รีเซต

ผลการค้นหา “#เคานต์ดาวน์น่าน2569” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ททท.ทรูชวนชิม
สิทธิพิเศษ

ททท.ทรูชวนชิม

-

PTTGC เตรียมขายหุ้นกู้ 2 รุ่น อายุ 7 และ 10 ปี  เปิดจอง 14-21 ก.ย. ระดมทุนเสริมฐานะการเงิน
อ่าน

PTTGC เตรียมขายหุ้นกู้ 2 รุ่น อายุ 7 และ 10 ปี  เปิดจอง 14-21 ก.ย. ระดมทุนเสริมฐานะการเงิน

#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #SET #PTTGC เตรียมขายหุ้นกู้ 2 รุ่น อายุ 7 และ 10 ปี เปิดจอง 14-21 ก.ย. ระดมทุนเสริมฐานะการเงิน GC เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ต่อประชาชนทั่วไป 2 ชุด อายุ 7 ปี และ 10 ปี พร้อมสิทธิจองซื้อก่อนสำหรับผู้ถือหุ้นกู้เดิมและผู้สูงวัย หนุนแผนบริหารเงินทุนระยะยาว เสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน และขับเคลื่อนธุรกิจมูลค่าสูงคาร์บอนต่ำ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากลและแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. เตรียมออกและเสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (Public Offering) โดยหุ้นกู้แบ่งเป็น 2 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้รุ่นอายุ 7 ปี และรุ่นอายุ 10 ปี ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนครบกำหนด คาดเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 1421 กันยายน 2569 ผ่านธนาคารชั้นนำ 6 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารซีไอเอ็มบีไทย พร้อมจัดลำดับสิทธิการจองซื้อให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้เดิม ผู้สูงวัย และผู้ลงทุนประชาชนทั่วไป เพื่อขยายฐานนักลงทุนและสนับสนุนแผนบริหารเงินทุนระยะยาวของ GC การเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ บริษัทฯ มีแผนนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ และใช้ในการชำระคืนเงินกู้ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงิน และทำให้โครงสร้างทางการเงินของบริษัทฯ แข็งแกร่งขึ้น รองรับการดำเนินธุรกิจท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงานจากสภาวะเศรษฐกิจโลกและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ โดย GC ยังคงรักษาวินัยทางการเงินควบคู่กับการผลักดันธุรกิจสู่ธุรกิจมูลค่าสูงคาร์บอนต่ำ เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงในระยะยาว นายทิติพงษ์ จุลพรศิริดี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานการเงินและบัญชี GC กล่าวว่า การออกหุ้นกู้ในครั้งนี้เป็นการกลับมาออกหุ้นกู้ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ครั้งแรกในรอบ 4 ปี หลังจากออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ในปี 2567 และปี 2568 ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักลงทุน สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อศักยภาพของ GC ในฐานะแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ ของกลุ่ม ปตท. โดย GC ยังคงยึดมั่นในวินัยทางการเงิน และดำเนินงานแผนการบริหารเงินทุนอย่างเป็นระบบ ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ Portfolio Transformation เพื่อให้บริษัทพร้อมต่อยอดการเติบโตสู่ธุรกิจมูลค่าสูงคาร์บอนต่ำได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน หุ้นกู้ที่เสนอขายครั้งนี้เป็นหุ้นกู้ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ โดยผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนวันครบกำหนด แบ่งออกเป็น 2 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้ ชุดที่ 1 อายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ยอยู่ระหว่าง [2.65-2.80]% ต่อปี และหุ้นกู้ ชุดที่ 2 อายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยอยู่ระหว่าง [3.00-3.15]% ต่อปี โดยบริษัทฯ จะประกาศอัตราดอกเบี้ยสุดท้ายอีกครั้งหนึ่ง บริษัทฯ ยังเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนหลากหลายกลุ่มเข้าถึงการลงทุนหุ้นกู้ของบริษัทฯ โดยการเสนอขายจะแบ่งเป็น 3 ช่วง ได้แก่ ช่วงที่ 1 ระหว่างวันที่ 1415 กันยายน 2569 สำหรับผู้ถือหุ้นกู้รุ่น PTTGC296A ช่วงที่ 2 ระหว่างวันที่ 1617 กันยายน 2569 สำหรับผู้สูงวัย (บุคคลธรรมดาที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป หรือกำลังจะมีอายุครบ 60 ปี ในปี พ.ศ. 2569 กล่าวคือ บุคคลธรรมดาที่เกิดในวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2509 หรือก่อนหน้านั้น) ช่วงที่ 3 วันที่ 18 และ 21 กันยายน 2569 สำหรับผู้ลงทุนประชาชนทั่วไป ผู้ลงทุนที่สนใจสามารถจองซื้อผ่านสาขาและช่องทางออนไลน์ผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่าย ด้านผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ในครั้งนี้ กล่าวเสริมว่า การกลับมาออกหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกันของ GC ในรอบ 4 ปีครั้งนี้ GC จะมอบสิทธิให้ผู้ถือหุ้นกู้ชุด PTTGC296A ได้จองซื้อก่อนในช่วงที่ 1 สำหรับช่วงที่ 2 จะเสนอขายให้กับผู้สูงวัยซึ่งเป็นกลุ่มนักลงทุนที่ GC ให้ความสำคัญมาโดยตลอด เพื่อให้เป็นทางเลือกในการลงทุนที่มั่นคง ยั่งยืน และมีรายได้ต่อเนื่องในวัยเกษียณ และช่วงที่ 3 จะเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนประชาชนทั่วไปได้เข้าถึงการลงทุนที่มั่นคงและขยายฐานผู้ถือหุ้นกู้ของ GC หุ้นกู้ที่จะเสนอขายทั้ง 3 ช่วงในครั้งนี้ กำหนดมูลค่าจองซื้อขั้นต่ำที่ 100,000 บาท ทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท และไม่จำกัดมูลค่าการจองซื้อของนักลงทุนแต่ละราย ทั้งนี้ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากหนังสือชี้ชวนสำหรับการเสนอขายหุ้นกู้ที่ www.sec.or.th หรือสอบถามข้อมูลผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ทั้ง 6 แห่ง ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (ยกเว้นสาขาไมโคร) โทร. 1333 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่าน Bangkok Bank Mobile Banking ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 02-111-1111 (บุคคลธรรมดาสามารถจองซื้อออนไลน์บนแอปพลิเคชัน Krungthai Next ผ่านระบบ Money Connect by Krungthai) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) โทร. 1572 (บุคคลธรรมดาสามารถจองซื้อออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน krungsri app) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 02-888-8888 ต่อ 869 (บุคคลธรรมดาสัญชาติไทยสามารถจองซื้อออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน K PLUS) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โทร. 02-777-6784 (บุคคลธรรมดาสามารถจองซื้อทางออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน SCB EASY) ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ โทร. 02-626-7777 (สำหรับบุคคลธรรมดาที่จองซื้อในช่วงที่ 2 และ ช่วงที่ 3 สามารถจองซื้อผ่านช่องทางออนไลน์บนแอปพลิเคชัน CIMB Thai ได้อีกช่องทางหนึ่ง) หมายเหตุ: บริษัทอยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งยังไม่มีผลใช้บังคับ ดังนั้น ข้อมูลจึงอาจมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ การจัดสรรหุ้นกู้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ เงื่อนไขการจัดจำหน่ายเป็นไปตามที่กำหนดในร่างหนังสือชี้ชวน คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนที่ www.sec.or.th

ใช้ 25 ทรูพอยท์ แลกรับเน็ต 3GB 1วัน รับ 2 สิทธิ์ ที่กิจกรรม High Prize เลอค่า น่าแลก
สิทธิพิเศษ

ใช้ 25 ทรูพอยท์ แลกรับเน็ต 3GB 1วัน รับ 2 สิทธิ์ ที่กิจกรรม High Prize เลอค่า น่าแลก

