รีเซต

ผลการค้นหา “#วิถีพื้นบ้าน” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
เที่ยวฮ่องกง เดินเล่นย่าน Old Town Central กับ 4 เส้นทางเที่ยว 4 สไตล์
อ่าน

เที่ยวฮ่องกง เดินเล่นย่าน Old Town Central กับ 4 เส้นทางเที่ยว 4 สไตล์

ย่าน Old Town Central ของฮ่องกง เป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งรวมคาเฟ่เก๋ๆ จุดถ่ายรูปสไตล์วินเทจ สตรีตอาร์ต ไปจนถึงกิจกรรมไนต์ไลฟ์ รวมไปถึงเส้นทางสัญจรอันโด่งดัง อย่าง ทางเลื่อนกลางแจ้งแบบมีหลังคาที่ยาวที่สุดในโลก CentralMid-Levels Escalator ที่เชื่อมโยงทุกประสบการณ์การท่องเที่ยวตั้งแต่เช้าจรดค่ำไว้ด้วยกัน การท่องเที่ยวฮ่องกง (Hong Kong Tourism Board: HKTB) จึงขอพานักท่องเที่ยวเลือกสัมผัสย่าน Old Town Central ผ่าน 4 ประสบการณ์ตามธีมต่างๆ ซึ่งจะพาทุกคนไปทำความคุ้นเคยกับวัฒนธรรม มรดกทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ และอาหารของย่าน ผ่านคู่มือท่องเที่ยว AR Web App แบบอินเทอร์แอคทีฟ และต้องห้ามพลาดของที่ระลึกจำนวนจำกัด และร่วมชิมค็อกเทลเมนูพิเศษที่รังสรรค์ขึ้นมาเฉพาะ เพื่อช่วยเติมเต็มประสบการณ์ในการสำรวจย่าน Central แบบคนท้องถิ่น ให้ผู้มาเยือนได้รับความทรงจำที่น่าประทับใจกลับไปจากการเดินทางในย่านนี้ เที่ยวฮ่องกง เดินเล่นย่าน Old Town Centralกับ 4 เส้นทางเที่ยว 4 สไตล์ สัมผัสหัวใจย่าน Central กับ 4 ประสบการณ์สุดพิเศษผ่านทางเลื่อน CentralMid-Levels Escalator ทางเลื่อน CentralMid-Levels Escalator ไม่ได้เป็นเพียงเส้นทางสัญจรใจกลางย่าน Central เท่านั้น แต่ยังเป็นเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่เชื่อมโยงนักท่องเที่ยวเข้ากับเรื่องราวอันหลากหลายของวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของชุมชนในย่านแห่งนี้ ผ่าน 4 ประสบการณ์ที่เติมเต็มช่องว่างระหว่างผู้มาเยือนกับคนท้องถิ่น พร้อมชวนให้นักท่องเที่ยวก้าวออกจากเส้นทางท่องเที่ยวสายหลัก เพื่อมาสัมผัสเสน่ห์ของย่านที่คัดสรรจุดหมายและสถานที่น่าสนใจจากชุมชนมาไว้ด้วยกัน เส้นทางที่ 1: สัมผัสเสน่ห์เอกลักษณ์ย่านเมืองเก่า (Old Town Signatures) รวบรวมประสบการณ์ที่สะท้อนตัวตนของย่าน Central และฮ่องกงไว้อย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวสามารถเดินสำรวจตลาดสดแบบดั้งเดิมและวัดเก่าแก่ แวะชม บริษัท เกาลูน ซอย จำกัด หนึ่งในผู้ผลิตซีอิ๊วแบบโบราณที่ยังคงหลงเหลืออยู่ไม่กี่แห่งในฮ่องกง สัมผัสบรรยากาศอันแสนคึกคักของ ไตไผ่ตง (Dai Pai Dong) ร้านอาหารริมทางแบบดั้งเดิม หรือเดินชมแผงร้านค้ากลางแจ้งไปตามถนน Upper Lascar Row ซึ่งแต่ละสถานที่ล้วนสะท้อนเรื่องราวของขนบธรรมเนียม รสชาติ และวิถีชีวิตประจำวันที่หล่อหลอมย่านแห่งนี้มาอย่างยาวนาน สถานที่ไฮไลต์ ได้แก่ ตลาด Central Market, ถนน Stanley Street, ร้านซีอิ๊วโบราณ Kowloon Soy Co. Ltd, ตลาด Graham Street Market, ถนน Cochrane Street/ Wellington Street, ถนน Hollywood Road, วัดหมั่น-โหมว, แหล่งช็อปของวินเทจ Upper Lascar Row, ถนน Square Street, ถนน Tai Ping Shan Street และ วัดกว๋อง-ฟก-ฉี่-ห่อง เส้นทางที่ 2: ย้อนรอยมรดกย่านเมืองเก่า (Old Town Legacy) พาผู้มาเยือนย้อนรอยประวัติศาสตร์อันหลากหลายของย่าน Central ที่สั่งสมและตกทอดจากหลายยุคสมัย จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับครอบครัวและผู้ที่มาเยือนฮ่องกงเป็นครั้งแรก ตั้งแต่บันไดหินแกรนิตอันเป็นเอกลักษณ์บนถนน Pottinger Street, ต่ายกู๋น (Tai Kwun) อดีตสถานีตำรวจและเรือนจำที่ได้รับการบูรณะและปรับโฉมให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ไปจนถึง Dr Sun Yat-sen Museum พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์สำคัญ และสถาปัตยกรรม Tong Lau แบบดั้งเดิม สถานที่ไฮไลต์ ได้แก่ ตลาด Central Market, ถนน Wellington Street, ตลาด Graham Street Market, ถนน Pottinger Street, ต่ายกู๋น (Tai Kwun), ย่าน SoHo, Dr Sun Yat-sen Museum, PMQ, Tong Lau Experience Room, วัดหมั่น-โหมว และ ถนน Tai Ping Shan Street เส้นทางที่ 3: ลิ้มรสเสน่ห์ย่านเก่าผ่านอาหารและเครื่องดื่ม (Neighbourhood Taste) ชวนสัมผัสย่าน Central ผ่านหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการทำความรู้จักฮ่องกง ซึ่งก็คือ อาหาร ตั้งแต่มื้อเช้าไปจนถึงมื้อค่ำกับเครื่องดื่มรสชาติเยี่ยม ประสบการณ์นี้รวบรวมทั้งร้านอาหารระดับมิชลิน บาร์ชื่อดัง และร้านอาหารท้องถิ่นยอดนิยมไว้บนเส้นทางเดียวกัน ผู้มาเยือนสามารถเริ่มต้นวันด้วยชาจีนและติ่มซำแบบดั้งเดิม แวะลิ้มลองขนมอบจากร้านเบเกอรีในย่าน หรือสัมผัสร้านชาสมุนไพรท้องถิ่น ก่อนออกสำรวจร้านอาหารและบาร์ค็อกเทลชื่อดังระดับนานาชาติของ Central ในยามค่ำคืน ร้านแนะนำสำหรับมื้อเช้าและมื้อกลางวันLuk Yu Tea House, Yat Lok Restaurant, Arbor, LPM, Tai Ping Koon Restaurant, Messina, Venchi, Chopsticks Kee และ Yue Hingร้านแนะนำสำหรับมื้อกลางวันและช่วงจิบน้ำชายามบ่ายNeighborhood, Kung Lee Herbal Tea Shop, Magistracy Dining Room และ Madame Fร้านแนะนำสำหรับช่วงจิบน้ำชาและมื้อค่ำTai Cheong Bakery, Social Goods Modern Bakery, Bakehouse, COA, James Suckling Wine Central, Out of the Brew, Mius, DIO Cafe Bar และ Maks Noodlesร้านแนะนำสำหรับมื้อค่ำและเครื่องดื่มWING, VEA, Kinsman, Quinary และ The Opposites เส้นทางที่ 4: เปิดมุมมองศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ของย่านเก่า (Art Soul) พาสัมผัสอีกด้านของย่าน Central ที่ซึ่งศิลปะร่วมสมัยและงานออกแบบสมัยใหม่ผสานกลมกลืนไปกับงานฝีมือแบบดั้งเดิมและบรรยากาศของถนนสายประวัติศาสตร์ นักท่องเที่ยวสามารถชื่นชมแกลเลอรีศิลปะระดับโลกและภาพสตรีตอาร์ตบนกำแพงสีสันสดใสบน Hollywood Road เลือกชมของเก่าและของสะสมในร้านค้าบนถนน Upper Lascar Row สำรวจผลงานสร้างสรรค์และงานออกแบบร่วมสมัยที่ PMQ รวมถึงเดินเล่นไปตามถนนที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์และเรื่องราวอย่าง Wing Lee Street และ Tai Ping Shan Street เพื่อสัมผัสบรรยากาศของย่านในมุมที่แตกต่างออกไป สถานที่ไฮไลต์ ได้แก่ ทางเลื่อน Central-Mid-Levels Escalator, ถนน Hollywood Road, PMQ, Tong Lau Experience Room, ถนน Wa In Fong, ถนน Wing Lee Street, ถนน Upper Lascar Row และ Tai Ping Shan Street เติมเต็มประสบการณ์การท่องเที่ยวผ่านคู่มือท่องเที่ยวย่าน Old Town Central ผ่าน AR Web App และ ห้ามพลาดของที่ระลึกจำนวนจำกัดและชิมค็อกเทลเมนูพิเศษที่รังสรรค์ขึ้นมาเฉพาะ นักท่องเที่ยวสามารถเข้าใช้งาน AR Web App ผ่านเว็บไซต์ DiscoverHongKong.com และเปิดใช้ระหว่างเที่ยวชมย่าน Central เพื่อปลดล็อกคอนเทนต์ดิจิทัลที่จะช่วยเติมเต็มประสบการณ์การเดินทางให้มีสีสันยิ่งขึ้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสจิตวิญญาณของชุมชนอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น การท่องเที่ยวฮ่องกงจึงเปิดตัว AR Web App รูปแบบอินเทอร์แอคทีฟ (สามารถเข้าใช้งานผ่าน DiscoverHongKong.com) โดยระบบจะทำงานด้วยเทคโนโลยีตรวจจับการเคลื่อนไหว และแสดงคอนเทนต์ดิจิทัลแบบไดนามิก ณ จุดสำคัญต่าง ๆ ตลอดเส้นทางของแต่ละประสบการณ์ที่เลือกสรร นอกจากนี้ ยังถ่ายทอดเรื่องราวของย่านผ่านประสบการณ์เสียงแบบ Immersive Audio โดยเจ้าของกิจการและบุคลากรจากสถานที่สำคัญในท้องถิ่นจะมาร่วมแบ่งปันเรื่องราวและความคิดเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับความเป็นไปของย่าน Central ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ผู้ที่มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราว ได้แก่ Bonny Yuen (ผู้ก่อตั้ง Yuens Tailor) เจ้าของร้านตัดเสื้อแบบครอบครัวที่สืบทอดงานฝีมือและความเชี่ยวชาญมายาวนานกว่า 55 ปี Gavin Yeung (ผู้ร่วมก่อตั้ง Kinsman) บาร์ค็อกเทลในย่าน Central ที่โดดเด่นด้วยเครื่องดื่มสร้างสรรค์ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากสุรากวางตุ้งและสุราจีน Ben Tsui (ทายาทรุ่นที่ 4 ของ Kung Lee Herbal Tea Shop) ร้านชาสมุนไพรเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงด้านน้ำอ้อยสดและวุ้นสมุนไพรสูตรดั้งเดิม Cecilia Chan (ผู้ร่วมก่อตั้ง Glocal Mahjong) หนึ่งในสถานที่ไม่กี่แห่งในฮ่องกงที่เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้เลือกซื้อของที่ระลึกธีมไพ่นกกระจอกอันมีเอกลักษณ์ของฮ่องกง การสร้างประสบการณ์ใหม่ที่ Old Town Central เป็นหนึ่งในความมุ่งมั่นของการท่องเที่ยวฮ่องกง เพื่อผลักดันให้นักท่องเที่ยวออกสำรวจย่านต่าง ๆ ที่มีเอกลักษณ์และหลากหลาย พร้อมทำความรู้จักและเชื่อมสัมพันธ์กับชุมชนท้องถิ่นที่เป็นหัวใจสำคัญของเมืองให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ด้วยการผสานเรื่องราวด้านมรดกทางวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ อาหารการกิน และนวัตกรรมเข้าด้วยกัน Old Town Central จึงชวนให้นักเดินทางก้าวออกจากเส้นทางท่องเที่ยวและแลนด์มาร์กยอดนิยมที่คุ้นเคย เพื่อไปค้นพบเรื่องราวและเสน่ห์ที่แท้จริงของฮ่องกง ซึ่งรอให้ทุกคนมาค้นพบอยู่ในทุกมุมของย่านแห่งนี้ ผู้ที่ต้องการวางแผนการเดินทางและสำรวจ Old Town Central สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.discoverhongkong.com/eng/neighbourhoods/old-town-central.html ====================

"โครงการส่งเสริมศิลปะดนตรีพื้นบ้านสู่ดนตรีร่วมสมัย" ชวนต่อยอดภูมิปัญญาไทยสู่เวทีสากล
อ่าน

"โครงการส่งเสริมศิลปะดนตรีพื้นบ้านสู่ดนตรีร่วมสมัย" ชวนต่อยอดภูมิปัญญาไทยสู่เวทีสากล

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ขอเชิญชวนคณะศิลปิน และนักดนตรีทั่วประเทศ สมัครเข้าร่วม โครงการส่งเสริมศิลปะดนตรีพื้นบ้านสู่ดนตรีร่วมสมัย เพื่อร่วมสืบสานรากวัฒนธรรมดนตรีพื้นบ้านของไทย ต่อยอดองค์ความรู้สู่การสร้างสรรค์ผลงานดนตรีร่วมสมัย พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้พัฒนาศักยภาพ แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้เชี่ยวชาญ และก้าวสู่เวทีสร้างสรรค์ที่สามารถต่อยอดเป็นโอกาสทางอาชีพ และเศรษฐกิจวัฒนธรรมในอนาคต โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อส่งเสริม อนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมด้านดนตรีพื้นบ้านของไทย ผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการที่ผสมผสานองค์ความรู้ดั้งเดิมเข้ากับแนวคิด และเทคนิคดนตรีร่วมสมัยเปิดมุมมองใหม่ในการสร้างสรรค์ผลงานที่ยังคงอัตลักษณ์ความเป็นไทย ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพของเยาวชน และนักดนตรี ให้สามารถปรับตัวสอดรับกับบริบทของสังคม และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ในปัจจุบัน อันจะนำไปสู่การสร้างคุณค่า และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจบนฐานทุนทางวัฒนธรรมของประเทศอย่างยั่งยืน ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) กับวิทยากร และผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีพื้นบ้าน ดนตรีสากล และดนตรีร่วมสมัยระดับประเทศ ที่จะร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้เทคนิคการสร้างสรรค์ผลงาน อาทิ การเรียบเรียงเสียงประสาน การบรรเลงรวมวง การสร้างตัวตน และภาพลักษณ์ การบริหารจัดการระบบเสียง และเวที เป็นต้น ซึ่งจะเป็นการการพัฒนาผลงานดนตรีให้สามารถต่อยอดสู่การสร้างอาชีพ และสร้างรายได้ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างเครือข่ายกับศิลปิน และนักดนตรีจากหลากหลายภูมิภาคทั่วประเทศ นอกจากนี้ โครงการยังมีกิจกรรมลงพื้นที่ติดตามและประเมินผลการพัฒนาผลงานในระดับภูมิภาค โดยคณะผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญ เพื่อคัดเลือกคณะศิลปินและนักดนตรีจากภาคเหนือ กลาง ใต้ และอีสาน เพื่อร่วมจัดการแสดงคอนเสิร์ตแสดงผลงานโครงการฯ ณ กรุงเทพมหานคร ร่วมกับศิลปินระดับประเทศ อาทิ วง ASIA 7 วงดนตรีแนว Asian Pop / Thai Fusion ที่มีความโดดเด่นในการหลอมรวมเสียงเครื่องดนตรีพื้นบ้านของไทยเข้ากับซาวด์ดนตรีสากลได้อย่างกลมกล่อม ซึ่งนับเป็นโอกาสสำคัญของคณะศิลปินและนักดนตรี ที่จะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ร่วมกับศิลปินอาชีพที่ประสบความสำเร็จจนเป็นที่ยอมรับในระดับประเทศและระดับสากล รวมถึงเป็นเวทีที่แสดงศักยภาพและถ่ายทอดอัตลักษณ์ดนตรีพื้นบ้านไทยสู่สาธารณชน สร้างเครือข่ายทางวิชาชีพ และต่อยอดโอกาสสู่อุตสาหกรรมดนตรีและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในอนาคต กรมส่งเสริมวัฒนธรรมเปิดรับสมัครคณะศิลปินและนักดนตรีพื้นบ้าน และดนตรีร่วมสมัยจากทั่วประเทศ ที่มีใจรักในเสียงดนตรีและต้องการพัฒนาทักษะด้านการสร้างสรรค์ผลงานร่วมสมัยบนพื้นฐานของภูมิปัญญาไทย พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมวัฒนธรรมผ่านพลังแห่งเสียงดนตรี ความคิดสร้างสรรค์ และทุนทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติ กำหนดเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 10 31 สิงหาคม 2569 ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียด และสมัครเข้าร่วมโครงการได้ทาง Facebook Page : กิจกรรมส่งเสริมศิลปะดนตรีพื้นบ้านสู่ดนตรีร่วมสมัย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มส่งเสริมการเรียนรู้ทางศิลปะการแสดง สถาบันวัฒนธรรมศึกษา กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม โทรศัพท์ 0 2247 0013 ต่อ 4121 - 4122 กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม มุ่งขับเคลื่อนการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาทุนทางวัฒนธรรมของชาติให้ก้าวทันบริบทของโลกยุคใหม่ โดยส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนได้มีส่วนร่วมในการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านกระบวนการเรียนรู้ และการสร้างสรรค์ร่วมสมัย พร้อมสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของศิลปิน และนักดนตรีรุ่นใหม่ ให้สามารถนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดสู่การสร้างคุณค่า และมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ภายใต้นโยบายการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ และ Soft Power ของประเทศไทย เพื่อให้ศิลปวัฒนธรรมไทยยังคงมีชีวิต ก้าวทันยุคสมัย และสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ตลอดจนเผยแพร่อัตลักษณ์ความเป็นไทยสู่สายตานานาชาติอย่างมั่นคงและยั่งยืน

