รีเซต

ผลการค้นหา “#หักหลังเพื่อน” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
"วิกกี้" เล่าในอดีตไม่ชอบหน้า "ไฮโซข้าวโพด" ก่อนจะสนิทกัน 28 ปี เคยเตือนเรื่องโดนยืมเงิน
อ่าน

"วิกกี้" เล่าในอดีตไม่ชอบหน้า "ไฮโซข้าวโพด" ก่อนจะสนิทกัน 28 ปี เคยเตือนเรื่องโดนยืมเงิน

ควงคู่กันมาออกรายการ คุยแซ่บโชว์ ทางช่องวัน 31 ถึงความผูกพันธ์ที่เป็นเพื่อนกันมาครึ่งชีวิต สำหรับ วิกกี้ สุนิสา เจทท์ ที่ย้อนกลับไปในวันแรกที่เจอหน้าของ ข้าวโพด สมิทธินันท์ ไม่ชอบ นุ่งกระโปรงสั้นท้าทายกฎระเบียบ พร้อมอเจอประโยคทักทายแบบเด็กนอกว่า เห็นเพื่อนบอกเธอเป็นนางเอกเหรอ? ด้านข้าวโพดยังได้มาอัปเดตคดีเพื่อนสาวยืมเงินไปว่าตอนนี้ไปถึงไหนแล้ว "วิกกี้" เล่าในอดีต ไม่ชอบหน้า "ไฮโซข้าวโพด" ก่อนจะสนิทกัน 28 ปี เคยเตือนเรื่องโดนยืมเงิน ดูทีวีออนไลน์ ช่องวัน31 อัปเดตคดีความหน่อย ? ข้าวโพด : 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา เป็นการตรวจดูพยาน เอกสารต่างๆ แต่มันก็มีความอึดอัดนิดนึงที่ต้องไปเจอคู่กรณี แล้วจะไปอีก ก็รอไปสืบพยาน เราก็ต้องเตรียมตัวให้ดี อีกครั้งประมาณ 28 มิถุนาปีหน้า ซึ่งถามว่าเราปลงไหม คือข้าวโพดสามารถทริคตัวเอง คือถ้าเรามาคิดแต่เรื่องเดิมๆ พูดถึงเรื่องคดีตลอดเวลา มันก็ไม่สามารถมูฟออนในชีวิตได้ ข้าวโพดเชื่อว่าตอนนี้เรากำลังปลงอยู่ ว่ามันก็อีกสักพักนึงนะ แต่พอถ้ามันถึงใกล้ๆ วัน กลางปีหน้า เราอาจจะต้องมาเตรียมตัวอีกทีนึง เราก็อาจจะมาอินเรื่องนี้อีกทีนึง แต่ตอนนี้เราก็ปล่อยวางก่อน ทำมาหากินก่อน เพราะเรามีลูก มีคุณสามี มีเพื่อน เราก็เบรคเรื่องนี้ไว้ก่อน เพราะว่าถ้าคิดแต่เรื่องนี้ (แต่มีข่าวออกมาว่าทางคู่กรณีจ่ายให้คนที่เค้าไม่ได้ฟ้องร้องก่อน?) ถามว่าเราเห็นข่าวไหม คือข้าวโพดต้องบอกก่อนว่ามันมีผู้เสียหายจำนวนมาก ในข่าวที่เราเห็นกันปกติ เพราะว่าบางคนเราก็ไม่รู้เลยว่าเขาเป็นใครบ้าง ก็จะมีกลุ่มที่เค้าคุยกันเองนอกรอบ แล้วก็จะมีกลุ่มของข้าวโพดเอง ที่ใช้กระบวนการกฎหมายในการต่อสู้ ซึ่งมันเป็นสิทธิที่เราเพิ่งกระทำได้ เพราะนี่ตามหมายศาลก็ได้เขียนแล้วว่า เค้าชำระเงินเลยก็ได้ เพราะในหมายศาลก็ระบุว่าแต่ละคนมีจำนวนเงินเท่าไหร่ เขาสามารถทำได้เลยวันนี้ หรือเค้าอาจจะทำตอนที่ศาลสั่งก็ได้ และความรู้สึกเราเป็นยังไง เค้าจ่ายคนที่ไม่ฟ้องร้องแต่เราเป็นคนฟ้องเขา? ข้าวโพด : บอกเลยว่าเราเป็นมนุษย์คนนึง รักโลภโกรธหลง ถามว่าน้อยใจไหม มันมีอยู่แล้ว ความรู้สึกมนุษย์ อย่างแรกเลยมันไม่แฟร์ แต่โพดก็คิดอีกอย่างหนึ่งว่า อีกกลุ่มหนึ่งเค้าอาจจะ จำนวนเงินไม่ได้เยอะเท่าเรา เพราะว่าของพวกเรา มันรวมแล้วเป็น 100 ล้าน เพราะว่ากลุ่มที่เป็นข่าวรวมๆ กันแล้วเท่าที่ทราบมา เกือบ 10 ล้าน สรุปแล้วมันเป็นเงินที่ยืม หรือเงินที่เอาไปลงทุน? ข้าวโพด : โพดไม่ได้อยากใช้ความคิดของตัวเองเป็นคนตัดสิน ข้าวโพดอ่านจากหมายศาล ทางโน้นเค้าโดน 3 คดี อันแรก พรก.กู้ยืมเงิน แบบฉ้อโกงประชาชนในลักษณะแชร์ลูกโซ่ อันที่สองคือฉ้อโกงประชาชนกว่า 10 คนขึ้นไป อันที่สามคือปลอมแปลงเอกสาร และถ้าหมายศาลออกมาในรูปแบบนี้ มันก็เป็นไปไม่ได้ในการยืมเงิน แต่กระแสตีกลับ ว่าเราเป็นคนให้ยืมเงินเองเพราะว่าเป็นเพื่อนสนิท? ข้าวโพด : ก็อย่างที่โพดเล่าไป ตามที่หมายศาลเขียนไว้ ว่าเป็นแชร์ลูกโซ่ ซึ่งหลายคนบอกว่าเป็นการยืมเงิน ซึ่งมันก็เกิดขึ้นจริง แต่ที่ยอดเยอะเยอะมันไม่ได้เกิดจากการยืมเงิน เพราะว่าเราให้เขา ยืมเงิน และยืมบัตรเครดิต