟินิชลุคที่ดูดิบแต่มีคลาส ใครอยากมีบูทคู่ใจไว้ใส่เที่ยวต่างประเทศหรือเดินเล่นในเมืองใหญ่แบบแฟชั่นนิสต้าตัวจริงที่ดูกล้า เท่ และมีเอกลักษณ์ในแบบ Naked Wolfe ต้องลองคู่นี้เลยค่ะ ✨ ราคา 9,945 บาท ================ 6. KENNETH COLE BERNADETTE BLACK รองเท้าบูท KENNETH COLE BERNADETTE BLACK เป็นอีกหนึ่งรุ่นสุดคลาสสิกที่เหมาะกับการ ใส่เที่ยวต่างประเทศในฤดูหนาว หรือช่วงที่อากาศเย็น ตัวรองเท้าผลิตจากหนังแท้ 100% ที่ให้สัมผัสนุ่มแต่ทนทาน สวมใส่สบาย ภายในรองเท้ามี เมมโมรีโฟมคุชชั่น และ เทคโนโลยี PORON ที่ช่วย รองรับแรงกระแทกได้ดี มาพร้อมนวัตกรรม Padding ตามหลักสรีรศาสตร์ ที่ช่วยกระจายแรงกด ลดอาการเมื่อยล้า ทำให้เดินนานๆ ได้สบาย ไม่ปวดเท้า ส่วนส้น สูงประมาณ 1 นิ้ว กำลังดี คู่นี้เรียกได้ว่าเป็นรองเท้าบูทที่ทั้งสวย เนี้ยบ และฟังก์ชันครบ เหมาะกับทั้งลุคแคชชวล และลุคเนี้ยบแบบมีสไตล์ ใส่ถ่ายรูป เดินเล่นชิลๆ แบบไม่ต้องกังวลเรื่องความเมื่อยเลยค่ะ ✨ ราคา 8,990 บาท ================ 7. Coatmatter Luna Boots รองเท้าบูท Coatmatter รุ่น Luna เป็นรองเท้าอีกหนึ่งคู่ที่เหมาะสุดๆ สำหรับใส่เที่ยวต่างประเทศ รุ่นนี้ผลิตจาก หนังนิ่ม ยืดหยุ่นดี ใส่แล้วไม่บาดเนื้อ เดินนานแค่ไหน ก็ไม่เจ็บเท้า พื้นรองเท้าเป็นแบบ กันลื่น ลุยหิมะได้ แม้พื้นจะเปียกก็ยังเกาะดีไม่ลื่นล้มแน่นอน และด้วยดีไซน์ส้นแฟลต ทำให้รองเท้าคู่นี้ใส่เดินง่าย เดินได้ทั้งวันโดยไม่เมื่อย แถมดีไซน์ยังใส่ใจในความสะดวก ด้วยซิปด้านข้าง ไม่ต้องเสียเวลาผูกเชือกให้ยุ่งยาก และที่สำคัญ รุ่นนี้บุขนด้านในเพิ่มความอบอุ่น ช่วยให้เท้าไม่เย็นแม้อยู่ในอากาศหนาว ใครกำลังมองหารองเท้าบูทใส่เที่ยวหน้าหนาว บอกเลยว่ารุ่นนี้ครบทั้งความสวย สบายเลยค่ะ ✨ ราคา 1,190 บาท ================ 8. HouseofCleopatra Travel Boots HouseofCleopatra Travel Boots รองเท้าบูท อีกหนึ่งคู่ที่น่าสนใจมากๆ บอกเลยว่าสายเที่ยวต่างประเทศต้องมีเลยค่ะ ตัวรองเท้าทำจาก หนังไมโครไฟเบอร์คุณภาพพรีเมียม เนื้อนิ่มมาก ใส่แล้วไม่แข็ง ไม่บาดเท้า พื้นรองเท้าเป็นแบบ กันลื่น รุ่นนี้ใส่ลุยหิมะได้สบายมาก จะเดินเล่น ช้อปปิ้ง หรือถ่ายรูปกลางหิมะก็เอาอยู่ทุกสถานการณ์ แถมยังมาพร้อมส้นสูง 5 เซนติเมตร ที่ช่วยเพิ่มความสูงกำลังดี เดินนานก็ไม่เมื่อย และ รองเท้ายังมีน้ำหนักเบา และ พับเก็บได้อีกด้วย เรียกได้ว่าเหมาะสุดๆ สำหรับคนที่อยากได้รองเท้าบูทสวยๆ ไว้ใส่เที่ยวทริปต่างประเทศที่ดูเรียบหรูแต่ยังคงความคล่องตัวมากๆ ใครกำลังหาบูทคู่ใจไว้ใส่เที่ยวฤดูหนาว รุ่นนี้เป็นอีกหนึ่งคู่ที่ตอบโจทย์มากๆ เลยค่ะ ✨ ราคา 1,590 บาท ================ รองเท้าใส่เที่ยวต่างประเทศ ที่น่าสนใจอื่นๆ 8 รองเท้าใส่ลุยหิมะ เที่ยวหน้าหนาว ต่างประเทศ ยี่ห้อไหนดี ใส่สบาย อุ่นเท้า กันน้ำได้ แนะนำ รองเท้าใส่เที่ยว เดินป่า ปีนเขา Hiking ยี่ห้อไหนดี ที่สายลุยห้ามพลาด 6 รองเท้าผ้าใบ ใส่สบาย เดินเยอะ เที่ยวต่างประเทศ ไม่เมื่อยเท้า ไม่ปวดขา ยี่ห้อไหนดี

ธนาคารกรุงเทพเปิดตัวบัตร Prepaid card เอาใจสายเที่ยวต่างประเทศ
อ่าน

ธนาคารกรุงเทพเปิดตัวบัตร Prepaid card เอาใจสายเที่ยวต่างประเทศ

#BBL #ทันหุ้น-ธนาคารกรุงเทพ ส่งบัตร ‘Bangkok Bank Travel Card’ แบบ Prepaid card บัตรสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เจาะตลาดนักท่องเที่ยวไทยไปต่างประเทศ เติมเต็มทุกทริปเดินทาง ด้วยสิทธิประโยชน์เหนือระดับกับประสบการณ์ใหม่ “ไป…ให้ถึง” รูดบัตรไม่มีค่า FX Rate และรับเงินคืน-ส่วนลด เมื่อช้อปปิ้ง ณ ร้านค้าชั้นนำทั่วโลก สิทธิ์เข้า Miracle Lounge ฟรี และส่วนลดสูงสุด 30% สำหรับผู้ติดตาม อุ่นใจทุกเที่ยวบินด้วยประกันเดินทางจากกรุงเทพประกันภัย พร้อมตั้งเป้าปีแรกมียอดเปิดใช้บริการบัตรไม่ต่ำกว่า 100,000 ใบนายโชค ณ ระนอง ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการสายบัตรเครดิต ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารพร้อมนำเสนอบัตร ‘Bangkok Bank Travel Card’ บัตรเงินสดแบบเติมเงิน (Prepaid card) ที่ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้คอนเซปต์ “ไป…ให้ถึง” เพื่อเติมเต็มประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับนักเดินทางชาวไทยที่นิยมท่องเที่ยวในต่างประเทศ ด้วยสิทธิประโยชน์คุ้มครบวงจร ตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง จนถึงทุกจุดหมายปลายทาง ได้แก่-เที่ยวคุ้มทั่วโลก รองรับการทำรายการชำระสินค้าและบริการ 150 สกุลเงินทั่วโลก ทั้งสกุลเงินที่แลกเก็บไว้ในบัตร และสกุลเงินที่นอกเหนือที่รองรับจะทำรายการผ่านเงินสกุลไทยบาทที่เติมอยู่ในบัตร โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนของ Mastercard ณ ช่วงเวลาทำการ โดยไม่มีค่าความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลต่างประเทศ 2.5% (Foreign Exchange Rate Risk : FX Rate) ในทุกการใช้จ่ายผ่านบัตร และถอนเงินสดสกุลเงินต่างประเทศผ่านเครื่อง ATM ที่ต่างประเทศที่รองรับ Mastercard ทั่วโลก-ได้เรทถูกใจ แลกได้ทันที่ สามารถตั้งเตือนเรทถูกใจ แลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินต่างประเทศในบัตรได้มากถึง 11สกุลเงิน ได้แก่ USD, GBP, EUR, JPY, HKD, SGD, CNY, AUD, NZD, CAD, และ CHF ด้วยตนเองตลอด 24 ชม. ผ่านโมบายแบงก์กิ้งธนาคารกรุงเทพ-อุ่นใจกับเที่ยวบินที่เดินทาง รับความคุ้มครองประกันภัยการเดินทางต่างประเทศมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท โดย บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) และสิทธิประโยชน์ Mastercard Flight Delay Pass เข้าใช้ห้องรับรองสนามบินกว่า 1,500 แห่งทั่วโลกเมื่อเที่ยวบินล่าช้า เริ่มใช้ได้ตั้งแต่ 15 มกราคม 2569 เป็นต้นไป-สิทธิพิเศษก่อนบิน รับฟรีสิทธิเข้าใช้บริการห้องรับรองพิเศษ Miracle Lounge มูลค่า 1,500 บาท เมื่อมียอดใช้จ่ายสะสม ตามเงื่อนไขที่กำหนด และรับส่วนลดสูงสุด 30% สำหรับผู้ถือบัตรพร้อมผู้ติดตามสูงสุด 5 ท่านต่อเที่ยวบิน แบบไม่จำกัดจำนวนครั้งต่อปี-เปลี่ยนทุกช่วงเวลา ให้เป็นโอกาสพิเศษ จาก Mastercard Priceless Specials ช็อปจัดเต็มตลอดปี รับเงินคืน หรือส่วนลด และบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากร้านค้าชั้นนำทั่วโลก ตลอดปี ตามเงื่อนไขที่ Mastercard กำหนดนอกจากนี้ บัตร ‘Bangkok Bank Travel Card’ ยังมาพร้อมมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงและบริการ SMS Spending Alert เพื่อสร้างความมั่นใจในทุกการใช้จ่าย ให้ทุกการเดินทางเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและความประทับใจแบบ “ไปถึง” อย่างแท้จริง“ปัจจุบันคนไทยนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวในต่างประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สอดคล้องกับข้อมูลของสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) ที่คาดการณ์ว่าในปี 2568 จะมีคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศ (Outbound) ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคน จากแรงหนุนของมาตรการฟรีวีซ่า โดยเฉพาะในประเทศที่มีวัฒนธรรมที่น่าสนใจและธรรมชาติที่สวยงาม สายการบินเปิดให้บริการบินตรงในเส้นทางใหม่ๆ เทรนด์ Workation หรือ การทำงานระหว่างเดินทาง และราคาตั๋วเครื่องบินที่ปรับลดลง ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้นักเดินทางตัดสินใจเที่ยวต่างประเทศง่ายและบ่อยขึ้น ซึ่งบัตร ‘Bangkok Bank Travel Card’ จะไม่ใช่แค่เครื่องมือทางการเงิน แต่จะเป็นเหมือน “เพื่อนคู่คิด” ด้านการเงินสำหรับนักเดินทางยุคใหม่ ที่จะช่วยให้ทุกการใช้จ่ายในต่างแดนเป็นเรื่องง่าย ได้ประโยชน์คุ้มครบวงจรอย่างแท้จริง และด้วยจุดเด่นของบัตร ‘Bangkok Bank Travel Card’ ทำให้มั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับจากนักเดินทางเป็นอย่างดี และมียอดสมัครใช้บริการในปีแรกไม่ต่ำกว่า100,000 บัตร” นายโชค กล่าวพิเศษ! ลูกค้าและผู้สนใจ สมัคร ‘Bangkok Bank Travel Card’ ตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 31 ธันวาคม 2569 ฟรีค่าธรรมเนียมแรกเข้า 200 บาท พร้อมโปรโมชั่นเปิดตัวบัตร รับ Cashback 3% สูงสุด 1,500 บาท เมื่อรูด/แตะจ่ายทุก 1,000 บาท ณ ร้านค้าในต่างประเทศและร้านค้าออนไลน์ที่จดทะเบียนในต่างประเทศในระยะเวลาที่กำหนด รับฟรี สิทธิเข้าใช้บริการห้องรับรองพิเศษ Miracle Lounge มูลค่า 1,500 บาท เมื่อมียอดใช้จ่ายสะสม ตามเงื่อนไขที่กำหนด และรับส่วนลดสูงสุด 30% สำหรับผู้ถือบัตรพร้อมผู้ติดตามสูงสุด 5 ท่านต่อเที่ยวบิน แบบไม่จำกัดจำนวนครั้งต่อปี และ รับส่วนลด 50% สำหรับ AIS SIM Roaming

10 รองเท้าใส่สบาย เที่ยวต่างประเทศ เดินในเมือง 2025 สายเที่ยวห้ามพลาด!
อ่าน

10 รองเท้าใส่สบาย เที่ยวต่างประเทศ เดินในเมือง 2025 สายเที่ยวห้ามพลาด!