Night Time Wonder พลบค่ำ ย่ำราตรี สัมผัสเมืองไทยหลังพระอาทิตย์ตก
อ่าน

Night Time Wonder พลบค่ำ ย่ำราตรี สัมผัสเมืองไทยหลังพระอาทิตย์ตก

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดตัวโครงการ Night Time Wonder : พลบค่ำ ย่ำราตรี แคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวยามค่ำคืน (Night-time Tourism) ภายใต้นโยบายการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวที่มุ่งเน้นการสร้างคุณค่า (Value) และประสบการณ์ (Experience) โดยต่อยอดเทรนด์ Night-time Tourism สู่การสร้างประสบการณ์การเดินทางรูปแบบใหม่ ที่ชวนให้นักท่องเที่ยวออกไปค้นพบ เสน่ห์ยามวิกาล และความสุขที่เริ่มต้นทันที...เมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ผ่านการรวบรวมแหล่งท่องเที่ยว กิจกรรม ร้านอาหาร คาเฟ่ โรงแรม และที่พักยามค่ำคืนจากทั่วประเทศ พร้อมผนึกกำลังผู้ประกอบการมอบสิทธิประโยชน์และโปรโมชั่นพิเศษ เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ เพิ่มการใช้จ่ายและวันพักค้างของนักท่องเที่ยว และสร้างรายได้หมุนเวียนสู่ผู้ประกอบการและเศรษฐกิจการท่องเที่ยวไทยอย่างต่อเนื่อง Night Time Wonder พลบค่ำ ย่ำราตรี สัมผัสเมืองไทยหลังพระอาทิตย์ตก ปัจจุบันพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน โดยให้ความสำคัญกับ "ประสบการณ์" มากกว่าการเดินทางเพื่อเช็กอินเพียงอย่างเดียว อีกทั้งยังนิยมออกเดินทางในช่วงเวลาที่มีผู้คนไม่หนาแน่น บรรยากาศผ่อนคลาย และสามารถใช้เวลาได้อย่างเต็มที่ ยามค่ำคืนจึงกลายเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสเสน่ห์ของเมือง ธรรมชาติ และวิถีชีวิตในอีกมิติหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการเดินเล่นตลาดกลางคืน ลิ้มรสอาหารท้องถิ่น คาเฟ่เปิดดึก ดินเนอร์ริมทะเล การพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ หรือกิจกรรมกลางแจ้งที่สามารถสัมผัสได้เฉพาะหลังพระอาทิตย์ตก ซึ่งล้วนเป็นประสบการณ์ที่ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ที่มองหาความแปลกใหม่และความหมายของการเดินทาง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเดินทาง ททท. ได้จัดกิจกรรม Media Fam Trip เชิญอินฟลูเอนเซอร์ และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ร่วมสัมผัสและถ่ายทอดประสบการณ์ท่องเที่ยวยามค่ำคืนผ่าน 2 เส้นทางต้นแบบ ได้แก่ Starry Wild Night จังหวัดชลบุรี ที่นำเสนอประสบการณ์ Adventure Nature Tourism ผ่านกิจกรรมล่องเรือตกหมึก ส่องสัตว์ยามค่ำคืน และแคมป์ปิ้งท่ามกลางธรรมชาติ และ Moonlight Wellness Escape จังหวัดเพชรบุรี ที่ชวนเปิดประสบการณ์ Wellness Retreat Experience ท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบสงบ เติมเต็มการพักผ่อนทั้งร่างกายและจิตใจ ผ่านกิจกรรมที่ออกแบบมาเพื่อการผ่อนคลายและการใช้ชีวิตอย่างสมดุลในบรรยากาศยามค่ำคืน นอกจากการสร้างแรงบันดาลใจผ่านเส้นทางท่องเที่ยวแล้ว ยังรวบรวมดีลและโปรโมชั่นพิเศษ ร่วมกับผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวเพื่อนำเสนอกิจกรรม สินค้าและบริการท่องเที่ยวยามค่ำคืน ไม่ว่าจะเป็น ล่องเรือ ดำน้ำ แคมป์ปิ้ง ส่องสัตว์ยามค่ำคืน โรงแรมและที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ เพื่อมอบสิทธิประโยชน์ให้นักท่องเที่ยวได้ออกเดินทางอย่างคุ้มค่า พร้อมส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ และสร้างรายได้หมุนเวียนสู่เศรษฐกิจการท่องเที่ยวในช่วงเวลากลางคืนอย่างต่อเนื่อง โครงการ Night Time Wonder พลบค่ำ ย่ำราตรี จึงเป็นอีกหนึ่งแคมเปญของ ททท. ที่ชวนทุกคนออกไปเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวยามค่ำคืนในมุมใหม่ ผ่านเส้นทาง กิจกรรม และโปรโมชั่นสุดพิเศษจากผู้ประกอบการทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันสร้างสีสัน กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ และส่งต่อคุณค่าของการเดินทางในทุกช่วงเวลา ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมต่าง ๆ ของโครงการได้ทาง Facebook Page : Night Time Wonder พลบค่ำ ย่ำราตรี แล้วออกไปสัมผัสเสน่ห์ของประเทศไทยหลังพระอาทิตย์ตก... แล้วค่ำคืนของคุณจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ====================

เดอะมอลล์ ชวนทุกคนออกเดินทางสัมผัสเสน่ห์ เมืองรองและชุมชนท้องถิ่นทั่วไทย
อ่าน

เดอะมอลล์ ชวนทุกคนออกเดินทางสัมผัสเสน่ห์ เมืองรองและชุมชนท้องถิ่นทั่วไทย

หลงไทย จากเสน่ห์ของเมืองรองสู่การเดินทางที่สร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน ชิมของถิ่น เที่ยววัฒนธรรม ชมวิถีชุมชน สัมผัสสี่ภาคในวันเดียว ภายใต้แนวคิด ชิมของถิ่น เที่ยววัฒนธรรม ชมวิถีชุมชน สัมผัสสี่ภาคในวันเดียว ชวนสัมผัสเสน่ห์ เมืองรอง THE MAL LIFESTORE ชวนทุกคนออกเดินทางสัมผัสเสน่ห์ของ เมืองรองและชุมชนท้องถิ่นทั่วไทย ผ่านเรื่องราวจาก 4 ภูมิภาค ถ่ายทอดอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ผ่านอาหารและเครื่องดื่มท้องถิ่น วิถีชีวิต วัฒนธรรม ภูมิปัญญา สินค้าชุมชน และประสบการณ์การท่องเที่ยวที่สะท้อนเสน่ห์เฉพาะของแต่ละจังหวัด หัวใจของงาน คือ M-TRAIN ขบวนรถไฟสายมหัศจรรย์ ที่จะพาผู้ร่วมงานออกเดินทางผ่าน ลำปาง เลย ลพบุรี และพังงา เปรียบเสมือนการเชื่อมโยงผู้คนจากเมืองใหญ่สู่เมืองรอง ถ่ายทอดเรื่องราวของชุมชน ธรรมชาติ และวัฒนธรรมไทย ผ่านแลนด์มาร์กสำคัญและประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ออกแบบให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้ไปพร้อมกับการสร้างแรงบันดาลใจในการออกเดินทางไปสัมผัสสถานที่จริง หลงไทย จึงไม่ได้เป็นเพียงงานที่รวบรวมของดีจากทั่วประเทศ แต่เป็นการเปิดมุมมองใหม่ให้ผู้คนได้ค้นพบคุณค่าของเมืองรอง ผ่านเสน่ห์ของผู้คน วิถีชุมชน และภูมิปัญญาที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น พร้อมสะท้อนให้เห็นว่า การท่องเที่ยวสามารถเป็นพลังสำคัญในการกระจายรายได้ สร้างโอกาสให้ชุมชน และส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน ภายในงาน ผู้ร่วมงานจะได้สัมผัส 4 จุดหมายปลายทาง (4 Destination) ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของแต่ละภูมิภาค ผ่านแลนด์มาร์ก ประสบการณ์ท้องถิ่น (Local Experience) และผลิตภัณฑ์ชุมชนที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่ ลำปาง เมืองแห่งศิลปวัฒนธรรมล้านนาและรถม้าอันเป็นเอกลักษณ์ เลย เมืองแห่งประเพณีผีตาโขนที่สะท้อนพลังของวัฒนธรรมชุมชน ลพบุรี เมืองประวัติศาสตร์ที่งดงามท่ามกลางทุ่งทานตะวัน และ พังงา เมืองแห่งทะเลอันดามันที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติและวิถีประมงพื้นบ้าน ตลอดเส้นทางการเดินทาง ผู้ร่วมงานจะได้พบกับเรื่องราวของผู้คน ผู้ผลิต และวิสาหกิจชุมชน ที่ร่วมกันสร้างคุณค่าจากทรัพยากรท้องถิ่น ผ่านอาหาร งานคราฟต์ และผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่หนึ่งในเรื่องราวสำคัญของการเดินทางครั้งนี้ คือ Re4Rest Coffee จังหวัดน่าน กาแฟที่เติบโตใต้ร่มเงาของผืนป่าต้นน้ำ ซึ่งสะท้อนแนวคิดของการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับธรรมชาติอย่างสมดุล ทุกเมล็ดกาแฟเกิดจากความร่วมมือของเกษตรกรในชุมชนที่ดูแลผืนป่าไปพร้อมกับการเพาะปลูก ก่อให้เกิดรายได้ที่มั่นคง ควบคู่กับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและการฟื้นฟูระบบนิเวศต้นน้ำของประเทศ กาแฟทุกแก้วจึงไม่เพียงมอบรสชาติที่มีเอกลักษณ์ แต่ยังเชื่อมโยงผู้บริโภคให้มีส่วนร่วมในการดูแลผืนป่าและสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับชุมชน Re4Rest Coffee จึงเป็นมากกว่ากาแฟคุณภาพ แต่เป็นตัวอย่างของการใช้ การท่องเที่ยวและการบริโภคอย่างรับผิดชอบ เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกร ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ และเชื่อมโยงผู้บริโภคให้ร่วมดูแลทรัพยากรธรรมชาติไปพร้อมกัน นอกจากเรื่องราวของกาแฟแล้ว ภายในงานยังรวบรวมร้านอาหารท้องถิ่นจากเมืองหลักและเมืองรองทั่วประเทศ ตั้งแต่ร้านระดับตำนาน ร้านที่ได้รับการรับรองจาก Michelin Guide ไปจนถึงผู้ประกอบการรายย่อยที่สืบทอดสูตรอาหารจากรุ่นสู่รุ่น อาหารทุกจานสะท้อนอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ พร้อมเชื่อมโยงเกษตรกร ผู้ผลิตวัตถุดิบ และผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานของชุมชน ให้เกิดการกระจายรายได้กลับสู่ท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม อีกหนึ่งหัวใจของ หลงไทย คือการนำเสนอ ผลิตภัณฑ์ชุมชน (Community Products) ที่เกิดจากการต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นผ้าทอ งานหัตถกรรม งานจักสาน หรือผลิตภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของแต่ละภูมิภาค พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรและวัฒนธรรมของชุมชน ในพื้นที่ภาคใต้ ผู้ร่วมงานจะได้พบกับ BARAHOM BARZAAR จังหวัดปัตตานี วิสาหกิจชุมชนที่นำเศษผ้าบาติก เศษอวนประมง และวัสดุเหลือใช้จากชายฝั่ง มาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์แฟชั่นและของใช้ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เปลี่ยนวัสดุที่เคยถูกมองว่าไร้คุณค่าให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ร่วมสมัยที่สร้างรายได้ สร้างอาชีพ และลดปริมาณของเสียในชุมชน ควบคู่กับ กระจูดรายา จังหวัดนราธิวาส ผลิตภัณฑ์จักสาน Handmade 100% ที่สืบทอดภูมิปัญญาการสานกระจูดของชุมชนชายแดนใต้ ทุกชิ้นงานสะท้อนความประณีต ความคิดสร้างสรรค์ และคุณค่าทางวัฒนธรรม พร้อมต่อยอดงานหัตถกรรมดั้งเดิมสู่ผลิตภัณฑ์ร่วมสมัยที่สามารถแข่งขันในตลาดยุคใหม่ได้ โดยยังคงรักษารากเหง้าและอัตลักษณ์ของชุมชนไว้อย่างครบถ้วน เรื่องราวของภาคใต้ยังเชื่อมโยงไปถึงวิถีของชาวประมงพื้นบ้าน ผู้ที่ดำรงชีวิตควบคู่กับท้องทะเลและทรัพยากรชายฝั่งมายาวนาน อาหารทะเลพื้นถิ่นและผลิตภัณฑ์จากชุมชนประมงไม่ได้สะท้อนเพียงรสชาติของทะเลอันดามัน หากยังสะท้อนองค์ความรู้ในการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า การรักษาสมดุลของระบบนิเวศ และการสืบทอดวิถีชีวิตที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน เมื่อเรื่องราวของกาแฟ อาหาร งานหัตถกรรม วิถีประมง และการท่องเที่ยวถูกร้อยเรียงเข้าด้วยกัน หลงไทย จึงก้าวข้ามการเป็นเพียงงานแสดงสินค้า แต่กลายเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงผู้คน ชุมชน และธรรมชาติเข้าไว้ด้วยกัน ผ่านการเดินทางที่สร้างคุณค่าทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนเลือกสนับสนุนสินค้าและบริการจากชุมชน ออกเดินทางไปสัมผัสเมืองรองด้วยตนเอง และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างการเติบโตที่กระจายโอกาสอย่างทั่วถึง แนวทางการดำเนินงานของโครงการสอดคล้องกับ หลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ESG) โดยเชื่อมโยงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การสร้างรายได้ให้เกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน การสืบสานภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น และการสร้างความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ ภาครัฐ และชุมชน เพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นควบคู่กับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล ตลอดระยะเวลาการจัดงาน THE MALL LIFESTORE หลงไทย จะเปลี่ยนพื้นที่ศูนย์การค้าให้กลายเป็นเส้นทางแห่งการเรียนรู้และแรงบันดาลใจ เชิญชวนผู้คนทุกช่วงวัยออกเดินทางผ่านเรื่องราวของเมืองรองไทย พร้อมเปิดมุมมองใหม่ว่า เพราะทุกการเดินทาง ไม่ได้สร้างเพียงความทรงจำให้กับนักท่องเที่ยว แต่ยังสร้างรายได้ให้ชุมชน สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน กำหนดการจัดงาน 15-23 สิงหาคม 2569 M GRAND HALL ชั้น G เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ (พร้อม M-TRAIN ขบวนรถไฟสายมหัศจรรย์) 25 สิงหาคม - 2 กันยายน 2569 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ 10-20 กันยายน 2569 เดอะมอลล์ โคราช

รวมพิกัด งานวัด งานบุญ วันอาสาฬหบูชา เข้าพรรษา 2569 แห่เทียน ไหว้พระ ทำบุญ
อ่าน

รวมพิกัด งานวัด งานบุญ วันอาสาฬหบูชา เข้าพรรษา 2569 แห่เทียน ไหว้พระ ทำบุญ

วันอาสาฬหบูชา 2569 และ วันเข้าพรรษา 2569 นี้ ชวนสายบุญ ไปไหว้พระ ทำบุญ เวียนเทียน และ แห่เทียนพรรษา มาอัปเดตพิกัด งานวัด งานบุญ วันอาสาฬหบูชา เข้าพรรษา 2569 ทั่วไทย ที่น่าสนใจ กันได้ตามนี้เลยค่ะ puwanai / Shutterstock.com งานวัด งานบุญ งานเข้าพรรษา 2569วันอาสาฬหบูชา ทำบุญ ขอพร ไหว้พระ 1. สวนโมกข์ กรุงเทพ วันอาสาฬหบูชา 2569 นี้ สวนโมกข์กรุงเทพ เชิญชวนร่วมงานทำบุญตักบาตร ฟังธรรม เวียนเทียนในสวน และภาวนาในรูปแบบต่างๆ ด้วยกันใน วันพุธที่ 29 กรกฎาคม 2569 เวลา 08.30-12.00 น. ณ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ปรารภธรรมและรับบาตร โดย พระมหาบุญรุ่ง สิริโชติ ป.ธ.9 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร 📅 วันที่จัดกิจกรรม : 29 กรกฎาคม 2569 ⏰ เวลา : 08.30-12.00 น. 📍 สถานที่จัดกิจกรรม : หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ (สวนโมกข์กรุงเทพ) 🔗 รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/activitiessuanmokkhbkk =============== 2. งานแห่เทียนพรรษา อุบลราชธานี 2569 NikomMaelao Production / Shutterstock.com เชิญร่วม งานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา อุบลราชธานี 2569 ในวันที่ 28-30 กรกฎาคม 2569 นี้ บริเวณรอบทุ่งศรีเมือง ไปสัมผัสมนต์เสน่ห์เมืองแห่งเทียน ชมความงดงามของต้นเทียนพรรษา ศิลปวัฒนธรรม การแสดงแสงสีเสียง และกิจกรรมต่างๆ มากมาย 📅 วันที่จัดกิจกรรม : 28-30 กรกฎาคม 2569 ⏰ เวลา : 08.30-19.00 น. 📍 สถานที่จัดกิจกรรม : รอบทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุบลราชธานี 🔗 รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ งานแห่เทียนพรรษา อุบลราชธานี 2569 เข้าพรรษา ชมการแสดงแสง สี เสียง =============== 3. ตักบาตรดอกเข้าพรรษา 2569วัดพระพุทธบาท สระบุุรี เชิญร่วมสัมผัสเสน่ห์แห่งศรัทธาในงาน ประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษา 2569 เอกลักษณ์หนึ่งเดียวในโลก ระหว่างวันที่ 27-30 กรกฎาคม 2569 ณ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร จังหวัดสระบุรี ชมขบวนแห่อันงดงาม ร่วมตักบาตรดอกเข้าพรรษา พร้อมเดินชม "บันไดนาค" หรือ "ประตูเสด็จ" หนึ่งในจุดสำคัญของวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร สัมผัสความงดงามของสถาปัตยกรรมอันวิจิตร ✨ เข้าพรรษา 2569 ตักบาตรดอกเข้าพรรษา วัดพระพุทธบาท สระบุรี 📅 วันที่จัดกิจกรรม : 27-30 กรกฎาคม 2569 ⏰ เวลา : เป็นไปตามกำหนดการในแต่ละวัน 📍 สถานที่จัดกิจกรรม : วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร จังหวัดสระบุรี 🔗 รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร-จ.สระบุรี =============== 4. แห่เทียนพรรษาทางน้ำ ลาดชะโด 2569พระนครศรีอยุธยา "นาวาบุญวิถี ลาดชะโดภักดี เทิดไท้องค์ราชัน" ชาวลาดชะโด ขอเชิญเที่ยวชมงาน ประเพณีแห่เทียนพรรษาทางน้ำที่ลาดชะโด ครั้งที่ 15 ณ คลองลาดชะโด อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 (วันอาสาฬหบูชา) Goldquest / Shutterstock.com ร่วมทำบุญตักบาตรทางน้ำช่วงเช้า บริเวณท่าน้ำตลาดลาดชะโด ชมวิถีชีวิตริมสองฝั่งคลอง สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น ชมขบวนเรือแห่เทียนพรรษาทางน้ำที่ตกแต่งสร้างสรรค์อย่างสวยงาม ชม ช๊อป แช้ะ อาหารพื้นบ้าน ณ ตลาดลาดชะโด กลางคืนชม ลิเกคณะ กุ้ง สุธิราช วงศ์เทวัญ 📅 วันที่จัดกิจกรรม : 29 กรกฎาคม 2569 (วันอาสาฬหบูชา) ⏰ เวลา : 08.00 น. เป็นต้นไป 📍 สถานที่จัดกิจกรรม : ตลาดลาดชะโด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 🔗 รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/banladchado =============== 5. ประเพณีตักบาตรบนหลังช้าง 2569สุรินทร์ ร่วมสืบสานศรัทธาและมนต์เสน่ห์แห่งวัฒนธรรมเมืองสุรินทร์ ในเดือนกรกฎาคม 2569 นี้กับไฮไลต์แห่งปี! ร่วมสร้างบุญใหญ่ เสริมสิริมงคลใน "ประเพณีตักบาตรบนหลังช้าง ประจำปี 2569" มหาบุญอันศักดิ์สิทธิ์ที่มีเพียง หนึ่งเดียวในประเทศไทย! สัมผัสวิถีชีวิต ความผูกพัน และมนต์เสน่ห์แห่งเมืองช้างไปด้วยกันที่จังหวัดสุรินทร์ บริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง wasanajai / Shutterstock.com 📅 วันที่จัดกิจกรรม : 29 กรกฎาคม 2569 (วันอาสาฬหบูชา) ⏰ เวลา : ตามกำหนดการ 📍 สถานที่จัดกิจกรรม : อนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง จังหวัดสุรินทร์ 🔗 รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/banladchado =============== 6. ปฏิบัติธรรม วิถีธรรม วิถีพุทธ พุทธมณฑล นครปฐม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชน ร่วมกิจกรรมส่งเสริมและเผยแผ่พระพุทธศาสนา เนื่องใน วันอาสาฬหบูชา และ วันเข้าพรรษา 2569 ตั้งแต่วันที่ 28-30 กรกฎาคม 2569 ณ พุทธมณฑล ในพระบรมราชูปถัมภ์ 🪷 28-30 กรกฎาคม 2569กิจกรรมปฏิบัติธรรม วิถีธรรม วิถีพุทธ 🪷 29 กรกฎาคม 2569- เวลา 07.00 น. พิธีเจริญพระพุทธมนต์ และพิธีทำบุญตักบาตร- เวลา 17.00 น. พิธีบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันอาสาฬหบูชา- เวลา 18.00 น. พิธีจุดเทียนพรรษาถวายเป็นพุทธบูชา และการแสดงพระธรรมเทศนา 📅 วันที่จัดกิจกรรม : 28-30 กรกฎาคม 2569 ⏰ เวลา : 07.00-18.00 น. 📍 สถานที่จัดกิจกรรม : พุทธมณฑล ในพระบรมราชูปถัมภ์ 🔗 รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/พุทธมณฑลในพระบรมราชูปถัมภ์ ===============