แต่เราไม่ได้พูดถึง มันเป็นจำนวนเงิน 5 ล้าน และบัตรเครดิต จำนวน 2 ล้านกว่า โพดให้ยืมเอง ซึ่งตอนแรกจะไม่เป็นคดี แต่ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนว่าเราจะทำยังไงกับเรื่องนี้ แล้วความหวังที่เราจะได้เงินคืนทั้งหมดมันยังมีอยู่ไหม ? ข้าวโพด : เราไม่ได้มาจากตระกูลที่ร่ำรวย โพดกับวิกกี้ เราทำธุรกิจมาด้วยกัน 12 ปี กว่าจะขายครีม ขายน้ำหอม ทุกอย่างมันเหนื่อยมาก เราก็หวังว่าเราจะอยากได้เงินคืน เพราะมันเป็นจำนวนมหาศาล แต่ถ้าไม่ได้คืน เราก็คิดว่าเราซื้อความโง่ โทษตัวเองว่าโลภเอง อันนี้พูดตรงๆ เราต้องพูดว่าการลงทุนน่ะมีความเสี่ยง เราไปไว้ใจคนมากเกินไป จนหน้ามืดตามัว และไม่เช็คให้ดี มันก็ต้องเป็นบทเรียนในชีวิต ถ้าเราไม่ได้คืนในส่วนของตรงนี้ คิดว่าเป็นบทเรียนของชีวิตแล้วกัน แล้วหวังว่าเป็นบทเรียนให้หลายๆ คน เอาข้าวโพดเป็นอุทาหรณ์ ไว้ใจคนมากไป เพราะว่าถ้าอะไรๆมันมากเกินไป เราก็ควรจะระมัดระวัง จะเอาให้เสียชื่อเสียง จนไม่มีทางทำมาหากิน รู้สึกยังไงกับประโยคนี้? ข้าวโพด : ข้าวโพด มองจุดนี้ เราอาจจะเป็นคนเสียงดัง พูดโผงผาง อันนี้คือเรื่องจริง แต่ข้าวโพดเป็นคนให้ใจเพื่อน เป็นคนรักเพื่อน ให้แบบเกิน 100 ให้แบบเกินตัว ข้าวโพดมีเพื่อนที่พูดกันแบบตรงๆ ดีกว่ามีเพื่อนหน้าไหว้หลังหลอก ส่วนคำว่า คนล้มอย่าข้าม ข้าวโพดอยากบอกทุกคน ใครล้ม ข้าวโพดทำงานสุจริต เพื่อนๆ ทำงานสุจริต หาเงินมาด้วยความยากลำบาก เราเองสิเป็นคนล้ม เราอยู่ของเราดีๆ แต่พอมันเกิดเหตุการณ์นี้ มันเหมือนเราถูกถีบสองขาให้ล้ม คนล้มไม่ใช่อีกฝ่ายหนึ่ง คนที่ล้มคือเราต่างหาก อยากให้ทุกคนปรับทัศนคติตรงนี้นิดนึง และเค้าทำของเค้าเอง และที่เค้าบอกว่าช่องทางทำมาหากินเค้าน้อยลง แต่มันก็คือการกระทำของเค้าเองจนทำให้เค้าต้องมาถึงจุดตรงนี้เอง ไม่ได้มีใครมาบอกให้เค้าทำแบบนี้กับเพื่อนของเขา แต่มันเป็นการตัดสินใจของเค้าเอง ทำให้เขามาสู่จุดนรกของชีวิตของเขาเอง แต่ข้าวโพดโดนกระทำ ซึ่งตัวเลขของข้าวโพด จาก 100 กว่าล้าน แต่ในระยะเวลาสามปีที่โดนยืมเงินไป เค้าก็ได้คืนมาบางส่วน จนตอนนี้ก็เหลือประมาณ 28 กว่าล้าน แล้วที่ผ่านมาไม่ได้ดอกเบี้ย เหมือนไม่ได้อะไร วิกกี้รู้สึกยังไงกับสิ่งที่เพื่อนเจอ? วิกกี้ : คิดว่ามันเป็นบทเรียนที่ยิ่งใหญ่ คือโพดเป็นคนละเอียด เป็นคนฉลาด ข้าวโพด : คือมิจฉาชีพ คอลเซ็นเตอร์ ไม่ได้กินฉันหรอก แต่อีคนใกล้ตัว กลับมาทำร้ายฉัน เราแพ้เพราะว่าเค้าเป็นเพื่อน วิกกี้ : ตอนนี้เค้าหายร้องไห้แล้ว คือเค้าเป็นคนที่ค่อนข้างวางแผนชีวิตมาโดยตลอด อยากมีครอบครัวแบบไหน อยากท่องเที่ยวรอบโลกแบบไหน เป๊ะ เค้าอยากให้ชีวิตเขาเป็นไปตามแผนที่เขาวาง เรื่องเงินคือเรื่องใหญ่ แต่สิ่งที่เขาผิดหวังคือเรื่องความไว้ใจ สามีเราว่ายังไงบ้าง? ข้าวโพด : คือเราทะเลาะกันบ้านแตก โพดกับสามี ไม่เคยทะเลาะกันใหญ่โตขนาดนี้มาก่อน สามีเราร้องไห้ทุกวัน เพราะว่านอกจากที่โพดสนิทกับเขาแล้ว สามีเราก็สนิทกับสามีเค้า ลูกเราก็สนิทกับลูกเขา สนิทกันทุกระดับ เขารู้สึกเฟล เค้าเตือนเราแล้ว เค้าเห็นเราโอนเงินทุกวัน เค้าบอกว่าให้เราระวัง แต่เราไม่ฟังเขา เพราะมันมาถึงจุดนี้ การที่เราไม่ฟังสามี ทำให้เขารู้สึกเฟล ย้อนวินาทีมีหัวใจเคยกอดคู่กรณีร้องไห้ด้วยกัน? ข้าวโพด : เรามีความรู้สึกสงสัย ว่ามันจะครบปีแล้ว ทำไมเงินมันยังไม่ได้ ไปสืบในหลายด้าน มีหลักฐาน 100% และให้เพื่อนในกลุ่มดู ก็เลยโทรไปถามเค้า มันเกิดอะไรขึ้นวะ เค้าก็ร้องไห้ออกมาเลย บอกว่า