TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “#วันสิ้นโลก” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ดู
อ่านชะตาวันสิ้นโลก
ทรูวิชั่นส์ • 10 เม.ย. 69
ดู
รถไฟขบวนสุดท้ายสู่วันสิ้นโลก
ทรูวิชั่นส์ • 28 ม.ค. 69
อ่าน
"กอล์ฟ พิชญะ" คัมแบ็กในรอบ 4 ปี ส่ง "Mary Jane (Marry Me)" เพลงรักคลั่งรัก กับ MV วันสิ้นโลกสุดล้ำ
ห่างหายจากการปล่อยเพลงของตัวเองไปนานถึง 4 ปี ล่าสุด กอล์ฟ พิชญะ นิธิไพศาลกุล กลับมาจับไมค์อีกครั้ง พร้อมซิงเกิลใหม่ Mary Jane (Marry Me) เพลงรักสุดคลั่งรักที่เจ้าตัวลงมือแต่งทำนองและเขียนเนื้อร้องด้วยตัวเองทั้งหมด ถ่ายทอดความรู้สึกของคนที่อยากบอกคนรักตรง ๆ ว่า แต่งงานกันไหม? อยากตื่นมาเจอเธอทุกเช้า "กอล์ฟ พิชญะ" คัมแบ็กในรอบ 4 ปี ส่ง "Mary Jane (Marry Me)" กอล์ฟเผยถึงการกลับมาทำเพลงครั้งนี้ว่า "เอาจริง ๆ คืออัดอั้นมานานครับ 4 ปีที่ไม่ได้จับไมค์จริงๆจังๆ คือคิดถึงการร้องเพลงมาก! กลับมาคราวนี้ผมเลยไม่ได้มาเล่นๆ จัดเต็มลุยแทบทุกขั้นตอน ทั้งเขียนเนื้อ แต่งทำนอง ไปจนถึงคิดพล็อตและกำกับ MV เองด้วยครับ ด้วยความที่ผมเป็นเนิร์ด Spider-Man ตัวยง พอจะทำเพลงรักคลั่งรักสักเพลง เลยนึกถึงประโยคที่ว่า 'สไปเดอร์แมนยังมีแมรี่ เจน...เหมือนที่ผมมีนางเอกในชีวิตของผม' แล้วเอาชื่อ Mary Jane มาเล่นกิมมิคกับคำว่า Marry Me ซะเลย ดูคล้องจองเล่นคำดี ออกมาเป็นเพลงขอแต่งงานฟีลกู้ดในสไตล์ Nerd+Romantic ของผมเอง แอบกระซิบว่าแต่งจาก ประสบการณ์ความรู้สึกตัวเอง ใครอยากเอาไปเล่นafter partyงานแต่ง ยินดีนะครับ (หัวเราะ) ส่วนข่าวดีของกอล์ฟ เป็นเรื่องของอนาคตครับ รอลุ้นกันเองฟังเพลงไปก่อน Link MV : https://youtu.be/uyu5omfHw-o?si=nSPWS1wYs1a3KHvB สำหรับการคัมแบ็กครั้งนี้ กอล์ฟเลือกนำเสนอซาวด์ในดนตรีสไตล์ Funk Pop ฟังง่าย จังหวะติดหู และเต็มไปด้วยพลังที่ชวนให้อยากดูโชว์สด โดยเฉพาะท่อน Pre-Hook และ Hook ที่เป็น Key Part สำคัญของเพลง เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งเพลงรักที่ทั้งสนุก ขี้เล่น และเต็มไปด้วยความคลั่งรักในแบบของกอล์ฟ ในส่วนของมิวสิกวิดีโอมาในคอนเซปต์ ตกหลุมรักในวันสิ้นโลก เล่าเรื่องราว Action-Romantic-Comedy ของชายหนุ่มที่ตกหลุมรักหญิงสาวตั้งแต่แรกเห็น และตัดสินใจฝ่าอันตรายท่ามกลางโลกดิสโทเปียและฝูงเอเลี่ยนสายพันธุ์ เพื่อไปขอเธอแต่งงาน ก่อนทิ้งท้ายด้วยเมสเสจสุดฟีลกู้ดว่า ในวันที่โลกกำลังจะแตกสลาย ขอแค่ยังมีกันและกันก็เพียงพอ ความพิเศษของ MV คือการผสมผสาน การถ่ายทำจริงเข้ากับเนื้อเรื่องและงานภาพที่สร้างสรรค์ด้วย AI จากเรื่องราวที่เขียนโดย กอล์ฟ พิชญะ ถ่ายทอดออกมาในสไตล์แอนิเมชัน Action-Romantic กลิ่นอายดิสโทเปีย นอกจากนี้ บางส่วนของเรื่องราวยังได้รับแรงบันดาลใจจากชีวิตจริงของกอล์ฟและแฟนสาว ที่ต่างคนต่างเลี้ยงสุนัขพันธุ์คอร์กี้ก่อนจะได้มาเจอกัน พร้อมปิดท้ายช่วง End Credit ด้วยการ Tribute ถึง น้องฟีล่า สุนัขตัวโปรดของกอล์ฟที่เพิ่งจากไป เติมอีกหนึ่งโมเมนต์สุดทัชใจให้กับคนรักสัตว์ ฟังซิงเกิล Mary Jane (Marry Me) ทุกช่องทาง Streaming Platforms และชม MV ได้ทาง Youtube : GolfPichayaMusic
ข่าวเพลงไทย • 21 ก.ค. 69
อ่าน
รีวิวหนัง "Omniscient Reader: The Prophecy อ่านชะตาวันสิ้นโลก" กราฟความสนุกพุ่งไม่หยุด!
สำหรับแฟน ๆ ที่ติดตามเว็บโนเวลชื่อดังอย่าง "Omniscient Reader: The Prophecy อ่านชะตาวันสิ้นโลก" และรอคอยการดัดแปลงสู่จอเงิน ตอนนี้ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่องนี้ได้ฤกษ์ลงจอแล้ว! ในฐานะคนที่ยังไม่เคยสัมผัสกับต้นฉับมาก่อน การรีวิวครั้งนี้จึงเป็นมุมมองที่สดใหม่ ปราศจากความคาดหวังใด ๆ จากต้นฉบับ และขอบอกเลยว่า "อ่านชะตาวันสิ้นโลก" มอบประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและน่าติดตามได้อย่างไม่น่าเชื่อ ภาพยนตร์เปิดเรื่องด้วยการปูมิติของ คิมดกจา ได้อย่างชัดเจน เขาคือตัวละครที่ถูกหล่อหลอมจากปมการถูกกลั่นแกล้งในวัยเด็ก ทำให้ยึดมั่นในความคิดของตัวเองคล้ายกับตัวละครหลักในนิยายที่เขาอ่าน และเมื่อโลกที่เคยเป็นเพียงตัวอักษรกลายเป็นความจริง ดกจาต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์วันสิ้นโลกที่ดำเนินไปตามเนื้อเรื่องในนิยายทุกประการ การเดินทางของเขาไม่ได้เป็นเพียงการเอาชีวิตรอด แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงโลกให้เป็นไปตามที่เขาต้องการพร้อมกับพัฒนาการที่น่าจับตาในทุกย่างก้าว การดำเนินเรื่องของ "อ่านชะตาวันสิ้นโลก" มีกราฟความเข้มข้นที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกขณะ การเอาชีวิตรอดจากเหตุการณ์ต่าง ๆ เต็มไปด้วยความดุดันและดุเดือด การฝ่าฟันด่านทดสอบ การต่อสู้กับมอนสเตอร์ และการเผชิญหน้ากับสังคมชนชั้นของมนุษย์ที่ตีแผ่ความเหลื่อมล้ำ ความโลภ และความเห็นแก่ตัวได้อย่างถึงพริกถึงขิง ในขณะเดียวกัน ภาพยนตร์ก็สอดแทรกประเด็นของความสามัคคี ความเชื่อใจในพวกพ้อง และการเสียสละได้อย่างลงตัว แม้บางฉากอาจรู้สึกกระชับไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้ลดทอนอรรถรสความมันส์ในการต่อสู้ลงไปเลย สิ่งที่โดดเด่นอย่างมากคือการออกแบบฉากต่อสู้ที่ทำออกมาได้ดีเยี่ยม การผ่านด่านทดสอบแต่ละด่านค่อย ๆ เพิ่มความเข้มข้นและอุณหภูมิของสมรภูมิ ท่วงท่าการเคลื่อนไหวของตัวละครลื่นไหล ทำให้ผู้ชมเพลิดเพลินไปกับทุกการปะทะ มุมกล้องและดนตรีประกอบก็มีส่วนช่วยเติมเต็มอารมณ์และเผยความรู้สึกของตัวละครได้อย่างยอดเยี่ยม สร้างบรรยากาศที่เร้าใจในทุกช่วงเวลา แม้ว่างานวิชวลเอฟเฟกต์และการออกแบบตัวละครมอนสเตอร์อาจจะยังไม่โดดเด่นหรือหวือหวามากนัก แต่ภาพรวมของการนำเสนอทางภาพ โดยเฉพาะการสร้างโลกหลังวันสิ้นโลกที่ดูสมจริง รวมถึงการออกแบบเครื่องแต่งกายและฉาก ก็ทำออกมาได้น่าประทับใจและมีส่วนสำคัญในการดึงดูดผู้ชมเข้าสู่เรื่องราวได้อย่างเต็มที่ นักแสดงนำอย่าง อันฮโยซอบ ในบทบาทของคิมดกจา ถ่ายทอดความฉลาด ความขัดแย้งภายใน และพัฒนาการของตัวละครออกมาได้อย่างน่าเชื่อถือ ทำให้ผู้ชมสัมผัสได้ถึงปมหลังและร่วมอินไปกับเส้นทางของเขา แม้บทบาทของตัวละครอื่น ๆ อาจจะยังไม่ถูกฉายแสงเด่นชัดมากนัก และด้วยข้อจำกัดด้านเวลาทำให้เวทีการแสดงฝีมือของพวกเขาค่อนข้างสั้นไปหน่อย แต่ก็มีบางช่วงที่นักแสดงคนอื่น ๆ ได้เผยศักยภาพทางการแสดงอันโดดเด่นออกมาได้อย่างน่าชื่นชม โดยเฉพาะผู้ที่รับบทเป็นเพื่อนร่วมทางของดกจาที่นำความอบอุ่นและความเป็นมนุษย์มาสู่โลกที่โหดร้ายได้อย่างลงตัว "อ่านชะตาวันสิ้นโลก" เป็นภาพยนตร์ที่ส่งผ่านความสนุกในแนวแอ็กชันแฟนตาซีได้อย่างยอดเยี่ยม ตลอดการรับชมเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ความลุ้นระทึกไปกับตัวละคร และมุมมองทางสังคมที่ภาพยนตร์ตีแผ่ออกมาได้อย่างลงตัว แม้องค์รวมด้านเอฟเฟกต์อาจจะไม่หวือหวาที่สุด แต่กราฟความสนุกที่ไม่คาดคิดก็พุ่งขึ้นอยู่เป็นระยะ ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มอบประสบการณ์การรับชมที่เต็มอิ่มไปอีกขั้น สำหรับทั้งแฟน ๆ ที่รอคอยและผู้ที่เพิ่งทำความรู้จัก ถือว่า "อ่านชะตาวันสิ้นโลก" เป็นภาพยนตร์เกาหลีอีกเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อยเลย ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง Omniscient Reader: The Prophecy อ่านชะตาวันสิ้นโลก ประเภท: แอ็กชัน / ไซไฟ / แฟนตาซี / ระทึกขวัญ ผู้กำกับ: คิมบยองอู นำแสดงโดย: อันฮโยซอบ, อีมินโฮ, แชซูบิน, ชินซึงโฮ, พัคโฮซาน ความยาว: 116 นาที กำหนดฉายในไทย: 31 กรกฎาคม 2025 Movie.TrueID METRIC: Omniscient Reader: The Prophecy อ่านชะตาวันสิ้นโลก ภาพรวม⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (6.7/10) การเล่าเรื่อง⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.4/10) การแสดง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.4/10) เทคนิคงานสร้าง⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.3/10) บทภาพยนตร์⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.4/10) ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังเอเชีย • 30 ก.ค. 68
อ่าน
Omniscient Reader: The Prophecy อ่านชะตาวันสิ้นโลก
เรื่องย่อ Omniscient Reader: The Prophecy อ่านชะตาวันสิ้นโลก ชื่อเรื่อง Omniscient Reader: The Prophecy (전지적 독자 시점)ประเภท แอคชัน / ไซไฟ / แฟนตาซี / ระทึกขวัญนำแสดงโดย อันฮโยซอบ, อีมินโฮ, แชซูบิน, ชินซึงโฮ, พัคโฮซานกำกับโดย คิมบยองอูกำหนดฉาย 31 กรกฎาคม 2025ความยาว 116 นาที อ่านรีวิวหนังได้ที่นี่
เรื่องย่อหนัง • 26 ก.ค. 68
อ่าน
สัญญาณวันสิ้นโลก ? เมื่อ “โลกร้อน” ทวีภัยพิบัติรุนแรง จนมนุษยชาติเริ่มอยู่ยากขึ้น
หลายวันที่ผ่านมา เราคงได้เห็นข่าวภัยพิบัติจากทั่วทุกมุมโลก ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย จนเสมือนว่าภัยพิบัติกำลังกลายเป็นเรื่องปกติ ที่เราต้องเจออยู่ทุกวันแต่รู้ไหมว่า ภัยพิบัติที่รุนแรง และถี่ขึ้น คุกคามต่อทรัพย์สิน และชีวิตมนุษยชาติมากขึ้น อันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆจนทำให้เกิดการตั้งคำถามว่า “หรือว่าโลกเราจะสูญสิ้น เพราะโลกร้อน”โลกเผชิญสภาพอากาศสุดขั้วCopernicus Climate Change Service ระบุว่า เดือนมกราคม 2025 อุณหภูมิโลกเฉลี่ยสูงสุด 1.75 องศาเซลเซียส สูงกว่าระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม โดยในช่วง 19 เดือนที่ผ่านมา มี 18 เดือน ที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกสูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียส ซึ่งเกินจากเป้าหมายที่โลกร่วมกันกำหนดไว้ในข้อตกลงปารีส (Paris Agreement)รายงาน Climate Risk Index หรือ CRI ฉบับปี 2025 เผยว่า ตั้งแต่ปี 1993-2022 มีประชาชนทั่วโลกเสียชีวิตมากกว่า 765,000 ราย จากเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วที่เกิดขึ้นมากกว่า 9,400 ครั้ง สร้างความเสียหายเกือบ 4.