ตลาดท้ายรถนาคา ภูเก็ต เดินช้อป ชิมสตรีทฟู้ด ไปดูวง น้องเนเน่ เปิดหมวก
อ่าน

ตลาดท้ายรถนาคา ภูเก็ต เดินช้อป ชิมสตรีทฟู้ด ไปดูวง น้องเนเน่ เปิดหมวก

ก่อนมา เที่ยวภูเก็ต หากกำลังมองหาสถานที่เดินเล่นยามเย็น ที่รวมทั้งของกิน ของช้อป และบรรยากาศท้องถิ่นไว้ในที่เดียว เราขอแนะนำ ตลาดท้ายรถนาคา ภูเก็ต หรือที่หลายคนเรียกว่า Naka Market คือหนึ่งในแลนด์มาร์คที่ไม่ควรพลาดเลยค่ะ เพราะเป็น ตลาดนัดกลางคืน ภูเก็ต ขนาดใหญ่ ที่ได้รับความนิยมทั้งจากคนไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติ อีกทั้งยังมีวงดนตรีต่างๆ หมุนเวียนมา เล่นดนตรีสด โดยเฉพาะ วงเปิดหมวกที่กำลังมาแรงในขณะนี้ วง Ozone ของ น้องเนเน่ หรือ Nene Royal จากเวที อเมริกาก็อตทาเลนต์ นั่นเอง AB_Production / Shutterstock.com ตลาดท้ายรถนาคา ภูเก็ต จบในที่เดียวสตรีทฟู้ด ของฝาก ดนตรีสด ครบๆ ตลาดท้ายรถนาคา ภูเก็ต คือที่ไหน? ตลาดท้ายรถนาคา หรือ Naka Market เป็น ตลาดนัดกลางคืน ขนาดใหญ่ ของภูเก็ต ที่ตั้งอยู่บน ถนนวิรัชหงษ์หยก ใกล้กับศูนย์การค้า เซ็นทรัล ภูเก็ต ภายในตลาดแบ่งออกเป็นหลายโซน ทั้ง โซนอาหาร โซนเสื้อผ้า ของใช้ ของฝาก งานแฮนด์เมด และสินค้าวินเทจ จนได้รับฉายาว่าเป็น "จตุจักรแห่งภูเก็ต" เพราะมีร้านค้าให้เลือกเดินมากมายหลายร้านเลยทีเดียวค่ะ ibrahim mihcioglu / Shutterstock.com จุดเด่นของตลาดท้ายรถนาคา 1. สวรรค์ของสายกิน ใครเป็นสายสตรีทฟู้ดต้องถูกใจ เพราะมีอาหารให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ซีฟู้ดย่างสด โรตีภูเก็ต น้ำผลไม้ปั่น ขนมพื้นเมืองภูเก็ต ขนมหวานไทย อาหารนานาชาติ ของทอด และของกินเล่น ราคาเริ่มต้นไม่แพง เหมาะกับการเดินชิมไปเรื่อยๆ ตลอดทั้งตลาด เรียกว่าทำให้เพลินๆ อิ่มอร่อย ในราคาสบายกระเป๋า Carlos Huang / Shutterstock.com 2. แหล่งช้อปปิ้งราคาประหยัด ภายในตลาดมีร้านขายสินค้าให้เลือกจำนวนมาก เช่น เสื้อผ้าแฟชั่น รองเท้า กระเป๋า เครื่องประดับ ของแต่งบ้าน ของเล่น เคสมือถือ ของสะสม ของมือสอง มาที่นี่ เราสามารถเดินเลือกซื้อสินค้าได้หลายร้านในที่เดียว เรียกได้ว่า มาเดินเที่ยวที่เดียว ได้ของครบๆ อย่างที่อยากได้เลยล่ะค่ะ Carlos Huang / Shutterstock.com 3. ของฝากจากภูเก็ตครบ สำหรับสายเที่ยว ใครที่กำลังหาซื้อของฝากกลับบ้าน ซื้อได้ครบในที่เดียว ที่นี่มีให้เลือกมากมายเลยทั้ง เสื้อยืดลายภูเก็ต ผ้าบาติก ขนมพื้นเมือง ของที่ระลึก งานแฮนด์เมด สินค้าท้องถิ่น belonchreature / Shutterstock.com 4. ดนตรีสด บรรยากาศคึกคัก ช่วงเย็นถึงค่ำ ตลาดจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติ มีดนตรีสด และร้านอาหารเรียงรายตลอดทาง ทำให้เดินได้เพลินหลายชั่วโมงเลยค่ะ โดยเฉพาะวงดนตรีสดที่จะมาหมุนเวียนสลับกันไป โดยที่กำลังไวรัลสุดๆ ในตอนนี้ คงหนีไม่พ้น วง Ozone ของ น้องเนเน่ หรือ Nene Royal จากเวที อเมริกาก็อตทาเลนต์ที่เรียกยอดวิวกว่าร้อยล้านจากทั่วโลกได้ในไม่กี่ชั่วโมง สำหรับใครที่อยากมาดูการแสดง ดนตรี เปิดหมวด ของน้องๆ วง Ozone และมาให้กำลังใจน้องเนเน่ ก็สามารถมาที่ ตลาดท้ายรถนาคา ภูเก็ต นี้ได้เลยค่ะ โดยในแต่ละวัน วงจะขึ้นเล่นกี่โมง แนะนำให้ดูจาก เพจ FB Nakamarket-ตลาดท้ายรถนาคา-ภูเก็ต หรือ FB Nene Royal โดยทางเพจของตลาดมักจะมีการไลฟ์สดการแสดงให้ได้ชมอีกด้วยค่ะ ตลาดท้ายรถนาคา ภูเก็ต เวลาเปิด - ปิด 📆 เปิดเฉพาะวันเสาร์ - อาทิตย์ ⏰ เวลา 16.00-23.00 น. Iryna Rasko / Shutterstock.com การเดินทางไป ตลาดท้ายรถนาคา ภูเก็ต 🚗 รถยนต์ส่วนตัว ค้นหาใน Google Maps ว่า Naka Market ตลาดอยู่บนถนนวิรัชหงษ์หยก ใกล้เซ็นทรัล ภูเก็ต มีพื้นที่จอดรถบริเวณตลาด และพื้นที่ใกล้เคียง 🚗 รถแท็กซี่ / Grab สามารถเรียก Grab หรือแท็กซี่จาก ตัวเมืองภูเก็ต / หาดป่าตอง / กะตะ / กะรน / กะมลา ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10-40 นาที ขึ้นอยู่กับจุดเริ่มต้น 🚌 รถสองแถว สามารถนั่งรถสองแถวเข้าตัวเมืองภูเก็ต แล้วต่อ รถแท็กซี่หรือ Grab มายังตลาดได้สะดวก ตลาดท้ายรถนาคา ภูเก็ต เป็นตลาดนัดกลางคืนยอดนิยมที่รวมทั้งอาหารอร่อย สินค้าแฟชั่น ของฝาก และบรรยากาศสุดคึกคักไว้ในที่เดียว เหมาะทั้งสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสวิถีชีวิตคนภูเก็ต และสายช้อปที่กำลังมองหาของดีราคาย่อมเยา หากมีโอกาสมาเที่ยวภูเก็ตในช่วงสุดสัปดาห์ ที่นี่ถือเป็นหนึ่งในพิกัดที่ไม่ควรพลาดเลยนะ! AB_Production / Shutterstock.com ข้อมูล ตลาดท้ายรถนาคา ภูเก็ต ✨ ที่อยู่ : ถนนวิรัชหงษ์หยก อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/MWrFf7goi3PBbfKN8 ⏰ เปิดให้เข้าชม : เปิดเฉพาะ วันเสาร์ - อาทิตย์ 16.00-23.00 น. 🔗 เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/ChaofaVarietyWeekendMarket ที่เที่ยวภูเก็ต ที่น่าสนใจอื่นๆ 25 ที่เที่ยวภูเก็ต 2569 ทะเล เมืองเก่า วัดสวย ครบๆ เที่ยวฉ่ำๆ 5 จุดเช็กอิน ที่เที่ยวภูเก็ต ธรรมชาติ สุดชิล บรรยากาศดี ถ่ายรูปสวย

เที่ยว กิน ช้อป ตลาดน้ำคลองลัดมะยม ตลาดน้ำในกรุงเทพ ล่องเรือมาด ชนบทในกรุง
อ่าน

เที่ยว กิน ช้อป ตลาดน้ำคลองลัดมะยม ตลาดน้ำในกรุงเทพ ล่องเรือมาด ชนบทในกรุง

นานแล้วที่ไม่ได้สัมผัสความรู้สึกสดชื่น ในบรรยากาศบ้านๆ ของชนบท พักหายใจสูดอากาศดีๆ เข้าปอด ตามเรามาเช็กอินที่ ตลาดน้ำคลองลัดมะยม ตลาดน้ำในกรุงเทพฯ ได้ทั้งกินผักปลอดสารพิษ ชาร์จแบตชีวิตให้กลับมามีสีสันอีกครั้ง ตอบโจทย์ครบถ้วนกระบวนความค่ะ แถมมีของอร่อยๆ ที่ดีต่อสุขภาพให้ได้ชิม มีของฝากโดนๆ กลับบ้านอีกด้วย kampol Jongmeesuk / Shutterstock.com เที่ยวตลาดน้ำในกรุงเทพตลาดน้ำคลองลัดมะยม ตลาดน้ำคลองลัดมะยม เป็นตลาดน้ำของแท้จริงๆ เลยทีเดียวค่ะ บรรยากาศเรียบง่าย เป็นวิถีชีวิตของชาวบ้านริมคลองอย่างแท้จริง มีของขายตลอด 2 ฝากฝั่งน้ำ คุณลุงชวน ผู้บุกเบิกตลาดน้ำคลองลัดมะยมแห่งนี้ เล่าให้เราได้ฟังว่า ตลาดมีทั้งหมด 5 โซนค่ะ แต่ไม่ได้แบ่งตามลักษณะของที่ขาย แต่แบ่งตามการเกิดขึ้นของตลาดนั่นเอง ตลาดน้ำ น่าไปเช็กอิน ตลาดโซนที่ 1 ก็คือ ตลาดเก่าที่เกิดก่อนโซนอื่นๆ ทำให้ของที่ขายในตลาดแต่ละโซนจะมีความหลากหลายมาก เรียกได้ว่าจากสากกะเบือยันเรือรบเลยทีเดียว ความหลากหลายนี้นั่งเองที่ทำให้ตลาดน้ำคลองลัดมะยมนี้มีความคึกคัก และสีสันค่ะ ร้านอร่อย คลองลัดมะยม ต้องขอบอกว่า การมาชิมของอร่อยของตลาดน้ำคลองลัดมะยมนั้นเป็นอีกไฮไลท์หนึ่งของที่นี่เลยก็ว่าได้ค่ะ เพราะคงมีโอกาสไม่มากที่เราจะได้มาชิมปลาแม่น้ำสดๆ ที่ปรุงด้วยวิถีการพื้นบ้านดั้งเดิม แถมได้รสชาติดี และยังมีทั้งอาหาร และขนมอีกหลากหลายชนิดที่หาไม่ได้จากที่อื่นๆ อีกด้วยค่ะ นั่งเรือมาด ชมธรรมชาติ และวิถีชีวิต นอกจากของกินราคาเบาๆ มากมายหลากหลายแล้ว การมาเที่ยวที่นี่ยังทำให้เราได้ศึกษาวิถีชีวิตชาวคลองอีกด้วยโดยการล่องเรือชมธรรมชาติค่ะ จะใช้เวลาร่วม 40-50 นาทีด้วยกัน เรือลำหนึ่งนั่งได้ 8 คน ราคาคนละ 20 บาท ค่ะ ถ้าใครมากับกลุ่มเพื่อนก็สามารถเหมาลำไปเที่ยวกันได้เลย ตลอดสองฝั่งคลองมีความเป็นธรรมชาติอยู่มากทีเดียวจนไม่น่าเชื่อว่า ตลาดน้ำคลองลัดมะยมนี้อยู่ในกรุงเทพฯ เลยค่ะ มีพืชผักนานาชนิด บ้านไม้เก่าๆ วิถีชีวิตที่ยังคงอยู่มาอย่างไม่แปรเปลี่ยนไปตามยุคสมัยมากนัก และนี่เองคือเสน่ห์ของการมาล่องเรือเที่ยวชมคลองลัดมะยมในวันนี้ค่ะ บ้านลุงชวน ปลายทางของการล่องเรือมาจบที่ บ้านลุงชวน คุณลุงผู้บุกเบิกตลาดน้ำ บ้านลุงชวนนั่นเป็นบ้านไม้มุงจากตั้งอยู่กลางน้ำ ท่ามกลางทุ่งบัวหลวงที่แข่งกันบานสวยสดงดงามค่ะ เราสามารถขึ้นเรือนั่งพักที่ศาลาริมน้ำ พร้อมทานไอศกรีมอร่อยๆ แบบโฮมเมดของลุงชวนได้อีกด้วย โซนน่ารักในตลาดน้ำ หลังจากอิ่มท้องแล้ว ไปเที่ยวล่องเรือแล้ว ก็ยังมีโซนน่ารักๆ ในเราได้ไปเที่ยวชมอีกค่ะ คล้ายๆ เป็นโซนศิลปะขนาดย่อมๆ ให้เด็กๆ มานั่งวาดภาพระบายสี มีกระถางต้นน้ำน่ารักๆ ในเรานั่งเพ้นท์ได้ และยังมีร้านค้าน่ารักๆ ขายโปสการ์ด ของที่ระลึก และสมุนไพรไทยหายากอีกด้วยค่ะ สำหรับพ่อบ้านแม่บ้าน ใครอยากซื้อผัก ผลไม้ส่งตรงจากสวน ชาวบ้านชาวสวนนำมาขายเอง แถมปลอดสารพิษก็สามารถหาซื้อได้ตามเรือคุณป้า คุณน้าที่พายเรือจากสวนมาขายตรง สด สะอาด ได้ของดีกลับบ้านยิ้มกันแก้มปริค่ะ เที่ยวตลาดน้ำคลองลัดมะยมในวันนี้ใช้เวลาเกือบทั้งวันเลยค่ะ แต่บอกได้เลยว่าไม่เสียเวลาเลยสักนิด ทั้งได้ล่องเรือชมวิถีชีวิตสูดอากาศสะอาดๆ ได้ชิมของอร่อยๆ แถมได้ของฝากราคาเบาๆ กลับบ้าน เสาร์-อาทิตย์นี้ ลองชวนเพื่อน หวานใจ หรือ ครอบครัวมาเที่ยวกันดูนะ! ข้อมูล ตลาดน้ำคลองลัดมะยม ✨ ที่อยู่ : ถนนบางระมาด แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/EagGBHoty1xdr7Nu8 ⏰ เปิดให้เข้าชม : วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.00-17.00 น. 🔗 เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/taladnamkhlongladmayom

Nagoya is not boring -Nagoya Traditional Culture x Performing Arts-
ดู

Nagoya is not boring -Nagoya Traditional Culture x Performing Arts-

Hometown Praise Variety Show I-YO Off-the-beaten-path food
ดู

Hometown Praise Variety Show I-YO Off-the-beaten-path food

TRUE DIGITAL PARK FULL MOUTH FEAST ชวนสายกินมาเปิดประสบการณ์กับกว่า 50 ร้านดัง–ร้านลับ
อ่าน

TRUE DIGITAL PARK FULL MOUTH FEAST ชวนสายกินมาเปิดประสบการณ์กับกว่า 50 ร้านดัง–ร้านลับ

ทรู ดิจิทัล พาร์ค ชวนเปิดประสบการณ์สายกินครั้งสำคัญ ในงาน TRUE DIGITAL PARK FULL MOUTH FEAST ที่กลับมาอีกครั้ง หลังจากประสบความสำเร็จและได้รับกระแสตอบรับอย่างดีในปีที่ผ่านมา โดยในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด เทศกาลรวมร้านลับ ที่ไม่ลับอีกต่อไป ชวนเปิดประสบการณ์ความอร่อยแบบจัดเต็ม กับเทศกาลรวมร้านอาหารที่ยกขบวนทั้งร้านดัง ร้านกระแส และร้านลับที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมต่าง ๆ ของเมือง มาให้คุณได้ค้นพบในที่เดียว ท่ามกลางบรรยากาศสุดชิลล์ใจกลางเมือง ที่จะเปลี่ยนทุกมื้อธรรมดาให้กลายเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ภายในงานพบกับร้านอาหารมากกว่า 50 ร้านค้า จัดเต็มตลอด 5 วัน ที่คัดสรรเมนูคุณภาพมาอย่างหลากหลาย ทั้งอาหารคาว หวาน และเครื่องดื่ม พร้อมเสิร์ฟทั้งเมนูยอดนิยมและเมนูพิเศษเฉพาะงาน อาทิ เอ็กเต็งผู่กี่ ร้านกาแฟโบราณสุดคลาสิค รสชาติกลมกล่อมจนหลายคนต้องยกนิ้วให้, หลี่ชิมเฮีย จุ๋ยก้วย ต้นตำรับความอร่อยระดับตำนาน จุ๋ยก้วยเนื้อนุ่ม เปาะเปี๊ยะสดไส้แน่น ก๋วยเตี๋ยวหลอดที่สืบทอดสูตรโบราณ, หมวยกุยช่าย ตลาดพลู ร้านกุยช่ายสตรีทฟู้ดรสชาติกลมกล่อมแบบโฮมเมดแท้ๆ ขึ้นชื่อความหอมอร่อยเฉพาะตัว, Fastfoot TH ทาร์ตไข่รสต้นตำหรับกับเครื่องดื่มยอดนิยมพร้อมเสิร์ฟความอร่อย, FIN Burger เบอร์เกอร์สไตล์โฮมเมด รสชาติเข้มข้น ถูกใจสายฟาสต์ฟู้ด, เดอะจุ้ง by ปลาอยู่เย็น เมนูกุ้งสูตรเด็ด รสชาติถูกใจทุกวัย, James Boulangerie ร้านขนมสไตล์ฝรั่งเศสเกรดพรีเมียมเจ้าดัง โดดเด่นด้วยคุณภาพและรสชาติ ที่สายขนมไม่ควรพลาด, Over Proof โดนัทสไตล์ไต้หวัน กรอบนอก นุ่มใน, ชา-ซิ้ว-ฝ่าน บาย SML หมูแดงย่างเชลล์ชวนชิมสไตล์ฮ่องกงแท้ๆที่อยากให้ลอง,น้ำใจ วุ้นกะทิ ขนมไทยโฮมเมด เน้นวุ้นกะทิเนื้อเนียน หอมมัน รสชาติกลมกล่อมในแบบดั้งเดิม, NOODs ร้านบะหมี่คลุกรสชาติเข้มข้น กับน้ำพริกหมูกระจกของคุณ อาเล็ก ธีรเดช ถูกปากสายกิน, J-Jan homemade Rotee ขนมร้านอร่อยหลังตลาดการบินไทยและตลาด อตก. และสุวิมลหอยจ๊อ หอยจ๊อปูเนื้อแน่น รสชาติกลมกล่อมเสิร์ฟพร้อมกับน้ำจิ้มสูตรเด็ดของทางร้าน, ครัวเมืองตรัง ร้านอาหารใต้ต้นตำหรับ เมนูแกงใต้ รสจัดจ้านรวมร้านอร่อยชื่อดังจากโซเชียลและร้านสตรีทฟู้ดยอดนิยม ที่จะมาสร้างสีสันและเติมเต็มประสบการณ์ความอร่อยให้ครบทุกมิติ นอกจากความอร่อยที่จัดเต็มแล้ว ภายในงานยังมาพร้อมกิจกรรมและบรรยากาศการใช้ชีวิตแบบไลฟ์สไตล์ ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้เพลิดเพลินกับการเลือกชิมอาหารหลากหลายรูปแบบ พร้อมสัมผัสบรรยากาศสุดคึกคักของงานเทศกาลที่เต็มไปด้วยสีสัน ทั้งมุมถ่ายภาพ การเดินเลือกซื้ออาหาร และกิจกรรมภายในงานที่จะช่วยเติมเต็มประสบการณ์ให้สนุกยิ่งขึ้นตลอดทั้งวัน พร้อมเปิดประสบการณ์ ร้านลับที่ไม่ลับอีกต่อไป ให้สายกินได้สนุกกับการค้นหารสชาติใหม่ๆ และเพลิดเพลินกับช่วงเวลาคุณภาพร่วมกับครอบครัว เพื่อน หรือคนพิเศษ ในพื้นที่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้ชีวิตของคนเมืองอย่างแท้จริง พิเศษ! สมาชิก Life Member แลก 20 คะแนน ร่วมเล่นเกม Freeze the Time รับของรางวัลสุดพิเศษเฉพาะงานนี้เท่านั้น บรรยากาศภายในงาน TRUE DIGITAL PARK FULL MOUTH FEAST เต็มไปด้วยสีสันของการกินดื่มที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และความหลากหลายของร้านอาหาร ที่มาร่วมสร้างประสบการณ์ความอร่อยให้กับผู้เข้าร่วมงาน ณ EAST EVENTERY ชั้น 1, True Digital Park (ฝั่ง East) ระหว่างวันที่ 2226 เมษายน 2569 การเดินทางสะดวกด้วย รถไฟฟ้า BTS สถานีปุณณวิถี ทางออก6 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook IG: @truedigitalparklife #TrueDigitalParkLife #FullMouthFeast #AFlavorJourneyYouCantResist

