TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “#วัดญี่ปุ่น” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
อ่าน
BNK48 & CGM48 : Bon Odori 2026 -Thailand Japan มอบความสนุกฟีลงานวัดญี่ปุ่น รอเลยงานเลือกตั้งครั้งที่ 5 เร็ว ๆ นี้
เสิร์ฟความบันเทิงแบบฉ่ำๆ กันไปเรียบร้อย สำหรับ BNK48 CGM48 : Bon Odori 2026 -Thailand Japan ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเทศกกาลของวัฒนธรรมจากประเทศญี่ปุ่น เนรมิตบรรยากาศเสมือนงานวัดญี่ปุ่นขึ้นมา โดยมีทั้งเกมและอาหาร เครื่องดื่ม ของกินเล่น พร้อมโชว์สุดพิเศษจากศิลปิน BNK48 CGM48 ในสังกัด iAM จัดขึ้นไปเมื่อวันที่ 24-26 กรกฎาคม 2569 ณ Island Hall, ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ ที่ผ่านมา ภายในงานเปิดโหมดความบันเทิงด้วยบูธเกม อาทิ Wanage แฟนคลับและเมมเบอร์จะได้รับห่วงคนละ 3 ห่วง ใครโยนลงเยอะกว่า คนนั้นชนะ ถ้าเสมอถือว่าเมมเบอร์ชนะ, Omikuji Suuji Battle แข่งกันวัดพลังดวง ใครได้เลขเยอะกว่าคนนั้นชนะ ถ้าเลขเท่ากันเมมเบอร์ชนะ, Plinko เมมเบอร์จะเลือกช่อง 3 จาก 5 ช่อง ถ้าท่านปล่อยเหรียญลงช่องที่เมมเบอร์เลือกไว้ จะเป็นผู้ชนะ, Cork Shateki เกมยิงปืน ถ้าท่านสามารถยิงตุ๊กตาหล่น 2 ใน 3 นัดจะเป็นผู้ชนะ, Lucky Roulette เมมเบอร์จะเลือกช่อง 3 ช่อง + ช่องโชคดี 3 ช่อง ถ้าแฟนคลับหมุนวงล้อตกช่องที่เมมเบอร์เลือก หรือตกช่องโชคดีจะเป็นผู้ชนะ และ HACHI CHA เติมพลังความสดชื่นเต็มที่กับคุณภาพมัทฉะพรีเมี่ยม HACHI CHA ที่เสิร์ฟความสุขโดยเหล่าสมาชิก BNK48 CGM48 ทั้งนี้ยังมีโชว์รำวงบงโอโดริ จากเหล่าไอดอล BNK48 CGGM48 ซึ่งเป็นการเต้นรำพื้นเมืองของชาวญี่ปุ่น โดยในแต่ละพื้นที่ก็มักจะจัดงานรำวงแบบนี้ในช่วงเทศกาลโอบ้ง หรือช่วงวันหยุดยาวของญี่ปุ่น พร้อมทั้งขนความบันเทิงมาโชว์บนเวทีให้ชมกันแบบจุกๆ ไปเลย ปิดท้ายงานด้วยการประกาศเซอร์ไพรส์ของกลับมาอีกครั้งในกิจกรรม BNK48 CGM48 Senbatsu General Election 2026 หรือการเลือกตั้งครั้งที่ 5 โดยผู้ได้รับคะแนน 12 อันดับแรก จะได้บินไปถ่ายทำ MV ที่ประเทศญี่ปุ่น และคะแนนสูงสุด 7 อันดับแรก หรือที่เรียกว่า KAMI 7 จะได้ร่วมงานกับวง AKB48 จากญี่ปุ่นอีกด้วย ทั้งนี้เตรียมปล่อย Special Single -Kimi to Doko ka e lkitai โดยดับเบิ้ลเซ็นเตอร์ แพรว BNK48 และ แพร CGM48 -Kegareteiru Shinjitsu โดยดับเบิ้ลเซ็นเตอร์ วาว่า BNK48 และ นิชา CGM48 -Aisuru Hito โดยดับเบิ้ลเซ็นเตอร์ ซินดี้ BNK48 และ เพลิน CGM48 -Yobisute Fantasy โดยดับเบิ้ลเซ็นเตอร์ ปาล์มมี่ BNK48 และ เอลฟ์ CGM48 สามารถติดตามรายละเอียดเร็วๆ นี้ ได้ทาง https://www.facebook.com/bnk48official
ข่าวเพลงไทย • 1 วันที่แล้ว
อ่าน
ไขข้อข้องใจ ศาลเจ้า กับวัดญี่ปุ่น ต่างกันยังไง ? รู้ไว้ก่อนไปเที่ยว
ญี่ปุ่นเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ไปเที่ยวได้ทุกฤดู เรียกได้ว่าแทบจะเห็นคนรู้จักอัพรูปลงโซเชียลเวลาเที่ยวญี่ปุ่นกันแทบทุกเดือน ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่พร้อมจะไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วล่ะก็ ก่อนอื่นเราอยากแนะนำสิ่งที่คนไทยมักจะสงสัย และถามกันเสมอ นั่นคือ วัด และศาลเจ้า ในประเทศญี่ปุ่นนั่นเองครับ หลายคนงงว่ามีความแตกต่างกันยังไง? หลุดไปอีกโลกนึง ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Jingu) ป่าเขียวกลางกรุง โตเกียว เที่ยวญี่ปุ่น มาโตเกียวห้ามพลาด วัดเซ็นโซจิ อาซากุสะ แวะถ่ายรูปโคมแดง ความแตกต่าง ศาลเจ้า กับวัดญี่ปุ่น? ที่ญี่ปุ่นนั้นเขาก็มีวัดพุทธเหมือนกับไทยเรา แต่ที่ต่างออกไปก็คือศาลเจ้า ซึ่งมีความเชื่อ และธรรมเนียมปฏิบัติไม่เหมือนกัน แถมบางแห่ง วัดกับศาลเจ้ายังอยู่ในบริเวณเดียวกันอีกต่างหาก ทำให้คนไทยมักจะงง และเข้าใจว่าเป็นสถานที่เดียวกัน ก่อนอื่น มีเรื่องที่จะต้องทำความเข้าใจดังนี้ cowardlion / Shutterstock.com ศาสนาพุทธในญี่ปุ่นเริ่มเข้ามาในประเทศตั้งแต่ปีพ.ศ. 1095 นับถือพระพุทธเจ้าหรือพระโพธิสัตว์ มีหลายนิกายมาก ตั้งแต่ตันตระ เซน นิชิเรน ฯลฯ ความเคร่งครัดก็ต่างกัน บางนิกายพระสามารถแต่งงานได้ จับเงินได้ ตำแหน่งพระสามารถสืบทอดเป็นมรดกแก่บุตรคนโตได้ บางนิกายที่เคร่งมากๆ แบบบ้านเราเลยก็มี NavinTar / Shutterstock.com ทางด้านศาลเจ้านั้นกำเนิดมาจากลัทธิชินโต ซึ่งอยู่คู่กับประวัติศาสตร์ชาติญี่ปุ่นมาเนิ่นนานแล้ว นับถือเทพเจ้า ธรรมชาติ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ไม่มีศาสดา ไม่มีข้อบัญญัติ หรือแม้แต่ข้อห้าม แต่จะมีการทำพิธีกรรมบวงสรวงต่างๆ ซึ่งก็มาจากวัฒนธรรมท้องถิ่น ผสมผสานเข้ากับธรรมเนียมปฏิบัติต่างๆ ในแต่ละยุคสมัยของญี่ปุ่น ความแตกต่างของทั้งสองศาสนาก็จะมีประมาณนี้ ส่วนเรื่องวัดกับศาลเจ้า เรามีข้อจำแนกง่ายๆ ให้เห็น ดังนี้ 1. ชื่อสถานที่ ชื่อของศาลเจ้ามักจะลงท้ายด้วย Jingu, Jinja หรือ Taisha เช่น Meiji-Jingu หรือ Izumo Taisha ส่วนชื่อของวัดมักจะลงท้ายด้วย Ji เช่น Kinkaku-ji หรือ Jindai-ji 2. ทางเข้า เริ่มจากสิ่งที่เราเห็นได้ทันที และเป็นการจำแนกศาลเจ้ากับวัดได้แบบง่ายๆ ตั้งแต่หน้าประตู ก็คือ เสาโทริอิถ้าเห็นคือค่อนข้างมั่นใจได้ว่าเป็นศาลเจ้า หน้าตาคล้ายเสาชิงช้าบ้านเรา ทาด้วยสีแดงสด (เป็นส่วนใหญ่ สีอื่นก็มี) ตามความเชื่อของชินโต เสาโทริอิถือเป็นประตูสู่เขตแดนศักดิ์สิทธิ์ที่แยกตัวออกจากโลกมนุษย์ ก่อนเดินเข้าไปเราควรยืนโค้งที่หน้าเสาโทริอิ 1 ครั้ง แล้วจึงเดินลอดเสา เป็นการทำความเคารพต่อเทพเจ้า แต่ความลำบากอีกอย่างก็คือ วัดบางที่ก็มีเสาโทริอิเช่นกัน! นั่นเพราะเขามีศาลเจ้าอยู่ในวัดด้วยนั่นเอง บางครั้งก็แยกจากกันไม่ออกหรอกนะ มาทางด้านวัดบ้าง ทางเข้าวัดจะมีซุ้มประตู เรียกว่า ซังมง ทั้งสองฟากของซุมจะมีรูปปั้นเทพทวารบาล คอยเฝ้าประตูอยู่ ภายในวัดก็จะมี พระพุทธรูป สุสาน เจดีย์และระฆังอยู่เป็นเอกลักษณ์ หลังจากผ่านประตูทางเข้าซังมงมาแล้ว อีกสิ่งที่มักจะพบก็คือกระถางธูปนั่นเอง สามารถโบกควันจากกระถางเข้าหาตัวเองเพื่อความสิริมงคล ส่วนทางด้านศาลเจ้านั้นจะพบแค่บ่อน้ำชำระล้างร่างกาย (บ่อน้ำนั้นบางวัดก็มีเหมือนกัน) มีกระบวยตักน้ำ ซึ่งเราจะต้องล้างมือตามขั้นตอน ดังนี้ 2.1 ล้างมือซ้าย ใช้มือขวาถือกระบวย 2.2 ล้างมือขวา ใช้มือซ้ายถือกระบวย 2.3 ตักน้ำใส่มือ บ้วนปาก (ห้ามดื่มตรงๆ จากกระบวย) 2.4 จับกระบวยตั้งขึ้น เพื่อให้น้ำที่เหลือไหลลงมาล้างกระบวย นำกลับไปวางที่เดิมถือเป็นอันเสร็จขั้นตอนชำระล้างร่างกาย 3. วิธีไหว้ หลังจากล้างไม้ล้างมือเรียบร้อย เมื่อเข้าไปในศาลเจ้า จะมีกล่องใหญ่ มีช่องแบ่งเป็นร่อง ไว้สำหรับโยนเหรียญลงไปหลังจากไหว้ขอพรเสร็จ (คนญี่ปุ่นนิยมใช้เหรียญ 5 เยน ในการโยน เพราะว่า คำว่า 5 เยน (5円) ของญี่ปุ่น จะออกเสียง go-en ซึ่งไปพ้องเสียงกับคำว่า ご縁 ซึ่งให้อารมณ์เหมือนจะมีแต่สิ่งดีๆ เข้ามาหา) บางศาลจะมีเชือก และกระดิ่งให้สั่นด้วย ขั้นตอนการไหว้ศาลเจ้า มีดังนี้ 3.1 ถ้ามีเชือกและกระดิ่ง ให้เขย่า แล้วโยนเหรียญเงินลงไป 3.2 โค้งคำนับ (ประมาณ 90 องศา) 2 ครั้ง 3.3 ตบมือ 2 ครั้ง แล้วขอพร 3.4 ขอเสร็จแล้วก็โค้งคำนับอีก 1 ที เป็นอันเสร็จ (จำได้มั้ยเนี่ย)*ศาลเจ้า Izumo Taisha , ศาลเจ้า Usahachi-mangu โค้งคำนับ 2 / ปรบมือ 4 / โค้งคำนับ 1* ส่วนการไหว้ที่วัดนั้นจะคล้ายกับศาลเจ้า แต่ถ้ามีกระดิ่งกับเชือกให้สั่นก่อน แล้วโยนเหรียญ แล้วโค้งแค่ 1 ที ก็ขอพรได้เลย *ไม่ต้องปรบมือ* 4. สิ่งศักดิ์สิทธิ์, สิ่งเคารพ ถ้าเป็นศาลเจ้าจะบูชาสิ่งของที่เป็นสัญลักษณ์สื่อถึงเทพญี่ปุ่น เช่น สัตว์ต่างๆ กระจก ดาบ หิน ฯลฯ ยกตัวอย่างเช่น ศาลเจ้า Fushimi Inari ที่เกียวโต จะมีรูปปั้นสุนัขจิ้งจอกเต็มไปหมด นั่นเพราะทางศาสนาชินโตเชื่อกันว่าสุนัขจิ้งจอกเป็น ผู้นำสาสน์ของเทพอินาริ นั่นเอง สำหรับวัด ก็แน่นอนว่าตามรูปแบบของเราก็ต้องเป็นพระพุทธรูปอยู่แล้ว ซึ่งก็แล้วแต่วัดด้วยว่าเป็นนิกายไหน ก็จะมีทั้งพระพุทธรูป พระพุทธเจ้า และพระโพธิสัตว์ต่างๆ 5. ผู้เผยแพร่ศาสนา ข้อนี้ดูไม่ยาก หากเป็นวัดก็จะมีพระสงฆ์ หรือแม่ชีพำนักอยู่ ส่วนศาลเจ้าก็จะมีมิโกะ (Miko) เป็นผู้ทำพิธีกรรมต่างๆ ไหนๆ พูดถึงมิโกะแล้ว ก็อยากจะขอลงรายละเอียดอีกสักนิด มิโกะนั้นทำหน้าที่เป็น สื่อกลาง ระหว่างเทพเจ้ากับผู้คน (สมัยก่อนสงวนสิทธิ์ไว้เฉพาะสาวพรหมจรรย์ด้วย) ซึ่งปัจจุบันการเป็นมิโกะกลายเป็นงานพาร์ทไทม์แบบหนึ่งไปแล้ว ศาลเจ้าต่างๆ จะจ้างมาเพื่อคอยให้คำแนะนำ และอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าชม แต่ก็มีบ้างบางแห่งที่ยังมีมิโกะแท้ๆ อยู่ Em7 / Shutterstock.com แถมท้ายอีกเล็กน้อย หลังจากไหว้พระขอพรกันเสร็จแล้ว ก็อย่าลืมแวะซื้อเครื่องรางของขลัง (โอมาโมริ) ประจำวัด, ศาลเจ้ากันด้วยนะ นับเป็นอีกหนึ่งอย่างที่จะบอกว่าวัดหรือศาลเจ้านั้นมีชื่อเสียงในด้านไหน ที่สำคัญนอกจากศักดิ์สิทธิ์แล้วยังน่ารักอีกด้วย ให้กำลังจะไปเที่ยวก็อย่าลืมแวะซื้อติดไม้ติดมือมาด้วยล่ะ 12 เครื่องรางญี่ปุ่น ไอเท็มนำโชค ซื้อฝากก็ดี ซื้อเก็บก็ได้ ====================
ทราเวล ทิปส์ • 11 ต.ค. 65
อ่าน
นอนวัดญี่ปุ่น Ekoin Temple วากายามะ ที่พักปฎิบัติธรรมสไตล์เรียวกัง
สำหรับชาวไทยการไปนอนวัด ปฎิบัติธรรมหรือสวดมนต์ข้ามคืนนั้นก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่ทราบไหมครับว่าชาวญี่ปุ่นเองก็มีกิจกรรมแนวๆ นี้ด้วยเหมือนกัน เรียกว่า ชุคุโบะ Shukubo แต่ก็ไม่คล้าบกับแบบไทยนัก เพราะถ้าได้เห็นภาพแล้วก็ไม่ต่างจากการนอนเรียวกังดีๆ นี่เอง มีทั้งออนเซน และบริการอาหารอย่างดี (แต่เป็นอาหารมังสวิรัตินะ) ปัจจุบันมีให้เลือกเป็น 100 วัดเลย แต่วันนี้เราจะมาแนะนำที่ที่ขึ้นชื่อที่สุดให้ได้รู้จักกัน นั่นคือที่ โคยะซัง ชุคุโบะ เอโกะอิง (Koyasan Syukubo Ekoin Temple) จังหวัดวากายามะ นั่นเองครับ นอนวัดญี่ปุ่น ที่ Koyasan วากายามะ ปฎิบัติธรรมสไตล์เรียวกัง รับส่วนลดเปิดโรมมิ่งเที่ยวญี่ปุ่นได้ที่นี่ รู้จักชุคุโบะ วัฒนธรรมการนอนวัดแบบญี่ปุ่น Kang Shi Zheng / Shutterstock.com ก่อนจะไปดูที่พัก เรามาลองรู้จักกับ ชุคุโบะ (Shukubo) กันก่อน หรือจะเรียกอีกอย่างว่า Templestay ก็ได้ เป็นคำโบราณของญี่ปุ่นที่ใช้เรียกการเข้าพักในวัดพุทธ ซึ่งมีวัดอยู่หลายแห่งที่เปิดให้ผู้มาเยือนได้มีโอกาสสัมผัสบรรยากาศอันแสนเงียบสงบ ได้เข้าร่วมปฎิบัติธรรม และดื่มด่ำกับวัฒนธรรมญี่ปุ่น ชุคุโบะนั้นทำกันมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว แต่เดิมก็จะเปิดให้พระสงฆ์ หรือผู้จาริกแสวงบุญตามเส้นทางต่างๆ ได้เข้าพัก จนเดี๋ยวนี้ก็เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวแล้ว โดยยังคงวัตรปฏิบัติเช่นเดิม เช่น การสวดมนต์เช้า การทำสมาธิ และการรับประทานอาหารมังสวิรัติ ที่หลับที่นอนแม้จะไม่ได้สบายเท่าโรงแรมปกติ แต่ก็ให้อารมณ์ที่ต่างออกไป หลักๆ จะเป็นห้องพักปูด้วยเสื่อทาทามิ ฟูกญี่ปุ่น และเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น ห้องน้ำแบบรวม และพื้นที่ส่วนกลาง ส่งเสริมความรู้สึกเป็นชุมชนในหมู่ผู้เข้าพัก ชุคุโบะหลายแห่งตั้งอยู่ในพื้นที่ที่สวยงาม เช่น เป็นพื้นที่ชนบทล้อมด้วยภูเขา หรือสถานที่ทางประวัติศาสตร์ต่างๆ โดยชุคุโบะที่มีชื่อเสียงมากที่สุด ก็คือที่ ภูเขาโคยะ (โคยะซัง) ในจังหวัดวาคายามะนี้นี่เอง Koyasan Syukubo Ekoin Temple นอนพักที่วัดเอโกะอิง กิจกรรมขึ้นชื่อของวาคายามะ Kang Shi Zheng / Shutterstock.com สำหรับที่โคยะซังนี้ก็เรียกได้ว่าเป็นเมืองแห่งพุทธศาสนาเลยก็ว่าได้ เพราะภายในถนนเส้นเดียวกันจะเต็มไปด้วยวัดวาอารามทั้งสาย ส่วนใหญ่ก็เปิดให้เข้าพักได้ด้วย แต่ที่ขึ้นชื่อที่สุดเห็นจะเป็นที่ วัดเอโกะอิง (Ekoin) เพราะพระที่นี่ท่านสื่อสารภาษาอังกฤษได้ ทำให้นอกจากเข้าพักแล้ว ท่านยังแนะนำเรื่องราวในวัด และกิจกรรมต่างๆ ให้เราเข้าใจได้ กิจกรรมต่างๆ ในวัดก็มีทั้งนั่งสมาธิ รับประทานอาหารมังสวิรัติ ทำวัตรเช้า รวมถึงกิจกรรมเดินป่าช้าตอนกลางคืนด้วย ใครกลัวผีไม่ต้องห่วง เพราะเอาจริงๆ บรรยากาศตอนกลางคืนของที่นี่สวยมาก มีการประดับโคมไฟตลอดทาง ให้ความรู้สึกสงบมากกว่าน่ากลัว กิจกรรมขึ้นชื่อของที่นี่อีกอย่างก็คือการเข้าพิธีสะเดาะเคราะห์ ซึ่งของวัดนี้ว่ากันว่าขลังมาก Kang Shi Zheng / Shutterstock.com บรรยากาศของสวนข้างในก็ร่มรื่นมากๆ นึกว่าเข้ามาในจิบลิ ใครมาช่วงหน้าฝนก็จะได้พบความเขียว ชุ่มฉ่ำ ชวนให้ใจสงบร่มเย็น ที่น่าทึ่งก็คือวัดนี้มีอายุอานามปาเข้าไป 1,000 ปีแล้วด้วย แต่ยังคงรักษาความงดงามไว้ได้เป็นอย่างดี ทางด้านห้องพักก็ขอให้หายห่วง ข้าวของพื้นฐานทุกอย่างมีเหมือนเรียวกังเลย ไม่ว่าจะทีวี ตู้เซฟ ห้องน้ำ และออนเซ็นแบบรวม ใครสนใจเข้าไปเยี่ยมชมได้ที่ทางเว็บไซต์ Koyasan Ekoin Official Website - Temple Lodging (Shukubo) Koyasan Syukubo Ekoin Temple ที่ตั้ง : 648-0211 Wakayama, Koyasan, Koyasan 497, Japan พิกัด : https://goo.gl/maps/iVGssi2hgR837hVK7 เวลาเปิด : Check-in time: 14:00, Check-out time: 10:00 เว็บไซต์ : Koyasan Ekoin Official Website - Temple Lodging (Shukubo) ====================
เที่ยวญี่ปุ่น • 29 ธ.ค. 66
อ่าน
iAM จัดกิจกรรมสุดชิค งานมัตสึริ 2023 เทศกาลงานวัดญี่ปุ่นสไตล์ 48 Group Thailand
iAM ผุดกิจกรรมสุดชิค Matsuri-มัตสึริ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2023 เทศกาลงานวัดญี่ปุ่นสไตล์ 48 Group Thailand ผนึก 75 เมมเบอร์วง BNK48+CGM48 เนรมิต 12 บูธจำหน่ายสินค้า+กิจกรรมจัดเต็มคาราเบล ตั้งแต่ 3-5 มี.