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐขณะเดียวกัน องค์การอนามัยโลก หรือ WHO คาดการณ์ไว้ว่า ตั้งแต่ปี 2030-2050 จะมีผู้เสียชีวิตราว 2.5 แสนคนต่อปี จากการได้รับผลกระทบที่เกิดจาก Climate Change และจะก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขมากถึง 2-4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ภายในปี 2030 “โลกร้อน” ทำคนซื้อของแพงขึ้นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไม่ได้กระทบต่อชีวิตเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อภาพรวมของเศรษฐกิจโลกด้วย จนทำให้เราอาจจะต้องซื้อของแพงมากขึ้นแม้บางประเทศอาจไม่เจอผลกระทบจากภัยพิบัติโดยตรง แต่ก็อาจได้รับผลกระทบโดยอ้อมเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่นราคาอาหารแพงขึ้น เพราะเมื่ออุณหภูมิโลกสูงขึ้น กระทบต่อการเติบโตของพืชพรรณ หรือ แหล่งอาหารต่าง ๆ ส่งผลให้ราคาอาหารสูงขึ้น โดยภายในปี 2035 คาดว่า โลกร้อนอาจทำให้ราคาอาหารและสินค้าเพิ่มขึ้น 0.5-1.2% ทุกปีค่าใช้จ่ายจากการใช้เครื่องปรับอากาศจะมากขึ้น ในประเทศกลุ่มร้อน จะมีการใช้เครื่องปรับอากาศมากขึ้น บางครอบครัวอาจเปิดทั้งวัน ทั้งคืน อันเป็นผลจากอุณหภูมิโลกสูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งนั่นจะทำให้ค่าไฟสูงขึ้นตาม ขณะที่ ผู้คนที่อาศัยอยู่ในประเทศอากาศหนาว อย่างโซนยุโรป หรือ อเมริกา มีความต้องการเครื่องปรับอากาศมากขึ้น บางครอบครัวต้องควักเงินซื้อ เพื่อรับมือกับคลื่นความร้อนที่ปกคลุมทั่วภูมิภาคผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ผ่านวารสาร Nature ชี้ว่า Climate Change อาจทำให้รายได้ต่อหัวทั่วโลกลดลงถึง 19% ภายในปี 2049 ซึ่งหมายความว่า ความเสียหายทางเศรษฐกิจทั่วโลกจะสูงถึง 38 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีภายในปีดังกล่าวโดยกลุ่มประเทศยากจน ที่ตั้งอยู่ในเขตโซนร้อน จะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจหนักสุด แม้ว่าพวกเขาจะเป็นกลุ่มที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยที่สุดก็ตามนอกจากนี้ โลกร้อนยังส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันเราในด้านอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการนอนไม่หลับ เพราะอากาศร้อน อาจทำให้เรานอนไม่สบาย นอนไม่ได้คุณภาพอากาศไม่สะอาด เพราะอุณหภูมิที่สูงขึ้น อาจทำให้มนุษย์ใช้เครื่องปรับอากาศมากขึ้น หรือ ออกมาใช้ชีวิตข้างนอกมากขึ้น และก่อให้เกิดมลพิษในอากาศเพิ่มขึ้นการเดินทางล่าช้าขึ้น ด้วยสภาพอากาศสุดขั้วที่เกิดขึ้นบ่อย ส่งผลกระทบต่อระบบการเดินทาง เพราะหลายครั้งที่เครื่องบิน หรือ รถไฟ ต้องเลื่อนเวลาเดินทางออกไป เนื่องจากสภาพอากาศแย่ ทำให้ไปถึงปลายทางล่าช้ากว่าเวลาปกติ หรือเราต้องเจอรถติดมากขึ้น เพราะเผชิญกับน้ำท่วมระหว่างเดินทาง สายเกินแก้หรือยัง ?คำถามสำคัญต่อมาคือ เมื่อเรารู้แล้วว่า โลกร้อนกระทบต่อทรัพย์สินและชีวิตมนุษย์มากขนาดไหน หากเราต้องการจะแก้ไข มันสายเกินไปแล้วหรือยัง ?ณ ตอนนี้ นักวิทยาศาสตร์ได้เตือนว่า โลกของเรา ถึง "จุดพลิกผัน" หรือ “Tipping Points” ซึ่งเป็นจุดที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และไม่อาจย้อนกลับได้การศึกษาล่าสุดระบุว่า หากอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกร้อนเกิน 1.5 องศาเซลเซียส โลกอาจเผชิญจุดพลิกผันหลายจุด เช่น การพังทลายของครอบน้ำแข็งในกรีนแลนด์และแอนตาร์กติกาตะวันตก การละลายของชั้นดินเยือกแข็งถาวร การตายของแนวปะการังในน้ำอุ่น และการล่มสลายของการไหลเวียนของกระแสมหาสมุทรในแอตแลนติกเหนือ หากถึงจุดเหล่านี้ ผลกระทบจะเกิดขึ้นแบบโดมิโนและนำไปสู่หายนะที่ร้ายแรงต่อมนุษยชาติและธรรมชาติรัฐบาลทั่วโลกล้มเหลว ลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกแม้หลายประเทศทั่วโลก จะมีนโยบายที่ออกมาเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่แรงขึ้น แต่รายงานล่าสุด กับชี้ว่า หลายประเทศกับล้มเหลวที่จะปฏิบัติตามโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNEP ระบุว่า รัฐบาลทั่วโลกยังล้มเหลวลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกสูงขึ้น และเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ของข้อตกลงปารีส ซึ่งถ้าหากทั่วโลกไม่ดำเนินการลดปล่อยมลพิษอย่างจริงจัง โลกจะร้อนขึ้นถึง 3.1 องศาเซลเซียสภายในปี 2100 ส่งผลให้ภัยพิบัติรุนแรงขึ้นกว่าที่เคยเป็นมาขณะเดียวกัน รายงาน CRI แสดงให้เห็นว่า การขาดความมุ่งมั่น และการดำเนินการ เพื่อบรรเทาผลกระทบ จะนำไปสู่ผลกระทบที่รุนแรงยิ่งขึ้น ไม่เว้นแม้แต่ในประเทศกลุ่มร่ำรวย พร้อมกับเรียกร้องให้ประเทศกลุ่มรายได้สูง หรือ กลุ่มที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นจำนวนมาก เร่งดำเนินการบรรเทาผลกระทบ รวมถึงตั้งเป้าหมายใหม่ ควบคุมไม่ให้อุณหภูมิโลกเกิน 1.5 องศาเซลเซียส เพื่อควบคุมผลกระทบให้อยู่ในระดับที่จัดการได้ ก่อนจะสายเกินแก้ทั้งนี้ องค์กร Union of Concerned Scientists เคยระบุไว้ว่า ถ้าหากเราไม่เปลี่ยนแปลงอะไร โลกจะเปลี่ยนเรา และอาจเปลี่ยนจนมนุษย์อยู่ไม่ได้ในแบบที่เคยเป็นมาแหล่งข้อมูลอ้างอิง:https://whatisgreenliving.com/climate-change/https://climateadaptationplatform.com/climate-changes-impact-on-everyday-life/https://www.newscientist.com/article/2478856-the-everyday-ways-climate-change-is-already-making-our-lives-worse/https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/climate-change-and-healthhttps://wmo.int/media/news/january-2025-sees-record-global-temperatures-despite-la-ninahttps://apnews.com/article/climate-change-damage-economy-income-costly-3e21addee3fe328f38b771645e237ff9https://news.mongabay.com/2025/06/climate-futures-world-leaders-failure-to-act-is-pushing-earth-past-1-5c/https://www.ucs.org/climate/sciencehttps://www.germanwatch.org/en/cri
TNN ช่อง16 • 16 ก.ค. 68
อ่าน
รวมทีมนักพากย์เสียงไทยระดับตำนาน "Omniscient Reader อ่านชะตาวันสิ้นโลก" สมศักดิ์ศรีหนังฟอร์มยักษ์
มงคลซีนีม่าเตรียมระเบิดมหึมาความมันส์ระทึกแห่งปีด้วยภาพยนตร์แอ็กชันแฟนตาซีฟอร์มยักษ์ของเกาหลีใต้เรื่องOmniscient Reader: The Prophecyอ่านชะตาวันสิ้นโลกจากมหากาพย์เรื่องราวมุมมองนักอ่านพระเจ้าสู่ความอลังสุดตระการตาบนจอภาพยนตร์ เมื่อหายนะโลกนิยายกลับกลายเป็นความจริงนักอ่านระดับแฟนตัวยงเพียงหนึ่งเดียวที่ล่วงรู่ตอนจบต้องเดิมพันชีวิตเป็นผู้พลิกชะตาโลก! พร้อมระดมความสนุกสุดเดือดเป็นทวีคูณสำหรับคอหนังผู้ชื่นชอบ เสียงพากย์ไทยด้วยทีมนักพากย์แห่งชาติ นำทีมโดยพี่โต๊ะ-ปริภัณฑ์ วัชรานนท์ผู้ให้เสียงพากย์เป็นคิมดกจานักอ่านหนึ่งเดียวที่ล่วงรู้หายนะเดิมพันชะตาโลก ประกบคิม-ประภัฒน์ สินธพวรกุลผู้พากย์เสียงเป็นยูจุงฮยอกตัวเอกจากนิยายที่คิมดกจาอ่านมาอย่างยาวนาน และนุช-อรนุชลาดพันนาผู้ให้เสียงโทแกบีสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดตัวกลมมีเขาสองข้างสุดอันตราย! Omniscient Reader: The Prophecyเล่าเรื่องราวของคิมดกจาพนักงานออฟฟิศธรรมดาผู้เป็นแฟนนิยายออนไลน์เรื่องสามวิธีเอาตัวรอดจากวันสิ้นโลกเขาติดตามอ่านนิยายเรื่องนี้มายาวนานกว่า10ปีและในวินาทีที่เขาอ่านมันจบ โลกก็พังทลายลงสู่หายนะต่อหน้าต่อตา ผู้คนรอบข้างถูกสังหารโดยสัตว์ประหลาดอย่างไร้ความปรานีเหตุการณ์ทุกอย่างที่กำลังเกิดขึ้นดันไปตรงกับนิยายที่เขาอ่านอย่างไม่มีผิดเพี้ยนผู้คนถูกบังคับให้เดิมพันชีวิตด้วยด่านทดสอบสุดหฤโหดอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง โอกาสเป็นและตายมีเท่ากัน เรื่องราวทั้งหมดนี้มีเพียงคิมดกจาเท่านั้นที่รู้ว่าจะผ่านมันไปได้อย่างไร เพราะเขาคือ นักอ่านคนเดียว ที่รู้ตอนจบของเรื่องนี้! รวมทีมนักพากย์เสียงไทยระดับตำนานทวีความมันส์ทะลักจอไปกับการพลิกชะตาฝ่าด่านมรณะในภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์แห่งปีOmniscient Reader: The Prophecyอ่านชะตาวันสิ้นโลก31กรกฎาคมนี้ในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังเอเชีย • 14 ก.ค. 68
อ่าน
รวมทีม 7 ผู้กล้าเดิมพันชะตาโลก "Omniscient Reader อ่านชะตาวันสิ้นโลก" แอ็กชันแฟนตาซีฟอร์มยักษ์แห่งปี
จากคนอ่านนิยายกลายเป็นผู้พลิกชะตาโลกOmniscient Reader: The Prophecyภาพยนตร์แอ็กชันแฟนตาซีฟอร์มยักษ์แห่งปีจากเกาหลีใต้ ดัดแปลงจากนิยายออนไลน์ที่มียอดอ่านกว่า200ล้านครั้งสร้างปรากฏการณ์สุดร้อนแรงรวมทีมนักแสดงตัวท็อปมาไว้ในเรื่องเดียว การันตีความยิ่งใหญ่อย่างสมศักดิ์ศรีจากทีมผู้สร้างภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์แห่งยุคAlong with the Gods 1-2 (2017-2018) Omniscient Reader: The Prophecyเล่าเรื่องราวของคิมดกจาหนุ่มออฟฟิศธรรมดาคนหนึ่งผู้เป็นแฟนนิยายแฟนตาซีเรื่องสามวิธีเอาตัวรอดจากวันสิ้นโลกเขาเป็นคนเดียวที่อ่านนิยายเรื่องนี้จนจบยาวนานกว่า3,000ตอนกินระยะเวลาร่วม10ปีเมื่อวินาทีที่เขาอ่านมันจบ โลกก็กลับกลายมาถึงจุดเปลี่ยน ผู้คนรอบตัวถูกสังหารโดยสัตว์ประหลาด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าเป็นไปเหมือนนิยายที่เขาอ่านอย่างไม่มีผิดเพี้ยนและเขาเป็นนักอ่านเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ล่วงรู้ตอนจบของหายนะครั้งนี้! ล่าสุดมงคลซีนีม่าเสิร์ฟความน่าดูอย่างต่อเนื่องด้วย7โปสเตอร์คาแร็กเตอร์เซตใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจกว่าเดิมกับการเผยโฉมหน้า7ผู้กล้าเดิมพันชะตาโลกที่โชว์พลังและอาวุธประจำกายแบบจัดเต็มเพื่อกำราบปีศาจร้าย พร้อมเปิดฉากมหากาพย์วันสิ้นโลกครั้งยิ่งใหญ่ นำทีมโดยอันฮโยซอบ(The King Eternal Monarch, Pachinko)ปะทะอีมินโฮ(The King Eternal Monarch, Pachinko) เสริมความแกร่งด้วยทัพนักแสดงแถวหน้าอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแชซูบิน(Sweet Sour, Hijack 1971, When the Phone Rings),ชินซึงโฮ(D.P., Alchemy of Souls),นานะ (Mask Girl, The Player),จีซูBLACKPINK(ครั้งแรกในผลงานภาพยนตร์)และควอนอึนซอง (When the Camellia Blooms,Pachinko) ระดมทีมครั้งสำคัญเพื่อเดิมพันชะตาโลกเตรียมพบกับปรากฏการณ์แท็กทีมนักแสดงเกาหลีใต้ชั้นนำในOmniscient Reader: The Prophecyอ่านชะตาวันสิ้นโลกนับถอยหลังสู่ความอลังการฟอร์มยักษ์ สะกดทุกสายตา หยุดทุกลมหายใจพร้อมกัน31กรกฎาคมนี้ในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังเอเชีย • 30 มิ.ย. 68
อ่าน
“Omniscient Reader อ่านชะตาวันสิ้นโลก” ระเบิดความยิ่งใหญ่ ประกาศฉายพร้อมเกาหลี
มงคลซีนีม่าเสิร์ฟใหญ่ให้คอหนังชาวไทยเตรียมไฟต์ไปด้วยกันกับโปสเตอร์ใหม่และตัวอย่างล่าสุดของภาพยนตร์แอ็กชันฟอร์มยักษ์แห่งปีOmniscient Reader: The Prophecyอ่านชะตาวันสิ้นโลกพร้อมประกาศวันเข้าฉายอย่างเป็นทางการ24กรกฎาคมนี้ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น สร้างจากนิยายออนไลน์ชื่อดังของเกาหลีใต้ที่มียอดผู้อ่านถล่มทลายทั่วโลกกว่า200ล้านครั้ง พร้อมนำผู้ชมเข้าสู่โลกที่ความเป็นจริงและนิยายหลอมรวมกันอย่างลุ้นระทึก เมื่อระบบปริศนาเปิดใช้งาน ผู้คนถูกบังคับเข้าสู่"ด่านทดสอบ"เพื่อเอาชีวิตรอด เหล่ามนุษย์ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่โหดร้ายเกินคาดเดา หากเอาชนะไม่สำเร็จ บทลงโทษคือความตายเท่านั้นเรื่องราวทั้งหมดนี้มีเพียงคิมดกจาเท่านั้นที่รู้ว่าจะผ่านมันไปได้อย่างไร เพราะเขาคือผู้อ่านคนเดียวที่รู้ตอนจบของเรื่องนี้ จากคนอ่านนิยายกลายเป็นผู้พลิกชะตาโลกเขาคือความหวังเดียวที่จะเปลี่ยนจุดจบของโลกใบนี้"คิมดกจาต้องใช้สติปัญญา ไหวพริบ และความกล้าหาญนำพาผู้รอดชีวิตฟันฝ่าด่านทดสอบเพื่อสร้างตอนจบที่ไม่เคยถูกเขียนไว้ Omniscient Reader: The Prophecy อ่านชะตาวันสิ้นโลกการันตีผลงานแอ็กชันระดับบล็อกบัสเตอร์แห่งปีจากทีมผู้สร้างAlong with the Gods 1-2 (2017-2018)รวมพลังทีมนักแสดงระดับท็อปของเกาหลีใต้อย่างอีมินโฮ,อันฮโยซอบ,แชซูบิน,ชินซึงโฮ,นานะ,จีซูและควอนอึนซองร่วมพลิกชะตาวันสิ้นโลกไปพร้อมกัน24กรกฎาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังเอเชีย • 17 มิ.ย. 68
