TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “#ศาสนา” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
อ่าน
“หม่ำ จ๊กมก” เผยคนทำศาสนาเสื่อมไม่ใช่พระพุทธศาสนา แนะทำบุญโรงพยาบาล เด็กพิการ
หม่ำ จ๊กมก เผยคนทำศาสนาเสื่อมไม่ใช่พระพุทธศาสนา แนะทำบุญโรงพยาบาล เด็กพิการ จากกระแสข่าวกรณี สมีโชติ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา ทำให้หลายคนหมดความเลื่อมใสศรัทธา มีโอกาสเจอ หม่ำ จ๊กมก เลยถามถึงเรื่องนี้ น่าจะมีมานานแล้วแต่เราก็อาจจะไม่ได้รู้ ถ้าไม่ได้พร้อมที่จะเป็นสงฆ์ก็อย่าบวชดีกว่า ทำให้คนอื่นเขาไม่อยากใส่บาตรไปด้วย อย่างว่าตบมือข้างเดียวไม่ดังหรอก จะพูดยังไงดี มันไม่มีใครเลยหรอ ที่ไหนก็มีบาร์โฮสต์ก็มีก็ไม่ไปกัน ไหว้พระพุทธรูปสนิทใจ แต่พระสงฆ์ที่บวชบางทีเราก็ไม่รู้ จากข่าวบางทีไปดูดม้าบ้าง ฉี่ม่วงบ้าง แต่คนไม่ได้เสื่อมศรัทธาพุทธศาสนานะ เสื่อมศรัทธาคนที่มาบวช อย่างที่บอกว่าเขาเลื่อมใสศาสนา ผมไม่เคยไป จะใส่บาตรบ้างวันสำคัญ เคยได้ยินชื่อๆ ผมชอบหลวงพ่อคูณ สะสมหลวงพ่อคูณ อย่างอื่นผมก็ไม่ค่อยเท่าไหร่ ผมก็ไหว้พระพุทธรูป พระพุทธศาสนา มันไม่เกี่ยวกันต้องแยกแยะกันให้ออก ระหว่างการไหว้การเลื่อมใส แต่ผมคิดว่าผมไหว้พระพุทธรูป ไหว้พระพุทธศาสนา พระบางทีมองหน้ากันรู้หรอว่าดีไม่ดี ถ้าบางคนคิดก็คิดนะว่าอาจจะเปลี่ยน แต่ถ้าคนไม่คิดถ้าเราศรัทธา แต่อย่างเนี่ยคนก็หวั่นไหว มันก็ชั่งใจกันดู เสี่ยงดวงกันดูว่าใช่หรือไม่ใช่ บริจาคโรงพยาบาล เด็กพิการ ก็ดี เอาข้าวไปแจกเด็กๆ ผมเคยคิดว่าจะไปเปิดหมวกร้องเพลง แล้วเอาเงินไปซื้อไอติมให้เด็กๆ ทำบุญกับเด็กๆ แต่ไม่กล้าไปร้องเดี๋ยวต้นฉบับเขาอาจจะอาย รุ่นยกซดหรอ ยังไม่มีอะไรเข้ามาเลย คนเขารู้แหละว่าพูดตลก มันไม่มีหรอก บ้าใครจะไปทำมา รุ่นบ้าบอคอแตก รุ่นอมรวยรวย เขารู้อยู่แล้วว่าผมพูดเล่น ใครจะไปซื้อโต๊ะมาจากสน.กลาง มันรวยเร็วนะ ผู้หญิงบางคนเกิดมาเพื่อที่จะเข้าไปตรงนั้น เพราะตรวจสอบได้ บางคน รวยไปเลย เขาก็จะเลือกเฉพาะคนรวย เลือกเฉพาะวัดที่รวยๆ เหมือนไปอ่อย พอพระกิเลสแตกก็เป็นอย่างนี้ มันไม่ง่ายหรอก เราเคยโดนหลอกแล้วเราก็รู้ไม่ใช่แต่พระ หม่ำก็เคยโดนมาแล้ว บางทีก็บอกว่าไม่มีผัวๆ เลิกแล้วไม่เอาแล้วไม่มีใครรักเราเหมือนเมียเราหรอก คนแต่งตัวคัฟเวอร์ผมว่าก็ไม่เหมาะ เอาหน้าคนโน้นคนนี้มาใส่ แล้วไปถ่ายกับโต๊ะที่เหมือนกัน แค่นี้คนพูดก็ช้ำใจพอแล้ว อย่าไปตอก ย้ำกันแบบนั้นเลย มันไม่ได้สนุกหรอก ไม่ควรหรอกไปเล่นอย่างอื่นดีกว่า ไม่ควรไปล้อเลียนสงฆ์ล้อเลียนพระ เดี๋ยวนี้ ai ทำง่าย บางทีเอาหน้าผมไปใส่ ทั้งที่ผมก็ไม่รู้เรื่องอะไรหรอก แล้วคนที่เอาลงก็ไม่ใช่ช่องของผมอยู่แล้ว ดูได้ที่ช่องของเมียผมกับลูกสาวผมแค่นั้นเอง นอกนั้นคือปลอมหมด...
ดาราเดลี่บันเทิง • 11 ชั่วโมงที่แล้ว
ทำไม วันพิพากษา ในทุกศาสนาเหมือนกัน? | Mythos Requiem
#ศาสนา #ศาสนาพุทธ #ศาสนาอิสลาม #ศาสนาคริสต์ #ศาสนาฮินดู #พระศิวะ #วันสิ้นโลก #พระเจ้า บางเรื่องเล่า เป็นมากกว่าการเล่าเรื่อง บางนิทาน ยังคงมีตำนาน และหลายตำนาน ยังมีเรื่องจริง ยินดีต้อนรับสู่ The Mythos Requiem ช่องเรื่องเล่าที่เล่ามากกว่าเรื่อง และอีกมุมมองของศาสนาด้านที่คุณอาจไม่รู้จัก และผม จะเล่าให้คุณฟัง ----------------------------------------- คริสต์ศาสนาเรียกมันว่า วันพิพากษาครั้งสุดท้าย อิสลามเรียกมันว่า กิยามะฮ์ พุทธศาสนาไม่เรียกมันว่าอะไรเลย เพราะมันเกิดขึ้นตลอดเวลา ทุกการกระทำถูกจดจำ ทุกการเลือกทิ้งร่องรอย และไม่มีใคร…แบกผลลัพธ์แทนใครได้ คำถามคือ ถ้านี่เป็นแค่เรื่องเล่า ทำไมศาสนาที่ไม่เคยรู้จักกัน ถึงพูดถึง “วันเดียวกัน” ด้วยโครงสร้างที่น่ากลัวเหมือนกันขนาดนี้ ทำไม วันพิพากษา ในทุกศาสนาเหมือนกัน? CHAPTER : 0:00 เกริ่นนำ 1:18 สัญญาณแห่งความกลัว 3:47 วันพิพากษา 7:06 กิยามะห์ 11:00 ระบบกรรม 14:04 ปรายา 17:11 ทำไมเหมือนกัน? ⛩️สนับสนุนค่าบริกรรมคาถา⛩️ True Money Wallet 094-498-0838 Social Media IG : mythos_requiem TikTok : @mythosrequiem FB Page : The Mythos Requiem เสนอเรื่องเล่าได้ทั้งทางเพจ คอมเมนท์ หรือ Email FB : The Mythos Requiem Email : MythosRequiem1@gmail.com IG : mythos_requiem TikTok : @mythosrequiem ติดต่องาน Email : MythosRequiem1@gmail.com Tel. : 094-498-0838 (นิล) ATTRIBUTE & Content ID : Music by Epidemic Sound https://www.epidemicsound.com #mythosrequiem
Online Station • 19 ธ.ค. 68
อ่าน
ประวัติวันเข้าพรรษา วันสำคัญทางศาสนาพุทธ เข้าพรรษา 2569
วันเข้าพรรษา 2569นี้ ตรงกับวันที่ 30 กรกฎาคม 2569ซึ่งเป็น วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา อีกวันหนึ่ง โดยในประเทศไทยเราจะมีการจัดกิจกรรม ถวายเทียนพรรษา และ งานแห่เทียนพรรษาเป็นประจำทุกปีค่ะ ตามเรามารู้ ที่มา ประวัติของวันเข้าพรรษา ในสมัยพุทธกาล กันได้เลย Film photo / Shutterstock.com ประวัติวันเข้าพรรษาทำไมพระสงฆ์ต้องอยู่จำพรรษา วันเข้าพรรษา เป็นวันสำคัญในพุทธศาสนา ที่ต่อเนื่องมากจาก วันอาสาฬหบูชา โดยเป็นช่วงเวลาที่ พระสงฆ์จะพักประจำอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่งตลอดระยะเวลาฤดูฝน ที่มีกำหนดระยะเวลา 3 เดือน ตามที่พระวินัยบัญญัติไว้ โดยไม่ไปค้างแรมที่อื่น หรือที่เรียกว่า จำพรรษา นั่นเองค่ะ โดยการเข้าพรรษานี้ถือเป็นข้อปฏิบัติสำหรับพระสงฆ์โดยตรง เริ่มนับตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี จนถึงวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 ค่ะ เข้าพรรษา เรื่องเล่า สมัยพุทธกาล ความเป็นมาของการเข้าพรรษานั้น มีเรื่องเล่าว่า ประเทศอินเดียในสมัยโบราณ เมื่อถึงฤดูฝน มักจะเกิดน้ำท่วม และเมื่อเกิดพระพุทธศาสนาแล้ว พระพุทธเจ้าเสด็จจาริกเผยแพร่พระศาสนา นับเป็นพุทธจริยาวัตร ซึ่งในตอนแรกที่ยังมีพระภิกขุสงฆ์ไม่มาก พระภิกขุสงฆ์ปฏิบัติประพฤติตามพระพุทธเจ้า จึงไม่มีความครหานินทาใดๆ ทำให้ไม่ต้องทรงตั้งบัญญัติพิธีอยู่จำพรรษา แต่ต่อมาเมื่อมีพระสงฆ์มากขึ้น และในช่วงหน้าฝน มี พระภิกขุ 6 รูป ฉัพพัคคีย์ แม้เมื่อถึงฤดูฝน ก็ยังพากันจาริกไปมา เที่ยวเหยียบย่ำต้นกล้า ต้นข้าวต่างๆ และสัตว์เล็กสัตว์น้อยให้เกิดความเสียหายและตายไป ประชาชนจึงพากันติเตียน เมื่อความเรื่องนี้ทราบถึงพระพุทธเจ้า จึงทรงบัญญัติเป็นธรรมเนียมให้พระภิกษุสงฆ์อยู่จำพรรษาในที่แห่งเดียวตลอด 3 เดือนในช่วงฤดูฝน และห้ามมิให้พระภิกษุเที่ยวไปค้างคืนที่อื่น หากมีธุระกิจเป็นอันชอบด้วยพระวินัย จึงไปได้ด้วยการทำสัตตาหกรณียะ คือต้องกลับมาที่พักเดิมภายใน 7 วัน นอกจากนั้นห้ามเด็ดขาด แต่หากมีกรณีจำเป็นบางอย่าง พระภิกษุผู้จำพรรษาสามารถไปค้างที่อื่นได้ โดยไม่ถือว่าเป็นการขาดพรรษา แต่ก็จะต้องกลับมาภายในระยะเวลาไม่เกิน 7 วัน ก็คือ การไปรักษาพยาบาลภิกษุ หรือบิดามารดาที่เจ็บป่วย การไประงับภิกษุสามเณรที่อยากจะสึกมิให้สึกได้ การไปเพื่อกิจธุระของคณะสงฆ์ เช่น การไปหาอุปกรณ์มาซ่อมกุฏิที่ชำรุด หากมีนิมนต์ไปทำบุญ ก็ไปฉลองศรัทธาในการบำเพ็ญกุศลของเขาได้ กิจกรรมในวันเข้าพรรษา ของชาวพุทธ moment_tum / Shutterstock.com พุทธศาสนิกชน จะมีการ ทำบุญตักบาตรกัน 3 วัน คือ วันขึ้น 14-15 ค่ำ และ วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 นอกจากนี้ยังมี การนำ เทียนพรรษา ไปถวายวัด โดยบางแห่งจะมีการบอกบุญเพื่อร่วมหล่อเทียน แล้วแห่ไปตั้งในวัดอุโบสถ เพื่อจุดบูชาพระรัตนตรัยตลอด 3 เดือน ทำบุญ เข้าพรรษา จัดอาหารถวายพระ อย่างไรให้ได้บุญ ประเพณีแห่เทียนพรรษา ประเพณีแห่เทียนพรรษา เป็นงานประเพณียิ่งใหญ่ที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน มีฆ้องกลองประโคมอย่างสนุกสนาน และเทียนพรรษานั้นมีจะการหล่อ หรือแกะเป็นลวดลายและประดับตกแต่งกันอย่างงดงาม เช่น การประเพณีแห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งถือเป็นงานใหญ่ประจำจังหวัดที่จัดขึ้นทุกปีมายาวนานกว่าร้อยปีแล้วนั่นเอง ที่มา ประวัติ ประเพณีแห่เทียนพรรษา อุบลราชธานี ประเพณีเก่าแก่กว่าร้อยปี ในวันเข้าพรรษา ประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษา ในทุกๆ ปี ที่ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร หรือ วัดพระพุทธบาท สระบุรี จะมีประเพณีที่สืบทอดต่อกันมาอย่างยาวนานในช่วงวันเข้าพรรษาก็คือ ประเพณีตักบาตรดอกไม้ หรือ ประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษา ชาวบ้านจะเก็บดอกเข้าพรรษามาถวายพระสงฆ์ เพื่อนำไปสักการะรอยพระพุทธบาท และชาวบ้านก็จะนำขันน้ำ หรือภาชนะใส่น้ำลอยด้วยดอกพิกุล นั่งรออยู่ตามขั้นบันไดเพื่อคอยที่จะล้างเท้าให้แก่พระสงฆ์ เข้าพรรษา ประเพณีตักบาตรดอกไม้ สระบุรี วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ประวัติดอกเข้าพรรษา ไม้มงคล เปี่ยมพุทธคุณ Em7 / Shutterstock.com อีกทั้งในอดีต ชายไทยที่เป็นพุทธศาสนิกชน เมื่ออายุ 20 ปี เป็นช่วงอายุครบบวช จะนิยมบรรพชาอุปสมบทเป็นพระสงฆ์ เพื่ออยู่จำพรรษาตลอดฤดูพรรษากาลทั้ง 3 เดือน โดยพุทธศาสนิกชนไทยจะเรียกการบรรพชาอุปสมบทเพื่อจำพรรษาตลอดพรรษากาลว่า บวชเอาพรรษา นอกจากนี้ จะมีกิจกรรมต่างๆ ทั้งการถวายผ้าอาบน้ำฝน และจตุปัจจัย แก่ภิกษุสามเณร ร่วมฟังพระธรรมเทศนา รักษาอุโบสถศีล รวมไปถึงการอธิษฐาน งดเว้นอบายมุขต่างๆ ในตลอดการเข้าพรรษา 3 เดือน นั่นเอง อ้างอิง สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สำนักงานวัฒนธรรม
ทราเวล ทิปส์ • 21 ก.ค. 69
อ่าน
ประวัติวันวิสาขบูชา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ที่มาวันวิสาขบูชาในไทย
วันวิสาขบูชา 2569 นี้ ตรงกับวันที่ 31 พฤษภาคม 2569ค่ะ ซึ่งถือเป็น วันสำคัญทางศาสนาพุทธ ที่เกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้นใน พระพุทธศาสนา 3 เหตุการณ์ด้วยกัน คือ เป็นวัน ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระพุทธเจ้า พระศาสดา ใน วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 นั่นเองค่ะ ตามเรามารู้จัก ประวัติวันวิสาขบูชา และ ที่มาของวันวิสาขบูชาในไทย กันค่ะ บทสวดมนต์วันวิสาขบูชา ควรสวดบทไหน พร้อมเสียงสวดมนต์และคำแปล ประวัติวันวิสาขบูชา วิสาขปุรณมีบูชา วันวิสาขบูชา ตรงกับ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6ซึ่งเป็นวันที่มีความสำคัญอย่างยิ่งทางพระพุทธศาสนา เพราะเป็นวันที่ พระพุทธเจ้า ประสูติ คือ เกิด ได้ตรัสรู้ คือ สำเร็จ และปรินิพพาน คือ ดับ ซึ่งเกิดขึ้นตรงกันทั้ง 3 เหตุการณ์ จึงนับว่าเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์มากๆ ที่เหตุการณ์ทั้ง 3 ที่เกี่ยวกับองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเกิดขึ้นในวันเดียวกัน ซึ่งมีช่วงระยะเวลาห่างกันนับเวลาหลายสิบปี คือ ประสูติ เจ้าชายสิทธัตถะ ประสูติ เมื่อเช้าวันศุกร์ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีจอ ก่อนพุทธศักราช 80 ปี ที่ พระราชอุทยานลุมพินีวัน ระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์กับเทวทหะ ตรัสรู้ เจ้าชายสิทธัตถะ ตรัสรู้ เป็นพระพุทธเจ้า ในตอนเช้ามืดวันพุธ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีระกา ก่อนพุทธศักราช 45 ปี เมื่อพระชนมายุ 35 พรรษา ณ ใต้ร่มไม้ศรีมหาโพธิ์ ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม หลังจากการออกผนวชได้ 6 ปี ซึ่งในปัจจุบัน สถานที่ตรัสรู้แห่งนี้เรียกว่า พุทธคยา เป็นตำบลหนึ่งของเมืองคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย ปรินิพพาน หลังจากตรัสรู้แล้ว พระพุทธเจ้าได้ประกาศ พระพุทธศาสนา และโปรดเวไนยสัตว์ 45 ปี และเมื่อพระชนมายุได้ 80 พรรษา ก็เสด็จดับขันธปรินิพพาน เมื่อวันอังคาร ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเส็ง ณ สาลวโนทยาน ของมัลลกษัตริย์ เมืองกุสินารา แคว้นมัลละ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในเมืองกุสินารา รัฐอุตระประเทศ ประเทศอินเดีย ดู สังเวชนียสถาน เพิ่มเติมได้ที่ วิสาขบูชา สักการะ 4 สังเวชนียสถาน อินเดีย-เนปาล พุทธสถานสำคัญ วันวิสาขบูชา วันสำคัญของโลก และในวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ.2542 องค์การสหประชาชาติได้ยอมรับญัตติที่ประชุม กำหนดให้ วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญของโลก โดยเรียกว่า Vesak Day และเป็น วันสำคัญสากล หรือ International Day ชาวพุทธทุกนิกายทจะพร้อมใจกันจัดพิธีพุทธบูชาในวันนี้พร้อมกันทั่วทั้งโลกอีกด้วย และสำหรับในบางประเทศ จะเรียกพิธีนี้ว่า พุทธชยันตี (Buddha Jayanti) เช่น ในประเทศอินเดียและประเทศศรีลังกา ค่ะ วิสาขบูชา หมายความว่าอะไร วิสาขบูชา หมายถึง การบูชาในวันเพ็ญเดือน 6 ซึ่งย่อมาจาก วิสาขปุรณมีบูชา หมายถึง การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ นั่นเองค่ะ ทำให้ในวันวิสาขบูชาของทุกปี ชาวพุทธศาสนิกชน จะพร้อมใจกัน ประกอบพิธีทางศาสนา เพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ พระปัญญาธิคุณ และพระบริสุทธิคุณ ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ระลึกถึงหลักธรรมคำสอน ของพระพุทธองค์ ที่มาวันวิสาขบูชาในไทย สำหรับวันวิสาขบูชา ในประเทศไทยเรานั้น ได้ประกาศให้ วันวิสาขบูชาเป็น วันหยุดราชการ ค่ะ โดยพุทธศาสนิกชน จะมีการประกอบพิธีต่างๆ เช่น การตักบาตร การฟังพระธรรมเทศนา การเวียนเทียน ค่ะ โดยถ้าพูดถึง ที่มาของวันวิสาขบูชาในประเทศไทย นั้น เราต้องย้อนไปตั้งแต่ใน สมัยสุโขทัย เลยทีเดียว วิสาขบูชา สมัยสุโขทัย ปรากฏตามหลักฐานว่า วันวิสาขบูชา นั้นได้มีมาตั้งแต่ สมัยกรุงสุโขทัย เป็นราชธานี สันนิษฐานว่า ได้แบบอย่างมาจาก ลังกา ในสมัยนั้นกรุงสุโขทัยนั้นได้สืบพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทมาจากลังกาประเทศ ซึ่งเป็นเมืองที่มั่นทางพระพุทธศาสนามาตั้งแต่สมัย พระเจ้าอโศกมหาราช นั่นเอง และขนาดของการจัดพิธีบูชาเฉลิมฉลองในวันวิสาขบูชาของชาวศรีลังกานั้น นับเป็นพิธีใหญ่และสำคัญมากของอาณาจักรมาตั้งแต่แรกจนถึงปัจจุบัน เมื่อประมาณปี พ.