งานสงกรานต์ กรุงเทพ 2569 สุขสยาม ไอคอนสยาม สนุกสนาน สงกรานต์ บ้านฉัน
อ่าน

งานสงกรานต์ กรุงเทพ 2569 สุขสยาม ไอคอนสยาม สนุกสนาน สงกรานต์ บ้านฉัน

มาเช็กอิน เที่ยวงานสงกรานต์ กรุงเทพ 2569 กันที่ สุขสยาม ไอคอนสยาม ในงาน "สุขสยาม สนุกสนาน สงกรานต์ บ้านฉัน" ภายใต้แนวคิด "มหาศรัทธาแห่งแม่น้ำมูล สู่ปฐพีบุญลุ่มน้ำเจ้าพระยา" ได้แล้วค่ะตั้งแต่ วันนี้ - 15 เมษายน 2569 สัมผัสประเพณีดั้งเดิม ความเชื่อทางด้านพระพุทธศาสนา อาหารไทย จัดเต็มความสุขกันได้เลย! เที่ยวงานสงกรานต์ ไอคอนสยาม 2569สุขสยาม สนุกสนาน สงกรานต์ บ้านฉัน จัดเต็ม จัดใหญ่ กว่าที่เคย ชวนมาเที่ยวงานสงกรานต์กันทั้งบ้านที่ "สุขสยาม สนุกสนาน สงกรานต์ บ้านฉัน" ไอคอนสยาม ค่ะ อีกหนึ่ง ที่เที่ยวสงกรานต์ กรุงเทพฯ 2569 นี้ งานนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด "มหาศรัทธาแห่งแม่น้ำมูล สู่ปฐพีบุญลุ่มน้ำเจ้าพระยา" ภายในงานมีการประกอบพิธีบวงสรวง "หลวงพ่อเงิน" พระพุทธรูปเงิน ปางมารวิชัย ศิลปะเชียงแสนล้านช้าง พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์โบราณ คู่บ้านคู่เมือง อายุกว่า 700 ปี ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็น "พระชัยหลังช้างแห่งแผ่นดินอีสาน" จากวัดปากน้ำ (บุ่งสระพัง) จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมกันนี้ยังได้อัญเชิญ พระอุปคุตเถระ และ น้ำศักดิ์สิทธิ์ จากท่าน้ำเจดีย์บุ่งสระพัง เพื่อมาประดิษฐานเป็นสิริมงคลเพื่อให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวได้ร่วมสรงน้ำ กราบสักการะ และน้อมขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลในช่วงเทศกาลปีใหม่ไทย ซึ่งจะอัญเชิญขึ้นประดิษฐานระหว่างวันที่ 8-15 เมษายน 2569 ณ เมืองสุขสยาม ชั้น G ไอคอนสยาม กิจกรรมไฮไลต์ ภายในงาน สงกรานต์ ไอคอนสยาม 2569 กราบสักการะ สรงน้ำ หลวงพ่อเงินพระพุทธรูปศักด์สิทธิ์ อายุกว่า 700 ปี เมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ได้ประกอบพิธีอัญเชิญหลวงพ่อเงินเพื่อถวายน้ำสรงจัดขึ้นในงานบุญเดือน ๕ เป็นจารีตประเพณีดั้งเดิมของโบราณอีสาน อันบ่งชี้ถึงความบรรจงวิจิตรแห่งศรัทธาในพระพุทธศาสนาของท้องถิ่น "หลวงพ่อเงิน" เป็นพระพุทธรูปเงิน ปางมารวิชัย ศิลปะเชียงแสนล้านช้าง พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์โบราณ คู่บ้านคู่เมือง อายุกว่า 700 ปี ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น "พระชัยหลังช้างแห่งแผ่นดินอีสาน" ในการสถาปนาเมืองอุบลราชธานี ศรีวนาลัย ประเทศราช จากวัดปากน้ำ (บุ่งสระพัง) จังหวัดอุบลราชธานี มาสู่เมืองสุขสยาม พร้อมได้จัดให้มีการจัด ขบวนแห่รอบเมืองสุขสยาม เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ร้านค้าพันธมิตรและนักท่องเที่ยวโดยรอบ ก่อนอัญเชิญ "หลวงพ่อเงิน" ขึ้นประดิษฐาน ณ ประตูสุขสุวรรณศาลา เมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ชั้น G เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมสรงน้ำถวายหลวงพ่อเงิน น้อมสักการะขอพร เสริมความเป็นสิริมงคลต้อนรับเทศกาลปีใหม่ไทย รวมถึงสรงน้ำขอพร พระอุปคุต และพระประจำวันเกิด ตั้งแต่วันที่ 8-15 เมษายน 2569 Bangkok Water Festival 2026 เทศกาลวิถีน้ำ วิถีไทย นอกจากนี้ เมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ยังได้ร่วมกับ Bangkok Water Festival 2026 เทศกาลวิถีน้ำ วิถีไทย ชุมชนท่าวัด, กรมเจ้าท่า, และหน่วยงานเอกชน ร่วมเปิดงานพร้อมร่วมขบวนแห่พระทางน้ำ "เทศกาลวิถีน้ำ วิถีไทย ปีที่ 11" ประสานชุมชนล่องเรือไปยัง ท่าวัด 5 พระอารามหลวง เพื่ออัญเชิญพระพุทธรูปประดิษฐานยังพระอารามหลวงให้ประชาชนสรงน้ำวันสงกรานต์ ได้แก่ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร วัดระฆังโฆสิตาราม วรมหาวิหาร วัดประยุรวงศาวาส วรวิหาร เมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ในวันที่ 13 เมษายน 2569 เวลา 12.00-14.00 น. เพลิดเพลินการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย 4 ภาค วันที่ 9-15 เมษายน 2569 เวลา 15.00 น. เพลิดเพลินกับวัฒนธรรมอันงดงามแบบไทย อาทิ ชมการแสดงศิลปะแม่ไม้มวยไทย (ศรศิลป์ ), การแสดงหุ่นละครเล็ก (โจหลุยส์), การแสดงโขน รามเกียรติ์ ตอน "จองถนน จับสุพรรณมัจฉา พระรามปราบมาร, การแสดงประชันเปิงมางคอกสำแดงสด วันที่ 13 เมษายน 2569 เวลา 19.00 น. รื่นเริงกับการแสดงดนตรีโปงลางย้อนยุคยามค่ำคืน ในบรรยากาศสนุกสนาน ฮไลท์สุดพิเศษ 13-14 เมษายน 2569 เวลา 17.00 น. ชม ขบวนแห่นางสงกรานต์ "ศุภนิมิต ศรีธารา" งดงามตระการตา ด้วยขบวนที่แสดงถึงอัตลักษณ์อิสาน อาทิ ฟ้อนหางนกยูง, ขบวนนางสงกรานต์ทั้ง 7, ขบวนเทวดา, ขบวนผีตาโขน และ ขบวนมโหรีเครื่องดนตรีกลิ่นอายอีสานสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์, ความสัมพันธ์กับสายน้ำ และความเป็นสิริมงคล สนุกสนาน กับ อุโมงค์ช้างพ่นน้ำ ฉ่ำเย็นชื่นใจ วันที่ 11-15 เมษายน 2569 เชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติร่วมเล่นน้ำสุดสนุก กับอุโมงค์ช้างพ่นน้ำ ฉ่ำเย็น ชื่นใจ บริเวณบ่อน้ำภาคใต้ ประกอบ แสง สี เสียง รื่นรมย์เพลงสงกรานต์บ้านเรา พร้อมร่วมกิจกรรมถ่ายรูป และรับของที่ระลึก สุดแซ่บกับเสน่ห์อาหารไทย 4 ภาค เมืองสุขสยามร่วมกับบริษัท รู้รักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคมประเทศไทย สนับสนุนผลิตภัณฑ์สินค้าภูมิปัญญาชาวบ้านจากโครงการรู้รักสามัคคี สร้างเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนครบจบในที่เดียว ชวนช้อปบูทร้านค้ารู้รักสามัคคี อาทิ วิมพ์วิภาผ้าขาวม้า นนทบุรี, รู้รักพิจิตร, ขนมไทยพิจิตร, ไอศครีมครูแดงและน้ำสมุนไพร ปทุมธานี, ห่วงมหัศจรรย์และของเล่นโบราณ, รู้รักชัยนาท และยังยกคาราวานอาหารไทย 4 ภาค ทั้งเมนูคลายร้อน และอาหารพื้นถิ่นสุดแซ่บ มาให้ลองลิ้มทั้งคาว หวาน ในบรรยากาศตลาดน้ำ และตลาดบกท่ามกลางบรรยากาศงานเฉลิมฉลองสุดรื่นเริง อาทิ ร้าน หมูย่างเมืองตรัง, เคบับเนื้อจระเข้, ข้าวหน้าเนื้อ,ข้าวปลาแกะ, ผัดไทย, บาร์บิคิว, ซีฟู้ด, หอยทอดทะเล, โรตีเนยกรอบ, ไอศครีมมะพร้าว เป็นต้น SOOK SMALL WORLD ย่อโลกวันวานผ่าน "SOOK SMALL WORLD" โซนใหม่สุดมหัศจรรย์ ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ 2569สุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ภายใต้คอนเซปต์ "The Charm of Thai Miniatures" เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ไทยอย่างยิ่งใหญ่ โดยไฮไลต์สำคัญคือการจัดแสดง "พิพิธภัณฑ์ของจิ๋วแบบไทย" ที่รวบรวมผลงานจำลองสถาปัตยกรรมและวิถีชีวิตที่หาชมได้ยากจากครูช่างศิลป์ไทยชั้นครู โดยเฉพาะการถ่ายทอดบรรยากาศประเพณีสงกรานต์ดั้งเดิมในสเกลจิ๋ว อาทิ สีสันงานวัดที่เปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์ เพื่อให้ผู้มาเยือนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้สัมผัสมรดกทางวัฒนธรรมไทยที่ทรงคุณค่า นอกจากพิพิธภัณฑ์แล้ว ยังสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์สารพัดสุขในพื้นที่ "DIY Miniature Market" ตลาดนัดของจิ๋ว ที่รวบรวมงานคราฟต์ไทยและของสะสมสุดสร้างสรรค์จากศิลปินทั่วประเทศมาให้เลือกช็อป พร้อมกิจกรรม Thai Art Workshop และตื่นตากับนวัตกรรมโลกเสมือนจริง "Immersive Experience" ผ่านจอ Magic Window ที่จะพาคุณย้อนเวลาสู่อดีตผ่านเทคโนโลยีสุดล้ำ โดยมี "น้อง SOOK" แมววิเชียรมาศ แสนน่ารักในฐานะทูตวัฒนธรรมประจำเมืองสุขสยามเป็นผู้บอกเล่าเรื่องราวความสุขในโลกใบเล็กแห่งนี้ สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งงานคราฟต์ที่สะท้อนความยิ่งใหญ่ของวิถีไทยได้ที่โซน SOOK SMALL WORLD ชั้น UG เมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ชั้น UG โซนภาคกลาง รายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.facebook.com/ICONSIAM

ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง 2569 แสงส่องลอด 15 ช่องประตู แสงสีเสียงอลังการ
อ่าน

ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง 2569 แสงส่องลอด 15 ช่องประตู แสงสีเสียงอลังการ

กลับมาอีกครั้งแล้วกับความอะเมซิ่งไทยแลนด์ในงาน ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง 2569 ชมปรากฏการณ์ความมหัศจรรย์ของ แสงอาทิตย์ที่สาดส่องลอด 15 ช่องประตู ที่ อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ งานนี้จัดเต็ม 3 วัน 3 คืน เลยค่ะ ไปชมความมหัศจรรย์ และการแสดง แสง สี เสียงกันได้เลย! ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง 2569 บุรีรัมย์การแสดง แสง สี เสียง จัดเต็ม ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง 2569 จัดวันไหน ที่ไหน 🌋 ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง 📆 วันจัดงาน : 3-5 เมษายน 2569 📍 สถานที่ : อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ชมแสงลอด15 ช่องประตู ต้องไปวันไหน กี่โมง ดวงอาทิตย์ขึ้น สาดแสงส่องตรง 15 ช่องประตู ตั้งแต่เวลาประมาณ 05.50 - 06.10 น. ตามที่นักดาราศาสตร์ได้คำนวณและคาดการณ์ไว้ aekthamma / Shutterstock.com กิจกรรมไฮไลต์ต่างๆ ภายในงาน ภายในงานเต็มไปด้วยกิจกรรมสะท้อนอารยธรรมขอมโบราณ ไม่ว่าจะเป็น พิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนเขาพนมรุ้ง ขบวนอัญเชิญพระศิวะมหาเทพ ขบวนเทพพาหนะประจำทิศทั้ง 10 ทิศ ขบวนเสด็จของพระนางภูปตินทรลักษมีเทวี อันยิ่งใหญ่ตระการตา พร้อมด้วยนางรำนับร้อยชีวิตในชุดงดงามร่วมแสดงอย่างวิจิตร นอกจากนี้ ยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรม อาทิ ระบำอัปสราบุรีรัมย์ และการรำถวายชุด "เหนือศรัทธาวนัมรุง" รวมถึงการจัด "ตลาดอารยธรรมวนัมรุง" สินค้า OTOP และอาหารพื้นถิ่น อีกด้วย aekthamma / Shutterstock.com กำหนดการ ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง 2569 วันที่ 3 เมษายน 2569 08.00 น. เป็นต้นไป เที่ยวชมตลาดอารยธรรมวนัมรุง ชมการแสดงดนตรีและนาฏศิลป์พื้นบ้าน 18.15 น. ชมการแสดงแสงแห่งศรัทธาปราสาทพนมรุ้ง 19.00 น. ชมการซ้อมขบวนแห่สักการะ น้อมจิตบังคมพนมรุ้งนาฏการ (รอบซ้อมใหญ่ / รอบสื่อมวลชน) 20.00 น. ชมการแสดงแสงแห่งศรัทธาปราสาทพนมรุ้ง 20.30 น. ชมการแสดงแสง สี เสียง (รอบซ้อมใหญ่ / รอบสื่อมวลชน) 21.30 น. เสร็จสิ้นการแสดง วันที่ 4 เมษายน 2569 06.30 น. ตั้งเครื่องบวงสรวง / ผู้ร่วมพิธีพร้อมกัน ณ บริเวณประกอบพิธี (ลานด้านหน้าปราสาทพนมรุ้ง) 07.19 น. ผู้นำประกอบพิธีเริ่มดำเนินการพิธีบวงสรวงฯ (แต่งกายชุดเสื้อขาว กางเกงขาว) 09.30 น. พิธีเปิด ตลาดอารยธรรมวนัมรุง (แต่งกายชุดผ้าไทยใส่ให้สนุก) / เที่ยวชมตลาดอารยธรรมวนัมรุง ชมการแสดงดนตรีและนาฏศิลป์พื้นบ้าน และรับประทานอาหารกลางวัน 16.00 น. พิธีเปิดงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง ประจำปี 2569 17.00 น. ประธานในพิธี แขกผู้มีเกียรติและนักท่องเที่ยว เที่ยวชมตลาดอารยธรรมวนัมรุง และรับประทานอาหารเย็น 18.15 น. ชมการแสดงแสงแห่งศรัทธาปราสาทพนมรุ้ง 19.00 น. ชมขบวนแห่สักการะ น้อมจิตบังคม พนมรุ้งนาฏการ 20.00 น. ชมการแสดงแสงแห่งศรัทธาปราสาทพนมรุ้ง 20.30 น. ชมการแสดงแสง สี เสียง (รอบซ้อมใหญ่ / รอบสื่อมวลชน) 21.30 น. เสร็จสิ้นการแสดง Teerapong Visedputtasad / Shutterstock.com วันที่ 5 เมษายน 2569 08.00 น. เป็นต้นไป เที่ยวชมตลาดอารยธรรมวนัมรุง ชมการแสดงดนตรีและนาฏศิลป์พื้นบ้าน 15.30 น. ประธานในพิธีเดินทางมาถึงบริเวณสถานที่จัดงาน 16.00 น. การรำถวายชุด ระบำเหนือศรัทธาวนัมรุง 18.00 น. จบงาน ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.facebook.com/ThailandFestival

เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 เที่ยวไทย 5 ภาค ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
อ่าน

เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 เที่ยวไทย 5 ภาค ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

เปิดโหมด เที่ยวไทย ให้สุดกับงาน เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 ครั้งที่ 44 ในระหว่างวันที่ 25-29 มีนาคม 2569 นี้ ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มัดรวมเสน่ห์ และความมหัศจรรย์ของ การท่องเที่ยวไทยจาก 5 ภูมิภาคมาไว้ในที่เดียว เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 ปีนี้ ททท. พร้อมที่จะพาไป สัมผัสเสน่ห์ไทย ภายใต้แนวคิด "สุขทันทีที่เที่ยวไทย" และ 5 Must Do in Thailand ผ่านการนำเสนอสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวจาก 5 ภูมิภาคทั่วประเทศไทย ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต อาหาร และภูมิปัญญาท้องถิ่น เสมือนเป็นการยกความมหัศจรรย์ของเมืองไทยเอามาไว้ในงานเดียว 📣 เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 44 ปี 2569 ‼️เข้าชมฟรี ทุกวัน ⏰ วันที่ 25-29 มีนาคม 2569 เวลา 10.00-21.00 น. 📍 ชั้น G ฮอลล์ 1 - 4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/So6uywD8C49Hbgb38 รวมทั้งปีนี้ ททท. ยังได้ร่วมเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงด้วยการนำเสนอนิทรรศการ การแสดง การสาธิต เพื่อบอกเล่าเรื่องราวตามรอยพระราชดำริที่มีหัวใจสำคัญในการพัฒนาและยกระดับภูมิปัญญา ผสานแนวคิดการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ภายในงานจัดเต็มด้วย 9 โซนกิจกรรมหลักๆที่ขนไฮไลต์น่าสนใจจากทั่วประเทศมาให้ได้สัมผัส ทั้ง แลนด์มาร์คจำลอง จุดถ่ายภาพต้องเช็กอิน ของดีของเด็ด จากแต่ละพื้นที่ นวัตกรรมการท่องเที่ยวล้ำสมัย ตลอดจนการแสดงศิลปวัฒนธรรมและความบันเทิงจากศิลปินชื่อดัง ให้ผู้เข้าชมได้ชิม ช้อป ชม และสัมผัสประสบการณ์เที่ยวไทยสุดอะเมซิ่งในมุมมองใหม่ๆ สัมผัสกับความรู้สึกแบบ Feel All the Feelings ที่จะชวนให้ออกเดินทางและตกหลุมเมืองไทยมากขึ้นกว่าที่เคย โซนที่ 1 สุขทันที ที่ เที่ยวภาคตะวันออก ชวนสัมผัสทุกเฉดสีแห่งความสุขของดินแดนบูรพา ผ่านแนวคิด "เทศกาลสีสันตะวันออก" โดดเด่นด้วยแลนด์มาร์กสำคัญอย่าง อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล จังหวัดจันทบุรี จุดถ่ายภาพเช็กอินประภาคารแหลมงอบ จังหวัดตราด จุดถ่ายภาพพระพิฆเนศ เทพเจ้าแห่งความสำเร็จ "The Lord of Success" จาก ฉะเชิงเทรา สวนเรือนกระจก The Flower of the Queen ดอกไม้แห่ง Queen สิริกิติ์ วิถีชาวประมงบางเสร่ จังหวัดชลบุรี และขึ้นชื่อว่า "สวรรค์นักกิน" ททท. ก็ไม่พลาดยกทัพอาหารทะเลและอาหารถิ่น กว่า 50 ร้าน มาให้ลิ้มลอง อาทิ ข้าวคลุกพริกเกลือ หมูชะมวง ผัดกระวาน เส้นจันท์ผัดปู น้ำมะปี๊ด ก๋วยเตี๋ยวเลียง แมงกระพรุนสะดุ้งไฟ และขนมควยลิง พร้อมผลไม้สดจากสวนที่หลายคนรอคอยอย่าง ทุเรียนและมะยงชิดและพิเศษสุดกับโซนคาเฟ่ไม่ลับตะวันออกที่คัดสรรร้านกาแฟคุณภาพดี เบเกอรี่อร่อยมาเสิร์ฟให้ได้ฟินกันแบบถึงที่ นอกจากนี้ เพิ่มสีสันด้วย การแสดงคาบาเร่โชว์ สุดอลังการ การเดินแบบแฟชั่นโชว์เสื่อกก จากสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (SACIT) ศิลปินนักร้อง แว่นใหญ่ พีจัง กฤษณะALALA ริวจิน และ แพทจิ เอม วิทวัส และ วงดนตรีจากดุริยางค์ทหารเรือ ================= โซนที่ 2 สุขทันที ที่ เที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชวนหลงรักถิ่นอีสาน 20 จังหวัดกับคอนเซปต์ "ประเพณีสีอีสาน วิถีแห่งศรัทธา" บอกเล่าความเป็นอีสานผ่านวัฒนธรรม ประเพณี อาหาร งานหัตถกรรม พร้อมออกแบบประสบการณ์ดื่มด่ำกับเสน่ห์อีสานผ่าน 5 Senses (รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส) หยิบ "เทียนพรรษา" สัญลักษณ์ของ Signature Thailand ประเพณีแห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี มาเป็นแลนด์มาร์กสำคัญ จุดถ่ายภาพสุดเก๋ "มื้อใด๋มากะอย่าลืมชักฮูป" จำลองบรรยากาศสวนดอกไม้เพลาเพลิน จ.บุรีรัมย์ หุบเขาไดโนเสาร์ จ.กาฬสินธุ์ พร้อมเติมเสบียงความแซ่บกับโซน "หม่องแซ่บหลาย" รวมความแซ่บของอาหารอีสานที่ทั้งหอมนัวไว้กว่า 36 ร้าน อาทิ หม่ำแม่คำตัน จ.ชัยภูมิ สามพี่น้องไก่ย่างเขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น ตำกระเทยสาเกต จ.ร้อยเอ็ด แจ่วฮ้อนแม่เสงี่ยม จ.มหาสารคาม และห้ามพลาดกับ "อีสานม่วนเฟี้ยว" เปิดเวทีความม่วนแบบเต็มขั้น ชวนสัมผัสการแสดงพื้นบ้าน ดนตรี หมอลำ ได้แก่ ระเบียบวาทศิลป์ ก้านตอง ทุ่งเงิน เวียง นฤมล เต๋า ภูศิลป์ พร้อมด้วย การแสดงศิลปวัฒนธรรมจากวิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์ และการแสดงนาคเล่นน้ำ ================= โซนที่ 3 สุขทันที ที่ เที่ยวภาคใต้ หล๊บใต้บ้านเราในบรรยากาศ "GO SOUTH เสน่ห์ทะเลใต้" กับแลนด์มาร์ก "Under the Sea - ท้องทะเลภาคใต้" ผ่านประสบการณ์ Immersive Experience พร้อมมุม Film Location จากสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง ถ้ำโต๊ะหลวง จังหวัดกระบี่ ตึก Standard Chartered จังหวัดภูเก็ต สายกินห้ามพลาดกับโซน "หลาดหรอยเพ Must Taste" ตลาดอาหารใต้ที่รวมเมนูเด็ดและเครื่องดื่มขึ้นชื่อจากภาคใต้ไว้ในที่เดียว กับร้านอร่อยถึงเครื่องกว่า 38 ร้าน พร้อมร้านชาชักและโรตี ให้ได้ลิ้มลองรสชาติแบบต้นตำรับ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ Mutiverse แดนใต้ ถ่ายทอดเรื่องราวพลังแห่งศรัทธา ตำนาน และวัตถุมงคลจากเกจิชื่อดังสายใต้ ก่อนจะผ่อนคลายร่างกายที่ หลาดคลายเส้น ได้แรงอก! กับบริการนวดแผนไทยและสปา เติมพลังให้พร้อมออกเดินทางต่ออย่างสดชื่น ================= โซนที่ 4 สุขทันที ที่ เที่ยวภาคกลาง เปิดบ้านต้อนรับผู้มาเยือนกับคอนเซปต์ อู่ข้าว อู่น้ำ...ผ้าทอราชธานี วิถีภาคกลาง : Harmony of Heritage and Charm ถ่ายทอดเรื่องราวของศูนย์กลางอารยธรรมไทย ผ่านแลนด์มาร์กบ้านทรงไทยร่วมสมัย ลานโอ่งราชบุรี พร้อมออกแบบซุ้มทางเข้าเป็นลานบุปผาราชินี และ ลานภูษาพัสตรา นำเสนอเรื่องราวผ้าไทยอันทรงคุณค่า และที่พลาดไม่ได้คือ โซน UNESCO นำเสนอความโดดเด่นของ 3 เมืองสร้างสรรค์ที่ได้รับการรับรองจาก UNESCO ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (Creative City of Design) เพชรบุรี (City of Gastronomy) สุพรรณบุรี (Creative City of Music) ผ่านกิจกรรมทดลองชิมน้ำ 3 รส จากเพชรบุรี ออกแบบเสื้อยืดจากร้านห่านคู่ กรุงเทพฯ และทดลองเรียนระนาด ตีฉิ่ง รวมถึงไฮไลต์การจำลองบรรยากาศ "ย่านบรรทัดทอง" ที่ยกขบวน 12 ร้านดังมาให้ลิ้มลอง พร้อมจัดเต็มร้านดังและเมนูเด็ดมาไว้ในที่เดียว 60 บูธ อาทิ ก๋วยเตี๋ยวหลอดทรงเครื่องโบราณ เมี่ยงคำลำพญา กุ๊ยช่าย เจ้มล ข้าวเหนียวแม่ทองอยู่ กังสดาล อัมพวา สิริสมปอง ฟาร์ม แอนด์ คาเฟ่ ส้มโอขาวแตงกวา ชัยนาท ข้าวแช่แม่เล็กสะกิดใจ ร้านลุงเอนกขนมหวานเมืองเพ็ชร์ ข้าวต้มเทเวศร์ น้ำโตนดจี๊ดจ๊าด ลอดช่องน้ำตาลโตนดเมืองเพชร แม่พลอย เป็นต้น และ โซน "ลานสำแดง" เวทีการแสดง พร้อมเสิร์ฟความสนุกกับพระเอกลิเกเงินล้าน ศรราม น้ำเพชร นักร้องคุณภาพ เปาวลี พรพิมล รวมถึง การแสดงศิลปวัฒนธรรม อาทิ หนังใหญ่ มวยลพบุรี ================= โซนที่ 5 สุขทันที ที่ เที่ยวภาคเหนือ แอ่วเหนือ และดื่มด่ำกับเสน่ห์เมืองล้านนากับแนวคิด "Season of North 2026 สุขทันที...ฤดูนี้ ฤดูเหนือ" ความงดงามของการท่องเที่ยวภาคเหนือในทุกฤดูกาล ด้วยไฮไลต์ แลนด์มาร์กเมืองน่าน เมืองสร้างสรรค์ด้านงานหัตถศิลป์ของยูเนสโก กับอัตลักษณ์สุดคลาสสิกของภาพจิตรกรรมปู่ม่านย่าม่าน ผ้าทอลายน้ำไหล หัวโอ้เรือ สัญลักษณ์ประเพณีแข่งเรือสำคัญของเมืองน่าน ภายในโซนยังจัดเต็มความอร่อยกับอาหารพื้นเมืองเหนือในโซน "อิ่มใจ" กว่า 35 ร้าน พร้อมคาเฟ่และเบเกอรี่กว่า 15 ร้าน ที่ยกความหอมกรุ่นมาเสิร์ฟให้ได้พักเติมความสดชื่น หรือจะผ่อนคลายร่างกายที่ "กาดนวด" กับกิจกรรมนวดเพื่อสุขภาพจากภูมิปัญญาชุมชนออนใต้ จังหวัดเชียงใหม่ ปิดท้ายด้วยโซนมูเตลู "สุขใจ" พื้นที่แห่งความสงบและศรัทธา ที่ จำลองพระบรมธาตุบ้านตาก ให้ผู้เข้าชมได้สักการะเพื่อเสริมสิริมงคล พร้อมดื่มด่ำบรรยากาศแห่งศรัทธาในแบบล้านนา ================= นอกจากนี้ยังมีโซนกิจกรรมพิเศษ ได้แก่ โซนที่ 6 Amazing Thailand ที่นำเสนอแคมเปญท่องเที่ยวของ ททท. เริ่มจาก นิทรรศการ "รอยยิ้มของแผ่นดิน" และมุมถ่ายภาพจากไวรัลแคมเปญ Feel All the Feelings ที่ชวนตามรอย LISA ในฐานะ Amazing Thailand Ambassador รวมถึงนิทรรศการ 66 ปี ททท. ที่บอกเล่าเรื่องราวความสำเร็จของการท่องเที่ยวไทย ความสนุกยังต่อเนื่องกับเวที Fan Meet ที่ขนทัพศิลปินและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังมาใกล้ชิดกับแฟนๆ ไม่ว่าจะเป็น PERSES, จุ๊มเหม่ง (Japan and Friends), DICE, มายอาโป และ POLCASAN (โพก้าซัง) พร้อมกิจกรรมเวิร์กช็อปและของที่ระลึกสุดยูนีคในโซน Osotho Friends : Craft Village สายเที่ยวสามารถแวะมาพูดคุยและรับข้อมูลท่องเที่ยวได้ที่ 1672 Travel Buddy พร้อมสนุกกับ AI Photo Booth ธีม Feel All the Feelings และกิจกรรม SOURI X 1672 Travel Buddy ก่อนจะไปตื่นตาตื่นใจต่อในโซน Amazing Thailand Amazing AI กับเทคโนโลยีท่องเที่ยวสุดล้ำ ผ่านกิจกรรม Aura Journey และ Amazing Sukjai ที่จะพาทุกคนผจญภัยไปกับ TATAI น้อง AI ของ ททท. เพื่อค้นหาข้อมูลการท่องเที่ยว พร้อมสมัครเป็นสมาชิก AMAZING FRIEND รับข่าวสารและสิทธิพิเศษจาก ททท. และลุ้นรับของที่ระลึกติดไม้ติดมือกลับบ้านอีกด้วย ================= โซนที่ 7 Road to Sustainability : Travel with care นำเสนอแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน มาพร้อมไฮไลต์ "เต่าตนุ" ประติมากรรมจากสิ่งของเหลือใช้ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่จากพระราชกรณียกิจของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผ่านโครงการในพระราชดำริ "ป่ารักน้ำ" และ "อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล (เกาะมันใน)" พร้อมเปิดมิติใหม่ของการเดินทางและพักผ่อนเชิงสร้างสรรค์ผ่าน Immersive Experience และบำบัดจิตใจด้วยพลังแห่งเสียง Sound Healing Dark Sky และเยี่ยมชมและชอปปิงสินค้ารักษ์โลก ================= โซนที่ 8 หน่วยงานพันธมิตรและห้าง ททท. จับมือกับ 31 พันธมิตรรวบรวมแพ็กเกจท่องเที่ยวและดีลพิเศษจากผู้ประกอบการ ก่อนจะปิดท้ายด้วย โซนที่ 9 เวทีกลาง เปิดฟลอร์แห่งความสุขผ่านเวทีการแสดงที่อัดแน่นไปด้วยสีสันและความบันเทิง ทั้ง การแสดงดนตรีจากศิลปินชื่อดัง อาทิ อาทิ KT Kratae, ลำไย ไหทองคำ, ไรอัล กาจบันฑิต, ATLAS, กลัฟ คณาวุฒิ, Fellow Fellow, Paradox, Nuvo, No One Else, อะตอม ชนกันต์ รวมทั้ง การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย การแสดงร่วมสมัย การเดินแบบแฟชั่นโชว์ ตลอดจนกิจกรรมเล่นเกมแจกของรางวัลที่จะสร้างรอยยิ้มและความประทับใจให้ผู้เข้าชมอย่างต่อเนื่องตลอด 5 วันของการจัดงาน ================= ยิ่งไปกว่านั้น ททท. ยังคงสานต่อความตั้งใจให้การท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความยั่งยืนภายใต้เป้าหมาย "Zero Waste to Landfills" ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยตั้งเป้าลดปริมาณขยะฝังกลบให้เหลือน้อยที่สุด ด้วยระบบการคัดแยกขยะอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมจุดคัดแยกขยะ จำนวน 14 จุดทั่วพื้นที่จัดงาน พร้อมขอความร่วมมือร้านค้าและผู้ประกอบการในการบริหารจัดการขยะแบบครบวงจร เพื่อมุ่งลดปริมาณขยะที่ไม่ได้คัดแยกให้ลดลงกว่าปีที่ผ่านมา สามารถเข้าร่วมงาน "เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 44 ประจำปี 2569" ระหว่างวันที่ 25-29 มีนาคม 2569 ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เข้าร่วมงานฟรี การเดินทางไป เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 🚗 เดินทางโดยรถส่วนบุคคล : จุดจอดรถชั้นใต้ดิน การเดินทาง บริการขนส่งสาธารณะ 🚈 รถไฟฟ้า MRT : สถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (ทางออก 3) 🚅 รถไฟฟ้า BTS : เดินทางไปสถานี MRT เชื่อมต่อสถานี BTS อโศก ศาลาแดง หรือหมอชิต 🚖 รถแท็กซี่ : ณ จุดบริการรับ - ส่ง ชั้น G บริเวณฝั่งทะเลสาบ 🚌 รถประจำทาง : สาย 71, 136, 185, 3-54, 3-55 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ TAT Contact Center โทร. 1672 Travel Buddy ขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/thaitourismnews

"บุญรอด อารีย์วงษ์" อินฟลูฯ ชื่อดัง เปิดใจทุกข้อคิดการเพิ่มทางเลือกให้ชีวิต
อ่าน

"บุญรอด อารีย์วงษ์" อินฟลูฯ ชื่อดัง เปิดใจทุกข้อคิดการเพิ่มทางเลือกให้ชีวิต

สร้างพลังใจรับต้นเดือนมีนาคม กับพอดแคสต์ "ปั๊มหัวใจ" จากโปรเจกต์ มหาชนTalk ที่สัปดาห์นี้ สองพิธีกร "แชป วรากร ศวัสกร" และ "รุ้ง ราวรรณ โทนะหงษา" ชวน "บุญรอด อารีย์วงษ์" หรือที่นักท่องโซเชียลหลายคนรู้จักในชื่อ "บุญรอด ไม่น่ารอด" Influencer และ YouTuber ผู้สร้างแรงบันดาลใจ มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตแบบทุกแง่มุม "บุญรอด อารีย์วงษ์"เปิดใจทุกข้อคิดการเพิ่มทางเลือกให้ชีวิต ชีวิตของเขาไม่ได้เริ่มต้นจากความพร้อม หากแต่เติบโตมาพร้อมข้อจำกัดทางร่างกาย และคำถามในใจตั้งแต่วัยเด็กว่า "ทำไมเราไม่เหมือนคนอื่น" เมื่อก้าวเข้าสู่รั้วโรงเรียนและต้องใช้ชีวิตท่ามกลางผู้คนมากมาย เขาจึงต้องฝึกหัวใจให้เข้มแข็งก่อนใคร "บุญรอด" หยิบคำว่า "ไม่น่ารอด" ที่หลายคนอาจมองเป็นคำลบ มาเปลี่ยนเป็นพลังบวก และพิสูจน์ให้โลกโซเชียลเห็นว่า ศักยภาพของมนุษย์ไม่ได้ถูกจำกัดด้วยร่างกาย แต่อยู่ที่การยอมรับความจริงและกล้าที่จะก้าวต่อไปอย่างสง่างาม ในรายการ เขาเล่าย้อนตั้งแต่วัยเด็ก วัยเรียน การเผชิญสายตาและคำพูดของผู้คน รวมถึงแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจเรียน "โขน" ศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทย ทั้งยังตอบคำถามว่า หากย้อนเวลากลับไปได้ อยากบอกอะไรกับ "เด็กชายบุญรอด" ในวันนั้น EP. นี้อัดแน่นด้วยข้อคิดสำคัญ โดยเฉพาะแนวคิด "การเพิ่มทางเลือกให้ชีวิต" ที่เขาถ่ายทอดไว้อย่างเรียบง่าย แต่ทรงพลังว่า หากเส้นทางตรงหน้ามันเดินยาก เราอาจไม่จำเป็นต้องฝืนเดินตรงเสมอไป แค่ลองเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา เพื่อหาเส้นทางที่เหมาะกับหัวใจเรา ก็อาจพบความสุขในแบบของตัวเอง ร่วมรับฟังเรื่องราวชีวิตและแรงบันดาลใจของ "บุญรอด อารีย์วงษ์" ได้ในรายการพอดแคสต์ "ปั๊มหัวใจ" วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม นี้ เวลา 19.15 น. เป็นต้นไป และติดตามเรื่องราวดี ๆ นี้ได้ ทุกคืนวันศุกร์ ทางช่องทางออนไลน์ CH7HD Facebook Ch7HD, YouTube : Ch7HD, เว็บไซต์ BUGABOO.TV

“ปันหยี I Sea You” กวาดคำชมล้นหลาม ปลุกกระแสท่องเที่ยวคึกคัก ลงพื้นที่..รำลึกปันหยี จากวิถีสู่ภาพยนตร์
อ่าน

“ปันหยี I Sea You” กวาดคำชมล้นหลาม ปลุกกระแสท่องเที่ยวคึกคัก ลงพื้นที่..รำลึกปันหยี จากวิถีสู่ภาพยนตร์

ถือเป็นการเริ่มต้นปี 2569 อย่างสวยงามสำหรับวงการภาพยนตร์ไทย กับผลงานเรื่อง ปันหยี I Sea You ภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่เข้าฉายในปีนี้ ซึ่งกำลังกลายเป็นกระแสทอล์กออฟเดอะทาวน์อยู่ในขณะนี้ ด้วยเนื้อหาที่กินใจและงานภาพที่สวยงามระดับมาสเตอร์พีซ ที่กระแสตอบรับแรง คนดูยกนิ้วให้ พร้อมคำจำกัดความสั้น ๆ หลังชมภาพยนตร์ 3 คำ ซึ้ง-สวย-หิว หลังจากเข้าฉายเพียงไม่กี่วัน ภาพยนตร์เรื่อง ปันหยีI Sea You ได้รับเสียงตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากผู้ชมทั่วประเทศ โดยส่วนใหญ่บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเนื้อเรื่องมีความซึ้งกินใจ ถ่ายทอดวิถีชีวิตและความผูกพันของผู้คนได้อย่างมีพลัง ขณะเดียวกันด้านงานภาพก็ได้รับคำชมว่าภาพสวยจนอยากทะลุจอไปเที่ยวเกาะปันหยีนอกจากความซึ้งและภาพที่สวยงามแล้ว อีกหนึ่งกระแสที่มาแรงคือเรื่องอาหารที่ปรากฏในเรื่อง จนผู้ชมหลายคนแซวว่าดูแล้วหิวตามและพากันเช็คอินอยากไปลิ้มลองรสชาติอาหารท้องถิ่นและสัมผัสบรรยากาศจริงที่เกาะปันหยี จังหวัดพังงา ส่งผลให้การท่องเที่ยวในพื้นที่เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง ล่าสุดทีมงานผู้สร้างภาพยนตร์ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในโรงหนัง แต่ได้หวนลงพื้นที่จริง ณ เกาะปันหยี จังหวัดพังงา จัดกิจกรรมสุดพิเศษภายใต้ชื่อ รำลึกปันหยี จากวิถีสู่ภาพยนตร์ นำโดยณพสิทธิ์ เที่ยงธรรม ผู้อำนวยการสร้าง, อริญชัย รัตนวิจิตร ผู้กำกับ พร้อมเหล่านักแสดงนำ เซฟ ไซสวัสดิ์,กิ่ง-อารียา ผลฟูตระกูล,ภัค-วรายุส์ พูสมจิตรสกุล และ สุ่ย-สมใจ จึงสุขประเสริฐ เมื่อวันที่12มกราคม2569ที่ผ่านมา โดยได้รับเกียรติจากดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมเป็นประธานภายในงาน ร่วมด้วยท่านผู้บริหารส่วนท้องถิ่น อาทิสราวุฒิ ธนาเจริญสกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา, ยาวาเราะห์ ประสานพันธ์ นายกสมาคมสตรีมุสลิมมุสลิมะห์จังหวัดพังงา, พีรพัฒน์ เงินเจริญ นายอำเภอเมืองพังงา,บำรุง ปิยนามวานิช นายกอบจ.พังงาให้เกียรติร่วมงาน กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการแสดงพื้นบ้านที่หลากหลาย อาทิ โชว์ลิเกฮูลู, รำสุขจังพังงา จากนั้นก็เป็นช่วงเสวนาเบื้องหลังการทำงานการพูดคุยกับผู้กำกับและนักแสดงถึงแรงบันดาลใจในการหยิบยกวิถีชีวิตจริงมาถ่ายทอดเป็นแผ่นฟิล์ม ต่อด้วยการถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึกและจบด้วยไฮไลท์ที่สุดของงานด้วยการฉายหนังกลางแปลงที่ได้นำภาพยนตร์เรื่อง ปันหยีI Sea You กลับไปฉายให้พี่น้องชาวเกาะได้ชมในบรรยากาศสุดคลาสสิกท่ามกลางเสียงคลื่น งานนี้ไม่เพียงแต่เป็นการขอบคุณคนในพื้นที่ที่เป็นแรงบันดาลใจสำคัญ แต่ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในชุมชน และกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นได้อย่างยอดเยี่ยม เรียกได้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องราวบนหน้าจอ แต่คือหัวใจของชาวปันหยีที่อยากให้คนทั้งโลกได้สัมผัส สำหรับใครที่ยังไม่ได้ชม ปันหยีI Sea You สามารถติดตามชมได้แล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ แล้วคุณจะรู้ว่าทำไมใคร ๆ ก็อยากเก็บกระเป๋าไปเกาะปันหยี! ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

