รีเซต

ผลการค้นหา “#อุปกรณ์สำรองข้อมูลมือถือ” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ลดสูงสุด 20,000 บาท เมื่อซื้อมือถือเครื่องเปล่ารุ่นที่ร่วมรายการ ที่ทรูช็อป ทรูแบรนด์ดิ้งช็อป ทรูสเฟียร์ สาขาที่ร่วมรายการ ใช้ 5 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

ลดสูงสุด 20,000 บาท เมื่อซื้อมือถือเครื่องเปล่ารุ่นที่ร่วมรายการ ที่ทรูช็อป ทรูแบรนด์ดิ้งช็อป ทรูสเฟียร์ สาขาที่ร่วมรายการ ใช้ 5 ทรูพอยท์

ลูกค้าทรูใช้ 5 ทรูพอยท์รับส่วนลดสูงสุด 1,800 บาท เมื่อซื้อมือถือเครื่องเปล่ารุ่นที่ร่วมรายการ ที่ทรูช็อป ทรูแบรนด์ดิ้งช็อป ทรูสเฟียร์ สาขาที่ร่วมรายการสินค้าที่ร่วมรายการOppo A6s 5G (8+256) ส่วนลด 500 บาทOppo A6s 5G (8+128) ส่วนลด 500 บาทOppo A6c (4+128) ส่วนลด 400 บาทOppo A6c (4+64) ส่วนลด 300 บาทXiaomi 17T Pro 5G 12/512GB ส่วนลด 1,800 บาทXiaomi 17T Pro 5G 12/256GB ส่วนลด 1,500 บาทXiaomi 17T 5G 12/512GB ส่วนลด 1,400 บาทXiaomi 17T 5G 12/256GB ส่วนลด 1,300 บาทOppo Find N6 5G ส่วนลด 3,000 บาทOppo Find X9 Ultra 5G(16+1TB) ส่วนลด 3,000 บาทOppo Find X9 Ultra 5G(16+512G) ส่วนลด 3,000 บาทOppo Find X9s 5G(16+512G) ส่วนลด 2,000 บาทOppo Find X9s 5G(12+256G) ส่วนลด 2,000 บาทOppo Reno 16 5G 12/256GB ส่วนลด 2,000 บาทOppo Reno 16 5G 8/256GB ส่วนลด 2,000 บาทOppo Reno 16F 5G 8/256GB ส่วนลด 1,000 บาทOppo Reno 16F 5G 8/128GB ส่วนลด 1,000 บาทInfinix GT 50 Pro 12/256 ส่วนลด 2,300 บาทInfinix Note 60 Pro 12/256 ส่วนลด 1,800 บาทInfinix Note 60 Pro 8/256 ส่วนลด 1,400 บาทInfinix Note Edge 5G 8/256 ส่วนลด 1,000 บาทInfinix Note Edge 5G 8/128 ส่วนลด 900 บาทInfinix Hot 70 4G 6/128 ส่วนลด 600 บาทInfinix Hot 70 4G 4/128 ส่วนลด 400 บาทInfinix Hot 60i 5G 8/256 ส่วนลด 400 บาทInfinix Smart20 4/128 ส่วนลด 200 บาทInfinix Smart20 4/64 ส่วนลด 100 บาท เงื่อนไข 1. รหัสส่วนลด ใช้ได้กับการซื้อมือถือรุ่นที่ร่วมรายการเท่านั้น ที่ทรูแบรนด์ดิ้งช็อป ทรูสเฟียร์ สาขาที่ร่วมรายการ2. ลูกค้าทรู ใช้ 5 ทรูพอยท์ รับส่วนลดซื้อมือถือเครื่องเปล่ารุ่นที่ร่วมรายการ ราคาส่วนลดขึ้นอยู่กับรุ่นสินค้า (*สิทธิ์ส่วนลดจำนวนจำกัด)3. จำกัด 1 บัตรประชาชน / 1 สิทธิ์ / 1 โปรโมชั่น ตลอดระยะเวลาแคมเปญ4. ลูกค้านำรหัสที่ได้รับ จากการกดรับสิทธิ์ แสดงต่อเจ้าหน้าที่ ทรูช็อป ทรูแบรนด์ดิ้งช็อป ทรูสเฟียร์ สาขาที่ร่วมรายการ ก่อนการชำระเงิน เพื่อรับสิทธิ์ส่วนลด5. กดรับสิทธิ์ได้ผ่านแอปทรูไอดี กดรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่ 10 เม.ย. 69 - 31 ก.ค. 69 เท่านั้น (*โค้ดมีจำนวนจำกัด)6. เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการเท่านั้น (ขึ้นอยู่กับสินค้าที่มีจำหน่าย ณ เวลานั้น)7. ไม่สามารถใช้ทรูพอยท์ของหมายเลขอื่นที่ไม่ได้จดทะเบียนภายใต้หมายเลขบัตรของลูกค้าเอง ในการรับสิทธิ์ส่วนลดแทนได้8. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้9. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้10. หากลูกค้ากดแลกสิทธิ์แล้ว ขอสงวนสิทธิ์การคืนทรูพอยท์ทุกกรณี11.สิทธิพิเศษนี้อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทกำหนด ผู้ใช้บริการจะต้องศึกษาข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมก่อนเลือกใช้บริการที่ทรูช็อป (ทุกสาขา) หรือโทร 1242

Metal Slug Rush ตำนานความมันส์ในรูปแบบเกมมือถือ roguelike action เปิดให้มาสัมผัสความเดือดแล้วทั้ง Android และ iOS สโตร์ไทย!
อ่าน

Metal Slug Rush ตำนานความมันส์ในรูปแบบเกมมือถือ roguelike action เปิดให้มาสัมผัสความเดือดแล้วทั้ง Android และ iOS สโตร์ไทย!

ตำนานซีรีส์เกมแนวแอ็กชั่นชู้ตติ้งในสไตล์พิกเซลอาร์ตขวัญใจใครหลาย ๆ คนอย่าง Metal Slug พร้อมมาให้สัมผัสความมันส์ครั้งใหม่ในรูปแบบของเกมมือถือแนว roguelike action ! Metal Slug Rush เกมที่พัฒนาขึ้นโดย RingGames ภายใต้ลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการจากทาง SNK ได้เปิดให้บริการแล้วอย่างเป็นทางการทั้งบน Android และ iOS สโตร์ไทยด้วยกัน!Soldiers, the time has come!【METAL SLUG RUSH】is officially live! 📱▼ Tap to Download: iOS: https://t.co/6PnCWj5atHAndroid: https://t.co/5Xbrfu2vQW⚠️ For soldiers who have already pre-downloaded, update to the latest version in the store before deploying!MISSION START!… pic.twitter.com/SWojfC966N— MetalSlugRush_official (@MetalSlugRush) July 7, 2026 Metal Slug RushMetal Slug Rush นั้นเป็นหนึ่งในโปรเจกต์เกมมือถือฉลองครบรอบ 30 ปีของซีรีส์ Metal Slug โดยตัวเกมนั้นจะเป็นแนว Roguelike action ที่พัฒนาขึ้นโดย RingGames ภายใต้ลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการจากทาง SNKMetal Slug Rush ได้นำเอาความมันส์สุดโกลาหลของเกม Arcade ระดับตำนานอย่าง Metal Slug มายังประสบการณ์การเอาชีวิตรอดในรูปแบบใหม่ที่สร้างขึ้นเพื่อมือถือ และออกแบบมาเพื่อ Action สุดระห่ำมาต่อสู้ฝ่ากองทัพ Rebel Army soldiers , โจรสลัดสุดโหด , เหล่า Alien Mars People ท่ามกลางห่ากระสุนและเสียงระเบิดอันดังก้อง สะสมประสบการณ์เพื่อเพิ่มเลเวลในระหว่างการเล่น และพัฒนาฮีโร่ของคุณด้วย Perks ทรงพลังที่จะมอบประสบการ์ณสดใหม่ให้กับทุกรอบการเล่นมิกซ์และแมตช์อุปกรณ์สวมใส่ในแบบต่าง ๆ เพื่อค้นหาสไตล์การเล่นที่ใช่และโปรดปราน ผสมอุปกรณ์ที่ดีที่สุดเพื่อสร้างบิลด์ที่ทรงพลัง และเอาตัวรอดไปในภารกิจที่เหนือกว่าที่คุณจะจินตนาการDNA ของ Metal Slug ฉบับคลาสสิก ที่นำมาตีความใหม่ภาพสไตล์พิกเซลอาร์ตที่กลับมาโลดแล่นอีกครั้งบนมือถือเสียงในตำนานที่คุณไม่เคยลืม... "HEAVY MACHINE GUN!"เหล่าตัวละครและศัตรูขวัญใจแฟน ๆ จากทั่วจักรวาล Metal Slugอารมณ์ขันที่สอดแทรกอยู่ทั่วทุกมุม ช่วยเหลือ POWs พบกับ Hyakutaro และยิ้มได้แม้กระทั่งพ่ายแพ้ใครที่สนใจนั้นก็สามารถเข้าไปโหลดตัวเกมกันได้ที่ลิงก์สโตร์ไทยด้านล่าง!

สิ่งที่ต้องแลกกับโรงแรมที่ถูกที่สุด | Rented Nightmare

สิ่งที่ต้องแลกกับโรงแรมที่ถูกที่สุด | Rented Nightmare

สมัครเป็น "แฟนตัวกลม" | https://www.youtube.com/channel/UC705OZcYT8ysriJ93eiQVeg/join โดเนทให้นายน็อตตัวกลม | https://tipme.in.th/notto-nbk สนับสนุนค่าโกโก้ป๋าน็อต | Super Thanks , Super Chat , Super Stickers ช่องทางการติดต่อ ติ๊กต็อก | https://www.tiktok.com/@nottonbk แฟนเพจ | https://www.facebook.com/NottoNBK/ กลุ่ม ดินแดนของป๋าน็อต | https://www.facebook.com/groups/2059358350800958 อีเมล | nanobreakch@gmail.com ::: สนใจติดต่อโฆษณาหรือสปอนเซอร์ ::: ⭐ ติดต่อทีมงาน Online Station ⭐ Email | os.influencer@truedigital.com ใครที่ทำช่อง Youtube และสนใจเข้าสังกัด Online Station สมัครได้ที่นี่ : https://caster.online-station.net/​​​ Online Station ช่วยให้ช่องคุณเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีรายได้เพิ่มมากขึ้น มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว OS Caster กันนะครับ 🖥️ Notty's Machine Specification Mainboard | ROG Strix Z790-F Gaming WIFI CPU | Intel i9 13900K GPU | Nvidia RTX 4090 RAM | Corsair Vengeance DDR5 Bus 5600 Mhz SSD | Samsung 980 Pro 1TB PSU | Thermaltake Toughpower GF3 1350W Gold AIO | NZXT Kraken X73 RGB CASE | NZXT H7 Flow Black

จับตา ADVICE ไตรมาส 2 สวย รุกเจาะ SSD-RAM รับทรัพย์
อ่าน

จับตา ADVICE ไตรมาส 2 สวย รุกเจาะ SSD-RAM รับทรัพย์

#ADVICE #ทันหุ้น - ADVICE  ฟุ้ง Q2/2569 ฟอร์มแจ่มกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน  อานิสงส์ดีมานด์สินค้าไอทีพุ่ง แถมย้ำเป้าปีนี้รายได้ทะยาน 15% จากปีก่อน รับพอร์ตลูกค้าขยายตัว พร้อมเดินหน้าทำตลาด SSD-RAM ให้มากขึ้น หลังกระแสความต้องการฮอตนายณัฏฐ์  ณัฐนิธิการัชต์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท จำกัด (มหาชน) หรือ ADVICE หนึ่งในผู้นำอาณาจักรค้าปลีกไอทีสุดยิ่งใหญ่ เปิดเผยว่า  บริษัทคาดทิศทางธุรกิจในไตรมาส 2/2569 น่าจะเติบโตต่อเนื่องจากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากภาพรวมสินค้าไอทีและสมาร์ทโฟนต่างๆ  มีความต้องการ (ดีมานด์) ขยายตัวค่อนข้างมาก รวมทั้งบริษัทมีการนำเสนอโปรดักต์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง*ปีนี้โตต่ออย่างไรก็ดี ในปี 2569 ทาง ADVICE ยังคงประมาณการรายได้เพิ่มขึ้นราว 15% จากปีก่อน เพราะดีมานด์สินค้าไอทียังเติบโตค่อนข้างมาก ประกอบกับธุรกิจมีการขยายสาขาใหม่เพิ่มเติม ซึ่งส่งผลให้ยอดขายและฐานลูกค้ากว้างขึ้น นอกเหนือ จากการบริหารจัดการเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งนี้ ในปีนี้ทางบริษัทยังมุ่งให้ความสำคัญกับการเปิดสาขาใหม่แบบสแตนอโลนในส่วน “iStore” ให้มากขึ้น รองการจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ Apple โดยมีแผนเปิดสาขาในส่วนนี้ให้เพิ่มเป็น 41 สาขา  เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 ที่มีการเปิดสาขา  “iStore” ไปแล้ว 17 สาขา หวังขยายฐานลูกค้าและช่องทางสร้างยอดขายให้เพิ่มขึ้น ตลอดจนสนับสนุบการเติบโตของบริษัทในอนาคตต่อไปขณะที่สัดส่วนรายได้ของ ADVICE ล่าสุดนั้นยังคงมาจากกลุ่มสินค้าประเภทอุปกรณ์ไอทีต่างๆ คิดเป็นตัวเลขประมาณ 77% และกลุ่มสมาร์ทโฟนภายใต้แบรนด์ต่างๆ เช่น Apple อีกราว 23%รวมทั้งยังมีการนำเสนอโปรดักต์ใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น*รุกเจาะ SSD-RAMส่วนมหกรรมบอลโลก 2026 ที่เกิดขึ้นในขณะนี้นั้นทาง ADVICE เองไม่ได้มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดในส่วนดังกล่าว แต่จะหันมาเน้นทำตลาดกลุ่มสินค้าไอทีประเภทกลุ่มสินค้าประเภทหน่วยความจำและอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลความเร็วสูงที่ไม่มีจานหมุน (SSD card) และกลุ่มสินค้าหน่วยความจำหลักของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (RAM) ให้มากขึ้นเพราะดีมานด์ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน ประกอบกับช่วงที่ผ่านมานั้นบริษัทได้มีการปรับราคาขายสินค้าในส่วนดังกล่าวเพิ่มเติมสะท้อนต้นทุนที่ขยับเพิ่ม จึงมองเป็นอีกปัจจัยช่วยผลักดันการเติบโตขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมไอทีในปี 2569 มองถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมไอทีจากการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เช่น AI Upgrade Cycle ที่ผลักดันให้ผู้บริโภคและองค์กรต้องอัพเกรดอุปกรณ์ใหม่ที่รองรับ AI และการสิ้นสุดการสนับสนุน Windows 10 ในปลายปี 2569 ซึ่งจะบังคับให้ทั้งภาคธุรกิจและครัวเรือนต้องเปลี่ยนเครื่องครั้งใหญ่ดังนั้น เพื่อเป็นการตอบรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวที่กำลังจะเกิดขึ้น ทำให้ ADVICE ในฐานะผู้จัดจำหน่ายที่มีเครือข่ายใหญ่ที่สุดในประเทศ จึงมีการเตรียมความพร้อมในการนำเสนอสินค้าไอทีและสมาร์ทโฟนใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการที่มีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้น และเชื่อคงเป็นอีกแรงสนับสนุนภาพรวมธุรกิจให้สามารถเติบโตได้มากขึ้นในอนาคต*โบรกแนะซื้อ ด้านนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า ฝ่ายวิเคราะห์ให้คำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น ADVICE ให้ราคาเป้าหมาย 7.60 บาท เนื่องจากทิศทางกำไรหลัก ในไตรมาส 2/2569 จะดูดีขึ้น และมีโอกาสทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง หลัง เริ่มเห็นลูกค้าสินค้า IT เริ่มสั่งซื้อมากขึ้น ทำให้ยอดขายสินค้า IT โตดีกว่าไตรมาส 1/2569นอกจากนี้ ฝ่ายวิเคราะห์มองการเติบโตของยอดขายในช่วงที่เหลือของปี 2569 จะเร่งขึ้นทั้งจากยอดขายกลุ่ม Apple, Smartphone และสินค้า IT ประกอบกับกาคคงแผนขยายร้าน iStore ดังเดิม คาดสิ้นปีมีร้าน iStore กลายเป็น 41 แห่ง ตลอดจนการพยายามเพิ่มสัดส่วนสินค้า High Margin เช่น กลุ่ม Accessory เข้ามาช่วยเสริมการเติบโตเพิ่มเติม

NIKKE อัปเดตนิกเกะฮีโร่สาว ‘SSR แบล็กอาร์คเรนเจอร์’ จากฮีโร่บนหน้าจอสู่ผู้พิทักษ์อาร์คในอีเวนต์ ‘ARK RANGER’
อ่าน

NIKKE อัปเดตนิกเกะฮีโร่สาว ‘SSR แบล็กอาร์คเรนเจอร์’ จากฮีโร่บนหน้าจอสู่ผู้พิทักษ์อาร์คในอีเวนต์ ‘ARK RANGER’