ศ.420 พระเจ้าภาติกุราช กษัตริย์แห่งกรุงลังกา ได้ประกอบพิธีวิสาขบูชาอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา กษัตริย์ลังกาในรัชกาลต่อๆ มา ก็ทรงดำเนินรอยตาม และสมัยสุโขทัยนั้น ก็มีความสัมพันธ์อันดีกับลังกาประเทศ มีพระสงฆ์ชาวลังกา เดินทางเข้ามาเผยแพร่พระพุทธศาสนา และเชื่อว่าได้นำการประกอบพิธีวิสาขบูชามาปฏิบัติในสุโขทัยอีกด้วย โดยในหนังสือนางนพมาศกล่าวถึงการจัดงานพิธีวันวิสาขบูชาของชาวสุโขทัยไว้ว่า "เมื่อถึงวันวิสาขบูชา พระเจ้าแผ่นดิน ข้าราชบริพาร ทั้งฝ่ายหน้า และฝ่ายใน ตลอดทั้งประชาชนชาวสุโขทัยทั่วทุก หมู่บ้านทุกตำบล ต่างช่วยกันทำความสะอาด ประดับตกแต่งพระนครสุโขทัยเป็นการพิเศษ ด้วยดอกไม้ของหอม จุดประทีปโคมไฟแลดูสว่างไสวไปทั่วพระนคร เป็นการอุทิศบูชาพระรัตนตรัย เป็นเวลา 3 วัน 3 คืน พระมหากษัตริย์ และบรมวงศานุวงศ์ ก็ทรงศีล และทรงบำเพ็ญพระราชกุศลต่างๆ ครั้นตกเวลาเย็น ก็เสด็จพระราช ดำเนิน พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ และนางสนองพระโอษฐ์ต ลอดจนข้าราชการทั้งฝ่ายหน้า และฝ่ายใน ไปยังพระ อารามหลวง เพื่อทรงเวียนเทียนรอบพระประธาน ส่วนชาวสุโขทัยชวนกันรักษาศีล ฟังธรรมเทศนา ถวายสลากภัต ถวายสังฆทาน ถวายอาหารบิณฑบาต แด่พระภิกษุ สามเณรบริจาคทรัพย์แจกเป็นทานแก่คนยากจน คนกำพร้า คนอนาถา คนแก่ คนพิการ บางพวกก็ชวนกันสละทรัพย์ ปล่อยสัตว์ 4 เท้า 2 เท้า และเต่า ปลา เพื่อชีวิตสัตว์ให้เป็นอิสระ โดยเชื่อว่าจะทำให้คนอายุ ยืนยาวต่อไป " วิสาขบูชาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ต่อมาในสมัยอยุธยา สมัยธนบุรี ศาสนาพราหมณ์ ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในพระราชพิธีต่างๆ ในราชสำนัก และมีอิทธิพลมากกว่าพระพุทธศาสนา ทำให้ไม่ปรากฏหลักฐานว่ามีการประกอบพิธีในวันวิสาขบูชา ในสมัยอยุธยาสันนิษฐานว่า คงมีการปฏิบัติพิธีวิสาขบูชาอยู่ แต่ลดความสำคัญลงไปมาก เพราะได้ถูกครอบงำด้วยแนวคิดทางคติพราหมณ์ซึ่งได้รับจากการซึมซับวัฒนธรรมฮินดูแบบขอม จนถึงในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 มีพระราชประสงค์จะให้ฟื้นฟู การประกอบพระราชพิธีวันวิสาขบูชาขึ้นใหม่ โดย สมเด็จพระสังฆราช ถวายพระพรให้ทรงทำขึ้น เป็นครั้งแรก ตั้งแต่วันขึ้น 14 ค่ำ จนถึง วันแรม 1 ค่ำ เดือน 6 พ.ศ.2360 เป็นเวลา 3 วัน 3 คืน และให้จัดทำตามแบบอย่างประเพณีเดิมทุกประการ ตั้งแต่นั้นมา การประกอบพิธีในวันวิสาขบูชาในประเทศไทย จึงได้รื้อฟื้นให้มีขึ้นอีกครั้งหนึ่ง และถือปฏิบัติมาจวบจนกระทั่งปัจจุบันนี้ค่ะ ต่อมาในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ได้ทรงเพิ่มจัดให้มีการเทศน์ปฐมสมโพธิกถา (พระพุทธประวัติ) ในวันวิสาขบูชาด้วย ในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการตั้งโต๊ะเครื่องบูชารอบระเบียงพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ปรากฏหลักฐานว่าได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการจุดดอกไม้เพลิงถวายเป็นพุทธบูชา และให้พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการฝ่ายใน และหน่วยราชการต่างๆ เดินเวียนเทียน จัดโคมประทีป และสวดมนต์ที่พระพุทธรัตนสถาน วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และมีการจัดพิธีวิสาขบูชาสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน อ้างอิงhttps://www.dra.go.thhttp://www.dhammathai.orghttps://www.m-culture.go.th
ทราเวล ทิปส์ • 26 พ.ค. 69
ดู
ทำไมต้องมีศาสนา -- ธรรมะ ธรรมไมค์ | สามเณรปลูกปัญญาธรรม ปี9
ทรูปลูกปัญญา • 30 เม.ย. 66
ดู
สังคมดี พระพุทธศาสนาในโลกยุคใหม่ -- ธรรมะ ธรรมไมค์ | สามเณรปลูกปัญญาธรรม ปี9
ทรูปลูกปัญญา • 30 เม.ย. 66
ดู
สมาธิในพระพุทธศาสนา | ธรรมะ ธรรมไมค์ | สามเณรปลูกปัญญาธรรม ปี9
ทรูปลูกปัญญา • 30 เม.ย. 66
อ่าน
พระพรหมบัณฑิต พระอาจารย์ใหญ่ ของสามเฌรปลูกปัญญาธรรมปี 12 จากสามเณร สู่พระผู้วางรากฐานการศึกษาพระพุทธศาสนา
ศาสตราจารย์ ดร.ประยูร ธัมมจิตโต (พระพรหมบัณฑิต, ศ. ดร.) จากสามเณรวัย 11 ปี เมื่อ 60 ปีก่อน สู่พระผู้วางรากฐานการศึกษาพระพุทธศาสนาในระดับประเทศ ศาสตราจารย์ ดร.ประยูร ธัมมจิตโต (พระพรหมบัณฑิต, ศ. ดร.) ไม่มีใครรู้ว่าเด็กชายคนหนึ่งที่บวชเป็นสามเณรตั้งแต่อายุเพียง 11 ปี จะเดินทางไกลเพียงใดในเส้นทางแห่งธรรม จากวันที่เริ่มต้นเรียนพระบาลีทีละคำ ค่อย ๆ ไต่ระดับจนถึงเปรียญธรรม 9 ประโยค ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของการศึกษาสายปริยัติ และได้เป็นนาคหลวงผู้เข้ารับการอุปสมบทโดยรับพระบรมราชานุเคราะห์จากพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เป็นโยมอุปัฏฐาก เส้นทางของท่านไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น ความใฝ่รู้พาให้ก้าวต่อไปสู่โลกของปรัชญา จบปริญญาตรีด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 ได้รับทุนศึกษาต่อระดับปริญญาโทและเอกที่ประเทศอินเดีย เชี่ยวชาญภาษาบาลี อังกฤษ และฝรั่งเศส จากสามเณรในวันนั้น ท่านเติบโตขึ้นเป็นพระอาจารย์ เป็นผู้บุกเบิกบทบาทของพระในมหาวิทยาลัย ยืนอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ใช่เพียงการสอนธรรมะแต่เป็นการสร้างระบบการศึกษาพุทธศาสนาในประเทศ เป็นพระผู้ที่สามารถเชื่อม พุทธศาสนา เข้ากับ โลกวิชาการสมัยใหม่ ได้อย่างลึกซึ้ง พระพรหมบัณฑิต, ศ. ดร. เป็นพระนักวิชาการ นักบริหาร นักการศึกษา นักเทศน์ และนักเขียน ผู้มีผลงานมากมายทั้งในภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เป็นพระสงฆ์ไทยรูปแรกที่ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัย ผลงานทางวิชาการของท่าน ได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีหนังสือตีพิมพ์มากกว่า 80 เล่ม สะท้อนว่า ความรู้ของท่าน ไม่ได้หยุดอยู่เพียงในตำรา แต่แผ่ขยายไปยังสาธุชนทั่วโลก ในวันนี้ที่ท่านกลับมาอยู่หน้าห้องเรียน ต่อหน้าสามเณรรุ่นใหม่ ในฐานะพระอาจารย์ใหญ่ของโครงการสามเณรปลูกปัญญาธรรม ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาสิ่งที่ท่านทำ ไม่ใช่เพียงการสอนแต่คือการนำความแตกฉานทางวิชาการมาผสานกับแก่นของพระธรรมแล้ว ออกแบบการเรียนรู้ ให้เหมาะกับเด็กแต่ละช่วงวัยธรรมะที่ลึกถูกคลี่ออกอย่างเป็นลำดับไม่ลดทอนแก่น แต่ก็ไม่เกินกำลังของผู้เรียน สื่อการสอน นิทานและเรื่องเล่า ล้วนถูกออกแบบเตรียมการมาเป็นอย่างดีแม้ท่านจะมีอายุกว่า 70 ปีแต่ช่องว่างระหว่างวัย กลับไม่เคยเป็นอุปสรรคบรรยากาศในห้องเรียนไม่ได้เคร่งขรึมแบบพระผู้ใหญ่กับเณรน้อยแต่เต็มไปด้วยความเป็นธรรมชาติเหมือนญาติผู้ใหญ่ที่นั่งคุยกับหลานสามเณรสามารถตั้งคำถาม โต้ตอบแม้กระทั่งแสดงความคิดเห็นได้อย่างไม่เกร็ง ภายใต้รอยยิ้มที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าของท่านเสมอ นั่นคือความเมตตาที่ไม่ต้องอธิบายจากสามเณรวัย 11 ปี สู่วันนี้ที่ท่านกลายเป็นผู้วางรากฐานการเรียนรู้ให้กับสามเณรและพระสงฆ์ทั่วประเทศ พระพรหมบัณฑิต, ศ. ดร. พระอาจารย์ใหญ่ของสามเณรน้อย และพระอาจารย์ผู้เมตตา เป็นเสาหลักทางปัญญาและทรงภูมิของศาสนิกชนทั่วโลก ร่วมติดตามและเรียนรู้ธรรมะไปพร้อม ๆ กันในสามเณรปลูกปัญญาธรรม ปี 12 แผ่นดินธรรม แผ่นดินไทย รัก เรียน เพียร ให้ ด้วยหัวใจตื่นรู้รับชมถ่ายทอดสด 18 เมษายน - 17 พฤษภาคม 2569ทาง TrueVisions 119 , 333 และ TrueID รับชมถ่ายทอดสดง่าย ๆ คลิก https://ttid.co/UAnK/g736kqc8 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ชมสด! ดูถ่ายทอดสด สามเณรปลูกปัญญาธรรม ปี 12 พร้อมตารางออกอากาศ 24 ชม. "แพนเค้ก เขมนิจ" ชวนติดตามเรียลลิตีธรรมะ "สามเณรปลูกปัญญาธรรม ปี 12" เริ่ม 18 เม.ย.นี้ เปิดประวัติ 12 ว่าที่สามเณร ใน สามเณรปลูกปัญญาธรรม ปี 12 เครือซีพีและทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดตัว 12 เยาวชน ก้าวสู่ห้องเรียนธรรมะเรียลลิตี "สามเณรปลูกปัญญาธรรม ปี 12" ถ่ายทอดสด 24 ชม.เริ่ม 18 เม.ย.นี้ ขอบคุณข้อมูลและภาพจากเฟซบุ๊ก สามเณรปลูกปัญญาธรรม
ข่าวประชาสัมพันธ์ • 29 เม.ย. 69
อ่าน
วันมาฆบูชา 2569 ประวัติ วันมาฆบูชา คืออะไร วันสำคัญทางศาสนาพุทธ
วันมาฆบูชา 2569 ในปีนี้ ตรงกับวันที่ 3 มีนาคม 2569 ค่ะ เป็น วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ที่ในทุกๆ ปี ชาวพุทธศาสนิกชน จะมาทำบุญ เวียนเทียน และรำลึกถึงหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าค่ะ และวันนี้ เราจะพาไปรู้จักถึง ที่มา ประวัติวันมาฆบูชา วันเพ็ญ เดือน 3 อีกหนึ่งวันสำคัญของพุทธศานิกชนกัน ประวัติ วันมาฆบูชา มาฆปูรณมีบูชา วันจาตุรงคสันนิบาต วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา มาฆบูชา นั้นมาจาก มาฆปูรณมีบูชา ซึ่งหมายถึง การบูชาในวันเพ็ญกลางเดือนมาฆะ ตามปฏิทินอินเดีย หรือเดือน 3 ตามปฏิทินจันทรคติของไทย ตรงกับ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ซึ่งจะตรงกับเดือนกุมภาพันธ์ หรือ มีนาคม ในทุกๆ ปีค่ะ เหตุการณ์สำคัญในวันมาฆบูชาก็คือ เมื่อ 2,500 กว่าปีก่อน พระพุทธเจ้า ทรงแสดง โอวาทปาฏิโมกข์ หลักคำสอนสำคัญของพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นคำสอนอันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา คือ การไม่ทำความชั่วทั้งปวง การบำเพ็ญความดีให้ถึงพร้อม และการทำจิตของตนให้ผ่องใส 4 เหตุการณ์ มาฆบูชา อีกทั้งในครั้งนั้นยังมีเหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมกัน 4 ประการ คือ พระภิกษุ 1,250 รูป ได้มาประชุมพร้อมกันยังวัดเวฬุวันโดยมิได้นัดหมาย พระภิกษุทั้งหมดนั้นเป็น เอหิภิกขุอุปสัมปทา หรือผู้ได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้าโดยตรง พระภิกษุทั้งหมดนั้นล้วนเป็นพระอรหันต์ผู้ทรงอภิญญา 6 วันดังกล่าว ตรงกับวันเพ็ญเดือน 3 ทำให้พุทธศาสนิกชน เรียกวันนี้อีกอย่างหนึ่งว่า วันจาตุรงคสันนิบาต หรือ วันที่มีการประชุมพร้อมด้วยองค์ 4 นั่นเองค่ะ วันมาฆบูชาในประเทศไทย วันมาฆบูชาในประเทศไทย นั้น มีการประกอบพิธีมาฆบูชาเริ่มในพระบรมมหาราชวัง ก่อนในสมัยรัชกาลที่ 4 ค่ะ โดยวันมาฆบูชาในสมัยรัชกาลที่ 4 นั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จะเสด็จออกประกอบพิธีด้วยพระองค์เองทุกปี สมัยต่อมามีการเว้นบ้าง เช่น รัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จประพาส หัวเมืองบ่อยๆ ทำให้เสด็จออกประกอบพิธีได้ไม่ทุกปี หากวันมาฆบูชาตรงกับคราวที่พระองค์เสด็จไปประพาสบางปะอิน หรือพระพุทธบาท พระพุทธฉาย พระปฐมเจดีย์ พระแท่นดงรัง ก็จะทรงประกอบพิธีมาฆบูชา ในสถานที่นั้นๆ ซึ่งต่างหากจากในพระบรมมหาราชวังค่ะ โดยในพระบรมมหาราชวัง จะมีพิธีการพระราชกุศลในเวลาเช้า พระสงฆ์ วัดบวรนิเวศวิหารและวัดราชประดิษฐ์ 30 รูป ฉันในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และ เวลาค่ำ ในหลวงจะเสด็จออกทรงจุดธูปเทียนเครื่อง มนัสการ พระสงฆ์สวดทำวัตรเย็นเสร็จ และสวดคาถาโอวาทปาติโมกข์ สวดมนต์จบ ทรงจุดเทียนรายตามราวรอบ พระอุโบสถ 1,250 เล่ม มีการประโคมอีกครั้งหนึ่งแล้วจึงมีการเทศนา โอวาทปาติโมกข์ 1 กัณฑ์ เป็นทั้งเทศนาภาษาบาลี และภาษาไทย เครื่องกัณฑ์ มีจีวรเนื้อดี 1 ผืน เงิน 3 ตำลึง และขนมต่างๆ เทศนาจบพระสงฆ์ ซึ่งสวดมนต์ 30 รูป ต่อมาการประกอบพิธีมาฆบูชาได้แพร่หลายออกไปภายนอกพระบรมมหาราชวัง และประกอบพิธีกันทั่วราชอาณาจักร ทางรัฐบาลจึงประกาศให้เป็นวันหยุดทางราชการด้วย เพื่อให้ประชาชนจากทุกสาขาอาชีพได้ไปวัด เพื่อทำบุญกุศลและประกอบกิจกรรมทางศาสนา สำหรับพุทธศาสนิกชน ในวันมาฆบูชา จะนิยมร่วมงานมาฆบูชาโดยการทำบุญตักบาตรในตอนเช้า ไปทำบุญฟังเทศน์ที่วัด ฟังพระแสดงพระธรรมเทศนา และเวียนเทียนรอบพระอุโบสถพร้อมกับพระภิกษุสงฆ์ เพื่อบูชารำลึกถึงพระรัตนตรัยค่ะ กิจกรรมวันมาฆบูชา กับ ครอบครัว กิจกรรมที่ครอบครัวควรทำในวันมาฆบูชา เช่น การทำความสะอาดบ้าน จัดแต่งที่บูชาประจำบ้าน ชักชวนครอบครัวไปทำบุญตักบาตร ฟังศีล ฟังธรรม บำเพ็ญกุศล ปฏิบัติธรรม รวมทั้งควรศึกษาหลักธรรมคำสั่งสอน และความสำคัญของวันมาฆบูชาด้วย กิจกรรมวันมาฆบูชา กับ สังคม ภาคส่วนต่างๆ ในสังคม ไม่ว่าจะเป็น วัด มูลนิธิ สมาคม สื่อมวลชน สนามบิน สถานีรถไฟ ฯลฯ ควรช่วยกันประชาสัมพันธ์ความสำคัญของวันมาฆบูชา โดยการให้ความรู้ จัดให้มีการเข้าร่วม กิจกรรมทางศาสนาร่วมกัน เช่น ทำบุญตักบาตร ฟังธรรม ช่วยกันรณรงค์ให้เลิกอบายมุข โดยรณรงค์ให้ช่วยกัน ทำประโยชน์ต่อสังคมแทน อาจช่วยกันปลูกต้นไม้ ทำความสะอาดที่สาธารณะ เป็นต้น ขอบคุณข้อมูลจาก กรมการศาสนา และ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ทริปไหว้พระ 9 วัด ที่น่าสนใจอื่นๆ ไหว้พระ 9 วัด กรุงเทพ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แก้ชง เสริมดวง ตามคติความเชื่อ แจกแผนเที่ยว ขับรถ ไหว้พระ 9 วัด อยุธยา 1 วัน เช้าไปเย็นกลับ ไหว้พระ เชียงใหม่ 9 วัดดัง ขอพรปังๆ