ประหยัด ฿45.00ที่ TrueYou ใช้ 25 ทรูพอยท์ แลกรับเน็ต 3GB 1วัน รับ 2 สิทธิ์ ที่กิจกรรม High Prize เลอค่า น่าแลกระยะเวลาร่วมกิจกรรม : 22 เมษายน 2569 ถึง 31 กรกฏาคม 2569 วิธีการร่วมสนุก1. ใช้ 25 ทรูพอยท์ แลกรับเน็ต 3GB 1วัน รับ 2 สิทธิ์นการลุ้นรางวัล2. หลังจากสิ้นสุดแคมเปญ เจ้าหน้าที่รวบรวมรายชื่อผู้ร่วมกิจกรรม นำมาตัดชิ้นส่วนเพื่อจับฉลาก และประกาศรายชื่อผู้โชคดีทาง Facebook TrueYou วันที่ 21 สิงหาคม 2569 เวลา 17.00 น.ของรางวัลและมูลค่าของรางวัลจากกิจกรรม ได้แก่ทองคำแท่ง 5 บาท มูลค่า 171,107 บาท จำนวน 1 รางวัลระยะเวลาการจับรางวัล: วันที่ 14 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 น.ประกาศรายชื่อผู้โชคดีทาง Facebook TrueYou วันที่ 21 สิงหาคม 2569 เวลา 17.00 น. ข้อกำหนดและเงื่อนไขกิจกรรม High Prize เลอค่า น่าแลก 20261. สิทธิพิเศษเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม High Prize เลอค่า น่าแลก 2026 ("กิจกรรม") นี้ จัดขึ้นโดยบริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด ("บริษัทฯ") สำหรับผู้ใช้บริการของบริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล จำกัด (ทรูมูฟ เอช และดีแทค) บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชัน จำกัด และบริษัท ทรู วิชันส์ กรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็นผู้ใช้บริการทรูมูฟ เอช และดีแทคในนามบุคคลธรรมดา ทั้งระบบรายเดือนและระบบเติมเงินที่มีสถานะของการใช้งานเป็นปกติ (Active Status) (ยกเว้นผู้ใช้บริการในนามนิติบุคคลตัวแทนเติมเงินหรือเงื่อนไขอื่นที่บริษัทฯ กำหนด) ผู้ใช้บริการทรู ออนไลน์ และผู้ใช้บริการทรู วิชันส์ สิทธิพิเศษเริ่มตั้งแต่วันที่ วันที่ 22 เมษายน 2569 เวลา 00:00 น. ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 23:59 น. หรือจนกว่าจะมีการแจ้งเปลี่ยนแปลงจากบริษัทฯ2. ผู้ใช้บริการจะต้องมีบัญชีแอปพลิเคชันทรู บัญชีแอปพลิเคชันทรูไอดี หรือบัญชีแอปพลิเคชันดีแทค จึงสามารถกดแลกรับสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรม High Prize เลอค่า น่าแลก 2026 เพื่อรับของรางวัล ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนดดังนี้2.1 รายละเอียดของรางวัล มีดังนี้ ทองคำแท่งหนัก 5 บาท มูลค่า 171,107 บาท จำนวน 1 รางวัล (ราคา ณ วันที่ 7 ก.พ. 67) หมายเหตุ: ผู้จัดกิจกรรมไม่มีส่วนรับผิดชอบ หรือรับประกันสินค้าใดๆ ที่เป็นของรางวัลที่ท่านได้รับไปแล้ว เงื่อนไขการรับประกันเป็นไปตามสินค้า หรือบริการนั้นๆ กรณีผู้ได้รับรางวัลมีข้อสงสัยหรือร้องเรียนเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ กรุณาสอบถามผู้ผลิต หรือผู้จัดจำหน่ายสินค้านั้นๆ โดยตรง2.2 ระยะเวลาของกิจกรรม มีรายละเอียด ดังนี้ ระยะเวลาการแลกสิทธิ์ : 22 เมษายน 2569 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 จับรางวัลวันที่ : 14 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 น. ประกาศผลผู้โชคดีวันที่ : 21 สิงหาคม 2569 เวลา 17.00 น. วันมอบรางวัล : 4 กันยายน 25692.3 วิธีเข้าร่วมกิจกรรม2.3.1) ลูกค้าทรู หรือ ลูกค้าดีแทค สามารถนำทรูพอยท์ หรือดีแทคคอยน์มาแลกรับสิทธิลุ้นรางวัลได้ ดังต่อไปนี้ ใช้ 9 ทรูพอยท์ หรือ ใช้ 90 ดีแทคคอยน์ แลกรับ 1 สิทธิ์ในการเข้าร่วมกิจกรรม ใช้ 60 ทรูพอยท์ หรือ ใช้ 600 ดีแทคคอยน์ แลกรับ 20 สิทธิ์ในการเข้าร่วมกิจกรรม ใช้ 200 ทรูพอยท์ หรือ ใช้ 2,000 ดีแทคคอยน์ แลกรับ 100 สิทธิ์ในการเข้าร่วมกิจกรรมโดยสามารถใช้ทรูพอยท์ หรือดีแทคคอยน์ ในการแลกรับสิทธิได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง2.3.2) ลูกค้าทรูมูฟ เอช แบบเติมเงิน และรายเดือน สามารถเลือกรับสิทธิพิเศษได้ 1 สิทธิ์ต่อเดือนต่อแพ็คเกจ ดังนี้ ใช้ 19 ทรูพอยท์ แลกอินเทอร์เน็ต 4Mbps 1 GB 1 วัน รับ 1 สิทธิ์ในการเข้าร่วมกิจกรรม ใช้ 25 ทรูพอยท์ แลกรับอินเทอร์เน็ต 3GB 1 วัน รับ 2 สิทธิ์ในการเข้าร่วมกิจกรรม 2.3.3) ลูกค้าดีแทค แบบเติมเงิน สามารถเลือกรับสิทธิพิเศษได้ 1 สิทธิ์ต่อเดือนต่อแพ็คเกจ ดังนี้ ใช้ 99 ดีแทคคอยน์ แลกอินเทอร์เน็ต 1 GB 1 วัน รับ 1 สิทธิ์ในการเข้าร่วมกิจกรรม ใช้ 199 ดีแทคคอยน์ แลกอินเทอร์เน็ต 3GB 1 วัน รับ 2 สิทธิ์ในการเข้าร่วมกิจกรรม 3. ภายหลังผู้ใช้บริการกดรับสิทธิ์ เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมแล้วบริษัทฯ ขอมีสิทธิ์ปฏิเสธการคืนทรูพอยท์ หรือ ดีแทคคอยน์ทุกกรณี และสิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถแลกคืนหรือเปลี่ยนเป็นเงินสดหรือของอื่นใดได้4. ภายหลังจากผู้ใช้บริการกดรับสิทธิ์กิจกรรมนี้แล้ว ถือว่าผู้ใช้บริการได้อ่านเงื่อนไขของกิจกรรม และตกลงยินยอมอนุญาตให้ บริษัทฯ ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าเพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดของการจัดกิจกรรมสิทธิพิเศษนี้ และในการดำเนินการดังกล่าว อาจมีการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวแก่บุคคลหรือนิติบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง เพื่อวัตถุประสงค์ในการดำเนินการมอบรางวัลตามที่กำหนดไว้เท่านั้น5. ผู้จัดกิจกรรมจำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าเพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดของการจัดกิจกรรมลุ้นรางวัลนี้ และในการดำเนินการดังกล่าว อาจมีการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวแก่บุคคลหรือนิติบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง เพื่อวัตถุประสงค์ในการดำเนินการลุ้นรางวัลตามที่กำหนดไว้เท่านั้น6. การจับรางวัลจะมีการจับผู้โชคดีโดยสถานที่จับรางวัล ณ อาคารทรูทาวเวอร์ เลขที่ 18 ถนนรัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310 กรณีผู้รับรางวัล (ผู้โชคดี) ไม่สามารถรับรางวัลได้ตามเงื่อนไข ถือว่าผู้โชคดีได้ยินยอมสละสิทธิ์ของรางวัลที่ได้รับ โดยบริษัทฯ มีสิทธิ์ยกเลิกรางวัลนั้น และผู้โชคดีตกลงให้บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการจัดการกับของรางวัล ตามความเหมาะสมต่อไป7. การประกาศผล บริษัทฯ จะประกาศผลผู้ร่วมกิจกรรมที่ได้รับรางวัล (ผู้โชคดี) ในวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ทางเฟซบุ๊กทรูยู (Facebook TrueYou) และ เฟซบุ๊กดีแทค รีวอร์ด (Facebook dtac reward)8. บริษัทฯ กำหนดให้ 1 หมายเลขบัตรประชาชน รับรางวัลได้เพียง 1 รางวัลเท่านั้นตลอดระยะเวลากิจกรรมสิทธิพิเศษนี้ กรณีผู้โชคดีถูกเลือกให้รับรางวัลหลายรางวัล บริษัทฯ มีสิทธิ์ให้รางวัลมูลค่าสูงสุดเพียง 1 รางวัล ตามรางวัลที่ผู้โชคดีได้รับ9. หลังจากประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัล ผู้ใช้บริการที่ได้รับรางวัล (ผู้โชคดี) จะได้รับการติดต่อจากบริษัทฯ ทางโทรศัพท์หรือผ่านข้อความสั้น (SMS) ทางหมายเลขโทรศัพท์ทรูมูฟ เอช หรือหมายเลขโทรศัพท์ดีแทค หรือ email ที่ลูกค้าได้แจ้งไว้กับทางบริษัทฯ ภายในวันที่ 24 สิงหาคม 2569 เพื่อแจ้งสิทธิ์ในการรับของรางวัล10. คุณสมบัติ ข้อกำหนดและเงื่อนไขของผู้โชคดีที่มีสิทธิ์ได้รับรางวัลตามเงื่อนไข ดังนี้10.1 ผู้โชคดีต้องเป็นผู้ที่ลงทะเบียนเป็นผู้ใช้บริการทรูมูฟ เอช, ทรู วิชันส์ และทรู ออนไลน์ หรือดีแทคที่ถูกต้องตามเงื่อนไขของ บริษัทฯ โดยชื่อ นามสกุล และบัตรประชาชน หรือบัตรประจำตัวบุคคล สำหรับผู้ซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ที่ทางราชการไทยออกให้แก่ ผู้โชคดี จะต้องมีข้อมูลถูกต้องตรงกับที่ลงทะเบียนไว้กับบริษัทฯ10.2 ผู้โชคดีรับทราบและตกลงว่าต้องมีสถานะของการใช้บริการได้ตามปกติ (Active) ณ วันที่ประกาศผลหากสถานะของการใช้บริการ ถูกระงับการใช้บริการชั่วคราวหรือถาวร หรือสถานะยกเลิกการใช้บริการและถูกบันทึกเป็นผู้มีประวัติการมีหนี้คงค้างกับบริษัทฯ หรือบุคคลที่มีประวัติเจตนาเติมเงินเพื่อรับสิทธิพิเศษและขอคืนเงินภายหลังจะไม่สามารถรับรางวัลดังกล่าวได้10.3 ผู้โชคดีรับทราบและต้องยินยอมให้บริษัทฯ ทำการบันทึกภาพ เสียงสัมภาษณ์ หรืออัดวิดีโอการส่งมอบของรางวัล พร้อมข้อมูลชื่อ นามสกุล ของผู้โชคดี อีกทั้ง ยินยอมให้บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเผยแพร่ หรือแสดงรายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมดังกล่าวเพื่อประโยชน์สำหรับกิจกรรมทางการตลาด การโฆษณา รวมทั้งวัตถุประสงค์ในการเผยแพร่ที่เหมาะสมได้ ไปประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ได้ทุกช่องทาง นอกจากนี้ บริษัทฯ สามารถใช้ภาพและข้อมูลของผู้เข้าร่วมกิจกรรมนี้ เพื่อการประชาสัมพันธ์โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ซึ่งทางบริษัทฯ ถือว่าได้รับอนุญาตจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยไม่โต้แย้ง หรือเรียกร้องสิทธิ์ หรือเงินใดๆ ทั้งสิ้น10.4 ผู้โชคดีจะต้องไม่เป็นพนักงานของบริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ กลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) และครอบครัวตัวแทนโฆษณาที่มีส่วนเกี่ยวข้อง คณะกรรมการดำเนินรายการ คณะกรรมการสักขีพยาน และลูกค้าที่จดทะเบียนเป็นลูกค้านิติบุคคล11. ในกรณีที่บริษัทฯ ตรวจสอบพบว่า คุณสมบัติของผู้โชคดีไม่ครบถ้วนตามข้อใดข้อหนึ่งที่กำหนดไว้ในข้อกำหนด และเงื่อนไขฉบับนี้ หรือผู้โชคดีปฏิบัติผิด หรือไม่ยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขในกิจกรรมนี้หรือเงื่อนไขอื่นใดที่บริษัทฯ กำหนดไว้ ผู้โชคดีรับทราบและตกลงว่า บริษัทฯ มีสิทธิ์ปฏิเสธการให้รางวัล โดยผู้โชคดีตกลงไม่โต้แย้งหรือคัดค้านใดๆ ทั้งสิ้น12. กรณีผู้โชคดีทุกลำดับทุกรางวัลไม่อยู่ในเงื่อนไขข้างต้น หรือบริษัทฯ ติดต่อผู้โชคดีตามช่องทางที่กำหนดไว้ไม่ได้ และ/หรือ บริษัทฯไม่ได้รับการติดต่อกลับจากผู้โชคดี ภายในวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ถือว่าผู้โชคดีได้ยินยอมสละสิทธิ์ของรางวัลที่ได้รับ และ ตกลงให้บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการจัดการกับของรางวัล ตามความเหมาะสมต่อไป13. ผู้โชคดีที่มีสิทธิ์ได้รับรางวัลจะได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่บริษัทฯ เพื่อแจ้งรายละเอียดการเงื่อนไขการรับของรางวัลโดยที่ผู้โชคดีต้องชำระชำระภาษีหัก ณ ที่จ่าย 5% และ/หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และนำส่งเอกสารภายใน 7 วัน นับจากวันที่ได้รับการติดต่อ มิฉะนั้นจะถือว่าสละสิทธิ์มีเอกสารดังต่อไปนี้ สำเนาบัตรประชาชนหรือบัตรประจำตัวบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยที่ทางราชการออกให้ รับรองสำเนาถูกต้องจำนวน 1 ฉบับ เอกสารหลักฐานยืนยันการชำระภาษีหัก ณ ที่จ่าย 5% และ/หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ของมูลค่ารางวัลโดยการชำระผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารไทยพาณิชย์ โดยใช้ฟอร์ม pay-in slip หรือผ่าน Internet Banking, Mobile Banking, ATM โดยผู้โชคดีจะต้องส่งเอกสารรายการที่กำหนดให้บริษัทฯ ช่องทาง email: trueprivilege@truecorp.co.th กรณีบริษัทฯ ไม่ได้รับการยืนยันเอกสารที่กำหนด ถือว่า ผู้โชคดียินยอมสละสิทธิ์ของรางวัลที่ได้รับ โดยไม่ขอรับรางวัลใดๆ ทั้งสิ้น และตกลงให้บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการจัดการกับของรางวัล ตามความเหมาะสมต่อไป14. ผู้ร่วมกิจกรรมที่มีสิทธิ์ได้รับรางวัลจะต้องไม่มีเจตนาทุจริต หรือกระทำการอันผิดวัตถุประสงค์ของกิจกรรม เช่น ต้องไม่ใช้โปรแกรมช่วยเหลือหรือเจาะระบบแอปพลิเคชัน หรือดำเนินการโดยเจตนาทุจริตเพื่อให้ได้ของรางวัล การตรวจสอบจะครอบคลุมไปถึงความผิดปกติในการใช้งานอื่นๆ นอกเหนือไปจากที่กล่าวไว้ข้างต้น บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการตัดสิทธิ์ผู้ร่วมกิจกรรม โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ในกรณีที่ตรวจสอบพบว่ามีการกระทำใดๆ ที่เข้าข่ายทุจริตหรือผิดวัตถุประสงค์ของกิจกรรม15. ของรางวัลไม่สามารถแลกเปลี่ยนมูลค่าเป็นเงินสดได้ และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้ หรือนิติบุคคลอื่นได้ หรือมอบอำนาจให้แก่บุคคลอื่นได้ อีกทั้งไม่สามารถนำของรางวัลไปจัดจำหน่ายต่อได้16. ผู้โชคดีจะต้องเข้ามารับรางวัลด้วยตนเองเท่านั้น ตามวันและเวลาที่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ โดยนำเอกสารสำหรับการรับรางวัล ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้องมามอบให้แก่บริษัทฯ ในวัน เวลาและสถานที่จะมีการแจ้งนัดรับของรางวัลกับเจ้าหน้าที่ มิเช่นนั้น ให้ถือว่าผู้ร่วมกิจกรรมที่ได้รับของรางวัลสละสิทธิ์ไม่ขอรับรางวัล17. บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการระงับ หรือยกเลิกการให้สิทธิ หรือรางวัลใดๆ ในกิจกรรมนี้แก่บุคคลที่กระทำการใดๆ โดยทุจริต หรือผิดกฎหมาย หรือไม่ดำเนินการตามที่ระบุไว้ในเงื่อนไขในกิจกรรมนี้18. ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้อ่านและเข้าใจข้อความดีแล้ว ตกลงยินยอมที่จะปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ระบุไว้ข้างต้นทุกประการ19. บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงระยะเวลากิจกรรม, วิธีการร่วมกิจกรรม, รางวัล และรายละเอียดเงื่อนไข และ/หรือ รายละเอียดอื่นใด ในกิจกรรมนี้ได้ตามที่เห็นสมควรโดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าผ่านช่องทางที่บริษัทฯ พิจารณาเห็นสมควร 20. กรณีมีข้อพิพาทหรือโต้แย้งคำตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สุด21. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อ 1242 หรือ 1678

รับส่วนลดสูงสุด 100.- ใช้ 0 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

รับส่วนลดสูงสุด 100.- ใช้ 0 ทรูพอยท์

ลูกค้าทรู ใช้ 0 ทรูพอยท์รับส่วนลดสูงสุด 100 บาท สามารถใช้ส่วนลด 100 บาทได้ เมื่อชาร์จครบ 100 บาท ขึ้นไปต่อครั้ง โค้ดมีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ ทาง บริษัทฯ จะไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี เงื่อนไข1. สามารถใช้สิทธิ์ภายในเดือนที่กดรับรหัสแล้วเท่านั้น ไม่สามารถใช้ข้ามเดือนได้2. ในกรณีที่มีการกดรหัสแล้วไม่ได้นำไปใช้ภายในระยะเวลา ไม่ว่ากรณีใดๆ ทาง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี3. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้4. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้เงื่อนไขการใช้ส่วนลดบน app iGreenผ่านการแลกรับโค้ดส่วนลด 10 บาท จำนวน 10 โค้ดสามารถใช้ส่วนลด 100 บาทได้ เมื่อชาร์จครบ 100 บาท ขึ้นไปต่อครั้ง เงื่อนไขการใช้ส่วนลดบน app iGreen+ 1.ลูกค้าจะได้รับคูปองส่วนลด 10 บาท จำนวน 10 ใบ หลังจากกรอกโค้ดส่วนลดเรียบร้อยแล้ว (สงวนสิทธิ์คูปองส่วนลด1 สิทธิ์/1เดือน)2.สามารถใช้ส่วนลดได้ เมื่อชาร์จครบ 100 บาทขึ้นไปต่อครั้ง3.จำนวนคูปองส่วนลดที่ลูกค้าจะได้รับสูงสุดคือ 10 ใบ/เดือน (จำนวนคูปองสูงสุด 30 ใบตลอดระยะเวลาแคมเปญตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 - 30 กันยายน 2569)4.คูปองส่วนลดนี้สามารถใช้งานได้เฉพาะสถานีชาร์จ DC Fast Charge ราคามาตรฐาน และไม่รวมกับสถานีที่ร่วมโปรโมชั่นราคาพิเศษ

AMATA โบรกแนะนำ “ซื้อ” ปรับเป้าใหม่ 35 บาท เดิม 28.50 บาท กำไรไตรมาส 2 พุ่ง 721%
อ่าน

AMATA โบรกแนะนำ “ซื้อ” ปรับเป้าใหม่ 35 บาท เดิม 28.50 บาท กำไรไตรมาส 2 พุ่ง 721%

#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #SET #AMATA โบรกแนะนำ “ซื้อ” ปรับเป้าใหม่ 35 บาท เดิม 28.50 บาท กำไรไตรมาส 2 พุ่ง 721%บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) ยังคงได้รับคำแนะนำ "Outperform" จาก บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) พร้อมปรับเพิ่มราคาเป้าหมายกลางปี 2570 เป็น 35.00 บาท จากเดิม 28.50 บาท หลังเปลี่ยนวิธีประเมินมูลค่าจาก P/BV เป็น Adjusted NAV ซึ่งสะท้อนมูลค่าสินทรัพย์และการลงทุนได้เหมาะสมมากขึ้น ท่ามกลางแนวโน้มเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่แข็งแกร่งในกลุ่ม Data Center เซมิคอนดักเตอร์ โครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และพลังงานสะอาดบล.กสิกรไทยระบุว่า AMATA มียอดขายที่ดินนิคมอุตสาหกรรมในไตรมาส 2/2569 จำนวน 271 ไร่ เพิ่มขึ้น 155% QoQ แต่ลดลง 42% YoY โดยแบ่งเป็นประเทศไทย 254 ไร่ และเวียดนาม 17 ไร่ ส่งผลให้ยอดขายที่ดินในช่วงครึ่งแรกปี 2569 อยู่ที่ 378 ไร่ ลดลง 50% YoY หรือคิดเป็นเพียง 14% ของเป้ายอดขายทั้งปีที่ 2,800 ไร่ อย่างไรก็ตาม ยอดขายในไตรมาสดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากลูกค้ากลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูงจากจีน ขณะที่โครงการอมตะ ซิตี้ ระยอง มีสัดส่วนราว 58% ของยอดขายทั้งหมดแม้ยอดขายที่ดินยังอยู่ในระดับต่ำ แต่ฝ่ายวิจัยคาดว่า กำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 จะอยู่ที่ 1.15 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 721% YoY แต่ลดลง 16.7% QoQ จากกำไรระดับสูงในไตรมาสแรก โดยคาดว่ารายได้จะอยู่ที่ 3.78 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 63% YoY ลดลง 4.1% QoQ ขณะที่ EBITDA คาดอยู่ที่ 1.54 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 129.8% YoY และกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 1.44 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 158.1% YoYกำไรที่แข็งแกร่งได้รับแรงหนุนจากการโอนที่ดิน 288 ไร่ เทียบกับ 172 ไร่ ในไตรมาส 2/2568 และ 306 ไร่ ในไตรมาส 1/2569 โดยการโอนส่วนใหญ่มาจากโครงการ อมตะ สมาร์ท ซิตี้ ชลบุรี และ อมตะ ซิตี้ ชลบุรี 2 ซึ่งเป็นโครงการที่มีมูลค่าสูงและมีอัตรากำไรดี ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นคาดเพิ่มเป็น 48.1% และอัตรากำไร EBITDA อยู่ที่ 40.7% แม้จะทรงตัวจากไตรมาสก่อนฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรสุทธิในช่วงครึ่งแรกปี 2569 จะคิดเป็นประมาณ 70% ของประมาณการกำไรทั้งปีที่ 3.61 พันล้านบาท สะท้อนว่าแม้ยอดขายที่ดินจะล่าช้า แต่รายได้จากการโอนที่ดินและ Backlog ที่อยู่ในระดับสูงยังช่วยหนุนผลประกอบการได้อย่างแข็งแกร่งสำหรับแนวโน้มธุรกิจ บล.กสิกรไทยยังคงมุมมองเชิงบวก โดย AMATA ยืนยันเป้ายอดขายที่ดินปี 2569 ที่ 2,800 ไร่ แบ่งเป็นประเทศไทย 1,650 ไร่ เวียดนาม 550 ไร่ และ สปป.ลาว 600 ไร่ คาดว่าความต้องการจากกลุ่ม Data Center, AI, อิเล็กทรอนิกส์, โลหะ และสินค้าเกษตร จะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของยอดขายในช่วงครึ่งหลังของปีและต่อเนื่องอีก 2-3 ปีข้างหน้า อีกทั้งบริษัทคาดว่าจะสามารถปิดการขายได้อย่างน้อย 600 ไร่ ในไตรมาส 3/2569 (ไม่รวม สปป.ลาว) พร้อมปรับขึ้นราคาขายที่ดินเฉลี่ยราว 10% YoY ในปีนี้อย่างไรก็ตาม บล.กสิกรไทยมองว่าความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน และรัสเซีย-ยูเครน ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงระยะสั้น เนื่องจากอาจเพิ่มต้นทุนพัฒนาโครงการจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น และทำให้นักลงทุนต่างชาติชะลอการตัดสินใจลงทุน แต่เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อการลงทุนระยะยาวที่รองรับเมกะเทรนด์ด้าน AI และการย้ายฐานการผลิตทั่วโลก