อ่าน
จัดเต็มภาพชุดใหม่ 7 คาแร็กเตอร์หลักผู้จะฝ่าหายนะโลก "Omniscient Reader: The Prophecy อ่านชะตาวันสิ้นโลก"
พร้อมประกาศศักดาภาพยนตร์แอ็กชันแฟนตาซีฟอร์มยักษ์แห่งปีOMNISCIENT READER: THE PROPHECYผลงานดัดแปลงจากนิยายออนไลน์ยอดอ่านกว่า 200 ล้านครั้ง สรรค์สร้างความอลังการฉบับภาพยนตร์โดยทีมผู้สร้างAlong with the Godsและล่าสุดมงคลซีนีม่าได้ประกาศชื่อไทยอย่างเป็นทางการของภาพยนตร์อ่านชะตาวันสิ้นโลกพร้อมปล่อยภาพเซตใหม่ของ 7 ตัวละครหลักที่จะร่วมพลิกชะตาวันสิ้นโลก ซึ่งเผยให้เห็นคาแร็กเตอร์แต่ละคนที่โดดเด่นและเต็มไปด้วยพลัง พร้อมจะฟันฝ่าหายนะครั้งนี้ให้สมกับที่แฟน ๆ คาดหวังและรอคอย พร้อมพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นหนังที่ต้องไปดูในโรงภาพยนตร์เท่านั้น! อีมินโฮรับบทยูจุงฮยอก รู้สึกเหมือนมีชีวิตอยู่จริง ๆ ในเหตุการณ์วันสิ้นโลก อันฮโยซอบรับบทคิมดกจา "ผมอยากถ่ายทอดคิมดกจาในแบบคนธรรมดาที่ใครๆ ก็เข้าถึงได้ ผมใช้เวลามากมายในการศึกษาตัวละคร พูดคุยกับผู้กำกับบ่อยครั้งและฝึกฉากแอ็กชันอย่างต่อเนื่อง" แชซูบินรับบทยูซังอา ซังอาเป็นตัวละครที่ตัดสินใจอย่างมีเหตุผลมาก ฉันพยายามทำให้จุดนั้นไม่น่ารำคาญหรือดูเป็นผู้หญิงที่แข็งกระด้างเกินไป ชินซึงโฮรับบทอีฮยอนซอง นี่เป็นผลงานที่ผมคาดหวังไว้อย่างมาก เมื่อรู้ว่ามันจะถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ อีฮยอนซองเป็นตัวละครที่เต็มไปด้วยพลังและอะดรีนาลีนพลุ่งพล่าน นานะรับบทจองฮีวอน ภาพของคนธรรมดาที่รวมพลังกันเพื่อกอบกู้โลกมันน่าประทับใจและมีพลังมาก ฮีวอนเป็นคนที่แสดงฉากแอ็กชันได้อย่างคล่องแคล่วและน่าตื่นตา ฉันได้ลองท้าทายตัวเองกับฉากแอ็กชันที่มีความยากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะฉากที่ใช้สลิงหรือไวร์แอ็กชัน มันให้ความรู้สึกสะใจสุด ๆ จีซูรับบทอีจีฮเย ฉันพยายามถ่ายทอดตัวละครที่มีไหวพริบ รู้จักปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และสามารถจับทางความเป็นจริงได้อย่างรวดเร็ว อีจีฮเยมีฉากที่ต้องถ่ายทำคนเดียวอยู่มาก แม้จะมีความโดดเดี่ยวในบางฉาก แต่ฉันคิดว่านั่นช่วยแสดงบุคลิกของตัวละครออกมาได้อย่างชัดเจน ควอนอึนซองรับบทอีกิลยอง เสน่ห์ที่โดดเด่นที่สุดของกิลยองคือความน่ารักและความมั่นใจ ประเทศไทยเตรียมมันส์ นับถอยหลังสู่มหากาพย์แอ็กชันบล็อกบัสเตอร์ฟอร์มยักษ์แห่งปีอ่านชะตาวันสิ้นโลกOMNISCIENT READER: THE PROPHECYกรกฏาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังเอเชีย • 12 มิ.ย. 68
อ่าน
สู่หายนะวันสิ้นโลก! "Omniscient Reader: The Prophecy" ปล่อยทีเซอร์เต็มตาและตัวละครหลักสุดปัง
คอหนังชาวไทยเตรียมระทึกไปกับการเอาชีวิตรอดจากหายนะวันสิ้นโลกในOMNISCIENT READER: THE PROPHECYภาพยนตร์เกาหลีฟอร์มยักษ์แห่งปีที่สร้างจากนิยายออนไลน์เรื่องดังทางเว็บตูนมุมมองนักอ่านพระเจ้าการันตีคุณภาพและความมันส์อัดแน่นด้วยยอดอ่านรวมกว่า200ล้านครั้ง และการขายลิขสิทธิ์ไปแล้วหลายประเทศทั่วโลก! ล่าสุดมงคลซีนีม่าจัดหนักส่งโปสเตอร์คาแร็กเตอร์และทีเซอร์ทางการเผยเหตุการณ์วันสุดท้ายของโลกที่กำลังจะมาถึง และมีเพียงเขาคนเดียวที่รู้วิธีรอดชีวิต เรื่องราวของคิมดกจาชายผู้เดียวที่อ่านนิยายแฟนตาซีเรื่องวิธีเอาตัวรอดจากหายนะมาแล้วกว่า3,000ตอน ในวันธรรมดาๆ วันหนึ่งที่นิยายกำลังจะมาถึงตอนจบบริบูรณ์ โลกแห่งความเป็นจริงกลับกลายเป็นเรื่องราวเหมือนในนิยายอย่างไม่คาดฝัน โดยในทีเซอร์นี้มีการปรากฏตัวของสิ่งมีชีวิตลึกลับอย่างโทแกบีที่โผล่มาบนขบวนรถไฟ เพื่อเปิดเผยด่านทดสอบแรกที่ดกจาและเพื่อนร่วมชะตากรรมต้องเอาชนะ นั่นคือเป็นผู้ฆ่า หรือ ถูกฆ่าโดยคนบนรถไฟถูกสั่งให้ฆ่าสิ่งมีชีวิต1ชีวิตขึ้นไปและเอาตัวรอดจากเหล่าอสุรกายเพื่อครอบครองกรีนโซนซึ่งเป็นพื้นที่ปลอดภัยหากไม่สามารถปฏิบัติภารกิจในแต่ละด่านได้สำเร็จ บทลงโทษคือถึงแก่ชีวิต! มีเพียง คิมดกจาเท่านั้นที่รู้ว่าเรื่องราวจะดำเนินต่อไปเช่นไร จากนักอ่านสู่ตัวละครหลักท่ามกลางหายนะและโลกที่กำลังจะล่มสลาย เขาจึงเป็นความหวังเดียวที่รู้ว่าจะผ่านวิบัติการณ์สิ้นโลกนี้ไปได้อย่างไร OMNISCIENT READER: THE PROPHECYภาพยนตร์แอ็กชันแฟนตาซีฟอร์มยักษ์แห่งปีที่รวมนักแสดงเอลิสต์ของเกาหลีใต้ไว้คับคั่ง นำโดยอีมินโฮ(The King Eternal Monarch, Pachinko)รับบทยูจุงฮยอกและอันฮโยซอบ(Business Proposal, A Time Called You)รับบทคิมดกจา ร่วมด้วยแชซูบิน(Sweet Sour, Hijack 1971, When the Phone Rings)รับบทยูซังอา,ชินซึงโฮ(D.P., Alchemy of Souls)รับบทอีฮยอนซอง,นานะ (Mask Girl, The Player)รับบทจองฮีวอน,ควอนอึนซอง (When the Camellia Blooms,Pachinko)รับบทอีกิลยองและครั้งแรกกับการเดบิวต์บนจอภาพยนตร์ของจีซูBLACKPINKในบทอีจีฮเย แฟนหนังชาวไทยอดใจรอกรกฎาคมนี้ในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังเอเชีย • 14 พ.ค. 68
อ่าน
วันสิ้นโลกเป็นเรื่องจริง? นาซ่าชี้ เกิดในอีกพันล้านปี ดวงอาทิตย์ขยายใหญ่ จนโลกลุกเป็นไฟ
NASA เผยทฤษฎี “วันสิ้นโลกสุดของโลก” อาจมีจริง ในอีกประมาณหนึ่งพันล้านปีข้างหน้า เนื่องจากความร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของดวงอาทิตย์องค์การนาซา และทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโตโฮ( Tōhō) ประเทศญี่ปุ่นได้เผยผลลัพธ์จากการศึกษาว่าโลกจะถึงจุดจบในปี ค.ศ.1,000,002,021 (หนึ่งพันล้านสองพันยี่สิบเอ็ด) หรือในอีก 1,000 ล้านปีข้างหน้า ข้อมูลระบุว่า ดวงอาทิตย์จะค่อย ๆ ขยายตัวและร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงพันล้านปีข้างหน้า ส่งผลให้มหาสมุทรของโลกเริ่มระเหย อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้บรรยากาศเปลี่ยนแปลงและลดปริมาณออกซิเจน และท้ายที่สุด โลกจะกลายเป็นดาวเคราะห์ร้างที่ไม่สามารถอยู่อาศัยได้อีกต่อไปเหลือไว้เพียงหินเปล่า ๆแม้อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นในวันนี้จะส่วนหนึ่งมาจากมนุษย์ผ่านภาวะโลกร้อนและก๊าซเรือนกระจก แต่นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า ความร้อนจากดวงอาทิตย์ในอนาคตจะทวีความรุนแรงจนมนุษย์ไม่สามารถอยู่รอดได้ แม้จะมีเทคโนโลยีล้ำแค่ไหนก็ตามในปี 2024 NASA ยังพบอีกหนึ่งภัยร้ายใกล้ตัว นั่นคือ พายุสุริยะ ซึ่งเกิดจากการปะทุของพลังงานจากดวงอาทิตย์ ทั้งในรูปแบบของ Solar Flares และ Coronal Mass Ejections (CMEs) ที่สามารถส่งผลต่อสนามแม่เหล็กโลก ลดระดับออกซิเจนในชั้นบรรยากาศ และเร่งให้โลกร้อนขึ้นอย่างรวดเร็วNASA เตือนว่าอาจกระทบต่อการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตในอนาคตอันใกล้ จึงถือเป็นสัญญาณเริ่มต้น ดังนั้น การค้นหาดาวเคราะห์ที่อยู่อาศัยได้แห่งใหม่จึงไม่ใช่แค่เพียงนิยายวิทยาศาสตร์อีกต่อไปหนึ่งในแผนการสำคัญคือการสร้างอาณานิคมบนดาวอังคาร ซึ่งมีสภาพแวดล้อมคล้ายโลกมากที่สุด และอาจเคยมีสิ่งมีชีวิตมาก่อน แต่นักวิทยาศาสตร์บางส่วนมองว่า เทคโนโลยีระบบสนับสนุนชีวิต เช่น ระบบผลิตออกซิเจนและน้ำในพื้นที่ปิด อาจช่วยให้มนุษย์มี “บ้านชั่วคราว” ได้ แต่ไม่ใช่ตลอดไป เพราะร่างกายของมนุษย์ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมประดิษฐ์
TNN ช่อง16 • 28 เม.ย. 68
อ่าน
NASA เผย "วันสิ้นโลก" ชี้ดวงอาทิตย์จะร้อนไม่หยุด จนโลกกลายเป็นหินไร้ชีวิต
ทีมนักวิทยาศาสตร์จาก NASA ร่วมกับมหาวิทยาลัยโตโฮ (Tōhō University) ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยผลการศึกษาล่าสุดว่า โลกจะถึงวาระสุดท้ายในปี ค.ศ. 1,000,002,021 หรือในอีกประมาณ 1,000 ล้านปีข้างหน้าข้อมูลจากสำนักข่าว AS USA ระบุว่า ดวงอาทิตย์จะค่อย ๆ ขยายตัวและปล่อยพลังงานความร้อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงพันล้านปีนี้ ส่งผลให้มหาสมุทรระเหย อุณหภูมิโลกสูงขึ้นจนเกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่ในบรรยากาศ รวมถึงลดปริมาณออกซิเจนในชั้นบรรยากาศอย่างรุนแรง สุดท้าย โลกจะกลายเป็นดาวเคราะห์ร้างที่ไม่เอื้อการอยู่อาศัย เหลือเพียงก้อนหินแห้งแล้งไร้ชีวิตแม้ว่าวิกฤตโลกร้อนในปัจจุบันจะมีสาเหตุสำคัญจากกิจกรรมมนุษย์ เช่น การปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า ในระยะยาว ความร้อนที่เพิ่มขึ้นจากดวงอาทิตย์จะทวีความรุนแรงจนมนุษย์ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ไม่ว่าจะมีเทคโนโลยีก้าวหน้าเพียงใดก็ตามนอกจากนี้ ในปี 2024 NASA ยังตรวจพบอีกหนึ่งภัยคุกคามสำคัญที่ใกล้ตัว นั่นคือ "พายุสุริยะ" ซึ่งเกิดจากการปะทุของพลังงานมหาศาลบนดวงอาทิตย์ ทั้งในรูปแบบ Solar Flares และ Coronal Mass Ejections (CMEs) พายุสุริยะเหล่านี้สามารถส่งผลกระทบต่อสนามแม่เหล็กโลก ทำให้ออกซิเจนในชั้นบรรยากาศลดลง และเร่งกระบวนการโลกร้อนให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ถือเป็นสัญญาณเตือนถึงความเปราะบางของโลกที่เราอาศัยอยู่ ด้วยเหตุนี้ การค้นหาดาวเคราะห์ที่สามารถอยู่อาศัยได้แห่งใหม่จึงไม่ใช่แค่เรื่องนิยายวิทยาศาสตร์อีกต่อไป หนึ่งในแผนการสำคัญคือการสร้างอาณานิคมบนดาวอังคาร ซึ่งถือว่ามีสภาพแวดล้อมคล้ายโลกมากที่สุด และอาจเคยมีสิ่งมีชีวิตในอดีตอย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์บางส่วนเตือนว่า แม้เราจะสามารถพัฒนาระบบสนับสนุนชีวิต เช่น ระบบผลิตออกซิเจนและน้ำในพื้นที่ปิด เพื่อให้มนุษย์มี "บ้านชั่วคราว" บนดาวอังคารได้ แต่ก็ไม่อาจอยู่ได้ตลอดไป เนื่องจากร่างกายมนุษย์ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อดำรงชีวิตในสภาพแวดล้อมประดิษฐ์
TNN ช่อง16 • 28 เม.ย. 68
อ่าน
“นาฬิกาวันสิ้นโลก” เข้าใกล้จุดหายนะมากขึ้น จากความเสี่ยงจากนิวเคลียร์ - AI ทางทหาร