ทราเวล ทิปส์ • 26 ก.พ. 69
อ่าน
"พระโดม" เปิดใจกับ ABC NEWS เผยเส้นทางชีวิตสู่การบวช และภารกิจเผยแผ่พระพุทธศาสนาในออสเตรเลีย
"พระโดม (ฉายาพระอภิสมปณฺโณ)" ได้ให้สัมภาษณ์แก่สื่อ ABC Brisbane ณ โอกาสที่ได้เข้าร่วมพิธีทอดกฐินของชุมชนชาวไทยในออสเตรเลีย โดยเป็นการเปิดเผยเรื่องราวการตัดสินใจครั้งสำคัญที่พลิกผันชีวิตจากนักแสดงและนายแบบระดับประเทศ สู่การบวชเพื่อศึกษาพระธรรมอย่างเคร่งครัดเป็นเวลากว่า 8 เดือน ท่านได้กล่าวถึงเบื้องหลังการตัดสินใจละทิ้งเส้นทางอาชีพในวงการบันเทิงไม่ว่าจะเป็นการแสดงภาพยนตร์ การออกรายการโทรทัศน์ และงานเดินแบบระดับสากลที่นิวยอร์ก โดยท่านเผยว่า "พระโดม" เปิดใจกับ ABC NEWS เผยเส้นทางชีวิตสู่การบวช "อาตมาเคยมีชีวิตที่ยุ่งเหยิงและผิดพลาดมาก่อน และตระหนักว่าไม่สามารถดำเนินชีวิตในรูปแบบเดิมต่อไปได้อีกแล้ว การบวชเป็นพระสงฆ์ได้ช่วยขัดเกลาจิตใจ และนำอาตมาไปสู่ความเข้าใจแก่นแท้ของจุดประสงค์และเป้าหมายของชีวิตอย่างลึกซึ้ง ซึ่งเป็นเป้าหมายที่อาตมาพร้อมที่จะลงมือปฏิบัติในขณะนี้" การให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ถือเป็นการยืนยันความมุ่งมั่นของพระโดมในการปฏิบัติตนตามหลักพระธรรมวินัยและทำกิจของสงฆ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเผยแผ่คำสอนของพระพุทธศาสนาในประเทศออสเตรเลียอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในกลุ่มชุมชนชาวไทยและผู้สนใจในหลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนา อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : ได้ทำตามความตั้งใจ "พระโดม" จาริกแสวงบุญ ณ ดินแดนพุทธภูมิ ประเทศอินเดีย "พระโดม" อดีตดาราจากเวที The Face เปิดใจประสบการณ์การบวชและการวางแผนอนาคต
ข่าวบันเทิง • 19 พ.ย. 68
อ่าน
ภาคต่อหนังกำเนิดศาสนาคริสต์ “The Resurrection of the Christ” ได้ดารานำคนใหม่
หนึ่งในโปรเจกต์หนังที่แฟน ๆ กำลังเฝ้าติดตามกันอยู่ในตอนนี้ก็คือ The Resurrection of the Christ ภาคต่อของหนังดรามาสุดอื้อฉาวในปี 2004 อย่าง The Passion of the Christ ที่ใช้เวลาการพัฒนาสร้างยาวนานมานับทศวรรษ และบัดนี้อะไรต่าง ๆ เริ่มเป็นรูปเป็นร่างและได้ฤกษ์เปิดกล้องถ่ายทำอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งดูเหมือนว่าเราจะได้เห็นนักแสดงชุดใหม่มาวาดลวดลายการแสดงในหนังภาคนี้ Variety รายงานว่า The Resurrection of the Christ การหวนกลับมากำกับสร้างอีกครั้งของ เมล กิ๊บสัน เตรียมได้ที่เริ่มเปิดกล้องถ่ายทำในประเทศอิตาลีไปแล้วเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่เพราะสืบเนื่องจากการยืนยันว่า จิม คาวีเซล นักแสดงนำจากหนังต้นฉบับ จะไม่หวนกลับมารับบทแสดงนำอีกครั้งในหนังภาคใหม่นี้ ทำให้ล่าสุดได้เฟ้นหานักแสดงคนใหม่ที่จะมารับบทสำคัญ นั่นก็คือ จาคโก โฮห์โตเนน นักแสดงหนุ่มชาวฟินแลนด์ ที่จะมารับบทเป็น พระเยซูคริสต์ ในหนังภาคนี้ นอกจากนี้ ยังมีประกาศนักแสดงคนใหม่ที่จะมารับบทเป็น มารี แม็คดาลีน ที่เดิมจากหนังต้นฉบับได้ โมนิก้า เบลลุคชี แสดงเอาไว้ แต่ในภาคใหม่นี้จะได้นักแสดงสาวชาวคิวบท มารีลา การ์ริกา ส่วนทางด้านบทบาท พระแม่มารี จะได้นักแสดงชาวโปแลนด์ กาเชีย สมุทเนียค มาสวมบทนี้ ขณะที่บท ปีเตอร์ จะได้ดาราหนุ่มชาวอิตาเลียน ปิแอร์ หลุยกี ปาซิโน มาถ่ายทอดบทนี้ และบทเด่นอีกตัว อย่าง ปอนทิอัส ปีลาต จะได้ ริชาร์โด สคามาร์ซิโอ รับบทนี้ไป โดยที่มีรายงานว่า รูเพิร์ท เฟรนด์ จะมีบทบาทและปรากฏตัวในหนังภาคต่อเรื่องนี้ด้วยกับบทเสริมเล็ก ๆ ที่สำคัญ ต้นฉบับบหนังกำเนิดศาสนาคริสต์เรื่องนี้เคยเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์สุดอื้ออึง เมื่อครั้งออกฉายครั้งแรกเมื่อ 20 ปีก่อน หนังถูกกระแสถาโถมอย่างหนัก แต่กระนั้นก็สามารถกวาดรายได้ทั่วโลกไปได้มหาศาลถึง 610 ล้านเหรียญ และมีความพยายามจะสานต่อสร้างภาคใหม่ออกมาต่อเติม แต่กว่าทุกอย่างจะลงตัวก็ใช้เวลามาโขอยู่ ไลอ้อนส์เกต มารับหน้าที่จัดจำหน่ายหนัง The Resurrection of the Christ เรื่องนี้ให้ โดยวางแผนจะฉายแบ่งออกเป็น 2 พาร์ท โดยหนังพาร์แรก The Resurrection of the Christ Part One จะลงโรงในวัน Good Friday วันที่ 26 มีนาคม 2027 จากนั้นอีก 40 วันต่อมาจะเป็นคิวของ The Resurrection of the Christ Part Two ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2027 ซึ่งใกล้กับวัน Ascension Day อีกวันสำคัญของศาสนาคริสต์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 15 ต.ค. 68
อ่าน
74 ปี กรุงเทพประกันชีวิต รวมพลังศรัทธา ใส่ใจพระพุทธศาสนา
กรุงเทพประกันชีวิตจัดกิจกรรม“รวมพลังศรัทธา ใส่ใจพระพุทธศาสนา”เนื่องในโอกาสครบรอบ 74 ปี สานต่อพันธกิจขององค์กรในเรื่องการใส่ใจชุมชนและสังคม ภายใต้แนวคิด “ใส่ใจพุทธศาสนา เพื่อความสุขที่ยั่งยืน” ควบคู่กับความเข้มแข็งของศาสนา ชุมชน และสังคม โดยได้มอบสิ่งอำนวยความสะดวกในการจัดกิจกรรมศาสนพิธี งานสาธารณะประโยชน์ พร้อมจัดพิธีทำบุญถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ เพื่อสืบสานพระพุทธศาสนา และเสริมสร้างความเป็นสิริมงคล โดยมีผู้บริหาร พันธมิตร ทีมตัวแทน และลูกค้า เข้าร่วมงาน นอกจากนี้ยังได้จัดซุ้มอาหารและเครื่องดื่มโรงทาน สำหรับประชาชนทั่วไปในพื้นที่ และนักท่องเที่ยว จำนวน 600 คน และยังมอบต้นไม้เพื่อเพิ่มความร่มรื่น ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลกนางสาวอรนาฎ นชะพงษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายกลยุทธการตลาดและบริหารจัดการลูกค้า บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “สำหรับกิจกรรม “รวมพลังศรัทธา ใส่ใจพระพุทธศาสนา” จัดขึ้นเพื่อสาธารณประโยชน์ ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร ซึ่งเป็นวัดคู่บ้านคู่เมือง และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพิษณุโลก โดยกรุงเทพประกันชีวิตได้มอบเต็นท์ ชุดโต๊ะ และม้านั่งจำนวน 50 ตัว เพื่อให้วัดได้นำไปใช้ประโยชน์ทั้งในกิจกรรมศาสนพิธี งานสาธารณะ และการต้อนรับพุทธศาสนิกชนที่มาสักการะพระพุทธชินราช นอกจากนี้ผู้บริหารและทีมกรุงเทพประกันชีวิตยังได้ร่วมกันถวายเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ เพื่อเป็นพุทธบูชาและเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาให้มั่นคงสืบไป พร้อมทั้งยังได้จัดเลี้ยงอาหารเพลแก่พระภิกษุสงฆ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ร่วมงานทุกคน”ในส่วนของชุมชน บริษัทฯได้จัดโรงทาน เพื่อเลี้ยงอาหารแก่ประชาชนที่มาร่วมงานและสักการะพระพุทธชินราช ให้ได้อิ่มบุญ อิ่มใจ และอิ่มท้องไปพร้อมกัน ถือเป็นการแบ่งปันความสุขและเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างบริษัทฯ วัด และชุมชน โดยการกิจกรรมครั้งนี้อยู่ภายใต้แนวคิด “ใส่ใจพุทธศาสนา” ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจของบริษัทฯในการสนับสนุนพระพุทธศาสนา ควบคู่กับการสร้างคุณประโยชน์ให้แก่สังคมและชุมชน ซึ่งการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ไม่เพียงเป็นการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม แต่ยังเป็นการสร้างพื้นที่แห่งความดีงาม ที่ทุกคนสามารถมาร่วมบำเพ็ญบุญและเสริมพลังศรัทธาร่วมกัน“กรุงเทพประกันชีวิต จะยังคงเดินหน้าสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมและศาสนาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้เจตนารมณ์ ใส่ใจเพื่อความสุขที่ยั่งยืน เพราะความเชื่อมั่นว่า ธุรกิจที่ยั่งยืน ต้องเติบโตไปพร้อมกับความเข้มแข็งของศาสนา ชุมชน และสังคมโดยรวม” อรนาฎ กล่าวปิดท้าย
ทันหุ้น • 23 ก.ย. 68
อ่าน
วันออกพรรษา 2568 ประวัติวันออกพรรษา วันปวารณา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
วันออกพรรษา 2568ปีนี้ ตรงกับวันที่ 7 ตุลาคม 2568ค่ะ ซึ่งวันออกพรรษานั้นเป็น วันสำคัญทางพุทธศาสนาของไทย อีกวันหนึ่งค่ะ ในบ้านเราจึงมีงานประเพณีต่างๆ มากมายในวันออกพรรษา ไม่ว่าจะเป็น ประเพณีตักบาตรเทโว ประเพณีตักบาตรข้าวต้มลูกโยน และอื่นๆ เพราะฉะนั้น ตามเรามารู้ถึง ที่มาของวันออกพรรษา ประวัติวันออกพรรษา กันได้ตามนี้ค่ะ ประวัติวันออกพรรษา วันปวารณา วันออกพรรษา ตรงกับ วันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 ของทุกปี ค่ะ โดยเป็นวันสุดท้ายในการจำพรรษาของพระภิกษุสงฆ์ อันสืบต่อเนื่องมาจาก วันเข้าพรรษา ที่มีมาแล้วเมื่อ วันแรม 1 ค่ำเดือน 8 อันเป็นวันที่พระภิกษุเข้าอยู่พรรษาครบไตรมาส คือ 3 เดือน ตามพระพุทธบัญญัติ โดยไม่ไปค้างแรมค้างคืนนอกสถานที่ที่ท่านตั้งใจอยู่ไว้นั่นเอง โดยวันออกพรรษาสามารถเรียกได้อีกอย่างหนึ่งว่า วันปวารณา หรือ วันมหาปวารณา มีความหมายว่าพระภิกษุทั้ง พระผู้ใหญ่และพระผู้น้อย ต่างเปิดโอกาสอนุญาตแก่กันและกัน ให้ว่ากล่าวตักเตือนกันได้ การปวารณา ถือเป็นข้อปฏิบัติตามพระวินัยสำหรับพระภิกษุโดยเฉพาะ เรียกว่า เป็นญัตติกรรมวาจา หรือ สังฆกรรมประเภทหนึ่ง โดยจะเป็นการให้โอกาสแก่พระสงฆ์ที่จำพรรษาอยู่ร่วมกันตลอดไตรมาส สามารถว่ากล่าวตักเตือนและชี้ข้อบกพร่องแก่กันและกันได้โดยเสมอภาค ด้วยจิตที่ปรารถนาดีซึ่งกันและกัน เพื่อให้พระสงฆ์ที่ถูกตักเตือนนั้น มีโอกาสรับรู้ข้อบกพร่องของตนเอง และนำข้อบกพร่องไปแก้ไขปรับปรุงตัวให้ดียิ่งขึ้น วันออกพรรษาในประเทศไทย สำหรับ วันออกพรรษาในประเทศไทย มีความสำคัญไม่น้อยกว่าวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาวันอื่นๆ เลยทีเดียว โดยในไทยจะมีประเพณีต่างๆ ที่นิยมปฏิบัติสืบเนื่องกันมาแต่โบราณ ซึ่งก็คือ ประเพณีตักบาตรเทโว หรือ ตักบาตรเทโวโรหณะ yotanan chankheaw / Shutterstock.com ประเพณีการตักบาตรเทโว จะจัดขึ้นเพียงปีละครั้งในช่วงวันออกพรรษา เป็นการรำลึกถึงพระพุทธเจ้าของชาวพุทธ ซึ่งมีความเชื่อว่า พระพุทธเจ้าเสด็จกลับจากเทวโลก ลงมายังโลกมนุษย์ หลังจากการโปรดเทพบุตร อดีตพระพุทธมารดา พระนางสิริมหามายา บนสวรรค์ดาวดึงส์เป็นเวลา 3 เดือน อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ประเพณีตักบาตรเทโว วันออกพรรษา ที่มา และ วิธีการตักบาตรเทโว ประเพณีตักบาตรข้าวต้มลูกโยน วัดพระพุทธฉาย สระบุรี วิธีทำ ข้าวต้มลูกโยน ข้าวต้มหาง ตักบาตรเทโว วันออกพรรษา นอกจากการทำบุญ ประเพณีตักบาตรโทโวแล้ว สิ่งที่นิยมทำใน วันออกพรรษา ก็คือ ประเพณีเทศน์มหาชาติ เวสสันดรชาดก และ ทอดกฐิน โดยทั้งสองประเพณี ก็เป็นสิ่งที่ชาวพุทธนิยมปฏิบัติสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ควรทำบุญถวายอะไรหลังออกพรรษา ? นอกจากนี้ ทางภาคใต้ก็ยังมีการจัด ประเพณีชักพระ แห่พระพุทธรูป ในวันแรม 1 ค่ำเดือน 11 อีกทั้งในภาคอีสานริมฝั่งแม่น้ำโขง เชื่อว่าในช่วงวันออกพรรษา จะเกิดปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค โดยที่จังหวัดหนองคาย นิยมจัดงาน ประเพณีบั้งไฟพญานาค ในทุกๆ ปีอีกด้วย เปิดตำนาน บั้งไฟพญานาค ปรากฏการณ์ศรัทธาริมฝั่งแม่น้ำโขง ใน วันออกพรรษา puwanai / Shutterstock.com ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ข้อมูลวันออกพรรษา เพิ่มเติม วันออกพรรษา คําปวารณาออกพรรษา รวมลิสต์อาหารสำหรับ ตักบาตรเทโว เตรียมของใส่บาตร ในวันออกพรรษา
ทราเวล ทิปส์ • 23 ก.ย. 68
อ่าน
“ฮาย อาภาพร” รับหดหู่ กราบพระไม่สนิทใจ ไม่หมดศรัทธาในพระพุทธศาสนา
ฮาย อาภาพร รับหดหู่ กราบพระไม่สนิทใจ ไม่หมดศรัทธาในพระพุทธศาสนา ทำเอานักร้องลูกทุ่งสาว ฮาย อาภาพร นครสวรรค์ หดหู่ใจไม่น้อยเพราะได้อ่านข่าวร้อนวงการผ้าเหลือง งานนี้เจ้าตัวถึงกับหมดศรัทธาในตัวบุคคล เผยว่า... ในฐานะที่เราเป็นคนบำรุงพุทธศาสนาคนหนึ่ง รู้สึกหดหู่ เวลาใส่บาตรระแวงไปหมด ไม่รู้พระจริงพระปลอม กลายเป็นกังขาในบุญตลอดเลย มันส่งผลนะ ขนาดเราเป็นคนแยกแยะออกนะว่าพระดีก็มีอยู่มาก พระแบบนี้ก็มีอยู่เยอะ เราพยายามคิดแต่ที่ผ่านมาพระที่สึกๆ กันไป เราก็เคยไปกราบอยู่ เราคิดเสียว่าเรากราบผ้าเหลือง เราก็สบายใจ ถ้าเรารู้เป็นอย่างนั้นเราคงไม่กล้าเข้าใกล้ แต่กอล์ฟ (สีกากอล์ฟ) เก่งมากเลยนะ เขาเก่งมาก นครสวรรค์ที่ได้ยินมาไม่ได้มีแบบนี้คนเดียวนะ เดี๋ยวจะมีมาเรื่อยๆ พระระดับสูงก็ไม่ได้มีแค่นี้ มีมาเรื่อยๆ เราต้องใช้วิจารณญาณ ต้องเลือกทำบุญกันแล้ว ตอนนี้เหมือนคนอกหัก ไม่รู้จะกราบพระรูปไหนให้รู้สึกว่ามันสนิทมือ ที่รู้สึกกราบได้สนิทมือก็มีอยู่ 2-3 รูป ศาสนาพุทธไม่ได้เสื่อม คนที่ไปอาศัยผ้าเหลืองมันทำให้เสื่อม เราคิดว่าเรากราบผ้าเหลืองแล้วสบายใจ บุญอยู่ที่เรา บาปอยู่ที่เขา ถ้าเราไม่คิดแบบนี้มันก็ไม่มีความสุขในการทำบุญเลย นี่ตั้งใจว่าโบสถ์ที่บ้านที่สร้างไว้กะอีก 2 ปีจะฝังลูกนิมิต ก็คือจะถวายโบสถ์ที่สร้างมา 12 ปี คงจะต้องยืดออกไปแล้ว การที่จะกู้ศรัทธาจากชาวบ้านที่เขามาร่วมทำบุญ การที่เขาจะทำบุญสัก 100 บาท ตอนนี้คนคิดเยอะแล้ว ขนาดนั้นเป็นคนที่แยกแยะออกยังหดหู่ ยังคิดเยอะเลย เราหมดศรัทธาในตัวบุคคล แต่ไม่ได้หมดศรัทธาในพระพุทธศาสนา คนที่ทำอะไรอยู่ ย่อมรู้ตัว ออกมาดีกว่าถ้าจะคิดแบบนั้น อย่าไปอยู่ให้นรกกินหัวเลย ออกมาทำมาหากิน จะมีเมียสักกี่คน มีลูกมีเต้า ออกมาเถอะ ใช้ชีวิตอย่างเราสนุก มีความสุขจะตาย ไม่ต้องมีศีลมาครอบงำตั้ง 227 ข้อ