เที่ยวต่างประเทศ 2025 จะสนุกกว่าเดิม ถ้าเริ่มจากการ เลือกรองเท้าใส่สบาย สำหรับเดินในเมือง เพราะวันเต็มๆ ของการเดินในเมือง ต้องเจอกับถนนหลากพื้นผิว เดินชมสถาปัตยกรรม หรือช้อปปิ้งเพลินๆ ถ้าเลือกรองเท้าไม่ดี รับรองว่าเท้าเจ็บจนหมดสนุกแน่นอนค่ะ วันนี้เราเลยรวม 10 รองเท้าใส่สบาย เที่ยวต่างประเทศ เดินในเมือง 2025 มาให้กันค่ะ ไปดูกันเลยว่ารองเท้าแบบไหนที่ใส่สบาย เหมาะกับทุกทริปเดินเที่ยวในเมืองแบบไม่ต้องกลัวเจ็บเท้าค่ะ รองเท้าใส่สบาย เที่ยวต่างประเทศ เดินในเมือง 2025ใส่สบาย ทนทาน ไม่กัดเท้า เดินเที่ยวชิลๆ ได้ทั้งวัน 1. ASICS GEL-KAYANO 14 ASICS GEL-KAYANO 14 เป็นรองเท้าที่สายเที่ยว หรือสายเดินในเมืองปี 2025 ต้องมี รุ่นนี้ได้แรงบันดาลใจจากสไตล์ปลายยุค 2000s ดีไซน์ออกมาเท่แบบเรโทร ใส่แล้วสบายด้วยวัสดุและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่อัปเกรดมาให้เข้ากับยุคนี้ ความพิเศษคือ GEL-KAYANO 14 ถือเป็นการรีเทิร์นของตำนาน ด้วยดีไซน์ที่หยิบเอาโครงสร้างดั้งเดิมจากปี 2008 มาตีความใหม่ให้ดูสดและร่วมสมัยยิ่งขึ้น ที่สำคัญยังมาพร้อม เทคโนโลยี GEL ที่พื้นรองเท้า ช่วยซับแรงกระแทกได้ดีมาก ใส่เดินทั้งวันก็ยังรู้สึกสบาย เที่ยวไกลแค่ไหนก็ไม่หวั่น เรียกได้ว่าเป็นรองเท้าที่รวมทั้งความคลาสสิกและความสบายไว้ในคู่เดียว ใครได้ลองเป็นต้องอยากพกไปทุกทริปแน่นอนค่ะ 🌟 ราคา : 5,900 บาท ============= 2. Skechers GO WALK FLEX ใครกำลังมองหา รองเท้าใส่สบาย เที่ยวต่างประเทศ เดินในเมือง 2025 Skechers GO WALK FLEX ก็น่าลองค่ะ รองเท้าผูกเชือกคู่นี้มาพร้อมดีไซน์สบายๆ ส่วนบนเป็นตาข่ายและวัสดุสังเคราะห์ ใส่แล้วระบายอากาศดี ไม่ร้อนเท้า พื้นรองเท้าเป็น Skechers Air-Cooled Goga Mat ช่วยรับแรงกระแทกแบบดีดตัว ให้ทุกก้าวเดินนุ่มสบาย และยังมี ระบบ ULTRA GO ทำให้เดินทั้งวันไม่เมื่อย เสริมด้วยชั้นโฟม Ortholite ใส่สบาย ยาวนาน และระบายอากาศได้ดี แถมยังมีส่วนผสมยางรีไซเคิล 5% ช่วยรักษ์โลกไปในตัวอีกด้วยค่ะ 🌟 ราคา : 2,390 บาท ============= 3. New Balance 530 Unisex New Balance 530 Unisex รุ่นนี้คือคู่ใจสำหรับสายเที่ยวเลย ไม่ว่าจะใส่เดินเล่นในเมือง หรือใส่ลุยทริปต่างประเทศก็เอาอยู่สบายๆ จุดเด่นคือมีสีใหม่ๆ ให้เลือกเพียบ สวยทุกสีจนเลือกยากเลยค่ะ ดีไซน์ของรองเท้าได้แรงบันดาลใจจาก รองเท้าวิ่งยุค 90s - 2000s บอกเลยว่าคลาสสิกสุดๆ แต่ใส่แล้วได้ความเท่ที่ทันสมัยไปพร้อมกัน เรื่องความสบายไม่ต้องห่วง เพราะมาพร้อม เทคโนโลยี ABZORB ที่ช่วยซับแรงกระแทกได้ดี เดินทั้งวันก็ไม่เมื่อย แถมอัปเปอร์เป็นผ้าตาข่าย ระบายอากาศได้ดี ใส่แล้วโล่งสบายตลอดทั้งวัน ถ้าอยากได้รองเท้าที่ใส่สบาย เท่ คลาสสิก และแมตช์ได้ทุกลุค ต้องลองจัด New Balance 530 สักคู่แล้วจะติดใจค่ะ 🌟 ราคา : 3,900 บาท ============= 4. PUMA Speedcat OG PUMA Speedcat OG รุ่นนี้คือความคลาสสิกที่มาพร้อมความเท่สุดๆ ใครที่กำลังมองหา รองเท้าใส่เดินเล่นในเมือง หรือเอาไป ใส่เที่ยวต่างประเทศปี 2025 บอกเลยว่าตอบโจทย์มาก เพราะใส่สบาย เดินนานๆ ก็ไม่เมื่อย แรงบันดาลใจของรุ่นนี้มาจากโลกแห่งความเร็วในสนามแข่ง ทำให้ดีไซน์ดูเพรียว บาง และโฉบเฉี่ยวแบบไม่เหมือนใคร วัสดุเขาก็ไม่ธรรมดาค่ะ ด้านบนทำจากหนัง พื้นชั้นกลางกับพื้นชั้นนอกเป็นยางที่ช่วยเรื่องการเกาะพื้นได้ดี ด้านข้างมีแถบ PUMA Formstrip ที่ทำจากหนังกลับ เพิ่มความเท่ในสไตล์เรโทร ส่วนตรงปลายเท้าก็มีลายปัก PUMA Cat ดูแล้วรู้เลยว่าเป็นรุ่นเอกลักษณ์ของแบรนด์จริงๆ เรียกได้ว่าเป็นรองเท้าสไตล์คลาสสิกที่หยิบมาใส่เมื่อไหร่ก็ดูดี ใส่เที่ยวต่างประเทศในเมืองก็เท่ไม่เหมือนใคร ใครอยากได้ลุคสปอร์ตแต่แฝงความเรียบหรู รุ่นนี้คือโจทย์แน่นอนค่ะ 🌟 ราคา 3,800 บาท ============= 5. NIKE Zoom Vomero 5 NIKE Zoom Vomero 5 รุ่นนี้สายเที่ยวหรือใครที่ต้องเดินในเมืองเยอะๆ ต้องถูกใจแน่นอนค่ะ เพราะใส่สบายแถมยังแต่งลุคง่าย จะใส่กับกางเกงยีนส์ ชุดสตรีทก็ดูเข้ากันหมด ดีไซน์มาแบบเลเยอร์จัดเต็มจนได้ทรงที่ดูซับซ้อน มีมิติ และก็เท่มากๆ เห็นแล้วรู้เลยว่าเป็นสนีกเกอร์ตัวท็อปของซีซั่นนี้ จุดเด่นของรุ่นนี้คือมี ระบบ Zoom Air ที่ช่วยซับแรงกระแทก แถมยังดีดตัวกลับเร็ว ทำให้เวลาเดินหรือวิ่งรู้สึกเบาสบายและมีแรงส่งตลอด ส่วนกรอบพลาสติกด้านข้างก็ช่วยรองรับเท้าให้รู้สึกมั่นคงขึ้น เวลาเดินเยอะๆ จะได้ไม่ล้า และพื้นยางชั้นนอกก็ทนทาน เกาะพื้นได้ดี ใส่เที่ยวได้ทั้งวันสบายหายห่วง ถ้าอยากได้รองเท้าที่ทั้งใส่สบาย เท่ และแต่งลุคได้ง่าย NIKE Zoom Vomero 5 คือคู่ที่ไม่ควรพลาดเลย! 🌟 ราคา : 6,000 บาท ============= 6. adidas Gazelle Lo Pro ใครกำลังมองหา รองเท้าใส่สบาย เดินเที่ยวต่างประเทศ หรือเดินเล่นในเมืองทั้งวัน ต้องลอง adidas Gazelle Lo Pro เลยค่ะ รุ่นนี้เป็นรองเท้าคลาสสิกสุดไอคอนิกนี้ถูกปรับโฉมใหม่ให้ใส่สบายขึ้น ด้วยทรงต่ำ และดีไซน์เรียบง่าย แต่ยังคงสไตล์ที่ทุกคนจดจำ อัปเปอร์นุ่มทำจากหนังสังเคราะห์ ใส่แล้วสัมผัสนุ่มสบาย ดีไซน์ปลายเท้า T-shape ซิกเนเจอร์ ให้ความเท่แบบไม่เวอร์ พื้นยางชั้นล่างช่วยซับแรงกระแทก ส่วนซับในผ้านุ่มสบายเดินทั้งวันก็ไม่เมื่อย เรียกได้ว่าเป็น รองเท้าที่ใส่เดินง่าย ใส่สบาย และยังคงความคูลในทุกลุคอีกด้วยค่ะ 🌟 ราคา : 3,800 บาท ============= 7. Onitsuka Tiger MEXICO 66 TGRS Onitsuka Tiger MEXICO 66 TGRS รุ่นนี้บอกเลยว่าคือ สายเที่ยวต้องถูกใจ เพราะจับเอาความหรูแบบรองเท้าส้นเตี้ย มาผสมกับความสบายของสนีกเกอร์ได้อย่างลงตัว ดีไซน์มาในสไตล์สลิปออน แต่เพิ่มสายคาดที่ปรับได้ถึง 3 ระดับ ใส่ง่าย กระชับ และดูเท่สุดๆ ซิลูเอตของรองเท้าดูเพรียวบาง ทำให้ลุคดูสวยมีสไตล์ ตัดกับแถบ Onitsuka Tiger Stripes แบบไดคัทลายดอกไม้ที่ไม่เหมือนใคร แถมเรื่องใส่สบายก็ไม่แพ้ใคร ส้นรองเท้ามีแผ่นเสริมแบบไขว้ และแผ่นรองส้นเพิ่มความกระชับ เดินทั้งวันก็ยังนุ่ม ส่วนพื้นที่รอบนิ้วเท้าออกแบบให้กว้างขึ้นอีกนิดเพื่อความสบาย ไม่บีบจนเกินไป เหมาะใส่เที่ยวต่างประเทศเดินในเมืองสุดๆ และถ้าไปเจออากาศหนาว ลองใส่คู่กับถุงเท้าขนฟูหรือถุงเท้าหนานิดๆ จะช่วยเพิ่มความอุ่นได้ แถมยังดูเก๋เข้ากับสไตล์สลิปออนด้วย ใครอยากได้รองเท้าที่ทั้งสวย หรู และใส่สบาย MEXICO 66 TGRS คือคู่ที่พลาดไม่ได้เลยค่ะ 🌟 ราคา : 4,900 บาท ============= 8. KEEN JASPER KEEN รุ่น JASPER เป็นรองเท้าอีกแบรนด์ที่ใส่สบาย เหมาะสำหรับใส่เที่ยวต่างประเทศ เดินในเมือง เป็นรุ่นที่ขายดีมากๆ ตัวรองเท้าดีไซน์ให้โอบรับรูปเท้าอย่างพอดี พื้นรองเท้าด้านในเป็นโฟมยืดหยุ่น ถอดทำความสะอาดง่าย และ ช่วยซับแรงกระแทกเวลาเดินได้ยาวนาน หัวรองเท้า KEEN.PROTECT ออกแบบมาเพื่อปกป้องนิ้วเท้าโดยเฉพาะ ส่วนด้านบนรองเท้าเป็นหนังกลับ ใส่สบาย และซับในเป็นผ้าตาข่าย ระบายอากาศดีและแห้งเร็ว เดินทั้งวันก็ไม่ร้อนหรืออับชื้น ใครอยากได้รองเท้าที่รวมทั้ง ความสบาย ความทนทาน และสไตล์กลางแจ้งแบบครบๆ Keen Jasper เป็นอีกหนึ่งคู่ที่อยากแนะนำเลยค่ะ 🌟 ราคา : 3,825 บาท ============= 9. Rockfish BRYN VELCRO Rockfish รุ่น BRYN VELCRO เป็น รองเท้าที่เบาใส่สบาย ตัวรองเท้าทำจากวัสดุแอร์เมช ที่ ช่วยให้ระบายอากาศได้ดี ทำให้เท้าไม่อับ มาพร้อมพื้นกลาง IP ที่ช่วยลดน้ำหนักรองเท้าและซับแรงกระแทกได้ดี ตัวพื้นยางด้านนอกทนทานและเกาะพื้นได้ดี ใส่เดินเล่นในเมืองก็เอาอยู่ ส่วนดีไซน์ก็ใช้โทนสีเงินแมตต์ผสมเงินเมทัลลิกให้ลุคเท่แบบมีสไตล์สุดๆ เรียกได้ว่าเป็นรองเท้าที่ทั้งสวย ทั้งทน แถมใส่สบายมาก และถ้าไปเจออากาศหนาว ลองใส่กับถุงเท้าหนานิดๆ จะช่วยเก็บความอุ่นได้ดี แถมยังดูชิคเข้ากับสไตล์รองเท้า ใครกำลังหารองเท้าคู่ที่เบา สบาย และเท่ ต้อง Rockfish BRYN VELCRO คู่นี้เลย! 🌟 ราคา 4,190 บาท ============= 10. Converse Chuck Taylor All Star Converse รุ่น Chuck Taylor All Star เป็นรองเท้าผ้าใบสไตล์ Chuck Taylor ส่วนบนทำจากผ้าใบทนทาน ให้ทั้งลุคและสัมผัสแบบ Chucks แถมรุ่นนี้ยังเพิ่มความสูงด้วยพื้นรองเท้าสองชั้น ทำให้เดินแล้วดูชิคขึ้นทันที และมาพร้อม ระบบกันกระแทก OrthoLite ช่วยให้สวมใส่เดินสบาย เหมาะสำหรับใส่เดินเที่ยวต่างประเทศในเมืองมากๆ เดินทั้งวันก็ไม่ทำให้เท้าปวดเมื่อย รองเท้ารุ่นนี้เรียกได้ว่าเป็นตัวเลือกที่ลงตัวมากๆ สำหรับสายเที่ยวที่อยากได้ทั้งสไตล์และความสบายเลยค่ะ 🌟 ราคา 2,790 บาท ============= รองเท้าใส่เที่ยว ที่น่าสนใจอื่นๆ แนะนำ รองเท้าใส่เที่ยว ผู้ชาย เดินเยอะ เที่ยวต่างประเทศ 2568 ที่สายเดินควรลงทุน 6 รองเท้าผ้าใบ ใส่สบาย เดินเยอะ เที่ยวต่างประเทศ ไม่เมื่อยเท้า ไม่ปวดขา ยี่ห้อไหนดี 7 รองเท้า ใส่สบาย เดินนานๆ เที่ยวต่างประเทศ ไม่เมื่อยขา ยี่ห้อไหนดี

8 รองเท้าใส่เที่ยว ผู้หญิง เดินเยอะ เที่ยวต่างประเทศ 2568 เดินไกลแค่ไหนก็ไม่เมื่อย
อ่าน

8 รองเท้าใส่เที่ยว ผู้หญิง เดินเยอะ เที่ยวต่างประเทศ 2568 เดินไกลแค่ไหนก็ไม่เมื่อย

สาวๆ คนไหนกำลังวางแผน เที่ยวต่างประเทศ 2568 บอกเลยว่าหนึ่งในไอเท็มที่พลาดไม่ได้คือ รองเท้าใส่เดินเที่ยวดีๆ สักคู่ เพราะเวลาเที่ยวจริง เดินเยอะกว่าที่คิดแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการเดินชมเมือง เดินขึ้นเขา หรือเดินช้อปปิ้งยาวๆ ถ้ารองเท้าไม่เวิร์ก รับรองว่าทริปพังตั้งแต่วันแรกแน่ๆ วันนี้เราเลยรวบรวม รองเท้าใส่เที่ยว ผู้หญิง เดินเยอะ เที่ยวต่างประเทศ 2568 ที่ทั้งใส่สบาย เดินได้ทั้งวัน แถมยังแมตช์กับชุดได้ง่าย มาให้เลือกกันแบบจุใจ จะมี รุ่นไหน แบรนด์อะไร น่าโดนบ้าง ตามมาดูกันเลย! รองเท้าใส่เที่ยวต่างประเทศ 2568 ยี่ห้อไหนดีรองเท้าสำหรับผู้หญิง เดินเยอะ แค่ไหนก็ยังชิล 1. FitFlop Rally ใครชอบ รองเท้าผ้าใบ สไตล์เรียบๆ แต่มีดีเทลน่าสนใจ ต้องลองคู่นี้เลย FitFlop Rally Leather Strap หัวรองเท้าทรงกลมแบบคลีนๆ แมทช์ง่ายกับทุกลุค ไม่ว่าจะกางเกงยีนส์ เดรส หรือกางเกงผ้าทรงสวย จุดเด่นคือ สายรัดแบบตะขอและห่วง 3 เส้น ที่ได้ฟีลเท่แบบยุค 90 แถมใส่ง่ายกว่ารองเท้าผ้าใบทั่วไป ไม่ต้องผูกเชือกให้วุ่นวาย พื้นรองเท้าใช้ เทคโนโลยี Anatomicush เบา นุ่ม รองรับแรงกระแทกดี ใส่เดินทั้งวันก็ไม่เมื่อย และยังมีเส้นยืดหยุ่นใต้รองเท้า ช่วยให้เท้าเคลื่อนไหวได้อย่างธรรมชาติ วัสดุเป็นหนังแท้นุ่มมาก ใส่แล้วไม่กัดเท้า ใครที่กำลังมองหารองเท้าที่ใส่ง่าย ดูดี และสบายเท้าทั้งวัน คู่นี้คือคุ้มมากค่ะ ราคา 4,497 บาท ================= 2. Asics Gel-Kayano 20 Asics Gel-Kayano 20 ออกแบบมาเพื่อรองรับความสบายเท้า และ รองรับแรงกระแทกได้ดี ใส่เดินได้ทั้งวันแบบไม่เมื่อย จุดเด่นอยู่ที่ดีไซน์ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากอาคารและรถยนต์ ทำให้รูปทรงดูเท่แบบเทคนิคอล ใส่ง่าย เข้ากับลุคในชีวิตประจำวันได้สบาย โครงสร้างส่วนบนใช้ เทคโนโลยี FLUIDFIT ให้ความกระชับเหมือนสวมถุงมือ พร้อม เส้น TPU แบบไขว้ที่ช่วยรองรับเท้าในจุดสำคัญ เพิ่มความมั่นคงเวลาเคลื่อนไหว ส่วนพื้นมีระบบ GEL แบบคู่ ดูดซับแรงกระแทกได้ดี เสริมด้วย GUIDANCE TRUSSTIC ที่ช่วยให้การก้าวมีความมั่นคงและสมูทมากขึ้น ใครที่มองหารองเท้าคู่ใจใส่เดิน เล่นกีฬา หรือใช้ในชีวิตประจำวันแบบที่ใส่ได้นานๆ โดยยังรู้สึกนุ่มสบาย รุ่นนี้ตอบโจทย์ได้ครบเลยค่ะ ราคา 6,500 บาท ================= 3. Nike Zoom Vomero 5 ถ้ากำลังมองหารองเท้าที่ใส่แล้วทั้งสบายและสวย ต้องลองมาทำความรู้จักกับ Nike Zoom Vomero 5 รุ่นนี้เลย ดีไซน์สวยแบบเรียบเท่ มีความวินเทจนิดๆ ผสมกับความล้ำแบบยุคใหม่ ใส่แล้วดูแฟชั่นแต่ก็ไม่ทิ้งเรื่องความสบาย ตัวรองเท้ามีดีเทลเยอะ แต่จัดวางได้ลงตัว ไม่ดูเยอะเกินไป วัสดุเป็น ผ้าตาข่ายผสมหนังสังเคราะห์ ทำให้ ใส่แล้วเบา และระบายอากาศดี ไม่อับเท้า จะเดินเล่นทั้งวันหรือใส่เที่ยวก็เอาอยู่ ส่วนความนุ่มนี่ไม่ต้องห่วงเลย เพราะมี เทคโนโลยี Zoom Air ช่วยซับแรงกระแทก ทุกย่างก้าว เดินเยอะแค่ไหนก็ไม่ปวดเมื่อยเท้า ใครที่ต้องเดินทั้งวัน หรือชอบรองเท้าที่ใส่แล้วนิ่มแต่ไม่ยวบ น่าจะชอบคู่นี้แน่นอน รวมๆ รองเท้ารุ่นนี้ถือเป็นรองเท้าที่ใส่ง่าย เข้ากับเสื้อผ้าได้หลายลุค จะใส่กับยีนส์ เสื้อยืด หรือชุดลำลองก็รอดหมด เป็นอีกคู่ที่ครบทั้งเรื่องดีไซน์และความสบายเลยค่ะ ราคา 6,000 บาท ================= 4. Skechers DLites Chromatic มาต่อกันที่ รองเท้าผ้าใบ สไตล์สปอร์ตจาก Skechers รุ่น D'Lites - Chromatic ออกแบบมาเพื่อคนที่อยากได้ทั้งความเท่ และความสบายในทุกก้าวที่เดิน ตัวรองเท้าทำจาก ผ้าตาข่ายระบายอากาศผสมวัสดุสังเคราะห์ ทำให้ใส่แล้วไม่อับเท้า แม้ต้องเดินทั้งวัน มาพร้อมพื้นรองเท้าแบบ Air-Cooled Memory Foam ที่ช่วยระบายอากาศและรองรับแรงกดได้ดี ส่วนพื้นชั้นกลาง ช่วยซับแรงกระแทก เพิ่มความนุ่มสบาย ไม่ว่าจะเดิน ช้อป หรือเดินเที่ยวก็ลุยได้แบบไม่เมื่อยเท้า แถมพื้นรองเท้าด้านนอกยังยึดเกาะพื้นได้ดี และมีความยืดหยุ่นสูง ช่วยให้ทรงตัวได้ดีแม้บนพื้นผิวที่ไม่เรียบ พร้อมลุยทุกกิจกรรมได้แบบมั่นใจแน่นอนค่ะ เรียกได้ว่าเป็นรองเท้าที่ใส่แล้วสวย เท่ แถมยังสบายเท้าจะจับแมทช์คู่กับลุคลำลองหรือสปอร์ตแคชชวลก็ดูดีไม่ตกเทรนด์ เพราะดีไซน์เรียบ แต่เก๋ ใส่ง่าย เข้าได้กับแทบทุกชุดเลยค่ะ ราคา 2,493 บาท ================= 5. Onitsuka Tiger Mexico 66 Onitsuka Tiger รุ่น Mexico 66 คู่นี้เรียกได้ว่า เป็นรองเท้าคลาสสิกที่ไม่มีวันเอาต์ เพราะเป็นการรวมตัวของสองตำนานจากยุค 60s อย่าง รองเท้า LIMBER-UP ที่เปิดตัวในปี 1961 และดีไซน์ของ Limber จากปี 1966 ที่เป็นรุ่นแรกๆ ที่ได้ใส่ลายเส้น Onitsuka Tiger Stripes ที่เป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ไว้แบบจัดเต็ม ถึงจะหน้าตาวินเทจ แต่ขอบอกว่าเขาอัปเกรดฟีลลิ่งให้ทันสมัยสุดๆ ด้วยวัสดุด้านนอกที่ใช้หนังแท้ ดูเท่แต่ยังเบา ใส่เดินได้ชิลๆ ทั้งวัน ที่สำคัญคือพื้นด้านในเค้าใส่ แผ่น OrthoLite มาช่วยซัพพอร์ตแรงกระแทก เดินสบายเท้า แบบไม่ต้องกลัวเมื่อย จะใส่เที่ยว ใส่เดินช้อป หรือใส่เก๋ๆ ถ่ายรูปคาเฟ่ ก็เอาอยู่ทุกลุค บอกเลยว่าใครชอบความวินเทจที่มีความเท่แบบร่วมสมัย รุ่นนี้คือตัวแทนของความคลาสสิกที่คูลไม่มีวันตกยุคเลย! ราคา 5,300 บาท ================= 6. PUMA Speedcat OG PUMA Speedcat OG เป็นรองเท้าผ้าใบที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากความเร็วของ สนามแข่งรถ ซึ่งออกแบบมาให้มีความเพรียวบางและกระชับ ใส่แล้วให้ความรู้สึกคล่องตัวและเท่แบบวินเทจ สไตล์ Y2K ที่กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง ส่วนบนของรองเท้าทำจากหนังกลับที่ ให้สัมผัสนุ่มนวล สวมใส่สบาย พร้อมกับโลโก้ PUMA Cat ที่ปลายเท้าและแถบ Formstrip ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ และพื้นรองเท้ายางก็ช่วย เพิ่มการยึดเกาะ ทำให้ใส่เดิน ขับรถ หรือใส่ชิลๆ ได้อย่างมั่นใจ รองเท้ารุ่น Speedcat OG เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบลุคสตรีทมินิมอล สามารถจับคู่กับกางเกงวอร์ม กางเกงยีนส์ หรือกระโปรงได้อย่างลงตัวสุดๆ เลยค่ะ ราคา 3,800 บาท ================= 7. FILA Ibis FILA Ibis คู่นี้บอกเลยว่าสาวๆ ต้องมีติดบ้าน เพราะนอกจากจะดีไซน์น่ารักสไตล์สปอร์ตที่ใส่ง่ายเข้าได้กับทุกลุคแล้ว เรื่องวัสดุก็ไม่ธรรมดาเลยค่ะ ส่วนบนทำจาก วัสดุสังเคราะห์ที่ทั้งเบา และระบายอากาศได้ดี ไม่ต้องกลัวอับชื้น แม้ใส่เดินทั้งวัน ส่วนพื้นรองเท้าด้านในเป็น โฟมนุ่มๆ ที่ช่วยให้สบายเท้าใส่เดินแล้วไม่เมื่อย ส่วนพื้นรองเท้าด้านนอกทำจาก EVA ที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแรงและทนทาน จะใส่เดินเล่นในห้างหรือเดินลุยในเมืองก็ตอบโจทย์ บอกเลยว่าคู่นี้ครบเครื่องทั้งดีไซน์และความสบาย ใครกำลังหารองเท้าคู่ใจไว้ใส่ชิคๆ เดินเล่นทั้งวันแบบไม่เมื่อย FILA IBIS ถือเป็นอีกแบรนด์ที่อยากแนะนำเลยค่ะ ราคา 1,183 บาท ================= 8. Keds The Court ปิดท้ายกันที่ Keds The Court คู่นี้คือความคลาสสิกที่ถูกเสิร์ฟมาพร้อมกลิ่นอายเทนนิสยุคเก่า แต่ใส่ฟีลความสบายแบบคนยุคใหม่เข้าไปเต็มๆ ดีไซน์ดูเรียบ เท่ มีสไตล์แบบวินเทจที่ไม่เชย จะใส่กับยีนส์ลุยๆ หรือแมตช์กับลุคสปอร์ตเบาๆ ก็รอดทุกสถานการณ์ ตัวรองเท้า ทำจากหนังแท้ มีดีเทลหนังกลับตรงขอบที่เพิ่มความละมุน ซับในรองเท้าเป็น ผ้าตาข่ายเนื้อนุ่มที่ใส่แล้วไม่อับ ไม่ร้อน ให้เท้าหายใจได้แบบสบายๆ ทั้งวัน พื้นรองเท้าด้านในบุด้วย Softerra โฟมรีไซเคิลที่นุ่มนิ่มแบบว้าวสุด ใส่นาน เดินเยอะ แค่ไหนก็ไม่เมื่อย ส่วนพื้นด้านนอกทำจากยางน้ำหนักเบา ใส่แล้วเดินลื่นไหลไม่สะดุด ใครที่กำลังมองหารองเท้าผ้าใบที่หยิบใส่เมื่อไรก็ดูดีแบบไม่ต้องคิดเยอะ Keds The Court คู่นี้ตอบโจทย์แน่นอนค่ะ ราคา 2,650 บาท ================= รองเท้าใส่เที่ยว เดินสบายๆ ที่น่าสนใจอื่นๆ 5 รองเท้าใส่เที่ยว ราคาถูก งบ 2,000 นิดๆ รองเท้าผ้าใบ ยี่ห้อไหนดี ใส่สบาย ไม่เมื่อยขา 6 รองเท้าผ้าใบ ใส่สบาย เดินเยอะ เที่ยวต่างประเทศ ไม่เมื่อยเท้า ไม่ปวดขา ยี่ห้อไหนดี 7 รองเท้า ใส่สบาย เดินนานๆ เที่ยวต่างประเทศ ไม่เมื่อยขา ยี่ห้อไหนดี