เป็นปลื้ม! "มีน พีรวิชญ์" ตัวแทน Thailand Co-Creator ของ ททท. ดันภาพลักษณ์การท่องเที่ยว
อ่าน

เป็นปลื้ม! "มีน พีรวิชญ์" ตัวแทน Thailand Co-Creator ของ ททท. ดันภาพลักษณ์การท่องเที่ยว

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ Thailand Co-Creator ภายใต้โครงการสร้างภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นประเทศไทยเพื่อการท่องเที่ยว "Trusted Thailand" มุ่งยกระดับภาพลักษณ์และมาตรฐานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้สอดรับกับความต้องการของนักเดินทางยุคใหม่ โดยให้ความสำคัญกับ คุณภาพ ความปลอดภัย และความเชื่อมั่น เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Quality Leisure Destination ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ "มีน พีรวิชญ์" ตัวแทน Thailand Co-Creator ของ ททท. วันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ดารานักแสดงชื่อดัง "มีน พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร" ตัวแทนหลักของโครงการ "Thailand Co-Creator" ได้เข้าพบ นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อรับมอบนโยบายและแนวทางการดำเนินกิจกรรม "Thailand Co-Creator" พร้อมหารือบทบาทการใช้พลังของ Celebrity และครีเอเตอร์ ในการสร้างการรับรู้เชิงบวกและเสริมความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวไทยในสายตานักท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยโครงการ "Thailand Co-Creator" เป็นกิจกรรมสำคัญที่ ททท. ออกแบบขึ้นเพื่อสื่อสารภาพลักษณ์ประเทศไทยในมิติใหม่ ภายใต้แนวคิด "Healing is the New Luxury" ถ่ายทอดประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางแห่งการพักผ่อน การเยียวยา และการเติมพลังชีวิต โดยมุ่งเน้นกลุ่มตลาด Short-Haul จากภูมิภาคเอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ และแปซิฟิกใต้ ผ่านการสร้างสรรค์คอนเทนต์ร่วมกันของ Celebrity, KOLs และ Influencers ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศกว่า 20 ราย จาก 10 ประเทศ อาทิ จีน ญี่ปุ่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เวียดนาม เกาหลี และอินเดีย กิจกรรมครั้งนี้นำเสนอประสบการณ์ท่องเที่ยวผ่าน 5 เส้นทางศักยภาพ ได้แก่ กาญจนบุรี, ลำปางเชียงใหม่, สกลนครนครพนม, สุราษฎร์ธานี และสงขลา ซึ่งแต่ละพื้นที่สะท้อนเอกลักษณ์โดดเด่นด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน โดย มีน พีรวิชญ์ จะเข้าร่วมเดินทางสร้างสรรค์คอนเทนต์ในเส้นทาง กาญจนบุรี เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์การท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงธรรมชาติ ความผ่อนคลาย และพลังบวก ผ่านมุมมองร่วมสมัยสู่สายตาผู้ติดตามทั้งในและต่างประเทศ การดำเนินกิจกรรม "Thailand Co-Creator" มุ่งหวังให้เกิดการรับรู้ภาพลักษณ์เชิงบวกของประเทศไทยในฐานะแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพที่มีมาตรฐานการบริการครบวงจร มีความปลอดภัย และพร้อมต้อนรับนักเดินทางจากทั่วโลก โดยคาดว่าเมื่อสิ้นสุดการดำเนินกิจกรรม จะสามารถสร้างการรับรู้ผ่านสื่อออนไลน์และแพลตฟอร์มดิจิทัลต่าง ๆ ได้ไม่ต่ำกว่า 100,000,000 Impressions ทั้งนี้ ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถติดตามคอนเทนต์การท่องเที่ยวประเทศไทยจากเหล่า Celebrity และ Influencer ภายใต้โครงการ "Thailand Co-Creator" ได้ตลอด เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ผ่านช่องทาง Social Media ของ Influencer ทั้ง 21 ราย อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : ส่อง 13 บริษัทดาราตั้งชื่อแสนเก๋ พร้อมเปิดกระเป๋ารับทรัพย์ ช่อง 3 ชวนกระทบไหล่ซุปตาร์แบบใกล้ชิด ในงานแจกลายเซ็นปฏิทินปี 2569

10 ที่เที่ยวหน้าหนาว หมู่บ้านภาคเหนือ สโลว์ไลฟ์ ฮีลใจ ใกล้ชิดธรรมชาติ
อ่าน

10 ที่เที่ยวหน้าหนาว หมู่บ้านภาคเหนือ สโลว์ไลฟ์ ฮีลใจ ใกล้ชิดธรรมชาติ

ภาคเหนือ ไม่ได้มีดีแค่ภูเขา และอากาศหนาว แต่ยังมี หมู่บ้านสุดชิล ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ที่ทั้ง อากาศดี วิวสวย และเต็มไปด้วยเสน่ห์ของวิถีชาวบ้านแบบดั้งเดิม ไม่ว่าจะไปหน้าฝน หน้าหนาว หรือหน้าร้อน ก็ฟินได้หมด มาดูกันว่า ที่เที่ยวหน้าหนาว หมู่บ้านภาคเหนือ มีที่ไหนบ้าง ที่ควรปักหมุดไว้สำหรับทริปเที่ยวชิลๆ กันค่ะ พิกัด ที่เที่ยวหมู่บ้าน ภาคเหนือ หน้าหนาววิวสวยเหมือนฝัน ฟีลสโลว์ไลฟ์กลางหุบเขา 1. บ้านรักไทย แม่ฮ่องสอน หมู่บ้านรักไทย จังหวัดแม่ฮ่องสอน หมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขาที่โอบล้อมด้วยไร่ชา และทะเลสาบสุดโรแมนติก ที่นี่เป็น หมู่บ้านชาวจีนยูนนาน ที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่สมัยก๊กมินตั๊ง ทำให้กลิ่นอายของหมู่บ้านนี้ยังคงความเป็นจีนไว้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นบ้านดินสีอิฐที่ตั้งลดหลั่นอยู่ตามเนินเขา ป้ายภาษาจีนตามร้านค้า หรือกลิ่นชาที่ปลูกไว้ บรรยากาศของหมู่บ้านรักไทยเงียบสงบ และเย็นสบายตลอดปี ไฮไลต์ของที่นี่คือ การตื่นเช้ามาดู ทะเลหมอกพร้อมจิบชาอุ่นๆ จากไร่ชาของชาวบ้าน และ ปั่นจักรยานรอบหมู่บ้าน หรือ เช่าเรือล่องในทะเลสาบ เพื่อชมวิวรอบๆ แบบชิลๆ ถ้าใครกำลังมองหาที่เที่ยวหมู่บ้านภาคเหนือ ที่นี่คือหนึ่งในลิสต์ที่ควรมาให้ได้สักครั้งเลยค่ะ 🌲 ดูเพิ่มเติมที่ บ้านรักไทย ที่เที่ยวแม่ฮ่องสอน เที่ยวหน้าหนาว วิวเมืองนอก นอนบ้านดิน จิบชาอุ่น ✨ที่อยู่ : ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/mGY6DBSbiV9CSw1B9 ⏰ เปิดให้เข้าชม : สามารถเที่ยวชมได้ทั้งวัน 🔗 เว็บไซต์ : - ============== 2. บ้านจ่าโบ่ แม่ฮ่องสอน หมู่บ้านจ่าโบ่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน หมู่บ้านเล็กๆ กลางขุนเขาที่หลายคนตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น เพราะวิวสวยจนเหมือนหลุดไปอยู่ในโปสการ์ด ที่นี่เป็นชุมชนของ ชาวลาหู่ หรือ มูเซอ วิถีชีวิตยังเรียบง่ายและอบอุ่นมาก ใครชอบเที่ยวชุมชนจะได้สัมผัสบ้านไม้ดั้งเดิม การต้อนรับของคนท้องถิ่นและอาหารท้องถิ่น ส่วนใครอยากสัมผัสหมอกแบบเต็มอิ่ม แนะนำค้างคืนสักหนึ่งคืน เพื่อชม ทะเลหมอกยามเช้า ที่โอบรอบภูเขา ที่พักส่วนใหญ่เป็นโฮมสเตย์เรียบง่าย ราคาหลักร้อยแต่วิวหลักล้าน ใครกำลังมองหาที่เที่ยวพักใจ เติมพลังจากธรรมชาติแบบไม่ต้องวุ่นวาย บ้านจ่าโบ่คือตอบโจทย์เลยค่ะ 🌲 ดูเพิ่มเติมที่ บ้านจ่าโบ่ ที่เที่ยวแม่ฮ่องสอน ทะเลหมอก สุดอลัง หมู่บ้านกลางเขา ที่อยู่ : ตำบลปางมะผ้า อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน พิกัด : https://maps.app.goo.gl/9nShfZENM9LruTNE6 เปิดให้เข้าชม : สามารถเที่ยวชมได้ทั้งวัน เว็บไซต์ : - ============== 3. หมู่บ้านผาฮี้ เชียงราย KobchaiMa / Shutterstock.com บ้านผาฮี้ หมู่บ้านเล็กๆ ของชาวอาข่าใน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โอบล้อมด้วยภูเขา และสายหมอก บรรยากาศเงียบสงบและเรียบง่าย แต่ยังมีความทันสมัยเล็กๆ จากคาเฟ่ และโฮมสเตย์ที่กลมกลืนกับธรรมชาติ และคาเฟ่หลายร้านตั้งบนไหล่เขา มีมุมห้อยขามองวิวหมู่บ้านและภูเขาสลับซับซ้อน หมู่บ้านผาฮี้ขึ้นชื่อเรื่อง กาแฟอาราบิก้าชั้นดี มาเที่ยวที่นี่สามารถลอง ดริปกาแฟเอง หรือคุยกับชาวบ้านเรื่องการคั่วกาแฟได้ ส่วนที่พักส่วนใหญ่เป็นโฮมสเตย์อบอุ่น มีอาหารพื้นบ้านและวิวหลักล้านจากระเบียง ใครอยากมานั่งจิบกาแฟ ชมหมอก และสูดอากาศเย็นๆ ให้เต็มปอด ห้ามพลาดที่นี่เลย! 🌲 ดูเพิ่มเติมที่ ดอยผาฮี้ ที่เที่ยวเชียงราย หน้าหนาว จิบกาแฟ ชมวิวสวย กลางสายหมอก ✨ ที่อยู่ : ตำบลโป่งงาม อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/7RhpLHuC93ETemuh7 ⏰ เปิดให้เข้าชม : สามารถเที่ยวชมได้ทั้งวัน 🔗 เว็บไซต์ : - ============== 4. หมู่บ้านสะปัน น่าน หมู่บ้านสะปัน จังหวัดน่าน หมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขาที่ใครได้มาสักครั้งจะเข้าใจคำว่าความสงบมีอยู่จริงได้ทันที ที่นี่โอบล้อมด้วยขุนเขาสูงใหญ่ และสายหมอกบางเบา มีลำธารใสไหลผ่านกลางหมู่บ้าน สะปันเหมาะกับการมาพักผ่อนช้าๆ ปล่อยตัวปล่อยใจให้เป็นไปตามจังหวะธรรมชาติ จะเดินเล่นรอบหมู่บ้าน ปั่นจักรยานชมวิว หรือ แวะจิบกาแฟในคาเฟ่เล็กๆ ริมธาร ก็เพลินสุดๆ ที่นี่มีบ้านไม้เรียงรายกับวิวภูเขาซ้อนกันเป็นชั้นๆ ให้ฟีลเหมือนอยู่ในโปสการ์ดมากๆ ใครอยากมาปล่อยใจให้สบายแบบไม่ต้องทำอะไรเลย สะปันถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในภาคเหนือเลยค่ะ 🌲 ดูเพิ่มเติมที่ สะปัน ที่เที่ยวน่าน หมู่บ้านเล็กๆ กลางท้องนา วิวหลักล้าน ถ่ายรูปสวย ✨ ที่อยู่ : ตำบลดงพญา อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/eQF8WmvySztc16nS7 ⏰ เปิดให้เข้าชม : สามารถเที่ยวชมได้ทั้งวัน 🔗 เว็บไซต์ : - ============== 5. บ้านแม่กำปอง เชียงใหม่ หมู่บ้านแม่กำปอง หมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขาใน อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ที่ใครได้มามักจะตกหลุมรักในความเรียบง่ายและความสงบ ที่นี่อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ราว 50 กว่ากิโลเมตร พอมาถึงหมู่บ้านจะเห็นบ้านไม้เรียงรายอยู่ริมถนน ชาวบ้านยังใช้ชีวิตเรียบง่าย มีทั้งโฮมสเตย์และคาเฟ่น่ารักๆ ให้แวะจิบกาแฟ ถ่ายรูป ถ้ามาเช้าหน่อยจะได้เห็นสายหมอกบางๆ ลอยคลอไปกับหลังคาบ้านไม้ โรแมนติกสุดๆ โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่อากาศเย็นกำลังดี ใส่เสื้อกันหนาวเดินเล่นชมหมู่บ้านได้เพลินๆ เลยค่ะใครที่อยากพักใจจากความวุ่นวาย หรือมองหาที่เที่ยวฟีลสโลว์ไลฟ์ แม่กำปองเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวที่ไม่ควรพลาดเลยค่ะ 🌲 ดูเพิ่มเติมที่ ที่เที่ยวแม่กำปอง เชียงใหม่ เที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์ อากาศเย็นสบายทั้งปี ✨ ที่อยู่ : ตำบลห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/2ZJAg7EYLUmAjHLQ8 ⏰ เปิดให้เข้าชม : สามารถเที่ยวชมได้ทั้งวัน 🔗 เว็บไซต์ : - ============== 6. บ้านป่าบงเปียง เชียงใหม่ หมู่บ้านป่าบงเปียง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ที่นี่เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ของ ชาวปกาเกอะญอ วิถีชีวิตยังคงเรียบง่าย โฮมสเตย์ส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้หลังเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งนา ตอนเช้าตื่นมาดู ทะเลหมอก ตอนเย็นนั่งจิบกาแฟหน้าบ้าน ดูพระอาทิตย์ตก หลังทิวเขา ฟีลสโลว์ไลฟ์สุดๆ ช่วงที่ควรมาเที่ยวที่สุดคือ กันยายน - ตุลาคม เพราะนาข้าวจะเขียวเต็มที่ ส่วนช่วง พฤศจิกายน ธันวาคม ก็จะเริ่มเป็นสีทองสวยไปอีกแบบ ใครที่ชอบถ่ายรูปบอกเลยว่าแค่ยกกล้องขึ้นมาก็ได้ภาพสวยทุกมุม ถ้าอยากสัมผัสธรรมชาติแบบใกล้ชิด หมู่บ้านป่าบงเปียงคือที่ที่ต้องลองไปสักครั้งเลยค่ะ 🌲 ดูเพิ่มเติมที่ บ้านป่าบงเปียง ที่เที่ยวเชียงใหม่ วิวทุ่งนาสีเขียว เคล้าสายหมอก แม่แจ่ม ✨ ที่อยู่ : ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/yTtC8nmYvoJZroHXA⏰ เปิดให้เข้าชม : สามารถเที่ยวชมได้ทั้งวัน🔗 เว็บไซต์ : - ============== 7. บ้านแม่กลางหลวง เชียงใหม่ บ้านแม่กลางหลวง ที่นี่เป็นหมู่บ้านของ ชาวปกาเกอะญอ ที่ยังคงใช้ชีวิตเรียบง่ายท่ามกลางธรรมชาติ อากาศเย็นสบายตลอดปี มีลำธารเล็กๆ ไหลผ่านทำให้บรรยากาศผ่อนคลาย เหมาะกับคนที่อยากใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ ตื่นเช้ามาชมหมอกคลอทุ่งนา จิบกาแฟดริปที่ชาวบ้านคั่วเอง แล้วนั่งมองวิวภูเขา เป็นความสุขเรียบง่ายที่หาไม่ได้ในเมือง นอกจากนี้ ที่หมู่บ้านมี โฮมสเตย์ ให้เลือกพักหลายแห่ง บรรยากาศอบอุ่น ราคาหลักร้อยถึงหลักพัน ช่วงที่เหมาะจะมาเที่ยวคือปลายฝนต้นหนาว แต่ถ้ามาช่วงหน้าหนาวก็จะได้สัมผัสอากาศเย็นจัดได้บรรยากาศไปอีกแบบค่ะ 🌲 ดูเพิ่มเติมที่ บ้านแม่กลางหลวง ที่เที่ยวเชียงใหม่ จิบกาแฟ ชมวิวนาขั้นบันได ✨ ที่อยู่ : ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/LwfZfwNBu6XMbR826 ⏰ เปิดให้เข้าชม : สามารถเที่ยวชมได้ทั้งวัน 🔗 เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/maekalngluang ============== 8. ขุนช่างเคี่ยน เชียงใหม่ หมู่บ้านขุนช่างเคี่ยน จังหวัดเชียงใหม่ ที่นี่เป็นหมู่บ้านของชาวม้งในเขต อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ - ปุย บรรยากาศเย็นสบายตลอดปี แต่จะพีคสุดในช่วง ปลายเดือนธันวาคม - ต้นมกราคม เพราะเป็นช่วงที่ ดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือ ซากุระเมืองไทย จะบานเต็มดอย กลายเป็นหมู่บ้านสีชมพูหวานละมุนจนเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโปสการ์ด เสน่ห์ของขุนช่างเคี่ยนไม่ได้มีแค่ดอกไม้บานเท่านั้น แต่ยังมีวิวภูเขาสลับชั้นให้มองเพลิน และวิถีชีวิตของชาวม้งที่ยังคงเรียบง่าย ผู้คนเป็นมิตร บางบ้านเปิดเป็นโฮมสเตย์เล็กๆ ให้ได้มาพักค้างคืน ถ้าอยากใกล้ชิดธรรมชาติและสัมผัสวิถีชีวิตคนบนดอยแบบแท้จริง หมู่บ้านขุนช่างเคี่ยน คืออีกหนึ่งพิกัดที่ควรไปสักครั้งเลยค่ะ 🌲 ดูเพิ่มเติมที่ เที่ยวเชียงใหม่ ชมดอกพญาเสือโคร่ง ขุนช่างเคี่ยน ซากุระเมืองไทย บานรับหน้าหนาว ✨ ที่อยู่ : ถนนแม่บัวมุง ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/G21ci4DX5tknqEQ9A ⏰ เปิดให้เข้าชม : สามารถเที่ยวชมได้ทั้งวัน 🔗 เว็บไซต์ : - ============== 9. ห้วยกุ๊บกั๊บ เชียงใหม่ MhooStock / Shutterstock.com หมู่บ้านห้วยกุ๊บกั๊บ หมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขาในจังหวัดเชียงใหม่ ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบสงบ มองเห็นวิวภูเขาสลับซับซ้อนรอบด้าน เสน่ห์ของห้วยกุ๊บกั๊บคือ วิวทะเลหมอกสุดอลัง ที่จะโผล่มาทักตอนเช้า มี ที่พักโฮมสเตย์ชาวบ้าน วิวดีทุกหลัง เห็นทั้งภูเขาและหมอก ที่นี่ไม่มีไวไฟแรงๆ แอร์เย็นๆ เหมือนในเมือง แต่มีอากาศดีๆ วิวธรรมชาติสวยๆ และคาเฟ่เล็กๆ ของชาวบ้านที่อบอุ่นเป็นกันเอง เสิร์ฟกาแฟหอมกรุ่นจากเมล็ดอาราบิก้าชั้นดีที่ปลูกเองในหมู่บ้าน ถ้าอยากจิบกาแฟไป สูดอากาศดีๆ ไป และชอบความโลคอล ฟีลสโลว์ไลฟ์ ต้องห้ามพลาดที่นี่เลยค่ะ 🌲 ดูเพิ่มเติมที่ ห้วยกุ๊บกั๊บ ที่เที่ยวเชียงใหม่ เที่ยวหน้าหนาว ฟินไปกับธารสายหมอก ✨ ที่อยู่ : ตำบลกื้ดช้าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/pwoPB3qgU1oeHHVg8 ⏰ เปิดให้เข้าชม : สามารถเที่ยวชมได้ทั้งวัน 🔗 เว็บไซต์ : - ============== 10. หมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้ง ดอยปุย เชียงใหม่ KobchaiMa / Shutterstock.com หมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้ง ดอยปุย เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ตั้งอยู่กลางภูเขาเหนือ ดอยสุเทพ โอบล้อมด้วยอากาศเย็นสบายตลอดปี และยังอยู่ไม่ไกลจากวัดพระธาตุดอยสุเทพ พอเดินเข้าไปในหมู่บ้านก็จะได้เห็นบ้านไม้เรียงรายตามไหล่เขา และตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยร้านขายของที่ระลึกและของพื้นเมือง รวมถึงเสื้อผ้าปักลายม้งสีสันสดใส ที่นี่ยังมีบริการให้เช่าชุดม้งเพื่อถ่ายรูปในสวนดอกไม้ของหมู่บ้าน โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาว ดอกไม้จะบานสะพรั่งเต็มสวน มีทั้ง ดอกซากุระเมืองไทย ดอกบัวตอง และ ดอกไม้นานาพันธุ์ สีสันสดใส อีกทั้งยังมีจุดชมวิวมุมสูงให้ได้มองเห็นแนวเขาสลับซับซ้อนของดอยปุยได้อย่างชัดเจนอีกด้วยค่ะ ถ้าอยากสัมผัสได้ทั้งธรรมชาติ วิถีชีวิตของชนเผ่า และมุมถ่ายรูปสวยๆ ในทริปเดียว แนะนำให้ลองแวะมาที่นี่สักครั้งนะคะ ✨ที่อยู่ : หมู่ที่ 11 อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/swkfjA3cVS6PgLeV9 ⏰ เปิดให้เข้าชม : 08.00-17.00 น. 🔗 เว็บไซต์ : - ==============

