รีเซต

ผลการค้นหา “#อาหารไทย” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
รับส่วนลด10% เฉพาะค่าอาหาร ที่ มาเจอนี่ อาหารไทยปักษ์ใต้ ใช้ 0 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

รับส่วนลด10% เฉพาะค่าอาหาร ที่ มาเจอนี่ อาหารไทยปักษ์ใต้ ใช้ 0 ทรูพอยท์

ลูกค้าทรู ใช้ 0 ทรูพอยท์ รับส่วนลด10% เฉพาะค่าอาหาร ที่ มาเจอนี่ อาหารไทยปักษ์ใต้ โค้ดมีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ ทาง บริษัทฯ จะไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี เงื่อนไข1. กดรับสิทธิ์ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์เท่านั้น งดรับสิทธิ์จากภาพถ่าย/ภาพบันทึกหน้าจอ (Screenshot)2. สงวนสิทธิ์งดให้บริการหากลูกค้าทำการกดตัดสิทธิ์ หรือไม่มีโค้ดเพื่อใช้สแกนรับสิทธิ์3. จำกัด 1 สิทธิ์/หมายเลข/วัน4. ระยะเวลาการร่วมรายการ ตั้งแต่ 15 กรกฎาคม 2569 - 30 มิถุนายน 25705. ในกรณีที่โค้ดถูกขโมย ทำลาย หรือนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของโค้ด บริษัทฯจะไม่ทำการคืนเงินในทุกกรณี6. หากโค้ดชำรุดหรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ ทางร้านมีสิทธิ์ปฏิเสธงดให้บริการ7. โค้ดส่วนลดนี้ ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือคืนเป็นเงินสดได้8. บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ตามช่องทางที่กำหนด และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้ การพิจารณาและการตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สิ้นสุดข้อกำหนดและเงื่อนไข

12 ร้านอาหารไทย เจ้าดัง กรุงเทพ รสชาติดั้งเดิม อร่อยเหมือนกับข้าวแม่
อ่าน

12 ร้านอาหารไทย เจ้าดัง กรุงเทพ รสชาติดั้งเดิม อร่อยเหมือนกับข้าวแม่

เช็กลิสต์ ร้านอาหารใกล้ฉัน ร้านอาหารอร่อย พร้อมลิ้มรส อาหารไทยแท้ๆ เสมือนฝีมือคุณแม่ ครั้งนี้ TrueID Food จะพาทุกคนไปเต็มอิ่มกับ 12 ร้านอาหารไทย ในกรุงเทพ 2026 ร้านอาหารบรรยากาศดี อาหารอร่อย ไปดูกันว่าจะมีร้านบ้างไหนที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้นั่งทานกับข้าวฝีมือคุณแม่ หรือใครอยากพาครอบครัว พาคุณพ่อ คุณแม่ มาทานก็รับรองว่าได้ฟีลลิ่งย้อนอดีตกันสนุกเลยล่ะ ถ้าอยากรู้แล้วว่ามีร้านไหนบ้างตามเราไปดูกันเลยค่ะ ร้านอาหารใกล้ฉัน ร้านอาหารไทย อาหารอร่อย 1. ครัวอัปษร ขอเปิดตัวกันมาด้วยร้านอาหารไทย ร้านแรก อย่างร้าน ครัวอัปษร ที่อยู่คู่กับชาวกรุงเทพฯ มาเป็นเวลานาน โดยสาขาแรกเปิดที่ถนนสามเสน เมนูแนะนำอย่าง ไข่เจียวฟูปู ยังคงตราตรึงสำหรับเราเสมอ ซึ่งรสชาติของมันต่างกับที่อื่นมากๆ อร่อยจนหยุดไม่อยู่ รวมไปถึงเมนูแกงส้มไหลบัว ก็ห้ามพลาดอีกเช่นกัน รับรองเลยว่าการพาครอบครัว หรือเพื่อนชาวต่างชาติมาร้านนี้ จะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน พิกัด :https://g.page/kruaapsorn-ratchapruek ที่อยู่ : ถนน ราชพฤกษ์ แขวง บางแวก เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร เปิดบริการ : 10.30 - 21.00 น. (หยุดวันจันทร์) ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/kruaapsorn.ratchapruek 2. Sri's Room (ห้องของศรี) ห้องของศรี (Sris Room) สยามพารากอน ร้านอาหารไทยในเครือ ศรีตราดกรุ๊ป คอนเซ็ปต์ของร้านนี้จะเป็นการยกระดับอาหารไทย สไตล์พื้นบ้านภาคตะวันออก ให้ออกมาเป็นเมนูสุดพรีเมียมที่ยังคงรสชาติ และกลิ่นอายแบบโบราณ ที่ถูกปากคนเมืองแบบสุดๆ ดูรีวิวเต็มๆ ที่ : ห้องของศรี Sri's Room ร้านอาหารสยามพารากอน ส่งต่อความอร่อย จาก ศรีตราด พิกัด :https://maps.app.goo.gl/cr8qPBauRJRJxQnT6 ที่อยู่ : Siam Paragon ชั้น G โซนกูร์เมต์ การ์เด้น ร้านเปิดบริการ : 10.00 - 22.00 น. ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ :https://www.instagram.com/srisroom/ 3. ข้าวจานโปรด ข้าวจานโปรด (Khao Jaan-Prod) ร้านอาหารไทยรสชาติต้นตำรับ ที่ผสมผสานความเป็นฟิวชั่น ทางร้านรวบรวมเมนูสุดโปรด ในความทรงจำของใครหลายคน ภายใต้คอนเซปต์ใหม่จากร้าน Khao ร้านอาหารไทยต้นตำรับ การันตีด้วยมิชลินสตาร์ พร้อมเมนูอาหารไทยหลากหลายรายการ ที่จะทำให้ทุกคนทั้งอร่อยและประทับใจไปพร้อมๆ กัน พิกัด :https://maps.app.goo.gl/m2TjFg54UGz62Q6b6 ที่อยู่ : ชั้น 2 โซน Groove เซ็นทรัลเวิลด์ (เปิดบริการ กรกฎาคม 2569) ร้านเปิดบริการ : 10.00 - 22.00 น. ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/KhaoJaanProd/ 4. Supanniga Eating Room ไปลิ้มรสอาหารไทยแบบแท้ๆ พร้อมนั่งมองวิวสวยๆ ระดับพรีเมี่ยม ที่ฝรั่งยังต้องร้องว้าว ที่ร้าน Supanniga Eating Room แม้สาขาที่เราแนะนำ ในครั้งนี้จะไม่ใช่สาขาทองหล่อ แต่เป็นสาขาท่าเตียน ก็ตาม เรื่องรสชาติอาหารไทยที่นี่ไม่เคยทำให้ใครผิดหวังเลยล่ะค่ะ แถมหน้าตา การตกแต่งจานก็ดีเลยทีเดียว ใครที่กำลังมองหาร้านอาหารไทยแบบดีๆ สักร้านอยู่ล่ะก็ เราแนะนำเลย พิกัด : https://maps.app.goo.gl/qQEDhYUB4vFemEJE9 ที่อยู่ : ซอยเพ็ญพัฒน์ 2 ถนนมหาราช เขตพระนคร กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 11.00 - 22.00 น. ที่จอดรถ : ไม่มี (ที่จอดรถข้างวัดโพธิ์) เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/supannigaeatingroomthatien 5. บ้านขนิษฐา มาต่อที่ร้าน บ้านขนิษฐา บอกเลยว่าร้านนี้โด่งดังเป็นอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยว ดังนั้นคนไทยอย่างเรา จะพลาดไปได้ไง ด้วยความตั้งใจของเจ้าของร้านในการยกระดับเมนูอาหารไทยให้ขึ้นไปอยู่จุดสูงสุดฟีลไฮเอนด์ เลยไม่แปลกใจเลยว่าทำไมรสชาติอาหารไทยที่นี่ถึงอร่อยฟินได้เพียงนี้ เราพูดมาขนาดนี้แล้ว ต้องไปโดนกันแล้วล่ะ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/Avkghym3c7C7sz6t9 ที่อยู่ : ถนนสาทรใต้ แขวง ทุ่งมหาเมฆ เขต สาทร กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 11.00 - 23.00 น. ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/baankhanithabkk/ 6. Rongros (โรงรส) Rongros (โรงรส) ร้านอาหารไทยบรรยากาศดี มีวิววัดอรุณสวยๆ ในย่านท่าเตียน ใครอยากไปร้านนี้เราแนะนำให้จองโต๊ะกับที่ร้านไปก่อน เมนูอาหารของที่ร้านอร่อย รสชาติดี มีที่นั่งทั้งโซนห้องแอร์ และโซน Rooftop ริมแม่น้ำเจ้าพระยา พิกัด : https://maps.app.goo.gl/rqL7KL3iacEXCpiS7 ที่อยู่ : ถนนมหาราช แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 11.00 - 15.00 น. / 17.00 - 22.00 น. ที่จอดรถ : ไม่มี (ที่จอดรถข้างวัดโพธิ์) เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/rongrosbkk/ 7. แกงสด แกงสด ร้านอาหารไทย ใน One Bangkok อีกหนึ่งร้านไทยในจักรวาลของ เชฟต้น - ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร เชฟดีกรีมิชลินสตาร์ จุดเด่นของร้านนี้คือ แกงไทยตำสด โดยทางร้านจะใช้เครื่องแกงที่ตำสดวันต่อวันเท่านั้น แต่ละเมนูของที่ร้านสัมผัสได้ถึงความพิถีพิถันในการปรุง อาหารของที่ร้านรสชาติอร่อย จัดจ้าน และถึงเครื่อง กลิ่นของสมุนไพรมาชัด ความหอมของเครื่องแกงจะเป็นความรู้สึกที่หาได้ยากในยุคนี้ ดูรีวิวเต็ม ที่ : รีวิว แกงสด ร้านอาหาร One Bangkok แกงไทยตำสด อาหารไทย อร่อยถึงเครื่อง พิกัด :https://maps.app.goo.gl/nfGYXnM23hYcMZ5G6 ที่อยู่ : โซน Parade ชั้น L3 ศูนย์การค้า ONE Bangkok ร้านเปิดบริการ : 10.30 - 22.00 น. (Last order 21.30 น.) ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/Gaengsod แกงสด - One Bangkok 8. Horsamut Thai Cuisine Horsamut Thai Cuisine ร้านอาหารไทย บรรยากาศดี ย่าน สุขุมวิท 26 ตัวร้านตกแต่งในโทนอบอุ่นแบบธรรมชาติ ผสมผสานไม้ งานหวาย และงานคราฟต์พื้นถิ่น ให้ความรู้สึกเรียบง่ายแต่มีรายละเอียดในบรรยากาศที่อบอุ่น ผ่อนคลาย แต่แฝงไปด้วยความพรีเมียม เหมาะกับการมาทานมื้อพิเศษกับครอบครัวและคนพิเศษ เมนูอาหารของ Horsamut Thai Cuisine มีเอกลักษณ์คือการเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพจากพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย ทั้งจากทะเล ฟาร์ม และวัตถุดิบ GI พร้อมนำเสนอเมนูอาหารไทยรสชาติจัดจ้านแต่กลมกล่อม เครื่องแกงของที่ร้านจะเป็นเครื่องแกงตำสดให้ความหอมแบบและสดใหม่ อาหารปรุงด้วยเตาถ่านไม้โกงกางเพื่อเพิ่มมิติของรสชาติ และความเข้มข้นตามแบบฉบับอาหารไทย ที่ถูกนำเสนอแบบร่วมสมัยจนเรียกเป็นความอร่อยที่ลงตัว พิกัด : https://maps.app.goo.gl/Xqbh5QJuMveCQbAC9 ที่อยู่ : 69 สุขุมวิท 26 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 11.00 - 23.00 น ช่องทางการจอง : Line oa @horsamutbkk / โทร : 08-4249-7962 ที่จอดรถ : มี Facebook : https://www.instagram.com/horsamutbkk/ 9. ลูกไก่ทอง ร้านต่อมาเราขอแนะนำให้มาที่ร้านนี้เลยค่ะลูกไก่ทองร้านอาหารครอบครัว ร้านอาหารไทย บรรยากาศดี ใน ICONSIAM เพราะนอกจากอาหารจะอร่อยทุกจานแล้ว ในส่วนของราคาถ้าเทียบกับคุณภาพที่แสนจะพรีเมี่ยมก็คือสมราคา รับรองว่าอร่อยฟินกันทั้งบ้าน แบบไม่เสียดายเงินแน่นอนค่ะ อ่านรีวิวเพิ่มเติม :ลูกไก่ทอง ร้านอาหารมิชลินไกด์ รวมความอร่อยหลากสไตล์ อิ่มได้ทั้งครอบครัว พิกัด :https://maps.app.goo.gl/JepB4h4utoB7dqYG8 ที่อยู่ : ICANSIAM ชั้น 6 โซนอลังการ ถนน เจริญนคร แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 10.00 - 22.00 น. ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/Lukkaithong9/ 10. พระยา ไดนิ่ง พระยา ไดนิ่ง ร้านอาหารไทย ตำรับชาววัง บรรยากาศสุดโรแมนติก ! ที่อยู่ในโรงแรมพระยา พาลาซโซ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาค่ะ ขอสปอยล์บรรยากาศก่อนเลยว่าดีต่อใจเหลือเกินแม่ ใครที่กำลังมองหาร้านอาหารอร่อยๆ อาหารไทยสูตรดั้งเดิมแล้ว ยังได้อิ่มใจกับบรรยากาศดีๆ แบบนี้อีกด้วย รับรองว่าฟิน อ่านรีวิวเพิ่มเติม :พระยา ไดนิ่ง ร้านอาหารกรุงเทพ บรรยากาศโรแมนติก ริมแม่น้ำเจ้าพระยา พิกัด :https://maps.app.goo.gl/XGRmd3e7VYmoPHhA7 ที่อยู่ : โรงแรม พระยา พาลาซโซ ซอยสมเด็จพระปิ่นเกล้า 2 เขตบางยี่ขัน กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 11.00 - 22.00 น. ที่จอดรถ : ไม่มี (จอดได้ที่วัดราชาธิวาสวิหาร แล้วเรียกเรือของโรงแรมมารับ) เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/prayapalazzo/ 11. เขียวไข่กา เขียวไข่กา เซ็นทรัลเวิลด์ ร้านอาหารไทยหลากหลายสไตล์ ครบทุกภูมิภาค บอกเลยว่ารสชาติอาหารไทยสี่ภาคของที่นี่ถูกปากคนไทยอย่างทุกคนแน่นอน รวมไปถึงบรรยากาศภายในร้านก็ดีงาม เหมาะแก่การพาครอบครัวมานั่งทานข้าวอีกด้วย รับรองเลยว่าทุกคนได้รูปสวยๆ เอาไว้ลงอวดเพื่อนในโซเชียลแน่นอน ดูรีวิวเต็มๆ ที่ : เขียวไข่กา เซ็นทรัลเวิลด์ ร้านอาหารไทย อร่อยถึงใจ ดีกรีมิชลิน 7 ปีซ้อน พิกัด :https://maps.app.goo.gl/6SWEXEbB1MvT828W6 ที่อยู่ : ชั้น 6 โซน Atrium เซ็นทรัลเวิลด์ ร้านเปิดบริการ : 11.00 - 22.00 น. ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/kiewkaika 12.ราก (RARK Authentic Thai Cuisine) ปิดท้ายกันที่ร้าน ราก (RARK Authentic Thai Cuisine) ร้านอาหารไทยพื้นบ้านที่หาทานยาก แต่คุณภาพและรสชาติระดับพรีเมี่ยม บอกเลยว่าร้านนี้เป็นหนึ่งในร้านอาหารที่ต้องจองก่อนไป เพราะเค้าจำกัดแค่รอบละ 10-12 คนเท่านั้น และจองยากระดับสิบ คิวเต็มเร็วตลอดๆ เพราะการใส่ใจเรื่องวัตถุดิบ และความพิถีพิถันในการปรุงรสชาติ ทำให้ร้านนี้เป็นร้านอาหารไทยที่ไม่ควรพลาดร้านนึงเลยล่ะ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/y1f7vupFq2JmCLJv9 ที่อยู่ : ซอยปรีดีพนมยงค์ 26 พัฒนเวศม์ ซอย 3 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 18.00 - 21.45 น. (หยุดวันจันทร์) ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/RARKAuthenticThaiCuisine บทความที่คุณอาจสนใจ 12 ร้านอาหารครอบครัว 2026 ฟินจุใจ อิ่มอร่อยพร้อมหน้า บรรยากาศดี ในกรุงเทพ 12 คาเฟ่ บรรยากาศดี ฟีลครอบครัว คุณพ่อกดไลค์ คุณแม่กดเลิฟ วันหยุดนี้ต้องแวะ!

ร้านอาหาร ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 บุฟเฟ่ต์ อร่อยได้ ให้รัฐช่วย คนละครึ่ง
อ่าน

ร้านอาหาร ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 บุฟเฟ่ต์ อร่อยได้ ให้รัฐช่วย คนละครึ่ง

สายกินห้ามพลาด! กับโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ที่ช่วยให้อิ่มอร่อยได้ในราคาประหยัด วันนี้ TrueID Food มีลิสต์ ร้านอาหาร บุฟเฟ่ต์ ที่เข้าร่วมโครงการ มาให้เช็กกัน ทั้งร้านดัง ร้านเด็ด อาหารไทย อีสาน ญี่ปุ่น เกาหลีโดยรัฐร่วมจ่ายค่าอาหารสูงสุด 60% และประชาชนจ่ายเพียง 40% จะมีร้านไหนน่าไปลองบ้าง ตามมาดูกันเลย! วิธีใช้จ่าย ไทยช่วยไทยพลัส ร้านอาหาร บุฟเฟ่ต์ ไทยช่วยไทยพลัส กรุงเทพ 1. วา วา ชาบู (Wa Wa Shabu) พิกัด :https://maps.app.goo.gl/pm5sPFW5EjtNRc316 เวลาเปิดบริการ : 11.00 - 21.00 น. เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/WAWASUANMALI/ 2. Rickshaw Shabu Cafe (ริคชา ชาบู คาเฟ่) พิกัด : https://maps.app.goo.gl/7qtLVUD9PSVUzpuNA ร้านเปิดบริการ : 11.00 - 21.00 น. เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/Rickshawshabu/ 3. ย่างเนย พระราม 4 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/v37SV1eFVHLFx1EZ7 ร้านเปิดบริการ : 16.00 - 24.00 น. เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/Yangnoeyrama4 4. Biguri Omakase Buffet พิกัด : https://maps.app.goo.gl/9tPATiu8HYp7Gxj36 ร้านเปิดบริการ : 11.00 - 23.00 น. เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/p/Biguri-Omakase-Buffet-61584238202105 5. Butter X Bigbeef พิกัด : https://maps.app.goo.gl/fNfB4PosfgVj1qwM6 ร้านเปิดบริการ : 15.00 - 23.00 น. เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/Butterxbeef21/ 6. Washi พิกัด : ใช้สิทธิ์ได้ทุกสาขา เช็คสาขาได้ที่แฟนเพจ ร้านเปิดบริการ : 10.00 - 22.00 น. เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/washibuffet/ 7. ติดเกาะทะเลเผา พิกัด : https://maps.app.goo.gl/KJWGpDNTN9vidAzX9 ร้านเปิดบริการ : 11.00 - 23.00 น. เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/tidkohtalaypao/ 8. Moru Sushi พิกัด : https://maps.app.goo.gl/tH5YaNbyZuC5d5S69 ร้านเปิดบริการ : 12.00 - 22.00 น. เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/morusushi 9. ลงหม้อสุกี้ ดอนเมือง พิกัด : https://maps.app.goo.gl/iKEV8CwjUcYjA9k36 ร้านเปิดบริการ : 11.00 - 22.00 น. เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/longmorsukidonmueang/ 11. Oshiki Sushi โอชิกิ ซูชิ ลาดกระบัง พิกัด : https://maps.app.goo.gl/uRQb7WR2Hpsg8Dh97 ร้านเปิดบริการ : 11.30 - 21.00 น. เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/oshikisushi 12. Hana Korean BBQ แบริ่ง-ลาซาล พิกัด : https://maps.app.goo.gl/Bt56miunEMhaPgR26 ร้านเปิดบริการ : 16.00 - 23.30 น. เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/Hanakoreanbbqbearinglasalle/ 13. ไดโนชาบู ท่าข้ามพระราม2 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/kky5AD1qZT28AtXcA ร้านเปิดบริการ : 11.00 - 23.00 น. เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/dinoshabu.rama2/ 14. อิ่มละมุน บุฟเฟ่ต์ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/dZZawdjmRE4t1Tg16 ร้านเปิดบริการ : 16.00 - 01.00 น. เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/p/Imm-Lamoon-Buffet-61586195550087/ 15. อาป๋า ทะเลเผา กิ่งแก้ว สมุทรปราการ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/nATJgCLPx2iodDih8 ร้านเปิดบริการ : 16.00 - 23.00 น. เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/p/อาป๋า-ทะเลเผา-กิ่งแก้ว-สมุทรปราการ-100087925254802/ เช็กร้านอาหารที่เข้าร่วม โครงการไทยช่วยไทยพลัส ทั้งหมดได้ ที่นี่ บทความที่คุณอาจสนใจ วิธีใช้ ไทยช่วยไทยพลัส 2569 เติมเงินเท่าไหร่ ซื้ออะไร คนละครึ่งพลัส บขส. ไทยช่วยไทยพลัส 2569 ขั้นตอนใช้สิทธิ์ ขึ้นรถโดยสารสาธารณะ บขส. ไทยช่วยไทย พลัส รถไฟฟ้า BTS / MRT ขั้นตอนการใช้สิทธิ์ 1 มิ.ย.69 นี้ วิธีลงทะเบียน ไทยช่วยไทยพลัส 2569 คนละครึ่งพลัส แบบเข้าใจง่ายทำได้แน่