- พบนิกเกะใหม่ SSR แบล็กอาร์คเรนเจอร์ ฮีโร่สาวผู้มุ่งมั่นสู่การเป็นฮีโร่ที่แท้จริง- พบ 3 คอสตูมใหม่สุดปังของ 3 นิกเกะสาว: โมรัน, E.H. และนากะ- อีเวนต์เนื้อเรื่อง ‘ARK RANGER’ พร้อมแอนิเมชันใหม่ เมื่ออาร์คกำลังเผชิญกับภยันตราย ฮีโร่จากจอทีวีจึงต้องก้าวสู่ท้องถนนเพื่อปกป้องทุกชีวิต11 มิถุนายน 2026 - Level Infinite อัปเดตอีเวนต์ใหม่ใน GODDESS OF VICTORY: NIKKE เกมยิง RPG แนวไซไฟพร้อมเหล่านิกเกะสาวหลากสไตล์ อัปเดตนิกเกะใหม่ ‘SSR แบล็กอาร์คเรนเจอร์’ ฮีโร่สาวผู้มุ่งมั่น รวมถึง 3 คอสตูมลิมิเต็ด อาทิ ‘โมรัน - ดอกโบตั๋น’, ‘E.H. - ทัพหน้าลานขยะ’, ‘นากะ - ประสานเสียงกังวาน’ และอีเวนต์เนื้อเรื่อง ‘ARK RANGER’ เมื่อฮีโร่สาวจากจอทีวีทะยานสู่ท้องถนนเพื่อปกป้องผู้คนในอาร์คที่ตกอยู่ในอันตราย เพื่อให้คู่ควรกับคำว่า ‘ฮีโร่ของจริง’ รวมถึงอีเวนต์เนื้อเรื่องสุดลึกลับแต่แฝงด้วยความเซ็กซี่อย่าง ‘BOOM! THE GHOST!’ ที่ถูกเพิ่มเข้ามาในคลังบันทึกรับชมวิดีโอ PV พร้อมเสียงพากย์ ได้ที่นี่ :[นิกเกะใหม่ ระดับ SSR]1. SSR แบล็กอาร์คเรนเจอร์SSR แบล็กอาร์คเรนเจอร์ หนึ่งในสมาชิกฮีโร่จากซีรีส์ทางทีวี "อาร์คเรนเจอร์" เข้าสู่การรับสมัครพิเศษแบล็กอาร์คเรนเจอร์เป็นแอทแทคเกอร์ที่จะเพิ่มความสามารถในการโจมตีของตนเอง เพื่อสร้างดาเมจต่อเนื่องให้กับศัตรู เบิร์สต์สกิลของเธอจะเสริมขีดความสามารถให้เธอเองด้วยการแปลงร่าง● คลาส: แอทแทคเกอร์● อาวุธ: ครายอิงแบล็ก (AR)● ธาตุ: ลม● ผู้ผลิต: เตตร้า ไลน์● ช่วงรับสมัครพิเศษ: 11 มิ.ย. 2026 หลังการปรับปรุง - 2 ก.ค. 2026 เวลา 02:59 น.● วิธีรับ: ล็อบบี้ → รับสมัคร → รับสมัครพิเศษ[คอสตูมใหม่]1. คอสตูมลิมิเต็ด: โมรัน - ดอกโบตั๋นผู้ที่ยืนขวางหน้าอาร์คเรนเจอร์อยู่นั้น คือผู้นำของสัตว์ประหลาดแรปเจอร์! จักรพรรดินีเงา ดาร์กฟลาวเวอร์...?● รับได้จาก กาชาคอสตูม● มาพร้อมเสียงพากย์เต็มรูปแบบ คัตซีนเบิร์สต์สกิล ท่ายืน และท่าทางพิเศษแบบ SD2. คอสตูมลิมิเต็ด: E.H. - ทัพหน้าลานขยะแม้จะอยู่ในตรอกสกปรก แต่มารยาทก็ยังสำคัญอยู่ดี● รับได้จาก บัตรผ่าน JUNKYARD PASS● มาพร้อมเสียงพากย์เต็มรูปแบบ3. คอสตูมลิมิเต็ด: นากะ - ประสานเสียงกังวานเพื่อการเดินทางอันแสนพิเศษเพียงครั้งเดียวในชีวิต!● รับได้จาก บัตรผ่านภารกิจเดือนกรกฎาคม● มาพร้อมเสียงพากย์เต็มรูปแบบ[อีเวนต์เนื้อเรื่องพร้อมเสียงพากย์: ARK RANGER]แบล็กอาร์คเรนเจอร์ไม่เคยคิดจะหยุดอยู่แค่การเป็นฮีโร่ในจอทีวี ในขณะที่มุ่งมั่นเพื่อก้าวสู่การเป็นฮีโร่ของจริงนั้น เธอก็พบว่าผู้คนในอาร์คกำลังเผชิญกับอันตรายเพื่อให้คู่ควรกับคำว่า "ฮีโร่ของจริง" แบล็กอาร์คเรนเจอร์จึงไม่ลังเลที่จะสวมชุดปฏิบัติการ ทะยานไปสู่ท้องถนน เพื่อปกป้องประชาชนให้พ้นภัย● ช่วงเวลาอีเวนต์: 11 มิ.ย. 2026 หลังการปรับปรุง - 2 ก.ค. 2026 เวลา 02:59 น.● สำรวจแผนที่ ARK RANGER และร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ค้นหาให้ทั่วแผนที่ ผู้เล่นจะได้รับเพชร วัสดุการพัฒนา และเรลิกที่สาบสูญแบบเซอร์ไพรส์● การแลกเปลี่ยนไอเทมในร้านค้าอีเวนต์จะสิ้นสุดในวันที่ 2 ก.ค. 2026 เวลา 02:59 น.● เพิ่มแอนิเมชันใหม่ในอีเวนต์ ARK RANGER● พร้อมเพิ่ม ARK RANGER ในเส้นเรื่อง○ เริ่มเกมเพลย์: 11 มิ.ย. 2026 หลังการปรับปรุง○ วิธีเข้า: ล็อบบี้ → ด่านหน้า → ศูนย์บัญชาการ → เส้นเรื่อง[มินิเกม]1. มินิเกมใหม่: FIGHT! ARK RANGER!เกมป้องกันฐานแบบแนวตั้ง ที่คุณต้องจัดวางอาวุธต่าง ๆ ที่อาร์คแมชชีนต้องใช้ในการต่อต้านกองทัพแรปเจอร์ที่บุกเข้ามาอย่างมีประสิทธิภาพ● ช่วงเวลาอีเวนต์: 11 มิ.ย. 2026 หลังการปรับปรุง - 2 ก.ค. 2026 เวลา 02:59 น.2. เพิ่มมินิเกม BFG CLEAN UP! ในอาร์เคต[นิกเกะลิมิเต็ดรีรัน ระดับ SSR]นิกเกะลิมิเต็ดรีรันจำกัดเวลา ตั้งแต่ 11 มิ.ย. 2026 หลังการปรับปรุง - 2 ก.ค. 2026 เวลา 02:59 น.1. SSR แอนิส: ซัมเมอร์ซาบซ่า2. SSR เฮล์ม: อะความารีน3. SSR แมรี่: เทพธิดาชายหาด4. SSR นีออน: บลูโอเชี่ยน5. SSR ซากุระ: คิมหันต์แย้มกลีบ6. SSR โรซานน่า: ชิคโอเชี่ยน[คอสตูมลิมิเต็ดรีรัน]วางจำหน่ายในร้านเงินสดอีกครั้งในเวลาจำกัด ตั้งแต่ 11 มิ.ย. 2026 - 2 ก.ค. 2026 เวลา 02:59 น.1. คอสตูมลิมิเต็ด: ชูการ์ - นักเลงลายมังกร เสื้อผ้าที่เธอมักจะสวมใส่ เมื่อครั้งที่เธออยู่โลกใต้ดิน2. คอสตูมลิมิเต็ด: ลีโอน่า - ผู้ดูแลสวนสัตว์ ผู้ดูแลสวนสัตว์ที่เต็มไปด้วยความรักและความน่าเอ็นดู[คลังบันทึก - BOOM! THE GHOST!]อีเวนต์เนื้อเรื่อง BOOM! THE GHOST! เปิดให้คุณรับชมได้ในคลังบันทึกเล่นอีเวนต์ ARK RANGER เพื่อรับฟิล์มความทรงจำที่ใช้ปลดล็อกอีเวนต์เนื้อเรื่องในคลังได้● เริ่มเกมเพลย์: 11 มิ.ย. 2026● วิธีเข้า: ล็อบบี้ → ด่านหน้า → ศูนย์บัญชาการ → หวนรำลึก → คลังบันทึกติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fan Page ‘GODDESS OF VICTORY: NIKKE Thailand’ดูรายละเอียดอัปเดตและกิจกรรมได้เพิ่มเติม [ที่นี่]ดาวน์โหลดเกมเวอร์ชัน PC ได้ที่ : https://nikke-sea.com/download.htmlดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์และคอมมูนิตี้อย่างเป็นทางการของ NIKKE● เว็บไซต์เกมอย่างเป็นทางการ: https://bit.ly/3ei5pCi● Facebook Page TH: https://bit.ly/3Rn4FdI● Youtube TH: https://bit.ly/3ROFa5p● Discord TH: https://bit.ly/3TLl9hx● TikTok TH: https://bit.ly/3qdPmYS[ข่าวประชาสัมพันธ์]

เปิดลงทะเบียนล่วงหน้าแล้ว! รับ “ทุเรียนแมน” ไอเทมลิมิเต็ด เกมมือถือ Tower Defense สายชิล Garden Defense: พืช vs สไลม์ บุกแล้ว!
อ่าน

เปิดลงทะเบียนล่วงหน้าแล้ว! รับ “ทุเรียนแมน” ไอเทมลิมิเต็ด เกมมือถือ Tower Defense สายชิล Garden Defense: พืช vs สไลม์ บุกแล้ว!

ฮิตสนั่นทั่วเอเชีย! Garden Defense: พืช vs สไลม์ เกมป้องกัน + พัฒนาตัวละครสไตล์ RPG เตรียมเปิดให้บริการในไทย พร้อมเปิดลงทะเบียนล่วงหน้าแล้ววันนี้!ลงทะเบียนล่วงหน้าตอนนี้บน App Store หรือ Google Play เพื่อรับพืชระดับเลเจนด์ “ทุเรียนแมน”, โกลด์จำนวนมหาศาล, เพชร และไอเทมอื่น ๆ อีกเพียบ พร้อมลุ้นสุ่ม 1,000 ครั้ง! นอกจากนี้ยังสามารถเข้าร่วมกิจกรรมลงทะเบียนล่วงหน้าบน Facebook เพื่อลุ้นรับรางวัลใหญ่ เช่น iPhone 17, AirPods Max 2 และ Switch 2 อีกด้วย!ลงทะเบียนเกม: https://hktwxrk-game.onelink.me/sTwI/vujfg0wrเริ่มเกมด้วย “กล้วยลูกเดียว” แต่ของโคตรเดือด ผสมพืชกันมันส์ ๆ แล้วตั้งรับให้สุดGarden Defense: พืช vs สไลม์ คือเกมที่หยิบความคลาสสิกของ Tower Defense มาผสมกับระบบ “ผสมพืช” แบบจัดเต็ม ทำให้เกมเพลย์ไม่จำเจและเล่นได้เรื่อย ๆ แบบไม่เบื่อตัวเกมเข้าใจง่าย เก็บซันไชน์ วางพืช จัดทีม แล้วตั้งรับกองทัพซอมบี้และสไลม์ที่บุกมาไม่หยุด แต่จุดเด่นจริง ๆ คือระบบ “รวม + ผสม” ที่ให้คุณอัปเกรดพืช หรือเอาพืชต่างสายมาผสมกัน กลายเป็นยูนิตใหม่ที่โคตรแรงอย่างเช่น เอาคิงแก้วมังกรไปผสมกับนักล่าพริก กลายเป็น “จอมยุทธ์มังกรไฟ” หรือจับทุเรียนแมนไปคู่กับเทพธอร์ส้ม ก็ปลดล็อก “เกราะเทพธอร์” ไว้กวาดศัตรูทั้งด่านนี่ไม่ใช่แค่ TD ธรรมดา แต่เป็นเกมที่เปิดให้คุณจัดทีมและทดลองคอมโบได้เต็มที่ ยิ่งเล่นยิ่งเจอทางใหม่ ๆ ไม่มีคำว่าเล่นซ้ำแน่นอนจัดทีมเชิงกลยุทธ์ รับบัฟไม่อั้น!เมื่อการผจญภัยลึกขึ้น การจัดทีมพืชให้เหมาะกับแต่ละด่านและดันเจี้ยนจึงเป็นสิ่งสำคัญ การเลือกพืชให้ตรงกับเงื่อนไขของด่านจะสามารถเปิดใช้งานโบนัสบัฟได้ และการจัดเซ็ตสกิลของพืชที่แตกต่างกันจะช่วยให้เกิดการสแต็กค่าสเตตัสพิเศษ ซึ่งสามารถเพิ่มพลังในการต่อสู้ได้อย่างมีนัยสำคัญนอกจากนี้ ภายในด่านยังมีระบบสุ่มสกิลสไตล์โรกไลก์ ที่สามารถสุ่มสกิลที่เหมาะสมในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ หากวางแผนและเลือกใช้อย่างเหมาะสม ก็สามารถพลิกสถานการณ์และเอาชนะได้อย่างไม่ยาก!ร่วมต่อสู้ ร่วมเติบโต!นอกจากการเพาะและอัปเลเวลพืชแล้ว นักฝึกทุกท่านยังสามารถสวมใส่อุปกรณ์สุดเท่และแฟชั่นสุดคูล ออกลุยไปกับเพื่อน ๆ ฝ่าด่านสุดโหดไปด้วยกันแบบจัดเต็ม! ยิ่งเล่น ยิ่งโต ทีมก็ยิ่งแกร่งแบบเห็นได้ชัดขณะเดียวกัน ภายในเกมยังมีระบบฟาร์มสุดชิล ที่สามารถปล่อยบอทปลูกผักเพื่อเก็บทรัพยากรได้แบบไม่ต้องเหนื่อย ฟาร์มเพลิน ๆ ก็โตได้จริง ไม่ต้องเติมก็มีสิทธิ์เทพได้เหมือนกันแต่บอกไว้ก่อนนะ…เผลอเมื่อไหร่ ระวังเพื่อนจะแอบมาย่องขโมยผักในฟาร์มไปแบบไม่รู้ตัว!ลงทะเบียนล่วงหน้า รับ 1,000 สุ่ม พร้อม “ทุเรียนแมน” ฟรี!โบนัสพิเศษสำหรับผู้เล่นไทยมาแล้ว! แค่ล็อกอินเข้าเกมก็รับทันที 1,000 สุ่ม พร้อมเข้าไปลุ้นในพูลผลไม้เขตร้อนลิมิเต็ดธีมไทย เพื่อรับตัวละครผลไม้สุดเท่ที่คุณชอบได้เลย!กล้วยกังฟูสายดาเมจ นักสู้สับปะรดสุดโหด และทุเรียนแมนสุดน่าเกรงขาม ยังมีนักรบผลไม้สุดเท่อีกเพียบรอให้คุณไปสะสม!ยังมัวรออะไรอยู่ รีบไปลงทะเบียนล่วงหน้าได้เลยตอนนี้ที่ App Store หรือ Google Play แล้วกดรับไปเลย 1,000 สุ่ม พร้อมพืชระดับเลเจนด์ “ทุเรียนแมน” และของรางวัลอีกเพียบ!รวมทีมกองทัพพืชของคุณให้พร้อม แล้วออกไปบวกกับกองทัพสไลม์ ปกป้องบ้านซันไชน์ให้รอดให้ได้!อย่าลืมไปกดติดตาม Facebook ของเกม แล้วเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อลุ้นรับ iPhone 17, AirPods Max 2, Switch 2 และของรางวัลอีกมากมาย ใครไวได้ลุ้นก่อน บอกเลยว่าคุ้มจัด!ลงทะเบียนเกมล่วงหน้า: https://hktwxrk-game.onelink.me/sTwI/vujfg0wrติดตามเพจ Facebook: https://www.facebook.com/gardendefense

Neverness to Everness เกม supernatural open-world RPG เปิด Pre-Download ทั้งมือถือและ PC!
อ่าน

Neverness to Everness เกม supernatural open-world RPG เปิด Pre-Download ทั้งมือถือและ PC!

เตรียมตัวเข้าสู่มหานครสุดล้ำ Hethereau ใน Neverness to Everness เกม supernatural open-world RPG จาก Perfect World Games และ Hotta Studio ล่าสุดได้เปิดให้เหล่า Appraiser ได้ Pre-Download บนมือถือสโตร์ไทยทั้งสองระบบ และ PC ก่อนลุยพร้อมกับ 29 เมษายนนี้!สามารถ Pre- Download เกม Neverness to Everness ได้ที่https://nte.perfectworld.com/intermed/snsalpha/en/index.htmlNTE Pre-Download Now LiveNTE pre-download is now live! You can download and install the game and resources in advance. Due to large file sizes, we recommend using a stable Wi-Fi connection.Pre-Download Now >> https://t.co/vTlT0Z6ASyNTE officially launches on April 29 at… pic.twitter.com/viqPAiKQN6— NTE Global (@NTE_GL) April 27, 2026 สเปคที่แนะนำPCระบบปฏิบัติการWindows 10 64-bit หรือเวอร์ชันที่ใหม่กว่าCPUแนะนำ: Intel Core i7-12700 (Gen 12) หรือเทียบเท่าขั้นต่ำ: Intel Core i7-10700 (Gen 10)GPUแนะนำ: NVIDIA GeForce RTX 3060 / AMD Radeon RX 6700 หรือเทียบเท่าขั้นต่ำ: NVIDIA GeForce GTX 1660 / AMD Radeon RX 5600RAMแนะนำ: 32GB ขึ้นไปขั้นต่ำ: 16GBพื้นที่จัดเก็บข้อมูลพื้นที่ว่างอย่างน้อย 60GB (และต้องใช้พื้นที่เพิ่มอีก 60GB ในระหว่างขั้นตอนการติดตั้ง)เพื่อประสบการณ์การเล่นที่ดีที่สุด แนะนำให้ติดตั้งลงใน SSDAndroidCPUแนะนำ: Snapdragon 8 Gen 2, Snapdragon 8 Gen 3, MediaTek Dimensity 9200 หรือสูงกว่าขั้นต่ำ: Snapdragon 855, MediaTek Dimensity 8000 หรือเทียบเท่าRAMขั้นต่ำ: 6GBระบบปฏิบัติการAndroid 10.0 หรือเวอร์ชันที่ใหม่กว่าพื้นที่จัดเก็บข้อมูลพื้นที่ว่างอย่างน้อย 20GBiOSอุปกรณ์แนะนำ: iPhone 14 Pro หรือรุ่นที่ใหม่กว่าขั้นต่ำ: iPhone 12 Pro MaxRAMขั้นต่ำ: 6GBระบบปฏิบัติการแนะนำ: iOS 17.0 หรือเวอร์ชันที่ใหม่กว่าขั้นต่ำ: iOS 15.0พื้นที่จัดเก็บข้อมูลพื้นที่ว่างอย่างน้อย 20GBNTE Launch Trailer - Play On!ยินดีต้อนรับสู่ Hethereau มหานครสุดล้ำที่เรื่องเหนือธรรมชาติกลายเป็นแค่ส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน Neverness to Everness - NTE เกม supernatural open-world RPG จาก Hotta Studio ที่จะให้คุณเป็นคนกำหนดกฎเกณฑ์ทุกอย่างด้วยตัวเองคุณคือ Anomaly Hunter รายแรกของเมืองที่ต้องดิ้นรนหาเลี้ยงชีพด้วยงานจุกจิกผ่าน Eibon ร้านขายของเก่าซอมซ่อ ที่รับจ๊อบจัดการปรากฏการณ์ผิดปกติเพื่อหาเงินให้ร้านอยู่รอด รวมทีมกับเหล่าคู่หูสุดเพี้ยนเพื่อไขปริศนาเมืองต่าง ๆ ซิ่งไปตามท้องถนนออกไปหาความตื่นเต้น และสร้างตำนานของคุณเองบนถนนสาย neon แห่งนี้สำรวจเมืองที่มีชีวิตชีวาซิ่งรถผ่านตลาดนัดสุดคึกคัก ไปนั่งชิลล์แถวสถานศึกษา หรือจะยกก๊วนออกไปแว้นบนถนนหลวงให้สะใจ Hethereau คือสนามเด็กเล่นของคุณ ออกไปหาไลฟ์สไตล์ที่ใช่ แล้วยึดเมืองนี้ให้เป็นของคุณสร้างอาณาจักรของคุณเองเริ่มสร้างตัวจากศูนย์ในมหานครที่ไม่คุ้นเคย เริ่มจากเจ้าของร้านกาแฟรูหนู จนกลายเป็นเจ้าของเพนต์เฮาส์หรูที่มองเห็นเส้นขอบฟ้าของเมือง ความพยายามของคุณจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของ DNA เมืองนี้รวมทีมกับตัวละครสุดยูนีครับสมัครคู่หูที่มีพลังเหนือธรรมชาติสุดเพี้ยนและนิสัยที่จะไม่มีวันลืม เพื่อนร่วมทีมแต่ละคนจะพกความแสบในแบบของตัวเอง มาเปลี่ยนการเดินทางของคุณให้กลายเป็นตำนานไล่ล่าสิ่งผิดปกติเมื่อร่มธรรมดา ๆ ในซอกตึกเริ่มเรืองแสงด้วยพลังคำสาป หรือมีเปลวไฟสีน้ำเงินพุ่งพล่านตามถนนยามเที่ยงคืน ตำนานเมืองของ Hethereau จะกลายเป็นงานของคุณทันที ออกไปตามรอยภัยคุกคามเหนือธรรมชาติพร้อมกับทีมของคุณ เพื่อปกป้องเมืองนี้จากความโกลาหลสามารถติดตามข่าวสารเกม Neverness to Everness ได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ : https://nte.perfectworld.com/th/X(Twitter) : https://x.com/NTE_GLFacebook Fanpage : https://www.facebook.com/NTE.Official.Game/Discord : https://discord.com/invite/DfCgSpc8ez?utm=officialENYouTube : https://www.youtube.com/@NTE_Official

SGCจ่อขายหุ้นกู้‘พันล้าน’ ขยายสินเชื่อล็อกโฟนโต
อ่าน

SGCจ่อขายหุ้นกู้‘พันล้าน’ ขยายสินเชื่อล็อกโฟนโต

#SGC #ทันหุ้น - SGC เล็งออกหุ้นกู้ชุดใหม่วงเงินราว 1 พันล้านบาท หวังนำเงินต่อยอดสินเชื่อล็อกโฟน พร้อมปักเป้าปี 2569 ยอดสินเชื่อใหม่ 1.25 หมื่นล้านบาท รับพอร์ตลูกค้าขยายตัว-เปิดตัวโทรศัพท์รุ่นใหม่ แนวโน้มต้นทุนลดหลังกนง.หันดอกเบี้ยเหลือ 1% แถมยิ้มรับกนง.หั่นดอกเบี้ยอีก 0.25% หนุนต้นทุนการเงินปรับลดลงนายอโณทัย  ศรีเตียเพ็ชร  กรรมการผู้จัดการ  บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGC เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนออกหุ้นกู้ชุดใหม่วงเงินราว 1 พันล้านบาท เพื่อนำเงินที่ได้ไปใช้ในการขยายฐานธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อมือถือ ( “ล็อกโฟน“) ให้มากขึ้น รองรับความต้องการที่เติบโตต่อเนื่อง@จ่อขายกู้ชุดใหม่ทั้งนี้บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด หรือ  TRIS Rating  ได้จัดอันดับความน่าเชื่อถือองค์กรของ SGC อยู่ที่ระดับ “BB+ (แนวโน้ม Stable)” อันดับความน่าเชื่อถือหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ มีหลักประกันของบริษัทวงเงินไม่เกิน 1 พันล้านบาท อายุ 2.5 ปี  ที่  BBB- (แนวโน้ม Stable)  สะท้อนความแข็งแกร่งและแนวโน้มการเติบโตในอนาคต  คาดน่าจะได้เห็นความชัดเจนเกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆ ในครึ่งแรกปีนี้สำหรับเรื่องที่ทางคณะกรรมการนโยบายเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้มติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ต่อปี จาก 1.25% เป็น 1.00% ต่อปี และมีผลตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมานั้นถืออีกปัจจัยบวกต่อบริษัท เพราะช่วยทำให้ต้นทุนการเงินในส่วนของวงเงินกู้ที่มีการคิดอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัวปรับลดลง จากเดิมที่มีวงเงินกู้ในส่วนดังกล่าวราว 5 พันล้านบาท ขณะที่ภาพรวมผลการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทยังคงเป้าหมายปล่อยสินเชื่อใหม่ไว้ราว 1.2 หมื่นล้านบาท เนื่องจากธุรกิจมีการทำตลาดใหม่ๆ เพิ่มเติม เพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น นอกเหนือจากการเพิ่มคุณภาพในการปล่อยสินเชื่อให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น@เปิดตัวมือถือรุ่นใหม่โดยปี 2569 จะเน้นการขยายฐานในส่วนของธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อมือถือภายใต้โมเดลของ Lock Phone เพิ่มเติมและต่อเนื่อง เพราะความต้องการ ในส่วนดังกล่าวยังขยายตัว หลังโปรดักต์สมาร์ทโฟนใหม่ๆ ที่มีฟังก์ชัน AI เริ่มเปิดตัวต่อเนื่อง ทำให้บริษัทมองเห็นโอกาสในการขยายฐานลูกค้าเพิ่มเติม ขณะเดียวกันเพื่อเป็นการยกระดับ และเพิ่มการเข้าถึงสินเชื่อดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านโมเดลสินเชื่อสมาร์ทโฟนแบบล็อกเครื่อง หรือ Lock Phone บนแพลตฟอร์ม SG Finance+ ภายใต้การบริหารของ SGC ซึ่งหัวใจสำคัญของระบบนิเวศดังกล่าวคือแพลตฟอร์มดิจิทัลแบบไร้กระดาษ (Paperless) 100% ที่บูรณาการเทคโนโลยี e-KYC, e-NCB และ Credit Scoring ช่วยให้สามารถพิจารณาและอนุมัติสินเชื่อได้ภายใน 3 นาที เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัลรวมถึงเพื่อช่วยเพิ่มสะดวกและตอบโจทย์ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งควบคู่ไปกับการคัดเลือกลูกค้าที่มีศักยภาพ หวังให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับบริษัท ตลอดจนทำให้สามารถบริหารจัดตัวเลขหนี้เสีย (NPL) ให้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 3% สอดคล้องกับนโยบายของธุรกิจที่วางไว้อีกทางหนึ่ง@จับมือพันธมิตรนอกจากนี้ SGC ยังได้การขยายความร่วมมือกับแบรนด์สมาร์ทโฟนชั้นนำ ปัจจุบัน SGC มีพันธมิตรรวม 9 แบรนด์ อาทิ OPPO, vivo, Xiaomi, realme, Infinix, HONOR, NOTHING, nubia และ TECNO Mobile เพื่อรองรับการ เติบโตของสินเชื่อกลุ่ม Lock Phone ให้ครอบคลุมตลาด มากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน บริษัทได้ชูจุดแข็งด้วยการนำ เทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่ลูกค้า ที่มีอยู่ราว 1 ล้านราย ผ่านแพลตฟอร์ม SG Finance+ ทั้งในช่องทางออฟไลน์และช่องทางออนไลน์ผ่าน แอปพลิเคชัน โดยมีการนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยรองรับการขยายตัว (Scale) ของการขอสินเชื่อ และระบบให้คะแนนเครดิต (Credit Scoring) ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการเติบโต ตลอดจนยกระดับการบริหาร งานติดตามหนี้และงานบริการลูกค้า (Collection Customer Services) อย่างครบวงจร หวังการเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนในอนาคตต่อไป