ต้านแกร่งไม่ไหว!! สาวไทย พ่าย ตุรกี 1-3 ปิดท้าย VNL 2026 รอบแบ่งกลุ่ม
อ่าน

ต้านแกร่งไม่ไหว!! สาวไทย พ่าย ตุรกี 1-3 ปิดท้าย VNL 2026 รอบแบ่งกลุ่ม

ลูกยางสาวไทย ต้านความแรง สาวตุรกี ไม่ไหว พ่าย เซต ส่งท้าย ศึกวอลเลย์บอลหญิง เนชั่นส์ ลีก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงเนชันส์ลีก 2026 (VNL 2026) รอบแรก สัปดาห์ที่ 3 ณ อาซึเอะ อารีนา เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2569 เป็นการแข่งนัดที่ 4 ซึ่งเป็นนัดสุดท้าย ของทีมชาติไทย ลงปะทะกับ ทีมชาติตุรกี แมตช์นี้ "โค้ชอ๊อต" เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร ส่งผู้เล่น 6 คนแรก ประกอบด้วย พรพรรณ เกิดปราชญ์ (กัปตันทีม), ทัดดาว นึกแจ้ง, ศศิภาพร จันทวิสูตร, พิมพิชยา ก๊กรัมย์, อัจฉราพร คงยศ และ แก้วกัลยา กมุลทะลา เซตแรก ทั้งสองทีมสู้กันได้สูสีอย่างมาก แต้มเบียดกันตลอด จนมาเสมอกันที่ 24-24 และเป็น ลูกยางสาวไทย ที่เฉือนเอาชนะในช่วงดิวซ์ 27-25 ขึ้นนำ 1-0 เซต เซตที่สอง เกมยังสูสีกันในช่วงแรก ทว่า เป็น ตุรกี ที่ฮึดเร่งฟอร์ม ทำเกมรุกได้ยอดเยี่ยม จนเอาชนะไปได้ 25-21 กลับมาเสมอกัน 1-1 เซตแล้ว เซตที่สาม ตุรกี ยังเล่นได้อย่างแข็งแกร่งต่อเนื่อง แม้ว่า ไทย จะพยามฮึดสู้ แต่ก็ต้านความแรงไม่ไหว ทำให้ สาวตุรกี เอาชนะ 25-19 แซงขึ้นนำ 2-1 เซต เซตที่สี่ ช่วงต้นเซต ตุรกี ทำผลงานได้ดีกว่าชัดเจน จนทำแต้มขึ้นนำห่าง ทว่าช่วงท้ายเซต สาวไทย ฮึดสู้ เก็บแต้มแบบต่อเนื่อง ไล่จี้เข้ามาใกล้ ทว่าท้ายที่สุด ก็ไล่ไม่ทัน กลายเป็น ตุรกี เอาชนะไป 25-22 สรุปผลการแข่งขัน ทีมชาติไทย พ่ายให้กับ ทีมชาติตุรกี 1-3 เซค (27-25,21-25,19-25,19-25) สำหรับ ทีมลูกยางสาวไทย แข่งครบทั้งหมด 12 แมตช์ คว้าชัยชนะได้ 3 นัด เก็บไปได้ 12 คะแนน ยังได้สิทธิ์ลุยศึกวอลเลย์บอลหญิง เนชั่นส์ ลีก ในฤดูกาลหน้า ต่อไป เครดิตภาพ : Thailand Volleyball Association ข่าวที่เกี่ยวข้อง โปรแกรมวอลเลย์บอลเนชั่นส์ลีก VNL 2026 แข่งวันไหน ตารางแข่ง VNL 2026 อันดับตารางคะแนน วอลเลย์บอลหญิง VNL เนชั่นส์ ลีก 2026 อัปเดตล่าสุด

คว้าชัยสองนัดติด!! สาวไทยยู-18 ทะยานตัดเชือก ลูกยางปริ๊นเซสคัพฯ
อ่าน

คว้าชัยสองนัดติด!! สาวไทยยู-18 ทะยานตัดเชือก ลูกยางปริ๊นเซสคัพฯ

ทีมวอลเลย์บอลสาวไทย รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ยังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม! ในศึกลูกยางชิงแชมป์อาเซียน หรือรายการ "ปริ๊นเซสคัพ" ครั้งที่ 23 หลังไล่ตบเอาชนะ ออสเตรเลีย ไปแบบขาดลอย 3-0 เซต ตีตั๋วผ่านเข้าสู่ "รอบรองชนะเลิศ" ได้สำเร็จ การแข่งขันวอลเลย์บอลเยาวชนหญิงชิงแชมป์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี "ปริ๊นเซสคัพ" ครั้งที่ 23 ที่เทอร์มินอล ฮอลล์ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา เป็นการลงชิงชัย "รอบแบ่งกลุ่ม" เกมที่ 2 "ไฮไลท์สำคัญ" เป็นการลงสนามเกมที่ 2 ของ ทีมชาติไทย ในกลุ่มเอ พบกับ ทีมชาติออสเตรเลีย โดยรายชื่อผู้เล่นชุดแรกของ "ทีมสาวไทย" ไม่เปลี่ยนแปลงจากเกมนัดเปิดสนาม ประกอบด้วย พิมพ์นรี เอกกุลวิทย์, จามิกรณ์ แคนแก้ว, ณัฐชยา ทาแฮ, ณัฐมน อาจเชื้อ, นิชดา ด้วงช่วย, จันทร์จิรา เพียรการ และ ซัลฟานี แขวงดาเอ็ม ยืนตัวรับอิสระ คุมทัพโดย "โค้ชยะ" ณัฐพนธ์ ศรีสมุทรนาค ผลปรากฏว่า ทีมวอลเลย์บอลสาวไทย รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี เป็นฝ่ายเก็บชัยชนะเหนือ ออสเตรเลีย ได้แบบสบายมือ 3-0 เซต ด้วยสกอร์ 25-12, 25-16 และ 25-13 คะเเนน โดยเกมนี้ ณัฐชยา ทาแฮ ทำแต้มสูงสุด 17 คะแนน ตามมาด้วย จามิกรณ์ แคนแก้ว ท็อปสกอร์นัดเปิดสนาม 12 คะแนน ทีมวอลเลย์บอลสาวไทย รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี เก็บชัยชนะเป็นเกมที่ 2 ติดต่อกัน การันตีผ่านเข้าสู่ "รอบตัดเชือก" ได้แล้วเป็นที่เรียบร้อย โดยเกมสุดท้ายของ "รอบแบ่งกลุ่ม" จะพบกับ อินโดนีเซีย ที่มีสถิติชนะรวด 2 นัดเช่นกัน ซึ่งเป็นการตัดสินว่า ไทย หรือ อินโดนีเซีย จะคว้าตำแหน่ง "แชมป์กลุ่ม" ไปครอง! ขณะที่ "กลุ่มบี" ทีมชาติเวียดนาม กลายเป็นทีมแรกที่ตีตั๋วผ่านเข้าสู่ "รอบตัดเชือก" หลังจากเอาชนะ ฟิลิปปินส์ แบบสนุก 3-0 เซต (25-17, 26-24, 31-29) ทำสถิติชนะรวด 2 นัด ส่วนตั๋วใบที่ 2 ต้องแย่งกันระหว่าง ฟิลิปปินส์ กับ คีร์กีซสถาน ที่มีสถิติชนะ 1 แพ้ 1 เท่ากัน โปรแกรม "ปริ๊นเซสคัพ" รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 3 (วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน) มาเลเซีย - เวียดนาม เวลา 10.00 น. ฮ่องกง - ออสเตรเลีย เวลา 13.00 น. ฟิลิปปินส์ คีร์กีซสถาน เวลา 16.00 น. ไทย อินโดนีเซีย เวลา 19.00 น.

ลด 10 บาท เครื่องดื่มทุกเมนู ใช้ 49 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

ลด 10 บาท เครื่องดื่มทุกเมนู ใช้ 49 ทรูพอยท์

ประหยัด ฿10.00 ที่ ชาตรามือ ลด 10 บาท เครื่องดื่มทุกเมนู ใช้ 49 ทรูพอยท์ เงื่อนไข 1. โค้ดมีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ ทาง บริษัทฯ จะไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี2. กดรับสิทธิ์ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์เท่านั้น งดรับสิทธิ์จากภาพถ่าย / ภาพบันทึกหน้าจอ ( Screenshot )3. จำกัด 1 ท่าน/ 1 สิทธิ์/ 1 เดือน4. สิทธิพิเศษมีจำนวนจำกัด4. ระยะเวลาการร่วมรายการ 1 สิงหาคม 2568 31 ธันวาคม 2569 เท่านั้น5. สงวนสิทธิ์งดให้บริการหากลูกค้าทำการกดตัดสิทธิ์ หรือไม่มีโค้ดเพื่อใช้สแกนรับสิทธิ์6. ในกรณีที่โค้ดถูกขโมย ทำลาย หรือนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของโค้ด บริษัทฯจะไม่ทำการคืนเงินในทุกกรณี7. หากโค้ดชำรุดหรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ ทางร้านมีสิทธิ์ปฏิเสธงดให้บริการ8. โค้ดส่วนลดนี้ ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือคืนเป็นเงินสดได้9. บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ตามช่องทางที่กำหนด และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้ การพิจารณาและการตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สิ้นสุดข้อกำหนดและเงื่อนไข10. สาขาที่เข้าร่วมรายการ ดังนี้1 เซ็นทรัล ศาลายา ชั้น 1 หน้า Tops2 ธนบุรีมาร์เก็ตเพลส3 เดอะโฟรท4 บิ๊กซี นครปฐม ชั้น 15 ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ม.มหิดล6 ศาลายาวัน7 เซ็นทรัล นครปฐม8 ธนบุรีมาร์เก็ต (โซนตลาด)9 โลตัส นครอินทร์ ชั้น 110 เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า สาขา 3 ชั้น 3 โซนมือถือ11 โรงพยาบาลศิริราช คณะเทคนิคการแพทย์12 ปั๊มน้ำมันเชลล์ กาญนาภิเษก-บางใหญ่13 เดอะพาซิโอ กาญจนาภิเษก14 วังหลัง มาร์เก็ต15 โลตัส จรัญสนิทวงศ์ ชั้น116 เกตเวย์ แอท บางซื่อ ชั้น G17 เซ็นทรัล ลาดพร้าว สาขา 2 ชั้น 218 เดอะซีน ทาวน์อินทาวน์19 แม็คโคร ประดิษฐ์มนูธรรม20 มาร์เก็ตเพลส วงศ์สว่าง21 ปั๊มเชลล์ ลาดพร้าว 8122 โรงพยาบาลวิมุต ชั้น 223 ธนาคารทหารไทยธนชาต สำนักงานใหญ่ ชั้น 624 บีทีเอส อารีย์ ทางออก 425 เซ็นทรัล พระราม 9 ชั้น 126 เอสพละนาด รัชดาภิเษก27 เดอะ พร้อม ดินแดง28 ปั๊มเชลล์ ถนนรามคำแหง29 พันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน ชั้น 130 ยิ่งเจริญสแควร์31 บิ๊กซี ราชดำริ ชั้น 232 แฟชั่นไอส์แลนด์ ชั้น B33 พรอมานาด ชั้น 234 เมเจอร์รัชโยธิน35 สี่แยกเกษตร36 ปั๊มเชลล์ ประเสริฐมนูกิจ37 บิ๊กซี สุขาภิบาล 538 เซ็นทรัล รามอินทรา39 เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ ชั้น G40 ฟีนิกซ์41 ปั๊มเชลล์ ถนนเทพรักษ์42 ปั๊มเชลล์ ลาดพร้าว วังหิน43 ปั๊มเชลล์ ถนนพิบูลสงคราม44 บิ๊กซี ราชดำริ ชั้น 645 บีทีเอส พญาไท ทางออก 346 บีทีเอส ชิดลม47 มาบุญครอง ชั้น 748 สามย่าน มิตรทาวน์ ชั้น B149 สีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น G50 ถนนสีลม51 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ คณะแพทยศาสตร์52 สีลมเอจ53 แพลทินั่ม แฟชั่น มอลล์ ชั้น 654 เดอะมาร์เก็ต แบงคอก ชั้น G55 วัน แบงค็อก56 ซีคอน บางแค ชั้น 157 เซ็นทรัล พระราม 2 สาขา 2 ชั้น 358 เยาวราช59 วิคตอเรียการ์เดน60 แอม ไชน่าทาวน์ ชั้น G61 บิ๊กซี พระราม 2 ชั้น 162 เซ็นทรัล มหาชัย ชั้น 163 ปั๊มเชลล์ เอกชัย ซอย 4664 ปั๊มเชลล์ บางแค65 ปั๊มเชลล์ แสมดำ พระราม 266 ตลาดพลู67 เดอะ สเฟีย เพชรเกษม68 บิ๊กซี อ้อมใหญ่ ชั้น169 บีทีเอส ช่องนนทรี ทางออก 570 สยามนารา71 จี.พี. เฮ้าส์ ซอยสวนพลู72 เซ็นทรัล พระราม 3 ชั้น G73 เทอมินอล21 อโศก สาขา 2 ชั้น 474 เซนต์หลุยส์ ซอย 375 เทอมินอล 21 พระราม 376 เอเชียทีค โกดัง 377 อุทยาน 100 ปี จุฬาฯ78 โครงการเอ็มพาร์ค นครราชสีมา ชั้น 379 เซ็นทรัลขอนแก่น ชั้น 280 เซ็นทรัลนครราชสีมา ชั้น G81 เซ็นทรัลอุบลราชธานี ชั้น 382 เซ็นทรัลอุดรธานี83 เทอมินอล 21 นครราชสีมา ชั้น LG84 แฟรี่ พลาซา ขอนแก่น ชั้น 185 ยูดีทาวน์ อุดรธานี ชั้น 186 เสริมไทยคอมเพล็กซ์ มหาสารคาม ชั้น 187 โก โฮล์เซลล์ อุดรธานี88 เซ็นทรัล เชียงราย ชั้น 289 เซ็นทรัลเชียงใหม่ ชั้น 590 ตลาดวโรรส เชียงใหม่91 มีโชคพลาซ่า เชียงใหม่92 เมญ่า เชียงใหม่ ชั้น B193 สวนตุง เชียงราย94 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง95 ไดร์ฟทรู สี่แยกมีโชค96 มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่97 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ตลาดโซนเหลือง98 พระสิงห์ เชียงใหม่99 แจ่มฟ้า เซฟมาร์ท ลำพูน ชั้น 1100 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศูนย์อาหาร101 เซ็นทรัลลำปาง ชั้น 1102 ถนนนิมมาน ซอย 9103 หน้า รพ. สวนดอก104 โรงพยาบาลสวนดอก คณะพยาบาลศาสตร์105 ปั๊มเชลล์ ถนนชลประทาน เชียงใหม่106 โรงพยาบาลลำปาง107 ศรีพงษ์ พาร์ค อุตรดิตถ์108 เซ็นทรัลพัทยา ชั้น G109 เทอมินอล 21 พัทยา ชั้น 1110 แพชชั่น ช้อปปิ้ง เดสติเนชั่น ระยอง ชั้น 1111 แปซิฟิค พาร์ค ศรีราชา ชั้น 3112 ฮาร์เบอร์มอลล์ แหลมฉบัง ชั้น G113 เซ็นทรัล ศรีราชา114 เซ็นทรัล จันทบุรี115 จอมเทียน พัทยา116 บิ๊กซี นครสวรรค์117 เซ็นทรัล ระยอง118 ปั๊มเชลล์ ถนนข้าวหลาม (ขาเข้าบางแสน)119 ปั๊มเชลล์ ถนนข้าวหลาม (ขาออกบางแสน)120 ปั๊มเชลล์ พัทยาเหนือ121 เซ็นทรัล นครสวรรค์ ชั้น G122 ปั๊มเชลล์ ชลบุรี บายพาส123 เซ็นทรัล ชลบุรี124 โรบินสัน จันทบุรี ชั้น B125 เมืองระยอง126 เซ็นทรัล บางนา สาขา 1 ชั้น B1127 เมกะ บางนา ชั้น 1128 มาร์เก็ตวิลเลจ สุวรรณภูมิ ชั้น 2129 วายเอสเอส เทพารักษ์130 โรบินสัน ลาดกระบัง131 ตลาดเสรีมาร์เก็ต ชั้น 1132 ซีคอน สแควร์ ศรีนครินทร์ ชั้น 4133 ปั๊มเชลล์ บางนา-ตราด134 ปั๊มเชลล์ กิ่งแก้ว135 ปั๊มเชลล์ ถนนหลวงแพ่ง136 โรบินสัน ฉะเชิงเทรา137 เดอะ กลาส มาร์เก็ต บางนา138 โรงพยาบาลกรุงเทพ ศูนย์ทันตกรรม ชั้น 1139 ลาซาล อเวนิว140 101 ทรู ดิจิตอล ปาร์ค141 บีทีเอส เอกมัย ทางออก 4142 บางจาก สแควร์143 อิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง144 ปั๊มเชลล์ พระราม 9145 วิลเลจ ฮับ ประชาอุทิศ 90146 เกตเวย์ เอกมัย147 ปั๊มเชลล์ สุขสวัสดิ์ 49148 เดอะปาร์ค พระราม 4149 เนอวานา พอร์ช กรุงเทพกรีฑา150 โลตัส สุขุมวิท50151 เชอร์รี่มอลล์152 ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ชั้น 2153 มาร์เก็ตวิลเลจ รังสิต ชั้น 1154 โรบินสัน ศรีสมาน155 ซิตี้ปาร์คคอนโด ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต156 เทสโก้โลตัส บางกรวยไทรน้อย ชั้น G157 โรบินสัน ราชพฤกษ์158 ปั๊มเชลล์ วังน้อย159 เซ็นทรัลเวสต์เกต ชั้น G160 เซ็นทรัลอยุธยา161 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ162 ปั๊มเชลล์ พหลโยธิน รังสิต163 ปั๊มเชลล์ สระบุรี แก่งคอย164 แอ็กซ์ตร้า มอลล์ สระบุรี165 เซ็นทรัลสุราษฏร์ธานี ชั้น 3166 โอเชี่ยน ชุมพร ชั้น 1167 เซ็นทรัลหาดใหญ่168 เซ็นทรัล นครศรีธรรมราช169 สถานีรถไฟ นครศรีธรรมราช170 ปั๊มเชลล์ วังมะนาว171 ปั๊มเชลล์ บ้านลาด เพชรบุรี172 มาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน173 เซ็นทรัล ภูเก็ต เฟสติวัล174 โรบินสัน ฉลอง ภูเก็ต175 ปั๊มเชลล์ ปราณบุรี176 ปั๊มเชลล์ ราไวย์ ภูเก็ต177 ปั๊มเชลล์ ถลาง ภูเก็ต178 โรบินสัน ราชบุรี