NRF ดันอาหารไทย คว้า Thai SELECT ชู Soft Power ในงาน THAIFEX
อ่าน

NRF ดันอาหารไทย คว้า Thai SELECT ชู Soft Power ในงาน THAIFEX

#ทันหุ้น - บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ NRF ผู้นำด้านการผลิต จัดจำหน่าย และส่งออกอาหารเอเชียระดับโลก รวมถึงผู้ให้บริการผลิตสินค้าในรูปแบบ OEM ตอกย้ำศักยภาพแบรนด์อาหารไทยในตลาดสากล หลัง 5 ผลิตภัณฑ์ Classic Thai ภายใต้กลุ่มบริษัท City Food ได้รับการคัดเลือกให้รับตราสัญลักษณ์ “Thai SELECT” จากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ภายในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 โดยนายแดน ปฐมวาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ขึ้นรับมอบประกาศนียบัตร “Thai SELECT Certificate Presentation Ceremony” จากนายสุรินทร สุนทรสนาน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ท่ามกลางผู้ประกอบการและพันธมิตรในอุตสาหกรรมอาหารจากทั่วโลกที่เข้าร่วมงานอย่างคับคั่งการได้รับตรา Thai SELECT ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ NRF และกลุ่มบริษัท City Food ในการยกระดับมาตรฐานอาหารไทยสู่ระดับสากล โดยตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ถือเป็นเครื่องหมายรับรองคุณภาพที่การันตีรสชาติ มาตรฐานการผลิต และอัตลักษณ์ความเป็นไทยของผลิตภัณฑ์อาหารไทย พร้อมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคและคู่ค้าทั่วโลกในโอกาสนี้ ผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้รับการรับรอง Thai SELECT จำนวน 5 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ เครื่องแกงเขียวหวาน เครื่องแกงแดง น้ำจิ้มสะเต๊ะ ซอสศรีราชา และน้ำจิ้มไก่ ซึ่งล้วนผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน พร้อมคงไว้ซึ่งรสชาติอาหารไทยแท้ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความอร่อยแบบไทยสู่ผู้บริโภคในระดับนานาชาติพิธีมอบประกาศนียบัตรดังกล่าวจัดขึ้นภายในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 หนึ่งในเวทีแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่สำคัญที่สุดของเอเชีย โดยได้รับเกียรติจาก นายสุรินทร สุนทรสนาน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ร่วมมอบรางวัล สะท้อนบทบาทของมาตรฐาน Thai SELECT ในการยกระดับและผลักดันอาหารไทยสู่การยอมรับในตลาดโลกตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา NRF เดินหน้าพัฒนาและต่อยอดธุรกิจอาหารไทยและอาหารเอเชียอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และการสร้างแบรนด์ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ในตลาดสากล ครอบคลุมตั้งแต่ซอส เครื่องปรุง อาหารพร้อมรับประทาน ไปจนถึงผลิตภัณฑ์อาหารเอเชียหลากหลายประเภท โดยยึดมั่นในคุณภาพ มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร และความเข้าใจต่อความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละภูมิภาคนอกจากนี้ การเข้าร่วมงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ในปีนี้ ยังถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการขยายโอกาสทางธุรกิจของ NRF ในตลาดต่างประเทศ ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมอาหารต่อกลุ่มผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่าย ผู้ค้าปลีก และพันธมิตรทางธุรกิจจากทั่วโลก โดยภายในบูธของบริษัทได้มีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์เด่นจากกลุ่มบริษัท City Food รวมถึงสินค้าอาหารและเครื่องปรุงรสที่สะท้อนความหลากหลายของอาหารไทยและอาหารเอเชีย เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่ผู้บริโภคและต่อยอดโอกาสทางการค้าในอนาคตนายแดน ปฐมวาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NRF กล่าวว่า “การได้รับตรา Thai SELECT ถือเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการพัฒนาอาหารไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดสากลได้อย่างแข็งแกร่ง พร้อมสร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ไทยในระดับโลก NRF ยังคงเดินหน้าพัฒนาสินค้าและขยายธุรกิจอาหารเอเชียอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมผลักดัน Soft Power ด้านอาหารของประเทศไทยสู่สายตาผู้บริโภคทั่วโลก”ทั้งนี้ NRF ยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดการเติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการสร้างคุณค่าให้แก่ผู้บริโภค พันธมิตรทางธุรกิจ และอุตสาหกรรมอาหารไทย ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพระดับสากล พร้อมขับเคลื่อนอาหารไทยและอาหารเอเชียให้เติบโตในตลาดโลกอย่างต่อเนื่องในอนาคต

Hidden Taste Thailand EP.3 : ดุเดือดอีกขั้น กับโจทย์อาหารไทย 4 ภาค พร้อมแรงกดดันจาก เชฟชื่อดัง
อ่าน

Hidden Taste Thailand EP.3 : ดุเดือดอีกขั้น กับโจทย์อาหารไทย 4 ภาค พร้อมแรงกดดันจาก เชฟชื่อดัง

Hidden Taste Thailand EP.3การแข่งขันเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ สำหรับ Hidden Taste Thailand Presented by Lotuss รายการแข่งทำอาหารที่กำลังสร้างกระแสแรงในตอนนี้ และใน EP.3 นี้ เหล่าผู้เข้าแข่งขัน 40 คน ต้องเผชิญกับบททดสอบสุดหิน ที่จะวัดทั้งฝีมือ ความคิดสร้างสรรค์ และความเข้าใจใน อาหารไทย อย่างแท้จริง Hidden Taste Thailand EP.3 ครั้งนี้ผู้เข้าแข่งขันต้องรังสรรค์เมนูประเภท ต้ม แกง และอาหารเรียกน้ำย่อย พร้อมภารกิจใหญ่ที่ทำเอาหลายคนกดดัน เมื่อพวกเขาถูกแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม เพื่อทำอาหารประจำ 4 ภาคของไทย ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ และภาคอีสาน ซึ่งแต่ละภาคล้วนมีเอกลักษณ์ รสชาติ และเทคนิคเฉพาะตัวที่ไม่ง่ายเลย แต่ความยากยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เพราะมีเพียง 5 จานที่ดีที่สุดของแต่ละภาค เท่านั้นที่จะได้ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป ทำให้ทุกวินาทีในครัวเต็มไปด้วยความตึงเครียด ทั้งเรื่องเวลา รสชาติ และการงัดศักยภาพทั้งหมดที่มีออกมาต่อสู้ และไฮไลต์สำคัญของ EP นี้ คือการปรากฏตัวของ เชฟชุมพล แจ้งไพร เชฟอาหารไทยระดับตำนาน ผู้ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในเชฟไทยที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศ มาร่วมชิมและตัดสินชะตาชีวิตของผู้เข้าแข่งขันด้วยตัวเอง งานนี้ทำเอาหลายคนทั้งตื่นเต้นและกดดัน เพราะทุกคำวิจารณ์จากเชฟชุมพล อาจเปลี่ยนอนาคตในรายการได้ทันที ใครจะสามารถสร้างสรรค์เมนูที่โดดเด่นจนคว้าใจกรรมการ และใครจะต้องยุติเส้นทางไว้เพียงเท่านี้ ต้องติดตาม! ติดตามชมรายการ "Hidden Taste Thailand Presented by Lotuss" จากจอสู่จาน ทุกวันอาทิตย์ เวลา 17.00 น. (เริ่มตอนแรก 10 พ.ค.นี้) ที่ True4U, TrueID และ Youtube ช่อง Lotuss อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : รีวิว Hidden Taste Thailand EP.2 : เตาอย่างเดือด! กรรมการจัดให้ ได้ผู้เข้ารอบแล้ว 40 คน มีเมนูจากจอสู่จาน อร่อยจริง! Hidden Taste Thailand EP.2 ห้ามพลาด ลุ้นตัดสิน 40 คน ใครได้ไปต่อ ใครต้องกลับบ้าน รีวิว Hidden Taste Thailand EP.1 : เปิดครัวอย่างเดือด เลือกเหลือ 40 คน พร้อมส่องเมนูเด็ด จากจอสู่จาน พร้อมเปิดเตา! Hidden Taste Thailand Presented by Lotuss จากจอสู่จาน Food Content ของจริง 10 พ.ค.นี้ ดูฟรีบน TrueID เปิดวาร์ป 2 โฮสต์หลัก "นุ้ย สุจิรา - เชฟนิค ณัฏฐพล" จากรายการ Hidden Taste Thailand เริ่ม 10 พ.ค.นี้ ดูฟรีบน TrueID เปิดวิธีรับชม Hidden Taste Thailand รายการแข่งทำอาหาร ดูได้ที่ไหน ตรงนี้มีคำตอบ Hidden Taste Thailand ปล่อยโปสเตอร์แรก พร้อมคว้า นุ้ย สุจิรา - เชฟนิค ณัฏฐพล นั่งแท่นโฮสต์ Hidden Taste Thailand พร้อมเปิดประสบการณ์ จากจอสู่จาน ครั้งแรกในไทย!

แจก 5 สูตรสามเกลอ เคล็ดลับอาหารไทยสัดส่วนเป๊ะ ทำเมนูไหนก็หอมฟุ้ง
อ่าน

แจก 5 สูตรสามเกลอ เคล็ดลับอาหารไทยสัดส่วนเป๊ะ ทำเมนูไหนก็หอมฟุ้ง

ถ้าพูดถึงหัวใจของอาหารไทยหลายเมนูสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ "สามเกลอ" รากผักชี กระเทียม พริกไทย เครื่องเทศสมุนไพรสามสหายที่ช่วยชูรสและดับคาวได้อย่างดีเยี่ยม วันนี้ TrueID Food จัดเต็ม 5 สูตรสามเกลอ ที่คัดมาแล้วว่าเหมาะกับสารพัดเมนู ไม่ว่าจะผัด ต้ม ตุ๋น หรือหมักเนื้อสัตว์ให้หอมเข้าเนื้อ พร้อมเคล็ดลับการเก็บรักษาให้ใช้ได้นานโดยสัดส่วนนี้สำหรับเนื้อสัตว์ประมาณ 300 - 500 กรัม แจก 5 สูตรสามเกลอ เคล็ดลับอาหารไทยสัดส่วนเป๊ะ ทำเมนูไหนก็หอมฟุ้ง สูตรที่ 1 : สามเกลอสูตรพื้นฐาน สูตรเบสิกที่ทุกบ้านต้องมี รสชาติเป็นกลาง กลิ่นหอมสะอาด ไม่แย่งซีนวัตถุดิบหลัก เหมาะสำหรับ: เมนูผัดทั่วไป, แกงจืด, หมูสับทอด, ไก่กระเทียม ส่วนผสม: กระเทียมไทย 10 กลีบ รากผักชี 3 ราก พริกไทยขาวเม็ด 1 ช้อนชา วิธีทำ: โขลกหรือปั่นให้ละเอียดรวมกัน นำไปผัดกับน้ำมันให้หอมก่อนใส่เนื้อสัตว์ สูตรที่ 2 : สามเกลอสูตรหอมพิเศษ สูตรนี้จะเน้นเพิ่มปริมาณรากผักชีและพริกไทยขาว เพื่อให้ได้น้ำซุปที่หอมกรุ่น โชว์ความเป็นไทยแท้ เหมาะสำหรับ: แกงจืดวุ้นเส้น, ต้มตุ๋นยาจีน, นึ่งมะนาว, น้ำซุปก๋วยเตี๋ยว ส่วนผสม: กระเทียมไทย 8 กลีบ รากผักชี 4 ราก (เน้นรากใหญ่) พริกไทยขาวเม็ด 1 ช้อนชา วิธีทำ: โขลกแบบพอหยาบ หากนำไปทำน้ำซุปให้กรองกากออก หรือใส่ถุงผ้าขาวบางตุ๋น เพื่อให้น้ำซุปใสไม่ขุ่น สูตรที่ 3 : สามเกลอสูตรเผ็ดนวล กลมกล่อม เปลี่ยนจากพริกไทยขาวเป็นพริกไทยดำ เม็ดพริกไทยดำจะให้กลิ่นหอมฉุนลึกและรสชาติที่เผ็ดร้อนเข้มข้นกว่า เหมาะสำหรับ: ผัดฉ่า, ผัดพริกไทยดำ, หมักเนื้อย่าง, หมูย่างเกาหลี ส่วนผสม: กระเทียมไทย 8 กลีบ รากผักชี 3 ราก พริกไทยดำเม็ด 1 ช้อนชา วิธีทำ: โขลกพริกไทยดำให้แตกก่อน แล้วจึงใส่รากผักชีและกระเทียมลงไปโขลกหยาบๆ สูตรที่ 4 : สามเกลอสูตรหมักเนื้อนุ่ม การใส่เกลือลงไปตอนโขลกจะช่วยดึงน้ำและความหวานของสมุนไพรออกมา ทำให้ซึมเข้าเนื้อสัตว์ได้ดีและช่วยให้เนื้อนุ่มขึ้น เหมาะสำหรับ: หมูทอดแดดเดียว, ไก่ทอดหาดใหญ่, หมักหมูกระทะ ส่วนผสม: กระเทียมไทย 10 กลีบ รากผักชี 2 ราก พริกไทยขาวเม็ด 1 ช้อนชา เกลือป่น เล็กน้อย (ประมาณ ช้อนชา) วิธีทำ: โขลกรวมกันจนเนียนเป็นเนื้อเดียว นำไปขยำกับเนื้อสัตว์แล้วหมักทิ้งไว้ 15-30 นาที สูตรที่ 5 : สามเกลอสูตรคลีน สูตรลดสัดส่วนกระเทียมเพื่อลดความฉุน และใช้พริกไทยป่นละเอียดย่อยง่าย เหมาะกับคนควบคุมอาหาร แต่ยังได้กลิ่นอายความอร่อย เหมาะสำหรับ: อาหารคลีน, อกไก่นึ่งสมุนไพร, ผัดผักน้ำ, ต้มจืดเต้าหู้ไข่ ส่วนผสม: กระเทียมไทย 6 กลีบ รากผักชี 3 ราก พริกไทยขาวป่น ช้อนชา วิธีทำ: สับรากผักชีและกระเทียมให้ละเอียด จากนั้นเคล้ากับพริกไทยป่น นำไปปรุงอาหารโดยไม่ต้องใช้น้ำมัน เคล็ดลับการโขลกสามเกลอให้หอมฟุ้ง และวิธีเก็บรักษา เคล็ดลับความหอม: ควรใช้กระเทียมไทยแบบกลีบเล็ก เพราะมีน้ำมันหอมระเหยมากกว่ากระเทียมจีน และควรนำพริกไทยเม็ดไปคั่วในกระทะไฟอ่อนให้หอมก่อนนำมาโขลก จะช่วยเพิ่มความหอม วิธีเก็บรักษาสามเกลอให้อยู่ได้นานเป็นเดือน หากไม่อยากโขลกใหม่ทุกครั้งที่ทำอาหาร คุณสามารถทำทีละเยอะๆ แล้วเก็บด้วยวิธีนี้ แช่เย็นธรรมดา: ตักสามเกลอใส่ขวดโหลแก้ว เทน้ำมันพืชลงไปให้ท่วมเนื้อสามเกลอ ปิดฝาให้สนิท เก็บในตู้เย็นได้นาน 2 สัปดาห์ แช่ช่องฟรีซ (อยู่ได้ 1-3 เดือน): ตักสามเกลอใส่ถาดทำน้ำแข็ง แช่จนเซ็ตตัวเป็นก้อน จากนั้นแกะออกมาใส่ถุงซิปล็อกเก็บในช่องแช่แข็ง เวลาจะใช้ก็หยิบออกมาทีละก้อน สะดวกและประหยัดเวลา สรุปสัดส่วน 5 สูตรสามเกลอ เลือกใช้ให้ถูกเมนู สูตรสามเกลอ รากผักชี กระเทียมไทย พริกไทย เหมาะกับเมนู 1. สูตรมาตรฐาน 3 ราก 10 กลีบ พริกไทยขาว 1 ช้อนชา ผัด แกง ทอด (เมนูพื้นฐาน) 2. สูตรหอมพิเศษ 4 ราก 8 กลีบ พริกไทยขาว 1 ช้อนชา ต้มจืด, เครื่องตุ๋น, พะโล้ 3. สูตรเผ็ดร้อนนวล 3 ราก 8 กลีบ พริกไทยดำ 1 ช้อนชา ผัดฉ่า, หมักเนื้อย่าง, สเต๊ก 4. สูตรหมักเนื้อนุ่ม 2 ราก 10 กลีบ พริกไทยขาว 1 ช้อนชา (+เกลือ) หมูทอด, ไก่ทอด, หมูกระทะ 5. สูตรคลีน/สุขภาพ 3 ราก 6 กลีบ พริกไทยป่น ช้อนชา อกไก่นึ่ง, ผัดน้ำ, อาหารลดน้ำหนัก บทความที่คุณอาจสนใจ แจกสูตรอาหาร 45 เมนูอาหารเย็น อร่อยทำง่าย อิ่มได้ทั้งครอบครัว มื้อเช้าสำคัญ ! แจกสูตร 45 เมนูอาหารเช้า ทำง่ายที่บ้าน อร่อยจัดเต็ม แถมได้ประโยชน์ 20 สูตร ไข่ตุ๋น เนื้อเนียน เด้งๆ ดึ๋งๆ เมนูไข่ ทำง่ายอร่อยมาก 5 เมนูทำง่าย ส่วนผสมแค่ 3 อย่าง วัตถุดิบน้อยแต่อร่อยมาก สไตล์เด็กหอ

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม เดินหน้าโครงการ The Lost Taste สร้างโอกาสร้านอาหารไทยสู่มาตรฐานสากล
อ่าน

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม เดินหน้าโครงการ The Lost Taste สร้างโอกาสร้านอาหารไทยสู่มาตรฐานสากล

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดโครงการยกระดับอาหารไทยพื้นถิ่น สู่อาหารโลก Thai Local Food to World Food ภายใต้แนวคิด The Lost Taste: The Living Heritage มุ่งต่อยอด รสชาติที่หายไป ของอาหารถิ่นไทยให้กลับมามีบทบาทอีกครั้งในระดับประเทศและต่อยอดสู่ระดับสากล โดยมุ่งยกระดับอาหารถิ่นจาก มรดกทางวัฒนธรรม สู่ โอกาสทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการพัฒนาเกณฑ์มาตรฐานที่เอื้อต่อการยกระดับและสร้างความเชื่อมั่นในระดับสากล พร้อมสร้างสรรค์ประสบการณ์อาหารที่เชื่อมโยงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว การขับเคลื่อนกิจกรรมด้านการตลาดและการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ เพื่อผลักดันอาหารไทยสู่เวทีโลกอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนการรวบรวมองค์วามรู้ด้านอาหาร และพัฒนาเป็นฐานข้อมูลดิจิทัล (Digital Asset) เพื่อการต่อยอดในอนาคต จากแนวทางดังกล่าว โครงการจึงมุ่งสู่การยกระดับร้านอาหารไทยผ่านการพัฒนามาตรฐานอย่างเป็นระบบ โดยจัดทำเกณฑ์การประเมินที่ออกแบบและกลั่นกรองโดยผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือและสอดคล้องกับบริบทสากล ควบคู่กับการจัดทำตราสัญลักษณ์ Thailand Best Local Food ในฐานะเครื่องหมายรับรองที่สะท้อนคุณค่า องค์ความรู้ และอัตลักษณ์ของอาหารไทยอันควรค่าแก่การอนุรักษ์และเผยแพร่ในวงกว้าง ตราสัญลักษณ์ดังกล่าวจะมอบให้แก่ร้านอาหารที่มีศักยภาพและผ่านการประเมินตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด เพื่อเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและยกระดับภาพลักษณ์ของร้านอาหารไทยสู่มาตรฐานระดับโลก พร้อมเปิดตัวแคมเปญสำคัญของโครงการ ผ่านกิจกรรมคัดเลือก 5 ร้านอาหารต้นแบบจากทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญของร้านอาหาร ในการได้รับตราสัญลักษณ์ Thailand Best Local Food เพื่อการันตีว่าเป็นร้านอาหารไทยต้นแบบที่มีมาตรฐานเทียบเท่าระดับสากล และมีเมนูที่ควรค่าแก่การรักษาและเผยแพร่สู่สากล พร้อมรับสิทธิประโยชน์ด้านการตลาดมากมาย อาทิ การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อทั้งในและต่างประเทศ การเข้าร่วมแคมเปญสื่อสารและกิจกรรมด้านการตลาดที่ช่วยสร้างการรับรู้และดึงดูดผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง การเข้าร่วมกิจกรรม Special Event และกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อสร้างยอดขายจริง รวมถึงการสนับสนุนงบประมาณด้านการตลาดและการโปรโมตร้าน มูลค่า 150,000 บาท ตลอดจนโอกาสในการต่อยอดธุรกิจร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เช่น สายการบิน โรงแรม รถเช่า OTA และแพลตฟอร์มต่าง ๆ เพื่อสร้างประสบการณ์และโอกาสทางธุรกิจที่เชื่อมโยงสู่ตลาดการท่องเที่ยวในวงกว้าง กรมส่งเสริมวัฒนธรรมจึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการร้านอาหารไทยทั่วประเทศที่ขายเมนู รสชาติที่หายไป (The Lost Taste) หรือสนใจนำเมนูดังกล่าวมาต่อยอด สมัครเข้าร่วมโครงการ เพื่อเป็น 5 ร้านต้นแบบรับตราสัญลักษณ์ Thailand Best Local Food ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญของการยกระดับร้านอาหารสู่การยอมรับในระดับประเทศและสากล พร้อมสร้างคุณค่าใหม่ให้กับอาหารไทยอย่างยั่งยืน โดยสามารถสมัครผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ www.thelosttaste.com/Registerตรวจสอบรายการเมนูได้ที่ www.thelosttaste.comสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:Facebook Page: www.facebook.com/thelosttaste /Facebook Group: อาหารไทยถิ่น THAILAND BEST LOCAL FOODLine OA: @thelosttaste