เราต้องคุยกัน เล่าเรื่องอวตารเรื่องนึง จำได้ว่าพี่หนิงก็ได้ยินเรื่องนี้มาเหมือนกัน เมื่อ 13 ปีที่แล้ว ซึ่งเราเห็นใจเขามาก และแกเห็นใจเค้าหรือเปล่า หนิง : กูเป็นพิธีกร และโยนมาขนาดนี้ ข้าวโพด : แกว่าเรื่องนั้นมันน่าเห็นใจไหม หนิง : ก็สุดอ่ะ ข้าวโพด : แต่ตอนนั้นที่ได้ยินเรื่องนั้นเสร็จ ก็บอกว่าไม่เป็นไร เราจับมือไปด้วยกัน เราหาใหม่ ร้องไห้ยิ่งกว่ามันอีก เพราะว่าเราเชื่อเรื่องนี้ 100% เรายังอัดเทปไว้เลย เสียงเราร้องไห้เหมือนผีบ้า แต่มันไม่สามารถปล่อยออกอากาศได้ นอกจากไม่ยอมรับความจริงอะไรหลายๆ อย่าง เนื้อประมาณว่า ทำไมเค้าถึงไว้ใจเขา ทำไมเค้าถึงต้องมาถึงจุดนี้ เพราะว่าการฟ้องร้อง มันเป็นจุดอิ่มตัว ที่ข้าวโพดไม่สามารถฟังนิทานอวตารได้แล้ว เพราะว่าเรื่องที่เค้าเล่ามา มันทำให้เราเข่าอ่อน ร้องไห้ไปกับเขา เราจะช่วยเพื่อนยังไง และเงินที่มันเอาของเพื่อนเราไป เราจะเอาคืนยังไง ไม่ให้มันโดนรังแก และมาทราบทีหลังว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องจริง เพราะว่าได้คุยกับหลายท่านที่เขาได้ยินเรื่องนี้มาเหมือนกัน รวมไปถึงเส้นทางการเงิน มันก็ไม่ได้เป็นตามที่เค้าเล่า ตอนแรกเราก็จับกลุ่มกันเล็กๆ เพื่อสู้กันไป แต่ในทุกอาทิตย์มันมีผู้เสียหายเพิ่มขึ้น วิกกี้ ได้เตือนเพื่อนไหม? วิกกี้ : คือโพดเค้าเป็นคนรักเพื่อน เค้าเห็นแต่ด้านดีเสมอ ไม่ใช่แค่บุคคลคนนี้ ถามว่าเราเตือนเขาไหม กี้ต้องบอกก่อนว่าเราโตมาและครอบครัวเราก็มีดราม่ามาเยอะ กี้ทำงานมาแต่เด็ก เราก็ได้เห็นคนหลายแบบ มันทำให้เรามองโลกในแง่ลบ เราจะระวังไว้ก่อน มีกำแพงสูงมาก ถ้าเราทำแบบนี้เราจะอยู่รอด ถามว่าเคยเตือนตรงๆ ไหม ก็มีคอมเม้นต์ แต่เราก็มองว่าคนนี้ทำให้เพื่อนเรามีความสุขในระยะยาว ก่อนจะมาลงทุน เค้าเป็นเฟรนด์ชิพกัน แล้วเวลาเจอกัน ถ้าไม่คิดอะไร เค้าก็เป็นคนดีคนหนึ่ง เป็นคุณแม่ที่ตั้งใจทำงาน เราก็ก็ถามเป็นระยะระยะ เรามั่นใจในการตัดสินใจของเขา ข้าวโพด : ดูหน้าตาทันคน แต่เปล่าเลย วิกกี้ : มันเป็นเฟรนด์ชิพที่ค่อนข้างหลายปี ไม่ใช่มันเพิ่งเกิดขึ้น ข้าวโพด : รู้จักกันมาแปดปี สนิทกันขึ้นมาทันที ไปเที่ยวต่างประเทศ แต่กับวิกกี้สนิทมา 28 ปี แต่ก่อนหน้านี้เค้าก็ไม่ได้อยากสนิทเรา? วิกกี้ : ใช่ สมัยนั้นก็คือยังไม่รู้จัก ตอนอายุ 19 ตอนเรียน กี้เป็นคนตรงเวลา เป็นเด็กเรียน หลังห้อง ตอนนั้นเป็นดาราแล้ว แล้วก็มีผู้หญิงคนนึงเดินเข้ามาใส่กระโปรงสั้นมาก สั้นกว่าที่กำหนด ตัดแบบเฉียง เสื้อสั้นๆ ดูเสียงดัง ซึ่งตอนนั้นอาจารย์กำลังสอน ข้าวโพด : ก็เพิ่งกลับมาจากอเมริกา ร้อนวิชา พูดไทยไม่เป็น วิกกี้ : อยู่กับผู้ชายฝรั่ง ไม่มีผู้หญิง กูมองอยู่ สักพักมันก็เงียบ และเป็นแบบนี้ทุกวัน ก็เลยชะโงกไปดู สรุปหลับ หลับแบบไม่สนใจใคร ตื่นมาก็เอิ้กอ๊าก เราก็สังเกตเขาในทุกวัน แต่งหน้าแรง สำเนียงเป็นอเมริกัน เป็นเด็กนอก จนวันนึงพักเบรคกินข้าว เค้าก็เดินเข้ามาหาเราด้วยน่าสงสัย แต่ด้วยหน้าเค้าแรงอยู่แล้ว มาถามเราว่า เพื่อนบอกว่าแกเป็นดารา ดังป่ะ เล่นเรื่องอะไร พูดเหมือนหาเรื่อง แต่เค้าถามด้วยความสงสัยจริงๆ เราก็ตอบกลับไปว่าค่ะ มารู้ตอนหลังว่าเราก็เป็นเด็กที่จบมาจากอเมริกาเหมือนกัน เค้าก็บอกว่าดีใจเพราะเขากำลังหาเพื่อนที่มาจากที่เดียวกันไทป์เดียวกัน ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทางช่องวัน31 ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama คลิปสัมภาษณ์ : https://youtu.be/w0sD5Ag1PMQ?si=mDZOPfyPamRLpNSx