แนะนำ รองเท้าใส่เที่ยว ผู้ชาย เดินเยอะ เที่ยวต่างประเทศ 2568 ที่สายเดินควรลงทุน
อ่าน

แนะนำ รองเท้าใส่เที่ยว ผู้ชาย เดินเยอะ เที่ยวต่างประเทศ 2568 ที่สายเดินควรลงทุน

ไปเที่ยวทั้งทีจะให้เดินปวดเท้าตั้งแต่วันแรกก็ไม่ไหวใช่มั้ย? โดยเฉพาะ ทริปต่างประเทศ ที่ต้องเดินเยอะๆ ทั้ง ขึ้นบันได รถไฟฟ้า ลากกระเป๋า หรือเดินเล่นยาวๆ ตามถนนสวยๆ รองเท้าใส่เที่ยวดีๆ นี่แหละคือของจำเป็นสุดๆ ถ้าคุณกำลังมองหา รองเท้าใส่เที่ยว ผู้ชาย เดินเยอะ เที่ยวต่างประเทศใส่สบาย เดินได้นาน และยังดูดีในทุกลุค แบบครบจบในคู่เดียว เดี๋ยวจะพาไปดูว่ามีคู่ไหนน่าโดนบ้าง บอกเลยว่าคัดมาแล้ว รับรองว่าถูกใจสายเที่ยวแน่นอน! รองเท้าใส่เที่ยวต่างประเทศสำหรับผู้ชาย 2568แบรนด์ไหนดี ใส่สบาย ไม่ปวดเท้า 1. On Cloud 5 ถ้าใครเป็นสายลุย เที่ยวทั้งวัน เดินเยอะ หรือใช้ชีวิตแบบแอคทีฟ On Cloud 5 คือ รองเท้าผ้าใบผู้ชาย ที่อยากแนะนำให้ลอง คู่นี้โดดเด่นเรื่องความเบาแบบสุดๆ ที่สำคัญคือมาพร้อมเทคโนโลยี CloudTec ที่ช่วยรองรับแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม เดินบนพื้นแข็งนานแค่ไหนก็ ไม่เมื่อย ไม่ปวดเท้า อีกจุดที่ชอบมากคือเชือกรองเท้าแบบ Speed Lacing แค่สวมแล้วดึงก็แน่นพอดี ไม่ต้องเสียเวลาผูกเชือกให้วุ่นวาย ใส่ง่าย ถอดง่าย เหมาะกับคนที่ไม่ชอบความยุ่งยากเลย ดีไซน์รองเท้าก็เป็นแบบเท่แต่มินิมอล ใส่ได้กับเสื้อผ้าหลายแนว จะจับคู่กับชุดลำลอง หรือใส่เดินชิลในเมืองก็ดูดีไม่มีหลุดธีม แถมรองเท้ารุ่นนี้ยังผลิตจาก วัสดุรีไซเคิลมากกว่า 40% คือได้ ใส่รองเท้าดีๆ ไปเที่ยวแบบสบายเท้า แถมยังมีส่วนช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ใครที่กำลังมองหารองเท้าใส่เที่ยวที่เบาสบาย เดินได้นาน On Cloud 5 คคือตัวเลือกที่ตอบโจทย์มาก ราคา 4,640 บาท =============== 2. New Balance 2002R New Balance 2002R เป็นรองเท้าที่เรียกได้ว่าใส่แล้วดูดีแบบ Effortless มากๆ ดีไซน์มาในแนววินเทจผสมความทันสมัยนิดๆ ทรงออกแนว Dad shoes แต่ไม่เทอะทะ ใส่กับอะไรก็แมตช์ง่าย ทั้งยีนส์ เสื้อยืด หรือชุดแนวสตรีทหน่อยๆ ก็ยังรอด วัสดุใช้ผ้าตาข่ายผสมหนังกลับที่ให้สัมผัสดูดีมี Texture ใส่แล้วดูแพงเบาๆ จุดเด่นคือความใส่สบายเพราะพื้นรองเท้าใช้เทคโนโลยี ABZORB กับ N-ergy ที่ช่วย ซับแรงกระแทกได้ดี เดินนานๆ ก็ยังสบาย ไม่รู้สึกเมื่อยง่าย เหมาะมากสำหรับใครที่ชอบเดินเที่ยวนานๆ ใครกำลังมองหารองเท้าที่ใส่แล้วไม่เมื่อย ไม่ปวดส้นเท้า ขอแนะนำรองเท้า New Balance รุ่น 2002R เลยค่ะ เรียกได้ว่าเป็นรองเท้าที่ใส่ได้ทุกวันจริงๆ ทั้งสบายและดูดีมีสไตล์ ใส่ได้ยาวๆ แบบไม่ตกเทรนด์ ถือว่าคู่นี้ไม่ควรพลาดเลยค่ะ ราคา 3,990 บาท =============== 3. Skechers BOBS Bamina 2 Skechers BOBS Bamina 2 เป็น รองเท้าผ้าใบที่ใส่ง่าย ใส่สบาย และ ดูดี จุดเด่นของรองเท้าคู่นี้คือความนุ่มของพื้นรองเท้าที่ใช้ Memory Foam ทำให้เวลาเดินแล้วจะรู้สึกสบายสุดๆ ส่วนดีไซน์ของตัวรองเท้าออกแบบมาเป็นแบบผ้าใบผูกเชือก ดูเรียบง่ายแต่เท่ จะใส่เดินเที่ยว ใส่ทำงาน ก็รอดทุกลุค ส่วนบนของรองเท้าใช้วัสดุผ้าถักที่นุ่มและยืดหยุ่น ใส่แล้วไม่บีบรัดเท้า แถมยังมีวัสดุสังเคราะห์ช่วยเสริมให้รองเท้าทนทานยิ่งขึ้น ในส่วนของพื้นรองเท้าก็ไม่ธรรมดา เพราะพื้นตรงกลางถูกออกแบบให้ซับแรงกระแทกได้ดี เดินเยอะๆ ก็ไม่รู้สึกเมื่อย ส่วนพื้นด้านนอกก็เป็นยางที่ยึดเกาะดีมากๆ เวลาเดินบนพื้นเปียกก็ยังรู้สึกมั่นใจ ไม่ลื่นง่าย ใครที่ชอบรองเท้าสไตล์มินิมอล แต่เน้นความสบายและการใช้งานจริงจัง Skechers Bamina 2 นี่แหละ คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์แบบจบในคู่เดียวเลยค่ะ ราคา 1,359 บาท =============== 4. Hoka Clifton 10 Wide HOKA Clifton 10 WIDE Men คู่นี้ออกแบบมาเพื่อคนเท้ากว้างที่ต้องการความสบายขั้นสุด ตัวรองเท้าใช้ผ้าถัก Jacquard knit ที่ช่วยกระชับช่วงปลายเท้า ใส่แล้วไม่บีบ พร้อมจุดสะท้อนแสงรอบตัว ช่วยให้มองเห็นชัดในที่มืด พื้นชั้นนอกเป็นยางที่ทนทาน ใช้งานได้นาน ส่วนพื้นกลางใช้ โฟม CM EVA ที่นุ่ม เบา และเสริมความสูงช่วงส้นเท้าอีก 3 มม. เดินสบายไม่เมื่อย เทคโนโลยี Smooth MetaRocker ช่วยให้ก้าวเดินลื่นไหล และ Active Foot Frame ก็ช่วยล็อกส้นเท้าให้มั่นคง ใส่แล้วรู้สึกพอดีและมั่นใจตลอดวัน ด้านในมี แผ่น Molded EVA รองรับเท้า อีกชั้น เพิ่มความนุ่มได้อีก ทำให้เดินได้ทั้งวันแบบไม่รู้สึกเมื่อย ไม่ว่าจะเป็นสายวิ่ง สายเที่ยวเดินทั้งวัน หรือใครที่มีแพลนเดินเยอะๆ ใน ทริปต่างประเทศ Hoka Clifton 10 Wide ก็ตอบโจทย์แบบครบจบในคู่เดียว และด้วยดีไซน์ที่ดูสปอร์ตทันสมัย จะจับคู่กับลุคไหนก็เข้า บอกเลยว่าใครมองหารองเท้าที่ทั้งสวยและใส่สบาย ต้องลองรุ่นนี้เลย! ราคา 5,990 บาท =============== 5. Adidas Equipment Agravic Adidas Equipment Agravic คู่นี้คือการจับความเท่จากยุค 90 มารีเฟรชใหม่ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ยุคนี้แบบลงตัว ด้วยดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจจาก รองเท้า EQT รุ่นตำนาน ผสมผสานกลิ่นอายคลาสสิกกับความล้ำสมัย ทำให้ได้ลุคสตรีทที่ดูมีเอกลักษณ์ จุดเด่นอยู่ที่ทรงรองเท้าโค้งนิดๆ ที่ช่วยให้เวลาเดินรู้สึกไหลลื่น ตั้งแต่ส้นยันปลายเท้า ส่วนพื้นรองเท้าชั้นล่างเป็นยางแบบ Agravic ซึ่งจริงๆ แล้วถูกออกแบบมาเพื่อวิ่งเทรลบนภูเขา จึงให้การยึดเกาะที่มั่นคงแม้เดินบนพื้นหลากหลายแบบ อัปเปอร์ของคู่นี้ทำจาก ผ้า Dyneema ที่ทั้งเบาและทน เสริมด้วยโอเวอร์เลย์ลายเส้น และดีเทล TPU ที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงในจุดที่ต้องรับแรงเยอะๆ ที่สำคัญคือดีไซน์ของรองเท้าคู่นี้จับแมตช์กับเสื้อผ้าได้หลากหลายมาก จะใส่กับกางเกงยีนส์ เสื้อยืด หรือแม้แต่สวมกับชุดทำงานแบบกึ่งทางการก็ยังดูดี มีความแฟชั่นแต่ไม่เวอร์ ใครที่ชอบรองเท้าลุคสปอร์ตแต่ไม่ทิ้งความเท่แบบสตรีทแฟชั่น รุ่นนี้ถือว่าตอบโจทย์ทั้งการใช้งานและสไตล์แบบครบๆ ราคา 8,300 บาท =============== 6. Vans UltraRange Neo VR3 Vans UltraRange Neo VR3 คู่นี้ต้องบอกเลยว่าให้ฟีลต่างจาก Vans ที่เราคุ้นเคยพอสมควร มาในลุคที่ดูคล้ายสนีกเกอร์มากกว่ารองเท้าสเก็ต ด้วยดีไซน์ที่ผสมผสาน ผ้าตาข่าย Mesh กับหนังกลับ ทำให้ดูคลีนๆ ใส่ง่าย เข้ากับลุคสตรีทแบบชิลๆ ได้สบาย ในส่วนของเรื่องความสบายถือว่าทำได้ดี เพราะตัวรองเท้ามี น้ำหนักเบา พื้นนุ่มกว่า Vans รุ่นคลาสสิก เพราะไม่ได้ใช้พื้น Waffle แบบแข็งๆ ทำให้ใส่เดินนานๆ ได้แบบไม่รู้สึกเมื่อย เหมาะมากสำหรับวันชิลๆ ที่ต้องเดินเยอะ อีกหนึ่งจุดเด่นของรุ่นนี้คือความใส่ใจสิ่งแวดล้อม เพราะ UltraRange Neo VR3 อยู่ในไลน์ Sustainable ของ Vans ทั้งอัปเปอร์ทำจากวัสดุรีไซเคิล หนังที่ผ่านการรับรองจาก Leather Working Group ส่วน Midsole ใช้โฟม Bio-based EVA และ Outsole ก็ผลิตจากยางธรรมชาติที่มาจากแหล่งปลูกแบบยั่งยืน ใครที่มองหารองเท้าผ้าใบที่ครบทั้งสไตล์ น้ำหนักเบา ใส่สบาย แถมยังรักษ์โลก คู่นี้คืออีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่ควรพลาดเลยค่ะ ราคา 4,990 บาท =============== 7. Nike Air Max AP Nike Air Max AP คู่นี้มาพร้อมดีไซน์โฉบเฉี่ยวแนวสปอร์ต ผสมผสานความคลาสสิกจากรุ่นตำนานอย่าง Air Max 97 เข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ตัวรองเท้าออกแบบมาให้ทรงเพรียวบาง ใส่แล้วดูเท่แบบเรียบๆ ไม่เยอะจนเกินไป เหมาะทั้งกับลุคลำลองและลุคสตรีท อัปเปอร์ทำจากผ้าตาข่ายที่ระบายอากาศได้ดี ผสมกับวัสดุสังเคราะห์ที่เพิ่มความทนทาน ส่วนหุ้มข้อบุนวมนุ่ม ช่วยลดการเสียดสีเวลาเดินหรือใส่นานๆ พื้นรองเท้าชั้นกลางใช้โฟมที่นุ่มกว่าเดิม เสริมด้วยเทคโนโลยี Air Max เต็มความยาว ให้ความรู้สึกนุ่ม เด้ง และรองรับแรงกระแทกได้ดีมาก น้ำหนักรองเท้าก็มีความเบา ใส่เดินเล่น เที่ยวทั้งวัน หรือแม้แต่ใส่ไปทำงานก็ยังสบายเท้า ที่สำคัญคือดีไซน์เรียบเท่ใส่ง่าย จะจับคู่กับยีนส์ ขาสั้น หรือชุดลำลองก็เข้ากันหมด เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ครบทั้งดีไซน์และความสบาย เหมาะสำหรับคนที่มองหารองเท้าผ้าใบที่ใส่ได้บ่อยและไม่เบื่อง่ายค่ะ ราคา 2,519 บาท =============== รองเท้าใส่เที่ยวต่างประเทศ ที่น่าสนใจอื่นๆ 5 รองเท้าใส่เที่ยว ราคาถูก งบ 2,000 นิดๆ รองเท้าผ้าใบ ยี่ห้อไหนดี ใส่สบาย ไม่เมื่อยขา มัดรวม 7 รองเท้าผ้าใบ สีขาว 2568 ใส่เที่ยว เดินนานๆ ทริปต่างประเทศ ก็ยังไหว! 5 รองเท้าแตะ นุ่มๆ กันน้ำ กันลื่น ยี่ห้อไหนดี เล่นน้ำสงกรานต์ เที่ยวทะเล ต้องจัด!