บริการรถรับส่ง-สนามบิน และรถพร้อมคนขับ (รายวัน) เริ่มต้น 2,000 บาท ใช้ 0 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

บริการรถรับส่ง-สนามบิน และรถพร้อมคนขับ (รายวัน) เริ่มต้น 2,000 บาท ใช้ 0 ทรูพอยท์

ประหยัด ฿500.00 ที่ เอวิส บริการรถเช่า ลูกค้าทรูใช้ 0 ทรูพอยท์ จองรถรับส่ง-สนามบิน และรถพร้อมคนขับ (รายวัน) เริ่มต้น 2,000 บาท*จำกัดระยะทางไม่เกิน 350 กม. ไม่ร่วมค่าทางด่วน ค่าที่จอดรถ**จองผ่านช่องทางที่กำหนดเท่านั้น และบริการขึ้นอยู่กับรถว่างสำรองรถล่วงหน้าได้ที่ LINE OA: @avisthailandSuvarnabhumi Airport-Downtown ราคา 2,000 บาทSuvarnabhumi Airport-Pattaya ราคา 3,000 บาทSuvarnabhumi Airport-Thon Buri ราคา 3,000 บาทSuvarnabhumi Airport-Nonthaburi ราคา 3,500 บาทSuvarnabhumi Airport-Don Muang Airport ราคา 3,500 บาทDon Muang Airport-Downtown ราคา 2,000 บาทDon Muang Airport-Pattaya ราคา 3,000 บาทDon Muang Airport-Thon Buri ราคา 3,000 บาทDon Muang Airport-Nonthaburi ราคา 3,500 บาทDon Muang Airport-Suvarnabhumi Airport ราคา 3,500 บาทPattaya-Downtown ราคา 4,500 บาทBangkok Tour ราคา 6 Hrs* 5,500 บาทBangkok Tour ราคา 8 Hrs* 6,000 บาทBangkok Tour ราคา 10 Hrs* 7,000 บาทAdd Hour 700Add Drop Point 400Bangkok = Zone A Zone Bสำหรับ Zone C ชำระเพิ่ม 300 บาท/เที่ยวZone Aคลองเตย คลองสามวา คันนายาวจตุจักร ดินแดง จตุสิตบางกะปิ บางเขน บางนาบางพลี (ไม่สุวรรณภูมิ) บางรักบึงกุ่มปทุมวัน ประเวศป้อมปราบศัตรูพ่ายพญาไท พระโขนง พระนครมีนบุรีราชเทวีลาดกระบัง ลาดพร้าว วังทองหลางวัฒนา สวนหลวง สะพานสูงสัมพันธวงศ์ สาทรหนองจอกห้วยขวางZone Bคลองสานดอนเมืองธนบุรีบางกอกน้อยบางกอกใหญ่บางคอแหลมบางซื่อบางพลัดยานนาวาสายไหมหลักสี่Zone C (ชำระเพิ่ม 300.- / เที่ยว)จอมทองตลิ่งชันทวีวัฒนาทุ่งครุนนทบุรีบางขุนเทียนบางแคบางบอนปทุมธานีภาษีเจริญราษฎร์บูรณะสมุทรปราการหนองแขม เงื่อนไขการใช้บริการ MG Maxus 9 บริการรับ-ส่งสนามบิน1.กรุณาสำรองสิทธิล่วงหน้าอย่างน้อย 48 ชม. ก่อนวันเข้ารับบริการ ผ่าน LINE OA: @avisthailand2.บริษัทจะยืนยันการจอง หลังจากได้รับชำระค่าบริการแล้ว3.อัตราค่าบริการดังกล่าวให้บริการรับ-ส่ง ระหว่างสถานที่ต้นทางไปยังสถานที่ปลายทาง โดยไม่มีการออกนอกเส้นทาง หรือหยุดแวะระหว่างทางกรณีเดินทางเพิ่มจุดรับ-ส่งระหว่างทาง จุดละ 400 บาท (ถ้ามี)4.อัตราค่าบริการดังกล่าวรวมค่ารถ, ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%, พนักงานขับรถ, ค่าน้ำมัน, ที่จอดรถและทางด่วน เป็นราคาต่อ 1 คัน (พื้นที่ BKK Zone A-B)สำหรับ Zone C กรุณาเพิ่ม 300 บาท/เที่ยว (ตามรายละเอียดแนบ)5.กรณีที่สนามบินแบบขาเที่ยว ระยะเวลารอรถ 90 นาที จากเวลานัด หากเกินเวลาจะคิด 700 บาท ต่อชั่วโมง และระยะเวลารอสูงสุดคือ 3 ชั่วโมงกรณีรับนอกสนามบินแบบขาเที่ยว ระยะเวลารอรถ 30 นาที จากเวลานัด หากเกินเวลาจะคิด 700 บาท ต่อชั่วโมง และระยะเวลารอสูงสุดคือ 2 ชั่วโมง6.กรณีใช้บริการเกิน และ/หรือ นอกเหนือจากที่แจ้งให้บริษัททราบ บริษัทสงวนสิทธิในการเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มเติม7.กรณีเปลี่ยนแปลงข้อมูลและยกเลิกการเดินทาง กรุณาแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ก่อนการเดินทางตามเวลานัดหมาย หากไม่แสดงตนตามเวลาที่นัดหมายไว้ ถือว่าเป็นการ NO SHOW ลูกค้าจะถูกตัดสิทธิการให้บริการครั้งนั้น และถือว่าบริษัทได้ให้บริการเรียบร้อยแล้ว8.เงื่อนไขข้อตกลงทั้งหมดเป็นไปตามที่ AVIS Rent A Car กำหนด และสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า9.บริษัทเป็นเพียงผู้รับจองเท่านั้น ในกรณีที่เกิดความเสียหาย บาดเจ็บ และ/หรือเสียโอกาส ความรับผิดชอบเป็นไปตามข้อกำหนดของรถยนต์คันดังกล่าว ผู้ใช้บริการไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายอื่นๆ แก่บริษัทได้ จะต้องเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ให้บริการโดยตรงเท่านั้น บริการรถพร้อมคนขับ (รายวัน)1.กรุณาสำรองสิทธิล่วงหน้าอย่างน้อย 48 ชม. ก่อนวันเข้ารับบริการ ผ่าน LINE OA: @avisthailand2.บริษัทจะยืนยันการจอง หลังจากได้รับชำระค่าบริการแล้ว3.การให้บริการ 1 วัน คือ 8 ชั่วโมง (อัตราค่าบริการดังกล่าวให้บริการระหว่างเวลา 06.00น. 22.00น.) หากใช้เกินเวลาที่กำหนด จะคิดค่าล่วงเวลา 700 บาท ต่อชั่วโมง4.อัตราค่าบริการดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%, พนักงานขับรถ และจำกัดระยะทางไม่เกิน 350 กม. (พื้นที่ BKK Zone A-B)สำหรับ Zone C กรุณาเพิ่ม 300 บาท/เที่ยว (ตามรายละเอียดแนบ)5.อัตราค่าบริการดังกล่าวยังไม่รวม ทางด่วน, ที่จอดรถ และค่าบริการพิเศษอื่นๆ6.กรณีใช้บริการเกิน และ/หรือ นอกเหนือจากที่แจ้งให้บริษัททราบ บริษัทสงวนสิทธิในการเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มเติม7.กรณีเปลี่ยนแปลงข้อมูลและยกเลิกการเดินทาง กรุณาแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ก่อนการเดินทางตามเวลานัดหมาย หากไม่แสดงตนตามเวลาที่นัดหมายไว้ ถือว่าเป็นการ NO SHOW ลูกค้าจะถูกตัดสิทธิการให้บริการครั้งนั้น และถือว่าบริษัทได้ให้บริการเรียบร้อยแล้ว8.เงื่อนไขข้อตกลงทั้งหมดเป็นไปตามที่ AVIS Rent A Car กำหนด และสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า9.บริษัทเป็นเพียงผู้รับจองเท่านั้น ในกรณีที่เกิดความเสียหาย บาดเจ็บ และ/หรือเสียโอกาส ความรับผิดชอบเป็นไปตามข้อกำหนดของรถยนต์คันดังกล่าว ผู้ใช้บริการไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายอื่นๆ แก่บริษัทได้ จะต้องเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ให้บริการโดยตรงเท่านั้น

ลูกค้าทรูเรด ทรูบลู ทรูกรีน ทรูไวท์ ใช้ทรูพอยท์ 49 คะแนน แลกรับส่วนลด 10 บาท สำหรับเครื่องดื่มทุกเมนู
สิทธิพิเศษ

ลูกค้าทรูเรด ทรูบลู ทรูกรีน ทรูไวท์ ใช้ทรูพอยท์ 49 คะแนน แลกรับส่วนลด 10 บาท สำหรับเครื่องดื่มทุกเมนู

ประหยัด ฿10.00ที่ โคอิเตะ ลูกค้าทรูเรด ทรูบลู ทรูกรีน ทรูไวท์ ใช้ 49 ทรูพอยท์ แลกรับส่วนลด 10 บาท สำหรับเครื่องดื่มทุกเมนู เงื่อนไข 1. โค้ดมีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ ทาง บริษัทฯ จะไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี2. กดรับสิทธิ์ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์เท่านั้น งดรับสิทธิ์จากภาพถ่าย / ภาพบันทึกหน้าจอ ( Screenshot )3. จำกัด 1 ท่าน/ 1 สิทธิ์/ 1 เดือน4. สามารถใช้สิทธิ์ได้ที่ร้านโคอิเตะทุกสาขา ยกเว้นสาขา The Mall งามวงศ์วาน5. ไม่สามารถทำการเปลี่ยนเป็นเงินสด หรือโอนยอดเงินเข้า KOI Card ได้6. ไม่สามารถใช้ร่วมกับส่วนลดอื่นๆ ได้ ยกเว้น Personal Cup7. สามารถใช้ร่วมกับโปรโมชันส่งเสริมการขายของทางร้านประเภท E-voucher และ Cash Voucher ได้เท่านั้น8. ระยะเวลาการร่วมรายการ 1 กรกฏาคม 2566 31 ธันวาคม 2568เท่านั้น9. สงวนสิทธิ์งดให้บริการหากลูกค้าทำการกดตัดสิทธิ์ หรือไม่มีโค้ดเพื่อใช้สแกนรับสิทธิ์10. ในกรณีที่โค้ดถูกขโมย ทำลาย หรือนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของโค้ด บริษัทฯจะไม่ทำการคืนเงินในทุกกรณี11. หากโค้ดชำรุดหรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ ทางร้านมีสิทธิ์ปฏิเสธงดให้บริการ12. โค้ดส่วนลดนี้ ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือคืนเป็นเงินสดได้13. บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ตามช่องทางที่กำหนด และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้ การพิจารณาและการตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สิ้นสุดข้อกำหนดและเงื่อนไข

ททท.ทรูชวนชิม
สิทธิพิเศษ

ททท.ทรูชวนชิม

-

รับส่วนลด ที่ บัวลอยคาเฟ่ น่าน ใช้ 0 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

รับส่วนลด ที่ บัวลอยคาเฟ่ น่าน ใช้ 0 ทรูพอยท์

ลูกค้าทรู ใช้ 0 ทรูพอยท์ รับส่วนลด ที่ บัวลอยคาเฟ่ น่าน เงื่อนไข 1. โค้ดมีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ ทาง บริษัทฯ จะไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี2. กดรับสิทธิ์ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์เท่านั้น งดรับสิทธิ์จากภาพถ่าย/ภาพบันทึกหน้าจอ (Screenshot)3. สงวนสิทธิ์งดให้บริการหากลูกค้าทำการกดตัดสิทธิ์ หรือไม่มีโค้ดเพื่อใช้สแกนรับสิทธิ์4. จำกัด 1 สิทธิ์/หมายเลข/วัน5. ระยะเวลาการร่วมรายการ ตั้งแต่ 15 ธันวาคม 2568 - 31 ธันวาคม 25696. ในกรณีที่โค้ดถูกขโมย ทำลาย หรือนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของโค้ด บริษัทฯจะไม่ทำการคืนเงินในทุกกรณี7. หากโค้ดชำรุดหรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ ทางร้านมีสิทธิ์ปฏิเสธงดให้บริการ8. โค้ดส่วนลดนี้ ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือคืนเป็นเงินสดได้9. บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ตามช่องทางที่กำหนด และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้ การพิจารณาและการตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สิ้นสุดข้อกำหนดและเงื่อนไข