รวมพริกยอดนิยมในอาหารไทย ชนิดไหนเผ็ดสุดพริกไหนทำแกงอร่อย พริกไหนตำน้ำพริกหอม
อ่าน

รวมพริกยอดนิยมในอาหารไทย ชนิดไหนเผ็ดสุดพริกไหนทำแกงอร่อย พริกไหนตำน้ำพริกหอม

สายแซ่บต้องรู้ เจาะลึกชนิดของพริก ยอดนิยมในอาหารไทยที่ช่วยชูรสชาติให้จัดจ้านถึงเครื่อง ตั้งแต่ พริกขี้หนูสวน ที่ขึ้นชื่อเรื่องกลิ่นหอมแรงและเผ็ดโดด ไปจนถึงพริกกะเหรี่ยง หรือพริกอีป็อป และ พริกจินดา ที่สายผัดกะเพราต้องมีติดครัว แล้วพริกชนิดไหนเผ็ดที่สุด พริกไหนเหมาะสำหรับทำ พริกแกง ให้สีสวย หรือพริกชนิดไหนที่ตำ น้ำพริก แล้วหอมฟุ้ง พร้อมเคล็ดลับการเลือกซื้อพริกอย่างคุ้มค่าและอร่อยแบบมืออาชีพ รวมพริกยอดนิยมในอาหารไทย ชนิดไหนเผ็ดสุดพริกไหนทำแกงอร่อย พริกไหนตำน้ำพริกหอม 1. สายเน้นหอมและเผ็ดโดด พริกขี้หนูสวน แหล่งปลูกคุณภาพ: ย่านหนองแขม-ภาษีเจริญ กรุงเทพฯ และจังหวัดราชบุรี ด้วยสภาพดินที่อุดมสมบูรณ์ทำให้พริกที่นี่มีกลิ่นหอมแรงเป็นเอกลักษณ์ รสชาติเฉพาะตัว: ได้ชื่อว่าเป็นราชาแห่งความหอม แม้เม็ดจะเล็กจิ๋วแต่ให้รสสัมผัสเผ็ดร้อนแรงถึงใจ เมนูแนะนำ: เหมาะสำหรับทำน้ำจิ้มซีฟู้ด พริกน้ำปลาชั้นเลิศ ยำวุ้นเส้น ยำคะน้ากุ้งสด หรือใส่ในต้มยำช่วงสุดท้ายก่อนปิดไฟเพื่อให้กลิ่นหอมฟุ้งกระจาย วิธีเลือกซื้อ: เลือกเม็ดที่ขั้วพริกยังติดอยู่ สีเขียวสด เต่งตึง ไม่เหี่ยว และมีกลิ่นหอมฉุนทันทีที่ดมใกล้ๆ พริกกะเหรี่ยง แหล่งปลูกคุณภาพ: อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี และแถบชายแดน จ.กาญจนบุรี พริกป่าบนดอยสูงจะมีความทนทานและเผ็ดลึกกว่าพริกพื้นราบ รสชาติเฉพาะตัว: ขึ้นชื่อเรื่องความอึดและความเผ็ดที่ยาวนาน เผ็ดนานกว่าพริกชนิดอื่น เมนูแนะนำ: นิยมนำมาตำพริกแกง หรือใส่ในแกงป่า แกงคั่วพริก เมนูผัดเผ็ด ช่วยให้รสชาติเผ็ดร้อนดุดันถึงเครื่อง วิธีเลือกซื้อ: เลือกเม็ดที่มีสีแดงส้มหรือขาวนวล รูปทรงเม็ดป้อมสั้น ผิวมันวาว ขั้วพริกหนาและดูสดใหม่ 2. พริกสารพัดประโยชน์ พริกจินดา แหล่งปลูกคุณภาพ: จ.อุบลราชธานี และ จ.ศรีสะเกษ แหล่งปลูกพริกที่ใหญ่ที่สุดในอีสาน ซึ่งให้พริกที่มีรสเผ็ดจัดและสีแดงสดใส รสชาติเฉพาะตัว: พริกสามัญประจำบ้าน ที่หาซื้อง่ายที่สุด มีทั้งสีแดงและเขียว รสเผ็ดกำลังดี เม็ดเรียวยาวสวย เมนูแนะนำ: พลิกแพลงได้ทุกเมนู ทั้งผัดกะเพรา ส้มตำ หรือเมนูผัดเผ็ดทุกประเภท วิธีเลือกซื้อ: เม็ดต้องเรียวยาวสม่ำเสมอ ผิวตึงเงางาม ขั้วพริกสีเขียวสด ไม่ดำหรือมีรอยเน่า พริกยอดสน แหล่งปลูกคุณภาพ: อ.เมือง จ.ชัยภูมิ แหล่งปลูกพริกยอดสนที่ดีที่สุดในไทย ด้วยลักษณะเนื้อบางจึงตากแห้งได้คุณภาพสูง รสชาติเฉพาะตัว: ให้สีแดงเข้มสวยงามเมื่อเป็นพริกแห้ง และมีรสเผ็ดจัดจ้าน เมนูแนะนำ: นิยมนำมาคั่วทำพริกป่น ทำพริกแกง หรือใส่ในแกงที่ต้องการเน้นสีสันเข้มข้น วิธีเลือกซื้อ (แบบแห้ง): เลือกเม็ดสีแดงเข้มสม่ำเสมอ ไม่มีเชื้อราสีขาวตามขั้ว เมื่อหักต้องมีเสียง เปรี๊ยะ แสดงว่าแห้งสนิท 3. เน้นสีสันและเนื้อสัมผัส พริกชี้ฟ้า แหล่งปลูกคุณภาพ: นครปฐมและราชบุรี เป็นแหล่งผลิตรายใหญ่ที่มีคุณภาพสูง รสชาติเฉพาะตัว: เม็ดใหญ่ ผิวเรียบ เนื้อหนา แต่เผ็ดน้อยมากหน้าที่หลักคือการเพิ่มความสวยงามให้อาหาร เมนูแนะนำ: หั่นเฉียงโรยหน้าพะแนง เมนูผัดผัก ผัดเปรี้ยวหวาน พริกน้ำส้ม เมนูยัดไส้ หรือตำผสมในเครื่องแกงเพื่อให้แกงมีสีแดงสวยโดยไม่เพิ่มความเผ็ดจนเกินไป วิธีเลือกซื้อ: เลือกเม็ดที่อวบ ตรง ผิวเรียบมันวาว ไม่มีรอยแมลงเจาะและสีต้องสดสม่ำเสมอ พริกหนุ่ม แหล่งปลูกคุณภาพ: จ.เชียงใหม่ และ จ.ลำพูน ดินทางเหนือช่วยให้พริกมีเนื้อหนา รสหวาน และเผ็ดน้อยตามสูตรดั้งเดิม รสชาติเฉพาะตัว: เม็ดเรียวยาวสีเขียวอ่อน เนื้อเยอะและนุ่มนวลเมื่อผ่านความร้อน เมนูแนะนำ: ขาดไม่ได้สำหรับน้ำพริกหนุ่ม หรือเมนูพริกหยวกยัดไส้หมูสับทอด วิธีเลือกซื้อ: เลือกเม็ดสีเขียวตองอ่อน ยาวและไม่คดงอ ผิวต้องตึงแน่น ไม่นิ่มเละ 4. กลิ่นเฉพาะตัว พริกเหลือง แหล่งปลูกคุณภาพ: นนทบุรีและนครปฐม เป็นพริกที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ มักปลูกในสวนที่มีระบบการจัดการดี รสชาติเฉพาะตัว: มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เผ็ดมากกว่าพริกชี้ฟ้าแต่ไม่เท่าพริกขี้หนูสวน เมนูแนะนำ: ใช้ทำแกงเหลือง (แกงส้มใต้) น้ำส้มพริกเหลืองสำหรับก๋วยเตี๋ยวเรือราดหน้า ขาหมู เนื้อปูผัดพริกเหลือง กุ้งผัดพริกเหลือง วิธีเลือกซื้อ: เลือกเม็ดสีส้มอมเหลืองสดใสไม่ส้มแก่จนแดง ผิวหนาและตึง ดมแล้วต้องมีกลิ่นหอมนวลเป็นเอกลักษณ์ เคล็ดลับการเลือกพริก หากคุณต้องการพริกที่มีความเผ็ดสูงสุด ให้สังเกตที่ขั้วพริก หากขั้วพริกมีรอยหยักมากและหดตัว มักเป็นพริกที่ผ่านความแล้งมา ซึ่งต้นพริกจะผลิตสารแคปไซซิน (Capsaicin) หรือสารให้ความเผ็ดออกมามากกว่าพริกที่ได้รับน้ำสมบูรณ์ บทความที่คุณอาจสนใจ จัดอันดับ พริกเผ็ดที่สุดในโลก!! พริกสายพันธุ์ไหนเผ็ดร้อนบรรลัยกัลป์ ซอสพริก ตัวเด็ดในตำนาน นอกกระแส รสชาติเผ็ดจี๊ดโดนใจ หั่นพริกแล้วแสบมือ! วิธีลดอาการแสบร้อนจากพริก แสบร้อนผิวหนังหลังโดนพริก เคล็ดลับ วิธีทำให้พริกเผ็ดน้อยลง ไม่กินเผ็ดก็ใส่พริกได้ อร่อยบอกต่อ วิธีคั่วพริก ทำพริกป่น ด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน ทำเองได้ ง่ายนิดเดียว!

ร้านอาหารไทย ทองหล่อ ชวนสัมผัส ข้าวแช่ตำรับทองหล่อ 2026 ชูมาตรฐานฮาลาล 100%
อ่าน

ร้านอาหารไทย ทองหล่อ ชวนสัมผัส ข้าวแช่ตำรับทองหล่อ 2026 ชูมาตรฐานฮาลาล 100%

ร้านอาหารไทย ทองหล่อ ต้นตำรับอาหารไทยชั้นนำที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาลหนึ่งเดียวในพื้นที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์และฤดูร้อนด้วย เทศกาลข้าวแช่ตำรับทองหล่อ 2026 นำเสนอเมนูคลายร้อนแบบประณีตศิลป์ ที่คงหัวใจของอาหารไทยดั้งเดิมไว้อย่างครบถ้วน โดยผ่านกระบวนการปรุงที่ถูกต้องตามหลักฮาลาล (Halal Food) 100% ในทุกขั้นตอน เพื่อให้ลูกค้าทุกกลุ่ม โดยเฉพาะชาวมุสลิม สามารถสัมผัสประสบการณ์ความอร่อยของข้าวแช่ตำรับไทยแท้ได้อย่างมั่นใจและสบายใจที่สุด ไฮไลท์ของข้าวแช่ตำรับทองหล่อในปีนี้ ทางร้านได้คัดสรรข้าวชั้นดีนำมาขัดสีจนขาวสะอาดเมล็ดสวย แช่ในน้ำอบควันเทียน ลอยดอกไม้สดจนหอมฟุ้งอันเป็นเอกลักษณ์ เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงรสเลิศนานาชนิดที่ปรุงจากวัตถุดิบท้องถิ่นคุณภาพสูง เน้นเนื้อวัว ปลา และไก่เป็นหลัก อาทิ ลูกกะปิหอมจากแหล่งผลิตธรรมชาติ, ลูกปลาหวาน และพริกหยวกสอดไส้ นอกจากนี้ ทางร้านยังได้เตรียมชุดของขวัญสุดพิเศษ ปิ่นโตไม้ไผ่ลายพิกุล งานหัตถกรรมที่สะท้อนความประณีตทรงคุณค่า เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเป็นตัวแทนส่งมอบความปรารถนาดีให้แก่ผู้ใหญ่ หรือนำไปเป็นของฝากในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ รายละเอียดราคาและเงื่อนไขการสั่งจอง : ชุดรับประทานที่ร้าน: ราคา 490 บาท / 1 ท่าน (เปิดให้บริการเฉพาะวันที่มีการจัดงานในอิมแพ็ค เวลา 11.00 20.00 น.) ชุดพรีเมียมกิฟท์เซ็ต: ราคา 590 บาท (สำหรับ 1 ท่าน) ชุดพรีเมียมกิฟท์เซ็ตปิ่นโตไม้ไผ่ลายพิกุล: ราคา 1,590 บาท (สำหรับ 2 ท่าน) ระยะเวลาสั่งจองล่วงหน้า: 25 มีนาคม 20 พฤษภาคม 2569 (กรุณาสั่งจองล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน) ระยะเวลาส่งมอบและรับสินค้า: 6 เมษายน 25 พฤษภาคม 2569 เชิญร่วมสัมผัสความเย็นฉ่ำอย่างมั่นใจ และส่งมอบความสุขให้แก่กันได้ที่ ร้านอาหารไทย ทองหล่อ บริเวณล็อบบี้ ชั้น 2 อาคารชาเลนเจอร์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ช่องทางการติดต่อและสำรองที่นั่ง: โทรศัพท์: 02-833-4038, LINE Official: @thonglorcuisine, Facebook/Instagram: Thonglor Cuisine

แม็คโครเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการร้านอาหารไทย เปิดเวทีแห่งโอกาส ผลักดันสู่เวทีระดับประเทศ
อ่าน

แม็คโครเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการร้านอาหารไทย เปิดเวทีแห่งโอกาส ผลักดันสู่เวทีระดับประเทศ

แม็คโครผู้นำธุรกิจค้าส่ง ภายใต้บริษัทซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)ตอกย้ำบทบาทการเป็นพันธมิตรสำคัญของผู้ประกอบการร้านอาหาร ร่วมกับรายการIron Chef Thailandผ่านการสร้างSpecial Episodeภายใต้ชื่อ เชฟกระทะเหล็ก ปะทะ เชฟกระทะเหล็ก ในฐานะผู้สนับสนุนหลัก โดยดำเนินงานผ่านโครงการChefs Club by makroภายใต้แคมเปญ แม็คโครยืนหยัดให้คุณยิ้มได้ สำหรับSpecial Episodeนี้ จัดขึ้นเพื่อเปิดเวทีแห่งโอกาสให้ผู้ประกอบการร้านอาหาร ซึ่งเป็นสมาชิกChefs Club by makroได้รับการเทรน พัฒนา และผลักดันสู่เวทีการแข่งขันระดับประเทศอย่างแท้จริง มุ่งยกระดับศักยภาพร้านอาหารไทย ทั้งด้านมาตรฐาน คุณภาพ และความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งการสนับสนุนในครั้งนี้สะท้อนบทบาทของแม็คโครที่ไม่ได้เป็นเพียงผู้สนับสนุนรายการเท่านั้น แต่ยังเป็น แรงผลักดันเบื้องหลังความสำเร็จ ที่ช่วยเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการก้าวสู่เวทีการแข่งขันระดับมืออาชีพ พร้อมยืนหยัดเคียงข้างร้านอาหารไทยในทุกช่วงของการเติบโตอย่างยั่งยืน สามารถรับชมรายการย้อนหลังได้ทางYoutube : Iron Chef ThailandหรือFacebook page : Chefs Club by makroและผู้สนใจสมัครสมาชิก สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่Facebook page : Chefs Club by makro

บุฟเฟ่ต์อาหารไทยแบบอะลาคาร์ต พร้อมกุ้งแม่น้ำ ห้องอาหาร Bangkok’78 โรงแรมสินธร มิดทาวน์ กรุงเทพฯ วีนแยทท์ คอลเล็คชั่น
อ่าน

บุฟเฟ่ต์อาหารไทยแบบอะลาคาร์ต พร้อมกุ้งแม่น้ำ ห้องอาหาร Bangkok’78 โรงแรมสินธร มิดทาวน์ กรุงเทพฯ วีนแยทท์ คอลเล็คชั่น

พบกับโปรโมชั่นใหม่ที่ Bangkok78 กับประสบการณ์อิ่มอร่อยตลอด 90 นาที กับอาหารไทยอะลาคาร์ตไม่อั้นจากเมนูพิเศษที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ครบครันทั้งอาหารจานหลัก เมนูจานเดียว ซุปรสกลมกล่อม รวมไปถึงเมนูพาสต้า พิซซ่า และของหวานแสนอร่อย เมนูไฮไลต์ถูกจัดหมวดหมู่อย่างหลากหลาย ผสานความโดดเด่นของอาหารท้องถิ่นกับเมนูตะวันตกยอดนิยม หมวดเมนูพิเศษประกอบด้วย ลูกชิ้นกุ้ง เสือร้องไห้ แกงคั่วใบชะพลูกุ้งและปู ส่วนเมนูเรียกน้ำย่อยขอนำเสนอ กุยช่ายทอด ยำส้มโอกุ้งสด ถุงทองไส้ไก่ สำหรับเมนูจานหลักได้แก่ ปลาหมึกผัดผงกะหรี่ หรือผัดไข่เค็ม กุ้งทอดซอสมะขาม ทางด้านเมนูจานเดียว มีข้าวซอยปูนิ่ม ผัดไทยเส้นจันท์กุ้งสด เมูนูต้มและแกง มีต้มยำปลากะพงน้ำใส ต้มยำกุ้ง แกงรัญจวน ปิดท้ายด้วยของหวานอย่างไอศกรีมทรงเครื่อง และกระท้อนหิมะพริกเกลือ ให้ความสดชื่นอย่างลงตัว นอกจากนี้ ยังมีเมนูอาหารตะวันตกที่ช่วยเติมเต็มความหลากหลาย อาทิ Margherita, Hawaiian pizza, Pasta Aglio e Olio, Pasta Carbonara และอีกมากมาย เพิ่มความพิเศษยิ่งขึ้นด้วย กุ้งแม่น้ำย่าง สดใหม่ หอมกรุ่น เสิร์ฟรวมอยู่ในรายการไม่อั้น พร้อมเครื่องดื่มซอฟต์ดริ้งก์แบบเติมได้ไม่จำกัด สมัครสมาชิก IHG One Rewards ฟรี เพื่อรับข้อเสนอราคาพิเศษในราคาเพียง 1,229 บาทสุทธิ (จากราคาปกติ 1,499 บาทสุทธิ) สมัครสมาชิกเพื่อรับสิทธิพิเศษได้ที่ https://bit.ly/ihg-one-rewards-enrollment-2026-bkksn เพลิดเพลินกับความอร่อยได้ตลอดเดือนมีนาคม พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ทุกวันศุกร์ และเสาร์ เวลา 17.30 น. 22.00 น. ที่ ห้องอาหาร Bangkok78 และติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/press-release-ultimate-a-la-carte-TH ติดตามข้อมูลของทางโรงแรมเพิ่มเติมได้ที่Website : https://www.sindhornmidtown.com/thFacebook : sindhornmidtownhotelbangkokInstagram : sindhorn_midtown

ซอสพริกศรีราชาพานิช x The Yard Hostel เชียงใหม่ ชวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสัมผัสเสน่ห์อาหารไทยผ่าน Cooking Class
อ่าน

ซอสพริกศรีราชาพานิช x The Yard Hostel เชียงใหม่ ชวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสัมผัสเสน่ห์อาหารไทยผ่าน Cooking Class