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความเสี่ยงทางชีวภาพนอกเหนือจากภัยคุกคามจากอาวุธแล้ว การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นาฬิกาวันสิ้นโลกถูกปรับเข้าใกล้เที่ยงคืน การขาดความคืบหน้าในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการจัดการกับภาวะโลกร้อน ทำให้โลกเผชิญกับภัยธรรมชาติที่รุนแรงขึ้น อีกทั้งยังมีความเสี่ยงที่เทคโนโลยีชีวภาพจะถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด ซึ่งอาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อมนุษยชาติแดเนียล โฮลซ์ ประธานคณะกรรมการด้านวิทยาศาสตร์และความมั่นคงของ BAS เน้นย้ำว่าการตั้งนาฬิกาวันสิ้นโลกที่ 89 วินาทีก่อนเที่ยงคืนเป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนถึงความจำเป็นที่ผู้นำโลกต้องร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว เขากล่าวว่า “เรายังไม่เห็นความคืบหน้าเพียงพอในการรับมือกับภัยคุกคามเหล่านี้ และในบางกรณี สถานการณ์กลับเลวร้ายลง”BAS ระบุว่าสหรัฐฯ จีน และรัสเซียมีหน้าที่หลักในการดึงโลกออกจากจุดวิกฤต และเรียกร้องให้มีการเจรจาด้วยความจริงใจเพื่อหลีกเลี่ยงภัยพิบัติระดับโลก ขณะที่ฮวน มานูเอล ซานโตส อดีตประธานาธิบดีโคลอมเบียผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ได้กล่าวเสริมว่า แม้ภาพรวมของสถานการณ์จะดูเลวร้าย แต่ก็ยังมีโอกาสในการแก้ไขปัญหาหากนานาชาติร่วมมือกันอย่างจริงจัง การปรับเวลานาฬิกาวันสิ้นโลกให้ใกล้เที่ยงคืนมากที่สุดเป็นประวัติการณ์เป็นเครื่องเตือนใจว่ามนุษยชาติยังคงเผชิญกับความท้าทายและภัยคุกคามร้ายแรงที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ไม่ว่าจะเป็นอาวุธนิวเคลียร์ AI ทางทหาร หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การตัดสินใจของ BAS เป็นการกระตุ้นให้ผู้นำทั่วโลกและประชาชนตระหนักถึงความจำเป็นในการร่วมมือกันเพื่อป้องกันหายนะที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
TNN ช่อง16 • 29 ม.ค. 68
อ่าน
‘หรือนี่จะเป็นวันสิ้นโลก’ ไฟป่าถล่มลอสแอนเจลิส 2025 รุนแรงกว่าที่เคยเจอ
ภาพสะท้อนจากฉากหนัง เริ่มคืบคลานเข้ามาสู่ในชีวิตจริง วันสิ้นโลก คำนี้ไม่เกินจริง เมื่อมันออกมาจากปากของผู้อยู่อาศัยในแถบนั้น ความรุนแรงของภัยธรรมชาติ กำลังส่งเสียงสัญญาณความรุนแรงขึ้นทวีคูณ จนสัมผัสได้ว่า วันล่มสลายของโลก อาจจะมาเร็วกว่าที่มนุษย์คาดไว้---ไฟป่าถล่มลอสแอนเจลิส---การเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ ในนครลอสแอนเจลิส นับได้ว่าเป็นเรื่องที่ปกติ เพราะว่า เมืองนี้ มักจะเผชิญกับภัยธรรมชาติรูปแบบต่าง ๆ อยู่เป็นประจำทุกปี ไม่ว่าจะ น้ำท่วม, แผ่นดินไหว และไฟป่าแต่วันอังคาร (7 มกราคม) ที่ผ่านมา วันแห่งการทำลายล้างจากภัยธรรมชาติที่เลวร้ายที่สุดบนหน้าประวัติศาสตร์ของเมืองอุตสาหกรรมภาพยนตร์สหรัฐฯ ได้ถือกำเนิดขึ้น เมื่อเกิดไฟป่าบริเวณเขตแปซิฟิก พาลิเซดส์ เวลา 10.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น และได้เผาวอดทำลายล้างพื้นที่แถวนั้นไปมากกว่า 7,500 ไร่ด้วยลมที่กระโชกรุนแรง ความเร็วลมเกือบ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งพัดผ่านทั่วภูมิภาค นั่นจึงทำให้ไฟป่าแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว เปลี่ยนท้องฟ้าสีสดใส ให้ขมุกขมัว ขณะที่ นักดับเพลิงก็ระดมกำลังอย่างสุดความสามารถ เพื่อควบคุมเพลิง แต่ก็ยากเกินกว่าจะควบคุม ก่อนที่ภายหลังจะเกิดไฟป่าขึ้นมาอีก 3 จุด ได้แก่ แพซาดินา, ซิลมา และฮอลลีวูด ฮิลล์ไฟไหม้ครั้งนี้เป็นเรื่องเกินรับมือ เพราะปริมาณน้ำของเมืองไม่เพียงพอที่จะใช้ควบคุมเพลิง เนื่องจากระบบน้ำในลอสแอนเจลิสได้รับการออกแบบมาสำหรับใช้อุปโภคบริโภคเท่านั้นภายในระยะเวลากว่า 48 ชั่วโมง เพลิงไหม้ได้เผาผลาญพื้นที่กว่า 68,000 ไร่ อาคารบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างมากกว่า 1,000 หลัง ถูกเพลิงไหม้เสียหาย ผู้คนมากกว่า 130,000 คน ต้องไร้ที่อยู่อาศัยและอพยพจากบ้านเรือน รวมถึงมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 5 รายบ้านเรือน สำนักงาน ห้างร้านต่าง ๆ ในลอสแอนเจลิสเกือบ 1 ล้านหลังไม่มีไฟฟ้าใช้ โรงเรียนทั้งหมดต้องหยุดเรียน---คล้ายดั่ง วันสิ้นโลก---มันดูเหมือนวันสิ้นโลก เป็นคำพูดที่ออกมาจากปากของชาวนครลอสแอนเจลิสรายหนึ่ง ผู้ซึ่งหนีตายจากไฟป่า ให้สัมภาษณ์กับ BBC โดยเปรียบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คล้ายกับในฉากหนังวันสิ้นโลกไฟลุกไหม้จนควบคุมไม่ได้อยู่รอบตัวเรา ควันปกคลุมทั่วท้องฟ้า และหน่วยฉุกเฉินก็ทำงานจนเกินขีดความสามารถ เพราะน้ำกำลังหมด และพยายามตอบรับต่อสายร้องเรียน 911 มากกว่าพันสาย เขา กล่าวขณะที่ สำนักข่าว CNN รายงานว่า ทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้น ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า คล้ายกับวันสิ้นโลก ยิ่งตอกย้ำถึงสถานการณ์หายนะที่รุนแรงหนักขึ้นด้านหน่วยดับเพลิง เผยว่า พวกเขาเข้าควบคุมเพลิงจนหัวจ่ายน้ำหมด และน้ำประปาได้หมดลงอย่างรวดเร็ว จนทำให้พวกเขาไม่สามารถหยุดยั้งไฟไหม้ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ได้---2025 เพลิงไหม้รุนแรงทวีคูณ---เหตุการณ์ไฟป่าครั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลอสแอนเจลิสต้องเผชิญ เพราะเมืองแห่งนี้ จะมีรูปแบบการเกิดภัยพิบัติสลับกันไปมาเป็นประจำทุกปี แต่สำหรับปี 2025 ความรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้น จนสร้างความวุ่นวายระดับใหม่ให้กับชาวเมืองอากาศปีนี้ ทำให้พืชพรรณต่าง ๆ ในเมืองมีความแห้งแล้งมากขึ้น เนื่องจากอากาศที่ร้อนขึ้น และแห้ง กอปรกับกิจกรรมของมนุษย์ ยิ่งทำให้สภาพแวดล้อม เหมาะกับการเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีให้ไฟได้เจริญเติบโตประชาชนที่อาศัยในรัฐแคลิฟอร์เนีย ตกอยู่ในความตื่นตระหนก ทิ้งบ้าน และนำสิ่งของติดตัวออกมาเพียงเล็กน้อย หลายคนต้องทิ้งรถกลางถนน เพื่อวิ่งหนีตายจากเพลิงไหม้ที่เข้ามาอย่างรวดเร็วจากการประเมินเบื้องต้นคาดว่ามีมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 1,700 ล้านบาท เนื่องจากย่านชุมชนแถวนี้ เป็นย่านคนรวย และบุคคลมีชื่อเสียงแห่งวงการฮอลลีวูด บ้านของคนดังบางคนถูกเผาวอดไปกับกองเพลิงรัฐบาลให้คำมั่นว่าจะมอบเงินช่วยเหลือเพื่อจัดการอัคคีภัยที่เกิดขึ้นในรัฐแคลิฟอร์เนีย พร้อมกับระดมกำลังพลเจ้าหน้าที่นอกพื้นที่ เพื่อเข้ามาช่วยควบคุมเพลิงขณะเดียวกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็พยายามหาทางแก้ไขในระยะยาว เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดไฟป่า เช่น การสร้างบ้านจากวัสดุที่ทนทานต่อไฟได้, ควบคุมการเผาไหม้, ปรับปรุงระบบพยากรณ์อากาศให้ดีขึ้น, ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เป็นต้นอย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์ว่า ไฟป่าทางตอนใต้ในแคลิฟอร์เนียจะทวีความรุนแรงขึ้น โดยไม่มีฝนตกหนัก หรือ การดำเนินการในระยะยาว---โลกยิ่งร้อน ไฟป่ายิ่งแรง---การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ กำลังเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดไฟป่าทางตอนใต้ของแคลิฟอร์เนียมากขึ้น โดยเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสภาพอากาศแปรปรวนสุดขั้ว เพราะช่วงหลายปีที่ผ่านมา สภาพอากาศลอสแอนเจลิสมักสลับกันไปมา ระหว่างความแห้งแล้ง และความชื้นเมื่อในพื้นที่เกิดฝนตกหนัก จนทำให้เกิดน้ำท่วม สิ่งนั้น ส่งผลให้หญ้าและพุ่มไม้ในพื้นที่ทางตอนใต้มีความอุดมสมบูรณ์ และเมื่ออากาศเข้าสู่สภาวะความแห้งแล้ง พืชพรรณเหล่านั้น ก็สามารถแปรเปลี่ยนเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีให้กับไฟป่าได้นอกจากนี้ การที่ลมกระโชกรุนแรงมากขึ้น จนพัดให้เพลิงโหมกระหน่ำ ส่วนหนึ่งก็เป็นปัญหามาจากโลกร้อน เนื่องจากอุณหภูมิของมหาสมุทรสูงขึ้น บวกกับการเปลี่ยนแปลงของกระแสน้ำที่พัดผ่าน ส่งผลให้รูปแบบของลมเกิดการเปลี่ยนแปลง และทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วแต่ปัจจัยต่าง ๆ ทั้งหมดที่กล่าวถึงนั้น ดูเหมือนว่า จะเกิดขึ้นจากธรรมชาติ แต่ถ้าเจาะลึกลงไปให้ดีจะพบว่า ทุกภัยพิบัติที่เกิดขึ้น ล้วนมีมนุษย์เป็นสาเหตุอยู่เสมอ จากกิจกรรมต่าง ๆ ที่ทำให้โลกร้อนขึ้นนอกจากนี้ ไฟป่าส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้น มักมากจากกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การตั้งแคมป์ปิ้ง หรือ ประกายไฟจากเครื่องจักร เป็นต้นอย่างไรก็ตาม รูปแบบของสภาพอากาศที่คาดเดาไม่ได้เหล่านี้ ทวีความรุนแรงมากขึ้นจากการที่อุณหภูมิโลกสูงขึ้น ส่งผลให้ไฟป่าเกิดความรุนแรงและถี่ขึ้น โดยคาดว่า โลกร้อนจะกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับชีวิตมนุษย์มากขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคตแปล-เรียบเรียง: พรวษา ภักตร์ดวงจันทร์แหล่งข้อมูลอ้างอิง:https://www.bbc.com/news/articles/c86w61839pyohttps://www.vox.com/climate/394005/palisades-eaton-wildfire-los-angeles-santa-ana-winds-california-explainerhttps://www.thehansindia.com/news/international/california-wildfire-crisis-a-wildfire-apocalypse-in-los-angeles-935900https://edition.cnn.com/weather/live-news/los-angeles-pacific-palisades-eaton-wildfires-01-08-25/index.htmlhttps://www.hindustantimes.com/world-news/california-wildfire-burning-los-angeles-looks-apocalyptic-in-scary-visuals-101736403112374.html
TNN ช่อง16 • 9 ม.ค. 68
อ่าน
หนังภัยพิบัต ครบรส มันหยดติ๋ง "2012 วันสิ้นโลก"
ภาพยนตร์สร้างจากปรากฏการณ์ 2012 โดยเล่าเรื่องราวของ เอเดรียน เฮล์มสลีย์ (เอจีโอฟอร์) นักธรณีวิทยา และแจ็คสัน เคอร์ติส (คูแซก) นักประพันธ์นิยายวิทยาศาสตร์ ขณะที่พวกเขาประสบกับลำดับเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น แผ่นดินไหว, การปะทุของภูเขาไฟ, คลื่นยักษ์สึนามิ และอุทกภัยทั่วโลก ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกจินตนาการโดยผู้ที่เชื่อในสมมติฐาน ความหายนะที่เกิดขึ้นทั่วโลกนำไปสู่จุดจบของโลก และผู้ที่รอดชีวิตต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด ภาพยนตร์สะเทือนความรู้สึกจากปรากฏการณ์ภัยพิบัติหลายรูปแบบ จากสมมติฐานคำทำนายของชาวมายา ที่ทำนายถึงเหตุการณ์วันสิ้นโลกที่จะเกิดขึ้นในเวลาใดเวลาหนึ่งในช่วงเหมายัน พ.ศ. 2555 (ค.ศ. 2012) มีหลักฐานการสิ้นสุดของเวลาอยู่ในปฏิทินเมโสอเมริกัน (ปฏิทินมายา) ในวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2555 ทุกชีวิตต่างรักตัวกลัวตาย หมุดหมายคือการไปขึ้นเรือที่ประเทศจีนเพื่อไปสู่แดนดินใหม่ หนังทำออกมาได้อย่างครบรส ภัยพิบัติ ฉากวายปวงมีทุกมุมโลกทั้งฝั่งยุโรปและเอเชีย ใครชอบดูคลื่นยักษ์ แผ่นดินไหว พื้นดินแตกแยก ระเบิดตูมตาม เรื่องนี้จัดหนักจัดเต็ม ถือเป็นหนังภัยพิบัติฟอร์มใหญ่ที่ทำออกมาครบมากๆ ฉากลุ้นหนีตาย ทำออกมาได้หมัดหยด มีดรามา ตลก และแน่นอนหนังแนวนี้เราได้เห็นจุดจบของคนที่เห็นแก่ตัว และการจากลาของครอบครัว เป็นหนังที่ใครไม่เคยดูถือว่าพลาดมากๆ รับชม "2012 วันสิ้นโลก" อีกครั้ง วันเสาร์ที่ 2 พ.ย. 67 ทางช่อง True Film 1 (222) เวลา 15:50 น. 📢 สมัครและดูได้แล้ววันนี้ คลิก https://truevisions-now.onelink.me/RQwi/zrw142fi #TrueVisions #Movie #TrueFilm1 #2012 วันสิ้นโลก
ทรู วิชั่นส์ • 2 พ.ย. 67
อ่าน
“ธารน้ำแข็งวันสิ้นโลก” มีโอกาสละลาย-พังทลาย แบบ Domino Effect แค่ไหน?