แนะนำมือถือเปิดตัวใหม่น่าใช้ประจำเดือน มกราคม 2569
อ่าน

แนะนำมือถือเปิดตัวใหม่น่าใช้ประจำเดือน มกราคม 2569

สวัสดีปีใหม่เพื่อนๆ ชาว True ID ทุกท่าน ปีใหม่ปีนี้ มาเริ่มต้นกันด้วยมือถือเปิดตัวใหม่ในช่วงเดือนที่ผ่านมากันครับ ซึ่งเริ่มต้นปีแบบนี้ ใครที่กำลังมองหามือถือเครื่องใหม่ไว้ประจำกาย บอกเลยว่ามีที่น่าสนใจมากมายหลายรุ่นกันเช่นเคย แต่จะมีรุ่นไหนน่าสนใจกันบ้างนั้น ไปติดตามกันเลยครับ Xiaomi 17 Ultra เริ่มกันที่ Xiaomi 17 Ultra ที่ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการถ่ายภาพบนมือถือด้วยการเปิดตัวชุดกล้องหลัง 3 ตัวที่ร่วมพัฒนากับ Leica ซึ่งเป็นจุดเด่นหลักที่ปฏิวัติวงการ โดยมีกล้อง Periscope Telephoto ความละเอียดสูงถึง 200MP (เซ็นเซอร์ Samsung HPE) ที่รองรับ การซูมแบบออปติคัลต่อเนื่อง (Continuous Optical Zoom) และกล้องหลัก 50MP เซ็นเซอร์ขนาด 1 นิ้ว Light Fusion 1050L ที่ใช้เทคโนโลยี LOFIC เพื่อเพิ่ม Dynamic Range อย่างมหาศาล ขณะที่ด้านประสิทธิภาพถูกขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตเรือธงแห่งปีอย่าง Snapdragon 8 Elite Gen 5 SoC และระบบปฏิบัติการ HyperOS 3.0 ที่มาพร้อมฟีเจอร์ AI ที่ฉลาดล้ำ นอกจากนี้ยังมาพร้อมแบตเตอรี่ซิลิคอน-คาร์บอนขนาดใหญ่ถึง 6,800mAh ซึ่งถือเป็นความจุที่ไม่เคยมีมาก่อนในรุ่น Ultra พร้อมรองรับการชาร์จเร็วแบบมีสาย 90W และไร้สาย 50W ทำให้มั่นใจได้ทั้งพลังงานและความเร็วในการประมวลผล นอกจากรุ่นมาตรฐานแล้ว Xiaomi 17 Ultra Leica Edition ยังสร้างความฮือฮาด้วยการเสริมฟีเจอร์ที่เน้นประสบการณ์การถ่ายภาพแบบคลาสสิกด้วย "วงแหวนซูมแบบกลไก" (Mechanical Zoom Ring) ติดตั้งอยู่รอบโมดูลกล้อง ทำให้ผู้ใช้สามารถปรับความยาวโฟกัส ค่าแสง และ White Balance ได้ด้วยการหมุนเหมือนกล้อง Leica M-series จริง ๆ พร้อมดีไซน์แบบทูโทนและโลโก้ Leica สีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ ด้านหน้าจอใช้ M10 AMOLED LTPO ขนาด 6.9 นิ้ว แบบจอเรียบ ที่โดดเด่นด้วยความสว่างสูงสุดถึง 3,500 nits และได้รับการปกป้องด้วยกระจก Xiaomis Dragon Crystal Glass 3.0 ที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ ปิดท้ายด้วยการรองรับการเชื่อมต่อที่สมบูรณ์แบบ ทั้ง Wi-Fi 7, Bluetooth 6.0, และฟีเจอร์สำคัญอย่าง การสื่อสารผ่านดาวเทียม (Satellite Communication) ทำให้ Xiaomi 17 Ultra เป็นมากกว่าสมาร์ทโฟน แต่เป็นอุปกรณ์ถ่ายภาพระดับมืออาชีพที่ครบวงจร อย่างไรก็ตาม รุ่นนี้ยังเพิ่งเปิดตัวในประเทศจีนครับ ดังนั้นอาจต้องลุ้นว่าจะมีเข้าไทยหรือไม่ และจะมีราคาเท่าไหร่ แต่ที่เปิดตัวในจีนจะเริ่มต้นอยู่ที่ 6,999 หยวน หรือราวๆ 33,xxx บาท Honor Win Series Honor Win Series (ประกอบด้วย Honor Win และ Honor Win RT) ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับสมาร์ทโฟนเกมมิ่งด้วยการรวมสเปกระดับ "ที่สุด" ไว้ในดีไซน์ที่พรีเมียม โดยเน้นที่ขุมพลังหลักและการระบายความร้อนที่เหนือชั้น ซึ่งรุ่น Honor Win ใช้ชิปเซ็ตเรือธง Snapdragon 8 Elite Gen 5 ในขณะที่รุ่น Win RT ใช้ Snapdragon 8 Elite พร้อม RAM LPDDR5X Ultra และหน่วยความจำ UFS 4.1 สูงสุด 1TB ทั้งสองรุ่นติดตั้ง ระบบระบายความร้อนแบบพัดลมแอคทีฟ (Active Cooling Fan) ที่โมดูลกล้องด้านหลัง ซึ่งสามารถทำความเร็วได้สูงสุด 25,000 RPM ในโหมด 'Rage Mode' เพื่อควบคุมความร้อนและป้องกันประสิทธิภาพตก (Thermal Throttling) ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด. จุดเด่นด้านการแสดงผลและพลังงานถูกอัดแน่นไม่แพ้กัน ทั้งสองรุ่นมาพร้อมหน้าจอ OLED ขนาด 6.83 นิ้ว ความละเอียด Full-HD+ ที่มีอัตรารีเฟรชเรทสูงถึง 185Hz และความสว่างสูงสุดที่พุ่งไปถึง 6,000 nits รวมถึงเทคโนโลยี PWM Dimming 5,920Hz เพื่อถนอมสายตาขณะเล่นเกมเป็นเวลานาน ที่สำคัญที่สุดคือการติดตั้งแบตเตอรี่ซิลิคอน-คาร์บอนขนาดใหญ่ถึง 10,000mAh ในทั้งสองรุ่น ทำให้เป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนเรือธงที่มีแบตเตอรี่อึดที่สุดในตลาด พร้อมรองรับการชาร์จเร็วแบบมีสาย 100W และชาร์จไร้สาย 80W ในรุ่น Honor Win นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังมาพร้อมมาตรฐานการกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68/IP69/IP69K และการเชื่อมต่อ Wi-Fi 7. แม้จะเน้นการเล่นเกม แต่ Honor Win ก็ไม่ทิ้งเรื่องกล้อง โดยรุ่น Win มาพร้อมชุดกล้องหลังสามตัว ประกอบด้วยกล้องหลัก 50MP, กล้อง Telephoto 50MP ที่ซูมได้ 3x และกล้อง Ultrawide 12MP พร้อมกล้องหน้า 50MP สำหรับรุ่น Win RT ที่มีราคาเริ่มต้นที่เข้าถึงง่ายกว่ามาก (เริ่มต้นราว 13,000 บาท) จะตัดกล้อง Telephoto ออกไป ซึ่งกลยุทธ์การตลาดนี้เป็นการสร้าง "Hyper-Performance Flagship" ที่เน้นความอึดของแบตเตอรี่ การควบคุมความร้อน และประสิทธิภาพสุดขั้ว เพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเทคโนโลยีระดับไฮเอนด์มาให้ผู้ใช้ที่คำนึงถึงงบประมาณได้สัมผัส ทั้งคู่เป็นอีกรุ่นที่เพิ่งเปิดตัวในจีนครับ ดังนั้นตอนนี้ยังต้องรอลุ้นราคาไทยต่อไป โดยราคาเปิดตัวในจีน Honor Win (รุ่นท็อป) เริ่มต้นที่ 3,999 หยวน (ประมาณ 19,300 บาท) และ Honor Win RT (รุ่นรอง) มีราคาเริ่มต้นที่ 2,699 หยวน (ประมาณ 13,000 บาท) OPPO A6 Series OPPO A6 Series ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะสมาร์ตโฟนที่มอบประสบการณ์ "สมูทเกินต้าน ทนทานทุกดาเมจ" โดยชูจุดเด่นด้านความทนทานและการใช้งานที่ยาวนานในราคาสุดคุ้มค่า เริ่มต้นเพียง 3,499 บาท เท่านั้น ซีรีส์นี้ประกอบด้วย 4 รุ่นย่อย ได้แก่ OPPO A6 5G, OPPO A6, OPPO A6x 5G และ OPPO A6x ซึ่งทั้งหมดถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานที่ครอบคลุมและทนทานต่อสถานการณ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะ. หัวใจหลักของความทนทานใน OPPO A6 Series คือ แบตเตอรี่ขนาดใหญ่สูงสุด 7,000mAh ที่ได้รับการออกแบบมาให้มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 5 ปี พร้อมเทคโนโลยีชาร์จไว 45W SUPERVOOC เพื่อให้ใช้งานได้ตลอดวันโดยไม่สะดุด นอกจากนี้ยังมาพร้อมมาตรฐานการทนน้ำทนฝุ่นสูงสุดถึงระดับ IP69 มอบความมั่นใจในการใช้งานในทุกสภาพแวดล้อม ด้านความบันเทิง หน้าจอให้ประสบการณ์ที่ลื่นไหลด้วยอัตรารีเฟรช 120Hz และมีความสว่างพิเศษคมชัดทุกการเคลื่อนไหว อีกทั้งยังมาพร้อมระบบระบายความร้อน SuperCool VC เพื่อรักษาเฟรมเรตให้คงที่เมื่อเล่นเกมหนัก ๆ แม้จะมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ตัวเครื่องก็ยังถูกออกแบบให้ น้ำหนักเบา บางเฉียบ และมีดีไซน์ที่ดูดีสไตล์แฟลกชิป. OPPO A6 Series มีการแบ่งรุ่นและความจุอย่างชัดเจนเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มในราคาที่แตกต่างกัน โดยรุ่น OPPO A6x ที่มาพร้อมตัวเลือกความจุเริ่มต้น 4+64GB มีราคาเริ่มต้นเพียง 3,499 บาท ในขณะที่รุ่นที่รองรับ 5G อย่าง OPPO A6x 5G เริ่มต้นที่ 4,999 บาท, OPPO A6 ราคาเริ่มต้น 5,999 บาท และรุ่น OPPO A6 5G (รุ่นท็อป) ราคา 6,999 บาท ด้วยสเปกที่เน้นความอึด ความสมูท และความทนทานในระดับราคาที่เข้าถึงได้ ทำให้ OPPO A6 Series เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหาสมาร์ตโฟนที่คุ้มค่า คุ้มราคา และพร้อมลุยในทุก ๆ วัน vivo Y31 5G vivo Y31 5G สมาชิกใหม่ล่าสุดที่เข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับสมาร์ตโฟน 5G ระดับกลางในประเทศไทย ด้วยการเน้นย้ำที่ ความทนทานรอบด้าน อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในซีรีส์นี้ ตัวเครื่องผ่านมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับท็อป IP68 และ IP69 ซึ่งหมายความว่าสามารถทนน้ำลึก 1.5 เมตร ได้นานถึง 30 นาที และยังผ่านการรับรองความทนทานในระดับทหาร (Military-Grade) รวมถึงได้รับคะแนนกันกระแทกระดับ 5 ดาวจาก SGS อีกด้วย ยกระดับการปกป้องขึ้นไปอีกขั้นด้วยการครอบทับหน้าจอด้วยกระจก Guardian ที่ช่วยป้องกันรอยขีดข่วนเป็นพิเศษ แม้จะเน้นความทนทาน แต่สเปกภายในก็ยังตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 4 Gen 2 รองรับ 5G บนระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 15 (บนพื้นฐาน Android 15) พร้อมตัวเลือก RAM 8GB ที่มาคู่กับ ROM 128GB หรือ 256GB นอกจากความอึดของตัวเครื่องแล้ว vivo Y31 5G ยังมาพร้อมกับพลังงานที่ยาวนาน ด้วยแบตเตอรี่ความจุขนาดใหญ่ถึง 6,500mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 44W ผ่านสาย ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่หมดระหว่างวัน ส่วนหน้าจอแสดงผลเป็นแบบ LCD กว้าง 6.68 นิ้ว ความละเอียด HD+ ที่ให้อัตรารีเฟรชเรทสูงถึง 120Hz และมีความสว่างสูงสุด 1,000nits พร้อมระบบเสียงลำโพงคู่สเตอริโอที่สามารถปรับความดังได้ถึง 400% ในด้านการถ่ายภาพ มาพร้อมกล้องหลัง 2 ตัว โดยกล้องหลักมีความละเอียด 50MP และกล้องหน้า 8MP vivo Y31 5G วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยแล้ว โดยมีให้เลือก 2 สีสวยงาม คือ Jade Green และ Pearl White ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 7,999 บาท สำหรับรุ่น (8GB+128GB) และ 8,999 บาท สำหรับรุ่น (8GB+256GB)

5 สมาร์ทโฟนพันธุ์อึดปี 2025 ซื้อปีนี้ ใช้ยาวจนลูกบวช
อ่าน

5 สมาร์ทโฟนพันธุ์อึดปี 2025 ซื้อปีนี้ ใช้ยาวจนลูกบวช

ในยุคที่เศรษฐกิจมีความผันผวนและเทคโนโลยีหมุนไปไวจัดๆ การเปลี่ยนมือถือทุกปีอาจไม่ใช่คำตอบที่คุ้มค่าอีกต่อไป ผู้บริโภคยุคใหม่เริ่มมองหาความ "ยั่งยืน" มากขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องของการรักโลก แต่เป็นการรักเงินในกระเป๋าด้วย การลงทุนซื้อมือถือสักเครื่องในปี 2025 จึงมีโจทย์ใหญ่คือ "ต้องอยู่ให้ได้นานที่สุด" ทั้งในแง่ของกายภาพที่ต้อง ทนทาน ต่ออุบัติเหตุในชีวิตประจำวัน และมันสมองหรือ ซอฟต์แวร์ ที่ต้องไม่ถูกลอยแพ อัปเดตไปต่อได้ยาวๆ จากการรวบรวมข้อมูลเทรนด์เทคโนโลยีและโรดแมปของค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ที่วางจำหน่ายในประเทศไทยในปี 2025 เรา True ID ได้คัดสรร 5 สมาร์ทโฟนรุ่นเด็ดที่สอบผ่านเกณฑ์ความอึด ถึก ทน และการันตีการอัปเดตซอฟต์แวร์ระยะยาว เพื่อให้คุณมั่นใจว่าเงินที่จ่ายไปจะกลายเป็นเพื่อนคู่ใจไปอีกครึ่งทศวรรษเป็นอย่างน้อยมาให้แล้ว 1. Samsung Galaxy S25 Ultra ตัวเทพฝั่งแอนดรอยด์ หากพูดถึงคำว่า "เจ็บแต่จบ" ชื่อของ Samsung Galaxy S25 Ultra ต้องลอยมาเป็นอันดับแรกอย่างแน่นอน ในปี 2025 นี้ ซัมซุงได้ยกระดับมาตรฐานความทนทานขึ้นไปอีกขั้นด้วยการใช้วัสดุไทเทเนียมเกรดพิเศษที่แข็งแกร่งกว่าเดิม ผสานกับกระจกหน้าจอ Gorilla Glass Armor รุ่นอัปเกรดที่ทนต่อรอยขีดข่วนและการตกกระแทกได้ดีที่สุดในตลาด ทำให้คุณแทบจะลืมการติดฟิล์มกันรอยไปได้เลย นอกจากนี้ยังมาพร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 ที่ไว้ใจได้เสมอไม่ว่าจะเจอฝนตกหนักหรืออุบัติเหตุทำตกน้ำ แต่สิ่งที่ทำให้ Galaxy S25 Ultra เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งสำหรับการใช้งานระยะยาวคือคำมั่นสัญญาเรื่องซอฟต์แวร์ ซัมซุงการันตีการอัปเดตระบบปฏิบัติการ Android และแพตช์ความปลอดภัยยาวนานถึง 7 ปี นั่นหมายความว่าหากคุณซื้อเครื่องในปี 2025 คุณจะยังคงได้รับฟีเจอร์ใหม่ๆ และความปลอดภัยสูงสุดลากยาวไปจนถึงปี 2032 เลยทีเดียว การลงทุนกับรุ่นนี้จึงเปรียบเสมือนการซื้อคอมพิวเตอร์พกพาที่มีอายุการใช้งานยาวนาน พร้อมชิปเซ็ตระดับเรือธงที่แรงเหลือเฟือสำหรับการใช้งานในอนาคต รุ่นนี้เปิดตัวในช่วงไตรมาสที่ 1 ปี 2025 โดยมีช่วงราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 46,900 บาท (สำหรับรุ่น 256GB) ไปจนถึง 62,900 บาท (สำหรับรุ่น 1TB) 2. iPhone 17 Pro Max การลงทุนที่คุ้มค่า มูลค่าไม่ลดฮวบ ข้ามฟากมาที่ฝั่งผลไม้กันบ้าง กับ iPhone 17 Pro Max ที่เปิดตัวในช่วงปลายปี 2025 แม้แอปเปิลจะไม่เคยประกาศตัวเลขปีการอัปเดตที่เป็นทางการเหมือนฝั่งแอนดรอยด์ แต่ประวัติศาสตร์ก็ได้พิสูจน์แล้วว่า iPhone หนึ่งเครื่องสามารถไปต่อได้ยาวนาน 6 ถึง 7 ปี สบายๆ โดยที่เครื่องไม่หน่วง จุดเด่นของรุ่นนี้คือการปรับปรุงวัสดุ Ceramic Shield เจเนอเรชันใหม่ที่หน้าจอ ซึ่งมีความเหนียวแน่นทนทานต่อแรงกระแทกมากขึ้น ประกอบกับขอบเครื่องไทเทเนียมที่มีการขัดแต่งผิวสัมผัสให้ทนต่อรอยนิ้วมือและรอยขีดข่วนได้ดียิ่งขึ้น พร้อมมาตรฐานการกันน้ำที่เชื่อถือได้ ในแง่ของระบบภายใน ชิป A19 Pro ที่ผลิตด้วยสถาปัตยกรรมระดับล้ำหน้า คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ iPhone 17 Pro Max มีอายุยืนยาว ประสิทธิภาพการจัดการพลังงานและความแรงของมันเผื่อเหลือเผื่อขาดไปได้อีกหลายปี นอกจากนี้ Ecosystem ของ iOS ยังเป็นระบบปิดที่มีความเสถียรสูง ทำให้แม้เวลาจะผ่านไปหลายปี เครื่องก็ยังทำงานได้ลื่นไหล ที่สำคัญคือราคาขายต่อของ iPhone ยังคงแข็งแกร่งที่สุดในตลาด ทำให้เมื่อถึงวันที่ต้องเปลี่ยนเครื่องจริงๆ คุณก็ยังได้ทุนคืนกลับมาพอสมควร iPhone 17 Pro Max เปิดตัวในช่วงเดือนกันยายน 2025 โดยมีช่วงราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 48,900 บาท (สำหรับรุ่น 256GB) ไปจนถึง 80,900 บาท (สำหรับรุ่น 2TB) 3. Pixel 10 Pro สายซอฟต์แวร์บริสุทธิ์ ลูกรัก Google สำหรับใครที่ชอบความคลีน ความลื่นไหล และความฉลาดของ AI ต้องยกให้ Google Pixel 10 Pro ซึ่งแม้จะไม่ได้วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย แต่ก็มีร้านค้าและผู้นำเข้าอิสระนำเข้ามาจำหน่ายอยู่เสมอ ในปี 2025 นี้ กูเกิลได้พัฒนาระบบภายในให้มีเสถียรภาพมากขึ้นด้วยชิป Tensor G5 และตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้ทนทานด้วยมาตรฐาน IP68 และใช้วัสดุรีไซเคิลคุณภาพสูงที่แข็งแรง จุดขายสำคัญที่ทำให้ Pixel 10 Pro ติดโผนี้คือการเป็น "ลูกรัก" ของ Google โดยตรง คุณจะได้รับการการันตีอัปเดต OS และความปลอดภัยยาวนาน 7 ปีเต็ม เช่นเดียวกับซัมซุง แต่สิ่งที่พิเศษกว่าคือฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่กูเกิลมักจะส่งมาให้ผู้ใช้ Pixel ได้เล่นก่อนใครเสมอ ทำให้รู้สึกเหมือนได้มือถือใหม่ตลอดเวลา แม้เครื่องจะเก่าแล้วก็ตาม เหมาะสำหรับคนที่ต้องการใช้มือถือเพื่อการทำงานและต้องการผู้ช่วย AI ที่ฉลาดที่สุดในโลกพกติดตัวไปตลอด เนื่องจากเป็นการนำเข้า ราคาจึงผันผวน โดยมีช่วงราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 39,000 - 43,500 บาท (สำหรับรุ่น 256GB) 4. Xiaomi 15 Ultra อสูรกายถ่ายภาพที่โครงสร้างแกร่งดั่งหินผา Xiaomi 15 Ultra ไม่ได้มีดีแค่กล้อง Leica ที่ถ่ายสวยระดับโลกเท่านั้น แต่ในปี 2025 เสียวหมี่ได้หันมาให้ความสำคัญกับความทนทานของโครงสร้างอย่างจริงจัง ด้วยการใช้โครงสร้างที่แข็งแกร่งและกระจกป้องกันรอยทั้งด้านหน้าและด้านหลังที่ทนต่อการตกกระแทกบนพื้นคอนกรีตได้ดีเยี่ยม พร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68 ที่ทำให้คุณพกพาไปลุยถ่ายรูปได้ทุกที่โดยไม่ต้องกังวล ในด้านซอฟต์แวร์ Xiaomi ได้ปรับปรุงนโยบายการอัปเดตให้ดียิ่งขึ้น โดยการันตีการอัปเดต Android นาน 4 รุ่น และแพตช์ความปลอดภัย 5 ปี ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปจนคุ้มราคา ระบบปฏิบัติการ HyperOS เวอร์ชันใหม่ยังถูกออกแบบมาให้กินทรัพยากรเครื่องน้อยลง ทำให้แม้สเปกจะเก่าลงตามกาลเวลา แต่ความลื่นไหลของระบบจะยังคงอยู่ เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากได้ฮาร์ดแวร์ระดับท็อป กล้องเทพ และงานประกอบที่แน่นหนา รุ่นนี้วางจำหน่ายในช่วงไตรมาสที่ 1 ปี 2025 โดยมีช่วงราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 42,990 บาท (สำหรับรุ่น 512GB) ไปจนถึง 46,900 บาท (สำหรับรุ่น 1TB) 5. Samsung Galaxy A56 5G ฮีโร่รุ่นกลางที่ยืนระยะได้เกินราคา ปิดท้ายด้วยตัวเลือกสำหรับคนที่มองหาความคุ้มค่าสูงสุด ไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงระดับเรือธงก็ใช้ยาวๆ ได้ กับ Samsung Galaxy A56 5G สมาร์ทโฟนระดับกลางที่ยืมดีเอ็นเอความอึดมาจากรุ่นพี่ ในปี 2025 นี้ A56 ยกระดับวัสดุตัวเครื่องด้วยกรอบโลหะและกระจกป้องกันรอย ซึ่งหาได้ยากในมือถือราคาระดับเดียวกัน พร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP67 ที่สามารถจมน้ำจืดได้ลึก 1 เมตร นาน 30 นาที ช่วยชีวิตเครื่องได้สบายๆ หากเกิดอุบัติเหตุทำตกน้ำ ความใจป้ำของซัมซุงคือการมอบนโยบายการอัปเดตซอฟต์แวร์ให้กับซีรีส์ A แทบจะเทียบเท่าเรือธง โดยการันตีการอัปเดต Android นาน 4 รุ่น และความปลอดภัย 5 ปี ทำให้ Galaxy A56 5G กลายเป็นมือถือระดับกลางที่ "อายุยืน" ที่สุดในตลาดเมื่อเทียบกับคู่แข่งในระดับราคาเดียวกัน สเปกภายในที่ให้มาก็มีความสมดุล เพียงพอต่อการใช้งานแอปพลิเคชันทั่วไปและโซเชียลมีเดียได้ลื่นไหลไปอีกหลายปี เป็นคำตอบที่ใช่สำหรับคนงบน้อยแต่ต้องการความมั่นใจระยะยาว รุ่นนี้เปิดตัวในช่วงไตรมาสที่ 1 ปี 2025 โดยมีราคาเปิดตัวอยู่ที่ประมาณ 13,999 บาท โดยสรุปสำหรับการเลือกซื้อมือถือคู่หูในปี 2025 เพื่อใช้งานระยะยาว หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่ความแรงของชิปเซ็ตเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ "ความรับผิดชอบ" ของแบรนด์ที่มีต่อผู้บริโภคผ่านการอัปเดตซอฟต์แวร์ และ "ความใส่ใจ" ในการเลือกใช้วัสดุที่ทนทาน ทั้ง 5 รุ่นที่แนะนำมานี้คือตัวแทนของความคุ้มค่าในระยะยาว ที่จะทำให้คุณไม่ต้องปวดหัวกับการเปลี่ยนมือถือบ่อยๆ และช่วยลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ให้กับโลกใบนี้ได้อีกทางหนึ่งด้วยครับ