เมื่อเข้าสู่เดือนธันวาคม เมืองเชียงใหม่กลับมาคึกคักอีกครั้งเพราะเป็นไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว นักเดินทางทั่วทุกมุมโลกหลั่งไหลมาสัมผัสอากาศหนาวเย็น ธรรมชาติที่โอบล้อมและวัฒนธรรมพื้นถิ่นภาคเหนือที่สะท้อนตัวตนของเมืองล้านนาได้อย่างลึกซึ้ง ท่ามกลางย่านเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ มีโฮสเทลเล็กๆ ซ่อนอยู่ภายใต้ร่มไม้ใหญ่ The Yard Hostel เชียงใหม่ (เดอะยาร์ด โฮสเทล) บ้านหลังที่สองของผู้คนทั่วโลก ที่ก่อตั้งโดย คุณส้ม(เล็ก) - อติพร สังข์เจริญ และคุณส้ม (ใหญ่) - อมรรัตน์ อมรศิริชัยรัตน์ ที่ตั้งใจสร้างโฮสเทลเป็นเสมือน บ้านญาติ และ Community Space ที่เชื่อมผู้คนทั่วโลกไว้ด้วยกัน ได้พูดคุย แบ่งปันเรื่องราวและมิตรภาพระหว่างกัน The Yard Hostel เริ่มต้นขึ้นย่านอารีย์ในกรุงเทพฯ ก่อนต่อยอดสู่เชียงใหม่ โดยยังคงยึดคอนเซ็ปต์ดั้งเดิมเรื่อง Family - Community Sustainability เอาไว้ครบถ้วน โดยเชียงใหม่ คือ บ้านหลังที่สองที่เราอยากให้ทุกคนพบความสุข และสร้างความหมายของการเดินทางกลับไป เมื่อแบรนด์ซอสพริกอายุกว่า 90 ปี ผูกโยงประสบการณ์อาหารกับการท่องเที่ยว การผสานความร่วมมือระหว่างแบรนด์ซอสพริกศรีราชาพานิช กับธุรกิจท่องเที่ยวอย่างโฮสเทล ถือเป็นก้าวที่น่าสนใจและสะท้อนวิสัยทัศน์ของผู้บริหารแบรนด์ โดย คุณวรัญญา วิญญรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เราอยากให้นักท่องเที่ยวต่างชาติรู้ว่าต้นตำรับซอสพริกศรีราชาเป็นของคนไทยและอยากให้คนไทยภูมิใจไปด้วยกันที่แบรนด์ของเราเริ่มเป็นที่รู้จักในต่างประเทศมากขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป คุณวรัญญา กล่าวต่อว่า แบรนด์อาหารไทย ไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่เฉพาะบนโต๊ะอาหาร แต่สามารถต่อยอดสู่ประสบการณ์การท่องเที่ยวได้อย่างกลมกลืน ด้วยมุมมองนี้ทำให้เราร่วมมือกับ The Yard Hostel จัดกิจกรรม Cooking Class ขึ้นที่สาขาอารีย์เป็นแห่งแรก ก่อนขยายผลสู่เชียงใหม่ในฤดูหนาวนี้ เพื่อถ่ายทอดเอกลักษณ์อาหารไทยให้ชาวต่างชาติสัมผัสด้วยตัวเอง เมนูพิเศษพื้นถิ่นเหนือ ผสานซอสพริกศรีราชาพานิชอย่างลงตัว สำหรับคลาสที่เชียงใหม่ ทีมงานได้ออกแบบเมนูที่มีกลิ่นอายล้านนาอย่างน้ำพริกอ่องผสานซอสพริกศรีราชาพานิชมาสร้างรสชาติที่เข้าถึงง่าย แต่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์แบบไทยแท้ เพิ่มสีสันให้การเรียนทำอาหารสนุกขึ้น และเป็นประสบการณ์ที่สร้างการจดจำที่ดีแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ จากครัวสู่ชุมชน เชื่อมใจต่างชาติและเด็กหลายชาติพันธุ์ อีกหนึ่งความพิเศษ คือ นักท่องเที่ยวต่างชาติที่จบคลาสเรียนทำอาหาร สามารถร่วมเป็นอาสาสมัครทำอาหารกลางวันให้กับน้องๆ โรงเรียนวัดห้วยไร่ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีนักเรียนต่างชาติพันธุ์กว่า 190 คนศึกษาอยู่ร่วมกัน โดยภายในงานนักท่องเที่ยวยังร่วมพิธีเปิดห้องพยาบาล สนามเด็กเล่น และส่งมอบสิ่งของจำเป็นด้านการศึกษาให้กับโรงเรียนอีกด้วย กิจกรรมที่จัดขึ้นครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการเรียนทำอาหารไทย แต่ยังนำความรู้ที่ได้ไปมอบความสุขแก่น้องๆ ผ่านอาหารจานพิเศษเชื่อมใจทั้งคนไทยและต่างชาติเข้าด้วยกัน เราหวังว่าจะสร้างความทรงจำที่ดีแก่ทุกคนที่มาเยือนประเทศไทย คุณวรัญญา กล่าวทิ้งท้าย

กลุ่มธุรกิจอาหาร ไทยเบฟ คว้า 2 รางวัลด้านอาหารจากเวที RED TABLE AWARDS 2025
อ่าน

กลุ่มธุรกิจอาหาร ไทยเบฟ คว้า 2 รางวัลด้านอาหารจากเวที RED TABLE AWARDS 2025

โออิชิ อีทเทอเรียม (OISHI EATERIUM) และ แวนเทจ พอยท์ (VANTAGE POINT) ภายใต้กลุ่มธุรกิจอาหารในเครือไทยเบฟ โดย นายไพศาล อ่าวสถาพร ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารสูงสุด สายธุรกิจอาหาร ประเทศไทย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมงานประกาศรางวัล HUNGRY HUB: RED TABLE AWARDS 2025 พร้อมรับมอบโล่รางวัลจาก นายสุรสิทธิ์ สัจจะเดว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร HUNGRY HUB โดย โออิชิ อีทเทอเรียม ได้รับรางวัลในสาขา BEST CHAIN RESTAURANT AWARDS ขณะที่ แวนเทจ พอยท์ คว้ารางวัล BEST BUFFET RESTAURANT AWARDS ซึ่งทั้งสองรางวัลล้วนสะท้อนถึงความมุ่งมั่น ความคิดสร้างสรรค์ และศักยภาพในการสร้างประสบการณ์การรับประทานอาหารและการบริการอันยอดเยี่ยมแก่ผู้บริโภค สำหรับ โออิชิ อีทเทอเรียม นั้น รางวัล BEST CHAIN RESTAURANT AWARDS ถือเป็นรางวัลสำหรับเครือข่ายร้านอาหารที่สามารถรักษามาตรฐานระดับสูงได้อย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้นับเป็นครั้งแรกที่ โออิชิ อีทเทอเรียม ได้รับรางวัลนี้ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการนำเสนออาหารญี่ปุ่นคุณภาพเยี่ยม ผสานด้วยความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ภายใต้แนวคิด EAT EXPLORE PREMIUM ที่มอบประสบการณ์รับประทานอาหารแบบญี่ปุ่นอย่างลึกซึ้ง พร้อมเปิดเส้นทางแห่งรสชาติที่หลากหลายและน่าประทับใจ ในขณะที่ แวนเทจ พอยท์ ร้านอาหารยุโรปสไตล์โมเดิร์น ที่โดดเด่นด้วยวิวพาโนรามาใจกลางกรุงเทพฯ ก็สามารถคว้ารางวัล BEST BUFFET RESTAURANT AWARDS เป็นครั้งที่ 2 (หลังจากได้รับครั้งแรกในปี 2023) โดยรางวัลนี้มอบให้กับร้านบุฟเฟต์ที่สามารถรักษามาตรฐานสูงสุด พร้อมนำเสนอความหลากหลายของเมนูอาหาร ครบครันทั้ง คาว หวาน และเครื่องดื่มระดับพรีเมียม ภายใต้บรรยากาศที่มีชีวิตชีวา และการบริการที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด สะท้อนถึงการผสานคุณภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และประสบการณ์รับประทานอาหารอย่างไร้ขีดจำกัด ทั้งสองรางวัลนี้นับเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่สะท้อนถึงความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากลูกค้าทุกท่าน ตลอดจนความทุ่มเทของทีมงานในทุกแบรนด์ภายใต้กลุ่มธุรกิจอาหารในเครือไทยเบฟ ซึ่งเราจะยึดมั่นในเป้าหมายเดิม คือ การส่งมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ดีที่สุด ควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านคุณภาพ บริการ และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อให้ทุกมื้ออาหารเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขอย่างแท้จริง นายไพศาลฯ กล่าวแสดงความรู้สึกยินดี รางวัลนี้ยังนับเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงความสำเร็จของกลุ่มธุรกิจอาหารในเครือไทยเบฟ ที่ไม่เพียงแต่ยกระดับมาตรฐานร้านอาหารในประเทศ หากยังมุ่งมั่นพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อเสริมรากฐานให้แข็งแกร่ง และก้าวสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต

บ้านพระยากับบทใหม่แห่งมรดกอาหารไทย
อ่าน

บ้านพระยากับบทใหม่แห่งมรดกอาหารไทย

เรือนไม้เก่าแก่ริมแม่น้ำเจ้าพระยากับประวัติยาวนานกว่าศตวรรษกับการกลับมาของบ้านพระยา ภายใต้การดูแลของเชฟ ป้อม พัชรา พิระภาค เชฟผู้รังสรรค์ประสบการณ์อาหารไทยที่ละเมียดละไม ผสานความงดงามของตำรับโบราณเข้ากับมุมมองร่วมสมัยอย่างประณีต เพื่อเชิดชูเรื่องราวอันทรงคุณค่าของเรือนไทยแห่งประวัติศาสตร์หลังนี้ ห้องอาหารบ้านพระยา ณ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ ฯ กับบทใหม่ ณ บ้านไม้เก่าแก่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่พำนักของพระยามไหสวรรย์ และคุณหญิงเลื่อน มไหสวรรย์ สถานที่ซึ่งเคยเป็นที่ต้อนรับเหล่าชนชั้นสูงและแขกผู้มาเยือนจากต่างแดน เสน่ห์แห่งความอบอุ่น ความเอื้ออาทร และความหลงใหลในศิลปะอาหารไทยของทั้งสองท่าน ได้หล่อหลอมเอกลักษณ์ของบ้านหลังนี้ ส่งต่อความความงดงามของตำนานซึ่งยังคงอบอวลอยู่ในบ้านพระยาจวบจนปัจจุบัน นำทีมโดย เชฟป้อม พัชรา พิระภาค เชฟผู้มีปรัชญาการทำอาหารที่สอดประสานกับจิตวิญญาณของบ้านพระยาดุจเดียวกับคุณหญิงเลื่อนในอดีต เชฟป้อมเป็นที่รู้จักในด้านความประณีตพิถีพิถัน และความเข้าใจรสชาติของอาหารไทย เธอทำหน้าที่เสมือนผู้พิทักษ์วัฒนธรรมการทำอาหารไทย ถ่ายทอดเสน่ห์ของตำรับท้องถิ่นที่เลือนหายไปให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งด้วยมุมมองร่วมสมัย งานครัวของเธอยังคงยึดมั่นในวิถีดั้งเดิม ตั้งแต่การย่างด้วยถ่าน การโขลกเครื่องแกงด้วยครก จนถึงความวิจิตบรรจงของการทำขนมดอกจอก นำเสนอแต่ละจานอาหารด้วยความร่วมสมัยที่งดงาม และละเมียดละไม เชฟป้อมรังสรรค์ทุกเมนูด้วยความสมดุลของรสชาติเป็นแก่นหลัก ใส่ใจรายละเอียดทั้งด้านรูปลักษณ์ กลิ่น รส และความรู้สึกที่ส่งต่อถึงแขก ผ่านเมนูสะท้อนอัตลักษณ์อันยืนยงของอาหารไทย ด้วยกลิ่นและรสชาติของสมุนไพร กับเทคนิคการปรุงที่เป็นเอกลักษณ์ และความประณีตของการเล่นรสเปรี้ยว เค็ม หวานอย่างกลมกล่อม ความมุ่งมั่นของเชฟป้อมในการทำอาหาร เคียงคู่มากับแนวคิดด้านความยั่งยืนที่เธอยึดถือเป็นสำคัญ เชฟป้อมคัดสรรวัตถุดิบจากผู้ผลิตท้องถิ่นที่เชื่อถือได้จากทั่วประเทศไทย ตั้งแต่ดอยในจังหวัดเชียงใหม่ ไปจนถึงฟาร์มชุมชนขนาดเล็กในแต่ละจังหวัด รวมถึงบ้านพระยายังมีสวนออร์แกนิก ที่ปลูกผัก และสมุนไพร ซึ่งเชฟป้อมนำมาใช้ในบางเมนูเพื่อเพิ่มความรสชาติให้แต่ละจาน ตามปรัชญาของเธอเอง หนึ่งในจานซิกเนเจอร์ของเชฟป้อมคือ ต้มข่า จานที่ถูกตีความอย่างประณีต เชฟนำปลาหมึกจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ยัดไส้ด้วยเนื้อมะพร้าวอ่อน ก่อนนำไปย่างด้วยถ่านอ่อน ๆ เสิฟกับซุปต้มข่ากลิ่นหอม ที่แทรกด้วยสมุนไพรจากสวนออร์แกนิกข้างบ้านพระยา อีกหนึ่งเมนูที่ไม่ควรพลาดคือ กุ้งแม่น้ำย่าง กุ้งแม่น้ำจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผ่าครึ่งย่างจนให้รสหวานฉ่ำตามธรรมชาติ เสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มมะขามพริกรสเปรี้ยวกลมกล่อม และซอสมันกุ้งแบบเข้มข้น บ้านพระยาแห่งนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากประวัติของเรือนหลังนี้เอง ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นโรงเรียนสอนทำอาหารแห่งแรกของประเทศไทย จึงได้รับการตีความใหม่ให้เป็นพื้นที่ที่อบอุ่นใกล้ชิดกับงานครัวที่สร้างสรรค์ของเชฟป้อม สร้างความสัมพันธ์ระหว่างครัวของเธอ กับโต๊ะอาหาร ซึ่งเป็นใจหลักสำคัญของประสบการณ์การทานอาหาร ณ บ้านพระยา การตกแต่งด้วยรายละเอียดงานไม้ฉลุลายสุดประณีต องค์ประกอบสถาปัตยกรรมดั้งเดิม อ้างอิงผ่านดอกกล้วยไม้แวนด้า ดอกไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ที่ปรากฏในงานเขียนของพระยามไหสวรรย์เกี่ยวกับศิลปะของพฤกศาสตร์ไทย ช่วยชูมรดกของเรือนไทยหลังนี้ด้วยมุมมองร่วมสมัย ซึ่งส่งถึงแขกตั้งแต่ก้าวแรกที่ก้าวเข้าสู่บ้านพระยา มื้อค่ำโดยเชฟป้อม ณ บ้านพระยา เริ่มต้นที่ชานของบ้าน โดยแขกจะได้รับการต้อนรับด้วย ม้าฮ่อ และ ขนมดอกจอก ม้าฮ่อผสานความเปรี้ยวของสับปะรดที่เชฟตีความออกมาเป็นแผ่นบางๆ เข้ากับไช้โป๊วหวานและถั่วลิสงคั่วเสิฟในหนึ่งคำ ส่วนขนมดอกจอกหอมด้วยกลิ่นจากส้มซ่า จับคู่กับมะขามและพริกเพื่อเพิ่มมิติของความกลมกล่อม หลังจากนั้น ใบเครือหมาน้อยสาหร่ายพวงองุ่น ของว่างชิ้นล้างปากเล็กๆ เสิร์ฟคู่กับคอมบูชาในโซนครัวเปิด ก่อนที่แขกจะถูกเชิญเข้าสู่ที่นั่งเพื่อเริ่มต้นมื้อค่ำ บ้านพระยาต้อนรับแขกด้วยความอบอุ่นที่หล่อหลอมบ้านหลังนี้ไว้ ด้วยการบริการอย่างจริงใจ อาหารไทยที่ประณีต และขนบประเพณี สถานที่แห่งนี้คือพื้นที่ที่มรดกของอาหารไทยได้รับการรักษา งานฝีมือได้รับการยกย่อง และทุกมื้ออาหารเปิดโอกาสให้แขกได้ซึมซับรสชาติและความงดงามของวัฒนธรรมไทยอย่างแท้จริง เวลาทำการ มื้อค่ำ : 18.00 23.00 น. (สั่งอาหารได้ถึง 21.00 น.) วันศุกร์ วันอังคารสำรองที่นั่งหรือติดต่อสอบถาม กรุณาโทร +66(0)-2659-9000 หรืออีเมล mobkk-baanphraya@mohg.com

3 อาหารไทย ติดอันดับ เมนูที่ดีที่สุดในโลก ปี 2025 โดย Tasteatlas
อ่าน

3 อาหารไทย ติดอันดับ เมนูที่ดีที่สุดในโลก ปี 2025 โดย Tasteatlas

เมนูที่ดีที่สุดในโลก ปี 2025 ของ tasteatlas Awards 2025 แน่นอนว่าแกงไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลก! เพราะจากการ ประกาศผล 100 อันดับ Best Dishes in the World มี 3 อาหาร ไทย ติดอันดับ เมนูที่ดีที่สุดในโลก โดยมี พะแนง (อันดับที่ 30) ข้าวซอย (อันดับ 31 ) และ ต้มข่าไก่ (อันดับที่ 44) มาดูกันว่ามีอาหารจากประเทศไหนอีกบ้าง ที่ติดอันดับอื่นๆ เข้ามา จัดอันดับ เมนูที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2025tasteatlas Awards 2025 อันดับ 1 Vori-voriประเทศปารากวัย คะแนน : 4.64 ประเภทอาหาร : Soup ประเทศ : ปารากวัย ร้านอาหารแนะนำ : a Eustaquia, Bolsi, Lido Bar (Asuncin) อันดับ 2 Pizza Napoletanaประเทศอิตาลี คะแนน : 4.58 ประเภทอาหาร : Pizza ประเทศ : อิตาลี ร้านอาหารแนะนำ : L'Antica Pizzeria da Michele, Antica Pizzeria e Friggitoria Di Matteo, Gino e Toto Sorbillo (Naples) อันดับ 3 Tajarin al tartufo bianco d'Albaประเทศอิตาลี คะแนน : 4.52 ประเภทอาหาร : Pasta ประเทศ : อิตาลี ร้านอาหารแนะนำ : Osteria del Boccondivino (Bra), Bovio (La Morra), Osteria del Vicoletto (Alba) อันดับ 4 Sate kambingประเทศอินโดนีเซีย คะแนน : 4.52 ประเภทอาหาร : Street Food ประเทศ : อิตาลี ร้านอาหารแนะนำ : Sate Gule Kambing 29 - Gereja Blenduk (Semarang), Sate Ayam dan Kambing RSPP H. Romli (South Jakarta), Sate Kambing Bang Elyas (Malang) อันดับ 5 Cağ kebabıประเทศตุรกี คะแนน : 4.51 ประเภทอาหาร : Lamb Dish ประเทศ : ตุรกี ร้านอาหารแนะนำ : Şehzade Cağ Kebap (Fatih), Gel Gr Cağ Kebap (Erzurum), Yaşar Usta Cağ Kebap Salonu (Maltepe) อันดับ 6 : Kontosouvli ประเทศกรีซ อันดับ 7 : Arroz tapado ประเทศเปรู อันดับ 8 : Komplet lepinja ประเทศเซอร์เบีย อันดับ 9 : Quesabirria (Birria tacos) ประเทศเม็กซิโก อันดับ 10 : Pappardelle al cinghiale ประเทศอิตาลี อันดับ 11 : Central Texas-Style Barbecue ประเทศสหรัฐอเมริกา อันดับ 12 : Bath kulu badhu (Sri Lankan rice and curry) ประเทศศรีลังกา อันดับ 13 : Seco de cabrito ประเทศเปรู อันดับ 14 : Beyran orbası ประเทศตุรกี อันดับ 15 : Picanha ประเทศบราซิล อันดับ 16 : Siu mei ประเทศจีน อันดับ 17 : Amritsari kulcha ประเทศอินเดีย อันดับ 18 : Bistecca alla Fiorentina ประเทศอิตาลี อันดับ 19 : Pollo a la brasa (Peruvian roast chicken) ประเทศเปรู อันดับ 20 : Empanadas Tucumanas ประเทศอาร์เจนตินา อันดับ 21 : Leito da bairrada ประเทศโปรตุเกส อันดับ 22 : Yokohama-Style Ramen ประเทศญี่ปุ่น อันดับ 23 : Cochinita pibil ประเทศเม็กซิโก อันดับ 24 : Maguro nigiri sushi ประเทศญี่ปุ่น อันดับ 25 : Padakia ประเทศกรีซ อันดับ 26 : Beyti kebab ประเทศตุรกี อันดับ 27 : Tibs ประเทศเอธิโอเปีย อันดับ 28 : Cordero al palo ประเทศชิลี อันดับ 29 : Soto Betawi ประเทศอินโดนีเซีย อันดับ 30 Phanaeng Curryแกงพะแนง ประเทศไทย คะแนน : 4.41 ประเภทอาหาร : Stew ประเทศ : ไทย ร้านอาหารแนะนำ : May Veggie Home, Cabbages and Condoms Restaurant (Bangkok), Baan Rim Pa Patong (Phuket) อันดับ 31 Khao soiข้าวซอย ประเทศไทย คะแนน : 4.41 ประเภทอาหาร : Noodle Dish ประเทศ : ไทย ร้านอาหารแนะนำ : Hinlay Curry House, Khao Soi Islam, Khao Soi Khun Yai (Chiang Mai) อันดับ 44 Tom kha gaiต้มข่าไก่ ประเทศไทย คะแนน : 4.38 ประเภทอาหาร : Chicken Soup ประเทศ : ไทย ร้านอาหารแนะนำ : Whole Earth (Chiang Mai), Thanying (Bangkok), We's Restaurant (Chiang Mai) ดูลิสต์ 100 อันดับเมนูที่ดีที่สุดในโลก ปี 2025 ได้ที่ : https://www.tasteatlas.com/best/dishes ขอบคุณข้อมูลจาก :www.tasteatlas.com บทความที่คุณอาจสนใจ 10 อันดับ อาหารที่แพงที่สุดในโลก อัปเดตใหม่ อยากลิ้นเคลือบทองต้องลอง! ชาเย็น ชาไทย ได้ อันดับ 7 เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ อร่อยที่สุดในโลก! 10 เมนูเด็ด อาหารอาเซียน ของอร่อยประเทศเพื่อนบ้านที่ต้องลอง