MINT โบรกคาดกำไร Q2/69 ชะลอตัว แนะซื้อเหตุราคาลงมาลึก
อ่าน

MINT โบรกคาดกำไร Q2/69 ชะลอตัว แนะซื้อเหตุราคาลงมาลึก

#MINT #ทันหุ้น-โบรกเกอร์ได้ออกบทวิเคราะห์หุ้นบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT หลังจากที่เข้าร่วมประชุมนักวิเคราะห์ โดยคาดว่าผลประกอบการไตรมาส 2/69 จะออ่อนตัวลงเล็กน้อย YoY จากการชะลอตัวของโรงแรมไทยที่มีมาร์จิ้นสูงและค่าเช่าโรงแรมใน EU ที่เพิ่มตามสัญญา แต่ยังคงคำแนะนำซื้อบล.เอเซีย พลัส ระบุว่า จากการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ MINT คงเป้าการเติบโตของกำไรเฉลี่ย 3 ปีข้างหน้า (CAGR) ที่ 15% - 20% ผ่านการเติบโตแบบ Asset – Light โดยปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มโรงแรมภายใต้การบริหาร 50 แห่งและปีหน้า 80 แห่ง ขณะที่แผนการจัดตั้งกอง REIT ยังคงเดิม จะแล้วเสร็จในปีนี้ ฝ่ายวิจัยมองว่าแม้ข้อมูลส่วนใหญ่ไม่แตกต่างจากที่ตลาดรับรู้ก่อนหน้า แต่การไม่มีปัจจัยลบใหม่ถือว่าดีแล้วในภาวะสงคราม มองเป็นพัฒนาการบวกในเชิง Sentimentฝ่ายวิจัยเอเซีย พลัส คงมุมมองอนุรักษ์นิยมต่อกำไรปกติงวดไตรมาส 2/69 ที่ทรงตัวถึงอ่อนตัวเล็กน้อย YoY แม้รายได้ยังเติบโต แต่ถูกหักล้างบางส่วนจากการชะลอตัวของโรงแรมไทยที่มีมาร์จิ้นสูงและค่าเช่าโรงแรมใน EU ที่เพิ่มตามสัญญา นอกจากนี้คาดมีดอกเบี้ยจ่ายราว 75 ล้านบาท จากเงินกู้ยืมระยะสั้น เพื่อนำไปไถ่ถอน Perpetual bond ก่อนการจัดตั้งกอง REITโดยฝ่ายวิจัยคงกำไรปกติทั้งปี 2569 ของ MINT ที่ 9 พันล้านบาท ลดลง 7% YoY ซึ่งสะท้อนความเสี่ยงเป็นส่วนใหญ่แล้ว หากผลประกอบการทำได้ดีกว่าคาดถือเป็น Upside ต่อประมาณการ โดยยังคงคำแนะนำ ซื้อ ให้ราคาเป้าหมายที่ 26.50 บาท ในเชิง Tactical หลังราคาหุ้น YTD ปรับตัวลงราว 11% เทียบกับ SET ที่บวก 20% และกลุ่มฯ ลงเฉลี่ย 4% สะท้อน Downside ไปมากแล้ว ขณะที่ Risk-reward เริ่มน่าสนใจขึ้น หากสถานการณ์ตะวันออกกลางคลี่คลาย มีโอกาสเห็นการ Re-rating ของหุ้นตามกลุ่มฯ ในระยะถัดไปบล.ดาโอ(ประเทศไทย) คงประมาณการกำไรปกติปี 2569 ของ MINT อยู่ที่ 9.2 พันล้านบาท ลดลง -5% YoY จากค่าใช้จ่ายกดดัน ขณะที่คาดว่ากำไรไตรมาส 2/69 จะลดลง YoY จากค่าใช้จ่ายที่ทรงตัวระดับสูงและดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้นกดดัน แต่จะเพิ่มขึ้น QoQ เพราะเป็นช่วง High season ที่ยุโรปกลยุทธ์การลงทุน คงคำแนะนำซื้อหุ้น MINT ให้ราคาเป้าหมายที่ 26.00 บาท ขณะที่ Valuation ซื้อขายเพียง PER ที่ 14 เท่า ถูกกว่า ERW และ CENTEL ที่ 16 เท่า และ 21 เท่า ตามลำดับ ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยดาโอ มองเป็น sentiment เชิงบวกต่อราคาหุ้น MINT จากการเข้ามาของ GULF Holding ที่ติดรายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับที่ 16 ที่ 0.69%

ATP30 Q1/69 กำไร 9.66 ลบ.เร่งขยายฟลีทรถ EV – สถานีชาร์จ
อ่าน

ATP30 Q1/69 กำไร 9.66 ลบ.เร่งขยายฟลีทรถ EV – สถานีชาร์จ

#ทันหุ้น-ATP30 เผยผลประกอบการไตรมาส 1/69 รายได้รวม 195.02 ล้านบาท กำไรสุทธิ 9.66 ล้านบาท พร้อมรักษาอัตรากำไรขั้นต้นระดับ 20% สะท้อนการบริหารจัดการ ควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เดินหน้าเพิ่มฟลีทรถ EV ต่อเนื่อง รองรับความต้องการกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมศักยภาพสูง ควบคู่แผนขยายสถานีชาร์จ Solar Roof Smart Charger แห่งใหม่ หนุนการเติบโต Green Mobility เสริมความสามารถการแข่งขันระยะยาวนายปิยะ เตชากูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอทีพี 30 จำกัด (มหาชน) (ATP30) ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการรถรับส่งพนักงานจากแหล่งที่พักอาศัยในเขตชุมชนไปยังโรงงานอุตสาหกรรมหรือสถานประกอบการโดยเฉพาะรอบเขตนิคมอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก (Eastern Seaboard) และเขตอุตสาหกรรมภาคกลางเปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 1/69 มีรายได้รวม 195.02  ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 202.51 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 9.66 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 15.23 ล้านบาทผลประกอบการของATP30ชะลอตัวลงเล็กน้อย เนื่องจากจำนวนเที่ยวให้บริการลดลงตามปริมาณวันหยุดยาวในช่วงเทศกาลปีใหม่ รวมถึงมีลูกค้าบางรายสิ้นสุดสัญญา และต้นทุนค่าน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงปลายไตรมาสอย่างไรก็ตามบริษัทสามารถควบคุมต้นทุน ควบคู่กับการปรับโครงสร้างการดำเนินงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานในทุกด้าน ส่งผลให้ยังรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ในเกณฑ์ดี แม้จะมีปัจจัยกดดันด้านราคาพลังงาน โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่20%ขณะเดียวกันบริษัทยังมีสภาพคล่องสูง และมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเป็น29.43ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่12.35ล้านบาทสำหรับทิศทางธุรกิจในไตรมาส 2/69 บริษัทเดินหน้าขยายฐานลูกค้าใหม่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ และให้ความสำคัญในเรื่อง Green Mobility ล่าสุดเซ็นสัญญาให้บริการลูกค้า 2 ราย เตรียมส่งมอบรถบัส EV จำนวน 8 คันและรถมินิบัส EV จำนวน 4 คัน เริ่มให้บริการในไตรมาส 2 ปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าที่ลงนามสัญญาแล้ว 62 ราย และอยู่ระหว่างการเจรจาเพิ่มเติม โดยมีมูลค่าสัญญาในมือ (Backlog) จำนวน 1,520 ล้านบาทส่วนธุรกิจเสริม VVS เริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น บริษัทเพิ่มจำนวนรถ VAN EV เพื่อรองรับความต้องการใช้บริการรถเช่ารายเที่ยวที่เพิ่มขึ้น คาดว่าช่วงไตรมาส 2/69 จะเริ่มเห็นรายได้จากธุรกิจส่วนนี้เข้ามาช่วยสนับสนุนการเติบโตนอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการก่อสร้างติดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้า เพิ่มที่ จ.นครนายก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นหลักในการเดินรถ เพื่อรองรับการใช้งานรถ EV ของบริษัท อีกทั้งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุนด้านพลังงาน คาดว่าจะแล้วเสร็จในต้นไตรมาส 3/69“ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ถือเป็นปัจจัยสนับสนุนความต้องการใช้บริการรถ EV เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยฐานลูกค้าให้ความสำคัญกับการลดต้นทุนพลังงาน และการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ปัจจุบัน ATP30 มีรถบัส EV จำนวน 40 คัน แสดงถึงศักยภาพความพร้อมในการให้บริการ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา” นายปิยะ กล่าว

KGI จัด 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน
อ่าน

KGI จัด 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน

#ทันหุ้น -บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) จัด 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน ได้แก่ หุ้น CPN ให้เป้าพื้นฐาน 75 บาท โดย 1) ประเมินราคาหุ้น Sideway กรอบแคบ มีโอกาส Break กรอบแนวต้าน ขณะที่ MACD RSI เริ่มฟื้นก่อน ประเมินแนวรับ 64.5 บาท / แนวต้าน 67 บาท กรณี Break ผ่านแนวต้านนี้ได้ประเมินกรอบแนวต้านถัดไป 69 – 71 บาท (Stop loss 62.5 บาท) 2) คาดกำไร 1Q69 โต YoY และประเมินรายได้ค่าเช่าจะยังโตดีต่อเนื่องตลอดปี ฝ่ายวิจัยฯคาดกำไร 1Q69 = 4.6 พันล้านบาท โต +9% YoY และคาดธุรกิจพื้นที่จะเช่าจะยังเติบโตได้ดีตลอดปี + คาดหวังการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐฯหนุน ขณะที่การทยอยโอนโครงการ Dusit residences (ถือหุ้น 30%) จะเป็นอีกปัจจัยเสริมกำไรปีนี้ 3) Valuation ยังมี Upside Forward PE 14.6 เท่า (-1 SD) Dividend yield 3.8%หุ้น WHA ให้เป้าพื้นฐาน 5.4 บาท โดย 1) ประเมินรูปแบบราคา Sideway Up ลุ้นทดสอบจุดสูงเดิม ประเมินแนวรับ 4.6 บาท / แนวต้าน 4.76 – 4.86 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 5.1 บาท (Stop loss 4.44 บาท) 2) คาดการเร่งลงทุนตามนโยบาย Thailand FastPass ปลดล๊อค BOI มูลค่ามหาศาลที่ค้างท่อ เราประเมินนโยบายเรือธงของรัฐบาลคือ “Thailand FastPast” ที่จะปลดล๊อคให้การลงทุนที่ขอ BOI ไว้แล้วผ่านขั้นตอนได้เร็วขึ้น จากปัจจุบันที่สะสมรวมมูลค่าเกือบ 3 ล้านล้านบาทแล้ว (ปีก่อน 1.8 ล้านล้านบาท + ต้นปีนี้อีก 1 ล้านล้านบาท) … เราคาดจะเป็นบวกต่อยอดโอนที่ดินนิคมฯใน 1- 2 ปีนี้ ขณะที่การเร่งลงทุน Data center จะหนุนธุรกิจสาธารณูปโภคไฟฟ้า+น้ำ 3) Valuation ยังไม่แพง Forward PE +/-12.5 เท่า (-1 SD) Dividend yield ปีละ 4.8% … วันนี้ฝ่ายวิจัยฯปรับเป้าหมายขึ้น สะท้อนธุรกิจสาธารณูปโภคที่ดีขึ้นหุ้น KTB ให้เป้าพื้นฐาน 37 บาท โดย 1) ประเมินราคาหุ้นเริ่มฟื้นตัวลุ้น Break กรอบ Sideway ขึ้นปิดแก๊ปราคา ประเมินแนวรับ 33.25 บาท / แนวต้าน 34.5 – 35 บาท กรณีปิดแก๊ปราคานี้และผ่านไปได้ ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 36 บาท (Stop loss 32.5 บาท) 2) ประเมิน Sentiment บวกจากเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจและนโยบายรัฐ เราประเมินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ จาก พรก เงินกู้ จะประคองภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศ รวมทั้งยอดขอ BOI ที่รอปลดล๊อคสูงถึงเกือบ 3 ล้านล้านบาทแล้ว + การเร่งลงทุนโครงการภาครัฐฯ จะหนุนภาพรวมการเติบโตของสินเชื่อ ขณะที่เราประเมินความเสี่ยงส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ขาลงผ่อนคลายลง 3) ปันผลยังเด่น คาดปันผลปีนี้ 2.2 บาท/หุ้น (Dividend yield 6.5%)

KGI คัด 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน
อ่าน

KGI คัด 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน

#ทันหุ้น -บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) คัด 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน ได้แก่ KTC ให้เป้าพื้นฐาน 34.5 บาท โดย 1) ประเมินรูปแบบราคาเริ่มฟื้นตัวหลังสร้างฐาน ประเมินแนวรับ 29.5 บาท / แนวต้าน 30.75 – 31.5 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป 32.75 – 34.5 บาท (Stop loss 28.5 บาท) 2) ประเมินต้นทุนเงินทุน + Credit cost ลดลง ขณะที่คาดหวังยอดสินเชื่อโตใน 2Q-3Q จากการรายงานผลการดำเนินงาน 1Q69 เริ่มเห็นสัญญาณบวกจาก Credit cost ที่ลดลง ขณะที่เราคาดสินเชื่อของ KTC* มีโอกาสเติบโตใน 2Q-3Q จากนโยบายกระตุ้นการติดโซลาร์เซลล์ ลดหย่อนภาษี + การซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า (แอร์ พัดลม) ช่วงฤดูร้อน 3) Valuation ไม่แพง Forward PE 9.9 เท่า (-1.5 SD) และ Dividend yield ปีละ +6%หุ้น NTF ให้เป้าพื้นฐาน 18.5 บาท โดย 1) ประเมินราคา Sideway up ลุ้นทดสอบจุดสูงเดิม ประเมินแนวรับ 13.3 บาท / แนวต้าน 14.4 – 14.8 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 16.0 บาท (Stop loss 12.2 บาท) 2) ประเมินรับ Sentiment บวกจากยอดส่งออกทุเรียนไทยไปจีน 2M69 โตเกือบ 500% YoY + ทุเรียนภาคตะวันออกเริ่มเปิดฤดูกาล เราประเมินทุเรียนไทยภาคตะวันออกเริ่มเปิดฤดูกาลเก็บเกี่ยว + ส่งออก ขณะที่คาดกำไร 1Q69 จะโต YoY จาก i) ปริมาณและมูลค่าส่งออกทุเรียนจากไทยไปจีน 2M69 โต +491% YoY และ +444% YoY ตามลำดับ ii) รายได้ที่เลื่อนการรับรู้จาก 4Q68 มาที่ 1Q69 + ค่าเงินบาท/หยวนที่อ่อนค่า … นอกจากนี้การจับมือกับ LEO ขนส่งทุเรียนผ่านเส้นทางรถไฟจีน - ลาว ช่วยลดต้นทุนขนส่ง 3) Valuation ยังถูก Forward PE 7.2 เท่า ขณะที่คาด EPS โต 24% CAGR (2568-71) คาด Dividend yield ปีนี้ 6.2% … ประมาณการฯของเรายังต่ำกว่าแผน Jump+ มากหุ้น BEM ให้เป้าพื้นฐาน 7.15 บาท โดย 1) ประเมินรูปแบบราคาสร้างฐาน ขณะที่ MACD RSI เริ่มฟื้นตัวก่อนราคา ประเมินแนวรับ 5.3 บาท / แนวต้าน 5.45 – 5.6 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินมีโอกาสปิดแก๊ปราคา 5.7 – 5.95 บาท (Stop loss 5.1 บาท) 2) ประเมิน Sentiment บวกจากรัฐบาลใหม่ คาดเตรียมเปิดประมูลงาน + เจรจางานใหม่ๆ คาดเตรียมเริ่มต้นเจรจาระบบงาน ME ของรถไฟฟ้าสายสีม่วง (ฝั่งใต้) และโอกาสการเดินหน้าเจรจางานโครงการทางด่วนยกระดับชั้นที่ 2 (Double Deck) … เราประเมินราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นจะเป็นปัจจัยบวกต่อการตัดสินใจเดินทางโดยใช้รถไฟฟ้า + รถไฟฟ้าใต้ดินแทนการขับรถส่วนตัว