“เต็น ธีรภัค”สุดทน! คนใกล้ชิดโกงเงินมานาน 2 ปี
อ่าน

“เต็น ธีรภัค”สุดทน! คนใกล้ชิดโกงเงินมานาน 2 ปี

เต็น ธีรภัค สุดทน! คนใกล้ชิดโกงเงินมานาน 2 ปี ทำเอาแฟนเพลงส่งกำลังใจให้นักร้องดัง เต็น ธีรภัค มณีโชติ ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบายความอัดอั้นตันใจจากการถูกคนใกล้ตัวยักยอกและฉ้อโกงเงิน จนส่งผลกระทบอย่างหนักต่อทั้งการใช้ชีวิต จิตใจ และการทำงานเป็นเวลานานกว่า 2 ปีเต็ม โดย เต็น ธีรภัค เล่าความเจ็บปวดตลอด 2 ปีที่ผ่านมาว่า... ไม่ได้จับกีต้าร์ ไม่ได้แต่งเพลง ไม่ได้เปิดคอม ไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรมาเป็นเดือน มันคือความจริง ที่ไม่อยากยอมรับ แต่สุดท้ายก็ค่อยเรียกสติกลับมา คนประเภทที่ชอบเรียกผมว่า พี่ครับๆ เสียงหวานๆเกินเหตุ (ฟังปลอมๆ) เราพี่น้องกันนะครับ เสียง2 เสียง3 คนประเภทนี้ส่วนใหญ่โคตรเสแสร้ง หลอกลวง ลับหลังผมทั้งโกงทั้งแทงข้างหลังยับ เราเข้าใจนะ ทุกคนมีปัญหาทั้งนั้น แต่ต้องเลือกวิธีแก้ปัญหาแบบมีคุณธรรม ไม่ฉ้อโกงและอยู่ภายใต้กฎหมาย แปลกใจมากโตป่านนี้ยังแยกชั่ว ดี ไม่ออกเลย ประโยคที่ว่า ผมเจตนาดี ก็พูดอยู่นั้นแหละ แต่การกระทำสวนทางแบบ นรก กับ สวรรค์ ความโลภไม่รู้จักประมาณตน อยากได้ อยากมี แต่ไม่มีปัญญาสร้างเองแบบสุจริต ก็เลยเลือกเส้นทางชั่วร้าย สุดท้ายจุดจบ นอนคุกตารางทุกคน คือผมไม่สนละ เพราะทั้ง เงิน และ ทรัพย์สิน ที่ผมเสียไป มูลค่าเทียบไม่ได้กับเวลา ความรู้สึก และ ความไว้ใจ ที่เสียไปเลยสักนิด... ผมจะเป็นพี่เต็นที่ใจดีแบบเดิมหรือจะเป็นพี่เต็นแบบบู๊ล้างผลาญ เอาเป็นว่าขอเวลาตัดสินใจ ถึงวันที่ 31 ก.ค.ละกัน ถ้าผมไปสน.นายได้เปลี่ยนที่นอนเป็นคุกแน่ๆ ถ้าผมตัดสินใจอะไรแล้วละก็ ไม่มีเกียร์ถอย ลุยอย่างเดียว ชนให้พังหมด แต่ละครั้งที่นายทำผิดก.ม.ก็ต่างกรรมต่างวาระ งานนี้เพื่อนร่วมชะตากรรมเยอะคูณ ไป 11 คน แต่งตัวเลขเก่งนักใช่ไหม ลองแก้โจทย์ข้อนี้ดูละกัน... อย่าลืมบอกเพื่อนที่รับเงินแทนด้วย เตรียมตัวด้วยนะ แต่ถ้าเป็นบัญชีม้า ก็รับเองไปเต็มๆเพิ่มอีกกระทงนะ บางทีทางออกอาจจะง่าย มากๆ แค่ยอมรับว่าโกงอะไรไปบ้าง สารภาพเองเลย และขอโทษด้วยความจริงใจ สุดท้ายต้องชดใช้สิ่งที่ไปยักยอก ฉ้อโกงมา ด้วยตัวเอง เช่นยอมขายทรัพย์สินตัวเอง แบบที่ผมเคยต้องขายทรัพย์สิน เพื่อนำเงินไปรักษาพ่อที่ป่วย ดูแลครอบครัว เพราะรอเงินแต่ละครั้งหลายเดือน บางทีเป็นปีและโดนกระทำตลอด2ปี ทั้งที่นายรับเงินไปหมดแล้ว นายใช้ชีวิตดี๊ดีขับรถหรู กินดี อยู่แพง ครอบครัวใช้ชีวิตเหมือนไฮโซ แต่ผมต้องใช้ชีวิตแบบแก้ปัญหาตลอด 2 ปี บอกเลยที่ผ่านมา ผมเหมือนติดในนรก เวลาของผมมีค่ามันไม่มีวันย้อนกลับคืนมา ผมทำงานหนักมากแต่อีกคนทำงานบนหลังผม ผมควรมีความสุขและมีชีวิตที่ดีกว่านี้ ตอนนี้ผมก็ขี้เกียจรอ อะไรแล้ว เพราะนายขโมยเวลา และความสุขของเราเยอะเกินไปแล้ว จำไว้ 31 ก.ค.ชี้ชะตาชีวิต ป.ล.ที่เคยแช่ง..ใครโกงกรูขอให้ชิ หาย เช้ามารถนายชนยับเลย ตอนนั้นก็ไม่คิดว่าเป็นนายนะ แต่ตอนนี้มั่นใจแล้วเวรกรรมมีจริง... งานนี้แฟนๆ ส่งกำลังใจให้นักร้องหนุ่มกันเป็นจำนวนมาก

"โก้ ธีรศักดิ์" เปิดคลิปเพื่อนบ้านมหาภัย ทุบรถ ถ้ายังไม่หยุดจำใจต้องย้ายบ้านหนี
อ่าน

"โก้ ธีรศักดิ์" เปิดคลิปเพื่อนบ้านมหาภัย ทุบรถ ถ้ายังไม่หยุดจำใจต้องย้ายบ้านหนี

"โก้ ธีรศักดิ์" เปิดคลิปเพื่อนบ้านมหาภัย ทุบรถ ถ้ายังไม่หยุดจำใจต้องย้ายบ้านหนีอีกหนึ่งประเด็นที่หลายคนกำลังให้ความสนใจกับ "โก้ ธีรศักดิ์" ที่ล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาโพสต์คลิปเพื่อนบ้านทุบรถ พร้อมแคปชั่นระบุว่า "จับภาพได้คาตา #เพื่อนบ้านมหาภัย 3 ปีผ่านไป...ก็ยังคงต้องเผชิญกับคนแบบนี้ (ลองดูข้อมูลเก่าตามแฮชแทคข้างต้น) จะมีใครในประเทศไทยที่ช่วยเราได้บ้าง??? #สายไหมต้องรอด พี่เอกขาาาาาาา มันกลับมาแร้ว!!! i_am_eakk คนแถวนี้โดนทุบรถมากี่ครั้งกี่คราขึ้นศาลก็ปล่อยตัว บัตรสีชมพูนี่มันดีจริงๆ รอบนี้ น่าจะเป็นขวานถ้าทำอะไรไม่ได้เราคงต้องย้ายบ้านแทนแล้วล่ะ... มันแย่ตรงที่มี 2 หลังนี่แหละ ของก็เยอะ ไม่รู้จะไปวางไว้ไหน ปล : คราวก่อนเป็นผู้หญิงนะคะ รอบนี้ผู้ชาย สรุป...ทั้งบ้านคะ มือทุบรถย่านทาวน์อินทาวน์ #สนวังทองหลาง #เทพลีลา #รามคำแหง39" ซึ่งหลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปก็ทำเอาหลายคนให้ความสนใจ พร้อมทั้งส่งกำลังใจให้กับเขาเป็นจำนวนมาก ภาพประกอบจาก korysecret ภาพประกอบจาก korysecret ภาพประกอบจาก korysecret ภาพประกอบจาก korysecret

รู้จัก ผู้ชายธงดำ คือแบบไหน นิสัยยังไง ทำไมควรหนีให้ไกลก่อนชีวิตพัง!
อ่าน

รู้จัก ผู้ชายธงดำ คือแบบไหน นิสัยยังไง ทำไมควรหนีให้ไกลก่อนชีวิตพัง!