50 แคปชั่นเที่ยวต่างประเทศ แคปชั่นการเดินทาง ฮาๆ แคปชั่นเด็ด โพสต์รัวๆ
อ่าน

50 แคปชั่นเที่ยวต่างประเทศ แคปชั่นการเดินทาง ฮาๆ แคปชั่นเด็ด โพสต์รัวๆ

ทริปชิล เที่ยวต่างประเทศ ครั้งนี้ บอกเลยว่า โพสต์เรา มันต้องปัง! อัปเดตกันได้เลยค่ะกับ แคปชั่นเที่ยวต่างประเทศ แคปชั่นการเดินทาง ฮาๆ แคปชั่นเด็ด แคปชั่นขึ้นเครื่องบิน ที่ต้องทำลิสต์ไว้อัปโซเชียลพร้อมรูปสวยๆ ของเรา เรียกยอดไลค์ให้หน้าฟีดกันหน่อย! แคปชั่นเที่ยวต่างประเทศ แคปชั่นการเดินทางฮาๆ เบื่อแล้วเมืองไทย อยากไปเมืองนอก ตัวไม่ถึงไหน แต่ใจแลนด์ดิ้งอยู่ญี่ปุ่นแล้ว อาจเป็นเพราะโลกใบนี้นั้น...กว้างใหญ่กว่าห้องนอนของเรามาก ประเทศอะไร ไม่มีทางให้เดินเลย อ๋อ นอร์เวย์ (No Way) ตารางงานไม่อิน ตารางบินแน่นๆ ไปเที่ยวตอนนี้ จะเที่ยวตอนไหน มาแดนปลาดิบทั้งที ก็อยากมีแฟนคนญี่ปุ่น วิวดีๆ กับคนข้างๆ ใจบางไปหมดเลยอ่ะ นั่งเครื่องบินข้างไหน ก็ไม่ดีใจเท่าข้างเธอ เผลอตัว เผลอใจ กดจองไฟล์ทไปแล้วจ้า... เมืองไทยมันร้อน ขอแว่บมานอนยุโรป ไปอินดี้ ที่อินเดีย เช็กอินสุวรรณภูมิทีไร ใจฟูทุกที! ฮอกไกโด หรือ โอซาก้า ก็บอกมา พร้อมเปย์ วีซ่ายังมีหมดอายุ แต่รักเราไม่มีหมดอายุแน่นอน ฮ่องกงเขาไปไหว้พระ มาห้องเราม่ะ แล้วจะพาไปไหว้แม่ ไอร์แลนด์ หรือจะเท่า ไอ เลิฟ ยู อยากหนาวต้องไปเที่ยวญี่ปุ่น แต่ถ้าอยากอบอุ่นต้องไปเที่ยวกับเรา อยากไปดูแสงเหนือ แต่ในกระเป๋าเหลืออยู่ร้อยเดียว อยากไปให้ธรรมชาติบำบัด ต้องจัดตั๋วบินตรง เกาหลี...เกาใจ ไม่ต้องรวยล้นฟ้า ขอแค่มีค่าตั๋วเครื่องบิน ตัวอยู่ไทย แต่ใจไปอเมริกาแล้ว เที่ยวกันให้เต็มที่ แล้วมาใช้หนี้ทีหลัง! ปักกิ่งอยู่ไม่ไกล แต่ปักใจอยู่ไปนาน อยากเจอหิมะต้องไปอิงแลนด์ อยากเป็นแฟนต้องทำยังไง ไปเที่ยวต่างประเทศทั้งที ก็อยากมีคนดีไปด้วย สนามบินอินชอน ก็แค่ปากซอย ลาพักร้อนสัก 10 วันได้ไหม จะไปเมืองนอก! เปิดฟรีวีซ่ากันหลายประเทศ แต่ใจเราอ่ะพิเศษ เธอเข้าได้คนเดียวนะ อยากไปดูแสงเหนือที่ฟินแลนด์ ถ้าไปกับเธอในฐานะแฟนคงฟินจุง เขาบอกฮ่องกงอ่ะไปง่าย แต่ห้องเราอ่ะไปง่ายกว่า หนาวกว่าญี่ปุ่น ก็ฝุ่นที่บ้านเรา คิดถึงญี่ปุ่น มากกว่าคิดถึงบ้าน! ถ้าใจเรามันได้ บินไกลแค่ไหนก็แค่ปากซอย บินไปต่างประเทศ หนีความเปรตของงาน อยากกอดกันให้อุ่น ต้องหนีฝุ่นไปเมืองนอก ไปกับพี่ ไม่มีติด ตม. หนีไปดูวิวที่สวยงามจากบนท้องฟ้า หนีจากปัจจุบัน และออกไปสูดอากาศดีๆ ในสถานที่ใหม่ๆ อยากเอาความเหนื่อยล้า ไปโปรยในป่าแอมะซอน ไฟล์ทบินยกเลิกอ่ะเสียเงิน แต่ถ้าเธอบอกเลิกอ่ะเสียใจ จะโตเกียว หรือ เกียวโต ก็โอ ถ้าได้ไป ทำพาสปอร์ตมากี่เล่ม ก็เต็มตลอด! ไฟล์ทบินแพงไม่เป็นไร ถ้าคนมีใจไปด้วยกัน จีนยังเปิดฟรีวีซ่า แล้วเมื่อไหร่นะเธอจะเปิดใจ จอร์เจีย จอร์ใจ ถามทำไมว่าจะไปเที่ยวที่ไหน ถามว่าไปด้วยได้ไหมจะดีกว่า วิวสวยๆ แบบนี้ ช้อปปี้ ไม่มีขาย การบินไทย รักคุณเท่าฟ้า แต่เราเป็นคนธรรมดาที่ รักคุณเท่าเดิม แคปชั่นเที่ยว แคปชั่นการเดินทาง อื่นๆ 100 แคปชั่นเที่ยวฮาๆ แคปชั่นหนีเที่ยวกวนๆ วันหยุดมีค่า ค่าเที่ยว ค่าโรงแรม! 220 แคปชั่นเที่ยวทะเล ฮาๆ แคปชั่นทะเลแซ่บๆ เที่ยวไม่พัก เพราะรักทะเล 160 แคปชั่นเที่ยววัด แคปชั่นเข้าวัด แคปชั่นสายบุญฮาๆ แคปชั่นทำบุญ

Krungthai Travel Debit Card บัตรเดียวเที่ยวต่างประเทศคุ้มขึ้นอีกขั้น!
อ่าน

Krungthai Travel Debit Card บัตรเดียวเที่ยวต่างประเทศคุ้มขึ้นอีกขั้น!

สำหรับสายเที่ยวตัวจริง การมีบัตรที่ตอบโจทย์เรื่องค่าใช้จ่ายระหว่างเดินทางคือสิ่งสำคัญ และตอนนี้ธนาคารกรุงไทยก็เปิดตัว Krungthai Travel Debit Card บัตรใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อคนที่ชอบเดินทางโดยเฉพาะ ใช้จ่ายได้ทั่วโลก พร้อมฟีเจอร์เด็ด ๆ ที่ช่วยประหยัดเงิน แลกเรทคุ้ม และยังมีดอกเบี้ยให้อีกด้วย สูงสุด 2.5% ต่อปี เมื่อแลกเงินสกุลต่างประเทศเก็บไว้ พร้อม รับ Cashback สูงสุด 10,000 บาทต่อปี Krungthai Travel Debit Card บัตรเดียวครบจบทุกทริป Krungthai Travel Debit Card รวมเอาทั้งบัตรเดบิตท่องเที่ยว และบัญชีออมทรัพย์สกุลเงินต่างประเทศ มาไว้ในบัตรเดียว ใครชอบเก็บเงินไว้ล่วงหน้าเพื่อใช้ตอนเดินทาง หรืออยากได้ดอกเบี้ยจากเงินสกุลต่างประเทศ บัตรนี้จัดให้ครบ โดยมีให้เลือกได้ 2 แบบ Premium และ Platinum ✨ 6 ฟีเจอร์ยืนหนึ่ง! ที่โดนใจนักท่องเที่ยวทั่วโลก เรทแลกเงินคุ้ม จบทุกสกุล ครอบคลุมทั่วโลก: ไฮไลท์สำคัญของ Krungthai Travel Debit Card คือความเหนือกว่าด้วยเรทดี 20 สกุลเงิน ใช้จ่ายได้ 210 ประเทศทั่วโลก แลกเงินเรทชนะใจเทียบชั้นร้านแลกเงิน ที่ช่วยให้คุณสามารถวางแผนการแลกเงินล่วงหน้าได้ก่อนเดินทาง ไม่มีค่าธรรมเนียมแฝง จ่ายทั่วโลกไม่มีบวกเพิ่ม: จ่ายสบายใจไร้กังวลโดยไม่มีค่าอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศ 2.5% หรือค่า FX rate ทั่วโลก ซึ่งค่า FX เป็นค่าธรรมเนียมแฝงที่บัตรทั่วไปเรียกเก็บเพิ่มทุกครั้งที่ใช้จ่ายในต่างประเทศ ยังไม่พอ! ไม่มีค่าธรรมเนียมการโอนเงินสกุลต่างประเทศหากันระหว่างบัตร Krungthai Travel Debit Card ทำให้สะดวกสุดๆเวลาไปกับแก๊งเพื่อนแล้วหารค่าใช้จ่ายโอนคืนกันได้ทันที สุดล้ำ ช้อปไม่สะดุด บริการแลกเงินอัตโนมัติ (Auto FX): เที่ยวได้รัวๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินไม่พอ ด้วยฟีเจอร์ Auto FX ที่ช่วยแลกเงินให้อัตโนมัติจากบัญชีไทยบาทเมื่อเงินที่แลกไว้ใช้ไม่เพียงพอ แม้แต่สกุลเงินนอกเหนือจาก 20 สกุลหลัก ก็ใช้อัตราแลกเปลี่ยนของ Mastercard โดยไม่บวกค่า FX 2.5% ช่วยให้ประหยัดได้สูงสุด หากใช้จ่ายเดือนละ 50,000 บาทในต่างประเทศ จะประหยัดได้ถึง 1,250 บาทต่อเดือน หรือ 15,000 บาทต่อปี! แคชแบ็คจัดเต็ม + สิทธิ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟระดับเวิลด์คลาส: รับ Cashback สูงสุด 10,000 บาทต่อปี เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 31 ธ.ค. 68 ตามงื่อนไขของธนาคาร และรับสิทธิพิเศษ MasterCard Travel Reward มอบเงินคืนจากร้านค้าชั้นนำทั่วโลก ทั้ง Duty Free ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ดัง โรงแรม 5 ดาว พร้อมส่วนลดสุดเอ็กซ์คลูซีฟสูงสุด 50% สำหรับ Airport Lounge และบริการ Limousine ชั้นนำ เพิ่มความลักชัวรีให้คุณทุกทริป พิเศษก้าวเพิ่มไปอีกขั้น โปรใหม่สุดคุ้มในปีนี้! Premium Card รับเครดิตเงินคืนเพิ่มจาก 5,000 บาท เป็น 10,000 บาท/ปี (ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. - 31 ธ.ค. 68) Platinum Card รับเครดิตเงินคืนเพิ่มจาก 1,000 บาท เป็น 2,000 บาท/ปี (ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. - 31 ธ.ค. 68) จัดหนัก! On Top Cashback สุดปัง! รับเงินคืนเพิ่มทันที 500 บาท! เพียงจองและชำระเป็นสกุลต่างประเทศด้วยบัตร Krungthai Travel Debit Card ผ่าน Agoda, Booking, Trip และ Gother สะสมแค่ 15,000 บาท/เดือน รีบใช้สิทธิ์ก่อนหมด! (จำกัดเพียง 500 สิทธิ์/เดือน, 1 บัตร 1 สิทธิ์ตลอดรายการ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. - 31 ก.ค. 2568) เพิ่มโอกาสเงินงอกเงย ต่อยอดความมั่งคั่ง: รับดอกเบี้ยเงินฝากสูงสุด ถึง 2.5% ต่อปี จากบัญชี Global Savings สำหรับ 6 สกุลเงินยอดฮิต ได้แก่ USD, GBP, NZD, AUD, EUR และ CNY เพียงแลกเงินเก็บไว้เที่ยว หรือ แลกเก็บไว้ลงทุน เพื่อต่อยอดการลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า 📲 สมัครง่าย ได้ทั้งที่ ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา หรือผ่านแอป Krungthai NEXT สอบถามเพิ่มเติม Krungthai Contact Center โทร. 02-111-1111 ====================

6 รองเท้าผ้าใบ ใส่สบาย เดินเยอะ เที่ยวต่างประเทศ ไม่เมื่อยเท้า ไม่ปวดขา ยี่ห้อไหนดี
อ่าน

6 รองเท้าผ้าใบ ใส่สบาย เดินเยอะ เที่ยวต่างประเทศ ไม่เมื่อยเท้า ไม่ปวดขา ยี่ห้อไหนดี

สายแอคทีฟคนไหนที่ชอบ เที่ยวต่างประเทศ ไอเท็มสำคัญประจำตัวที่หลายคนโหวตให้เป็น Must have item ที่ช่วยให้คุณเดินเที่ยวได้อย่างคล่องตัว เอนจอยตลอดทริป ก็คือ รองเท้าผ้าใบ ใส่สบาย หรือ รองเท้า ใส่เดินนานๆ ติดต่อกันหลายชม.ได้นั่นเองค่ะ ใครอยากมี รองเท้าผ้าใบ เที่ยวต่างประเทศ ใส่เดินเยอะ เป็นสิบกิโลได้แบบ ไม่เมื่อยขา ไม่ปวดเท้า ด้วยน้ำหนักที่เบา ไม่บีบเท้า ลองรับ รองเท้าผ้าใบที่ดีที่สุด ทั้ง 6 คู่ ไปพิจารณาในอ้อมอกอ้อมใจดูค่ะ ซื้อครั้งเดียวใส่ได้ยาวหลายทริปแบบคุ้มๆ บอกเลย! รองเท้าผ้าใบ เดินเยอะ เที่ยวต่างประเทศ แบรนด์ไหนดี 2025ใส่สบายไม่เมื่อยเท้า เทคนิคเลือกรองเท้าผ้าใบ สำหรับเดินนานๆ เดินเที่ยวทริปต่างประเทศในแต่ละครั้ง แน่นอนว่าระยะทางไม่ใช่น้อยๆ เลยค่ะ วันนึงก็ไม่ต่ำกว่า 1-3 หมื่นก้าว ดังนั้น รองเท้าผ้าใบ ที่เหมาะกับการใส่เดินเยอะๆ ยืนนานๆ ควรเน้นให้พื้นที่ Toe box หรือหน้าเท้าค่อนข้างกว้างจะดีที่สุด เพราะการเดินเป็นเวลานาน ทำให้หน้าเท้าขยายขึ้น ตัวรองเท้าจะได้ไม่เสียดสีกับผิวหนังจนเกิดแผลค่ะ ที่สำคัญต้องมีพื้นนุ่มแต่ไม่ยวบ น้ำหนักเบา มีความเฟิร์มเด้งส่งแรงเดิน พร้อมรองรับการกระแทกได้ด้วยส่วน รองเท้าผ้าใบที่ควรเลี่ยง เสี่ยงกัดเท้า ปวดฝ่าเท้า ได้แก่ รองเท้าหน้าแคบ พื้นแข็ง รองเท้าใหม่เอี่ยมแกะกล่องที่ยังไม่ผ่านการใส่ จนตัวรองเท้าขยายมาก่อนค่ะ 1. Nike Zoom Vomero 5 เราขอเปิดด้วย Nike Zoom Vomero 5 สนีกเกอร์ สไตล์เรโทร สุดฮิต ติด Top of the year รองเท้าผ้าใบสำหรับใส่เดินเยอะ ลูกรักนักเดินทาง 2 ปีซ้อนคู่นี้ค่ะ ซึ่งเพิ่มความโดดเด่นด้วยการสร้างเลเยอร์วัสดุแบบผสมผสานระหว่างผ้า ตาข่าย หนังกลับ และพลาสติกกันอย่างมีมิติ ทำให้ตัวรองเท้ามีความยืดหยุ่น มั่นคง ทั้งระบายอากาศได้ดีมาก ส่วนสำคัญอย่าง Insole ก็นุ่มสบาย ไม่แข็งกระด้าง Mid sole ช่วยลดแรงกระแทกจากทุกย่างก้าว พร้อมเพิ่มการดีดตัวกลับ ด้วยเทคโนโลยี Zoom air ทำให้เดินนานๆ ได้ ไม่เหนื่อย ไม่เมื่อย ไม่กัดเท้าค่ะ แถมทรงสวย ไม่ใหญ่เทอะทะ หยิบมาแมตช์กับชุดไหนก็รอด ใส่แล้วเท่แบบ Y2K ไปอีก! ราคา 6,000 บาท ================= 2. New balance 990V5 เบนเข็มมาที่ รองเท้าผ้าใบ รุ่น 990V5 คอลเลกชันพรีเมียมจากแบรนด์ New balance ที่เหล่านักเดินทางหลายเสียงการีนตีคุณภาพ รองเท้ารุ่นนี้ตัดเย็บอย่างประณีตด้วยหนัง Suede และหนัง Perforated พร้อมเพิ่มกลิ่นอายของความคลาสสิกขึ้นไปอีกขั้นด้วยผ้า Mesh ค่ะ พื้นรองเท้าด้านในมีความนุ่มเฟิร์มพิเศษ ใส่สบายกระชับเท้าสุดๆ ที่สำคัญ Midsole ใช้ EVA Foam ผสมผสานกับเทคโนโลยี Encap จึงช่วยรับน้ำหนักและสรีระเท้าของเราได้ดี ทั้งมีน้ำหนักเบามากๆ ค่ะ แม้จะมาด้วยราคามหาโหด เห็นแล้วมีปาดเหงื่อ แต่บอกได้เลยว่า เป็น Travel Shoes ที่ซื้อแล้วใช้คุ้มชัวร์! ราคา 10,900 บาท ================= 3. Sketcher Slip-ins Glide-Step รองเท้าผ้าใบ ใส่เดินโหดๆ ไม่มี Sketcher ไม่ได้ค่ะ โดยเฉพาะคอลเลกชัน Slip-ins Glide-Step รองเท้าสลิปอินดีไซน์เพรียวบาง อัปเปอร์ทำจากผ้าตาข่ายนุ่มๆ ยืดหยุ่น ซึ่งจับคู่กับ Mid sole ทรงเรขาคณิตสุดคูล ที่ช่วยซัพพอร์ตทุกการก้าวเดินอย่างมั่นคงค่ะ พื้นรองเท้าด้านในของรุ่นนี้เป็น Air-Cooled Memory Foam ที่ให้สัมผัสนุ่ม เบา เด้ง พร้อมผสานเทคโนโลยี ULTRA GO มาดูดซับแรงกระแทกขณะเดินได้ดีทีเดียวค่ะ รองเท้ารุ่นนี้บอกเลยว่า ใครได้ใส่ก็ช่วยคอมพลีตลุคสปอร์ต เท่ๆ ดูมีสไตล์ได้ไม่ยาก! ราคาก็ไม่แรงเกินไปด้วย เอาไปเลยสิบผ่าน!! ราคา 3,490-3,990 บาท ================= 4. HOKA Gaviota 5 รองเท้าผ้าใบ Hoka รุ่น Gaviota พูดเลยว่า ขึ้นแท่นรองเท้าลูกรักนักเที่ยวและคนเดินเยอะอีกหนึ่งแบรนด์ ซึ่งรุ่นนี้เป็นรองเท้าผ้าใบสายซัพพอร์ตที่ถูกออกแบบให้รองรับแรงกระแทก และตอบสนองได้ดีมาก มั่นคงทุกการเคลื่อนไหว สำหรับความพิเศษของรุ่นนี้คือ หน้าเท้าจะกว้างกว่ารุ่นก่อนๆ แต่มีความกระชับ ทั้งรองรับอุ้งเท้าดีมากเลยค่ะ ยิ่งไปกว่านั้นอัปเปอร์ตัดเย็บจากผ้าตาข่าย Creel jacquard mesh ที่เด่นเรื่องระบายอากาศ สัมผัสนุ่มยืดหยุ่น ใส่เดินเป็นหมื่นๆ ก้าว ก็ยังรู้สึกสบายเท้า ไม่เมื่อยเท้า ไม่ปวดขาเลย ราคา 6,500 บาท ================= 5. On Cloudtilt Travel shoes คู่ถัดมานี้ชื่อเสียงก็เลื่องลือไม่แพ้ตัวบนๆ เลยค่ะ เรื่องความเบาสบาย ใส่แล้วนุ่มเหมือนเดินบนปุยเมฆ On Cloudtilt นี่แหละคือ the best! รองเท้ารุ่นนี้ดีไซน์มาให้เหมาะกับการใส่ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเดินเยอะ ยืนนานก็เอาอยู่ค่ะ เพราะเค้าใช้เทคโนโลยี CloudTech Phase ผสานกับโฟมนุ่มๆ มาช่วยรองรับน้ำหนักและแรงกระแทกด้วยค่ะ แถมอัปเปอร์ทำมาจากผ้าตาข่าย ระบายอากาศดี มีความแนบกระชับเข้ากับรูปเท้า ช่วยให้เดินได้อย่างมั่นคง ติดตรงที่ทรงของเค้าจะค่อนข้างเพรียว อาจไม่เหมาะกับคนหน้าเท้ากว้างมากนะคะ ราคา 6,600 บาท ================= 6. BROOKS-Ghost 16 ม้ามืดในวงการ Travel shoes ที่หลายคนไม่คุ้นเคย จะหยิบมาใส่วิ่งก็ดี เดินนานๆ ก็ได้ คุณภาพเริ่ด ไม่อิงกระแส! เราขอชี้เป้า BROOKS-Ghost 16 รองเท้าวิ่ง สายคุชชั่นรุ่นนี้ที่อัปเปอร์ทำมาจากผ้า Mesh 2 ชั้น ดีเทลเจาะรูรอบ ช่วยในการระบายอากาศและมีความยืดหยุ่นสูง ทำให้ปรับตามสรีระเท้าได้ง่าย แผ่นรองเท้าด้านในหนานุ่ม ไม่ลื่น มาพร้อม Mid sole แบบ DNA Loft V3 หรือโฟมนุ่มๆ ผสมไนโตรเจน ช่วยส่งแรงได้แบบพอเหมาะพอดี เดินแล้วนุ่มเด้ง เกาะถนนดีในทุกย่างก้าวเลยล่ะค่ะ ในเรื่องความทนทานก็ไม่ต้องพูดเยอะ ซื้อแล้วใช้ได้หลายปีแน่นอน เป็นรองเท้าผ้าใบ Multiuse ที่น่าตำสุดๆ! ราคา 5,400 บาท ================= รองเท้าใส่เที่ยวต่างประเทศ ที่น่าสนใจอื่นๆ 7 รองเท้า ใส่สบาย เดินนานๆ เที่ยวต่างประเทศ ไม่เมื่อยขา ยี่ห้อไหนดี มัดรวม 7 รองเท้าผ้าใบ สีขาว 2568 ใส่เที่ยว เดินนานๆ ทริปต่างประเทศ ก็ยังไหว! 5 รองเท้าแตะ นุ่มๆ กันน้ำ กันลื่น ยี่ห้อไหนดี เล่นน้ำสงกรานต์ เที่ยวทะเล ต้องจัด!