ค. ศกนี้ บริษัท อินดิเพนเด้นท์อาร์ทิสท์เมเนจเม้นท์ จำกัด หรือ iAM (ไอแอม) ต้นสังกัดศิลปินไอดอลหญิงวง BNK48 และวง CGM48 กลับมาอีกครั้งกับกิจกรรมงานวัดญี่ปุ่นที่เคยจัดครั้งแรกในประเทศไทยแล้วประสบความสำเร็จ ในปี 2023นี้ Matsuri-มัตสึริ ครั้งที่ 2 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 มีนาคม 2023 ณ ยูเนี่ยนฮอลล์ ศูนย์การค้ายูเนี่ยนมอลล์ ความแปลกใหม่กิจกรรม ครีเอทให้มี 12 บูธจำหน่ายสินค้า อาหาร เครื่องดื่ม เกมส์ จาก 75 เมมเบอร์ทั้งวง BNK48 และวง CGM48 เพื่อให้ทุกคนสัมผัสบรรยากาศสนุก แบบเป็นกันเอง เพลิดเพลินกับความหลากหลาย ผู้ร่วมงานจะเห็นรอยยิ้มของกันและกันระหว่างเมมเบอร์และแฟนแฟน ชวนให้ทุกท่านช้อปปิ้งเพลิดเพลิน อาทิ บูธหมายเลขที่ 1 ชื่อกลุ่ม Poppu school - ป๊อปปุ สคูล จำหน่ายสินค้า ป๊อปคอร์น, น้ำอิตาเลี่ยนโซดาเมนูพิเศษตามเมมเบอร์ออกแบบ, กระเป๋าผ้า, เสื้อ และกิจกรรมพิเศษต่างๆ พร้อมของที่ระลึก ประกอบด้วยเมมเบอร์ดังนี้ มามิ้งค์ CGM48 หัวหน้ากลุ่ม, เหมย CGM48, ไข่หวาน CGM48, นานา CGM48, จีนน่า CGM48, พะแพง CGM48 บูธหมายเลขที่ 2 ชื่อกลุ่ม กลิ้งเท่านั้นที่น้อคเอเวอรี่ติง กิจกรรม เกมสุ่มใช้ขวดหรือสิ่งของเพื่อกลิ้ง ถ้าหยุดอยู่ที่ช่องไหนก็จะได้รางวัลตามช่องนั้นๆ และจำหน่ายอาหาร นมสตอเบอรี่ โดนัท น้ำอัดลม นาโช่ชีส ประกอบด้วยเมมเบอร์ ดังนี้ ฮูพ BNK48 หัวหน้ากลุ่ม, เอิร์ธ BNK48, เอิร์น BNK48, วี BNK48, จีจี้ BNK48, แจนรี่ BNK48 และ วาว่า BNK48 บูธหมายเลขที่ 3 ชื่อกลุ่ม วัดใจไว้มัดเธอ กิจกรรมเกมตักบอลและเปิดการ์ด รวมถึงจำหน่ายสินค้า ไอติมถ้วย และข้าวแท่ง ประกอบด้วยเมมเบอร์ดังนี้ มิโอริ BNK48 หัวหน้ากลุ่ม, โยเกิร์ต BNK48, มินมิน BNK48, ฟ้อนด์ BNK48, ยาหยี BNK48, แพท BNK48 และ มิชา BNK48 บูธหมายเลขที่ 4 ชื่อกลุ่ม mala.malaja จำหน่ายสินค้า หมาล่า หรือ lok lok ตามแบบสไตล์มาเลเซียในรูปแบบของ cheftable และ take away รวมทั้งยังมีเกมกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ พร้อมแจกของที่ระลึกอีกมากมาย ประกอบด้วยเมมเบอร์ดังนี้ ฟอร์จูน CGM48 หัวหน้ากลุ่ม, แองเจิ้ล CGM48, นีนี่ CGM48, มีน CGM48, มิลค์ CGM48 และ ทูแบม CGM48 บูธหมายเลขที่ 5 ชื่อกลุ่ม เด็กน้อยมัตสึริ กิจกรรมเกมปาโป่งและจำหน่ายสินค้า น้ำสมุนไพร และข้าวเหนียวหมู ประกอบด้วยเมมเบอร์ดังนี้ นายน์ BNK48 หัวหน้ากลุ่ม, แพนเค้ก BNK48, แพมแพม BNK48, รตา BNK48, มารีน BNK48 และ เบอร์รี่ BNK48 บูธหมายเลขที่ 6 ชื่อกลุ่ม "CHOKDENA" จำหน่ายสินค้า คุกกี้, บราวนี่, เยลลี่ตัก, น้ำเปล่า, สร้อยข้อมือ, เกมส์เซียมซี นอกจากนี้ยังมีสินค้าเเละกิจกรรมสุดพิเศษอีกมากมาย พร้อมของที่ระลึกสุดน่ารัก ประกอบด้วยเมมเบอร์ดังนี้ นิว BNK48 หัวหน้ากลุ่ม, ผักขม BNK48 , พีค BNK48, เกรซ BNK48, มีน BNK48, แอล BNK48 เเละ ซินดี้ BNK48 บูธหมายเลขที่ 7 ชื่อกลุ่ม พดขมพขปอญมนอม จำหน่ายสินค้าโอเด้ง เกมบิงโก และกิจกรรมยูมีใจ กับ กิจกรรมบันทึกความทรงจำ ประกอบด้วยเมมเบอร์ดังนี้ แพนด้า BNK48 หัวหน้ากลุ่ม, ขมิ้น BNK48, พาขวัญ BNK48, ปาเอญ่า BNK48, โมเน่ต์ BNK48 และ เอ็มมี่ BNK48 บูธหมายเลขที่ 8 ชื่อกลุ่ม ผู้หญิงยิงวัว จำหน่ายสินค้าน้ำแอปเปิ้ล บัตเตอร์เบียร์ และกิจกรรมเกมยิงปืน ประกอบด้วยเมมเบอร์ดังนี้ ป๊อปเป้อ BNK48 หัวหน้ากลุ่ม, เฟม BNK48, เจ้าเข็ม BNK48, มายยู BNK48, นิกี้ BNK48, เนเน่ BNK48 บูธหมายเลขที่ 9 ชื่อกลุ่ม Moon Tea กิจกรรม เกมโยนห่วง และจำหน่ายสินค้า น้ำชานม และน้ำชาผลไม้ต่างๆ ประกอบด้วยเมมเบอร์ดังนี้ เฌอปราง BNK48, ซัทจัง BNK48, สตางค์ BNK48, อีฟ BNK48, ข้าวฟ่าง BNK48 และ ปาล์มมี่ BNK48 บูธหมายเลขที่ 10 ชื่อกลุ่ม มาลองรวย จำหน่ายสินค้าไอศกรีม Soft Serve / เกี๊ยวทอด / Photo Package ประกอบด้วยเมมเบอร์ดังนี้ เจเจ CGM48, ลาติน CGM48, พั้นซ์ CGM48, พิม CGM48, เคียล่า CGM48 และ ลูกเกด CGM48 บูธหมายเลขที่ 11 ชื่อกลุ่ม back to sCOOL จำหน่ายสินค้า ไอศกรีมตักเอง / เยลลี่ และ ของชำ ประกอบด้วยเมมเบอร์ดังนี้ นีน่า CGM48 หัวหน้ากลุ่ม, ออม CGM48, รินะ CGM48, สิตา CGM48, ปะริมะ CGM48 และ จิงจิง CGM48 บูธหมายเลขที่ 12 ชื่อกลุ่ม รวยต่างโลก จำหน่ายสินค้า ข้าวไข่เจียวน้องเมด สินค้าที่ระลึก การ์ดจิ๊กซอว์ และกิจกรรมธีมต่างโลก ประกอบด้วยเมมเบอร์ดังนี้ ปิ๊ง CGM48 หัวหน้ากลุ่ม, คนิ้ง CGM48, ฟ้าใส CGM48, แชมพู CGM48, เจย์ดา CGM48 และ เอมม่า CGM48 อย่างไรก็ตามพาเหรดเครื่องดื่ม อาหาร สินค้าต่างๆ กว่า 12 บูธ ซึ่งเมมเบอร์ทั้งสองวงมีความตั้งใจ เสิร์ฟกิจกรรมที่มีเอกลักษณ์ เพื่อให้ทุกท่านได้สัมผัสบรรยากาศงานวัดญี่ปุ่นมาไว้ในประเทศไทยครั้งที่ 2 คาดว่างานนี้จะประทับใจทุกท่าน เชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมช้อปปิ้ง เก็บโมเม้นต์ดีดีร่วมกัน ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 3 , เสาร์ที่ 4 และอาทิตย์ที่ 5 มีนาคม 2566 สตาร์ทความสุขตั้งแต่เวลา 11.00 จนถึงเวลา 22.00 น. ฟังเพลงออนไลน์เพลงใหม่ ได้แล้ววันนี้บน TrueID ทั้ง เว็บไซต์ และ แอปพลิเคชัน อ่านข่าวเพลงใหม่วันนี้อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง : BNK48 ปล่อยซิงเกิลใหม่ liwake Maybe ชวนขยับวาดรูปหัวใจสุดคิ้วท์ BNK48 ปล่อย Video Teaser เวอร์ชั่น Janry เซ็นเตอร์เพลง Shoujotachi yo วันใหม่ 'Marine - L' BNK48 รุ่น 4 แจกความสดใสใน Video Teaser Shoujotachi yo วันใหม่ BNK48 ปล่อย Video Teaser เวอร์ชั่น 'Micha-Patt' สำหรับเพลง Shoujotachi yo วันใหม่ BNK48 ปล่อย Video Teaser ของ 2 สาว 'Palmmy-Nene' สำหรับเพลง Shoujotachi yo วันใหม่ น่ารักมาก! BNK48 ปล่อย Video Teaser 'Berry-Wawa' สำหรับเพลง Shoujotachi yo วันใหม่ BNK48 ปล่อย MV Teaser Shoujotachi yo วันใหม่ พร้อมประกาศ แจนรี่ ยืนตำแหน่งเซ็นเตอร์ BNK48 ปล่อยภาพทีเซอร์ใหม่ของ 'Janry-L' เตรียมเดบิวต์บนเวที JAPAN EXPO THAILAND 2023 BNK48 ปล่อยภาพทีเซอร์ 'Berry-Emmy' เมมเบอร์รุ่น 4 ก่อนเดบิวต์บนเวที JAPAN EXPO THAILAND 2023 BNK48 รุ่น 4 เตรียมเดบิวต์บนเวที JAPAN EXPO THAILAND 2023 วันที่ 3 กุมภาพันธ์นี้
ข่าวเพลงไทย • 3 มี.ค. 66
อ่าน
จังหวัดญี่ปุ่นลุยพัฒนา 'พลังความร้อนใต้พิภพ'
โออิตะ, 12 ธ.ค. (ซินหัว) -- ประมวลภาพบ่อน้ำพุร้อน สถานีพลังงานความร้อนใต้พิภพ และโรงทดสอบการผลิตไฮโดรเจนโดยใช้พลังงานความร้อนใต้พิภพในโออิตะ จังหวัดแห่งบ่อน้ำพุร้อนของญี่ปุ่น ซึ่งกำลังเดินหน้าพัฒนาพลังงานความร้อนใต้พิภพอย่างเต็มกำลัง เพื่อตอบรับแผนการของประเทศในการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี 2050
Xinhua • 12 ธ.ค. 65
อ่าน
มีงานเข้า! ผู้สร้าง "The King: Eternal Monarch" ออกโรงขอโทษดราม่า 'วัดญี่ปุ่น' โผล่
ข่าวสารวงการซีรีส์The King: Eternal Monarch อยู่ๆ ก็เกิดดราม่าที่อาจจะลุกลามเป็นประเด็นระหว่างประเทศได้ ทางทีมผู้สร้างซีรีส์แฟนตาซีเรื่องดัง "The King: Eternal Monarch" ต้องออกแถลงการณ์เพื่อขอโทษและดำเนินการปรับเปลี่ยนข้อผิดพลาดในทันที หลังจากที่ละครออกอากาศมาเพียง 2 ตอนแรก และถูกกระแสตำหนิเรื่องไตเติ้ลเปิดละครที่พบว่ามีการนำเอา "วัดญี่ปุ่น" ไปใช้ประกอบด้วย กระแสดราม่าที่เกิดขึ้นครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับภาพหรือเนื้อหาที่อยู่ในตัวละครแต่อย่างใด แต่เป็นในส่วนภาพที่ใช้ประกอบที่ไตเติ้ลเปิดฉากละครในช่วงแรกสุด ที่เป็นการดีไซน์ภาพประกอบที่พยายามแสดงออกมาให้เห็นความแตกต่างระหว่าง สาธารณรัฐเกาหลี กับ จักรวรรดิเกาหลี ตามท้องเรื่องของซีรีส์เรื่องนี้ แต่ปรากฏว่ามีแฟนละครตาดีมองเห็นว่ามีวัดญี่ปุ่นถูกนำไปใช้ประกอบในไตเติ้ลนี้ด้วย ตามรายงานระบุว่า วัดญี่ปุ่นที่ถูกนำไปใช้ประกอบในครั้งนี้ ระบุว่ามีลักษณะคล้ายกับวัดโทได วัดชื่อดังในเมืองนาระ ประเทศญี่ปุ่น ที่มีสถิติเป็นอาคารไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยอาคารของวัดดังกล่าวถูกนำมาใช้แทนเป็นสัญญาณของพระราชวังในจักรวรรดิเกาหลีของละครเรื่องนี้ในไตเติ้ลละคร และยังพบเห็นภาพคล้ายกับหอพระ 5 ชั้น ประจำวัดโคฟูกูจิ เมืองนาระ ร่วมปรากฏอยู่อีกมุมด้วย ฉากไตเติ้ลเปิดละครที่กลายเป็นประเด็นดราม่าระหว่างชาติ นอกจากนี้ ยังเกิดการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับสัญลักษณ์ตราแผ่นดินประจำจักรวรรดิเกาหลีที่ปรากฏอยู่ในละคร ที่เป็นลักษณะรูปร่างเป็นดอกไม้ชนิดหนึ่ง แต่เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับตราแผ่นดินของญี่ปุ่นในประวัติศาสตร์ ก็พบว่ามีความคล้ายกับพระราชลัญจกรดอกเบญจมาศ ที่เป็นสัญลักษณ์ประจำพระราชวงศ์ญี่ปุ่น ล่าสุด Hwa Dam Pictures บริษัทผู้สร้างซีรีส์ The King: Eternal Monarch ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงและขอโทษเกี่ยวกับประเด็นที่เกิดขึ้น โดยในประเด็นแรกเกี่ยวกับสัญลักษณ์ตราแผ่นดินในละคร ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าคล้ายกับตราแผ่นดินของญี่ปุ่น โดยทีมงานยืนยันว่าได้มีการออกแบบขึ้นมาใหม่ ด้วยการใช้ลักษณะรูปแบบของดอกพลัม 2 ดอกซ้อนกัน โดยไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ กับตราแผ่นดินของญี่ปุ่นทั้งสิ้น ส่วนประเด็นภาพในไตเติ้ลเปิดละครที่มีข้อสังเกตว่าคล้ายกับวัดญี่ปุ่น ทีมผู้สร้างชี้แจงว่า ภาพดังกล่าวทีมงานได้ออกแบบต้นแบบมาจากหอพระ 5 ชั้นในยุคสมัยอาณาจักรแพ็กเจ ในขณะนี้ภาพเจดีย์ที่ระบุว่าคล้ายกับวัดโทไดนั้น จากการตรวจสอบพบว่าได้มีลักษณะบางอย่างของวัดญี่ปุ่นถูกนำมาดัดแปลงใช้ในงานนี้ด้วย ผนวกกับการออกแบบโดยยึดตามวัฒนธรรมของวัดพุทธเกาหลีและพระราชวังจากจีน ทั้งนี้ ทีมผู้สร้างได้ยอมรับในความผิดพลาดที่เกิดขึ้นและขอโทษผู้ชมในสิ่งที่เกิดขึ้น เกี่ยวกับความไม่ได้ใส่ใจในทุกๆ รายละเอียดของละครก่อนที่อยู่บนพื้นฐานของโลกสมมติที่สร้างขึ้นมาโดยเฉพาะ ทีมงานจะทำการแก้ไขปรับเปลี่ยนรูปแบบไตเติ้ลละครใหม่ โดยจะมีผลตั้งแต่การออกอากาศในตอนที่ 3 เป็นต้นไป และจะแก้ไขไปยังช่องทางบริการที่มีการฉายละครซ้ำอีกด้วย The King: Eternal Monarch เป็นละครรักแฟนตาซีที่เป็นเรื่องราวของ 2 โลกคู่ขนาน ระหว่าง สาธารณรัฐเกาหลี และ จักรวรรดิเกาหลี ที่มีรูปแบบการปกครองที่แตกต่างกัน จักรพรรดิอีกน (อีมินโฮ) ได้มาพบกับตำรวจสาว จองแทอึล (คิมโกอึน) เพื่อสืบหาปริศนาความชั่วร้ายเพื่อพิทักษ์โลกคู่ขนานทั้ง 2 ใบ ผลงานล่าสุดจากนักเขียนชื่อดัง "คิมอึนซุก" ออนแอร์ทางช่อง SBS ไปได้ 2 ตอนแรก ก็ทำได้เรตติ้งแตะเลข 2 หลักได้อย่างน่าพอใจ Source: Soompi ---------------------------------------------------- ดูหนัง ดูซีรีส์ออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID
ข่าวหนัง • 21 เม.ย. 63
อ่าน
Matsuri De Go Go ซด ราเมน อร่อย ในสไตล์งานวัดญี่ปุ่น
Word Photo by แมวหง่าวพูดถึงคำว่า "Matsuri" (มัตสึริ) ย่อมต้องหมายถึงงานเทศกาลรื่นเริงประจำฤดูต่างๆ ของชาวญี่ปุ่นเขาล่ะ ซึ่งนอกจากจะเป็นการสืบทอดงานประเพณีแล้ว ยังได้เป็นการพักผ่อนหย่อนใจ แวะกินของอร่อย และสนุกสนานเฮฮากันในบรรยากาศงานวัดญี่ปุ่น ที่เน้นความง่าย ไม่ต้องมีพิธีรีตองกันให้มากมายเช่นเดียวกับร้าน "Matsuri De Go Go" (มัตสึริ เดะ โก โก) ก็ได้ยกเอาบรรยากาศงานเทศกาลฤดูร้อนของญี่ปุ่นมาไว้ที่นี่ ทางเข้าร้านแปลกดี มีโคมไฟประดับพาขึ้นไปยังชั้น 2 หลังจากขึ้นมาแล้ว ก็จะพบกับตัวร้านที่อารมณ์ใกล้เคียงแผงขายอาหารตามคอนเซ็ปต์ร้านนี้มี 2 โซน โซนด้านนอกเหมาะสำหรับนั่งชมวิวสวยๆ ของ Asiatique หรือถ้าชอบส่วนตัวนิดนึงจะนั่งในร้านก็มีครับ แต่โต๊ะและพื้นที่จะน้อยหน่อย ให้นั่งเบียดกันเล่น สร้างความสนิทสนมในหมู่คณะอาหารของร้าน Matsuri De Go Go นั้นก็จะเน้นไปที่ราเม็นเป็นหลัก คล้ายกับสาขาแรกที่สุขุมวิท 39 (ร้าน Fujiyama Go Go) แต่จะมีเมนูประเภทอาหารทานเล่นแกล้มเครื่องดื่ม และอาหารประเภทข้าวเพิ่มมาด้วย เผื่อใครมานั่งเล่นนั่งชิลล์กัน ยกตัวอย่าง เช่น "Kushiage" ชุดคุชิอาเกะ รวมของทอดหลายแบบ เช่น ไข่ต้มยางมะตูมทอด กุ้งทอด ปูอัดทอด (ทางร้านจะจัดมาให้ตามความเหมาะสม) จิ้มทานกับซอส ที่ส่วนตัวต้องบอกว่ารสซอสของร้านกำลังดีเลย เพราะร้านอื่นๆ มักใช้ซอสรสออกเค็มจัดจนเกินไป กินได้ไม่เท่าไหร่ต้องดื่มน้ำตามเป็นเหยือกจานแนะนำถัดมาของร้าน "Cha-shu Salad" ชาชูสลัด ที่อาจไม่โดนใจคนชอบกินผัก เพราะเขาทำไว้เอาใจคนที่ชอบกินหมูชาชูต่างหาก (หมูเดียวกันกับที่ใส่ในราเม็น) ชิ้นโตๆ ประมาณ 5-6 ชิ้น ย่างจนกลิ่นหอม วางบนผักแล้วราดมายองเนสอีกทีแล้วก็ถึงจานหลักของร้าน "Special Noukou Tsukemen" หรือ โนโคทสึเคะเมนพิเศษ ราเมนเส้นใหญ่ เสิร์ฟพร้อมน้ำซุปสูตรเข้มข้นพิเศษ ในจานก็จะมี Topping 5 อย่าง คือ หมูชาชู ไข่ยางมะตูม สาหร่าย หน่อไม้ และหอมญี่ปุ่น เวลารับประทานให้คีบเส้นจุ่มลงในน้ำซุปสูตรเข้มข้นต้นตำรับ นาโงย่า ที่หอมกลิ่นปลาย่างมากๆ เผ็ดนิดหน่อย เค็มกำลังดี ทางร้านใช้เส้นสดด้วยจึงควรรับประทานทันทีที่เสิร์ฟ แนะนำให้ซดน้ำดังๆ เพื่อความสะใจ (แต่ไม่ต้องสะบัดเส้นไปใส่คนข้างๆ นะ) ความจริงแอบชอบไข่ต้มยางมะตูมด้วยอีกอย่าง ที่ทางร้านเล่าว่า ใช้เวลาต้ม 6 นาที แล้วแช่น้ำสูตรพิเศษอีก 6 ชั่วโมงจนเข้าเนื้อภาพบรรยากาศร้านเพิ่มเติมตามมาลองซดราเม็นรสเด็ดเข้มข้น บรรยากาศญี่ปุ่นกันได้ที่ Matsuri De Go Go โครงการ Asiatique the river frontที่ตั้งร้าน E-05 ย่านโรงงาน ในโครงการ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ (ระหว่างซอยเจริญกรุง 74-76) โทร. 08-1629-3799พิเศษ!!! เพียงคุณโชว์รูปข้างล่างนี้ รับส่วนลดไปเลย 10% จากร้าน "Matsuri De Go Go"ไปอิ่มอร่อยกับอาหารญี่ปุ่นในบรรยากาศงานวัดแดนอาทิตย์อุทัย *สิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิก TrueLife Travel เท่านั้นน!* รวม 4 ร้านอาหารอร่อย หลากสไตล์ที่ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟรอนต์http://travel.truelife.com/detail/2862828 ขอขอบคุณ Nikon D5200 ภาพสวย สีใส ชัดแจ๋ว Review Nikon D5200 : DSLR คุณภาพสูง ฟังค์ชั่นครบครัน-- http://travel.truelife.com/detail/2850650 ติดตาม travel.truelife.com ได้อีกช่องทางที่FB : Travel Truelife ทุกเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว อาหาร และสุขภาพ คลิกที่ http://travel.truelife.com Word Photo by แมวหง่าวพูดถึงคำว่า Matsuri (มัตสึริ) ย่อมต้องหมายถึงงานเทศกาลรื่นเริงประจำฤดูต่างๆ ของชาวญี่ปุ่นเขาล่ะ ซึ่งนอกจากจะเป็นการสืบทอดงานประเพณีแล้ว ยังได้เป็นการพักผ่อนหย่อนใจ แวะกินของอร่อย และสนุกสนานเฮฮากันในบรรยากาศงานวัดญี่ปุ่น ที่เน้นความง่าย ไม่ต้องมีพิธีรีตองกันให้มากมาย เช่นเดียวกับร้าน Matsuri De Go Go (มัตสึริ เดะ โก โก) ก็ได้ยกเอาบรรยากาศงานเทศกาลฤดูร้อนของญี่ปุ่นมาไว้ที่นี่ ทางเข้าร้านแปลกดี มีโคมไฟประดับพาขึ้นไปยังชั้น 2 หลังจากขึ้นมาแล้ว ก็จะพบกับตัวร้านที่อารมณ์ใกล้เคียงแผงขายอาหารตามคอนเซ็ปต์ ร้านนี้มี 2 โซน โซนด้านนอกเหมาะสำหรับนั่งชมวิวสวยๆ ของ Asiatique หรือถ้าชอบส่วนตัวนิดนึงจะนั่งในร้านก็มีครับ แต่โต๊ะและพื้นที่จะน้อยหน่อย ให้นั่งเบียดกันเล่น สร้างความสนิทสนมในหมู่คณะ อาหารของร้าน Matsuri De Go Go นั้นก็จะเน้นไปที่ราเม็นเป็นหลัก คล้ายกับสาขาแรกที่สุขุมวิท 39 (ร้าน Fujiyama Go Go) แต่จะมีเมนูประเภทอาหารทานเล่นแกล้มเครื่องดื่ม และอาหารประเภทข้าวเพิ่มมาด้วย เผื่อใครมานั่งเล่นนั่งชิลล์กัน ยกตัวอย่าง เช่น Kushiage ชุดคุชิอาเกะ รวมของทอดหลายแบบ เช่น ไข่ต้มยางมะตูมทอด กุ้งทอด ปูอัดทอด (ทางร้านจะจัดมาให้ตามความเหมาะสม) จิ้มทานกับซอส ที่ส่วนตัวต้องบอกว่ารสซอสของร้านกำลังดีเลย เพราะร้านอื่นๆ มักใช้ซอสรสออกเค็มจัดจนเกินไป กินได้ไม่เท่าไหร่ต้องดื่มน้ำตามเป็นเหยือก จานแนะนำถัดมาของร้าน Cha-shu Salad ชาชูสลัด ที่อาจไม่โดนใจคนชอบกินผัก เพราะเขาทำไว้เอาใจคนที่ชอบกินหมูชาชูต่างหาก (หมูเดียวกันกับที่ใส่ในราเม็น) ชิ้นโตๆ ประมาณ 5-6 ชิ้น ย่างจนกลิ่นหอม วางบนผักแล้วราดมายองเนสอีกที แล้วก็ถึงจานหลักของร้าน Special Noukou Tsukemen หรือ โนโคทสึเคะเมนพิเศษ ราเมนเส้นใหญ่ เสิร์ฟพร้อมน้ำซุปสูตรเข้มข้นพิเศษ ในจานก็จะมี Topping 5 อย่าง คือ หมูชาชู ไข่ยางมะตูม สาหร่าย หน่อไม้ และหอมญี่ปุ่น เวลารับประทานให้คีบเส้นจุ่มลงในน้ำซุปสูตรเข้มข้นต้นตำรับ นาโงย่า ที่หอมกลิ่นปลาย่างมากๆ เผ็ดนิดหน่อย เค็มกำลังดี ทางร้านใช้เส้นสดด้วยจึงควรรับประทานทันทีที่เสิร์ฟ แนะนำให้ซดน้ำดังๆ เพื่อความสะใจ (แต่ไม่ต้องสะบัดเส้นไปใส่คนข้างๆ นะ) ความจริงแอบชอบไข่ต้มยางมะตูมด้วยอีกอย่าง ที่ทางร้านเล่าว่า ใช้เวลาต้ม 6 นาที แล้วแช่น้ำสูตรพิเศษอีก 6 ชั่วโมงจนเข้าเนื้อภาพบรรยากาศร้านเพิ่มเติม ตามมาลองซดราเม็นรสเด็ดเข้มข้น บรรยากาศญี่ปุ่นกันได้ที่ Matsuri De Go Go โครงการ Asiatique the river frontที่ตั้งร้าน E-05 ย่านโรงงาน ในโครงการ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ (ระหว่างซอยเจริญกรุง 74-76) โทร. 08-1629-3799พิเศษ!!! เพียงคุณโชว์รูปข้างล่างนี้ รับส่วนลดไปเลย 10% จากร้าน Matsuri De Go Goไปอิ่มอร่อยกับอาหารญี่ปุ่นในบรรยากาศงานวัดแดนอาทิตย์อุทัย *สิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิก TrueLife Travel เท่านั้นน!* รวม 4 ร้านอาหารอร่อย หลากสไตล์ที่ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟรอนต์http://travel.truelife.com/detail/2862828 ขอขอบคุณ Nikon D5200 ภาพสวย สีใส ชัดแจ๋ว Review Nikon D5200 : DSLR คุณภาพสูง ฟังค์ชั่นครบครัน http://travel.truelife.com/detail/2850650 ติดตาม travel.truelife.com ได้อีกช่องทางที่FB : Travel Truelife ทุกเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว อาหาร และสุขภาพ คลิกที่ http://travel.truelife.com
ร้านอาหารในกรุงเทพ • 26 มิ.ย. 56
7 วัน ที่ญี่ปุ่นมีอะไรกินบ้าง (แบบโนแพลน)
7 วัน ที่ญี่ปุ่นมีอะไรกินบ้าง (แบบโนแพลน)
หมิงขั้วโลก • 21 ก.ค. 69
อ่าน
5 วัดและศาลเจ้าโตเกียว เที่ยวหน้าฝน 2026 ชมไฮเดรนเยีย พร้อมล่าโกชูอิน ลิมิเต็ด!