รู้ทันก่อนเปลี่ยน! ใช้แบตไม่แท้กับ iPhone/iPad มีผลเสียไหม? ทำไมเครื่องถึงแจ้งเตือน?
อ่าน

รู้ทันก่อนเปลี่ยน! ใช้แบตไม่แท้กับ iPhone/iPad มีผลเสียไหม? ทำไมเครื่องถึงแจ้งเตือน?

เมื่อ iPhone หรือ iPad คู่ใจเริ่มมีอาการ "แบตเสื่อม" ชาร์จไม่เข้า หรือแบตหมดไวเหมือนน้ำรั่ว คำถามแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวคือ "จะเปลี่ยนแบตที่ศูนย์ Apple หรือเปลี่ยนร้านตู้ข้างนอกดี?" เพราะราคาต่างกันครึ่งต่อครึ่ง บทความนี้ True ID จะพาไปหาคำตอบว่า การใช้แบตเตอรี่ที่ไม่ใช่ของศูนย์ (แบตเทียบ/แบตปลอม) มีผลเสียร้ายแรงจริงหรือไม่ และทำไมเปลี่ยนมาแล้วเครื่องถึงฟ้องว่า "ชิ้นส่วนที่ไม่รู้จัก" ทำไมเปลี่ยนแบตมาแล้วเครื่องแจ้งเตือน? หากคุณใช้ iPhone รุ่นตั้งแต่ iPhone XS, XR และ XS Max ขึ้นไป เมื่อคุณไปเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่ร้านนอก (ไม่ใช่ศูนย์ Apple หรือตัวแทน AASP) เครื่องจะแสดงข้อความแจ้งเตือนในหน้า Settings ว่า: "Important Battery Message: Unable to verify this iPhone has a genuine Apple battery." (ข้อความสำคัญเกี่ยวกับแบตเตอรี่: ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่า iPhone เครื่องนี้ใช้แบตเตอรี่ลิขสิทธิ์ของ Apple) หรือขึ้นสถานะว่าเป็น "Unknown Part" (ชิ้นส่วนที่ไม่รู้จัก) สาเหตุเกิดจากอะไร? Apple ได้ฝัง Serial Number ไว้ที่ขั้วของแบตเตอรี่ ซึ่งจะจับคู่กับเมนบอร์ดของเครื่อง เมื่อเราเปลี่ยนก้อนใหม่ (แม้จะเป็นแบตแท้แกะจากเครื่องอื่น) แต่ Serial Number ไม่ตรงกับที่บอร์ดบันทึกไว้ ระบบจะฟ้องทันทีว่าเป็นของไม่แท้ แจ้งเตือนแล้วมีผลอะไรไหม? การใช้งาน: เครื่องยังใช้งานได้ปกติ 100% โทรเข้าออก เล่นเกม ถ่ายรูปได้เหมือนเดิม ข้อเสียหลัก: คุณจะ ไม่สามารถดู "Battery Health" (สุขภาพแบตเตอรี่) ได้อีกต่อไป ระบบจะโชว์เป็นขีด (-) ทำให้เราไม่รู้ว่าแบตเตอรี่เสื่อมสภาพไปแค่ไหนแล้วในอนาคต ผลเสียของการใช้ "แบตเตอรี่ไม่ได้มาตรฐาน" (แบตปลอมเกรดต่ำ) คำว่า "แบตไม่แท้" มีหลายเกรด ตั้งแต่ แบตเทียบแบรนด์ดังที่มี มอก. (คุณภาพดี) ไปจนถึง แบตโนเนมราคาถูก (อันตราย) หากคุณเจอแบตเกรดต่ำ จะมีผลเสียดังนี้: จ่ายไฟไม่นิ่ง: แรงดันไฟอาจไม่เสถียร ทำให้เครื่องรวน ทัชสกรีนเพี้ยน หรือเครื่องดับเองเมื่อแบตยังเหลือ (เช่น ดับตอนเหลือ 20%) เครื่องร้อนจัด: ประสิทธิภาพการแปลงพลังงานต่ำ ทำให้เกิดความร้อนสะสมสูงขณะชาร์จหรือใช้งาน ส่งผลให้อายุการใช้งานของบอร์ดสั้นลง ความเสี่ยงบวมและระเบิด: แบตราคาถูกมักไม่มีระบบตัดไฟที่ดี หรือใช้วัสดุห่อหุ้มคุณภาพต่ำ เสี่ยงต่อการบวมดันหน้าจอแตก หรือลุกไหม้ได้ CPU ทำงานช้าลง (Throttling): หากแบตเตอรี่จ่ายไฟไม่เพียงพอตามที่ CPU ต้องการ ระบบ iOS อาจสั่งลดความเร็วเครื่องลงเพื่อป้องกันเครื่องดับ ทำให้เครื่องอืดและช้า เปรียบเทียบชัดๆ: แบตแท้ (ศูนย์) VS แบตเทียบ (ร้านนอก) เพื่อให้ตัดสินใจง่ายขึ้น เรามาดูตารางเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียกันครับ *หมายเหตุ: ร้านนอกบางร้านที่มีฝีมือ สามารถ "ย้ายขั้วแบตเดิม" ไปใส่ก้อนใหม่ เพื่อให้เครื่องโชว์สุขภาพแบตได้เหมือนเดิม แต่มีความเสี่ยงเรื่องความปลอดภัยหากทำไม่ดี สรุป: ควรเลือกแบบไหนดี? คำแนะนำในการเลือกเปลี่ยนแบตเตอรี่ ขึ้นอยู่กับ "งบประมาณ" และ "รุ่นเครื่อง" ของคุณครับ เลือก "แบตแท้ (ศูนย์)" เมื่อ... คุณใช้ iPhone รุ่นใหม่ๆ (เช่น iPhone 13, 14, 15) ที่ยังมีมูลค่าสูง คุณต้องการความสบายใจ 100% ไม่กังวลเรื่องงบประมาณ คุณต้องการเช็กสุขภาพแบตเตอรี่ได้จริงผ่านเมนู Settings คุณกังวลเรื่องราคาขายต่อ (เครื่องที่ไม่แจ้งเตือนแบตปลอม จะขายได้ราคาดีกว่า) เลือก "แบตเทียบ (ร้านนอก)" เมื่อ... เครื่องหมดประกันแล้ว และเป็นรุ่นเก่า (เช่น iPhone X ลงไป หรือรุ่นที่ใช้มานานมากแล้ว) ต้องการประหยัดงบประมาณ สำคัญ: ต้องเลือก "แบตเทียบแบรนด์ที่มีชื่อเสียง" (เช่น แบรนด์ที่มี มอก. หรือมีการรับประกันชัดเจน) อย่าเลือกที่ราคาถูกที่สุด คุณรับได้กับการที่เครื่องแจ้งเตือนว่า "ชิ้นส่วนที่ไม่รู้จัก" และมองไม่เห็นเปอร์เซ็นต์สุขภาพแบต ข้อควรจำ: การใช้แบตเตอรี่เทียบที่มีคุณภาพ (มอก.) ไม่ได้ทำร้ายเครื่องรุนแรง เพียงแต่ระบบตรวจสอบของ Apple จะแจ้งเตือนเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคเท่านั้น สิ่งที่น่ากลัวจริงๆ คือ "แบตปลอมไม่มีคุณภาพ" ต่างหากครับ Photo Credit : AI Generated

รู้จัก Ledger กระเป๋าคริปโทที่ถูกจับตามองพร้อมโปรแรงจากอาร์ทีบีฯลด 50%
อ่าน

รู้จัก Ledger กระเป๋าคริปโทที่ถูกจับตามองพร้อมโปรแรงจากอาร์ทีบีฯลด 50%

#Ledger #ทันหุ้น - นาทีนี้คงไม่มีแกดเจ็ตในโลกของสินทรัพย์ดิจิทัลชิ้นไหนที่ถูก จับตามอง และเป็นกระแสที่ผู้คนพูดถึงมากไปกว่า Ledger แบรนด์เทคโนโลยีชั้นนำจากประเทศฝรั่งเศส ผู้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการคริปโต ในฐานะผู้พัฒนา Hardware Wallet อันดับ 1 ของโลก ซึ่งล่าสุดได้ถูกนิยามใหม่ว่าเป็น Signer หรืออุปกรณ์ลงนามเพื่อการสื่อความหมายให้ตรงกับประโยชน์การใช้งานมากขึ้น โดย อุปกรณ์ลงนาม คืออุปกรณ์ที่เปรียบเสมือน ตู้เซฟนิรภัยส่วนตัว สำหรับเก็บรักษา Private Key (กุญแจส่วนตัว) แบบออฟไลน์ช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกแฮกและการโจรกรรมทางออนไลน์ ทำให้คุณสามารถถือครองและควบคุมสินทรัพย์ดิจิทัลได้ด้วยตัวเองอย่างแท้จริง (Self-Custody) โดยไม่ต้องพึ่งพาตัวกลาง วันนี้ Ledger พร้อมตอบรับทุกความสนใจในตลาดไทยผ่านการร่วมมือกับบริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด (RTB) ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เพื่อยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของที่เหนือกว่าและมั่นใจที่สุด ไฮไลต์สำคัญของความร่วมมือครั้งนี้คือการทลายกำแพงความกังวลเดิม ๆ ด้วยช่องทางการจัดจำหน่ายที่ตอบโจทย์ครบทุกด้าน ทั้งช่องทางออฟไลน์ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสและทดลองใช้งานจริงที่หน้าร้านก่อนตัดสินใจซื้อ และช่องทางออนไลน์ที่เน้นความสะดวก สั่งง่าย ส่งไว การันตีของแท้ 100% หมดห่วงเรื่องของหิ้วหรือสินค้าปลอม พร้อมอุ่นใจในระยะยาวด้วยบริการหลังการขายแบบครบวงจร ความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญนี้ยังมาพร้อมกับการเปิดตัว Signer (อุปกรณ์ลงนาม) 5 รุ่นใหม่ล่าสุด ได้แก่ Ledger Stax with Ledger Recovery Key, Ledger Flex with Ledger Recovery Key, Ledger Nano Gen5 with Ledger Recovery Key, Ledger Nano X และ Ledger Nano S Plus ซึ่งรองรับการใช้งานอย่างครอบคลุม ตั้งแต่ผู้เริ่มต้นไปจนถึงนักลงทุนระดับมืออาชีพ พร้อมจัดแคมเปญส่งเสริมการขายสุดคุ้ม เพื่อให้ผู้ใช้งานชาวไทยได้เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์คุณภาพระดับโลกในราคาสุดพิเศษ ผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ลงนาม 5 รุ่นจากแบรนด์ Ledger ประกอบด้วย Ledger Stax Ledger Stax with Ledger Recovery Key คืออุปกรณ์ลงนามที่มาพร้อมนวัตกรรมหน้าจอสัมผัส E Ink แบบโค้งมนรอบเครื่อง ขนาด 3.7 นิ้ว และ Ledger Recovery Key ซึ่งเป็นสมาร์ทการ์ดที่ช่วยเก็บข้อมูลแบบออฟไลน์ที่ปกป้องด้วย PIN และชิป Secure Element ช่วยให้การกู้คืนการเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลทำได้อย่างง่ายดายด้วยการแตะเพียงครั้งเดียว ขณะเดียวกัน ผู้ใช้งานยังคงสามารถกู้คืนการเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลของคุณด้วยวลีกู้คืน (Seed Phrase) 24 คำได้อีกด้วย Ledger Stax โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Clear Signing ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบและยืนยันธุรกรรมได้อย่างมั่นใจด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย พร้อมฟังก์ชันปรับแต่งหน้าจอด้วย NFT หรือภาพโปรดที่ยังคงแสดงผลแม้ในขณะปิดเครื่อง เสริมความปลอดภัยด้วยชิป Secure Element มาตรฐาน CC EAL6+ ซึ่งเป็นระดับเดียวกับที่ใช้ในบัตรเครดิตและหนังสือเดินทาง ทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการ Ledger OS และหน้าจอ Secure Screen เพื่อเพิ่มความปลอดภัยอีกขั้น รองรับการจัดเก็บและจัดการสินทรัพย์ดิจิทัลมากกว่า 5,500 สกุล อาทิ Bitcoin, Ethereum, USDT, Solana และ XRP รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่าน Bluetooth, สมาร์ทโฟนระบบ Android และ iOS หรือเชื่อมต่อผ่านสาย USB กับคอมพิวเตอร์ในระบบปฏิบัติการ Windows 10/11, macOS (Big Sur/Monterey/Ventura) และ Linux (ไม่รองรับ Chromebook) มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 200mAh รองรับการชาร์จไร้สายมาตรฐาน Qi และสามารถติดตั้งแอปพลิเคชันได้มากกว่า 100 แอปภายในอุปกรณ์เดียว วางจำหน่ายในราคา 16,800 บาท พร้อมการรับประกันสินค้า 1 ปี Ledger Flex Ledger Flex with Ledger Recovery Key คืออุปกรณ์ลงนามที่มาพร้อมนวัตกรรมหน้าจอ E Ink แบบสัมผัส และ Ledger Recovery Key ซึ่งเป็นสมาร์ทการ์ดที่ช่วยเก็บข้อมูลแบบออฟไลน์ที่ปกป้องด้วย PIN และชิป Secure Element ช่วยให้การกู้คืนการเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลทำได้อย่างง่ายดายด้วยการแตะเพียงครั้งเดียว ขณะเดียวกัน ผู้ใช้งานยังคงสามารถกู้คืนการเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลของคุณด้วยวลีกู้คืน (Seed Phrase) 24 คำได้อีกด้วย Ledger Flex มาพร้อมแบตเตอรี่ในตัวขนาด 200mAh รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่าน Bluetooth กับสมาร์ทโฟนทั้งระบบ Android และ iOS หรือเชื่อมต่อผ่านสาย USB กับคอมพิวเตอร์ได้อย่างสะดวก เสริมความปลอดภัยด้วยชิป Secure Element มาตรฐาน CC EAL6+ ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกับที่ใช้ในบัตรเครดิตและหนังสือเดินทาง ทำงานร่วมกับระบบ Ledger OS และหน้าจอ Secure Screen ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบและยืนยันธุรกรรมได้อย่างมั่นใจ รองรับการจัดเก็บและใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัลมากกว่า 5,500 สกุล อาทิ Bitcoin, Ethereum, USDT, Solana และ XRP สามารถจัดการธุรกรรมทั้งหมดผ่านแอปพลิเคชัน Ledger Wallet ได้ทั้งบนเดสก์ท็อปและสมาร์ทโฟน รองรับระบบปฏิบัติการ Windows 10/11, macOS (Big Sur / Monterey / Ventura), Linux, Android 10 ขึ้นไป และ iOS 14 ขึ้นไป (ไม่รองรับ Chromebook) สามารถติดตั้งแอปพลิเคชันได้มากกว่า 100 แอปภายในอุปกรณ์เดียว วางจำหน่าย 4 สี ได้แก่ สีเทาแกรไฟต์ (Graphite), สีส้ม BTC (BTC Orange), สีน้ำเงินเนปจูน (Neptune Blue) และสีเขียวออกไซด์ (Oxidate Green) ในราคา 10,480 บาท พร้อมการรับประกันสินค้า 1 ปี Ledger Nano Gen5 Ledger Nano Gen5 with Ledger Recovery Key คืออุปกรณ์ลงนามที่มาพร้อมหน้าจอสัมผัสแบบ Secure Signer ขนาด 2.8 นิ้ว และ Ledger Recovery Key ซึ่งเป็นสมาร์ทการ์ดที่ช่วยเก็บข้อมูลแบบออฟไลน์ที่ปกป้องด้วย PIN และชิป Secure Element ช่วยให้การกู้คืนการเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลทำได้อย่างง่ายดายด้วยการแตะเพียงครั้งเดียว ขณะเดียวกัน ผู้ใช้งานยังคงสามารถกู้คืนการเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลของคุณด้วยวลีกู้คืน (Seed Phrase) 24 คำได้อีกด้วย Ledger Nano Gen5 ช่วยให้คุณจัดการสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมดของคุณได้อย่างสะดวกสบายด้วยแอปพลิเคชัน Ledger Wallet รองรับการใช้งานได้ทั้งบนระบบปฏิบัติการ Windows, macOS, Android, iOS, Linux และสมาร์ทโฟนในระบบ Android และ iOS นอกจากนี้ คุณยังสามารถเปลี่ยนภาพหน้าจอล็อกสกรีนให้เป็น NFT หรือรูปภาพที่คุณชื่นชอบได้ โดยหน้าจอจะยังคงแสดงผลแม้ในขณะปิดเครื่อง หรือเลือกตกแต่งด้วยแบดจ์คอลเลคชั่นพิเศษที่ออกแบบโดย Susan Kare ศิลปินและกราฟิกดีไซน์เนอร์ชื่อดังชาวอเมริกัน (จำหน่ายแยกต่างหาก) Ledger Nano Gen5 วางจำหน่ายในราคา 7,540 บาท พร้อมการรับประกันสินค้า 1 ปี Ledger Nano X Ledger Nano X คืออุปกรณ์ลงนามสำหรับจัดเก็บ Private Key และบริหารจัดการสินทรัพย์ดิจิทัล ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานทั้งในชีวิตประจำวันและระหว่างเดินทาง ด้วยดีไซน์กะทัดรัด พกพาสะดวก รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่าน Bluetooth กับสมาร์ทโฟนทั้งระบบ Android และ iOS มาพร้อมแบตเตอรี่ในตัวขนาด 100mAh เพื่อความสะดวกในการใช้งานแบบไร้สาย หรือจะเชื่อมต่อผ่านสาย USB กับคอมพิวเตอร์ก็สามารถทำได้เช่นกัน เสริมความปลอดภัยด้วยชิป Secure Element มาตรฐาน CC EAL5+ ซึ่งเป็นระดับเดียวกับที่ใช้ในบัตรเครดิตและหนังสือเดินทาง ทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการ Ledger OS และหน้าจอแบบ Trusted Display เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบและยืนยันธุรกรรมได้อย่างมั่นใจ รองรับการจัดเก็บและบริหารสินทรัพย์ดิจิทัลหลากหลายประเภท ทั้งคริปโต, NFT และโทเคนดิจิทัล มากกว่า 5,500 สกุล อาทิ Bitcoin, Ethereum, USDT, Solana และ Polkadot ใช้งานง่ายด้วยปุ่มควบคุม 2 ปุ่ม และหน้าจอ 1 จอ เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน Ledger Wallet ได้ทั้งบนสมาร์ทโฟนและเดสก์ท็อป รองรับระบบปฏิบัติการ Windows 10/11, macOS (Big Sur/Monterey/ Ventura), Linux, Android และ iOS (ไม่รองรับ Chromebook) รองรับการติดตั้งแอปพลิเคชันได้มากกว่า 100 แอปภายในอุปกรณ์เดียว ในกรณีที่อุปกรณ์สูญหายหรือโดนทำลาย คุณสามารถกู้คืนการเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลได้ เพียงใช้ Seed Phrase (วลีกู้คืน) 24 คำ ที่ได้รับมาตอนเริ่มต้นใช้งาน Ledger Nano X วางจำหน่ายทั้งหมด 7 สี ได้แก่ สีน้ำเงินแซฟไฟร์ (Sapphire Blue), สีเขียวเอเมอรัลด์ (Emerald Green), สีชมพูพาสเทล (Pastel Pink), สีทอง (Gold), สีม่วงอเมทิสต์ (Amethyst Purple), สีส้ม BTC (BTC Orange) และสีดำ (Onyx Black) ในราคา 6,280 บาท พร้อมรับประกันสินค้า 1 ปี Ledger Nano S Plus Ledger Nano S Plus คืออุปกรณ์ลงนามรุ่นยอดนิยมที่ออกแบบมาเพื่อการจัดเก็บ Private Key และบริหารจัดการสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างปลอดภัยสูงสุด มาพร้อมชิป Secure Element มาตรฐาน CC EAL6+ และระบบปฏิบัติการ Ledger OS รองรับการจัดเก็บและจัดการคริปโต, NFT และโทเคนดิจิทัลมากกว่า 5,500 สกุล อาทิ Bitcoin, Ethereum, USDT และ Solana เสริมความมั่นใจในการใช้งานด้วยหน้าจอแบบ Trusted Display ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบและยืนยันธุรกรรมได้ด้วยตนเองในทุกขั้นตอน เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน Ledger Wallet ได้ทั้งบนเดสก์ท็อปและสมาร์ทโฟนในระบบ Android ผ่านพอร์ต USB-C โดยไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ รองรับระบบปฏิบัติการ Windows 10/11, macOS (Big Sur/ Monterey/Ventura) และ Android (ไม่รองรับ Chromebook) ในกรณีที่อุปกรณ์สูญหายหรือโดนทำลาย คุณสามารถกู้คืนการเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลได้ เพียงใช้ Seed Phrase (วลีกู้คืน) 24 คำ ที่ได้รับมาตอนเริ่มต้นใช้งาน วางจำหน่ายทั้งหมด 7 สี ได้แก่ สีน้ำเงินแซฟไฟร์ (Sapphire Blue), สีเขียวเอเมอรัลด์ (Emerald Green), สีชมพูพาสเทล (Pastel Pink), สีทอง (Gold), สีม่วงอเมทิสต์ (Amethyst Purple), สีส้ม BTC (BTC Orange) และสีดำด้าน (Matte Black) ในราคา 2,060 บาท พร้อมการรับประกันสินค้า 1 ปี พร้อมกันนี้ Ledger ได้มอบข้อเสนอสุดพิเศษให้กับผู้ใช้งานในประเทศไทย อาทิ Ledger Nano X ลด 50% เหลือเพียง 3,140 บาท (จากราคาปกติ 6,280 บาท) พร้อมรับสิทธิ์สุดคุ้ม เมื่อซื้อ Ledger Flex พร้อมสแกนและลงทะเบียน รับฟรี Bitcoin Voucher มูลค่า 70 ดอลลาร์สหรัฐ และเมื่อซื้อ Ledger Stax พร้อมสแกนและลงทะเบียน รับฟรี Bitcoin Voucher มูลค่า 80 ดอลลาร์สหรัฐ โปรโมชั่นพิเศษตั้งแต่วันนี้ - 21 ธันวาคม 2568 เท่านั้น ผู้สนใจสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ลงนาม Ledger ทั้ง 5 รุ่น ได้แก่ Ledger Stax with Ledger Recovery Key, Ledger Flex with Ledger Recovery Key, Ledger Nano Gen5 with Ledger Recovery Key, Ledger Nano X และ Ledger Nano S Plus ได้แล้ววันนี้ผ่านหลากหลายช่องทางการจัดจำหน่ายในประเทศไทย ทั้งร้านค้าปลีกชั้นนำ อาทิ Dot Life (.Life) สาขาพารากอน, สาขาเซ็นทรัลเวิลด์, Tech House by Dotlife, King Power และ B2S เมกาบางนา รวมถึงช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการ ได้แก่ Bitkub Academy, NocNoc, Lazada: Ledger LazMall, Shopee: Ledger by RTB, เว็บไซต์ของบริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด และพาร์ทเนอร์ออนไลน์ที่ได้รับอนุญาตทั่วประเทศ