พอร์ช-แอนนี่-พี นำทีมเปิดตัวหนัง “สำรับ สลับศตวรรษ My Century” ถ่ายทอดเสน่ห์อาหารไทยสู่สากล
อ่าน

พอร์ช-แอนนี่-พี นำทีมเปิดตัวหนัง “สำรับ สลับศตวรรษ My Century” ถ่ายทอดเสน่ห์อาหารไทยสู่สากล

กระทรวงอุตสาหกรรม โดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) เปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง สำรับสลับศตวรรษMy Centuryซึ่งเป็นการบูรณาการอุตสาหกรรมอาหาร เข้ากับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ เพื่อถ่ายทอดอัตลักษณ์ ความงดงาม และเรื่องราวของอาหารไทยผ่านพลังสร้างสรรค์ในรูปแบบสื่อร่วมสมัย โดยเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพของประชาชนทุกครอบครัว ให้สามารถนำทุนทางวัฒนธรรมที่มีอยู่มาต่อยอดเป็นอาชีพและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งขยายโอกาสไปสู่การพัฒนาในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม มอบหมายให้ นางสาวพลอยลภัสร์สิงห์โตทองที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดตัวภาพยนตร์ เรื่อง สำรับสลับศตวรรษMy Centuryโดยนางสาวพลอยลภัสร์ กล่าวว่า อุตสาหกรรมอาหารถือเป็นหนึ่งในสาขาอุตสาหกรรมที่สำคัญของคนไทย และเป็นอุตสาหกรรมที่สะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์ที่ทรงพลังที่สุดเพราะอาหารเปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของวัฒนธรรม วิถีชีวิต ที่บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ที่โดดเด่น ถ่ายทอดออกมาในรูปแบบเมนูอาหารและการจัดวางที่สะท้อนถึงเสน่ห์ของความเป็นไทย กระทรวงอุตสาหกรรม จึงเล็งเห็นความสำคัญในการส่งเสริมอุตสาหกรรมอาหารให้เติบโตและต่อยอด ผ่านการพัฒนาทักษะ ยกระดับมาตรฐานอาหารไทย ควบคู่ไปกับการใช้วัตถุดิบและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ พร้อมถ่ายทอดผ่านเรื่องราวการดำรงชีวิตของคนไทยซึ่งนับว่าเป็นส่วนสำคัญในการเผยแพร่เอกลักษณ์ของอาหารและความเป็นไทย ไปสู่ระดับสากล ผ่านการถ่ายทอดเรื่องราวโดยใช้อุตสาหกรรมภาพยนตร์เข้ามาเป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวงอุตสาหกรรม ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมหรือ ดีพร้อม(DIPROM)เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนให้เกิดการสร้างทักษะที่สำคัญเพื่อนำมาต่อยอดให้เกิดอาชีพสามารถสร้างรายได้ให้พื้นที่ทำให้เกิดความแข็งแรงของชุมชน นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าวถึงการเล่าเรื่องอาหารไทยผ่านภาพยนตร์ จะช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจได้ ทำให้ผู้ชมทั่วโลกมีความรู้สึกกับอาหารไทยได้มากกว่าการโปรโมททั่วไป ผู้ชมอยากลองอยากค้นหา หรืออยากตามรอย จนนำไปสู่การใช้จ่ายจริง ธุรกิจอย่างร้านอาหาร วัตถุดิบไทย สินค้าอาหารและคอนเทนต์ต่อยอดต่างๆก็สามารถใช้กระแสจากภาพยนตร์ไปขยายตลาดได้ทันที นอกจากนี้ ยังทำให้อาหารไทยมีพื้นที่ในตลาดใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้น ทั้งด้านภาพลักษณ์ของประเทศและโอกาสทางเศรษฐกิจในระยะยาว นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมกล่าวเพิ่มเติมว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม(DIPROM)มีการสร้างและพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารไทย ผ่าน 3 กลไกสำคัญ คือ การสร้างสรรค์และต่อยอดด้วยความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม การโน้มน้าวเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและการยอมรับ และการเผยแพร่เรื่องราวต่าง ๆ สู่สาธารณะในวงกว้าง ปัจจุบันดีพร้อมได้ดำเนินการพัฒนาเชฟ ซึ่งเปรียบเสมือนทูตวัฒนธรรมในการถ่ายทอดเสน่ห์ของอาหารไทย ผ่านเมนูที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นผสมผสานกับเทคนิคการทำอาหาร เพื่อสร้างสรรค์เมนูใหม่ที่หลอมรวม วัฒนธรรมอันหลากหลายให้เป็นหนึ่งเดียว อีกทั้งยังสร้างและพัฒนาร้านอาหาร ซึ่งเป็นเวทีแห่งการพบปะ และสื่อสารผ่านอาหารแต่ละจานที่ปรุงขึ้นอย่างพิถีพิถัน เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ไทยในทุกมิติ ตั้งแต่รสชาติที่คุ้นเคยความสวยงามของการจัดวางไปจนถึงเรื่องราวและวัฒนธรรมที่ซ่อนอยู่ในทุกเมนู ตลอดจนการพัฒนาเมนูและผลิตภัณฑ์อาหารไทยและเครื่องดื่ม จากรากฐานท้องถิ่นสู่มาตรฐานสากล โน้มน้าวให้เกิดการนำองค์ความรู้ต่างๆมาต่อยอดให้เป็นผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มแบบร่วมสมัย และนำมาเผยแพร่เรื่องราว อัตลักษณ์ วัฒนธรรม และเสน่ห์ของความเป็นไทย ที่ไม่มีใครเลียนแบบได้ ให้ออกไปสู่สายตาผู้บริโภคในระดับสากล นางสาวณัฏฐิญา กล่าวต่อว่าภาพยนตร์เรื่อง สำรับสลับศตวรรษMy Centuryถูกสร้างขึ้นจากแรงบันดาลใจที่อยากจะนำเสนอ "สำรับไทย" ซึ่งเป็นมากกว่าอาหาร แต่เป็นสัญลักษณ์ของความผูกพัน การส่งต่อ และการปรับตัวของวัฒนธรรม และการคงอยู่ของอัตลักษณ์ไทย ผ่านมุมมองที่สนุกสนาน น่าตื่นเต้น และเชื่อมโยงรากเหง้าทางวัฒนธรรมเข้ากับยุคสมัยในปัจจุบัน โดยใช้การถ่ายทอดเรื่องราวของอาหารไทยผ่านมิติของเรื่องเล่า ความทรงจำ และคุณค่าทางวัฒนธรรมที่อยู่เบื้องหลังของเมนูอาหาร ซึ่งล้วนเป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่ควรค่าแก่การส่งต่อให้แก่คนรุ่นใหม่ได้รับรู้และภาคภูมิใจ เพื่อร่วมกันสร้างThailand as Brandให้เติบโตไปสู่ระดับสากลอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถรับชมภาพยนตร์เรื่อง สำรับสลับศตวรรษ My Century ได้แล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ สุขุมวิท ระหว่างวันที่ 28 - 30 พฤศจิกายน 2568 และสามารถติดตามผ่านช่องทางดิจิทัลหรือแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ อาทิ YouTube Facebook TikTok รวมทั้งแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอื่นๆ ซึ่งคาดว่าสามารถสร้างให้เกิดการรับรู้ผ่านการรับชมไม่น้อยกว่า 300,000 ครั้งและสร้างให้เกิดการมีส่วนร่วมของผู้ชมไม่น้อยกว่า 500 ครั้ง ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมและเผยแพร่ความเป็นเอกลักษณ์ของอาหารไทยในระดับประเทศ และทำให้สังคมไทยได้ตระหนักถึงคุณค่าของอาหารไทยและสามารถส่งเสริมให้เป็นที่รู้จักในระดับสากลได้ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

ซอสภูเขาทอง หนุน SME ร้านอาหารไทย ปล่อยโปรลดเกือบ 40% ในงาน สุดยอดแชมป์ข้าวแกงไทยสู่สากล
อ่าน

ซอสภูเขาทอง หนุน SME ร้านอาหารไทย ปล่อยโปรลดเกือบ 40% ในงาน สุดยอดแชมป์ข้าวแกงไทยสู่สากล

ซอสภูเขาทอง ขอเป็นหนึ่งพลังสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ร้านอาหารข้าวแกงไทย พร้อมช่วยแบ่งเบาค่าครองชีพประชาชน จัดโปรโมชั่นเซ็ตพิเศษลดราคาสินค้าครั้งใหญ่ พร้อมของแถมสุดคุ้มในงาน สุดยอดแชมป์ข้าวแกงไทยสู่สากล (Khao Gaeng Thai Curry Rice Championship 2025) จัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับสมาคมภัตตาคารไทยและพันธมิตร แบรนด์ชั้นนำ ห้ามพลาด! เพียง 3 วันเท่านั้น ระหว่างวันที่ 17-19 ตุลาคม 2568 นี้ ณ อาคาร Phenix ประตูน้ำ คุณวรัญญา วิญญรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ช่วงไตรมาสสุดท้ายปีนี้ เราเห็นความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชนและประชาชน ในการร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้กลับมาฟื้นตัว โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหารไทยที่เป็นด่านสำคัญในการสร้างรายได้และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจในชุมชน แม้ว่าจะต้องเผชิญความท้าทายจากปัจจัยหลายด้าน แต่เชื่อมั่นว่าด้วยนโยบายภาครัฐและศักยภาพของผู้ประกอบการไทยจะสามารถพลิกฟื้นและสร้างโอกาสการเติบโตอย่างยั่งยืน ซอสภูเขาทองมีความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมเป็นพลังสนับสนุนโครงการนี้ เรามองว่าพ่อครัวแม่ครัวไทย คือ Soft Power สำคัญของประเทศ เพราะอาหารไทยเต็มไปด้วยเสน่ห์และอัตลักษณ์ที่ไม่เพียงสร้างรายได้ แต่ยังเป็นเครื่องมือดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้มาเยือนประเทศไทย เราหวังว่าการจัดเซ็ตสินค้าราคาพิเศษจะช่วยลดต้นทุนธุรกิจร้านอาหารและลดค่าครองชีพประชาชนได้อีกทางหนึ่ง คุณวรัญญา กล่าว สำหรับโปรโมชั่นพิเศษในงาน ได้แก่ เช็ตครบรสคู่ครัวไทย 99 บาท จากราคาปกติ 170 บาท ภายในเซ็ต ประกอบด้วย ซอสปรุงรสฝาเขียว ขนาด 600ml ซอสปรุงรสอาหารลุงหนวดฝาส้ม ขนาด 700ml ซอสหอยนางรม ขนาด 660g ซอสพริกเผ็ดน้อย ขนาด 680g และน้ำส้มสายชูกลั่น 5% ขนาด 200ml พร้อมรับฟรี! กล่องบรรจุไข่ (ขนาด 15 ฟอง) หรือ ชามเมลามีน (อย่างใดอย่างหนึ่ง) (สินค้าแถมมีจำนวนจำกัดหรือ จนกว่าสินค้าจะหมด) ขอเชิญผู้ประกอบการร้านอาหารและผู้บริโภคเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ซอสภูเขาทองที่ยกทัพสินค้าลดราคาพิเศษสุดแห่งปี ภายในงาน สุดยอดแชมป์ข้าวแกงไทยสู่สากล วันที่ 17-19 ตุลาคม 2568 นี้ ณ อาคาร Phenix ประตูน้ำ หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่เฟสบุ๊คเพจ สมาคมภัตตาคารไทย หรือ เฟสบุ๊คเพจ Khao Gaeng Thai Curry Rice Championship

N-Infinite เผยกลยุทธ์ "เติบโตอย่างมีกำไร" หนุนร้านอาหารไทย พร้อมตั้งเป้ายอดขายเดลิเวอรี 1,000 ล้านบาทภายในปี 2568
อ่าน

N-Infinite เผยกลยุทธ์ "เติบโตอย่างมีกำไร" หนุนร้านอาหารไทย พร้อมตั้งเป้ายอดขายเดลิเวอรี 1,000 ล้านบาทภายในปี 2568

ในภาวะที่ตลาดธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มไทย มีการแข่งขันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง N-Infinite ฟู้ดเทคสตาร์ทอัพ ที่ก่อตั้งโดยคุณอเล็กซานเดอร์ เฟลเด้ ผู้ร่วมก่อตั้ง foodpanda กำลังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการนำเสนอแนวคิด เติบโตอย่างมีกำไร แก่ผู้ประกอบการร้านอาหาร โดยเน้นการใช้เทคโนโลยี AI และข้อมูลเชิงลึก เพื่อเพิ่มยอดขายและประสิทธิภาพการทำกำไรบนแพลตฟอร์มเดลิเวอรีชั้นนำ ซึ่งส่งผลต่อการเพิ่มยอดขาย GrabFood ให้พาร์ทเนอร์ชั้นนำกว่า 200% การมองเห็นแบรนด์บนแอปเดลิเวอรีที่พุ่งสูงขึ้นถึง 3 เท่า และอัตรากำไรที่เพิ่มขึ้นถึง 100% N-Infinite ก่อตั้งขึ้นในปี 2566 โดยมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการ เสริมพลังให้ร้านอาหารไทยด้วยเทคโนโลยี ข้อมูลเชิงลึก และผลลัพธ์ที่จับต้องได้ จากประสบการณ์อันยาวนานในธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรีของคุณอเล็กซานเดอร์ เฟลเด้ ทำให้เขามองเห็นช่องว่างในตลาดที่ร้านอาหารจำนวนมากยังขาดเครื่องมือและกลยุทธ์ดิจิทัลในการแข่งขันและเติบโตอย่างยั่งยืน เมืองไทยเต็มไปด้วยอาหารอร่อยและเจ้าของร้านที่มีฝีมือ แต่เป็นตลาดที่แข่งขันกันดุเดือด เจ้าของร้านจำนวนมากยังขาดความรู้และเครื่องมือดิจิทัลในการเติบโตออนไลน์อย่างมีกำไร คุณอเล็กซานเดอร์ เฟลเด้, ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ ของ N-Infinite กล่าว ผมจึงอยากช่วยให้ร้านอาหารเติบโตได้ โดยไม่ต้องลงทุนมากหรือมีทีมใหญ่ เป้าหมายของเราคือทำให้การเติบโตอย่างมีกำไรเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้สำหรับร้านอาหารทุกขนาด ไม่ใช่แค่เชนร้านอาหารรายใหญ่ ด้วยเทคโนโลยีที่ใช้งานง่ายและตอบโจทย์การใช้งานจริงในธุรกิจ กลยุทธ์และเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนผลกำไร N-Infinite มีความแตกต่างจากบริษัทเทคโนโลยีทั่วไปด้วยการมุ่งเน้นการพัฒนาเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งรวมถึงกลยุทธ์เฉพาะในการจัดการโฆษณา แคมเปญ โปรโมชัน และราคาบนแอปเดลิเวอรี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณโฆษณาและสร้างผลตอบแทนสูงสุด นอกจากนี้ยังใช้เทคนิคพิเศษ ในการปรับแต่งเมนูเพื่อเพิ่มอัตราการสั่งซื้อ โดยวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อแนะนำการจัดเรียงเมนู รูปภาพ และคำบรรยายที่ดึงดูดลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการสร้างสรรค์เนื้อหาและภาพถ่ายที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นการสั่งซื้อและยอดขายอย่างชัดเจน ที่สำคัญ N-Infinite ยังมี Dashboard แบบครบวงจรสำหรับติดตามยอดขายเดลิเวอรีและวัดผลกำไร รวมถึงมอบข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์เพื่อการตัดสินใจทางธุรกิจที่แม่นยำ เป้าหมายเชิงรุกและการสร้างการเติบโตที่วัดผลได้ การทำงานร่วมกับ N-Infinite ได้แสดงผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมสำหรับพันธมิตรร้านอาหารหลายแห่ง โดยนอกจากจะสามารถเพิ่มยอดขายให้กับพาร์ทเนอร์ชั้นนำบน GrabFood ได้กว่า 200% การมองเห็นแบรนด์บนแอปเดลิเวอรีพุ่งสูงขึ้นถึง 3 เท่า ยังช่วยให้อัตราการสั่งซื้อเพิ่มขึ้นสูงสุด 2.5 เท่า หลังจากปรับเมนูและอันดับแสดงผลข้อมูล นอกจากนี้ อัตรากำไรยังเพิ่มขึ้นถึง 100% จากกลยุทธ์แคมเปญที่ชาญฉลาดและการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก ส่งผลให้ส่วนแบ่งการตลาดในหมวดหมู่ของร้านเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 50% ปัจจุบัน N-Infinite ได้ร่วมมือกับร้านอาหารพันธมิตรกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ และมีเป้าหมายในการผลักดันยอดขายจากบริการจัดส่งอาหารถึง 1,000 ล้านบาทภายในปี 2568 "เราไม่ได้เน้นแค่เพียง Dashboard ที่สวยงาม แต่เรามุ่งช่วยให้ร้านอาหารสามารถสร้างการตัดสินใจที่ถูกต้อง และเห็นผลจริง" คุณอเล็กซานเดอร์ กล่าวย้ำถึงแนวทางการทำงานที่เน้นผลลัพธ์ โดยเป้าหมาย 1,000 ล้านบาทนี้ ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่เป็นภาพสะท้อนของการเติบโตอย่างยั่งยืน ศักยภาพของตลาดเดลิเวอรีในประเทศไทย และความเชื่อมั่นที่ N-Infinite มีต่อพันธมิตรทุกรายที่เติบโตไปพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารขนาดเล็ก หรือแบรนด์ที่มีหลายสาขา N-Infinite พร้อมเป็นส่วนช่วยในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ N-Infinite ได้ที่ https://www.n-infinite.com/ หรือติดต่อผ่าน LINE Official: @N-Infinite