ฤดูฝนของญี่ปุ่น (ช่วงเดือนมิถุนายน) หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกกันว่า "ช่วงสึยุ" (Tsuyu - 梅雨) อาจทำให้หลายคนกังวลเรื่องการเดินทางใช่ไหมล่ะ? แต่บอกเลยว่านี่คือหนึ่งในฤดูที่โรแมนติกและมีเสน่ห์ที่สุด เพราะเป็นช่วงเวลาที่ "ดอกไฮเดรนเยีย" (Hydrangea หรือดอกอาจิไซ) กำลังบานสะพรั่งต้อนรับสายฝนไปทั่วโตเกียว วันนี้เราจะพาทุกคนไปเปลี่ยนวันฝนพรำให้กลายเป็นวันสุดฟิน กับพิกัด 5 วัดและศาลเจ้าในโตเกียว ที่เดินทางง่าย ติดสถานีรถไฟ เหมาะแก่การไปเดินร่มชมดอกไม้ แถมยังมีไฮไลต์เด็ดที่สายมู และนักสะสมห้ามพลาด นั่นก็คือการตามเก็บ "โกชูอิน" (Goshuin) และเครื่องรางดีไซน์พิเศษที่มีเฉพาะฤดูกาลนี้เท่านั้น! 5 วัดและศาลเจ้าโตเกียว เที่ยวหน้าฝน 2026ชมไฮเดรนเยีย พร้อมล่าโกชูอินลิมิเต็ด พิกัดวัด/ศาลเจ้า จุดเด่น ลายโกชูอินไฮไลต์ช่วงหน้าฝน การเดินทาง 1. ศาลเจ้า Ueno Toshogu อาคารหลักสีทองอร่ามประวัติศาสตร์เอโดะ ลายดอกไฮเดรนเยียสีสันสดใส สถานี Ueno 2. วัด Horinji อ่างน้ำประดับดอกไม้ (Hanashozu) สุดน่ารัก กระดาษฉลุ (Kirie) ลายไฮเดรนเยีย/ฤดูฝน สถานี Waseda 3. วัด Kantsuji น้องหมาชิบะ "สึบารุจัง" และสวนญี่ปุ่นลับ กระดาษฉลุ ลายชิบะอินุและดอกไฮเดรนเยีย สถานี Waseda 4. ศาลเจ้า Asagaya Shinmeigu ขอพรรักแท้ และเครื่องรางถักมือ Kamimusubi ลายตุ๊กตากันฝน และดอกไฮเดรนเยียโทนละมุน สถานี JR Asagaya 5. ศาลเจ้า Sakura Jingu ผูกริบบิ้นชมพูขอพร บรรยากาศอ่อนโยน ลูกไม้ปักลายไฮเดรนเยียสุดประณีต สถานี Sakura-shinjako โกชูอิน (Goshuin) คืออะไร? ทำไมไปญี่ปุ่นต้องสะสม? หลายคนอาจเคยเห็นแผ่นกระดาษที่มีตราประทับสีแดงพร้อมตัวอักษรพู่กันญี่ปุ่นสีดำสวยงามตามวัดหรือศาลเจ้า สิ่งนี้เรียกว่า "โกชูอิน" (御朱印 - Goshuin) ครับ ความหมายดั้งเดิม : เปรียบเสมือนใบเสร็จหรือหลักฐานการไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยในอดีตผู้ศรัทธาจะต้องคัดลอกพระสูตรไปถวายวัดก่อนจึงจะได้รับตราประทับนี้มา ปัจจุบัน : ได้พัฒนามาเป็นศิลปะ และการบันทึกการเดินทางอันล้ำค่า วัดและศาลเจ้าหลายแห่งจะดีไซน์โกชูอินแบบจำกัดเวลา (Limited Edition) ตามฤดูกาล เช่น ลายซากุระ ลายใบไม้เปลี่ยนสี และแน่นอนว่า "ลายดอกไฮเดรนเยียและหยาดฝน" ในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ก็เป็นหนึ่งในลายที่นักสะสมแย่งชิงกันมากที่สุด! 5 พิกัดวัด ศาลเจ้าโตเกียว เที่ยวฟินอินฤดูฝน 1. ศาลเจ้าอุเอโนะ โทโชกุ (Ueno Toshogu Shrine) ศาลเจ้าสีทองตระการตา ท่ามกลางธรรมชาติกลางเมืองหลวง เริ่มต้นกันที่ ศาลเจ้าอุเอโนะโทโชกุ (Ueno Toshogu) ศาลเจ้าชินโตเก่าแก่ที่ซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบสงบในสวนสาธารณะอุเอโนะ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1627 เพื่ออุทิศให้กับท่านโชกุนระดับตำนานอย่าง โทกุงาวะ อิเอยาสุ ไฮไลต์หน้าฝน : แม้ที่นี่จะรอดพ้นจากภัยสงคราม และแผ่นดินไหวมาได้อย่างปาฏิหาริย์จนตัวอาคารหลักสีทองอร่ามยังคงสวยเด่น แต่ในช่วงฤดูฝน บรรยากาศรอบศาลเจ้าจะถูกแต่งแต้มด้วยสีสันของดอกไฮเดรนเยียที่บานต้อนรับผู้มาเยือน โกชูอินลิมิเต็ด : ทางศาลเจ้าจะออกโกชูอินลายดอกไฮเดรนเยียตามฤดูกาล ผสมผสานตราประทับสีสันสดใสเข้ากับกลิ่นอายความขลังดั้งเดิมได้อย่างลงตัว เหมาะแก่การเก็บสะสมเป็นที่ระลึกอย่างยิ่ง ศาลเจ้า Ueno Toshogu ที่อยู่: 9-88 Ueno Koen, Taito-ku, Tokyo เวลาเปิด: 9:00-16:30 น. (ต.ค.-ก.พ.) / 9:00-17:30 น. (มี.ค.-ก.ย.) ราคาโกชูอิน: ประมาณ 500 เยน *รับชำระทั้งเงินสดและบัตรเครดิต การเดินทาง: JR Ueno Station (Park Exit) เดินประมาณ 5 นาที ผ่านสวนอุเอโนะ เว็บไซต์ทางการ 2. วัดโฮรินจิ (Horinji Temple) วัดเล็กสุดคิวท์ย่านวาเซดะ กับอ่างดอกไม้ฮานะโชซุและงานฉลุกระดาษระดับมาสเตอร์พีซ ขยับมาที่ย่านวาเซดะกับ วัดโฮรินจิ (Horinji) วัดเล็กๆ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามน่ารักแบบตะโกน! ที่นี่โด่งดังมากในเรื่อง "ฮานะโชซุ" (Hana Shozu - 花手水) หรืออ่างน้ำล้างมือสำหรับผู้มาสักการะ ที่ทางวัดจะนำดอกไม้สดตามฤดูกาลมาลอยประดับไว้อย่างงดงาม ซึ่งในเดือนมิถุนายนนี้ อ่างน้ำทั้งวัดจะเต็มไปด้วยดอกไฮเดรนเยียหลากสีสัน ถ่ายรูปมุมไหนก็ขึ้นกล้อง! โกชูอินลิมิเต็ด : พลาดไม่ได้กับ "โกชูอินแบบกระดาษตัดฉลุ" (Kirie Goshuin) ลายพิเศษประจำฤดูฝนที่มีให้เลือก 2 ลาย คือ ลายดอกไฮเดรนเยีย และลายบรรยากาศฤดูฝน ละเอียดประณีตราวกับงานศิลปะแฮนด์เมด และยังมีเครื่องรางดีไซน์ไฮเดรนเยียเข้าเซ็ตกันด้วย ⚠️ ข้อควรระวัง : ทางวัด รับเฉพาะเงินสดเท่านั้น (ราคาโกชูอินเริ่มต้นประมาณ 1,200 เยน) และเนื่องจากสินค้าลิมิเต็ดมีจำนวนจำกัดในแต่ละวัน แนะนำให้ไปช่วงเช้าจะดีที่สุด Gimmick เพิ่มเติม : ในช่วงนี้ทางวัดจะเริ่มประดับ "ฟูริน" (Furin - 風鈴) หรือกระดิ่งลมญี่ปุ่น ส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งคลายร้อนคลอไปกับสายฝน เป็นบรรยากาศที่ผ่อนคลายสุดๆ Horinji ที่อยู่:1-1-15 Nishiwaseda, Shinjuku-ku, Tokyo เวลาเปิด: 9:0017:00 น. เวลารับโกชูอิน: 9:0016:30 น. (แนะนำไปช่วงเช้า) ราคาโกชูอิน: ประมาณ 5001,200 เยน *รับชำระด้วยเงินสดเท่านั้น การเดินทาง: Tokyo Metro Tozai Line ลงสถานี Waseda เดินประมาณ 10 นาที เว็บไซต์ทางการ 3. วัดคันสึจิ (Kantsuji Temple) เอาใจคนรักสัตว์ กับโกชูอินลายชิบะสุดน่ารัก และสวนญี่ปุ่นลับ เดินถัดจากวัดโฮรินจิไปไม่ไกล คุณจะพบกับ วัดคันสึจิ (Kantsuji) วัดขนาดกะทัดรัดแต่กุมหัวใจนักสะสมโกชูอินไว้ได้อย่างอยู่หมัด โดยเฉพาะเหล่าทาสหมา! เพราะที่นี่มีมาสคอตประจำวัดคือ "สึบารุจัง" น้องหมาชิบะสุดน่ารักที่เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบโกชูอินลายหมาชิบะอันเป็นเอกลักษณ์ ไฮไลต์หน้าฝน : โกชูอินกระดาษฉลุลายพิเศษประจำฤดูฝน จะมีลวดลายดอกไฮเดรนเยียแฝงความน่ารักของน้องหมาชิบะเข้าไปด้วย ซึ่งดีไซน์จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตลอดปี จุดลับห้ามพลาด : ด้านหลังวัดมีสวนญี่ปุ่นขนาดเล็กซ่อนตัวอยู่ สามารถเข้าไปนั่งเล่น ถ่ายภาพ และเสพความเงียบสงบหลีกหนีความวุ่นวายได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย วัด Kantsuji ที่อยู่:1-22-2 Baba-shitacho, Shinjuku-ku, Tokyo เวลาเปิด: 9:0017:00 น. การเดินทาง:・Tokyo Metro Tozai Line สถานี Waseda เดินประมาณ 5 นาที・Tokyo Sakura Tram (Toden Arakawa Line) สถานี Waseda เดินประมาณ 8 นาที เว็บไซต์ทางการ 4. ศาลเจ้าอาซากายะ ชินเมกู (Asagaya Shinmeigu) ขอพรความรัก ผูกสัมพันธ์ พร้อมสะสมเครื่องรางถักมือสุดประณีต ขยับออกไปแถวย่านอาซากายะ (ใกล้ชินจูกุ) ที่ ศาลเจ้าอาซากายะ ชินเมกู (Asagaya Shinmeigu) ศาลเจ้าโบราณที่มีประวัติยาวนานนับ 1,000 ปี แฝงตัวอยู่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องการขอพรด้าน "การผูกโชคชะตา" (Enmusubi) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสัมพันธ์ ความรัก หรือการงานดีๆ เครื่องรางลิมิเต็ด : ที่นี่มีเครื่องรางเชือกถักแฮนด์เมดสุดยูนีคชื่อว่า "คามิมุสึบิ" (Kamimusubi - 神むすび) สำหรับใช้ผูกข้อมือหรือกระเป๋า ซึ่งในเดือนมิถุนายนจะมีเวอร์ชันพิเศษ "ลายดอกไฮเดรนเยีย" ดีไซน์สวยหรูน่ารักน่าสะสม โกชูอินลิมิเต็ด : มีให้เลือกช้อปทั้งลายตุ๊กตากันฝน (Teru Teru Bozu) และลายไฮเดรนเยียสีพาสเทลละมุนตา เหมาะกับการซื้อเป็นของฝากสายมูเป็นที่สุด Asagaya Shinmeigu ที่อยู่:1-25-5 Asagayakita, Suginami-ku, Tokyo เวลาเปิด: 9:0017:00 น. (อาจเปลี่ยนตามฤดูกาล) ราคาโกชูอิน: ปกติ 500 เยน (ลายพิเศษอาจสูงกว่า) ราคาคามิมุสึบิ: ประมาณ 1,200 เยน*รับชำระเป็นเงินสดเท่านั้น การเดินทาง: JR Chuo Line / Sobu Line สถานี Asagaya ออกจาก North Exit แล้วเดินประมาณ 2 นาที เว็บไซต์ทางการ 5. ศาลเจ้าซากุระ จิงกู (Sakura Jingu Shrine) เปลี่ยนวันฝนตกให้อ่อนโยน ด้วยริบบิ้นสีชมพู และโกชูอินผ้าลูกไม้ ปิดท้ายทริปที่ ศาลเจ้าซากุระจิงกู (Sakura Jingu) ย่านเซตากายะ แม้ที่นี่จะโด่งดังสุด ๆ ช่วงซากุระบานในเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ด้วยภาพต้นไม้ที่เต็มไปด้วยริบบิ้นสีชมพูอธิษฐานรักอย่าง "เอ็นมุสุบิ ฮานะโอบิ" แต่เพื่อนๆ รู้ไหมว่า ฤดูฝนที่นี่ก็สวยสะกดใจไม่แพ้กันเลย ไฮไลต์หน้าฝน : ทั่วบริเวณศาลเจ้าจะถูกตกแต่งด้วยดอกไฮเดรนเยียสีน้ำเงิน และม่วง ให้ความรู้สึกเย็นสบายตา และเงียบสงบกว่าช่วงใบไม้ผลิ โกชูอินลิมิเต็ด : ทางศาลเจ้าจัดเต็มโกชูอิน และโอมาโมริ (เครื่องราง) แบบ "ผ้าปักลูกไม้ลายไฮเดรนเยีย" ซึ่งทำออกมาประณีตงดงามมาก มี 2 รูปแบบ คือแบบกระดาษแผ่นเดี่ยวสำหรับนำกลับไปแปะ และแบบประทับลงสมุดโกชูอินโดยตรง (ใครอยากได้แบบหลัง อย่าลืมพกสมุดโกชูอินของตัวเองไปด้วยนะ Sakura Jingu ที่อยู่:3-21-3 Shinmachi, Setagaya-ku, Tokyo เวลาเปิด: 9:0017:00 น. ราคาโกชูอิน: ปกติ 500 เยน / ลายพิเศษ 800-1,000 เยน (ขึ้นอยู่กับฤดูกาล) การเดินทาง: Tokyu Den-en-toshi Line สถานี Sakurashinmachi เดินประมาณ 2 นาที เว็บไซต์ทางการ ==================== FAQ คำถามที่พบบ่อย Q : สะสมโกชูอินต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง? A: ควรมีสมุดสำหรับสะสมโกชูอินโดยเฉพาะ (เรียกว่า Goshuinchō) ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามวัดหรือศาลเจ้าขนาดใหญ่ทั่วไป และที่สำคัญควรเตรียม เงินสด (เหรียญหรือธนบัตรย่อย) ไปให้พร้อม เนื่องจากวัด และศาลเจ้าส่วนใหญ่ไม่รับบัตรเครดิตหรือการจ่ายเงินผ่านระบบออนไลน์ Q : เที่ยวชมดอกไฮเดรนเยีย (Ajisai) ในโตเกียว ช่วงเดือนไหนดีที่สุด? A: ช่วงที่ดอกไฮเดรนเยียบานสะพรั่งเต็มที่ (Full Bloom) ในโตเกียว คือช่วง ต้นเดือนถึงปลายเดือนมิถุนายน ซึ่งตรงกับช่วงฤดูฝนพอดิบพอดีค่ะ Q : การขอรับโกชูอินมีข้อควรระวังอะไรบ้าง? A: โกชูอินไม่ใช่ของเล่นหรือของที่ระลึกทั่วไป แต่เป็นสิ่งมงคลทางศาสนา ดังนั้นก่อนที่จะเดินไปที่จุดขอรับโกชูอิน (Shuinjo) ควรเข้าไปกราบไหว้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัดหรือศาลเจ้านั้นๆ ก่อนเสมอ และไม่ควรถ่ายรูปพระสงฆ์หรือเจ้าหน้าที่ขณะกำลังเขียนพู่กันเว้นแต่จะได้รับอนุญาตครับ ==================== ขอบคุณข้อมูลดีๆ และภาพจากhttps://www.japankuru.com
เที่ยวญี่ปุ่น • 9 ก.ค. 69
สิทธิพิเศษ
โตเกียวอิซากายะ
เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นและแหล่งแฮงเอาท์สไตล์อิซากายะยอดนิยม ตั้งอยู่ใจกลางเมืองลำปาง บนถนนบุญวาทย์ (ห่างจากห้าแยกหอนาฬิกาเพียงประมาณ 150 เมตร)
อาหารญี่ปุ่น • 15 ก.ค. 69
อ่าน
แจกลิสต์ 11 ที่เที่ยวญี่ปุ่น หน้าร้อน เมืองไหนดี ที่ไหนโดน ต้องไปชิล!