พิกัด หมู่บ้านสวย น่าเที่ยว ในไทย 2569 บรรยากาศดี เงียบสงบสุดๆ
อ่าน

พิกัด หมู่บ้านสวย น่าเที่ยว ในไทย 2569 บรรยากาศดี เงียบสงบสุดๆ

ออกเดินทางมาเที่ยวไทย ชมความสวยงามกันดีกว่า ในวันนี้ขอนำเสนอพิกัดสวยๆ นั่นก็คือ หมู่บ้านสวย น่าเที่ยวในไทย 2569 ที่จะทำให้ทุกคนหลงรักความมีเสน่ห์ของแต่ละสถานที่ จะมีที่ไหนบ้างในเมืองไทย ที่ต้องมา ก็มาดูเลยจ้า 23 ที่เที่ยวไทยสวยๆ เหมือนไปต่างประเทศ เที่ยวเมืองนอกในไทย ถ่ายรูปปัง ที่เที่ยวไทย หมู่บ้านสวย พิกัดชิล สุดสโลว์ไลฟ์ 1. แม่กำปอง เชียงใหม่ แม่กำปอง พิกัดสวย ที่เที่ยวเชียงใหม่ สุดสโลว์ไลฟ์ ที่มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี เพราะแวดล้อมด้วยขุนเขา ธรรมชาติที่สวยงาม น้ำตก ลำธาร โดยจะเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ในบรรยากาศเนิบๆ ชิลๆ บอกเลยว่าเหมาะกับสายเที่ยวชิลสุดๆ ที่สำคัญมีวิวสวยๆ ของภูเขาล้อมรอบอีกด้วย ดูที่เที่ยวเพิ่มเติมได้ในนี้ ที่เที่ยวแม่กำปอง เชียงใหม่ เที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์ อากาศเย็นสบายทั้งปี ที่อยู่ : ตำบลห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/UYqN8WYGYddJzYsm7 =============== 2. หมู่บ้านผาหมี เชียงราย ดอยผาหมี เป็นที่ตั้งของ หมู่บ้านผาหมี แห่งนี้ โดยอยู่ที่ ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งที่นี่จริงๆ แล้วเป็นหมู่บ้านของชาวไทยภูเขาเผ่าอาข่านั่นเองค่ะ ซึ่งเราสามารถมาพักผ่อนนอนโฮมสเตย์ชมวิวภูเขาสวยๆ บนนี้ได้ รวมถึงที่นี่ยังเป็นแหล่งผลิตกาแฟรายใหญ่และขึ้นชื่อของเชียงรายด้วย มาแล้วก็ต้องมาชิม กาแฟผาหมี รวมถึงถ่ายรูปสวยๆ กันนะคะ อ่านต่อเต็มๆ ในนี้ ดอยผาหมี ที่เที่ยวเชียงราย จิบกาแฟ ชมวิวขุนเขา สโลว์ไลฟ์สุดๆ ไปเลยจ้า ที่อยู่ : 239 ซอยป่ายาง 8 ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย พิกัด : https://maps.app.goo.gl/NT9DWmR9UAexMA8P9 =============== 3. บ้านรักไทย แม่ฮ่องสอน ถ้าพูดถึงหมู่บ้านสวยๆ แถวๆ ภาคเหนือ จะต้องนึกถึง บ้านรักไทย แม่ฮ่องสอน แห่งนี้แน่นอนค่ะ เป็นหมู่บ้านชาวจีนยูนนาน ที่อยู่ท่ามกลางอากาศเย็นๆ สบายๆ เกือบทั้งปี เลยทำให้ที่นี่เป็นแหล่งปลูกชาพันธุ์ดี และพืชเมืองหนาวนั่นเอง อีกทั้งยังมีเมนูขึ้นชื่ออย่าง ขาหมูหมั่นโถว ที่ต้องมาชิมกันด้วยค่ะ และห้ามพลาดการนั่งเรือในทะเลสาบชมวิวสวยๆ ถ่ายรูปกับหมู่บ้านนี้กันค่ะ อ่านต่อเต็มๆ ในนี้ บ้านรักไทย ที่เที่ยวแม่ฮ่องสอน สวยๆ นอนบ้านดิน จิบชาอุ่น ที่หมู่บ้านจีนยูนนาน ที่อยู่ : หมู่ที่ 6 ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน พิกัด : https://maps.app.goo.gl/SjNQuTBgL95RLM1T7 =============== 4. เชียงคาน เลย เชียงคาน ที่เที่ยวสวยๆ ที่มีบรรยากาศช้าชิลๆ และเป็นแหล่งของชุมชนที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม อีกทั้งยังมีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย มีเสน่ห์ มีวัฒนธรรมอันสวยงาม ซึ่งถ้าใครได้มาปั่นจักรยานเลียบแม่น้ำโขงแล้วล่ะก็ จะต้องหลงรักที่นี่อย่างมากแน่นอนค่ะ ถ้าชอบบรรยากาศหนาวๆ ชิลๆ พลาดไม่ได้เลยจริงๆ ดูที่เที่ยวเพิ่มเติมได้ในนี้ 12 ที่เที่ยวเชียงคาน สวยจนต้องลางานไปเที่ยว ที่อยู่ : ตำบลเชียงคาน อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย พิกัด : https://maps.app.goo.gl/9yAnwEozfLY7Y9eK9 =============== 5. หมู่บ้านมอญ กาญจนบุรี หมู่บ้านมอญ เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของ กาญจนบุรี ภายในหมู่บ้านนี้จะมีบ้านเรือนของคนในชุมชน มีโรงเรียนซึ่งเปิดเฉพาะวันหยุดเพื่อให้เด็กๆ ได้มาเรียนภาษามอญ และ วัดมอญ ที่มี เจดีย์ชเวดากององค์จำลอง ให้เราได้กราบสักการะ ซึ่งแน่นอนว่าในชุมชนนี้ก็เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งวิถีชีวิตของผู้คนที่นี่ ที่มีหลายชาติหลากภาษาด้วยกัน เป็นอีกสถานที่ที่เราจะได้สัมผัสบรรยากาศที่หาชมที่ไหนไม่ได้เลยค่ะ อ่านต่อเต็มๆ ในนี้ ที่เที่ยวกาญจนบุรี หมู่บ้านมอญ ท่าเสา ไทรโยค สัมผัสวิถีชีวิตชาวมอญ ที่อยู่ : ตำบลท่าเสา อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/3GoLPPbLQnmkunaP8 =============== 6. หมู่บ้านคีรีวง นครศรีธรรมราช ถ้าพูดถึง นครศรีธรรมราช ทุกคนจะต้องนึกถึง พิกัดที่เที่ยวดัง อย่าง หมู่บ้านคีรีวง เพราะความสวยความมีเสน่ห์นั้น ทำให้ที่นี่มีชื่อเสียงขึ้นมา โดยขึ้นชื่อได้ว่ามีความเงียบสงบ และยังได้สัมผัสวิถีชีวิตแบบชนบทที่อยู่กลางหุบเขา เท่านั้นยังไม่พอ ที่ชุมชนนี้ยังได้รับรางวัลยอดเยี่ยมอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ประจำปี 2541 ประเภทเมืองและชุมชน ด้วย ใครไม่เคยมา ถือว่าพลาดแล้วนะ อ่านต่อเต็มๆ ในนี้ หมู่บ้านคีรีวง โอโซนเมืองใต้ ที่เที่ยวนครศรีธรรมราช กับ เสน่ห์ที่ต้องหลงรัก ที่อยู่ : ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช พิกัด : https://maps.app.goo.gl/g5cc3qL4q7VKAArn9 ===============

ประเพณีชักพระ ทอดผ้าป่า และแข่งเรือยาวสุราษฎร์ธานี 4 – 12 ต.ค. 2568
อ่าน

ประเพณีชักพระ ทอดผ้าป่า และแข่งเรือยาวสุราษฎร์ธานี 4 – 12 ต.ค. 2568

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งศรัทธาและวัฒนธรรมท้องถิ่นอันทรงคุณค่า ในงาน ประเพณีชักพระ ทอดผ้าป่า และแข่งเรือยาว ประจำปี 2568 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 12 ตุลาคม 2568 ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี หนึ่งในงานบุญประเพณีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของภาคใต้ ซึ่งมีการสืบทอดต่อเนื่องมายาวนานนับร้อยปี ประเพณีชักพระ ทอดผ้าป่า และแข่งเรือยาวสุราษฎร์ธานี4 12 ต.ค. 2568 งานประเพณีนี้ถือเป็นหนึ่งในเทศกาลสำคัญระดับประเทศที่สืบทอดต่อกันมายาวนานนับร้อยปี โดยมีรากฐานจากคติความเชื่อในพุทธศาสนาเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ในวันออกพรรษา สะท้อนความศรัทธาในพระพุทธศาสนา และความร่วมแรงร่วมใจของชุมชนได้อย่างงดงาม โดยกิจกรรมภายในงานมีการจัดกิจกรรมหลากหลายที่สะท้อนถึงวิถีชีวิต ความเชื่อ และภูมิปัญญาท้องถิ่น อาทิ 🔸 การจัดทำพุ่มผ้าป่าหน้าบ้าน ในคืนวันที่ 7 ตุลาคม 2568 (ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11) ชาวบ้านทั่วเมืองจะพร้อมใจกันจัดตั้งพุ่มผ้าป่ากว่า 1,000 พุ่ม ประดับประดาด้วยเรื่องราวจากพุทธชาดกและสัญลักษณ์ทางธรรมะ สร้างบรรยากาศแห่งความศรัทธาและสามัคคีทั่วทั้งชุมชน 🔸 ขบวนแห่ชักพระทางบกและทางน้ำ ในวันที่ 8 ตุลาคม 2568 (แรม 1 ค่ำ เดือน 11) จะมีขบวนแห่ เรือพนมพระ ทางบกกว่า 100 ลำ ที่ตกแต่งอย่างวิจิตรอลังการ พร้อมขบวนนางรำ และขบวนนางลาก ส่วนวัดที่อยู่ติดแม่น้ำตาปีจะชักพระทางน้ำ สร้างภาพที่งดงามเหนือสายน้ำให้ผู้ชมได้ร่วมทำบุญและชื่นชม 🔸 การแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานฯ จัดขึ้นบริเวณริมเขื่อนแม่น้ำตาปีในวันที่ 7 และ 8 ตุลาคม 2568 สร้างสีสันบรรยากาศความสนุกสนาน ในลำน้ำตาปี ซึ่งเป็นจุดกำเนิดเรือยาวที่มีชื่อเสียง ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ คือเรือเจ้าแม่ตาปี และเรือเจ้าแม่ธารทิพย์ 🔸 การแสดงแสง สี เสียง และโดรนแปรอักษร วันที่ 9 11 ตุลาคม 2568 ณ หน้าวัดกลางเก่า ถ่ายทอดเรื่องราวตำนานชักพระผ่านเทคนิคแสงสีเสียงสุดอลังการ และการแสดงโดรนแปรอักษรที่ทันสมัย น่าตื่นตาตื่นใจ นอกจากนี้ ตลอดระยะเวลาการจัดงานยังมีกิจกรรมเสริมอื่นๆ เช่น นิทรรศการประวัติความเป็นมาของประเพณี การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน และกิจกรรมทำบุญเรือพนมพระทางบกและทางน้ำตามประเพณี ณ บริเวณ สะพานนริศททท. ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศและต่างประเทศ เดินทางมาเยือนจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานบุญประเพณีอันยิ่งใหญ่ที่ไม่เพียงแต่แสดงถึงความศรัทธาในพระพุทธศาสนา แต่ยังเป็นโอกาสในการเรียนรู้และร่วมอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่สืบไป ====================

หมอลำเฟสติวัล รวมคณะหมอลำชื่อดัง ยกขบวนสู่ร้อยเอ็ด และอุดรธานี
อ่าน

หมอลำเฟสติวัล รวมคณะหมอลำชื่อดัง ยกขบวนสู่ร้อยเอ็ด และอุดรธานี

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำ หมอลำ Soft Power ที่โดดเด่นแห่งแดนอีสานสู่สายตาระดับโลกซึ่งไม่เพียงแค่เป็นหนึ่งในศิลปะการแสดงพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์ และมีชีวิตชีวาของภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว แต่ยังแสดงถึงวิถีชีวิต อารมณ์ขัน และภูมิปัญญาของชาวอีสานได้อย่างลึกซึ้ง ด้วยจังหวะที่เร้าใจ บทเพลงที่สะท้อนมุมมองทางสังคม และการแสดงที่สื่อถึงบุคลิกของผู้คน ที่สามารถดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวและผู้คนทั่วโลก กระตุ้นให้เกิดการเดินทางและเพิ่มค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศ อีกทั้งเพิ่มความถี่ในการเดินทางในช่วง Green Season ด้วย Green Event โดยได้ผสานแนวคิดอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและวิถียั่งยืนพร้อมสร้างประสบการณ์เป็นส่วนหนึ่งในการรักษ์โลก ภายใต้แคมเปญ สุขทันที ที่เที่ยวไทย หมอลำเฟสติวัล รวมคณะหมอลำชื่อดัง ยกขบวนสู่ร้อยเอ็ด และอุดรธานี งาน หมอลำเฟสติวัล จัดขึ้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดอุดรธานี ผ่านแนวคิด "5 Must Do in Thailand" เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ ได้แก่ Eat Thai Food, Shop Thai Products, Thai Culture, Thai Wellness และ Thai Festivals และชมการแสดงจากศิลปินนักร้องลูกทุ่งหมอลำที่มีชื่อเสียง พร้อมกับการนำเสนอขายอาหารไทย อาทิ อาหารสไตล์ Street food เมนูเด็ดท้องถิ่นอาหารไทยฟิวชั่นที่นำวัตถุดิบท้องถิ่นที่หาได้ในพื้นที่มาดัดแปลงและรังสรรค์ สร้างเมนูอาหารอีสานที่มีความแปลกใหม่ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Workshop การจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกจากชุมชน พร้อมทั้งกิจกรรมส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวกระตุ้นการเดินทางเข้าพื้นที่อีสาน โดยจัดงาน 2 จังหวัด ได้แก่ วันที่ 19-21 กันยายน 2568 ณ ลานหอโหวด จังหวัดร้อยเอ็ด และ วันที่ 26-28 กันยายน 2568 ณ ทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุดรธานี ภายในงาน หมอลำเฟสติวัล มีการจัดแสดงแสง เสียง โดยคำนึงถึงการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ (Responsible Tourism) สอดแทรกแนวคิดใส่ใจสิ่งแวดล้อม เช่น การ workshop DIY กระเป๋าจากเศษผ้าทำผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ การสาธิตงานฝีมือจากวัสดุธรรมชาติ การออกบูทจำหน่ายอาหารต้องใช้วัสดุภาชนะจากธรรมชาติ เพื่อใช้สำหรับใส่อาหาร และถุงสำหรับใส่สินค้าที่ต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ร่วมเป็นส่วนหนึ่งใน การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมชมศิลปินนักร้องลูกทุ่งหมอลำร่วมสมัยที่มีชื่อเสียง อาทิ คณะหมอลำระเบียบวาทะศิลป์ คณะหมอลำประถมบันเทิงศิลป์ คณะหมอลำซานเล้าบันเทิงศิลป์ คณะหมอลำเสียงอีสาน และศิลปิน T-POP อาทิ Bamm Instinct Yessirdays Slapkiss Kylinz และกิจกรรมสุดพิเศษบนเวที ลุ้นรับ 1) คูปองส่วนลด ค่าที่พัก ร้านอาหาร ของที่ระลึก มูลค่ารวมไม่น้อยกว่า 100,000 บาท เพื่อมอบเป็นสิทธิพิเศษให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรม 2) Voucher โรงแรม/ที่พัก โปรแกรมท่องเที่ยว สินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคอีสาน มูลค่ารวมไม่น้อยกว่า 200,000 บาท นักท่องเที่ยว ที่สนใจสามารถเข้าชมงาน หมอลำเฟสติวัล ได้ฟรี ตั้งแต่เวลา 17.00 น.-24.00 น. โดยวันที่ 19-21 กันยายน 2568 ณ ลานหอโหวด จ.ร้อยเอ็ด และวันที่ 26-28 กันยายน 2568 ณ ทุ่งศรีเมือง จ.อุดรธานี และสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page : หมอลำเฟสติวัล Facebook Page : ททท.สำนักงานขอนแก่น TAT Khonkaen Fanpage Facebook Page : ททท.สำนักงานอุดรธานี TAT Udon Thani Office Facebook Page : เที่ยวอีสาน โทร. 1672 Travel buddy ====================