รีวิว แกงสด ร้านอาหาร One Bangkok แกงไทยตำสด อาหารไทย อร่อยถึงเครื่อง
อ่าน

รีวิว แกงสด ร้านอาหาร One Bangkok แกงไทยตำสด อาหารไทย อร่อยถึงเครื่อง

โขลกเครื่องแกงสดๆ พริกแกงตำสดสมชื่อ แกงสด วันนี้เราจะขอมา รีวิว แกงสด ร้านอาหาร One Bangkokอีกหนึ่งร้านไทยในจักรวาลของ เชฟต้น - ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร เชฟเจ้าของร้านมิชลินสตาร์อย่างร้าน Le Du และ นุสรา ที่ตอนนี้เค้าได้แตกไลน์ร้านอาหารไทยที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ โดยจุดเด่นของร้านนี้คือ แกงไทยตำสด โดยทางร้านจะใช้เครื่องแกงที่ตำสดวันต่อวันเท่านั้น ตำเครื่องแกงกันให้เห็นแบบสดๆ ที่หน้าร้านเลย พร้อมเมนูอาหารไทยหาทานยากหลากหลายเมนู ที่บอกเลยว่าคออาหารไทยห้ามพลาด ร้านอาหารใกล้ฉัน แกงสด One Bangkok สำหรับร้าน แกงสด เป็นร้านอาหารไทยที่ยกระดับแกงไทย โดยทางร้านจะมีคอนเซ็ปต์ของเมนูคือการทำแกงไทยตำสดให้ทุกคนสามารถทานได้ โดยไม่จำเป็นต้องไปที่ร้าน Fine Dining หรือร้านมิชลินสตาร์ เท่านั้น ซึ่งแต่ละเมนูที่ได้ชิมบอกเลยว่าเราจะสามารถสัมผัสได้ถึงความพิถีพิถันในการปรุง อาหารของที่ร้านรสชาติอร่อย จัดจ้าน และถึงเครื่อง กลิ่นของสมุนไพรมาชัด ความหอมของเครื่องแกงจะเป็นความรู้สึกที่หาได้ยากในยุคนี้ รีวิว แกงสด One Bangkok เมนู เริ่มด้วยเมนูออเดิร์ฟอย่าง พล่าอกเป็ดรมควันกับมะเขือเหลืองหอมเผา เนื้ออกเป็ดนุ่มๆ หอมกลิ่นรมควัน ทานพร้อมน้ำพล่ารสเปรี้ยวหวานเผ็ดนิดๆ คือเลิศ เรียกน้ำย่อยได้ดีมากๆ และยังมี ปั้นสิบปลาช่อน และ ทองม้วนกรอบกระฉีกปู ที่เค้านึ่งสดๆ ม้วนสดๆ กันที่หน้าร้าน รสชาติที่ได้คือเข้มข้นจริงๆ ทานเข้าไปคือบอกเลยว่าต้องว้าว ต่อเนื่องความฟินกันด้วยเมนู แกงมัสมั่นเนื้อ แกงมัสมั่นที่มาแบบน้ำขลุกขลิก รสชาติเข้มข้น หวาน เค็ม เผ็ดร้อนมาครบ หอมกลิ่นเครื่องแกง ตัวเนื้อคือนุ่ม มันฝรั่งสุกกำลังดี ทานพร้อมข้าวสวยร้อนๆ คือดีมาก ทางร้านจะมีข้าวให้เลือกด้วยกัน 3 แบบ คือ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ข้าวกล้อง กข43 และ ข้าวสังข์หยดพัทลุง ทานแกงไทย จะเข้ากับอะไรได้ดีไปกว่า ไข่เจียว เราขอแนะนำให้สั่ง Signature Menu ที่ห้ามพลาดคือ ไข่เจียวหม้อปู ฟูลาวา ไข่เจียวทอดมาแบบฟูๆ สีเหลืองด้านนอกกรอบ ด้านในจะเป็นไข่เป็ดลาวาไหลเยิ้ม พร้อมเนื้อปูแบบจุกๆ ที่ร้านจะเสิร์ฟเมนูนี้พร้อมซอสพริกศรีราชารางวัลเหรียญทอง เจ้าแรกของประเทศไทย ที่มีให้เลือกทั้งแบบเผ็ดน้อยและเผ็ดมาก รสชาติออกเปรี้ยวหวาน เข้ากันกับไข่เจียวสุดๆ เมนูต่อมา ฉู่ฉี่ปลาทูแม่กลอง ปลาทูสดตัวใหญ่เลาะก้างให้แล้ว เนื้อสดเด้งไม่คาวเลย ราดด้วยพริกแกงแดงขลุกขลิกกะทิแตกมัน รสชาติกลมกล่อม ทานเพลินสุดๆ ตามมาด้วย เขียวหวานปลาหมึกผัดแห้งไข่แดงเค็ม เครื่องแกงเขียวหวานหอมเตะจมูก ปลาหมึกเนื้อเด้ง ผัดมาได้รสอร่อยนัวๆ เข้มข้นถึงใจ ต่อด้วยเมนู ปลาร้าผัดทรงเครื่อง ตำรับสายเยาวภา บอกเลยว่าเป็นเครื่องจิ้มที่เค้าให้ผักมาแบบใหม่แบบสับ เป็นผักที่หาทานยาก เช่น ใบกระเจี๊ยบ ดอกกระเจียว แต่พอทานด้วยกันก็คือเลิศ อีกหนึ่งเมนูที่หาทานยาก คือ แกงหมูส้ม ตำรับหม่อมหญิงสุภา เมนูนี้จะเป็นแกงใส ที่มีเครื่องแกงรสชาติเปรี้ยวเค็มเผ็ด หอมกลิ่นเครื่องแกงแบบมีเอกลักษณ์ เสิร์ฟพร้อมกุ้งแม่น้ำตัวโตเนื้อสดเด้ง และหมูสามชั้นนุ่มๆ ต่อด้วยเมนูสุดท้ายที่คนรักความฉ่ำห้ามพลาด กับเมนู หมูฮ้องภูเก็ต เมนูอร่อยที่เข้าใจได้ไม่ยาก เนื้อหมูนุ่มๆ เด้งๆ คอลลาเจนมาแบบล้นๆ ทานคาวแล้วจะไม่ทานหวานได้ไง เมนูของหวานของที่ร้านก็จะเน้นที่เมนูขนมไทย เริ่มที่ ขนมต้มมะพร้าวอ่อนอัมพวา ขนมต้มลูกโตๆ คลุกมะพร้าวอ่อนรสเค็มนิดๆ ไส้ด้านในหวานกำลังดี แป้งนุ่มๆ อร่อยลงตัว ต่อด้วย ทองม้วนสองใจไส้สังขยาข้าวโพด และทองม้วนสองใจไส้สังขยาใบเตย ทองม้วนแป้ง 2 แบบในคำเดียว ด้านนอกกรอบฟู ส่วนแป้งด้านในมีความนุ่มหนึบ ไส้สังขยาทั้ง 2 แบบจะหอมแบบมีเอกลักษณ์ หวานกำลังดี เรียกได้ว่าเป็นเมนูของหวานปิดท้ายมื้อที่อร่อยไม่เบาเลย สำหรับใครที่เป็นคนรักอาหารไทย หรือใครที่กำลังหาร้านอาหารสำหรับครอบครัว ที่ One Bangkok เราขอแนะนำร้านนี้เลย เพราะทุกคนจะได้สัมผัสกับรสชาติของแกงไทย ที่หาทานได้ยากแล้วในสมัยนี้ พริกแกงตำสดๆ โขลกด้วยมือ ในราคาที่จับต้องได้ มาที่นี่รับรองว่าไม่ผิดหวัง (เปิดบริการวันแรก 20 กรกฎาคม 2568) ข้อมูลร้าน แกงสด One Bangkok พิกัด : https://maps.app.goo.gl/nfGYXnM23hYcMZ5G6 ที่อยู่ : โซน Parade ชั้น L3 ศูนย์การค้า ONE Bangkok ร้านเปิดบริการ : 10.30 - 22.00 น. (Last order 21.30 น.) ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/Gaengsod แกงสด - One Bangkok บทความที่คุณอาจสนใจ 45 ร้านอาหาร One Bangkok รวมร้านดัง ร้านอร่อย ในทำเลใจกลางเมือง 15 ร้านอาหาร สาทร สุรศักดิ์ 2025 ของกินยอดฮิต มีครบ ทั้งคาวหวาน 40 ร้านอาหาร บรรทัดทอง 2025 ร้านอร่อยจัดเต็ม เอาใจสายกินดึก

เอ็นดู! “บาส หัสณัฐ” คำพูดมากมาย ความหมายคืออาหารไทยอร่อย ทำน้ำหนักขึ้น 5 กิโล
อ่าน

เอ็นดู! “บาส หัสณัฐ” คำพูดมากมาย ความหมายคืออาหารไทยอร่อย ทำน้ำหนักขึ้น 5 กิโล

เอ็นดู! บาส หัสณัฐ คำพูดมากมาย ความหมายคืออาหารไทยอร่อย ทำน้ำหนักขึ้น 5 กิโล ช่วงนี้งานรัดตัว มีมาเสิร์ฟไม่หยุด ไม่ว่าจะงานคอนเสิร์ต งานอีเว้นท์ งานแฟนไชน์ สำหรับ บาส หัสณัฐ แต่ถึงจะงานยุ่งแค่ไหน ก็ไม่ลืมมาอัปเดตพูดคุยกันผ่าน X มีเรื่องราวมาเมาท์แฟนคลับตลอด ล่าสุด บาส ได้ลงภาพตัวเองที่โชว์หน้าสด เหงื่อออกท่วมตัว หลังเพิ่งออกกำลังกายเสร็จ แถมบอกด้วยว่าตอนนี้น้ำหนักขึ้นมา 5 กิโลแล้ว ด้วยเหตุที่ฟังแล้วต้องเอ็นดูว่า... การออกกำลังกายเป็นผลดีต่อร่างกายในระยะยาวการออกกำลังกายสม่ำเสมอจะทำให้ระบบเผาผลาญดีส่วนตัวผมเองเชื่อในการออกกำลังกายมากๆจึงทำให้ช่วงที่มีการออกกำลังกายเกิดอาการชะล่าใจและประมาทในการกิน สิ่งที่ตามมาก็คือกินมากกว่าออกกำลัง ซึ่งทำให้น้ำหนักขึ้นมา5กิโล และ กลมเหมือนภาพที่ทุกคนกำลังเห็นสุดท้ายนะครับขอฝากไว้ว่า อาหารไทยอร่อยจริงๆ #บาสเด็กอ้วนที่แท้จริง ส่วนแฟนคลับเข้ามาแซวกันมากมาย เช่น เอิ่ม บาสครับ แมะว่าอาหารไทยอร่อยจริงๆแหละ , อยากกินต้องได้กินครับ แต่กินแล้วต้องไปเอาออกด้วยการออกกำลังกายเผาผลาญ แล้วค่อยกลับไปกินใหม่,พี่บอกยังได้อีกลูกกก ต้าวแก้มของแมะ,คำพูดมากมาย.. ความหมายกินหมูทะกันมั๊ยบาส ชาบูก็โอนะ ส้มตำซุปหน่อไม้ก็เริ่ด ไก่ย่างฉ่ำ ๆ,หนูลูกกกกกก ออกกำลังกายมาเหนื่อยๆแมะเตรียมกับข้าวไว้แล้วนะ ฯลฯ

ร้านอาหารไทยวิกฤต เศรษฐกิจโลกเสี่ยงซบเซา สรุปเทรนด์ธุรกิจ-เศรษฐกิจครึ่งปีแรก จากงาน CTC 2025
อ่าน

ร้านอาหารไทยวิกฤต เศรษฐกิจโลกเสี่ยงซบเซา สรุปเทรนด์ธุรกิจ-เศรษฐกิจครึ่งปีแรก จากงาน CTC 2025

ผ่านมาแล้วครึ่งปี ธุรกิจของคุณยังไปรอดไหม ? เศรษฐกิจยังไปต่อได้หรือเปล่า ?ในงาน Creative Talk Conference 2025 ได้มีเวทีเผยเทรนด์เศรษฐกิจครึ่งปีทั้งในไทยและต่างประเทศ ถ้าอยากให้ธุรกิจไปรอดได้ในยุคเศรษฐกิจตอนนี้ โดยมี ยอด ชินสุภัคกุล CEO ของ LINE MAN และ Wongnai รวมไปถึง ท๊อป จิรายุส ผู้ก่อตั้ง และ CEO ของบริษัท Bitkub มาสรุปเทรนด์ธุรกิจ และเศรษฐกิจให้เราฟังซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นครึ่งปีที่หนักหน่วง และอนาคตอาจหนักกว่านี้ หากไม่เตรียมรับมือร้านอาหารไทยในวิกฤต: ยอดขายร่วง ต้นทุนพุ่งสถานการณ์ธุรกิจร้านอาหารไทยในครึ่งปีแรกเต็มไปด้วยแรงกดดันรอบด้าน ยอด ชินสุภัคกุล CEO ของ LINE MAN Wongnai อธิบายว่าต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้นเฉลี่ยกว่า 25% ตั้งแต่ปี 2023 ขณะที่ค่าแรงสูงขึ้นอีก 5% ประกอบกับจำนวนชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาลดลงกว่า 1.8% ทั้งหมดนี้ซ้ำเติมยอดขายให้ร่วงลงอย่างน่าตกใจ ซึ่งตรงกับข้อมูลของ ฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย ที่ยืนยันว่าร้านอาหารหลายแห่งที่เคยมียอดขายวันละกว่า 50,000 บาท ตอนนี้เหลือเพียง 20,000 บาทCEO ของ LINE MAN และ Wongnai ยังชี้อีกว่า ธุรกิจร้านอาหารในไทยยอดขายหด ร้านใหม่เปิดน้อยลง ร้านเดิมทยอยปิดตัว และการเปิดร้านอาหารในไทยมีโอกาสเจ๊งสูงมากอยู่แล้ว ยอดยกตัวอย่างว่า ร้านใหม่มีสถิติปิดตัวในปีแรกสูงถึง 50% ซึ่งถือเป็นธุรกิจ ‘High Risk Low Return’ในขณะเดียวกัน ลูกค้าเองก็เปลี่ยนพฤติกรรมไปอย่างชัดเจนจากประสบการณ์สำรวจของ LINE MAN พบว่าผู้บริโภคกว่า 72% อยากมีช่องทางสั่งซื้อที่หลากหลาย ทั้งหน้าร้านและเดลิเวอรี 66% ต้องการช่องทางจ่ายเงินหลายรูปแบบ และ 60% ให้ความสำคัญกับระบบจัดคิวที่ชัดเจนรวดเร็ว นอกจากนี้ลูกค้ากลุ่มใหม่ยังมองหาความสะดวก เช่น การสแกนสั่งอาหารเองแม้ยอดขายออฟไลน์ยังครองสัดส่วนราว 70% ของตลาด แต่ยอดขายจากฟู้ดเดลิเวอรี่กลับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะขยับจาก 25% ในปี 2023 เป็น 29% ในปี 2025 CEO แพลตฟอร์มฟู๊ดเดลิเวอรี่ยังมองว่าเทคโนโลยีกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการพยุงรายได้ ไม่ว่าจะเป็นระบบ POS ดิจิทัลออเดอร์ริ่ง หรือดิจิทัลเพย์เมนต์ ทั้งหมดช่วยเพิ่มยอดขาย ลดข้อผิดพลาด และประหยัดเวลาได้เขายังชี้ว่า ร้านอาหารในยุคนี้อยู่ยากหากทำแบบสแตนอโลน ร้านที่ประสบความสำเร็จมักทำเพื่อขยายสาขา กลายเป็น Chain หรือ Quick Service ที่เติบโตต่อเนื่อง ขณะที่ Full Service ได้รับความนิยมลดลง ความท้าทายอีกประการคือเรื่องการเข้าถึงแหล่งทุน เพราะร้านอาหารกว่า 96% ในไทยยังคงเป็นบุคคลธรรมดา ไม่ได้จดทะเบียนนิติบุคคล ทำให้ขาดข้อมูลทางการเงินที่จำเป็นต่อการขอกู้หรือระดมทุนยอดอธิบายว่านี่เป็นดาบสองคม เพราะแม้ร้านขนาดเล็กจะมีต้นทุนต่ำ แต่ขณะเดียวกันก็เข้าไม่ถึงระบบสนับสนุนทางการเงินและโอกาสขยายธุรกิจได้ง่ายๆ เขายังสะท้อนว่าภาครัฐมีบทบาทสำคัญมาก ทั้งมาตรการลดภาษีและโครงการสนับสนุน SME หากไทยเคยมีโครงการเที่ยวด้วยกัน ที่สนับสนุนการท่องเที่ยง ก็หวังว่าจะมีโครงการรูปแบบนี้ที่ผลักดัน มีนโยบายคล้ายกันสำหรับร้านอาหารด้วย โลกกำลังกลายพันธุ์ และเศรษฐกิจที่เสี่ยงซบเซาขยับไปมุมใหญ่ของระบบเศรษฐกิจ ท๊อป จิรายุส (Topp Jirayut) ผู้ก่อตั้ง และ CEO บริษัท Bitkub มองว่าโลกกำลังเข้าสู่ “ยุคการกลายพันธุ์” จากระบบ Globalization ที่สหรัฐอเมริกาเป็นศูนย์กลาง สู่โลกใหม่ที่ Supply Chain กระจายไปหลายภูมิภาค เขาอธิบายว่า โลกวันนี้ไม่ใช่ Globalization แบบเดิมอีกแล้ว แต่กำลังเปลี่ยนไปเป็น ‘Regionalization’ ที่อาเซียนและภูมิภาคอื่นๆ จะจับกลุ่มกันเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ท๊อปเล่าว่า เมื่อก่อนการแข่งขันคือ “ถูกที่สุด ดีที่สุดชนะ” แต่ตอนนี้สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ “เขียวที่สุด รักษ์โลกที่สุด” นอกจากนี้ภูมิรัฐศาสตร์จะทำให้รัฐต่างๆ ไว้ใจกันน้อยลง แต่ก็จำเป็นต้องหาพาร์ทเนอร์ใหม่เพิ่มขึ้นเพื่อกระจายความเสี่ยงเขายังเตือนว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า การมาของ AI และหุ่นยนต์อัจฉริยะจะเปลี่ยนโฉมทุกธุรกิจ โรงงานจะผลิตหุ่นยนต์จำนวนมากในราคาถูก และ AI จะกลายเป็น “Operating System” ประจำอุตสาหกรรมทุกประเภท โดยเฉพาะในจีนที่รัฐบาลผลักดันนโยบาย AI+ บังคับให้ทุกภาคส่วนต้องใช้งานจริงจังแม้ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนจะตึงเครียดมากขึ้น การพึ่งพาทางเศรษฐกิจยังดำรงอยู่ การค้าตรงลดลง แต่การค้าทางอ้อมกลับเพิ่มขึ้นมหาศาลปรับตัวให้ทัน สำหรับคนทำธุรกิจสุดท้ายแล้วแม้ธุรกิจจะมีอุปสรรค ระบบโลกจะเปลี่ยนไป แต่หากยังอยากอยู่รอด ต้องปรับตัวให้ทัน โดยยอด ชินสุภัคกุล เตือนว่าบริษัทไทยต้องเร่งเรียนรู้เทคโนโลยีและเข้าใจโลกใหม่ เพราะ “รถไฟขบวนใหม่เร็วและแรงมาก ถ้าองค์กรตกรถ อาจตามไม่ทันตลอดไป”ขณะที่ท๊อป จิรายุสเน้นย้ำว่าความเร็วเพียงอย่างเดียวไม่พอ “สิ่งสำคัญกว่าคือทิศทาง” เพราะถ้าเดินเร็วในทางที่ผิด จะยิ่งพาองค์กรหลุดเส้นทางไปไกล เขามองว่าบริษัทต้องลงทุนใน AI อย่างจริงจัง เพราะองค์กรที่มีพนักงาน 50 คน แต่ใช้ AI อย่างเต็มประสิทธิภาพ อาจแข่งกับบริษัทที่มีพนักงาน 1,000 คนได้สบายๆทั้งเศรษฐกิจโลกวันนี้อาจไม่ได้แค่เผชิญ Recession แบบเดิม ที่ฟื้นตัวได้ในไม่กี่เดือน หรือไม่กี่ปี แต่อาจลุกลามสู่ Depression ที่กินเวลานับสิบปีหากไม่เตรียมตัวให้ดี ท๊อปย้ำว่านี่คือช่วง Reset โครงสร้างธุรกิจ ผู้นำองค์กรต้องเร่งสะสมสภาพคล่อง และกำหนดทิศทางใหม่ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้

"ไก่ไทยไปอวกาศ" ภารกิจของ CPF กับการผลักดันอาหารไทยสู่ระดับโลก
อ่าน

"ไก่ไทยไปอวกาศ" ภารกิจของ CPF กับการผลักดันอาหารไทยสู่ระดับโลก

วันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา"อกไก่กระเพรา" หนึ่งในเมนูอาหารไทยที่มีชื่อเสียงได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความสามารถด้านอาหาร และเทคโนโลยีของประเทศ ในการก้าวสู่เวทีระดับโลก ด้วยการเดินทางขึ้นสู่อวกาศขึ้นไปพร้อมกับนักบินอวกาศ 4 คน ในภารกิจ Ax-4 ซึ่งไม่ใช่เพียงเรื่องของธุรกิจอาหาร แต่คือการยืนยันว่าอาหารไทยพร้อมจะเดินทางไปไกลกว่าที่เคย"ไฟที่เห็นมันเหมือนเป็นพลังของพวกเราทุกคน" คำพูดจากคุณประสิทธิ์ ประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF สะท้อนความรู้สึกแห่งความภาคภูมิใจหลังภารกิจส่ง "อกไก่กระเพรา" ขึ้นสู่อวกาศประสบความสำเร็จในครั้งนี้การที่ประเทศไทยสามารถส่งอาหารขึ้นสู่อวกาศได้ไม่ใช่เพียงแค่การโปรโมตสินค้า แต่เป็นการยกระดับศักยภาพของประเทศในเวทีโลก "นี่ไม่ใช่แค่ความสำเร็จของทีมงาน CPF แต่เป็นความสำเร็จของคนไทยทั้งประเทศ" คุณประสิทธิ์กล่าวภารกิจ Ax-4ภารกิจ AX-4 (Axiom Mission 4) ซึ่งถูกปล่อยขึ้นสู่อวกาศ โดยจรวด Falcon 9 ของบริษัท SpaceX จากฐานปล่อย LC-39A ที่ศูนย์อวกาศเคนเนดี รัฐฟลอริดา เป็นภารกิจส่งมนุษย์อวกาศเชิงพาณิชย์ครั้งที่ 4 ของบริษัท Axiom Space โดยมีลูกเรือ 4 คน จาก 3 ประเทศ เดินทางไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) เพื่อปฏิบัติภารกิจวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวัฒนธรรม ตลอดระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ในวงโคจรความพิเศษของ AX-4 คือ การที่ภารกิจนี้ผสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐและเอกชน โดยมีการนำเทคโนโลยีใหม่ ตลอดจนผลิตภัณฑ์จากประเทศต่าง ๆ ขึ้นไปทดสอบในสภาวะแวดล้อมไร้น้ำหนัก หนึ่งในไฮไลต์ที่ถูกพูดถึงอย่างมาก คือ การส่ง “อกไก่กระเพรา” จากประเทศไทยขึ้นไปกับยาน เพื่อให้นักบินอวกาศได้ทดลองบริโภคอาหารไทยในอวกาศ ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ของการทูตอาหาร ในเวทีระดับจักรวาลแรงบันดาลใจ สู่ความสำเร็จของอาหารไทยในเวทีระดับโลกแรงบันดาลใจของภารกิจนี้เกิดจากความตั้งใจที่ต้องการให้โลกเห็นว่า อาหารไทย โดยเฉพาะไก่ไทย มีคุณภาพเพียงพอสำหรับนักบินอวกาศ ซึ่งต้องผ่านมาตรฐานที่เข้มงวดของ NASA "ตั้งแต่ฟาร์ม โรงเรือน ตลอดห่วงโซ่อาหาร เราต้องพิสูจน์ว่าเรามีมาตรฐานเทียบเท่า NASA" คุณประสิทธิ์เล่าเพิ่มเติมเมนู "อกไก่กระเพรา" ได้รับเลือกจากความตั้งใจที่ต้องการผสมผสานอัตลักษณ์ของอาหารไทยและศักยภาพการผลิตของประเทศไทย "กะเพราเป็นเมนูยอดนิยมของคนไทย และประเทศไทยส่งออกไก่จำนวนมหาศาลต่อปี นี่คือตัวแทนที่ดีที่สุดของประเทศเรา" คุณภาพอาหารระดับอวกาศ มาตรฐาน NASACPF ต้องผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มข้นโดยห้องปฏิบัติการอาหารของ NASA โดยยึดตามมาตรฐาน NASA Standard 3001 ซึ่งคุณประสิทธิ์ยืนยันว่า "ไก่ของเราได้รับการยืนยันว่าได้มาตรฐานเดียวกับที่นักบินอวกาศบริโภคได้จริง"นอกจากความปลอดภัย CPF ยังใส่ใจถึงสิ่งแวดล้อม "นี่คือไก่ที่รักโลก" คุณประสิทธิ์เน้นย้ำถึงการผลิตอย่างยั่งยืน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสะท้อนแนวคิดใหม่ของการพัฒนาอาหารไทยในเวทีระดับสากล อนาคตของอาหารไทย และความหวังของประเทศแม้ภารกิจจะสำเร็จแล้ว แต่ CPF ไม่หยุดแค่ที่อาหาร "หลังจากส่งอาหารไทยไปอวกาศแล้ว ในอนาคตเราอาจจะได้เห็นคนไทยขึ้นไปร่วมในโครงการอวกาศ" คุณประสิทธิ์เปิดเผยเพิ่มเติมในช่วงวินาทีที่จรวดยิงออกจากฐานปล่อย คือ ช่วงเวลาที่เกินฝัน "มันเป็นภาพที่ไม่น่าเชื่อ เป็นพลังของคนไทยทุกคน ที่ช่วยผลักดันให้สิ่งที่เคยเป็นแค่ไอเดีย กลายเป็นจริง" คุณประสิทธิ์กล่าวเพิ่มเติมและในภารกิจนี้ไม่เพียงแต่ทำให้คนไทยได้เห็นนักบินอวกาศรับประทานอาหารไทยเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความสามารถของไทยในการผลิตอาหารที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลCPF ได้พิสูจน์ว่า อาหารไทย โดยเฉพาะไก่ไทย ไม่เพียงแต่เหมาะสำหรับคนทั่วโลก แต่ยังเหมาะสำหรับนักบินอวกาศด้วย และนี่อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการพัฒนาศักยภาพอาหารไทยสู่อนาคตที่ไกลเกินกว่าขอบเขตของโลกใบนี้