ถ้าพูดถึงเรื่อง ความรักความสัมพันธ์ ในยุคนี้ เชื่อว่าร้อยทั้งร้อยต้องเคยได้ยินคำฮิตอย่าง "ผู้ชายธงแดง" (Red Flag) หรือพฤติกรรมแปลกๆ ที่เป็นสัญญาณเตือนภัยให้เราเริ่มระวังตัวกันมาบ้างแล้วใช่ไหมคะ แต่วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับบอสใหญ่ที่น่ากลัวกว่านั้นหลายเท่า นั่นก็คือ "ผู้ชายธงดำ" หรือ Black Flag ค่ะ! ผู้ชายธงดำ (Black Flag) คืออะไร นิสัยต่างจากธงแดงยังไง หลายคนอาจจะสงสัยว่า เอ๊ะ! แล้วธงดำมันต่างจากธงแดงยังไง อธิบายง่ายๆ เลยค่ะ ผู้ชายธงแดง (Red Flag) คือคนที่มีนิสัยบางอย่างที่อาจจะทำให้ความสัมพันธ์มีปัญหาในอนาคต เช่น ขี้หึงเกินเบอร์ ตอบแชทช้า ติดเพื่อน หรืออีโก้สูง ซึ่งบางอย่างยังพอพูดคุยปรับจูนให้รอดไปต่อกันได้ แต่สำหรับ ผู้ชายธงดำ (Black Flag)🖤 มันคือสัญลักษณ์ของ "ความอันตรายขั้นสุด" ค่ะ! มันไม่ใช่แค่นิสัยเสียทั่วไป แต่มันคือพฤติกรรมที่เป็นพิษ หรือ ความสัมพันธ์ Toxic ที่ทำลายชีวิต ทำลายความเคารพตัวเอง (Self-esteem) และอาจจะถึงขั้นคุกคามความปลอดภัยในชีวิตของเราด้วยค่ะ เรียกง่ายๆ ว่านี่ไม่ใช่แค่สัญญาณเตือนให้ระวัง แต่เป็นป้ายไฟนีออนไซส์ยักษ์ที่ตะโกนใส่หน้าว่า "อันตราย ห้ามเข้าเด็ดขาด!" บอกเลยนะคะว่าถ้าสาวๆ บังเอิญเดินไปตกหลุมรักคนที่มีลักษณะแบบนี้ ไม่ต้องรอเวลาสังเกตอาการ ไม่ต้องใช้ความรักความเข้าใจเข้าลูบ และไม่ต้องคิดฝันว่าจะเปลี่ยนเขาให้เป็นคนดีได้ สิ่งเดียวที่ต้องทำเพื่อเซฟหัวใจและชีวิตตัวเองคือ "วิ่งหนีไปให้ไกลที่สุด!" ค่ะ 5 เช็กลิสต์สัญญาณอันตราย! แบบไหนที่เรียกว่า ผู้ชายธงดำ สาวๆ ลองเช็กดูนะคะว่า คนที่เรากำลังคุยอยู่ หรือคนข้างกาย มีพฤติกรรมเหล่านี้แม้แต่ข้อเดียวหรือไม่ ถ้ามี... รีบเตรียมตัวถอยด่วน! 1. ทำร้ายร่างกายและจิตใจอย่างรุนแรง นี่คือ Black Flag ตัวพ่อที่ยอมรับไม่ได้เด็ดขาดค่ะ! ไม่ว่าจะเป็นการทำร้ายร่างกาย ทุบตี ผลัก หรือการทำร้ายจิตใจด้วยคำพูดหยาบคายด่าทอ ลดทอนคุณค่าความเป็นคนของเรา ทำให้เรากลายเป็นตัวตลกหรือรู้สึกไร้ค่า ผู้ชายที่รักเราจริง จะไม่มีวันทำให้เราเจ็บตัวหรือเจ็บใจเด็ดขาดค่ะ ข้อนี้ไม่อนุโลมใดๆ ทั้งสิ้น 2. ควบคุมชีวิตแบบเบ็ดเสร็จ แรกๆ อาจจะดูเหมือนหวงเพราะรัก แต่พอนานไปเริ่มลุกล้ำพื้นที่ส่วนตัว เช็กโทรศัพท์ทุกสิบนาที ห้ามแต่งตัวสวยๆ ห้ามออกไปเจอเพื่อนสนิท หรือหนักสุดคือพยายามกีดกันเราออกจากครอบครัวของตัวเอง! พฤติกรรมแบบนี้เขาเรียกว่าการตัดขาดเราจากโลกภายนอก (Isolation) เพื่อให้เราต้องพึ่งพาเขาแค่คนเดียวและหนีไปไหนไม่ได้ค่ะ นี่คือความสัมพันธ์ที่ Toxic สุดๆ เลย 3. นอกใจเป็นสันดาน โกหกหน้าตาย การเป็นคนเจ้าชู้ แอบคุยกับคนอื่นเล็กๆ น้อยๆ อาจจะเป็นธงแดงที่หลายคนยังฝืนให้โอกาสแก้ไข แต่ถ้าเขานอกใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า จับได้ก็แถ โกหกหน้าตายโดยไม่รู้สึกผิด หรือมีความสัมพันธ์ซ้อนแบบไม่ให้เกียรติเราเลย นี่คือธงดำที่โบกสะบัดแรงมากค่ะ ผู้ชายแบบนี้ไม่มีวันหยุดที่ใคร อย่าเสียเวลาไปเป็นตัวเลือกหรือของตายของใครเลยค่ะ เรามีค่ามากกว่านั้นเยอะ! 4. เจ้าพ่อ Gaslighting ปั่นหัวให้เราดูเป็นคนผิดเสมอ สาวๆ เคยเจอไหมคะ เวลาทะเลาะกันทีไร จากที่เขาเป็นคนเริ่มทำผิด แต่คุยไปคุยมากลายเป็นเราที่ต้องเป็นฝ่ายร้องไห้ขอโทษ พฤติกรรม Gaslighting คือการปั่นหัว โกหก บิดเบือนความจริง จนทำให้เราเริ่มสงสัยในความจำหรือสติปัญญาของตัวเอง เช่น "คิดมากไปเองหรือเปล่า" "ฉันไม่ได้พูดแบบนั้น เธอประสาทไปเองแล้ว" นี่คือการทำร้ายจิตใจที่แนบเนียนและอันตรายมาก ทำให้เราสูญเสียความเป็นตัวเองไปในที่สุด 5. ไม่มีความรับผิดชอบต่อชีวิตและสังคม ไม่ใช่แค่เรื่องเงินนะคะ แต่หมายถึงคนที่ไม่เคยมองว่าตัวเองผิด โทษโชคชะตา โทษแฟนเก่า โทษเจ้านาย แต่ไม่เคยโทษตัวเอง มีพฤติกรรมเสี่ยงๆ เช่น ติดการพนันขั้นรุนแรง เกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย หรือเอาเปรียบคนอื่นหน้าตาเฉย คนที่ไม่มีความรับผิดชอบต่อชีวิตตัวเอง จะมาดูแลชีวิตและอนาคตของเราได้ยังไงจริงไหมคะ? วิธีรับมือเมื่อรู้ตัวว่าเผลอรัก ผู้ชายธงดำ ไปแล้ว ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วพบว่าแฟนนิดๆ ของเราเข้าข่ายธงดำ สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ตั้งสติและกอดตัวเองแน่นๆ ค่ะ อย่าโทษตัวเองที่มองคนพลาด ความรักบางทีมันก็ทำให้เราตาบอดได้ชั่วขณะ สำคัญที่ก้าวต่อไปของเราต่างหาก เลิกหวังว่าจะเปลี่ยนเขา จำคีย์เวิร์ดนี้ไว้นะคะ "เราเป็นแฟน ไม่ใช่ศูนย์บำบัด" เราไม่สามารถรักษาคนที่เป็นพิษได้ด้วยพลังรักอันบริสุทธิ์ค่ะ วางแผนตีตัวออกห่าง ถ้าเขาเป็นประเภทอารมณ์รุนแรง อย่าเพิ่งผลีผลามโวยวาย ค่อยๆ วางแผน หาที่ปลอดภัย ปรึกษาเพื่อนสนิท ครอบครัว หรือสายด่วนต่างๆ เพื่อหาทางถอยออกมาอย่างปลอดภัยที่สุด บล็อกทุกช่องทางการติดต่อ* วิธีตัดใจที่ได้ผลที่สุดคือ การตัดขาดการติดต่อทุกช่องทางค่ะ บล็อกให้หมด อย่าให้เขาเข้ามามีอิทธิพลหรือบีบน้ำตาปั่นหัวเราได้อีก ความรักที่ดี ต้องเป็นความรักที่ทำให้เรารู้สึกปลอดภัย สบายใจ และเป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุดของตัวเองนะคะ ถ้าความสัมพันธ์มันบั่นทอนจนทำให้เราร้องไห้มากกว่าหัวเราะ นั่นไม่ใช่ความรัก แต่มันคือยาพิษค่ะ ทิ้ง ผู้ชายธงดำ ไว้ข้างหลัง แล้วเชิดหน้ามูฟออนไปหาความรักดีๆ ที่คู่ควรกับเรากันดีกว่าค่ะ! เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ บทความที่คุณสนใจ โสดแล้วไง? ไลฟ์สไตล์สาวโสดยุคใหม่ โสดไม่เหงา ที่ใครก็อิจฉา โสดอย่างมีคุณภาพ 4 อย่างสิ้นคิด อย่าทำเด็ดขาด หลังเลิกกับแฟน เผยสเปคของหนุ่มๆ ... ผู้หญิงแบบไหน ที่ผู้ชายจะรัก