p.p1 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 13.0px Thonburi} p.p2 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 13.0px 'Helvetica Neue'} p.p3 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 13.0px 'Helvetica Neue'; min-height: 15.0px} p.p4 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 13.0px 'Helvetica Neue'; color: #dca10d} span.s1 {font: 13.0px 'Helvetica Neue'}ธารน้ำแข็งทเวตส์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นน้ำแข็งWest Antarcticขนาดมหึมาถูกจัดว่าเป็นหนึ่งในธารน้ำแข็งที่มีอัตราการเปลี่ยนแปลงของขนาดและไม่เสถียรมากที่สุดในโลกและมันก็กำลังละลายจากวิกฤตโลกเดือดโดยธารน้ำแข็งทเวตส์นี้ทำให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกสูงขึ้นแล้วถึง4%และละลายหมดจะทำให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกจะสูงขึ้นถึง65เซนติเมตรกระทบต่อผู้คนตามแนวชายฝั่งเกือบ100ล้านคนทั่วโลกจึงเป็นที่มาของฉายาธารน้ำแข็งวันสิ้นโลกและมีทฤษฎีหนึ่งที่กำลังเป็นที่พูดถึงคือการที่ธารน้ำแข็งวันสิ้นโลกจะละลายและพังทลายลงเหมือนโดมิโนได้---ธารน้ำแข็งพังทลายแบบโดมิโน---LiveScienceอธิบายอ้างอิงทฤษฎีเรียกว่ามารีนไอซ์คลิฟฟ์อินสเตบิลิตี้(Marine Ice Cliff Instability)หรือแปลไทยตรงๆก็คือความไม่เสถียรของผาน้ำแข็งในทะเลซึ่งเป็นที่พูดถึงในแวดวงวิทยาศาสตร์ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาคำอธิบายคือธารน้ำแข็งในแอนตาร์กติกาหรือขั้วโลกใต้จะมีส่วนที่ลอยน้ำอยู่เป็นส่วนต่อขยายเรียกว่าหิ้งน้ำแข็งหิ้งน้ำแข็งนี้มีความสำคัญช่วยค้ำยันไม่ให้น้ำแข็งไหลออกสู่ทะเลแต่วิกฤตโลกเดือดทำให้หิ้งน้ำแข็งนี้ละลายและจมลงทะเลมากขึ้นเรื่อยๆบางครั้งก็ในระยะไม่กี่สัปดาห์และไม่กี่เดือนแล้วถ้าหิ้งน้ำแข็งของธารน้ำแข็งทเวตส์พังทลายลงก็จะก่อให้เกิดผาน้ำแข็งกว้าง120กิโลเมตรที่ต้องเผชิญหน้ากับกระแสน้ำอุ่นในมหาสมุทรที่ไหลเข้าปะทะโดยตรงผาน้ำแข็งนี้รับแรงปะทะไม่ได้มากยิ่งผาสูงก็ยิ่งเปราะบางจนทลายลงมหาสมุทรได้แล้วมันเป็นโดมิโนเอฟเฟกต์อย่างไรนั่นเพราะเมื่อผาน้ำแข็งหนึ่งพังทลายลงก็จะเผยให้เห็นผาน้ำแข็งชั้นต่อๆมาด้านหลังที่ต้องปะทะเข้ากับกระแสน้ำทะเลกลายเป็นโดมิโนที่ล้มต่อๆกันไปอย่างไรก็ดีทฤษฎีนี้ถูกท้าทายด้วยข้อเท็จจริงว่าไม่มีใครไปสังเกตการณ์ธารน้ำแข็งนี้ตลอดเวลาจึงไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่---คำอธิบายใหม่ต่อทฤษฎีและล่าสุดก็มีคำอธิบายใหม่จากนักวิทยาศาสตร์ขั้วโลกชื่อแมทธิวมอร์ลิเกมที่ทำการศึกษาและท้าทายหลักคิดการทลายลงของผาน้ำแข็งว่าหากผาน้ำแข็งไม่ได้สูงถึง135เมตรมันก็จะไม่ทลายลงมาง่ายเช่นนั้นทีมของเขายังใช้โมเดล3มิติเพื่อทำความเข้าใจว่าหลักการMarine Ice Cliff Instabilityจะใช้ได้กับธารน้ำแข็งทเวตส์หรือไม่แล้วพบว่าหากหิ้งน้ำแข็งของธารน้ำแข็งวันสิ้นโลกทลายลงในวันนี้จะทำให้ธารน้ำแข็งไหลออกสู่มหาสมุทรเร็วขึ้นและทำให้ส่วนหน้าของธารน้ำแข็งบางลงนั่นหมายความว่าผาน้ำแข็งก็จะไม่สูงถึงขนาดที่จะทลายลงโดยง่ายนั่นเอง---ข่าวดีเล็กๆในข่าวร้าย---แต่นี่เป็นเพียงข่าวดีทางวิชาการเล็กๆในความเป็นจริงอันเลวร้ายว่าธารน้ำแข็งวันสิ้นโลกกำลังละลายเร็วกว่าปกติทีมนักวิจัยที่นำโดยนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียได้ใช้ข้อมูลเรดาจากอวกาศในการเอ็กซเรย์ธารน้ำแข็งบ่งชี้ว่าแผ่นน้ำแข็งแอนตาร์กติกนั้นมีความเสี่ยงต่ออุณหภูมิของน้ำทะเลที่สูงขึ้นมากกว่าที่เราเคยคิดเอาไว้ก่อนหน้านี้เสียอีกน้ำทะเลที่มีรสเค็มและความอุ่นของน้ำมาบรรจบกับธารน้ำแข็งทำให้เกิดการละลายอย่างรุนแรงที่ใต้ธารน้ำแข็งและอาจกระทบต่อการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลที่เกินกว่าที่เราเคยประมาณการกันเอาไว้อ้างอิง:https://www.livescience.com/planet-earth/antarctica/thwaites-glacier-won-t-collapse-like-dominoes-as-feared-study-finds-but-that-doesn-t-mean-the-doomsday-glacier-is-stablehttps://www.rollingstone.com/politics/politics-features/the-doomsday-glacier-113792/https://www.nature.com/articles/nature17145
TNN ช่อง16 • 31 ส.ค. 67
อ่าน
2012 วันสิ้นโลก - หนังน่าดูที่ทรูไอดี (Movie of the Day)
มาพบกันเป็นประจำในทุกๆ เช้ากับการแนะนำหนังน่าดูประจำวันที่ TrueID และ TrueID+ หลากหลายอรรถรสความบันเทิงไร้ขีดจำกัดกับ "Movie of the Day" กับเรื่อง 2012 วันสิ้นโลก เป็นภาพยนตร์อเมริกันแนวหายนะและวันสิ้นโลกที่แสดงถึงคลื่นยักษ์สึนามิที่กำลังจะท่วมเข้าซัดเทือกเขาหิมาลัยในทิเบต และอีกหลายๆ เหตุการณ์ภัยพิบัติที่แตกต่างกันไป "2012" แสดงถึงเหตุการณ์ภัยพิบัติหลายรูปแบบ ทั้งการพังทลายของกริชตูเรเดงโตร์ในบราซิล การปะทุอย่างรุนแรงของภูเขาไฟที่เยลโลว์สโตน การเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนแซนแอนเดรอัส ทำให้เมืองลอสแอนเจลิสทางใต้และส่วนอื่นๆ พังทลายจมลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิก แผ่นดินไหวที่อิตาลีทำให้มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ที่นครรัฐวาติกันพังทลาย แผ่นดินแยกขนาดใหญ่ที่ลาสเวกัส รวมถึงการเกิดคลื่นสึนามิขนาดมโหฬารที่พัดเอาเรือยูเอส จอห์น เอฟ เคเนดี ทำลายทำเนียบขาวที่เมืองวอชิงตัน ดี.ซี. นอกจากนี้ยังมีฉากเรือที่มีกลุ่มผู้คนที่จ่ายเงินซื้อตั๋วเป็นเงิน 1,000 ล้านยูโรเพื่อรอดชีวิตจากเหตุการณ์วันสิ้นโลก การทำนายเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์มานาน โดยเฉพาะการพยากรณ์และการทำนายภัยพิบัติทางธรรมชาติ ดิน น้ำ ลม ไฟ หรือ ดวงดาว แต่ที่น่าตื่นเต้นและดูเหมือนจะเกิดขึ้นจริงที่สุดคือ สิ่งที่ชาวเผ่ามายันได้ทำนายทายทักเอาไว้ หลายศตวรรษมาแล้ว ชาวเผ่ามายันมีความเชื่อและคำทำนายไว้ว่า วันที่โลกจะดับสูญคือวันที่ 21 ธันวาคม 2012 ซึ่งตามวัน และปี พ.ศ. นี้ได้ปรากฎอยู่เป็นวันสุดท้ายในปฏิทินของชาวเผ่ามายัน ภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดย จอห์น คูแซก, ชิเวเทล อีจีโอฟอร์, อมานดา พีท ผลงานการกำกับและอำนวนการสร้างโดย โรแลนด์ เอ็มเมอริค ประเภท: แอคชั่น / ไซไฟ นำแสดงโดย: จอห์น คูแซก, ชิเวเทล อีจีโอฟอร์, อมานดา พีท กำกับโดย: โรแลนด์ เอ็มเมอริค ความยาว: 158 นาที เข้าฉายครั้งแรก: 12 พฤศจิกายน 2552 (กำหนดฉายในประเทศไทย) อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง TrueID Daily Boxoffice จัดอันดับหนัง-ซีรีส์ออนไลน์สุดฮิตประจำวัน ------------------------------------- กดเลย community แห่งความบันเทิง 📸 เมาท์ข่าวดารา กับเจ๊รุงรังขังรวมทั้งข่าว หนัง ซีรีส์ 🍿ละคร ดนตรี และศิลปินไอดอล 😍ที่คุณชื่นชอบ บนแอปทรูไอดี ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 30 มิ.ย. 67
อ่าน
“ทฤษฎีวันสิ้นโลก” เป็นไปได้จริงหรือไม่? หรือมนุษย์แค่กลัวไปเอง
ปัญหาวันสิ้นโลก ที่พูดถึงนี้คือวันที่โลกดับสูญ เป็นเรื่องที่ผู้คนถกเถียงกันมาช้านาน ด้วยความกลัวว่าโลกของเราจะระเบิด พบจุดจบ สิ้นมวลมนุษยชาติมีการคิดกันไปต่าง ๆ นานา ทั้งคาดเดาและสร้างทฤษฎีความเป็นไปได้ แต่คำถามที่ตามมา คือ ความกังวลดังกล่าว มีจุดเริ่มต้นจากอะไร และทฤษฎีที่พวกเขาสร้างขึ้นมานั้นสามารถประเมินและคาดการณ์ความเป็นไปได้ (Probability) ได้มากน้อยเพียงไร? และที่สำคัญ ทฤษฎีพวกนี้เชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน?ศาสนาโลกแตกการคิดเรื่องโลกแตกในช่วงแรก ๆ นั้น มาจากอิทธิพลของ ศาสนา เป็นสำคัญ โดยเฉพาะ 3 ศาสนาที่มีพระเจ้าองค์เดียวกัน (ตามความเชื่อ) อย่าง คริสต์ อิสลาม และยิว ซึ่งศัพท์ทางวิชาการจะเรียกความเชื่ออย่างฝังใจในเรื่องโลกแตกทางศาสนาว่า Apocalypticismศาสนาคริสต์มีความเชื่อว่าด้วย อาร์มาเกดดอน (Armageddon) หรือการปะทะกันของพระเจ้าและซาตาน สร้างความระส่ำแก่มวลมนุษยชาติ หรือกระทั่ง วันพิพากษาโลก (Judgment Day) ที่พระเจ้าคัดเลือกผู้อยู่รอดเพียงจำนวนหนึ่ง มนุษย์ที่เหลือก็ดับสูญไปศาสนาอิสลามมีความเชื่อเรื่อง ชั่วโมงล้างแค้น (Hour) ของพระเจ้าที่ทรงปลิดชีพเหล่าผู้ต่อต้านพระองค์ ทำให้สังคมเข้าสู่ยุคอารยะ แต่เมื่อพระผู้เป็นเจ้าสิ้นพระชนม์อีกครั้ง โลกก็เข้าสู่กลียุคถึงกาลปาวสานศาสนายิวมีความเชื่อเรื่อง วันแห่งพระเจ้า (Day of the Lord) คล้าย ๆ กับอาร์มาเกดดอน ที่จะมีการต่อสู้กันของ ก็อก (Gog: พระเจ้าและชาวยิว) และ มาก็อก (Magog: ปีศาจและกลุ่มนอกรีต) ซึ่งจะนำมาถึงการล่มสลายของโลกแม้จะต่างกรรมต่างวาระ แต่ทั้ง 3 ศาสนานี้ก็เชื่อร่วมกันว่า ทุกสิ่งทุกอย่างนั้น มีจุดจบ ของตนเอง ไม่ได้แบบชาวพุทธหรือชาวตะวันออก ที่โลกนั้นเป็น วัฏจักร เกิด แก่ เจ็บ ตาย เวียนไปเรื่อย ๆจนเมื่อเข้าสู่ยุคสว่างไสวทางปัญญา (Age of Enlightenment) ภายหลังการค้นพบว่า โลกไม่ใช่ศูนย์กลางของจักรวาล ของนิโคลัส โคเปอร์นิคัส ทำให้อิทธิพลในเรื่องนี้ของศาสนาลดทอนไปมาก และแทนที่ด้วยวิทยาศาตร์กายภาพ (Physical Science) ดาราศาสตร์ (Astrology) และฟิสิกส์ (Physics)แต่ความเชื่อนั้นก็ยังเปลี่ยนยาก เพราะศาสนามีอยู่คู่กับความรู้สมัยใหม่ ไม่ได้หายไปไหน การเชื่อเรื่องวันสิ้นโลกเลยยังมีอยู่ แต่เปลี่ยนจากเชื่อโดยไม่มีเงื่อนไข มาเป็นพยายามใช้ องค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นมาทำการศึกษาและคาดการณ์เรื่องวันสิ้นโลก หรือก็คือ ไม่ได้ใช้ความเชื่อตัดสิน แต่ใช้ หลักการและทฤษฎี ในการทำความเข้าใจแทนทฤษฎีโลกแตกในช่วงที่โลกกำลังเจริญก้าวหน้าด้วยลัทธิพาณิชย์นิยม (Merchanism) และทุนนิยมเสรี (Capitalism) ความเชื่อเรื่องโลกแตกนั้นปรากฏให้เห็นน้อยมาก ๆ เพราะโลกกำลัง ก้าวไปข้างหน้า เจริญรุ่งเรือง ผู้คนจึงไม่ค่อยให้ความสำคัญต่อการล่มสลายหรือวันสิ้นโลกมากเท่าไรแต่เมื่อเข้าสู่ยุคหลังสงครามโลกทั้ง 2 ครั้ง ประชาชนก็เริ่มที่จะคิดถึงสัญญาณของวันสิ้นโลกขึ้นมาเล็กน้อย โดยเฉพาะการที่สหรัฐฯ ใช้ระเบิดนิวเคลียร์ถล่มญี่ปุ่นในฝั่งสหรัฐอเมริกามีแนวคิด Doomsday Cult ซึ่งมาจากงานศึกษาDoomsday Cult: A Study of Conversion, Proselytization, and Maintenance of FaithเขียนโดยJohn Loflandที่ได้ไปศึกษาการเคลื่อนไหวทางศาสนาคริสต์แบบใหม่ที่ระบาดในสหรัฐฯ ช่วงยุค 60 ที่เรียกว่า Unification Church ที่มีการสร้างสาวกขึ้นมาโดยให้เชื่อว่าโลกจะแตกและถึงกาลปาวสานในไม่ช้า จึงต้องหันมาเข้าร่วมลัทธิเพื่อให้เป็นผู้ที่ถูกเลือกงานศึกษาเสนอว่า ที่ผู้คนเชื่อถือเรื่องแบบนี้ เพราะเรื่องของวันสิ้นโลกนั้น สามารถที่จะ ยืด ออกไปได้เรื่อย ๆ สมมติผู้นำบอกว่าโลกจะแตกในวันนี้ แต่วันนี้โลกไม่แตก ก็จะบ่ายเบี่ยงบอกไปว่าอีก 10 ปีจะแตกแน่นอน ผู้คนที่ศรัทธามาก ๆ ก็จะเชื่อตามนั้นแบบไม่มีเงื่อนไขคำถามที่ตามมาคือ พอเป็นไปได้หรือไม่ที่จะคาดการณ์วันโลกแตกให้มีระยะเวลาที่ชัดเจน?