ดาราเดลี่บันเทิง • 22 ก.ค. 68
อ่าน
“แพทองธาร” พร้อมฟื้นฟูความเชื่อมั่นประชาชนต่อพุทธศาสนาอย่างยั่งยืน
จุดเปลี่ยนที่ต้องให้ความสำคัญสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับพุทธศาสนาวานนี้ (17 กรกฎาคม 2568) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม โพสต์ข้อความผ่านสื่อโซเชียลมีเดียส่วนตัวเฟซบุ๊ก Ing Shinawatra โดยระบุว่า จากกรณีพระสงฆ์บางรูปประพฤติผิดวินัย จนสร้างความสับสนและกระทบต่อความเชื่อมั่นของพุทธศาสนิกชนในสังคม ดิฉันเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเฉพาะบุคคล แต่เป็นจุดเปลี่ยนที่เราต้องหันมาให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับพุทธศาสนาค่ะ ฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนต่อพุทธศาสนาอย่างยั่งยืนคณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และกระทรวงศึกษาธิการ รณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทยพุทธที่ถูกต้อง สร้างความเข้าใจที่ดีระหว่างฆราวาสกับพระสงฆ์ และ ส่งเสริมวิถีคิดแบบไทย เพื่อธำรงไว้ซึ่งศีลธรรมและหลักการอยู่ร่วมกันในสังคมในส่วนของกระทรวงวัฒนธรรม ดิฉันได้หารือร่วมกับคณะผู้บริหาร เพื่อกำหนดมาตรการในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนต่อพุทธศาสนาอย่างยั่งยืน โดยไม่ปฏิเสธความเปลี่ยนแปลงของสังคม แต่เปิดรับและปรับตัวอย่างมีสติผลักดันการสื่อสารภาพลักษณ์ของพุทธศาสนาให้ทันสมัยและเข้าใจง่ายดิฉันจะผลักดันการสื่อสารภาพลักษณ์ของพุทธศาสนาให้ทันสมัยและเข้าใจง่าย เพื่อให้ศาสนาพุทธสามารถเข้าถึงคนรุ่นใหม่ และเปิดโอกาสให้เยาวชนมีส่วนร่วมในแบบที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของพวกเขาจริงๆดิฉันขอเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่และข้าราชการทุกคน เป็นแบบอย่างที่ดีในชุมชน เพราะการฟื้นฟูศรัทธาในพุทธศาสนา จะเกิดขึ้นได้จริงต้องเริ่มจากความเข้าใจ ความจริงใจ และการลงมือทำร่วมกันของทุกคนค่ะ อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง“แพทองธาร” เดินหน้าผลักดันให้ Soft Power ของไทยเติบโตอย่างยั่งยืน“แพทองธาร” ร่วมยินดี “มวยไทย” สู่เวทีโลก ถูกบรรจุในการแข่งขันกีฬาทหารโลก 2027เปิดภาพ "แพทองธาร" เข้า ก.วัฒนธรรม วันแรก เผย รอบ 70 ปี นายกฯ ควบ วธ.
TNN ช่อง16 • 18 ก.ค. 68
อ่าน
ประวัติ พระพรหมบัณฑิต พระนักปราชญ์ผู้ขับเคลื่อนพุทธศาสนาสู่เวทีโลก
พระพรหมบัณฑิต (ประยูร มีฤกษ์) หรือ ธมฺมจิตฺโต เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรอง ชั้นหิรัญบัฏ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิชาการ พุทธปรัชญา และการเผยแผ่พระพุทธศาสนาระดับนานาชาติ เคยดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาจุฬาฯ 5 สมัย และเป็นผู้ก่อตั้งสภาสากลวันวิสาขบูชาโลก ได้รับยกย่องเป็นศาสตราจารย์พระสงฆ์ไทยรูปแรกประวัติส่วนตัวและการอุปสมบทพระพรหมบัณฑิต นามเดิมว่า ประยูร มีฤกษ์ เกิดเมื่อวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2498 ณ ตำบลโพธิ์พระยา อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี บรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ 11 ปี และสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค ในปี พ.ศ. 2519 ซึ่งนับว่าเป็นระดับสูงสุดในบาลีศึกษาของไทยต่อมา ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยมีสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฟื้น ชุตินฺธโร) เป็นพระอุปัชฌาย์ และได้รับพระราชอุปถัมภ์ในฐานะ “นาคหลวง” โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 การศึกษาและคุณวุฒิทางวิชาการพระพรหมบัณฑิตได้รับ ปริญญาตรี พุทธศาสตรบัณฑิต (ปรัชญา) เกียรตินิยมอันดับ 1 จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และศึกษาต่อที่ประเทศอินเดีย จนได้รับ ปริญญาโทและปริญญาเอก สาขาปรัชญา จากมหาวิทยาลัยเดลีผลงานระดับนานาชาติ • วิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกของท่านในหัวข้อ “อนัตตาในปรัชญาอัตถิภาวนิยมของซาตร์และในพุทธศาสนาดั้งเดิม” ได้รับการตีพิมพ์หลายครั้ง • ได้รับเชิญบรรยายในองค์การสหประชาชาติ สำนักงานนิวยอร์ก • ปาฐกถาพิเศษในการประชุมศาสนาระดับโลกที่ไคโร, นิวยอร์ก และอีกหลายเวทีบทบาทในวงการการศึกษาและคณะสงฆ์ตำแหน่งสำคัญ • อดีต อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (5 สมัย) • ปัจจุบัน อุปนายกสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาฯ • กรรมการมหาเถรสมาคม • เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร • ประธานสมาคมมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนานานาชาติ (IABU) • ประธานสภาสากลวันวิสาขบูชาโลก (ICDV)ท่านได้รับการยกย่องว่าเป็น “พระนักปราชญ์ผู้ขับเคลื่อนพระพุทธศาสนาสู่เวทีโลก” ทั้งในด้านวิชาการ การปกครองคณะสงฆ์ และการเผยแผ่ธรรมะอย่างต่อเนื่อง ผลงานการเผยแผ่และนิพนธ์สำคัญพระพรหมบัณฑิตเป็นผู้เขียนหนังสือและบทความมากกว่า 60 เล่ม ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ อาทิ • พุทธวิธีสร้างสันติภาพ • จริยธรรมชาวพุทธ • ประวัติศาสตร์ปรัชญากรีก • โลกทัศน์ของชาวพุทธ • วันวิสาขบูชา: วันสำคัญสากลของโลกรวมถึงการบรรยายธรรมต่อเนื่องกว่า 20 ปีทั้งในประเทศและนานาชาติสมณศักดิ์และเกียรติคุณ2532 พระเมธีธรรมาภรณ์ ชั้นสามัญเปรียญ2539 พระราชวรมุนี ชั้นราช2543 พระเทพโสภณ ชั้นเทพ2548 พระธรรมโกศาจารย์ ชั้นธรรม2555 พระพรหมบัณฑิต ชั้นหิรัญบัฏ (เจ้าคณะรอง)สมณศักดิ์ต่างประเทศ • 2551: อัคคมหาสัทธัมมโชติกธชะ (โดยรัฐบาลพม่า) • 2559: อัครมหาบัณฑิต ณ กรุงเนปิดอร์ ประเทศพม่า
TNN ช่อง16 • 17 ก.ค. 68
อ่าน
เตือน! อย่าตกเป็นเหยื่อกลโกงวันสำคัญทางศาสนา “ทำบุญออนไลน์ เช็กให้ชัวร์ก่อนโอน”
ไม่ตกเป็นเหยื่อกลโกงมิจฉาชีพ ช่วงวันสำคัญทางศาสนา วันนี้ (11 ก.ค. 68) นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ปัจจุบันพบว่า กลุ่มมิจฉาชีพมีวิธีในการสรรหาเหยื่อ เพื่อทำการหลอกลวง โดยบ่อยครั้งมักพบรูปแบบของการหลอกลวงมาในรูปแบบวิธีการ เช่น หลอกให้ลงทุน หลอกหารายได้พิเศษ และหลอกให้หลวงเชื่อใส่ข้อมูลส่วนตัว แต่อย่างไรก็ตามการแอบแฝงและวิธีการหลอกลวงของกลุ่มมิจฉาชีพมักมีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยครั้งเพื่อให้สามารถเข้าถึงประชาชนได้ทุกกลุ่ม ทุกพื้นที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงระยะเวลานี้ ที่วันสำคัญทางศาสนา ทำให้กลุ่มมิจฉาชีพได้เล็งเห็นช่องว่างในการฉวยโอกาสผ่านวิธีการ อาทิ การหลอกโอนเงินไถ่ชีวิตโคกระบือ ช่วยเหลือสัตว์บาดเจ็บ เช่าวัตถุมงคล สะเดาะเคราะห์ หลอกให้ทำใบอนุโมทนาบัตรออนไลน์โดยอ้างเป็นการลดหย่อนภาษี เป็นต้น ผลการสำรวจสถานการณ์การถูกหลอกลวงผ่านช่องทางออนไลน์ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเปิดเผยถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงวันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา ว่า ประเมินจากวันหยุดยาวตั้งแต่ 10-13 กรกฎาคม รวม 4 วัน จะมีผลต่อการเดินทางเข้าไปทำบุญพร้อมกับการพักผ่อนค้างคืน 1-2 คืน ส่งผลต่อการใช้จ่ายช่วงวันอาสาฬหบูชา ต่อถึงวันเข้าพรรษารวมประมาณ 6,000-8,000 ล้านบาท หรือ ขยายตัวจากปีก่อนประมาณ 2-3% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการสำรวจล่าสุดในปี 2566 ที่มีการใช้จ่าย 2 วันสำคัญนี้ รวม 6,477 ล้านบาท อีกทั้งคนไทยกว่า 80% ยังให้ความสำคัญต่อการทำบุญไหว้พระในเทศกาลวันทางศาสนา“ผลการสำรวจสถานการณ์การถูกหลอกลวงผ่านช่องทางออนไลน์ ของศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ (SAB) ในปี 2566 พบผู้เคยถูกหลอกลวงโดยอาศัยความสงสารหรือความสัมพันธ์ จำนวน 2.65 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายจำนวนรวมสูงถึง 2.3 พันล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้ส่วนหนึ่งตกเป็นผู้เสียหายถูกหลอกลวงจากการขอรับบริจาคช่วยเหลือหรือการระดมเงินทำการกุศล โดยหากพิจารณาจำแนกตามกลุ่ม Generation จะพบว่า กลุ่ม Gen Z และ Gen Y เป็นกลุ่มที่ถูกหลอกลวงในลักษณะดังกล่าวอยู่ที่ 13% และ 10% ตามลำดับ มากกว่ากลุ่ม Gen X และ Baby Boomer” นายอนุกูล ระบุ เตือนประชาชนควรระมัดระวัง ก่อนทำบุญหรือโอนเงินช่วยเหลือออนไลน์นายอนุกูล กล่าวต่อว่า เพื่อสร้างความตระหนักรู้เท่าทันต่อกลโกงของกลุ่มมิจฉาชีพและวิธีการที่กลุ่มมิจฉามักใช้ในการหลอกลวงเหยื่อ รัฐบาลขอย้ำเตือนประชาชนควรระมัดระวัง ก่อนจะทำบุญหรือโอนเงินช่วยเหลือออนไลน์ ควรตรวจสอบช่องทางการช่วยเหลือหรือทำบุญก่อนทุกครั้ง ห้ามคลิกหรือโอนเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านเว็บไซต์และข้อความที่มีการส่งต่อผ่านทางสังคมออนไลน์โดยไม่มีแหล่งที่มา หากไม่มั่นใจสามารถตรวจสอบบัญชีเบอร์โทร หรือเว็บไซต์ได้ที่ www.checkgon.go.th ซึ่งเป็นช่องทางของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งนี้ ก่อนการโอนเงินอย่าลืมเช็กชื่อบัญชี หมายเลขบัญชีทุกครั้งว่าตรงกับบัญชีที่ได้มีการแจ้งไว้หรือไม่ และหากพบเห็นพฤติกรรมที่อาจเป็นมิจฉาชีพ สามารถเบาะแสได้ที่ https://www.thaipoliceonline.go.thอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องรัฐบาล เตือนประชาชน วันพระใหญ่ ทำบุญออนไลน์ ระวังมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงิน
TNN ช่อง16 • 11 ก.ค. 68
อ่าน
สามเณรีคืออะไร? รู้จักนักบวชหญิงในพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง
สามเณรีคือใคร?คำว่า “สามเณรี” คือ นักบวชหญิงในพระพุทธศาสนา ที่มีสถานะต่ำกว่าภิกษุณี และถือศีล 10 ข้อเช่นเดียวกับสามเณรชาย ในเชิงนิยาม สามเณรี หมายถึง “หญิงที่บวชเป็นสามเณร” หรือเรียกง่าย ๆ ว่า “เณรผู้หญิง” โดยถือเป็นขั้นต้นก่อนอุปสมบทเป็นภิกษุณี ซึ่งในพระพุทธศาสนาต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอนกว่าจะเข้าสู่สถานะนั้นได้ เงื่อนไขสำคัญของการบวชสามเณรีการบวชเป็นสามเณรีในพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะในนิกายเถรวาท เช่น ประเทศไทย มีเงื่อนไขดังนี้:อายุขั้นต่ำ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 12 ปีการอนุญาต ต้องได้รับความยินยอมจากบิดามารดา และหากมีสามี ต้องได้รับอนุญาตจากสามีด้วยผู้บวชให้ ต้องมีภิกษุณีที่พรรษาไม่ต่ำกว่า 12 ปีเป็นผู้ทำพิธี (เรียกว่า ปวัตตินี) โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะภิกษุณีสงฆ์ทั้งนี้ ผู้หญิงไม่ว่าจะอายุเท่าใด หากประสงค์บวชในพระพุทธศาสนา จะต้องเริ่มต้นจากการเป็นสามเณรีก่อนเสมอ จากนั้นจึงเข้าสู่สถานะ “สิกขมานา” ซึ่งต้องถือสิกขาบท 6 ข้อเป็นเวลา 2 ปี ก่อนจึงจะสามารถอุปสมบทเป็นภิกษุณีได้ความแตกต่างกับสามเณรชายแม้สามเณรีและสามเณรชายต่างก็ต้องถือศีล 10 ข้อ และรักษาเสขิยวัตร 75 ข้อเหมือนกัน แต่ในเชิงโครงสร้างคณะสงฆ์นั้น ผู้หญิงไม่มีสิทธิเข้าอุปสมบทเป็นภิกษุ โดยตรง และจำเป็นต้องผ่านระบบของภิกษุณีสงฆ์ ซึ่งในนิกายเถรวาทปัจจุบันไม่มีอยู่อย่างเป็นทางการ สถานะของสามเณรีในปัจจุบันในประเทศไทยและนิกายเถรวาท ปัจจุบันไม่มีการบวชสามเณรีอย่างเป็นทางการ เนื่องจากไม่มีภิกษุณีสงฆ์ที่สืบสายได้ครบถ้วนในการทำพิธีบวชในนิกายมหายานและวัชรยาน ยังมีการบวชสามเณรี เช่น ที่ประเทศศรีลังกา ไต้หวัน และทิเบต โดยมีภิกษุณีสงฆ์ที่สืบสายได้อย่างไรก็ตาม มีความพยายามในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยบางกลุ่ม ที่สนับสนุนการฟื้นฟูการบวชสามเณรี เพื่อให้สตรีมีสิทธิเข้าถึงการบวชในระดับสูงได้อย่างเท่าเทียมสามเณรีคือ นักบวชหญิงในพระพุทธศาสนาที่ถือศีล 10 ข้อ เป็นขั้นตอนก่อนการบวชเป็นภิกษุณี ปัจจุบันในนิกายเถรวาทรวมถึงประเทศไทย ยังไม่สามารถบวชสามเณรีได้อย่างเป็นทางการ เนื่องจากไม่มีภิกษุณีสงฆ์ตามรูปแบบดั้งเดิม แต่ยังมีการบวชสามเณรีในนิกายอื่น เช่น มหายานและวัชรยาน
TNN ช่อง16 • 1 ก.ค. 68
อ่าน
เมื่อศาสนาผีและคริสต์ศาสนา เผชิญหน้าความสยองแดนอีสาน เตรียมสะพรึงใน “ท่าแร่”