SKE ลุ้นคว้าออเดอร์โรงปูนปลื้มขายไฟครึ่งปีแรกพุ่ง
อ่าน

SKE ลุ้นคว้าออเดอร์โรงปูนปลื้มขายไฟครึ่งปีแรกพุ่ง

#SKE #ทันหุ้น - SKEแย้มอยู่ระหว่างเจรจารับออเดอร์ผลิต RDF ป้อนปูนซีเมนต์รายใหญ่ในภาคใต้ คาดชัดเจนภายใน Q2 นี้ พร้อมควักงบ 100 ล้านบาท ปั้นโรงผลิต RDF แห่งใหม่ที่ปากพนัง อัพฐานเพิ่ม ดีเดย์เปิดผลิตปลายปี ส่งซิกครึ่งแรกฟอร์มหรู หลังเก็บเกี่ยวรายได้ค่าไฟพุ่งนายจักรพงส์ สุเมธโชติเมธา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สากล เอนเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ SKE  เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ประกอบการปูนซีเมนต์ชั้นนำของไทย เพื่อรับคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) เชื้อเพลิงจากขยะอัด (RDF) จากโรงงานแห่งใหม่ในพื้นที่ภาคใต้ คาดน่าจะได้เห็นความชัดเจนในไตรมาส 2/2569 และจะเป็นปัจจัยที่ช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงในอนาคตต่อไป@ ทุ่มงบลงทุน 100 ล.สำหรับโรงกำจัดขยะและผลิตเชื้อเพลิงจากขยะอัดแห่งใหม่ของ SKE นั้นบริษัทย่อยของ SKE คือ N15 Technology ได้รับการคัดเลือกให้เข้าพัฒนาโครงการบริหารจัดการ ระบบกำจัดขยะมูลฝอยแบบครบวงจรของเทศบาลเมืองปากพนัง ซึ่งคาดใช้งบลงทุนราว 100 ล้านบาท คาดจะสามารถก่อสร้างเสร็จ และเปิดได้ในช่วงปลายปีนี้หรือภายในปี 2569ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวบริษัทได้มีการลงนามในสัญญาโครงการให้เอกชนร่วมลงทุนก่อสร้างโครงการรอง และช่องทางสร้างรายได้เพิ่มเติม คาดว่าจะเป็นปัจจัยช่วยสนับสนุนภาพรวมการเติบโตในะระยะยาวอีกทางหนึ่งนายจักรพงส์ กล่าวเสริมว่า ในแง่กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าชีวมวลแม่กระทิง (MKP) ตั้งอยู่ในจังหวัดแพร่ ขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้ง 9.9 เมกะวัตต์ (ดำเนินการผ่านบริษัท แม่กระทิง เพาเวอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ SKE) ปัจจุบันนั้นสามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทได้เป็นอย่างดี โดยโรงไฟฟ้าดังกล่าวเป็นการนำเปลือกไม้และชิ้นไม้สับหรือวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้เป็นเชื้อเพลิง ทดแทนเพื่อผลิตไฟฟ้า ขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้ง 9.9 เมกะวัตต์นั้นยังมีการเดินเครื่องผลิตได้อย่างมีเสถียรภาพ อีกทั้งมีการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) แบบผู้ผลิตไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียนขนาดเล็กมาก (VSPP) เป็นระยะ เวลา 20 ปี (เริ่มขายไฟฟ้าปี 62) ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอให้กับบริษัทและต่อเนื่องในระยะยาว@ ลดก๊าซเรือนกระจกนอกจากนี้ ทาง MKP รางวัลโครงการรับรองคาร์บอนเครดิตประจำปี 2568 โดยเป็นองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ได้จัดงาน “รวมพลังลดโลกร้อน สู่อนาคตที่ยั่งยืน” เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติและ แสดงความขอบคุณต่อองค์กรที่เข้าร่วมโครงการ T-VER ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อน เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จของโครงการผลิตพลังงานไฟฟ้า จากเชื้อเพลิงชีวมวลของบริษัท ที่มีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยโดยตลอด 3 ปีที่ผ่านมา สามารถช่วยลดการปล่อยได้ถึง 94,340 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า อีกทั้งทาง SKE Group มองโครงการดังกล่าวยังถือเป็นความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และมุ่งมั่นสานต่อการดำเนินงานอย่างยั่งยืนต่อไป@ รายได้ขายไฟครึ่งปีดังนั้น จากปัจจัยดังกล่าว ประกอบกับในช่วงต้นปี 2569 ยังมีการรับรู้ค่า Ft ใหม่ และคาดน่าจะช่วยสนับสนุนให้ภาพรวมรายได้จากการขายไฟฟ้าในครึ่งแรกปี 2569 ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องอย่างไรก็ดี สัดส่วนรายได้ของ SKE ล่าสุด แบ่งเป็นกลุ่มธุรกิจโรงไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 76.38% ส่วนที่เหลือกลุ่มธุรกิจของ N15 Technology และอื่นๆ สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2569 ทาง SKE ประมาณการรายได้จะออกมาใกล้เคียงปีก่อนที่ราว 385 ล้านบาท แม้ภาพรวมของกลุ่มธุรกิจผลิตเชื้อเพลิงจากขยะอัด (RDF) ภายใต้การดำเนินการของบริษัทย่อยของ SKE คือ N15 Technology จะปรับลดลง หลังมีการปรับแผนการในส่วนของโรง RDF ที่สระบุรี เพิ่มเติม แต่ทิศทางรายได้จากกลุ่มธุรกิจขายไฟฟ้าปรับตัวดีขึ้น

AOT ยันอัพค่า PSC มิ.ย.นี้ ต่างชาติเที่ยวไทยนานขึ้น
อ่าน

AOT ยันอัพค่า PSC มิ.ย.นี้ ต่างชาติเที่ยวไทยนานขึ้น

#AOT #ทันหุ้น - AOT เผยนักท่องเที่ยวต่างชาติช่วงสงกรานต์พักไทยยาวขึ้น เดินหน้าปรับขึ้นค่า PSC ต่างประเทศเป็น 1,120 บาท ครอบคลุม 6 สนามบิน 20 มิถุนายนนี้ตามกรอบ ยันไม่ใช่ปัจจัยกดดันดีมานด์ ส่วนผู้โดยสารทั้งปีเสี่ยงทรงตัว – ต่ำเป้าจากราคาน้ำมันเจ็ท โบรกวางธง 72 บาท กำไรฟื้นจาก PSC แต่มีความเสี่ยงจำนวนผู้โดยสาร นางสาวปวีณา  จริยฐิติพงศ์  กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT รับพฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เข้ามาท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์เริ่มพำนักในไทยนานขึ้น  สะท้อนจากสถิติการเดินทางเข้ามาในประเทศช่วง 3 วันแรกของเทศกาล (วันที่ 10 – 12 เม.ย. 2569) พบว่า ในวันที่ 10 เมษายน 2569 นักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้ามามากกว่าช่วงเดียวกันปีก่อนถึง 6% (YoY) , และยังคงเพิ่มขึ้น 5% YoY ในวันที่ 11 เมษายน 2569 แต่เริ่มทรงตัวในวันที่ 12 เมษายน 2569 ต่อเนื่องวันที่ 13 เมษายน 2569 ทั้งนี้ AOT ยังคงบันทึกสถิติการเดินทางผ่านทั้ง 6 ท่าอากาศยานในการบริหารจัดการตลอด 10 วันของเทศกาล“ปกตินักท่องเที่ยวจะพำนักช่วงเทศกาลสงกรานต์ราว 3-4 วัน แต่สัญญาณการเดินทางกลับในช่วงวันที่ 15-16 เมษายน 2569 ยังคงน้อยกว่าที่คาดการณ์ เนื่องจากผู้คนยังไม่เดินทางกลับ ซึ่งอาจเป็นผลจากการจัดงานสงกรานต์ที่ยิ่งใหญ่ในหลายพื้นที่ผู้โดยสารมีแนวโน้มพำนักอยู่ในไทยนานกว่าปกติ ซึ่งทาง AOT จะเก็บสถิติการเดินทางผ่านทั้ง 6 ท่า ตลอดช่วงเทศกาลเพื่อสะท้อนพฤติกรรมการเดินทางที่ชัดเจน”@ยืนยันขึ้น PSC มิ.ย.นี้พร้อมกันนี้ AOT ยังคงเดินหน้าปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออก (PSC) สำหรับผู้โดยสารระหว่างประเทศ จาก 730 บาท เป็น 1,120 บาทต่อคน ครอบคลุม 6 ท่าอากาศยานของ AOT ตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป โดยยังคงเก็บครอบคลุม 6 สนามบินหลัก (สุวรรณภูมิ, ดอนเมือง, เชียงใหม่, เชียงราย, ภูเก็ต, หาดใหญ่) ส่วนขาออกภายในประเทศยังคงเก็บในอัตรา 130 บาทต่อคน เพื่อจะนำไปใช้ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และความปลอดภัยแก่ผู้โดยสารในอนาคต“ผลการศึกษาทั่วโลกชี้ว่าการขึ้นค่า PSC ไม่ได้มีผลต่อการตัดสินใจเดินทางของผู้โดยสารอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นการปรับขึ้นค่า PSC ผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศยังคงเป็นไปตามที่ประกาศไว้”อย่างไรก็ตาม ปริมาณการเดินทางผ่านท่าอากาศยานทั้ง 6 ท่า ทั้งปี 2568/2569 (ต.ค. 68 - ก.ย. 69) คาดผู้โดยสารทะลุ 130 ล้านคน พร้อมเที่ยวบินที่คาดว่าจะเพิ่มสูงถึง 859,000 เที่ยวบินมีแนวโน้มทรงตัว หรือปรับตัวลดลงเล็กน้อย กดดันจากราคาน้ำมันอากาศยาน (Jet A1) ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้สายการบินปรับราคาตั๋วโดยสารขึ้นให้สะท้อนต้นทุน,  สถานการณ์ระหว่างสหรัฐอเมริกา - อิหร่าน  แม้ว่าอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินบาทเทียบกับสกุลดอลลาร์สหรัฐอเมริกามีแนวโน้มอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับช่วงปี 2568 ที่ผ่านมาดังนั้นทาง AOT จึงพิจารณาปรับแผนพัฒนาองค์กร รวมถึงแผนการลงทุนระยะสั้นให้เหมาะสมกับสถานการณ์รอบด้าน และแนวโน้มรายได้ในปีงบประมาณ 2568/2569 นี้เพื่อให้องค์กรก้าวต่อไปได้อย่างยั่งยืน“การยอมรับความจริงและไม่โลกสวย ดังนั้นการปรับแผนแผนพัฒนาฉบับใหม่นี้จะเน้นการพัฒนาที่ล้อไปกับจำนวนผู้โดยสารที่เกิดขึ้นจริง เน้นแก้ไขปัญหาภายในและปรับ Mindset ของบุคลากร เลือกพัฒนาเฉพาะจุดที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อให้การลงทุนมีความเหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจและรายได้ โดย AOT เริ่มใช้นโยบายรัดเข็มขัดมาตั้งแต่ก่อนเกิดสภาวะสงคราม และได้ประกาศย้ำอีกครั้งเมื่อเกิดสงครามขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น”@แนะ “ซื้อ” เป้า 72 บาทบริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) คาดการณ์แนวโน้มรายได้ในงวดไตรมาส 2/2568-2569 (ม.ค.-มี.ค.2569) มีโอกาสเห็นการเติบโต YoY ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี มาอยู่ที่ 5,126 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1%YoY, และเพิ่มขึ้น 10%QoQ สำหรับตัวเลขผู้โดยสารระหว่างวันที่ 1-4 เมษายน 2569 ยังเติบโตทั้งผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น 6%YoY และเที่ยวบินเพิ่มขึ้น 3% YoY สำหรับแนวโน้มผลประกอบการในงวดไตรมาส 3/2568-2569 จะเริ่มได้รับผลดีจากการเก็บค่าบริการผู้โดยสารขาออก (PSC) ในอัตราใหม่ที่ 1,120 บาทต่อคน เบื้องต้นประมาณการณ์กำไรสุทธิงวดปี 2568/2569 ไว้ที่ 2.06 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% YoY ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2569/2570 ขึ้นเป็น 3.06 หมื่นล้านบาทเพิ่มขึ้น 48% YoY สะท้อนความชัดเจนของการใช้ PSC เต็มปี พร้อมปรับไปใช้ราคาพื้นฐานปี 2570 ที่ 72 บาท