เรื่องนี้ ในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1980 ได้เกิดการคิดค้นหลักการดังกล่าวขึ้น โดยเรียกว่า Doomsday Argument หรือ DA ซึ่งมีคำอธิบายว่า ประชากรของมนุษย์จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งต้องมาพิจารณาการลดจำนวน ซึ่งจะมีผู้ที่ถูกเลือกและผู้ที่ไม่ถูกเลือก จนในที่สุดประชากรก็จะลดลงเรื่อย ๆ จนตัวเลขเป็นศูนย์ แล้วโลกก็อาจจะอยู่ได้ถึง 9,120 ปีให้หลังแต่ DA มีข้อท้วงติงว่า ไม่สมเหตุสมผล เพราะการคาดการณ์นี้อ้างอิงมาจาก Probability theory ที่มีสูตรสำเร็จทางคำอธิบายว่า ทุกอย่างจะต้อง ขึ้นสุดลงสุด โดยไม่มีที่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ อาทิ การเพิ่มและลดแบบสลับฟันปลา และการเพิ่มและลดแบบไม่คงที่ดังนั้น การคำนวนเรื่องโลกแตก จึงเข้าสู่หลักการทาง คณิตศาสตร์ แทนริชาร์ด ก็อตต์ ที่ 3 (J. Richard Gott III.) บัณฑิตฟิสิกส์ดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยพรินสตัน ได้เขียนงานศึกษาImplications of the Copernican principle for our future prospectsที่เสนอว่า ระยะเวลาของทุกสรรพสิ่งนั้นเป็นเส้นตรงแบบจำกัด (Finite Linear) หมายความว่าจะต้องมีจุดกำเนิดและจุดดับสูญก็อตต์ แบ่งระยะเวลาออกเป็น 4 ส่วนเท่า ๆ กัน และวางหลักการว่า ช่วงที่พีคที่สุดนั้น ตัวเลขอัตราการเกิดจะอยู่ที่ 10,000 ล้านคน ซึ่งใช้ระยะเวลา 760 ปี โดยปัจจุบัน โลกมีอัตราการเกิด 130 ล้านคน นั่นหมายความว่า โลกเรามีอัตราการเติบโตที่ลดลงอย่างน่าใจหาย ซึ่งการลดลงนี้ หมายความว่าจะต้องอยู่ในช่วงครึ่งหลังของส่วนเวลา อย่างน้อยต้องเลย 75% ขึ้นไปที่มา:Implications of the Copernican principle for our future prospects,https://www.vox.com/the-highlight/2019/6/28/18760585/doomsday-argument-calculation-prediction-j-richard-gottก็อตต์จึงคาดการณ์ว่า โลกของเราจะอยู่ได้อีกไม่เกิน 760 ปี เพราะอัตราการเกิดของประชากรกำลังลดลง และนั่น อาจจะนำไปสุ่จุดจบของวันสิ้นโลกได้ทฤษฎีนี้ แตกต่างจาก DA เพราะแสดงให้เห็นว่าอัตราการเกิดของประชากรไม่ได้เพิ่มขึ้นจนต้องมาคัดสรรผู้ที่ควรจะอยู่รอด แต่กลับลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติมาตั้งนานแล้ว ดังนั้น เพียงแต่ปล่อยไว้เฉย ๆ โลกเราก็อาจจะถึงคราวอวสานได้แต่ทฤษฎีนี้ถูกโต้กลับโดย สตีเวน กู๊ดแมน (Steven Goodman) ที่เสนอว่า เราจะทราบได้อย่างไรว่าจุดที่เราอยู่นั้นเป็นจุดเสื่อมถอย บางทีตอนนี้อาจจะเป็นจุดที่กำลังขึ้นหรือคงที่ก็ได้ เช่นประชากรที่เพิ่มขึ้นน้อย แต่ก็เพิ่มอย่างต่อเนื่อง เพราะประชากรทั้งโลกมีมากกว่าสมัยก่อนที่แทบจะไม่มีประชากรเลย ดังนั้น เราจะคำนวนว่าโลกแตกในอีกกี่ปีได้อย่างไรโลกแตกจริงหรือไม่?ถึงตรงนี้ ด้วยทฤษฎีและข้อโต้แย้งมากมาย ทำให้เกิดคำถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ ที่โลกจะแตกจริง ๆ ในอนาคตที่ไกลแสนไกลออกไปหนังสือThe Doomsday Calculation: How an Equation that Predicts the Future Is Transforming Everything We Know About Life and the Universeเขียนโดยวิลเลียม พาวน์สโตน (William Poundstone) ชี้ชัดว่า จริง ๆ แล้วมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น เพราะว่าเป็นสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น หรือก็คือ ทฤษฎีวันสิ้นโลกก็เป็นเพียง ความสนุก ณ ปัจจุบัน ที่พยายามจะคิดเรื่องของอนาคตพาวน์สโตน กล่าวเสียดสีในเรื่องนี้ไว้ในหนังสือของเขา ความว่าลองคิดถึงความเสี่ยงของสงครามนิวเคลียร์ การก่อการร้ายทางชีวภาพ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฉับพลัน หรือการที่ AI ครอบครองโลก โลกอยู่รอดได้ถึง 760 ปีก็ถือว่าโชคดีแล้วExclusive by วิศรุต หล่าสกุลแหล่งอ้างอิงบทความ Probability Theory and the Doomsday Argumentบทความ Implications of the Copernican principle for our future prospectshttps://www.vox.com/the-highlight/2019/6/28/18760585/doomsday-argument-calculation-prediction-j-richard-gotthttps://www.history.com/topics/religion/religions-on-the-end-of-the-worldhttps://www.britannica.com/science/time/Cyclic-view-of-time-in-the-philosophy-of-history
TNN ช่อง16 • 19 มิ.ย. 67
อ่าน
Love You as the World Ends Final รักเธอตราบวันสิ้นโลก เดอะมูฟวี่
เรื่องย่อ Love You as the World Ends Final รักเธอตราบวันสิ้นโลก เดอะมูฟวี่ ชื่อเรื่อง Love You as the World Ends Finalประเภท แอคชัน / สยองขวัญ / โรแมนติกนำแสดงโดย เรียวมะ ทาเคอุจิ, ฟูมิยะ ทากะฮาชิ, มายุ ฮอตตะ, ริฮิโตะ ฮิตะงะกิกำกับโดย ชินทาโร ซูงะกาวะกำหนดฉาย 13 มิถุนายน 2024ความยาว 115 นาที
เรื่องย่อหนัง • 12 พ.ค. 67
อ่าน
เปิดไทม์ไลน์ Doomsday Clock เหลือเวลาอีกนานแค่ไหนกว่าจะถึงวันสิ้นโลก
หลายคนน่าจะเคยได้ยินวลีที่ว่า ปี 2024 อีก 90 วินาทีจะถึงเวลาเที่ยงคืน ฟังดูเป็นวลีที่ดูแปลก ๆ อยู่บ้าง เวลานับถอยหลังเป็นเวลาของอะไร เที่ยงคืนสื่อถึงสิ่งไหน รวมถึงก่อนปี 2024 เวลาก่อนถึงเที่ยงคืนยาวนานเพียงใด วันนี้ TNN Tech จะมาอธิบาย รวมถึงย้อนดูไทม์ไลน์จากอดีตจนถึงปัจจุบันเวลาที่เพิ่งกล่าวถึงไปนี้ก็คือ นาฬิกาวันสิ้นโลก หรือ Doomsday Clock นาฬิกาในที่นี้เป็นอุปมาอุปไมยถึงอันตรายที่มนุษยชาติกำลังเผชิญอยู่ ซึ่งก็จะพิจารณาจากเหตุการณ์ทั่วโลกและพิจารณาว่ามนุษย์อยู่ห่างแค่ไหนจากการทำลายล้างโลก ซึ่งคำว่า เที่ยงคืน ก็คือสัญลักษณ์ที่สื่อถึงวันสิ้นโลกนั่นเองเวลาดังกล่าวนี้ถูกพิจารณาและปรับตามองค์กรนักวิทยาศาสตร์ด้านปรมาณู หรือ The Bulletin of the Atomic Scientists โดยจุดเริ่มต้นเกิดขึ้นในปี 1945 เมื่อสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมาและนางาซากิในช่วงสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ความรุนแรงของมันทำให้นักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยชิคาโก 2 คน คือ ยูจีน ราบิโนวิช (Eugene Rabinowitch) และไฮแมน โกลด์สมิธ (Hyman Goldsmith) ซึ่งทั้ง 2 คนเป็นผู้มีส่วนร่วมในโปรเจ็กต์แมนฮัตตัน ซึ่งพัฒนาระเบิดปรมาณู เกิดความกังวลใจเกี่ยวกับผลลัพธ์ในอนาคตของอาวุธทรงอานุภาพนี้ ดังนั้นหลังจากทิ้งระเบิดประมาณ 3 - 4 เดือน ราบิโนวิชและโกลด์สมิธได้สร้างวารสารชื่อ Bulletin of the Atomic Scientists ขึ้นมาเพื่อพิจารณาถึงอันตรายในอนาคตและเพื่อช่วยให้สาธารณชนเข้าใจถึงระดับของภัยคุกคามทางนิวเคลียร์ต่อการดำรงอยู่ของมนุษยชาติหลังจากนั้น 2 ปี นับจากวารสารฉบับพิมพ์ครั้งแรกถือกำเนิด คือในปี 1947 นาฬิกาวันสิ้นโลกจึงถูกจัดตั้งขึ้นมา โดยศิลปินชื่อ มาร์ติล แลงสดอร์ฟ (Martyl Langsdorf) ซึ่งสามีของเธอเป็นนักฟิสิกส์ นาฬิกาวันสิ้นโลกปี 1947 ถูกปรับเข็มไว้ที่ 7 นาทีก่อนถึงเวลาเที่ยงคืน เหตุผลก็คือด้านความสวยงามทางศิลปะล้วน ๆ แต่ต่อมาราบิโนวิช บรรณาธิการในขณะนั้นจึงเข้ามาเป็นผู้ดูแลเรื่องการตัดสินใจปรับเข็มนาฬิกาในปี 1973 เมื่อราบิโนวิชเสียชีวิต องค์กรนักวิทยาศาสตร์ด้านปรมาณู จึงเข้ามาดูแลและพิจารณาเกี่ยวกับการปรับเข็มนาฬิกา ช่วงแรกเริ่มก่อตั้งโดยอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) โดยมีโรเบิร์ต ออพเพนไฮเมอร์ (Robert Oppenheimer) เป็นประธานคนแรก ปัจจุบันคณะกรรมการประกอบด้วยผู้ได้รับรางวัลโนเบล นักฟิสิกส์ นักดาราศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์และสภาพภูมิอากาศจำนวนมาก ช่วยกันพิจารณาและปรับเข็มนาฬิกาก่อนวันสิ้นโลกมาจนถึงปัจจุบันซึ่งสำหรับการปรับเข็มนาฬิกาวันสิ้นโลกประจำปี 2024 นี้ คณะกรรมการก็ประกาศการปรับเข็มเมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา โดยเข็มเวลาวันสิ้นโลกก็ถูกปรับให้อยู่ที่ 90 วินาทีก่อนถึงเวลาเที่ยงคืน เช่นเดียวกับปี 2023 ซึ่งก็เป็นจุดที่มนุษย์เราเข้าใกล้วันสิ้นโลกที่สุด เท่าที่ Doomsday Clock ก่อตั้งขึ้นมา โดยเหตุผลก็อ้างถึงการที่ประเทศมหาอำนาจอย่างจีน รัสเซีย และสหรัฐฯ ต่างก็ทุ่มงบประมาณเพื่อขยายคลังแสงนิวเคลียร์ของประเทศ ซึ่งนั่นก็จะเป็นการเพิ่มอันตรายขึ้นมา ยังมีปัจจัยอย่างสงครามในยูเครน และอาจเป็นชนวนที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงเกี่ยวกับนิวเคลียร์เพิ่มด้วยนอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงปัจจัยอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากอาวุธนิวเคลียร์ด้วย คือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีชีวภาพ รวมถึงเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ด้วยสำหรับช่วงเวลาที่น่าสนใจในประวัติศาสตร์ Doomsday Clock ได้แก่ปี 1947 : จุดเริ่มต้นนาฬิกาวันสิ้นโลก ถูกตั้งเวลาไว้ที่ 7 นาที จัดขึ้นหลังจาก 2 ปีที่สหรัฐฯ ทิ้งระเบิดนิวเคลียร์บนฮิโรชิมาและนากาซากิ ประเทศญี่ปุ่นปี 1953 : ถูกตั้งเวลาไว้ที่ 2 นาที เป็นช่วงเวลาที่เข้าใกล้วันสิ้นโลกที่สุดที่เคยตั้งในตอนนั้น และครองสถิติยาวนานมาจนกระทั่งถูกทำลายสถิติในปี 2020 ที่เวลา 100 วินาที สำหรับเหตุผลก็คือสหรัฐฯ และสหภาพโซเวียตได้ทอลองระเบิดไฮโดรเจนในปี 1952ปี 1991 : ถูกตั้งไว้ที่ 17 นาที เป็นช่วงเวลาที่เข็มนาฬิกาถูกปรับให้ไกลวันสิ้นโลกที่สุดเท่าที่เคยมีมา เนื่องจากสิ้นสุดสงครามเย็น และมีการลงนามในสนธิสัญญาลดอาวุธทางยุทธศาสตร์ ซึ่งนำไปสู่การลดอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ และโซเวียตลงอย่างมากปี 2007 : เป็นครั้งแรกที่มีการเพิ่มความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้ามาพิจารณาด้วย โดยนาฬิกาถูกปรับไว้ที่ 5 นาทีปี 2018 : นาฬิกาถูกปรับไว้ที่ 2 นาที เทียบเท่าที่เคยปรับไว้ต่ำที่สุดเมื่อปี 1953 เหตุผลคือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่อง การที่สหรัฐฯ ถอนตัวจากข้อตกลงปารีส สนธิสัญญากองกำลังนิวเคลียร์พิสัยกลาง รวมถึงภัยคุกคามอื่น ๆ เช่น ชีววิทยาสังเคราะห์ ปัญญาประดิษฐ์ และสงครามไซเบอร์ปี 2023 : นาฬิกาถูกปรับไว้ที่ 90 วินาที เท่ากับปี 2024 เป็นช่วงเวลาใกล้วันสิ้นโลกที่สุดในประวัติศาสตร์ สาเหตุมาจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน เกาหลีเหนือเปิดตัวการทดสอบขีปนาวุธพิสัยกลาง ปัญหาด้านวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ภัยคุกคามทางชีวภาพ ฯลฯ รวมถึงผลกระทบจากโรคระบาด Covid-19 ด้วยที่มาข้อมูลPhysicsworld, BBC, Wikipedia,News.skyที่มารูปภาพ Reuters
TNN ช่อง16 • 29 ม.ค. 67
อ่าน
สงครามทำ “นาฬิกาวันสิ้นโลก” ขยับเข้าใกล้เวลาหายนะมากขึ้น
องค์กรนักวิทยาศาสตร์ด้านปรมาณู หรือ The Bulletin of the Atomic Scientists ขยับเข็ม นาฬิกาวันสิ้นโลก เข้าใกล้จุดหายนะ โดยอ้างถึงปัจจัยจากสถานการณ์สงครามที่ร้อนระอุ และสภาพภูมิอากาศที่เลวร้ายลง ว่าเป็นตัวผลักดันให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติโลกภาพจากรอยเตอร์องค์กรได้ประกาศปรับเข็มนาฬิกาวันสิ้นโลก หรือ Doomsday Clock ไว้ที่ 90 วินาทีก่อนเที่ยงคืน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เปรียบเสมือนจุดสิ้นสุดของมนุษยชาติสำหรับการปรับเวลาในแต่ละครั้ง คณะกรรมการจะพิจารณาถึงปัจจัยเสี่ยง และภัยคุกคามต่าง ๆ ที่อาจก่อให้เกิดวันสิ้นโลกของมนุษย์ เช่น สถานการณ์สงคราม โลกระบาด หรือการเกิดภัยพิบัติต่าง ๆโดยปีนี้องค์กรระบุว่าได้พิจารณาจากสถานการณ์สงครามที่เกิดขึ้น ซึ่งมีการใช้อาวุธนิวเคลียร์ สงครามรัสเซียและยูเครน, สงครามระหว่างอิสราเอลและฮามาส และการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศโลกที่เลวร้าย รวมไปถึงการกำเนิดของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีชีวภาพตัวใหม่ ที่องค์กรมองว่าพัฒนารุดหน้าไปไกลกว่าความปลอดภัยของมนุษย์นอกจากนี้ องค์กรยังได้ระบุว่าประเทศมหาอำนาจของโลกอย่าง จีน รัสเซีย และสหรัฐอเมริกา ต่างก็ใช้เงินจำนวนมากเพื่อขยายหรือปรับปรุงอาวุธนิวเคลียร์ของประเทศให้ทันสมัย ซึ่งองค์กรมองว่าเป็นการเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดสงครามนิวเคลียร์ ที่อาจจะเกิดจากการคำนวณที่ผิดพลาดภาพจากรอยเตอร์สำหรับองค์กรนักวิทยาศาสตร์ด้านปรมาณู ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1945 โดยนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังหลายท่าน รวมถึง อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) นักฟิสิกส์ผู้โด่งดังจากทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ และ เจ. รอเบิร์ต ออปเพนไฮเมอร์ (J. Robert Oppenheimer) นักฟิสิกส์ชาวสหรัฐ ผู้เป็นบิดาของระเบิดปรมาณูโดยองค์กรแห่งนี้ ตั้งอยู่ในเมืองชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้สร้างนาฬิกาวันสิ้นโลก หรือ Doomsday Clock ขึ้นตั้งแต่ปี 1947 ในช่วงสงครามเย็น ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นสัญลักษณ์เตือนใจว่าในแต่ละปี มนุษยชาติเข้าใกล้การทำลายล้างโลกมากแค่ไหนข้อมูลจากreutersconnect, reuters,edition