7 มอยส์เจอไรเซอร์ ตัวไหนดี ผิวแห้ง เที่ยวต่างประเทศ อากาศหนาว ใช้อะไรดี?
อ่าน

7 มอยส์เจอไรเซอร์ ตัวไหนดี ผิวแห้ง เที่ยวต่างประเทศ อากาศหนาว ใช้อะไรดี?

ทริปหน้าหนาว แต่หน้าต้องไม่แห้ง! ใครมีแพลนเที่ยวต่างประเทศช่วงวินเทอร์ซีซั่น ต้องเจอกับอากาศหนาวจนเสี่ยงผิวแห้ง หน้าพัง แต่งหน้าไม่ติด ถ่ายรูปไม่ขึ้นกล้อง ดูโทรมถ้าไม่อยากเสียอารมณ์ไปกับปัญหาผิวในทริปเที่ยวนี้ แนะนำให้พกมอยส์เจอไรเซอร์ 7 ตัวนี้ไปเลย เอาอยู่! ส่วนตัวไหนจะตอบโจทย์เราบ้าง ไปเช็คกัน! มอยส์เจอไรเซอร์ ยี่ห้อไหนดี 1. CeraVe Facial Moisturising Lotion โลชั่นตัวฮิตของใครหลายๆ คน ตัวนี้มีเซราไมด์, ไฮยาลูโรนิค แอซิด และไนอาซินาไมด์ ที่ใช้แล้วผิวชุ่มชื้น พร้อมดูแลปราการผิวให้แข็งแรงขึ้น ผิวแลดูสุขภาพดีขึ้น แถมยังช่วยปลอบประโลมผิว ที่สำคัญยังมี MVE Technology ที่ทำให้ผิวชุ่มชื้นตลอดทั้งวัน เหมาะสำหรับพกไปเที่ยวเมืองหนาวสุดๆ 2. Atopalm Soothing Gel Lotion สำหรับโลชั่นจาก Atopalm ตัวนี้ใช้แล้วผิวชุ่มชื้น พร้อมปลอบประโลมผิว ด้วยส่วนผสมของ Glycerin, น้ำจากทะเลน้ำลึก และ Tanacetum Annuum Flower Oi พร้อมช่วยเสริมชั้นผิวให้แข็งแรงขึ้น ด้วยสูตร MLE (Multi Lamellar Emulsion) เป็นอีกตัวที่สบยผิวแห้งได้ดี พกไปใช้เที่ยวหน้าหนาวได้เลย! 3. Surefresh Skin Moisture Soothing Care Cream มอยส์เจอไรเซอร์จาก Surefresh ตัวนี้ช่วยลดการสูญเสียน้ำ ช่วยฟื้นฟูผิวแห้งหยาบกร้าน ทำให้ผิวชุ่มชื้น ดูอิ่มน้ำขึ้น พร้อมเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง ไม่ต้องกลัวผิวแพ้ ระคายเคือง หรือริ้วรอยเลย! แถมใครมีรอยดำ รอยแดง รูขุมขนไม่กระชับ ตัวนี้ก็ตอบโจทย์! มีติดกระเป๋าไปเที่ยวต่างประเทศหน้าหนาวแล้วบอกเลยว่าเริ่ด! 4. Curecode Double Barrier Cream มอยส์เจอร์ไรเซอร์อีกหนึ่งตัวที่หลายๆ คนพูดถึงกันเยอะ นั่นก็คือ Curecode ตัวนี้เลย! ซึ่งเหมาะกับคนผิวแห้ง ผิวแพ้แดง คัน ระคายเคืองสุดๆ เพราะใช้แล้วผิวชุ่มชื้นขึ้น พร้อมเสริมปราการผิวให้แข็งแรง ถือเป็นอีกหนึ่งตัวที่เหมาะกับการใช้ในช่วง Winter Season สุดๆ ทริปหน้าหนาวแต่หน้าไม่แห้งบอกเลย! 5. Clear Nose Moist Skin Barrier Moisturizing Gel Clear Nose ตัวฮิตที่หลายๆ คนต้องเคยได้ยินชื่อกันอย่างแน่นอน! ตัวนี้ก็ดีสำหรับผิวที่แห้ง ระคายเคืองเช่นกัน ด้วยเทคโนโลยี PDM ที่มาช่วยล็อคความชุ่มชื้นให้ผิว เสริมสร้างเกราะป้องกันผิว แถมใครอยากมีรูขุมขนกระชับ ผิวกระจ่างใส ไร้ริ้วรอย ตัวนี้ก็ตอบโจทย์! 6. La Roche Posay CICAPLAST BAUME B5+ บาล์มตัวดังจาก La Roche Posay ตัวนี้ถือเป็น The must ของชาวผิวแห้ง ผิวระคายเคืองง่ายเลย เรียกได้ว่าเป็นบาล์มสูตรเข้มข้นที่ช่วยแก้ปัญหาผิวแห้งได้ดี พร้อมช่วยปลอบประโลมผิว และเสริมปราการผิวให้แข็งแรงขึ้น อีกทั้งยังมีจุดเด่นคือมีส่วนผสมของพรีไบโอติกที่มาช่วยดูแลผิวได้ดีอีกด้วย! 7. Physiogel Daily Moisture Therapy Cream มาทางด้าน Physiogel กันบ้าง สำหรับตัวนี้ เหมาะสำหรับผิวแห้ง รวมถึงผิวบอบบางแพ้ง่าย ใช้แล้วผิวชุ่มชื้นด้วย Biomimic Technology พร้อมคืนสมดุลผิว ทำให้ผิวดูสุขภาพดีขึ้น อากาศหนาว ผิวแห้งเมื่อไหร่ ลองใช้ตัวนี้ดูนะ ใช้ดีไม่แพ้ตัวอื่นเลย! บทความที่คุณอาจสนใจ รวม 7 มอยส์เจอร์ไรเซอร์ ถูกและดี สำหรับคนผิวแห้ง อยากมีผิวชุ่มชื้น อ่อนเยาว์ 10 สกินแคร์ สำหรับสาวผิวแห้ง หน้าแห้ง จะร้อนจะหนาว หน้าก็นุ่ม ชุ่มชื้น!

35 แคปชั่นเที่ยวญี่ปุ่น แคปชั่นเที่ยวต่างประเทศ แคปชั่นใหม่ ปังๆ
อ่าน

35 แคปชั่นเที่ยวญี่ปุ่น แคปชั่นเที่ยวต่างประเทศ แคปชั่นใหม่ ปังๆ

ได้เวลา เที่ยวญี่ปุ่น กันแล้ว! นอกจากจองตั๋ว จัดกระเป๋า ต้องมีลิสต์ แคปชั่นเด็ด ด้วยค่ะ ไปถึงญี่ปุ่นโพสต์ปังๆ ได้เลยตามนี้ แคปชั่นเที่ยวญี่ปุ่น แคปชั่นเที่ยวต่างประเทศ อัปเดต แคปชั่นใหม่ ปังๆ พร้อมโพสต์รูปสวยๆ เอาล่ะ มีอะไรให้จดลิสต์กันบ้าง มาดูได้เลย! แคปชั่นเที่ยวญี่ปุ่น แคปชั่นเด็ด สุดปังแคปชั่นเที่ยวต่างประเทศ ฮาๆ พอแล้วจ่ะเที่ยวทิพย์ เพราะมาทริปญี่ปุ่นแล้ว! หนาวกว่าญี่ปุ่น ก็ฝุ่นที่บ้านเรา เที่ยวญี่ปุ่นยังไงให้ฟรี ก็เปิดพรีออเดอร์ไปเลยสิจ๊ะ ตัวไม่ถึงไหน แต่ใจแลนด์ดิ้งอยู่ญี่ปุ่นแล้ว ร่างกายอยากไปญี่ปุ่น ตอนนี้ได้แต่เช็ดฝุ่นอยู่บ้าน จะไทย หรือ ญี่ปุ่น ก็พร้อมเสมอ เข้าออนเซ็นได้อย่างชิลๆ ไม่มีฟีลอะไรให้อาย ไปญี่ปุ่นไม่รับหิ้ว แต่ถ้าหิวๆ ก็แวะมาหิ้วได้! มาแดนปลาดิบทั้งที ก็อยากมีแฟนคนญี่ปุ่น ตัวอยู่ไทย แต่ใจไปญี่ปุ่น ถ้าใจเรามันได้ ญี่ปุ่นก็แค่ปากซอย จะโตเกียว หรือ เกียวโต ก็โอ ถ้าได้ไป อยากมีประตูไปไหนก็ได้ จะได้ไปญี่ปุ่น เช็กอินค่ะ ฟูจิซัง โอซาก้า เค้าว่าสนุก เค้าว่า คนญี่ปุ่นกอดอุ่นกว่าคนไทย! ลาพักร้อนสัก 10 วันได้ไหม จะไปญี่ปุ่น ไปญี่ปุ่นไม่ชวน ขออันเฟรนด์นะคะ! เดินเที่ยวเมืองไทย 10 นาทีก็ไม่ไหว แต่มาญี่ปุ่นจะเดินเป็นวันก็ยังได้ อยากกินปลาดิบต้องไปตลาดปลา แต่ถ้าอยากหาคนรู้ใจ ต้องมาหาเรา วิวสวยๆ แบบนี้ ช้อปปี้ ไม่มีขาย ไปญี่ปุ่น ก็ต้องขอพรในศาลเจ้า เงินเดือนน้อยนิด แต่ใช้ชีวิตร้อยล้าน อยู่ญี่ปุ่นกินอูนิ อยู่ไทยกินซูชิคำละ 5 บาท เมษา ต้องมาเจอซากุระ อยากหน้าสวยเหมือนซากุระ แต่ดูจะจะแล้วเหมือนกวางนารามากกว่า! คิดถึงญี่ปุ่น มากกว่าคิดถึงบ้าน! มาญี่ปุ่นอย่างบ่อย เพราะอ่อยแล้วไม่เคยได้ อยากใส่กิโมโนสุดคาวาอี้ ต้องมาเช็กอินที่ญี่ปุ่น แสงแดดมันโดนตา ฟูจิซังมันโดนใจ ไปศาลเจ้า ขอพรอะไรดี ขอเจอคนดีๆ สัก 4-5 คน จะยอมไปเที่ยวไหนก็ได้ ถ้าไปญี่ปุ่น จะฮอกไกโด หรือ โอซาก้า ก็พร้อมเปย์ จองตั๋วให้ไว แล้วไปญี่ปุ่น มาญี่ปุ่นทีเดียว มีรูปเที่ยวทั้งปี แคปชั่นเที่ยว อื่นๆ ที่น่าสนใจ 250 แคปชั่นเที่ยว 2023 แคปชั่นฮาๆ กวนๆ 200 แคปชั่นเที่ยวทะเล 2023 แคปชั่นเด็ดๆ รับหน้าร้อน เที่ยวไม่พัก เพราะรักทะเล อัปเดต 120 แคปชั่นเที่ยวเขา คำคมท่องเที่ยว ถ้าเขาไม่ง้อ เขาค้อคือทางออก! อัปเดต 150 แคปชั่นเที่ยวธรรมชาติ แคปชั่นเด็ด พื้นที่สีเขียว มันฮีลหัวใจ