ใครที่กำลังวางทริป เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง อยู่ล่ะก็ บอกเลยว่า ช่วงนี้เหมาะมากๆ ค่ะ ตามเรามา เช็กลิสต์ 11 ที่เที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อน เมืองไหนดี ที่ไหนโดน กันได้เลย ช่วง หน้าร้อนของญี่ปุ่น เป็นช่วงโลว์ซีซั่น คือ เดือนมิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม ค่าตั๋วเครื่องบินก็จะถูกลงเยอะมากๆ ในช่วงเวลานี้ แถมอาจจะมีนักท่องเที่ยวน้อยถ้าเทียบกับช่วงอื่นๆ อีกด้วยค่ะ เที่ยวญี่ปุ่น ที่ไหนดี มาดูกัน! ที่เที่ยวญี่ปุ่น หน้าร้อน เที่ยวที่ไหนดี 1. หมู่บ้านชิราคาวาโกะ Shirakawa-go กิฟุ คนส่วนใหญ่มักจะคุ้นกับภาพสวยๆ ของ หมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go) ในช่วงฤดูหนาวที่จะมีการแสดงไฟตอนค่ำคืนสวยอลังการ ในบรรยากาศบ้านญี่ปุ่นสไตล์ดั้งเดิม และหิมะสีขาวโปรยปราย เหมือนได้กลับไปใช้ชีวิตอยู่ในยุคเอโดะกันเลยทีเดียว แต่เราอยากจะชวนให้ลองไปเที่ยวหมู่บ้านชิราคาวาโกะในช่วงหน้าร้อนดูบ้าง! เพราะจะเป็นช่วงที่ทุ่งนาเขียวชอุ่มเต็มท้องทุ่ง ได้ฟีลไปอีกแบบ ร้านอาหาร ร้านขนมมากมาย ธารน้ำใสๆ ที่เต็มไปด้วยปลาคาร์ป เดินถ่ายรูปกันเพลินมากเลยค่ะ ✨ ดูรีวิวเต็มๆ ที่ ชิราคาวาโกะ Shirakawa-go เมืองมรดกโลก ที่ญี่ปุ่น ไปเที่ยวช่วงไหนดี เดินทางยังไง 📌 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/ZHBuYRsy6Hm9LgA9A =============== 2. ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ ฟาร์มโทมิตะ Farm Tomita นากะฟูราโนะ ฟาร์มโทมิตะ (Farm Tomita) เป็นฟาร์มชื่อดัง ตั้งอยู่ที่ เมืองนากะฟูราโนะ (Nakafurano) ใน ฮอกไกโด (Hokkaido) ค่ะ ที่นี่โด่งดังอย่างมากในเรื่องของ ทุ่งดอกไม้ และ จุดชมลาเวนเดอร์ ที่สวยที่สุดในเมืองเลยทีเดียวค่ะ และช่วงที่ดอกลาเวนเดอร์บานสะพรั่งเต็มที่สวยงามก็คือ ช่วงหน้าร้อน กลางเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ของทุกปีค่ะ ทำให้ที่นี่เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวที่พลาดไม่ได้เลยในช่วงหน้าร้อนของญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีซอฟท์ครีมลาเวนเดอร์ให้ได้ชิมกันอีกด้วยนะ ✨ ดูรีวิวเต็มๆ ที่ เที่ยวฮอกไกโด ทุ่งลาเวนเดอร์ ฟาร์มโทมิตะ Farm Tomita ลั้ลล้าหน้าร้อน 📌 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/gdmcZ5A7FaFiCyvW6 =============== 3. วัดเมเกซึอิน Meigetsuin Temple จุดชมดอกไฮเดรนเยีย คามาคุระ หน้าร้อนญี่ปุ่น ก็ต้องคู่กับ อะจิไซ (Ajisai) หรือ ไฮเดรนเยีย ค่ะ และเราจะพาไปกันที่ วัดเมเกซึอิน (Meigetsuin Temple) หนึ่งใน จุดชมดอกอะจิไซ ที่ขึ้นชื่อมากๆ ของญี่ปุ่น เรียกได้ว่า ถ้าคิดจะแพลนมาเที่ยวญีปุ่นในช่วงหน้าร้อนแล้ว บอกเลยว่า พลาดไม่ได้ค่ะ วัดเมเกซึอิน ตั้งอยู่ที่ เมืองคามาคุระ (Kamakura) เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1160 ในสมัยปลายยุคเฮอันเลยทีเดียว ที่นี่ยังมีเรียกอีกอย่างว่า Ajisaidera หรือ วัดอะจิไซ นั่นเอง เนื่องจากเป็นที่ตั้งของ สวนดอกไฮเดรนเยีย กว่าหลายพันดอกที่จะพร้อมใจกันบานสะพรั่งในช่วงหน้าร้อน แน่นอนว่าใครๆ ก็อยากไปเที่ยวชมกันสักครั้งค่ะ ✨ ดูรีวิวเต็มๆ ที่ เที่ยวญี่ปุ่น Meigetsu-in เที่ยวคามาคุระ เยือนวัดแห่งดอกไฮเดรนเยีย 📌 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/sZVv9fJXrAVkG7Tg9 =============== 4. ทุ่งลาเวนเดอร์ ทะเลสาบคาวากุจิโกะ Lake Kawaguchikoยามานาชิ ทะเลสาบคาวากุจิโกะ (Lake Kawaguchiko) เป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในบรรดา ทะเลสาบทั้ง 5 ที่อยู่รอบ ภูเขาไฟฟูจิ ที่นี่เป็นจุดชมวิวฟูจิยอดนิยม และเป็นอีกสถานที่เหมาะสำหรับ เที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อน อีกด้วยค่ะ เพราะเราจะได้เจอกับ ทุ่งลาเวนเดอร์ที่สวยงามริมทะเลสาบ แถมคนที่ชอบถ่ายรูปต้องฟินมากๆ เพราะเราจะได้รูปลาเวนเดอร์สวยๆ โดยมีแบ็กกราวน์เป็นทะเลสาบ และภูเขาไฟฟูจินั่นเอง ต้องห้ามพลาดเด็ดขาด! ดูรีวิวเต็มๆ ที่ ✨ เที่ยวญี่ปุ่น ทะเลสาบคาวากุจิโกะ Lake Kawaguchiko ถ่ายรูปสวย รอบภูเขาไฟฟูจิ ✨ สวนโออิชิ Oishi Park ที่เที่ยวญี่ปุ่น ทุ่งดอกไม้แสนสวย กลางวิวภูเขาไฟฟูจิ 📌 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/7jPPGaceAUqLxWdm9 =============== 5. ทะเลสาบอาชิ Lake Ashi คานางาวะ ทะเลสาบอาชิ (Lake Ashi) หรือชื่ออื่นๆ คือ ทะเลสาบฮาโกเนะ หรือ ทะเลสาบอาชิโนะโกะ เป็นทะเลสาบปล่องภูเขาไฟที่สวยงาม และตรงจุดนี้ยังสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้อย่างสวยงามอีกด้วย จุดเด่นของทะเลสาบก็คือ เสาโทริอิ ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ และ เรือที่เลียนแบบมาจากโจรสลัดของทางตะวันตกที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ นอกจากนี้รอบทะเลสาบยังมีรีสอร์ทบ่อน้ำพุร้อนตั้งเรียงรายให้ไปชิลอีกด้วยค่ะ 📌 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/Aha6vrJ6kCnX3Sou6 =============== 6. เทศกาลทานาบาตะ Tanabata Festival ทั่วญี่ปุ่น ต้องบอกว่า ฤดูร้อนของญี่ปุ่นั้นมีความผูกพันกับเทศกาลต่างๆ ค่ะ โดยเฉพาะ เทศกาลทานาบาตะ (Tanabata Festival) ที่จะจัดขึ้นทั่วทั้งญี่ปุ่นในช่วง วันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปีนั่นเอง ในเทศกาลนี้คนญี่ปุ่นก็จะออกมาประดับต้นไผ่อย่างสวยงาม ทั่วทั้งโตเกียว และเมืองอื่นๆ ก็จะเต็มไปด้วยสีสัน และมีร้านอาหารมากมายที่มาออกร้านขายของกินท้องถิ่นกันอย่างคึกคัก และแน่นอนว่า เราก็จะได้ใส่ชุดยูกาตะออกมาเดินเล่นในเมืองอีกด้วยค่ะ ✨ ดูรีวิวเต็มๆ ที่ เทศกาล ทานาบาตะ Tanabata ญี่ปุ่น วันที่ 7 เดือน 7 ตำนานเจ้าหญิงทอผ้ากับชายเลี้ยงวัว 📌 พิกัด : ทั่วญี่ปุ่น amnat11 / Shutterstock.com =============== 7. กินข้าวริมน้ำ Kawadoko คิบูเนะ Kibune เกียวโต JudeAnd / Shutterstock.com Kawadoko เป็นรูปแบบร้านอาหารชนิดหนึ่งใน คิบูเนะ (Kibune) เกียวโต (Kyoto) ค่ะ โดยร้านจะตั้งอยู่ข้างๆ แม่น้ำในช่วงฤดูร้อนนั่นเองค่ะ เพราะ Kawadoko นี้จะเป็นการทานอาหารแบบพิเศษที่ช่วยทำให้อากาศเย็นลง มักจะมีบริการช่วง เดือนพฤษภาคม-กันยายน ลองมาชิลหาของอร่อยนั่งกินริมน้ำแบบนี้ดู รับรองว่าฟินแน่ๆ ในซัมเมอร์นี้ค่ะ 📌 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/Zi2w7AjSdksYU6D26 =============== 8. เกาะอิชิงากิ Ishigaki Island โอกินาว่า เกาะอิชิงากิ (Ishigaki Island) ตั้งอยู่ใน หมู่เกาะยาเอะยามะ (Yaeyama Islands) ของ โอกินาว่า (Okinawa) และมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ค่ะ บนเกาะมีหาดทรายขาวเนียนละเอียดมากมาย โดยเฉพาะที่ หาดโยเนะฮาระ (Yonehara) เป็นจุดเล่นน้ำและดำน้ำตื้นยอดนิยม มีแนวปะการังที่อุดมสมบูรณ์สวยงาม เป็นที่เที่ยวที่เหมาะสุดๆ ในการมาเที่ยวหน้าร้อน อย่าลืมเตรียมบิกินี่ตัวโปรดมานอนอาบแดดชิลๆ เล่นตีแตงโมกันได้เลยค่า ✨ ดูที่เที่ยวโอกินาว่า ที่น่าสนใจอื่นๆ : 19 ที่เที่ยวโอกินาว่า ญี่ปุ่น น้ำทะเลใส หาดทรายสวย ฤดูไหนก็ดีต่อใจ 📌พิกัด : https://maps.app.goo.gl/8D3CEe4Syr3xr3wf7 =============== 9. ศาลเจ้าเมจิ Meiji Shrine โตเกียว ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Shrine) เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ใน กรุงโตเกียว (Tokyo) ค่ะ ทางเข้าเราจะเห็นเสาโทริอิ เป็นเสมือนประตูไม้ให้เราได้เดินเข้าไปสู่โลกแห่งเทพเจ้าอันศักดิ์สิทธิ์ ทั้งอากาศและบรรยากาศโดยรอบก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แทบไม่นึกว่าเรากำลังอยู่ใจกลางกรุงโตเกียวกันเลยทีเดียว ที่นี่เต็มไปด้วยสีเขียวของต้นไม้สูง ความสงบเงียบ ไอดินกลิ่นหญ้า สูดหายใจได้อย่างเต็มปอด และสดชื่นมากๆ เป็นที่หลบร้อนในช่วงหน้าร้อนของญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ ✨ ดูรีวิวเต็มๆ เที่ยวโตเกียว ศาลเจ้าเมจิ Meiji Shrine ขอพรเทพเจ้า เดินชิลในป่ากลางกรุงโตเกียว 📌 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/PSTxG7Ln7srBjDA19 =============== 10. ปีนเขาภูเขาไฟฟูจิ Mount Fuji sopon seti / Shutterstock.com คนที่ชอบความท้าทาย ได้ฟีลแอดเวนเจอร์ เราชวนไปเรียกเหงื่อ ปีนภูเขาไฟฟูจิ กันค่ะ ซึ่งทุกๆ ปี ช่วงเวลาที่เหมาะสามารถเปิดให้ปีนเขาได้จะเริ่มประมาณ ต้นเดือนกรกฎาคมถึงกลางเดือนกันยายน เพราะบนภูเขาจะไม่มีหิมะตก และอากาศดีมากๆ ที่สุดของปี จึงทำให้ในช่วงหน้าร้อน การปีนภูเขาฟูจิเป็นที่นิยมของทั้งคนญี่ปุ่น และนักท่องเที่ยวค่ะ ✨ เที่ยวญี่ปุ่น ปีนภูเขาไฟฟูจิต้องรู้! กฎใหม่ปี 2025 สำหรับนักท่องเที่ยว 📌 สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.fujisan-climb.jp/en Jatuphon.PTH / Shutterstock.com =============== 11. เทศกาลเท็นจิน Tenjin Matsuri โอซาก้า StreetVJ / Shutterstock.com เทศกาลเท็นจิน (Tenjin Matsuri) เป็นเทศกาลใหญ่ซึ่งติดอันดับ 1 ใน 3 ของเทศกาลในประเทศญี่ปุ่นเลยค่ะ ซึ่งจะจัดขึ้นทุกปี ใน วันที่ 24-25 กรกฎาคม เป็นประจำ ที่ โอซาก้า (Osaka) เพื่อระลึกถึง เทพเท็นจิน จัดโดย ศาลเจ้าเท็นมังกู (Tenmangu Shrine) เทศกาลนี้เป็นงานแห่เทพเจ้าทั้งทางบกและทางน้ำ มีกิจกรรมพาเหรดริมแม่น้ำ จุดดอกไม้ไฟ และมีการแห่เกี้ยวออกจากศาลเจ้าแล้วเดินไปรอบเมืองอีกด้วย เป็นเทศกาลที่สนุกสนาน และห้ามพลาดมากๆ ในช่วงหน้าร้อนของทุกปีเลยค่ะ 📌 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/LpMtDibPyhsZeVpq5 StreetVJ / Shutterstock.com =============== ที่เที่ยวญี่ปุ่น ที่น่าสนใจอื่นๆ 40 สถานที่สวยใน ญี่ปุ่น ไปเที่ยวญี่ปุ่น คราวนี้อย่าได้พลาด ! 8 จุดชม ดอกไฮเดรนเยีย ที่เที่ยวญี่ปุ่น หน้าร้อน สีสวยละมุนใจ 12 ทุ่งดอกไม้ ที่เที่ยวญี่ปุ่น สีสันสดใส อลังการ ถ่ายรูปปังสุดๆ !
เที่ยวญี่ปุ่น • 1 ก.ค. 69
ดู
Insider's Ghost Stories
ทรูวิชั่นส์ • 30 มิ.ย. 69
อ่าน
3 จุดชมดอกไฮเดรนเยีย (อาจิไซ) ในโตเกียว เที่ยวญี่ปุ่นหน้าฝน 2026 ถ่ายรูปมุมไหนก็ปัง
ช่วงหน้าฝนญี่ปุ่นจะมีตัวเอกอย่าง "ดอกไฮเดรนเยีย" หรือ "อะจิไซ" (紫陽花) บานสะพรั่งต้อนรับสายฝนอย่างงดงาม ตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมไปจนถึงต้นกรกฎาคม สำหรับสายถ่ายภาพ และคนชอบเดินชิล วันนี้ขอพาไปลุย 3 จุดชมดอกไฮเดรนเยียยอดฮิตในโตเกียว เดินทางง่าย บรรยากาศดี ถ่ายรูปออกมาดูดีแน่นอน จะมีที่ไหนบ้าง มาดูกันเลย เที่ยวญี่ปุ่นหน้าฝน 20263 จุดชมดอกไฮเดรนเยีย (อาจิไซ) ในโตเกียว 1. ศาลเจ้าฮาคุซัน (Hakusan Shrine) ไฮไลต์: บรรยากาศเงียบสงบย้อนยุค กับดอกไม้กว่า 3,000 ต้น หนีความวุ่นวายมาที่ "ศาลเจ้าฮาคุซัน" ศาลเจ้าเก่าแก่ที่ซ่อนตัวอยู่ใจกลางโตเกียว ที่นี่อาจจะไม่ใช่แลนด์มาร์กหลักที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันเยอะ แต่สำหรับคนท้องถิ่นแล้ว ที่นี่คือสวรรค์ของคนรักดอกไฮเดรนเยียเลย ทุกปีในช่วงนี้ ทางศาลเจ้าจะจัดงานเทศกาล Bunkyo Ajisai Matsuri ดึงดูดให้ผู้คนเข้ามาชมพุ่มดอกไฮเดรนเยียกว่า 3,000 ต้น มีทั้งสีฟ้าคราม ม่วงเข้ม และชมพูหวาน สลับกับต้นไม้โบราณรอบศาลเจ้าได้อย่างคลาสสิก แนะนำให้เดินขึ้นไปบริเวณเนินเขาเล็กๆ ด้านหลังศาลเจ้าครับ จะได้มุมถ่ายภาพที่เห็นพุ่มดอกไม้ลดหลั่นกันลงมาเป็นเลเยอร์ที่สวยงามมาก แถมบรรยากาศยังเงียบสงบ เหมาะกับการมานั่งพักใจ และสูดอากาศสดชื่นหลังฝนตก ศาลเจ้าฮาคุซัน (Hakusan Shrine 白山神社) พิกัด:5-31-26 Hakusan, Bunkyo City,Tokyoเดินทาง: เดินประมาณ 3 นาทีจากสถานี Hakusan (Toei Mita Line) ทางออก A3 หรือเดินประมาณ 5 นาทีจากสถานี Hon-komagome (Tokyo Metro Namboku Line) ทางออก 1 เปิด 24 ชั่วโมง ไม่เสียค่าเข้าชม Official Website (jp) 2. สวนสุมิดะ (Sumida Park) ไฮไลต์: ถนนไฮเดรนเยียเลียบแม่น้ำ พร้อมวิวโตเกียวสกายทรี ขยับมาทางฝั่งตะวันออกในย่านอาซากุสะกันบ้างครับ กับ สวนสุมิดะ สวนสาธารณะริมแม่น้ำที่หลายคนชอบมาเดินเล่นรับลมเย็นๆ แต่ในหน้าฝนแบบนี้ ตลอดทางเดินเลียบแม่น้ำจะกลายร่างเป็น ถนนไฮเดรนเยีย (あじさいロード) ที่ขนาบข้างไปด้วยแปลงดอกไม้สีสันสดใส ช็อตเด็ดห้ามพลาด พิกัดนี้คือจุดปะทะสายตาระหว่างความคลาสสิกของธรรมชาติและความล้ำสมัยของเมืองหลวง ลองหามุมที่ดอกไฮเดรนเยียสีม่วงสดใสอยู่ด้านหน้า แล้วมีหอคอย โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree) ตั้งตระหง่านอยู่เป็นฉากหลัง รับรองว่าเป็นช็อตที่เท่ และสะท้อนความเป็นโตเกียวได้ดีที่สุดเลยครับ สุมิดะ ปาร์ค (Sumida Park 隅田公園) พิกัด:1 Chome Hanakawado, Taito City, Tokyo เดินทาง: เดินประมาณ 3 นาทีจากสถานี Asakusa (เดินทางได้ทั้งสาย Tokyo Metro Ginza Line / Toei Asakusa Line / Tobu Skytree Line) เปิด 24 ชั่วโมง ไม่เสียค่าเข้าชม Official Webpage (jp) 3. สวนอุเอโนะ (Ueno Park) ไฮไลต์: แวะง่าย เดินทางสะดวก ดอกไม้บานสะพรั่งรอบบึงชิโนบาซุ ปิดท้ายด้วยพิกัดเดินทางสุดง่ายที่ทุกคนต้องผ่านอย่าง สวนอุเอโนะหลายคนอาจจะคิดว่าที่นี่มีดีแค่ช่วงซากุระบาน แต่จริงๆ แล้วในหน้าฝนแบบนี้ สวนอุเอโนะก็อบอวลไปด้วยดอกไฮเดรนเยียที่สวยงามไม่แพ้กัน จุดชมไฮเดรนเยียที่สวยที่สุดจะอยู่บริเวณรอบ บึงชิโนบาซุ (Shinobazu Pond) และตามทางเดินในสวนครับ ข้อดีของที่นี่คือทำเลดีมาก อยู่ติดสถานีรถไฟใหญ่ เหมาะสำหรับคนที่มีเวลาน้อย แต่อยากแวะมาแชะภาพสวยๆ ระหว่างรอไปช้อปปิ้งหรือกินข้าวในย่านอุเอโนะ หลังจากเดินชมดอกไม้เสร็จแล้ว แนะนำให้แวะไปหาเครื่องดื่มเย็นๆ หรือขนมอร่อยๆ ทานรอบๆ สถานีอุเอโนะ เป็นการจบทริปครึ่งวันเช้าที่สมบูรณ์แบบมาก สวนอุเอโนะ (Ueno Park 上野恩賜公園) พิกัด:Uenokoen, Taito City, Tokyo 110-0007เดินทาง: เดินประมาณ 2 นาทีจากสถานี Ueno ทางออก Park Exit สามารถเดินทางด้วย JR Yamanote Line, JR Keihin-Tohoku Line, Tokyo Metro Ginza Line และ Hibiya Line เปิด 24 ชั่วโมง ไม่เสียค่าเข้าชม ฤดูฝนญี่ปุ่นไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่คิดเลยใช่ไหมครับ? ลองเปลี่ยนมุมมอง เปิดใจให้กว้าง แล้วพกกล้องออกไปบันทึกภาพความงามสีพาสเทลกลางสายฝนด้วยกันนะ เชื่อว่าจะได้ภาพสวยๆ และประสบการณ์การเดินทางที่โรแมนติกแปลกตาไปอีกแบบแน่นอน ขอบคุณข้อมูลดีๆ และภาพจากhttps://www.japankuru.com ====================
เที่ยวญี่ปุ่น • 20 มิ.ย. 69
อ่าน
25 ที่เที่ยวอยุธยา 2569 1 วัน ไปเช้าเย็นกลับ ใกล้กรุงเทพ ที่เที่ยวครบๆ
วันหยุด ไปเที่ยวที่ไหนดี เราชวนไปเช็กอินกันแบบง่ายๆ ใน 1 วัน ใช้เวลาเดินทางไม่นานกับ 25 ที่เที่ยวอยุธยา 2569เที่ยวใกล้กรุงเทพ ไปเช้าเย็นกลับ วันเดียวก็เที่ยวได้ แถมครบรสมากๆ เพราะมีทั้ง วัดสวย โบราณสถาน ตลาดน้ำ และอื่นๆ เอาล่ะ ตามเรามาดูว่า อยุธยา เที่ยวไหนดี ! แจกแผนเที่ยว ขับรถ ไหว้พระ 9 วัด อยุธยา 1 วัน เช้าไปเย็นกลับ ขับรถเที่ยว 11 ที่เที่ยวอยุธยา ที่ไม่ใช่วัด ถ่ายรูปสวยๆ เที่ยวอยุธยา 1 วัน ไปชิลได้เก๋ๆ ชิคๆ 999 Studio / Shutterstock.com มัดรวม ที่เที่ยวอยุธยา เที่ยวใกล้กรุงเทพอยุธยา เที่ยวไหนดี 1. วัดใหญ่ชัยมงคล วัดใหญ่ชัยมงคล ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งวัดสวย แลนด์มาร์คหนึ่งของจังหวัดอยุธยาเลยก็ว่าได้ค่ะ สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนต้น คือในรัชสมัยของ สมเด็จพระรามาธิปดีที่ 1 หรือ พระเจ้าอู่ทอง จุดเด่นของวัดใหญ่ก็คือ พระเจดีย์ชัยมงคล ที่สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ครั้งทรงมีชัยในยุทธหัตถี และด้านในได้มีการค้นพบชัยมงคลคาถาบรรจุอยู่อีกด้วย รวมถึงภายในวัด ยังเป็นที่ประดิษฐานพระนอนที่ วิหารพระพุทธไสยาสน์ และมี ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ให้เราได้ไปกราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคลค่ะ 🌟 ดูรีวิวเต็มๆ ที่ ไหว้พระ อยุธยา วัดใหญ่ชัยมงคล ชมความสวยงาม พระเจดีย์ชัยมงคล เจดีย์ที่สูงที่สุดในอยุธยา ✨ที่อยู่ : 40/3 หมู่ที่ 3 ตำบลคลองสวนพลู อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/7ecUeRP1tUEUFMxV7 ⏰ เปิดให้เข้าชม : 08.00-17.00 น. 🔗 เว็บไซต์ : - ================ 2. ตลาดน้ำอโยธยา Jamesboy Nuchaikong / Shutterstock.com ตลาดน้ำอโยธยา เป็นตลาดน้ำที่สร้างขึ้นโดยมีคอนเซ็ปต์คงความเป็นกรุงเก่าของพระนครศรีอโยธยาในอดีตมาไว้ เพื่อให้เราได้อินกับบรรยากาศของกรุงเก่านั่นเองค่ะ แม้ไม่ใช่ตลาดเก่าดั้งเดิม แต่ก็มีกลิ่นอายของกรุงเก่าอย่างเต็มเปี่ยม เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวที่พลาดไม่ได้เลยถ้ามาเที่ยวอยุธยาค่ะ docter_k / Shutterstock.com ภายในตลาดน้ำ จะมีร้านค้าต่างๆ ทั้ง ร้านอาหารคาวหวาน เรือขายอาหาร ขนม ของฝาก ร้านขายสินค้า OTOP ร้านนวดเพื่อสุขภาพ และยังมีบริการล่องเรือชมบรรยากาศรอบๆ ตลาดน้ำ รวมถึงโชว์การแสดงวัฒนธรรมไทยต่างๆ อีกด้วย แต่ในวันธรรมดา อาจจะมีร้านมาเปิดขายของน้อยกว่าในวันเสาร์อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ค่ะ 🌟 ดูรีวิวเต็มๆ ที่ ตลาดน้ำอโยธยา ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพ ช้อปชิล สไตล์ย้อนยุค ในวันหยุด ✨ที่อยู่ : ตำบลไผ่ลิง อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/rpELtHXLziaYmkWW7 ⏰ เปิดให้เข้าชม : 09.00-18.00 น. 