TNN ช่อง16 • 24 ม.ค. 67
อ่าน
รีวิวหนัง "Spy Kids: Armageddon พยัคฆ์จิ๋วไฮเทค: วันสิ้นโลก" รีบูตใหม่ เท่ใส ๆ ไม่เปลี่ยน
กลับมาอีกครั้งกับหนังแอคชันผจญภัยวัยเด็กในตำนาน กับการรีบูตครั้งใหม่ที่เป็นการยกเครื่องในรอบกว่า 10 ปี แต่ยังคงได้ทีมผู้สร้างชุดเดิมมาดูแล้วใน "Spy Kids: Armageddon พยัคฆ์จิ๋วไฮเทค: วันสิ้นโลก" ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป กับเทคโนโลยีการสร้างหนังที่พัฒนาขึ้นไปมาก ต้องมาดูกันว่าหนังสายลับตัวจิ๋วสุดไฮเทคในเวอร์ชั่นนี้จะทำออกมาได้น่าตื่นตาตื่นใจสักแค่ไหน Spy Kids: Armageddon พยัคฆ์จิ๋วไฮเทค: วันสิ้นโลก ว่าด้วยเรื่องราวของอุบัติการณ์จากนักพัฒนาเกมกลายเป็นต้นเหตุที่ทำให้ไวรัสคอมพิวเตอร์น่าเกรงขามเกิดแพร่ระบาดไปทั่ว ทำให้เด็ก ๆ ที่เป็นลูกของเจ้าหน้าที่สายลับต้องร่วมมือกัน เพื่อหาทางปกป้องพ่อแม่ของพวกเขาและช่วยกันพิทักษ์โลกใบนี้เอาไว้ "โรเบิร์ต รอดริเกรซ" ผู้ที่ปลุกปั้นและสร้างแฟรนไชส์หนังชุดนี้มาตั้งแต่ต้น ตลอดทั้ง 4 ภาคที่ผ่านมา กลับมาในหนังเรื่องที่ 5 ที่เป็นการรีบูต เขาก็ยังคงผลักดันและกลับมารับหน้าที่เดิมอีกครั้ง ดูเหมือนว่าตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เขายังคงสนุกกับการสร้างสรรค์และละเลงการสร้างพยัคฆ์จิ๋วไฮเทค และครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน เขายังคงเอ็นจอยกับการปล่อยแนวคิดของตัวเองลงในหนังแอคชันเด็ก ๆ เรื่องนี้ แน่นอนว่า Spy Kids: Armageddon ยังคงพกพาสูตรสำเร็จแบบเก่า ๆ มาให้เชยชมอีกครั้ง มันให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปดู Spy Kids ภาคแรก ๆ สมัยที่ยังเป็นเด็กอีกครั้ง เพียงแต่เทคนิคงานสร้างและเทคโนโลยีสร้างหนังได้รับการพัฒนาตามยุคสมัยขึ้นไปมาก ทำให้อะไร ๆ ก็ดูสมจริงมากยิ่งขึ้น ถึงมันจะยังคงเอกลักษณ์ลูกเล่นปลอม ๆ ของหนังชุดนี้เอาไว้ และ โรเบิร์ต รอดริเกรซ ก็ยังคงรับหน้าที่ร่วมเขียนบทหนังเรื่องนี้อีกครั้ง ทำให้เขายังพรั่งพรูไอเดียใส่เข้ามาได้เพลิน ๆ มันก็ยังคงเป็นแอคชันสายลับที่เด็กดูได้ผู้ใหญ่ดูดีตามสไตล์ แม้ว่าจะมีฉากต่อสู้ใช้ความรุนแรงปะปนเต็มไปหมด แต่มันก็ลดทอนด้วยการลงรายละเอียดแบบใส ๆ แบบหนังครอบครัวเอาไว้ ถึงบทหนังจะเชยมาก ๆ ก็ตาม แต่ก็นับว่าเป็นพล็อตที่เหมาะเจาะกับคนดูทั้งครอบครัวนั่นแหละ หากเอ่ยถึงหนัง Spy Kids ก็ย่อมจะต้องนึกถึงอาวุธไฮเทคน่าตื่นตาต่าง ๆ ที่พวกเขาจะหยิบขึ้นมานำเสนอ เรื่องนี้ก็หยิบเอาพวกเทคโนโลยีคอมพ์และเอไอต่าง ๆ มาใช่ ถือว่าเข้ากับยุคสมัยนี้ เพราะตัวละครนำกลายเป็นเด็กเจเนอเรชันอัลฟาไปเสียแล้ว เด็กที่มักจะคุ้นเคยกับเทคโนโลยีต่าง ๆ ในการเจริญเติบโต อาวุธของพวกเขายังออกมาดี เพียงแต่ยังไม่เฉียบขาดและน่าจดจำสักเท่าไหร่ 2 นักแสดงเด็กที่มารับบทนำในครั้งนี้ ถือว่าทีมผู้สร้างแคสติ้งออกมาได้ค่อนข้างน่าพอใจ "คอนเนอร์ เอสเตอร์สัน" ดาราเด็กที่เพิ่งจะเข้าวงการมาไม่กี่ปี แต่ถือว่าเขาฉายเสน่ห์ทางการแสดงออกมาได้ดี เหมาะเจาะกับบทบาทที่ตัวเองได้รับ และสวมวิญญาณการเป็นสายลับได้ดี ขณะที่ "เอเวอร์ลี คาร์กานิลลา" น้องหนูคนนี้เข้าวงการมาตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะเธอก็คือนักแสดงที่รับบทเป็น เจน ตอนเด็ก ในซีรีส์ เจน เดอะ เวอร์จิ้น หรือเวอร์ชันเด็กของ "จีนา รอดริเกรซ" นั่นเอง น้องเอเวอร์ลีถือว่ามีชั่วโมงทางการแสดงที่ค่อนข้างเยอะ และทำให้เธอถ่ายทอดการแสดงที่ค่อนข้างโฟลว์ไม่น้อยเลย แม้จะต้องเล่นฉากแอคชั่นและโลดโผนไปบ้าง แต่เจ้าหนูตัวเล็ก ๆ คนนี้ก็ทำออกมาได้ดี เช่นเดียวกับ จีนา รอดริเกรซ กับ "แซคารี ลีวาย" ที่เข้ามาช่วยเสริมสมทบในพาร์ทของตัวละครผู้ใหญ่ ที่พวกเขาก็ยังคงแบ่งพื้นที่ให้กับเด็ก ๆ ไดโดดเด่นตลอดทั้งเรื่อง แม้ว่า Spy Kids: Armageddon จะยังคงคอนเซ็ปต์ความเป็นหนังแอคชันเด็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยงานซีจีแบบที่ไม่ได้สนใจเท่าไหร ว่ามันจะแนบเนียนหรือไม่ แต่นั่นเเป็นเอกลักษณ์ของมันนั่นเอง บทหนังอาจจะอยู่ในเซฟโซนไปหน่อย ซ้ำซากเหมือนกับภาคก่อน ๆ แต่หนังก็ยังคงความเป็นหมุดหมายของแฟรนไชส์นี้เอาไว้ได้เป็นอย่างดี ต้องขอบคุณที่ได้ทีมผู้สร้างชุดเดิมกลับมาดูแล ทำให้องค์ประกอบอะไรต่าง ๆ แทบไม่เห็นรอยต่อเลย ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง Spy Kids: Armageddon พยัคฆ์จิ๋วไฮเทค: วันสิ้นโลก ประเภท: แอคชัน / ไซไฟ / ผจญภัย ผู้กำกับ: โรเบิร์ต รอดริเกรซ นำแสดงโดย: คอนเนอร์ เอสเตอร์สัน, เอเวอร์ลี คาร์กานิลลา, แซคารี ลีวาย, จีนา รอดริเกรซ ความยาว: 93 นาที กำหนดฉายในไทย: 22 กันยายน 2023 (ที่ Netflix) Movie.TrueID METRIC: Spy Kids: Armageddon พยัคฆ์จิ๋วไฮเทค: วันสิ้นโลก ภาพรวม⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6/10) การเล่าเรื่อง⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6/10) การแสดง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7/10) เทคนิคงานสร้าง⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6/10) บทภาพยนตร์⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰✰ (5/10) คุณสามารถรับชม Netflix ได้ง่าย ๆ จากกล่อง TrueID TV ตอบโจทย์ความบันเทิงได้ครบ! ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 23 ก.ย. 66
อ่าน
นักวิจัยสร้าง "แผนที่ 3 มิติ" ใต้ธารน้ำแข็งวันสิ้นโลกได้สำเร็จแล้ว !?
ทีมนักสำรวจแอนตาร์กติกของประเทศอังกฤษ หรือBritish Antarctic Survey (BAS) ได้ออกมาประกาศว่าพวกเขาสามารถทำแผนที่ใต้ Doomsday Glacierหรือที่เรียกกันว่าธารน้ำแข็งวันสิ้นโลกซึ่งอยู่ในทวีปแอนตาร์กติกาฝั่งตะวันตกได้สำเร็จ ซึ่งทีมสำรวจกล่าวอ้างว่า นี่คือครั้งแรกที่มีการทำแผนที่ใต้ธารน้ำแข็งวันสิ้นโลกอีกด้วย !!Doomsday Glacier คืออะไร ?เหตุผลที่ Doomsday Glacier ถูกเรียกว่า ธารน้ำแข็งวันสิ้นโลกนั่นก็เพราะ มีการคาดการณ์ว่าเมื่อธารน้ำแข็งแห่งนี้ละลายทั้งหมด มันจะทำให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกสูงขึ้น 65 เซนติเมตร หรือประมาณ 25 นิ้ว สูงมากพอที่จะท่วมแผ่นดินหลายแห่งเลยทีเดียว ซึ่งการท่วมสูงของน้ำทะเลนี้ส่งผลกระทบต่อโลกอย่างแน่นอนโดยธารน้ำแข็งวันสิ้นโลกนี้ มีอีกชื่อนึงว่า Thwaites Glacier (ธารน้ำแข็งทเวตส์) ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งที่มีขนาดกว้างและใหญ่มากที่สุดของทวีปแอนตาร์กติก และถือเป็นธารนำแข็งที่ใหญ่ที่สุดของโลก มีขนาดพื้นที่กว้างกว่า 192,000 ตารางกิโลเมตร เทียบเท่ากับพื้นที่ของประเทศอังกฤษทั้งประเทศ หรือรัฐฟลอริดาของสหรัฐอเมริกาทั้งรัฐตัวธารน้ำแข็งนี้เป็นส่วนหนึ่งของทะเลอามันด์เซนทางตะวันออกของเขาเมอร์ฟี ส่วนหนึ่งของมหาสมุทรแอนตาร์กติก นอกฝั่งแมรีเบิร์ดแลนด์ ทวีปแอนตาร์กติกาฝั่งตะวันตกธารน้ำแข็งนี้เคยถูกนักวิทยาศาสตร์เตือนว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ภายในปี 2031 เนื่องจากเกิดการละลายเร็วกว่าที่เคยคาดการณ์เอาไว้ถึง 2 เท่า และในปี 2022 ที่ผ่านมา ทางนักวิทยาศาสตร์ได้ออกมาระบุว่าในช่วง 2 ศตวรรษ มีการละลายตัวของน้ำแข็งมากกว่า 2.1 กิโลเมตรต่อปี เนื่องจากโดนกระแสน้ำอุ่นกัดเซาะตัวฐานที่อยู่ใต้น้ำการตรวจสอบ ใต้ธารน้ำแข็งเพื่อศึกษาเกี่ยวกับธารน้ำแข็งนี้มากขึ้น ทางทีมนักสำรวจ BAS จึงได้หาทุกวิถีทางในการดูว่าใต้ธารน้ำแข็งมีอะไรหรือเกิดอะไรขึ้นกับมันมาตลอด ล่าสุดหลังจากลองมาทุกวิถีทาง ไม่ว่าจะการใช้เรดาร์บนเครื่องบิน ไปจนถึงการใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับคลื่นแรงโน้มถ่วง ทาง BAS ก็สามารถจับเอาหลาย ๆ วิธีมาผสานรวมกันจนสร้างเป็นแผนที่ 3 มิติของตัวธารน้ำแข็งและข้อมูลทางธรณีวิทยาที่อยู่ใต้มันออกมาได้สำเร็จสภาพของ ธารน้ำแข็งวันสิ้นโลก ปัจจุบันโดยแผนที่ 3 มิติ ชี้ให้เห็นโครงสร้างของธารน้ำแข็งนี้ ว่ามันยึดติดอยู่กับพื้นผิวทางธรณีวิทยาที่ซับซ้อน ซึ่งมีอายุมากกว่า 100 ล้านปี หรือก็คือช่วงเวลาเดียวกับที่นิวซีแลนด์แยกตัวกับแอนตาร์กติกา พื้นดินใต้ธารน้ำแข็งส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยหินแกรนิตและหินอัคนีต่าง ๆ มีตะกอนเกาะเรียงตัวเป็นแอ่ง ซึ่งตะกอนดังกล่าวมีลักษณะเป็นเหมือนโคลนลื่น ๆ ส่งผลให้น้ำแข็งหลุดออกจากธารน้ำแข็งง่ายขึ้น ในยามเจอกับอุณหภูมิสูงอย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ได้จากแผนที่ 3 มิติ ยังข้อมูลในเบื้องต้น ยังไม่สามารถสรุปได้ว่ามันส่งผลต่อการละลายของตัวธารนำแข็งหรือไม่ และอยู่ระหว่างช่วงหาคำตอบ ซึ่งหลังจากนี้ทีมนักสำรวจหวังว่าข้อมูลดังกล่าวจะช่วยให้ทีมนักวิจัยตรวจสอบและคาดการณ์การละลายตัวของธารน้ำแข็งนี้ได้แม่นยำขึ้น เนื่องจากมีข้อมูลพื้นฐานในเรื่องโครงสร้างของตัวธารน้ำแข็งมากกว่าเดิมแหล่งที่มาnewatlas.com
TNN ช่อง16 • 15 มิ.ย. 66
อ่าน
ผลศึกษาล่าสุด "ธารน้ำแข็งวันสิ้นโลก" หากละลายจนหมดน้ำทะเลทั่วโลกจะสูงขึ้น
ผลการศึกษาใหม่ล่าสุด การละลายของ ธารน้ำแข็งวันสิ้นโลก หากละลายจนหมดน้ำทะเลทั่วโลกจะสูงขึ้นครึ่งเมตรมีการเผยผลการศึกษาจากโครงการสำรวจแอนตาร์กติก หรือ ขั้วโลกใต้ ภายใต้ความร่วมมือของอังกฤษ และสหรัฐ ทำการสำรวจใต้ธารน้ำแข็งทเวตส์ หรือ หรือรู้จักในอีกชื่อว่า ธารน้ำแข็งวันสิ้นโลก พื้นที่อันกว้างใหญ่ทางตะวันตกของทวีปเพื่อศึกษาการละลายของมันก่อนหน้านี้ตั้งแต่ปลายทศวรรษที่ 1990 ทีมวิจัยทำการสำรวจธารน้ำแข็งวันสิ้นโลก พบว่า มันค่อยๆ เคลื่อนหายไปจากแผ่นน้ำแข็งหลัก ราว 14 กิโลเมตร และพบว่า เคลื่อนออกไปเพิ่มอีก 1 กิโลเมตรต่อปี และคาดว่า จะเคลื่อนห่างจากเดิมมากขึ้นหลังจากนี้การวิจัยครั้งใหม่ล่าสุดนี้ ได้ส่งหุ่นยนต์ Icefin หุ่นยนต์นักสมุทรศาสตร์ใต้น้ำ ที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก NASA และมูลนิธิวิทยาศาสตร์นานาชาติ ร่วมกันพัฒนาขึ้นเพื่องานสำรวจมหาสมุทรที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็ง ถูกนำมาใช้ครั้งแรกเมื่อปี 2019มีลักษณะเป็นแท่งยาวมีความสูงประมาณความสูงราว 3.5 เมตร มีเซ็นเซอร์ตรวจจับโมเลกุลผ่านคลื่นเสียง และกล้องบันทึกภาพโดยทีมวิจัยส่ง Icefin ลงไปในหลุมขนาด 20 เซนติเมตร ลึก 600 เมตร เจาะผ่านธารน้ำแข็งวันสิ้นโลก ลงไปทั้งหมด 5 ครั้ง และเจอธารน้ำอุ่นไหลเวียนอยู่ด้านล่าง แต่ละลายน้อยกว่าที่คาดไว้แม้อุณหภูมิจะสูงขึ้น จึงเชื่อว่าชั้นน้ำจืดอาจเป็นฉนวนป้องกันการละลายได้ซึ่งภาพที่หุ่นยนต์ใต้น้ำ Icefin รวบรวมไว้ พบความซับซ้อนใต้ธารน้ำแข็งมากกว่าที่คาดไว้ จากเดิมที่คิดว่ามันแบนๆ แต่มันกลับมีรอยแยกหลายรูปแบบ ซึ่งนักวิจัยจะนำข้อมูลทั้งหมดนี้ไปทำแบบจำลอง เพื่อทำนายการละลายของธารน้ำแข็งวันสิ้นโลก และขยายผลไปสู่ธารน้ำแข็งอื่นๆ ทั้งหมดทั้งนี้ ธารน้ำแข็งวันสิ้นโลก มีขนาดใหญ่เท่าเกาะอังกฤษ เป็นหนึ่งในธารน้ำแข็งที่เปลี่ยนแปลงเร็วที่สุดในโลก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นปัจจัยสำคัญในการละลายของมัน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่า หากธารน้ำแข็งนี้ละลายจนหมด น้ำทะเลทั่วโลกจะสูงขึ้นครึ่งเมตรและการวิจัยครั้งใหม่นี้แสดงให้เห็นว่า การละลายเล็กน้อยของธารน้ำแข็งวันสิ้นโลกก็สามารถทำให้ธารน้ำแข็งนี้ละลายจนหมดได้ในอนาคตภาพจาก reuters
TNN ช่อง16 • 16 ก.พ. 66
อ่าน
นักวิทย์จีนพบแกนโลกชั้นในอาจเคยหยุดหมุนมาก่อน แต่ยังไม่เกี่ยวกับวันสิ้นโลกตอนนี้