บสย.เร่งช่วย SMEs ฝ่าวิกฤตต้นทุนพุ่ง ฟรีค่าธรรมเนียม 3 ปี
อ่าน

บสย.เร่งช่วย SMEs ฝ่าวิกฤตต้นทุนพุ่ง ฟรีค่าธรรมเนียม 3 ปี

#ทันหุ้น บสย. เร่งช่วย SMEs “กลุ่มเปราะบาง” ฝ่าวิกฤตยุคต้นทุนพุ่ง ชูค่าธรรมเนียมฟรี 3 ปี เดินหน้าผนึกน็อนแบงก์ ขยายค้ำประกันฯ รายย่อยดร.สิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลต่อต้นทุนดำเนินงานทั้งวัตถุดิบ การผลิต ค่าขนส่ง ฯลฯ ที่พุ่งขึ้น บสย. พร้อมตอบสนองนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs โดยเฉพาะกลุ่มรายย่อย Micro SMEs พ่อค้า แม่ค้า กลุ่มอาชีพอิสระ ซึ่งถือเป็น “กลุ่มเปราะบาง” ที่มีความเสี่ยงทางธุรกิจสูงในภาวการณ์ปัจจุบัน ทั้งปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อ การขาดสภาพคล่อง การบริหารจัดการต้นทุน และเป็นกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษจากสถานการณ์ดังกล่าว บสย. ได้ตอกย้ำการช่วยเหลือ SMEs “กลุ่มเปราะบาง” ผ่าน โครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs Smart Win วงเงินค้ำประกัน 10,000 ล้านบาท ค้ำประกันต่อราย 1 หมื่นบาท – 1 ล้านบาท ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 3 ปีแรก ปีต่อไปคิดตามระดับความเสี่ยง 3 ระดับ ตั้งแต่ 1% 1.5% และ 2.5% เฉพาะโครงการนี้ บสย. ได้นำ Credit Scoring Model และ Risk-based Pricing มาใช้ประเมินความเสี่ยงลูกค้า เพื่อลดต้นทุนทางการเงิน และเพิ่มอัตราการอนุมัติสินเชื่อของ SMEs ที่มีความเสี่ยงที่ยอมรับได้มากขึ้นนอกจากนี้ ยังมุ่งกระตุ้นให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อ ด้วยการจ่ายเคลม (จ่ายค่าประกันชดเชย) หรือ Max Claim ในอัตราสูง เพื่อดูดซับความเสี่ยงด้าน Credit Cost และเพิ่มโอกาสด้านเครดิต (Credit Enhancement) ให้กับ SMEs เพื่อลดอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) และทำให้สถาบันการเงินมีความเชื่อมั่นในการพิจารณาสินเชื่อเพิ่มให้กับ SMEs มากยิ่งขึ้นการช่วยเหลือ “กลุ่มเปราะบาง” เป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของ บสย. เพื่อช่วยให้ SMEs รายย่อย ที่ขาดหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือขาดคนค้ำประกัน ในการขอสินเชื่อ สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น โดยไตรมาสที่ 1 ปี 2569 (ม.ค. - มี.ค.) เพียงระยะเวลา 3 เดือน บสย. ให้ความช่วยเหลือ SMEs รายย่อย (วงเงินสินเชื่อที่ต้องการไม่เกิน 2 แสนบาท) ผ่านการค้ำประกันสินเชื่อกว่า 1,380 ล้านบาท ช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อได้กว่า 15,000 ราย ซึ่งเป็นการเติบโตที่สูงมาก เมื่อเทียบกับปี 2568 (ม.ค. – ธ.ค.) ที่มียอดค้ำประกันกลุ่มรายย่อย 2,380 ล้านบาท ช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อได้กว่า 19,150 ราย ความสำเร็จดังกล่าวมาจากการทำงานเชิงรุก และโครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs Smart Win ที่ตอบโจทย์ SMEs รายย่อยมากยิ่งขึ้นสำหรับประเภทธุรกิจ SMEs รายย่อย ที่ บสย. ค้ำประกันสินเชื่อ 3 อันดับแรก ได้แก่ ร้านค้าปลีกรายย่อย (โชห่วย) 40% ตามด้วยกลุ่มพ่อค้า แม่ค้าหาบเร่ แผงลอย ตลาดสด 29.4% และกลุ่มร้านทำผม เสริมความงาม 4.2% สะท้อนกลุ่มอาชีพหลักของ SMEs รายย่อย ซึ่งเป็นเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ“จากวิกฤตพลังงานซึ่งสร้างผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม จากต้นทุนดำเนินงานที่พุ่งสูง การค้าขายที่ยากลำบากจากกำลังซื้อที่ลดลง จากนี้ บสย. จะเพิ่มความเข้มข้นในการช่วยเหลือ SMEs รายย่อย มากยิ่งขึ้น เพื่อช่วยให้ SMEs รายย่อย สามารถอยู่รอด อยู่ได้ และผ่านพ้นวิกฤตที่เกิดขึ้น” ดร.สิทธิกร กล่าวทั้งนี้ เพื่อให้ความช่วยเหลือ SMEs รายย่อย “กลุ่มเปราะบาง” ครอบคลุมทุกมิติ อีกหนึ่งแผนงานสำคัญจากนี้ คือ การขยายการค้ำประกันไปยังผู้ให้บริการสินเชื่อประเภทน็อนแบงก์ (Non-Bank) ในกลุ่ม “นาโนไฟแนนซ์” ซึ่งกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศกว่า 70 ราย เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการกลุ่มนี้ ซึ่งมีปัญหาในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบสถาบันการเงิน โดยเน้นวงเงินค้ำประกันรายละไม่เกิน 50,000 บาท เพื่อเสริมสภาพคล่องและต่อลมหายใจให้ธุรกิจสามารถผ่านพ้นวิกฤตในช่วงเวลานี้นอกจากนี้ ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา บสย. ยังให้ความช่วยเหลือ SMEs ลูกค้า บสย. ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง สำหรับผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจส่งออกและนำเข้า โดยพักชำระค่าธรรมเนียมและค่าจัดการค้ำประกัน 3 เดือน สำหรับลูกค้าที่จะครบกำหนดชำระ ระหว่างวันที่ 15 มีนาคม – 30 เมษายน 2569 ปัจจุบันพบว่าสามารถช่วยลูกค้าพักชำระค่าธรรมเนียมทั้งสิ้น 46 ราย คิดเป็นภาระค้ำประกันประมาณ 48 ล้านบาทสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง จากวิกฤตน้ำมันแพง และต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องทางการเงิน และการดำเนินธุรกิจ บสย. พร้อมคำปรึกษาและคำแนะนำ SMEs ในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การแก้ปัญหาหนี้ และให้ความรู้ทางการเงิน ผ่านศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs (บสย. F.A. Center) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ ยังเพิ่มความสะดวกให้ผู้ประกอบการสามารถเข้ามาตรวจสุขภาพทางการเงิน พร้อมจองคิวขอรับคำปรึกษาทางการเงิน ฟรี! ได้ที่ LINE OA : @tcgfirst

ททท.ทรูชวนชิม
สิทธิพิเศษ

ททท.ทรูชวนชิม

-

รับส่วนลด 10 บาท ทุกเมนูกาแฟ  ที่ กาแฟสบขุ่น น่าน ใช้ 0 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

รับส่วนลด 10 บาท ทุกเมนูกาแฟ ที่ กาแฟสบขุ่น น่าน ใช้ 0 ทรูพอยท์

ลูกค้าทรู ใช้ 0 ทรูพอยท์ รับส่วนลด 10 บาท ทุกเมนูกาแฟ ที่ กาแฟสบขุ่น น่าน เงื่อนไข 1. โค้ดมีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ ทาง บริษัทฯ จะไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี2. กดรับสิทธิ์ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์เท่านั้น งดรับสิทธิ์จากภาพถ่าย/ภาพบันทึกหน้าจอ (Screenshot)3. สงวนสิทธิ์งดให้บริการหากลูกค้าทำการกดตัดสิทธิ์ หรือไม่มีโค้ดเพื่อใช้สแกนรับสิทธิ์4. จำกัด 1 สิทธิ์/หมายเลข/วัน5. ระยะเวลาการร่วมรายการ ตั้งแต่ 1 เมษายน 2569 - 31 ธันวาคม 25696. ในกรณีที่โค้ดถูกขโมย ทำลาย หรือนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของโค้ด บริษัทฯจะไม่ทำการคืนเงินในทุกกรณี7. หากโค้ดชำรุดหรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ ทางร้านมีสิทธิ์ปฏิเสธงดให้บริการ8. โค้ดส่วนลดนี้ ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือคืนเป็นเงินสดได้9. บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ตามช่องทางที่กำหนด และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้ การพิจารณาและการตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สิ้นสุดข้อกำหนดและเงื่อนไข

BH โบรกหั่นราคาเป้าหมายลง มองสงครามอิหร่านกดดัน
อ่าน

BH โบรกหั่นราคาเป้าหมายลง มองสงครามอิหร่านกดดัน

#BH #ทันหุ้น-บล.เอเซีย พลัส ได้ปรับลดราคาเป้าหมายหุ้นบริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH ลงมา อยู่ที่180.00 บาท โดยยังไม่รวม Upside จากปัจจัยบวกที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ การกลับมาของกลุ่มผู้ป่วยรัฐสวัสดิการคูเวต (GOP) , การฟื้นตัวของรายได้ผู้ป่วยกัมพูชา เนื่องจาก BH มีแผนที่จะเปิดคลินิกที่กัมพูชา โดยใช้แพทย์จากไทยบินไปรักษา และการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยจีนผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่น ซึ่งมีศักยภาพหนุนประมาณการในระยะถัดไป คงคำแนะนำ “เก็งกำไร”ฝ่ายวิจัยเอเซีย พลัส ได้ปรับลดประมาณการกำไรปี 2569 ของ BH ลงอยู่ที่ 7,321 ล้านบาทจากเดิม 7,846 ล้านบาท หดตัว 2.5%YoY และปรับสมมติฐานรายได้โรงพยาบาลเหลือ 24,334 ล้านบาท ลดลง 3.2% YoY ขณะที่ภาพรวมผลดำเนินงานไตรมาส 1/69 ฝ่ายวิจัยคาดว่าจะอ่อนแอกว่าที่ประเมินก่อนหน้า โดยประเมินกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,701 ล้านบาท ลดลง 1.9%YoY และ 9.8%QoQ จากปัจจัยฤดูกาลช่วงเดือนรอมฎอนที่ทำให้การเข้ารับบริการของผู้ป่วยตะวันออกกลางชะลอตัว เพื่อสะท้อนปัจจัยลบจากสงครามในอิหร่านที่คาดว่าจะยืดเยื้อถึงสิ้นเดือน มิ.ย. 69ขณะเดียวกันกำไรที่ลดลงเทียบกับปีก่อนถูกกดดันจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลและอิหร่าน ตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค.ซึ่งกระทบการเดินทางระหว่างประเทศอย่างมีนัย จากการปิดน่านฟ้า, การเลื่อน-ยกเลิกเที่ยวบิน และราคาตั่วเครื่องบินที่ปรับสูงขึ้น ส่งผลให้รายได้โรงพยาบาลไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 5,962 ล้านบาท ลดลง 2.6%YoY และ ลดลง 8.5%QoQส่วนแนวโน้มไตรมาส 2/69 ฝ่ายวิจัยคาดกำไรสุทธิของ BH จะปรับลดลงทั้ง YoY และ QoQ จากแรงกดดันการเดินทางระหว่างประเทศ โดยเฉพาะผู้ป่วยตะวันออกกลางที่ยังไม่กลับเข้าใช้บริการเป็นปกติหลังรอมฎอน, ผู้ป่วยต่างชาติอื่นๆ ที่เผชิญต้นทุนเดินทางเพิ่มขึ้นจากราคาตั๋วเครื่องบิน อีกทั้งเป็นช่วงLow Season ของผู้ป่วยคนไทยจากวันหยุดยาวต่อเนื่องราคาหุ้น BH ช่วงบ่ายเคลื่อนไหวอยู่ที่ 165.50 บาท บวก 1.50 บาทหรือ 0.91% มีมูลค่าการซื้อขาย 509.87 ล้านบาท

กรุงศรี ส่อง 2 หุ้นอสังหาริมทรัพย์ AP-SIRI ควรลงทุนอย่างไร
อ่าน

กรุงศรี ส่อง 2 หุ้นอสังหาริมทรัพย์ AP-SIRI ควรลงทุนอย่างไร

#ทันหุ้น-บล.กรุงศรี ออกบทวิเคราะห์หุ้นอสังหาริมทรัพย์ 2 บริษัทได้แก่หุ้นบริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AP และหุ้นบริษัท แสนสิริ จำกัด(มหาชน) หรือ SIRI โดยได้อัพเดทโครงการใหม่ที่ออกมาทั้ง 2 บริษัท พร้อมคาดการณ์กำไรในปี 2569 และกลยุทธ์การลงทุนและราคาเป้าหมายหุ้นทั้ง 2 บริษัทฝ่ายวิจัยกรุงศรี ระบุว่าหุ้น AP ฝ่ายวิจัยมีมุมมองเป็นกลางต่อยอดขายคอนโดใหม่ Life Ratchada-Rama 9 ซึ่งมีมูลค่าโครงการ 3.6 พันล้านบาท ทำยอดขายไปราว 23% หรือราว 0.8 พันล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้(ที่ราว 25-30% ในช่วงแรกของการเปิดตัว) โดยส่วนที่ขายไปเป็นสัดส่วนลูกค้าคนไทย 76% ต่างชาติ 24%ทั้งนี้ตัวเลข take-up rate ที่ไม่มาก อาจเป็นเพราะเป็นโครงการตึกเตี้ย 8 ชั้น ซึ่งจะโอนในไตรมาส 4/70 ทำให้ระยะเวลาผ่อนดาวน์ไม่นาน ลูกค้าที่จะซื้อจะเป็น real demand เป็นส่วนใหญ่ สำหรับ QTD presale น่าจะ 8.0 พันล้านบาทฝ่ายวิจัยคาดว่าไตรมาส 1/69 AP จะมี presale ราว 9.0-10.0 พันล้านบาท น่าจะเป็นไปได้ ในขณะที่คาดกำไรสุทธิไตรมาส 1/69 จะเพิ่มขึ้น YoY ตาม Backlog รอโอนมาก และยังคงประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2569 อยู่ที่ 4.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% YoYกลยุทธ์การลงทุน แนะนำซื้อหุ้น AP ให้ราคาเป้าหมายที่ 11.00 บาท เนื่องจากชอบจุดเด่นจาการเพิ่มมาร์เก็ตแชร์ต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการเติบโตระยะยาว และคาดปันผลจ่ายสูง 6-7% มองผลตอบแทนน่าสนใจบน valuation ที่ไม่แพง**หุ้น SIRIฝ่ายวิจัยกรุงศรี มีมุมมอง slightly positive จาก take-up rate ของ 2 โครงการใหม่ของ SIRI ซึ่งเป็นไปตามแผนโดยคอนโดใหม่ Love Charoen Nakorn มูลค่าโครงการ 6.2 พันล้านบาท มี take-up rate 21% และ low-rise ใหม่ ได้แก่โครงการ Narasiri Barommaratchachonnani มีมูลค่าโครงการ 4.7 พันล้านบาท มี take-up rate 11% ถึงแม้โดยรวมจะเป็นตัวเลขที่ไม่สูงมากนัก แต่ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมูลค่าโครงการสูงส่วนผลดำเนินงานไตรมาส 1/69 คาดว่าจะมี presale เป็นไปตามเป้าที่ราว 9.5 พันล้านบาท ถึง 1 หมื่นล้านบาท และคาดว่าไตรมาส 1/69 transfer ที่ราว 8.0 พันล้านบาท โตเล็กน้อย ซึ่งน่าจะสนับสนุนให้กำไรไตรมาส 1/69 เติบโต YoYฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรทั้งปี 2569 ของ SIRI อยู่ที่ 4.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% YoY มีโอกาส upsideกลยุทธ์การลงทุน แนะนำซื้อ หุ้น SIRI ให้ราคาเป้าหมายที่ 2.00 บาท จากจุดเด่นเรื่องการเป็น first mover ด้าน product design, จับ trend ตลาดที่เปลี่ยนแปลงได้ดี ทำให้ยังเพิ่มมาร์เก็ตแชร์ได้ และมีโอกาส turnaround เร็วกว่าบริษัทอื่น เมื่อตลาด property กลับมา รวมถึงคาด dividend yield สูง 8-9% เป็นอีกหนึ่งจุดเด่น

ATLAS มั่นใจ ปี 69 โต Double-digit ลุยลงทุน 1 – 1.5 พันลบ. หนุนธุรกิจก๊าซ LPG
อ่าน

ATLAS มั่นใจ ปี 69 โต Double-digit ลุยลงทุน 1 – 1.5 พันลบ. หนุนธุรกิจก๊าซ LPG

#ATLAS #ทันหุ้น - นายสุวัชชัย พิทักษ์วงศาภรณ์ ( ซ้าย ) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ และนางสาวกฤตพร พึ่งวงษ์ ( ขวา )ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอตลาส เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ( ATLAS ) ร่วมนำเสนอข้อมูลผลการดำเนินงานประจำปี 2568 ในกิจกรรมบริษัทจดทะเบียนฯ พบผู้ลงทุน (Opportunity Day) โดยในปี 2568 มีกำไรสุทธิ 301.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.5 % จากปีก่อน และมีรายได้รวม 11,616.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.7 % จากปีก่อน  นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทฯมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเพิ่มในอัตราหุ้นละ 0.05 บาท เป็นจำนวนเงินรวม 70.92 ล้านบาท กำหนดจ่ายในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 จากงวดระหว่างกาล  (1 มกราคม - 31 ตุลาคม 2568) ในอัตราหุ้นละ 0.10 บาทที่จ่ายไปแล้ว รวมจ่ายปันผลในอัตราหุ้นละ 0.15 บาทในปี 2569 บริษัทฯตั้งเป้าผลการดำเนินงานเติบโตต่อเนื่อง Double-digit จากความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในทุกภาคธุรกิจ ยานยนต์ - ครัวเรือน - อุตสาหกรรม สนับสนุน พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุก มุ่งยกระดับศักยภาพธุรกิจก๊าซ LPG หนุนธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน และตั้งงบลงทุนในการขยายธุรกิจ 1,000 – 1,500 ล้านบาท โดยการนำเสนอข้อมูลครั้งนี้ได้รับความสนใจจากนักลงทุนเข้าร่วมรับฟังเป็นจำนวนมาก ถ่ายทอดผ่านเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย **************************************