ตึงเกิน! เกมเมอร์หนุ่มสร้างตำนานเจอตำรวจบุก แต่โนสน เดินกลับไปเล่น ARC Raiders ต่อหน้าตาเฉย
อ่าน

ตึงเกิน! เกมเมอร์หนุ่มสร้างตำนานเจอตำรวจบุก แต่โนสน เดินกลับไปเล่น ARC Raiders ต่อหน้าตาเฉย

ติดเกมเป็นเหตุสังเกตได้! กลายเป็นข่าวเด่นประเด็นร้อนชวนอึ้งจากรัฐ Pennsylvania เมื่อพ่อบ้านเกมเมอร์รายหนึ่งดันสร้างตำนานบทใหม่ ด้วยการเมินเฉยใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาเคาะประตูบ้านแบบโนสนโนแคร์ เพื่อจะรีบเดินกลับไปกดเกม ARC Raiders ต่อซะอย่างนั้น!เรื่องของเรื่องคือเมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทภายในบ้านหลังหนึ่ง โดยสาววัย 49 ปี ได้โทรแจ้งความว่าเธอโดนแฟนหนุ่มรุ่นน้องวัย 39 ปีทำร้ายร่างกาย ซึ่งชนวนเหตุมาจากการที่เธอดันไปจับได้ว่าแฟนนอกใจ แถมพ่วงด้วยพฤติกรรมสุดเอือมคือ "ติดเกม ARC Raiders ขั้นสุด" จนบานปลายกลายเป็นการลงไม้ลงมือกัน!พอตำรวจมาถึงและสอบปากคำแฟนสาวเสร็จ ก็เดินไปหาพ่อหนุ่มเกมเมอร์เพื่อจะฟังความฝั่งเขาบ้าง แต่ในระหว่างที่ตำรวจกำลังอ้าปากจะสอบถามอยู่นั้น พี่แกดันตัดบทเดินหันหลังกลับไปนั่งหน้าจอเพื่อเล่นเกมต่อเฉยเลย! งานนี้ตำรวจไม่รอช้า จัดข้อหาลหุโทษฐานก่อความเดือดร้อนรำคาญ (Harassment) ส่งตรงถึงหน้าบ้านทันทีแต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกในวงการเกมนะที่มีตำรวจมาเอี่ยว เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยมีเคสฮา ๆ ของผู้เล่น ARC Raiders รายหนึ่งที่พักอยู่ในโมเต็ล แล้วดันตะโกนลั่นห้องว่า "ฉันโดนยิง ๆ!" จนห้องข้าง ๆ ตกใจคิดว่ามีเหตุร้าย เลยโทรเรียกตำรวจมาดูด้วยความหวังดี ที่ไหนได้พี่แกโดนยิงในเกมจ้า! (อ่านข่าวเพิ่มเติม : ผู้เล่น Arc Raiders ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือในเกม แต่เพื่อนบ้านนึกว่าเรื่องจริงเลยพังประตูเข้ามาช่วย!)หรือแม้กระทั่งเคสคุณยายทวดวัย 91 ปี ที่ลงทะเบียนระบบตรวจเช็กสุขภาพไว้ แล้วดันเงียบหายไปจนตำรวจต้องรีบมาบุกบ้านเพราะนึกว่ายายเป็นอะไรไป สุดท้ายเปิดประตูไปเจอคุณยายกำลังนั่งเล่นเกมจอยักษ์อย่างเมามันส์ ที่ไม่ได้รับสายและไม่ได้เปิดประตูให้ตำรวจไม่ใช่เพราะป่วย แต่เพราะเกมมันสนุกเกินไปจนไม่อยากลุกต่างหากล่ะ!แปลและเรียบเรียงจาก : gamerant.com

“ซี พฤกษ์” เดินหน้าสู้! พึ่งกฎหมายจัดการคนปล่อยข่าวเท็จ อยากให้ออกมาขอโทษ ไม่ได้ต้องการเงิน
อ่าน