พิกัด 10 ที่เที่ยวมาเลเซีย เที่ยวต่างประเทศใกล้ไทย ถ่ายรูปสวยๆ ชิลๆ
อ่าน

พิกัด 10 ที่เที่ยวมาเลเซีย เที่ยวต่างประเทศใกล้ไทย ถ่ายรูปสวยๆ ชิลๆ

มาค่ะ สายเที่ยว! ใครที่วางแผนเที่ยวชิลๆ เที่ยวต่างประเทศใกล้ไทย เราชวนให้ไปลองเช็กอินกันได้ตามนี้กับ 10 ที่เที่ยวมาเลเซีย บินไม่ไกล นั่งเครื่องไม่นาน ไม่กี่ชั่วโมงก็ถึงแล้วค่ะ ใครที่อยากไป เที่ยวมาเลเซีย สักครั้งหนึ่งอยู่ ลองปักหมุดพิกัดตามนี้ได้เลย! Melaka_fukez84 / Shutterstock.com พิกัด ที่เที่ยวมาเลเซียเที่ยวต่างประเทศใกล้ไทย วิธีเดินทางไปมาเลเซีย 1. Lebuh Armenian จอร์จทาวน์ ShutterOK / Shutterstock.com ถ้าพูดถึง มาเลเซีย สิ่งแรกที่คนไทยอย่างเราต้องอดนึกถึงไม่ได้เลยก็คือ Lebuh Armenian ถนนสาย Street Art ที่ จอร์จทาวน์ (George Town) ใน ปีนัง นั่นเองค่ะ ที่นี่ยังเป็นถนนสายเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในเขตของ มรดกโลก อีกด้วย ทำให้มีนักท่องเที่ยวแวะมาถ่ายภาพสวยๆ กันมากมาย จนกลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คของจอร์จทาวน์ไปเลยทีเดียวค่ะ ใครที่เป็นนักท่องเที่ยวสายแชะ คือ แวะมากันได้เลย รับรอง เดินเพลินๆ ถ่ายรูปกันได้ทั้งวันค่ะ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/451n5fcf3AAGHV6u5 Augustine Bin Jumat / Shutterstock.com ================ 2. Petronas Twin Towers ตึกแฝดเปโตรนาส กัวลาลัมเปอร์ Noppasin Wongchum / Shutterstock.com แน่นอนว่า ถ้ามา เที่ยวมาเลเซีย อีกหนึ่งแลนด์มาร์คของที่นี่ที่เราจะพลาดแวะไปชมความสวยงามไม่ได้เลยก็คือ Petronas Twin Towers ตึกแฝดเปโตรนาส ที่ กัวลาลัมเปอร์ (Kuala Lumpur) ค่ะ เรียกว่าเป็นตึกที่โดดเด่นมากๆ โดยเป็นอาคารหอคอย 2 อาคารที่เชื่อมโดย สะพานลอยฟ้า (Skybridge) และตั้งอยู่บริเวณใจกลางย่านธุรกิจของเมืองเลยทีเดียว อีกทั้งยังมีความสูงถึง 451.9 เมตร ทำให้เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมมากๆ สำหรับด้านในจะเป็นสำนักงานต่างๆ และมี จุดชมวิว ที่แสนตระการตาด้านบนที่เปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมได้ค่ะ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/fNG2HDTu9x3Z8JuU8 fiz_zero / Shutterstock.com ================ 3. LEGOLAND Malaysia นูซาจายา EQRoy / Shutterstock.com ไปเติมเต็มความฝันในวัยเด็ก หรือ พาเจ้าตัวเล็กไปสนุกกันที่ LEGOLAND Malaysia ใน เมืองนูซาจายา (Nusajaya) รัฐยะโฮร์ สวนสนุกเลโก้แลนด์ แห่งแรกของเอเชีย บนพื้นที่กว่า 200 ไร่ กว้างขวางมากๆ เลยทีเดียวค่ะ ที่นี่เราจะได้ทั้งสนุกสนานไปกับเครื่องเล่นต่างๆ มากมายในธีมของเมืองเลโก้ รวมถึงยังได้ชม เมืองจำลองทั่วโลก ที่ทำมาจากเลโก้ อีกด้วย สาวกเลโก้ทั้งหลายคงอยากไปสัมผัสกันสักครั้งอย่างแน่นอน! พิกัด : https://maps.app.goo.gl/S2TzhUY4SbNYjKMs5 Faiz Zaki / Shutterstock.com ================ 4. Aquaria KLCC กัวลาลัมเปอร์ Syazana Rose Razman / Shutterstock.com ท่องโลกใต้น้ำกลางเมืองใหญ่ไปกับ Aquaria KLCC กัวลาลัมเปอร์ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำอะควาเรีย เคแอลซีซี เป็นที่เที่ยวที่ต้องห้ามพลาดเลยทีเดียวค่ะ เพราะที่นี่ เราจะได้ดำดิ่งไปยังโลกใต้ท้องทะเล ได้สัมผัสใกล้ชิดสัตว์น้ำต่างๆ ชมปลาหายาก ถ่ายรูปเพลินๆ อีกทั้งยังมีจุดน่าสนใจอย่าง แทงค์น้ำทรงกลมขนาดใหญ่ ที่มีเหล่าปลาว่ายวนรอบต้นไม้น้ำตลอดเวลา หรือ อุโมงค์ใต้ทะเล ที่เป็นไฮไลท์ มีความยาวถึง 90 เมตร ให้เราได้ชมปลากระเบน ปลาฉลาม และปลาชนิดต่างๆ ที่มาต้อนรับ สุดอลังการเลยค่ะ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/HUNA4NnE5X8jCmJ47 msyaraafiq / Shutterstock.com ================ 5. Penang Hill จอร์จทาวน์ อีกหนึ่ง ที่เที่ยวสวยในปีนัง ที่เราพลาดไปไม่ได้ และตั้งอยู่ที่ จอร์จทาวน์ (George Town) ก็คือ Penang Hill แห่งนี้นั่นเอง เพราะเป็น จุดชมวิวเมืองจอร์จทาวน์ ที่สวยอลังการมากๆ และยังต้องนั่งรถไฟ Penang Hill Funicular Railway ที่เรียกได้ว่าต้องผ่านทางรถไฟที่ชันที่สุดในโลก ที่ตั้งอยู่บนความสูง 860 เมตร จากระดับน้ำทะเล เพื่อไปถึง Nopkamon Tanayakorn / Shutterstock.com ด้านบนนอกจากจุดชมวิวเมืองสวยๆ แล้ว ก็ยังมี สวนดอกไม้ สวนนก เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ที่สวยงามมากๆ อีกทั้งถ้าใครติดใจอยากอยู่เที่ยวไปสักพัก ที่นี่ก็มีทั้ง ที่พัก ร้านอาหารต่างๆ ไว้ให้บริการอีกด้วย พิกัด : https://maps.app.goo.gl/kPRJVzppYgKttnBTA ================ 6. Elmina Central Park เอลมินา Yati Yahaya / Shutterstock.com Elmina Central Park เป็นสวนสาธารณะสวย ซึ่งตั้งอยู่ที่ เมืองเอลมินา (Elmina) ห่างจาก กัวลาลัมเปอร์ ประมาณ 25 กิโลเมตร จึงเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมือง รวมถึงนักท่องเที่ยวนั่นเองค่ะ ไฮไลท์ของที่นี่เลยก็คือ ทางเดินสายรุ้ง และ สะพานดีไซน์สุดล้ำ Elmina Iconic Bridge เป็นจุดถ่ายรูปสวยอลังการที่คนรักโซเชียลต้องไม่พลาดแวะไปถ่ายรูปแชร์บน IG เลยค่ะ ดูรีวิวเต็มๆ ที่ ที่เที่ยวสวย มาเลเซีย จุดถ่ายรูปปังๆ Elmina Central Park ทางเดินสีรุ้ง สุดสดใส พิกัด : https://maps.app.goo.gl/nAztBYsn3rN1WnpB7 Yati Yahaya / Shutterstock.com ================ 7. Melaka Historical City มะละกา gracethang2 / Shutterstock.com ย่าน Melaka Historical City เป็นย่านเมืองเก่ามะละกาที่ทางการมาเลเซียอนุรักษ์ไว้ และยังได้ขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลก ในปี ค.ศ.2008 ด้วยสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมที่ไม่ซ้ำใครทั้งในตะวันออกกลางและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยรอบๆ บริเวณจะมีอาคารบ้านเรือนทาสีแดงโดดเด่นสะดุดตา มีทั้ง พิพิธภัณฑ์ศิลปะ โบสถ์ หอนาฬิกา ร้านค้า ร้านอาหาร ต่างๆ มากมายเลยค่ะ Mr.Gambar / Shutterstock.com นอกจากนี้ ยังมี รถ Trishaw Ride ซึ่งจะคล้ายๆ รถสามล้อถีบตามแถวเชียงใหม่บ้านเราตระเวนเที่ยวได้ด้วยค่ะ เป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยมกันมากๆ ดูรีวิวเต็มๆ ที่ ครั้งแรกของฉัน 1 วัน เดินเที่ยว มะละกา มรดกโลก เมืองท่าสุดคลาสสิค พิกัด : https://maps.app.goo.gl/4iC7SDg5P6rp4GG19 ================ 8. Mount Kinabalu ภูเขาคินาบาลู เกาะบอร์เนียว สายเที่ยวสุดโหด ผู้พิชิต ต้องอยากมาปักธงบน ยอดเขาโคตาคินาบาลู (Kota Kinabalu) กันสักครั้งแน่นอนค่ะ โดย ภูเขาคินาบาลู (Mount Kinabalu) ตั้งอยู่บน เกาะบอร์เนียว (Borneo) ใน อุทยานแห่งชาติคีนาบาลู ที่นี่มีความสูงประมาณ 4,095 เมตรจากระดับน้ำทะเล โดยทริปไปยังยอดเขาจะใช้เวลาประมาณ 2 วัน ระยะทางไป-กลับประมาณ 18 กิโลเมตร ระยะทางโหดใช้ได้ จึงเป็นอีกหนึ่งเส้นทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวสายเดินเขาที่พลาดไม่ได้ค่ะ ดูรีวิวเต็มๆ ที่ พิชิต ยอดเขาคินาบาลู มาเลเซีย สัมผัสแสงแรกของวัน สวรรค์ของนักปีนเขา พิกัด : https://maps.app.goo.gl/gkfxJhuqNyr5FJtk6 ================ 9. Cameron Highland รัฐปะหัง Cameron Highland อีกหนึ่งที่เที่ยวสวยมาเลเซียใน รัฐปะหัง (Pahang) เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่บนเขาที่กว้างใหญ่ที่สุดของประเทศมาเลเซียเลยค่ะ ไฮไลท์ของการมาเที่ยวที่นี่ก็คือ พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ และจิบชาอุ่นๆ โดยที่นี่จะมี ไร่ชา ที่ให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชม และมาจิบชาอร่อยๆ ได้ในอากาศเย็นๆ ประมาณ 20 องศาเซลเซียส เป็นที่เที่ยวธรรมชาติที่น่ามาเช็กอินจริงๆ ค่ะ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/jLLHc6AwToHUE4Fx8 ================ 10. Awana Skyway กระเช้าลอยฟ้า รัฐปะหัง Sharad Raval / Shutterstock.com ปิดท้ายกันด้วยการไปนั่งกระเช้าลอยฟ้า ชมวิวสวยๆ กันที่ Awana Skyway ซึ่งตั้งอยู่ที่ เก็นติ้งไฮแลนด์ (Genting Highlands) ใน รัฐปะหัง (Pahang) ค่ะ โดยเราจะได้นั่งกินลมชมวิวสวยๆ ดื่มด่ำไปกับทิวทัศน์ของป่าฝนอันเขียวขจีที่มีอายุถึง 130 ล้านปี อีกทั้งภายในกระเช้ายังเป็นพื้นกระจกให้เราได้มองเห็นวิวชัดๆ รวมถึงหวาดเสียวไปพร้อมๆ กัน เป็นอีกกิจกรรมต้องห้ามพลาดเลยค่ะ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/okpys7SVZqqKkdn5A Crystal Image / Shutterstock.com ================

เปิดโรมมิ่ง หรือใช้ Travel SIM? เปรียบเทียบข้อดีก่อนไปเที่ยวต่างประเทศ
อ่าน

เปิดโรมมิ่ง หรือใช้ Travel SIM? เปรียบเทียบข้อดีก่อนไปเที่ยวต่างประเทศ

ใครกำลังวางแผนไปเที่ยวต่างประเทศ หนึ่งในสิ่งสำคัญที่ต้องเลือกก็คือ จะเปิดโรมมิ่ง (Roaming) หรือใช้ Travel SIM ดีนะ? เพราะการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตระหว่างเดินทางนั้นสำคัญมาก ไม่ว่าจะดูแผนที่ เช็คข้อมูลการเดินทาง หรือการติดต่อกับเพื่อน และครอบครัว ซึ่งทั้งสองวิธีนี้มีข้อดี ต่างกันออกไป เรามาลองเปรียบเทียบกันว่าตัวเลือกไหนจะเหมาะกว่า เปิดโรมมิ่ง หรือใช้ Travel SIM? 1. การเปิดโรมมิ่ง (Roaming) สะดวกสบาย: เราไม่ต้องเปลี่ยน SIM card หรือติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ แค่เปิดใช้งานบริการโรมมิ่งกับเครือข่ายมือถือเดิม ก็สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ต โทรศัพท์ และข้อความได้ทันที ใช้หมายเลขโทรศัพท์เดิม: ใช้หมายเลขเดิมในการรับสาย และส่งข้อความได้ตลอดการเดินทาง ทำให้ไม่พลาดการติดต่อหรือการแจ้งเตือนสำคัญ รองรับบริการหลากหลาย: บางเครือข่ายให้บริการโรมมิ่งแบบ Unlimited หรือมีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับการเดินทางไปต่างประเทศ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการควบคุมการใช้งาน ข้อสังเกต ค่าบริการสูง: การเปิดโรมมิ่งอาจมีค่าใช้จ่ายสูง โดยเฉพาะถ้าไม่มีแพ็กเกจหรือโปรโมชั่นเฉพาะสำหรับการใช้งานในต่างประเทศ ข้อจำกัดเรื่องการใช้งานข้อมูล: แม้บางแพ็กเกจจะให้ใช้งานไม่จำกัด แต่ก็มีบางกรณีที่มีการจำกัดความเร็วของการเชื่อมต่อหลังจากใช้งานถึงขีดจำกัดหนึ่ง ซึ่งอาจทำให้เราใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ โรมมิ่งเหมาะกับใคร? นักท่องเที่ยวที่ต้องการความสะดวกสบาย และไม่ต้องการเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์ คนที่มีแพ็กเกจโรมมิ่งราคาพิเศษกับเครือข่ายมือถือเดิม นักธุรกิจหรือคนที่ต้องการการเชื่อมต่อทันที และต้องการการใช้งานอย่างต่อเนื่อง 2. การใช้ Travel SIM ค่าใช้จ่ายถูกกว่า: Travel SIM มักจะมีราคาที่คุ้มค่า และเป็นทางเลือกที่ประหยัดมากกว่าโรมมิ่ง ส่วนใหญ่จะมีแพ็กเกจแบบ Prepaid ที่ทำให้เราทราบค่าใช้จ่ายได้ล่วงหน้า เหมาะกับหลายประเทศ: Travel SIM บางตัวสามารถใช้งานได้หลายประเทศในเอเชีย ทำให้คุณไม่ต้องเปลี่ยน SIM เมื่อเดินทางไปยังประเทศอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียงกัน ข้อสังเกต ต้องเปลี่ยน SIM card: เราจะต้องถอด SIM card เดิมออก และเปลี่ยนใหม่ ทำให้ไม่สามารถใช้หมายเลขโทรศัพท์เดิมได้ในระหว่างที่ใช้งาน SIM ใหม่นี้ ไม่สามารถรับสายโทรศัพท์เดิมได้: อาจทำให้พลาดสายโทรศัพท์สำคัญ หรือทำให้การรับส่งข้อความผ่านหมายเลขเดิมเป็นไปไม่ได้ อาจต้องการการตั้งค่าเพิ่มเติม: บางครั้งการใช้ Travel SIM อาจต้องมีการตั้งค่าการเชื่อมต่อใหม่ ซึ่งอาจทำให้นักท่องเที่ยวมือใหม่มีความยุ่งยากเล็กน้อย Travel SIM เหมาะกับใคร? นักท่องเที่ยวที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ผู้ที่ไม่จำเป็นต้องใช้หมายเลขโทรศัพท์เดิม หรือสามารถใช้การสื่อสารผ่านแอปพลิเคชันได้ ผู้ที่เดินทางระยะสั้นและไม่ต้องการจ่ายค่าบริการสูงเกินไป ====================

ทำพาสปอร์ตเด็ก เอกสาร ต่างๆ ในการทำพาสปอร์ต พาลูกเที่ยวต่างประเทศ
อ่าน

ทำพาสปอร์ตเด็ก เอกสาร ต่างๆ ในการทำพาสปอร์ต พาลูกเที่ยวต่างประเทศ

สำหรับ คุณพ่อคุณแม่ หรือ ผู้ปกครอง ที่วางแผน พาลูกเที่ยวต่างประเทศ หรือต้อง เดินทางต่างประเทศ สิ่งที่ต้องเตรียมลำดับแรกๆ ก็คือ พาสปอร์ตสำหรับเด็ก หรือ หนังสือเดินทางสำหรับเด็ก นั่นเอง ดังนั้นมาเตรียมพร้อม เอกสารต่างๆ ที่ ต้องใช้ในการ ทำพาสปอร์ตเด็ก (ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ - อายุต่ำกว่า 20 ปี) ได้ตามนี้ได้เลยค่ะ พาสปอร์ตเด็ก เอกสาร ที่ต้องใช้เตรียมพร้อมก่อน พาลูกเที่ยวต่างประเทศ 1. กรณี บิดา มารดา อยู่ด้วยกัน อาจจะจดหรือไม่จดทะเบียนสมรส แต่มีอำนาจปกครองบุตรร่วมกัน เอกสารที่ต้องใช้ สูจิบัตรฉบับจริง บัตรประชาชนฉบับจริง (เฉพาะอายุ 7 ปีขึ้นไป) หนังสือเดินทางเล่มเดิม (หากมี) บัตรประชาชนตัวจริงของบิดาและมารดา (กรณีชาวต่างชาติให้ใช้หนังสือเดินทางตัวจริง) เอกสารแสดงความเกี่ยวพัน และอำนาจปกครองบุตร หมายเหตุ ทั้งบิดาและมารดา ต้องมาแสดงตนเพื่อลงนามยินยอมให้ผู้เยาว์ทำหนังสือเดินทาง หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถมาแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศและทำหนังสือเดินทาง (ทำผ่านเขต หรืออำเภอ) หากทั้งบิดามารดา ไม่สามารถไปแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมจากทั้งบิดาและมารดา (อาจทำในฉบับเดียวกัน) และมีหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว เช่น ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา พาผู้เยาว์ไปทำหนังสือเดินทาง (ไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจในกรณีที่ผู้เยาว์มีอายุ 15 ปีขึ้นไป) ================= 2. กรณี บิดา มารดา หย่าร้าง เอกสารที่ต้องใช้ สูจิบัตรฉบับจริง บัตรประชาชนฉบับจริง (เฉพาะอายุ 7 ปีขึ้นไป) หนังสือเดินทางเล่มเดิม (หากมี) บัตรประชาชนตัวจริงของบิดา หรือ มารดา ผู้มีอำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว (กรณีชาวต่างชาติให้ใช้หนังสือเดินทางตัวจริง) เอกสารแสดงความเกี่ยวพัน และอำนาจปกครองบุตร ทะเบียนหย่า และบันทึกการหย่าร้าง ที่ระบุว่าผู้ใดมีอำนาจปกครองบุตรให้ผู้นั้นพาผู้เยาว์ไปทำหนังสือเดินทาง และกรณ๊ที่มีอำนาจปกครองบุตรร่วมกัน ทั้งบิดาและมารดาจะต้องลงนามยินยอม หมายเหตุ ผู้ที่มีอำนาจปกครองบุตรเพียงฝ่ายเดียวต้องมาแสดงตนเพื่อลงนามยินยอมให้ผู้เยาว์ทำหนังสือเดินทาง หากผู้ที่มีอำนาจปกครองบุตรเพียงฝ่ายเดียวไม่สามารถมาแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศและทำหนังสือเดินทาง (ทำผ่านเขต หรืออำเภอ) และมีหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว เช่น ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา พาผู้เยาว์ไปทำหนังสือเดินทาง (ไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจในกรณีที่ผู้เยาว์อายุ 15 ปีขึ้นไป) หากบิดามารดา ยังมีอำนาจปกครองบุตรร่วมกันหลังการหย่า ทั้งบิดาและมารดาต้องมาแสดงตน ================= 3. กรณี บิดา มารดา จดทะเบียนสมรส แต่แยกกันอยู่ ติดต่ออีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้ เอกสารที่ต้องใช้ สูจิบัตรฉบับจริง บัตรประชาชนฉบับจริง (เฉพาะอายุ 7 ปีขึ้นไป) หนังสือเดินทางเล่มเดิม (หากมี) บัตรประชาชนตัวจริงของบิดาและมารดา (กรณีชาวต่างชาติให้ใช้หนังสือเดินทางตัวจริง) เอกสารแสดงความเกี่ยวพัน และอำนาจปกครองบุตร หากไม่สามารถติดต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ จะต้องมีคำสั่งศาลให้อีกฝ่ายหนึ่งมีอำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว หมายเหตุ ทั้งบิดาและมารดา ต้องมาแสดงตนเพื่อลงนามยินยอมให้ผู้เยาว์ทำหนังสือเดินทาง หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถมาแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศและทำหนังสือเดินทาง (ทำผ่านเขต หรืออำเภอ) หากทั้งบิดามารดา ไม่สามารถไปแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมจากทั้งบิดาและมารดา (อาจทำในฉบับเดียวกัน) และมีหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว เช่น ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา พาผู้เยาว์ไปทำหนังสือเดินทาง (ไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจในกรณีที่ผู้เยาว์มีอายุ 15 ปีขึ้นไป) ================= 4. กรณี บิดา เป็นผู้เลี้ยงดูบุตร ไม่มีจดทะเบียนสมรส และแยกกันอยู่ (ติดต่ออีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้) เอกสารที่ต้องใช้ สูจิบัตรฉบับจริง บัตรประชาชนฉบับจริง (เฉพาะอายุ 7 ปีขึ้นไป) หนังสือเดินทางเล่มเดิม (หากมี) บัตรประชาชนตัวจริงของบิดา (กรณีชาวต่างชาติให้ใช้หนังสือเดินทางตัวจริง) คำสั่งศาลให้บิดามีอำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว หมายเหตุ บิดาต้องมาแสดงตนเพื่อลงนามยินยอมให้ผู้เยาว์ทำหนังสือเดินทาง หากบิดาไม่สามารถมาแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศและทำหนังสือเดินทาง (ทำผ่านเขต หรืออำเภอ) และมีหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว เช่น ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา พาผู้เยาว์ไปทำหนังสือเดินทาง (ไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจในกรณีที่ผู้เยาว์มีอายุ 15 ปีขึ้นไป) ================= 5. กรณี มารดา เป็นผู้เลี้ยงดูบุตร ไม่มีจดทะเบียนสมรส และแยกกันอยู่ (ติดต่ออีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้) เอกสารที่ต้องใช้ สูจิบัตรฉบับจริง บัตรประชาชนฉบับจริง (เฉพาะอายุ 7 ปีขึ้นไป) หนังสือเดินทางเล่มเดิม (หากมี) บัตรประชาชนตัวจริงของมารดา (กรณีชาวต่างชาติให้ใช้หนังสือเดินทางตัวจริง) หนังสือรับรองการใช้อำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว (ปค.14) จากสำนักงานเขต / ที่ทำการอำเภอ โดยกรณีไม่มี ปค.14 สามารถใช้เอกสาร 2 รายการนี้แทน ซึ่งเป็นเอกสารที่ออกโดยสำนักงานเขต / ที่ทำการอำเภอ ได้แก่- หลักฐานยืนยันว่ามารดาไม่เคยจดทะเบียนสมรส- เอกสารทางทะเบียนว่า บิดาไม่เคยจดทะเบียนรับรองบุตร หมายเหตุ มารดาต้องมาแสดงตนเพื่อลงนามยินยอมให้ผู้เยาว์ทำหนังสือเดินทาง หากมารดาไม่สามารถมาแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศและทำหนังสือเดินทาง (ทำผ่านเขต หรืออำเภอ) และมีหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว เช่น ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา พาผู้เยาว์ไปทำหนังสือเดินทาง (ไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจในกรณีที่ผู้เยาว์มีอายุ 15 ปีขึ้นไป) ================= 6. กรณี บุคคลที่ 3 เป็นผู้ปกครอง ติดต่อบิดา มารดา ไม่ได้ เอกสารที่ต้องใช้ สูจิบัตรฉบับจริง บัตรประชาชนฉบับจริง (เฉพาะอายุ 7 ปีขึ้นไป) หนังสือเดินทางเล่มเดิม (หากมี) บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ปกครอง คำสั่งศาลให้ผู้ปกครองมีอำนาจปกครองเด็กแทนบิดามารดา หมายเหตุ กรณีที่ผู้เยาว์ไม่มีผู้ปกครองตามกฎหมาย เช่น เด็กกำพร้าซึ่งอยู่ในหน่วยงาน / องค์กร แต่จำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศเพื่อแข่งขันกีฬา หรือ แข่งขันด้านวิชาการ หน่วยงานที่ดูแลเด็กต้องทำหนังสือถึงผู้อำนวยการกองหนังสือเดินทาง เพื่อพิจารณาเป็นรายกรณี หากมีผู้ปกครองตามกฎหมาย และไม่สามารถมาแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศและทำหนังสือเดินทาง (ทำผ่านเขต หรืออำเภอ) ================= 7. กรณี จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม เอกสารที่ต้องใช้ สูจิบัตรฉบับจริง บัตรประชาชนฉบับจริง (เฉพาะอายุ 7 ปีขึ้นไป) หนังสือเดินทางเล่มเดิม (หากมี) บัตรประชาชนตัวจริงของบิดาและมารดา (กรณีชาวต่างชาติให้ใช้หนังสือเดินทางตัวจริง) ใบเปลี่ยนชื่อสกลุ (หากมี) ทะเบียนรับบุตรบุญธรรม (คร.14) ฉบับจริง หมายเหตุ หากบิดา หรือมารดาไม่สามารถมาแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศและทำหนังสือเดินทาง (ทำผ่านเขต หรืออำเภอ) ข้อมูลจาก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ อัปเดต 18 สถานที่ทําพาสปอร์ต ต่างจังหวัด ทำพาสปอร์ตที่ไหน ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ อัปเดต สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล 10 เทคนิคเตรียมตัวเที่ยวต่างประเทศ ขึ้นเครื่องบิน สำหรับมือใหม่ มั่นใจไม่ตกเครื่อง