ASWลั่นปี69งบโตโดดเด่น แบ็กล็อกแน่นรอโอนเพียบ
อ่าน

ASWลั่นปี69งบโตโดดเด่น แบ็กล็อกแน่นรอโอนเพียบ

#ASW #ทันหุ้น - ASW มั่นใจปี 2569 จะเป็นอีกหนึ่งปีที่ ASW เติบโตมากที่สุด หลังได้ TITLE ช่วยขยายพอร์ตภูเก็ต หนุนยอดขาย-รายได้โตต่อเนื่อง เตรียมโอนเพิ่ม 11 โครงการสร้างเสร็จใหม่แบบออลไทม์ไฮ มูลค่าโครงการรวม 2.67 หมื่นล้านบาท ประเดิมครึ่งปีแรก 6 โครงการ พร้อมตุนแบ็กล็อก 3.39 หมื่นล้านบาท พร้อมเปิดใหม่อีก 11 มูลค่า 1.8 หมื่นล้านบาท หนุนปีนี้รายได้โต 32% จากปี 2568 ที่มีรายได้ 9.46 พันล้านบาท กำไร 1.07 พันล้านบาท ชงปันผล 0.50 บาท  นายกรมเชษฐ์  วิพันธ์พงษ์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW  เปิดเผยว่า  ASW สามารถสร้างผลการดำเนินงานปี 2568 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมียอดขายทั้งปี 23,407 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 21% ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 9,466 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,078 ล้านบาท โดยเฉพาะไตรมาส 4/68 บริษัททำรายได้และกำไรสุทธิเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และปีก่อนหน้า (YoY) จากการเร่งผลักดันยอดโอนกรรมสิทธิ์โครงการเดอะ ไทเทิล เลเจนดารี บางเทา (THE TITLE Legendary Bang-Tao) รวมถึงโครงการเคฟ วันเดอร์แลนด์ (Kave Wonderland) และโมดิซ อาวองการ์ด (Modiz Avantgarde) ซึ่งสร้างเสร็จเร็วกว่าแผนที่กำหนดไว้ต้นปี 2569 ทำให้ ASW สามารถทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา@แบ็กล็อกแน่น ทั้งนี้จากผลการดำเนินงานที่ยังรักษาระดับการเติบโตได้อย่างมั่นคง ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเห็นชอบให้เสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี (AGM) จ่ายปันผลสำหรับกำไรสะสมและผลการดำเนินงานของบริษัทงวด 12 เดือนของปี 2568 ในอัตรา 0.50 บาทต่อหุ้น โดยต้องผ่านการอนุมัติจากการประชุมฯในวันที่ 23 เมษายน 2569 และจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 30 เมษายน 2569 นายกรมเชษฐ์ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2569 เผชิญแรงกดดันจากสงครามการค้า นโยบายกำแพงภาษีของสหรัฐ และภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นและการพิจารณาสินเชื่อของสถาบันการเงิน ทำให้ตลาดอสังหาปีนี้มีความเฉพาะตัวสูง กลุ่มเรียลดีมานด์ยังมีศักยภาพแข็งแกร่ง แต่ผู้ประกอบการจะต้องศึกษาและพัฒนาโปรดักต์ให้ตอบโจทย์ได้อย่างแม่นยำ อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกที่ต้องติดตาม ทั้งแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนของรัฐบาลใหม่ รวมถึงการพิจารณาขยายระยะเวลาลดค่าโอน-จดจำนอง และผ่อนปรนมาตรการ LTV ที่จะสิ้นสุดใน มิถุนายน นี้ ซึ่งบริษัทได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และวางกลยุทธ์ให้สอดรับกับตลาดอย่างรอบคอบ เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน ทั้งนี้ ASW มียอดรอรับรู้รายได้ (Backlog) ณ สิ้นปี 2568 มูลค่าทั้งสิ้น 33,944 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยโอนกรรมสิทธิ์เป็นรายได้เข้าสู่บริษัทตั้งแต่ปีนี้ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2571 และบริษัทยังมีแผนทยอยโอนโครงการที่อยู่อาศัยที่จะสร้างเสร็จใหม่ในปี 2569 เพิ่มอีก 11 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 26,760 ล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่ารวมสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท (All-Time High) โดยแบ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียมในทำเลกรุงเทพฯ-ปริมณฑล จำนวน 7 โครงการ มูลค่ารวม 15,060 ล้านบาท และโครงการ Leisure Residence แบรนด์ “THE TITLE” ใน จ.ภูเก็ต ภายใต้การพัฒนาของบริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE บริษัทย่อยในเครือ อีก 4 โครงการ มูลค่ารวม 11,700 ล้านบาท@ครึ่งปีแรกโอน 6 โครงการ สำหรับช่วงครึ่งแรกปี 2569 บริษัทจะทยอยโอนรับรู้รายได้ทั้งหมด 6 โครงการ มูลค่ารวม 16,360 ล้านบาท ได้แก่ 1.โมดิซ อาวองการ์ด (Modiz Avantgarde) มูลค่า 1,800 ล้านบาท และ 2.เคฟ ลูมินัส บางมด (Kave Luminous Bangmod) มูลค่า 1,200 ล้านบาท ซึ่งเป็น 2 โครงการหลักที่จะสร้างการรับรู้รายได้ในไตรมาส 1/2569 3.โมดิซ วอลท์ เกษตร-ศรีปทุม (Modiz Vault Kaset-Sripatum) มูลค่า 2,200 ล้านบาท 4.เคฟ เจเนซิส นครปฐม (Kave Genesis Nakhon Pathom) มูลค่า 1,160 ล้านบาท 5.เดอะ ไทเทิล เฮอริเทจ บางเทา (THE TITLE Heritage Bang-Tao) มูลค่า 6,000 ล้านบาท และ 6.เดอะ ไทเทิล เซเรนิตี้ ในยาง (THE TITLE Serenity Naiyang) มูลค่า 4,000 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ASW ยังมุ่งดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด “EMPOWERING THE FUTURE” เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยวางแผนเปิดโครงการใหม่บนทำเลศักยภาพ ทั้งในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล และภูเก็ต จำนวน 11 โครงการ มูลค่ารวม 17,555 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าหมายยอดขาย 18,500 ล้านบาท และเป้าหมายรายได้รวม 12,500 ล้านบาท เติบโตกว่าปีก่อนหน้า 32% (YoY)“ด้วยกลยุทธ์ที่ชัดเจนและการรักษาวินัยทางการเงินในช่วงที่ผ่านมา เราเชื่อมั่นว่าปี 2569 จะเป็นปีที่ ASW เติบโตอย่างแข็งแกร่งมากที่สุดปีหนึ่ง โดยเฉพาะการตัดสินใจลงทุนใน TITLE ที่เริ่มเห็นผลลัพธ์กลับมาอย่างชัดเจน จนเป็นหนึ่งใน Growth Engine ที่ช่วยขับเคลื่อนยอดขายและรายได้ของบริษัทฯ ซึ่งปีนี้เรามีทั้ง Backlog และโครงการเตรียมส่งมอบใหม่ที่มีมูลค่าโครงการรวมมากถึงระดับ All-Time High สะท้อนถึงศักยภาพในการบริหารจัดการสต๊อก และการพัฒนาโครงการคุณภาพให้สามารถส่งมอบได้ตามแผน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะเป็นแรงสนับสนุนให้ ASW สามารถยืนหยัดและรักษาการเติบโตได้อย่างมั่นคงตามเป้าหมาย” นายกรมเชษฐ์ กล่าว

มัดรวม ส่วนลด สนามบิน 2569 โปรโมชั่น ลูกค้าทรู สายเที่ยว
อ่าน

มัดรวม ส่วนลด สนามบิน 2569 โปรโมชั่น ลูกค้าทรู สายเที่ยว

ใครกำลังจะไป สนามบิน ปี 2569 นี้ ไม่ว่าจะบินในประเทศหรือโกอินเตอร์ ความฟินไม่ได้เริ่มที่จุดหมายปลายทาง แต่เริ่มตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าสนามบินเลย เรามัดรวม ดีลเด็ด โปรดี ส่วนลดในสนามบิน มาให้แล้ว มีพิกัดไหนที่ห้ามพลาด กดรับสิทธิ์ตรงไหน ไปดูกัน มัดรวม ส่วนลด สนามบิน 2569 โปรโมชั่น ลูกค้าทรู สายเที่ยว 1. ฟรีเซ็ทเมนูที่สนามบิน ลูกค้าทรูรับฟรีเซ็ทเมนูที่สนามบิน (SSP) ที่ร้านค้าในสนามบินที่ร่วมรายการ แบรนด์ที่ร่วมรายการ Burger King Dairy Queen Cafe Ritazza The Pizza Company Bonchon The Coffee Club Potato Corner รับสิทธิ์ และ ดูเงื่อนไขส่วนลด ได้ที่ ฟรีเซ็ตเมนูที่ร้านค้าในสนามบิน ==================== 2. เอวิส Avis บริการรถรับส่ง-สนามบิน และรถพร้อมคนขับ (รายวัน) เริ่มต้น 2,000 บาท ใช้ 0 ทรูพอยท์ รับสิทธิ์ และ ดูเงื่อนไขส่วนลด ได้ที่ ส่วนลดเช่ารถ AVIS ==================== 3. คอรัลเอกเซ็คคิวทีฟเลาจ์ ไทยแลนด์ ลูกค้าทรูแบล็ค ทรูเรด รับส่วนลดสูงสุด 50% เมื่อเข้าใช้บริการห้องรับรองสนามบิน The Coral Lounge Thailand ใช้ 0 ทรูพอยท์ ทั้งห้องรับรองภายในประเทศ และห้องรับรองระหว่างประเทศ รับสิทธิ์ และ ดูเงื่อนไขส่วนลด ได้ที่ The Coral Lounge Thailand ====================

บอร์ด OR ไฟเขียวปันผลอีก 0.30 บาท เตรียมขึ้น XD 23 ก.พ.
อ่าน

บอร์ด OR ไฟเขียวปันผลอีก 0.30 บาท เตรียมขึ้น XD 23 ก.พ.

#OR #ทันหุ้น-บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด(มหาชน) หรือ OR แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า คณะกรรมการบริษัทได้มีมติเห็นสมควรให้เสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 โดยพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลจากผลดำเนินงานของปี 2568 ที่อัตรา 0.60 บาท โดยผลดำเนินงานในครึ่งแรกของปี 2568 ได้จ่ายเงินปันผลไปแล้วในอัตรา 0.30 บาทดังนั้นคงเหลือที่จะจ่ายเงินปันผลสำหรับงวดครึ่งปีหลังของปี 2568 ในอัตรา 0.30 บาท โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 23 ก.พ. 2569 วันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล 24 ก.พ. 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 29 เม.ย. 2569

KBANK กางเป้าปีม้าล็อกNIM2.75–2.95%
อ่าน

KBANK กางเป้าปีม้าล็อกNIM2.75–2.95%

#KBANK #ทันหุ้น – KBANK เปิดแผนปีม้า ตั้งเป้า Loan Growth 2% รับเศรษฐกิจท้าทาย พร้อมคุมเกมปั๊ม NIM 2.75–2.95% ขอคุม NPL ต่ำกว่า 3.25% ด้านยุทธศาสตร์เดินหน้า “3+1 และ Productivity” เดินเกมโตอย่างสมดุลท่ามกลางเศรษฐกิจผันผวน นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK เปิดเผยว่า กลยุทธ์ของธนาคารกสิกรไทยยังคงมุ่งเน้นไปที่การเติบโตอย่างสมดุล เสริมความแข็งแกร่งท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย โดยธนาคารได้กําหนดเป้าหมายทางการเงินประจำปี 2569 โดยการเติบโตของเงินให้สินเชื่อ (Loan Growth) : เติบโตที่ 0-2% สอดคล้องกับการเติบโตทางเศรษฐกิจท่ามกลางความท้าทายต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยธนาคารยังคงเน้นการเติบโตสินเชื่อที่มีคุณภาพ สินเชื่อที่มีหลักประกัน และกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพในการเติบโต พร้อมต่อยอดขีดความสามารถและความแข็งแกร่งด้านสินเชื่อเพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาวเป้า NIM 2.95%ผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net Interest Margin : NIM) : อยู่ที่ 2.75-2.95% สอดคล้องกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยและการเติบโตของเงินให้สินเชื่ออย่างมีคุณภาพ การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ (Net Fee Income Growth) : เติบโตที่ Mid-to-high single-digit โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากการขยายบริการโซลูชันด้านการบริหารความมั่งคั่ง และความเป็นผู้นำด้านบริการชำระเงินทั้งในประเทศและข้ามพรมแดนค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่นๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ (Cost to Income Ratio) : อยู่ที่ Mid-40s โดยธนาคารยังคงเน้นย้ำการดำเนินมาตรการควบคุมต้นทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพ เพื่อรองรับแรงกดดันจากการเติบโตของรายได้ที่มีความท้าทาย เงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อ (NPL Ratio - Gross) : อยู่ที่น้อยกว่า 3.25% ท่ามกลางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนอัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Credit Cost) : อยู่ที่ในช่วง 140-160 bps (Normalized Level) โดยธนาคารยังคงบริหารความเสี่ยงที่รอบคอบและระมัดระวังสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจอีกทั้ง ธนาคารยังคงมีสถานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่งเพียงพอรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องกางกลยุทธ์ในปี 2569 นี้ ธนาคารกสิกรไทยจะยกระดับยุทธศาสตร์ “3+1 และ Productivity” ไปอีกขั้น ด้วยกลยุทธ์ “ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Strategy)” ที่ให้ความสำคัญต่อความต้องการของลูกค้าใน แต่ละช่วงชีวิตและทุกบริบททางธุรกิจ ทั้งกลุ่มลูกค้าบุคคล ลูกค้าผู้ประกอบการ และลูกค้าธุรกิจ ขับเคลื่อนการทำงานเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มอย่างรอบด้านและตรงใจ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนและทั่วถึงกลยุทธ์กลุ่มลูกค้าบุคคล (Retail) : ธนาคารมุ่งตอบโจทย์ลูกค้าบุคคลที่มีศักยภาพและต้องการสร้างการเติบโต รวมทั้งลูกค้าที่ต้องการเข้าถึงบริการทางการเงินที่ครอบคลุม (High value, High growth, Underpenetrated segments) อาทิ คนทำงานรุ่นใหม่และมืออาชีพที่มีการจับจ่ายใช้สอยและแสวงหาบริการทางการเงิน เพื่อสร้างความมั่นคงในอนาคตและเตรียมพร้อมรับมือกับสังคมผู้สูงวัยขยายฐานลูกค้าที่มีคุณภาพ ผ่านการนำเสนอโซลูชันต่างๆ ทั้งสินเชื่อ การลงทุน ประกันชีวิต และบริการชำระเงินแบบครบวงจร ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ตอบโจทย์ที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงชีวิตยกระดับการเป็นที่ปรึกษาที่ได้รับความไว้วางใจ ผ่านบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ กลยุทธ์กลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการ (SME) : ธุรกิจเอสเอ็มอีเป็นกลุ่มที่มีพลังในการจ้างงานและขับเคลื่อนเศรษฐกิจในวงกว้าง โดยธนาคารมุ่งเน้นลูกค้าผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่มีการเติบโตและมีคุณภาพ (Growth industries with strong risk quality) เพื่อปลดล็อกศักยภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้เติบโตอย่างยั่งยืน กลยุทธ์กลุ่มลูกค้าธุรกิจ (Corporate) : เป็นกลุ่มที่มีบทบาทในการเชื่อมต่อธุรกิจหลายภาคส่วนของเศรษฐกิจภายในประเทศ และการขยายสู่ตลาดภายนอกประเทศ ซึ่งธนาคารให้ความสำคัญกับธุรกิจในประเทศที่เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ (Selective industries with high-value potential) สนับสนุนการเติบโตธุรกิจขนาดใหญ่และธุรกิจที่เกี่ยวข้องในระบบนิเวศ ตอบโจทย์ธุรกิจทั้งในประเทศและการค้าข้ามพรมแดน