นักวิทยาศาสตร์ทราบมานานแล้วว่าโลกนั้นหมุนรอบตัวเองและหมุนรอบดวงอาทิตย์ และถ้าลงลึกอีกนิดจะทราบได้ว่าการหมุนรอบโลกของตัวเองนั้นเกี่ยวข้องกับสนามแม่เหล็กของโลกเพราะว่าโลกไม่ได้เป็นเนื้อเดียวกัน แต่มีหลายชั้นรวมกันอยู่ และการหมุนขัดกันในแต่ละชั้นนั้นทำให้เกิดสนามแม่เหล็กที่ปกป้องโลกจากพายุสุริยะ (Solar Storm) ซึ่งทำให้ไฟดับได้ทั้งเมือง และการศึกษาโดยนักแผ่นดินไหววิทยา (Seismologist) ทำให้เราทราบว่า เมื่อไม่เกิน 15 ปีมานี้ แกนชั้นในของโลกนั้นอาจจะเคยหยุดหมุนมาก่อน และตอนนี้อาจกำลังหมุนในทิศทางตรงกันข้ามกับทิศเดิมที่หมุนก่อนหน้างานวิจัยล่าสุดของนักแผ่นดินไหววิทยา (Seismologist) จากมหาวิทยาลัยปักกิ่งในจีนค้นพบว่าแกนชั้นในของโลก (Inner Core) อาจจะเคยหยุดหมุนในช่วงระหว่างปี 2009 - 2020 และอาจกำลังเริ่มหมุนย้อนกลับ หลังจากรวบรวมข้อมูลคลื่นแผ่นดินไหวย้อนหลังตั้งแต่ช่วง 1990 เป็นต้นมา และพบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญจนเชื่อได้ว่าแกนชั้นในของโลกมีการเปลี่ยนแปลงการหมุนเทคนิคดังกล่าวเป็นการประยุกต์ใช้หลักการทางฟิสิกส์ของคลื่นร่วมกันข้อมูลแผ่นดินไหวเพราะโลกที่มีหลายชั้นประกอบกัน ย่อมมีคุณสมบัติทางกายภาพต่างกันด้วย ดังนั้น คลื่นจะเดินทางผ่านแต่ละชั้นด้วยความเร็วและทิศทางต่างกันไป ดังเช่นที่ดร.ยี่ หยาง (Yi Yang) หัวหน้าทีมวิจัยกล่าวว่า การศึกษาแผ่นดินไหวก็เหมือนการทำซีทีสแกน (CT Scan) ให้กับโลก เมื่อเรามีข้อมูลแผ่นดินไหวที่ซ้ำกันมาก ๆ ที่ตำแหน่งเดิมด้วยเหตุนี้ ดร.ยี่ หยาง (Yi Yang) และทีมนักวิจัยจากจีนจึงได้ดูข้อมูลคลื่นแผ่นดินไหวที่เคลื่อนที่ผ่านแกนชั้นในของโลกซ้ำ ๆ ในตำแหน่งใกล้เคียงกันตั้งแต่ช่วงปี 1990 - 2020 และพบว่าข้อมูลคลื่นแผ่นดินไหว (Seismic Waveform) ที่บันทึกได้มีการเปลี่ยนแปลงค่าไป ซึ่งสามารถคำนวณได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงความเร็ว ทิศทางการหมุน และมีช่วงเวลาที่อาจจะตีความได้ว่ามีการหยุดหมุนระหว่างปี 2009 - 2020 อีกด้วยอย่างไรก็ตาม การหมุนของโลกโดยรวมนั้นยังคงไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ควรจับตามองการเปลี่ยนแปลงสนามแม่เหล็ก ระยะเวลาที่โลกหมุนรอบตัวเอง ซึ่งถูกนิยามเป็น 1 วัน ที่เรารู้จัก และผลการวิจัยนี้จะช่วยให้นักแผ่นดินไหววิทยา (Seismologist) สามารถศึกษาโครงสร้างภายในโลกได้มากยิ่งขึ้นด้วยเช่นกันที่มาข้อมูล Interesting Engineering, Natureที่มารูปภาพ Freepik
TNN ช่อง16 • 27 ม.ค. 66
อ่าน
ตัวอย่างใหม่ "Knock at the Cabin" เผยวันสิ้นโลกในสไตล์ เอ็ม. ไนท์ ชยามาลาน
Universal Pictures ได้ปล่อยต้วอย่างใหม่ล่าสุดของ Knock at the Cabin ที่บอกเล่าเรื่องราววันสิ้นโลกสุดตึงเครียดในสไตล์ของผู้กำกับ เอ็ม. ไนท์ ชยามาลาน (M. Night Shyamalan) นำแสดงโดย เดฟ บอทิสตา (Dave Bautista), โจนาธาน กรอฟฟ์ (Jonathan Groff), รูเพิร์ต กรินต์ (Rupert Grint), เบน อัลดริดจ์ (Ben Aldridge) และ นิกกี อามูกา-เบิร์ด (Nikki Amuka-Bird) ในตัวอย่างล่าสุดนี้ ได้เผยให้แก่สำคัญของเรื่องในกรณีที่สมาชิกครอบครัวหนึ่งที่รักกันมาก ต้องตัดสินใจเลือกว่าจะเสียสละใครเพื่อหยุดยั้งวันสิ้นโลก ซี่งเป็นการบีบให้คนดูต้องลุ้นไปกับการตัดสินใจที่ยาก ๆ นั้น เป็นจุดเด่นของชยามาลานอยู่แล้ว ชยามาลานนั้น เป็นผู้กำกับที่มองการณ์ก่อนผู้สร้างภาพยนตร์หลายคนอยู่บ่อยครั้ง ยกตัวอย่างเช่น The Happening (2008) ที่ดูเหมือนจะไร้เหตุผล แต่ก็เป็นการวิพากษ์ถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม, การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างรุ่นแรง และปมลภาวะ ซึ่งไม่สามารถสื่อความไปถึงผู้ชมได้ ส่งผลทำให้ภาพยนตร์บางเรื่องของเขาไม่ประสบความสำเร็จด้านรายได้ Knock at the Cabin ดัดแปลงจากนิยาย The Cabin at the End of the World ของ พอล จี. เทรมบ์เลย์ (Paul G. Tremblay) โดยชยามาลานได้เปลี่ยนมาเล่าถึงวันสิ้นโลกให้ผู้ชมทราบชัดเจน ในขณะที่ตัวนิยายได้เอ่ยถึงในแบบนามธรรมที่ดูเหมือนจะเป็นปริศนาให้ผู้อ่านจินตนาการไปเท่านั้น จึงต้องรอชมกันว่าเขาจะคงใจความสำคัญของนิยายต้นฉบับไว้ได้หรือไม่ Knock at the Cabin มีกำหนดฉายวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2022 นี้ อ้างอิง
แบไต๋ • 26 ธ.ค. 65
อ่าน
ทั้งญี่ปุ่นโกลาหล! "ซากไคจู" ตัวเร่งวันสิ้นโลกใน “What Do With the Dead Kaiju”
"M Pictures"ท้าทุกคอหนังแอ็กชั่นไซไฟและแฟนคลับคนรักไคจูตัวจริง มาลุ้นระทึกกับภาพยนตร์ไซไฟไอเดียสุดแจ่มแห่งปี2022ที่สร้างเสียงฮือฮาสนั่นโซเชียลและรอชมภาพยนตร์กันแทบไม่ไหว ในที่สุดแห่งหายนะครั้งยิ่งใหญ่กำลังจะอุบัติ"What to Do With the Dead Kaiju?ซากนรกไคจู"ผลงานมหันตภัยล้างโลกสุดทะเยอทะยานจากทีมผู้สร้าง"Godzilla: Final Wars" (2004)และ"Shin Godzilla" (2016)เมื่อประเทศญี่ปุ่นต้องเผชิญหน้ากับโคตรไคจูที่ออกอาละวาดทำลายล้างมานานหลายทศวรรษ จนกระทั่งมันได้สิ้นใจนอนตายในสภาพขาชี้ฟ้า ทำให้งานนี้รัฐบาลจึงต้องหาทางกำจัดซากของมันให้ได้โดยด่วนที่สุด ก่อนที่แก๊สระเบิดจากซากไคจูจะกลายเป็นหายนะที่อาจทำให้ทั้งเกาะญี่ปุ่นจมลงก้นทะเล "What to Do With the Dead Kaiju? ซากนรกไคจู"คือสุดยอดเมกะโปรเจกต์ที่ทุ่มทุนสร้างสูงที่สุดในปีนี้ของแดนอาทิตย์อุทัย และยังรวมนักแสดงระดับA-Listนำโดย"เรียวสุเกะ ยามาดะ"(Fullmetal Alchemist, The Miracles of the Namiya General Store),"ทาโอะ ซึจิยะ"(ซีรีส์Alice in Borderland, The8-Year Engagement),"กาคุ ฮามาดะ"(If Cats Disappeared From the World),"โจ โอดางิริ"(Her Love Boils Bathwater),"โทชิยูกิ นิชิดะ"(The Phone of The Wind, The Miracles of the Namiya General Store)"และนักแสดงเข้าชิงรางวัลออสการ์"ริงโกะ คิคุชิ"(Babel, Pacific Rim,47Ronin) พร้อมใส่เต็มฉากใหญ่ที่น่าตื่นเต้นและซีจีสุดอลังการ ด้วยฝีมือผูุ้สร้างเทคนิคพิเศษมือโปรแห่งญี่ปุ่น"โคอิจิ โนงูจิ"ผู้อยู่เบื้องหลังหนังฮอลลีวูดฟอร์มยักษ์ระดับตำนานอย่าง "Waterworld"(1995),"Species"(1995),"Air Force One"(1997)" และ "Godzilla: Final Wars"(2004) สู่มหึมาซากไคจูนรกขาชี้ฟาสูงถึง 155 เมตรมากกว่าเทพีเสรีภาพเกือบ 1 เท่า โดยโนงูจิเลือกใช้ทั้งคอมพิวเตอร์กราฟฟิก ผสมผสานกับเทคนิคดั้งเดิมอย่าง"โทคุซัตสึ"หรือเทคนิคดั้งเดิมที่ใช้กันมานานในวงการภาพยนตร์และละครแนวแอ็กชั่นของญี่ปุ่น โดยเฉพาะการจำลองเมืองขนาดเล็ก และให้นักแสดงสวมชุดของมอนสเตอร์สำหรับการถ่ายทำฉากทำลายล้าง ซึ่งรับประกันเลยว่าซากโคจูใน"What to Do With the Dead Kaiju?ซากนรกไคจู"จะยิ่งใหญ่เต็มตาและสมจริงบนจอภาพยนตร์อย่างแน่นอน เตรียมรับแรงกระแทกและกลั้นหายใจแบบไม่มีพักหายนะครั้งล่าสุดที่อาจเป็น "วันสุดท้าย" ของมวลมนุษยชาติ"What to Do With the Dead Kaiju? What to Do With the Dead Kaiju?"ปราบมันว่ายากแล้ว กำจัดซากของมันยากยิ่งกว่า พุธที่25พฤษภาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ ----------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังเอเชีย • 22 พ.ค. 65
อ่าน
ชาวจีนผวา ท้องฟ้าสีเลือดหวั่นเป็นวันสิ้นโลก ก่อนผู้เชี่ยวชาญเฉลยสาเหตุ
มิร์เรอร์ รายงานเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมาว่า เกิดปรากฏการณ์ท้องฟ้ากลายเป็นสีแดงเหนือเมืองโจวชาน เมืองริมชายฝั่งของมณฑลเจ้อเจียง ทางตะวันออกของประเทศจีน ในคืนวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยภาพและคลิปวิดีโอเหตุการณ์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ไปในสื่อสังคมออนไลน์และมีการวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นวงกว้าง คลิปวิดีโอเผยให้เห็นท้องฟ้าที่เป็นสีแดงฉานยาวนานนับชั่วโมง โดยชาวบ้านบางคนถึงกับหวาดกลัวว่าจะเป็นสัญญาณของวันสิ้นโลก ขณะที่คลิปวิดีโอหนึ่งมีเสียงเด็กที่บอกกับพ่อแม่ว่าหวาดกลัวท้องฟ้าในวันนั้นด้วย ชาวเน็ตบางส่วนเปิดเผยว่าปรากฏการณ์ลักษณะเดียวกันเคยเกิดขึ้นแล้วในปีค.ศ.1770 ครั้งนั้นท้องฟ้าสีแดงยาวนานถึง 9 วัน อย่างไรก็ตามนักวิทยาศาสตร์ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นผลของปรากฎการณ์แสงเหนือสีแดง ขณะที่ท้องฟ้าสีแดงที่เกิดขึ้นล่าสุดนั้นมีสาเหตุที่แตกต่างออกไป ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยาเปิดเผยในเวลาต่อมาว่าปรากฏการณ์ครั้งล่าสุดนี้เกิดขึ้นจากเมฆที่ลอยต่ำบวกกับแสงไฟของเรือหาปลาที่ใช้ไฟสีแดงล่อ ปลาซัมมะ หรือ (Sanmaหรือ PacificSaury Fish) ปลาตระกูลเดียวกันกับปลาซาบะที่มีตัวสีเงิน ด้านนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านอวกาศระบุว่าในคืนวันดังกล่าวไม่ได้มีสัญญาณที่จะเกิดแสงเหนือสีแดงในพื้นที่แต่อย่างใด ด้านสำนักงานอุตุนิยมวิทยาโจวชาน ระบุว่า เมื่อสภาวะอากาศเหมาะสม ประกอบกับมีความชื่นในอากาศทำให้เกิดไอน้ำที่สะท้อนแสงไฟจากเรือประมงส่งผลให้เกิดท้องฟ้าสีแดงที่มองเห็นได้ชัดเจนได้
มติชน • 11 พ.ค. 65
อ่าน
"แจ็กเกตวันสิ้นโลก" ทนไฟ ทนกรด ทนทาน ช่วยปกป้องคุณจากภัยพิบัติสุดขั้ว
วันสิ้นโลก (Doomsday) อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นในทันทีทันใด หากแต่มันเป็นสิ่งที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้จากภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นทุกวัน นั่นทำให้ Vollebak ผู้ออกแบบเสื้อผ้าที่ได้ไอเดียจากโลกแห่งอนาคต ได้คิดค้น แจ็กเกตวันสิ้นโลก (Apocalypse Jacket) เพื่อให้ทุกคนอยู่รอดปลอดภัยเมื่อวันนั้นมาถึงที่มาของภาพ Vollebakเส้นใยของแจ็กเกตวันสิ้นโลกนี้ ถูกคิดค้นขึ้นในช่วงปลายปี ค.ศ. 1950 โดย ดร. คาร์ล มาร์เวล (Dr. Carl Marvel) ซึ่งใช้เส้นใยโพลีเบนซิมิดาโซล (Polybenzimidazole - PBI) ที่มีคุณสมบัติในการป้องกันความร้อนและสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อน มาร์เวลได้ใช้เส้นใยนี้เพื่อสร้างชุดให้กับนักบินอวกาศขององค์การนาซา คุณลองนึกดูสิว่ามันจะมีความทนทานขนาดไหนที่มาของภาพ Vollebakส่วนแนวคิดในการประดิษฐ์แจ็ตเกตนี้ ทาง Vollebak ได้แรงบันดาลใจจากการ์ตูนเรื่อง Preparedness 101: Zombie Apocalypse ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ซึ่งในตอนท้ายของการ์ตูนจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งของที่คุณต้องเตรียมตัว หากต้องประสบกับเหตุการณ์ซอมบี้บุกเมือง และในรายละเอียดเหล่านั้นมีคำแนะนำให้เตรียมเสื้อผ้าที่เหมาะสมเอาไว้ด้วย นั่นจึงเป็นที่มาของการประดิษฐ์แจ็กเกตนี้ที่มาของภาพ Vollebakในส่วนคลุมศีรษะหรือฮูด (Hood) ถูกออกแบบให้ยื่นออกมาเลยใบหน้า นอกจากจะช่วยป้องกันแสงแดดอันร้อนระอุได้แล้ว คุณยังสามารถรูดฮูดให้เข้ามาปกคลุมส่วนของใบหน้าเพื่อป้องกันอันตรายจากสิ่งแวดล้อม เช่น สะเก็ดไฟ, ลูกเห็บ หรือเม็ดฝนที่สาดกระหน่ำรุนแรง เป็นต้นที่มาของภาพ Vollebakภายในของแจ็กเกตมีกระเป๋ามาให้มากถึง 23 ช่อง รวมบริเวณแขนเสื้อด้วย ซึ่งนี่เป็นการออกแบบที่อ้างอิงจากการ์ตูนของ CDC ด้วยเช่นกัน เพราะคุณสามารถพกของที่จำเป็นติดตัวไปได้มากกว่าการสวมแจ็กเกตทั่วไป ส่วนใครที่กังวลว่าถึงจะสวมแจ็กเกตไปแต่ไม่มีที่นอนติดตัวไปด้วยต้องลำบากแน่ ๆ - หมดห่วงเรื่องนี้ได้เลย เพราะคุณสามารถจัดแจงให้แจ็กเกตวันสิ้นโลกนี้กลายเป็นถุงนอนที่ช่วยปกป้องร่างกายของคุณขณะพักผ่อนได้ด้วยที่มาของภาพ Vollebakสำหรับราคาของแจ็กเกตตัวนี้อยูที่ 1,295 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 42,000 บาท ซึ่งอาจจะมีราคาสูงสักหน่อยเพราะผู้ผลิตเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง แน่นอนว่าโอกาสที่คุณจะเจอกับเหตุการณ์ซอมบี้บุกเมืองดังเช่นการ์ตูนเรื่องดังกล่าวคงเป็นไปได้ยากมาก ทั้งนี้ หากเกิดสถานการณ์จำเป็นจริง ๆ แจ็กเกตวันสิ้นโลกนี้จะมีประโยชน์ต่อคุณอย่างมากเลยทีเดียวขอขอบคุณข้อมูลจาก Interesting Engineering
TNN ช่อง16 • 27 ก.พ. 65
ดูเพิ่มเติม