เช็กลิสต์ 14 ที่เที่ยวนิวซีแลนด์ ห้ามพลาด 2024 เที่ยวต่างประเทศสวยๆ
อ่าน

เช็กลิสต์ 14 ที่เที่ยวนิวซีแลนด์ ห้ามพลาด 2024 เที่ยวต่างประเทศสวยๆ

ใครกำลังเตรียมปักหมุดวางแผนการเดินทางทริปต่อไป นิวซีแลนด์ คือที่ที่ไม่ควรพลาดในลิสต์ของปี 2024 นี้เลยค่ะ มาดูกันว่า ลิสต์ ที่เที่ยวนิวซีแลนด์ ห้ามพลาดประจำปี 2024 มีอะไรบ้าง ตามกันไปสัมผัสทัศนียภาพทางธรรมชาติอันงดงาม วัฒนธรรมชวนหลงใหล และกิจกรรมน่าตื่นเต้นอีกมากมายครบทุกไลฟ์สไตล์ตามนี้กันได้เลย! ที่เที่ยวนิวซีแลนด์ ห้ามพลาด 2024 North Island - เกาะเหนือ 1. หมู่บ้านฮอบบิตัน แห่ง แคว้นไวกาโต ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศ และมนต์เสน่ห์อันน่าหลงใหลของ หมู่บ้านฮอบบิท รับรองได้เลยว่า เราจะได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนที่ แบ๊กช็อตโรว์ ที่นี่จะได้เพลิดเพลินกับการสำรวจ Hobbit Hole หรือ บ้านโพรงกระต่าย ซึ่งจะเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาสัมผัสในเดือนธันวาคม 2566 นี้ ================ 2. ชายหาดน้ำพุร้อน โคโรมันเดล CREDIT : Destination Coromandel ความพิเศษของ ชายหาดน้ำพุร้อนโคโรมันเดล แห่งนี้ ไม่ได้อยู่แค่ที่ความหายาก แต่อยู่ตรงที่ช่วงเวลาสองชั่วโมงก่อน และหลังน้ำขึ้นน้ำลง นักท่องเที่ยวสามารถขุดบ่อน้ำ โดยใช้พลั่วหรือใช้มือขุดก็ได้ เพื่อพบกับน้ำพุร้อนผุดซึมออกมาจากใต้ผืนทรายราวกับเนรมิตขึ้นเองกับมือ ================ 3. ตองการิโร อัลไพน์ ครอสซิ่ง CREDIT : Zhi Yuen YAP ตองการิโร อัลไพน์ ครอสซิ่ง หรือการเดินทางข้าม ภูเขาตองการิโร ซึ่งเส้นทางนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นเส้นทางการเดินป่าระยะเวลา 1 วันที่ดีที่สุดของนิวซีแลนด์ และยังเป็นเส้นทางที่ท้าทาย พาดผ่านทิวทัศน์ที่เป็นภูเขาไฟสุดตระการตา โดยอุทยานแห่งชาติตองการิโรเป็น อุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศนิวซีแลนด์ และยังเป็นอุทยานแห่งแรกในโลกที่ได้รับมอบเป็นของขวัญจากชาวพื้นเมือง เนื่องจากในอดีตพื้นที่เขตอุทยานเคยเป็นของชาวเมารี ชนพื้นเมืองของนิวซีแลนด์มาก่อน ด้วยเหตุนี้อุทยานแห่งชาติตองการิโรจึงถูกยกย่องให้เป็นพื้นที่ มรดกโลก ที่ผสมผสานทั้งความงดงามทางธรรมชาติและคุณค่าทางวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ใครที่เป็นแฟนภาพยนตร์ Lord of the Rings คงคุ้นตากับทิวทัศน์นี้อย่างแน่นอน เพราะที่นี่คือเบื้องหลังฉากภูเขาไฟมรณะเมาท์ดูม (Mount Doom) ในภาพยนตร์นั่นเอง ================ 4. ถ้ำหนอนเรืองแสง ใน แคว้นไวกาโต CREDIT : Corin Walker Bain ถ้ำหนอนเรืองแสง หรือ Waitomo Caves เป็นดินแดนมหัศจรรย์อันเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยหินงอกหินย้อย และหนอนเรืองแสงนับล้านๆ ตัว สถานที่แห่งนี้ถูกตั้งชื่อโดยนักสำรวจชาวเมารียุคแรกๆ โดยคำว่า Waitomo นั้น แยกออกมาได้เป็นคำว่า wai ที่แปลว่า "น้ำ" และ tomo ซึ่งแปลว่า "รู" ซึ่งแปลโดยรวมว่า "น้ำที่ลอดผ่านถ้ำ" ถ้าอยากสัมผัสเส้นทางการผจญภัยแบบไม่ซ้ำใครแล้วล่ะก็ สามารถใช้บริการไกด์เพื่อล่องเรือคายักไปตาม แม่น้ำไวกาโต ชมแสงสว่างระยิบระยับจากหนอนเรืองแสงนับหมื่นตัวยามค่ำคื่นภายในถ้ำสุดมหัศจรรย์แห่งนี้ ================ 5. สปาน้ำแร่ แช่น้ำพุร้อนที่ ไว อริกิ เมืองโรโตรัว Rotorua Wai Ariki Hot Springs Spa เป็นสปาและศูนย์ดูแลสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในแทบซีกโลกใต้ ที่จะมอบประสบการณ์สุดพรีเมียมระดับห้าดาว ไว อริกิ ถือเป็นสวรรค์แห่งการพักผ่อน และฟื้นฟูร่างกายที่มอบการบำบัดอันเป็นเอกลักษณ์ โดยผสมผสานระหว่างศาสตร์บำบัดแบบดั้งเดิมของชาวเมารีเข้าด้วยกันกับบริการผ่อนคลายแบบสมัยใหม่ ที่นี่ยังมีสระน้ำให้เอนกายลงแช่พร้อมชมความงดงามของดวงดาวยามค่ำคืน และดื่มด่ำไปกับวิว ภูเขา กาติ วาเคา (Ngāti Whakaue) นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังจะได้เพลิดเพลินและผ่อนคลายไปกับบริการสปา และการบำบัดอันเป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครในบรรยากาศที่อบอุ่น ตามคำในภาษาเมารีที่ว่า "Manaakitanga" ซึ่งเป็นแนวคิดที่สืบทอดมาหลายร้อยปีและเป็นที่กล่าวขานไปทั่วโลก นักท่องเที่ยวสามารถแช่กายในน้ำพุร้อนที่อุดมด้วยแร่ธาตุเพื่อบำบัดรักษา ซึ่งขึ้นชื่อด้านสรรพคุณการรักษาโรคและช่วยให้ร่างกายได้ผ่อนคลาย ================ 6. สัมผัสวิถีชีวิตชนเผ่าเมารีกับทัวร์ Kohutapu Lodge Tribal ใครที่ชอบท่องเที่ยวแนวได้สัมผัสวิถีชีวิต พูดคุยพบปะสังสรรค์กับคนในท้องถิ่น ห้ามพลาด ทัวร์ Kohutapu Lodge Tribal Tours ที่ เมืองโรโตรัว ท่ามกลางบรรยากาศของที่พักอันเป็นเอกลักษณ์ เราจะได้ดื่มด่ำและสัมผัสกับวีถีชีวิตชุมชนของ ชาวเผ่าเมารี ในยุคปัจจุบันได้อย่างแท้จริง ระหว่างที่พักอยู่ที่นี่ เราจะได้เรียนรู้วิธีการจับปลาไหล ทอผ้า และการเต้นฮากา ทั้งยังได้ลิ้มลองรสชาติอาหารฮังกิในแบบฉบับดั้งเดิม หรือจะเยี่ยมชม มาเร (Marae) สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาของชาวเมารี และชมหินแกะสลักของชาวเมารีโบราณ พร้อมสัมผัสประสบการณ์อีกมากมาย ================ 7. เขตอนุรักษ์ Whir Inaki Te Pua-a-Tāne หลีกหนีความวุ่นวายในเมือง แล้วมารับพลังความสดชื่นท่ามกลางธรรมชาติ ให้ร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณได้ผ่อนคลายไปกับการอาบป่า ท่ามกลางพื้นที่อันเขียวชอุ่มของผืนป่า Whirinaki ที่เป็นป่าฝนยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุด และเป็นแห่งสุดท้ายของโลก ตั้งอยู่ใน เขตอนุรักษ์ Whirinaki Te Pua-a-Tāne ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาเยี่ยมชมได้ ที่นี่ เราจะได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของผืนป่าที่มีต่อจิตวิญญาณ พร้อมกับ ทัวร์ Whirinaki Forest Footsteps ที่จะพาไปอาบป่า 1 วัน ระหว่างการเดินทางในทัวร์นี้ คุณยังสามารถเรียนรู้ภูมิปัญญาด้านการแพทย์ของชาวเมารี พร้อมสัมผัสต้นโททาราอายุ 1,000 ปี รวมถึงชมนกพื้นเมืองและนกที่ใกล้สูญพันธุ์ ================ 8. ย่านพอนซอนบี แหล่งชุมชมสุดฮิปของ โอ๊คแลนด์ มาถึง พอนซอนบี (Ponsonby) ย่านทันสมัยของ โอ๊คแลนด์ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมือง ถือเป็นย่านพักอาศัยสุดฮิป ขึ้นชื่อเรื่องแหล่งช้อปปิงและร้านอาหารต่างๆ มากมายตลอดริมถนน ไม่ว่าจะเป็นร้านบูติกดูดีมีสไตล์ ร้านหนังสืออิสระ และคาเฟ่สุดอินเทรนด์ โดยนักท่องเที่ยวสามารถอิ่มอร่อยได้ตลอดทั้งวัน เพราะถนนสายนี้เต็มไปด้วยร้านอาหาร ตั้งแต่รถขายทาโก้รสเลิศ แผงขายเบอร์เกอร์ ไปจนถึงร้านอาหารกึ่งผับสุดหรู และร้านอาหารทะเล พร้อมดื่มด่ำศิลปะไปกับแกลเลอรีเล็กๆ ที่จัดแสดงงานคราฟต์เกี่ยวกับนกกีวี และศิลปะสมัยใหม่สุดแหวกแนว อีกทั้งยังมีบาร์ที่คึกคัก เสิร์ฟคราฟต์เบียร์และค็อกเทลเลื่องชื่อ นอกจากนี้ ย่านชานเมืองของพอนซอนบี ยังติดอันดับที่ 33 จากทั้งหมด 40 อันดับย่านชานเมืองที่เจ๋งที่สุดในโลก ของเว็บไซต์ Time Out ซึ่งเป็นการจัดอันดับย่านชานเมือง 40 แห่งจากทั่วโลกที่ขึ้นชื่อในเรื่องอาหาร วัฒนธรรม และชุมชนที่มีสีสันคึกคัก ซึ่งมีการจัดอันดับทุกปี ================ South Island - เกาะใต้ 9. มิลฟอร์ด ซาวด์ (Milford Sound) และ เดาท์ฟูล ซาวด์ (Doubtful Sound) มิลฟอร์ด ซาวด์ ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันตกของเกาะใต้ ที่รอให้ผู้มาเยือนไปสัมผัสด้วยตาตนเอง โอบล้อมด้วยยอดเขาสูงตระหง่าน น้ำตกที่ลดหลั่นเป็นชั้น และทิวทัศน์ที่งดงามจับใจ ห่างออกไปไม่ไกลนัก นักท่องเที่ยวจะได้พบ Doubtful Sound หรือ Sound of Silence ซึ่งเป็นฟยอร์ดที่ลึกที่สุดและทอดยาวเป็นอันดับสองของเกาะใต้ ทั้งมิลฟอร์ด ซาวด์ และ Doubtful Sound จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งดงามตระการตาที่ไม่ควรพลาด ================ 10. อุทยานแห่งชาติอาโอรากิ เมาท์คุก (Aoraki Mount Cook) CREDIT : Rob-Suisted อุทยานแห่งชาติอาโอรากิ เมาท์คุก (Aoraki Mount Cook) เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในนิวซีแลนด์ มีชื่อเสียงมาจากนักสำรวจและนักปีนเขาชาวนิวซีแลนด์ "เซอร์เอ็ดมันด์ ฮิลลารี" เคยใช้เป็นสนามฝึกซ้อมก่อนจะกลายเป็นคนเป็น 1 ใน 2 คนแรกของโลกที่สามารถปีนขึ้นถึงยอดเขาเอเวอเรสต์ได้สำเร็จ โดยอุทยานแห่งนี้รายล้อมด้วย ธารน้ำแข็งทัสมัน (Tasman Glacier) ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในนิวซีแลนด์ ทอดตัวยาวลึกเข้าไปในอุทยาน ซึ่งสามารถสำรวจอุทยานแห่งชาติเมาท์คุกได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเดินป่าสบายๆ ผ่าน เส้นทางธรรมชาติ แทร็ค ฮุคเกอร์ วัลเลย์ (Hooker Valley Track) หรือชมทิวทัศน์ของภูเขาอย่างใกล้ชิดแบบเป็นส่วนตัวบนเฮลิคอปเตอร์ ================ 11. นั่งเรือไปชมวาฬใน ไคคูร่า ไคคูร่า แคนยอน (Kaikōura Canyon) มีลักษณะเป็นร่องลึกลงไปใต้ท้องทะเล บริเวณนี้ เราจะได้ยลโฉม วาฬสเปิร์ม ที่ว่ายเข้ามาใกล้แนวชายฝั่ง ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญมาตั้งแต่ปี 1980 โดยมีจุดเด่นเป็น กิจกรรมนั่งเรือชมวาฬ ที่สัมผัสได้อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังเลือกชมทิวทัศน์จากมุมสูงด้วยเครื่องบิน "Wings Over Whales" หรือจะชมจากบนบก พร้อมมองหาแมวน้ำที่นอนเรียงรายตามแนวชายฝั่งโขดหินของไคคูร่าก็เพลินไปอีกแบบ ================ 12. ภูมิภาค แมคเคนซี (Mackenzie) ภูมิภาคแมคเคนซี (Mackenzie) ในนิวซีแลนด์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับ นักดูดาว ซึ่งมีท้องฟ้ายามค่ำคืนที่งดงามบริสุทธิ์และเงียบสงบ ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของ เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด (Dark Sky) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก หรือที่รู้จักกันในชื่อ เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดอาโอรากิแมคเคนซี (Aoraki Mackenzie Dark Sky Reserve) โดยยามค่ำคืนจะปรากฏหมู่ดาวที่พบเห็นได้แค่ในซีกโลกใต้ เช่น กลุ่มดาวไม้กางเขนใต้ และเมฆแมกเจลแลน ระยิบระยับตลอดทั้งคืน พร้อมให้คุณดื่มด่ำกับประสบการณ์การดูดาวที่ไม่ควรพลาดในนิวซีแลนด์ กิจกรรมชมท้องฟ้ามืด, ทะเลสาบเทคาโป ในแมคเคนซี - นักท่องเที่ยวสามารถเลือกสัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่างทั้งสามแบบ ได้แก่ การดูดาวบนยอดเขาเมาท์จอห์น และการดูดาวภายในอาคารที่พักแบบส่วนตัวอีกสองแบบ กิจกรรมการดูดาวที่ทะเลสาบเทคาโป ในแมคเคนซี - นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสประสบการณ์ "การอาบดาว" แช่สระน้ำร้อนและดูดาวไปพร้อมกัน พักผ่อนด้วยการลอยตัวบนเปลลอยน้ำ พร้อมชมวิวสุดประทับใจในค่ำคืนของฤดูหนาว ================ 13. ธารน้ำแข็งฟรานซ์โจเซฟ ธารน้ำแข็งฟรานซ์โจเซฟ (Franz Josef Glacier) ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันตกของนิวซีแลนด์ เป็นหนึ่งในธารน้ำแข็งที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก โดยเราสามารถชมความงดงามของธารน้ำแข็งด้วยการขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปกับ โปรแกรมทัวร์ผจญภัยธารน้ำแข็งฟรานซ์โจเซฟ ที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งให้นักท่องเที่ยวสามารถเลือกบริการได้ตามความต้องการ โดยเปิดให้เข้าชมตั้งแต่เดือนตุลาคม-พฤษภาคม ครอบคลุมบริการเที่ยวบินชมทิวทัศน์เหนือธารน้ำแข็งฟรานซ์โจเซฟในระยะทางที่ไกลกว่า พร้อมอาหารและเครื่องดื่ม เต็มอิ่มกว่า 5.5 ชั่วโมง โดยมีไกด์ผู้เชี่ยวชาญที่จะพาไปสำรวจเส้นทางสุดพิเศษ และสัมผัสความมหัศจรรย์ของธารน้ำแข็งที่จะตราตรึงใจ ================ 14. EcoZip Kaikōura ถ้าเสียงหัวใจเรียกร้องการผจญภัย! ขอแนะนำ EcoZip Kaikōura ซิปไลน์ใหม่ล่าสุดของเกาะใต้ ท่ามกลางพุ่มพันธุ์ไม้พื้นเมืองบนพื้นที่ราว 3,000 เอเคอร์นอกเมืองไคคูร่า ที่นี่เราจะได้เหินเวหาไปตามซิปไลน์ 5 เส้นที่เรียงขนานกัน รวมเป็นระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร โดยหัวใจสำคัญของโปรแกรมนี้ยังต้องการส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวซึมซับการอนุรักษ์ธรรมชาติ ด้วยการร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้พื้นเมืองและกำจัดศัตรูพืชเพื่อทำให้สถานที่นี้กลับคืนสู่สภาพที่สวยงามและบริสุทธิ์ ================ ขอบคุณข้อมูลดีๆ และภาพจาก การท่องเที่ยวนิวซีแลนด์