แนะนำมือถือเปิดตัวใหม่น่าใช้ประจำเดือน ธันวาคม 2568
อ่าน

แนะนำมือถือเปิดตัวใหม่น่าใช้ประจำเดือน ธันวาคม 2568

ส่งท้ายปลายปี 2568 ที่ปีนี้ตลาดมือถือจัดว่าเดือดทะลุปรอท โดยเฉพาะสมาร์ตโฟนหน้าจอพับได้ที่ปีนี้เริ่มได้รับเสียงตอบรับมากขึ้นอย่างมาก ทำให้หลายแบรนด์หันมาพัฒนาอย่างจริงจังตามหลังค่ายจากเกาหลีที่ออกตัวแรง แซงไปหลายทางโค้งแล้ว จนมียอดขายนำหน้าไปไกลแล้ว แต่กลับมาที่เรื่องมือถือเปิดตัวใหม่ในเดือนธันวาคมของเรากันดีกว่า เดือนนี้ก็ถือว่ามีมือถือหลายรุ่นที่น่าสนใจเปิดตัวกันมาก แต่จะมีรุ่นไหนที่น่าสนใจบ้างนั้น ไปติดตามกันเลย vivo X300 Series รุ่นแรกไปดูกันที่สมาร์ตโฟนสายพันธุ์ "กล้องโทรได้" อย่าง vivo X300 Series ที่เปิดตัวพร้อมกันสองรุ่นคือ vivo X300 และ vivo X300 Pro ที่มาพร้อมเทคโนโลยีกล้องที่โดดเด่นจาก ZEISS และแต่ละรุ่นมีจุดที่น่าสนใจดังนี้ vivo X300 Pro มาดูกันที่รุ่นพี่ vivo X300 Pro กันก่อน ถ้ากำลังมองหามือถือที่มาพร้อมคำว่า "สุดจัด" ในด้านกล้องและสเปคแบบไม่เกรงใจใคร ต้องนี่เลย vivo X300 Pro ที่ยกขบวนชุดเลนส์ ZEISS ระดับโปรมาแบบครบเครื่อง เริ่มตั้งแต่กล้องหลักที่จัดเซนเซอร์ Sony LYT-828 ความละเอียด 50 ล้านพิกเซลมาให้แบบเต็มๆ ไม่นับรวมกล้องหน้าและกล้องอัลตราไวด์ที่ความละเอียด 50 ล้านพิกเซลเท่ากัน ซึ่งใช้เซนเซอร์ ISOCELL JN1 ตัวเทพอีกด้วย แต่ที่ต้องยกให้เป็นพระเอกตัวจริงของรุ่นนี้คือ กล้องเทเลโฟโต้พลังซูม 200 ล้านพิกเซล! ที่บ้าพลังใช้เซนเซอร์ ISOCELL HPB ขนาดใหญ่ถึง 1/1.4 นิ้ว รับประกันความคมชัดแบบทะลุโลก จับคู่กับระบบไฟแฟลชสว่างพิเศษเหมือนรุ่นพี่ X200 Ultra ให้ภาพถ่ายออกมาสวยมีมิติ ไม่ว่าจะซูมไกลแค่ไหนก็คมกริบ ไม่ต้องกลัวภาพแตก นอกจากนี้ยังมอบประสบการณ์ภาพและเสียงระดับพรีเมียมผ่านหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ที่มาพร้อมเทคโนโลยี 8T LTPO และวัสดุ Q10 Plus ให้สีสันสดใส ความละเอียดคมชัดถึง 1,260 x 2,800 พิกเซล พร้อมอัตรารีเฟรช 120Hz ที่โคตรลื่นไหล แถมยังรองรับมาตรฐาน HDR10+, HDR Vivid และ Dolby Vision เปลี่ยนมือถือของคุณให้เป็นโรงภาพยนตร์ส่วนตัวได้เลย ไม่เพียงแต่กล้องที่โหดจัด แต่เรื่องประสิทธิภาพภายในก็แรงแซงทางโค้ง ด้วยขุมพลังชิปเรือธง MediaTek Dimensity 9500 ที่ทำงานประสานกับ ชิปประมวลผลภาพ V3+ โดยเฉพาะ ทำให้การใช้งานแอปพลิเคชันหนักๆ การเล่นเกมกราฟิกโหด หรือการจัดการความร้อนเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีสะดุด และแน่นอนว่าช่วยให้การถ่ายภาพและวิดีโอมีคุณภาพสูงสุดแบบมืออาชีพสุดๆ ส่วนใครที่กังวลเรื่องแบตเตอรี่บอกเลยว่าลืมไปได้เลย เพราะ X300 Pro อัดแบตเตอรี่ความจุสะใจถึง 6,510mAh (เยอะกว่ารุ่นมาตรฐานอย่างเห็นได้ชัด) รองรับการชาร์จไวด้วยสาย 90W และชาร์จไร้สาย 40W เติมพลังได้ไวทันใจ ไม่ต้องกลัวแบตหมดระหว่างวัน ทั้งหมดนี้ถูกบีบอัดอยู่ในตัวเครื่องที่บางเฉียบเพียง 7.99 มม. น้ำหนักกำลังดีที่ 226 กรัม แถมยังทนทานสุดๆ ด้วยมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 และ IP69 เรียกได้ว่า สเปคเทพขนาดนี้ ใส่ความอึด ความแรง ความสวยงามมาครบแบบไม่กั๊กจริงๆ vivo X300 Pro มีราคาเปิดตัว 39,999 บาท แต่ถ้ากำลังเบื่อมือถือจอใหญ่ยักษ์ที่ต้องใช้สองมือจับแล้วล่ะก็ ต้องหันมามอง vivo X300 ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ "เล็กแต่แจ๋ว" โดยแท้จริง เพราะรุ่นนี้คือการพัฒนาต่อยอดมาจาก X200 Pro Mini ปีที่แล้ว ทำให้มันกลายเป็นสมาร์ทโฟนไซซ์กะทัดรัดที่อัดแน่นด้วยสเปคระดับโปรแบบไม่กั๊ก เริ่มตั้งแต่หน้าจอ AMOLED 8T LTPO ขนาด 6.31 นิ้ว ที่ใช้พาเนล Q10 Plus ของ BOE ให้ภาพคมชัดสะใจด้วยความละเอียด 2640 x 1216 พิกเซล แถมยังลื่นไหลสุดๆ ด้วยรีเฟรชเรท 120Hz สู้แดดได้สบายเพราะสว่างสูงสุดถึง 4,500 นิต! รองรับ HDR ครบเครื่อง พร้อมเซนเซอร์สแกนนิ้วมือแบบอัลตราโซนิคสุดล้ำใต้จอ นอกจากนี้ยังมาพร้อมขุมพลัง Dimensity 9500 ที่ถูกปรับจูนมาแบบก้าวกระโดด ทำให้ประสิทธิภาพ CPU แบบซิงเกิลคอร์ดีขึ้น 32% และจัดการพลังงานในงานหนักดีกว่าเดิมถึง 37% ผสานพลังกับ ชิปประมวลผลภาพ V3+ โดยเฉพาะ ทำให้การเล่นเกมและการใช้งานทั่วไปลื่นไหลไม่มีสะดุด แถมยังประหยัดพลังงานจากการใช้ NPU ได้ดีกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 56% เลยทีเดียว แต่ที่น่าทึ่งที่สุดคือกล้อง! ถึงจะตัวเล็กแต่ ชุดกล้องหลังกลับอัปเกรดความละเอียดกล้องหลักไปถึง 200 ล้านพิกเซล ใช้เซนเซอร์ ISOCELL HPB ขนาด 1/1.4 นิ้ว รูรับแสงกว้าง f/1.68 ให้ภาพคมชัดสุดๆ แถมยังมีกล้อง Telephoto ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล (เซนเซอร์ Sony LYT-602) และกล้อง Ultrawide 50 ล้านพิกเซล (เซนเซอร์ ISOCELL JN1) ที่ให้คุณภาพเดียวกับกล้องหน้า ทำให้การถ่ายภาพทุกรูปแบบออกมาเพอร์เฟกต์ ส่วนเรื่องความอึดก็หายห่วง เพราะรุ่นนี้ยัดแบตเตอรี่มาให้ถึง 6,040mAh พร้อมรองรับการชาร์จเร็วทั้งแบบมีสาย 90W และไร้สาย 40W พร้อมพอร์ต USB-C 3.2 Gen 1 ให้การโอนถ่ายข้อมูลเร็วปรื๋อ แถมยังมีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับท็อป IP68 + IP69 ลำโพงคู่เสียงกระหึ่ม และขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุด OriginOS 6 บนพื้นฐาน Android 16 เรียกว่า vivo X300 เป็นม้ามืดที่พิสูจน์ให้เห็นว่า "ขนาด" ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดในโลกสมาร์ทโฟนอีกต่อไป! vivo X300 มีราคาเปิดตัว 31,999 บาท iQOO 15 iQOO 15 นี่ไม่ได้มาเล่นๆ แต่มาเพื่อ "ทุบ" ทุกสถิติของวงการเกมมิ่งโฟน! พระเอกเบอร์หนึ่งคือหน้าจอ 2K Samsung Everest Display ขนาด 6.85 นิ้ว ที่ร่วมกันพัฒนากับ Samsung Display โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นจอ 2K LEAD OLED รุ่นแรกของโลกที่ใช้พาเนลวัสดุ M14 จุดที่ทำให้ต้องอ้าปากค้างคือความสว่างสูงสุด (HDR) ที่พุ่งทะลุไปถึง 6,000 นิต! เรียกว่าสว่างขนาดนี้ ดูคอนเทนต์ HDR10+ หรือ Dolby Vision กลางแดดเปรี้ยงก็ยังเห็นชัดแจ๋ว แถมยังฉลาดสุดๆ ด้วยระบบตรวจจับแสงสามทิศทางที่ปรับความสว่างอัตโนมัติได้แม่นยำแม้ในสภาพแสงซับซ้อน นอกจากนี้ยังเอาใจสายเกมเมอร์หนักมาก ด้วยรีเฟรชเรท 144Hz และอัตราการตอบสนองการสัมผัสสูงถึง 3200Hz ให้การตอบสนองรวดเร็วเหนือแสง พร้อมเทคโนโลยีถนอมสายตา Eye Comfort 2.0 และหน้าจอกันแสงสะท้อนพิเศษ ทำให้คุณเล่นเกมได้ยาวๆ โดยไม่ต้องกลัวตาเสียหรือพลาดทุกวินาทีสำคัญ แต่ความแรงที่แท้จริงอยู่ที่ขุมพลังภายใน เพราะ iQOO 15 จัดหนักด้วยชิปเซ็ตใหม่ล่าสุด Snapdragon 8 Elite Gen 5 ที่ผลิตบนสถาปัตยกรรม 3nm สูตร All Big Core (2+6) ความเร็วประมวลผลสูงสุด 4.6GHz ประกบคู่กับหน่วยความจำ LPDDR5X Ultra (9600 Mbps) และพื้นที่เก็บข้อมูล UFS 4.1 ทำให้คะแนน AnTuTu ทะยานไปถึง 4.38 ล้านคะแนน! ไม่เท่านั้น iQOO ยังเสริมทัพด้วยชิปกราฟิก Q3 ที่พัฒนาเอง พร้อมเทคโนโลยี Ray Tracing, Super Resolution และ Frame Boost ให้คุณรันเกม AAA ความละเอียด 2K ที่ 144fps ได้แบบเต็มสูบ ไม่ต้องกลัวร้อน เพราะมีระบบระบายความร้อน Ice Dome Cooling System ที่มาพร้อมแผ่น VC ขนาดใหญ่และกราไฟต์สองชั้น ครอบคลุมพื้นที่กว่า 14,000 ตร.มม. ซึ่งเคลมว่าเล่น Genshin Impact ต่อเนื่อง 1 ชั่วโมง เครื่องยังร้อนสูงสุดแค่ 39.3C เท่านั้น! แบตเตอรี่ก็อึดถึง 7,000mAh พร้อมชาร์จไว 100W (มีสาย) และ 40W (ไร้สาย) แถมยังมีโหมด Direct Power Supply ลดความร้อนขณะชาร์จไปเล่นเกมไปได้อีก นอกจากนี้ยังมาพร้อมกล้องหลังที่อัปเกรดแบบยกชุด ทั้งกล้องหลัก 50MP เซนเซอร์ Sony IMX921 พร้อม OIS และกล้อง Periscope Telephoto 50MP ที่ซูมดิจิทัลได้ถึง 100 เท่า โดยใช้ระบบเลนส์สามชั้น Prisma M-shaped และ Large Model AI Enhancement ช่วยให้ภาพถ่ายของคุณคมชัดและสวยสดแบบโปร บอกเลยว่า iQOO 15 เครื่องนี้คือ "สัตว์ประหลาด" ที่เกิดมาเพื่อครองบัลลังก์เกมมิ่งโฟนอย่างแท้จริง! iQOO 15 ราคาเปิดตัวเริ่มต้นที่ 29,900 บาท Poco F8 Series อีกหนึ่งซีรีส์ที่น่าสนใจซึ่งเปิดตัวในช่วงเดือนที่ผ่านมาคือ Poco F8 Series ที่ประกอบไปด้วย Poco F8 Ultra และ Poco F8 Pro ซึ่งเป็นตระกูลที่คนชอบความคุ้มต้องหลงรักเช่นเคยครับ เพราะเป็นรุ่นที่ไม่กั๊กสเปกในราคาสบายกระเป๋า โดยมีจุดที่น่าสนใจดังนี้เลย POCO F8 Pro มาแล้ว! POCO F8 Pro สมาร์ทโฟนที่เกิดมาเพื่อสายคุ้มค่าและสาย Performance โดยแท้จริง! ดีไซน์ภายนอกถือว่ากินขาด ด้วยหน้าจอ AMOLED ขอบแบนขนาด 6.59 นิ้ว อัตรารีเฟรช 120Hz ที่มาพร้อมความสว่างสูงสุดเฉพาะจุดถึง 3,500 นิต ใช้พาเนล M10 ระดับพรีเมียม ให้ภาพคมชัดสีสันจัดจ้านสะใจ พร้อมกับตัวเครื่องที่ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ด้วยฝาหลังกระจกขึ้นรูปชิ้นเดียว ผสานกับเฟรมตัวเครื่องที่มีมุมโค้งมนเล็กน้อย ทำให้สัมผัสในการจับถือดีกว่าเดิมมาก น้ำหนักเบาเพียง 199 กรัม และบางแค่ 8 มม. มีให้เลือกถึงสามสีสุดเท่ ทั้ง Titanium Silver, Blue และ Black แถมยังปลดล็อกได้รวดเร็วทันใจด้วยเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบอัลตราโซนิกใต้หน้าจอเลยทีเดียว ส่วนเรื่องความแรงนั้นไม่ต้องเป็นห่วง เพราะ POCO F8 Pro เลือกใช้ชิปเซ็ตเรือธงตัวแรงแห่งปีอย่าง Snapdragon 8 Elite ที่กวาดคะแนน AnTuTu ไปได้กว่า 3.2 ล้านคะแนน! ประสิทธิภาพระดับนี้เปิดเกม AAA ที่ความละเอียดสูงก็ทำได้สบายๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความร้อน เพราะมีระบบระบายความร้อนสุดล้ำ 3D Triple-layer IceLoop cooling system ที่เคลมว่าระบายความร้อนได้ดีกว่าเดิมถึง 40%! นอกจากจะแรงแล้วยังโคตรอึด ด้วยแบตเตอรี่ความจุ 6,210mAh ที่ POCO กล้าเคลมว่าสามารถใช้งานโทรสายสนทนาต่อเนื่องได้นานกว่า 56 ชั่วโมง และถ้าแบตหมดก็หายห่วง เพราะมีเทคโนโลยี 100W HyperCharge ที่ชาร์จจาก 1% ถึง 50% ได้ในเวลาเพียง 16 นาทีเท่านั้น! แถมยังใจดีให้ชาร์จย้อนกลับได้อีก 22.5W ปิดท้ายด้วยชุดกล้องหลัง 3 ตัว นำโดยกล้องหลัก 50MP (เซนเซอร์ Light Fusion 800 พร้อม OIS) กล้อง Telephoto 50MP ที่ซูมแบบ Lossless ได้ถึง 5 เท่า และกล้อง Ultrawide 8MP มุมมอง 120 องศา เรียกได้ว่า POCO F8 Pro เป็นมือถือที่ "ครบเครื่อง แรงเร็ว และแบตอึด" ที่สุดอีกรุ่นในตลาดตอนนี้! Poco F8 Pro เปิดตัวด้วยราคา 17,990 บาท POCO F8 Ultra บอกเลยว่า POCO F8 Ultra เกิดมาเพื่อเป็นราชาแห่งความแรงและพรีเมียมตัวจริง! ถึงแม้จะเป็นร่างที่รีแบรนด์มาจาก REDMI K90 Pro Max แต่สเปคที่ยกมาคือจัดเต็มแบบไม่มีกั๊ก ด้วยดีไซน์ใหม่ที่หรูหราสะดุดตา มีให้เลือกสองสีสุดคลาสสิกอย่าง Denim Blue และ Black ส่วนหน้าจอคือที่สุดของความฟิน ด้วยพาเนล AMOLED ขนาดใหญ่ถึง 6.9 นิ้ว อัตรารีเฟรช 120Hz เพื่อการเล่นเกมและเสพคอนเทนต์ที่ลื่นไหลระดับเทพ ความสว่างของหน้าจอก็สุดขั้ว โดยความสว่างสูงสุดเฉพาะจุดพุ่งไปถึง 3,500 นิต และสว่างทั่วทั้งจอที่ 2,000 นิต แถมยังรองรับมาตรฐาน HDR10+ และ Dolby Vision ครบเครื่อง ให้คุณดื่มด่ำกับสีสันที่สดใสและคอนทราสต์ที่สมจริงในทุกสภาพแสง หัวใจหลักที่ทำให้ F8 Ultra ลื่นไหลราวสายน้ำคือชิปเซ็ตเรือธงตัวใหม่ล่าสุด Snapdragon 8 Elite Gen 5 ที่มีความเร็วประมวลผลสูงถึง 4.6GHz ซึ่งเมื่อทำงานร่วมกับหน่วยความจำมาตรฐาน LPDDR5X และ UFS 4.1 ระดับท็อป ก็พร้อมชนกับทุกเกมและทุกแอปพลิเคชันที่ต้องใช้การเรนเดอร์หนักๆ ได้อย่างสบายๆ แถมยังเสริมทัพด้วยชิปประมวลผลภาพ VisionBoost D8 ที่ช่วยให้กราฟิกภายในเกมไหลลื่นและแสดงผลภาพแบบ HDR ได้ดียิ่งขึ้นไปอีกขั้น! ส่วนเรื่องกล้องก็ไม่น้อยหน้า จัดกล้องหลังมาให้ถึง 3 ตัว ความละเอียด 50MP ทั้งหมด นำโดยกล้องหลักเซนเซอร์ Light Fusion 950 พร้อม OIS และกล้อง Periscope Telephoto ที่ซูมออปติคัลได้ไกลถึง 5 เท่า ให้ภาพถ่ายคมชัดทุกระยะ ปิดท้ายด้วยแบตเตอรี่สุดอึด 6,500mAh พร้อมชาร์จเร็วสะใจทั้งแบบมีสาย 100W และไร้สาย 50W แถมยังมีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68 รองรับ Wi-Fi 7 และ Bluetooth 5.4 ครบถ้วนทุกการเชื่อมต่อ ไม่ว่าจะมองมุมไหน POCO F8 Ultra ก็คือสมาร์ทโฟนระดับ Ultra ที่เกิดมาเพื่อครองใจเกมเมอร์และสายพรีเมียมอย่างแท้จริง! POCO F8 Ultra เปิดตัวด้วยราคา 24,990 บาท HONOR X9d 5G HONOR X9d 5G มือถือที่ไม่ได้เน้นแค่ความสวย แต่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ "โคตรทน" ชนิดที่ว่าเครื่องอื่นทำไม่ได้! ดีไซน์ภายนอกยังคงเอกลักษณ์โมดูลกล้องทรงกลมอันโดดเด่น มีให้เลือกสามสีสุดยั่ว ทั้ง Reddish Brown, Sunrise Gold และ Midnight Black แต่ความลับที่แท้จริงอยู่ที่ความแกร่งระดับมหากาฬ ด้วยการออกแบบที่เน้นความทนทานเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นกระจกกันกระแทกแบบหลายชั้น (Multilayer Cushioning Design) ที่เสริมชั้นดูดซับแรงกระแทกเข้าไปอีก ทำให้เครื่องนี้ได้รับการรับรอง Triple-resistant จาก SGS พร้อมรับมือกับการตกจากที่สูงถึง 2.5 เมตร! แถมยังเป็นมือถือสายลุยที่แท้ทรู เพราะมาพร้อมมาตรฐาน IP6X ป้องกันฝุ่นละเอียดระดับทรายและฝุ่นก่อสร้างได้อย่างสมบูรณ์แบบ และที่พีคกว่าคือมาตรฐาน IPX9K ที่ทนต่อการกระเซ็นของน้ำ ฝน และน้ำแรงดันสูงได้สบายๆ ทำให้คุณพกพาไปลุยได้ทุกสถานการณ์โดยไม่ต้องกังวล นอกจากจะอึดถึกทนแล้ว สเปคภายในก็จัดเต็มแบบไม่ยอมใคร เริ่มจากหน้าจอ AMOLED ความละเอียด 1.5K ขนาด 6.79 นิ้ว ที่มีขอบบางเฉียบเพียง 1.3 มม. ให้พื้นที่การมองเห็นแบบเต็มตา ที่สำคัญคือความสว่างสูงสุดของหน้าจอที่พุ่งทะลุไปถึง 6,000 นิต! พร้อมเทคโนโลยี HONOR Eye Comfort Display ทำให้การใช้งานกลางแจ้งหรือดูคอนเทนต์ HDR เป็นไปอย่างคมชัด สดใส และสบายตา ส่วนขุมพลังมาจากชิปเซ็ตใหม่ล่าสุด Snapdragon 6 Gen 4 (4nm) ที่ทั้งแรงขึ้น 11% (CPU) และ 29% (GPU) แถมยังทำงานร่วมกับระบบระบายความร้อน VC Ice ของ HONOR ที่จัดการความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนแบตเตอรี่คือไฮไลท์ที่ต้องปรบมือให้ดังๆ เพราะให้ความจุมาถึง 8,300mAh! ที่ HONOR กล้าเคลมว่าสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องสูงสุดถึง 3 วัน โดยที่แบตเตอรี่จะไม่เสื่อมประสิทธิภาพในระยะเวลา 6 ปี พร้อมชาร์จเร็ว 66W HONOR Supercharge นอกจากนี้ชุดกล้องหลัง 108MP พร้อม OIS และฟีเจอร์ AI สุดล้ำ ไม่ว่าจะเป็น AI Eraser, AI Eyes Open และ AI Cutout ก็พร้อมเปลี่ยนคุณให้เป็นโปรด้านการถ่ายภาพได้อย่างง่ายดาย ทำให้ HONOR X9d 5G เป็นมือถือที่ครบเครื่องทั้งความทนทานสุดขั้ว ประสิทธิภาพที่ลื่นไหล และแบตเตอรี่ที่อึดระดับตำนาน! HONOR X9d 5G เปิดตัวด้วยราคา 11,990 บาท realme C85 5G อีกหนึ่งรุ่นที่เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหามือถือที่ไม่ได้แค่ "อึด" แต่คือ "โคตรอึดระดับตำนาน" แถมแบตเตอรี่ก็มหาศาลใช้ได้ข้ามวันข้ามคืน ต้องกรี๊ดให้กับ realme C85 5G ตัวนี้เลย! เริ่มกันที่หน้าจอ LCD ขนาด 6.8 นิ้ว ที่มาพร้อมรีเฟรชเรท 144Hz ลื่นไหลไม่แพ้ใคร แถมยังสู้แดดได้สบายเพราะความสว่างสูงสุดถึง 1,200 นิต พร้อมเทคโนโลยี DC Dimming ช่วยถนอมสายตาให้คุณเล่นได้ยาวๆ สิ่งที่ทำให้รุ่นนี้โดดเด่นแบบไร้คู่แข่งคือความทนทานสุดขั้ว เพราะมันผ่านมาตรฐานกันกระแทกระดับทหาร MIL-STD 810H! ไม่ว่าจะตกกระแทกก็รอด แถมยังกันน้ำกันฝุ่นจัดเต็มทั้ง IP69K, IP69, IP68 และ IP66 จะโดนฝน โดนละอองน้ำ หรือจะเผลอทำตกน้ำลึก 6 เมตรนาน 30 นาที ก็ยังใช้งานได้ต่อ! สำหรับแบตเตอรี่ก็จัดหนักด้วยความจุ 7,000mAh ที่ realme เคลมว่าถ้าใช้งานไปแล้ว 12 ชั่วโมง แบตเตอรี่ยังเหลือถึง 50% และรับประกันอายุการใช้งานยาวนานถึง 6 ปี! พร้อมรองรับชาร์จไว 45W และมีระบบ Bypass Charging ที่ช่วยลดความร้อนขณะเล่นเกมไปชาร์จไป และยังสามารถใช้ชาร์จย้อนกลับให้อุปกรณ์อื่นได้อีก 6.5W เรียกได้ว่าอึด แกร่ง และใจกว้างสุดๆ ไปเลย ส่วนประสิทธิภาพการทำงานนั้นหายห่วง ด้วยขุมพลังชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 6300 ที่พร้อมให้คุณใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆ ได้อย่างราบรื่น จับคู่กับ RAM 8GB และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลสูงสุด 256GB ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ realme UI 6.0 บนพื้นฐาน Android 15 ในส่วนของกล้องก็ไม่น้อยหน้า ถึงแม้จะมีกล้องหลังตัวเดียวความละเอียด 50MP เซนเซอร์ Sony IMX852 แต่ก็ให้ภาพที่คมชัดสวยงามเกินราคา พร้อมกล้องหน้า 8MP และรองรับการถ่ายวิดีโอ 1080p ที่ 30fps แถมยังมาพร้อมฟีเจอร์ AI สุดล้ำ AI Edit Genie เหมือนกับรุ่นพี่ ทำให้คุณสามารถแก้ไขรูปภาพด้วย AI ได้อย่างครบครัน จะลบวัตถุที่ไม่ต้องการ หรือปรับภาพให้ดูดีขึ้นก็ทำได้ง่ายๆ ในพริบตา นอกจากนี้ยังมาพร้อมลำโพงเดี่ยวที่รองรับการเพิ่มเสียงระดับ 400% และเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ปุ่มข้างตัวเครื่อง ทำให้ realme C85 5G เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการสมาร์ทโฟนที่ทั้งอึด ถึก ทน และแบตเตอรี่อยู่ได้นานจนลืมที่ชาร์จไปเลย! realme C85 5G เปิดตัวด้วยราคา 6,999 บาท HUAWEI nova 14 Series HUAWEI nova 14 Series ก็เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วเช่นกัน โดยเปิดตัวมาทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ HUAWEI nova 14 Ultra, nova 14 Pro และ nova 14 แต่สำหรับในไทยจะมีวางจำหน่ายเฉพาะ 2 รุ่นหลังเท่านั้น โดยมีจุดเด่นด้านดีไซน์ที่สวยหรูดูพรีเมียม และด้านการถ่ายภาพอันเป็นจุดเด่นของค่ายนี้อยู่แล้ว ซึ่งแต่ละรุ่นมีรายละเอียดดังนี้ HUAWEI nova 14 Pro HUAWEI nova 14 Pro รุ่นนี้กลับมาเขย่าวงการสมาร์ทโฟนอีกครั้งด้วยดีไซน์สุดล้ำและสเปคที่เน้นการถ่ายภาพและประสบการณ์พรีเมียม! ตัวเครื่องยังคงความบางเบาและโดดเด่นตามสไตล์ nova แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือหน้าจอ OLED ที่คมชัด สีสันสดใสจัดจ้านเต็มตา พร้อมอัตรารีเฟรชเรท 120Hz ที่ทำให้การปัดนิ้วหรือเล่นเกมไหลลื่นไม่มีสะดุด และแน่นอนว่ารุ่นนี้มักจะมาพร้อมเทคโนโลยี Kunlun Glass ที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทานต่อรอยขีดข่วนและการตกกระแทก ทำให้มือถือของคุณสวยทนทานนานกว่าใคร! ส่วนเรื่องพลังงานก็หายห่วง เพราะรุ่น Pro ย่อมมาพร้อมแบตเตอรี่ 5500mAh ที่อึดกว่าเดิมและเทคโนโลยี HUAWEI SuperCharge 100W ที่ชาร์จเร็วทันใจ ไม่ต้องรอนานให้เสียอารมณ์ และคาดว่ามาพร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นที่อัปเกรดขึ้น ให้คุณใช้งานได้อย่างมั่นใจในทุกสถานการณ์ แต่ทีเด็ดที่ทำให้สาวกโซเชียลต้องตาลุกวาวคือ ชุดกล้องหน้าที่ยกเครื่องใหม่ทั้งหมด! HUAWEI มักจะใส่กล้องหน้าแบบ Dual Camera มาในรุ่น Pro พร้อมฟีเจอร์ที่เรียกว่า "ซูมได้" ด้วยเลนส์ Ultra-wide และเทคโนโลยี Auto-Focus ที่ทำให้คุณเซลฟี่ได้อย่างคมชัดทุกระยะ 50MP+8MP แถมยังซูมภาพหมู่ได้แบบไม่ตกขอบ ส่วนกล้องหลังนั้นก็ไม่ยอมแพ้ คาดว่าจะมาพร้อมเซนเซอร์ความละเอียดสูงระดับ 50MP ขึ้นไป พร้อมระบบประมวลผลภาพ XMAGE ที่ช่วยให้ภาพถ่ายกลางคืนหรือภาพ Portrait สวยมีมิติยิ่งกว่าเดิม! ด้านขุมพลังก็คาดว่าจะใช้ชิปเซ็ต Kirin 8020 ที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดในซีรีส์นี้ ทำให้การเล่นเกมและการใช้งานแอปพลิเคชันหนักๆ เป็นไปได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ ระบบปฏิบัติการ HarmonyOS ก็ถูกพัฒนาให้ทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ได้อย่างเต็มที่ มอบประสบการณ์การใช้งานที่รวดเร็ว ฉลาด และเชื่อมต่อกับ Ecosystem ของ HUAWEI ได้อย่างไร้รอยต่อ ทำให้ HUAWEI nova 14 Pro ไม่ใช่แค่มือถือ แต่คืออุปกรณ์คู่ใจที่พร้อมให้คุณสร้างสรรค์คอนเทนต์และใช้ชีวิตในยุคดิจิทัลได้อย่างลงตัวที่สุด! HUAWEI nova 14 Pro เปิดตัวที่ราคา 18,990 บาท HUAWEI nova 14 HUAWEI nova 14 กลับมาพร้อมความลงตัวที่ทุกคนรักในซีรีส์ nova นั่นคือดีไซน์ที่ดูดีมีสไตล์ ตัวเครื่องบางเบาจับถนัดมือ และสีสันสดใสที่สะท้อนความเป็นแฟชั่นโฟนได้อย่างชัดเจน! รุ่นนี้มาพร้อมหน้าจอคุณภาพสูงแบบ OLED ที่ให้สีสันที่สดใสและความดำที่ลึกสมจริง ขนาดกำลังดีสำหรับการใช้งานทั่วไป พร้อมอัตรารีเฟรชเรท 120Hz ทำให้การไถฟีดโซเชียลหรือดูวิดีโอเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ติดขัด แถมยังมาพร้อมระบบปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือใต้หน้าจอเพื่อความปลอดภัยและความสะดวกสบาย ส่วนเรื่องพลังงานก็ไว้ใจได้ ด้วยแบตเตอรี่ความจุ 5500 mAh เพียงพอต่อการใช้งานตลอดวัน พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว HUAWEI SuperCharge 100W ที่จะช่วยเติมพลังกลับมาได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลามานั่งเฝ้าเครื่องชาร์จนานๆ ทำให้ HUAWEI nova 14 เป็นเพื่อนร่วมทางที่พร้อมไปกับคุณได้ทุกที่อย่างมีสไตล์และไม่ต้องกังวลเรื่องแบตหมด หัวใจสำคัญของ HUAWEI nova 14 อยู่ที่ประสิทธิภาพกล้องและการประมวลผลที่ฉลาดขึ้น! คาดการณ์ว่ารุ่นนี้จะมาพร้อมกับกล้องหลังหลักความละเอียดสูงถึง 50MP ที่ใช้เทคโนโลยีการประมวลผลภาพ XMAGE อันเป็นเอกลักษณ์ของหัวเว่ย ทำให้ภาพถ่ายของคุณไม่ว่าจะเป็นวิวทิวทัศน์หรือภาพอาหารก็สวยคมชัด มีมิติ และเก็บรายละเอียดในที่แสงน้อยได้ดีเยี่ยม ส่วนกล้องหน้าก็จัดความละเอียดมาให้สูงถึง 50MP ที่เน้นการถ่ายเซลฟี่ให้ผิวสวยเนียนและเป็นธรรมชาติที่สุด ส่วนเรื่องการประมวลผลก็หายห่วง เพราะรุ่นนี้จะถูกขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Kirin 8000 ที่มอบความเร็วและความเสถียรสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดแอปพลิเคชัน การเล่นเกมเบาๆ หรือการสลับไปมาระหว่างหลายแอปพลิเคชัน ก็ทำได้อย่างราบรื่นไม่มีสะดุด ด้วยระบบปฏิบัติการ HarmonyOS ที่ได้รับการปรับปรุงให้ใช้งานง่ายและปลอดภัย ทำให้ HUAWEI nova 14 เป็นสมาร์ทโฟนที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสมดุลระหว่างแฟชั่น ประสิทธิภาพกล้องที่เชื่อถือได้ และความคุ้มค่าอย่างลงตัว! HUAWEI nova 14 เปิดตัวที่ราคา 14,990 บาท Infinix HOT 60i 5G Infinix Hot 60i 5G เปิดตัวมาเขย่าตลาดด้วยราคาสุดเบาหวิว แต่สเปคที่ให้มานั้นเกินราคาไปมากโขเลยทีเดียว! หัวใจหลักคือการประมวลผลด้วยชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 6400 5G ที่ทำให้การใช้งานไหลลื่นไม่มีสะดุด รองรับสัญญาณ 5G ได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเล่นเกม ดูวิดีโอ หรือสลับแอปพลิเคชันก็ทำได้อย่างรวดเร็วทันใจ นอกจากความแรงแล้ว สิ่งที่ทำให้รุ่นนี้โดดเด่นคือ แบตเตอรี่ความจุ 6,000mAh ที่อึดแบบสุดๆ Infinix เคลมว่าสามารถโทรสนทนาได้นานกว่า 41 ชั่วโมงต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง! และแม้จะรองรับการชาร์จ 18W แต่อย่างน้อยก็มีฟีเจอร์ชาร์จย้อนกลับผ่านสายให้เพื่อนๆ ได้อีกด้วย ตัวเครื่องมาพร้อมดีไซน์ฝาหลังที่ดูพรีเมียมเกินราคา แถมยังมีความทนทานต่อฝุ่นและน้ำในระดับ IP64 ให้คุณใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องกลัวละอองน้ำหรือฝุ่นเข้า ส่วนประสบการณ์การใช้งานก็จัดเต็มไม่แพ้กัน ด้วยหน้าจอ IPS LCD ขนาด 6.75 นิ้ว ที่มาพร้อมอัตรารีเฟรชเรทสูงถึง 120Hz ทำให้ทุกการปัดและการสัมผัสเป็นไปอย่างสมูทและรวดเร็ว แม้ว่าความละเอียดจะเป็น HD+ แต่ก็ให้ความสว่างสูงสุดที่ 670 นิต ทำให้ใช้งานกลางแจ้งได้ในระดับที่น่าพอใจ ดีไซน์กล้องหน้าแบบติ่งหยดน้ำ พร้อมกล้องหน้า 5MP และกล้องหลังความละเอียด 50MP รูรับแสง f/1.6 ที่มีโหมดถ่ายภาพและฟีเจอร์ AI ช่วยแก้ไขรูปภาพให้สวยงามอย่างครบครัน ที่สำคัญคือให้หน่วยความจำมาถึง RAM 8GB และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลถึง 256GB ซึ่งสามารถเพิ่ม microSD Card ได้สูงสุดถึง 2TB เลยทีเดียว พร้อมพอร์ตหูฟัง 3.5 มม. ที่ยังคงมีมาให้ และระบบปฏิบัติการ XOS 15.1 บนพื้นฐาน Android 15 ทำให้ Infinix Hot 60i 5G เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆ สำหรับคนที่ต้องการมือถือ 5G สเปคดี แบตอึด และราคาคุ้มค่าที่สุดในงบประมาณห้าพันนิดๆ! Infinix Hot 60i 5G เปิดตัวที่ราคา 5,199 บาท Samsung Galaxy Tab A11+ 2025 และปิดท้ายด้วยแท็บเล็ตโทรได้อย่าง Samsung Galaxy Tab A11+ ที่บอกเลยว่านี่ไม่ใช่แค่แท็บเล็ตธรรมดา แต่เป็นมัลติฟังก์ชันสุดคล่องตัวที่สามารถ โทรออก รับ-ส่ง SMS และ OTP ได้ครบจบในเครื่องเดียว เหมือนเป็นมือถือจอใหญ่เลยทีเดียว! ดีไซน์ตัวเครื่องก็ทำออกมาได้พรีเมียมทันสมัย บางเบา พกพาสะดวก พร้อมหน้าจอใหญ่เต็มตาถึง 11 นิ้ว เพื่อการเรียน การทำงาน และความบันเทิงที่เต็มอิ่ม ส่วนเรื่องความอึดนั้นหายห่วง เพราะรุ่นนี้จัดแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 7,040mAh มาให้ใช้งานกันยาวๆ ต่อเนื่องไม่ต้องกังวลเรื่องแบตหมด แถมยังรองรับระบบชาร์จเร็ว 25W Fast Charging ที่ช่วยลดเวลาในการรอชาร์จไปได้เยอะมาก ที่สำคัญที่สุดคือ Samsung ใจป้ำสุดๆ ด้วยการ รับประกันอัปเดตซอฟต์แวร์ (OS) สูงสุดถึง 7 เวอร์ชัน และอัปเดตความปลอดภัยต่อเนื่องนานถึง 7 ปี! มั่นใจได้เลยว่าซื้อไปแล้วจะใช้งานได้ยาวนานหลายปีแบบไม่ตกเทรนด์แน่นอน Galaxy Tab A11+ ไม่ได้มีดีแค่ความอึดและอายุยืนยาวเท่านั้น แต่ยังอัดแน่นด้วยฟีเจอร์ระดับเรือธงที่พร้อมยกระดับประสบการณ์การใช้งานแท็บเล็ตของคุณไปอีกขั้น! ตัวเครื่องทำงานบน One UI 8 บนพื้นฐาน Android 16 ตั้งแต่แกะกล่อง พร้อมรองรับฟีเจอร์เด็ดอย่าง Samsung DeX รุ่นล่าสุด ที่เปลี่ยนแท็บเล็ตให้กลายเป็นหน้าจอเดสก์ท็อปเพื่อการทำงานแบบมัลติทาสก์ที่ง่ายและมีประสิทธิภาพกว่าเดิมหลายเท่า นอกจากนี้ยังตามเทรนด์ AI ได้ทัน ด้วยการใส่ฟีเจอร์สุดล้ำอย่าง Gemini และ Circle to Search with Google มาให้ใช้ได้ทันที เพิ่มความสะดวกสบายในการค้นหาและจัดการข้อมูลได้อย่างฉลาดขึ้นไปอีกขั้น! ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน หรือความบันเทิง รุ่นนี้ก็พร้อมจัดเต็มให้คุณแบบเต็มอรรถรส ด้วยอัตรารีเฟรชหน้าจอ 90Hz ที่ลื่นไหล และระบบลำโพงถึง 4 ตัว ให้เสียงรอบทิศทางเต็มอิ่มทุกการรับชมและเล่นเกม ด้วยสเปคที่ครบเครื่องขนาดนี้ พร้อมราคาที่คุ้มค่าและโปรโมชันเปิดตัวสุดพิเศษ บอกเลยว่านี่คือแท็บเล็ตที่ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว! Samsung Galaxy Tab A11+ เปิดตัวด้วยราคา 9,990 บาท (5G) และ 7,990 บาท (Wi-Fi) และย้ำอีกเช่นเคย ใครที่สนใจรุ่นไหน สามารถไปสัมผัสเครื่องจริงพร้อมส่วนลดโดนใจกันได้ที่ True Shop ทุกสาขาใกล้บ้านเลย สำหรับวันนี้ก็ต้องขอจบการแนะนำเพียงเท่านี้ จนกว่าจะพบกันใหม่ สวัสดีครับ :)