“ซี พฤกษ์” เดินหน้าสู้! พึ่งกฎหมายจัดการคนปล่อยข่าวเท็จ อยากให้ออกมาขอโทษ ไม่ได้ต้องการเงิน

ซี พฤกษ์ เดินหน้าสู้! พึ่งกฎหมายจัดการคนปล่อยข่าวเท็จ อยากให้ออกมาขอโทษ ไม่ได้ต้องการเงิน ก่อนหน้านี้นักแสดงหนุ่ม ซี พฤกษ์ ไปแจ้งความเพื่อร้องทุกข์ และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบกรณีมีกลุ่มผู้ไม่หวังดี นำคลิปวิดีโอและข้อมูลส่วนตัวไปเผยแพร่ พร้อมระบุข้อความในลักษณะใส่ความ บิดเบือนข้อเท็จจริง ว่าตัวศิลปินมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมและไม่จริงใจต่อแฟนคลับ ล่าสุดเจ้าตัวเปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า... มีมาเรื่อยๆ แต่เราเริ่มรู้สึกว่าสิ่งที่เขาพูดมันไม่ใช่ข้อเท็จจริง เราต้องปกป้องตัวเอง ต้องสู้แล้ว เลยต้องหวังพึ่งกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งผมก็ได้เริ่มทำตามขั้นตอนโดนมาเรื่อยๆ เอาจริงๆ ผมเห็นคนในวงการเยอะมากที่โดนสิ่งพวกนี้ เราอยากออกมาปกป้องตัวเองเพื่อความบริสุทธิ์ใจ เพราะรู้สึกว่าตอนนี้ยอดวิวในโซเชียลมันเริ่มสูงขึ้นเราเลยปรึกษาทั้งพี่อ๊อฟชั่นทนาย และผู้ที่มีความรู้ด้านนี้ เพราะพอยอดวิวสูง คนก็เริ่มเข้าใจผิด ทำให้เสียชื่อเสียง ภาพลักษณ์ และกระทบไปถึงธุรกิจที่เราทำ เพื่อนร่วมงาน รวมถึงคนรอบตัวด้วย คนเดิมๆ ก็มีที่ทำมา 5-6 ปีเลย จริงๆ มันมีหลายแอ็คเคาต์มาก เราพยายามรวบรวมหลักฐาน เพื่อให้พี่ๆ ตำรวจอ่านง่ายด้วย ใจจริงอยากจะแจ้งให้หมดเลย แต่เราเริ่มมีความรู้แล้วว่าทาง X หรือแพลต ฟอร์มต่างๆ มันสามารถหาตัวตนได้ยังไง โดยคุยกับตำรวจไซเบอร์ บางอย่างเราควบคุมไม่ได้ แต่เราสามารถปกป้องตัวเองได้ ผมอยากทำเคสนี้ให้เป็นตัวอย่าง เผื่อจะช่วยใครอีกหลายๆ ท่านได้ด้วย ได้คุยกับตำรวจไซเบอร์ ท่านก็สนับสนุนและให้ข้อมูลว่าที่มาที่ไปของแอ็คเคาต์เหล่านี้เป็นยังไง เราจะพยายามตามตัวให้ถึงที่สุด เรื่องระยะเวลาผมไม่แน่ใจ แต่ทุกคดีมีกำหนดเวลาของมันอยู่แล้ว ผมเองก็ไม่ชินที่มีคดีความ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกฎหมายพิจารณาว่าผิดมาตราไหน เราเคารพกฎหมายอยู่แล้ว เนื่องจากผมไม่ได้จบกฎหมายมา เลยให้ตำรวจพิจารณาเลยว่าควรเป็นข้อหาไหนบ้าง เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาสำหรับผมแต่อยากให้เคสนี้เป็นบทเรียนและเตือนสติคนใช้โซเชียลมากกว่า ในฐานะที่เราพอจะมีกระบอกเสียงก็อยากสื่อสารว่าสิ่งนี้มันไม่ถูกต้องสุดท้ายแล้วบทลงโทษที่เราอยากให้เขาได้รับ ส่วนตัวผมนะ ถ้าเขายอมรับผิดในสิ่งที่ทำและออกมาขอโทษ ผมก็รู้สึกดีใจแล้ว ไม่ได้อยากได้เงิน แค่อยากให้เขารู้ตัว บางคนอาจจะทำไปโดยไม่รู้ตัว หรือทำตามๆ กันมาแบบอุปทานหมู่โดยไม่ได้ใช้วิจารณญาณ เพราะบางอย่างมันทำให้คนอื่นเสียหายมาก ผมเคยมีเพื่อนที่เป็นโรคซึมเศร้าเพราะเรื่องแบบนี้มาแล้ว พอมานั่งคิดก็แปลว่าเราเองก็สตรองมากนะที่ผ่านมาได้

"เกรท วรินทร" แท็กทีม "พาย รินรดา" พร้อม "แบม สราลี" ใกล้ชิดแฟนละคร ในงาน "รักหักหลัง Fin Meeting"
อ่าน

"เกรท วรินทร" แท็กทีม "พาย รินรดา" พร้อม "แบม สราลี" ใกล้ชิดแฟนละคร ในงาน "รักหักหลัง Fin Meeting"

ช่อง 3 ชวนแฟนละคร รักหักหลัง มาสนุกและฟินแบบเอ็กซ์คลูซีฟในงาน รักหักหลัง Fin Meeting นำทีมโดย เกรท วรินทร พร้อมสองสาว พาย รินรดา และ แบม สราลี มาร่วมพูดคุย แจกความสดใส และสร้างโมเมนต์สุดประทับใจให้แฟน ๆ อย่างใกล้ชิด ณ อาคารมาลีนนท์ ทาวเวอร์ เมื่อวันก่อน "เกรท วรินทร" แท็กทีม "พาย รินรดา" พร้อม "แบม สราลี" ใกล้ชิดแฟนละคร ในงาน "รักหักหลัง Fin Meeting" ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 3HD บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะตั้งแต่เริ่มต้น โดยพิธีกรอารมณ์ดี สายฝน ชีช้าง พาแฟน ๆ ร่วมพูดคุยถึงกระแสความเข้มข้นของละคร พร้อมกิจกรรมสนุก ๆ และเกมเกี่ยวกับ ความลับ ที่ทั้งนักแสดงและแฟนละครร่วมเล่นกันแบบไม่มีใครยอมใคร ก่อนที่ พาย จะคว้าชัยจากเกมตอบคำถามไปครอง นอกจากนี้แฟน ๆ ยังร่วมส่งข้อความถึงตัวละคร พี่ปั้น, พาย, วิน และ มุ้งมิ้ง ถ่ายทอดทั้งความรู้สึก ความในใจ และกำลังใจให้ตัวละครแต่ละคนแบบจัดเต็ม สร้างทั้งรอยยิ้มและความประทับใจตลอดงาน ก่อนปิดท้ายด้วยกิจกรรม Lucky Fan ถ่ายภาพหมู่กับทีมนักแสดงแบบใกล้ชิด งานนี้ทั้ง เกรท, พาย และ แบม ยังแอบสปอยล์ความเข้มข้นของละคร พร้อมแจกสติกเกอร์หัวใจเป็นของที่ระลึกให้แฟน ๆ เก็บโมเมนต์สุดพิเศษกลับบ้าน ติดตามความลับของ พาย ที่ซ่อนอยู่กำลังจะถูกเปิดเผยหรือไม่ มาลุ้นไปพร้อมกัน ในละคร รักหักหลัง ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 อ่าน ข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : เรื่องย่อ รักหักหลัง ช่อง 3HD (ตอนล่าสุด) เกมหัวใจที่เดิมพันด้วยชีวิตคู่ "เกรท-พายกระทิง-แบม-ลีน่า" นำทีม "รักหักหลัง" แจกซองกันน้ำส่งแฟนละครกลับบ้านช่วงสงกรานต์! "พาย-เกรท-กระทิง" สู่เกมหัวใจที่เดิมพันด้วยชีวิตคู่ ในละคร "รักหักหลัง" เริ่ม 31 มี.ค.นี้