5 วิธีเตรียมตัว เที่ยวต่างประเทศ ไม่เก่งภาษาอังกฤษ สบายหายห่วง!
อ่าน

5 วิธีเตรียมตัว เที่ยวต่างประเทศ ไม่เก่งภาษาอังกฤษ สบายหายห่วง!

ไม่เก่งภาษาอังกฤษ เที่ยวต่างประเทศได้ไหม เป็นคำถามที่บอกเลยว่า สบายใจหายห่วงค่ะ เพราะเรามี 5 วิธีเตรียมตัว เที่ยวต่างประเทศ ไม่เก่งภาษา มาฝากค่ะ จะช่วยให้การท่องเที่ยวในทริปนี้สบายขึ้นอย่างแน่นอน มาดูกันว่า มีเทคนิคการเตรียมตัวยังไงบ้าง! เที่ยวต่างประเทศ ไม่เก่งภาษาอังกฤษ วิธีเตรียมตัว เทคนิคการเดินทาง คำศัพท์พื้นฐาน เมื่อไปเที่ยวต่างประเทศ 1. แอปพลิเคชันแปลภาษา ตัวช่วยที่ง่ายที่สุดในการเดินทางของเราในทริปเที่ยวต่างประเทศก็คือ แอปพลิเคชันแปลภาษา ค่ะ ซึ่งตอนนี้บอกเลยว่ามีแอปพลิเคชันสำหรับมือถือหลายร้อยแอปที่ช่วยให้เราสามารถแปลข้อความ และคำพูดจากภาษาอังกฤษไปยังภาษาที่เราเข้าใจได้ ซึ่งจะช่วยในสื่อสารกับคนท้องถิ่นได้อย่างง่ายดายกว่าเดิมมาก 2. ใช้บริการทัวร์และไกด์ท้องถิ่น การไปเที่ยวต่างประเทศด้วยทริปทัวร์ หรือจ้างไกด์ท้องถิ่นที่สามารถสื่อสารภาษาของเราได้ จะช่วยให้การสื่อสารเป็นไปได้อย่างราบรื่นค่ะ ซึ่งไกด์จะสามารถแปล และช่วยอธิบายด้วยภาษาที่เราเข้าใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้เรารู้จักสถานที่ท่องเที่ยว เรื่องราวต่างๆ ของสถานที่นั้นๆ ได้เป็นอย่างดี 3. เรียนรู้ภาษาท้องถิ่นแบบพื้นฐาน ถึงแม้ว่าเราจะไม่เก่งภาษาอังกฤษ แต่เราสามารถเรียนรู้ภาษาพื้นฐานท้องถิ่นของประเทศนั้นๆ และนำไปใช้ได้บ้าง เช่น ไปเที่ยวญี่ปุ่น เราอาจจะรู้คำพื้นฐานอย่าง ขอบคุณ - อะริกะโต โกะไซมะชิตะ หรือ ราคาเท่าไหร่ - อิคุระเดสก๊ะ ไว้บ้าง เป็นต้น 4. สอบถามข้อมูล ตามหาสถานที่ ด้วยรูป นอกจาก ทริปการเดนิทางที่เราไว้วางแผนไว้ อีกสิ่งที่สำคัญที่ควรเตรียมไว้ด้วยก็คือ รูปของสถานที่ที่เรากำลังจะไป หรือ รูปแผนที่ต่างๆ ค่ะ เพราะเราจะสามารถนำรูปไปสอบถามทางกับคนท้องถิ่นได้ แม้ภาษาอังกฤษเราจะไม่ค่อยแข็งแรงก็ตาม หรือ การมีรูปของอุปกรณ์ต่างๆ ที่เราต้องการ ยื่นให้กับพนักงานโรงแรมดูเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายนั่นเอง 5. วางแผนการเดินทาง สิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ทริปเที่ยวของเราราบรื่นก็คือ การศึกษาเส้นทาง และวางแผนการเดินทางอย่างละเอียด โดยตามเว็บไซต์ท่องเที่ยวต่างๆ มักจะมีคำอธิบายการเดินทางไปยังสถานที่นั้นๆ อยู่แล้ว ให้เรานำมาวางแผนการเดินทางของเรา อีกทั้งยังสามารถใช้ Google Map เพื่อดูเส้นทางก่อนเดินทางจริงได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ในการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ เชื่อว่าจะเป็นประสบการณ์ที่ดีของทุกคนค่ะ ดังนั้น แม้เราไม่เก่งภาษา ก็ลองออกไปเจอโลกกว้างดูสักที เราจะไม่กลัวกับการพูดภาษาอังกฤษอีกต่อไป และถึงแม้ว่าเราจะไม่เก่ง แต่ก็สามารถเรียนรู้ได้จากการเดินทางค่ะ ทิปส์การเดินทาง ที่น่าสนใจอื่นๆ 9 ทิปส์ เที่ยวต่างประเทศครั้งแรก ด้วยตัวเอง วิธีเตรียมตัว มีอะไรบ้าง 12 วิธีแก้ Jet Lag วิธีป้องกัน เมื่อขึ้นเครื่องบินนานๆ รู้แล้ว! เที่ยวได้สบาย 34 ประเทศ ไม่ต้องขอวีซ่า Passport ไทยผ่านฉลุย อัปเดต 2566

“นิกกี้ ณฉัตร” รับจบเอง! ข่าวลือดาราปากบอกไม่มูฟออน แต่ชีวิตจริงควงหญิงอื่นเที่ยวต่างประเทศ
อ่าน

“นิกกี้ ณฉัตร” รับจบเอง! ข่าวลือดาราปากบอกไม่มูฟออน แต่ชีวิตจริงควงหญิงอื่นเที่ยวต่างประเทศ

นิกกี้ ณฉัตร รับจบเอง! ข่าวลือดาราปากบอกไม่มูฟออน แต่ชีวิตจริงควงหญิงอื่นเที่ยวต่างประเทศ ทำเอาชาวเน็ตได้แต่คือแล้วก็สงสัย เมื่อมีปริศนาถึงดาราหนุ่มคนนึง หลังเพจ เจ๊มอย 108 ได้ออกมาโพสต์ภาพที่เขียนข้อความระบุว่า มันจะมีอยู่นะจำพวกที่บอกยังไม่มูฟออน แต่ชีวิตจริง ควงชะนีอื่นเที่ยวต่างประเทศฉ่ำ พร้อมแนบแคปชันว่า มูฟออนเหอะพ่อ ผู้หญิงเก่าเค้าชัดเจนขนาดนั้นแล้วเนอะ #อิพิมเมียท่านชาดา เหล่าชาวเน็ตแห่ทายกันเพียบว่าใช่ดาราคนนั้นคนนี้หรือเปล่า? แต่ล่าสุดคงไม่ต้องสงสัยกันต่อไป เพราะนักแสดงหนุ่มสายฮา นิกกี้ ณฉัตร ได้ออกมารับจบเรื่องนี้เอง ด้วยการเฉลยว่าเป็นตัวของเขาเอง พร้อมแคปชั่นดังกล่าวมาในไอจี แล้วข้อความสั้นๆว่า ... ผมเอง 5555 เด๋วไป เมืองนอก อีกทีวันที่ 23 ครับ ถ้าบอกติดอ่างขนาดนี้ เอารูปผมขึ้นเถอะ 555 ไม่ใช่แค่ชาวเน็ตเท่านั้นที่พากันเข้ามาคอมเมนต์แซว นิกกี้ เพราะเพื่อนพ้องในวงการและแม้แต่ ก้อย อรัชพร อดีตแฟนสาวที่ตอนนี้ทั้งคู่เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันแล้วยังต้องขอเข้ามาคอมเมนต์ด้วย

รวมประโยคง่ายๆ ภาษาอังกฤษ พกติดตัวไว้ ก่อนเที่ยวต่างประเทศ
อ่าน

รวมประโยคง่ายๆ ภาษาอังกฤษ พกติดตัวไว้ ก่อนเที่ยวต่างประเทศ

หลายคนไม่กล้าไปเที่ยวต่างประเทศ หรือไปแล้วไม่กล้าพูดคุยกับชาวต่างชาติ เพราะว่ากลัวพูดผิด สื่อสารกันไม่เข้าใจ หรือมีความคิดที่ว่า ภาษาอังกฤษ เราอ่อนแอจังเลย วันนี้เราเลยรวมประโยคง่ายๆ เบสิคสำหรับการพกไว้ไปเที่ยวต่างประเทศมาฝากกันค่ะ จะได้ไม่ตกใจ นึกศัพท์ไม่ออก ไม่เขินอีกต่อไปนะ ! ประโยคภาษาอังกฤษง่ายๆ ที่ควรรู้ I speak a little Englishผม/ฉันพูดภาษาอังกฤษได้นิดหน่อย Where are you from ? คุณมาจากไหน ? I am from ฉันมาจาก(ชื่อเมือง, ประเทศ) Can you take a picture for me ? ช่วยถ่ายรูปให้หน่อยค่ะ/ครับ I love it here ฉันชอบที่นี่มาก It is nice/hot/clod อากาศดี/อากาศร้อน/อากาศหนาว How much does it cost ? เท่าไหร่ (ครับ/คะ) Can you reduce the price ? ลดราคาได้ไหม I would like to buy (ผม/ฉัน) อยากซื้อ How do you say this in English ? อันนี้ ภาษาอังกฤษ พูดอย่างไร Do you understand ? เข้าใจไหม ? Where is ? (the beach/ the mountain/ the pier) (ชายหาด/ภูเขา/ท่าเรือ). อยู่ที่ไหน ? How far is it ? ไกลแค่ไหน ? I dont want it spicy ไม่ต้องการเผ็ด I am (asthmatic/diabetic) เป็นหอบ/เป็นโรคเบาหวาน Do you have a room for one person? มีห้องสำหรับหนึ่งคนไหม ? Can I have a menu, please? ขอเมนูหน่อยค่ะ/ครับ ? I would like to order. ขอสั่ง. Can I have the bill, please? ขอบิลด้วยค่ะ/ครับ What time is the next bus to.? รถบัสคันต่อไปที่จะไปกี่โมง ? Where can I buy a ticket ? จะซื้อตั๋วได้ที่ไหน ? Can I leave my bag (หรือ baggage luggage) here, I will be back around . ขอฝากกระเป๋าไว้หน่อยได้ไหม จะกลับมาอีกตอน (เวลา) ===============

ชาวจีนเที่ยวต่างประเทศคึกคักช่วงหยุดตรุษจีน ประเทศอาเซียนครองความนิยมสูง
อ่าน

ชาวจีนเที่ยวต่างประเทศคึกคักช่วงหยุดตรุษจีน ประเทศอาเซียนครองความนิยมสูง

(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้โดยสารที่สถานีรถไฟเซินเจิ้นเหนือ ในนครเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้งทางตอนใต้ของจีน วันที่ 26 ม.ค. 2024) หลานโจว, 28 ม.ค. (ซินหัว) -- ไม่กี่วันที่ผ่านมา หลี่เหมียวเหมี่ยว ชาวจีนจากเมืองหลานโจว เมืองเอกของมณฑลกานซู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ออกเดินทางเพื่อท่องเที่ยวในประเทศไทยพร้อมลูกชายวัย 9 ขวบหลี่และลูกเป็นหนึ่งในบรรดานักท่องเที่ยวชาวจีนที่มุ่งเดินทางไปยังต่างประเทศก่อนถึงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 10 ก.พ. และเนื่องจากจีนได้เข้าสู่ช่วงปิดภาคเรียนฤดูหนาวแล้ว การดำเนินงานด้านเอกสารเข้า-ออกจึงเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในหลายภูมิภาคทั่วประเทศ แม้แต่ในช่วงเที่ยงวันที่ศูนย์บริการของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองประจำสำนักงานความมั่นคงสาธารณะนครหลานโจว ก็ยังคงคลาคล่ำไปด้วยประชาชนผู้มารอรับเอกสารเดินทางไป๋ลี่เจวียน เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองข้างต้น กล่าวว่าช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาจำนวนผู้ยื่นขอเอกสารเข้าและขาออกล้วนเพิ่มสูงขึ้น โดยมีปริมาณการจัดการเอกสารเฉลี่ยต่อวันเกิน 1,200 รายการ และนับตั้งแต่ต้นปีนี้เป็นต้นมา ราวร้อยละ 60 ของเอกสารยื่นขอหนังสือเดินทาง เป็นผู้ที่ประสงค์เดินทางไปยังจุดหมายปลายทางยอดนิยมในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ความคึกคักเช่นนี้ยังเกิดขึ้นกับเมืองอื่นๆ ทั่วจีนเช่นกัน เช่น นครหางโจว เมืองเอกของมณฑลเจ้อเจียงทางตะวันออกของประเทศ ที่ต้องจัดการกับเอกสารเข้า-ออกประเทศมากกว่า 5,000 รายการต่อวัน ขณะที่เมืองชิงเต่า เมืองชายฝั่งในมณฑลซานตง ได้จัดให้มีบริการพิเศษด้านการดำเนินเอกสารเข้า-ออกประเทศ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาที่วางแผนเดินทางไปต่างประเทศในช่วงปิดเทอมฤดูหนาวช่วงเวลาเดียวกันนี้ จุดหมายปลายทางยอดนิยมในต่างประเทศ อย่างเช่น ไทย มาเลเซีย ศรีลังกา และสิงคโปร์ ก็มีการดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีนในปี 2024 อาทิ การยกเว้นข้อกำหนดด้านวีซ่า หรือหลายๆ สายการบินที่เพิ่มเที่ยวบินระหว่างประเทศและบริการเช่าเหมาลำ เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการเดินทางที่เพิ่มมากขึ้นเที่ยวบินที่หลี่และลูกชายใช้บริการนับเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศเที่ยวแรกที่สายการบินไชน่าอีสเทิร์นแอร์ไลน์ (China Eastern Airlines) หวนกลับมาเปิดบริการอีกครั้งในมณฑลกานซู่ ในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา และเป็นเส้นทางบินโดยสารเชื่อมประเทศไทยเส้นทางแรกของสนามบินหลานโจว ที่กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งในฤดูหนาวนี้ทั้งนี้ สำนักบริหารการตรวจคนเข้าเมืองแห่งชาติจีนระบุว่า จีนมียอดการเดินทาง 5.18 ล้านครั้งช่วงหยุดปีใหม่ 3 วัน ระหว่างวันที่ 30 ธ.ค. 2023 ถึงวันที่ 1 ม.ค. 2024 เพิ่มขึ้น 4.7 เท่า เมื่อเทียบกับตัวเลขในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และฟื้นตัวสู่ระดับเดียวกันกับเมื่อปี 2019บุคลากรที่คร่ำหวอดในภาคการท่องเที่ยวต่างเชื่อว่าการอำนวยความสะดวกแก่การเดินทางข้ามพรมแดนที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ตลาดการท่องเที่ยวขาออกได้รับโอกาสการพัฒนาใหม่ๆ ในปีนี้