4 แบงก์ใหญ่ BBL-SCB-KBANK-KTB สำรองเงินช่วงเทศกาลปีใหม่รวม 143,550 ลบ.
อ่าน

4 แบงก์ใหญ่ BBL-SCB-KBANK-KTB สำรองเงินช่วงเทศกาลปีใหม่รวม 143,550 ลบ.

#ทันหุ้น-ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 4 แห่งประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารกรุงไทย ได้สำรองเงินสดให้แก่ลูกค้าในช่วงเทศกาลวันปีใหม่ 2569 จำนวนรวม 143,550 ล้านบาท ผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งเอทีเอ็ม เคาน์เตอร์เซอร์วิส ในร้าน 7-Eleven และช่องท่างอื่นทั่วประเทศธนาคารกรุงเทพ จัดสรรเงินสดสำรองไว้ให้บริการแก่ลูกค้าช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ จำนวน 40,000 ล้านบาท ผ่านตู้เอทีเอ็มที่รองรับการให้บริการกว่า 7,600 จุดทั่วประเทศ รวมทั้งเปิดให้บริการสาขาในห้างสรรพสินค้าและสาขาไมโครในห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ ในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 และวันที่ 2 มกราคม 2569 พร้อมเพิ่มความสะดวกผ่านช่องทางธนาคารตัวแทน (Banking Agent) อีก 162,000 จุดทั่วประเทศ ที่ยังคงเปิดให้บริการ ฝาก-ถอนเงินสด ได้ตามปกติไม่มีวันหยุดรายงานข่าวจาก ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ 2569 ตามประกาศคณะรัฐมนตรี ที่ให้มีวันหยุดเพิ่มเติมในวันศุกร์ที่ 2 มกราคม 2569 ทำให้มีวันหยุดยาวติดต่อกัน ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2568 – วันที่ 4 มกราคม 2569 นั้น โดยธนาคารได้สำรองเงินสดไว้ให้บริการแก่ลูกค้าเพิ่มเติมจากภาวะปกติจำนวน 40,000 ล้านบาท ผ่านช่องทางเอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพที่มีกว่า 7,600 จุดทั่วประเทศ ควบคู่ไปกับช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ที่พร้อมอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้อย่างต่อเนื่อง เช่น โมบายแบงก์กิ้งธนาคารกรุงเทพ (Bangkok Bank Mobile Banking) เครื่องรับฝากเงินสดอัตโนมัติ (CDM) และคอลเซนเตอร์ธนาคารกรุงเทพ โทร. 1333 หรือ 0-2645-5555 รวมถึงบริการรับชำระสินค้าและบริการผ่านระบบคิวอาร์โค้ด (QR Code) เป็นต้นทั้งนี้ในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ลูกค้าสามารถใช้บริการทางการเงินของธนาคารกรุงเทพ ได้ ณ สาขาไมโครในห้างสรรพสินค้า และในวันที่ 2 มกราคม 2569 ณ สาขาในห้างสรรพสินค้า และสาขาไมโครในห้างสรรพสินค้า (ตรวจสอบรายชื่อสาขาที่เปิดให้บริการได้ที่ เว็บไซต์ www.bangkokbank.com) รวมถึงบริการตัวแทนธนาคารที่รองรับธุรกรรมในการฝาก-ถอนเงินสดและยืนยันตัวตน โดยมีจุดให้บริการรวม 162,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งเปิดให้บริการตามปกติทุกวัน ณ จุดบริการต่างๆ ดังนี้สำหรับเคาน์เตอร์เซอร์วิส ในร้าน 7-Eleven บริการฝากเงินสด ถอนเงินสดผ่านโมบายแบงก์กิ้งธนาคารกรุงเทพและยืนยันตัวตน โลตัส บริการฝากเงินสด ถอนเงินบัตรเดบิตธนาคารกรุงเทพบริการ Bank@Post ของไปรษณีย์ไทย พร้อมเคาน์เตอร์ ตู้เติมดี บริการฝากเงินสด ถอนเงินสดผ่าน โมบายแบงก์กิ้งธนาคารกรุงเทพ ตู้พร้อมเติม CenPay powered by บุญเติม บริการฝากเงินสดบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ตู้บุญเติม บริการฝากเงินสด และยืนยันตัวตนดังนั้น ลูกค้าธนาคารจึงมั่นใจได้ว่าจะสามารถเบิกถอนเงินสดสำหรับใช้จ่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ได้อย่างทั่วถึงและเพียงพอ ตลอดจนทำธุรกรรมต่างๆ ได้อย่างราบรื่น ทั้งนี้ สาขาทั่วประเทศของธนาคารจะเปิดทำการเป็นปกติตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569 เป็นต้นไปสำหรับลูกค้าที่ต้องการตรวจสอบข้อมูลในการทำธุรกรรมผ่านตัวแทนธนาคารที่ให้บริการ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ เว็บไซต์ www.bangkokbank.com รวมถึงสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารอื่นๆ ได้จากสื่อประชาสัมพันธ์ของธนาคารกรุงเทพ ทุกช่องทาง อาทิ Bangkok Bank Line Official, Facebook หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คอลเซนเตอร์ธนาคารกรุงเทพ โทร. 1333 หรือ 0-2645-5555./ธนาคาร ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สำรองธนบัตรช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 เพื่อรองรับการใช้บริการของลูกค้า รวมทั้งสิ้นเป็นจำนวนเงิน 30,500 ล้านบาท โดยเงินสำรองแบ่งเป็นในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 10,400 ล้านบาท และในเขตภูมิภาค 20,100 ล้านบาท ซึ่งเป็นการสำรองธนบัตรผ่านตู้เอทีเอ็ม จำนวน 23,100 ล้านบาท และ สาขา จำนวน 7,400 ล้านบาทข้อมูล ณ วันที่ 4 ธ.ค. 2568 ธนาคารมีสาขาทั้งสิ้น 666 สาขา มีเครื่องเอทีเอ็มรวม 9,280 เครื่องธนาคารกสิกรไทย เตรียมสำรองเงินสดสำหรับให้บริการในสาขาและเครื่องเอทีเอ็ม เพื่อรองรับการใช้จ่ายช่วงวันหยุดยาวในเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2568 – 4 มกราคม 2569 รวมทั้งสิ้น 35,100 ล้านบาทในจำนวนนี้ แบ่งเป็นการสำรองเงินสดผ่านช่องทางสาขา จำนวน 8,700 ล้านบาท โดยเป็นเงินสำรองสำหรับสาขาในเขตกรุงเทพฯ จำนวน 3,950 ล้านบาท และสาขาในเขตภูมิภาคจำนวน 4,750 ล้านบาท ทั้งนี้ปัจจุบันธนาคารกสิกรไทยมี 740 สาขาทั่วประเทศสำหรับการสำรองเงินสดเพื่อเครื่องเอทีเอ็ม (K-ATM) ที่มีอยู่จำนวนกว่า 8,400 เครื่องทั่วประเทศ เป็นจำนวนทั้งสิ้น 26,400 ล้านบาท แบ่งเป็นการสำรองเพื่อบรรจุเครื่องเอทีเอ็มในเขตกรุงเทพฯ จำนวน 10,300 ล้านบาท และเอทีเอ็มในเขตภูมิภาคจำนวน 16,100 ล้านบาทธนาคารกรุงไทย เตรียมสำรองเงินสด เพื่อรองรับการใช้จ่ายของลูกค้าและประชาชน ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2568 - 4 มกราคม 2569 ทั้งการใช้บริการที่สาขาและเครื่อง ATM จำนวน 37,950 ล้านบาท แบ่งเป็นการสำรองในเขตกรุงเทพฯ จำนวน 7,650 ล้านบาท และเขตภูมิภาค จำนวน 30,300 ล้านบาท โดยสำรองสำหรับสาขาและจุดบริการทั่วประเทศ จำนวน 5,900 ล้านบาท และสำรองสำหรับเครื่อง ATM จำนวน 32,050 ล้านบาทอย่างไรก็ตาม เพื่อความสะดวกในการทำธุรกรรมทางการเงิน ลดการใช้เงินสด และลดการเดินทางในช่วงเทศกาล ลูกค้าและประชาชน สามารถทำธุรกรรมผ่านแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT และแอปพลิเคชัน เป๋าตัง ที่มีความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Krungthai Contact Center 02-111-1111

ราคาสมาร์ทโฟนพุ่ง! ชิป AI ขาดแคลน ดันราคาขายเฉลี่ยปี 2026 ขึ้น 6.9%
อ่าน

ราคาสมาร์ทโฟนพุ่ง! ชิป AI ขาดแคลน ดันราคาขายเฉลี่ยปี 2026 ขึ้น 6.9%

#AI #ทันหุ้น - สำนักข่าว CNBC รายงานว่า Counterpoint Research กล่าวในบันทึกเมื่อวันอังคารว่า การขาดแคลนชิปหน่วยความจำที่ได้รับแรงหนุนจากผู้เล่นด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีแนวโน้มที่จะทำให้ราคาสมาร์ทโฟนสูงขึ้นในปี 2026 และทำให้ยอดการจัดส่งลดลง ยอดการจัดส่งสมาร์ทโฟนอาจลดลง 2.1% ในปี 2026 ตามรายงานของ Counterpoint เมื่อเทียบกับมุมมองก่อนหน้านี้ที่คาดว่าจะมีการเติบโตในระดับคงที่ถึงบวก (Flat-to-positive growth) ยอดการจัดส่ง (Shipments) ไม่เท่ากับยอดขาย แต่เป็นมาตรวัดอุปสงค์เนื่องจากเป็นการติดตามจำนวนอุปกรณ์ที่ถูกส่งไปยังช่องทางการขาย เช่น ร้านค้า ในขณะเดียวกัน ราคาขายเฉลี่ย (Average Selling Price: ASP) ของสมาร์ทโฟนอาจ พุ่งขึ้น 6.9% เมื่อเทียบปีต่อปีในปี 2026 ตามที่ Counterpoint กล่าว เทียบกับการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่เพิ่มขึ้น 3.6% เรื่องนี้ถูก ขับเคลื่อนโดยการขาดแคลนชิปและคอขวดที่เฉพาะเจาะจง ในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งกำลังผลักดันให้ราคาชิ้นส่วนสูงขึ้น การสร้างศูนย์ข้อมูลอย่างต่อเนื่องทั่วโลกได้เพิ่มความต้องการระบบที่พัฒนาโดย Nvidia ซึ่งในทางกลับกัน Nvidia ก็ใช้ส่วนประกอบที่ออกแบบโดย SK Hynix และ Samsung ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์ที่ใหญ่ที่สุดสองรายสำหรับสิ่งที่เรียกว่าชิปหน่วยความจำ อย่างไรก็ตาม ส่วนประกอบเฉพาะที่เรียกว่า Dynamic Random-Access Memory หรือ DRAM ซึ่งใช้ในศูนย์ข้อมูล AI ก็มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสมาร์ทโฟนเช่นกัน ราคา DRAM ได้พุ่งสูงขึ้นในปีนี้ เนื่องจากอุปสงค์มีมากกว่าอุปทาน สำหรับสมาร์ทโฟนระดับล่างที่มีราคาต่ำกว่า $200 ต้นทุน Bill of Materials (BoM) ได้เพิ่มขึ้น 20% ถึง 30% นับตั้งแต่ต้นปี Counterpoint กล่าว ต้นทุน Bill of Materials คือต้นทุนในการผลิตสมาร์ทโฟนหนึ่งเครื่อง ส่วนสมาร์ทโฟนระดับกลางและระดับไฮเอนด์ มีต้นทุนวัสดุเพิ่มขึ้น 10% ถึง 15% Counterpoint กล่าวว่า ราคาหน่วยความจำอาจเพิ่มขึ้นอีก 40% จนถึงไตรมาส 2 ปี 2026 ส่งผลให้ต้นทุน BoM เพิ่มขึ้นระหว่าง 8% ถึงมากกว่า 15% จากระดับที่สูงขึ้นในปัจจุบัน ราคาชิ้นส่วนที่เพิ่มขึ้นอาจถูกส่งผ่านไปยังผู้บริโภค และนั่นจะทำให้ราคาขายเฉลี่ยสูงขึ้น MS Hwang ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ Counterpoint กล่าวในบันทึกว่า Apple และ Samsung อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดที่จะรับมือกับอีกไม่กี่ไตรมาสข้างหน้า แต่จะเป็นเรื่องยากสำหรับรายอื่น ๆ ที่ไม่มีพื้นที่ว่างมากนักในการบริหารส่วนแบ่งตลาดเทียบกับอัตรากำไร Hwang กล่าวว่า สิ่งนี้จะ เกิดขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจีนที่อยู่ในตลาดระดับกลางถึงล่าง Counterpoint กล่าวว่า บางบริษัทอาจลดคุณภาพชิ้นส่วน เช่น โมดูลกล้อง จอแสดงผล และแม้แต่ระบบเสียง รวมถึงการนำส่วนประกอบเก่ากลับมาใช้ใหม่ ผู้เล่นสมาร์ทโฟนก็มีแนวโน้มที่จะพยายามจูงใจผู้บริโภคให้ซื้ออุปกรณ์ที่มีราคาสูงกว่าด้วยเช่นกัน ที่มา https://www.cnbc.com/2025/12/16/smartphone-prices-to-rise-in-2026-due-to-ai-fueled-chip-shortage.html

บางกอกแอร์เวย์สประกาศ ห้ามชาร์จ และใช้ Power Bank บนเครื่อง
อ่าน

บางกอกแอร์เวย์สประกาศ ห้ามชาร์จ และใช้ Power Bank บนเครื่อง

สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ออกประกาศมาตรการด้านความปลอดภัยฉบับใหม่ เกี่ยวกับการพกพา และใช้งานแบตเตอรี่สำรอง (Power Bank) บนเที่ยวบิน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสาร โดยมีมาตรการปฏิบัติดังนี้ บางกอกแอร์เวย์สประกาศ ห้ามชาร์จ / ใช้ Power Bank บนเครื่อง ไม่อนุญาตให้ใช้งานหรือชาร์จแบตเตอรี่สำรองบนเครื่องบิน ไม่อนุญาตให้โหลดแบตเตอรี่สำรองไว้ในสัมภาระใต้ท้องเครื่อง ไม่อนุญาตให้เก็บแบตเตอรี่สำรองในที่เก็บสัมภาระเหนือศีรษะ ✔ กรุณาเก็บไว้ใน ช่องเก็บของหน้าที่นั่ง หรือใน สัมภาระติดตัวใต้ที่นั่งด้านหน้า กรณีมีแบตเตอรี่ในตัวต้องนำขึ้นเครื่องเท่านั้นห้ามโหลดลงใต้ท้องเครื่อง และขนาดความจุแบตเตอรี่ต้องไม่เกินที่กำหนดดังนี้ น้อยกว่า 100Wh (20,000mAh) สามารถนำไปได้ไม่เกิน 10 ชิ้น มากกว่า 100Wh (20,000mAh) - 160 Wh (32,000 mAh) สามารถนำไปได้ไม่เกิน 2 ชิ้น ***มากกว่า 160 Wh (32,000 mAh) ห้ามนำขึ้นเครื่องบิน Safety Notice: Power Bank Regulations For the highest level of safety, Bangkok Airways would like to inform all passengers of the following regulations: Power banks are not allowed to be used or charged on board the aircraft. Power banks are not permitted in checked baggage. Power banks must not be placed in overhead compartments. ✔ Please keep them in the seat pocket or in your carry-on bag under the seat in front of you. We kindly ask for your cooperation and sincerely apologize for any inconvenience caused. ====================