หลอนไม่หยุด!ล่าสุดสหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนลปล่อยของเรียกน้ำย่อยความสยองกันอย่างต่อเนื่องกับโปสเตอร์หลักภาพยนตร์สยองขวัญแห่งปีเรื่องท่าแร่ที่เผยภาพทีมตัวละครหลักตัวแทนแห่งศาสนาผีและคริสต์ศาสนาที่ต้องต่อกรกับความบ้าคลั่งของปีศาจร้ายที่ถูกปลุกขึ้นมา อีกครั้ง พร้อมท้าทายความลี้ลับแห่งดินแดนอีสานที่กำลังถูกเปิดเผย เผชิญหน้าความสะพรึงยกทีมไปกับ เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข,มีน-พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร,เอก-ธเนศ วรากุลนุเคราะห์,แพรวา-ณิชาภัทร ฉัตรชัยพลรัตน์,เอี้ยง-สวนีย์ นาวินธนันท์ชัย และ แฉะ-องอาจ เจียมเจริญพรกุลในผลงานกำกับเรื่องล่าสุดของ คุ้ย-ทวีวัฒน์ วันทา(ธี่หยด1-2)ผู้กำกับหนังสยองยืนหนึ่งของไทย ผมเชื่อว่าหนังท่าแร่จะมีความแปลกและสดใหม่ พูดถึงเรื่องความเชื่อ พิธีกรรม และวัฒนธรรมต่างๆ ที่สามารถผสมผสานและอยู่ร่วมกันได้ จะนำเสนอในสิ่งที่ทุกคนจะได้ว้าวว่ามันมีเรื่องแบบนี้ในไทยด้วยอย่างเรื่องของบาทหลวงคริสตจักรที่มาปราบผี ถ้ามันมาอยู่ในบริบทของไทยมันจะออกมาเป็นยังไง กับเรื่องหมอเหยาที่เรียกขวัญและรักษาทางจิตวิญญาณก็เป็นอีกศาสตร์หนึ่งที่ชาวชุมชนนี้นับถือ ผมว่ามันค่อนข้างแปลกใหม่เลยในหนังไทย แค่เรื่องหมอเหยาก็สนุกแล้ว ยิ่งมาเจอกับบาทหลวงก็ยิ่งสนุกขึ้นไปอีก เมื่อสองความเชื่อสองความศรัทธาต้องมาเผชิญหน้ากันเพื่อปราบผีและวิญญาณชั่วร้ายเนี่ย โอ้โห...มันน่าทำมากๆ และต้องสนุกมากแน่ๆ เตรียมพบกับความสยองที่กำลังจะหลอกล่อเราสู่ความมืดมิดในท่าแร่7สิงหาคมนี้ในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังไทย • 27 มิ.ย. 68
อ่าน
เชิญชวนส่งภาพประกวด “ส่องพระธรรม (ทำ) นำพระพุทธศาสนายั่งยืน” ชิงโล่สมเด็จพระสังฆราชฯ
วัดอรุณราชวราราม ร่วมกับ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ แถลงข่าวเปิดโครงการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรและคณะสงฆ์ไทย ภายใต้หัวข้อ “ส่องพระธรรม (ทำ) นำพระพุทธศาสนายั่งยืน” โดยมีพระโสภณวชิราภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม เป็นประธานในพิธีเปิดฯ เพื่อถ่ายทอดข้อมูล ความรู้และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เกี่ยวกับภารกิจของคณะสงฆ์ให้ประชาชนได้รับทราบอย่างกว้างขวางทั้งนี้ ภายในงานแถลงข่าว ได้มีการจัดเวทีเสวนา เรื่อง “ส่องพระธรรม (ทำ) นำพระพุทธศาสนายั่งยืน” หนึ่งภาพจากศรัทธา สู่ความงดงามของพระพุทธศาสนาที่ยั่งยืน โดยมีผู้ร่วมเสวนา คือ พระปริยัติวรานุกูล เลขานุการเจ้าคณะภาค 2 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดนิมมานรดี พระวชิรรัตนาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม นายอินทพร จั่นเอี่ยม ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และนายตุลย์ หิรัญญลาวัลย์ นายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมเวที“พระวชิรรัตนาภรณ์” เลขานุการและผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม เปิดเผยวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมครั้งนี้ว่า เพื่อถ่ายทอดความรู้ สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับภารกิจของคณะสงฆ์ใน 6 ด้านให้ประชาชนรับทราบ ประกอบด้วย 1. ด้านการปกครอง2.ด้านการศาสนศึกษา3. ด้านการศึกษาสงเคราะห์4. ด้านการเผยแผ่5. ด้านสาธารณูปการ และ6. ด้านการสาธารณสงเคราะห์ ให้ประชาชนได้รับทราบผ่านมุมมองของช่างภาพที่ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพประทับใจในพระพุทธศาสนาและภารกิจคณะสงฆ์ โดยภาพถ่ายทั้งหมดจะจัดเก็บเป็นคลังข้อมูลของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สำหรับนำมาใช้ประโยชน์ในการผลิตสื่อ ประชาสัมพันธ์และใช้เผยแพร่ในสื่อต่าง ๆ ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติต่อไปสำหรับผู้ที่ประสงค์จะเข้าร่วมกิจกรรม สามารถส่งผลงานการถ่ายภาพได้ ตั้งแต่ 20 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน 2568 เพื่อรับประทานโล่รางวัลจาก สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พร้อมเงินรางวัลมูลค่ากว่า 732,000 บาท
TNN ช่อง16 • 22 พ.ค. 68
อ่าน
ประวัติความเป็นมา วันอัฏฐมีบูชา 19 พฤษภาคม 2568 อีกหนึ่งวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
วันอัฏฐมีบูชา 19 พฤษภาคม 2568 วันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หลังเสด็จดับขันธปรินิพพาน 8 วันประวัติความเป็นมา วันอัฏฐมีบูชาเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานแล้ว 8 วัน มัลลกษัตริย์แห่งนครกุสินารา พร้อมด้วยประชาชน และพระสงฆ์อันมีพระมหากัสสปเถระเป็นประธาน ได้พร้อมกันกระทำการถวายพระเพลิงพุทธสรีระ ณ มกุฏพันธนเจดีแห่งกรุงกุสินารา วันนั้นเป็นวันหนึ่งที่ชาวพุทธต้องมีความสังเวชสลดใจ และวิปโยคโศกเศร้าเป็นอย่างยิ่ง เพราะการสูญเสียแห่งพระพุทธสรีระ เมื่อวันแรม 8 ค่ำ เดือน 8 ซึ่งนิยมเรียกกันว่าวันอัฏฐมีนั้นเวียนมาบรรจบแต่ละปี พุทธศาสนิกชนบางส่วน โดยเฉพาะพระสงฆ์และอุบาสกอุบาสิกาแห่งวัดนั้น ๆ ได้พร้อมกันประกอบพิธีบูชาขึ้น เป็นการเฉพาะภายในวัด เช่นที่ปฏิบัติกันอยู่ในวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ เป็นต้น แต่จะปฏิบัติกันมาแต่เมื่อใด ไม่พบหลักฐาน ปัจจุบันนี้ก็ยังถือปฏิบัติกันอยู่ ความสำคัญ วันอัฏฐมีบูชาโดยที่วันอัฏฐมีคือวันแรม 8 ค่ำ เดือน 6 เป็นวันที่มีเหตุการณ์สำคัญทางพระพุทธศาสนา ถือเป็นวันที่ตรงกับวันที่ตรงกับวันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระเป็นวันที่ชาวพุทธต้องวิปโยคและสูญเสียพระบรมสรีระแห่งองค์พระบรมศาสดา ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะอย่างสูงยิ่ง และเป็นวันควรแสดงธรรมสังเวชและระลึกถึงพระพุทธคุณให้สำเร็จเป็นพุทธานุสสติภาวนามัยกุศลพิธีอัฏฐมีบูชาการประกอบพิธีอัฏฐมีบูชานั้น นิยมทำกันในตอนค่ำและปฏิบัติอย่างเดียวกันกับประกอบพิธีวิสาขบูชา ต่างแต่คำบูชาเท่านั้น คำถวายดอกไม่ธูปเทียนในวันอัฏฐมีบูชายะมัมหะ โข มะยัง, ภะคะวันตัง สะระณัง คะตา, โย โน ภะคะวา สัตถา, ยัสสะ จะ มะยัง, ภะคะวะโต ธัมมัง โรเจมะ, อะโหสิ โข โส ภะคะวา, มัชฌิเมสุ ชะนะปะเทสุ, อะริยะเกสุ มะนุสเสสุ อุปปันโน, ขัตติโย ชาติยา, โคตะโม โคตเตนะ, สักยะปุตโต สักยะกุลา ปัพพะชิโต, สะเทวะเก โลเก สะมาระเก สะพรัหมะเก, สัสสะมะณะพราหมะณิยา ปะชายะ สะเทวะมะนุสสายะ, อะนุตตะรัง สัมมาสัมโพธิง อะภิสัมพุทโธ, นิสสังสะยัง โข โส ภะคะวา, อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ, วิชชาจะระณะสัมปันโน, สุคะโต โลกะวิทู, อนุตตะโร ปุริสทัมมะสาระถิ, สัตถา เทวะมะนุสสานัง, พุทโธ ภะคะวา สวากขาโต โข ปะนะ, เตนะ ภะคะวา ธัมโม, สันทิฏฐิโก, อะกาลิโก, เอหิปัสสิโก โอปะนะยิโก, ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ. สุปะฏิปันโน โข ปะนัสสะ, ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ, อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา, เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, อาหุเนยโย, ปาหุเนยโย, ทักขิเนยโย อัญชลีกะระณีโย. อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสะ. อะยัง โข ปะนะ ถูโป(ปฏิมา) ตัง ภะคะวันตัง อุททิสสะ กโต (อุททิสสิ กตา) ยาวะเทวะ ทัสสะเนนะ, ตัง ภะคะวันตัง อะนุสสะริตวา, ปะสาทะสังเวคะปะฏิลาภายะ, มะยัง โข เอตะระหิ, อิมัง วิสาขะปุณณะมิโตปะรัง อัฏฐะมีกาลัง, ตัสสะ ภะคะวะโต สรีรัชฌาปะนะกาละสัมมะตัง ปัตวา, อิมัง ฐานัง สัมปัตตา, อิเม ทัณฑะทีปะธูปะ-,ปุปผาทิสักกาเร คะเหตวา, อัตตะโน กายัง สักการุปะธานัง กะริตวา, ตัสสะ ภะคะวะโต ยะถาภุจเจ คุเณ อะนุสสะรันตา, อิมัง ถูปัง(ปะฏิมาฆะรัง) ติกขัตตุง ปะทักขิณัง กะริสสามะ, ยะถาคะหิเตหิ สักกาเรหิ ปูชัง กุรุมานา.สาธุ โน ภันเต ภะคะวา, สุจิระปะรินิพพุโตปิ, ญาตัพเพหิ คุเณหิ, อะตีตารัมมะณะตายะ ปัญญายะมาโน, อิเม อัมเหหิ คะหิเต, สักกาเร ปะฏิคคัณหาตุ, อัมหากัง, ฑีฆะรัตตัง, หิตายะ, สุขายะ.
TNN ช่อง16 • 19 พ.ค. 68
อ่าน
คนดังรับรางวัลบุคคลต้นแบบทางพระพุทธศาสนา 2568
พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลเสาอโศกผู้นำศีลธรรม ประจำปี 2568 ณ อาคารหอประชุม มวก.48 พรรษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งองค์กรภาคพุทธบริษัท โดยสมาคมผู้ทำคุณประโยชน์เพื่อพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์, ศูนย์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ในพระสังฆราชูปถัมภ์, องค์กรเครือข่ายชาวพุทธแห่งประเทศไทย, โครงการส่งเสริมคุณธรรม ศีลธรรม นำการศึกษา, มูลนิธิส่งเสริมศีลธรรมสงเคราะห์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ได้จัดพิธีมอบรางวัลฯ มาตั้งแต่ปี 2558 เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า, เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 2568, เพื่อคัดสรรบุคคลต้นแบบทางพระพุทธศาสนาทั้งฝ่ายบรรพชิตและคฤหัสถ์ ที่ทำคุณประโยชน์เพื่อพระพุทธศาสนา ทั้งในและต่างประเทศ โดยประกาศเกียรติคุณ ยกย่องเป็นบุคคลต้นแบบทางพระพุทธศาสนาให้เป็นแบบอย่างของพุทธศาสนิกชน และเป็นขวัญ กำลังใจให้บุคคลที่ได้รับการคัดสรร ที่อุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนามาอย่างต่อเนื่อง มีบุคคลต้นแบบทางพระพุทธศาสนาเข้ารับมอบรางวัลเสาอโศกผู้นำศีลธรรม ประจำปี 2568 เป็นพระสงฆ์ 47 รูป และคฤหัสถ์ 114 คน ในสาขาต่าง ๆ ตามที่คณะกรรมการกำหนด เช่น พระสงฆ์, นักธุรกิจ, นักวิชาการ, นักศึกษา, สื่อสารมวลชน, ข้าราชการ, ศิลปิน, พนักงานรัฐวิสาหกิจ และพุทธศาสนิกชน โอกาสนี้ มีผู้มอบเงินสมทบทุนมูลนิธิพระดาบส 4 คน และมีผู้สนับสนุนการจัดงานเข้ารับมอบของที่ระลึก 100 คน โดย นางนิธิรีย์ ลาวัณย์วิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที.พี.เอส. แพคเกจจิ้ง จำกัด และที่ปรึกษานายกสมาคมส่งเสริมความเจริญของพระพุทธศาสนาฯ เป็น 1 ในผู้รัลรางวัลนี้เช่นกัน
TNN ช่อง16 • 17 พ.ค. 68
อ่าน
ปลดล็อก! ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ "วันสำคัญทางศาสนา" ใน 5 พื้นที่
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ เมื่อเดือนมีนาคม 2568 เห็นชอบ ให้ผ่อนคลายการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บางพื้นที่ในวันหยุดพิเศษ 5 วันทางศาสนา ซึ่งนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติได้สรุปผลการพิจารณาในทุกมิติเพื่อดูความเหมาะสมกับโลกปัจจุบัน ที่ประชุมได้เห็นชอบให้ผ่อนคลายการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งจากนั้นจะเป็นขั้นตอนในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ดังกล่าวหน้าที่1 เล่มที่ 142 ตอน189 ง ในวันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม 2568 ปรับปรุงประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การกำหนดวันห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2567 เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบันโดยคำแนะนำของคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ โดยประกาศดังกล่าวฉบับนี้ ยังห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในวันสำคัญทางศาสนา 5 วัน เป็นการทั่วไป แต่ยกเว้นอนุญาตให้ขายได้เฉพาะ(1) ในอาคารที่ให้บริการแก่ผู้โดยสารภายในสนามบินที่ให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศ(2) ในสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ(3) ในสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการที่ตั้งอยู่ในพื้นที่หรือบริเวณที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด โดยคำแนะนำของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย(4) ในโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม(5) ในสถานที่ซึ่งใช้จัดกิจกรรมพิเศษระดับชาติหรือนานาชาติ และมีคนจำนวนมากไปทำกิจกรรมร่วมกัน ตามรายชื่อสถานที่ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด โดยคำแนะนำของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ทั้งนี้ผู้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามในข้างต้น จะต้องจัดให้มีการคัดกรองและมาตรการที่จำเป็น เพื่อการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม ความปลอดภัยของประชาชน และการจำกัดการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของเด็กและเยาวชนตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด "การออกประกาศดังกล่าว เพื่อให้สอดคล้องกับประกาศนโยบายของรัฐบาลที่ให้ปี 2568 เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวไทย Amazing Thailand Grand Tourism and Sports year 2025 ซึ่งจะเป็นประโยชน์โดยตรงต่อผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ส่งผลให้สามารถจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปีทั้งนี้ ช่วงที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการศึกษาถึงความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการแก้ไขและปรับปรุงกฎหมายดังกล่าว โดยได้คำนึงถึงความสงบเรียบร้อยของสังคม ความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ" นายจิรายุ ระบุ
TNN ช่อง16 • 9 พ.ค. 68
อ่าน
อำลา “โป๊ปฟรานซิส” ผู้นำศาสนาที่พูดเรื่องโลกร้อน ได้ดังกว่าผู้นำโลก!
ตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งประมุขแห่งคริสตจักรคาทอลิก โป๊ปฟรานซิสได้เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของศาสนา ที่หันมามอง “โลก” ไม่เพียงแต่ในเชิงจิตวิญญาณ หากยังรวมถึง “ระบบนิเวศ” ที่มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในปี 2015 พระองค์ได้ทรงออกสารานุกรม Laudato Si’ เอกสารประวัติศาสตร์ที่ตีแผ่ความจริงว่า “โลกของเรากำลังบาดเจ็บ” และ “ผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือคนยากจน” พระองค์ไม่ลังเลที่จะวิจารณ์ระบบเศรษฐกิจที่เน้นกำไรแต่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และเรียกร้องให้ประชาคมโลกร่วมมือกันปกป้องสิ่งแวดล้อม ด้วยจิตสำนึกทางศีลธรรม ถ้อยคำของพระองค์ในครั้งนั้น เปรียบเสมือนเสียงระฆังปลุกโลกให้ตื่นจากความเพิกเฉย หลายผู้นำประเทศและองค์กรนานาชาติยอมรับว่า Laudato Si’ มีบทบาทสำคัญในการเร่งรัดข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) ให้บรรลุผลในปีเดียวกันโป๊ปฟรานซิสไม่ใช่ผู้นำที่เพียงแค่เทศนา แต่ยังทรงแสดงตัวอย่างผ่านการใช้ชีวิตเรียบง่าย ส่งเสริมการลดใช้พลังงาน สนับสนุนเกษตรอินทรีย์ และการเดินทางด้วยรถยนต์พลังงานสะอาด พระองค์ยังทรงพบปะกับนักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมทั่วโลก และกล่าวชื่นชมเยาวชนที่ลุกขึ้นเรียกร้องความยุติธรรมด้านสภาพภูมิอากาศในปี 2023 พระองค์ยังทรงออกสารเพิ่มเติมชื่อ “Laudate Deum” ที่เตือนว่าการตอบสนองของโลกยังล่าช้าเกินไป พร้อมทั้งตำหนิการเมืองระหว่างประเทศที่ยังคงตกอยู่ใต้อิทธิพลของผลประโยชน์ระยะสั้น แทนที่จะใส่ใจในชะตากรรมของโลกและมนุษย์รุ่นถัดไป หนึ่งในแนวคิดที่โป๊ปฟรานซิสทรงนำเสนอและได้รับการกล่าวถึงอย่างแพร่หลาย คือคำว่า “Ecological Conversion” หรือ "การกลับใจเชิงนิเวศ" ซึ่งหมายถึงการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดและวิถีชีวิตของมนุษย์ เพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเคารพ ไม่ใช่เอารัดเอาเปรียบธรรมชาติ แนวคิดนี้ไม่เพียงแต่ได้รับความสนใจในหมู่ศาสนิก แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจต่อองค์กรพัฒนาเอกชน ภาครัฐ และภาคธุรกิจที่หันมาปรับนโยบายด้านความยั่งยืนแม้สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสจะสิ้นแล้ว แต่แนวคิด คำพูด และการกระทำของพระองค์จะยังคงเป็นมรดกสีเขียวที่มีค่าต่อการต่อสู้กับวิกฤติสภาพภูมิอากาศ เสียงของพระองค์ยังคงดังก้องในใจของผู้คนจำนวนมากว่า “เราต่างเป็นส่วนหนึ่งของบ้านเดียวกัน และไม่มีเวลาให้เพิกเฉยอีกต่อไป”ในยุคที่โลกยังคงเผชิญไฟป่า น้ำท่วม และคลื่นความร้อน การขับเคลื่อนของโป๊ปฟรานซิสได้กลายเป็นแสงเทียนที่ไม่เพียงแต่ส่องนำทางศาสนา แต่ยังส่องสว่างให้กับเส้นทางสู่ความยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ต่อไป
TNN ช่อง16 • 22 เม.ย. 68
อ่าน
วิเคราะห์ 3 ข้อหา "อ.เบียร์ คนตื่นธรรม" กับบทบาทการใช้กฎหมายปกป้องศาสนา
วิเคราะห์ 3 ข้อหา เอาผิด อ.เบียร์ คนตื่นธรรม: การใช้กฎหมายปกป้องคณะสงฆ์กรณีการแจ้งความดำเนินคดีกับ อ.เบียร์ คนตื่นธรรม โดยทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม ได้กลายเป็นประเด็นที่สังคมจับตามอง เนื่องจากเกี่ยวข้องกับ 3 ข้อหาสำคัญ ได้แก่ การหมิ่นประมาท, การกระทำผิดตาม พ.ร.บ. คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ซึ่งแต่ละข้อหามีความสำคัญและเป็นเครื่องมือในการรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของสถาบันพระพุทธศาสนาในประเทศไทย---1. ข้อหาหมิ่นประมาท การปกป้องศักดิ์ศรีคณะสงฆ์ข้อหาหมิ่นประมาทที่ถูกตั้งขึ้นจากคำพูดของ อ.เบียร์ ในไลฟ์สดเมื่อเดือนกันยายน 2567 ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการวิพากษ์วิจารณ์มหาเถรสมาคม ทนายอนันต์ชัยชี้ว่าเป็นการกล่าวหาในลักษณะที่ส่งผลกระทบต่อศักดิ์ศรีของคณะสงฆ์การกระทำนี้เข้าข่ายหมิ่นประมาทตามกฎหมายอาญา เนื่องจากมีการกล่าวถึงองค์กรและบุคคลในลักษณะที่อาจทำให้เกิดความเสื่อมเสียในสายตาสาธารณชน คำพูดเช่น มหาเถรสมาคมใช้อำนาจไปในทางที่ไม่ถูกต้อง และ ดูทุเรศทุรัง อาจถูกตีความว่าเป็นการโจมตีที่ไม่สร้างสรรค์ และก่อให้เกิดความไม่สงบในสังคมที่ให้ความเคารพศรัทธาต่อคณะสงฆ์---2. พ.ร.บ. คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 การรักษากฎระเบียบขององค์กรสงฆ์พ.ร.บ. คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 เป็นกฎหมายที่ออกมาเพื่อควบคุมและดูแลการปฏิบัติของคณะสงฆ์และบุคคลภายนอก การกล่าวหาว่า อ.เบียร์กระทำผิดตามกฎหมายนี้ มาจากการที่เขาแสดงความคิดเห็นในลักษณะบั่นทอนความน่าเชื่อถือของมหาเถรสมาคม ซึ่งอาจถือเป็นการกระทำที่ละเมิดหลักเกณฑ์ในกฎหมายดังกล่าวการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยหรือภาพลักษณ์ของสถาบันพระพุทธศาสนา สามารถถูกตีความว่าเป็นการละเมิดกฎหมายนี้ได้ โดยเฉพาะเมื่อมีการเผยแพร่คำพูดผ่านสื่อสาธารณะ เช่น การไลฟ์สด ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก---3. พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ การใช้สื่อออนไลน์อย่างระมัดระวังพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ถูกใช้ในการดำเนินคดีกับ อ.เบียร์ เนื่องจากการเผยแพร่ข้อมูลหรือข้อความที่อาจสร้างความเสียหายต่อบุคคลหรือองค์กรผ่านระบบคอมพิวเตอร์ เช่น การไลฟ์สดในครั้งนี้ข้อความที่ อ.เบียร์เผยแพร่ในไลฟ์สด อาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 14 ของ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ หากพบว่าเนื้อหาเป็นเท็จ บิดเบือน หรือกระทบต่อความมั่นคงขององค์กรสาธารณะ เช่น มหาเถรสมาคม การนำข้อความดังกล่าวเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ยิ่งเพิ่มน้ำหนักของความผิดในมิติทางกฎหมาย---มุมมองทางสังคมและบทบาทของกฎหมายกรณีนี้สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของกฎหมายในการปกป้องสถาบันพระพุทธศาสนาและควบคุมการแสดงความคิดเห็นในที่สาธารณะ แม้ว่าการวิพากษ์วิจารณ์จะเป็นสิทธิที่พึงมีในระบอบประชาธิปไตย แต่คำวิจารณ์ที่เกินขอบเขตและส่งผลกระทบต่อองค์กรที่เป็นที่เคารพนับถือ อาจถูกมองว่าเป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อยของสังคมในอีกด้านหนึ่ง กรณีนี้ยังชี้ให้เห็นถึงบทบาทของสื่อออนไลน์ในปัจจุบัน ที่สามารถกลายเป็นเวทีให้ความคิดเห็นถูกเผยแพร่ในวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกัน การใช้สื่อออนไลน์โดยขาดความระมัดระวัง อาจนำมาซึ่งปัญหาทางกฎหมายและผลกระทบต่อสังคม----------------3 ข้อหาที่ อ.เบียร์เผชิญอยู่ เป็นกรณีตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงขอบเขตของเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และบทบาทของกฎหมายในการรักษาสมดุลระหว่างสิทธิส่วนบุคคลและความสงบเรียบร้อยของสังคม กรณีนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการดำเนินคดีทางกฎหมาย แต่ยังเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับทุกคนในยุคดิจิทัลเกี่ยวกับการแสดงความคิดเห็นที่ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมภาพ TNN / โหนกระแส
TNN ช่อง16 • 9 ม.ค. 68
อ่าน
หนุ่ม กรรชัย ปลื้ม! โหนกระแส รับรางวัลสื่อปกป้องพุทธศาสนา ไม่ลืมแท็กเพจ เชื่อมจิต
พิธีกรเจ้าของรายการดัง โหนกระแส หนุ่ม กรรชัย กำนิดพลอย โพสต์แจ้งดีข่าวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังได้รับรางวัล "ไตรสรณะบูชา พระเสมาสยาม จาก มูลนิธิคุ้มเกล้าเยาวชนคนสร้างชาติ โดยที่เจ้าตัวได้โพสต์ภาพรางวัล พร้อมข้อความแสดงความรู้สึกไว้ว่า "รู้สึกเป็นเกียรติ เป็นกำลังใจ สำหรับทีมงานทุกคนและตัวผมเป็นอย่างมากครับ ที่รายการโหนกระแสได้รับรางวัล ไตรสรณะบูชา พระเสมาสยาม สาขา รางวัลที่ทำคุณประโยชน์ประเภทสื่อสารมวลชน ส่งเสริม เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ และปกป้องพระพุทธศาสนา" ภาพจาก : เฟซบุ๊ก หนุ่ม กรรชัย และงานนี้ก็ไม่ลืมแท็กไปยังเพจคู่กรณีอย่าง "นิรมิตเทวาจุติ" และ "ทนายธรรมราช The Lawyer of legality" พร้อมข้อความ "สู้ๆครับ" ซึ่งก็มีแฟนรายการ และชาวโซเชี่ยลเข้ามาแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก ภาพจาก : เฟซบุ๊ก หนุ่ม กรรชัย ภาพจาก : kanchai ภาพจาก : เฟซบุ๊ก หนุ่ม กรรชัย อินสตาแกรม kanchai
TNN ช่อง16 • 15 ก.ค. 67
อ่าน
ไทย-อินเดีย เปิดนิทรรศการภาพถ่าย "สายธารแห่งศรัทธาในพระพุทธศาสนา”
11 กรกฎาคม 2557 เวลา 10.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่นที่กรุงนิวเดลี อินเดีย) ก่อนเข้าสู่การประชุม ประชุม BIMSTEC อย่างไม่เป็นทางการในช่วงบ่ายวันนี้ นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานร่วมกับนาย Gajendra Singh Shekhawat รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมอินเดีย ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการภาพถ่าย ไทย-อินเดีย สายธารแห่งศรัทธาในพระพุทธศาสนา เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกรุงนิวเดลีในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย กล่าวขอบคุณรัฐบาลอินเดียอย่างสุดซึ้งที่สนับสนุนเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ การอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอินเดียไปประดิษฐานชั่วคราวใน 4 ภูมิภาคของประเทศไทย เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 ถึงวันที่ 19 มีนาคม 2567 โดยมีประชาชนไทยเดินทางไปสักการะรวมกว่า 4 ล้านคนตลอดช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งแสดงถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและหยั่งรากลึกระหว่างสองประเทศ รวมถึงความเกี่ยวเนื่องทางวัฒนธรรมและศาสนาพุทธที่ไทยและอินเดียร่วมแบ่งปันกัน และจากการรวบรวมภาพความประทับใจจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น จึงนำมาสู่การจัดนิทรรศการภาพถ่าย ไทย-อินเดีย สายธารแห่งศรัทธาในพระพุทธศาสนา ในวันนี้ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมอินเดีย ยินดีที่เห็นคนไทยจำนวนมากเดินทางไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุของพระอัครสาวก ที่มีการอัญเชิญไปประดิษฐานชั่วคราวนอกอินเดียเป็นครั้งแรก ซึ่งถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ไทยและอินเดียร่วมแบ่งปันกัน อีกทั้งเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์พิเศษระหว่างสองประเทศด้วยนอกจากนี้ เห็นพ้องกับรัฐมนตรีฯ ในการขอบคุณทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกรุงนิวเดลี ซึ่งเป็นผู้ประสานงานหลักร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอดนิทรรศการภาพถ่าย เปิดให้บุคคลทั่วไปตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2567 ถึงวันที่ 4 สิงหาคม 2567 ตามเวลาเปิดของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกรุงนิวเดลีทั้งนี้ ในช่วงเดินชมนิทรรศการ เป็นภาพถ่ายของพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ ที่นำไปประดิษฐานครบทั้ง 4 ภาคของไทย เริ่มจากภาพถ่ายบริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ อุบลราชธานี และ กระบี่ โดยมีพุทธศาสนิกชนเข้าไปสักการะ และร่วมแห่พระบรมสารีริกธาตุอย่างเนืองแน่น
TNN ช่อง16 • 11 ก.ค. 67
อ่าน
"นก จริยา" เปิดใจจากชีวิตคนเคยไม่มีศาสนา สู่การเป็นพุทธศาสนิกชน เคลียร์ข่าวบวชชีเพราะมีปัญหาชีวิตคู่?