🔗 เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/AyothayaFloatingMarket ================= 3. สะพานป่าดินสอ ที่เที่ยวถ่ายรูปสวยๆ ในอยุธยา เหมือนได้วาร์ปไปในสมัยกรุงเก่า ที่ออเจ้าพลาดไม่ได้ ชวนมาเช็กอินกันที่ สะพานป่าดินสอ ค่ะ ที่นี่เป็นสะพานเก่าแก่ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับ วัดบรมพุทธาราม ตัวสะพานเป็นอิฐ มีความเก่าแก่ และดูแล้วมีมนต์ขลังมากๆ แถมยังมีรากไม้ปกคลุมอีกด้วย และด้วยความเก่าแก่ เราแนะนำให้ไปถ่ายรูปสวยๆ อย่างเดียวนะจ๊ะ อย่าขึ้นไปเดินบนสะพานเพื่อความปลอดภัยค่ะ 🌟 ดูรีวิวเต็มๆ ที่ สะพานป่าดินสอ อยุธยา สะพานข้ามกาลเวลา ย้อนรอยอดีต kwanchai / Shutterstock.com ✨ ที่อยู่ : ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/LfehCJca5k3XYAdc6 ⏰ เปิดให้เข้าชม : 06.00-18.00 น. 🔗 เว็บไซต์ : - ================= 4. วัดไชยวัฒนาราม วัดไชยวัฒนาราม เป็นโบราณสถานเก่าแก่ซึ่งตั้งอยู่ใน อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา สร้างขึ้นในสมัย พระเจ้าปราสาททอง เมื่อปี พ.ศ.2173 เป็นวัดหลวงที่มีความสำคัญมากๆ เพราะเป็นวัดที่ใช้สำหรับบำเพ็ญพระราชกุศลของพระมหากษัตริย์สืบต่อมาหลังจากนั้นทุกพระองค์ และยังเป็นสถานที่ถวายพระเพลิงพระศพพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ด้วย ภายในวัดไชยวัฒนาราม มีโบราณสถานที่น่าสนใจ คือ พระปรางค์ศรีรัตนมหาธาตุ ตั้งอยู่บริเวณกลางวัด และที่ห้ามพลาดเลยก็คือ ระเบียงคต ซึ่งเป็นส่วนที่เชื่อมต่อเมรุ ทั้ง 4 ทิศเข้าด้วยกัน สวยงามมากๆ ค่ะ ใครแวะมาก็อย่าลืมมาถ่ายรูปมุมนี้ด้วยนะคะ เพราะสวยมากๆ 🌟 ดูรีวิวเต็มๆ ที่ ไหว้พระ เที่ยวกรุงเก่า วัดไชยวัฒนาราม วัดสวย อยุธยา โบราณสถานเก่าแก่ ✨ ที่อยู่ : ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/64ectZAEQiFsRTMB7 ⏰ เปิดให้เข้าชม : 08.30-16.30 น. 🔗 เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/AY.HI.PARK ================= 5. พระราชวังบางปะอิน พระราชวังบางปะอิน เป็นพระราชวังโบราณตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งสร้างขึ้นโดย สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง โดยปัจจุบันนี้ เป็นพระราชวังที่อนุญาตให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมได้ค่ะ ด้านในพระราชวังสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างไทยและยุโรป เนื่องจากในหลวงรัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการบูรณะครั้งใหญ่ และสร้างพระนั่งและตำหนักต่างๆ มากมาย เพื่อใช้เป็นที่ประทับรับรองพระราชอาคันตุกะ 🌟 ดูรีวิวเต็มๆ ที่ พระราชวังบางปะอิน จากกรุงศรีอยุธยา ถึง รัตนโกสินทร์ ความงามไม่เสื่อมคลาย ✨ ที่อยู่ : ถนนปราสาททอง ตำบลบ้านเลน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/4cLJYecU5GSxSFvVA ⏰ เปิดให้เข้าชม : 08.00-16.00 น. 🔗 เว็บไซต์ : - ================= 6. ตลาดน้ำวัดท่าการ้อง Sombat Muycheen / Shutterstock.com ตลาดน้ำวัดท่าการ้อง ตั้งอยู่ใน วัดท่าการ้อง วัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาค่ะ ที่นี่เป็นตลาดน้ำกรุงเก่า ที่เป็นแหล่งรวมของกินของฝากในราคาชาวบ้านค่ะ เราจะสามารถเดินชิลหาของอร่อยๆ รสชาติดั้งเดิมท้องถิ่น ราคาถูกแบบฝีมือคุณป้า คุณยายได้ที่นี่ได้เลย โดยเฉพาะ ก๋วยเต๋ยวเรืออยุธยา ที่ต้องไปโดนสักทีค่ะ Sombat Muycheen / Shutterstock.com ✨ที่อยู่ : ถนนอยุธยา-บางบาน ตำบลบางป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/mxFa4ti8ofgz3sEHA ⏰เปิดให้เข้าชม : 08.00-17.00 น. 🔗 เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/WatThaKaRongFloatingMarket ================= 7. วัดท่าการ้อง พูดถึงตลาดน้ำวัดท่าการ้องกันแล้ว สำหรับสายบุญ เราชวนมาไหว้พระกันต่อที่ วัดท่าการ้อง ค่ะ ซึ่งที่นี่เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยการรวมวัด 2 วัดเข้าด้วยกัน คือ วัดท่า และ วัดการ้อง สร้างขึ้นก่อนราว พ.ศ.2092 ประวัติศาสตร์กล่าวว่าสร้างในสมัย สมเด็จพระชัยราชาธิราช Sombat Muycheen / Shutterstock.com ภายในอุโบสถ ประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชื่อว่า พระพุทธรัตนมงคล หรือที่เรียกกันว่า หลวงพ่อยิ้ม สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนต้น โดยมีพระพุทธลักษณะที่งดงาม และพระพักตร์มีความเมตตา เป็นที่สักการะของชาวบ้านค่ะ ✨ ที่อยู่ : ถนนอยุธยา-บางบาน ตำบลบางป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/8AnMEgntgADzAGwY8 ⏰ เปิดให้เข้าชม : 08.00-18.00 น. 🔗เว็บไซต์ : www.facebook.com/watthakarong ================= 8. วัดมหาธาตุ วัดมหาธาตุ ตั้งอยู่ใน อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ค่ะ ที่นี่เป็นศูนย์กลางทางศาสนาที่สำคัญที่สุดในกรุงศรีอยุธยา เพราะเป็นวัดที่ประดิษฐาน พระบรมธาตุ ใจกลางพระนคร และเป็นที่พำนักของสมเด็จพระสังฆราชฝ่ายคามวาสีอีกด้วย สร้างในสมัย สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 ขุนหลวงพะงั่ว เมื่อปี พ.ศ.1917 แต่แล้วเสร็จ และสร้างเพิ่มเติมจนเสร็จในสมัยสมเด็จพระราเมศวรค่ะ จุดที่สำคัญภายในวัดก็คือ เศียรพระพุทธรูปในรากไม้ ที่มีอายุกว่าร้อยปี ซึ่งมีรากไม้แผ่รากขึ้นเกาะเต็มผนัง และรากไม้ส่วนหนึ่งได้ล้อมเศียรพระพุทธรูปไว้ เป็นจุด Unseen Thailand อีกหนึ่งที่เลยทีเดียว 🌟 ดูรีวิวเต็มๆ ที่ วัดมหาธาตุ อยุธยา เที่ยวใกล้กรุงเทพ ชมเศียรพระพุทธรูปกว่าร้อยปีในรากไม้ ✨ ที่อยู่ : เชิงสะพานป่าถ่าน ถนนนเรศวร ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/tYRPNkCAutXjqQcx7 ⏰ เปิดให้เข้าชม : 08.30-16.30 น. 🔗 เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/AY.HI.PARK ================= 9. วังช้างอยุธยา แล เพนียด BattaKil / Shutterstock.com วังช้างอยุธยา แล เพนียด เป็นสถานที่สร้างงานให้ช้างค่ะ โดย ชุดควาญช้างโบราณ ซึ่งเป็นชุดช้างแบบไทย กิจกรรมของที่นี่ก็คือ การนั่งช้างท่องเที่ยวเยือนอยุธยา พาชม โบราณสถาน วัดพระราม ศาลหลักเมือง วิหารมงคลบพิตร คุ้มขุนแผน ด้วยบรรยากาศย้อนยุค เพราะฉะนั้น หาชุดไทยใส่สวยๆ แล้วไปนั่งบนหลังช้าง กันได้เลยค่ะ 🌟 ดูรีวิวเต็มๆ ที่ วังช้างอยุธยา แล เพนียด ที่เที่ยวอยุธยา ขี่ช้าง ชมเมือง สัมผัสความเป็นเมืองเก่า ✨ที่อยู่ : 49 หมู่ 9 ถนนป่าโทน ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/NoaMn7AC1yFmt7hz5 ⏰ เปิดให้เข้าชม : 09.00-17.00 น. 🔗 เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/elephantpalaceth ================= 10. วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร วัดสไตล์โกธิก หนึ่งเดียวในประเทศไทย วัดตั้งอยู่บนเกาะลอยกลางแม่น้ำเจ้าพระยา โดย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) โปรดฯ ให้สร้างขึ้น เพื่อทรงใช้เป็นสถานที่สำหรับบำเพ็ญพระราชกุศล เมื่อครั้งเสด็จฯ แปรพระราชฐานมาประทับที่พระราชวังบางปะอินค่ะ kajornyot wildlife photography / Shutterstock.com ความสวยงามที่ไม่เหมือนวัดอื่นๆ ก็คือ เป็นการก่อสร้างวัดโดยการใช้สถาปัตยกรรมในแบบโกธิค และเลียนแบบโบสถ์ของศาสนาคริสต์นั่นเอง สำหรับการไปวัดนั้น เนื่องจากวัดนี้อยู่บนเกาะกลางน้ำ ทำให้ต้องเดินทางไปยังวัดโดยการนั่ง กระเช้าไฟฟ้าลอยน้ำ เพื่อข้ามแม่น้ำไปยังตัววัดค่ะ 🌟 ดูรีวิวเต็มๆ ที่ วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร วัดสวย สไตล์โกธิก ✨ที่อยู่ : ตำบลบ้านเลน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/5vyHCe69YaYzYwQa9 ⏰ เปิดให้เข้าชม : วันจันทร์-วันศุกร์ 09.00-17.00 น. เสาร์-วันอาทิตย์ 08.00-18.00 น. 🔗 เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร ================= 11. หมู่บ้านญี่ปุ่น อยุธยา Kulpreya PHOTO / Shutterstock.com หมู่บ้านญี่ปุ่น อยุธยา เป็นอนุสรณ์สถานระหว่างไทย-ญี่ปุ่น โดยจะมีการนำเสนอประวัติศาสตร์ความเป็นมา วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ อาชีพ ศาสนาของคนในหมู่บ้านญี่ปุ่นสมัยกรุงศรีอยุธยานั่นเองค่ะ Kittipong Chararoj / Shutterstock.com โดยในราวศตวรรษที่ 16 พระเจ้าแผ่นดินไทยได้มีพระบรมราชานุญาตให้ชาวญี่ปุ่นมาตั้งหลักแหล่งอยู่ในกรุงศรีอยุธยาได้ ชาวญี่ปุ่นจึงเข้าอาศัยอยู่ในอยุธยาเพิ่มมากขึ้นถึง 1,0001,500 คนเลยทีเดียว ปัจจุบันนี้หมู่บ้านญี่ปุ่นได้รับความร่วมมือจากสมาคมไทย-ญี่ปุ่น ในการช่วยดูแลรักษา และเปิดนักท่องเที่ยวเข้าชมได้ค่ะ 🌟 ดูรีวิวเต็มๆ ที่ หมู่บ้านญี่ปุ่น อยุธยา ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ย้อนรอยชาวญี่ปุ่นในไทย ✨ที่อยู่ : ตำบลเกาะเรียน อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/A5dVs5ALZJQJfM5a8 ⏰ เปิดให้เข้าชม : 09.30-17.00 น. 🔗 เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/JapaneseVillage.AYA ================= 12. วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดพระศรีสรรเพชญ์ อีกวัดเก่าแก่ในอยุธยาที่ไม่ควรพลาดในการไปเที่ยวชมค่ะ ที่นี่สร้างขึ้นในราวปี พ.ศ.2035 โดย สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เป็นอดีตวัดหลวงประจำพระราชวัง คือเป็นวัดที่สร้างอยู่ในพระราชวังหลวงของพระนครศรีอยุธยาในสมัยอดีตนั่นเอง ซึ่งเป็นวัดประจำวังที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา เทียบได้กับ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้ว ในกรุงเทพฯ ค่ะ โบราณสถานที่สำคัญในวัดพระศรีสรรเพชญ์ คือ เจดีย์ทรงลังกา จำนวน 3 องค์ที่วางตัวเรียงกัน โดยภายในบรรจุพระบรมอัฐิของ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 3 และ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 🌟 ดูรีวิวเต็มๆ ที่ เที่ยวชมความงาม ของ วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดดัง อยุธยา ใกล้กรุงเทพ ✨ ที่อยู่ : ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 📍พิกัด : https://maps.app.goo.gl/MHEuLb5z7oE3HUBDA ⏰ เปิดให้เข้าชม : 08.00-18.00 น. 🔗 เว็บไซต์ : - ================= 13. วัดราชบูรณะ วัดราชบูรณะ สร้างขึ้นในรัชสมัยของ สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 หรือ เจ้าสามพระยา ในปี พ.ศ.1967 เป็นหนึ่งในวัดที่ใหญ่และมีความเก่าแก่มากที่สุดในอยุธยาเลยทีเดียวค่ะ ภายในวัดจะมี วิหารหลวง ทรงสี่เหลี่ยมก่อด้วยอิฐที่สวยงาม โบราณสถานสำคัญในวัดก็คือ พระปรางค์วัดราชบูรณะ เป็นปรางค์แบบของไทยแท้ เพราะจะนิยมทำฐานสูง ซึ่งจะต่างจากปรางค์แบบขอมที่จะมีฐานเตี้ย มีกรุใหญ่และลึก ทั้งหมด 3 ห้องใหญ่ๆ เรียงกันลงไป ห้องที่อยู่ในสุด เป็นห้องที่สำคัญที่สุด บรรจุพระบรมธาตุ ซึ่งเก็บรักษาอย่างดีในเจดีย์ทองคำและรอบๆ ยังเต็มไปด้วยพระพุทธรูปต่างๆ 🌟 ดูรีวิวเต็มๆ ที่ วัดราชบูรณะ วัดสวย อยุธยา ตามรอยขุมทรัพย์แห่งประวัติศาสตร์ไทย ✨ที่อยู่ : ถนนชีกุน ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/XwE41jdES5PPizTj9 ⏰ เปิดให้เข้าชม : 08.00-18.00 น. 🔗 เว็บไซต์ : - ================= 14. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ben bryant / Shutterstock.com พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงโบราณวัตถุต่างๆ ทั้งศิลปวัตถุจากการขุดค้นพบในพระนครศรีอยุธยา และยังมีโบราณวัตถุอีกมากมาย งานฝีมือช่างสมัยอยุธยา รวมถึงเครื่องไม้เครื่องมือของชาวบ้านในยุคกรุงเก่านั่นเองค่ะ เป็นอีกที่เที่ยวหนึ่งในอยุธยา ที่บอกเล่าเรื่องราวความรุ่งเรืองของยุคสมัยกรุงศรีอยุธยาได้เป็นอย่างดี 🌟 ดูรีวิวเต็มๆ ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา อยุธยา ขุมทรัพย์แห่งอดีต ben bryant / Shutterstock.com ✨ ที่อยู่ : หมู่ 2 ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดอยุธยา 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/ZAHzJYkKSPCFofS66 ⏰ เปิดให้เข้าชม : 09.00-16.00 น. 🔗 เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/chaosamphraya ================= 15. พุทธอุทยานมหาราช Nor Gal / Shutterstock.com เวลาขับรถผ่านถนนสายเอเชีย เราจะพบกับ หลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ ซึ่งที่นี่ก็คือ พุทธอุทยานมหาราช หลวงปู่ทวด นั่นเองค่ะ โดยภายในอุทยานนั้น จุดเด่นก็คือ รูปเหมือนของ หลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ที่ที่สุดในโลก เพื่อความเป็นสิริมงคล ให้นักท่องเที่ยวและชาวบ้านได้แวะมาสักการะ กราบไหว้ อีกทั้งภายในอุทยานยังกว้างขวางร่มรื่นด้วยต้นไม้ และบึงน้ำขนาดใหญ่ รวมถึงมีตลาดนัดเล็กๆ ให้เราได้ไปเดินช้อปกันอีกด้วยค่ะ worawut charoen / Shutterstock.com ✨ที่อยู่ : ถนนสายเอเชีย บริเวณหลัก ก.ม.ที่ 44 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/BRnwJpK9yUtnBmsW6 ⏰ เปิดให้เข้าชม : 07.00-17.00 น. 🔗 เว็บไซต์ : - ================= 16. ตลาดหลวงปู่ทวด อยุธยา worawut charoen / Shutterstock.com ตลาดชุมชนที่น่าแวะเที่ยวภายใน พุทธอุทยานมหาราช หลวงปู่ทวด ก็คือที่นี่ค่ะ ตลาดหลวงปู่ทวด ซึ่งที่นี่เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร ทั้งคาวและหวาน ต่างๆ นานาให้เลือกชิม เลือกช้อปกันจนฟินแน่ๆ อีกทั้งบรรยากาศยังดีมาก เหมาะกับการไปเดินชิลถ่ายรูปอีกด้วยค่ะ ด้านในของตลาดจะมี หอศิลป์กรุงสยาม 3 มิติ ซึ่งภายในจะจัดแสดงหุ่นขี้ผึ้ง และภาพสามมิติ ของทั้งพระเกจิชื่อดัง และภาพต่างๆ ของกรุงศรีอยุธยา ที่น่าสนใจ 🌟 ดูรีวิวเต็มๆ ที่ ตลาดหลวงปู่ทวด ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพ ช้อปชิมของอร่อย เมืองเก่าอยุธยา ✨ที่อยู่ : ถนนสายเอเชีย บริเวณหลัก ก.ม.ที่ 44 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/o3eQxXD4C6N41iLJ7 ⏰ เปิดให้เข้าชม : 07.00-17.00 น. 🔗 เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/TheBigLuangPhorThuad ================= 17. ตลาดโก้งโค้ง มาถึงอีกหนึ่งที่เที่ยว ตลาดโบราณ ในอยุธยากันที่ ตลาดโก้งโค้ง ค่ะ ที่นี่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวช้อป ชิมกันเฉพาะทุกวันพฤหัสบดี-วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยบรรยากาศภายในตลาดยังคงรักษาความดั้งเดิมของอยุธยาในสมัยก่อนๆ ไว้ มีลักษณะเป็นบ้านเรือนไทยหมู่ใหญ่ เป็นสถาปัตยกรรมไทยโบราณที่สวยงาม และมีข้าวของมากมายให้เราได้เลือกซื้อ ทั้งอาหารคาว อาหารหวานขนมโบราณ ผลไม้ต่างๆ จนไปถึงเครื่องไม้ เครื่องมือ อุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้าน ของแต่งบ้านนานาชนิดทีเดียว 🌟 ดูรีวิวเต็มๆ ที่ ตลาดโก้งโค้ง ที่เที่ยวอยุธยา ตลาดโบราณ บ้านแสงโสม เที่ยวไทยแบบวินเทจ ใกล้กรุงเทพ ✨ ที่อยู่ : บ้านแสงโสม หมู่ 5 ถนนบางปะอิน-วัดพนัญเชิง ตำบลขนอนหลวง อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/Umaobrzrtp8Qq2LN8 ⏰ เปิดให้เข้าชม : วันพฤหัสบดี-อาทิตย์ 09.00-16.00 น. (ปิดวันอังคาร-พุธ) 🔗เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/kongkhongmarket ================= 18. โบสถ์เซนต์ยอเซฟ St. Josephs Church ถ้ามาอยุธยาแล้วจะไปเที่ยววัดพุทธในแบบไทยๆ อย่างเดียวก็คงจะไม่ได้แล้วนะคะ เพราะโบสถ์คริสต์ที่อยุธยานี้ก็สวยไม่แพ้กัน ตามเรามาเที่ยว โบสถ์เซนต์ยอเซฟ (St. Josephs Church) โบสถ์คริสที่มีอายุมากกว่า 100 ปี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาค่ะ ที่นี่เป็นโบสถ์คริสต์เก่าแก่ ที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาแล้วค่ะ โดยอาคารหลังแรกนั้นจะเป็นอาคารไม้ และก็ได้รับการปรับปรุงบูรณะเรื่อยๆ มา ลักษณะเด่นของตัวโบสถ์ นั้นจะมีสีเหลือง ด้านนอกอาคารจะเป็นแบบ ลาตินครอส (Latin Cross) และมีรูปร่างคล้ายกางเขนเมื่อมองจากด้านบน เป็นโบสถ์ที่สวยงามมากๆ อีกแห่งเลยทีเดียว 🌟 ดูรีวิวเต็มๆ ที่ โบสถ์เซนต์ยอเซฟ อยุธยา โบสถ์สวย สไตล์ฝรั่งเศส อายุกว่า 100 ปี ✨ที่อยู่ : ตำบลสำเภาล่ม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/tpnGutAkg7YLJCxZ9 ⏰ เปิดให้เข้าชม : 08.00-20.00 น. 🔗 เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/Saint-Joseph-Catholic-Church-Ayutthaya ================= 19. วัดมเหยงคณ์ วัดมเหยงคณ์ สร้างขึ้นในสมัย สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 หรือ เจ้าสามพระยา ค่ะ ที่นี่เป็นวัดสำคัญในสมัยกรุงศรีอยุธยา และมีการปฏิสังขรณ์ในหลายสมัย ในปัจจุบันนั้น วัดมเหยงณ์ก็ได้กลายมาเป็นสำนักปฏิบัติกรรมฐานที่เงียบสงบและร่มรื่น เปิดให้ผู้ที่สนใจมาปฏิบัติธรรมกันค่ะ Basicdog / Shutterstock.com ภายในวัดมเหยงคณ์ มีพระอุโบสถ ตั้งอยู่บนฐานสูง 2 ชั้นลดหลั่นกัน มีความกว้าง 18 เมตร ยาว 36 เมตร จึงนับได้ว่าที่นี่เป็น พระอุโบสถที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดอยุธยา นอกจากนี้ยังมี พระเจดีย์ฐานช้างล้อม ซึ่งเป็นเจดีย์องค์ประธานของวัดมเหยงคณ์ที่งดงามอีกด้วย 🌟 ดูรีวิวเต็มๆ ที่ วัดมเหยงคณ์ อยุธยา โบราณสถานเก่าแก่ สวยงาม สถานปฏิบัติธรรม ✨ที่อยู่ : 95 หมู่ 2 ตำบลหันตรา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/K3XCAFfB4LALthwL7 ⏰ เปิดให้เข้าชม : 09.00-21.00 น. 