รับมืออาชญากรรมไซเบอร์! Ledger ชูฮาร์ดแวร์เก็บ Private Key ออฟไลน์
อ่าน

รับมืออาชญากรรมไซเบอร์! Ledger ชูฮาร์ดแวร์เก็บ Private Key ออฟไลน์

#Ledger #ทันหุ้น - ท่ามกลางการเติบโตของสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลก ความเสี่ยงจากการหลอกลวงและอาชญากรรมไซเบอร์ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกรรมที่อาศัยลายเซ็นดิจิทัล ซึ่งอาจถูกปลอมแปลงหรือดัดแปลงได้ ด้วยเหตุนี้ มาตรการด้านความปลอดภัยที่แข็งแกร่งและการจัดเก็บ Private Key แบบออฟไลน์จึงมีความจำเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ Ledger จึงเดินหน้ายกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในระดับฮาร์ดแวร์ เพื่อเสริมพลังให้ผู้ใช้งานคริปโตสามารถควบคุมสินทรัพย์ดิจิทัลของตนได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และอุ่นใจยิ่งขึ้นในการบริหารจัดการทรัพย์สินของตนเองJean-François Rochet, Executive Vice President, Consumer Services ของ Ledger ผู้นำระดับโลกด้านความปลอดภัยของสินทรัพย์ดิจิทัล กล่าวว่า “ความเป็นเจ้าของสินทรัพย์ที่แท้จริง” จำเป็นต้องมาพร้อมกับการใช้งานกระเป๋าเงินดิจิทัลที่มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากการลงนามทำธุรกรรมบนบล็อกเชนมีความสำคัญไม่ต่างจากการลงนามในสัญญาทางกฎหมาย หากข้อมูลที่แสดงบนหน้าจอถูกเปลี่ยนแปลงแม้เพียงเล็กน้อย ก็อาจส่งผลให้สินทรัพย์ของผู้ใช้งานตกอยู่ในความเสี่ยงได้ทันที อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์ทั่วไปอย่างสมาร์ตโฟนและแล็ปท็อป ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รองรับมาตรฐานความปลอดภัยในระดับนี้เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายดังกล่าว Ledger ได้พัฒนา หน้าจอระบบความปลอดภัยเครื่องแรกของโลก ซึ่งปัจจุบันเรียกว่า “Signer” ทำหน้าที่เป็นหน้าจอที่เชื่อถือได้สำหรับตรวจสอบรายละเอียดของธุรกรรมก่อนลงนาม โดยอุปกรณ์จะใช้ชิป Secure Element ที่แยกการประมวลผลออกจากระบบหลัก เพื่อรักษาความถูกต้องและความสมบูรณ์ของข้อมูล นอกจากนี้ มาตรฐาน Clear Signing ของ Ledger ยังช่วยแปลงข้อมูลธุรกรรมให้เป็นภาษาที่มนุษย์อ่านเข้าใจได้ง่าย พร้อมด้วยฟีเจอร์ Transaction Check ที่จำลองธุรกรรมเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบก่อนอนุมัติได้อย่างมั่นใจในกรณีที่อุปกรณ์สูญหาย ผู้ใช้งานสามารถกู้คืนสินทรัพย์ทั้งหมดได้โดยการกรอก วลีการกู้คืนลับ 24 คำ (24-word Secret Recovery Phrase) นอกจากนี้ Ledger Recover ยังเป็นบริการเสริมสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการสำรองข้อมูลการเข้าถึงกระเป๋าเงินดิจิทัลของตน ขณะที่ Ledger Recovery Key ซึ่งเป็นบริการล่าสุดของบริษัท เป็นกุญแจสำรองส่วนตัวในรูปแบบออฟไลน์ มาพร้อม Secure Element และระบบป้องกันด้วยรหัส PIN สำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการควบคุมสินทรัพย์อย่างเต็มที่และเพิ่มความอุ่นใจในการใช้งานนอกจากนี้ Ledger ยังได้เปิดตัว Ledger Nano Gen 5 เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันในราคาที่เข้าถึงได้ อุปกรณ์รุ่นนี้มาพร้อมหน้าจอที่ปรับแต่งได้ การใช้พลังงานต่ำ และระบบคุ้มครองความเป็นส่วนตัวแม้ในขณะปิดเครื่อง รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth เพื่อความสะดวกในการพกพา พร้อมโซลูชัน “D to connect” สำหรับเชื่อมต่อกับ dApps และแอป Ledger Wallet สำหรับบริหารจัดการสินทรัพย์ดิจิทัลได้ในที่เดียวสำหรับองค์กร สถาบัน และแพลตฟอร์มซื้อขายที่ดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล Ledger นำเสนอ โซลูชัน Multisig ที่รองรับการอนุมัติธุรกรรมด้วยลายเซ็นหลายฝ่าย (Multi-signature) ช่วยกระจายความรับผิดชอบและลดความเสี่ยงจากการที่บุคคลเพียงคนเดียวถือครอง Private Key ทั้งหมด นอกจากนี้ โซลูชันดังกล่าวยังช่วยปกป้ององค์กรจากช่องโหว่ที่มักพบในระบบ Multisig ที่พัฒนาอย่างไม่รัดกุม ซึ่งในอดีตเคยนำไปสู่ความสูญเสียของสินทรัพย์มูลค่ามหาศาลสำหรับตลาดประเทศไทย Ledger มองเห็นศักยภาพการเติบโตที่แข็งแกร่ง เนื่องจากประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการยอมรับคริปโตเคอร์เรนซีสูงที่สุดในโลก และมีโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่พัฒนาอย่างก้าวหน้า บริษัทจึงมีแผนขยายความร่วมมือกับตัวแทนจำหน่ายในประเทศเพิ่มเติมขณะเดียวกัน Ledger ยังระบุว่า อาชญากรรมทางการเงินดิจิทัลยังคงเป็นปัญหาสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 ที่มีมูลค่าความเสียหายจากการฉ้อโกงสูงกว่า 2.17 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งตอกย้ำถึงความสำคัญของอุปกรณ์ที่มีระบบตรวจสอบและยืนยันธุรกรรม ในฐานะเครื่องมือสำคัญในการลดความเสี่ยงของผู้ใช้งาน“สินทรัพย์ดิจิทัลควรเป็นเรื่องส่วนตัว บทเรียนจากยุค Web 2.0 แสดงให้เห็นว่า เมื่อข้อมูลถูกควบคุมโดยองค์กรขนาดใหญ่ ความเสี่ยงย่อมตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ปัจจุบัน Ledger จำหน่ายอุปกรณ์ไปแล้วมากกว่า 8 ล้านเครื่อง ในกว่า 165 ประเทศ และช่วยดูแลความปลอดภัยให้กับคริปโตมากกว่า 20% ของปริมาณธุรกรรมทั่วโลก ในอนาคต ผู้ถือครองคริปโตทุกคนจะต้องมีอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่เชื่อถือได้ เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจดิจิทัล”

หักมุม! ผลสำรวจสุดเซอร์ไพรส์ ชี้ Android ป้องกัน "สแกมเมอร์" ได้ดีกว่า iOS
อ่าน

หักมุม! ผลสำรวจสุดเซอร์ไพรส์ ชี้ Android ป้องกัน "สแกมเมอร์" ได้ดีกว่า iOS

ใคร ๆ ก็เคยได้ยินว่า iPhone (iOS) ปลอดภัยกว่า Android ใช่ไหมครับ? แต่ผลการศึกษาใหม่ล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร JACC และถูกนำมาเผยแพร่โดยสำนักข่าวเทคโนโลยีชั้นนำหลายแห่ง ได้สร้างความประหลาดใจครั้งใหญ่ เพราะข้อมูลชี้ชัดว่าในเรื่องของการ "ป้องกันการฉ้อโกงและสแกมเมอร์" นั้น Android กลับทำได้เหนือกว่า iOS ในหลายมิติ! ผลสำรวจจาก YouGov ที่ทำในกลุ่มผู้ใช้สมาร์ทโฟนกว่า 5,000 คน ในหลายประเทศ เผยตัวเลขที่น่าตกใจ: ผู้ใช้ iPhone (iOS) มีแนวโน้ม ได้รับข้อความหลอกลวง (Scam Texts) 3 ข้อความขึ้นไปต่อสัปดาห์ มากกว่าผู้ใช้ Android ถึง 65%! ในทางกลับกัน ผู้ใช้ Android มีแนวโน้มสูงถึง 58% ที่จะระบุว่า ไม่ได้รับข้อความหลอกลวงเลย ในช่วงสัปดาห์ที่ทำการสำรวจ ที่สำคัญคือ เมื่อเทียบกับผู้ใช้ iPhone ที่มีแนวโน้มมองว่าการป้องกันการฉ้อโกงของอุปกรณ์ตนเองนั้น "ไม่มีประสิทธิภาพ" ถึง 150% ผู้ใช้ Android มีแนวโน้มมากกว่า 20% ที่จะรู้สึกว่าอุปกรณ์ของตนเองมีการป้องกันที่ "มีประสิทธิภาพสูงมาก" หรือ "สูงสุด" ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในระบบที่แตกต่างกัน เบื้องหลังที่ทำให้ Android ก้าวนำ: AI อัจฉริยะในตัวเครื่อง อะไรคือความลับที่ทำให้ Android สามารถ "ป้องกันการฉ้อโกงทางสังคม (Social Engineering)" ซึ่งรวมถึงการหลอกลวงผ่านข้อความหรือการโทรได้ดีกว่า? คำตอบอยู่ที่ เทคโนโลยีป้องกันแบบติดตั้งในตัว (Built-in Defense) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมาร์ทโฟนที่รัน Google Service อย่างเต็มรูปแบบ เช่น Pixel (ซึ่งผู้ใช้มีแนวโน้มหลีกเลี่ยงข้อความหลอกลวงได้สูงถึง 96%): การตรวจจับสแกมแบบเรียลไทม์: แอปพลิเคชันอย่าง Google Messages และ Phone by Google ไม่ได้แค่กรองสแปมทั่วไป แต่ยังใช้ AI บนอุปกรณ์ (On-device AI) เพื่อวิเคราะห์ข้อความหรือรูปแบบการสนทนาจากผู้ส่งที่ไม่รู้จัก และให้ คำเตือนแบบเรียลไทม์ ทันทีที่พบรูปแบบที่น่าสงสัย การบล็อกภัยคุกคามเชิงรุก: ระบบจะบล็อกการโทรที่เป็นสแปมโดยอัตโนมัติ และยังสามารถ บล็อกการกระทำที่มีความเสี่ยงสูง ในระหว่างการสนทนา เช่น การแจ้งเตือนและบล็อกผู้ใช้ไม่ให้ "ติดตั้งแอปที่ไม่น่าเชื่อถือ" หรือ "ปิดการตั้งค่าความปลอดภัยสำคัญ" ตามคำแนะนำของสแกมเมอร์ที่หลอกให้เหยื่อทำ ความสามารถในการสแกนการโทร: ฟีเจอร์อย่าง Call Screen สามารถรับสายแทนผู้ใช้เพื่อตรวจสอบว่าเป็นผู้โกงหรือไม่ ซึ่งเป็นอีกชั้นของการป้องกันที่ iOS ยังไม่มีการนำมาใช้ในลักษณะเดียวกัน โดยสรุป ผลการศึกษานี้ไม่ได้หมายความว่า iOS ไม่ปลอดภัย แต่ชี้ให้เห็นว่าในสงครามกับสแกมเมอร์ที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ เครื่องมือป้องกันเชิงรุก (Proactive Tools) และ AI ที่ทำงานบน Android ได้พิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพในการปกป้องผู้ใช้จากภัยคุกคามที่มาในรูปแบบข้อความและการสนทนาได้ดีกว่าอย่างชัดเจน และอีกหนึ่งบริการดีๆ จากทรูที่ชื่อว่า "ทรู ไซเบอร์เซฟ" ที่ให้บริการกับลูกค้าทรู ดีแทค และทรูออนไลน์แบบฟรีๆ ที่เราแนะนำให้ใช้เลย โดยมีคุณสมบัติดังนี้ ปกป้องด้วยระบบ AI ขั้นสูง - ช่วยบล็อกและแจ้งเตือนลิงก์/เว็บไซต์อันตราย พร้อมกรองและแจ้งเตือนสายเรียกเข้าที่อาจเป็นมิจฉาชีพ ปกป้องขณะเชื่อมต่อเครือข่าย - ปกป้องตลอด 24 ชม. เมื่อเชื่อมต่ออยู่บนเครือข่ายทรู ดีแทค และทรูออนไลน์ ปกป้องทันทีไม่มีค่าใช้จ่าย - รับการปกป้องทันที ไม่ต้องสมัครเพื่อรับสิทธิ์ หรือโหลดแอปใดๆ ไม่มีค่าใช้จ่าย Credit : security.googleblog

13 อุปกรณ์ที่ควรพกติดรถ สำหรับผู้หญิง ควรพกอะไรบ้าง พร้อมทุกสถานการณ์!
อ่าน

13 อุปกรณ์ที่ควรพกติดรถ สำหรับผู้หญิง ควรพกอะไรบ้าง พร้อมทุกสถานการณ์!

แชร์ อุปกรณ์ที่ควรพกติดรถ สำหรับผู้หญิง ควรพกอะไรบ้าง? เน้นทั้งด้าน ความปลอดภัยฉุกเฉิน การช่วยเหลือตนเองเบื้องต้น และ ความสะดวกสบายส่วนตัวค่ะ ให้ทุกการเดินทาง "ปลอดภัยและมั่นใจ" ยุคนี้สาวๆ จำนวนมากต้องใช้ชีวิตอยู่บนท้องถนนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปทำงาน การขับรถคนเดียวในยามค่ำคืน หรือการเดินทางไกล ที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน การเตรียมความพร้อม จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความสะดวกสบาย แต่คือเรื่องของ "ความปลอดภัยส่วนบุคคล" เพราะ หลายครั้งที่ปัญหาเล็กน้อย เช่น แบตเตอรี่หมดกลางทาง หรือการต้องหาห้องน้ำฉุกเฉิน อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่และน่ากังวล โดยเฉพาะสำหรับผู้หญิงที่เดินทางคนเดียว จะได้รู้สึกอุ่นใจและสามารถจัดการกับทุกอุปสรรคบนเส้นทางได้อย่างมีสติและปลอดภัย! อุปกรณ์ที่ควรมีในรถ สำหรับผู้หญิง 3 หมวดสำคัญ หมวดที่ 1 : อุปกรณ์ความปลอดภัย ช่วยเหลือฉุกเฉิน สิ่งเหล่านี้คือ "ของรอดตาย" ที่ช่วยคุณสาวๆ ได้เมื่อรถมีปัญหาหรือเกิดเหตุไม่คาดฝันค่ะ Power Bank/ที่ชาร์จในรถ : เพื่อให้แบตเตอรี่โทรศัพท์พร้อมใช้ติดต่อขอความช่วยเหลือตลอดเวลา ไฟฉาย พร้อมแบตสำรอง : ใช้ส่องเมื่อรถเสียในที่มืด หรือใช้ไฟกระพริบส่งสัญญาณเตือนในยามคับขัน สายพ่วงแบตเตอรี่ : สำคัญมากเมื่อแบตเตอรี่เสื่อมหรือหมด แต่สาวๆ ควรเรียนรู้วิธีการพ่วงแบตฯ เบื้องต้นด้วยนะคะ กล้องติดรถยนต์ : เป็นหลักฐานสำคัญที่สุดเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดบนท้องถนน ค้อนทุบกระจก : ควรเป็นอุปกรณ์ 2in1 ใช้เพื่อออกจากรถในกรณีที่ประตูเปิดไม่ได้ ชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น : ยาแก้ปวด, ยาแก้แพ้, แอลกอฮอล์ เบตาดีน, พลาสเตอร์ปิดแผล, ยาดม ยาหม่อง หมวดที่ 2 : อุปกรณ์ส่วนตัวและความสะดวกสบาย สิ่งเหล่านี้ช่วยให้คุณสาวๆ รับมือกับสถานการณ์ที่ไม่สะดวกในชีวิตประจำวัน เช่น รถติดหนักห้องน้ำหายาก พกไว้อุ่นใจกว่า ทิชชู่แห้ง/ทิชชู่เปียก : ใช้ทำความสะอาดมือเมื่อทานอาหารหรือจัดการสิ่งสกปรกต่างๆ ถุงปัสสาวะฉุกเฉินแบบพกพา : จำเป็นมาก สำหรับผู้หญิงเมื่อต้องติดอยู่บนรถนาน ๆ ในที่ที่หาห้องน้ำไม่ได้ มักเป็นถุงที่เปลี่ยนของเหลวให้เป็นเจล ร่มแบบพับได้ : ป้องกันเปียกฝนเมื่อต้องลงไปดูรถ หรือเดินจากรถไปอาคาร หมวดที่ 3 : ของใช้ส่วนตัวและเอกสารสำคัญ และนี่คือ ของที่จะช่วยให้คุณสาวๆ พร้อมเสมอเมื่อต้องลงจากรถไปพบปะผู้คน ปลอกแขนกันแดด : ป้องกันผิวถูกแดดเผาขณะขับรถในเวลากลางวัน หวี/ยางรัดผม : จัดการทรงผมให้เรียบร้อยอย่างรวดเร็ว เงินสดฉุกเฉิน : เก็บไว้ในที่ที่ไม่ใช่กระเป๋าสตางค์หลัก สำหรับค่าทางด่วนหรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน เอกสารรถยนต์สำคัญ : สำเนาทะเบียนรถ, กรมธรรม์ประกันภัย, เบอร์โทรฉุกเฉิน (ประกัน/ศูนย์บริการ) บทความที่คุณอาจสนใจ 3 วิธีดูแลรถยนต์แบบง่ายๆ ผู้หญิงก็ทำได้ ไอเดียถ่ายรูปในรถสวยๆ ชิคๆ แก้เบื่อ ไม่ต้องออกจากบ้านก็ทำคอนเทนต์ปังๆ ได้!

จำนำ Apple iCloud เทคนิคใหม่สแกมเมอร์ ที่ต้องระวัง
อ่าน

จำนำ Apple iCloud เทคนิคใหม่สแกมเมอร์ ที่ต้องระวัง

จำนำ Apple iCloud เทคนิคใหม่สแกมเมอร์ ที่ต้องระวัง "จำนำ Apple iCloud" เป็นเทคนิคที่แฝงมาในรูปแบบของการกู้ยืมเงินหรือผ่อนสินค้า โดยมีร้านค้าหรือมิจฉาชีพให้คุณนำอุปกรณ์ Apple มาใช้เป็นหลักประกัน แต่แทนที่จะเก็บตัวเครื่องไว้ พวกเขาจะให้คุณลงชื่อเข้าใช้ด้วย Apple ID และรหัสผ่านของทางร้าน (หรือให้ข้อมูลของคุณไปกรอก) ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งและเป็นช่องทางใหม่ของสแกมเมอร์ กลโกงและเทคนิคที่ต้องระวัง ให้ใช้ Apple ID ของร้านเป็นหลักประกัน: นี่คือหัวใจหลักของสแกมรูปแบบนี้ หากคุณไม่จ่ายเงินตามกำหนด ร้านค้าหรือมิจฉาชีพจะใช้สิทธิ์ในการเป็นเจ้าของบัญชี iCloud ล็อกเครื่องของคุณจากระยะไกล (ใช้ฟังก์ชัน Find My) ทำให้เครื่องกลายเป็นที่ทับกระดาษ และเรียกค่าไถ่เพื่อปลดล็อก ล้วงข้อมูลส่วนตัว: ในขั้นตอนการกู้ยืมหรือผ่อนสินค้า พวกเขาจะขอข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญทั้งหมด เช่น ชื่อ-นามสกุล, เลขบัตรประชาชน, เบอร์โทรศัพท์, ที่อยู่, ข้อมูลที่ทำงาน และอาจรวมถึงเลข IMEI ของเครื่อง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้อาจถูกนำไปใช้ในการแบล็กเมล์หรือสวมรอยทำสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ สร้างความเร่งด่วนและกดดัน: มิจฉาชีพมักใช้วิธีสร้างความกลัวหรือความเร่งรีบ เช่น อ้างว่าบัญชีถูกระงับ, พื้นที่เก็บข้อมูลเต็ม, หรือมีการเข้าสู่ระบบที่น่าสงสัย เพื่อให้คุณตกใจและทำตามคำแนะนำโดยไม่ทันคิด หลอกให้กดลิงก์ปลอม (Phishing): คุณอาจได้รับอีเมลหรือข้อความ SMS ที่ดูเหมือนมาจาก Apple จริงๆ โดยมีลิงก์ให้กดเพื่อ "อัปเดตข้อมูล" หรือ "ยืนยันตัวตน" ซึ่งลิงก์เหล่านี้จะนำไปสู่เว็บไซต์ปลอมที่ออกแบบมาเพื่อขโมย Apple ID และรหัสผ่านของคุณ วิธีป้องกันตนเองและหลีกเลี่ยงภัยคุกคาม ห้ามใช้ Apple ID ของผู้อื่น: เด็ดขาด! ไม่ว่ากรณีใดๆ ห้ามลงชื่อเข้าใช้ด้วย Apple ID ที่ไม่ใช่ของคุณเองบนอุปกรณ์ของคุณ อย่าเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว: Apple จะไม่ขอข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญ เช่น รหัสผ่าน, เลขบัตรเครดิต, หรือเลขประกันสังคม ผ่านทางอีเมลหรือข้อความ เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองปัจจัย (Two-Factor Authentication - 2FA): นี่คือการป้องกันที่สำคัญที่สุดที่จะเพิ่มความปลอดภัยอีกชั้น แม้ว่าคนร้ายจะได้รหัสผ่านไป ก็ไม่สามารถเข้าถึงบัญชีได้หากไม่มีรหัสยืนยันที่ส่งไปยังอุปกรณ์ที่เชื่อถือได้ของคุณ ตรวจสอบอีเมลและข้อความอย่างละเอียด: อีเมลหรือข้อความหลอกลวงมักมีข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์หรือการสะกดคำ และที่อยู่ผู้ส่งมักจะไม่ใช่ @apple.com หรือ @icloud.com อย่าคลิกลิงก์ที่น่าสงสัย: หากไม่แน่ใจ ให้เข้าเว็บไซต์ Apple อย่างเป็นทางการโดยพิมพ์ที่อยู่เองในเบราว์เซอร์ แทนที่จะคลิกจากลิงก์ในข้อความหรืออีเมล ติดต่อ Apple โดยตรง: หากมีข้อกังวลเกี่ยวกับบัญชี ให้ติดต่อฝ่ายสนับสนุนของ Apple ผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการเท่านั้น โดยสรุปแล้ว การจำนำ Apple iCloud เป็นการกระทำที่เสี่ยงอันตรายอย่างยิ่งต่อข้อมูลส่วนตัวและความปลอดภัยของอุปกรณ์ วิธีที่ดีที่สุดคือหลีกเลี่ยงข้อเสนอในลักษณะนี้โดยเด็ดขาดและใช้วิธีการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือแทนจะปลอดภัยที่สุดครับ Photo Credit : AI Generated