นักแสดงและผู้จัดมากความสามารถ "นก จริยา แอนโฟเน" ที่วันนี้จะมาเคลียร์ข่าวลือสาเหตุตัดสินใจปลงผมบวชชีและขึ้นจอดำบนอินสตาแกรมจนกลายเป็นข่าวเมาท์ใหญ่เพราะมีปัญหาชีวิตคู่จริงหรือไม่ ? แล้วอะไรที่ทำให้คนไม่มีศาสนากลายเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี ! ย้อนเล่าเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความเครียดสะสมจนเป็นเหตุให้ป่วยเป็นโรคแพนิกถึงขั้นอยากจบชีวิต เพราะไม่อยากเป็นภาระใคร ! ในรายการคุยแซ่บShow ทางช่องone31 ที่มี หนิง ปณิตา และ บูม สุภาพร เป็นพิธีกร "นก จริยา" เปิดใจจากชีวิตคนเคยไม่มีศาสนา สู่การเป็นพุทธศาสนิกชน เคลียร์ข่าวบวชชีเพราะมีปัญหาชีวิตคู่? เป็นคำถามของสังคมเยอะมากๆ ที่หลายคนอยากรู้ว่าจริง ๆ เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ? ก่อนอื่นต้องออกตัวก่อนว่าตัวเองไม่ได้เป็นผู้รู้อะไรมากมาย จริงๆเราก็เป็นมนุษย์ปกติที่วันนึงมีความรู้สึกว่าอยากเข้าไปศึกษาแล้วก็เรียนรู้และเอาตัวเองเข้าไปใกล้ชิดกับพระธรรมคำสั่งสอนมากขึ้น เราอยากจะรู้ว่าตัวเองจะได้อะไร จะไม่ได้อะไร มันเป็นการเข้าไปศึกษาด้วยตัวเอง หลังจากได้ไปปฎิบัติชีวิตคมขึ้น ชัดขึ้น มันคือยังไง ? พอได้ให้โอกาสตัวเองไปเรียนรู้ ค่อย ๆ เข้าไปเข้าใจ ไม่ได้ถึงกับเข้าไปปั๊ปนิ่งแล้ว สงบแล้ว อันนั้นคือคิดเอง แต่ค่อยๆเข้าไปเรียนรู้และเข้าใจความรู้สึกว่าตัวเองทำอะไรอยู่ ตอนนี้ตัวเองรู้สึกแบบไหน ทำยังไงจะรู้แล้วเข้าใจในอารมณ์ที่เป็นอยู่ ณ ตอนนั้น สิ่งหนึ่งที่พี่นกตัดสินใจเลยคือไม่ใช่แค่ปฎิบัติธรรมคือโกนหัวบวชด้วย ? ตอนแรกพี่ก็ไม่คิดนะว่าจะไปถึงจุดนั้น ก่อนหน้านี้ ณ ความเป็น จริยา 40 กว่าปีไม่เฉียดวัด ไม่มีศาสนา ไม่รู้ว่าคืออะไร และเป็นคนที่เชื่อตัวเอง ฉันไม่ได้เลวฉันเป็นคนดีคนหนึ่ง ทำแต่เรื่องดีๆ คิดดี แล้วยังนึกไม่ออกว่าหลักธรรมคืออะไร ความดีจากศาสนาจะมีประโยชน์อะไรกับตัวเอง คือห่างมาก พี่เป็นคนเชื่อตัวเองระดับนั้น จนกระทั่งถึงอายุนึงอะไรหลายๆอย่างสอนว่าเรายังโง่อีกเยอะ ยังถูกความหวั่นไหว ยังถูกการกระตุ้นที่ทำให้เราเกิดทุกข์ได้ตลอดเวลา ถ้าเกิดว่ามีหลักใดหลักนึงที่เรายังไม่เรียนรู้แล้วถ้าเกิดเราเรียนรู้และสามารถสร้างสติให้กับชีวิตเราได้ ทำไมเราไม่ลองล่ะ ก็บอกกับตัวเองว่าทำไมเราไม่ลองเรียนรู้ เมื่อกี๊สะดุดคำนึงคำว่า ไม่มีศาสนา เชื่อว่าเราทำดีได้ดี คิดดีได้ดี แต่พี่นกไม่ได้เชื่อในบาปบุญ เวรกรรมอะไรแบบนี้ใช่มั้ย ? เกิดมาในพุทธศาสนาเป็นพุทธศาสนิกชน แต่ไม่ได้เป็นพุทธศาสนิกชนที่ดีที่เข้าใจว่าการที่เข้าไปนั่งสวดมนต์ไหว้พระในแต่ละครั้ง ฉันพูดอะไร เพราะว่าพอเป็นบาลีสันสกฤต พูดไปเป็นนกแก้วนกขุนทอง แล้วไม่เข้าใจว่าเรากำลังพูดอะไรอยู่ ก็เลยใช้คำว่าเหมือนคนไม่มีศาสนามากกว่า เพราะไม่มีความเข้าใจเกิดขึ้นเลย ทำอะไรตามรูปแบบที่ทำตามๆกันมา จุดที่ทำให้พี่นกได้เริ่มเข้ามาศึกษาธรรมะจากคนที่บอกว่าไม่มีศาสนานั่นคือช่วงสถานการณ์โควิดมันเกิดอะไรขึ้น ? ตอนโควิดเป็นไปทั้งโลกเลยนะ เราฟังแต่ข่าวที่แต่ละวันมีคนตายกี่คน มันทำให้พี่มีจังหวะสตั๊นท์กับชีวิต เราเห็นคนใกล้ตัวเราต้องเลิกอาชีพ ครอบครัวเขาลำบากมากนะ เราเองก็ต้องหยุดกองถ่าย ไม่สามารถทำอะไรได้เลย เพราะการที่จะรวมตัวของคนกองถ่ายไม่ได้ แล้วเราเห็นลูกน้องลำบากกับครอบครัว ตัวพ่อพี่เองกำลังรักษาโรคมะเร็งอะไรใดๆวิกฤตไปหมดเพราะเข้าโรงพยาบาลไม่ได้ ในโรงพยาบาลมีแต่คนเสียชีวิตรายวันมีเงินก็ซื้อชีวิตไว้ไม่ได้ มันเกิดสิ่งนี้ได้ยังไง แล้วพี่เก็บความรู้สึกเครียดเอาไว้กับตัวไว้เยอะมาก ไม่อยากให้ใครลืมภาวะนี้เลย อยากให้ทุกคนเก็บไว้เตือนใจว่าความไม่แน่นอนของชีวิตเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ตอนนั้นพี่นกเกิดอาการแพนิกเบา ๆ ? ใช่ค่ะ คือมันเครียดสะสมมา จนกระทั่งคุณพ่อเสียซึ่งมันเป็นเหตุการณ์ที่เราเป็นหัวหน้าครอบครัวด้วย เราต้องเก็บความแข็งแรงเอาไว้ พอเสร็จจากการเสียคุณพ่อไปแล้ว ทำพิธีไปแล้ว ลูกน้องจะทักว่าพี่ดูเครียดขึ้น ท่าเดินพี่เปลี่ยน จากคนที่เดินตรงๆ ท่าเดินพี่จะห่อลง พี่จะไปอยู่มุมเล็กๆของพี่ไม่ค่อยอยู่กับคนเยอะและตอนนอนกลางคืนจะผวาตื่นทั้งคืนเลย ก็เลยรู้ได้เลยว่าไม่มีความสุขเลย หลายๆสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองจนไปถึงวันที่เกลียดตัวเองว่าทำไมเป็นขนาดนี้ เกลียดตัวเองมากเลยนะ เพราะจากคนที่รักตัวเองมากๆ เกิดอะไรเป็นอะไรอยู่ดีๆดจะอ่อนแอ เราไม่เหมือนเดิมเพราะว่าเราไม่สามารถยื้อคนที่เรารักที่สุดไว้ได้ใช่หรือเปล่า ? การยื้อไม่ได้ เราไม่ได้คิดว่าตรงนั้นเป็นปัญหา แต่มีความรู้สึกว่าถ้ามันไม่ใช่ภาวะนั้นเราจะดูแลอะไรได้ดีกว่านี้ มันก็เลยกลับไปทับถมตัวเองไปส่งผลต่อข้างในโดยที่เราไม่รู้ตัว จุดไหนที่พี่นกรู้สึกว่าอาการผิดปกติของแพนิกมันเกิดขึ้นกับเรารุนแรงที่สุด ? มีจังหวะที่ขับรถ เป็นคนที่ชอบขับรถมาก จะไปทำงานหรือไปอะไรใด ๆ จะขับรถเองไม่ใช้คนขับรถเพราะว่าชอบร้องเพลง ขอบดูโน่นดูนี่ตอนขับรถ แล้วมีอยู่วันนึงเราเหนื่อยมากเราเพลีย แล้วเรากำลังพุ่งเข้าไปท้ายรถบรรทุก แล้วเราก็เห็นท้ายรถบรรทุกอยู่ตรงหน้าเรา ใจเราก็สั่นๆขึ้นมาทันทีว่าฉันไม่ได้มีชีวิตกลับไปเจอลูกอีกแล้วแน่ๆเลย ตกใจก็มือเท้าเย็นควบคุมไม่ได้ มันไม่รู้ว่าเท้าจะเหยียบเบรคหรือจะเหยียบคันเร่ง แต่นิดนึงมันก็ยังมีความรู้สึกว่าค่อยๆเหยียบเบรคแล้วค่อยๆเข้าข้างทางแล้วก็อยู่ข้างทาง 2 ชั่วโมงออกมาไม่ได้อีกเลย จากวันนี้พี่ก็ขับรถไม่ได้อีกเลย 3 ปี เพราะว่าทุกครั้งที่จับพวงมาลัยพี่จะสั่น สั่นแล้วก็ขับรถไม่ได้แล้วก็เกลียดตัวเองเพราะว่าฉันชอบการขับรถ ร้องเพลง และมีความสุขไปคนเดียวนั่นคือความสุขอย่างหนึ่งของพี่ แล้วมันก็ไม่เข้าใจก็ยังพยายามอยู่หลายทีมันก็ยังขับไม่ได้ พอเราจะไปไหนมันเหมือนจะเป็นภาระคนอื่น ไม่ชอบเลย จนกระทั่งถึงวันที่เดินไม่ได้ ไปเดินห้างกับลูกสาว ลูกสาวเห็นว่าเครียดก็พาไปเดินช็อปตอนนั้นห้างเริ่มเปิดแล้ว ไปเปลี่ยนบรรยากาศนะมี๊ ไปเดินกับเขาแล้วอยู่ดีๆก็ผวาอะไรไม่รู้ซักอย่าง เข่ามันอ่อน ลงไปนั่งอยู่กับพื้น แล้วก็บอกว่า จีนส์ๆ มี๊เดินไม่ได้ มันไม่มีแรงที่จะสั่งให้ขาลุกขึ้นมาแล้วก็เดิน ไม่มีแรง จีนส์ก็บอกว่ามี๊อย่าเครียด ค่อยๆหายใจ เหมือนจะดีขึ้นลูกสาวพาไปนั่งกินข้าวก็กินไม่ได้ วันนั้นมันมีความรู้สึกว่าเราอยากร้องไห้ มันเกิดอะไรขึ้นจากคนที่แข็งแรงมาก เราเป็นบ้าอะไร เกลียดมากเลย ก็บอกตัวเองว่าต้องหาหมอ ขอบคุณคลิปจากรายการ คุยแซ่บ Show สุดท้ายก็ตัดสินใจไปหาคุณหมอ บอกอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมา คุณหมอบอกว่าเป็นแพนิก ? ใช่ค่ะ จากความเครียดสะสม คุณหมอบอกว่าคุณนกไม่ต้องตกใจคนเป็นกันเยอะมาก แต่จะเป็นระดับไหนแค่นั้นเอง และคนที่มีความรับผิดชอบเยอะๆ มันสามารถเป็นสิ่งนี้ได้ ณ ตอนนี้เรามารับข้อมูลและเรารู้ว่าเราเป็นแล้วเราจะไปแบบตรงไหน ตั้งสติแบบไหน เห็นว่าไม่ได้ดีขึ้นจนมีอยู่วันนึงพี่นกบอกว่าไม่อยากอยู่แล้วบนโลกใบนี้ ? มันเบื่อนะที่ต้องพึ่งคนอื่นตลอดเวลา มันมีเสี้ยววินาทีนั้นนะคะที่อันตราย มันมีความรู้สึกว่าตายก็ดีนะ มันมีเสี้ยววินาทีนั้นและมันสามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้ การที่เราเข้าใจอารมณ์ตัวเองมันทำให้แพนิกเรามันลดลงเหมือนกับที่ตัดสินใจไปบวชครั้งนี้เกี่ยวด้วยมั้ย ? คือจริงๆแล้วพอหลายอย่างมันเริ่มสอน เราไม่จำเป็นต้องเก่งที่สุด เราก็อ่อนแอได้ เราต้องกลับมาดูตัวเราเองแล้ว มันก็มีความรู้สึกว่า เราก็เริ่มรักษาตัวเองแล้ว เราลองมาอ่านหนังสือดูซิอะไรที่เป็นประโยชน์กับตัวเอง แล้วลองเปิดใจกับคำว่าพุทธศาสนาอย่างจริงจัง พอเห็นพระพี่จอนบวช เราก็มีความรู้สึกว่าดีจัง อยากให้โอกาสให้เขาบวชแล้วก็สนับสนุนมาตลอด แล้วถ้าเราบวชล่ะจะเป็นยังไงก็ถามตัวเอง ก็เดินเข้าไปอยากปฎิบัติธรรม วันนึงก็ได้เดินเข้าไปที่เสถียรธรรมสถานอยู่ใกล้บ้าน เราเคยได้มีโอกาสทำงานกับคุณแม่ศันสนีย์มาบ้าง ไปกราบกายสังขารของคุณแม่ที่ตั้งอยู่มีความรู้สึกว่าทำไมเราไม่บวชล่ะ สำหรับพี่ตอนนั้นคือเปิดใจแล้วก็เรียนรู้ไปเลย ไม่ได้เป็นสิ่งที่ไม่ดี ถ้าเราโกนหัวแล้วเราบวชเดี๋ยวผมมันก็ขึ้น เราก็หันไปมองหน้าลูกว่าบวชเดี๋ยวนี้เลยเนาะ ลูกก็บอกว่าแล้วแต่หม่ามี๊เลย หม่ามี๊สบายใจยังไงถ้าเคลียร์งานได้ ก็บอกว่าเดี๋ยวกลับไปบอกปะป๊าก่อน ก็กลับไปปรึกษาที่บ้านทุกคนก็บอกว่าอยากทำทำเลย เรามีความรู้สึกว่าชีวิตเป็นของเราแล้ววันรุ่งขึ้นจะเป็นยังไง สุขภาพเราจะได้มาบวชมั้ยหรือว่าเราออกไปจะรถชนตายตอนไหนก็ไม่รู้ วันนี้มีโอกาสทำอะไรให้ตัวเองแล้ว ทำเถอะ ผู้หญิงเรามีผม มีคิ้วสวยๆ ผู้หญิงแบบพี่นกดูแลตัวเองมาดีตลอด มันมีอาการแพนิกหรือกลัวอะไรมั้ย ? วินาทีที่โกนผมมันจะคิดมาตลอดว่าเราจะเกิดอุปสรรคอะไรในใจมั้ย ทำให้เราหม่นมั้ย ทำให้เรากังวลมั้ย เราโกนผมแล้วตกใจกลัวอาการแพนิกมา แต่ว่าในพิธีพอเริ่มเข้าไปสู่จุดที่นั่งที่จะบวช ผู้ใหญ่ที่มาวันนั้นมีพี่จิ๋มมาที่แทนแม่ ปาดแรกที่ปาดเข้าไปแล้วผมออกแล้วเนี่ยเราบอกตัวเองว่าละแล้วนะ คำว่าองค์ใดพระสัมพุทธ มันขึ้นมาทันที แล้วก็มีความรู้สึกว่าดีใจจังเลยเราให้โอกาสตัวเอง องค์ใดพระสัมพุทธใดๆเกิดขึ้นแล้ว เราขอให้ท่านเปิดโอกาสให้เราเป็นผู้บวชเรียน เข้ามาได้ปฎิบัติดีปฎิบัติชอบ เป็นจังหวะที่พี่จิ๋ม เราก็ขอพี่จิ๋มมาคือเหมือนแม่เราคนที่ให้ชีวิตให้อาชีพให้โอกาสทุกอย่างเลยกับเราเดินเข้ามาปลงผมให้ แล้วเราก็ได้ล้างเท้าท่าน เงยหน้าขึ้นมองกันแล้วก็รู้สึกว่าดีใจจังเลยที่ให้โอกาสตัวเองได้ตอบแทนผู้มีพระคุณและทำสิ่งนี้ แล้วครอบครัวก็เข้ามา กัลยาณมิตรก็เข้ามา ทุกคนดีใจกับวาระนี้จองพี่ พี่ว่าความสุขกับปีติมันเกิดขึ้นน้ำตาไหลตลอดเวลา ครอบครัวพูดอะไรกับพี่นกบ้าง ? ก็บอกว่าให้ทำให้ดีที่สุด ไม่ต้องมีห่วงกับที่บ้าน ได้แต่ขอบคุณทุกคนได้ให้โอกาสกับผู้หญิงคนนี้ได้ไปศึกษาพระธรรม อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดก็คือเกือบจะไม่ได้บวช ? คงไม่ถึงตรงนั้น แต่มันมีนิสัยไม่ดีอยู่วันนึง คือวันที่พี่ขึ้นจอดำ วันนั้นมันคงเป็นอะไรนิดนึงที่ทำให้เป็นจุดกลับมาสอนตัวเราเองด้วย พี่ไม่ชอบคนที่สื่อสารกับคนไม่ดี แล้วไม่ชอบคนใช้อำนาจ ไม่ชอบคนที่ชอบสร้างวจีกรรมกับคนอื่นแล้วทำให้คนเจ็บปวด วันนั้นมันมีการดีลเรื่องงานแล้วมันมีการสื่อสารอะไรแบบนี้ออกมาแล้วพี่โกรธ พี่โมโห พี่เกลียดคนประเภทแบบนี้ พี่ก็ยังไม่ทันที่จะยั้งอะไรใดๆ ฉันจะต้องทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่เพราะฉันจะไม่ยอมให้มันผ่านไป ซึ่งวันนั้นพอเราโกรธแล้วทำให้เป็นเรื่องใหญ่แล้ว ซักพักนึงเราก็กลับมาคิดคนนั้นคนนี้เป็นห่วงเราไปหมดเลย แล้วคนที่เดือดร้อนที่สุดก็คือพี่จอน เพราะทุกคนพุ่งเป้าไปว่ามีปัญหาครอบครัวแน่ๆ พระก็ถามว่าเธอทำอะไร ฉันเดือดร้อนนะ ฉันต้องตอบคำถามคนเยอะแยะเลย เราก็เลยลงขอโทษในโพสต์ต่อๆไปว่าเรามีสติน้อยไป เราใช้อารมณ์วู่วามไป ก็เป็นบทเรียนให้ตัวเรา หลังจากนั้นพี่นกได้ไปบวช พี่นกว่าพี่นกได้จัดการปัญหาเหล่านั้นออกจากใจมั้ย ? รู้มากขึ้น ก็ยังคงเป็นมนุษย์คนนึง เข้าใจตัวเองมากขึ้น ถ้าจะมาถามพี่คำที่มันยากๆคงพระพุทธศาสนาพี่ไม่ค่อยรู้หรอกนะ แต่พี่รู้จักตัวเองมากขึ้น พี่เข้าใจอารมณ์ตัวเองมากขึ้นและรู้จักจัดเรียงอันนี้โมโหวางลงก่อน อันนี้สำคัญกว่ามั้ย แล้วก็เห็นชัดขึ้น แต่ไม่ได้บรรลุอะไร แต่รู้จักที่จะเลือกทุกข์กับเลือกสุขมากขึ้น อันนี้ทุกข์ไม่เลือกแล้วดีกว่าอายุ 59 แล้ว ลมหายใจที่จะเหลืออยู่ในแต่ละวันจะทำให้เป็นทุกข์หรือเป็นสุข ตอนแรกจะบวช 15 วันสุดท้ายบวชได้แค่ 12 วัน เพราะอะไร ? พระพี่จอนตอนนั้นยังไม่ได้บวชก็ดูแลบ้านแทนอยู่ แล้วบ้านกำลังรีโนเวทแต่ว่าเหมือนมีวาระที่จะต้องบวชแล้วแกก็บอกมาว่าจะต้องบวชวันที่ 6 ไปได้มั้ย แต่ถ้ายังกังวลใดๆ ไม่เป็นไรเดี๋ยวไว้บวชรอบอื่นก็ได้ เราก็มีความรู้สึกว่าเราก็มาบวชแล้ว ครอบครัวก็เอื้อให้เรามา ได้มามีความสุขตรงนี้ เราก็อยากเอื้อวาระนี้ให้กับพระพี่จอนด้วยได้ไปบวชอีทีนึงที่ศรีลังกาก็เลยจัดสรรวันกัน พี่สึกก่อนกำหนดสัก 3 วันเพื่อไปจัดการหน้าที่อะไรใดๆแทน ตอนนี้พระพี่จอนก็ยังบวชอยู่ ? กลับมาเมืองไทยแล้วค่ะ แต่ยังไม่มีกำหนดที่จะสึก ทำไมครั้งนี้ต้องเป็นที่ศรีลังกา ? ศรีลังกาเป็นที่พระพุทธศาสนาเคร่งครัดมากสำหรับคนที่นั่น แล้วพอดีทางวัดพระอุปัชฌาย์ของพระพี่จอนอยากให้เหมือนมีการเผยแผ่พระพุทธศาสนาจากที่อินเดียแล้วก็ไปที่ศรีลังกาด้วย ยังไงใดๆด้วยแล้วแต่มันจะเป็นสิ่งที่ส่งเสริมเผยแผ่พระพุทธศาสนา ทราบมาว่าที่พระพี่จอนไปบวชคือมีเหตุการณ์ที่เครียดด้วย ? ปีที่ผ่านมาทางครอบครัวพี่จอนน้องสาวแล้วก็หลานชายประสบอุบัติเหตุ หลานชายก็เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ น้องสาวก็ยังโคม่ารักษาอยู่หลายเดือน ตอนนี้ก็ดีขึ้นแต่ว่ายังต้องดูแลร่างกายอยู่อีก ซึ่งเขาก็หนักกับทางความรู้สึก พี่นกบวชเสร็จก่อนหน้านี้ก็ยังไม่ได้ออกมาสัมภาษณ์แล้วพระพี่จอนก็บวชต่อเลยมีข่าวเมาท์ว่าหรือชีวิตคู่ไม่เหมือนเดิมมีปัญหากัน ? คือจริงๆแล้วทุกข์สุขใดๆมันมีมาตลอด มันไม่มีหรอกราบเรียบมีความสุข จนมาตอนนี้เราต้องใช้คำว่าเราเป็นกัลยาณมิตรที่ดีต่อกัน เรายังอำกันเลยว่าพี่สึกออกมาพระไปบวชต่อ ชอบพูดเล่นจนเป็นเรื่องว่าคนต้องนึกว่าเกลียดกันไม่อยากอยู่บ้านเดียวกัน แต่จริงๆแล้วมันไม่มีอะไร มันคืออยากส่งวาระเป็นสุขใจให้กัน ชีวิตคู่ 30 ปี เสมอต้นเสมอปลายไม่หวานยังไงก็ไม่หวานอย่างนั้น ? ดอกไม่พี่ได้ช่อเดียวนะที่ใหญ่มาก จากที่ไม่เคยให้เลย ได้ช่อเดียวแล้วก็ช่อใหญ่มาก ก็เลยถามว่า