🔗 เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/PageWatMaheyong ================= 20. ศรีอยุธยา ไลอ้อน ปาร์ค ภาพจาก Sriayuthaya Lion Park ศรีอยุธยา ไลอ้อน ปาร์ค (Sriayuthaya Lion Park) ที่เที่ยวเปิดใหม่อยุธยา สวนสัตว์ บรรยากาศดี ที่ให้ทั้งครอบครัวได้ชิลสนุกสนาน ใกล้ชิดสัตว์นานาชนิดๆ บรรยากาศดี พื้นที่กว้างขวาง มีมุมถ่ายรูปทั่วไปหมดทั้งพื้นที่ งานนี้ เด็กๆ น้องๆ หนูๆ ต้องประทับใจมากๆ เลยทีเดียว 🌟 ดูรีวิวเต็มๆ ที่ ที่เที่ยวอยุธยา ศรีอยุธยา ไลอ้อน ปาร์ค สวนสัตว์ สุดชิล ที่เที่ยวครอบครัว ภาพจาก Sriayuthaya Lion Park ✨ที่อยู่ : 91 หมู่ 12 ตำบลหนองขนาก อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/bYyPE935XSLWfK669 ⏰ เปิดให้เข้าชม : 08.30-17.30 น. 🔗 เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/sriayuthayalionpark ================= 21. วัดพระราม วัดพระราม เป็นวัดที่ตั้งอยู่นอกเขตพระราชวัง เป็นโบราณสถานเก่าแก่ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในปี พ.ศ.1912 ในรัชสมัย สมเด็จพระราเมศวร ในบริเวณที่ถวายพระเพลิง พระบรมศพสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) พระราชบิดานั่นเองค่ะ โบราณสถานที่สำคัญคือ พระปรางค์ ซึ่งเป็นพระปรางค์ทรงขอมโบราณขนาดใหญ่ ที่มุมปรางค์ประกอบด้วยรูปสัตว์หิมพานต์ ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังทั้งสองด้าน เป็นภาพพระพุทธเจ้าประทับนั่งปางมารวิชัยบนบัลลังก์ 🌟 ดูรีวิวเต็มๆ ที่ วัดพระราม วัดสวย อยุธยา งดงามตามสไตล์ศิลปะโบราณ ในยุคกรุงศรีอยุธยา ✨ ที่อยู่ : ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 📍พิกัด : https://maps.app.goo.gl/hTAtESwuDr4moAWXA ⏰ เปิดให้เข้าชม : 08.30-16.30 น. 🔗 เว็บไซต์ : - ================= 22. ปราสาทนครหลวง ปราสาทนครหลวง เป็นตำหนักที่ประทับของกษัตริย์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัย สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม เพื่อเป็นที่ประทับระหว่างเสด็จไปนมัสการพระพุทธบาทสระบุรี และเป็นที่ประทับแรมในระหว่างเสด็จไปลพบุรี ค่ะ ลักษณะของสถาปัตยกรรมเป็นองค์ปราสาท เป็นพุทธสถานจตุรมุขทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า มี 3 ชั้น ชั้นที่ 2 เป็นซุ้มระเบียงล้อมรอบ จุดเด่นของที่นี่คือ พุทธบาทสี่รอย มีลักษณะเป็นพระพุทธบาทซ้อนกันสี่รอยลึกลงไปในเนื้อหิน โดยรอยใหญ่ที่สุดกว้างประมาณ 2.5 เมตร ยาว 5.5 เมตร เลยทีเดียว ซึ่งประดิษฐานในมณฑปบนชั้นสูงสุดของปราสาท เป็นที่สักการะบูชา 🌟 ดูรีวิวเต็มๆ ที่ ปราสาทนครหลวง ไหว้พระอยุธยา ขอพร พระพิฆเนศ ปางชนะมาร พิกัดสายมู ✨ ที่อยู่ : หมู่ 1 ตำบลนครหลวง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/HYfgpCzrtkRairCs6 ⏰ เปิดให้เข้าชม : 08.00-18.00 น. 🔗 เว็บไซต์ : - ================= 23. วัดพุทไธศวรรย์ วัดพุทไธศวรรย์ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก ในสมัยกรุงศรีอยุธยา วัดนี้เป็นพระอารามหลวงที่ใหญ่โต และมีชื่อเสียงวัดหนึ่งเลยทีเดียวค่ะ อีกทั้งเป็นอีกวัดที่ไม่ได้ถูกข้าศึกทำลายเหมือนวัดอื่นๆ ทำให้ทุกวันนี้จึงยังมีโบราณสถานที่สวยงามมากมายให้เราได้ชม ตามตำนานเล่าว่า สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 หรือ พระเจ้าอู่ทอง ทรงสร้างวัดพุทไธศวรรย์ขึ้นในบริเวณที่ซึ่งเป็นที่ตั้งพลับพลาที่ประทับเมื่อทรงอพยพมาตั้งอยู่ก่อนสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีค่ะ ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจ คือ ปรางค์ประธาน องค์ใหญ่ศิลปะแบบขอม ส่วนทิศเหนือ และทิศใต้มีมณฑป 2 หลัง ภายในพระมณฑปมีพระประธาน พระตำหนักสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์เป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ประจำอยู่ในสมัยกรุงศรีอยุธยา 🌟 ดูรีวิวเต็มๆ ที่ วัดพุทไธศวรรย์ วัดสวย เก่าแก่ อยุธยา ริมแม่น้ำเจ้าพระยา งดงามดั่งในอดีตกาล ✨ที่อยู่ : ตำบลสำเภาล่ม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/VCVKqw1qacZyAfvNA ⏰ เปิดให้เข้าชม : 06.00-18.00 น. 🔗 เว็บไซต์ : - ================= 24. วัดพนัญเชิงวรวิหาร sorawit pramokchutima / Shutterstock.com วัดพนัญเชิงวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่และสำคัญที่ต้องมาให้ได้สักครั้ง ที่นี่เป็นวัดที่มีประวัติมาอย่างยาวนาน มีการก่อสร้างมาตั้งแต่ก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยา แต่ก็ไม่ปรากฎหลักฐานที่แน่ชัดว่าใครเป็นผู้สร้างภายในประดิษฐาน พระพุทธไตรรัตนนายก หรือ หลวงพ่อโต หรือ ซำปอกง พระพุทธรูปขนาดใหญ่ปางมารวิชัยที่นับว่าใหญ่ที่สุดในพระนครศรีอยุธยา และมีความศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เคารพบูชาของคนไทย 🌟 ดูรีวิวเต็มๆ ที่ วัดพนัญเชิงวรวิหาร ที่เที่ยวอยุธยา ไหว้ขอพร หลวงพ่อโต ชมศิลปะอารยธรรมไทยจีน footageclips / Shutterstock.com ✨ที่อยู่ : หมู่ 2 ตำบลคลองสวนพลู อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/JLbDy9HGWatB3QZR9 ⏰ เปิดให้เข้าชม : 08.00-17.00 น. 🔗 เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/WatphananchoengAyutthaya ================= 25. ศาลหลักเมืองอยุธยา มาถึงอยุธยากันแล้ว ตามเรามาไหว้ เสาหลักเมือง เพื่อเป็นสิริมงคลกันที่ ศาลหลักเมืองอยุธยา กันค่ะ ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และมีความเก่าแก่ อยู่บ้านอยู่เมือง ตามพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาหลายฉบับกล่าวว่า ศาลหลักเมือง มีมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าอู่ทองนั้น ทรงสถาปนากรุงศรีอยุธยาขึ้นเลยทีเดียวค่ะ แต่ได้หักพังไปตามกาลเวลา และได้มีการสร้างศาลหลักเมืองขึ้นมาใหม่ ในสมัยสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี 🌟 ดูรีวิวเต็มๆ ที่ ศาลหลักเมือง อยุธยา สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองชาวกรุงเก่า ไหว้ขอพรเสริมดวง ✨ที่อยู่ : ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/GLhj3KnN2PvYk8uf6 ⏰ เปิดให้เข้าชม : 09.00-17.00 น. 🔗 เว็บไซต์ : - =================
ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพ • 12 มิ.ย. 69
อ่าน
5 จุดชมดอกไฮเดรนเยีย คามาคุระ 2026 เที่ยวญี่ปุ่นหน้าฝน ใกล้โตเกียว ถ่ายรูปสวย
หนีความวุ่นวายจากโตเกียว ไปเช็กอิน 5 จุดชมไฮเดรนเยียห้ามพลาดในคามาคุระ ปี 2026 ใครว่าเที่ยวญี่ปุ่นหน้าฝนจะหม่นหมอง บอกเลยว่าคิดผิด! เพราะนี่คือช่วงเวลาของ ดอกไฮเดรนเยีย (Hydrangea) หรือดอกอาจิไซ (Ajisai) ในภาษาญี่ปุ่น ที่พากันบานสะพรั่งย้อมเมืองให้กลายเป็นสีพาสเทลสุดละมุน 5 จุดชมดอกไฮเดรนเยีย คามาคุระ 2026เที่ยวญี่ปุ่นหน้าฝน ใกล้โตเกียว ถ่ายรูปสวย พูดถึงพิกัดชมไฮเดรนเยียยอดฮิตอันดับหนึ่งใกล้โตเกียว จะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจาก คามาคุระ (Kamakura) เมืองเก่าสุดสโลว์ไลฟ์ที่เดินทางง่ายแบบ One Day Trip เดินลัดเลาะวัดเก่า ทางรถไฟสายคลาสสิก และวิวริมทะเลสุดโรแมนติก จะสวยสะกดใจขนาดไหน ตามมาดูกันเลย! 1. วัดฮาเซเดระ (Hasedera Temple) เริ่มต้นพิกัดแรกกันที่ วัดฮาเซเดระ วัดดังระดับแลนด์มาร์กของคามาคุระที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง แม้จะต้องออกแรงเดินขึ้นบันไดกันสักนิด แต่บอกเลยว่าสิ่งที่รออยู่ด้านบนนั้นคุ้มค่าเหนื่อยแน่นอน! เพราะคุณจะได้เห็นวิวเมืองและอ่าวคามาคุระแบบกว้างไกลสุดสายตา ไฮไลต์ห้ามพลาด: สวนไฮเดรนเยียขนาดใหญ่บนไหล่เขาที่รวบรวมดอกไฮเดรนเยียไว้กว่า 500 ต้น หลากหลายสายพันธุ์และสีสัน บานสะพรั่งขนาบสองข้างทางเดินเล็ก ๆ ให้ฟีลเหมือนเรากำลังเดินหลงทางอยู่ในทะเลดอกไม้เลยทีเดียว ในช่วงพีคของฤดูกาล บางวันทางวัดจะมีการเปิดไฟประดับยามค่ำคืน (Light-up) ด้วยนะ บรรยากาศจะเปลี่ยนจากความสดใสเป็นความโรแมนติกแบบคูณสิบ วัดฮาเซเดระ (Hasedera Temple) 3-11-2 Hase, Kamakura, Kanagawa เวลาเปิดทำการ: 08:00 17:00 น. | มักขยายเวลาเข้าชมในช่วงฤดูไฮเดรนเยีย ค่าเข้าชม:ผู้ใหญ่ 400 เยน / เด็ก 200 เยน 2. วัดเมเก็ตสึอิน (Meigetsuin Temple) หากถามคนญี่ปุ่นว่าอยากดูไฮเดรนเยียที่ไหนมากที่สุด ชื่อของ วัดเมเก็ตสึอิน จะต้องขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ แน่นอน จนถึงกับได้รับฉายาเล่นๆ ว่า "วัดไฮเดรนเยีย" เพราะเมื่อก้าวเท้าเข้ามาที่นี่ คุณจะรู้สึกเหมือนได้หลุดเข้าไปในโลกนิทานมากกว่าอยู่ในวัดซะอีก ไฮไลต์ห้ามพลาด: ทางเดินและบันไดหินโบราณที่โอบล้อมด้วยดอกไฮเดรนเยียกว่า 2,500 ต้น ซึ่งความพิเศษของที่นี่คือ ดอกไม้เกือบทั้งหมดจะเป็นโทนสีฟ้าครามสดใส สวยงามจนได้รับการขนานนามว่าสี "ฮิเมะอาจิไซ" (Hime Ajisai) หรือ "เจ้าหญิงไฮเดรนเยีย" บรรยากาศเงียบสงบ ร่มรื่น และเย็นสบาย เหมาะกับการมาเสพความละมุนสไตล์ญี่ปุ่นหน้าฝนแบบแท้จริง วัดเมเก็ตสึอิน (Meigetsuin Temple) 189 Yamanouchi, Kamakura, Kanagawa เวลาเปิดทำการ: 09:00 16:00 น. | มักขยายเวลาเข้าชมในช่วงฤดูไฮเดรนเยีย ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 500 เยน / เด็ก 300 เยน 3. วัดโจจูอิน (Jojuin Temple) ใครอยากได้รูปโปรไฟล์ใหม่ที่สวยสะกดสายตา ต้องปักหมุดที่ วัดโจจูอิน วัดเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเกือบ 800 ปี แต่ปัจจุบันกลายเป็นจุดเช็กอินยอดฮิตของเหล่าตากล้อง และบล็อกเกอร์จากทั่วโลก ไฮไลต์ห้ามพลาด: บันไดทางเดินยาวที่ทอดตัวขึ้นสู่ตัววัด สองข้างทางประดับประดาด้วยดอกไฮเดรนเยียหลากสีสันคอยต้อนรับผู้มาเยือน และทีเด็ดคือเมื่อเราหันหลังกลับไปมองทางทิศใต้ จะเห็นวิวพาโนรามาของชายหาดของคามาคุระอยู่ด้านหลังแบบพอดีเป๊ะ ได้ทั้งดอกไม้สวย และวิวทะเลในเฟรมเดียวกัน วัดโจจูอิน (Jojuin Temple) 1-1-5 Gokurakuji, Kamakura, Kanagawa เวลาเปิดทำการ: 08:00 17:00 น. 4. วัดเอ็นกาคุจิ (Engakuji Temple) สำหรับสายสโลว์ไลฟ์ที่อยากเลี่ยงผู้คนหนาแน่นตามจุดยอดฮิต แต่อยากได้พิกัดถ่ายรูปสวยๆ บรรยากาศผ่อนคลาย เราขอแนะนำ วัดเอ็นกาคุจิ หนึ่งในห้าวัดนิกายเซนที่สำคัญที่สุดของคามาคุระ ไฮไลต์ห้ามพลาด: พื้นที่ของวัดกว้างขวาง ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่และสถาปัตยกรรมไม้เก่าแก่อันทรงคุณค่า ดอกไฮเดรนเยียที่นี่จะบานแซมอยู่ตามจุดต่างๆ ท่ามกลางมอสสีเขียวชอุ่ม และลานวัดอันเงียบสงบ ทำให้เราสามารถเดินเล่น ถ่ายรูป และสัมผัสกับไอฝนรวมถึงธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิดแบบไม่ต้องเบียดเสียดกับใคร วัดเอ็นกาคุจิ (Engakuji Temple) 409 Yamanouchi, Kamakura, Kanagawa เวลาเปิดทำการ: 08:30 16:30 น. ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 500 เยน / เด็ก 200 เยน 5. ศาลเจ้าเอโนะชิมะ (Enoshima Shrine) ปิดท้ายทริปด้วยการขยับไปฝั่งริมทะเลที่เกาะเอโนะชิมะ กับ ศาลเจ้าเอโนะชิมะ ศาลเจ้าเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงเลื่องลือในเรื่องการขอพรโชคลาภ การเงิน และสุขภาพ ไฮไลต์ห้ามพลาด: นอกจากความศักดิ์สิทธิ์แล้ว ในช่วงฤดูฝน บันไดทางเดินขึ้นศาลเจ้าที่ทอดยาวจะถูกแต่งแต้มไปด้วยดอกไฮเดรนเยียสีสันสดใสชวนสะดุดตา ยิ่งเดินขึ้นไปสูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งมองเห็นวิวทะเลรอบเกาะเอโนะชิมะสวยงามขึ้นเรื่อยๆ ได้ทั้งอิ่มบุญ ได้ทั้งรูปสวย แถมยังได้สูดกลิ่นอายทะเลแบบเต็มปอด ครบจบในที่เดียว ศาลเจ้าเอโนะชิมะ (Enoshima Shrine) 2-3-8 Enoshima, Fujisawa, Kanagawa เวลาเปิดทำการ: 08:30 17:00 น. คามาคุระไม่ได้มีเสน่ห์แค่ช่วงฤดูฝนเท่านั้น ทั้งเมืองยังเต็มไปด้วยคาเฟ่เก๋ๆ ร้านอาหารอร่อย และที่เที่ยวอีกเพียบ แถมยังมีดอกไม้สวยๆ ให้ชมได้ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นซากุระแสนหวานในฤดูใบไม้ผลิ หรืออุโมงค์ดอกวิสทีเรีย (Wisteria) สีม่วงสุดอลังการ ใครที่กำลังวางแผนไปเที่ยวญี่ปุ่น อย่าลืมปักหมุดคามาคุระไว้ในแพลนกันด้วยนะ 🌸🇯🇵 ขอบคุณข้อมูลดีๆ และภาพจากhttps://www.japankuru.com ====================
เที่ยวญี่ปุ่น • 4 มิ.ย. 69
อ่าน
8 จุดชม ดอกไฮเดรนเยีย เที่ยวญี่ปุ่น หน้าร้อน หน้าฝน สีสวยละมุนใจ
เที่ยวญี่ปุ่น ต้นฤดูร้อน หน้าฝน พรำๆ จะมีอะไรฟินเท่ากับการไปชม ดอกไฮเดรนเยีย หรือ ดอกอะจิไซ สีสวยอีก! วันนี้เราขอชวนทุกคนไป เช็กอิน 8 จุดชมดอกไฮเดรนเยีย ญี่ปุ่น สวยๆ รับรองว่าทั้งถ่ายรูปสวย อากาศก็ดี จะที่ไหนก็ดีต่อใจมากๆ 40 สถานที่สวยใน ญี่ปุ่น ไปเที่ยวญี่ปุ่น คราวนี้อย่าได้พลาด ! 12 ทุ่งดอกไม้ ที่เที่ยวญี่ปุ่น สีสันสดใส อลังการ ถ่ายรูปปังสุดๆ ! ที่เที่ยวญี่ปุ่น หน้าร้อน หน้าฝนปักหมุด จุดชมดอกไฮเดรนเยีย สวยๆ ที่ ญี่ปุ่น 1. Asukayama Park สวนอะสุกะยามะ Tokyo โตเกียว เริ่มจุดหมายแรกที่ สวนอาสุกะยามะ (Asukayama Park 飛鳥山公園) สวนสาธารณะของโตเกียว ที่มีชื่อเสียงในฐานะจุดชมซากุระในช่วงฤดูใบไม้ผลิค่ะ แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงต้นฤดูร้อน ประมาณต้นเดือนมิถุนายน ริมทางเดินไปยัง สถานีรถไฟโอจิ (Oji Station) จะเต็มไปด้วย ดอกไฮเดรนเยีย หรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า อะจิไซ (Ajisai アジサイ) บานสะพรั่งเป็นพุ่มๆ มีสีฟ้า สีม่วง สีชมพู สลับสีสันอย่างสวยงาม น่าประทับใจมาก 🎏 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/iafxLoUPdVMF3xfS6 =============== 2. Hakusan Shrine ศาลเจ้าฮะคุซัง Tokyo โตเกียว ศาลเจ้าฮาคุซัง (Hakusan Shrine 白山神社) หนึ่งในศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงที่สุดในโตเกียว เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 948 และย้ายมาอยู่ในสถานที่ปัจจุบันเมื่อปี ค.ศ. 1655 ในช่วงกลางเดือนมิถุนายน จะเป็นช่วงเวลาของ Bunkyo Ajisai Festival เทศกาลชมดอกไฮเดรนเยีย ที่มีให้ชมมากถึง 3,000 ดอก บานสวยทั่วทั้งศาลเจ้า อีกทั้งยังมีร้านค้าและร้านอาหารเปิดอย่างคึกคัก 🎏 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/fk95WidJih3qfqHN9 =============== 3. Meigetsuin Temple วัดเมเกซึอิน Kamakura คามาคุระ วัดเมเกซึอิน (Meigetsu-in หรือ Meigetsuin Temple 明月院) หนึ่งใน จุดชมดอกไฮเดรนเยีย ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในญี่ปุ่น จนได้รับการขนานนามว่าเป็น Ajisaideraหรือวัดอะจิไซ ที่แปลว่า "วัดแห่งดอกไฮเดรนเยีย" (Hydrangea Temple) เลยทีเดียว ภายในวัดจะมีสวนดอกไฮเดรนเยียสายพันธุ์ Hime-Ajisai กว่า 2,500 ดอก บานสะพรั่งตลอดสองข้างทางเดิน เป็นไฮไลท์ในช่วงต้นฤดูร้อนที่ไม่ควรพลาดเลยทีเดียว ✨ ดูเพิ่มเติมเต็มๆ ที่ เที่ยวญี่ปุ่น Meigetsu-in เที่ยวคามาคุระ เยือนวัดแห่งดอกไฮเดรนเยีย 🎏 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/c1HrQ1ZSF7ecUFg58 =============== 4. Hakone Tozan Train รถไฟฮาโกเนะโทซัง Hakone ฮาโกเน่ นั่ง รถไฟสายดอกไฮเดรนเยีย ไปกับ รถไฟฮาโกเนะโทซัง (Hakone Tozan Train) ในเมือง ฮาโกเน่ที่จะเดินทางขึ้นลงเขาระหว่าง สถานีโอดะวะระ (Odawara) และ สถานีโงระ (Gora) เป็นกิจกรรมยอดนิยมในช่วงฤดูร้อนของญี่ปุ่นเลยค่ะ เพราะระหว่าง เดือนมิถุนายน - กรกฎาคม นั้น เราจะได้ชมดอกไฮเดรนเยียสีสวยบานสะพรั่งไปตลอดทางเลย 🎏 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/Y9jdtKdkuW81NvBS6 =============== 5. Michinoku Hydrangea Garden สวนไฮเดรนเยียมิชิโนคุ Iwate อิวาเตะ สวนไฮเดรนเยียมิจิโนะคุ (Michinoku Hydrangea Garden みちのくあじさい園) สวนดอกไฮเดรนเยียที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในบริเวณป่าสน ทำให้บรรยากาศของที่นี่มีแต่ความร่มรื่น และเย็นสบายมากๆ แต่จะบานช้ากว่าที่อื่นสักหน่อยค่ะ ภายในสวนมี ดอกไฮเดรนเยียกว่า 400 สายพันธุ์ รวมทั้งหมดประมาณ 4 หมื่นกว่าต้น มองไปทางไหนก็จะเห็นดอกไฮเดรนเยียสีฟ้า สีฟ้า สีชมพู สีม่วง บานสลับกันไปทั่วบริเวณ ถ่ายรูปสวยๆ กันให้จุใจไปเลย~ 🎏 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/2zrimoPxEAmPjukD8 =============== 6. Shimoda Park สวนสาธารณะชิโมดะ Shimoda ชิโมดะ สวนสาธารณะชิโมดะ (Shimoda Park 下田公園) จุดชมดอกไฮเดรนเยียสวยๆ ที่มาพร้อมกับวิวของท้องทะเล และบ้านเมืองใน ชิโมดะ (Shimoda) เมืองท่าริมคาบสมุทรอิซุ (Izu Peninsula) ใน จังหวัดชิซุโอกะ (Shizuoka Prefecture) เรียกว่าพิเศษและไม่เหมือนใครสุดๆ ตลอดทางขึ้นเนินเขาเราก็จะได้ชมดอกไฮเดรนเยียบานอยู่ตามจุดต่างๆ เพลินตาเพลินใจไม่เบาค่ะ 🎏 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/MiRpWJWSSmxJTSnU8 =============== 7. Mimurotoji Temple วัดมิมูโระโทจิ Kyoto เกียวโต G.C. Photo / Shutterstock.com วัดมิมูโระโทจิ (Mimurotoji Temple 三室戸寺) หนึ่งในวัดสวยแห่ง เมืองอุจิ (Uji) จังหวัดเกียวโต (Kyoto Prefecture) ที่ใครๆ ก็เรียกกันว่า "วัดดอกไม้" เพราะเป็นวัดที่มีดอกไม้นานาชนิดบานสลับกันแตกต่างกันออกไปในแต่ละช่วงเวลาของปีค่ะ ดอกซากุระ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ดอกไฮเดรนเยีย ในช่วงต้นฤดูร้อนช่วงเดือนมิถุนายน ดอกบัว ในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม และใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงเดือนพฤศจิกายน เป็นการผสานสถาปัตยกรรมดั้งเดิมเข้ากับธรรมชาติได้อย่างดงาม G.C. Photo / Shutterstock.com 🎏 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/XUa66YDCeNo7p68r6 =============== 8. Hattori Farm Hydrangea Mansion ฟาร์มฮัตโตริ Mobara โมบาระ ฟาร์มฮัตโตริ (Hattori Farm Hydrangea Mansion 服部農園 あじさい屋敷) สวนดอกไฮเดรนเยียขนาดใหญ่ใน เมืองโมะบะระ (Mobara) จังหวัดชิบะ (Chiba Prefecture) เอกลักษณ์ของที่นี่คือการปลูกดอกไฮเดรนเยียเป็นแนวขั้นบันได ทำให้เราสามารถเห็นดอกไฮเดรนเยียกว่า 10,000 ดอก บานสะพรั่งแบบ 360 องศา บอกเลยว่าฟินมาก แถมยังเดินทางไม่ไกลจากโตเกียวด้วยนะ 🎏 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/Ra1qtYkpm2nN7dU39 ===============