เข้าฟรี งานไฟประดับ VIJIT อุดรธานี 2025 ถ่ายรูปสวยๆ 11 จุดแสดงแสงสี
อ่าน

เข้าฟรี งานไฟประดับ VIJIT อุดรธานี 2025 ถ่ายรูปสวยๆ 11 จุดแสดงแสงสี

ตามเรามาเช็กอินกับ งานไฟประดับ สุดอลังการ VIJIT @ อุดรธานี ในคอนเซ็ปต์ "เสน่ห์แสง ศิลป์ ถิ่นอีสาน" วันที่ 22 -31 สิงหาคม 2568 นี้ ที่ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติมหาราชินี วังมัจฉาหนองบัว จังหวัดอุดรธานี มาถ่ายรูปสวย ปังๆ กันได้กับ 11 จุดแสดงแสงสี ห้ามพลาด มีอะไรบ้าง มาดูกันค่ะ! ถ่ายรูปปังๆ งานไฟ VIJIT @ อุดรธานี 2025เข้าชมฟรี! งาน VIJIT @ อุดรธานี มาเนรมิตยามค่ำคืนของเมืองอุดรธานีให้เปล่งประกาย กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 22-31 สิงหาคม 2568 นี้ ตั้งแต่เวลา 18.00-23.00 น. ที่ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติมหาราชินี วังมัจฉาหนองบัว จังหวัดอุดรธานี ค่ะ โดยนำเสนอภายใต้แนวคิด "เสน่ห์แสง ศิลป์ ถิ่นอีสาน" ถ่ายทอดเส้นทางการเดินทางจาก "แสงแห่งศรัทธา" สู่ "ศิลป์แห่งถิ่นอีสาน" ที่หลอมรวมความศรัทธา มรดกศิลป์ ธรรมชาติ และวิถีชีวิตพื้นถิ่น ผ่านการจัดแสดงแสงสีและงานออกแบบร่วมสมัย โดยใช้เทคนิคใหม่ๆ ผสานเข้ากับบรรยากาศยามค่ำคืน เปลี่ยนโฉมสวนสาธารณะให้กลายเป็นพื้นที่แห่งมนต์เสน่ห์ นักท่องเที่ยวจะได้ท่องไปในดินแดนแห่งจินตนาการผ่าน 11 จุดแสดงแสงสี แต่ละจุดสะท้อนเอกลักษณ์ที่แตกต่าง ดังนี้ค่ะ จุดที่ 1 ถือกำเนิดเอ็งกอ ณ ดินแดนอุดร จุดที่ 2 สะพานแห่งกาลเวลา จุดที่ 3 บทเพลงวิถีเอ็งกอ จุดที่ 4 การแสดงไฮไลต์ "ค่ำคืนแห่งการบูชา" โชว์การแสดงไฟ พร้อมบทเพลงพิเศษ จุดที่ 5 พญานาคาล่องทะเลบัวแดง จุดที่ 6 แสงสนุกแห่งอนาคต จุดที่ 7 คืนแห่งแสงกลางกุมภวาปี จุดที่ 8 ลายเส้นศิลป์แห่งการเวลา จุดที่ 9 การแสดงไฮไลต์ "ลมหายใจใหม่ของชนเผ่า" แสง สี ประกอบการแสดงศิลปวัฒนธรรม และ Water Screen บริเวณท่าน้ำ ที่เล่าเรื่องราวการเดินทางของ วัฒนธรรม จากบ้านเชียง สู่ตํานานเอ็งกอ ความเชื่ออันศักดิ์สิทธิ์ และการหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวในปัจจุบัน จุดที่ 10 สรวงสวรรค์บันดาลพร จุดที่ 11 ศูนย์กลางแห่งจิตวิญญาณอุดร ตารางศิลปินภายในงาน นอกจากการแสดงแสงสีสุดตระการตาแล้ว ยังมีกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน การแสดงดนตรีจากศิลปินชื่อดังหมุนเวียนมาสร้างสีสัน ตั้งแต่เวลา 21.00-22.00 น. วันที่ 22 สิงหาคม 2568 พบกับ BEDROOM AUDIO วันที่ 23 สิงหาคม 2568 พบกับ NO ONE ELSE วันที่ 29 สิงหาคม 2568 พบกับ Slapkiss วันที่ 30 สิงหาคม 2568 พบกับ WANYAi อีกทั้งยังมีโซนร้านอาหารกว่า 35 ร้าน ที่คัดสรรเมนูพื้นถิ่นและร้านดังจากโซเชียลมาให้ได้ลิ้มลองกันอย่างจุใจ เข้าชมงานฟรี ตั้งแต่เวลา 18.00-23.00 น. ได้เลย! ขอบคุณภาพจาก งานข่าวในประเทศ กองประชาสัมพันธ์ในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

"ธ.ก.ส." ดึงชุมชน  สร้างแลนด์มาร์กแหล่ง"ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์"
อ่าน

"ธ.ก.ส." ดึงชุมชน สร้างแลนด์มาร์กแหล่ง"ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์"

ธ.ก.ส. เดินหน้ายกระดับชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้วยกลไกการเป็นแกนกลางการเกษตร (Essence of Agriculture) พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายชุมชนท่องเที่ยวสู่ธุรกิจชุมชนผ่านโครงการ BAAC Agro Tourism ลงพื้นที่ “บ้านชีทวน” จังหวัดอุบลราชธานี ต้นแบบชุมชนท่องเที่ยวที่มีความเข้มแข็งด้านการสร้างอัตลักษณ์ท้องถิ่น ด้วยการผสมผสานเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ พร้อมเดินหน้าพัฒนาชุมชนให้ผ่านมาตรฐานท่องเที่ยว จำนวน 97 ชุมชน และพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงเกษตร อีกกว่า 21 เส้นทางทั่วประเทศ ภายในปี 2568 เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายการท่องเที่ยวไปสู่ระดับภูมิภาค และยกระดับเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนนายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่มีวิสัยทัศน์ในการเป็น “ธนาคารพัฒนาชนบทที่ยั่งยืน” ได้เดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างต่อเนื่องทั้งระบบในมิติธนาคารยั่งยืนและชนบทยั่งยืน ตามแนวทางการเป็นแกนกลางการเกษตร (Essence of Agriculture) ด้วยการส่งเสริมองค์ความรู้ในด้านการผลิต เทคโนโลยี นวัตกรรม การแปรรูป และการตลาด การเพิ่มขีดความสามารถลูกค้าในเชิงพาณิชย์ รวมถึงการเชื่อมโยงภาคีเครือข่ายทางธุรกิจเพื่อนำไปสู่การพัฒนาภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในมิติของการพัฒนาชุมชนยั่งยืน ธ.ก.ส. ได้เดินหน้าสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงเกษตรผ่านโครงการ BAAC Agro Tourism ที่มีวัตถุประสงค์ในการสนับสนุนชุมชนที่เต็มไปด้วยศักยภาพในด้านทรัพยากรท้องถิ่น ศิลปะ วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมดึงอัตลักษณ์ของชุมชนมาเป็นจุดเด่นในการสร้างแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้นักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสการท่องเที่ยวที่ให้ประสบการณ์อันล้ำค่าเพื่อต่อยอดสู่ธุรกิจชุมชนที่ได้รับมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยกรมการท่องเที่ยว และสามารถสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนอย่างยั่งยืน โดยล่าสุดได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมชุมชนบ้านชีทวน อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี หรือหมู่บ้านนักปราชญ์ หนึ่งในชุมชนต้นแบบในด้านการขับเคลื่อนชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้วยการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนที่เต็มไปด้วยศักยภาพ ผสมผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่น เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมอย่างลงตัว โดยมีโบราณสถานเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 1,000 ปี เป็นจุดเด่นของชุมชน ได้แก่ พระพุทธวิเศษ ขัวน้อยบ้านชีทวน ธรรมมาสสิงห์เทินบุษบก วัดศรีธาตุเจริญสุข และวัดพระธาตุสวนตาล โดยชุมชนมีการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่นของชุมชน เช่น การปฏิบัติธรรม การแต่งกายแบบคนท้องถิ่น การแสดงพื้นบ้าน การดำนาแบบดั้งเดิม การย้อมผ้าด้วยสีจากธรรมชาติ การเรียนรู้การใช้สมุนไพรพื้นบ้าน การทำอาหารพื้นบ้าน งานหัตถกรรม และโฮมสเตย์ใกล้ชิดธรรมชาติในชุมชน นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่มีคุณภาพ อาทิ ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ผ้าลายปลาอีด ข้าวเกรียบว่าว ถั่วลิสงคั่วทราย และผลิตภัณฑ์จักสานจากไม้ไผ่ ซึ่ง ธ.ก.ส. ได้ให้การสนับสนุนชุมชนในหลายมิติ ตั้งแต่การวางแผนและพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การสนับสนุนเงินทุนในการพัฒนาชุมชน การสนับสนุนองค์ความรู้ในการบริหารจัดการชุมชนและการตลาด ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนด้วยการแปรรูปและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ เพื่อผลักดันชุมชนให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น และสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแรง จนไปสู่การเป็นแลนด์มาร์กที่นักท่องเที่ยวต้องแวะมาเช็กอินในจังหวัดอุบลราชธานี โดยผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับชุมชนบ้านชีทวน ชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตร ได้ที่https://www.cheethuan.go.th/ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Facebook Page อบต.ชีทวน หรือ โทร. 045 210 624 และดูรายละเอียดชุมชนต้องเที่ยว ธ.ก.ส. ได้ที่เว็บไซต์ https://chumchontongtiew.com Youtube : ชุมชนต้องเที่ยว by ธ.ก.ส. Facebook : ชุมชนต้องเที่ยว หรือ Line Official Account BAAC Familyโครงการ BAAC Agro Tourism ถือเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญที่ ธ.ก.ส. ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ในการสนับสนุนองค์ความรู้ให้กับชุมชนที่เข้าร่วมโครงการกว่า 97 ชุมชน ทั่วประเทศ ในการพัฒนาและบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว การพัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ชุมชนด้วยการแปรรูป การ Redesign และ Repackage การตลาด รวมถึงการเชื่อมโยงภาคีเครือข่าย ทั้งชุมชนใกล้เคียง หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน เพื่อไปสู่การสร้างความเข้มแข็งให้กับเครือข่ายการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน โดยปัจจุบันมีเส้นทางท่องเที่ยวภายใต้โครงการ BAAC Agro Tourism แล้วกว่า 12 เส้นทาง อาทิ เส้นทางท่องเที่ยวเชิงเกษตรบ้านออนใต้ จังหวัดเชียงใหม่ เส้นทางท่องเที่ยวเชิงเกษตรบ้านบางโรง จังหวัดภูเก็ต และเส้นทางท่องเที่ยวเชิงเกษตรบ้านสนวนนอก จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นต้น พร้อมตั้งเป้าเดินหน้าพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวผ่านโครงการ BAAC Agro Tourism อีกกว่า 21 เส้นทางทั่วประเทศ ภายในปี 2568ทั้งนี้ ธ.ก.ส. มุ่งหวังว่าโครงการ BAAC Agro Tourism จะเป็นพลังสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากที่สามารถกระจายรายได้จากภาคการท่องเที่ยวไปสู่ชุมชนได้อย่างยั่งยืน และสามารถสร้างความภาคภูมิใจให้กับชุมชนในการรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรม วิถีชุมชน และภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย โดย ธ.ก.ส. พร้อมดูแลและเคียงข้างไปกับเกษตรกรและชุมชนในการสร้างเส้นทางท่องเที่ยวเชิงเกษตร เชื่อมโยงเครือข่ายการท่องเที่ยวไปสู่ระดับภูมิภาค และสร้างการท่องเที่ยววิถีไทยอย่างมีคุณภาพ เพื่อให้การท่องเที่ยวชุมชนเป็นกลไกหนึ่งในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคการเกษตรและยกระดับเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

"พริกเดือยไก่"พริกพื้นบ้านทำเงินแสน ส่งลูกเรียนจบกฎหมาย  | เรื่องดีดีทั่วไทย | 3-07-68
อ่าน

"พริกเดือยไก่"พริกพื้นบ้านทำเงินแสน ส่งลูกเรียนจบกฎหมาย | เรื่องดีดีทั่วไทย | 3-07-68

ภาพมุมสูงที่เห็นยู่นี้ คือ "สวนพริกเดือยไก่" บนเนื้อที่กว่า 3 ไร่ แหล่งผลิตพืชอินทรีย์ที่หล่อเลี้ยงครอบครัวของนางนุชติยา ใจดี ได้อย่างมั่นคงนางนุชติยา หรือ “พี่นุช” วัย 50 ปี เล่าว่า เมื่อ 10 ปีก่อน เธอเคยเป็นพนักงานขายเครื่องสำอางในห้างสรรพสินค้า ก่อนตัดสินใจกลับบ้านเกิด ที่บ้านนาแค หมู่ 5 ตำบลคลองขุด อำเภอเมือง จังหวัดสตูล แล้วปรับพื้นที่สวนยางกว่า 3 ไร่ มาทำการเกษตรแบบผสมผสาน หนึ่งในนั้น เลือกที่จะปลูกพริกเดือยไก่พริกเดือยไก่ ปลูกปีละครั้ง สามารถเก็บได้เกือบ 2 ตัน หรือ 2,000 กิโลกรัมต่อรอบราคาขายส่งอยู่ที่ราว 100 บาท //ปลีก 150 บาท หากช่วงราคาดี เคยแตะถึง 220 บาทต่อกิโลกรัม นิยมนำไปทำพริกแกงและนอกจากปลูกพริกเดือยไก่แล้ว นางนุชติยาก็ยังปลูกยางพารา //ปลูกข้าวโพดครึ่งไร่ //โหระพา //แมงลัก และไม้ไผ่หวานกินชุง ทุกอย่างปลูกแบบเกษตรอินทรีย์เต็มรูปแบบ ใช้น้ำหมักจากปลากับเศษกุ้ง ตามทฤษฎีนากุ้ง ไม่มีเคมีส่วนรายได้เสริมมาจากหน่อไม้หวาน โหระพา แมงลัก ซึ่งลูกค้าหลักเป็นทั้งชาวบ้านและผู้สั่งซื้อออนไลน์ผ่าน เฟซบุ๊ก"นุชติยา ใจดี"นางนุชติยา บอกทิ้งท้ายว่า “เธอกับสามีช่วยกันปลูก ช่วยกันเก็บ ตื่นเช้ามาด้วยกัน เหนื่อยด้วยกัน ชีวิตอาจไม่หวือหวา แต่มีอิสระ มีความสุข และที่สำคัญ เลี้ยงลูกจนเรียนจบกฎหมาย ทำงานรับราชการได้ด้วยผักพื้นบ้านพวกนี้” จนทั้งคู่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “คู่ชีวิตนักสู้” ที่ไม่ยอมแพ้ต่อวิถีเมืองใหญ่ กลับมาสร้างรากฐานจากผืนดินบ้านเกิด จนกลายเป็นครอบครัวเกษตรกรที่มั่นคงอย่างแท้จริง

"ททท.-เคทีซี" ชวนเที่ยวใต้ผ่านรถไฟ
อ่าน

"ททท.-เคทีซี" ชวนเที่ยวใต้ผ่านรถไฟ

นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)กล่าวว่า หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของททท. คือ การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน ด้วยการท่องเที่ยวผ่านระบบรางและการกระจายโอกาสสู่เมืองน่าเที่ยว โดยโครงการ “Train Journey to the Southern Soul : รส + ราง เส้นทางอาหาร ความสุขแดนใต้” เป็นต้นแบบของการใช้การเดินทางที่เชื่อมโยงระหว่างรสชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตอย่างลึกซึ้งด้านนางสาววริษฐา พัฒนรัชต์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” กล่าวว่า โครงการนี้ ตอบรับกระแสการเดินทางแบบเน้นธรรมชาติ และความยั่งยืน รวมทั้งการท่องเที่ยวผ่านรสชาติของอาหารที่หลากหลายของภาคใต้ ตั้งแต่รส หวาน เค็ม เผ็ด เปรี้ยว ขม หอมเย็น ฝาด มัน และกลมกล่อม ใน 9 เส้นทาง ได้แก่ 1. สายใต้สุดมันส์ จากรางสู่ทางผจญภัยเผยเสน่ห์ชุมพรแบบรสเค็ม ผ่านกิจกรรมกีฬาทางน้ำ พายซับบอร์ด วิ่งริมหาด ปั่นจักรยาน2. อาบ อิ่ม สุข สงบ นำเสนอระนองธีม Wellness การเดินทางที่เยียวยาร่างกายและจิตใจ3. สองล้อหลาก Route (ชุมพร-ระนอง) ชวน Biker ออกรื่นรมย์กับการปั่นจักรยานผ่านเส้นทางท่องเที่ยวที่สวยงาม4. Fam For Fun พัทลุงเบา ๆ เหมาะกับการเที่ยวด้วยกันกับกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัว5. หาดใหญ่ครบรส All day All night เสนอความอิ่มอร่อยครบทุกรสชาติด้วยการท่องเที่ยวแบบซิตี้ทัวร์ 6. The Three Ages of Songkhla สำรวจเมืองทางประวัติศาสตร์จากหัวเขาแดงสู่ย่านเมืองเก่า7. สงขลา Hidden Gems หาดใหญ่ - อ.บางกล่ำ - อ.นาหม่อม - อ.สะเดา8. Rail / Boat / Fly นำเสนอธีม Connectivity เส้นทางเชื่อมโยงรถไฟ เรือ และเครื่องบิน จากชุมพรสู่เกาะเต่า เกาะพะงัน เกาะสมุย9. รส + รางเส้นทางอาหารความสุขแดนใต้ ตามสถานีสำคัญบนเส้นทางนำร่องสามารถติดตามรายละเอียดของทั้ง 9 เส้นทาง และจอง 5 ทริปพิเศษท่องเที่ยวกับ Gastro Club by Thailand Gastronomy Network ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป

กรมพัฒน์ ปิดโครงการ“มีดี ”คาดดันศก.75ล้านบ.
อ่าน

กรมพัฒน์ ปิดโครงการ“มีดี ”คาดดันศก.75ล้านบ.

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เส้นทาง L-U-C-K นับเป็นอีก 1 กิจกรรมเรือธงของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในการสร้างโอกาสทางการตลาดแก่ผู้ประกอบการชุมชน สร้างการรับรู้ถึงความ ‘มีดี’ ของผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่แสดงถึงอัตลักษณ์อันโดดเด่นที่มีความแตกต่างในแต่ละพื้นที่ทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ โดยเป้าหมายสำคัญของเส้นทาง L-U-C-K คือ เพิ่มมูลค่าแก่ผลิตภัณฑ์ชุมชนผ่านการเชื่อมโยงภูมิปัญญา อัตลักษณ์ที่ทรงคุณค่า วิถีชีวิตที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ส่งต่อเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน “มีดี” พลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอธิบดีอรมน กล่าวต่อว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ เป็นเส้นทางสุดท้ายของเส้นทาง L-U-C-K ณ จังหวัดชุมพร ‘ชุมพร มีดี’ โดยบอกเล่าเรื่องราวอันโดดเด่นของ 4 ผลิตภัณฑ์ที่นำผลผลิตที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางการเกษตรมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า ได้แก่ 1) กาแฟบ้านถ้ำสิงห์ กาแฟโรบัสต้า พัฒนากระบวนการผลิตด้วยนวัตกรรมตู้อบลมร้อน กลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของกาแฟถ้ำสิงห์ ที่มีรสเข้ม หอมกลิ่นคาราเมล ฝาดละมุนลิ้น เป็นผลิตภัณฑ์กาแฟท้องถิ่นที่มีความโดดเด่นและเป็นที่รู้จักของคนกาแฟทั่วประเทศ 2) ผลิตภัณฑ์กล้วยเล็บมือนางชุมพรอบแห้ง (ปุณิกา) อำเภอปะทิว 3) ฮ๊อม หอม กล้วยหอมทองกรอบแก้วอำเภอสวี ของ บริษัท เลิฟ บานาน่า จำกัด (แบรนด์ฮ๊อม...หอม) พลิกโฉมกล้วยหอมทองจากสวน สู่การแปรรูปดีต่อสุขภาพ และ4) บาติกผาแดงครูอนงค์ อำเภอเมืองชุมพร ถ่ายทอดลายอัตลักษณ์ “ชุมชนยลวิถี ปากน้ำชุมพร” สะท้อนวัฒนธรรมและธรรมชาติอันงดงามของชุมพร เส้นทางตลาดผลิตภัณฑ์ชุมชนมีดีสาย L-U-C-K ทั้ง 4 เส้นทาง 4 จังหวัด (L) ลำพูน มีดี (U) อุดรธานี มีดี (C) ชุมพร มีดี และ (K) กาฬสินธุ์ มีดี ล้วนมีดีที่แตกต่างกันไปตามอัตลักษณ์ของแต่ละชุมชน ซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามุ่งหวังว่า จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้คนในชุมชนต่างๆ มีการสร้างงาน เกิดรายได้ ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าให้เศรษฐกิจฐานรากกว่า 75 ล้านบาท โดยกรมฯ จะต่อยอดและสานต่อภารกิจการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้มีความเข้มแข็งอย่างต่อเนื่อง พร้อมขยายผู้ประกอบการชุมชนมีดี SMART Local ME-D แก่ผู้ประกอบการชุมชนในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศต่อไป”

เส้นทางเครื่องเทศ
ดู

เส้นทางเครื่องเทศ