กะว่าจะไม่ให้อีกแล้วด้วยใช่มั้ย ถึงได้ให้ใหญ่ขนาดนี้ วันนั้นเขาสร้างภาพ ขำๆ ระหว่างพี่กับเขา เรื่องที่รู้สึกว่าเป็นลิ้นกับฟันมากที่สุดคือเรื่องอะไร ? เรื่องที่เพลี่ยงพล้ำบ้าง ต้องมีการดึงสติบ้างก็เคยทะเลาะกัน จัดประเป๋าให้เลยออกไปเลยนะ ก็มีมาเรียนรู้กันใหม่ เคยถึงขั้นจะเลิกกัน แยกกันอยู่เลย ? เคย ก็กรณีเพลี่ยงพล้ำนี่แหละค่ะ กรณีแบบว่ามีวูบวาบมีโน่นมีนี่ พี่ก็เป็นคนมั่นใจตัวเองนะ คือเลิกเลิกได้ตอนนั้นนะ แต่ถ้ารู้ว่าตัวเองทำผิดแล้วเปลี่ยนแล้วก็มาปรับ เราก็ให้โอกาสได้ แต่อย่าบ่อยมันก็มีขีดจำกัด พระก็ปรับให้บ้างเท่าที่เห็น เท่าที่ไม่เห็นอันนี้ไม่รู้ ออกนอกบ้านไปแล้วบางทีจะให้เราตามหรอ ก็ไม่ตามหรอก แต่ก็ไม่ตามหรอก แต่ก็บอกเขาว่าหน้าอย่างนี้เดินไปที่ไหนในประเทศใครๆเขาก็รู้นะว่าถ้าผู้หญิงที่ไม่ใช้หน้าแบบฉันไปนั่งอยู่กับเธอก็สัมภเวสีแหละนะ จริงๆเรื่องที่พี่เป็นห่วงพระมากที่สุดคือเรื่องการดื่ม ? ดื่มด้วย เราเคยเป็นห่วงแล้วเราก็ไม่ได้หลับไม่ได้นอนตอนกลางคืนกลัวเกิดอุบัติเหตุ เพราะท่านเคยเกิดอุบัติเหตุ ก็จะบอกกับท่านว่าถ้าดื่มเยอะๆ นอนตรงนั้นไปเลย นอนบ้านเพื่อนไปเลย พี่นกจะบอกกับพระพี่จอนและลูกๆว่า ชีวิตแม่ไม่อยากอยู่แบบตายทั้งเป็น อันนี้หมายถึงอะไร ? ก็คือเป็นคำสอนจากคุณแม่ที่สอนออกมา ลมหายใจของเราที่อยู่ ณ ตอนนี้ เราอยากทุกข์หรือเราอยากสุข ถ้าเรารู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเราแก้ได้หรือแก้ไม่ได้ เราค่อยๆเรียนรู้มันแล้วก็จัดเรียง อันไหนแก้ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรเดี๋ยวปล่อยให้มันเป็นวาระของมัน แต่อันไหนแก้ได้เราค่อยๆแก้กันด้วยความมีสติ แต่อันไหนที่มันทุกข์ไปเลย ถ้าเราเลือกได้ทุกข์หรือสุขเราเลือกสุขดีกว่ามั้ย ลมหายใจเราที่เหลืออยู่ หายใจเข้าหายใจออกก็มีแต่ความทุกข์ตายทั้งเป็น ขอจิตที่มีความสุขเถอะ อยากฝากอะไรถึงพระจอนนี่มั้ย ? ก่อนอื่นก็อนุโมทนาสาธุจะบวชอีกกี่โบสถ์ก็อนุญาตนะคะเพราะเป็นสิ่งที่ดี แต่อยากจะบอกว่าก็ขอบคุณนะคะในสิ่งที่เราได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขและเรียนรู้กันมา มันไม่ใช่บวกทั้งหมดหรอกในชีวิตแต่เราก็จะเรียนรู้กันแล้วก็จะเกื้อกูลกันต่อไป แต่มีข้อยกเว้นถ้าบ้างเส้นมันเกินไป ชีวิตคือความไม่แน่นอน แต่ว่าต้องขอขอบคุณทุกสิ่งที่เราได้เป็นกัลยาณมิตรที่ดีต่อกัน ครอบครัวด้วย ลูกๆด้วย พี่จะบอกว่าชีวิตพี่บุญอย่างนึงที่มี คนรอบตัวดี เพื่อนรว่มงานดี ทีมงานดี สามีดี ลูกๆดี ซึ่งพี่มีความรู้สึกว่าลูกเราไม่ได้ไปคาดหวังอะไรกับเขา อย่าไปคาดหวังกับคนอื่น แต่เขาเป็นคนที่ไม่เกเร ไม่ไปทางอบายมุข เขาอยู่ในเส้นในทางที่ถูกต้อง แค่นี้ก็มีความสุข ก่อนหน้านี้จากคนที่ไม่มีศาสนา ไม่เข้าใจศาสนา แต่พอเราได้ไปสัมผัส ได้ไปปฎิบัติศาสนาให้อะไรกับเรา ? ให้มากมายที่พี่ยังไม่กล้าตอบชัดเจน พี่เหมือนต้นไม้ได้ฝน ได้เติมเต็มชุ่มฉ่ำกับความรู้สึกบางอย่าง ให้อะไรยังไม่ได้กล้าระบุชัดเจน เพราะว่ามากมายเหลือเกินในสิ่งที่เราต้องเรียนรู้อีกเยอะ แต่เหมือนเราได้ก้าวขึ้นมาจากความติดขัดอะไรหลายๆสิ่ง ยังรับงานในวงการละครอีกหรือเปล่า ? ปัจจัยทุกอย่างยังจำเป็นต่อชีวิต ยังทำละครอยู่ค่ะ ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : ประวัติ นก จริยา แอนโฟเน
ข่าวบันเทิง • 23 พ.ค. 67
อ่าน
ทำไมปรากฏการณ์ “ลานีญา” เคยมีชื่อ “ผู้ต่อต้านพระเยซู” จนเป็นปมบาดหมางทางศาสนา
แน่นอน ลานีญาเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนานในประวัติศาสตร์โลก ไม่แตกต่างจากเอลนีโญ แต่ใครจะทราบอย่างแท้จริงว่า ลานีญา เพิ่งได้รับการ ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นปรากฏการณ์ทางสภาพอากาศอย่างจริงจัง ในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1970s และกลายเป็นหน่วยศึกษาที่ได้รับความนิยมในหลักวิชา ภูมิอากาศบรรพกาลวิทยา (Paleoclimatology) เลยทีเดียวแต่ที่น่าสนใจไปมากกว่านั้น หากทำการสืบสาว นิรุกติศาสตร์ (Etymology) ของลานีญา จะพบว่า มีความเกี่ยวพันกับ ศาสนาคริสต์ ซึ่งนักภูมิอากาศวิทยานำมาใช้ ตั้งชื่อ ปรากฏการณ์ที่เพิ่งค้นพบ เพื่อเลี่ยง ความตึงเครียด ทางศาสนาเลยทีเดียวเรื่องนี้มีตื้นลึกหนาบางอย่างไร เราสรุปมาให้แล้วส่วนพิลึก ของเอลนีโญก่อนอื่นนั้น ต้องทำความเข้าใจ ประวัติศาสตร์ของการศึกษาวิจัย เอลนีโญเสียก่อน แน่นอน ปรากฏการณ์นี้ มีมาตั้งแต่สมัยสุเมเรียน โดยอาศัย การเทียบเคียง ปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่างความแห้งแล้งและน้ำท่วมในพื้นที่ ว่าเป็นการ แปรผกผัน กับอารยธรรมในพื้นที่อื่น ๆ นอกเหนือจากสุเมเรียน อาทิ หากสุเมเรียนแห้งแล้ง มิซซิสซิปปีจะหนาวเหน็บ ส่วนอินคาจะฝนตกหนัก เป็นต้นทั้งนี้ มีนักภูมิอากาศวิทยากลุ่มหนึ่ง ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ในเมื่อเราเข้าใจการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ เชิงเปรียบเทียบ ในพื้นที่หนึ่งกับพื้นที่หนึ่ง ดังตัวอย่างข้างต้น เหตุใดเราจึงไม่อาจ สร้างคำอธิบาย ปรากฏการณ์ที่เป็น ส่วนกลับ ของเอลนีโญใด ๆ เลย ยกตัวอย่าง สุเมเรียนน้ำท่วม แต่มิซซิสซิปปีกลับแห้งแล้ง ส่วนอินคาเกิดไฟป่าและพายุโซนร้อนหากจะอธิบายว่าเป็นเพียงเรื่องของ ฤดูกาล จะอาจไม่สมเหตุสมผล เพราะอย่าลืมว่า ความเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศที่รุนแรง เป็นเรื่องที่ผิดปกติวิสัยดังนั้น พวกเขาจึงได้ทำการศึกษาวิจัยจนพบว่า แท้จริงแล้ว สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นเรื่องของฤดูกาล แบบปกติภายหลังจากการเกิดเอลนีโญ หากแต่เป็น ผลลัพธ์ ทางปรากฏการณ์ภูมิอากาศ อีกแบบหนึ่งถึงแม้ว่าจะค้นพบปรากฏการณ์ที่สำคัญเช่นนี้ แต่ก็ยังไม่อาจสร้างฉันทามติ ถึงการเรียกสิ่งที่ค้นพบนี้โดยในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1960s ส่วนใหญ่เรียกว่า Aos de Abundanci ที่หมายถึง ปีแห่งความอุดมสมบูรณ์ โดยอิงจากพื้นที่ในเขตทางใต้ ที่จะมีฝนตกชุก ทำให้เหมาะสมกับสังคมเกษตรกรรมต่อมา ชื่อเรียกดังกล่าวไม่เหมาะสมตาม หลักวิชาวิทยาศาสตร์ เพราะมีความยาวและไม่เป็นทางการมากจนเกินไป ดังนั้น จึงมีการเปลี่ยนอีกครั้ง โดยเรียกว่า Anti-nio ซึ่งถอดความง่าย ๆ ว่า สิ่งตรงข้ามกับเอลนีโญก่อนที่ เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายคริสต์ทศวรรษ 1980s ถึงต้น 1990s ความเปลี่ยนแปลงด้าน ศัพท์บัญญัติ จะนำมาสู่ฉันทามติของภูมิอากาศวิทยาไปอย่างไม่น่าเชื่อศาสนา ใน วิทยาศาสตร์ในโลกปัจจุบัน เรามักได้รับการขัดเกลาทางการศึกษามาว่า เรื่องทาง วิทยาศาสตร์และศาสนา แยกขาดจากกันแบบขั้วตรงข้ามสัมบูรณ์ วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องของ ตรรกวิทยาและการพิสูจน์เชิงกายภาพ ส่วนศาสนาเป็นเรื่อง ความเชื่อส่วนบุคคลและตำนานการกล่าวเช่นนี้เป็นเรื่องที่ถูกต้อง ในส่วนของ หลักวิชา แต่หารู้ไม่ว่า ในส่วนอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้ ศาสนาไม่สามารถแยกออกไปได้แบบหมดจด อย่างน้อย ๆ ก็คือเรื่อง ศัพท์บัญญัติ ทางวิทยาศาสตร์แน่นอน ลานีญา เป็นหนึ่งในนั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างที่ทราบกันดีว่า เอลนีโญ มีรอยทางมาจากภาษาสเปน ที่ถอดความได้ว่า เด็กชาย แต่จริง ๆ เป็นการถอดความที่ ตื้นเขิน และขาดความเข้าใจทาง นิรุกติศาสตร์ อย่างมาก เพราะหากสืบสาวจริง ๆ จะพบว่า เอลนีโญ มีความเกี่ยวพันกับ คริสต์ศาสนา โดยหมายความว่า บุตรแห่งพระเยซูเจ้า โดยชาวประมงแถบเปรู เรียกขานกระแสน้ำอุ่นตอนไปทำประมง ที่มักจะเกิดขึ้นในช่วง คริสต์มาสด้วยการเล็งเห็นถึงจุดนี้ ยอร์ช ฟิลานแดร์ (George Philander) นักภูมิอากาศบรรพกาลวิทยาชาวแอฟริกาใต้ ผู้นับถือศาสนาคริสต์จึงรับไม่ได้อย่างมาก ที่ในวงการจะมาเรียกขานด้วยชื่อ Anti-nioนั่นเพราะ ในเชิงคำศัพท์ สามารถถอดความได้ว่า ผู้ต่อต้านองค์พระเยซู ซึ่งสำหรับคริสต์ศาสนิกชน เป็นเรื่องต้องห้ามมานาน ไม่ว่าจะเป็นสัญญะของการตรึงกางเขนจากพวกโรมัน สัญญะของสงครามครูเสดในการแย่งชิงดินแดนศักดิ์สิทธิ์ หรือสัญญะของยุคเรเนอซองส์ที่ทำให้ศาสนจักรแทบสิ้นลงดังนั้น เขาจึงเป็นผู้ที่ทำการบัญญัติศัพท์ที่ใช้เรียกปรากฏการณ์นี้เสียใหม่ ให้ไม่ รำคาญใจ ชาวคริสต์แบบเขามากจนเกินไป โดยหันไปใช้ศัพท์ว่า La Nia ที่ถอดความได้ว่า บุตรี ซึ่งล้อไปกับเอลนีโญที่มี เครื่องเพศ ในศัพท์ที่เป็นบุรุษลานีญาปรากฎในงานศึกษาของฟีลานแดร์ ที่ชื่อEl Nio and La Niaซึ่งเป็นงานศึกษาที่พยายาม ถมช่องว่าง ทางวิชาการของนักภูมิอากาศบรรพกาลวิทยาที่ได้กระทำการศึกษาปรากฏการณ์นี้มาก่อนหน้า โดยเฉพาะข้อเสนอเรื่อง กระแสน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิก ที่แต่ก่อนเชื่อกันว่าเคลื่อนเพียงในแถบละตินอเมริกา แต่จริง ๆ กลับเคลื่อนในระยะทางที่ไกลกว่านั้น อาจไปไกลจนถึงอินเดียเลยทีเดียว ไม่เช่นนั้น ดินแดนแถบตะวันออกกลางจะเกิดเอลนีโญได้อย่างไรเมื่อมาถึงตรงนี้ จะเห็นได้ว่า ศัพท์บัญญัติใดศัพท์บัญญัติหนึ่ง หากสืบสาวรอยทางแล้ว ย่อมพบกับความสลับซับซ้อน ที่เกี่ยวพันกับหลักวิชาและชุดวิธีคิดในหลากหลายแนวทาง โดยเฉพาะ ความเข้าใจที่หลายคนคิดว่า ปกติ ในเรื่องของวิทยาศาสตร์และศาสนา ว่าแยกขาดจากกันโดยสิ้นเชิง ทั้งที่จริง ๆ มีความ แอบแฝง อย่างคาดไม่ถึงอยู่ไม่น้อยแหล่งอ้างอิงบทความ El Nio and La Niaหนังสือ El Nio in World Historyหนังสือ El Nio in History: Storming Through the Ages
TNN ช่อง16 • 7 พ.ค. 67
อ่าน
ศาสนาหรือผลประโยชน์? กระชากโฉม 3 ปัจจัยที่ไม่ควรพลาด ในซีรีส์ "สาธุ"
หลังไวรัลชั่วข้ามคืนกับกระแสทั่วโซเชียลNetflixตอกย้ำความร้อนแรงอีกครั้งด้วยตัวอย่างอย่างเป็นทางการของสาธุซีรีส์ทริลเลอร์-ดราม่าที่ชวนตั้งคำถามแบบลึกซึ้ง จนพุทธศาสนิกชนแทบรอสาธุไม่ไหว ผลงานการกำกับโดย วรรธนพงศ์ วงศ์วรรณ ที่จะมาท้าทายจิตใจชาวพุทธ ผ่านเรื่องราวผู้อยู่เบื้องหลังศาสนสถานที่ดูน่าเลื่อมใส แต่กลับดึงแรงศรัทธามาผูกติดไว้กับเงินตราพร้อมเปิด3เหตุผลที่คุณไม่ควรพลาดรับชม ครั้งแรกของซีรีส์ที่พูดถึงพุทธพาณิชย์ในสังคมไทย! เพียงแค่ปล่อยภาพแรกเป็นน้ำจิ้มให้แฟนๆ ได้เห็นสาธุซีรีส์เรื่องแรกของประเทศไทยที่หยิบเอาประเด็นพุทธพาณิชย์เรื่องใกล้ตัวที่หลายคนเคยตั้งคำถามมาเป็นแกนหลักของเรื่อง ก็ได้สร้างปรากฏการณ์บนโลกโซเชียลด้วยการเกิดข้อถกเถียงมากมาย เนื่องจากซีรีส์เรื่องนี้เป็นการหยิบเรื่องราวที่ใช้ศาสนาและความศรัทธามาบังหน้ามาเล่าผ่านมุมมองของตัวละครที่ใช้ช่องว่างมาสร้างโอกาสทางธุรกิจ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยังไม่เคยมีใครกล้าพูดถึงมาก่อน พล็อตเรื่องสุดเข้มข้นที่ใช้เวลาหาข้อมูลถึง5ปี กว่า5ปีที่ วรรธนพงศ์ วงศ์วรรณ ผู้กำกับของเรื่องได้วางพล็อตซีรีส์เรื่องสาธุไว้ ด้วยความตั้งใจในการหาคำตอบถึงสิ่งที่เขาสงสัยในวัยเด็ก และพยายามจะลองหาคำตอบด้วยการสร้างโลกของตัวละครขึ้นมา เขารอเวลาในวันที่คิดว่าสังคมไทยเปิดกว้างทางความคิด ยอมรับความคิดที่หลากหลายและความคิดที่แตกต่างได้มากขึ้น พร้อมที่จะให้เอาประเด็นต่างๆ มาพูดคุย ถกเถียงกันได้มากขึ้น โดยเขาให้ความสำคัญกับการทำรีเสิร์ชเก็บข้อมูลวัดในประเทศไทยมากกว่าหนึ่งร้อยแห่งเพื่อพัฒนาบท ร่วมกับการผสมผสานของทีมเขียนบทที่ต่างเจนเนอเรชั่นกันเพื่อให้ได้มุมมองของทั้งคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ที่มีต่อศาสนา และถ่ายทอดเรื่องราวของสาธุให้ออกมาโดนใจผู้ชมมากที่สุด ความจัดจ้านของเคมีนักแสดงที่ลงตัว ในซีรีส์เรื่องนี้เราจะได้เห็นเคมีที่ลงตัวของ3นักแสดงวัยรุ่นคาแรคเตอร์โดดเด่นอย่างเจมส์-ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ(รับบท วิน)พีช-พชร จิราธิวัฒน์(รับบท เกม) และแอลลี่-อชิรญา นิติพน(รับบท เดียร์) ที่จะมารับหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราวการสร้างธุรกิจจากช่องว่างของศาสนาที่ไม่มีใครกล้าพูดถึง นอกจากนี้ยังมีปั๊บ-พัฒน์ชัย ภักดีสู่สุขรับบท พระดลที่ต้องโกนผมเพื่อความสมจริงในการรับบทเป็นพระสงฆ์สายวัดป่าผู้เคร่งครัดเป็นครั้งแรก แต่อัดแน่นด้วยความสามารถทางการแสดงที่ทุกคนเซอร์ไพรส์เพชรเผ่าเพชร เจริญสุขรับบทพระเอกชัยพระเลขาคนสนิทของเจ้าอาวาสและ อีกหนึ่งตัวละครสำคัญเบื้องหลังการขับเคลื่อนธุรกิจในครั้งนี้น้าแต๋ง มรรคนายกเก่าแก่ของวัดภุมราม รับบทโดยติ๊ก-ชาญณรงค์ ขันทีท้าว ทำจิตใจให้ผ่องใสแล้วร่วมค้นหาคำตอบว่าอะไรคือเส้นแบ่งระหว่างศรัทธาและเงินตราในซีรีส์สาธุรับชมได้27มีนาคมนี้ที่Netflixเท่านั้น!
ข่าวละคร • 28 ก.พ. 67
ดูเพิ่มเติม