เมื่อสุขภาพและวัฒนธรรมมาบรรจบ สาเกญี่ปุ่นกับอาหารไทยพื้นถิ่นในมุมมองใหม่
อ่าน

เมื่อสุขภาพและวัฒนธรรมมาบรรจบ สาเกญี่ปุ่นกับอาหารไทยพื้นถิ่นในมุมมองใหม่

สาเก (Sake) เครื่องดื่มแอลกอฮอล์พื้นเมืองของญี่ปุ่นที่ผลิตจากการหมักข้าว ไม่ได้มีดีแค่รสชาติและความละเมียดละไมตามวัฒนธรรม แต่ยังได้รับความสนใจจากวงการวิทยาศาสตร์และการแพทย์ในฐานะแหล่งของสารที่อาจมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ งานวิจัยหลายฉบับในช่วงหลังเผยว่า สารประกอบบางชนิดในสาเก เช่น kojic acid, ferulic acid และกรดอะมิโนหลากหลายชนิด อาจมีบทบาทในการส่งเสริมสุขภาพ โดยเฉพาะด้านผิวพรรณ การต้านอนุมูลอิสระ และการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดสาร kojic acid ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการหมักข้าวในสาเก มีคุณสมบัติยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน จึงนิยมถูกนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ทั้งยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบและช่วยผลัดเซลล์ผิว ซึ่งอธิบายได้ว่าทำไมผู้ที่ดื่มสาเกในปริมาณที่เหมาะสมเป็นประจำจึงมักมีผิวพรรณสดใส งานวิจัยจาก National Research Institute of Brewing ประเทศญี่ปุ่น ระบุว่าการดื่มสาเกอย่างพอเหมาะอาจช่วยให้ผิวดูสุขภาพดีขึ้น ในขณะที่ ferulic acid ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่ง ก็มีบทบาทในการป้องกันความเสื่อมของเซลล์ ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและมะเร็งบางชนิด ส่วนกรดอะมิโน เช่น กลูตามิกและอาร์จินีน ที่พบในสาเก ก็อาจช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบเผาผลาญและการควบคุมความดันโลหิต นอกจากนี้ ยังมีรายงานการทดลองจากมหาวิทยาลัย Okayama ที่พบว่าสารสกัดจากรำข้าวหมักซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการผลิตสาเก สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของสัตว์ทดลองได้ จึงเป็นไปได้ว่าการศึกษาต่อยอดอาจนำไปสู่แนวทางการป้องกันโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในมนุษย์ได้ในอนาคต ขณะเดียวกัน วารสาร Bioscience, Biotechnology, and Biochemistry ฉบับปี 2014 ก็รายงานว่าสารโพลีฟีนอลในสาเกมีฤทธิ์ลดภาวะ oxidative stress ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเสื่อมของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายในอีกฟากหนึ่งของเอเชีย อาหารไทยก็ไม่แพ้กันในเรื่องของมิติสุขภาพ ด้วยการใช้สมุนไพร เครื่องเทศ และเทคนิคการปรุงที่ไม่เพียงสร้างรสชาติที่ซับซ้อน แต่ยังแฝงพลังในการฟื้นฟูร่างกายและดูแลสุขภาพมาอย่างยาวนาน วัตถุดิบอย่างข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด หรือแม้แต่พริกสด ต่างมีสารต้านการอักเสบ และช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตเมื่ออาหารไทยต้นตำรับได้มาเจอกับสาเกญี่ปุ่นพื้นบ้าน การจับคู่รสชาติและสรรพคุณของทั้งสองวัฒนธรรมจึงกลายเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ไม่ใช่แค่ในเชิงการปรุงอาหาร แต่ยังในเชิงการฟื้นฟูสุขภาพแบบองค์รวมประสบการณ์นี้ได้ถูกถ่ายทอดผ่านเมนูอาหารไทย 5 คอร์ส ที่ออกแบบโดยเชฟเอียน กิตติชัย ณ ห้องอาหาร “คำหอม” โรงแรมเมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท กรุงเทพฯ โดยทุกจานได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน ให้สามารถจับคู่กับสาเกญี่ปุ่นหายาก 5 ชนิด ซึ่งแต่ละตัวก็มีบุคลิกเฉพาะตัว ทั้งกลิ่นหอมแบบผลไม้ กลิ่นข้าวใหม่ หรือโน้ตที่สะท้อนความลึกของรสชาติจากภูมิภาคต่าง ๆมากไปกว่าความอร่อยบนจานและในถ้วย สารจากธรรมชาติที่ได้จากสาเกและอาหารไทยพื้นถิ่น ยังช่วยเติมเต็มประสบการณ์การกินที่สมดุล ทั้งในแง่ของรสชาติและคุณประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเรื่องระบบย่อยอาหาร ลดภาวะเครียดออกซิเดชัน หรือแม้แต่ช่วยให้หลับสบายในคืนวันนั้นสำหรับใครที่มองหาการดูแลสุขภาพที่ไม่จำเจ การเปิดรับประสบการณ์รูปแบบใหม่ผ่านวัฒนธรรมการกิน อาจเป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่น่าสนใจ เพราะสุขภาพที่ดี ไม่ได้มาจากเพียงการกินน้อยหรือออกกำลังกายมากเท่านั้น หากแต่มาจากความสุข ความเข้าใจ และความสมดุลในทุกมื้อที่เราเลือก สำหรับร้านคำหอม ให้บริการทุกวัน สำหรับเมนูอาหารไทย 5 คอร์ส ที่ออกแบบโดยเชฟเอียน กิตติชัย ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ตุลาคม 2568 แม้จะมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจมากมาย แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าสาเกคือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำว่าควรบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม โดยทั่วไปไม่ควรเกิน 1 แก้วต่อวันสำหรับผู้หญิง และไม่เกิน 2 แก้วต่อวันสำหรับผู้ชาย เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงของโรคตับ ความดันโลหิตสูง และการเสพติดในภาพรวม การศึกษาสมัยใหม่กำลังเปิดเผยแง่มุมใหม่ ๆ ของสาเก ที่นอกจากจะเป็นเครื่องดื่มดั้งเดิมในวัฒนธรรมญี่ปุ่น ยังเป็นแหล่งของสารอาหารและสารออกฤทธิ์ที่มีศักยภาพในการส่งเสริมสุขภาพ แต่ก็ต้องบริโภคด้วยความรู้และสติ ร่วมกับการมีวิถีชีวิตที่ดี เช่น การออกกำลังกายสม่ำเสมอ และรับประทานอาหารที่สมดุล จึงจะสามารถเก็บเกี่ยวประโยชน์จากธรรมชาติได้อย่างแท้จริง

5 อาหารไทยๆ ต้านมะเร็ง หากินง่าย ประโยชน์เพียบ ผู้ชายรักสุขภาพต้องลอง
อ่าน

5 อาหารไทยๆ ต้านมะเร็ง หากินง่าย ประโยชน์เพียบ ผู้ชายรักสุขภาพต้องลอง

เมื่อพูดถึง "อาหารต้านมะเร็ง" หลายคนอาจนึกถึงซูเปอร์ฟู้ดราคาแพง วัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศ หรืออาหารสุขภาพแบบยุโรปที่กินยาก แต่จริง ๆ แล้ว อาหารไทยบ้านๆ ที่เรากินกันเป็นประจำในชีวิตประจำวันนี่แหละ คือขุมพลังสุขภาพที่ช่วยต้านมะเร็งได้จริง ทั้งยังราคาถูก ทำง่าย และหาได้ตามร้านทั่วไป ถูกปากผู้ชายไทยแน่นอน อาหารพื้นบ้านไทยส่วนใหญ่เต็มไปด้วย สมุนไพร ผักพื้นถิ่น และปลา ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น เบต้าแคโรทีน ฟลาโวนอยด์ และโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการชะลอความเสื่อมของเซลล์ และลดความเสี่ยงในการกลายพันธุ์ที่นำไปสู่มะเร็งลองมาดูกันว่า เมนูพื้นบ้านจานไหนบ้าง ที่กินแล้วได้ประโยชน์แถมยังช่วยต้านมะเร็งได้ บทความที่เกี่ยวข้อง 5 ผักไทยๆ ต้านมะเร็ง หาได้ง่ายในตลาด ผู้ชายต้องลองกิน ผักไทยบ้านๆ ริมรั้ว ที่ช่วยล้างพิษ ต้านมะเร็ง ฟื้นฟูร่างกาย อร่อยแถมได้ประโยชน์ 1. แกงเลียง เมนูไทยโบราณที่ขึ้นชื่อเรื่องสมุนไพรหลากชนิด เช่น ใบแมงลัก หัวหอมแดง ฟักทอง บวบ เห็ด ฟักเขียว เรียกได้ว่า all in one ในเมนูเดียวก็ว่าได้ สารสำคัญในเมนูนี้ ได้แก่ เบต้าแคโรทีน, สารฟีนอลิก และวิตามินซี ซึ่งช่วยต้านอนุมูลอิสระ เสริมภูมิคุ้มกัน และลดการอักเสบภายในร่างกายได้เป็นอย่างดี เมื่อกินเป็นประจำจะช่วยให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานได้ดีขึ้น ป้องกันไม่ให้เซลล์กลายพันธุ์เป็นมะเร็งง่าย 2. แกงส้มมะละกอปลา อีกหนึ่งเมนูรสจัดที่ได้ประโยชน์เต็มคำ จากทั้ง "ปลา" และ "มะละกอดิบ" ซึ่งเป็นแหล่งของ วิตามินซี เอนไซม์ปาเปน และมีใยอาหารสูง ส่วนปลาให้โปรตีนชนิดดี ช่วยซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอ ขณะที่มะละกอดิบช่วยเรื่องระบบย่อย ลดอาการท้องผูก และช่วยล้างลำไส้ให้สะอาด เป็นเมนูอาหารที่ช่วยขับของเสียออกจากลำไส้ มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งลำไส้ได้โดยตรง 3. ข้าวยำสมุนไพร เมนูประจำถิ่นภาคใต้ที่อัดแน่นด้วยผักพื้นบ้านมากกว่า 10 ชนิดในจานเดียว เช่น ตะไคร้ ใบมะกรูด ถั่วงอก ใบชะพลู ขมิ้นสด มะม่วงดิบ เต็มไปด้วย ฟลาโวนอยด์, โพลีฟีนอล, วิตามินซี และสารต้านการอักเสบตามธรรมชาติ งานวิจัยหลายชิ้นระบุว่า การกินผักหลายสีหลากชนิดในมื้อเดียว ช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง รวมถึงมะเร็งได้ดีที่สุด ดังนั้นเมนูนี้นอกจากอร่อยแล้ว ยังเป็นเหมือนยาอาหารจากธรรมชาติอีกด้วย 4. น้ำใบย่านาง สมุนไพรไทยที่หลายคนอาจมองข้าม แต่มีคุณค่าเกินตัวก็คือ ใบย่านาง นี่เอง ใบย่านางอุดมไปด้วย คลอโรฟิลล์ สารโพลีฟีนอล และสารต้านอนุมูลอิสระหลากชนิด ช่วยลดความร้อนในร่างกาย ขับสารพิษจากตับ และเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน หลายตำรายาไทยใช้ใบย่านางเป็น ยาล้างพิษ ซึ่งส่งผลต่อการลดความเสี่ยงของมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับสารพิษสะสม เช่น มะเร็งตับ เป็นต้น 5. น้ำพริกปลาทู + ผักลวก เมนูบ้านๆ ที่ใครๆ ก็กินได้ ผักลวกที่มากับจานน้ำพริก เช่น มะเขือพวง ตำลึง ผักบุ้ง ล้วนมีไฟเบอร์สูงและสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ลูทีน เบต้าแคโรทีน และฟีนอลิก มะเขือพวงยังมี ซาโปนิน ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการเติบโตของเซลล์มะเร็งบางชนิด และช่วยลดระดับไขมันในเลือด การจับคู่กับปลาทูยิ่งลงตัว เพราะปลาทูเป็นปลาทะเลไทยที่มีกรดไขมันโอเมก้า-3 ช่วยลดการอักเสบในระดับเซลล์ จึงเป็นจานที่สมดุลทั้งอร่อยและมีพลังต้านมะเร็ง ได้ประโยชน์สองเด้งเลยทีเดียว บทความที่คุณอาจสนใจ 5 ผักไทยๆ ต้านมะเร็ง หาได้ง่ายในตลาด ผู้ชายต้องลองกิน อาหารสร้างซิกแพคสำหรับผู้ชาย กินยังไงให้กล้ามชัด ไม่ต้องอด แต่ลดพุงได้ วิธี Hack ร่างกายผู้ชายสายสร้างกล้าม ดูแลตัวเองอย่างไรสร้างกล้ามได้ไว เวลาน้อยก็หุ่นดีได้ วิธีออกกำลังกายสำหรับผู้ชายเวลาน้อย

DITP เตรียมจัดงาน "Thai SELECT Royal Gala Night" ยกระดับอาหารไทยและตราสัญลักษณ์ Thai SELECT สู่สากล
อ่าน

DITP เตรียมจัดงาน "Thai SELECT Royal Gala Night" ยกระดับอาหารไทยและตราสัญลักษณ์ Thai SELECT สู่สากล

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เตรียมจัดงาน "Thai SELECT Royal Gala Night" ในวันพุธที่ 28 พฤษภาคม 2568 ณ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ โดยกราบทูลเชิญ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธาน เพื่อยกระดับอาหารไทยและตราสัญลักษณ์ Thai SELECT สู่สากล พร้อมการรังสรรค์อาหารไทยสุดพิเศษภายใต้คอนเซ็ปต์ "THE 5 SPIRITS OF THAI TASTE นำเสนอเอกลักษณ์แห่งรสชาติไทยอันวิจิตรผ่านประสบการณ์กาล่าดินเนอร์สุดประทับใจ งานอันทรงเกียรตินี้จัดขึ้นเพื่อยกระดับความเชื่อมั่นและส่งเสริมการยอมรับในระดับสากลให้กับ Thai SELECT ตราสัญลักษณ์ที่รับรองคุณภาพและความเป็นต้นตำรับของอาหารไทย ทั้งในส่วนของร้านอาหารที่ให้บริการอาหารรสชาติตามแบบฉบับไทยแท้ รวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูปที่ผลิตด้วยส่วนผสมและรสชาติที่เป็นมาตรฐานอาหารไทย ซึ่งเป็นหนึ่งใน Soft Power สำคัญของประเทศไทยที่จะเสริมสร้างภาพลักษณ์อันดีงามของอาหารและร้านอาหารไทยในเวทีโลก ในปี 2568 นี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการยกระดับและปรับภาพลักษณ์ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ให้เป็นที่แพร่หลายและยอมรับมากขึ้นในระดับสากล ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลให้ด้านการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้วยพลังสร้างสรรค์ (Soft Power) เพื่อส่งเสริมการตลาด เศรษฐกิจ และยกระดับภาพลักษณ์ของอาหารไทยให้มีมาตรฐานระดับโลก ทั้งยังได้มีการนำสัญลักษณ์ ดาวเกียรติยศรูปดอกกล้วยไม้ มาใช้ในการจัดระดับร้านอาหารที่ได้รับตรา Thai SELECT แบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ Thai SELECT 3 ดาว, Thai SELECT 2 ดาว, Thai SELECT 1 ดาว และ Thai SELECT Casual ภายในงาน Thai SELECT Royal Gala Night ผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสความพิเศษของ ห้าจิตวิญญาณแห่งรสชาติไทย ภายใต้แนวคิด "THE 5 SPIRITS OF THAI TASTE สะท้อนรสชาติหลักของอาหารไทย ได้แก่ เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม และเผ็ด ซึ่งแต่ละเมนูถูกรังสรรค์อย่างพิถีพิถันเพื่อเชิดชูแก่นแท้แห่งรสชาติอาหารไทย โดย สุดยอดเชฟจาก 5 ร้านอาหารชื่อดังในโครงการ Thai SELECT เพื่อส่งมอบประสบการณ์การลิ้มรสอาหารไทยที่น่าประทับใจ สะท้อนเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมไทยให้ตราตรึงใจมิรู้ลืม โดยคอร์สอาหารทั้ง 5 ได้แก่ 1) The Awakening Spirit (รสเปรี้ยว) โดย BLUE ELEPHANT 2) The Grounded Spirit (รสเค็ม) โดย Amdang Typhoon Group 3) The Fiery Spirit (รสเผ็ด) โดย Royal Osha 4) The Soulful Spirit (รสมัน) โดย R-HAAN และ 5) The Nostalgic Spirit (รสหวาน) โดย The Artisans Ayutthaya ยิ่งไปกว่านั้น งาน Thai SELECT Royal Gala Night ยังได้รับเกียรติจาก อีทัน เบอร์นาธ (Ethan Bernath) เชฟ นักเขียน และ Content Creator ชาวอเมริกันรุ่นใหม่ ที่โด่งดังและเป็นที่รู้จักในวงกว้างจากการขับเคลื่อนวงการอาหารผ่านคอนเทนต์ในโลกออนไลน์ มาร่วมงาน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านอาหารไทย ร่วมกับเชฟชื่อดังของไทย พร้อมสัมผัสความสมดุลของร่างกาย จิตใจ และพลังชีวิตผ่านรสชาติอาหารไทยแท้ๆ งาน Thai SELECT Royal Gala Night ในครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับความเชื่อมั่นของตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ในระดับสากล ตอกย้ำมาตรฐานและคุณภาพอันเป็นแก่นแท้ของอาหารไทยสู่สายตาชาวโลก และเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พร้อมเพิ่มโอกาสทางธุรกิจอาหารไทยในต่างประเทศให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ต่อไปในอนาคต

นายกฯ ถกเอกชนอังกฤษ  ผลักดัน FTA สินค้าเกษตร-อาหารไทย บุกตลาดอียู
อ่าน

นายกฯ ถกเอกชนอังกฤษ ผลักดัน FTA สินค้าเกษตร-อาหารไทย บุกตลาดอียู

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ในวันพฤหัสบดีที่ 22 พฤษภาคม 2568 เวลาประมาณ 10.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น ณ กรุงลอนดอน) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะประชุมร่วมกับภาคเอกชนและผู้นำเข้าสินค้ารายสำคัญของสหราชอาณาจักร ณ กรุงลอนดอน อาทิ Selfridges, CP Intertrade, Boonrod Brewery (Singha), Chang Beer, Thai Tana, Asco, Manning Impex, Patara Restaurants และ Bangkok Bank (PLC)นายกรัฐมนตรีได้รับฟังและหารือร่วมกันกับภาคเอกชน เพื่อผลักดันการขยายมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรและอาหารของไทย การเพิ่มช่องทางการนำเข้าสินค้าอาหาร และสินค้าไลฟ์สไตล์ รวมถึงการผลักดันการจัดทำ FTA เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าสู่ตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสินค้าเกษตรและอาหาร และลดอุปสรรคทางการค้า เช่น สินค้าไก่แปรรูปรวมทั้งการเข้าไปประกอบวิชาชีพในสหราชอาณาจักรของพ่อครัว แม่ครัว และพนักงานนวดแผนไทย ซึ่งเป็นที่ต้องการของผู้ประกอบการท้องถิ่น รวมถึงการสนับสนุนทางการเงินให้แก่ผู้ประกอบการ เพื่อเข้ามาลงทุนในสหราชอาณาจักรมากขึ้นทั้งนี้ นายกฯ ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในฐานะทีมประเทศไทย ร่วมกันผลักดันให้การค้าและการลงทุนกับสหราชอาณาจักรขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อไปสู่การเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อการจัดทำความตกลงการค้าเสรีร่วมกันต่อไปในอนาคต รวมทั้งทุกประเทศในสหภาพยุโรปอีกด้วย ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ในปี 2567 สหราชอาณาจักรเป็นคู่ค้าอันดับที่ 4 ของไทยในภูมิภาคยุโรป การค้ารวมระหว่างไทยและสหราชอาณาจักรมีมูลค่า 6,657.26 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (-2.31%) โดยเป็นการส่งออกมูลค่า 4,195.66 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (7.06%) และเป็นการนำเข้า 2,461.60 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (-16.63%)สินค้าส่งออก 5 อันดับแรกที่ไทยส่งออกไปยังสหราชอาณาจักรได้แก่ ไก่แปรรูป (809.78 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล (444.32 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) อัญมณีและเครื่องประดับ (395.52 ล้านเหรียญสหรัฐฯ)รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ (289.72 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) และรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (263.93 ล้านเหรียญสหรัฐฯ)โดยสินค้าในหมวดอาหารที่ไทยส่งออกไปยังสหราชอาณาจักรมากที่สุด ได้แก่ ไก่แปรรูป ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น สิ่งปรุงรสอาหารอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ข้าว ผลไม้กระป๋องและแปรรูป เนื้อสัตว์และของปรุงแต่งที่ทำจากเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์ข้าว ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง และเครื่องดื่ม