เที่ยวญี่ปุ่น • 5 มิ.ย. 69
อ่าน
น้ำตกมิโน Minoh Falls ที่เที่ยวใกล้โอซาก้า เช้าไปเย็นกลับ เดินทางด้วยรถไฟง่ายๆ
โอซาก้า ใครว่ามีแต่ตึกสูงๆ ตามเรามาปักหมุดเลยกับ น้ำตกมิโน Minoh Falls โอซาก้า ที่เที่ยวธรรมชาติสวยๆ ใกล้เมือง และยัง เดินทางง่ายด้วยรถไฟ เช้าไปเย็นกลับได้ โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ที่มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาชมความงามของธรรมชาติอย่างไม่ขาดสายค่ะ ทำให้ที่นี่เป็นที่เที่ยวที่เหมาะกับทั้งสายธรรมชาติ สายถ่ายรูป และคนที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายของเมืองใหญ่ ออกไปให้ธรรมชาติสวยๆ ฮีลใจ นั่นเอง ที่เที่ยวธรรมชาติ ใกล้โอซาก้า ไปเช้าเย็นกลับน้ำตกมิโน Minoh Falls เดินทางด้วยรถไฟ ไฮไลท์ต้องห้ามพลาดของ น้ำตกมิโน Minoh Falls ✅ น้ำตกสูงประมาณ 33 เมตร รายล้อมด้วยภูเขาและต้นไม้เขียวขจี 🍁 ใบไม้เปลี่ยนสีสวยมากในช่วง ปลายเดือนพฤศจิกายน 🚶♂️ เส้นทางเดินป่าระยะสั้นเพียง 2.6 กิโลเมตร จากสถานีรถไฟถึงตัวน้ำตก 🏞 ใกล้กับ อุทยานธรรมชาติมิโนะ (Minoh Park) ที่เต็มไปด้วยเส้นทางเดินและจุดชมวิวสวยๆ 📸 จุดถ่ายรูปยอดนิยมตลอดทาง เช่น สะพานแดง และ วัดเรียวอันจิ (Ryuanji Temple) สำหรับเราในวันนี้ เดินทางมาที่ น้ำตกมิโน ด้วยรถไฟค่ะ โดยมาลงที่ สถานีมิโน (Minoo Station) ใช้เวลาเดินทางจากโอซาก้าประมาณ 1 ชั่วโมงนิดๆ จากนั้นก็เดินต่อไปยังน้ำตกได้เลยค่ะ โดยระยะทางจากสถานีไปถึงน้ำตกมิโน ประมาณ 2.6 กิโลเมตร แต่ว่าเดินชิลๆ ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ไปเรื่อยๆ ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ เพลินมากๆ ค่ะ นอกจากนี้ระหว่างทางเดินก็ไม่ได้มีแต่ป่านะคะ ยังมี สะพานแดง วัดเรียวอันจิ พิพิธภัณฑ์ ร้านค้า ร้านอาหารต่างๆ ด้วย รับรองไม่ต้องกลัวเหงา แม้ตอนนี้เป็นช่วงหน้าฝน แถวนี้จะดูเงียบสงบหน่อย แต่พอใบไม้เปลี่ยนสีก็จะคลาคล่ำไปด้วยผู้คนค่ะ แต่ข้อดีของการมาเที่ยวในช่วงหน้าฝน หน้าร้อนของญี่ปุ่นแบบนี้ก็คือ คนไม่เยอะ ไม่ต้องรอต่อคิวเข้าคาเฟ่นานๆ รวมถึงผืนป่าที่เป็นสีเขียวชอุ่ม สดชื่นมากๆ ค่ะ อากาศก็ไม่ร้อนด้วยนะ เดินสบายๆ เลย Yuzuya Cafe ก่อนไปถึงน้ำตกมิโน เราแวะคาเฟ่กันแวะหาอะไรรองท้องกันหน่อยที่ Yuzuya Cafe ค่ะ มีทั้งโซนที่นั่งในร้าน และเอาท์ดอร์ ออกมานั่งชิลๆ มองวิวสวยๆ ของต้นไม้ พร้อมเสียงน้ำไหลเพลินๆ สำหรับเมนูก็มีทั้งอาหารคาว ของหวาน และเครื่องดื่มค่ะ แต่ไฮไลท์ของร้านก็คือ ในเมนูจะมีส่วนผสมของส้มยูซุอยู่ เรีบกได้ว่าสดชื่นมากๆ สมกับเป็นฤดูร้อนเลย จุดถ่ายรูป สะพานแดง น้ำตกมิโน หลังอิ่มอร่อยเรียบร้อย เราก็เดินไปต่อ จนมาถึง สะพานแดง จุดถ่ายรูปยอดฮิตของที่นี่ แต่เสียดายมากๆ ค่ะ ที่อยู่ในระหว่างปิดซ่อม คราวหน้าคงได้กลับมาซ่อมแน่นอน! น้ำตกมิโน ธรรมชาติสวยๆ ใกล้โอซาก้า ไม่นานก็มาถึงน้ำตกมิโน เราจะได้เห็นสะพานแดงมาแต่ไกล และได้ยินเสียงน้ำตกดังมากๆ เป็นภาพที่สวยงามจริงๆ ค่ะ ใกล้ๆ น้ำตกยังมีร้านค้าขายของมากมาย ทั้ง ไอศกรีม น้ำผลไม้ น้ำหวานต่างๆ รวมไปถึงของกินอื่นๆ ด้วยน้า วัดเรียวอันจิ Ryuanji Temple นั่งชมธรรมชาติ ถ่ายรูปสวยๆ กันหนำใจแล้ว ขากลับเราไปแวะเที่ยวที่ วัดเรียวอันจิ (Ryuanji Temple) ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างทางเดินมาน้ำตกมิโนนั่นเอง วัดแห่งนี้ประดิษฐาน เบ็นไซเท็น (Benzaiten) เทพีแห่งศิลปะ ดนตรี และวรรณกรรม ที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องการขอพรด้านศิลปะ และความสำเร็จทางการเงิน ค่ะ อีกทั้ง เบ็นไซเท็น ยังเป็น 1 ใน 7 เทพเจ้าแห่งโชคลาภ ของญี่ปุ่นอีกด้วยค่ะ เพราะงั้นสายมู แวะมาสักการะกันได้เลย! การเดินทางไปน้ำตกมิโน จาก โอซาก้า ด้วยรถไฟ ขึ้นรถไฟ สาย Hankyu Takarazuka Line จาก สถานี Osaka-Umeda Station ไปลงที่ สถานี Ishibashi-handaimae Station แล้วเปลี่ยนสายเป็น Hankyu Minoh Line ลงที่สถานีปลายทาง Minoh Station จาก สถานี Minoh Station เดินเท้าตามเส้นทางธรรมชาติประมาณ 2.6 กิโลเมตร (ใช้เวลาเดิน 30-45 นาที) เพื่อไปยังตัวน้ำตก เส้นทางมีป้ายบอกทางตลอด ไม่หลงแน่นอน และระหว่างทางจะมีร้านขายของที่ระลึก ของกินท้องถิ่น เช่น โมมิจิเท็มปุระ (ใบเมเปิ้ลทอดกรอบ) ให้แวะพักด้วย คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับนักท่องเที่ยว 🕒 เวลาที่เหมาะแก่การเที่ยว : ฤดูใบไม้ร่วง (เดือนพฤศจิกายน) หรือ ฤดูใบไม้ผลิ (เดือนมีนาคม - เดือนเมษายน) 👟 แนะนำให้ใส่รองเท้าเดินสบาย เพราะเส้นทางมีความลาดชันบางช่วง 🎒 พกน้ำดื่ม และเสื้อกันฝนหากไปช่วงหน้าฝน ที่เที่ยวโอซาก้า ที่น่าสนใจอื่นๆ เที่ยวญี่ปุ่น 10 ที่เที่ยวใกล้โอซาก้า คันไซ จุดเช็กอิน สวยปังๆ 15 ที่เที่ยวโอซาก้า ตามไลน์ สถานีรถไฟ เที่ยวญี่ปุ่นง่ายๆ ด้วยตัวเอง รีวิว เที่ยวงาน Osaka Expo 2025 ญี่ปุ่น ฉบับเที่ยวเอง เรื่องที่ต้องรู้ก่อนไป
เที่ยวญี่ปุ่น • 1 ก.ย. 68
ดู
Yakushiji Temple:Historic Restoration Of 1300-Year-Old Pagoda
ทรูวิชั่นส์ • 21 พ.ค. 69
ดู
Three-Way Battle of Japanese New Era
ทรูวิชั่นส์ • 21 พ.ค. 69
อ่าน
งานวัด กรุงเทพ วัดยานนาวา 2569 เครื่องเล่น ตลาดย้อนยุค จัดเต็ม 10 วัน
เตรียมม่วนจอยกันได้เลย กับ งานวัด กรุงเทพ งานวัด ตลาดย้อนยุค 2569 ที่ วัดยานนาวา จัดเต็ม 10 วัน ตั้งแต่ 25 พฤษภาคม - 3 มิถุนายน 2569 นี้ ไปเดินชิล ตลาดย้อนยุค หาของใช้ ของกิน สตรีทฟู้ด กันได้เลย! Dots.Unity / Shutterstock.com งานวัด ตลาดย้อนยุค วัดยานนาวา 2569เที่ยวงานวัด กรุงเทพ บรรยากาศฟินๆ จัดเต็มสายเที่ยว สายช้อบ สายชิม ในบรรยากาศม่วนจอยกับ งานวัด ตลาดย้อนยุค ที่ วัดยานนาวา 2569 เดินเที่ยวชิลๆ กับ ตลาดย้อนยุค ช้อปร้านของกินสตรีทฟู้ด แถมยังมี เครื่องเล่นแบบงานวัด ไวบ์ดีสุดๆ แถมยังเดินทางง่ายๆ ด้วยรถไฟฟ้าได้ค่ะ วัดตั้งอยู่ใกล้ BTS สะพานตากสิน เลย เดินไปแป๊ปเดียวถึง! สำหรับสายบุญก็ไป ไหว้พระ ทำบุญ พร้อมกิจกรรมอื่นๆ อีกเพียบ 📅 วันจัดงาน : 25 พฤษภาคม - 3 มิถุนายน 2569 📍 สถานที่จัดงาน : วัดยานนาวา ซอยเจริญกรุง 52 เขตสาทร กรุงเทพฯ 📍พิกัด : https://maps.app.goo.gl/Dx2rcYRaL6FMKbFGA 🚅 การเดินทาง : รถไฟฟ้า BTS ลงสถานี สะพานตากสิน เดินต่ออีกประมาณ 5 นาที (350 เมตร) วัดยานนาวา กรุงเทพฯ maodoltee / Shutterstock.com วัดยานนาวา ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บนถนนเจริญกรุง เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่ในสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมมีชื่อว่า "วัดคอกควาย" ต่อมาในสมัยกรุงธนบุรี ได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวง โดยไจุดเด่นของวัดนี้ก็คือ สำเภายานนาวา ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยรัชกาบที่ 3 แทนพระสถูปเจดีย์ทั่วๆ ไป ✨ รายละเอียดเพิ่มเติมที่ วัดยานนาวา ที่เที่ยวกรุงเทพ ไหว้พระ วัดสวย ชมเรือสำเภา ยิ่งใหญ่กลางกรุง
กรุงเทพมหานคร • 21 พ.ค. 69
อ่าน
เที่ยวคามาคุระ ใกล้โตเกียว วัดพระใหญ่ ไดบุตสึ Kotokuin Temple ญี่ปุ่น
สำหรับใครที่อยากหา ที่เที่ยวใกล้โตเกียว ไปง่าย เช้าไปเย็นกลับ ตามเรามาเลยค่ะที่ คามาคุระ (Kamakura) กับแลนด์มาร์คต้องไม่พลาด วัดพระใหญ่ ไดบุตสึ หรือ วัดโคโตะคุอิน (Kotokuin Temple) พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของญี่ปุ่น และเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองคามาคุระมายาวนานหลายร้อยปี น่าไปเที่ยวทุกฤดูเลยค่ะ เที่ยวญี่ปุ่น 10 ที่เที่ยวคามาคุระ เช็กอิน ใกล้โตเกียว ชมวิวสวยริมทะเล 10 เมืองสวย ใกล้โตเกียว ที่เที่ยวญี่ปุ่น วันเดียวชิลๆ ก็เอาอยู่ เที่ยวคามาคุระ ใกล้โตเกียวพระใหญ่ไดบุตสึ คามาคุระKotokuin Temple วัดโคโตะคุอิน (Kotokuin Temple) หนึ่งในวัดชื่อดังของเมือง คามาคุระ (Kamakura) จังหวัดคานากาวะ (Kanagawa Prefecture) ในภูมิภาคคันโต (Kanto region) ของประเทศญี่ปุ่น ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐาน พระใหญ่ไดบุตสึ คามาคุระ (Kamakura Daibutsu หรือ The Great Buddha of Kamakura) พระพุทธรูปสำริดที่มีขนาดใหญ่ที่มีความสูงรวมฐานอยู่ที่ 13.4 เมตร และหนัก 121 ตัน ทำให้พระพุทธรูปองค์นี้เป็น พระพุทธรูปสำริดที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของญี่ปุ่น ที่สำคัญยังมี พุทธศิลป์ ที่สะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของงานประติมากรรมในยุคคามาคุระ (Kamakura Period 1192-1333) อีกด้วย ประวัติ พระใหญ่ไดบุตสึ คามาคุระ พระใหญ่ไดบุตสึ คามาคุระ สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 252 เดิมเคยประดิษฐานอยู่ในโถงของวิหารใหญ่ภายใน วัดโคโตะคุอิน แต่ตัววิหารกลับได้รับความเสียหายอย่างต่อเนื่องจากพายุไต้ฝุ่นและสึนามิระหว่างศตวรรษที่ 14 และ 15 แต่องค์พระใหญ่ไดบุตสึกลับสามารถรอดพ้นจากภัยพิบัติต่างๆ มาได้อย่างน่าอัศจรรย์ นับตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 เป็นต้นมา องค์พระใหญ่ไดบุตสึจึงประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง และเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวญี่ปุ่นในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองคามาคุระมาอย่างยาวนานค่ะ วัดโคโตะคุอิน ช่วงเวลาน่าเที่ยว บรรยากาศภายใน วัดโคโตะคุอิน นั้นมีความร่มรื่น รายล้อมไปด้วยร่มเงาของต้นไม้ใหญ่มากมาย รวมถึงต้นสน ในช่วงฤดูใบไม้ผลิจะมีดอกไม้สีสวยผลิบานดูมีชีวิตชีวา ในช่วงฤดูร้อนต้นไม้จะมีความเขียวขจีสดชื่นสบายตา ส่วนฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ต้นไม้จะพากันผลัดใบเปลี่ยนสีเป็นโทนอบอุ่น ตัดกับสีเขียวขององค์พระใหญ่ได้แบบพอดิบพอดี เป็นความงดงามที่ลงตัวสุดๆ หากได้ไปเที่ยวเมืองคามาคุระแล้ว ก็ไม่ควรพลาดไปสักการะองค์พระใหญ่ไดบุตสึที่ วัดโคโตะคุอิน ค่ะ เชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีความศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมาก จะช่วยให้เราแคล้วคลาดปลอดภัย อีกทั้งยังเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตด้วย ด้านในองค์พระใหญ่ไดบุตสึ นอกจากเรามาสักการะองค์พระใหญ่ไดบุตสึ คามาคุระ ที่ด้านนอกแล้ว เรายังสามารถซื้อตั๋วเข้าชม เพื่อไปชมด้านในของพระใหญ่ได้อีกด้วยค่ะ ซึ่งด้านในจะเป็นโครงสร้างกลวง ที่เปิดให้เดินเข้าไปชมได้ แสดงให้เห็นถึงเทคนิคการหล่อสำริดแบบโบราณเป็นชั้นๆ และโครงสร้างรองรับน้ำหนัก เห็นถึงภูมิปัญญาการก่อสร้างในสมัยโบราณอีกด้วย การเดินทางไป วัดพระใหญ่ คามาคุระ จาก สถานีรถไฟ คามาคุระ (Kamakura Station) ให้เดินไปขึ้นรถไฟสาย Enoden Line จากนั้นให้ลงที่ ป้าย Hase Station และเดินต่ออีก 5-10 นาทีก็จะถึง วัดโคโตะคุอิน ค่ะ 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/JP5YsibE9ZQYyrDr5 ⏰ เปิดให้เข้าชม : 08.00-16.45 น.
เที่ยวญี่ปุ่น • 13 พ.ค. 69
อ่าน
ญี่ปุ่นเปิดตัว บ่อแช่เท้าโปเกมอน Wakura Pokémon Footbath แช่ฟรีพร้อมวิวทะเล
ญี่ปุ่นเป็นที่ที่ไปเที่ยวทีไรได้เดินจนขาลากทุกที จะมีอะไรดีไปกว่าการได้นั่งแช่เท้าในน้ำอุ่นๆ พร้อมกับเหล่าโปเกมอนมานั่งเป็นเพื่อนข้างๆ ล่ะ? เตรียมปักหมุดกันให้ไว เพราะ Wakura Pokmon Footbath วาคุระ โปเกมอน อาชิยุ เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้วที่ย่านออนเซ็นเก่าแก่ในจังหวัดอิชิกาวะครับ บ่อแช่เท้าโปเกมอน Wakura Pokmon Footbathแช่ฟรีพร้อมวิวทะเล แม้จะยังไม่มีภาพถ่ายสถานที่จริงแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ออกมา แต่จากภาพจำลอง (Preview Renders) ก็ทำเอาแฟนๆ ใจละลายแล้ว เพราะเราจะได้เห็นโปเกมอนหลากหลายสายพันธุ์มารวมตัวกันที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นปิกาจู (Pikachu)ชาเวอส์ (Vaporeon) โกดั๊ก (Psyduck) และเกียราดอส (Gyarados) ส่วนพิกัดของบ่อแช่เท้าแห่งนี้ตั้งอยู่ที่สวนสาธารณะ Yuttari Park ย่านวาคุระออนเซ็น (Wakura Onsen) จังหวัดอิชิกาวะ (Ishikawa) ซึ่งเป็นทำเลที่เรียกได้ว่าวิวหลักล้านเลยทีเดียว อยู่ริมอ่าวนานาโอะ (Nanao Bay) ตัวบ่อแช่เท้าจะหันหน้าออกสู่ทะเล สามารถนั่งแช่เท้าไปพร้อมกับชมวิว สะพานโนโตจิมะ (Notojima Ohashi Bridge) ได้แบบพาโนรามาเลยครับ ที่สำคัญคือใช้บริการได้ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย ฝาท่อโปเกมอน (โปกะฟุตะ) สุดคิวท์ ความพิเศษอีกอย่างคือ บ่อแช่เท้าแห่งนี้ตั้งอยู่ติดกับจุดติดตั้ง "โปกะฟุตะ" (Pokfuta) หรือฝาท่อระบายน้ำลวดลายโปเกมอนที่เป็นเอกลักษณ์ประจำเมือง ใครที่เป็นสายสะสมแต้มตามเก็บภาพฝาท่อโปเกมอนทั่วญี่ปุ่น มาที่นี่ที่เดียวคือคุ้มสุดๆ ได้ทั้งรูปฝาท่อและรูปคู่กับเหล่าโปเกมอนในออนเซ็นครับ ====================
เที่ยวญี่ปุ่น • 13 พ.ค. 69
ดู
SUNSET
ทรูวิชั่นส์ • 10 เม.ย. 69
อ่าน
เที่ยววัดแมวเกียวโต Nyan-nyan-ji ชวนทาสแมวไปถวายเปียกๆ ที่ญี่ปุ่น
ใครที่เป็นทั้งนักท่องเที่ยวสาย วัดญี่ปุ่น และทาสแมว รับรองว่าคุณจะตกหลุมรักที่นี่แบบไม่รู้ตัว นั่นคือที่ Nyan-nyan-ji หรือที่แปลตรงตัวว่า วัดเหมียวๆ แห่งเกียวโต ที่รวมเอาความสงบแบบวัดญี่ปุ่น เข้ากับความน่ารักของเหล่าแมวเหมียวได้อย่างลงตัว เที่ยววัดแมวเกียวโต Nyan-nyan-ji ชวนทาสแมวไปถวายเปียกๆ ที่ญี่ปุ่น วัดนี้ตั้งอยู่ในเขต Yase เมืองเกียวโต ซึ่งเป็นย่านชนบทที่เงียบสงบ โอบล้อมด้วยธรรมชาติสีเขียว และอากาศบริสุทธิ์ การเดินทางอาจต้องใช้เวลาเล็กน้อยจากตัวเมืองเกียวโต แต่บอกเลยว่าคุ้มค่าเมื่อคุณได้เจอกับเจ้าอาวาสแมวของที่นี่ ถึงจะเรียกว่าวัด แต่จริงๆ แล้วถ้าจะพูดให้ถูกต้อง ที่นี่ก็คือ แกลเลอรี่งานศิลปะเกี่ยวกับแมวในสไตล์วัดญี่ปุ่น ก็คือตัวศิลปินเองเขาชอบทั้งแมว และศาสนา เลยเอา 2 อย่างนี้มาฟิวชั่นกันไปเลย ศิลปะและแมวที่กลายเป็นหนึ่งเดียว หนึ่งในไฮไลต์ของ Nyan-nyan-ji คือแกลเลอรี่งานศิลปะภายในอาคารหลัก ซึ่งแสดงผลงานของ Miyano Kaya ศิลปินที่เริ่มสร้างสรรค์ผลงานตั้งแต่อายุเพียง 11 ปี เธอเป็นผู้วาดภาพแมวบนประตูเลื่อนทั้ง 24 บานภายในวัด รวมถึงเป็นผู้ออกแบบ ตุ๊กตาแมวกวัก (Maneki-neko) และตุ๊กตาแมวดารุมะ (Cat Daruma) ที่เป็นสัญลักษณ์หลักของวัดอีกด้วย ด้านขวาของวิหารหลักคือที่ประดิษฐานเทพแมวองค์สำคัญ ได้แก่ Dainichi Nyarai, Neko Fudo และ Neko Kannon ส่วนด้านซ้ายคือ Sanshu no Nyangi และบนเพดานยังมีภาพวาดแมวสุดยูนีคที่สร้างสรรค์โดยศิลปินกว่า 44 คน ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งจุดที่ห้ามพลาด อีกหนึ่งผลงานที่น่าทึ่งคือจอประตูเลื่อนที่แสดงแมวกวัก 22 ตัวบนบานเลื่อนทั้ง 12 แผ่น ซึ่งเป็นฝีมือของ Miyano Kaya เช่นกัน โดยเราสามารถชมวิวพาโนรามาของ ภูเขาฮิเอ (Mt. Hiei) และ แม่น้ำทาคาโนะ (Takano River) ได้จากหน้าต่างของวัด พร้อมสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลจากตรงนี้เลย ด้านซ้ายของทางเข้าวัดมีต้นไม้ Muku ขนาดใหญ่ซึ่งถูกเคารพนับถือว่าเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์มาตั้งแต่โบราณ ข้างๆ กันคือ Iwakura หรือก้อนหินศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อว่ามีพลังแห่งปาฏิหาริย์ ใครที่มาเยือนควรแวะสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล แต่ขอความร่วมมือไม่เหยียบข้ามหินกั้นเขตศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป็นการเคารพต่อสถานที่ สินค้าทำมือ และของมงคลที่มีเฉพาะที่นี่ วัด Nyan-nyan-ji ยังจำหน่ายสินค้าทำมือจากศิลปินกว่า 130 ราย ซึ่งมีทั้งของเกี่ยวกับแมว และสุนัขที่หาไม่ได้จากที่อื่น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับซื้อเป็นของฝาก นอกจากนี้ยังมีของมงคลต่างๆ ให้เลือกมากมาย ทั้ง สมุดประทับตรา (Goshuincho), เครื่องราง (Omamori), ของขลัง (Ofuda) และ แผ่นไม้ขอพร (Ema) ที่หลายคนเชื่อว่าจะช่วยเสริมโชคลาภ และพลังบวกให้กับชีวิต ข้อมูล วัด Nyan-nyan-ji ที่ตั้ง : 520 Yase Konoecho, Sakyo-ku, Kyoto City พิกัด : https://maps.app.goo.gl/xnct1UjdukkymkxW9 เวลา : 11.00-17.00 น. (เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดปิดเวลา 18.00 น.) ร้านปิดทุกวันอังคาร ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 800 เยน, เด็ก 300 เยน การเดินทาง : จากสถานีรถบัส Mikogafuchi เดินไปทางตะวันออกเพียง 2 นาที โดยสามารถนั่งรถบัสสาย 17 และ 18 จากสถานี Kyoto, สาย 19 จากสถานี Kokusaikaikan หรือสาย 16 จาก Shijo-Kawaramachi ก็ได้ หากนั่งรถไฟ สามารถลงที่สถานี Yase-Hieizanguchi บนสาย Eizan Railway แล้วเดินต่อไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 20 นาที สำหรับผู้ที่ขับรถมา สามารถใช้บริการที่จอดรถของวัดได้ เว็บไซต์ : Nyan Nyan-ji ====================
เที่ยวญี่ปุ่น • 4 พ.ค. 69
อ่าน
เปิดแล้ว! Edo Tokyo Museum โฉมใหม่ปี 2026 มาใหม่หลังรีโนเวทนาน 4 ปี