“เบียร์ เดอะวอยซ์” รับจงใจโพสต์แชต ”ท็อป LazyLoxy” เพราะอยากหยิกหลัง ยันสถานะตอนนี้ ปิดตายโอกาสรีเทิร์น
อ่าน

“เบียร์ เดอะวอยซ์” รับจงใจโพสต์แชต ”ท็อป LazyLoxy” เพราะอยากหยิกหลัง ยันสถานะตอนนี้ ปิดตายโอกาสรีเทิร์น

เบียร์ เดอะวอยซ์ รับจงใจโพสต์แชต ท็อป LazyLoxy เพราะอยากหยิกหลัง ยันสถานะตอนนี้ ปิดตายโอกาสรีเทิร์น กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ทันที เมื่อนักร้องสาวเบียร์ เดอะวอยซ์เดินทางไปเปิดใจในรายการARMCHAIR คุยเล่นเอาจริงกับพิธีกรหนุ่ม อาร์ม กรกันต์ถึงเบื้องลึกเบื้องหลังกรณีแชตลับของอดีตแฟนหนุ่มท็อป LazyLoxyที่ส่งข้อความมาอ้อนขอนอนกอดจนเป็นไวรัลไปก่อนหน้านี้ โดยสาวเบียร์ยอมรับแบบตรงไปตรงมาว่า แชตที่ทุกคนเห็นนั้นเธอเป็นคนตัดสินใจโพสต์ด้วยตัวเอง ก็ตามที่เห็นเลยค่ะ คือหยิกหลังเขาหน่อย เหตุผลเพราะว่าลำไย บอกว่าไม่ก็คือไม่ แค่นั้น แต่เขายังไม่หยุด ก็เลยขอหยิกกลับบ้าง นอกจากนี้เธอยังเล่าถึงจังหวะเวลาที่ดูเหมือนจะพอดีไปหมดว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นช่วงสงกรานต์ ซึ่งเธอกำลังเตรียมปล่อยเพลงใหม่พอดี แม้ใจจริงจะไม่ได้ตั้งใจใช้เรื่องส่วนตัวมาโปรโมตงาน แต่ในเมื่อสถานการณ์มันเข้าล็อกและเนื้อหาดันไปตรงกับเพลงใหม่เข้าอย่างจัง จึงตัดสินใจโพสต์ออกไปตามความรู้สึกจริง สำหรับแฟนคลับที่ลุ้นว่าจะมีถ่านไฟเก่าคุหรือไม่ งานนี้สาวเบียร์ย้ำชัดตัดตอนกลางรายการว่าไม่มีโอกาสรีเทิร์นแน่นอนถือเป็นการประกาศปิดประตูหัวใจกับอดีตแฟนหนุ่มอย่างถาวร

#เป็นคนดีกี่โมง “เจนสุดา” ร่ายยาวปมหักหลัง-วางแผนโกง ลั่นกรรมมีจริง รอวันแฉยับ!
อ่าน

#เป็นคนดีกี่โมง “เจนสุดา” ร่ายยาวปมหักหลัง-วางแผนโกง ลั่นกรรมมีจริง รอวันแฉยับ!

#เป็นคนดีกี่โมง เจนสุดา ร่ายยาวปมหักหลัง-วางแผนโกง ลั่นกรรมมีจริง รอวันแฉยับ! เรียกว่าวงการบันเทิงร้อนแรงอีกแล้ว เมื่อสาว เจนสุดา ปานโต ได้ออกมาโพสต์ฟาดเดือดกลางโซเชียล ร่ายยาวความอัดอั้นปมถูกเพื่อนสนิทวางแผนโกงสุดแยบยล ไม่ใช่แค่เรื่องพลาดพลั้งแต่คือการหักหลังและปั่นหัว พร้อมติดแฮชแท็กแรง #เป็นคนดีกี่โมง โดยระบุข้อความว่า คนล้ม = สามารถให้อภัยได้ แต่คนวางแผนการโกงเพื่อนสนิทแบบแยบยล = ไม่น่าให้อภัยและควรได้รับผลกรรมและโทษตามกฎหมาย ถ้าเรื่องไม่แดง เราไม่จับได้ แผนการโกงนี้คงดำเนินต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด และผู้เสียหายจะมากขึ้นอีกเท่าไหร่ ใครไม่อยู่ตรงจุดพวกเราไม่มีทางเข้าใจหรอกค่ะ โอกาสครั้งหนึ่งเคยมีให้แล้ว แต่มันได้หมดลงหลังจากที่พวกเรารับรู้อะไรมาเพิ่มอีกมากมาย มันไม่เพียงการโกง มันคือการหักหลัง ปั่นหัว และโกหกในหลายๆ เรื่องอีกมากมายในวงเพื่อนและวงธุรกิจ แล้วคุณแทบไม่ได้อยู่ตรงจุดที่พวกเราเคยประสบมาในหลายปีนี้ หยุดการกระทำหรือคำพูดที่ดูยกตัวเองเป็นคนดีกว่าคนอื่น *ขอย้ำอีกครั้งนะคะ คนล้มเราควรให้โอกาส = เห็นด้วยค่ะคนวางแผนฉ้อโกงซ้ำซาก = ควรเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย เมื่อถึงวันที่ทุกอย่างจบลง จะออกมาพูดรายละเอียดทุกอย่างทั้งหมดให้สังคมได้รับทราบ ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้กันนะคะ เชื่อเถอะค่ะ กรรม = มีจริง #เป็นคนดีกี่โมง #แก้ผิดให้เป็นถูก