“เมี่ยงคำ” ฮิตในอังกฤษ นายกฯ ปลื้มสาธิตวิธีทำดันอาหารไทย Soft Power โลก
อ่าน

“เมี่ยงคำ” ฮิตในอังกฤษ นายกฯ ปลื้มสาธิตวิธีทำดันอาหารไทย Soft Power โลก

นายกฯ แพทองธาร ดัน Thai SELECT ที่ลอนดอน ดันอาหารไทยสู่ Soft Power โลกกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ทีมไทยแลนด์นำโดยนายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ และนายพรวิช ศิลาอ่อน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT โฉมใหม่ โดยมีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี พร้อมมอบประกาศนียบัตรให้กับร้านอาหาร Thai SELECT จำนวน 20 ราย เพื่อผลักดันนโยบายส่งเสริม Soft Power ของรัฐบาลไทยในสาขาอาหารไทย นายกรัฐมนตรีผลักดันอาหารไทยเป็นอัตลักษณ์โลกนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงแนวนโยบายการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม Soft Power โดยเน้น “อาหารไทย” ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ทั้งในด้านรสชาติ คุณภาพ และความพิถีพิถันในการปรุง พร้อมย้ำถึงบทบาทของร้านอาหารไทยในต่างประเทศในฐานะ "ด่านหน้า" ในการเผยแพร่อัตลักษณ์ไทยและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจโชว์ “เมี่ยงคำ” พร้อมดึงสื่อ-อินฟลูเอนเซอร์ร่วมกิจกรรมหลังพิธีมอบประกาศนียบัตร นายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วมกิจกรรมสาธิตการทำเมนู “เมี่ยงคำ” ร่วมกับเชฟจากร้านอาหาร Thai SELECT โดยมีสื่อมวลชนและอินฟลูเอนเซอร์ในพื้นที่กว่า 20 รายเข้าร่วม ก่อนเข้าสู่การหารือร่วมกับภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยว ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นผู้ดำเนินการ เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะในการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยในสหราชอาณาจักร ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ Soft Power ของไทย “เมี่ยงคำ” ฮิตในอังกฤษ เชฟท้องถิ่นร่วมผลักดันปัจจุบันร้านอาหารไทยในอังกฤษเริ่มมีการเพิ่มเมนู “เมี่ยงคำ” มากขึ้น โดยเฉพาะร้านที่เจ้าของหรือเชฟเป็นชาวอังกฤษ เนื่องจากเมี่ยงคำมีวัตถุดิบไทยหลากหลาย เช่น ผลไม้และสมุนไพร รสชาติแปลกใหม่ จึงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นยกระดับ Thai SELECT สู่มาตรฐานระดับโลกThai SELECT เป็นตราสัญลักษณ์ที่กระทรวงพาณิชย์มอบให้ร้านอาหารและผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูป ที่ผ่านเกณฑ์รสชาติและมาตรฐานแบบไทยแท้ โดยได้มีการปรับภาพลักษณ์ใหม่ ใช้ “ดาวเกียรติยศรูปดอกกล้วยไม้” เป็นสัญลักษณ์แห่งคุณภาพและเสน่ห์อาหารไทย แบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่1. Thai SELECT Casual – ร้านอาหารบรรยากาศเป็นกันเอง เช่น Food Truck2. Thai SELECT 1 ดาว – ร้าน Fine-Casual Dining3. Thai SELECT 2 ดาว – ร้าน Upscale Dining คุณภาพเยี่ยม4. Thai SELECT 3 ดาว – ร้านพรีเมียมคุณภาพยอดเยี่ยมThai SELECT ครอบคลุมทั่วโลกกว่า 1,700 ร้าน นับตั้งแต่ปี 2531 มีร้านอาหารไทยกว่า 1,779 แห่งทั่วโลกที่ได้รับตรา Thai SELECT และปัจจุบันมีร้านอาหารไทยในต่างประเทศกว่า 18,852 ร้าน โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักร มีร้านที่ได้รับการรับรองรวม 115 แห่ง กระจายอยู่ในเมืองใหญ่อย่างลอนดอน แมนเชสเตอร์ กลาสโกว์ และเอดินบะระ แสดงถึงพลังของวัฒนธรรมไทยในการสร้างเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ประเทศบนเวทีโลก

ททท. จัดเวทีเสวนา "เส้นทางสู่ความเป็นเลิศของอาหารไทยผ่านคู่มือ มิชลิน ไกด์" ผลักดันไทยเป็น จุดหมายด้านอาหารระดับโลก
อ่าน

ททท. จัดเวทีเสวนา "เส้นทางสู่ความเป็นเลิศของอาหารไทยผ่านคู่มือ มิชลิน ไกด์" ผลักดันไทยเป็น จุดหมายด้านอาหารระดับโลก

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดเวทีเสวนาในหัวข้อ "เส้นทางสู่ความเป็นเลิศของอาหารไทยผ่านคู่มือ มิชลิน ไกด์" ณ ห้องบอลรูม โรงแรม อนันตรา สยาม กรุงเทพฯ ถนนราชดําริ เขตปทุมวัน ตอกย้ำภาพลักษณ์ด้านอาหารของประเทศที่เติบโตอย่างต่อเนื่องหลังการเข้ามาของคู่มือ มิชลิน ไกด์ ในประเทศไทยครบ 8 ปี โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ร่วมเวทีเสวนา พร้อมด้วยนายศุภักษร จงศิริ (เชฟไอซ์ จากร้านศรณ์ รางวัลสามดาวมิชลิน) นายสิทธิกร จันทป (เชฟอู๋ จากร้านอัคคี รางวัลหนึ่งดาวมิชลิน และ MICHELIN Guide Young Chef Award ปี 2568) และนายวีระวัฒน์ ตริยเสนวรรธน์ (เชฟหนุ่ม จากร้านซาหมวยแอนด์ซันส์ รางวัลบิบ กูร์มองด์ จังหวัดอุดรธานี) ร่วมนำเสนอความสำเร็จจากความร่วมมือในการผลักดันศักยภาพของประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านอาหารระดับโลก นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า "ความร่วมมือกับมิชลินตลอด 8 ปีที่ผ่านมาได้ช่วยยกระดับวงการอาหารไทยและการท่องเที่ยวเชิงอาหารอย่างเป็นรูปธรรม จากการเริ่มต้นแนะนำร้านอาหารในกรุงเทพมหานครเมื่อปี 2561 ซึ่งมีร้านอาหารในคู่มือ มิชลิน ไกด์ เพียง 98 ร้าน ปัจจุบันคู่มือเล่มล่าสุดปี 2568 มีจำนวนถึง 462 ร้าน ครอบคลุม 11 พื้นที่ทั่วทุกภูมิภาค และที่สำคัญในปี 2568 นี้ ร้านศรณ์ โดยเชฟไอซ์ ศุภักษร จงศิริ ได้รับสามดาวมิชลินเป็นร้านแรกในประเทศไทยและเป็นร้านอาหารไทยร้านแรกของโลก นับเป็นความภาคภูมิใจครั้งสำคัญของวงการอาหารไทย" การเข้ามาของคู่มือ มิชลิน ไกด์ ในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2561 ได้ส่งผลให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) ของประเทศไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากผลการประเมินภาพลักษณ์การท่องเที่ยวด้านอาหารประจำปี 2567 โดยบริษัท เคเนติกส์ คอนซัลติ้ง จำกัด พบว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติมองประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่มีภาพลักษณ์เป็น แหล่งท่องเที่ยวเชิงอาหารที่โดดเด่น ในระดับ 53% เพิ่มขึ้นจาก 44% ในปี 2566 ครองอันดับ 2 รองจากประเทศญี่ปุ่น ภายในงานเสวนา เชฟจากร้านอาหารที่ได้รับการแนะนำโดยคู่มือ มิชลิน ไกด์ ที่เข้าร่วมยังได้กล่าวถึงแนวทางของแต่ละร้านที่ล้วนยกระดับการใช้วัตถุดิบพื้นบ้านนำไปสู่อาหารติดดาวมิชลินระดับโลก โดยเชฟไอซ์ จากร้านศรณ์ ซึ่งเป็นร้านอาหารไทยภาคใต้ ได้กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการค้นพบวัตถุดิบท้องถิ่นภาคใต้ที่เริ่มสูญหายด้วยการเดินทางไปเลือกวัตถุดิบในพื้นที่ด้วยตัวเอง และนำมาประยุกต์ใช้กับภูมิปัญญาท้องถิ่นผสมผสานกับเทคนิคปรุงอาหารที่ทันสมัยกลายเป็นเมนูสุดพิเศษเสิร์ฟในแบบอาหารใต้ไฟน์ไดนิงที่สามารถยกระดับอาหารไทยไปสู่ระดับโลก เชฟอู๋ จากร้านอัคคี มีความสนใจในการเฟ้นหาวัตถุดิบจากแหล่งโดยตรงของเกษตรกรในแต่ละท้องถิ่นที่มีอยู่ทั่วประเทศไทย จนกว่าจะรวบรวมวัตถุดิบได้ครบก็เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาพอสมควร นำมาปรุงและปลุกชีวิตสูตรอาหารโบราณหยิบมาเล่าให้คนทั่วโลกได้เห็นวัฒนธรรมอาหารไทยในรูปแบบสำรับอาหารให้น่าสนใจ รวมถึง เชฟหนุ่ม จากร้านซาหมวยแอนด์ซันส์ นำเสนอมุมมองอาหารอีสานที่มีมากกว่าส้มตำไก่ย่างตามที่คนส่วนใหญ่รู้จัก โดยจะนำวัตถุดิบจากตลาดพื้นบ้านตามฤดูกาล ฟาร์มออร์แกนิก มานำเสนอด้วยเทคนิคการปรุงที่ชูคุณสมบัติทางอาหารและยาของเครื่องปรุงแต่ละชนิด ด้วยรูปแบบอาหารอีสานสมัยใหม่ที่อร่อย สวยงาม และมีคุณค่าทางโภชนาการ สำหรับภาพลักษณ์ด้านอาหารของไทยในระดับนานาชาติ พบว่าประเทศไทยได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อาทิ นิตยสารชื่อดัง Time Out ได้จัดอันดับให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองอาหารที่ดีที่สุดอันดับ 2 ของโลกประจำปี 2568 รองจากเมืองนิวออร์ลีนส์ รัฐลุยเซียนาของสหรัฐอเมริกา โดย Time Out เผยว่ากรุงเทพฯ มีอาหารคุณภาพหลากหลายรูปแบบทั้งอาหารไฟน์ไดนิงที่สร้างประสบการณ์อันน่าจดจำและอาหารสตรีตฟู้ดราคาไม่ถึง 100 บาทที่ให้ประสบการณ์ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน นอกจากนี้ ประเทศไทยยังขึ้นชื่อเรื่องมรดกวัฒนธรรมด้านอาหารที่หลากหลายและโดดเด่นในหลายจังหวัดนอกเหนือจากกรุงเทพฯ โดยเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Network: UCCN) ยังได้ขึ้นทะเบียนให้จังหวัดภูเก็ต (ปี 2558) และจังหวัดเพชรบุรี (ปี 2564) เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร (City of Gastronomy) โดยยกย่องวัตถุดิบท้องถิ่นอันล้ำค่าและสูตรอาหารแบบดั้งเดิมของชุมชน ซึ่งทางจังหวัดภูเก็ตสามารถสร้างมูลค่าเศรษฐกิจท้องถิ่นจากอาหารได้กว่า 3.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ททท. เล็งเห็นความสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงอาหาร ซึ่งจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อช่วยกันยกระดับคุณภาพและมาตรฐานของวงการอาหารไทย โดยมั่นใจว่าประเทศไทยจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งในฐานะจุดหมายปลายทางด้านอาหารชั้นนำของโลก และสามารถสร้างประสบการณ์ด้านอาหารที่มีเอกลักษณ์และน่าประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกอย่างยั่งยืนต่อไป

ททท. จับมือสโมสรเลสเตอร์ซิตี้ นำเสนอเสน่ห์ Soft Power มวยและอาหารไทย
อ่าน

ททท. จับมือสโมสรเลสเตอร์ซิตี้ นำเสนอเสน่ห์ Soft Power มวยและอาหารไทย

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ซิตี้ (Leicester City Football Club หรือ LCFC) เดินหน้าขยายโอกาสประชาสัมพันธ์เสน่ห์ไทยสู่สายตาชาวโลก ด้วยการจัดกิจกรรมนำเสนอศิลปวัฒนธรรมมวยไทยและอาหารไทยในช่วงระหว่างการแข่งขันฟุตบอลนัดสำคัญ ระหว่างทีมเลสเตอร์ซิตี้และทีมลิเวอร์พูล ในวันที่ 20 เมษายน 2568 ณ คิงเพาเวอร์ สเตเดียม ณ เมืองเลสเตอร์ สหราชอาณาจักร มุ่งเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบกีฬาของตลาดยุโรป คาดสร้างการรับรู้รวมไม่ต่ำกว่า 5,000,000 คน-ครั้ง นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า ททท. และสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ซิตี้ ร่วมกันส่งเสริมประชาสัมพันธ์ประเทศไทยผ่านพลังของกีฬา และสร้างโอกาสในการเผยแพร่ Soft Power ของไทยสู่ระดับโลกภายใต้แนวคิด 5 MUST DO IN THAILAND โดย ททท. ได้จัดเตรียมกิจกรรมที่สะท้อนเสน่ห์อัตลักษณ์ไทย ได้แก่ Must Try - มวยไทย และ Must Taste - อาหารไทย เพื่อนำเสนอประสบการณ์ท่องเที่ยวที่น่าประทับใจในแมตช์ฟุตบอลสำคัญของโลกระหว่างทีมเลสเตอร์ซิตี้และทีมลิเวอร์พูล ณ คิงเพาเวอร์ สเตเดียม ณ เมืองเลสเตอร์ สหราชอาณาจักร ให้แก่ผู้เข้าร่วมชมฟุตบอลในสนามและผู้ติดตามทั่วโลก โดยกิจกรรมประชาสัมพันธ์แบบ On Ground Activity ในครั้งนี้ เป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยในระดับนานาชาติ ผ่านการบูรณาการการท่องเที่ยวและกีฬา (Tourism and Sports) โดยมุ่งขยายผลของแคมเปญ Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในตลาดยุโรป ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพสูง ททท. มุ่งมั่นที่จะใช้พลังของกีฬาเป็นเครื่องมือเชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยว พร้อมสร้างการรับรู้ในวงกว้าง เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ โดยเฉพาะกลุ่ม Sport and Entertainment ให้เลือกประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางในการเดินทางมาท่องเที่ยวพักผ่อนในประเทศไทย สำหรับกิจกรรมไฮไลต์ที่ ททท. จัดขึ้น บริเวณด้านหน้าคิงเพาเวอร์ สเตเดียม สหราชอาณาจักร ได้แก่ Must Try: การแสดงศิลปะวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะ มวยไทย ศิลปะการต่อสู้ประจำชาติที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยนำเสนอผ่านการแสดงรำไหว้ครูมวยไทยโชว์ในรูปแบบร่วมสมัย ผสานความแข็งแกร่งและความงดงามของท่วงท่าการต่อสู้แบบดั้งเดิม ซึ่งได้นำนักมวยชื่อดัง ได้แก่ ชาโด้ สิงห์มาวิน และ อเล็กซ์ สิงห์มาวิน มาร่วมแสดง พร้อมถ่ายทอดเสน่ห์และจิตวิญญาณของมวยไทยสู่สายตาชาวต่างชาติ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ทดลองการรำไหว้ครูมวยไทยเพื่อลุ้นรับเสื้อพร้อมลายเซ็นนักฟุตบอลของสโมสรฯ และกางเกงช้างจาก ททท. Must Taste: โดยการนำเสนอ ข้าวแต๋น ขนมพื้นบ้านของไทยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยกรรมวิธีการทำแบบดั้งเดิมที่ผสมผสานรสชาติกรุบกรอบของข้าวพองกับความหวานหอมของน้ำตาลอ้อยและน้ำแตงโม โดยผู้เข้าร่วมงานจะได้ทดลองชิมขนมไทยแท้ และเรียนรู้เรื่องราววัฒนธรรมอาหารท้องถิ่นของไทย ทั้งนี้ ททท. ได้ร่วมมือกับสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ซิตี้ หนึ่งในสโมสรฟุตบอลระดับพรีเมียร์ลีกของประเทศอังกฤษที่ได้รับความนิยมสูงและมีผู้ติดตามชมการแข่งขันจำนวนมากในระดับโลก ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ ททท. ได้ดำเนินกิจกรรมประชาสัมพันธ์ประเทศไทยร่วมกันมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงสถานการณ์โควิด-19 โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ยังได้มีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์โฆษณา Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 ผ่านสื่อของสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ซิตี้ ทั้งบริเวณหน้าจอ LED ภายในสนามคิงเพาเวอร์ สเตเดียม และช่องทางออนไลน์ อาทิ Lcfc.com และช่องทาง Facebook หรือ X ของเลสเตอร์ซิตี้ ซึ่งมีผู้ติดตามรวมจำนวนกว่า 10 ล้านคน รวมถึงที่ผ่านมา ททท. ได้จัดทำคลิปประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับเทศกาลสงกรานต์ พร้อมให้แฟนฟุตบอลชาวสหราชอาณาจักรร่วมตอบคำถามเพื่อลุ้นรับบัตรเข้าชมฟุตบอลนัดสำคัญนี้ จำนวนกว่า 10 ที่นั่ง โดยการแข่งขันฟุตบอลของทั้งสองทีมพรีเมียร์ลีกครั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้เข้าชมการแข่งขันในสนามจำนวนกว่า 30,000 คน และผู้สนใจติดตามชมการแข่งขันหลายพันล้านคนทั่วโลก ข่าวที่เกี่ยวข้อง โปรแกรมพรีเมียร์ลีก 2024/25 ลิ้งก์ดูบอลสด ตารางบอลพรีเมียร์ลีก 2024/25 ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก 2024/25 อัปเดตล่าสุด สรุปอันดับพรีเมียร์ลีก อันดับดาวซัลโวศึกพรีเมียร์ลีก 2024/25 แอสซิสต์-คลีนชีท อัปเดตล่าสุด แพ็กเกจดูบอลสด พรีเมียร์ลีก EPL Season Pass 2024/25 ชมสะใจครบ 380 นัด

ห้องอาหารเรือนต้นนำเสนอ ข้าวแช่ อาหารไทยโบราณอันทรงคุณค่าที่ควรค่าแก่ การลิ้มลองในช่วงฤดูร้อน
อ่าน

ห้องอาหารเรือนต้นนำเสนอ ข้าวแช่ อาหารไทยโบราณอันทรงคุณค่าที่ควรค่าแก่ การลิ้มลองในช่วงฤดูร้อน

ห้องอาหารเรือนต้น ขอแนะนำเมนูคลายร้อน อาหารไทยโบราณตำรับชาววัง ข้าวแช่ อาหารไทยโบราณที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน ซึ่งเต็มไปด้วยเสน่ห์และเอกลักษณ์ ด้วยรสชาติที่หอมเย็นชื่นใจ ทานคู่กับเครื่องเคียงรสชาติกลมกล่อมทั้งคาวและหวาน อาทิ หมูและเนื้อฝอย พริกหยวกและหอมแดงยัดไส้ ลูกกะปิทอด และไชโป๊ผัดหวาน อีกหนึ่งเมนูเอาใจคนรักขนมหวาน ข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวมูนรสชาติหอมหวาน ราดด้วยน้ำกะทิ ทานคู่กับมะม่วงน้ำดอกไม้หวานฉ่ำ ช่วยคลายร้อนได้เป็นอย่างดี พบกับความอร่อยได้ทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 30 เมษายน 2568 ณ ห้องอาหารเรือนต้น โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ ชุดข้าวแช่ราคา 559++ บาทข้าวเหนียวมะม่วงราคา 299++ บาท สำรองที่นั่งโทร 0-2233-7060