ใครที่มีแพลนจะไปโตเกียวปี 2026 นี้ เตรียมปักหมุดแลนด์มาร์คทางวัฒนธรรมที่เจ๋งที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นได้เลย เพราะ Edo-Tokyo Museum พิพิธภัณฑ์ยอดฮิตที่ปิดปรับปรุงไปนานถึง 4 ปีเต็ม ตอนนี้กลับมาเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อมีนาคม 2026 ที่ผ่านมา ที่นี่จะพาทุกคนย้อนเวลากลับไปสัมผัสบรรยากาศเมืองเอโดะเมื่อ 400 ปีก่อน ในแบบที่ Immersive ยิ่งกว่าเดิม จะมีอะไรใหม่และน่าตื่นเต้นบ้าง ตามมาดูกันครับ เปิดแล้ว! Edo Tokyo Museum โฉมใหม่ปี 2026 Edo-Tokyo Museum พิพิธภัณฑ์ที่ไม่ได้มีไว้แค่ดู แต่ให้เรากระโดดเข้าไปในประวัติศาสตร์ เปลี่ยนความคิดที่ว่าพิพิธภัณฑ์จะต้องน่าเบื่อ มีแต่ตู้กระจกและป้ายให้อ่านเยอะๆ ลืมภาพนั้นไปได้เลยครับ เพราะที่นี่เขาขึ้นชื่อเรื่องการจำลองฉาก และอาคารแบบ Life-size (ขนาดเท่าของจริง) ที่เราสามารถเดินเข้าไปสัมผัส เข้าไปถ่ายรูป และรู้สึกเหมือนเป็นชาวเอโดะจริงๆ หลังจากรีโนเวทครั้งใหญ่ ระบบแสง สี เสียง และเทคโนโลยีการจัดแสดงถูกอัปเกรดใหม่หมด ทำให้การเล่าเรื่องจากเมือง "เอโดะ" สู่มหานคร "โตเกียว" ในปัจจุบันดูสนุกและสมจริงสุดๆ รวมไฮไลต์ Edo Tokyo Museum ที่ห้ามพลาด 1. เริ่มต้นการเดินทางที่สะพาน Nihonbashi จุดเช็กอินแรกที่ทุกคนต้องผ่านคือ สะพานนิฮอนบาชิ จำลองขนาดเท่าของจริงบนชั้น 6 ซึ่งในสมัยก่อนคือศูนย์กลางของญี่ปุ่นและเป็นจุดเริ่มต้นของถนนสายหลักทั้ง 5 สาย เมื่อเราเดินข้ามสะพานผ่าน "ม่านโนเรน" สีขาวเข้าไป ก็เหมือนกับเราได้ก้าวข้ามประตูมิติจากโลกปัจจุบันเข้าสู่ยุคเอโดะอย่างเต็มตัว 2. ร้านนาฬิกาฮัตโตริ (Hattori Tokeiten) นี่คือไฮไลต์ใหม่ล่าสุดของการรีโนเวทครั้งนี้ เขายกเอา หอนาฬิกาฮัตโตริ สัญลักษณ์ของย่านกินซ่าในสมัยเมจิมาสร้างใหม่ในขนาดเท่าของจริง สูงถึง 26 เมตร ใครที่ชอบบรรยากาศญี่ปุ่นยุคเปิดประเทศ (Modernization) จะต้องเลิฟโซนนี้มาก เพราะมันสะท้อนความโก้เก๋ และทันสมัยของโตเกียวในยุคนั้นได้ดีสุดๆ 3. โรงละครคาบุกิ Nakamuraza สายเสพศิลปะต้องมาตรงนี้ครับ เขาจำลองโรงละครคาบุกิชื่อดังสมัยเอโดะมาแบบจัดเต็ม ทั้งป้ายโฆษณาภาพพิมพ์อุกิโยะหน้าโรงละคร และที่เด็ดกว่านั้นคือเราสามารถเดินเข้าไปดูด้านในได้ด้วย จะได้เห็นทั้งเครื่องดนตรี และอุปกรณ์ประกอบฉากต่างๆ เหมือนกำลังจะมีการแสดงจริงๆ เลยล่ะ 4. แกลเลอรี่วิวทิวทัศน์เอโดะแบบ Hi-Tech สำหรับใครที่ชอบภาพพิมพ์ญี่ปุ่น ห้องจัดแสดงภาพชุด One Hundred Famous Views of Edo ของท่านปรมาจารย์ Utagawa Hiroshige มีลูกเล่นใหม่ให้เราสแกน QR Code เพื่อเปรียบเทียบภาพวาดในอดีตกับสถานที่จริงในปัจจุบันได้ทันที เป็นการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่อินเตอร์แอคทีฟสุดๆ และที่น่าดูเป็นพิเศษคือโซนที่เล่าเรื่อง "อาหารกลางวันเด็กนักเรียน" ครับ เขาทำโมเดลจำลองอาหารกลางวันตั้งแต่ยุคหลังสงครามที่มีแค่ขนมปังกับโอเด้ง ไล่มาจนถึงเมนูหลากหลายในปัจจุบัน เห็นแล้วนอกจากจะเข้าใจวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป ยังรู้สึกหิวขึ้นมาทันทีเพราะโมเดลเขาทำออกมาน่ากินมาก 📍 รายละเอียดการเข้าชม Edo Tokyo Museum ที่ตั้ง : 1-4-1 Yokozuna, Sumida-ku, Tokyo (ย่านเรียวโกกุ) เวลาเปิด-ปิด : 09:30 - 17:30 น. (วันเสาร์เปิดถึง 19:30 น.) วันหยุด : ปิดทุกวันจันทร์ การเดินทาง : รถไฟ JR สาย Chuo-Sobu ลงสถานี Ryogoku เดินต่อ 3 นาที รถไฟใต้ดิน Toei สาย Oedo ลงสถานี Ryogoku เดินต่อ 1 นาที ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 800 เยน อายุ 65 ปีขึ้นไป 400 เยน นักศึกษา 480 เยน เด็กนักเรียนชั้นมัธยม 300 เยน ต่ำกว่ามัธยม เข้าชมฟรี การกลับมาของ Edo-Tokyo Museum ในปี 2026 นี้ ไม่ใช่แค่การเปิดพิพิธภัณฑ์ธรรมดา แต่มันคือการเปิดประตูบานใหญ่ให้เราได้เข้าไปทำความรู้จักกับ "หัวใจ" ของโตเกียวให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ใครมีแพลนไปญี่ปุ่นปีนี้ อย่าลืมใส่ที่นี่ไว้ในลิสต์ด้วยนะครับ รับรองว่าได้รูปสวยและได้ความประทับใจกลับไปแน่นอน ==================== ขอบคุณข้อมูลดีๆ และภาพจากhttps://www.japankuru.com
เที่ยวญี่ปุ่น • 21 เม.ย. 69
ดู
บ้านพักคุสึโนกิกับสวนเทพเจ้า
Medialink Entertainment Limited • 4 เม.ย. 69
ดู
Ensemble
ทรูวิชั่นส์ • 25 มี.ค. 69
ดู
Showdown
ทรูวิชั่นส์ • 25 มี.ค. 69
อ่าน
การเดินทางไปคามาคุระด้วยรถไฟ จากโตเกียว เที่ยวเองง่าย ใช้เวลาไม่นาน
คามาคุระ Kamakura เมืองริมทะเล ที่เที่ยวใกล้โตเกียว ที่ฮอตฮิตมากๆ สำหรับคนที่อยาก เที่ยวญี่ปุ่น แบบไปเช้าเย็นกลับ จากโตเกียว ค่ะ ใครจะกำลังวางแผนจะไปเที่ยวคามาคุระ ตามเรามาอัปเดต วิธีการเดินทางไปคามาคุระจากโตเกียว ด้วยรถไฟ แบบละเอียด ทั้ง JR Line และ รถไฟเอกชน พร้อมค่าโดยสาร และทริคเที่ยวแบบไปเองง่ายๆ กันได้ตามนี้เลยค่ะ KenSoftTH / Shutterstock.com การเดินทางไปคามาคุระ จากโตเกียว ด้วยรถไฟ รู้จักเมืองคามาคุระ Kamakura คามาคุระ (Kamakura) เป็นเมืองเล็กๆ ใน จังหวัดคานากาวะ (Kanagawa) ตั้งอยู่ห่างจากโตเกียวประมาณ 50 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง จึงเหมาะมากๆ สำหรับการไปเที่ยวแบบ Day Trip จากโตเกียว ค่ะ อีกทั้งเมืองนี้เต็มไปด้วยที่เที่ยวมากมายที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น วัดเก่าแก่ ศาลเจ้าญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม และบรรยากาศเมืองทะเลที่สวยงาม โดยเฉพาะแลนด์มาร์คดังอย่าง พระใหญ่ไดบุตสึ และ ถนนโคมาจิ โดริ ที่ต้องห้ามพลาดเลย! ไฮไลต์ ที่เที่ยวของคามาคุระ ที่ต้องห้ามพลาดคือ พระใหญ่ ไดบุตสึ คามาคุระ Kotokuin Temple วัดฮาเซเดระ Hasedera Temple ศาลเจ้าสึรุงะโอกะ ฮาจิมังกู Tsurugaoka Hachimangu ถนนโคมาจิโดริ Komachi Dori Street ✨ เที่ยวญี่ปุ่น 10 ที่เที่ยวคามาคุระ เช็กอิน ใกล้โตเกียว ชมวิวสวยริมทะเล วิธีเดินทางไปคามาคุระจากโตเกียว โตเกียว - คามาคุระ 1. นั่ง JR Yokosuka Line จาก Tokyo Station วิธีที่ง่ายและตรงที่สุดในการเดินทางไปคามาคุระ คือ การนั่ง JR Yokosuka Line จาก สถานี Tokyo Station ไปลงที่ สถานี Kamakura Station Petr Kahanek / Shutterstock.com รายละเอียดการเดินทาง 🚃 สถานีต้นทาง : Tokyo Station 🚃 สถานีปลายทาง : Kamakura Station ⏰ เวลาเดินทาง: ประมาณ 55-60 นาที 💴 ค่าโดยสาร : ประมาณ 90 เยน ✨ ข้อดีของเส้นนี้คือ ไม่ต้องต่อรถไฟ สามารถนั่งตรงไปถึงคามาคุระได้เลย 🛏️ เหมาะสำหรับคนที่พักแถว Tokyo Ueno Ginza =============== 2. นั่ง JR Shonan Shinjuku Line จาก Shinjuku ถ้าพักอยู่โซนชินจูกุ (Shinjuku) สามารถขึ้น JR Shonan Shinjuku Line ไปลง สถานี Kamakura Station ได้เช่นกันค่ะ Takamex / Shutterstock.com รายละเอียดการเดินทาง 🚃 สถานีต้นทาง : Shinjuku Station 🚃 สถานีปลายทาง : Kamakura Station ⏰ เวลาเดินทาง : ประมาณ 60 นาที 💴 ค่าโดยสาร : ประมาณ 90 เยน 🛏️ ข้อดีคือเดินทางสะดวกสำหรับคนที่พักฝั่ง Shinjuku =============== 3. นั่ง JR ไปลง Ofuna แล้วต่อ Enoden อีกหนึ่งเส้นทางยอดนิยม คือ นั่ง JR ไปลง สถานี Ofuna Station แล้วต่อ รถไฟสาย Enoden เส้นทางนี้เหมาะกับคนที่อยากนั่งรถไฟเลียบทะเล และเที่ยวหลายสถานี เช่น Hase Enoshima Gengorou / Shutterstock.com.webp จุดเด่นของ รถไฟ Enoden รถไฟสายโลคอลในคามาคุระ เป็นรถไฟท้องถิ่นสุดคลาสสิก วิ่งเลียบชายทะเล มีจุดถ่ายรูปเยอะมาก ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ ในคามาคุระ แนะนำพาสรถไฟเที่ยวคามาคุระ 1. JR Tokyo Wide Pass ถ้าเที่ยวหลายเมืองรอบโตเกียว พาสนี้คุ้มมาก เพราะสามารถใช้กับ JR Yokosuka Line ได้ 2. Enoshima Kamakura Freepass พาสยอดนิยมสำหรับเที่ยวคามาคุระ และเอโนะชิมะ สิ่งที่รวมในพาส รถไฟ Odakyu รถไฟ Enoden เหมาะสำหรับคนที่วางแผนเที่ยว Kamakura Enoshima ทริคเที่ยวคามาคุระให้สนุก ควรออกจากโตเกียวช่วงเช้า ใช้เวลาประมาณ 1 วันกำลังดี เดินเที่ยววัด + นั่งรถไฟ Enoden แวะคาเฟ่และร้านขนมบนถนน Komachi kura_voyata / Shutterstock.com การเดินทางไปคามาคุระจากโตเกียวด้วยรถไฟ ถือว่าง่ายมาก ใช้เวลาเพียงประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้นค่ะ เหมาะสำหรับ การเที่ยวแบบ Day Trip จากโตเกียว ไม่ว่าจะเลือกนั่ง JR Yokosuka Line หรือ JR Shonan Shinjuku Line ก็สามารถเดินทางถึงได้สะดวก หากมีเวลา แนะนำให้นั่ง รถไฟ Enoden เพิ่ม เพราะจะได้ชมวิวทะเลและแวะเที่ยวสถานีต่างๆ ระหว่างทาง ทำให้ทริปคามาคุระสนุกมากยิ่งขึ้นด้วยค่ะ
เที่ยวญี่ปุ่น • 12 มี.ค. 69
อ่าน
เที่ยวญี่ปุ่น 10 ที่เที่ยวคามาคุระ เช็กอิน ใกล้โตเกียว ชมวิวสวยริมทะเล
เที่ยวญี่ปุ่น ครั้งนี้ ลองหนีความวุ่นวายไปเช็กอิน 10 ที่เที่ยวคามาคุระ (Kamakura) เมืองเล็กๆ ริมทะเล ใกล้โตเกียว ที่มาพร้อมกับเสน่ห์และบรรยากาศสุดชิล เดินช้อปปิ้งบนถนนคนเดิน ไหว้พระและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตาม วัดสวย และ ศาลเจ้าดัง ตลอดไปจนถึงเดินเล่นริมชายหาด เที่ยวเกาะแมวใกล้ๆ เมือง เรียกว่ากิจกรรมให้ทำเพียบ ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ! การเดินทางไปคามาคุระด้วยรถไฟ จากโตเกียว เที่ยวเองง่าย ใช้เวลาไม่นาน 40 สถานที่สวยใน ญี่ปุ่น ไปเที่ยวญี่ปุ่น คราวนี้อย่าได้พลาด ! 10 เมืองญี่ปุ่น น่าเที่ยว คนไทยไปน้อย เที่ยวสบายๆ ที่เที่ยวคามาคุระ Kamakura ญี่ปุ่นเมืองสวย ริมทะเล ประวัติ เมืองคามาคุระ คามาคุระ (Kamakura 鎌倉市) เมืองเล็กๆ ริมทะเลบริเวณ อ่าวซากามิ (Sagami Bay) ใน จังหวัดคานะกาวะ (Kanagawa Prefecture) อยู่ไม่ไกลจากกรุงโตเกียวนัก ในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่น เป็นทั้งศูนย์กลางทางการเมือง และศูนย์กลางการทหารแห่งใหม่ในช่วงศตวรรษที่ 12 ก่อตั้งโดย มินาโมโตะ โนะ โยริโตโมะ (Minamoto no Yoritomo) ผู้ริเริ่มระบอบโชกุนคามาคุระ และระบอบโชกุนของญี่ปุ่นนั่นเองค่ะ คามาคุระ นั้นมีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางอำนาจของญี่ปุ่นระหว่าง ค.ศ. 1185-1333 แต่หลังจากนั้นอำนาจของรัฐบาลคามาคุระก็ค่อยๆ เสื่อมถอยลง ก่อนที่ กรุงเกียวโต (Kyoto) จะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งต่อไป ซึ่งในปัจจุบัน คามาคุระได้กลายเป็นเมืองเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็น วัดวาอาราม ศาลเจ้าเก่าแก่ สวนสาธารณะ รวมถึงชายหาดสวยๆ และเกาะเล็กเกาะน้อยในละแวกใกล้เคียง แถมยังอยู่ไม่ไกลจากกรุงโตเกียว เหมาะสำหรับคนที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายจากกรุงโตเกียวไปรับลมทะเล และพักผ่อนในบรรยากาศเงียบสงบ รวมที่เที่ยวคามาคุระ 1. Yuigahama Beach หาดยูอิกาฮามะ หาดยูอิกาฮามะ (Yuigahama Beach 由比ガ浜海水浴場) ชายหาดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองคามาคุระ ทอดยาวคู่ขนานไปกับน้ำทะเลประมาณ 1 กิโลเมตร เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อน ชายหาดจะเนืองแน่นไปด้วยผู้คนมากมาย ทั้งมานอนอาบแดด เล่นน้ำ เดินเล่นริมหาด และโต้คลื่น นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ ร้านอาหาร และเครื่องดื่ม หากไปในช่วงวันฟ้าโปร่งก็อาจมองเห็นวิวได้ไกลถึงภูเขาไฟฟูจิเลยด้วยค่ะ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/wGSbecJTJrmvhLzVA =============== 2. Enoshima Island เกาะเอโนชิมะ เกาะเอโนชิมะ (Enoshima Island 江の島)เกาะเล็กๆ ในพื้นที่ 0.39 กิโลเมตร ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของคามาคุระ โดยสามารถเดินทางเชื่อมต่อกับชายฝั่งทางแผ่นดินใหญ่ได้ด้วยสะพานยาว 400 เมตร เหมาะกับการไปเที่ยวแบบ One Day Trip อ่านรีวิวเต็มๆ ที่ เที่ยวญี่ปุ่น เกาะแมว Enoshima Island เที่ยวทะเลชิลๆ ใกล้โตเกียว ที่นี่เป็นที่รู้จักในอีกชื่อว่า "เกาะแมว" เนื่องจากมีประชากรแมวเป็นจำนวนมาก หรือจะบอกว่าเยอะกว่าจำนวนคนก็ไม่ผิดค่ะ เดินไปทางไหนก็จะเจอเจ้าเหมียวนั่งๆ นอนๆ เดินไปเดินมาอยู่เต็มไปหมด นอกจากนี้บนเกาะยังมี หอคอยชมวิว Sea Candle เป็นแลนด์มาร์คตั้งอยู่บนจุดสูงสุดของเกาะด้วย พิกัด : https://maps.app.goo.gl/UAFweA18pSeDFtSb9 =============== 3. Kamakura-Kokomae Station สถานีคามาคุระ โคโคมาเอะ KenSoftTH / Shutterstock.com ใครที่เป็นแฟนอนิเมะเรื่อง สแลมดังก์ (Slam Dunk) จะต้องคุ้นเคยกับ สถานีคามาคุระ โคโคมาเอะ (Kamakurakōkōmae Station 鎌倉高校前駅) ที่ปรากฏอยู่ใน opening theme ของเรื่องอย่างแน่นอนค่ะ จุดเด่นของที่นี่ อยู่ที่ขบวนรถไฟสีเขียวของ Enoshima Electric Railway หรือ Enoden แล่นผ่าน โดยมีทิวทัศน์ของท้องทะเลเป็นฉากหลัง บรรยากาศเหมือนหลุดออกมาจากอนิเมะเลยทีเดียว พิกัด : https://maps.app.goo.gl/grJfbgERAfUVYa4F9 =============== 4. Kamakura Daibutsu พระใหญ่ไดบุตซึ คามาคุระ สักการะ พระใหญ่ไดบุตสึ คามาคุระ (Kamakura Daibutsu 鎌倉大仏殿高徳院) ซึ่งประดิษฐานอยู่ที่ วัดโคโตคุอิน (Kotokuin Temple) สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1252 ด้วยความสูง 11.4 เมตร และหนัก 121 ตัน พระพุทธรูปองค์นี้จึงถูกจัดอันดับให้เป็นพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของญี่ปุ่น และเป็นสัญลักษณ์ของเมืองคามาคุระ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/bCTbiREk4ohPBi487 =============== 5. Hasedera Temple วัดฮาเซเดระ Manuel Ascanio / Shutterstock.com วัดฮาเซเดระ (Hasedera Temple 長谷寺) วัดเก่าแก่ที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 736 เป็นที่ประดิษฐาน เจ้าแม่กวนอิมไม้สลัก 11 พักตร์ สูง 9.8 เมตร ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในรูปแกะสลักด้วยไม้ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ภายในวัดมี Kannon Museum พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงโบราณวัตถุของวัด ไม่ว่าจะเป็นระฆังวัด คัมภีร์เก่าแก่ และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีสวนญี่ปุ่น ที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่ เทพเบนเทน (Benten) เทพธิดาแห่งความงามและความมั่งคั่ง ตกแต่งอย่างสวยงามด้วยพรรณไม้นานาชนิด บรรยากาศร่มรื่น น่าไปเดินเล่นเพลินๆ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/JGCPtHw98krjRWDR7 =============== 6. Tsurugaoka Hachimangu ศาลเจ้าทสึรุงะโอะกะ ฮะจิมังกู ศาลเจ้าทสึรุงะโอะกะ ฮะจิมังกู (Tsurugaoka Hachiman-gū 鶴岡八幡宮) ศาลเจ้าชินโตที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในเมืองคามาคุระ สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1063 เพื่ออุทิศแด่ เทพฮาจิมัง (Hachiman) เทพเจ้าที่ตะกูลมินาโมโตะ และเหล่าซามูไรเคารพนับถือ บริเวณศาลเจ้าจะมีสระน้ำที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้นานาชนิด เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงาม อีกทั้งยังเป็นสถานที่จัดงานเทศกาลสำคัญของเมืองด้วย พิกัด : https://maps.app.goo.gl/ywQY8uqJ2qzfpdTx5 =============== 7. Meigetsuin Temple วัดเมเกซึอิน วัดเมเกซึอิน (Meigetsu-in 明月院) วัดพุทธนิกายเซน สำนักรินไซ ที่สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1160 เป็นที่รู้จักในชื่อ Ajisaidera ที่แปลว่า "วัดแห่งดอกไฮเดรนเยีย" (Hydrangea Temple) เนื่องจากภายในวัดจะมี สวนดอกไฮเดรนเยีย ที่จะบานสะพรั่งในช่วงต้นฤดูร้อน ประมาณเดือนมิถุนายน เรียงรายตลอดสองข้างของทางเดิน เป็นจุดเช็กอินถ่ายรูปสวยที่ไม่ควรพลาด นอกจากนี้บริเวณรอบๆ วัดยังมีบรรยากาศร่มรื่น และเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีสุดอลังการในช่วงปลายเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนค่ะ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/8jCwYwofFQvUUi488 =============== 8. Hokoku-ji Temple วัดโฮโคคุจิ วัดโฮโคคุจิ (Hokkoku-ji Temple 報国寺) เป็นที่รู้จักในอีกชื่อว่า "วัดไผ่" (Bamboo Temple) เป็นวัดพุทธนิกายเซน สำนักรินไซอีกแห่งหนึ่งของคามาคุระ สร้างขึ้นในสมัยมูโรมาชิ (Muromachi Period ระหว่างปี ค.ศ. 1333-1573) เพื่อเป็นวัดประจำตระกูลของ ตระกูลอาชิกางะ (Ashikaga Clan) บริเวณหลังวัดจะมีป่าไผ่จำนวนกว่า 2,000 ต้น ตั้งเรียงรายเป็นอุโมงค์สีเขียว พร้อมด้วย บ้านชา ที่เราสามารถไปจิบชาเขียวมัทฉะท่ามกลางบรรยากาศแสนสุนทรีย์ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/Ca3b8aMvpyBSfY4T6 =============== 9. Komachi Dori Streetถนนโคมาจิ Sanga Park / Shutterstock.com ถนนโคมาจิ (Komachi-dori Street 小町通り) แหล่งช้อปปิ้งยอดฮิตในคามาคุระ ที่ทอดยาวตลอดไปจนถึงศาลเจ้าทซึรุงะโอะกะ ฮะจิมังกู ตลอดทางเนืองแน่นไปด้วยร้านค้า ร้านของฝาก ร้านอาหาร ร้านขนม บรรยากาศคึกคักไปด้วยผู้คน ที่สำคัญคืออย่าลืมไปอุดหนุน ปลาชิราสุ เมนูท้องถิ่นของคามาคุระด้วยนะคะ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/B9DV5s87J7sxcNAV7 =============== 10. Kuzuharaoka Shrine ศาลเจ้าคุซุฮาระโอกะ Manuel Ascanio / Shutterstock.com ศาลเจ้าคุซุฮาระโอกะ (Kuzuharaoka Shrine 葛原岡神社) ศาลเจ้าเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาใน สวนเก็นจิยามะ (Genjiyama Park) บรรยากาศร่มรื่น มีชื่อเสียงในเรื่องการไปขอพรเรื่องความรัก และความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นมิตรภาพ ครอบครัว และคู่รัก ตลอดไปจนถึงเรื่องหน้าที่การงาน โดยจะต้องเอาด้ายแดงคล้องเข้ากับหรูของเหรียญและผูกไว้กับหินค่ะ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/VCoQapQ5PrBFRWw78 ===============
เที่ยวญี่ปุ่น • 7 พ.ย. 67
ดูเพิ่มเติม